The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by morning-star_doodaw, 2022-03-26 22:29:47

2022.03.27_รวมเล่ม-1

2022.03.27_รวมเล่ม-1

Proceedings of the 15th National Open Class
Volume I

เอกสารประกอบการประชุม
การเปดิ ชนั้ เรยี นระดับชาติ คร้ังท่ี 15 เลม่ 1

เอกสารประกอบการประชมุ เล่มน้จี ัดทาขึน้ ภายใตค้ วามร่วมมือระหว่าง
สถาบนั วิจยั และพัฒนาวชิ าชพี ครสู าหรับอาเซยี น
มลู นธิ ิการศึกษาเพอ่ื การพัฒนาทักษะการคิด

และศนู ย์วจิ ัยคณิตศาสตรศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น

ชือ่ หนังสือ : Proceedings of the 15th National Open Class Volume I
เอกสารประกอบการประชุมการเปิดชั้นเรียนระดับชาติ ครงั้ ที่ 15 เล่ม 1

บรรณาธกิ าร : รองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อนิ ทรป์ ระสทิ ธิ์ สถาบนั วิจยั และพฒั นาวิชาชพี ครูสาหรับอาเซียน
: รองศาสตราจารยจ์ มุ พล ราชวจิ ติ ร
: ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ชา่ งศรี มหาวิทยาลัยขอนแกน่
มูลนธิ ิการศึกษาเพือ่ การพัฒนาทักษะการคดิ
: ผชู้ ่วยศาสตราจารยป์ ยิ ะศกั ดิ์ ปักโคทานงั
สถาบันวจิ ยั และพัฒนาวิชาชพี ครสู าหรบั อาเซยี น

มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่

สถาบนั วิจยั และพฒั นาวชิ าชพี ครสู าหรบั อาเซียน
มหาวิทยาลยั ขอนแก่น
ศนู ย์วิจัยคณติ ศาสตรศกึ ษา
มหาวิทยาลัยขอนแกน่
มูลนธิ กิ ารศึกษาเพ่ือการพัฒนาทักษะการคดิ

คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น

จัดทาโดย สถาบันวจิ ัยและพัฒนาวชิ าชีพครสู าหรบั อาเซียน

มูลนิธกิ ารศกึ ษาเพอื่ การพฒั นาทกั ษะการคดิ
และศูนย์วจิ ยั คณิตศาสตรศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น

ข้อมลู ทางบรรณานกุ รมของสานักหอสมุดแห่งชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data

Proceedings of the 15th National Open Class Volume I เอกสารประกอบการประชุมการเปิดช้ันเรยี น
ระดับชาติ ครั้งที่ 15.–ขอนแก่น : มูลนิธิการศกึ ษาเพอื่ การพฒั นาทกั ษะการคิด, 2565.

85 หน้า

1. การศกึ ษา—การประชุม. I.ชอ่ื เรื่อง

370
ISBN (e-book): 978-616-93982-0-2

คานา

กิจกรรมประจาปีของชุมชนการศึกษานี้ ท่ีเรียกว่า "Open Class" ภาษาไทยท่ีใช้ คือ
"เปดิ ชั้นเรียน" การดาเนินงานเชงิ นวัตกรรมตามท่ี สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา คณะศกึ ษาศาสตร์
ศูนย์วิจยั คณิตศาสตรศึกษา รวมทงั้ สถาบนั วิจัยและพัฒนาวิชาชพี ครูอาเซียน เปน็ การดาเนินงา น
ทตี่ อ้ งอาศยั เวลา อย่างเช่น การทาวิจัยและพัฒนาทางด้านการสอน ที่ สาขาวิชาคณิตศาสตรศกึ ษา
คณะศกึ ษาศาสตร์ ศนู ย์วจิ ัยคณิตศาสตรศึกษา รวมท้ังสถาบันวจิ ัยและพัฒนาวชิ าชพี ครูอาเซยี น
เป็นผูเ้ ริ่มดาเนนิ การมาตลอดมากกว่า 20 ปี เปน็ การดาเนนิ งานอยา่ งยั่งยืนจึงมกี ารพัฒนา เพราะ
เมือ่ ไหร่ท่ีมคี วาม "ยั่งยืน" แสดงให้เหน็ ว่ามีวงจรท่จี ะสะทอ้ นเพ่ือปรับให้ดขี ึน้ ซ่ึงถอื เป็นการพฒั นา
จะเหน็ ได้วา่ หากมกี ารดาเนินงานอย่างย่งั ยนื กม็ ีโอกาสที่จะพัฒนา

ในยุคท่ีเร่มิ ดาเนินงานกับนักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา เร่ิมแนวคดิ ท่ีจะ
คน้ หานวตั กรรมการสอนให้ได้ตั้งแต่ปี 2542 จนกระทงั่ เขา้ สู่ระบบโรงเรยี นอยา่ งเต็มรูปแบบในปี
2549 และดาเนนิ การอย่างตอ่ เนอื่ งมาจนถึงวันนีเ้ ป็นเวลา 23 ปี โรงเรียนก็สามารถดาเนนิ ต่อไปได้
แสดงว่าสามารถสร้างวัฒนธรรมรูปแบบนี้ให้เกิดข้ึนในโรงเรียนได้ ตอนนีก้ ็มีการขยายเครือข่าย
เกือบ 300 โรงเรียนท้ังใน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ รวมท้งั ภาคกลางอีก
บางส่วน ก็สามารถบอกได้ว่า จากการท่ที าวิจัยและพัฒนาเชิงนวัตกรรมในลักษณะนมี้ าอย่าง
ยาวนานชว่ ยทาให้เหน็ มุมมอง ที่ว่า ทาไมการปรับเปล่ียนรูปแบบวิธกี ารสอนแบบเดิมกับการใช้
วิจัยและพฒั นานวัตกรรม ในการปรับเปลี่ยนการสอนน้ันจึงแตกต่างกัน โดยใช้แนวคดิ หลักจาก
ประเทศญป่ี ุ่น และยังมีเครือขา่ ยความร่วมมือจาก ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเกาหลี รวมทั้งใน
อาเซียน ในกลมุ่ ประเทศลุม่ น้าโขงที่เริ่มมาเรียนรู้การดาเนนิ งานนี้ ปกติช้นั เรียนกจ็ ะเป็นห้อง
ส่เี หลี่ยมแบบปิดใครเข้าไปยุ่งไม่ได้ จงึ ไมม่ ีใครสามารถไปเรียนรูอ้ ะไรจากห้องเรยี นน้ี แต่ในแงข่ อง
การทาวิจัยและพัฒนา วิธกี ารสอนใหมๆ่ ให้เกิดขนึ้ ตลอดเวลาและเป็นธรรมชาติไปตลอด การให้
ความสนใจกบั ตัวผู้เรียน ค่อยๆ สังเกตว่าช้นั เรียน เมื่อมองจากคนท่หี ลากหลายมมุ มอง มนั จะ
สง่ ผลให้สามารถเข้าถึงนกั เรียนไดอ้ ยา่ งมากและเต็มตามศักยภาพ สิ่งเหลา่ น้ีถอื เปน็ หลักปรัชญา
ว่าทาไมจึงมีการเปิดช้ันเรียน รอบล่าสุด ถือเป็น ปีที่ 15 ครูที่ดาเนินงาน ร่วมกัน น้ีก็ผ่า น
ประสบการณย์ าวนาน สามารถถกู วิพากษว์ จิ ารณ์เพื่อการพัฒนา จนกระทง่ั ครูเริ่มมมี ุมมองท่จี ะนา
ประสบการณม์ าแบ่งปันกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. ไมตรี อินทร์ประสทิ ธ์ิ
รองอธิการบดีฝ่ายการศกึ ษาและบริการวิชาการ
รกั ษาการแทนผอู้ านวยการสถาบนั วจิ ัยและพฒั นาวิชาชพี ครสู าหรับอาเซยี น

สารบญั 1
11
การจัดการเรยี นการสอนในชนั้ เรยี น

การนาใช้หลักสตู รฐานสมรรถนะโดยใช้นวัตกรรมชัน้ เรยี นทเี่ น้น
การเรยี นรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning Classroom
Model: BLC)

รองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทรป์ ระสิทธิ์

ตวั อย่าง การออกแบบชนั้ เรียนด้วยนวัตกรรมการศกึ ษาชน้ั เรยี น
(Lesson Study) และวธิ ีการแบบเปดิ (Open Approach) ในรปู แบบ
การจดั การเรยี นการสอนชน้ั เรียนแบบผสมผสาน (Blended Learning
Classroom Model : BLC)

การใช้นวตั กรรมการศกึ ษาชน้ั เรยี น(Lesson Study) และวธิ กี ารแบบเปิด 39
(Open Approach) : กรณีศึกษา 46
52
กรณศี กึ ษาโรงเรียนบ้านรุงสมบรู ณ์ 56
ศริ วิ รรณ สายชมภู 61
กรณีศกึ ษาโรงเรยี นภักดีศึกษามูลนธิ ิ 66
ธีรารตั น์ สันโต๊ะเสน็
กรณศี ึกษาโรงเรียนบ้านนาฝายนาโพธิ์
บรรจง สมานมติ ร
กรณีศกึ ษาโรงเรียนโรงเรียนบ้านแดงนอ้ ย
ณชิ าภทั ร อรมลู
กรณศี ึกษาโรงเรยี นบา้ นหนองหญ้าแพรกทา่ แร่
ฤทัยรัตน์ ระลาคี
กรณีศึกษาโรงเรียนบา้ นโนนแสนคาหนองศาลาศรสี ะอาด
ทวิ าพร ลีเลิศ

สารบญั (ต่อ) 71
77
การวิจัยในชนั้ เรยี นด้วยนวตั กรรมการศึกษาช้นั เรยี น (Lesson Study) 83
และวธิ ีการแบบเปิด (Open Approach) ในภาคปฏบิ ตั ิ

การศึกษาความสามารถในการโตแ้ ย้งทางวทิ ยาศาสตร์ของนักเรียน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ดว้ ยวิธกี ารแบบเปดิ
ที่ถูกพัฒนาโดยกระบวนการศกึ ษาชนั้ เรยี น
พมิ พพ์ ิไล ผางหล้า, จิรดาวรรณ หนั ตลุ า, บศุ รัตน์ สงกาง

การเชือ่ มโยงทางคณิตศาสตร์ทใ่ี ช้ในการแก้ปัญหาของนกั เรียน
ภายใตน้ วัตกรรมการศกึ ษาชน้ั เรยี นและวิธีการสอนแบบเปิด
วรัญญู เลพล, นฤมล ช่างศรี, ปรดี า หวงั นรุ ักษ์

ผลการจัดการเรียนรู้วิชาศลิ ปะ เรอื่ ง เสน้ สร้างสรรค์ ของนกั เรยี น
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรยี นรดู้ ว้ ยวธิ ีการแบบเปิด
(Open Approach)
อมุ าภรณ์ วงษศ์ รีแกว้ , เขม เคนโคก, หทยั รตั น์ อมิ่ สมบัติ

การนาใชห้ ลกั สูตรฐานสมรรถนะโดยใช้นวัตกรรมช้ันเรียนท่ีเน้น
การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning Classroom Model: BLC)

รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์
รองอธกิ ารบดฝี ่ายการศกึ ษาและบริการวชิ าการ
รกั ษาการแทนผอู้ านวยการสถาบนั วิจยั และพัฒนาวชิ าชพี ครสู าหรับอาเซยี น

การนาหลกั สูตรฐานสมรรถนะเข้าไปใช้ในชั้นเรียนนน้ั มคี วามเข้าใจสองเร่ือง ท่ีถือ
เป็นพื้นฐาน ได้แก่ 1) สมรรถนะเป็นเรื่องการบูรณาการ ความรู้ (Knowledge) ทักษะ
(Skills) และ เจตคติ/คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude/Characters) 2) แนวทางใ น
การบูรณาการองคป์ ระกอบทง้ั สาม แต่แนวทางในการทาให้นกั เรียนเกิดสมรรถนะในชั้นเรียน
ได้แก่ การพยายามบูรณากา รรายวิชาต่างๆ ในโรงเรียนโดยกาหนดตัวช้ีวัดแยกตา ม
องค์ประกอบต่างๆ ท้ังสามที่กลา่ วมา ผ่านการจัดการเรยี นการสอนแบบบูรณาการโดยมี
เคร่ืองมือที่สาคัญคือคือแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ีเน้นหัวข้อ (Topics or
Theme) ที่มีลกั ษณะบูรณาการจากมมุ มองของครูทร่ี ่วมทาแผนบรู ณาการ

OECD (2019) ได้กาหนด สมรรถนะการเรียนรู้ (Learning Competency) สาหรับ
การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก (Well-being) และ บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
(Sustainable Development Goals) ไว้ 3 สมร รถน ะ ได้แก่ กา รสร้า งค่านิยมใหม่
(Creating new values) การประนีประนอมความตึงเครียดและความขัดแย้ง (Reconciling
tensions & dilemmas) และ การมีความรบั ผดิ ชอบ (Taking responsibility) โดย ความรู้
ทักษะ เจตคติ และคา่ นิยม ถูกปรับเปลี่ยนสถานะเป็นเพยี งเขม็ ทศิ แต่สมรรถนะการเรียนรู้
ใหม่น้ี สามารถปรับเปลยี่ น (Transform) ได้ตามสถานการณแ์ ละบรบิ ทต่างๆ

ดงั นัน้ ความทา้ ทายของโรงเรียนต่างๆ ทัว่ โลกในการที่จะทาใหเ้ กิด transformative
competencies ก็คือ จะใช้โมเดลและแนวทางใดในการจดั การเรียนการสอนในช้ันเรียน
เพื่อให้นักเรียนเกิดสมรรถนะการเรยี นรู้ทป่ี รับตัวได้อย่างเหมาะสม สาหรบั โรงเรียนที่พฒั นา
โดยใช้นวตั กรรมการศึกษาช้นั เรยี นและวธิ ีการแบบเปิดน้นั มีแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอดจาก

1

นวัตกรรมดังกลา่ ว ดงั ต่อไปนี้ 1) ใช้โมเดลเชิงแนวความคิด (Conceptual Model) ในการ
สร้างสถานการณ์ปัญหา (Problem Situations) หรือการออกแบบโจทย์ (Task Design)
และ 2) การจัดการเรยี นการสอนตามโมเดล TLSOA: Thailand Lesson Study and Open
Approach (Inprasitha, 2022) แนวทางดงั กล่าวจะช่วยให้ครูในทุกรายวชิ ามาร่วมกันจัดการ
เรยี นการสอนท่ีทาใหเ้ กิด “สมรรถนะการเรยี นรู้” ซ่ึงเป็นสมรรถนะท่จี าเป็นสาหรับอนาคต
เพือ่ ใช้สาหรับการเรียนรูต้ ลอดชีวิตในสถานการณ์และบริบทที่หลากหลาย

ในญ่ีปนุ่ มีประวตั ิศาสตรค์ วามพยายามทจ่ี ะจดั การเรียนการสอนแบบบรู ณาการมา
มากกว่า 100 ปี โดยมีความพยายามหาเครอื่ งมือหรอื วธิ ีการ (Approach) ในการบรู ณาการ
สิง่ ที่เปน็ ขอ้ สรปุ คือเครื่องมือที่วา่ จะตอ้ งปรับเปล่ียนกระบวนทัศน์ จากการพยายามบูรณา
การวิชาท่ีเป็นส่วนท่ีไม่สามารถจับต้องได้ในมุมมองของนักเรียน แต่สามารถนาความ
เช่ียวชาญของครทู ี่สอนในแต่ละรายวิชาในการสังเกต “แนวคิดของนักเรียน” มาร่วมกนั สร้าง
โจทย์หรือสถานการณ์ปัญหา ซึ่งถือเป็นตาแหน่งท่ีสาคัญและมีความท้าทายอย่างมาก
เนอ่ื งจากเปน็ การปรับกระบวนทัศน์ใหม่ รวมทัง้ ในบริบทของโรงเรียนที่ครมู ีความเชย่ี วชาญ
หรอื วุฒทิ างการศกึ ษาของครูที่แตกต่างกนั

โดยการสอนในบริบทโรงเรยี นอาจจะไม่ได้สอนเฉพาะรายวิชาทม่ี ีความเช่ียวชาญ
ดังกล่าว แตค่ วามเชี่ยวชาญก็สามารถเกดิ ไดจ้ ากประสบการณ์การสอนวชิ าน้ันๆ ตามบริบท
โรงเรียนไดเ้ ช่นกัน ซึ่งสามารถนามาใช้ในการคาดการณ์แนวคดิ นักเรียนและถือเป็นการ
ทางานร่วมกันจากประสบการณ์ โดยท่ีการคาดการณ์แนวคิดของนักเรียนจะนาไปสู่
สถานการณ์ปัญหาหรอื โจทยท์ ี่ทาให้เกดิ การบรู ณาการทแี่ ทจ้ ริง (ดงั ภาพที่ 1) จากบริบทหรือ
ความจริงที่นักเรียนเข้าถึงได้กับเง่ือนไขที่มีการกาหนดเพื่อให้เกิดกิจกรรมในชั้นเรียน
เน่ืองจากตอ้ งการให้เง่ือนไขและบรบิ ทเปน็ หัวใจสาคัญของการบรู ณาการที่เน้นแนวคิดของ
นักเรียน ดังน้ันทีมการศกึ ษาชั้นเรียนจะต้องสรา้ งบริบทและเง่ือนไขท่ีทาให้ครูลดการพูด
อธบิ าย ชแ้ี จง ของครู เพือ่ เปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นไดแ้ ก้ปัญหาด้วยตนเอง

2

ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดทมี การศกึ ษาช้นั เรยี นเพ่ือจัดการเรียนการสอนแบบบรู ณาการ
(ไมตรี อนิ ทรป์ ระสทิ ธ์ิ, 2559; 2562)

จากแผนภาพที่ 1 จะเหน็ ไดว้ ่า โจทย์หรอื สถานการณป์ ัญหา จะทาหนา้ ที่เปน็ หน่วย
บรู ณาการท่สี ามารถดึงแนวคิดท่ีหลากหลายของนักเรียนออกมาได้ แนวคิดของนักเรียนแต่
ละคนท่ีไม่สมบูรณ์ (ทีค่ รแู ต่ละวิชาในทีมการศึกษาช้ันเรยี นคาดการณไ์ ว)้ จะค่อยๆ ถูกบรู ณา
การใน 4 ขน้ั ตอนของวิธกี ารแบบเปิดกลายเปน็ สมรรถนะการเรียนรู้ 3 สมรรถนะตามที่
คาดหวัง แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ก็จะได้รับการพัฒนาเมื่อมีการสะท้อนผลในขั้นท่ี 3 ของ
การศึกษาช้นั เรียน ซึ่งเกดิ ขน้ึ ในหลายๆรอบของวงจรของ PLC ของโมเดล TLSOA

จะเห็นไดว้ ่า สมรรถนะการเรยี นรู้ท่เี กดิ จากการใช้ โมเดล TLSOA น้ัน สามารถแยก
ให้เห็นเป็น การเรียนรู้ 2 แบบ ได้แก่ 1) การเรยี นรูด้ ้วยตนเองของนักเรียนเม่ือเข้ามาเผชิญ
กบั โจทย์หรอื สถานการณป์ ญั หา 2) การเรยี นรู้ร่วมกับนักเรยี นคนอ่นื หรอื ครู ซึ่งการเรียนรู้
สองแบบน้ี เมือ่ พิจารณาจากมิติของการใชเ้ วลาสามารถทาให้เกดิ การเรียนรแู้ บบผสมผสาน
ได้ โดยการเรียนรแู้ บบท่ี 1 นักเรียนสามารถเรยี นร้ดู ้วยตัวเองตามเวลาที่ตัวเองกาหนด ไม่
จาเปน็ ตอ้ งนัดหมายเวลากับครู หรือ เพ่อื นนกั เรียน สว่ นการเรียนรู้แบบท่ี 2 เน่ืองจากตอ้ งนา
แนวคดิ ของตนเองมาเรยี นรรู้ ่วมกบั ครูหรอื นกั เรียนคนอื่น จึงจาเปน็ ต้องนัดหมายเวลาโดย
อาจจะนัดหมายมาเจอกนั แบบเผชิญหน้า (face-to-face) หรือ เจอกนั ทาง virtual ก็ได้

3

โมเดลการจัดการชัน้ เรียนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ทงั้ สองแบบทก่ี ล่าวมานี้ เรียกวา่ ช้ันเรียนที่
เน้นการเรียนรแู้ บบผสมผสาน (Blended Learning Classroom Model: BLC Model)

เร่ืองทต่ี อ้ งมคี วามเข้าใจรว่ มกันเพื่อทาความเข้าใจ โมเดลช้นั เรยี นแบบ BLC น้ี ไดแ้ ก่
1) “ช้นั เรียน” ซง่ึ ชน้ั เรยี นในโมเดล BLC ไม่ใช่ชั้นเรยี นแบบเดิมตรงตาแหน่งของเงื่อนไขของ
การเกิดชั้นเรียนหรือการกล่าวถงึ ช้นั เรียน โดยที่ “ชน้ั เรยี นแบบเดิม” อยู่ภายใต้เงื่อนไขท่คี รู
กบั นกั เรยี นท้ังหมดต้องมาอย่ใู นพื้นทเี่ ดียวกนั ขอ้ ดีคือท้ังครูและนักเรยี นหรือผู้ทเ่ี กี่ยวข้องทุก
คนมาอยู่ใกล้กันในช้ันเรียน ด้วยความเป็นมนุษย์เราสา มารถใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
ประกอบด้วย รูป รส กล่ิน เสียง สัมผัส ซ่ึงช่วยใหเ้ กดิ การเรียนรู้ในแง่ของการมีปฏิสัมพนั ธ์
ในชั้นเรียนทเี่ ชื่อกันว่ามีประสิทธภิ าพเพราะครสู ามารถสังเกตเหน็ และประเมินได้ทนั ทีในช้ัน
เรียนแบบน้ี 2) เร่อื งที่ต้องทาความเข้าใจอกี เรื่องกค็ อื การมีปฏิสัมพนั ธ์ กล่าวคอื ปฏิสมั พนั ธ์
แบบไหนท่ีเราถือวา่ มปี ระสิทธภิ าพท่ีจะทาให้เกิดการเรียนรู้ ท่ีนาไปสู่ สมรรถนะการเรียนรู้ท่ี
เราตอ้ งการ

จากการพิจารณา 2 เร่ืองที่กล่าวมาแลว้ ช้ันเรียนตามโมเดล BLC จะไม่ไดพ้ ิจารณา
การอยู่ หรือไม่อยูร่ ่วมกันของครูและนักเรียนในเชิงกายภาพ แต่เงือ่ นไขเปน็ เรอ่ื ง เวลาทคี่ รู
กบั นักเรียนจะนัดหมายกนั ตามการเรียนรู้ 2 แบบท่ีกลา่ วมาแล้ว ดงั นนั้ ชั้นเรียนตามโมเดลนี้
สามารถอยทู่ ี่ไหนก็ได้ ซึง่ โมเดลชั้นเรยี นแบบนชี้ ่วยแก้ปญั หาภายใต้สถานการณ์โควิดไดเ้ ป็น
อย่างดี เนื่องจากชั้นเรียนในสถานการณ์โควิดเง่ือนไขที่เกิดข้นึ คือต้องอยู่ห่างกนั (Social
Distance) เรือ่ งท่ี 2 การมีปฏสิ ัมพันธ์ของชั้นเรียนตามโมเดล BLC ไม่จาเปน็ ต้องอาศัยการ
อยู่ร่วมกนั ในช้ันเรียนแบบเดิม แต่อาศัยการมี “แนวคิดของตนเอง” จากการเรยี นรู้ด้วย
ตนเองตามเวลาตามอัธยาศัยของตนเอง อาจเรียกว่า ช้ันเรียนท่ีเรียนรู้ตามอัธยาศยั (On-
demand Learning Classroom) เพ่ือมามีปฏสิ ัมพนั ธ์กับคนอ่ืน เช่นเพือ่ นนกั เรยี น หรือ ครู
การนัดหมายเวลาเพื่อจะมปี ฏิสัมพนั ธ์กบั คนอืน่ เพือ่ ทาใหแ้ นวคิดของตนเองได้รับการพฒั นา
และเช่ือมตอ่ กับคนอื่น ทาใหก้ ลบั ไปเรยี นรู้โจทย์หรือสถานการณ์ปัญหาเริม่ ต้นในแงม่ ุมที่
หลากหลาย การเรยี นรู้โดยการมีปฏสิ ัมพันธก์ บั ครหู รอื เพ่ือนนักเรียนแบบสด (Live) นี้ แยก
ได้เป็นชั้นเรยี นอีก 2 ชั้นเรียน ตามเง่ือนไขทางกายภาพและเครื่องมอื ได้แก่ ช้นั เรียนเรยี นรู้
แบบเสมอื น (Virtual Learning Classroom) และชั้นเรยี นเรยี นร้แู บบเผชญิ หน้า (Face-to-
face Learning Classroom) จะเห็น ว่า Online และ On-site ไม่ใช่เง่ือน ไขของกา ร

4

ผสมผสานการเรยี นรใู้ นโมเดลชน้ั เรยี น BLC เมอ่ื นาชั้นเรียนยอ่ ย 3 ช้ันเรยี นมารวมกนั ทาให้
เกิด โมเดลชั้นเรยี นที่เน้นการเรียนรแู้ บบผสมผสาน (Blended Learning Classroom) ดัง
แผนภาพท่ี 2

ภาพที่ 2 โมเดลชัน้ เรยี นที่เนน้ การเรยี นรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning Classroom
Model) ตามกรอบแนวคดิ ของ ไมตรี อนิ ทร์ประสิทธ์ิ (2563; 2564)

ชว่ งแรกของการนาโมเดลเชงิ แนวความคิด (Conceptual Model) ขา้ งตน้ ไปปฏิบัติ
ต้องให้ความสาคัญอยา่ งมากกับ การออกแบบโจทย์หรือสถานการณ์ปญั หา ที่จะสามารถทา
ให้นักเรียนไปเรียนรดู้ ้วยตัวเองตามเวลาและตามอัธยาศัย การออกแบบท่ีตอ้ งลงทุนกับ
ศักยภาพของนักเรยี นแตล่ ะคนภายใต้บริบทและสถานการณ์ท่ีหลากหลาย ดังน้ัน การสร้าง
“เง่ือนไข” ของสถานการณ์ปัญหาในรูปคาส่งั ที่ชดั เจนที่สามารถเกิดกิจกรรมในบรบิ ทท่ี
หลากหลายได้จึงเป็นความท้าทายเชิงวิชาชีพอย่างมาก หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ถ้าทีม
การศึกษาช้นั เรยี นไมเ่ ข้าใจบริบทของนักเรยี นแต่ละคน เงอื่ นไขท่ีสร้างนักเรยี นกไ็ มส่ ามารถ
เรียนรู้ดว้ ยตนเองได้ ดงั น้ัน บริบทที่เก่ียวกับความถนัดและความสนใจของนักเรยี นจะชว่ ยใน
การสร้างเง่ือนไขทที่ าใหเ้ กิดกิจกรรมได้งา่ ยและเปิดกวา้ ง สัดส่วนของเวลาสาหรบั ช้ันเรยี น
ตามอัธยาศัย ทีมการศึกษาชั้นเรยี นอาจกาหนดคร่าวๆ แต่นักเรียนสามารถกาหนดได้เอง
หรือ จัดตารางเรยี นด้วยตวั เอง สิ่งทน่ี ักเรียนต้องบนั ทึก และมหี ลักฐาน จากช้ันเรียนตาม
อธั ยาศัย คือ “ต้นทนุ หรือ ทรพั ยากรของตนเอง” (Resources) ได้แก่ แนวคดิ ของตนเอง
ปญั หาอุปสรรค แนวทางการแกป้ ญั หาของตนเอง ความคาดหวังแนวคดิ อืน่ หรือแนวทางการ
แก้ปญั หาอยา่ งอืน่ เป็นต้น เพือ่ นาไปนัดหมายกบั ครหู รือเพ่อื นนักเรยี นต่อไป

5

ตัวอยา่ งการออกแบบโจทยแ์ ละสถานการณป์ ัญหาที่มบี รบิ ทและเง่ือนไขใหผ้ ู้เรยี นได้
แก้ปัญหาและเรียนรตู้ ามอธั ยาศยั ดงั ภาพท่ี 3

ภาพท่ี 3 นักเรียนแก้ปัญหาและเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองจากสถานการณป์ ัญหา
“นักประดษิ ฐ์คดิ ลกู ขา่ ง”

ช่วงท่ีสองคือ กา รเรียน รู้ในชั้น เรียน แบบเสมือน (Visual หรือ Virtual Live
Classroom: VLC) และ การเรยี นรู้ในชน้ั เรียนแบบเผชญิ หน้า (Face-to-Face Classroom:
FFC)

การเรยี นรู้ในช่วงทีส่ องน้ี จาเป็นตอ้ งมีการนดั หมายเวลากบั ครูเพ่ือใหม้ ีพื้นที่สาหรับ
การมปี ฏิสมั พันธ์ เพ่ือให้การเรียนรรู้ ่วมกนั หลังจากทเ่ี รียนรตู้ ามอัธยาศัยในชว่ งแรกมาแล้ว มี
“ตน้ ทุนหรือทรัพยากรของตนเอง” มาแลว้ อาจจะมีการนัดหมายแบบออนไลนด์ ังภาพที่ 4
ในกรณีท่ที าได้ กรณที ี่ทาไม่ได้ ไม่มีอินเตอรเ์ น็ต หรือมแี ต่ไมเ่ สถียร ก็สามารถนาผลงานติด
บอร์ดโรงเรียนเพื่อมาเรียนรู้ร่วมกันดังภาพที่ 5 ซึ่งชน้ั เรียนน้ีหัวใจสาคัญไม่ได้อยู่ท่ีการ
เช่ือมต่ออินเตอร์เน็ตแต่เน้นการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Together or Collaborative
Learning) ในบางกรณีอาจจะไมม่ ีครูอยดู่ ้วยกไ็ ด้

6

ภาพท่ี 4 ชั้นเรยี นแบบเสมอื นท่ีนัดหมายแบบออนไลน์เพอ่ื ให้เกิดการเรียนรู้รว่ มกนั

ภาพท่ี 5 นกั เรยี นเรียนรู้ร่วมกันผ่านผลงานท่ีนามาตดิ บอรด์ ของโรงเรยี น
กรณีช้ันเรียนที่ต้องนัดหมายกับครูและพบกันในพื้นทจี่ รงิ ดังภาพท่ี 6 อาจจะเพิ่ม
จดุ เนน้ ท่ีสามารถใชข้ ้อดขี องการมีความรู้สึกถึงความจริงที่สัมผัสได้ (Sense of reality) ซึ่ง
เป็นส่วนสาคัญของการเรียนรู้ของมนุษย์ โดยการเน้นการเรยี นรู้เพือ่ สร้างความตระหนกั โดย
“การสะทอ้ นผลการเรยี นรู้” เพอ่ื สร้าง “วิธีการเรียนรู้ (how to learn)” ของตนเองสาหรับ
ไวใ้ ชแ้ ก้ปัญหาในสถานการณ์อื่นๆ ต่อไป

7

ภาพที่ 6 ครแู ละนักเรียนนัดหมายเวลาและพบกนั ในพน้ื ที่จรงิ
จากช่วงของชั้นเรียนยอ่ ยๆ ทั้ง 2 หรอื 3 ช่วง ใน “โมเดลชน้ั เรยี นท่ีเนน้ การเรียนรู้
แบบผสมผสาน” (Blended Learning Classroom Model) การบรรลุเป้าหมายของช้ัน
เรียนในแต่ละชว่ งนนั้ จะนาไปส่กู ารสรา้ งสมรรถนะการเรียนรู้ (Learning Competency)
ของผู้เรยี นอยา่ งแท้จริง ผา่ นการแก้ปัญหาดว้ ยตนเอง ผา่ นการตระหนักด้วยตนเอง ทาให้
นกั เรียนมีวิธกี ารเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (How to Learn) โดยเปน็ มุมมองความคิดเกย่ี วกับ “การ
เรียนรูว้ ธิ ีการเรียนรู้จะตอ้ งเรยี นผ่านความตระหนกั ดว้ ยตนเอง” ซึ่งโมเดลช้ันเรียนทีเ่ น้นการ
เรียนรู้แบบผสมผสาน ถือเป็นเครอ่ื งมือในการจัดการช้ันเรยี นในสถานการณ์ปจั จบุ ันและ
อนาคตได้

8

เอกสารอ้างอิง

ไมตรี อนิ ทรป์ ระสิทธ.ิ์ (2546). การปฏิรูปกระบวนการเรยี นรู้วชิ าคณิตศาสตร์ในโรงเรียนโดยเน้น
กระบวนการทางคณติ ศาสตร์. ขอนแก่น: ขอนแก่นการพิมพ.์

ไมตรี อินทร์ประสทิ ธ์ิ และคณะ. (2550). การเตรียมบรบิ ทสาหรบั การนานวตั กรรมการพฒั นาวิชาชีพ
ครูแบบญี่ปนุ่ ที่เรียกว่า “การศกึ ษาชนั้ เรยี น” (Lesson Study) มาใช้ในประเทศไทย.
เอกสารหลงั การประชุมวชิ าการระดับชาติเครือขา่ ยญ่ีปุ่นศึกษาในประเทศไทยคร้งั ที่ 1. เครือข่าย
ญปี่ นุ่ ศกึ ษาในประเทศไทย: กรุงเทพมหานคร.

ไมตรี อนิ ทรป์ ระสิทธิ์ และคณะ. (2554). การพัฒนาวชิ าชีพครคู ณิตศาสตร์โดยใชก้ ารศึกษาช้นั เรยี น
และวิธกี ารแบบเปดิ . รายงานการวจิ ัยฉบบั สมบรู ณ.์ ศนู ย์ความเป็นเลศิ ด้านคณติ ศาสตร.์

ไมตรี อนิ ทร์ประสิทธิ์. (2554). การวจิ ัยและพัฒนานวัตกรรมเร่ืองการศึกษาชั้นเรียนเพ่ือการพัฒนา
เครือข่ายครคู ณติ ศาสตร.์ รายงานการวจิ ัยฉบับสมบรู ณ์. มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.

ไมตรี อินทร์ประสิทธ์ิ . (2 554). ชั้นเ รียนที่เ น้นกระบวนกา รแก้ปัญ หา ( Problem Solving
Classroom) ในบริบทการใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรยี น (Lesson Study) และวิธีการ
แบบเปิด (Open Approach). การประชมุ วชิ าการทางคณิตศาสตร์ ประจาปี 2554 ครง้ั ที่
16, วนั ท่ี 10-11 มนี าคม 2554: ขอนแก่น.

ไมตรี อินทร์ประสิทธ์ิ. (2557). กระบวนการแก้ปญั หาในคณติ ศาสตร์ระดบั โรงเรียน. ศนู ย์วจิ ัยคณิต
ศาสตรศึกษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น: ขอนแก่น.

ไมตรี อินทรป์ ระสทิ ธ์ิ. (2559). นวัตกรรมการศึกษาช้ันเรยี นและวธิ ีการแบบเปิดเพ่อื ยกระดบั คณุ ภาพ
ชนั้ เรียน และ การทา “kyozaikenkyu” ใน “การศกึ ษาชั้นเรยี น” และ “วธิ ีการแบบเปดิ ”.
[สไลด์]. ขอนแกน่ : ศูนยว์ จิ ัยคณิตศาสตาศกึ ษา.

ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์. (2562). 15 ปี ศูนย์วิจัยคณิตศาสตรศกึ ษา วิจัยและพัฒนานวตั กรรมเพ่ือ
วางรากฐานการพฒั นาประเทศ. ขอนแก่น : ศนู ย์วจิ ัยคณิตศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ไมตรี อินทร์ประสทิ ธ์ิ. (2563). 17 ปี ศูนย์วิจยั คณิตศาสตรศึกษา วจิ ัยและพัฒนานวัตกรรม เพ่ือ
วางรากฐานการพัฒนาประเทศ. ขอนแกน่ : ศูนยว์ จิ ัยคณติ ศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ไมตรี อนิ ทร์ประสทิ ธิ.์ (2564). การออกแบบการจดั การเรยี นการสอนช้ันเรียนแบบผสมผสาน (BLC).
เอกสารประกอบการอบรมสาหรับการนาหลักสูตรฐานสมรรถนะลงสู่ชั้ นเรียนโดยใช้
นวัตกรรมการศกึ ษาช้ันเรยี นและวธิ ีการแบบเปดิ . [สไลด์]. ขอนแก่น: สถาบันวจิ ัยและพฒั นา
วชิ าชพี ครสู าหรบั อาเซยี น.

9

Becker, J. & Shimada, S. (1 9 9 7 ) . The open – ended approach: A new proposal for
teaching mathematics. Reston, VA: NCTM.

Inprasitha, M. (2010). One Feature of Adaptive Lesson Study in Thailand-Designing Leaning
Unit. Proceeding of the 4 5 th Korean National Meeting of Mathematics
Education Dongkook University. (pp. 193-204). Korea: Gyeongju.

Inprasitha, M. (2 0 1 1 ) . One Feature of Adaptive Lesson Study in Thailand: Designing a
Leaning Unit. Journal of Science and Mathematics Education in Southeast
Asia, 34(1), 47-66.

Inprasitha, M. (2 0 1 1 ) . Lesson Study as an Innovation for Teacher Professional
Development: A Decade of Thailand Experience. Paper presentation at
ICER2011, Faculty of Education, Khon Kaen University.

Inprasitha, M., Isoda, M., Wang-Iverson, P., & Yeap, B. H. (Eds). (2 0 1 5 ) . Lesson study:
Challenges in mathematics education. Singapore: World Scientific.

Inprasitha, M. (2015). An open approach incorporating lesson study: An innovation
for teaching whole number arithmetic. In X. Sun, B. Kaur, & J. Novotna (Eds.),
The Twenty-third ICMI Study: Primary Mathematics Study on Whole Numbers (pp.
315–322). Macau, China: ICMI.

Inprasitha, M. (2 0 2 2 ) . Lesson Study and Open Approach Development in Thailand: a
Longitudinal Study. International Journal for Lesson and Learning Studies,
11(5). Hybrid: Emerald Publishing Limited.

Isoda, M. (2007). A brief History of Mathematics Lesson Study in Japan. In Isoda, M.,
Stephens, M., Ohara, Y., & Miyakawa, T. Japanese Lesson Study in Mathematics: Its
impact, Diversity and Potential for Educational Improvement. (pp. 8-15).Singapore:
World Scientific.

OECD. (2019). OECD future of Education and Skills 2030; OECD Learning Compass 2030, A

Series of Concept Notes. Secretary-General of the OECD. Retrieve from
https://www.oecd.org/education/2030project/contact/OECD_Learning_Compass_2030_Concep
t_Note_Series.pdf

Shimizu, S. (2006). Professional Development through Lesson Study: A Japanese
Case. Paper presented at the APEC International Symposium on Innovation and
Good Practices for Teaching and Learning Mathematics through Lesson Study.
Khon Kaen; Thailand.

10

ตัวอยา่ ง การออกแบบชน้ั เรยี นดว้ ยนวัตกรรม
การศกึ ษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวธิ กี ารแบบเปดิ (Open Approach)

ในรปู แบบการจดั การเรียนการสอนช้ันเรียนแบบผสมผสาน
(Blended Learning Classroom Model : BLC)

11

ODC

แผนการจ
ชั้นเรียนบรู ณาการ

(Computatio
ผ่านการเขยี นโปรแ

โปรแกรม

FFC

จดั การเรียนรู้ VLC
ร การคิดเชงิ คานวณ
onal Thinking)
แกรมขัน้ พืน้ ฐานด้วย
ม Scratch

12

Week 1 ภาพรวมกิจก

Week 2

กรรม 3 Week

Week 3

13

Week 1 VLC สถานการณป์ ญั หา

ตวั อย่างแนวคดิ นกั เรยี น ถ้าต้องการเคล่ือนย้ายตัวล
หนตู ามแนวเส้นทางจะทาอ
ตอ้ งเดนิ ตามเสน้ ทางเท่าน้นั
คาสัง่ ท่ี 1 : ใหน้ ักศึกษาออกแบบ
คาสง่ั ท่ี 2 : ใหน้ ักศกึ ษาทดลองต

ตวั

ละครแมวไปยังตัวละคร
อย่างไร โดยมีเงอื่ นไขคือ

บการคิดแกป้ ัญหาดว้ ย flowchart
ตอ่ บลอ็ กคาสั่งตามขัน้ ตอนวิธที อ่ี อกแบบไวใ้ น flowchart

วอยา่ งแนวคดิ นกั เรยี น

14

ODC Week 2

กิจกรรม ตวั อยา่ งแนวคดิ นกั เรยี
จัดกลุ่มแนวคิดที่เหมือนและต่างกัน และเตรียม
นาเสนอแนวคดิ ท่ีเกดิ ขึน้ ในแต่ละกลุม่ จากคาบทแ่ี ลว้

ลำดบั กำรสอนที่ 1

ตวั อยา่ งแนวคดิ นกั เรยี น คาส่งั เวลา คาสัง่ ถาดรบั ผลไม้
คาส่ังผลไม้

ตัวอย่างแนวคิดนักเรียน ลำดบั กำรสอนท่ี 2

ตัวอย่างแนวคิดนักเรียนVLC

2 ก่อนปรับแกไ้ ข ปรบั แกไ้ ขให้ถาดรับผลไม้เคลือ่ นทต่ี ามเมาส์

ยน
หลังปรับแกไ้ ข

กอ่ นปรบั แก้ไข ปรับแกไ้ ขใหถ้ าดรับผลไม้เคลื่อนทไี่ ปหาผลไม่เอง

หลังปรับแกไ้ ข

15

ODC We

กิจกรรม

กิจกรรม VLC
1. เข้ากลมุ่ ย่อยเพอ่ื นาเสนอผลงานในกลุม่ ย่อย และเลอื กผลงาน 2 ผลงาน
มานาเสนอในห้องรวม โดยนาเสนอมุมทตี่ า่ งจากเพอื่ น

2.นาเสนอชิ้นงานในแตล่ ะกลมุ่

ตัวอย่างแนวคิดนักเรียน

eek 3 ตัวอย่างแนวคิดนักเรียน

https://scratch.mit.edu/projects/629108616/

https://scratch.mit.edu/projects/629108616/

16

ODC

แผนการจัดการเรียน
ระดบั ประถม

กิจกรรม กลอ่ งหรร
เรื่อง รูปท

FFC

นรู้ช้ันเรยี นคณิตศาสตร์ VLC
มศกึ ษาตอนต้น
รษา หนว่ ยการเรยี นรู้
ทรงของกลอ่ ง

17

ODC

ลำดบั กำรสอนท่ี 1 แน
ลำดบั กำรสอนท่ี 1

ลำดบั กำรสอนที่ 2

ลำดบั กำรสอนท่ี 2
แนวคดิ นกั เรยี น

นวคดิ นกั เรยี น

18



19

การนาเสนอการพัฒนาการคิดของน

นักเรียนในชน้ั เรียนในระบบออนไลน์

20

ODC

แผนการจดั การเรยี น
ระดบั ชน้ั ประ
ชอื่ กจิ กรรม

FFC

นรชู้ น้ั เรยี นวทิ ยาศาสตร์ VLC
ะถมศึกษาปีท่ี 4
แรงดนั อากาศ

21

ODC

ให้นกั เรยี นทาบัง้ โป๊ ะ และลองเล่นก่อนเข้าร่วมชนั้
เรยี นจรงิ

FFC สถานการณป์ ัญหา ลำด
แนวคดิ นกั เรยี น สถ
ลำดบั กำรสอนท่ี 1


VLC

ดบั กำรสอนท่ี 2 สรุป
ถานการณป์ ัญหา
22
แนวคดิ นกั เรยี น



23

การใช้กระดานเพ่อื แสดงการพฒั

ฒนาการคิดของนักเรียนในช้ันเรยี น

24

ODC

แผนการจดั การเร
ชั้นประถม

กิจกรรม Fuwa

FFC

รยี นรู้ชน้ั เรียนศลิ ปะ VLC
มศึกษาปีที่ 2
a Fuwa Balloon

25

นาเสนอสถานการณป์ ัญหา นกั เรยี นแ

นกั เรยี นแกป้ ัญหาดว้ ยตวั เอง ผ

FFC

แกป้ ัญหาดว้ ยตวั เอง

ผลงานนกั เรยี น

26

ODC

แผนการจดั การเรียน
STEAM E
ช้นั มธั ยม

กิจกรรม Wal

FFC

นรู้ชนั้ เรียนบูรณาการ VLC
Education
ศกึ ษาปที ี่ 4
lking Monster

27

ODC

ลำดบั กำรสอนท่ี 1 แนวคดิ นกั เรยี น ลำดบั กำรสอน
สถานการณ์ปัญหา สรุป สถานการณ์ปัญ

แนวคดิ นกั เรยี น แนวคดิ นกั เรยี


Click to View FlipBook Version