VLC นักเรยี นรว่ มแลกเปลย่ี นเรยี นรู้จากทไ่ี ดส้ ร้าง Monster
นที่ 2
ญหา สรุป
FFC
ยน
28
29
ODC
แผนการจัดการเรยี น
ชนั้ ประถม
กิจกรรม ไป
หน่วยการเรียน
FFC
นรู้ช้นั เรยี นบูรณาการ VLC
มศกึ ษาปีท่ี 4
ปเทีย่ วกันเถอะ
นรู้ เรือ่ ง อุณหภูมิ
30
ODC FFC
สถำนกำรณ์ปญั หำที่ 1 : ถ้าในอนาคตสถานการณ์
การแพร่ระบาดของเชือ้ ไวรสั COVID-19 ทวั่ โลกได้
คลีค่ ลายลง นักเรียนอยากไปเทย่ี วท่ีประเทศไหนบ้าง เพราะ
อะไรถึงเลอื กประเทศนัน้
คำสงั่ ที่ 1 : ใหน้ ักเรียนสืบค้นประเทศ และสภาพอากาศของ
ประเทศทน่ี ักเรยี นอยากไปเทีย่ ว พร้อมบอกเหตผุ ล
สถำนกำรณ์ปัญหำท่ี 2 : นั กเรยี นมปี ระเทศท่ีอยากไปเทีย่ ว
มากมาย เรามาดูประเทศหนึ่งท่ีมวี ฒั นธรรมที่น่าสนใจ และ
ได้รับความนิ ยมจากนักท่องเท่ยี วอย่างมาก นั กเรยี นคิดวา่
ประเทศนั้นคอื ประเทศอะไร (ประเทศญ่ปี ่ ุน) เรามาดูแผนท่ี
ประเทศญ่ปี ่ นุ กันเถอะ
คำสั่งท่ี 2 : จากแผนที่ประเทศญี่ป่ ุนนักเรียนสังเกตเห็น
อะไรบา้ ง
ลำดบั กำรสอนที่ 1
สถานการณป์ ัญหา
แนวคดิ นกั เรยี น
VLC
ลำดบั กำรสอนท่ี 2
สถานการณป์ ัญหา
แนวคดิ นกั เรยี น
31
32
การใช้กระดานเพ่อื แสดงการพฒั
ฒนาการคิดของนักเรียนในช้ันเรยี น
33
ODC
แผนการจดั การเรยี น
ชน้ั มธั ยม
กจิ กรรม พลังงานสะ
หนว่ ยการเรยี นรู้ เร
FFC
นรู้ช้ันเรียนบูรณาการ VLC
ศกึ ษาปที ี่ 3
ะอาดในชีวิตประจาวัน
รื่อง สมการกาลังสอง
34
ODC
ลำดบั กำรสอนท่ี 1 1. นาเสนอสถานการณ์ ปัญหา: ค
นกั เรียนในกจิ กรรม On-demand ก
กล่มุ แนวคดิ ของนกั เรยี น 3 – 4 คน
2. อภิ ปรายทงั้ ชนั้ เรยี น: แต่ละกล
ประเดน็ 1) จากการสบื ค้นข้อมลู พล
พลงั งานสะอาด 1 อย่างท่ีนกั เรียน
เหตุผลประกอบ
ลำดบั กำรสอนท่ี 3 แนวคดิ นกั เรยี
สถานการณป์ ัญหา
ครูทบทวนและอภิ ปรายร่ วมกันกบั
การสืบคน้ เรือ่ งพลงั งานสะอาด (จดั
น จานวน 5 กล่มุ ) ลำดบั กำรสอนที่ 2
สถานการณป์ ัญหา
ลุ่มนาเสนอแนวคิดหน้าชนั้ เรียนใน VLC
ลังงานสะอาดมอี ะไรบ้าง 2) ใหเ้ ลอื ก
นสามารถนามาใช้ในบ้าน พรอ้ มให้
แนวคดิ นกั เรยี น
FFC
ยน สรุป
35
36
การใช้กระดานเพ่อื แสดงการพฒั
ฒนาการคิดของนักเรียนในช้ันเรยี น
37
การใชน้ วัตกรรมการศึกษาชน้ั เรยี น
(Lesson Study) และวธิ ีการแบบเปดิ (Open Approach)
กรณศี ึกษา (Case Study)
38
การใช้นวตั กรรมการศกึ ษาชั้นเรียนและวิธกี ารแบบเปิด
กรณศี กึ ษาโรงเรียนบา้ นรุงสมบรู ณ์
คุณครูศริ ิวรรณ สายชมภู
ดฉิ ันมีประสบการณใ์ นเส้นทางการสอนเป็นเวลา 3 ปี เมือ่ มาบรรจุทโี่ รงเรียนบา้ น
รุงสมบูรณ์ได้ทราบว่า ทางโรงเรียนได้เขา้ รว่ มโครงการพัฒนาการคิดขั้นสงู ทางคณิตศาสตร์ที่
ดูแลโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (หัวหน้าโครงกา รคือ รองศาสตรา จารย์ ดร . ไมตรี
อนิ ทร์ประสิทธิ์) ส่วนตวั ก็ไม่ทราบข้อมูลเก่ียวกบั ตวั นวัตกรรมนี้มาก่อนว่าคืออะไร มีรูปแบบ
การสอนอย่างไร จนกระท่ังทา่ นผู้บรหิ ารไดส้ ่งให้ไปเข้ารว่ มอบรม ประชุม สังเกตการเปดิ ช้ั น
เรยี นที่เกี่ยวข้องกบั การใช้นวตั กรรม เดินสายเป็นผู้ชม ผู้ฟงั มาโดยตลอดก็วา่ ได้ ทาให้ไดพ้ อ
ทราบถึงนวัตกรรม LS-OA มากข้ึน ว่าทั้งสองกระบวนการนี้มักจะนามาใช้ควบค่กู ัน โดย
Open Approach คอื การจัดการเรยี นรู้ทคี่ รูใช้โจทยส์ ถานการณ์ปัญหาปลายเปิดในการ
ขับเคลอื่ นกระบวนการเรียนร้ขู องผู้เรียน โดยท่ผี ู้เรียนแต่ละคนเป็นผู้นาเสนอวธิ ีการแกป้ ัญหา
ของตน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรรู้ ่วมกนั ในชั้นเรียน เพ่ือเรยี นรู้วิธกี ารคดิ ของตนเองและของ
ผู้อ่ืน ร่วมกนั กระบวนการเรยี นรูแ้ บบ Open Approach น้นั บทบาทของครจู ะเปลีย่ นไปจาก
ทีเ่ คยเน้นการบรรยาย ป้อนกอ้ นความร้ใู หน้ กั เรยี นเข้าใจ แตใ่ นกระบวนการนเี้ ปล่ยี นครเู ปน็ ผู้
ส่งเสริมผู้เรยี นให้ลองผิดลองถูกจนสามารถสร้างความรขู้ ้ึนได้ดว้ ยตนเอง ซ่งึ ในชว่ งปีแรกทีพ่ อ
ได้รู้จักนวัตกรรมบา้ งแลว้ แต่ยงั รู้สึกว่ามนั เป็นไปไดย้ าก ทค่ี รูจะได้ทาไดจ้ ริง ๆ ซ่ึงยอมรับว่า
ยงั มคี วามคิดทต่ี อ่ ต้านเล็กๆ ว่าอาจจะยงั ไม่เหมาะสมกับนกั เรียนของเรา การเตรียมกิจกรรม
คอ่ นข้างยุ่งยาก ทาให้ยงั ไมไ่ ดจ้ ริงจงั กับรูปแบบการนานวัตกรรมมาใช้ เริ่มเขา้ สปู่ ีท่ี 2 จากปี
แรกที่ใช้รูปแบบการสอนของตนเองที่เน้น active learning นักเรียนก็สนกุ มคี วามสุขกบั การ
เรียนดี รูปแบบการสอนของตนเองน่าจะไปได้ดีแลว้ แต่สังเกตเห็นวา่ นกั เรียนมีความจา
ระยะส้ัน ในการเรยี นรู้ ในบางเรอ่ื ง บางหวั ข้อท่ีสอนนักเรียนยงั ไมเ่ กิดความเขา้ ใจของตวั เอง
จรงิ ๆ เปน็ แค่ความเขา้ ใจท่ีครูยืน่ ให้ จึงมีความคิดจรงิ จังท่ีอยากจะลองนานวตั กรรมนมี้ า
39
ปรับใช้ในชัน้ เรยี นจรงิ ๆ อยากรู้วา่ นักเรยี นในชั้นที่เราสอนจะเปลยี่ นไปได้มากน้อยแค่ไหน
น่นั เป็นจุดเปล่ยี นทอี่ ยากจะลองพิสูจน์
ประสบการณ์ทางานทเี่ กี่ยวขอ้ งกับนวัตกรรมการศึกษาชัน้ เรียนและวธิ ีการแบบเปิด
คอื ได้เข้าร่วมประชมุ วิชาการด้านคณิตศาสตรศกึ ษา เข้าร่วมการเปิดชั้นเรยี นระดบั ชาติที่
มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ได้ไปสงั เกตการเปิดชั้นเรียนของคณุ ครูทีเ่ ปิดชน้ั เรียนในเครอื ข่าย
เดียวกัน มีโอกาสไดเ้ ป็นครูพ่ีเลี้ยงนักศึกษาฝึกสอนที่มาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา
สาขาวิชาคณติ ศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รว่ มกันสร้างแผน PLC สัปดาห์ละ 1
ครง้ั ได้รว่ มสงั เกตการสอน สะทอ้ นผล ซง่ึ ทาให้ไดร้ ้แู ละเข้าใจวา่ การทางานเป็นทีม ทาใหง้ าน
ไปถงึ เปา้ หมายได้เร็วข้ึน และนบั ว่าเป็นความโชคดีที่มีผู้บรหิ ารที่ใส่ใจและมที มี ท่ีมเี ป้าหมาย
เดียวกนั ร่วมดว้ ยช่วยกนั คดิ ทาใหม้ กี าลังแรงใจในการทางาน สว่ นของการนานวตั กรรมมาใช้
ในชัน้ เรียนและโรงเรียน ดิฉนั ได้เริ่มจากการลองผิดลองถูกในการทดลองสอนครั้งแรก ใน
รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการวัดระยะ การสอนคร้ังแรกโดยนวัตกรรมนี้ ยอมรับเลยว่า
ตื่นเต้นมาก ตอ้ งอดทนที่จะเก็บคาพดู ไว้เพ่อื รอคาตอบจากนักเรียน ซ่ึงการสอนเกินเวลาไป
มาก แต่สิ่งที่ได้เห็น ในคาบน้ันคือนักเรียนตอบพร่ังพรูควา มคิดออกมา ได้เยอะมา ก
ตัวครูผูส้ อนเองด้วยประสบการณท์ ่ียังไม่มเี ลยในการปฏิบัตจิ รงิ ทาใหย้ งั จับแนวคิดได้ไม่ดีพอ
แต่เร่มิ เห็นถงึ แสงสวา่ งเลก็ ๆ แล้วว่าวธิ กี ารน้ี เดก็ ๆได้ใช้แนวคดิ ของเขาสะทอ้ นความเข้าใจใน
คาบเรียนนนั้ ออกมาได้ โดยที่ครูไม่ได้พูดบอกเลย คุณครไู ดเ้ รียนรู้ไปพร้อมกับเด็กนักเรยี น
และตั้งใจทจ่ี ะใช้นวัตกรรมมาปรับใชใ้ นห้องเรยี นเพอื่ มีเป้าหมายทีจ่ ะเปล่ียนแปลงช้ันเรียน
โดยเน้นกระบวนการคดิ ของนักเรียนอย่างจรงิ จัง
จากนั้นดฉิ ันได้มโี อกาสการเปิดชน้ั เรียนคร้ังแรกในวนั ศุกรท์ ่ี 26 มนี าคม 2564 ซึ่งถือ
ว่าเป็นควา มท้า ทายอีกครั้งหน่ึงเพราะการ เปิดช้ัน เรียนในรา ยวิชาบูรณา กา ร อื่น ท่ี
นอกเหนือจากคณติ ศาสตร์ ซ่ึงเปิดช้ันเรยี นในรายวิชาภาษาไทย ในเร่ืองการเขยี นจดหมายลา
ครู ยอมรับว่าเครียดและกดดนั เป็นอย่างมากในการคิดสถานการณ์ปัญหาให้สอดคลอ้ งกับ
โลกจริงของนักเรียน แต่ด้วยกาลงั ใจและการสนับสนุนทีด่ ีจากผู้บรหิ าร จากทีมท่ีได้ช่วยกัน
วางแผน จนทาใหก้ ิจกรรมในวันนน้ั นับว่าประสบผลสาเร็จ ส่งผลออกมาผ่านตัวผเู้ รยี นเองว่า
มีความสขุ กบั การเรียนรู้ และได้เห็นแนวคดิ ของนกั เรียนทีถ่ า่ ยทอดออกมา ผลตอบรบั ทไี่ ด้
จากการถามนกั เรียนว่าชอบการเรียนแบบไหน นกั เรียนบอกว่าชอบการเรยี นในกระบวนการ
Open Approach นับจากวนั น้ันกไ็ ด้เริ่มใช้วิธีการแบบเปิดมาบูรณาการรว่ มกับรายวชิ าอน่ื ๆ
ดว้ ย ภาษาไทย วทิ ยาศาสตร์ ขอยอมรบั เลยว่าการสอนของตัวดิฉันเองในแตล่ ะช่ัวโมงคือการ
40
เรียนรู้ ท่ีครูไดเ้ รียนรู้ไปพร้อมกับนกั เรียน นับว่าเป็นการเรียนรูท้ ่ีไม่ส้ินสดุ ที่ต้องต่อยอด
ปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไปเรือ่ ย ๆ
ชน้ั เรยี นที่ใช้นวัตกรรมการศึกษาชัน้ เรียนและวิธกี ารแบบเปดิ รายวิชาภาษาไทย
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3 เรื่อง สร้างจินตนาการด้วยการเขียนเร่อื งจากภาพ
ขัน้ ที่ 1 นาเสนอสถานการณ์ปญั หา
ครเู ลือกสถานการณท์ ีก่ าลังเปน็ ข่าว เรื่องการข้ามทางมา้ ลาย มาเปน็ สถานการณ์
ปัญหาที่ สอดคล้องกบั โลกจรงิ ของนักเรยี น
1. ครูนาเสนอสถานการณ์ปญั หา เพิ่มความสนใจของผ้เู รียนโดยการนากระดาษขาว
มาปิดทับภาพสถานการณป์ ญั หา และปลดกระดุมทลี ะเม็ด ใหน้ ักเรียนเหน็ ภาพทลี ะมมุ เพื่อ
สรา้ งความนา่ สนใจใหก้ บั ผูเ้ รยี น
2. ครูใหน้ กั เรยี นได้สังเกตภาพ และใช้คาถามกระตุ้นความคดิ ผู้เรยี น
3. ภาพสถานการณป์ ัญหาเดก็ ขา้ มทางม้าลาย ทมี่ ีตัวละครเปน็ นกั เรยี นในชน้ั เรยี น
4. ครูให้นกั เรยี นอา่ นคาสั่งกอ่ นลงมอื ทาใบกิจกรรม
ขน้ั ที่ 2 นักเรียนเรยี นรู้ด้วยตนเอง
นักเรียนแต่ละกลุ่มทาใบกจิ กรรม ตามคาส่ังทป่ี รากฏในใบกจิ กรรม สมาชกิ ในกล่มุ ร่วมกัน
วางแผนและชว่ ยกันทางาน
41
ข้ันท่ี 3 อภปิ รายรว่ มกนั ทัง้ ช้ันเรยี น
นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันนาเสนอแนวคิดกลุ่มของตนเองและอภปิ รายกบั เพ่ือนในหอ้ ง
ขน้ั ที่ 4 สรุปเชื่อมโยงแนวคิดของนกั เรียน
นกั เรียนบอกได้ว่าโครงเรื่องตอ้ งประกอบไปด้วย ใคร ทาอะไร ทไี่ หน เมื่อไหร่
อยา่ งไร เนื้อเรื่องที่เขียนจะตอ้ งสอดคล้องกบั โครงเร่ือง อีกทั้งนักเรียนยังสามารถใหข้ อ้ คดิ ได้
ว่าข้ามทางมา้ ลายแลว้ จะให้ให้ปลอดภยั ลดอบุ ัตเิ หตุได้
42
การประเมินเพ่อื พัฒนา (Formative Assessment)
การในขณะท่ีนกั เรยี น เรยี นร้คู ือครตู ้องสังเกตแนวคิดของผเู้ รียนในขณะทผ่ี ้เู รียนทา
ใบกจิ กรรม ครตู อ้ งต้ังใจสงั เกต โดยไม่ไปช้ีแนวคิดของนักเรียน ครูต้องมสี ติ วเิ คราะห์แนวคิด
ของผู้เรียน ซึ่งจากคาดการณ์แนวคดิ ของผู้เรียนทไี่ ด้คาดไวใ้ นแผน ครูสามารถใช้คาถามดึง
แนวคิดตามท่คี าดการณไ์ วไ้ ด้เลย แต่ถา้ แนวคิดของผู้เรยี นนอกเหนือจากคาดการณ์ไว้ในแผน
ครตู ้องวเิ คราะหค์ าตอบและใชค้ าถามเพอ่ื ดึงแนวคิดท่ีนักเรียนเขียนออกมาในใบกิจกรรม
ออกมานาเสนอแนวคดิ เพื่อให้เพือ่ นในชั้นได้รู้แนวคิด จากการทางานทงั้ กลุม่ และเด่ียวครู
จะต้องจดจาข้อจากดั ของนักเรียนแต่ละคนเพื่อประเมนิ พฒั นาการในแตล่ ะคาบของผู้เรียน
ผา่ นการแก้โจทย์ปญั หา ครูต้องตอบสนองผลการประเมินอย่างเหมาะสมและทันเวลา ครูตอ้ ง
จบั ประเดน็ สิ่งท่ีนักเรียนอธบิ ายแนวคิดใหไ้ ด้
43
เนื้อเรื่องแต่งได้สอดคลอ้ งไปในทศิ ทาง
เดยี วกนั กับโครงเรอ่ื งทเี่ ขียน ช่ือเรอ่ื ง
เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั เรอ่ื งที่เขยี น
นกั เรียนกลุ่มน้ีมีการวางแผนงานกอ่ นลงมือทา
คอื รา่ งโครงด้วยดินสอกอ่ นแลว้ จึงลงปากกา
นกั เรยี นสามารถให้ขอ้ คดิ จากภาพได้ มกี าร
สรุปท้ายเรื่องในเรื่องของการข้ามถนนได้อย่าง
ปลอดภยั ไมเ่ กดิ อันตราย
นกั เรียนเลือกใชภ้ าษาไดเ้ หมาะสมเหมาะสม
แต่ยังมีขอ้ ความทเี่ ขียนผดิ
มกี ารใชเ้ คร่อื งหมาย อญั ประกาศทตี่ ้องการ
เน้นเป็นคาพดู ของตัวละครในเรอ่ื งใหเ้ ด่นชัด
มากขน้ึ
การเปลย่ี นแปลงท่เี กดิ ขึ้นกับ “ผอู้ านวยการโรงเรียน” “ครู” และ “นักเรียน”
ผ้อู านวยการโรงเรียน การเปลี่ยนแปลงท่ีเกดิ ขึ้นคือผูบ้ รหิ าร ผูอ้ านวยการพล สาลี
มีความใส่ใจในการทางานของคณะครแู ละหวังผลที่จะทาให้นักเรียนมีพัฒนาการทางด้าน
แนวคดิ ผบู้ รกิ ารจะเขา้ มาสังเกตช้นั เรยี นอยา่ งๆสมา่ เสมอ มีการเขา้ รว่ มวง PLC ตามตารางที่
ทางโรงเรยี นได้กาหนดขน้ึ อานวยความสะดวกให้คณะครใู นการออกแบบจัดการเรยี นรู้ เป็น
กาลังหลักในการทางาน เป็นขวัญกาลังใจในการทางานของคณะครู
44
ครู การเปลย่ี นแปลงท่เี หน็ ไดช้ ดั ทีส่ ุดคอื ตวั ครผู ู้สอนเองมีความกระตือรือรน้ ในตัวเอง
มากข้นึ การปรับปรงุ พัฒนาตัวเองอย่เู สมอ ปรบั ปรุงแกไ้ ขรูปแบบการสอนของตัวเองในแตล่ ะ
คาบให้เหมาะสมกับผู้เรียนมากท่ีสุด อกี ท้ังเห็นการทางานเปน็ ทีมของคณะครมู ีการ PLC
สัปดาห์ละ 1 ครั้งตามช่วงช้ันที่ตนเองสอน คณะครูได้มีเวลาพูดคุยกันมากขึ้น ได้ร่วม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้เร่ือง รว่ มกันเขยี นแผน สร้างสถานการณ์ปัญหา ทาให้คณะครใู นทีมมี
ความสนทิ สนมกนั มากขึน้ เห็นใจกัน ไม่ได้คดิ คนเดียว เหนื่อยคนเดยี ว แต่ทางานเปน็ ทีม ทา
ให้งานไปสเู่ ป้าหมายไดม้ ีประสทิ ธิภาพมากย่งิ ข้นึ
นักเรียน จากท่ีสังเกตนกั เรยี นในทกุ คาบ ของชว่ งของการทากิจกรรมส่ิงที่สะท้อน
ออกมาให้เห็นได้ชัดเจนเลยคือ สีหน้าแววตา ท่าทางของ น้าเสียงของนักเรียนท่บี ่งบอกวา่ มี
ความสขุ สนุกสานไปกับกจิ กรรมท่ีได้ทา รอยย้ิม เสียงหัวเราะ ความต้ังใจ ส่งผ่านออกมาใน
ในทกุ ชว่ งนาทีของการทากิจกรรม ซ่ึงส่ิงทค่ี ุณครอู นุมานไดจ้ ากทา่ ทางของนกั เรียนนนั้ กน็ ับว่า
เป็นไปตามที่คุณครูคิดไว้เพราะวา่ คุณครูไดส้ อบถามนักเรยี นต่อความรู้สึกทม่ี ีตอ่ การเรยี น
นักเรียนตอบเปน็ เสียงเดยี วกนั เลยว่าชอบ สนุก ชอบที่ได้เหน็ สถานการณใ์ หม่ๆในแตล่ ะคาบ
ทสี่ ร้างความตื่นเต้นอยากรู้ว่าวันนีจ้ ะเรยี นอะไร อยากเรียนทุกวนั และส่งิ ท่ีนักเรียนชอบท่ีสุด
คงเปน็ การได้ออกมาอธิบายแนวคิด อยากออกมาพูดแนวคิดของตัวเองให้ครู ใหเ้ พ่ือนๆได้รู้
แนวคิดของเขา เด็กๆไม่ได้กลวั คาตอบของเขาว่าจะผิดหรอื ถูก แต่เขาจะรู้วา่ แนวคิดของเขา
ไม่เหมอื นเพ่ือน โดยวิธกี ารฟังแนวคดิ ของเพอ่ื นกลุ่มอ่ืนมานาเสนอ เขาจะได้แนวคิดใหมๆ่ ใน
ระหว่างที่เพ่ือนกลุ่มอ่นื ออกมาอธิบายแนวคิด เห็นได้วา่ นักเรียนมีการยอมรับฟังความคิด
แนวคิดของผอู้ ่ืนดว้ ย ได้เหน็ ถึงพฒั นาการของนักเรยี นท่มี ีความคดิ กลา้ แสดงออก มแี นวคิด
เป็นของตวั เองมากย่ิงข้ึน
45
การใชน้ วัตกรรมการศกึ ษาช้ันเรยี นและวิธกี ารแบบเปิด
กรณศี กึ ษาโรงเรียนภักดีศกึ ษามลู นธิ ิ
คณุ ครธู ีรารตั น์ สนั โต๊ะเสน็
การเร่ิมต้นการสอนด้วยนวัตกรรมการศึกษาชนั้ เรียนและวิธีการแบบเปิด ในปี
การศกึ ษา 2562 เริ่มจากการสอนในระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 โดยมีคุณครูอีกท่านเริ่ม
สอนในชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ซึ่งในขณะน้นั ถือว่าเป็นเรื่องที่คอ่ นข้างยาก เพราะนกั เรียนใน
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2 นนั้ ไมค่ ุ้นชินกบั แนวการสอนด้วยด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรยี น
และวิธีการแบบเปิด คุณครูต้องใช้ความพยายามเป็นอยา่ งมากใน การทจ่ี ะดงึ แนวคิดของ
นักเรยี นออกมาให้ได้มากท่ีสดุ พยายามท่ีจะสรา้ งพื้นที่ปลอดภัยในการนาเสนอแนวคดิ ไม่
กลัวผิด หรอื ไม่มัวแตร่ อการอธิบายจากคุณครู ส่วนในมุมของการเริ่มต้นในส่วนของคณุ ครู
ตอ้ งเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้ความรู้ เป็นผ้สู งั เกต ผวู้ ิจยั และคอยสงั เกตแนวคดิ ของนกั เรยี น
จากสถานการณ์ปัญหาที่ใกลเ้ คียงกับบริบทของนักเรียน อีกทั้งยังต้องถอดบทเรียนจาก
หนังสือเรียน เพื่อให้แต่ละคาบเรียนนัน้ ไดบ้ รรลุตามวัตถุประสงค์ และนักเรียนเกิดความ
ตระหนักรู้ และเห็นคณุ ค่าของเน้อื หาท่เี ชอื่ มโยงกับการใช้ชวี ติ ประจาวัน โดยตนเองเร่ิมการ
ทางานโดยการปฏิบัติหน้าที่ในตาแหน่งครูผู้สอนในปกี ารศึกษา 2556 จนกระท่ังถึงปัจจุบนั มี
อายุการทางานทง้ั หมดปีนี้เป็นปีท่ี 7 และได้มีโอกาสสอนในรายวิชาคณติ ศาสตร์ในระดับ
ประถมศึกษาตอนต้นมาโดยตลอดระยะเวลา 7 ปี แต่ในการเริ่มตน้ การปฏิบัตงิ านทีโ่ รงเรียน
ภักดศี ึกษามูลนิธิ ไดเ้ รม่ิ ทาการสอนเม่อื ปีพ.ศ. 2560 จนถึงปัจจบุ นั รวมเปน็ ระยะเวลา 4 ปี
ด้วยกัน
จากผลของการปรบั เปลี่ยนมาใชน้ วัตกรรมการศกึ ษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปดิ ใน
ปีแรก นกั เรยี นมีการเปล่ียนแปลงไปในทางทีดีขน้ึ มีความกล้าแสดงออกมากย่ิงข้ึน รู้สึก
ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น และสนุกไปกับเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ จนในปัจจบุ นั จึงมี
การปรบั ใชต้ ่อเนอื่ งไปในช้ันอนื่ ๆ และเพ่ิมเติมในรายวิชาวทิ ยาศาสตร์ โดยมกี ารทา MOU
กับทางมหาวิทยาลัยทักษิณ และมีการเปิดชั้นเรียนให้คณะนักศึกษาไดเ้ ข้าสังเกตการสอน
และเข้าฝึกสอน กับนักเรียนท้ังในรายวชิ าคณติ ศาสตร์และวิทยาศาสตร์
46
ชั้นเรียนทใ่ี ช้นวัตกรรมการศกึ ษาชน้ั เรียนและวิธกี ารแบบเปดิ รายวิชาคณติ ศาสตร์
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 หน่วยการเรียนรู้ เร่ือง จานวนไม่เกนิ 1000
ขัน้ ท่ี 1 ขั้นนาเสนอสถานการณ์ปัญหา
ในขน้ั นาเสนอสถานการณป์ ญั หานัน้ ส่ิงทต่ี ้องคานึงคือ การเข้าถึงบริบทของนกั เรยี น
สร้างผูกโยงเร่ืองราวให้เป็นส่ิงที่อยู่ใกล้ตัวนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สึกร่วมใน
สถานการณ์เหลา่ นั้น ให้นกั เรยี นเกดิ ความรู้สึกนึกคิดวา่ นคี่ ือปัญหาของตนเอง ไม่ใชป่ ัญหา
ของครูท่ีให้นักเรยี นแก้ ครจู ะเป็นผู้ช่วยสร้างภาวะพรอ้ มเรยี นรู้ ทั้งนเ้ี พอ่ื ให้นกั เรียนได้เกิด
ความตระหนักรวู้ ่าจะนาส่ิงที่ได้จากการเรียนรู้น้ันไปปรับใช้ตอ่ ในชวี ิตได้อย่างไร และเป็นการ
สร้างความนา่ สนใจน่าติดตามนาไปส่คู วามต้องการอยากเรยี นรูด้ ้วยตนเอง ซ่ึงเปน็ การเปิด
ประเด็นเพือ่ นาไปสู่ข้ันตอนกระบวนการจดั การเรียนการสอนในลาดบั ถัดไป เชน่ ในชัน้ เรียน
น้ี ภาพจากหนังสอื เปน็ เรอ่ื งราวของนกทม่ี ีจานวนมากมาย ภาพทางซ้ายมอื นกเกาะกลุ่มกัน
กลมุ่ ละ 10 และ ภาพขวามือ นกอย่กู ันแบบกระจดั กระจาย คุณครูเลยชวนนักเรียนคุยว่า
นักเรยี นเคยเหน็ นกเยอะ ๆ แบบนท้ี ีไ่ หนบา้ ง และนกในภาพสองภาพนี้ ต่างกนั อย่างไร หาก
เราต้องการหาจานวนนกในภาพซา้ ยมือ และขวามือ เราจะมีวธิ ีหาไดอ้ ย่างไรใหง้ ่ายและ
ถกู ตอ้ ง เพือ่ ที่จะนาเขา้ สู่สถานการณ์ปญั หา
ขน้ั ที่ 2 นักเรยี นเรียนรู้ด้วยตนเอง
มาถึงข้ันตอนการเรียนรู้ด้วยตนเอง เมือ่ นักเรียนมีความรู้สึกร่วมกับสถานการณ์
ปญั หาท่ีถูกนาเสนอในข้างตน้ แล้ว ข้ันตอนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ผ้เู รียนลงมือแก้ปัญหาหรือ
สรา้ งสรรค์ภายใต้เง่อื นไขของโจทย์ที่ได้มา เมื่อผู้เรยี นกาลังต่อสู้หรอื จัดการกับเง่อื นไขหรือ
โจทย์ท่ีกาลังเผชิญด้วยแรงขับเชิงบวกน้นั ผู้เรียนกาลังสร้างความรู้ความสามารถชดุ ใหม่ข้ึน
ดว้ ย ข้ันตอนนี้นกั เรยี นจะเกดิ ความท้าทายในตนเอง มคี วามพยายามในการคิดแกป้ ัญหาดว้ ย
ตวั เองมากยง่ิ ขน้ึ ภายใต้เงอ่ื นไขคาสัง่ ท่จี ะเป็นทง้ั ตัวกระตุ้นใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ รวมถึงจะเป็นส่ิง
นาทางให้นักเรียนได้คิดสร้างสรรคว์ ิธีการแก้ปัญหาของตนเอง มคี วามกล้าท่ีจะแสดงความ
คิดเห็นของตนเอง กล้าท่จี ะมีความคิดเหน็ ท่แี ตกต่างจากเพื่อน รูปแบบในขั้นตอนนี้ อาจจะ
47
ทาเดี่ยว หรือเปน็ กลุม่ ก็ได้ และท่ีสาคญั มาก ๆ คอื ข้ันตอนน้ี ครจู ะต้องเปลย่ี นบทบาทตวั เอง
อย่างสิ้นเชิง จากครูผู้สอน เป็นคุณครูผสู้ ังเกตการณ์ เป็นนักวิจัย ที่จะศึกษาข้ันตอนและ
กระบวนการคิดของนักเรยี น เพ่ือที่จะนาแนวคิดตา่ ง ๆ ไปถกั ทอร้อยเรยี ง จากแนวคิดท่คี าด
เคลือ่ น สู่แนวคิดท่ีมีความสมบรู ณม์ ากทีส่ ุด เช่น ในชว่ั โมงน้ี นักเรียนได้ทราบจานวนของนก
ท้ังหมดแล้ว โดยเห็นด้วยว่า การนับเป็นกลุ่มสบิ จะนับได้ง่ายและตรวจสอบได้ และจะ
นาไปสกู่ ารนบั จานวนที่มากกว่า 100 โดยใชบ้ ลอ็ ก 10 แทนจานวนนกกลมุ่ สิบ เมื่อนบั จานวน
ที่เกนิ 100 นักเรยี นจะไดเ้ ข้าใจและรู้จัก แท่งรอ้ ย และหลักร้อยต่อไป
ข้ันที่ 3 อภปิ รายร่วมกันทั้งชน้ั เรยี น
เป็นช่วงเวลาท่ีผู้เรียนได้นาเสนอวิธีการ และผลของการแก้ปัญหา หรือ การ
สร้างสรรค์ของตนกับเพอื่ น และพร้อมกนั นั้นก็เปน็ การแลกเปล่ยี นเรยี นร้วู ิธกี ารและผลลพั ธ์ที่
แตกต่างกันเพอ่ื ร่วมกันศึกษา เปรียบเทียบ พิจารณา ประเมิน รวมถึงจดั ระเบียบวิธีการและ
ผลลัพธ์ท่ีแตกต่างเหล่าน้นั เพื่อหาข้อสรุปให้เป็นองค์ความรใู้ นเนอื้ หาสาระนน้ั ๆ ขั้น
นาเสนอและแลกเปลยี่ นเรียนรู้เป็นการเปิดศกั ยภาพ และ สมรรถภาพของผู้เรยี นทกุ คนเป็น
ขน้ั ตอนท่ีสามารถพัฒนาทักษะของนักเรียนได้หลาย ๆ ด้าน เชน่ การฝึกความกลา้ แสดงออก
ฝึกการเรยี บเรียงลาดับข้ันตอนเพื่อท่ีจะอธิบายให้เพ่ือน ๆ ได้เข้าใจแนวคดิ ของตนเอง และ
เป็นขนั้ ตอนการะบวนการเรียนรู้ท่ีนักเรยี นได้แสดงความเป็นตัวตนของตนเอง แตก่ ว่าท่ี
ความรู้สกึ นีจ้ ะเกิดขนึ้ กับตวั ผเู้ รียนนนั้ ในบทบาทหน้าที่ของคนเป็นครจู ะต้อง ปรับเปลยี่ น
ทศั นคตใิ นกระบวนการเรียนรใู้ หม่ โดยไมม่ ่งุ หวงั แตค่ าตอบที่ถกู ตอ้ งจากนักเรียน แตจ่ ะต้อง
ให้ความสาคัญกบั ที่มาของคาตอบ และแนวคดิ ที่หลากหลายจนได้มาซ่ึงคาตอบดงั กล่าว
48
ขนั้ ที่ 4 สรปุ เชือ่ มโยงแนวคิดของนกั เรียน
เป็นข้ันตอนท่ีจะเช่ือมโยงแนวคิดที่หลากหลายของนกั เรียน ว่าแนวคิดใดท่ีจะ
สามารถนาไปต่อยอดเพอื่ เปน็ เครื่องมือในการแก้ปญั หาได้ในคราวถดั ไปได้ และแนวคดิ ใดท่ี
จะสามารถเติมเต็มเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ เป็นขั้นตอนของการสงั เคราะห์เพ่ือใหเ้ กดิ องค์
ความรู้ใหม่ และเป็นช่วงเวลาอันมีค่าทน่ี ักเรียนจะได้เก็บเกี่ยวเอาแนวคดิ ของเพื่อน ๆ ท่ี
หลากหลายไปปรบั ใช้ในรูปแบบของตนเอง เป็นช่วงท่ีนกั เรียนได้รูจ้ ักเรยี นรู้ ยอมรับความ
คิดเหน็ ทแี่ ตกต่าง และพร้อมจะปรับเปลี่ยนแนวคิด และสนับสนุนแนวคิดท่ีมคี วามสมบูรณ์
มากกวา่ อีกทง้ั ไดเ้ รียนรู้ความผิดพลาดขอตัวเอง ด้วยตัวเอง ข้ันตอนนีจ้ ึงเป็นช่วงท่ีทาให้
นักเรียนได้ตระหนักรู้ และการตระหนกั รู้ในเร่ืองใด แล้วกจ็ ะกลายเป็นความรทู้ ี่คงทนต่อ
ผู้เรยี น
49
การประเมินเพ่อื พฒั นา (Formative Assessment)
การประเมินผเู้ รยี นในขณะเรียนรู้ ครูตอ้ งมีสตติ ้ังใจฟังสังเกตนักเรียน และมีความ
ละเอียดอ่อนฉับไว มองใหเ้ ห็นถึงการนาความรู้ความสามารถของนักเรียนออกมาใช้ การสร้าง
ความรู้ความสามารถชุดใหม่ รวมถึงวิถีการเรียนรู้ พลงั ศกั ยภาพความสามารถและข้อจากัด
ของผู้เรยี นแต่ละคนในขณะท่ีกาลงั เรยี นรู้ผ่านการแก้โจทย์ หรือการสร้างสรรคภ์ ายใต้เงือ่ นไข
ของโจทย์ เป็นการประเมินบนพน้ื ฐานของความเปน็ ปจั เจกบุคคล ครูตอ้ งมคี วามพยายามใน
การท่จี ะเรยี นรู้ เข้าใจ รู้จักนักเรียน เพอื่ ให้การเรียนรแู้ ต่ละครงั้ ของนกั เรยี น คุณครูไดเ้ หน็ ถึง
พัฒนาการในด้านต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนระหว่างการเรียนรู้ และคุณครูก็จะต้องเป็นผู้สร้า ง
บรรยากาศใหก้ ารประเมิน เปน็ ไปอย่างธรรมชาติ ให้จงั หวะของการนาเสนอแนวคิดของ
นักเรียนนัน้ ไม่ถูกประเมินบนเกณฑ์ใดเกณฑห์ น่งึ จะต้องเป็นการประเมินเพื่อพัฒนาไมใ่ ช่
การประเมนิ เพ่ือตัดสิน เมื่อมีส่วนใดที่อาจจะเกิดเป็นข้อผดิ พลาดครจู ะตอ้ งตอบสนองต่อผล
การประเมินนั้นอย่างเหมาะสมและทันเวลา โดยอาจจะต้ังคาถามเพื่อจับประเด็นให้
คาแนะนา ทเ่ี หมาะสมกับผูเ้ รียนแต่ละคนอยา่ งเป็นมติ ร มสี ติในจังหวะทเี่ หมาะสมเพื่อชว่ ยให้
ผ้เู รยี นหลดุ จากภาวะตดิ ขดั หรือการเขา้ ใจผิดหรอื ช่วยใหผ้ ู้เรียนได้เห็นมมุ มองใหม่ นาไปส่กู าร
เรียนรทู้ ่ีกว้างขวางและตระหนกั รู้มากยิ่งข้ึน เพื่อให้นักเรียนได้มีการพัฒนาตนเอง รู้จัก
แกป้ ญั หาหรอื สรา้ งสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ต่อไปไดอ้ ย่างราบรืน่
การเปลี่ยนแปลงทเี่ กิดขึ้นกับ “ผอู้ านวยการโรงเรียน” “ครู” และ “นักเรียน”
ผอู้ านวยการโรงเรียน ด้วยวสิ ยั ทัศน์ของผู้บริหารโรงเรียนภักดศี ึกษามลู นิธิ ทา่ นมี
ความตัง้ ใจอยา่ งแน่วแน่ทพี่ ัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอน ทีเ่ น้นการดึงศักยภาพของ
นกั เรียนออกมาให้ได้มากทสี่ ุด เน้นใหผ้ เู้ รยี นได้มสี ว่ นร่วมในกิจกรรมทคี่ รูจดั ข้ึนเป็นทนุ เดิมอยู่
แล้ว เมื่อมีการปรบั เปลย่ี นมาใชน้ วัตกรรมศึกษาชัน้ เรยี นและวิธีการแบบเปดิ ท่ีมีกระบวนการ
ที่มคี วามชัดเจนในด้านการดงึ ศักยภาพของนกั เรียน มเี ป้าหมายเพอื่ พัฒนาความคดิ ข้ันสูง ให้
คุณคา่ ท่ีตัวผเู้ รียน และยงั มีแนวทางใหไ้ ด้เรม่ิ ต้นการปรบั นาไปใช้ มีกลุม่ เครอื ข่ายทจ่ี ะคอยให้
คาปรึกษาแลกเปลีย่ นเรียนรู้ และนอกจากจะเปน็ พฒั นาตัวผู้เรียนแล้ว ยงั สามารถพฒั นาตัวผู้
ผู้สอน ทลายกาแพงระหว่างผสู้ อนและผเู้ รียน ใหก้ ลายเป็นการรว่ มเรยี นรไู้ ปด้วยกัน ยงิ่ ทาให้
ผู้อานวยการได้สนับสนุนในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มท่ี ไมว่ ่าจะด้านวัสดุอุปกรณ์ กระ ดาน
แม่เหล็ก บล็อก หรอื ส่ิงอานวยประโยชน์ในการออกแบบการสอน และท่านผู้อานวยการได้
เขา้ ร่วมการวางแผนการสอน สังเกตการสอนด้วยตัวท่านเอง ยิง่ ทาใหท้ ่านตระหนักถงึ สิง่ ที่
เกิดข้ึนกับตัวผู้เรยี น และผลกั ดันใหก้ ระบวนเรยี นการสอนดว้ ยนวัตกรรมการศกึ ษาชนั้ เรยี น
และวธิ ีการแบบเปิดในรายวิชาอืน่ ๆ ไดน้ าไปปรับใชด้ ว้ ย
50
ครู คุณครูมีความมุ่งม่ันท่ีจะเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากแบบเดิมที่เป็น
การให้ความรูก้ ับผู้เรียน อาจจะดว้ ยการผา่ นกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรยี นได้มีส่วนรว่ ม แต่ก็
ยังเปน็ การรับความรู้ที่ครูคอยบอกคอยแนะนา และเปน็ การออกแบบการสอนในมุมมองแค่
คณุ ครูผูส้ อนเพียงคนเดียวหรือตามรูปแบบที่มมี าให้ ซงึ่ ต่างกบั การใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้น
เรยี นและวิธีการแบบเปิด ท่ีจะมีทมี คอยช่วยกันวางแผน ออกแบบการสอน ภายใต้เนื้อหา
ตามหนังสือทไี่ ด้ผ่านการวิจัยมาแล้ว เพ่ือเปน็ แนวทางในการสรา้ งสถานการณ์ปัญหา คณุ ครู
ไดล้ งปฏิบตั กิ ารสอน โดยมผี ้สู ังเกตการสอน เพ่ือที่จะนาข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปปรับใช้ เพื่อ
การพฒั นาในครง้ั ถัดไป ทาใหท้ ุกชว่ั โมงของการสอน เต็มไปด้วยความสุข ท้ังคุณครูและ
ผู้เรียน ถึงแมใ้ นขณะที่สอนจะพบเจอกบั เหตุการณ์ตา่ ง ๆ ใหค้ ุณครูได้ตื่นเต้นและแกป้ ัญหา
เฉพาะหน้า ดว้ ยกับแนวคิดของนักเรียนที่หลากหลาย สิ่งตา่ ง ๆ เหล่าน้ี ส่งผลใหค้ ุณครูเกิด
ความรัก ความเมตตาต่อศิษยม์ ากข้นึ ด้วยการพยายามทาความเข้าใจในแนวคิดของนักเรยี น
คณุ ครมู กี ารปรับเปล่ยี นทศั นคติ เปลยี่ นบทบาทตัวเองจากผู้สอน เป็นผ้สู ร้างสถานการณ์ ผู้
สงั เกตการณ์ และร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรียน ทาให้พื้นทขี่ องหอ้ งเรียน เปน็ พื้นที่แห่งการ
เรียนรแู้ ละพฒั นาอย่างแท้จริง
นักเรียน เป็นการเปลี่ยนแปลงทเ่ี ป็นเป้าหมายหลกั ของการนานวัตกรรมการศกึ ษา
ช้ันเรยี นและวธิ ีการแบบเปิด และผลทเี่ กดิ ข้นึ คือ นกั เรียนมีเจตคตทิ ่ีดตี ่อวิชาคณิตศาสตร์
รูส้ กึ สนกุ ไปกบั การเรียน อกี ท้ังไดใ้ ชท้ ักษะความสามารถของตนเองได้มากย่ิงข้นึ มีความกล้า
ทจ่ี ะแสดงแนวคดิ ที่หลากหลาย และมีจติ ใจทเี่ ปดิ กว้าง รจู้ ักยอมรบั ความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน
นกั เรียนทุกคนมคี วามรู้สกึ ว่าความคิดของตนเองนัน้ มีคุณค่า และอยากทจ่ี ะนาเสนอแนวคิด
นั้น โดยไม่กลัวว่าจะผิดหรือถกู เพราะพ้ืนที่ในการนาเสนอแนวคิด จะเปน็ พื้นที่ทป่ี ลอดภัย
สาหรบั นักเรียนทุกคน และในด้านของเนื้อหาสาระ จากความคิดเห็นทัง้ ของคุณครูและ
ผปู้ กครอง เห็นว่า การเรียนโดยใชน้ วตั กรรมการศึกษาช้นั เรียนและวิธีการแบบเปดิ น้นั ทาให้
นักเรียนมีกระบวนการคิดที่หลากหลาย และรจู้ ักเลือกเคร่ืองมอื ท่ีตนมีน้ัน แก้ปัญหาใน
สถานการณ์ทแี่ ตกต่างกันได้ ซง่ึ ลักษณะเหล่านจ้ี ะเกดิ เปน็ สมรรถนะทจ่ี ะตดิ ตัวนักเรียนนาไป
ปรบั ใช้ในการดาเนินชวี ิตไดใ้ นสังคมได้ในอนาคตทเ่ี ตม็ ไปด้วยการแขง่ ขนั
51
การใช้นวตั กรรมการศกึ ษาชน้ั เรียนและวิธีการแบบเปิด
กรณศี ึกษาโรงเรียนบ้านนาฝายนาโพธ์ิ
คุณครูบรรจง สมานมติ ร
เริ่มต้นทไี่ ดร้ ับโอกาสไปอบรม เร่ือง รูปแบบการสอนโดยใช้นวตั กรรมการศึกษาช้ัน
เรียน ( Lesson Study) และวิธีกา ร แบบเปิด ( Open Approach) ที่ดา เนิน กา ร โดย
สถาบันวิจัยและพัฒนาวชิ าชพี ครูสาหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ตนเองไดต้ ระหนัก
ว่าการสอนรูปแบบเดมิ ครูจะสื่อสารทางเดียว ครูมอบองค์ความรูใ้ ห้นั กเรียนโดยที่ไมผ่ ่าน
กระบวนการคิด ตัดสินนกั เรยี นถกู ผดิ ครูจะพดู ช้นี าให้นกั เรียนทาตาม นกั เรยี นมกี ารท่องจา
ครเู ป็นศูนย์กลางของนักเรยี น เม่ือไดอ้ บรมทาให้วิธกี ารสอนเปลยี่ นไป มีการนาของใกลต้ วั มา
ใช้จัดทาส่อื ทาใหน้ กั เรยี นไดส้ ัมผัส มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวรา่ งกาย และการใช้เกมเป็นสื่อ
ผลสัมฤทธิ์นกั เรียนดีขึน้
หลงั จากทีเ่ ข้าอบรมเมอื่ ปรับมุมมองการคิดโดยนาองค์ความรู้ทไี่ ด้รับจากการอบรม
มาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทาให้รู้ว่าการสอนแบบนี้ส่งผลให้นักเรียนมีความกล้า
แสดงออก กล้าคิด และคิดไดอ้ ย่างหลากหลาย นักเรยี นที่เรียนไม่เก่งได้แสดงออกได้ใช้
ความคิดมากขึน้ เพอ่ื นๆ ในกลุ่มก็ยอมรับฟังความคิดเห็น เกดิ องค์ความรู้ทีค่ งทนถาวร นาไป
ประยุกตใ์ ชใ้ นสถานการณต์ ่าง ๆ ในชวี ิตประจาวันได้
52
ชน้ั เรียนทใ่ี ช้นวัตกรรมการศึกษาช้ันเรียนและวิธกี ารแบบเปดิ รายวชิ าคณติ ศาสตร์
ข้นั ท่ี 1 นาเสนอสถานการณป์ ัญหา
1. คณุ ครูเลา่ เรอื่ งสถานการณ์ปัญหา “ ในช่วงวนั หยดุ ครูไปตลาดบา้ นฝาง ซอื้ ไขม่ า
ทาอาหาร แม่ค้านาไข่ใส่ถังใหค้ ณุ ครูมาจานวนหนง่ึ แตไ่ มร่ ู้ว่ามีจานวนเทา่ ไหร่ นกั เรยี นชว่ ย
คุณครแู สดงวิธีบอกจานวนไข่”
2. คุณครนู าเสนอคาส่งั “1) ให้นกั เรียนช่วยกันหาวิธีแสดงจานวนของไขใ่ หไ้ ด้หลากหลาย
วธิ ี ว่ามไี ข่อยู่เทา่ ไหร่ 2) ใหน้ กั เรยี นช่วยกันเขยี นวธิ คี ดิ ลงในใบกจิ กรรม”
- ครูอา่ นให้ฟงั
- ครอู า่ นนา นกั เรียนอ่านตาม
- นกั เรยี นอ่านเองพร้อมกัน
3. คณุ ครูแจกใบกจิ กรรมและสื่อเสรมิ พร้อมชแ้ี จงสอ่ื อปุ กรณ์
ขน้ั ท่ี 2 นกั เรยี นเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง
1. นกั เรียนรบั ใบกจิ กรรมและสื่อเสรมิ
2. นักเรียนร่วมกันลงมือทาใบกิจกรรม
3. ครสู ังเกตแนวคิดนกั เรียนพร้อมบันทึกแนวคิด
53
ขัน้ ที่ 3 อภิปรายรว่ มกันทงั้ ชั้นเรียน
1. ครตู ิดแนวคิดของนกั เรียนในกระดานแมเ่ หล็ก พร้อมใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่ม
นาเสนอใบกจิ กรรม โดยเรยี งลาดบั แนวคิดจากการนบั กากบาท วงกลม ขดี เส้นโยง และการ
ใชบ้ ล็อกวาง
2. ครบู นั ทกึ แนวคิดนกั เรียนแต่ละกลมุ่
ขน้ั ที่ 4 สรุปเชื่อมโยงแนวคดิ ของนกั เรียน
1. ครูสรปุ จานวนไขท่ ีน่ กั เรียนหาได้
2. ครูสรุปวธิ กี ารทใ่ี ชห้ าจานวนไข่ มแี นวคดิ ใดบา้ งทเี่ หมอื นกนั และมีแนวคดิ ใดบ้าง
ท่ีแตกต่างกนั
54
การประเมนิ เพ่ือพัฒนา (Formative Assessment)
เน้นการสงั เกตขณะเข้าร่วมกิจกรรมซึง่ เห็นว่านักเรียนมีความกระตือรือร้น อยาก
เรยี นรู้ มคี วามตน่ื เต้น สนุกในการเรยี นรู้ ชว่ ยเหลือกนั เพ่ือหาคาตอบ ไดแ้ นวคิดที่หลากหลาย
นกั เรยี นบางคนทเ่ี รียนไม่เก่ง สามารถแสดงแนวความคดิ ได้ ทาใหเ้ กิดความมั่นใจในตนเอง
มากขน้ึ นักเรียนกล้าแสดงออก กล้าคิดมากขึ้น เม่อื เรียนวิชาอ่ืนทาให้นกั เรยี นเกดิ ความสนุก
อยากเรียนรู้
การเปลี่ยนแปลงท่เี กดิ ขึ้นกับ “ผอู้ านวยการโรงเรยี น” “ครู” และ “นกั เรียน”
ผู้อานวยการโรงเรยี น
เข้าร่วมการวางแผนการจดั กิจกรรม การสงั เกตชั้นเรยี น และการสะท้อนผลทุกคร้ัง
จากน้ันนาไปพัฒนาปรับปรุงบุคลากรภายในโรงเรยี น ทาให้ครูเปิดใจยอมรับรปู แบบวิธีการ
สอนแบบใหม่ ท่ีชว่ ยพฒั นาใหน้ กั เรียนเกดิ ผลสัมฤทธท์ิ ดี่ ียง่ิ ขึน้
ครู
- ครลู ดบทบาทการพูด ลดการพูด เลกิ ตดั สินถูกผิดนักเรียน
- ครพู บปะพูดคยุ กนั แลกเปล่ียนเรียนรู้รว่ มกัน ทาให้เกดิ ชุมชนการเรยี นรู้วชิ าชีพ
(PLC)
- ครสู รา้ งกระบวนการเรยี นรู้ท่เี ปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นได้แสดงแนวคิด
นกั เรยี น
- นกั เรยี นมีความสุข สนกุ ขณะทากิจกรรม
- รู้จกั คิดได้หลากหลาย กล้าแสดงออก
- มคี วามรกั และสามคั คีภายในกลมุ่
- ร้จู กั การรอคอย
- ยอมรับความคดิ เห็นของผู้อ่ืน
55
การใชน้ วัตกรรมการศึกษาชนั้ เรยี นและวิธกี ารแบบเปิด
กรณศี ึกษาโรงเรียนบา้ นแดงนอ้ ย
คณุ ครูณชิ าภทั ร อรมลู
การพัฒนาตนเองในการใช้นวัตกรรมการศึกษาช้ันเรียนและวิธีการแบบเปดิ ได้
เร่ิมต้นจากการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลยั ขอนแก่น มีโอกาสสังเกตชัน้ เรยี นและได้ร่วมงานกับทกุ ๆ เครอื ขา่ ย พยายาม
ศึกษาและนาเอาความรู้ท่ีไปประสบพบเจอมาปรับเปล่ียน สะสมไว้เป็นเคร่ืองมือในการ
ออกไปฝึกปฏิบตั ิการสอนในชน้ั ปีที่ 5 ซ่ึงไดอ้ อกไปปฏิบัตกิ ารสอนโดยใช้นวตั กรรมการศกึ ษา
ช้นั เรยี นและการสอนแบบเปดิ เต็มรูปแบบเป็นระยะเวลา 1 ปี ซง่ึ ในระยะเวลานัน้ ตนเองได้
พยายามสอนและฝกึ การออกแบบหนว่ ยกิจกรรม สอ่ื และพัฒนาวิธีการสอนของตนเองอยู่
เสมอ นาข้อผดิ พลาดมาสะทอ้ นผลฝากไว้ให้รนุ่ น้องได้แก้ไข ตนเองได้แก้ไขและทีมการศกึ ษา
ชน้ั เรียนไดเ้ รยี นรู้รว่ มกัน กล่าวไดว้ ่าระยะเวลาทีผ่ ่านในชีวิตของการเป็นนักศึกษาครู ได้นา
นวัตกรรมการศึกษาชนั้ เรียนและวิธกี ารแบบเปดิ มาเป็นเครื่องมอื ในการพฒั นาตนเอง ท้งั ใน
การสอนและการเรียนรตู้ ลอดมา จนกระทั่งในปี 2564 ได้บรรจุเป็นครูผ้ชู ่วย ที่โรงเรยี นบ้าน
แดงน้อย อาเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซ่ึงเป็นโรงเรียนในโครงการของกองทุนเพื่อความ
เสมอภาคทางการศึกษา โดยความร่วมมือของมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ในการใช้นวตั กรรม
การศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิดในการจัดการเรียนการสอน ท่านผู้อานวยการได้
มอบหมายให้รบั ผิดชอบและเข้าร่วมทีมการศกึ ษาช้นั เรียนเพือ่ ร่วมกนั พฒั นาการจดั การเรยี น
การสอนให้ดีข้นึ และบรรลุวัตถุประสงค์ของการดาเนินโครงการ ซ่งึ โรงเรียนบา้ นแดงน้อยได้
นาวิธกี ารแบบเปิดมาใช้ในจัดการเรยี นการสอนรายวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ิมจากชัน้ เรียน ป.1
และ ป.4 มกี ารจดั ทีมการศึกษาชั้นเรียน มกี ารร่วมกนั PLC ทกุ วนั อังคารของสัปดาห์ และ
รว่ มกันอ่านหนังสือเรยี น เขียนแผน จดั ทาสอื่ การสอน ในทกุ ๆ แผนการสอน ในปจั จุบนั ชั้น
เรยี นคณติ ศาสตรข์ องโรงเรียนบ้านแดงนอ้ ย ได้ขยายไปส่ชู นั้ เรียน ป.2 และ ป.5 ซึง่ ในปีตอ่ ไป
จะขยายไปใช้ในรายวชิ าอน่ื ๆ อกี ดว้ ย
56
ชัน้ เรียนที่ใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการแบบเปิด รายวิชาคณิตศาสตร์
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 หนว่ ยการเรียนรู้ เรอ่ื ง เปรยี บเทยี บความยาว
เน่อื งในสภาวะโควิด - 19 ทางโรงเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปรกติ
ดงั นัน้ การสอนดว้ ยวิธีการแบบเปิด ขัน้ การนาเสนอสถานการณป์ ัญหาจงึ เป็นการนาเสนอผา่ น
ใบกิจกรรม ส่วนในข้ันท่ีนกั เรียนเรยี นรู้ด้วยตนเอง นักเรยี นได้ทากจิ กรรมท่ีบา้ น ดังภาพท่ี
แสดงต่อไปนี้
ขั้นที่ 1 นาเสนอสถานการณ์ปญั หา
ครูนัดนักเรยี นมารับใบกิจกรรมและส่ือที่โรงเรียน
สถานการณป์ ัญหา จะเปรียบเทยี บความยาวอยา่ งไร
คาส่งั ให้นักเรยี นใช้แถบกระดาษวัดสิง่ ของในบา้ นของตนเองตามที่ครูที่กาหนดให้ เพื่อ
เปรยี บเทียบความยาวของแถบกระดาษแต่ละสี
ส่อื หลกั 1. แถบกระดาษสีตา่ ง ๆ
2. ใบกิจกรรม
57
ข้นั ที่ 2 นกั เรียนเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
นักเรยี นนาอปุ กรณ์ไปใชเ้ ป็นเคร่อื งมอื ในการวัดสิ่งที่ตนเองสนใจ เชน่ เก้าอ้ี โตะ๊ ตน้ ไม้ เป็น
ต้น
58
ขน้ั ท่ี 3 อภปิ รายร่วมกนั ทั้งชน้ั เรยี น
เป็นการอภิปรายกับคณุ ครูในวันที่นักเรียนมาส่งใบกิจกรรมแล้วครูทาการสรุป
แนวคิดและถ่ายภาพแนวคดิ นกั เรียนลงในไลนก์ ลุ่มชัน้ เรยี นเพือ่ ให้ผู้ปกครองและนักเรียนคน
อืน่ ๆเรยี นรู้ร่วมกนั
ขั้นท่ี 4 สรปุ เชื่อมโยงแนวคดิ ของนกั เรียน
เป็นการเชอ่ื มโยงแนวคิดตัวต่อตัวกับนกั เรียนรายบุคคลและครูทาการสรปุ แนวคิด
ต่างๆ ลงในไลนก์ ลุม่ เพอ่ื ให้ผู้ปกครองและนักเรยี นคนอน่ื ๆเรียนร้รู ่วมกนั
ตัวอย่างแนวคิดนักเรยี น
59
การประเมนิ เพือ่ พฒั นา (Formative Assessment)
จากตวั อย่างชัน้ เรียนขา้ งต้น เมื่อพิจารณาจากภาพถ่าย การเขียนบนั ทึกแนวคดิ ในใบ
กิจกรรม และการอภิปรายกับครเู ม่อื นกั เรียนมาสง่ งาน ทาให้เหน็ ว่านักเรยี นสามารถเรียนรู้
ดว้ ยตนเอง สามารถใช้แถบกระดาษในการวดั สงิ่ ต่างๆ โดยสามารถวัดได้อยา่ งถูกตอ้ งคือการ
ท่ีต้องมีจุดเร่ิมต้นและจุดส้ินสุด และเม่ือนาแถบกระดาษมา เปรียบเทียบกันสามาร ถ
เปรียบเทียบได้อยา่ งถูกต้องคือต้องทาให้แถบกระดาษมีจุดเร่มิ ต้นเดียวกันก่อนถึงจะทาการ
เปรียบเทียบปลายแถบกระดาษอีกขา้ งได้
การเปล่ียนแปลงทีเ่ กดิ ขึ้นกบั “ผู้อานวยการโรงเรียน” “ครู” และ “นักเรียน”
ผู้อานวยการโรงเรียน มกี ารนิเทศและร่วมเรียนรู้ในชัน้ เรยี นคณิตศาสตร์มากขนึ้ มี
การรว่ มในวง PLC ทาให้เห็นถึงปัญหาในช้ันเรยี นและช่วยแกป้ ญั หาปญั หาต่าง ๆ ได้อย่างดี
ครูในโรงเรียน มีการนาเทคนิคการสอนไปใชใ้ นชั้นเรียนมากย่ิงขึ้น ในระยะแรก
อาจจะนาไปเพียงขั้นนักเรยี นเรยี นรดู้ ้วยตนเอง และขั้นอภิปรายร่วมกันทงั้ ชนั้ เรียน มีการ
รว่ มกนั เขยี นแผน แกไ้ ขปัญหาชั้นเรียนร่วมกนั สม่าเสมอ ได้รว่ มกนั พัฒนาศักยภาพของผ้สู อน
และศักยภาพของผู้เรียนไดด้ ี
นกั เรยี น มีการพัฒนาในด้านทักษะต่าง ๆ อยา่ งเหน็ ไดช้ ัด สามารถคดิ และแกป้ ญั หาด้วย
ตนเองโดยไม่รอครบู อกได้ สามารถอธบิ ายส่อื สารแนวคิดของตนเองให้ครูและเพ่ือนๆได้
เข้าใจแนวคิดของตนเองได้ และมีการนาเครอ่ื งมอื ตา่ งๆ ในชนั้ เรียนไปใชแ้ กป้ ญั หาและเรยี นรู้
กับส่ิงแวดล้อมท่ีบ้านของตนเองได้ ถงึ แมว้ า่ จดั การเรียนการสอนในชว่ งนเี้ ปน็ แบบ On Hand
แตก่ ็สามารถใช้สิง่ แวดล้อมทบี่ ้านทแี่ ตกตา่ งกนั เปน็ สอื่ ในการเรียนรซู้ ่ึงเป็นผลดมี ากต่อ
นักเรียนและผู้ปกครอง ทาใหเ้ กิดการเรียนรแู้ ลกเปล่ียนกันในแต่ละบา้ นเห็นความแตกตา่ ง
และร่วมกนั เปรียบเทียบ เช่อื มโยง สง่ิ ต่างๆ ไดด้ ี
60
การใช้นวัตกรรมการศกึ ษาชน้ั เรยี นและวิธีการแบบเปิด
กรณศี กึ ษาโรงเรยี นบ้านหนองหญ้าแพรกทา่ แร่
คณุ ครูฤทัยรตั น์ ระลาคี
เริ่มต้นการพฒั นาในการใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวธิ ีการแบบเปิด ดว้ ย
ประสบการณ์ทางานที่เก่ียวข้องกับนวัตกรรมการศึกษาช้ันเรียนและวิธีการแบบเปิดและ
รูปแบบการนานวัตกรรมไปใช้ในชั้นเรยี นและโรงเรียน ดังนี้
ที่ การใชน้ วตั กรรม สถานศึกษา
1 ดาราศาสตรช์ ้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 โรงเรียนสีดาวทิ ยา
อาเภอสีดา จังหวัดนครราชสมี า
สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา
มธั ยมศึกษานครราชสมี า
2 วทิ ยาศาสตรช์ ้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4-5 โรงเรียนบา้ นหนองหญา้ แพรกท่าแร่
อาเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา
ประถมศึกษาขอนแกน่ เขต 1
3 สังเกตชนั้ เรยี นแผนการสอนเร่ือง -โรงเรยี นชุมชนบ้านพระยืน
แรงดันอากาศ -โรงเรยี นคูคาพิทยาสรรพ์
4 Open Class โรงเรยี นบา้ นหนองหญา้ โรงเรยี นบ้านหนองหญ้าแพรกท่าแร่
แพรกทา่ แร่ ปกี ารศึกษา 2563
5 ร่วมสะทอ้ นผลและสงั เกตช้ันเรยี นเรอื่ ง สถาบันวจิ ยั และพัฒนาวิชาชีพครู
บ้ังโปะ๊ กจิ กรรมเปิดชัน้ เรยี นระดับชาติ สาหรับอาเซยี น
ครงั้ ท่ี 15
61
ช้ันเรียนที่ใชน้ วตั กรรมการศึกษาช้นั เรียนและวิธีการแบบเปดิ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ แรงดนั อากาศ
ขน้ั ที่ 1 นาเสนอสถานการณ์ปญั หา
ลาดับการสอนที่ 1:
สถานการณ์ปญั หา : หากนกั เรยี นต้องการยิงบั้งโปะ๊ ให้เข้าเปา้ จะมีวิธกี ารยงิ อยา่ งไร
คาสั่ง : ให้นกั เรยี นอธบิ ายหลักการท่ีทาใหก้ ระสุนเคล่ือนทอ่ี อกจากบั้งโป๊ะแลว้ เขา้ เป้า
ลาดบั การสอนที่ 2:
สถานการณ์ปัญหา : ถา้ ปดิ ปลายหลอดฉดี ยา ออกแรงกดและปล่อยกา้ นหลอดฉีดยา
อนุภาคอากาศภายในกระบอกฉีดยาจะเปน็ อย่างไร
คาส่งั : ใหน้ กั เรียนเขยี นอนภุ าคอากาศในกระบอกฉีดยาก่อนกด,ขณะออกแรงกดมาก
ทีส่ ุดและหลงั จากปล่อยแรงกดกา้ นหลอด
62
ขัน้ ที่ 2 นกั เรยี นเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
นักเรยี นลงมือแกป้ ญั หาดว้ ยตนเอง ครทู าหน้าทีส่ ังเกตและเรยี งลาดบั แนวคดิ ของ
นกั เรียน โดยไม่เข้าไปแทรกแซงแนวคิดของนกั เรยี น
ขั้นท่ี 3 อภิปรายร่วมกนั ทัง้ ชัน้ เรยี น
ลาดบั การสอนที่ 1: นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ออกมาอธบิ ายหลักการยงิ ของบ้ังโป๊ะ
ลาดบั การสอนท่ี 2:
- ครใู หแ้ ต่ละกลุ่มออกมาอธบิ ายแผนภาพของกลมุ่ ตน นักเรยี นที่นั่งฟังสามารถ
ซกั ถามกลุ่มท่นี าเสนอได้ และร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั แนวคิดของเพ่ือน
- ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปรายในประเดน็ เม่ือออกแรงกดก้านฉีดยาเพม่ิ ข้ึน
ปรมิ าตรและแรงตา้ นของอากาศในกระบอกฉีดยาเกิดการเปลยี่ นแปลงหรอื ไม่ อย่างไร
63
ข้นั ที่ 4 สรุปเชอ่ื มโยงแนวคิดของนักเรียน
ครูและนกั เรยี น สรปุ สิง่ ทีไ่ ดเ้ รยี นรจู้ ากการเรยี นในครง้ั นโ้ี ดยเชอ่ื มโยงจากแนวคดิ
ที่เกิดขน้ึ ในชั้นเรยี น
การประเมนิ เพือ่ พฒั นา (Formative Assessment)
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
ดา้ นความรู้ (Knowledge)
- นกั เรยี นสามารถอธบิ ายเรอื่ ง -การตอบคาถาม -คาถาม -ตอบคาถามได้
แรงดนั อากาศได้ -ตรวจใบกิจกรรม -ใบกจิ กรรม ถกู ต้อง ร้อยละ 70
ขน้ึ ไป ถอื ว่าผ่าน
เกณฑ์
- นักเรยี นทาใบ
กจิ กรรมได้ถกู ต้อง
รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป
ถือวา่ ผ่านเกณฑ์
ด้านทักษะกระบวนการ
(Process) -สงั เกต -แบบประเมนิ ทักษะ -ผ่านเกณฑ์การ
- นกั เรียนทาการทดลองเรื่อง พฤติกรรม การทดลอง ประเมินระดับดีขึน้
แรงดันอากาศได้ ไป
ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
(Attitude)
- นักเรียนการทางานเปน็ กลุ่มและ -สังเกต -แบบประเมินด้าน -ผา่ นเกณฑก์ าร
มีความรบั ผดิ ชอบในการทางานท่ี พฤติกรรม คณุ ลกั ษณะอนั พึง ประเมินระดับดีขน้ึ
ได้รบั มอบหมาย ประสงค์ ไป
64
การเปลยี่ นแปลงทเ่ี กิดข้ึนกบั “ผูอ้ านวยการโรงเรยี น” “ครู” และ “นกั เรยี น”
ผ้อู านวยการโรงเรียน
1) ผู้อานวยการและคณะครไู ด้เขา้ มามีบทบาทในชนั้ เรยี นมากข้ึนท้ังจากการสังเกต
ชั้นเรียนและรว่ มสะท้อนผลชน้ั เรียน
2) ผ้บู รหิ ารและคณะครทู างานเป็นทีม
3) ร่วมเรียนรู้แลกเหน็ ถึงแนวคดิ วิธกี ารแก้ปัญหาของนกั เรียนจากการร่วมสังเกต
ชน้ั เรยี น
4) ผอู้ านวยการและคณะครสู ร้างวฒั นธรรมการทางานโดยใช้นวัตกรรมการศกึ ษา
ชัน้ เรยี น Lesson Study
ครู
1) ครูได้ร่วมกันออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิด Open
Approach รว่ มสังเกตชั้นเรยี น สะทอ้ นผลและพฒั นาแผนการจดั การเรยี นรู้
2) ครูได้เรียนรู้ แลกเปล่ยี นแนวคิดที่หลากหลายของนักเรียนทเ่ี กิดขึน้ ในช้นั เรยี น
3) ครูเปล่ียนบทบาทเนน้ กระบวนการเรยี นรูท้ ่เี น้นผู้เรียนเป็นสาคญั
นักเรยี น
1) นกั เรยี นมีทักษะการคิด การแก้ปัญหา
2) นกั เรยี นรู้จกั การทางานเป็นทมี
3) นกั เรียนได้เรียนรู้ดว้ ยวธิ กี ารแกป้ ญั หาที่หลากหลายและยอมรบั ฟังความคิด
เหตุผลของผูอ้ ่นื มากข้นึ
4) นกั เรียนกลา้ แสดงออกทางความคดิ และมคี วามคิดสร้างสรรค์
65
การใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรยี นและวิธกี ารแบบเปิด
กรณีศึกษาโรงเรยี นบ้านโนนแสนคาหนองศาลาศรสี ะอาด
คุณครทู วิ าพร ลเี ลศิ
โรงเรียนบ้านโนนแสนคาหนองศาลาศรีสะอาด ใชน้ วัตกรรมการศึกษาช้ันเรียน
(Lesson study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ตามแนวคดิ ของ รศ.ดร.ไมตรี
อนิ ทร์ประสิทธิ์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ จากที่โรงเรียนได้เขา้ รว่ มพฒั นาวิชาชพี ครูภายใต้
โคร งกา ร กา ร พัฒน า การ คิดข้ัน สูงทา งคณิตศาสตร์ของนักเรียน ใน เขตพื้นท่ีภา ค
ตะวันออกเฉียงเหนือมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 และโรงเรียนท่ีเข้าร่วมโครงการพื้นท่ี
นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ประจาปีการศกึ ษา 256 2 ซึ่งดิฉันได้เข้าร่วมทีม
การศึกษาชั้นเรยี น ได้มีบทบาทในการร่วมเขียนแผน สังเกตช้ันเรียนและสะท้อนผลใน
รายวิชาคณิตศาสตร์ ทาใหไ้ ดร้ ับประสบการณใ์ นการใช้นวัตกรรมและเห็นวา่ นักเรียนเกดิ การ
เรียนรทู้ ด่ี ีข้นึ และตนเองสอนภาษาอังกฤษมานานแลว้ ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เรียนผ่านไป
เด็กก็ลมื ทาให้ได้แนวคิดทจี่ ะขยบั นาใช้กับรายวิชาภาษาองั กฤษ
ในการนานวัตกรรมมาใชน้ ั้นส่วนสาคัญได้เห็นถึงการเปดิ โอกาสให้สงั เกต หลงั จาก
น้ันจะมีกา รมาร่วมสะท้อนผล ทาให้ได้รับข้อเสนอแนะและมุมมองต่างๆ ท่ีจะนามา
พฒั นาการจดั การเรียนการสอนของตนเองอย่างสม่าเสมอ ได้แนวคดิ สอนภาษาอังกฤษเป็น
ภาษาองั กฤษ และจากท่ีได้นานวัตกรรมมาใช้ จุดเริม่ ต้นคอื การสังเกตการสอนภาษาอังกฤษ
ของเรา ทาใหเ้ ราเปดิ กว้างแล้วถ้าเราปรบั ตรงนั้นตรงน้ี ก็จะดขี น้ึ สว่ นตัวจะเป็นคนที่กลา้ พูด
ภาษาอังกฤษกบั ชาวต่างประเทศแตไ่ มก่ ล้าพูดภาษาอังกฤษกบั คนไทยเพราะคนไทยจะบอก
ว่าผดิ ออกเสยี งผิด แต่ชาวต่างประเทศจะไม่มีบอกว่าเราผิด จะไม่ทาให้เราเสียความร้สู ึก เรา
กจ็ ะกลา้ พดู โดยไม่มกี ารสะดดุ
66
ครูใช้นวตั กรรมในวิถีชวี ิต มีการปรบั ประยุกต์การจัดการเรียนการสอนและพัฒนาใน
เครอื ข่าย ทาให้ไดร้ ่วมเรยี นรดู้ ้วยกนั เนน้ การพัฒนาการจดั การเรียนกิจกรรม ไม่เน้นกิจกรรม
อ่ืนมาก ได้เฝ้าดูการเรียนรู้ของนักเรยี นแต่ละคน ครเู ปิดกว้าง ไม่มถี กู ไม่มีผิด ไมจ่ ับผิด เพื่อให้
เกิดความกลา้ นักเรียนมีความสุข “ความสขุ ของเด็ก เปน็ กาลงั ใจของครู”
ชน้ั เรยี นท่ีใช้นวตั กรรมการศึกษาชน้ั เรียนและวิธกี ารแบบเปิด รายวิชาภาษาองั กฤษ
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4
By the end of the lesson, the students can ask and answer the question
correctly. A: Do you like……?
B: Yes, I do./ No, I don’t.
ชัน้ ที่ 1 ข้นั การนาเสนอสถานการณ์ปัญหาปลายเปดิ ครูเริม่ ด้วยการถามตอบใน
เร่ืองท่ีเขาเรียนมาแลว้ เพื่อใหเ้ ดก็ มีความคุ้นเคยกับคาบเรยี นก่อน และไปข้ันตอนต่อมาให้
เรียนรู้เน้ือหาใหม่ นาเสนอด้วยการยกตัวอย่าง มีภาพให้แล้วกจ็ ะมีตวั อย่างให้ดูวา่ ลกั ษณะ
conversation สถานการณ์ปัญหาที่มีการถามและต่อยอด โดยยกตัวอย่างการเรียนรจู้ าก
สถานการณ์บนกระดานวา่ จะตอบแบบไหน โดยให้นักเรียนคิดเองว่าเขาควรจะตอบว่า
อย่างไร ชอบหรือไมช่ อบ ตอนนั้นก็จะเปน็ การฝกึ ติดตามผลงานเพ่ือทาความเข้าใจว่าเขา
เขา้ ใจมากน้อยแค่ไหน
ขัน้ ที่ 2 ขัน้ นักเรียนเรยี นรู้ด้วยตนเอง จากท่ีมีการยกตัวอยา่ งให้ถามแลว้ ค่อยตอบ
ใครตอบได้ก็จะได้รับความนิยมจากเพ่ือนท้งั ห้อง เขาสนใจอะไร ก็ให้เขาเอามาถามเพ่ือนว่า
เพ่ือนชอบหรือไม่ชอบโดยใช้ประโยคท่ีเราเรียนไปวันน้ี แล้วก็ใหเ้ พื่อนข้างๆ ต่อ ส่วนที่
ครู ผู้ สอ น คา ด หวั ง คือ ใ นช่ ว งสุ ด ท้ าย ที่ จะบ่ งบ อ กว่ า ให้ นั กเรี ย นส า มา ร ถต้ั ง คา ถ ามกั บเพื่ อ น
เพ่ือนชอบสนี ี้ไหม อะไรก็ได้ทเ่ี ขาอยากจะถามแลว้ ก็ถามเพ่ือนโดยที่ครไู ม่ได้บอกอะไร
67
ข้ันท่ี 3 ขั้นอภิปรายและเปรียบเทียบร่วมกันทั้งชั้น ได้นาผลงานทั้งหมดของ
นกั เรยี นแตล่ ะคนมาตดิ บนกระดานแล้วก็ใหเ้ พื่อนได้ชว่ ยกนั ดใู ห้ครบทุกคนในหอ้ งเรยี น
ขั้นท่ี 4 ขนั้ สรปุ โดยเชอ่ื มโยงแนวคิดของนักเรียนทีเ่ กิดข้นึ ทั้งช้นั เรียน
การสะทอ้ นผลรว่ มกันของทีมการศกึ ษาช้นั เรียน
คุณครูทวิ าพร ลีเลศิ เห็นว่าจดุ ที่สาคัญมากคือนักเรียนเรียนอย่างมีความสุข คาบนี้
ไดฝ้ ึกฝนหรอื ประเมินวว่าเขา้ ใจหรอื ไมเ่ ข้าใจก็ตาม เขาจะกลับมาทบทวนและมคี วามสาคัญ
สาหรับการพฒั นาตนเองในระยะยาว นกั เรยี นสามารถต่อยอดได้ ส่ิงหนงึ่ ทเ่ี ป็นกาลังให้ในการ
เรยี นการสอนคือการสะท้อนกลับมาเสมอว่าชอบและมีความสุข เพราะฉะน้นั ในระยะยาวท่ี
จะพฒั นาการเรยี นการสอนในลกั ษณะแบบน้ี จะนาเสนอประเดน็ ปัญหาทช่ี ดั เจน มีแนวคดิ ที่
เกิดขึ้นได้
68