1
บทที่ 1
การพฒั นาแนวทางการประเมิน
การสญู เสียสมรรถภาพทางกายและจิต
1.1 ประวตั ิ 2
1.2 แนวคิดในการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของร่างกายแบบสากล
1.3 การสญู เสียสมรรถภาพของรา่ งกาย
1.4 การสญู เสียความสามารถในการทางานอย่างถาวร
1.5 ขนั้ ตอนการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของร่างกาย
1.6 แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพทางจิตในปัจจบุ นั
1.7 แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของอวยั วะหรือของทงั้ รา่ งกาย
1.8 แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของอวยั วะท่ีใช้เคร่อื งช่วยหรอื กายอปุ กรณ์เสริม
1.9 ข้อคิดเหน็ ทวั่ ไปในการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของอวยั วะ
1.10 การเตรยี มข้อมลู เพ่ือบนั ทึกการรายงาน
1.11 แบบรายงานการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของอวยั วะหรือของทงั้ รา่ งกาย
2
แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพทางกายและจิต
1.1 ประวตั ิ
นับตงั้ แต่แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติฉบบั ท่ี 1 เป็นต้นมา รฐั ให้ความสาคญั กบั การพฒั นา
ดา้ นอุตสาหกรรมซง่ึ แต่เดมิ เป็นกจิ การทไ่ี ม่ใหญ่โตมากนกั ลกู จา้ งมจี านวนไม่มากและอย่กู บั นายจา้ งแบบคนในครอบครวั
เช่นลูกหลาน เม่อื ลูกจา้ งได้รบั บาดเจบ็ หรอื เจบ็ ป่วยเน่ืองจากการทางาน นายจา้ งจะเป็นธุระดูแลใหก้ ารรกั ษาจนกระทงั่
หายกลบั ไปทางานได้ ถา้ ทางานไม่ไดก้ จ็ ะเลย้ี งดตู ่อไป ลูกจา้ งจงึ ไม่ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น ต่อมาเม่อื สงั คมไดพ้ ฒั นามากขน้ึ
จานวนนายจา้ ง ลกู จา้ งเพมิ่ มากขน้ึ มกี ารสงั่ เครอ่ื งจกั รเขา้ มาดาเนินการ และยา้ ยแรงงานจากภาคเกษตรกรรมเขา้ มาทางาน
ในภาคอุตสาหกรรม โดยทไ่ี ม่ไดเ้ ตรยี มการไวใ้ หพ้ รอ้ มก่อน แรงงานสว่ นใหญ่ซงึ่ เดมิ มปี ระสบการณ์การทางานในภาค
เกษตรกรรม เคยชนิ กบั การทางานในทโ่ี ล่งแจง้ มอี สิ ระเสรี จะไปทางานเม่อื ไรกไ็ ด้ ไม่มใี ครบงั คบั แต่เม่อื ต้องมาทางาน
ในภาคอุตสาหกรรม ในสถานท่จี ากดั เป็นกะ เป็นเวลา ซง่ึ ไม่เคยชนิ ไม่มคี วามรู้ ไม่คุน้ เคยกบั เคร่อื งจกั ร ประกอบกบั
เคร่อื งจกั รทส่ี งั ่ เขา้ มา สว่ นใหญ่เป็นเคร่อื งจกั รทเ่ี ก่า ใชแ้ ลว้ ไม่ทนั สมยั ประสทิ ธภิ าพไม่ดี ไม่มหี รอื มเี คร่อื งป้องกนั การ
บาดเจบ็ ทไ่ี มม่ คี ณุ ภาพ ทาใหล้ กู จา้ งเกดิ การบาดเจบ็ จากการทางานมากขน้ึ นายจา้ งสว่ นใหญ่มุ่งหวงั แต่ผลกาไร ความเหน็ อก
เหน็ ใจลกู จา้ งลดลง เป็นเหตุใหล้ กู จา้ งทไ่ี ดร้ บั บาดเจบ็ หรอื เจบ็ ปว่ ย เน่อื งจากการทางานไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นขาดทพ่ี ง่ึ รฐั ได้
ตระหนกั ถงึ ความสาคญั น้อี ยกู่ อ่ นแลว้ ไดป้ ระกาศใชก้ ฎหมายแรงงานในปี พ.ศ. 2499 เพ่อื ใหค้ วามคุม้ ครองแก่ลูกจา้ งและ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ไดจ้ ดั ตงั้ กองทุนเงนิ ทดแทนขน้ึ ตามนานาอารยประเทศ ซง่ึ แต่เดมิ มแี นวคดิ ว่า เม่อื ลูกจา้ งสมคั รใจเขา้
ทางาน ลกู จา้ งตอ้ งพรอ้ มทกุ อยา่ งทจ่ี ะทางานใหน้ ายจา้ ง ตลอดจนตอ้ งพรอ้ มทจ่ี ะเสย่ี งภยั ในการทางาน เมอ่ื ประสบอนั ตรายจะ
เรยี กร้องอะไรไม่ได้ ต่อมาเม่ือสงั คมมีการพฒั นาขน้ึ ได้มีแนวคดิ เกิดขน้ึ ใหม่ว่าลูกจ้างเป็นปจั จยั ท่สี าคญั อย่างหน่ึงใน
กระบวนการผลติ เช่นเดยี วกบั เคร่อื งจกั ร เม่อื เคร่อื งจกั รเสยี นายจา้ งจาเป็นทต่ี อ้ งแกไ้ ขซ่อมแซมเคร่อื งจกั รนนั้ ใหใ้ ชง้ านได้
ลกู จา้ งกเ็ ช่นเดยี วกนั เม่อื ไดร้ บั การบาดเจบ็ หรอื เจบ็ ป่วยเน่ืองจากการทางาน นายจา้ งต้องใหก้ ารรกั ษา ซง่ึ แนวคดิ ใหม่
ดงั กล่าวน้ีประเทศสหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนั เป็นประเทศแรกทใ่ี หค้ วามคุม้ ครองลูกจา้ งตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2427 (ค.ศ. 1884)
และต่อมาในปี พ.ศ. 2440 ค.ศ. 1897) ประเทศองั กฤษไดท้ าตามบา้ ง สว่ นประเทศสหรฐั อเมรกิ าในระยะแรกไมไ่ ด้ ประกาศใช้
ทงั้ ประเทศ มเี พยี งกจิ การรถไฟของรฐั ไดน้ าแนวคดิ น้มี าใชแ้ ละไดป้ ระกาศใชท้ งั้ ประเทศในปี พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908)
กองทุนเงนิ ทดแทนซง่ึ ไดจ้ ดั ตงั้ ขน้ึ ตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ฉิ บบั ท่ี 103 ลงวนั ท่ี 16 มนี าคม พ.ศ. 2515
สงั กดั กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย มีวตั ถุประสงค์ท่จี ะให้ความคุ้มครองลูกจ้างท่ไี ด้รบั การบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย
เน่ืองจากการทางาน ให้ได้รบั การรกั ษา การฟ้ืนฟูสมรรถภาพในการทางานตามความเหมาะสมและตามความจาเป็น
ตลอดจนเป็นหลกั ประกนั แก่ลกู จา้ งว่า จะไดร้ บั เงนิ ทดแทนดว้ ยความรวดเรว็ และเต็มตามสทิ ธิ กองทุนเงินทดแทนเริ่ม
ทางานตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2517 เป็ นต้นมา ได้มกี ารปรบั ปรุงแก้ไขเพิม่ เติมประกาศของคณะปฏวิ ตั ฯิ อกี 2 ครงั้ ครงั้ แรก
ในปี พ.ศ. 2533 ครงั้ หลงั สุดเม่อื พ.ศ. 2537 โดยตราเป็นพระราชบญั ญตั ขิ นึ้ เรยี กว่า ‚พระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทน พ.ศ.
2537‛ ซง่ึ มที งั้ หมด 9 หมวด 70 มาตรา ในมาตรา 18 ว่าดว้ ย การจ่ายค่าทดแทนใหล้ ูกจา้ งทไ่ี ดร้ บั บาดเจบ็ หรอื เจบ็ ป่วย
เน่อื งจากการทางานนนั้ ไดก้ าหนดหลกั เกณฑ์ การจา่ ยคา่ ทดแทนตามประเภทของอวยั วะที่สูญเสียไป โดยแต่ละอวยั วะ
จ่ายไม่เท่ากนั ซึ่งขึน้ อยกู่ บั ความสาคญั ของการ ทาหน้าท่ีของอวยั วะนัน้ ๆ โดยมหี ลกั เกณฑก์ ารจ่าย ดงั น้ี
3
1. กาหนดประเภทของการสูญเสียอวัยวะ เป็นการให้คาจากัดความของอวัยวะท่ีขาดไป เช่น มือขาด
หมายความวา่ ขาดตงั้ แต่ขอ้ มอื ขน้ึ มา แขนขาด หมายความวา่ ขาดตงั้ แต่ขอ้ ศอกขน้ึ มา นอกจากนนั้ ยงั กาหนดว่าการสญู เสยี
อวยั วะส่วนใดหรอื การท่อี วยั วะส่วนใดสูญเสยี สมรรถภาพในการทางานโดยสน้ิ เชงิ ไม่สามารถจะรกั ษาให้หายเป็นปกติได้
ใหถ้ อื ว่าอวยั วะสว่ นนนั้ ขาดดว้ ย
2. กาหนดใหม้ รี ะยะเวลาการจ่ายคา่ ทดแทนตามประเภทของการสญู เสยี อวยั วะนนั้ ๆ เช่น มอื ขาดขา้ งหน่ึงใหม้ ี
ระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนเกา้ ปี แขนขาดขา้ งหน่งึ ใหม้ รี ะยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนสบิ ปี เป็นตน้
3. กรณีทม่ี กี ารสญู เสยี อวยั วะหรอื สญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะในหลายสว่ นของร่างกายใหค้ านวณกาหนดเวลา
การจา่ ยคา่ ทดแทนรวมกนั แต่ไม่เกนิ ระยะเวลาทก่ี าหนด เช่น สบิ ปี
4. ถา้ มกี ารสูญเสยี อวยั วะทส่ี าคญั ๆ หลายอวยั วะร่วมกนั หรอื ประสบอนั ตรายรุนแรงถึงขนั้ ทุพพลภาพ หรอื
คณะกรรมการการแพทยว์ นิ ิจฉยั วา่ ทพุ พลภาพ ใหม้ รี ะยะเวลาการจา่ ยค่าทดแทนตามกาหนด เชน่ สบิ หา้ ปี
5. จ่ายค่าทดแทนรอ้ ยละหกสบิ ของค่าจา้ งรายเดอื น ตามระยะเวลาทก่ี ฎหมายกาหนด
การจ่ายค่าทดแทนตามประเภทอวยั วะท่ีขาดสูญเสยี ไป เป็นวิธีการท่ีปฏิบตั ิง่าย ไม่ยุ่งยากในการพจิ ารณา
เหมาะสมกบั ยุคสมยั แต่ในปจั จบุ นั วทิ ยาการทางการแพทยไ์ ดพ้ ฒั นาไปมาก ศลั ยแพทยส์ ามารถต่ออวยั วะทข่ี าดไปแลว้ ได้
ทาใหล้ กู จา้ งยงั คงมอี วยั วะอยู่ แต่อวยั วะนนั้ ๆ ไมส่ ามารถใชง้ านไดเ้ ช่นเดมิ เป็นการยุ่งยากในการพจิ ารณาสงั่ จ่ายค่าทดแทน
ใหล้ กู จา้ ง อกี ทงั้ พบว่าการสงั ่ จ่ายค่าทดแทนตามอวยั วะทข่ี าดสญู เสยี ไป ยงั มคี วามแตกต่างไม่สอดคลอ้ งกนั อย่มู าก ตาม
หลกั การทว่ี ่า ผทู้ ส่ี ญู เสยี อวยั วะหรอื สญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะมาก ควรไดร้ บั คา่ ทดแทนสงู กวา่ ผทู้ ส่ี ญู เสยี สมรรถภาพของ
อวยั วะน้อยกว่า ดงั นัน้ กองทุนเงนิ ทดแทน สานักงานประกนั สงั คม จงึ ไดป้ รบั ปรุงหลกั เกณฑก์ ารสงั่ จ่ายค่าทดแทนให้
เหมาะสมและเป็นธรรมยง่ิ ขน้ึ ตามหลกั สากล ตามประกาศกระทรวงแรงงานเร่อื ง กาหนดระยะเวลาการจ่าย ค่าทดแทนฯ
ลงวนั ท่ี 25 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2547 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ฉบบั ประกาศทวั่ ไป เล่ม 121 ตอนท่ี 113 ง วนั ท่ี 23
ธนั วาคม 2547 มผี ลบงั คบั ใช้ วนั ท่ี 24 ธนั วาคม 2547
1.2 แนวคิดในการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของรา่ งกายแบบสากล
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของรา่ งกายทเ่ี ป็นสากล นิยมใชก้ นั อยทู่ วั่ ไปในประเทศอตุ สาหกรรมและประเทศ
ทพ่ี ฒั นาแลว้ เป็นการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกาย (Whole Person Impairment) โดยประเมนิ วา่ อวยั วะส่วน
ทส่ี ญู เสยี สมรรถภาพนนั้ จะทาใหท้ งั้ รา่ งกายสญู เสยี สมรรถภาพเป็นอตั รารอ้ ยละเท่าไร ซง่ึ ไดม้ าจากแนวคดิ ทว่ี า่
1. คนปกติทมี่ รี ่างกายสมบูรณ์ครบถ้วน สามารถทากจิ วตั รประจาวนั ตงั้ แต่ต่ืนนอน เช่น ล้างหน้า ทาความ
สะอาดร่างกาย เตรยี มอาหาร ติดต่อส่อื สาร เดนิ ทางไปทางานจนกระทงั่ กลบั บา้ น ทางานบ้านและเขา้ นอนไดต้ ามปกติ
ถอื ว่าคน ๆ นนั้ มสี มรรถภาพในการทางานเป็นรอ้ ยละ 100
2. ร่างกายคนประกอบดว้ ยอวยั วะส่วนต่าง ๆ มากมายหลายสว่ น อวยั วะเหล่าน้ีทางานร่วมกนั สมั พนั ธก์ นั เม่อื มี
การสญู เสยี อวยั วะหรอื สญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะสว่ นใดสว่ นหน่ึง จะมผี ลกระทบต่ออวยั วะส่วนทเ่ี กย่ี วขอ้ งกนั ดว้ ย จาก
การศกึ ษาคน้ ควา้ ของผทู้ รงคุณวุฒแิ ต่ละสาขาวชิ าเกย่ี วกบั การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะ ไดแ้ บ่งอวยั วะและ
หน้าทข่ี องอวยั วะของร่ายกายออกเป็นระบบต่าง ๆ 14 ระบบ ไดแ้ ก่
2.1 ระบบกลา้ มเน้อื กระดกู และขอ้ ประกอบดว้ ย
2.1.1 อวยั วะสว่ นแขนและมอื
2.1.2 อวยั วะสว่ นขาและเทา้
2.1.3 สนั หลงั
2.2 ระบบจกั ษุ
2.3 ระบบโสต ศอ นาสกิ
2.4 ระบบไตและทางเดนิ ปสั สาวะ
4
2.5 ระบบอวยั วะสบื พนั ธชุ์ าย
2.6 ระบบอวยั วะสบื พนั ธุห์ ญงิ
2.7 ระบบผวิ หนงั
2.8 ระบบทางเดนิ หายใจ
2.9 ระบบหวั ใจและหลอดเลอื ด
2.10 ระบบโลหติ
2.11 ระบบต่อมไรท้ อ่ และเมตะบอลสิ ม
2.12 ระบบทางเดนิ อาหาร
2.13 ระบบประสาท ประกอบดว้ ย
2.13.1 สมองสว่ นกลาง
2.13.2 ไขสนั หลงั
2.13.3 เสน้ ประสาท
2.14 ระบบทางจติ และพฤตกิ รรม
นอกจากน้ยี งั กาหนดวา่ อวยั วะทม่ี คี วามสาคญั และมผี ลต่ออวยั วะอ่นื น้อยทส่ี ุดของร่างกาย ไดแ้ ก่ น้ิวเทา้
การสญู เสยี น้ิวเทา้ หน่ึงน้ิว หรอื น้ิวเทา้ ถูกตดั ขาดระดบั ขอ้ โคนน้ิว (Metatarso-Phalangeal Joint Disarticulation) น้ิวเทา้ นนั้ จะ
สญู เสยี สมรรถภาพในการทางานคดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของน้ิวเทา้ ซง่ึ เม่อื เทยี บเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของคนแลว้ คนนนั้ จะ
สญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายคดิ เป็นรอ้ ยละ 1 ในกรณีทเ่ี กดิ การบาดเจบ็ ไม่ถงึ ตอ้ งตดั ขาด แต่มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพ
ของน้วิ เทา้ ตอ้ งประเมนิ ว่าน้วิ เทา้ นนั้ สญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละเทา่ ไร
อวยั วะส่วนอ่นื ทม่ี คี วามสาคญั มากกว่าน้ิวเทา้ เม่อื มกี ารสญู เสยี อวยั วะหรอื อวยั วะนนั้ ถูกตดั ขาด อวยั วะ
ดงั กลา่ วจะสญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของอวยั วะนนั้ ซง่ึ เม่อื เทยี บเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของคนแลว้ คนนนั้
จะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายคดิ เป็นรอ้ ยละตามความสาคญั ของแต่ละอวยั วะ เชน่
การสูญเสียน้ิวก้อยหน่ึงน้ิว หรือน้ิวก้อยถูกตัดขาดระดับข้อโคนน้ิว (Metacarpo-Phalangeal Joint
Disarticulation) น้ิวกอ้ ยนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพในการทางานคดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของน้ิวกอ้ ย ซง่ึ เม่อื เทยี บเป็นการสญู เสยี
สมรรถภาพของคนแลว้ คนนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายคดิ เป็นรอ้ ยละ 3
การสญู เสยี มอื ขา้ งหน่ึง (Hand Amputation at Wrist) มอื ขา้ งนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละ 100
ของมอื ซง่ึ เม่อื เทยี บเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของคนแลว้ คนนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายคดิ เป็นรอ้ ยละ 54
การสญู เสยี แขนข้างหน่ึงหรอื แขนถูกตดั ขาดระดบั ขอ้ ไหล่ (Shoulder Joint Disarticulation) แขนขา้ ง
นนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของแขน ซง่ึ เม่อื เทยี บเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของคนแลว้ คนนนั้ จะสญู เสยี
สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายคดิ เป็นรอ้ ยละ 60
การสญู เสยี เทา้ ขา้ งหน่งึ (Foot Amputation at Ankle) เทา้ ขา้ งนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละ 100
ของเทา้ ซง่ึ เม่อื เทยี บเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของคนแลว้ คนนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายคดิ เป็นรอ้ ยละ 25
การสญู เสยี ขาขา้ งหน่ึง (Hip Joint Disarticulation) ขาขา้ งนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละ 100
ของขา ซง่ึ เมอ่ื เทยี บเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของคนแลว้ คนนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายคดิ เป็นรอ้ ยละ 40
ตาบอดมองไม่เหน็ ทงั้ สองขา้ ง หมายถงึ การสญู เสยี สมรรถภาพของสายตาคดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของตา
ทงั้ สองขา้ ง ซง่ึ เม่อื เทยี บเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของคนแลว้ คนนนั้ จะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายคดิ เป็นรอ้ ยละ 85
5
3. ในกรณีทม่ี กี ารสูญเสียอวยั วะหรือหน้าที่ของอวยั วะของร่างกายหลายส่วนร่วมกนั ใหป้ ระเมนิ ก่อนว่า
การสูญเสยี อวยั วะแต่ละส่วนนัน้ จะทาใหร้ ่างกายสูญเสยี สมรรถภาพคิดเป็ นร้อยละเท่าไร ต่อไปนาค่าการสูญเสยี ฯของ
ร่างกายทปี่ ระเมนิ ไดจ้ ากการสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะแต่ละส่วนรวมกนั ไม่ใช่บวกกนั เป็นการสญู เสยี สมรรถภาพ
ของทงั้ ร่างกาย ซง่ึ ค่าน้ีจะไม่มากกว่ารอ้ ยละ 100 ของทงั้ ร่างกาย โดยอาศยั หลกั การทว่ี ่า อวยั วะส่วนต่าง ๆ ของ
ร่างกายทางานรว่ มกนั สมั พนั ธก์ นั การสูญเสียอวยั วะหรือหน้าที่ของอวยั วะหนึ่งจะมีผลกระทบต่อการทางาน
ของอวยั วะอื่นที่เก่ียวข้องด้วย ถ้ามีการสูญเสียอวยั วะหลายส่วนจะมีผลกระทบต่อการทางานของอวยั วะอื่นที่
เกี่ยวข้องซา้ ๆ กนั ดงั นัน้ ถ้านาค่าการสูญเสียสมรรถภาพของรา่ งกายท่ีเกิดจาก การสูญเสียอวยั วะหลายส่วน
มาบวกกนั จะทาให้ได้ตวั เลขที่สูงเกินความเป็ นจริง เพราะเป็ นการนาการสูญเสียสมรรถภาพของอวยั วะที่
เก่ียวข้องมาคิด ซา้ อีก
การรวมค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของร่างกายทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี อวยั วะ หรอื สญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะ
หลายสว่ นทาไดโ้ ดยใชส้ ตู ร
ก % รวมกบั ข % = ก % + ข % (100% – ก %)
ตวั อยา่ งท่ี 1
ลกู จา้ งสญู เสยี แขนขา้ งหน่งึ กบั ขาอกี ขา้ งหนง่ึ ลกู จา้ งคนน้จี ะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย ดงั น้ี
สญู เสยี แขนขา้ งหนง่ึ จะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย คดิ เป็นรอ้ ยละ 60
สญู เสยี ขาขา้ งหน่งึ จะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกาย คดิ เป็นรอ้ ยละ 40
จากสตู ร
คา่ รวมของ ก % กบั ข % = ก % + ข % (100% – ก%)
= 60 % + 40 % (100% – 60%)
= 60% + 16%
= 76%
ดงั นนั้ ลกู จา้ งทส่ี ญู เสยี แขนหน่งึ ขา้ งกบั ขาหน่งึ ขา้ งจะสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกาย คดิ เป็นรอ้ ยละ 76
ในกรณที ต่ี อ้ งการรวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี ฯ ของอวยั วะหรอื ของทงั้ รา่ งกายมากกว่า 2 หน่วย ทาไดโ้ ดยใชส้ ตู ร
ขา้ งตน้ รวมกนั คราวละ 2 หน่วยเร่อื ยไป และเพ่อื ความสะดวกรวดเรว็ ในการรวม สามารถหาค่ารวมไดจ้ ากตารางค่ารวม
ในบทท่ี 16 ซง่ึ ปฏบิ ตั ไิ ดง้ ่ายโดยกาหนดให้ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพท่มี ตี วั เลขมากอย่ใู นแนวตงั้ และตวั เลขน้อยอยู่ใน
แนวนอน ค่าตวั เลขท่แี ถวตามแนวทงั้ สองตดั กนั จะเป็นค่ารวมของการสูญเสียสมรรถภาพของอวยั วะท่ตี ้องการรวม
ตวั อย่างเช่น ตอ้ งการรวมค่าการสญู เสยี สมรรถภาพฯ รอ้ ยละ 30, รอ้ ยละ 20 และรอ้ ยละ 10 วธิ กี ารรวมทาไดโ้ ดยดูจาก
ตารางคา่ รวม รอ้ ยละ 20 รวมกบั รอ้ ยละ 10 จะไดร้ อ้ ยละ 28 นาคา่ รอ้ ยละ 28 ทไ่ี ดร้ วมกบั รอ้ ยละ 30 จะไดค้ า่ รวมเป็นรอ้ ยละ
50 ดงั นนั้ คา่ รวมของรอ้ ยละ 30, รอ้ ยละ 20 และรอ้ ยละ 10 เทา่ กบั รอ้ ยละ 50
4. อวยั วะทเ่ี ป็นโรคหรอื ไดร้ บั การบาดเจบ็ ทจ่ี ะทาการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ ตอ้ งไดร้ บั การรกั ษาและ
ฟ้ืนฟูสมรรถภาพจนดที ส่ี ุดทเ่ี รยี กว่า Maximal Medical Improvement (MMI) ซง่ึ พยาธสิ ภาพของอวยั วะนนั้ คงทไ่ี ม่มกี าร
เปลย่ี นแปลงอกี แลว้ หรอื การสญู เสยี สมรรถภาพจะไมเ่ ปลย่ี นแปลงอย่างมนี ยั สาคญั ไม่ว่าจะใหก้ ารรกั ษาหรอื ไม่รกั ษากต็ าม
เป็นการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพอยา่ งถาวร (Permanent Impairment) ของอวยั วะหรอื ของทงั้ รา่ งกายของคนนนั้
อน่งึ คาวา่ ‚การสญู เสยี สมรรถภาพ‛ในค่มู อื น้ี หมายถงึ การสญู เสยี สมรรถภาพอย่างถาวร
5. ค่าร้อยละการสูญเสยี สมรรถภาพของอวยั วะหรอื ของทงั้ ร่างกายท่ีประเมนิ ได้ จะใชเ้ ป็นขอ้ มูลในการ
คานวณค่าทดแทนใหก้ บั ลกู จา้ ง
อน่ึงคาว่า ‚ค่าการสญู เสยี ฯ‛ในค่มู อื น้ี หมายถงึ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพอย่างถาวรคดิ เป็นร้อยละของทงั้
รา่ งกาย
6
ขอ้ เปรยี บเทียบการประเมินตามอวยั วะท่ีขาดสญู เสียไป กบั การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพที่คิดเป็นรอ้ ยละของ
ทงั้ รา่ งกาย
อวยั วะที่ขาด / สญู เสียไป อตั รารอ้ ยละการสญู เสีย
ความแม่นยา ความถูกต้อง ระยะเวลา : รวดเรว็ : ตอ้ งรอใหส้ น้ิ สดุ การรกั ษา
: ไม่ตอ้ งเสยี เวลารอใหส้ น้ิ สดุ การรกั ษา : ตอ้ งการอุปกรณ์ในการตรวจ เสยี เวลาบา้ ง
: ขาดความถูกตอ้ ง เช่น ตอน้วิ ทเ่ี หลอื อยู่ : ถกู ตอ้ ง ประเมนิ ไดท้ ุกพยาธสิ ภาพของอวยั วะ
พอใชง้ านได้ แต่ถูกตดั สนิ ว่า สญู เสยี ทงั้ น้วิ ทเ่ี หลอื อยู่
ความเ ็ปนธรรม : ขาดความแม่นยา เช่น กรณมี อื ขาดไดร้ บั : ผลการประเมนิ จะเป็นรอ้ ยละการสญู เสยี
คา่ ทดแทน 9 ปี แต่ถา้ คานวณคา่ ทดแทนแต่ละน้วิ สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย ซง่ึ คานวณค่าทดแทน
ทงั้ หา้ นว้ิ มาบวกกนั จะไดค้ า่ ทดแทน 9 ปี 2 เดอื น ไดถ้ กู ตอ้ งแมน่ ยา
: ขาดความเป็นธรรม ลกู จา้ งทส่ี ญู เสยี มาก ควร : คานวณคา่ ทดแทนตามรอ้ ยละการสญู เสยี
ไดร้ บั คา่ ทดแทนมาก ลกู จา้ งทส่ี ญู เสยี น้อยควร สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกาย ก่อใหเ้ กดิ ความเป็นธรรม
ไดร้ บั คา่ ทดแทนน้อย แต่ในกรณี ทุพพลภาพ
กาหนดใหล้ กู จา้ งไดร้ บั คา่ ทดแทน 15 ปี
เท่ากนั หมด
1.3 การสญู เสียสมรรถภาพของร่างกาย (Impairment)
การสูญเสียสมรรถภาพ (Impairment) หมายถึง การสูญเสียอวัยวะ การสูญเสียหน้าท่ีของอวัยวะ หรือ
การผดิ ปกตขิ องอวยั วะ (Derangement) ส่วนหน่ึงส่วนใดของร่างกายในการทากจิ วตั รประจาวนั การสญู เสยี สมรรถภาพน้ี
มสี าเหตุของการเจบ็ ป่ วยหรอื อบุ ตั ิเหตกุ ไ็ ด้
แพทย์ผูท้ ่ผี ่านการฝึกอบรมการประเมินการสญู เสยี สมรรถภาพของร่างกายจะเป็นผู้ประเมินฯ โดยคานึงถึง
การใชอ้ วยั วะนนั้ ๆ ในการประกอบกจิ วตั รประจาวนั ของคนทวั่ ไปในสงั คมเป็นหลกั เช่น การทาความสะอาดร่างกาย นงั่
ยนื เดนิ ขน้ึ ลงบนั ได การเดนิ ทาง การติดต่อส่อื สาร การใช้มอื ในกจิ วตั รประจาวนั (ตารางท่ี 1) โดยไม่คานึงถึง
ขอ้ แตกต่างของอายุ เพศ อาชพี ตาแหน่งหน้าที่ เจ้าของกิจการหรอื ลูกจ้างถ้าสูญเสยี ขอ้ ปลายนิ้ว หวั แม่มือระดบั
เดยี วกนั ผลการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของนิ้วหวั แม่มอื หรอื ของทงั้ ร่างกายจะตอ้ งเท่ากนั และการประเมนิ
การสญู เสยี สมรรถภาพของร่างกายจะตอ้ งประเมนิ เป็นรอ้ ยละของร่างกายทส่ี ญู เสยี อวยั วะหรอื หน้าทข่ี องอวยั วะ
ตารางที่ 1-1 การประกอบกิจวตั รประจาวนั ของบุคคล (Activities of Daily Living or ADL)
กิจกรรม ตวั อยา่ ง
การดแู ลสขุ อนามยั สว่ นตวั การขบั ถ่ายอจุ จาระ, ปสั สาวะ, แปรงฟนั , อาบน้า, แตง่ ตวั , กนิ อาหาร
การตดิ ต่อสอ่ื สารกบั บุคคลอ่นื การเขยี นหนงั สอื , ใชเ้ คร่อื งพมิ พ,์ มองเหน็ , ไดย้ นิ , พดู คยุ
การเคล่อื นไหวร่างกาย การยนื , นงั่ , เอนหลงั หรอื พงิ พนกั , เดนิ , ขน้ึ ลงบนั ได
การรบั ความรสู้ กึ การไดย้ นิ , มองเหน็ , รบั ความรสู้ กึ จากการสมั ผสั , รบั รรู้ สและกลนิ่
การใชม้ อื ทางาน การหยบิ จบั สงิ่ ของ, ยกน้าหนกั , การแยกแยะวตั ถุโดยการสมั ผสั ดว้ ยมอื
การเดนิ ทาง การขบั รถยนต,์ ขจ่ี กั รยาน, พายเรอื , ขบั เรอื , โดยสารรถหรอื เครอ่ื งบนิ
การประกอบกามกจิ การแขง็ ตวั ขององคชาต, ถงึ จุดสดุ ยอดทางเพศ, หลงั่ น้าอสจุ ิ
การนอนหลบั การนอนหลบั สนทิ
7
1.4 การสญู เสียความสามารถในการทางานอย่างถาวร (Permanent Disability)
หมายถงึ การสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะหรอื ของทงั้ ร่างกาย ทาใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงของความสามารถ
ของแต่ละบุคคลทจ่ี ะปฏบิ ตั กิ จิ วตั รต่าง ๆ ไดต้ ามทผ่ี อู้ ่นื ในสงั คมตามอาชพี งาน หรอื ตามกฎเกณฑท์ ต่ี งั้ ไว้ คาดหวงั ไว้ ซงึ่
แน่นอนว่าบุคคลผสู้ ญู เสยี ความสามารถในการปฏบิ ตั หิ น้าทเี่ ฉพาะกจิ กรรมหน่ึง อาจจะไม่มกี ารสญู เสยี ความสามารถใน
บทบาทอ่นื ต่อสงั คม เช่น ศลั ยแพทยท์ ่สี ญู เสยี ขอ้ ปลายน้ิวหวั แม่มอื จะสญู เสยี ความสามารถในการทาการผ่าตดั มากกว่า
การสญู เสยี ขอ้ ปลายน้ิวหวั แม่มอื ของนายแพทย์ ผอู้ านวยการ ซง่ึ ทาหน้าทบ่ี รหิ ารงานในโรงพยาบาล แต่ทงั้ ศลั ยแพทย์ และ
นายแพทยผ์ อู้ านวยการ จะสูญเสยี สมรรถภาพ ของน้ิวหวั แม่มอื เท่ากนั หรอื นักเล่นไวโอลนิ ท่สี ูญเสยี ปลายน้ิวจะสญู เสยี
ความสามารถในการประกอบอาชพี มากกว่ากรรมกรแบกหามท่สี ูญเสยี ปลายน้ิวเดยี วกนั แต่ทงั้ นักไวโอลนิ และกรรมกร
แบกหามจะสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ เทา่ กนั
ดงั นนั้ จะเหน็ ไดว้ ่าการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะและของทงั้ ร่างกายและการสญู เสยี ความสามารถ
จะแตกต่างกนั โดยทก่ี ารประเมนิ การสญู เสยี ความสามารถจะเป็นการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพร่วมกบั สถานภาพทาง
สงั คม หรอื อกี นยั หน่งึ ถา้ บคุ คลนนั้ ๆ สามารถปรบั ตวั เขา้ กบั สง่ิ แวดลอ้ มได้ การสญู เสยี ความสามารถอาจจะกลบั มาเป็นปกติ
1.5 ขนั้ ตอนการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของรา่ งกาย
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของร่างกาย เป็นขนั้ ตอนสาคญั ขนั้ ตอนหน่งึ ทจ่ี ะคานวณค่าทดแทนใหล้ ูกจา้ ง
เม่อื ลกู จา้ งประสบอนั ตรายไดร้ บั การบาดเจบ็ หรอื เจบ็ ปว่ ยเน่ืองจากการทางาน ลูกจา้ งหรอื นายจา้ งจะตอ้ งแจง้ ใหส้ านกั งาน
ประกนั สงั คมเขตพน้ื ทใ่ี นกรุงเทพมหานคร หรอื สานกั งานประกนั สงั คมจงั หวดั ในกรณีทอ่ี ย่ตู ่างจงั หวดั ทราบ พรอ้ มทงั้ กรอก
แบบแจง้ การประสบอนั ตราย (กท.16) และใบสง่ ตวั ลกู จา้ งเขา้ รบั การรกั ษาพยาบาล (กท.44) กรณีทส่ี ถานพยาบาลนนั้ เป็น
สถานพยาบาลในความตกลงของกองทุนเงนิ ทดแทน และต้องนาส่งลูกจา้ งเขา้ ทาการรกั ษาโดยด่วน หลงั การรกั ษาทาง
การแพทย์ ลูกจา้ งบางรายอาจจะมกี ารสญู เสยี อวยั วะหรอื หน้าทข่ี องอวยั วะตามพยาธสิ ภาพทเ่ี กดิ ขน้ึ บางรายมคี วาม
จาเป็นตอ้ งไดร้ บั การฟ้ืนฟูสมรรถภาพของอวยั วะทไ่ี ดร้ บั การบาดเจบ็ เพ่อื ใหอ้ วยั วะนนั้ กลบั คนื สสู่ ภาพเดมิ มากทส่ี ุดและเรว็
ทส่ี ดุ บางรายตอ้ งไดร้ บั การผ่าตดั แกไ้ ข ซ่อมแซมเพ่อื ใหอ้ วยั วะนนั้ ใชง้ านได้ ในกรณีเช่นน้ีอาจใชร้ ะยะเวลานานมากเป็นปี
กไ็ ด้ หลงั การผ่าตดั แกไ้ ข และทากายภาพบาบดั เพ่อื ฟ้ืนฟูพยาธสิ ภาพของอวยั วะ จนกระทงั่ พยาธสิ ภาพคงทไ่ี ม่มกี าร
เปลย่ี นแปลงต่อไปอกี จงึ จะทาการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะ ตามขนั้ ตอนต่อไปน้ี
1. รวบรวมประวตั กิ ารเจ็บป่วยทงั้ อดตี และปจั จุบนั รวมทงั้ ประวตั กิ ารประสบอนั ตรายสภาพการทางาน ท่าทาง
การทางาน ตลอดจนมกี ารสวมเคร่อื งป้องกนั การบาดเจบ็ ดว้ ยหรอื ไม่
2. การตรวจร่างกายทวั ่ ไปและตรวจอวยั วะท่บี าดเจบ็ รวมทงั้ การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการและการตรวจ
พเิ ศษเฉพาะโรค
3. นาขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ากการตรวจร่างกาย และจากหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารตลอดจนการตรวจพเิ ศษเฉพาะโรคมาประมวลเพ่อื
เทยี บกบั เกณฑเ์ ป็นรอ้ ยละของการสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะนนั้
4. เปลย่ี นคา่ การสญู เสยี ฯของอวยั วะทป่ี ระเมนิ ได้ เป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะหน่วยทใ่ี หญ่ขน้ึ หรอื
ของทงั้ รา่ งกาย เชน่ ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื เม่อื ไดค้ ่ารอ้ ยละการสญู เสยี ฯ ของน้ิวมอื แลว้ แปลงค่ารอ้ ยละ
การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื เป็นคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ของแขน และของทงั้ รา่ งกายตามลาดบั
5. ในกรณีท่ีมีการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหลายอวัยวะหรือมากกว่าหน่ึงระบบ การประเมินการสูญเสีย
สมรรถภาพของรา่ งกายทาไดโ้ ดยวธิ กี าร ดงั น้ี
5.1 ประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพของอวยั วะแต่ละส่วนก่อน เร่มิ ตงั้ แต่อวยั วะส่วนท่เี ลก็ สุดโดยไม่ขา้ ม
ขนั้ ตอน
8
5.2 แปลงค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะทไ่ี ด้ เป็นค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะ
หน่วยทใ่ี หญ่ขน้ึ หรอื ของทงั้ ร่างกาย แลว้ แต่กรณี นาค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพทไ่ี ดแ้ ต่ละขนั้ ตอนมารวมกนั เช่น
ลูกจา้ งไดร้ บั การบาดเจบ็ ทบ่ี รเิ วณมอื ขวา ขอ้ ศอกขวาและขาซา้ ย เม่อื สน้ิ สุดการรกั ษาแลว้ ลูกจา้ งจะสญู เสยี สมรรถภาพ
ของร่างกายตามวธิ ปี ระเมนิ ดงั น้ี
5.2.1 ประเมนิ วา่ มอื ขวาสญู เสยี สมรรถภาพเป็นรอ้ ยละเทา่ ใดของมอื
5.2.2 แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ขวาเป็นค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนขวา (ในกรณี
ทไี่ ม่มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการบาดเจบ็ อ่ืน แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนขวาเป็นของทงั้
รา่ งกาย)
5.2.3 ประเมนิ วา่ การบาดเจบ็ ทข่ี อ้ ศอกขวา ทาใหแ้ ขนขวาสญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละเท่าใด
5.2.4 นาค่ารอ้ ยละการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนขวาทเ่ี กดิ จากการบาดเจบ็ ทม่ี อื ขวาและขอ้ ศอกขวา
รวมกนั จะไดค้ ่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนขวาทเ่ี กดิ จากการบาดเจบ็ ทม่ี อื ขวาและขอ้ ศอกขวา
5.2.5 แปลงค่าการสญู เสยี ฯของแขนขวาทไ่ี ดเ้ ป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย
5.2.6 ประเมนิ ว่าการบาดเจบ็ ทข่ี าซา้ ย ทาใหข้ านนั้ สญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละเท่าไร
5.2.7 แปลงค่าการสูญเสียฯของขาท่ีได้เป็นค่าการสูญเสียสมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย
5.2.8 นาคา่ การสญู เสยี ฯทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนขวาและการสญู เสยี สมรรถภาพของ
ขาซา้ ยทป่ี ระเมนิ ไดร้ วมกนั จะเป็นคา่ การสญู เสยี ฯทงั้ หมดทเ่ี กดิ จากการบาดเจบ็ ทบ่ี รเิ วณมอื ขวา ขอ้ ศอกขวา และขาซา้ ย
1.6 แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพทางจิตในปัจจบุ นั
ในปจั จบุ นั การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทางจติ จะประเมนิ คา่ การสญู เสยี ฯเป็นรอ้ ยละของทงั้ ร่างกาย โดย
ถอื ว่าระบบทางจติ และพฤตกิ รรมเป็นระบบหนึ่งของร่างกาย ดงั นัน้ เม่ือกล่าวถึงคาว่า “ร่างกาย” จะมีความหมาย
ครอบคลุมถึงระบบทางจติ และพฤตกิ รรมด้วย และแนวทางในการประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพทางจติ มหี ลกั การ
เหมอื นกบั ระบบอ่นื ๆ ซ่ึงรายละเอยี ดของการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทางจติ จะอย่ใู นบทระบบจติ และพฤตกิ รรม
(บทท1่ี 8)
1.7 แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของอวยั วะและของทงั้ รา่ งกาย
โดยทวั่ ไป แพทยจ์ ะเป็นผปู้ ระเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของร่างกายตามระบบอวยั วะ โดยอาศยั หลกั ฐานและ
ขอ้ มูลทต่ี รวจได้ แล้วใหค้ ่าการสูญเสยี ฯเป็นรอ้ ยละของทงั้ ร่างกาย ถ้ามกี ารสญู เสยี สมรรถภาพหลายอวยั วะ ใหป้ ระเมนิ
การสญู เสยี สมรรถภาพของแต่ละระบบอวยั วะก่อน จากนัน้ นาผลค่าการสญู เสยี ฯทปี่ ระเมนิ ไดม้ ารวมกนั โดยใชต้ าราง
ค่ารวม (Combined Value Chart) ในบทท่ี 19 ถ้าผรู้ บั การประเมนิ ไม่ใหค้ วามร่วมมอื ในการตรวจ แพทยจ์ ะตอ้ งบนั ทกึ
สาเหตุทไ่ี ม่สามารถประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพไวด้ ว้ ย การสญู เสียสมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายรอ้ ยละ 95-100 ถือว่า
เป็นการสูญเสียสมรรถภาพโดยสิ้นเชิงหรอื ใกลต้ าย (Total Impairment, A State That Is Approaching Death)
ค่าการสญู เสยี ฯของอวยั วะแต่ละระบบทก่ี าหนดไว้ในรูปและตารางต่าง ๆ นนั้ ได้ดาเนินการปรบั ปรุงแกไ้ ข
ใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมแลว้ ผลของการประเมนิ สองครงั้ โดยผูป้ ระเมนิ คนเดียวกนั ตามแนวทางทกี่ าหนดไวใ้ นคู่มอื เล่มน้ี
ไม่ควรต่างกนั เกนิ รอ้ ยละ 10 และผลของการประเมนิ ของแพทยแ์ ต่ละทา่ นทไ่ี ดผ้ ่านการฝึกอบรมการประเมนิ ฯ ควรจะไดค้ ่า
ทใ่ี กลเ้ คยี งกนั ดว้ ย อย่างไรกต็ ามการประเมนิ ซา้ หลาย ๆ ครงั้ จะทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลทถ่ี ูกตอ้ งและเชอ่ื ถอื ไดม้ ากขน้ึ
9
1.8 การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของอวยั วะที่ใช้เครอื่ งช่วยหรอื กายอปุ กรณ์เสริม
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของผทู้ ใ่ี ชเ้ คร่อื งช่วยหรอื กายอุปกรณ์เสรมิ ถ้าสามารถเอาเคร่อื งช่วยออก
ได้ง่าย เช่น ผู้ท่ีใช้เคร่อื งช่วยฟงั ให้ประเมนิ การสูญเสยี ของการได้ยนิ โดยไม่ใช้เคร่ืองช่วยฟงั แต่ถ้าเคร่ืองช่วยนัน้
เอาออกไม่ได้ เช่น ใส่เลนส์ตาเทียม ขอ้ เข่าเทยี ม ให้ประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพของอวยั วะนนั้ พรอ้ มกบั เคร่อื งช่วย
สาหรบั ผทู้ ส่ี วมแว่นตาหรอื Contact Lens ใหป้ ระเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของสายตาโดยไม่ตอ้ งเอาแว่นตาหรอื Contact
Lens ออก
ในกรณีทก่ี ารใชย้ าหรอื ผลของการรกั ษาก่อใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพของร่างกาย ตอ้ งประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากผลขา้ งเคยี งนนั้ ควบคกู่ นั ไปดว้ ย และนาผลทไ่ี ดไ้ ปรวมกบั การสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากการบาดเจบ็
หรอื เจบ็ ปว่ ยจากโรค สว่ นผรู้ บั การประเมนิ ทป่ี ฏเิ สธการรกั ษา ทงั้ ทท่ี ราบวา่ ถา้ ไดร้ บั การรกั ษาแลว้ สมรรถภาพของร่างกาย
จะดขี น้ึ ถอื ว่าเป็นสทิ ธโิ ดยชอบธรรมของผูร้ บั การประเมนิ ผู้ประเมนิ ต้องประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพตามสภาพท่ี
เป็นอย่จู รงิ ในขณะนนั้ พรอ้ มกบั ลงความเหน็ เกย่ี วกบั การรกั ษาทค่ี วรได้รบั เพิ่มเตมิ ตลอดจนเหตุผลทผ่ี รู้ บั การประเมนิ
ปฏเิ สธการรกั ษา
1.9 ข้อคิดเหน็ ทวั่ ไปในการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพ
การประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพของร่างกาย ต้องพยายามใหค้ รอบคลุมทุกดา้ นและคานึงถงึ ผลกระทบ
โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ผลกระทบต่อกจิ วตั รประจาวนั ของบุคคลนนั้ ก่อนทาการประเมนิ ต้องแน่ใจว่าระบบอวยั วะทไ่ี ดร้ บั การ
บาดเจบ็ และเป็นโรค ได้รบั การรกั ษาและฟ้ืนฟูสมรรถภาพอย่างดที ่สี ุด และพยาธิสภาพคงท่ไี ม่มกี ารเปล่ยี นแปลงแล้ว
(Maximal Medical Improvement : MMI)
เน่อื งจากพยาธสิ ภาพอาจมกี ารเปลย่ี นแปลงไดต้ ลอดเวลา ผรู้ บั การประเมนิ ทม่ี อี าการเลวลงหรอื ดขี น้ึ ควรไดร้ บั
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพซา้ ในรายท่ไี ม่ไดร้ บั การประเมนิ มาก่อน ควรใชข้ อ้ มูลปจั จุบนั ทร่ี วบรวมไดเ้ ป็นขอ้ มูล
พน้ื ฐานในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ สว่ นในรายทเี่ คยไดร้ บั การประเมนิ แลว้ แต่ตอ้ งการใหท้ าการประเมนิ ใหม่
ถา้ ผปู้ ระเมนิ พบว่าไม่มขี อ้ มลู ทแ่ี ตกต่างไปจากเดมิ ในกรณนี ้ไี มจ่ าเป็นตอ้ งทาการประเมนิ ซา้ เพยี งแต่ใหเ้ หตุผลไวก้ พ็ อแลว้
กรณีทต่ี อ้ งการใหม้ กี ารแจกแจงโดยละเอยี ด จาเป็นตอ้ งวเิ คราะหถ์ งึ การเปลย่ี นแปลงตามธรรมชาตขิ องอวยั วะ
นัน้ สาเหตุและผลของการบาดเจบ็ หรอื เจบ็ ป่วยทที่ าใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพพรอ้ มทงั้ คาอธบิ าย ความเห็นและ
ข้อสรุปของผู้ทาการประเมนิ ด้วย ตัวอย่างท่เี ห็นได้ชดั เจนคือ การสูญเสยี สมรรถภาพของสนั หลงั ต้องแยกว่าการสูญเสีย
สมรรถภาพของสนั หลงั เน่ืองจากการทางานคดิ เป็นรอ้ ยละเท่าใด ลูกจา้ งมพี ยาธสิ ภาพของสนั หลงั เดมิ อะไรบา้ ง คดิ เป็น
การสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละเท่าใด
1.10 การเตรียมข้อมลู เพ่ือบนั ทึกการรายงาน
การประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพของอวยั วะจะถูกต้องแม่นยา ต้องอาศยั ขอ้ มูลท่ีสมบูรณ์ถูกต้องชดั เจน
ประกอบการพจิ ารณา ขอ้ มลู ทส่ี าคญั ประกอบดว้ ย
1. ขอ้ มลู ทางการแพทย์ ไดแ้ ก่
1.1 ประวตั กิ ารเจบ็ ปว่ ยตงั้ แต่เรมิ่ เป็น อาการ อาการแสดงและสง่ิ ทต่ี รวจพบครัง้ ก่อน (ถ้ามี) การรักษา
และผลของการรักษาตลอดจนภาวะแทรกซ้อน ประวัติการสมั ผสั ส่งิ คุกคาม สารกอ่ ใหเ้ กดิ โรค ระยะเวลาและจานวน
ทส่ี มั ผสั สารนนั้ การดาเนินของโรค และสงิ่ ทต่ี รวจพบครงั้ สดุ ทา้ ย
10
1.2 ผลการตรวจของผปู้ ระเมนิ ทางคลนิ ิกครงั้ สดุ ทา้ ย ประกอบดว้ ย
1.2.1 ผลการตรวจร่างกายทวั่ ไป
1.2.2 ผลการตรวจเฉพาะสว่ นทบ่ี าดเจบ็
1.2.3 ผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
1.2.4 ผลการตรวจคลน่ื ไฟฟ้าหวั ใจ
1.2.5 ผลการตรวจทางรงั สี
1.2.6 ผลการตรวจทางจติ รวมทงั้ Intellectual Functioning, Characteristic Traits
1.2.7 ผลการตรวจอน่ื ๆ
1.3 การวเิ คราะหอ์ าการทางคลนิ ิกครงั้ สดุ ทา้ ย กาหนดแผนการรกั ษา การฟ้ืนฟูสมรรถภาพ ตลอดจนการ
ตดิ ตามผลและการตรวจเพม่ิ เตมิ
1.4 การวนิ จิ ฉยั และความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ
1.5 วนั เวลาทค่ี าดว่าจะหายหรอื อาการดขี น้ึ
2. การวเิ คราะหผ์ ลทผ่ี ปู้ ระเมนิ ตรวจพบโดย
2.1 ชแ้ี จงว่าอาการ อาการแสดงนนั้ มผี ลกระทบต่อการดาเนนิ ชวี ติ อะไรบา้ ง อย่างไร
2.2 อธบิ ายดว้ ยวา่ พยาธสิ ภาพทเ่ี กดิ ขน้ึ นนั้ คงทห่ี รอื ยงั
2.3 อธบิ ายทางการแพทยว์ ่า พยาธสิ ภาพทเ่ี กดิ ขน้ึ น้จี ะทาใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพทนั ทหี รอื ค่อยเป็น
ค่อยไปหรอื ทาใหอ้ วยั วะอ่นื สญู เสยี สมรรถภาพรว่ มดว้ ย
2.4 อธบิ ายสรปุ วา่ การบาดเจบ็ /เจบ็ ปว่ ยนนั้ เป็นอุปสรรคต่อการทางานและกจิ วตั รประจาวนั อย่างไรมากน้อย
เท่าใด
2.5 อธบิ ายทางการแพทย์ว่าพยาธสิ ภาพที่เกดิ ขนึ้ น้ี จะทาให้เกดิ การบาดเจบ็ เป็นอนั ตรายในขณะท่ี
ทางานหรอื ประกอบกจิ วตั รประจาวนั หรอื ไม่ ซง่ึ อาจทาใหม้ กี ารสญู เสยี สมรรถภาพเพมิ่ ขน้ึ
3. จากขอ้ มูลขอ้ 1 และ 2 ดงั กล่าวขา้ งต้นสามารถประเมนิ หาค่าร้อยละการสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะได้
โดย
3.1 บนั ทกึ สง่ิ ทต่ี รวจพบทท่ี าใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะแต่ละส่วนในรายงาน เพ่อื เทยี บเป็น
ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะและหรอื ของทงั้ รา่ งกายตามแนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทางกาย
และจติ
3.2 ควรมคี าอธบิ ายพรอ้ มหลกั ฐานอา้ งองิ ถงึ คา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะทป่ี ระเมนิ ไดน้ นั้
3.3 สรุปผลการประเมนิ เป็นค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย
11
1.11 แบบรายงานการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของอวยั วะหรอื ของทงั้ รา่ งกาย
แบบรายงานการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของอวยั วะหรอื ของทงั้ รา่ งกาย
ชอ่ื …………………………….นามสกุล…………..……อายุ………ปี เพศ ชาย หญงิ
เลขท…่ี ..………….
ช่อื สถานประกอบการ…………………..……….………………………………………………………………………...
ตงั้ อยเู่ ลขท…่ี ..……………………………….…………………………………………………………………………….
อวยั วะทบ่ี าดเจบ็ /เจบ็ ปว่ ย……………………………………..…….วนั ทเ่ี กดิ การบาดเจบ็ /เจบ็ ปว่ ย………………………
ข้อมูลเอกสารเก่ียวกบั ผปู้ ่ วย
การตรวจสอบเอกสาร การแนบเอกสาร
ตรวจแลว้ ไม่ได้ตรวจ แนบมา ไมไ่ ด้แนบ
มา
1. ประวตั ิการเจบ็ ป่ วย
1.1 สาเนาเวชระเบยี นจากสถานพยาบาล
1.2 จากผปู้ ว่ ย
1.3 จากแหลง่ อ่นื (ระบ)ุ ………………………………..
……………………………………………………….….
2. รายงานการตรวจทางคลินิก
2.1 การตรวจร่างกายทวั่ ไป และการตรวจเฉพาะท่ี
2.2 การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
2.3 การตรวจพเิ ศษอ่นื
2.4 ความเหน็ ของผเู้ ชย่ี วชาญ
3. ผลการตรวจของผปู้ ระเมิน (ถา้ ม)ี …………………...………………………………………………………………
…………………………………………………………….…………………………………………………………….
…………………………………………………………….…………………………………………………………….
4. การวินิจฉัยโรค (ตาม ICD 10) ………………………...…………………………………………………………….
รหสั ICD 10……………….…………………………………….……………………………………………………..
5. พยาธิสภาพของการบาดเจบ็ /เจบ็ ป่ วย ใช่ ไมใ่ ช่
5.1 สน้ิ สดุ การรกั ษา
5.1.1 ไม่สามารถรกั ษาใหด้ กี ว่าน้ไี ดโ้ ดยผา่ ตดั หรอื ทางยา
5.1.2 ผปู้ ว่ ยไมย่ อมรกั ษาต่อ
5.1.3 สน้ิ สดุ การรกั ษาตามกฎหมายกาหนด
5.2 พยาธสิ ภาพของอวยั วะและ/หรอื ร่างกายคงท่ี
5.3 พยาธสิ ภาพทเ่ี หลอื อยทู่ าใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อรา่ งกายทนั ที
หรอื ค่อย ๆ เป็น
12
6. ความเหน็ ของผปู้ ระเมิน
6.1 ระบกุ จิ วตั รประจาวนั ทเ่ี ปลย่ี นแปลง เน่อื งจากการสญู เสยี สมรรถภาพ(อาบน้า/ทาอาหาร/ดแู ลตวั เอง/การ
ตดิ ต่อสอ่ื สาร/การเคล่อื นไหว/ความรสู้ กึ /การใชม้ อื /การเดนิ ทาง/การนอนหลบั /การร่วมเพศ/การเขา้ สงั คม อ่นื ๆ
…………………………………………………………………………………………………..……………)
6.2 กจิ วตั รประจาวนั จะทาใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ /เป็นอนั ตรายหรอื ทาใหก้ ารสญู เสยี สมรรถภาพเพม่ิ ขน้ึ หรอื ไม่
อยา่ งไร
……….………………………………………………………………………………………..….………….…
6.3 ระบุขอ้ ปฏบิ ตั แิ ละขอ้ ควรระวงั ในการใชเ้ ครอ่ื งชว่ ยในการทากจิ วตั รประจาวนั
………………………………………………………………………………………………………………….
6.4 อน่ื ๆ
..………………………………………………………………………………………………………………..
7. ขา้ พเจา้ เป็นแพทยผ์ รู้ กั ษาผปู้ ว่ ยรายน้ี ตงั้ แต่วนั ท…่ี ……………………………..ถงึ ………...………………..
ขา้ พเจา้ เป็นแพทยผ์ ปู้ ระเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของผปู้ ว่ ยรายน้ี เมอ่ื วนั ท…่ี ……………...……………..
8. การสญู เสียสมรรถภาพ
อวยั วะที่มีการสญู เสียสมรรถภาพ รอ้ ยละ รอ้ ยละ
ของอวยั วะ ของทงั้ รา่ งกาย
8.1
8.2
8.3
8.4
9. มีการสูญเสียสมรรถภาพเท่ากบั รอ้ ยละ .................. ของทงั้ รา่ งกาย
ลงชอ่ื ผปู้ ระเมนิ
วนั ท…่ี …………………………………….……
(…………………………………………..)
สถานทต่ี ดิ ต่อ…………………………………….………………………….
โทรศพั ท…์ ………………………………………………………….………
13
บทท่ี 2
การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมือ
(THE UPPER EXTREMITIES)
2.1 หลกั เกณฑก์ ารประเมินการสญู เสียสมรรถภาพ (Principles of Assessment)
2.1.1 หลกั การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ (Principles of Impairment Evaluation)
2.1.2 วธิ เี ขยี นรายงานและการบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ (Impairment Evaluation :
Documentation and Recording)
2.1.3 หลกั การรวมค่าการสญู เสยี สมรรถภาพในการประเมนิ (Combining Impairment Ratings)
2.1.4 หลกั การนาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพมาบวกกนั (Principles for Adding Impairment Value)
2.2 การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมือที่ถกู ตดั ขาด (Amputation)
2.2.1 หลกั การประเมนิ (General Principles)
2.2.2 การสญู เสยี สมรรถภาพจากการถูกตดั ขาดทร่ี ะดบั สงู กว่าน้วิ มอื (Amputation Impairment : Levels Proximal
to Digits)
2.2.3 การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื ทถ่ี กู ตดั ขาด (Amputation Impairments : Digital Levels)
2.2.4 การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื ทถ่ี กู ตดั ขาด (Impairment Rating For Digital Amputation)
2.2.5 การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทเ่ี กดิ จากภาวะอ่นื ๆ ร่วมกบั น้ิวมอื ถูกตดั ขาด (Conditions
Associated with Amputation)
2.3 การสญู เสียสมรรถภาพจากการสญู เสียความรสู้ ึกที่ผิวหนังจากรอยโรคท่ีเส้นประสาท
นิ้วมือ (Sensory Impairment Due to Digital Nerve Lesions)
2.3.1 การตรวจประเมนิ ทางคลนิ ิก (Clinical Evaluation)
2.3.2 หลกั การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื จากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั
(Digital Nerve Sensory Impairment Evaluation ; Principle)
2.3.3 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื จาก digital neuromas
(Rating Impairment Due To Digital Neuromas)
2.3.4 วธิ กี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื จากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั
(Digital Nerve Sensory Impairment Determination Method)
14
2.4 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือจากข้อเคลื่อนไหวผิดปกติ
(Evaluating Abnormal Motion)
2.4.1 การวดั พสิ ยั การเคลอ่ื นไหวของขอ้ (Clinical Measurements of Motion)
2.4.2 หลกั การคานวณการสญู เสยี สมรรถภาพจากขอ้ สญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวตามสตู ร A = E + F
(Principle for Motion Impairment Calculation : A = E + F)
2.4.3 วธิ กี ารคานวณการสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้
(Method for Motion Impairment Calculation)
2.4.4 แนวทางการประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวหวั แม่มือจากข้อน้ิวหวั แม่มอื สูญเสยี การเคล่อื นไหว
(Thumb Ray Motion Impairment)
2.4.5 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื จากขอ้ น้ิวมอื สญู เสยี การเคล่อื นไหว (Finger Motion
Impairment)
2.4.6 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื หลายน้วิ
(Multiple Digit Impairments)
2.4.7 แนวทางการประเมนิ การสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากขอ้ มอื สูญเสยี การเคล่อื นไหว (Wrist Motion
Impairment)
2.4.8 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากขอ้ ศอกสญู เสยี การเคล่อื นไหว (Elbow Motion
Impairment)
2.4.9 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากขอ้ ไหล่สูญเสยี การเคล่อื นไหว(Shoulder Motion
Impairments)
2.5 การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมือจากความผิดปกติของเส้นประสาท
(Impairment of the Upper Extremities Due to Peripheral Nerve Disorders)
2.5.1 หลกั การประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนจากการบาดเจบ็ ของระบบเสน้ ประสาท (Impairment
Evaluation Principles)
2.5.2 วธิ กี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการบาดเจบ็ ของเสน้ ประสาท (Impairment Evaluation
Methods)
2.5.3 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการบาดเจบ็ ของเสน้ ประสาทแต่ละสว่ น (Regional
Impairment Determination)
2.5.4 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากเสน้ ประสาทถูกกดทบั (Entrapment/ Compression
Neuropathy)
2.5.5 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากกลุ่มอาการเจ็บปวดเฉพาะท่ีท่ีสลับซับซ้อน
ชนิดทห่ี น่งึ และสอง (Complex Regional Pain Syndromes CRPS, Reflex Sympathetic Dystrophy:CRPS
, Causalgia :CRPS )
15
2.6 การประเมินการสญู เสียสมรรรถภาพของแขนและมือจากความผิดปกติของหลอดเลือด
(Impairment of the Upper Extremities Due to Vascular Disorders)
2.7 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือจากความผิดปกติ อ่ืน ๆ
(Impairment of the Upper Extremities Due to Other Disorders)
2.7.1 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื จากการผดิ รปู ร่างของกระดกู และขอ้ (Bone and
Joint Deformities)
2.7.2 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการผา่ ตดั ตกแต่งขอ้ (Arthroplasty)
2.7.3 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื จากความผดิ ปกตขิ องกลา้ มเน้อื และเสน้ เอน็
(Musculotendinous Impairments)
2.8 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือจากกาลังกล้ามเนื้ออ่อนแรง
(Strength Evaluation)
2.8.1 หลกั การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื (Principles)
2.8.2 การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื โดยการวดั กาลงั ของการกามอื และกาลงั ของการบบี
น้วิ มอื (Grip and Pinch Strength)
2.8.3 การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากกลา้ มเน้ืออ่อนแรงโดยผปู้ ระเมนิ ตรวจวดั กาลงั กลา้ มเน้ือเอง
(Manual Muscle Testing)
2.9 สรปุ ขนั้ ตอนการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือ (Summary of Steps
for Evaluating Impairments of the Upper Extremities)
2.10 ตวั อย่างการประเมินการสญู เสียสมรรภาพของแขนและมือ จากการบาดเจบ็ หลายอย่าง
(Clinical Examples)
16
หลกั การ เกณฑ์ และวธิ กี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี ทางกาย
วภิ าคทไ่ี ดป้ รบั ปรุงใหท้ นั สมยั ขน้ึ ประกอบดว้ ย การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ทเ่ี กดิ จากการถูกตดั ขาด
(Amputation) การสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั การเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกตขิ องขอ้ หรอื ขอ้ ตดิ แขง็ (Ankylosis) โดยอาศยั ผลงาน
ของนายแพทย์ Swanson และคู่มอื แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพฉบบั พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2 ซ่งึ นามาปรบั ปรุงให้
ทนั สมยั พรอ้ มกบั เพม่ิ เตมิ ผลงานใหมๆ่ จากชมรมแพทยผ์ เู้ ชย่ี วชาญทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
การปรบั ปรงุ ประกอบดว้ ย
1. หลกั เกณฑข์ นั้ พน้ื ฐานการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพไดข้ ยายเน้อื หาใหช้ ดั เจนขน้ึ
2. ปรบั ปรุงขอ้ มลู ทางวทิ ยาศาสตรล์ า่ สดุ ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ใหท้ นั สมยั
3. อธบิ ายวธิ กี ารวดั พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ น้ิวมอื ใหช้ ดั เจนขน้ึ กว่าเดมิ และเพมิ่ วธิ กี ารตรวจหาขอ้ น้ิว
มอื ทเ่ี คล่อื นไหวไมไ่ ดเ้ ตม็ ทเ่ี น่อื งจากการจากดั การเคลอ่ื นทข่ี องเสน้ เอน็
4. เพิ่มรายละเอยี ดการประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนจากกลุ่มอาการเสน้ ประสาทถูกกดรัด
(Nerve Entrapment Syndrome )
5. เกณฑก์ ารวนิ ิจฉัยโรคและการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากกลุ่มอาการเจบ็ ปวดเรอ้ื รงั เฉพาะทท่ี ่ี
สลบั ซบั ซอ้ น (Complex Regional Pain Syndrome) ซง่ึ ไดข้ ยายเน้ือหาและจดั ทาใหเ้ หมอื นกนั หมดใน
คมู่ อื ทงั้ เล่ม
6. เกณฑก์ ารวนิ จิ ฉยั โรคและการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของกระดกู ขอ้ มอื สญู เสยี ความความมนั่ คง
(Carpal Instability) ซง่ึ ไดข้ ยายเน้อื ความใหช้ ดั เจน
7. เกณฑ์การวนิ ิจฉยั โรคและการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากอาการกลา้ มเน้ืออ่อนแรงทย่ี งั ไม่ได้
ประเมนิ โดยวธิ อี น่ื ๆ กน็ ามาขยายเน้อื ความใหช้ ดั เจน
2.1 หลกั เกณฑก์ ารประเมินการสญู เสียสมรรถภาพ (Principle of Assessment) แบ่งได้ดงั นี้
2.1.1 หลกั การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพ (Principles of Impairment Evaluation)
ก่อนทจ่ี ะทาการศกึ ษารายละเอยี ดของบทน้ี แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ควรทบทวนและทาความคนุ้ เคยกบั บทท่ี 1 และ2
ก่อน พรอ้ มกบั คาศพั ท์ เน้อื หาของบทท่ี 1 และ 2 ของคมู่ อื น้ไี ดบ้ รรยายถงึ วตั ถุประสงคข์ องค่มู อื การประยุกตใ์ ช้ วธิ เี ตรยี ม
และเขยี นรายงานการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ คาศพั ทจ์ ะช่วยทาใหเ้ ขา้ ใจนิยามของคาต่าง ๆ ทน่ี ิยมใชก้ นั ในหมู่
แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ
วธิ กี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื แบ่งเป็น 3 ลกั ษณะ คอื
1. การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี ทางกายวภิ าค (Anatomic Impairment) เป็นการ
ประเมนิ ลกั ษณะทางกายภาพทต่ี อ้ งอาศยั การซกั ประวตั ิ และการตรวจร่างกายทวั่ ไป และการตรวจบรเิ วณแขนและมอื ของ
ผรู้ บั การประเมนิ อย่างละเอยี ด
2. การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากความสวยงาม (Cosmetic Evaluation) ไดแ้ ก่ การประเมนิ
ปฎกิ ริ ยิ าทแ่ี สดงออกของผรู้ บั การประเมนิ และของสงั คมทม่ี ตี ่อพยาธสิ ภาพทเ่ี หลอื อย่ขู องผรู้ บั การประเมนิ
3. การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการทาหน้าท่ี (Functional Evaluation) ได้แก่การประเมนิ ว่า
ผเู้ ขา้ รบั การประเมนิ สามารถใชอ้ วยั วะทเ่ี หลอื อย่เู คล่อื นไหว ประกอบกจิ วตั รประจาวนั หรอื ทางานเฉพาะกจิ ทม่ี อบหมายให้
ไดภ้ ายในเวลาทก่ี าหนดหรอื ไม่ การศกึ ษาเกย่ี วกบั การทาหน้าทข่ี องอวยั วะในการประเมนิ ยงั มคี วามยุ่งยากซบั ซอ้ นอย่มู าก
แต่สามารถนามาชว่ ยสนบั สนุนในขบวนการประเมนิ ได้
17
ดงั นนั้ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี ทางกายวภิ าค ยงั คงใชเ้ ป็นพน้ื ฐานในการประเมนิ
การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพตงั้ แต่เรมิ่ ตน้ คดิ คน้ ขน้ึ มาและทย่ี งั คงใชใ้ นบทน้ี
ไดร้ บั การพฒั นาขน้ึ มาเพ่อื บอกถงึ ระดบั ของการสญู เสยี สมรรถภาพ และผลกระทบต่อความสามารถในการประกอบกจิ วัตร
ประจาวนั ของผรู้ บั การประเมนิ
การประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ท่ีปฏิบัติได้ง่ายและนามาใช้ประโยชน์ได้ดที ่ีสุด คือการ
เปรยี บเทยี บการสญู เสยี การทาหน้าท่ขี องน้ิวมอื ทย่ี งั เหลอื อย่จู ากการบาดเจบ็ กบั การสญู เสยี การทาหน้าท่ที เ่ี กดิ จากการท่ี
น้วิ มอื นนั้ ถกู ตดั ขาด น้วิ มอื ทเ่ี คล่อื นไหวไมไ่ ดเ้ สยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมดหรอื ขอ้ น้วิ มอื ตดิ แขง็ (Ankylosis) ผดิ รูปร่างในตาแหน่ง
ทผ่ี ดิ ปกตใิ ชท้ างานไม่ไดเ้ ลย เทยี บไดเ้ ท่ากบั น้วิ นนั้ ถูกตดั ขาดในระดบั เดยี วกนั ขอ้ น้วิ มอื ทต่ี ดิ แขง็ (Ankylosis) ในตาแหน่งท่ี
ใชง้ านไดด้ ใี หถ้ อื วา่ เป็นตาแหน่งทก่ี ารเคล่อื นไหวของขอ้ นนั้ มคี ่าการสญู เสยี สมรรถภาพน้อยทส่ี ดุ
การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั ทงั้ หมดตามขวาง (Transverse)
ทงั้ 2 ดา้ นเทยี บไดเ้ ท่ากบั รอ้ ยละ 50 หรอื ครง่ึ หน่ึงของการสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากการถูกตัดขาดทค่ี วามยาวเท่ากนั
หรอื ทร่ี ะดบั เดยี วกนั รปู ท่ี 2-6 และรปู ท่ี 2-7
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทเ่ี กดิ จากการถูกตดั ขาด การสญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ หรอื
ขอ้ ตดิ แขง็ และจากการสูญเสยี ความรูส้ กึ ทผ่ี วิ หนัง ใหน้ ามารวมกนั ไดโ้ ดยใชต้ ารางค่ารวมเป็นการสญู เ สยี สมรรถภาพของ
น้วิ มอื นนั้
2.1.2 วิธีเขียนรายงานและบนั ทึกการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพ (Impairment Evaluation :
Documentation and Recording)
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทางการแพทย์ อาศยั พน้ื ฐานการตรวจหาการสูญเสยี ทางกายวภิ าค
ของแขนและมอื ผลการตรวจตอ้ งถูกตอ้ งเป็นรปู ธรรม และบนั ทกึ ไวใ้ นรายงานอยา่ งดี และเหมาะสม ดงั นนั้ แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ
การสญู เสยี สมรรถภาพบรเิ วณแขนและมอื ควรมคี วามรเู้ กย่ี วกบั สรรี ะวทิ ยาและกายวภิ าคปกตขิ องอวยั วะสว่ นน้เี ป็นอย่างดี
นอกจากนนั้ ยงั ต้องตรวจสภาพทวั่ ไปทงั้ ร่างกายของผู้รบั การประเมนิ ตงั้ แต่การประกอบกจิ วตั รประจาวนั และการสงั เกต
อย่างละเอยี ดในการตรวจรา่ งกายทวั่ ๆ ไป การตรวจเฉพาะท่ี ภาพถ่ายรงั สี ผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและควรถ่ายรูป
ไวด้ ว้ ย
การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพต้องใช้ข้อมูลท่ีแพทย์ตรวจพบจริง การประสบอันตรายหรือ
การเจบ็ ปว่ ยในอดตี ใหน้ ามาพจิ ารณาในขณะทาการประเมนิ เกย่ี วกบั สาเหตุและการแบ่งสนั ปนั สว่ นกนั ตามรายละเอยี ดใน
บทท่ี 1 และ 2 การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพในบทน้ีไม่พจิ ารณาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพระหว่างมอื ขา้ งถนัดและ
ไมถ่ นดั
การตรวจร่างกายของแขนและมอื ท่ีละเอยี ดสมบูรณ์เป็นสงิ่ จาเป็นในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ
ทถ่ี ูกตอ้ ง การบนั ทกึ ผลการตรวจร่างกายอย่างเป็นระบบ ตามแบบการบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากรปู ท่ี
2-1ก และ 2-1ข นยิ มนามาใชใ้ นการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื แบบบนั ทกึ สว่ นแรกของการประเมนิ
(รปู ท่ี 2-1ก) ประกอบดว้ ยการบนั ทกึ การตรวจบรเิ วณมอื และลงรายละเอยี ดการสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากขอ้ น้ิวมอื ท่ี
เคล่อื นไหวผดิ ปกตหิ รอื ขอ้ ตดิ แขง็ จากน้วิ มอื ถูกตดั ขาด จากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั จากรอยโรคทเ่ี สน้ ประสาทน้ิวมอื
(Digital Nerve) และจากความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ
18
แบบบนั ทกึ สว่ นท่ี 2 (รปู ท่ี 2-1ข) ประกอบดว้ ยการบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพบรเิ วณขอ้ มอื ขอ้ ศอก
และขอ้ ไหล่ ทเ่ี กดิ จากการเคล่อื นไหวท่ผี ดิ ปกติหรอื ขอ้ ตดิ แขง็ การถูกตดั ขาดและจากความผดิ ปกติอ่นื ๆ ท่กี ดิ จาก
เสน้ ประสาทและหลอดเลอื ด และความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ทไ่ี ม่ปรากฏในหวั ขอ้ ดงั กล่าว เช่น จากการสญู เสยี กาลงั การกามอื
(Grip Strength) ตารางท่ี 2-1 แสดงการแปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื เป็นมอื ตารางท่ี 2-2 แสดงการแปลงค่า
การสญู เสยี สมรรถภาพจากมอื เป็นแขน
การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทเ่ี กดิ จากมอื ขอ้ มอื ขอ้ ศอก และขอ้ ไหลผ่ ดิ ปกติ ใหน้ ามารวมกนั โดยใชต้ ารางค่า
รวมจะเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนท่เี กดิ จากมอื ขอ้ มอื ขอ้ ศอก และขอ้ ไหล่ผดิ ปกติ การแปลงค่าการสูญเสยี
สมรรถภาพของแขน เป็นของทงั้ รา่ งกายใหใ้ ชต้ ารางท่ี 2-3
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพค่าใดทต่ี ้องนามาบวกกนั หรอื ค่าใดทต่ี อ้ งนามารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม ไดอ้ ธบิ าย
ไวแ้ ลว้ ในหวั ขอ้ 2.1.3 และ 2.1.4 กบั เคร่อื งหมายดอกจนั ทน์ในรปู ท่ี 2-1ก และ 2-1ข
แบบการบนั ทกึ การประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพน้ีใช้กบั การสูญเสยี สมรรรถภาพของแขนและมอื แต่ละขา้ ง
ในกรณีทม่ี กี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ทงั้ สองขา้ ง กใ็ หบ้ นั ทกึ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื แต่ละ
ขา้ งแยกกนั ก่อน แล้วจงึ นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายจากแขนและมอื แต่ละขา้ งมารวมกนั โดยใช้ตาราง
ค่ารวม กจ็ ะไดค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายทงั้ หมด แต่เม่อื พจิ ารณาแลว้ ถ้าพบว่าค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
ทงั้ หมดของทงั้ ร่างกายไม่เหมาะสมและไม่ตรงกบั ความเป็นจริงกบั การเปล่ยี นแปลงท่ีเกิดข้นึ ในการประกอบกิจวตั ร
ประจาวนั ของผรู้ บั การประเมนิ กใ็ หเ้ ขยี นขอ้ สงั เกตเหล่าน้ไี วใ้ นรายงานดว้ ย
19
รปู ท่ี 2-1ก ตวั อย่างแบบการบนั ทึกการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนส่วนที่ 1 (เฉพาะมอื ) [Upper Extremity Impairment Evaluation Record – Part 4 (Hand)]
ชอ่ื ..................................................... อายุ .….... ปี เพศ ........... มอื ขา้ งทบ่ี าดเจบ็ ................... มอื ขา้ งถนดั ................ วนั ท่ี ...........................................................
อาชพี ............................................................................... การวนิ จิ ฉยั โรค .......................................................................................................................................
การเคล่ือนไหวที่ผิดปกติ การถกู ตดั ขาด การสญู เสยี ความร้สู ึก ความผิดปกติอื่น ๆ ค่าร้อยละการสญู เสีย
สมรรถภาพของมือ
บนั ทึกมมุ ที่เคลื่อนไหวได้หรอื มมุ ท่ีข้อติดแขง็ ทาเครอ่ื งหมายระดบั กาหนดชนิด ระดบั และ กาหนดชนิด และ
และค่าร้อยละการสญู เสยี สมรรถภาพของนิ้ว และค่าร้อยละการ ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการ * รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสีย
สญู เสยี สมรรถภาพ สมรรถภาพ สมรรถภาพของนิ้วหวั แม่มอื
สญู เสยี สมรรถภาพ ** แปลงเป็นค่ารอ้ ยละการสญู เสยี
สมรรถภาพของมอื
ข้อ ข้อ โคน ปลา ้ินว ย ้ินว MP IP มุม O การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
สญู เสยี % ขอ้ เคลอ่ื นไหวได้ ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
้ินวหัวแม่มือ มุม O
มุม O สญู เสยี % [2] การเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1]
สญู เสยี % เซนตเิ มตร
สญู เสยี % การถกู ตดั ขาด [2]
การกางขอ้ เซนตเิ มตร
ข้อฐาน ้นิว สญู เสยี % การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
การหุบขอ้
CMC ความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ [4]
การสบน้ิว
* รวม 1,2,3,4, ค่ารอ้ ยละการ
สญู เสยี ฯ ของน้ิวหวั แม่มอื
[1] **** การสญู เสยี [5] การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว การสญู เสยี สมรรถภาพ ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี
% = [3] ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื %
บวกค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวหวั แม่มอื (CMC + MP + IP) = 26 สมรรถภาพ ของน้ิว %
= [3] [4]
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
[2]
ข้อ ข้อ กลา ปลาย ง ้นิว ้ินว มุม O การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1]
PIP IP สญู เสยี % การถกู ตดั ขาด [2]
มุม O
การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
สญู เสยี %
้ินวช้ี มุม O ความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ [4]
* รวม 1,2,3,4, คา่ รอ้ ยละการ
ข้อโคน ้ินว สญู เสยี ฯ ของน้ิวมอื
MP สญู เสยี %
[1] การสญู เสยี สมรรถภาพ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว การสญู เสยี สมรรถภาพ ** เแปลงเป็นคา่ การสญู เสยี
* รวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 56 สมรรถภาพของมอื %
ของน้ิว % = [.2] %= [3] [3] ของน้ิว % = [[44]]
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
ข้อ ข้อ กลา ปลา ง ้ินว ย ้ินว มุม O การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1]
สญู เสยี %
มุม OPIP IP การถูกตดั ขาด [2]
สญู เสยี %
การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
มุม O
้นิวกลาง ความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ [4]
* รวม 1,2,3,4, คา่ รอ้ ยละการ
ข้อโคน ้นิว สญู เสยี ฯ ของน้ิวมอื
MP
สญู เสยี % การสญู เสยี สมรรถภาพ การสญู เสยี สมรรถภาพของ การสญู เสยี สมรรถภาพ ** แปลงเป็นค่าการสญู เสยี
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 56 [3[]3] ของน้ิว % = [[44]]
[1] ของน้ิว % = .[2] น้ิว % = สมรรถภาพของมอื %
20
การเคล่ือนไหวที่ผิดปกติ การถกู ตดั ขาด การสญู เสยี ความร้สู ึก ความผิดปกติอ่ืน ๆ ค่าร้อยละการสญู เสีย
ทาเครอื่ งหมาย กาหนดชนิด ระดบั และ สมรรถภาพของมือ
บนั ทึกมมุ ท่ีเคล่ือนไหวได้หรอื มมุ ท่ีข้อติดแขง็ ระดบั และค่ารอ้ ย กาหนดชนิด และ
และค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของนิ้ว ละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการ * รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสีย
สมรรถภาพ สมรรถภาพของนิ้ วมอื
สมรรถภาพ สญู เสยี สมรรถภาพ ** แปลงเป็นค่าร้อยละการ
[3] สญู เสยี สมรรถภาพของมือ
[2] การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว
การงอขอ้ การเหยยี ด ขอ้ ตดิ การสญู เสยี % การสญู เสยี
ขอ้ แขง็ สมรรถภาพของน้ิว % % = [3]
มุม O =.
ข้อปลาย ้ินว [3] การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ
IP สญู เสยี [2] การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว [1]
% การสญู เสยี % = [3] การถกู ตดั ขาด
้ินวนาง มุม O สมรรถภาพของน้ิว % [2]
ข้อกลาง ้ินว = [2] การสญู เสยี ความรสู้ กึ
[3]
PIP ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ
สญู เสยี [4]
ข้อโคน ้ินว % [4] * รวม 1,2,3,4, ค่ารอ้ ยละ
MP มุม O การสญู เสยี ฯ ของน้ิวมอื
การสญู เสยี
สญู เสยี [1] สมรรถภาพของน้ิว ** แปลงเป็นคา่ การ
% สญู เสยี สมรรถภาพของ
% = [4]
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 32 มอื %
การงอขอ้ การเหยยี ด ขอ้ ตดิ การสญู เสยี %
ขอ้ แขง็
ข้อปลาย ้นิว มุม O การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ
IP [1]
สญู เสยี การถูกตดั ขาด
้นิวก้อย % [2]
ข้อกลาง ้ินว มุม O การสญู เสยี ความรสู้ กึ
[3]
PIP ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ
สญู เสยี [4]
ข้อโคน ้นิว % [4] * รวม 1,2,3,4, คา่ รอ้ ยละ
MP มุม O การสญู เสยี ฯ ของน้ิวมอื
การสญู เสยี
สญู เสยี [1] สมรรถภาพของน้ิว ** แปลงเป็นคา่ การ
% สญู เสยี สมรรถภาพของ
% = [4]
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 56 มอื %
บวกการสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของมอื : บวกค่าสญู เสยี % ของน้ิวหวั แม่มอื + ของน้ิวช้ี + ของน้ิวกลาง + ของน้ิวนาง + ของน้ิวกอ้ ย +9 = …………..0%
*** แปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของมอื เป็นของแขน (ถา้ กระดกู ฝา่ มอื ของน้ิวหวั แม่มอื ปกติ กใ็ หใ้ ชแ้ บบบนั ทกึ ส่วนท่ี 2 แถว 2 ) = …………..0%
= …………..0%
‡ บวกค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการตดั น้ิวหวั แม่มอื [5] ........% + การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทเ่ี กดิ จากมอื ............ % = …………..0%
ถ้ามกี ารสญู เสยี สมรรถภาพเฉพาะบรเิ วณมอื กใ็ หแ้ ปลงคา่ การสูญเสยี สมรรถภาพของแขนเป็นของทงั้ ร่างกาย****
* รวมคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพโดยใชต้ ารางคา่ รวม
** ใชต้ ารางท่ี 2-1 (แปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ไปเป็นของมอื )
*** ใชต้ ารางท่ี 2-2 (แปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ไปเป็นของแขน)
**** ใชต้ ารางท่ี 2-3 (แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเป็นของทงั้ รา่ งกาย)
21
รปู ท่ี 2-1ข ตวั อย่างแบบการบนั ทึกการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนส่วนที่ 2 (ข้อมือ ข้อศอก และข้อไหล่) [Upper Extremity Impairment Evaluation
Record – Part 2 (Wrist, Elbow, and Shoulder)]
ชอ่ื .......................……….............................. อายุ .…... ปี เพศ .................. มอื ขา้ งทบ่ี าดเจบ็ .............. มอื ขา้ งถนดั ............. วนั ท่ี ....................
อาชพี ...................................................................................... การวนิ จิ ฉยั โรค ........................................................................................
การเคล่ือนไหวที่ผิดปกติ ความผิดปกติอ่ืน ๆ การสญู เสยี สมรรถภาพ การถกู ตดั ขาด
เฉพาะส่วน %
บนั ทึกมมุ ท่ีเคลื่อนไหวได้หรือมมุ ท่ีข้อติดแขง็ กาหนดชนิด และ * รวม [1] , [2] ทาเครอื่ งหมายระดบั และค่าการสญู เสีย
และค่าร้อยละการสญู เสยี สมรรถภาพของแขน การสญู เสีย สมรรถภาพของแขน%
สมรรถภาพ %
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
มุม O
สญู เสยี % การเบนไปทาง การเบนไปทาง ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
มุม O ดา้ นน้วิ หวั แมม่ อื ดา้ นน้วิ กอ้ ย
ข้อมือ
สญู เสยี %
[1] [2]
=
บวกคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพ % การงอ / เหยยี ด + การเบนไปทางดา้ นน้ิวหวั แมม่ อื / น้ิวกอ้ ย = สญู เสยี %
สญู เสยี % [2]
17 = 17
มุม O การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี % 4
สญู เสยี % %
74 %
ข้อศอก ควา่ มอื หงายมอื ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
%
มุม O 4 %
สญู เสยี % %
74 %
[1]
บวกค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ % การงอ / เหยยี ด + การควา่ มอื / การหงายมอื = 4
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
มุม O
สญู เสยี %
การหุบแขน การกางแขน ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
มุม O
ข้อไห ่ล สญู เสยี %
มุม O
การหมุนเขา้ ใน การหมนุ ออก ขอ้ ตดิ แขง็ การสญู เสยี %
นอก
สญู เสยี %
[1] [2]
บวกค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ % การงอ / เหยยี ด + การหบุ แขน / การกางแขน + สญู เสยี % = สญู เสยี %
44 %
การหมนุ เขา้ ใน /การหมุนออกนอก =
1. คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการถูกตดั ขาด (ไมน่ บั น้ิวมอื ขาด) =
2. คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเฉพาะส่วน
* (รวม มอื ...............% , ขอ้ มอื ...............% , ขอ้ ศอก...............% , ขอ้ ไหล่...............%) =
3. คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตขิ องระบบเสน้ ประสาท =
4. คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตขิ องหลอดเลอื ด =
5. คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ (ทไ่ี มไ่ ดร้ วมอยใู่ นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพเฉพาะส่วน) =
คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของแขน (* รวมขอ้ 1,2,3,4,5) =
คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย (แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากแขนเป็นของทงั้ รา่ งกาย โดยใชต้ ารางท่ี 2-3) =
* ใชต้ ารางคา่ รวม
ถา้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทงั้ สองขา้ ง ใหป้ ระเมนิ คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายเน่ืองจากแขนแตล่ ะขา้ งก่อนจากนนั้ จงึ นาคา่ ทไ่ี ดม้ ารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม
22
ตารางที่ 2-1 การแปลงคา่ การสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมอื เป็นค่าการสูญเสียสมรรถภาพของมือ*
(Conversion of Impairment of the Digits to Impairment of the Hand*)
ร้อยละการสญู เสียสมรรถภาพ รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพ รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพ
นิ้วหวั แมม่ อื มือ นิ้วชี้หรือนิ้วกลาง มือ นิ้วนางหรอื นิ้วกอ้ ย มือ
0–1 = 0 0–2 = 0 0–4 = 0
= 1
2–3 = 1 3–7 = 1 5 – 14 = 2
= 3
4–6 = 2 8 – 12 = 2 15 – 24 = 4
= 5
7–8 = 3 13 – 17 = 3 25 – 34 = 6
= 7
9 – 11 = 4 18 – 22 = 4 35 – 44 = 8
= 9
12 – 13 = 5 23 – 27 = 5 45 – 54 = 10
14 – 16 = 6 28 – 32 = 6 55 – 64
17 – 18 = 7 33 – 37 = 7 65 – 74
19 – 21 = 8 38 – 42 = 8 75 – 84
22 – 23 = 9 43 – 47 = 9 85 – 94
24 – 26 = 10 48 – 52 = 10 95 – 100
27 – 28 = 11 53 – 57 = 11
29 – 31 = 12 58 – 62 = 12
32 – 33 = 13 63 – 67 = 13
34 – 36 = 14 68 – 72 = 14
37 – 38 = 15 73 – 77 = 15
39 – 41 = 16 78 – 82 = 16
42 – 43 = 17 83 – 87 = 17
44 – 46 = 18 88 – 92 = 18
47 – 48 = 19 93 – 97 = 19
49 – 51 = 20 98 – 100 = 20
52 – 53 = 21
54 – 56 = 22
57 – 58 = 23
59 – 61 = 24
62 – 63 = 25
64 – 66 = 26
67 – 68 = 27
69 – 71 = 28
72 – 73 = 29
74 – 76 = 30
77 – 78 = 31
79 – 81 = 32
82 - 83 = 33
84 – 86 = 34
87 – 88 = 35
89 – 91 = 36
92 – 93 = 37
94 – 96 = 38
97 – 98 = 39
99 – 100 = 40
* ดตู ารางท่ี 2 – 2 เพ่อื ทาการแปลงค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของมอื เป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขน
23
2.1.3 หลกั การรวมคา่ การสูญเสียสมรรถภาพในการประเมิน (Combining Impairment Ratings)
การนาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากหลายส่วน (อย่าง) ของอวยั วะหน่ึงใดมารวมกนั ไม่ใช่บวกกนั อาศยั
หลกั การท่วี ่าหลงั จากท่หี กั การสูญเสยี สมรรถภาพจากส่วนแรกของอวยั วะนัน้ ไปแล้ว ค่ารอ้ ยละการสูญเสยี สมรรถภาพ
สว่ นทส่ี องทส่ี าม ไม่ใชค่ า่ รอ้ ยละการสญู เสยี ของอวยั วะนนั้ ทงั้ หมด (เชน่ ของน้วิ มอื ทงั้ น้วิ ) แต่เป็นการสญู เสยี เพยี งส่วนหน่ึง
ของสว่ นทเ่ี หลอื เทา่ นนั้ เช่น ตอ้ งทาการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื ภายหลงั การตดั ผ่านขอ้ กลางน้ิวมอื เหลอื
เพยี ง โคนน้วิ มอื และขอ้ โคนน้วิ มอื งอไมไ่ ดเ้ ตม็ ท่ี กรณเี ช่นน้ี ขอ้ โคนน้วิ มอื ไมไ่ ดง้ อน้วิ ทงั้ น้ิว เพยี งแต่งอสว่ นทเ่ี หลอื ของน้ิว
เท่านัน้ การประเมนิ การสูญเสยี ฯของน้ิว จงึ ต้องนาการสูญเสยี ฯ ของน้ิวจากการถูกตดั ผ่านขอ้ กลางน้ิวรวมกบั ค่าการ
สญู เสยี ฯ ของน้วิ จากการทข่ี อ้ โคนน้วิ งอไม่ไดเ้ ตม็ ท่ี
เม่อื น้วิ มอื หรอื มอื หรอื แขนมกี ารสญู เสยี สมรรถภาพหลายชนิด เช่น การสญู เสยี สมรรถภาพจากการเคล่อื นไหว
ขอ้ ทผ่ี ดิ ปกตขิ องน้วิ มอื การสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั และจากการทน่ี ้ิวมอื บางสว่ นถูกตดั ขาด ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
ต่าง ๆ เหล่าน้ี ตอ้ งนามารวมกนั จงึ จะเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของน้วิ มอื เม่อื ไดค้ า่ การสญู เสยี สมรรถภาพของ
น้วิ มอื แลว้ ต่อไปจงึ ทาการแปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ไปเป็นหน่วยท่ีใหญ่ขน้ึ คอื มอื ในทานองเดยี วกนั การ
สญู เสยี สมรรถภาพจากหลายส่วน เช่น จากมอื ขอ้ มอื ขอ้ ศอก และขอ้ ไหล่ ตอ้ งแปลงค่าการสูญเสยี ของแต่ละสว่ นใหเ้ ป็น
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนก่อน แลว้ จงึ นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทไ่ี ดน้ นั้ มารวมกนั (มใิ ช่บวกกนั ) เป็นค่าการ
สญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดจากของแขน จากนนั้ จงึ จะแปลงเป็นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายตามตารางท่ี 2-3
การนาค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของสองค่ามารวมกนั ศกึ ษาไดจ้ ากตารางค่ารวมทา้ ยเล่ม ซง่ึ ใช้สตู รทาง
คณิตศาสตร์ คอื ค่ารวมของ ก% กบั ข% = ก% + ข% (100%-ก%) ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพทจ่ี ะนามารวมกนั
จะต้องเป็ นหน่วยเดียวกนั เช่น ของน้ิวมอื แขน หรอื ของทงั้ ร่างกาย ถา้ ตอ้ งการนาค่าสญู เสยี สมรรถภาพตงั้ แต่ 3 ค่า
ขน้ึ ไปมารวมกนั ตอ้ งนาคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทน่ี ้อยทส่ี ุด 2 ค่า มารวมกนั ก่อน แลว้ จงึ นาค่ารวมทไ่ี ดม้ ารวมกบั ค่าการ
สญู เสยี สมรรถภาพท่ี 3 จะไดค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพรวมทงั้ หมด วธิ กี ารรวมแบบน้ีสามารถทาซ้าต่อ ๆ ไปไดโ้ ดยไม่มี
ทส่ี น้ิ สดุ คา่ ทไ่ี ดจ้ ะเป็นค่ารวมการสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของผรู้ บั การประเมนิ แต่ละราย
24
ตารางที่ 2-2 การแปลงคา่ การสญู เสียสมรรถภาพของมือเป็นคา่ การสญู เสียสมรรถภาพของแขน*
(Conversion of Impairment of the Hand to Impairment of the Upper Extremity*)
รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ
การสญู เสีย การสญู เสีย การสูญเสีย การสญู เสีย การสญู เสีย การสญู เสีย
สมรรถภาพ สมรรถภาพ สมรรถภาพ สมรรถภาพ สมรรถภาพ สมรรถภาพ
มือ แขน มือ แขน มือ แขน มอื แขน มือ แขน มือ แขน
0=0 18 = 16 36 = 32 54 = 49 72 = 65 90 = 81
1=1 19 = 17 37 = 33 73 = 66 91 = 82
2=2 20 = 18 38 = 34 55 = 50 74 = 67 92 = 83
3=3 39 = 35 56 = 50 93 = 84
4=4 21 = 19 57 = 51 75 = 68 94 = 85
22 = 20 40 = 36 58 = 52 76 = 68
5=5 23 = 21 41 = 37 59 = 53 77 = 69 95 = 86
6=5 24 = 22 42 = 38 78 = 70 96 = 86
7=6 43 = 39 60 = 54 79 = 71 97 = 87
8=7 25 = 23 44 = 40 61 = 55 98 = 88
9=8 26 = 23 62 = 56 80 = 72 99 = 89
27 = 24 45 = 41 63 = 57 81 = 73 100 = 90
10 = 9 28 = 25 46 = 41 64 = 58 82 = 74
11 = 10 29 = 26 47 = 42 83 = 75
12 = 11 48 = 43 65 = 59 84 = 76
13 = 12 30 = 27 49 = 44 66 = 59
14 = 13 31 = 28 67 = 60 85 = 77
32 = 29 50 = 45 68 = 61 86 = 77
15 = 14 33 = 30 51 = 46 69 = 62 87 = 78
16 = 14 34 = 31 52 = 47 88 = 79
17 = 15 53 = 48 70 = 63 89 = 80
35 = 32 71 = 64
* ดตู ารางท่ี 2-3 เพอ่ื ทาการแปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเป็นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย
25
ตารางท่ี 2-3 การแปลงคา่ การสูญเสียสมรรถภาพของแขนเป็นคา่ การสญู เสียสมรรถภาพของทงั้ รา่ งกาย
(Conversion of Impairment of the Upper Extremity to Impairment of the Whole Person)
รอ้ ยละการสญู เสีย ร้อยละการสูญเสีย รอ้ ยละการสญู เสีย ร้อยละการสญู เสีย ร้อยละการสูญเสียสมรรถภาพ
สมรรถภาพ สมรรถภาพ
สมรรถภาพ สมรรถภาพ
แขน ทงั้ รา่ งกาย แขน ทงั้ ร่างกาย
แขน ทงั้ รา่ งกาย แขน ทงั้ ร่างกาย แขน ทงั้ รา่ งกาย
0=0 40 = 24
1=1 20 = 12 41 = 25 60 = 36 80 = 48
2=1 42 = 25 81 = 49
3=2 21 = 13 43 = 26 61 = 37 82 = 49
4=2 44 = 26 83 = 50
22 = 13 62 = 37 84 = 50
23 = 14 63 = 38
24 = 14 64 = 38
5 = 3 25 = 15 45 = 27 65 = 39 85 = 51
6 = 4 26 = 16 46 = 28 66 = 40 86 = 52
7 = 4 27 = 16 47 = 2/8 57 = 40 87 = 52
8 = 5 28 = 17 48 = 29 68 = 41 88 = 53
9 = 5 29 = 17 49 = 29 69 = 41 89 = 53
10 = 6 30 = 18 50 = 30 70 = 42 90 = 54
11 = 7 31 = 19 51 = 31 71 = 43 91 = 55
12 = 7 32 = 19 52 = 31 72 = 43 92 = 55
13 = 8 33 = 20 53 = 32 73 = 44 93 = 56
14 = 8 34 = 20 54 = 32 74 = 44 94 = 56
15 = 9 35 = 21 55 = 33 75 = 45 95 = 57
22 56 = 34 76 = 46 96 = 58
16 = 10 36 = 22 57 = 34 77 = 46 97 = 58
23 58 = 35 78 = 47 98 = 59
17 = 10 37 = 23 59 = 35 79 = 47 99 = 59
18 = 11 38 =
19 = 11 39 =
100 = 60
ตวั อย่างที่ 2.1 น้ิวช้ขี วาของผรู้ บั การประเมนิ ถูกตดั ขาดท่ขี ้อปลายน้ิว มคี า่ การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิว รอ้ ยละ
การตรวจร่างกาย 45 ตามตารางท่ี 2-4 และขอ้ กลางน้ิวตดิ แขง็ ในท่างอ 90 องศา มคี า่ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว
ผลการประเมิน รอ้ ยละ 75 ตามรปู ท่ี 2-23
คาอธิบาย น้ิวชส้ี ญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 17 ของมอื
1. นาคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพจากทงั้ 2 สว่ นของน้ิวชม้ี ารวมกนั โดยใช้ตารางค่ารวม คอื 45% รวม
กบั 75% ไดค้ า่ 86% ของน้ิว (ตารางคา่ รวม)
หรอื ใชส้ ตู รคา่ รวมของ ก% และ ข% = ก% + ข% (100-ก%)
= 45% + 75% (100-45%)
= 86%
2. เน่ืองจากน้ิวชห้ี น่ึงน้ิวมคี า่ สดั สว่ นสมั พทั ธ์ = 20% ของมอื (ตารางท่ี 2-1)
ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ รายน้ีสญู เสยี สมรรถภาพของมอื เทา่ กบั 20% X 86%
( 20 x 86 ) = 17%
100 100
* หรอื เทยี บแปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวชร้ี อ้ ยละ 86 เป็นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื รอ้ ยละ 17 (ตารางท่ี 2-1)
และเทา่ กบั รอ้ ยละ 15 ของแขน (ตารางท่ี 2-2) หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 9 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
26
2.1.4 หลกั การนาค่าการสูญเสียสมรรถภาพมาบวกกนั (Principles for Adding Impairment Value)
เม่อื อวยั วะหน่ึงใดมหี ลายองค์ประกอบ แต่ละองค์ประกอบมคี ่าสดั สว่ นสมั พทั ธ์ท่ชี ดั เจน เม่อื บวกกนั ทงั้ หมดได้
เท่ากบั 100% ในกรณีเช่นน้ีการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของอวยั วะนนั้ ใหน้ าค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพจาก
แต่ละองคป์ ระกอบเหล่านนั้ มาบวกกนั (Add) ไม่ใช่รวมกนั (Combine) การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ในกรณี
ต่อไปน้ี ใหน้ าคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ทเ่ี กดิ จากสว่ นต่าง ๆ มาบวกกนั ได้
1. การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของมือจากการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมือ ให้นาค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพของมอื ทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี สมรรถภาพของแต่ละน้ิวทม่ี หี น่วยเป็นมอื บวกกนั เพราะสมรรถภาพของมอื หน่ึง
ขา้ ง (100%) เท่ากบั ผลบวกของสมรรถภาพของน้ิวมอื ทงั้ หา้ คอื น้ิวหวั แม่มอื เท่ากบั รอ้ ยละ 40 ของมอื น้ิวชแ้ี ละน้ิวกลาง
แต่ละน้วิ เท่ากบั รอ้ ยละ 20 ของมอื น้วิ นางและน้วิ กอ้ ย แต่ละน้วิ เท่ากบั รอ้ ยละ 10 ของมอื (ตารางท่ี 2-1 และ 2-4)
2. น้ิวหวั แม่มอื ทถ่ี ูกตดั ขาดเหนือกว่าขอ้ โคนน้ิวใหใ้ ชห้ น่วยการสญู เสยี สมรรถภาพเป็นของแขน (ตารางท่ี 2-4)
และมคี ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขน (37% ถงึ 38% ค่าการสญู เสยี ฯ จะมากหรอื น้อยขน้ึ อย่กู บั ระดบั ทถ่ี ูกตัด) สงู กว่า
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากการตดั ผ่านระดบั ขอ้ โคนน้ิวหวั แม่มอื (36%) ตามตารางท่ี 2-4 ในกรณีทม่ี กี ารสญู เสยี
สมรรถภาพอยา่ งอ่นื ของมอื ร่วมดว้ ยใหท้ าการแปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ทงั้ หมดเป็นของแขนก่อนแลว้ จงึ นาค่า
การสญู เสยี สมรรถภภาพอย่างถาวรของแขนท่เี กดิ จากการท่นี ้ิวหวั แม่มอื ถูกตดั ขาดเหนือกว่าขอ้ โคนน้ิว (Amputation of
Thumb kay) มาบวกกนั
3. ค่าการสูญเสียสมรรถภาพจากการสูญเสียพิสยั การเคล่ือนไหวของน้ิวหัวแม่มือ (Thumb Ray Motion
Impairment) คานวณได้โดยให้นาค่าการสูญเสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี พสิ ยั การเคล่ือนไหวของขอ้ แต่ละขอ้ ของ
น้วิ หวั แม่มอื มาบวกกนั หน้าทข่ี องน้วิ หวั แม่มอื หน่ึงน้ิวมคี า่ 100% เกดิ จากผลบวกของขอ้ ฐานหวั แม่มอื (Carpometacarpal
Joint) 75% ขอ้ โคนน้ิวหวั แม่มอื (Metacarpophalangeal Joint) 10% และ ขอ้ ปลายน้ิวหวั แม่มอื (Interphalangeal Joint)
15%
น้ิวมอื อ่นื ๆ แต่ละน้ิวนอกจากน้ิวหวั แม่มอื ไดก้ าหนดหน้าทข่ี องขอ้ โคนน้ิวเท่ากบั 100% ของน้ิว ขอ้ กลางน้ิว
เท่ากบั 80% ของน้ิว และขอ้ ปลายน้ิวเท่ากบั 45% ของน้ิว ซง่ึ ไม่ใช่การกาหนดใหห้ น้าทข่ี องน้ิวมอื 100% มาจากผลบวก
ของขอ้ โคนน้วิ ขอ้ กลางน้วิ และขอ้ ปลายน้ิว ดงั นนั้ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื จากการสญู เสยี พสิ ยั การ
เคล่อื นไหวของขอ้ แต่ละขอ้ ใหน้ าคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื ทเ่ี กดิ จากแต่ละขอ้ มารวมกนั โดยใชต้ ารางคา่ รวม
4. หน่วยการเคล่อื นไหวแต่ละทศิ ทางทท่ี าให้เกดิ การสูญเสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ เดยี วกนั ใหน้ าค่า การ
สญู เสยี สมรรถภาพจากแต่ละทศิ ทางนนั้ มาบวกกนั ตามสตู รการคานวณ A% = E% + F% เช่น ขอ้ กลางน้วิ สญู เสยี พสิ ยั การ
งอและการเหยียดขอ้ ก็ให้นามาบวกกนั ในทานองเดียวกนั ข้ออ่นื ๆ ก็ใช้วธิ กี ารประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพแบบ
เดยี วกนั ตวั อยา่ งเช่น ขอ้ ศอกกใ็ หน้ าคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกตขิ องขอ้ ศอกทงั้ หมดมา
บวกกนั คอื การสญู เสยี สมรรถภาพจากการงอขอ้ ศอก บวกกบั การเหยยี ดขอ้ ศอก (IF% + IE%) และนามาบวกกบั ค่าการ
สูญเสยี สมรรถภาพจากการคว่าฝ่ามอื (Pronation) และการหงายฝ่ามอื (Supination) (IP%+IS%) หรือค่าการสูญเสยี
สมรรถภาพทงั้ หมดของขอ้ ศอก = (IF% + IE%) + (IP% + IS%)
5. คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ตามหวั ขอ้ 2.7 นนั้ ไดก้ าหนดใหแ้ ต่ละ
ขอ้ มคี ่าสดั สว่ นสมั พทั ธ์ 100 % ของน้ิวมอื โดยน้ิวหวั แม่มอื กาหนดให้ ขอ้ ฐานหวั แม่มอื (Carpormetacarpal-CMC) มคี ่า
60% ขอ้ โคนน้ิวหวั แม่มอื มคี ่า 15 % ขอ้ ปลายน้ิวหวั แม่มอื มคี ่า 25% สว่ นน้ิวอ่นื กาหนดค่าสดั ส่วนสมั พทั ธใ์ หข้ อ้ โคนน้ิว
(MP) มคี ่า 50% ขอ้ กลางน้วิ (PIP) มคี ่า 30% และขอ้ ปลายน้วิ (DIP) มคี า่ 20% (ตารางท่ี 2-18)
27
ค่าสดั สว่ นสมั พทั ธใ์ นตารางท่ี 2-18 ไม่ตรงกบั ค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ท่ถี ูกตดั ขาด ตาม
ตารางท่ี 2-4 และตารางทเ่ี กย่ี วกบั การสญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ ดงั นนั้ ในกรณีทไ่ี ม่มกี ารตดั แขนหรอื มอื หรอื ขอ้
และแต่ละขอ้ ของน้วิ มอื ตอ้ งมพี สิ ยั การเคล่อื นไหวปกติ ในกรณีเช่นน้ีถา้ น้ิวใดน้ิวหน่ึงมโี รคหรอื ความผดิ ปกตเิ กดิ ขน้ึ กบั ขอ้
มากกว่าหน่งึ ขอ้ ขน้ึ ไป ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแต่ละขอ้ ทป่ี ระเมนิ ไดจ้ ากความผดิ ปกตใิ นน้ิวนนั้ ใหน้ ามาบวกกนั ได้
แต่ถา้ มกี ารตดั แขน หรอื มอื หรอื ขอ้ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทป่ี ระเมนิ ไดจ้ ากการสญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวหรอื อย่าง
อ่นื จะตอ้ งนามารวมกนั โดยใชต้ ารางคา่ รวม สว่ นการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพอน่ื ๆ บรเิ วณแขนตอ้ งนาค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพของแขนมารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม
2.2 การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมอื ท่ีถกู ตดั ขาด ( Amputation)
2.2.1 หลกั การประเมิน (General Principles)
ปัจจยั ที่สาคญั ที่ต้องพิจารณาในการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมือที่ถกู ตดั ขาดได้แก่
1. ระดบั ทถ่ี ูกตดั ขาด
2. ปัญหาของตอแขนหรอื มอื ทเ่ี หลอื อยู่ (Stump) ตามขอ้ 2.2.4
3. กลุ่มอาการเจ็บปวดท่ีเกิดเฉพาะท่ี หรือ กลุ่มอาการเจ็บปวดจากประสาทส่วนกลาง (Central Pain
Syndrome)
4. ขอ้ ทอ่ี ย่ถู ดั ขน้ึ มาเคลอ่ื นไหวไม่ได้ หรอื เคล่อื นไหวไดล้ ดลง ตามหวั ขอ้ 2.4 (Proximal Joint)
แขนและมอื (Upper Limb) ถอื เป็นหน่ึงหน่วยของทงั้ ร่างกาย แบ่งออกเป็น ขอ้ ไหล่ ขอ้ ศอก ขอ้ มอื และ
มือ มือยังแบ่งออกเป็นน้ิวมือ และส่วนต่าง ๆ ของน้ิวมือ แต่ละส่วนทางกายวิภ าคจากส่วนปลายมาหาส่วนโคน
ถกู กาหนดใหม้ คี า่ สดั สว่ นสมั พทั ธก์ บั สว่ นทอ่ี ย่ถู ดั ขน้ึ มาซง่ึ เป็นสว่ นทใ่ี หญ่ขน้ึ จนสุดทา้ ยจะเป็นส่วนของทงั้ ร่างกาย (Whole
Person) ดงั นนั้ เมอ่ื นาค่าสดั สว่ นสมั พทั ธด์ งั กล่าวคูณกบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพทป่ี ระเมินไดจ้ ะสามารถแปลงค่า
การสญู เสยี สมรรถภาพของหน่วยเลก็ เป็นหน่วยทใ่ี หญ่ขน้ึ ไดต้ ามลาดบั จากน้วิ มอื เป็นมอื จากมอื เป็นแขน และจากแขนเป็น
ของทงั้ รา่ งกายตามตารางท่ี 2–1 , 2–2 , 2–3 และ 2–4 และรปู ท่ี 2–2 , 2–3
ข้อสงั เกต การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเน่ืองจากการทางาน ความสาคญั ของการทาหน้าทข่ี องขอ้ ไหล่
คดิ เป็น 60% ของแขน , ขอ้ ศอก 70% ของแขน , ขอ้ มอื 60% ของแขน และของขอ้ ต่าง ๆ ของน้วิ มอื มคี ่าทแ่ี ตกต่างไปจาก
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการตดั ผ่านขอ้ ทร่ี ะดบั เดยี วกนั ตามตารางท่ี 2 – 4 , ตารางท่ี 2 – 18 และในหวั ขอ้ 2.4
2.2.2 การสูญเสียสมรรถภาพจากการถกู ตดั ขาดที่ระดบั สูงกว่านิ้วมือ (Amputation Impairment : Levels
Proximal to Digits)
แขนและมอื จะสญู เสยี สมรรถภาพมากขน้ึ ถ้าระดบั ทถ่ี ูกตดั สูงขน้ึ จนกระทงั่ สูญเสยี สมรรถภาพร้อยละ 70
ของทงั้ ร่างกาย ถา้ ถกู ตดั ผ่านขอ้ scapulothoracic หรอื forequarter amputation (รปู ท่ี 2 – 2 และตารางท่ี 2 – 4)
กระดกู ตน้ แขน (Humerus) ถูกตดั ขาดเหนือทเ่ี กาะของกลา้ มเน้ือ deltoid (Deltoid tubercle) คอื ประมาณ
ระดบั รกั แร้ จะสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 100 ของแขน หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 60 ของทงั้ ร่างกาย ถ้าถูกตดั ทร่ี ะดบั ระหว่าง
deltoid tubercle ซง่ึ เป็นทเ่ี กาะของกลา้ มเน้ือ deltoid และ bicipital tuberosity ซง่ึ เป็นทเ่ี กาะของเอน็ กลา้ มเน้ือ biceps
brachii จะสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 95 ของแขน หรอื รอ้ ยละ 57 ของทงั้ ร่างกาย
28
ปลายแขนถูกตดั ขาดระหว่าง bicipital tuberosity กบั ขอ้ โคนน้ิว (Metacarpophalangeal Joint) ของทุกน้ิว
จะสญู เสยี สมรรถภาพตงั้ แต่รอ้ ยละ 94 ถงึ รอ้ ยละ 90 ของแขนหรอื รอ้ ยละ 56 ถงึ รอ้ ยละ 54 ของทงั้ ร่างกาย ขน้ึ อย่กู บั
ความยากง่ายท่จี ะใช้อวยั วะท่ีเหลืออยู่ทางาน โดยการใช้แขนเทยี มท่ใี ส่หรือการผ่าตัดแก้ไข เช่นการผ่าตดั แบบของ
Krukenberg หรอื เพยี งแต่คงความยาวของอวยั วะสว่ นทเ่ี หลอื ใหม้ ากพอกด็ แี ลว้ ดงั นนั้ แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ตอ้ งใชป้ ระสบการณ์
ทางคลนิ กิ ช่วยพจิ ารณาประเมนิ หาคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี หมาะสม
29
ตารางท่ี 2-4 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมอื ที่ถกู ตดั ขาดท่ีระดบั ต่าง ๆ
(Impairment Estimates for Upper Limb Amputation at Various Levels)
ระดบั ที่ถกู ตดั ขาด นิ้ ว รอ้ ยละการสูญเสียสมรรถภาพ ทงั้ รา่ งกาย
- มอื แขน 70
Scapulothoracic --
(forequarter) -
Shoulder disarticulation - - 100 60
Arm: deltoid insertion and proximally - - 100 60
Arm/Forearm:from distal to deltoid - 95 57
insertion to bicipital insertion -
Forearm/hand:from distal to bicipital - 94-90 56-54
insertion to transmetacarpophalangeal -
loss of all digits 100 90 54
Hand: all digits at MP joints - 60 54 32
Hand: all fingers at
MP joints except thumb - - 38 23
Thumb ray* (1st metacarpal bone) - - 37 22
at/or near:
100 40 36 22
CMC joint 50 20 18 11
Distal third of 1st metacarpal
Thumb at : 100 20 18 11
MP joint 80 16 14 8
IP joint 45 98 5
Index or middle finger at:
MP joint 100 10 9 5
PIP joint 80 87 4
DIP joint 45 55 3
Ring or little finger at:
MP joint
PIP joint
DIP joint
* Thum ray หมายถงึ น้วิ หวั แมม่ อื ตงั้ แต่ปลายน้ิวจนกระทงั่ ถงึ ขอ้ โคนน้วิ (CMC joint)
30
2.2.3 การสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมือที่ถกู ตดั ขาด (Amputation Impairments : Digital Levels)
หลกั การ น้ิวมอื ทุกน้ิว (น้ิวหวั แม่มือ และน้ิวอ่นื ๆ) ถูกตดั ขาดท่รี ะดบั ขอ้ โคนน้ิวจดั ว่าเป็นการสูญเสยี
สมรรถภาพของสว่ นทส่ี าคญั ทส่ี ดุ ของมอื ทงั้ หมด จะสญู เสยี สมรรถภาพของมอื รอ้ ยละ 100 หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 90 ของแขน
แต่เน่ืองจากการสูญเสยี แขนทงั้ หมดมคี ่าเท่ากบั การสูญเสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 60 ของทงั้ ร่างกาย ดงั นัน้ การสูญเสยี
สมรรถภาพจากการตดั ผ่านขอ้ โคนน้ิวทุกน้ิวมคี ่าเท่ากบั 90% x 60% หรอื รอ้ ยละ 54 ของทงั้ ร่างกาย (รปู ท่ี 2 - 2 และ
2 - 3 และตารางท่ี 2 - 1 , 2 - 2 , 2 - 3 , 2 - 4)
นิ้วมอื ที่ถกู ตดั ผา่ นระดบั ขอ้ ของแต่ละนิ้ว ทาให้นิ้วมอื สูญเสียสมรรถภาพดงั นี้
น้วิ มอื แต่ละน้วิ ทถ่ี กู ตดั ผ่านขอ้ ปลายน้ิว (DIP) จะสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื นนั้ รอ้ ยละ 45 ถ้าถูกตดั ผ่าน
ขอ้ กลางน้วิ (PIP) จะสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื นนั้ รอ้ ยละ 80 ถา้ ตดั ผ่านขอ้ โคนน้วิ (MP) จะสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว
มอื นัน้ ร้อยละ 100 (รูปท่ี 2-3 , ตารางท่ี 2-4) ค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทถ่ี ูกตดั ขาดทร่ี ะดบั ต่าง ๆ แสดงไวใ้ น
รปู ท่ี 2-5
น้วิ หวั แมม่ อื ทถ่ี ูกตดั ผ่านขอ้ ปลายน้วิ (IP) จะสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ หวั แมม่ อื รอ้ ยละ 50 ถา้ ถกู ตดั ผ่านขอ้
โคนน้วิ (MP) จะสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ หวั แม่มอื รอ้ ยละ 100 (รปู ท่ี 2-3) หรอื เท่ากบั สญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ
36 (ตารางท่ี 2-4) ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวหวั แม่มอื ทถ่ี ูกต้องขาดทร่ี ะดบั ต่าง ๆ แสดงไวใ้ นรูปท่ี 2-4 ถ้าถูกตดั ท่ี
ระดบั สงู กวา่ ขอ้ โคนน้วิ จะสญู เสยี สมรรถภาพของมอื และแขนสงู กวา่ ทถ่ี ูกตดั ผ่านขอ้ โคนน้วิ
น้ิวหวั แม่มอื ทถ่ี ูกตดั ทร่ี ะดบั หน่ึงในสามของส่วนปลายของกระดูก metacarpal bone อนั ทห่ี น่ึง จะสญู เสยี
สมรรถภาพของแขนร้อยละ 37 และถ้าตดั ผ่านหรอื ใกล้ขอ้ ฐานน้ิวหวั แม่มอื (First carpometacarpal joint) จะสญู เสยี
สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 38 (ตารางท่ี 2-4)
การบนั ทกึ การรายงานควรใชช้ อ่ื ขอ้ ไม่ควรเขยี นเป็นตวั เลข
น้วิ มอื ทงั้ 5 น้วิ ทางานรว่ มกนั สมั พนั ธก์ นั แต่ความสาคญั และการทาหน้าทไ่ี ม่เท่ากนั แต่ละน้ิวมคี ่าสดั สว่ น
สมั พทั ธข์ องมอื ดงั น้ี น้ิวหวั แม่มอื มคี ่ารอ้ ยละ 40 ของมอื น้ิวชแ้ี ละน้ิวกลางแต่ละน้ิวมคี ่า รอ้ ยละ 20 ของมอื น้ิวนางและ
น้วิ กอ้ ยแต่ละน้วิ มคี ่ารอ้ ยละ 10 ของมอื (รูปท่ี 2 – 3 ตารางท่ี 2 – 1 และ 2 – 4) เพ่อื ป้องกนั ความสบั สนควรใชช้ ่อื น้ิวมอื
มากกวา่ ใชต้ วั เลข
เม่ือประเมินได้ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของน้ิวมือแล้วจึงแปลงค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมือ
เป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทม่ี หี น่วยใหญ่ขน้ึ ๆ คอื ของมอื ของแขน และสดุ ทา้ ยคอื ของทงั้ รา่ งกาย จากตารางท่ี 2 – 1 ,
2 – 2 , 2 – 3 , 2 – 4 หรอื โดยการคณู ดว้ ยค่ารอ้ ยละสดั สว่ นสมั พทั ธท์ เ่ี หมาะสม
31
รปู ท่ี 2-2 ค่าการสญู เสียสมรรถภาพของแขนท่ีถกู ตดั ขาดที่ระดบั ต่าง ๆ
(Impairment Estimates for Upper Extremity Amputation at Various Levels)
การสญู เสีย การสูญเสีย
สมรรถภาพทงั้ ร่างกาย สมรรถภาพของแขน
รปู ท่ี 2-3 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้วมือ (ค่าท่ีอยู่นอกรปู นิ้วมือ) และของมือ (ค่าที่อยู่ในรูปนิ้ วมือ)
ที่ถกู ตดั นิ้วมือที่ระดบั ต่าง ๆ [Impairment of the Digits (values outside digits) and the Hand
(values inside digits) for Amputations at Various Levels]
น้วิ มอื ทถ่ี ูกตดั ผา่ นขอ้ โคนน้วิ ของแต่ละน้วิ มคี า่ การสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 100 ของน้วิ นนั้
32
รปู ที่ 2-4 ค่าการสญู เสียสมรรถภาพ ของนิ้วหวั แม่มอื ที่เกิด รปู ท่ี 2-5 ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทเ่ี กดิ
จากการถกู ตดั ท่ีระดบั ต่าง ๆ จากการถกู ตดั ทร่ี ะดบั ต่าง ๆ
รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื
จากการตดั ขาด
ตวั อยา่ งท่ี 2.2 น้วิ ชถ้ี ูกตดั ขาดทร่ี ะดบั ขอ้ กลางน้วิ (PIP)
การตรวจรา่ งกาย
ผลการประเมิน ผรู้ บั การประเมนิ จะสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 8 ของทงั้ รา่ งกาย
คาอธิบาย
น้วิ ชข้ี าดทร่ี ะดบั ขอ้ กลางน้วิ (PIP) จะสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 80 ของน้วิ (รปู ท่ี 2-3) น้ิวช้ี
มคี ่าสดั ส่วนสมั พทั ธใ์ นการทางานเท่ากบั รอ้ ยละ 20 ของมอื คดิ เป็นการสญู เสยี สมรรถภาพ
ของมอื เท่ากบั 80% x 20% หรอื รอ้ ยละ 16 ของมอื (ตารางท่ี 2 – 1) ค่าสดั สว่ นสมั พทั ธ์
ของมอื เท่ากบั รอ้ ยละ 90 ของแขน ผรู้ บั การประเมนิ จะสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเท่ากบั
90% x 16% หรอื รอ้ ยละ 14 ของแขน (ตารางท่ี 2 – 2) ค่าสดั สว่ นสมั พทั ธข์ องแขนในการ
ทางานมคี ่าเท่ากบั รอ้ ยละ 60 ของทงั้ รา่ งกาย ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ จะสญู เสยี สมรรถภาพ
ของทงั้ ร่างกายเทา่ กบั 60% x 14% หรอื รอ้ ยละ 8 ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
2.2.4 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้วมือท่ีถกู ตดั ขาด (Impairment Rating for Digital
Amputation)
1. วดั ความยาวของน้วิ มอื ทย่ี งั เหลอื อยหู่ ลงั ถกู ตดั ขาด ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ หวั แม่มอื โดย
อาศยั รปู ท่ี 2 – 4 และของน้วิ มอื อกี 4 น้วิ โดยอาศยั รปู ท่ี 2 – 5 น้วิ มอื ทถ่ี กู ตดั ขาดผ่านขอ้ โคนน้วิ จะสญู เสยี สมรรถภาพของ
น้วิ มอื รอ้ ยละ 100 น้วิ หวั แมม่ อื ทถ่ี ูกตดั ผ่านกระดกู ฝา่ มอื ชน้ิ ทห่ี น่งึ จะสญู เสยี สมรรถภาพเพม่ิ ขน้ึ ตามขอ้ 4 ทอ่ี ยขู่ า้ งล่าง
2. น้วิ มอื น้วิ เดยี วทม่ี กี ารสญู เสยี สมรรถภาพจากสาเหตุหลายชนดิ เช่น สญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนัง สญู เสยี
พิสยั การเคล่อื นไหว น้ิวถูกตัดขาด ประเมินค่าการสูญเสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของน้ิวนัน้ ได้จากการนาค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพจากการสญู เสยี ชนิดต่าง ๆ ของน้ิวมารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม จากนนั้ จงึ แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
ทงั้ หมดของน้วิ เป็นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ตามตารางท่ี 2-1
33
3. ถา้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวหลายน้ิว ใหแ้ ปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแต่ละน้ิวเป็นค่าการ
สญู เสยี สมรรถภาพของมอื ก่อน แลว้ จงึ นาคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี สมรรถภาพของแต่ละน้ิว
มาบวกกนั จะไดค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื นนั้ ต่อไปแปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื เป็นของแขนโดยการ
คณู ดว้ ย 90% (ค่าสดั สว่ นสมั พทั ธข์ องมอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 90 ของแขน) (ตารางท่ี 2-2) แลว้ นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของ
แขนทไ่ี ดค้ ณู ดว้ ย 60% (คา่ สดั สว่ นสมั พทั ธข์ องแขนเท่ากบั รอ้ ยละ 60 ของทงั้ ร่างกาย) จะไดค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของ
ทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
4. น้ิวหวั แม่มอื ทถ่ี ูกตดั ขาดขาดสงู กว่าขอ้ โคนน้ิวจะมหี น่วยการสญู เสยี สมรรถภาพเป็นของแขน ซง่ึ มคี ่า
ตงั้ แต่รอ้ ยละ 37-38 ของแขน (ตารางท่ี 2-4) ขน้ึ อย่กู บั ระดบั ทถ่ี ูกตดั ค่าน้จี ะสงู กวา่ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทน่ี ้วิ หวั แม่มอื
ถูกตดั ขาดผ่านขอ้ โคนน้ิวซง่ึ มคี ่าเพยี งรอ้ ยละ 36 ของแขน ถา้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพอ่นื ของมอื เดยี วกนั กใ็ หแ้ ปลงค่า
การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ทป่ี ระเมนิ ไดท้ งั้ หมดเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนก่อน แล้วจงึ นาค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพของน้ิวหวั แม่มอื ทถ่ี ูกตดั ขาดทร่ี ะดบั กระดูกฝ่ามอื ชน้ิ ทห่ี น่ึง (Amputation of the Thumb Ray) ซง่ึ มหี น่วยเป็น
การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนมาบวกกนั
5. แปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื เป็นของแขน และของทงั้ รา่ งกายได้ ตามตารางท่ี 2-2 และ 2-3
ตวั อย่างที่ 2.3 น้วิ หวั แมม่ อื ถกู ตดั ผ่านกระดกู โคนน้วิ (Proximal Phalanx) ใกลก้ บั ขอ้ โคนน้วิ หวั แม่มอื
การตรวจรา่ งกาย น้วิ หวั แมม่ อื สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 19 ของทงั้ รา่ งกาย
ผลการประเมิน
คาอธิบาย 1. กระดกู โคนน้ิวหวั แม่มอื (Proximal Phalanx) ถูกตดั ขาดใกลข้ อ้ โคนน้ิวหวั แม่มอื (MP)
ทาใหส้ ญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ หวั แม่มอื รอ้ ยละ 90 (รปู ท่ี 2 – 4) ค่าสดั สว่ นสมั พทั ธข์ อง
น้วิ หวั แม่มอื เท่ากบั รอ้ ยละ 40 ของมอื (รูปท่ี 2-3 และตารางท่ี 2-1) แปลงค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพของน้วิ หวั แมม่ อื เป็นของมอื เท่ากบั (90% x 40% = 36%) รอ้ ยละ 36 ของมอื
(ตารางท่ี 2-1) ต่อไปแปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 36 ของมอื เป็นของแขนจะ
ไดเ้ ทา่ กบั (36% x 90% = 32%) รอ้ ยละ 32 (ตารางท่ี 2-2)
2. แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนร้อยละ 32 เป็นของทงั้ ร่างกาย จะได้ค่าการ
สญู เสยี สมรรถภาพ (36% x 60% = 19%) รอ้ ยละ 19 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
ตวั อยา่ งท่ี 2.4 น้วิ หวั แมม่ อื ถกู ตดั ขาดบรเิ วณขอ้ โคนน้วิ และน้วิ ชถ้ี กู ตดั ขาดผ่านขอ้ ปลายน้วิ
การตรวจรา่ งกาย ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 26 ของทงั้ ร่างกาย
ผลการประเมิน
คาอธิบาย 1. น้ิวหวั แม่มอื ถูกตดั ขาดผ่านขอ้ โคนน้ิว สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 40 ของมอื (100% x
40% = 40% หรอื ตารางท่ี 2-1) น้ิวช้ถี ูกตดั ขาดผ่านขอ้ ปลายน้ิวจะสญู เสยี สมรรถภาพ
รอ้ ยละ 9 ของมอื (45% x 20% = 9% หรอื ตารางท่ี 2-1) นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
ของมอื จากการทน่ี ้วิ ทงั้ 2 ถกู ตดั ขาดมาบวกกนั จะไดค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพ (40% +
34
9% = 49%) รอ้ ยละ 49 ของมอื แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื เป็นของแขนจะได้
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ (49% x 90% = 44%) รอ้ ยละ 44 ของแขน (ตารางท่ี 2-2)
2. แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 44 เป็นของทงั้ ร่างกาย ไดค้ ่าการสญู เสยี
สมรรถภาพ (44% x 60% = 26%) รอ้ ยละ 26 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
ตวั อยา่ งที่ 2.5 น้วิ หวั แม่มอื ถูกตดั ขาดบรเิ วณขอ้ ฐานมอื (CMC Joint) และน้วิ ชถ้ี กู ตดั ขาดบรเิ วณขอ้ โคนน้วิ
การตรวจรา่ งกาย ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพของรอ้ ยละ 34 ของทงั้ ร่างกาย
ผลการประเมิน
คาอธิบาย 1. น้ิวหวั แม่มอื ถูกตดั ขาดบรเิ วณขอ้ ฐานมอื ทาให้สญู เสยี สมรรถภาพร้อยละ 38 ของแขน
(ตารางท่ี 2-4) น้ิวช้ถี ูกตัดขาดบรเิ วณขอ้ โคนน้ิวทาให้สูญเสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 20
ของมอื (ตารางท่ี 2-4 และ รูปท่ี 2-3) หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 18 ของแขน (ตารางท่ี 2-2)
นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทป่ี ระเมนิ ไดจ้ ากการทน่ี ้ิวทงั้ สองถูกตดั ขาดบวกกนั
(38% + 18% = 56%) จะไดร้ อ้ ยละ 56 ของแขน
2. แปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 56 ของแขน เป็นของทงั้ ร่างกาย จะไดร้ อ้ ยละ 34
ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
2.2.5 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้วมือที่เกิดจากภาวะอ่ืน ๆ ร่วมกบั นิ้วมือถกู ตดั ขาด
(Conditions Associated with Amputation)
ภาวะอ่นื ทเ่ี กดิ รว่ มกบั สว่ นปลายของน้วิ ทถ่ี ูกตดั ขาด (Stump) ไดแ้ กผ่ วิ หนงั และเน้อื เยอ่ื ทค่ี ลุมปลายน้ิวทข่ี าด
ปลายเสน้ ประสาท หลอดเลอื ด และความยาวของปลายกระดกู ทเ่ี หลอื อยู่
ถ้าพบว่า ผิวหนังท่คี ลุมไม่เรยี บร้อย ไม่แขง็ แรงพอ หรอื มรี อยแผลเป็นท่เี จ็บปวด ให้ใช้วธิ ปี ระเมนิ การ
สญู เสยี สมรรถภาพของผวิ หนงั ตามบทท่ี 8
ส่วนปญั หาของปลายเสน้ ประสาททเ่ี กดิ อาการเจบ็ ปวดจาก neuromas และกลุ่มอาการเจบ็ ปวดเฉพาะทท่ี ่ี
สลบั ซบั ซอ้ น (Complex Regional Pain Syndrome) ใหใ้ ชว้ ธิ ปี ระเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพตามหวั ขอ้ 2.5 เร่อื งการ
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตขิ องเสน้ ประสาท หรอื บทท่ี 5 ระบบประสาท สว่ น
อาการเจบ็ ปวด Phantom pain เป็นอาการทางระบบประสาทหรอื อาการทางสมอง
การสูญเสยี สมรรถภาพท่เี กดิ จากความผิดปกติของหลอดเลอื ดส่วนปลายให้ทาการประเมนิ การสูญเสยี
สมรรถภาพตามหวั ขอ้ 2.6 บทท่ี 10 ระบบหวั ใจและหลอดเลอื ดในหวั ขอ้ Systemic and Pulmonary Arteries
ปลายกระดกู ทถ่ี ูกตดั ขาดเกดิ งอกออกมาอกี ซง่ึ พบไดน้ ้อยมากนอกจากจะเป็นกระดูกในวยั เดก็ ทอ่ี ย่รู ะหว่าง
การเจรญิ เตบิ โต ในกรณเี ชน่ น้ตี อ้ งไดร้ บั การพจิ ารณาเป็นพเิ ศษ
ถา้ ขอ้ ทอ่ี ย่เู หนือปลายกระดกู ทถ่ี ูกตดั ขาดขน้ึ ไปมพี สิ ยั การเคล่อื นไหวลดลง กใ็ หท้ าการประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพตามหวั ขอ้ 2.4 เรอ่ื ง การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ
การสูญเสยี สมรรถภาพท่เี กดิ จากภาวะท่ผี ดิ ปกติดงั กล่าวอย่างใดอย่างหน่ึงหรอื หลายอย่างให้แยกการ
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพออกมาก่อน โดยใชห้ น่วยการประเมนิ เป็นของแขน แลว้ จงึ จะนาค่าทไ่ี ดม้ ารวมกบั ค่าการ
สญู เสยี สมรรถภาพของแขนทเ่ี กดิ จากน้วิ มอื ทถ่ี ูกตดั ขาดโดยใชต้ ารางค่ารวม
35
ตวั อย่างท่ี 2.6 ปลายแขนถูกตดั ขาดทร่ี ะดบั ต่าจาก bicipital tubercle ของกระดกู radius
การตรวจรา่ งกาย ไม่สามารถใส่แขนเทยี มบรเิ วณขอ้ ศอกเน่ืองจากขอ้ ศอกเคล่อื นไหวไม่ไดเ้ ลย และผูร้ บั การ
อาการปัจจบุ นั ประเมนิ ปฏเิ สธการผ่าตดั เพ่อื ตดั ขอ้ ศอกใหส้ นั้ ลง
สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 58 ของทงั้ รา่ งกาย
ผลการประเมิน
คาอธิบาย 1. ปลายแขนทถ่ี ูกตดั ต่าจาก bicipital tubercle มคี า่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขน รอ้ ยละ
94 (ตารางท่ี 2-4 และรูปท่ี 2-2) ขอ้ ศอกสญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวทงั้ หมดทาใหส้ ญู เสยี
สมรรถภาพรอ้ ยละ 50 ของแขน
2. นาค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนท่เี กดิ จากการถูกตดั ขาด และขอ้ ศอกเคล่อื นไหว
ไม่ไดท้ งั้ 2 ค่ามารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม คอื รอ้ ยละ 94 รวมกบั รอ้ ยละ 50 จะไดค้ ่า
รอ้ ยละ 97 ของแขน แลว้ เปลย่ี นค่าทไ่ี ดเ้ ป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกายจะ
ไดก้ ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 58 ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
2.3 การสูญเสียสมรรถภาพจากการสูญเสียความรู้สึกที่ผิวหนังจากรอยโรคเส้นประสาทนิ้ วมือ (Sensory
Impairment Due to Digital Nerve Lesions)
มกี ารกลา่ วกนั ว่า ‚มมี อื ทไ่ี ม่มคี วามรสู้ กึ กเ็ ปรยี บเหมอื นคนตาบอด‛ ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ
ของน้ิวมือจากการสูญเสียความรู้สึกต้องแยกคาสองคา ระหว่าง คาว่า ‚ความรู้สึกสมั ผัส‛ (Sensation)‛ และคาว่า
‚ความสามารถในการรบั รคู้ วามรสู้ กึ ‛ (Sensibility)‛ ในพ.ศ. 2517 นายแพทยจ์ อรจ์ โอเมอร์ (George Omer) ไดใ้ หค้ าจากดั
ความของคา ทงั้ 2 ดงั น้ี คาว่า ‚ความรสู้ กึ สมั ผสั ‛ คอื การตอบรบั และสง่ ต่อกระแสประสาทในเสน้ ประสาททร่ี บั ความรสู้ กึ
(Afferent Nerve Fiber) สว่ น ‚ความสามารถในการรบั รคู้ วามรสู้ กึ ‛ เป็นการใชส้ ตสิ มั ปชญั ญะในการแยกแยะใหท้ ราบว่าสงิ่
ท่มี ากระตุ้นให้เกิดความรู้สึกนัน้ คืออะไร เช่น เย็น หรือร้อน , ทู่หรือแหลม การสูญเสียสมรรถภาพจากการสูญเสีย
ความสามารถในการรบั รคู้ วามรสู้ กึ (Sensibility Impairment) บรเิ วณฝา่ มอื ทเ่ี กดิ รว่ มกบั รอยโรคทส่ี งู กวา่ เสน้ ประสาทน้ิวมอื
เช่น อาการเจบ็ ปวดจาก neuroma ของเสน้ ประสาท และกลุ่มอาการเจบ็ ปวดรุนแรงเฉพาะทท่ี ่สี ลบั ซบั ซอ้ นศกึ ษาไดจ้ าก
หวั ขอ้ 2.5 และบทท่ี 5 ระบบประสาท
ผวิ หนงั ดา้ นฝา่ มอื ของน้ิวมอื มคี วามสามารถในการรบั รูค้ วามรสู้ กึ เป็นพเิ ศษ มขี ดี ความสามารถทจ่ี ะแปลผล
ความรสู้ กึ ไดอ้ ยา่ งแมน่ ยา เพราะว่ามปี มุ่ ของอวยั วะทร่ี บั ความรูส้ กึ ชนิดพเิ ศษและปลายประสาท (Free Nerve Ending) อยู่
เป็นจานวนมาก ดงั นนั้ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี ความรูส้ กึ ทผ่ี วิ หนงั บรเิ วณฝา่ มอื จงึ ตอ้ งรอบคอบ
มาก ๆ
2.3.1 การตรวจประเมินทางคลินิก(Clinical Evaluation)
การตรวจเพ่อื ประเมนิ การรบั รคู้ วามรสู้ กึ ของผวิ หนงั บรเิ วณฝา่ มอื ควรพจิ ารณาถงึ วธิ กี ารตรวจความสามารถ
ในการรบั รู้ความรูส้ กึ ทุกชนิด ไดแ้ ก่ การรบั รูค้ วามรู้สกึ เจบ็ ปวด ร้อน เยน็ และความรูส้ กึ สมั ผสั ทงั้ เบาและหนัก รวมทงั้
ความสนั่ สะเทอื น (Vibration) ดว้ ย
พ.ศ. 2497 คณะกรรมการสภาวจิ ยั ทางการแพทยข์ องประเทศองั กฤษ ไดแ้ บ่งระดบั การฟ้ืนตวั ของการรบั รู้
ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั ทเ่ี กดิ จากการบาดเจบ็ ของเสน้ ประสาทออกเป็น 6 ระดบั ซง่ึ ยงั คงนยิ มใชก้ นั อย่จู นถงึ ปจั จบุ นั ดงั น้ี
36
S0 ไม่มคี วามรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั เลย
S1 มกี ารฟ้ืนตวั ของความรสู้ กึ เจบ็ ปวดในผวิ หนังชนั้ ลกึ และความรสู้ กึ จากแรงกด แต่ขาดความรสู้ กึ ในทาง
ป้องกนั ตนเอง
S2 มกี ารฟ้ืนตวั ของความรู้สกึ เจบ็ ปวด ความรูส้ กึ สมั ผสั ในผิวหนังชนั้ ต้ืน และความรู้สกึ รอ้ น เยน็ เพยี ง
บางสว่ น ความรสู้ กึ ในเชงิ ป้องกนั ตนเองฟ้ืนขน้ึ เลก็ น้อย
S3 มคี วามรสู้ กึ เจบ็ ปวดและความรสู้ กึ สมั ผสั ในผวิ หนงั ชนั้ ตน้ื ความรสู้ กึ สมั ผสั ชนดิ แผ่วเบาฟ้ืนขน้ึ บา้ ง
S4 มคี วามรสู้ กึ สมั ผสั แผ่วเบาชนิด two – point discrimination ฟ้ืนตวั เพยี งบางสว่ น
S5 มคี วามรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั ฟ้ืนกลบั คนื มาเท่าเดมิ
โดยทวั่ ไปถา้ ผรู้ บั การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพมคี วามรสู้ กึ สมั ผสั ชนิดแผ่วเบาทผ่ี วิ หนงั เกดิ ขน้ึ ถอื ได้
วา่ มคี วามรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั ชนิดอ่นื เกดิ ขน้ึ แลว้ เชน่ กนั
วธิ ตี รวจทางคลินิกทงั้ หมดทใ่ี ชท้ าการตรวจระดบั การสญู เสยี ความสามารถในการรบั รคู้ วามรสู้ กึ ยงั คงใชว้ ธิ ี
ตรวจการรบั รูค้ วามรสู้ กึ สมั ผสั และแรงกดทผ่ี วิ หนงั ชนั้ ต้นื ในปจั จุบนั ยงั นิยมใชว้ ธิ ตี รวจชนิด two – point discrimination
และตามดว้ ยการตรวจวดั โดยวธิ ี monofilament touch – pressure threshold test การตรวจโดยวธิ ใี ชป้ ลายเขม็ แทงเบา ๆ
(Pin Prick Test) ยงั คงมปี ระโยชน์ และใชไ้ ดผ้ ลดใี นการตรวจการป้องกนั ความรูส้ กึ เจบ็ ปวดว่ายงั คงมอี ย่หู รอื ไม่ และยงั
ชว่ ยตรวจคน้ เพ่อื ยนื ยนั ระหวา่ งอาการแสดงทางผวิ หนงั ทต่ี รวจพบกบั อาการทป่ี รากฎอย่ใู นรายงานว่ามคี วามคลาดเคล่อื น
หรอื ไม่ การตรวจประเมนิ โดยใชว้ ธิ สี มุ่ ตรวจดว้ ยปลายแหลมและปลายทขู่ องเขม็ จะทาใหผ้ ลการตรวจแมน่ ยาขน้ึ การตรวจ
ความสนั่ สะเทอื นอาจจะช่วยในการตรวจความสามารถในการรบั รคู้ วามรสู้ กึ ของเสน้ ประสาท
วธิ กี ารตรวจหาบรเิ วณทม่ี เี หง่อื ออกดว้ ยสารเคมี ninhydrin (Ninhydrin Sweat Test) หรอื การใชส้ ารไอโอดนี
และแป้ง (Iodine – Starch Sweat Test) ตลอดจนการตรวจดกู ารเหย่ี วย่นของผวิ หนงั (Wrinkle Test) อาจมปี ระโยชน์ใน
การบนั ทกึ เพอ่ื ยนื ยนั ว่าเสน้ ประสาทน้วิ มอื ถกู ตดั ขาดหรอื ไม่ โดยเฉพาะในรายทเ่ี กดิ ปญั หาไม่สมั พนั ธก์ นั ของอาการทบ่ี อก
กบั การแสดงท่ตี รวจพบทางประสาท ถึงอย่างไรกต็ ามวิธกี ารตรวจดงั กล่าวยงั มขี อ้ จากดั ในการประเมนิ การฟ้ืนตวั หรอื
การกดรดั เสน้ ประสาท เพราะว่าวธิ ตี รวจเหล่านัน้ ไม่มคี วามสมั พนั ธ์ระหว่างการเกดิ มหี รอื ไม่มคี วามสามารถในการรบั รู้
ความรู้สึกจากการงอกของเส้นประสาท วิธีตรวจด้วยเคร่ือง Semmes – Weinstein Monofilament Pressure
Aesthesiometer ทใ่ี ชต้ รวจวดั การสมั ผสั ท่แี ผ่วเบาและแรงกดในผวิ หนงั ชนั้ ลกึ (Deep Pressure Threshold) ใหผ้ ลการ
ตรวจท่แี ม่นยาและละเอยี ดเพยี งพอในการบอกการฟ้ืนตวั ของการรบั รู้ความรูส้ กึ ก่อนท่กี ารตรวจวดั ดว้ ยวิธี two – point
discrimination จะไดผ้ ล การตรวจ two – point discrimination แบบเคล่อื นท่ี (Moving Two – Point Discrimination) อาจ
ไดป้ ระโยชน์ในการประเมนิ การฟ้ืนตวั ของเสน้ ประสาท เพราะว่าการตอบสนองต่อการกระตุ้นแบบน้ีจะเกดิ ขน้ึ ก่อนการ
กระตุ้นแบบ two – point discrimination ชนิดอย่นู ่ิง (Static Two – Point Discrimination) การใชน้ ้ิวมอื ทาหน้าทเ่ี พยี ง
อย่างเดยี ว เช่น การทดสอบโดยการปิดตาหยบิ ของ กส็ ามารถบอกไดว้ ่าน้ิวมอื น้ิวใดบ้างทย่ี งั มคี วามสามารถในการรบั รู้
ความรสู้ กึ และยงั คงใชป้ ระโยชน์ได้
รู ป แ บ บ ข อ ง ก า ร สู ญ เ สีย แ ล ะ ก า ร ฟ้ื น ตัว ข อ ง เ ส้น ป ร ะ ส า ท ท่ีเ กิด จ า ก ค ว า ม ผิด ป ก ติ ข อ ง เ ส้น ป ร ะ ส า ท
(Neuropathy) หรอื การอกั เสบของเสน้ ประสาททเ่ี กดิ จากโรคหรอื เสน้ ประสาทถูกกดรดั มลี กั ษณะทางคลนิ ิกทแ่ี ตกต่างไป
จากอาการท่เี กดิ จากเส้นประสาทฉีกขาด ขณะน้ียงั ไม่มเี คร่อื งมอื ท่ที นั สมยั พอ แม้ว่าการตรวจด้วยวธิ ี two – point
discrimination ในผูท้ ่เี กดิ อนั ตรายต่อเสน้ ประสาท หรือการอกั เสบของเส้นประสาททเ่ี กดิ จากโรคโดยตรง หรือจากการ
ทดลอง จะให้ผลการตรวจเป็ นปกติ ในขณะเดียวกันถ้าตรวจด้วยเคร่ืองวัดแรงกดแบบ Semmes - Weinstein
Monofilament Pressure Aesthesiometer และการตรวจการชกั นาของกระแสประสาทดว้ ย electromyography จะใหผ้ ล
37
ผิดปกติทงั้ คู่ จะอย่างไรกต็ ามการตรวจโดยวธิ ี two – point discrimination ยงั นิยมใชก้ นั อย่างกวา้ งขวางในการประเมนิ ผู้
ทม่ี เี สน้ ประสาทฉีกขาด ถา้ ตรวจพบ two – point discrimination ใหผ้ ลบวกกแ็ สดงว่าเสน้ ประสาทเสน้ นนั้ ฟ้ืนตวั
วธิ กี ารตรวจทเ่ี ป็นบรรทดั ฐานดงั้ เดมิ ทเ่ี รยี กว่า Weber Static Two- Point Discrimination Test ยงั มคี ุณค่า
มากทส่ี ุด นายแพทย์ Moberg เป็นคนแรกทค่ี ดิ วธิ กี ารตรวจน้ีโดยใชค้ ลปิ หนีบกระดาษดดั แปลงเป็นเคร่อื งมอื ในการตรวจ
โดยดดั ใหโ้ คง้ เป็นรูป Caliper เคร่อื งมอื ท่ปี ระดษิ ฐข์ น้ึ มาใหม่ ๆ เพ่อื นามาใชต้ รวจไดแ้ ก่ Disk - Criminator, DeMayo
2 – Point Discrimination Device และ Boley Gauge เป็นต้น การตรวจใหเ้ รม่ิ ต้นตรวจจากส่วนปลายน้ิวเขา้ หาส่วนโคน
โดยเรมิ่ ต้นจากการจดั ปลายทงั้ 2 ของเคร่อื งตรวจใหห้ ่างกนั 5 มลิ ลเิ มตร ใหผ้ รู้ บั การประเมนิ หลบั ตาขณะทใ่ี ชป้ ลายทงั้ 2
ของเครอ่ื งตรวจสมั ผสั เบา ๆ ทผ่ี วิ หนงั บรเิ วณปลายน้ิว (Pulp) แลว้ เล่อื นขน้ึ ไปตามความยาวของน้ิวทงั้ สองดา้ น เน่ืองจาก
เป็นการตรวจการสมั ผสั ทแ่ี ผว่ เบา (Light- Touch Discrimination) ดงั นนั้ การใชแ้ รงกดจะตอ้ งแผ่วเบามาก ไม่ทาใหเ้ กดิ จุด
ขาว หรอื รอยบนผวิ หนงั ระยะเวลาระหว่างการตรวจแต่ละจุดควรห่างกนั ไม่น้อยกว่า 3-5 วนิ าที การตรวจควรทดสอบการ
สมั ผสั 1 หรอื 2 จุด ก่อน โดยใหผ้ รู้ บั การประเมนิ บอกความรสู้ กึ ว่าเป็นการสมั ผสั 1 หรอื 2 จุด ตรงกบั ทแ่ี พทยผ์ ตู้ รวจทา
การตรวจหรอื ไม่ แลว้ ค่อย ๆ เพมิ่ ระยะห่างระหว่างปลายทงั้ 2 ของเคร่อื งมอื ทส่ี มั ผสั ขน้ึ เรอ่ื ย ๆ จนผรู้ บั การประเมนิ บอกได้
ว่ามกี ารสมั ผสั 2 จุด ถ้าผรู้ บั การประเมนิ บอกไดถ้ ูกตอ้ ง 2 ครงั้ จากการตรวจ 3 ครงั้ กแ็ สดงว่าการตรวจแม่นยาถูกต้อง จงึ
บนั ทกึ ระยะหา่ งระหวา่ งปลายทงั้ 2 ของเคร่อื งตรวจลงในแบบตรวจ
การประเมินความสามารถในการรบั รู้ความรู้สกึ เป็นการตรวจท่ียุ่งยากท่สี ุดในการประเมนิ การสูญเสีย
สมรรถภาพ ขณะทาการทดสอบ บรรยากาศภายในหอ้ งควรเงยี บสงบปราศจากเสยี งรบกวนจากภายนอกทจ่ี ะมารบกวน
สมาธขิ องผรู้ บั การประเมนิ และของแพทยผ์ ตู้ รวจ ตวั แปรทส่ี าคญั ทม่ี ผี ลต่อการตรวจการรบั รคู้ วามรสู้ กึ ประกอบดว้ ย
ผู้รบั การประเมิน ได้แก่ ทัศนคติของผู้รับการประเมิน สมาธิ ความวิตกกงั วล ผิวหนังท่ีผิดปกติ เช่น
รอยผวิ หนงั ดา้ น (Callus) ซง่ึ มผี ลต่อการตรวจดว้ ย
เคร่อื งตรวจ ได้แก่ คุณภาพของเคร่อื งตรวจทผ่ี ลติ จากโรงงาน การตรวจวดั และปรบั แกค้ วามคลาดเคล่อื น
ของเครอ่ื งมอื ตามทก่ี าหนดไวใ้ นคมู่ อื และน้าหนกั ของเครอ่ื งตรวจ
วธิ ที ดสอบทส่ี าคญั ไดแ้ ก่ อตั ราและระยะเวลาของการสมั ผสั ขนาดของแรงกดบนผวิ หนงั การสมั ผสั อย่นู ิ่ง
หรอื เคล่อื นไหว เน่ืองจากยงั ไม่มเี คร่อื งมอื ทอ่ี อกแบบใหค้ วบคุมแรงทส่ี มั ผสั และความเรว็ ของการตรวจ two-point หรอื
monofilament ดงั นนั้ ความชานาญของแพทยผ์ ตู้ รวจ ความสนใจรายละเอยี ดและความเอาใจใสใ่ นวธิ กี ารตรวจจะสามารถ
ชว่ ยลดความคลาดเคลอ่ื นทเ่ี กดิ จากตวั แปรเหลา่ นนั้ ลงได้
2.3.2 หลกั การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมอื จากการสญู เสียความรสู้ ึกที่ผิวหนัง (Digital
Nerve Sensory Impairment Evaluation ; Principle)
หลกั การ (Principle)
การสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั อย่างถาวรและชดั เจน (Unequivocal) เท่านนั้ ทจ่ี ะนามาประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพได้ ตวั แปรทส่ี าคญั ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนังไดแ้ ก่ การสญู เสยี
ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั ในเชงิ คณุ ภาพและบรเิ วณของผวิ หนงั ทส่ี ญู เสยี ความรสู้ กึ
ประเมนิ การสญู เสยี ความรูส้ กึ ทผ่ี วิ หนังในเชงิ คุณภาพ ไดจ้ ากการตรวจ two – point discrimination
ทผ่ี วิ หนังบรเิ วณฝ่ามอื ของน้ิวมอื หรอื บนปลายสุดของน้ิวท่ยี งั เหลอื อยู่ในกรณีทน่ี ้ิวมอื ขาดบางสว่ น การสญู เสยี การรบั รู้
ความรสู้ กึ ทด่ี า้ นหลงั น้วิ มอื ไม่ถอื ว่ามกี ารสญู เสยี สมรรถภาพ
38
การสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนังในเชงิ คุณภาพ แบ่งเป็น 3 ประเภทตามตารางท่ี 2 – 5 ไดแ้ ก่ การสญู เสยี
ความรสู้ กึ ทงั้ หมดของผวิ หนัง (Two Point Discrimination มากกว่า 15 มลิ ลเิ มตร) จะสญู เสยี ความรสู้ กึ จากการสมั ผสั
การกด หรอื การแทงเบา ๆ ดว้ ยปลายเขม็ (Pinprick) และความสนั่ สะเทอื นทงั้ หมด สว่ นการสญู เสยี ความรสู้ กึ บางสว่ นของ
ผวิ หนงั (two - point discrimination ระหว่าง 7 – 15 มลิ ลเิ มตร) จะมคี วามรสู้ กึ บา้ งแต่บอกตาแหน่งทส่ี มั ผสั ไดไ้ ม่ชดั เจน
และมกี ารตอบสนองทผ่ี ดิ ปกตติ ่อการสมั ผสั
ตารางท่ี 2-5 การแบง่ ระดบั การสญู เสียสมรรถภาพจากการสูญเสียความรสู้ ึกที่ผิวหนัง ในเชิงคณุ ภาพ (Sensory
Quality Impairment Classification)
Two-Point การสูญเสียความรสู้ ึกที่ผิวหนัง รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพจากการ
Discrimination สูญเสียความรสู้ ึกท่ีผิวหนังเชิงคณุ ภาพ
6 มลิ ลเิ มตร ไม่มี 0%
7-15 มลิ ลเิ มตร บางสว่ น 50%
> 15 มลิ ลเิ มตร ทงั้ หมด 100%
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั ในเชงิ คุณภาพตามตารางท่ี 2-5 ใชไ้ ด้
เฉพาะการสูญเสยี สมรรถภาพท่เี กดิ จากรอยโรคบริเวณเส้นประสาทนิ้วมือเท่านัน้ หา้ มนามาใช้ในการพจิ ารณาเลอื ก
ระดบั ความรนุ แรงของการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั หรอื อาการเจบ็ ปวดทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตขิ องเสน้ ประสาทตามตาราง
ท่ี 2-10 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพจากตารางท่ี 2-5 ห้ามนามาใช้เป็นตัวคูณกับระดับความรุนแรงของการสูญเสีย
สมรรถภาพจากการบาดเจ็บของเส้นประสาท spinal nerve (ตารางท่ี 2-13) ข่ายประสาทแขน (ตารางท่ี 2-14) หรือ
การบาดเจ็บของเส้นประสาทท่ีสาคัญ (ตารางท่ี 2-15) ในการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากการบาดเจ็บของ
เสน้ ประสาท
บรเิ วณผวิ หนังของน้ิวทส่ี ญู เสยี ความรสู้ กึ ประเมนิ ไดจ้ ากการตรวจหาระดบั ทผ่ี วิ หนังสูญเสยี ความรสู้ กึ ตาม
ความยาวของน้วิ โดยคดิ เป็นรอ้ ยละของความยาวของน้วิ มอื ซง่ึ แบ่งเป็น
การสญู เสยี ความรสู้ กึ ทเ่ี กดิ จากเสน้ ประสาทน้วิ มอื เสน้ เดยี ว (ดา้ นเดยี ว) เป็นการสญู เสยี ความรสู้ กึ ตามความ
ยาวของน้วิ ดา้ นใดดา้ นหน่งึ คอื เฉพาะดา้ นน้วิ หวั แม่มอื หรอื เฉพาะดา้ นน้วิ กอ้ ย
หรอื สญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ สองเสน้ (สองดา้ น) ทงั้ ดา้ นน้ิวหวั แม่มอื และดา้ นน้ิวกอ้ ยพรอ้ มกนั เป็นการสญู เสยี
ทงั้ ตามยาว และตามขวางของน้วิ
ถ้าสญู เสยี ความรสู้ กึ เพยี งดา้ นเดยี ว คอื ดา้ นน้ิวหวั แม่มอื หรอื ดา้ นน้ิวกอ้ ย เรยี กว่า ‛สญู เสยี ความรสู้ กึ
ตามยาว‛ (Longitudinal Sensory Loss)
ถ้าสญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ สองด้าน คอื ทงั้ ดา้ นน้ิวหวั แม่มอื และดา้ นน้ิวก้อย เรยี กว่า ‛สญู เสยี ความรูส้ กึ
ตามขวาง‛ (Transverse Sensory Loss)
ค่ารอ้ ยละของความยาวของน้ิวมอื ทส่ี ญู เสยี ความรสู้ กึ ศกึ ษาไดจ้ ากรูปท่ี 2 - 6 ซง่ึ เป็นของน้ิวหวั แม่มอื และ
รปู ท่ี 2 - 7 ซง่ึ เป็นของน้วิ อน่ื ๆ
การสูญเสียสมรรถภาพจากการสูญเสียความรู้สึกทัง้ หมดตามขวางตลอดทัง้ สองด้าน (Total
Transverse Sensory Loss) เป็นการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมดของน้ิวมอื (> 15 มลิ ลเิ มตร) เกดิ จากความผดิ ปกตขิ อง
เสน้ ประสาทน้วิ มอื ทงั้ 2 เสน้ (สองดา้ น) มคี า่ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ เท่ากบั รอ้ ยละ 50 ของค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
ทเ่ี กดิ จากน้วิ มอื น้วิ นนั้ ถกู ตดั ขาดทร่ี ะดบั เดยี วกนั ศกึ ษาไดจ้ ากรปู ท่ี 2 - 6 , 16 - 7 และ ตารางท่ี 2 - 6 และ 2 - 7
39
รปู ท่ี 2-6 คา่ การสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วหวั แมม่ อื ท่ีเกิดจากการถกู ตดั ขาดท่ีระดบั ตา่ ง ๆ (มาตราส่วนแถว
บน) หรอื จากการสูญเสียความรสู้ ึกทงั้ หมดตามขวาง (ทงั้ สองด้าน) (มาตราสว่ นแถวลา่ ง)
[Digit Impairment Due to Thumb Amputation at Various Lengths (top scale) or Total
Transverse Sensory Loss (bottom scale)]
การสูญเสียความรสู้ ึกทงั้ หมดตามขวางของนิ้วหวั แม่มือทาให้สูญเสียสมรรถภาพเท่ากบั ร้อยละ 50
ของการสญู เสียสมรรถภาพที่เกิดจากนิ้วหวั แม่มือนัน้ ถกู ตดั ขาดในระดบั เดียวกนั
ค่ารอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วหวั แมม่ ือจากการถกู ตดั ขาด
คา่ รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วหวั แมม่ ือจากการสญู เสียความรสู้ ึกทงั้ หมดตามขวาง
40
รปู ท่ี 2-7 คา่ การสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมือท่ีเกิดจากการถกู ตดั ขาดที่ระดบั ตา่ ง ๆ (มาตราส่วนแถวบน)
หรอื จากการสญู เสียความรสู้ กึ ทงั้ หมดตามขวาง (ทงั้ สองดา้ น) (มาตราส่วนแถวลา่ ง)
[Digit Impairment Due to Finger Amputation at Various Lengths (top scale) or Total
Transverse Sensory Loss (bottom scale)]
การสูญเสียความรสู้ ึกทงั้ หมดตามขวางของนิ้วมือทาให้สูญเสียสมรรถภาพเท่ากบั รอ้ ยละ 50 ของ
การสูญเสียสมรรถภาพท่ีเกิดจากการนิ้วมอื นัน้ ถกู ตดั ขาดในระดบั เดียวกนั
ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื จากการถูกตดั ขาด
คา่ รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมอื จากการสญู เสียความรสู้ ึกทงั้ หมด ตามขวาง
การสูญเสียความร้สู ึกบางส่วนตามขวาง ตลอดทงั้ สองดา้ น (Partial Transverse Sensory Loss) เป็น
การสญู เสยี ความรสู้ กึ ร้อยละ 50 (7-15 ม.ม.) ทเ่ี กดิ จากเสน้ ประสาทน้ิวมอื ทงั้ สองเสน้ (สองดา้ น) และมคี ่าการสญู เสยี
สมรรถภาพของน้วิ เท่ากบั รอ้ ยละ 25 ของคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากน้วิ มอื น้วิ นนั้ ถูกตดั ขาดทร่ี ะดบั เดยี วกนั ศกึ ษา
ไดจ้ ากตารางท่ี 2-6 และ 2-7
41
ตารางท่ี 2-6 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของนิว้ หัวแม่มือและนิว้ ก้อย จากการสูญเสียความรู้สึกตามยาวและตาม
ขวาง โดยอาศัยฐานค่าร้อยละของความยาวของนิว้ ทส่ี ูญเสียความรู้สึก
(Digit Impairment for Transverse and Longitudinal Sensory Losses in Thumb and Little
Finger Based on the Percentage of Digit Length Involved)
รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วหวั แมม่ อื และนิ้วก้อย
รอ้ ยละของ การสญู เสียความร้สู ึกตามขวาง การสญู เสียความรสู้ ึกตามยาว
ความยาว
เส้นประสาทนิ้วมอื ทงั้ 2 ดา้ น เส้นประสาทนิ้วมอื ทางด้าน เส้นประสาทนิ้วมอื ทางดา้ น
นิ้ วมือ
นิ้ วก้อย นิ้วหวั แมม่ ือ
100
90 ทงั้ หมด บางส่วน ทงั้ หมด บางส่วน ทงั้ หมด บางส่วน
50 25 30 15 20 10
45 23 27 14 18 9
80 40 20 24 12 16 8
70 35 18 21 11 14 7
60 30 15 18 9 12 6
50 25 13 15 8 10 5
40 20 10 12 6 8 4
30 15 8 9 5 6 3
20 10 5 6 3 4 2
10 5 3 3 2 2 1
42
ตารางที่ 2-7 คา่ การสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง จากการสญู เสียความรสู้ ึกตามยาวและ
ตามขวาง โดยอาศยั ฐานคา่ รอ้ ยละของความยาวของนิ้วที่สญู เสียความรสู้ ึก
(Digit Impairment for Transverse and Longitudinal Sensory Losses in Index , Middle , and
Ring Fingers Based on the Percentage of Digit Length Involved)
รอ้ ยละการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง
รอ้ ยละของ การสญู เสียความร้สู ึกตามขวาง การสูญเสียความรสู้ ึกตามยาว
ความยาว
เส้นประสาทนิ้วมอื ทงั้ 2 ด้าน เส้นประสาทนิ้วมอื ทางดา้ น เส้นประสาทนิ้วมอื ทางดา้ น
นิ้ วมอื นิ้ วก้อย นิ้วหวั แมม่ อื
100 ทงั้ หมด บางส่วน ทงั้ หมด บางส่วน ทงั้ หมด บางส่วน
90
50 25 20 10 30 15
45 23 18 9 27 14
80 40 20 16 8 24 12
70 35 18 14 7 21 11
60 30 15 12 6 18 9
50 25 13 10 5 15 8
40 20 10 8 4 12 6
30 15 8 6 3 9 5
20 10 5 4 2 6 3
10 5 3 2 1 3 2
ตวั อยา่ งที่ 2.7 43
ประวตั ิ
ผรู้ บั การประเมนิ ประสบอนั ตรายจากเครอ่ื งปมั้ โลหะกระแทกบรเิ วณน้ิวหวั แม่มอื ซา้ ย
การตรวจรา่ งกาย มบี าดแผลฉกี ขาด และกระดกู แตก ไดร้ บั การรกั ษาโดยการตกแต่งและเยบ็ บาดแผล เมอ่ื แผล
หายสนิท พบวา่ น้วิ หวั แมม่ อื มอี าการชา
ผลการประเมิน น้ิวหวั แม่มอื มกี ารสญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมดตามขวางจากปลายน้ิวจนถงึ ขอ้ ปลายน้ิว ซง่ึ คดิ
คาอธิบาย เป็นความยาวรอ้ ยละ 50 ของน้วิ หวั แมม่ อื
น้วิ หวั แมม่ อื สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 10 ของมอื
1. น้ิวหวั แม่มอื สญู เสยี ความรู้สึกทงั้ หมดตามขวาง (จะสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวหวั แม่มอื
50%) เป็นระยะทางร้อยละ 50 ของความยาวของ น้ิวหวั แม่มอื ดงั นัน้ น้ิวหวั แม่มอื
สญู เสยี สมรรถภาพ (จะสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ หวั แมม่ อื 50%)
= 50% (การสญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมดตามขวาง) X 50% (ความยาวของหวั แมม่ อื ทส่ี ญู เสยี ฯ)
= 25% ของน้วิ หวั แม่มอื (รปู ท่ี 2 - 6 และตารางท่ี 2 - 6)
= 10% ของมอื (ตารางท่ี 2 - 2)
2. ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 10 ของมอื ซง่ึ เทา่ กบั รอ้ ยละ 9 ของแขน
(ตารางท2่ี -2) หรอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 5 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท2่ี -3)
ตวั อยา่ งที่ 2. 8 ผรู้ บั การประเมนิ อายุ 25 ปี ถูกกระจกบาดบรเิ วณนว้ิ ชข้ี ณะทางาน ไดร้ บั การรกั ษาโดยการ
ประวตั ิ ลา้ งตกแต่งบาดแผล และเยบ็ แผลปิด 6 เดอื นหลงั จากแผลหายสนทิ บางสว่ นของปลายน้วิ ชย้ี งั
มอี าการชา
การตรวจรา่ งกาย น้วิ ชส้ี ญู เสยี ความรสู้ กึ ตามขวางเป็นบางสว่ นจากระดบั ขอ้ กลางนว้ิ ไปจนถงึ ปลายนว้ิ เป็น
ความยาวรอ้ ยละ 80 ของน้วิ ช้ี
ผลการประเมิน น้วิ ชส้ี ญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 4 ของมอื
คาอธิบาย
1. น้ิวช้สี ูญเสียความรู้สกึ ตามขวางเป็นบางส่วน (จะสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวช้ี 25%)
เป็นความยาว 80% ของน้วิ ช้ี ดงั นนั้ น้ิวชส้ี ญู เสยี สมรรถภาพ
= 25% (การสญู เสยี ความรสู้ กึ ) X 80% (ความยาวของนว้ิ ทส่ี ญู เสยี ฯ)
= 20% ของน้วิ ช้ี (รปู 2-7 และตารางท่ี 2-7)
= 4% ของมอื (ตารางท่ี 2-2)
2. ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพของมอื รอ้ ยละ 4 ซง่ึ เทา่ กบั รอ้ ยละ 4 ของแขน
(ตารางท่ี 2-2) หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 2 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
44
การสูญเสียสมรรถภาพจากการสูญเสียความร้สู ึกของนิ้วตามยาว (Longitudinal Sensory Loss Impairment) เป็น
การสูญเสยี ความรู้สกึ เพยี งด้านหน่ึงด้านใดของน้ิว ซ่งึ มคี วามสาคญั ต่างกนั ด้านท่ใี ช้สมั ผสั ในการหยบิ มีความ สาคญั
มากกว่า คดิ เป็นรอ้ ยละ 60 สว่ นอกี ดา้ นหน่งึ คดิ เป็นรอ้ ยละ 40 ดงั น้ี
1. น้ิวหวั แม่มือและน้ิวก้อย ความสาคญั ของการรบั ความรู้สกึ ด้านน้ิวหัวแม่มือ มคี ่าสมั พทั ธ์ร้อยละ 40
สว่ นทางดา้ นน้วิ กอ้ ยมคี า่ สมั พทั ธร์ อ้ ยละ 60
2. น้ิวช้ี น้ิวกลาง และน้ิวนาง มคี ่าสมั พทั ธท์ างดา้ นน้ิวหวั แม่มอื รอ้ ยละ 60 ส่วนดา้ นน้ิวกอ้ ยมคี ่าสมั พทั ธ์
รอ้ ยละ 40
ในขณะท่ใี ช้น้ิวมือหยบิ จบั สง่ิ ของ ผวิ หนังของน้ิวด้านท่สี มั ผสั กนั มีความสาคญั มากกว่าด้านตรงกนั ข้าม
สาหรบั ผวิ หนังด้านน้ิวก้อยของน้ิวรมิ สุด (น้ิวก้อย) มคี วามสาคญั มากในการประกอบกจิ วตั รประจาวนั ในกรณีทน่ี ้ิวก้อย
ถูกตดั ไป น้ิวนางจะเป็นน้ิวรมิ สุดแทน ด้านน้ิวกอ้ ยของน้ิวนางจะมคี ่าสดั ส่วนสมั พทั ธร์ อ้ ยละ 60 ทางดา้ นน้ิวหวั แม่มอื มคี ่า
รอ้ ยละ 40
เพ่อื ความสะดวกในการประเมนิ หาค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมือทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี ความรู้สกึ
ทงั้ หมดตามขวาง และตามยาว หรอื สญู เสยี ความรสู้ กึ บางส่วนตามขวาง หรอื ตามยาว ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพ
ของน้ิวมอื จากการสูญเสยี ความรู้สกึ ดงั กล่าวได้คานวณไว้แล้วในตารางท่เี ก่ยี วขอ้ ง ถ้าเป็นน้ิวหวั แม่มอื และน้ิวกอ้ ย
ใชต้ ารางท่ี 2 - 6 สว่ นน้วิ ช้ี น้วิ กลาง และน้วิ นาง ใชต้ ารางท่ี 2 - 7 การแปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพจากน้วิ มอื ไปเป็นมอื
ใชต้ ารางท่ี 2 - 1 สว่ นรปู ท่ี 2 - 8 แสดงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื จากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมด ตลอดความยาว
ของน้วิ
รปู ที่ 2-8 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของมือจากการสูญเสียความร้สู ึกทงั้ หมดของนิ้วมือตามขวาง (ตวั เลขที่
ปลายนิ้ว) และสูญเสียความร้สู ึกทงั้ หมดตามยาว ทางด้านนิ้วหวั แม่มือ และนิ้วก้อย (ตวั เลขที่อยู่
แต่ละขา้ งของนิ้ว) โดยมีการสูญเสียความรสู้ ึกตลอดความยาวของนิ้วมือ
(Hand Impairment Values for Total Transverse Sensory Loss (numbers at tips of digits) and
Total Longitudinal Sensory Loss on Radial and Ulnar Sides (numbers at sides of digits)
Involving 100% of the Digit Length)
45
การสูญเสียสมรรถภาพของมือท่เี กดิ จากการสูญเสยี ความรู้สกึ ท่ีบริเวณอ่นื ท่ีไม่ใช่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ
(Palmar Surface) ของน้ิวมอื จะมคี ่าการสูญเสยี สมรรถภาพของมอื น้อย การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ทเ่ี กดิ จากการ
สญู เสยี การรบั รคู้ วามรสู้ กึ ของเสน้ ประสาท palmar หรอื dorsal ulnar cutaneous และ median palmar cutaneous nerve
หรอื superficial radial nerve (รูปท่ี 2 - 48) อาจจะมคี ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื สงู ถงึ รอ้ ยละ 5 ได้ (เท่ากบั สญู เสยี
สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 5 ตามตารางท่ี 2 - 2)
2.3.3 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้ วมือจาก digital neuromas (Rating
Impairment Due To Digital Neuromas)
ปจั จยั สาคญั ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทเ่ี กดิ neuroma ของเสน้ ประสาทน้ิวมอื ไดแ้ ก่
ระดบั ความรุนแรงของความเจบ็ ปวด และน้ิวมอื ทางานไดล้ ดลง การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื จาก neuroma ประเมนิ
ไดจ้ ากผลคณู ของค่ารอ้ ยละตามระดบั ความรนุ แรงของความเจบ็ ปวด ตามตารางท่ี 2 - 10 ก. กบั คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพ
สงู สดุ ของเสน้ ประสาทน้วิ มอื เสน้ นนั้ (ตารางท่ี 2-6 , 2-7)
วธิ กี ารตรวจหาระดบั ความรุนแรงของความเจบ็ ปวดศกึ ษาจากตารางท่ี 2-10 ส่วนค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
สงู สดุ ของเสน้ ประสาทน้วิ มอื แต่ละเสน้ นนั้ ถา้ เป็นของน้ิวหวั แม่มอื และน้วิ กอ้ ยใหศ้ กึ ษาจากตารางท่ี 2 – 6 ถ้าเป็นของน้ิวช้ี
น้ิวกลาง และน้ิวนางใหศ้ กึ ษาจากตารางท่ี 2 - 7 (ในช่องหวั ขอ้ สญู เสยี ทงั้ หมดตามยาวทางดา้ นน้ิวหวั แม่มอื หรอื ทางดา้ น
น้วิ กอ้ ยตลอดความยาวของน้วิ มอื ) คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ทเ่ี กดิ จาการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมดตลอดความยาว
ของน้วิ มอื ทงั้ สองดา้ น (100%) ทป่ี ระเมนิ ตามรปู ท่ี 2 - 8 มคี ่าตรงกนั กบั ค่าทม่ี าจากตารางท่ี 2 -1
ถา้ เสน้ ประสาทน้วิ มอื ทงั้ สองดา้ นของน้วิ เดยี วกนั ประสบอนั ตราย ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ ทเ่ี กดิ จาก
การสญู เสยี ความรู้สกึ จากเสน้ ประสาททางดา้ นน้ิวกอ้ ยและดา้ นน้ิวหวั แม่มอื ใหน้ ามาบวกกนั ในทานองเดยี วกนั ค่ารอ้ ยละ
ของการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทเ่ี กดิ จาก neuroma ของเสน้ ประสาทน้ิวมอื ดา้ นใดดา้ นหน่ึงใหน้ ามาบวกกบั ค่าการ
สญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี ความรสู้ กึ จากเสน้ ประสาทน้ิวมอื ด้านตรงขา้ ม แต่ถ้ามคี ่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
จากสาเหตุอ่นื ๆ ของน้ิวเดยี วกนั เช่น น้ิวถูกตดั ขาด พสิ ยั การเคล่อื นไหวลดลง หรอื ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ตอ้ งเอาค่ารอ้ ยละ
การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ จากสาเหตุอ่นื ทป่ี ระเมนิ ไดเ้ หล่านนั้ มารวมกบั ค่ารอ้ ยละทเ่ี กดิ จากการสญู เสยี ความรสู้ กึ โดย
ใชต้ ารางคา่ รวม
2.3.4 วิธีประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้ วมือจากการสูญเสียความรู้สึกท่ีผิวหนัง (Digital
Nerve Sensory Impairment Determination Method)
1. ตรวจหาระดบั การสูญเสยี ความรู้สกึ ท่ผี วิ หนังหรอื ชนิดของการสูญเสยี ความรู้สกึ ว่าสูญเสยี ความรูส้ กึ
ทงั้ หมด (มากกวา่ 15 มลิ ลเิ มตร) หรอื สญู เสยี เพยี งบางส่วน (7 - 15 มลิ ลเิ มตร) ดว้ ยวธิ กี ารตรวจ two - point discrimination
(ตารางท่ี 2 - 5)
2. ตรวจหาบรเิ วณทส่ี ูญเสยี ความรู้สกึ ของผวิ หนังของน้ิวมอื ว่า สูญเสยี ความรูส้ กึ ตามยาว (Longitudinal
Sensory Loss) หรอื สญู เสยี ความรสู้ กึ ตามขวาง (Transverse Sensory Loss)
3. ตรวจหาความยาวทส่ี ญู เสยี ความรสู้ กึ หรอื ค่ารอ้ ยละของความยาวของน้ิวมอื ทส่ี ญู เสยี ความรสู้ กึ สาหรบั
น้วิ หวั แม่มอื ใหใ้ ชค้ า่ ตวั เลขแถวบนของรปู ท่ี 2-6 สว่ นน้วิ มอื น้วิ อน่ื ๆ ใหใ้ ชค้ า่ ตวั เลขแถวบนของรปู ท่ี 2 - 7
46
4. หาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื ทต่ี รวจพบว่ามกี ารสญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมด หรอื สญู เสยี บางสว่ น
และสญู เสยี ความรสู้ กึ ตามขวาง หรอื ตลอดตามยาว (ดา้ นน้วิ กอ้ ยหรอื ดา้ นน้วิ หวั แมม่ อื ) หรอื รอ้ ยละของความยาวของน้วิ มอื
ทส่ี ญู เสยี จากตารางท่ี 2-6 สาหรบั น้วิ หวั แมม่ อื และน้วิ กอ้ ย และตารางท่ี 2-7 สาหรบั น้วิ ช้ี น้วิ กลาง และน้วิ นาง
5. ถ้ามีการสูญเสียความรู้สึกทัง้ สองด้านของน้ิวเดียวกัน นาค่าการสูญเสียสมรรถภาพของน้ิวจาก
การสญู เสยี ความรสู้ กึ ทางดา้ นน้วิ หวั แม่มอื และน้วิ กอ้ ยทป่ี ระเมนิ ไดม้ าบวกกนั เป็นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ นนั้
6. แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื เป็นของมอื ของแขน และของทงั้ รา่ งกาย ตามลาดบั (ตาราง
ท่ี 16 – 1, 16 – 2 และ 16 – 3)
7. ในกรณีท่นี ้ิวมอื หน่ึงน้ิวมอื ใดมสี าเหตุของการสญู เสยี สมรรถภาพมากกว่าหน่ึงอย่างนาค่าการสูญเสยี
สมรรถภาพของน้ิวจากแต่ละอย่างทป่ี ระเมนิ ไดม้ ารวมกนั (ตารางค่ารวม) เป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว จากนัน้
จงึ ทาการแปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื เป็นของมอื ของแขน และของทงั้ ร่างกาย ตามลาดบั
ตวั อยา่ งท่ี 2.9 ผรู้ บั การประเมนิ อายุ 22 ปี ถูกมดี บาดบรเิ วณน้วิ ช้ี ไดร้ บั การรกั ษาโดยการทาความสะอาด
ประวตั ิ บาดแผล และเยบ็ แผลปิด 6 เดอื นหลงั จากบาดแผลหายสนทิ น้วิ ยงั คงมอี าการชา
ผลการทดสอบดว้ ย two – point discrimination มคี ่ามากกว่า 15 ม.ม. บรเิ วณดา้ นขา้ งของ
การตรวจรา่ งกาย น้ิวชท้ี งั้ สองดา้ น จากระดบั ขอ้ กลางน้ิว (PIP) ไปจนถงึ ปลายน้ิว (รอ้ ยละ80 ของความยาว
น้วิ มอื )
ผลการประเมิน ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 8 ของมอื
คาอธิบาย
จากรปู ท่ี 2 - 7 และตารางท่ี 2 - 7 น้วิ ชส้ี ญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมดตามความยาวทงั้ สองดา้ นทา
ใหส้ ญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 40 ของน้วิ เทา่ กบั รอ้ ยละ 8 ของมอื (ตารางท่ี 2 – 1) และ
เทา่ กบั รอ้ ยละ 7 ของแขน (ตารางท่ี 2-2) หรอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 4 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
ตวั อย่างที่ 2.10 ผรู้ บั การประเมนิ อายุ 25 ปี ถกู กระจกบาดบรเิ วณโคนน้ิวหวั แม่มอื ซา้ ย ไดร้ บั การรกั ษาโดย
ประวตั ิ ทาความสะอาดบาดแผลและเยบ็ แผลปิด 8 เดอื นหลงั จากแผลหายสนทิ ยงั มอี าการชาบรเิ วณ
น้วิ หวั แม่มอื
การตรวจรา่ งกาย ผลการตรวจ two – point discrimination มคี ่า 10 มลิ ลเิ มตร ทงั้ สองดา้ นของน้ิวหวั แม่มอื
ตลอดความยาวตงั้ แต่ขอ้ โคนน้วิ จนถงึ ปลายน้วิ
ผลการประเมิน ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 10 ของมอื
คาอธิบาย
น้วิ หวั แมม่ อื สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 25 ของน้วิ รปู ท่ี 2 - 6 และ ตารางท่ี 2 - 6 ซง่ึ เทา่ กบั
รอ้ ยละ 10 ของมอื (ตารางท่ี 2 - 1) และเทา่ กบั รอ้ ยละ 9 ของแขน (ตารางท่ี 2-2) หรอื เทา่ กบั
รอ้ ยละ 5 ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
47
ตวั อยา่ งท่ี 2.11 ผรู้ บั การประเมนิ อายุ 30 ปี ถูกแกว้ บาดบรเิ วณน้ิวหวั แม่มอื ขวา ไดร้ บั การรกั ษาโดยการ
ประวตั ิ
ลา้ งแผล และเยบ็ ผวิ หนัง 8 เดอื นหลงั จากแผลหายสนิท ปรากฏว่า ยงั มอี าการชาบรเิ วณ
การตรวจรา่ งกาย น้วิ หวั แม่มอื ขวา
ผลการตรวจ two – point discrimination มคี ่ามากกว่า 15 มลิ ลเิ มตร ของน้ิวหวั แม่มอื
ผลการประเมิน
คาอธิบาย ทางดา้ นน้วิ กอ้ ยดา้ นเดยี ว จากระดบั ขอ้ ปลายน้วิ (IP) ไปจนถงึ ปลายน้ิวหวั แม่มอื (รอ้ ยละ 50
ของความยาวน้วิ หวั แมม่ อื )
สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 6 ของมอื
น้วิ หวั แมม่ อื สญู เสยี ความรสู้ กึ ทงั้ หมดตามยาวดา้ นน้วิ กอ้ ยเป็นระยะทางรอ้ ยละ 50 ของน้วิ
(รปู ท่ี 2 - 6 และตารางท่ี 2 - 6) มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 15 ของน้วิ หวั แมม่ อื
ซง่ึ เท่ากบั รอ้ ยละ 6 ของมอื (ตารางท่ี 2 - 1)และเท่ากบั รอ้ ยละ 5 ของแขน (ตารางท2่ี -2) หรอื
เท่ากบั รอ้ ยละ 3 ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท2่ี -3)
ตวั อยา่ งท่ี 2.12
ประวตั ิ
ผรู้ บั การประเมนิ อายุ 28 ปี ถูกสงั กะสบี าดบรเิ วณโคนน้วิ ช้ี ไดร้ บั การรกั ษาโดยการลา้ งแผล
การตรวจรา่ งกาย และเยบ็ ผวิ หนงั 6 เดอื นหลงั แผลหายสนทิ แลว้ ปรากฏวา่ ยงั มอี าการชาบรเิ วณน้วิ ช้ี
ผลการตรวจ two – point discrimination มคี า่ 9 มลิ ลเิ มตร ดา้ นน้วิ หวั แมม่ อื เพยี งดา้ นเดยี ว
ผลการประเมิน จากระดบั ขอ้ โคนน้วิ (MP) ตลอดถงึ ปลายน้วิ
คาอธิบาย สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 3 ของมอื
น้ิวชส้ี ญู เสยี ความรสู้ กึ บางส่วนตลอดความยาวดา้ นน้ิวหวั แม่มอื ทาใหส้ ูญเสยี สมรรถภาพ
รอ้ ยละ 15 ของน้วิ (รปู ท่ี 2 -7 และ ตารางท่ี 2 -7)ซง่ึ เท่ากบั รอ้ ยละ 3 ของมอื (ตารางท่ี 2 -1)
และเท่ากบั รอ้ ยละ 3 ของแขน (ตารางท่ี 2-2) หรอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 2 ของทงั้ ร่างกาย(ตารางท่ี
2-3)
2.4 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากข้อเคลอื่ นไหวผิดปกติของข้อ (Evaluating Abnormal Motion)
2.4.1 การวดั พิสยั การเคลื่อนไหวของข้อ (Clinical Measurements of Motion)
การวดั พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ (ROM) รูปท่ี 2 - 9 โดยกาหนดการวดั มุมใหเ้ รมิ่ ทต่ี าแหน่งกลางคอื
0° (ตาแหน่งทางกายวภิ าคทข่ี อ้ เหยยี ดตรง คอื 0°ไม่ใช่ 180°) ค่ามุมหรอื พสิ ยั ทข่ี อ้ เคล่อื นไปจะเพม่ิ ขน้ึ ตามทศิ ทางทข่ี อ้
เคล่อื นไปโดยมจี ดุ เรมิ่ ตน้ เป็น 0°
นิ ยาม
การงอขอ้ หมายถงึ การเคลอ่ื นไหวของขอ้ จากตาแหน่งเรม่ิ ตน้ ไปจนงอขอ้ เตม็ ท่ี
การเหยียดขอ้ (Extension) หมายถงึ การเคล่อื นไหวในทศิ ทางทต่ี รงกนั ขา้ มกบั การงอขอ้ (Flexion)
การเหยียดขอ้ ไม่สดุ (Extension Lag) หมายถงึ ขอ้ เหยยี ดไดไ้ ม่เตม็ ทจ่ี ากตาแหน่งงอขอ้ คอื เหยยี ดไป
ไมถ่ งึ จดุ เรมิ่ ตน้ 0° ใชแ้ ทนดว้ ยเครอ่ื งหมาย – (ลบ)
การเหยียดขอ้ เกิน (Hyperextension) หมายถงึ ขอ้ ทเ่ี หยยี ดไดเ้ กนิ กวา่ จดุ เรมิ่ ตน้ 0° ซง่ึ พบไดเ้ ป็นปกตทิ ่ี
ขอ้ โคนน้วิ (Metacarpophalangeal Joint) ทข่ี อ้ ศอก ทข่ี อ้ เขา่ ใชแ้ ทนดว้ ยเคร่อื งหมาย + (บวก) เช่น ถา้ ขอ้ เคล่อื นไหวเกนิ
15°และงอได้ 45° กใ็ หเ้ ขยี นบนั ทกึ + 15° ถงึ 45° (รปู ท่ี 2 - 9 )
ขอ้ ติดแขง็ (Ankylosis) หมายถงึ ขอ้ ทไ่ี มม่ กี ารเคลอ่ื นไหวเลย
48
ข้อยึดในท่างอ (Flexion Contracture) หมายถงึ ขอ้ ทย่ี งั มกี ารเคล่อื นไหวไดบ้ า้ งแต่ไม่ถงึ ตาแหน่งกลาง
เช่น ถา้ ขอ้ น้วิ มอื ตดิ ในทา่ งอ 15° และสามารถงอไปถงึ 45° กใ็ หเ้ ขยี นลงบนั ทกึ ว่า –15 ° ถงึ 45°
มุมท่ีขอ้ เคล่ือนไหว คอื จานวนองศาทอ่ี ย่รู ะหว่างตาแหน่งเรมิ่ ต้นและตาแหน่งสุดทา้ ยของการเคล่อื นไหว
ของขอ้ ในระนาบนนั้ ๆ เช่นมุมการเคล่อื นไหวของขอ้ กลางน้วิ (PIP) จากตาแหน่งงอเตม็ ท่ี จนถงึ เหยยี ดเตม็ ท่ี ถา้ ขอ้ มกี าร
เคล่อื นไหวมากกว่าหน่ึงระนาบ การเคล่อื นไหวในแต่ละระนาบหรอื แต่ละชนิดให้ เรยี กว่าหน่วยการเคล่อื นไหว (Unit of
Motion) ตวั อย่างเช่น ขอ้ มอื มหี น่วยการเคล่อื นไหว 2 หน่วย คือ งอ/เหยียด ในระนาบหน้าหลงั และเบนไปทาง
น้วิ หวั แม่มอื / น้วิ กอ้ ยในระนาบดา้ นขา้ ง เป็นตน้
ตาแหน่งที่ข้อใช้งานได้ดี (Functional Position of a Joint) หมายถงึ ตาแหน่งทข่ี อ้ ตดิ แขง็ หรอื หลงั การ
ผา่ ตดั เช่อื มขอ้ แลว้ ทาใหข้ อ้ นนั้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพการทางานน้อยทส่ี ดุ
ถา้ ขอ้ มหี น่วยการเคลอ่ื นไหวมากกว่าหน่งึ หน่วยขน้ึ ไป แต่ละหน่วยการเคลอ่ื นไหวกจ็ ะมตี าแหน่งทข่ี อ้ ใชง้ าน
ไดด้ ี ตวั อยา่ งเช่น ตาแหน่งทข่ี อ้ ศอกใชง้ านไดด้ ี คอื งอ 80° และคว่าฝา่ มอื 20°
รปู ที่ 2-9 การวดั พิสยั การเคล่ือนไหวของข้อโคนนิ้ว (MP) ในตาแหน่งงอข้อ เหยียดข้อไม่สุด เหยียดข้อเตม็ ท่ี
และเหยียดขอ้ เกิน
(Measurements of MP Joint Position in Flexion, Extension Lag, Full Extension, and
Hyperextension)
ขอ้ เหยียดเตม็ ท่ี หรอื ตาแหน่งกลาง (จดุ ตงั้ ต้น) มีคา่ เป็น 0°
49
ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี พสิ ยั การเคลอ่ื นไหวของขอ้ สงิ่ แรกทค่ี วรทาคอื สงั เกต
ว่าผรู้ บั การประเมนิ สามารถทาการเคล่อื นไหวขอ้ ไดเ้ องหรอื ไม่ โดยบอกใหผ้ ูร้ บั การประเมนิ เคล่อื นไหวขอ้ ต่างๆ ของแขน
และมอื เรมิ่ ตน้ จากขอ้ ไหล่ ขอ้ ศอก ขอ้ มอื และขอ้ น้วิ มอื ใหผ้ รู้ บั การประเมนิ เคลอ่ื นไหวเตม็ พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ นัน้ ๆ
เพ่อื เปรยี บเทยี บการเคล่อื นไหวของขอ้ ต่าง ๆ ของแขนและมอื กบั ดา้ นตรงขา้ ม จากนนั้ จงึ ทาการประเมนิ การเคล่อื นไหว
ของแต่ละขอ้ แยกจากกนั ในทานองเดยี วกนั เรมิ่ ต้นประเมนิ การเคล่อื นไหวของขอ้ น้ิวมอื แต่ละน้ิวโดยใหผ้ รู้ บั การประเมนิ
กาน้วิ มอื ทุกน้วิ ใหเ้ ตม็ ทแ่ี ลว้ ใหเ้ หยยี ดน้ิวมอื ใหส้ ดุ ทาซ้า ๆ กนั หลายครงั้ การวดั พสิ ยั การเคล่อื นไหวของแต่ละขอ้ แพทย์
ผปู้ ระเมนิ ตอ้ งทาการตรวจการเคล่อื นไหวของขอ้ ทงั้ 2 แบบ คอื
1. การเคลอ่ื นไหวขอ้ ทผ่ี รู้ บั การประเมนิ ทาเอง (Active Motion)
2. การเคล่อื นไหวขอ้ ทผ่ี ตู้ รวจทาให้ (Passive Motion)
การเคลื่อนไหวข้อท่ีผรู้ บั การประเมินทาเอง (Active Motion)
เม่อื เรม่ิ ต้นการประเมนิ ควรใหผ้ รู้ บั การประเมนิ เคล่อื นไหวขอ้ เองซง่ึ เป็นการกระทาทเ่ี กดิ จากการสงั่ การให้
กล้ามเน้ือหดตวั ถ้าผู้รบั การประเมนิ ทาการเคล่อื นไหวขอ้ ไดเ้ องจนเตม็ พกิ ดั การเคล่อื นไหวของขอ้ กไ็ ม่จาเป็นท่แี พทย์
ผู้ประเมนิ ต้องไปช่วยทาให้ขอ้ นัน้ เคล่อื นไหวอกี แต่ถ้าผู้รบั การประเมนิ ทาการเคล่อื นไหวขอ้ เองได้ไม่เต็มพกิ ดั แพทย์
ผู้ประเมินต้องช่วยทา โดยร่วมกันทาทงั้ ผู้รบั การประเมินและแพทย์หรือแพทย์ช่วยทาอย่างเดียว เพ่ือประเมินพิสยั
การเคลอ่ื นไหวของขอ้
การตรวจการเคล่ือนไหวข้อที่ผตู้ รวจทาให้ (Passive Motion) คอื การทผ่ี ตู้ รวจใชแ้ รงกดหรอื ดงึ เพอ่ื ใหข้ อ้
เคล่อื นไหว เป็นการตรวจหาพสิ ยั และความคลอ่ งตวั ของการเคล่อื นไหวของขอ้ เม่อื กลา้ มเน้ือทงั้ หมดคลายตวั เช่น วธิ กี าร
ทดสอบโดย Bunnell (Bunnell’Test) ซง่ึ เป็นการทดสอบการตงึ ทผ่ี ดิ ปกตขิ องกลา้ มเน้อื มดั เลก็ ในมอื (Intrinsic Tightness)
การตรวจการเคล่ือนไหวข้อท่ีผรู้ บั การประเมินและผตู้ รวจช่วยกนั ทา (Assisted Active Motion) คอื
การใหผ้ รู้ บั การประเมนิ บงั คบั ใหก้ ลา้ มเน้ือหดตวั พรอ้ มกบั ผตู้ รวจออกแรงกดบรเิ วณขอ้ เพ่อื ช่วยตรงึ ขอ้ เป็นการเพมิ่ ความ
ไดเ้ ปรยี บเชงิ กลของกลา้ มเน้อื ทท่ี าหน้าทเ่ี คล่อื นไหวขอ้
การตรวจทงั้ 2 กรณีน้ี ใชแ้ รงช่วยประมาณ 0.5 กโิ ลกรมั โดยทต่ี อ้ งจบั แขนหน่ึงของขอ้ ใหอ้ ย่กู บั ท่ี
มุมทผ่ี รู้ บั การประเมนิ เคล่อื นไหวข้อไดเ้ อง มคี วามสาคญั ทส่ี ุดใชใ้ นการประเมนิ การสญู เสยี อ่านและบนั ทกึ
ตวั เลขบนเครอ่ื งวดั มุมทไ่ี ด้
มปี จั จยั หลายอยา่ งทท่ี าใหพ้ สิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ บรเิ วณแขนและมอื ลดลง คอื
การเคลอ่ื นไหวขอ้ ท่ีผรู้ บั การประเมินทาเองลดลง เกดิ จาก เสน้ ประสาท กลา้ มเน้ือ และเสน้ เอน็ ท่ีทาให้
ขอ้ เคล่อื นไหวไม่ทางาน หรอื ทางานไดไ้ มเ่ ตม็ ท่ี
ส่วนการเคลือ่ นไหวข้อที่ผตู้ รวจช่วยทาลดลง เกดิ จากตวั ขอ้ ไดร้ บั ความเสยี หายเอง ขอ้ ตดิ จากเน้ือเย่อื
รอบขอ้ หดตวั (Contracture) หรอื กลา้ มเน้อื ออกแรงตา้ น หรอื เสน้ เอน็ หดสนั้ เหน่ียวรงั้ ดงั นนั้ การทจ่ี ะประเมนิ การสญู เสยี
สมรรรถภาพไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมจาเป็นตอ้ งมคี วามรทู้ างคลนิ ิกทด่ี แี ละเขา้ ใจวธิ กี ารวดั มุม
ก่อนการวดั มมุ ของขอ้ น้วิ มอื ควรจดั ใหข้ อ้ มอื อย่ใู นตาแหน่งกลาง (Neutral Position) และปลายแขนอย่ใู นท่า
คว่าฝา่ มอื สว่ นการวดั มุมของขอ้ แต่ละขอ้ ตอ้ งยดึ ตรงึ ขอ้ ทอ่ี ยู่เหนือกว่าใหอ้ ย่ใู นท่าเหยยี ด และทาการวดั มุมของขอ้ ทจ่ี ะวดั
ในทา่ งอ
50
ขอ้ สงั เกตในการวดั มุม ถ้าขอ้ ทงั้ สามขอ้ งอพรอ้ มกนั เช่นการกามอื ขอ้ โคนน้ิวจะงอไดน้ ้อยลง และบางครงั้
อาจพบวา่ น้ิวมอื เคล่อื นไหวลดลงเน่ืองจากเสน้ เอน็ กลา้ มเน้ือมชี ่วงการเคล่อื นไหว (Excursion) ลดลง หรอื จากถูกแรงต้าน
แต่ถา้ วดั พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ ทลี ะขอ้ ยงั ไดค้ ่ามุมปกตหิ รอื เกอื บปกติ ในกรณีเชน่ น้กี ารวดั มุมงอขอ้ ควรวดั มุมงอของ
แต่ละขอ้ ขณะทข่ี อ้ ทงั้ 3 ของน้วิ อยใู่ นตาแหน่งงอขอ้ เองเตม็ ท่ี เช่นเดยี วกบั การวดั มมุ เหยยี ดขอ้ ขอ้ น้วิ มอื ทงั้ 3 ขอ้ ของแต่ละ
น้วิ กค็ วรอยใู่ นท่าขอ้ เหยยี ดเองเตม็ ท่ี
วธิ กี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ จากการสญู เสยี พสิ ยั การเคลอ่ื นไหวของขอ้ น้ิวมอื โดยวธิ วี ดั การ
เคล่อื นไหวของขอ้ น้ิวทลี ะขอ้ แตกต่างจากวธิ วี ดั โดยใชผ้ ลรวมของพสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ ทุกขอ้ ในน้ิวมอื ตามทไ่ี ด้
อธบิ ายไวใ้ นหวั ขอ้ 2.4.5.4 ‚การรวมการเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกตขิ องขอ้ น้ิวมอื ทม่ี ากกว่า หน่ึงขอ้ ‛ ดงั นนั้ ควรเลอื กวธิ วี ดั พสิ ยั
การเคล่อื นไหวของขอ้ ทใ่ี หผ้ ลการวดั ทต่ี รงหรอื สะทอ้ นถงึ การสญู เสยี สมรรถภาพอย่างแทจ้ รงิ ของขอ้ นนั้ ใหม้ ากทส่ี ดุ
2.4.2 หลกั การคานวณการสูญเสียสมรรถภาพจากข้อสูญเสียพิสยั การเคลื่อนไหวของ
ข้อตามสตู ร A = E + F (Principle for Motion Impairment Calculation : A = E + F)
พิสยั การเคลอื่ นไหวของข้อ คอื ค่ามมุ เป็นองศาของการเคล่อื นทว่ี ดั ได้ ระหว่างมุมสองมุมทข่ี อ้ นนั้ งอเขา้
และกางออกมากทส่ี ุดในระนาบเดยี วกนั เช่น จากมุมทก่ี ารเหยยี ดขอ้ เตม็ ท่ี ไปจนถงึ มุมทข่ี อ้ งอเตม็ ท่ี ถ้าขอ้ สญู เสยี การ
เคล่อื นไหวทงั้ หมดหรอื ขอ้ ตดิ แขง็ (Ankylosis) จานวนองศาทงั้ หมดทข่ี อ้ สญู เสยี การเคล่อื นไหว (A) จะเท่ากบั ผลบวกของ
มุมทส่ี ญู เสยี จากการเหยยี ดขอ้ (E) กบั มุมทส่ี ญู เสยี จากการงอขอ้ (F) หรอื A = E + F ค่าของ A จะเท่ากบั พสิ ยั การ
เคล่อื นไหวของขอ้ เสมอ
สญั ลกั ษณ์ V แทน ค่ามุมทว่ี ดั ได้
V ext คอื ค่ามุมทว่ี ดั ไดใ้ นทา่ เหยยี ดขอ้
V flex คอื คา่ มุมทว่ี ดั ไดใ้ นทา่ งอขอ้
สมมตุ วิ ่า ขอ้ ๆ หน่งึ ปกตมิ พี สิ ยั การเคล่อื นไหวคอื เหยยี ดขอ้ ได้ 0O งอขอ้ ได้ 90 O
ดงั นนั้ ขอ้ นนั้ จะมคี ่า V ext = 0O และ V flex = 90O ซง่ึ ขอ้ ไมม่ กี ารสญู เสยี พสิ ยั การเคลอ่ื นไหว
ถา้ ขอ้ นนั้ งอไดน้ ้อยลงคอื สญู เสยี องศาของการงอขอ้ ค่ามุมทส่ี ญู เสยี การงอขอ้ ซง่ึ แทนค่าดว้ ย F จะเท่ากบั
คา่ ปกตสิ งู สดุ ของ V flex ลบดว้ ย V flex ทว่ี ดั ไดจ้ รงิ
ตวั อยา่ ง ขอ้ ๆ หน่งึ จากปกตงิ อขอ้ ไดเ้ ตม็ ท่ี 90O แต่เมอ่ื วดั จรงิ ได้ V flex = 60
ดงั นนั้ F = 90O- 60O = 30O คอื สญู เสยี การงอขอ้ 30O
ถา้ ขอ้ เหยยี ดไดน้ ้อยลง คอื สญู เสยี องศาการเหยยี ดขอ้ ค่ามุมทส่ี ญู เสยี การเหยยี ดขอ้ ซง่ึ แทนค่าดว้ ย E จะมี
คา่ เท่ากบั ค่า Vext ทว่ี ดั ได้ ลบดว้ ย Vext ทน่ี ้อยทส่ี ดุ (คา่ ปกต)ิ
ตวั อย่าง ขอ้ ๆ หน่ึงค่ามุมเหยยี ดข้อปกติควรวดั ได้ 0O แต่เม่อื วดั จรงิ ได้ค่ามุมเหยยี ดขอ้ ลดลงเป็น
Vext = 20O
ดงั นนั้ E = 20O- 0O (= 20O) คอื การสญู เสยี การเหยยี ดขอ้ 20O
ถา้ การสญู เสยี กขาอ้ รงเอคไลด่อื น้น้อไหยลวขงองคข่าอ้ เนV่ือfleงxจากกจ็ กะลารดสลญู งแเสลยีะพมุมสิ จยั ากการกเาครลส่อื ูญนเไสหยี วกดาารเเนหินยตยี ่อดไขปอ้ แใทนนทคส่ี ่าดุ ดคว้ ่ายเหลV่าeนxt้ีจะจไะปเพพบม่ิ กขนนั้ึ
ณ จุด ๆ หน่งึ ในระนาบของการเคล่อื นไหว หรอื (มคี า่ เท่ากนั ) Vflex จะเท่ากบั Vext เม่อื Vflex = Vext แสดงว่า ขอ้ นนั้ ตดิ แขง็
หรอื มกี ารสญู เสยี พสิ ยั การเคลอ่ื นไหวทงั้ หมดของขอ้ (A)