147
จากตารางท่ี 2-17 แสดงการแบ่งระดบั การสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากโรคของหลอดเลอื ด การตรวจร่างกาย
ต้องพบอาการแสดงของหลอดเลอื ดท่เี สยี หายจากโรคของหลอดเลือด เพ่อื นามาใช้เป็นตวั จดั ระดบั ของการสญู เสยี
สมรรถภาพของผรู้ บั การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ 0 - 9% คอื กลุ่มทพ่ี บ Raynaud’s phenomenon จากการตบี ตนั
ของหลอดเลอื ด เช่น finger - brachial index น้อยกวา่ 0.8 หรอื อุณหภูมทิ ผ่ี วิ หนังของน้ิวมอื ลดลงร่วมกบั laser Doppler
ใหส้ ญั ญาณลดลงและไม่กลบั คนื ปกตเิ ม่อื ทาใหน้ ้ิวนัน้ อุ่นขน้ึ ซง่ึ อาการต่าง ๆ นนั้ ตอบสนองดตี ่อการเปลย่ี นแปลงการ
ดาเนินชวี ติ ประจาวนั และ/หรอื การรกั ษาดว้ ยยา
การสญู เสยี สมรรถภาพ 10-39% คอื กลุ่มทพ่ี บ Raynaud’s phenomenon จากการตบี ตนั ของหลอดเลอื ด ซง่ึ มี
การตอบสนองเพยี งบางสว่ นต่อการเปลย่ี นแปลงการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั และ/หรอื การรกั ษาดว้ ยยา
ตวั อยา่ งท่ี 2. 62 ผู้รบั การประเมนิ เป็นหญิงวยั 45 ปี มี Raynaud’s phenomenon เน่ืองจากโรค scleroderma
ประวตั ิ มา 9 ปี ผรู้ บั การประเมนิ มแี ผลทน่ี ้วิ มอื ซง่ึ รกั ษาดว้ ยยา prazosin hydrochloride ปรากฏวา่
แผลหายเพยี งบางสว่ น
การตรวจรา่ งกาย มีแผลต้ืนๆ ท่ีปลายน้ิวช้ีและน้ิวนางข้างขวา ส่วนปลายน้ิวช้ีและน้ิวนางซ้ายแห้ง
หลุดไป (Autoamputation), มคี ่า finger-brachial index 0.6 และสญั ญาณ laser Doppler
ผลการประเมิน แสดงว่ามีการสูญเสียสมรรถภาพของระบบไหลเวียนระดับจุลภาค (Microcirculatory
คาอธิบาย Impairment)
ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพ รอ้ ยละ 45 ของทงั้ ร่างกาย
1. แขนซา้ ย : จากตารางท่ี 2 - 17 จดั อย่ใู นระดบั 3 ขนั้ ปานกลาง จงึ ประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพรอ้ ยละ 55 ของแขน น้วิ ทข่ี าดไปทาใหม้ กี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนอกี รอ้ ย
ละ 7 (รปู ท่ี 2-5) เม่อื นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ สองสว่ นมารวมกนั (55% รวมกบั 7%)
โดยใชต้ ารางค่ารวมไดค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนซา้ ยรอ้ ยละ 58 หรอื รอ้ ยละ 35
ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
2. แขนขวา : จากตารางท่ี 2 - 17 จดั อย่ใู นระดบั 2 ขนั้ ปานกลาง จงึ ประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพรอ้ ยละ 25 ของแขนหรอื รอ้ ยละ 15 ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
รวมค่าการสูญเสียสมรรถภาพของแขนทงั้ สองข้าง โดยใช้ตารางค่ารวม (35% รวม
กบั 15%) ไดเ้ ท่ากบั รอ้ ยละ 45 ของทงั้ รา่ งกาย
148
2.7 การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมือจากความผิดปกติอื่นๆ (Impairment of
the Upper Extremities Due to Other Disorders)
ความผดิ ปกตอิ น่ื ทท่ี าใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ไดแ้ ก่
- ความผดิ รปู ร่างของกระดกู และขอ้ (Bone and Joint Deformities) (หวั ขอ้ 2.7.1)
- การผา่ ตดั ตกแต่งขอ้ (Resection/Implant Arthroplasty) (หวั ขอ้ 2.7.2)
- ความผดิ ปกตขิ องกลา้ มเน้อื และเอน็ (Musculotendinous Impairments) (หวั ขอ้ 2.7.3)
- การอกั เสบของเสน้ เอน็ และกลา้ มเน้อื (Tendinitis) (หวั ขอ้ 2.7.4)
- กลา้ มเน้อื ออ่ นแรง (Loss of Strength) (หวั ขอ้ 2.8)
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเน่ืองจากสาเหตุเหล่าน้ีใหใ้ ช้ ตารางท่ี 2-19 ถงึ 2-30 เพ่อื ประเมนิ
ระดบั ความรนุ แรงของการสญู เสยี สมรรถภาพ แลว้ นาค่าทไ่ี ดค้ ณู กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของแต่ละสว่ น
โดยเฉพาะ (ตารางท่ี 2-18) จากนัน้ จงึ นาค่าร้อยละการสูญเสยี สมรรถภาพของแต่ละอย่างท่ไี ดม้ ารวมกนั โดยใช้
ตารางคา่ รวม
สว่ นความผดิ ปกตทิ ่เี กดิ ทผ่ี วิ หนังบรเิ วณแขนและมอื เช่น การสูญเสยี รูปลกั ษณ์ รอยแผลเป็น และการปลูก
ผวิ หนัง ให้ใชเ้ กณฑแ์ ละวธิ ีการประเมนิ การสญู เสยี เร่อื งผวิ หนังในบทท่ี 8 เป็นแนวทางในการประเมินการสูญเสยี
สมรรถภาพ
ก่อนใชว้ ธิ กี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ถ้าสามารถประเมนิ
การสญู เสยี สมรรถภาพโดยวธิ กี ารต่างๆทก่ี ล่าวมาแลว้ ไดก้ ค็ วรใชว้ ธิ กี ารเหล่านัน้ ก่อน บางกรณีการประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพจากพสิ ยั การเคล่อื นไหวขอ้ ลดลง มมี ากกว่าหน่ึงอย่าง แต่ทงั้ หมดเกดิ จากสาเหตุเดยี วกนั ผปู้ ระเมนิ ต้องมี
ความเขา้ ใจกลไกการเกดิ พยาธสิ ภาพของความพกิ ารและการสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ ตามมา เพ่อื จะไดไ้ ม่ประเมนิ การ
สญู เสยี สมรรถภาพจากสาเหตุเดยี วกนั ซา้
ตารางท่ี 2-18 เป็นตารางค่าการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของน้ิวมอื มอื ขอ้ มอื ขอ้ ศอก ขอ้ ไหล่ ใช้ในการ
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพแต่ละกรณีในหวั ขอ้ การสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือจากความผิดปกติอ่ืนๆ
คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพน้สี ามารถเทยี บเปลย่ี นเป็นของอวยั วะทใ่ี หญ่ขน้ึ จนถงึ ของทงั้ รา่ งกายได้
ข้อสงั เกต ค่าสดั สว่ นสมั พทั ธข์ องการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ไหล่ ข้อศอก ขอ้ มอื ทเ่ี กดิ จากการเคล่อื นไหว
ลดลง ในหวั ขอ้ 2. 4 นนั้ มคี ่าเท่ากบั การสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ตามตารางท่ี 2-18 แต่ค่าจะ
แตกต่างกนั กบั การถกู ตดั ขาดทร่ี ะดบั เดยี วกนั ในตารางท่ี 2-4
คา่ หน่วยของขอ้ แต่ละขอ้ ของน้วิ หวั แม่มอื และน้วิ มอื ทอ่ี ยู่ในตารางท่ี 2-18 กาหนดใหม้ คี ่าหน่วยเป็น 100% ของ
น้วิ ซง่ึ แตกต่างไปจากคา่ ทก่ี าหนดไวใ้ นเรอ่ื งการตดั ขาดตามตารางท่ี 2-4 และการเคล่อื นไหวผดิ ปกตติ ามหวั ขอ้ 2.4 ส่วน
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื น้วิ มอื กาหนดใหม้ คี า่ เหมอื นกนั ตลอดการประเมนิ ในหวั ขอ้ น้ี
ถา้ น้วิ มอื น้วิ ใดมกี ารสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ มากกวา่ หน่งึ ขอ้ และถา้ แต่ละขอ้ มพี สิ ยั การ
เคล่อื นไหวเป็นปกติ ใหน้ าค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทป่ี ระเมนิ ไดต้ ามหวั ขอ้ น้ีแต่ละขอ้ มาบวกกนั ไดโ้ ดยตรง แต่ถา้ ขอ้
นนั้ ๆมกี ารสญู เสยี สมรรถภาพเน่ืองจากสญู เสยี การเคล่อื นไหวของขอ้ ดว้ ย จะต้องนาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากการ
สญู เสยี การเคล่อื นไหวของขอ้ มารวมกบั ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ โดยใชต้ ารางค่ารวม
149
ตารางท่ี 2-18 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพสงู สดุ ของนิ้ว มือ ข้อมือ ข้อศอก และข้อไหล่ จากความผิดปกติเฉพาะข้อ
ต่อหรือหน่วยย่อย ของแขนและมือ ที่มีหน่วยการสญู เสียฯเป็ นของนิ้ว มือ แขน และของทงั้ ร่างกาย *
(Maximum Impairment Values for the Digits; Hand, Wrist, Elbow, and Shoulder Due to Disorders
of Specific Joints or Units*)
ข้อและหน่วยยอ่ ยของแขนและมือ ร้อยละการสญู เสียสมรรถภาพสงุ สุดของ
นิ้ว มอื แขน ทงั้ รา่ งกาย
ขอ้ ไหล่
- - 60 36
Glenohumeral - - 25 15
Acromioclavicular - -53
Sternoclavicular
- - 70 42
ข้อศอก - - 50 30
- - 20 12
ทงั้ ขอ้ ศอก
Ulnohumeral - - 60 36
Proximal radio ulnar - - 40 24
- - 20 12
ข้อมือ - - 30 18
- 100 90 54
ทงั้ ขอ้ มอื
Radiocarpal 100 40 36 22
Distal radio ulnar
กระดกู ขอ้ มอื แถวแรก 60 24 22 13
ทงั้ มือ 15 6 5 3
นิ้วหวั แมม่ ือ
25 10 9 5
น้วิ หวั แมม่ อื ทงั้ น้วิ (ทุกขอ้ )
ขอ้ ฐานน้วิ (CMC) 100 20 18 11
ขอ้ โคนน้วิ (MP)
ขอ้ ปลายน้วิ (IP) 50 10 9 5
นิ้ วชี้และนิ้ วกลาง 30 6 5 3
ทงั้ น้วิ 20 4 4 2
ขอ้ โคนน้วิ
ขอ้ กลางน้วิ 100 10 9 5
ขอ้ ปลายน้วิ 50 5 5 3
30 3 3 2
นิ้วนาง หรือนิ้วกอ้ ย 20 2 2 1
ทงั้ น้วิ
ขอ้ โคนน้วิ
ขอ้ กลางน้วิ
ขอ้ ปลายน้วิ
* ค่าแตล่ ะคา่ มคี วามสมั พนั ธก์ บั หน่วยใหญ่ทอ่ี ย่ถู ดั ขน้ึ มาจนถงึ หน่วยของทงั้ รา่ งกาย
150
2.7.1 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือจากการผิดรปู รา่ งของกระดกู และ
ข้อ (Bone and Joint Deformities)
ถา้ ตรวจพบกระดกู หรอื ขอ้ มคี วามผดิ ปกตหิ ลายๆ อยา่ งของหน่วยเดยี วกนั วธิ ปี ฏบิ ตั เิ พอ่ื ป้องกนั การประเมนิ การ
สญู เสยี สมรรถภาพซา้ คอื
1. สาหรบั ขอ้ น้ิวมอื ขอ้ มอื ขอ้ ศอก ถ้าขอ้ ใดมีการเล่อื นท่ี (Translocation) อาจจะพบการเอียง (Lateral
Deviation), การบดิ หมนุ ของขอ้ น้ิวมอื (Rotational Deformities) ร่วมกบั ขอ้ หลุดหรอื ขอ้ เคล่อื น(Dislocation
or Subluxation)ได้ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตดิ งั กล่าวใหใ้ ชค้ ่าสงู สดุ ท่ี
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพไดเ้ พยี งคา่ เดยี ว หา้ มนาค่าทป่ี ระเมนิ ไดแ้ ต่ละค่ามารวมกนั
2. คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการเคลอ่ื นไหวของขอ้ ทล่ี ดลง ใหท้ าการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ ตาม
หวั ขอ้ 2.4 อาจจะนามารวมกบั ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตใิ นหวั ขอ้ น้ีได้ แต่หา้ ม นามารวม
กบั ความผดิ ปกตจิ ากขอ้ บวมเน่อื งจากเยอ่ื บขุ อ้ หนาตวั (Synovial Hypertrophy), ขอ้ หลุดหรอื ขอ้ เคลอ่ื นท่ี ท่ี
เป็นอย่ตู ลอดเวลา (Persistent Joint Subluxation or Dislocation) ตลอดจนความผดิ ปกตจิ ากกลา้ มเน้ือ
และเสน้ เอน็ (Musculotendinous Disorders ตามหวั ขอ้ 2.7.3)
3. การสญู เสยี สมรรถภาพจากการทข่ี อ้ ไม่มนั่ คง (Joint Instability) อาจนามารวมกบั คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพ
อ่นื เช่น การเคล่อื นไหวท่ีลดลง แต่ห้ามนามารวมกบั การสูญเสยี สมรรถภาพจากการผ่าตดั ตกแต่งข้อ
(Arthroplasty)
4. ถา้ จะประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากขอ้ บวมเพราะเย่อื บุขอ้ หนาตวั (Synovial Hypertrophy) จะตอ้ งไม่
พบวา่ มคี วามผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ของขอ้ นนั้ อกี
5. การมเี สยี งในขอ้ (Joint Crepitation) ไม่ต้องประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพเพราะประเมนิ จากความ
ผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ของขอ้ ไดค้ ่าถูกตอ้ งกวา่
2.7.1.1 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากข้อบวมเนื่องจากเยื่อบุข้อหนาตวั (Synovial
Hypertrophy)
เย่อื บุข้อหนาตวั เป็นอาการแสดงของข้ออกั เสบและอาจทาให้ขอ้ เคล่อื นไหวได้น้อยลง ถ้าขอ้ บวม เกดิ จาก
เย่อื บุขอ้ หนาตวั เพยี งอยา่ งเดยี ว ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ขอ้ มอื ขอ้ ศอก ขอ้ ไหล่ ไดจ้ ากผลคูณของค่า
รอ้ ยละของการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ จากการบวม (ตารางท่ี 2-19) กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดของ
ข้อนัน้ (ตารางท่ี 2-18) ห้ามนาค่าที่ประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากข้อบวมไปรวมกับค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพที่เกิดจากข้อเคลอื่ นไหวลดลงหรอื ความผิดปกติอื่นๆ ท่ีพบรว่ มด้วย
ตารางที่ 2-19 คา่ การสูญเสียสมรรถภาพตามระดบั ความรนุ แรงของเยื่อบุข้อที่หนาตวั
(Joint Impairment From Synovial Hypertrophy)
ระดบั ความรนุ แรง รอ้ ยละการสูญเสียสมรรถภาพของขอ้ *
เลก็ น้อย : เหน็ ไดด้ ว้ ยตา 10
ปานกลาง : ตรวจ คลาได้ 20
รนุ แรง : ขอ้ มขี นาดโตขน้ึ มากกวา่ รอ้ ยละ 10 30
* การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ทเ่ี ยอ่ื บุขอ้ หนาตวั ใหน้ าค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพตามระดบั ความรนุ แรงของขอ้ บวมไปคณู กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี
สมรรถภาพสงู สดุ ของขอ้ นนั้ ๆ ตามตารางท่ี 2-18
151
2.7.1.2 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากนิ้วมือเอียงไปทางด้านข้าง (Digit Lateral
Deviation)
น้วิ มอื ทเ่ี อยี งไปขา้ งใดขา้ งหน่งึ ไม่วา่ จะเกดิ ท่ขี อ้ ไหนของน้วิ กม็ ผี ลต่อการกามอื ทงั้ สน้ิ ดงั นนั้ จงึ ใชค้ า่ มุมของน้ิวท่ี
เอยี งนนั้ มาประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื ดว้ ยการวดั การเอยี งของน้วิ มอื ทเ่ี อยี งไปจากแนวปกตใิ นท่าเหยยี ด
น้ิวมอื เตม็ ทพ่ี ร้อมค่ารอ้ ยละการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวตามความรุนแรง (ตารางท่ี 2-20) นาค่ารอ้ ยละการสูญเสยี
สมรรถภาพของน้วิ มอื ตามระดบั ความรนุ แรงทไ่ี ดค้ ณู กบั คา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ จากความผดิ ปกตขิ องน้ิว
มอื นนั้ ทงั้ น้ิว
ถ้าการเอยี งของน้ิวมอื เกดิ ร่วมกบั ความผดิ ปกตอิ ่นื ดว้ ย เช่น การเคล่อื นไหวของขอ้ ผดิ ปกติ ตอ้ งประเมนิ การ
สูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมือจากการเอยี งและการเคล่อื นไหวผิดปกตินัน้ ตามหวั ข้อ 2.7.1 แล้วนาค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพของทงั้ สองสว่ นมารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม
ตารางท่ี 2-20 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้วที่เอียงไปทางด้านข้าง ตามระดบั ความรนุ แรงของ การเอียง
(ด้านนิ้วหวั แม่มือ หรือด้านนิ้วก้อย) (Digit Impairment From Active Ulnar or Radial
Deviation)
ระดบั ความรนุ แรงของการเอียง รอ้ ยละการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้ว *
เลก็ น้อย : น้อยกวา่ 10 องศา 10
ปานกลาง : 10-30 องศา 20
รนุ แรง : มากกวา่ 30 องศา 30
* การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวทเ่ี อยี งไปดา้ นขา้ งใหน้ าค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวทเ่ี อยี งไปทางดา้ นขา้ งตามระดบั ความรนุ แรงไปคณู กบั คา่ รอ้ ย
ละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของขอ้ นนั้ ตามตารางท่ี 2-18
ตวั อยา่ งที่ 2.63 ผรู้ บั การประเมนิ ไดร้ บั การบาดเจบ็ ทเ่ี สน้ เอน็ ของขอ้ กลางน้ิวของน้ิวกอ้ ยมอื ซา้ ย หลงั จาก
ประวตั ิ รกั ษาหายดแี ลว้ น้ิวกอ้ ยยงั เอยี งอยู่
ขอ้ กลางน้ิวของน้ิวก้อยเอยี งไปทางด้านน้ิวก้อย เป็นมุม 35 องศา ขอ้ กลางน้ิวเหยยี ด
การตรวจรา่ งกาย ไม่ตรงขาดไป 20 องศาและงอได้ 30 องศา
ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 6 ของมอื หรอื รอ้ ยละ 5 ของทงั้ ร่างกาย
ผลการประเมิน
คาอธิบาย
1. ขอ้ กลางน้ิวเอยี ง 35 องศา จากตารางท่ี 2-20 ระดบั ความรุนแรง มคี ่าการสญู เสยี
สมรรถภาพของน้วิ รอ้ ยละ 30
2. การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวกอ้ ยทงั้ นิ้วคอื รอ้ ยละ 100 นามาคณู กบั ค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพจากขอ้ กลางน้ิวเอยี งจะได้ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวก้อยจากน้ิว
เอยี งรอ้ ยละ 30 ของน้วิ (30% x 100% = 30%)
3. ขอ้ กลางน้วิ เหยยี ดไม่ตรงขาดไป 20 องศา งอได้ 30 องศาจะสญู เสยี สมรรถภาพของ
น้วิ กอ้ ย ดงั น้ี จากรปู ท่ี 2-23
น้วิ กอ้ ยมกี ารสญู เสยี สมรรถภาพจากการเหยยี ด IE%, = 7%
น้วิ กอ้ ยมกี ารสญู เสยี สมรรถภาพจากการงอ IF%, = 42%
น้ิวก้อยจะสูญเสยี สมรรถภาพจากการเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกติเท่ากบั (7%+42%=49%)
รอ้ ยละ 49 ของน้วิ
152
4. ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ จะสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวกอ้ ย รอ้ ยละ 64 (30% รวมกบั
49% ได้ 64%) ซง่ึ เท่ากบั รอ้ ยละ 6 ของมอื (ตารางท่ี 2-2) และเท่ากบั รอ้ ยละ 5 ของ
แขน หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 3 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
2.7.1.3 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากการบิดหมุนของนิ้ วมือ (Digit Rotational
Deformity)
กระดกู ฝา่ มอื หรอื กระดกู น้ิวมอื ทห่ี กั และตดิ ในท่าผดิ ปกติ หรอื มโี รคต่างๆ ของขอ้ เชน่ โรครมู าตอยด์ ทาใหเ้ กดิ
การบดิ หมนุ ของน้ิวมอื ได้ เชน่ น้ิวชพ้ี กิ ารบดิ หมุนอย่ใู นท่าคว่า (Pronation Deformity) การบดิ หมุนของน้ิวมอื เกดิ ขน้ึ ได้
ทุกระดบั ตงั้ แต่กระดูกน้ิวมอื ท่อนปลาย ท่อนกลาง และท่อนโคน ซง่ึ สามารถวดั การบดิ หมุนของน้ิวมอื ได้ในท่ากามอื เอง
เตม็ ท่ี น้วิ ทห่ี กั ตดิ ผดิ รปู จะไปทบั น้วิ ทด่ี ที งั้ ในท่าคว่าหรอื หงายน้ิวมอื ทาใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื นนั้ ทงั้ น้ิว
ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ ทบ่ี ดิ หมนุ ทงั้ น้วิ (ไมว่ ่าจะเกดิ ทข่ี อ้ ใด) การประเมนิ ระดบั ความรุนแรง
ของน้วิ ทบ่ี ดิ ใหว้ ดั มมุ ขณะกามอื เองเตม็ ท่ี คา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ทเ่ี กดิ จากน้ิวมอื ทบ่ี ดิ หมุนใหค้ านวณ
จากผลคณู ของค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทบ่ี ดิ หมุน ตามระดบั ความรุนแรงจากตารางท่ี 2-21 กบั ค่า
รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของน้วิ มอื ทงั้ น้วิ นนั้ ตารางท่ี 2-18
คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื จากน้วิ บดิ หมนุ อาจรวมกบั คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวนนั้ จากสาเหตุ
อน่ื ๆ ของน้วิ นนั้ ไดโ้ ดยใชต้ ารางคา่ รวม เชน่ การเคลอ่ื นไหวทล่ี ดลง แต่ห้ามรวมกบั การสญู เสียสมรรถภาพที่เกิดจาก
ขอ้ หลดุ /ขอ้ เคลอ่ื นหรอื นิ้วเอียง ให้เลอื กใช้คา่ สูงสดุ ท่ีประเมินได้เพียงคา่ เดียว
ตารางที่ 2-21 ค่าการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมือท่ีบิดหมุนตามระดบั ความรนุ แรงของการบิดหมนุ
(Digit Impairment From Rotational Deformity)
ระดบั ความรนุ แรงของการบิดหมนุ รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้ว *
เลก็ น้อย : น้อยกว่า 15 องศา 20
ปานกลาง : 15-30 องศา 40
รนุ แรง : มากกว่า 30 องศา 60
* การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื ทเ่ี กดิ จากน้ิวมอื ทบ่ี ดิ หมุนใหน้ าคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ทบ่ี ดิ หมุนตามระดับความรนุ แรงคณู กบั ค่ารอ้ ยละ
การสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดของนิ้วมอื นิ้วนนั้ ตามตารางท่ี 2-18
ตวั อยา่ งท่ี 2.64 ผรู้ บั การประเมนิ ไดร้ บั บาดเจบ็ ตรวจพบกระดกู ฝา่ มอื (Metacarpal) ของน้ิวชห้ี กั หลงั จาก
ประวตั ิ รกั ษาหายและกระดกู เช่อื มตดิ กนั ดแี ลว้
เวลากามอื เตม็ ทน่ี ้วิ ชบ้ี ดิ คว่าลง 20 องศา จากแนวเดมิ
การตรวจรา่ งกาย
ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 7 ของแขน หรอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 4 ของทงั้ ร่างกาย
ผลการประเมิน
(ตารางท่ี 2-3)
คาอธิบาย จากตารางท่ี 2-21 ความรุนแรงของน้ิวช้ีบิดหมุนอยู่ระดับปานกลาง มีค่าการสูญเสยี
สมรรถภาพรอ้ ยละ 40 ของน้วิ ช้ี จากตารางท่ี 2-18 คา่ สดั สว่ นสมั พทั ธข์ องน้ิวชม้ี คี ่าเท่ากบั
รอ้ ยละ 20 ของมอื ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของมอื รอ้ ยละ 8 (40%
x 20% = 8%) ซง่ึ เท่ากบั รอ้ ยละ 7 ของแขน (ตารางท่ี 2-2)
153
2.7.1.4 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากข้อเคล่ือนหรือข้อหลุดอย่างถาวร (Persistent
Joint Subluxation or Dislocation)
ขอ้ เคล่อื นหรอื ขอ้ หลุดอย่างถาวรทาใหข้ อ้ นัน้ เคล่อื นไหวไม่ได้เลย หรอื เคล่อื นไหวได้น้อยลง ห้ามนาค่าการ
สูญเสียสมรรถภาพที่ประเมินได้ไปรวมกบั ค่าการสูญเสียสมรรถภาพจากการเคลื่อนไหวท่ีลดลง ความผิดปกติ
ของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น หรือข้อบวมจากเย่ือบุข้อหนาตัว การสูญเสียสมรรถภาพของมือหรือแขนจาก
ขอ้ เคลอ่ื นหรอื ขอ้ หลดุ อยา่ งถาวรประเมนิ ไดจ้ ากผลคณู ของค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ทเ่ี คล่อื นหรอื ขอ้ หลุด
อย่างถาวรตามระดบั ความรุนแรง (ตารางท่ี 2-22) กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดของแขนหรอื มอื จากขอ้ นนั้
(ตารางท่ี 2-18)
ตารางที่ 2-22 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของขอ้ จากขอ้ หลุดหรอื ข้อเคลอื่ นถาวร ตามระดบั ความรนุ แรง
(Joint Impairment From Persistent Subluxation or Dislocation)
ระดบั ความรุนแรงของขอ้ หลดุ หรอื ขอ้ เคล่อื น รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ *
เลก็ น้อย : สามารถดงึ ขอ้ ใหเ้ ขา้ ทไ่ี ดโ้ ดยงา่ ย 20
ปานกลาง : สามารถดงึ ขอ้ ใหเ้ ขา้ ทไ่ี ดเ้ พยี งบางสว่ น 40
รนุ แรง : ไม่สามารถดงึ ขอ้ ใหเ้ ขา้ ทไ่ี ดเ้ ลย 60
* การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ เคลอ่ื น หรอื ขอ้ หลดุ ถาวร ใหน้ าคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพตามระดบั ความรุนแรงของขอ้ นนั้ มาคณู กบั ค่ารอ้ ยละการ
สญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดของขอ้ นนั้ ตามตารางท่ี 2-18
2.7.1.5 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากข้อไม่มนั่ คง (Joint Passive Mediolateral
Instability)
ขอ้ ทไ่ี ม่มนั่ คงมกั เกดิ จากการบาดเจบ็ ทข่ี อ้ มากอ่ น ทาใหข้ อ้ หลวมและถกู ดนั ไปดา้ นขา้ งไดม้ ากกวา่ ปกตเิ ป็นเหตุ
ใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ระดบั ความรุนแรงของขอ้ ไมม่ นั่ คงทเ่ี อยี งไปทางดา้ นขา้ ง หาไดโ้ ดยการวดั มุมทข่ี อ้
เอยี งไปทางดา้ นขา้ ง (Mediolateral Angulation) ขณะทผ่ี รู้ บั การประเมนิ ทาการงอและเหยยี ดขอ้ เปรยี บเทยี บกบั ขอ้ ขา้ งท่ี
‚ปกต‛ิ พรอ้ มคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ (ตารางท่ี 2-23) การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนหรอื มอื ประเมนิ ได้
จากผลคณู ของค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ทไ่ี ม่มนั่ คงตามระดบั ความรุนแรง (ตารางท่ี 2-23) กบั ค่ารอ้ ยละ
การสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของแขนหรอื มอื จากขอ้ นนั้ (ตารางท่ี 2-18) ถา้ มคี วามผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ของขอ้ ร่วมดว้ ย ต้อง
ประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากความผิดปกติอ่ืนๆ ของข้อแต่ละอย่างก่อน แล้วจึงนาค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพของแขนท่ไี ดท้ งั้ หมดมารวมกนั โดยใช้ตารางค่ารวม แต่ห้ามประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากการ
ผ่าตดั ตกแต่งข้อ (Arthroplasty) ร่วมกบั กรณีข้อไม่มนั่ คง สว่ นขอ้ มอื และขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คงกใ็ หป้ ระเมนิ ตามหวั ขอ้
2.7.7 และ 2.7.8 ตามลาดบั
ตารางที่ 2-23 คา่ การสญู เสียสมรรถภาพของขอ้ ไมม่ นั่ คงท่ีเอียงไปทางด้านขา้ ง ตามระดบั ความรนุ แรง
(Joint Impairment Due to Excessive Passive Mediolateral Instability)
ระดบั ความรนุ แรงของขอ้ ท่ีไมม่ นั่ คงโดยวดั มมุ ที่เอียง รอ้ ยละการสูญเสียสมรรถภาพของขอ้ *
ไปทางดา้ นข้างเปรยี บเทียบกบั ขา้ งปกติ
เลก็ น้อย : น้อยกวา่ 10 องศา 20
ปานกลาง : 10-20 องศา 40
รนุ แรง : มากกวา่ 20 องศา 60
* การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ไมม่ นั่ คงทเ่ี อยี งไปทางดา้ นขา้ ง คานวณไดจ้ ากผลคณู ของคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ทไ่ี มม่ ัน่ คงทเ่ี อยี งไป
ทางดา้ นขา้ ง ตามระดบั ความรุนแรง กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของขอ้ นนั้ ตามตารางท่ี 2-18
154
ตวั อยา่ งที่ 2.65 ผรู้ บั การประเมนิ ชาย อายุ 20 ปี ไดร้ บั บาดเจบ็ น้ิวท่หี วั แม่มอื ซ้ายขณะทางานได้รบั การ
ประวตั ิ รกั ษาจนหายดแี ลว้
การตรวจรา่ งกาย ขอ้ โคนน้วิ หวั แม่มอื ไมม่ นั่ คงถูกดนั ไปทางดา้ นน้วิ หวั แม่มอื ได้ 60 องศา ขณะทน่ี ้วิ หวั แม่มอื
ขา้ งตรงขา้ มดนั ไปไดเ้ พยี ง 30 องศา สว่ นการเคลอ่ื นไหวอ่นื ๆ ของขอ้ เป็นปกติ
ผลการประเมิน
คาอธิบาย ผ้รู บั การประเมินสูญเสียสมรรถภาพจากข้อโคนนิ้ วหวั แม่มือไม่มนั่ คงร้อยละ 2
ของทงั้ รา่ งกาย
1. ขอ้ โคนน้ิวหวั แม่มอื ทถ่ี ูกดนั ไปดา้ นน้ิวหวั แม่มอื ได้ 60 องศา ซง่ึ มากกว่าขา้ งปกติ
30 องศา มคี วามรุนแรงอย่ใู นระดบั รุนแรงคดิ เป็นการสูญเสยี สมรรถภาพของขอ้
รอ้ ยละ 60 (ตารางท่ี 2-23)
2. ค่าร้อยละการสูญเสยี สมรรถภาพสูงสุดของน้ิวหวั แม่มือจากข้อโคนน้ิวหวั แม่มือ
เท่ากบั รอ้ ยละ 15 ของน้วิ (ตารางท่ี 2-18)
ดงั นัน้ ผรู้ บั การประเมนิ จะสญู เสยี สมรรถภาพเท่ากบั รอ้ ยละ 9 (60% x 15% = 9%)
ของน้ิวหวั แม่มอื หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 4 ของมอื (ตารางท่ี 2-1) หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 4
ของแขน (ตารางท่ี 2-2) หรอื รอ้ ยละ 2 ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
2.7.1.6 แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพจากข้อมือ ข้อศอก เอียงไปทางนิ้วหวั แม่มือหรือ
นิ้วก้อย ที่เกิดขนึ้ ไดเ้ อง (Wrist, Elbow Joint Active Radial and Ulnar Deviations)
ระดบั การเอยี งไปดา้ นน้วิ หวั แมม่ อื หรอื น้วิ กอ้ ย ของขอ้ มอื หรอื ขอ้ ศอกทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดเ้ อง ใหว้ ดั จากมมุ ทข่ี อ้ เอยี งไป
จากตาแหน่งปกติ (neutral) ในขณะทข่ี อ้ นัน้ เหยยี ดเตม็ ท่ี ความรุนแรงของขอ้ ทเ่ี อยี งไปวดั จากค่ามุมท่เี อยี งไปโดย
เปรยี บเทยี บกบั ขอ้ ขา้ งท่ี ‚ปกต‛ิ ดา้ นตรงกนั ขา้ ม
ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทเ่ี กดิ จากขอ้ มอื หรอื ขอ้ ศอกเอยี ง คานวณไดจ้ ากผลคูณของค่ารอ้ ยละ
การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ มอื หรอื ขอ้ ศอกทเ่ี อยี งผดิ ปกติ (ตารางท่ี 2-24) กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุด
ของแขนจากขอ้ มอื หรอื ขอ้ ศอก (ตารางท่ี 2-18)
ถ้ามคี วามผดิ ปกตอิ ่นื ของขอ้ มอื หรอื ขอ้ ศอกร่วมดว้ ย ตอ้ งประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากความ
ผดิ ปกตอิ ่นื ๆ ของขอ้ กอ่ น แลว้ จงึ นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทไ่ี ดม้ ารวมกนั โดยใชต้ ารางคา่ รวม
ตารางท่ี 2-24 คา่ การสูญเสียสมรรถภาพของข้อมอื หรอื ข้อศอกท่ีเอียงโดยเกิดขนึ้ เอง ตามระดบั ความรนุ แรง
(Wrist and Elbow Joint Impairment From Excessive Active Mediolateral Deviation)
ระดบั ความรนุ แรงของขอ้ เอียงที่เกิดขึน้ เอง รอ้ ยละการสูญเสียสมรรถภาพของขอ้ *
เลก็ น้อย : น้อยกวา่ 20 องศา 10
ปานกลาง : 20-30 องศา 20
รนุ แรง : มากกว่า 30 องศา 30
* การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ มอื ขอ้ ศอกทเ่ี อยี งไปทางดา้ นน้วิ หวั แม่มอื หรอื น้ิวกอ้ ย ใหน้ าคา่ คา่ รอ้ ยละ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ มอื หรอื ขอ้ ศอกท่ี
เอยี งไปเองตามระดบั ความรนุ แรงไปคณู กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของแขนจากขอ้ นนั้ ตามตารางท่ี 2-18
155
ตวั อยา่ งท่ี 2.66 ผูร้ บั การประเมนิ เกิดการบาดเจบ็ ท่ขี อ้ ศอก ได้รบั การวนิ ิจฉัยโรคว่าเป็น displaced
ประวตั ิ supracondylar fracture ทก่ี ระดูก humerus ไดร้ บั การรกั ษาโดยการจดั กระดูกใหเ้ ขา้ ท่ี
และใสเ่ ฝือกไวจ้ นกระดกู ตดิ ดี
การตรวจรา่ งกาย หลงั การรกั ษา 1 ปี 6 เดอื น แพทยต์ รวจพบขอ้ ศอกเอยี งเขา้ ใน (Cubitus Varus) เป็นมุม
10 องศาเม่อื เหยยี ดเตม็ ท่ี แต่ขอ้ ศอกขา้ งตรงขา้ มเอยี งออกดา้ นนอก (Cubitus Valgus)
ผลการประเมิน 15 องศา จากภาพถ่ายรงั สบี รเิ วณขอ้ ศอกพบว่ากระดกู ตดิ ในทา่ เอยี ง
คาอธิบาย ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 8 ของทงั้ ร่างกาย
1. ขอ้ ศอกเอยี งเขา้ ในเปรยี บเทยี บกบั ดา้ นตรงกนั ขา้ ม = 10o (Varus)+15o (Valgus)
คดิ เป็นค่ามุมผดิ ปกติ 25o มคี วามรุนแรงของขอ้ เอยี งอย่ใู นระดบั ปานกลาง มคี ่าการ
สญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ศอก รอ้ ยละ 20 (ตารางท่ี 2-24)
2. ค่ารอ้ ยละของการสูญเสยี สมรรถภาพสงู สุดของขอ้ ศอกเท่ากบั รอ้ ยละ 70 ของแขน
หรอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 42 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-18)
ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ รายน้ีมกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเน่ืองจากขอ้ ศอกเอยี งเขา้
ในรอ้ ยละ 14 (20% x 70% = 14%) ของแขน หรอื เท่ากบั รอ้ ยละ 8 (20% x 42% =
8.4%) ของทงั้ รา่ งกาย
2.7.1.7 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากขอ้ มือไม่มนั่ คง (Carpal Instability)
ขอ้ มอื ไม่มนั่ คงแบ่งเป็น 3 ระดบั คอื เลก็ น้อย ปานกลาง และรุนแรง ตามการตรวจพบทางภาพถ่ายรงั สที ่ี
กาหนดไวใ้ นตารางท่ี 2-25 ขอ้ มอื ไมม่ นั่ คงในระดบั เลก็ น้อยสามารถวนิ จิ ฉยั ไดโ้ ดยการตรวจพบเอน็ ยดึ ขอ้ ฉีกขาดจากการ
ตรวจดว้ ยกลอ้ งสอ่ งขอ้ ภาพถ่ายรงั สธี รรมดาจากการฉีดสารทบึ แสงเขา้ ขอ้ หรอื การตรวจดว้ ยคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้า (MRI)
ทงั้ ๆ ทภ่ี าพถ่ายรงั สพี บวา่ กระดกู ขอ้ มอื เป็นปกติ มผี รู้ บั การประเมนิ บางรายทม่ี อี าการเจบ็ ปวดขอ้ มอื และ ขอ้ มอื ไม่มแี รง
กระดกู ขอ้ มอื ไม่มนั่ คง ชนิด dynamic หรอื non dissociative ซง่ึ ไม่สามารถวดั การเปลย่ี นแปลงค่ามุมต่าง ๆ จาก
ภาพถ่ายรงั สปี กตไิ ด้ อาการของขอ้ มอื ไม่มนั่ คง ชนิด non dissociative จะมอี าการเจบ็ ปวดและมเี สยี งดงั ในขอ้ ขณะ
ประกอบกจิ วตั รประจาวนั ขอ้ มอื ไม่มนั่ คงส่วนใหญ่เกดิ จากการบาดเจบ็ ของกระดูกข้อมอื และเอน็ ภายในขอ้ มอื ฉีกขาด
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากขอ้ มอื ไม่มนั่ คงได้ จากภาพถ่ายรงั สขี องขอ้ มอื โดยสงั เกตความผดิ ปกตขิ องกระดกู
ขอ้ มอื จากการวดั มุมระหว่างกระดูก scaphoid กบั กระดูก lunate (Scapholunate Angle) และมุมของปลายกระดกู
radius กบั กระดกู lunate (Radiolunate Angle) จากภาพถ่ายรงั สขี อ้ มอื ดา้ นขา้ ง (Lateral View) ในท่ากามอื แน่นเตม็ ท่ี
และขอ้ มอื อยู่ในท่าปกติ คอื ไม่งอลงหรอื กระดกขน้ึ และไม่เอยี งไปทางซา้ ยขวา (Neutral) จากภาพถ่ายรงั สใี หล้ ากเสน้
ตรงเสน้ แรกไปตามแนวยาวและขนานกบั กระดูก radius, ลากเสน้ ตรงเสน้ ทส่ี อง ไปตามแนวยาวของกระดกู scaphoid
ทางดา้ นฝา่ มอื (Palmar Surface) และลากเสน้ ตรงเสน้ สดุ ทา้ ยตงั้ ฉากกบั เสน้ ทเ่ี ช่อื มระหว่าง distal pole สองดา้ นของ
กระดกู lunate (รปู ท่ี 2-51) วดั มุมต่างๆ ทเ่ี กดิ จากเสน้ ตรงทงั้ สามเสน้ ตดั กนั
156
รปู ท่ี 2-51 แสดงวิธีการวดั มมุ ระหวา่ งกระดกู scaphoid และกระดกู lunate และมมุ ที่เกิดขนึ้ จากแกน
ทงั้ สอง จากภาพถา่ ยรงั สีท่าดา้ นขา้ ง
ตวั ชี้วดั ในการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนจากขอ้ มอื ไม่มนั่ คง
1. ค่าปกตขิ องมุม radiolunate จะน้อยกว่า 10๐ ไม่ว่ากระดกู lunate จะกระดกไปทางดา้ นหลงั มอื (Dorsal)
หรอื ดา้ นฝา่ มอื (Volar)
2. คา่ ปกตขิ องมุม scapholunate อย่รู ะหว่าง 30๐ 60๐ (เฉลย่ี 47๐)
3. ค่า triquetrolunate step off โดยพจิ ารณาจากภาพรงั สขี องขอ้ มอื แบบ PA view โดยขอ้ มอื อย่ใู นท่าปกติ
(Neutral) วดั ระยะทก่ี ระดกู triquetrolunate เล่อื นออกจากกระดูก lunate ไปทาง proximal หรอื ทาง น้ิวกอ้ ยทเ่ี รยี กว่า
คา่ triquetrolunate step off (รปู ท่ี 2-51)
4. ระยะช่องของกระดูก scaphoid และกระดูก lunate ทเ่ี รยี กว่า scapholunate gap ซง่ึ สามารถวดั ไดจ้ าก
ภาพถ่ายรงั สขี องขอ้ มอื ในทา่ PA ปกติ โดยยกขอบฝา่ มอื ดา้ นน้วิ กอ้ ยสงู ขน้ึ 10๐ _ 15๐ จะชว่ ยใหด้ ชู อ่ ง scapholunate gap
งา่ ยขน้ึ หรอื อาจจะใชภ้ าพถ่ายรงั สแี บบ AP ของขอ้ มอื ทอ่ี ย่ใู นทา่ ปกติ (Neutral) กไ็ ด้
5. Ulnar translation ของกระดกู ขอ้ มอื ซง่ึ ประเมนิ ไดจ้ าก ภาพรงั สขี องขอ้ มอื แบบ PA view ในท่ากามอื แน่น
และขอ้ มอื อยใู่ นทา่ ปกติ (Neutral) จะชว่ ยในการวดั ulnar translation ของกระดกู ขอ้ มอื (Carpal Bones) ไดด้ ี
โดยทวั่ ไปกระดกู ขอ้ มอื ทงั้ หมดจะวางอยบู่ นผวิ ขอ้ กระดกู radius และมากกวา่ 50% ของผวิ ขอ้ กระดกู lunate จะ
สมั ผสั กบั ดา้ น ulnar ของผวิ ขอ้ กระดกู radius (รปู ท่ี 2-51) ถา้ มี ulnar translation มากขน้ึ กระดูก lunate จะสมั ผสั กบั
กระดกู radius น้อยลงเร่อื ย ๆ ถ้ามกี ารเล่อื นมากจะทาใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนมาก แบ่งระดบั ของการ
เลอ่ื นไดเ้ ป็น
- เลอ่ื นเลก็ น้อย (Mild) ผวิ ขอ้ สมั ผสั กนั น้อยกวา่ 50% มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 8
- เลอ่ื นปานกลาง (Moderate) ผวิ ขอ้ สมั ผสั กนั น้อยกวา่ 25% มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ16
- เล่อื นรุนแรง (Severe) กระดกู lunate ไม่สมั ผสั กบั กระดูก radius เลย มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขน
รอ้ ยละ 24 (ตารางท่ี 2-35)
157
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากขอ้ มอื ไม่มนั่ คงโดย พจิ ารณาจากการตรวจพบทางภาพรงั สใี นท่าต่างๆ
แบ่งความผดิ ปกตขิ องภาพถ่ายรงั สขี องขอ้ มอื ออกเป็น 3 ระดบั ตามความรนุ แรงพรอ้ มค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขน
คอื เลก็ น้อย ปานกลาง และรุนแรง (ตารางท่ี 2-35) ใชค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดเพยี งค่าเดยี วเป็นค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพของแขนจากขอ้ มอื ไม่มนั่ คง
ตารางที่ 2-25 คา่ การสูญเสียสมรรถภาพของแขนเนื่องจากข้อมอื ไมม่ นั่ คงตามระดบั ความรนุ แรง
(Upper Extremity Impairment Due to Carpal Instability Patterns)
ระดบั ความรนุ แรง รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของแขน
โดยดจู ากภาพถา่ ยรงั สี * เลก็ น้อย (8%) ปานกลาง (16%) รนุ แรง (24%)
มุม radiolunate ** 11o-20o 21o-30o มากกว่า 30o
มมุ scapholunate 61o-70o 71o-80o มากกว่า 80o
ระยะหา่ ง scapholunate gap > 3 มม. > 5 มม. > 8 มม.
triquetrolunate step off > 1 มม. > 2 มม. > 3 มม
Ulnar translation เลก็ น้อย ปานกลาง รนุ แรง
* ภาพถ่ายรงั สที า่ PA ขอ้ มอื อย่ใู นทา่ ปกติ และกามอื (Clenched Fist Neutral PA Views)
** ค่ามมุ ทเ่ี ป็นลบแสดงถงึ ความผดิ ปกตแิ บบ VISI (Volar Intercalated Segmental Instability)
คา่ มมุ ทเ่ี ป็นบวกแสดงถงึ ความผดิ ปกตแิ บบ DISI (Dorsal Intercalated Segmental Instability)
วิธีการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนจากขอ้ มือไมม่ นั่ คง
1. เน่ืองจากกระดูกขอ้ มอื แถวแรก (Radiocarpal joint) มคี ่าการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดของขอ้ (Maximum
Impairment Value) เป็นรอ้ ยละ 40 ของแขน (ตารางท่ี 2-18) ดงั นัน้ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ มอื ระดบั เลก็ น้อยซง่ึ
คดิ เป็นรอ้ ยละ 20 ของขอ้ มอื ระดบั ปานกลางคดิ เป็นรอ้ ยละ 40 ของขอ้ มอื และระดบั รุนแรงคดิ เป็นรอ้ ยละ 60 ของขอ้ มอื
ซง่ึ เทยี บเท่ากบั การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 8, 16 และ 24 ตามลาดบั (ตารางท่ี 2-25) เม่อื นาค่ามุมและความ
ผดิ ปกติต่างๆทต่ี รวจพบจากภาพถ่ายรงั สมี าคานวณหาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนตามตารางท่ี 2-25 จะไดค้ ่า
รอ้ ยละการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนหลายค่าต่างกนั ตามความผดิ ปกตทิ พ่ี บ เลอื กใช้ค่าสูงสุดเพียงค่าเดียวเท่านัน้
เป็นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเน่อื งจากขอ้ มอื ไมม่ นั่ คง (ไมต่ อ้ งนาแต่ละคา่ มารวมกนั )
2. ถ้าขอ้ มอื สญู เสียสมรรถภาพเนื่องจากสาเหตอุ ื่น เช่น การเคล่อื นไหวขอ้ ลดลง สามารถนาค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพแต่ละอย่างมารวมกนั โดยใช้ตารางค่ารวมได้ ยกเว้นข้อมือนัน้ ได้รบั การผา่ ตดั ทา carpal bone resection
หรอื ทา arthroplasty หรอื มีอาการเจบ็ ปวด หรอื กาลงั ของข้อมือลดลง ในกรณีนี้ไม่ให้นาค่าการสูญเสียสมรรถภาพ
จากเหตเุ หล่านัน้ มารวมเข้าไปดว้ ยกบั คา่ การสญู เสียสมรรถภาพของแขนจากข้อมอื ไมม่ นั่ คง
ตวั อยา่ งท่ี 2.67
ประวตั ิ ลกู จา้ งไดร้ บั บาดเจบ็ ทข่ี อ้ มอื หลงั การรกั ษาหายดแี ลว้ จากภาพถ่ายรงั สขี องกระดกู ขอ้ มอื
พบว่ามุม scapholunate เท่ากบั 65 องศา มุม radiolunate เท่ากบั 5 องศา และมชี ่อง
scapholunate gap ขนาด 6 มม.
ผลการประเมิน ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 16 ของแขน
คาอธิบาย จากตารางท่ี 2-25
มุม scapholunate = 65 องศา มคี า่ สญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 8
มมุ radiuolunate = 5 องศา ไมม่ กี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขน
ช่อง scapholunate gap = 6 มม. มคี ่าสญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 16
ดงั นนั้ ผู้รบั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 16 ของแขน (พจิ ารณาจากค่าสงู สุด
เพยี งคา่ เดยี ว) หรอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 10 ของทงั้ ร่างกาย (ตารางท่ี 2-3)
158
2.7.1.8 แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพจากข้อไหล่ไมม่ นั่ คง (Shoulder Instability)
ขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คง รวมทงั้ ขอ้ เคล่อื นหรอื ขอ้ หลดุ ซ้า (Recurrent Shoulder Subluxation, or Dislocation) เกดิ จาก
สาเหตุหลายอย่างและมคี วามรุนแรงต่างกนั จากการฉีกขาดของ glenoid labrum และ/หรอื เย่อื หุม้ ขอ้ และเอน็ ยดึ ขอ้
(Capsularligament) และเอน็ กลา้ มเน้อื (Musculotendinous Structures) ไดร้ บั อนั ตรายจากการบาดเจบ็ บรเิ วณขอ้ ไหล่ทา
ให้ข้อไหล่หลุดเฉียบพลันครัง้ เดียวหรือหลายครัง้ หรือ จากการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ แต่เกิดซ้าซาก (Repetitive
Microtrauma) หรอื จากขอ้ อกั เสบ ปจั จยั เสย่ี งทท่ี าใหข้ อ้ ไม่มนั่ คงไดแ้ ก่ รปู ร่างแมแ้ ต่แนวขอ้ ผดิ ปกตติ งั้ แต่กาเนิดหรอื เกดิ
หลงั การประสบอนั ตราย เอน็ ยดึ ขอ้ หย่อนยานแต่กาเนิด เช่น โรค Ehlers-Danlos syndrome หรอื เอน็ ยดึ ขอ้ เสยี สมดุลย์
(Musculotendinous Imbalances)
ขอ้ ไหลไ่ ม่มนั่ คงแบง่ ไดด้ งั น้ี
1. แบ่งตามทิศทางท่ีข้อไหล่ไม่มัน่ คง เช่น ข้อไหล่หลุดซ้ามาทางด้านหน้า (Anterior) ไปทางด้านหลัง
(Posterior) หรอื หลดุ ลงมาทางดา้ นลา่ ง (Inferior)
2. แบ่งตามสาเหตุ เช่น จากภยนั ตราย (Traumatic) หรอื หลดุ โดยไม่เกดิ จากภยนั ตราย (Atraumatic)
3. แบ่งตามการควบคุมข้อไหล่ให้หลุด เช่น การควบคุมให้ข้อไหล่หลุดหรือไม่หลุดก็ได้ (Voluntary)
กบั ขอ้ ไหล่หลดุ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เอง (Involuntary)
ก่อนจะทาการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คงตอ้ งแน่ใจว่าการวนิ ิจฉยั ถูกต้อง และตอ้ งมขี อ้ มลู
ทส่ี าคญั เพยี งพอ เช่น การซกั ประวตั ิ การตรวจร่างกาย การถ่ายภาพรงั สี และหรอื การตรวจดว้ ยคล่นื สนามแม่เหลก็ (MRI)
การส่องกล้องดูภายในขอ้ และการตรวจร่างกายขณะวางยาสลบ ซ่งึ ถือเป็นองค์ประกอบทส่ี าคญั ของการประเมิน ผู้รบั
การประเมนิ ทม่ี อี าการเพยี งคลา้ ยขอ้ กาลงั จะหลุดหรอื กลวั ว่าขอ้ จะหลุดเม่อื มเี สยี งขณะเคล่อื นไหวขอ้ แต่ตรวจไม่พบอาการ
สาคญั อน่ื ๆ ถอื ว่าขอ้ มลู ยงั ไม่เพยี งพอทจ่ี ะทาการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คง
ขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คงต้องแยกจากขอ้ ไหล่หลวม (Hyperlaxity) ในกรณีทข่ี อ้ ไหล่หลวม หวั กระดกู humerus (Humeral
Head) ยงั คงเคล่อื นอย่ใู นเบา้ (Socket) ไดเ้ ป็นปกติ แต่กรณีทข่ี อ้ ไหล่ไม่มนั่ คงจะไม่สามารถบงั คบั ใหห้ วั กระดกู humerus
อย่ใู นเบา้ ไดต้ ามปกตแิ ละจะเกดิ อาการเจบ็ ปวด กลา้ มเน้ือหดเกรง็ เพ่อื ป้องกนั ไม่ใหข้ อ้ เคล่อื นไหวไปในทศิ ทางทข่ี อ้ ไม่
มนั่ คง การตรวจโดยการกระตุน้ ใหข้ อ้ ไหล่หลุด (Provocative Test) ถ้าพบว่าหวั กระดูกhumerusเคล่อื นไดม้ ากกว่าปกติ
แต่ไม่มอี าการใดๆ ควรใหก้ ารวนิ ิจฉยั วา่ เป็นขอ้ ไหล่หลวม ซง่ึ ไม่ตอ้ งประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ นอกจากน้ี ยงั ต้อง
ตรวจแยกอาการเจบ็ ปวดขอ้ ไหล่ทเ่ี กดิ จาก impingement ของข้อไหล่จากอาการปวดต้นคอหรอื ปวดรา้ วจากท่อี ่นื
(Radiating Pain) ส่วนกลุ่มอาการ ‚dead arm syndrome‛ ซง่ึ ขอ้ ไหล่ขยบั ไม่ไดช้ วั่ ครู่ มกั เกดิ จากการเหวย่ี งแขนอย่าง
แรงขณะเล่นกฬี า เช่น การขว้างลูกบอลในกฬี าเบสบอล จะทาให้ข่ายประสาทแขน (Brachial Plexus) ถูกยดื และ
หวั กระดูก humerus เคล่อื นออกจากแอ่ง glenoid (Humeral Head Subluxation) กลุ่มอาการดงั กล่าวไม่ควรให้
การวนิ ิจฉยั วา่ เป็นขอ้ ไหลไ่ ม่มนั่ คง
การตรวจร่างกาย ประกอบดว้ ยการวดั พสิ ยั การเคล่อื นไหวขอ้ ไหล่ การตรวจดูขอ้ ไหล่หลวม และการตรวจโดย
การกระตุ้นให้ขอ้ ไหล่หลุด การตรวจต่าง ๆ จะแปลผลการตรวจได้ยาก ถ้ากล้ามเน้ือไม่คลายเต็มท่ี เพราะกล้ามเน้ือ
ทห่ี ดเกรง็ จะช่วยยดึ ตรึงขอ้ ไหล่ท่ไี ม่มนั่ คงไว้ชวั่ คราว การมีข้อไหล่หลวมยงั ถือว่าปกติ ผู้ตรวจต้องวเิ คราะหใ์ ห้ได้ว่า
ผลการตรวจทไ่ี ดเ้ กดิ จากความผดิ ปกตทิ ม่ี อี ย่จู รงิ การเปรยี บเทยี บกบั การตรวจขอ้ ไหล่ดา้ นตรงกนั ขา้ มจะชว่ ยไดบ้ า้ ง
การตรวจเพอ่ื การวนิ ิจฉยั ขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คง
1. การตรวจ sulcus sign โดยวิธีดึงแขนลงมาตรงๆ ตามแนวด่ิง เป็นการทดสอบเพ่ือดูว่าหัวกระดูก
humerus เคล่อื นลงมาใต้แอ่ง glenoid ไดม้ ากน้อยเพยี งใด การตรวจทท่ี าใหห้ วั กระดกู humerus เคล่อื นลงมาใต้แอ่งได้
โดยไมเ่ จบ็ ปวดเป็น เพยี งแต่บอกวา่ ขอ้ ไหล่หลวม ไม่ควรใหค้ วามสาคญั มากนัก แต่ถ้าผรู้ บั การประเมนิ มอี าการเจบ็ ปวด
หรอื อาการคลา้ ยขอ้ จะเคล่อื นหลดุ จากกนั (Sense of Instability) ขณะทท่ี าการตรวจ ผลของการตรวจจงึ จะชว้ี ่ามขี อ้ ไหล่
ไม่มนั่ คง
159
2. การตรวจ loading posterior/anterior drawer test โดยใหผ้ รู้ บั การประเมนิ นอนหงาย ขอ้ ไหล่อย่ใู น ทา่
หมุนปกติ (Neutral Rotation) กางแขน 60o พรอ้ มทงั้ ยกแขนขน้ึ (Flexion) 30o ผตู้ รวจใชม้ อื หน่ึงพยุงแขนและไหล่ไวแ้ ลว้
ใชอ้ กี มอื หน่งึ ดนั ขอ้ ไหลไ่ ปทางดา้ นหลงั (Posterior) เพ่อื ใหข้ อ้ เคล่อื นหลุดไปทางดา้ นหลงั จากนนั้ ทาซ้า โดย ดงึ ขอ้ ไหล่
กลบั มาทางดา้ นหน้า (Anterior) ทาใหผ้ ตู้ รวจสามารถประเมนิ ความรุนแรงของขอ้ ไหล่ ไม่มนั่ คงไดจ้ ากการวดั การเล่อื นท่ี
ของหวั กระดกู humerus จากเบา้ glenoid ทเ่ี รยี กวา่ posterior/anterior glenohumeral translation โดยไม่ตอ้ งทาใหเ้ กดิ
ขอ้ เคล่อื นหลุดจรงิ
แบ่งระดบั การเล่อื นที่ของหวั กระดกู humerus จากเบ้า glenoid ตามความรนุ แรง 4 ระดบั ดงั นี้
เลก็ น้อย (Trace) คอื มกี ารขยบั ทห่ี วั กระดกู humerusเพยี งเลก็ น้อย
ระดบั 1 คอื หวั กระดกู humerusเคลอ่ื นมาเกยทข่ี อบ glenoid แต่ไม่เลยขอบ
ระดบั 2 คอื หวั กระดกู humerusเคล่อื นออกไปจากขอบ glenoid แต่สามารถกลบั เขา้ ทไ่ี ดเ้ องเม่อื
ปล่อยมอื
ระดบั 3 คอื หวั กระดกู humerusเคล่อื นหลดุ จากขอบ glenoid และไม่กลบั เขา้ ทเ่ี ม่อื ปลอ่ ยมอื
3. การตรวจ anterior apprehension test ทาการตรวจโดยใหผ้ รู้ บั การประเมนิ นอนหงาย กางแขน 90o
ผตู้ รวจพยายามหมุนขอ้ ไหล่ออกนอก (External Rotation) การตรวจจะไดผ้ ลบวกกต็ ่อเม่อื ผรู้ บั การประเมนิ รสู้ กึ ปวด
เหมอื นหวั กระดูกhumerusกาลงั จะหลุดร่วมกบั การเกรง็ ตวั ของกล้ามเนื้อต้านไว้ด้วย (ไม่ใช่มแี ต่อาการปวดเพียง
อย่างเดยี ว)
4. การตรวจ anterior relocation test (Jobe’s test) ทาการตรวจโดยใหผ้ รู้ บั การประเมนิ นอนหงายในขณะท่ี
ข้อไหล่ยังหมุนออกนอกและแขนกาง 90o เหมือนเดิม ผู้ตรวจออกแรงดันทางด้านหลงั ของ humerus (Posteriorly
Directed Force) แรงดนั ทางดา้ นหลงั จะทาใหห้ วั กระดูกhumerusเคล่อื นกลบั เขา้ ทเ่ี ดมิ และผรู้ บั การประเมนิ จะหายจาก
อาการปวดทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการตรวจครงั้ แรก แสดงว่ามี anterior instability
การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพเนื่องจากข้อไหลไ่ มม่ นั่ คง ตามตารางท่ี 2-26 แบง่ ความรุนแรงออกเป็น
3 ระดบั พรอ้ มคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของแขน
1. ขอ้ ไหลไ่ ม่มนั่ คงชนิดซอ่ นเรน้ (Occult Shoulder Instability) จะสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ไหลร่ อ้ ยละ 10
2. ขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คงชนิดหวั กระดกู humerusเคล่อื นท่ี (Shoulder Instability with Subluxating Humeral
Head) จะสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ไหล่รอ้ ยละ 20
3. ขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คงชนดิ หวั กระดกู humerusหลุด (Shoulder Instability with Dislocating Humeral Head) จะ
สญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ไหล่รอ้ ยละ 40
เน่ืองจากการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ไหล่คดิ เป็นรอ้ ยละ 60 ของแขน (ตารางท่ี 2-18) ดงั นนั้ การสญู เสยี
สมรรถภาพจากขอ้ ไหลไ่ ม่มนั่ คง ทงั้ 3 ระดบั ความรนุ แรงจงึ เทา่ กบั การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 6, 12 และ 24
ตามลาดบั
ถ้ า มี ก า ร ป ร ะ เ มิ น ก า ร สู ญ เ สีย ส ม ร ร ถ ภ า พ ข อ ง ข้ อ ไ ห ล่ เ น่ื อ ง จ า ก ก า ร เ ค ล่ื อ น ไ ห ว ล ด ล ง ก็ใ ห้ น า ค่ า ก า ร
สญู เสยี สมรรถภาพมารวมกนั โดยใช้ตารางค่ารวม แต่ห้ามนาค่าการสูญเสียสมรรถภาพจากอาการเจบ็ ปวดและ
กาลงั กล้ามเนื้ออ่อนแรงมารวมเข้าไปด้วย
160
ตารางท่ี 2-26 การสญู เสียสมรรถภาพของแขนเน่ืองจากอาการขอ้ ไหล่ไมม่ นั่ คง
(Upper Extremity Impairment Due to Symptomatic Shoulder Instability Patterns)
รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของแขน
เน่ืองจากอาการขอ้ ไหลไ่ มม่ นั่ คงชนิด
ขอ้ มลู ท่ีตรวจพบทางคลินิก ซ่อนเรน้ มีหวั กระดกู humerus มีหวั กระดกู humerusหลดุ
(6%) เคลอ่ื นท่ี (24%)
(12%)
มปี ระวตั ไิ ดร้ บั การบาดเจบ็ ชนดิ ไมม่ ี มี มี
เฉยี บพลนั ทช่ี ดั เจน
มคี วามสมั พนั ธค์ งทเ่ี กดิ ขน้ึ ทุกครงั้ มี มี มี
ของอาการขอ้ ไม่มนั่ คงกบั การทา
กจิ กรรมเฉพาะ อย่าง หรอื การ
เคลอ่ื นไหวขอ้ เฉพาะชว่ ง
การตรวจความไมม่ นั่ คงของขอ้ ไหล่ ม/ี ไมม่ ี มี มี
จะทาใหเ้ กดิ อาการทางคลนิ กิ ทกุ
ครงั้
ระดบั ความรุนแรงของ 1+2 2 3
Glenohumeral translation *
สามารถการแสดงใหเ้ หน็ ถงึ เหตุ ไมม่ ี มี มี
ทางกายวภิ าคทท่ี าใหเ้ กดิ อาการขอ้
ไหลไ่ มม่ นั่ คง
* ดคู าอธบิ ายในคมู่ อื
ตวั อยา่ งที่ 2.68 ผูร้ บั การประเมนิ เป็นนักเทนนิสมอื อาชีพชาย อายุ 30 เกดิ เหตุขอ้ ไหล่ขวาเคล่อื นมา
ประวตั ิ ทางดา้ นหน้าเป็นครงั้ ทส่ี ามขณะทต่ี ลี กู เสรฟิ เหนือศรี ษะในระหว่างการแข่งขนั ก่อนหน้าน้ี
เคยมปี ระวตั ขิ อ้ ไหล่เคล่อื นไปทางดา้ นหน้า (Anterior Shoulder Subluxation) ขณะเล่น
การตรวจรา่ งกาย เทนนสิ มาสองครงั้ เม่อื อายุ 18 และ 25 ปี ในช่วงระยะเวลาหน่ึงปีหลงั มอี าการเจบ็ ปวดท่ี
ขอ้ ไหล่ขวา ขณะทก่ี างแขนและหมุนขอ้ ไหล่ออกนอกจะมอี าการรู้สกึ คลา้ ยขอ้ ไหล่จะหลุด
ออก
ผรู้ บั การประเมนิ สามารถกางแขนได้ 130o หุบแขนได้ 50o หมุนขอ้ ไหล่ออกนอกและ
เข้าในได้ 80o เท่ากัน การงอและเหยียดข้อไหล่ทาได้ปกติ การตรวจ anterior
instability, anterior apprehension test และ anterior relocation test (Jobe’s test) ใหผ้ ล
บวกทงั้ หมด การตรวจ axial load test พบ anterior glenohumeral translation ระดบั 2
161
ภาพถ่ายรงั สขี อ้ ไหล่ปกติ แต่ภาพ MRI พบการฉีกขาดของ anterior glenoid labrum ผรู้ บั
การประเมนิ ผนู้ ้ปี ฏเิ สธการรกั ษาดว้ ยการผา่ ตดั
ผลการประเมิน ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 8 ของทงั้ รา่ งกาย
คาอธิบาย
ผรู้ บั การประเมนิ มปี ระวตั กิ ารบาดเจบ็ ทช่ี ดั เจน มอี าการทส่ี มั พนั ธก์ บั การใชง้ านการตรวจ
ทาใหม้ อี าการเหมอื นทเ่ี คยเป็น จงึ จดั เป็นขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คงชนิดมหี วั กระดูก humerus
เคล่อื นท่ี (Shoulder Instability with Subluxating Humeral Head) และจดั อยู่ใน
glenohumeral translation ระดบั 2 และ MRI พบลกั ษณะฉีกขาดของ anterior glenoid
labrum (ตารางท่ี 2-26) มคี า่ การสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 12 ของแขน
พสิ ยั การเคล่อื นไหวท่ีลดลงของข้อไหล่ให้ประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพตามข้อ 2.4
ไดด้ งั น้ี
สญู เสยี สมรรถภาพจากการหุบแขน (IADD%) รอ้ ยละ 0 ของแขน (รปู ท่ี 2-43)
สญู เสยี สมรรถภาพจากการกางแขน (IABD%) รอ้ ยละ 2 ของแขน (รปู ท่ี 2-43)
สญู เสยี สมรรถภาพจากการหมุนแขนเขา้ ใน (IIR%) รอ้ ยละ 0 ของแขน (รปู ท่ี 2-43)
สญู เสยี สมรรถภาพจากการหมุนแขนออกนอก (IER%) รอ้ ยละ 0 ของแขน (รปู ท่ี 2-43)
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากพสิ ยั การเคลอ่ื นไหวของขอ้ ไหลล่ ดลงเทา่ กบั รอ้ ยละ 2 ของแขน
ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพของแขน คดิ เป็นรอ้ ยละ 14 ของแขน (โดยรวม
การสญู เสยี สมรรถภาพจากขอ้ ไหล่ไม่มนั่ คงรอ้ ยละ 12 กบั ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจาก
พสิ ยั การเคล่อื นไหวลดลง รอ้ ยละ 2 โดยใชต้ ารางค่ารวม) หรอื สญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็น
รอ้ ยละ 8 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
2.7.2 แนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนจากการผา่ ตดั ตกแต่งขอ้ (Arthroplasty)
การผา่ ตดั ตกแต่งขอ้ เพ่อื ชว่ ยใหข้ อ้ เคลอ่ื นไหวไดด้ ขี น้ึ มี 2 วธิ คี อื
1. วธิ ตี ดั ปลายกระดกู ออกอย่างเดยี ว (Resection Arthroplasty)
2. วธิ ตี ดั ปลายกระดกู ออกและใสข่ อ้ เทยี มเขา้ แทนท่ี (Implant Replacement)
สว่ นการผ่าตดั เช่อื มขอ้ (Arthrodesis) ต้องประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพตามมุมท่ขี อ้ นนั้ ติดแขง็ อยู่ใน
หวั ขอ้ 2.4
การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการผา่ ตดั ตกแต่งขอ้ ต่างๆ ไดร้ วบรวมไวใ้ นตารางท่ี 2-27 ถา้ การเคล่อื นไหว
ของขอ้ ทผ่ี ่าตดั ไม่เหมอื นเป็นปกติ ตอ้ งประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ นนั้ ตามวธิ ใี นหวั ขอ้ การเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ
(หวั ขอ้ 2.4) แลว้ จงึ นาค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ จากการผ่าตดั ตกแต่งขอ้ และจากการเคล่อื นไหวผดิ ปกติ
มารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวมเป็นค่าร้อยละการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ จากการผ่าตดั ห้ามนาค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพจากกรณีข้อเคล่ือนหรือข้อหลุด (2.7.1.4) หรือข้อไม่มนั่ คง (2.7.1.5) มารวมกบั ค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพจากการผา่ ตดั ตกแต่งข้อ
ถา้ การผ่าตดั ใสข่ อ้ เทยี มไม่ไดผ้ ล เช่น ขอ้ เทยี มหลุดหรอื แตก ใหป้ ระเมนิ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ นัน้
เป็นรอ้ ยละ 100 (ตารางท่ี 2-18)
การสญู เสยี สมรรถภาพจากการตดั กอ้ นมะเรง็ กระดกู ใกลข้ อ้ ออกและทาการตกแต่งขอ้ ขน้ึ มาใหม่ โดยใสข่ อ้ เทยี ม
ควรพจิ ารณาการสญู เสยี สมรรถภาพเป็นรายๆ ไป
162 ผู้รบั การประเมินได้รับอุบัติเหตุท่ีข้อมือ ได้รบั การรักษาโดยการผ่าตัดใส่ข้อเทียม
(ขอ้ Radiocarpal และ Distal radioulnar)
ตวั อยา่ งที่ 2.69 ผู้รบั การประเมนิ สามารถงอขอ้ มอื ได้ 30o กระดกขอ้ มือขน้ึ ได้ 20o เบนขอ้ มอื ไปทาง
ประวตั ิ น้วิ หวั แมม่ อื ได้ 0o และเบนขอ้ มอื ไปทางน้วิ กอ้ ยได้ 30o
การตรวจรา่ งกาย ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 36 ของแขน
ผลการประเมิน 1. ขอ้ มอื สญู เสยี สมรรถภาพจากการผ่าตดั ใสข่ อ้ เทยี ม
คาอธิบาย - ขอ้ มอื ไดร้ บั การใสข่ อ้ เทยี มจะสญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 24 (ตารางท่ี 2-27)
2. ขอ้ มอื สญู เสยี สมรรถภาพจากการเคล่อื นไหวทล่ี ดลง
- งอขอ้ มอื ได้ 30o จะสญู เสยี สมรรถภาพของแขน (รปู ท่ี 2-28) IF% = 5 %
- กระดกขอ้ มอื ได้ 20o จะสญู เสยี สมรรถภาพของแขน (รปู ท่ี 2-28) IE %= 7%
- เบนข้อมือทางน้ิวหัวแม่มือได้ 0o จะสูญเสียสมรรถภาพของแขน (รูปท่ี 2-31)
IRD%= 4%
- เบนขอ้ มอื ทางน้วิ กอ้ ยได้ 30o จะสญู เสยี สมรรถภาพของแขน (รปู ท่ี 2-31)
IUD%= 0%
ดงั นนั้ ขอ้ มอื มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 16 ของแขน (5%+7%+4% = 16%)
รวมค่าการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากการใส่ข้อเทียมร้อยละ 24 กับ
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากการเคล่อื นไหวลดลงรอ้ ยละ 16 จะไดค้ ่ารอ้ ยละ 36
ของแขน โดยใชต้ ารางคา่ รวม
3. ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 36 (24% รวมกบั 16% ได้ 36%
โดยใชต้ ารางค่ารวม)
163
ตารางท่ี 2-27 ค่าการสญู เสียสมรรถภาพของแขนจากการผา่ ตดั ตกแต่งขอ้
(Impairment of the Upper Extremity After Arthroplasty of Specific Bones or Joints)
รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของแขน
การผา่ ตดั ตกแต่งขอ้ ที่ระดบั ต่าง ๆ การผา่ ตดั ตกแต่ง การผา่ ตดั ตกแต่ง
ชนิดใสข่ อ้ เทียม ชนิดตดั ขอ้ ทิ้ง
ข้อไหลท่ งั้ ขอ้ 24 30
เฉพาะสว่ นปลายของกระดกู ไหปลารา้ - 10
เฉพาะสว่ นตน้ ของกระดกู ไหปลารา้ -3
ขอ้ ศอกทงั้ ข้อ 28 35
เฉพาะหวั กระดกู radius 8 10
ขอ้ มอื ทงั้ ขอ้ 24 0
ตดั เฉพาะสว่ นปลายสดุ กระดกู radius (Styloid) 05
ตดั เฉพาะสว่ นปลายกระดกู ulnar (Ulnar Head) 8 10
เชอ่ื มเฉพาะขอ้ ระหว่างกระดกู radiusกบั กระดกู ขอ้ มอื แถวแรก 16 0
ตดั กระดกู ขอ้ มอื แถวแรกออก(Proximal row carpectomy) 0 12
ตดั กระดกู ขอ้ มอื ออกแต่ละชน้ิ 8 10
นิ้วหวั แมม่ อื
ขอ้ ฐานน้วิ 9 11
ขอ้ โคนนว้ิ 23
ขอ้ ปลายน้วิ 45
นิ้วชี้หรอื นิ้วกลาง
ขอ้ โคนน้วิ 45
ขอ้ กลางน้วิ 23
ขอ้ ปลายน้วิ 12
นิ้วนางหรอื นิ้วก้อย
ขอ้ โคนน้วิ 22
ขอ้ กลางน้วิ 11
ขอ้ ปลายน้วิ 11
164
2.7.3 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อและ
เส้นเอน็ (Musculotendinous Impairments)
2.7.3.1 การตึงตวั ของเอน็ กลา้ มเนื้อมดั เลก็ ในมอื (Intrinsic Tightness)
การหดตวั หรอื ตงึ ตวั ของกลา้ มเน้อื มดั เลก็ ในมอื (Intrinsic Muscle) จะดงึ รงั้ ขอ้ โคนน้ิวใหง้ อลงและเหยยี ด
ขอ้ กลางน้วิ ของน้วิ มอื ขน้ึ การตรวจ intrinsic tightness ทาไดโ้ ดยจบั ขอ้ โคนน้วิ ใหอ้ ย่ใู นทา่ เหยยี ดเตม็ ท่ี (Hyperextension)
ซง่ึ โดยปกตจิ ะสามารถกดขอ้ กลางน้วิ ใหง้ อลงไดง้ ่าย แต่ถา้ กดขอ้ กลางน้วิ ใหง้ อลงไม่ไดห้ รอื งอลงยาก แสดงว่ามี intrinsic
tightness ของน้วิ นนั้ (Bunnell Test)
ความรนุ แรงของ intrinsic tightness แบ่งเป็น 3 ระดบั คอื เลก็ น้อย ปานกลาง และรุนแรง แต่ละระดบั มี
ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ ต่างกนั ตามความรนุ แรงของการตงึ ตวั ซง่ึ วดั จากความยากง่ายและมุมของขอ้ กลางน้ิวท่ี
ถูกกดใหง้ อลงขณะทา hyperextension ทข่ี อ้ โคนน้ิว (ตารางท่ี 2-28) ถ้ามุมของขอ้ กลางน้ิวถูกกดใหง้ อลงไดง้ ่ายและงอ
ไดม้ า แสดงว่าตึงน้อยจะสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวน้อย แต่ถา้ ถูกกดใหง้ อลงไดน้ ้อยและทาไดย้ าก แสดงว่าตึงมากค่า
การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ กจ็ ะมากขน้ึ
การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพ
1. หาค่าร้อยละการสูญเสียสมรรถภาพของน้ิวจากระดับความรุนแรงของการ ตึงตัวของเอ็นกล้ามเน้ือ
มดั เลก็ ในมอื โดยการวดั มุมของขอ้ กลางน้ิวทถ่ี ูกกดใหง้ อลง (ตารางท่ี 2-28) ขณะทจ่ี บั ขอ้ โคนน้ิวใหอ้ ยู่ใท่าเหยยี ดเตม็ ท่ี
(Hyperextension)
2. หาคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื จากการสญู เสยี น้ิวมอื นนั้ ทงั้ น้วิ จากตารางท่ี 2-18
3. นาค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (จากขอ้ 1) คูณกบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื
จากการสญู เสยี น้ิวมอื นนั้ ทงั้ น้ิว (จากขอ้ 2) จะไดค้ า่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของมือทเ่ี กดิ จากเอน็ กลา้ มเน้ือมดั เลก็ ใน
มอื ตงึ ตวั
ถา้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ นนั้ จากสาเหตุอ่นื ตอ้ งประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากสาเหตุนนั้ ดว้ ย แลว้
นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ จากสาเหตุต่างๆ มารวมกบั คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื จากเอน็ กลา้ มเน้ือมดั เลก็
ในมอื ตงึ ตวั โดยใชต้ ารางค่ารวม จะไดค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื นนั้ ห้ามนาคา่ การสญู เสียสมรรถภาพของนิ้ว
จากการเคล่ือนไหวที่ลดลงของข้อโคนนิ้วหรือข้อกลางนิ้ว หรือการท่ีเส้นเอน็ เหยียดนิ้วมือเคลื่อนหลุด ตาม
ตารางที่ 2-30 มารวมกบั ค่าการสญู เสียสมรรถภาพในของนิ้วจากการตึงตวั ของเอน็ กล้ามเนื้อมดั เลก็ ในมือ
ตารางที่ 2-28 ค่าการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมอื จากการตึงตวั ของเอน็ กลา้ มเนื้อมดั เลก็ ในมอื
(Digit Impairment Due to Intrinsic Tightness)
ระดบั ความรนุ แรงของการตึงตวั ของเอน็ กลา้ มเนื้อมดั เลก็ ในมอื รอ้ ยละการสูญเสียสมรรถภาพของนิ้ว*
โดยการวดั มมุ ข้อกลางนิ้วที่ถกู กดให้งอลงขณะขอ้ โคนนิ้วเหยียด
เตม็ ที่
เลก็ น้อย : ขอ้ กลางน้วิ งอได้ 80o-60o 20
ปานกลาง : ขอ้ กลางน้วิ งอได้ 59o-20o 40
รนุ แรง : ขอ้ กลางน้วิ งอได้ 20o หรอื น้อยกว่า 60
* นาค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื มาคณู กบั คา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของน้ิวมอื (ตารางท่ี 2-18) จะไดค้ ่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว
มอื จากการตงึ ตวั ของเอน็ กลา้ มเน้อื มดั เลก็ ในมอื
165
2.7.3.2 การบบี รดั ของปลอกเส้นเอน็ อกั เสบของมอื (Constrictive Tenosynovitis)
เสน้ เอน็ ของมอื มกั ถูกบบี รดั จากปลอกเย่อื หุม้ เสน้ เอน็ อกั เสบแลว้ เกดิ การหดตวั บบี รดั เสน้ เอน็ ทาใหก้ ารเหยยี ด
และการกามอื ไม่สะดวก ทพ่ี บบ่อยไดแ้ ก่ โรค trigger finger หรอื trigger thumb ระดบั ความรุนแรงของการบบี รดั จาก
ปลอกเสน้ เอน็ อกั เสบและค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื แบ่งเป็น 3 ระดบั คอื เลก็ น้อย ปานกลาง และรุนแรง
(ตารางท่ี 2-29)
คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื คานวณไดจ้ ากผลคณู ของค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื จาก
การบดี รดั ของปลอกเสน้ เอน็ กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของน้วิ มอื นนั้ (ตารางท่ี 2-18)
ถา้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวนนั้ จากสาเหตุอ่นื ต้องประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื จากสาเหตุ
อน่ื ดว้ ย แลว้ จงึ นาค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื จากสาเหตุต่างๆ มารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม จะไดค้ ่า
การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวนัน้ ห้ามนาค่าการสูญเสียสมรรถภาพจากการเคล่ือนไหวที่ลดลงมารวมกบั การ
สูญเสียสมรรถภาพกรณีนี้
ตารางที่ 2-29 ค่าการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมือจากการบบี รดั ของปลอกเส้นเอน็ อกั เสบ
(Digit Impairment Due to Constrictive Tenosynovitis)
ระดบั ความรนุ แรงจากการบบี รดั ของปลอกเส้นเอน็ อกั เสบ รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมือ*
เลก็ น้อย : น้วิ มอื ตดิ เป็นบางครงั้ ขณะงอและเหยยี ดน้วิ มอื เอง 20
ปานกลาง : น้วิ มอื ตดิ ทุกครงั้ ขณะงอและเหยยี ดน้วิ มอื เอง 40
รุนแรง : น้วิ มอื ตดิ ทกุ ครงั้ เมอ่ื จบั นว้ิ มอื ใหเ้ หยยี ดและงอ 60
* นาคา่ รอ้ ยละ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ตามระดบั ความรนุ แรงมาคณู กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดของน้ิวนนั้ (ตารางท่ี 2-18) จะไดค้ ่ารอ้ ยละการ
สญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื จากการบบี รดั ของปลอกเสน้ เอน็ อกั เสบ
2.7.3.3 เส้นเอน็ เหยียดนิ้วมือบริเวณข้อโคนนิ้ว เล่ือนจากที่เดิม (Extensor Tendon Subluxation at the
MP Joint of the Fingers)
เสน้ เอน็ เหยยี ดน้ิวทเ่ี ล่อื นไปทางดา้ นขา้ งตรงตาแหน่งขอ้ โคนน้ิวจะทาใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื
ตามความรนุ แรงของการเลอ่ื นของเอน็ เหยยี ดน้วิ มอื นนั้ ระดบั ความรุนแรงของเสน้ เอน็ เหยยี ดน้ิวมอื ทเ่ี ล่อื นจากตาแหน่ง
และ ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื แบ่งเป็น 3 ระดบั คอื เลก็ น้อย ปานกลาง และรุนแรงตามลกั ษณะการ
เล่อื นจากทแ่ี ละการจดั ใหเ้ ขา้ ทข่ี องเสน้ เอน็ (ตารางท่ี 2-30)
การประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ท่เี สน้ เอน็ เหยยี ดน้ิวเล่อื นจากท่เี ดมิ คานวณไดจ้ ากผลคูณของ
คา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื ตามระดบั ความรุนแรงของการเลอ่ื นจากทข่ี องเสน้ เอน็ กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี
สมรรถภาพสงู สดุ ของน้วิ นนั้ (ตารางท่ี 2-18) จะไดค้ า่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ นนั้
ถา้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื นนั้ จากสาเหตุอน่ื ตอ้ งประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวจากสาเหตุ
อ่นื ด้วย แล้วนาค่าร้อยละการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวจากสาเหตุต่างๆ มารวมกบั ค่าการสูญเสยี สมรรถภาพจาก
เส้นเอ็นเหยียดน้ิวมือเล่ือนท่ีบริเวณข้อโคนน้ิวโดยใช้ตารางค่ารวม จะได้ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของน้ิวนัน้
ห้ามนาค่าการสูญเสียสมรรถภาพจากเคล่ือนไหวที่ลดลงของข้อนัน้ มารวมกับค่าการสูญเสียสมรรถภาพ
ในกรณีนี้
166
ตารางที่ 2-30 คา่ การสญู เสียสมรรถภาพของนิ้วมือจากเส้นเอน็ เหยียดนิ้วมอื บริเวณข้อโคนนิ้วเลื่อนจากที่เดิม
(Digit Impairment Due to Extensor Tendon Subluxation Over the MP Joint)
ระดบั ความรนุ แรงของเส้นเอน็ เหยียดนิ้วมือบริเวณขอ้ โคนนิ้วเล่ือน รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้ว*
จากท่ีเดิม
เลก็ น้อย : เสน้ เอน็ เล่อื นเฉพาะเม่อื งอขอ้ โคนน้วิ 10
ปานกลาง : เสน้ เอน็ เล่อื นทส่ี ามารถจดั ใหเ้ ขา้ ทไ่ี ดเ้ อง 20
รนุ แรง : เสน้ เอน็ เล่อื นทไ่ี ม่สามารถจดั ใหเ้ ขา้ ทเ่ี ดมิ ได้ 30
* นาค่ารอ้ ยละ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ตามระดบั ความรุนแรงมาคณู กบั ค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดของน้ิวนนั้ (ตารางท่ี 2-18) จะไดค้ า่ การสญู เสยี
สมรรถภาพของน้ิวมอื จากเสน้ เอน็ เหยยี ดน้ิวมอื เคลอ่ื นจากขอ้ โคนน้วิ
2.7.4 เส้นเอน็ อกั เสบ (Tendinitis)
กลุ่มอาการต่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ บรเิ วณแขนและมอื สามารถทาให้เกิดเสน้ เอน็ อกั เสบ (Tendinitis) พงั ผืดอกั เสบ
(Fasciitis) หรอื ปุม่ กระดกู อกั เสบ (Epicondylitis) ตาแหน่งทเ่ี สน้ เอน็ อกั เสบทพ่ี บไดบ้ ่อยๆ คอื บรเิ วณทเ่ี กาะส่วนเรมิ่ ต้น
(Origin) ของกลา้ มเน้อื ทง่ี อและกระดกขอ้ มอื ทเ่ี รม่ิ จากขอ้ ศอกดา้ นใน และดา้ นนอก การรกั ษาจะใชเ้ วลานานแต่กไ็ ม่ทาให้
เกดิ การสญู เสยี สมรรถภาพ เวน้ แต่เม่อื มกี ารผ่าตดั หรอื เสน้ เอน็ ขาด ซง่ึ อาจทาใหก้ าลงั ของการกามอื (Grip Strength)
ลดลงได้ ในกรณเี ชน่ น้กี ใ็ หป้ ระเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพไดต้ ามวธิ ใี นหวั ขอ้ 2.8.2 แต่ควรรอใหค้ รบหน่งึ ปีหลงั การผ่าตดั
จงึ จะทาการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากกาลงั การกามอื ลดลง
2.8 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือจากกาลังกล้ามเนื้ ออ่อนแรง
(Strength Evaluation)
2.8.1 หลกั การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือ (Principles) การวดั กาลงั ของกลา้ มเน้ือหา
ความเทย่ี งตรงไดย้ าก เพราะการวดั กาลงั ของกลา้ มเน้อื ขน้ึ อยกู่ บั การออกแรงของผรู้ บั การประเมนิ ตวั เลขทไ่ี ดจ้ งึ มคี วาม
คลาดเคล่อื นได้มาก นอกจากน้ีกาลงั ของกล้ามเน้ือไม่ว่าจะเพิม่ ข้นึ หรอื ลดลงกม็ ีความสมั พันธ์กับการใช้งานและ
การประกอบกจิ วตั รประจาวนั น้อยมาก การเพม่ิ กาลงั กไ็ มไ่ ดห้ มายความว่าจะช่วยทางานไดม้ ากขน้ึ
แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพในทน่ี ้มี งุ่ เน้นทก่ี ารสญู เสยี สมรรถภาพ ซง่ึ สามารถตรวจสอบไดท้ าง
กายวภิ าคมากกวา่ การตรวจวดั โดยทางออ้ มดงั เช่นการวดั กาลงั ของกลา้ มเน้ือในหวั ขอ้ น้ี เพราะค่าทว่ี ดั ไดข้ น้ึ อย่กู ับความ
ถนัด ความร่วมมือ ความเจ็บปวด อายุ และอ่ืนๆ ดงั นัน้ นอกจากผู้ประเมินไม่มีวิธีการประเมินการสูญเสีย
สมรรถภาพวิธีอ่ืนที่ให้ผลแน่นอนกว่าแล้วจงึ ควรพิจารณาใช้วิธีนี้ แต่ห้ามไมใ่ ห้นาคา่ การสญู เสียสมรรถภาพจาก
วิธีการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพวิธีนี้ไปรวมกบั ค่าการสูญเสียสมรรถภาพอื่นๆ นอกจากจะแน่ใจว่าไม่ได้
เก่ียวข้องต่อน่ืองมาจากสาเหตเุ ดียวกนั จริงๆ อกี ประการหน่ึงวิธีการประเมินนี้จะใช้ไม่ได้ถ้าส่วนที่เก่ียวข้องมี
การเคล่ือนไหวลดลงมีอาการเจบ็ ปวด มีความพิการหรอื บางส่วนขาดหายไปนอกจากน้ีการประเมนิ ควรทาเป็น
ระยะ ๆ เพอ่ื ดวู ่ากาลงั กลา้ มเน้อื ไม่เปลย่ี นแปลงอกี แลว้ ซง่ึ ปกตมิ กั ใชเ้ วลาไม่น้อยกวา่ หน่งึ ปีหลงั จากเกดิ การบาดเจบ็ หรอื
หลงั ผา่ ตดั
วิธีการวดั กาลงั กล้ามเนื้ออ่อนแรงบริเวณแขนและมอื ทาได้ 2 วธิ ไี ดแ้ ก่
1. การวดั กาลงั ของการกามอื (Grip Strength) และกาลงั ของการบบี น้ิวมอื (Pinch Strength) การวดั วธิ นี ้ีใช้
ประเมนิ กลา้ มเน้อื ออ่ นแรงทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั โครงสรา้ งของมอื ขอ้ มอื หรอื ปลายแขน
2. การวดั โดยการทดสอบกาลงั กลา้ มเน้อื ดว้ ยมอื ของผปู้ ระเมนิ (Manual Muscle Testing) เอง วธิ นี ้ใี ชท้ ดสอบ
กลา้ มเน้อื มดั ใหญ่รอบ ขอ้ ศอก ขอ้ ไหล่
167
2.8.2 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงโดยการวดั กาลงั ของการ
กามือและกาลงั ของการบีบนิ้วมอื (Grip and Pinch Strength)
การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพเน่ืองจากกาลงั ของมอื ลดลงต้องประเมนิ เม่อื สน้ิ สดุ การรกั ษา และกาลงั ของ
มอื ไดร้ บั การฟ้ืนฟูใหก้ ลบั คนื มาอยใู่ นขนั้ ทด่ี ที ส่ี ดุ แลว้ มหี ลายปจั จยั ทท่ี าใหก้ ารประเมนิ กาลงั ของมอื เกดิ ความผดิ พลาดได้
เช่น อายุ ความเจบ็ ปวด เวลาทท่ี าการตรวจ การอ่อนลา้ ของมอื ขณะทาการตรวจ ความสมบูรณ์และความร่วมมอื ของ
ผรู้ บั การประเมนิ เป็นตน้ การตรวจผรู้ บั การประเมนิ ในแต่ละทา่ ตอ้ งทาการวดั ซา้ กนั 3 ครงั้ เพ่อื ใหไ้ ดค้ ่าเฉลย่ี ทแ่ี น่นอน ใน
การวดั แต่ละครงั้ ตอ้ งมคี ่าความคลาดเคลอ่ื นต่างกนั ไม่เกนิ รอ้ ยละ 20 ถา้ มากกว่ารอ้ ยละ 20 ถอื ว่าเชอ่ื ถอื ไมไ่ ด้
วิธีวดั กาลงั ของการกามือ (Grip Strength) ใหผ้ รู้ บั การประเมนิ นงั่ พงิ เกา้ อม้ี พี นัก เทา้ วางบนพน้ื ราบแขน
ห้อยข้างตัวงอข้อศอกเป็นมุมฉาก ขอ้ มอื อยู่ในตาแหน่งปกติไม่คว่าและไม่หงายฝ่ามือ วัดด้วยเคร่อื งมือ Jamar
dynamometer โดยใหผ้ รู้ บั การประเมนิ ออกแรงบบี เคร่อื งมอื อย่างเตม็ ทแ่ี ลว้ อา่ นค่าทไ่ี ด้
วิธีการทดสอบวา่ ผรู้ บั การประเมินออกกาลงั เตม็ ที่หรอื ไม่
วธิ ีแรกให้ผู้รบั การประเมินบีบ dynamometer ท่ปี รบั ขนาดความกว้างของมอื จับไว้ต่างๆ กนั 5 ขนาด
อย่างเต็มท่ีหลายๆ ครงั้ นาค่าทไ่ี ดม้ าเขยี นกราฟจะได้กราฟท่แี สดงการกระจายตวั รูประฆงั แบบปกติ (Normal Bell-
Shaped Curve) ถา้ ผรู้ บั การประเมนิ ไม่พยายามบบี มอื อยา่ งเตม็ ทจ่ี ะไดก้ ราฟแบบอน่ื ๆ เชน่ เสน้ ตรง
วธิ ที ส่ี องคอื ใหผ้ รู้ บั การประเมนิ สลบั มอื กนั กาเครอ่ื งและออกแรงบบี อยา่ งรวดเรว็ อยา่ งน้อย 5 ครงั้ ของมอื แต่ละขา้ ง
ถา้ ผรู้ บั การประเมนิ ไม่พยายามกาเคร่อื งและออกแรงบบี อยา่ งเตม็ ทต่ี งั้ แต่เรม่ิ แรก เมอ่ื ตรวจสอบจะพบวา่ ค่ากาลงั ของการกา
มอื สงู ขน้ึ กวา่ เดมิ แตห่ ากผรู้ บั การประเมนิ รตู้ วั คา่ กาลงั ของการกามอื กจ็ ะลดลงทงั้ สองมอื อยา่ งชดั เจน
วิธีวดั กาลงั ของการบีบนิ้ว (Pinch Strength) มกี ารวดั หลายแบบ เช่น chuck หรอื three digit pinch, key
pinch และ tip pinch วธิ ที ใ่ี ชง้ ่ายๆ คอื key pinch ซง่ึ จะทาการวดั 3 ครงั้ ดว้ ยเคร่อื งมอื pinch gauge แลว้ หาค่าเฉลย่ี
นาค่าเฉลย่ี ทว่ี ดั ไดจ้ ากกาลงั ของการกามอื และกาลงั ของการบบี น้ิวมอื ของขา้ งทบ่ี าดเจบ็ มาเทยี บกบั มอื อกี ขา้ ง
หน่ึงซ่ึงถือว่าปกติ ถ้าผู้รับการประเมินได้รับการบาดเจ็บทัง้ สองมือ ต้องนาค่าท่ีวัดได้ไปเทียบกับค่าปกติท่ีมี
ผทู้ าการศกึ ษาไว้ เช่น Swanson, Matev และ deGroot ซง่ึ ไดศ้ กึ ษาทดลองมาแลว้ ตามตารางท่ี 2-31 ถงึ 2-33 อย่างไรก็
ตามดงั ไดก้ ล่าวมาแลว้ ว่าการวดั กาลงั ของการกามอื และกาลงั ของการบบี น้ิวมอื น้ี จะใหค้ ่าทแ่ี ตกต่างกนั มาก แมแ้ ต่ ใน
งานอาชพี เดยี วกนั ความแตกต่างระหว่างมอื ขา้ งทถ่ี นัดกบั ไม่ถนัดก็ยงั ไม่ชดั เจนนกั ดงั นนั้ ถา้ ผปู้ ระเมนิ เช่อื มนั่ ว่ากาลงั
ของมอื ขา้ งทถ่ี นดั ลดลงจนเป็นปญั หาในการประกอบกจิ วตั รประจาวนั กอ็ าจเขยี นบนั ทกึ เพมิ่ เตมิ ไวใ้ นแบบประเมนิ หวั ขอ้
2.1.2 กไ็ ด้
ตารางที่ 2-31 คา่ เฉลี่ยกาลงั ของการกามอื ที่วดั ขณะนัง่ โดยไม่มีพนักพิง ตามลกั ษณะงานของลูกจา้ ง 100 คน
(Average Strength of Unsupported Grip by Occupation in 100 Subjects)
ลกั ษณะงาน กาลงั ของการกามือ (กิโลกรมั )
ชาย หญิง
แรงงานมฝี ีมอื มือขา้ งถนัด มือขา้ งไมถ่ นัด มือขา้ งถนัด มือขา้ งไม่ถนัด
พนกั งานนงั่ ประจาโต๊ะ
ผใู้ ชแ้ รงงาน 47.0 45.4 26.8 24.4
ค่าเฉล่ีย 47.2 44.1 23.1 21.1
48.5 44.6 24.2 22.0
47.6 45.0 24.6 22.4
168
ตารางที่ 2-32 คา่ เฉลี่ยกาลงั ของการกามอื ตามอายจุ ากอาสาสมคั รจานวน 100 คน
(Average Strength of Grip by Age in 100 Subjects)
กลมุ่ อายุ (ปี ) กาลงั ของการกามอื (กิโลกรมั )
ชาย หญิง
น้อยกวา่ 20 ปี มอื ขา้ งถนัด มอื ขา้ งไม่ถนัด มือขา้ งถนัด มือขา้ งไมถ่ นัด
20 – 29
30 – 39 45.2 42.6 23.8 22.8
40 – 49 48.5 46.2 24.6 22.7
50 – 59 49.2 44.5 30.8 28.0
49.0 47.3 23.4 21.5
45.9 43.5 22.3 18.2
ตารางท่ี 2-33 คา่ เฉลี่ยกาลงั ของการบีบนิ้วหวั แม่มอื กบั ด้านข้างของนิ้วชี้ ตามลกั ษณะงานของลูกจา้ ง 100 คน
(Average Strength of Lateral Pinch by Occupation in 100 Subjects)
ลกั ษณะงาน กาลงั ของการบีบนิ้วหวั แมม่ อื กบั ดา้ นขา้ งของนิ้วชี้ (กิโลกรมั )
ชาย หญิง
แรงงานมฝี ีมอื
พนกั งานนงั่ ประจาโต๊ะ มอื ขา้ งถนัด มือขา้ งไม่ถนัด มือขา้ งถนัด มอื ขา้ งไมถ่ นัด
ผใู้ ชแ้ รงงาน
ค่าเฉลี่ย 6.6 6.4 4.4 4.3
6.3 6.1 4.1 3.9
8.5 7.7 6.0 5.5
7.5 7.1 4.9 4.7
วิธีการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมือโดยการวดั ค่ากาลงั ของการกามือหรอื กาลงั ของการบีบ
นิ้วมือมีดงั นี้
1. วดั คา่ กาลงั ของการกามอื หรอื กาลงั ของการบบี น้วิ มอื ของมอื ขา้ งทส่ี ญู เสยี สมรรถภาพ
2. วดั กาลงั ของการกามอื หรอื กาลงั ของการบบี น้ิวมอื ของมอื ขา้ งปกตหิ รอื ใชค้ ่าเฉลย่ี ปกตติ ามตารางท่ี 2-31
ถงึ 2-33
3. หาค่าดชั นีรอ้ ยละของกาลงั ทส่ี ญู เสยี หรอื ลดลง (Srength Loss Index) ตามสตู ร
กาลงั ปกติ - กาลงั ทว่ี ดั ได้ x 100 = ดชั นรี อ้ ยละของกาลงั ทส่ี ญู เสยี (Strength Loss Index %)
กาลงั ปกติ
4. นาค่าดชั นีรอ้ ยละของกาลงั ท่ีสญู เสยี มาเทยี บหาค่าร้อยละของการสูญเสยี สมรรถภาพของขอ้ บรเิ วณแขน
จากตารางท่ี 2-34
5. นาคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของขอ้ ของแขนทไ่ี ดต้ ามขอ้ 4 คณู ดว้ ยค่าการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ ของขอ้
นนั้ ทม่ี หี น่วยเป็นแขน (ตารางท่ี 2-18) จะไดค้ า่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการสญู เสยี กาลงั
การกามอื หรอื บบี น้วิ มอื
169
ตารางที่ 2-34 ค่าการสญู เสียสมรรถภาพของข้อบริเวณแขนที่เกิดจากการสญู เสียกาลงั ของการกามอื หรอื
กาลงั ของการบีบนิ้วมอื
(Upper Extremity Joint Impairment Due to Loss of Grip or Pinch Strength)
ดชั นีรอ้ ยละของกาลงั ท่ีสญู เสีย รอ้ ยละของการสญู เสียสมรรถภาพของข้อบริเวณแขน
10 – 30 10
31 – 60 20
61 – 100 30
ตวั อยา่ งท่ี 2.70 ผรู้ บั การประเมนิ อายุ 30 ปีไดร้ บั บาดเจบ็ ทน่ี ้วิ หวั แม่มอื เกดิ Bennett’s fracture ทข่ี อ้ ฐาน
ประวตั ิ น้ิวหวั แม่มอื (CMC Joint) หลงั การรกั ษาหายแลว้ วดั กาลงั ของการบบี น้ิวมอื (Pinch
Strength) ของมอื ขา้ งทบ่ี าดเจบ็ ได้ 6 กโิ ลกรมั มอื ดา้ นตรงกนั ขา้ มได้ 10 กโิ ลกรมั
ผลการประเมิน จากภาพรงั สขี องขอ้ มอื ปรากฏว่าผวิ ของขอ้ มอื ขลุขละ มกี ารเปล่ยี นแปลงเน่ืองจากการ
คาอธิบาย อกั เสบของขอ้ ฐานน้วิ หวั แมม่ อื
ผูร้ บั การประเมนิ สูญเสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 4 ของแขน เน่ืองจากขอ้ ฐานน้ิวหวั แม่มอื
อกั เสบหลงั การบาดเจบ็
1. ดชั นรี อ้ ยละของกาลงั ทส่ี ญู เสยี 10 – 6 x 100 = 4 x 100 = 40%
10 10
2. นาค่ารอ้ ยละ 40 ทห่ี าไดต้ ามขอ้ 1 ไปเทยี บหาค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของ
ขอ้ บรเิ วณแขนขวาจากตารางท่ี 2-34 ไดค้ า่ การสญู เสยี ของขอ้ ฐานน้วิ หวั แมม่ อื รอ้ ยละ 20
ค่าการสูญเสียสมรรถภาพสูงสุดของข้อฐานน้ิวหัวแม่มือท่ีมีหน่วยเป็นแขน (ตารางท่ี
2-18) คอื รอ้ ยละ 22 ของแขน
ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 4 ของแขน (20% x 22% = 4%)
2.8.3 การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงโดยผ้ปู ระเมินตรวจวดั กาลงั
กล้ามเนื้อเอง (Manual Muscle Testing)
วธิ วี ดั กาลงั กล้ามเน้ือโดยผูป้ ระเมนิ ตรวจว่ากล้ามเน้ือนัน้ สามารถเคล่อื นไหวขอ้ ต้านแรงโน้มถ่วงโลก หรอื
ตา้ นแรงตา้ นของผตู้ รวจไดห้ รอื ไม่ เท่าไหร่ การตรวจกาลงั กลา้ มเน้อื ดว้ ยวธิ นี ้ตี อ้ งอาศยั ความร่วมมอื จากผรู้ บั การประเมนิ
ผลการตรวจข้นึ อยู่กบั ปจั จยั ต่างๆ เช่นความเจ็บปวด ความอ่อนล้า ความร่วมมือ ดงั นัน้ ผลการตรวจจงึ ต้องได้ผล
ใกลเ้ คยี งกนั แมจ้ ะเป็นการตรวจต่างเวลาหรอื ผปู้ ระเมนิ ต่างคนกนั ตงั้ แต่ 2 คนขน้ึ ไป
ในตารางท่ี 2-35 แสดงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการตรวจวดั กาลงั กลา้ มเน้ือทข่ี อ้ ไหล่และขอ้ ศอก
เป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพท่ไี ดม้ าจากผลคูณของค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สุดของค่าสดั ส่วนสมั พทั ธก์ าร
เคล่อื นไหวของขอ้ นนั้ กบั คา่ รอ้ ยละตามระดบั ความรุนแรงของการสญู เสยี กาลงั กลา้ มเน้อื ทต่ี รวจได้ คา่ สดั สว่ นสมั พทั ธข์ อง
หน่วยท่เี คล่อื นไหวเป็นค่าเดยี วกนั กบั ในหวั ขอ้ 2.4 ทว่ี ่าดว้ ยการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการเคล่อื นไหวท่ี
ผดิ ปกตขิ องขอ้ ระดบั ความรุนแรงของการสญู เสยี กาลงั กลา้ มเน้ือใชว้ ธิ กี ารแบ่งแบบเดยี วกนั กบั การประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพของเสน้ ประสาท (ตารางท่ี 2-11) โดยแบ่งกาลงั กลา้ มเน้ือเป็น 6 ระดบั คอื ระดบั 5 ปกติ ระดบั 4 ดี ระดบั 3
ปานกลาง ระดบั 2 น้อย ระดบั 1 น้อยมาก และระดบั 0 กลา้ มเน้ือไม่มกี ารหดตวั ถ้าไม่มเี สน้ ประสาทเขา้ มาเกย่ี วขอ้ ง
170
กลา้ มเน้อื ทอ่ี ่อนแรงจะอย่ใู นระดบั 4 คอื สามารถต้านแรงตา้ นไดเ้ พยี งบางสว่ น มกี ารบาดเจ็บเพยี งส่วนน้อยทท่ี าใหก้ าลงั
กลา้ มเน้อื อ่อนแรงในระดบั ปานกลาง เช่น ระดบั 3 คอื สามารถเคลอ่ื นไหวขอ้ ตา้ นแรงโน้มถ่วงไดอ้ ย่างเดยี ว แต่ไม่สามารถ
ตา้ นแรงตา้ นไดเ้ ลย กลา้ มเน้อื ทอ่ี อ่ นแรงในระดบั 3 หรอื ต่ากวา่ ควรตรวจพบกลา้ มเน้อื ลบี ดว้ ย เน่อื งจากคา่ สดั สว่ นสมั พทั ธ์
ของการเคลอ่ื นไหวแต่ละขอ้ ถกู กาหนดใหม้ คี ่า 100 % ดงั นนั้ การสญู เสยี สมรรถภาพของกาลงั กลา้ มเน้ืออ่อนแรงในแต่
ละสว่ นทป่ี ระเมนิ ดว้ ยวธิ นี ้สี ามารถนามาบวกกนั ได้ โดยไมต่ ้องใช้ตารางค่ารวม
ตวั อยา่ งท่ี 2.71 ผู้รับการประเมินอายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลทางด้านนอกของข้อศอกและ
ประวตั ิ กลา้ มเน้ือ extensor carpi radialis longus, extensor carpi radialis brevis และ pronator
teres ฉีกขาดและมกี ารสญู เสยี กระดกู lateral epicondyle ของกระดกู humerus
การตรวจรา่ งกาย ไม่พบมเี สน้ ประสาทไดร้ บั อนั ตราย ขอ้ ศอกเคล่อื นไหวไดป้ กติ สามารถเหยยี ดขอ้ ศอกและ
หงายฝา่ มอื สแู้ รงตา้ นไดเ้ ตม็ ท่ี แต่การงอขอ้ ศอกและคว่าฝา่ มอื สแู้ รงตา้ นไดเ้ พยี งบางส่วน
ผลการประเมิน คอื ระดบั 4 (ตารางท่ี 2-11)
คาอธิบาย ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ9 ของแขน
จากตารางท่ี 2-35
ตวั อย่าง 2.72 การงอขอ้ ศอกสแู้ รงตา้ นไดเ้ พยี งบางสว่ น มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 5 ของแขน
ประวตั ิ การคว่าฝา่ มอื สแู้ รงตา้ นไดเ้ พยี งบางสว่ น มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 4 ของแขน
ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละ 9 ของแขน(5 %+4 % =
การตรวจรา่ งกาย 9 %)
ผลการประเมิน
คาอธิบาย ขอ้ ไหล่ซา้ ยของผรู้ บั การประเมนิ ถูกกระชากอย่างแรงขณะคดั เลอื กไมซ้ ุง และผลการตรวจ
MRI พบการฉีกขาดของเอน็ รอบขอ้ ไหล่ (Full-Thickness Tear of The Rotator Cuff)
หลงั จากไดร้ บั การผ่าตดั เยบ็ ซ่อมเสน้ เอน็ และการรกั ษาสน้ิ สุด จากผลการตรวจดว้ ย MRI
พบวา่ เอน็ รอบขอ้ ไหลเ่ ชอ่ื มตดิ กนั ดว้ ยรอยแผลเป็น
ผรู้ บั การประเมนิ สามารถกางและงอขอ้ ไหล่สแู้ รงต้านไดเ้ พยี งบางสว่ น (ระดบั 4 ตารางท่ี
2-11) นอกนนั้ ทาไดป้ กติ
ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพ รอ้ ยละ 9 ของแขน
จากตารางท่ี 2-35
การกางขอ้ ไหล่สแู้ รงตา้ นไดบ้ างสว่ น มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 3 ของแขน
การงอขอ้ ไหลส่ แู้ รงตา้ นไดบ้ างสว่ น มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 6 ของแขน
ดงั นนั้ ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพคดิ เป็นรอ้ ยละ 9 ของแขน (3 % + 6 % = 9 %)
171
ตารางท่ี 2-35 ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากการสูญเสียกาลงั กลา้ มเนื้อเนื่องจากโรคของกล้ามเนื้อ
โดยใช้วิธีการประเมินด้วยการตรวจวดั กาลงั กลา้ มเนื้อบริเวณข้อไหล่ และขอ้ ศอก
(Impairment of the Upper Extremity Due to Strength Deficit From Musculoskeletal
Disorders Based on Manual Muscle Testing of Individual Units of Motion of the Shoulder
and Elbow)
รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของแขน
คา่ สดั ส่วนสมั พทั ธข์ องขอ้ คา่ สดั ส่วนสมั พทั ธ์ การสญู เสียกาลงั กลา้ มเนื้อ *
ของการเคล่อื นไหว 5% - 25% ** 30% - 50% ***
ขอ้ ไหล่ (60%)
การงอขอ้ (Flexion) 24 1 - 6 7 - 12
การเหยยี ดขอ้ (Extension) 6 0-2 2-3
การกางขอ้ (Abduction) 12 1-3 4-6
การหบุ ขอ้ (Adduction) 6 0-2 2-3
การหมนุ ขอ้ เขา้ ใน (Internal rotation) 6 0-2 2-3
การหมนุ ขอ้ ออกนอก (External rotation) 6 0-2 2-3
ข้อศอก (70%)
การงอขอ้ (Flexion) 21 1 - 5 6 - 11
การเหยยี ดขอ้ (Extension) 21 1 - 5 6 - 11
การคว่าฝา่ มอื (Pronation) 14 1 - 4 4 - 7
การหงายฝา่ มอื (Supination) 14 1 - 4 4 - 7
* ใชก้ ารตดั สนิ ใจทางคลนิ ิก(พจิ ารณาจากอาการแสดงและการตรวจร่างกาย) เลอื กคา่ รอ้ ยละทเ่ี หมาะสมจากค่าพสิ ยั ทแ่ี สดงไวต้ ามระดบั ความรนุ แรง
** สามารถเคล่อื นไหวขอ้ ตา้ นแรงโน้มถว่ งไดป้ กติ แต่ทานแรงตา้ นไดบ้ ้าง
*** สามารถเคลอ่ื นไหวขอ้ ตา้ นแรงโน้มถ่วงไดป้ กติ แตท่ านแรงตา้ นไม่ไดเ้ ลย
2.9 สรปุ ขนั้ ตอนการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมือ
(Summary of Steps for Evaluating Impairments of The Upper Extremities)
2.9. การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพ
ใชแ้ บบบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนสว่ นท่ี 1 (รปู ท่ี 2-1 ก)
มอื
1. ประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแต่ละนิ้วจากการถกู ตดั ขาด (หวั ข้อ 2.2.3 และ 2.2.4)
ขอ้ สงั เกตุ น้ิวหวั แม่มือท่ีถูกตัดขาดเหนือข้อโคนน้ิว ประเมนิ เป็นการสูญเสียสมรรถภาพของแขน
(ตารางท่ี 2-4) และนาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทไ่ี ดไ้ ปบวกกบั ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนตามขอ้ 8
ขา้ งล่าง
2. ประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแต่ละนิ้วท่ีสูญเสียความร้สู ึกท่ีผิวหนังจากการบาดเจบ็ ของ
เส้นประสาทนิ้วมอื (Digital Nerve) (หวั ข้อ 2.3 รปู ท่ี 2-6 และ 2-7 ตารางท่ี 2-6 และ 2-7)
ขอ้ สงั เกตุ การสญู เสยี สมรรถภาพเน่ืองจาก neuroma ของเสน้ ประสาทน้ิวมอื ไดบ้ รรยายไวแ้ ลว้ ในหวั
ขอ้ 2.3.3
3. ประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแต่ละนิ้ วจากการสูญเสียพิสยั การเคล่ือนไหวของแต่ละข้อ
(หวั ข้อ 2.4)
172
ข้อสงั เกตุ ค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของขอ้ ปลายน้ิว ข้อกลางน้ิว และขอ้ โคนน้ิวของแต่ละน้ิวมอื ทงั้ ส่ี
ตอ้ งนามารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวมเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวนนั้ ส่วนข้อแต่ละข้อของนิ้วหวั แม่มือให้
บวกกนั โดยตรง
4. ประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแต่ละนิ้วจากความผิดปกติอ่ืนๆ (หวั ข้อ 2.7)
5. รวม ค่าการสูญเสียสมรรถภาพของแต่ละนิ้ว ท่ีได้จากข้อท่ี 1 ถึงข้อที่ 4 เป็ นการสูญเสียสมรรถภาพ
ทงั้ หมดของนิ้วนัน้
6. แปลงค่าการสูญเสียสมรรถภาพทัง้ หมดของแต่ละนิ้ วเป็ นค่าการสูญเสียสมรรถภาพของมือ
(ตารางที่ 2-1)
7. นาค่าการสูญเสียสมรรถภาพของมือ ที่เกิดจากแต่ละนิ้วมือ (จากข้อ 6) บวก กนั โดยตรงเป็ นค่า
การสญู เสียสมรรถภาพของมือ ทงั้ หมด (ยกเว้นการสญู เสียสมรรถภาพของแขนเน่ืองจากนิ้วหวั แม่มือขาดเหนือ
ขอ้ โคนนิ้ว)
8. แปลงคา่ การสญู เสียสมรรถภาพทงั้ หมดของมอื เป็นค่าการสูญเสียสมรรภาพของแขน (ตารางที่ 2-2)
9. ถ้ามีการสูญเสียสมรรถภาพของแขนเน่ืองจากนิ้วหวั แม่มือขาดเหนือข้อโคนนิ้ว (ตารางที่ 2-4) จาก
ขอ้ 1 ให้นาค่าการสูญเสียสมรรถภาพของแขนท่ีได้นัน้ มาบวกกนั โดยตรงกบั ค่าการสญู เสียสมรรถภาพของแขน
ท่ีเกิดจากการบาดเจบ็ ของมือตามข้อ 8
10.ถ้ามีการสูญเสียสมรรถภาพของแขนเนื่องจากกาลงั กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งไม่มีวิธีการประเมินการ
สญู เสียฯด้วยวิธีอ่ืน (หวั ข้อ 2.8) ให้นาค่าที่ประเมินได้ รวมกบั ค่าที่ได้จากข้อ 9 โดยใช้ตารางค่ารวม เป็ นค่าการ
สญู เสียฯของแขนทงั้ หมด
11.ถ้าไม่มีการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากสาเหตุอ่ืนๆ อีก กใ็ ห้เปล่ียนค่าการสูญเสียสมรรถภาพ
ของแขนที่ได้เป็นค่าการสูญเสียสมรรถภาพของทงั้ รา่ งกาย (ตารางที่ 2-3)
12.ถ้ามีการสูญเสียสมรรถภาพอย่างอ่ืนของแขน กใ็ ห้ประเมินการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพ
ของแขนตามข้อ 2.9.2 และบนั ทึกข้อมูลลงในแบบบนั ทึกการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือ
ส่วนที่ 2
2.9.2 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากพิสัยการเคลื่อนไหวท่ีลดลงเนื่ องจาก
การบาดเจบ็ ที่ข้อมอื ขอ้ ศอก และข้อไหล่
ใชแ้ บบบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื สว่ นท่ี 2 (รปู ท่ี 2-1ข)
1. ขอ้ มือ
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากพสิ ยั การเคล่อื นไหวทล่ี ดลง (หวั ขอ้ 2.4.7) และจากความผดิ ปกติ
อน่ื ๆ (หวั ขอ้ 2.7) นาค่าการสญู เสยี ฯทป่ี ระเมนิ ได้รวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม ค่าทไ่ี ดจ้ ะเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
ของแขนทเ่ี กดิ จากขอ้ มอื ผดิ ปกติ
2. ขอ้ ศอก
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากพสิ ยั การเคล่อื นไหวทล่ี ดลง (หวั ขอ้ 2.4.8) และจากความผดิ ปกติ
อ่นื ๆ (หวั ขอ้ 2.7) นาค่าการสญู เสยี ฯทป่ี ระเมนิ ได้รวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม ค่าทไ่ี ดจ้ ะเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
ของแขนทเ่ี กดิ จากขอ้ ศอกผดิ ปกติ
173
3. ข้อไหล่
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากพสิ ยั การเคล่อื นไหวทล่ี ดลง (หวั ขอ้ 2.4.9) และจากความผดิ ปกติ
อ่นื ๆ (หวั ขอ้ 2.7) นาค่าการสญู เสยี ฯทป่ี ระเมนิ ได้รวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม ค่าทไ่ี ดจ้ ะเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
ของแขนทเ่ี กดิ จากขอ้ ไหล่ผดิ ปกติ
2.9.3 การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนจากการถกู ตดั ขาดที่ระดบั humerusหรอื ปลายแขน
(หวั ขอ้ 2.2.2) ใชแ้ บบบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื สว่ นท่ี 2 (รปู ท่ี 2-1ข.)
2.9.4 การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากความผิดปกติของเส้นประสาท
(หวั ข้อ2.5) ใชแ้ บบบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื สว่ นท่ี 2 (รปู ท่ี 2-1ข.)
2.9.5 การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนจากความผิดปกติของหลอดเลอื ด
(หวั ขอ้ 2.6) ใชแ้ บบบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื สว่ นท่ี 2 (รปู ท่ี 2-1ข.)
การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของแขนจากความผิดปกติอื่นๆ ที่ไม่ได้ประเมินไว้ในส่วน
ต่าง ๆ ของแขนและมือ (หวั ขอ้ 2.7) ใชแ้ บบประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื สว่ นท่ี 2 (รปู ท่ี 2-1
2.9.7 รวมค่าการสูญเสียสมรรถภาพของแขนและมือ ทไ่ี ดจ้ ากขอ้ 2.9.2-2.9.6 โดยใชต้ ารางค่ารวม เป็น
การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทงั้ หมด ใชแ้ บบประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื สว่ นท่ี 2
2.9.8 แปลงคา่ การสูญเสียสมรรถภาพของแขนที่ไดจ้ ากข้อ 2.9.7 เป็นค่าการสูญเสียสมรรถภาพของทงั้
รา่ งกายโดยใช้ตารางที่ 2-3
2.9.9 ถ้ามีการสูญเสียสมรรถภาพของแขนทัง้ สองข้าง ให้ทาการประเมินและแปลงค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพของแขนแต่ละข้างเป็ นของทงั้ ร่างกายก่อนแล้วจึงนาค่าการสูญเสียสมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายที่ได้
จากแขนแต่ละขา้ งรวมกนั โดยใช้ตารางคา่ รวม เป็นค่าการสญู เสียสมรรถภาพของรา่ งกายทงั้ สิ้น
2.10 ตวั อยา่ งการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของแขนและมือท่ีมีการบาดเจบ็ หลายอย่าง
ตวั อยา่ ง 2.73 ผรู้ บั การประเมนิ ไดร้ บั บาดเจบ็ บรเิ วณน้ิวชจ้ี ากถูกใบเล่อื ยตดั ขาดระดบั ขอ้ ปลายน้ิว และ
ประวตั ิ น้ิวหวั แม่มอื ขาดระดบั ขอ้ ฐานน้ิว ได้รบั การรกั ษาจนแผลหายและทากายภาพบาบดั จน
สน้ิ สดุ การรกั ษา
การตรวจรา่ งกาย ขอ้ ปลายน้ิวช้ถี ูกตดั ขาดและยงั มอี าการเจบ็ ปวดจาก neuroma ของเสน้ ประสาทน้ิวมอื
(Digital Nerve) ทางดา้ นน้วิ หวั แม่มอื จนไมส่ ามารถใชน้ ้ิวชป้ี ระกอบกจิ วตั รประจาวนั เกอื บ
ผลการประเมิน ทงั้ หมด สว่ นน้วิ หวั แมม่ อื ถกู ตดั ขาดทร่ี ะดบั ขอ้ ฐานน้วิ
คาอธิบาย ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 31 ของทงั้ รา่ งกาย
1. น้วิ ช้ี ขอ้ ปลายน้วิ ขาด มคี า่ การสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 45 ของน้วิ (ตารางท่ี 2-5)
หรอื เท่ากบั การสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 9 ของมอื (ตารางท่ี 2-1)
หรอื เทา่ กบั การสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 8 ของแขน (ตารางท่ี 2-2)
เสน้ ประสาทน้ิวมอื ทางดา้ นน้ิวหวั แม่มอื เกดิ neuroma มกี ารเจบ็ ปวดหรอื สญู เสยี
ความรสู้ กึ อย่ใู นระดบั 1 มกี ารสญู เสยี รอ้ ยละ 95 (ตารางท่ี 2-10 ก.) ของเสน้ ประสาท
และการบาดเจ็บท่ีเ ส้นประสาทน้ิวมือด้านน้ิวหัวแม่มือของ น้ิวช้ีมีค่าการสูญเสีย
สมรรถภาพสงู สดุ ของแขนรอ้ ยละ 5 (ตารางท่ี 2-15)
ดงั นนั้ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจาก neuroma ในรายน้ี (95 % x 5 %)
เท่ากบั รอ้ ยละ 5 (ปดั เศษ)
174 นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพร้อยละ 8 ของแขน (จากขอ้ ปลายน้ิวขาด) มารวมกบั
รอ้ ยละ 5 ของแขน จาก neuroma โดยใชต้ ารางคา่ รวมจะไดร้ อ้ ยละ 13 ของแขน
ตวั อย่างที่ 2.74 2. น้วิ หวั แมม่ อื : ขอ้ ฐานน้วิ ขาดมคี ่าการสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 38 ของแขน (ตารางท่ี
ประวตั ิ 2-4)
การตรวจรา่ งกาย ดงั นัน้ ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเท่ากบั รอ้ ยละ 51 ของแขน
ผลการประเมิน จากผลบวกของ 13 % (น้ิวช)้ี กบั 38 % (น้ิวหวั แม่มอื ) หรอื มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพ
คาอธิบาย คดิ เป็นรอ้ ยละ 31ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
ตวั อย่างท่ี 2.75 ผรู้ บั การประเมนิ ชายอายุ 45 ปี ได้รบั บาดเจบ็ ท่มี อื ซา้ ยจากถูกแรงกระแทก ไดร้ บั การ
ประวตั ิ รกั ษาจนหายและสน้ิ สดุ การรกั ษาแลว้
อาการปัจจบุ นั น้ิวทุกน้ิวมีการเคล่ือนไหวลดลง น้ิวนางขาดท่ีระดับข้อกลางน้ิว ปลายน้ิวนางส่วนท่ี
เหลอื อยแู่ ละน้วิ กอ้ ยมอี าการชาทงั้ สองดา้ นของน้วิ (รปู ท่ี 2-52)
(รปู ท่ี 2-52)
(รปู ท่ี 2-52)
1. ประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวนางจากขอ้ กลางน้ิวขาด (รูปท่ี 2-5 และ
ตารางท่ี 2-4)
2. ประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวหวั แม่มอื จากพิสยั การเคล่อื นไหวของข้อท่ี
ลดลง (รปู ท่ี 2-12, 2-15 และตารางท่ี 2-8 ก, 2-8 ข และ 2-9)
3. ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ อน่ื ๆ จากพสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ ทล่ี ดลง
(รปู ท่ี 2-21, 2-23, 2-25 )
4. ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ นางและน้ิวกอ้ ย จากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ของ
น้วิ มอื (รปู ท่ี 2-6, 2-7) และ (ตารางท่ี 2-6, 2-7)
5. แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแต่ละน้วิ ไปเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื
(ตารางท่ี 2-1) แล้วนาค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของมอื ท่ไี ด้แต่ละค่า มาบวกกนั
โดยตรง
6. แปลงค่าการสูญเสียสมรรถภาพของมือเป็นค่าการสูญเสียสมรรถภาพของแขน
(ตารางท่ี 2-2)
7. แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเป็นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกาย
(ตารางท่ี 2-3)
ผู้รบั การประเมนิ อายุ 40 ปี ได้รบั บาดเจบ็ ท่รี ะดบั ขอ้ โคนน้ิวของน้ิวกลางมอื ขวา
เป็นบาดแผลลกึ แต่ไม่ถงึ ขอ้ ได้รบั การรกั ษาโดยการเยบ็ ซ่อมเสน้ เอน็ flexor digitorum
profundus, flexor digitorum sublimis ท่ีขาด ตลอดจนเย็บต่อเส้นประสาทน้ิ วมือ
ดา้ นน้วิ หวั แม่มอื ทข่ี าดดว้ ย
หลงั การรกั ษา 3 เดอื น ผรู้ บั การประเมนิ ยงั มอี าการชาทางดา้ นน้ิวหวั แม่มอื ของน้ิวกลาง
มอี าการเจบ็ ปวดเวลางอน้วิ และมอื ขวาออ่ นแรง
การตรวจรา่ งกาย 175
ผลการประเมิน
คาอธิบาย น้วิ กลางมกี ารสญู เสยี ความรสู้ กึ ตามยาวทางดา้ นน้วิ หวั แม่มอื เป็นระยะความยาวประมาณ
รอ้ ยละ 80 ของความยาวน้ิว และตรวจ two-point discrimination ได้ 9 มลิ ลเิ มตร เม่อื งอ
ตวั อย่างท่ี 2.76 น้ิวกลางจะมอี าการปวด โดยงอขอ้ ปลายน้ิวไดต้ งั้ แต่ 0o ถงึ 50o, ขอ้ กลางน้ิวงอไดต้ งั้ แต่ -
ประวตั ิ 20o ถงึ 60o (เหยยี ดไดไ้ ม่เตม็ ทข่ี าดไป 20o) และ งอขอ้ โคนน้ิวได้ +20o (เหยยี ดไดเ้ กนิ ไป
การตรวจรา่ งกาย 20o) ถงึ 90o ผรู้ บั การประเมนิ ยงั รสู้ กึ ว่ามอื ขวาอ่อนแรงลง
ผลการประเมิน ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพ รอ้ ยละ 5 ของทงั้ รา่ งกาย
1. การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั
- คา่ two-point discrimination 9 มม. จดั เป็นการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนงั บางสว่ น
( Partial Sensory Loss) (ตารางท่ี 2-5)
- ค่าการสญู เสยี ความรสู้ กึ ทผ่ี วิ หนังบางสว่ น ทางดา้ นน้ิวหวั แม่มอื รอ้ ยละ 80 ของ
ความยาวน้ิว(รูปท่ี 2-7) คดิ เป็นการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวกลางร้อยละ 12
(ตารางท่ี 2-7)
2. การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวของน้ิวมอื ค่า
การสญู เสยี สมรรถภาพละของน้วิ มอื เท่ากบั IE% + IF %
– ขอ้ ปลายน้วิ งอได้ 0o ถงึ 50o สญู เสยี สมรรถภาพ (0 % + 10 %) คดิ เป็นรอ้ ยละ 10
ของน้วิ มอื (รปู ท่ี 2-21)
– ขอ้ กลางน้ิวงอได้ -20o ถงึ 60o สญู เสยี สมรรถภาพ (7 % + 24 %) คดิ เป็นรอ้ ยละ
31 ของน้วิ มอื (รปู ท่ี 2-23)
– ขอ้ โคนน้ิวงอได้ +20o ถงึ 90o สญู เสยี สมรรถภาพ (0 % + 0 %) คดิ เป็นรอ้ ยละ 0
ของน้วิ มอื (รปู ท่ี 2-25)
นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 10 รวมกบั รอ้ ยละ 31 โดยใชต้ ารางค่ารวมจะไดค้ ่า
การสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 38 ของน้วิ มอื (น้วิ กลาง)
3. การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวกลางทงั้ หมดคือการรวมค่าการสูญเสยี สมรรถภาพ
จากการสูญเสยี ความรู้สกึ (ร้อยละ 12) กบั ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากพสิ ยั
การเคลอ่ื นไหวลดลง (รอ้ ยละ 38) โดยใชต้ ารางค่ารวมจะไดค้ า่ การสญู เสยี สมรรถภาพ
รอ้ ยละ 45 ของน้ิวหรอื รอ้ ยละ 9 ของมอื (ตารางท่ี 2-1) หรอื รอ้ ยละ 8 ของแขน
(ตารางท่ี 2-2) หรอื รอ้ ยละ 5 ของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
สว่ นอาการปวดและมอื ขวาออ่ นแรงไมต่ อ้ งนามาประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพซา้ อกี
ผรู้ บั การประเมนิ เป็นตารวจดบั เพลงิ อายุ 40 ปี ไดร้ บั การบาดเจบ็ ทม่ี อื ซ้ายเน่ืองจากถูก
ไฟไหม้ ไดร้ บั การรกั ษาดว้ ยการปลกู หนงั และผา่ ตดั แกไ้ ขขอ้ น้วิ ทต่ี ดิ แขง็
พบว่าขอ้ น้ิวมอื และขอ้ มอื มพี สิ ยั เคล่อื นไหวลดลง (รปู ท่ี 2-53 ก และ รูปท่ี 2-53ข) ค่า
two-point discrimination อย่รู ะหว่าง 7-12 มม. ของทกุ น้วิ
ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 44 ของทงั้ ร่างกาย
176 (รปู ท่ี 2-53 ก และ รปู ท่ี 2-53 ข)
คาอธิบาย - ประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากพิสัยการเคล่ือนไหวของข้อท่ีลดลงของ
น้วิ หวั แม่มอื (รปู ท่ี 2-12, 2-15 และ ตารางท่ี 2-8 ก, 2-8 ข และ 2-9)
ตวั อย่างท่ี 2.77 - ประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากพิสยั การเคล่ือนไหวท่ีลดลงของน้ิวอ่ืนๆ
ประวตั ิ (รปู ท่ี 2-21, 2-23 และ ตารางท่ี 2-25)
การตรวจรา่ งกาย - ประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพจากพิสยั การเคล่อื นไหวท่ลี ดลงของขอ้ มือ (รูปท่ี
ผลการประเมิน 2-28 และ 2-31)
คาอธิบาย - ประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากพิสัยการเคล่ือนไหวท่ีลดลงของข้อศอก
(รปู ท่ี 2-37)
- ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากอาการชาทน่ี ้ิวหวั แม่มอื และน้ิวมอื อ่นื บางส่วน
ตามขวาง (รปู ท่ี 2-6, 2-7 และ ตารางท่ี 2-6, 2-7)
- แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื ไปเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของมอื
(ตารางท่ี 2-1) แลว้ นาคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื จากแต่ละน้วิ ทไ่ี ดม้ าบวกกนั
โดยตรง เป็นคา่ การสญู เสยี ของมอื ทงั้ หมด
- แปลงค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของมอื เป็นค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขน
(ตารางท่ี 2-2)
- แปลงค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนป็นค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของทงั้
รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3)
ผรู้ บั การประเมนิ อายุ 30 ปี ประสบอนั ตรายถูกใบเล่อื ยตดั น้ิวมอื ขวาไดร้ บั การรกั ษาโดย
การผา่ ตดั ทากายภาพบาบดั จนสน้ิ สดุ การรกั ษา
น้ิวหวั แม่มอื ขาดเหนือระดบั ขอ้ โคนน้ิวเลก็ น้อย น้ิวช้ขี าดระดบั ขอ้ กลางน้ิว น้ิวกลางขาด
ระดบั ก่งึ กลางท่อนกระดูกกลางน้ิว (Middle phalanx) น้ิวนางขาดระดบั ก่งึ กลางเล็บ
ขอ้ น้ิวมือ ทุกน้ิวมีการเคล่อื นไหวลดลง (รูปท่ี 2-54) และไม่พบมอี าการเจบ็ ปวดจาก
neuroma
ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพ รอ้ ยละ 45 ของทงั้ รา่ งกาย
(รปู ท่ี 2-54)
- ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ ทข่ี าดแต่ละน้วิ (รปู ท่ี 2-5, ตารางท่ี 2-4)
- ประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวจากพสิ ยั การเคล่อื นไหวท่ลี ดลงของขอ้ น้ิวมือ
ทกุ น้วิ (รปู ท่ี 2-21, 2-23, 2-25)
- ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากน้ิวหวั แมม่ อื ขาด (รปู ท่ี 2-6, ตารางท่ี 2-4)
- นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวจากพสิ ยั การเคล่อื นไหวทล่ี ดลงของขอ้ น้ิวมอื แต่ละ
น้วิ มารวมกนั ไดโ้ ดยใชต้ ารางคา่ รวม
- แปลงค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวมือไปเป็นค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของมือ
(ตารางท่ี 2-1) และของแขน (ตารางท่ี 2-2)
- นาคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทไ่ี ดม้ าบวกกบั ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขน
จากน้วิ หวั แม่มอื ขาดโดยตรง
- แปลงค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนไปเป็นค่าสูญเสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย
(ตารางท่ี 2-3)
ตวั อยา่ งที่ 2.78 177
ประวตั ิ
การตรวจรา่ งกาย ผู้รบั การประเมนิ หญิงอายุ 40 ปี หกลม้ ในลานจอดรถ ทาใหก้ ระดูกข้อมอื ขวาหกั
(Colles’ Fracture) เมอ่ื การรกั ษาสน้ิ สดุ ลง
ผลการประเมิน ขอ้ มอื มลี กั ษณะผดิ รปู และพสิ ยั การเคล่อื นไหวลดลงโดยกระดกขอ้ มอื ขน้ึ ได้ 30o งอขอ้ มอื
คาอธิบาย ลงได้ 40o เบนขอ้ มอื ไปทางดา้ นน้ิวหวั แม่มอื ได้ 20o และทางดา้ นน้ิวกอ้ ยได้ 10o คว่าฝ่า
มอื ได้ 40o และหงาย ฝ่ามอื ได้ 30o มอี าการปวดปานกลางเม่อื ยกสงิ่ ของท่มี นี ้าหนัก
ข้อน้ิวมือเคล่ือนไหวได้ปกติ แต่ดัชนีค่าร้อยละการสูญเสยี กาลังของการกามือ (Grip
Strength Loss Index) เท่ากบั รอ้ ยละ 40
ผรู้ บั การประเมนิ สญู เสยี สมรรถภาพ รอ้ ยละ 10 ของทงั้ รา่ งกาย
สงิ่ ท่ตี ้องนามาประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพคอื พสิ ยั การเคล่อื นไหวทล่ี ดลงของขอ้ มอื
และแขน ส่วนกาลงั ของการกามือท่ลี ดลงไม่ต้องนามาประเมนิ ด้วย เพราะเกดิ มาจาก
สาเหตุเดยี วกนั กบั พสิ ยั การเคล่อื นไหวท่ลี ดลง (หวั ขอ้ 2.8) และไม่ต้องนาเอาอาการ
เจบ็ ปวดมาประเมนิ ดว้ ยเช่นกนั เพราะไม่ใช่กรณีของกลุ่มอาการเจบ็ ปวดเร้อื รงั เฉพาะท่ี
ทส่ี ลบั ซบั ซอ้ น (CRPS) (หวั ขอ้ 2.5.5)
ประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของรา่ งกายไดจ้ ากผลการตรวจรา่ งกาย ดงั น้ี
1. การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการสญู เสยี พสิ ยั การเคลอ่ื นไหวของขอ้ มอื
- ขอ้ มอื กระดกขน้ึ ได้ 30o สญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 5 (รปู ท่ี 2-28)
- ขอ้ มอื งอลงได้ 40o สญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 3 (รปู ท่ี 2-28)
- ขอ้ มอื เบนทางน้ิวหวั แม่มอื ได้ 20o สญู เสยี สมรรถภาพของแขนร้อยละ 0
(รปู ท่ี 2-31)
- ขอ้ มอื เบนทางน้วิ กอ้ ยได้ 10o สญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 4 (รปู ท่ี 2-31)
- นาค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนจากการสญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวของ
ขอ้ มอื มาบวกกนั = (5 % + 3 % + 4 %= 12%) ไดเ้ ทา่ กบั รอ้ ยละ 12 ของแขน
2. การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากขอ้ ศอกเคล่อื นไหวลดลง
- คว่าฝา่ มอื ได้ 40o สญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 3 (รปู ท่ี 2-36)
- หงายฝา่ มอื ได้ 30o สญู เสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 2 (รปู ท่ี 2-36)
- นาค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนจากการสูญเสยี การคว่าและหงายฝ่ามือ
มาบวกกนั (3 % + 2 %=5%)ไดเ้ ทา่ กบั รอ้ ยละ 5 ของแขน
3. การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมด
- นาค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนจากพสิ ยั การเคล่อื นไหวของข้อมือและ
ขอ้ ศอกทล่ี ดลงมารวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวมคอื รอ้ ยละ 12 รวมกบั รอ้ ยละ 5 จะ
ไดร้ อ้ ยละ 16 ของแขน หรอื สญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 10 ของทงั้ ร่างกาย
(ตารางท่ี 2-3)
178 ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของชายผหู้ น่ึงพบว่า มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของ
น้ิวหวั แม่มอื รอ้ ยละ 50, ของน้ิวชร้ี อ้ ยละ 10 มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากขอ้ มอื
ตวั อยา่ งที่ 2.79 ผดิ ปกตริ อ้ ยละ 5 และจากขอ้ ศอกผดิ ปกติ รอ้ ยละ 2
การตรวจรา่ งกาย ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 16 ของทงั้ รา่ งกาย
ผลการประเมิน 1. มือ
คาอธิบาย - การสูญเสยี สมรรถภาพของน้ิวหวั แม่มือร้อยละ 50 เทียบเป็นการสูญเสยี
สมรรถภาพ ของมอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 20 (ตารางท่ี 2-1)
- การสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ ชร้ี อ้ ยละ 10 เทยี บเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของ
มอื เทา่ กบั รอ้ ยละ 2 (ตารางท่ี 2-1)
- นาค่าการสูญเสียสมรรถภาพของมือจากน้ิวทัง้ สองมา บวกกันโดยตรง
(20% + 2% = 22%) ไดร้ อ้ ยละ 22 ซง่ึ เทยี บเป็นการสูญเสยี สมรรถภาพ
ของแขนไดร้ อ้ ยละ 20 (ตารางท่ี 2-2)
2. ขอ้ มอื
- ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากขอ้ มอื ผดิ ปกติ รอ้ ยละ 5
3. ขอ้ ศอก
- ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากขอ้ ศอกผดิ ปกติ รอ้ ยละ 2
รวมค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนจากมอื และขอ้ มอื คอื รอ้ ยละ 20 กบั
รอ้ ยละ 5 โดยใชต้ ารางค่ารวม จะไดร้ อ้ ยละ 24
รวมค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแขนรอ้ ยละ 24 (จากมอื และขอ้ ศอก) กบั
รอ้ ยละ 2 (จากน้ิวชแ้ี ละน้ิวหวั แม่มอื ) ไดร้ อ้ ยละ 26 โดยใชต้ ารางค่ารวม หรอื
เป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของร่างกาย รอ้ ยละ 16 (ตารางท่ี 2-3)
179
รปู ท่ี 2-52 แบบบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนและมอื ส่วนท่ี 1 (มอื )
ช่อื ....................... (ตวั อยา่ งท่ี 2-74) .............................. อายุ ...45.. ปี เพศ ..ชาย.... มอื ขา้ งทบ่ี าดเจบ็ ....ขวา......... มอื ขา้ งถนดั ....มอื ซา้ ย.. วนั ท่ี ....................
อาชพี ............ทางานก่อสรา้ ง............................................ การวนิ จิ ฉยั โรค ..............การบาดเจบ็ จากแรงกระแทก.........................................................................
การเคล่ือนไหวที่ผิดปกติ การถกู ตดั ขาด การสญู เสียความร้สู ึก ความผิดปกติอื่น ๆ ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย
สมรรถภาพของมอื
บนั ทึกมมุ ท่ีข้อเคลื่อนไหวได้หรือมมุ ท่ีข้อยึดติด ระบรุ ะดบั และ ระบชุ นิด ระดบั และ ระบชุ นิด และ ค่า
และค่าร้อยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้ว ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย ร้อยละการ * รวมค่าร้อยละการสญู เสีย
สมรรถภาพของนิ้ วมอื
สมรรถภาพ สมรรถภาพ สญู เสียสมรรถภาพ ** แปลงเป็นค่าร้อยละการ
สญู เสยี สมรรถภาพของมือ
ข้อปลาย มุม O การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
้ินว 30 -10 6
IP สญู เสยี % 4
มุม O 30 2 4
้ินวหัวแม่มือ 3 ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี % [2]
ข้อโคน ้ินว สญู เสยี % -15
MP 3
มุม O 1 การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 26
สญู เสยี % เคลอ่ื นไหวได้
การกางขอ้ การถกู ตดั ขาด [2]
30
3
ข้อฐาน ้นิว การหุบขอ้ เซนตเิ มตร 4 4 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
CMC การสบน้ิว
สญู เสยี % 4 [5]
เซนตเิ มตร 4 ‡ การสูญเสียสมรรถภาพ ความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ [4] 26
สญู เสยี % 9 9 ของแขน % = [5] รวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี
สมรรถภาพของน้ิวมอื
[3]
[1] **** การสญู เสยี [2] การสญู เสยี สมรรถภาพ การสญู เสยี สมรรถภาพ[4] ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี
ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื %
บวกคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (CMC + MP + IP) = 26 สมรรถภาพของน้ิว % ของน้ิว % = [3] 10
= [2]
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
30 -10 23
ข้อปลาย มุม O 21 2 21 การเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 56
้นิว 70 -10 29
IP สญู เสยี % 18 3 การถูกตดั ขาด [2]
มุม O 50 -10
้นิวช้ี 22 7 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
ข้อกลาง สญู เสยี %
มุม O ความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ [4]
้นิว
PIP สญู เสยี % * รวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี
สมรรถภาพของน้ิวมอื
ข้อโคน ้นิว 56
MP
[1] การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว[3] การสญู เสยี สมรรถภาพ[4] ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี 11
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 56 ของน้ิว % = [2] %= [3] ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื %
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
30 -10 23
ข้อปลาย มุม O 21 2 21 การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 56
้นิว 70 -10 29
IP สญู เสยี % 18 3 การตดั ขาด [2]
มุม O 50 -10
้นิวกลาง 22 7 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
ข้อกลาง สญู เสยี %
มุม O ความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ [4]
้ินว
PIP สญู เสยี % * รวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี
สมรรถภาพของน้ิวมอื
ข้อโคน ้นิว 56
MP
[1] การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว[3] การสญู เสยี สมรรถภาพ[4] ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี 11
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 56 ของน้ิว % = [2] %= [3] ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื %
180
การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ การถกู ตดั ขาด การสญู เสยี ความรสู้ ึก ความผิดปกติอื่น ๆ ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย
สมรรถภาพของมือ
บนั ทึกมมุ ท่ีเคล่ือนไหวได้หรือมมุ ที่ข้อยดึ ติด ระบรุ ะดบั และ ระบชุ นิด ระดบั และ ระบชุ นิด และ ค่า
และค่ารอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้ว ค่าร้อยละการสญู เสีย ค่าร้อยละการสญู เสีย รอ้ ยละการ * รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสีย
สมรรถภาพของนิ้ วมือ
สมรรถภาพ สมรรถภาพ สญู เสียสมรรถภาพ ** เปล่ียนเป็นค่ารอ้ ยละการ
สญู เสยี สมรรถภาพของมอื
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
32
ข้อปลาย มุม O การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 32
้ินว
IP สญู เสยี % ดา้ น ดา้ น การถกู ตดั ขาด [2] 80
มุม O น้ิวกอ้ ย น้ิวหวั แม่มอื
้ินวนาง การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3] 40
ข้อกลาง 12 มม. > 15 มม.
้ินว สญู เสยี % ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ [4]
PIP มุม O
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี
ข้อโคน ้ินว สญู เสยี % 50 -20 10% 30% สมรรถภาพของน้ิวมอื 92
MP 22 10
* รวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 32 [1] การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] การสญู เสยี สมรรถภาพ [3] การสญู เสยี สมรรถภาพ [4] ** แปลงเป็นค่าการสญู เสยี 9
สญู เสยี % ของน้ิว % = 80 [2] ของน้ิว % = 40 [3] ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื % 84
25
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ 33
88
ข้อปลาย มุม O 10 60 การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 9
้ินว
IP สญู เสยี % 33 32 ดา้ น ดา้ น การถูกตดั ขาด [2]
มุม O 60 [1] น้ิวกอ้ ย น้ิวหวั แมม่ อื
้ินวก้อย การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
ข้อกลาง
สญู เสยี % 60 8 มม. 10 มม. ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ [4]
้นิว มุม O -20
PIP
ข้อโคน ้นิว 50 15% 10% * รวมคา่ รอ้ ยละการ
MP สญู เสยี สมรรถภาพของ
สญู เสยี % 22 10 การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว[3] น้ิวมอื
% = 25 [3]
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 84 การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] การสญู เสยี สมรรถภาพ[4] ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี
ของน้ิว % = [2] ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื %
บวกการสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของมอื : บวกค่าสญู เสยี % ของน้ิวหวั แมม่ อื + ของน้ิวช้ี + ของน้ิวกลาง + ของน้ิวนาง + ของน้ิวกอ้ ย = 10+11+11+9+9 = 50%
*** แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของมอื เป็นของแขน (ถา้ กระดกู ฝา่ มอื ของน้วิ หวั แมม่ อื ปกติ กใ็ หใ้ ชแ้ บบบนั ทกึ ส่วนท่ี 2 แถว 2 ) = 45%
‡ รวมคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการตดั น้ิวหวั แม่มอื [5] ........% + การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทเ่ี กดิ จากมอื ............ %= %
27%
ถา้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพเฉพาะบรเิ วณมอื กใ็ ห้แปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเป็นของทงั้ รา่ งกาย**** =
* รวมค่าการสญู เสยี สมรรถภาพโดยใชต้ ารางคา่ รวม ** ใชต้ ารางท่ี 2-1 (เปลย่ี นน้วิ มอื ไปเป็นมอื )
*** ใชต้ ารางท่ี 2-2 (เปลย่ี นมอื ไปเป็นแขน) **** ใชต้ ารางท่ี 2-3 (เปลย่ี นแขนไปเป็นของทงั้ ร่างกาย)
181
รปู ท่ี 2-53 ก. แบบบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพแขนและมอื ส่วนท่ี 1 (มอื )
ชอ่ื ....................... (ตวั อยา่ งท่ี 2-76) .............................. อายุ ...40.. ปี เพศ ..ชาย.... มอื ขา้ งทบ่ี าดเจบ็ ....ซา้ ย......... มอื ขา้ งถนดั ....มอื ขวา.. วนั ท่ี ....................
อาชพี ............พนกั งานดบั เพลงิ ............................................ การวนิ จิ ฉยั โรค ..............ไฟลวกทม่ี อื .........................................................................
การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ การถกู ตดั ขาด การสญู เสียความร้สู ึก ความผิดปกติ ค่าร้อยละการสญู เสีย
อ่ืน ๆ สมรรถภาพของมอื
ระบรุ ะดบั และ ระบชุ นิด ระดบั และ ระบชุ นิด และ * รวมค่าร้อยละการสญู เสีย
บนั ทึกมมุ ที่ข้อเคล่ือนไหวได้หรือมมุ ท่ีข้อยึดติด ค่าร้อยละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการ สมรรถภาพของนิ้วมอื
และค่าร้อยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้ว สมรรถภาพ สมรรถภาพ สญู เสีย ** แปลงป็นค่าร้อยละการสญู เสยี
สมรรถภาพ สมรรถภาพของมอื
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
มุม O 40
ข้อปลาย -20 8 ม.ม.
้ินว
IP 6
สญู เสยี % 3 3
ข้อโคน ้ินว มุม O 10
MP 6
สญู เสยี % 6
เคล่อื นไหวได้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี % [2]
้ินวหัวแม่มือ มุม O 10 การเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 42
การกางขอ้ สญู เสยี % 9 9 การถูกตดั ขาด [2]
เซนตเิ มตร 6 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3] 25
8
ข้อฐาน ้นิว การหบุ ขอ้ สญู เสยี % 3 8 [5] ความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ [4]
CMC การสบน้ิว เซนตเิ มตร 13
การสูญเสียสมรรถภาพ รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี
สญู เสยี % 13 ของแขน % = [5] สมรรถภาพของน้ิวมอื 57
[1] **** การสญู เสยี [2] การสญู เสยี สมรรถภาพ [3] การสญู เสยี [4] ** แปลงเป็นค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพ ของน้ิว % = 25 [3] สมรรถภาพของน้ิว สมรรถภาพของมอื %
บวกค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (CMC + MP + IP) = 42 ของน้ิว % = [2] % = [4] 23
ข้อปลาย มุม O การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี % การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 81
้นิว 10 33
IP สญู เสยี % 60 -40 33 8 ม.ม. การถูกตดั ขาด [2]
มุม O 24 14 38
้นิวช้ี 0 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3] 25
ข้อกลาง สญู เสยี % 54 54
มุม O [1] การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] ความผดิ ปกตอิ น่ื [4]
้นิว ของน้ิว % = [2]
PIP สญู เสยี % * รวมคา่ รอ้ ยละการ
สญู เสยี สมรรถภาพของ
ข้อโคน ้นิว น้ิวมอื 86
MP 17
[4]
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 81 การสญู เสยี สมรรถภาพ [3] การสญู เสยี ** แปลงเป็นค่าการสญู เสยี
ของน้ิว % = 25 [3] สมรรถภาพ สมรรถภาพของมอื %
ของน้ิว % =
ข้อปลาย มุม O การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี % การเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 81
้นิว 10 33
IP สญู เสยี % 60 -40 33 8 ม.ม. การถกู ตดั ขาด [2]
มุม O 24 14 38
้นิวกลาง 0 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3] 25
ข้อกลาง สญู เสยี % 54 54
มุม O [1] การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] ความผดิ ปกตอิ น่ื [4]
้ินว ของน้ิว % =
PIP สญู เสยี % * รวมค่ารอ้ ยละการ
สญู เสยี สมรรถภาพของ
ข้อโคน ้นิว น้ิวมอื 86
MP 17
[4] ** แปลงเป็นค่าการสญู เสยี
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 81 การสญู เสยี สมรรถภาพ [3] การสญู เสยี สมรรถภาพของมอื %
ของน้ิว % = 25 [3] สมรรถภาพ
ของน้ิว % =
182
การเคลื่อนไหวท่ีผิดปกติ การถกู ตดั ขาด การสญู เสียความร้สู ึก ความผิดปกติอ่ืน ๆ ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย
ระบรุ ะดบั และ สมรรถภาพของมอื
บนั ทึกมมุ ท่ีเคล่ือนไหวได้หรือมมุ ท่ีข้อยดึ ติด ค่าร้อยละการสญู เสีย ระบชุ นิด ระดบั และ ระบชุ นิด และ
และค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของนิ้ว ค่าร้อยละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการ * รวมค่าร้อยละการสญู เสีย
สมรรถภาพ สญู เสยี สมรรถภาพ สมรรถภาพของนิ้ วมอื
สมรรถภาพ สญู เสยี สมรรถภาพ ** แปลงเป็นค่าร้อยละการ
สญู เสยี % สญู เสียสมรรถภาพของมือ
ข้อปลาย มุม O การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ 33 8 ม.ม. การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 81
้ินว 10
IP สญู เสยี % 60 -40 33 การถูกตดั ขาด [2]
มุม O 24 14
้ินวนาง 0 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3] 25
ข้อกลาง สญู เสยี % 54
มุม O 38 ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ [4]
้ินว
PIP สญู เสยี % * รวมค่ารอ้ ยละการ
สญู เสยี สมรรถภาพ
ข้อโคน ้ินว 54 ของ น้วิ มอื 86
MP การสญู เสยี สมรรถภาพ[4] ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี 9
ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื %
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 81 [1] การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] การสญู เสยี สมรรถภาพ [3]
สญู เสยี % ของน้ิว % = [2] ของน้ิว % = 25 [3]
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ
ข้อปลาย มุม O 10 การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 83
้ินว
IP 33 8 ม.ม. การถูกตดั ขาด [2]
้ินวก้อย สญู เสยี % 70 33 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3] 25
ข้อกลาง มุม O -50
้นิว 43 ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ [4]
PIP
สญู เสยี % 18 25
มุม O 0
ข้อโคน ้นิว * รวมค่ารอ้ ยละการ
MP สญู เสยี % 54 54 87
สญู เสยี สมรรถภาพของ 9
[1] การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] น้ิวมอื
ของน้ิว % = [2]
การสญู เสยี สมรรถภาพ [3] การสญู เสยี สมรรถภาพ[4] ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี
ของน้ิว % = 25 [3]
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 83 ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื %
การสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของมอื : บวกคา่ สญู เสยี % ของน้ิวหวั แม่มอื + ของน้ิวช้ี + ของน้ิวกลาง + ของน้ิวนาง + ของน้ิวกอ้ ย = (23+17+17+9+9) 75%
*** แปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของมอื เป็นของแขน (ถา้ กระดกู ฝา่ มอื ของน้วิ หวั แม่มอื ปกติ กใ็ หใ้ ชแ้ บบบนั ทกึ ส่วนท่ี 2 แถว 2 ) = 68%
**** บวกค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการตดั น้ิวหวั แม่มอื [5] ........% + การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทเ่ี กดิ จากมอื ............ %= %
%
ถ้ามกี ารสญู เสยี สมรรถภาพเฉพาะบรเิ วณมอื กใ็ หแ้ ปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนไปเป็นของทงั้ รา่ งกาย =
* รวมค่าการสญู เสยี สมรรถภาพโดยใชต้ ารางค่ารวม ** ใชต้ ารางท่ี 2-1 (แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของน้วิ มอื เป็นของมอื )
*** ใชต้ ารางท่ี 2-2 (แปลงคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพมอื ปเป็นของแขน) **** ใชต้ ารางท่ี 2-3 (แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเป็นของทงั้
ร่างกาย)
183
รปู ที่ 2-53 ข. แบบบนั ทึกการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพแขนและมือ ส่วนท่ี 2 (มอื )
ช่ือ ....................... (ตวั อย่างท่ี 2-76) .............................. อายุ ...40.. ปี เพศ ..ชาย.... มอื ขา้ งทบ่ี าดเจบ็ ....ซา้ ย......... มอื ขา้ งถนดั ....มอื ขวา.. วนั ท่ี ....................
อาชพี ............พนกั งานดบั เพลงิ ............................................ การวนิ ิจฉยั โรค ..............ไฟลวกทม่ี อื .........................................................................
การเคล่ือนไหวท่ีผิดปกติ ความผิดปกติอื่น ๆ การสญู เสยี สมรรถภาพเฉพาะ การถกู ตดั ขาด
ส่วน %
บนั ทึกมมุ ท่ีเคลื่อนไหวได้หรอื มมุ ที่ข้อยดึ ติด กาหนดชนิด และ * รวม [1] , [2] กาหนดระดบั และการสญู เสียสมรรถภาพ-ของแขย%
และค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของแขน การสญู เสยี
สมรรถภาพ%
มุม O การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
การสญู เสยี % ขอ้ ยดึ ตดิ 10
40 20
ข้อศอก ข้อมือ มุม O 3 7 สญู เสยี %
การสญู เสยี % การเบนไปทางดา้ น การเบนไปทางดา้ น 7
น้ิวหวั แม่มอื น้ิวกอ้ ย
5 10
3 4
[1] [2] 17
บวกคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพ % การงอ / เหยยี ด + การเบนไปทางดา้ นน้ิวหวั แม่มอื / น้ิวกอ้ ย = 17 สญู เสยี % =
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
มุม O
การสญู เสยี %
ควา่ มอื หงายมอื ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
มุม O 50 40 4
การสญู เสยี % 2 2
บวกคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพ % การงอ / เหยยี ด + การคว่ามอื / การหงายมอื = 4 [1] [2] 4
สญู เสยี % =
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
มุม O
การสญู เสยี %
การหุบแขน การกางแขน ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
ข้อไห ่ล มุม O
การสญู เสยี %
การหมุนเขา้ ใน การหมุนออกนอก ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
มุม O
การสญู เสยี %
[1] [2]
บวกคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพ % การงอ / เหยยี ด + การหุบแขน / การกางแขน + การสญู เสยี % = สญู เสยี %
การหมุนเขา้ ใน /การหมนุ ออกนอก =
1. ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากการถูกตดั ขาด (ไม่นบั น้ิวมอื ขาด) = %
2. ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแขนเฉพาะสว่ นแขนและมอื
* (รวม มอื 68% , ขอ้ มอื 17% , ขอ้ ศอก 4% , ขอ้ ไหล่ - %) = 74 %
3. ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตขิ องเสน้ ประสาท = %
4. ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตขิ องหลอดเลอื ด = %
5. ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ (ทม่ี อื ไม่ไดร้ วมอยใู่ นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพเฉพาะสว่ น) = %
คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของแขน (* รวมขอ้ 1,2,3,4,5) = 74 %
คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกาย (ตารางท่ี 2-3) = 44 %
* ใชต้ ารางคา่ รวม ถา้ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทงั้ สองขา้ ง ใหค้ านวณคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายเน่อื งจากแขนแต่ละขา้ งกอ่ นจากนัน้ จงึ นามา
รวมกนั โดยใชต้ ารางค่ารวม
184
รปู ท่ี 2-54 แบบบนั ทกึ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพแขนและมอื ส่วนท่ี 1 (มอื )
ชอ่ื ....................... (ตวั อย่างท่ี 2.77) .............................. อายุ ...30.. ปี เพศ ..หญงิ .... มอื ขา้ งทบ่ี าดเจบ็ ....ขวา......... มอื ขา้ งถนดั ....มอื ขวา.. วนั ท่ี ....................
อาชพี ............พนกั งานเล่อื ยไม้............................................ การวนิ ิจฉยั โรค ..............น้วิ ถกู ตดั ขาดหลายน้วิ .........................................................................
การเคล่ือนไหวที่ผิดปกติ การถดู ตดั ขาด การสญู เสยี ความรสู้ ึก ความผิดปกติอ่ืน ๆ ค่าร้อยละการสญู เสีย
สมรรถภาพของมือ
ระบรุ ะดบั และ ระบชุ นิด ระดบั และ ระบชุ นิด และ * รวมค่าร้อยละการสญู เสีย
บนั ทึกมมุ ที่เคลื่อนไหวได้หรอื มมุ ที่ข้อยดึ ติด ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย ค่าร้อยละการสญู เสีย สมรรถภาพของนิ้วมือ
และค่ารอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้ว สมรรถภาพ สมรรถภาพ สมรรถภาพ ** แปลงเป็นค่ารอ้ ยละการ
สญู เสียสมรรถภาพของมือ
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
ข้อปลาย มุม O
้ินว
IP สญู เสยี %
มุม O
้ินวหัวแม่มือ
ข้อโคน ้ินว สญู เสยี % [2]
MP
การกางขอ้ เคลอ่ื นไหวได้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
การหบุ ขอ้
การสบน้ิว มุม O การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1]
สญู เสยี %
เซนตเิ มตร การถูกตดั ขาด [2]
สญู เสยี %
ข้อฐาน ้นิว เซนตเิ มตร [5] การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
CMC สญู เสยี % การสูญเสียสมรรถภาพ
ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ [4]
ของแขน % = 37
รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี
บวกค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (CMC + MP + IP) = [1] **** การสญู เสยี [2] สมรรถภาพของน้ิวมอื
สญู เสยี % สมรรถภาพ การสญู เสยี สมรรถภาพ [3] [4]
ของน้ิว % = ของน้ิว % =
การสญู เสยี สมรรถภาพ ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี
ของน้ิว % = สมรรถภาพของมอื
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ
ข้อปลาย มุม O การเคล่อื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 17
้ินว
IP สญู เสยี % การถูกตดั ขาด [2] 80
มุม O
้นิวช้ี การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
ข้อกลาง
สญู เสยี % ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ [4]
้นิว มุม O
PIP * รวมค่ารอ้ ยละการ
สญู เสยี % สญู เสยี สมรรถภาพของ
ข้อโคน ้นิว 60 -+20 17 น้ิวมอื 83
MP 17 0
[1] การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] การสญู เสยี สมรรถภาพ [3] การสญู เสยี สมรรถภาพ[4] ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี 17
สญู เสยี % ของน้ิว % = 80 [2] ของน้ิว % =
* รวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 17 ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ
ข้อปลาย มุม O การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 48
้นิว
IP สญู เสยี % การถูกตดั ขาด [2] 60
มุม O
้นิวกลาง 30 0 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3] 79
ข้อกลาง สญู เสยี % 42 0 16
มุม O 70 +20 42 ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ [4]
้ินว
PIP สญู เสยี % 11 0 11
[1]
ข้อโคน ้ินว * รวมค่ารอ้ ยละการ
MP
สญู เสยี สมรรถภาพของ
น้ิวมอื
[2] [3] [4]
การสญู เสยี สมรรถภาพ การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว การสญู เสยี สมรรถภาพ ** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี
ของน้ิว % = 60 [2]
* รวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 48 % = [3] ของน้ิว % = [4] สมรรถภาพของมอื %
185
การเคล่ือนไหวท่ีผิดปกติ การถกู ตดั ขาด การสญู เสยี ความร้สู ึก ความผิดปกติอื่น ๆ ค่าร้อยละการสญู เสีย
สมรรถภาพของมอื
บนั ทึกมมุ ท่ีข้อเคล่ือนไหวได้หรือมมุ ที่ข้อยึดติด ระบรุ ะดบั และ ระบชุ นิด ระดบั และ ระบชุ นิด และ
และค่ารอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพของนิ้ว ค่ารอ้ ยละการสญู เสีย ค่าร้อยละการสญู เสีย ค่ารอ้ ยละการ * รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสีย
สญู เสยี สมรรถภาพ สมรรถภาพของนิ้ วมอื
สมรรถภาพ สมรรถภาพ
** แปลงเป็นค่าร้อยละการสญู เสีย
สมรรถภาพของมอื
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ สญู เสยี %
30 -10 23
ข้อปลาย ้ินว มุม O 21 2 การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 41
IP 70 0 18
สญู เสยี % 18 0 6 [2] การถูกตดั ขาด 25
มุม O 80 +20
6 0 [1] [2]
สญู เสยี % สญู เสยี %
้ินวนาง มุม O การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
ข้อกลาง 21
สญู เสยี % ความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ [4]
้ินว 6
PIP
0
ข้อโคน ้ินว [1] [5] * รวมคา่ รอ้ ยละการ 56
MP สญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื 6
[2]
* รวมคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 41 การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว[3] การสญู เสยี [4] ** แปลงเป็นค่าการสญู เสยี
การสญู เสยี สมรรถภาพ สมรรถภาพของมอื %
ของน้ิว % = 25 [2] % = [3] สมรรถภาพของน้ิว
% = [4]
การงอขอ้ การเหยยี ดขอ้ ขอ้ ยดึ ตดิ
30 0
ข้อปลาย มุม O 21 0 การเคลอ่ื นไหวทผ่ี ดิ ปกติ [1] 26
้ินว 90 0
IP สญู เสยี % 6 0 การถูกตดั ขาด [2] 26
มุม O 90 +20 3
้ินวก้อย 0 0 การสญู เสยี ความรสู้ กึ [3]
ข้อกลาง สญู เสยี %
มุม O ความผดิ ปกตอิ ่นื ๆ [4]
้นิว
PIP สญู เสยี %
ข้อโคน ้นิว * รวมค่ารอ้ ยละการ
MP สญู เสยี สมรรถภาพของ
น้ิวมอื
* รวมค่ารอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิวมอื (MP , PIP , IP) = 26 การสญู เสยี สมรรถภาพ[2] การสญู เสยี สมรรถภาพของน้ิว[3] การสญู เสยี [4]
** แปลงเป็นคา่ การสญู เสยี
ของน้ิว % = [2] % = [3] สมรรถภาพของน้ิว สมรรถภาพของมอื %
% = [4]
บวกการสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของมอื : บวกค่าสญู เสยี % ของน้ิวหวั แม่มอื + ของน้ิวช้ี + ของน้ิวกลาง + ของน้ิวนาง + ของน้ิวกอ้ ย = (17+16+6+3) 42%
*** เปลย่ี นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดของมอื ไปเป็นของแขน (ถ้ากระดกู ฝา่ มอื ของน้ิวหวั แม่มอื ปกติ กใ็ หใ้ ชแ้ บบบนั ทกึ ส่วนท่ี 2 แถว 2 ) = 38%
75%
**** รวมคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนจากการตดั น้ิวหวั แม่มอื [5] .37.% + การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนทเ่ี กดิ จากมอื 38 %= 45%
ถ้ามกี ารสญู เสยี สมรรถภาพเฉพาะบรเิ วณมอื กใ็ หเ้ ปลย่ี นคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพของแขนไปเป็นของทงั้ รา่ งกาย =
* รวมค่าการสญู เสยี สมรรถภาพโดยใชต้ ารางค่ารวม ** ใชต้ ารางท่ี 2-1 (เปลย่ี นน้วิ มอื ไปเป็นมอื )
*** ใชต้ ารางท่ี 2-2 (เปลย่ี นมอื ไปเป็นแขน) **** ใชต้ ารางท่ี 2-3 (เปลย่ี นแขนเป็นของทงั้ ร่างกาย)
186
187
บทที่ 3
การประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของขาและเท้า
(The Lower Extremity)
3.1 หลกั เกณฑก์ ารประเมินการสูญเสียสมรรถภาพ (Principles of Assessment)
3.1.1 อาการและอาการแสดง (Interpretation of Symptoms and Signs)
3.1.2 การตรวจทางคลนิ กิ (Description of Clinical Studies)
3.2 วิธีประเมินการสูญเสียสมรรถภาพ (Methods of Assessment)
3.2.1 การแปลงค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของขาไปเป็นค่าการสูญเสยี สมรรถภาพ ของทงั้
ร่างกาย (Converting From Lower Extremity to Whole Person Impairment)
3.2.2 แนวทางประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพเน่อื งจากความยาวขาทต่ี ่างกนั
(Limb Length Discrepancy)
3.2.3 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากท่าทางการเดินท่ีผิดปกติ (Rating
Impairment Due to Gait Derangement)
3.2.4 แนวทางการประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพเน่ืองจากกล้ามเน้ือลีบข้างเดยี ว (Rating
Impairment Due to Muscle Atrophy Unilateral)
3.2.5 แนวทางการประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพจากการตรวจกาลงั กล้ามเน้ือ (Manual
Muscle Testing)
3.2.6 แนวทางการประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพจากการวดั พิสยั การเคล่ือนไหวของข้อ
(Range of Motion)
3.2 7 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากขอ้ ตดิ แขง็ (Joint Ankylosis)
3.2.8 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพเน่อื งจากขอ้ อกั เสบ (Arthritis)
3.2.9 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขาและเทา้ ทถ่ี กู ตดั ขาด (Amputations)
3.2.10 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทอ่ี าศยั ฐานการวนิ จิ ฉยั โรค
(Diagnosis Based Estimates)
3.2.11 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการสญู เสยี ผวิ หนงั (Skin Loss)
3.2.12 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากการบาดเจบ็ ของเสน้ ประสาท (Peripheral
Nerve Injuries)
3.2.13 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากอาการปวดแสบรอ้ นและกลมุ่ อาการ
เจบ็ ปวดเฉพาะทท่ี ส่ี ลบั ซบั ซอ้ น (Causalgia and Complex Regional Pain Syndrome)
3.2.14 แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากความผดิ ปกตขิ องหลอดเลอื ด (Vascular
Disorders)
3.3 บทสรปุ และตวั อย่างแนวทางการประเมินการสญู เสียสมรรถภาพของขาและเท้า
188
เน้ือหาสาระของบทน้ี ประกอบไปดว้ ยเกณฑก์ ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขาและเทา้ รวมทงั้ การ
จดั ระดบั การสญู เสยี สมรรถภาพของผรู้ บั การประเมนิ ทม่ี ผี ลกระทบต่อการประกอบกจิ วตั รประจาวนั (Activity of Daily
Living - ADL) เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเหมาะสมของการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ จงึ แบง่ ขาและเทา้ ออกเป็น 7 สว่ น
1. เทา้ (Foot)
2. สน้ เทา้ (Hind Foot)
3. ขอ้ เทา้ (Ankle)
4. ขา (Leg)
5. ขอ้ เขา่ (Knee)
6. ขอ้ สะโพก(Hip)
7. เชงิ กราน(Pelvis)
นอกจากกระดกู ทก่ี ล่าวถงึ ซง่ึ ประกอบขน้ึ เป็นโครงสรา้ งของขาแลว้ การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขา
และเทา้ ยงั ต้องประเมนิ ขอ้ ต่อและเน้ือเย่อื รอบขอ้ ระบบหลอดเลอื ดและระบบประสาทด้วย การประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพของขาและเทา้ อาศยั พ้นื ฐานการเปลย่ี นแปลงทางกายวภิ าค การวนิ ิจฉัยโรค และการเปล่ยี นแปลงการ
ทาหน้าทท่ี างสรรี วทิ ยา
ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ ผรู้ บั การประเมนิ ต้องสน้ิ สดุ การรกั ษา หรอื ไดร้ บั การรกั ษาจนถงึ ทส่ี ุด
และไมส่ ามารถรกั ษาใหด้ ขี น้ึ อกี ในขณะนนั้ (Maximum Medical Improvement-MMI) ตามคาจากดั ความในบทท่ี 1
บทน้ีไดม้ กี ารปรบั ปรุงจากคมู่ อื แนวทางการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทางกายและจติ ฉบบั กอ่ น ๆ คอื
1. ขยายหลกั เกณฑ์การประเมินการสูญเสยี สมรรถภาพให้ชดั เจนขน้ึ ในรายท่ผี ูร้ บั การประเมนิ สามารถ
ประเมนิ ไดห้ ลายวธิ ี ควรจะตดั สนิ ใจเลอื กวธิ ไี หนจงึ จะเหมาะสม
2. เพมิ่ ตารางทใ่ี หม่ คอื ตารางท่ี 3-2 ซง่ึ ใชก้ าหนดแนวทางการรวมค่าการประเมนิ ทไ่ี ดจ้ ากวธิ กี ารประเมนิ
ต่างๆ ทเ่ี หมาะสม วธิ ไี หนควรนาคา่ ประเมนิ การสญู เสยี มารวมกนั โดยใช้ตารางคา่ รวม
3. การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพจากอาการปวดแสบรอ้ น (Causalgia Syndrome) และกลุ่มอาการ
เจบ็ ปวดเฉพาะทท่ี ส่ี ลบั ซบั ซอ้ น (Complex Regional Pain Syndromes) ใชห้ ลกั เกณฑก์ ารประเมนิ
เช่นเดยี วกนั กบั ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ จากรอยโรคของระบบประสาทสว่ นกลาง
4. เพมิ่ ตวั อยา่ งทก่ี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพใหม้ ากขน้ึ
5. เพมิ่ แบบการบนั ทกึ รายงาน (Worksheet) การประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขาและเทา้ เพ่อื ให้
ปฏบิ ตั ไิ ดง้ า่ ยขน้ึ และสะดวกต่อการบนั ทกึ
3.1 หลกั การประเมินการสูญเสียสมรรถภาพ (Principle of Assessment)
ก่อนทจ่ี ะทาการศกึ ษาการประเมนิ จากบทน้ี แพทยผ์ ู้ประเมนิ ควรศกึ ษาทบทวน บทท่ี 1 ซง่ึ จะอธบิ ายถงึ
วตั ถุประสงค์ของคู่มอื น้ี การประยุกต์ใช้ และวธิ ที ่จี ะนามาใช้ประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพพร้อมกบั วธิ กี ารเขยี น
รายงาน คาศพั ทจ์ ะช่วยใหเ้ ขา้ ใจถงึ คาจากดั ความของคานยิ ามทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ
การประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพต้องมปี ระวตั ิการเจบ็ ป่วยทางการแพทย์ท่ีถูกต้อง และมเี น้ือหาสาระ
โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ อาการเจบ็ ปว่ ยในปจั จุบนั ทม่ี ผี ลกระทบต่อการประกอบกจิ วตั รประจาวนั (Activities of Daily Living
– ADL) การตรวจร่างกายอย่างละเอยี ดรอบคอบ ผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทงั้ หมดทช่ี ดั เจน และเป็นประโยชน์
ผลการตรวจทางภาพรงั สี และการตรวจพเิ ศษอ่นื ๆ ท่จี าเป็น แพทยผ์ ู้ประเมนิ ควรต้องอธบิ ายวธิ คี านวณหาค่าการ
สูญเสยี สมรรถภาพว่าได้มาอย่างไร เน่ืองด้วยเม่อื ถูกทบทวนซ้าโดยแพทย์ท่านอ่ืน หรอื บุคคลอ่ืนท่เี ข้ามามีส่วน
เกย่ี วขอ้ งจะไดเ้ ขา้ ใจ และยงั ชว่ ยใหร้ ายงานการประเมนิ ค่าการสญู เสยี ฯ ดงั กลา่ ว มคี วามน่าเชอ่ื ถอื มากยง่ิ ขน้ึ
189
3.1.1 อาการและอาการแสดง (Symptoms and Signs)
ประวตั ิการเจบ็ ป่ วย (History)
การเขยี นรายงานประวตั กิ ารเจบ็ ปว่ ยควรใชถ้ อ้ ยคาของผรู้ บั การประเมนิ เองเป็นหลกั ใหม้ ากทส่ี ดุ แต่
แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ตอ้ งพจิ ารณาขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าจากแหลง่ อ่นื ประกอบดว้ ย ประวตั กิ ารเจบ็ ป่วยต้องบรรยายถงึ อาการสาคญั
ความรนุ แรง ความถ่ี ระยะเวลา และตาแหน่งทางกายวภิ าค เช่น อาการเจบ็ ปวด , อาการชา ความรสู้ กึ ทผ่ี ดิ เพย้ี น
จากปกติ (Paresthesia) กลา้ มเน้ืออ่อนศกั ยภาพในการเดนิ รวมทงั้ ความสมั พนั ธก์ บั ปญั หาอ่นื ๆ ทบ่ี รเิ วณขาและเทา้
หรอื สว่ นอ่นื ๆ ของระบบกลา้ มเน้อื กระดกู และขอ้ เช่น สนั หลงั เป็นตน้ และถ้าขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากผรู้ บั การประเมนิ มคี วาม
ไมแ่ น่นอนตอ้ งบนั ทกึ ไปดว้ ย
ในรายงานควรบรรยายถงึ เหตุการณ์หรอื ปจั จยั ทท่ี าใหเ้ กดิ อาการกาเรบิ หรอื การทโ่ี รคกลบั เป็นขน้ึ มาอกี
รายงานทด่ี คี วรบรรยายการเจบ็ ปว่ ยของผรู้ บั การประเมนิ ว่าอาการเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ย่างไร และคาดคะเนถงึ สาเหตุ
นอกจากนนั้ ควรอธบิ ายผลการตรวจพเิ ศษและผลการรกั ษา แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ควรทบทวนภาพถ่ายรงั สแี ละการตรวจ
พเิ ศษทางรงั สดี ว้ ยตวั เองหรอื ทบทวนรายงานสง่ิ ตรวจพบทร่ี งั สแี พทยท์ ่านอ่นื ไดร้ ายงานไวแ้ ลว้ การทบทวนตามระบบ
อวยั วะและประวตั ิการเจบ็ ป่วยทวั่ ๆไปกจ็ ะยง่ิ ช่วยให้แพทย์ทราบถึงขอ้ มูลท่เี ป็นไปได้เก่ียวกบั การเจ็บป่วย ได้แก่
ปญั หาโรคแทรกซอ้ นทางการแพทย์ ทม่ี ผี ลกระทบต่อการวนิ จิ ฉยั โรคและแผนการรกั ษา
การตรวจรา่ งกาย (Physical Examination)
การตรวจรา่ งกายของระบบอ่นื ๆ ทไ่ี มใ่ ช่ระบบกลา้ มเน้อื กระดกู และขอ้ เช่น ระบบประสาท ไดบ้ รรยายไวแ้ ลว้
ในบทอ่นื ๆ ของค่มู อื น้ี เป้าหมายของการประเมนิ ทางระบบประสาทเป็นสง่ิ จาเป็นสาหรบั ผรู้ บั การประเมนิ ทม่ี ปี ญั หา
บรเิ วณขาและเทา้ จากประวตั ิและการตรวจร่างกาย ช่วยเป็นแนวทางใหแ้ พทย์ผู้ประเมิน ทาการตรวจสอบส่วนท่ี
เกย่ี วขอ้ งกบั ประวตั กิ ารเจบ็ ปว่ ย บรเิ วณขาและเทา้ พรอ้ มกบั ลงบนั ทกึ เช่น พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ ความยาวของ
ขาไม่เท่ากนั ความพกิ าร รเี ฟลกซ์ กาลงั กลา้ มเน้อื และกลา้ มเน้ือลบี (Atrophy) เอน็ ยดึ ขอ้ หย่อน การสญู เสยี หน้าทข่ี อง
ประสาทสงั่ การและการสญู เสยี ความรู้สกึ ทผ่ี ิวหนัง และการวนิ ิจฉัยโรคท่เี ฉพาะเจาะจง เช่น กระดูกหกั และถุงน้า
อกั เสบ (Bursitis)
การตรวจร่างกายทางระบบประสาทบรเิ วณขาและเท้า ไดแ้ ก่ การตรวจรเี ฟลกซบ์ รเิ วณเขา่ และขอ้ เทา้ การ
ตรวจหน้าท่ขี องเสน้ ประสาทสงั่ การ (Motor) และเสน้ ประสาทรบั ความรูส้ กึ ท่ผี วิ หนัง สง่ิ สาคญั ในการประเมนิ การ
สญู เสยี สมรรถภาพของขาและเทา้ ในบทน้ตี อ้ งแน่ใจว่าการสญู เสยี สมรรถภาพนนั้ มไิ ดเ้ กดิ มาจากพยาธสิ ภาพบรเิ วณสนั
หลงั ถ้าการสูญเสียสมรรถภาพบริเวณขาและเท้าเกิดมาจากโรคหรือการประสบอนั ตรายบริเวณสนั หลงั
ควรเปล่ียนไปใช้วิธีการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของสนั หลงั แทน
3.1.2 การตรวจทางคลินิก (Description of Clinical Studies)
แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ตอ้ งทบทวนและบนั ทกึ ผลรายงานการตรวจพเิ ศษต่าง ๆ เพ่อื การวนิ ิจฉัยโรค เช่น การตรวจ
ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร การตรวจกลา้ มเน้ือดว้ ยไฟฟ้า (EMG) การตรวจหลอดเลอื ด การตรวจดว้ ยการถ่ายภาพรงั สี การ
ตรวจ CT Scans ภาพ MRI ทใ่ี ชแ้ ละไม่ใชส้ ารทบึ รงั สี (Contrast) สรปุ ผลการตรวจพิเศษทงั้ หมดควรแยกไว้เป็ น
อีกส่วนหน่ึงของรายงาน โดยปกติผลการตรวจพิเศษทางรงั สีและการตรวจอื่น ๆ อาจช่วยแพทยใ์ นการ
วินิจฉัยโรคและช่วยบอกถงึ วิธีประเมินการสูญเสียสมรรถภาพ แต่กย็ งั ไม่ใช่วิธีเดียวท่ีจะกาหนดแนวทางการ
ประเมินอาจต้องใช้วิธีอ่ืนช่วยดว้ ย
190
3.2 วิธีประเมินการสญู เสียสมรรถภาพ (Methods of Assessment)
วธิ ปี ระเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของขาและเทา้ แบ่งไดเ้ ป็น 13 วธิ ี (ตารางท่ี 3-1 , 3-2) ถ้าแยกประเภท
สามารถแบง่ เป็น 3 ประเภท
ตารางที่ 3-1 วิธีท่ีนามาใช้ประเมินการสูญเสียสมรรถภาพของขาและเท้า
ประเภทการประเมิน วิธีการประเมิน หวั ขอ้
ตามกายวภิ าค (1-9) 1. ความยาวของขาทต่ี ่างกนั 3.2.2
2. กลา้ มเน้อื ลบี 3.2.4
3. ขอ้ ตดิ แขง็ 3.2.7
4. การถกู ตดั ขาด 3.2.9
5. ขอ้ อกั เสบ 3.2.8
6. การสญู เสยี ผวิ หนงั 3.2.11
7. การบาดเจบ็ ของเสน้ ประสาท 3.9.12
8. ความผดิ ปกตขิ องหลอดเลอื ด 3.2.14
9. กล่มุ อาการเจบ็ ปวดเฉพาะทท่ี ส่ี ลบั ซบั ซอ้ น 3.2.13
(CRPS)* ไดแ้ ก่ อาการปวดแสบรอ้ น / Reflex
Sympathetic Dystrophy
การทาหน้าท่ี (10-12) 10. พสิ ยั การเคลอ่ื นไหวของขอ้ 3.2.6
11. ทา่ ทางการเดนิ ทผ่ี ดิ ปกติ 3.2.3
12. กาลงั กลา้ มเน้อื 3.2.5
การวนิ จิ ฉยั โรค (13) 13. การวนิ ิจฉยั โรค ไดแ้ ก่
- กระดกู หกั 3.2.10
- การบาดเจบ็ ของเอน็ ยดึ ขอ้ 3.2.10
- การตดั กระดกู ออ่ น meniscus 3.2.10
- เทา้ ผดิ รปู 3.2.10
- ถุงน้าอกั เสบบรเิ วณขอ้ สะโพกและเชงิ กราน 3.2.10
- การผ่าตดั เปลย่ี นใสข่ อ้ เทยี มบรเิ วณขาและเทา้ 3.2.10
* CRPS = Complex Regional Pain Syndrome เช่น อาการปวดแสบรอ้ น (Causalgia) Reflex Symplathetic
Dystrophy,
ประเภท 1 วิธีการประเมินตามกายวิภาค (Anatomy) มี 9 วธิ ี
1.1 การประเมนิ จากขายาวไม่เทา่ กนั (Limb Length Discrepancy)
1.2 การประเมนิ จากกลา้ มเน้อื ลบี (Muscle Atrophy)
1.3 การประเมนิ จากขอ้ ตดิ แขง็ (Ankylosis)
1.4 การประเมนิ จากการถกู ตดั ขาดบรเิ วณขาและเทา้ (Amputation)
1.5 การประเมนิ จากขอ้ อกั เสบ (Arthritis of Joints)
1.6 การประเมนิ จากการสญู เสยี ผวิ หนงั (Skin Loss)
1.7 การประเมนิ จากการบาดเจบ็ ของเสน้ ประสาท (Peripheral Nerve Injury)
1.8 การประเมนิ จากความผดิ ปกตขิ องหลอดเลอื ด (Vascular Disorder)
1.9 การประเมนิ กล่มุ อาการเจบ็ ปวดเฉพาะทท่ี ส่ี ลบั ซบั ซอ้ น (CRPS)* ไดแ้ ก่ อาการปวดแสบรอ้ น
(Causalgia) Reflex Sympathetic Dystrophy
191
ประเภท 2 วิธีการประเมินที่อาศยั การทาหน้าที่ (Functional) มี 3 วิธี
2.1 การประเมนิ พสิ ยั การเคลอ่ื นไหวของขอ้ (Range of Motion)
2.2 การประเมนิ ท่าทางการเดนิ ทผ่ี ดิ ปกติ (Gait Derangement)
2.3 การประเมนิ กาลงั กล้ามเน้ือ (Muscle Strength) โดยใช้วธิ กี ารตรวจร่างกายทดสอบกาลัง
กลา้ มเน้อื
ประเภท 3 วิธีการประเมินตามฐานการวินิจฉัยโรค (Diagnosis based) มี 6 ข้อ
3.1 กระดกู หกั (Fractures)
3.2 การบาดเจบ็ ของเอน็ ยดึ ขอ้ (Ligament Injuries)
3.3 การตดั กระดกู ออ่ น meniscus (Meniscectomies)
3.4 เทา้ ผดิ รปู (Foot Deformities)
3.5 ถุงน้าบรเิ วณขอ้ สะโพกและกระดกู เชงิ กรานอกั เสบ (Hip and Pelvic Bursitis)
3.6 การผ่าตดั เปลย่ี นใสข่ อ้ เทยี มบรเิ วณขาและเทา้ (Lower Extremity Joint Replacements)
รายละเอยี ดของวธิ ปี ระเมนิ ทจ่ี ะบรรยายตามหวั ขอ้ ของคมู่ อื น้ี
1. วิธีการประเมินท่ีอาศยั การเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาค (Anatomic Changes)
การเปลย่ี นแปลงทางกายวภิ าค ไดแ้ ก่ ความยาวของขาทแ่ี ตกต่างกนั ขอ้ อกั เสบ การเปลย่ี นแปลง
ของผวิ หนงั ขาและเทา้ ขาด กลา้ มเน้อื ลบี การสญู เสยี หน้าทข่ี องเสน้ ประสาท และหลอดเลอื ดผดิ ปกตติ ่าง ๆ เหล่าน้ตี อ้ ง
ประเมนิ ดว้ ยการตรวจร่างกายและพสิ จู น์ยนื ยนั โดยการตรวจทางคลนิ ิก โรคขอ้ อกั เสบมปี ระเภทการวนิ ิจฉัยอยู่ในตวั
ของโรคเอง ผรู้ บั การประเมนิ ดว้ ยโรคน้ี มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพจากอาการเจบ็ ปวด อ่อนแรงหรอื ขอ้ ยดึ (Stiffness) แต่
ขอ้ กย็ งั เคลอ่ื นไหวได้ ขอ้ อกั เสบประเมนิ โดยการถ่ายภาพรงั สี แลว้ วดั ความกวา้ งของช่องขอ้ ส่วนกลุ่มอาการเจบ็ ปวด
เฉพาะทท่ี ส่ี ลบั ซบั ซอ้ น ไดแ้ ก่ อาการปวดแสบปวดรอ้ น (Causalgia) และอาการเจบ็ ปวดจาก Reflex Sympathetic
Dystrophy ใหท้ าการประเมนิ โดยใช้วิธวี ดั พสิ ยั การเคล่อื นไหว (ROM) รวมกบั การประเมนิ การสญู เสยี หน้าทข่ี อง
เสน้ ประสาท
2. วิธีการประเมินท่ีอาศยั การสญู เสียสมรรถภาพจากการทาหน้าที่ (Functional Impairment)
การประเมนิ วธิ นี ้ี ไดแ้ ก่ พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ (Range of Motion - ROM),ท่าทางการเคล่อื นท่ี
ผดิ ปกติ และกาลงั กลา้ มเน้อื
ควรเลอื กใชว้ ธิ นี ้ีประเมนิ ในกรณีท่ไี ม่สามารถแยกประเภทการสญู เสยี สมรรถภาพ ท่เี กดิ จากการ
เปลย่ี นแปลงทางกายวภิ าคหรอื แยกไดย้ าก หรอื การสญู เสยี สมรรถภาพจากการทาหน้าทท่ี เ่ี หน็ ไดเ้ ด่นชดั และถอื เป็นวธิ ี
สดุ ทา้ ยทจ่ี ะเลอื กใช้
3. วิธีการประเมินตามฐานการวินิจฉัยโรค (Diagnosis – Based Estimates)
ควรเลอื กใช้การประเมนิ วิธนี ้ีในกรณีท่กี ารสญู เสยี สมรรถภาพเกดิ จากกระดูกหกั และความพิการ
ต่างๆ รวมทงั้ ขอ้ หลวม (Ligamentous Instability) ถุงน้าอกั เสบ (Bursitis) และวธิ กี ารผ่าตดั แบบต่าง ๆ รวมทงั้
การใสข่ อ้ เทยี มและการตดั กระดกู อ่อนในขอ้ เขา่ (Meniscectomies) ในบางกรณีหรอื บางโอกาส ตอ้ งใชก้ ารประเมนิ ท่ี
อาศยั ฐานการวนิ จิ ฉยั โรคร่วมกบั การประเมนิ การสญู เสยี วธิ อี น่ื
แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ควรอ่านทบทวนและทาความเขา้ ใจเน้อื หาของบทน้ีใหต้ ลอดตงั้ แต่ตน้ จนจบบท แลว้
จงึ จะทาการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพและลงบนั ทกึ ตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนดใหใ้ นแบบสรปุ ทบทวนประเมนิ การสญู เสยี
สมรรถภาพของขาและเทา้ (รปู 3-10) ทอ่ี ย่ทู า้ ยบทน้ี ขนั้ ตอนแรกแพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ควรวนิ จิ ฉยั โรคของผรู้ บั การประเมนิ
ก่อนและหลงั จากทราบว่าผู้รบั การประเมนิ ได้รบั การรกั ษาเต็มท่แี ละการรกั ษาสน้ิ สุดแล้ว (Maximum Medical
Improvement-MMI) จงึ จะทาการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ โดยประเมนิ ตงั้ แต่เชงิ กราน ขอ้ สะโพก ต้นขาลงไป
จนถึงน้ิวเทา้ จากรูป 3-10 ประกอบไปด้วยรายช่อื ของส่วนต่าง ๆ ของขาและเท้าพรอ้ มวธิ ีการประเมนิ แพทย์ผู้
ประเมนิ ต้องตรวจหาการสญู เสยี พสิ ยั การเคล่อื นไหวของขอ้ (ROM) หรอื การสูญเสยี สมรรถภาพของส่วนอ่นื ๆ ท่ี
ปรากฏชดั เจน และลงบนั ทกึ คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพใหถ้ ูกตอ้ งตรงตามรายละเอยี ดในแบบการประเมนิ ทาการเลอื ก
วธิ ปี ระเมนิ ทล่ี ะเอยี ดและแน่ชดั มากทส่ี ุดและการรวมค่าการสญู เสยี สมรรถภาพโดยใชต้ ารางค่ารวมใ หพ้ จิ ารณาเป็น
อนั ดบั ต่อมา
192
หลงั จากตรวจสอบภาวะทอ่ี าจจะทาใหเ้ กดิ การสญู เสยี สมรรถภาพทงั้ หมดและแกไ้ ขการลงบนั ทกึ การ
ประเมนิ แลว้ แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ควรเลอื กวธิ กี ารประเมนิ ทางคลนิ ิกทถ่ี ูกตอ้ งและเหมาะสมทส่ี ดุ (เช่นมคี วามละเอยี ดและ
ชดั เจนทส่ี ุด) และทาการหาค่าและลงบนั ทกึ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพในแต่ละวธิ ที เ่ี ลอื กประเมนิ ตามตารางท่ไี ขว้
(Cross - Usage Chart) ตารางท่ี 3-2 เป็นตารางทไ่ี ขวท้ บ่ี อกถงึ วธิ กี ารประเมนิ และคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพวธิ ใี ดบา้ ง
ทส่ี ามารถนามารวมกนั ได้ โดยใชต้ ารางคา่ รวม แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ควรมคี วามรบั ผดิ ชอบทต่ี อ้ งเขยี นคาอธบิ ายถงึ เหตุผล
ของการเลอื กวธิ ปี ระเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพของวธิ เี ฉพาะนนั้ ๆ ในกรณีทไ่ี ม่ทราบว่าจะเลอื กวธิ กี ารประเมนิ การ
สญู เสยี สมรรถภาพดว้ ยวธิ ใี ด แพทยผ์ ปู้ ระเมนิ ควรทาการคานวณค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแต่ละวธิ กี ่อนแลว้ จงึ
พจิ ารณาเลอื กวธิ กี ารประเมนิ หรอื วธิ กี ารรวมค่าทไ่ี ด้จากวธิ ใี ดวธิ หี น่ึงทใ่ี หค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของการประเมนิ
ทางคลนิ ิกทถ่ี กู ตอ้ งและตรงกบั ความเป็นจรงิ มากทส่ี ดุ
วิธีการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพท่ีดีควรมีวิธีเดียว ซ่ึงจะประเมินลักษณะการสูญเสีย
สมรรถภาพและผลกระทบต่อความสามารถในการประกอบกจิ วตั รประจาวนั ได้อย่างเหมาะสม แต่ในบางกรณีอาจ
จาเป็นต้องใช้มากกว่าหน่ึงวธิ ใี นการประเมนิ การสูญเสยี สมรรถภาพต่าง ๆ ท่มี อี ยู่ทงั้ หมด ถ้าใช้วิธีการประเมิน
มากกว่าหนึ่งวิธี ค่าการสูญเสียสมรรถภาพท่ีได้ทงั้ หมด ต้องนามารวมกนั โดยใช้ตารางค่ารวม ตอ้ งพยายาม
หลกี เลย่ี งการรวมค่าการสญู เสยี สมรรถภาพต่าง ๆ ทไ่ี ดม้ าจากวธิ กี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากสาเหตุ
เดยี วกนั การเลอื กวิธีประเมินทเ่ี หมาะสมหรอื การรวมค่าจากวธิ ปี ระเมินหลาย ๆ วธิ ี ต้องอาศยั ประสบการณ์และ
การพจิ ารณาตดั สนิ ใจทด่ี ี การตรวจร่างกายอย่างรอบคอบและการทบทวนขอ้ มลู ทส่ี นบั สนุนถอื เป็นสง่ิ จาเป็นทจ่ี ะช่วย
ทาให้ผลการประเมนิ ถูกต้องและมคี ่าประเมนิ คงท่ี ไม่เปล่ยี นแปลง ถ้าสามารถประเมินการสญู เสยี สมรรถภาพได้
มากกว่าหน่งึ วธิ ขี น้ึ ไป ควรเลอื กใชว้ ธิ ปี ระเมนิ ทใ่ี หค้ ่าการสญู เสยี สมรรถภาพสงู สดุ เพยี งวธิ เี ดยี ว
ตารางท่ี 3-2 แนวทางการพิจารณานาค่าท่ีประเมินได้ในแต่ละวิธีมารวมกนั อย่างเหมาะสม (Guide to the
appropriate combination of evaluation methods)
ช่องว่างแสดงถงึ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพจากวธิ ปี ระเมนิ ต่าง ๆ ทส่ี ามารถนามารวมกนั ไดโ้ ดยใช้ตารางค่ารวม
ความยาวขา
่ตางกัน
การเ ิดน ่ีท ิผดปก ิต
ก ้ลามเ ื้นอ ีลบ
กาลังก ้ลามเ ื้นอ
ิพ สั ย ก า ร
เค ื่ลอนไหว ้ขอ
ิตดแข็ง
้ขอเ ่ืสอมอักเสบ
ขาและเ ้ทาขาด
ป ร ะ เ ิม น ต า ม
การ ิว ินจ ัฉยโรค
การสูญเ ีสย
ิผวห ันง
การบาดเจ็บของ
เ ้สนประสาท
ก ่ลุ ม อ า ก า ร
เจ็บปวดเฉพาะ ่ีท ่ีท
สลับซับ ้ซอน
ความ ิผดปก ิตของ
หลอดเ ืลอด
ความยาวขาต่างกนั X X
การเดินท่ีผิดปกติ X X X X X X XX X X X
กล้ามเนื้อลีบ X XXXXX X X
กาลงั กล้ามเนื้อ XX XX X X O
พิสยั การเคล่ือนไหว XXX X X O
ข้อติดแขง็
ข้อเส่ือมอกั เสบ XXXX
ขาและเท้าขาด XX X X
การประเมินตามการ XXXX
วินิ จฉัยโรค
การสญู เสียผิวหนงั X
การบาดเจบ็ ของ XXX X
เส้นประสาท
กล่มุ อาการเจบ็ ปวด X XOO XX
เฉพาะที่ท่ีสลบั ซบั ซ้อน
ความผิดปกติของ X X
หลอดเลือด
X = หา้ มใชว้ ธิ กี ารเหล่าน้ีร่วมกนั ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพอยา่ งเดยี วกนั
O = อา่ นขอ้ แนะนาการประเมนิ กล่มุ อาการเจบ็ ปวดเฉพาะทที่ สี่ ลบั ซบั ซอ้ น (CRPS) ของบททวี่ า่ ดว้ ยขาและเทา้
193
3.2.1 การแปลงค่าการสูญเสียสมรรถภาพของขาไปเป็ นค่าการสูญเสียสมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย
(Converting From Lower Extremity to Whole Person Impairment)
เพ่อื ใหก้ ารใช้บทน้ีง่ายขน้ึ การศกึ ษาตารางจากบทน้ีแสดงถึงค่ารอ้ ยละของการสูญเสยี สมรรถภาพของทงั้
รา่ งกาย ของขา และเฉพาะสว่ นของเทา้ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายจะไมอ่ ย่ใู นวงเลบ็ สว่ นค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพของขาจะอย่ใู นวงเลบ็ เลก็ (.....) และเฉพาะส่วนของเท้าจะอยู่ในวงเลบ็ ปีกกา […] การแปลงค่าร้อยละ
การสญู เสยี สมรรถภาพของเทา้ ไปเป็นคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของขาใหค้ ูณดว้ ย 0.7 และการแปลงค่ารอ้ ยละ
การสญู เสยี สมรรถภาพของขาไปเป็นคา่ รอ้ ยละการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายใหค้ ณู ดว้ ย 0.4 ค่าเหล่าน้ดี ไู ดจ้ าก
ตารางท่ี 3-3
ตารางที่ 3-3 ค่าร้อยละการสูญเสียสมรรถภาพของทัง้ ร่างกาย คานวณมาจากค่าร้อยละการสูญเสีย
สมรรถภาพของขา (Whole Person Impairment Values Calculated From Lower Extremity
Impairment)
รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพ ร้อยละการสญู เสียสมรรถภาพ รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพ
ของขา ของทงั้ ร่างกาย ของขา ของทงั้ ร่างกาย ของขา ของทงั้ รา่ งกาย
0= 0 34 = 14 68 = 27
1= 0 35 = 14 69 = 28
2= 1 36 = 14 70 = 28
3= 1 37 = 15 71 = 28
4= 2 38 = 15 72 = 29
5= 2 39 = 16 73 = 29
40 = 16 74 = 30
6= 2 41 = 16 75 = 30
42 = 17 76 = 30
7= 3 43 = 17 77 = 31
8= 3 44 = 18 78 = 31
45 = 18 79 = 32
9= 4 46 = 18 80 = 32
47 = 19 81 = 32
10 = 4 48 = 19 82 = 33
11 = 4 49 = 20 83 = 33
50 = 20 84 = 34
12 = 5 51 = 20 85 = 34
52 = 21 86 = 34
13 = 5 53 = 21 87 = 35
14 = 6 54 = 22 88 = 35
55 = 22 89 = 36
15 = 6 56 = 22 90 = 36
57 = 23 91 = 36
16 = 6 58 = 23 92 = 37
17 = 7 59 = 24 93 = 37
60 = 24 94 = 38
18 = 7 61 = 24 95 = 38
62 = 25 96 = 38
19 = 8 63 = 25 97 = 39
20 = 8 64 = 26 98 = 39
65 = 26 99 = 40
21 = 8 66 = 26 100 = 40
67 = 27
22 = 9
23 = 9
24 = 10
25 = 10
26 = 10
27 = 11
28 = 11
29 = 12
30 = 12
31 = 12
32 = 13
33 = 13
194
ผรู้ บั การประเมนิ บางคนอาจมกี ารสญู เสยี สมรรถภาพในหลายตาแหน่งของขาและเทา้ ขา้ งเดยี วกนั หรอื อาจมี
การสญู เสยี สมรรถภาพหลายอย่างทต่ี าแหน่งเดยี วกนั ถ้าผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี สมรรถภาพในหลายตาแหน่ง
ของขาและเท้าข้างเดยี วกนั เช่น ต้นขา และเท้า ในการประเมนิ ต้องคานวณค่าการสูญเสยี สมรรถภาพของแต่ละ
ตาแหน่งแยกกนั กอ่ น แลว้ จงึ แปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพเหล่านนั้ ไปเป็นค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย
แลว้ จงึ นาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของแต่ละตาแหน่งมารวมกนั โดยใชต้ ารางคา่ รวม ถา้ ผรู้ บั การประเมนิ มกี ารสญู เสยี
สมรรถภาพหลายอย่างของขาและเทา้ ทต่ี าแหน่งเดยี วกนั เช่น ทน่ี ้ิวเทา้ และขอ้ เทา้ การประเมนิ กใ็ หน้ าค่าการสญู เสยี
สมรรถภาพแต่ละสว่ นของเทา้ ทค่ี านวณได้ มารวมกนั ก่อนโดยใชต้ ารางค่ารวม แลว้ จงึ แปลงค่าทร่ี วมไดข้ องเทา้ ไปเป็น
ของขาและของทงั้ ร่างกาย ในทานองเดยี วกนั การสญู เสยี สมรรถภาพของขาทต่ี าแหน่งเดยี วกนั ถา้ ใชว้ ธิ กี ารประเมนิ
การสญู เสยี สมรรถภาพแยกกนั ตอ้ งนาคา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทป่ี ระเมนิ ไดใ้ นแต่ละวธิ มี ารวมกนั โดยใช้ตารางค่ารวม
กอ่ นแลว้ จงึ ทาการแปลงค่าการสญู เสยี สมรรถภาพของขาไปเป็นการสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ ร่างกาย
วธิ กี ารประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพ 13 วธิ ที ม่ี อี ย่ใู นตารางท่ี 3-1 จะกลา่ วแยกกนั ในรายละเอยี ด ดงั น้ี
3.2.2 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพเน่ืองจากความยาวขาที่ต่างกนั (Limb Length
Discrepancy)
การตรวจวดั ความยาวของขาทต่ี ่างกนั ใหท้ าในท่านอนหงายราบ โดยใหผ้ รู้ บั การประเมนิ นอนหงายราบบน
เตยี งตรวจโรค จดั ใหข้ าและเทา้ ทงั้ 2 ขา้ ง อยู่ในตาแหน่งเดยี วกนั การวดั ความยาวใหเ้ รมิ่ จากจุด ปุม่ กระดกู เชงิ กราน
ดา้ นหน้า (Anterior Superior Iliac Spine) ไปถงึ จุดต่าสดุ ของตาตุ่มด้านใน (Medial Malleolus) ของขาทงั้ 2 ขา้ ง
เปรยี บเทยี บกนั
วธิ กี ารตรวจว่าส่วนใดของขาทย่ี าวไม่เท่ากนั ทาไดโ้ ดยการงอเขา่ 90 องศา และฝา่ เทา้ วางทาบสนิทกบั พน้ื
เตยี ง ถา้ พบวา่ เขา่ ขา้ งหน่งึ สงู กว่าอกี ขา้ งหน่งึ แสดงวา่ กระดกู หน้าแขง้ (Tibia) ขา้ งทเ่ี ขา่ สงู กว่านนั้ ยาวกว่าขา้ งตรงขา้ ม
การวดั ความยาวของขา มโี อกาสทจ่ี ะคลาดเคลอ่ื นไดต้ งั้ แต่ 0.5-1.0 ซ.ม. ในกรณที ผ่ี วู้ ดั ไม่มปี ระสบการณ์ดพี อ
โดยเฉพาะในกรณีทผ่ี รู้ บั การประเมนิ มกี ระดูกเชงิ กรานเอยี ง ขอ้ เขา่ ตดิ ในท่างอ (Knee Flexion Contracture) หรอื ขอ้
เทา้ บวม ดงั นัน้ ถ้าต้องการค่าท่ีถูกต้องชดั เจนจงึ แนะนาใหท้ าการวดั ความยาวของขาโดยการถ่ายภาพรงั สพี เิ ศษท่ี
เรยี กว่า teleroentgenography
ถา้ ทาการวดั โดยใชส้ ายวดั วดั บนผวิ หนงั จากจุดปุม่ กระดกู เชงิ กรานดา้ นหน้าไปถงึ จุดต่าสดุ ของตาตุ่มดา้ นใน
ผวู้ ดั ตอ้ งทาการวดั ซ้า 3 ครงั้ แลว้ หาค่าความยาวเฉลย่ี เพ่อื ลดความคลาดเคล่อื นดงั กล่าว ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพ
จากความยาวของขาทต่ี ่างกนั ขน้ึ อยู่กบั ความยาวทแ่ี ตกต่างกนั ของขาทงั้ สองขา้ ง ใหศ้ กึ ษาจากตารางท่ี 3-4ก ซง่ึ
แสดงค่าการสูญเสยี สมรรถภาพท่ีประเมนิ ได้จากความยาวของขาท่ตี ่างกนั สามารถนามารวมกบั ค่าการสูญเสยี
สมรรถภาพจากสาเหตุอ่นื ได้ โดยใชต้ ารางคา่ รวม
195
ตารางท่ี 3-4 ก คา่ การสญู เสียสมรรถภาพจากความยาวของขาที่ต่างกนั (Impairment Due to Limb Length
Discrepancy)
ความยาวของขาท่ีต่างกนั รอ้ ยละการสญู เสียสมรรถภาพ
( ซม. ) ของทงั้ รา่ งกาย ของขา
0 – 1.9 0 0
2 - 2.9 2 - 3 5-9
3 - 3.9 4 - 5 10 - 14
4 - 4.9 6 - 7 15 - 19
ตงั้ แต่ 5 ขน้ึ ไป 8 20
ตวั อยา่ งท่ี 3.1 การสญู เสยี สมรรถภาพของทงั้ รา่ งกายรอ้ ยละ 3 จากความยาวของขาทต่ี ่างกนั
ประวตั ิ
ชายไทย อายุ 30 ปี มนี ้าหนัก 90 กก. พนักงานขบั รถบรรทุกของบรษิ ทั ขนส่ง ประสบ
อาการปัจจบุ นั อุบตั เิ หตุทางรถยนต์ มกี ระดกู ตน้ ขาซา้ ยหกั เป็นหลายชน้ิ และปลายกระดกู หกั ทะลุผวิ หนัง
การตรวจรา่ งกาย ออกมาขา้ งนอก ไดร้ บั การรกั ษาโดยการผ่าตดั ใสแ่ กนโลหะดามกระดูกในโพรงไขกระดูก
ชนดิ ไม่มรี ลู อ็ ก อกี 6 เดอื นต่อมากระดกู หกั ตดิ ดี แต่ขาขา้ งซา้ ยสนั้
การตรวจทางคลินิ ก ผรู้ บั การประเมนิ เดนิ ขากะเผลกอย่างชดั เจน ไม่มอี าการเจบ็ ปวดหรอื กลา้ มเน้อื ออ่ นแรง
การวินิ จฉัยโรค
ผลการประเมิน บรเิ วณเข่าและสะโพก ทงั้ 2 ขา้ ง ปรากฏว่าขอ้ ทงั้ 2 เคล่อื นไหวได้คล่องเป็นปกติไม่มี
คาอธิบาย อาการเจบ็ ปวด กลา้ มเน้ือต้นขาซา้ ยและกลา้ มเน้ือน่องไม่ลบี กาลงั กลา้ มเน้ือแขง็ แรงเป็น
ปกติ วดั ความยาวของขาทงั้ 2 ขา้ ง จากจุดปุ่มกระดูกเชงิ กรานดา้ นหน้าไปถงึ จุดต่าสุด
ตาตุ่มในไดค้ วามยาวของขาซา้ ย 93 ซม. ขาขวายาว 96.5 ซม. ต่างกนั 3.5 ซม.
การวดั ความยาวของขาโดยการถ่ายภาพรงั สพี เิ ศษ teleroentgenography ไดค้ วามยาว
ขาขา้ งซา้ ย 81.5 ซม. และความยาวขาขา้ งขวา 84.3 ต่างกนั 2.8 ซ.ม.
กระดกู ตน้ ขาซา้ ยทห่ี กั หายสนทิ แต่ขาซา้ ยสนั้ 2.8 ซม.
ผรู้ บั การประเมนิ รายน้ีมกี ารสญู เสยี สมรรถภาพรอ้ ยละ 3 ของทงั้ ร่างกาย เน่ืองจากความ
ยาวของขาทต่ี ่างกนั
ถงึ แม้ผรู้ บั การประเมนิ จะมที ่าทางการเดนิ ท่ผี ดิ ปกติ (ขากะเผลก) แต่การประเมนิ การ
สญู เสยี สมรรถภาพจากท่าทางการเดนิ ทผ่ี ดิ ปกติ (Gait Derangement) จะใชก้ ต็ ่อเม่อื ไม่
สามารถประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพดว้ ยวธิ อี ่นื ๆแลว้ จงึ ควรใชเ้ ป็นวธิ สี ุดท้ายเพราะ
การประเมนิ โดยวธิ วี ดั ความยาวของขาทต่ี ่างกนั เป็นวธิ เี ฉพาะเจาะจงและเหมาะสมกวา่
จากตารางท่ี 3-4ก ความยาวขาทต่ี ่างกนั 2.8 ซม. มคี ่าการสญู เสยี สมรรถภาพของขา
รอ้ ยละ 9 หรอื รอ้ ยละ 3 ของทงั้ ร่างกาย วธิ วี ดั ความยาวของขาจากการถ่ายภาพรงั สี
มาประเมนิ เป็นค่าความยาวของขาทถ่ี ูกต้องแม่นยามากกว่าวธิ วี ดั ดว้ ยสายวดั โดยเฉพาะ
ในรายทผ่ี รู้ บั การประเมนิ มรี ปู รา่ งอว้ น แต่ในทางปฏบิ ตั กิ ารวดั ดว้ ยสายวดั จะสะดวกกว่าจงึ
ควรวดั ดว้ ยความระมดั ระวงั และผวู้ ดั ตอ้ งมปี ระสบการณ์ดพี อ ค่าการสญู เสยี สมรรถภาพท่ี
ประเมนิ ไดจ้ ากวธิ นี ้สี ามารถนามารวมกบั คา่ การสญู เสยี สมรรถภาพทป่ี ระเมนิ ไดจ้ ากวธิ อี ่นื
เชน่ การวนิ ิจฉยั โรคกระดกู ตน้ ขาหกั (ตามรายช่อื ในตารางท่ี 3.2) โดยใชต้ ารางคา่ รวม
196
3.2.3 แนวทางการประเมินการสูญเสียสมรรถภาพจากท่าทางการเดินท่ีผิดปกติ (Rating Impairment
Due to Gait Derangement)
ท่าทางการเดนิ ทผ่ี ดิ ปกติ ปรากฏใหเ้ หน็ ร่วมกบั การสญู เสยี สมรรถภาพในหลาย ๆ แบบ บรเิ วณขา และมกั
เกดิ เป็นผลมาจากความผดิ ปกตอิ น่ื ๆ ดงั นนั้ ในการประเมนิ การสญู เสยี สมรรถภาพทเ่ี กดิ จากท่าทางการเดนิ ทผ่ี ดิ ปกติ
ตอ้ งตรวจพบพยาธสิ ภาพทแ่ี ทจ้ รงิ มาสนบั สนุน เชน่ ภาพถ่ายรงั สี เป็นตน้ การประเมนิ ดว้ ยวธิ นี ้ี ตามตารางท่ี 3-5 ผรู้ บั
การประเมนิ ตอ้ งมที ่าทางการเดนิ ทผ่ี ดิ ปกตติ ลอดเวลา (Full-time Gait Derangement) โดยใชเ้ คร่อื งพยุง (dependent
on assistive devices) และไม่ควรใชว้ ธิ นี ้ีประเมนิ ในกรณีทผ่ี รู้ บั การประเมนิ มเี พยี งอาการเจบ็ ปวดอย่างเดยี ว หรือ
อาการเขา่ ไม่มแี รงทนั ที หรอื ผรู้ บั การประเมนิ มอี าการปวดหลงั แลว้ ตอ้ งใชไ้ มเ้ ทา้ เป็นตน้
หา้ มนาค่าการสญู เสยี สมรรถภาพท่ปี ระเมนิ จากวธิ นี ้ีมารวมกบั ค่าการสูญเสยี สมรรถภาพทป่ี ระเมนิ ได้จาก
วธิ อี ่นื ๆ อกี ถึงอย่างไรกต็ าม ค่าการสูญเสยี สมรรถภาพท่ปี ระเมนิ ได้จากวธิ นี ้ีไม่แม่นยาเท่ากบั วธิ กี ารประเมินการ
สญู เสยี สมรรถภาพแบบเฉพาะเจาะจงซง่ึ มคี วามละเอยี ดและใหค้ ่าประะเมนิ ทแ่ี น่นอนกว่า ถ้าเลอื กไดผ้ ปู้ ระเมนิ ควร
หนั ไปใชว้ ธิ ปี ระเมนิ แบบเฉพาะเจาะจงอ่นื ๆ