บทบรรณาธิการ
ปัจจุบันประเทศไทยก�ำลังเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ
ท่ีมีความแตกต่างกันตามสภาพภูมิสังคมของแต่ละพ้ืนท่ี ซ่ึงทุกพ้ืนท่ี
ล้วนมีความส�ำคัญ โดยเฉพาะพ้ืนท่ีชายแดนท่ีจะต้องมีแผนยุทธศาสตร์การด�ำเนินงานบูรณาการ
ร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ตลอดจนประเทศเพ่ือนบ้าน เพื่อป้องกัน
ลดเงื่อนไขของปัญหาต่างๆ ต้ังแต่ระดับฐานรากท่ีส่งผลกระทบต่อความม่ันคงของชาติ เพื่อพัฒนา
ความเป็นอยู่ของคนและชุมชนในพ้ืนที่ ให้เกิดการพัฒนาพื้นท่ีชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม ประสาน
สอดคลอ้ ง บรู ณาการ และสง่ เสรมิ กนั อยา่ งมเี อกภาพ ผา่ นกลไกของกระทรวงมหาดไทย ซงึ่ มบี ทบาท
ภารกจิ ในการบำ� บดั ทกุ ข์ บำ� รงุ สขุ บรหิ ารงานและบรู ณาการขบั เคลอ่ื นการพฒั นาจากระดบั นโยบาย
ลงสู่ในระดับพน้ื ทใ่ี นทุกมิติ อนั จะส่งผลดตี ่อประโยชน์สขุ ของประชาชน สงั คม และประเทศชาติ
วารสารดำ� รงราชานุภาพ เร่อื ง การบริหารงานพ้นื ทช่ี ายแดน ฉบบั น้ีเปน็ การรวบรวมเนือ้ หา
เกี่ยวกับนโยบาย กลไก แนวทาง แผนงาน โครงการ รวมท้ังความสัมพันธ์ในพ้ืนที่ชายแดน
ของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านท่ีมีความเก่ียวข้องเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งด้านการพัฒนา
ทางเศรษฐกจิ การเมอื ง สงั คม วฒั นธรรม ความมนั่ คงของมนษุ ยแ์ ละสทิ ธมิ นษุ ยชน ซงึ่ มผี ทู้ รงคณุ วฒุ ิ
ผบู้ รหิ าร และขา้ ราชการ กระทรวงมหาดไทย ไดศ้ กึ ษาไวใ้ นหลายบรบิ ท อนั จะเปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งยง่ิ
ส�ำหรบั ผู้สนใจศกึ ษา คน้ ควา้ ในประเด็นดงั กล่าวข้างต้น
กองบรรณาธิการขอขอบคุณผู้เขียนทุกท่านที่ส่งบทความอันเป็นประโยชน์เผยแพร่
สู่สาธารณะและหากท่านผู้อ่านมีข้อแนะน�ำในการปรับปรุงการจัดท�ำวารสารด�ำรงราชานุภาพ
กรณุ าแจง้ ไดท้ ส่ี ถาบนั ดำ� รงราชานภุ าพ สำ� นกั งานปลดั กระทรวงมหาดไทย E-mail:stabundamrong
@gmail.com จะเป็นพระคุณย่ิง ทั้งนี้บทความท้ังหมดในวารสารฉบับน้ี ได้จัดเก็บรวบรวมไว้
ในระบบคลังความรูข้ องสถาบันด�ำรงราชานภุ าพ ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงมหาดไทย เวบ็ ไซตส์ ถาบนั
ด�ำรงราชานุภาพ http://www.stabundamrong.go.th เพื่อเปน็ ประโยชน์ในการสบื ค้นตอ่ ไป
(นายอังกรู สุ่นกุล)
ผูอ้ ำ�นวยการสถาบันดำ�รงราชานภุ าพ
บรรณาธิการบริหารวารสารดำ�รงราชานุภาพ
สารบัญ
หนา้
10 ปี พฒั นาการขับเคล่ือนแก้ไขปญั หาจงั หวัดชายแดนภาคใต้ : ตอ่ การบรหิ าร 1
แผนงานหลกั และแผนงบประมาณในลักษณะบูรณาการ ปี 2553 – 2563
โดย นางสาวสมทรง บญุ ญภทั โร
Sister City : ความสมั พนั ธเ์ มืองพ่เี มืองนอ้ งระดับจังหวดั 10
เครอ่ื งมอื การดำ�เนินนโยบายทนี่ า่ จับตา
โดย กลุ่มงานกิจการตา่ งประเทศ กองการตา่ งประเทศ
สำ�นักงานปลดั กระทรวงมหาดไทย
แผนงานการพฒั นาเขตเศรษฐกจิ สามฝา่ ยอนิ โดนีเซีย-มาเลเซยี -ไทย 20
(IMT-GT : Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle) : จังหวดั ยะลา
โดย นายวรเชษฐ พรมโอภาษ
ความสมั พันธ์ไทย – กัมพูชา : หนุ้ ส่วนเพื่อสันติภาพและความเจรญิ ร่งุ เรอื งร่วมกนั 28
Partnership for Peace and Prosperity
โดย ดร.พิมพอ์ ปั สร บรบิ รู ณร์ ตั น์
กลไกการรักษาความสงบเรยี บรอ้ ยในพ้นื ทีจ่ ังหวดั ชายแดนภาคใต้ 40
โดย นายวชิระ อลั ภาชน์
จังหวัดตากกับการขบั เคลือ่ นยทุ ธศาสตร์การพัฒนาจังหวดั ดา้ นการตา่ งประเทศ 51
ภายใตบ้ รบิ ทการเปลี่ยนแปลงของอาเซียน
โดย สำ�นกั งานจังหวดั ตาก
10 ปี พัฒนาการขบั เคล่อื นแกไ้ ขปัญหาจงั หวัดชายแดนภาคใต้ :
ต่อการบรหิ ารแผนงานหลักและแผนงบประมาณในลกั ษณะบูรณาการ
ปี 2553 - 2563
เราจะเดินกา้ วไปโดยไม่ทิ้งใครไวข้ ้างหลงั
เรียบเรยี งโดย นางสาวสมทรง บุญญภัทโร
ผูช้ ่วยเลขาธกิ าร ศอ.บต. ส�ำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ผสู้ นบั สนนุ ขอ้ มลู นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์
ส�ำนักงานสภาความมน่ั คงแหง่ ชาติ
บทนำ� และมาตรการด�ำเนินการ ตลอดจนการจัดท�ำ
ปัญหาความไม่สงบในพ้ืนที่จังหวัด แผนงาน/โครงการ และงบประมาณ ตง้ั แตร่ ะดบั
ชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาส�ำคัญของชาติ กระทรวง กรม และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
ทท่ี า้ ทายความสามารถของรฐั บาล ตง้ั แตป่ ี 2547 ในส่วนกลาง ไปจนถึงพ้ืนที่เป้าหมายในระดับ
ต่อเน่ืองมาจนถึงปัจจุบัน เพ่ือด�ำเนินการแก้ไข หมู่บ้าน เพื่อมุ่งคล่ีคลายปัญหาให้บรรลุผล
ปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หากพิจารณา ตามกรอบนโยบายที่รัฐบาลไดแ้ ถลงตอ่ รฐั สภา
ในช่วง 10 ปีล่าสุด (ปี 2553 - 2563) พบว่า
รฐั บาลโดยนายกรฐั มนตรี นายอภสิ ทิ ธ์ิ เวชชาชวี ะ
(ปี 2552 - 2554) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
(ปี 2554 - 2557) และพลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา
(ปี 2557 - 2562 โดยคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติ) ตามล�ำดับ ได้ขับเคล่ือนพัฒนาแก้ไข
ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยต่อเนื่อง
เพ่ือก�ำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง
2 วารสารดำ�รงราชานุภาพ
การด�ำเนินงานในช่วงของ ตอ่ มาเปน็ ชว่ งของรฐั บาลนางสาวยง่ิ ลกั ษณ์
รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชนิ วตั ร เปน็ นายกรฐั มนตรี ภายหลงั การเลอื กตงั้
เป็นนายกรัฐมนตรี เร่ิมตั้งแต่ ท่ัวไป เมื่อวันท่ี 3 กรกฎาคม 2554 จนถึง
ต้นปี 2552 โดยปีงบประมาณ ชว่ งกอ่ นท่คี ณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พ.ศ. 2553 ได้ให้ความส�ำคัญกับ เขา้ ควบคมุ อำ� นาจการปกครองประเทศ (กอ่ นวนั ที่
ปัญหาความไม่สงบในพื้นท่ีจังหวัด 22 พฤษภาคม 2557) รฐั บาลไดก้ ำ� หนดให้ ปญั หา
ชายแดนภาคใต้ เน้นย�้ำประกาศ ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ใหเ้ ปน็ “วาระแหง่ ชาต”ิ และจดั เปน็ เป็น “วาระแห่งชาติ” และเปน็ นโยบายเรง่ ด่วน
นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลท่ีจะด�ำเนินการ ของรัฐบาลที่จะด�ำเนินการในปีแรกเช่นกัน
ในปีแรก พร้อมทั้งให้มีการจัดท�ำ “แผนการ กำ� หนดใหห้ นว่ ยงานจดั ทำ� ยทุ ธศาสตรเ์ ฉพาะดา้ น
พัฒนาพื้นท่ีพิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความม่ันคง
ปี 2552 - 2555” เพอ่ื ใชเ้ ปน็ กรอบหลกั ดำ� เนนิ งาน จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ กอ.รมน. และ
ร่วมกันในลักษณะบูรณาการท้ังด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และด้านการพัฒนา ท�ำให้เกิดการเปล่ียนแปลง (พ.ศ. 2555 - 2557) ของ ศอ.บต. เปน็ กรอบหลกั
คร้ังส�ำคัญหลายประการ ในระบบการบริหาร ในการบูรณาการร่วมกับกระทรวง กรม และ
จัดการภาครัฐที่เกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ปรับกลไก
และแผนงานหลักของการแก้ไขปัญหาจังหวัด การบริหารจดั การระดับนโยบาย เพอื่ เสรมิ สร้าง
ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกรอบแนวคดิ นโยบาย เอกภาพด้านความม่ันคงและด้านการพัฒนา
และยุทธศาสตร์ ทิศทางการด�ำเนินงานใน ให้เช่ือมโยงการด�ำเนินงานจนถึงระดับปฏิบัติ
ทุกระดับจากกระทรวง กรม และหน่วยงาน ในพ้ืนที่ให้มเี อกภาพเพมิ่ ขึ้น
ในส่วนกลางไปจนถึงพ้ืนที่เป้าหมายในระดับ
หมบู่ า้ นและชุมชน
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 3
ส�ำหรับการด�ำเนินการของรัฐบาล เป็นผู้รับผิดชอบต่อเน่ืองมา และในระดับหน่วย
พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา เป็นนายกรัฐมนตรี ปฏบิ ตั ใิ นพนื้ ทม่ี อบหมายให้ กอ.รมน.ภาค 4 สว่ นหนา้
เป็นช่วงท่ีมีคณะรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นหน่วยงานเจ้าภาพรับผิดชอบบูรณาการ
แหง่ ชาติ (คสช.) เขา้ มาบรหิ ารราชการ รวมระยะ งานท้งั ปวงท่ีด�ำเนินการในพ้นื ท่ี
เวลา 5 ปี พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา หวั หนา้ คสช. ในการบรหิ ารจดั การของรฐั บาลดงั กลา่ ว
ไดใ้ หค้ วามสำ� คญั กบั “ปญั หาความไมส่ งบในพนื้ ท่ี เพ่ือแก้ไข ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด
จังหวัดชายแดนภาคใต้” และจัดความเร่งด่วน ชายแดนภาคใต้ ได้มอบหมายส่วนราชการเป็น
เปน็ ปญั หาทต่ี อ้ งดำ� เนนิ การในลำ� ดบั ตน้ โดยกำ� หนด หน่วยงานเจ้าภาพรับผิดชอบภารกิจ จัดระบบ
แนวนโยบายดำ� เนนิ การทตี่ อ้ งเสรมิ สรา้ งเอกภาพ บริหารจัดการ และอ�ำนวยการ ประสานงาน
และประสิทธิภาพในการขับเคล่ือนภารกิจงาน ให้หน่วยงานของรัฐที่เก่ียวข้องและภาคส่วน
แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ ต่างๆ ด�ำเนินงานร่วมกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
การเสริมสร้างเอกภาพของภาครัฐในระดับ ทั้งน้ี ส่วนราชการท่ีได้รับมอบหมายให้เป็น
กระทรวง กรม และหน่วยงานเทียบเท่า หนว่ ยงานเจา้ ภาพรบั ผดิ ชอบภารกจิ ไดจ้ ดั ระบบ
ทงั้ พลเรอื น ตำ� รวจ และทหาร หนว่ ยงานทไ่ี มส่ งั กดั บริหารจัดการขับเคล่ือนงานให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ
กระทรวง และหน่วยงานภายใต้การก�ำกับดูแล โดยยึดแนวความคิดการบริหารจัดการแบบ
ของนายกรฐั มนตรี รวมทงั้ หนว่ ยงาน/องคก์ รอสิ ระ มุ่งผลสัมฤทธิ์ รวมท้ังแนวคิดหลักธรรมาภิบาล
ปีละไม่น้อยกว่า 50 หน่วยงาน และได้ก�ำหนด เพ่ือจัดท�ำแผนงานหลัก และแผนงบประมาณ
กลไกรับผิดชอบการขับเคลื่อนงานที่ครอบคลุม ใช้เครื่องมือส�ำคัญในการจัดท�ำและปรับปรุง
ทง้ั 3 ระดบั ตง้ั แตร่ ะดบั นโยบาย มี หวั หนา้ คสช. แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม รวมท้ังพิจารณา
เป็นผู้รับผิดชอบในระดับการน�ำนโยบายไปสู่ กลั่นกรองสนับสนุนงบประมาณ ตลอดจน
การปฏิบัติ ได้มอบหมายให้เลขาธิการ คสช. ประสานนำ� ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ทิ สี่ ามารถวดั ประเมนิ ผล
เป็นผู้รับผิดชอบ ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลแล้ว การดำ� เนนิ งานได้อย่างต่อเนื่อง
ไดม้ อบหมายให้ รองนายกรฐั มนตรี (ฝา่ ยความมนั่ คง)
4 วารสารดำ�รงราชานภุ าพ
ความเชื่อมโยงการจัดท�ำแผนงานหลักและแผนงบประมาณ
ในลักษณะบูรณาการ ช่วงปี 2553 – 2563
พฒั นาการในการขบั เคลอื่ นการแกไ้ ขปญั หา ที่ด�ำเนินการในปีแรก ซ่ึงปรากฏเด่นชัดตาม
ความไม่สงบในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายของรัฐบาลชุดดังกล่าว แต่ในประเด็น
ในช่วง 10 ปลี ่าสดุ ปี 2553 – 2563 โดยความ ความแตกต่าง เม่ือพิจารณาจากการเลือกใช้
รับผดิ ชอบของรฐั บาล นายอภสิ ิทธฯิ์ (ประมาณ เคร่ืองมือขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
2 ปี) นางสาวยิ่งลักษณ์ฯ (ประมาณ 3 ปี) เพ่ือให้นโยบายรัฐบาลบรรลุผลเป็นรูปธรรม
และพลเอก ประยุทธ์ฯ (ประมาณ 5 ปี) เป็น พบว่า มีสองรัฐบาลที่เลือกจัดท�ำแผนงานหลัก
นายกรฐั มนตรีตามลำ� ดบั มปี ระเดน็ ความเหมอื นกนั หรือแผนแม่บท ส�ำหรับใช้เป็นเครื่องมือหลัก
และประเด็นความแตกต่างท่ีน่าสนใจที่เกี่ยวกับ ควบคู่กับการจัดต้ังกลไกหลักท่ีมีบทบาทเป็น
การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ศูนย์รวมการขับเคล่ือนงาน น�ำนโยบายรัฐบาล
ภาคใต้ ไปสู่การปฏิบัติ คือ รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ฯ
ประเด็นความเหมือนกัน นั้น เป็นที่ และ พลเอก ประยุทธ์ฯ เป็นนายกรัฐมนตรี
ประจักษ์ชัดว่า ทุกรัฐบาลให้ความส�ำคัญกับ เพื่อมุ่งเสริมสร้างประสิทธิภาพการด�ำเนินงาน
ปัญหาดังกล่าว และยกระดับขึ้นเป็น “วาระ ของหน่วยงานให้มีเอกภาพ ทั้งด้านความมั่นคง
แห่งชาติ” โดยก�ำหนดใหเ้ ป็นเร่อื งส�ำคัญเร่งดว่ น และดา้ นการพัฒนา
กลา่ วคอื ชว่ งรฐั บาลนายอภสิ ทิ ธฯิ์
เปน็ นายกรฐั มนตรี ไดม้ อบหมายใหส้ ำ� นกั งาน
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสงั คมแหง่ ชาติ (สศช.) เปน็ หนว่ ยงาน
เจ้าภาพจัดท�ำแผนแม่บท เพื่อน�ำ
นโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ คือ
แผนการพัฒนาพ้ืนท่ีพิเศษ 5 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา
นราธวิ าส สตลู และสงขลา) ปี 2552-
2555
วารสารด�ำ รงราชานุภาพ 5
โดยได้แต่งต้ัง คณะกรรมการรัฐมนตรี แผ่นดิน โดย สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ
พฒั นาพน้ื ทพี่ เิ ศษ 5 จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ หรอื คณะกรรมการ รชต. ได้ประสานหน่วยงาน
รชต. ตามมตคิ ณะรฐั มนตรเี มอื่ วนั ที่ 13 มกราคม ที่เก่ียวข้องด�ำเนินการปรับปรุงแผนตามมติ
2552 มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ท�ำหน้าที่ คณะรัฐมนตรี และได้รับความเห็นชอบ
กำ� หนดนโยบายและมาตรการ พจิ ารณาใหค้ วาม เมื่อวันท่ี 22 เมษายน 2552 มีกรอบวงเงิน
เห็นชอบแผนงาน/โครงการ และการจัดตั้ง ดำ� เนินงานตามแผน รวม 63,319.37 ลา้ นบาท
งบประมาณ ก�ำกับดูแล เร่งรัด ติดตาม แก้ไข จึงเป็นแผนแม่บทฉบับสมบูรณ์ที่รัฐบาลใช้เป็น
กฎระเบยี บและลดขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ เพอ่ื ใหก้ าร กรอบหลักในการบูรณาการและขับเคล่ือนการ
พัฒนาพื้นท่ีพิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
บรรลุผลเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อ ของภาคีการพัฒนาทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้อง ให้บรรลุ
รฐั สภา (เมอ่ื วนั ท่ี 30 ธันวาคม 2551) ทก่ี �ำหนด ผลส�ำเร็จตามนโยบายและเป้าหมายของแผนที่
ให้การพัฒนาและแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัด ก�ำหนดไว้ โดยเฉพาะการผลักดันให้ส�ำนัก
ชายแดนภาคใตเ้ ปน็ นโยบายเรง่ ดว่ นทเี่ รม่ิ ดำ� เนนิ การ งบประมาณ (สงป.) ใชแ้ ผนดงั กลา่ ว เปน็ กรอบหลกั
ในปี 2552 การจัดท�ำแผนพัฒนาพ้ืนที่พิเศษฯ ในการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปี
ดังกล่าว ได้ยึดประเด็นนโยบายรัฐบาลเร่ืองการ งบประมาณใหก้ บั กระทรวง กรม และหนว่ ยงาน
พัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่เี กี่ยวขอ้ ง รวมทัง้ สงป.ไดน้ �ำแผนแมบ่ ทฉบับน้ี
เป็นหลักโดยประเมินแนวโน้มสถานการณ์และ มาใชเ้ ปน็ กรอบดำ� เนนิ การจดั ทำ� แผนงบประมาณ
ปัจจัยแวดล้อมทั้งจากภายนอกและภายใน ในลกั ษณะบรู ณาการ เรยี กชอ่ื วา่ “แผนงานแกไ้ ข
ประเทศ กระบวนการมสี ว่ นรว่ มของภาคภี าครฐั ปญั หาจงั หวดั ชายแดนภาคใต”้ ภายใตย้ ทุ ธศาสตร์
ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาควิชาการ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจ�ำปี
ร่วมก�ำหนดกรอบนโยบาย เป้าหมาย กลยุทธ์ งบประมาณตอ่ เนอ่ื งมาจนถงึ ปจั จบุ นั และใชเ้ ปน็
และมาตรการ ตลอดจนบูรณาการแผนงาน/ แผนงบประมาณรองรับการขับเคล่ือนนโยบาย
โครงการท่ีส�ำคัญให้บรรลุเป้าหมายของแผน การบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
และตอบสนองความต้องการเกิดประโยชน์ พ.ศ. 2555 - 2557 ท่ีส�ำนักงานสภาความมน่ั คง
ต่อประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่าง แหง่ ชาตเิ ปน็ หนว่ ยงานเจา้ ภาพ เพอ่ื นำ� นโยบายฯ
เปน็ รปู ธรรม ซง่ึ คณะรฐั มนตรี เมอื่ วนั ท่ี 7 เมษายน ดงั กลา่ วไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิดว้ ย ตง้ั แต่ปีงบประมาณ
2552 ได้มีมติเห็นชอบ แผนการพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา ซึ่งในแต่ละปีได้รับ
พเิ ศษ 5 จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ปี 2552 - 2555 การจัดสรรงบประมาณ โดยช่วงปีงบประมาณ
และใหเ้ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของแผนการบรหิ ารราชการ พ.ศ. 2553 – 2555 ดังนี้
6 วารสารดำ�รงราชานภุ าพ
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2553 มีวงเงนิ รวม หน่วยปฏิบัติในพื้นท่ีให้มีเอกภาพเพ่ิมข้ึน และ
15,902.0000 ล้านบาท ได้จัดท�ำแผนงบประมาณในลักษณะบูรณาการ
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2554 มีวงเงนิ รวม เรยี กชอ่ื วา่ “แผนงานแก้ไขปัญหา และพัฒนา
19,387.8000 ล้านบาท จังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งแต่ละปีได้รับ
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 มวี งเงินรวม การจัดสรรงบประมาณ โดยช่วงปีงบประมาณ
16,487.8000 ล้านบาท พ.ศ. 2556 – 2557 ดังน้ี
ในชว่ งรฐั บาลนางสาวยงิ่ ลกั ษณฯ์ เปน็ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 มีวงเงนิ รวม
นายกรัฐมนตรี ได้ขับเคลื่อนงาน การแก้ไข 20,731.9000 ล้านบาท
ปัญหาความไม่สงบในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 มวี งเงนิ รวม
ภาคใต้ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลท่ีจะ 24,152.4000 ล้านบาท
ด�ำเนินการในปีแรกโดยก�ำหนดให้หน่วยงาน ส�ำหรับรฐั บาลพลเอก ประยุทธ์ฯ เป็น
เจ้าภาพรับผิดชอบด้านความมั่นคงและด้าน นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ส�ำนักงาน
การพฒั นา คอื กอ.รมน. และ ศอ.บต. ตามลำ� ดบั สภาความม่นั คงแหง่ ชาติ (สมช.) เป็นหน่วยงาน
จัดท�ำยุทธศาสตร์เฉพาะด้านใช้เป็นกรอบหลัก เจ้าภาพจัดท�ำแผนหลัก เพื่อน�ำนโยบายของ
ในการบูรณาการร่วมกับกระทรวง กรม และ รัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ คือ “แผนปฏิบัติการ
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ได้ปรับกลไกการบริหาร แกไ้ ขปญั หาและพฒั นาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
จดั การในระดบั นโยบาย โดยแตง่ ตงั้ คณะกรรมการ พ.ศ. 2558 – 2560” เป็นเคร่ืองมือในการ
ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไข บูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัด
ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) เพ่ือเป็น ชายแดนรว่ มกบั หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง มแี นวทาง
กลไกเสริมสร้างเอกภาพของหน่วยงานเจ้าภาพ การด�ำเนินงาน ทั้งในมิติความมั่นคงและ
ทงั้ ดา้ นความมน่ั คงและดา้ นการพฒั นา ใหส้ ามารถ มิติการพัฒนาท่ีเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
อ�ำนวยการ ประสานงาน ก�ำกับ ติดตาม ต้ังแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 เป็นต้น
การด�ำเนินงานในส่วนกลางเชื่อมโยงไปถึง
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 7
โดยมงุ่ เนน้ มติ งิ านดา้ นความมน่ั คงทใี่ หค้ วามสำ� คญั ความเข้มแข็งให้กับกองก�ำลังประชาชนใน
กับการรักษาความปลอดภัยพ้ืนที่เป้าหมายและ การดูแลความปลอดภัยในพ้ืนที่ของตนเองได้
กลุ่มเป้าหมายสนับสนุนมิติงานด้านการพัฒนา หรือการสร้างเครือข่ายประชาชนในการ
ทชี่ ว่ ยคลคี่ ลายเงอ่ื นไขปญั หาความมนั่ คง และให้ สนับสนุนงานพัฒนาตา่ ง ๆ ได้อย่างเป็นรปู ธรรม
ความส�ำคัญต่อการแสวงหาทางออกโดยสันติวิธี มีการพัฒนาและสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับ
และไดจ้ ดั ตงั้ สำ� นกั งานเลขานกุ ารคณะกรรมการ ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงค�ำนึงถึง
ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชนในพ้ืนที่
ภาคใต้ (สล.คปต.) เพือ่ เปน็ กลไกการปฏิบัตงิ าน ทสี่ ำ� คญั คอื สามารถสรา้ งการรบั รแู้ ละความเขา้ ใจ
โดยมีเลขาธิการสภาความม่ันคงแห่งชาติ ถึงข้อเท็จจริง และแนวนโยบายในการแก้ไข
ทำ� หน้าที่ผอู้ ำ� นวยการส�ำนกั งานฯ ปัญหาของรัฐบาล จนท�ำให้ท่ีประชุมองค์การ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สมช. ความร่วมมืออิสลาม (The Organization of
โดย สล.คปต. ได้จัดท�ำ “แผนปฏิบัติการ Islamic Cooperation : OIC) มมี ตริ บั รองเนอ้ื หา
เพื่อความมั่นคง ม่ังค่ัง ยั่งยืนในพื้นท่ีจังหวัด ท่เี ก่ยี วกับสถานการณข์ องไทยในเชิงบวกด้วย
ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2561 – 2564” มเี ปา้ หมาย ต่อมาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ภายใต้
มุ่งแก้ไขปัญหา และเง่ือนไขท่ีส่งผลให้เกิด ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) หรือ
ความรนุ แรงในพื้นที่ เนน้ ปฏบิ ตั ิงานเชิงรกุ และ แผนระดบั 1 และแผนแมบ่ ทรองรบั ยทุ ธศาสตรช์ าติ
สรา้ งความตอ่ เนอ่ื งใหส้ ามารถรองรบั สถานการณ์ ดา้ นความมน่ั คง หรอื แผนระดบั 2 สมช./สล.คปต.
ในอนาคต รวมทง้ั ใหค้ วามสำ� คญั กบั ความตอ้ งการ ได้ทบทวน “แผนปฏิบัติการเพื่อความม่ันคง
การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยก�ำหนด มั่งค่ัง ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ผลสมั ฤทธส์ิ ำ� คญั เพอ่ื “คนื สนั ตสิ ขุ สพู่ นื้ ทจ่ี งั หวดั พ.ศ. 2561 – 2564” และพจิ ารณาจดุ มงุ่ เนน้ สำ� คญั
ชายแดนภาคใต้” ได้วางแนวทางด�ำเนินการไว้ ตามกรอบแนวทางการแก้ไขปัญหาในพ้ืนที่
3 ด้าน คือ ด้านความม่ันคง ด้านการพัฒนา ตามทก่ี ำ� หนดไวใ้ นแผนแมบ่ ทรองรบั ยทุ ธศาสตรช์ าติ
และด้านการสร้างความเข้าใจ เพื่อให้มีความ ด้านความม่ันคง รวมท้ังได้ประสานหน่วยงาน
ต่อเน่ืองและขยายผล ทั้งในมิติความมั่นคงและ ค ว า ม มั่ น ค ง แ ล ะ ห น ่ ว ย ง า น ด ้ า น ก า ร ข ่ า ว
มติ กิ ารพัฒนาจาก แผนปฏบิ ัติการแก้ไขปัญหาฯ ร่วมวิเคราะห์ปัญหา ค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
พ.ศ. 2558 - 2560 ซ่ึงน�ำไปสู่การลดจ�ำนวน รวมถึงร่วมประเมินแนวโน้มสถานการณ์
เหตุรุนแรงในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง สามารถ ในพ้ืนท่ีเพิ่มเติม น�ำข้อสรุปผลการประเมิน
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน และ เพื่อจัดท�ำแผนระดับ 3 คือ “แผนปฏิบัติการ
เปน็ กลไกในระดบั พนื้ ทไี่ ดม้ ากขนึ้ อาทิการเสรมิ สรา้ ง ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาความไมส่ งบในจงั หวดั
8 วารสารด�ำ รงราชานุภาพ
ชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2562 – 2565” จำ� แนก ด้านประวัตศิ าสตร์ หลักศาสนาที่ถูกต้อง เพือ่ ให้
มิติงานออกเปน็ 2 ด้าน ประกอบด้วย (1) ด้าน เกิดการยอมรับความหลากหลายของศาสนา
ความมัน่ คง และ (2) ดา้ นการพัฒนา รวมท้งั วัฒนธรรม ภาษา และวิถีชีวิตร่วมกันในพ้ืนที่
ให้ความส�ำคัญกับการสร้างความเข้าใจ และ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท้ังน้ี ในปีงบประมาณ
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อน พ.ศ. 2558 – 2559 ไดจ้ ัดท�ำแผนงบประมาณใน
งานทกุ ดา้ นไปพร้อม ๆ กนั ลักษณะบรู ณาการ ในช่อื “แผนงานแกไ้ ขปญั หา
ในการขับเคล่ือนงานในปีงบประมาณ และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ส�ำหรับ
พ.ศ. 2562 - 2563 มแี นวทางทช่ี ัดเจนมากขน้ึ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2560 – 2563 เรยี กช่อื ว่า
สอดคล้องกับแนวทางและเจตนารมณ์ของแผน “แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา
แม่บทรองรับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง จังหวัดชายแดนภาคใต้” ในแต่ละปีได้รับ
ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพ้ืนท่ีจังหวัด การจัดสรรงบประมาณ ช่วงปีงบประมาณ
ชายแดนภาคใต้ คือ การมุ่งด�ำเนินการต่อ พ.ศ. 2558 – 2563 ดังนี้
ภัยคุกคามหลัก เพื่อให้ยุติความรุนแรงที่ส่ง
ผลกระทบตอ่ ความสงบสขุ ของประชาชนในพน้ื ท่ี
การมุ่งแก้ปัญหาท่ีรากเหง้า/เง่ือนไข/สาเหตุ
สำ� คญั การเนน้ เสริมสรา้ งสังคมพหุวัฒนธรรมใน
พ้ืนท่ี และการมุ่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ
วารสารดำ�รงราชานภุ าพ 9
สรปุ ผลงานอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งจัดกลุ่ม
การด�ำเนินการของรัฐบาลในการแก้ไข เป้าหมายและพ้ืนที่เป้าหมายท่ีมุ่งขจัดและ
ปญั หาความไมส่ งบในพนื้ ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ คลี่คลายเง่ือนไข/ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ
ในช่วง 10 ปีล่าสดุ (ปี 2553 – 2563) เก่ียวขอ้ ง ความมั่นคงในพ้ืนท่ี และ (2) การจัดท�ำ
กับหน่วยงานของรัฐ (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ แผนงบประมาณในลกั ษณะบรู ณาการ ทมี่ งุ่ จดั สรร
องค์การมหาชน และองค์กรอสิ ระ) จำ� นวนมาก งบประมาณสนบั สนนุ แผนงานหลกั /แผนปฏบิ ตั กิ าร
ปลี ะไมน่ อ้ ยกวา่ 50 หนว่ ยงาน และมคี วามรบั ผดิ ชอบ ให้สามารถขับเคล่ือนแผนงาน/โครงการ/
ท่ีเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับนโยบายจากกระทรวง กจิ กรรมทส่ี ำ� คญั ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ หบ้ รรลเุ ปา้ หมาย
กรม ในสว่ นกลางไปสรู่ ะดบั ปฏบิ ตั ขิ องหนว่ ยงาน ตามแนวนโยบายของรฐั บาล ทง้ั นี้ ความตอ่ เนอื่ ง
ในพื้นที่ชุมชน/หมู่บ้าน รวมทั้งต้องมีความ ในการจดั ทำ� แผนงานหลกั /แผนปฏบิ ตั กิ าร และ
ประสานสอดคลอ้ งกนั ในมติ งิ านสำ� คญั ตามกรอบ แผนงบประมาณในลักษณะบูรณาการ ในช่วง
นโยบายด้านความม่ันคง และด้านการพัฒนา 10 ปี ล่าสุดดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
จึงจ�ำเป็นต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มี การบูรณาการของภาครัฐ และสนับสนุนการ
ความพร้อมในการบูรณาการภารกิจงานของ ขับเคลื่อนนโยบายรฐั บาลใหเ้ กิดผลเป็นรปู ธรรม
ทกุ หนว่ ยงาน ทกุ ระดบั และทกุ มติ งิ าน โดยเฉพาะ ยิ่งข้ึนในระยะต่อไป ท้ังนี้ ในปี 2564 - 2565
(1) การจัดท�ำ แผนงานหลัก/แผนปฏิบัติการ การขับเคล่ือนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน
ท่ีก�ำหนดภัยคุกคามหลักต่อความม่ันคงในพ้ืนที่ ภาคใต้ยังคงด�ำเนินการตามแผนระดับ 3 คือ
วางกลยุทธ์ด�ำเนินงานที่เหมาะสม จัดล�ำดับ “แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ความส�ำคัญแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมตาม
ความจำ� เปน็ เรง่ ดว่ น กำ� หนดเปา้ หมายและตวั ชวี้ ดั คพ.วศา.2ม5ไ6ม2่–ส2ง5บ6ใ5น”จใัหงม้หปี วรัดะสชทิ าธยภิ แาดพมนาภกายงิ่คขในึ้ ต.้
Sister City : ความสัมพนั ธเ์ มืองพเี่ มอื งน้อง
ระดับจงั หวดั เครอ่ื งมือการด�ำเนนิ นโยบายทีน่ า่ จบั ตา
กลุ่มงานกจิ การต่างประเทศ
กองการตา่ งประเทศ สำ� นักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ภาพรวม ความหมายและความเป็นมา
ก่อนอ่ืน มาดูภาพรวมของ ความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister
ความสัมพันธ์เมืองพ่ีเมืองน้องระดับ Cities) หมายถึง ความสัมพันธ์ในระดับที่เท่า
จังหวัดของไทยกันก่อน ปัจจุบัน เทียมกัน ระหว่างจังหวัดของไทยกับจังหวัด
จงั หวดั ของไทยทม่ี กี ารสถาปนาความ (หรือเมือง หรือชื่อเรียกอ่ืนท่ีมีฐานะเทียบเท่า
สัมพันธ์เมืองพ่ีเมืองน้องกับต่าง จังหวัดของไทย เช่น มลรัฐ มณฑล นคร)
ประเทศแลว้ จำ� นวน 88 คู่ 40 จงั หวดั ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยมีจุดมุ่งหมาย
ในจ�ำนวนน้ี เป็นคู่ความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐ ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ความร่วมมือ
ประชาชนจนี จ�ำนวน 31 คู่ และค่คู วามสัมพนั ธ์ อนั ดตี อ่ กนั และมกี ารแลกเปลย่ี นกนั ในดา้ นตา่ งๆ
กบั ประเทศเพอ่ื นบา้ น จ�ำนวน 16 คู่ นอกจากนี้ โดยท่ัวไปเมืองที่เป็นเมืองพ่ีเมืองน้องกันจะมี
ยังมีคู่ความสัมพันธ์ที่อยู่ระหว่างเจรจาหรือ ความคล้ายคลึงกันในด้านต่างๆ เช่น ลักษณะ
ดำ� เนนิ การ ถงึ 45 จาก 21 จงั หวดั และในอนาคต
กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายที่จะสนับสนุน
และส่งเสริมให้จังหวัดน�ำกลไกความสัมพันธ์
เมอื งพเ่ี มอื งนอ้ งมาใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ในการพฒั นา
ในระดบั พน้ื ทค่ี วบคไู่ ปกบั การพฒั นาทม่ี แี ผนพฒั นา
ภาค แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนา
จงั หวดั เป็นเคร่อื งมอื ในการพฒั นา
วารสารดำ�รงราชานภุ าพ 11
ภูมิประเทศ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ชีวิต ในอดตี ประเทศตา่ งๆ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่
ความเป็นอยู่ หรอื ลกั ษณะเฉพาะ เชน่ การเปน็ ในยโุ รป มกี ารสถาปนาความสมั พนั ธเ์ มอื งพเ่ี มอื งนอ้ ง
เมอื งหลวงเกา่ การเปน็ เมอื งทา่ เปน็ ตน้ นอกจากนี้ กันอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลายาวนาน
ทงั้ สองฝา่ ยควรมคี วามสนใจเฉพาะเรอ่ื งทตี่ รงกนั เพอื่ สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ระหวา่ งกนั ดา้ นวฒั นธรรม
เพ่ือจะได้ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันได้ใน และการค้า ส�ำหรับเมืองคู่แฝดท่ีเก่าแก่ท่ีสุด
อนาคต ทบ่ี นั ทกึ ไว้ คอื การสถาปนาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
ชื่อเรียกความสัมพันธ์น้ันอาจต่างกันไป เมอื ง Paderborn ของเยอรมนี กบั เมอื ง Le Mans
ในแตล่ ะประเทศ เชน่ ในองั กฤษนยิ มใช้ 2 คำ� คอื ของฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 836 โดยประเทศอ่ืนๆ
“เมืองคู่แฝด (Twin Towns)” ส�ำหรับการ ในยุโรป ก็ด�ำเนินการสถาปนาความสัมพันธ์
สถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างเมืองของอังกฤษ ในลกั ษณะนเ้ี ชน่ กนั จนกระทง่ั ชว่ งหลงั สงครามโลก
กับเมืองในยุโรป และ ค�ำว่า “เมืองพี่เมืองน้อง คร้ังท่ี 2 การสถาปนาความสมั พันธใ์ นลักษณะน้ี
(Sister Cities)” ส�ำหรับการสถาปนาความ ไดเ้ ปลย่ี นบทบาทมาเปน็ เครอ่ื งมอื ในการกระชบั
สัมพันธ์ระหว่างเมืองของอังกฤษกับเมืองใน ความสมั พนั ธห์ ลงั ความขดั แยง้ ตลอดจนสง่ เสรมิ
สหรฐั อเมรกิ า ในฝรงั่ เศสนยิ มใชค้ ำ� วา่ “เมอื งคแู่ ฝด ความเข้าใจอนั ดีระหว่างกัน และการด�ำเนินงาน
(Twinned Town/City) ประเทศในทวีปเอเชีย ร่วมกันในด้านต่างๆ เพ่ือประโยชน์ร่วมกัน
รวมทงั้ ประเทศไทยนยิ มใชค้ ำ� วา่ “เมอื งพเี่ มอื งนอ้ ง ทง้ั สองฝา่ ย อาทิ การสถาปนาความสมั พนั ธเ์ มอื ง
(Sister Cities)” แต่บางกรณีของไทย คแู่ ฝดระหวา่ งเมือง Coventry ประเทศอังกฤษ
จะใช้ชื่อเรียกอื่นด้วย เช่น “เมืองคู่แฝด” กับ Dresden ประเทศเยอรมนี ซง่ึ ทงั้ สองเมอื ง
(Twin Town) “ความรว่ มมอื ” (Cooperation) ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิด
ซงึ่ นยิ มใชก้ บั ความสมั พนั ธฯ์ กบั ประเทศเวยี ดนาม เหมือนกันในช่วงสงคราม ดังน้ัน การสถาปนา
หรือช่ืออนื่ ๆ ตามทีท่ ้งั สองฝ่ายได้ตกลงกัน เ ป ็ น เ มื อ ง คู ่ แ ฝ ด ร ะ ห ว ่ า ง กั น จึ ง ก ล า ย เ ป ็ น
สญั ลกั ษณแ์ หง่ สนั ตภิ าพและการประนปี ระนอมกนั
จ ะ เ ห็ น ไ ด ้ ว ่ า ยุ โ ร ป ใ ห ้ ค ว า ม ส� ำ คั ญ ต ่ อ ก า ร
12 วารสารดำ�รงราชานภุ าพ
สถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่แฝด โดยริเริ่ม ผลการศึกษาโดย United Cities and
โครงการสนบั สนนุ ในปี ค.ศ. 1998 และใหก้ าร Local Government (UCLG) ระบุไว้ว่า
สนบั สนนุ เร่ือยมา ในปี ค.ศ. 2003 สหภาพยโุ รป “The international community has
ใ ห ้ เ งิ น ส นั บ ส นุ น เ ร่ื อ ง น้ี เ ป ็ น เ งิ น ป ร ะ ม า ณ increasingly given explicit recognition to
12 ล้านยูโร ส�ำหรับการด�ำเนินโครงการถึง the important role played by local
1,300 โครงการ government in development and has on
ในพลวตั รปจั จบุ นั มติ ดิ า้ นการตา่ งประเทศ several important occasions positively
ไม่ได้ถูกจ�ำกัดอยู่เพียงตัวแสดงแค่องค์กร encouraged partnerships and coopera-
ระหว่างประเทศหรือตัวแสดงในระดับรัฐ tion for development between local
ตวั แสดงทม่ี ศี กั ดต์ิ ำ�่ กวา่ กส็ ามารถเขา้ มามบี ทบาท governments” ซงึ่ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ ความสำ� คญั
ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ได้เช่นเดียวกัน ในยุคของโลกาภิวัตน์นี้ มิติด้าน ผา่ นตวั แทนที่ต่�ำกวา่ รัฐ
การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมคือ
ตวั แปรสำ� คญั ทคี่ อยสง่ เสรมิ ใหต้ วั แสดงทต่ี ำ่� กวา่ รฐั
มีบทบาทเพ่ิมมากข้ึน ซึ่งการพัฒนานี้ได้ช่วยย่อ
ให้การติดต่อส่ือสาร การสร้างความเชื่อมโยง
ในมิติต่างๆ เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างไม่ยาก
จนกลายมาเป็นท่ีมาของค�ำว่า “โลกยุค
ไร้พรมแดน” ฉะนั้น ตัวแสดงเหล่าน้ีสามารถ
สง่ ผลตอ่ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศในภาพรวม
ไดท้ ง้ั ในเชงิ บวกและเชงิ ลบ รฐั บาลในยคุ ปจั จบุ นั
จึงมีความจ�ำเป็นในการสร้างองค์ความรู้
และสร้างกฎเกณฑ์ ระเบียบวิธี แบบแผนให้มี
ความชัดเจนและคล่องตัว เพ่ือส่งเสริมให้เกิด
การสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศทซ่ี ง่ึ ตวั แสดง
ท่ตี ำ�่ กวา่ รัฐสามารถสร้างผลกระทบเชงิ บวกได้
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 13
ความสัมพันธ์เมืองพเ่ี มืองน้องระดบั จงั หวัด = เคร่ืองมือการดำ�เนินนโยบายท่นี ่าจบั ตา
ในกรณีของประเทศไทยการด�ำเนิน มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี 10 ตุลาคม 2561
ความสมั พนั ธก์ บั ตา่ งประเทศผา่ นกลไกของตวั แสดง เรอ่ื งแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการสถาปนาความสมั พนั ธ์
ท่ีต�่ำกว่ารัฐถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายส�ำคัญ เมืองพี่เมืองน้องเป็นกรอบแนวทางปฏิบัติ
และเป็นอีกประเด็นท่ีรัฐก�ำลังให้ความสนใจ โ ด ย มี ก ร ะ ท ร ว ง ม ห า ด ไ ท ย แ ล ะ ก ร ะ ท ร ว ง
อย่างต่อเนื่อง กลไกความสัมพันธ์เมืองพ่ี การต่างประเทศเป็นหน่วยงานรบั ผดิ ชอบหลกั
เมอื งนอ้ งในปจั จบุ นั ไดถ้ กู ออกแบบใหม้ คี วามเปน็ การดำ� เนนิ ความสมั พนั ธเ์ มอื งพเี่ มอื งนอ้ ง
มาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขน้ึ ของประเทศไทยจึงมีลักษณะเป็นกลไกท่ีมี
รัฐบาลจึงมีนโยบายสนับสนุนให้จังหวัด ความเช่ือมโยงไปกับกรอบทิศทางการพัฒนา
ของไทยไดด้ ำ� เนนิ ความสมั พนั ธแ์ ละความรว่ มมอื ป ร ะ เ ท ศ ท่ี ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ์ ช า ติ
กบั จงั หวดั หรอื หนว่ ยการปกครองของตา่ งประเทศ (พ.ศ. 2561 – 2580) อันไดแ้ ก่ ยทุ ธศาสตร์ด้าน
เพ่ือน�ำเอามิติด้านการต่างประเทศมาสนับสนุน ความมนั่ คง ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 ทมี่ งุ่ เนน้ การบรู ณาการ
และขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด โดยหน่ึงใน ค ว า ม ร ่ ว ม มื อ กั บ อ า เ ซี ย น แ ล ะ น า น า ช า ติ
กลไกทร่ี ฐั บาลไดม้ งุ่ เนน้ ใหค้ วามสำ� คญั คอื กลไก การเสริมสร้างและรักษาดุลยภาพสภาวะ
การสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง แวดล้อมระหว่างประเทศ รวมท้ังการพัฒนา
(Sister City) ซ่ึงการสถาปนาความสัมพันธ์ ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ภูมิภาค
เมืองพี่เมืองน้องในระดับจังหวัด หมายถึง รวมถึงระดับโลก และยุทธศาสตร์ด้านการสร้าง
การสถาปนาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งจงั หวดั ของไทย ความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ที่ 2
กบั จงั หวดั หรอื หนว่ ยการปกครองของตา่ งประเทศ โดยเป็นการส่งเสริมการเช่ือมโยงภูมิภาคและ
เศรษฐกจิ โลก การพฒั นาพน้ื ท่ี พนื้ ทเี่ ศรษฐกจิ พเิ ศษ
ที่มีฐานะเทียบเท่าจังหวัดของไทย เช่น ภาค และเมอื ง เพอื่ ใหป้ ระเทศไทยสามารถใชจ้ ดุ แขง็
มลรัฐ มณฑล นคร ฯลฯ โดยอยู่บนพ้ืนฐานของ
หลักการความสมศักดิ์ศรี เป็นประโยชน์ และ
ย่ังยืน ท่ีทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพในการร่วมมือกัน
อยา่ งเปน็ รปู ธรรมในระยะยาว เพอื่ ใหก้ ารดำ� เนนิ
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ และภาคส่วนต่างๆ ได้เข้ามามี
สว่ นรว่ มในการขบั เคลอ่ื นและรว่ มรบั ผลประโยชน์
ท้ังนี้ การด�ำเนินการเก่ียวกับการสถาปนา
ความสัมพันธ์ฯ และการด�ำเนินความสัมพันธ์ฯ
14 วารสารดำ�รงราชานุภาพ
ของแต่ละพ้ืนที่และชุมชนส่งเสริมการพัฒนา นานาประเทศ และการพฒั นาภมู ภิ าค เมอื ง และ
เศรษฐกิจในภาพรวม กระจายความม่ังค่ังไปสู่ พื้นที่เศรษฐกิจ โดยใช้มิติความร่วมมือด้าน
ภูมิภาคต่างๆ ในประเทศ ลดความเหล่ือมล้�ำ การต่างประเทศเป็นกลไกส�ำคัญท่ีจะส่งเสริม
ในทุกมิติ และสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ การบรรลเุ ป้าหมายของแผนปฏิบตั ิราชการ
และสงั คมในระดับท้องถนิ่ ไดอ้ ยา่ งยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการด�ำเนินงานเกี่ยวกับ
นอกจากนี้ กลไกการดำ� เนนิ ความสมั พนั ธ์ การขับเคล่ือนความสัมพันธ์เมืองพ่ีเมืองน้อง
เ มื อ ง พ่ี เ มื อ ง น ้ อ ง ยั ง มี ค ว า ม ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ สำ� นกั งานปลดั กระทรวง
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 12 มหาดไทยไดม้ คี ำ� สง่ั แตง่ ตงั้ คณะทำ� งานขบั เคลอื่ น
(พ.ศ. 2560 – 2564) เกี่ยวกับการก�ำหนด การดำ� เนนิ ความสมั พนั ธเ์ มอื งพเี่ มอื งนอ้ ง (Sister
ยุทธศาสตร์ท่ีสะท้อนทิศทางการพัฒนาประเทศ City)ในระดบั จงั หวดั เมอ่ื วนั ท่ี 20 มถิ นุ ายน 2561
โดยใช้มิติด้านการต่างประเทศเป็นตัวขับเคล่ือน โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือขับเคล่ือนการสถาปนา
อนั ไดแ้ ก่ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 การสรา้ งความเขม้ แขง็ ความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องให้มีทิศทาง
ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ แ ข ่ ง ขั น ไ ด ้ อ ย ่ า ง ย่ั ง ยื น ที่ชัดเจนมีประสิทธิภาพในการด�ำเนินการ
ยุทธศาสตร์ท่ี 9 การพัฒนาภาคเมืองและพื้นท่ี เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
เศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ที่ 10 ความร่วมมือ และมีกลไกก�ำกับดูแลและติดตามประเมินผล
ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา ท้ังน้ี กระทรวง การด�ำเนินความสัมพันธ์ฯ โดยมีรองปลัด
ม ห า ด ไ ท ย ใ น ฐ า น ะ รั บ ผิ ด ช อ บ ส� ำ คั ญ ใ น กระทรวงมหาดไทยที่ก�ำกับดูแลด้านงานกิจการ
การขบั เคลอื่ นงานตามนโยบายรฐั บาลทเี่ ชอื่ มโยง ตา่ งประเทศเปน็ ประธานคณะทำ� งานดงั กลา่ ว ทง้ั นี้
กบั งานในระดบั พน้ื ที่ ไดจ้ ดั ทำ� แผนปฏบิ ตั ริ าชการ คณะทำ� งานขบั เคลอ่ื นการดำ� เนนิ ความสมั พนั ธฯ์
กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2560 – 2564 ได้มีการจัดประชุมคณะท�ำงาน จ�ำนวน 2 คร้ัง
เพ่อื กำ� หนดทิศทางการดาํ เนินงานของกระทรวง พร้อมทั้งได้มีการจัดสัมมนาฯ โครงการจัดท�ำ
มหาดไทยทชี่ ดั เจน ใหส้ อดคลอ งและเชอื่ มโยงกบั ยุทธศาสตร์การด�ำเนินความสัมพันธ์เมืองพ่ี
ยุทธศาสตรชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) และ เมืองน้อง เมื่อวันท่ี 27 – 28 สิงหาคม 2561
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ ฉบบั ที่ 12 ณ โรงแรมอโนมาแกรนด์ กรุงเทพมหานคร
(พ.ศ. 2560 – 2564) โดยแผนปฏิบัติราชการ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมระดม
กระทรวงมหาดไทยท่ีมีความเชื่อมโยงกับมิติ ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั แนวทางการขบั เคลอ่ื นการ
ดา้ นการตา่ งประเทศคอื การเสรมิ สรา้ งความสงบ ด�ำเนินความสัมพันธ์ฯ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด
เรียบร้อยและความม่ันคงภายใน โดยมี โดยผลลัพธ์จากเรื่องดังกล่าวน�ำมาซ่ึงการจัดท�ำ
เป้าประสงค์เพ่ือสร้างความสัมพันธ์และ แผนขับเคล่ือนการด�ำเนินความสัมพันธ์เมืองพี่
ค ว า ม เ ป ็ น หุ ้ น ส ่ ว น ก า ร พั ฒ น า ต า ม ก ร อ บ เมอื งนอ้ ง (Sister City) ในระดบั จงั หวดั พ.ศ. 2562
ความรว่ มมอื กบั ประเทศเพอื่ นบา้ น ภมู ภิ าค และ – 2566 ทปี่ ระกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ดงั นี้
วารสารด�ำ รงราชานภุ าพ 15
แนวทางปฏบิ ตั กิ ารดำ�เนินความสัมพนั ธ์ รายละเอียด
เมอื งพ่ีเมอื งนอ้ ง
1) จังหวัดสามารถสถาปนาความสัมพันธ์ - บุคลากรที่รับผิดชอบภารกิจการดำ�เนิน
เมืองพี่เมืองน้องได้ถูกต้องตามแนวทาง ความสัมพันธ์ เมืองพี่เมืองน้องของจังหวัด
ปฏิบตั ิ ส า ม า ร ถ ดำ� เ นิ น ก า ร ต า ม แ น ว ท า ง ป ฏิ บั ติ
ใ น ก า ร ส ถ า ป น า ค ว า ม สั ม พั น ธ์ เ มื อ ง พ่ี
เมอื งนอ้ งไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
2) จังหวัดที่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ - จังหวัดที่มีการลงนามสถาปนาความสัมพันธ์
เมืองพีเ่ มอื งน้อง (Sister City) แลว้ สามารถ เมืองพี่เมืองน้องแล้วมีกิจกรรมร่วมกับคู่
ดำ�เนนิ กจิ กรรมภายหลงั การลงนามใหเ้ กดิ ผล ความสัมพนั ธอ์ ย่างนอ้ ย ปีละ 1 คร้งั /กจิ กรรม
เป็นรูปธรรมและมคี วามตอ่ เนอ่ื ง - สนับสนุนให้จังหวัดท่อี ย่รู ะหว่างการดำ�เนินการ
3) มกี ลไกขบั เคลอ่ื น กำ�กบั ดแู ล และตดิ ตาม แ ล ะ จั ง ห วั ด ที่ ยั ง ไ ม่ เ ค ย มี ก า ร ส ถ า ป น า
ประเมินผลการดำ�เนินความสัมพันธ์เมืองพ่ี ความสัมพันธ์เมืองพ่ีเมืองน้องมีการสถาปนา
เมืองน้อง (Sister City) ในส่วนกลางและ ความสัมพันธ์ฯ กับจังหวัดหรือหน่วยการ
ระดบั จังหวัด ปกครองของต่างประเทศเพมิ่ ขนึ้
- มีการตั้งคณะทำ�งานขับเคลื่อน กำ�กับดูแล
และติดตามประเมินผล การดำ�เนินความ
สัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง ท้ังในส่วนกลางและ
ระดับจังหวัด
- คณะทำ�งานฯ มกี ารดำ�เนนิ กจิ กรรมขบั เคลอ่ื น
ความสมั พนั ธเ์ มอื งพเ่ี มอื งนอ้ งอยา่ งเปน็ รปู ธรรม
16 วารสารด�ำ รงราชานภุ าพ
ปัจจุบันจังหวัดของไทยมีการสถาปนา ความสมั พันธเ์ มืองพ่ีเมืองนอ้ งระดบั จังหวัด
ความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับจังหวัดหรือ กบั จังหวดั ประเทศเพอ่ื นบ้าน
หนว่ ยการปกครองของต่างประเทศแลว้ จำ� นวน ประเทศทม่ี พี รมแดนตดิ กบั ประเทศไทย
88 คู่ 40 จังหวัด และอยูร่ ะหวา่ งการดำ� เนนิ การ หรือท่ีเรารู้จักกันดีว่าประเทศเพ่ือนบ้าน ซ่ึงไทย
จ�ำนวน 50 คู่ 28 จังหวัด โดยการด�ำเนิน มีพรมแดนตดิ กบั ประเทศเพอ่ื นบ้าน 4 ประเทศ
ความสมั พนั ธเ์ มอื งพเ่ี มอื งนอ้ งนนั้ เปน็ อกี กลไกที่ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย
จังหวัดสามารถเข้ามาเป็นผู้เล่นคนส�ำคัญใน โดยมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดของไทย
การกระชบั ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศใหแ้ นน่ แฟน้ 31 จงั หวัด ดังน้ี
ย่ิงขึ้น และเป็นอีกช่องทางที่สามารถส่งเสริม
ให้จังหวัดมีทิศทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับ
พลวตั รของโลกเพอื่ ความมน่ั คง มง่ั คงั่ และยง่ั ยนื
ของประเทศในภาพรวม
ชายแดนระหวา่ งประเทศ พ้ืนที่เขตแดนติดต่อ
ชายแดนไทย-สาธารณรัฐแห่ง ครอบคลมุ พืน้ ท่ี 10 จงั หวดั ไดแ้ ก่ เชยี งราย เชยี งใหม่
สหภาพเมียนมา แมฮ่ อ่ งสอน ตาก กาญจนบรุ ี ราชบุรี เพชรบรุ ี
ประจวบครี ีขันธ์ ชมุ พร และระนอง
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 17
ชายแดนระหวา่ งประเทศ พน้ื ที่เขตแดนติดตอ่
ชายแดนประเทศไทย-สาธารณรัฐ ครอบคลุมพ้นื ที่ 12 จงั หวัด ไดแ้ ก่ เชยี งราย พะเยา นา่ น
ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว อุตรดติ ถ์ พิษณุโลก เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม
มุกดาหาร อำ�นาจเจรญิ และอบุ ลราชธานี
ชายแดนประเทศไทย-ราชอาณาจักร ครอบคลุมพน้ื ท่ี 7 จังหวดั ไดแ้ ก่ อุบลราชธานี ศรสี ะเกษ
กัมพูชา บรุ ีรัมย์ สรุ ินทร์ สระแกว้ จนั ทบุรี และตราด
ชายแดนประเทศไทย-สหพันธรัฐ ครอบคลมุ พ้นื ท่ี 4 จังหวดั ได้แก่ สตูล สงขลา ยะลา และ
มาเลเซยี นราธวิ าส
การสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพ่ี เมืองน้องกับจังหวัดประเทศเพ่ือนบ้าน จ�ำนวน
เมืองน้องระหว่างจังหวัดของไทยกับจังหวัดของ 17 คู่ โดยเปน็ ดา้ นเมยี นมา จำ� นวน 4 คู่ ดา้ นลาว
ประเทศเพอื่ นบา้ น ขอ้ มลู ณ เดอื นมนี าคม 2563 จ�ำนวน 2 คู่ ด้านกัมพูชา จ�ำนวน 10 คู่ และ
จังหวัดของไทยสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพ่ี ดา้ นมาเลเซีย จำ� นวน 1 คู่ ดงั นี้
ด้าน คคู่ วามสมั พันธ์ กรอบความร่วมมือ วนั ท่ลี งนาม
ด้านเมียนมา จังหวดั ระนอง - จงั หวดั ความร่วมมอื ดา้ นการคา้ และ 9 ต.ค. 2557
เกาะสอง การท่องเทย่ี ว
จงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ - ความรว่ มมอื ดา้ นเศรษฐกจิ การคา้ 9 ต.ค. 2557
จังหวดั มะรดิ และการพฒั นาเมืองเศรษฐกิจ
ชายแดน
จังหวัดเชียงใหม่ - จังหวัด ความร่วมมือด้านการศึกษา การคา้ 9 ต.ค. 2557
เชียงตุง และการท่องเทีย่ ว
จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน - เมือง ความร่วมมือด้านการลงทุนซื้อขาย 9 ม.ี ค. 2560
ลอยกอ่ รัฐคะยา แลกเปลยี่ นในจงั หวดั การจดั กจิ กรรม
ส่งเสริมการท่องเท่ียวกับประเทศ
คู่เจรจาให้เข้ามาท่องเที่ยวไทย และ
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่าง
กันดา้ นเศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรม
18 วารสารดำ�รงราชานภุ าพ
ดา้ น ค่คู วามสมั พันธ์ กรอบความร่วมมอื วันทล่ี งนาม
ดา้ นลาว จังหวัดมุกดาหาร -แขวง ความร่วมมอื ทางด้านการลงทุนใน 21 ม.ี ค. 2547
สะหวันนะเขต เขตเศรษฐกิจพเิ ศษ จำ�นวน 5 เขต
ด้านกมั พชู า และการท่องเทีย่ ว 3 ก.ย. 2553
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ - แขวง ความรว่ มมอื ดา้ นการค้า และ 8 ก.ค. 2542
หลวงพระบาง การลงทุน
จงั หวัดสระแก้ว - จังหวัด ความรว่ มมอื ดา้ นเศรษฐกิจ
บนั เตียเมียนเจย ด้านการกฬี าและการทอ่ งเทย่ี ว
จังหวัดสระแกว้ - จังหวัด ความรว่ มมือด้านเศรษฐกจิ ดา้ นกีฬา 15 ก.ย. 2542
พระตะบอง และการทอ่ งเทีย่ ว
จังหวดั ศรสี ะเกษ - จงั หวดั ด้านการคา้ การลงทนุ การทอ่ งเท่ยี ว 20 ก.พ. 2547
เสียมราฐ
จังหวัดตราด - เกาะกง ด้านการทอ่ งเทยี่ ว 6 ส.ค. 2551
จงั หวดั ตราด - กรงุ สหี นวุ ลิ ล์ ดา้ นการทอ่ งเที่ยว 6 ส.ค. 2551
จงั หวดั จนั ทบรุ ี - จงั หวัด ด้านเศรษฐกจิ การทอ่ งเทยี่ ว 22 ก.ย. 2553
พระตะบอง
จงั หวัดจนั ทบรุ ี - จงั หวัด ดา้ นเศรษฐกิจ การทอ่ งเที่ยว 22 ก.ย.2553
ไพลนิ
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 19
ดา้ น คูค่ วามสมั พันธ์ กรอบความร่วมมอื วันทล่ี งนาม
จังหวดั สุรินทร์ – จังหวัด ดา้ นชายแดน การเดนิ ทางขา้ มแดน 28 ส.ค. 2558
อุดรมชี ัย การป้องกนั และปราบปราม
การกระทำ� ผดิ กฎหมาย
การคา้ การลงทนุ
การท่องเทย่ี ว การสาธารณสุข
การส่งเสรมิ อาชีพประชาชน
การศึกษา ศลิ ปวัฒนธรรม
จงั หวัดสุรินทร์- จงั หวัด ดา้ นชายแดน การเดินทางข้ามแดน 25 ส.ค. 2560
กัมปงธม การป้องกนั และปราบปราม
การกระทำ� ผดิ กฎหมาย
จงั หวดั บุรรี มั ย์ - จังหวดั การคา้ การลงทนุ
อุดรมชี ยั การทอ่ งเทยี่ ว การสาธารณสุข
ด้านมาเลเซีย จงั หวดั ราชบุรี- เมืองโค การส่งเสรมิ อาชพี ประชาชน
ตาคินาบาลู รัฐซาบาห์ การศึกษา ศลิ ปวฒั นธรรม
การพัฒนาด้านเศรษฐกจิ สงั คม 25 ส.ค. 2560
การทอ่ งเทยี่ ว และวชิ าการ
ความรว่ มมอื ดา้ นเศรษฐกจิ และทอ่ งเทย่ี ว 3 ม.ี ค. 2550
จะเหน็ ได้วา่ ถึงแมจ้ ะมกี ารสถาปนาความสมั พนั ธ์เมอื งพ่ี
เมอื งน้องกันแล้ว แต่สิ่งท่ีอยากให้เกดิ ขน้ึ และได้ประโยชนต์ อ่ การ
พฒั นาในพน้ื ท่ี ใหค้ ำ� นงึ ถงึ หลกั การ “สมศกั ดศิ์ รี เปน็ ประโยชน์
และย่ังยืน” ประเด็นท่ีจะฝากทุกท่านช่วยกันพิจารณาต่อคือ
การจดั ทำ� แผนงาน โครงการ เพอ่ื ขบั เคลอ่ื นการสถาปนาความสมั พนั ธ์
ให้เป็นรูปธรรม ส่งประโยชน์ต่อการพัฒนาพ้ืนที่ โดยเฉพาะเน้น
การดึงศักยภาพและจุดแข็งของจังหวัดมาแสวงหาความร่วมมือ
กอ่ ใหเ้ กดิ การแลกเปลยี่ นทางวฒั นธรรม การทอ่ งเทยี่ ว การศกึ ษา
รวมถงึ การแลกเปลยี่ นดา้ นอน่ื ๆ แตส่ ดุ ทา้ ยจะตอ้ งกอ่ ใหเ้ กดิ มลู คา่
ทางเศรษฐกจิ เพ่อื ให้เกิดความยง่ั ยืนในพืน้ ท.่ี
แผนงานการพฒั นาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซยี -มาเลเซยี -ไทย
(IMT-GT : Indonesia-Malaysia-Thailand
Growth Triangle) : จังหวดั ยะลา
นายวรเชษฐ พรมโอภาษ
รองผู้วา่ ราชการจังหวัดยะลา
ความเปน็ มา เศรษฐกิจและผลักดันให้โครงการ IMT-GT
เข้ามาเป็นส่วนหน่ึงของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
ประชาคมอาเซียนมีกรอบความตกลง ของแตล่ ะประเทศเพอื่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
และไดก้ ำ� หนดเปา้ หมายหลกั ของโครงการ ดังนี้
ร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้แผนงาน G เพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุน
การพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ในพื้นทีเ่ ขตเศรษฐกิจสามฝ่าย
ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย และ G เพ่ิมปริมาณการส่งออกจากพ้ืนท่ี
ประเทศไทย โดยใช้ช่ือภาษาอังกฤษว่า เขตเศรษฐกจิ สามฝ่ายไปยงั ตลาดทัว่ โลก
Indonesia-Malaysia-Thailand Growth G ปรบั ปรงุ ความเปน็ อยขู่ องประชากร
Triangle หรอื IMT-GT ในพ้ืนที่เขตเศรษฐกิจสามฝ่าย และประชาชน
IMT-GT ก่อตั้งเม่ือปี พ.ศ. 2536 โดยส่วนรวมของท้ัง 3 ประเทศ ให้ได้ดีย่ิงข้ึน
มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ เรง่ รดั พฒั นาการทางเศรษฐกจิ โ ด ย ภ า ค เ อ ก ช น เ ป ็ น ก ล ไ ก น� ำ ก า ร พั ฒ น า
และสังคม โดยการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ และภาครัฐ เปน็ ฝ่ายสนบั สนุนการด�ำเนินงาน
ร่วมกนั เสรมิ สรา้ งความร่วมมอื ด้านการส่งเสรมิ ประเทศไทย ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ
การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยีและ IMT-GT มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ
ความร่วมมือด้านการผลิต เพ่ือให้สามารถ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่นานาชาติ ซึ่งหมาย
แข่งขันกับตลาดโลกได้ นอกจากน้ี ยังมุ่งสร้าง รวมถึง 5 จังหวัดชายแดนใต้ คือ จังหวดั สงขลา
ความเชอ่ื มโยงดา้ นโครงสรา้ งพนื้ ฐาน โดยเฉพาะ จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา
โครงข่ายคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค เพื่อ และจังหวัดนราธิวาส เพ่ือเพิ่มการค้าการลงทุน
ลดต้นทุนการขนส่ง รัฐบาลท้ัง 3 ประเทศ เพ่ิมการจ้างงานในท้องถิ่น และสามารถ
ได้ตกลงร่วมกันที่จะส่งเสริมบทบาทของเอกชน ใหแ้ รงงานเขา้ ไปทำ� งานในประเทศอาเซยี นไดอ้ ยา่ ง
ในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ถูกต้อง ท้ังน้ี เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพ
สนับสนุนภาครัฐให้จัดสภาพแวดล้อมและ
โครงสร้างพื้นฐานท่ีเอื้อต่อการพัฒนาทาง
วารสารด�ำ รงราชานุภาพ 21
ชีวิตของประชาชนในพื้นท่ีให้ดีย่ิงขึ้น มีกรอบ (4) การพัฒนารายสาขา เน้นด้านการ
ความรว่ มมอื ตามโครงการ IMT-GT 6 ดา้ น ดังน้ี ท่องเที่ยว (Sectoral Development as in
(1) การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน Tourism Development)
(Infrastructure Development) หรอื สะพาน (5) การพฒั นารายสาขา เนน้ การพฒั นา
เศรษฐกจิ (Land bridge) ทรัพยากรมนุษย์ (Cross-Sectoral such as
(2) การค้าและการพัฒนาจุดแรกเร่ิม Human Resource Development)
(Trade and In-situ Development) เช่น (6) การพัฒนาพื้นที่นอกเขตเมืองและ
โครงการจัดตั้งตลาดกลางขายส่งสินค้าบริเวณ การค้าภายในพ้ืนที่ (Development of the
ชายแดน โครงการพฒั นาด่านศุลกากร เปน็ ต้น Hinterlands and Intra-Trade)
(3) การด�ำเนินการเรื่องการตลาดเสรี พื้นที่กรอบความร่วมมือ IMT-GT
และเขตโทรคมนาคมพิเศษ (Open Market แนวระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor)
Operations) แบ่งออกเปน็ 6 แนว ดังน้ี
พื้นท่อี นภุ มู ิภาคการพัฒนาตามแนวระเบยี งเศรษฐกจิ (Economic Corridor)
ภายใต้ความรว่ มมอื IMT – GT มดี งั นี้
แนวระเบยี งเศรษฐกจิ ท่ี 1 (EC1) สงขลา (ไทย) – ปีนงั (มาเลเซีย) – เมดาน (อนิ โดนเี ซยี )
แนวระเบียงเศรษฐกจิ ท่ี 2 (EC2) ช่องแคบมะละกา
แนวระเบียงเศรษฐกิจท่ี 3 (EC3) บันดาอาเจะห์/เมดาน/เปงกนั บารหู ์/ปาเลม็ บงั (อนิ โดนีเซยี )
แนวระเบียงเศรษฐกจิ ที่ 4 (EC4) มะละกา (มาเลเซีย) – ดูไม (อนิ โดนีเซีย)
แนวระเบยี งเศรษฐกิจท่ี 5 (EC5) ระนอง/ภเู ก็ต (ไทย) – อาเจะห์ (อินโดนีเซีย)
แนวระเบียงเศรษฐกิจท่ี 6 (EC6) ยะลา/ปตั ตาน/ี นราธิวาส (ไทย) – เปรคั (มาเลเซีย) – กลันตนั
(มาเลเซีย) – สุมาตราใต้ (อนิ โดนเี ซีย)
22 วารสารดำ�รงราชานุภาพ
กลไกการด�ำเนินงาน 2. กลไกระดับคณะท�ำงาน 6 สาขา
เพื่อให้การด�ำเนินงานวางแผนพัฒนา ไดแ้ ก่ 1) การเกษตร อตุ สาหกรรมการเกษตรและ
เศรษฐกิจของทัง้ 3 ประเทศ สามารถด�ำเนนิ การ ส่ิงแวดล้อม 2) การท่องเท่ียว 3) การค้าและ
ไดอ้ ยา่ งสอดคลอ้ งและบรู ณาการ จงึ กำ� หนดกลไก การลงทุน 4) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและ
การด�ำเนนิ งานภายใต้กรอบความร่วมมอื ดงั นี้ การคมนาคมขนส่ง 5) ผลิตภัณฑ์และบริการ
1. กลไกระดับชาติ ได้แก่ หน่วยงาน ฮาลาล และ 6) การพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์
วางแผนด้านเศรษฐกจิ ของ 3 ประเทศ เป็นฝา่ ย 3. กลไกภาคเอกชน ได้แก่ สภาธุรกิจ
เลขานุการระดับชาติ ท�ำหน้าที่ดูแลติดตาม รว่ มสามฝา่ ย (IMT-GT Joint Business Council)
ความกา้ วหนา้ การดำ� เนนิ งาน ไดแ้ ก่ 1) กระทรวง 4. การประชุมระดับรัฐมนตรีและ
การประสานงานด้านเศรษฐกจิ (Coordinating เจ้าหน้าท่ีอาวุโสเป็นประจ�ำทุกปีพร้อมกับ
Ministry for Economic Affairs) ประเทศ การประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดและมุขมนตรี
อินโดนีเซีย 2) ส�ำนักงานวางแผนเศรษฐกิจ IMT-GT ซงึ่ เป็นกลไกสำ� คัญในพน้ื ท่ีในการสรา้ ง
(Economic Planning Unit - EPU) สังกัด ความรว่ มมอื ทเี่ ปน็ รปู ธรรมในการสง่ เสรมิ การคา้
ส�ำนักนายกรัฐมนตรี ประเทศมาเลเซีย และ การลงทุน การท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยน
3) สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ ทางวฒั นธรรม
และสังคมแหง่ ชาติ (สศช.) ประเทศไทย 5. การประชมุ ระดบั สดุ ยอดผนู้ ำ� IMT-GT
ซ่ึงจะจดั เป็นประจ�ำทุกปี คูข่ นานกับการประชมุ
ระดบั สุดยอดผนู้ �ำอาเซียน
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 23
โครงสร้างกลไกการขับเคล่ือนการด�ำเนินงาน ภายใตแ้ ผนงาน IMT – GT
เช่อื มโยงแผนงาน IMT – GT ของกระทรวงมหาดไทย
กระทรวงมหาดไทยมีบทบาทภารกิจ เมอ่ื วนั ท่ี 4 ตลุ าคม 2559 คณะรัฐมนตรี
เหน็ ชอบใหม้ โี ครงการเมอื งตน้ แบบ “สามเหลย่ี ม
ในการบริหารงานและบูรณาการการขับเคล่ือน ม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน” ในเขตพ้ืนที่กลุ่มจังหวัด
การด�ำเนินงานการพัฒนาในระดับพ้ืนท่ีทุกมิติ ชายแดนภาคใต้ โดยการพฒั นาเศรษฐกจิ ในพน้ื ที่
โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้บริหารงาน 3 อำ� เภอ ไดแ้ ก่
จังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ เป็น อ�ำเภอหนอกจิก จังหวัดปัตตานี
หัวหน้าหน่วยงานระดับจังหวัด สนับสนุน เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
ความร่วมมือขับเคล่ือนการด�ำเนินงานภายใต้ โดยมีการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องคือ โรงงาน
กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาค ตามแผนงาน แปรรูปมะพร้าว และโรงงานแปรรูปทุเรียน
IMT – GT ซึ่งได้ครอบคลุมพ้ืนท่ี 14 จังหวัด (อ�ำเภอเทพา จงั หวดั สงขลา)
ภาคใต้ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา เปน็ เมอื ง
ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี ต้นแบบทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มีการ
จงั หวดั ยะลา โดยใหจ้ งั หวดั ยะลาเปน็ ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ าร ด�ำเนินการในเรื่องการสร้างสนามบินเบตง
ของกลมุ่ จังหวัด
24 วารสารด�ำ รงราชานุภาพ
และอ�ำเภอเบตงยังมีแหล่งท่องเท่ียวที่สวยงาม อำ� เภอเบตง จงั หวดั ยะลา มีภมู ิประเทศ
อยู่หลากหลาย เช่น จุดชมวิวทะเลหมอก เป็นภูเขาสูงจึงท�ำให้มีอากาศดี มีหมอกตลอดปี
ตำ� บลอยั เยอรเ์ วง ซงึ่ กำ� ลงั กอ่ สรา้ ง Sky Walk และ ไดร้ ับสมญานามว่า “เมอื งในหมอก ดอกไมง้ าม
สวนดอกไมเ้ มอื งหนาว ตำ� บลตาเนาะแมเราะ เปน็ ตน้ ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน” โครงสร้าง
อำ� เภอสไุ หงโก-ลก จงั หวดั นราธวิ าส เศรษฐกจิ หลกั ขน้ึ อยู่กบั ยางพารา ผลไม้ (ทเุ รียน
เป็นเมืองต้นแบบเมืองการค้าชายแดน โดยมี ลองกอง และสม้ โชกุน เปน็ ต้น) การค้าชายแดน
โครงการที่อยู่ในความต้องการของพ้ืนที่ ได้แก่ นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากภาคการท่องเท่ียว
โครงการฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสายสุไหงโกลก – โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนไม่ขาดสาย
ตมุ ปตั โครงการกอ่ สรา้ งสะพานข้ามแมน่ ้ำ� โกลก ท้ังชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีอาณาเขต
ทั้ง 2 แห่ง และโครงการปรับปรุงสนามบิน ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย ด่านศุลกากร
นราธวิ าส เพอ่ื ยกระดบั ใหเ้ ปน็ สนามบนิ นานาชาติ เปงิ กาลนั ฮลู ู (เกอโระฮ)์ รฐั เปรคั ประเทศมาเลเซยี
ใช้การคมนาคมขนส่งโดยทางรถยนต์เท่านั้น
จงั หวดั ยะลา : มติ ดิ า้ นการคา้ ชายแดนไทย เสน้ ทางหลวงหมายเลข 410 เชือ่ มกบั ทางหลวง
– มาเลเซยี (ผา่ นดา่ นศลุ กากรเบตง) ของประเทศมาเลเซยี หมายเลข 77 ซึ่งเสน้ ทางน้ี
สามารถเช่ือมต่อกับรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย
จงั หวดั ยะลา มชี อ่ งทำ� การคา้ กบั ประเทศ ซ่ึงมีท่าเรือที่ส�ำคัญในการส่งออก โดยใช้เวลา
มาเลเซยี จำ� นวน 1 แหง่ คือ ด่านศุลกากรเบตง เดินทางจากประเทศไทย (ด่านศุลกากรเบตง)
อำ� เภอเบตง ซงึ่ อยทู่ างตอนใตส้ ดุ ของประเทศไทย ประมาณ 2 ช่ัวโมง ระยะทาง 80 กิโลเมตร
มีพื้นที่ประมาณ 1,328 ตารางเมตร ตั้งอยู่บน
เทือกเขาสันกาลาคีรีห่างจากอ�ำเภอเมืองยะลา
ประมาณ 140 กิโลเมตร
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 25
ภาพรวมการค้าชายแดนของไทย- มีสินค้าส่งออกท่ีส�ำคัญ ได้แก่ น้�ำยางข้น
มาเลเซยี (ผา่ นดา่ นศลุ กากรเบตง) ในปงี บประมาณ ยางผสมสำ� เรจ็ เศษยางจากตน้ ยาง ไมอ้ ดั พลายวดู๊
พ.ศ. 2562 มมี ลู คา่ การคา้ รวม 2,978.03 ลา้ นบาท ยางสกิม เป็นต้น สินค้าน�ำเข้าที่ส�ำคัญ
การส่งออกมีมูลค่ารวม 2,849.33 ล้านบาท ได้แก่ แก๊สแอมโมเนียเหลว ดอกไม้สด
การน�ำเข้ามีมูลค่ารวม 128.70 ล้านบาท คาร์บอนแบล็คเอ็น 330 เครื่องปอกไม้
จังหวดั ยะลาเกนิ ดุลการคา้ 2,113.93 ล้านบาท สกาโนแคปซูล เปน็ ตน้
โครงการสำ�คัญของจงั หวดั ยะลาภายใตแ้ ผนงานพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝา่ ย
อนิ โดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT)
จังหวัดยะลา เป็นพื้นท่ีหน่ึงของ ทา่ อากาศยานเบตง
อนภุ มู ภิ าคการพฒั นาตามแนวระเบยี งเศรษฐกจิ ทา่ อากาศยานเบตง
(Economic Corridor) ภายใต้ความร่วมมือ
IMT – GT จงึ กำ� หนดแผนงานการพฒั นาเชงิ พนื้ ที่
ดังน้ี
1. โครงการก่อสร้างท่าอากาศยาน
เบตง ตั้งอยใู่ นตำ� บลยะรม อ�ำเภอเบตง จงั หวดั
ยะลา อยู่ห่างจากตัวเมืองเบตง ประมาณ 12
กโิ ลเมตร เปน็ ทา่ อากาศยานแหง่ ใหมล่ ำ� ดบั ที่ 29
สังกัดกรมท่าอากาศยาน เป็นท่าอากาศยาน
แหง่ ที่ 39 ของประเทศไทย สามารถรองรบั ผโู้ ดยสาร
ในชว่ั โมงเรง่ ดว่ น 300 คน/ชวั่ โมง 876,000 คน/ปี
ก�ำหนดเปดิ ในปี 2563 จะสง่ ผลให้การคมนาคม
ขนส่งภายในจังหวัดยะลา และการเช่ือมต่อ
สปู่ ระเทศมาเลเซยี ทดี่ า่ นเบตงและพนื้ ทใี่ กลเ้ คยี ง
มีความสะดวกรวดเร็วย่ิงข้ึน คาดว่าจะท�ำให้มี
นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีละ 600,000 คน
เป็น 1,000,000 คนต่อปี และมรี ายไดจ้ ากการ
ทอ่ งเทย่ี วมากกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี
26 วารสารด�ำ รงราชานุภาพ
2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการ 3. โครงการขยายชอ่ งทางเปน็ 4 ชอ่ งทาง
ทอ่ งเทยี่ วเชงิ ธรรมชาตแิ ละวฒั นธรรม กจิ กรรม จราจร สายยะลา – เบตง (ทางหลวงหมายเลข
ก่อสร้างจุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง 410 ปตั ตานี – ยะลา – อ.เบตง) เปน็ ทางหลวง
(SKY Walk) ตง้ั อยใู่ นเขตพน้ื ทขี่ องเขาไมโครเวฟ แผ่นดิน เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดปัตตานี
กิโลเมตรที่ 32 ต�ำบลอัยเยอร์เวง อ�ำเภอเบตง จังหวัดยะลา และชายแดนประเทศมาเลเซีย
จังหวัดยะลา มีความสูงจากระดับน�้ำทะเล ท่ีอ�ำเภอเบตง จังหวัดยะลา ระยะทางยาว
2,038 ฟุต จะเป็นสกายวอล์คท่ีมีทางเดิน ประมาณ 160 กิโลเมตร เดิมเป็นทางหลวง
ยื่นออกไปจากหน้าผาประมาณ 61 เมตร มาตรฐานทางชั้น 1 คันทางกว้าง 11 เมตร
มีความยาวที่สุดในอาเซียน พร้อมท้ังมีระเบียง ขณะนอี้ ยรู่ ะหวา่ งปรบั ปรงุ กอ่ สรา้ งเปน็ มาตรฐาน
กระจกให้นักท่องเท่ียวได้ชมหมอก ซึ่งสามารถ ทางช้ันพิเศษสี่ช่องจราจร เป็นโครงการพัฒนา
มองเหน็ หมอกไดต้ ลอดทง้ั ปี ถอื เป็นแลนดม์ าร์ค โครงสร้างพ้ืนฐานเพื่อรองรับการขยายตัว
ส� ำ คั ญ ใ น ก า ร ก ร ะ ตุ ้ น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ใ น พื้ น ท่ี ดา้ นการคมนาคมระหวา่ งจงั หวดั และระหวา่ งประเทศ
และการท่องเที่ยวในเขตสามจังหวัดชายแดน (มาเลเซีย) ส่งเสริมการท่องเที่ยวและค้าขาย
ภาคใต ้ กับประเทศมาเลเซีย
จดุ ชมวิวทะเลหมอกอยั เยอรเ์ วง (SKY Walk) ทางหลวงหมายเลข 410
จุดชมววิ ทะเลหมอกอยั เยอรเ์ วง (SKY Walk) ทางหลวงหมายเลข 410
วารสารดำ�รงราชานภุ าพ 27
โครงการพพิ ิธภณั ฑ์ผงั เมอื งยะลา ทะเลสาบปา่ ฮาลา บาลา (Rest Area)
โครงการพิพธิ ภณั ฑ์ผังเมืองยะลา ทะเลสาบป่าฮาลา บาลา (Rest Area)
4. โครงการพิพิธภัณฑ์ผังเมืองยะลา 5. โครงการปรบั ภมู ทิ ศั นแ์ ละทพี่ กั รมิ ทาง
ตง้ั อยภู่ ายในสถานทโ่ี ครงการอทุ ยานเฉลมิ พระเกยี รตฯิ เบตงส่ทู ะเลสาบปา่ ฮาลา บาลา (Rest Area)
บรเิ วณใกลส้ วนศรเี มอื ง รมิ สนั เขอ่ื นแมน่ ำ้� ปตั ตานี เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการท่องเท่ียวทาง
เขตเทศบาลนครยะลา อำ� เภอเมอื งยะลา จงั หวดั ยะลา ธรรมชาติและวัฒนธรรม จากนโยบายของ
ได้รับการขนานนามว่ามีผังเมืองที่สวยสุด รัฐบาลที่ต้องการยกระดับประเทศไทยไปสู่การ
ในประเทศ มปี ระวตั ศิ าสตรท์ ยี่ าวนาน จงึ จดั สรา้ ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ อันจะน�ำไปสู่
พิพิธภัณฑ์เมืองยะลา เร่ืองราวเหตุการณ์ การท่องเที่ยวอย่างย่ังยืน จังหวัดยะลามี
ประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรม การผังเมือง ถนนสายยะลา - เบตง (ทางหลวงหมายเลข 410)
และเปน็ แหลง่ ศกึ ษาเรยี นรขู้ องประชาชน ภายใน เป็นเส้นทางเช่ือมโยงจากอ�ำเภอชายแดนไปสู่
พิพิธภัณฑ์จะมีการจัดท�ำห้องแสดงโดยใช้ส่ือ เมืองยะลา ตลอดทางจะมีทัศนียภาพทาง
ที่ทันสมัย น่าสนใจ เช่น เป็นพิพิธภัณฑ์แสดง ธรรมชาติที่ยังสวยงามเป็นป่าเขาสลับสวนยาง
เกี่ยวกับยะลาเมืองของเรา เมืองของโลก และสวนผลไม้พ้ืนถิ่น จุดพักริมทางที่โดดเด่น
พพิ ธิ ภณั ฑเ์ มอื งแหง่ สนั ตแิ ละพพิ ธิ ภณั ฑโ์ ครงการ อยบู่ รเิ วณ หมู่ที่ 5 ตำ� บลแม่หวาด อ�ำเภอธารโต
พระราชดำ� ริของรชั กาลท่ี 9 ในพื้นทีส่ ามจังหวดั จงั หวัดยะลา สะพานขา้ มทะเลสาบ ฮาลาบาลา
ชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้เป็นการเพิ่มจุด เปน็ จดุ เชค็ อนิ เพอื่ สมั ผสั บรรยากาศความสวยงาม
แลนมารค์ แหง่ ใหม่ ชว่ ยสง่ เสรมิ กระตนุ้ เศรษฐกจิ ของทะเลสาบ ดงึ ดดู นกั ทอ่ งเทยี่ วใหแ้ วะชมและ
ของยะลาไดอ้ กี ทางหนึ่ง
กระตนุ้ ให้เกิดการจบั จา่ ยใชส้ อยในพืน้ ท.่ี
ความสมั พันธไ์ ทย – กัมพูชา : หนุ้ สว่ นเพ่ือสันติภาพ
และความเจรญิ รุ่งเรืองรว่ มกนั
Partnership for Peace and Prosperity
ดร. พิมพอ์ ัปสร บรบิ รู ณ์รัตน์
ผู้อ�ำนวยการกลมุ่ งานความสมั พันธก์ บั ประเทศเพอื่ นบ้าน
กองการตา่ งประเทศ สำ� นกั งานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ประเทศกมั พชู า เปน็ ประเทศเพอื่ นบา้ น ในระดับประชาชนโดยเฉพาะประชาชนบริเวณ
ทม่ี คี วามสำ� คญั ในเชงิ ยทุ ธศาสตรต์ อ่ ไทย ในฐานะ แนวชายแดนที่ใกล้ชิด การเช่ือมโยงระหว่างกัน
หุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง บริเวณชายแดน จึงถือเป็นหัวใจส�ำคัญของ
ร่วมกัน ซง่ึ เปน็ ประเดน็ หลัก (Theme) ของการ การพฒั นา โดยเฉพาะเสน้ ทางคมนาคมทง้ั ทางบก
ประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่าง
ไมเ่ ปน็ ทางการ (Joint Cabinet Retreat: JCR)
ไทย – กมั พชู า ครัง้ ท่ี 2 และ ครัง้ ที่ 3 (เมื่อวนั ที่
7 กันยายน 2560) โดยไทยได้สถาปนา
ความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา ต้ังแต่วันที่
19 ธันวาคม 2493 จึงถือเป็นวาระในโอกาส
ของการครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสมั พนั ธ์
ทางการทตู ระหวา่ งกัน ในปี 2563 น้ี
ไทยและกัมพูชามีรูปแบบการด�ำรงชีวิต
ของประชาชนที่คล้ายคลึงกนั จึงมีความสัมพันธ์
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 29
และทางทะเล ซ่ึงจะส่งผลให้ 1. ขอ้ มูลพ้ืนฐาน
เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ต า ม แ น ว ช า ย แ ด น ปัจจุบันประเทศกัมพูชา มีจ�ำนวน
เจริญเติบโตไปด้วยกัน ประชาชน ประชากรประมาณ 16 ล้านคน (สถานะ
สองฝา่ ยไดป้ ระโยชนจ์ ากการคา้ ขาย เดอื นกุมภาพันธ์ 2563)1 มีขนาดพื้นท่ี 181,035
ตามแนวชายแดน และการไปมาหาสกู่ นั ตารางกโิ ลเมตร หรอื มขี นาดประมาณ 1 ใน 3 ของ
ทสี่ รา้ งเสรมิ รายไดจ้ ากการทอ่ งเทยี่ ว ประเทศไทย มีพรมแดนทิศตะวันตกติดต่อกับ
ขา้ มแดนใหแ้ กช่ มุ ชนท้องถิน่ ประเทศไทย มจี งั หวดั ชายแดนตดิ กบั ประเทศไทย
ในปี 2563 น้ี กระทรวง จ�ำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระวิหาร
มหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการ จังหวัดอุดรมีชัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย
ประชุมที่ส�ำคัญ คือ การประชุม จงั หวดั พระตะบอง จงั หวดั ไพลนิ จงั หวดั โพธสิ ตั ว์
คณะผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน และจังหวัดเกาะกง จังหวัดชายแดนของไทย
ไทย – กมั พชู า ครง้ั ที่ 7 ซง่ึ เปน็ กลไก ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดชายแดนประเทศกัมพูชา
ทจี่ ดั ตง้ั ขนึ้ เพอ่ื ใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั ประกอบดว้ ย 7 จงั หวดั ไดแ้ ก่ จงั หวดั อบุ ลราชธานี
ชายแดน ไทย – กัมพูชา รวมท้ัง
สว่ นราชการท่เี ก่ียวข้อง ไดม้ ีโอกาส
พบปะหารือร่วมกันเพื่อทบทวน
ผลการด�ำเนินงานท่ีผ่านมาและก�ำหนดทิศทาง
ความรว่ มมอื ระหวา่ งกนั ในระยะตอ่ ไป โดยมรี ฐั มนตรี
ว่าการกระทรวงมหาดไทย ของท้ังสองประเทศ
เปน็ ประธานรว่ ม (การประชมุ ฯ ครง้ั ลา่ สดุ ครง้ั ท่ี 6
เมอ่ื วนั ท่ี 23 – 25 สงิ หาคม 2560 ณ กรงุ พนมเปญ
ราชอาณาจักรกัมพูชา) ผู้เขียนจึงถือเป็น
โอกาสอันดีในการเผยแพร่ข้อมูลการด�ำเนิน
ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ บทบาทของ
กระทรวงมหาดไทยประเทศกัมพูชา รวมทั้ง
รปู แบบการปกครองสว่ นภมู ภิ าค เพอ่ื ใหห้ นว่ ยงาน
ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง โดยเฉพาะจงั หวดั ชายแดน 7 จงั หวดั
ของไทยทมี่ พี นื้ ทชี่ ายแดนตดิ กบั กมั พชู า จะไดน้ ำ�
ข้อมลู ไปใช้ประโยชนใ์ นสว่ นทเ่ี ก่ียวข้องต่อไป
1 www.worldometers.info/world-population-cambodia. (จำ�นวนประชากร Real time Statistic.Feb.2020)
30 วารสารดำ�รงราชานภุ าพ
จงั หวัดศรีสะเกษ จงั หวัดสุรนิ ทร์ จงั หวัดบรุ รี มั ย์ 3. กลไกการขบั เคล่ือนความสมั พนั ธ์
จงั หวดั สระแกว้ จงั หวดั จนั ทบรุ ี และจงั หวดั ตราด กลไกระหว่างไทยและกัมพูชา
2. การเมอื งและความม่นั คง ปัจจุบันท้ังสองประเทศมีความสัมพันธ์
การกระชบั ความสมั พนั ธท์ วภิ าครี ะดบั ใกลช้ ดิ สถานการณช์ ายแดนโดยรวมมคี วามสงบ
ท้องถ่ิน จังหวัดชายแดนไทยและกัมพูชา รฐั บาลและผนู้ ำ� รฐั บาลทง้ั สองฝา่ ยมคี วามสมั พนั ธ์
ได้ด�ำเนินกิจกรรมเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ใกล้ชิดโดยมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง
ต่อเนื่องทุกปี ได้แก่ กิจกรรมการเยี่ยมคารวะ อย่างสม�่ำเสมอ โดยมีกลไกการหารือระหว่าง
การให้ความช่วยเหลือด้านทรัพยากร เงินทุน ไทย-กมั พชู าที่ส�ำคญั ไดแ้ ก ่
และองค์ความรู้ กิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น 1. การประชุมร่วมนายกรัฐมนตรี
งานประเพณีทอ้ งถิน่ งานสงกรานต์ งานวนั ชาติ และรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (JCR)
กจิ กรรมทางศาสนา เชน่ งานทอดกฐนิ ทำ� บญุ ประจำ� ปี ไทย – กมั พูชา
และกิจกรรมการศึกษา เช่น การศึกษาดูงาน 2. การประชุมคณะกรรมาธิการร่วม
การพัฒนาฝีมือแรงงาน การให้ความช่วยเหลือ วา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ทวภิ าคี (JC) ไทย – กมั พชู า
สถานศึกษา ฯลฯ และในบางจังหวัดได้จัดสรร 3. การประชมุ คณะกรรมาธกิ ารเขตแดน
งบประมาณในการจัดกิจกรรมตามโครงการ รว่ ม (JBC) ไทย – กมั พชู า
ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับ 4. การประชุมคณะกรรมการชายแดน
ประชาชนในพน้ื ทชี่ ายแดน (People to people ทวั่ ไป (GBC) ไทย – กมั พชู า
connectivity) และโครงการพัฒนาหมู่บ้าน 5. การประชุมคณะกรรมการชายแดน
เข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน เพื่อใหอ้ �ำเภอ ส่วนภูมภิ าค (RBC) ไทย – กมั พูชา
ชายแดนจัดกิจกรรมเพ่ือกระชับความสัมพันธ์ นอกจากนี้ ประเทศไทยให้ความส�ำคัญ
ระหว่างผู้น�ำท้องถิ่น ส่วนราชการระดับอ�ำเภอ กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับกัมพูชา
แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น ใ น พ้ื น ที่ เ ป ็ น ป ร ะ จ� ำ ทุ ก ป ี ในทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับพ้ืนท่ีท่ีมีจังหวัด
เพื่อท�ำความรู้จักคุ้นเคย แลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นกลไกหลักในการขับเคล่ือนความสัมพันธ์
ข่าวสารซ่ึงกันและกันเป็นการช่วยลดความ กบั ประเทศเพอื่ นบา้ น มกี ารจดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ ง
ขัดแย้งในพื้นท่ีชายแดน อันจะท�ำให้สามารถ ความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีในระดับพื้นท่ี
แกไ้ ขปญั หาในพนื้ ทีไ่ ดอ้ ยา่ งสันต ิ และมีการเดินทางไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนระหว่าง
จงั หวดั กบั จงั หวดั ของทงั้ สองประเทศอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
วารสารดำ�รงราชานภุ าพ 31
ระดบั กระทรวง การประชมุ ฯ ครง้ั ที่ 1 จดั ขน้ึ เมอ่ื ปี 2542
การประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัด และได้จดั ประชุมร่วมกนั มาแล้ว จ�ำนวน 6 ครง้ั
ชายแดนไทย – กัมพูชา เป็นกลไกที่จัดต้ังข้ึน ครง้ั ท่ี 6 ฝา่ ยกมั พชู า เปน็ เจา้ ภาพจดั ขนึ้ เมอื่ วนั ที่
เพอื่ ใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั ชายแดนไทย – กมั พชู า 23 – 25 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมโซฟิเทล
รวมทง้ั สว่ นราชการทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ไดม้ โี อกาสพบปะ กรุงพนมเปญ กัมพูชา โดยมี พลเอกอนุพงษ์
หารือร่วมกันเพื่อทบทวนผลการด�ำเนินงาน เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ที่ผ่านมาและก�ำหนดทิศทางความร่วมมือ เปน็ หวั หนา้ คณะผแู้ ทนฝา่ ยไทย และสมเดจ็ กลาโหม
ระหวา่ งกนั ในระยะตอ่ ไป สำ� หรบั จงั หวดั ทเ่ี ขา้ รว่ ม ซอร์ เคง็ รองนายกรฐั มนตรแี ละรฐั มนตรวี า่ การ
การประชุม ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทยกมั พชู า เปน็ หวั หนา้ คณะผแู้ ทน
7 จังหวัดของไทย ได้แก่ จังหวัด ฝา่ ยกมั พชู า
อุบลราชธานี จงั หวัดศรสี ะเกษ จงั หวดั สุรนิ ทร์
จงั หวดั บรุ รี มั ย์ จงั หวดั สระแกว้ จงั หวดั จนั ทบรุ ี
และจงั หวดั ตราด
7 จังหวัดของกัมพูชา ได้แก่ จังหวัด
พระวหิ าร จงั หวดั อดุ รมชี ยั จงั หวดั บนั เตยี เมยี นเจย
จงั หวดั พระตะบอง จงั หวดั ไพลนิ จงั หวดั โพธสิ ตั ว์
และจงั หวดั เกาะกง
32 วารสารดำ�รงราชานุภาพ
ระดบั จงั หวัดชายแดน
ในระดับจังหวัดชายแดนได้สถาปนาความสัมพันธ์เมืองพ่ีเมืองน้อง (Sister Cities)
ลงนามรว่ มกนั แลว้ จ�ำนวน 10 คู่
4. การพฒั นาเศรษฐกิจ คา้ ขายกบั ต่างประเทศมากยงิ่ ขนึ้ มีการปรบั ปรงุ
ภาวะเศรษฐกิจของกัมพูชาหลังจาก กฎหมายด้านเศรษฐกิจ การเพิ่มสิทธิประโยชน์
มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ แกน่ กั ลงทนุ ตา่ งประเทศ การปฏริ ปู ระบบจดั เกบ็
สังคมนิยม เป็นระบอบประชาธิปไตย และ ภาษเี งนิ ได้ จงึ ส่งผลให้ในช่วง 10 ปีทม่ี า ภาวะ
หลังจากสงครามภายในประเทศกัมพูชาสงบลง เศรษฐกจิ ประเทศกมั พชู ามอี ตั ราการเจรญิ เตบิ โต
ได้พัฒนาฟื้นฟูบูรณะประเทศ ภายใต้นโยบาย ทางเศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเน่ืองในเกณฑ์
ที่มุ่งหวังการพัฒนาศักยภาพทางการเกษตร ร้อยละ 6 – 10 ต่อปี ซ่ึงติดอันดับท่ี 5
การท่องเที่ยว และส่งเสริมให้มีการลงทุน ของประเทศก�ำลังพัฒนาท่ีมีอัตราการเติบโต
จากต่างชาติ จึงเปิดโอกาสให้ประเทศท�ำการ ทางเศรษฐกิจสูง
วารสารด�ำ รงราชานภุ าพ 33
ตารางเปรียบเทยี บ GDP ของประเทศกมั พูชา ระหวา่ งปี ค.ศ. 2011 - 2017
ทม่ี า: https://www.worldometers.info/gdp/cambodia-gdp/
จากตัวเลขทางเศรษฐกิจของกัมพูชา ตอนใต้ (Southern Economic Corridor)
ทกี่ ำ� ลงั เตบิ โต และจำ� นวนประชากรทเ่ี พม่ิ มากขนึ้ ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้�ำโขง
ในแต่ละปี รัฐบาลกัมพูชาจึงอยู่ในภาวะของ (GMS) โดยเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทาง
ความท้าทายต่อการบริหารจัดการและปรับปรุง เศรษฐกจิ เชน่ สนามบนิ ถนน ไฟฟา้ ประปา และ
ระบบโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมทุกด้าน สาธารณปู โภคตา่ ง ๆ ผา่ นการใหค้ วามชว่ ยเหลอื
ทั่วประเทศ เงนิ กู้จากกองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ (IMF)
ปจั จบุ นั รฐั บาลกมั พชู าใหค้ วามสำ� คญั กบั ธนาคารเพอื่ การพฒั นาแหง่ เอเชยี (ADB) รวมทงั้
การก�ำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านคมนาคม หน่วยงานส่งเสริมความร่วมมือเพ่ือการพัฒนา
ทั้งภายในและต่างประเทศ เพ่ือให้สอดรับกับ ของญปี่ นุ่ (Japan International Cooperation
นโยบายระเบียงเศรษฐกิจระดับภูมิภาคของ Agency (JICA)) เป็นต้น
อาเซยี น การพฒั นาเสน้ ทางตามระเบยี งเศรษฐกจิ
34 วารสารดำ�รงราชานุภาพ
นอกจากน้ี รัฐบาลกัมพูชามีนโยบาย สายหลัก 5 สาย สายรอง 8 สาย รางรถไฟ
พฒั นาพน้ื ทเี่ มอื งหลวงในกรงุ พนมเปญ โดยขยาย ความเร็วสงู 4 สาย และรางรถไฟอุตสาหกรรม
เมืองออกไปจากกรุงพนมเปญลักษณะเหมือน โดยเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 ณ สถานี
ใยแมงมุม ส่งผลให้เกิดการก่อสร้างเช่ือมต่อ ด่านพรมแดนบา้ นคลองลกึ อ�ำเภออรญั ประเทศ
การเดินทางและการขนส่งในเมืองและระหว่าง จังหวัดสระแก้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
เมอื งหลกั มากขนึ้ มกี ารกอ่ สรา้ งทางหลวง 4 ชอ่ ง นายกรัฐมนตรี และ สมเด็จอัครมหาเสนาบดี
จราจร ทางดว่ นและถนน Highway ตามเสน้ ทาง เดโช ฮนุ เซน นายกรฐั มนตรแี ห่งราชอาณาจกั ร
ระเบยี งเศรษฐกจิ ตา่ งๆ เปน็ ตน้ การพฒั นาเสน้ ทาง กมั พชู า เปน็ ประธานรว่ มในพธิ ลี งนามความตกลง
เพื่อรองรับระบบขนส่งโลจิสติกส์เพ่ือเชื่อมต่อ การเดินรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่ง
กับไทยและท่าเรือน�้ำลึกในเวียดนาม และ ราชอาณาจกั รไทยและรฐั บาลแหง่ ราชอาณาจกั ร
การจดั ตงั้ Logistics Complex ทเี่ มอื งสหี นวุ ลิ ล์ กัมพูชา รวมท้ังได้จัดพิธีส่งมอบรถดีเซลราง
เพอื่ ตงั้ เปา้ หมายใหเ้ ปน็ HUB ของการขนสง่ สนิ คา้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งทางรถไฟระหว่าง
การขนส่งทางรถไฟส่วนต่อขยายต้ังแต่ ไทย – กัมพูชา ซ่ึงเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ
สายเหนอื (กรุงพนมเปญ-พระตะบอง-ปอยเปต) และฟื้นฟูการคมนาคมทางรถไฟ ไทย-กัมพูชา
สายใต้ (กรงุ พนมเปญ-ทา่ เรอื พระสหี น)ุ โดยแผน ข้นึ อกี ครั้ง ในรอบเกอื บ 50 ปี นับจากการเดนิ รถ
Railway Master Plan เพอ่ื พฒั นาเสน้ ทางรถไฟ ครงั้ สดุ ทา้ ยเมอ่ื ปี พ.ศ. 2517
วารสารดำ�รงราชานภุ าพ 35
การขนสง่ ทางอากาศ จากเดมิ ทก่ี มั พชู า 7 แหง่ จดุ ผ่อนปรนการค้า 9 แหง่ จดุ ผ่อนปรน
มีท่าอากาศยานนานาชาติ จ�ำนวน 3 แห่ง เพื่อการท่องเท่ียว 1 แห่ง และจุดผ่านแดน
ได้แก่ ท่าอากาศยานเสียมราฐ ท่าอากาศยาน ช่ัวคราว 1 แห่ง ช่องทางการค้าที่ส�ำคัญท่ีสุด
กรุงพนมเปญ และท่าอากาศยานพระสีหนุ และมีสัดส่วนของมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุด
ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้โดยสารท่ีเพ่ิม คอื ตลาดโรงเกลอื บรเิ วณจดุ ผา่ นแดนถาวรคลองลกึ
มากขนึ้ ทุกปี รัฐบาลกัมพชู าจงึ ไดจ้ ดั ท�ำโครงการ อ�ำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตรงข้าม
ก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ที่เสียมราฐ ดา่ นปอยเปต จังหวัดบนั เตยี เมียนเจย ซง่ึ ถอื เป็น
รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติ Dara Sakor พนื้ ท่ีเศรษฐกจิ ส�ำคัญของกมั พชู า
ณ จงั หวัดเกาะกง ซง่ึ พัฒนาโดย Tianjin Union ผลการเยือนอย่างเป็นทางการของ
Development Group ของจีน และมีกำ� หนด นายกรฐั มนตรแี ละการประชมุ รว่ มนายกรฐั มนตรี
เปดิ ใชป้ ลายปี พ.ศ. 2563 ใชง้ บประมาณกอ่ สรา้ ง และรฐั มนตรอี ยา่ งไมเ่ ปน็ ทางการ (Joint Cabinet
และพัฒนาประมาณ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Retreat : JCR) ไทย – กมั พชู า ครงั้ ท่ี 3 เมอ่ื วนั ที่
และทา่ อากาศยานนานาชาตเิ กาะกง (Koh Kong 7 กนั ยายน 2560 ณ กรงุ พนมเปญ ราชอาณาจกั ร
International Airport) ซึ่งเป็นการร่วมทุน กัมพูชา ได้เสนอให้เร่งรัดการยกระดับจุดผ่าน
ระหว่าง LYP Group ของกัมพูชา และบริษัท แดน 4 แห่ง เป็นจุดผา่ นแดนถาวร เพอื่ อ�ำนวย
การบนิ กรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) หรอื Bangkok ความสะดวกแกป่ ระชาชนในการสญั จรขา้ มแดน
Airways ของไทย มพี นื้ ทปี่ ระมาณ 500 เฮกตาร์ การคมนาคมขนส่ง และการท่องเที่ยว ได้แก่
หรอื ประมาณ 3,600 ไร่ ในเขต Mondut Seima 1. ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี - อานเซะ
การปฏริ ปู โครงสรา้ งพน้ื ฐานของกมั พชู า จังหวัดพระวิหาร 2. ช่องทางบ้านเขาดิน
ได้รับการพัฒนาพร้อมกับนโยบายส่งเสริม จังหวดั สระแก้ว – พนมเดย จังหวดั พระตะบอง
ความสามารถทางเศรษฐกจิ อกี หลายด้าน ท�ำให้ 3. ช่องทางบ้านทา่ เสน้ จงั หวดั ตราด – ทมอดา
กัมพูชาเน้นการสร้างความร่วมมือกับประเทศ จงั หวดั โพธิสัตว์ 4. ชอ่ งสายตะกู จังหวดั บุรรี ัมย์
ต่างๆ มากข้ึน และภาคเอกชนหลายประเทศ – จบุ๊ โกกี จงั หวดั อดุ รมชี ยั ซง่ึ ชอ่ งทางบา้ นเขาดนิ
เพ่ิมบทบาทการลงทุนในกัมพูชา ด้วยหวัง จงั หวดั สระแกว้ ถอื ไดว้ า่ เปน็ จดุ ทม่ี คี วามคบื หนา้
ใช้ประโยชน์จากระบบโลจิสติกส์เหล่านี้ มากทส่ี ดุ โดยไดร้ บั การยกระดบั เปน็ จดุ ผา่ นแดน
เปิดโอกาสการค้า ลดต้นทุนค่าขนส่งและ ถาวร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
อำ� นวยความสะดวกทางการคา้ ไดม้ ากขน้ึ เรื่อง การเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน
5. การเปิด/ยกระดบั จดุ ผ่านแดน อ�ำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่
จดุ ผา่ นแดนของไทยกบั กมั พชู า มจี ำ� นวน 22 กุมภาพันธ์ 2561 และเปิดท�ำการ
18 ช่องทาง ประกอบด้วย จุดผ่านแดนถาวร อย่างเป็นทางการเมือ่ วนั ที่ 30 มีนาคม 2561
36 วารสารด�ำ รงราชานภุ าพ
6. กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา (Ministry of การบริหารหน่วยงานราชการต่างๆ เป็น 26
Interior) กระทรวง 2 และสำ� นกั งานอสิ ระ ไดแ้ ก ่ สำ� นกั งาน
กระทรวงมหาดไทยกมั พชู า (Krasuong การบินพลเรือนและส�ำนักงานข้าราชการ
Mohapatey; Ministry of Interior) เปน็ หนง่ึ พลเรอื น แบ่งประเภทขา้ ราชการเปน็ ขา้ ราชการ
ในกระทรวงที่มีบทบาทส�ำคัญด้านกิจการ ทป่ี ระจำ� อยสู่ ว่ นกลางและขา้ ราชการทปี่ ระจำ� อยู่
ความมน่ั คงภายใน มอี ำ� นาจหนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ในส่วนภูมิภาค ซึ่งครอบคลุม 24 จังหวัด 186
หน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมการปกครอง อ�ำเภอ โดยข้าราชการพลเรือนท้ังหมดของ
กรมการทะเบยี นราษฎร์ สำ� นกั งานตำ� รวจแหง่ ชาติ กัมพูชาอยู่ภายใต้การบริหารงานของส�ำนัก
ส�ำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมราชทัณฑ์ เลขาธิการข้าราชการพลเรือน (The State
ในปัจจุบันประเทศกัมพูชาแบ่งโครงสร้าง Secretariat for Civil Service: SSCS)
ภาพแสดงหนว่ ยงานในสงั กัดกระทรวงมหาดไทยกมั พชู า
2 กระทรวงหลัก 26 กระทรวง ไดแ้ ก่ (1) สำ�นกั นายกรัฐมนตรี (2) กลาโหม (3) มหาดไทย (4) ประสานงานกับรัฐสภาและการปอ้ งกนั
การทจุ ริตประพฤตมิ ิชอบในวงราชการ (5) การต่างประเทศและความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ (6) เศรษฐกิจและการคลงั (7) ข่าวสาร
(8) สาธารณสุข (9) อุตสาหกรรม เหมืองแร่ และพลังงาน (10) วางแผน (11) พาณิชย์ (12) ศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬา
(13) เกษตร ปา่ ไม้ และการประมง (14) วฒั นธรรมและศลิ ปากร (15) สง่ิ แวดลอ้ ม (16) พฒั นาชนบท (17) แรงงานและการฝกึ ฝนอาชพี
(18) ไปรษณยี ์และโทรคมนาคม (19) ศาสนา (20) กจิ การสตรี (21) กจิ การสังคมและทหารผ่านศึก (22) โยธาธกิ ารและการขนสง่
(23) ยุตธิ รรม (24) การทอ่ งเทย่ี ว (25) พัฒนาผังเมอื งและการก่อสร้าง (26) ชลประทาน
วารสารดำ�รงราชานภุ าพ 37
ทงั้ นี้ กรมการปกครองกมั พชู า (General ส่วนภูมิภาคของรัฐ มีผู้ว่าราชการจังหวัดกับ
Department of Administration) เป็น รองผูวาราชการจังหวัดอีก 7– 9 คน ซ่ึงไดรับ
หน่วยงาน ท่ีมีบทบาทส�ำคัญต่อการบริหารงาน การแตง ตง้ั ตามวาระของรฐั บาล (5 ป)ี เปน ผปู กครอง
ระดับจงั หวัด โดยมี Department of Capital, มาจากการแต่งตั้งโดยกระทรวงมหาดไทย
Khan and Provincial Administration Affairs แต่ละจังหวัดจะมีศูนย์กลางการปกครองหรือ
เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารงานของ เมอื งหลกั (อ�ำเภอเมือง) (District)
ผ้วู า่ ราชการจงั หวดั นายอำ� เภอ จนถึงหน่วยงาน คุ ณ ส ม บั ติ ข อ ง ผู ้ ด� ำ ร ง ต� ำ แ ห น ่ ง
ระดบั ทอ้ งถิ่น ก�ำนนั ผใู้ หญบ่ า้ น ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ด�ำรงต�ำแหน่งระดับ
นอกจากน้ี กรมการทะเบียนราษฎร์ อดุ มมนตรี (Utdom Montrey) มอี ายุ 35 ปขี นึ้ ไป
(General Department of identification) มปี ระสบการณอ์ ยา่ งนอ้ ย 7 ปี ในสายงานบรหิ าร
เป็นหน่วยงาน ในการจัดท�ำฐานข้อมูล ภาครฐั และไดร้ บั คณุ วฒุ กิ ารศกึ ษาระดบั ปรญิ ญา
ทะเบียนราษฎร์ หนังสือเดินทาง (Passport) ตรี โดยมวี าระด�ำรงต�ำแหนง่ คราวละ 4 ปี
บัตรผ่านแดน (Border Pass) รวมท้ังจัดท�ำ คุณสมบัติของผู้ด�ำรงต�ำแหน่งรองผู้ว่า
บัตรประชาชน (identification Card) ให้กับ ราชการจังหวัด เป็นผู้ด�ำรงต�ำแหน่งระดับ
ประชาชนท่วั ประเทศด้วย วรเอกมนตรี (Voreak Montrey) อายุ 35 ปขี น้ึ ไป
7. รูปแบบการปกครองสว่ นภูมิภาค มปี ระสบการณอ์ ยา่ งนอ้ ย 5 ปี ในสายงานบรหิ าร
ประเทศกัมพูชา แบ่งการปกครอง ภาครฐั และไดร้ บั คณุ วฒุ กิ ารศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี
สว่ นภมู ภิ าคออกเปน็ 24 จงั หวดั และ 1 เมอื งหลวง G การบรหิ ารระดบั อำ� เภอ(District/Khan)
(กรุงพนมเปญ) แต่ละจังหวัดบริหารงานโดย ในแต่ละจังหวัดจะแบ่งออกเป็นเขต/อ�ำเภอ
ผู้ว่าราชการจังหวัด เสนอช่ือโดยกระทรวง การบริหารระดับอําเภอ เป็นหน่วยงานบริหาร
มหาดไทยภายใต้การอนุมัติของนายกรัฐมนตรี ราชการส่วนภูมิภาคของรัฐ นายอ�ำเภอ มาจาก
(Law on Administrative Management of การแต่งต้ังโดยกระทรวงมหาดไทย ในแต่ละ
the Capital, Provinces, Municipalities, จังหวัดมีจ�ำนวนอ�ำเภอจะแตกต่างกันไปจังหวัด
Districts and Khans. 2008) ท่ีเล็กที่สุด มี 2 อำ� เภอ และในบางจังหวัดมี 14
G ก า ร บ ริ ห า ร ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด อ�ำเภอ เช่น ในจงั หวัดพระตะบอง เปรยเวงและ
(Province/khet) การบริหารระดับจังหวัด เสยี มราฐ ระดบั การแบง่ ยอ่ ยเพม่ิ เตมิ คอื หมบู า น
(Khet/Krung) เป็นหน่วยงานบริหารราชการ (Sangkat และ Communes) ในชุมชนยอย
ลงไปจะเรยี กวา “ภูม”ิ phum (หมู่บ้าน)
38 วารสารดำ�รงราชานภุ าพ
G การบรหิ ารสว่ นท้องถิ่น การบรหิ าร สภาทอ้ งถนิ่ สภาตำ� บลเปน็ หนว่ ยงานระดบั ลา่ งสดุ
ระดับตําบล (Sangkat/Communes) และ ที่มีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้าง
หมู่บ้าน (Village) เป็นการบริหารราชการ ธรรมาภบิ าล โดยใชท้ รพั ยากรทม่ี อี ยเู่ พอ่ื ตอบสนอง
ส่วนท้องถิ่น กํานันมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ความต้องการของประชาชนในคอมมูน/แขวง
จากประชาชน ในลักษณะของการรับสมัคร โดยค�ำนงึ ถงึ นโยบายของรัฐเป็นส�ำคญั
เลอื กตงั้ ในนามของพรรคการเมอื ง มวี าระคราวละ
5 ปี และสมาชิกท้องถิ่น เป็นผู้มีสิทธ์ิออกเสียง
ในการเลือกต้ังสมาชิกวุฒิสภาทําให้เกิดความ
เชื่อมโยงระหว่างสภาท้องถ่ินกับสภานิติบัญญัติ
และสมาชิกวุฒิสภา ส่วนผู้ใหญ่บ้านแต่งตั้งจาก
สภาท้องถิ่น ไม่มีวาระในการดํารงตําแหน่ง
มาจากการเลอื กตง้ั ทางออ้ มและแตง่ ตง้ั โดยสมาชกิ
วารสารด�ำ รงราชานภุ าพ 39
กล่าวโดยสรุป แม้ในอดีตความสัมพันธ์ ท่ีมีหน่วยงานในสังกัดท่ีมีบทบาทเป็นอย่างมาก
ระหว่างไทยกับกัมพูชาผกผันบ่อยคร้ัง โดยมี ทงั้ ในเชงิ ของการบรหิ ารราชการ สว่ นภมู ภิ าคและ
ป ั จ จั ย จ า ก ส ถ า น ก า ร ณ ์ ก า ร เ มื อ ง ภ า ย ใ น ความมั่นคงภายใน การเผยแพร่ข้อมูลในส่วนน้ี
และปัญหาขอ้ พิพาทบรเิ วณชายแดนของท้ังสอง เพื่อเป็นข้อมูลให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
ประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐบาล มหาดไทยและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องใช้เป็น
ได้มีการส่งเสริมให้มีการด�ำเนินความสัมพันธ์ ประโยชน์ต่อการประสานงานกับหน่วยงาน
กบั กมั พชู าในทกุ ระดบั ตง้ั แตร่ ะดบั รฐั บาล จงั หวดั counter part ของฝา่ ยกัมพูชา และเปน็ ขอ้ มูล
อ�ำเภอ จนถึงระดับท้องถ่ิน ท้ังในรูปแบบของ พืน้ ฐานให้จงั หวดั ชายแดน สามารถใช้เป็นขอ้ มลู
การประชุมหารือ การจัดกิจกรรมเสริมสร้าง อ้างอิงในการท�ำความเข้าใจรูปแบบส่วนภูมิภาค
ความสัมพันธ์ และการเดินทางไปมาหาสู่ ของกมั พชู า เพอ่ื ใชป้ ระโยชนใ์ นการประสานงาน
เย่ียมเยียนระหว่างจังหวัดของทั้งสองประเทศ และขับเคล่ือนให้จังหวัดชายแดนสามารถ
อย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้การด�ำเนินความ เป็นกลไกหลักของการขับเคลื่อนมิติด้าน
สัมพนั ธไ์ ทย – กมั พูชา ดำ� เนนิ ไปไดเ้ ปน็ อย่างดี การต่างประเทศลงสู่ระดับพื้นที่ เพื่อด�ำรง
ประกอบกับ ตามที่ผู้เขียนได้ให้ข้อมูล ความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา ในฐานะหุ้นส่วน
เกี่ยวกับโครงสร้างกรมในสังกัดกระทรวง เพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
มหาดไทยของกมั พชู าฯ ซงึ่ ถอื ไดว้ า่ เปน็ กระทรวง
ตอ่ ไป.
กลไกการรักษาความสงบเรียบร้อย
ในพืน้ ทจ่ี ังหวดั ชายแดนภาคใต้
บทน�ำ นายวชิระ อัลภาชน์
ด้วยปัญหาความรุนแรงในจังหวัด อดีตปลัดจงั หวดั ยะลา
ชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2562) บทความฉบับน้ี เป็นบทความที่
เป็นปัญหาท่ีมีความซับซ้อน ละเอียดอ่อน สะท้อนมุมมองในการแก้ไขปัญหาจังหวัด
และมีความเชื่อมโยงกันหลายมิติ อันมีปัจจัย ชายแดนภาคใต้ 2 ด้าน คือ ดา้ นการรเู้ ขา เพือ่ รู้
หลายประการท่ีถูกน�ำมาเป็นเง่ือนไขของปัญหา เท่าทันยุทธวิธีของฝ่ายตรงข้ามแล้วค้นหา
โดยการตอ่ สทู้ ใ่ี ชค้ วามรนุ แรงเปน็ ผลมาจากกลมุ่ คน แนวทางท่ีจะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามอย่างย่ังยืน
ที่มีอุดมการณ์ต้องการแบ่งแยกดินแดน โดยน�ำ ด้านการรู้เรา เปรียบเสมือนการมองตนเอง
เง่ือนไขของอัตลักษณ์เฉพาะ เช่น เชื้อชาติ ว่าตนเองแต่งตัวแล้วหน้าตาตนเองเป็นอย่างไร
ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนา รวมทั้ง หากมีข้อบกพร่องอย่างไรจะได้แก้ไขปัญหาได้
การไม่ได้รับความยุติธรรมจากเหตุการณ์ท่ีเคย อย่างถกู ตอ้ ง
เกิดข้ึน มาขยายผลในการสร้างความชอบธรรม
ในการใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ได้ปรากฏ
เงื่อนไขที่ส่งผลให้สถานการณ์ซับซ้อนมากย่ิงขึ้น
อยา่ งมีนยั ยะส�ำคัญ คือ ปญั หายาเสพติด ปญั หา
ภัยแทรกซ้อน บทบาทของภาคประชาสังคม
โดยเฉพาะเยาวชนที่เห็นต่างจากรัฐ และถูกดึง
เข้ามามีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวท่ีสอดคล้อง
กับอุดมการณ์ของผู้เห็นต่างจากรัฐ การเข้ามา
มีบทบาทและแทรกแซงขององค์กรระหว่าง
ประเทศ และปัญหาการลักลอบขนส่งสินค้า
ผิดกฎหมาย
วารสารดำ�รงราชานภุ าพ 41
การรู้เขา การศกึ ษาฝ่ายตรงข้าม
1. แนวความคิดของกลุ่ม Barisan โครงสร้างในระดับเขต/จังหวัดไปจนถึง
Revolusi Nasional Melayu Patani (BRN) ระดับกลุ่ม/หมู่บ้าน (การปกครองท้องถิ่น)
ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีการจัดโครงสร้างเลียนแบบระดับ DPP
โดยมเี ปา้ หมายสดุ ทา้ ยคอื ความตอ้ งการเอกราช โดยระดับเขตประกอบด้วย
ในการท่ีจะปกครองตนเอง ประกอบด้วย ♦ ฝา่ ยปฏบิ ตั กิ ารจติ วทิ ยา ทำ� หนา้ ที่
♦ แนวความคดิ ชาตนิ ยิ ม(Nationlism) ปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อในรูปแบบต่างๆ
♦ แ น ว ค ว า ม คิ ด ก า ร ป ฏิ วั ติ ผทู้ ท่ี ำ� หนา้ ทสี่ ว่ นใหญเ่ ปน็ อสุ ตาซ (ครสู อนศาสนา)
(Revolutionize) ทีส่ อนอยตู่ ามสถานการศึกษา/ปอเนาะ/ตาดกี า
♦ แนวความคดิ อิสลาม (Islamic) ♦ ฝา่ ยศาสนา ทำ� หนา้ ทีส่ รา้ งความ
2. โครงสรา้ งของกลมุ่ BRN ประกอบดว้ ย เชื่อถือและศรัทธา โดยน�ำหลักการทางศาสนา
ผู้น�ำจิตวิญญาณ, ประธานสภาองค์กรน�ำ อิสลามมาบิดเบือน รวมถึงการสร้างความเชื่อ
(นายดลุ เลาะ แวมะนอ), มคี ณะที่ปรกึ ษา 4 ฝ่าย ทางไสยศาสตร์ และการสาบานตน (ซมุ เปาะฮ)์
คือ ฝ่ายการทหาร ฝ่ายการเมือง ฝา่ ยเศรษฐกจิ ซึง่ ผทู้ ่ที �ำหน้าท่ีสว่ นใหญ่เป็นผู้น�ำศาสนา
และฝ่ายศาสนาอลู ามา (ผรู้ ูศ้ าสนา), เลขาธิการ
สภาองคก์ รนำ� (นายอดลุ ย์ มณุ )ี และสภาองคก์ รนำ�
(Dewan Pimpinan Parti : DPP) มี 7 ฝ่าย คอื
ฝา่ ยตา่ งประเทศ ฝา่ ยการทหาร (งานดา้ นกำ� ลงั รบ)
ฝา่ ยเยาวชน (งานด้านก�ำลังพล) ฝ่ายปฏิบัติการ
จิตวิทยา/ประชาสัมพันธ์ ฝ่ายศาสนา (อูลามา)
ฝ่ายเศรษฐกิจ และฝ่ายเขต/พ้ืนที่ (ดูแลงาน
ด้านการปกครองท้องที่) โดย DPP ท�ำหน้าท่ี
ก�ำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการตัดสินใจ
ของกล่มุ BRN
โครงสร้างคณะกรรมการบริหารกลาง
มี 8 ฝ่าย คือ ฝ่ายการทหาร ฝ่ายเยาวชน
ฝา่ ยการเงนิ ฝ่ายประชาสมั พันธ์ ฝ่ายการศึกษา
ฝา่ ยสตรี ฝา่ ยการปกครอง และฝา่ ยการประสานงาน
ทำ� หนา้ ทเ่ี ชอื่ มตอ่ ระหวา่ ง DPP กบั ระดบั ปฏบิ ตั กิ าร
ในพ้ืนท่ีซึ่งครอบคลุมงานทกุ ดา้ น
42 วารสารดำ�รงราชานุภาพ
♦ ฝ่ายเหรัญญิก ท�ำหน้าท่ีด้าน ♦ เขตปตั ตานยี าโตะ๊ (ปาตานตี ะวนั ตก)
การเงนิ ทง้ั การหารายไดแ้ ละจดั ทำ� รายการรายรบั ประกอบด้วย พื้นท่ีส่วนใหญ่ของอ�ำเภอเทพา
และรายจา่ ย โดยมกี ารเรยี กเกบ็ เงนิ จากสมาชกิ / อ�ำเภอจะนะ อ�ำเภอสะบ้าย้อย อ�ำเภอนาทวี
แนวร่วม เป็นรายวันหรือรายเดือน และจัดต้ัง อ�ำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา อ�ำเภอควนโดน
กลมุ่ อาชพี หรือสหกรณข์ องกลุ่มเพื่อบงั หน้า อำ� เภอเมืองสตูล จงั หวัดสตลู
♦ ฝ่ายเลขานุการ ท�ำหน้าที่ด้าน 4. แนวทางการต่อสู้ของกลุ่ม BRN
งานธุรการ การจัดหาสมาชิก/แนวร่วม และ มีลักษณะดังน้ี 1) การสร้างความรุนแรง
ประสานงานด้านการปลุกระดม การฝึก สนับสนุนทางยุทธศาสตร์ไม่หวังผลเอาชนะ
ในฝ่ายนี้ยังมีผู้ท่ีมีความรู้หรือผู้อาวุโสซ่ึงเป็นที่ ทางยุทธวิธี 2) การสร้างความขัดแย้ง อ�ำพราง
เ ค า ร พ ย� ำ เ ก ร ง ม า ท� ำ ห น ้ า ท่ี เ ป ็ น ท่ี ป รึ ก ษ า สับสน และโฆษณาชวนเช่ือ 3) การปลุกระดม
ให้ส่วนใหญ่และเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในพื้นที่ ทางการเมือง สร้างโอกาสได้ดินแดนคืน อาศัย
เช่น นายกองค์การบริหารส่วนต�ำบล ก�ำนัน แนวทางของมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
ผใู้ หญบ่ า้ น และผมู้ อี ทิ ธพิ ลจากธรุ กจิ ผดิ กฎหมาย ที่ 1514 (XV) ลงวันท่ี 14 ธันวาคม 1960 เรื่อง
3. การแบ่งเขตการปกครองของ “การใหเ้ อกราชแกด่ นิ แดนอาณานคิ ม” มเี นอื้ หา
รัฐปาตานี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ระบเุ กยี่ วกบั “สทิ ธใิ นการกำ� หนดใจตนเอง” หรอื
3 เขต คือ “Right to Self Determination” ของกลมุ่ ชน
♦ เขตปัตตานีอูตารา (ปาตานี ทต่ี กเปน็ อาณานคิ ม วา่ มเี สรภี าพในการตดั สนิ ใจ
ตะวันออก) ประกอบด้วย พื้นที่ส่วนใหญ่ของ เร่ืองสถานะทางการเมอื ง และด�ำเนินการพฒั นา
จังหวัดนราธิวาส และบางส่วนของจังหวัด ทางเศรษฐกจิ สงั คมและวฒั นธรรมของตนเองได้
ปัตตานี โดยใช้แม่น้�ำสายบุรีเป็นเส้นแบ่งเขต อย่างเสรี (เงื่อนไขน้ี คือ สาเหตุที่กลุ่ม BRN
ตั้งแต่อ�ำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ถึงอ�ำเภอ ใช้เรียกรัฐไทยว่า “นักล่าอาณานิคมสยาม”
สคุ ีรนิ จงั หวัดนราธวิ าส
♦ เขตปัตตานีตือเงาะ
(ปาตานีกลาง) ประกอบด้วย พ้ืนท่ี
สว่ นใหญข่ องจงั หวดั ปตั ตานี จงั หวดั ยะลา
บางส่วนของจังหวัดนราธิวาสและ
จังหวัดสงขลา ตามแนวภูมิประเทศ
ตั้งแต่อ�ำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ถงึ อำ� เภอกาบงั จงั หวดั ยะลา
วารสารดำ�รงราชานุภาพ 43
เพ่ือให้ปาตานี มีสถานะเป็นดินแดนอาณานิคม อยา่ งเคร่งครัด ผ้ปู ฏบิ ัตมิ อี �ำนาจในการตัดสนิ ใจ
เพื่อท�ำให้สามารถใช้ “สิทธิในการก�ำหนดใจ ปรับเปลยี่ นตามสภาพแวดลอ้ ม
ตนเอง” หรอื “Right to Self Determination” ง) ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือ
ขอท�ำประชามติเพื่อแบ่งแยกดินแดนหรือต้ังรัฐ โดยปลกู ฝงั อดุ มการณก์ ารตอ่ สู้ และฝกึ ฝนรา่ งกาย
ใหม่ได้) 4) ด้านการเงินใช้แนวทางเก็บจาก การใช้อาวธุ เพ่อื เปน็ สมาชกิ ปฏิบัตกิ าร
สมาชิกและรับบริจาค (ซากาต) 5) การจัดต้ัง จ) จัดหาอาวุธและอุปกรณ์
เยาวชนผ่านสถานศึกษาของอิสลาม (ปอเนาะ ประกอบระเบิดแสวงเคร่ืองจากพันธมิตร
หรอื โรงเรยี นเอกชนสอนศาสนา) 6) การประสานงาน และปล้นจากเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั
และการขับเคลือ่ น ฉ) ท�ำสงครามกองโจรยืดเย้ือ
5. การวเิ คราะหข์ ดี ความสามารถของ สร้างสถานการณ์รุนแรงทุกรูปแบบ ไม่หวังผล
ก ลุ ่ ม ผู ้ ก ่ อ เ ห ตุ รุ น แ ร ง จ า ก ห น ่ ว ย ง า น ด ้ า น ชนะ ต้องการแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่สามารถดูแล
ความม่ันคง ประกอบด้วย ระดับยุทธศาสตร์ รกั ษาความมนั่ คงภายในพน้ื ทีไ่ ด้
และระดับยุทธวธิ ี มีรายละเอยี ดดงั น้ี ช) ปฏิบัติการก่อเหตุนอกพ้ืนที่
♦ ระดับยุทธศาสตร์ การสร้าง จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างฐานอ�ำนาจ
มวลชนเป็นพลังอ�ำนาจต่อรองทางการเมือง การต่อรอง เม่ือถูกกดดันไม่สามารถสร้าง
ดว้ ยกลยทุ ธอ์ ตั ตลกั ษณท์ แ่ี ตกตา่ งกนั ปลกุ กระแส สถานการณ์ในพื้นที่ได้ อีกทั้ง ยังต้องการแสดง
อิสลาม เพื่อการเป็นรัฐเอกราช ควบคู่กับการ ให้เห็นว่า กลุ่มขบวนการมีขีดความสามารถ
ปฏบิ ตั กิ ารทางทหาร สรา้ งสภาวะสงครามประชาชน ในการปฏบิ ัตกิ าร
ด้วยเง่ือนไขประชาชาติและขยายไปสู่สงคราม ซ) ส่งสมาชิกแทรกซึมเข้า
ศาสนาในที่สุด ด้วยกลยุทธ์บิดเบือนหลักการ ทำ� งานการเมือง ทัง้ ระดบั ท้องถน่ิ และระดับชาติ
ท�ำสงครามญิฮาดตามหลักศาสนานิยมให้เป็น และหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อสร้างฐาน
เหตแุ หง่ สงคราม มวลชนในสถานทีร่ าชการ
♦ ระดับยุทธวิธี ประกอบดว้ ย ด) ทำ� ลายเศรษฐกจิ คนไทยพทุ ธ
ก) จัดตั้งองค์กรน�ำขบวนการ แ ล ะ ก ด ดั น ขั บ ไ ล ่ ใ ห ้ อ อ ก จ า ก พ้ื น ท่ี จั ง ห วั ด
ในการบริหารให้ชดั เจน ชายแดนภาคใต้
ข) จดั ตงั้ คณะกรรมการหมบู่ า้ น ต) จัดตั้งองค์กรแฝงในภาค
(อาเยา๊ ะห)์ สรา้ งชมุ ชนเข้มแข็ง เป็นพื้นท่อี ทิ ธพิ ล ประชาสังคมและแสวงหาประโยชน์จากองค์กร
ในสว่ นท้องถิ่น พัฒนาเอกชนท้ังในและต่างประเทศท่ีท�ำงาน
ค) จดั ตง้ั กองกำ� ลงั ทม่ี สี ายบงั คบั ด้านสทิ ธิมนษุ ยชน เปน็ กระบอกเสียงขับเคลือ่ น
บัญชาและการสั่งการ การรักษาความลับ งานการเมอื ง บดิ เบอื นขา่ วสารทำ� ใหเ้ กดิ ความสบั สน
ยากล�ำบากในการปฏิบตั งิ านของเจา้ หนา้ ที่