แบบบันทึก 1.7
แผนการจัดการเรียนรูที่.....1......
หนวยการเรยี นรูที่.........1..........วชิ า.........................การงานอาชพี 4..................... รหสั วชิ า........ง22102....
เรื่อง...........................หลักการซอมแซมเส้อื ผา....................................................... จำนวน...........5............ชัว่ โมง
เร่อื งยอยท่ี.....1......ช่ือเรือ่ งยอย............ปฐมนิเทศ.................................................. จำนวน..........1............ชั่วโมง
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่.......2.........โรงเรยี นระยองวทิ ยาคม.........................................................................................
ผูสอน.......นางสาวชฎานิศ....ชวยบำรุง.....................................................................................................................
มาตรฐานที่........-......................................................................................................................................................
ตวั ชว้ี ัดที่............-......................................................................................................................................................
จุดประสงคก ารเรียนรู (ผเู รียนรูอะไร / ทำอะไรได)
1. นักเรยี นใหข อ มลู สว นตัวเพือ่ นำไปวเิ คราะหพฤติกรรมลลี าการเรียนรขู องผูเรยี น
2. นักเรยี นรแู ละเขา ใจวิธีการวัดและประเมนิ ผล
3. นกั เรียนรูและเขาใจกฎระเบียบของหองเรียน
สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
ชีแ้ จงขอบขา ยของเนื้อหาในรายวิชาการงานอาชีพพนื้ ฐาน4 (ง22102) ผลการเรยี นรู การวัดผลและ
ประเมนิ ผล กรอกแบบวเิ คราะหผ เู รยี นรายบุคคลและการแนะนำกฎระเบียบของหองเรยี น
สาระการเรยี นรู / เน้อื หาสาระ
1. เนอ้ื หารายวิชาประกอบดว ย
หนว ยที่ 1 การเยบ็ ผาเบอื้ งตน ดวยมอื
- ปฐมนเิ ทศ ผเู รยี น วิเคราะหลีลาการเรียนรูข องผเู รียน
- การซอ มแซมและดัดแปลงเสือ้ ผา
- ปรบั พน้ื ฐานการเยบ็ ผา เบ้ืองตน ดว ยมือ
- การเนา
- การดน
- การสอย
หนว ยที่ 2 อาชีพนา รู
- เรยี นรูประกาศรบั สมัครงาน
- ทักษะท่ีจำเปน ตอการประกอบอาชีพ
- ผลตอบแทนจากการประกอบอาชพี
สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น
- ความสามารถในการสื่อสาร
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
- ความสนใจฟงคำชแ้ี จง/คำอธบิ าย
- ความรว มมอื ในการกรอกขอมูล
ชิ้นงาน/ภาระงาน
- แบบวิเคราะหพ ฤตกิ รรมลลี าการเรยี นรูของผูเรยี น
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู
1. ครแู นะนำตัวเอง จากนัน้ ใหนักเรียนแนะนำตัว
2. ครอู ธบิ ายเนอ้ื หาหลักๆในรายวชิ าการงานอาชีพ4 (ง22102) พรอมทงั้ แจง จดุ ประสงคการเรียนรู
ตามรายละเอียดในเอกสารประกอบการปฐมนเิ ทศ
3. ครชู แ้ี จงวิธดี ำเนินการสอนทเ่ี นนนกั เรยี นเปนสำคัญเพ่ือใหน ักเรยี นคิดเปน ทำเปน โดยมคี รเู ปน
ผูช ้แี นะ ใหคำปรึกษาและชว ยสรปุ ความรูทีน่ ักเรยี นไดใหสมบรู ณและถูกตอง
4. ครชู แ้ี จงกฎระเบียบในการใชห อ งคหกรรม (กรณีเรียน onsite)
5. ครอู ธิบายวธิ ีการวดั ผลและประเมนิ ผล
6. ใหนักเรยี นกรอกแบบวเิ คราะหพ ฤตกิ รรมลีลาการเรยี นรูของผูเ รยี น
สือ่ และแหลงเรียนรู
- เอกสารประกอบการปฐมนิเทศรายวิชาการงานอาชีพ4
- แบบวเิ คราะหพ ฤติกรรมลลี าการเรียนรูข องผเู รยี น
การวัดผลและประเมนิ ผล
การวดั ผลและประเมนิ ผลตามผลการเรยี นรู
สงิ่ ทตี่ องการวัดประเมนิ ผล วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑการประเมนิ ผล
1.บอกจุดประสงคการเรยี นรไู ด ซักถาม หัวขอ ซักถาม ตอบคำถามไดถ ูกตองรายบคุ คล
2.บอกวธิ ีการวดั ผลประเมินผลได ซักถาม หวั ขอซกั ถาม ตอบคำถามไดถูกตองรายบคุ คล
3.วิเคราะหพฤติกรรมลีลาการ กรอกขอ มูล แบบวิเคราะห นกั เรยี นกรอกขอมลู ตามสภาพจรงิ
เรียนรูของผูเ รียน พฤติกรรมลีลา ของตนเองและไดผลการวเิ คราะห
การเรยี นรูของ พฤติกรรมลีลาการเรียนรู
ผเู รยี น
แบบบนั ทึก 1.4.1
แบบประเมนิ /สังเกต เก่ียวกับลีลาการเรียนรู
กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี ภาคเรยี นท่ี ......./..........
ชอ่ื ......................................................ช้ัน ม. ...../........
คำชี้แจง ทำเครอ่ื งหมาย ในชอ งท่ตี รงกบั พฤติกรรมการเรยี นรขู องนักเรียน
ที่ ลีลาการเรยี นรู ความคดิ เหน็ สรปุ
ใช ไมใ ช
1 แบบอสิ ระ(พึ่งพาตนเอง)
ชอบคนควา หาความรดู ว ยตวั เอง ............. ............. ............
ชอบทำงานท่ีเปนของตนเอง ............ ............ ............
สนใจการเรียนรตู ามลำพงั ............ ............ ............
ชอบเรียนเนือ้ หาท่ีมีลกั ษณะเปน ปญหาซง่ึ ผเู รียนมีโอกาสคิดหาคำตอบ ............ ............ ............
ไดเ อง ............ ............ ............
สนใจทำกิจกรรมทต่ี นคิดวาสำคญั เทา นัน้ ............. ............. ............
สรปุ ความรไู ดดวยตนเอง ............ ............ ............
มคี วามเชอื่ มน่ั ในความสามารถในการเรยี นรูของตนเอง ………… ........... …………
2 แบบหลบหนี (แบบหลกี เล่ียง)
ชอบหลกี เลี่ยงการทำกิจกรรมในช้นั เรยี น ............. ............. ............
เม่ือตองทำกิจกรรมในหอ งเรียนมีความรสู กึ อดึ อัด ............ ............ ............
ฟงครูพูดนานๆจะรสู กึ เบื่อหนาย ............ ............ ............
วันไหนครจู ะพาไปนอกสถานท่ี รูสกึ มีความสขุ ............ ............ ............
ชอบศกึ ษาจากแหลงเรยี นรูมากที่สดุ ............ ............ ............
ไมชอบกฏ ขอ บงั คับของหองเรยี น ทำใหไมอยากเรยี น ............. ............. ............
ไมตองการใหค รูมอบหมายงานใหอา นหรือคนควา ............ ............ ............
ไมตองการรบั รปู ญหาของผอู ่ืน ............ ............ ............
ไมใหความรว มมือกบั ครูและเพ่อื น ............ ............ ............
3 แบบรวมมือ (แบบพ่ึงกลมุ )
ยอมรบั ฟงความคดิ เห็นของผูอน่ื ............. ............. ............
ชอบชวยเหลอื เพ่ือนขณะทำกิจกรรม ............ ............ ............
ไมอจิ ฉาความสามารถของผูอื่น ............ ............ ............
ชวยกนั แกป ญหากิจกรรมการเรยี น ............ ............ ............
มีมนษุ ยสัมพนั ธท่ดี ีกับผอู น่ื ในการทำกจิ กรรม ............ ............ ............
ท่ี ลลี าการเรียนรู ความคดิ เหน็ สรุป
ใช ไมใ ช
4 แบบพึง่ พา (แบบพ่ึงผูอ่นื )
จะทำงานไดดีมาก หากครูมีตัวอยา งใหด ู ............. ............. ............
เลยี นแบบพฤติกรรมของครแู ละเพื่อนไดเกง ............ ............ ............
ทำงานตามขน้ั ตอนท่คี รูกำหนดไดเ ม่ือมตี ัวแบบ ............ ............ ............
เรียนรูไดดีหากมีการเขยี นโครงรางหรอื จดบนกระดานดำ ............ ............ ............
มองวา ครูและเพื่อนเปน แหลง ความรูแ ละเปนผูใหการชว ยเหลือ ............ ............ ............
ไมก ระตือรือรนในการเรียนและจะเรียนเฉพาะท่คี รสู อนเทาน้นั ............. ............. ............
5 แบบแขงขัน
เรยี นเน้อื หาเพื่อสอบใหไ ดคะแนนสูงกวา เพ่ือน ............. ............. ............
แขงขันกับผอู ่ืนเพื่อหวงั รางวลั เชน คะแนน ความรักจากครู เปน ............ ............ ............
ตน ............ ............ ............
ชอบเปน ผูนำกลมุ ในการอภิปรายหรือเปน ผนู ำโครงการ ............ ............ ............
ชอบถามในช้ันเรยี นเพื่อหาคำตอบ ............ ............ ............
หวังรางวลั หรอื คำชมเชยคนเดียวในการทำกจิ กรรมกลุม ............. ............. ............
ชอบกิจกรรมการทำงานท่ีทาทาย ............ ............ ............
ชอบคนหาคำตอบ โดยการกำหนดเง่อื นไข เปน เวลา
6 แบบมสี วนรวม
มคี วามสุขในการแสดงความคิดของตนเอง ............. ............. ............
ชอบการบรรยายแบบอภปิ ราย ............ ............ ............
มีความสขุ มากหากครใู หมสี วนรว มในการทำกจิ กรรม ............ ............ ............
ชอบแสดงความคิดเห็นหรอื อภปิ รายในการทำงาน ............ ............ ............
อยากใหตนมคี วามสำคญั ในการทำกจิ กรรม ............ ............ ............
ทำหนา ทที่ ี่ไดร ับมอบหมายดว ยความเตม็ ใจ ............. ............. ............
ใหค วามรว มมือกับกลมุ เม่ือไดรบั มอบหมายงาน ............ ............ ............
ชอบครูท่ีมีความสามารถในการวิเคราะหและสังเคราะหเน้อื หาได ............ ............ ............
เปน อยา งดี
สรุปผเู รียนมลี ีลาการเรยี นรปู ระเภท.....................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................(ครปู ระจำวชิ า)
odv49
tLr.r uu ufl n 9{ a fl 1 :a q n't Y t:u u g
nd9xUar:unr:i3uu{nr:'t,tuorfl n
!
rw*unrt{'nnr:#ou$ii...1......dou .:=fu.el,nd
e{a,ui ranqfv}usyrd?uu
t. drunttri (r)
C.nu-?es+:Fnxn
a, 6'rufrnuv,/n :surunr: (P)
a. drueru#nurus#ufi .rrj:rarri (R)
flryrar / qrJa::n
uu:urrufftr
3=I::F.duudr. oIU ......... .fr'aau
(uxar:tgrfln d':enirqr)
s{ruililr n; nm.1
&iff rdal 4,.t, Qr , j^r 6t Do-hh
แบบบันทกึ 1.7
แผนการจดั การเรยี นรทู .่ี ....2....
หนวยการเรยี นรทู ่ี...........1...........วชิ า...............................การงานอาชีพ3..............................รหัสวิชา...ง22101...
เรือ่ ง.............หลักการซอ มแซมเส้อื ผา .........................................................................จำนวน..........5............ช่ัวโมง
เรื่องยอยที่.....2......ชอ่ื เร่ืองยอย................การซอมแซมเส้ือผา และดัดแปลงเสอื้ ผา...........จำนวน........1......ชั่วโมง
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี.่ ........2....................โรงเรยี น......ระยองวิทยาคม..........................................................................
ผูส อน......นางสาวชฎานศิ ....ชว ยบำรงุ ........................................................................................................................
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานที่ ง 1.1 เขา ใจการทำงาน มคี วามคดิ สรา งสรรค มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจดั การ ทักษะ
กระบวนการแกป ญ หา ทักษะการทำงานรวมกัน และทกั ษะการแสวงหาความรู มีคณุ ธรรม และลกั ษณะนสิ ัยใน
การทำงาน มจี ิตสำนึกในการใชพลังงาน ทรพั ยากรและสิ่งแวดลอม เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครวั
ตวั ช้วี ัด ง 1.1 ม.2/1 ใชท กั ษะการแสวงหาความรูเพือ่ พัฒนาการทำงาน
จดุ ประสงคการเรียนรู (ผูเรียนรอู ะไร / ทำอะไรได)
ดานความรู (K)
1. นักเรยี นรูแ ละเขาใจความหมายของการซอมแซมเส้ือผา
2. นกั เรยี นสามารถบอกประโยชน บอกหลกั การ และเคร่ืองมือในการซอมแซมเสอื้ ผาได
ดา นทักษะ/ กระบวนการ (P)
3. นักเรยี นสามารถสืบคนขอมูล เร่ืองการซอมแซมและดดั แปลงเสือ้ ผา
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/คา นิยม (A)
4. นักเรียนสามารถบอกคุณคาของการเรียน เรอ่ื ง การซอมแซมและดดั แปลงเสื้อผา ได
5. นกั เรยี นไมคัดลอกงานของเพ่อื นมาสง ครู
6. นักเรยี นมคี วามรับผดิ ชอบตอ งานที่ไดรับมอบหมาย
7. นักเรยี นมีความใฝร ูใฝเ รยี นและมงุ ม่นั ในการทำงาน
8. นักเรยี นชว ยกันดแู ลความสะอาดของหองเรยี น (กรณีเรียน onsite)
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
เสอ้ื ผาเครื่องนุงหม เปน สิ่งจำเปน ที่ทุกคนตองสวมใสอยปู ระจำ เมื่อใชไ ปนานๆ อาจเกิดรอยชำรดุ เชน
ตะเขบ็ ปริ กระเปาฉีก กระดุมหลดุ นำมาสวมใสจ ะดูไมเรียบรอ ย เสยี บคุ ลกิ ภาพ แตสภาพเสอ้ื ผา สว นใหญย งั ดีอยู
ควรนำมาใชใหค มุ คา ดงั นน้ั การนำเสอื้ ตัวเกา ทชี่ ำรุดกลับมาใชใ หมด ว ยการซอมแซมเปนการประหยัดทส่ี ดุ
สาระการเรียนรู / เนื้อหาสาระ
การซอ มแซมเสือ้ ผา หมายถงึ การทำใหเ ส้ือผาทีม่ ีรอยขาดหรอื ชำรุด กลับมาใชไดเ หมือนเดมิ เส้อื ผาที่
ซอมแซมแลวจะเหน็ รอยตำหนินอ ยทสี่ ุด
สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการแกปญหา
- ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ
- ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
- มวี ินยั
- ใฝเ รียนรู
- มุงมัน่ ในการทำงาน
- มจี ิตสาธารณะ
ชิ้นงาน/ภาระงาน
- สบื คนขอ มลู จากแหลง เรียนรู
- ใบงาน
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู
ข้นั นำ
ครูถามนักเรยี นวา “การซอมแซมเสื้อผา ” คืออะไร (ใหนักเรยี นยกมอื แสดงความคดิ เห็น)
ขั้นจดั กิจกรรม
ครใู หน ักเรยี นศึกษาใบความรูท่ี 1 เร่ือง การซอมแซมและดัดแปลงเสื้อผา และสืบคนความรเู พ่มิ เติม
พรอ มทัง้ ตอบคำถามในใบงาน
ขนั้ สรุป
ครแู ละนักเรียนรว มสรปุ ความรทู ่ไี ดจ ากการคนควา และทำใบงาน โดยสรุปเปนผงั มโนทศั น
ขน้ั ประเมนิ
ครแู ละนักเรยี นรว มเฉลยใบงาน
สื่อและแหลงเรียนรู
- ใบความรู
- ใบงาน
การวัดผลและประเมินผล
วธิ ีการวัด เครื่องมอื วัด เกณฑการประเมนิ
ดา นความรู-ความเขา ใจ ใบงาน นักเรยี นตอบคำถามในใบงานได
1. นักเรียนรแู ละเขาใจความหมาย ถูกตอง
ของการซอมแซมเสือ้ ผา
2. นักเรยี นสามารถบอกประโยชน ใบงาน ระบแุ หลงสืบคนเพ่มิ เติม
บอกหลกั การ และเครอ่ื งมือ
ในการซอมแซมเส้ือผาได สอบถามผูเ รียน นกั เรียนทกุ คนสามารถบอกคุณคา
ตรวจงาน ของการเรยี น เรื่อง การซอมแซมและ
ดานทักษะกระบวนการ ดดั แปลงเสอ้ื ผา ไดอ ยางนอย 1 ขอ
3. นักเรียนสามารถสืบคนขอมลู ไมพบการคัดลอกงานของเพื่อน
เรอื่ ง การซอมแซมและดดั แปลงเสื้อผา
บนั ทึกการสง งาน สง งานชา กวาที่กำหนดไมเกนิ 2 วนั
ดา นคุณธรรม จรยิ ธรรม/คานิยม
4. นักเรยี นสามารถบอกคุณคา บันทึกการสง งาน สงงานตรงเวลาท่กี ำหนด
ของการเรียน เร่ือง การซอมแซมและ
ดัดแปลงเสอ้ื ผาได บนั ทึกการดแู ลหอ งหลังเลิกเรียน หอ งเรยี นมคี วามสะอาดเรียบรอย
5. นักเรยี นไมค ัดลอกงานของเพือ่ น
มาสงครู
6. นกั เรียนมีความรบั ผิดชอบตองาน
ท่ไี ดรับมอบหมาย
7. นักเรียนมคี วามใฝรูใฝเรียนและมงุ มั่น
ในการทำงาน
8. นกั เรยี นชวยกนั ดแู ลความสะอาด
ของหองเรยี น (กรณีเรียน onsite)
ใบความรูเรอ่ื ง การซอ มแซมและดัดแปลงเสื้อผา
เส้อื ผา ท่เี ราสวมใสเ ปนประจำนนั้ เมื่อใชไปนานๆอาจเกดิ รอยชำรุด เชน ปกเส้อื ขาด ตะเข็บแตก ปริ
กระเปา ฉีก กระดมุ หลุด ซงึ่ บางคร้ังเส้อื ผา ที่ชำรุดนอ้ี าจสามารถใชไ ปไดอกี นาน การซอมแซมและดัดแปลงจะชวย
ใหเ ราสามารถใชเส้ือผา นน้ั ไดนานๆ การซอ มแซมเสือ้ ผา หมายถึง การทำใหเส้ือผา ที่มีรอยขาดหรอื ชำรุด
กลับมาใชไดเหมือนเดิม เส้อื ผาทซี่ อ มแซมแลวจะเห็นรอยตำหนินอ ยท่สี ุด
ประโยชนข องการซอมแซมและดดั แปลงเสื้อผา
1. ชวยประหยดั รายจา ย
2. ชว ยยดื ระยะเวลาการใชง านของเส้ือผา การซอมแซมสว นท่ีชำรดุ จะทำใหส ามารถใชเ สือ้ ผาชดุ นน้ั ๆ
ตอ ไปไดอกี นานซึ่งนับวาเปนการใชงานทค่ี มุ คา
3. ใชเ วลาวางใหเกดิ ประโยชน
4. เกดิ ความภาคภูมิใจในการทำงาน
หลกั การซอมแซมและดดั แปลงเสือ้ ผา
1. เลอื กใชวธิ ีการซอ มแซมใหเหมาะสม เชน ผาขาดเปนรูเล็กๆ ใหเลือกใชวิธกี ารชนุ ถารอยขาดกวา ง
ไมสามารถชุนไดเลือกใชว ธิ ีการปะ เปน ตน
2. ออกแบบใหเ หมาะสม กับวยั ของผูใช เชน เสือ้ ผาของผใู หญทคี่ อปกขาดจะดัดแปลงเปนเสื้อคอกลม
ใหเ ด็กใสก ็อาจประดับผาลูกไม เปน จบี ระบายรอบคอ หรอื ทำโบตดิ ท่คี อเสื้อ จะชว ยใหด เู หมาะสมกบั วัยเดก็
มากกวา
3. เลือกใชวัสดุอุปกรณตกแตงใหเหมาะสมกับเนื้อผา กอนซอมแซมหรือดัดแปลงเสื้อผาควรเลือกหาวัสดุ
หรืออุปกรณท่ีจำเปนตองใชใหเหมาะสมกับเสื้อผาที่ชำรุด เพื่อใหสวนท่ีซอมแซมหรือดัดแปลงขึ้นใหมมีสภาพที่
กลมกลนื กบั เส้ือผาตัวเดิมมากที่สดุ เชน เลือกกระดุม สี และแบบเดียวกับเม็ดเดิมที่หลดุ หายไป ใชดา ยสีเดียวกับผา
ทจี่ ะซอ ม ใชเศษผาที่มีเสน ใยชนดิ เดียวกนั มาปะกับรอยผาท่ีขาด เปนตน
4. เตรยี มเคร่ืองมอื ใหพรอม เคร่ืองมือท่ีใชในการซอมแซมและดดั แปลงเสือ้ ผา เชน เขม็ ดาย จกั ร กรรไกร
ควรเตรียมใหพรอม ตรวจดูใหอยูในสภาพดี ใชงานได นำไปจัดวางใกลบริเวณท่ีจะปฏิบัติงาน เพื่อใหหยิบใชได
สะดวกและชวยใหการทำงานรวดเรว็ ขึ้น
5. คำนึงถึงความคุมคา สิ่งสำคัญท่ีควรนำมาพิจารณากอนที่จะซอมแซมหรือดัดแปลงเส้ือผา คือประโยชน
ที่จะไดรับจากการซอมแซมและดัดแปลงเส้ือผาชิ้นนั้นๆคุมคากับเวลา เงิน แรงงาน ที่ตองเสียไปหรือไม ถานำ
เสื้อผาท่ีซอมแซมแลวไปใสเพียงคร้ังเดียวแลวเลิกใช ก็ไมคุมคา แตถานำไปใสอีกนานนับปถือวาเปนการคุมคา
นอกจากนี้ยังควรนำส่ิงตกแตงเส้ือผาท่ีมีอยูแลวมาใช ไมควรซ้ือส่ิงใหมที่มีราคาแพง ก็จะชวยประหยัดไดอีกทาง
หน่ึง
เครอื่ งมือในการซอมแซมและดดั แปลงเสื้อผา
การซอมแซมและดดั แปลงเส้อื ผาตอ งใชเ ครือ่ งมือเชน เดียวกบั งานฝมืออ่นื ๆ ทง้ั น้ีเพื่อชว ยใหผลงานประณีต
ประหยัดเวลา และทำงานไดอยางสะดวกรวดเร็ว เคร่ืองมือในการซอมแซมและดัดแปลงเสื้อผา แบงเปนประเภท
ตา งๆไดด งั น้ี
เครื่องมือ ลกั ษณะของเครื่องมือ วิธใี ช การดูแลรกั ษา
กรรไกรตดั ผา ยาวประมาณ 7-8นิ้ว มี ใชสำหรับตัดผาโดยเฉพาะ เช็ดทำความสะอาด ทา
ค วาม ค ม ตั้ งแ ต โค น ถึ ง ไมควรนำไปตัดกระดาษ น้ำมัน เก็บใสซองกรรไกร
ปลาย และควรระวังอยา ใหต ก แลวนำไปรวมไวในกลอง
จากที่ สู ง จะท ำให เสี ย เครอ่ื งมอื
ความคม
เข็มจักร เข็มมือ และเข็ม เข็มที่ใชในการเย็บมี 3 เข็มจักร ใชใสจักรเย็บผา เม่ือเลิกใช ควรเช็ดดวย
หมุด ชนิด คือเข็มจักร เข็มมือ เทานน้ั น้ำมันวาสลิน ปกไวบน
แล ะเข็ม ห มุ ด มี ห ล าย เข็มหมุด ใชตรึงผาแสดง หมอนปกเข็ม หรือหอดวย
ขนาด(เบอร ) ควรเลือกใช แนวการเยบ็ กระดาษตะกั่วแลวเก็บใส
ใหเหมาะสมกับเสนใยผา เข็มมือ ใชเย็บผา สอยผา กลอ ง
และลักษณะของงาน ดวยมือ
สายวดั โดยปกติจะมีความยาว ใชวัดตัว หรือวัดความยาว มว นเกบ็ ใสกลอ ง
150 เซ น ติ เม ต ร ห รื อ ของผา ทตี่ ัด
ประมาณ60น้ิว มีมาตรวัด
เป น น้ิ ว ห รื อ เซ น ติ เม ต ร
แบงยอ ยไวอยางชดั เจน
ชอลก เขยี นผา เปนแผน แบนรปู ใชเขียนลงบนผาใหเกิด เก็บใสซองกระดาษ แลว
สามเหลย่ี ม สนั บาง มี รอยจุดหรือเสน เพื่อใช ใสก ลอ ง
หลากสี กำหนดตำแหนงที่ตองการ
เชน ตำแหนงกระดุม แนว
พับปลายขากางเกง ขณะ
ใช ร ะ วั ง อ ย า ใ ห ต ก ห ล น
เพราะจะทำใหห ัก
ทเ่ี ลาะผา ลกั ษณะเปน เหลก็ ปลาย ใชเลาะดายเนาหรือผาท่ี ใชแลวเช็ดดวยผาแหงให
แหลมงอหยักเปน 2 แฉก เย็บแลวตองการแกไขจะ สะอาด เก็บใสกลอ ง
มดี า มทำดว ยพลาสติก ชวยใหเลาะไดงาย รวดเร็ว
ผา ไมข าดและทำไดส ะดวก
ลกู กลิง้ เปน เหล็กแผน กลมบางแต ใช ก ลิ้ งบ น ผ า ห รื อ บ น เช็ ด ให ส ะ อ าด ท าด ว ย
กระดาษเพอ่ื สรางแบบ นำ้ มนั และเกบ็ ใสกลอง
แข็งแรงมีฟนเฟองเปนซ่ี
หยกั ถ่ีๆ มีดา มยาว
ประมาณ 4.5น้ิว
ก ร ะ ด า ษ ก ด ร อ ย ห รื อ เปนกระดาษที่อาบดว ยไข ใชรองใตผากอนกดลูกกล้ิง เก็บ ไวใน ซองกระด าษ
กระดาษคารบอน ผสมสมี ีท้ังสีออนสแี กและ เพื่อใหเกิดเสนแนวสำหรับ สำหรับแผนท่ีใชหลายครั้ง
สขี าวท่ีใชไ ดกับผาทกุ สี เยบ็ ชดั เจน ไขจะหลดุ ออกหมดควรทิ้ง
ดาย เปนเสน ใยสงั เคราะห ยาว ใชรอยกบั เข็มสำหรบั เย็บ ใชเ สร็จแลว ตัดปลายออก
พนั อยูกบั หลอดดาย ผา พนั ไวกับหลอด โดยดงึ
แบง เปน ดายเยบ็ จักร ดาย ปลายเหนบ็ ลงในรองท่ี
ใชเ ยบ็ ดวยมือ มหี ลายสี หลอดดาย
หลายขนาด
ช่ือ..............................................................สกลุ ......................................................................เลขท่ี..................ชนั้ ..................
ใบงานเร่ือง การซอมแซมและดัดแปลงเสือ้ ผา
1. การซอ มแซมเส้ือผา หมายถึง
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. ประโยชนข องการซอ มแซมและดัดแปลงเส้ือผา
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
3. หลักการซอ มแซมและดดั แปลงเสือ้ ผา
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
4. เครือ่ งมือในการซอมแซมและดดั แปลงเส้ือผา
เครือ่ งมอื ลักษณะของเครื่องมือ วธิ ีใช การดแู ลรักษา
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
........................................ ........................................ ........................................ ........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
........................................ ........................................ ........................................ ........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
.......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
........................................ ........................................ ........................................ ........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
......................................... ......................................... ......................................... .........................................
แหลง สบื คนเพมิ่ เติม ........................................................................................................................................................................
v<u491
rlu uuuM n t-l a n'lTQ q n1: tr u u g
n dturar:r nr :fi uuffn rts"luarfi u
ttl'aitr............r22102............:rEJit'l .... :v6'u&#t-s/aufr nurtfi .* ....2.........
t :0- g*
unu n r :{'n nr t 13 a u${d... f......,ia u . Cn}:5.mJ I Ii:J.gJ L.l-\ g glg-). !,. l3.h-q.lB.E frn ... .
fiaudrnofinvuzu,dtitju
(pc,
'l
r. drunmu$
....."....g1n6o*-$*,.ne95#.:t.m.glffi sW.tnSl5,ggrlll$.rMebl
l. d'run ru*'nuru so'ufi s d:rarri {n}
............ sEn l3zu3,sSo3-m.10 9.
I rs*fi n ns.M. tffi *5-16... a* -$.
\
tnm-gPtr..Y
Y qjao6q,r<
flryrar / q{fi:?n 1
Lsm$fle,,.t*ir,silstr:
rys1ffi
3.................
uoiio..-al*f{fi............{aou
(uNamtqrfrn tiruriTqr)
sflrufiilq nI nfi.1
Mf{ud..4 I.. rd 0u.... -qc. :.fu ............a. n. . O.
แบบบันทกึ 1.7
แผนการจัดการเรยี นรูท.่ี ....3....
หนวยการเรยี นรูท.่ี ..........1...........วชิ า...............................การงานอาชีพ4..............................รหสั วิชา...ง22102...
เร่ือง................หลักการซอมแซมเสื้อผา.........................................................................จำนวน........5............ชั่วโมง
เร่อื งยอยท่ี...3...ชอ่ื เรอื่ งยอย...ปรับพนื้ ฐานการเย็บผาดว ยมอื (รอยเข็ม ดา ยคู ดา ยเดี่ยว มัดปม) จำนวน..1..ช่วั โมง
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท.่ี ........2....................โรงเรียน......ระยองวิทยาคม..........................................................................
ผูสอน......นางสาวชฎานศิ ....ชว ยบำรงุ ........................................................................................................................
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานที่ ง 1.1 เขาใจการทำงาน มคี วามคดิ สรา งสรรค มที กั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการจดั การ ทักษะ
กระบวนการแกปญ หา ทกั ษะการทำงานรวมกัน และทกั ษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม และลกั ษณะนิสยั ใน
การทำงาน มีจิตสำนึกในการใชพลงั งาน ทรัพยากรและส่ิงแวดลอม เพื่อการดำรงชีวติ และครอบครัว
มาตรฐานที่ ง 4.1 เขาใจ มีทักษะท่ีจำเปน มีประสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชพี ใชเทคโนโลยี เพือ่ พฒั นา
อาชพี มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดตี อ อาชีพ
ตัวชี้วดั ง 1.1 ม.2/2 ใชทกั ษะการแกป ญหาในการทำงาน
ง 1.1 ม.2/3 มจี ติ สำนึกในการทำงานและใชทรัพยากรในการปฏิบัตงิ านอยา งประหยัดและคุมคา
ง 4.1 ม.2/3 มที ักษะพื้นฐานท่จี ำเปน สำหรบั การประกอบอาชีพท่ีสนใจ
จดุ ประสงคการเรยี นรู (ผูเรียนรูอ ะไร / ทำอะไรได)
ดานความรู (K)
1. นักเรยี นรแู ละเขา ใจการรอยดา ย เขา กนเข็ม
2. นกั เรยี นรแู ละเขาใจชนิดของ เสนดาย ท่ีใชในการซอ มแซมเสอ้ื ผา
3. นกั เรยี นรแู ละเขา ใจวิธกี ารมดั ปมดาย ท่ีใชในการซอมแซมเส้ือผา
4. นกั เรียนสามารถบอกการเลอื กใชช นดิ ของดา ยใหเหมาะสมกับการซอมแซมเส้ือผา
ดานทักษะ/ กระบวนการ (P)
5. นักเรียนสามารถปฏิบัตกิ ารรอ ยดายเขากนเข็มได(การสนเข็ม)
6. นกั เรยี นสามารถเตรยี ม ดายคู และดายเดยี่ วไดถ ูกตอง
7. นักเรยี นสามารถมดั ปมดายไดถ ูกตอ ง
ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/คานยิ ม (A)
8. นกั เรยี นสามารถบอกคุณคาของการเรียน เร่ือง ปรับพืน้ ฐานการเย็บผา ดว ยมือ(รอ ยเข็ม ดา ยคู
ดา ยเด่ยี ว มัดปม)
9. นกั เรียนไมคัดลอกงานของเพื่อนมาสงครู
10. นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบตองานที่ไดร บั มอบหมาย
11. นักเรียนมีความใฝร ใู ฝเ รยี นและมุงม่ันในการทำงาน
12. นักเรียนชว ยกันดูแลความสะอาดของหองเรยี น (กรณเี รียน onsite)
สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
กอ นการเริ่มลงมือซอมแซมเสื้อผา ควรมคี วามรแู ละทักษะพื้นฐานในการเย็บผาดว ยมือ เชน การรอ ยดา ย
เขากนเขม็ การเตรียมดา ยคู ดา ยเดย่ี วใหเหมาะสมกบั ชนิดของงาน การมดั ปมดาย ทง้ั นเี้ พ่อื ใหการลงมือซอมแซม
เส้ือผาทำไดถกู ตองรวดเร็วและมีความแขง็ แรงตอการใชงาน
สาระการเรยี นรู / เน้อื หาสาระ
การรอ ยดายเขากน เข็มหรือเรยี กอกี อยางวา การสนเข็ม คือ การนำปลายเสน ดายที่จะใชง านใสเขาไปใน
ชอ งเลก็ ๆที่กนเข็ม สามารถทำไดหลายวธิ ี เชน ใชเ สนผม ใชท ่สี นเขม็ ใชม อื แตละวธิ จี ะมีความยากงายและรวดเรว็
แตกตา งกนั
ดายคู คือ การเตรียมปลายเสน ดายหลงั จากการรอยดา ยเขา กน เข็มแลว ใหปลายเสนดา ยทั้งสองเสนยาว
เทากนั
ดายเดี่ยว คอื การเตรียมปลายเสน ดายหลังจากการรอยดา ยเขา กน เขม็ แลว ใหปลายเสน ดายเสน หน่ึงยาว
กวา อีกเสน หน่งึ การใชงานดา ยเด่ยี วจะใชเฉพาะสวนดายทเี่ ปน เสนเดย่ี วเทา นัน้
มัดปม คือ การนำดา ยพันปลายนว้ิ ช้ี ประมาณ 3 รอบ และใชนิ้วหัวแมโ ปงกล้งิ ดายออกจากนิ้วชี้ หลงั จาก
น้ันดึงดา ยจนเกิดปมขึน้
สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการแกปญ หา
- ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
- ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
- มีวนิ ัย
- ใฝเรียนรู
- มุงม่ันในการทำงาน
- มีจติ สาธารณะ
ชิ้นงาน/ภาระงาน
- สืบคนขอ มูลจากแหลง เรยี นรู
- ใบงาน
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู
ขั้นนำ
1. ครูถามนักเรยี นวา “ใครรอยดา ยเขากนเข็ม เตรยี มดายคู ดายเดีย่ ว และมดั ปมเปน บางคะ”
ข้ันจัดกจิ กรรม
2. ถามี นกั เรยี นท่ีรอยดายเขากนเข็ม เตรียมดา ยคู ดายเดี่ยว และมัดปมเปน ใหน ักเรียนคนดงั กลาวสาธติ
ใหเ พื่อนดู แตถาไมมนี ักเรยี นทร่ี อยดายเขากน เขม็ เตรยี มดายคู ดายเด่ยี ว และมดั ปมเปน ใหค รูสาธิตใหน กั เรียนดู
3. ครูบอกใหนักเรียนดู การสาธิต การรอยดา ยเขา กนเข็ม เตรียมดา ยคู ดายเดี่ยว และมัดปม และให
นักเรียนทำตามครูทีละข้ันตอน
4. หากนักเรียนคนใดไมเ ขา ใจ ใหนกั เรยี นบอกครู เพ่ือครูจะไดส าธิตซำ้
5. เมือ่ นักเรยี น สามารถรอ ยดายเขากน เข็ม เตรยี มดายคู ดายเด่ียว และมัดปมได
กรณีเรียนonsite: ใหนักเรียนนำชิน้ งานดงั กลาวแปะตดิ ในใบงานทค่ี รใู ห
กรณเี รยี นonline: ใหน ักเรยี นถา ยภาพชิ้นงานพรอมระบชุ ื่อในชิ้นงานสงครู ตามชองทางออนไลน
ทต่ี กลงกัน
ขนั้ สรุป
ครูและนักเรยี นรวมสรุปความรู และทักษะที่ไดฝกปฏบิ ัติในวันน้ี
ข้ันประเมิน
ครูและนักเรียนรวมเฉลยใบงาน
ส่อื และแหลงเรียนรู
- อนิ เตอรเนต็
- ใบงาน
การวดั ผลและประเมินผล
วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื วัด เกณฑการประเมนิ
ใบงาน นกั เรยี นทำใบงานถูกตองทกุ ขอ
ดานความรู-ความเขาใจ
1. นกั เรียนสามารถบอกการเลอื กใช ชิ้นงาน ชน้ิ งานถูกตอง
ชนิดของดายใหเหมาะสม
กบั การซอมแซมเสื้อผา
ดา นทักษะกระบวนการ
2. นักเรยี นสามารถปฏบิ ัติการรอ ยดา ย
เขากน เข็มได
3. นกั เรยี นสามารถเตรยี ม ดายคู และ
วธิ กี ารวดั เคร่ืองมอื วัด เกณฑการประเมิน
ดายเดย่ี วไดถูกตอ ง
4. นักเรียนสามารถมัดปมดา ยไดถูกตอ ง สอบถามผเู รียน นักเรียนทกุ คนสามารถบอกคุณคา
ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม/คานิยม ของการเรยี น เรอ่ื ง ปรบั พ้ืนฐานการ
5. นักเรียนสามารถบอกคุณคา ตรวจงาน เย็บผา ดวยมอื (รอยเข็ม ดายคู ดา ย
ของการเรียน เรอ่ื ง ปรบั พื้นฐาน บันทึกการสง งาน เดี่ยว มัดปม) ไดอยา งนอย 1 ขอ
การเยบ็ ผาดว ยมอื (รอ ยเข็ม ดายคู ดาย บนั ทกึ การสง งาน ไมพ บการคัดลอกงานของเพื่อน
เดีย่ ว มดั ปม) บันทกึ การดูแลหองหลงั เลิกเรียน
6. นกั เรยี นไมค ัดลอกงานของเพอื่ น สงงานชา กวา ทก่ี ำหนดไมเ กิน 2 วนั
มาสงครู
7. นกั เรียนมคี วามรับผิดชอบ สงงานตรงเวลาทกี่ ำหนด
ตอ งานที่ไดร ับมอบหมาย
8. นกั เรียนมีความใฝร ใู ฝเรยี นและมุง มัน่ หอ งเรียนมคี วามสะอาดเรียบรอ ย
ในการทำงาน
9. นกั เรียนชวยกันดูแลความสะอาดของ
หอ งเรียน (กรณีเรยี น onsite)
ชื่อ......................................................................................สกลุ ............................................................................เลขท.่ี .............ชั้น.................................
ใบงานเร่ือง ปรบั พืน้ ฐานการเย็บผาดว ยมือ(รอยเข็ม ดายคู ดายเดย่ี ว มดั ปม)
ภาพรอยเขม็ ภาพมัดปม
ชนิดของเสน ดา ยทใี่ หความแข็งแรงมาก ชนดิ ของเสน ดา ยทใ่ี หความแข็งแรงนอ ย
v4vdt) n']:{ q nli rTetuS
rruuL!uYl fl r'la t
n a!,1auY' dd 'l:s n'l: HrJuSnxltlu0 ltvl
:r[airr...... .."...q22rc2............:'ruis't ..........n1r{'luorfiu+..........
d e N s4
EJAillflnnUAltTt U
ror. Jrunrrr,f, ,rl r 4
;ni**+.u**-1.esf.thgr,vif,.:.nm-ie*fr *r.rii,rhzr.nrg*
musffi...........:*nfi-rnffi *rnig-=**lxrt#.s:ft
h-!n"wa'dh
:M+rxNQJ
Mla
z. frrufinus/n:surunr: (P)
:#;#Hg$.as**lp.sa=a*n-r,*E*rlk:s*nfi ,t*,r5?:G\
-go.d*1s09.n.fi
g. druntr.u#nuruvffufi {il:vard (R)
n*d.,*v.ps.il:E.t*fi r!.i,+aq
mx-fl ?re*,&efip.cfu u&".ft $n#e)tft ra.-6-%h.).*.ni g*b.Eg-u6g1OO
\,lrr)\,)-Iqal a€fkitu-
1ry@{legrar / qilarrnq-l€4JY'44t$" JJr r.,SS"o'rq^
-Y ofun'*#l*dlsi..5s.m-?]$)tr,
ruu:vrtufflr
uud..1_s,:S.e{............,iuru
C\g
(urtamvqrfia ti':urhy)
sriurarir n3 nfi.t
&,d {g ,6.r, o,t,{t. wdt EELA
แบบบนั ทึก 1.7
แผนการจดั การเรียนรูท.ี่ ....4....
หนวยการเรยี นรทู ่.ี ..........1...........วิชา...............................การงานอาชพี 4..............................รหัสวิชา...ง22102...
เรือ่ ง.........หลักการซอ มแซมเสือ้ ผา .........................................................................จำนวน..............5............ชว่ั โมง
เร่อื งยอยที่...4...ชื่อเรอื่ งยอย...ปรบั พน้ื ฐานการเยบ็ ผา ดว ยมือ(ตัดชิน้ ผา)...............จำนวน….……....1………….ช่ัวโมง
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี.่ ........2....................โรงเรียน......ระยองวทิ ยาคม..........................................................................
ผูสอน......นางสาวชฎานศิ ....ชว ยบำรงุ ........................................................................................................................
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานท่ี ง 1.1 เขาใจการทำงาน มีความคดิ สรา งสรรค มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการจัดการ ทักษะ
กระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรวมกัน และทกั ษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม และลกั ษณะนสิ ยั ใน
การทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใชพ ลงั งาน ทรัพยากรและสง่ิ แวดลอม เพื่อการดำรงชวี ิตและครอบครัว
มาตรฐานที่ ง 4.1 เขาใจ มีทักษะทีจ่ ำเปน มีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใชเ ทคโนโลยี เพือ่ พฒั นา
อาชพี มีคณุ ธรรม และมีเจตคติท่ดี ตี ออาชีพ
ตัวชีว้ ดั ง 1.1 ม.2/2 ใชทกั ษะการแกปญ หาในการทำงาน
ง 1.1 ม.2/3 มีจติ สำนกึ ในการทำงานและใชท รัพยากรในการปฏิบตั ิงานอยา งประหยัดและคุมคา
ง 4.1 ม.2/3 มีทักษะพน้ื ฐานที่จำเปน สำหรบั การประกอบอาชีพทส่ี นใจ
จดุ ประสงคการเรยี นรู (ผเู รียนรอู ะไร / ทำอะไรได)
ดา นความรู (K)
1. นกั เรียนรแู ละเขา ใจการตัดชน้ิ ผา
ดา นทักษะ/ กระบวนการ (P)
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิการตดั ชิน้ ผา ได
ดานคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/คา นิยม (A)
3. นกั เรียนมีความรับผดิ ชอบตองานที่ไดรบั มอบหมาย
4. นักเรยี นมีความใฝรใู ฝเ รยี นและมงุ มั่นในการทำงาน
5. นกั เรียนชว ยกันดแู ลความสะอาดของหองเรียน (กรณีเรียน onsite)
สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
กอนการเรม่ิ ลงมือซอมแซมเสื้อผา ควรมีความรูและทักษะพนื้ ฐานในการเย็บผาดวยมือ เชน การรอ ยดาย
เขากน เขม็ การเตรียมดา ยคู ดายเดยี่ วใหเหมาะสมกบั ชนิดของงาน การมัดปมดาย การตัดช้ินผา และการเตรียม
ตะเข็บ ท้ังน้เี พ่ือใหการลงมือซอมแซมเสอ้ื ผา ทำไดถกู ตองรวดเรว็ และมีความแขง็ แรงตอการใชงาน
สาระการเรียนรู / เนอื้ หาสาระ
การตดั ชิน้ ผา หมายถึง การใชก รรไกรตัดช้ินผาใหไดตามขนาดทต่ี องการใชงาน
สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียน
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการแกปญหา
- ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
- มีวินัย
- ใฝเ รยี นรู
- มุงมนั่ ในการทำงาน
- มีจิตสาธารณะ
ช้ินงาน/ภาระงาน
- ตดั ชิ้นผา ขนาด 12เซนตเิ มตร *12เซนตเิ มตร
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนำ
1. ครูถามนักเรยี นวา “จากภาพทค่ี รูใหน กั เรียนดู เราควรเริ่มตดั ผา จากตำแหนงใด”
ขั้นจดั กิจกรรม
2. นกั เรียนฟง อธบิ ายการเลือกตำแหนง การตดั ชิน้ ผา
3. นกั เรยี นเตรียมอุปกรณเพอ่ื ปฏบิ ตั ิการตดั ชิน้ ผา ขนาด12เซนติเมตร *12เซนติเมตร
4. นกั เรยี นใชไมบ รรทัดวดั จากชายผาดา นขางเขา มา 12 เซนตเิ มตร ขดี เสน ดวยดนิ สอ
5. นักเรยี นใชกรรไกรตดั ผา ตามเสน ดินสอทขี่ ีดไว
6. นกั เรยี นนำช้ินผาจากขอ 5 ซ่งึ มคี วามกวาง 12 เซนติเมตร วดั แบง ความยาว เปน ชวงๆละ 12
เซนตเิ มตร ขดี ดว ยดินสอ
7. นักเรยี นใชกรรไกรตดั แบงชน้ิ ผาตามรอยดินสอทขี่ ีดไว จะไดช ิ้นผา ขนาด 12เซนตเิ มตร *12เซนตเิ มตร
8. นกั เรยี นตดั เตรียมชน้ิ ผา ขนาด 12เซนติเมตร *12เซนตเิ มตร จำนวน 7 ช้ิน
9. เมอ่ื นักเรยี น ตัดช้นิ ผาเรยี บรอ ยแลว
กรณเี รยี นonsite: ใหนักเรยี นนำชิ้นงานดงั กลา วสง ครู
กรณีเรยี นonline: ใหน ักเรยี นถายภาพชนิ้ งานพรอมระบุช่อื ทชี่ นิ้ งาน สงครตู ามชอ งทางออนไลน
ท่ีตกลงกัน
ขนั้ สรุป
ครแู ละนักเรียนรวมสรปุ ความรู และทักษะที่ไดฝกปฏิบตั ิในวันน้ี
สอื่ และแหลงเรียนรู
- ช้ินงานจรงิ
การวัดผลและประเมนิ ผล
วิธกี ารวัด เคร่ืองมือวดั เกณฑการประเมนิ
สอบถาม
ดานความรู-ความเขาใจ นกั เรียนสามารถอธบิ ายการตัดชิน้ ผา
1. นกั เรยี นรูและเขา ใจการตัดชิน้ ผา ได
ดา นทกั ษะกระบวนการ ชนิ้ งาน นักเรยี นสามารถตัดชิน้ ผา ไดและ
2. นักเรยี นสามารถปฏิบตั กิ ารตดั ช้นิ ผาได ชิ้นงานถกู ตอง
ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/คานยิ ม บันทึกการสงงาน สงงานชา กวาที่กำหนดไมเ กนิ 2 วัน
3. นกั เรียนมคี วามรับผดิ ชอบตอ งานท่ี
ไดร บั มอบหมาย บนั ทึกการสง งาน สง งานตรงเวลาท่กี ำหนด
4. นักเรยี นมีความใฝรูใฝเรยี นและมุง มั่น
ในการทำงาน บนั ทึกการดูแลหองหลังเลิกเรียน หอ งเรยี นมคี วามสะอาดเรียบรอ ย
5. นักเรียนชวยกันดูแลความสะอาดของ
หอ งเรียน (กรณีเรยี น onsite)
v4qdv
TLUUUUm nilAf] 1Tt 91fl ',l : rr$u3
n d9uUgr :s nr: r3su{nr xrua r8n
:#4Ttr............'r42102............:rsir1 ..........n1rqru0'r6fi4.......... :s6'u{u:i0uufinuT flii.."....2.........
lr.*el%.n$}{ dunu nr ;,6'n n r: rtoufd...d..... d*ofr t *aJ s.h simr6. g..qfi
HAdUt-fl9nvUHsra:UU
,. i.uu..ut t*l
...-Ln.r*g*.*egr-6""\'."g","."-'g-"..5y.#hr,tr.ti:.Hn
z. druri'nus/n:su:un'r: (P)
g. drunildnususdufiqd:sn"rd G)
**or-B-t;f**r#rp""Ai-I*q*Asnr,etutrs0ft*i6ft n.e*ffi "..,
E.Cl..r*n ,..!.r6sy
a./
*?.n
uu':mrrufitt
myy,mfu,kfufrntBHF.l
odr#:zn&nmdd:r
.ata,rfi a. -1=-^lmft n[...........{aou
(urrarrrgrfin tirurirll)
druuill n: nfl-1
1'
{r,d0/n,6..'., 4l'Qr, q*ar 0JTAI
แบบบันทกึ 1.7
แผนการจดั การเรยี นรูที่.....5....
หนวยการเรียนรูท ี่...........1...........วิชา...............................การงานอาชีพ4..............................รหัสวชิ า...ง22102...
เร่ือง.........หลกั การซอ มแซมเส้ือผา.........................................................................จำนวน..............5............ชวั่ โมง
เรื่องยอยท่ี...5...ชอื่ เรอื่ งยอย...ปรบั พน้ื ฐานการเยบ็ ผาดว ยมือ...............(พับตะเข็บ )จำนวน….…...1………….ช่วั โมง
ชัน้ มัธยมศึกษาปท .ี่ ........2....................โรงเรยี น......ระยองวิทยาคม..........................................................................
ผูสอน......นางสาวชฎานิศ....ชว ยบำรงุ ........................................................................................................................
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มาตรฐานท่ี ง 1.1 เขา ใจการทำงาน มคี วามคดิ สรา งสรรค มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการจัดการ ทักษะ
กระบวนการแกปญหา ทักษะการทำงานรว มกัน และทักษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม และลกั ษณะนสิ ยั ใน
การทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใชพ ลงั งาน ทรพั ยากรและสิง่ แวดลอม เพื่อการดำรงชวี ิตและครอบครัว
มาตรฐานที่ ง 4.1 เขาใจ มีทกั ษะทีจ่ ำเปน มีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใชเ ทคโนโลยี เพือ่ พัฒนา
อาชพี มีคณุ ธรรม และมีเจตคติที่ดีตอ อาชีพ
ตัวชี้วัด ง 1.1 ม.2/2 ใชทักษะการแกป ญ หาในการทำงาน
ง 1.1 ม.2/3 มจี ิตสำนกึ ในการทำงานและใชท รัพยากรในการปฏบิ ตั ิงานอยางประหยดั และคุมคา
ง 4.1 ม.2/3 มที ักษะพ้นื ฐานทีจ่ ำเปน สำหรับการประกอบอาชีพทส่ี นใจ
จดุ ประสงคการเรยี นรู (ผูเ รียนรอู ะไร / ทำอะไรได)
ดา นความรู (K)
1. นักเรียนรแู ละเขา ใจการพับตะเขบ็ ผา
ดานทกั ษะ/ กระบวนการ (P)
2. นักเรยี นสามารถปฏิบตั ิการพบั ตะเข็บผาได
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/คา นิยม (A)
3. นกั เรยี นมคี วามรับผดิ ชอบตอ งานท่ีไดรับมอบหมาย
4. นักเรียนมีความใฝรใู ฝเรยี นและมงุ มั่นในการทำงาน
5. นักเรยี นชว ยกนั ดแู ลความสะอาดของหองเรยี น (กรณเี รียน onsite)
สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
กอ นการเร่มิ ลงมือซอมแซมเส้ือผา ควรมคี วามรแู ละทักษะพนื้ ฐานในการเยบ็ ผาดว ยมอื เชน การรอ ยดา ย
เขา กน เขม็ การเตรยี มดายคู ดายเดยี่ วใหเ หมาะสมกับชนิดของงาน การมัดปมดา ย การเตรยี มตะเข็บ และการตัด
ชน้ิ ผา ท้ังนเี้ พื่อใหการลงมือซอมแซมเสอื้ ผา ทำไดถกู ตองรวดเรว็ และมีความแข็งแรงตอ การใชง าน
สาระการเรยี นรู / เนอ้ื หาสาระ
การพบั ตะเข็บ หมายถงึ การพบั เกบ็ ชายผาท่หี ลุดลยุ จำนวน 2 ทบ จะเกิดสนั ทบผา
สมรรถนะสำคัญของผเู รียน
- ความสามารถในการสอื่ สาร
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการแกปญหา
- ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
- มีวินัย
- ใฝเรยี นรู
- มงุ มนั่ ในการทำงาน
- มีจติ สาธารณะ
ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ชิน้ งานตะเขบ็ ผา
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู
ขน้ั นำ
1. นกั เรียนดูตัวอยาง ชิ้นงานตะเข็บผา และครถู ามนกั เรยี นวา “ใครพับตะเข็บในลักษณะดังกลา ว
เปน บา ง”
ขัน้ จดั กจิ กรรม
2. ถามนี ักเรยี นท่ีพับตะเข็บผาเปนใหนักเรียนคนดงั กลา วสาธติ ใหเ พ่ือนดู แตถ าไมมนี ักเรียนทพ่ี ับตะเข็บ
ผาเปน ใหค รสู าธติ ใหน ักเรยี นดู
3. นกั เรยี นดู การสาธติ พบั ตะเขบ็ ผา และใหน ักเรียนทำตามครทู ีละขั้นตอน
4. หากนกั เรียนคนใดไมเขาใจ ใหนักเรยี นบอกครู เพื่อครูจะไดสาธติ ซ้ำ
5. เมื่อนักเรยี น สามารถพับตะเข็บผา ได
กรณเี รียนonsite: ใหน กั เรยี นนำชน้ิ งานดังกลาวสงครู
กรณีเรยี นonline: ใหน ักเรียนถายภาพชิ้นงานพรอมระบชุ ่ือทช่ี ิน้ งาน สง ครูตามชองทางออนไลน
ทีต่ กลงกนั
ข้ันสรปุ
ครแู ละนักเรยี นรว มสรปุ ความรู และทกั ษะทไี่ ดฝ กปฏิบัตใิ นวนั นี้
สอ่ื และแหลงเรียนรู
- ชิน้ งานจรงิ
การวัดผลและประเมนิ ผล
วิธีการวัด เครือ่ งมือวัด เกณฑก ารประเมิน
สอบถาม
ดา นความรู-ความเขา ใจ นกั เรียนสามารถอธิบายการพับ
1. นักเรียนรูและเขาใจการพับตะเข็บผา ตะเข็บผา ได
ดา นทกั ษะกระบวนการ ชิน้ งาน นักเรยี นสามารถแสดงการพับ
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิการพบั ตะเขบ็ ตะเขบ็ ผาไดแ ละช้นิ งานถูกตอง
ผาได
ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม/คา นยิ ม บนั ทกึ การสงงาน สงงานชา กวา ทก่ี ำหนดไมเกนิ 2 วัน
3. นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบตอ งานที่ บันทึกการสง งาน สง งานตรงเวลาทก่ี ำหนด
ไดรับมอบหมาย บันทึกการดูแลหองหลังเลิกเรียน หอ งเรียนมคี วามสะอาดเรียบรอย
4. นกั เรยี นมคี วามใฝรูใฝเรยี นและมุงมน่ั
ในการทำงาน
5. นกั เรยี นชวยกนั ดแู ลความสะอาดของ
หองเรยี น (กรณีเรยี น onsite)
ud*4,
ttuuuuvt fl ,.rff n']5a fl n'']tt1 tiuTs
r4rd n'l T tTSu:n'i 5.: 1u0'1 gvt
naItil6'mu
:#atrr.""... ...,..i22t02............r'rr.ri11 ......r..n1:truor6rn{4"......... :sfr'uSuaYouufint*r{Jfi.......2.........
u*unlrf,anr:utuugd..5.....rda-r"l,rfi hg;..%rn:}#.e.f einfr=xtrS..C.$hr.sl.:.#sr)
f.raJilronnuflusYrd:uu
r. drunmuf tr)
di...szhr,#.q,fl *#.q,il&149.{r,rn.rt*x1.nrn:3mJo:.r,:fu
e. firu$'nu;,/n:cutunr: (P)
n.....s7'. r,*n*.fE.-e. il p"l 9 9..d:gn:
a. elT un ru#nurrrrdufi rrj:uarri (n)
q
....sunb3.e*Hc=h*.-nsr.g.gdp.)a:ar526.s "**zusogQr
t%{ffi}fr
*r*e-$r:5dL*ru*il*a-
uu':flr{ufflq, - n#:mmsn I *- Mm '?tn*eEnlt*I
X.*s.IBU,H/.....r*=dfLlnr*
q\
-A$:fo[uotir. ..... .... {aou
(urarmgrfio tirarirlt)
E'l"ruuxi,l ag nfi.t
.Y.,d G ,3.'' h'. gr $r ar 2rh"tr I
แบบบนั ทกึ 1.7
แผนการจดั การเรียนรทู .ี่ ..6...
หนวยการเรียนรูท ่.ี .......2...........วชิ า........................การงานอาชพี 4.....................รหัสวชิ า.............ง22102………………..
หนวย..........การเย็บผา เบื้องตน ดว ยมือ................................................................. จำนวน..........9...................ช่วั โมง
เร่ืองยอยท่ี.....1......ชอ่ื เรอ่ื งยอย...............การเนา................................................. จำนวน..........2...................ช่วั โมง
ชัน้ มัธยมศึกษาปท .ี่ .......2....................................โรงเรยี น...........ระยองวิทยาคม......................................................
ผูสอน.......นางสาวชฎานิศ....ชว ยบำรุง.......................................................................................................................
1.มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวชี้วัด
มาตรฐานท่ี ง 1.1 เขา ใจการทำงาน มคี วามคิดสรางสรรค มที กั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการจดั การ ทักษะ
กระบวนการแกปญ หา ทักษะการทำงานรว มกนั และทกั ษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม และลกั ษณะนสิ ัยในการ
ทำงาน มจี ติ สำนกึ ในการใชพ ลงั งาน ทรัพยากรและส่ิงแวดลอ ม เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครวั
มาตรฐานที่ ง 4.1 เขา ใจ มีทกั ษะท่จี ำเปน มีประสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเทคโนโลยี เพือ่ พฒั นาอาชพี มี
คุณธรรม และมีเจตคติท่ีดตี ออาชีพ
ตัวชว้ี ดั ง 1.1 ม.2/1 ใชท กั ษะการแสวงหาความรูเ พ่อื พัฒนาการทำงาน
ง 1.1 ม.2/2 ใชท กั ษะกระบวนการแกปญ หาในการทำงาน
ง 1.1 ม.2/3 มจี ิตสำนกึ ในการทำงานและใชท รัพยากรในการปฏบิ ตั ิงานอยา งคุมคา และประหยดั
ง 4.1 ม.2/3 มที ักษะพ้นื ฐานทีจ่ ำเปนสำหรับการประกอบอาชีพที่สนใจ
2. จุดประสงคก ารเรียนรู (ผูเรียนรูอะไร / ทำอะไรได)
ดา นความรู (K)
1. นกั เรยี นรูและบอกความหมายการเนาผา บอกชนดิ การเนา และบอกประโยชนการเนาได
ดา นทกั ษะ/ กระบวนการ (P)
2. นักเรียนสามารถปฏิบัติการเนาเทา กันได
3. นกั เรียนสามารถสืบคน ความรูในหวั ขอ ความหมายการเนา ชนิดการเนา และประโยชนก ารเนาได
ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม/คานิยม (A)
4. นักเรียนไมค ัดลอกงานของเพือ่ นมาสงครู
5. นกั เรยี นมีความรับผิดชอบตอ งานท่ีไดร ับมอบหมาย
6. นกั เรยี นมคี วามใฝรใู ฝเ รียนและมุงมั่นในการทำงาน
7. นกั เรียนชวยกันดูแลความสะอาดของหองเรยี น (กรณีเรียน onsite)
3. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
การเนา เปนการเยบ็ ผา ดว ยฝเ ข็มหา งๆใหติดกันชัว่ คราว เพ่ือไมใหผานัน้ เคลื่อนทจี่ ากจดุ หมาย การเนาใชใน
โอกาส ดังนี้ เชน เนากอนสอย เนากอ นเยบ็ ตะเข็บใหต ิดกัน เนาเพอ่ื ทำเคร่ืองหมายในการเย็บ เนาเพ่ือทำจีบรดู
4. สาระการเรยี นรู / เนื้อหาสาระ
4.1 ความรู (K)
การเนา เปนการเย็บผาดวยฝเข็มหางๆใหตดิ กนั ชัว่ คราว เพ่ือไมใหผ า นั้นเคล่ือนทีจ่ ากจดุ หมาย การเนาใชใน
โอกาส ดงั นี้ เชน เนากอนสอย เนากอ นเย็บตะเข็บใหต ิดกัน เนาเพื่อทำเครื่องหมายในการเย็บ เนาเพื่อทำจีบรดู
การเนามีหลายชนดิ เชน การเนาเทา กัน การเนาไมเ ทากนั การเนาเฉยี ง และการเนาเทเลอร
1. การเนาเทากัน คอื การเย็บดวยมือทีช่ ว ยยึดผา 2 ช้ินหรอื มากกวาใหติดกนั มีความถ่หี างของฝเ ขม็ เสมอกนั ท้ัง
ดา นบนและดานลา ง การเนาเทากนั เหมาะสำหรับเนาตะเข็บ กอนเย็บเนาชายเส้ือและชายกระโปรงกอนสอย
2. การเนาไมเ ทากนั เปน การเนาที่มีความถหี่ างของฝเข็มสลับกันฝเ ข็มถ่อี ยูด า นบนฝเข็มหางอยดู านลา งเปนการ
เนาท่ีชว ยยดึ ผา ใหตดิ กันแนน กวา การเนาเทากนั ใชเ ปน แนวในการเยบ็ จกั รไดด ีหรือใชเ นาเพอ่ื ลองตัวเส้ือหรือกระโปรง
เปน ตน
3. การเนาเฉียง คือ การเนาฝเขม็ ทแยงไปตามเน้ือผา โดยใชเนาผาสองช้ันใหอ ยดู ว ยกัน เชน ผาชน้ั นอกกับผา
รองปก สาบเสื้อ หรือใชเนายึดสวนทกี่ ำลงั เยบ็ เชน เนายึดรงั ดมุ กนุ ดว ยผา เพือ่ ไมใ หแ ยกเสยี รูป
4. การเนาแบบเทเลอร คือ การเนาทีท่ ้ิงดา ยใหห ลวมเปนหว ง 1 ฝเ ขม็ สลับกับฝเขม็ ดึงดา ยตงึ 1 ฝเ ขม็ ตามแนวท่ี
ตอ งการเย็บตะเขบ็
4.2 ทกั ษะทสี่ ำคญั : การรอยดาย การมดั ปมดาย การใชเข็ม และทักษะการสังเกต
4.3 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค (เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจดั การเรยี นรูนี)้
1. รักชาติ ศาสน กษตั ริย 5. อยูอยา งพอเพียง
2. ซือ่ สัตยสุจริต 6. มุงม่นั ในการทำงาน
3. มวี ินัย 7. รกั ความเปนไทย
4. ใฝเ รียนรู 8. มจี ิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียน (เฉพาะท่เี กดิ ในแผนการจัดการเรยี นรูนี้)
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกปญ หา
5.4 ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
5.5 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
6. จดุ เนนสูการพฒั นาผูเ รยี น
ความสามารถและทักษะผูเรียนศตวรรษที่ 21 (3R 8C 2L)
R1 -Reading(อานออก) R2-(W) Ringting (เขียนได) R3- (A) Rithmetics (คิดเลขเปน )
C1 – Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะดานการคิดอยางมีวิจารณญาณและทกั ษะ
ในการแกปญ หา )
C2 – Creativity and Innovation (ทกั ษะดา นการสรา งสรรคแ ละนวัตกรรม)
C3 – Cross-Cultural Understanding (ทกั ษะดานความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตางกระบวนทศั น)
C4 – Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดานความรวมมือ การทำงานเปนทีม และภาวะ
ผูนำ)
C5 – Communications, Information and Literacy (ทักษะดา นการสื่อสาร สารสนเทศ และรเู ทา ทันสอ่ื )
C6 – Computing and ICT Literacy (ทักษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร)
C7 – Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนร)ู
C8 – Change (ทักษะการเปลย่ี นแปลง)
L1 – Learning (ทกั ษะการเรียนรู) L2 – Leadership (ทักษะความเปน ผูนำ)
7. ชิน้ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รอ งรอยแสดงความรู)
1. ช้นิ งานฝก การเนาเทา กัน
2. ชน้ิ งานการเนา เทากัน
3. ใบงาน เรื่องการเนา
8. กิจกรรมการเรยี นรู ( ตามรูปแบบการสอนทกั ษะปฏบิ ัตขิ อง Harrow รวมกบั การสาธิต(พาทำชน้ิ งาน)ของครู )
ชว่ั โมงที่ 1 ( ตามรปู แบบการสอนทักษะปฏิบัตขิ อง Harrow รวมกับการสาธิต(พาทำชนิ้ งาน)ของครู )
ครกู ลา วทักทายนักเรียน พรอมท้ังแจง เร่ือง และจดุ ประสงคข องการเรยี น ดังน้ี
ดานความรู (K)
1. นกั เรียนรแู ละบอกความหมายการเนาผา บอกชนิดการผา และบอกประโยชนการเนาได
ดา นทกั ษะ/ กระบวนการ (P)
2. นกั เรยี นสามารถปฏิบัตกิ ารเนาเทากนั ได
3. นักเรียนสามารถสืบคน ความรูในหัวขอ ความหมายการเนา ชนิดการเนา และประโยชนก ารเนาได
ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/คานยิ ม (A)
4. นกั เรยี นไมค ัดลอกงานของเพอื่ นมาสงครู
5. นกั เรยี นมีความรบั ผิดชอบตอ งานที่ไดรับมอบหมาย
6. นักเรยี นมีความใฝรใู ฝเ รียนและมงุ มัน่ ในการทำงาน
7. นกั เรียนชวยกนั ดูแลความสะอาดของหองเรียน (กรณีเรียน onsite)
ครูเปด คำถามจากสไลดP PT และใหน ักเรียนใชอ ุปกรณส ื่อสารในการสบื คนความรู เพ่ือตอบคำถามดังนี้
1. บอกความหมายการเนา (2คะแนน)
2. บอกชนดิ การเนา (2คะแนน)
3. บอกประโยชนของการเนา (1คะแนน)
ครเู กร่ินนำเร่ืองการเนาดังน้ี
การเนา เปน การเย็บผาดวยฝเขม็ หา งๆใหตดิ กนั ชวั่ คราว เพ่ือไมใหผา นั้นเคล่ือนท่ีจากจดุ หมาย การเนาใชใ น
โอกาส ดังนี้ เชน เนากอ นสอย เนากอ นเยบ็ ตะเข็บใหตดิ กัน เนาเพอ่ื ทำเคร่ืองหมายในการเย็บ เนาเพอ่ื ทำจบี รูด
การเนามหี ลายชนิด เชน การเนาเทา กัน การเนาไมเทา กัน การเนาเฉียง และการเนาเทเลอร
1. การเนาเทากัน คือ การเย็บดว ยมอื ทชี่ วยยึดผา 2 ชิน้ หรอื มากกวาใหต ิดกัน มคี วามถ่ีหางของฝเ ข็มเสมอกันทง้ั
ดา นบนและดานลาง การเนาเทา กันเหมาะสำหรบั เนาตะเข็บ กอ นเย็บเนาชายเส้ือและชายกระโปรงกอนสอย
2. การเนาไมเ ทา กัน เปนการเนาท่ีมคี วามถ่ีหา งของฝเ ข็มสลับกนั ฝเ ขม็ ถี่อยูดานบนฝเข็มหางอยดู านลางเปนการ
เนาทีช่ ว ยยดึ ผา ใหต ดิ กนั แนน กวา การเนาเทากนั ใชเ ปน แนวในการเย็บจักรไดดีหรอื ใชเนาเพ่อื ลองตวั เส้ือหรือกระโปรง
เปน ตน
3. การเนาเฉยี ง คือ การเนาฝเข็มทแยงไปตามเน้ือผา โดยใชเ นาผาสองชัน้ ใหอ ยูด วยกัน เชน ผาชน้ั นอกกับผา
รองปก สาบเส้ือ หรือใชเ นายึดสวนที่กำลงั เยบ็ เชน เนายดึ รงั ดมุ กนุ ดว ยผา เพื่อไมใ หแยกเสียรปู
4. การเนาแบบเทเลอร คอื การเนาท่ีทงิ้ ดายใหหลวมเปน หว ง 1 ฝเขม็ สลบั กับฝเ ข็มดึงดายตึง 1 ฝเ ขม็ ตามแนวที่
ตอ งการเย็บตะเข็บ เนาแลว แยกผา สองชน้ิ ออกจากกัน พอดา ยตึงตดั ดายเนากลาง ระหวางผา สองชั้น แยกผา ออกรอย
ดา ยเนา ใชแทนการกล้ิงรอยบนผา
1. ขั้นการเลยี นแบบและพาทำชนิ้ งาน (เปนข้ันท่ีใหผเู รียนสังเกตการกระทำทตี่ องการใหผ ูเรยี นทำได
และใหผ เู รยี นลงมือทำตามทีละข้ันตอน ซึ่งผเู รียนยอมจะรับรูหรือสังเกตเหน็ รายละเอียดตา งๆ และสามารถบอกไดวา
ข้นั ตอนหลกั ของการกระทำน้นั ๆ มอี ะไรบา ง)
1.1 ครูถามนักเรียนวา “ นักเรียนคนใดทำการเนาเทากันเปนบาง ” (ถามีนกั เรียนยกมือ ครใู หน กั เรยี น
คนท่ียกมือออกมาแสดงการเนาเทา กนั ใหเ พื่อนดู ถาไมม ีคนยกมือ ครแู สดงการเนาเทากันใหน ักเรยี นดู พรอมท้ังให
นักเรยี นทำตามทลี ะขน้ั ตอน )
1.2 เม่ือครูแสดงการเนาเทากันเสรจ็ แลว ครูถามนกั เรียนวา “ จากที่นักเรียนสงั เกตครูแสดงการเนา
เทา กนั และนักเรยี นทำตามไปดว ย มีข้นั ตอนอยา งไรบา ง”
2. ขน้ั การลงมือกระทำตามคำส่งั (ใหผูเรยี นลงมือทำโดยไมม ีแบบอยา งใหเหน็ ผเู รียนอาจลงมอื ทำตาม
คำส่ังของผูส อน หรอื ทำตามคำส่งั ทีผ่ สู อนเขียนไวในคมู อื กไ็ ด )
2.1 ครูใหน กั เรียนรอยดา ยเขา กน เขม็ และทำเปนดายเดย่ี วมัดปม
2.2 ครใู หน กั เรียนเวน ระยะหางจากขอบผาประมาณ 0.5 เซนตเิ มตร นำเข็มลงบนผาทะลไุ ปดา นหลงั
ตะเขบ็
2.3 ครใู หนักเรยี นเดนิ เขม็ ไปเปนระยะทาง 1 เซนติเมตร นำเขม็ ขน้ึ ดึงดา ยใหต งึ
2.4 ครใู หน กั เรียนเดนิ เขม็ ไปเปน ระยะทาง 1 เซนติเมตร นำเข็มลง ดงึ ดา ยใหต งึ
2.5 ครูใหนกั เรียนทำ ขัน้ ที่ 2.3 – 2.4 ดว ยตัวเอง ตอ อีก 2 ฝเข็ม
3. ข้นั การกระทำอยางถูกตองสมบรู ณ (เปน ข้นั ทผี่ เู รยี นจะตองฝกฝนจนสามารถ ทำส่ิงนน้ั ๆ ไดอยา ง
ถกู ตองสมบูรณ โดยไมจ ำเปนตองมแี บบอยางหรือมคี ำส่ังนำทางการกระทำ)
3.1 นกั เรยี นทำการเนาเทากันตามขั้นตอน 2.3 – 2.4 ตอ ดว ยตัวเอง โดยทีค่ รูไมตอ งบอกวธิ กี ารทำ
4. ขนั้ การแสดงออก (เปน ข้ันท่ีผเู รยี นมีโอกาสไดฝ ก ฝนมากข้นึ จนกระทงั่ สามารถ กระทำสิง่ นน้ั ได
ถกู ตอ งสมบูรณแ บบอยา งคลองแคลว รวดเรว็ ราบร่ืน และดว ยความมน่ั ใจ)
4.1 นักเรยี นทำการเนาเทากันดวยตัวเอง จนจบความยาวผาและใหนกั เรยี นเวน ปลายดายยาว 1น้วิ
จงึ ตดั ดายสงชิน้ งาน
ชวั่ โมงท่ี 2
5. ข้นั การกระทำอยา งเปนธรรมชาติ ( เปน ขัน้ ท่ผี ูเรยี นสามารถกระทำสิ่งนั้นๆอยา งสบาย ๆ เปนไป
อยางอัตโนมัติโดยไมร ูสกึ วา ตองใชค วามพยายามเปนพิเศษ ซง่ึ ตองอาศยั การปฏบิ ตั ิบอ ย ๆ ในสถานการณตาง ๆ
ท่ีหลากหลาย )
5.1 นกั เรียนทำการเนาเทากันดวยตวั เอง
5.2 นกั เรยี นสงชนิ้ งานการเนาเทา กนั
5.2 ครใู หนกั เรียนสืบคนความรเู ร่อื งการเนา พรอมท้ังตอบคำถามในใบงาน
9. สื่อการเรยี นร/ู แหลงเรยี นรู
1. วดี ทิ ศั น การเนาเทา กัน
2. ใบงาน เร่อื ง การเนา
3. อินเตอรเ นต็
10. การวัดและประเมินผล
วิธกี ารวัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑการประเมิน
ดานความรู-ความเขาใจ ใบงาน นกั เรียนตอบคำถามถูกตอง 8 ขอ
1. นักเรยี นรูและบอกความหมาย จากคำถาม 12 ขอ
การเนาผา บอกชนดิ การเนา
และบอกประโยชนก ารเนาได
ดา นทกั ษะกระบวนการ
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ ชนิ้ งานการเนาเทา กนั นกั เรยี นสามารถเนาเทากันได และ
การเนาเทา กนั ได ไดผ ลการประเมิน “ระดบั 2”ข้นึ ไป
3. นักเรียนสามารถสบื คนความรู ใบงาน นกั เรียนระบุแหลงสบื คน ในใบงาน
ในหัวขอ ความหมายการเนา
ชนิดการเนา และประโยชนก ารเนาได
ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/คานิยม
4. นักเรยี นไมคัดลอกงานของเพอ่ื นมา ตรวจงาน ไมพ บการคัดลอกงานของเพ่ือน
สง ครู
5. นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบตองานท่ี บนั ทกึ การสงงาน สงงานชา กวา ทก่ี ำหนดไมเกิน 2 วัน
ไดร บั มอบหมาย
6. นักเรยี นมีความใฝรใู ฝเรยี นและ บันทึกการสง งาน สงงานตรงเวลาที่กำหนด
มงุ มั่นในการทำงาน
7. นกั เรยี นชว ยกนั ดแู ลความสะอาด บันทึกการดแู ลหอ งหลงั เลิกเรียน หอ งเรียนมคี วามสะอาดเรยี บรอ ย
ของหองเรียน
(กรณเี รียน onsite)
ชอื่ .........................................................................................................................เลขที่................ชั้น................
ใบงาน เรอ่ื ง การเนา
สบื คน ขอมูลและตอบถําถามตอไปนีใ้ หถกู ตอง
1. ขอใดตอไปนี้เปนความหมายของการเนาผา ท่ีถกู ตองทส่ี ดุ
ก. การเนา คือ การเยบ็ ผาดวยฝเข็มหางๆ ใหผ า ติดกันชวั่ คราว
ข. การเยบ็ ผา ดวยมอื ท่มี องเห็นรอยเย็บทางดานนอกนอ ยท่ีสุด
ค. เปน การซอมแซมเสอ้ื ผาดว ยมอื ทตี่ องการความประณีต สวยงาม
2. จงเตมิ ชนิดการเนาใหถูกตอง ตรงกบั ขอ ความที่กาํ หนดให
........................................................เปนการเนาท่มี ีความถหี่ างของฝเ ข็มเสมอกันทัง้ ดานบนและดา นลาง
........................................................เปนการเนาท่คี วามหา งของฝเ ข็มสลบั กัน โดยฝเ ขม็ ถี่อยูด า นบน และฝเ ขม็ หา ง
อยดู านลา ง
........................................................เปนการเนาทแยงผา 2 ช้นิ ใหติดกนั
........................................................เปนการเนาทท่ี ง้ิ ดา ยใหหลวมเปน หวง 1 ฝเ ข็ม สลบั กบั ดึงดายใหต ึง 1 ฝเ ข็ม
3. จงเตมิ ชนดิ การเนาใหตรงกับภาพท่กี าํ หนดให
......................................................
...................................................... ......................................................
......................................................
......................................................
4. การเนามีประโยชนอยางไร
..........................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................
5. จงวาดรปู การเนาเทากนั
5.1 ดานถกู ของชิน้ งาน(ดานหนาตะเขบ็ )
5.2 ดา นผดิ ของชิน้ งาน(ดา นหลังตะเขบ็ )
แหลงสืบคน : ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แหลงสบื คน : ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
f
uuu fiufi n ru a n rt{n n r : rEs ut{
ndq$uar:snrttBauinrtmuar6w
n[aisr............{22102............:rsis1 ..........nrt.tru0rSfl4.......... :u6'u#u1issufinurfld.......2.........
uruunrrd'rr nr r fi suigd...k..... idas ..n:1='.!3t1...'..... "....... "....
d 6 v vd
9JA?rrnqnu9U,r[:ulJ
r. drunmuYs (r)
..sx.nt}-*x,m.*.e*:.n.r-t
e. frrufinuu/nrvu:unr: (P) s..$)3fl6f,dftr8l
mststr" .tfur:ngmn..Ha-ffi 9.vs*
3. 6rua rua"nuruvd'ufi srj :vasri (n)
!
.#*-r.Qcas-pg,"lg1g.,sfi
.u un m4rer.'n*.n*:fi :-gff*, . . .
flryrn'r/qilf,rtn .- z_t-Lamd?.tr
"3f."J*$rr*&*u::#rfl--fi
*ururrufftt L
rV
Qr#a7 ng\ra^ArFe"nqJek -\*roL.;l5pffirr r tdc t-*1.tqLl
uu{ir..3A,\=*i:*c{ ... .......uriaou
(urramtgrfirr drutiry) ?r5':
d"uuarjr nI nfi.1
&,fr {Y rfial h, n . $r 6r L6hA
แบบบันทกึ 1.7
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี...7...
หนว ยการเรยี นรทู ี.่ .......2...........วชิ า...................การงานอาชพี 4.....................รหัสวชิ า.............ง22102………………..
หนวย..........การเย็บผา เบอื้ งตนดวยมือ................................................................. จำนวน........9...................ชวั่ โมง
เร่ืองยอยที่.....2......ช่ือเรอื่ งยอย...............การดน ................................................. จำนวน.........5...................ช่ัวโมง
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่.ี .......2....................................โรงเรยี น...........ระยองวิทยาคม......................................................
ผสู อน.......นางสาวชฎานิศ....ชว ยบำรงุ .......................................................................................................................
1.มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐานที่ ง 1.1 เขา ใจการทำงาน มีความคดิ สรางสรรค มที กั ษะกระบวนการทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะ
กระบวนการแกป ญ หา ทกั ษะการทำงานรวมกนั และทักษะการแสวงหาความรู มีคณุ ธรรม และลกั ษณะนิสยั ในการ
ทำงาน มีจติ สำนึกในการใชพลงั งาน ทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ ม เพ่ือการดำรงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐานท่ี ง 4.1 เขาใจ มีทักษะทจี่ ำเปน มีประสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชพี ใชเทคโนโลยี เพอื่ พฒั นาอาชีพ มี
คุณธรรม และมีเจตคติทดี่ ตี ออาชีพ
ตวั ชวี้ ดั ง 1.1 ม.2/1 ใชท กั ษะการแสวงหาความรเู พ่ือพัฒนาการทำงาน
ง 1.1 ม.2/2 ใชท กั ษะกระบวนการแกป ญ หาในการทำงาน
ง 1.1 ม.2/3 มจี ติ สำนกึ ในการทำงานและใชท รัพยากรในการปฏิบัติงานอยา งคุมคาและประหยดั
ง 4.1 ม.2/3 มีทักษะพืน้ ฐานทจ่ี ำเปน สำหรบั การประกอบอาชีพทีส่ นใจ
2. จุดประสงคก ารเรียนรู (ผเู รยี นรูอ ะไร / ทำอะไรได)
ดานความรู (K)
1. นักเรียนรูและบอกความหมายการดนผา บอกชนิดการดน และบอกประโยชนการดนได
ดา นทักษะ/ กระบวนการ (P)
2. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิการดน ถอยหลังได
3. นักเรยี นสามารถสบื คนความรใู นหวั ขอ ความหมายการดน ชนิดการดน และประโยชนการดน ได
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม/คานิยม (A)
4. นกั เรยี นไมค ัดลอกงานของเพ่อื นมาสงครู
5. นกั เรียนมีความรบั ผิดชอบตองานท่ีไดรบั มอบหมาย
6. นักเรยี นมีความใฝร ูใ ฝเรยี นและมงุ มั่นในการทำงาน
7. นกั เรยี นชว ยกันดูแลความสะอาดของหองเรยี น (กรณเี รียน onsite)
3. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
การดน เปนการเยบ็ ผา ใหต ิดกันอยา งถาวร มีระยะฝเ ขม็ ถ่ีกวาการเนา การดน มี 2 ชนิด คือ การดน ตะลยุ และ
การดน ถอยหลงั
4. สาระการเรียนรู / เนื้อหาสาระ
4.1 ความรู (K)
การดน เปนการเย็บผา ใหต ิดกันอยางถาวร มรี ะยะฝเขม็ ถ่ีกวาการเนา
การดนผา มี 2 ชนดิ คอื
1. ดนตะลุย หรือ ดนปลอ ย เปนตะเขบ็ ดน ธรรมดา โดยใชเข็มท่ีรอยดายแลว แทงขึ้น-ลง บนผนื ผาใหไดระยะ
เสมอกนั และเปนแนวตรง เชนเดียวกบั การเนาแตถกี่ วา แทงขน้ึ ลง 3 – 4 ครัง้ จงึ ดึงดายข้ึนครง้ั หน่งึ การดน ตะลุยหรือ
ดน ปลอยมกั ใชกับผา บางๆเพื่อจบี รูด หรอื ดนเพอ่ื ทำการตกแตงก็ได
2. ดนถอยหลงั โดยใชเ ขม็ ท่รี อยดายแลวแทงลงบนผา แลวแทงขนึ้ ดึงดายใหตงึ แลว แทงเข็มยอนกลบั มาลงทจ่ี ุด
กึ่งกลางระหวา งฝเ ข็ม หรือจะยอ นกลบั มาที่รอยเขม็ ข้ึนครัง้ แรกใหเ หมือนฝจกั รก็ได ตะเข็บน้ีจะมีความคงทนถาวรและ
แนน หนา ใชแทนการเยบ็ ดวยจักรได การดน ถอยหลงั จะมฝี เข็มเหมือนเยบ็ ดว ยจักรดา นหนา สวนดา นหลงั จะเห็นเสนดาน
ซอนกนั เปน ระยะๆ
4.2 ทกั ษะทส่ี ำคัญ : การรอยดาย การมดั ปมดา ย การใชเ ข็ม การเนา การจบดา ย และทักษะการสงั เกต
4.3 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรยี นรนู ี้)
1. รักชาติ ศาสน กษตั รยิ 5. อยอู ยา งพอเพียง
2. ซอ่ื สตั ยส จุ ริต 6. มงุ มน่ั ในการทำงาน
3. มีวินยั 7. รกั ความเปน ไทย
4. ใฝเ รยี นรู 8. มจี ิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น (เฉพาะที่เกดิ ในแผนการจดั การเรยี นรูน ี)้
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป ญหา
5.4 ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
5.5 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
6. จดุ เนน สูการพฒั นาผูเรยี น
ความสามารถและทักษะผูเ รยี นศตวรรษที่ 21 (3R 8C 2L)
R1 -Reading(อานออก) R2-(W) Ringting (เขยี นได) R3- (A) Rithmetics (คิดเลขเปน )
C1 – Critical Thinking and Problem Solving ( ทกั ษะดา นการคิดอยา งมีวิจารณญาณและทักษะ
ในการแกป ญหา )
C2 – Creativity and Innovation (ทกั ษะดานการสรางสรรคและนวตั กรรม)
C3 – Cross-Cultural Understanding (ทกั ษะดา นความเขา ใจตางวัฒนธรรม ตา งกระบวนทัศน)
C4 – Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา นความรว มมือ การทำงานเปนทีม และภาวะ
ผนู ำ)
C5 – Communications, Information and Literacy (ทกั ษะดานการสื่อสาร สารสนเทศ และรูเทา ทันส่อื )
C6 – Computing and ICT Literacy (ทักษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร)
C7 – Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู)
C8 – Change (ทกั ษะการเปลีย่ นแปลง)
L1 – Learning (ทกั ษะการเรียนรู) L2 – Leadership (ทักษะความเปนผูน ำ)
8. ช้นิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รองรอยแสดงความร)ู
1. ชน้ิ งานการดน
2. ใบงาน เรอ่ื งการดน
9. กิจกรรมการเรยี นรู ( ตามรูปแบบการสอนทักษะปฏบิ ัติของ Harrow รว มกับการสาธิต(พาทำชิ้นงาน)ของครู )
ครูกลา วทักทายนกั เรยี น พรอมทัง้ แจง เร่ือง และจดุ ประสงคของการเรียน ดงั นี้
ดานความรู (K)
1. นักเรยี นรแู ละบอกความหมายการดน ผา บอกชนดิ การดน และบอกประโยชนการดนได
ดา นทกั ษะ/ กระบวนการ (P)
2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ิการดน ถอยหลงั ได
3. นกั เรยี นสามารถสืบคน ความรใู นหัวขอ ความหมายการดน ชนิดการดน และประโยชนการดนได
ดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/คานิยม (A)
4. นักเรยี นไมคัดลอกงานของเพ่ือนมาสง ครู
5. นกั เรยี นมคี วามรับผิดชอบตองานที่ไดรับมอบหมาย
6. นักเรียนมีความใฝร ูใ ฝเ รยี นและมุงมั่นในการทำงาน
7. นักเรยี นชว ยกนั ดแู ลความสะอาดของหองเรียน (กรณเี รียน onsite)
ครเู ปดคำถามจากสไลดP PT และใหน กั เรียนใชอปุ กรณส่อื สารในการสืบคน ความรู เพื่อตอบคำถามดังน้ี
1. บอกความหมายการดน (2คะแนน)
2. บอกชนดิ การดน (2คะแนน)
3. บอกประโยชนข องการดน ถอยหลัง (1คะแนน)
การดน เปน การเย็บผา ใหติดกันอยางถาวร มีระยะฝเ ข็มถ่ีกวาการเนา
การดนผา มี 2 ชนดิ คือ
1. ดน ตะลุย หรอื ดนปลอย เปน ตะเข็บดน ธรรมดา โดยใชเข็มทรี่ อยดายแลว แทงขน้ึ -ลง บนผืนผา ใหไ ดระยะ
เสมอกนั และเปนแนวตรง เชนเดียวกบั การเนาแตถก่ี วา แทงข้นึ ลง 3 – 4 คร้ัง จงึ ดึงดายขึ้นครงั้ หน่ึง การดน ตะลุยหรือ
ดนปลอยมักใชกบั ผา บางๆเพื่อจบี รูด หรอื ดน เพื่อทำการตกแตง ก็ได
2. ดน ถอยหลัง โดยใชเขม็ ทร่ี อยดา ยแลวแทงลงบนผา แลว แทงข้ึน ดึงดายใหตึงแลว แทงเขม็ ยอ นกลบั มาลงท่จี ดุ
กง่ึ กลางระหวา งฝเขม็ หรือจะยอนกลบั มาที่รอยเข็มขึน้ ครงั้ แรกใหเหมือนฝจกั รก็ได ตะเข็บนจี้ ะมีความคงทนถาวรและ
แนน หนา ใชแทนการเยบ็ ดวยจกั รได การดนถอยหลงั จะมฝี เข็มเหมือนเย็บดว ยจกั รดานหนา สวนดานหลงั จะเหน็ เสน ดาน
ซอนกนั เปนระยะๆ
ชั่วโมงท่ี 1 ( ตามรูปแบบการสอนทกั ษะปฏบิ ตั ิของ Harrow รว มกับการสาธติ (พาทำชิ้นงาน)ของครู )
1. ขั้นการเลียนแบบ ( เปนขั้นที่ใหผูเรียนสังเกตการกระทำท่ีตอ งการใหผ ูเ รียนทำไดซึง่ ผเู รยี นยอมจะ
รับรหู รือสังเกตเห็นรายละเอียดตาง ๆ ไดไมครบถวน แตอ ยางนอ ยผูเรียนจะสามารถ บอกไดวา ข้นั ตอนหลักของการ
กระทำนนั้ ๆ มีอะไรบา ง )
1.1 ครใู หนกั เรยี นดูถงุ ผา ชนิดดึงรดู ได ครูถามนักเรยี นวา นักเรียนควรใชว ิธใี ดในการเย็บถุงผา (การ
ดนถอยหลงั )
1.2 ครถู ามนักเรยี นวา “ ใครดน ถอยหลงั เปนบาง ” (ถา มีนักเรยี นยกมือ ครูใหน ักเรยี นคนทีย่ กมือ
ออกมาแสดงการดนถอยหลงั ใหเ พอ่ื นดู ถา ไมมีคนยกมือ ครูแสดงการดนถอยหลงั ใหนักเรียนดู พรอมท้ังบอกใหนักเรียน
สงั เกตวธิ ีทำและทำตามทลี ะข้ันตอน )
1.3 เม่ือครูแสดงการดน ถอยหลงั เสรจ็ แลว ครถู ามนกั เรยี นวา “ จากทนี่ กั เรียนสงั เกตครูแสดงการดน
ถอยหลงั และนกั เรยี นทำตามทีล่ ะขั้นตอน การดน ถอยหลงั มีขนั้ ตอนอยางไรบา ง” (นกั เรียนตอบ : รอยเข็ม เตรยี มดา ยคู
นำเขม็ ลงบนเสน ดินสอ เดนิ เข็มหาง 0.3 เซนติเมตร นำเข็มขึ้น เดินเขม็ ยอนกลบั ไปดานหลงั เทากบั ระยะที่นำเข็มลง 0.3
เซนตเิ มตร นำเข็มข้นึ ท่ีใหมห างจากตำแหนงกอนหนา เปนระยะ 0.3 เซนติเมตร ทำซำ้ ดวยวิธกี ารเดมิ และจบดา ย )
2. ขั้นการลงมือกระทำตามคำสัง่ (ใหผูเรียนลงมือทำโดยไมม ีแบบอยางใหเ ห็น ผูเ รยี นอาจลงมือทำตาม
คำส่ังของผูสอน หรอื ทำตามคำส่ังที่ผสู อนเขียนไวในคูมอื กไ็ ด )
2.1 ครูใหน กั เรยี นรอยดา ยเขากน เข็มและทำเปน ดายคู มัดปม
2.2 ครใู หน กั เรียนนำเข็มลงบนเสน ดนิ สอ และเดนิ เขม็ ไปเปนระยะ 0.3 เซนติเมตร จงึ นำเขม็ ขนึ้ ดึงจน
ชนปมดาย
2.3 ครูใหนกั เรียนเดนิ เขม็ ยอนกลบั ไปดานหลังเทากับระยะทนี่ ำเขม็ ลง 0.3 เซนตเิ มตร
2.4 ครใู หน ักเรียนนำเขม็ ข้ึนท่ีใหมห างจากตำแหนง กอ นหนาเปน ระยะ 0.3 เซนตเิ มตร
2.5 ครใู หนกั เรยี นทำ ขัน้ ท่ี 2.2 – 2.4 ซ้ำๆกนั จนกวาจะหมดความยาวของเสนดนิ สอ
2.6 ครูใหนักเรยี นจบดา ย แลว จึงตัดดว ยกรรไกร
ช่วั โมงที่ 2
3. ขั้นการกระทำอยางถูกตองสมบรู ณ (เปน ขนั้ ท่ีผเู รยี นจะตองฝกฝนจนสามารถ ทำสิ่งนัน้ ๆ ไดอ ยาง
ถูกตองสมบรู ณ โดยไมจ ำเปนตอ งมแี บบอยา งหรือมคี ำสั่งนำทางการกระทำ)
3.1 นักเรยี นเรมิ่ ทำการดนถอยหลงั ตามขน้ั ตอน 2.1 – 2.6 ดว ยตวั เอง โดยท่คี รูไมต องบอกวธิ ีการทำ
ช่ัวงโมงที่ 3
4. ขนั้ การแสดงออก (เปนข้ันที่ผเู รียนมีโอกาสไดฝก ฝนมากขึน้ จนกระท่งั สามารถ กระทำสิง่ นน้ั ได
ถกู ตอ งสมบรู ณแบบอยางคลองแคลว รวดเร็ว ราบรนื่ และดวยความม่ันใจ)
4.1 นักเรียนฝกทำการดนถอยหลังดวยตวั เอง
ช่วั โมงท่ี 4
5. ขัน้ การกระทำอยางเปนธรรมชาติ( เปนขัน้ ท่ีผูเ รียนสามารถกระทำส่ิงน้นั ๆอยา งสบาย ๆ เปนไปอยา ง
อตั โนมัติโดยไมร ูสกึ วา ตองใชความพยายามเปน พเิ ศษ ซึ่งตองอาศัยการปฏบิ ัตบิ อย ๆ ในสถานการณต า ง ๆ
ทีห่ ลากหลาย )
5.1 นักเรยี นฝกทำการดนถอยหลังดว ยตวั เอง
ชัว่ โมงที่ 5
นักเรยี นสบื คนความรูเรื่องการดน พรอมท้งั ตอบคำถามในใบงาน
10. สื่อการเรียนรู/ แหลงเรยี นรู
1. วิดีทัศน
2. อินเตอรเนต็
11. การวดั และประเมินผล
วิธีการวัด เครอ่ื งมือวัด เกณฑก ารประเมนิ
ดา นความรู-ความเขา ใจ ใบงาน นกั เรยี นตอบคำถามถูกตอ ง 6 ขอ
1. นกั เรียนรูและบอกความหมายการ จากคำถาม 7 ขอ
ดน ผา บอกชนิดการดน และบอก ชนิ้ งานการดน
ประโยชนการดนได ใบงาน นักเรียนสามารถดน ถอยหลงั ได
และไดผลการประเมิน “ระดับ 2”
ดานทกั ษะกระบวนการ ตรวจงาน ข้ึนไป
2. นกั เรยี นสามารถปฏิบัติ การดน บันทึกการสงงาน นกั เรยี นระบแุ หลง สบื คน ในใบงาน
ถอยหลงั ได บนั ทึกการสงงาน
3. นกั เรียนสามารถสบื คน ความรูใน บันทกึ การดูแลหอ งหลังเลิกเรียน ไมพ บการคัดลอกงานของเพื่อน
หวั ขอ ความหมายการดน ชนิดการ
ดน และประโยชน สง งานชากวาที่กำหนดไมเกนิ 2
การดนได วนั
สงงานตรงเวลาทก่ี ำหนด
ดา นคุณธรรม จริยธรรม/คานยิ ม
4. นกั เรยี นไมคัดลอกงานของเพ่อื น หองเรียนมคี วามสะอาดเรยี บรอ ย
มาสง ครู
5. นักเรียนมีความรับผิดชอบตองาน
ทไี่ ดรบั มอบหมาย
6. นกั เรียนมคี วามใฝร ใู ฝเรียนและ
มงุ มั่นในการทำงาน
7. นกั เรียนชวยกนั ดูแลความสะอาด
ของหองเรียน (กรณเี รียน onsite)
ชอ่ื ...................................................................................................................................เลขท่.ี ..................ชนั้ ..........................
ใบงาน เรือ่ ง การดน
1. ใหน กั เรียนระบุความหมาย การดนผา
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. ตอไปนเ้ี ปนชนดิ ของการดนยกเวนขอใด
ก. ดน พันริม ข. ดน ตะลุย ค. ดนถอยหลงั
3. ตอ ไปน้เี ปน ลักษณะของการดน ประเภทใด
……………………………………………………….. ………………………………………………………..
4. บอกประโยชนของการดน ถอยหลัง
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
5. 5. จงวาดรปู การดน ถอยหลงั
5.1 ดานถูกของช้นิ งาน(หนา ตะเข็บ)
5.2 ดา นผิดของช้ินงาน(หลังตะเข็บ)
แหลงสืบคน : ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แหลง สืบคน : ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
v{v6,
rtuu uufi fl 9.r a fl 1 f a o n1 5 t:c,u g
ndlsuar:vnr:Guu{nT :sruorfiu
:faisr...... ......q22ta2............srui{"1 ...,......nr:nuarfir,r4"."....... :ufiuduriourufrnurtjd"......z.......""
da{*arun r:,fi'pr nr : r3uu fii... Y..... .... IrJT#:ae
oI o a *d
ruamrnqflu9u.tt;8u
)..ue.tx"funNq\%
e. firu#nuu,/rl:uu')unr: (P) ,a"Bf.-d,f.g...ea1g-ft &lx.rnd#a,t
.gnr&nr#-$.il:loe..s-<J
mnt*nd_e3p..nc.J.qp*-*Rn
'L
:. 6"ruesru6'nurugdufi.'\{l d:sa':ri (R)
3JOa.g1.O3:1?
flryrllr/qrlatrn , ,
S**,*lfo ,r,s:m{r,#uTtar,*dan
t/v
uuturrufflt
\/q'r/
a.t
r,*..fl.t l!AP.:r:t
rn: *dp*e^i,q]l" nryitMA?y, r,oe6,tq^
u uti r.....9'-$:Pe(.......... {aou
(utaratgrfra tirorirqr)
s{r*udr ng no.l
& ,fi 4 L 6n' ,Ql , @t 6qN Lh-hE'
แบบบนั ทึก 1.7
แผนการจดั การเรียนรทู ี.่ ..8...
หนวยการเรยี นรูที.่ .......2...........วชิ า.............การงานอาชพี …4.....................รหสั วิชา.............ง22102………………..
หนว ย..........การเยบ็ ผา เบอ้ื งตน ดวยมอื ................................................................. จำนวน...........9...................ชัว่ โมง
เร่ืองยอยท่ี.....3......ช่ือเรอื่ งยอย...............การสอย................................................. จำนวน..........2...................ชั่วโมง
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่.ี .......2....................................โรงเรยี น...........ระยองวิทยาคม......................................................
ผูส อน.......นางสาวชฎานิศ....ชวยบำรงุ .......................................................................................................................
1.มาตรฐานการเรียนรู/ ตัวชี้วัด
มาตรฐานที่ ง 1.1 เขาใจการทำงาน มีความคดิ สรางสรรค มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการจัดการ ทักษะ
กระบวนการแกปญหา ทกั ษะการทำงานรวมกนั และทักษะการแสวงหาความรู มีคุณธรรม และลกั ษณะนสิ ยั ในการ
ทำงาน มจี ิตสำนึกในการใชพ ลงั งาน ทรัพยากรและสงิ่ แวดลอม เพื่อการดำรงชีวติ และครอบครวั
มาตรฐานที่ ง 4.1 เขาใจ มีทกั ษะทีจ่ ำเปน มีประสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเทคโนโลยี เพ่อื พัฒนาอาชพี มี
คณุ ธรรม และมีเจตคติท่ีดีตออาชีพ
ตัวช้วี ดั ง 1.1 ม.2/1 ใชทกั ษะการแสวงหาความรูเ พือ่ พัฒนาการทำงาน
ง 1.1 ม.2/2 ใชท ักษะกระบวนการแกปญ หาในการทำงาน
ง 1.1 ม.2/3 มจี ิตสำนกึ ในการทำงานและใชทรัพยากรในการปฏิบตั งิ านอยา งคุมคาและประหยดั
ง 4.1 ม.2/3 มที กั ษะพื้นฐานทจี่ ำเปนสำหรบั การประกอบอาชีพทส่ี นใจ
2. จุดประสงคการเรียนรู (ผูเ รียนรูอ ะไร / ทำอะไรได)
ดานความรู (K)
1. นกั เรียนรูและบอกความหมายการสอยผา บอกชนดิ การสอย และบอกประโยชนการสอยได
ดานทกั ษะ/ กระบวนการ (P)
2. นักเรียนสามารถปฏิบัติการสอยซอ นดายได
3. นักเรยี นสามารถสบื คนความรูในหวั ขอ ความหมายการสอย ชนิดการสอย และประโยชนการสอยได
ดานคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/คานยิ ม (A)
4. นกั เรียนไมคัดลอกงานของเพ่ือนมาสง ครู
5. นักเรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ งานที่ไดร ับมอบหมาย
6. นกั เรียนมีความใฝร ูใ ฝเ รียนและมงุ มั่นในการทำงาน
7. นักเรียนชว ยกันดูแลความสะอาดของหองเรยี น (กรณีเรียน onsite)
3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การสอยผา เปนการเย็บผาดวยมือท่ีมองเหน็ รอยเยบ็ ทางดานนอกนอยทีส่ ุด นิยมใชส อย ชายเส้อื ชายกระโปรง
ชายขากางเกงหรอื ชายผา อ่นื ๆ ท่ีตองการความสวยงามประณีต ใชก ารสอยเพอ่ื ปด แนวเปด ตา งๆ ไดด ี การสอยจะทาํ ให
ผลงานดูดี มรี าคา และประณีตกวา การใชจ กั รเย็บ การสอยมหี ลายชนิด เชน การสอยซอ นดา ย การสอยพนั รมิ และการ
สอยสลบั ฟนปลา
4. สาระการเรียนรู / เน้ือหาสาระ
4.1 ความรู (K)
การสอยผา เปนการเย็บผา ดวยมอื ที่มองเห็นรอยเยบ็ ทางดานนอกนอยที่สุด นิยมใชส อย ชายเสอ้ื ชายกระโปรง
ชายขากางเกงหรือชายผาอน่ื ๆ ท่ตี องการความสวยงามประณีต ใชก ารสอยเพือ่ ปดแนวเปดตา งๆ ไดดี การสอยจะทาํ ให
ผลงานดดู ี มีราคา และประณีตกวา การใชจักรเย็บ การสอยมหี ลายชนดิ เชน การสอยซอนดา ย การสอยพนั รมิ และการ
สอยสลับฟน ปลา วิธีการสอยทีน่ ยิ มคือ สอยซอนดาย
1. การสอยซอ นดาย เปนการสอยท่ีเห็นรอยสอยดานนอกนอยท่ีสุดและไมเ หน็ เสนดา ยดานใน เสนดา ยจะซอนอยู
ในสนั ทบผา ทำใหมองไมเหน็ เสนดาย ซง่ึ ชวยลดการเกีย่ วโดนเสนดายขาด นยิ มใชสอย ชายเส้อื ชายกระโปรง ชาย
กางเกง ปลายแขนเส้ือ การสอยซอ นดา ยตอ งใชดา ยสีเดยี วกับผา หรือใกลเ คียงที่สุด
2. การสอยพนั ริม เปน การสอยแบบเฉียงเข็มทำมมุ 45 องศา ไมซอนดาย ตะเขบ็ ท่สี อยจะอยดู า นนอก
3. การสอยสลับฟนปลา เปนการสอยไขวแบบหักมมุ ยึดตามแนวผา ที่ตอ งการ ใชส อยท้งั ชายเส้ือชายกระโปรง
ปลายขากางเกง แตไมน ยิ ม เพราะเม่ือทำเสรจ็ แลวผาดา นในจะมเี สน ดายไขวก นั ไปมามาก ขณะสวมใสอาจเกีย่ วสง่ิ ตา งๆ
ไดงายทำใหต องซอมแซมบอ ย
4.2 ทกั ษะทีส่ ำคัญ : การรอยดาย การมดั ปมดาย การใชเข็ม การเนา การสะกดิ เน้ือผา การจบดา ย และทักษะ
การสงั เกต
4.3 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค (เฉพาะทเ่ี กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ้ี)
1. รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย 5. อยูอยางพอเพยี ง
2. ซื่อสัตยสจุ ริต 6. มุงม่นั ในการทำงาน
3. มีวินยั 7. รกั ความเปนไทย
4. ใฝเรยี นรู 8. มจี ิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรนู ้ี)
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกปญหา
5.4 ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
5.5 ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6. จุดเนน สกู ารพฒั นาผูเรยี น
ความสามารถและทักษะผเู รยี นศตวรรษท่ี 21 (3R 8C 2L)
R1 -Reading(อานออก) R2-(W) Ringting (เขียนได) R3- (A) Rithmetics (คิดเลขเปน)
C1 – Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะดานการคดิ อยางมีวจิ ารณญาณและทกั ษะ
ในการแกป ญหา )
C2 – Creativity and Innovation (ทกั ษะดานการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม)