๓๖
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทคี่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๒.๑ สนุ ทรภี าพ ดนตรี เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
๕.๑.๑ ขออนุญาต หรือ
รอคอย เมอ่ื ต้องการส่งิ ของ (๔) การเล่นบทบาทสมมติ - มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม
ของผอู้ ่นื ด้วยตนเอง
๑.๒.๓ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม ความเมตตากรณุ า
(๒) การฟังนทิ านเก่ยี วกบั - เคารพสิทธิของตนเองและ
คุณธรรม จริยธรรม ผู้อ่ืน
(๓) การรว่ มสนทนาและ - การคดิ แยกแยะระหว่าง
แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ เชิง ผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
จรยิ ธรรม ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ (การเขา้ แถว)
มวี นิ ยั มสี ว่ นรว่ มและ - พลเมืองกบั ความ
บทบาทสมาชิกของสังคม รับผดิ ชอบตอ่ สังคม
(๒) การปฏิบัตติ นเป็น (ความรับผิดชอบต่อตนเอง)
สมาชกิ ทดี่ ีของห้องเรียน
สภาพที่พงึ ประสงค์
ตวั บ่งช้ี ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๕.๒ มคี วามกรณุ า มนี ำ้ ใจ ๕.๒.๑ แสดงความรกั เพอ่ื น ๕.๒.๑ แสดงความรกั เพ่ือน
และชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั และมีเมตตาสัตว์เล้ียง และมีเมตตาสัตว์เลย้ี ง
๕.๒.๒ แบง่ ปันผู้อื่นไดเ้ ม่ือ ๕.๒.๒ ชว่ ยเหลอื และแบง่ ปนั
มีผูช้ แ้ี นะ ผู้อื่นได้เมอ่ื มผี ู้ช้ีแนะ
๓๗
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๓.๕ การเลน่ และทำงาน
๕.๒.๑ แสดงความรกั เพอื่ น แบบรว่ มมอื รว่ มใจ
และมีเมตตาสตั ว์เลี้ยง (๑) การรว่ มสนทนาและ
แลกเปลีย่ นความคิดเหน็
(๒) การเลน่ และทำงาน
ร่วมกับผอู้ น่ื
๑.๒.๑ สนุ ทรภี าพ ดนตรี เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
(๔) การเล่นบทบาทสมมุติ - คณุ ธรรม จริยธรรม
๑.๒.๓ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม เรอ่ื งความเมตตากรณุ า
(๒) การฟังนิทานเก่ียวกับ - จติ ตอ่ ต้านการทุจริต
คุณธรรม จริยธรรม (ความเอื้ออาทร)
๕.๒.๒ ชว่ ยเหลือและแบ่งปัน ๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
- คุณธรรม จริยธรรม เรือ่ ง
ผอู้ ืน่ ไดด้ ้วยตนเอง มวี นิ ยั มสี ว่ นรว่ มและ มีนำ้ ใจ แบ่งปัน ช่วยเหลอื
โตไปไมโ่ กง
บทบาทสมาชิกของสังคม - จิตตอ่ ตา้ นการทจุ รติ
(การชว่ ยเหลือเพื่อน)
(๒) การปฏิบตั ิตนเปน็
สมาชิกทีด่ ีของห้องเรยี น
ตวั บง่ ชี้ ชนั้ อนบุ าล ๑ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี
๕.๓ มคี วามเหน็ อกเหน็ ใจ ชน้ั อนบุ าล ๒
ผอู้ น่ื ๕.๓.๑ แสดงสีหน้าและ อายุ ๔-๕ ปี
ท่าทางรับรูค้ วามรสู้ ึกผู้อื่น ๕.๓.๑ แสดงสีหนา้ และ
ท่าทางรับรู้ความรสู้ กึ ผอู้ ่ืน
๕.๔ มคี วามรบั ผดิ ชอบ ๕.๔.๑ ทำงานท่ีไดร้ บั ๕.๔.๑ ทำงานทไี่ ดร้ ับ
มอบหมายจนสำเรจ็ เมอื่ มี มอบหมายจนสำเรจ็ เมอ่ื มผี ู้
ผชู้ ว่ ยเหลือ ชแ้ี นะ
๓๘
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๕.๓.๑ แสดงสหี น้าและ ๑.๒.๖ การเหน็ อกเหน็ ใจ เรอื่ งราวเกยี่ วกบั ตัวเดก็
ท่าทางรับร้คู วามรสู้ ึกผู้อืน่ ผอู้ นื่ - ความกตญั ญู
อยา่ งสอดคล้องกับ (๑) การแสดงความยนิ ดเี ม่ือ - การแสดงออกทางอารมณ์
สถานการณ์ ผ้อู ่นื มคี วามสุข เห็นใจเม่ือ - การแสดงมารยาททีด่ ีใน
ผูอ้ น่ื เศรา้ หรอื เสยี ใจและ การเห็นอกเหน็ ใจผอู้ นื่
๕.๔.๑ ทำงานทไ่ี ดร้ บั ชว่ ยเหลอื ปลอบโยนเมอื่ - จติ พอเพยี งต่อตา้ นการ
มอบหมายจนสำเร็จดว้ ย ผูอ้ ืน่ ไดร้ บั บาดเจ็บ ทุจรติ (ความเออ้ื อาทร)
ตนเอง ๑.๓.๗ การยอมรบั ในความ
เหมอื นและความแตกต่าง เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ตวั เดก็
ระหวา่ งบุคคล - มงุ่ มน่ั ในการทำงานท่ีได้รับ
(๑) การเลน่ หรอื ทำกิจกรรม มอบหมายให้สำเร็จ
ร่วมกบั เพ่ือน - ความภูมิใจในตนเอง
สะทอ้ นการรบั ความรสู้ ึก
๑.๒.๕ การมอี ตั ลกั ษณ์ ของตนเองและผู้อื่น
เฉพาะตนและเชอ่ื วา่ ตนเอง
มีความสามารถ
(๑) การปฏิบตั กิ จิ กรรม
ตา่ งๆตามความสามารถของ
ตนเอง
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์
ตวั บ่งช้ี ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๓๙
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระท่คี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ - การคดิ แยกแยะระหวา่ ง
มวี นิ ยั มสี ว่ นรว่ มและ ผลประโยชน์ส่วนตนและ
บทบาทสมาชิกของสงั คม ผลประโยชนส์ ่วนรวม
(๓) การใหค้ วามรว่ มมือใน (ทำงานที่ได้รับมอบหมาย)
การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมต่างๆ - ความละอายและความไม่
ทนต่อการทจุ ริต
(ทำงานที่ได้รบั มอบหมาย)
- พลเมืองกับความ
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คม
(ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง)
(ความรบั ผดิ ชอบต่อผอู้ ่นื )
พัฒนาการ ด้านสงั คม
มาตรฐานที่ ๖ มที ักษะชวี ติ และปฏิบตั ติ นตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
สภาพท่พี งึ ประสงค์
ตวั บง่ ชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๖.๑ ชว่ ยเหลอื ตนเอง ๖.๑.๑ แต่งตวั โดยมีผู้ ๖.๑.๑ แต่งตวั ด้วยตนเอง
ในการปฏบิ ตั ิกจิ วตั ร ชว่ ยเหลือ
ประจาํ วนั
๖.๑.๒ รบั ประทานอาหาร ๖.๑.๒ รบั ประทานอาหาร ดว้ ย
ดว้ ยตนเอง ตนเอง
๔๐
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี เรอื่ งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
๖.๑.๑ แตง่ ตวั ดว้ ยตนเอง ๑.๑.๓ การรักษาสขุ ภาพ -การปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจำวัน
ไดอ้ ย่างคล่องแคลว่ อนามยั สว่ นตวั -การแต่งกาย
(๑) การปฏิบัติตนตาม - การคิดแยกแยะระหวา่ ง
๖.๑.๒ รับประทานอาหาร ดว้ ย สุขอนามัย สุขนสิ ัยท่ีดีใน ผลประโยชน์สว่ นตนและ
ตนเองอยา่ งถูกวธิ ี กิจวัตรประจำวัน ผลประโยชน์ส่วนรวม
๑.๑.๔ การรกั ษาความ (การแต่งกาย)
ปลอดภยั
(๑) การปฏบิ ัติตนให้ เรอื่ งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
ปลอดภยั ในกิจวัตรประจำวัน -รับประทานอาหารท่มี ี
๑.๒.๕ การมอี ตั ลกั ษณ์ ประโยชน์และถกู วิธี
เฉพาะตนและเชอื่ วา่ ตนเอง -การแสดงมารยาททด่ี ี
มีความสามารถ
(๑) การปฏบิ ตั ิกิจกรรม
ตา่ งๆตามความสามารถของ
ตนเอง
๑.๓.๑ การปฏบิ ตั กิ ิจวตั ร
ประจำวนั
(๑) การช่วยเหลือตนเองใน
กจิ วตั รประจำวัน
สภาพที่พงึ ประสงค์
ตวั บง่ ชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๖.๑.๓ ใชห้ อ้ งน้ำห้องสว้ ม ๖.๑.๓ ใช้หอ้ งนำ้ หอ้ งสว้ ม
โดยมีผชู้ ว่ ยเหลอื ด้วยตนเอง
๔๑
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระท่คี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
- การคดิ แยกแยะระหวา่ ง
ผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
(การรับประทานอาหาร)
๖.๑.๓ ใช้และทำความสะอาด ๑.๑.๓ การรกั ษาสขุ ภาพ เรอื่ งราวเกยี่ วกบั ตวั เดก็
หลังใช้หอ้ งนำ้ ห้องสว้ ม ด้วย อนามยั สว่ นตวั -วธิ ีระวังรกั ษารา่ งกายให้
ตนเอง (๑) การปฏบิ ัติตนตาม สะอาด
- สขุ ภาพอนามยั ทดี่ ี
สขุ อนามัย สขุ นิสัยท่ีดีใน โตไปไมโ่ กง
กิจวตั รประจำวนั - การคดิ แยกแยะระหว่าง
๑.๑.๔ การรักษาความ ผลประโยชน์ส่วนตนและ
ปลอดภยั ผลประโยชน์สว่ นรวม
(๑) การปฏบิ ตั ติ นให้ (การทำกิจวัตรประจำวนั )
ปลอดภัยในกิจวตั ร
ประจำวัน
ตวั บ่งชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ สภาพท่ีพงึ ประสงค์
๖.๒ มวี นิ ยั ในตนเอง อายุ ๓-๔ ปี
ชนั้ อนบุ าล ๒
๖.๒.๑ เกบ็ ของเลน่ ของใช้ อายุ ๔-๕ ปี
เข้าที่เมื่อมผี ชู้ ้ีแนะ ๖.๒.๑ เกบ็ ของเล่นของใช้
เข้าท่ดี ว้ ยตนเอง
๔๒
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระที่ควรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๓.๒ การดแู ลรกั ษา เรอื่ งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
๖.๒.๑ เกบ็ ของเลน่ ของใช้
เขา้ ทีอ่ ยา่ งเรียบร้อย ดว้ ย ธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม -การกำกับตนเอง การเลน่
ตนเอง
(๑) การมสี ่วนร่วม และทำสง่ิ ต่างๆด้วยตนเอง
รับผิดชอบดูแลรกั ษา ตามลำพังหรือกับผู้อื่น
ส่งิ แวดลอ้ มทั้งภายในและ -การปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิก
ภายนอกห้องเรยี น ทด่ี ี
๑.๓.๕ การเลน่ และทำงาน - การคดิ แยกแยะระหว่าง
แบบรว่ มมอื รว่ มใจ ผลประโยชน์ส่วนตนและ
(๒) การเล่นและทำงาน ผลประโยชน์ส่วนรวม
รว่ มกับผู้อน่ื (ของเล่น)
(ด้านรา่ งกาย)
๑.๑.๒ การใชก้ ลา้ มเนอ้ื เล็ก
(๑) การเล่นเครื่องเลน่ สมั ผสั
และสรา้ งส่ิงต่างๆจาก
แทง่ ไม้
สภาพท่พี งึ ประสงค์
ตวั บง่ ช้ี ชน้ั อนบุ าล ๑ ชนั้ อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๖.๒.๒ เขา้ แถวตามลำดับ ๖.๒.๒ เข้าแถวตามลำดับ
กอ่ นหลังได้เมื่อมผี ชู้ ้ีแนะ กอ่ นหลงั ได้ดว้ ยตนเอง
๖.๓ ประหยดั และพอเพยี ง ๖.๓.๑ ใชส้ ่ิงของเคร่ืองใช้ ๖.๓.๑ ใชส้ ่งิ ของเคร่ืองใช้
อยา่ งประหยัดและพอเพยี ง อยา่ งประหยัดและพอเพียง
เม่อื มีผ้ชู ี้แนะ เมอ่ื มผี ชู้ แ้ี นะ
๔๓
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระที่ควรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๖.๒.๒ เขา้ แถวตามลำดับ ๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
กอ่ นหลังได้ดว้ ยตนเอง มวี นิ ัย มสี ว่ นรว่ มและ -การปฏบิ ัตติ นเป็นสมาชิกที่
บทบาทสมาชกิ ของสังคม ดขี องสังคมและโรงเรยี น
๖.๓.๑ ใช้ส่ิงของเคร่อื งใช้ (๑) การรว่ มกำหนด -การเคารพสิทธิของตนเอง
อยา่ งประหยัดและพอเพียง ขอ้ ตกลงของหอ้ งเรยี น และผูอ้ ื่น
ด้วยตนเอง (๒) การปฏิบตั ติ นเป็น - การคดิ แยกแยะระหวา่ ง
สมาชกิ ที่ดีของห้องเรียน ผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
๑.๓.๑ การปฏบิ ตั กิ จิ วตั ร (การเขา้ แถว)
ประจำวนั
(๒) การปฏิบัตติ นตาม ธรรมชาตริ อบตวั
แนวทางหลักปรัชญา -การอนรุ กั ษ์สิง่ แวดล้อมและ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง รักษาสาธารณสมบตั ิ
๑.๓.๒ การดแู ลรักษา - เศรษฐกจิ พอเพียง
ธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม - จิตพอเพยี งต่อตา้ นการ
(๒) การใช้วัสดแุ ละสงิ่ ของ ทุจรติ
เครอ่ื งใช้อย่างมีค่า (ความพอเพยี ง)
(การใช้กระดาษ)
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ตวั บง่ ชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ ชนั้ อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
พัฒนาการ ดา้ นสังคม
มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเป็นไทย
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ตวั บง่ ชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ ชนั้ อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๗.๑ ดูแลรกั ษาธรรมชาติ ๗.๑.๑ มีสว่ นรว่ มดูแลรักษา ๗.๑.๑ มสี ว่ นรว่ มดแู ลรกั ษา
และสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
เมื่อมผี ู้ช้ีแนะ เมือ่ มีผชู้ แ้ี นะ
๔๔
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
(๔)การเพาะปลูกและดูแล
ต้นไม้
(๕) การเลย้ี งสตั ว์
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระท่ีควรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๗.๑.๑ มสี ว่ นรว่ มดแู ลรกั ษา ๑.๓.๒ การดแู ลรกั ษา ธรรมชาตริ อบตวั
ธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ ม -การอนรุ ักษส์ ่งิ แวดลอ้ มและ
ด้วยตนเอง (๑) การมสี ว่ นร่วม ดูแล รกั ษาสาธารณะสมบตั ิ
รักษาสิง่ แวดล้อมทง้ั ภายใน - พลเมอื งกับความ
และภายนอกห้องเรียน รับผิดชอบตอ่ สงั คม
(๔) การเพาะปลูกและ (ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง)
ดูแลต้นไม้ (ความรับผดิ ชอบต่อผอู้ ่นื )
(๖) การสนทนาขา่ วและ
เหตกุ ารณ์ท่ีเกี่ยวกับ
ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมใน
ชวี ิตประจำวนั
สภาพที่พงึ ประสงค์
ตวั บง่ ช้ี ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๗.๑.๒ ท้งิ ขยะได้ถูกที่ ๗.๑.๒ ทิง้ ขยะไดถ้ ูกท่ี
๔๕
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๓.๒ การดแู ลรกั ษา ธรรมชาตริ อบตวั
๗.๑.๒ ทง้ิ ขยะไดถ้ ูกท่ี
ธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม -การอนุรกั ษส์ ิ่งแวดล้อมและ
(๑) การมีส่วนร่วม ดแู ล รกั ษาสาธารณะสมบัติ
รักษาส่งิ แวดล้อมทัง้ ภายใน - การคดิ แยกแยะระหวา่ ง
และภายนอกห้องเรียน ผลประโยชนส์ ่วนตนและ
(๒)การปฏิบตั ิตนเปน็ สมาชกิ ผลประโยชน์ส่วนรวม
ท่ีดีของห้องเรยี น (การใช้น้ำ ไฟฟ้า กระดาษ
(๖) การสนทนาข่าวและ การท้ิงขยะ
เหตกุ ารณท์ ีเ่ ก่ยี วกบั
ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ในชีวิตประจำวนั
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ตวั บง่ ชี้ ชนั้ อนบุ าล ๑ ชนั้ อนบุ าล ๒
๗.๒ มีมารยาทตาม อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
วฒั นธรรมไทยและรกั
ความเป็นไทย ๗.๒.๑ ปฏิบัติตนตาม ๗.๒.๑ปฏิบัติตนตาม
มารยาทไทยได้เม่ือมผี ้ชู แี้ นะ มารยาทไทยได้ดว้ ยตนเอง
๗.๒.๒ กลา่ วคำขอบคุณ ๗.๒.๒ กลา่ วคำขอบคณุ
และขอโทษเม่ือมีผู้ชีแ้ นะ และขอโทษด้วยตนเอง
๔๖
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๗.๒.๑ ปฏบิ ัติตนตาม ๑.๓.๓ การปฏบิ ตั ติ าม เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ตวั เดก็
มารยาทไทยได้ตาม
กาลเทศะ วฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ และความ -การปฏิบตั ติ นเป็นสมาชิก
๗.๒.๒ กลา่ วคำขอบคณุ เปน็ ไทย ทด่ี ีของครอบครัวและ
และขอโทษด้วยตนเอง
(๒) การปฏบิ ตั ิตนตาม โรงเรยี น
วฒั นธรรมท้องถนิ่ ท่ีอาศยั -การมีมารยาททดี่ ี
และประเพณีไทย
๑.๒.๔ การแสดงออกทาง เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ตวั เดก็
อารมณ์ -การเคารพสิทธิของตนเอง
(๑)การพดู สะทอ้ นความรู้สึก และผูอ้ ่ืน รูจ้ กั การแสดง
ของตนเองและผอู้ ่ืน ความคิดเหน็ ของตนเองและ
ดา้ นสังคม รับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อื่น
๑.๓.๖ การแก้ปญั หาความ
ขดั แย้ง
(๑) การมีส่วนร่วมในการ
เลือกวธิ กี ารแกป้ ญั หา
(๒) การมสี ่วนร่วมในการ
แก้ปัญหาความขดั แย้ง
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์
ตวั บ่งช้ี ชนั้ อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๗.๒.๓ หยุดยนื เมอ่ื ไดย้ ิน ๗.๒.๓ ยนื เม่อื ได้ยนิ เพลง
เพลงชาตไิ ทยและเพลง ชาติไทยและเพลงสรรเสริญ
สรรเสริญพระบารมี พระบารมี
๔๗
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทคี่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๓.๗ การยอมรบั ในความ
๗.๒.๓ ยนื ตรงและรว่ มร้อง
เพลงชาติไทยและเพลง เหมอื นและความแตกต่าง
สรรเสรญิ พระบารมี
ระหวา่ งบุคคล
(๑)การเล่นหรอื ทำกิจกรรม
ร่วมกบั กลุ่มเพ่ือน
๑.๓.๓ การปฏบิ ตั ติ าม เรอื่ งราวเกย่ี วกบั บุคคลและ
วฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ และความ สถานทแ่ี วดลอ้ มเด็ก
เป็นไทย -สญั ลักษณส์ ำคญั ของชาติ
(๑) การเล่นบทบาทสมมติ ไทย
การปฏบิ ัตติ นในความเป็น -การปฏิบัติตามวฒั นธรรม
ไทย ทอ้ งถ่นิ และความเปน็ ไทย
(๒) การปฏบิ ัติตนตาม
วัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ ท่ีอาศัย
และประเพณีไทย
๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์
มวี นิ ัย มสี ว่ นรว่ มและ
บทบาทสมาชกิ ของสงั คม(๓)
การให้ความรว่ มมอื ในการ
ปฏิบัติกจิ กรรมตา่ งๆ
พัฒนาการ ด้านสังคม
มาตรฐานท่ี ๘ อย่รู ว่ มกับผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมีความสุขและปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของสังค
สภาพท่พี งึ ประสงค์
ตวั บ่งชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๘.๑ ยอมรบั ความเหมือน ๘.๑.๑ เล่นและทำกจิ กรรม ๘.๑.๑ เล่นและทำกิจกรรม
และความแตกต่างระหวา่ ง รว่ มกบั เดก็ ที่แตกตา่ งไป รว่ มกบั เด็กที่แตกต่างไป
บคุ คล จากตน จากตน
๘.๒ มปี ฏสิ ัมพนั ธ์ทด่ี กี บั ๘.๒.๑ เล่นรว่ มกบั เพอ่ื น ๘.๒.๑ เล่นหรอื ทำงาน
ผ้อู ่นื รว่ มกบั เพ่ือนเป็นกลุ่ม
๔๘
คมในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๘.๑.๑ เล่นและทำกจิ กรรม ๑.๓.๕ การเลน่ และทำงาน เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ตวั เดก็
รว่ มกับเด็กท่ีแตกตา่ งไป แบบรว่ มมอื รว่ มใจ -การปฏิบัตติ นเปน็ สมาชิกท่ี
จากตน (๑) การร่วมสนทนาและ ดีของครอบครวั และ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โรงเรยี น
(๒) การเลน่ และทำงาน -การเคารพสิทธิของตนเอง
รว่ มกับผู้อื่น และผอู้ ื่น
(๓) การทำงานศลิ ปะแบบ -การรจู้ กั แสดงความคดิ เหน็
รว่ มมือ ของตนเองและยอมรบั ฟัง
๑.๓.๗ การยอมรบั ในความ ความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน
เหมอื นและความแตกต่าง
ระหวา่ งบุคคล
(๑)การเลน่ หรือทำกจิ กรรม
ร่วมกบั กลุ่มเพือ่ น
๘.๒.๑ เลน่ หรือทำงาน ๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั บคุ คลและ
รว่ มกบั เพ่ือนอย่างมี มวี นิ ยั มสี ว่ นรว่ มและ สถานทแ่ี วดลอ้ มเด็ก
เป้าหมาย บทบาทสมาชิกของสังคม -มปี ฏิสัมพนั ธใ์ น
(๓) การใหค้ วามรว่ มมือใน ชีวิตประจำวนั
การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ
สภาพที่พงึ ประสงค์
ตวั บ่งช้ี ชนั้ อนบุ าล ๑ ชนั้ อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๘.๒.๒ ยิ้มหรอื ทกั ทาย ๘.๒.๒ ย้มิ ทักทายหรอื
ผใู้ หญ่และบคุ คลท่คี ุ้นเคย พดู คยุ กบั ผู้ใหญ่และบคุ คลท่ี
ไดเ้ ม่ือมผี ู้ชแ้ี นะ คุ้นเคยไดด้ ้วยตนเอง
๔๙
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๓.๕ การเล่นและทำงาน - จติ พอเพยี งต่อต้านการ
แบบรว่ มมอื รว่ มใจ ทุจรติ
(๒) การเลน่ และทำงาน (ความโปรง่ ใส)
ร่วมกบั ผอู้ ่ืน
๑.๓.๗ การยอมรบั ในความ
เหมอื นและความแตกต่าง
ระหวา่ งบคุ คล
(๑) การเล่นหรอื ทำ
กจิ กรรมรว่ มกับกลมุ่ เพ่ือน
๘.๒.๒ ย้ิมทักทายหรือ ๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ เรอื่ งราวเกย่ี วกบั บคุ คลและ
พูดคุยกับผใู้ หญแ่ ละบุคคลที่ มวี นิ ัย มสี ว่ นรว่ มและ สถานทแี่ วดลอ้ มเดก็
คุ้นเคยได้เหมาะสมกบั บทบาทสมาชิกของสังคม -มีปฏสิ ัมพันธ์ใน
สถานการณ์ (๓) การใหค้ วามรว่ มมือใน ชวี ิตประจำวัน
การปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ งๆ
๑.๓.๕ การเลน่ และทำงาน
แบบรว่ มมอื รว่ มใจ
(๑) การร่วมสนทนาและ
แลกเปลีย่ นความคิดเหน็
ตวั บง่ ชี้ ชนั้ อนบุ าล ๑ สภาพท่ีพงึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี
๘.๓ ปฏบิ ตั ติ นเบอื้ งตน้ ใน ชนั้ อนบุ าล ๒
การเปน็ สมาชิกทดี่ ีของ ๘.๓.๑ปฏิบัตติ ามข้อตกลง อายุ ๔-๕ ปี
สงั คม เม่ือมผี ู้ชี้แนะ
๘.๓.๑ มีสว่ นร่วมสร้าง
ข้อตกลงและปฏบิ ัตติ าม
ข้อตกลงเม่ือมผี ้ชู ้ีแนะ
๘.๓.๒ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้นำ ๘.๓.๒ปฏิบตั ติ นเปน็ ผ้นู ำ
และผู้ตามมีผ้ชู แี้ นะ และผู้ตามได้ดว้ ยตนเอง
๕๐
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๘.๓.๑ มีสว่ นร่วมสรา้ ง ๑.๓.๔ การมปี ฏสิ มั พนั ธ์ เรอื่ งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
ข้อตกลงและปฏบิ ตั ติ าม มวี นิ ยั มสี ว่ นรว่ มและ -การปฏิบตั ิตนเป็นสมาชิกท่ี
ขอ้ ตกลงด้วยตนเอง บทบาทสมาชิกของสงั คม ดีของครอบครวั และ
(๑) การรว่ มกำหนด โรงเรยี น
๘.๓.๒ ปฏิบัติตนเปน็ ผูน้ ำ ขอ้ ตกลงของหอ้ งเรียน -การเคารพสิทธิของตนเอง
และ ผ้ตู ามไดเ้ หมาะสมกับ (๒) การปฏบิ ตั ิตนเป็น และผูอ้ ่นื
สถานการณ์ สมาชกิ ท่ดี ขี องห้องเรียน -การรจู้ ักแสดงความคิดเหน็
ของตนเองและรับฟังความ
๑.๓.๕ การเลน่ และทำงาน คิดเหน็ ของผู้อ่นื
แบบรว่ มมอื รว่ มใจ โตไปไมโ่ กง
(๑) การรว่ มสนทนาและ - การคิดแยกแยะระหว่าง
แลกเปลีย่ นความคิดเหน็ ผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
(๒)การเลน่ และทำงาน ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
รว่ มกับผูอ้ น่ื (การคดิ แยกแยะ)
เรอื่ งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
-เคารพสิทธขิ องตนเองและ
ผู้อื่น
-การตระหนกั รูเ้ กี่ยวกบั
ตนเอง
ตวั บ่งชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ สภาพท่พี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี
๘.๓ ปฏบิ ตั ติ นเบอื้ งตน้ ใน ชน้ั อนบุ าล ๒
การเปน็ สมาชิกทดี่ ีของ ๘.๓.๓ ยอมรบั การ อายุ ๔-๕ ปี
สงั คม ประนปี ระนอมแก้ไขปญั หา
เมอ่ื มผี ้ชู ้แี นะ ๘.๓.๓ ประนีประนอมแก้ไข
ปัญหาโดยปราศจากการใช้
ความรนุ แรงเม่ือมี ผชู้ ีแ้ นะ
๕๑
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทีค่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๘.๓.๓ ประนีประนอมแก้ไข ๑.๓.๖ การแก้ปญั หาความ เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ขดั แย้ง -การสะท้อนการรบั รู้อารมณ์
ความรนุ แรงด้วยตนเอง (๑) การมีสว่ นร่วมในการ และความรู้สกึ ของตนเอง
เลือกวิธกี ารแก้ปัญหา และผูอ้ ืน่
(๒)การมีส่วนร่วมในการ -การแสดงออกทางอารมณ์
แก้ปัญหาความขัดแย้ง และความรสู้ ึกอย่าง
๑.๓.๗ การยอมรบั ในความ เหมาะสม
เหมอื นและความแตกต่าง - จติ พอเพียงต่อต้านการ
ระหวา่ งบคุ คล ทุจรติ
(๑)การเลน่ หรอื ทำกิจกรรม (ความโปรง่ ใส)
รว่ มกับกลุม่ เพ่ือน (ความม่งุ ไปข้างหน้า)
พัฒนาการ ดา้ นสติปญั ญา
มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสมกับวัย
ตวั บง่ ช้ี ชน้ั อนบุ าล ๑ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ ช
อ
อายุ ๓-๔ ปี ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๔-๕ ปี ๙.๑.๑
๙.๑ สนทนาโตต้ อบและเลา่ ๙.๑.๑ ฟงั ผ้อู ่ืนพดู จน จบและ
๙.๑.๑ ฟงั ผู้อ่นื พดู จน อย่างต
เรอื่ งใหผ้ อู้ น่ื เขา้ ใจ จบและโตต้ อบเกย่ี วกับ จบและสนทนาโตต้ อบ กับเรอื่
สอดคล้องกับเร่ืองทีฟ่ ัง
เรื่องทีฟ่ ัง
๕๒
ตวั อยา่ งสาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๔.๑ การใชภ้ าษา เรอื่ งราวเกยี่ วกบั ตวั เดก็
๑ ฟังผ้อู ืน่ พดู จน
ละสนทนาโตต้ อบ (๑) การฟังเสยี งต่างๆ ในส่งิ แวดลอ้ ม - การรูจ้ ักประวตั คิ วาม
ตอ่ เน่ืองเชอื่ มโยง
องที่ฟัง (๒) การฟังและปฏิบตั ิตามคำส่ัง เป็นมาของตนเองและ
(๓) การฟังเพลง นทิ าน คำคลอ้ งจอง บท ครอบครวั
รอ้ ยกรอง หรอื เร่อื งราวตา่ งๆ - การแสดงมารยาททด่ี ี
(๔) การพูดแสดงความคดิ เหน็ ความรสู้ กึ เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั บคุ คลและ
และความต้องการ สถานทแ่ี วดลอ้ มเดก็
(๕) การพูดกับผู้อ่ืนเกี่ยวกับประสบการณ์ - บคุ คลต่างๆท่เี ด็กต้อง
ของตนเองหรือเล่าเร่ืองราวกับตนเอง เกีย่ วข้องหรือใกลช้ ดิ
- สถานท่สี ำคัญ วันสำคญั
อาชีพของคนในชมุ ชน
- แหล่งวฒั นธรรมในชุมชน
- แหลง่ เรียนรภู้ มู ปิ ัญญา
ท้องถน่ิ
- สญั ลกั ษณข์ องชาติไทย
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ตวั บ่งช้ี ชนั้ อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒ ช
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อ
๕๓
ตวั อยา่ งสาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
(๖) การพูดอธบิ ายเกย่ี วกับสิ่งของ สง่ิ ต่างๆรอบตวั เดก็
เหตกุ ารณ์ -การใชภ้ าษาเพื่อส่ือ
และความสมั พันธข์ องสิง่ ต่างๆ ความหมายในชวี ติ ประจำวัน
(๗) การพูดอย่างสรา้ งสรรค์ในการเลน่ ทอ้ งถน่ิ
และการกระทำต่างๆ - การละเล่น การแสดงท้องถ่ิน
(๘) การรอจังหวะทเี่ หมาะสมในการพูด (รำวง รำกลองยาว ระบำ
(๙) การพูดเรยี งลำดับคำเพ่ือใชใ้ นการ ชาวนา)
ส่อื สาร
สภาพท่ีพงึ ประสงค์
ตวั บ่งช้ี ชนั้ อนบุ าล ๑ ชนั้ อนบุ าล ๒ ช
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อ
๙.๑.๒ เล่าเรอื่ งดว้ ย ๙.๑.๒ เล่าเรื่องเปน็ ๙.๑.๒
ประโยคสัน้ ๆ ประโยคอยา่ งตอ่ เนอื่ ง อยา่ งต
๕๔
ตวั อยา่ งสาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๔.๑ การใชภ้ าษา เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ตวั เดก็
๒ เล่าเปน็ เรือ่ งราว
ต่อเนอ่ื ง (๖) การอธิบายเกีย่ วกบั สง่ิ ของ - การรจู้ กั ประวัติความเปน็ มา
เหตุการณ์และความสมั พนั ธ์ของสง่ิ ของตนเองและครอบครัว
ต่างๆ เรอื่ งราวเกย่ี วกบั บคุ คลและ
(๙) การพูดเรยี งลำดบั คำเพื่อใช้ในการ สถานทแี่ วดลอ้ มเดก็
ส่อื สาร - บคุ คลตา่ งๆทเ่ี ด็กต้อง
เก่ยี วข้องหรือใกล้ชดิ
- สถานท่สี ำคัญ วนั สำคัญ
อาชพี ของคนในชุมชน
- แหล่งวัฒนธรรมในชมุ ชน
- แหล่งเรยี นร้ภู ูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน
สงิ่ ตา่ งๆรอบตวั เด็ก
-การใชภ้ าษาเพ่ือส่อื ความหมาย
ในชีวิตประจำวัน
ทอ้ งถน่ิ
- การละเล่น การแสดงท้องถ่ิน
(รำวง รำกลองยาว ระบำ
ชาวนา)
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ตวั บ่งชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๙.๒ อา่ นเขยี นภาษาและ
สญั ลกั ษณไ์ ด้ ๙.๒.๑ อ่านภาพและ ๙.๒.๑ อ่านภาพ ๙.๒.๑
พูดขอ้ ความดว้ ยภาษา
ของตน สญั ลกั ษณ์ คำ พร้อมท้งั สญั ล
ชห้ี รือกวาดตามอง การช
ขอ้ ความตามบรรทัด จดุ เร
ของข
๕๕
ตวั อยา่ งสาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระท่ีควรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๔.๑ การใชภ้ าษา เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
๑ อ่านภาพ
ลักษณ์ คำ ด้วย (๑๐) การอา่ นหนังสอื ภาพ นิทาน - การร้จู กั ประวัติความเป็นมา
ชีห้ รือกวาดตามอง
ร่ิมตน้ และจุดจบ หลากหลายประเภท/รูปแบบ ของตนเองและครอบครัว
ข้อความ
(๑๑) การอา่ นอยา่ งอิสระตามลำพัง
การอ่านรวมกันการอ่าน โดยผู้ เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั บุคคลและ
ชีแ้ นะ สถานที่แวดลอ้ มเดก็
(๑๒) การเหน็ แบบอยา่ งของผู้อ่านท่ี - ครอบครัว
ถูกต้อง - บคุ คลต่างๆทีเ่ กยี่ วข้อง
(๑๓) การสงั เกตทิศทางการอ่าน สถานทีส่ ำคญั วนั สำคัญ
ตวั อกั ษร คำ และข้อความ อาชีพของคนในชมุ ชน
- สัญลักษณ์ของชาติไทย
สงิ่ ตา่ งๆรอบตวั เดก็
- การใช้หนงั สือและตัวหนงั สือ
- การใชภ้ าษาเพ่ือสื่อ
ความหมายในชวี ติ ประจำวัน
ทอ้ งถนิ่
- การละเลน่ การแสดงทอ้ งถ่ิน
รำวง รำกลองยาว ระบำชาวนา
ตวั บง่ ชี้ ชนั้ อนบุ าล ๑ สภาพทพี่ งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี
๙.๒ อา่ นเขยี นภาษาและ ชนั้ อนบุ าล ๒
สญั ลกั ษณไ์ ด้ อายุ ๔-๕ ปี
๕๖
ตวั อยา่ งสาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระที่ควรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
(๑๔) การอา่ นและชขี้ ้อความ โดย
กวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้ายไป
ขวา จากบนลงล่าง
(๑๕) การสังเกตตัวอักษรในช่ือของ
ตน หรือคำคุ้นเคย
(๑๖) การสังเกตตวั อักษรทีป่ ระกอบ
เป็นคำ ผ่านการอ่านหรือเขียนของ
ผใู้ หญ่
(๑๗) การคาดเดาคำวลี หรือประโยค
ท่มี โี ครงสร้างซำ้ ๆกนั จากนิทาน เพลง
คำคล้องจอง
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ตวั บง่ ช้ี ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๙.๒.๒ เขียนขดี เข่ยี ๙.๒.๒ เขยี นคล้าย ๙.๒.๒
อย่างมที ศิ ทางง ตวั อกั ษร ตามแ
ด้วยว
๕๗
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทีค่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๒เขยี นช่ือของตนเอง ๑.๔.๑ การใชภ้ าษา เรอื่ งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็
แบบ เขียนข้อความ (๑๖) การสังเกตตัวอกั ษรทีป่ ระกอบ - ชอื่ – นามสกลุ
วธิ ที ีค่ ดิ ข้ึนเอง เป็นคำ ผ่านการอ่านหรอื เขียน
ของผู้ใหญ่ สง่ิ ตา่ งๆรอบตวั เด็ก
(๑๘) การเลน่ เกมทางภาษา - การใชห้ นงั สือและตัวหนงั สือ
(๑๙) การเห็นแบบอย่างของการ - การใชภ้ าษาเพื่อสือ่
เขียนทถ่ี ูกตอ้ ง ความหมายในชวี ติ ประจำวัน
(๒๐) การเขียนรวมกันตามโอกาส
และการเขียนอสิ ระ
(๒๑) การเขียนคำที่มีความหมายกับ
ตวั เด็ก/คำคุน้ เคย
(๒๒) การคิดสะกดคำและเขียนเพื่อ
สื่อความหมายด้วยตนเองอยา่ งอสิ ระ
พฒั นาการ ด้านสตปิ ญั ญา
มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคดิ ทเ่ี ป็นพื้นฐานในการเรยี นรู้
สภาพท่พี งึ ประสงค์
ตวั บ่งช้ี ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี
๑๐.๑ มคี วามสามารถ อายุ ๔-๕ ปี
ในการคดิ รวบยอด ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะ
ของส่ิงตา่ ง ๆ จากการ ๑๐.๑.๑บอกลักษณะ และ ๑๐.๑
สังเกตโดยใช้ประสาท
สมั ผัส ส่วนประกอบของสิง่ ตา่ งๆ สว่ นป
จากการสังเกตโดยใช้ เปลี่ย
ประสาทสัมผสั ความ
จากก
ประส
๕๘
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ตวั เดก็
๑.๑ บอกลักษณะ ๑.๔.๑ การใชภ้ าษา - รปู รา่ ง
หน้าตา อวัยวะต่างๆ
ประกอบ การ (๖) การพูดอธิบายเก่ียวกับส่ิงของ ธรรมชาตริ อบตวั
- ชอ่ื ลักษณะ สว่ นประกอบ
ยนแปลง หรือ เหตุการณ์และความสัมพนั ธ์ของ การเปลี่ยนแปลงและ
ความสมั พนั ธข์ องมนุษย์ สตั ว์
มสัมพนั ธ์ของส่ิงตา่ งๆ สงิ่ ต่างๆ พชื
สงิ่ ตา่ งๆรอบตวั เด็ก
การสงั เกตโดยใช้ ๑.๔.๒ การคดิ รวบยอด การคิดเชงิ - รจู้ ักชอื่ ลกั ษณะ สี ผิวสัมผสั
สาทสมั ผสั เหตผุ ลการตดั สนิ ใจและแกป้ ญั หา ขนาด รปู ร่าง รูปทรง
(๑)การสังเกตลักษณะ สว่ นประกอบ
การเปลยี่ นแปลง และความสัมพนั ธ์
ของสง่ิ ตา่ งๆ โดยใชป้ ระสาทสัมผัส
อยา่ งเหมาะสม
(๒)การสังเกตลกั ษณะ ส่วนประกอบ
การเปลย่ี นแปลงและความสมั พนั ธ์
ของส่งิ ตา่ งๆโดยใชป้ ระสาทสัมผสั
อย่างเหมาะสม
(๕) การคดิ แยะ การจัดกล่มุ และ
จำแนกสง่ิ ตา่ งๆตามลกั ษณะและ
รูปรา่ ง รูปทรง
ตวั บ่งชี้ ชนั้ อนบุ าล ๑ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ ๑๐.๑
อายุ ๓-๔ ปี
๑๐.๑ มคี วามสามารถ ชน้ั อนบุ าล ๒
ในการคดิ รวบยอด ๑๐.๑.๒ อายุ ๔-๕ ปี
๑๐.๑.๒
๑๐.๑.๓ คัดแยกส่ิงต่างๆ ๑๐.๑.๓ จำแนกและจัด ๑๐.๑
ตามลักษณะหรือหนา้ ท่ี กลุ่มสง่ิ ตา่ งๆโดยใชอ้ ยา่ ง จัดกล
การใช้งาน น้อย๑ลักษณะเปน็ เกณฑ์ ตั้งแต
เปน็ เ
๕๙
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๒
๑.๓ จำแนกและ
ลมุ่ สงิ่ ต่างๆ โดยใช้
ต่ ๒ ลักษณะขนึ้ ไป
เกณฑ์
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
ตวั บ่งช้ี ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
๑๐.๑.๔ เรียงลำดบั ๑๐.๑.๔ เรียงลำดบั ๑๐.๑
ส่งิ ของหรือเหตุการณ์ ส่ิงของหรือเหตกุ ารณ์ สงิ่ ขอ
อยา่ งน้อย ๓ ลำดับ อยา่ งนอ้ ย ๔ ลำดบั อย่าง
๖๐
สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชนั้ อนบุ าล ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้
อายุ ๕-๖ ปี
๑.๔.๒ การรวบยอด การคดิ เชงิ สง่ิ ตา่ งๆรอบตวั เดก็
๑.๔ เรียงลำดบั
องและเหตุการณ์ เหตผุ ล การตดั สนิ ใจและ แกป้ ญั หา -การจบั คู่ การเปรยี บเทยี บและ
งน้อย ๕ ลำดับ
(๙) การเปรยี บเทยี บและเรยี งลำดบั การเรียงลำดับตา่ งๆ ตาม
จำนวนของส่ิงตา่ งๆ ลกั ษณะความยาวความสูง
(๑๑)การบอกและแสดงอนั ดับ น้ำหนัก ปริมาณ
ส่ิงตา่ งๆ - ขนาด รูปร่าง รปู ทรง
(๑๓)การจบั คู่ การเปรียบเทยี บและ ปรมิ าตร
การเรียงลำดับส่งิ ต่างๆ ตามลักษณะ
ความยาว/ความสงู น้ำหนกั ปริมาตร
(๑๔) การบอกและเรียงลำดบั
กจิ กรรมหรือเหตกุ ารณ์ตามช่วงเวลา
(๑๕)การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตรก์ บั
เหตุการณใ์ นชวี ิตประจำวัน
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์
ตวั บง่ ชี้ ชน้ั อนบุ าล ๑ ชน้ั อนบุ าล ๒ ๑๐.๒
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี สาเหต
๑๐.๒ มคี วามสามารถ เหตุก
ในการคดิ เชงิ เหตผุ ล ๑๐.๒.๑ ระบุผลทเ่ี กิดขึ้น ๑๐.๒.๑ ระบุสาเหตุ หรือ ดว้ ยต
ในเหตุการณห์ รือการ ผลทีเ่ กดิ ขนึ้ ในเหตกุ ารณ์
กระทำเม่ือมีผู้ชแี้ นะ หรือการกระทำเมอื่ มีผู้
ชี้แนะ
๑๐.๒.๒ คาดเดา หรือ ๑๐.๒.๒ คาดเดาหรอื ๑๐.๒
คาดคะเนสง่ิ ที่อาจจะ คาดคะเนสิง่ ทอ่ี าจจะ อาจจ
เกิดขนึ้ เกิดขน้ึ หรอื มีส่วนร่วมใน ร่วมใน
การลงความเห็นจากข้อมูล จากข