The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเรียนวิชาภาษาไทยเพื่ออาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ภาษาไทยเพื่ออาชีพ

หนังสือเรียนวิชาภาษาไทยเพื่ออาชีพ

4242    ภาษาเคไทรยอ่ื เงพเอื่สอยี างชีพ

กิจกรรมที่ ๓ คำ� ช้แี จง : กิจกรรมฝกึ ทักษะ

๑. ให้ผเู้ รียนจบั ค่เู พอ่ื แสดงบทบาทสมมติโดยผลัดกนั เป็นผูอ้ อกคำ� สั่งการปฏบิ ัตงิ าน โดยเขียนบท
สนทนาปรากฏในพ้ืนทด่ี า้ นล่าง

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

๒. หากผูเ้ รียนเป็น “ผ้รู ับคำ� สง่ั การ” ใหจ้ ดั บทู นทิ รรศการแสดง “สนิ คา้ ในทอ้ งถน่ิ ” ผู้เรยี นจะมี
ขั้นตอนการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งไร (อธบิ ายเปน็ ลำ� ดับข้ันตอน)

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

๔บ ท ที่

การอ่านสารทางอาชีพ

แนวคิด
โดยทว่ั ไป สารทางอาชีพ มรี ปู แบบคล้ายกับสารในชีวิตประจำ� วัน
มคี วามแตกตา่ งทเี่ นอ้ื หา  ปจั จบุ นั สารทางอาชพี มหี ลายรปู แบบ ซงึ่ เนอื้ หา
สว่ นใหญจ่ ะเน้นเร่ืองของการให้ความร ู้ ความเขา้ ใจ เป็นกระบวนการ
รับสารท่ีมีความส�ำคัญ  และมีประโยชน์อย่างยิ่ง  ผู้อ่านสามารถน�ำมา
ประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการงานอาชีพของตน  ซ่ึงหากสามารถ
วเิ คราะหถ์ งึ จดุ มงุ่ หมาย  สาระทปี่ รากฏภายในไดถ้ กู ตอ้ ง จะชว่ ยพฒั นา
ประสิทธิภาพในการงานอาชีพของตนให้ดยี ่งิ ขึน้

สาระการเรียนรู้
๑. ความหมาย ความส�ำคัญของสารทางอาชีพ
๒. ความหมาย ความส�ำคัญของการอ่าน
๓. จดุ มุ่งหมาย เทคนิคและวธิ กี ารอา่ น
๔. หลกั การอา่ นสารทางอาชพี
๕. การอ่านสารทางอาชีพประเภทต่าง ๆ

สมรรถนะประจ�ำบท
สามารถอา่ น วเิ คราะห์ สารประเภทต่าง ๆ ทางอาชีพ
ได้ถกู ต้อง และสามารถนำ� มาปฏิบตั ิได้

วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (Behavioral Objectives)
๑. บอกความหมาย ความสำ� คัญของสารทางอาชีพได้
๒. บอกหลักการอ่านสารทางอาชีพประเภทตา่ ง ๆ ได้
๓. วเิ คราะห์เน้อื หา สาระสำ� คัญ ประโยชน์ทไี่ ด้จากการอา่ นสารทางอาชีพได้

44  ภาษาไทยเพอื่ อาชพี

๔ การอา่ นสาร
ทางอาชพี

การอา่ น หมายถงึ กระบวนการ “รับสาร” ที่เปน็ ความรู้
ความคิด ความรูส้ ึก และความคิดเห็นของผูเ้ ขียน “ผสู้ ่งสาร” ในรปู
ของตัวอักษร  โดยผ่านกระบวนการคิด  ประสบการณ์  ความเชื่อ
ของผู้อ่าน
“ผ้รู ับสาร” ซ่ึงจะมคี วามเขา้ ใจ “สาร” ได้มากน้อยเพียงใด ถกู ต้องหรือไม่ หรอื น�ำไปใช้ใน
การด�ำเนินชวี ติ ไดม้ ากน้อยเพียงใด  ข้นึ อย่กู บั ประสบการณแ์ ละความสามารถทางความคิด
ในปัจจบุ ันเปน็ ยคุ ขา่ วสารขอ้ มูล พบว่า สอ่ื สิ่งพมิ พม์ ปี รากฏในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ หนังสือพมิ พ์
วารสาร  หนังสือ  แผ่นพับ  ใบปลิว  รวมถึงข่าวสารทางอินเทอร์เน็ต  เป็นต้น  ซ่ึงข่าวสารข้อมูลมี
ความส�ำคัญต่อการด�ำเนินชวี ิตและงานอาชพี

ความหมายของสารทางอาชพี

สารทางอาชีพ หมายถงึ ขอ้ ความ ถ้อยคำ� รูปภาพ สญั ลักษณห์ รอื เนื้อหาทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การ
ประกอบอาชีพตา่ ง ๆ ท่ีท�ำให้ผอู้ า่ นมีความรอบร้ใู นอาชพี น้นั  ๆ
การอา่ นสารในชวี ติ ประจำ� วันและงานอาชีพมีหลกั สำ� คญั ๕ ประการ คือ การอ่านจบั ใจความ
ส�ำคัญ การอ่านอย่างละเอียด การอ่านวิเคราะห์ การอ่านตีความ และการอ่านคู่มือ การปฏิบัติงาน
หรือคู่มือการใชอ้ ปุ กรณ์ ซง่ึ ในบทเรียนนจ้ี ะกล่าวเนน้ ท่ี “การอ่านคมู่ อื การปฏบิ ตั ิงานหรอื คมู่ ือการใช้
อุปกรณ์” เปน็ สำ� คญั

 บทท่ี ๔ การอา่ นสารทางอาชพี  45

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/๕๔๙๔๑๗

สมบัติ จำ� ปาเงิน ให้ความหมายของการอา่ นว่า “เปน็ การเก็บรวบรวมความคดิ ท่ีปรากฏอยใู่ น
หนังสือที่อ่าน” และสรปุ ว่า การอ่านท่จี ะได้ผลตอ้ งพจิ ารณาจากพฤตกิ รรมพนื้ ฐาน ๓ ดา้ น คอื
• การแปลความ คือ การเข้าใจเรอ่ื งราวอย่างตรงไปตรงมา
• การตคี วาม คือ การเขา้ ใจเรือ่ งราวอย่างลกึ ซึง้ และอาจแยกแยะไปได้อกี หลายแงม่ ุม
• การขยายความ คอื การนำ� เสนอความรคู้ วามเข้าใจที่ถกู ต้องในรูปของการอธิบายเพ่ิมเตมิ
สรุป  การอ่าน  หมายถึง  การเก็บรวบรวมความคิดที่ปรากฏในหนังสือที่อ่าน  ซึ่งในการอ่าน
ผู้อ่านมีพฤติกรรมในการรับรู้  การแปลความ  ความเข้าใจความหมายจากการตีความ  โดยต้องอาศัย
การขยายความประกอบดว้ ย

เทคนคิ การอ่านสาร

๑. การอ่านแบบกวาด  (Scanning)  :  อ่านเพื่อหาประเด็นส�ำคัญอย่างรวดเร็ว เฉพาะส่ิง
ที่ตอ้ งการทราบ ข้ามสง่ิ ทีไ่ มส่ นใจ (อ่านซำ้� แตเ่ จาะประเด็นที่ต้องการ)
๒. การอ่านแบบผา่ น (Skimming) : อ่านอย่างรวดเรว็ อา่ นผ่าน ๆ เพอ่ื สำ� รวจความน่าสนใจ
ไม่เจาะจง ใชอ้ ่านข้อความง่าย ๆ เวลาจ�ำกดั   เชน่   การอ่านหนงั สือพมิ พ์ บนั เทงิ คด ี เปน็ ตน้

46  ภาษาไทยเพ่อื อาชพี

๓. การอ่านแบบมีวิจารณญาณ  :  เป็นการอ่านในลักษณะเชิงวิเคราะห์  เป็นการอ่านอย่าง
ละเอียดทกุ ตัวอักษร เพ่อื แยกแยะวา่ ในแต่ละสว่ นมคี วามหมาย ความส�ำคัญอย่างไรบา้ ง แต่ละส่วน
สัมพนั ธ์กันหรือไม่ อยา่ งไร ซ่ึงต้องพิจารณาจากสำ� นวนภาษา จุดประสงคข์ องผสู้ ่งสาร นัยสำ� คัญของ
การส่งสารใช้กบั การอา่ นกฎเกณฑ์กตกิ า ทฤษฎตี า่ ง ๆ รวมถงึ สือ่ โฆษณา  เป็นต้น

รูปแบบสารที่เกี่ยวข้องกับงานอาชพี

สื่อสิ่งพิมพ์  ท่ีเก่ียวข้องกับการอาชีพในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ  และวิธีการน�ำเสนอที่แตกต่าง
กนั ออกไปตามความเหมาะสม ข้ึนอยกู่ ับความสำ� คญั และกล่มุ เป้าหมาย รปู แบบทีน่ ยิ มใช้ ได้แก่
๑. สือ่ สงิ่ พิมพ์ประเภทหนังสอื : สื่อส่งิ พมิ พท์ จ่ี ัดท�ำเป็นรปู เล่ม สะดวกต่อการพกพา และจัด
เก็บไว้เป็นการถาวร มรี ายละเอียดครอบคลมุ ท้งั เน้ือหาและรปู ภาพ งา่ ยตอ่ การนำ� เสนอและนา่ สนใจ
ตอ่ ผ้รู บั สาร เช่น ค่มู ือการใชส้ นิ ค้า คู่มอื ประชาสัมพนั ธ์ แคต็ ตาลอ็ ก เปน็ ต้น
๒. สื่อสิ่งพิมพ์เพ่ือเผยแพร่ข่าวสาร  :  มีหลายรูปแบบ ท้ังนี้มีวัตถุประสงค์เดียวกัน  คือ
การเผยแพร่ข่าวสาร  เรื่องราวเดียวกัน  ที่ต้องการให้สาธารณชนได้รับรู้โดยทั่วไป  หรือเฉพาะกลุ่ม
เป้าหมาย โดยนิยมใช้ในรูปแบบของหนงั สือพมิ พ์ วารสาร นิตยสาร จลุ สาร ประกาศ บทความ หรือ
สิ่งพิมพโ์ ฆษณา  เช่น  แผ่นพับ  ใบปลวิ   โบรชัวร์  โปสเตอร์
๓. สิง่ พมิ พล์ กั ษณะพเิ ศษ : ส่ิงพิมพ์ท่จี ดั ท�ำขนึ้ เพ่อื จุดประสงคเ์ ฉพาะ หรอื เพือ่ ประโยชน์ของ
การใช้งาน เชน่ จดหมาย รายงาน แถลงการณ์ หนังสอื ที่จัดพิมพใ์ นโอกาสตา่ ง ๆ เพอื่ ใชป้ ระชาสัมพนั ธ์
หน่วยงาน หรอื องค์กรต่าง ๆ เชน่ ธนาคาร หนว่ ยงานราชการ
๔. สื่อส่ิงพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์  :  เป็นส่ือส่ิงพิมพ์ท่ีผลิตข้ึนเพ่ือใช้งานทางคอมพิวเตอร์  หรือ
ระบบเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต  เชน่   เว็บไซตแ์ จ้งขา่ วสาร ข้อมลู ความรู้ และการโฆษณาซื้อ - ขายสนิ ค้า

หลกั การอา่ นสารในทางอาชีพ

เอกสารทางอาชีพ เป็นเอกสารทีห่ นว่ ยงาน องค์กร จัดท�ำขน้ึ เพ่ือเผยแพร่ไปยังประชาชน และ
กลมุ่ เป้าหมายในอาชพี ตา่ ง ๆ โดยมวี ัตถุประสงค์นอกเหนอื จากการใหค้ วามรู้ และเผยแพรน่ วัตกรรมใหม่ ๆ
กิจกรรมต่าง ๆ  เพอ่ื สาธารณชนแลว้   สิง่ ที่มนี ยั ปรากฏคอื   การโฆษณาประชาสมั พนั ธธ์ รุ กิจ สินคา้ และ
บรกิ ารของหน่วยงาน องคก์ รของบรษิ ัท ดังนั้น ผู้อา่ นจงึ ต้องมีความรู้ ความเขา้ ใจในสิง่ ต่าง ๆ ต่อไปนี้

 บทท่ี ๔ การอา่ นสารทางอาชีพ  47

๑. วัตถุประสงค์ของเอกสาร  :  เน้ือหาที่ปรากฏมีวัตถุประสงค์ใด  ต้องการเผยแพร่ความรู้
ข่าวสาร ขอ้ มูล แนะน�ำ สอบถาม หรือนำ� เสนอสินค้าและบรกิ ารใหม่ เปน็ ตน้ เม่อื อ่านแล้วผูอ้ า่ น
จะสามารถดำ� เนนิ การต่อไปอยา่ งไร
๒. ความหมายของศัพท์ทางธุรกจิ : การเขา้ ใจความหมายของ “ค�ำ เนือ้ ความ” ในวงการ
อาชีพต่าง ๆ  ท่ีปรากฏในเอกสารจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจวัตถุประสงค์  เรื่องราวท่ีปรากฏในเอกสารได้
ถกู ตอ้ ง  เช่น  ศพั ทท์ างธรุ กิจ ศพั ท์ทางการคา้ ศพั ท์ทางกฎหมาย  ศัพท์ทางการแพทย ์ เป็นต้น
๓. สภาวะทางเศรษฐกิจ  และสภาพสังคมปัจจุบัน  :  เป็นข้อมูลส�ำคัญในการตัดสินใจที่จะ
เชอ่ื ถอื ขอ้ มูลท่ีปรากฏในเอกสาร เพราะท�ำให้ทราบนัยของเอกสารนั้น ๆ ทำ� ใหเ้ ข้าใจวตั ถุประสงคข์ อง
ผ้สู ง่ สารได้งา่ ยขน้ึ   และสามารถคาดเดาเหตกุ ารณท์ างธุรกจิ ในอนาคตต่อสภาพสงั คมที่ปรากฏ

การอ่านสารทางอาชพี ประเภทตา่ ง ๆ

๑. การอ่านข่าวสาร
ข่าวสารในงานอาชีพ  หมายถึง  การน�ำเสนอข้อมูลท่ีตรงไปตรงมาเพ่ือรายงานเร่ืองราว
ตา่ ง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้องกบั การประกอบอาชพี   โดยมขี อ้ มูลเกยี่ วกบั ภาวะเศรษฐกจิ ในปัจจุบนั และอนาคต
ท้ังภายในประเทศและนอกประเทศ ซ่ึงผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านเก่ียวกับข้อเท็จจริงและ
วเิ คราะห์ความนา่ เชอ่ื ถอื ของผู้สง่ สาร
๒. การอ่านบทความทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับอาชพี
เปน็ บทความแสดงการวเิ คราะหข์ ่าว สถานการณ์ สภาพการณ์ ความคดิ เหน็ ที่เก่ยี วขอ้ งกับ
อาชีพสาขาต่าง ๆ  ในลักษณะการโฆษณา  เชิญชวนให้เห็นถึงความส�ำคัญของสินค้า หรืออาชีพ
นั้น ๆ
๓. การอา่ นสารโฆษณา
“การโฆษณา”  เป็นการเสนอข่าวสารการขาย  หรือแจ้งข่าวสารให้บุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
ทราบเก่ยี วกับสนิ ค้าและบริการ หรือโน้มน้าวให้ผรู้ บั สารเกิด “ความเช่ือ” ในสิง่ ท่ีผสู้ ง่ สารตอ้ งการ
ดงั นนั้   “การอา่ นสารโฆษณา”  จงึ ตอ้ งพจิ ารณาขอ้ ความทปี่ รากฏวา่ มเี จตนาหรอื จดุ มงุ่ หมายใด
แฝงอยู่ ผู้อ่านจึงต้องใช้ประสบการณ์ วจิ ารณญาณ ในการวเิ คราะห์ แยกแยะวา่ ส่งิ ใดเป็นเท็จ สงิ่ ใด
เปน็ ความจรงิ มหี ลักการอา่ น ดังนี้

48  ภาษาไทยเพ่ืออาชพี

๓.๑ กำ� หนดวัตถปุ ระสงค์การอา่ น : อ่านเพื่อตอ้ งการสิง่ ใด เช่น อ่านเพ่ือความรู้ สนใจ
สินคา้ หรอื สนใจภาษาทปี่ รากฏ เปน็ ต้น
๓.๒ พจิ ารณารายละเอยี ดในสาร : มีเน้ือหาใดบ้าง รายละเอียด หรือขอ้ มลู ตอบสนอง
ความต้องการหรอื ไม่ มากนอ้ ยเพยี งใด มีนยั ใดแอบแฝงหรอื ไม่
๓.๓ พิจารณาสว่ นตา่ ง ๆ ของโฆษณา : ผ้อู ่านตอ้ งใชว้ ิจารณญาณในการ “วินจิ สาร”
จบั ประเดน็ สำ� คญั วตั ถปุ ระสงคข์ องผสู้ ง่ สาร ใชค้ วามรู้ ประสบการณ์ เพอื่ ประเมนิ คา่ วา่ เปน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ
หรอื ข้อคดิ เห็นของผูส้ ่งสาร เพ่อื ใช้ประกอบการตัดสนิ ใจ
๓.๔ เปรยี บเทยี บ : กอ่ นตดั สนิ ใจควรศกึ ษาขอ้ มลู จากแหลง่ อน่ื หรอื สนิ คา้ และบรกิ ารอนื่ ทม่ี ี
ลกั ษณะเดยี วกนั   คลา้ ยกนั   ใกลเ้ คยี ง  หรอื ทดแทนกนั ได ้ มาเปรยี บเทยี บเพอ่ื พจิ ารณาความนา่ เชอ่ื ถอื
และอรรถประโยชน์มากกว่ากนั
๔. การอา่ นคู่มอื (Manual)
คมู่ ือ  (น.) ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน หมายถึง “สมดุ หรอื หนงั สอื ท่ีใหค้ วามร ู้
เกย่ี วกบั เรอ่ื งใดเรอ่ื งหนงึ่ ทตี่ อ้ งการรเู้ พอื่ ใชป้ ระกอบตำ� รา”  เพอื่ อำ� นวยความสะดวกเกย่ี วกบั การศกึ ษา
หรือการปฏิบัติเรื่องใดเร่ืองหน่ึง  หรือเพ่ือแนะน�ำวิธีใช้อุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยจัดท�ำในลักษณะ
“เอกสาร” ใช้ประโยชน์ไดเ้ หมาะใจ สาํ หรับประจาํ ตวั เชน่ อาวุธ
๔.๑ คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ าน (Work Manual) หมายถงึ สง่ิ ทหี่ นว่ ยงานตา่ ง  ๆ สรา้ งขนึ้ เพอื่ ใช้
อธิบายแนวทาง ข้นั ตอน วธิ กี ารปฏิบตั งิ านไวอ้ ยา่ งชดั เจน เปรียบเสมอื นแผนทก่ี ารท�ำงานท่กี �ำหนด
“ทิศทางจุดเริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ”  โดยระบุข้ันตอนรายละเอียดของกระบวนการเพื่อให้
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านใชเ้ ปน็ คมู่ อื ในการทำ� งานและอา้ งองิ   เพอื่ ไมใ่ หเ้ กดิ ขอ้ ผดิ พลาดในขณะปฏบิ ตั งิ าน รวมทง้ั ให้
บุคลากรได้ศึกษาและสามารถน�ำไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับระเบียบ  ข้อบังคับ  วิธี  และเทคโนโลยีที่
เปลย่ี นไปในอนาคต

ลักษณะของคมู่ ือการปฏบิ ตั ิงาน

๑. เป็นเอกสารท่ีเปรียบเสมือนแผนท่ีแสดงเส้นทางการ
ท�ำงานท่มี จี ดุ เรม่ิ ตน้ ถงึ ส้ินสดุ กระบวนการ
๒. เป็นเอกสารใช้ประกอบการปฏิบัติงานของบุคคล
ตามต�ำแหน่ง  โดยมีค�ำอธิบายอันเป็นเน้ือหาที่ก�ำหนดมาตรฐาน
ของต�ำแหน่ง  ครอบคลุมเน้ือหาแต่ละเรื่องโดยจัดท�ำเป็นรูปเล่ม
อย่างสมบรู ณ์

 บทที่ ๔ การอ่านสารทางอาชีพ  49

๓. เป็นเอกสารเชิงคุณภาพ  รวบรวมกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  หลักการปฏิบัติตาม
บทบาทหนา้ ท่ี  ความรับผดิ ชอบ  แนวการดำ� เนินการ  ขอ้ เสนอแนะ  แนวทางแกไ้ ขปัญหา
๔. เป็นเอกสารท่ีแสดงรายละเอียดอย่างเป็นข้ันตอน  เหมาะส�ำหรับงานท่ีมีลักษณะซับซ้อน
หลายขั้นตอน และเกยี่ วข้องกบั บคุ คลต่าง ๆ
๕. เป็นเอกสารที่ระบุข้ันตอน  รายละเอียดเพ่ือใช้ควบคุมกระบวนการขององค์กร  และ
สามารถปรับปรุงเปลยี่ นแปลงได้เพ่ือให้สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ในอนาคต
ประโยชนข์ องการจดั ทำ� คูม่ อื ปฏิบัตงิ าน
• ทำ� ให้ผปู้ ฏิบตั งิ านท�ำงานไดถ้ กู ต้อง  ไมส่ บั สน  ได้งานทม่ี ีคุณภาพตามตอ้ งการ
• ทำ� ใหล้ ดขั้นตอนการทำ� งานทีซ่ บั ซ้อน  ลดข้อผดิ พลาด  เพราะระบบงานชัดเจน
• ท�ำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความมั่นใจในขณะปฏิบัติงาน  ลดความขัดแย้งและป้องกันปัญหา

ในอนาคต
• ทำ� ใหบ้ ุคลากร  หรือเจา้ หน้าท่สี ามารถท�ำงานทดแทนกันไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง รวดเร็ว หากมี

การโยกยา้ ยตำ� แหนง่ งาน
ลักษณะของเอกสาร หรอื คู่มือปฏิบัติงานทด่ี ี
• สำ� นวนภาษากระชับ ชัดเจน เข้าใจง่าย
• เน้ือความข้อมูล น่าสนใจ ชวนตดิ ตาม มคี วามเป็นปจั จุบนั ไม่ล้าสมัย
• มีความเหมาะสมกบั องค์กร หน่วยงาน ผ้ใู ช้งานแตล่ ะกลุม่
• มปี ระโยชน์สำ� หรบั การท�ำงาน การฝกึ อบรม มีตัวอย่างประกอบ
• ระบุหนว่ ยงานท่ีจัดทำ� วนั ทเ่ี ร่ิมบังคบั ใช้
๔.๒ คมู่ ือการใช้อุปกรณ์
มีจุดมุง่ หมายเพื่อเขา้ ใจขั้นตอนของการปฏบิ ัตงิ าน การใช้อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ กอ่ นลงมือ
ปฏิบัติจริง  ท�ำให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ปลอดภัย  ผู้อ่านควรศึกษาท�ำความเข้าใจ
อยา่ งชดั เจน แม่นย�ำ

หลกั การอา่ นคู่มือปฏิบตั ิงาน หรอื คมู่ อื การใช้อปุ กรณ์

๑. ศึกษาหวั ขอ้ รายละเอียดที่ระบไุ วใ้ นเอกสารคมู่ ือใหเ้ ขา้ ใจ
๒. ศึกษา ทำ� ความเข้าใจ จดจำ� “ศพั ท์เฉพาะ” ภาพสัญลกั ษณ์ วธิ กี ารใช้งาน ขอ้ ควรระวัง !
ค�ำเตือน  ส่ิงส�ำคัญ  คือ  หากเกิดปัญหาการใช้งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ  “ผู้ใช้งาน”  ควรทราบว่า
จะสามารถกลบั ไปอ่านทบทวนความรูไ้ ด้จากหวั ขอ้ ใด จงึ สะดวกและรวดเรว็

50  ภาษาไทยเพอื่ อาชีพ

๓. ขณะอ่านเอกสารคู่มือ  ควรพิจารณาอุปกรณ์น้ัน ๆ  ควบคู่กันเพ่ือให้เกิดความเข้าใจชัดเจน
ยงิ่ ขึน้
๔. ผู้อ่านต้องอ่านคู่มืออย่างช้า ๆ  เพ่ือท�ำความเข้าใจการปฏิบัติงาน  วิธีการใช้เคร่ืองมือ  อุปกรณ์
อยา่ งละเอยี ด อาจทดลองปฏิบตั ิตามจนเกิดความช�ำนาญและค้นุ เคย

ขอ้ ควรคำ� นึงในการอา่ นและปฏิบัติตามเอกสารคมู่ อื

สาเหตุส�ำคัญที่ส่งผลให้การใช้งานอุปกรณ์เกิดความเสียหาย  และเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งาน
เกิดจากผู้ใช้งานไม่ปฏิบัติตามเอกสารคู่มือท่ีระบุไว้อย่างเคร่งครัด  ดังนั้น  สิ่งท่ีผู้ใช้ควรค�ำนึงในขณะ
อ่านคู่มอื คอื
๑. อ่านทุกหัวข้อท่ีปรากฏในเอกสารให้เข้าใจ  ไม่ควรเลือกอ่านเฉพาะหัวข้อที่ตนสนใจ
เพราะท�ำใหไ้ ดร้ ับความรไู้ ม่ครอบคลุม ครบถว้ น จนเกิดความผิดพลาดขณะปฏบิ ัติหรอื ใชง้ านอุปกรณ์
๒. อ่านทุกข้ันตอน  โดยเฉพาะวิธีการใช้งาน  ไม่ควรคิดว่าตนเองมีความรู้  มีประสบการณ์
เกี่ยวกับอปุ กรณน์ ั้นเป็นอย่างดี เพราะการอ่านข้ามข้ันตอน ขา้ มเนอ้ื หาบางตอน ทำ� ให้ความรูท้ ่ไี ดร้ ับ
ไมส่ มบูรณ์
๓. กรณีที่พบปัญหาจากการใช้อุปกรณ์หรือส่ืออิเล็กทรอนิกส์  ควรปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ
อย่างเคร่งครัด  และหากไม่สามารถแก้ไขด้วยตนเองได้  ควรติดต่อผู้รับผิดชอบ  หรือหน่วยงานที่มี
ความรู้ความช�ำนาญอุปกรณ์น้ันโดยตรง  เพราะการแก้ไขโดยขาดความรู้  ความเข้าใจ  อาจท�ำให้
อปุ กรณน์ น้ั เสียหายเพิ่มข้ึน

 บทที่ ๔ การอา่ นสารทางอาชีพ  51

ตัวอย่าง คู่มอื การใชง้ าน เคร่อื งบนั ทึกเวลา

ที่มา : http://www.timerecorders.co.uk/products/timeclocks/basicmedium/er-1500CURRENT.php

๔.๓ การอา่ นรายละเอยี ดผลิตภัณฑ์
• ผลิตภณั ฑ์ (Product) : ทกุ สง่ิ ท่นี ักการตลาดนำ� มาเสนอกับตลาด เพื่อเรียกร้อง

ความสนใจ  เพื่อการได้กรรมสิทธิ์  หรือเพื่อการอุปโภคบริโภค  ซ่ึงสามารถตอบ
สนองความต้องการของตลาดได้
• ฉลากผลติ ภัณฑ์ หรอื ฉลากสินคา้ คอื ป้ายบอกรายละเอยี ดเก่ียวกับตวั สินค้าน้นั  ๆ
อาจพิมพ์ลงบนวัสดุ  หรือพิมพ์ลงบนภาชนะท่ีบรรจุสินค้าน้ัน ๆ  ซ่ึงมีความส�ำคัญ
ไม่น้อยไปกว่าตัวผลิตภัณฑ์เนื่องจากฉลากสินค้าเปรียบเสมือน  “หน้าต่างของ
ผลิตภัณฑ์” ทมี่ องเห็นภายในภาชนะบรรจุ
• “ฉลากสินค้า”  เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อ  “ผู้ผลิต”  เพราะใช้เป็นเคร่ืองมือในการ
สื่อสารข้อมูลและโฆษณาผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค  และมีส่วนในการเพ่ิมมูลค่าของ
ผลติ ภัณฑเ์ พอื่ แขง่ ขนั ทางการค้า

52  ภาษาไทยเพ่ืออาชพี

• หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องในการคุ้มครองผู้บริโภคใช้เป็นเครื่องมือในการ
ตดิ ตาม ตรวจสอบคณุ ภาพของผลิตภัณฑ์ และ “ผูบ้ รโิ ภค” ใชข้ ้อมูลที่ปรากฏบน
ฉลากเปน็ ข้อมลู ประกอบการตดั สินใจเลอื กซอื้ ผลิตภณั ฑ์

หลักการอา่ นรายละเอียดผลติ ภัณฑ์

๑. อ่านชื่อผลิตภัณฑ์  ประเภทผลิตภัณฑ์  เพ่ือให้ม่ันใจว่าผลิตภัณฑ์น้ัน ๆ  ผลิตข้ึนมาเพื่อ
วตั ถุประสงคใ์ ด  ให้ประโยชนอ์ ย่างไร
๒. อา่ น วนั เดือน ปีทผ่ี ลติ (MED) วันหมดอายุ (EXP) หรอื ควรบริโภคก่อน (วนั เดอื น ป)ี
เพื่อใหไ้ ด้ผลิตภณั ฑ์ท่ีมคี ณุ ภาพด ี เปน็ ของทผ่ี ลติ ข้นึ ใหม่
๓. อ่านสรรพคุณ  ประโยชน์  ตรงตามความต้องการหรือไม่  หากพบว่าผลิตภัณฑ์นั้นแสดง
คุณสมบัติหรือโฆษณาเกินความเป็นจริง  ควรพิจารณาเฉพาะสรรพคุณ  ข้อมูลที่น่าเชื่อถือตามที่ระบุ
ในฉลากเท่านน้ั
๔. อ่านส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ  เพ่ือเปรียบเทียบคุณภาพ  คุณค่ากับผลิตภัณฑ์
ประเภทเดียวกนั และหลีกเลี่ยงส่วนประกอบที่ไมต่ ้องการ
๕. อ่านขนาด ปริมาณ ปรมิ าตรหรือน�้ำหนักสุทธิของสนิ ค้า เปรยี บเทยี บกับราคาว่าเหมาะสม
ค้มุ คา่ กับปรมิ าณเงนิ ทีต่ อ้ งเสยี หรือไม่
๖. อ่านข้อมูลท่ีประกอบผลิตภัณฑ์  เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซ้ือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
อาทิ สถานทผ่ี ลติ ผลติ ทใี่ ด หนว่ ยงานหรอื องคก์ รใดเปน็ ผผู้ ลติ และจดั จำ� หนา่ ย หากเกดิ ปญั หาตอ่ สขุ ภาพ
สามารถใช้เปน็ ขอ้ มลู ในการขอความค้มุ ครองจากหน่วยงานผ้เู กยี่ วขอ้ งได้
๗. อ่านเครอื่ งหมายรบั รองคณุ ภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์มหี รอื ไม่ หน่วยงานใดเปน็ ผู้รับรอง

ตวั อย่าง เคร่ืองหมายอย. : เลขสารบบอาหาร

12-2-00244-2-0099

ส1ถา2นะ3ขอ4งสถานท่แี ละหนว่ ยงานที่อนุญาต

ขเลอขงจสังถหาวนดั ทที่ผต่ี ล้งั ิต เลขประจ�ำสถานท่ีผลติ

XX-X-XXXXX-Y-YYYY

เลขท้ายของปี พ.ศ. ที่อนุญาต

หนว่ ยงานที่อ1นญุ 2าตผลติ ภัณฑ์ เทลผี่ ขลา่ นำ� ดกับารทอีข่ นอุญงผาตลิตภัณฑ์

 บทท่ี ๔ การอา่ นสารทางอาชพี  53

ตวั อย่าง ฉลากผลิตภัณฑ์สินคา้ ประเภทอาหารและยา

54  ภาษาไทยเพื่ออาชีพ

แบบทดสอบ
และกิจกรรมการฝึกทักษะ
บทท่ี ๔ การอ่านสารทางอาชพี

กิจกรรมที่ ๑ เลอื กค�ำตอบทถ่ี ูกต้อง

๑. ขอ้ ใดให้ความหมายของการอา่ นได้ดที ีส่ ดุ
ก. การรับรูข้ ้อความ เร่ืองราวต่าง ๆ จากตวั อักษร หรือสญั ลักษณ์
ข. การรบั รู้ขา่ วสารขอ้ มูลโดยผ่านกระบวนการคิด และการตีความ
ค. การรับรูข้ อ้ ความ เรอ่ื งราวตา่ ง ๆ  จากการแปลขอ้ มลู ตวั อักษร ภาพ ผ่านทางกระบวนการคดิ
ง. การรับขอ้ มลู ขา่ วสารเสน้ ทางหน่ึงท่ตี ้องใชท้ ักษะของการตีความ แปลความ

๒. การอ่านทต่ี อ้ งใช้ความรู้ ความคดิ พจิ ารณาในสง่ิ ทอ่ี ่านด้วยความรอบคอบ มีสติ หมายถึงขอ้ ใด
ก. การอ่านวิเคราะห์ ข. การอา่ นจับใจความสำ� คัญ
ค. การอ่านอยา่ งละเอียด ง. การอา่ นตคี วาม

๓. ในการอา่ นแตล่ ะคร้งั   เหตุใดจึงต้องกำ� หนดจดุ มงุ่ หมายของการอ่าน
ก. เพ่อื ใหท้ ราบรายละเอยี ดของเรอื่ งทอ่ี า่ น ข. เพ่อื กำ� หนดวธิ กี ารอ่าน
ค. เพ่อื สะดวกในการสรปุ   และจดบันทกึ ง. เพื่อกำ� หนดเวลาในการอ่าน

๔. การพิจารณาว่าสารใดเปน็ สารทางอาชีพ พจิ ารณาจากเหตผุ ลในขอ้ ใด
ก. รปู แบบการน�ำเสนอ ข. เน้อื หาทป่ี รากฏในสาร
ค. ส�ำนวนภาษาทใ่ี ช้ในการนำ� เสนอ ง. หน่วยงาน องคก์ รผสู้ ่งสาร

๕. นารเี ลอื กอ่านบทความ “Multitasking  จริง ๆ แล้วเหมาะกับใคร?” แสดงว่าเป็นการอ่าน
เพือ่ จุดประสงคต์ ามข้อใด
ก. เพือ่ ศกึ ษาหาความรู้ ข. เพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ติ
ค. เพื่อพฒั นาจติ ใจ แนวทางด�ำเนินชีวิต ง. เพอื่ พัฒนาแนวทางงานอาชีพ

 บทที่ ๔ การอา่ นสารทางอาชพี  55

๖. การอา่ นเอกสารทางอาชพี ใหเ้ กิดความเขา้ ใจถูกต้อง ผอู้ ่านต้องมคี วามรู้ในเร่ืองใดเปน็ สำ� คัญ
ก. เทคนคิ การอา่ นตคี วาม ข. วัตถปุ ระสงค์ของผ้สู ่งสาร
ค. ศัพทใ์ นวงการอาชพี ตา่ ง ๆ ง. สภาวการณท์ างเศรษฐกจิ และสงั คม

๗. การอา่ นสารโฆษณา สิ่งแรกทที่ �ำให้ผู้อา่ นสารให้ความสนใจ  คือส่วนใด
ก. วตั ถปุ ระสงค์ทปี่ รากฏในสาร ข. เนือ้ หา รายละเอียดในสาร
ค. ขอ้ ความที่พาดหัวสารโฆษณา ง. สำ� นวนภาษาท่ผี สู้ ง่ สารนำ� มาใช้

๘. สารทางอาชีพประเภทใดท่ีมีความเก่ยี วข้องกับประชาชนทุกสาขาอาชพี
ก. บทความเศรษฐกจิ การเงนิ ข. คมู่ อื ปฏิบัตงิ าน
ค. คู่มือการใช้อุปกรณ์ ง. แผ่นปา้ ยโปสเตอร์ สื่อโฆษณา

๙. จุดมงุ่ หมายส�ำคัญของการอา่ นคู่มอื ปฏบิ ตั ิงาน และค่มู ือการใช้อปุ กรณ์ คือข้อใด
ก. เพื่อวเิ คราะห์รายละเอียดของสาร
ข. เพอ่ื ตีความรายละเอียดของสาร
ค. เพือ่ ท�ำความเข้าใจขอ้ มลู รายละเอียดของสาร
ง. เพือ่ ใช้วจิ ารณญาณวิเคราะห์สาร

๑๐. คู่มอื ปฏบิ ัติงานมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
ก. มีความรูเ้ กีย่ วกบั หน่วยงาน องคก์ รมากขึ้น
ข. ทำ� ให้ปฏบิ ัตงิ านถกู ต้องลดข้อผดิ พลาด
ค. ชว่ ยให้การทำ� งานเป็นไปอย่างราบรื่น
ง. สร้างความมนั่ ใจใหก้ บั ผปู้ ฏบิ ัติงาน

๑๑. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะโดยรวมของค่มู อื ปฏบิ ัติงาน
ก. คมู่ อื ที่เขียนใหผ้ ู้เขียนถอื เป็นแนวปฏิบัต ิ
ข. คูม่ อื ท่เี ขยี นใหผ้ ูอ้ นื่ ถอื เป็นแนวปฏบิ ตั ิ
ค. คมู่ ือที่เขยี นใหผ้ ูร้ ับบริการถือเปน็ แนวปฏิบัต ิ
ง. คู่มอื ทเี่ ขยี นเพ่อื แกป้ ญั หา ปอ้ งกันข้อผดิ พลาด

56  ภาษาไทยเพือ่ อาชพี

๑๒. คูม่ อื ปฏบิ ตั งิ านในข้อใดเก่ยี วข้องกบั บุคลากรสายปฏบิ ัติงานน้อยท่ีสุด
ก. คูม่ ือการจัดวางระบบควบคุมภายใน ข. คู่มอื การปฏบิ ตั งิ านข้าราชการครู
ค. คูม่ อื ปฏิบัติงานสายงานผลิตสอ่ื อปุ กรณ์ ง. คมู่ อื ปฏิบัตงิ านการควบคมุ งานก่อสร้าง

๑๓. ในการจดั ท�ำเอกสารคู่มือปฏิบัตงิ านควรค�ำนงึ ถึงขอ้ ใดเปน็ สำ� คญั ทส่ี ดุ
ก. ผู้ใชง้ าน ข. เนื้อหา
ค. ความเหมาะสม ง. ใช้เม่อื ใด

๑๔. การจัดท�ำคู่มอื ปฏบิ ัตงิ านมีประโยชน์ทั้งต่อผปู้ ฏบิ ัติงาน หนว่ ยงาน และองคก์ ร ยกเว้น
ก. ช่วยให้ผูบ้ ังคบั บัญชาใช้เปน็ ขอ้ อา้ งในการลงโทษผใู้ ตบ้ งั คบั บัญชาเมอื่ งานผดิ พลาด
ข. ช่วยลดขนั้ ตอนการส่งั งานท่ีซับซ้อน ลดข้อผิดพลาด งานมรี ะบบชดั เจน
ค. หากมกี ารโยกยา้ ยต�ำแหนง่ งาน บคุ ลากรผู้ทดแทนสามารถปฏบิ ัติงานได้ถกู ตอ้ ง
ง. ผู้ปฏิบตั ิงานท�ำงานได้อยา่ งมีความสุข เกิดความมนั่ ใจ มขี อ้ ผิดพลาดน้อย

๑๕. สง่ิ ส�ำคญั ท่ีสดุ ของการอา่ นคู่มอื การใช้อปุ กรณ์ คือ
ก. ตั้งใจอา่ นข้ันตอนการใชง้ านของอุปกรณ์อย่างละเอยี ด
ข. เลอื กอา่ นเฉพาะหวั ข้อทผ่ี ใู้ ชง้ านสนใจท่สี ดุ
ค. อ่านทุกหัวขอ้ ทีป่ รากฏในเอกสารอยา่ งช้า ๆ ประกอบการพิจารณาอปุ กรณน์ ้ัน ๆ
ง. เมอื่ เกิดปญั หาการใช้งานของอปุ กรณใ์ นสว่ นใดต้องอา่ นรายละเอยี ดของสว่ นนัน้

๑๖. เหตผุ ลข้อใด ทท่ี �ำให้ผู้ใชอ้ ปุ กรณส์ ว่ นใหญไ่ ม่ชอบอา่ นคูม่ อื การใช้อุปกรณ์
ก. เพราะผใู้ ช้งานมีความชำ� นาญในการใช้อปุ กรณ์นนั้ ๆ
ข. เพราะผใู้ ชง้ านคิดว่าอุปกรณน์ ั้น ๆ ใชง้ า่ ยไมม่ อี ะไรซบั ซ้อน
ค. เพราะผใู้ ชง้ านมีความเช่ือมัน่ ในแบรนดส์ ินค้าท่ตี นเป็นลกู ค้าตลอดมา
ง. ถูกทกุ ขอ้ ทก่ี ล่าวมา

๑๗. การอ่านค่มู อื ปฏิบตั งิ าน ค่มู อื การใชอ้ ปุ กรณ์ และฉลากผลติ ภัณฑ์ เปน็ การอา่ นในลกั ษณะใด
ก. อ่านเพ่ือตีความ ค. อา่ นเพ่ือจุดประสงค์เฉพาะทาง
ข. อ่านเพ่ือท�ำความเขา้ ใจ ง. อ่านเพ่ือรับขา่ วสาร ขอ้ มลู

 บทที่ ๔ การอา่ นสารทางอาชพี  57

๑๘. ปา้ ยฉลาก (Label) คือ สว่ นแสดงรายละเอยี ดเก่ยี วกบั ผลติ ภัณฑ์ตอ่ ไปน้ี ยกเว้นเรือ่ งใด
ก. ฉลากตราสินค้า (Brand Label)
ข. ฉลากบอกคณุ ภาพสินค้า (Grade Label)
ค. ฉลากบอกชอื่ สินค้า (Name Label)
ง. ฉลากบอกรายละเอียดสนิ คา้ (Descriptive Label)

๑๙. คมู่ อื การใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบดว้ ยขอ้ มลู รายละเอยี ดปรากฏอย ู่  หากเทยี บความสำ� คญั ผบู้ รโิ ภคควร
อา่ นรายละเอยี ดข้อมลู ใดก่อนเป็นลำ� ดบั แรก

ก. การใช้งานข้นั พ้นื ฐาน
ข. ข้อมูลเรม่ิ ต้นกอ่ นใชง้ าน
ค. ศพั ท์เฉพาะ ภาพประกอบค�ำอธบิ าย
ง. การดูแลรักษา การแก้ปัญหาเบอ้ื งต้น

20. เครือ่ งหมายการคา้ ตอ่ ไปนี้ ไมเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ผลิตภณั ฑส์ ินคา้ ประเภทใด
ก. เคร่ืองส�ำอาง อาหารเสรมิ ข. เคร่ืองมอื ทางการแพทย์
ค. เคร่อื งด่มื อาหารปรงุ สำ� เรจ็ ง. ผงซกั ฟอก สีทาบ้าน

กิจกรรมที่ ๒ ค�ำชแี้ จง : ตอบค�ำถามต่อไปนี้

๑. สารในงานอาชพี มลี ักษณะอยา่ งไร  ได้แก่อะไรบา้ ง  (ยกตัวอยา่ ง 5 ชนดิ )
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

58  ภาษาไทยเพือ่ อาชพี

๒. “คมู่ อื ปฏบิ ตั ิงาน” กบั “ค่มู อื การใช้อุปกรณ์” มคี วามแตกต่างกันอย่างไร จงอธบิ าย
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๓. จงบอกถึงวัตถปุ ระสงคข์ องการจดั ท�ำเคร่อื งมอื ปฏบิ ัติงาน จงอธบิ ายเป็นขอ้  ๆ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๔. บอกถงึ ข้อดี – ขอ้ เสียของการไมจ่ ัดท�ำคมู่ อื ปฏิบตั ิการณ์ มาอยา่ งละ 3 ข้อ

ขอ้ ดี : ………………………………………………………………………………………………….…….….……………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………
ข้อเสยี : ………………………………..……………………………………………………….……………………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………

๕. สิง่ ส�ำคญั ทสี่ ดุ ของการอา่ น “คูม่ อื การใชอ้ ปุ กรณ”์ คอื ...........................................................
…………………………………………………………………………………………………………………..………………

…………………………………………………………………………………………………………………..………………
๖. MED, EXP ท่ปี รากฏในรายละเอยี ดผลติ ภัณฑ์ หมายถึงอะไร มีความส�ำคัญอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………..………………
…………………………………………………………………………………………………………………..………………

๕บ ท ท่ี

การพูดในงานอาชีพ

แนวคิด
การพูดในงานอาชีพ  เป็นการพูดที่ต้องใช้ความสามารถใน
การเรยี บเรยี งถอ้ ยคำ� อยา่ งมศี ลิ ปะ  เพอ่ื โนม้ นา้ วผฟู้ งั ใหเ้ กดิ ความสนใจ
เช่อื ถือ คล้อยตาม

การติดต่อส่ือสารในงานอาชีพ  การพูดมีความส�ำคัญและ
จ�ำเป็นมาก  เป็นการพูดท่ีผูพ้ ูดตอ้ งใช้ท้งั ศาสตร์และศิลป์  ซ่ึงเป็นสิ่งที่
ฝึกฝนได้  เพ่ือให้บรรลุจุดมุ่งหมาย  และน�ำไปสู่ความส�ำเร็จในธุรกิจ
หน้าท่ีการงานของผู้พูดที่ต้องท�ำในขณะน้ัน  ซ่ึงการพูดที่สร้างสรรค์
ในงานอาชีพมีหลายประเภท
สาระการเรียนรู้
๑. ความหมาย ความสำ� คัญของการพดู ติดตอ่ กจิ ธุระ
๒. คุณสมบตั ทิ ี่ดีของผู้พดู ในงานอาชพี
๓. การพดู สนทนากิจธรุ ะทางโทรศัพท์
๔. หลกั และวธิ กี ารพูดสาธติ

สมรรถนะประจำ� บท
สามารถนำ� หลกั การพดู ในงานอาชพี ดา้ นตา่ ง ๆ ไปปฏบิ ตั ิ
ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง

วัตถุประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม (Behavioral Objectives)
๑. บอกความสำ� คัญ อธบิ ายหลักการพูดในงานอาชพี ได้
๒. ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั การพูดในงานอาชพี ประเภทต่าง ๆ  ได้อยา่ งถูกตอ้ ง

60  ภาษาไทยเพ่อื อาชีพ

๕ การพูดในงานอาชพี

ความหมายและความส�ำ คญั ของการพดู ในงานอาชพี

ความหมายของการพูด

การพูด หมายถงึ การแสดง หรือการถ่ายทอดความคดิ ความรู้ ความร้สู ึก ความต้องการของ
ผูพ้ ูด โดยอาศยั ถ้อยคำ� นำ้� เสียง รวมทั้งกิรยิ าทา่ ทาง ทำ� ให้ผู้ฟังได้ยินและเขา้ ใจจดุ มุ่งหมายของผพู้ ูด
จนสามารถแสดงปฏกิ ิรยิ าโตต้ อบให้ผู้พูดทราบจนเป็นทเ่ี ข้าใจกันได้ (นนั ทา ขนุ ภกั ดี ๒๕๒๙ : ๑)
การพูดในงานอาชีพ  หมายถึง  ทุกสาขาอาชีพมีลักษณะพิเศษเป็นการเฉพาะ  การพูดเพื่อ
สื่อสารในสายงานเพ่ือติดต่อกับบุคคล  ตามสถานการณ์ท่ีมีความเกี่ยวข้องกับงานอาชีพ  หรือการพูด
ติดต่อกิจธรุ ะ เพื่อใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการงาน เช่น การบรรยาย การอภปิ ราย การประชมุ การสนทนา
ทางโทรศัพท์ การเสนอขายสนิ ค้าฯ  อาชีพโฆษก พธิ กี ร เป็นต้น

ความส�ำคญั ของการพูดในงานอาชพี

ในการประกอบอาชพี “ผพู้ ูด : ผู้สง่ สาร” มกั แฝงวตั ถปุ ระสงค์บางประการในการส่งสารแต่ละคร้ัง
ดงั นน้ั “การพดู ”  เพอ่ื ใหบ้ รรลุตามวตั ถุประสงคท์ ีต่ ้องการ จึงจำ� เป็นตอ้ งใช้ทง้ั “ศาสตร”์ และ
“ศิลป์”  เป็นส�ำคัญ  ต้องสามารถ  “พูดจูงใจ  หรือ  โน้มน้าวใจ”  ผู้ฟังให้เกิดความรู้สึกคล้อยตาม
จึงตอ้ งค�ำนึงถงึ ความสำ� คญั ของการพูดในลักษณะของการ “น�ำเสนอ” เป็นสำ� คญั   สรุปได้ดงั น้ี
๑. สร้างภาพลักษณ์  :  เป็นการพูดเพ่ือให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ  เห็นคุณค่า  คุณสมบัติท่ีดีของ
“งาน สินค้า หรอื องคก์ ร” หน่วยงานของผพู้ ูด เป็นการสร้างความเช่อื ถือ ความศรทั ธา เกดิ ทศั นคติ
และคา่ นยิ มที่ดี ส่งผลให้ประสบผลส�ำเรจ็ ต่อหน้าท่ีการงาน  และตามวัตถุประสงค์ท่ผี พู้ ูดต้องการ

 บทท ่ี ๕ การพูดในงานอาชพี  61

การสร้างภาพลักษณท์ ดี่ ีย่อมท�ำใหเ้ กิดความประทับใจในส่ิงท่ีต้องการนำ� เสนอและบรรลุผล
ตามต้องการของ “ผู้ส่งสาร” ส่วนใหญ่จะเน้นความส�ำคัญของครอบครัว และการช่วยเหลือสังคม
ผูด้ อ้ ยโอกาส
๒. ลดความขดั แยง้ : ในชีวติ ประจำ� วัน “ความขัดแยง้ ” เปน็ สง่ิ ทม่ี นุษยไ์ มส่ ามารถหลกี เล่ียงได้
“ความขดั แยง้ ” ในการประกอบอาชพี มกั เรม่ิ ต้นจากการขัดแย้งดา้ นความคดิ การกระท�ำ จากเรือ่ ง
เลก็  ๆ  ลุกลามไปจนสง่ ผลต่อการทำ� งาน  อาจท�ำให้งานหยดุ ชะงกั   สรา้ งความเสียหายตามมา
ดงั นน้ั การพูดเพอื่ ลดความขดั แยง้ จึงมีความส�ำคญั ยิง่ ต่อทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะดา้ น
ธุรกิจท่ีต้องสัมพันธ์กับ  “ลูกค้า”  การพูดเพื่อรักษาลูกค้า  ถือเป็นการรักษาผลประโยชน์ต่อองค์กร
หรอื หนว่ ยงาน

หลกั การพูดในงานอาชีพ

“การพูด”  เพื่อใหบ้ รรลผุ ลตามวัตถปุ ระสงค์ทัง้ ๓ ข้อ ข้างตน้ ผพู้ ดู ควรใช้หลกั เกณฑ์ ดังต่อไปนี้
๑. หลักจิตวิทยา  :  ทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์  (Maslow  is  Theory  of  Need
Gratification) เชอ่ื วา่ “ธรรมชาตขิ องมนษุ ย์เกดิ มาดี และพร้อมท่ีจะท�ำดีถา้ ความต้องการของ
มนุษย์ได้รับการตอบสนองเพียงพอ”  เขาเรียงล�ำดับความต้องการของมนุษย์จากต�่ำสุดไปหาสูงสุด
๕ ข้อ ดังน้ี
๑.๑ ความต้องการด้านร่างกาย  :  เป็นปัจจัยพื้นฐานในการด�ำรงชีวิตอันเน่ืองมาจาก
ปจั จยั ๔ ยังรวมถงึ ความตอ้ งการทางเพศ ความอบอุน่ การขจดั ความเจ็บปว่ ย การรักษาสมดุลของ
ร่างกาย
๑.๒ ความมน่ั คงปลอดภัย : เปน็ ความตอ้ งการดา้ นจติ ใจ คอื ความม่ันคงปลอดภยั ของ
อาชีพ มรี ายได้ยุตธิ รรม มงี านทมี่ ั่นคง มีหลกั ประกนั ชวี ติ ยามชรา หรอื เจ็บป่วย
๑.๓ ความตอ้ งการความรกั และเป็นเจา้ ของ : ต้องการเพอ่ื น ต้องการการยอมรับของ
สงั คม รสู้ ึกว่าสังคมเปน็ ของตน  ต้องการรกั ผู้อื่นและต้องการความรกั ของผอู้ ื่น
๑.๔ ความต้องการเกยี รตยิ ศชื่อเสยี ง : ความภาคภูมใิ จ ได้รับความยกยอ่ งนับถอื จากผูอ้ ื่น
๑.๕ ความตระหนักในตนเอง : การร้จู กั พัฒนาตนเอง สำ� เรจ็ ของตนเอง
ความเข้าใจถึงความต้องการของมนุษย์ในเชิงจิตวิทยาข้างต้น  ผู้ส่งสารควรน�ำมาเป็นเครื่องมือ
เพอื่ ชว่ ยให้ “เขา้ ถงึ ” ผ้รู ับสารไดไ้ มย่ าก สามารถโนม้ นา้ วใจใหค้ ลอ้ ยตามวตั ถปุ ระสงค์ของผู้ส่งสารได้
ในทีส่ ุด

62  ภาษาไทยเพ่ืออาชีพ

ประเภทของการพูดในงานอาชพี

การพูดสนทนาทางโทรศัพท์

ปัจจุบันโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์ท่ีมีบทบาทส�ำคัญของการส่ือสารท่ีใช้ในชีวิตประจ�ำวันจนมีบางคน
กล่าวว่าเป็น “อวัยวะชนิ้ ท่ี ๓๓ ของมนุษย”์ (รศ.ดร.พสุ เตชะรินทร์ : นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ๙ ก.ค.
๒๕๕๖ หนา้ ๑๐)
การสนทนาทางโทรศพั ท์ : เป็นการสนทนาระหวา่ งบคุ คลโดยไมต่ ้องเผชิญหนา้ ดังนัน้ การใช้
ภาษาในการพูดและน�้ำเสียงจึงต้องเพ่ิมความระมัดระวังเป็นพิเศษ  เพราะคู่สนทนามองไม่เห็นท่วงท่า
สหี นา้ ของแตล่ ะฝ่าย รวมถึงระยะเวลาทจี่ ำ� กัด เพือ่ ใหก้ ารส่อื สารทั้ง ๒ ทางประสบผลตามตอ้ งการ
ดังนน้ั   จึงตอ้ งมกี ารเตรียมตัวให้พร้อมทง้ั ๒ ฝ่าย สรุปไดด้ ังน้ี
กรณเี ปน็ ผรู้ ับโทรศัพทต์ ิดตอ่
• กล่าวทักทายด้วยน้�ำเสียงท่ีเป็นมิตรด้วยค�ำว่า  “สวัสดี”  พร้อมท้ังแจ้งหมายเลขโทรศัพท์

ใหท้ ราบ
• จบั ประเดน็ ถึงความประสงค์ของผู้ตดิ ตอ่ วา่ ตอ้ งการส่ิงใด ติดตอ่ กับผใู้ ด เรอื่ งอะไร หากตอ้ ง

มกี ารติดตามบุคคลตามทตี่ อ้ งการควรแจ้งระยะเวลาของการรอสาย แลว้ รบี ตดิ ตอ่ ให้ทันที
• เมอื่ มกี ารโอนสาย ควรแจง้ ให้ทั้งผู้ติดต่อ และบุคคลท่ผี ู้ติดตอ่ ต้องการทราบว่าผ้ตู ิดตอ่ คือ

ผใู้ ด ต้องการติดตอ่ เรื่องใด
• กรณีที่ผู้ที่ต้องการติดต่อไม่อยู่  ควรถามความประสงค์ของผู้ท่ีโทรว่าต้องการฝากข้อความ

หรอื เบอร์โทรศัพทท์ ีส่ ามารถติดต่อกลบั ไดภ้ ายหลงั หรอื ไม่
• ไมป่ ล่อยโทรศัพท์เรียกสายนานเกินไป  กรณมี ผี ู้โทรมาผดิ   ควรบอกสถานที่ท่ีถกู ต้องให้ทราบ
• จบการสนทนาทางโทรศพั ท์ดว้ ยค�ำว่า “สวัสด”ี หรอื “ขอโทษ” ดว้ ยน�้ำเสียงสุภาพ น่มุ นวล
กรณเี ปน็ ผโู้ ทรศพั ท์ติดตอ่
• กล่าวทกั ทายผู้รบั สายดว้ ยคำ� วา่ “สวสั ดี” พรอ้ มทง้ั ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพทใ์ หถ้ กู ต้อง
• แจง้ ช่อื ผูต้ ิดต่อว่าตนเป็นใคร ตอ้ งการติดต่อกับผใู้ ด โดยระบุชอื่ นามสกุล ผู้ต้องการตดิ ต่อ

ใหช้ ดั เจน
• หากตอ้ งการขอร้องใหผ้ รู้ ับสายไปตาม  หรือโอนสายให้ ตอ้ งขอบคณุ ผรู้ บั สายทันที
• กรณีที่ตอ้ งฝากขอ้ ความหรือเบอรโ์ ทรกลับ  ควรเป็นขอ้ ความทช่ี ดั เจนและสัน้ ท่สี ุด
• ควรใช้เวลาจ�ำกัด  พูดคุยเฉพาะเร่ืองที่จ�ำเป็น  และควรใช้ภาษาน้�ำเสียงที่ชัดเจนสุภาพและ

เป็นมติ ร

 บทท ่ี ๕ การพดู ในงานอาชพี  63

• ใช้ถอ้ ยคำ� ทเี่ หมาะสม เลือกคำ� ทีจ่ ำ� เป็นมาใช้ เช่น ขออภัย ขอโทษ ขอบคุณ กรณุ า ฯลฯ
• กรณีโทรไปผดิ ควรกล่าวค�ำขอโทษอย่างสุภาพ
• จบการสนทนาทางโทรศพั ทด์ ้วยคำ� ว่า “สวัสดี” หรือ “ขอบคุณ” ด้วยน้�ำเสยี งสภุ าพ นุ่มนวล

มารยาทของการพดู โทรศพั ท์
การพูดโทรศัพท์ในปัจจุบัน  มีความส�ำคัญมากต่อการด�ำเนินชีวิตในยุค  Digital  และน�ำมาซึ่ง
ประโยชน์ต่องานอาชีพเป็นอย่างมาก  ดังน้ัน  ผู้ใช้โทรศัพท์จึงต้องเรียนรู้มารยาทของการพูดโทรศัพท์
ไดแ้ ก่
• ใช้น�ำเสยี งท่ีเปน็ ธรรมชาติ สภุ าพ น่มุ นวล ไมค่ อ่ ย หรอื ดังเกนิ ไป
• ทกุ ครั้งท่รี บั โทรศพั ทแ์ ละจบการสนทนา ต้องกล่าวค�ำว่า “สวัสดีค่ะ/ครบั ” และกลา่ วค�ำ
“ขอโทษ” ทุกครัง้ เมือ่ ตดิ ต่อผิด
• การอา่ น หรอื บอกหมายเลขโทรศัพท์ ใหอ้ ่านตามตัวเลขทีละตัว ยกเวน้ เลข ๒ ให้อ่านวา่
“โท”
• ในการตดิ ต่อทางโทรศัพท์ ควรหลกี เล่ียงคำ� พดู ตอ่ ไปน้ี
- ท่ีน่นั ทีไ่ หน - คุณต้องการอะไร
- นั่นใครพูด - ตอ้ งการพดู กบั ใคร
- มอี ะไรอีกไหม - แค่น้กี ่อนนะ
• ควรเป็นผู้ฟงั ที่ดี ไมพ่ ดู แทรกหรอื ขัดจงั หวะ  ไมค่ วรผกู ขาดความเปน็ ผพู้ ูดฝ่ายเดยี ว
• ไมค่ วรพดู ช้าหรือเร็วเกินไป  พดู เฉพาะเรื่องทจี่ �ำเป็น  ตามวัตถุประสงคท์ ีต่ อ้ งการ
• เรอื่ งทีเ่ ปน็ ความลบั สว่ นตวั หรอื เร่ืองสัพเพเหระ ไมส่ �ำคัญ ไมค่ วรพูดทางโทรศพั ท์
• หากตอ้ งการจบการสนทนา ควรใช้คำ� พดู สภุ าพ ขอตวั อย่างนุ่มนวล
• ไม่รบั ประทานอาหาร หรือท�ำกิจกรรมอื่น ๆ ในขณะสนทนา
• เมือ่ ผตู้ ดิ ต่อตอ้ งการฝากขอ้ ความ ควรจดบนั ทกึ ขอ้ ความโดยละเอยี ด พรอ้ มสอบถามขอ้ มูล
ของผูต้ ดิ ตอ่
• เมอ่ื จบการสนทนา ควรวางโทรศัพท์ หรือปิดสญั ญาณอยา่ งนม่ิ นวล

สิง่ สำ� คญั ทค่ี วรระมัดระวงั คือ การใช้โทรศพั ทเ์ คล่ือนท่ี เนอ่ื งจากท้งั สะดวกและรวดเรว็ และ
เป็นทน่ี ิยม บางครง้ั นอกจากเกิดประโยชน์ อาจสร้างความร�ำคาญ หรอื อดึ อัดตอ่ ผู้รับการติดตอ่ จึงควร
ให้ความสำ� คญั ในเร่อื งของเวลา เช่น เวลาทำ� งาน เวลาพกั เวลากลางคนื หากจำ� เปน็ ท่ีจะตอ้ งติดต่อ
ควรสอบถามความสะดวกของผ้รู บั การตดิ ต่อก่อนเรมิ่ การสนทนาทกุ ครง้ั

64  ภาษาไทยเพื่ออาชีพ

วตั ถุประสงค์การตดิ ตอ่ ทางโทรศัพท์
เพื่อให้การติดต่อสนทนาทางโทรศัพท์บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการ  “ผู้ติดต่อ” จึงควรมี
การเตรยี มตัวใหพ้ ร้อม  ซง่ึ สรุปไดด้ งั ตอ่ ไปน้ี
๑. การพูดทางโทรศัพทเ์ พื่อกิจธรุ ะ
• เตรียมอุปกรณ์ส�ำหรับจดบันทกึ ขอ้ มูลท่ตี ้องการ  (รายละเอยี ดของการสนทนาท้งั   ๒ ทาง)
• ยุตกิ ารสนทนาเมื่อไดร้ ับคำ� ตอบ  หรือข้อมูลท่ตี ้องการ
• กลา่ วคำ� ขอบคุณทกุ คร้ังเม่อื จบการสนทนา  (แมจ้ ะไม่ได้ข้อมลู ตามท่ตี ้องการ)
๒. การพูดโทรศพั ท์เพอ่ื สอบถาม
• เตรียมค�ำถามท่ีต้องการทราบ  โดยก�ำหนดประเด็นส�ำคัญมากไปน้อย  (หากมีข้อจ�ำกัด

เรอื่ งเวลา)
• ใชภ้ าษากระชบั ชดั เจน เข้าใจงา่ ย ตรงประเด็น ใชน้ ำ�้ เสียงธรรมชาต ิ ชดั ถ้อยชัดคำ�
• ควรถามซำ้� เมื่อไม่ไดร้ ับค�ำตอบตามต้องการ หรือไมช่ ัดเจน
• กลา่ วคำ� ขอบคณุ ทุกครัง้ เมอ่ื จบการสนทนา  (แมจ้ ะไม่ได้คำ� ตอบตามทตี่ อ้ งการ)
๓. การพดู โทรศัพทเ์ ม่อื ได้รบั คำ� เชญิ
• เตรียมข้อมลู เพือ่ ทำ� ความเขา้ ใจเกย่ี วกับงานทไี่ ดร้ บั เชญิ
• ก่อนตอบรบั คำ� เชญิ   ต้องมัน่ ใจวา่   มคี วามพรอ้ มตามก�ำหนด  วัน เวลา ทีไ่ ดร้ บั เชญิ
• จดบนั ทกึ ตารางการนดั หมาย  พร้อมตรวจสอบสถานท่ีทีจ่ ดั งาน  เพอ่ื ปอ้ งกันความผิดพลาด
• หากไม่พร้อม  ควรตอบปฏิเสธด้วยน้�ำเสียง  หรือถ้อยค�ำที่ส่ือถึงความเสียดายโอกาส/

ถา้ ลงั เล
• ควรแจ้งใหผ้ ู้เชิญทราบว่าจะให้คำ� ตอบภายหลัง
๔. การพูดโทรศพั ท์เพอื่ แสดงการเชญิ ชวน
• โทรศัพทต์ ดิ ตอ่ ผู้ท่ีต้องการเชญิ ด้วยตนเอง แจง้ ให้ทราบถึงโอกาส วัตถุประสงคข์ องงาน
• แจง้ กำ� หนด วนั เวลา สถานทที่ ่จี ัดงานให้ถูกตอ้ ง ชดั เจน
• ใช้ค�ำพูดเชญิ ชวนใหผ้ ้ไู ดร้ บั เชญิ รสู้ กึ ถงึ ความส�ำคญั   และรสู้ กึ ยนิ ดที ่ผี รู้ บั เชญิ ตอบรบั คำ� เชิญ
• หากผู้รับเชิญตอบปฏิเสธ  ผู้เชิญชวนต้องกล่าวแสดงความรู้สึกเสียใจ  ห้ามใช้ค�ำพูด

ต�ำหน ิ ตอ่ ว่า

 บทท ี่ ๕ การพดู ในงานอาชพี  65

๕. การพดู ทางโทรศัพทเ์ พือ่ สง่ั ซ้ือสินคา้
• แจ้งช่ือสนิ ค้า  และรายละเอียดของสินคา้ ทตี่ อ้ งการสัง่ ซ้ือให้ชดั เจน
• ก�ำหนดจ�ำนวน  ราคา  ระบคุ ุณสมบัติของสนิ คา้ ที่สัง่ ซ้อื ให้ตรงตามท่ตี ้องการ
• ระบุชอ่ื - นามสกลุ ที่อย/ู่ ทที่ ำ� งาน หรอื สถานที่ทีต่ ้องการใหน้ ำ� ส่งสินค้าให้ชัดเจน
• ระบุข้อตกลงในการชำ� ระเงินคา่ สนิ คา้   (ช่ือ - นามสกุลเจ้าของสนิ คา้ /ขอ้ ตกลงการชำ� ระ

ค่าสนิ คา้ )
๖. การพูดโทรศัพทเ์ พอ่ื แสดงความขอโทษ
• ติดตอ่ กบั ผูไ้ ดร้ บั ความเสียหาย หรอื ผทู้ ีผ่ ตู้ ดิ ต่อตอ้ งการขอโทษโดยตรงดว้ ยตนเอง
• กล่าวค�ำขอโทษ   และยอมรับความผิดตามตรง   พร้อมแสดงความรับผิดชอบต่อ

ความเสยี หายนนั้
• ไมค่ วรใหผ้ รู้ ับคำ� ขอโทษเกิดความรสู้ กึ ว่าผู้พดู ขอโทษก�ำลงั แกต้ วั   หรอื ปัดความรับผดิ ชอบ
• ยอมรับฟงั อกี ฝา่ ยหน่งึ ดว้ ยความอดทน และมมี ารยาท ไม่ว่าผลจะได้รับการอภัย ยกโทษ

ใหห้ รอื ไม่
๗. การพดู โทรศัพท์เพือ่ รอ้ งทกุ ข์
• ศึกษาข้อมูลเก่ียวกับหน่วยงาน  องค์กร  บุคคลผู้มีส่วนเก่ียวข้องและสามารถบรรเทา

ทกุ ขไ์ ด้
• ตดิ ตอ่ หนว่ ยงาน ระบบุ ุคคลทีส่ ามารถใหค้ วามชว่ ยเหลือผูต้ ดิ ต่อโดยตรง
• กลา่ วแนะนำ� ตวั   (ชอื่ - นามสกลุ )  พรอ้ มสาเหต ุ รายละเอยี ดของความเดอื ดรอ้ นทีไ่ ด้รับ

ตามความจริง ส้นั ๆ ชัดเจน พรอ้ มความต้องการ
• ใช้น้�ำเสียงปกติ  สุภาพ  มีมารยาท  เล่าเร่ืองท่ีได้รับเดือดร้อนอย่างมีสติ  ล�ำดับความ

ถกู ตอ้ ง ไม่วกวน
• รับฟังความคิดเห็น  ค�ำอธิบาย  ของผู้รับเรื่องอย่างมีมารยาท  พร้อมกล่าวค�ำขอบคุณ

ไมว่ า่ ผลออกมาเป็นเช่นไร
๘. การพดู โทรศพั ทเ์ พ่อื ขอนดั หมาย
• แนะน�ำตนเอง พรอ้ มบอกวัตถุประสงคท์ ีต่ อ้ งการนดั หมาย
• ระบชุ อื่ - นามสกุลของบุคคล หรือหนว่ ยงานท่ตี อ้ งการนดั หมาย
• ระบุวนั เวลา สถานทที่ นี่ ดั หมายให้ชัดเจน
• กลา่ วขอบคณุ ท้งั ผูร้ ับนดั หมาย หรือบุคคลทต่ี อบรบั การนดั หมายแทน ท่ีให้โอกาส และ

จดั เวลาในการรบั นัดหมาย

66  ภาษาไทยเพื่ออาชีพ

ตวั อยา่ งการพดู กจิ ธุระทางโทรศัพท์

กรณกี ารติดตอ่ และการรับโทรศพั ท์ :
ผตู้ ิดต่อ : สวัสดีค่ะ  ดิฉันบังอรต้องการติดต่อคุณด�ำริผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อธนาคาร

.............ค่ะ
ผรู้ ับ : สวสั ดคี ่ะ ธนาคาร..........ค่ะ ดิฉนั วิภารับสายค่ะ ตอ้ งการตดิ ตอ่ เรื่องใดคะ
กรณีผู้ตอ้ งการตดิ ตอ่ ไมส่ ามารถรบั โทรศพั ทไ์ ด้ :
ผ้รู บั : ขอโทษค่ะ  คุณด�ำริวันน้ีไม่ได้มาท�ำงานค่ะ  ต้องการฝากข้อความ  หรือ

เบอรโ์ ทรศัพท์ไวใ้ หค้ ุณดำ� ริโทรกลับไหมคะ
ผู้ตดิ ตอ่ : ขอบคุณค่ะ  ชว่ ยเรียนว่าดฉิ นั บังอร.........โทรมา แลว้ จะติดต่อมาอกี ครัง้

พร่งุ น้เี วลา 9.00 น. ค่ะ
ผ้รู ับ : คะ่ คณุ บังอร พรุง่ น้ดี ิฉนั จะแจง้ คุณด�ำรใิ ห้ทราบนะคะ
ผู้ติดตอ่ : ขอบคณุ มากค่ะ สวัสดีคะ่
ผู้รบั : ด้วยความยินดคี ่ะ สวสั ดคี ะ่
กรณตี ดิ ตอ่ โทรศัพทผ์ ิด :
ผตู้ ดิ ตอ่ : สวสั ดคี รบั ขอเรยี นสายกับคณุ สมุ นสั ครับ
ผรู้ ับ : สวัสดคี ะ่ ทน่ี ่ี 02-6683733 คะ่ ดฉิ ันคิดว่าคณุ คงโทร. ผิดนะคะ เพราะทน่ี ่ี

ไม่มีคนช่ือสมุ นัสค่ะ
ผตู้ ดิ ต่อ : ขอโทษครับ ผมคงโทรผิด
ผรู้ ับ : ไม่เปน็ ไรค่ะ สวัสดีค่ะ

การพดู นำ� เสนอ

เป็นการพูดเพื่อสนับสนุน ถา่ ยทอด หรือส่งขา่ วสาร ข้อมลู แนวคิด ผลงาน สนิ คา้ และบรกิ าร
โดยสรุปเร่อื งราวทั้งหมดสู่ “ผู้ฟงั ” รวมทง้ั สรุปผลทีไ่ ด้จากการปฏิบัตงิ าน
• การนำ� เสนอ (Presenting) : เป็นวิธกี ารของการสื่อสาร (Communication) ซงึ่ เป็น

กระบวนการถ่ายทอดสาร (Message) จากฝ่ายหน่งึ “ผูส้ ่งสาร” (Sender) ไปสอู่ ีก
ฝ่ายหนง่ึ “ผรู้ ับสาร” (Receiver) โดยผ่านชอ่ งทางของสือ่ (Channel)

 บทท ่ี ๕ การพูดในงานอาชีพ  67

• การนำ� เสนอ คอื การสื่อสารโดยการพดู (Verbal Communication) เพือ่ ถ่ายทอด
ขอ้ มลู   แนวคดิ   ใหผ้ ฟู้ งั มีความเข้าใจ  มที ัศนคตติ ามวัตถุประสงคท์ ่ีผู้นำ� เสนอก�ำหนด

สรุป : การนำ� เสนอ คือ การพดู เพือ่ ถา่ ยทอดเน้ือหา สาระ ทีผ่ สมผสานกันระหว่าง ศลิ ปะ
การพดู กบั การแสดงขอ้ มูลในรปู แบบตา่ ง ๆ โดยผ่านส่ือและอปุ กรณไ์ ด้อยา่ งเหมาะสม

ความสำ� คัญของการนำ� เสนอผลงาน
• “การน�ำเสนอผลงาน”  เป็นทักษะการสื่อสารท่ีส�ำคัญและจ�ำเป็น  ทั้งในขณะศึกษาและ
การประกอบอาชีพ เปน็ การฝึกทกั ษะ “การพูดตอ่ สาธารณชน” เช่น การนำ� เสนอข้อเสนอโครงการ
และสรุปโครงการกจิ กรรม การด�ำเนนิ งานที่ผ่านมา
• “การน�ำเสนอผลงาน” เปน็ หัวใจสำ� คัญของการสรา้ งผลงาน เปน็ ขัน้ ตอนสุดทา้ ย เพอื่ แสดง
ผลิตผลของงาน ความคิด ความพยายามทั้งหมดของเจา้ ของชนิ้ งาน เป็นวธิ กี ารทท่ี ำ� ให้ผอู้ นื่ รับรู้และ
เขา้ ใจถึงผลงานน้นั
“มีผู้กล่าวว่า  การวางแผนออกแบบเพ่ือจัดแสดงผลงานมีความส�ำคัญเทียบเท่ากับการสร้าง
ผลงาน เพราะผลงานทีส่ ร้างข้นึ จะมีความยอดเย่ยี มเพียงใด แต่หากการนำ� เสนอผลงานสามารถสรา้ ง
ความประทบั ใจใหผ้ อู้ นื่ ประจกั ษ์ได้เท่ากับไมไ่ ด้แสดงความยอดเยีย่ มของผลงานน่ันเอง”
หลักการพดู นำ� เสนอผลงานที่ดี
๑. มโี ครงสร้างการนำ� เสนอชดั เจน  -  มีการวางแผนจดั ลำ� ดบั ข้อมูล ส่วนสำ� คญั ส่วนเน้ือหา
สาระ ข้อสรุปไว้ชดั เจน ควรจัดทำ� โครงรา่ งการนำ� เสนอไว้ตามลำ� ดบั กอ่ น - หลัง เพอื่ ใช้เป็นแนวทาง
ในการน�ำเสนอผลงานทกุ ครั้ง
๒ ประโยชน์สูงสุดที่ผู้ฟังได้รับ  -  ตอบสนองความต้องการที่ผู้ฟังคาดหวังว่าจะได้รับ  เช่น
ประโยชนข์ องผลงาน  ผลจากการนำ� ขอ้ มลู ทไี่ ดไ้ ปปฏบิ ตั  ิ หากการนำ� เสนอผลงาน  ไมส่ ามารถตอบโจทย ์
หรือสนองความตอ้ งการของผฟู้ งั ได ้ แสดงว่า  การน�ำเสนอผลงาน  หรอื ผลงานชิ้นนัน้ สูญเปล่า
๓. เนอื้ ความกระชับ ชัดเจน - นำ� เสนอเฉพาะประเด็นสำ� คญั ไม่ต้องใสร่ ายละเอยี ดทุกอยา่ ง
ทุกข้นั ตอนทส่ี ำ� คญั ตอ้ งคำ� นึงถงึ เวลา ความเหมาะสมของขอ้ มลู ทีน่ ำ� เสนอ ไม่มากเกินไป หรอื เรง่ รดั
เวลาเกินไป

68  ภาษาไทยเพอ่ื อาชพี

ขอ้ ควรระวงั ในการพดู นำ� เสนอผลงาน
๑. วัตถุประสงค์ - การนำ� เสนอผลงาน มีวตั ถปุ ระสงค์ ๒ ลักษณะ คือ
• วัตถุประสงค์ของผู้น�ำเสนอ  :  มีความชัดเจนว่าต้องการน�ำเสนอเร่ืองใด  สิ่งใด  ให้แก่

ผ้ฟู งั   และมีขอ้ มลู ใดบา้ งทต่ี ้องการให้ผู้ฟังรับทราบ
• วัตถปุ ระสงคข์ องการนำ� เสนอผลงาน : เปน็ การนำ� เสนอเกี่ยวกับขอ้ เทจ็ จรงิ ของผลงาน

และการนำ� เสนอเพอ่ื โนม้ น้าวใหผ้ ฟู้ งั คล้อยตาม
๒. ข้อมูลเก่ียวกับผู้ฟัง  -  ผู้น�ำเสนอควรมีความรู้เรื่องข้อมูลเบ้ืองต้นเก่ียวกับผู้ฟัง  เพศ  อายุ
ระดับความรู้  ความสนใจ  กลุ่มอาชีพ  ความคาดหวังของผู้ฟังว่าจะได้รับประโยชน์ใดบ้างจากการฟัง
เพอ่ื ออกแบบการนำ� เสนออยา่ งเหมาะสม
๓. ข้อมูลประกอบการนำ� เสนอ - ในการนำ� เสนอผลงาน หรอื ขา่ วสารข้อมลู ใด ๆ ผนู้ ำ� เสนอ
ต้องจัดเตรยี มขอ้ มูลเพอ่ื ประกอบการน�ำเสนอ แบ่งเปน็ ๒ หัวขอ้ คือ
๓.๑ การคดั เลือกข้อมลู :
- เนือ้ หาสาระดี มคี วามน่าเชื่อถอื ประเดน็ สำ� คญั ต้องมีความชัดเจน ถูกต้อง สมบูรณ์

ตรงประเดน็ (แต่ละคร้งั ท่นี ำ� เสนอไม่ควรมากกวา่ ๓ ประเดน็ ) ข้อมลู เปน็ ปัจจบุ ัน
มีความเกี่ยวขอ้ งกบั เรื่องทีน่ �ำเสนอ  และมีเน้อื หาเพยี งพอแกก่ ารพจิ ารณาผลงาน
- มีข้อเสนอท่ีดี  สมเหตุสมผล  มีข้อพิจารณาเปรียบเทียบทางเลือกท่ีเห็นได้ชัด
เสนอแนะแนวทางปฏิบตั ทิ ช่ี ัดเจน
๓.๒ โครงสร้างของขอ้ มูล :
เป็นการก�ำหนดเค้าโครงของการน�ำเสนอ  เป็นการผูกประเด็นหลักให้มีความ
ตอ่ เนื่องกนั โดยท่วั ไปแบง่ ออกเป็น ๓ ส่วน
- สว่ นของการกล่าวนำ� ไดแ้ ก่ แจง้ ใหท้ ราบว่าผนู้ ำ� เสนอคอื ใคร น�ำเสนอในนามของ
หน่วยงานใด  ชื่อผลงานที่น�ำเสนอ  วตั ถุประสงค ์ ระยะเวลา  ขอ้ มูลท่ีน�ำเสนอ
- ส่วนเนื้อหา : น�ำข้อมูลท่ีคัดเลือกมาจัดรูปแบบ  น�ำเสนอให้เหมาะสม  เรียงล�ำดับ
ไม่สบั สน สือ่ ภาษาเข้าใจงา่ ย อาจใช้ตาราง แผนภมู ิ แผนภาพ หรือวัสดุ - อปุ กรณช์ ่วย
เพ่ือใหผ้ ู้ฟังพจิ ารณาไดส้ ะดวก ชดั เจน
- สว่ นสรปุ : เม่อื จบขนั้ ตอน กระบวนการน�ำเสนอ ตอ้ งมกี ารสรปุ การกล่าวขอบคุณ
ผ้ฟู ัง  เตรียมความพร้อมในการตอบคำ� ถาม

 บทท ่ี ๕ การพูดในงานอาชีพ  69

ขัน้ ตอนการพูดน�ำเสนอผลงาน
ไม่ก�ำหนดหลักเกณฑ์ไว้แน่นอนขึ้นอยู่กับความเหมาะสม   แต่หากมีการเตรียมพร้อมของ
“ผเู้ สนองาน” เป็นอยา่ งดี อยใู่ นกรอบท่ีก�ำหนดไว ้ การนำ� เสนอผลงานยอ่ มประสบผลสัมฤทธ์แิ น่นอน
สรุปได้ดังนี้
๑. ขนั้ เตรยี มการ : ไดแ้ ก่ การคดั เลอื ก และรวบรวมขอ้ มลู เพอ่ื จดั ทำ� โครงสรา้ งของการนำ� เสนอ
ความพรอ้ มของผนู้ ำ� เสนอ (ทมี งาน) การวเิ คราะห์ผู้ฟงั ความคาดหวงั ของผู้ฟงั
๒. ขั้นน�ำเสนอผลงาน  :  “การเปิดการน�ำเสนอ”  เป็นจุดแรกท่ีเรียกความสนใจของผู้ฟัง
ด้วยการใช้ถ้อยค�ำ  วลี  ประโยคเด็ดท่ีน่าสนใจ  เฉียบคม  ตรงประเด็น  และด�ำเนินการตามขั้นตอน
ตอ่ ไปน้ี
๒.๑ กรณีผู้ฟังเป็นบุคคลภายนอกองค์กร  เช่น  ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย  ตัวแทนจากบริษัท
คคู่ า้   ผนู้ ำ� เสนอควรแนะนำ� ตัวแบบยอ่  ๆ (ชอ่ื นามสกุล ต�ำแหนง่ งาน) และหวั ข้อนำ� เสนอ
๒.๒ แจ้งท่ีมา  หรือภูมิหลังของเรื่องท่ีน�ำเสนอ  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการน�ำเสนอ
อย่างชัดเจน
๒.๓ ก�ำหนดขอบเขตของเน้ือหา  ระยะเวลาของการน�ำเสนอ  เพื่อให้ผู้ฟังเตรียมตัว
ก�ำหนดตนเองว่าควรให้ความสำ� คญั เรือ่ งใดเป็นพิเศษ  ช่วงเวลาใด
๒.๔ ช้ีแจงวิธกี ารต้ังค�ำถาม การสนทนาแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ ระหวา่ งผู้นำ� เสนอ และ
ผฟู้ งั โดยวธิ ใี ดชว่ งเวลาใด
๓. ข้ันเสนอผลงาน : เปน็ ขั้นตอนส�ำคัญ เป็นการส่งขอ้ มลู ที่จัดเตรยี มไวใ้ หแ้ ก่ผู้ฟงั ตามลำ� ดับ
ขน้ั ตอนที่เตรยี มไวใ้ นการวางโครงสร้าง ผนู้ �ำเสนอตอ้ งมที ักษะ กลวิธกี ารพูดทส่ี ามารถโนม้ นา้ วใจให้
คนที่มคี วามแตกตา่ งกนั ท้งั เพศ วยั ฐานะ ความรู้ ฯลฯ มีความเขา้ ใจ มีเจตนคติทีด่ ตี ่อส่ิงที่นำ� เสนอ
การนำ� เสนอที่ดมี ีลกั ษณะดังนี้
๓.๑ มีวัตถุประสงคช์ ดั เจน  โดยทผ่ี ู้ฟงั ไมต่ ้องสงสยั   หรอื มีคำ� ถามวา่ ต้องการให้พิจารณาอะไร
๓.๒ มีรูปแบบการน�ำเสนอเหมาะสม  เน้ือความกะทัดรัด  ล�ำดับความไม่สับสน  ใช้ภาษา
เข้าใจงา่ ย  โดยใช้สือ่ อุปกรณ์  เช่น  ตาราง  แผนภูมิ  สไลด ์ ซดี  ี ชว่ ยประกอบการพิจารณา
๓.๓ เน้ือหาสาระดี  มีความน่าเช่ือถือ  ถูกต้อง  สมบูรณ์  น่าเช่ือถือ  ตรงความต้องการ
ของผ้นู �ำเสนอ มีขอ้ มูลเปน็ ปจั จบุ นั ข้อมูลเพยี งพอตอ่ การพิจารณา
๓.๔ มีขอ้ เสนอท่ีดี นา่ สนใจ สมเหตสุ มผล มขี ้อใหพ้ จิ ารณาเปรยี บเทียบ ทางเลอื กชัดเจน
๓.๕ สร้างบรรยากาศสบาย ๆ  ไม่เป็นทางการมากเกินไป  น้�ำเสียงเป็นธรรมชาติ 
มีความชัดเจน ไม่มีลกั ษณะของการอา่ นหรอื ท่องจำ�

70  ภาษาไทยเพือ่ อาชีพ

๔. ข้ันสรุป  :  เป็นขั้นตอนเพื่อเตรียมจบเน้ือหาท่ีน�ำเสนอผลงาน  กล่าวถึงเนื้อหาท่ีน�ำเสนอ
ทั้งหมดอยา่ งกระชับ  เพื่อใหเ้ กิดผลในทางปฏบิ ัติ  และปฏกิ ิรยิ าตอบสนองจากผ้ฟู ัง  มลี กั ษณะดังนี้
๔.๑ สน้ั กระชบั ชัดเจน แต่ตอ้ งไม่ส้นั หรอื ตัดทอนมากเกนิ ไป
๔.๒ สรุปประโยชน์ของชิ้นงานที่น�ำเสนอ  พร้อมข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง
อีกครั้ง
๔.๓ กล่าวเน้นสิ่งที่คาดหวังจากผลงานช้ินนี้ในอนาคต  โน้มน้าวให้ผู้ฟังรู้สึกเสียดายหาก
พลาดโอกาส
๔.๔ มอบสิทธิประโยชน์   หรือข้อเสนอพิเศษ   เพ่ือจูงใจให้ผู้ฟังสนใจ   และต้องการมี
สว่ นร่วม หรือเป็นเจา้ ของช้นิ งานที่น�ำเสนอ
๕. ขั้นจดั การกบั คำ� ถาม : การตอบคำ� ถามเป็นส่วนหน่ึงของการนำ� เสนอผลงาน เพราะเปน็
การแสดงถึงการสอื่ สารท่สี มบูรณ์ (๒ ทาง) เพ่อื ความเข้าใจถกู ต้อง ตรงกัน ผนู้ �ำเสนอตอ้ งมีเทคนคิ
วิธีการจัดการกับคำ� ถาม โดยทัว่ ไปมีแนวทางปฏิบัติดงั น้ี
• จดั เวลาใหเ้ หมาะสมในการเปดิ โอกาสใหซ้ กั ถาม หากเวลามากเกนิ ไปจะเกดิ คำ� ถามทไ่ี มม่ ี

สาระ หรืออาจทำ� ให้ขอ้ มลู ท่ีนำ� เสนอเสยี หาย
• ควรเตรียมตัวให้พร้อมในบางค�ำถามที่คาดว่าจะเกิดข้ึนไว้ล่วงหน้า  เช่น  มีหลักฐาน

ประกอบ
• แสดงความยินดี พอใจในค�ำถามทุกค�ำถาม  แม้อาจน�ำมาซ่ึงผลเสียของการน�ำเสนอ

โดยใช้วิธเี ลือกตอบ หรือสงวนคำ� ตอบเฉพาะผถู้ ามในภายหลัง
• ตอบทกุ ค�ำถามอยา่ งตรงประเด็น ชดั เจน ไมค่ วรใช้คำ� ตอบที่คลุมเครือ ภาษาวิชาการ

ทฤษฎยี อกยอ้ น เพราะอาจน�ำไปส่ปู ระเดน็ ค�ำถามตามมาโดยไม่จบ
ขอ้ บกพร่องของการนำ� เสนอ : การพูดนำ� เสนอบางคร้ังอาจไมป่ ระสบความสำ� เรจ็ ซ่งึ เกดิ จาก
ขอ้ บกพรอ่ งดงั น ้ี
๑. ผู้นำ� เสนอขาดความกระตือรอื รน้ ท�ำให้ผฟู้ ังรูส้ ึกเฉ่อื ยชาตามไปดว้ ย
๒. ผนู้ ำ� เสนอพดู เรว็ หรือใช้ภาษาไม่ชดั เจน ทำ� ใหผ้ ู้ฟังตามไม่ทัน หรือไมเ่ ขา้ ใจ
๓. ขาดการตรวจสอบสอ่ื และอุปกรณป์ ระกอบการน�ำเสนอ อาจมคี วามติดขัด ทำ� ให้ต้องเสีย
เวลาแก้ไข  เช่น  เคร่ืองฉายวีดิทศั นไ์ ม่ชดั เจน  อา่ นไม่ได้ ระยะใกล้ - ไกลจากผู้ฟังมีปัญหา
๔. ขณะนำ� เสนอ ผ้นู ำ� เสนอขาดปฏิสัมพนั ธ์กับผฟู้ ัง ไมส่ ามารถวิเคราะหผ์ ู้ฟงั ได้
๕. ผู้น�ำเสนอผิดพลาดทั้งเรื่องเวลา  การเตรียมตัว  อาจมาช้าท�ำให้ต้องเร่งรีบ  อาจต้องตัดเน้ือหา
บางสว่ น หรือเรียงล�ำดับผดิ พลาด

 บทท ี่ ๕ การพดู ในงานอาชพี  71

การพูดสาธติ

การสาธิต หมายถงึ การทดลองท�ำ หรอื การทำ� เป็นแบบอย่างเก่ียวกบั คุณสมบตั ิ ประโยชน์ของ
สนิ ค้าและบรกิ าร
การสาธติ เปน็ ขนั้ ตอนสำ� คญั ของ “การเสนอขาย” เปน็ หวั ใจหลกั ของการขาย เปน็ “เครอื่ งมอื ”
ท่จี ะโน้มน�ำไปสู่การตดั สนิ ใจของ “ลกู ค้า”
การสาธติ ทดี่ ี ผู้รับการสาธิตควรมีโอกาสไดใ้ ชป้ ระสาทสัมผสั ทั้ง ๕ : ตาดู หูฟัง มือคลำ� จมกู ได้
กล่ิน ปาก (ลิน้ ) ได้ล้มิ รส ถือเปน็ กระบวนการสำ� คัญ ซงึ่ ทุกข้นั ตอนสมั ฤทธิ์ผลได้ โดยการรบั สารจาก
ผสู้ าธติ โดยตรง แมไ้ มค่ รบท้งั หมด แต่ควรใหไ้ ด้มากท่ีสดุ
การพดู สาธิต
• การพูดอธบิ ายเพื่อใหผ้ ู้ฟังเกดิ ความรู้ โดยใช้อุปกรณห์ รอื เคร่ืองมือประกอบการพูด
• เป็นการแสดงขั้นตอนการปฏบิ ตั แิ ตล่ ะขั้นตอนอยา่ งชา้ ๆ จนผฟู้ ังเกิดความเขา้ ใจ
• มงุ่ หมายให้ผฟู้ ังเขา้ ใจวิธกี ารตั้งแต่เร่มิ ตน้ จนสิน้ สดุ กระบวนการ และสามารถน�ำไปปฏบิ ตั ไิ ด้
ดงั น้นั “ผ้สู าธิต” จะต้องแสดงวธิ ีการใชเ้ คร่อื งมือหรือวสั ดอุ ุปกรณ์ต่าง ๆ อยา่ งช้า ๆ ประกอบ
การอธบิ ายเพ่อื ใหผ้ ้ฟู งั เข้าใจตามขัน้ ตอน โดยเปดิ โอกาสให้ผู้ฟังทดลองปฏิบัติตาม
การพูดสาธิต  จึงเป็นวิธีท่ีเหมาะส�ำหรับการอธิบายเรื่องประเภทท่ีต้องใช้ความช�ำนาญ  และ
เกิดประสิทธิผล เพราะผ้ฟู งั ได้ยนิ ไดเ้ หน็ และสมั ผสั ครบทกุ กระบวนการ
องค์ประกอบของการพดู สาธิต
๑. ผ้ดู ำ� เนินการสาธิต : มีความรู้ ความเขา้ ใจ มีทกั ษะในการถ่ายทอด มีทักษะการใช้ภาษา
กริยาท่าทาง นำ้� เสยี งทส่ี ามารถโนม้ นา้ วให้ผู้ฟงั รับร ู้ และเขา้ ใจในสงิ่ ทีผ่ ู้สาธิตตอ้ งการส่อื สาร
๒. เร่อื งทตี่ ้องการสาธติ : ตอ้ งมีความเทจ็ จรงิ ผา่ นการรับรองตรวจสอบ โดยมแี หล่งอา้ งองิ
ทน่ี า่ เช่อื ถอื
๓. สื่อ - อุปกรณ์  :  ควรมีความเหมาะสมกับเร่ืองท่ีต้องการสื่อสาร  น่าสนใจ  สามารถเป็น
ช่องทางท่ชี ว่ ยให้ผ้ฟู ังเกิดความเข้าใจในเรอ่ื งที่ผ้สู าธติ ตอ้ งการส่อื สาร
๔. ผู้ฟัง : เป็นองค์ประกอบท่ีผู้สาธิตต้องให้ความส�ำคัญ  การประเมินผู้ฟังจึงมีความจ�ำเป็น
เพราะการก�ำหนดเนือ้ หา วิธีการสื่อสาร ประกอบการใช้ส่อื อุปกรณเ์ หมาะสมกับ เพศ วัย อาชพี
รสนยิ ม  ความสนใจของผูฟ้ งั
๕. ปฏิกิริยาผู้ฟัง  :  ปฏิกิริยาตอบสนองของผู้ฟังเป็นสิ่งส�ำคัญที่แสดงให้ผู้พูดสาธิตทราบว่า
การสอื่ สารของตนประสบผลสัมฤทธต์ิ ามทต่ี อ้ งหรอื ไม่  มากน้อยเพยี งใด

72  ภาษาไทยเพือ่ อาชพี

การเตรียมการสาธติ
๑. กำ� หนดจุดมุ่งหมายของการสาธติ : กำ� หนดความต้องการของผสู้ าธติ ว่าตอ้ งการให้เกดิ ผล
ระดบั ใด
• ตอ้ งการให้ผู้ฟงั เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ เพียงข้ันตอนการปฏิบัติ ........หรือ.......
• ต้องการให้ผู้ฟงั เกิดความรู้ เขา้ ใจ และปฏิบัติได้ ตอ้ งเตรียมอปุ กรณ์ หรือกจิ กรรมให้

ผฟู้ ังปฏิบัตติ ามในขณะสาธิต  หรือปฏิบตั ิหลงั การสาธติ
๒. จดั เรยี งลำ� ดบั เนอื้ หาใหต้ อ่ เนอื่ ง : โดยวางลำ� ดบั หวั ขอ้ การอธบิ ายไวอ้ ยา่ งชดั เจน ประเดน็ ใด
กอ่ น - หลงั และควรก�ำหนดเนอื้ หาให้เหมาะสม  สมั พนั ธ์กับเวลา
๓. จัดทำ� เอกสารประกอบการสาธติ   แสดงขัน้ ตอนการปฏิบัติ
๔. การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ส�ำหรับใช้ประกอบการสาธิตในแต่ละข้ันตอนต้องเหมาะสม
กับเวลาท่ีก�ำหนด  หากขั้นตอนใดมีความละเอียดซับซ้อนมาก  ควรจัดอุปกรณ์ท่ีสมบูรณ์แล้วแสดง
ให้ผู้ฟงั ดูด้วย
ข้อควรระวังในการเลอื กอุปกรณ์ : อุปกรณ์ต้องนา่ สนใจ และสะดวกต่อการนำ� เสนอ
๕. ก่อนทำ� การสาธิต ผสู้ าธิตควรตรวจสอบ และทดลองใช้อปุ กรณ์น้นั ๆ ให้เกดิ ความช�ำนาญ
ป้องกนั ข้อผิดพลาด ประสานงานกับทีมงานในการสาธิตการใชอ้ ปุ กรณ์
๖. ทดลองการพดู สาธติ เพอื่ ประเมนิ ผลวา่ มสี ง่ิ ใดตอ้ งปรบั ปรงุ หรอื ไม่ ทง้ั ดา้ นการขอ้ มลู การใช้
ภาษาถ้อยคำ� ในการพูดว่ามคี วามชัดเจน เหมาะสมกบั ข้นั ตอนวธิ ีการหรอื ไม่ เพียงใด
การเตรียมเครอ่ื งมอื หรอื อุปกรณส์ าธิต
เครื่องมือหรืออุปกรณ์ท่ีใช้ในการพูดสาธิตเป็นสิ่งส�ำคัญท่ีท�ำให้ผู้ฟังสนใจ  เข้าใจเรื่องที่ผู้พูดได้
อย่างชัดเจน รวดเรว็ เพราะเหน็ ภาพประกอบ หรือลงมือปฏิบัตติ ามขั้นตอนประกอบการอธิบายของ
ผพู้ ดู
เครอื่ งมือหรืออปุ กรณท์ ใี่ ช้ในการพูดสาธิตแบ่งเปน็   ๓  ประเภท  ได้แก่
๑. เครอ่ื งมอื จรงิ (The Real) : คอื เคร่ืองมือทมี่ ีความสมบรู ณ์ในตัว เช่น การสอนร้อยมาลยั
เครอ่ื งมือจริงทใ่ี ช้ประกอบการพดู สาธติ ได้แก่ เข็มร้อยมาลยั ดา้ ย ดอกมะลิ ดอกกหุ ลาบ เปน็ ต้น
แต่ไมไ่ ดน้ �ำมาใช้
๒. เครอ่ื งมือแทน (The Representational) : คอื เครอ่ื งมือทีไ่ มม่ คี วามสมบรู ณ์ นำ� มาใช้
แสดงแทนเครื่องมอื จริง เชน่ แผนภูมิ รปู ภาพ สไลด์ เป็นต้น
๓. เครือ่ งมือบุคคล (The Personal) : เคร่อื งมอื ทีม่ ีการลงมือปฏบิ ัตจิ รงิ โดยมนษุ ย์ เชน่ ผพู้ ดู
สาธิตการร้อยมาลัย ก็จะแสดงการรอ้ ยมาลัย พรอ้ มพดู สาธิตตามขน้ั ตอนต้งั แต่การเลอื กวสั ดอุ ปุ กรณ์

 บทท ่ี ๕ การพดู ในงานอาชพี  73

ขน้ั ตอนการร้อยมาลยั ตัง้ แต่เริ่มต้นจนเสรจ็ สมบูรณ์ เปน็ เครอื่ งมอื ท่มี คี วามสมบูรณ์ สือ่ ความหมาย
ไดด้ ที ่สี ุด
หลักการพูดสาธติ
• เตรียมเร่ืองท่ีต้องการพูด  ก�ำหนดขอบข่ายเน้ือหา  จัดล�ำดับให้มีความต่อเน่ือง  ไม่วกวน

และต้องสอดคลอ้ งกับเวลาท่กี �ำหนด
• ภาษาที่ใชพ้ ดู สาธติ ควรเป็นภาษาเข้าใจง่าย กระชบั ชัดเจน เพอื่ ให้ผ้ฟู ังเข้าใจเปน็ อย่างดี

รวดเร็ว
• เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมการใช้งาน   ก่อนใช้ควรทดลองก่อนเพ่ือให้เกิดความ

ชำ� นาญ และป้องกนั ขอ้ ผดิ พลาด
• ขณะสาธิตต้องให้ความสนใจมองผู้ฟังให้ท่ัว  อย่าจับจ้องที่อุปกรณ์อย่างเดียว  และต้องให้

ผฟู้ งั มองเห็นชดั เจน ทว่ั ถึง
• ในขณะผฟู้ ังรว่ มลงมอื ปฏิบตั ิ ตอ้ งใหค้ วามสนใจ ให้คำ� แนะนำ� ติชม แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง
ขัน้ ตอนการพูดสาธติ
๑. จัดเตรียมอปุ กรณ์ให้พร้อมตามข้นั ตอนท่ีจะสาธิต โดยจัดวางไวใ้ ห้เป็นระเบียบ เรยี งลำ� ดบั
ตั้งแต่เร่ิมต้นจนจบสน้ิ กระบวนการ
๒. อธบิ ายจุดมุง่ หมายของการสาธติ โดยแจ้งให้ผู้ฟังทราบข้ันตอนการลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามอยา่ งไร
ในขณะการพดู สาธิต  อาจดูรายละเอยี ดขนั้ ตอนจากเอกสารทผี่ สู้ าธิตแจกให้
๓. อุปกรณท์ ี่ใชป้ ระกอบการสาธิต  จะนำ� ออกมาแสดงเมอ่ื ถึงขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิในแต่ละข้นั ตอน
ในขน้ั ตอนใดท่ียาก ซับซ้อน ควรอธบิ ายอยา่ งละเอียดและแสดงการสาธิตให้ชมอย่างช้า ๆ
การเตรยี มการพูดสาธิตท่ีทำ� ใหส้ ัมฤทธผิ์ ล
องคป์ ระกอบส�ำคัญท่ที ำ� ให้ “การพดู สาธิต” ประสบผลสัมฤทธิ์ตามวัตถปุ ระสงคท์ ่ีผพู้ ูดสาธิต
ต้องการ ได้แก่
๑. ผพู้ ูดสาธิตควรเตรยี มบทพดู ใหม้ คี วามสมบูรณ์ เรม่ิ ต้ังแตค่ �ำทกั ทายผฟู้ งั คำ� แนะน�ำตัวผูพ้ ูด
สาธติ หรือหนว่ ยงาน เน้ือหาทพ่ี ูดสาธิตเรม่ิ ตัง้ แต่ คำ� น�ำ เน้อื เรอ่ื ง และบทสรุป
หลีกเลย่ี ง ! การเขยี นบทพูดเป็นข้อ ๆ หรอื แยกหมวดหมู่ เพราะทำ� ใหส้ ะดดุ ไม่ลนื่ ไหล
๒. ผู้พูดสาธิตต้องมีการเตรียมตัวโดยมีการฝึกซ้อมบทพูด  และต้องท�ำความเข้าใจ  มีความรู้ใน
เรอ่ื งทสี่ าธติ เปน็ อยา่ งด ี และมคี วามสามารถในการใชเ้ ครอ่ื งมอื อปุ กรณไ์ ดเ้ ปน็ อยา่ งด ี สรา้ งความศรทั ธา
จากผฟู้ ังได้

74  ภาษาไทยเพอื่ อาชพี

๓. การใช้ถ้อยค�ำ  ส�ำนวนภาษาให้มีความเหมาะสมกับเรื่องท่ีพูดสาธิต  เรียบเรียงข้อมูลให้มี
ลักษณะเป็นภาษาสนทนา  เขา้ ใจง่าย  สภุ าพนา่ ฟัง
๔. บุคลิกภาพของผพู้ ูดสาธิต มีความสำ� คัญต่อการเรียกความศรทั ธา น่าเชื่อถือ การแต่งกาย
เสื้อผา้   หนา้ ผม  อปุ กรณป์ ระกอบการแต่งกาย  ควรมคี วามเหมาะสมกบั เครื่องมืออปุ กรณ์ทต่ี ้องการ
สาธิต การยืน การเคลือ่ นไหวในขณะสาธิตอุปกรณป์ ระกอบการพดู   มีความกระฉบั กระเฉง  น่ามอง

 บทท ี่ ๕ การพดู ในงานอาชีพ  75

แบบทดสอบ
และกิจกรรมการฝึกทักษะ
บทท่ี ๕ การพดู ในงานอาชพี

กิจกรรมท่ี ๑ เลอื กคำ� ตอบทีถ่ กู ตอ้ ง

๑. การพูดเป็นการสื่อสาร มีความส�ำคัญตอ่ งานอาชพี หลายประการ  ยกเว้นข้อใด
ก. ชว่ ยลดความขัดแยง้ ข. ชว่ ยสร้างภาพลักษณท์ ี่ดี
ค. ช่วยแสวงหาลกู ค้าใหม่ ง. ชว่ ยสรา้ งความเข้าใจให้กับคูแ่ ข่ง

๒. การพูดเป็นศาสตร์  มีความหมายตรงตามข้อใด
ก. เปน็ ความสามารถเฉพาะบุคคล ข. มีหลักเกณฑ์ในการเรียนรู้และฝึกฝนได้
ค. เปน็ ศลิ ปะทม่ี ีคณุ ลักษณะเฉพาะตวั ง. เป็นวชิ าท่ีมคี ณุ ลกั ษณะเฉพาะตัว

๓. การพูดตดิ ตอ่ กิจธุระหมายถึงข้อใด ข. เปน็ การพดู เพื่อมงุ่ ทำ� กิจการงาน
ก. เป็นการพดู เพื่อขายสนิ คา้ ง. เปน็ การพูดขอความรว่ มมือ
ค. เปน็ การพูดแสดงความคดิ เหน็

๔. ในการพดู สนทนาทางโทรศพั ท์ข้อใด ถูกทส่ี ดุ
ก. สวัสดีคะ่ ท่นี ั่นเบอร์อะไรคะ
ข. สวัสดคี ่ะขอเรียนสายหัวหนา้ แผนกคะ่
ค. สวัสดีครับ คณุ สะอาดศรีอย่ไู หม
ง. สวสั ดีค่ะขอส่งั เครื่องด่มื ลังหนึ่งคะ่ ด่วนนะคะ

๕. “สวัสดีครับ ผมนายสมศักด์ิ จตุ ดิ ี เปน็ พนกั งานบริษทั โทรคมนาคม ABD ไดต้ ิดต่อเข้าขอเสนอ
ขอ้ มูลในการขยายเครือข่ายในหน่วยงานของท่าน ผมกราบขอบพระคณุ ทา่ นเป็นอยา่ งสงู ที่ได้
ใหโ้ อกาสและให้ความรว่ มมอื ในครั้งน”ี้ ข้อความน้ีเปน็ การพดู แบบใด ในข้ันตอนใด

ก. เป็นการพดู ตดิ ต่อธุรกจิ /กลา่ วนัดหมาย ข. เป็นการพูดติดต่อธุรกิจ/กล่าวขอบคุณ
ค. เปน็ การพดู ติดตอ่ กจิ ธรุ ะ/กลา่ วนัดหมาย ง. เป็นการพูดติดต่อกจิ ธุระ/กล่าวขอบคุณ

76  ภาษาไทยเพือ่ อาชีพ

๖. การพดู ทางโทรศัพทข์ ้อใดไม่ควรกระทำ� มากท่สี ดุ
ก. ถา้ ผตู้ ิดตอ่ ต้องการสนทนากับบคุ คลอืน่ ใหร้ ีบด�ำเนนิ การโดยทันที
ข. ถ้าผู้โทรศพั ทต์ ดิ ตอ่ ผดิ ควรแจง้ ให้ทราบแลว้ วางโทรศัพทท์ นั ที
ค. พดู ด้วยน้�ำเสยี งสุภาพ อธบิ ายความชดั เจน ใหร้ ายละเอียดมากที่สดุ
ง. กอ่ นสนทนา และจบการสนทนาทกุ คร้ังดว้ ยการกลา่ วค�ำวา่ สวัสดี
๗. การพูดโทรศพั ทม์ ีความส�ำคัญต่องานอาชพี ในข้อใดมากทีส่ ุด
ก. เปน็ การแสวงหาลกู ค้าใหม่ไดส้ ะดวก รวดเรว็
ข. ลดความขัดแยง้ ระหวา่ งลกู คา้ กบั องคก์ ร
ค. เปน็ การสรา้ งภาพลกั ษณข์ องหนว่ ยงาน องคก์ ร
ง. เปน็ การเพิม่ สว่ นแบง่ ทางการตลาด และลดคู่แขง่
๘. การพดู สาธติ มจี ดุ ประสงค์ตามขอ้ ใด
ก. เพอื่ ใหผ้ ู้ฟังไดท้ ราบรายละเอียดของเนอื้ หาทต่ี อ้ งการน�ำเสนอ
ข. เพอ่ื ให้ผู้ฟังไดร้ ับทราบขอ้ มลู จากการเรยี นรดู้ ้วยการใช้ประสาทสมั ผัสทุกด้าน
ค. เพื่อให้ผู้ฟังเกดิ ความรู้ ความเข้าใจทุกขั้นตอน จนสามารถนำ� ไปปฏิบตั ไิ ด้
ง. เพอื่ เปดิ โอกาสใหผ้ ู้ฟงั ไดเ้ รยี นรจู้ ากประสบการณต์ รง ดีกวา่ การรบั ฟังอย่างเดยี ว
๙. สง่ิ ทผ่ี สู้ าธติ ตอ้ งเตรียมการเปน็ อันดบั แรก  คอื ข้อใด
ก. ก�ำหนดจุดมงุ่ หมาย
ข. ท�ำเอกสารข้ันตอนปฏบิ ตั ปิ ระกอบการสาธติ
ค. จัดเตรยี มวสั ดุอุปกรณใ์ หพ้ รอ้ มการสาธติ
ง. เตรียมเน้ือหา จัดลำ� ดับกอ่ น - หลัง ไมส่ ับสน
๑๐. การพูดสาธิตท่ีดี มีผลต่อการตัดสินใจเช่ือม่ัน ศรัทธา ที่ผู้ฟังมีต่อ “งาน – สินค้า” ที่ผู้สาธิต

น�ำเสนอ ดงั น้ันกระบวนการสำ� คญั ของการพดู สาธติ คือขอ้ ใด
ก. ผพู้ ดู อธิบายให้ผูฟ้ ังเกดิ ความรู้  โดยใช้อุปกรณ์  เครอื่ งมือประกอบการพูด
ข. ผ้พู ูดตอ้ งแสดงขน้ั ตอนในการปฏิบัตแิ ตล่ ะขั้นตอนอยา่ งช้า ๆ จนผ้ฟู งั เข้าใจ
ค. ผพู้ ดู ต้องใชท้ กั ษะการสือ่ สารใหผ้ ้ฟู งั เข้าใจต้ังเริม่ ต้นจนสนิ้ สุดกระบวนการจนนำ� ไปปฏบิ ตั ไิ ด้
ง. ผู้พดู ตอ้ งเปิดโอกาสให้ผ้ฟู งั ไดใ้ ช้ประสาทสัมผัสครบทุกด้านในขณะพดู สาธิตทกุ กระบวนการ

 บทท ่ี ๕ การพูดในงานอาชพี  77

๑๑. เครอ่ื งมือหรืออุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการพดู สาธติ เชน่ แผนภูมิ รปู ภาพ สไลด์ จดั เปน็ เคร่อื งมอื
ชนดิ ใด
ก. เคร่ืองมอื จรงิ ข. เครอ่ื งมอื แทน
ค. เครอ่ื งมอื บคุ คล ง. เครอื่ งมอื ประกอบการสาธิต

๑๒. หลงั การพดู สาธิตเสร็จสนิ้ แลว้ ทุกครั้ง ควรด�ำเนนิ การอยา่ งไร
ก. แจกเอกสาร คมู่ อื การปฏิบตั ิการ
ข. ตรวจสอบความสมบรู ณ์ของอุปกรณ์
ค. สรุปผลการสาธติ เปน็ การนำ� เสนอ “ชน้ิ งาน”
ง. ประเมินผลการพดู สาธิต

กิจกรรมท่ี ๒ ค�ำชแ้ี จง : ตอบค�ำถามตอ่ ไปนี้

๑. การพดู มคี วามส�ำคญั อยา่ งไรในงานอาชีพ
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๒. “การพดู โทรศพั ท์” มีผลต่อการสร้างภาพลกั ษณ์ หมายความวา่ อยา่ งไร
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

78  ภาษาไทยเพอ่ื อาชพี

กิจกรรมที่ ๓ ค�ำช้แี จง : ดูภาพท่ีก�ำหนดให้ แลว้ ตอบค�ำถาม

๑. หากผู้เรียนมีเพื่อนชาวต่างชาติต้องการท�ำอาหารข้างต้น  ผู้เรียนจะใช้วิธีการใดแนะน�ำให้เพื่อน
ชาวต่างชาตทิ ำ� อาหารน้ไี ด้ จงอธบิ าย

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๒. ผเู้ รียนมขี นั้ ตอนในการพูดสาธิตอย่างไร  เพื่อนจึงเข้าใจ  และปฏิบัตไิ ด้
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

 บทท ่ี ๕ การพดู ในงานอาชีพ  79

๓. ผลสรุปปรากฏว่าเพื่อนชาวต่างชาติสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง  ผู้เรียนคิดว่า  การพูดสาธิตของ
ผู้เรยี นประสบผลสัมฤทธ์ิ เกดิ จากองคป์ ระกอบใดบ้าง

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

กิจกรรมที่ ๔ คำ� ชแ้ี จง : ให้ผเู้ รยี นจบั คู่แสดงบทบาทสมมติ ใช้สถานการณ์เสนอขายสนิ คา้

และบรกิ ารโดยตดิ ต่อทางโทรศัพท์ แล้วเขยี นบทสนทนาลงในใบงานทกี่ �ำหนด

ลกั ษณะผลติ ภัณฑ์ ..................................................... ชือ่ สินค้า ...........................................................
ผู้ตดิ ต่อ : ……………..……………………..........………………………………………..………………..……………………
ลกู ค้า : …………………………………………………………………………………………………….………………………
ผ้ตู ดิ ตอ่ : ……………..……………………..........………………………………………..………………..……………………
ลูกค้า : …………………………………………………………………………………………………….………………………
ผู้ติดต่อ : ……………..……………………..........………………………………………..………………..……………………
ลูกค้า : …………………………………………………………………………………………………….………………………
ผตู้ ดิ ตอ่ : ……………..……………………..........………………………………………..………………..……………………
ลูกค้า : …………………………………………………………………………………………………….………………………
ผตู้ ิดตอ่ : ……………..……………………..........………………………………………..………………..……………………
ลกู คา้ : …………………………………………………………………………………………………….………………………
ผตู้ ิดต่อ : ……………..……………………..........………………………………………..………………..……………………
ลกู ค้า : …………………………………………………………………………………………………….………………………
ผตู้ ดิ ต่อ : ……………..……………………..........………………………………………..………………..……………………
ลูกคา้ : …………………………………………………………………………………………………….………………………

๖บ ท ท่ี

การพูดเสนอความเห็นในที่ประชุม

แนวคดิ
การพูดในที่ประชุม   มีความส�ำคัญและจ�ำเป็นอย่างยิ่งต่อ
การอยู่ร่วมกันในสังคม  โดยเฉพาะในการพูดเพ่ืองานอาชีพ  ส�ำหรับ
ผู้มีต�ำแหน่งในฐานะผู้น�ำองค์กร  การพูดในท่ีประชุม  และการท�ำ
ความเข้าใจในการเข้าร่วมประชุมในลักษณะต่าง ๆ  รวมถึงมารยาท
การประชมุ จึงเปน็ สง่ิ ท่ตี อ้ งเรยี นรู้ และฝึกฝน

สาระการเรยี นรู้
๑. ความหมาย และวตั ถปุ ระสงคข์ องการประชมุ
๒. ศพั ท์เฉพาะทใ่ี ชใ้ นการประชุม
๓. บทบาทหน้าท่ขี ององคป์ ระชุม
๔. หลักการพูดในทป่ี ระชุม
๕. มารยาทในการพดู ตอ่ ทป่ี ระชุม

สมรรถนะประจ�ำบท
มีความรู้  ความเข้าใจ  อธิบาย  และแสดงบทบาท
หน้าท่ีขององคป์ ระชมุ ได้ถูกต้อง และเหมาะสมตามมารยาท
ของการประชมุ ได้

วัตถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives)
๑. บอกความหมาย ความส�ำคญั ของการพูดเสนอความคิดเหน็ ในทป่ี ระชมุ ได้
๒. บอกบทบาท หน้าที่ คุณสมบตั ิขององคป์ ระชุมตามตำ� แหนง่ ไดถ้ ูกต้อง
๓. เลอื กใช้ค�ำพูดไดเ้ หมาะสมกบั โอกาส และกาลเทศะในขณะอยใู่ นองค์ประชุม

 บทที่ ๖ การพดู เสนอความเห็นในท่ีประชุม  81

๖ การพูดเสนอความเห็น
ในทปี่ ระชมุ

 การประชุม  เป็นการส่ือสารรูปแบบหน่ึงที่นิยมในวงการ
ธุรกิจ  เพราะในหน่วยงานหรือองค์กรหนึ่ง ๆ  มีความจ�ำเป็นท่ีต้อง
ปรึกษาหารือในการวางแผนงาน  หรือหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน
เพอื่ ใหง้ านบรรลเุ ปา้ หมายตามทต่ี อ้ งการ

การพูดในท่ปี ระชุม

คือ  การส่ือสารรูปแบบหน่ึง  ของบุคคลกลุ่มหน่ึงเพ่ือวัตถุประสงค์ต่างกันตามท่ีก�ำหนด  เช่น
เพื่อแลกเปล่ียนความรู้  น�ำเสนอแนวคิด  ปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหา  หรือตัดสินใจร่วมกัน  โดยมี
การก�ำหนดวนั เวลา ไวล้ ่วงหน้า
สารในทป่ี ระชุม การทผี่ เู้ ข้าประชุม มบี ทบาท ฐานะทั้งผู้รับสาร และผสู้ ง่ สาร ส่วนความรู้
ข้อมลู ข้อเท็จจริง ความคดิ เหน็ ทงั้ โต้แยง้ สนบั สนนุ คือ “สาร” ซึง่ แบ่งเปน็ ๒ ประเภท คือ
๑. สารของผู้เข้าประชมุ เปน็ สว่ นบคุ คล : หมายถึง ขอ้ เสนอแนะ คำ� ถาม ขอ้ โตแ้ ยง้ คำ� พดู

สนับสนนุ การแสดงความคิดเห็นของสมาชิกในท่ปี ระชมุ แต่ละบุคคล
๒. สารของผู้เข้าประชุมเป็นส่วนรวม  :  หมายถึง  มติที่ประชุม  ข้อเสนอแนะ  ข้อยุติ  เป็น

การแสดงความเห็นพอ้ งต้องกนั ของสมาชกิ ในทีป่ ระชุม  (อาจท้ังหมด หรอื สว่ นมาก)
วธิ ีสือ่ สารและการใชภ้ าษาในการประชุม
๑. การใช้ภาษาส�ำหรับประธานในท่ีประชุม  :  ภาษาท่ีประธานใช้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการ
ประชมุ ตั้งแตร่ ะดับภาษาสนทนา ไปจนถึงระดับทางการ
๒. การใช้ภาษาของผ้เู ข้าประชมุ :
• การประชุมท่ีมีรูปแบบเป็นกันเอง  ภาษาที่ใช้จะเป็นในลักษณะสนทนา  แต่ต้องส่ือ

ความหมายชดั เจน

82  ภาษาไทยเพื่ออาชพี

• การประชุมท่ีเป็นทางการ  ภาษาท่ีใช้สนทนาต้องมีความระมัดระวังและเป็นทางการ
มากขน้ึ ควรมคี ำ� วา่ “ขอ” ใชใ้ นการประชุมเสมอ เช่น ดิฉนั ขอเสนอว่า.../ผมขอให้ท่ี
ประชุมลงมต.ิ ..

ศพั ท์ทีใ่ ชใ้ นการประชมุ

๑. ศพั ทเ์ กี่ยวกบั รปู แบบการประชมุ : แบง่ เป็น ๒ ประเภทใหญ่ ไดแ้ ก่
๑.๑ การประชุมเฉพาะกลุ่ม  :  เป็นการประชุมเฉพาะผู้มีสิทธิ์  และมีหน้าท่ีเกี่ยวข้อง
เข้าร่วมประชุมเท่านั้น  เป็นการประชุมกลุ่มท�ำงานท่ีได้รับมอบหมาย  ผู้เข้าร่วมประชุมคือสมาชิก
เท่าน้นั ตามขอ้ บังคับ เช่น การประชมุ ของสมาคม..... การประชมุ คณะกรรมการ เป็นต้น
หมายเหตุ : อาจมบี ุคคลอ่ืนท่ไี ม่ใช่สมาชิกเขา้ ร่วมประชมุ ในฐานะไดร้ ับเชิญเปน็ กรณีพิเศษ
รูปแบบการประชมุ กลุ่มมีศัพท์เรียก  ดงั นี้
• การประชุมสามญั : การประชมุ ตามขอ้ บงั คับท่กี �ำหนดไวโ้ ดยเปลีย่ นแปลงไม่ได้ ต้อง

กระท�ำในระยะเวลาท่ีกำ� หนด เช่น เดอื นละครัง้ ปลี ะคร้ัง หรือ ทุกไตรมาส
• การประชุมวิสามัญ  :  การประชุมท่ีข้อบังคับเปิดโอกาสให้กระท�ำได้ตามความจ�ำเป็น

เชน่ ประธานมสี ทิ ธเ์ิ รยี กประชมุ สมาชกิ จ�ำนวนหนึ่ง (ตามข้อบงั คบั ) มสี ิทธเิ์ รยี กร้อง
ให้จดั ประชุมเปน็ กรณพี เิ ศษ เมอ่ื มีเรือ่ งท่ตี ้องพจิ ารณาอยา่ งเร่งดว่ น
• การประชมุ ลบั : เปน็ การประชมุ ทสี่ มาชกิ ตอ้ งการ และตอ้ งไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากสมาชกิ
ส่วนใหญ่ของทป่ี ระชมุ โดยสิง่ ท่ีนำ� มาเปิดเผยได้ คอื มติ หรือขอ้ ปฏิบัติ และเปิดเผยได้
ตามกำ� หนดเวลาเทา่ น้นั สว่ นรายละเอียดการประชมุ เปดิ เผยมิได้
• การประชุมท่ีปรึกษา  :  เป็นการประชุมกลุ่มบุคคลที่มีภารกิจร่วมกัน  สมาชิกผู้เข้า
ร่วมประชุมอาจเป็นคณะกรรมการท่ีแต่งต้ังขึ้นตามก�ำหนดเวลา  หรืออาจไม่ใช่คณะ
กรรมการ แต่โดยภารกจิ เปน็ การวางนโยบาย เสนอแนวทางปฏบิ ตั ิ การประชมุ เสรจ็ สนิ้
ตอ่ เมอ่ื ไดผ้ ลสรุป
• การประชุมปฏิบัติการ  :  เป็นการประชุมคณะบุคคลที่ปฏิบัติงานประเภทเดียวกัน
เกยี่ วขอ้ งกัน มีจุดมุ่งหมายเพอื่ แสวงหาความรู้ ความเข้าใจ แนวทางปฏบิ ตั เิ พอื่ ให้งาน
เกดิ ผลสัมฤทธ์สิ งู สดุ มีการฟงั บรรยาย และทดลองปฏิบัติจรงิ
• การประชมุ สมั มนา : เปน็ การประชุมกลุ่มตามหัวขอ้ ก�ำหนด มกั เปน็ เรื่องวชิ าการ หรือ
หัวข้อทีเ่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ สงั คม เพือ่ แลกเปล่ียนความรู้ ความคิด ประสบการณ์ แล้ว
ประมวลข้อคดิ ขอ้ เสนอแนะจากท่ปี ระชมุ

 บทที่ ๖ การพดู เสนอความเหน็ ในท่ปี ระชุม  83

• การประชุมช้ีแจง  :  เป็นการประชุมท่ีหัวหน้า  หรือผู้รับผิดชอบเรียกบุคคลผู้เก่ียวข้อง
มารบั ทราบข้อเท็จจริง นโยบาย หลักและแนวทางปฏบิ ตั งิ าน โดยไมม่ กี ารอภิปราย

• การประชมุ ใหญ่ : เป็นการประชมุ ที่เปดิ โอกาสให้สมาชิกทั้งหมดขององคก์ ารเขา้ รว่ ม
ประชมุ แสดงความเห็นตามเวลาท่ีก�ำหนดไว้ในข้อบังคบั องค์กร

๑.๒ การประชุมสาธารณะ  :  การประชุมท่ีเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟังได้
และเปดิ โอกาสใหซ้ กั ถามแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ประเดน็ ตา่ ง ๆ ตามหวั ขอ้ ประชมุ   ผทู้ เ่ี ขา้ รว่ มประชมุ
จะแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย คือ ผู้อภปิ รายหรือบรรยาย และผูฟ้ งั หรอื ผ้ซู กั ถาม
๒. ศัพท์ท่ีใช้เรยี กบุคคลท่เี ก่ียวข้องกบั การประชุม : การประชมุ ทุกรูปแบบมบี คุ คลทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
เขา้ รว่ มประชมุ หลายฝ่าย ทีส่ �ำคัญมดี งั น้ี
๒.๑ ผูจ้ ัดประชุม  :  ผรู้ ิเริม่ ใหม้ ีการประชมุ เกดิ ขน้ึ เป็นผู้กำ� หนดเรอ่ื งประชมุ วางกำ� หนด
การประชุม กำ� หนดตัวบุคคลใหเ้ ปน็ ผู้เข้าประชมุ รวมทง้ั เตรียมการบันทกึ ผลการประชุม
- ผ้จู ัดประชมุ อาจเปน็ บุคคล คณะกรรมการ หรือองค์การกไ็ ด้
๒.๒ ผูม้ ีสิทธิเ์ ขา้ ประชมุ : บคุ คลท่ีไดร้ ับเชิญ หรือไดร้ บั การแต่งตงั้ ให้เข้ารว่ มประชมุ หรือ
มสี ทิ ธเิ์ ขา้ รว่ มประชมุ ได้โดยขอ้ ก�ำหนดอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ
- บคุ คลกล่มุ นม้ี ีสทิ ธ์ิอภปิ ราย ตงั้ ข้อเสนอให้ท่ปี ระชุมพจิ ารณา และออกเสยี งลงมติ
๒.๓ ผูเ้ ขา้ ประชมุ : ผู้มสี ทิ ธิ์เข้าประชุมปรากฏตวั ท่อี ย่ใู นทป่ี ระชุมน้ัน และพรอ้ มท�ำหนา้ ที่
มสี ่วนรว่ มแสดงความคิดเหน็ ในการประชุม
๒.๔ องคป์ ระชุม : จำ� นวนผเู้ ขา้ ร่วมประชุมตามที่ขอ้ บังคับได้ตราไว้ว่าจะต้องมอี ย่างน้อย
กคี่ น จึงจะเปิดประชมุ และด�ำเนินการประชุมได้ (โดยทั่วไปไม่น้อยกว่ากึง่ หน่งึ ของสมาชิกทั้งหมด)
- ถ้าผู้เข้าประชุมมีไม่ครบตามจ�ำนวนท่ีก�ำหนด  ถือว่ายังไม่ครบองค์ประชุม  การ

ประชุมจะด�ำเนินไปไม่ได้ และ.....
- ขณะด�ำเนินการประชุม  ถ้าผู้เข้าประชุมเหลือไม่ครบองค์ประชุม  การประชุม

จ�ำเป็นตอ้ งยุติลง
๒.๕ ประธาน : ผทู้ �ำหนา้ ทค่ี วบคมุ การประชมุ ท้งั หมด
๒.๖ รองประธาน : ผู้ท�ำหน้าท่แี ทนประธาน ถา้ ประธานไม่อยู่
๒.๗ เลขานกุ าร : ผู้ท�ำหนา้ ทจ่ี ดั ระเบียบวาระการประชมุ และบันทกึ การประชุม โดยมี
ผชู้ ว่ ยปฏบิ ตั งิ าน และอ�ำนวยความสะดวกตา่ ง ๆ
๒.๘ กรรมการ : ผู้ท�ำหนา้ ทพี่ ิจารณาเร่อื งท่ีอยูใ่ นวาระการประชุม และตัง้ ขอ้ เสนอ เพือ่
ให้ท่ีประชุมพิจารณา โดยมอี นกุ รรมการชว่ ยท�ำหน้าทีเ่ ฉพาะเรื่องใดเรื่องหน่ึง
๒.๙ พิธีกร : ผู้ควบคมุ ความเรียบร้อยของท่ีประชมุ (กรณกี ารประชมุ สาธารณะ)

84  ภาษาไทยเพื่ออาชพี

๓. ศพั ทท์ ใี่ ชเ้ รยี กเรอ่ื งทป่ี ระชมุ   :   ในการประชมุ เฉพาะกลมุ่    เรอ่ื งทปี่ ระชมุ เรยี กวา่ “ระเบยี บ
วาระการประชุม” ซ่ึงเลขานุการจะเปน็ ผู้จดั ไวเ้ ป็นเร่ืองตามทีก่ ำ� หนด  ดังนี้
ระเบียบวาระ  :  เร่ืองท่ีน�ำเขา้ ท่ีประชมุ ของคณะกรรมการในการประชุมกลมุ่ ก�ำหนดเปน็
- ระเบียบวาระท่ี ๑ เร่ืองทปี่ ระธานแจง้ ใหท้ ปี่ ระชุมทราบ  (หากไม่มีใหร้ ะบุวา่ “ไม่มี”)
- ระเบยี บวาระที่ ๒ การรบั รองรายงานการประชุมครง้ั ก่อน
- ระเบยี บวาระที่ ๓ พิจารณาเรื่องท่สี บื เน่ืองจากการประชุมคร้ังก่อน
- ระเบยี บวาระที่ ๔ การพจิ ารณาเร่ืองใหม่ตามล�ำดบั หรือเรื่องท่ีสมาชกิ เสนอใหพ้ จิ ารณา
- ระเบยี บวาระที่ ๕ เร่อื งอ่นื ๆ (ถ้ามี)
ถ้าเปน็ การประชมุ กลมุ่ รูปแบบอ่ืน จะใช้ “ก�ำหนดการ” เนอ่ื งจากเปน็ การประชุมเร่ืองเดยี ว
ไม่ตอ้ งจัดวาระ โดยเริม่ จากการลงทะเบยี น พธิ เี ปิด การบรรยาย การอภปิ รายซกั ถาม แบ่งกลุ่มย่อย
(ประชุมปฏิบัติงาน  ประชมุ วชิ าการ) รายงานผล สรปุ ซักถาม ปิดประชุม
๔. ศพั ท์ทใี่ ชเ้ รยี กวธิ ีสอื่ สารในการประชมุ
เสนอ – การนำ� เรื่องเข้าสู่การพจิ ารณาโดยผู้เข้ารว่ มมสี ทิ ธิเ์ สนอในทีป่ ระชุม
ขอ้ เสนอ – เร่ืองทีเ่ สนอในท่ปี ระชมุ อาจเปน็ เรอ่ื งใหม่ หรอื เกี่ยวข้องกับเรอ่ื งท่กี ำ� ลังพิจารณา
สนับสนุน – การแสดงความเห็นดว้ ยกับข้อเสนอในท่ีประชุม
คดั คา้ น – การแสดงความไม่เหน็ ด้วยกบั ข้อเสนอในที่ประชมุ
การอภปิ ราย – (แปรญตั ต)ิ เปน็ การแสดงความคดิ เหน็ ในที่ประชุมของผูส้ นับสนุน ผ้คู ัดคา้ น
ผ่าน – ข้อเสนอที่ทีป่ ระชุมยอมรบั เรยี กวา่ “ผ่าน”
ตก – ขอ้ เสนอทที่ ป่ี ระชุมไม่ยอมรับ เรียกว่า “ตก”
มติ – การขอความคดิ เหน็ จากผ้เู ข้ารว่ มประชุมเพอื่ หาข้อยุติ
มตทิ ปี่ ระชุม – ข้อตดั สนิ ใจของท่ปี ระชมุ เพื่อนำ� ไปปฏบิ ตั ิ
มติโดยเอกฉันท์ – มตทิ ผี่ ้เู ขา้ ประชมุ เห็นพ้องตอ้ งกันทุกคน
มตโิ ดยเสยี งขา้ งมาก – มติทผ่ี ูเ้ ขา้ รว่ มประชมุ สว่ นมากเหน็ ด้วยกบั ขอ้ ตดั สินใจนน้ั
รายงานการประชุม – ข้อความทเี่ ลขานุการจดบนั ทึกความคิดเห็นของผเู้ ข้ารว่ มประชุม และ

น�ำผลการประชมุ มาจดั ทำ� เปน็ เอกสารเพือ่ แจกใหผ้ ้เู ขา้ รว่ มประชุมเกบ็ ไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน

หลกั การพูดในทีป่ ระชมุ

การพูดในทปี่ ระชมุ มคี วามสำ� คัญและจ�ำเปน็ มาก โดยเฉพาะผู้มตี �ำแหนง่ บริหาร ผู้นำ� มารยาท
ของการเขา้ ประชมุ และการพูดในท่ีประชุมเปน็ สิง่ ท่ตี อ้ งเรยี นรู้ ฝึกฝน สรปุ ไดด้ งั น้ี

 บทท่ี ๖ การพูดเสนอความเหน็ ในทป่ี ระชมุ   85

๑. การตรงตอ่ เวลา : ในการประชุมทุกรูปแบบจะตอ้ งมปี ระธานเป็นผู้เปิดการประชมุ และ
การประชุมจะเปิดขึ้นได้เมื่อองค์ประชุมมีจ�ำนวนตามข้อบังคับก�ำหนด  หากเปิดประชุมล่าช้าจะกลาย
เป็นปัญหาตามมา คือ เมอื่ เปิดประชมุ ชา้ การปิดประชมุ จะลา่ ชา้ ตามไปด้วย ผูเ้ ขา้ รว่ มประชุมจะร้สู ึก
อึดอัด ผู้ดแู ลสถานทีจ่ ะมีปญั หาหากต้องใช้สถานทีน่ ใ้ี นการทำ� กิจกรรมอ่ืนอีก เป็นตน้
๒. การแสดงความคิดเห็น : กอ่ นแสดงความคิดเหน็ แต่ละคร้งั ควรขออนญุ าตประธานใน
ที่ประชุม  อาจใช้วิธียกมือเม่ือประธานอนุญาต  จึงแสดงความคิดเห็นโดยเริ่มด้วยค�ำว่า  ขอเสนอ
ความเห็น.... หรอื เป็นหน้าทที่ ป่ี ระธานตอ้ งบอกกฎกตกิ ากอ่ นเร่ิมการประชมุ
๓. การใชภ้ าษา : ภาษาท่ใี ช้ รวมทั้งนำ้� เสียง ค�ำพูดมีความสุภาพ ใหเ้ กียรติทีป่ ระชมุ ไม่ควร
พูดหรอื แสดงกิรยิ ากา้ วรา้ ว อาจแทรกค�ำพูดเพ่ือสร้างบรรยากาศผอ่ นคลายไดบ้ ้าง แตไ่ มค่ วรพูดเลน่
สนกุ คะนอง
๔. การเปน็ ผู้พดู ทดี่ ี : การแสดงความคดิ เห็นในแตล่ ะคร้งั ควรพดู รวบรดั กระชบั ได้ใจความ
ตรงประเด็น และไม่ควรซำ้� ประเดน็ ไมข่ ดั คอหากต้องการโต้แย้งควรใชเ้ หตผุ ลที่เหมาะสม เปดิ โอกาส
ใหส้ มาชกิ ท่านอื่นมสี ว่ นร่วมแสดงความคดิ เห็นไดบ้ ้าง
๕. การเปน็ ผ้ฟู ังที่ดี : ควรต้ังใจฟังเพ่ือแสดงถึงการให้เกียรตผิ ้พู ดู และเปน็ การจบั ประเด็นได้
อยา่ งถูกตอ้ ง ขณะเดยี วกนั จะได้ไม่พูดซำ้� หรอื ต้ังค�ำถามซำ้� ผ้ทู ่พี ดู หรือถามไปแลว้ อาจทำ� ใหผ้ ู้ร่วมฟงั
ไมศ่ รัทธา
๖. การเตรยี มตัว : ก่อนเขา้ ประชุมผ้มู สี ิทธิเ์ ข้าประชุมสว่ นใหญจ่ ะได้รับหนงั สอื เชิญประชมุ
ล่วงหน้า ซึ่งแจง้ กำ� หนดการ หัวข้อประชมุ ไว้ จงึ เปน็ หน้าทขี่ องผู้เข้ารว่ มประชมุ ตอ้ งจัดเตรียมขอ้ มูล
หากต้องการเสนอแนวคดิ หรือตอ้ งการตั้งประเด็นค�ำถาม และรูจ้ ักบทบาทหน้าทขี่ องตน เชน่
• ประธาน : เตรียมค�ำพูดในการกล่าวเปิด – ปิด การประชุม การสร้างบรรยากาศท่ีดี

การกระตุน้ ใหผ้ เู้ ข้าประชมุ ร่วมแสดงความคิดเห็น
• สมาชิกองค์ประชุม  :  ควรตระเตรียมค�ำพูดให้เหมาะสม  เป็นประโยชน์ต่อท่ีประชุม

สอดคลอ้ งกับระเบียบวาระทีไ่ ดร้ ับ
๗. ใหเ้ กียรติทป่ี ระชุม : ในขณะประชุมควรปดิ สัญญาณเครอื่ งมอื สือ่ สาร ไม่ควรลุกยนื หรอื
เดินไปมา  ไม่พูดคุยเสียงดัง  หรือจับกลุ่มสนทนากัน  แสดงถึงการไม่ให้เกียรติที่ประชุม  อาจสร้าง
ความร�ำคาญให้กับสมาชิกผู้อ่ืน  หากต้องการออกไปท�ำธุระด้านนอก  ก่อนออกและกลับเข้ามาต้อง
แสดงความเคารพประธานหรือองค์ประชุมโดยการก้มศรี ษะ (เล็กน้อย)

86  ภาษาไทยเพอื่ อาชพี

มารยาทในการพูดในทป่ี ระชมุ

หมายถึง  กิริยาวาจาที่สุภาพ  เรียบร้อย  การพูดที่มีมารยาทเป็นส่วนหน่ึงท่ีท�ำให้การพูดจา
มเี สน่ห์ ดึงดดู ความสนใจ ความศรทั ธา ความเคารพนบั ถอื การพดู หรือการอภิปรายในท่ปี ระชมุ
ควรมมี ารยาทดังน้ี
๑. ใชถ้ อ้ ยคำ� ทส่ี ภุ าพอ่อนโยน มีสัมมาคารวะ เหมาะสมกับระดับฐานะของผฟู้ งั
๒. ไม่ใช้วาจาส่อเสียด กระทบกระเทียบเปรียบเปรยผ้อู ่ืน
๓. ใชถ้ อ้ ยคำ� กะทัดรัด สละสลวย กระชับรดั กุม ตรงประเดน็ ไมใ่ ช้เวลานานเกนิ ไป
๔. เคารพ เช่ือฟังให้เกยี รติประธานในที่ประชุม
๕. แสดงกิริยาออ่ นนอ้ มถ่อมตน ไม่พูดยกตนขม่ ท่าน ไม่แสดงพฤตกิ รรมที่ไมเ่ หมาะสม
๖. เม่อื มีข้อขัดแย้งเกดิ ขึน้ หรือไมเ่ หน็ ด้วย ควรใชเ้ หตผุ ลหกั ลา้ ง ไม่ควรพูดก้าวรา้ ว
๗. ไมค่ วรแสดงกิริยาโต้ตอบรนุ แรง หรอื แสดงอารมณโ์ กรธ เมอื่ มผี อู้ ืน่ แสดงความคิดเห็นขัดแย้ง

เทคนคิ การวางตวั ในการส่อื สารในทป่ี ระชุม : By Lady Manager : ผู้จดั การ Online

๑. ใชค้ ำ� พดู เป็นเหตุเปน็ ผล ขนึ้ ตน้ ประโยค : เพ่อื แสดงความน่าเชือ่ ถอื สนับสนนุ ให้ความคดิ
คุณดูมีน้�ำหนกั มากขน้ึ
ตัวอย่าง :  “จากประสบการณข์ องฉัน  ฉนั พบวา่ ..... หรอื   “ฉันพบว่าการท�ำงานท่ีดนี ่าจะเปน็

ไปในแบบ...”
๒. ถ้าเหน็ ดว้ ยกบั ใคร จงชื่นชม โดยพูดช่อื เขาออกมาเลย : ถ้ารูส้ กึ เห็นด้วยกบั ใครอยา่ เพยี ง
พยักหน้าแต่ควรเอ่ยปากชมพร้อมระบุชื่อไม่เพียงใหเ้ ครดิตเจา้ ของความคดิ   แต่ทุกคนจะจดจ�ำคณุ ได้
ตวั อย่าง : “ฉันเหน็ ด้วยทีค่ ณุ   (ระบชุ ่อื )....พูดนะคะ/ครับ  เปน็ ความคดิ ทีด่ ีมากเลยค่ะ/ครบั ”
๓. เช็กเสมอวา่ คนในที่ประชมุ เข้าใจตรงกันกบั สง่ิ ท่ีคณุ พูด : ในฐานะผพู้ ูดควรตรวจดกู ิริยา
ท่าทาง สีหนา้ ปฏิกิรยิ าทสี่ มาชิกทป่ี ระชมุ แสดงออก
๔. มั่นเขา้ ไวแ้ มจ้ ะมีคนบอกวา่ ไม่ Get สงิ่ ทค่ี ุณพดู   :  ในขณะพดู อาจมสี มาชิกในท่ปี ระชุม
พูดว่า  “ผม/ดิฉันไม่เข้าใจเลยว่าคุณก�ำลังพูดอะไร”  อย่าท้อแท้  อย่าเหวี่ยง  หงุดหงิดใส่  ควรใจเย็น
คอ่ ย ๆ พดู ใหม่
๕. ใช้ค�ำพูดน่ารัก ๆ  ให้ก�ำลังใจผู้อ่ืนบ้าง  :  หากเห็นด้วย  คล้อยตามในสิ่งที่คนอ่ืนพูด  ควรใช้
ค�ำพูดแสดงความช่ืนชมนอกจากให้ก�ำลังใจคนพูด  ยังแสดงถึงความเป็นคนใจกว้าง  เป็นความน่ารัก
อกี แบบหนงึ่
ตวั อย่าง : “ดิฉันเคยคิดว่า........แต่หลังจากท่ีได้ฟังคุณ...(ระบุชื่อ).....ดิฉันรู้สึกว่ามันดีกว่า

เดมิ มากเลยค่ะ”

 บทท่ี ๖ การพดู เสนอความเห็นในทป่ี ระชุม  87

๖. แสดงความคิดเห็นแย้งได้ แต่ตอ้ งมีเหตุผล : หากรูส้ ึกไม่เหน็ ด้วยสามารถแสดงความคิด
แย้งได ้ แตต่ ้องใชน้ ้�ำเสยี งสภุ าพ  ควรชแ้ี จงเหตผุ ล  และน�ำเสนอทางเลือกอื่นเพ่มิ เติมด้วย
ตวั อย่าง : “ผมคิดวา่ แนวทางนีไ้ มน่ า่ จะเหมาะสมนะครับ เพราะ.......ผมแนะนำ� ว่าเราน่าจะ

มวี ธิ อี ืน่ เช่น.......”
๗. หากความคดิ ของคุณผดิ ตอ้ งยดื อกยอมรับ : หากความคดิ ของคุณผดิ พลาด จงยอมรบั
อย่างเตม็ ใจ ท่องไวเ้ สมอว่าการท�ำงานย่อมมีความผดิ   ควรยม้ิ รับ  จะเปน็ ทย่ี อมรับของคนในท่ีประชมุ
๘. “ขอโทษ” กอ่ นพูดแทรก : มารยาททด่ี ไี มค่ วรพูดแทรกขณะทค่ี นอน่ื ก�ำลงั พูดอยู่ แต่หาก
พบวา่   ถา้ ไม่โตแ้ ยง้ จะสรา้ งความเข้าใจผดิ กับผู้อื่น ควรกล่าวค�ำขอโทษ หรอื บอกให้ทปี่ ระชุมรบั ทราบ
ตวั อย่าง : “ขอโทษนะคะ ดิฉันขอรบกวนสักครู่ คอื ดิฉนั คดิ วา่ ข้อมูลทค่ี ุณใหไ้ มถ่ กู ตอ้ งคะ่

........ที่ถกู คอื .........”
๙. ใหเ้ กียรตผิ ู้อนื่ โดยถามความคดิ เห็นของเขา : คณุ สามารถใหก้ �ำลังใจ หรือสร้างความ
ม่นั ใจใหก้ บั ผอู้ นื่ ได้ แต่ตอ้ งระวังเรือ่ งสหี นา้ ท่าทาง อยา่ ให้เขารสู้ กึ กำ� ลงั ถูกคุณเยาะเย้ย
ตัวอย่าง : “ดิฉันอยากทราบนะคะวา่ คุณ....(ระบชุ ่อื )... คดิ อยา่ งไรกับเร่อื งนี”้ อย่าลืมส่งยม้ิ

แสดงไมตรี
๑๐. ใช้ค�ำว่า  “เรา”  เม่ือต้องการสรุปการประชุม  :  กรณีประชุมนานเกินควร ไม่สรุปสักที
หากคุณก�ำลังหาทางออก หรือข้อสรุปในท่ีประชุม ควรเน้นค�ำว่า “พวกเรา” เพื่อดึงความคิด
ความรู้สึกร่วม
ตัวอย่าง  :  “ผมแนะน�ำว่าพวกเราน่าจะท�ำการ............”  หรือ  “พวกเรามีความเห็นร่วมกัน

ว่า............ใชไ่ หมคะ”

88  ภาษาไทยเพ่อื อาชพี

แบบทดสอบ
และกิจกรรมการฝึกทักษะ
บทที่ ๖ การพูดในโอกาสพเิ ศษ : การพูด

เสนอความเห็นในทีป่ ระชมุ

กิจกรรมท่ี ๑ เลอื กคำ� ตอบทีถ่ กู ตอ้ ง

๑. ขอ้ ใดไม่ใช่วัตถปุ ระสงคข์ องการประชมุ ข. เพือ่ พิจารณาแก้ปญั หา
ก. เพอื่ รว่ มกนั ตดั สนิ ใจ ง. เพ่อื รบั ทราบนโยบาย
ค. เพ่อื โต้เถยี งเอาชนะกนั

๒. ขอ้ ใด เป็นการให้ความหมายของการพูดต่อที่ประชมุ ถกู ต้องท่ีสุด
ก. การพูดแสดงความรู้สึก แนวคิดของตนกับคนจำ� นวนมาก
ข. การพดู ในทส่ี าธารณะท่ีมีผฟู้ งั เป็นจ�ำนวนมาก
ค. การพูดแสดงข้อคิด ความรู้สกึ ข้อเสนอแนะให้กับบุคคลกลมุ่ หนึ่งทมี่ ีสทิ ธ์ใิ นการเข้ารบั ฟงั
ง. การพดู เพ่อื แสดงความตอ้ งการของตน หนว่ ยงาน องคก์ ร ในที่สาธารณะ

๓. “ทป่ี ระชุมมีมติให้ประธานชมรม น�ำข้อเสนอรายงานอาจารย์ทปี่ รึกษา” ค�ำวา่ ทป่ี ระชุม หมายถึง
ก. ชมรมนกั พดู เพื่ออาชพี ข. ผเู้ ข้าประชมุ ท้งั หมด
ค. ผจู้ ัดประชุม ง. สถานท่ีจัดประชุม

๔. “ตอนท้ายของการประชมุ ผเู้ ขา้ ประชุมท้ังหมด ก็มคี วามเหน็ พอ้ งตอ้ งกัน ใหผ้ ู้บันทึกการ
ประชมุ เปน็ ผูต้ ดิ ตามเร่อื งดังกล่าว” คำ� ท่ขี ดี เส้นใต้มคี วามหมายตรงตามข้อใดตามลำ� ดบั
ก. ทป่ี ระชมุ มีมติ ประธาน ข. องคป์ ระชุม สนบั สนนุ เลขานกุ าร
ค. ท่ีประชมุ มมี ติ เลขานกุ าร ง. ทปี่ ระชมุ มมี ติเปน็ เอกฉันท์ เลขานกุ าร

๕. “ขณะทม่ี ีประชมุ เรื่องน้ไี ดม้ กี ารแสดงความคดิ เห็นกนั อย่างทั่วถงึ ทกุ คน ทั้งฝ่ายทีเ่ หน็ ชอบกับ
ขอ้ เสนอ และฝา่ ยท่ไี มเ่ หน็ ด้วย” คำ� ทีข่ ดี เส้นใต้มคี วามหมายตรงตามขอ้ ใดตามลำ� ดับ
ก. ถกเถียง เห็นด้วย คัดคา้ น ข. ถกเถียง สนบั สนุน คัดค้าน
ค. อภปิ ราย สนับสนุน คดั ค้าน ง. อภปิ ราย มติ สนบั สนุนและคัดค้าน

 บทที่ ๖ การพดู เสนอความเห็นในทป่ี ระชุม  89

๖. ทกุ ครัง้ ทมี่ กี ารประชุม “การรบั รองรายงานการประชมุ คร้งั ท่ีผา่ นมา” จดั ไว้ในวาระใด
ก. วาระท่ี ๑ ข. วาระท่ี ๒
ค. วาระที่ ๓ ง. วาระท่ี ๔

๗. เรอ่ื งอ่นื ๆ ถกู บรรจอุ ยสู่ ่วนใดของการประชมุ ข. เรื่องที่ ๒
ก. เรื่องท่ี ๑
ค. เรอ่ื งรองสุดท้าย ง. เร่ืองสุดท้าย

๘. “เร่ืองสบื เน่อื ง” มีความหมายตรงกับขอ้ ใด
ก. เรอ่ื งทีต่ ้องพิจารณาเรง่ ด่วน
ข. เรื่องใหมท่ อ่ี งค์ประชมุ เสนอใหพ้ ิจารณาก่อน
ค. เรอ่ื งท่ปี ระชมุ ครง้ั ก่อนยังไม่มขี อ้ ยตุ ิ
ง. เรือ่ งส�ำคัญที่เปน็ เหตใุ หต้ อ้ งจัดการประชมุ

๙. การประชุมท่ีเปิดโอกาสให้สมาชิกทั้งหมดขององค์การเข้าร่วมประชุมแสดงความเห็น  ตาม
ระยะเวลาทก่ี �ำหนดไวใ้ นข้อบังคับขององค์การเรยี กว่า
ก. การประชมุ สมั มนา ข. การประชมุ สามญั
ค. การประชมุ วสิ ามัญ ง. การประชุมพเิ ศษ

๑๐. กฎระเบยี บของวทิ ยาลยั แหง่ หนงึ่ กำ� หนดวา่ “การประชมุ ใหญ”่ จะดำ� เนนิ ไดต้ อ่ เมอ่ื หวั หนา้ ฝา่ ย
จะตอ้ งมีจำ� นวนไม่นอ้ ยกว่า ๑๐ คนเข้าประชุม ในการประชมุ คร้งั ทผ่ี า่ นมา หวั หนา้ ฝา่ ยกจิ การ
นักเรียนมีความจ�ำเป็นต้องออกจากท่ีประชุม  ท�ำให้การประชุมต้องยุติลง  น่าจะเป็นเพราะ
เหตุใด
ก. ผิดระเบียบวาระการประชมุ ข. ไม่สามารถลงมติที่ประชมุ ได้
ค. ไมค่ รบองค์ประชุม ง. ผิดระเบยี บขอ้ บงั คับขององค์กร

๑๑. ขณะท่ีมีผู้อภิปรายขัดแย้งกันอยู่ในท่ีประชุม  ท่านต้องการแสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยคลาย
บรรยากาศในท่ปี ระชมุ ทา่ นจะใชค้ �ำพดู ใดเหมาะสมทีส่ ุด

ก. ขอให้ประธานโปรดลงความเหน็ เพอ่ื ชีข้ าด
ข. ขอให้ประธานโปรดเลือ่ นวาระการประชมุ ไป
ค. ขอโอกาสให้ไดเ้ สริมความคิดของทา่ นทั้งสองบา้ ง
ง. ขอโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองทีท่ ่านก�ำลงั อภปิ รายแย้งกนั อยู่

90  ภาษาไทยเพือ่ อาชพี

๑๒. กรณที ่ีประธาน หรอื สมาชิกจำ� นวนหนง่ึ ยื่นเสนอให้มกี ารประชมุ เร่อื งเร่งดว่ น เรียกการประชมุ
นี้ว่า
ก. การประชมุ สามญั ข. การประชมุ วสิ ามญั
ค. การประชมุ กลุ่มย่อย ง. การประชมุ ชแี้ จง

๑๓. ในการเขยี นช่อื ของระเบียบวาระการประชมุ ขอ้ ใดใช้ภาษาถูกต้อง เหมาะสมนอ้ ยทส่ี ุด
ก. รายงานผลการด�ำเนินงานในรอบป ี ข. พิจารณาการทำ� O.T ของฝ่ายบัญชี
ค. พจิ ารณางบดลุ บญั ชีก�ำไรขาดทุน ง. แต่งตง้ั ผู้จดั การสาขา

๑๔. เมอื่ ผเู้ ขา้ ประชมุ แสดงความคดิ เหน็   หรอื บอกกลา่ วขอ้ เทจ็ จรงิ ตอ่ ทป่ี ระชมุ ร ะหวา่ งนน้ั ผเู้ ขา้ ประชมุ
อยู่ในฐานะใด
ก. รองประธาน ข. เลขานกุ าร
ค. กรรมการ ง. ผเู้ ขา้ สงั เกตการณ ์

กจิ กรรมท่ี ๒ คำ� ชแี้ จง : ตอบคำ� ถามตอ่ ไปน้ี

๑. การพดู ในที่ประชมุ หมายถงึ การพดู ในลักษณะใด มคี วามส�ำคัญต่องานอาชีพอยา่ งไร
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๒. ระเบยี บวาระการประชุม โดยปกติมีก่ีวาระ ได้แกว่ าระใดบ้าง
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

 บทที่ ๖ การพูดเสนอความเห็นในที่ประชมุ   91

๓. หากนักเรียนเป็นประธาน “ชมรมนักขายมืออาชพี ” ต้องการจัดใหม้ กี ารประชุมเพือ่ ปรึกษา
ให้มกี ารจัดกิจกรรม “นกั ขายรุ่นเยาว์” นกั เรียนจะก�ำหนดหัวข้อการประชมุ อยา่ งไร

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version