๗บ ท ที่
การสัมภาษณ์งาน
แนวคดิ
การสัมภาษณ์งาน มีวัตถุประสงค์เพื่อตัดสินใจคัดกรอง
บุคคลเข้าท�ำงานในต�ำแหน่งหน้าท่ีท่ีเหมาะสม เป็นหัวใจส�ำคัญ
ของผู้สมัครงานต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการน�ำเสนอคุณสมบัติ
ของตนให้ผู้สัมภาษณ์พิจารณา ตัดสินใจในการรับเข้าท�ำงานใน
ต�ำแหน่งหน้าท่ีท่ีผสู้ มัครงานตอ้ งการ
สาระการเรยี นรู้
๑. การสมั ภาษณ์
๒. การสัมภาษณ์งาน
สมรรถนะประจำ� บท
มีความพร้อมในการเข้ารับการสัมภาษณ์งาน และ
ปฏิบัตติ นตามข้นั ตอนขณะสัมภาษณ์งานไดอ้ ย่างม่นั ใจ
วัตถุประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม (Behavioral Objectives)
๑. อธบิ ายหลกั และขน้ั ตอนการเตรยี มตวั ในการสมั ภาษณง์ านได้
๒. ปฏบิ ัติตนตามขั้นตอนของการเข้ารับการสมั ภาษณ์งานไดถ้ ูกต้อง
๓. พดู จาโตต้ อบผู้สัมภาษณ์งานไดอ้ ย่างเหมาะสม
๗ บทท ี่ ๗ การสมั ภาษณ์งาน 93
การสัมภาษณ์งาน
การสมั ภาษณ์
การสมั ภาษณ์ คือ การพดู คยุ สนทนาระหว่างบุคคล ๒ ฝา่ ย เรยี กว่า ผูส้ ัมภาษณ์ และผู้ให้
สมั ภาษณ์อยา่ งมีเป้าหมาย เพอื่ ใหไ้ ดม้ าซ่ึงข้อมูลท่ถี กู ต้อง เที่ยงตรง นิยมใช้เป็นเคร่ืองมือ “วดั ผล
เกยี่ วกับคณุ ลกั ษณะทางความคดิ ของบคุ คล” เชน่ แนวคิด เจตคติ ความสนใจ บคุ ลิกภาพ
การสัมภาษณ์ คอื การสนทนาซกั ถามระหว่างบคุ คล ๒ ฝ่าย เรียกวา่ ผสู้ ัมภาษณ์ และผใู้ ห้
สัมภาษณ์ เพ่ือวัดความรู้ความสามารถ ความคิด สติปัญญา เป็นลักษณะการถามเพื่อต้องการ
คำ� อธิบาย ประกอบเหตผุ ล เพ่อื ศึกษาเก่ียวกบั พฤติกรรมของบคุ คล ความเชื่อ ค่านยิ ม
รปู แบบของการสัมภาษณ์ : การสัมภาษณแ์ บ่งออกเปน็ ๒ ลักษณะ ดังนี้
๑. การสัมภาษณ์แบบเป็นทางการ : เป็นการสัมภาษณ์ที่มีหลักเกณฑ์ แบบแผนซึ่งต้องมี
การเตรียมการ โดยแจ้งให้ “ผใู้ ห้สัมภาษณ์” ทราบล่วงหน้า เรมิ่ ต้ังแตก่ ารนดั หมาย ก�ำหนดวนั เวลา
สถานที่ และการตง้ั ค�ำถาม (บางกรณอี าจตอ้ งสง่ คำ� ถามให้ “ผู้ให้สัมภาษณ์” รับทราบกอ่ น เพือ่ จัด
เตรยี มข้อมูลใหค้ รบถ้วน ตรงประเด็น)
• การสัมภาษณแ์ บบเปน็ ทางการใช้ส�ำหรับสัมภาษณ์บุคคลส�ำคญั ผ้มู ีชอื่ เสยี ง หรอื บุคคล
ที่ไม่คุน้ เคยกับผสู้ ัมภาษณ์ เชน่ นกั การเมอื ง นกั ธุรกจิ นกั รอ้ ง นกั แสดง นักเขียน ผ้ไู ด้รับรางวัล
เกยี รติยศต่าง ๆ เปน็ ต้น
๒. การสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ : เป็นการสัมภาษณ์ท่ีไม่มีหลักเกณฑ์ ผู้สัมภาษณ์
เพียงก�ำหนดจุดมุ่งหมาย เตรียมค�ำถาม และใช้วิธีการสนทนาซักถามแลกเปล่ียนความคิดเห็น
โดยผู้สัมภาษณ์ต้องสร้างบรรยากาศให้ “ผู้ให้สัมภาษณ์” รู้สึกถึงความเป็นกันเอง และอาจมีการ
ป้อนคำ� ถามนำ� บ้าง เพ่อื ใหก้ ารสมั ภาษณเ์ ปน็ ไปตามจดุ ประสงคท์ ่ีตอ้ งการ
94 ภาษาไทยเพือ่ อาชีพ
องค์ประกอบของการสัมภาษณ์ : โดยท่ัวไป การสัมภาษณ์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด มีองค์
ประกอบสำ� คัญ คือ
๑. ผู้สัมภาษณ์
๒. ผใู้ ห้สมั ภาษณ์
๓. เร่อื ง หรือประเด็นทีจ่ ะสัมภาษณ์
๔. เปา้ หมายการสมั ภาษณ์
๕. วิธีการสัมภาษณ์
ลักษณะการสัมภาษณ์
๑. การสัมภาษณ์เปน็ รายบคุ คล : แบ่งเปน็ ๒ ลักษณะ คือ
๑.๑ การสมั ภาษณ์ท่มี ไิ ดน้ ดั หมายลว่ งหน้า เป็นการสัมภาษณ์ทเ่ี กดิ ข้ึนโดยมไิ ดค้ าดหมาย
๑.๒ การสมั ภาษณท์ ีม่ กี ารนดั หมายไวล้ ว่ งหน้า
๒. การสมั ภาษณเ์ ป็นกลุ่มในลักษณะเปิดประชุม แถลงข่าว
ข้ันตอนการดำ� เนนิ การสัมภาษณ์
๑. การเตรยี มการสมั ภาษณ์
• การเลือก “ผใู้ หส้ มั ภาษณ”์ : เลอื กกลุ่มตวั อยา่ ง (ใคร จ�ำนวน)
• กำ� หนดแผนการสมั ภาษณ์ : นดั หมายวนั เวลา สถานที่/จัดเตรียมคำ� ถาม/รปู แบบวิธกี าร
• จัดเตรียมหัวข้อเร่ือง ค�ำถามท่ีใช้ในการสัมภาษณ์ พร้อมแจ้งผู้ให้สัมภาษณ์ทราบ
(เพ่ือเตรียมตัว)
• ค�ำถามในเร่ืองเดียวกันควรตั้งไว้หลาย ๆ ค�ำถาม (สามารถเปล่ียนได้ในกรณีท่ีผู้ให้สัมภาษณ์
ไม่เข้าใจ)
ไม่ควรใชค้ ำ� ถามแสดงถึงภูมริ ขู้ อง “ผสู้ มั ภาษณ์” ว่าสงู กวา่ “ผใู้ หส้ ัมภาษณ์”
• ศึกษาหาความรู้เกย่ี วกับเรอื่ งที่ต้องการสัมภาษณ์ เพอ่ื เป็นพ้ืนฐานในการทำ� ความเขา้ ใจ
ไดร้ วดเร็ว
• ศึกษาข้อมูลของผู้ให้สัมภาษณ์อย่างละเอียดเพ่ือสร้างความพอใจ เต็มใจท่ีจะตอบ
คำ� ถามโดยไมร่ สู้ ึกอึดอัด เชน่ ระดบั การศึกษา วฒั นธรรมประเพณี ศาสนา ความเช่อื
อาชพี เปน็ ต้น
• เตรยี มอปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นการสัมภาษณใ์ หพ้ รอ้ มใช้งาน เช่น เครือ่ งบันทึกเสียง ไมโครโฟน
กลอ้ งบนั ทกึ ภาพ เคร่ืองถา่ ยวิดโี อ เปน็ ตน้
บทท ี่ ๗ การสัมภาษณ์งาน 95
๒. การดำ� เนนิ การสัมภาษณ์ : แบ่งออกเปน็ ๓ ข้นั ตอน ดงั น้ี
๒.๑ ขัน้ เรมิ่ สมั ภาษณ์
• การแนะน�ำตนเอง : ผู้สัมภาษณ์ต้องแนะน�ำตนเอง โดยระบุให้ผู้ให้สัมภาษณ์
ตระหนักถึงความส�ำคัญของผู้สัมภาษณ์ท่ีมีต่อความส�ำเร็จของการเก็บข้อมูลครั้งน้ี
พรอ้ มวตั ถปุ ระสงค์ของการสัมภาษณ์
• ชแ้ี จง “ผ้ใู หส้ ัมภาษณ”์ รสู้ ึกสบายใจ มั่นใจ ว่าการให้ข้อมูลครง้ั น้จี ะถูกเก็บไว้เป็น
ความลับ และหากมีการบันทกึ เทป ตอ้ งแจง้ ให้ “ผู้ใหส้ ัมภาษณ”์ ทราบลว่ งหนา้
• สร้างบรรยากาศและสัมพันธภาพที่ดีในขณะสัมภาษณ์ เร่ิมด้วยการสนทนาเร่ือง
ทั่วไป เพ่ือท�ำความคุ้นเคย สร้างมิตรภาพระหว่างกัน และผู้ให้สัมภาษณ์เกิด
ความไว้ใจผูส้ ัมภาษณ์
๒.๒ ขณะสมั ภาษณ์ ผู้สัมภาษณค์ วรปฏิบตั ิ ดังตอ่ ไปน้ี
• ใชค้ �ำถามส้ัน กระชับ เปิดโอกาสใหผ้ ถู้ ูกสมั ภาษณแ์ สดงความคิดเห็นได้อยา่ งเสรี
• การใช้ค�ำถามในลักษณะการช้ีน�ำ สามารถน�ำมาใช้ได้บ้าง แต่ไม่ควรใช้มากหรือ
บอ่ ยเกนิ ไป
• ไมค่ วรเสียมารยาทวิจารณ์ ตำ� หนิ แนะนำ� ผู้ใหส้ ัมภาษณ์ แม้ผู้ให้สัมภาษณแ์ สดง
ความคดิ หรือมีพฤติกรรมท่ขี ดั แย้งต่อการยอมรับของสังคม
• ผู้สัมภาษณ์ ควรเปิดโอกาสให้ผู้สัมภาษณ์ได้ใช้ความคิด ไม่ควรเร่งรัด คาดค้ัน
คำ� ตอบหากผูส้ มั ภาษณ์ยังไม่ไดค้ �ำตอบท่ีต้องการ
อาจปล่อยค�ำถามน้ันให้ผ่านไปก่อน แล้วจึงค่อยย้อนกลับมาถามใหม่ในลักษณะ
การทบทวนค�ำถาม หรอื ทบทวนคำ� ตอบทผี่ ่านมาอย่างสุภาพ
๓. ข้นั ยตุ ิการสัมภาษณ์ : กล่าวค�ำขอบคุณ “ผู้ใหส้ ัมภาษณ”์ ที่ให้ความร่วมมอื เป็นอย่างดใี น
การสมั ภาษณ์ และตอบค�ำถาม รวมทั้งกลา่ วค�ำ “ขอบคุณ” ทกุ ครง้ั ทจี่ บการสนทนา
คณุ สมบตั ทิ ่ีดีของผู้สัมภาษณ์
๑. มมี นุษยสัมพันธด์ ี สภุ าพ อ่อนโยน ย้ิมแยม้ แจ่มใส รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ ปรับตวั เขา้ กับทกุ คน
๒. เป็นผมู้ บี ุคลกิ ภาพดี แตง่ กายสุภาพเหมาะสมกับกาลเทศะ คล่องแคล่ว แกป้ ัญหาเฉพาะหนา้
ไดด้ ี
๓. มีการเตรียมตัว ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเร่ืองท่ีจะสัมภาษณ์ เพ่ือสามารถตั้งค�ำถามได้ตรง
ประเด็น
96 ภาษาไทยเพ่อื อาชพี
๔. มีความรอบรูเ้ ก่ยี วกบั “ผ้ใู หส้ มั ภาษณ”์ เป็นอยา่ งดเี พอื่ ประโยชน์ในการเตรยี มค�ำถามได้
เหมาะสม
๕. เปน็ ผ้มู มี ารยาท และมีลกั ษณะของความเปน็ “ผฟู้ งั ทด่ี ”ี และไม่ถามเร่อื งสว่ นตัวของผูใ้ ห้
สมั ภาษณ์
๖. มปี ฏภิ าณไหวพริบในการใช้คำ� พดู สภุ าพ น�้ำเสียงนา่ ฟงั ชัดเจน เขา้ ใจงา่ ย สรา้ งบรรยากาศ
ในการสนทนาซกั ถามทท่ี �ำให้ “ผ้ใู หส้ ัมภาษณ์” รสู้ ึกพงึ พอใจ สบายใจ
วิธีการสมั ภาษณ์
การสมั ภาษณม์ ีหลากหลายวธิ ี หลายชอ่ งทางขึน้ อยกู่ ับวัตถุประสงค์ สถานการณ์ และรูปแบบ
แบบการสัมภาษณ์ โดยทั่วไปมีวิธกี ารสมั ภาษณท์ ี่นยิ มใช้ สรปุ ได้ดังน้ี
๑. การสมั ภาษณแ์ บบบุคคลตอ่ บุคคล : ผ้สู มั ภาษณ์ต้องไปพบผู้ใหส้ ัมภาษณด์ ว้ ยตนเอง เพื่อ
สนทนาซกั ถามส่ิงท่ีตอ้ งการทราบ เปน็ การสัมภาษณ์ทไี่ มก่ ำ� หนดรูปแบบ ใชไ้ ดก้ ับการสัมภาษณบ์ คุ คล
ทวั่ ไป
๒. การสัมภาษณ์โดยใช้เอกสาร : ผู้สัมภาษณ์ก�ำหนดบุคคล หรือกลุ่มเป้าหมายท่ีต้องการ
ทราบแนวคิดข้อเท็จจริง ความต้องการ หรือข้อมูลท่ีประกอบการตัดสินใจ โดยวิธีการออกแบบ
สอบถาม สัมภาษณท์ างจดหมาย ทางโทรสาร เป็นตน้
๓. การสัมภาษณ์ทางโทรศพั ท์ : ผ้สู มั ภาษณ์ใช้วธิ สี ัมภาษณ์โดยการโทรศัพทส์ อบถามบคุ คล
เปา้ หมายอาจเป็นทบ่ี ้านหรือท่ีท�ำงาน และเน่ืองจากเปน็ การสัมภาษณท์ างโทรศพั ท์ สง่ิ สำ� คญั ทีส่ ุด
คือขอ้ จ�ำกดั ในเรอ่ื งของเวลา ดังน้นั คำ� ถามจงึ ควรเป็นคำ� ถามส้ัน ๆ ตรงประเด็น และควรเป็นคำ� ถาม
ทอ่ี ยูใ่ นความนยิ ม หรือเป็นทีส่ นใจของบุคคลส่วนมาก
การสัมภาษณง์ าน
การสัมภาษณง์ าน : เปน็ ขนั้ ตอนส�ำคญั ขั้นตอนหน่งึ ในการคดั เลอื กบคุ คลเขา้ ทำ� งาน ซ่ึง “ผู้ให้
สัมภาษณ์” ได้ผ่านการคัดเลือกด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งมาแล้ว ให้เหมาะสมกับต�ำแหน่ง โดย
ผู้สัมภาษณ์ต้องมขี ้อมลู รายละเอยี ดของ “ผใู้ ห้สัมภาษณ์” ลว่ งหนา้ แล้วระดับหน่ึง
การสัมภาษณ์งาน : เป็นหน้าท่ีส�ำคัญของ “ผู้สัมภาษณ์” ท่ีต้องใช้วิจารณญาณ ไหวพริบ
ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลว่ามีความรู้ ความสามารถ เหมาะต่อการมอบหมาย “งาน” ของ
หน่วยงาน องค์กร ให้มากนอ้ ยเพียงใด ซง่ึ ขึน้ อย่กู ับ “ค�ำถาม” ของผู้สมั ภาษณ์
บทท ี่ ๗ การสมั ภาษณง์ าน 97
การสัมภาษณ์งาน : เปน็ การสมั ภาษณ์ในลกั ษณะ “บคุ คลตอ่ บุคคล” เพอ่ื พิจารณาบคุ ลกิ ภาพ
เจตคติ แนวคดิ ทัศนคติทีม่ ีต่อหนว่ ยงาน องคก์ ร วิสยั ทศั นใ์ นการทำ� งาน อนั เป็นผลประโยชน์ของ
หน่วยงาน
ความส�ำคัญของการสัมภาษณ์งาน
การสัมภาษณ์งาน : เปน็ เครอื่ งมือสำ� คญั ทห่ี น่วยงาน องค์กรนำ� มาใช้ในการคัดกรองบุคคล
เข้าท�ำงาน นอกเหนือจากใบสมัคร แบบทดสอบความรูค้ วามสามารถ เพราะการสัมภาษณท์ �ำให้
“ร้จู ัก” ผสู้ มคั รเปน็ อยา่ งดี เชน่ บคุ ลกิ ภาพ พฤตกิ รรม กริ ิยาทา่ ทาง การพดู การฟัง อารมณ์
ความเชอื่ ทศั นคติอย่างชดั เจนว่ามคี วามเหมาะสมกับหน่วยงาน องค์กรหรือไม่
การสัมภาษณ์ จึงเป็น “กุญแจส�ำคัญ” ท่ีน�ำไปสู่ความส�ำเร็จของการสมัครงานมากกว่า
ความรู้ความสามารถ
วัตถปุ ระสงคข์ องการสัมภาษณ์
๑. เพื่อตรวจสอบคณุ สมบตั ิของผสู้ มัครว่ามีความเหมาะสมกบั ตำ� แหน่งงานหรือไม่
๒. เพ่ือตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ข้อมูลของผู้สมัครเก่ียวกับทัศนคติ ความเช่ือ อารมณ์
บุคลิกภาพจากพฤตกิ รรมทีแ่ สดงออกทางกิริยาทา่ ทาง คำ� พดู ความมมี นุษยสัมพนั ธ์
๓. ตรวจสอบความสนใจ ความตั้งใจท่ีผู้สมัครมีต่อต�ำแหน่ง หน้าท่ี ยอมรับนโยบายของ
หน่วยงาน องค์กร จรงิ หรอื ไม ่ มากน้อยเพยี งใด
๔. เพื่อให้ข้อมูลเก่ียวกับต�ำแหน่ง หน้าท่ีท่ีต้องรับผิดชอบ นโยบายของหน่วยงาน องค์กร
เพื่อช่วยในการตัดสนิ ใจของผสู้ มคั ร
รูปแบบของการสมั ภาษณ์งาน
การสมั ภาษณ์งานมีหลายรปู แบบขึน้ อยกู่ บั จุดมงุ่ หมาย เนือ่ งจากมกี ารพัฒนาเทคนิค วธิ กี าร
ของผู้สมั ภาษณ์ เพอื่ ใหไ้ ดบ้ คุ ลากรทมี่ คี วามเหมาะสมกบั ตำ� แหน่ง หนา้ ทีข่ องงานมากทส่ี ดุ โดยสรุป
รปู แบบการสมั ภาษณง์ านที่ผ้สู มั ภาษณ์นิยม ที่ผูเ้ รยี นตอ้ งเตรียมพร้อม มีดงั นี้
๑. การสัมภาษณ์งานแบบบุคคลต่อบคุ คล : ผสู้ ัมภาษณ์จะเป็นผู้ติดต่อนัดหมายผู้สมคั รงาน
แบบ ๑ : ๑ การสมั ภาษณ์ในลกั ษณะน้ี ผู้สัมภาษณม์ ักเปน็ ผู้อยใู่ นตำ� แหนง่ หรือสถานะทส่ี ามารถ
พจิ ารณา และตัดสนิ ใจได้ดว้ ยตนเองว่าผู้สมคั รงานมีความเหมาะสมกบั ตำ� แหน่งงานหรือไม่
กรณีนี้ผู้สมัครต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะอาจต้องเผชิญหน้ากับผู้สัมภาษณ์ที่มีอ�ำนาจ
ตดั สนิ ใจว่า จะรับผสู้ มคั รเข้าท�ำงานหรือไม่
98 ภาษาไทยเพ่ืออาชีพ
๒. การสัมภาษณ์แบบกลุ่ม : การสัมภาษณ์ลักษณะนี้ ผู้สัมภาษณ์จะเป็นกลุ่มบุคคลที่มี
ความเชีย่ วชาญ และไดร้ บั มอบอ�ำนาจให้ท�ำหน้าท่สี ัมภาษณ์ ผสู้ มัครงานในต�ำแหนง่ สำ� คญั จงึ ตอ้ งมี
การคัดกรองอย่างเลือกเฟ้นเพ่ือให้ได้บุคลากรท่ีมีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับต�ำแหน่งหน้าที่
สมบูรณท์ ่สี ดุ มี ๒ แบบ คอื
๒.๑ การสมั ภาษณง์ านแบบอสิ ระ : ผู้สัมภาษณ์แตล่ ะคนสามารถต้ังคำ� ถามถามผสู้ มคั รได้
ตามความตอ้ งการ ซง่ึ ค�ำถามแตล่ ะขอ้ อาจไมม่ ีความสมั พนั ธห์ รือเก่ียวเนื่องกนั
กรณีน้ผี ู้สมัครงานต้องมสี มาธิมัน่ คง ควบคุมอารมณ์สถานการณ์ให้ได้ เพราะอาจพบ
คำ� ถามท่ีวกวนกลับไปกลับมาจนท�ำใหผ้ ู้สมคั รงานเสียสมาธิ หงดุ หงดิ
๒.๒ การสมั ภาษณ์งานแบบคำ� ถามสมั พนั ธ์กัน : ผสู้ ัมภาษณ์ตกลงกนั ในการตง้ั ประเด็น
คำ� ถามให้มคี วามสมั พนั ธก์ นั โดยแบง่ การสัมภาษณอ์ อกเป็นดา้ นตา่ ง ๆ ตามที่กำ� หนดในคณุ สมบตั ิของ
ต�ำแหนง่ งาน
๓. การสมั ภาษณ์งานทางโทรศัพท์ : การสมั ภาษณล์ ักษณะน้ี อาจใช้เพ่อื คัดกรองผู้สมคั รงาน
เบื้องต้น ในการตรวจสอบคุณสมบัติครบตามที่ก�ำหนดไว้หรือไม่ หากผู้สมัครงานคนใดมีคุณสมบัติ
ตรงตามก�ำหนด จงึ จะนดั ผู้สมัครงานมาสอบสัมภาษณท์ ี่หน่วยงาน องคก์ ร ต่อไป
๔. การสัมภาษณ์งานแบบสถานการณ์ : เป็นการสัมภาษณ์ที่ใช้ทดสอบวิธีการแก้ปัญหา
เฉพาะหน้าของผู้สมัครงาน โดยผู้สัมภาษณ์อาจใช้วิธีการก�ำหนดปัญหาท่ีน�ำไปสู่เหตุการณ์ต่าง ๆ
ที่อาจเกิดข้ึนขณะปฏิบัติงาน เพ่ือทดสอบวิธีการแก้ปัญหา อารมณ์ ปฏิกิริยา ปฏิภาณไหวพริบ
การแก้ปัญหาเฉพาะหนา้
๕. การสัมภาษณ์งานแบบประเมินผลงาน : เป็นการสัมภาษณ์โดยให้ผู้สมัครงานทดลอง
ปฏบิ ัตงิ านสาธติ การท�ำงานต่อหนา้ ผู้สัมภาษณ์ ผสู้ มั ภาษณ์จะประเมนิ ผลการปฏิบตั ิของผ้สู มัครงาน
เปน็ ส่วนหน่งึ ในการตดั สินใจ
รปู แบบท่ี ๔ และ ๕ อาจใชเ้ ป็นส่วนหน่งึ ในการสมั ภาษณ์แบบใดแบบหน่งึ ข้างตน้
๖. การสมั ภาษณ์งานโดยตวั แทนจดั หางาน : การสมั ภาษณล์ ักษณะนี้ผ้สู มคั รงานจะเขา้ ถงึ
ได้งา่ ยและผ่านขัน้ ตอนสัมภาษณไ์ ด้ไม่ยาก เพราะผู้สมั ภาษณ์ไดร้ บั มอบหมายจากหน่วยงาน องคก์ ร
เป็นตัวแทนในการสัมภาษณ์ตามคุณสมบัติที่ก�ำหนดเท่าน้ัน ส่วนมากใช้กับต�ำแหน่งงานท่ัวไป
ท่ีไม่ต้องการคณุ สมบตั มิ าก
บทท ี่ ๗ การสัมภาษณง์ าน 99
ขั้นตอนการเตรียมตัวสมั ภาษณข์ องผสู้ ัมภาษณ์งาน
๑. ขั้นเตรียมการสัมภาษณ์ : เป็นหน้าที่ของผู้สัมภาษณ์ต้องจัดการให้พร้อมก่อนด�ำเนินการ
สัมภาษณ์ สรุปได้ดังนี้
๑.๑ ก�ำหนดเปา้ หมายของการสมั ภาษณ์ เช่น ตำ� แหนง่ หน้าที่ คุณสมบัติ และประเด็น
คำ� ถามทีส่ มั พันธ์กบั ข้อมลู ในการพจิ ารณา
๑.๒ กำ� หนดรปู แบบ วธิ กี ารท่ีใช้ในการสัมภาษณ์ สถานที่ วนั เวลา เง่อื นไข เกณฑ์การ
ตดั สิน มคี วามเหมาะสมหรือไม่ มากน้อยเพียงใดกับต�ำแหนง่ หน้าที่
๑.๓ ผสู้ ัมภาษณต์ อ้ งมขี ้อมูลของประเด็นสมั ภาษณ์ และข้อมูลของผู้รับการสัมภาษณ์
๒. ขั้นดำ� เนนิ การสัมภาษณ์ :
๒.๑ แนะน�ำตัวผสู้ มั ภาษณ์ คณะกรรมการผู้รว่ มสัมภาษณ์ หน่วยงาน องคก์ ร
๒.๒ ใหผ้ ูส้ มัครงานแนะน�ำตวั
๒.๓ ด�ำเนนิ การสัมภาษณด์ ้วยประเดน็ ค�ำถามท่กี ำ� หนด : คำ� ถามทดี่ คี วรมลี ักษณะดังน้ี
• เปน็ ค�ำถามท่เี กย่ี วกบั ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์
• ค�ำถามควรมลี ักษณะปลายเปิด เพอื่ ให้โอกาสผู้สมคั รแสดงความคดิ อย่างเสรี
๒.๔ ขัน้ จบการสมั ภาษณง์ าน :
• เปิดโอกาสให้ผู้สมัครงานซักถามเพิ่มเติม แล้วจบการสัมภาษณ์ด้วยการขอบคุณ
ผสู้ มัครงาน
๒.๕ แจง้ ระยะเวลา การพิจารณา ประกาศผล และช่องทางประเมินผลผ้สู มคั รงานเพ่อื
ตัดสนิ ใจ
๓. ขั้นประเมินผลการสัมภาษณ์ :
๓.๑ สรปุ ผลคะแนนของผ้สู มคั รงานแต่ละคนร่วมกบั คณะกรรมการร่วมสมั ภาษณ์ (ถ้าม)ี
๓.๒ อภปิ รายแลกเปลีย่ นความคิดเห็น หาขอ้ สรปุ กรณีผลคะแนนแตกตา่ งกัน
๓.๓ สรุปผลผู้สมคั รงานทีม่ ีคะแนนสงู สดุ หรอื เหมาะสมกบั ตำ� แหนง่ งานมากสดุ (สงู สุด - ต่�ำสดุ )
๓.๔ แล้วน�ำส่งฝา่ ยบคุ คล หรอื ผเู้ กี่ยวขอ้ งเพอ่ื ดำ� เนนิ การตอ่ ไป
ขัน้ ตอนการเตรียมตัวสัมภาษณ์ของผสู้ มคั รงาน : หลงั ทราบผลการสอบผ่านข้อเขยี น
หรอื แบบทดสอบเรียบร้อยแล้ว เปน็ หนา้ ที่ของผู้สมคั รงานตอ้ งด�ำเนินการ ดงั ต่อไปนี้
๑. ติดตามขา่ ววัน เวลา ของการสอบสมั ภาษณ์สมำ�่ เสมอ จดั เตรียมเอกสารตามท่แี จ้งไวใ้ น
เอกสารรับสมัครงานให้พรอ้ ม ทัง้ ความถกู ต้อง สมบรู ณ์
100 ภาษาไทยเพอ่ื อาชพี
๒. ศกึ ษาหาข้อมูลเกยี่ วกบั หน่วยงาน องคก์ รที่ตอ้ งการสมัครเขา้ ท�ำงาน เชน่ ความรเู้ กีย่ วกับ
ต�ำแหน่ง หน้าทข่ี องงาน ความรู้ทางวชิ าการทเ่ี กีย่ วกบั ตำ� แหนง่ งานจึงควรศกึ ษาทบทวน
๓. ศึกษาแนวทาง ประเดน็ คำ� ถามจากผูม้ ปี ระสบการณ์ หรอื จากเว็บไซดเ์ พ่อื ฝกึ ฝน ทดลอง
ตอบคำ� ถาม
๔. เมือ่ ไดร้ ับการ “เรียกสัมภาษณ์” ควรเตรยี มตัวให้พรอ้ มเพอ่ื ให้เกิดความประทับใจตัง้ แต่
แรกพบ ดงั น้ี
• เตรียมพรอ้ มทง้ั ด้านร่างกาย จติ ใจ แต่งกายสุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ
• เม่อื ได้รบั การเรียกเข้าสมั ภาษณ์ ควรยกมือไหว้ กลา่ วค�ำสวสั ดี และนัง่ เม่ือผสู้ มั ภาษณ์
กลา่ วเชญิ
• ตอบค�ำถามทุกคำ� ถามอยา่ งชัดเจน นำ�้ เสียงเปน็ ธรรมชาติ ไม่พูดมากเกินไปหรือน้อย
เกนิ ไป
• การตอบค�ำถามต้องตรงประเด็นบนพ้ืนฐานความจริง อย่า ! กล่าวถึงหน่วยงานเดิม
ในทางลบ
• ถา้ ผสู้ มั ภาษณ์ให้โอกาสซกั ถามเกีย่ วกบั หนว่ ยงาน ตำ� แหน่งงาน ควรซกั ถามอย่างสนใจ
ตรงประเดน็
• เม่ือจบการสัมภาษณ์ ควรกล่าวค�ำขอบคุณที่ผู้สัมภาษณ์ให้โอกาส ยกมือไหว้กล่าว
สวสั ดี
ศิลปะการพูดเม่อื เขา้ สมั ภาษณ์งาน
นอกจากการสมั ภาษณง์ านจะเปน็ กญุ แจส�ำคญั ของหนว่ ยงาน องคก์ ร ในการคดั กรองบคุ คลทม่ี ี
คุณภาพเขา้ ท�ำงานแล้ว ยงั ถือเป็นช่วงเวลาสำ� คัญของผู้สมัครงานด้วยเช่นกนั ทจ่ี ะสามารถโนม้ น้าวใจให้
ผสู้ มั ภาษณม์ องเหน็ ศกั ยภาพ ความพรอ้ ม ความเหมาะสมกบั ตำ� แหนง่ งานของผสู้ มคั รงาน ซงึ่ เกดิ จาก
“การพูด” ทีต่ อ้ งรู้จกั วธิ กี ารพดู และเลอื กทจ่ี ะพดู ให้เปน็ ซง่ึ มขี อ้ แนะนำ� ดงั น้ี
๑. นำ้� เสียง : พูดเสียงดังฟังชัด ไม่พูดเสียงอยู่ในล�ำคอ ระดับความดังให้ได้ยินเฉพาะคู่
สนทนาเทา่ นน้ั
: มีความนุม่ นวล นา่ ฟัง เปน็ ธรรมชาติ แสดงความม่ันใจ ทส่ี ำ� คญั ตอ้ งมตี ่อทา้ ย
ด้วย ค่ะ, ครับ
๒. จงั หวะ : การพูดช้าอาจเปน็ เพราะก�ำลงั คดิ หาค�ำตอบ แต่จะเปน็ การดหี ากสามารถตอบ
คำ� ถามไดท้ นั ที ซึ่งสามารถแก้ไขได้คือการศกึ ษาคำ� ถาม และเตรยี มค�ำตอบไว้ก่อน
: การพูดเร็วเกินไป แม้จะแสดงออกถึงความคล่องแคล่ว แต่หากพูดแล้ว
ผูส้ มั ภาษณฟ์ งั ไม่ทัน อาจทำ� ใหไ้ ม่สามารถเข้าใจในสงิ่ ทฟี่ ังได้ถูกต้อง
บทท ี่ ๗ การสัมภาษณ์งาน 101
๓. คำ� ซ�ำ้ คำ� เกนิ : เชน่ เอ้อ.. อา้ ... แบบว่า.... อืม... เปน็ ค�ำทผี่ ูส้ มัครงานบางคนพูดติดเป็นนสิ ัย
ต้องระวงั ตัว และควรพยายามฝึกฝนท่จี ะใหล้ ดลงหรอื หายไปในท่สี ุด
๔. ค�ำสแลง : ถือเป็นค�ำพูดท่ีแสดงถึงความไม่สุภาพ และอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด
หรือไมต่ รงกนั ต้องระมดั ระวังท่ีจะไม่นำ� มาพดู ในขณะสัมภาษณ์
๕. ไม่พูดมาก - พูดนอ้ ยเกนิ ไป : การพดู มากเกนิ ไป ใหร้ ายละเอยี ดมากเกนิ ไป นอกจากเป็น
การเสียเวลา อาจท�ำให้เกิดภาพลักษณท์ ไ่ี มด่ ีตอ่ ผสู้ มคั รงาน
: การพูดน้อยเกินไป นอกจากผู้สัมภาษณ์จะไม่ได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว ยังแสดงถึงความ
ไม่มีภูมิรู้ ขาดความเชื่อม่ัน ส่งผลให้ผู้สัมภาษณ์ไม่มีข้อมูลเพียงพอต่อการพิจารณา
คัดเลือกผู้สมคั รงาน ทำ� ใหเ้ สียโอกาสในท่ีสดุ
๖. พูดความจริง : การพูดความจริงแสดงถึงความซ่ือสัตย์ทั้งต่อตนเอง และสังคม
เป็นคุณลักษณะที่หน่วยงาน องค์กร และสังคมต้องการ จึงถือเป็นคะแนนพิเศษท่ีผู้สัมภาษณ์ให้
ความสนใจ
: ต้องพึงระวัง ! ผู้สัมภาษณ์เป็นผู้ท่ีมีประสบการณ์มากกว่า ดังนั้น หากผู้สัมภาษณ์จับ
ค�ำพูดเท็จของผู้สมัครงานได้ แม้ผู้สมัครงานมีคุณสมบัติเหมาะสมเพียงใด โอกาสจะผ่าน
การสมั ภาษณย์ อ่ มเป็นไปไดย้ าก หรอื หมดโอกาสทนั ที
102 ภาษาไทยเพอ่ื อาชีพ
แบบทดสอบ
และกิจกรรมการฝึกทักษะ
บทท่ี ๗ การสมั ภาษณ์งาน
กจิ กรรมท่ี ๑ เลอื กคำ� ตอบท่ถี กู ต้อง
๑. ขอ้ ใดคือความแตกตา่ งของการสัมภาษณแ์ ละการสนทนา
ก. จ�ำนวนบคุ คล ข. จุดมงุ่ หมาย
ค. เวลา และโอกาส ง. การใชถ้ ้อยคำ� สำ� นวนภาษา
๒. การสัมภาษณใ์ นลกั ษณะใดทพ่ี บในชีวิตประจำ� วนั มากทสี่ ดุ
ก. การสัมภาษณ์แบบบคุ คลตอ่ บุคคล ข. การสมั ภาษณ์ทางโทรศพั ท์
ค. การสมั ภาษณเ์ ป็นกลมุ่ คณะ ง. การสัมภาษณ์ผา่ นอินเทอรเ์ นต็
๓. ข้อใด คอื องค์ประกอบสำ� คญั ที่สดุ ของการสัมภาษณ์
ก. ผสู้ ัมภาษณ์ – ผู้ใหส้ มั ภาษณ์ ข. เร่ือง หรอื ประเดน็ ทตี่ อ้ งการสัมภาษณ์
ค. วธิ กี ารสัมภาษณ์ ง. เป้าหมาย – วตั ถุประสงคก์ ารสัมภาษณ์
๔. ข้อเสียของการสัมภาษณท์ างโทรศพั ทค์ อื ขอ้ ใด ข. คา่ ใช้จ่ายในการสมั ภาษณ์
ก. เวลาที่ใชใ้ นการสัมภาษณ ์
ค. ประเด็นค�ำถามทใี่ ชใ้ นการสัมภาษณ์ ง. ข้อเท็จจริงท่ีได้จากการสมั ภาษณ์
๕. ในขณะด�ำเนินการสัมภาษณ์ ผู้ให้สัมภาษณ์ตอบค�ำถามไม่ตรงประเด็น ผู้สัมภาษณ์ควรท�ำ
อย่างไร
ก. ใชค้ �ำถามเดิม ถามซำ�้ จนกว่าจะได้ค�ำตอบตรงประเดน็ ทตี่ อ้ งการ
ข. เปลี่ยนค�ำถามใหมแ่ ต่ยังส่ือประเด็นค�ำตอบเดิม
ค. ทวงขอค�ำตอบจากผ้ใู หส้ มั ภาษณ์ทันที หรอื ใชค้ �ำพดู ลักษณะทวงถาม
ง. ปลอ่ ยผ่านไปกอ่ น แลว้ ย้อนกลบั ถามใหม่ในลกั ษณะทวนคำ� ตอบอยา่ งสุภาพ
บทท ่ี ๗ การสัมภาษณง์ าน 103
๖. การสัมภาษณ์บุคคลส�ำคัญ ผู้มีชื่อเสียง หรือผู้ท่ีไม่มีความคุ้นเคยกับผู้สัมภาษณ์ ควรใช้รูป
แบบใด
ก. การสัมภาษณแ์ บบเป็นทางการ ข. การสมั ภาษณแ์ บบไม่เป็นทางการ
ค. การสมั ภาษณท์ างโทรศพั ท ์ ง. การสมั ภาษณ์ผา่ นทางอินเทอรเ์ น็ต
๗. ข้อใด ไมใ่ ช่ จดุ มุ่งหมายของการสมั ภาษณ์งาน
ก. เพ่ือใหข้ ้อมูลแกผ่ ู้สมคั รงาน
ข. เพื่อดูความสนใจของผู้สมัครงาน
ค. เพอื่ ตรวจสอบคุณสมบัตขิ องผ้สู มคั ร
ง. เพอ่ื ศกึ ษาชีวิตความเป็นอยูข่ องผ้สู มคั รงาน
๘. ในการสัมภาษณง์ านผู้เรยี นคาดว่าคำ� ถามแรกท่ตี อ้ งพบคือขอ้ ใด
ก. เหตุผลของการใหค้ วามสนใจในต�ำแหนง่ งานทส่ี มคั ร
ข. ทราบถงึ ความรับผิดชอบในต�ำแหนง่ งานทีส่ มัครหรือไม่ อะไรบา้ ง
ค. มีการวางแผนอยา่ งไรบ้างในอนาคต
ง. ประวัติ การศึกษา ประสบการณ์การท�ำงาน
๙. รูปแบบการสมั ภาษณ์งานในสังคมปจั จุบนั การสมั ภาษณ์งานแบบใดทีต่ อ้ งระวงั มากทสี่ ดุ
ก. การสัมภาษณแ์ บบบุคคลตอ่ บคุ คล ข. การสมั ภาษณ์แบบกลุ่ม
ค. การสมั ภาษณ์โดยตวั แทนจดั หางาน ง. การสัมภาษณ์แบบสถานการณ์
๑๐. รูปแบบการสัมภาษณ์งานแบบใดที่ผู้สมัครงานต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหา
เฉพาะหน้า
ก. การสมั ภาษณ์แบบบุคคลตอ่ บุคคล ข. การสมั ภาษณแ์ บบกลมุ่
ค. การสัมภาษณโ์ ดยตัวแทนจัดหางาน ง. การสมั ภาษณ์แบบสถานการณ์
๑๑. เมอ่ื ผูส้ มั ภาษณถ์ ามเหตผุ ลของการลาออกจากงานเดิม ส่งิ ทีผ่ ู้สมคั รไม่ควรปฏบิ ตั ิ คือขอ้ ใด
ก. กลา่ วถงึ ความตอ้ งการหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ใหก้ บั ตนเอง
ข. กล่าวถงึ ความเช่ือม่นั ว่าต�ำแหนง่ งานน้ีมีความเหมาะสมกับผสู้ มัครมากท่สี ดุ
ค. รสู้ ึกผิดหวงั กบั ระบบบรหิ ารงานของท่ีทำ� งานเดมิ ไม่มคี วามกา้ วหน้าในการทำ� งาน
ง. พอใจกับต�ำแหนง่ หนา้ ที่ และผลตอบแทนท่ีไดร้ ับ
104 ภาษาไทยเพอ่ื อาชพี
๑๒. หากพบคำ� ถามเก่ียวกบั ขอ้ ดอ้ ย หรือจุดอ่อนผู้สมคั รงาน คำ� ตอบข้อใดเหมาะสมท่สี ุด
ก. ตอบตามความเป็นจรงิ และยอมรบั ว่าเปน็ นิสยั ติดตวั ท่ีไม่สามารถแกไ้ ด้
ข. ตอบตามความเปน็ จรงิ เฉพาะข้อดอ้ ยทส่ี ามารถปรบั แกแ้ ละพฒั นาตนได้
ค. หลีกเลยี่ งทจ่ี ะตอบ โดยเบย่ี งประเดน็ ในการเสนอขอ้ เด่นของผสู้ มัครแทน
ง. ปฏิเสธพร้อมตอบดว้ ยความม่ันใจว่า ผ้สู มคั รงานไม่มขี ้อเสยี หรอื จดุ ออ่ นแต่อย่างใด
๑๓. คำ� ถามทีใ่ ช้ในการสัมภาษณ์ข้อใด เปน็ ค�ำถามท่ีมลี กั ษณะเปน็ แนวความคดิ สร้างสรรค์
ก. หากพบว่าการท�ำงานกลมุ่ มผี ลงานไม่เปน็ ที่ยอมรับ คุณจะแก้ปัญหาอยา่ งไร
ข. คณุ คิดว่าสิง่ ส�ำคญั ทที่ �ำให้งานประสบความส�ำเรจ็ คอื อะไร
ค. คุณมีสว่ นร่วมในการน�ำเสนองานใหม่ หรือปรบั ปรุงงานอยา่ งไร
ง. หากพบวา่ ชน้ิ งานที่เกิดข้ึนเสียหายเพราะคุณมีส่วนรว่ มในการสั่งงาน คณุ จะท�ำอยา่ งไร
๑๔. การพดู ขณะสมั ภาษณ์งาน การท�ำใหผ้ ้สู มั ภาษณเ์ กดิ ความพึงพอใจควรปฏิบตั ติ ามข้อใด
ก. กล่าวทกั ทายด้วยค�ำวา่ สวัสดีคะ่ /สวัสดีครบั พร้อมยกมอื ไหว้
ค. พูดดว้ ยถ้อยค�ำสุภาพออ่ นหวาน มีคำ� ว่าครับหรือคะ่
ค. พดู ชัดถ้อยชดั ค�ำ ไมพ่ ูดติดอา่ ง ไมพ่ ดู เสยี งดงั หรอื เสยี งค่อยจนเกนิ ไป
ง. ถกู ทกุ ข้อ
๑๕. ข้อใดไมใ่ ช่หลกั ฐานการสมคั รงาน.
ก. ประวัติส่วนตัว รูปถ่าย ส�ำเนาบตั รประชาชน
ค.2 ส�ำเนาใบรับรองผลการศึกษา ใบรับรองผลการเรียน (Transcript) ส�ำเนาปริญญาบัตร
ส�ำเนาทะเบยี นบ้าน สำ� เนาหลักฐานการพ้นภาระทางทหาร (สด๙)
ค. ส�ำเนาหนังสอื รับรองการผ่านงานหรือการฝึกงาน (ถา้ มี)
ง. ส�ำเนาทะเบยี นสมรส สำ� เนาทะเบียนหย่า ใบรบั รองการเป็นโสด
กิจกรรมที่ ๒ คำ� ชีแ้ จง : ตอบคำ� ถามตอ่ ไปน้ี
๑. “การสัมภาษณ์” หมายถงึ
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
บทท ่ี ๗ การสัมภาษณ์งาน 105
๒. การสัมภาษณ์ แบง่ เป็นกป่ี ระเภท ไดแ้ กป่ ระเภทใดบ้าง อธิบาย
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๓. “กุญแจส�ำคัญ” ท่ีน�ำไปสู่ความส�ำเร็จของการคัดเลือกบุคคลที่มีคุณภาพ คุณสมบัติตาม
ต้องการ คือ ..............................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๔. “การสัมภาษณ์งาน” เป็นเครื่องมือส�ำคัญท่ีใช้ในการคัดกรองบุคคลนอกเหนือจากใบสมัคร
และการทดสอบดา้ นความรคู้ วามสามารถ เพราะเหตุใด
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๕. การสมั ภาษณ์ กบั การสัมภาษณง์ าน มีความเหมือนและต่างกันอยา่ งไร จงอธบิ าย
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
106 ภาษาไทยเพอื่ อาชีพ
๖. เม่อื ผสู้ มั ภาษณใ์ ห้ผู้สมคั รกลา่ วถึงประวตั ขิ องตนเอง ผสู้ มคั รควรตอบค�ำถามในลักษณะใด
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๗. เม่ือผู้สมัครงานได้รับการติดต่อให้มารับการสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครงานควรปฏิบัติอย่างไรใน
ขณะเข้ารบั การสมั ภาษณ์
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๘. การสมั ภาษณง์ านท่ัวไปท่ีนิยมใช้ มีหลายรปู แบบ ให้ผู้เรยี นยกตวั อย่างรปู แบบการสัมภาษณ์งาน
ทคี่ ดิ ว่าดแี ละเหมาะกับผู้เรียนมากท่สี ุดมา ๑ รปู แบบ พร้อมอธิบาย
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
บทท ่ี ๗ การสัมภาษณง์ าน 107
๙. ผู้สัมภาษณ์ที่ดีควรมคี ณุ สมบตั ิอย่างใด
ตอบ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๑๐. “การสมั ภาษณ์” หมายถงึ .......................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
กิจกรรมที่ ๓ คำ� ชี้แจง : ใหผ้ ู้เรียนเขียนข้อควรปฏิบัติ และไม่ควรปฏิบตั ิในการสมั ภาษณ์งาน
อยา่ งละ ๕ ขอ้
ข้อควรปฏิบัติในการสัมภาษณ์งาน ไม่ควรปฏิบัติในการสัมภาษณ์งาน
๘บ ท ที่
การเขียนจดหมายกิจธุระ
แนวคิด
จดหมายกิจธุระ เป็นจดหมายท่ีเขียนขึ้นเพื่อติดต่อส่ือสาร
ในกิจการงานต่าง ๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้า แต่มีผลต่อ
การสรา้ งมติ รภาพและเอ้ือต่องานอาชีพ
การเขียนจดหมายกิจธุระ ผู้เขียนจะต้องมีความรู้ในเร่ือง
ท่ีจะเขียน มีความละเอียด รอบคอบ และมีมารยาทในการเขียน
สิ่งส�ำคัญคือ ต้องเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการเขียนจดหมาย ซ่ึง
ตอ้ งฝกึ ฝนบอ่ ย ๆ นอกจากนยี้ งั ตอ้ งรจู้ กั สงั เกตการใชส้ ำ� นวนภาษา
และระดับภาษาเปน็ อยา่ งดี
สาระการเรยี นรู้
๑. หลกั การ และกลวิธีการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ
๒. มารยาทในการเขียนจดหมาย
๓. ลักษณะของเน้อื ความในจดหมาย
๔. การเขียนจดหมายกจิ ธุระประเภทต่าง ๆ
สมรรถนะประจำ� บท
เลอื กใช้คำ� ถ้อยคำ� ส�ำนวนภาษาในการเขยี นจดหมาย
ติดต่อกิจธุระได้อย่างถูกต้อง ตามกาลเทศะ โอกาส และ
บคุ คล
วตั ถุประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives)
๑. อธิบายความหมายจดหมายกิจธรุ ะ
๒. จดั ประเภทของจดหมายกจิ ธรุ ะ
๓. เขยี นจดหมายกิจธรุ ะประเภทต่าง ๆ ได้
๔. อธิบายหลกั การเขยี นจดหมายกจิ ธุระได้
บทท ่ี ๘ การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ 109
๘ กจดารหเมขาียยนกิจธรุ ะ
จดหมาย คือ ข้อความที่เขียนข้ึนเพ่ือส่งสารจากบุคคลหน่ึงไปยังบุคคลหน่ึง เป็นวิธีส่ือสารท่ี
เป็นลายลักษณอ์ ักษรแทนการพดู
หลกั การและกลวิธีการเขียนจดหมาย
๑. พิมพ์ หรือเขยี นจดหมายแต่ละประเภทใหถ้ กู ตอ้ งตามรปู แบบ
๒. พิมพ์ด้วยตัวอกั ษรทเ่ี ป็นมาตรฐานตามทีร่ าชการกำ� หนด
๓. เขยี นด้วยลายมอื ที่อา่ นงา่ ย สะอาด เรยี บร้อย ใช้กระดาษสขี าว
๔. การใช้ “ค�ำน�ำ” (คำ� ขึน้ ตน้ ) ค�ำลงท้าย สรรพนาม ใหเ้ หมาะสมกบั ฐานะของบุคคลและ
ความสัมพันธ์ระหวา่ ง “ผูเ้ ขยี น” กับ “ผรู้ บั ”
๕. การสะกดคำ� การใช้ถอ้ ยคำ� สำ� นวนภาษาระดับภาษา มคี วามถูกตอ้ ง เหมาะสมกับบุคคล
กาลเทศะ และเนือ้ ความของจดหมาย
ดังน้ัน การเขียนจดหมายทด่ี ี ตอ้ งคำ� นงึ ถึงองคป์ ระกอบหลายประการ ไดแ้ ก่ มารยาทในการ
เขียน ถกู ตอ้ งตามมาตรฐานของรปู แบบการเขียนจดหมายกิจธรุ ะประเภทตา่ ง ๆ
การเขียนจดหมายสื่อสารระหว่าง “ผู้เขียน - ผู้รับ” สามารถส่ือสารเข้าใจได้ตรงกันหรือไม่
ขน้ึ อย่กู ับกลวิธสี ำ� คญั คือ
๑. การใชถ้ ้อยคำ� ตรงไปตรงมา : ส�ำหรบั จดหมายกจิ ธุระ จดหมายธรุ กิจ จดหมายราชการ
• ใชถ้ ้อยคำ� สภุ าพ กะทัดรัด สละสลวย สอื่ สารชัดเจน ตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม
110 ภาษาไทยเพ่ืออาชีพ
๒. เขยี นเชงิ สรา้ งสรรค ์ : สำ� หรบั จดหมายสว่ นตวั เพอื่ สอื่ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง “ผเู้ ขยี น - ผรู้ บั ”
• ใชถ้ อ้ ยค�ำ ส�ำนวนในความรู้สึกเชงิ บวก ระมัดระวงั ค�ำพดู หากต้องแจง้ ขา่ วรา้ ย
• มีการเรยี บเรียงถอ้ ยค�ำทีส่ ื่อสารถงึ ความรูส้ กึ ระหว่างกนั ควรแสดงน�ำ้ ใจต่อผรู้ บั และบคุ คล
ใกล้ชิด ด้วยการสอบถามถึงทุกขส์ ขุ และความเป็นอยู่
มารยาทการเขียนจดหมายท่วั ไป
๑. กระดาษและซองจดหมาย : สสี ภุ าพ สะอาดเรียบร้อย ซองจดหมายมขี นาดมาตรฐาน
ตามท่กี ารส่อื สารแห่งประเทศไทยกำ� หนด
๒. หลกั การเขยี น : เขียนด้วยหมกึ สดี �ำ หรอื น้�ำเงนิ ตัวอกั ษรอ่านงา่ ย ตวั เลขชัดเจน การสะกด
ค�ำถกู ตอ้ ง โดยเฉพาะชื่อ - นามสกุล ต�ำแหน่งผเู้ ก่ียวขอ้ ง ห้ามสะกดผิด หากเขียนผิดตอ้ งลบให้สะอาด
๓. การใช้ภาษา : ถ้อยค�ำสอื่ ความหมายชัดเจน สภุ าพ ควรส�ำรวมกว่าภาษาพูด
๔. คำ� ขน้ึ ตน้ /คำ� ลงทา้ ย : ถูกต้อง เหมาะสมตามขนบธรรมเนยี มนิยม
๕. การสง่ จดหมาย : พับเรยี บรอ้ ย บรรจุซอง จ่าหนา้ ซองตวั บรรจง ชัดเจน ครบถว้ น
๖. การผนึกตราไปรษณียากร : ติดมมุ ขวาของซองจดหมาย ถูกตอ้ งตามอตั ราท่ีราชการก�ำหนด
จดหมายกิจธุระ
กจิ ธุระ คือ การงานทที่ �ำเปน็ ส่วนหนงึ่ ของการด�ำเนนิ ชีวิตของคนเรา
ธุรกจิ คอื การทำ� กจิ การทเ่ี กี่ยวกับการค้าขาย การลงทุนการได้ก�ำไรหรอื ขาดทุน
จดหมายกิจธุระ หมายถึง จดหมายที่ใช้เพื่อการติดต่อส่ือสารระหว่างบุคคล องค์กร หรือ
หน่วยงานธรุ กจิ เรอื่ งธุรกจิ หรือแจง้ ใหท้ ราบเร่ืองการงานตา่ ง ๆ หรือเรื่องส่วนตัว โดยไม่เก่ียวกับธรุ กจิ
การคา้ ผลกำ� ไร แต่เนน้ ในเรือ่ งขอความร่วมมือ ขอความอนุเคราะห์
จดหมายกิจธุระ เป็นส่วนหน่ึงที่เกี่ยวข้องกับการด�ำเนินชีวิต เพ่ือการติดต่อนัดหมาย ปรึกษา
หารอื ขอคำ� แนะน�ำ ขอความชว่ ยเหลือ สอบถาม และสมัครงาน เป็นตน้
ดังน้ัน ถ้อยค�ำ ส�ำนวนภาษาท่ีใช้เขียนจดหมายกิจธุระจะต้องใช้ภาษาที่กระชับ กะทัดรัด
ชัดเจน ล�ำดับความคิดไม่ซับซ้อน ถ้อยค�ำสุภาพ เพื่อเป็นผลดีแก่ธุรกิจการงาน อันเป็นจุดประสงค์
ของการตดิ ต่อ
บทท ี่ ๘ การเขียนจดหมายกจิ ธรุ ะ 111
รูปแบบของจดหมายกจิ ธรุ ะ
๑. จดหมายส่วนตัว : เปน็ การสื่อสารระหว่างบคุ คลต่อบุคคล ระหว่าง “ผูเ้ ขียน - ผรู้ บั ” ที่มี
ความสนิทสนม คุ้นเคย และเพื่อรักษาความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีต่อกันให้คงอยู่ตลอดไป ควรระมัด
ระวงั เรอื่ งการใช้ถอ้ ยค�ำท่สี ร้างความรสู้ ึกท่ดี ตี อ่ กนั
จดหมายส่วนตัว ไม่มีหลักเกณฑ์ในการก�ำหนดระดับภาษาชัดเจน ข้ึนอยู่กับสถานการณ์และ
ความสัมพันธร์ ะหวา่ ง “ผู้เขียน - ผรู้ ับ” เปน็ ส�ำคญั
๒. จดหมายติดต่อธุระ : เป็นการสื่อสารติดต่อทั้งท่ีเป็นเอกชน หรือบุคคลในหน่วยราชการ
ตลอดจนบริษทั ต่าง ๆ เพื่อส่อื สารถงึ กิจธรุ ะต่าง ๆ อาจใช้รปู แบบเหมอื นหนังสือราชการหรอื จดหมาย
ราชการกไ็ ด้ และใชภ้ าษาระดบั ทางการเพ่ือติดตอ่ กจิ ธรุ ะตา่ ง ๆ
ลักษณะ - สว่ นประกอบของจดหมายกจิ ธุระ
การเขียนจดหมายกิจธุระมีสองแบบ คือ แบบจดหมายธรรมดาและแบบหนังสือราชการ
ซึ่งมีข้อแตกตา่ งกนั ดังนี้
• แบบจดหมายธรรมดาไมม่ คี ำ� วา่ “เรือ่ ง”
• แบบหนงั สือราชการมีคำ� ว่า “เรอื่ ง” และ “เรียน”
นอกจากนมี้ ีโรงเรยี นหรือหนว่ ยงานบางแหง่ ท่มี ีแบบฟอร์มไวใ้ ห้
สว่ นประกอบของจดหมายกิจธุระ ดังน้ี
๑. ท่ีอยู่ : สถานทท่ี ่เี ขียนจดหมาย ระบุเลขทบี่ า้ น ทท่ี �ำงาน หรือหน่วยงาน อยู่ส่วนบนขวาของ
จดหมาย
๒. วัน เดือน ปี ที่เขยี นจดหมาย : เขียนไวก้ ลางหน้ากระดาษ เช่น ๘ มีนาคม ๒๕๖๐
๓. คำ� ข้นึ ต้น : ประกอบดว้ ย ๓ สว่ น คอื
• เรอื่ ง หมายถึง จุดประสงคใ์ นการเขียนจดหมายเขยี นด้วยขอ้ ความท่ีกะทัดรัด ชัดเจน
• เรียน ระบุชอื่ หรือตำ� แหนง่ ของผูท้ ี่เราตดิ ต่อดว้ ย
• สงิ่ ที่ส่งมาดว้ ย จะมหี รือไมม่ กี ไ็ ดข้ น้ึ อย่กู บั ความจ�ำเปน็
๔. เน้ือเรื่อง : เนอื้ ความของจดหมายกจิ ธุระ โดยทว่ั ไปจะมอี ย่างน้อย ๒ ยอ่ หนา้ คือ
• ยอ่ หน้าแรกเปน็ จดุ ประสงคแ์ ละรายละเอยี ดอ่ืน ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง
• ย่อหน้าที่สองเป็นการปิดเร่ือง กล่าวถึงการคาดหวังที่จะได้รับ ขอบคุณ หรือแสดง
ไมตรจี ิตตอ่ กนั
112 ภาษาไทยเพื่ออาชีพ
๕. ส่วนทา้ ยของจดหมาย : ประกอบด้วย
• ค�ำลงท้าย อย่ตู รงกับต�ำแหน่งของวนั ที่
• ลายเซ็นของผ้ลู งนามในจดหมาย
• ช่อื นามสกลุ เขียนดว้ ยตวั บรรจงในวงเลบ็ โดยให้เขียนค�ำว่า นาย นาง นางสาว หน้าชอื่
หากผู้ลงนามมยี ศ บรรดาศักดิ์ ฐานันดรศักด์ิ ให้เขยี นนำ� หน้าชื่อ (ไมใ่ ชอ้ ักษรยอ่ )
• ต�ำแหน่ง (ถ้ามี) หมายถงึ ตำ� แหน่งทางหน้าท่กี ารงานของผูล้ งนามในจดหมายฉบับน้ี
๖. หมายเลขโทรศัพท์ (ถา้ ม)ี : ในกรณที ่ีจดหมายกจิ ธรุ ะออกจากหนว่ ยงานหรือองค์การ
ใหร้ ะบหุ มายเลขโทรศพั ท์ของหน่วยงานไวด้ ้านลา่ งซ้ายของจดหมาย เพ่ือสะดวกในการตดิ ตอ่
ตัวอยา่ งจดหมายกจิ ธรุ ะ แบบจดหมายธรรมดา
จดหมายลาป่วย
98/119 ซอยวัดหลวง เขตบางซื่อ
กรุงเทพมหานคร 10800
3 กมุ ภาพันธ์ 25xx
เรยี น อาจารยป์ ระจำ� วิชาการใชภ้ าษาไทยเพอ่ื อาชีพ
เนอื่ งจากดฉิ ันป่วยเป็นไขห้ วดั จึงไมส่ ามารถมาเรียนในวชิ าของอาจารย์ได้ จึงขอลาหยดุ
เปน็ เวลา 1 วัน คอื วันที่ 3 กมุ ภาพนั ธ ์ 25xx เมือ่ ครบกำ� หนดแล้วดิฉันจะมาเรยี นตามปกติ
ขอแสดงความนับถอื
(วีนา มาเจริญ)
ขอรบั รองวา่ เปน็ ความจรงิ
(สันติ มาเจรญิ )
ผปู้ กครอง
บทท ่ี ๘ การเขียนจดหมายกิจธุระ 113
ตัวอยา่ งจดหมายกจิ ธรุ ะ แบบหนังสอื ราชการ
ทอ่ี ยู่ / หน่วยงานทอ่ี อกจดหมาย
วัน เดือน ปี
เรอื่ ง .....................................................
เรียน ....................................................
สงิ่ ทส่ี ง่ มาดว้ ย ....(ถา้ มี).........................
เนื้อเรื่อง (1) ............................................................................................
เนอ้ื เร่อื ง (2) ............................................................................................
(คำ� ลงทา้ ย) ขอแสดงความนบั ถือ
(ลายเซน็ )
(ชือ่ -นามสกุล) (วนี า มาเจริญ)
(ต�ำแหน่ง)
หมายเลขโทรศพั ท์ ....................................
หลักการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ
จดหมายกจิ ธุระ เป็นการตดิ ตอ่ การงาน การเขียนจึงควรมคี วามประณีต สรปุ หลักในการเขียน
ได้ดงั น้ี
๑. กระดาษที่ใช้เขียนจดหมายและซองควรมีสีอ่อน ไม่มีลวดลายสีฉูดฉาด กระดาษมี
ความหนาพอสมควร ไม่ควรต่ำ� กว่า ๗๐ แกรม
๒. เขียนหรือพิมพ์ให้สะอาดเรียบร้อย ไม่ขูดขีด ฆ่า สกปรก ปัจจุบันนิยมใช้พิมพ์มากกว่า
เพราะสามารถแกไ้ ขได้ จดหมายจะดเู ปน็ ระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม และน่าอา่ น
114 ภาษาไทยเพื่ออาชีพ
๓. ใชร้ ปู แบบจดหมายมาตรฐาน มคี �ำข้นึ ต้น ชอื่ ยศ ต�ำแหนง่ และค�ำลงทา้ ยให้ถูกต้องเหมาะสม
๔. ข้อความที่เขียนต้องมีความชัดเจน มีจุดประสงค์ในการเขียน ตรงไปตรงมา สามารถส่ือ
ความหมายให้ผูร้ ับทราบถงึ จุดประสงคข์ องผเู้ ขียนไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและชัดเจน
๕. ตรวจสอบตวั อกั ษรให้ถกู ตอ้ ง ท้ังตัวสะกด การนั ตแ์ ละการใชส้ �ำนวนภาษา
๖. การจ่าหน้าซอง ชอ่ื ที่อยูข่ องผรู้ ับผู้ส่งใหช้ ัดเจน
ประเภทของจดหมายกิจธุระ
จดหมายกิจธุระ เป็นจดหมายเพื่อการติดต่อสื่อสารเก่ียวกับกิจการงานต่าง ๆ ประเภทของ
จดหมายกิจธุระ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของกิจธุระเป็นส�ำคัญ เช่น เพื่อการนัดหมาย ปรึกษาหารือ
ขอคำ� แนะนำ� ขอความช่วยเหลอื สอบถาม และสมัครงาน เป็นตน้ จดหมายกจิ ธุระ ที่เก่ียวกับงาน
อาชพี สรปุ ไดด้ ังนี้
๑. จดหมายนัดหมาย
เป็นจดหมายท่ผี ู้นดั หมายแจง้ รายละเอียดเกีย่ วกับการนัดหมาย ไดแ้ ก่ โอกาส วัน เดือน ปี
สถานท่ี หวั ข้อสนทนาให้ “ผรู้ บั นดั หมาย” ทราบ มขี ั้นตอนในการเขียน ดงั นี้
๑. อารมั ภบทถงึ เหตขุ องการนดั หมาย
๒. รายละเอียดเก่ียวกับการนดั หมาย และการเตรยี มตัว ระบุ วนั เดือน ปี เวลา สถานท่ี
หวั ข้อท่จี ะสนทนา การแต่งกาย เงอื่ นไขบางอยา่ ง (ถ้ามีต้องระบุรายละเอียด)
๓. ขอ้ ความลงทา้ ย
บทท ี่ ๘ การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ 115
ตัวอยา่ ง : จดหมายนดั หมาย
บริษัท .......................
วัน เดอื น ปี
เรยี น คณุ กิจ ธรุ ะดี
ตามที่ท่านไดเ้ ขยี นจดหมายสมคั รงานในตำ� แหน่งผู้จดั การฝ่ายขาย ลงวันท่ี 20 พฤษภาคม
2560 น้ัน
บัดน้ฝี ่ายบุคคลขอนัดหมายใหท้ ่านเขา้ สมั ภาษณ์ ในวนั ท่ี 1 มิถนุ ายน 2560 เวลา 09.00 น.
พร้อมกนั นข้ี อใหท้ า่ นน�ำเอกสารส�ำคญั (ฉบับจริง) ท่ีใชป้ ระกอบการสมัครงานมาดว้ ย เพอื่ ความ
สะดวก ในการคัดเลอื กเขา้ ท�ำงานของฝา่ ยบคุ คล
ขอแสดงความนบั ถอื
(ลายเซน็ )
(นางมาล ี มคี ร)ู
ผู้จัดการฝ่ายบุคคล
๒. จดหมายรบั รองหรอื สอบถามการปฏิบตั งิ าน
เปน็ จดหมายท่ผี เู้ กีย่ วขอ้ งในการคัดเลอื กบุคคลเขา้ ทำ� งานในต�ำแหน่ง หนา้ ทีข่ องหนว่ ยงาน
องคก์ ร ส่งถึงหนว่ ยงาน องค์กรเดิมที่ “ผ้สู มคั ร” เคยปฏิบตั งิ านอยู่ตามทผ่ี ้สู มัครกล่าวอา้ งในจดหมาย
หรือเอกสารสมคั รงาน เพือ่ สอบถามประวัติการท�ำงาน ความสามารถ อุปนสิ ยั ทรรศนะ เพ่ือประกอบ
การคดั เลือกตามขนั้ ตอน ดังน้ี
• กล่าวถึงบคุ คลท่มี าสมัครงาน และต�ำแหนง่ งานท่ีสมคั ร
• สอบถามขอ้ มลู เกี่ยวกบั ประวตั กิ ารทำ� งาน ความสามารถ ความรับผดิ ชอบ อุปนิสัย
• สว่ นท้ายด้วยค�ำรับรองถึงการเก็บขอ้ มลู ท่ไี ดเ้ ป็นความลบั
ขอ้ ควรระวงั !
• การจ่าหน้าซองจดหมายรับรอง ต้องระบุชื่อบุคคลท่ีลงช่ือในจดหมายสอบถามการปฏิบัติ
งานโดยตรง เพอื่ ป้องกันการถูกเปดิ ก่อน เพราะเนือ้ ความในจดหมายเปน็ ความลับ
• เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ควรใช้การพูดส่ือสารทางโทรศัพท์ โดยการติดต่อผู้จัดการฝ่าย
บุคคล หรอื ผู้สามารถให้ข้อมูลเกย่ี วกับบคุ คลผู้ถกู กลา่ วถึงโดยตรง
116 ภาษาไทยเพอ่ื อาชพี
ตวั อยา่ ง : จดหมายสอบถามการปฏบิ ัติงาน
บริษทั ..........................
เรียน คณุ มาลี มีครู วัน เดือน ปี
ตามทนี่ ายกิจ ธุระดี ได้มาสมคั รงานในต�ำแหน่งผูจ้ ดั การฝา่ ยขายบรษิ ทั A.A.A. และ
อ้างถงึ ทา่ นเป็นผู้รบั รอง โดยกล่าววา่ ได้ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกับทา่ นมาเป็นระยะเวลา 5 ปี ทางบริษัทฯ
ขอรบกวนทา่ นกรณุ าแจ้งรายละเอียดเกย่ี วกับการปฏบิ ัติหนา้ ท่ี ความรบั ผิดชอบ ของนายกจิ ธุระดี
ใหท้ างบรษิ ทั ฯ ไดท้ ราบ
ขอรับรองว่าขอ้ มูลท่ีได้รับจะถกู เก็บไว้เปน็ ความลับของทางบริษัทฯ ขอความกรุณาแจ้ง
รายละเอยี ดกลบั โดยดว่ น จกั ขอบคุณอย่างยิ่ง
ขอแสดงความนบั ถือ
มานะ กจิ ดี
(นายมานะ กิจดี)
ผจู้ ัดการฝ่ายบุคคล
จดหมายรับรองการปฏิบัติงาน หากพิจารณาตามเนอ้ื หาจะแบง่ เป็น ๒ ลกั ษณะ คือ
๑. จดหมายรับรองท่ใี หก้ ารสนบั สนุน :
หากผูป้ ฏบิ ัติหน้าทีเ่ ป็นบคุ ลากรทด่ี ขี องหน่วยงาน องคก์ ร เนือ้ หาของจดหมายรบั รองจะมี
เน้อื ความแสดงการยกย่อง ชมเชย สนบั สนุน
๒. จดหมายรบั รองท่ไี ม่ใหก้ ารสนบั สนุน :
หากผู้ปฏิบัติหน้าท่ีเป็นบุคลากรที่หน่วยงาน องค์กร ไม่ยอมรับ มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
ไปในทางลบ เนื้อความในจดหมายตอ้ งตอบตามความเป็นจรงิ
บทท ี่ ๘ การเขยี นจดหมายกจิ ธุระ 117
ตัวอย่าง : จดหมายรับรองการปฏิบัตงิ าน (สนบั สนนุ )
บรษิ ทั .......................
วัน เดอื น ปี
เรยี น คุณมานะ กจิ ดี
ตามท่ที ่านไดส้ อบถามเกี่ยวกับประวัติการท�ำงานของนายกจิ ธรุ ะดี ดิฉนั มีความยินดีท่ีจะแจ้งให้
ทราบว่า นายกจิ ธุระดี ไดป้ ฏิบตั ิงานกับทางบริษัท..........ในต�ำแหนง่ ผู้ช่วยทวั่ ไปเป็นระยะเวลา 3 ปี และ
ก�ำลังได้รับการเล่ือนต�ำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายประจ�ำสาขา........ซ่ึงท�ำให้นายกิจ ธุระดี ไม่สามารถร่วมงาน
กับทางบรษิ ัทฯ ได้ ดว้ ยตดิ ภาระทตี่ ้องดแู ลบดิ ามารดา
ซ่ึงตลอดระยะเวลา 3 ปี ทน่ี ายกจิ ธรุ ะดี ปฏบิ ัตหิ น้าท่ีอยู่ในบรษิ ัทฯ เปน็ บคุ คลที่มีความขยนั
หมั่นเพียร ซ่ือสตั ย์ และรับผดิ ชอบสูง สามารถปฏบิ ัติหน้าทไ่ี ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
จงึ เรยี นมาเพ่ือทราบ
กรขรมอ(นกแจาสางริรดจผาง ริ้จูค าดั ว สก าุขสมาโขุรนขโบับขรถ)ษิ ือัท.........
ตวั อย่าง : จดหมายรับรองการปฏบิ ตั ิงาน (ไมใ่ หก้ ารสนับสนุน)
บรษิ ัท .......................
วนั เดอื น ปี
เรยี น คุณมานะ กจิ ดี
ตามท่ที ่านได้สอบถามเกี่ยวกับประวตั กิ ารท�ำงานของนายกจิ ธรุ ะดี ดฉิ ันมีความยินดที จ่ี ะแจง้ ให้
ทราบวา่ นายกจิ ธุระดี ได้ปฏบิ ตั งิ านกับทางบริษทั ..........ในตำ� แหนง่ ผู้ช่วยทวั่ ไปเป็นระยะเวลา 3 ปี และ
กำ� ลังไดร้ ับการพจิ ารณาเล่อื นตำ� แหน่งเปน็ ผจู้ ัดการฝา่ ยขายประจำ� สาขา ......... แต่นายกจิ ธุระดี ไมผ่ ่าน
การคดั เลอื ก เนอ่ื งจากประสทิ ธิภาพ และความรับผดิ ชอบลดลง โดยเฉพาะในช่วง 6 เดอื นกอ่ นออกจากงาน
ซึ่งหากการเปล่ียนสถานที่ และได้รับการควบคุมใกลช้ ดิ อาจชว่ ยให้ประสิทธิภาพในการทำ� งานของ
นายกจิ ธุระด ี คงได้มีการพฒั นามากขึ้น
จงึ เรยี นมาเพือ่ ทราบ
ขอแสดงความนบั ถือ
จริ า สุขโข
(นางจิรา สุขโข)
กรรมการผจู้ ัดการบรษิ ทั .........
118 ภาษาไทยเพื่ออาชีพ
๓. จดหมายเชญิ เป็นวทิ ยากร
เปน็ จดหมายทเ่ี กิดจากหน่วยงาน องคก์ รมีความประสงคท์ จ่ี ะจดั อบรม บรรยาย อภิปราย
หรือสัมมนา เพื่อพัฒนาคุณภาพบุคลากร หรือประชาสัมพันธ์หน่วยงาน องค์กร จึงมีความจ�ำเป็น
ท่ีต้องเชิญผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในเร่ืองที่ก�ำหนดเป็นพิเศษมาเป็นวิทยากร
ดังนั้น เนื้อความในจดหมายจึงต้องใช้ถ้อยค�ำ ส�ำนวนภาษาที่แสดงการให้เกียรติและความส�ำคัญของ
“วทิ ยากร” ซ่ึงมขี ้ันตอนการเขียน ดงั น้ี
- แจง้ วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั หัวข้อ ประเด็นใหผ้ รู้ บั เชิญทราบล่วงหนา้
- เน้อื ความในจดหมายระบุถงึ ผจู้ ดั หนว่ ยงาน องคก์ ร ตระหนักถึงความรู้ ความสามารถ
ของผ้รู บั เชญิ ความคาดหวงั ในประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับ
- แจ้งก�ำหนด วัน เวลา สถานท่ี ระยะเวลาในการพูด ข้อมลู ผเู้ ข้ารว่ มการพดู อภปิ ราย
- ลงท้ายจดหมายด้วยการแสดงความคาดหวังในการตอบรับของผู้รับเชิญในการยินดี
ให้เกียรติเป็นวิทยากร พรอ้ มระบกุ ารตอบรับในทางจดหมาย หรือทางโทรศพั ท์
ตวั อย่าง : จดหมายเชิญเปน็ วทิ ยากร
ส�ำนักงานชุมชนเทยี นทะเล
วัน เดอื น ปี
เรอื่ ง ขอเรยี นเชญิ เป็นวทิ ยากร
เรยี น คุณชาญเช่ยี ว เท่ียวท่อง
ด้วยปจั จุบนั ธุรกิจโฮมสเตย์ ก�ำลงั เป็นทน่ี ิยมของนักทอ่ งเท่ยี วทัง้ ชาวไทยและต่างประเทศ กระผม
ในฐานะตัวแทนชาวชุมชนเทียนทะเล มีความประสงค์ท่ีจะสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านให้มีคุณภาพชีวิตที่
ดีขน้ึ การท�ำธุรกิจดงั กล่าวจึงนา่ จะตอบโจทย์ในครัง้ นี้ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี แต่ต้องไมเ่ ปน็ การทำ� รา้ ย และท�ำลาย
บรรยากาศธรรมชาตใิ หส้ ูญเสียไป จงึ ตอ้ งมวี ธิ ีการปฏบิ ัตทิ ีถ่ กู ตอ้ ง และไม่ผดิ กฎหมายสงิ่ แวดลอ้ ม
ดังน้ัน กระผมได้ทราบว่าท่านเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญท้ังการจัดการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยว
และรอบรู้ดา้ นกฎหมายเปน็ อย่างดี จงึ ขอเรียนเชิญทา่ นมาเป็นวิทยากรบรรยายในหวั ขอ้ “โฮมสเตยร์ ักษ์
ธรรมชาติ” ให้กบั ชาวชุมชนเทยี นทะเล ในวนั เสารท์ ่ี 20 กุมภาพนั ธ์ 25xx ต้งั แตเ่ วลา 09.00-17.00 น.
ในการน้ี กระผมและชาวชุมชนเทียนทะเลหวังเป็นอย่างยิ่งท่ีจะได้รับความอนุเคราะห์จากท่าน
และขอขอบคุณมา ณ โอกาสน ี้
ป ร ะ( น ธข าาเอขนยแยีเชขสนุมยีด ช นง นค เ ตวท ำ�เาียทบมนียลนทนเับทะทถียเะลือนเลท)ะเล
โทรศัพท์ติดตอ่ 007-0008-009
บทท ี่ ๘ การเขียนจดหมายกิจธุระ 119
๔. จดหมายสมัครงาน
จดหมายสมัครงาน เป็นจดหมายกิจธุระประเภทหน่ึง เป็นสารประเภทโน้มน้าวใจ
เป็นการเขียนโดยมีความมุ่งหมายส�ำคัญ คือ ให้หน่วยงาน องค์กร ให้โอกาสผู้เขียนจดหมายเข้ารับ
การสมั ภาษณ์งาน
หลกั การเขียนจดหมายสมคั รงาน
จดหมายสมัครงานที่ดีจะต้องสร้างความประทับใจ และก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อผู้ว่าจ้าง น�ำไป
สู่การตดั สนิ ใจจ้างงาน มรี ายละเอยี ดดงั น้ี
๑. กระดาษ และซองจดหมายสมัครงานควรเปน็ สีขาว สะอาด เรียบรอ้ ย
๒. ควรใช้การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ตัวอักษรท่ีใช้พิมพ์ควรเป็นมาตรฐานราชการก�ำหนด
หากผู้จ้างก�ำหนดให้เขียนด้วยลายมือ ผู้สมัครงานต้องเขียนด้วยลายมือที่อ่านง่าย ชัดเจน ด้วยหมึก
สีน้ำ� เงิน
๓. ใช้ภาษาสุภาพ เหมาะสมกาลเทศะ เรียงประโยคถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ การสะกดค�ำ
วรรณยุกต ์ ตวั การันต ์ ถกู ต้องตรงตามต�ำแหน่ง
๔. เน้ือความในจดหมายควรเปน็ ข้อความสั้น ๆ ตรงไปตรงมา เน้นประเด็นทีน่ า่ สนใจ กลา่ วถงึ
ประวัตสิ ่วนตัว ความรู้ ความสามารถ ประสบการณก์ ารทำ� งาน ความสนใจในตำ� แหนง่ งาน หลีกเลี่ยง
การกลา่ วถงึ หน่วยงาน องค์กรในแง่ลบ หรอื ความลบั ของหนว่ ยงานเดิม
ประเภทของจดหมายสมคั รงาน
๑. จดหมายสมัครงานทีใ่ ห้รายละเอียดในจดหมาย : มกั ใชส้ �ำหรับผ้ทู เ่ี พิง่ จบการศึกษา และ
ไมม่ ีประสบการณใ์ นการท�ำงานมากอ่ น
120 ภาษาไทยเพ่อื อาชพี
48/36 ม.ชยั พฤกษ์
ถ.เพชรเกษม แขวงจอมทอง
เขตจอมทอง กรงุ เทพฯ
18 พฤษภาคม 25XX
เร่อื ง ขอสมคั รงานตำ� แหน่งพนักงานฝ่าย IT
เรยี น ผจู้ ดั การบริษัท IT LAND จำ� กดั
สง่ิ ทีส่ ่งมาดว้ ย รายละเอยี ดสว่ นตัว จำ� นวน 1 ฉบับ
ดิฉันทราบข่าวจากโฆษณาในนิตยสารไทม์ไลฟ์ ว่าบริษัทของท่านต้องการรับสมัครพนักงาน
ฝา่ ย IT จำ� นวน 1 ต�ำแหน่ง ดฉิ ันมคี วามสนใจขอสมคั รเขา้ รับการพจิ ารณาบรรจุงานในต�ำแหน่งดังกลา่ ว
พรอ้ มกนั น้ี ดฉิ ันได้ส่งรายละเอยี ดสว่ นตวั ประวตั ิการศกึ ษามาพรอ้ มกับจดหมายฉบบั นแ้ี ล้ว
ในชว่ งทด่ี ฉิ ันศกึ ษาอยใู่ นมหาวทิ ยาลยั ..........ดิฉนั ไดร้ บั โอกาสร่วมดแู ลระบบ IT ร่วมกับอาจารย์ประจ�ำ
คณะ เปน็ ระยะเวลา 2 ปี จงึ มคี วามม่นั ใจว่าดฉิ ันจะสามารถปฏิบัตงิ านของทา่ นไดเ้ ป็นอย่างดี
ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะให้โอกาสดิฉันเข้ารับการสัมภาษณ์รายละเอียดเพ่ิมเติม
เพื่อพิจารณาดฉิ นั สำ� หรบั ต�ำแหน่งงานดังกล่าว
ขอแสดงความนบั ถือ
(ลายเซ็น ผู้สมคั ร)
(ลายมอื ช่ือ – นามสกุล ผู้สมัคร)
๒. จดหมายสมัครงานท่ีมีประวัติย่อแนบไปด้วย : ใช้ในกรณีที่ผู้สมัครงานมีข้อมูลประวัติ
สว่ นบุคคล ประวตั ิการศกึ ษา
บทท ่ี ๘ การเขยี นจดหมายกิจธุระ 121
58/100 ม.บัวทอง ถ.สขุ าภิบาล 3
เขตบางกะปิ กรงุ เทพฯ
18 พฤษภาคม 25XX
เรอ่ื ง ขอสมคั รงานต�ำแหนง่ ผชู้ ว่ ยผ้จู ัดการฝา่ ยจัดจำ� หน่าย
เรียน ผูจ้ ัดการฝ่ายบุคคลบรษิ ทั CT INDUSTY จ�ำกัด
ส่ิงที่สง่ มาดว้ ย 1. ประวตั ิยอ่
2. ใบรบั รองการศึกษา
3. รูปถา่ ย
ดฉิ นั ทราบขา่ วจากโฆษณาในหนังสอื พิมพ์ THE BANGKOK POST ฉบบั วันท่ี 16 เมษายน
2560 ว่าบริษัทของท่านต้องการรับสมัครพนักงานต�ำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายจัดจ�ำหน่าย จ�ำนวน
1 ตำ� แหนง่ ดฉิ นั มีความสนใจขอสมัครเข้ารับการพิจารณาบรรจุงานในต�ำแหน่งดังกลา่ ว
ดฉิ ันส�ำเร็จการศกึ ษาระดับปริญญาตรีดา้ นการบรหิ ารธรุ กจิ มหาวทิ ยาลัยอสั สมั ชญั ปี 2550
เกรดเฉลี่ย 2.85 มปี ระสบการณก์ ารท�ำงานดา้ นคลังสินคา้ บริษทั คารล์ แท็กซ์ เป็นเวลา 2 ปี ซงึ่ ช่วยให้
ดฉิ นั มีความรู้ความสามารถดา้ นการจัดการคลงั สนิ คา้ เป็นอย่างดี ดฉิ นั มีความร้ทู างภาษาจนี , และภาษา
อังกฤษ ในระดับดี ทั้งการฟัง, พูด, อา่ น, เขียน มีความขยนั รับผดิ ชอบต่อหน้าทีก่ ารงานเป็นอย่างดี
ดฉิ ันหวงั เปน็ อย่างย่ิงวา่ ทา่ นจะให้โอกาสดฉิ ันเขา้ รับการสัมภาษณ์รายละเอยี ดเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกับ
ความร้คู วามสามารถของดิฉันเพอ่ื พิจารณาดฉิ นั ส�ำหรับตำ� แหน่งงานดังกล่าว
ขอแสดงความนับถือ
(ลายเซน็ ผู้สมคั ร)
(ลายมอื ชือ่ – นามสกุล ผสู้ มัคร)
122 ภาษาไทยเพื่ออาชพี
ตัวอยา่ งประวัตยิ อ่ ภาษาไทย : นางสาวสภุ าวดี ใสสะอาด
ท่ีอยูป่ ัจจุบนั 58/100 หม่บู า้ นบัวทอง ถ.สขุ าภบิ าล 3 เขตบางกะป ิ กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลสว่ นตวั
อายุ 30 ป ี เกิด 26 ธันวาคม 2530
ศาสนา พทุ ธ
นำ้� หนัก ส่วนสูง 50 กก. สูง 160 ซม.
สญั ชาติ เชอื้ ชาติ ไทย/ไทย
สถานภาพสมรส โสด
สขุ ภาพ แข็งแรงดีมาก
การศกึ ษา
2550 - ปรญิ ญาตร ี มหาวิทยาลยั อสั สมั ชญั ประเทศไทย
ประสบการณ์
การท�ำงานดา้ นคลงั สนิ ค้าบรษิ ัทคารล์ แท็กซ ์ เป็นเวลา 2 ปี
ระหว่างวนั ที่ 1 กรกฎาคม 2550 – 30 กนั ยายน 2552
คุณสมบตั พิ ิเศษ
ท�ำงานร่วมกบั ผูอ้ ืน่ ได้ดี
มั่นใจในตัวเอง
มคี วามเปน็ ผนู้ �ำ
มคี วามสามารถในการพูดและเขยี นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ไดด้ ี
ความสนใจพเิ ศษ
เหตกุ ารณ์ดา้ นการเมืองและเศรษฐกิจ
สะสมหนงั สือ
เพาะเล้ยี งต้นไม้
บคุ คลทจี่ ะตรวจสอบประวัติ และความประพฤติ
(ระบชุ ือ่ / ต�ำแหนง่ หนา้ ทก่ี ารงาน / ความสัมพนั ธ)์
บทท ี่ ๘ การเขยี นจดหมายกจิ ธุระ 123
สว่ นประกอบของจดหมายสมคั รงาน
เน้ือความในจดหมาย ผู้เขียนในฐานะ “ผู้สมัครงาน” ต้องระบุ คุณสมบัติของตนไว้อย่าง
ชัดเจน และต้องเลือก “ข้อมูล” ให้ตรงกับความต้องการของหน่วยงาน องค์กรที่เปิดรับสมัครงาน
ใหม้ ากที่สุด ทง้ั นี้ ตอ้ งอยู่บนพื้นฐานของความเปน็ จริง ส่วนประกอบของจดหมายสมัครงาน ไดแ้ ก่
๑. ส่วนน�ำ หรืออรัมภบท : กล่าวถึงแหล่งท่ีมาของข้อมูลการรับสมัครต�ำแหน่งงาน
ความสนใจในการสมัคร วตั ถุประสงคแ์ ละจดุ ม่งุ หมาย ระบตุ ำ� แหน่งที่ตอ้ งการสมัครชดั เจน
๒. รายละเอียดส่วนตัว และการศึกษา : เป็นการแนะน�ำประวัติส่วนตัว โดยเร่ิมจาก
ชื่อ – นามสกลุ อายุ สถานภาพ สำ� เรจ็ การศึกษาด้านใด ผลการศึกษา ความสามารถทเี่ หมาะสมกบั
ตำ� แหนง่ งาน ความรคู้ วามสามารถพิเศษ ควรเขยี นส้นั ๆ เนน้ เฉพาะส่วนท่ีผู้จา้ งตอ้ งการหรอื สนใจ
๓. ประสบการณ์ : ระบุประสบการณ์การท�ำงาน ต�ำแหน่งหน้าที่ หน่วยงาน ระยะเวลา
เหตุผลที่ลาออก หากเพิ่งส�ำเร็จการศึกษาให้ระบุประสบการณ์การฝึกงานต�ำแหน่งหน้าท่ี สถานท่ี
ระยะเวลา หรือเคยมีกจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตรใดทโ่ี ดดเด่น มีสว่ นสมั พนั ธก์ ับตำ� แหนง่ งาน (ประวัตินา่
สนใจเพ่ิมขนึ้ )
๔. ผูร้ ับรอง : ควรเปน็ บุคคลทสี่ ังคมยอมรบั เช่อื ถอื ได้ หรอื เปน็ บคุ คลทคี่ นุ้ เคย ไม่ใชญ่ าติ
ในกรณีท่ีเคยมีประสบการณ์การท�ำงาน อาจเป็นหัวหน้างาน หรือฝ่ายบุคคลที่ท�ำงานเดิม ในกรณีท่ี
เพิง่ จบการศกึ ษาอาจอา้ งถงึ อาจารยท์ ค่ี ุ้นเคย หากอ้างถึงผใู้ ดควรได้รับการอนญุ าตกอ่ น
ผูร้ บั รอง คือ บคุ คลที่ผู้จ้างงาน สามารถสอบถามถึงความรู้ ความสามารถ ลกั ษณะนสิ ยั
ความประพฤติ และรายละเอียดอน่ื ๆ เกยี่ วกบั ผู้สมคั รได้ และมจี ำ� นวนไม่น้อยกวา่ ๓ คน โดยตอ้ ง
แจ้งช่อื – นามสกุล ตำ� แหนง่ งาน สถานทท่ี ำ� งาน (ทีอ่ ยู่) หมายเลขโทรศัพท์ทีส่ ามารถติดต่อไดร้ วดเรว็
๕. ส่วนท้าย บทสรุป : ส�ำนวนภาษาแสดงความโน้มน้าวใจให้ผู้จ้างเกิดความสนใจ ขอ
โอกาสให้ได้รับการพิจารณา โดยกล่าวถึงความพร้อมส�ำหรับการมารับการสัมภาษณ์ หรือทดลอง
ปฏิบัตงิ าน และแสดงหลกั ฐานอื่น ๆ ประกอบ อาทิ
๕.๑ ประวัติย่อท่ีแนบไปกับจดหมายสมัครงาน–อาจท�ำข้นึ เองหรอื กรอกแบบฟอรม์ ของ
บริษทั ระบุรายละเอยี ดตา่ ง ๆ เชน่ ประวตั ิการศึกษา ประวตั ิการท�ำงาน ความร ู้ ความสามารถพิเศษ
๕.๒ ใบรบั รอง วฒุ บิ ตั ร – หากไมม่ กี ารระบใุ นเอกสารสมัครงาน ให้เลอื กเฉพาะท่นี ่าสนใจ
สัมพันธ์กบั ต�ำแหน่งงานแนบไปกบั ประวัติย่อ (ควรเป็นส�ำเนา)
๕.๓ ผู้ท่ีมีประสบการณ์น้อย หรือเพ่ิงจบการศึกษา – ควรเน้นด้านการศึกษากิจกรรม
เสริมหลักสูตร การฝึกงาน หรืองานพิเศษที่ท�ำในระหว่างศึกษา งานอดิเรก คุณลักษณะความ
ประพฤตทิ ่ีสอดคล้องกับความตอ้ งการของผู้จา้ ง
124 ภาษาไทยเพื่ออาชพี
๕.๔ เงินเดือน – หากในแบบฟอร์มไม่ได้ให้ระบุถึงเงินเดือนท่ีเคยได้รับ หรือเงินเดือนที่
ต้องการ ผู้สมคั รไม่ตอ้ งเขยี นในใบสมัคร
๕.๕ เหตุผลทอี่ อกจากงาน – หากสาเหตมุ ไิ ด้เกดิ จากความผิดพลาด หรือไมข่ ดั ต่อดลุ พินิจ
ของผู้จ้าง ผูส้ มัครควรกรอกลงในเอกสารตามความเปน็ จรงิ หลีกเล่ียงการกล่าวโทษ ตำ� หนิองค์กรเดิม
๕.๖ ขอ้ ความทไ่ี ม่ควรเขียนในจดหมายสมัครงาน – การวพิ ากษว์ จิ ารณน์ ายจา้ ง หัวหนา้
งานเดมิ สวสั ดกิ ารของทที่ �ำงานเดมิ ทงั้ แง่บวกและแงล่ บ ปัญหาสว่ นตัวของผู้สมัคร
บทท ี่ ๘ การเขียนจดหมายกิจธุระ 125
แบบทดสอบ
และกิจกรรมการฝึกทักษะ
บทท่ี ๘ การเขียนจดหมายกิจธรุ ะ
กจิ กรรมที่ ๑ เลือกค�ำตอบทีถ่ ูกต้อง
๑. ขอ้ ใดสื่อความหมายของ “จดหมายกิจธรุ ะ” เหมาะสมท่สี ุด
ก. จดหมายระหว่างบรษิ ัทแหง่ หนึง่ สอบถามเรือ่ งความพอใจในตัวสนิ คา้
ข. จดหมายทส่ี มชาติเขียนถงึ พี่ชายเพอ่ื สอบถามเรอ่ื งมรดกของคุณยาย
ค. จดหมายทีบ่ ุคคลเขยี นตดิ ตอ่ กนั ในเร่อื งธรุ ะทีไ่ มเ่ กีย่ วกับการคา้ ขาย
ง. จดหมายที่หน่วยงานรฐั ส่งถงึ ประชาชนเพอ่ื ลงมติรบั รา่ งรัฐธรรมนูญ
๒. ลกั ษณะเดน่ ของจดหมายกิจธรุ ะเปน็ อยา่ งไร
ก. จะตอ้ งใช้ภาษาที่มีรายละเอียดมาก ๆ ข. มีรปู ภาพของสินคา้ ประกอบ
ค. มที ั้งรปู ภาพและภาษาประกอบ ง. ภาษาที่กระชบั กะทดั รัด
๓. ถอ้ ยค�ำท่ีใชใ้ นการเขียนจดหมายกิจธรุ ะเป็นเช่นไร
ก. ใชภ้ าษาพูดตรง ๆ ข. ถอ้ ยคำ� ท่ีใช้ตอ้ งสภุ าพ
ค. ถ้อยคำ� ท่ใี ช้ เชน่ โฆษณาสินคา้ ง. ถอ้ ยค�ำ คำ� ศพั ท์ เฉพาะสนิ ค้า
๔. ข้อความในจดหมายกิจธรุ ะประกอบดว้ ย ๒ ย่อหนา้ ข้อใดมคี วามสมั พันธต์ รงกับค�ำกลา่ วน้ี
ก. ยอ่ หน้าแรกบอกชอื่ ผูร้ บั ย่อหนา้ ท่ี ๒ บอกช่ือผ้สู ่ง
ข. ยอ่ หน้าแรกบอกวัตถปุ ระสงค์ ยอ่ หน้าที่ ๒ บอกสิ่งทส่ี ่งมาด้วย
ค. ยอ่ หน้าแรกบอกสาเหตกุ ารเขยี นจดหมาย ย่อหน้าท่ี ๒ บอกวตั ถปุ ระสงค์ของจดหมาย
ง. ยอ่ หน้าแรกบอกวนั /เดอื น/ปี ของการส่งจดหมาย ยอ่ หน้าท่ี ๒ บอกสาเหตุการเขยี น
๕. ข้อความที่ปรากฏอยู่ในสว่ นหวั (ส่วนตน้ ) ของจดหมาย ประกอบด้วย ๓ สว่ น ยกเว้นขอ้ ใด
ก. เรอื่ ง หรอื จดุ ประสงค์ ข. ค�ำขึ้นตน้
ค. ลำ� ดับที่ของจดหมาย ง. ส่ิงทส่ี ่งมาดว้ ย
126 ภาษาไทยเพอ่ื อาชีพ
๖. รปู แบบของจดหมายกิจธรุ ะหมายถึงข้อใด
ก. จดหมายกิจธุระสมบรู ณ์แบบ และจดหมายกจิ ธรุ ะเตม็ รูปแบบ
ข. จดหมายกิจธรุ ะแบบสมบรู ณ์ และจดหมายกจิ ธุระแบบท่ัวไป
ค. จดหมายกจิ ธรุ ะแบบท่ัวไป และจดหมายกิจธุระแบบสมบูรณ์
ง. จดหมายกจิ ธรุ ะแบบธรรมดาทวั่ ไป และจดหมายกจิ ธุระแบบราชการ
๗. ข้อแตกตา่ งของรปู แบบจดหมายกจิ ธุระขา้ งต้นคือเรอ่ื งใด
ก. แบบท่ี ๑ ไมม่ คี �ำวา่ “เร่อื ง” ข. แบบท่ี ๒ ไมม่ ีคำ� ขึน้ ตน้
ค. แบบที่ ๑ ไม่มคี �ำขึ้นต้น ง. แบบที่ ๒ ไมม่ คี �ำวา่ “เร่ือง”
๘. หมายเลขโทรศัพทข์ องหน่วยงานทีอ่ อกจดหมายควรวางไว้ในต�ำแหน่งใด
ก. ล�ำดบั แรกด้านซา้ ยของจดหมาย ข. ล�ำดับท่ี ๒ ดา้ นขวาของจดหมาย
ค. ล�ำดบั สดุ ท้ายด้านขวาของจดหมาย ง. ลำ� ดบั สุดท้ายด้านซา้ ยของจดหมาย
๙. คำ� ข้ึนตน้ และคำ� ลงทา้ ยของจดหมายกิจธุระทีน่ ยิ มใช้คือขอ้ ใด
ก. กราบเรยี น – ขอแสดงความเคารพอย่างสูง
ข. เรยี น – ขอแสดงความเคารพ
ค. เรยี น – ขอแสดงความนบั ถือ
ง. กราบเรยี น – ขอแสดงความนับถอื อยา่ งสูง
๑๐. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การเขยี นจดหมายเชงิ กจิ ธุระ
ก. การกรอกแบบฟอร์ม
ข. การเขยี นประกาศ
ค. การเขียนจดหมายลากิจ
ง. การกรอกแบบสอบถามความพงึ พอใจตวั สนิ คา้
๑๑. ในการเขยี นจดหมายสมคั รงาน สง่ิ ใดไมค่ วรปฏิบัติ
ก. การขอโอกาสเขา้ รบั การสมั ภาษณ ์
ข. การกลา่ วถึงความจำ� เป็นท่ีต้องการได้งานนี้
ค. การอา้ งบคุ คลหรอื หน่วยงานรับรองความรคู้ วามสามารถ
ง. การระบุความรู้ ความสามารถพเิ ศษของผูส้ มคั รงาน
บทท ่ี ๘ การเขียนจดหมายกิจธรุ ะ 127
๑๒. สิ่งใดไม่ตอ้ งเขียนลงในจดหมายสมคั รงาน ข. ความสามารถพิเศษ
ก. ต�ำแหนง่ งานทตี่ อ้ งการ ง. อัตราเงนิ เดือนทตี่ ้องการ
ค. ประสบการณก์ ารทำ� งาน
๑๓. ผสู้ มัครงานท่ีเพ่ิงจบการศกึ ษา หรือมีประสบการณก์ ารท�ำงานน้อย ควรให้ความส�ำคญั เรื่องใด
ในการเขียนประวัติสว่ นตวั
ก. การอา้ งอิงบุคคลรับรอง
ข. ความพร้อมในการเขา้ รบั การสัมภาษณ์
ค. การขอโอกาสในการเขา้ รับการฝึกงาน
ง. ประสบการณฝ์ ึกงาน และความสามารถพิเศษ
๑๔. ขอ้ ใดไมค่ วรปฏิบัติในการเขยี นจดหมายกิจธุระ
ก. ค�ำขน้ึ ต้นค�ำลงท้ายเหมาะสมกบั บุคคล
ข. ใชก้ ระดาษเพียงหนา้ เดียวเทา่ นั้น
ค. เขยี นด้วยลายมอื อา่ นงา่ ยสะอาดเรียบรอ้ ย
ง. เขียนดว้ ยหมกึ สีสวยงามตามโอกาสตา่ ง ๆ
๑๕. จดหมายสมคั รงานควรใช้คำ� ข้ึนตน้ และคำ� ลงทา้ ยอย่างไร จึงจะเหมาะสม
ก. สวัสดี - กราบเรยี นมาด้วยความเคารพ
ข. ขอประทานกราบเรยี น - โดยความเคารพอย่างสงู
ค. กราบเรียน - ด้วยความนบั ถอื อยา่ งยง่ิ
ง. เรยี น - ขอแสดงความนับถอื
กิจกรรมที่ ๒ ใหน้ ักศกึ ษาตอบค�ำถามต่อไปนี้ให้ถกู ตอ้ งท่ีสุด
๑. จดหมายกจิ ธุระ หมายถงึ จดหมายลักษณะใด พร้อมยกตัวอยา่ งประกอบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
128 ภาษาไทยเพอื่ อาชพี
๒. หลักการเขียนจดหมายสมัครงานมีอะไรบ้าง
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
กจิ กรรมที่ ๓ กจิ กรรมการฝึกทักษะ
๑. ให้นักศึกษาเขยี นจดหมายสมคั รงาน โดยสมมุตชิ อื่ บริษัทและงานทนี่ กั ศึกษาตอ้ งการ โดยเขยี น
ใหถ้ กู ตอ้ งตามรูปแบบการเขยี น
๒. ให้นักศึกษาเขียนจดหมายกิจธุระ แบบธรรมดาเพ่ือขอความช่วยเหลือ โดยสมมุติสถานการณ์
ขนึ้ เอง
๙บ ท ที่
การเขียนโฆษณา
และประชาสัมพันธ์ในงานอาชีพ
แนวคดิ
“การโฆษณา” เป็นกลไกส�ำคัญของกระบวนการขาย เพราะเป็นการน�ำ
แนวคดิ ของสนิ คา้ และบริการมาเสนอให้กบั “ผ้บู รโิ ภค” หรอื “ลูกค้า” โดยใช้สือ่
เปน็ ตัวกระต้นุ
“ภาษาโฆษณา” มุง่ หวังใหผ้ ู้บริโภคเชือ่ มนั่ ในผลติ ภัณฑจ์ นมยี อดขายสงู และ
ผลก�ำไรตามมา ผู้เขียนโฆษณาจึงต้องมีทักษะและศิลปะในการโน้มน้าวให้ผู้รับสาร
เชอ่ื ถอื จนเกดิ ความตอ้ งการและเชอ่ื มน่ั วา่ สนิ คา้ และบรกิ ารนนั้ ตอบสนองความตอ้ งการ
ของตนได้
สาระการเรยี นรู้
๑. ความหมายของการเขยี นโฆษณา
๒. ความส�ำคญั ของการเขยี นโฆษณา
๓. จุดประสงค์ของการโฆษณา
๔. ประเภทของส่ือโฆษณา
๕. หลักการเขยี นข้อความโฆษณา
สมรรถนะประจ�ำบท
สามารถเขียนขอ้ ความโฆษณา ได้ถกู ต้องตามหลกั การเขยี น
วัตถุประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (Behavioral Objectives)
๑. อธบิ ายความหมายของการโฆษณา
๒. เข้าใจหลกั การโฆษณา มที กั ษะในการเขยี นโฆษณาในงานอาชีพ
๓. ระบสุ ื่อของการโฆษณาและประชาสัมพันธ์
๔. สรุปความสำ� คัญและวัตถปุ ระสงคข์ องการโฆษณา
๕. บอกหลกั การเขยี นขอ้ ความโฆษณา
๖. อธิบายวงจรชวี ิตของการโฆษณา
130 ภาษาไทยเพ่อื อาชพี
๙ การเขยี นโฆษณาและ
ประชาสัมพนั ธ์ในงานอาชพี
ความหมายของการโฆษณา
พจนานกุ รมแปลไทย - ไทย ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไดใ้ หค้ วามหมาย“เผยแพร่
ข้อความออกไปยังสาธารณชน ป่าวร้อง ป่าวประกาศ” และ “กระท�ำการไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ให้
ประชาชนเหน็ หรือทราบขอ้ ความเพือ่ ประโยชน์ในทางการคา้ ”
การโฆษณา (Advertising) : คอื การเผยแพร่ หรือกระทำ� การดว้ ยวธิ ีใด ๆ เพอื่ นำ� เสนอสินคา้
และบริการโดยมีจุดมุ่งหมาย คือ เน้นเรื่องการขายเป็นส�ำคัญ เพ่ือโน้มน้าว จูงใจให้ “ผู้บริโภค”
สนใจและสมคั รใจเป็น “ลกู ค้า” เพ่อื เพม่ิ ยอดขายและผลกำ� ไร
ปจั จบุ นั การโฆษณาจะอยใู่ นรปู แบบการเสนอขา่ วสารผา่ นสอื่ มวลชนหลายแขนง เชน่ แผน่ พบั
แผ่นป้าย วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต โดยเจ้าของหรือผู้อุปถัมภ์ที่เปิดเผยตนเอง มี
การจ่ายเงินเพ่ือการใช้ส่ือ และเป็นการเสนอข้อมูลที่มิใช่เป็นการส่งบุคคลเข้าไปติดต่อโดยตรงเหมือน
ในอดีต
จากความหมายของ “การโฆษณา” โดยภาพรวมจึงสามารถน�ำมาแยกรายละเอียดของ
ความหมายได้ ๔ ประการ ดังน้ี
๑. เปน็ งานโฆษณาผา่ นส่อื ต่าง ๆ โดยตอ้ งจ่ายคา่ ตอบแทนหรือคา่ สอื่ โฆษณาน้ัน ๆ
๒. การโฆษณานั้นไม่ท�ำในรูปแบบของส่วนตัว แต่เป็นการโฆษณาผ่านสื่อ เพื่อเผยแพร่ไปยัง
กลมุ่ ชนจำ� นวนมาก
๓. ส่ิงท่ีโฆษณามีท้ังสินค้า บริการ แนวคิดต่าง ๆ เช่น การรณรงค์ต่อต้านอากาศเป็นพิษ
รณรงคใ์ หร้ กั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม ชว่ ยกนั บรจิ าคโลหติ หรอื บรกิ ารของธนาคาร บรษิ ทั ประกนั ภยั งานแสดง
สินคา้ ตา่ ง ๆ
บทท ่ี ๙ การเขียนโฆษณาและประชาสมั พันธใ์ นงานอาชพี 131
๔. งานโฆษณาต้องมีเจ้าของหรือผู้สนับสนุน เพื่อท�ำให้กลุ่มชนที่ได้รับข่าวสาร หรือได้เห็น
ได้ฟงั โฆษณาเหลา่ นเ้ี กิดความเชอื่ ถอื ในโฆษณาน้นั ๆ
วัตถปุ ระสงค์ของการโฆษณา
๑. เพื่อน�ำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร (Informative Advertising) มักถูกใช้ในกรณี
• แนะนำ� สนิ คา้ หรอื บรกิ ารใหม่ โดยเน้นจุดเดน่ เอกลักษณเ์ ฉพาะเพือ่ ดงึ ดดู ใจใหจ้ ดจ�ำ
• เสนอข้อมูลเก่ียวกับประเภท คุณสมบัติ ประโยชน์ ลักษณะเด่น ความส�ำคัญต่อ
การด�ำรงชีวิต
• เพื่อรกั ษาฐานลกู คา้ เดิม และเพม่ิ กลุม่ ลูกคา้ ใหมเ่ ปน็ การครองตลาด และขยายตลาด
• เพือ่ เนน้ ยำ้� สรา้ งต�ำแหนง่ สนิ ค้าหรือบรกิ ารใหอ้ ยู่ในความทรงจำ� ของผู้บริโภคตลอดไป
• เพ่ือสร้างภาพพจน์หรอื ภาพลักษณ์ (Image) ทีด่ ใี ห้แกอ่ งคก์ าร บริษัท หา้ งร้านตา่ ง ๆ
• เพอื่ นำ� ไปส่กู ารจ�ำหนา่ ยสินค้าหรือบริการใหม่
๒. เพอ่ื จงู ใจ (Persuasive Advertising) นักการตลาดน�ำมาใชเ้ พื่อต้องการชกั จงู หรอื
จงู ใจให้ผู้บริโภคเกดิ ความพึงพอใจใน Brand Preference
๓. เตือนความทรงจ�ำ (Reminder Advertising) มักถูกน�ำมาใช้เพ่ือกระตุ้นให้ผู้บริโภค
จ�ำเก่ียวกบั ตราสนิ คา้ ภาพพจน์ของผลติ ภัณฑ์ และบริษัทได้เสมอ
ประเภทของการโฆษณา
๑. การโฆษณาผลิตภณั ฑ์ และโฆษณาองคก์ ร
• การโฆษณาผลิตภัณฑ์ : เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพ่ือให้เกิดความต้องการ
ในผลติ ภณั ฑ์มากกว่า “ตราสนิ ค้า หรือ Brand Preference”
• การโฆษณาองค์กร : เป็นการโฆษณาท่ีไม่มุ่งถึงผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการโฆษณาที่
ออกแบบเพ่ือเสริมสรา้ งภาพพจนข์ องบริษทั มากกว่า
๒. การโฆษณาเพอ่ื กระตนุ้ ความตอ้ งการซื้อ
• การโฆษณาเพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อพื้นฐาน : นิยมใช้มากในช่วงระยะของข้ันตอน
การแนะนำ� ผลิตภัณฑ์เข้าส่ตู ลาด
• การโฆษณาเพอื่ กระตนุ้ ความต้องการซ้ือแบบเลอื กสรร : เป็นการโฆษณาทม่ี ่งุ พยายาม
หว่านล้อม หรือมีอิทธิพลต่อความต้องการเพ่ือให้พอใจผลิตภัณฑ์หรือบริการเฉพาะอย่างใดอย่างหน่ึง
วิธกี ารจะมกี ารใช้ข้อมลู โนม้ น้าวทางอารมณม์ ากขึน้
132 ภาษาไทยเพ่อื อาชีพ
๓. การโฆษณาเพื่อเปรียบเทียบ : เป็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่มีคุณลักษณะ
คลา้ ยกันมากกวา่ หรอื เทา่ กัน ของสนิ ค้า ๒ “ตราสินค้า หรือ Brand Preference”
หลกั และมารยาทของการเขยี นขอ้ ความโฆษณา
การเขียนข้อความโฆษณา คือ กระบวนการรวบรวมความคิดของผู้โฆษณา (Advertiser)
โดยการน�ำค�ำหลายชนิดเข้าไว้ดว้ ยกนั แลว้ แสดงออกโดยทางการเขยี น
การเขียนโฆษณามีความยากและซับซ้อนกว่าการใช้ค�ำพูดโฆษณา เพราะเป็นการใช้ตัวอักษร
และภาพเพ่ือส่ือความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น การเขียนข้อความโฆษณาให้น่าอ่านและสื่อความเข้าใจ
อย่างได้ผลน้ัน นอกจากจะมีข้อความท่ีดีเด่นแล้วยังต้องอาศัยการจัดรูปแบบหน้าโฆษณา ให้มี
องคป์ ระกอบศลิ ปท์ ีน่ ่าสนใจอกี ด้วย ผู้เขียนโฆษณาจึงควรเข้าใจหลักการเขยี น ดังนี้
๑. ผเู้ ขยี นตอ้ งรจู้ ักกลุ่มเป้าหมายใหม้ ากทส่ี ุด เช่น วยั เพศ รสนยิ ม การศึกษา อาชพี ฐานะ
คา่ นิยม ฯลฯ เพือ่ จะไดเ้ ปน็ แนวทางในการเลอื กใช้วธิ กี ารและภาษาท่ีจะนำ� เสนอให้เหมาะสมต่อไป
๒. ผู้เขียนควรมพี ื้นฐานความรู้เกยี่ วกับหลักจิตวทิ ยา เพ่อื จะท�ำใหผ้ อู้ า่ นคล้อยตามแนวคิด
ของผ้เู ขียน เช่น ควรมคี วามรู้เกย่ี วกับธรรมชาตขิ องมนษุ ย์ ความตอ้ งการของมนุษย์ ความสนใจของ
มนุษย์ในแตล่ ะช่วงวยั เปน็ ตน้
๓. ผูเ้ ขียนจะต้องตระหนกั ถงึ หลกั การใหเ้ หตผุ ล เพราะโดยปกติมนุษยม์ ักมีความสงสัยและ
ต้องการเหตุผลที่ดีเพ่ือมาตอบปัญหาและค�ำถามที่สงสัยน้ัน ดังนั้น ผู้เขียนจึงต้องรู้จักใช้ภาษาท่ีเร้า
ใหผ้ ู้อา่ นสนใจและยอมรับ
๔. ผู้เขียนต้องมีความรู้เรื่องหลักการ “เขียนข้อความโฆษณา” ทั้งการใช้ภาษาเขียน
สัญลักษณ ์ รูปภาพ การเขียนข้อความโฆษณา ไดแ้ ก่
• การดึงดูดความสนใจ (Attention) : เป็นข้อความสั้น ๆ กะทัดรัด ได้ใจความ
เร้าความสนใจชวนให้ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ในรูปของค�ำถาม โดยก�ำหนดเป็น “หัวเรื่อง : Headline”
เชน่ “จ่ายแพงกว่าท�ำไม”/“ถึงไมร่ วยกส็ วยได”้
• สร้างความสนใจ (Interest) : เมื่อ “หัวเร่อื ง” ดึงดดู ความสนใจท�ำให้ “ผู้สนใจ”
ต้องการทราบรายละเอียด ผู้เขียนต้องให้ข้อมูลท่ีท�ำให้ “ผู้รับสาร” เข้าใจง่าย ในสาระส�ำคัญ
ด้วยขอ้ ความกะทดั รดั ชดั เจน
• กอ่ ใหเ้ กิดการกระท�ำ (Action) : เป็นข้อความส่วนท้ายของโฆษณา ภาษาท่ีใช้ต้องมี
ลักษณะกระตนุ้ เรา้ ให้กลุ่มเปา้ หมายแสดงพฤติกรรมโดยการซอ้ื ผลติ ภณั ฑ์ หรอื ใช้บรกิ าร
บทท ี่ ๙ การเขยี นโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ในงานอาชพี 133
การใชภ้ าษาของการโฆษณา
การโฆษณา มีความจ�ำเป็นต้องใช้ภาษาที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านผู้ฟัง นักโฆษณาจึงมัก
คิดค้นถ้อยค�ำ ส�ำนวนภาษาแปลก ๆ ใหม่ ๆ น�ำมาโฆษณาอยู่เสมอ เพ่ือเรียกร้องความสนใจ
จากผู้ซ้ือ ในขณะเดียวกันการโฆษณาต้องใช้ภาษาท่ีง่าย ๆ กะทัดรัด ได้ใจความชัดเจนดี น่าสนใจ
ให้ทันเหตุการณ์ รวดเร็ว มีเสียงสัมผัสคล้องจอง จดจ�ำได้ง่ายด้วย จึงมีถ้อยค�ำเกิดใหม่ ๆ อยู่เสมอ
หากผู้โฆษณาไม่ค�ำนึงถึงผลเสียของภาษาแล้ว ก็มักจะคิดค้นส�ำนวนและถ้อยค�ำที่มีส่วนท�ำให้ภาษา
วิบัตอิ ยู่เสมอ ๆ เราเรยี กว่า “การโฆษณาเปน็ พษิ ” เช่น เชน่ คำ� ว่า เหมอื นกลั ล์/มนั ส/์ ซซู่ ่าส/์ สยวิ /
ซูเปอร์สวย/สบึมส์/เล็กดี รสโต/ดมความสะอาด/เอา๊ ะ ๆ/นง้ิ ฯลฯ
ข้อควรคำ� นงึ ในการใช้ภาษาเพือ่ การโฆษณา มีดังนี้
๑. ใช้ภาษาสามญั งา่ ย ๆ สภุ าพเข้าใจงา่ ย
๒. ใชถ้ ้อยค�ำ ภาษาทตี่ รงความหมายท่ตี อ้ งการ
๓. ใช้ภาษาทีถ่ กู ตอ้ ง เหมาะสม ไมใ่ ชภ้ าษาสแลง วบิ ตั ิ หรอื ค�ำต่�ำกวา่ มาตรฐาน
๔. ไมใ่ ช้ถอ้ ยค�ำท่ตี ดั หรือย่อทรี่ ู้กนั เฉพาะกลุ่ม
๕. ไม่ใชค้ �ำที่มีความหมายกำ� กวม เขา้ ใจได้สองแง่สองมุม
๖. ไม่ใช้ค�ำวิชาการหรือศัพท์เทคนคิ เกนิ ความจ�ำเป็น
๗. ควรใช้ค�ำท่ีเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
องค์ประกอบของการโฆษณา
๑. ผโู้ ฆษณา (advertiser) หมายถงึ เจ้าของสินคา้ เจา้ ของบรกิ าร เจา้ ของกิจการ เจ้าของ
ตราสินค้า หน่วยงาน องค์กร ซึ่งจะต้องประสานกับงานด้านการตลาดของหน่วยงานน้ัน โฆษณา
ทุกช้ินจะต้องปรากฏ “ตัวผู้โฆษณา” ให้ชัดเจน และผู้โฆษณาจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใน
การโฆษณาท้งั หมด
๒. สิง่ โฆษณา (advertisement) หมายถึง โฆษณาท่ีท�ำส�ำเรจ็ แล้ว หรอื สิ่งพมิ พ์ประเภท
ตา่ ง ๆ ประกอบด้วยขอ้ ความ รปู ภาพ ซึ่งจะสื่อถงึ สินคา้ หรอื บรกิ ารทปี่ รากฏอยู่บนหน้าหนงั สอื พิมพ์
นติ ยสาร รวมถงึ ภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทศั น์ และบทโฆษณาทางวทิ ยุ เป็นตน้
๓. สือ่ โฆษณา (Media) หมายถงึ สือ่ กลาง หรือช่องทางทผี่ โู้ ฆษณาเลือกใช้เพือ่ เผยแพร่งาน
โฆษณาไปยงั กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย เช่น โทรทศั น์ วิทยุ หนังสือพมิ พ์ ฯลฯ
134 ภาษาไทยเพ่อื อาชีพ
ประเภทส่ือและเครือ่ งมอื ในการโฆษณาในงานอาชพี
สื่อ (Media) หมายถึง เคร่ืองมือหรือตัวกลาง หรือสิ่งท่ีน�ำพาเนื้อหาการโฆษณาประชาสัมพันธ์
ไปสู่ลูกค้า หรือท�ำหน้าท่ีถ่ายทอดแนวความคิดของผู้สื่อสารไปยังประชาชนกลุ่มเป้าหมายท่ีรับ
ข่าวสารทีต่ อ้ งการสอื่
สอ่ื และเครอ่ื งมือในการโฆษณา แบง่ ออกได้ดงั น้ี
๑. สื่อเอกสาร สง่ิ พิมพ์ (Printed Media) :
เป็นส่ือที่เข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มท่ีสนใจได้ดี ความน่าสนใจข้ึนอยู่กับรูปแบบการน�ำเสนอ
ใช้ตัวอักษร ข้อความเปน็ การถ่ายทอดความคิดไปสผู่ ู้รบั สาร กลุ่มเป้าหมาย ไดแ้ ก่
• แผ่นพบั (Folder) : อาจอยูใ่ นลักษณะใบปลวิ (Leaflet) ซ่งึ เปน็ การโฆษณาท่ีสะดวก
รวดเร็ว และมีกลุ่มผู้รบั สารจำ� นวนมาก แต่อาจไมค่ ุ้มค่าเพราะอาจไมไ่ ดก้ ลุ่มเป้าหมาย
ตามต้องการ
• จดหมายข่าว (Newsletter) : ใช้ในการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลท่ีมีก�ำหนดการออก
มีระยะเวลาท่แี นน่ อนเพือ่ เปน็ ประโยชนต์ อ่ หนว่ ยงาน องค์กร ประชาชน
• จดหมายตรง (Direct Mail) : สอื่ ประชาสมั พันธ์ทางไปรษณีย์ เปน็ การเข้าถึงผ้รู บั สาร
โดยตรงเพราะมีการระบุชื่อผ้รู บั ชัดเจน เกดิ ความผิดพลาดนอ้ ย
• สอ่ื มวลชน (Mass Media) : ได้แก่ นติ ยสาร หนงั สอื พมิ พ์ : ค่าใชจ้ ่ายสงู แต่มีขอบขา่ ย
การโฆษณาครอบคลุมผ้รู ับสารไดห้ ลายกลุ่มเปา้ หมาย
๒. สอื่ กระจายเสียง : เปน็ การใชภ้ าพ เสยี ง ตัวอักษร ซงึ่ แบ่งออกเป็น วิทยุ โทรทัศน์
• วิทยุกระจายเสยี ง : เป็นสื่อโฆษณาท่คี รอบคลุมผรู้ บั สารไดเ้ ป็นจำ� นวนมาก
- จุดเด่น : มคี วามสะดวก รวดเรว็ เขา้ ถึงง่าย โน้มนา้ วง่าย เพราะผูฟ้ งั ไม่ต้องใช้สมาธิ
คา่ ใช้จ่ายน้อย
- จดุ ดอ้ ย : มีชว่ งเวลาจำ� กดั ท�ำให้เสนอรายละเอียดไม่เต็มท่ี ผ้ฟู ังอาจไม่สนใจตดิ ตาม
เพราะขาดภาพ หรอื เหตุการณ์น่าสนใจ
• วิทยุโทรทศั น์ : เป็นสือ่ โฆษณาที่ให้ท้งั ภาพ เสียง ตวั อักษร คา่ ใช้จ่ายสูง เปน็ ทีน่ ยิ ม
- จุดเด่น : เป็นการรวมสื่อทุกส่ือเข้าด้วยกัน เข้าถึงได้รวดเร็ว เช่ือถือได้เพราะ
เห็นภาพ สร้างความประทับใจ จดจ�ำได้ดีกว่าส่ือชนิดอื่น เข้าถึงทุกกลุ่มแม้ผู้ไม่รู้
หนงั สือ
- จุดดอ้ ย : ค่าใชจ้ า่ ยสูง มีชว่ งระยะเวลาจำ� กัด และข้อจ�ำกัดเร่อื งพื้นท่กี ารเข้าถึง
บทท ่ี ๙ การเขยี นโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ในงานอาชพี 135
๓. ปา้ ยโฆษณา โปสเตอร์ (Poster) : ใช้ขอ้ ความส้นั ๆ ดึงดูดความสนใจดว้ ยการใชภ้ าพ
ตวั อกั ษร สัญลักษณ์ สู่ผรู้ บั สารไดท้ นั ที ไดแ้ ก่
• ป้ายโฆษณาตดิ ต้ัง : ป้ายโฆษณากลางแจ้ง ป้ายโฆษณา ณ จุดขาย เปน็ ป้ายโฆษณาท่ี
ต้งั อยูก่ ลางแจง้ ได้ผลดีเพราะมีผู้คนจ�ำนวนมากผา่ นไปมา ค่าใช้จ่ายนอ้ ย
• ป้ายโฆษณาเคลื่อนท่ี : เปน็ การโฆษณาทางยานพาหนะ เปน็ การนำ� สารเข้าสผู่ รู้ ับสาร
ได้ทุกที่ คา่ ใชจ้ ่ายสงู กว่าปา้ ยอยู่กบั ท่ี แตเ่ ข้าถงึ กลุ่มเป้าหมายทั่วถึงกว่า
๔. สอ่ื สังคมออนไลน์ ได้แก่ สื่อดิจิทลั ท่ีใชส้ ือ่ สารระหว่างกันในเครือข่ายทางสงั คม (Social
Network) ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บนส่ือใด ๆ ท่ีมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
มเี น้อื หาท้ังในรูปของขอ้ มูล ภาพ และเสยี ง เชน่ เฟซบกุ๊ ไลน์ เว็บบลอ็ ก เว็บบอร์ด อินสตาแกรม ฯลฯ
๕. สือ่ อน่ื ๆ ไดแ้ ก่ ภาพยนตร์ สมุดโทรศัพท์ การโฆษณา ณ จุดขาย
• ภาพยนตร์ : ในรปู แบบของภาพยนตรบ์ นั เทงิ ภาพยนตร์โฆษณา ภาพยนตร์สารคดี
เป็นการเลือกใช้ “บคุ คล : ตวั ละคร” เป็นผูด้ ำ� เนินเรอื่ งเพราะสามารถชกั จูงความคดิ ของของคนไดง้ ่าย
ด้วยการใช้สินค้าหรือบริการ การโฆษณาลักษณะน้ีท�ำให้ประชาชนสนใจและอาจตัดสินใจใช้สินค้า
หรอื บริการเพราะเชือ่ ใน “บุคคล : ตัวละคร”
• การโฆษณา ณ จุดซอื้ : การแนะน�ำสรรพคณุ คุณสมบตั ิของสินค้าหรือบรกิ าร ณ
จุดท่ีประชาชนซ้ือสินค้าหรือบริการ เป็นวิธีการโฆษณาท่ีต้องใช้ความสามารถในการโน้มน้าวใจ ผู้ซื้อ
ค่อนขา้ งสูง เพราะหากผซู้ อ้ื สนใจจะตดั สินใจซ้อื ทนั ที
จุดเด่นในข้อความโฆษณา
โดยทว่ั ไปแล้วการเขยี นขอ้ ความโฆษณาสินคา้ หรอื บรกิ ารน้นั ใชอ้ ยู่ ๒ วธิ ี คือ
๑. อธิบายคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการตามความเป็นจริง : เป็นการกล่าวถึง คุณภาพ
ลักษณะ และประโยชน์ของสินค้าหรือบริการตามความเป็นจริง เช่น รสใหม่ของกาแฟจะช่วยให้
คุณสดชื่นยามเช้า/คณุ จะไดช้ ่ืนชมกับธรรมชาตขิ องทะเลยามเย็นและอากาศบริสทุ ธ์ทิ ่รี ีสอรต์ ......
๒. อธิบายคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการโดยให้ผู้อ่านมีจินตนาการ : วิธีนี้ไม่ได้กล่าวถึง
สินค้าหรือบริการโดยตรง หากแต่เป็นข้อความที่จะชวนให้ผู้อ่านคิดฝันมีจินตนาการของตนเอง เช่น
กาแฟรสใหม่นี้จะท�ำให้ยามเช้าของคุณดุจแดนสวรรค์/คุณจะได้ชมภาพพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และ
ทะเลสงบเงียบฉาบแสงสที องของพระอาทิตย์ยามเย็นดจุ ดังอยูใ่ นวมิ านใตท้ ะเล
136 ภาษาไทยเพื่ออาชีพ
ตวั อย่างการโฆษณาทีใ่ ชภ้ าษาดเี ด่น
• อนาคตจะสดใส ถ้าห่างไกลยาเสพติด
• ปลากระปอ๋ ง “ปลาทพู ลัส”
เหมอื นมที ะเลมาอยู่ในบ้าน
ท่มี า : https://freedesignfree.wordpress.com/2010/07/
บทท ่ี ๙ การเขยี นโฆษณาและประชาสมั พนั ธ์ในงานอาชีพ 137
ศิริราชมูลนธิ ิ รพ.ศิรริ าช : ใหเ้ ท่ากบั รักษา
• ท�ำดไี ดด้ ้วยปลายนิ้ว รว่ มสรา้ งศิริราชพยาบาล
คุณก็ท�ำบญุ ไดแ้ คป่ ลายนวิ้ *984*100 เพอ่ื สร้างอาคารนวมินทรบพติ ร 8 พรรษา
ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=Y2IzrWOS9a0
138 ภาษาไทยเพอื่ อาชพี
• “คนละนิดคนละหน่อย Thank you ครับ “ธรุ กรรมการเงินต้อง TMB
เลือกไมจ่ ่ายคา่ ธรรมเนยี มได”้
ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=bYlGilQ_8oA
บทท ่ี ๙ การเขยี นโฆษณาและประชาสมั พันธใ์ นงานอาชีพ 139
เลิกเหลา้ เลิกจน เรมิ่ ตน้ เขา้ พรรษาน ้ี
การรณรงคเ์ ลกิ เหลา้ เลกิ บุหรี่
ท่ีมา : http://www.siamfishing.com/content/
view.php?cat=ask&nid=49500
วงจรชวี ติ ของการโฆษณา
ในการทำ� โฆษณาสินคา้ หรอื บรกิ ารนั้น เราจะเห็นได้ว่ามกั จะมสี นิ คา้ หรือบริการตราย่หี ้อใหม่ ๆ
เกิดข้ึนในตลาดอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันก็มีสินค้าหรือบริการที่อยู่ในตลาดมานานแสนนานและยังคง
ไดร้ บั ความนยิ มอย ู่ การทำ� โฆษณาสนิ คา้ หรอื บรกิ าร ซงึ่ ตอ้ งทำ� เปน็ ขนั้ ตอนตาม วงจรชวี ติ ของสนิ คา้
(Product Life Cycle) ขั้นต่าง ๆ ของการโฆษณา แบง่ ออกเปน็ ๓ ขน้ั คอื
๑. ข้ันรเิ รมิ่ หรอื เรม่ิ แรก
๒. ข้ันแข่งขัน
๓. ข้นั รกั ษาตลาด
๑. ข้ันริเริ่ม การโฆษณาเผยแพร่สินค้าหรือบริการที่เสนอขายใหม่ อยู่ในระยะเริ่มแรก
ข้อความมีลักษณะ ดงั นี้
๑.๑ ทำ� ให้ “กลมุ่ เป้าหมาย : ผรู้ บั สาร” เหน็ ประโยชนท์ จ่ี ะได้รบั
๑.๒ แสดงคุณคา่ มากที่สดุ
๑.๓ แสดงประจกั ษ์พยานให้เห็นชดั เจน
๒. ขั้นแข่งขัน การโฆษณาเผยแพร่สินค้าหรือบริการที่อยู่ในระยะการแข่งขันกับผู้ขายอื่น
ท่มี ีสนิ ค้าหรอื บรกิ ารประเภทเดียวกัน ขอ้ ความโฆษณาจะมลี กั ษณะ ดงั นี้
๒.๑ สอ่ื ให้เหน็ ว่าสินคา้ หรอื บริการน ี้ ใหป้ ระโยชนม์ ากกว่าสินค้าหรอื บรกิ ารของผอู้ นื่
๒.๒ แนะน�ำส่วนท่ีปรับปรุงของสินค้าหรือบริการน้ัน และผลประโยชน์ที่ผู้ซ้ือจะได้รับ
จากการปรับปรงุ น้ี
140 ภาษาไทยเพ่อื อาชพี
๓. ข้ันรักษาตลาด สินค้าหรือบริการที่ประชาชนรู้จักเป็นอย่างดีและนิยมใช้แพร่หลายแล้ว
แต่เจ้าของผลิตภัณฑ์ยังคงต้องการโฆษณาต่อไป เพราะต้องการให้ผู้บริโภคจดจ�ำสินค้าหรือบริการ
นั้น ๆ คงไว้เพื่อรักษายอดลูกค้าเดิม เน่ืองจากในตลาดย่อมมีสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกัน
มาเปน็ คู่แข่ง
โครงสร้าง องค์ประกอบของขอ้ ความโฆษณา
๑. หวั เรือ่ ง ข้อความพาดหวั (Headline) : เปน็ ส่วนแรกของการโฆษณาท่ีมคี วามส�ำคัญ
เพื่อเรียกความสนใจจากกลุม่ เปา้ หมาย เป็นการใช้ถอ้ ยคำ� สัน้ ไดใ้ จความ เรา้ ใจ อาจตั้งเป็นวลี หรือ
ค�ำถามเพ่ือชวนติดตาม หรือใช้ตัวอักษรท่ีมีลักษณะเด่นท้ังรูปลักษณ์ ขนาด สี ซ่ึงเด่นกว่าส่วนอื่น
ของเนอ้ื ความ
พาดหวั แบบขา่ ว : อาหารเลศิ รสในบรรยากาศเลศิ ลำ้�
พาดหัวแบบช้เี ฉพาะเจาะจง : ท่านทีท่ รมานเพราะโรคอว้ น อย่ากงั วล
พาดหวั แบบค�ำอธิบายประกอบภาพ : บรสี ....สะอาดจนคุณดมความสะอาดไดล้ �้ำลึก
พาดหัวแบบแนะนำ� : ใหม่ ตอ้ งลอง หอม...อร่อย ผสมกาแฟคั่วบดแท ้ ๆ
บทท ี่ ๙ การเขียนโฆษณาและประชาสัมพนั ธใ์ นงานอาชพี 141
๒. พาดหวั รอง สว่ นขยายพาดหัว (Sub Headline) : เปน็ ข้อความขยายเพ่อื ให้ “หวั เรอ่ื ง”
มีความชัดเจน เกิดความเข้าใจต่อเน่ือง ปรากฏอยู่กับการโฆษณาสินค้าหรือบริการ เป็นข้อความ
ขนาดยาว และอยคู่ นละสว่ นกบั “หัวเร่อื ง”
พาดหัว :
หลังแปรงฟันทุกครง้ั บว้ นปากดว้ ย
...น้�ำยาบ้วนปาก
ขยายพาดหัว :
สูตรสมุนไพรเดนทิส ม่ันใจไร้กลิ่นปาก
น้�ำยาบ้วนปาก เดนทิส เฮอร์บัล
เอ็กแทร็กซ ์ เมา้ ธว์ อช
ทม่ี า : http://kobeauty.weloveshopping.com/store/product
๓. ข้อความโฆษณา ขยายรายละเอียดของสินค้าหรือบริการ : เป็นการน�ำเสนอข้อมูล
รายละเอียด ประโยชน์ สรรพคุณ คุณสมบตั ิ เอกลกั ษณ์ องค์ประกอบ รับประกนั ความนา่ เช่อื ถอื
จากการรับประกันคุณภาพสินค้า เพ่ือโน้มน้าวให้กลุ่มเป้าหมาย หรือผู้รับสารกลุ่มอ่ืนคล้อยตาม
เน้อื ความเน้นในเรอื่ งการเชิญชวน ภาษาเข้าใจงา่ ย ชดั เจน น่าเชื่อถอื
“น�้ำยาบว้ นปากสตู รผสมจากสารสกดั ธรรมชาติ เพอื่ เพมิ่ การดูแลสขุ ภาพช่องปาก
และฟนั ให้ได้ผลดยี ่ิงขน้ึ ”
๔. สว่ นสรุป สว่ นท้าย : เปน็ สว่ นส�ำคัญทมี่ ผี ลต่อการสรา้ งความประทับใจ จดจ�ำ เกดิ ความ
ต้องการในสนิ ค้าหรือบริการ เนอ้ื ความเป็นการยำ้� เตือนถงึ ประโยชนท์ ีไ่ ด้รบั และสถานทตี่ ดิ ตอ่ ได้
แนะน�ำให้ซอื้ : โปรดเลือกซ้ือสบู่ “โพรเทค” เพื่อผิวพรรณของคุณ
แนะนำ� ให้แวะชม : โปรดแวะชมสินค้าตัวอย่างหรือทดลองรับบริการได้ที่โชว์รูม ทุกวัน
ไม่เวน้ วนั หยุดราชการ