The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DPT eBook, 2020-08-13 23:13:00

คู่มือการออกแบบอาคารภาครัฐที่จะก่อสร้างใหม่ให้เป็นอาคารเขียวภาครัฐ (G-Goods : NC V.1)

กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

Keywords: คู่มือการออกแบบอาคารภาครัฐที่จะก่อสร้างใหม่ให้เป็นอาคารเขียวภาครัฐ (G-Goods : NC V.1)

แต่ในกรณีคู่มือ G-GOODs ของกรมโยธาธิการและผังเมืองน้ัน จะแยกเป็นเล่มคู่มือสาหรับ
อาคารที่จะก่อสร้างใหม่ (G-GOODs : NC) และคู่มือสาหรับอาคารเดิมท่ีต้องการปรับปรุงให้เป็นอาคารเขียว
(G-GOODs : RV) ซึ่งทงั้ 2 เลม่ ไดร้ วมเนื้อหาด้านการดแู ลอาคารไว้ด้วย เพราะข้อเกณฑ์จะแตกต่างกันระหว่าง
อาคารสร้างใหม่ และอาคารเดิม เช่น บางข้อเป็นเกณฑ์บังคับสาหรับอาคารใหม่ แต่เป็นเกณฑ์เลือกทาสาหรับ
อาคารเดมิ ทัง้ นกี้ ารแยกเลม่ ชว่ ยทาใหผ้ ้อู อกแบบเขา้ ใจงา่ ย ไมส่ ับสน

เลอื กท่ตี ้ัง ชว่ งเวลา
ออกแบบ กอ่ สร้าง ใชง้ านอาคาร

LEED BD+C
LEED O+M
TREES NC
TREES EB
GM NRB
GM ENRB
G-GOODs NC
G-GOODs RV

รปู ท่ี 1 ขอบเขตการประเมนิ ที่แต่ละเกณฑค์ รอบคลมุ

- ประเภทอาคาร เกณฑ์ที่พัฒนามานานเช่น LEED และ GREEN MARK จะมีเกณฑ์สาหรับ

ประเมนิ อาคารเฉพาะประเภทมากขน้ึ ในขณะท่ีเกณฑ์ท่ีพฒั นาใหม่ ซ่งึ ยงั อยู่ใน เวอร์ช่นั ท่ี 1 จะยังไมแ่ ยกเกณฑ์
เฉพาะประเภทอาคารทีห่ ลากหลาย ส่วนใหญเ่ กณฑท์ ุกฉบับจะใช้ไดก้ ับอาคารสานักงาน

- โครงสร้างเน้ือหา พบว่า ระบบประเมินต่างๆ จะมีการแบ่งหมวดหมู่ของเกณฑ์คล้ายๆ กัน

คือ การแบง่ ตามเนื้อหา ซงึ่ อาจจาแนกเป็นหมวดใหญ่ๆ ได้แก่
 หมวดการดาเนินงานโครงการ เช่น วิธีการออกแบบเชิงบูรณาการ การใช้แบบจาลอง

สารสนเทศอาคาร (building information modeling, BIM) เป็นตน้
 หมวดท่ีต้ังที่ยั่งยืน ว่าด้วยการเลือกท่ีต้ังโครงการ และการออกแบบเพ่ือลดผลกระทบ

อันเกิดจากการออกแบบในท่ีตั้งน้ัน เช่น การลดความร้อนท่ีเพ่ิมข้ึนจากพื้นท่ีดาดแข็ง การเกิดน้าฝนไหลนอง
ออกนอกโครงการ เปน็ ต้น

 หมวดประสิทธิภาพการใช้น้า ว่าด้วยการเลือกสุขภัณฑ์ประหยัดน้า การประหยัดน้า

ในงานภูมิทัศน์ น้าใช้ในหอระบายความร้อนของระบบปรับอากาศ การติดมิเตอร์ย่อยเพ่ือให้ทราบความ
ผดิ ปรกตใิ นการใชน้ า้ การใช้นา้ จากแหลง่ อน่ื ทดแทนนา้ ประปา

 หมวดพลังงานและบรรยากาศ ว่าด้วยเร่ืองการออกแบบอาคารให้มีประสิทธิภาพ

พลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การลดผลกระทบตอ่ บรรยากาศอันเกิดจากสารทาความเย็น การตรวจสอบ
ระบบอุปกรณ์อาคารโดยบุคคลท่ี 3 (commissioning) โดยหมวดน้ีมักมคี ะแนนมากทีส่ ุด

 หมวดวัสดุ เกี่ยวกับการใช้วสั ดุและทรัพยากรในการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ การ

เลือกใชว้ สั ดุทม่ี ีสว่ นผสมของวสั ดุรีไซเคลิ การลดผลกระทบของการใช้วัสดุทมี่ ีผลต่อสภาพแวดล้อม เช่น การลด
ปริมาณขยะกอ่ สร้าง

ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาค่มู อื อาคารเขียวภาครัฐ 3

 หมวดคุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร ซ่ึงครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพอากาศในอาคาร

ท่ีเกิดจากการระบายอากาศท่ีไม่พอเพียง อากาศไม่สะอาด ผลกระทบจากสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่ปลดปล่อย
จากวัสดใุ นอาคาร คุณภาพแสงสวา่ ง คณุ ภาพเสยี ง การเห็นววิ ทิวทศั น์ เปน็ ต้น

 หมวดนวัตกรรมและอ่ืนๆ เช่น การมีผู้เชี่ยวชาญอาคารเขียว หรือ การทาเกณฑ์บาง

เรอื่ งไดด้ เี ปน็ พเิ ศษ การทาในสิง่ ที่ชว่ ยลดปญั หาเร่งด่วนของภมู ิภาค การสามารถทาในส่งิ ทไ่ี ม่มรี ะบุในเกณฑ์ แต่
เป็นเร่อื งที่มีผลดีตอ่ สภาพแวดลอ้ มหรอื ผู้ใช้อาคาร

LEED SCORE

1. Integrative Design Process 1 0.9%
2. Location & Transportation
16 14.5%
3. Sustainable Sites 10 9.1%
4. Water Efficiency
5. Energy and Atmosphere 11 10.0%
6. Materials and Resources
7. Indoor Environmental Quality 33 30.0%

8. Innovation 13 11.8%
9. Regional Priority 16 14.5%

6 5.5%
4 3.6%

0 5 10 15 20 25 30 35
points

รปู ที่ 2 การแบ่งหมวดและน้าหนักคะแนนของ LEED BD+C v4

TREES SCORE

1. Building Management 3 3.5% 16 18.8%
2. Sites and Landscape 6 7.1%
3. Water Conservation 20 23.5%
5 5.9% 13 15.3%
4. Energy and Atmosphere 5 5.9%
5. Materials and Resources 17 20.0%
6. Indoor Environmental Quality
7. Environmental Protection

8. Green Innovation

0 5 10 15 20 25
points

รูปที่ 3 การแบง่ หมวดและน้าหนักคะแนนของ TREES-NC v1.1

4 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพฒั นาคูม่ ืออาคารเขียวภาครฐั

GREEN MARK SCORE

1. Climatic Responsive Design 30 21.4%
2. Building Energy Performance 30 21.4%
30 21.4%
3. Resource Stewardship 30 21.4%
4. Smart and Health Building 20 14.3%
5 10 15 20 25 30 35
5. Advanced Green Efforts points
0

รูปท่ี 4 การแบง่ หมวดของ Green Mark NRB : 2015

การแบง่ โครงสร้างเน้ือหาเป็นหมวดในลักษณะดังกล่าวมีข้อดีคือ ทาใหส้ ามารถทราบค่าน้าหนัก หรือ
การให้ความสาคัญของเกณฑ์ได้ง่ายชัดเจน เช่น สามารถทราบได้ว่าเกณฑ์ส่วนใหญ่จะให้คะแนนมากในเร่ือง
การประหยัดพลังงานและผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ยกเว้นเกณฑ์การประเมินของ WELL ที่มีความชัดเจนว่า
เนน้ เรอื่ งสุขภาพ มิใชเ่ นน้ การประหยัดพลงั งาน

- วิธีการประเมินตามเกณฑ์ การประเมินในบางหัวข้อ จะสามารถทาได้มากกว่า 1 วิธี เชน่

ทางเลอื กที่ตอ้ งใช้โปรแกรมเฉพาะทางคานวณ หรอื ทางเลอื กทีใ่ ชก้ ารคานวณอยา่ งง่าย โดยใชเ้ ครื่องคดิ เลข ซึ่ง
ในการสังเคราะหเ์ กณฑ์ใหม่ ต้องพิจารณาความพรอ้ มของผ้ใู ช้เกณฑ์ดว้ ย

- ตัวช้ีวัดของเกณฑ์แต่ละด้าน เน่ืองจากในระบบประเมินอาคารเขียวที่พบ เป็นระบบท่ีมี

การรับรองอาคาร ดังน้ันจึงต้องกาหนดตัวช้ีวัดหรือ เกณฑ์ประเมินว่าผ่านหรือไม่ผ่านได้อย่างชัดเจน เช่น การ
เลือกวัสดุที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิล ใช้การหาร้อยละของปริมาณวัสดุรีไซเคิลโดยการเทียบกับน้าหนักรวม
ของวัสดุน้ัน แล้วนาน้าหนักเฉพาะส่วนรีไซเคิลคิดเทียบเป็นมูลค่าเงิน แล้วนามูลค่าเงินของวัสดุรไี ซเคิลทุกชนิด
ในโครงการมารวมกัน จากน้ันหาร้อยละของมูลค่าวัสดุรีไซเคิลเทียบกับมูลค่าวัสดุท้ังหมด โดยต้องมีมูลค่า
มากกว่าเกณฑ์ที่กาหนด เช่น ร้อยละ 10-20 ซ่ึงการดาเนินงานดังกล่าวทาให้ผู้ออกแบบรู้สึกเป็นภาระได้ หาก
มิได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขอการรับรอง ดังน้ันการสร้างเกณฑ์ใหม่ในกรณีของ G-GOODs จึงควรใช้ตัวชี้วัดท่ีมี
ประสิทธภิ าพในการวดั ในเร่ืองนน้ั ๆ โดยไมส่ รา้ งภาระงานให้กบั ผอู้ อกแบบมากเกนิ ไปโดยไม่มีความจาเปน็

4) การสังเคราะห์ จากการวิเคราะหใ์ นด้านต่างๆ ข้างต้น ได้นามาสู่ขั้นตอนการสงั เคราะห์ เพ่ือการ

สรา้ งเกณฑ์การประเมนิ ข้ึนมาใหม่ ท่เี หมาะสมกบั อาคารเขียวภาครฐั ซงึ่ มคี วามชดั เจนวา่ กลุม่ ผใู้ ช้งานหลกั คือ
สถาปนกิ และวศิ วกรของกรมโยธาธิการและผังเมอื ง ซงึ่ ทาหนา้ ทอ่ี อกแบบ

ดังนั้น จึงได้จัดแบ่งหมวดเน้ือหาใหม่ให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยจัดกลุ่มเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ตาม

ผู้รับผิดชอบงานแต่ละด้าน เช่น งานสถาปัตยกรรม งานออกแบบระบบไฟฟ้า งานออกแบบระบบปรับอากาศ

ซึ่งจะทาให้ผู้ที่ทางานแต่ละด้าน ทราบได้ง่ายว่าต้องออกแบบอย่างไร การจัดเนื้อหาเป็นหมวดแบบเดิมนั้น
ผู้ออกแบบจะต้องอ่านคู่มือทั้งหมด ซึ่งบางระบบ เช่น LEED เอกสารจะมีปริมาณมาก และงานที่รับผิดชอบจะ
แทรกอยู่ในหลายหมวด เช่น การออกแบบระบบปรับอากาศและระบายอากาศ จะมีเนื้อหาแทรกท้ังในหมวด

ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคู่มืออาคารเขียวภาครฐั 5

พลังงาน หมวดคุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคารในเรื่องการระบายอากาศ หมวดการใช้น้า กรณีใช้หอระบาย
ความร้อน ซ่ึงผู้ท่ีไม่มีประสบการณ์ออกแบบอาคารเขียวมาก่อน จาเป็นต้องอาศัยผู้ท่ีผ่านการศึกษาอบรมด้าน
อาคารเขียว ในระบบน้ันๆ มาให้คาแนะนา แต่เกณฑ์ G-GOODs ต้องการสร้างให้ผู้ออกแบบ ผู้ก่อสร้าง ผู้ดูแล
ทรพั ยากรอาคาร สามารถเข้าใจงานทร่ี บั ผดิ ชอบไดโ้ ดยง่าย และใช้วิธีการประเมนิ ท่ีสามารถทาไดไ้ ม่ยากเกนิ ไป

G-GOODs : NC

1. การเลือกที่ตั้งโครงการ 6 8.3%

2. กระบวนการออกแบบและบริหารโครงการ 6 8.3%

3. การออกแบบผังบริเวณและงานภูมิทศั น์ 5 6.9%

4. การออกแบบงานสถาปตั ยกรรมและวศิ วกรรม 42 58.3%

5. การก่อสรา้ งอาคาร 3 4.2%

6. การใช้และบารงุ รักษาอาคาร 10 13.9%

0 5 10 15 20 25 30 35 40 45

จานวนขอ้ เกณฑ์

รูปท่ี 5 การแบง่ โครงสรา้ งหมวดของเกณฑ์ G-GOODs : NC

Architectural and Engineering Design : AE

AE 1 การออกแบบเปลือกอาคาร 2 4.8%
AE 2 การออกแบบพ้ืนทใี่ ช้สอย 9 21.4%

AE 3 การเลอื กใช้วสั ดุ 3 7.1%
AE 4 ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง 6 14.3%
7 16.7%
AE 5 ระบบปรบั อากาศ
AE 6 ระบบระบายอากาศ 4 9.5%
AE 7 ระบบขนสง่ ทางด่ิง 1 2.4%
AE 8 ระบบการจัดการพลงั งาน
4 9.5%
AE 9 ระบบสขุ าภิบาล 4 9.5%
AE 10 การใช้พลังงานทดแทน 2 4.8%

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

จานวนข้อเกณฑ์

รปู ที่ 6 การแบ่งหมวดสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมเป็นหมวดยอ่ ยตามประเภทงานของเกณฑ์ G-GOODs : NC

6 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคู่มืออาคารเขียวภาครฐั

G-GOODs : NC SCORE

1. การดาเนินงานโครงการ 3 6 8.3% 12 16 22.2%
2. ที่ตง้ั ท่ยี ัง่ ยนื 3 18 25.0%
27.8%
3. ประสิทธภิ าพการใชน้ า้ 5 6 8.3% 20
4. พลงั งานและบรรยากาศ
3 6 8.3%
5. วัสดุ 6
6. คณุ ภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร

0 5 10 15 20 25

จานวนขอ้ เกณฑ์บังคบั จานวนขอ้ เกณฑ์ท้งั หมด

รูปที่ 7 การวเิ คราะหเ์ นื้อหาของขอ้ เกณฑ์ G-GOODs : NC

G-GOODs : RV SCORE

1. การดาเนินงานโครงการ 3 8.8%
6

2. ท่ตี ้ังที่ยงั่ ยืน 1 14.7%
10

3. ประสิทธิภาพการใช้นา้ 4 6 8.8%

4. พลังงานและบรรยากาศ 9 19 27.9%

5. วสั ดุ 3 7 10.3%

6. คุณภาพสภาพแวดล้อมในอาคาร 6 20 29.4%

0 5 10 15 20 25

จานวนขอ้ เกณฑ์บงั คบั จานวนข้อเกณฑ์ทัง้ หมด

รูปที่ 8 การวิเคราะหเ์ น้ือหาของขอ้ เกณฑ์ G-GOODs : RV

ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคูม่ อื อาคารเขยี วภาครัฐ 7

หลังจากที่ได้สังเคราะห์โครงสร้างเกณฑ์ข้ึนมาใหม่แล้ว ได้มีการวิเคราะห์กลับอีกครั้ง โดยการแยก
เกณฑ์ออกตามหมวดเนื้อหา เพ่ือดูว่าเม่ือทาตามเกณฑ์บังคับทุกเกณฑ์ หรือเป็นอาคารเขียวมาตรฐานแล้ว
สามารถครอบคลุมเนื้อหาทุกด้านในการเป็นอาคารเขียวหรือไม่ และมีน้าหนักมากที่ด้านใด ซ่ึงพบว่าเกณฑ์
G-GOODs มเี นือ้ หาเกี่ยวกับดา้ นพลงั งานและคณุ ภาพสภาพแวดลอ้ มในอาคารเป็นจานวนมาก

ส่วนเกณฑ์ G-GOODs : RV สาหรับอาคารเดิมนั้น จะมีลักษณะของหัวข้อเกณฑ์คล้ายคลึงกัน ส่วน
ทีแ่ ตกตา่ งคอื ไมม่ ีเกณฑ์เกยี่ วกับการเลือกท่ีตั้งโครงการ และเพมิ่ ขอ้ เกณฑ์เก่ยี วกบั การทาแผนยกเลกิ การใช้สาร
CFC และ HCFC ในระบบปรับอากาศที่มีอยู่เดิม และการมีเกณฑ์การเก็บรักษาผนังภายนอก พ้ืน และหลังคา
ของอาคารเดิม และจานวนเกณฑ์บงั คับจะมีน้อยกวา่ โดยบางขอ้ ทกี่ าหนดเปน็ เกณฑ์บังคบั ของอาคารสร้างใหม่
จะเป็นเกณฑ์เลือกทาสาหรับอาคารเดิม เพราะการปรับปรุงอาคารเดิมอาจยุ่งยากและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
จงึ ใหผ้ อู้ อกแบบพิจารณาตามความเหมาะสม

5) การทดสอบร่างเกณฑ์การประเมิน จากเกณฑ์ท่ีได้จัดทาขึ้น เป็นร่างคร้ังที่ 1 ได้นามาประเมนิ
กับแบบกอ่ สรา้ ง คอื

- เกณฑ์สาหรับอาคารก่อสร้างใหม่ ได้ทดสอบประเมินกับแบบก่อสร้างอาคารศาลากลาง
จังหวัดสุรินทร์ อาเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซ่ึงเป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษ พื้นที่รวม 17,048 ตารางเมตร
สูง 4 ชน้ั

- เกณฑ์สาหรับอาคารเดิมท่ตี ้องการปรับปรุง ไดท้ ดสอบประเมนิ กบั อาคารสานักงาน ก.พ.
อาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ซ่ึงเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ มีพื้นท่ีรวม 35,140 ตารางเมตร
สูง 9 ชัน้ สรา้ งตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2555

- การสารวจสภาพอาคารเดิม ในการทดสอบเกณฑ์กับอาคารเดมิ นั้น ประกอบด้วยข้ันตอน
การสารวจสภาพอาคารเดิมด้วย เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นจากวิธีและแนวทางการออกแบบแบบเดิมท่ียังไม่ได้
เปน็ อาคารเขียว เช่น การไม่มีระบบเติมอากาศบรสิ ุทธ์ิเข้าสู่อาคาร รวมถึงการพยายามหาหลักฐานเชิงประจักษ์
ท่สี ามารถบง่ ช้ีถงึ ความจาเป็นทต่ี ้องปรับปรุงอาคารให้ได้ตามเกณฑ์ โดยเฉพาะเร่ืองที่กาหนดไวเ้ ป็นเกณฑ์บังคับ
วา่ มีความจาเป็นจริงหรอื ไม่ เพราะการปรบั ปรงุ อาคารเดมิ ทาไดย้ าก หรือถา้ ทาได้ก็อาจไมค่ ุม้ คา่ ต่อการลงทุน

ในการสารวจสภาพอาคารเดิม นอกจากการใช้วิธีพิจารณาทางสายตาแล้ว ได้มีการใช้เครื่องมือ
ทางวิทยาศาสตร์ประกอบการตรวจสอบด้วย เชน่

 การใช้กล้องถ่ายภาพความร้อน เพื่อวิเคราะห์ปัญหาความร้อนท่ีผ่านเปลือกอาคาร
โดยการใช้เทคโนโลยถี า่ ยภาพความร้อน (infrared thermography)

 การใช้เครื่องตรวจวัดค่าคารบ์ อนไดออกไซด์ ในพื้นที่สานักงาน เพื่อแสดงประสิทธิภาพ
ของระบบระบายอากาศทีใ่ ชก้ ารรัว่ ซึมของอากาศเพยี งอยา่ งเดียว โดยไมม่ ีการเตมิ อากาศ

 การใช้เครื่องวัดค่าความสว่างในพ้ืนที่ทางาน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้
ประโยชน์ของเกณฑ์ท่ีกาหนดให้แยกสวิตช์ของหลอดไฟที่อยู่ในแนวริมหน้าต่าง ออกจากสวิตช์ของหลอดไฟ
ทอ่ี ย่ดู า้ นในอาคาร

8 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคู่มอื อาคารเขยี วภาครัฐ

รูปท่ี 9 การใช้ infrared thermography เพอื่ วเิ คราะห์ปัญหาความร้อนผา่ นเปลือกอาคาร

รูปท่ี 10 การใช้เครื่องวัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อตรวจสอบความพอเพียงของการระบายอากาศ

รูปท่ี 11 การใช้เคร่ืองมือ lux meter วดั คา่ ความสว่าง 9

ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพฒั นาคู่มืออาคารเขยี วภาครฐั

จากการสารวจสภาพอาคารเดิม ในการพัฒนาเกณฑ์น้ี ทาให้ได้ข้อเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างมาก
ซึ่งแตกต่างจากการประเมินจากแบบก่อสร้างเพียงอย่างเดียว เพราะทาให้เห็นว่าอาคารภาครัฐมีวิธีบริหาร
จัดการ ที่อาจไม่เป็นไปตามเกณฑ์อาคารเขียวอื่นๆ แต่ก็สามารถจัดการได้ดี เช่น มีเกณฑ์บังคับให้ต้องมีห้อง
คัดแยกขยะรีไซเคิลในอาคารที่ประเมิน ซึ่งพบว่า ในอาคารภาครัฐที่มีหลายอาคารในพื้นที่เดียวกัน อาจไม่
จาเป็นต้องมีห้องคัดแยกขยะในตัวอาคารท่ีประเมินก็ได้ โดยอาจจะมีศูนย์กลางคัดแยกขยะเพียงแห่งเดียวท่ีใช้
รวมกัน ซึ่งบริหารจัดการได้ง่ายกว่าการกระจายอยู่ในทุกอาคาร ซ่ึงนามาสู่การปรับปรุงการเขียนข้อกาหนด
ของเกณฑ์ เป็นต้น

การใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตรใ์ นการสารวจ ทาให้ได้หลักฐานเชิงประจักษ์ว่า การออกแบบโดยใช้
วิธีการรั่วซึมของอากาศน้ันไม่พอเพียง เพราะในพ้ืนท่ีทางานซ่ึงมีคนอยู่เพียง 25 คน จากท่ีออกแบบไว้รองรับ
จานวน 40 คน พบวา่ มปี ริมาณกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ทสี่ งู เกนิ มาตรฐาน

5) การศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์ จากราคาค่าก่อสร้างท่ีเพ่ิมขึ้นในการปรับปรุงให้เป็นอาคาร

เขียว ไดน้ ามาศกึ ษาใน 2 ระดบั คือ
- ราคาเมอ่ื ปรบั ปรงุ ให้ผา่ นเกณฑ์บังคบั ทกุ เกณฑ์ หรอื เป็นอาคารเขยี วมาตรฐาน
- ราคาเม่ือปรับปรุงให้ผ่านเกณฑ์บังคับและเกณฑ์เลือกทาทุกข้อ หรือได้มากท่ีสุด หรือเป็น

อาคารเขียวขั้นสูง
จากการศึกษาพบว่า กรณีของศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ การทาอาคารเขียวมาตรฐาน จะมีค่าใช้จา่ ย

เพ่ิมขึน้ รอ้ ยละ 1.38 ส่วนการทาอาคารเขียวขนั้ สูงจะมีคา่ ใช้จา่ ยเพมิ่ ข้ึนร้อยละ 7.82
สว่ นกรณีของอาคารสานักงาน ก.พ. การทาอาคารเขียวมาตรฐาน จะมีค่าใช้จ่ายเพิม่ ข้ึนร้อยละ 3.71

และอาคารเขียวขนั้ สูงเพิ่มข้ึนร้อยละ 6.23 ค่าใช้จ่ายในสว่ นของอาคารเดิมท่สี ูงกวา่ อาคารใหม่น้นั สว่ นหน่ึงเกิด
จากการทตี่ ้องเปลยี่ นเครื่องปรับอากาศเดิม เป็นเครื่องปรบั อากาศเบอร์ 5 ซ่งึ มีทัง้ ค่าถอดของเก่าออกและติดตั้ง
ของใหม่ ส่วนในกรณีของอาคารที่จะก่อสร้างใหม่น้ัน เป็นเพียงการยกระดับประสิทธิภาพในรายการประกอบ
แบบระบบปรับอากาศให้สูงขึ้น จึงเป็นเพียงการเพิ่มราคาในส่วนต่างจากของเดิม มิได้เป็นการคิดราคาซื้อ
เครอื่ งใหม่

นอกจากน้ี การศึกษายังครอบคลุมถึงการคิดความคุ้มค่า (value for money, VfM) เปรียบเทียบ
ระหว่างการทาอาคารเขียวมาตรฐาน และการทาอาคารเขียวข้ันสูง คือการหาเงินลงทุนก่อสร้างครั้งแรก
และเงินท่ีต้องใช้เพ่ือเปล่ียนอุปกรณ์ทดแทนของเดิม เปรียบเทียบกับมูลค่าของโครงการท่ีเพิ่มข้ึน ซึ่งพบว่า
การทาอาคารเขียวมาตรฐานนั้นมีความคุ้มค่ามากกว่าการทาอาคารเขียวขั้นสูง ท้ังกรณีของอาคารเดิม

ที่ปรบั ปรงุ และอาคารกอ่ สร้างใหม่
ส่วนในกรณีการปรับปรุงอาคารเดิมนั้นได้มีการศึกษาความเหมาะสม (feasibility study) ในเกณฑ์

ท่ีมีผลต่อค่าไฟฟ้าและน้าประปา ซ่ึงพบว่ามีบางมาตรการ เช่น การกาหนดให้เปล่ียนสุขภัณฑ์มาใช้สุขภัณฑ์
ประหยัดน้า 4.8 ลิตร จะไม่คุ้มค่า ถ้าสุขภัณฑ์ของเดิมใช้น้า 6.0 ลิตร ซ่ึงผลการศึกษาเศรษฐศาสตร์ได้นาไปสู่
การปรบั ปรงุ เกณฑท์ ร่ี า่ งไว้

6) การปรับปรุงเกณฑ์ จากผลการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ และข้อค้นพบต่างๆ จากแบบอาคาร

สรา้ งใหม่ ข้อคน้ พบในอาคารเดิมทีก่ ่อสรา้ งแลว้ ไดน้ ามาปรบั ปรงุ เกณฑอ์ ีกครัง้
7) การเผยแพร่เกณฑ์ รับฟังความคิดเห็น และดูงาน จากเกณฑ์ท่ีปรับปรุงแล้ว ได้มีการเผยแพร่

โดยการจัดสัมมนาให้กับสถาปนิก วิศวกร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ตั้งแต่ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ
อาคารเขียว เป้าหมายของการพัฒนาอาคารเขียว ท่ีต้องการลดการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศและผลกระทบต่อ
ส่ิงแวดล้อม การสร้างคุณภาพชีวิตท่ีดีแก่ผู้ใช้อาคาร และความปลอดภัยของผู้ทางาน อันเป็นรากฐานความคิด

10 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคมู่ อื อาคารเขยี วภาครัฐ

ทีอ่ ยู่เบ้อื งหลังข้อเกณฑต์ า่ งๆ ท่ีนามากาหนดตวั ชี้วดั วิธกี ารประเมิน และประสบการณ์จากการประเมนิ กับแบบ
ก่อสร้าง และสารวจอาคารจริง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมาย รวมทั้งจัดให้มีการดูงาน
อาคารเขียวจานวน 2 แห่ง ท่ีอาคาร FYI Center คลองเตย และอาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง
สานักงานใหญ่คลองเตย เพื่อให้เห็นตัวอย่างของจริง และเข้าใจบางเกณฑ์ที่มีความคล้ายคลึงกันกับเกณฑ์
G-GOODs มากข้ึน รวมทั้งได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้แสดงความคิดในระหว่างการสัมมนา และผ่าน
แบบสอบถามท่ีแจกผู้ร่วมสัมมนา ซึ่งทาให้ทราบส่ิงที่กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายต้องการเพิ่มเติม เช่น ต้องการให้มีการ
จัดใหฝ้ กึ หดั ประเมินจรงิ

รูปท่ี 12 การจัดสัมมนาเผยแพรค่ วามรู้ ดูงาน รับฟงั ความคดิ เหน็ จากกลุ่มผู้ใชง้ านเปา้ หมาย (1)

รูปท่ี 13 การจัดสัมมนาเผยแพรค่ วามรู้ ดงู าน รับฟังความคิดเหน็ จากกลุม่ ผูใ้ ชง้ านเปา้ หมาย (2)

ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพัฒนาคมู่ อื อาคารเขยี วภาครัฐ 11

8) การจัดทาข้อเสนอแนะ เพื่อวางแผนการพัฒนาเกณฑ์ต่อไป ในการพัฒนาคู่มือ G-GOODs นี้
มิได้คิดแต่เพียงแค่คู่มือดาเนินการเสร็จเรียบร้อยเท่าน้ัน แต่ได้คิดรวมถึงการเผยแพร่ไปยังหน่วยงานอ่ืนๆ ใน
สังกัดกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่ีดาเนินงานอยู่ในจังหวัดต่างๆ ท่ัวประเทศ โดยการเสนอแนะให้เผยแพร่ใน
รูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-books) เพ่ือให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่มีข้อจากัดในเรื่อง
ปริมาณการพิมพ์ และได้จัดทาขอ้ เสนอแนะว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ควรมีแผนติดตามผลการใช้งาน เพื่อ
วางแผนพัฒนาคู่มือในเวอร์ชั่นต่อไปในเวลาทุก 3-5 ปี เพ่ือให้คู่มือมีเน้ือหาท่ีทันสมัยตามบริบทที่เปล่ียนแปลง
ไปอย่ตู ลอดเวลา ซ่ึงเป็นไปตามวงจรของการพัฒนาเกณฑก์ ารประเมนิ

รปู ท่ี 14 วงจรการพัฒนาเกณฑต์ าม Quality Assurance Guide for Green Building Rating Tools
สรปุ

คู่มือการพัฒนาเกณฑ์สาหรับอาคารเขียวภาครัฐสาหรับอาคารท่ีจะก่อสร้างใหม่ และคู่มือสาหรับ
อาคารเดิมท่ีต้องการให้เป็นอาคารเขียว เป็นคู่มือท่ีมีกระบวนการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมีการศึกษา
หลกั การพฒั นาเกณฑ์ การศกึ ษาเปรยี บเทยี บกบั เกณฑท์ ี่มีการใช้งานแพร่หลายในโลก และในประเทศไทย แลว้
นามาสร้างเป็นเกณฑ์การออกแบบที่ผู้ออกแบบสามารถเข้าใจงานที่ต้องทาในความรับผิดชอบได้ง่าย เกณฑ์
จานวนมากมไิ ดม้ าจากการทบทวนเอกสารแล้วนามาใช้โดยตรง แต่ผ่านการคน้ คว้าและทดสอบประเมินกับแบบ
ก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง จากการสารวจสภาพอาคารท่ีมีอยู่เดิมและทดสอบประเมิน การค้นหา
ทางเลือกในการประเมนิ ท่ีไมย่ ากจนเกินไป สามารถหาข้อมลู ได้จริง เช่น ขอ้ มูลคุณสมบตั ิทางเทคนิคจากผู้ผลิต
วัสดุ และมีการศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์ เพ่ือหาจุดที่เหมาะสมต่อการลงทุนสาหรับอาคารเขียวภาครัฐ ซ่ึง
อาจจะต่างจากภาคเอกชนท่ีในบางโครงการมุ่งหวังให้ได้การรับรองในระดับสูงสุด อย่างไรก็ตามไม่มีเกณฑ์
ประเมินใดที่เมื่อพัฒนาแล้วจะมีความสมบูรณ์แบบ จะต้องผ่านการใช้งานจากกลุ่มเป้าหมายไประยะหนงึ่ และ
ได้รับข้อมูลย้อนกลับจากผู้ใช้ ซ่ึงผู้พัฒนาเกณฑ์จะต้องมีระบบการรวบรวมข้อมูลปัญหาต่างๆ ท่ีควรแก้ไข
สาหรับการพัฒนาเกณฑ์ในเวอร์ชั่นต่อไป หรืออาจจะมีประกาศเพ่ิมเติม (addenda) เพราะบริบทของการ
กอ่ สรา้ งอาคารจะเปลยี่ นแปลงอย่ตู ลอดเวลา ตามเทคโนโลยี สภาพแวดล้อม เศรษฐกจิ สังคม เพือ่ ให้การปฏบิ ัติ
ตามเกณฑ์อาคารเขียวสามารถบรรลุเปา้ หมายของการพัฒนาทีย่ ัง่ ยืนได้

12 ภาคผนวก 2 กระบวนการในการพฒั นาคูม่ ืออาคารเขียวภาครฐั

ภาคผนวก 3

ข้อแตกตา่ งในการประเมินประสิทธิภาพพลงั งาน
ระหว่าง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอนื่



ขอ้ แตกต่างในการประเมินประสิทธภิ าพพลงั งาน

ระหว่าง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขยี วอน่ื

การออกแบบอาคารให้มีประสิทธิภาพพลังงานน้ัน เป็นลักษณะที่สาคัญอย่างหนึ่งในการออกแบบ
อาคารเขยี ว เพราะพลังงานท่ีใชส้ ่วนใหญ่ในปจั จุบนั มาจากเช้ือเพลงิ ฟอสซิล ซงึ่ ปลดปลอ่ ยคาร์บอนไดออกไซด์
และกา๊ ซอ่ืนๆ อกี หลายชนดิ ในขบวนการผลิต ปกคลุมช้นั บรรยากาศ ทาให้ความร้อนจากรังสีอาทติ ย์และความ
ร้อนท่ีโลกดูดซับไว้และคายออกมาไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปได้ เกิดเป็นปัญหาสภาวะโลกร้อนและส่งผล
กระทบต่อเน่ืองไปยังระบบนิเวศอีกหลายด้าน ระบบประเมินอาคารเขียวส่วนใหญ่จึงให้ความสาคัญอย่างมาก
ต่อการประหยดั พลงั งาน โดยจะใหค้ ะแนนในข้อประสทิ ธิภาพพลงั งานของอาคารมากกวา่ หวั ข้ออน่ื ๆ

ในวิธีการประเมินประสิทธิภาพพลังงาน หรือสมรรถนะด้านพลังงานของอาคารในระบบ G-GOODs
นัน้ มีความแตกตา่ งจากระบบอาคารเขยี วอ่ืน ซ่ึงสามารถสรุปไดด้ งั น้ี

1. ประเภทของเกณฑ์

ในระบบประเมินอาคารเขียวอ่ืน เช่น LEED BD+C ของประเทศสหรัฐอเมริกา TREES NC ของ
ประเทศไทย GREEN MARK NRB ของประเทศสิงคโปร์ รวมท้ังระบบประเมินอาคารเขียวภาครัฐที่เคยมีการ
พัฒนา โดยกรมควบคุมมลพษิ จะประกอบดว้ ยเกณฑก์ ารประเมินประสทิ ธภิ าพพลังงาน 2 ระดับ คอื

1) ระดับเกณฑบ์ ังคบั หรอื ประสทิ ธภิ าพพลงั งานขน้ั ต่า
2) ระดบั เกณฑเ์ ลอื กทา ซง่ึ จะไดค้ ะแนนตามระดบั ผลประเมนิ ประสิทธิภาพพลังงานที่เพม่ิ ขึน้
แต่ในเกณฑ์ G-GOODs น้ันจะมีเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพพลังงานเพียงระดับเดียว และเป็น

เกณฑ์บังคับ โดยมีความเข้มข้นด้านพลังงานสูงกว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดในกฎหมายอนุรักษ์พลังงานฉบับท่ีใช้ใน

ปัจจุบัน คือ กฎกระทรวงกาหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการ ในการ
ออกแบบอาคารเพอ่ื การอนุรกั ษ์พลังงาน พ.ศ. 2552

2. วิธกี ารประเมิน

วิธกี ารประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลงั งานในระบบประเมนิ อาคารเขยี วอนื่ ท่ีพบ อาจแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 วิธี คือ

2.1 การจาลองพลังงานของท้งั อาคาร (whole-building energy simulation)

วิธีน้ีใช้การจาลองค่าพลังงานรวมท่ีใช้ท้ังอาคาร เปรียบเทียบระหว่างอาคารที่กาลังออกแบบกับ
อาคารอ้างอิง (reference building) หรือบางทีเรียก อาคารฐาน (baseline building) โดยนาพลังงานที่ใชใ้ น
การปรบั อากาศทตี่ ้องใชอ้ นั เน่ืองมาจากลักษณะของเปลือกอาคาร ระบบไฟฟา้ แสงสว่าง ระบบปรับอากาศ และ
อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มาคิดรวมกัน ซ่ึงเป็นวิธีท่ีมีความอิสระในการออกแบบ เช่น การออกแบบเปลือก
อาคารที่อาจจะมีประสิทธิภาพพลังงานต่า เพราะมีความร้อนท่ีผ่านกระจกจานวนมาก จะสามารถนาพลังงาน
ในสว่ นของระบบไฟฟา้ แสงสวา่ งท่มี ปี ระสทิ ธิภาพสูงกวา่ เกณฑท์ ีก่ าหนดมาหกั ลบหรือชดเชยได้ เป็นต้น

อาคารเขียวส่วนใหญ่มักจะกาหนดให้ การจาลองพลังงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นทางเลือก
หน่ึงในการประเมินประสิทธิภาพพลังงาน แต่วิธีการในการเปรียบเทียบและมาตรฐานท่ีใช้อาจจะแตกต่างกัน
เช่น คุณสมบัติของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ียอมให้ใช้ได้ วัสดุเปลือกอาคาร และประสิทธิภาพระบบไฟฟ้าแสง
สวา่ ง และระบบปรบั อากาศในอาคารฐาน เปน็ ตน้

ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมินประสิทธภิ าพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขียวอนื่ 1

ตวั ชวี้ ัดผลการประหยัดพลังงานอาจจะเป็นคา่ พลงั งานรวมที่ใช้โดยตรง หรอื ค่าใช้จา่ ยพลงั งาน เพราะ
ในบางประเทศ พลังงานที่ใช้ในอาคารจะมีหลายประเภท เชน่ ไฟฟา้ แก๊ส ซ่ึงตอ้ งนาพลังงานทุกประเภทมารวม
โดยการแปลงเปน็ ราคาหรือค่าใช้จา่ ยพลงั งาน

2.2 การออกแบบตามรายการทีก่ าหนด (prescriptive method)

วธิ นี ี้คือ กาหนดรายการและเกณฑ์ในการออกแบบ หากสามารถออกแบบใหส้ อดคล้องได้จะผา่ นหรือ
ได้รับคะแนน เช่น

- อัตราสว่ นของหนา้ ต่างต่อผนัง (window to wall ratio, WWR)
- ค่าสมั ประสิทธ์ใิ นการถา่ ยเทความร้อนรวมของผนงั (U-value)
- คณุ สมบัติในการยอมใหค้ วามร้อนผ่านของกระจก ซ่ึงอาจกาหนดด้วยคา่ SC หรอื SHGC
- ค่าสัมประสิทธิ์การบงั แดดของแผงบงั แดดภายนอก (shading coefficient, SC)
- คา่ กาลังไฟฟ้าสอ่ งสว่างสูงสุด (lighting power density, LPD)
- คา่ ประสิทธิภาพของเคร่อื งปรับอากาศ ซ่ึงอาจกาหนดด้วยคา่ EER หรือ SEER
วิธีน้ีง่ายกว่าวิธีแรก เพราะมีการคานวณบ้างเพียงเล็กน้อย สามารถใช้เคร่ืองคิดเลข หรือโปรแกรม
คานวณ เช่น excel โดยไม่จาเป็นต้องใช้โปรแกรมสาหรับจาลองค่าพลังงาน แต่มีข้อเสียคือไม่ค่อยมีอิสระใน
การออกแบบ และในบางระบบ เช่น LEED การใชว้ ิธนี จี้ ะได้คะแนนต่ากว่าวธิ กี ารจาลองดว้ ยคอมพิวเตอร์

3. วิธกี ารประเมนิ และมาตรฐานทีใ่ ช้ของ G-GOODs

ในการพฒั นาวิธีการประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลังงานของ G-GOODs มขี อ้ พิจารณาทส่ี าคญั คือ
- ต้องไม่เป็นวิธีการประเมินที่ยากเกินไป เช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ข้ันสูงท่ีมีผู้คุ้นเคยใน
การใชง้ านเปน็ จานวนน้อย เพราะจะเป็นปัญหาในการปฏิบัติ
- โปรแกรมทใ่ี ช้ควรเปน็ โปรแกรมท่ีไม่มีค่าใชจ้ า่ ย
- วธิ ีประเมินต้องสามารถแยกอาคารทม่ี ีประสิทธภิ าพพลงั งานสงู ออกมาจากอาคารทวั่ ไปได้
ดังน้ันจึงพิจารณาเห็นว่า การใช้โปรแกรม BEC ของกระทรวงพลังงานมีข้อดี คือ เป็นโปรแกรมท่ี

ไม่มีค่าใช้จ่าย และเป็นโปรแกรมท่ีจะต้องใช้ในการประเมินอาคารตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงานอยู่แล้ว ดังน้ัน
จงึ ไมม่ ภี าระงานเพมิ่ ขึ้น

กฎหมายอนุรักษ์พลังงานนี้ใช้กับอาคารท่ีมีขนาดตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรข้ึนไป และเป็นอาคาร 9
ประเภท ได้แก่ 1) สถานพยาบาล 2) สถานศกึ ษา 3) สานักงาน 4) อาคารชดุ 5) อาคารชุมนมุ คน 6) อาคารโรง
มหรสพ 7) โรงแรม 8) สถานบรกิ าร 9) อาคารหา้ งสรรพสนิ คา้ หรือศนู ย์การคา้

ในกฎหมายนี้ ไดก้ าหนดวธิ ีการประเมินประสทิ ธิภาพพลังงานเป็น 2 ทางเลือก คอื
แนวทางท่ี 1 ผ่านรายระบบทุกระบบ ได้แก่

- ระบบเปลือกอาคาร ใช้ค่า OTTV และค่า RTTV
- ระบบไฟฟา้ แสงสว่าง ใชค้ า่ LPD
- ระบบปรับอากาศใช้ค่า EER หรอื COP หรอื กโิ ลวตั ต์ต่อตันความเยน็
- ระบบอุปกรณผ์ ลิตนา้ ร้อน ใชค้ ่า COP
แนวทางท่ี 2 ผ่านค่าพลังงานรวม ที่อาคารใช้ต่อปี กรณีท่ีอาคารที่ไม่สามารถออกแบบให้เป็นไป

ตามเกณฑ์ในเร่ือง ระบบกรอบอาคาร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ให้สามารถใช้ค่าพลังงาน
โดยรวมของอาคารที่ออกแบบมาเปรียบเทียบกับอาคารอ้างอิง (หน่วย : กิโลวัตต์ ชั่วโมงต่อปี) หากมีค่าต่ากว่า

2 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสทิ ธิภาพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขียวอื่น

ถือว่าผ่านตามกฎหมายได้ ท้ังนี้สามารถนาไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงเซลแสงอาทิตยม์ าหกั ลบ เป็นค่าพลังงานรวม
สทุ ธิที่ใชไ้ ด้

ซง่ึ ท้งั 2 ทางเลอื ก ตอ้ งคานวณดว้ ยโปรแกรม BEC

รูปที่ 1 ผลประเมนิ จากโปรแกรม BEC แสดงว่าผ่านตามกฎหมายฯ ดว้ ยทางเลอื ก 2

แต่จากการศึกษาของกระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับสถานภาพของการออกแบบอาคารปัจจุบัน ในกลุ่ม
ของอาคารภาครฐั ท้งั 9 ประเภท จานวน 355 อาคาร พบวา่ รอ้ ยละ 99.44 สามารถผา่ นเกณฑ์พลังงานรวมได้
แต่มีอาคารเพียงร้อยละ 40.56 เท่าน้ัน ท่ีสามารถผ่านทุกระบบได้ และถ้าพิจารณาเฉพาะอาคารกลุ่ม
สานักงานและสถานศึกษา จานวน 252 อาคาร พบว่ามีเพียงร้อยละ 42.86 เท่าน้ัน ท่ีสามารถผ่านเกณฑ์ค่า
OTTV

ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขียวอ่นื 3

รูปท่ี 2 จานวนอาคารภาครัฐที่สามารถผ่านรายระบบทกุ ระบบ

ทมี่ า : กระทรวงพลงั งาน,ประชุมรบั ฟงั ความคิดเห็นฯ 2559

รูปที่ 3 จานวนอาคารทสี่ ามารถผา่ นค่า OTTV (รอ้ ยละ 42.8) และ RTTV (รอ้ ยละ 74.8)

ที่มา : กระทรวงพลังงาน, ประชุมรบั ฟงั ความคิดเห็นฯ 2559

4 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสิทธภิ าพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอืน่

วธิ ีการประเมินประสิทธิภาพพลงั งานของ G-GOODs ท่ีพัฒนาข้ึนจงึ ไมต่ รงกบั วธิ กี ารท่ี 1 หรือ วิธกี าร
ท่ี 2 ทีเดียวแต่มีลักษณะผสม คือใช้พิจารณารายระบบ และการใช้โปรแกรม BEC แต่พิจารณาเฉพาะเร่ือง
เปลือกอาคาร เพราะการคานวณค่าสัมประสิทธ์ิการบังแดดของแผงบังแดด ยังมีความจาเป็นต้องใช้โปรแกรม
BEC

- ระบบเปลือกอาคาร ใช้ตัวชี้วัดคือ ค่า OTTV และค่า RTTV ซ่ึงต้องออกแบบให้ผ่านเกณฑ์ท่ี
กฎหมายกาหนด

- ระบบไฟฟ้าแสงสวา่ ง ใชค้ า่ LPD โดยสานกั งานต้องมีค่าไม่เกนิ 8 วตั ต์ต่อตารางเมตร ซ่งึ มีความ
เข้มข้นกว่ากฎหมาย เพราะกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2552 กาหนด 14 วัตต์ต่อตารางเมตร และในร่าง
ของกฎหมายใหม่กาหนดท่ี 10 วัตต์ตอ่ ตารางเมตร

- ระบบปรับอากาศ กาหนดประสิทธิภาพข้ันต่าโดยใช้ตามเกณฑ์ฉลากเบอร์ 5 ของ กฟผ. ซ่ึงมี
ความเขม้ ข้นกวา่ ในกฎหมายอนรุ กั ษ์พลังงาน พ.ศ. 2552

รปู ที่ 4 ประสทิ ธภิ าพของระบบไฟฟ้าแสงสว่างในกลุ่มอาคารสถานศกึ ษาและสานกั งาน

ท่มี า : กระทรวงพลงั งาน, ประชุมรบั ฟังความคดิ เหน็ ฯ 2559

ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอื่น 5

รปู ท่ี 5 ประสทิ ธภิ าพเคร่ืองปรับอากาศแบบ fixed speed

ทมี่ า : กระทรวงพลงั งาน, ประชมุ รบั ฟงั ความคิดเห็นฯ 2559

รูปท่ี 6 ประสทิ ธภิ าพเคร่ืองปรบั อากาศแบบ variable speed

ท่ีมา : กระทรวงพลงั งาน, ประชมุ รับฟังความคิดเหน็ ฯ 2559

6 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมนิ ประสทิ ธิภาพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขียวอ่นื

4. วธิ กี ารประเมนิ ของระบบอาคารเขียวอนื่

ในท่ีน้ีจะอธิบายเปรียบเทียบ 3 ระบบ โดยย่อ คือ LEED v4 BD+C ของสหรัฐอเมริกา และ TREES
NC v1.1 ของสถาบันอาคารเขียวไทย ซึ่งทั้ง 2 ระบบ มีการใช้ในประเทศไทยมากกว่าระบบอ่ืนๆ และ GREEN
MARK NRB : 2015 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ประเมินอาคารท่ีไม่ใช่อาคารพักอาศัย ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีสภาพ
ภมู ิอากาศใกล้เคียงกบั ประเทศไทย

4.1 LEED

วิธกี ารประเมนิ ประสิทธภิ าพพลงั งานของอาคาร กาหนดเป็น 2 ระดบั ดงั น้ี
4.1.1 ระดบั เกณฑ์บงั คับ กาหนดวิธกี ารประเมินเปน็ 3 ทางเลือก คอื

ทางเลอื ก 1 ใช้การจาลองพลังงาน ตามมาตรฐาน ANSI/ASHRAE/IESNA Standard

90.1-2010 ภาคผนวก G ฉบับรวมการแก้ไขข้อผิดพลาด (with errata) โดยใช้ค่าใช้จ่ายพลังงานเป็นตัวช้ีวัด

ดงั นี้ คอื
- อาคารที่ออกแบบก่อสร้างใหม่ (new construction) ต้องทาได้ดีกว่าอาคารฐาน

อยา่ งน้อยรอ้ ยละ 5
- อาคารเดิมทท่ี าการปรบั ปรงุ ใหญ่ (major renovation) ดกี วา่ รอ้ ยละ 3
- อาคารที่สรา้ งเฉพาะเปลอื กและแกนบรกิ าร (core and shell) ดกี วา่ รอ้ ยละ 2

รูปที่ 7 มาตรฐาน ASHRAE 90.1-2010 ทใ่ี ชใ้ นการจาลองพลังงานและคู่มอื การใช้งาน

ทางเลอื ก 2 ใช้วิธีทาตามรายการท่ีระบุใน ASHRAE 50% Advanced Energy

Design Guide (AEDG) ทางเลือกนี้ใช้ได้กับ อาคารสานักงาน ห้างค้าปลีก โรงเรียน หรือสถานพยาบาล และที่
มขี นาดไม่เกิน 9,290 ตารางเมตร (100,000 ตารางฟตุ ) โดยในระดบั เกณฑบ์ งั คับจะครอบคลุมเร่ือง ระบบปรับ
อากาศ และระบบผลติ น้ารอ้ น

แตก่ ต็ อ้ งทาตามเงือ่ นไขบังคับ (mandatory provisions) ใน ASHRAE 90.1-2010 ให้ผ่าน
ด้วย ในเรื่องประสิทธภิ าพของกรอบอาคาร ระบบปรบั อากาศ ระบบผลติ น้ารอ้ น และระบบไฟฟา้ แสงสว่าง

ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสทิ ธภิ าพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขยี วอ่นื 7

ทางเลือก 3 ใช้วิธที าตามรายการทร่ี ะบุใน Advanced BuildingsTM Core
Performance GuideTM ทางเลือกนใี้ ช้ไดก้ บั อาคารท่ีมขี นาดไม่เกนิ 9,290 ตารางเมตร และตอ้ งไม่ใช่
สถานพยาบาล คลงั สนิ คา้ และหอ้ งปฏิบตั ิการ

4.1.2 ระดบั เกณฑเ์ ลือกทา แบ่งเป็น 2 ทางเลือก คือ
ทางเลือก 1 ใช้การจาลองพลังงาน ตามมาตรฐาน ANSI/ASHRAE/IESNA Standard

90.1-2010 ภาคผนวก G ฉบับรวมการแก้ไขข้อผิดพลาด (with errata) ซ่ึงอาคารท่ีออกแบบต้องดีกว่าอาคาร
ฐานอยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 6-50 ซ่งึ จะเทยี บเป็นคะแนนท่ีได้รับตงั้ แต่ 1-18 คะแนน
ตารางที่ 1 คะแนนของเกณฑ์ LEED BD+C

ทมี่ า : Leadership in Energy & Environmental Design, Reference Guide for Building Design and Construction,
Update v4 January 2016, P-406

8 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสทิ ธภิ าพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอ่ืน

ทางเลอื ก 2 ใช้วิธีทาตามรายการท่ีระบุใน ASHRAE 50% Advanced Energy Design

Guide วิธีนี้คะแนนสูงสุดที่สามารถได้รับจะน้อยกว่าทางเลือกที่ 1 สาหรับอาคารสานักงานจะได้คะแนน 1-5
คะแนน ขึ้นกับรายการที่สามารถทาได้เรื่องละ 1 คะแนน เช่น การออกแบบเปลือกอาคารส่วนโปร่งแสงได้
1 คะแนน การออกแบบไฟฟ้าแสงสว่างภายในอาคาร 1 คะแนน การออกแบบแสงสว่างภายนอกอาคารได้
1 คะแนน เป็นตน้

ซ่ึงเกณฑ์จะแตกต่างกันไปตามเขตภูมิอากาศที่แบ่งเป็น 8 โซน ตั้งแต่ร้อน อบอุ่น จนหนาวจัด
จึงสามารถใชไ้ ด้กับสภาพภูมิอากาศต่างๆ ทวั่ โลก สาหรบั ประเทศไทยซ่ึงมอี ากาศร้อนชืน้ จัดอยใู่ นเขตภมู อิ ากาศ
1A

สาหรับการออกแบบเปลือกอาคาร จะมีข้อกาหนดมากกว่ากฎหมายอนุรักษ์พลังงานของ
ประเทศไทย เช่น อัตราการรั่วซึมของหน้าต่าง ประตู จะต้องได้ตาม NFRC 400 และค่าอัตราการรั่วซึมต้องมี
ผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการท่ีได้รับการรับรอง (accredited) ในระดับชาติ เช่น National Fenestration
Rating Council ตอ้ งมปี ้ายกากบั ทผ่ี ลิตภัณฑ์และรับรองโดยผู้ผลิต ซ่งึ วธิ ีการนีแ้ ม้จะไม่ต้องจาลองพลังงาน แต่
กอ็ าจจะมคี วามยงุ่ ยากในการหาวัสดุและหลักฐานตา่ งๆ ท่ีแสดงวา่ คุณสมบตั ผิ ่านเกณฑ์

รูปที่ 8 ปา้ ยกากับหน้าตา่ งท่ีรับรองโดย National Fenestration Rating Council (NFRC)

ทีม่ า : https://www.constructioncanada.net/

4.1.3 เคร่ืองมือในการวิเคราะห์ - LEED ไม่ได้กาหนดช่ือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ได้

แตก่ าหนดคณุ สมบตั ิอยา่ งละเอยี ด เช่น
- ตอ้ งสามารถจาลองพลงั งานได้อยา่ งนอ้ ย 8,760 ชวั่ โมงตอ่ ปี
- สามารถกาหนดค่าตัวแปรที่มีผลต่อการใช้พลังงานให้แตกต่างกันเป็นรายชั่วโมงได้ เช่น

จานวนผู้ใช้งาน ไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟฟ้าที่ใช้สาหรับอุปกรณ์ การตั้งอุณหภูมิอากาศที่ควบคุม (thermostat
setpoints) การทางานของระบบ HVAC ซ่ึงสามารถกาหนดให้แตกต่างกันได้ระหว่างวันทางาน วันหยุดในราย
สัปดาห์ และวันหยดุ นักขตั ฤกษ์

- สามารถคานึงถึงอิทธพิ ลของมวลสารอาคาร (mass effect)

ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมินประสิทธภิ าพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขยี วอน่ื 9

- สามารถแบ่งโซนความรอ้ น (thermal zone) ได้ 10 โซน หรอื มากกว่า
- สามารถกาหนดการทางานของอุปกรณ์ได้ตาม part-load performance curves
ตัวอย่างของโปรแกรมทมี่ คี ุณสมบตั ดิ งั กลา่ วขา้ งตน้ เชน่ DOE-2, BLAST และ EnergyPlus

4.2 TREES

การประเมนิ ประสิทธภิ าพพลังงานในวธิ กี ารของ TREES แบ่งเปน็ 2 ระดับ เช่นเดยี วกับ LEED คือ
ระดับเกณฑ์บังคับ และเกณฑ์เลือกทา

4.2.1 ระดบั เกณฑ์บังคับ - กาหนดเปน็ 2 ทางเลอื ก คอื

ทางเลอื ก 1 ใช้การจาลองค่าพลังงานรวม ตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2552

อาคารท่ีออกแบบต้องมคี ่าพลังงานต่ากวา่ อาคารอา้ งอิง หรอื อาคารฐาน
ทางเลอื ก 2 ใช้การจาลองตามมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2007 Appendix G สาหรับ

อาคารสร้างใหมต่ อ้ งมีคา่ ใช้จา่ ยประหยดั กวา่ อาคารฐาน
4.2.2 ระดบั ทีม่ ีคะแนน

ทางเลอื ก 1 ใช้การจาลองค่าพลังงานรวม ตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2552 โดย

ตอ้ งมคี ่าพลงั งานต่ากวา่ อาคารอ้างอิง ตั้งแต่รอ้ ยละ 6-40 ซงึ่ จะได้ 4-16 คะแนน
ทางเลือก 2 ใช้การจาลองตามมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2007 Appendix G โดยต้องมี

คา่ ใชจ้ า่ ยประหยดั กวา่ อาคารฐาน ตั้งแต่รอ้ ยละ 6-40 ซง่ึ จะได้คะแนน 4-16 คะแนน

ตารางที่ 2 คะแนนของเกณฑ์การประเมนิ TREES เมือ่ ใช้กฎหมายอนรุ กั ษ์พลงั งานและมาตรฐาน

ASHRAE 90.1-2007

คะแนน คะแนน กฎกระทรวง พ.ศ. 2552 ASHRAE 90.1-2007
(ค่าพลงั งาน) Appendix G
TREES-NC TREES-CS
(ค่าใช้จ่ายพลงั งาน)

อาคารปรบั ปรุง อาคารใหม่ อาคารปรบั ปรุง อาคารใหม่

4 6 0-5 6-10 0-5 6-10
6 8 6-10 11-15 6-10 11-15
8 10 11-15 16-20 11-15 16-20
10 12 16-20 21-25 16-20 21-25
12 14 21-25 26-30 21-25 26-30
14 16 26-30 31-35 26-30 31-35
16 18 31-35 36-40 31-35 36-40

ทม่ี า : สถาบนั อาคารเขยี วไทย, ค่มู อื สาหรบั เกณฑ์การประเมินความย่ังยนื ทางพลงั งานและสง่ิ แวดล้อมไทย สาหรบั การก่อสร้างและปรับปรงุ
โครงการใหม่ และอาคารประเภทพน้ื ทส่ี ่วนกลางและกรอบอาคาร, หนา้ 135

10 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมนิ ประสทิ ธภิ าพพลังงานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขียวอนื่

วิธีการของ TREES น้ัน ต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพ่ือหาค่าพลังงานรวมทั้ง 2 ทางเลือก แต่การ
ใช้โปรแกรม BEC จะมีความงา่ ยกว่ามาก ดังนน้ั ผขู้ อการรบั รองส่วนใหญจ่ ึงมกั เลอื กใชโ้ ปรแกรม BEC

การประเมินประสิทธิภาพพลังงาน ตามมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2007 Appendix G นั้นค่อนข้าง
ยาก เพราะต้องมีความเข้าใจในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จาลองพลังงานอย่างดี รวมท้ังต้องเข้าใจเงื่อนไขในการ
จาลองดว้ ย เช่น

- ลักษณะของโมเดลอาคารที่จะจาลองเปรียบเทียบระหว่าง อาคารที่ออกแบบและอาคาร
ฐาน เช่น ตอ้ งมจี านวนช้ันทเ่ี ทา่ กนั มพี น้ื ที่ปรับอากาศเท่ากนั

- ตารางเวลาในการใชง้ านของคน ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง อุปกรณ์สานักงานหรืออุปกรณ์อื่นๆ
ระบบปรบั อากาศและพดั ลมระบายอากาศ ตอ้ งใช้เหมือนกนั ทงั้ ในอาคารท่ีออกแบบ และอาคารฐาน

- อาคารฐานจะต้องวางในทิศทางเดียวกับอาคารที่ออกแบบ แล้วหมุนอาคารทั้งอาคารไป
90o, 180o และ 270o แล้วหาคา่ เฉล่ียพลังงานจากท้ัง 4 ทิศ (ในขณะทโี่ ปรแกรม BEC อาคารฐานและอาคารที่
ออกแบบจะวางในทิศทางเดียวกนั )

- หน้าต่างของอาคารฐาน กาหนดให้มีพ้ืนท่ีร้อยละ 40 ของพื้นที่ผนัง หรือเท่ากับอาคารที่
ออกแบบ ทั้งนีใ้ ห้ใช้ตัวเลขทีต่ า่ กวา่ สาหรบั การจาลองอาคารฐาน เปน็ ตน้

- การจาลองต้องรวมพลังงานจากเคร่อื งไฟฟ้าทใ่ี ช้ปลกั๊ และไม่ได้ใช้ปล๊กั เช่น มอเตอร์
- การจาลองตอ้ งใช้ไฟลส์ ภาพภูมอิ ากาศที่ใกลเ้ คยี งตาแหน่งท่ีตงั้ โครงการ
- ฯลฯ
การจาลองตามวิธีการใน Appendix G น้ัน จาเป็นต้องศึกษาเพ่ิมเติมอีกมาก จากคู่มือการใช้งาน
(user’s manual) ผู้ท่ีทาการจาลองพลังงาน มักเป็นผู้ท่ีสนใจงานด้านนี้โดยตรงซึ่งมิใช่งานที่สถาปนิกและ
วิศวกรส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติได้ ในต่างประเทศจะมีการทดสอบและให้ใบรับรองให้แก่ผู้ท่ีทางานด้านจาลอง
พลงั งาน เพอื่ สร้างความเชอื่ ถอื ในความสามารถ เปน็ certified building energy simulation specialist

4.3 GREEN MARK

การประเมินประสิทธภิ าพของประเทศสิงคโปร์ ประกอบด้วยเกณฑ์ 2 ระดับเช่นกัน คอื เกณฑ์บังคับ
และเกณฑ์เลือกทา แต่เกณฑ์บังคับยังแบ่งเป็น เกณฑ์บังคับกับผู้ท่ีขอการรับรองทุกระดับ และ เกณฑ์บังคับ
เฉพาะผ้ทู ขี่ อการรับรองระดับ Goldplus และสงู กว่า

4.3.1 เกณฑ์บังคบั ประกอบด้วย

1) สมรรถนะของกรอบอาคาร ตามกฎหมายอาคารของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเรียกว่า
envelope thermal performance for buildings โดยใช้ตัวชี้วัด คือค่า envelope thermal transfer
value (ETTV) ซึ่งคล้ายคลึงกับ ค่า OTTV ของประเทศไทย โดยกาหนดค่า ETTV แตกต่างตามระดับที่ขอการ
รับรอง คอื

 Gold 45 วตั ต์ต่อตารางเมตร

 GoldPlus 40 วัตต์ตอ่ ตารางเมตร

 Platinum 38 วตั ต์ต่อตารางเมตร

2) คา่ การรั่วซมึ ของอากาศผา่ นหนา้ ต่างและผนัง curtain wall
3) ประสิทธภิ าพของระบบปรับอากาศและอปุ กรณป์ ระกอบ
4) ประสิทธิภาพของระบบแสงสว่าง
5) ประสทิ ธิภาพของระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน

ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกต่างในการประเมินประสิทธิภาพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑ์อาคารเขียวอนื่ 11

4.3.2 เกณฑ์เลือกทา ใช้วิธีประเมินประสิทธิภาพพลังงานโดยใช้โปรแกรม energy
performance points calculator เพื่อคานวณหาร้อยละของพลังงานที่สามารถประหยัดได้เปรียบเทียบกับ
อาคารอา้ งอิง แล้วเทยี บออกมาเปน็ คะแนนที่ไดร้ ับ โดยมีคะแนนตัง้ แต่ 1-11 คะแนน

แต่สาหรับอาคารที่ต้องการได้รับการรับรองระดับ GoldPlus หรือสูงกว่า นอกจากใช้
energy performance points calculator แล้ว ต้องทาการจาลองพลังงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ที่ได้รับการทดสอบจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ตามมาตรฐาน ANSI/ASHRAE Standard 140 - Standard
Method of Test for the Evaluation of Building Energy Analysis Computer Programs หรอื มาตรฐาน
อ่ืนท่ีเทียบเทา่ ดว้ ย

5. สรุป

จากวิธีการประเมินประสิทธิภาพพลังงานอาคาร มาตรฐานท่ีเกี่ยวข้อง และตัวชี้วัดของระบบอาคาร
เขียวต่างๆ ข้างต้น จะเห็นว่าวิธีการประเมินประสิทธิภาพพลังงานในเกณฑ์ G-GOODs สามารถปฏิบัติได้ง่าย
กว่าระบบอ่ืนๆ ไม่มีภาระงานเพ่ิมข้ึน เพราะการคานวณด้วยโปรแกรม BEC เพื่อหา OTTV และ RTTV เป็น
ส่วนหน่ึงของกฎหมายอนุรักษ์พลังงานท่ีต้องปฏิบัติอยู่แล้ว แต่มิใช่เกณฑ์ท่ีอาคารส่วนใหญ่จะสามารถผ่านได้
ส่วนประสทิ ธิภาพของระบบไฟฟ้าแสงสวา่ ง ระบบปรับอากาศ ระบบลิฟต์และบันไดเล่ือน เป็นเกณฑ์บังคับแยก
แต่ละระบบไม่มีการชดเชยข้ามกัน และยังบังคับให้ติดตั้งมาตรวัดไฟฟ้าย่อย เพื่อให้สามารถติดตามประเมินผล
การใชพ้ ลังงานของอาคารเมื่อใชง้ านจรงิ และเปน็ อาคารทมี่ ปี ระสิทธภิ าพพลงั งานได้อยา่ งต่อเนือ่ งตลอดไป

เอกสารอ้างอิง
กระทรวงพลังงาน กรมพฒั นาพลงั งานทดแทนและอนรุ ักษ์พลงั งาน. เอกสารประกอบการประชมุ รบั ฟังความ

คดิ เห็นในการสมั มนา การปรับปรงุ เกณฑ์มาตรฐานประสิทธภิ าพและข้อคิดเหน็ เกี่ยวกับการใช้
โปรแกรมตรวจประเมนิ ระบบกรอบอาคาร. 18 ตุลาคม 2559 ณ หอ้ งบารุงเมือง โรงแรมเดอะ
ทวินทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร.
สถาบันอาคารเขียวไทย. คู่มือสาหรับเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและส่ิงแวดล้อมไทย - สาหรับ
การก่อสรา้ งและปรบั ปรุงโครงการใหม่และอาคารประเภทพนื้ ทสี่ ่วนกลางและกรอบอาคาร-V1.1.
กฎกระทรวง กาหนดประเภท หรอื ขนาดอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวธิ กี ารในการออกแบบอาคาร
เพอื่ การอนุรักษ์พลงั งาน พ.ศ. 2552. ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 126 ตอนท่ี 12 ก. 20 กมุ ภาพนั ธ์
2552.
Building and Construction Authority. Green Mark for Non-residential Buildings NRB : 2015.
Building and Construction Authority. Green Mark for Non-Residential Buildings NRB : 2015,
Technical Guide and Requirements.
U.S. Green Building Council. Leadership in Energy & Environmental Design - LEED. Reference
Guide for Building Design and Construction. Updated V4, January 2016.

12 ภาคผนวก 3 ขอ้ แตกตา่ งในการประเมนิ ประสิทธิภาพพลงั งานระหวา่ ง G-GOODs และเกณฑอ์ าคารเขยี วอื่น

ภาคผนวก 4

ตวั อยา่ งการประเมินอาคารกอ่ สรา้ งใหม่
และแนวทางการปรับปรุง



ตัวอยา่ งการประเมินอาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรุง

1. ผลการประเมนิ แบบก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวดั สรุ นิ ทร์เปรยี บเทยี บกับเกณฑ์

1.1 ขอ้ มลู ทั่วไป

สถานที่ก่อสร้างอาคารศาลากลางจังหวดั สุรนิ ทร์ ตั้งอยู่ที่ถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ (ทางหลวงหมายเลข
293) ในพ้ืนที่สาธารณะป่าเบาะโปย ตาบลนอกเมือง อาเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ในเขตพื้นท่ีสีเขียว
(ท่ีดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ท่ีดินหมายเลข 3.3) ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัด
สุรินทร์ พ.ศ. 2556 โดยตาแหน่งที่ต้ังโครงการอยู่ทางทิศเหนือของอ่างเก็บน้าห้วยเสนง โดยรอบโครงการเป็น
พน้ื ท่เี กษตรกรรมและพักอาศยั หนาแน่นนอ้ ย

รูปท่ี 1 ท่ตี ั้งโครงการในผงั เมืองรวมจังหวดั สรุ ินทร์ พ.ศ. 2556 1

ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรุง

รูปที่ 2 สภาพการใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ โดยรอบที่ตั้ง

2 ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรงุ

1.2 ขนาดพนื้ ทดี่ ิน

ขนาดพ้ืนท่ีดินท้ังหมดประมาณ 296 ไร่ แต่ขอบเขตท่ีดินท่ีใช้ในการประเมินโครงการศาลากลาง
จงั หวดั สุรินทร์ครอบคลุมพ้นื ทีป่ ระมาณ 92.6 ไร่

รปู ที่ 3 ขนาดพ้ืนที่ดนิ ท้งั หมดและพน้ื ท่ใี นการประเมิน

1.3 พน้ื ทอ่ี าคารรวม

พ้นื ทใ่ี ชส้ อยอาคารศาลากลางจังหวัดสรุ ินทร์

ชน้ั 1 (สานกั งาน) 3,924 ตารางเมตร

ช้นั 2 (ห้องประชมุ ใหญ่ สานักงาน เจา้ หนา้ ท่ี ตารางเมตร
ห้องผูว้ า่ ราชการจังหวัด และหอ้ งรองผวู้ า่ ฯ) 4,013 ตารางเมตร
ตารางเมตร
ชัน้ 3 (สานกั งาน) 4,013 ตารางเมตร
ตารางเมตร
ชน้ั 4 (หอ้ งประชมุ ใหญ่ สานักงาน) 4,013 ตารางเมตร
ดาดฟ้า (ห้องเครือ่ งลิฟต์ ถงั เกบ็ นา้ ) 1,085 ตารางเมตร
ตารางเมตร
รวมพื้นท่ีใชส้ อยช้ัน 1 - 4 15,963

รวมพืน้ ที่ทั้งหมดชัน้ 1 - ช้นั หลังคา 17,048
พื้นทีป่ รับอากาศ 9,486

พื้นทไ่ี มป่ รบั อากาศ (ชัน้ 1 - ชัน้ หลังคา) 7,562

ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรงุ 3

รปู ท่ี 4 แปลนพนื้ ชั้นที่ 1

รูปที่ 5 แปลนพ้ืนชน้ั ที่ 2

4 ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรงุ

รปู ท่ี 6 แปลนพ้ืนชัน้ ท่ี 3

รปู ที่ 7 แปลนพื้นชัน้ ท่ี 4 5

ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรงุ

รปู ที่ 8 แปลนพ้ืนชนั้ ใตห้ ลงั คา

รปู ท่ี 9 แปลนหลังคา

6 ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรุง

รูปที่ 10 รูปดา้ น 1, 4

รูปที่ 11 รูปดา้ น 2, 3 7

ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรงุ

รูปท่ี 12 ทัศนยี ภาพภายนอกดา้ นหนา้ อาคาร

รูปที่ 13 ทัศนียภาพภายนอกด้านหลงั อาคาร

รูปท่ี 14 ทศั นยี ภาพภายนอกท่วี า่ งกลางอาคาร

8 ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรุง

1.4 ผลการประเมิน

เกณฑ์การประเมินอาคารเขียวท้ังหมดประกอบด้วย 6 หมวด ประกอบด้วยเกณฑ์บังคับและเกณฑ์
เลือกทา ดังตารางท่ี 1 แต่ในการประเมินอาคารศาลากลางจังหวัดสุรินทร์น้ี จะประเมินเฉพาะในหมวดที่ 3
และหมวดท่ี 4 เท่านั้น เพราะเปน็ การประเมินแบบก่อสรา้ ง จงึ ไม่สามารถนาเนอื้ หาส่วนอน่ื ๆ มาประเมนิ ได้

ตารางท่ี 1 เกณฑก์ ารประเมินทัง้ หมดตามคมู่ ืออาคารเขียวภาครัฐสาหรบั อาคารก่อสร้างใหม่

ลาดบั หมวด เกณฑ์บังคบั (ข้อ) เกณฑ์เลือกทา (ข้อ)

1 การเลอื กทต่ี ง้ั - 6
2 กระบวนการออกแบบและบริหารโครงการ 3 3

3 การออกแบบผงั บรเิ วณและภูมิทศั น์ 3 1
4 การออกแบบสถาปตั ยกรรมและวศิ วกรรม 24 23

5 การก่อสรา้ งอาคาร 3 -
6 การใชแ้ ละการบารุงรักษาอาคาร 3 7
36 40
รวมจานวนเกณฑ์

ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรงุ 9

1.5 รายละเอยี ดของผลการประเมินในแตล่ ะเกณฑ์ บังคับ ✓

1.5.1 การออกแบบผงั บรเิ วณและงานภมู ิทัศน์
1) การจัดพื้นที่สูบบุหรนี่ อกอาคาร (ML 1)

ML 1 การจดั พื้นทสี่ บู บุหรน่ี อกอาคาร

ผลการประเมินตามแบบ – ไมผ่ ่านเกณฑ์
จากการตรวจสอบแบบ ไม่มพี น้ื ที่สูบบุหรีน่ อกอาคาร

แนวทางการปรบั ปรงุ แบบ
ต้องเพ่ิมพ้ืนที่สูบบุหรี่ภายนอกอาคารโดยจัดให้ห่างจากประตู หน้าต่าง ช่องนาอากาศเข้าในระยะ

10 เมตร จดั เก้าอ้ี มหี ลงั คาคลุม และป้ายสบู บหุ รี่

รูปที่ 15 ตัวอยา่ งพื้นทส่ี บู บุหรน่ี อกอาคาร

ทีม่ า : https://livejapan.com/th/in-tokyo_train_station/article-a0000189/

2) การเลือกพืชพรรณพืน้ ถิน่ ท่เี หมาะสม (ML 2) บังคบั ✓
ML 2 การเลอื กพชื พรรณพ้ืนถิ่นทีเ่ หมาะสม

ผลการประเมนิ ตามแบบ – ผ่านเกณฑ์
โดยท่ัวไปมีการเลือกพืชพรรณพืน้ ถนิ่ ท่ที นโรค ทนแลง้ และทนทานตอ่ สภาพอากาศ

10 ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรุง

3) การลดความร้อนของผิวพน้ื ท่ดี าดแข็ง (ML 3) บังคบั ✓
ML 3 การลดความรอ้ นของผิวพ้ืนท่ีดาดแขง็

ผลการประเมินตามแบบ - ผา่ นเกณฑ์

โครงการมีพ้ืนท่ีดาดแข็ง 27.9 ไร่ (ร้อยละ 30 ของพื้นท่ีโครงการ) ประกอบด้วย ถนนคอนกรีต
เสรมิ เหลก็ ลานอเนกประสงค์ ทจี่ อดรถ ทางเท้าพน้ื ซีเมนต์ และลู่ปั่นจกั รยานรอบสระนา้

วัสดุดาดแข็ง คือ คอนกรีตใหม่ มีค่าการสะท้อนรังสีดวงอาทิตย์ (solar reflectance) 0.35
(> เกณฑ์ อยา่ งนอ้ ย 0.33)

รปู ท่ี 16 พ้ืนทดี่ าดแข็ง 27.9 ไร่ (รอ้ ยละ 30 ของพ้นื ท่โี ครงการ)

ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรุง 11

4) การออกแบบพน้ื ท่ีซึมนา้ (ML 4) บงั คบั ✓
ML 4 การออกแบบพืน้ ทซี่ ึมน้า

ผลการประเมินตามแบบ - ผา่ นเกณฑ์

ค่าสัมประสทิ ธ์ิการไหลบนผิวเฉล่ยี = 0.60
C = 0.95 (44,640) + 0.95 (4,013) + 0.25 (56,000) / 100,640

= 0.60 < 0.7 (เกณฑ์)
สรปุ ผ่านเกณฑ์

ตารางที่ 2 ขอ้ มูลโครงการเพื่อคานวณหาคา่ สมั ประสทิ ธิ์การไหลบนผิวเฉลยี่ ของอาคารศาลากลาง

จังหวัดสรุ นิ ทร์

สว่ นประกอบโครงการ พ้นื ท่ี (ตารางเมตร) สมั ประสทิ ธก์ิ ารไหลบนผิว

ถนนคอนกรตี (27.9 ไร่) 44,640 0.95

หลังคาคอนกรีต 4,013 0.95

สนามหญ้า (35 ไร)่ 56,000 0.25
รวมพืน้ ที่ท้ังหมด 100,640

รูปที่ 17 พืน้ ทสี่ ีเขียวและพืน้ ที่ดาดแข็ง

12 ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรุง

5) ขนาดสัดส่วนพื้นที่เปดิ โลง่ (ML 5) -✓
ML 5 ขนาดสัดสว่ นพ้นื ท่เี ปดิ โลง่

ผลการประเมินตามแบบ - ผา่ นเกณฑ์

โดย มีวธิ คี ิดพื้นทีว่ า่ งภายนอกอาคาร 2 กรณี ดังนี้
กรณที ี่ 1 พ้นื ทว่ี า่ ง ตามกฎกระทรวง ฉบบั ที่ 33 (พ.ศ. 2535) กาหนดวา่ อาคารพาณิชย์ โรงงาน

อาคารสาธารณะ และอาคารอื่นซึ่งไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยต้องมีท่ีว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพ้ืนที่ดินท่ีใช้
เป็นตัวอาคาร

ดังนั้น พ้ืนที่ขอบเขตที่ดินท่ีใช้ในการประเมินโครงการศาลากลางจังหวดั สรุ ินทร์ 92.6 ไร่ ต้องมีท่ีว่าง
ไมน่ อ้ ยกว่า 9.26 ไร่ (รอ้ ยละ 10 ของพืน้ ทด่ี ิน)

กรณีท่ี 2 พ้ืนท่ีว่าง ตามกฎหมายผังเมืองจังหวัดสุรินทร์ กาหนดว่า โครงการอยู่ในพ้ืนท่ีสีเขียว

ท่ดี นิ ประเภทชนบทและเกษตรกรรม ทด่ี นิ หมายเลข 3.3 ใหใ้ ชป้ ระโยชนท์ ดี่ นิ เพื่อเกษตรกรรมหรือเกย่ี วข้องกับ
เกษตรกรรม การอยู่อาศัยพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรมท่ีสอดคล้องกับการพัฒนา ด้านการเกษตรอินทรีย์
หรือเก่ียวข้องกับการเกษตรอินทรีย์ สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภค
และสาธารณูปการ

จากกรณีที่ 2 ไม่มีการกาหนดเร่ืองพ้ืนท่ีว่าง ดังน้ัน จึงใช้ กรณีที่ 1 พื้นที่ว่างตามกฎกระทรวง
ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) คือ พื้นท่ีขอบเขตท่ีดินท่ีใช้ในการประเมินโครงการศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ 92.6 ไร่
ต้องมที ีว่ า่ งไมน่ ้อยกวา่ 9.26 ไร่ (รอ้ ยละ 10 ของพื้นทดี่ นิ )

ตามเกณฑ์ ใหอ้ อกแบบพื้นที่วา่ งมากกวา่ ท่ีกฎหมายกาหนดเพมิ่ ขึ้นร้อยละ 10 (92.6 ไร่ x ร้อยละ 10

= 9.26 ไร)่ ดังนน้ั จะได้ขนาดพื้นทวี่ ่างทีต่ ้องการ คือ 9.26 ไร่ + 0.926 ไร่ = 10.186 ไร่

สรุป พนื้ ทวี่ ่างของศาลากลางจังหวัดสรุ นิ ทรท์ ่อี อกแบบไว้ ประกอบด้วย

1) พืน้ ทส่ี เี ขยี ว 35.0 ไร่

2) สระนา้ 27.3 ไร่

3) ลานกิจกรรม 2.2 ไร่

รวมพ้ืนทวี่ ่างของศาลากลางจงั หวดั สรุ นิ ทร์ 64.5 ไร่ > 10.186 ไร่ (พน้ื ทวี่ า่ งตามเกณฑ)์
ดงั น้ัน จึงผ่านเกณฑ์

ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรุง 13

รูปท่ี 18 พ้นื ทสี่ ระน้าและพ้ืนท่สี ีเขียว

1.5.2 การออกแบบเปลอื กอาคาร ✓
1) ค่าการถา่ ยเทความรอ้ นรวมของผนัง (OTTV) และหลังคา (RTTV) (AE 1.1)

AE 1.1 คา่ การถา่ ยเทความรอ้ นรวมของผนัง (OTTV) และหลังคา (RTTV) บงั คบั

ผลการประเมนิ ตามแบบ - ผา่ นเกณฑ์

OTTV = 47 วตั ต์ตอ่ ตารางเมตร (< 50 วตั ต์ตอ่ ตารางเมตร)
RTTV = 7 วัตต์ตอ่ ตารางเมตร (< 12 วตั ต์ตอ่ ตารางเมตร)

14 ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรงุ

2) คา่ การสะทอ้ นแสงของกระจก (AE 1.2) -✓
AE 1.2 คา่ การสะทอ้ นแสงของกระจก

ผลการประเมินตามแบบ - ผา่ นเกณฑ์

กระจกภายนอกทใ่ี ชเ้ ปน็ กระจกเขยี วมีคา่ การสะท้อนแสงรอ้ ยละ 6 < ร้อยละ 15
คา่ การสะท้อนแสงของกระจกเขียว energy green (ดูท่ีคา่ LR Out ของกระจกหนา 6 มิลลิเมตร)

รปู ท่ี 19 ค่าการสะท้อนแสงของกระจกเขียว energy green

ท่มี า : https://www.agc-flatglass.co.th/product/

ภาคผนวก 4 ตัวอยา่ งการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรุง 15

3) ห้องเก็บขยะรีไซเคลิ (AE 2.1) บงั คับ ✕
AE 2.1 ห้องเก็บขยะรไี ซเคิล

ผลการประเมนิ ตามแบบ - ไม่ผ่านเกณฑ์
ไมม่ หี อ้ งหรอื พื้นทีค่ ดั แยกขยะและการกาหนดจุดท้งิ ทชี่ ัดเจน

แนวทางการปรับปรงุ แบบ
จัดให้มีพ้ืนที่คัดแยก (ขนาด 28 ตารางเมตร คิดจากพื้นท่ีใช้สอย 10,000 – 20,000 ตารางเมตร)

โดยใช้ห้องเก็บของเดิม และระบุจุดท้ิงขยะ มีถังขยะแยกประเภท 3 ประเภท (ขยะเปียก ขยะอันตราย และ
ขยะแหง้ ) บรเิ วณหน้าห้องน้าท้งั 4 ชนั้ ชน้ั ละ 4 จดุ รวมท้ังหมด 16 จุด

ตาแหนง่ ทป่ี รับปรุง

รปู ที่ 20 แปลนพ้นื ชั้นท่ี 1 ตาแหนง่ ห้องเกบ็ ขยะรไี ซเคิล 1 จุด และจดุ ท้ิงขยะบรเิ วณหน้าหอ้ งน้า 4 จุด

16 ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรงุ

4) การเลือกสขุ ภัณฑป์ ระหยดั น้า (AE 2.2) บงั คับ ✕
AE 2.2 การเลอื กสขุ ภัณฑป์ ระหยัดน้า

ผลการประเมินตามแบบ - ไม่ผา่ นเกณฑ์
โถสว้ ม 4.5 ลติ รตอ่ ครั้ง (ผา่ น)
รายการอ่นื ๆ ไม่ได้ระบุ ร่นุ ยห่ี ้อ

แนวทางการปรับปรุงแบบ
เพิ่มรายละเอียดของสุขภัณฑท์ ่ีไม่ได้ระบรุ ายละเอยี ดมาให้ ได้แก่ วาลว์ ขบั ลา้ งสาหรบั โถปสั สาวะชาย

ก๊อกนา้ สาหรบั อ่างลา้ งหนา้ -ลา้ งมือ ก๊อกนา้ สาหรับอา่ งล้างชาม ฝักบวั อาบน้า โดยเลือกรุ่นและย่หี อ้ ที่ผ่านเกณฑ์
ตามข้อกาหนด

ตาแหน่งท่ีปรับปรงุ

รปู ที่ 21 รายการปรับปรงุ สุขภณั ฑท์ ีเ่ ลือกใช้ 17

ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรงุ

5) หอ้ งอาบนา้ และเปลยี่ นชุดสาหรับผใู้ ชร้ ถจักรยาน (AE 2.3) -✕
AE 2.3 ห้องอาบนา้ และเปลี่ยนชุดสาหรบั ผใู้ ช้รถจักรยาน

ผลการประเมนิ ตามแบบ - ไม่ผ่านเกณฑ์
ไมม่ ีหอ้ งอาบน้าและเปล่ยี นชดุ สาหรับผู้ใช้รถจกั รยาน

แนวทางการปรับปรงุ แบบ
เพมิ่ พน้ื ท่หี ้องอาบนา้ และเปลย่ี นชุด
ทางเลอื ก 1 ผู้ใช้อาคาร 100 คนแรก กาหนดใหม้ ีห้องอาบน้าจานวน 1 หอ้ ง และผูใ้ ชอ้ าคารส่วน

ท่ีเกิน 100 คน กาหนดใหม้ ีหอ้ งอาบน้าจานวน 1 หอ้ งต่อผู้ใช้อาคาร 150 คน
กาหนดให้ผูใ้ ชอ้ าคาร 885 คน = 7 ห้อง
ทางเลือก 2 จานวนหอ้ งอาบนา้ ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 0.5 ของจานวนพนกั งานประจา
กาหนดให้ผูใ้ ชอ้ าคาร 885 คน x 0.005 = 5 หอ้ ง
สรุป ได้ทาการเพ่ิมห้องอาบน้าบริเวณห้องน้าเดิมจุดละ 2 ห้อง (ชาย 1 ห้อง และหญิง 1 ห้อง) รวม

8 หอ้ ง

ตาแหนง่ ท่ปี รบั ปรุง

รปู ท่ี 22 แปลนพ้นื ชั้นท่ี 1 ตาแหน่งห้องอาบน้าและเปล่ยี นชดุ สาหรับผ้ใู ช้รถจกั รยาน

18 ภาคผนวก 4 ตวั อยา่ งการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรุง

รูปที่ 23 แปลนพ้ืนชั้นท่ี 1 ตาแหน่งหอ้ งอาบนา้ และเปลย่ี นชุดสาหรับผใู้ ช้รถจกั รยาน

ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรุง 19

6) ระบบดักฝุ่นทางเข้า (AE 2.4) -✕
AE 2.4 ระบบดักฝุน่ ทางเข้า

ผลการประเมินตามแบบ - ไม่ผา่ น
ไมไ่ ด้ระบรุ ะบบดกั ฝนุ่ ทางเขา้ อาคาร

แนวทางการปรบั ปรงุ แบบ
เพิ่มรายการระบบดักฝุ่นทางเข้าในรายการประกอบแบบ และแสดงตาแหน่งระบบดักฝุ่นในแบบ

แปลนพน้ื ช้ันท่ี 1

ตาแหน่งที่ปรับปรุง
ตาแหน่งระบบดักฝุ่นทางเข้า (แสดงด้วยสีน้าเงิน A = ตาแหน่งพรมดักฝุ่นทางเข้าหลัก B = ทางเข้า

รอง)

รปู ท่ี 24 แปลนพื้นช้นั ท่ี 1 ตาแหนง่ พรมดกั ฝุ่นทางเขา้

20 ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรุง

7) การใชผ้ นังและเพดานดูดกลืนเสียง (AE 2.5) -✕
AE 2.5 การใช้ผนงั และเพดานดดู กลนื เสียง

ผลการประเมนิ ตามแบบ - ไม่ผา่ นเกณฑ์

1) สานักงาน : ใช้ฝ้ายปิ ซมั บอรด์ แผน่ เรยี บ หนา 9 มิลลิเมตร มีค่า NRC = 0.07 ไม่ผ่านเกณฑ์

2) ฝ้าเพดานห้องประชุมท้ังหมด : ใช้ฝ้าเพดานบุอะคูสติกบอร์ด หนา 12 มิลลิเมตร ปิดทับบน

ยปิ ซมั บอร์ด หนา 9 มลิ ลิเมตร NRC = 0.7 ผา่ นเกณฑ์
3) ผนงั ภายในห้องทางานแบบปดิ และสานักงานแบบเปดิ :

3.1 ใช้ผนงั คอนกรตี มวลเบาฉาบปูน หนา 75 มลิ ลิเมตร ซงึ่ มคี ่า NRC ตา่ กวา่ 0.70 ไมผ่ ่านเกณฑ์
3.2 ใช้ผนงั ยิปซมั หนา 12 มิลลิเมตร ซ่งึ มีคา่ NRC ต่ากวา่ 0.70 ไม่ผา่ นเกณฑ์

แนวทางการปรับปรงุ แบบ

เปล่ยี นฝา้ และผนังใหผ้ า่ นเกณฑ์

1) สานักงาน : เปลี่ยนฝ้าจากแผ่นยิปซัมบอร์ด หนา 9 มิลลิเมตร เป็นฝ้ายิปซัมบอร์ดชนิดลดเสียง

สะท้อน สามารถดดู กลืนเสียง NRC  0.7

ชน้ั 1 มีพ้ืนท่ีฝา้ เพดาน 1,706 ตารางเมตร

ชน้ั 2 มีพืน้ ทฝ่ี า้ เพดาน 1,858 ตารางเมตร

ชั้น 3 มีพื้นที่ฝ้าเพดาน 2,187 ตารางเมตร

ช้นั 4 มีพ้ืนท่ีฝา้ เพดาน 312 ตารางเมตร

รวมพื้นทฝ่ี ้าทุกชนั้ 6,063 ตารางเมตร

2) ฝ้าเพดานหอ้ งประชมุ ทง้ั หมด : ผ่านเกณฑ์
3) ผนังภายในห้องทางานแบบปิดและสานักงานแบบเปิด อย่างน้อยร้อยละ 25 : ติดต้ังแผ่นยิปซัม
ลดเสยี งสะท้อน (EchoBloc) ทบั หน้าผนัง ดังนี้

3.1 ติดต้ังแผ่นยปิ ซมั ลดเสยี งสะท้อนทบั ผนงั คอนกรีตมวลเบาฉาบปนู หนา 75 มลิ ลเิ มตร 1 ดา้ น
3.2 ตดิ ตั้งแผ่นยิปซมั ลดเสียงสะท้อนทับผนังยิปซมั 12 มลิ ลเิ มตร 1 ดา้ น

ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรุง 21

รปู ที่ 25 ตวั อยา่ งการใชแ้ ผน่ ดูดกลนื เสยี งท่ฝี า้ เพดานและผนัง

ท่ีมา : https://www.usgboral.com/th_th/

รปู ท่ี 26 ตวั อยา่ งแผ่นฝ้าเพดานและผนังที่มีค่า NRC ≥ 0.7

ทีม่ า : https://www.usgboral.com/th_th/

22 ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารก่อสรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรงุ

ตาแหน่งที่ปรบั ปรุง
ฝา้ เพดานดดู กลืนเสียง : หอ้ งทางานแบบเปิดโล่ง (สีฟา้ ) และหอ้ งประชมุ (สแี ดง : ผ่านเกณฑ์)

รปู ที่ 27 แปลนฝ้าเพดานชั้นที่ 1 ตาแหนง่ ตดิ ตั้งฝ้าเพดานดดู กลนื เสยี ง

รปู ที่ 28 แปลนฝา้ เพดานช้นั ที่ 2 ตาแหนง่ ตดิ ต้ังฝ้าเพดานดูดกลนื เสยี ง 23

ภาคผนวก 4 ตวั อย่างการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรบั ปรุง

รปู ท่ี 29 แปลนฝา้ เพดานชน้ั ที่ 3 ตาแหนง่ ฝ้าเพดานดูดกลืนเสยี ง

รูปที่ 30 แปลนฝา้ เพดานชัน้ ที่ 4 ตาแหนง่ ฝ้าเพดานดูดกลืนเสยี ง

24 ภาคผนวก 4 ตัวอย่างการประเมนิ อาคารกอ่ สรา้ งใหมแ่ ละแนวทางการปรับปรงุ


Click to View FlipBook Version