รายงานวิธีการและผลการด าเนินงาน ตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพนื้ฐาน (OBECQA) ระดับ OBECQA ประจ าปี 2564 โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม อ าเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ สังกัดสา นักงานเขตพนื้ทกี่ารศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ สา นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ก ค าอภิธานศัพท์ หลักการบริหารด้วยนวัตกรรม MONPIT Model ภายใต้วงจรคุณภาพ PDCA โดยมีรายละเอียดและ ขั้นตอนการท างาน ดังนี้ M (Management) คือ การบริหารจัดการ หมายถึง บริหารจัดการการศึกษาเชิงระบบ โดยใช้หลักธรรมาภิ บาล การมีส่วนร่วม โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน O (Opportunity) คือ การสร้างโอกาส หมายถึง การสร้างและแสวงหาโอกาสผู้ที่มีความสามารถ มี ประสบการณ์ เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนและครูผู้สอน N (Network) คือ การสร้างเครือข่ายทางการศึกษา หมายถึง การรวบรวมข้อมูลและสร้างเครือข่ายกับ สถาบัน การศึกษา เครือข่ายความร่วมมือและหน่วยงานต่างๆในชุมชน P (Practice) คือ การปฏิบัติที่เป็นเลิศ หมายถึง การมุ่งผลสัมฤทธิ์โดยการทบทวนนโยบาย ลงสกู่าร ปฏิบัติ มีเป้าหมายที่ชัดเจน I (Integration) คือ การบูรณาการ หมายถึง บูรณาการศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติ คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” T (Team) คือ การท างานเป็นทีม หมายถึง ทีมน า (คณะกรรมการสถานศึกษา/ฝ่ายบริหาร ก าหนด นโยบาย) ทีมท า (ครูผู้สอน ด าเนินการนโยบาย ตามโครงการกิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน) และทีมติดตาม (สพม.สุรินทร์ นิเทศ ก ากับ ติดตาม การด าเนินงานของสถานศึกษา)
ก ค าน า ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพเทียบเท่า มาตรฐานสากล โดยให้โรงเรียนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาโดยพัฒนาระบบบริหารจัดการด้วยระบบ คุณภาพตอบสนองความต้องการของสังคมตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (OBECQA) ระดับ OBECQA โดยให้โรงเรียนประเมินตนเองภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่าง ต่อเนื่อง มุ่งเน้นผลการด าเนินงานตามกลยุทธ์ของโรงเรียน มีผู้บริหารโรงเรียน ครู และบุคลากร ทราบถึงปัญหาที่ แท้จริง สามารถก าหนดวิธีการและเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาด้วยกระบวนการและความร่วมมือ ส่งผลให้ผู้เรียน บรรลุตามเกณฑ์คุณภาพโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้ด าเนินการประเมินภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง มุ่งเน้นผลการ ด าเนินงานตามกลยุทธ์ของโรงเรียน โดยมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู บุคลากร คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันสถานศึกษาให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ที่ก าหนด โดยการร่วมคิด ร่วมท า ร่วมแก้ปัญหา สร้างบรรยากาศอย่างกัลยาณมิตร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันเป็นเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอน โดยจัดท าเอกสาร รายงานวิธีการและผลการ ด าเนินงานตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) ระดับ OBECQA ขึ้นเพื่อรับการประเมินต่อไป ขอขอบคุณคณะกรรมการบริหารโรงเรียน คณะครู บุคลากร โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมทุกท่านที่ได้ให้ ความร่วมมือในการจัดท ารายงานวิธีการและผลการด าเนินงานตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) ระดับ OBECQA ของโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล ประจ าปี 2564 และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารรายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสถานศึกษาต่อไป โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม
ข สารบัญ หน้า อภิธานศัพท์ ค าน า ก สารบัญ ข สารบัญตาราง จ สารบัญภาพ ช สารบัญแผนภูมิฌ โครงร่างองค์กร (Organizational Profile) 1 1. ลักษณะองค์กร 1 ก. สภาพแวดล้อมขององค์กร 1 ข. ความสัมพันธ์ระดับองค์กร 7 2. สภาวการณ์ขององค์กร 9 ก. สภาพแวดล้อมของการแข่งขัน 9 ข. บริบทเชิงกลยุทธ์ 10 ค. ระบบการปรับปรุงผลการด าเนินงาน 11 หมวด 1 การน าองค์กร (Leadership) 12 1.1 การน าองค์กรโดยผู้น าระดับสูง 12 ก. วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม 12 ข. การสื่อสารและผลการด าเนินการของโรงเรียน 15 1.2 การก ากับดูแลองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม 17 ก. การก ากับดูแลโรงเรียน 17 ข. การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและมีจริยธรรม 19 ค. ความรับผิดชอบต่อสังคม 20 หมวด 2 กลยุทธ์ (Strategy) 22 2.1 การจัดท ากลยุทธ์ 22 ก. กระบวนการจัดท ากลยุทธ์ 22 ข. วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 27 2.2 การน ากลยุทธ์ไปปฏิบัติ 28 ก. การจัดท าแผนปฏิบัติการและการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ 28 ข. การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ 25
ค สารบัญ (ต่อ) หน้า หมวด 3 นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Student and Stakeholder) 37 3.1 เสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 37 ก. การรับฟังนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 37 ข. การประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 39 3.2 ความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 40 ก. หลักสูตรและการสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 40 ข. การสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 43 หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้(Measurement, Analysis 46 and Knowledge Management) 4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการด าเนินการของโรงเรียน 46 ก. การวัดผลการด าเนินการ 46 ข. การวิเคราะห์และทบทวนผลการด าเนินการ 50 ค. การปรับปรุงผลการด าเนินการ 52 4.2 การจัดการความรู้ สารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ 53 ก. ความรู้ขององค์กร 53 ข. ข้อมูล สารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ 54 หมวด 5 บุคลากร (Workforce) 59 5.1 สภาพแวดล้อมของบุคลากร 59 ก. ขีดความสามารถและอัตราก าลัง 59 ข. บรรยากาศการท างานของบุคลากร 63 5.2 ความผูกพันของบุคลากร 65 ก. ความผูกพันและผลการปฏิบัติงานของบุคลากร 65 ข. การพัฒนาบุคลากรและผู้น า 68 หมวด 6 การปฏิบัติการ (Operations) 73 6.1 กระบวนการท างาน 73 ก. การออกแบบหลักสูตรและกระบวนการ 73 ข. การจัดการกระบวนการ 75 ค. การจัดการนวัตกรรม 78 6.2 ประสิทธิผลของการปฏิบัติการ 80 ก. ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ 80
ง สารบัญ (ต่อ) หน้า ข. การจัดการห่วงโซ่อุปทาน 81 ค. การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและภาวะฉุกเฉิน 82 หมวด 7 ผลลัพธ์ (Results) 85 7.1 ผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการ 85 ก. ผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอน 85 ข. ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลของกระบวนการท างาน 88 ค. ผลลัพธ์ด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน 90 7.2 ผลลัพธ์ด้านนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 91 ก. ผลลัพธ์ด้านนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 91 7.3 ผลลัพธ์ด้านบุคลากร 93 ก. ผลลัพธ์ด้านบุคลากร 93 7.4 ผลลัพธ์ด้านการน าองค์กรและการก ากับดูแลองค์กร 97 ก. ผลลัพธ์ด้านการน าองค์กร การก ากับดูแลองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม 97 ข. ผลลัพธ์ด้านการน ากลยุทธ์ไปปฏิบัติ 98 7.5 ผลลัพธ์ด้านการเงินและตลาด 99 ก. ผลลัพธ์ด้านการเงินและตลาด 99
จ สารบัญตาราง ตารางที่หน้า 1 แสดงจ านวนข้าราชการครูและวุฒิทางการศึกษา ปีการศึกษา 2564 4 2 แสดงสาขาวิชาที่จบการศึกษาจ าแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้และภาระงานสอน ปีการศึกษา 2564 5 3 แสดงอาคารสถานที่ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ส าคัญ 5 4 แสดงความต้องการและความคาดหวังต่อคุณภาพผู้เรียนและการบริการของโรงเรียนและผู้มีส่วน ได้ส่วนเสีย 7 5 แสดงผู้ส่งมอบและผู้ให้ความร่วมมือทางการศึกษา 8 6 แสดงพันธมิตรที่ให้ความร่วมมือทางการศึกษา 9 7 แสดงความท้าทายเชิงกลยุทธ์ของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 10 8 การสื่อสารของคณะผู้บริหารของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมและการสื่อสารองค์กร 16 9 แสดงกระบวนการส าคัญและข้อก าหนดในการส่งมอบและพันธมิตร 27 10 แผนด้านทรัพยากรบุคคลที่ส าคัญที่ท าให้บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ทั้งระยะสั้นระยะกลาง ปี 2564 33 11 วิธีการรับฟังนักเรียนในปัจจุบันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 37 12 การเข้าถึงสารสนเทศผ่านช่องทางหลัก 42 13 แสดงองค์ประกอบความผูกพันที่เกิดกับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 43 14 กระบวนการรับเรื่องร้องเรียน 44 15 แสดงข้อมูลเพื่อสนับสนุนการทบทวนผลการด าเนินงานของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 51 16 ตัวชี้วัดเพื่อประเมินความพึงพอใจและความผูกพันแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ 66 17 แสดงการจัดท าข้อก าหนดที่ส าคัญของหลักสูตรและกระบวนการท างาน 73 18 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการท างานที่ส าคัญกับความสามารถพิเศษ และแสดงถึง การสร้างคุณค่าแก่นักเรียน ท าให้องค์กรประสบความส าเร็จและยั่งยืน 75 19 แสดงตัวชี้วัดสุขภาพ อนามัย ความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนขนาด มอญพิทยาคม 90 20 แสดงตัวชี้วัดที่ส าคัญของการบรรลุกลยุทธ์ของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 91 21 แสดงจ านวนทุนที่โรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปีการศึกษา 2564 93 22 แสดงการมีส่วนร่วมของศิษย์เก่าในการจัดการศึกษาของ โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 93
ฉ สารบัญภาพ ภาพที่หน้า 1 ตราสัญลักษณ์ประจ าโรงเรียน 4 2 แผนผังโครงสร้างองค์กร 7 3 การบริหารจัดการ โดยใช้MONPIT Model 11 4 แสดงขั้นตอนการก าหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมและการน าสู่การปฏิบัติ 12 5 กระบวนการสร้างบรรยากาศ ของผู้บริหารในการส่งเสริม ก ากับบุคลากร 14 6 บทบาทของผู้น าระดับสูงสร้างความผูกพันกับบุคลากร 17 7 วิธีการก ากับดูแลของของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 17 8 แสดงกระบวนการลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคม โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 19 9 แสดงกระบวนการจัดท ากลยุทธ์และการน าไปสู่การปฏิบัติ 22 10 แสดงกระบวนการจัดท ากลยุทธ์ 22 11 แสดงนวัตกรรมโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมแบบมีส่วนร่วม MONPIT Model 24 12 แสดงการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ภายนอกองค์กร 25 13 แสดงระบบงานหลักของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 26 14 แสดงการก าหนดระบบงานโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 27 15 แสดงการน าแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติ 30 16 กระบวนการจัดท าแผนพัฒนาบุคลากร 32 17 แผนพัฒนาบุคลากรโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 33 18 กระบวนการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ 35 19 กระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 38 20 กระบวนการประเมินความพึงพอใจเชิงเปรียบเทียบ 40 21 กระบวนการพัฒนาหลักสูตรของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 41 22 กระบวนการจ าแนกนักเรียน 43 23 กระบวนการวัด วิเคราะห์ ทบทวน ปรับปรุงผลการด าเนินงาน 46 24 ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Data) 48 25 ข้อมูลนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 49 26 ความคล่องตัวของการวัดผล 50 27 การเรียนรู้ระดับองค์กร 54 28 การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 55
ช สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่หน้า 29 การน าสารสนเทศไปใช้ในกระบวนการของกลุ่ม 56 30 การประเมินความต้องการและขีดความสามารถอัตราก าลังบุคลากร 59 31 การประเมินความจ าเป็นด้านทักษะ สมรรถนะหลักบุคลากร 60 32 การสรรหาบุคลากร(ข้าราชการ)และการรักษาบุคลากรใหม่ 61 33 ระบบการจัดการผลการปฏิบัติงานของบุคลากร 68 34 กระบวนการการเรียนรู้ของบุคลากร 69 35 กระบวนการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการพัฒนาและการเรียนรู้ของ บุคลากร 70 36 แนวคิดการออกแบบกระบวนการท างานของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 74 37 กระบวนการท างานส าคัญเพื่อตอบข้อก าหนด 77 38 แสดงกระบวนการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขนาดมอญพิทยา คม 78 39 แสดงนวัตกรรม MONPIT Model 78 40 การบริหารจัดการและการควบคุม 82 41 แบบแผนเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน 84 42 แสดงร้อยละของนักเรียนแต่ละระดับชั้นที่ได้ระดับผลการเรียน 3 ขึ้นไป 85 43 แสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 86 44 แสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 86 45 แสดงร้อยละของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2562-2564 ที่ได้ระดับผล การเรียน 3ขึ้นไป ในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1)และใน รายวิชาการสื่อสารและการน าเสนอ (IS2) 86 46 แสดงร้อยละของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2562-2564 ที่ได้ระดับผล การเรียน 3ขึ้นไปในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) และในรายวิชาการสื่อสารและการน าเสนอ (IS2) 87 47 แสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียน 3 ขึ้นไป ในรายวิชาภาษาจีนและวิชา ภาษาอังกฤษปีการศึกษา 2562-2564 87 48 แสดงร้อยละของนักเรียนที่ได้ผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 87
ซ สารบัญภาพ (ต่อ) ภาพที่หน้า 49 แสดงร้อยละของนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับและขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2562 – 2564 88 50 แสดงร้อยละของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และประกอบอาชีพ ปีการศึกษา 2564 88 51 แสดงประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ด้วยการนิเทศการสอน ปีการศึกษา 2562 -2564 89 52 แสดงความสามารถของครูในการพัฒนาหลักสูตร แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ปี การศึกษา 2562-2564 89 53 แสดงผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม 89 54 แสดงความสามารถของครูในการพัฒนาหลักสูตร 90 55 แสดงจ านวนนักเรียนที่มาสมัครเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ปี 2562-2564 91 56 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อหลักสูตร 91 57 แสดงค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อครูผู้สอน 92 58 แสดงค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อครูผู้สอน 92 59 แสดงระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ปี 2563 92 60 แสดงค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการบริการการศึกษา 92 61 แสดงร้อยละของผู้ปกครองนักเรียนเข้าร่วมประชุมที่โรงเรียน 93 62 อัตราก าลังจ านวนครูต่อจ านวนนักเรียน ปี 2564 94 63 แสดงอัตราก าลังครูและบุคลากรของโรงเรียน จ าแนกตามวิทยฐานะ 94 64 แสดงอัตราก าลังครูและบุคลากรของโรงเรียนจ าแนกตามวุฒิ 94 65 แสดงค่าระดับความพึงพอใจบรรยากาศในการท างานของบุคลากร 95 66 กราฟแสดงความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมทางกายภาพของโรงเรียนขนาดมอญพิทยา คมปี 2562-2564 95 67 แสดงจ านวนชั่วโมงเฉลี่ยการอบรม สัมมนา พัฒนาตนเอง ปี 2562-2564 96 68 แสดงจ านวนรางวัลที่ครูได้รับจ าแนกตามระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับภาค และ ระดับประเทศปี 2562-2564 96 69 แสดงร้อยละของจ านวนผลงานวิจัยของครูปี 2562-2564 96
1 โครงร่างองค์กร 1. ลักษณะขององค์กร (Organizational Description) ก. สภาพแวดล้อมขององค์กร (Organizational Environment) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาสุรินทร์ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2536 มีเนื้อที่ 50 ไร่ ณ หมู่ที่ 16 บ้านขนาดมอญ ต าบลตาตุม อ าเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ 32150 ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ ประมาณ 70 กิโลเมตร จากอ าเภอสังขะ ประมาณ 22 กิโลเมตร เปิดสอนตั้งแต่ระดับ มัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 ถึงระดับมัธยมศึกษา ชั้นปีที่ 6 ได้รับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คือ โรงเรียนบ้านคะนา โรงเรียนสตรีวิทยา สมาคม โรงเรียนบ้านปวงตึก โรงเรียนบ้านขนาดมอญ โรงเรียนบ้านห้วยสิงห์ โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดนบ้าน ตาตุม และพื้นที่บริการในการรับนักเรียนเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้แก่ นักเรียนที่จบการศึกษาชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม โรงเรียนตาแตรวทัพดัด และนักเรียนที่อยู่นอกเขตพื้นที่บริการ คือนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนอื่น เช่น โรงเรียนบ้านโจรก โรงเรียนบ้านโคกไทร โรงเรียนบ้านจารย์ เป็นต้น โทรศัพท์ 044–558800 website: http//www.monpit.ac.th ภาพแห่งความส าเร็จอันเป็นผลลัพธ์จากการบริหารจัดการ ได้รับรางวัล MOE AWARDS ปีการศึกษา 2558 ระดับดีเด่น ประเภทสถานศึกษา สาขา เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้รับ รางวัลโรงเรียนวิถีพุทธเพื่อพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมในโรงเรียน ปีการศึกษา 2558 ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับผลงานดีเยี่ยม การประกวดและคัดเลือกวิธีการปฏิบัติที่ดี (Best practice) ของสถานศึกษา ประจ าปี 2561 ประเภทโรงเรียนที่จัดการศึกษาเพื่อการมีงานท า ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับเหรียญทอง ระดับภาค รางวัลสถานศึกษายอดเยี่ยม ระดับมัธยมศึกษาขนาดกลาง ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนการสอน การประกวดรางวัล ทรงคุณค่า (OBEC AWARDS) ระดับชาติได้รับรางวัลสถานศึกษาที่มีระบบและกลไกการ บริหารจัดการคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพื่อประกันคุณภาพ ระดับดีเด่น ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจ าปี 2561จากส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับรางวัล สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประเภทผลงานดีเด่น ระดับทอง ปีการศึกษา 2562 ได้รับรางวัล รางวัลชนะเลิศระดับเหรียญทอง ระดับภาค รางวัลสถานศึกษายอด เยี่ยม ระดับมัธยมศึกษาขนาดกลาง ด้าน นวัตกรรมและเทคโนโลยีการ เรียนการสอน การประกวดรางวัลทรงคุณค่า (OBEC AWARDS) ระดับชาติ ครั้ง ที่ 9 ปีการศึกษา 2563ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1ระดับประเทศ กิจกรรมบริษัทสร้างการดี ภายใต้โครงการ โรงเรียนสุจริต ประจ าปี 2563ได้รับรางวัลสถานศึกษาที่น้อมน าพระบรมราโชบายด้านการจัดการศึกษาใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสู่การปฏิบัติจนเป็นแบบอย่างที่ดีระดับภาค ระดับคุณภาพดีมาก ปีการศึกษา 2564ได้รับรางวัลรางวัลรองชนะเลิศระดับเหรียญทอง สถานศึกษายอดเยี่ยม ประเภทมัธยมศึกษา ขนาดกลาง ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS ครั้งที่ 10 ระดับชาติ
2 (1) หลักสูตร (Product Offerings) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล จัดท าหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ และหลักสูตรชั้นเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้แหล่งเรียนรู้และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากชุมชนและภูมิปัญญา ท้องถิ่น โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาเพิ่มเติมของหลักสูตรเทียบเคียงโรงเรียนมาตรฐานสากล ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2555 ได้แก่ รายวิชาการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (IS1 , IS2 , และ IS3) เพื่อสนองความต้องการของ นักเรียนที่มีความสนใจในการเรียนรู้ที่แตกต่างและหลากหลาย โรงเรียนจึงจัดแผนการเรียนให้นักเรียนได้เลือกเรียน ตามความสนใจเทียบเคียงมาตรฐานสากล ดังนี้ 1) แผนการเรียนวิทย์ - คณิต 2) แผนการเรียนภาษา - สังคม 3) แผนการเรียนทวิศึกษา (สาขาช่างไฟฟ้าก าลัง) การเปรียบเทียบของหลักสูตรและการบริการที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และ บริการอื่นๆ ต่อความส าเร็จแต่ละแผนการเรียน ได้จัดท าโครงสร้างรายวิชาที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพ ตนเองตามความถนัด ส่งผลใหน้กัเรียนมีผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนสงูขึน้และสามารถสอบเรียนต่อในระดบัอดุมศึกษา ได้ ความส าคัญเปรียบเทียบของหลักสูตรและการบริการที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และบริการอื่น ๆ ต่อความส าเร็จ แต่ละแผนการเรียน ได้จัดท าโครงสร้างรายวิชาที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพตนเองตามความถนัด ส่งผลให้ นกัเรียนมีผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนสงูขึน้และสามารถสอบเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้ บริหารจัดการหลักสูตร รวมทั้งบริการอื่นๆ โรงเรียนเน้นการบริหารจัดการหลักสูตร มีการปรับปรุงหลักสูตร สนองตามนโยบายหน่วยงานต้นสังกัด สอดแทรกหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และจัดรายวิชาในหลักสูตรที่ สอนนอกเหนือจากรายวิชาบังคับตามโครงสร้างของหลักสูตร โดยค านึงถึงความต้องการและความสนใจของผู้เรียน เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การงานอาชีพ ดนตรี - นาฏศิลป์ พลศึกษา ภาษา เป็นต้น ผู้ปกครองและชุมชน มี ความพร้อมด้านบุคลากร อาคารสถานที่ วัสดุ - อุปกรณ์ แหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทุกด้าน มีการนิเทศ ติดตามประเมินผลเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการน าหลักสูตรไปใช้จัดการศึกษาที่มุ่งพัฒนา คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา (2) วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม (VISION, MISSION and VALUES) วิสัยทัศน์ (VISION) : ภายในปี 2564 โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพระดับ มาตรฐานสากล ก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี นักเรียนมีคุณธรรม จิตสาธารณะ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและภูมิใจในความเป็นไทย มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 พันธกิจ (MISSION) : โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้ก าหนดพันธกิจส าคัญไว้ 8 ประการ คือ 1. จัดการศึกษาอย่างทั่วถึงและตรงตามศักยภาพ ตามทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 2. ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติและมาตรฐานสากล 3. ส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการตามระบบประกันคุณภาพ 4. ส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร
3 5. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อประโยชน์ต่อการจัด การศึกษาและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 6. ส่งเสริมพัฒนาระบบบริหารจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมกระจายอ านาจและความรับผิดชอบ 7. ส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิใจในความเป็นไทย เป้าประสงค์ (Goals) : 1. นักเรียนในเขตบริการทุกคนต้องได้รับการศึกษาขึ้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงมีคุณภาพและเสมอภาค 2. นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาสู่มาตรฐานสากล มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 3. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร 4. ครู ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา มีทักษะที่เหมาะสมและมีวัฒนธรรมการ ทา งานท่ีม่งุเนน้ผลสมัฤทธิ์ 5. โรงเรียนมีระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพเป็นกลไกขับเคลื่อนการศึกษา สู่คุณภาพมาตรฐานระดับสากล 6. ครูและนักเรียน มีทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้อย่าง สร้างสรรค์ 7. การท างานเน้นการบริหารแบบมีส่วนร่วมกระจายอ านาจและความรับผิดชอบสู่สถานศึกษา 8. ครูและนักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิใจในความเป็นไทย กลยุทธ์ 1. พัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาสู่มาตรฐานสากล และทักษะการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21 2. เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านคุณธรรมน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐาน ความเป็นไทย 3. พัฒนาคุณภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา สมรรถนะหลักของโรงเรียน (Core Competencies) : การจัดการเรียนการสอนมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ดี เก่ง มีความสุข(เน้น Active Learning ) นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ค่านิยม (VALUES) : จิตอาสา มุ่งมั่นบริการ ท างานเป็นทีม วัฒนธรรมองค์กร : รู้รักสามัคคี มีความศรัทธาในวิชาชีพและองค์กร มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษา ก้าวสู่ มาตรฐานสากล อยู่บนความพอเพียง อัตลักษณ์โรงเรียน : ยิ้ม ไหว้และให้เกียรติกัน เอกลักษณ์โรงเรียน : พัฒนาทักษะอาชีพ
4 สัญลักษณ์ประจ าโรงเรียน ภาพที่ 1 ตราสัญลักษณ์ประจ าโรงเรียน ตราประจ าโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ดอกบัวเปลว หมายถึง ความสว่างแห่งคุณธรรม ใบหม่อน หมายถึง ความเป็นมาของท้องถิ่น หนังสือ หมายถึง ความรู้และความคิดเห็น ปรัชญาโรงเรียน : ปญญา นราน รตน หมายถึง ปัญญาเป็นรัตนะของตน ค าขวัญประจ าโรงเรียน : ประพฤติดี มีวิชา พัฒนาสังคม สีประจ าโรงเรียน ฟ้า -ขาว หมายถึง ผมู้ีจิตใจบรสิทุธิ์ย่อมก่อใหเ้กิดปัญญา มีความคิดรเิร่มิสรา้งสรรค์ สีฟ้า คือ ปัญญาแห่งการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สีขาว คือ ความบรสิทุธิ์ของจิตใจ (3) ลักษณะโดยรวมของบุคลากร (WORKFORCE Profile) ข้อมูลลักษณะโดยรวมของโรงเรียน 1. ข้อมูลข้าราชการครู ตารางที่1 แสดงจ านวนข้าราชการครูและวุฒิทางการศึกษา ปีการศึกษา 2564 ต าแหน่ง วุฒิการศึกษา เพศ ปริญญาเอก ปริญญาโท ปริญญาตรี รวม ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง 1. สายผู้บริหาร - ผู้อ านวยการโรงเรียน - รองผู้อ านวยการโรงเรียน 1 1 - 1 - - - - 1 1 - 1 - - - - 1 2 2. สายปฏิบัติการสอน - ครู ค.ศ.4 - ครู ค.ศ.3 - ครู ค.ศ.2 - ครู ค.ศ.1 - 6 3 6 - 5 5 11 - - - - - - - - - 4 2 - - 3 4 - - 2 1 6 - 2 1 11 - 11 8 17 3. พนักงานราชการ 2 1 - - - - 2 1 3 4. ครูธุรการ 1 - - - - - 1 - 1 5. ครูอัตราจ้าง 1 1 - - - - 1 1 2 6. ครูต่างชาติ - - - - - - - - - รวมทัง้สิน้ 21 24 - - 8 8 13 16 45
5 2. ข้อมูลสาขาวิชาทจี่บการศึกษาจา แนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้และภาระงานสอน ตารางที่2 แสดงสาขาวิชาที่จบการศึกษาจ าแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้และภาระงานสอน ปีการศึกษา 2564 ปี การศึกษา จ านวน นักเรียน ข้าราชการสายครูผู้สอนแยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ อัตรา ก าลัง ตาม เกณฑ อัตรา ก าลัง ขาด/ เกิน ภาษา ไทย คณิต ศาสตร์ สังคม ศึกษา วิทยา ศาสตร์ ฯ ศิลปะ สุข ศึกษา การ งาน อาชีพ ภาษา ต่าง ประเทศ รวม 2564 782 4 7 7 11 1 2 3 3 42 1/20 1/18 โรงเรียนมีการจ าแนกบุคลากรที่หลากหลายทั้งด้านเพศ ระดับการศึกษา และวิทยฐานะ ซึ่งสะท้อนถึงความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ การบริหารจัดการรวมถึงมุมมองในการพัฒนาวิธีคิดและ ทักษะการท างาน โดยมีจ านวนครู 1 คน ต่อนักเรียน 18 คน ปัจจัยส าคัญที่ท าให้ข้าราชการครูและบุคลากรมุ่งมั่นในการท างานเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจของโรงเรียน คือ 1. โรงเรียนด าเนินการสร้างความผูกพันกับสมาชิกในองค์กรด้วยการสร้างขวัญก าลังใจ เสมือนบุคคลใน ครอบครัวเดียวกัน ร่วมกันก าหนดเป้าหมายสู่ความส าเร็จ ตามความคาดหวังของผู้ปกครองและชุมชน ด้วยการท างาน เป็นทีม รู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบ พัฒนาภาวะผู้น าทางวิชาการให้ครูอย่างต่อเนื่อง ด าเนินงานตามข้อ ก าหนดของ โรงเรียนโดยยึดเป้าหมายเดียวกัน 2. มีการจัดตั้งกลุ่มเพื่อท าหน้าที่เจรจาสิทธิประโยชน์กับโรงเรียน ประกอบด้วย เครือข่ายศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมการบริหารจัดการศึกษา เป็น ผู้แทนของคณะผู้ปกครองที่คอยก ากับ ติดตามการด าเนินงานของโรงเรียนให้บรรลุตามเป้าหมายและความคาดหวังของ ชุมชน อีกทั้งระดมทรัพยากรสนับสนุนการบริหารจัดการศึกษา 3. ข้าราชการครูและบุคลากร มีสิทธิประโยชน์และข้อก าหนดพิเศษด้านสุขภาพ และความปลอดภัยที่ ส าคัญ ได้รับสวัสดิการตามพระราชกฤษฎีกาสวัสดิการข้าราชการ ของตนเอง คู่สมรส บิดา มารดา และบุตร และมี โครงการตรวจสุขภาพประจ าปีให้กับข้าราชการครูและบุคลากร ทุกคนในสังกัดเป็นประจ าทุกปี ท าประกันอุบัติเหตุหมู่ (4) สินทรัพย์ (Assets) โรงเรียนมีอาคารสถานที่ เทคโนโลยี ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่ส าคัญต่อการบริหารหลักสูตรดังตารางที่ 3 ตารางที่3 แสดงอาคารสถานที่ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ส าคัญ ประเด็น การใช้ประโยชน์ อาคารสถานที่ อาคารเรียน 4อาคาร ใช้เป็นห้องเรียนจ านวน 29 ห้องเรียน ห้องพักครูและห้องสนับสนุน หอประชุม ใช้จัดกิจกรรมสนับสนุนการสอน การประชุม ต้อนรับแขก ห้องโสตทัศนศึกษา อยู่ชั้นล่าง อาคาร 3 ใช้จัดกิจกรรมสนับสนุนการเรียนการสอน การประชุม ต้อนรับแขก ห้องสมุดโรงเรียน อยู่ชั้นล่าง อาคาร 3 เป็นแหล่งในการให้บริการสืบค้นข้อมูลในรูปแบบหนังสือ วารสาร สิ่งพิมพ์ ต่าง ๆ หรือ Internet ห้องสมุด ธนาคารโรงเรียน อยู่ชั้น 2อาคาร 1เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกปฏิบัติทางธุรกิจ และให้บริการฝาก-ถอนเงิน
6 (5) กฎระเบียบข้อบังคับ (Regulatory Requirements) ครูและบุคลากรโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและแนวปฏิบัติที่ส าคัญ ๆ เกี่ยวข้อง กับการด าเนินงานของโรงเรียน ดังนี้ กฎระเบียบด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ได้แก่แนวปฏิบัติในการใช้ ห้องปฏิบัติการ การติดตั้งถังดับเพลิงทุกอาคาร การจัดอบรมการป้องกันอัคคีภัย การประกันอุบัติเหตุส าหรับนักเรียน โครงการตรวจสุขภาพประจ าปีส าหรับบุคลากร ข้อบังคับด้านมาตรฐาน การประกันคุณภาพการศึกษา ได้แก่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่3) พ.ศ. 2553ว่าด้วยมาตรฐานและ การประกันคุณภาพการศึกษา กฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 กฎระเบียบ เกี่ยวกับหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการบริการเสริมพิเศษ ได้แก่ พระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติพ.ศ. 2542และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่3) พ.ศ. 2553ซึ่งว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา ประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารเพื่อการศึกษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ว่าด้วยการ บรรจุและแต่งตั้ง กฎระเบียบ เกี่ยวกับการปฏิบัติงานทางการศึกษา ได้แก่ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่2) พ.ศ.2553 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจ าของส่วนราชการ พ.ศ. 2537 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจ าต าแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2557และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2554 ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง ค่าตอบแทนของพนักงานราชการ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2556 ระเบียบว่าด้วยเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครู พ.ศ. 2556 กฎระเบียบ ข้อบังคับ ด้านการเงินและ สิ่งแวดล้อม ได้แก่ ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงิน ประเด็น การใช้ประโยชน์ โรงฝึกงาน ใช้เป็นห้องเรียน 4 ห้อง ส าหรับเรียนวิชาศิลปะและดนตรี วิชาคหกรรม วิชาอุตสาหกรรม และส านักงานธนาคารขยะ โดมอเนกประสงค์ ใช้ส าหรับการท ากิจกรรมต่างๆ รวมทั้งจัดการเรียนเรียนการสอน ในรายวิชาพลศึกษา เทคโนโลยี วิธีการบริหารจัดการส าคัญ - Lease Line Internet, 3BB เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตภายนอกด้วยวงจรเช่า โครงการ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง Lease Line เครือข่าย 3BB ระบบเครือข่าย LAN เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในหน่วยงานแต่ละอาคารเรียนด้วยสาย Fiber Optic และเชื่อมต่อระบบ LAN ผ่านห้องสืบค้น โดยใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่ายไร้สาย Wireless มีระบบ VLAN ส าหรับให้บริการนักเรียนสืบค้นข้อมูลในบริเวณทุกจุด ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง ให้บริการจัดการเรียนรู้และสืบค้นข้อมูล จ านวน 80 เครื่อง อัตราส่วนคอมพิวเตอร์/นักเรียน 1/1 อุปกรณท์สี่า คัญ อุปกรณ์เครื่องใช้ส านักงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปริ๊นซ์ เครื่องโทรศัพท์ ส าหรับบริการ อ านวยความสะดวกและเก็บ ข้อมูลครอบคลุม กล้องวงจรปิด อุปกรณ์ดับเพลิง สนับสนุนความปลอดภัย/ป้องกันอัคคีภัย
7 ส ารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจ าเป็น พ.ศ. 2560 (หนังสือส านักงบประมาณ ที่ นร. 0702/ว82 ลว. 16 พ.ค. 2560) พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังและ ประกาศของโรงเรียนที่ว่าด้วยการเบิกจ่ายต่าง ๆ ข. ความสัมพันธ์ระดับองค์กร (Organizational Relationships) (1) โครงสร้างองค์กร (Organizational Structure) ภาพที่2 แผนผังโครงสร้างองค์กร โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม จัดระบบบริหารจัดการโดยการกระจายอ านาจเป็น 4 กลุ่มบริหาร โดยให้ ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ มีก ากับติดตามและนิเทศของกลุ่มบริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐานและรายงานไปยังหน่วยงานต้นสังกัด โรงเรียนมีวัฒนธรรมองค์กร คือ รู้รักสามัคคี มีความศรัทธาใน วิชาชีพและองค์กร มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษา ก้าวสู่มาตรฐานสากล อยู่บนความพอเพียง โดยประสานความร่วมมือ จากบุคลากรทุกฝ่ายในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ (2) นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (STUDENTS and STAKEHOLDERS) ตารางที่4 แสดงความต้องการและความคาดหวังต่อคุณภาพผู้เรียนและการบริการของโรงเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วน เสีย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความต้องการ หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ นักเรียน ต้องการและคาดหวังที่จะจบการศึกษาตาม หลักสูตรของสถานศึกษา และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับ ที่สูงขึ้น และมีงานท า เรียนรู้โดยใช้สื่อเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม ได้ท า กิจกรรมเสริมหลักสูตรตามความสนใจ โดยได้รับการเอาใจใส่ ดูแล จากครู มีการสนับสนุนจัดทุนปัจจัยพื้นฐานและ ทุนการศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียนมีผลการเรียนที่ดี สามารถจบการศึกษาตามก าหนดและ เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและมีงานท า โดยได้รับการเอาใจใส่ ดูแลจากครู มีการสนับสนุนจัดทุน ปัจจัยพื้นฐานและทุนการศึกษา รวมถึงต้องการได้รับข้อมูล ข่าวสารจากโรงเรียนอย่างสม ่าเสมอ ศิษย์เก่า ต้องการให้โรงเรียนมีหลักสูตรสนองต่อความต้องการของนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโรงเรียนในด้านต่างๆ เช่น แนะแนวทาง ในการเรียนรู้และการศึกษาต่อให้กับรุ่นน้องๆ มอบ ทุนการศึกษาแก่รุ่นน้องที่เรียนดีแต่ขาดแคลน คณะกรรมการ สถานศึกษาฯ/ ชุมชน ต้องการและคาดหวังที่จะให้นักเรียนจบการศึกษาตามหลักสูตร ของสถานศึกษา และสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และมีงานท า ต้องการที่จะเห็นบุตร-หลาน เรียนอย่างมีความสุข มีความปลอดภัย ได้รับการเอาใจใส่ทั้งด้านการเรียนและพฤติกรรม กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหารงบประมาณ กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารท่ัวไป คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ฐาน รองผู้อา นวยการ โรงเรียน ผู้อา นวยการโรงเรียน
8 3) ผู้ส่งมอบและพันธมิตร (Suppliers and PARTNERS) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มุ่งจัดการ ศึกษาให้บรรลุตามเป้าหมายส าคัญ คือ นกัเรียนมีผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนตามจุดม่งุหมายของหลกัสตูรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง 2560และตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียโดยอาศัยความร่วมมือจากผู้ส่งมอบ และพันธมิตร ดังตารางที่ 5 ตารางที่5 แสดงผู้ส่งมอบและผู้ให้ความร่วมมือทางการศึกษา ผู้ส่งมอบทางการศึกษา ผู้ส่งมอบให้การสนับสนุนทางการศึกษา ผู้ให้ความร่วมมือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนในเขตพื้นที่บริการและนอกพื้นที่บริการ - โรงเรียนบ้านขนาดมอญ - โรงเรียนบ้านปวงตึก - โรงเรียนบ้านห้วยสิงห์ - โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดนบ้านตาตุม - โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดน บ้านตาแตรว - โรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนนา - โรงเรียนบ้านคะนา - โรงเรียนสตรีวิทยาสมาคม - โรงเรียนบ้านช าเบง - โรงเรียนบ้านอังกอล ชั้นมัธยมศึกษาที่ 3 - โรงเรียนบ้านโจรก - โรงเรียนบ้านตาแตรวทัพดัด - โรงเรียนบ้านจารย์ - มูลนิธิยุวพัฒน์ มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน - โครงการร้อยพลังการศึกษา สนันสนุนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพื่อการศึกษา โปรแกรม Winner English - โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน - โครงการนักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี - มูลนิธิทิสโก้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน - กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกับ มหาวิทยาลัยต่างๆมอบทุนการศึกษา ทุนสายอาชีพชั้นสูง - กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษามอบเงินอุดหนุน ให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ - มูลนิธิศุภนิมิตรมอบทุนการศึกษาของใช้จ าเป็นและอุปกรณ์ การเรียนให้กับนักเรียน - มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดนมอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียน - สหกรณ์คุรุสัมพันธ์สุรินทร์มอบทุนพัฒนาเด็กด้อยโอกาส ให้กับนักเรียน - สภากาชาดจังหวัดสุรินทร์ มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน - ร้านคุณครูสมชายบ้านขนาดมอญ มอบทุนการศึกษากับ นักเรียน - นพ. ประวิทย์ พัฒนสุกาญจน์กูล มอบทุนการศึกษาให้กับ นักเรียนที่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนในเขตพื้นที่บริการและนอกพื้นที่บริการ - โรงเรียนบ้านขนาดมอญ - โรงเรียนบ้านปวงตึก - โรงเรียนบ้านห้วยสิงห์ - โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดนบ้านตาตุม - โรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดน บ้านตาแตรว - โรงเรียนบ้านภูมินิยมพัฒนนา - โรงเรียนบ้านคะนา - โรงเรียนสตรีวิทยาสมาคม - โรงเรียนบ้านช าเบง - โรงเรียนบ้านอังกอล ชั้นมัธยมศึกษาที่ 3 - โรงเรียนบ้านโจรก - โรงเรียนบ้านตาแตรวทัพดัด - โรงเรียนบ้านจารย์ โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีพันธมิตร ที่ให้การสนับสนุน ดังตารางที่ 6 ตารางที่6แสดงพันธมิตรที่ให้ความร่วมมือทางการศึกษา พันธมิตร เรื่องที่สนับสนุน - วิทยาลัยการอาชีพสังขะ - มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ - มหาวิทยาลัยขอนแก่น - วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ - ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ - ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี - ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ - ส านักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสุรินทร์ โรงเรียนได้จัดท าข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา กลไกส าคัญที่โรงเรียนได้สื่อสารกับผู้ส่งมอบและพันธมิตร คือ การติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยการประชาสัมพันธ์ ประกาศของทางโรงเรียน จดหมายขอความอนุเคราะห์ จดหมายขอความร่วมมือ วารสาร
9 โรงเรียน เว็บไซต์ของโรงเรียน www.monpit.ac.th Facebook Line โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม การประชุม ชี้แจงให้ข้อมูลและรับฟังปัญหาต่างๆ 2. สภาวการณ์ขององค์กร (Organizational Situation) ก. สภาพแวดล้อมของการแข่งขัน (Competitive Environment) (1) ล าดับในการแข่งขัน (Competitive Position) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในทุก ๆ ด้าน โดยใช้ผลการจัด การศึกษาของโรงเรียนสังขะ เป็นคู่เทียบ ใน 2 ด้าน คือ ด้านรางวัลของผู้เรียนและด้านบริหารจัดการศึกษาเพื่อการ มีงานท า เปรียบเทียบผลการจัดล าดับคุณภาพการจัดการศึกษาที่ประเมินโดยส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) หรือสมศ. การได้รับรางวัลและผลงานด้านวิชาการในระดับภาคและระดับประเทศ เช่น นักเรียนรางวัลพระราชทานระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2562 รางวัลระดับเหรียญทอง ชนะเลิศ กิจกรรมการแข่งขันจักสานไม้ไผ่ ระดับชั้น ม.4 - ม.6 งานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรมวิชาการ และเทคโนโลยี ของนักเรียน ระดับชาติ ปีการศึกษา 2562 รางวัลเหรียญทอง กิจกรรมการแข่งขันโครงงานอาชีพ ระดับชั้น ม.1-ม.3 งานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 69 ปีการศึกษา 2562 รางวัลเหรียญทอง กิจกรรมการแข่งขันโครงงานอาชีพ ระดับชั้น ม.4-ม.6 งานมหกรรม ความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 69 ปีการศึกษา 2562 ด้านบริหารจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท า รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS ครั้งที่ 10 ปีการศึกษา 2563 ชนะเลิศ เหรียญทอง สถานศึกษายอดเยี่ยม ประเภทมัธยมศึกษาขนาดกลาง ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อการเรียนการสอน ระดับภาค รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ กิจกรรมบริษัทสร้างการดี ระดับ มัธยมศึกษา ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา (โครงการโรงเรียนสุจริต) จากส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2563 รางวัลรางวัลรองชนะเลิศระดับเหรียญทอง สถานศึกษายอดเยี่ยม ประเภทมัธยมศึกษาขนาดกลาง ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน รางวัล ทรงคุณค่า สพฐ. OBEC AWARDS ครั้งที่ 10 ระดับชาติ ปีการศึกษา 2564 (2) การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness Changes) ความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อสภาพการแข่งขันของโรงเรียน มีโครงสร้างหลักสูตรเปิดสอน ห้องเรียนทวิศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้เลือกตามความถนัดและความสนใจ เมื่อจบการศึกษาได้รับวุฒิการศึกษา 2 ใบ ได้แก่ ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายและประกาศนียบัตรวิชาชีพ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เรียน และผู้ปกครองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมุ่งเน้นให้ความส าคัญกับจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท า (3) แหล่งข้อมูลเชิงเปรียบเทยีบ (Comparative Data) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม เทียบเคียงโรงเรียนสังขะ โดยใช้ข้อมูลและสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบและ เชิงแข่งขันในด้านการศึกษา จากแหล่งข้อมูลส าคัญ ได้แก่ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ข. บริบทเชิงกลยุทธ์ (Strategic Context)
10 โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ระบุความท้าทายเชิงกลยุทธ์และความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่ส าคัญ ด้านการ จัดการหลักสูตร ด้านปฏิบัติการ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และด้านทรัพยากรบุคคลของโรงเรียน ดังตารางที่ 7 ตารางที่7แสดงความท้าทายเชิงกลยุทธ์ของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ สิ่งทที่้าทาย ด้านการจัดการหลักสูตร - พัฒนาหลักสูตรให้เป็น หลักสูตรเทียบเคียง มาตรฐานสากล 1. นักเรียนมีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับจังหวัดทุกรายวิชา ทั้ง ม.3 และ ม.6 2. นักเรียนมีผลการเรียนเฉลี่ยโดยรวม 2.5 3. นักเรียนมีผลการเรียนในรายวิชา การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระดับผลการเรียน 3 ขึ้นไป 4. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไปร้อยละ 79 5. นักเรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดค านวณ ร้อยละ 72 6. นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ แก้ปัญหา ร้อยละ 72 7. นักเรียนมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ร้อยละ 88 8. นักเรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ร้อยละ 100 ด้านการปฏิบัติการ - พัฒนาสื่อ เทคโนโลยี ที่ ทันสมัย เพื่อการปฏิบัติการ และ การเรียนการสอนที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น 1. โรงเรียนด าเนินงานตามระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 2. โรงเรียนมีการบริหารจัดการ โดยใช้รูปแบบ MONPIT Model มีการก ากับนิเทศติดตามอย่างเป็น ระบบ ด้านความรับผิดชอบต่อ สังคม - ความร่วมมือพัฒนาการศึกษา โรงเรียนแบบมีส่วนร่วม 1. โรงเรียนมุ่งมั่นพัฒนานักเรียนให้ออกสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ 2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วม รับผิดชอบต่อสังคม ด้วยกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ด้านทรัพยากรบุคคลของ โรงเรียน - พัฒนาครูเป็นครูมืออาชีพ 1. ครูพัฒนาตนเองด้านวิชาการอย่างน้อย คนละ 40 ชั่วโมงต่อปี ร้อยละ 80 2. ครู ร้อยละ 100 มีผลงานวิจัย เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนทุกปีการศึกษา 3. ครูร้อยละ 100 พัฒนากระบวนการเรียนการสอนด้วยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC)
11 ค. ระบบการปรับปรุงผลการด าเนินงาน (Performance Improvement System) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้บริหารจัดการเพื่อให้โรงเรียนมุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตาม มาตรฐานการศึกษาสู่มาตรฐานสากล และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านคุณธรรม น้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นฐานความเป็นไทย พัฒนาศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษา ครูและ บุคลากรทางการศึกษาและพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา โดยใช้ระบบวงจรคุณภาพ PDCA สอดแทรกอยู่ในกระบวนการด าเนินงานทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบ และนวัตกรรม MONPIT Model ภาพที่3 การบริหารจัดการ โดยใช้MONPIT Model
12 หมวด 1 การน าองค์กร (Leadership) 1.1 การน าองคก์รโดยผู้น าระดับสูง (Senior Leadership) ก. วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม (Vision, Mission and Values) ภาพที่4 แสดงขั้นตอนการก าหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมและการน าสู่การปฏิบัติ (1) วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม (Vision, Mission and Values) ผู้น าระดับสูงของโรงเรียนที่ประกอบด้วย ผู้อ านวยการสถานศึกษา รองผู้อ านวยการสถานศึกษา และหัวหน้ากลุ่มงาน 4 กลุ่มงาน ได้ใช้กระบวนการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม P1ก(2) ด าเนินการตาม ขั้นตอนที่ปรากฏในระบบการน าองค์กร ภาพที่ 4 ดังนี้ 1) ผู้น าระดับสูงมีการศึกษาบริบทและรูปแบบ การบริหารของ โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มาอย่างต่อเนื่อง และน าผลการปฏิบัติมาวิเคราะห์หาจุดเด่นจุดด้อย และจุดที่ควร ปรับปรุงในการบริหารงาน มาบูรณาการในการ บริหารจัดการ มีการสื่อสารสร้างความเข้าใจ และกระตุ้นให้คณะครู และบุคลากร มีความตระหนักในความรับผิดชอบที่จะมุ่งพัฒนางานไปสู่คุณภาพที่ดีขึ้น และสะท้อนผลตามค่านิยม ขององค์กร ในการมุ่งความส าเร็จ มีความสามัคคีเป็นกัลยาณมิตร โดยผู้น าระดับสูงมีแนวทางในการถ่ายทอด วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม สู่การปฏิบัติ ดังภาพที่ 4 ดังนี้ 1) วิเคราะห์ปัญหา ความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนตาม ข้อ 3.1 ก(1) 2) วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ของการด าเนินงานในโรงเรียน รวมทั้งนโยบายที่ เกี่ยวข้อง วิสัยทัศน์ของกระทรวง/สพฐ./สพ ม.และข้อเสนอแนะจาก สมศ. มาใช้เป็นข้อมูล 3) ก าหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม และเป้าประสงค์ 4) ถ่ายทอด วิสัยทัศน์ของโรงเรียนให้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายผู้ปกครอง ครู นักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง 5) จัดท าแผนกลยุทธ์ของโรงเรียนและแผนปฏิบัติการประจ าปี 6) นิเทศ ก ากับ ติดตาม ตรวจสอบ และสะท้อนผล 7) ประเมินผลการด าเนินงานเทียบกับเป้าหมาย และน าผลมาปรับปรุงและพัฒนา ผลการด าเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมาย ด้วยการจัดท าแผนกลยุทธ์ และร่วมกันก าหนดตัวชี้วัด คือจ านวนรางวัลที่โรงเรียนได้รับ ร้อยละของโครงการที่มีกระบวนการพัฒนาบรรลุเป้าหมาย และร้อยละความส าเร็จ ด้านการน าองค์กร ดัง 7.4 ก(1) หัวหน้างานทุกงาน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณะครูและบุคลากรทุกคน ร่วมกัน ก าหนดและทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ ในช่วงก่อนสิ้นปีงบประมาณผ่านกระบวนการจัดท ากลยุทธ์ ตามข้อ 2.1 ก โดย
13 มอบหมายให้งานแผนงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลที่จ าเป็นทั้งสภาพภายในและสภาพภายนอก ได้ จัดประชุมปฏิบัติการบุคลากรร่วมกันทั้งโรงเรียน เพื่อวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อโรงเรียน ในอนาคตน าผลการทบทวนเสนอต่อคณะกรรมการบริหารโรงเรียน กลั่นกรองและให้ความเห็นชอบ ได้สรุปให้คง ใช้วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมตาม P1ก(2) ผู้อ านวยการสถานศึกษา รองผู้อ านวยการสถานศึกษาและหัวหน้า ทั้ง 4 กลุ่มงาน ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม แผนกลยุทธ์ ผลการด าเนินงานที่ส าคัญด้วยตนเอง เช่น การ ประชุมผู้ปกครองและเครือข่ายผู้ปกครอง การปฐมนิเทศนักเรียน การปัจฉิมนิเทศนักเรียน การมอบเกียรติบัตร ให้กับนักเรียนท าดีของโรงเรียนประจ าทุกปี เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครองและพันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าใจ ตรงกัน ปี 2562 - 2564 ได้ขยายผล ด้วยกระบวนการประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเผยแพร่ ประจ าส านักงาน กิจกรรมประชาสัมพันธ์ สื่อบุคคล และ Social media เพื่อให้บุคลากรของโรงเรียนได้รับทราบ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย เพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านเอกสารทางราชการของโรงเรียน เช่น วารสาร ประชาสัมพันธ์ผ่าน Website โรงเรียน www.monpit.ac.th และLine กลุ่มโรงเรียน เพื่อให้มีความหลากหลาย และมั่นใจว่าบุคลากรน าวิสัยทัศน์ ค่านิยมและพันธกิจไปสู่การปฏิบัติ ส าหรับการขยายผลไปสู่ภายนอกองค์กร จะสื่อสารนโยบาย บทบาท ภารกิจและผลการด าเนินงานของโรงเรียนที่สะท้อนวิสัยทัศน์ พันธกิจและค่านิยมด้วย กระบวนการการประชาสัมพันธ์ผ่านผู้น าชุมชนและหน่วยงานราชการ และ Social media เช่น Website Facebook : ประชาสัมพันธ์โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม (2) การส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม (Promoting Legal and Ethical Behavior) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมน าโดยผู้บริหารโรงเรียนและบุคลากร ทางการศึกษาได้ร่วมกันสร้างความตระหนักในเรื่องการปฏิบัติงานของบุคลากรให้มีคุณธรรม/จริยธรรมอย่างเป็น รูปธรรมที่ต่อเนื่อง ทั้งนี้ในการพัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรม ได้พัฒนาให้มีความ สอดคล้องกับแนวปฏิบัติจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพครูอย่างเป็นระบบ ตามข้อ 5.1โดยคณะกรรมการ บริหารโรงเรียนก าหนดนโยบายด้านการก ากับดูแลที่ดี การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และจริยธรรม และมอบหมายให้กลุ่ม บริหารงานบุคคลดูแล ก ากับ ติดตามผลการด าเนินงานประจ าทุกภาคเรียน นอกจากนี้กลุ่มบริหารงานงบประมาณได้ ปฏิบัติตามนโยบายการบริการการจัดการองค์กรตามหลักธรรมมาภิบาล นโยบายบริหารความเสี่ยงและควบคุม ภายใน การปฏิบัติตามกฎระเบียบวิธีปฏิบัติตามข้อ 5.1ข(2) การก ากับดูแลผลการด าเนินงานและการปฏิบัติงานของ บุคลากรด้วยกระบวนการตรวจสอบภายใน ที่ก าหนดให้บุคลากรมีการด ารงตน และปฏิบัติงานอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม จะถูกทบทวนเป็นประจ าทุกภาคเรียน พร้อมทั้งสื่อสารและถ่ายทอดให้บุคลากรทุกคนรับทราบและปฏิบัติ ผ่านการประชุมชี้แจงผ่านช่องทางสื่อสารภายในของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม การขับเคลื่อนด้านกฎระเบียบธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในค่านิยม P1ก(2) วัฒนธรรมองค์กร ตามข้อ 5.2 ก(1) จรรยาบรรณ ส่วนงานที่รับผิดชอบจัดท าแผนงาน/โครงการให้ทุกงานน าไป
14 ปฏิบัติ และสื่อสารสร้างความตระหนัก รับรู้หลายรูปแบบ หลายช่องทาง เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติได้ถูกต้องด้วยคุณธรรม และจริยธรรม ดังนี้ กลุ่มบริหารงานบุคคล ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมและส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานในหน้า ที่อย่าง ถูกต้องตามอ านาจหน้าที่ ตามข้อ 5.2 ก(4) โดยก าหนดหลักเกณฑ์ปัจจัยพิจารณาในระบบบริหาร/พัฒนาทรัพยากร บุคคลในการสนับสนุนให้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถสร้าง คุณงาม ความดีและรางวัลจูงใจที่ไม่ใช่เงิน เช่น ระบบ ต าแหน่งเพื่อสนับสนุนให้ผู้ด ารงต าแหน่งปฏิบัติงานได้ถูกต้อง และก าหนดวิธีปฏิบัติให้มีการรายงานตนเองเป็นประจ า ทุกปี กลุ่มบริหารงบประมาณ รับผิดชอบวางระบบบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ นิเทศงานเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจใช้ระบบปฏิบัติงานด าเนินงานให้ถูกต้อง เพื่อให้การขับเคลื่อน บรรลุ ตามเป้าหมาย โรงเรียนได้ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ ทรัพยากรบุคคล และการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม ต่างๆ รวมถึงการปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี มีการขับเคลื่อนก ากับติดตามและทบทวนผลการด าเนินงานแต่ละ แผนงาน/โครงการตามข้อ 2.2 ก(1) อย่างสม ่าเสมอ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนและกลุ่มงานที่ได้รับมอบหมายมี การสื่อสารนโยบาย แผนงาน/โครงการ และกิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบการสื่อสารโรงเรียนให้บุคลากรทุกคนรับทราบ มี คณะกรรมการติดตามตรวจสอบทั่วทั้งองค์กร ตามภาพที่ 5 ภาพที่5 กระบวนการสร้างบรรยากาศ ของผู้บริหารในการส่งเสริม ก ากับบุคลากร ของโรงเรียนให้ปฏิบัติตามกฎหมายและจริยธรรม กลุ่มบริหารงานบุคคลจัดการเสริมสร้างบรรยากาศในองค์กร เพื่อส่งเสริม ก ากับให้บุคลากรปฏิบัติตาม กฎหมายและจริยธรรม ส่งผลให้บุคลากรมีความผูกพันกับองค์กรโดยการสื่อสาร ตามข้อ 1.1ข(1) เนื่องจากนโยบาย ขององค์กรเป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมินความผูกพันของบุคลากร (3) การสร้างโรงเรียนทปี่ระสบผลสา เร็จ (Creating a Successful Organization) การน าองคก์รโดยผู้น าระดับสูง (Senior Leadership) ได้ด าเนินงานตามวิสัยทัศน์ “ภายในปี 2564 โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ระดับมาตรฐานสากล ก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี นักเรียนมีคุณธรรม จิตสาธารณะ ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและภูมิใจในความเป็นไทย มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21” ขับเคลื่อนภารกิจโดยใช้ค่านิยมองค์กร “จิต อาสา มุ่งมั่นบริการ ท างานเป็นทีม” คณะผู้บริหารซึ่งน าโดยผู้อ านวยการสถานศึกษา มีการสร้างบรรยากาศ เพื่อ พัฒนาให้ประสบผลส าเร็จ บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ ผ่านแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา พ.ศ.
15 2560 -2564 ถ่ายทอดสู่แผนปฏิบัติการประจ าปี 2562 -2564 ด าเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนได้ทบทวนประเมิน โครงการตามแผนปฏิบัติการประจ าปี 2562 - 2564อย่างเป็นขั้นตอน ดังนี้ 1. การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการปรับปรุงผลการด าเนินการ 1.1 ประชุมกลุ่มบริหารและหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างสม ่าเสมอ 1.2 ประชุมเพื่อกระจายอ านาจการตัดสินใจไปยังหัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ในเรื่อง การจัดการเรียนรู้ การนิเทศชั้นเรียน การตรวจเยี่ยมชั้นเรียน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การแบ่งหน้าที่ค วาม รับผิดชอบเวรประจ าวัน และเพิ่มช่องทางรับฟังความคิดเห็นจากครูและบุคลากรให้มากขึ้น 2. สร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร โดยผู้บริหารได้ให้ความส าคัญ กับการสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรของโรงเรียน เพราะเป็นปัจจัยส าคัญที่จะท าให้โรงเรียนเกิด การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยก าหนดแนวทางเสริมสร้างและพัฒนาองค์กรที่ต้องการ ได้แก่ การมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพ การเรียนการสอน และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เครือข่ายผู้ปกครอง การวัดผลประเมินผลการปฏิบัติงานของครู และบุคลากร โดยใช้นวัตกรรมโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมแบบมีส่วนร่วม MONPIT Model 3. พัฒนาบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามข้อ 4.2ก(2) ฝังลึกในระดับบุคคลและระดับโรงเรียนโดย ผู้บริหารจัดการพัฒนาความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร โดยจัดอบรมให้ความรู้และทักษะ การปฏิบัติงาน การศึกษาดูงาน การนิเทศภายใน โดยเน้นการนิเทศแบบกัลยาณมิตร เพื่อรับทราบปัญหาและให้ ค าแนะน าในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการสร้างขวัญและก าลังใจแก่ครูและบุคลากร ภายหลังการนิเทศได้จัดให้มีการ ประชุมโดยผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ตามข้อ 4.1ค(1) ของแต่ละบุคคล และกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อเป็นแบบอย่างและพัฒนาไปสู่นวัตกรรมขององค์กรต่อไป 4. ประเมินและทบทวน เพื่อเสริมสร้างทักษะความเป็นผู้น าให้กับครูและบุคลากร โดยผู้บริหารโรงเรียนได้ ก าหนดหลักเกณฑ์ให้มีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนต าแหน่งหน้าที่ของหัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้า ระดับชั้น โดยก าหนดวาระการด ารงต าแหน่งไว้ เพื่อให้ครูและบุคลากรเกิดการเรียนรู้และมองเห็นภาพรวมขององค์กร อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงของแต่ละงานและเป็นการพัฒนาครูและบุคลากรเพื่อเป็นผู้น าในอนาคต ต่อไป ส่งผลให้องค์กรมีความยั่งยืนนอกจากนี้กลุ่มบริหารได้เสนอแนะความรู้ วิธีการใหม่ๆ ที่ได้รับจากการเรียนรู้มา ทบทวน เพื่อเป็นปัจจัยหรือโอกาสส าหรับการปรับปรุงให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมขององค์กร สร้าง ความยั่งยืนให้กับโรงเรียนนอกจากนี้กลุ่มบริหารได้เสนอแนะความรู้ วิธีการใหม่ๆ ที่ได้รับจากการเรียนรู้มาทบทวน เพื่อเป็นปัจจัยหรือโอกาสส าหรับการปรับปรุงให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมขององค์กร สร้างความยั่งยืน ให้กับโรงเรียน ข. การสื่อสารและผลการดา เนินการของโรงเรียน (Communication and Organizational PERFORMANCE) (1) การสื่อสาร (Communication) คณะผู้บริหารโรงเรียนใช้กระบวนการสื่อสารเพื่อให้บุคลากรทั้ง ภายในและภายนอกองค์กรได้รับทราบข้อมูลข่าวสารรวมทั้งร่วมตัดสินใจแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหาร การจัดการศึกษาของโรงเรียนรวมทั้งเรื่องการตัดสินใจเรื่องที่ส าคัญที่มีผลกระทบสูงต่อโรงเรียน โดยมีการสื่อสาร
16 ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ดังตารางที่ 8 โดยมีตัวชี้วัดคือ การเปรียบเทียบผลลัพธ์การก ากับดูแลองค์กรตาม กลยุทธ์ ปี 2564 ดัง 7.4 ก(2) ตารางที่8 การสื่อสารของคณะผู้บริหารของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมและการสื่อสารองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่องทางการสื่อสาร ความถี่ 1. คณะกรรมการบริหาร 1. การประชุมปกติสามัญ ทุกภาคเรียน 2. การประชุมวิสามัญ เร่วด่วน/ไม่ปกติ 2. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐาน 1. ประชุมปกติ ปีละครั้ง 2. การประชุมรายงานประจ าปี ปีละครั้ง 3. การประชุมพบปะไม่เป็นทางการ โทรศัพท์ เว็บไซต์ โรงเรียน เวลาที่เหมาะสม 3. ครูและบุคลากร 1. การประชุมก่อนเปิด-ปิดภาคเรียน พฤษภาคมและตุลาคม 2. การประชุมประจ าเดือน ทุกเดือน 3. การประชุมสาระ/งาน ก าหนดเวลาตามค าสั่ง 4. การประชุมตามโครงการ ก าหนดเวลาตามค าสั่ง 5. การร่วมกิจกรรมชุมชนท้องถิ่น เวลาที่เหมาะสม 4. ผู้ส่งมอบ 1. เว็บไซต์โรงเรียน ทุกช่วงเวลา 2. โทรศัพท์ หนังสือราชการ ทุกวันท าการ 5. ลูกค้า 1. การปฐมนิเทศก่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง 2. กิจกรรมเคารพธงชาติ ทุกวันท าการ 3. กิจกรรมโฮมรูม/แนะแนว ตามวันที่ก าหนดในตารางเรียน 4. การประชุมผู้ปกครอง ภาคเรียนละ 1 ครั้ง 5. การเยี่ยมบ้านนักเรียน ปีละ 2 ครั้ง 6. หนังสือ/โทรศัพท์ เชิญประชุม ตามวันเวลาที่ก าหนด ในปี 2564 มีทบทวนกระบวนการ วิธีการสื่อสาร และการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ โดยผู้บริหารโรงเรียนให้กลุ่ม นักเรียน ผู้ปกครองและพันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตาม P1(3) ด้วย Social media (Line) ที่สะดวก รวดเร็วทัน ต่อเหตุการณ์ และประหยัดและน าไปจัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปีให้สอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียนและปฏิบัติ ไปในทิศทางเดียวกันอีกทั้งได้มอบหมายให้แต่ละฝ่ายที่จัดท าโครงการต่างๆ ให้ก าหนดขั้นตอนการสื่อสารนโยบาย ดังกล่าวไว้ในวิธีปฏิบัติของแต่ละโครงการ พร้อมทั้งมีการประเมินผลการรับรู้ การตัดสินใจ เพื่อน าผลการประเมินไป ปรับปรุงกระบวนการสื่อสาร การสร้างความผูกพันกับบุคลากรในปี 2562 – 2564 ได้มอบหมายให้งานบุคลากรทบทวนกระบวนการ ประเมินความผูกพันของบุคลากร ตามข้อ 5.2 ก(2) ค้นหาปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพันของบุคลากร ตามข้อ 5.2 ก(1) ทั้งนี้คณะกรรมการสร้างความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อองค์กร อีกทั้งได้สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมความ ผูกพัน และเข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมนั้นด้วยตนเอง และใช้เวทีการประชุมประจ าเดือนในการยกย่องชมเชยบุคลากรที่ มีความสามารถและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน และที่เป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งการยกย่องชมเชยอย่างเป็นทางการ เช่น การมอบรางวัล OBEC AWARDS รางวัลครูดีในดวงใจ รางวัลครูดีไม่มีอบายมุข ส าหรับบุคลากรที่มีผลการ ปฏิบัติดีเยี่ยมระดับประเทศ ซึ่งเป็นการกระตุ้นบุคลากรให้รับรู้ มีส่วนร่วมติดตาม ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มศักยภาพ ดังภาพที่ 6
17 การสร้างความผูกพัน กิจกรรม การกระจาย อ านาจ ก าหนด นโยบาย ทักษะการ สื่อสารของ ผู้น า การก ากับ ติดตาม สร้างแรงจูงใจ การให้ ค าปรึกษา ค าแนะน า สอนงาน การปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบ ปัจจัย ระบบการ ท างาน นโยบาย องค์กร กระบวนการ สื่อสาร ภายใน องค์กร ระบบการ บริหาร จัดการ ความก้าวหน้า ในวิชาชีพ การพัฒนา บุคลากร สภาพแวดล้อม และ บรรยากาศการ ท างาน Leader Action ภาพที่6 บทบาทของผู้น าระดับสูงสร้างความผูกพันกับบุคลากร ผู้บริหารทุกท่านได้ด าเนินการสื่อสารตามตารางที่ 8รวมทั้งได้น าแนวทางดังกล่าวไปถ่ายทอดให้หัวหน้า กลุ่มงาน /งาน/กลุ่มสาระการเรียนรู้ น าแนวทางดังกล่าวไปถ่ายทอดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้การสื่อสาร ทั่วถึงทั้งองค์กร (2) การท าให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง (Focus on Action) ผู้น าระดับสูงด าเนินการให้เกิดการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมขององค์กร ดังนี้ 1) ผู้บริหารก าหนดนโยบาย ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ เช่น วิสัยทัศน์ ค่านิยมและเป้าประสงค์ขององค์กร ผ่าน กระบวนการการมีส่วนร่วม เช่น การประชุม PLC บุคลากรในโรงเรียน 2) ผู้บริหารสื่อสารวิสัยทัศน์ และนโยบาย โรงเรียนให้กับบุคลากร ทั้งโรงเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ตามตารางที่ 8 3) ผู้บริหารขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ โดยมอบหมายให้กลุ่มงาน จัดท าแผนงานโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายหรือกล ยุทธการดา เนินงานของโรงเรียน นา ไปปฏิบตัิใหเ้กิดผลสมัฤทธิ์4) ผูบ้ริหารมีการติดตามผลการดา เนินงานท่ีสา คญั และมอบหมายให้กลุ่มงานและงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการด าเนินงาน รายงานการบริหารจัดการความเสี่ยง และ รายงานการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่องประจ าทุกภาคเรียน งานประกันคุณภาพทางการศึกษาได้ก าหนดให้มี การจัดท าบันทึกข้อตกลงผ่านกระบวนการถ่ายทอดกลยุทธ์สู่การปฏิบัติเป็นประจ าทุกภาคเรียน/ปี และน าไปใช้ในการ ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรทุกคน คณะกรรมการได้ตรวจเยี่ยมบุคลากรตามส านักงาน เพื่อซักซ้อมความ เข้าใจ และสร้างขวัญก าลังให้ร่วมกันขับเคลื่อนตามเป้าหมายองค์กรที่ก าหนดไว้ เมื่อรับทราบผลการด าเนินงาน จาก การก ากับติดตามจะน าไปสู่การทบทวนการก าหนดนโยบาย การสื่อสารการขับเคลื่อนภารกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ บรรลุวิสัยทัศน์ ตามข้อ 1.1 ก(3) ตามตัวชี้วัด คือ เปรียบเทียบผลลัพธ์ส าคัญการก ากับดูแลองค์กรที่บรรลุกลยุทธ์ ปี 2564 ภายหลังจากที่ผู้บริหารได้มีการติดตามก ากับผลการด าเนินงานด้านต่างๆ ครบถ้วนแล้วจะมีการทบทวน ปรับปรุงผลการปฏิบัติงาน ให้มีความเหมาะสมและสร้างคุณค่าที่สมดุล ให้กับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 1.2 การกา กับดูแลองคก์รและความรับผิดชอบต่อสังคม (Governance and Societal Responsibilities) ก. การกา กับดูแลโรงเรียน (Organizational GOVERNANCE) (1) การกา กับดูแลโรงเรียน (GOVERNANCE System) มีระบบการก ากับ ภาพที่7 วิธีการก ากับดูแลของของ โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม
18 ดูแล ตามภาพที่ 7 โดยมอบหมายให้กลุ่มงานและกลุ่มสาระการเรียนรู้ ก ากับติดตามในแต่ละกลุ่มงานให้เกิดความ ร่วมมือในการขับเคลื่อน ติดตามงานให้เป็นไปตามกลยุทธ์ระยะ 5 ปี และแผนปฏิบัติการประจ าปี ซึ่งมีการทบทวน ข้อมูลที่ส าคัญดังนี้ 1) วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และกลยุทธ์ของโรงเรียน 2) หลักการก ากับดูแลที่เป็น มาตรฐานสากลและสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป 3) การแข่งขัน ความต้องการของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย 4) ประชุมปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ทุกกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการ ได้แก่ การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ จริยธรรม จรรยาบรรณการบริหารความเสี่ยงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การควบคุมภายใน 5) น าเสนอ แผนงานขอความเห็นชอบจากฝ่ายบริหารของโรงเรียน และถ่ายทอดนโยบาย และแผนกลยุทธ์ เพื่อน าไปปฏิบัติทั่วทั้ง องค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ผู้น าระดับสูงมีการสรรหากรรมการในคณะกรรมการก ากับดูแลโรงเรียนในรูปของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจ านวน 15 คน ประกอบด้วย องค์การบริหารปกครองท้องถิ่น องค์กรศาสนา องค์กรชุมชน ตัวแทนศิษย์เก่า ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนครู และผู้อ านวยการสถานศึกษาเป็นกรรมการ และเลขานุการ ด ารงต าแหน่งคราวละ 4 ปี ท าหน้าที่สนับสนุน และรับรองรายงานการบริหารงานของโรงเรียนเป็น เบื้องต้น ผู้น าระดับสูง ทั้ง 4 กลุ่มงาน ท าการประชุม ทบทวนและติดตามภาระงานทุกภาคเรียน หรือในกรณีที่มีวาระ เร่งด่วนในการบริหารงาน และส่งบันทึกการประชุมรายงานต่อผู้อ านวยการ หัวหน้ากลุ่มสาระ และหัวหน้างาน เมื่อสิ้น ปีการศึกษาครูจัดท าเอกสารการประเมินตนเอง (SAR) รายงานต่อผู้อ านวยการสถานศึกษา คณะกรรมการประกัน คุณภาพภายในจัดท ารายงานผลการปฏิบัติงาน SAR ของโรงเรียน รายงานต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สพม.สุรินทร์ และ สพฐ. ด าเนินการจัดท ารายงาน เพื่อขอรับการประเมินคุณภาพภายนอกจากส านักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) คณะกรรมการประกันคุณภาพภายในประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางและตัวชี้วัด ใช้ระบบประกันคุณภาพที่ ครอบคลุมระบบงานทั้งหมด โดยทุกกลุ่มงานในโรงเรียนได้น าระบบควบคุมภายในใช้ในการเฝ้าระวัง และติดตามการ ท างานของกลุ่มงานและน ามาปรับปรุง เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมในการใช้งาน และผลการด าเนินงานภายใน ท าให้ 1) การด าเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2) ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ ซ ้าซ้อนหรือไม่จ าเป็น และลดความเสี่ยงด้านการเงินหรือด้านอื่นๆ งานแผนงานจัดท าแผนเพื่อป้องกันและลดความ เสี่ยงต่อไป การตรวจสอบและการนิเทศภายใน ผู้น าระดับสูงจัดระบบตรวจสอบภายในตามระเบียบของทางราชการ มี ระบบการนิเทศภายในซึ่งผู้น าทุกระดับได้รับการนิเทศติดตามการปฏิบัติหน้าที่ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น รองผู้อ านวยการสถานศึกษาเดินตรวจอาคารเรียน สังเกตการสอน การมอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มสาระนิเทศ บุคลากรในกลุ่มสาระการเรียนรู้ (2) การประเมินผลการด าเนินการ (PERFORMANCE Evaluation) การประเมินผลการ ปฏิบัติงานของผู้น าระดับสูง เพื่อพิจารณาค่าตอบแทนจะอยู่ภายใต้ การประเมินของคณะกรรมการจากส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการบริหารงานของผู้น า ระดับสูง โดยใช้เครื่องมือพิจารณาเอกสารการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเอง (SAR)และแผนการจัดการเรียนรู้
19 และการปฏิบัติงานในหน้าที่พิเศษเปรียบเทียบกับเป้าหมาย โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก คือ 1) ปัจจัยชี้วัดผลการ ปฏิบัติงานตามนโยบายและแผนงาน 2) ปัจจยัจากผลการบริหารจดัการคณุภาพการศกึษา โดยเฉพาะผลสมัฤทธิ์ของ นักเรียนพร้อมทั้งพิจารณาการรายงานผลปฏิบัติงานรายบุคคล น าผลการประเมินเสนอต่อคณะกรรมการ ส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ พิจารณาและให้ความเห็นชอบ โดยผู้อ านวยการสถานศึกษาจะน าผลการ ประเมินมาพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพของการน าองค์กร ตามภาพที่ 31 ในปี 2562 – 2564 กลุ่มบริหารงานบุคคลท าการส ารวจพฤติกรรมบุคลากรตามวัฒนธรรมองค์กร เพื่อใช้เป็น ข้อมูลในการขับเคลื่อนและก าหนดตัวชี้วัดชัดเจน และน าจรรยาบรรณวิชาชีพไปใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน เชื่อมโยงกับข้อ 1.1 ก(2) กลุ่มบริหารสร้างเสริมบรรยากาศในองค์กร เพื่อส่งเสริม ก ากับให้บุคลากรในองค์กรมี จริยธรรมส่งผลให้บุคลากรมีความผูกพันกับองค์กร ตามข้อ 5.2 ก(2) ด้วยนโยบายองค์กร เป็นปัจจัยหนึ่งในการ ประเมินความผูกพันของบุคลากร และเชื่อมโยงกับตามข้อ 1.1 ข(2) ผู้น าระดับสูงมีส่วนร่วมในการยกย่องชมเชย บุคลากร เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติงานให้บุคลากรมีความจริงจังในการจัดการเรียนรู้และให้บริการนักเรียน และ เชื่อมต่อความส าเร็จในการด าเนินการเชื่อมโยงไปสู่ผลลัพธ์ ตัวชี้วัด คือ ความพึงพอใจบรรยากาศในการท างานของ บุคลากร ปี2562- 2564 ดังภาพที่ 65 ข. การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและมีจริยธรรม (Legal and ETHICAL BEHAVIOR) (1) การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ (Legal and Regulatory Behavior) ผู้น าระดับสูงน ากฎระเบียบ ของทางราชการและกระทรวงศึกษาธิการแจ้งคณะครู และบุคลากร รับทราบ ในที่ประชุมก่อนเปิดภาคเรียน การปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ และกระบวนการนิเทศของโรงเรียน กรณีที่มีการ เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือมีระเบียบใหม่ จะแจ้งผ่านสายงานของบุคลากร ทาง Social Facebook และทาง Line และแจ้งในการประชุมประจ าเดือน เพื่อให้บุคลากรรับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีการทบทวน ส่งเสริม สนับสนุนให้บุคลากรมีการประพฤติปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับอย่างต่อเนื่อง โดยได้ด าเนินการจัดท าแผนปฏิบัติ การเชิงกลยุทธ์ และท าการวิเคราะห์องค์ประกอบภายในและภายนอกโดยวิธี SWOT Analysis รวมทั้งการ คาดการณ์ของโครงการ กิจกรรมต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคม ดังภาพที่ 8 ภาพที่8 แสดงกระบวนการลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคม โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนใช้แผนพัฒนาบุคลากรระยะปานกลาง (พ.ศ. 2561– พ.ศ. 2565) เป็นกลไกติดตามในการคาดการณ์ล่วงหน้าถึงความกังวลของสาธารณชนที่มีต่อหลักสูตรการจัดการศึกษาและบริการ
20 อื่นๆ ที่ส่งเสริมการศึกษาและการปฏิบัติการในปัจจุบันและอนาคต เช่น โครงการส ารวจข้อมูลความพึงพอใจ การรับ ฟังเสียงข้อร้องเรียน ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จากการประชุม ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ฯลฯ น า ข้อมูลมาพิจารณา จัดท าแผนปฏิบัติการ สื่อสารเพื่อใช้เป็นกลไก การสื่อสาร ไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน ดังภาพ ที่ 30 ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดด้านจริยธรรม ดังตารางที่ 26 (2) การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม (ETHICAL BEHAVIOR) ผู้น าระดับสูงใช้แนวทางใน การพัฒนาบุคลากร โดยส่งเสริม และสร้างความมั่นใจและเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการ แสดงความคิดเห็นในการ พัฒนาโรงเรียนทุกด้าน มีการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมซึ่งปรากฏในเป้าประสงค์ที่ 3 ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา มีทักษะที่เหมาะสมและมีวัฒนธรรมการท างานท่ีม่งุเนน้ผลสมัฤทธิ์คณะกรรมการบรหิาร โรงเรียนได้ใช้ตัวชี้วัดของจรรยาบรรณวิชาชีพครู คณะกรรมการบริหาร มาตรฐานการปฏิบัติงานครูตามต าแหน่ง และ ตัววัดคุณภาพด้านครู/ผู้บริหารจากมาตรฐานการศึกษาของ สพฐ. ตัวชี้วัด คือ จ านวนนักเรียนที่มาสมัครเข้าศึกษาต่อ ประจ าปี 2562 – 2564 ดังภาพที่ 55 ผู้น าระดับสูงมีวิธีการก ากับดูแล และด าเนินการในกรณีที่มีการกระท าที่ขัดต่อการประพฤติปฏิบัติอย่างมี จริยธรรมโดยมอบหมายให้กลุ่มบริหารบุคคลและกิจการนักเรียน เป็นผู้ด าเนินการและกระจายอ านาจหน้าที่ และ บทบาทให้คณะกรรมการบริหารกลุ่มสาระการเรียนรู้ซึ่งเป็นสายบังคับบัญชาโดยตรง และใกล้ชิดกับครูบุคลากรมาก ที่สุด ก ากับติดตาม ปฐมนิเทศ การจัดการข้อร้องเรียนจากนักเรียน ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ค. ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibilities) (1) ความผาสุกของสังคม (Societal Well-Being) ผู้น าระดับสูงค านึงถึงความผาสุกของสังคมและ ประโยชน์ของสังคมด้วยการสร้างค่านิยม ความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในเป้าประสงค์ข้อ 2 และ 8 นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาสู่มาตรฐานสากล มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และครูและนักเรียน สามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิใจในความเป็นไทยและน าแผนการปฏิบัติการบูรณาการ เข้าสู่กระบวนการปฏิบัติในโครงการแผนปฏิบัติการประจ าปี ซึ่งเป็นกระบวนการหลักที่ท าให้นักเรียนเป็นคนดีของ สังคมและพลโลก โดยในกลยุทธ์ข้อ 1 และ 2 ยังเน้นให้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาสู่ มาตรฐานสากล และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านคุณธรรมน้อมน าหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐานความเป็นไทย ซึ่งผู้น าระดับสูงได้ส่งเสริมให้นักเรียนมีกิจกรรมจิตอาสา ให้ความ ร่วมมือกับกิจกรรมขององค์กรทุกภาคส่วน รวมถึงการสร้างความสมบูรณ์ให้กับสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยใช้กระบวนการส่งเสริมนักเรียนให้เป็นคนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะที่ส าคัญตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและเป็นพลโลกที่ดีตามหลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากล หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อน าไปสู่แผนการปฏิบัติงานประจ าวัน คือ การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมโครงการสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ เยาวชนและชุมชนที่ส าคัญอย่างจริงจัง เช่น โครงการค่ายส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม โครงการจิตอาสา บริหารจัดการ ขยะและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ชุมชนสัมพันธ์และภาคีเครือข่าย (ส านึกรักษ์บ้านเกิด)
21 สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ข.พ. โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและธรรมมาภิบาลใน สถานศึกษา“บริษัทสร้างการดี สาขาโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม” เป็นต้น (2) การสนับสนุนชุมชน (Community Support) โรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน การเข้าร่วมใน กิจกรรมที่ส าคัญต่างๆ ของชุมชน โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้ด าเนินการสนับสนุนอย่างสม ่าเสมอ ดังนี้ การดูแลโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม เป็นโรงเรียนในสหวิทยาเขต 8 ศรีนครอัจจะเป็นโรงเรียนคู่พัฒนากับโรงเรียน สังขะ ซึ่งมีหน้าที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียนอื่นในด้านการจัดการเรียนการสอนการวัดผล การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือการมีกิจกรรมร่วมกันในดา้นวิชาการและอ่ืน ๆ เช่น การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใหค้วามร่วมมือทาง วิชาการและด้านเทคโนโลยี โดยได้ร่วมมือกับทางเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ในการอบรมขยายความรู้ และเทคโนโลยีทางการศึกษาให้แก่โรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ อย่างต่อเนื่อง 2) เป็นสถานที่ บริการทางการศึกษา เป็นแหล่งศึกษาดูงานของโรงเรียนด้านการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท าและทักษะอาชีพ (งาน จักสาน) พร้อมทั้งให้บริการอาคารสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ แก่ชุมชน สม ่าเสมอ ฝ่ ายบริหารและคณะครูเป็นวิทยากร และคณะท างานให้กับหน่วยงานอื่น เป็นสถานที่อบรม สัมมนา ของหน่วยงานต่างๆ ด้านสังคม น านักเรียนเข้าร่วม กิจกรรมต่าง ๆ ตามที่หน่วยงานอื่นๆ ขอความร่วมมือ เช่น วัด ชุมชนในเขตต าบลตาตุม องค์การบริหารส่วนต าบลตา ตุม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลตาตุม ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์องค์การบริหารส่วน จังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ ในระดับประเทศ จัดให้มีการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา กิจกรรมทางสิ่งแวดล้อม กิจกรรม สาธารณประโยชน์ การเป็นวิทยากร การจัดนิทรรศการ การเผยแพร่ผลงาน เป็นต้น ด้านเศรษฐกิจ โรงเรียนสนับสนุน ส่งเสริม ฝึกให้นักเรียนเป็นผู้ประหยัดและออม อันเป็นลักษณะที่ดีของการใช้หลักของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน ชีวิตประจ าวัน เป็นลักษณะของพลเมืองที่ดีในอนาคต โดยมีโครงการธนาคารโรงเรียน ธนาคารขยะ และส่งเสริมให้ นักเรียนหารายได้ระหว่างเรียนจากการท ากิจกรรมการเรียน เช่น การจัดกิจกรรมตลาดนัดผัก-ปลา หน้า ข.พ. การปลูก พืชผัก การเลี้ยงปลา การเพาะเห็ด การจักสาน การปลูกดอกดาวเรือง การปลูกข้าว ท าให้นักเรียนมีทักษะในการ ประกอบอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อม โรงเรียนได้พัฒนาสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนตามหลักโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา จัดท าหลักสูตรบูรณาการสิ่งแวดล้อมศึกษาและส่งเสริมให้ครู บุคลากร นักเรียน ชุมชน มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ พัฒนา สิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมการปลูกป่ าจัดบริบทของโรงเรียนให้น่าอยู่ ร่มรื่น เอื้อต่อการเรียน เป็นที่ยอมรับของ หน่วยงานทั้ง ภาครัฐและเอกชน
22 หมวด 2 กลยุทธ์(Strategy) 2.1 การจัดท ากลยุทธ์(Strategy Development) ภาพที่9 แสดงกระบวนการจัดท ากลยุทธ์และการน าไปสู่การปฏิบัติ ก. กระบวนการจัดท ากลยุทธ์(Strategy Development PROCESS) (1) กระบวนการวางแผนกลยุทธ์(Strategy Planning PROCESS) คณะกรรมการแผนงานและสารสนเทศ มีวิธีการในการวางแผนกลยุทธ์ อาศัยหลักการและแนวคิดการ บริหารจัดการโดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ตามขั้นตอนที่ส าคัญของการจัดท ากลยุทธ์ ดังภาพที่10 ภาพที่10แสดงกระบวนการจัดท ากลยุทธ์
23 คณะกรรมการจัดท ากลยุทธ์ได้จัดท าแผนเชิงกลยุทธ์ ดังนี้ - ขั้นตอนที่1 การทบทวนแผนเดิม คณะกรรมการแผนงานโรงเรียน ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหาร กลุ่มงานทั้ง 4 กลุ่มงาน และงานแผนงานโรงเรียน ร่วมกันน าผลการสะท้อนผลจากกระบวนการท างานที่ผ่านมา มาปรับปรุง กระบวนการจัดท าแผน และน าผลการทบทวนเสนอฝ่ ายบริหารโรงเรียนเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ จากนั้นงาน นโยบายและแผนงาน ท าการสื่อสารกระบวนการ ทิศทางกรอบนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการ และส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน P1ก(5) ไปยังทุกกลุ่มงาน เพื่อให้ใช้เป็นกรอบในการรวบรวมข้อมูล และ เตรียมจัดท าแผนรองรับในขั้นตอนต่อไป - ขั้นตอนที่2 การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล งานนโยบายและแผนงาน กลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่ม บริหารงานงบประมาณ ประชุมหารือ เพื่อตรวจสอบข้อมูลและสารสนเทศให้มั่นใจว่าน าปัจจัยต่างๆ มาใช้ในการ วิเคราะห์ เช่น กฎกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายสพฐ. P1ก(5) มาตรฐานการประเมินภายนอกของสมศ. มาตรฐาน ของโรงเรียนมาตรฐานสากล หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อมูลความคิดเห็นของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียตามข้อ 3.1 ก ข้อมูลการเงิน รวมถึงการให้บริการเปรียบเทียบกับคู่เทียบ P2ก(3) - ขั้นตอนที่3 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมความท้าทายและความได้เปรียบ งานแผนงานโรงเรียนประชุม ปฏิบัติการคณะกรรมการทุกกลุ่มงาน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยน าเข้าต่างๆ ที่ทุกกลุ่มงานรวบรวมจาก ขั้นตอนที่ 2 ในลักษณะการเชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ความเสี่ยง แล้วท าการประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอก เพื่อให้มั่นใจ ว่าน าปัจจัยส าคัญมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ แล้วน ามาเป็นปัจจัยก าหนดความส าคัญ เป็นความท้าทายและ ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ หลอมรวมเป็นกลยุทธ์ระดับองค์กร เพื่อน าผลที่ได้มาใช้ในการจัดท าแผนกลยุทธ์ และ ก าหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ในขั้นต่อไป - ขั้นตอนที่ 4 การจัดท าแผนกลยุทธ์ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อร่วมกันทบทวนตามข้อ 1.1 ก(1) วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ค่านิยม แล้วน าความท้าทาย ความได้เปรียบ เชิงกลยุทธ์ P2ข และปัจจัยส าคัญต่างๆ มาก าหนดเป็นกลยุทธ์ 4 กลยุทธ์ รวมทั้งก าหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ระยะกลาง ในปี 2560-2564 - ขั้นตอนที่ 5 การกลั่นกรองและเห็นชอบกรอบกลยุทธ์ คณะผู้บริหาร พิจารณากลั่นกรองและเห็นชอบ กรอบกลยุทธ์ และวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ตามข้อ 2.1 ข(1) การด าเนินงาน ปัจจัยส าคัญ และเป้าหมายการ ด าเนินงานของโรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นท าการสื่อสารไปยังทุกกลุ่มงาน โดยจัดท าประกาศโรงเรียนให้รับทราบ และเข้าใจตรงกันเพื่อน าไปจัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปีต่อไป งานแผนงานได้สื่อสารให้ทุกกลุ่มงานทราบ ผ่านการประชุมประจ าเดือนหรือในวาระพิเศษของโรงเรียนถึง ขั้นตอนกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้แต่ละกลุ่มงานจัดเตรียมข้อมูล และวางแผนการปฏิบัติงานให้ สอดคล้องกับขั้นตอนดังกล่าว และสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ได้ตามที่รับผิดชอบ ครบถ้วนทุกกลุ่มงานกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ของโรงเรียน ได้มีการบูรณาการกับหมวด P1ก(2) วิสัยทัศน์ พันธ
24 กิจ ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร ความสามารถพิเศษ และความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถพิเศษกับภารกิจ องค์กร เชื่อมโยงกระบวนการก าหนดวิสัยทัศน์และค่านิยมในหมวด ตามข้อ 1.1 ก(1) โครงสร้างองค์กรในหมวด P1ข(1) (2) นวัตกรรม (INNOVATION) การจัดท ากลยุทธ์ของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ส่งผลให้เกิดนวัตกรรม MONPIT Model สู่ กระบวนการ PDCA เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนบริหารจัดการของโรงเรียน ตามภาพที่ 11 ภาพที่11 แสดงนวัตกรรมโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมแบบมีส่วนร่วม MONPIT Model โรงเรียนสื่อสารนวัตกรรมของโรงเรียนให้กับทุกกลุ่มงาน ครูและบุคลากรทุกคนน าไปใช้ผ่านระบบงาน ประกันคุณภาพภายในและน าสู่การปฏิบัติในการด าเนินงานให้เกิดประสิทธิผลตามข้อ 1.1 ก(3) และ 1.1 ข(2) (3) การวิเคราะห์และก าหนดกลยุทธ์(Strategy Considerations) คณะกรรมการจัดท าแผนกลยุทธ์ มีวิธีการที่ท าให้มั่นใจว่าได้น าปัจจัยส าคัญด้านต่างๆ มาเป็นส่วนประกอบในการวิเคราะห์และก าหนดกลยุทธ์ โดย รวบรวมข้อมูลจากความท้าทายเชิงกลยุทธ์และความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในปี ที่ผ่านมา ประกอบกับการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการหารือกับผู้มีเกี่ยวข้อง มาท าการทบทวนกระบวนการจัดท าแผนกลยุทธ์ และการทบทวน ข้อมูลที่ต้องรวบรวม การก าหนดแหล่งข้อมูล ลักษณะข้อมูลเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ ให้มีความครบถ้วน ตาม ปัจจัยส าคัญที่ก าหนด โดยมีการมอบหมายงานแผนงานโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อได้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ น ามาประชุมร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง โดยข้อมูลส าคัญที่น ามาใช้ในการก าหนดกลยุทธ์ มีดังนี้ - นโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสพฐ. รวมทั้งนโยบายของสพม.สุรินทร์ เป็นต้น - จุดแข็ง ภาพความต้องการ (ภาพฝัน) จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของโรงเรียน ได้จากการวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน โดยได้มีการจัดล าดับความส าคัญ ดังภาพที่ 12 จุดแข็ง • ครูมีความสามารถจัดการเรียนรู้เพื่อบ่มเพาะอุปนิสัยอยู่ อย่างพอเพียงตามหลัก ปศพพ. • กรรมการสถานศึกษาและการประกันคุณภาพเข้มแข็ง • มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ จุดอ่อน • หลักสูตรยังไม่บรรลุเป้าหมาย • ผลสมัฤทธิ์ยงัไม่เป็นไปตามที่สถานศกึษา ก าหนด • มุมมองเชิงระบบไม่ชัดเจน
25 • แหล่งเรียนรู้/ฐานการเรียนรู้ภายในเพียงพอ • บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ • ครูท างานเป็นทีม • ขาดการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ PLC จากเครือข่ายภายนอก SWOT Analysis โอกาส • สพฐ. มีนโยบายขับเคลื่อนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง • คณะกรรมการสถานศึกษา, สมาคมศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้มแข็ง • โรงเรียนเป็นที่ยอมรับของชุมชน • การบริหารจัดการเป็นระบบและมีคุณภาพ • โรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ผู้อื่นมาเรียนรู้ • สังคม ชุมชน มีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง อุปสรรค • นักเรียนบางส่วนมีปัญหาครอบครัว ขาดผู้ดูแล • นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ • รายได้ประชากรเฉลี่ยน้อยกว่า ระดับประเทศ กระแสการเปลี่ยนแปลง ภาพที่12 แสดงการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ภายนอกองค์กร - สัญญาณบ่งชี้ความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และความนิยมของนักเรียนและผู้ปกครอง ด้าน สภาพแวดล้อม ด้านกฎระเบียบและข้อบังคับ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือมาใช้สืบค้นข้อมูล ความคาดหวังและความ ต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐและกฎระเบียบ เป็นต้น - ความยั่งยืนของโรงเรียนในระยะยาวได้มีการน าข้อสังเกตจากหน่วยงานต้นสังกัดเช่น สพม.สุรินทร์รวมทั้ง ข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์มาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาความยั่งยืนในระยะยาวของโรงเรียน รวมทั้งความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ครอบคลุม มิติคุณภาพการให้บริการ มิติประสิทธิภาพการ ปฏิบัติงาน และมิติการพัฒนาองค์กร การเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรเพื่อรองรับการเกษียณอายุราชการของ บุคลากร รวมถึงการปรับปรุงองค์กรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบและรวดเร็วทันต่อ สถานการณ์ เป็นปัจจัยในการพิจารณาความยั่งยืน - ความสามารถในการปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ ได้มีการประเมินความสามารถในการปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ จากการรายงานผลการด าเนินงานของแผนปฏิบัติงานจากงานแผนงานที่รับผิดชอบ ความเพียงพอ ความพร้อมของ ทรัพยากรที่สนับสนุน ปัญหาอุปสรรค การประเมินความเสี่ยง เป็นปัจจัยในการพิจารณาความสามารถในการปฏิบัติ ตามแผนกลยุทธ์จากการวิเคราะห์และก าหนดกลยุทธ์ข้างต้น ท าให้ได้กลยุทธ์ของโรงเรียน 4 ข้อ คือ 1) พัฒนา คุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาสู่มาตรฐานสากล และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 2) เสริมสร้างความ
26 เข้มแข็งด้านคุณธรรมน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐานความเป็นไทย 3) พัฒนาคุณภาพ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4) พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาพัฒนาการบริหาร จัดการ (4) ระบบงานและสมรรถนะหลักของโรงเรียน (WORK SYSTEMS and CORE COMPETENCIES) ระบบงานที่ส าคัญของโรงเรียน แบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ ระบบงานการเรียนการสอน และระบบสนับสนุน โดยใช้สมรรถนะหลักของโรงเรียนช่วยในการก าหนดระบบงานหลัก คือ การจัดการเรียนการสอนมุ่งพัฒนาผู้เรียน ให้ดี เก่ง มีความสุข (เน้น Active Learning ) และนักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีคุณภาพตาม มาตรฐานสากล ตามโครงสร้างในภาพที่ 13 ภาพที่13 แสดงระบบงานหลักของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ผู้น าระดับสูงมีวิธีการตัดสินระบบงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่ 2.1ข(1) คือ ร่วมกันก าหนด ระบบงานโดยใช้สมรรถนะหลักของโรงเรียนเป็นพื้นฐาน ตามแนวทางการก ากับดูแลองค์กรที่ดีและบริหารด้วยหลัก ปรับปรุงระบบงานโดยอาศัยกลไกแผนปฏิบัติการทั้งระยะสั้น แผนขับเคลื่อนอัตราก าลัง และปรับปรุงโรงเรียนให้ ประสบความส าเร็จและยั่งยืน ตามขั้นตอนดังภาพที่ 14
27 ภาพที่14 แสดงการก าหนดระบบงานโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ผู้น าระดับสูงใช้วิธีการตัดสินกระบวนการที่ส าคัญดังภาพที่ 14 และตาราง 9 ในการจัดท าข้อก าหนดของ ระบบงานที่ส าคัญโดยใช้ข้อมูลจากนักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ส่งมอบ พันธมิตรและข้อก าหนดระบบงานที่ ส าคัญ ดังตารางที่ 9 ตารางที่9แสดงกระบวนการส าคัญและข้อก าหนดในการส่งมอบและพันธมิตร รายการ กระบวนการส าคัญ ข้อก าหนดส าคัญในการส่งมอบ การสื่อสาร ผู้ส่งมอบ - ส่ ง ม อ บ วั ส ดุ อุ ป ก ร ณ์เ ค รื่ อ ง มื อ เ ค รื่ อ ง คอมพิวเตอร์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับ การเรียนการสอน - สิ่งก่อสร้าง อาคาร รั้ว ถนน ระบบ น ้าประปา รถ รับส่งนักเรียน - ตรงเวลา คุณภาพสูง โปร่งใส -ข้อก าหนดระเบียบส านักนายกฯ ว่าด้วยพัสดุ -ข้อก าหนดในคู่มือปฏิบัติการพัสดุ มั่นคง ปลอดภัย เพียงพอ ต่อการบริโภค อุปโภค ของของนักเรียน ครูและ บุคลากร - มาตรฐานและตัววัดของหลักสูตรแกนกลาง - เว็บไซต์ - หนังสือราชการ -จดหมายจากโรงเรียน - การประชุมร่วมกัน - บันทึกข้อตกลง - การมอบเกียรติบัตร พันธมิตร - ความรู้ คุณลักษณะที่พึงประสงค์และ สมรรถนะ ที่ส าคัญและคุณภาพส าคัญของ นักเรียนโรงเรียน มาตรฐานสากล การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง 61) - คุณภาพตามมาตรฐาน - บันทึกข้อตกลงร่วมกัน - การประชุมร่วมกันระหว่างครูใน โรงเรียนเครือข่าย รายการ กระบวนการส าคัญ ข้อก าหนดส าคัญในการส่งมอบ การสื่อสาร ผู้ ใ ห้ ค ว า ม ร่วมมือ - ส่งเสริมช่วยเหลือและร่วมมือเป็นแหล่ง การ เรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น - ส นั บ ส นุ น ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม ส ร้ า ง เ ส ริ ม ประสบการณ์และสร้างลักษณะนิสัย -จัดหาและมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน ที่ ด้อยโอกาส ให้การส่งเสริม ช่วยเหลือร่วมมือในบทบาทแหล่ง การเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสนับสนุนการ จัดกิจกรรมสร้างเสริม ประสบการณ์และสร้าง ลักษณะนิสัยให้กับนักเรียนตามสาระ การเรียนรู้เวลา และโอกาส - โทรศัพท์ - โทรสาร จดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ - หนังสือราชการ - ประชุมร่วมโรงเรียนเครือข่าย ข. วัตถุประสงคเ์ชิงกลยุทธท์สี่า คัญ (STRATEGIC OBJECTIVES) (1) วัตถุประสงคเ์ชิงกลยุทธท์สี่า คัญ (KEY STRATEGIC OBJECTIVES) คณะกรรมการจัดท าแผนกลยุทธ์ได้น าความท้าทายและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ และสมรรถนะหลักของ โรงเรียนมาก าหนดกลยุทธ์ 4 กลยุทธ์และวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์
28 (2) ก า ร พิ จ า ร ณ า วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ เ ชิ ง ก ล ยุ ท ธ์ ( STRATEGIC OBJECTIVES Considerations) คณะกรรมการจัดท ากลยุทธ์มีแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์สามารถน าไปใช้ได้อย่าง ยืดหยุ่น ในเรื่องความท้าทายและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ได้น าความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ซึ่งเป็นปัจจัยส าคัญที่ ส่งผลต่อความส าเร็จในการจัดการศึกษาของโรงเรียนมาประกอบ มีการพิจารณาวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้อง กับประเด็นต่างๆ นอกจากนั้น โรงเรียนได้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่ก่อให้เกิดความเหมาะสมระหว่างความต้องการที่ หลากหลายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ส าคัญ และการสร้างความสมดุลระหว่างกรอบเวลา มีวิธีด าเนินการดังต่อไปนี้ 1. กระบวนการวางแผนจัดท าแผนกลยุทธ์ประจ าปี 2562-2564 เน้นการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ มีการ รวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล SWOT Analysis ก าหนดความท้าทายและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ รวมถึงการ วิเคราะห์หาความสมดุลระหว่างวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์กับโอกาสและความท้าทายเพื่อให้จัดการศึกษาได้บรรลุตาม เป้าหมาย 2. การน าแนวทางไปปฏิบัติ โรงเรียนมอบหมายให้งานแผนและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ ายได้ด าเนินงานตามขั้นตอน จัดท าแผนกลยุทธ์เป็นประจ าทุกปี ซึ่งสามารถก าหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และกลยุทธ์ โดยจัดให้มีการประชุมเชิง ปฏิบัติการระดมสมองจากคณะครู บุคลากร นักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ร่วมกันพิจารณา น าเสนอต่อผู้น า ระดับสูง ผ่านการพิจารณา จากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมั่นใจได้ว่ากลยุทธ์ และวัตถุประสงค์เชิงกล ยุทธ์ มีความสอดคล้องสมดุล รวมถึงตอบสนองข้อมูลปัจจัยส าคัญต่างๆ อย่างครบถ้วน 3. การปรับปรุง งานแผนงานและสารสนเทศได้ทบทวนกระบวนการจัดท าแผนกลยุทธ์โดยใช้เกณฑ์การ ประเมินรางวัลคุณภาพแห่งส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) มาเป็นกรอบแนวทางการ พัฒนา มีการน าข้อมูลความคิดเห็นของนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาเป็นปัจจัยในการวิเคราะห์และได้จัดท า โครงการจ านวน 63 โครงการ ในปี 2564 4. การบูรณาการ ในการวิเคราะห์วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และกลยุทธ์ ใช้ข้อมูลที่มาจากแหล่งต่างๆ ทั้ง ภายในและภายนอก ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งได้มีการประชุมหารือร่วมกัน และมีการเผยแพร่สื่อสาร วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ไปยังกลุ่มงาน เพื่อน าไปเป็นแนวทางในการก าหนดแผนพัฒนาของกลุ่มงานและกลุ่มสาระ เน้นการบูรณาการและมีความสอดคล้องกัน 2.2 การน ากลยุทธไ์ปสู่การปฏิบัติ(Strategy Implementation) ก. กระบวนการจัดท าแผนปฏิบัติการและการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ(ACTION PLAN Development and DEPLOYMENT) (1) การจัดท าแผนปฏิบัติการ (ACTION PLAN Development) คณะกรรมการจัดท าแผนกลยุทธ์ค านึงถึงหลักการ 2ข้อ คือ แผนปฏิบัติการประจ าปีต้องเชื่อมโยงกับ แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการยึดหลักการมีส่วนร่วมที่ค านึงถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นเตรียมการ ศึกษาทบทวนแผนกลยุทธ์เพื่อถ่ายทอดเชื่อมโยงสู่แผนปฏิบัติการประจ าปี ข้อมูลผลการด าเนินงานในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2560 – 2564 กรอบเงื่อนไขประจ าปีของ สพฐ. และ
29 นโยบายของ สพม.สุรินทร์ ตัวชี้วัดมาตรฐานสากล กรอบนโยบาย กรอบเป้าหมายหลัก และกรอบวงเงินที่ได้รับการ จัดสรรประจ าปีมาใช้ในการพิจารณาและท าการประชุมบุคลากรในกลุ่มงาน เพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหา ของกลุ่ม มีการแต่งตั้งกรรมการประจ ากลุ่มงาน เพื่อสรุปสภาพปัจจุบันและปัญหาของหน่วยงาน 2) ขั้นการด าเนินการ มอบหมายให้ทุกกลุ่มงานในโรงเรียนศึกษาสภาพปัญหาในการจัดกิจกรรม และ ด าเนินการเขียนโครงการ โครงการให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ และพันธกิจของโรงเรียน เพื่อเสนอของบประมาณที่จัดท า โครงการ โดยศึกษาแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ.2560 – 2579) ข้อมูลด้านนโยบายทางการศึกษาของ รัฐบาลกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. รวมถึงตัวบ่งชี้ เพื่อการประกันคุณภาพคุณลักษณะนักเรียนโรงเรียน มาตรฐานสากล และจัดท าแผนปฏิบัติการ โครงการ ปฏิทินปฏิบัติงาน กิจกรรมตามภาระงาน ก าหนดกรอบการ ด าเนินงาน และการนิเทศติดตามให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ 3) ขั้นตรวจสอบทบทวน ท าการพิจารณาตรวจสอบและให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจ าปีโดย คณะกรรมการอนุมัติงบประมาณ/จัดท าแผนปฏิบัติการ โดยประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารโรงเรียนเพื่อเห็นชอบและอนุมัติงบประมาณ มีขั้นตอนด าเนินงาน คือ 1) ส่งร่างโครงการ/ กิจกรรม/งาน เสนอให้หัวหน้าแต่ละกลุ่มงานพิจารณาและจัดสรรงบประมาณ 2) เมื่อได้รับการพิจารณางบประมาณ แล้วน าโครงการ/กิจกรรม/งานมาปรับปรุง แก้ไขให้เหมาะสมกับงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมาประกอบแผนปฏิบัติการ ประจ าปี 3) จัดท าตารางแสดงโครงการ/กิจกรรม/งาน 4) รวบรวมโครงการ/กิจกรรม/งานที่ตรวจสอบและรอง ผู้อ านวยการลงนามแล้วส่งงานนโยบายและแผนงานเพื่อน าเสนอผู้อ านวยการสถานศึกษาลงนามอนุมัติ และ 5) น าเสนอคณะกรรมการสถานศึกษา พิจารณาเห็นชอบและลงนามอนุมัติ 4) ขั้นสรุปผล เมื่อผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาเห็นชอบแล้ว งานแผนงานจัดท าเป็นแผนปฏิบัติการประจ าปีฉบับ สมบูรณ์ สื่อสารประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้ครูและบุคลากรในองค์กรถือปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ - ด าเนินการตามแผนปฏิบัติการของโรงเรียนโดยวิเคราะห์เพื่อจัดล าดับความส าคัญหากมีข้อจ ากัดเรื่อง เวลา หรือภาวะฉุกเฉิน ให้ด าเนินการปรับเพิ่ม/ลด หรือเลื่อนได้ตามความเหมาะสม - ประเมินโครงการ/กิจกรรม/งาน และรายงานผลการด าเนินงาน - น าผลการด าเนินงานวิเคราะห์เพื่อเรียนรู้ ปรับปรุงการจัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปีต่อไปฝ่ ายบริหาร และงานนโยบายและแผนงาน ได้สื่อสารทิศทางและกลยุทธ์ ตัวชี้วัดระยะ 3 ปี ให้กลุ่มงานหลัก และกลุ่มงานสนับสนุน เพื่อให้มั่นใจว่าแผนปฏิบัติการมีการถ่ายทอดสู่ทุกงานอย่างครบถ้วน รวมทั้งมีการก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานที่ ชัดเจน (2) การน าแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติ(ACTION PLAN Implementation) คณะกรรมการจัดท าแผนกลยุทธ์และงานแผนงานและสารสนเทศ มีกระบวนการในการน าแผนปฏิบัติการไปสู่ การปฏิบัติโดยใช้วงจร PDCA ดังภาพที่ 15
30 ภาพที่15 แสดงการน าแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติ ในการน าแผนปฏิบัติการไปสู่การปฏิบัติ ผู้น าระดับสูงและคณะกรรมการบริหารโรงเรียนค านึงถึงความ คุ้มค่า คุ้มทุนเกิดประโยชน์ต่อนักเรียนสูงสุด สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร จุดเน้นของสพฐ. และความเป็นโรงเรียน มาตรฐานสากล มีการใช้งบประมาณ ปฏิบัติการตามระเบียบของทางราชการอย่างถูกต้อง มีผู้รับผิดชอบตาม ค าสั่งแต่งตั้งบุคลากร มีระบบควบคุมภายในเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการด าเนินงานเกิดประสิทธิภาพ คุ้มค่า บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการโดยคณะกรรมการควบคุมภายใน ติดตามการใช้งบประมาณ (3) การจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) คณะกรรมการจัดท าแผนกลยุทธ์ 2.1ก(1) ได้จัดสรรทรัพยากรด้านการเงินและด้านอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนให้ แผนปฏิบัติการประจ าปีประสบความส าเร็จตามวัตถุประสงค์ ด้วยความร่วมมือของทุกกลุ่มงาน/งาน เสนอโครงการ/ กิจกรรม ที่มุ่งพัฒนานักเรียนเป็นส าคัญ ซึ่งมีสัดส่วนที่ก าหนดไว้คือ 70:20:10 (วิชาการ : บริหารทั่วไป : ส ารองจ่าย) โดยมีขั้นตอนการจัดสรรทรัพยากรด้านการเงินที่ส าคัญ 4ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่1 การจัดท างบประมาณ มีการทบทวนข้อมูลด้านงบประมาณจากการด าเนินงานในปีที่ผ่านมา ก าหนดอัตราส่วนในการจัดสรรงบประมาณจากเงินอุดหนุนรายหัวที่รัฐจัดสรรให้และเงินรายได้สถานศึกษา โดยยึด หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ค านึงถึงความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานที่เทียบเคียงผลการปฏิบัติงานจากปีที่ ผ่านมา ด าเนินการประชาสัมพันธ์ให้แต่ละกลุ่มงาน ทราบถึงประมาณการรายรับงบประมาณของสถานศึกษา โดย แหล่งที่มาของงบประมาณ ได้จากเงินอุดหนุนรายหัวที่ได้รับจัดสรรจาก สพฐ. เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ การระดมทรัพยากรจากผู้ปกครองเพื่อการสนับสนุนการเรียนการสอนโดยได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและ สพม.สุรินทร์ โดยทางโรงเรียนค านึงถึงความสามารถของผู้ปกครองที่จะ สนับสนุนได้ ความเสี่ยงในการระดมทรัพยากรที่พบ คือ ผู้ปกครองบางกลุ่มไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังค าชี้แจง จึง ไม่ให้ความร่วมมือและการสนับสนุน ผู้ปกครองบางส่วนมีความล่าช้าในการสนับสนุนเงินงบประมาณ มาตรการ ป้องกันความเสี่ยงข้างต้นนั้น ผู้น าระดับสูงร่วมกับคณะกรรมการบริหารโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันชี้แจง ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองและบุคคลภายนอกทราบวัตถุประสงค์ ปัญหา และอุปสรรคของโครงการที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นพร้อมทั้งขอรับการช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป
31 ขั้นตอนที่2 การอนุมัติงบประมาณ คณะกรรมการพิจารณาจัดสรรงบประมาณจะพิจารณาจัดสรร โดย ค านึงถึงความต้องการ ความจ าเป็น ความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และมาตรฐานการศึกษา ขั้นตอนที่3 การบริหารงบประมาณ ผู้น าระดับสูงและคณะกรรมการบริหารงบประมาณวางระบบการใช้ ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดท าข้อตกลงในการใช้งบประมาณตามแผนปฏิบัติการโดยใช้ระบบควบคุม ภายในเพื่อควบคุม ดูแล ป้องกันความผิดพลาด ความเสียหาย การสิ้นเปลืองหรือการทุจริตในการใช้ทรัพยากร ควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณ และการเปลี่ยนแปลงงบประมาณหากมีเหตุฉุกเฉินและจ าเป็นโดยให้บุคลากรร่วมมือ กันใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด หากมีงบประมาณเหลือจ่ายโรงเรียนได้น างบประมาณไปใช้ในการ พัฒนาปรับปรุงในโครงการที่จ าเป็นเร่งด่วนโดยสร้างความเข้าใจให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจและเห็นชอบ การบริหารจัดการ ความเสี่ยง มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายบริหารร่วมกันวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการด าเนินงาน ของโรงเรียนที่ท าให้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ก าหนดไว้ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลการใช้งบประมาณตามแผนปฏิบัติการ ในทุกโครงการมีการทบทวนกระบวนการ จัดสรรทรัพยากร งบประมาณการเงินและทรัพยากรอื่นๆ ความเพียงพอ เหมาะสม ของการใช้งบประมาณตรงตาม แผนปฏิบัติการหรือไม่อย่างไร และน าผลการประเมินมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพและใช้ เป็นข้อมูลในการจัดท าแผนปฏิบัติการในปีต่อไป ตัวชี้วัด คือ ร้อยละการประเมินโครงการตามกลยุทธ์ของโรงเรียนตาม ข้อ 7.4 ข ในปี 2562 - 2564 โรงเรียนมีการทบทวนกระบวนการจัดสรรทรัพยากรด้านการเงิน และด้านอื่นๆ ให้มี ทรัพยากรที่เพียงพอและสมดุล รวมทั้งมีการทบทวนแผนงานและงบประมาณ ท าให้มีการทบทวนงบประมาณและ ทรัพยากรให้เกิดความเหมาะสมกับแผนปฏิบัติงานที่จะด าเนินงานจริง (4) แผนด้านบุคลากร (WORKFORCE Plans) เมื่อคณะกรรมการบริหารโรงเรียนอนุมัติ กรอบวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ฝ่ ายบริหารและงานนโยบายและแผนงานด าเนินการถ่ายทอดให้กลุ่มงานต่างๆ ตามข้อ 2.2 ก(1) เพื่อให้มั่นใจว่า ทรัพยากรด้านบุคลากรเพียงพอสนับสนุนให้โรงเรียนบรรลุวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ของโรงเรียน ตามวัตถุประสงค์เชิงกล ยุทธ์ แผนปฏิบัติการระยะสั้น และระยะกลาง โดยฝ่ ายบุคคลและงบประมาณได้จัดท าแผนพัฒนาบุคลากร และ ถ่ายทอดไปเป็นแผนปฏิบัติการประจ าปี โดยประเมินสถานการณ์ด้านบุคลากร การเกษียณอายุราชการ ด้วยการ น าข้อมูลผลการด าเนินงานในปีที่ผ่านมา ข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการ สมาคมศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม จากงานประกันคุณภาพ ภายใน ความสามารถพิเศษ ความได้เปรียบและความท้าทายเชิงกลยุทธ์ มาวิเคราะห์ SWOT ด้านบุคลากร ทั้ง Demand & Supply Side ทบทวนนโยบาย โครงสร้างองค์กรและทรัพยากรมนุษย์ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน พิจารณากลั่นกรอง และสื่อสาร ถ่ายโอนเป้าหมาย ตัวชี้วัด ไปสู่แผนปฏิบัติการของทุกกลุ่มงานดังภาพที่ 15 - ความเชื่อมโยงของแผนด้านบุคลากร ที่ส าคัญเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ปี 2562 - 2564 ดังข้อ 2.2 ก(3)
32 - การด าเนินการในเรื่องที่มีผลกระทบต่อบุคลากร และความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับความจ าเป็นด้านขีด ความสามารถและอัตราก าลังด้านบุคลากร กลุ่มบริหารงานบุคคลและงบประมาณได้ประชุมปฏิบัติการทบทวนและ จัดท าแผนกลยุทธ์ เพื่อรับข้อมูลต่างๆ ของโรงเรียน วิเคราะห์เตรียมความพร้อมในกระบวนการจัดสรรทรัพยากรด้าน บุคลากรให้สอดคล้องต่อทิศทางกลยุทธ์การด าเนินการของโรงเรียนในกระบวนการจัดท าแผนพัฒนาบุคลากรตาม ข้างต้น และในกระบวนการประเมินความจ าเป็นด้านขีดความสามารถและอัตราก าลังบุคลากร และประเมินความ จ าเป็นด้านทักษะ สมรรถนะ ระดับความมากน้อยของบุคลากรตามข้อ 5.1 ก(1) กรณีมีความเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อ ขีดความสามารถและอัตราก าลัง กลุ่มบริหารงานบุคคลและงบประมาณ มีมาตรการบริหารจัดการส่วนขาด/ส่วนเกิน มีกระบวนการบริหารและจัดบุคลากรตามข้อ 5.1 ก(2) รวมทั้งกระบวนการเพื่อให้มั่นใจการน าไปสู่การปฏิบัติ ด าเนินการ ดังนี้ 1. ก าหนดกรอบอัตราก าลัง 1.1 ระดับโรงเรียน วิเคราะห์ ก าหนดกรอบอัตราก าลังรายปีการศึกษา ราย 5 ปี และมุ่งเน้นการเพิ่ม ประสิทธิภาพและสนับสนุนภารกิจโรงเรียน และกลยุทธ์ ก าหนดมาตรการการปรับกระบวนการใช้เทคโนโลยีช่วย อ านวยความสะดวกในการท างาน (Work Simplification) ด้วยการจ้างบุคลากรภายนอกให้ด าเนินการที่ไม่ใช่งาน หลักเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน หรืองานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น งานบริการ งานธุรการ เป็นต้น เพื่อเป็นการลด ต้นทุนแรงงาน ให้สามารถปฏิบัติงานที่ส่งต่อการขับเคลื่อนภารกิจที่ส าคัญๆ ของโรงเรียน 1.2ระดับกลุ่มงาน ได้วิเคราะห์สอบทานอัตราก าลังและขีดความสามารถของกลุ่มงาน ให้สอดคล้อง ภารกิจและขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ และความเปลี่ยนแปลงด้านภารกิจของโรงเรียน 1.3 ก าหนดกรอบอัตราก าลังเพื่อบริหารในรูปโครงการ เช่น โครงการจ้างครู ที่ด าเนินงานในรูปแบบของ ทีมและคณะท างาน พร้อมจัดท าแผนบริหารจัดการบุคลากร ทั้งบุคลากรภายนอกและครูต่างชาติที่เป็นอัตราจ้าง 2. ก าหนดนโยบายสรรหาบุคลากรภายนอก ในส่วนงานที่มีบทบาทพัฒนาระบบงาน 3. จัดท าแผนก าลังคน แผนสรรหา บรรจุแต่งตั้ง แผนอบรมพัฒนาทรัพยากรบุคคล แผนการสนับสนุนให้ ศึกษาต่อ การศึกษาดูงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ให้มีความพร้อมสอดคล้องตามความต้องการของโรงเรียน พัฒนาขีดความสามารถในการวิเคราะห์นักเรียนและจัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มห่วงโซ่การดูแล นักเรียน (Value Chain) การช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล การส่งเสริมความเป็นเลิศ การสนับสนุนให้นักเรียน ก้าวสู่มาตรฐานสากล การสื่อสารประชาสัมพันธ์ การสร้างค่านิยม การวิจัยและพัฒนา ตามภาพที่ 16 ภาพที่16 กระบวนการจัดท าแผนพัฒนาบุคลากร
33 กลุ่มบริหารงานบุคคลและงบประมาณ ด าเนินการทบทวนแผนพัฒนาบุคลากร ในลักษณะการถ่ายทอดให้ ผู้ปฏิบัติด าเนินการเผยแพร่ให้บุคลากรกลุ่มงานทุกกลุ่มรับทราบตามกระบวนการการท าแผน ตามภาพที่ 16 เป็น ประจ าทุกปี ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และแผนปฏิบัติการของโรงเรียน เมื่อครบ 1 ปี มีการวิเคราะห์ สถานการณ์เพื่อทบทวนนโยบาย แผนงาน ปรับปรุงให้มีความสอดคล้อง ตามภาพที่ 17 ภาพที่17 แผนพัฒนาบุคลากรโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ตารางที่10 แผนด้านทรัพยากรบุคคลที่ส าคัญที่ท าให้บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ทั้งระยะสั้นระยะกลาง ปี 2564 วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ แผนงานด้านทรัพยากร บุคคล ตัวชีว้ัดความสา เร็จ โรงเรียน ด้าน HR ระยะสั้น ระยะยาว โรงเรียนเป็นโรงเรียน เทียบเคียงมาตรฐานสากล บุคลากรมีความรู้ ความสามารถอย่าง ครู มืออาชีพ 1. พัฒนาภาวะผู้น าครูเพื่อ ด าเนินการตามหลัก ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง บุคลากรได้รับการพัฒนาตามหลักสูตร ร้อยละ 90 โรงเรียนเป็นสถานศึกษา พอเพียง ต้นแบบโรงเรียน สิ่งแวดล้อมศึกษา 2. บุคลากรมีขีดความสามารถ และ พฤติกรรมที่ พึงประสงค์ - บุคลากรมีศักยภาพตามเกณฑ์มาตรฐานมากกว่าร้อยละ 90 - บุคลากรผ่านเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้ที่ก าหนด มากกว่า ร้อยละ 90 ความพึงพอใจของนักเรียน 3. เตรียมความพร้อมทดแทนผู้เกษียณที่มี คุณลักษณะ Successor Successorจับคู่สอนงาน Successor จับคู่สอน งานในระดับ หัวหน้างาน ขึ้นไป ความพึงพอใจของผู้มีส่วน ได้ ส่วนเสีย 4. ออกแบบและพัฒนาระบบ Talent Management บุคลากรมีคุณสมบัติตามที่ต้องการเพิ่มวิทยฐานะไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85 มีผู้น าระดับสูงที่มี ความสามารถผลักดัน 5. เสริมสร้างโรงเรียนแห่งความสุข เพิ่มความพึง พอใจและความผูกพัน ของบุคลากร - พัฒนาระบบประเมินผลการ ปฏิบัติงานที่ สามารถสร้างแรงจูงใจและความผูกพันของ บุคลากร ระดับความผูกพันของ บุคลากรที่มีต่อโรงเรียน มากกว่า 4.00 ระดับความผูกพันของ บุคลากรที่ มีต่อโรงเรียน มากกว่า 4.00 ปรับกระบวนการวิเคราะห์ แผนพัฒนาบุคลากร ตรวจทานความพร้อม ขีดความสามารถ และอัตราก าลังราย กลุ่มงานจัดท าแผนการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงในการด าเนินงาน และเสนอแผนรองรับการบริหารความเสี่ยง รวมทั้ง บูรณาการแผนงานที่มีกระบวนการต่อเนื่องให้สอดคล้องอย่างมีประสิทธิผล กระบวนการก าหนดและถ่ายทอดตัวชี้วัด ระดับต่างๆ มีความเชื่อมโยงกับกระบวนการรวบรวมข้อมูลตามแนวทางหมวด 4ข้อ 4.1 ก(1) และมีความเชื่อมโยงกับ ผลลัพธ์ในหมวด 7.1ข แผนพัฒนาบุคลากร โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม
34 (5) ตัววัดผลการด าเนินการ (PERFORMANCE MESURES) ตัวชี้วัดผลการด าเนินการที่ส าคัญที่เป็นสมรรถนะส าคัญในระบบงานหลัก (Work System) คือ ระบบงาน การจัดการเรียนการสอน ที่ประกอบด้วยกระบวนการหลัก 4 กระบวนการ คือ การพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนอง ความต้องการของนักเรียนและชุมชน การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นนักเรียนเป็นส าคัญ ระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน และการสร้างเครือข่าย ที่โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมใช้ติดตามความก้าวหน้าของแผนปฏิบัติการ แสดง ตามภาพที่ 37 รูประบบงาน โดยฝ่ายนโยบายและแผนงานด าเนินการติดตามผลของกลุ่มงาน ตามเป้าหมาย และ งานประกันคุณภาพภายในตรวจสอบให้เป็นไปตามเป้าหมายของโรงเรียน โดยมีตัววัดที่ส าคัญ คือ ผลการเรียน ระดับดีขึ้นไปของนักเรียน ผลการทดสอบ O-NET และการจบการศึกษา กระบวนการที่ท าให้มั่นใจการวัดผล (Performance Measurement System) โดยรวมของแผนปฏิบัติการ มีความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน (Alignment) ในปี 2564 โรงเรียนได้ปรับปรุงการสอบทานการจัดท าแผนปฏิบัติการของทุกกลุ่มงาน ว่ามีความ สอดคล้อง ครบถ้วนทั้งแผนงาน และเป้าหมายของโรงเรียน รวมทั้งมีการวัดผลความส าเร็จของการปฏิบัติงานตาม แผนงานของกลุ่มงาน เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงาน ท าให้เกิดความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน ประสบความส าเร็จตามแผนปฏิบัติงาน นอกจากนี้โรงเรียนก าหนดให้มีกระบวนการถ่ายทอดตัวชี้วัดระดับโรงเรียน (Corporate KPIs) สู่ระดับกลุ่มงาน (Function KPIs) ไปจนถึงบุคลากรปฏิบัติงานรายบุคคล (IndividualKPIs) ทั้งนี้โรงเรียนมีการแต่งตั้งคณะกรรมการก าหนดหลักเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล (6) การคาดการณ์ผลการด าเนินการ (PERFOMANCE PROJECTIONS) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีการติดตามผลการด าเนินงานและการคาดการณ์แนวโน้มผลการด าเนินงาน ตามตัวชี้วัดผลการด าเนินงานที่ส าคัญตามที่ระบุไว้ในข้อ 2.2 ก(5) ดังนี้ - ตัวชี้วัดตามแผนการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของนักเรียนและชุมชน โดยมีการติดตาม และคาดการณ์ โดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นรายเดือน และน าเสนอต่อที่ประชุม - การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นนักเรียนเป็นส าคัญ มีการติดตามและคาดการณ์ โดยคณะกรรมการ นิเทศภายในและมีการน าเสนอผู้บริหารกลุ่มบริหารงานวิชาการ และน าเสนอต่อคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเป็น รายภาคเรียน - ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน - การสร้างเครือข่าย มีการติดตามคาดการณ์โดยกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเครือข่ายมีทั้งในประเทศและ ต่างประเทศและมีการน าเสนอผู้บริหารกลุ่มบริหารงานวิชาการ และน าเสนอต่อคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเป็น รายภาคเรียน ผลการด าเนินงานในปี 2564 มีผลการด าเนินงานในระดับดี เมื่อเทียบกับผลการด าเนินงานของ โรงเรียนในปีที่ผ่านมาในทุกๆ ด้าน โดยสามารถพิจารณาได้จาก ผลการสอบ O-NET ที่มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นโรงเรียนมี กระบวนการที่ท าให้มั่นใจว่า มีผลการด าเนินงานที่ก้าวหน้าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีระบบสารสนเทศช่วยในการ ติดตามและเทียบเคียงกับค่าเป้าหมายและผลการด าเนินงานของคู่เทียบและมีการติดตาม โดยผู้บริหารและ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน งานนโยบายและแผนงาน ตามระยะเวลาที่ก าหนดไว้ นอกจากนี้ในกรณีที่ผลการ
35 ด าเนินงานมีความแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้ งานนโยบายและแผนงาน และกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการ ติดตามผลการด าเนินงาน จะมีการร่วมหารือกันถึงมาตรการแก้ไข/เพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้ผลการด าเนินงานเป็นไป ตามที่คาดการณ์ไว้กระบวนการคาดการณ์ผลการด าเนินงานของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ด าเนินการภายใต้ กระบวนการมีส่วนร่วมของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง มีการประเมินสถานการณ์ภายนอก ภายในมีการวิเคราะห์ผลงานที่ เกิดขึ้นจริงเทียบเป้าหมาย มีการใช้ข้อมูลสถิติย้อนหลังในช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ในกระบวนการดังกล่าว คณะกรรมการบริหารโรงเรียน งานนโยบายและแผนงาน ติดตามผลการด าเนินงาน พร้อมวิเคราะห์ผลเปรียบเทียบ เป้าหมายทุกภาคเรียน มีการถ่ายทอดมาตรการใหม่ ๆ ผ่านหลายช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายอย่างมี ประสิทธิภาพ รวมถึงการติดตามข้อมูลย้อนกลับ ท าให้โรงเรียนมั่นใจได้ว่าสามารถขับเคลื่อนภารกิจหลักของโรงเรียน ได้บรรลุตามเป้าหมาย ข. การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ (ACTION PLAN Modification) การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ และการถ่ายทอดให้น าไปปฏิบัติในกรณีที่สถานการณ์ท าให้ต้องปรับเปลี่ยน แผนงานนโยบายและแผนงานมีการติดตามความก้าวหน้าและประเมินความส าเร็จ เพื่อจัดท าข้อเสนอแนะการ ปรับปรุงกลยุทธ์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย และ กลยุทธ์ ให้ฝ่ ายบริหารรับทราบทุกไตรมาส รวมทั้งก าหนดให้มีการทบทวน แผนปฏิบัติการ ซึ่งมีการคาดการณ์ผลการด าเนินงาน 6 เดือนหลัง (ตุลาคม – มีนาคม ปีถัดไป) ตามเป้าหมายภารกิจ ส าคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการหลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากล การจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นส าคัญ การดูแลช่วยเหลือนักเรียน การบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ การดูแลระบบเครือข่าย รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัย เสี่ยงภายนอก และปัจจัยความเสี่ยงภายใน เพื่อจัดท ารายงานการบริหารความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และมาตรการป้องกัน ความเสี่ยง เสนอฝ่ ายบริหารที่ก ากับดูแลเป็นประจ าทุกไตรมาส หากผลการด าเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย กลุ่ม งานที่รับผิดชอบต้องด าเนินการปรับเปลี่ยนแผนการด าเนินงานหรือจัดท าแผนเพิ่มประสิทธิภาพ และสื่อสารถึงผู้ ปฏิบัติให้ด าเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ การประชุม โดยผู้บริหารเพื่อสร้าง ความเข้าใจและให้ปฏิบัติตามแผนใหม่อย่างรวดเร็ว โดยมีรายละเอียดตามภาพที่18 ดังนี้ ภาพที่18 กระบวนการ ปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ
36 1. กรณีปกติก าหนดให้มีการทบทวนแผนปฏิบัติการทุก 1 ปีในภารกิจหลักและงานสนับสนุน วิเคราะห์ สถานการณ์ปัจจุบัน ผลการด าเนินงานเปรียบเทียบเป้าหมาย รวมถึงการคาดการณ์ผลการด าเนินงานผ่านคณะ ติดตามผล หากมีความจ าเป็น ต้องปรับเปลี่ยนแผน ก าหนดให้น าเสนอขอความเห็นชอบจากผู้บริหารกลุ่มงาน คณะกรรมการแผนงานพิจารณาตามล าดับแผน จากนั้นจะเร่งถ่ายทอดแผนสู่กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องตามช่องทางที่ เกี่ยวข้อง และมีการติดตามโดยมีระดับความถี่ตามระดับความเสี่ยงของแผนงาน 2. กรณีสถานการณ์เร่งด่วน เนื่องจากมีเหตุการณ์ที่มีนัยส าคัญมากระทบ เช่น ภัยพิบัติ การปรับเปลี่ยน รัฐบาลที่ส่งผลให้การด าเนินงานตามนโยบายและกลยุทธ์ ฝ่ ายบริหารความเสี่ยงร่วมกับกลุ่มงาน ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาสถานการณ์/คาดการณ์ผลกระทบกับเป้าหมาย และแนวทางการปรับเปลี่ยนเป้าหมาย/แผนงานเบื้องต้น น าเสนอฝ่ ายจัดการพิจารณาเพื่อร่วมกันปรับปรุงเป้าหมายและแผนงาน แล้วเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการ ตามล าดับชั้น และน าผลการพิจารณาสื่อสารให้บุคลากรทราบโดยทั่วกันผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อเร่งถ่ายทอดแผน และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ และเข้าสู่กระบวนการติดตาม ประเมินผลต่อไป ดังนี้ - งานนโยบายและแผนงาน คณะกรรมการติดตามผลการด าเนินงานของกลุ่มงาน ติดตามผลการ ด าเนินงานเป็นประจ าทุกไตรมาส โดยหากมีผลกระทบหรือที่เปลี่ยนไปจากเดิม จะเป็นเจ้าภาพหลักในการ ด าเนินงานปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติงานตามกระบวนการที่ก าหนดไว้ - ในปี 2564 ก าหนดให้ทุกกลุ่มงาน มีการทบทวนแผนปฏิบัติการเป็นประจ าทุกปีเพื่อให้มีกระบวนการที่ ชัดเจนและทั่วถึงทั้งโรงเรียนมากยิ่งขึ้น โดยให้กลุ่มงานน าเสนอแผนปฏิบัติงานที่ด าเนินการทบทวนทั้งแผนงาน และงบประมาณ โดยเสนอปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติงาน สามารถด าเนินการได้บรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ - จากผลการด าเนินการการน ากลยุทธ์สู่การปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ หมวด 2 ข้อ 2.2 ก มีตัวชี้วัด คือ โครงการที่ด าเนินการบรรลุตามเป้าหมาย
37 หมวด 3 นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Student and Stakeholder) 3.1 เสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (VOICE OF THE STUDENT and Stakeholder) ก. การับฟังนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (STUDENT and Stakeholder Listening) (1) นักเรียนปัจจุบันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Current STUDENT and Stakeholders) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมมีกระบวนการรับฟัง “เสียงของนักเรียน” ด้วยนักเรียนเป็นคนที่ส าคัญ ที่สุด ดังนี้1) ฟังความคิดเห็นเพื่อจะได้จัดกิจกรรมส่งเสริมที่ตอบสนองความต้องการความสนใจ สอดคล้องกับ นโยบายของโรงเรียนตาม ภาพที่ 19 2) ก าหนดช่องทางการรับฟังเป็นการสื่อสารทางเดียว และสองทางที่เหมาะ กับนักเรียน กลุ่มนักเรียน และส่วนตลาดที่แตกต่างกัน 3) วิเคราะห์ความต้องการของนักเรียน โดยโรงเรียน มอบหมายให้กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารงานงบประมาณ และกลุ่มงานกิจการนักเรียน 4) กลุ่มที่ได้รับ มอบหมายจากข้อ 3 เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดูแล กระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 5) ติดตามผลการด าเนินงานและรายงานสรุปผล อีกทั้งการทบทวนช่องทางการรับฟังเสียงของนักเรียน 6) การ ประเมินช่องทางการรับฟังเสียงจากทุกช่องทาง น าข้อมูลมาปรับปรุงพัฒนาโดยใช้นวัตกรรมบริหารด้วย MONPIT Model เพื่อให้การด าเนินงานประสบผลส าเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามภาพที่ 19 โรงเรียนใช้ “เสียงของนักเรียน”ผ่านกระบวนการจ าแนกส่วนกลุ่มของนักเรียน ตามตารางที่ 3.2 ก(1) มา ก าหนดความต้องการส าคัญจ าเป็นและความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเรียน รวมทั้งความส าคัญ เชิงเปรียบเทียบที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการ โดยมีการวิเคราะห์เสียงของนักเรียน จ าแนกตาม ความต้องการ ความคาดหวัง แล้วน ามาจัดล าดับความส าคัญ ตามบริบท P1ข(2) และน าความต้องการและ ความคาดหวังดังกล่าวไปปรับปรุงแผนกลยุทธ์ตามภาพที่ 2.1ก(1) และน าเสียงของนักเรียนไปใช้ในกระบวนการ สร้างความสัมพันธ์กับนักเรียนตามภาพที่ 3.2 ข(1) นอกจากนี้โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมยังใช้เสียงของนักเรียน และสารสนเทศที่ได้รับจากการฟังเสียงของนักเรียนน าข้อมูลป้อนกลับจากนักเรียนปัจจุบัน ศิษย์เก่า สารสนเทศ การตลาด รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับความผูกพันและการรักษา สัมพันธภาพที่ดีระหว่างโรงเรียนกับนักเรียนที่จบ การศึกษาแล้ว ให้มีการกล่าวถึงโรงเรียนในทางที่ดี วิเคราะห์ข้อมูลที่เกิด จากการร้องเรียน ภาพที่ 3.2 ข(1) มา พิจารณาผลกระทบหากไม่ด าเนินการ ความยากง่ายในการปรับปรุง เพื่อน าข้อมูลมา ใช้ในการพัฒนาหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน ปรับปรุงระบบงานและกระบวนการท างาน ตารางที่11 วิธีการรับฟังนักเรียนในปัจจุบันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลุ่ม วิธีการรับฟัง เครื่องมือ ห้องเรียนทั่วไป (ม.1-6) - การประชุมคณะกรรมการนักเรียน - การส ารวจความคิดเห็นผ่านทาง Line, Facebook, เว็บไซต์โรงเรียน - การสอบถามความคิดเห็นจากการจัดกิจกรรม - การประเมินในรายวิชาเรียน - การจัดกิจกรรมโฮมรูม - กล่องรับความคิดเห็น -แบบสอบถาม -แบบประเมินการจัดกิจกรรมและโครงการ - http://www.monpit.ac.th/ - Line, Facebook ครูและบุคลากร - การประเมินในรายวิชาสอน - การนิเทศการสอน ภาคเรียนละ 1 ครั้ง -แบบประเมิน - รายงานการประชุม -Line กลุ่มระดับชั้น
38 กลุ่ม วิธีการรับฟัง เครื่องมือ - การประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียน เดือนละ 1 ครั้ง - การประชุมคณะกรรมการกลุ่มงาน - การประชุมหัวหน้าสาระและหัวหน้าระดับชั้น - การประชุมข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษาเดือนละ 1 ครั้ง -Line กลุ่มราชการโรงเรียน -Line กลุ่มแต่ละกลุ่มงาน - ผู้ปกครอง - เครือข่ายศิษย์เก่า - คณะกรรมการ สถานศึกษา - การเยี่ยมบ้าน - ประชุมผู้ปกครอง - ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา -แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน -แบบสอบถาม - สรุปรายงานการประชุมผู้ปกครอง - Line กลุ่มของผู้ปกครอง ครูที่ปรึกษาและกลุ่ม ห้องเรียน - หนังสือราชการ (2) นักเรียนในอนาคตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Potential STUDENT and Stakeholders) โรงเรียนมีเครือข่ายศิษย์เก่า เครือข่ายผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ด าเนินการและเป็ นอีกช่องทางหนึ่งในการรับฟังเสียงศิษย์เก่าที่มี ความต้องการและ ความคาดหวังจากทางโรงเรียน โรงเรียนได้ท าการทบทวนกระบวนการรับฟังเสียงจากนักเรียน ศิษย์เก่า และศิษย์ในอนาคตที่มีความต้องการและความคาดหวังให้โรงเรียนจัดการศึกษาและบริการการศึกษาอื่นๆ โดยมีการสรุปรายงานการวิเคราะห์เสียงของนักเรียน ศิษย์เก่า ศิษย์อนาคต ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง และมีการสื่อสาร ให้กับบุคลากรในโรงเรียนได้รับทราบใน การประชุม พร้อมทั้งมีการนิเทศบุคลากรเพื่อน าไปปฏิบัติอย่างทั่วถึงและเป็น มาตรฐานเดียวกัน โรงเรียนมีการทบทวนการรับฟั งเสียงของนักเรียน ศิษย์เก่าและศิษย์อนาคต ตาม ภาพที่ 19 ท าให้มีการ ปรับปรุงกระบวนการ โดยได้พัฒนาการรับฟังเสียงของนักเรียนให้มีการเปิดเผยและร่วมกันแก้ปัญหา จึงท าให้ทุกกลุ่มงาน สามารถน าเสียงของนักเรียนศิษย์เก่าและศิษย์อนาคตไปบริหารจัดการได้ทันที จากกระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียน ตามภาพที่ 19สามารถน าข้อมูลสารสนเทศที่ได้ไปใช้ใน กระบวนการ จัดท ากลยุทธ์ หมวด 2.1 ก(2) และ 2.1 ข(2) การก าหนดความต้องการที่ส าคัญของนักเรียนในการติดต่อกับ โรงเรียน แต่ละช่องทาง การออกแบบกระบวนการท างานหมวด 6.1 ก ภาพที่19 กระบวนการรับฟังเสียงของ นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
39 ข. การประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Determination of STUDENT and Stakeholders Satisfaction and ENGAGEMENT) (1) ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความผูกพัน (Satisfaction, Dissatisfaction and ENGAGEMENT) โรงเรียนมีการทบทวนกระบวนการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามภาพที่ 20 เพื่อท าให้แนวทางการประเมินความพึงพอใจทันกับความต้องการ และทิศทางการด าเนินการของโรงเรียนด้วย การน าข้อมูลของนักเรียน ส่วนการตลาด กลยุทธ์ แผนปฏิบัติงานประจ าปี รายงานการประเมินความพึงพอใจของ แต่ละกลุ่มงาน การบริหารจัดการข้อร้องเรียน การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ความต้องการ ความคาดหวัง ในปี 2563 มา เป็นข้อมูลในการปรับปรุงแนวทางการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนในปี 2564 โดยแต่ละกลุ่มงานน าผลการประเมิน เข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ท าให้สามารถประเมินความพึง พอใจว่ามีประสิทธิผลหรือไม่ ในกรณีที่มีประสิทธิผลต ่าโรงเรียนจะด าเนินการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการ ท างานที่พบปัญหา งานประกันคุณภาพภายใน ด าเนินการทบทวนกระบวนการอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง น าเสนอ คณะกรรมการ บริหารโรงเรียนเห็นชอบ พร้อมแจ้งให้ทุกกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ ด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น การส ารวจ การรวบรวมข้อมูลย้อนกลับทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ข้อมูลการย้าย การขาดเรียนของ นักเรียนให้เป็นแนวทางเดียวกันทั้งระบบ น าข้อมูลที่ได้จากนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าที่ประชุม คณะกรรมการบริหารโรงเรียน เพื่อร่วมกันหาแนวทางปรับปรุง ด้วยการหานวัตกรรมที่จะน ามาพัฒนาท าให้ สามารถพัฒนาระบบการประเมินความพึงพอใจได้ที่จุดเริ่มต้นของแต่ละกลุ่มงาน ท าให้ได้ข้อมูลย้อนกลับจาก หลายจุด ที่มีความหลากหลายครอบคลุมการให้บริการทางการศึกษาที่มีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น ผลการประเมินน าไปเป็นข้อมูลป้อนกลับให้กับกระบวนการต่างๆ ในหมวด 3 ได้แก่ กลุ่มลูกค้า (Segmentation) กระบวนการจัดท าแผนกลยุทธ์ (Strategy Plan) กระบวนการรับฟั งเสียงของนักเรียน กระบวนการสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียน รวมถึงการเชื่อมโยงเชิงกลยุทธ์ ในหมวด 2 การพัฒนาบุคลากรใน หมวด 5 และการออกแบบกระบวนการใน หมวด 6.1 โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมได้ลดความไม่พึงพอใจของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยก าหนดให้ ทุกกลุ่มงานชดเชยความรู้สึกไม่พึงพอใจของนักเรียนด้วยการชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องและเสนอทางเลือกที่ดีให้กับนักเรียนและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียเป็นผู้ตัดสินใจ แสดงออก ให้เห็นถึงความหวังดี ความเอื้ออาทรและความปรารถนาดีกับนักเรียน เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจที่ถูกต้องในบทบาทหน้าที่นโยบายและแนวทางการด าเนินงานของโรงเรียน เป็นการสร้างภาพลักษณ์การด าเนินงานที่ดีของโรงเรียน และป้องกันแก้ไขปัญหาความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง ด าเนินการตามกระบวนการตามข้อร้องเรียนที่ไม่พึงพอใจดังกล่าวโดยด าเนินการที่ เป็นธรรม ให้กับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อลดความไม่พึงพอใจและการกล่าวถึงโรงเรียนในทางที่ดี