The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงาน 100 หน้า OBECQA -โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม-เล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายประชุม ปุ่มแก้ว, 2023-06-02 00:52:10

รายงาน 100 หน้า OBECQA -โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม-เล

รายงาน 100 หน้า OBECQA -โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม-เล

40 โรงเรียนน าข้อมูลสารสนเทศข้อร้องเรียนกับนักเรียนไปเป็นข้อมูลก าหนดแผนกลยุทธ์การด าเนินงานในปีถัดไปที่มี ความเชื่อมโยงกับหมวด 2 การวางแผนกลยุทธ์ และหมวด 6 การจัดการกระบวนการ (2) ความพึงพอใจเปรียบเทยีบกับคู่แข่ง (Satisfaction Relative to Competitors) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีวิธีการในการสรรหาสารสนเทศด้านความพึงพอใจของนักเรียนและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อโรงเรียนเปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่นที่มีขนาดเดียวกันและหลักสูตรที่คล้ายคลึงกันซึ่งข้อมูล สารสนเทศของผลการประเมินความพึงพอใจจะได้มาจากการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างโรงเรียนขนาดมอญ พิทยาคมกับโรงเรียนสังขะ 2 ดา้น คือดา้นผลสมัฤทธิ์ทางการเรียน ดา้นรางวลัผเู้รียน ดงันี้สถิติการรบันกัเรียนและ จ านวนนักเรียนของแต่ละปีการศึกษา ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) จ านวนนักเรียนที่จบ หลักสูตรและรายงานผลการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ทั้งนี้เมื่อได้ผลการเปรียบเทียบแล้วจะมีการวิเคราะห์ ผล ดังกล่าวโดยใช้ SWOT ซึ่งจะท าการวิเคราะห์ทั้งขององค์กรและของคู่แข่ง จะท าให้สามารถส่งเสริมจุดแข็ง ปรับปรุงจุดอ่อน สร้างโอกาสในการพัฒนา และพร้อมรับกับอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับองค์กรได้ สรุปเป็นภาพที่ 20 ดังนี้ ภาพที่20 กระบวนการประเมินความพึงพอใจเชิงเปรียบเทียบ 3.2 ความผกูพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Student and Stakeholder Engagement) ก. หลักสูตรและการสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Product Offerings STUDENT and Stakeholder Support) (1) หลักสูตร (Product Offering) หลักสูตรเป็นหัวใจของการจัดการศึกษา โรงเรียนด าเนินการตามความต้องการของนักเรียน ชุมชนและ ท้องถิ่น จากผลการส ารวจโดยกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน และงานหลักสูตรสถานศึกษาท าการส ารวจ ปี การศึกษาละ 1 ครั้ง งานหลักสูตรด าเนินการวิพากษ์หลักสูตรโดยนักเรียนที่จะส าเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 6 ทุกแผนการเรียน แผนการเรียนละ 5 คน ปีละ 1 ครั้ง และด าเนินการทุกปีการศึกษา พบว่า ความคาดหวัง และความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องการให้โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม จัดหลักสูตร ที่เน้นทักษะชีวิตในการประกอบอาชีพร้อยละ 30 และเน้นการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาร้อยละ 70 คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้แนวนโยบายการจัดการศึกษา เพื่อเน้นทักษะชีวิตในการประกอบอาชีพและการศึกษาต่อใน ระดับอุดมศึกษา โดยโรงเรียนน ากระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ร่วมกันก าหนดแนวปฏิบัติจากการสะท้อน ผลการวิพากษ์หลักสูตร การขับเคลื่อนหลักสูตรด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ใช้การบริหารจัดการแบบมี ส่วนร่วมเชิงคุณภาพ ด้วยกระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตร ประมวลผล เป็นรายบุคคล จากกระบวนการท าให้ได้ สารสนเทศที่ครูจะต้องน าไปพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียน สู่ระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ และงานหลักสูตรสถานศึกษา


41 โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ตามขั้นตอนภาพที่ 21 มีตัวชี้วัด คือ ระดับความพึงพอใจของนักเรียนและผู้ปกครอง และจ านวนนักเรียนที่สมัครเข้าเรียนต่อ งานกิจการนักเรียนน าข้อมูลจากการส ารวจ ความต้องการของผู้ปกครองส่งต่อ (Value Chain) กลุ่ม บริหารงานวิชาการเพื่อเตรียมเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการและเตรียมความพร้อม ในการ เปิดแผนการเรียนที่ตอบสนองผู้เรียนให้มีความเป็นสากล น ามาเชื่อมโยงกับการน าผลการวิพากษ์หลักสูตรส่ง ต่อให้กับ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่ม น าข้อมูลแจ้งให้กับคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกคนร่วมกันศึกษา แนวทางการ พัฒนาและงานนิเทศการศึกษาสร้างเครื่องมือ สร้างความเข้าใจกับผู้นิเทศร่วมกันตรวจสอบนิเทศติดตาม การด าาเนินการทุกด้านอย่างเป็นระบบ เพื่อประมวลสารสนเทศครูรายบุคคลให้กับกลุ่มบริหารงานบุคคลน าไปเป็น ข้อมูลในการพัฒนา ประสิทธิภาพครู งานหลักสูตรสถานศึกษา และงานนิเทศการศึกษา เป็นผู้ประเมินในรูปแบบคณะกรรมการ ผ่านกลุ่ม สาระการเรียนรู้ในช่วงต้นภาคเรียนและปลายภาคเรียน ภาคเรียนละ 2 ครั้ง ปีละ 4 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน สร้างตามเป้าหมายที่ต้องด าเนินการตามนโยบาย น าผลการประเมินพัฒนาโครงสร้างหลักสูตรกลุ่มสาระ พัฒนา กระบวนการเชื่อมโยงหลักสูตรด้วยการบูรณาการในทุกระดับชั้น น าผลผลิตของการบริหารจัดการหลักสูตรระดับชั้น เรียนแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระดับโรงเรียน น าผลงานครูจากการบริหารหลักสูตรจัดไว้ที่ห้องนิทรรศการ เพื่อแลกเปลี่ยนกับ คณะครูทั้งในโรงเรียน และต่างโรงเรียนที่เยี่ยมชม ศึกษาดูงาน ในกระบวนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนตามเป้าหมายหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หรือดีกว่าความคาดหวังของนักเรียน จากบริบท P1ก(1) (3) ภาพที่21 กระบวนการพัฒนาหลักสูตรของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม


42 หลักสูตร และกระบวนการจัดการเรียนการสอน ลักษณะโดยรวมของบุคลากร P1ข(2)(3) โครงสร้างองค์กร นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย P2ก(1), (3) สภาพแวดล้อมการแข่งขัน และข้อก าหนดเกณฑ์ (2) การสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (STUDENT and Stakeholder Support) โรงเรียนมีกลไกที่จะท าให้นักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าถึงสารสนเทศผ่านช่องทางหลัก ได้แก่ การติดต่อโดยตรง การบริการ Online และการส ารวจ ทั้งในเชิงรับและเชิงรุก ตามตารางที่ 12 ช่องทางการเข้าถึง และการใช้เสียงของนักเรียนและการใช้เสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่องทางที่นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้าถึงมีความเหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถค้นหาสารสนเทศ น ามาใช้ บริการหรือร้องเรียนได้ ตารางที่12 การเข้าถึงสารสนเทศผ่านช่องทางหลัก ช่องทางการเข้าถึง นักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความต้องการ ในการตอบสนอง วัตถุประสงค์ ผู้รับผิดชอบหลัก บุคคล เพื่อน ผู้ปกครอง บุคคล นิติบุคคล ราชการ/รัฐวิสาหกิจ ด้านสารสนเทศ ขอความร่วมมือ ร้องเรียน ครู/บุคลากร ข้อมูลถูกต้อง/เป็นกันเอง บุคคล/งบฯ โทรศัพท์ ข้อมูลถูต้อง/ติดต่อรวดเร็ว บุคคล/งบฯ จดหมาย ข้อมูลถูกต้อง/หลักฐาน บุคคล/งบฯ E-mail 24 ชั่วโมง/เฉพาะบุคคล ประชาสัมพันธ์ Facebook 24 ชั่วโมง/เปิดเผย ประชาสัมพันธ์ Line 24 ชั่วโมง/เปิดเผย ประชาสัมพันธ์ Website 24 ชั่วโมง/เปิดเผย ประชาสัมพันธ์ ส ารวจ/วิจัย ข้อมูลถูกต้อง งานวิจัย โรงเรียนก าหนดวิธีการปฏิบัติงานให้ตอบสนองทุกช่องทาง เพื่อให้คณะครูและผู้เกี่ยวข้องตลอด กระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถปฏิบัติตามความต้องการได้โดยมีการรวบรวมและ วิเคราะห์เสียงของ นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อแยกความต้องการที่ส าคัญจากนั้นน าข้อมูลมาประกอบผลการ ประเมินด้วยวิธีการประเมินความถี่ในการรับฟังเสียง และการออกแบบสอบถามเพื่อประเมินความพึงพอใจของ นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อพิจารณาปรับปรุงทางให้เหมาะสมในทุกๆปีและประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบตามตัวชี้วัด กลุ่มงานที่รับผิดชอบจัดท าบันทึกข้อมูลสารสนเทศที่ด าเนินการตามคู่มือ ครูผู้สอนด าเนินการตาม กระบวนการ การจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อปฏิบัติให้เป็นไป ตามแนวทางเดียวกัน โรงเรียนด าเนินการทบทวนช่องทางการเข้าถึงสารสนเทศของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มีความ เหมาะสม และจัดท าคู่มือปฏิบัติงานในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน อีกทั้งมีการแจ้งอย่างเป็นทางการ รวมถึงการติด ประกาศแจ้งช่อง ทางการค้นหาสารสนเทศให้นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบ


43 (3) การจ าแนกนักเรียน (STUDENT Segmentation) คณะกรรมการบริหารโรงเรียนก าหนดให้มีการทบทวนกระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียน ถึงความ ต้องการ เรื่องหลักสูตร การบริการทางการศึกษา และการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อน าข้อมูลสารสนเทศมาจ าแนกกลุ่มนักเรียน และส่วนตลาดปัจจุบันและอนาคต กลุ่มบริหารงานวิชาการน าข้อมูลผลการรับฟังเสียงของนักเรียนมาให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียน พิจารณาจ าแนกนักเรียนตามสัดส่วนความต้องการ ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และน ามาประชาสัมพันธ์ให้ทุกกลุ่มงานได้รับทราบแนวทางการด าเนินงานจากผลการจ าแนกนักเรียน ตามภาพที่ 22เพื่อน ามาวางแผนรับนักเรียน ภาพที่22 กระบวนการจ าแนกนักเรียน ข. การสร้างความสัมพันธก์ ับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Building STUDENT and Stakeholders Relationships) (1) การจัดการความสัมพันธ์(Relationship Management) คณะกรรมการบริหารโรงเรียน ร่วมกันก าหนดองค์ประกอบการจัดการความสัมพันธ์เพื่อให้นักเรียนใหม่ มีความสุขกับการเข้าเรียนในสถานศึกษาใหม่ อีกทั้งเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของโรงเรียน และเป็นการเพิ่ม ความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย น าสารสนเทศที่เกิดจากความผูกพันแจ้งต่อคณะครูและบุคลากร ทุกคน ในที่ประชุมและแจ้งเป็นเอกสาร และน าไปเป็นข้อมูลในการจัดท าแผนกลยุทธ์ตามองค์ประกอบหลักและ องค์ประกอบรอง ดังปรากฏใน ตารางที่ 13 ตารางที่13 แสดงองค์ประกอบความผูกพันที่เกิดกับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย องค์ประกอบหลัก องค์ประกอบรอง ผู้รับผิดชอบ ตัวชีว้ัด 1. หลักสูตรแลการ จัดการเรียนการสอน 1. แผนการเรียนตอบสนองความต้องการความ ถนัดของผู้เรียน - กลุ่มบริหารงาน วิชาการ - ร้อยละ 95 ของครู สอนเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ - ร้อยละ 90 ของนักเรียนเลือกแผนการเรียนตรงตามความต้องการ 2. โครงการส่งเสริมสนับสนุนความเป็นเลิศทาง วิชาการ 3. โครงการส่งเสริมทักษะนักเรียน 4. ครูน าระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสู่การปฏิบัติ อย่างจริงจัง - กลุ่มบริหารงาน กิจกรรมนักเรียน - ร้อยละ 90 นักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา


44 องค์ประกอบหลัก องค์ประกอบรอง ผู้รับผิดชอบ ตัวชีว้ัด 2. บริการทางการศึกษา 1. บริหารแนะแนว 2. บริการห้องสมุด 3. บริการเอกสารทางการศึกษา (ทะเบียน ,การเงิน) 4. บริการทางสุขภาพ 5. บริการด้าน ICT (Wifi, Computer) - กลุ่มบริหารงาน วิชาการ - กลุ่มบริหารงาน ทั่วไป - กลุ่มบริหารงาน บุคคล - กลุ่มบริหารงาน งบประมาณ - ร้อยละ 90 ของนักเรียนเข้าใช้บริการแนะแนว - ร้อยละ 95 ของนักเรียนใช้บริการห้องสมุด - ร้อยละ 100 ของนักเรียนใช้บริการเอกสารทางการศึกษา - ร้อยละ90 ของนักเรียนได้รับบริการทางสุขภาพ - ร้อยละ100ของนักเรียนได้รับบริการด้าน ICT 3. กิจกรรมพัฒนา คุณลักษณะของผู้เรียน 1. กิจกรรมค่ายวิชาการ 2. กิจกรรมส านึกรักษ์บ้านเกิด 3. กิจกรรม TO BE NUMBER ONE 4. กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม 5. กิจกรรมทัศนศึกษา 6. กิจกรรมวันส าคัญต่างๆ 7. กิจกรรมกีฬาภายใน 8. กิจกรรมมหกรรมวิชาการ 9. กิจกรรมค่ายคุณธรรม 10. กิจกรรมส่งเสริมอาชีพตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง - กลุ่มบริหารงาน วิชาการ - กลุ่มบริหารงาน ทั่วไป - กลุ่มบริหารงาน กิจการนักเรียน - กลุ่มบริหารงาน งบประมาณ - ร้อยละ 70 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมค่ายวิชาการ - ร้อยละ 80 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมส านึกรักษ์บ้านเกิด - ร้อยละ 100 ของนักเรียนร่วมกิจกรรม TO BE NUMBER ONE - ร้อยละ 90 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม - ร้อยละ 95 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมทัศนศึกษา - ร้อยละ 95 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมวันส าคัญต่างๆร้อยละ 95 ของ นักเรียนร่วมกิจกรรมกีฬาภายใน - ร้อยละ 80 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมมหกรรมวิชาการ - ร้อยละ 80 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมค่ายคุณธรรม - ร้อยละ 80 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมส่งเสริมอาชีพตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. มิติทางสังคมด้วย กระบวนการกลุ่ม 1. กลุ่มกีฬา 2. คณะกรรมการสภานักเรียน 3. การเยี่ยมบ้าน 4. การปฐมนิเทศ-ปัจฉิมนิเทศ - กลุ่มบริหารงาน วิชาการ - กลุ่มบริหารงาน กิจกรรมนักเรียน - ร้อยละ 95 ของนักเรียนร่วมกิจกรรมกีฬาสี - ร้อยละ 100 คณะกรรมการสภานักเรียนปฏิบัติหน้าที่ตามแผน ครบถ้วน - ร้อยละ 100 ของการเยี่ยมบ้าน - ร้อยละ 100 นักเรียนร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศ-ปัจฉิมนิเทศ 5. บรรยากาศและ สภาพแวดล้อม 1. ร่มรื่น สวยงาม สะอาด แข็งแรง ปลอดภัย 2. โภชนาการได้มาตรฐาน - กลุ่มบริหารงาน ทั่วไป - ร้อยละ 100 ของนักเรียนมีความปลอดภัยในโรงเรียน - ร้อยละ 100 ของนักเรียนมีความภูมิใจในบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมของโรงเรียน (2) การจัดการกับข้อร้องเรียน (Complaint Management) ในกระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย งานที่รับผิดชอบแต่ละงานรับข้อร้องเรียน โรงเรียนมีกระบวนการจัดการกับข้อร้องเรียน ตามตารางที่ 14 โดยกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนน าข้อร้องเรียนสู่ฝ่าย บริหาร วิเคราะห์ตามประเภทของข้อร้องเรียน จัดล าดับความส าคัญของเรื่องที่จะต้องด าเนินการก่อน กรณีที่ข้อ ร้องเรียน สามารถแก้ไขเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งแจ้งผลให้ทราบใน กรณีไม่สามารถด าเนินการได้ แจ้งเจ้าของงานเพื่อด าเนินการแก้ไขตามช่วงเวลาที่ก าหนด ตารางที่14 กระบวนการรับเรื่องร้องเรียน กระบวนการ นร./ผสส. ผู้รับเรื่อง ร้องเรียน ฝ่ ายประสาน (ผอ.มอบหมาย) งานทรี่ับผิดชอบ คู่ความร่วมมือส่ง มอบ เวลา 1. รับเรื่องร้องเรียน แจ้งเรื่อง ร้องเรียนมารร. โรงเรียนรับเรื่อง ร้องเรียน ภายในวัน 2. วิเคราะห์/จ าแนก/ จัดล าดับความส าคัญ -วิเคราะห์เรื่อง ร้องเรียน -จ าแนก - ตรวจสอบเรื่อง ร้องเรียน -แจ้งส่วนงานที รับเรื่องร้องเรียน รับเรื่อง 1-3วัน ส่ง ต่อ ส่งต่อ


45 กระบวนการ นร./ผสส. ผู้รับเรื่อง ร้องเรียน ฝ่ ายประสาน (ผอ.มอบหมาย) งานทรี่ับผิดชอบ คู่ความร่วมมือส่ง มอบ เวลา -จัดล าดับ ความส าคัญ รับผิดชอบ - พิจารณาด าเนินการ 3. ด าเนินการสื่อสาร รับทราบ ด าเนินการแก้ไขพร้อม ยุติเรื่อง ด าเนินการแก้ไข พร้อมยุติเรื่อง ด าเนินการแก้ไขและ แจ้งผลกลับ ฝ่ายบริหาร ก าหนด 4. ติดตามประเมินผล การจัดการข้อร้องเรียน ติดตามการด าเนินการ รายงาน ความก้าวหน้าต่อฝ่าย บริหาร ฝ่ายบริหาร 5. ประเมินประสิทธิผล การแก้ไขข้อร้องเรียน ประเมินความ พึงพอใจ ประเมินความพึงพอใจ ในการแก้ไขข้อ ร้องเรียน 6. ทบทวน กระบวนการจัดการข้อ ร้องเรียน - รายงานไปยังส่วนที่ เกี่ยวข้อง - รายงานเสนอ คณะกรรมการ สถานศึกษา ประชุมคณะกรรมการ เมื่อมีเหตุ ร้องเรียน ดำเนิน


46 หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ (Measurement, Analysis and Knowledge Management) 4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการด าเนินการของโรงเรียน (Measurement, Analysis and Improvement of Organization Performance) ก. การวัดผลการด าเนินการ (PERFORMANCE MEASUREMENT) (1) ตัววัดผลการด าเนินการ (PERFORMANCE MEASURE) งานนโยบายและแผนงาน ก าหนดการวัดวิเคราะห์ ทบทวน ปรับปรุงผลการด าเนินงานโดยบูรณาการเข้า กับกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ของโรงเรียน เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ที่มีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ โดยมีตัวชี้วัด 3 ด้าน คือ ด้านผู้เรียน ด้านครู และด้านโรงเรียน ตามภาพที่ 23 งานนโยบายและแผนงาน ร่วมกับคณะกรรมการบริหารโรงเรียน คัดเลือกตัวชี้วัดระดับโรงเรียน โดยพิจารณา จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ตามภาพที่ 4 ทั้งหมด 4 ด้าน ได้ทั้งหมด 15 ตัววัดส าคัญ คือ 1. โรงเรียนมีคุณภาพการศึกษาตามหลักสูตรมาตรฐานสากล, 2. พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก, 3. นักเรียนมีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการและอัตลักษณ์ของโรงเรียน, 4. พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21, 5. ปลูกฝังนักเรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรม ส านึกในความเป็นไทย, 6. ส่งเสริมนักเรียนและ บุคลากร น้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการด าเนินชีวิต, 7.ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตร, 8. สร้างความตระหนักเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้นักเรียนห่างไกลสิ่งเสพติด และอบายมุข, 9,สร้างความ ตระหนักแก่ นักเรียนให้รู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม, 10.ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสุขภาวะที่ดีและมี สุนทรียภาพ, 11.โรงเรียนมีครูและบุคลากรที่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ, 12.โรงเรียนมีการ พัฒนาองค์กรด้านการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ, 13. โรงเรียนมีอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมที่ สวยงามมีบรรยากาศเหมาะสมและเอื้อต่อการเรียนรู้และการบริหารจัดการ, 14. โรงเรียนมีการจัดระบบสารสนเทศ และการสื่อสารที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการบริหารจัดการ, 15. โรงเรียนมีเครือข่ายพัฒนาการเรียนรู้และ ส่งเสริมความ ร่วมมือของผู้ปกครอง ชุมชนและองค์กรอื่น ๆใ นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้มั่นใจว่าตัววัดส าคัญตรง ต่อความต้องการ และความคาดหวังของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยตัววัดส าคัญทั้งหมดจะถูกจัดล าดับ ภาพที่23 กระบวนการวัด วิเคราะห์ ทบทวน ปรับปรุงผลการด าเนินงาน


47 ความส าคัญผ่านการคัดกรองสู่การคัดเลือกตัววัดส าคัญ จากนั้นน าเสนอคณะกรรมการบริหารจัดการตัววัดส าคัญ และข้อตกลงประเมินผล และขอความเห็นชอบก าหนดเป็นตัวชี้วัดระดับโรงเรียน โรงเรียนได้ท าบันทึกตกลง ประเมินผลที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน 2ระดับ คือ 1) บันทึกข้อตกลงกับคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ร่วมกัน พิจารณาตัวชี้วัดระดับโรงเรียน และ 2) บันทึกข้อตกลงกับกลุ่มงานคณะกรรมการกลุ่มงานต่างๆ ทั้ง 4 กลุ่มงาน ร่วมกันพิจารณาตัวชี้วัด เมื่อได้ตัวชี้วัดระดับโรงเรียน ระดับกลุ่มงาน และระดับปฏิบัติการแล้ว พิจารณามอบหมายผู้รับผิดชอบ พร้อม ก าหนดค่าเป้าหมาย และค่าเกณฑ์วัด ชี้แจงเป็นเอกสารสื่อสารให้ทุกกลุ่มงานเข้าใจตรงกัน งานนโยบายและแผนงาน และงานประกันคุณภาพภายในจะนัดหมายผู้รับผิดชอบประชุมหารือเพื่อคัดเลือกข้อมูลที่ส าคัญและก าหนดเป็น ความถี่ของการรวบรวม และรายงานข้อมูลตาม KPI ทั้งระดับโรงเรียน กลุ่มงาน และระดับปฏิบัติการ การรายงานผล การด าเนินงานตามโครงการตามแผนปฏิบัติการสู่ระดับบริหารและคณะกรรมการงานนโยบายและแผนงาน มีหน้าที่ ตรวจทานข้อมูลก่อนสรุป เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียน พร้อมรายงาน การวิเคราะห์ และการ คาดการณ์แนวโน้มผลการด าเนินงาน หากผลการด าเนินการ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จะประสานงานกลุ่มงาน/งานที่ รับผิดชอบ จัดท าข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข พร้อมรายงานความก้าวหน้าให้กับที่ประชุมได้รับทราบในครั้งต่อไป จากนั้นงานนโยบายและแผนงาน มีการรายงานผลเป็นรายปี งานนโยบายและแผนงานจะท าการทบทวนการติดตามผลการด าเนินงานในปีการศึกษา 2562-2564 ได้ ปรับปรุงรายงานตัวชี้วัดระดับโรงเรียน เป็นรายเดือนเพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลผลการด าเนินงานทันต่อเหตุการณ์ และในกรณีที่มีการติดตามอย่างใกล้ชิดและเร่งด่วนจะรายงานผลการด าเนินงาน KPI ในที่ประชุมคณะกรรมการ บริหารโรงเรียนประจ าเดือน หากมีแนวโน้มว่าผลการด าเนินงานจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการเข้ามาควบคุมก ากับดูแลเป็นกรณีพิเศษ ตัวชี้วัดทั้ง 3 ด้าน จะถูกถ่ายทอดตามล าดับชั้นลงไปถึงบุคลากรผู้ปฏิบัติการทุกคนตามระบบบริหาร ผลการปฏิบัติงาน โดยตัววัดส าคัญระดับกลยุทธ์จะถูกถ่ายทอดลงสู่ระดับปฏิบัติการ โดยการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผลการปฏิบัติงาน ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านผู้เรียน ด้านครู และด้านโรงเรียน ให้มีการปฏิบัติสอดคล้องไปใน แนวทางเดียวกัน แล้วเชื่อมโยงไปสู่กระบวนการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน และกระบวนการพัฒนาขีดความสามารถ ซึ่งเป็นกระบวนการประกันคุณภาพภายใน โดยบุคลากรทุกคนจะน าเสนอผลงานตามตัววัดส าคัญในการประเมินผล เพื่อให้การจัดการผลการปฏิบัติงานบรรลุผลส าเร็จ (2) ข้อมูลเชิงเปรียบเทยีบ (Comparative Data) ฝ่ ายบริหารได้มอบหมายให้กลุ่มบริหารงานวิชาการ ก าหนดข้อมูลสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบที่ส าคัญให้ สอดคล้องกับตัววัดผลการด าเนินงานตามวิสัยทัศน์ กลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ รวมทั้งการบริหารจัดการโรงเรียนที่ เป็น Best Practice และเป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งแนวทางของโรงเรียนคู่เทียบที่มีการด าเนินงานที่คล้ายคลึงกัน โดย คัดเลือกจากแหล่งข้อมูลที่ส าคัญ ดังนี้ 1) รายงานประจ าปีของคู่เทียบ 2) แหล่งข้อมูลเปิดเผยสาธารณะโดย กระบวนการคัดเลือกคู่เทียบ แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับการบริหารจัดการศึกษา และหลักสูตรและการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอน โดยมีการเลือกข้อมูลสารสนเทศ ดังภาพที่ 24


48 ภาพที่24 ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Data) 1. รวบรวมข้อมูลและสารสนเทศ ได้แก่ ข้อมูลผลการบริหารจัดการศึกษาตามมาตรฐาน สพฐ. และ สมศ. 2. การวิเคราะห์ความเหมาะสมระดับข้อมูล ให้สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการด าเนินงานทั้งด้าน หลักสูตรการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนและผู้มีส่วน ได้ส่วนเสีย 3. คัดเลือกตัววัดส าคัญ/ข้อมูลสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ น าเสนอผลการคัดเลือกข้อมูลเพื่อพิจารณา 4. น าผลการวิเคราะห์ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารโรงเรียนไปใช้ในการจัดท าแผนเชิงกลยุทธ์ 5. ประเมินผลคัดเลือกข้อมูลเชิงเปรียบเทียบโดยพิจารณาจากแผนการด าเนินงานเทียบเป้าหมายที่ก าหนด ตามผลลัพธ์ในหมวด 7 และน าผลการประเมินไปใช้ในการทบทวนและปรับปรุงการคัดเลือกข้อมูลในปีต่อไป โรงเรียนมีการน าข้อมูลสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบที่ส าคัญไปใช้ใน 2 ส่วน คือ ใช้เป็นข้อมูลในการจัดท าแผน กลยุทธ์ 4 ปี แผนปฏิบัติการของแต่ละกลุ่มงานตามลักษณะของงานตามบริบทของโรงเรียน แล้วเลือกข้อมูลและ สารสนเทศเชิงเปรียบเทียบที่ส าคัญให้มีความสอดคล้องกับการด าเนินงานของแต่ละกระบวนการที่ส าคัญของโรงเรียน จากความน่าเชื่อถือ ของข้อมูล ความเหมาะสมของคู่เทียบตามที่ก าหนด (คู่เทียบกับโรงเรียนสังขะ) โดยงานนโยบายและแผนงานมีการส ารวจข้อมูล และน าข้อมูลไปใช้ในการบริหาร บุคลากร และผู้ที่เกี่ยวกับ ข้อมูลการด าเนินงานที่เป็ นฐานให้กับบุคลากรบน Website โดยค านึงถึง 1) รูปแบบการน าเสนอข้อมูล 2) ความถูกต้องของข้อมูล 3) ข้อมูลที่น าเสนอทันเวลาและเหตุการณ์ 4) มีความสะดวกในการเข้าถึงหรือสืบค้นข้อมูล 5) ข้อมูลมีความชัดเจนเข้าใจง่าย 6) ข้อมูลสามารถน าไปปรับใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 7) ความพึงพอใจโดย รวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้มีการรวบรวมความต้องการของผู้ใช้ข้อมูล การน าข้อมูลไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและตรง กับความต้องการ มีการน าข้อมูลและสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบที่ส าคัญไปใช้ใน 2 ส่วน คือ ใช้เป็นข้อมูลในการ ประกอบการท าแผนกลยุทธ์ 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจ าปี (3) ข้อมูลนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (STUDENT and STAKEHOLDER Data)


49 ในกระบวนการเลือกข้อมูลนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การวัด วิเคราะห์ ทบทวน ปรับปรุงผล การด าเนินงานในกระบวนการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ใช้เป็นพื้นฐานความต้องการใน การวางแผนจัดท าโครงสร้างหลักสูตร การออกแบบการจัดการเรียนการสอนมีการก าหนดเป็นตัววัดส าคัญ ของหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การนิเทศติดตามกระบวนการปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยมี การก าหนดผู้รับผิดชอบและระยะเวลาในการติดตามชัดเจน รวมถึงการน าประเด็นของข้อร้องเรียนมาสนับสนุน การตัดสินใจในการจัดท ากลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้วยการใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน กระบวนการการบันทึกผลการใช้ข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนได้ด าเนินการอย่างเป็นกระบวนการตามที่มี การวางแผน การบันทึกผลตามตัวชี้วัดที่ส าคัญ (KPIs) โดยกระบวนการนิเทศภายในเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้ น าข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาใช้ปฏิบัติการในระดับกลยุทธ์ จากสารสนเทศของ นกัเรียนดา้นผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนเม่ือมีการวดัวิเคราะหผ์ลสมัฤทธิ์และความสามารถทางการเรียนของผูเ้รียน ระหว่างภาค (Formative) พบปัญหาจะน ามาซึ่งการจัดท านวัตกรรมของครูที่จะใช้แก้ปัญหาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบการเลือกใช้ข้อมูลสารสนเทศมีความส าคัญตามกระบวนการข้างต้น ผลจากการด าเนินการ กลุ่ม บริหารงานวิชาการมีการน าผลการด าเนินการของคณะครูมาวิเคราะหห์าความสมัพนัธร์ะหว่างผลสมัฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียนกับกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน และมีการสะท้อนผลการด าเนินงานจากการนิเทศภายในให้กับ คณะครูได้ทราบและยกระดับความสามารถในการท าวิจัยให้ผ่านในระดับดีขึ้นไปในปีการศึกษาใหม่ มีการน า ข้อมูลสารสนเทศไปใช้ในการประกอบและวางแผนในแต่ละด้าน ภาพที่ 25 ข้อมูลนักเรียนและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย (4) ความคล่องตัวของการวัดผล (Measurement Agility) ในกระบวนการวัด วิเคราะห์ ทบทวน ปรับปรุงผลการด าเนินงานของโรงเรียน ดังภาพที่ 24 แสดงให้เห็นถึง การติดตามและทบทวนเป็นประจ าสม ่าเสมอ ในทุกตัวชี้วัดมีการก าหนดผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการติดตามที่ ชัดเจนในกระบวนการของการนิเทศภายใน โดยผู้รับผิดชอบจะรายงานข้อมูลพร้อมทั้งข้อสังเกต ปัญหา อุปสรร ค จากนั้นกลุ่มงานมีการรวบรวมปัญหาอุปสรรค ในสถานการณ์ปัจจุบันมาท าการวิเคราะห์ มีการประเมินแนวโน้ม เปรียบเทียบเป้าหมาย การคาดการณ์ของโรงเรียน และมีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล (CauseEffect Relationships)และรายงานต่อคณะกรรมบริหารโรงเรียน


50 ภาพที่26 ความคล่องตัวของการวัดผล งานประกันคุณภาพภายใน ทบทวนปรับปรุงกระบวนการนิเทศภายในของโรงเรียน โดยก าหนดกรอบเวลาใน การรายงานผลการด าเนินงานที่ชัดเจนตามตัววัดส าคัญ น าเสนอข้อมูลผลการด าเนินงานจริงตามเป้าหมายต่อคณะ กรรมการบริหารโรงเรียน และคณะครู นอกจากนี้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือนโยบายเร่งด่วน มีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ ในรูปแบบคณะท างานเพื่อควบคุม ก ากับดูแล และติดตามผลการด าเนินงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเชื่อมโยงกับ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ข. การวิเคราะห์และทบทวนผลการด าเนินการ (PERFORMANCE ANALYSIS and Review) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีกระบวนการทบทวนผลการด าเนินงานตามภาพที่ 24 ด้วยการติดตามและ รายงานผลการด าเนินงาน โดยผลการด าเนินการดังกล่าวจะถูกรวบรวมโดยงานประกันคุณภาพการศึกษาที่ได้จาก กลุ่มงานผู้รับผิดชอบ เพื่อประเมินความส าเร็จตามกลยุทธ์ และติดตามความก้าวหน้าของแผนงาน และแผนปฏิบัติ การประจ าปี รวมทั้งปรับเปลี่ยนแผนงานเมื่อมีความจ าเป็นโดยใช้ค่าเปรียบเทียบกับเป้าหมายและน าเสนอผ่านคณะ กรรมการบริหารโรงเรียน และการประชุมคณะครูทั้งโรงเรียน นอกจากนี้ งานประกันคุณภาพภายใน ได้น าข้อมูลผล การด าเนินงาน ข้อมูลและสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบตาม ข้อ 4.2 มาวิเคราะห์ และน าผลการวิเคราะห์เสนอต่อคณะ กรรมการบริหารโรงเรียนเพื่อประกอบการทบทวนขีดความสามารถของโรงเรียนในกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ ส าหรับการวิเคราะห์ข้อมูลสนับสนุนเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผลการด าเนินงาน เป็นไปตามตารางที่ 4.1 ทั้งนี้มี กระบวนการในการใช้ผลการทบทวนตรวจประเมินผลส าเร็จของโรงเรียน ผลการด าเนินการในเชิงแข่งขัน และ ความก้าวหน้าเทียบกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการ รวมถึงการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต่อความ ต้องการของโรงเรียน และความท้าทายในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในกรณีที่การด าเนินการ ไม่เป็นไปตาม เป้าหมาย กลุ่มงานที่รับผิดชอบจะวิเคราะห์ข้อมูลที่รับผิดชอบที่ส าคัญ และหลากหลายเพื่อหาสาเหตุที่เกี่ยวข้อง เช่น การก ากับดูแลนักเรียนเป็นรายบุคคล การติด 0 ร มส. การจบการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็น


51 ข้อมูลผลการด าเนินงานเปรียบเทียบกับเป้าหมาย ข้อมูลผลการด าเนินงานเปรียบเทียบกับคู่เทียบ ความต้องการของ นักเรียนกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และปัจจัยเสี่ยงที่มีต่อผลการด าเนินงาน พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข การคาดการณ์ผลการด าเนินงานในอนาคต ตารางที่15 แสดงข้อมูลเพื่อสนับสนุนการทบทวนผลการดา เนินงานของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ในการทบทวนกระบวนการและขีดความสามารถของโรงเรียน จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ระดับโรงเรียน จากแผนกลยุทธ์ 4 ปี ของโรงเรียน จะถูกน ามาจัดท าเป็นแผนปฏิบัติการงานนโยบายและ แผนงานท าบันทึกให้กลุ่มงานที่รับผิดชอบ จัดท ารายงานผลการด าเนินงานตามแผน โดยระบุเป้าหมายเป็นทั้งรายปี รายเดือน รายงานปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ สรุปน าเสนอฝ่ายบริหารโรงเรียน 2) ระดับกลุ่มงาน จากกลยุทธ์ 4 ปี ของโรงเรียนน ามาท าแผนปฏิบัติการประจ าปีที่สนองกลยุทธ์เพื่อปรับปรุง การยกระดบัผลสมัฤทธิ์การพฒันาหลกัสตูรและการจดักิจกรรมการเรียนการสอน การเฝ้าระวงัระบบดแูลช่วยเหลือ นักเรียน โดยระบุผลการด าเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขในการด าเนินงาน เพื่อสรุปน าเสนอฝ่ายบริหาร ต่อไป งานประกันคุณภาพภายในและงานนโยบายและแผนงาน ได้เพิ่มกระบวนการรายงานและขีดความสามารถ ของโรงเรียน คือ 1) รายงานความก้าวหน้าตามกลยุทธ์ โดยให้กลุ่มงานที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักในเล่มแผนปฏิบัติการประจ าปี รายงานในช่วงสิ้นปีการศึกษา พร้อมชี้แจงเหตุผลปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขกรณี ผลการด าเนินงานไม่เป็นไป ตามเป้าหมาย 2) รายงานผลการด าเนินงานเปรียบเทียบเป้าหมายตามข้อตกลงในบันทึกพันธสัญญา พร้อมชี้แจงเหตุผล สาเหตุ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขกรณีผลการด าเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย งานประกันคุณภาพภายใน รวบรวมข้อมูลตามบันทึกข้อตกลงในพันธสัญญาเพื่อการประเมินผล น าสารสนเทศสื่อสารให้ทั่วทั้งสถานศึกษาด้วย การสื่อสารสองทาง เพื่อความโปร่งใส และให้กลุ่มงานน าไปใช้เป็นข้อมูลในการควบคุมก ากับ และติดตามผลการ


52 ด าเนินงาน น าไปสู่ระบบการจัดการความรู้ โดยมีกระบวนการจัดท าระบบฐานความรู้เพื่อรวบรวมและถอดองค์ความรู้ ที่ส าคัญของโรงเรียน ค. การปรับปรุงผลการด าเนินการ (PERFORMANCE Improvement) (1) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิธีปฏิบัติทเี่ป็นเลิศ (Best Practice) กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารงานงบประมาณ งานประกันคุณภาพภายในน าผลการ ทบทวนผลการด าเนินงาน ตามตารางที่ 15 และผลการวิเคราะห์เสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียนที่ ด าเนินการประชุมทุกวันพฤหัสบดีเพื่อร่วมกันก าหนดแนวทางการปรับปรุงผลการด าเนินงาน รวมถึงพิจารณา โอกาสในการสร้างนวัตกรรมเมื่อใช้แล้วเกิดผลดีน าไปสู่การเผยแพร่มีการน าไปปฏิบัติแล้วประสบความส าเร็จ เช่นเดียวกับต้นแบบ มารวบรวมเป็น Best Practice ของบุคลากรในโรงเรียน และน ามารวบรวมไว้ ณ ห้อง นิทรรศการของโรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนกับบุคลากรของโรงเรียน และโรงเรียนต่าง ๆ ที่มาศึกษาดูงาน ทุกกลุ่มงาน ที่รับผิดชอบด าเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ และมีการรายงานผลการด าเนินงานเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ และ รวบรวมไว้รายงานใน SAR เมื่อสิ้นปีการศึกษาได้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การจัดท า Best Practice อย่างน้อยปี ละ 1 ครั้ง กลุ่มงานที่รับผิดชอบน าผลการวัด วิเคราะห์และประเมินผลการจัดท า Best Practice ไปไว้ใน กระบวนการจัดการกระบวนการท างาน หมวด 6 ข้อ 6.2 ก และกระบวนการปรับปรุงกระบวนการท างาน และน า ผลการปรับปรุงอย่างก้าวกระโดดที่เป็น Best Practice มาจัดเก็บเป็นฐานการจัดการความรู้ KM (2) ผลการด าเนินการในอนาคต (Future PERFORMANCE) คณะกรรมการบริหารโรงเรียนได้ใช้ผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีปฏิบัติที่ดีข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 5 กลุ่มสาระ ด้วยผลคะแนน O-NET 3 ปีย้อนหลังของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 6 มาเปรียบเทียบ เพื่อหาโอกาสปรับปรุง/พัฒนาการเรียนการสอนเตรียมยกระดับผลการด าเนินการในอนาคต (3) การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและนวัตกรรม (Continuous Improvement and INNOVATION) งานนโยบายและแผนงานใช้ข้อมูลการติดตามประเมินผลการด าเนินงานของโรงเรียน ติดตาม ความก้าวหน้าของโครงการส าคัญที่ตอบสนองกลยุทธ์ของโรงเรียนที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมโรงเรียนขนาดมอญ พิทยาคาแบบมีส่วนร่วม MONPIT Model น ามาทบทวนผลการด าเนินงานและขีดความสามารถ ตามตารางที่ 4.1ผลที่ได้จากการทบทวนจะน ามาเป็นข้อมูลน าเข้าไปในกระบวนการจัดท าแผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการในปี ถัดไปกับข้อมูลอื่น ๆ กลุ่มงานที่รับผิดชอบน าผลจากการทบทวนไปใช้ปรับปรุงกระบวนการที่ส าคัญตามเกณฑ์การจัดล าดับ ผ่านการออกแบบกระบวนการในหมวด 6 โดยผู้รับผิดชอบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะประชุมร่วมกันหารือเพื่อหา ข้อก าหนดที่ส าคัญในกระบวนการนั้น วิเคราะห์กระบวนการท างาน ประเมินหาสาเหตุ และแนวทางในการแก้ไข ปรับปรุงกระบวนการอย่างเป็นระบบ จากนั้นน าเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียนก าหนดหลักเกณฑ์การ ประเมินผลกลุ่มงานของโรงเรียน เพื่อพิจารณาทบทวนผลการด าเนินงานแนวทางปรับปรุง และก าหนดมาตรการ


53 ในการด าเนินงานจากนั้นจะสื่อสารผลการพิจารณาให้ทุกกลุ่มงานรับทราบเพื่อน าไปปฏิบัติผ่านช่องทางการ สื่อสาร ได้แก่ บันทึกเวียน ค าชี้แจง และคู่มือปฏิบัติงาน งานนโยบายและแผนงาน ได้ท าการติดตามและทบทวนผลการด าเนินงานของโรงเรียนเป็นประจ า โดยมอบหมายให้กลุ่มงานที่รับผิดชอบในแต่ละตัววัดส าคัญ น าผลการด าเนินงานไปจัดล าดับความส าคัญ ของกระบวนการที่ต้องปรับปรุงหลังจากนั้นกลุ่มงานที่รับผิดชอบจะน าผลการทบทวนการด าเนินงานไปใช้ใน การปรับปรุงกระบวนการที่ โดยผู้รับผิดชอบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวจะประชุมร่วมกันเพื่อ ก าหนดข้อก าหนดที่ส าคัญของกระบวนการนั้น รวมถึงร่วมกันวิเคราะห์และประเมินกระบวนการท างานเพื่อหา สาเหตุ และก าหนดแนวทางปรับปรุง เพื่อท าให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการที่ส าคัญอย่างเป็นระบบ ทุกกลุ่มงานรับทราบแนวทางการทบทวนการด าเนินการของโรงเรียน น าไปใช้ในการประเมินผลปรับปรุง กระบวนการส าคัญอย่างเป็นระบบ และหากกลุ่มงานใดมีความจ าเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการท างานที่ส าคัญจะ ด าเนินการตามกระบวนการข้างต้น งานนโยบายและแผนงาน และงานประกันคุณภาพภายใน ด าเนินการทบทวนกระบวนการวัด วิเคราะห์ ผลการด าเนินงานและการจัดล าดับความส าคัญ ได้น ากระบวนการไปปรับปรุงกระบวนการท างานอย่างเป็น ระบบ ไปเป็นตัวชี้วัดระดับกลุ่มงาน และก าหนดให้มีการติดตามเป็นรายภาค งานนโยบายและแผนงาน ได้น าผล การทบทวนการด าเนินงานไปใช้ในกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ กระบวนการจัดการกระบวนการท างาน และการจัดการกระบวนการท างาน 4.2 การจัดการความรู้สารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Knowledge Management, Information and Information Technology) ก. ความรู้ขององคก์ร (Organization Knowledge) (1) การจัดการความรู้(Knowledge Management) ภาพที่26 การจัดการความรู้ ระบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้น าแนวคิดของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มาประยุกต์ใช้และสร้างกรอบแนวคิดการจัดการความรู้ในโรงเรียน การขับเคลื่อนการจัดการความรู้ของ โรงเรียน มี 7 กิจกรรม คือ 1) การบ่งชี้ความรู้ คือ การระบุประเด็นความรู้รูปแบบ และผู้รู้ที่สอดรับกับนโยบาย ขอบเขตและเป้าหมายขององค์กร 2) การสร้างและแสวงหาความรู้ คือ การรวบรวมความรู้ใหม่ รักษาความรู้เดิม และกรองความรู้ที่ไม่ใช้ออกจากแหล่งรวบรวม 3) การจัดความรู้ให้เป็นระบบ คือ การวิเคราะห์และคัดแยกความรู้


54 เป็นกลุ่มประเด็นให้ง่ายต่อการเข้าถึงอย่างมีขั้นตอน 4) การประมวลและกลั่นกรองความรู้ คือ การปรับปรุงให้ ความรู้มีรูปแบบมาตรฐาน ไม่ซ ้าซ้อน มีความ สมบูรณ์ มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ 5) การเข้าถึงความรู้ คือ การ สร้างแหล่งเผยแพร่ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา 6) การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ คือ การน าความรู้เข้าสู่เวที แลกเปลี่ยนที่มีฐานความรู้หรือฐานข้อมูลรองรับให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสืบค้น 7) การเรียนรู้ คือ การใช้ความรู้เป็น ส่วนหนึ่งของงาน เป็นวงจรความรู้ที่มีการเรียนรู้และพัฒนาให้เกิดประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ ดังภาพที่ 4.5 ซึ่งเป็น การสังเคราะห์หรือหลอมรวมความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit knowledge) กับความรู้ที่ฝังลึกในตน (Tacit Knowledge) เพื่อยกระดับความรู้ของโรงเรียน และน าไปใช้อย่างมีคุณค่าทั้งการน าเข้าและการน าออกใช้ และท า ให้เกิดคลังความรู้ (Knowledge Assets) (2) การเรียนรู้ระดับองค์กร (Organization LEARNING) ประกอบด้วยกระบวนการส าคัญ คือ การ วิจัยและพัฒนาการจัดการความรู้ การสร้างความรู้ใหม่ การจัดท าฐานข้อมูลความรู้ และการสร้างเครือข่ายในแต่ ละกระบวนการ ในการจัดการความรู้น าไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการ ความ คาดหวังและภารกิจที่ส าคัญ ๆ ของโรงเรียนมุ่งสู่ความส าเร็จตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ดังภาพที่ 27 ภาพที่27 การเรียนรู้ระดับองค์กร กลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กลุ่มบริหารงานทั่วไป กลุ่มบริหารงานวิชาการ กลุ่มบริหารงบประมาณ และ กลุ่มบริหารบุคคล ได้สร้างความเข้าใจกับบุคลากรอย่างทั่วถึง และระบุตัวบุคคลที่มีลักษณะ Tacit knowledge ให้บุคลากรใหม่ได้รับทราบและพร้อมที่จะไปเรียนรู้ ข. ข้อมูล สารสนเทศ และเทคโนโลยี(Data, Information and Information and Technology) (1) คุณภาพของข้อมูลและสารสนเทศ (Data, Information Quality)


55 แนวทางการด าเนินการ การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เริ่มต้นที่สร้างความยั่งยืนและส าคัญ ที่สุด คือ (A1) การน าองค์กร ด้วยบริบทของสถานศึกษาบริหารจัดการ ก าหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมและ วัฒนธรรมองค์กรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สร้างระบบการก ากับดูแลที่ดี (A2)แหล่งข้อมูล ที่มีคุณภาพ แม่นย า ถูกต้องและเชื่อถือได้ ทันการ ปลอดภัยและเป็นความลับ มีการก าหนดบุคลากรเพื่อปฏิบัติหน้าที่สอนและ ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการศึกษา ประกอบด้วย บุคลากรทางการศึกษา ลูกจ้างประจ าและลูกจ้างชั่วคราว ครูอัตรา จ้างสะท้อนถึงความหลากหลายของบุคลากรในด้านความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญประสบการณ์ในการ จัดการเรียนรู้ การบริหารจัดการรวมถึงมุมมองในการพัฒนาวิธีคิดและทักษะการท างาน มีสมาคมศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่งเสริมการบริหารจัดการศึกษาแต่งตั้งผู้แทนของคณะผู้ปกครองที่คอย ก ากับติดตามการด าเนินงานของโรงเรียนให้บรรลุตามเป้าหมายและความความหวังของชุมชน อีกทั้งระดม ทรัพยากรสนับสนุนการบริหารจัดการศึกษามี กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐาน จรรยาบรรณวิชาชีพ ประกอบกับมี (A3) การน าเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผลการวิเคราะห์ข้อมูลพัฒนาระบบ สารสนเทศในโรงเรียนพร้อมใช้งานส าหรับบุคลากร ผู้ส่งมอบ พันธมิตรผู้ ให้ความร่วมมือรวมทั้งนักเรียนและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย อีกทั้งยังมีการ (A4) ตรวจสอบข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน ที่เกิดจากการปฏิบัติงานตาม ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของครู บุคลากรในสถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องอันส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ในการ ประเมินคุณภาพผู้เรียนเพื่อจัดท าข้อมูลสารสนเทศโรงเรียนโดยมีการประเมินจากผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร สถานศึกษา ผลการด าเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจ าปี และผลการด าเนินงานโครงการ/กิจกรรมตามนโยบาย พิเศษจะได้ข้อมูลสารสนเทศที่สมบูรณ์ พร้อมน าไปใช้ในการเขียนรายงานและเป็นข้อมูลส าหรับวางแผนพัฒนาใน ปีต่อไป ก าหนดลักษณะหรือรูปแบบการจัดเก็บ (A5) ข้อมูลสารสนเทศเป็นรายงาน ข้อมูลพื้นฐานของ สถานศึกษาข้อมูลสารสนเทศที่เกิดจากการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาข้อมูลสารสนเทศที่เกิดจากการ ด าเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจ าปี และจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี เพื่อประโยชน์ในการ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมในการรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งจัดเก็บผลการ ด าเนินงานของสถานศึกษาให้ครอบคลุม (A6) มาตรฐานการศึกษา รายงานผลการประเมินคุณภาพภายในของ สถานศึกษา (ผลจาก SAR ของสถานศึกษาย้อนหลัง)ผลการด าเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจ าปีย้อนหลัง รายงานผลการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาย้อนหลัง มีตัววัด คือ ความถูกต้อง ความรวดเร็วของ สารสนเทศ การจัดการสารสนเทศ ความรู้ และเทคโนโลยีสารสนเทศให้บรรลุผล ได้รวบรวมข้อมูล สอบถาม


56 ภาพที่28 การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สัมภาษณ์ สังเกต จากผู้รู้ บันทึกการประชุม การรวบรวมจากแหล่งเอกสารต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการการ ถ่ายทอดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน ระหว่างโรงเรียนกับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ส่งมอบ พันธมิตร และ ผู้ให้ความร่วมมือ ด้วยการใช้กลไกการสื่อสารด้วยช่องทางสื่อสารผ่านกลุ่มสังคมออนไลน์ พร้อมกันนี้มีการ รวบรวมความรู้และถ่ายทอดความรู้ที่เกี่ยวข้องไปใช้ในกระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์สร้างพันธมิตร ก ากับดูแล ส่งเสริม เฝ้าระวัง ประสานงาน ระดมทรัพยากร สนับสนุน ส่งเสริม สร้างความร่วมมือ พัฒนาศักยภาพสู่ มาตรฐานสากล ดังภาพที่ 29 ภาพที่29 การน าสารสนเทศไปใช้ในกระบวนการของกลุ่ม จากการน าข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบของครู บุคลากรในสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องด าเนินการดังนี้ 1) จัดกระท า/ประมวลผลหรือวิเคราะห์ด้วยวิธีการ การจัดหมวดหมู่ การเรียงล าดับ การแจงนับ 2) จัดเก็บข้อมูล 3) ตรวจสอบความถูกต้อง ตลอดจนการใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ (ค านวณหาค่า ร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความแปรปรวน ฯลฯ) ผลที่ได้จากการจัดกระท าเป็นสารสนเทศ 4) น าเสนอรายงานผลได้ในหลายรูปแบบ เช่น ตาราง แผนภาพ กราฟ หรือการบรรยายเป็นความเรียง เพื่อสะดวกต่อ การน าไปใช้ สนับสนุนการบริหารและการตัดสินใจทั้งในระดับผู้ปฏิบัติและระดับผู้บริหาร มีตัววัดคือ ความถูกต้อง ความรวดเร็วของสารสนเทศ (2) ความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information Security) งาน ICT ได้วางกฎและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยท าให้สามารถป้องกันการใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการป้องกันการเกิดไวรัสในคอมพิวเตอร์ เพื่อเก็บรักษาข้อมูลลับต่าง ๆ บุคลากรที่ดูแลในส่วนการรักษา ความปลอดภัยได้ใช้โปรแกรม Authentication ซึ่งเป็นระบบแสดงตัวตนการใช้ Internet ภายในโรงเรียนท าให้ สามารถตรวจสอบได้เมื่อเกิดปัญหา เช่น การล่วงละเมิด หรือหมิ่นประมาททางเว็บไซต์ บล็อกเว็บไซต์ที่เหมาะสม ส าหรับนักเรียน มี FIREWALL ของโรงเรียนที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัย มีการตรวจสอบผู้ใช้กับฐานข้อมูล ผู้ใช้ภายในตัวอุปกรณ์ ค้นหาการฝ่ าฝืนกฎหมายการใช้คอมพิวเตอร์ จากนักเรียน ครูและบุคลากรในโรงเรียน


57 และป้องกันการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นความปลอดภัยในการใช้โลกไซเบอร์ ผู้ใช้ ต้องท าการ Log in ซึ่งจะมีการบันทึกข้อมูล (3) ความพร้อมใช้งานของข้อมูลและสารสนเทศ (Data and Information Availability) งานสารสนเทศ มีการเตรียมความพร้อมของข้อมูลสารสนเทศของนักเรียน โดยมีขั้นตอนการด าเนินการ ดังนี้ 1) จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการให้นักเรียนกรอกข้อมูล Online ในช่วง รับสมัคร และการมอบตัวนักเรียน ท าให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ส่งผลให้การจัดกระท าข้อมูลสารสนเทศมีความถูกต้อง และแม่นย า สามารถน าข้อมูลสารสนเทศไปประกอบการตัดสินใจการบริหารจัดการได้ 2) ข้อมูลด้านการวัดผล และประเมินผล มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันพร้อมใช้จาก DMC, SGS ที่ครูทุกคนสามารถเรียกใช้ข้อมูลไปพัฒนาการ เรียนการสอนได้ในทันที 3) การจัดท าทะเบียนคุมฐานข้อมูลที่ใช้อ้างอิง การนับเป็นผลงาน เพื่อใช้ในการตรวจสอบ ความถูกต้องและความเป็นมาตรฐาน 4) การกลั่นกรองข้อมูล ข่าวสารที่จะท าการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของโรงเรียน ให้มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ มีตัววัด คือ ความถูกต้อง ความรวดเร็วของสารสนเทศ และระบบเครือข่ายสารสนเทศ ที่ไม่สามารถใช้งานได้เกินกว่า 48 ชั่วโมง (4) คุณลักษณะของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (Hardware and Software Properties) โรงเรียนมีการมอบหมายงานผู้รับผิดชอบงาน ICT ของโรงเรียน มีการตรวจสอบความพร้อมในการใช้งาน ในทุกเดือน เมื่อมีปัญหาพร้อมแก้ไขตลอดเวลา โรงเรียนจัดท ากรอบงานด าเนินงานเพื่อให้มั่นใจว่าฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์มีความเชื่อถือได้ ปลอดภัยและใช้งานง่าย มีความเชื่อถือได้ โรงเรียนมีการจัดท าโครงสร้างพื้นฐาน ของระบบคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายสื่อสารภายในดังนี้ โปรแกรมส าหรับระบบงานพัสดุ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) เป็นระบบงานที่จัดท าขึ้นเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สามารถเข้าถึง แหล่งข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง และพัสดุภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน ทั่วถึง เชื่อมต่อข้อมูลกับ แหล่งข้อมูลภายนอกที่เกี่ยวข้อง และเป็นต้นแบบการประมูลด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่ครบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ลดปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ลดความผิดพลาดในการปฏิบัติตาม ระเบียบ ลดความซ ้าซ้อนการบันทึกข้อมูล ซึ่งฝ่ ายบริหารสามารถติดตามข้อมูลได้แบบ Online Real time ใน ระบบ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณได้ โปรแกรมทะเบียนวัดผล SGS เป็นโปรแกรมระบบงานทะเบียน-วัดผลและสารสนเทศนักเรียนระบบ ส านักงานอิเล็กทรอนิกส์ (OBEC e-office) ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ก าหนดให้มีการ จัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลความรู้ที่ส านักงานส่วนกลาง โดยมีเป้าหมายที่จะให้ศูนย์ดังกล่าว เป็นแหล่งรวบรวมสื่อ บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ องค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ รวมทั้งระบบบริหารจัดการศึกษาในส่วนของการบริหารระบบ ส านักงานอิเล็กทรอนิกส์ (OBEC e-office) สามารถสื่อสารและเชื่อมโยงกัน เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ


58 โปรแกรมระบบงานข้อมูลสารสนเทศ ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล Data Management Center (DMC) เป็นระบบที่จัดท าขึ้นตามจุดประสงค์ที่จะพัฒนาและปรับปรุงการกรอกข้อมูลนักเรียนรายบุคคลโดยใช้ ฐานข้อมูลนักเรียนส่วนกลาง การจัดเก็บข้อมูลระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการการศึกษา (Education Management Information System: EMIS) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร จัดการการศึกษา M-OBEC เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลสิ่งปลูกสร้างของโรงเรียน ระบบจัดเก็บข้อมูลสิ่งก่อสร้าง (B-OBEC) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลครุภัณฑ์โรงเรียน และครุภัณฑ์ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษา ด้านการใช้งานง่าย โรงเรียนได้มีการน าความต้องการของผู้ใช้งานมาเป็นข้อก าหนดในการจัดหา ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และใช้งานง่าย และให้ผู้ใช้ทดสอบการใช้งาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจ งานเทคโนโลยีมีการปรับปรุงและพัฒนาในช่วงปี2562-2564 1. จัดระบบบัญชีผู้ใช้งานภายใต้โดเมน monpit.ac.th 2. จัดการผู้ใช้งานและการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตภายในโรงเรียน ด้วยระบบ authentication 3. พัฒนาปรับปรุงระบบอินเตอร์เน็ต ติดตั้ง Access Point เพื่อกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ ครอบคลุมทุกจุดภายในโรงเรียน ทั้ง 2.4 GHz และ 5.0 GHz 4. ครูกลุ่มคอมพิวเตอร์น าร่องการใช้งาน Google Apps for Education ในการจัดการเรียนการสอนและ การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ร่วมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย 4.1) Google classroom , Facebook และ line การสร้าง ห้องเรียนประจ า วิชา 4.2) Gmailอีเมล์ที่ใช้ในโดเมนของโรงเรียน คือ monpit.ac.th 4.3) Google drive ไดร์ฟ เก็บข้อมูลออนไลน์ 4.4) Google calendar ปฏิทิน 4.5) Google docs การท าเอกสาร 4.6) Google sheet การท า ตาราง 4.7) Google slideการน าเสนอ การสร้างกลุ่ม 4.8) Google meet ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ และ4.9) Google form การสร้างฟอร์มแบบสอบถาม การสร้างแบบฝึกหัด ชุดข้อสอบต่าง ๆ และได้ท าการอบรม ขยายผลให้แก่ครูในโรงเรียน ได้น าไปใช้งาน จุดที่ให้บริการ ได้แก่ 1. ห้องสืบค้นข้อมูลให้นักเรียนได้ค้นคว้าข้อมูล เพิ่มเติม ห้องสมุดและ 2. ห้องเรียนคอมพิวเตอร์โรงเรียนมีการติดตามเฝ้าระวังประสิทธิภาพของระบบเครือข่าย และระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับกระบวนการเลือกและรวบรวมข้อมูลสารสนเทศและบูรณาการติดตามการใช้ งานประจ าวัน และกระบวนการทบทวนผลการด าเนินการและขีดความสามารถของโรงเรียน ซึ่งน าข้อมูลที่ได้ไป ใช้ในกระบวนการวางแผนในหมวด 2 ข้อ2.1


59 หมวด 5 บุคลากร (Workforce) 5.1 สภาพแวดล้อมของบุคลากร (WORKFORCE Environment) ก. ขีดความสามารถและอัตราก าลังบุคลากร (WORKFORCE CAPABILITY and CAPACITY) (1) ขีดความสามารถและอัตราก าลัง (CAPABILITY and CAPACITY) เพื่อให้มีความพร้อมด้านขีดความสามารถและอัตราก าลัง สอดคล้องกับกลยุทธ์ กลุ่มงานบริหารบุคคล ด าเนินการประเมินความจ าเป็นระดับโรงเรียน ก าหนดเป็นแผนกลยุทธ์ด้านการพัฒนาบุคลากรดังปรากฏตามแผน กลยุทธ์ในหมวดแผนอัตราก าลัง 3 ปี และถ่ายทอดเป็นแผนปฏิบัติงานประจ าปี ก าหนดกรอบอัตราก าลังและ ความสามารถที่ต้องการ ตามภาพที่ 30 และรวบรวมผลการด าเนินงาน ข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการ วิเคราะห์พัฒนาปรับปรุงการด าเนินงานจัดท าแผนงานในปีต่อไป ภาพที่30 การประเมินความต้องการและขีดความสามารถอัตราก าลังบุคลากร ในการวิเคราะห์ความต้องการด้านขีดความสามารถมุ่งเน้นตอบสนองทิศทางกลยุทธ์การด าเนินงาน และ ก าหนดเกณฑ์อัตราก าลังเพื่อจัดสรรบริหารจัดการอย่างสอดคล้องกับโครงสร้างหน้าที่รับผิดชอบของกลุ่มงาน ต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ภาระงานสอนของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ก าหนดกรอบอัตราก าลัง และ work load จากกระบวนงาน/ลักษณะงาน/เครื่องมืออุปกรณ์ในการสนับสนุน/ระยะเวลาท าการ เป็นต้น เพื่อให้ทราบว่าบุคลากรมีทักษะ ความสามารถพร้อมรองรับปฏิบัติงานหรือไม่อย่างไร และน าไปเป็นข้อมูล ประเมินความจ าเป็น (Need) ในกระบวนการพัฒนาบุคลากร การบริหารความก้าวหน้าในวิชาชีพเพื่อเลื่อนวิทย


60 ฐานะ(Succession Planning) กลุ่มบริหารงานบุคคลด าเนินการโดยใช้Competency Based Management ประเมินความ ต้องการด้านขีดความสามารถของบุคลากร ก าหนด Competency Model ทั้งในส่วนที่เป็นความรู้ ความสามารถที่โรงเรียนต้องการ (Core Competency) ความสามารถเฉพาะในงาน (Functional Competency) ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจและกลยุทธ์ของโรงเรียน ตามภาพที่ 31 ภาพที่31 การประเมินความจ าเป็นด้านทักษะ สมรรถนะหลักบุคลากร กลุ่มบริหารงานบุคคล วิเคราะห์ ทบทวนสถานการณ์ เพื่อประเมินความจ าเป็นด้านขีดความสามารถด้าน การจัดการเรียนการสอนและอัตราก าลัง โดยด าเนินการตามแนวทางประเมินขีดความสามารถและอัตราก าลังทุก ระดับ ทุกกลุ่ม งาน เป็นประจ าทุกภาคเรียน เพื่อเตรียมการในภาคเรียนใหม่ เพิ่มนโยบายระมัดระวังการเพิ่มบุคลากร โดยเพิ่มมาตรการ ลดอัตราการเพิ่มตามเกณฑ์อัตราก าลัง ทบทวน เกณฑ์อัตราก าลัง และสอบทานการประเมินความ จ าเป็นด้านขีดความสามารถและอัตราก าลัง เป็นรายกลุ่มงาน และ โครงการส าคัญ ด าเนินการในรูปคณะกรรมการ บริหารโรงเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจ มีส่วนร่วมน าไปสู่การปฏิบัติ ประเมิน ส่วนต่างขีดความสามารถ และพัฒนาขีด ความสามารถบุคลากร และเพิ่มกระบวนการนิเทศงาน และทบทวนขีด ความสามารถของโรงเรียนให้สอดรับกับ ทิศทาง นโยบาย วิสัยทัศน์ และการเปลี่ยนแปลง ประเมินความจ าเป็นด้านขีดความสามารถและอัตราก าลังบุคลากรในการน าข้อมูลภารกิจกลยุทธ์ ความท้า ทาย/ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ แนวทางการด าเนินงาน จากหมวด 2.1 การจัดท ากลยุทธ์มาวิเคราะห์ประกอบการ จัดท าแผนอัตราก าลัง 3 ปี กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลตามข้อ 5.1 ก(2) และ (4) ขีดความสามารถของ อัตราก าลัง และการเตรียมบุคลากรให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ข้อ 5.1 ก(3) เพื่อให้โรงเรียนด าเนินงาน ประสบความส าเร็จให้บรรลุผลตามกลยุทธ์ที่ส าคัญของโรงเรียนให้บรรลุเป้าหมายตามข้อ 7.3 ผลลัพธ์ด้านบุคลากร (2) บุคลากรใหม่ (New WORKFORCE Members ) การสรรหา ว่าจ้าง วางต าแหน่ง และรักษาบุคลากรใหม่ เพื่อให้ได้บุคคลที่ได้ขีดความสามารถคุณสมบัติ พฤติกรรมสอดคล้องทิศทางการบริหารจัดการศึกษา และวัฒนธรรมเพียงพอกับความต้องการและมีประสิทธิภาพ เป็น


61 ธรรม โปร่งใสเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งต่างๆ ทั้งบุคลากรระดับปฏิบัติการ และลูกจ้าง การสรรหาบรรจุแต่งตั้ง กลุ่มบริหารงานบุคคล ด าเนินการตามกรอบนโยบาย งบประมาณอัตราก าลัง ความ ต้องการของกลุ่มงาน ซึ่งวิเคราะห์ประเมินตามข้อ 5.2 ก(1) และ (2) เช่น ข้อมูลโครงสร้างโรงเรียน นโยบายทรัพยากร บุคคล แผนแม่บทด้านทรัพยากรบุคคล ในทางปฏิบัติก่อนการด าเนินการสรรหาแต่ละต าแหน่งต้องตรวจสอบอัตราว่าง ความต้องการส าคัญจ าเป็นแต่ละกลุ่มงาน ทบทวนรายละเอียดลักษณะงาน คุณสมบัติ ขีดความสามารถเฉพาะ ต าแหน่งร่วมกับกลุ่มงาน และด าเนินการสรรหาตามหลักความรู้ ความสามารถ ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม แต่ละ ขั้นตอนด าเนินการในรูปคณะกรรมการ ก าหนดให้มีการสรรหา 2 รูปแบบ คือ ภาพที่32 การสรรหาบุคลากร (ข้าราชการ) และการรักษาบุคลากรใหม่ 1) การสรรหาต าแหน่งของบุคลากร (ต าแหน่งเดิมว่างลง) ตามภาพที่ 32 สรรหาลูกจ้างด้วยการรับ สมัคร โดยเปิดรับสมัครบุคลากรในชุมชน เปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่จ ากัด ศาสนาภูมิล าเนา สถาบัน การศึกษา เพื่อให้การสรรหาเปิดกว้างสามารถสรรหาคัดเลือก และบรรจุแต่งตั้งบุคลากรที่มีความหลากหลายทาง ความคิดสอดคล้องกับชุมชน และวัฒนธรรมที่ปฏิบัติงาน 2) การสรรหาบรรจุแต่งตั้งบุคลากร (โยกย้ายต าแหน่ง) บุคลากรบรรจุใหม่ที่เป็นข้าราชการกลุ่ม บริหารงานบุคคล ด าเนินการตามกรอบนโยบายและงบประมาณอัตราก าลัง ความต้องการของกลุ่มงานซึ่ง วิเคราะห์ประเมินตามข้อ 5.2 ก(1) และ (2) เช่นข้อมูลโครงสร้างโรงเรียน นโยบายทรัพยากรบุคคล แผนแม่บทด้าน ทรัพยากรบุคคล ด าเนินการวิเคราะห์ความต้องการจ าเป็นของกลุ่มงานด้วยคณะกรรมการบริหารโรงเรียนและ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อน าเสนอความต้องการจ าเป็นให้กับหน่วยงานต้นสังกัด คือ สพม.สุรินทร์ ในการสรรหาข้าราชการโยกย้ายผ่านคณะกรรมการ กศจ. ตามภาพที่ 5.1 ก(3) การสรรหาบุคลากรและการรักษา บุคลากรใหม่ ในการสรรหาบุคลากรภายนอก กลุ่มบริหารงานบุคคลได้ประกาศรับสมัครผ่านสื่อสมัครงานต่างๆ เช่น Web site ของโรงเรียน และเพื่อให้มั่นใจว่าจะพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณสมบัติ เหมาะสมตามเกณฑ์ที่ก าหนด จึงมีเครื่องมือคัดกรองหลายขั้นตอน เช่น ตรวจสอบประวัติและรายละเอียดที่ ผู้สมัครให้ไว้ การทดสอบข้อเขียนที่ก าหนดเนื้อหาจาก Core Competency และ Functional Competency ใน


62 วิชาความรู้เฉพาะต าแหน่ง และความรู้ความสามารถทั่วไป การสัมภาษณ์ และการประเมินบุคลิกภาพเป็นต้น ผู้ที่ จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งต้องผ่านการตรวจสุขภาพ การสอบประวัติ ส่วนผู้ผ่านการคัดเลือกที่ยังไม่รับการเรียกตัว ให้ขึ้นบัญชีส ารองไว้ 1 ปี โดยมีตัวชี้วัด คือ อัตราก าลังครู: นักเรียน จ านวนบุคลากรใหม่และจ านวนการย้ายของ บุคลากรใหม่ ตามภาพที่62 เพื่อเป็นการรักษาบุคลากรใหม่ (ลูกจ้าง) กลุ่มงานบริหารบุคคลจัดให้มีค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เทียบเคียงกับองค์กรอื่นๆ มีการอบรมปฐมนิเทศสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การจัดการศึกษา โครงสร้างการบริหารโรงเรียน การแบ่งกลุ่มงาน ผู้บริหาร บุคลากรในโรงเรียน ความก้าวหน้า ค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ รวมทั้งภารกิจ หลักสูตรการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ค่านิยม วัฒนธรรมองค์กร จรรยาบรรณ วินัย การท างานที่ส าคัญ และประเด็นอื่นๆ ที่บุคลากรใหม่พึงทราบ มีการก าหนดตาม ขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจน จัดให้มีพี่เลี้ยงการฝึกปฏิบัติงาน และให้มีการสะท้อนผลกลับทั้งจุดเด่นและจุดด้อย เพื่อเพิ่มศักยภาพของลูกจ้าง จัดกิจกรรมเสริมสร้างสัมพันธภาพ เช่น งานปีใหม่ งานสงกรานต์ และกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อม และบรรยากาศที่ดีในการท างานมีอุปกรณ์และสิ่งอ านวยความสะดวก เช่น โต๊ะท างาน เครื่องใช้ส านักงาน คอมพิวเตอร์ โดยไม่มีข้อห้ามในการใช้ (ยกเว้นขัดต่อกฎหมาย) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม สาธารณประโยชน์ที่ท าให้บุคลากรภาคภูมิใจในโรงเรียน ในปี 2562 มีการปรับคุณสมบัติด้านการศึกษา ในการสรรหาบุคลากรที่จะย้ายเข้า ให้มีพื้นฐานสอดคล้อง ตามทิศทางการพัฒนาโรงเรียนสู่มาตรฐานสากลรวมทั้งปรับปรุงระบบสรรหาเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของ โรงเรียน และเพิ่มการประเมินขีดความสามารถ (Competency Assessment) ในการสรรหาและศึกษาระบบ ค่าตอบแทน รวมทั้งส ารวจความต้องการบุคลากรใหม่ (3) ความส าเร็จในงาน (Work Accomplishment) เพื่อให้การด าเนินงานของโรงเรียนบรรลุผลดีตามเป้าหมาย และมีความคล่องตัวตอบสนองต่อค่านิยม คือ จิตอาสา มุ่งมั่นบริการ ท างานเป็นทีม และวัฒนธรรมองค์กร คือ รู้รักสามัคคี มีความศรัทธาในวิชาชีพและองค์กร มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษา ก้าวสู่มาตรฐานสากล อยู่บนความพอเพียง โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมจัดโครงสร้างการ บริหารเป็น 4 กลุ่มงาน เพื่อให้ผู้บริหาร บริหารจัดการภารกิจส าคัญ และการเปลี่ยนแปลงทางการบริหารจัด การศึกษาโดยจัดโครงสร้างองค์กรในแนวราบ (Flat organization) ตาม P1 ข(1) การจัดองค์กรแบบยืดหยุ่น (Flexible organization)และมีการจัดรูปแบบการท างานแบบข้ามสายงาน (Cross Functional Team) ที่ร่วมมือ กันในรูปของคณะท างาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการท างาน มีการกระจายอ านาจหน้าที่ในการตัดสินใจและ ความรับผิดชอบที่ชัดเจน มีการปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ความท้าทาย กลยุทธ์โรงเรียน รวมทั้ง สร้างมูลค่าเชิงจิตวิทยาให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง และมีกระบวนการประเมินด้านขีดความสามารถและ อัตราก าลังตามข้อ 5.1 ก(1) มีตัวชี้วัดคือร้อยละความพึงพอใจของบุคลากรต่อการท างาน ตามภาพที่ 65 เมื่อโรงเรียนมีนโยบายในการพัฒนาการจัดการศึกษาสู่มาตรฐานสากล ขยายเครือข่าย ปรับโครงสร้าง กลุ่มงานกลุ่มบริหารงานบุคคลได้วิเคราะห์สถานการณ์องค์ประกอบภายนอก ภายในความท้าทาย ความได้เปรียบ เชิงกลยุทธ์ ด้านก าลังคน และจัดท านโยบายด้านก าลังคน ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ ตามแผนของโรงเรียน 3 ปีตาม


63 ข้อ 2.2 ก(4) แผนด้านบุคลากร เพื่อบริหารและจัดบุคลากรให้สามารถเสริมสร้างการมุ่งเน้นนักเรียนได้อย่าง สอดคล้อง กลุ่มบริหารงานบุคคลประเมินความจ าเป็นด้านบุคลากรที่ตอบสนองความต้องการของนักเรียน ตาม ข้อ 3.1 ก(1) กระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียน และปริมาณงานเพื่อเตรียมด าเนินการบริหารอัตราก าลัง สรรหา แต่งตั้ง พัฒนาบุคลากรให้พร้อมด าเนินการตามภาระงานหลัก ภาระงานรอง ได้อย่างคล่องตัว และบรรลุเป้าหมาย ในปี 2562 มีการทบทวนกลุ่มงานให้สอดคล้องตอบสนองทิศทาง กลยุทธ์การด าเนินงานของโรงเรียนเพิ่ม มาตรการทบทวนกระบวนการท างานให้มีคุณภาพผ่านเกณฑ์ระดับดี สอบทานเกณฑ์การจัดสรรอัตราของกลุ่ม งานให้สอดคล้องกับภารกิจหลัก คือ กระบวนการจัดการเรียนการสอน และภารกิจรอง คือ งานสนับสนุนการสอน การด าเนินการบริหาร และจัดบุคลากรเน้นตอบสนองการเปลี่ยนแปลง การขยายแผนการเรียน การ ให้บริการนักเรียน เพื่อให้ผลการด าเนินงานของโรงเรียนบรรลุตามเป้าหมาย และดีเกินความคาดหวัง บุคลากร ผูกพันตามข้อ 5.2ข(1) สอดคล้องโครงสร้างองค์กร P1ข(1) การจัดท ากลยุทธ์ 2.1 ความสามารถพิเศษขององค์กร ในการออกแบบระบบงานตามข้อ 6.1 ก(1) ข้อก าหนดของหลักสูตรและกระบวนการ ระบบการจัดการความรู้ และ การถ่ายทอดความรู้ (4) การจัดการการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากร (WORKFORCE Change Management) ในการจัดการการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากร โรงเรียนมีการเตรียมบุคลากรให้มีความพร้อมรับต่อความ ต้องการด้านขีดความสามารถ ด้วยการพัฒนาความสามารถของบุคลากรด้วยการฝึกอบรมเฉพาะทางตามความรู้ ความสามารจากองค์กรภายนอก ตามข้อ 5.1 ก(1) และส่งเสริมให้พัฒนาความก้าวหน้าในวิชาชีพ 5.2 ค(3) ให้ บุคลากรมีความรู้ความสามารถ Cross Functional บูรณาการอย่างกลมกลืน เพื่อให้มั่นใจว่าด าเนินการเชื่อมโยง กับกลุ่มงานอื่นได้แม้ขาดบุคลากร ตามข้อ 5.2 ข(2) ข. บรรยากาศการท างานของบุคลากร (WORKFORCE Climate) (1) สภาพแวดล้อมของการท างาน (Workplace Environment) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานของโรงเรียนมุ่งเน้น การจัดอาคารสถานที่ให้สะอาดและปลอดภัย เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียนสามารถใช้ประโยชน์จาก กล้องวงจรปิด เป็นหลักฐานในการคลี่คลายคดีต่างๆ ให้กับนักเรียน และประชาชนทั่วไปได้อย่างดี ท าให้บุคลากร เกิดความมั่นคงปลอดภัยทั้งทางร่างกาย (กายภาพ) และจิตใจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ สามารถน ามาใช้เป็นมาตรฐานส าหรับแก้ไขปัญหา มีการด าเนินการด้านสภาพแวดล้อมในการท างาน ดังนี้ 1) ด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพ แต่งตั้งคณะกรรมการกลุ่มงานอาคารสถานที่ เพื่อติดตามดูแลสถานที่ และบริเวณต่างๆ ของโรงเรียน ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีในการท างาน น าไปสู่แผนปฏิบัติราชการ ประจ าปีเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่ของโรงเรียนให้คงความสวยงามพร้อมให้บริการอยู่เสมอ และก าหนดไว้เป็นความ จ าเป็นเร่งด่วนในการซ่อมแซม และปรับปรุงอาคารสถานที่ให้กลับคืนสภาพเดิมโดยเร็วที่สุด ได้แก่ การซ่อมแซมและ ปรับปรุงอาคารสถานที่ การปรับปรุงภูมิทัศน์ รวมถึงการให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตในโรงเรียนเพื่อให้ครู นักเรียน ใช้ในการสืบค้นข้อมูล และการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านสื่อประกอบการจัดการเรียน


64 การสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหาในวิชานั้นๆ มีการจัดหาวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางให้ความรู้แก่ครูและ นักเรียน เช่น ครูชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษ และวิทยากรท้องถิ่นในด้านปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น 2) ด้านสภาพแวดล้อมทางจิตใจ ความปลอดภัย และสุขอนามัย จัดกิจกรรมส่งเสริมสภาพแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขอนามัยในสถานที่ท างาน โดยส่งเสริมให้ มีการตรวจสุขภาพประจ าปี ได้แก่ กิจกรรมตรวจสุขภาพของคณะครู บุคลากร และนักเรียน ในโรงเรียน กิจกรรม ป้องกันไข้เลือดออก โดยการฉีดพ่นยา และก าจัดลูกน ้ายุงลายมีมาตรการเฝ้าระวังโรคระบาด และโรคติดต่อ ป้องกัน ความเครียดจากการท างาน โดยมุ่งเน้นสร้างบรรยากาศการท างานที่อบอุ่น และเป็นมิตร รวมถึงการมอบหมายงาน ตามศักยภาพของบุคลากรจัดเวรยามเพื่อดูแลความเรียบร้อยภายในโรงเรียน ทั้งในวันเวลาราชการ และ วันหยุดราชการ มีตัวชี้วัด คือ อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานของบุคลากร และร้อยละของบุคลากรที่มีผล การตรวจสุขภาพอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ตามตารางที่ 19 ก าหนดแผนงานพัฒนาระดับคุณภาพของการด าเนินงานเกี่ยวกับ การบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัยสุขอนามัย และการป้องกันภัย แนวทางการปฏิบัติ ผลการตรวจความปลอดภัย ของแต่ละงาน ติดตามผลการด าเนินงานประจ าวันของบุคลากร รวมทั้งใช้ข้อมูลอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน ฐานข้อมูลสุขภาพบุคลากร ภัยธรรมชาติ และข้อมูลระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน มาเป็นแนวทางในการ วิเคราะห์ปรับปรุง และพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย รวมถึงป้องกันภัยให้เป็น มาตรฐาน รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยจากไฟฟ้าลัดวงจร ภัยธรรมชาติ เป็นต้น โรงเรียนมีการ เชื่อมโยงแผนปฏิบัติราชการ และมาตรการด้านความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย ด้านสิ่งแวดล้อมในการท างาน สอดคล้องกับข้อก าหนด และระเบียบต่างๆ ตามบริบทข้อ P1ก(5) มีการบูรณาการแผนงานป้องกันและระงับอัคคีภัย ให้มีความสอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติเดียวกัน (2) นโยบาย และสิทธิประโยชน์ (WORKFORCE Benefits and Policies) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ก าหนดนโยบายสิทธิประโยชน์ของบุคลากร เป็นไปตามกฎหมาย และ กองทุนสวัสดิการครูและบุคลากรโรงเรียน มีการจัดท าประกันอุบัติเหตุให้กับนักเรียนและบุคลากร เพื่อรองรับกิจกรรม ต่างๆ เช่น การศึกษาดูงาน การทัศนศึกษา การประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางมาโรงเรียน นอกจากนี้ โรงเรียนมีการ ให้ความช่วยเหลือเพื่อร่วมแสดงความเสียใจ และให้ก าลังใจแก่ครอบครัวของครูและนักเรียนที่เสียชีวิต โรงเรียนมีการ ประสานงานกับครูที่เกษียณอายุราชการ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ โดยยึดหลักการดูแลเกื้อกูลกัน เสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มีการเสริมแรงจูงใจให้กับบุคลากร มีร้านค้าสวัสดิการเพื่อให้บริการแก่นักเรียน และบุคลากร รายได้จากร้านค้าสวัสดิการบางส่วนและกองทุนสวัสดิการครูและบุคลากรในโรงเรียนได้น ามาเป็น ทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และน ามาใช้ในการสนับสนุนกิจกรรมของทางโรงเรียนในการปฏิบัติงานทุกปี กลุ่ม บริหารงานบุคคลและกลุ่มบริหารงานงบประมาณได้ทบทวนโครงสร้างเงินเดือนสวัสดิการ และบริการสิทธิประโยชน์ ของบุคลากรตามนโยบาย ผลการประเมินความพึงพอใจและความผูกพัน เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสม และ ความสามารถในการจ่ายปรับปรุง สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ให้ตอบสนองความต้องการบุคลากร ที่แตกต่างกันตาม กลุ่ม เช่น บุคลากรที่ปฏิบัติงานในลักษณะเสี่ยง นักการภารโรงที่ต้องซ่อมแซม อาคารที่สูง ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต จะมีการจัดสวัสดิการเสริม รวมทั้งจัดให้มีการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานตามข้อ 5.2 ข(1) ท าให้


65 บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีส่งผลให้บุคลากรมีความสุขในการท างาน และมีความผูกพันต่อโรงเรียน ซึ่งส่งผลต่อการ จัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ มีการทบทวนสวัสดิการ บริการ และสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสมแก่บุคลากร โรงเรียนมีนโยบายจัดสวัสดิการและประโยชน์เพิ่มให้แก่บุคลากร ตามบริบทขององค์กร P1(3) และ (5) การมีส่วนร่วม ในการยกย่องชมเชยให้บุคลากรมีความมุ่งมั่นในการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมให้เกิดการด าเนินงานที่ดีตามข้อ 5.1 ก(3) ตัวชี้วัด คือระดับความพึงพอใจของบุคลากร ตามภาพที่ 65 5.2 ความผูกพันของบุคลากร (Workforce Engagement) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีวัฒนธรรมองค์กร คือ “รู้รักสามัคคี มีความศรัทธาในวิชาชีพและองค์กร มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษา ก้าวสู่มาตรฐานสากล อยู่บนความพอเพียง” เพื่อปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าหมายของโรงเรียน ก. ความผูกพันและผลการปฏิบัติงานของบุคลากร (WORKFORCE ENGAGEMENT and PERFORMANCE) (1) วัฒนธรรมองค์กร (Organization Culture) การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรของโรงเรียนคือท างานเป็นทีมก าหนดให้มีโครงการเสริมสร้างขวัญและ ก าลังใจเพื่อความพึงพอใจและความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อโรงเรียน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบริหาร โรงเรียนก าหนดแนวทางการสร้างความพึงพอใจและความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อโรงเรียน โดยสัมภาษณ์เชิงลึกกับ กลุ่มตัวอย่างของบุคลากรทุกกลุ่ม ท าให้มีการทบทวนองค์ประกอบ และประเมินความพึงพอใจและความผูกพัน ประจ าทุกปีตามข้อมูลที่ได้รับมาปรับปรุงกระบวนการก าหนดความผูกพันและความพึงพอใจโดยเพิ่มขั้นตอน Focus Group แยกบุคคลเป็น 3 กลุ่ม คือผู้บริหาร ครูปฏิบัติงาน และลูกจ้าง น าข้อมูลที่ได้จากข้อ 5.1 ข(1) ไป เป็นข้อมูลประกอบการน าแผนแม่บททรัพยากรมนุษย์สู่การปฏิบัติ 2.2 ก(4) แผนด้านบุคลากร การพัฒนาบุคลากร และผู้น า 5.2 ค และการจัดการความก้าวหน้าในอาชีพ 5.2 ค(3) (2) ปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพัน (Drivers of ENGAGMENT) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม เสริมสร้างค่านิยมวัฒนธรรมองค์กรด้วยกระบวนการบริหารนวัตกรรม โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม MONPIT Model เพื่อพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์กรที่มีขีดความสามารถสูง (High Performance Organization : HPO) ปัจจัยส าคัญที่ส่งผลต่อความผูกพันของบุคลากร ได้แก่ ความเป็นพี่น้อง เครือญาติในชุมชนต าบลตาตุม ให้ความดูแลซึ่งกันและกัน เช่น ผ้าป่ าศิษย์เก่า การให้ค าแนะน าทั้งเรื่องงานและการใช้ ชีวิต การดูแลเกื้อกูลความเป็นอยู่ท าให้มีความรักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งขึ้น มีการทบทวนค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร ของโรงเรียน ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์พันธกิจ เป็นประจ าทุกปี มีการบูรณาการแผนขับเคลื่อนค่านิยม วัฒนธรรม องค์กร จริยธรรม ธรรมาภิบาล โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น สนับสนุนให้บุคลากรมี พฤติกรรมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร อันส่งผลให้มีแรงจูงใจและผูกพัน มีผลการด าเนินงานที่ดี ก าหนด แผนปฏิบัติการ/กิจกรรม และตัวชี้วัดความส าเร็จโดยผู้น าปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง ติดตามผลการด าเนินงานในการ ประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียนเป็นประจ า เปิดโอกาสให้บุคลากรร่วมแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย เพื่อ พัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานและสร้างสรรค์นวัตกรรม สร้างบรรยากาศให้มีอิสระในการเสนอความคิดเห็น ในที่


66 ประชุมกลุ่มงาน การประชุมปฏิบัติการ การส่งเสริมบุคลากรในการจัดทีม Cross functionalและการส่งเสริม กิจกรรมต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรจัดท านวัตกรรมการเรียนการสอน และการน ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปัน ทักษะจัดให้มีศูนย์การจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนและชุมชน การศึกษาดูงานของโรงเรียนต่างๆ รวมทั้งมีการ ติดตามผลการปฏิบัติงานของกลุ่มงานเป็นรายเดือน ส่งผลให้บุคลากรทุกกลุ่มงานมีแรงจูงใจ ผูกพันยึดมั่นในการ ด าเนินงานให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ และพันธกิจ ของโรงเรียนเพื่อขับเคลื่อนความผูกพันองค์กรให้เกิดความสัมพันธ์อันดี ในการท างานร่วมกัน (3) การประเมินความผูกพัน (Assessment of ENGEMENT) โรงเรียนประเมินความผูกพันของบุคลากร จากการสังเกตและสัมภาษณ์ผู้ปกครองถึงเหตุผลที่ส่งบุตรหลาน เข้ามาเรียนพบว่าผู้ปกครองให้ความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อโรงเรียนเพราะว่าเมื่อจบการศึกษาบุตรหลานจะมีความรู้ ด้านวิชาการและทักษะชีวิตที่ดีนอกจากนี้ครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้วยังมาเยี่ยมและถามข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน อยู่เสมอ ในส่วนของลูกจ้างโรงเรียนมีการด าเนินการอย่างเป็นทางการ มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของครูอัตรา จ้างและลูกจ้างชั่วคราวโดยคณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้งแบบประเมินอย่างไม่เป็นทางการใช้แบบสังเกตการ ปฏิบัติงานทั้งในและนอกเวลาราชการ แบบเป็นทางการโรงเรียนได้ด าเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการการประเมิน เพื่อ วางระบบการประเมินทั้งด้านการปฏิบัติการสอน และงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย โดยมีแบบประเมินที่ก าหนดตัวชี้วัด ให้สอดคล้องกับการประกันคุณภาพการศึกษาสรุปผลการประเมินเมื่อสิ้นปีการศึกษา ตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินความ ผูกพันและความพึงพอใจของบุคลากรด้านครูและบุคลากร ตัวชี้วัดในการประเมิน ได้แก่ ข้อมูลการลงเวลาปฏิบัติ ราชการ ข้อมูลการเข้าประชุม ข้อมูลการส่งงานที่ได้รับมอบหมาย และข้อมูลการอบรม สัมมนา การน าความรู้มาใช้ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการปฏิบัติงานรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันในระดับต่างๆ ตัวชี้วัด คือ ระดับความพึงพอใจของบุคลากร ดังตารางที่ 16 ตารางที่16 ตัวชี้วัดเพื่อประเมินความพึงพอใจและความผูกพันแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ รูปแบบ ตัวชี้วัด กลุ่มบุคลากร วิธีการ ความถี่ ผู้รับผิดชอบ ผู้บริหาร ครู ปฏิบัติการ ครู อัตราจ้าง ลูกจ้าง ทางการ -ระดับความผูกพัน -ระดับความพึงพอใจ -ส ารวจ/ แบบสอบถาม -Focus Group ปีละ 1 ครั้ง กลุ่มบริหารงานบุคคล ไม่เป็น ทางการ อัตราส่วนผู้ถูกไล่ออก/เลิก จ้าง -ระบบ HR รายเดือน กลุ่มบริหารงานบุคคล อัตราการลาออก (%) -ระบบ HR รายเดือน กลุ่มบริหารงานบุคคล จ านวนผู้ร้องทุกข์ รายเดือน ผู้บริหาร อัตราผู้ที่ลาป่ วย ลากิจ หรือขาดงานเกิน 30 วัน -ระบบ HR รายปี กลุ่มบริหารงานบุคคล


67 ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ผ ล ก า ร ปฏิบัติงานที่ส าเร็จตาม เป้าหมาย -ระบบ HR ปีละ 2 ครั้ง กลุ่มบริหารงานบุคคล ดา้นนกัเรียนตวัชีว้ดัในการประเมิน ไดแ้ก่ผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนของนกัเรียนสงูขึน้ส่วนคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสมาคมศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตัวชี้วัด คือ การให้ความ ร่วมมือในการประชุม การร่วมกิจกรรมการสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน และการเข้ามาศึกษาต่อในระดับ มัธยมศึกษา มีนักเรียนทั้งในเขตพื้นที่บริการ นอกเขตพื้นที่บริการและพื้นที่อื่นๆ ในอ าเภอใกล้เคียงต่างส่งบุตร หลานมาเรียนต่อที่โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม เนื่องจากผู้ปกครองเคยเรียนที่นี่ และบางส่วนได้รับค าแนะน าการ จัดการเรียนรู้ที่ดีมีมาตรฐาน จึงท าให้โรงเรียนได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครอง และเกิดความสัมพันธ์ที่ดีอย่าง ต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น ด้านการรักษาบุคลากรให้อยู่โรงเรียน การขาดงาน การร้องทุกข์ ความปลอดภัย ผลการสอนและการ บริการโรงเรียนด าเนินการ โดยการยกย่อง ชมเชย มอบเกียรติบัตร มอบรางวัล จัดสวัสดิการต่างๆ ตามความ เหมาะสม เช่น มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับบุคลากรใหม่ งานเลี้ยงปีใหม่ ร่วมงานที่ครอบครัวบุคลากรจัดขึ้น มีการ เยี่ยมผู้เจ็บป่ วย เป็นต้น ดูแลความปลอดภัยโดยจัดให้มีกล้องวงจรปิดทางเข้าออกและบริเวณโรงเรียน จัดครูเวรทั้ง กลางวันและกลางคืน ส่งเสริมให้ครูสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ (4) การจัดการผลการปฏิบัติงาน (PERFORMANCE Management) โรงเรียนได้น าผลการประเมินความผูกพันและความพึงพอใจของบุคลากรด้วยกระบวนการบริหาร นวัตกรรมโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม MONPIT Model น ามาสู่การก าหนดแนวทางการสร้างความผูกพันของ บุคลากรที่มีต่อโรงเรียน ร่วมกันก าหนดแนวทางการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงความผูกพันของบุคลากรกับผลลัพธ์ ในการจัดการศึกษาที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ น าผลการตรวจประเมินความผูกพันและความพึงพอใจของ บุคลากรที่เป็นทางการมาเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ที่ส าคัญตามแนวทางขั้นต้น และน าเสนอรายงานผลการประเมินให้ ผู้บริหารกับบุคลากรรับทราบผ่านการประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียนได้ปรับปรุงกระบวนการส ารวจความ ผูกพันและความพึงพอใจ โดยเพิ่มการสรุปผลประเมินความผูกพันความสัมพันธ์ระหว่างความผูกพันกับผลลัพธ์ใน การจัดการศึกษา ไดแ้ก่ผลสมัฤทธิ์ความพึงพอใจของผูเ้กี่ยวขอ้งทุกปีงานบุคลากร ดา เนินการจัดการผลการ ปฏิบัติงานทุกกลุ่มงาน และบุคลากรทุกคน โดยประเมินขีดความสามารถ (Competency) ปีละ 2 ครั้ง (ครั้งที่ 1 เดือนกันยายน สิ้นภาคเรียนที่ 1 /ครั้งที่ 2 เดือนมีนาคม สิ้นปีการศึกษา) โดยการจัดท าบันทึกเวียนแจ้งให้ทุกกลุ่ม งาน และบุคลากรรับทราบ


68 ภาพที่33 ระบบการจัดการผลการปฏิบัติงานของบุคลากร ข. การพัฒนาบุคลากรและผู้น า (WORKFORCE and Leader Development) (1) ระบบการเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and Development System) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมมีการพัฒนาระบบการเรียนรู้ส าหรับบุคลากรทั่วทั้งโรงเรียน ตามภาพที่ 34 โดยมอบหมายให้กลุ่มบริหารงานบุคคลเป็นกลุ่มงานรับผิดชอบในการก าหนดแนวทางใน การพัฒนาและการ เรียนรู้ซึ่งครอบคลุมบุคลากรทุกระดับ ในการศึกษาข้อมูลภายในและข้อมูลภายนอกที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนา บุคลากรในโรงเรียนตามความต้องการการเรียนรู้และการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการด าเนินงานด้านทรัพยากร บุคคลที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการออกแบบ/ทบทวนกระบวนการพัฒนาระบบการเรียนรู้เป็นประจ าทุกปี ซึ่งในการ พัฒนาและการเรียนรู้ของบุคลากรแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับโรงเรียน ระดับกลุ่มงานและระดับบุคคล โดยข้อมูลที่ น ามาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อระบุความจ าเป็น (Need) ในการพัฒนาเพื่อตอบสนองความสามารถพิเศษ ความท้า ทายเชิงกลยุทธ์และให้บรรลุผลส าเร็จตามแผนเชิงกลยุทธ์ของโรงเรียน ดังนี้ 1) ระดับโรงเรียน เป็นข้อมูลจากแผนกลยุทธ์ของโรงเรียน นโยบาย ความท้าทายของโรงเรียน ความสามารถพิเศษของโรงเรียน กลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของโรงเรียน จากการน า เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาใช้ ตลอดจนผลประเมินความผูกพัน 2) ระดับกลุ่มงาน เป็นข้อมูลจากผู้บริหารของกลุ่มงานที่ได้รับการส่งแบบสอบถามและการประชุม ร่วมกันเพื่อระบุในแผนของกลุ่มงานที่ต้องด าเนินการในแต่ละปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลแนวทางพัฒนาเพื่อปรับ ปรุงผลการด าเนินงานในปีที่ผ่านมาที่กลุ่มงานรับผิดชอบ ได้แก่ กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่ม บริหารงบประมาณ กลุ่มบริหารทั่วไป 3) ระดับบุคคล เป็นข้อมูลจากการประเมินส่วนต่างขีดความสามารถ (Competency Gap) โดยประเมินส่วนต่างขีดความสามารถ และการจัดท าแผนพัฒนารายบุคคล (IDP)และจากการประเมินผล การปฏิบัติงานทั้งในส่วนของผลงาน (Performance)และขีดความสามารถ (Competency)จากนั้นกลุ่ม บริหารงานบุคคลได้น าความจ าเป็นในการพัฒนามาก าหนดแนวทาง และวางแผนพัฒนาและการเรียนรู้ โดยใน ระดับโรงเรียนจัดท าแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลประจ าปี ระดับกลุ่มงานจัดท าเป็นแผนพัฒนาตามโครงการและ


69 ส่งเสริมการเรียนรู้ของกลุ่มงาน และระดับบุคคลจัดท าแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การศึกษา การอบรมสัมมนา การสอนงาน ระบบพี่เลี้ยง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการถ่ายโอนความรู้จากผู้ เกษียณอายุ ซึ่งมีกระบวนการตามข้อ 4.2 ก(2) ความรู้ระดับองค์กร และเผยแพร่ความรู้ที่ได้ให้บุคลากรน าไป ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้แผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลประจ าปี ประกอบด้วยแผนพัฒนาผู้บริหาร ครูปฏิบัติการ ครูอัตราจ้าง และลูกจ้าง แผนพัฒนาสู่ครูมืออาชีพ ตามมาตรฐานครูในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล เพื่อความเป็นครูมืออาชีพ (ตรวจสอบ กฎหมาย เทคโนโลยี ทรัพยากรบุคคล และความเสี่ยง) แผนการศึกษาและ พัฒนาความรู้ใหม่เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาให้กลุ่มงานที่ดูแลด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อด าเนินการพัฒนาตามแผนที่ก าหนด โดยมีการกระจายอ านาจการพัฒนาให้ ทุกกลุ่มงานด าเนินการพัฒนา บุคลากรในกลุ่มงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ กลุ่มบริหารงานบุคคล ด าเนินการจัดท าแผนพัฒนาและการเรียนรู้ที่ครอบคลุม ผู้บริหาร ครูปฏิบัติการ ครู อัตราจ้างและลูกจ้าง ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นประจ าทุกปี อีกทั้งมีการกระจายอ านาจ การพัฒนาพร้อม งบประมาณให้แต่ละกลุ่มงาน ด าเนินการด้วยตนเองกลุ่มบริหารงานบุคคล มีการทบทวนกระบวนการพัฒนา ทรัพยากรบุคคล ด้วยการก าหนดแผนงานพัฒนาบุคลากรเป็นครูมืออาชีพตามมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการยกระดับ ขีดความสามารถให้เป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคระดับประเทศ มีการปรับกระบวนการพัฒนาภายในในเรื่องการ ออกแบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการก าหนดตัวชี้วัด และประเมินส่วนต่างของขีดความสามารถ (Competency Gap)และแผนพัฒนารายบุคคล (IDP)ของบุคลากรทุกคน การด าเนินการพัฒนาบุคลากรและระบบ การเรียนรู้ สอดคล้องกับกลุ่มบุคลากรที่ก าหนด ตามโครงร่างองค์กร และเชื่อมโยงกับแผนทรัพยากรบุคคล ตามข้อ 2.2 ก(4) ระบบงานและสมรรถนะหลักของโรงเรียนเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อโรงเรียน และความท้าทายเชิงกลยุทธ์ จริยธรรม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม น าผลการประเมินความ ผูกพันและความพึงพอใจ ข้อ 5.2 ข(1) และผลลัพธ์ 7.3 ก(3) ผลการประเมินการปฏิบัติงาน 5.2 ก(3) การจัดการ ความก้าวหน้าในอาชีพการงานข้อ 5.2 ค(3) ภาพที่34 กระบวนการการเรียนรู้ของบุคลากร


70 (2) ประสิทธิผลของการเรียนรู้และการพัฒนา (LEARNING and Development EFFECTIVENESS) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมมีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการพัฒนาการเรียนรู้ของ บุคลากรและผู้น าตามภาพที่ 34 และน าเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการความรู้ (KM Tool) มาใช้ในการประเมิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ การพัฒนาและการเรียนรู้ในการขับเคลื่อน การจัดการศึกษาตามแผนงานส าคัญ ของโรงเรียนตามข้อ 2.2 ก(5) ตัววัดผลการด าเนินการ ซึ่งมีตัวชี้วัดทั้งเชิง ปริมาณและคุณภาพ โดยวัดผลการด าเนินงาน เปรียบเทียบกับแผน และวัดผลการประเมินรวมของการพัฒนาที่ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนดในโครงการที่ประเมินผล การปฏิบัติงาน (Reaction)และการประเมิน การเรียนรู้ (Learning)อีกทั้งประเมินผลจากพฤติกรรม (Behavior) การปฏิบัติงานจากผลงานการจัดการเรียนการสอน (Result) การด าเนินในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และการด าเนินงานใน ภาระงานพิเศษที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งผลสรุปจากการประเมิน จะถูกน ามาใช้ในการพัฒนาหลักสูตร และกระบวนการจัดการ เรียนการสอน การ ด าเนินงานในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และการมอบหมายภาระงานตามขีดความสามารถ ภาพที่35 กระบวนการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการพัฒนาและการเรียนรู้ของบุคลากร ทั้งนี้กลุ่มบริหารงานบุคคล จะน าข้อมูลที่ได้จากการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล การพัฒนามา ทบทวนกระบวนการพัฒนาและการเรียนรู้ของบุคลากร 5.2 ข(1) และกระบวนการประเมินประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลการพัฒนาการเรียนรู้ปี ละ 2 ครั้ง และการประเมินโครงการทั้งหมดถูกน าเสนอการประชุม คณะกรรมการที่โรงเรียนแต่งตั้ง เพื่อทบทวนแนวทางการพัฒนาซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลในการจัดท าแผนพัฒนา ทรัพยากรบุคคลในปีต่อไป คณะกรรมการบริหารโรงเรียนและกลุ่มบริหารงานบุคคล ได้ทบทวนกระบวนการประเมินประสิทธิภาพ และประสิทธิผลการพัฒนา ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์สะท้อนขีดความสามารถของบุคลากรให้มากขึ้น และในปี 2562 ได้พัฒนาศักยภาพขีดความสามารถของคณะกรรมการประเมินด้วยการประชุมปฏิบัติการ เพื่อให้การ ประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน น าข้อมูลจากผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของบุคลากร และระบบการเรียนรู้การทบทวน ตามผลการด าเนินการ ตามข้อ 4.1 ข การวิเคราะห์และทบทวนผลการด าเนินการ ไปเป็นข้อมูลในการจัดท า แผนพัฒนาบุคลากร ที่ท าให้วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 2.2 ก(5) ตัววัดผลด าเนินการ และพัฒนาปรับปรุง MONPIT Model


71 กระบวนการ พัฒนาบุคลากรและผู้น า5.2ข(1) การรวบรวมถ่ายทอดความรู้ของบุคลากร การถ่ายโอนความรู้และ พัฒนาความรู้ระดับโรงเรียนตามข้อ 4.2 ก(3) ให้มีความสอดคล้องส่งเสริมและรักษาสภาพแวดล้อมที่ส าคัญของ โรงเรียน เช่น ค่านิยม วัฒนธรรม วิสัยทัศน์ ความสามารถพิเศษ ของโรงเรียน รวมทั้งบริบทเชิงกลยุทธ์ P1 ก(1), P2 ข รวมทั้งเพิ่มความสามารถ ในการปฏิบัติงาน ตามข้อ 5.2 ก(3) และเพิ่มความผูกพันและความพึงพอใจ ตามข้อ 5.2 ข(1) (3) ความก้าวหน้าในอาชีพการงาน (Career Progression) โรงเรียนจัดระบบบริหารความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Management System) โดยมอบหมายให้กลุ่ม บริหารงานบุคคล จัดท าแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพด้วยการเพิ่มวิทยฐานะ โดย เตรียมความพร้อมที่ว่าด้วยต าแหน่ง และเงินเดือนส าหรับบุคลากรปฏิบัติการ ก าหนดระดับมาตรฐานของวิทย ฐานะ 5 ระดับ คือ คศ.1- 5 ที่ขั้นตอนในการประเมินวิทยฐานะ 2 ด้าน คือ ด้านวินัย และด้านวิชาการ ด้วยความ หลากหลายในภาระงานที่จ าเป็นต้องใช้รับการประเมินวิทยฐานะ จะต้องเตรียมบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ กลุ่มบริหารงานบุคคล ที่รับผิดชอบงานบุคคลจัดท าข้อมูล ก าหนดระยะเวลารวมทั้งคุณสมบัติ เงื่อนไขเบื้องต้นใน การเลื่อนต าแหน่งเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ ตาม พรบ.เงินเดือน วิทยฐานะ และเงินประจ าต าแหน่งและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. 2547และจัดท าเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path) ส าหรับเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพ กลุ่มบริหารงานบุคคล ด าเนินการวิเคราะห์งาน (Job Analysis) ตามขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ ก าหนดคุณสมบัติที่จ าเป็ นของต าแหน่งงาน ทั้งด้านวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ท างาน และขีดความสามารถที่จ าเป็นไว้ในบทบาทหน้าที่ของต าแหน่ง ซึ่งบุคลากรทุกคนสามารถที่ จะวางแผนความก้าวหน้าของตนได้ โดยที่มีผู้บริหารแนะน า ให้ค าปรึกษา สนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถ ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และวางแผนความก้าวหน้าในวิชาชีพ เพื่อเสริมแรงจูงใจและเพิ่มความผูกพันของบุคลากร การวางแผนสืบทอดต าแหน่ง ต าแหน่งผู้บริหารหัวหน้างานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับอัตรา เกษียณอายุราชการ โดยใช้การจับคู่สอนงานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าโรงเรียนด าเนินภารกิจได้ผลดี อย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 ทบทวนกระบวนการเตรียมความพร้อมส าหรับบุคลากรให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น จัดท า แผนพัฒนาบุคลากรเป็ นรายบุคคลที่เตรียมเข้าสู่วิทยฐานะที่สูงขึ้น และสื่อสารให้ทราบทั่วกัน เพิ่มขีด ความสามารถเฉพาะ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความพร้อม โดยก าหนดให้มี Coach ที่เชี่ยวชาญจากภายนอก และมอบหมาย Mentor ภายในโรงเรียนช่วยเหลือต่อเนื่อง ในการจัดการความก้าวหน้าในอาชีพการงานของบุคลากร และการจัดท าแผนสืบทอดต าแหน่งวิเคราะห์ เชื่อมโยงจากแผนเชิงกลยุทธ์ ตามข้อ 2.2 ก(4) แผนด้านบุคลากร การมีส่วนร่วมของผู้น าระดับสูง ตามข้อ 1.1 ก (3) การสร้างโรงเรียนที่ประสบความส าเร็จ กระบวนการพัฒนาบุคลากรและผู้น า 5.2 ข(1) การประเมินขีด ความสามารถและอัตราก าลัง 5.1 ก(1) และผลที่ได้จากการสืบทอดต าแหน่งที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บุคลากรมี


72 ขวัญและก าลังใจในการท างานเพิ่มระดับ ความผูกพันที่มีต่อโรงเรียนตามข้อ 5.2ข(1) เชื่อมโยงไปสู่การปฏิบัติงาน ที่บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่ส าคัญในข้อ 2.1ข(1)วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และข้อ 7.4 ข-1


73 หมวด 6 การปฏิบัติการ (Operations) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มุ่งเน้นการให้บริการด้านวิชาการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยก าหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ มีการ จัดท าแผนปฏิบัติการ โดยให้ความส าคัญกับการออกแบบระบบงานและออกแบบกระบวนการท างานที่มี ประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังรายละเอียดที่ปรากฏ ใน 6.1 และ 6.2 6.1 กระบวนการท างาน (Work Process) ก. การออกแบบหลักสูตรและกระบวนการ (Product and PROCESS Design) (1) ข้อกา หนดของหลักสูตรและกระบวนการ (Product and PROCESS Requirement) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้จัดท าข้อก าหนดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ใช้กระบวนการ พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนโดยยึดหลักผู้เรียนเป็นส าคัญ (Child Center) กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือท าและได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ท า ผู้เรียนได้มีโอกาส ลงมือกระท ามากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว เกิดการเรียนรู้จากการอ่าน การเขียน การโต้ตอบและการวิเคราะห์ ปัญหา อีกทั้งจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ในการสร้าง องค์ความรู้ จัดสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้เสรีภาพแก่ผู้เรียนและกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาด้วยตนเองให้ใช้ จิตใจซึมซับสิ่งแวดล้อม (Montessori) จัดการเรียนการสอนรายวิชาเพิ่มเติมเทียบเคียงมาตรฐานสากล ได้แก่ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ผ่านกระบวนการบันได 5 ขั้น โรงเรียนขนาดมอญ พิทยาคม มีการจัดท าข้อก าหนดของระบบงาน โดยมีการทบทวนข้อก าหนดของระบบงานอย่างต่อเนื่อง ดังตาราง ที่ 17 ตารางที่17 แสดงการจัดท าข้อก าหนดที่ส าคัญของหลักสูตรและกระบวนการท างาน ข้อก าหนดหลักสูตรโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ข้อก าหนด ข้อกา หนดที่สา คัญ 1. นักเรียนจบหลักสูตร 1. นักเรียนจบหลักสูตรโดยมี ผลการเรียนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 1.0 2. นักเรียนสามารถด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 3. นักเรียนเกิดความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ ตามหลักสูตร 2. คุณลักษณะตามมาตรฐานสากล 1. มีคุณลักษณะตามมาตรฐานสากลระดับดีขึ้นไป โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีการจัดท าข้อก าหนดของระบบงาน โดยมีการทบทวนข้อก าหนดของระบบงานอย่าง ต่อเนื่อง ดังตาราง กระบวนการทสี่า คัญ ข้อก าหนดของกระบวนการ 1. กระบวนการพัฒนาหลักสูตร 1. หลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากล 2. สร้างทางเลือกให้กับผู้เรียนได้หลากหลาย 3. นักเรียนมีความสุขและความพึงพอใจ


74 กระบวนการทสี่า คัญ ข้อก าหนดของกระบวนการ 2. กระบวนการจัดการเรียนการสอน 1. สอนด้วยวิธีการหลากหลาย (เน้น Active Learning) 2. นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล 3. ขับเคลื่อนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. กระบวนการพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี 1.จัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อที่หลากหลาย 2. เทคโนโลยีสะดวกต่อการใช้ ทันสมัย 4. กระบวนการพัฒนาครู 1. จัดท าแผนพัฒนาบุคลากรประจ าปี 2. แผนพัฒนาสู่ครูมืออาชีพ 5. กระบวนการจัดท ากลยุทธ์ 1. SWOT ทุกปี 2. ประเมินกลยุทธ์ต่อเนื่อง 6. กระบวนการประกันคุณภาพภายใน 1. นิเทศ ติดตาม ด้วยหลักกัลยาณมิตร 2. สะท้อนผลการพัฒนารายบุคคล 3. ผลงานรายบุคคล (มีการพัฒนาต่อเนื่อง) 4. ตอบสนองความต้องการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม 7. กระบวนการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 1. สารสนเทศนักเรียนเป็นปัจจุบัน 2. เยี่ยมบ้านนักเรียน ร้อยละ 100 8. กระบวนการพัฒนาเครือข่าย 1. เครือข่ายเพิ่มขึ้นทั้งระดับบุคคล และโรงเรียน 9. กระบวนการน าองค์กรสู่ความเป็นเลิศ 1. บริหารเชิงกลยุทธ์ (2) แนวคิดในการออกแบบ (Design Concepts) ภารกิจหลักของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม คือ พัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยมุ่งกระบวนการปฏิบัติงานเน้น “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ต่อยอด” การปฏิบัติงานจนเป็นแบบอย่างได้ตาม โครงสร้าง การบริหารงาน มีการก าหนดสมรรถนะหลัก หรือความสามารถพิเศษขององค์กรเป็นประจ าทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และบรรยากาศการแข่งขัน โดยคณะกรรมการบริหารโรงเรียนมอบหมายให้ งานนโยบายและแผนงานตรวจสอบรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลการด าเนินงานที่ผ่านมาจากรายงานประจ าปี สภาพการแข่งขันและ ความเสี่ยง สภาวะสังคม นโยบายหน่วยงานต้นสังกัด กฎหมาย ระเบียบ วิเคราะห์ความท้าทายของการบริหาร จัดการเชิงคุณภาพ และความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ขององค์กร รวมทั้งข้อก าหนดของหลักสูตรและกระบวนการ ส าคัญแล้วสะท้อนผล น าสู่การปฏิบัติ ดังภาพที่ 36 แนวคิดการออกแบบกระบวนการท างานของโรงเรียนขนาด มอญพิทยาคม ภาพที่36 แนวคิดการออกแบบ กระบวนการท างานของโรงเรียน ขนาดมอญพิทยาคม


75 จากนั้นได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการบริหารโรงเรียน งานนโยบายและแผนงาน คณะกรรมการ ตามโครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียน และงานประกันคุณภาพภายในเพื่อระดมสมองวิเคราะห์บริบทขององค์กร ทุกด้าน เพื่อการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา วิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลกับคู่แข่งเพื่อประเมินความสามารถใน การแข่งขันตามขั้นตอนการวางแผนและก าหนดกลยุทธ์ที่ประชุมร่วมกันก าหนดสมรรถนะหลักเพื่อน าไปใช้ในการ พัฒนาคุณภาพ ดังนี้ 1. การพัฒนาหลักสูตรที่สนองตอบความต้องการของนักเรียนและชุมชน 2. การจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการที่หลากหลายเน้น (Active learning) 3. สร้างเครือข่าย สมรรถนะหลักดังกล่าว คณะกรรมการฯได้น าไปเป็นปัจจัยหนึ่งในการวางแผนกลยุทธ์ สู่การท าแผนปฏิบัติ การ กระบวนการที่ส าคัญ มี 9 กระบวนการ คือ 1) กระบวนการพัฒนาหลักสูตร 2) กระบวนการจัดการเรียนการสอน 3) กระบวนการพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี 4) กระบวนการพัฒนาศักยภาพครู 5) กระบวนการจัดท าแผน กลยุทธ์6) กระบวนการประกันคุณภาพภายใน 7) กระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 8) กระบวนการสร้างเครือข่าย ร่วมพัฒนา และ 9) กระบวนการน าองค์กรสู่ความเป็นเลิศ ในการพิจารณากระบวนการที่สามารถตอบสนองภารกิจ หลักรวมทั้งการจัดการความรู้เพื่อสร้างศักยภาพที่ต่อเนื่องยั่งยืน มีการปรับปรุงกระบวนการทบทวนความสามารถ พิเศษ และระบบงานเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการมีความเหมาะสมกับภารกิจหลักอยู่ตลอด ข. การจัดการกระบวนการ (PROCESS Management) สถานศึกษาได้น าการก าหนดทิศทาง ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และผลการด าเนินงานขององค์กรในหมวดการน า องค์กร หมวดบริบท มาก าหนดความสามารถพิเศษขององค์กร ผลที่ได้น าไปสู่การออกแบบระบบงานและการ ออกแบบกระบวนการท างาน น าไปเป็นปัจจัยในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ตามกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ (Strategy Planning PROCESS) เพื่อให้นักเรียนพึงพอใจและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน (1) การน ากระบวนการไปปฏิบัติ เพื่อให้การด าเนินงานของโรงเรียนได้รับความส าเร็จตามภารกิจหลัก และบรรลุวิสัยทัศน์พันธกิจอย่างมี ประสิทธิภาพ จนสร้างความพึงพอใจให้แก่นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โรงเรียนได้ก าหนดกระบวนการท างานที่ ส าคัญตามแนวคิดการออกแบบกระบวนการท างานของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ประกอบด้วย กระบวนการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน กระบวนการพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี กระบวนการพัฒนาศักยภาพครูและกระบวนการสนับสนุน ซึ่งกระบวนการท างานที่ส าคัญเหล่านี้สัมพันธ์กับ ความสามารถพิเศษขององค์กร และสร้างคุณค่าแก่นักเรียน ท าให้โรงเรียนได้รับความส าเร็จและยั่งยืน ดังตารางที่ 18


76 ตารางที่18 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการท างานที่ส าคัญกับความสามารถพิเศษและแสดงถึงการ สร้างคุณค่าแก่นักเรียน ท าให้องค์กรประสบความส าเร็จและยั่งยืน กระบวนการท างาน ที่สา คัญ ความสัมพันธ์กับความสามารถพิเศษ การสร้างคุณค่าแก่ลูกค้า การสร้างความส าเร็จ และย่ังยืน กระบวนการหลัก 1. การจัดท าหลักสูตร ความสามารถในการจัดท าหลักสูตร สนองความ ต้องการของนักเรียนและชุมชน ท าให้มีหลักสูตร ตรงกับความต้องการสอดคล้องกับสภาพชุมชน รวมทั้งได้มาตรฐานสากล โรงเรียนสามารถพัฒนาหลักสูตร มาตรฐานสากล เพื่อพัฒนาตนเอง จนเกิดความพึงพอใจ โรงเรียนสามารถพัฒนา หลักสูตรจนได้หลักสูตรที่มีมาตรฐาน พร้อมที่จะปรับโครงสร้างเพื่อพัฒนา ผู้เรียนเป็นส าคัญ 2. การจัดการเรียนการสอน ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเน้น ผู้เรียนเป็นส าคัญ โรงเรียนด าเนินการอยู่มี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง และสภาพความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนา ทักษะความสามารถ จนน า ไปใช้ใน การเรียนชั้นสูงขึ้นและปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะในการแก้ปัญหา และมี คุณธรรม มีอุปนิสัยอยู่ อย่างพอเพียง โรงเรียนบรรลุวิสัยทัศน์ 3. การพัฒนาสื่อและ เทคโนโลยี ความสามารถในการพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี ท า ให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ มีใช้สื่อและเทคโนโลยีที่หลากหลาย สื่อและเทคโนโลยีมีความทันสมัย เข้าถึงได้ง่าย 4. การพัฒนาศักยภาพครู พัฒนาบุคลากรในด้านการจัดการเรียนการสอน และการดูแลช่วยเหลือนักเรียนจนเกิดความ เชื่อมั่นกับผู้เกี่ยวข้อง พัฒนาบุคลากรให้เป็นเครือข่ายที่ เข้มเข็งตามบทบาทหน้าที่อีกทั้ง ประกันความเสี่ยงให้ผู้มีส่วนได้ส่วน เสีย สร้างความเชื่อมั่นที่ดีและโรงเรียน ได้รับการยอมรับ กลุ่มบริหารวิชาการสร้างความเข้าใจกับกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการท างานที่ส าคัญ น าแนวทาง ดังกล่าวไปปฏิบัติโดยใช้ความสามารถพิเศษขององค์กร การสร้างคุณค่าแก่นักเรียนพร้อมสร้างความส าเร็จและยั่งยืน อย่างเป็นระบบ โดยผ่านช่องทางการประชุมกรรมการบริหารโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มงานและเอกสารแนวทางการ ด าเนินงาน มีการรายงานผลการด าเนินงานผ่านวารสารโรงเรียน และเผยแพร่ทางเว็บไซต์โรงเรียน กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการท างานที่ส าคัญมีการตรวจสอบจากหมวดบริบทและน ามาก าหนด กระบวนการส าคัญให้สัมพันธ์กับความสามารถพิเศษขององค์กร ท าให้ผลการด าเนินงานสร้างคุณค่าแก่นักเรียน และโรงเรียนประสบความส าเร็จอย่างยั่งยืน ทบทวนกระบวนการท างานทุกปี เมื่อเกิดปัญหาอุปสรรคในการ ด าเนินงานก็จะแก้ไขปรับปรุงและเรียนรู้การปฏิบัติงาน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะศึกษาดูงานและเป็นวิทยากร เผยแพร่ความรู้กับโรงเรียนอื่นๆ (2) กระบวนการสนับสนุน (Support Process) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีระบบงาน (Work Process) 2 ระบบ คือระบบการเรียนการสอน และระบบสนับสนุน และในระบบสนับสนุน ประกอบไปด้วยกระบวนการ 4 กระบวนการ คือ กระบวนการจัดท ากล ยุทธ์ กระบวนการประกันคุณภาพภายใน กระบวนการสร้างเครือข่าย และกระบวนการน าองค์กรสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งกระบวนการดังกล่าว คณะกรรมการบริหารโรงเรียนได้ท าการสื่อสารให้ทุกกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ ให้เป็นไป ตามข้อก าหนดที่ส าคัญในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนสอดคล้องกับการที่ต้องสร้างความพึงพอใจให้กับ นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังภาพที่ 37 กระบวนการท างานส าคัญเพื่อตอบข้อก าหนด


77 ภาพที่37 กระบวนการท างานส าคัญเพื่อตอบข้อก าหนด (3) การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการ (Product and PROCESS Improvement) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการ โดยใช้รูปแบบ MONPIT Model และท างานด้วยระบบวงจรคุณภาพ PDCA ศึกษา วิเคราะห์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ศึกษา สภาพแวดล้อม ความต้องการของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ศึกษาหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ จัดท าหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งมีองค์ประกอบส าคัญ ได้แก่ โครงสร้างหลักสูตร (เวลาเรียน รายวิชาพื้นฐานและ เพิ่มเติม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน) ค าอธิบายรายวิชา แนวการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และเกณฑ์การวัดประเมินผล และจบการศึกษา เสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษาพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากมีข้อเสนอแนะจาก คณะกรรมการ ก็น าข้อเสนอแนะดังกล่าวไปพิจารณาปรับปรุงร่างหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความเหมาะสม ชัดเจน ยิ่งขึ้น เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาแล้ว จึงจัดท าค าสั่งให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษา โดย ผู้บริหารและประธานกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้ลงนาม ครูผู้สอนน าหลักสูตรสถานศึกษาไปก าหนดโครงสร้าง รายวิชา ออกแบบหน่วยการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามเป้าหมาย ขั้นสุดท้ายคือ การติดตามประเมิน อย่างต่อเนื่อง เพื่อน าผลจากการติดตามมาใช้พิจารณาปรับปรุงหลักสูตรให้มีคุณภาพและมีความเหมาะสม ดัง ภาพที่ 38 กระบวนการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม


78 ภาพที่38แสดงกระบวนการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ค. การจัดการนวัตกรรม (INNOVATION Management) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุ ง 2560) โดยพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนเทียบเคียงสู่มาตรฐานสากลตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการที่จะยกระดับคุณภาพโรงเรียนมาตรฐานสากล โดยมีการจัดนวัตกรรม ดังภาพที่ 39 ภาพที่39แสดงนวัตกรรม MONPIT Model จากภาพที่ 39 การน าองค์กรของผู้บริหารโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้บริหารงานไปสู่ผู้ปฏิบัติด้วย การบริหารโรงเรียนด้วยหลักธรรมาภิบาล เน้นหลักการมีส่วนร่วม โดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน ด้วยนวัตกรรม MONPIT Model บริหารเชิงระบบ สะท้อนครบทุกกระบวนการ จัดการองค์ความรู้น าองค์กรสู่ความเป็นเลิศ หลักการบริหารสถานศึกษา ประกอบ 3 องค์ประกอบหลัก คือ


79 1. ปัจจัยน าเข้า (Input) ประกอบด้วย หลัก 4M คือ 1) Man (แมน) = ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย 2) Money(มัน นี่) = งบประมาณ ในการบริหารจัดการองค์กร 3) Materials(แมช ที เรียล) = การบริหาร วัสดุอุปกรณ์ในการด าเนินงานให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด 4) Management (เมเนทเจอเมนต์) = การจัดการ เพื่อให้ งานทั้งหมดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลอย่างเต็มที่ 2. กระบวนการ (Process) คือ ยึดหลักการบริหารด้วยนวัตกรรม MONPIT Model ภายใต้วงจรคุณภาพ PDCA โดยมีรายละเอียดและขั้นตอนการท างาน ดังนี้ M คือ Management (การบริหารจัดการ) บริหารจัดการการศึกษาเชิงระบบ โดยใช้หลักธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วม โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน O คือ Opportunity (การสร้างโอกาส) การสร้างและแสวงหาโอกาสผู้ที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนและครูผู้สอน N คือ Network (การสร้างเครือข่ายทางการศึกษา) รวบรวมข้อมูลและสร้างเครือข่าย กับ สถาบันการศึกษา เครือข่ายความร่วมมือและหน่วยงานต่างๆในชุมชน P คือ Prectice (การปฏิบัติที่เป็นเลิศ) ม่งุผลสมัฤทธิ์โดยการทบทวนนโยบาย ลงสกู่ารปฏิบตัิมีเปา้หมาย ที่ชัดเจน I คือ Integration (การบูรณาการ) บูรณาการศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติ คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" T คือ Team (การท างานเป็นทีม) ทีมน า (คณะกรรมการสถานศึกษา/ฝ่ ายบริหาร ก าหนดนโยบาย) ทีมท า (ครูผู้สอน ด าเนินการนโยบาย ตามโครงการกิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน) และทีมติดตาม (สมพ.สุรินทร์ นิเทศ ก ากับ ติดตาม การด าเนินงานของสถานศึกษา) 3. ผลลัพธ์ (Output)จะเกิด 3 best ได้แก่ 1) Best Student คือ นักเรียนดี เก่ง มีความสุข นักเรียนดี: มีคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยมที่ดี รักษ์ถิ่น รักไทย ใส่ ใจ สิ่งแวดล้อม อยู่อย่างพอเพียง เก่ง : มีทักษะการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดค านวณ มีทักษะการคิดตัดสินใจ แกป้ัญหาอย่างเป็นระบบใฝ่เรียนรู้มีผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี ผลิตนวัตกรรม อย่างสร้างสรรค์ มีทักษะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ มีความสุข : มีสุขภาวะทางร่างกาย มีจิตสาธารณะ ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข 2) Best Teacher คือ ครูสอนดี มีจรรยาบรรณ หมั่นพัฒนา ครูสอนดี : จัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ รูปแบบ Active Learning


80 มีจรรยาบรรณ : ศรัทธาในวิชาชีพครูตั้งใจใช้ความรู้ความสามารถ มีความรัก ความเมตตาต่อ ศิษย์ อุทิศตนและเวลาให้นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ หมั่นพัฒนา : พัฒนาตนเอง ใฝ่ เรียนรู้ หาความรู้เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าในวิชาชีพ คิดค้น ทดลองใช้วิธีการใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน 3) Best School คือ มีธรรมาภิบาล น าวิชาการ เลิศบริหาร มุ่งสานสัมพันธ์ชุมชน มีธรรมาภิบาล : มีวิสัยทัศน์ มีภาวะผู้น า ยึดหลักการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล วิชาการดี: มีการพัฒนาวิชาการอย่างรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นคุณภาพทุก กลุ่มเป้าหมาย เลิศบริหาร : มีการบริหารด้วยระบบคุณภาพ บรรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมายตามพันธกิจของ สถานศึกษา มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ บริบท แหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการบริหารจัดการ และการเรียนรู้อย่างมี คุณภาพ บนพื้นฐานความพอเพียง มุ่งสานสัมพันธ์ชุมชน : มีเครือข่ายร่วมพัฒนาที่หลากหลายและเข้มแข็ง เพื่อสร้างโอกาสในการ พัฒนาทักษะ สร้างเครือข่ายทางการศึกษา 6.2 ประสิทธิผลของการปฏิบัติการ (Operational Effectiveness) ก . ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ แ ล ะ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล ข อ ง ก ร ะ บ ว น ก า ร (PROCESS Efficiency and EFFECTIVENESS) (1) การควบคุมต้นทุน โรงเรียนด าเนินการควบคุมต้นทุนเพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้ทรัพยากร โดยมีวิธีการควบคุมต้นทุนโดยรวม ของระบบงาน ดังนี้ 1. มีการจัดวางระบบควบคุมภายในของสถานศึกษา และมอบหมายให้หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่ม สาระการเรียนรู้ และผู้รับผิดชอบโครงการ/กิจกรรม นัดหมายประชุมร่วมกันในการติดตามการปฏิบัติตามมาตรฐาน การควบคุมภายในที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก าหนด และจัดท ารายงานประเมินผลการควบคุม เพื่อวางแผน ป้องกัน แก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจากความเสี่ยงอันเนื่องมาจากการท างานที่ขาดความรัดกุมและการท างานซ ้าซ้อน ก าหนดวิธีการด าเนินงานที่รัดกุม โดยยึดตามกฎระเบียบข้อบังคับตามความเหมาะสม เช่น ก าหนดแนวปฏิบัติตาม ระเบียบเกี่ยวกับการเงินพัสดุ ก าหนดแนวปฏิบัติในการใช้อาคารเรียน ห้องเรียน ห้องส านักงาน ห้องปฏิบัติการ ระเบียบการใช้บริการห้องสมุด เป็นต้น 2. มีการวิเคราะห์ขอบเขตขั้นตอนการด าเนินโครงการ ผลผลิต ผลลัพธ์และตัวชี้วัดของโครงการเพื่อให้ทราบ ถึงความส าเร็จที่จะได้รับจากโครงการและระบุว่าได้รับความส าเร็จนั้นหรือไม่ 3. ก าหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายการด าเนินงานทุกโครงการให้สัมพันธ์และเชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์ของ โรงเรียนเพื่อแสดงให้เห็นว่าโครงการมีส่วนสนับสนุนต่อยุทธศาสตร์นั้นๆ อย่างไร 4. มีการวิเคราะห์การด าเนินโครงการ/กิจกรรม ร่วมกับโครงการต่างๆของโรงเรียน เพื่อให้เห็น ความสัมพันธ์ และความเกี่ยวข้องกันของแต่ละโครงการ


81 5. มีการรายงานผลการด าเนินโครงการ/กิจกรรม เมื่อสิ้นสุดโครงการและเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ใช้ประกอบการ พิจารณา จัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปีในปีต่อไป เพื่อให้ทราบว่าโครงการ/กิจกรรมนั้นคุ้มค่าที่จะด าเนินการต่อไป หรือไม่และหากมีความพึงพอใจสูงกว่าเป้าหมายที่ก าหนดไว้และมีข้อเสนอแนะให้จัดโครงการ/กิจกรรมนั้นต่อไปจะ ประชุมวางแผนลดต้นทุนการผลิตแต่ยังคงรักษาคุณภาพเอาไว้ 6. มีการวางแผนปรับปรุงการลดต้นทุนอย่างเป็นระบบโดยรวบรวมและรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นต้นทุน ใน กระบวนการผลิต ทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร เช่น ค่าจ้าง ค่าวัสดุค่าโทรศัพท์ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการ ประสานงานกับเครือข่ายของโรงเรียน ในการจัดท าโครงการต่างๆ เพื่อควบคุมต้นทุนและลดต้นทุนการผลิตที่ซ ้าซ้อน และจัดหาแหล่งทุนภายนอกเพื่อสนับสนุนการด าเนินงานของโรงเรียน ข. การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply-Chain Management) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้ด าเนินการเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทาน โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียเชื่อมั่น ผู้ส่งมอบ (ครู และบุคลากรในโรงเรียน) มีคุณสมบัติและพร้อมที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษา และสร้างความพอใจให้กับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้ 1. ครูประจ าการ ท าหน้าที่สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และครูอัตราจ้าง ท าหน้าที่เป็นผู้ส่งมอบการจัดการ เรียนการสอน ในกรณีที่ครูไม่เพียงพอ เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ส่งมอบกรณีครูอัตราจ้างมีคุณสมบัติที่ตอบสนองต่อความ จ าเป็นด้านการปฏิบัติการและพร้อมที่จะช่วยยกระดับผลการด าเนินการของโรงเรียนและความ พึงพอใจของนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โรงเรียนด าเนินการดังนี้คือ แต่งตั้งคณะกรรมการในการวางแผนคัดเลือกและทดสอบความรู้ ความสามารถให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับต าแหน่งตามระเบียบการรับบุคลากร วิธีการประเมินผู้ส่งมอบ ครูประจ าการ และครูอัตราจ้าง ใช้กระบวนการนิเทศภายใน มีการวัดและ ประเมินผลการด าเนินการของผู้ส่งมอบ คือ การนิเทศกลุ่มสาระการเรียนรู้ และการนิเทศการสอนเยี่ยมชั้นเรียน ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ โดยคณะกรรมการนิเทศภายในของโรงเรียนและประเมินคุณภาพของผู้ส่งมอบจาก ผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนของผูเ้รียน วัดความพึงพอใจในการจดัหลกัสูตรและการจัดการเรียนการสอนของผูส้ ่งมอบ จากนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและน าข้อมูลย้อนกลับให้แก่ผู้ส่งมอบได้รับทราบ เพื่อให้น าผลไปปรับปรุงและ พัฒนาต่อไป ในกรณีผู้ส่งมอบไม่ผ่านการประเมิน จะมีกระบวนการพัฒนาผู้ส่งมอบและก ากับติดตาม ตามนวัตกรรม MONPIT Model ภายใต้ วงจรคุณภาพ PDCA ต่อไป


82 2. บริษัท บุรีรัมย์คอมพิวเตอร์ จ ากัด ท าหน้าที่ส่งมอบชุดอุปกรณ์ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต บริษัท 3BB Broadband ท าหน้าที่ส่งมอบสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็ว 500/500 Mbps โดยโรงเรียนด าเนินการจัดท า สัญญาเช่าและข้อตกลงชัดเจนตามระเบียบการเงินและพัสดุ ในการประเมินจะใช้คณะกรรมการประเมินที่มี ความสามารถเฉพาะด้านตรวจสอบเป็นระยะและจะประเมินความพึงพอใจในการให้บริการของผู้ส่งมอบ โดยนักเรียนกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถ้าไม่ผ่านการประเมินจะไม่มีการต่อสัญญาจ้าง ค. การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและภาวะฉุกเฉิน (Safety and Emergency Preparedness) 1. ความปลอดภัย (Safety) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม การบริหารจัดการด้วยนวัตกรรม MONPIT Model ภายใต้ วงจร คุณภาพ PDCA โดยระบบบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในด าเนินการโดยมีคณะกรรมการบริหารความ เสี่ยง ท าหน้าที่ก าหนดนโยบาย ก าหนดกลไกการท างานและแนวปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยงคลอบคลุมทุก พันธกิจ และมีการรายงานการบริหารความเสี่ยงการควบคุมภายในต่อโรงเรียน และได้ด าเนินการเพื่อท าให้ สภาพแวดล้อมเกิดความปลอดภัยภายในโรงเรียน โดยมีการวางแผน จัดท าโครงการ แต่งตั้งคณะกรรมการฯ และด าเนินงานเรื่องความปลอดภัยภายในโรงเรียน มีการสรุปประเมินผลกิจกรรม โครงการ น าผลการประเมินมา แก้ไข ปรับปรุง และรายงานสภาวการณ์ของสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการอย่างสม ่าเสมอ ต่อผู้บริหารโรงเรียนและ แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายใน การบริหารจัดการ/ควบคุมคุณภาพผู้ส่งมอบ ครูประจ าการ/ครูอัตราจ้าง ประชุมหาแนวทางในการประเมิน / นิเทศ ผู้ส่งมอบและปฏิทินปฏิบัติงาน ด าเนินการนิเทศ / ประเมินตามปฏิทิน รวบรวมข้อมูลและ ให้ ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้ส่ง มอบ 1. นิเทศแผนการจัดการเรียนรู้ 2. นิเทศการจัดการเรียนการสอน 3. ประเมินคณุภาพผลสมัฤทธิ์ของผเู้รียน 4. วัดความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย ยกเลิกสัญญาจ้าง ต่อสัญญา จ้าง ไม่ผ่านการ ประเมิน ผ่านการ ประเมิน ประกาศรับสมัครเพิ่มเติม เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอ พัฒนาผู้ส่งมอบ ภาพที่40 การบริหารจัดการและการควบคุม คุณภาพการส่งมอบ


83 ผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการที่ปลอดภัย ให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์และบรรลุ เป้าประสงค์ ตามพันธกิจของโรงเรียน ดังนี้ 1.จัดระบบจราจรภายในโรงเรียนให้สะดวก ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ให้นักเรียนสวมหมวก นิรภัยเมื่อขับขี่รถจักรยายนต์เดินทางมาโรงเรียน การจัดท าฟุตบาททางเดินเท้า ส าหรับคนเดินเท้า 2.จัดระบบรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้มีความมั่นใจ น่าเชื่อถือและไว้วางใจ โดยการจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยทั้งกลางวัน กลางคืน เวรวันราชการและวันหยุดราชการและมีโรงจอดรถ จักยานยนต์นักเรียนที่ปลอดภัยจากการโจรกรรม 3.จัดกิจกรรม 5 ส และกิจกรรม Big Cleaning จัดการโรงเรียนให้เป็นสถานที่ท างานน่าอยู่ สถานที่เรียน น่าเรียน 4. การซ่อมแซมบ้านพักครูท าให้มีความปลอดภัย จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการ รักษาความปลอดภัย 5.จัดประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักความปลอดภัยในสถานศึกษา เช่น โครงการประกัน อุบัติเหตุนักเรียนและบุคลากร กิจกรรมขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย กิจกรรมตรวจสุขภาพประจ าปีของบุคลากร มีคู่มือความปลอดภัยในการใช้ห้องปฏิบัติการ คู่มือปฏิบัติงานอนามัย 6. การป้องกันอัคคีภัยติดตั้งเครื่องดับเพลิง ติดตั้งกล้องวงจรปิด 2. การเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน (Emergency Preparedness) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีการเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และวางระบบบริหารที่ครอบคลุม ซึ่งเป็นภาวะเสี่ยงและเป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดมอญ พิทยาคม โดยให้ความรู้ในการป้องกันรักษาความปลอดภัยจากอุทกภัย อัคคีภัย วาตภัย โรคติดต่อ การบาดเจ็บ มีการท าประกันอุบัติเหตุประจ าปีของนักเรียนและบุคลากร มีการก าหนดมาตรการป้องกัน ดูแลสุขภาพอนามัย มี การตรวจสุขภาพประจ าปีของบุคลากร มีการบริการห้องพยาบาลเพื่อรักษาเบื้องต้นกรณีเจ็บป่ วย มีการจัดเวรยาม รักษาความปลอดภัยกลางวันกลางคืน เวรวันราชการและวันหยุดราชการ มีการตรวจเวรยามเพื่อตรวจสอบความ เรียบร้อย ในด้านวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ต่าง ๆ มีการจัดซื้อ จัดหาเครื่องมือป้องกันภัย ได้แก่ การติดตั้งวงจรปิด ภายในโรงเรียน 20 จุด ติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ดับเพลิง ทุกอาคารตรวจสอบประสิทธิภาพ มีการ ตรวจสอบสภาพระบบไฟฟ้า มีระบบติดต่อสื่อสารสะดวก รวดเร็วด้วยระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง วิทยุสื่อสาร และระบบ โทรศัพท์มือถือผ่าน LINE ทั่วถึงและทันเหตุการณ์ ในด้านสถานที่การปฏิบัติงาน มีการจัดเป็นสัดส่วน มีการตรวจสอบสภาพอาคารเรียน บ้านพักครู ประจ า มีการซ่อมแซมบ้านพักครูให้แข็งแรง ปลอดภัย มีการจัดท าทางเดินส าหรับคนเดินเท้าที่ปลอดภัย มีโรงจอดรถ จักยานยนต์นักเรียนที่ปลอดภัย มีสวนป่ าธรรมชาติท าให้สภาพแวดล้อมปลอดโปร่ง อากาศบริสุทธิ์ไรม้ลพิษ โรงเรียนมีการแต่งตั้งคณะกรรมการดูแลรับผิดชอบ ดังนี้


84 เตรียมความ พร้อม คณะกรรมการศึกษาส ารวจสภาพแวดล้อม -มีโครงการ/กิจกรรมเกี่ยวกับความปลอดภัย -จัดหาเครื่องมือและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับ การดูแลความปลอดภัย -ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียรับทราบ ตรวจสอบสภาพแวดล้อมการปฏิบัติการ ปรับปรุงและรายงานสภาวะการณ์ของ สภาพแวดล้อมการปฏิบัติการต่อ คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 1.คณะกรรมการฝ่ ายสถานที่ มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ภายในอาคารและนอกอาคาร มีการตรวจสอบสภาพอาคารเรียน ระบบไฟฟ้า ประปา เพื่อประเมินความเสี่ยงและรายงานผลต่อฝ่ายบริหาร เพื่อท าการปรับปรุง แก้ไขต่อไป 2. ผู้รับผิดชอบโครงการตามมาตรการป้องกันภัยในสถานศึกษาและสถานที่ราชการ ภาพที่41แบบแผนเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน


85 หมวด 7 ผลลัพธ์ (RESULTS) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีวิธีการด าเนินงานอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผลลัพธ์การด าเนินงาน ได้แก่ ผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการ ด้านนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านบุคลากร ด้านการน าองค์กร การก ากับ ดูแลองค์กรและด้านการเงินและตลาด ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ ดังนี้ 7.1 ผลลัพธด์ ้านหลักสูตรและกระบวนการ (Product and Process RESULT) ก. ผลลัพธด์ ้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนทมีุ่่งเน้นผู้เรียน (STUDENT Focused Product and PROCESS Result) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม ได้วิเคราะห์แนวโน้มในการจัดการศึกษา โดยได้รับฟังเสียงจากนักเรียน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและชุมชน เพื่อน ามาพัฒนาหลักสูตรที่เปิดสอนให้มีความหลากหลายตอบสนองความต้องการและ ศักยภาพของผู้เรียน ดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เปิดสอน 1 แผนการเรียน คือ แผนการเรียนทั่วไป ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย เปิดสอน 2แผนการเรียน คือ แผนการเรียนวิทย์ – คณิต แผนการเรียนสังคม – ภาษา ส่งผลให้ การจัดการเรียนการสอนมีคุณภาพตามตัวชี้วัดความส าเร็จ ดังนี้ ในผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ในภาพรวมแบ่งตามกลุ่มสาระการ เรียนรู้พบว่า นักเรียนมีผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับดีดังภาพท่ี41แสดงรอ้ยละของนักเรียนท่ีมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนเฉลี่ยแต่ละรายวิชาในระดับ 3 ขึ้นไป แยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ภาพที่41 แสดงรอ้ยละของนกัเรียนท่ีมีผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยแต่ละรายวิชาในระดบั3ขึน้ไป แยกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 -6 ในภาพรวมแบ่งตามระดบัชนั้พบว่า นกัเรียนมีผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนอย่ใูนระดบัยอดเย่ยีม ดงัภาพท่ี42 แสดงรอ้ยละผลสมัฤทธิ์ทางการเรียนของนกัเรียนแต่ละระดบัชนั้ท่ีไดร้ะดบัผลการเรียน 3ขึ้นไปเทียบกับค่าเป้าหมายที่ โรงเรียนก าหนด ภาพที่42แสดงร้อยละของนักเรียนแต่ละระดับชั้นที่ได้ระดับผลการเรียน 3ขึ้นไป


86 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2562 -2564ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนในปี การศึกษา 2563 วิชาภาษาไทย วิชาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ดังภาพที่43 ภาพที่43 แสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาพที่44แสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET)ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคมีผลงานด้านการน าเสนอและการสื่อสาร สามารถผลิตงานได้อย่าง สร้างสรรค์ มีความรู้เชิงวิชาการ มีทักษะ กระบวนการท างานอย่างเป็นระบบ ท างานร่วมกับผู้อื่นได้ โดยวัดจากผล การเรียนในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) และในรายวิชาการสื่อสารและการน าเสนอ (IS2) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2และ 5 ที่มีผลการเรียน 3 ขึ้นไป สูงกว่าเป้าหมายที่ก าหนด โดยปรากฏผล ตามภาพที่ 45 และ 46 ดังนี้ ภาพที่ 45 แสดงร้อยละของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2562-2564 ที่ได้ระดับผลการเรียน 3 ขึ้นไป ในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) และในรายวิชาการสื่อสารและการน าเสนอ (IS2)


87 ภาพที่46 แสดงร้อยละของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2562-2564 ที่ได้ระดับผลการ เรียน 3ขึ้นไปในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) และในรายวิชาการสื่อสารและการน าเสนอ (IS2) นักเรียนมีความสามารถสื่อสาร 2 ภาษา โดยการวัดจากร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียน 3 ขึ้นไป ในรายวิชาภาษาจีนและภาษาอังกฤษ พบว่า ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียน 3 ขึ้นไป ในรายวิชาภาษาจีน สูงกว่าเป้าหมายที่ก าหนดและรายวิชาภาษาอังกฤษสูงกว่าเป้าหมายที่ก าหนด ในปีการศึกษา 2562 และ 2564 โดยปรากฏผลตามภาพที่47 หมายเหตุ : ปีการศึกษา 2564 ยังไม่มีการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาจีน ภาพที่47แสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียน 3 ขึ้นไป ในรายวิชาภาษาจีนและวิชาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2562-2564 นักเรียนมีความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทุกระดับ โดยเน้น การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการเรียนรู้ สามารถด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยปรากฏผลตามภาพ ภาพที่48แสดงร้อยละของนักเรียนที่ได้ผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์


88 จากภาพ พบว่า ร้อยละนักเรียนในภาพรวมของโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีผลการประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ระดับ “ยอดเยี่ยม” สูงกว่าค่าเป้าหมาย เมื่อพิจารณาเป็นตัวบ่งชี้ พบว่า ตัวบ่งชี้ที่ 1 -4 มีผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ระดับ “ยอดเยี่ยม” สูงกว่าค่าเป้าหมายที่ก าหนดไว้ นักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับและขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรเกณฑ์การส าเร็จการศึกษาของหลักสูตร ปีการศึกษา 2562 – 2564 โดยปรากฏผลดังภาพที่49 ภาพที่50 แสดงร้อยละของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และประกอบอาชีพ ปีการศึกษา 2564 ข. ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลของกระบวนการท างาน (WORK PROCESS EFFECTIVENESS RESULTS) (1) ประสิทธิผลและประสิทธิภาพของกระบวนการ (Process EFFECTIVENESS and Efficiency) โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการพัฒนาการเรียนรู้ของ บุคลากรและผู้น าโดยมีตัวชี้วัด คือ การเตรียมความพร้อมก่อนสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การใช้สื่อเทคโนโลยี การจัดบรรยากาศและบริหารชั้นเรียน การประเมินผล รวมทั้งความสามารถของครูในการพัฒนาหลักสูตรแยกเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้ การใช้หลักสูตรสถานศึกษา และความสามารถของครูในการพัฒนาหลักสูตร โดยปรากฏดัง ภาพ ต่อไปนี้ ภาพที่49 แสดงร้อยละของนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับและขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2562 – 2564


89 ภาพที่51 แสดงประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ด้วยการนิเทศการสอน ปีการศึกษา 2562 -2564 ภาพที่ 52 แสดงความสามารถของครูในการพัฒนาหลักสูตร แยกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ปีการศึกษา 2562-2564 ภาพที่53 แสดงผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม จากภาพ พบว่า ผลการใช้ของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม มีระดับความส าเร็จอยู่ ในระดับ มากทั้งข้อมูลด้านบริบท ข้อมูลด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการ และข้อมูลด้านผลผลิต ครูพัฒนา หลักสูตรที่มีประสิทธิภาพ ปรากฏผลตามภาพที่ 54 ดังนี้


Click to View FlipBook Version