The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2564

สาสน์

สาส์น
อธิการบดี

พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ ทรงมีคุณูปการอันล้นพ้น ต่อ
วงการกฎหมายไทย ในฐานะที่ทรงเป็นผู้มีบทบาทอย่าง
สําคัญต่องานปฏิรูประบบกฎหมายไทย ตั้งแต่การจัดตั้ง
โรงเรียนกฎหมายและจัดการเรียนการสอน วิชากฎหมายอย่าง
เป็นระบบตามแบบของตะวันตก การแก้ไขปรับปรุงและร่าง
กฎหมายใหม่เพื่อให้กฎหมายมีความสอดคลอ้ งกับสภาพสังคมท่ี
ตอ้ งตดิ ต่อกบั ต่างชาติมากขน้ึ รวบรวมกฎหมายใหเ้ ปน็ หมวดหมู่ง่ายตอ่ การใช้ ดว้ ยการจัดทาํ ประมวลกฎหมาย
และการปรบั ปรุงกจิ การงานของศาลยตุ ธิ รรมที่เคยกระจดั กระจายไปอยู่ภายใต้่ อํานาจของหนว่ ยงานต่าง ๆ ให้
มาอยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรม และเป็นที่น่าเสียดายท่ีท่านสิ้นพระชนมเ์ มือ่ วันที่ 7 สิงหาคม 2463 ด้วย
พระชนั ษาเพยี ง 45 ปี ซึ่งบรรดานักกฎหมาย ผูป้ ระกอบวิชาชพี กฎหมาย รว่ มใจกัน ยกยอ่ ง ใหท้ า่ นเป็น “พระ
บดิ าแหง่ กฎหมายไทย” โดยกำหนดให้วันที่ 7 สงิ หาคม ของทุกปี เปน็ “วันรพ”ี ทุกวนั ที่ 7 สงิ หาคม หนว่ ยงาน
ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย และผู้ที่เป็นนักกฎหมายทั้งหลายจะจัดกิจกรรม และพิธีกรรมต่างๆ เพื่อรําลึกถึงพระ
มหากรุณาธิคณุ ของพระองค์ท่าน มหาวทิ ยาลัยอสั สมั ชญั กเ็ ช่นเดยี วกัน คณะนติ ิศาสตรม์ หาวทิ ยาลัยอัสสัมชัญ
ในฐานะ “โรงเรียนกฎหมาย” ได้จัดทําวารสารฉบับพิเศษฉบับนี้ขึ้น เพื่อ สนองพระราชปณิธานของพระองค์
ท่านดว้ ยการ เผยแพร่บทความทางวิชาการดา้ นกฎหมายแกป่ ระชาชน โดยทั่วไป

(ภราดา ดร. บัญชา แสงหริ ญั )
อธิการบดี

มหาวทิ ยาลัยอัสสมั ชัญ

Assumption University Law Journal ค
Vol. 12 No. 1 (January – June 2021)
วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อัสสัมชญั
ปีที่ 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม – มิถุนายน 2564)

สาส์น

สาสน์
คณบดี

วันรพี 7สิงหาคมไดเ้ วยี นมาบรรจบอกี วาระหน่ึงจึงเปน็ โอกาสที่นกั กฎหมาย
และนักศึกษากฎหมายจะได้แสดงความน้อมรำลึกถึงพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์
พระบิดาแห่งกฎหมายไทย

เนือ่ งจากปี 2563ตอ่ เน่ืองถงึ ปี 2564ประเทศไทยประสบกับวิกฤติการณ์การ
แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังนั้น การจัดกิจกรรมในเชิงกายภาพต่าง ๆ เช่น การ
ประชุมสัมมนาทางวิชาการ จึงได้งดไป เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว กิจกรรมทางวิชาการของคณะ
นติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยอัสสมั ชญั จำเปน็ จะต้องจดั ผา่ นระบบออนไลน์ และผ่านวารสารนิตศิ าสตร์ ฉบบั วันรพี 2564
น้ี

ท้ายสุดนี้ ขออำนวยพรให้การจัดกิจกรรมต่างๆในโอกาสนี้บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการและขอขอบคุณ
กองบรรณาธิการที่ได้จัดทำวารสารฉบับพิเศษเนื่องในโอกาสวันรพี 2564เผยแพร่บทความทางวชิ าการแก่สาธารณชน
เพอื่ ให้เกิดความงอกเงยทางปญั ญาสืบไป

(ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เสถียรภาพนาหลวง)
คณบดี คณะนติ ิศาสตร์ โทมสั อไควนัส

Assumption University Law Journal ง วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยอสั สมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มิถนุ ายน 2564)

ประเดน็ กฎหมายเก่ยี วกบั การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและอาเซียน
Legal Issues Concerning the Economic Integration and ASEAN

Received: 17 มีนาคม 2563
Revised: -

Accepted: 17 มนี าคม 2563

ดร. ธเนศ สจุ ารกี ุล*
Dr. Thanes Sucharikul

บทคดั ยอ่

ในปัจจุบัน การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค (regional trading arrangements
หรือ RTAs) ได้ทวีจำนวน (proliferation) ขึ้นอย่างมากนับพันๆ แห่ง และไม่จำกัดอยู่ในภูมิภาค
เดียวกัน (same region) แต่ขยายตัวขา้ มภูมิภาค (cross regions) รวมทั้งมีการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ
ในลักษณะสองฝ่าย (bilateral trading arrangements) อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณากฎเกณฑ์ของการ
รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจตามความตกลงทั่วไปว่าด้วยอัตราภาษีศุลกากร (General Agreement on
Tariffs and Trade หรือ GATT) พบว่า RTAs เหล่านี้ ไม่สอดคลอ้ งกบั หลักเกณฑด์ ังกล่าว สภาวะเช่นน้ี
จึงอาจก่อให้เกิดปัญหากับการค้าเสรี (free trade) ในระดับโลก เพราะ RTAs เป็นข้อยกเว้นของ
หลักการห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ (most favoured nation treatment หรือ MFN) ดังนั้น ยิ่งมี RTAs
เพิ่มขึ้นมากเท่าไร การเลือกปฏิบัติก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น อาเซียน (ASEAN) อยู่ในสภาวะนี้และได้รับ
ผลกระทบเชน่ เดียวกัน อนง่ึ RTAs มหี ลายประเภท เช่น เขตการคา้ เสรี (free trade areas หรือ FTAs)
สหภาพศุลกากร (customs unions หรือ CUs) และประชาคมเศรษฐกิจ (economic communities
หรือ ECs) นอกจากนี้ ยังมีเขตเศรษฐกิจ (economic areas) ซึ่งคล้ายแต่ไม่ใช่ RTAs เช่น การค้า
ชายแดน (frontier traffics) และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (special economic zones หรือ SEZs) ซึ่งทำ
เกดิ ความสับสน นอกจากน้ี การอนวุ ตั การ (implementation) ให้เปน็ ไปตามส่ิงต่างๆ เหล่าน้ี เกอื บทุก
ประเทศ รวมทัง้ ประเทศไทย จำเป็นต้องมีกฎหมายอนวุ ตั ิการดว้ ย

ดังนั้น บทความนี้ จึงจะพยายามที่จะอธิบายถึงประเด็นกฎหมายดังกล่าวข้างต้นอย่างสั้นและ
กระชับท่สี ุด เพอื่ ให้ผอู้ า่ นสามารถเข้าใจได้ในระดับตน้

คำสำคัญ: การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค (regional trading arrangements
หรือ RTAs), ความตกลงทั่วไปว่าด้วยอัตราภาษีศุลกากร (General Agreement on Tariffs and
Trade หรือ GATT), การค้าชายแดน (frontier traffics), เขตเศรษฐกิจพิเศษ (special economic

*น.บ. (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์); M.A. (University of Detroit); M.C.L./LL.M. (With
Highest Honors)/S.J.D. (George Washington University); USA

Assumption University Law Journal 1 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

zones หรือ SEZs),อาเซียน (Association of South East Asian Nations หรือ ASEAN), กฎบัตร
อาเซยี น (ASEAN Charter)

Abstract

At present, regional trading arrangements or RTAs have been proliferated to a
number of thousands, and they are not circumscribed within the same regions but are
expanded cross-regions. Some RTAs are in a form of bilateral trading agreements.
However, appraising from the criteria established by the General Agreement on Tariffs
and Trade (GATT), it appears that most of these RTAs are not in agreement with the
criteria. These phenomena pose a problem to free trade on a global basis because the
RTAs are an exception to the principle of the most favoured nation treatment or MFN.
Consequently, the more the world has RTAs the more free trade on a global basis shall
be thereby affected. The ASEAN which is a multilateral RTA shall be similarly affected.
Moreover, there are many types of RTAs, such as free trade areas or FTAs; customs
unions or CUs; and economic communities or ECs. In addition, there are economic areas
which are similar to but not the same as RTAs, such as frontier traffics and special
economic zones or SEZs, which create confusion. Besides, in the implementation of
these things, virtually all states involved, including Thailand, shall need implementing
legislations.

Accordingly, this paper shall endeavour to explain the legal issues associated
with these things in a concise manner for readers to preliminary understand them.

Keywords: Regional trading arrangements or RTAs, General Agreement on Tariffs
and Trade (GATT), Frontier traffic, Special economic zones (SEZs), Association of South
East Asian Nations (ASEAN), ASEAN Charter

1. การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศคืออะไร

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในแง่กฎหมาย อยู่ภายใต้บังคับของความตกลง
ระหว่างประเทศซึ่งอยู่ในกรอบขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization หรือ WTO) 2
ฉบับ คือ (1) ความตกลงทั่วไปว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีศุลกากร (General Agreement on Tariffs and

Assumption University Law Journal 2 วารสารนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอัสสมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564)

Trade หรือ GATT (1947)) และ (2) ความตกลงทัว่ ไปวา่ ด้วยการคา้ บริการ (General Agreement on
Trade in Services หรือ GATS (1995))

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการค้าสนิ ค้าตาม GATT และการค้าบริการตาม GATS มี
จุดประสงค์สำคัญเหมือนกันคือต้องการให้การค้าระหว่างประเทศในกลุ่มดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน
ความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศในกลุ่มกับประเทศนอกกลุ่ม หลงั การรวมกลุ่มเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม
แต่จะตอ้ งไมเ่ ลวไปกวา่ เดมิ ซ่งึ จะไดแ้ สดงใหเ้ หน็ ตอ่ ไป

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ มีหลายความเข้ม โดยเริ่มจากความเข้มน้อยไปยังความเข้มมาก
โดยลำดับดังต่อไปน้ี (1) เขตการค้าเสรี (Free Trade Area หรือ FTA) (2) สหภาพศลุ กากร (Customs
Union หรอื CU) และ (3) ประชาคมเศรษฐกจิ (Economic Community หรอื EC)

การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจ มีหลายระดับ โดยเร่ิมจากระดับกวา้ งที่สุดไปถึงระดบั แคบท่ีสุด คือ
(1) ระดับโลก (World Trading Arrangement หรือ WTO) ซึ่งได้แก่องค์การการค้าโลก (2) ระดับ
ภูมิภาค (Regional Trading Arrangement หรือ RTA) รวมทั้ง FTA และ CU เช่น AFTA (ASEAN
Free Trade Area)1 หรอื NAFTA (North American Free Trade Area)2 และ (3) ระดับสองประเทศ
(Bilateral Trading Arrangement หรอื BTA) ซง่ึ ส่วนใหญไ่ ดแ้ ก่ความตกลงทวภิ าคดี า้ นการค้าเสรี เช่น
Japan Thailand Economic Partnership Agreement (JTEPA)3

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ เป็นข้อยกเว้นจากหลักการการเข้าถึงตลาด (Market Access
หรือ MA) และหลักการห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ (Non-Discrimination) และหลักการอื่นๆ ซึ่งเป็น
หลักการสำคัญของทงั้ GATT และ GATS

โดยที่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในโลกเป็นการเปิดเสรีในด้านการค้าสินค้า ดังน้ัน
การบรรยายและข้อมลู ต่างๆ ดังจะกลา่ วต่อไปนี้จึงจะจำกดั อยแู่ ต่เฉพาะการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจใน
ด้านการค้าสินค้าภายใต้ GATT เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของประเด็น
กฎหมายซึง่ เกี่ยวขอ้ งกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ และเพือ่ ประโยชนใ์ นดา้ นการประหยดั เวลา

1 ประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดตั้ง AFTA ขึ้นโดยตราสารอาเซียน “ASEAN Framework
Agreement on Enhancing Economic Cooperation (1992) โดยมี CEPT (Common Effective
Preferential Tariffs) เป็นมาตรการสำคัญ ซึ่งได้แก่ การลดหรือเลิกอัตราภาษีศุลกากรซึ่งประเทศ
สมาชิกอาเซียนค้าขายระหว่างกันในสินค้าเกือบทุกรายการให้เหลือ 0-5% ภายในระยะเวลา 10 ปี
นับตง้ั แตว่ นั ท่ี 1 มกราคม 1993 ถงึ วนั ท่ี 1 มกราคม 2003

2 ประกอบดว้ ยประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเมก็ ซโิ ก
3 ปจั จุบัน ไทยมีความตกลงประเทศนีก้ ับประเทศอน่ื 12 ประเทศ

Assumption University Law Journal 3 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลยั อัสสัมชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564)

2. หลักการสำคญั ของ GATT4 คอื อะไร

1. การค้าเสรี (Free Trade) ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสามารถเชิงเปรียบเทียบ
(comparative advantage) รัฐควรผลิตสินค้าท่ีตนชำนาญแล้วไปซื้อขายแลกเปลี่ยนกับสินค้าที่ตนไม่
ชำนาญ และเพื่อการนี้รัฐจะต้องไม่ปิดหรือบิดเบือนตลาด หากเป็นเช่นนี้ได้ ประชาชนในโลกก็จะมี
ความกินดอี ยู่ดี นักคิดสำคัญในเรอื่ งน้ี ไดแ้ ก่ Adam Smith และ David Ricardo เปน็ อาทิ

2. การเข้าถึงตลาด (Market Access) เพื่อส่งเสริมการค้าเสรี การเข้าถึงตลาดของประเทศ
ต่างๆ โดยปราศจากอุปสรรค ทั้งในด้านภาษีศุลกากรและไม่ใช่ภาษีศุลกากรเช่นกฎระเบียบต่างๆ จึงมี
ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การห้ามหรือจำกัดการนำเข้าหรือส่งออกจะทำไม่ได้ หากประเทศภาคี
GATT ผู้นำเข้าต้องการที่จะปกป้องผู้ผลิตในประเทศซึ่งผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน (like products)5 กับ
สินค้าที่นำเข้า เช่นข้าวกับข้าว และ/หรือ สินค้าที่แข่งขันกันโดยตรง (directly competitive
products) กับสินค้าที่นำเข้า เช่นข้าวกับข้าวโพด มาตรการเดียวที่ทำได้ก็คือการเก็บภาษีศุลกากร แต่
แม้กระนั้น อัตราภาษีศุลกากรดังกล่าวก็ไม่ควรที่จะสูงเกินสมควร เพราะหากสูงเกินไป อัตราภาษี
ศลุ กากรดงั กล่าวก็จะมีผลเสมือนเป็นการจำกัดหรือการห้ามนำเขา้ สนิ ค้าน้นั โดยปรยิ าย ดังนั้น GATT จงึ
กำหนดให้มีการเจรจาระหว่างประเทศภาคีเป็นระยะๆ ในหลักการทุกๆ 3 ปี เพื่อแลกเปลี่ยนการลด
หรือเลิกอัตราภาษีศุลกากรระหว่างกัน (reciprocity) เมื่อตกลงกันแล้วก็ให้นำไปกำหนดไว้เป็นลาย
ลักษณ์อักษรในตารางข้อผูกพัน (Schedules of Commitment) ของตน ซึ่งประเทศภาคี GATT ทุก
ประเทศสามารถเข้าถึงได้ เป็นการสร้างความโปร่งใส (transparency) ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญของ
GATT เช่นเดยี วกนั

3. การห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ (Non-Discrimination) ในกรณีที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน
สินค้าเหล่านั้นไม่ว่าจะมาจากประเทศภาคี GATT ใด จะต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกันจากประเทศ
ภาคี GATT ผู้นำเข้า ทั้งในด้านอัตราภาษีศุลกากรก่อนสินค้าเข้าประเทศ (การให้ผลปฏิบัติเยี่ยงชาติท่ี
ได้รบั อนุเคราะหย์ ่ิง หรอื Most Favoured Nation Treatment (MFN) ) และภาษตี ลอดจนกฎระเบียบ

4 ดูภาคผนวก ตาราง 1
5 สินค้าชนิดเดียวกัน (like products) ได้แก่สินค้าที่ (1) รูปร่างลักษณะ (products’
properties, nature, and quality) เหมือนกัน (2) จุดประสงค์การใช้ (end uses) เหมือนกัน (3)
ผู้บริโภคมีรสนิยม (customers’ taste and habit) เหมือนกัน (4) อยู่ในพิกัดอัตราภาษีศุลกากร
(tariffs’ classification) เดยี วกัน และ (5) มีความปลอดภัย (safety) เขน่ เดียวกัน

Assumption University Law Journal 4 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั อัสสมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีท่ี 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

ในประเทศหลังจากสินค้าเข้าประเทศแล้ว (การให้ผลปฏิบัติเยี่ยงคนชาติหรือ National Treatment
(NT)) ดหู น้า 30

4. ข้อยกเว้นอันจำกัด (Limited Exceptions) กล่าวคือ การดำเนินมาตรการต่างๆ
ดังต่อไปนี้ เป็นอาทิ (1) สินค้าล้นตลาด จำกัด/ห้ามนำเข้า (2) สินค้าขาดตลาด จำกัด/ห้ามส่งออก (3)
จำต้องปกป้องศีลธรรมอันดี (4) จำต้องปกป้องชีวิตหรือสุขอนามัยคน สัตว์ หรือพืช (5) เกี่ยวกับการ
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่อาจหมดสิ้น (6) เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกเงินหรือทอง (7) จำเป็น
เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายที่ไม่ขัดกับ GATT (8) เกี่ยวกับสินค้าที่ผลิตจากนักโทษ (9) เพ่ือ
ปกปอ้ งสมบัตขิ องชาติในดา้ นศิลปะ ประวตั ศิ าสตร์ และโบราณคดี (10) ขอ้ มลู ซึ่งหากเปิดเผยจะเป็นภัย
ตอ่ ความมน่ั คงแห่งชาติ (11) อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และวัสดกุ ัมมนั ตรังสี (12) ตอ้ งปฏิบัติตามพันธกรณีที่มี
ตามกฎบัตรสหประชาชาติ (13) การค้าชายแดน (14) เขตการค้าเสรี (15) สหภาพศุลกากร (16)
ประชาคมเศรษฐกจิ (17) การปฏิบตั เิ ปน็ พเิ ศษกบั ประเทศกำลงั พัฒนา เชน่ GSP

5. ไม่ใช้กบั กระบวนการผลิตทไี่ มม่ ีผลต่อสินค้า (No NPR-PPMs) เดิม GATT ไม่ใชบ้ งั คับกับ
กระบวนการผลติ ทงั้ ปวง แตป่ ัจจบุ นั ไม่ใช้กับกระบวนการผลิตท่ีไม่มีผลต่อสิน้ คา้ ท่ีผลิตสำเร็จแล้ว อาทิ
กุ้งที่จับโดยอวนที่ไม่มีเครื่องแยกเต่าทะเล (turtle excluder devices หรือ TEDs) อย่างไรก็ดี หาก
กระบวนการผลิตมีผลกระทบต่อสินค้าที่ผลิตสำเร็จแล้ว เช่น DDT ตกค้างในพืชผักผลไม้ หรือของเล่น
เด็กซึ่งใช้สีที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก เช่นนี้ กระบวนการผลิตจะเป็นเกณฑ์ในการห้ามนำเข้า หรือการ
เลือกปฏิบัติ ด้วย โดยผลของความตกลงภายใต้ WTO 2 ฉบับ คือ (1) ASPS (Agreement on
Sanitary and Phytosanitary Standards และ (2) ATBT (Agreement on Technical Barriers to
Trade) ส่วนกระบวนการผลิตที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ้นค้าที่ผลิตสำเร็จแล้ว (Non-Product Related
Processes and Production Methods หรือ NPR-PPMs) เช่นอวนท่จี บั กุ้งท่ีมเี ครื่องมือแยกเต่าทะเล
หรืออวนทใ่ี ช้จับกงุ้ โดยไม่มเี คร่อื งมือแยกเต่าทะเล ทั้งคู่ ไมม่ ีผลใดๆ กบั กุ้งที่จับได้ จะนำมาใช้ไม่ได้

6. การระงับข้อพิพาทที่มีประสิทธิภาพ (Effective DSM) เริ่มด้วยการเจรจาภายใต้กรอบ
เวลา (10 วันตอบ 30 เจรจา 60 เสร็จ นับแต่มีคำร้อง) ต่อด้วยการพิจารณาของ Panel ซึ่งต้องเสร็จ
ภายใน 9 (6+3) เดอื น ต่อดว้ ยการพจิ ารณาของ Appellate Body ในประเดน็ กฎหมาย ซ่งึ ตอ้ งเสร็จใน
90 (60+30) วัน ซึ่งคำตัดสินมีผลเสมอเว้นแต่ประเทศภาคีทั้งหมดจะคัดค้าน (negative consensus)
ถ้าแพ้ ต้องแจ้งภายใน 1 เดือนว่าจะปฏิบัติตามคำตัดสินภายในเวลาเท่าไร ถ้าตกลงกันไม่ได้ระหว่าง
คู่พิพาทภายใน 45 วัน ต้องให้อนุญาโตตุลาการตัดสินภายใน 90 วัน หลังจาก Panel หรือ Appellate
Body ตัดสิน แล้วแต่กรณี หลังจากนั้นถ้าไม่ปฏิบัติตาม Dispute Settlement Body (DSB) อาจ
อนุญาตใหผ้ ้ชู นะตอบโต้ได้

Assumption University Law Journal 5 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยอสั สัมชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

MFN และ NT ตลอดจนข้อยกเว้นต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งเขตการค้าเสรี มีจุดประสงค์
สำคัญในการส่งเสริมการค้าเสรี ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสามารถเชิงเปรียบเทียบ ข้อยกเว้นต่างๆ
มีจุดประสงค์สำคัญเพื่อธำรงไว้เพื่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี และความกินดีอยู่ดีของ
ประชาชนอันเป็นผลสบื เนอ่ื งมาจากการค้าเสรี

3. หลกั เกณฑ์ทางกฎหมายในการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ตาม GATT คอื อะไร

1. Free Trade Area (FTA)6 มีหลักการสำคัญคือ (1) เพื่อให้การค้าระหว่างประเทศใน
กลุ่มดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มกับประเทศนอกกลุ่มไม่เลวไปกว่าเดิม (2)
ด้วยเหตุนั้น อัตราภาษีศุลกากรและกฎระเบียบอันเป็นข้อจำกัดจะต้องถูกขจัดให้หมดไปในสินค้าซึ่ง
ประเทศในกลุ่มค้าขายกันในเกือบทุกรายการ (duties and other restrictive regulations of
commerce shall be eliminated in substantially all the trade) (3) การห้ามหรือจำกัดการ
นำเข้าสินค้าจากประเทศในกลุ่มจะทำไม่ได้ ยกเว้นภายใต้เงื่อนไขบางประการ เช่นการขาด
ดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ (balance of payment) แต่ไม่รวมถึงมาตรการปกป้อง
(safeguards)7 (4) อย่างไรก็ดี แต่ละประเทศในกลุ่มยังคงสามารถที่จะมีอัตราภาษีศุลกากรสำหรับ
สินค้าจากประเทศนอกกลุ่มเป็นของตนเอง (separate external tariffs) ซึ่งอาจต่างกัน แต่อัตราภาษี
ศุลกากรดังกล่าวจะต้องไมส่ ูงไปกวา่ เดิม หลังจากมีการรวมกลมุ่ แล้ว

6 ดู ภาคผนวก ตาราง 3 และแผนภมู ิ FTA/CU
7 GATT Article XIX 1(a): (Safeguards) provides that “
1. If, as a result of unforeseen developments and of the effect of the
obligations incurred by a contracting party under this Agreement, including tariff
concessions, any product is being imported into the territory of that contracting
party in such increased quantities and under such conditions as to cause or threaten
serious injury to domestic producers in that territory of like or directly competitive
products, the contracting party shall be free, in respect of such product, and to the
extent and for such time as may be necessary to prevent or remedy such injury, to
suspend the obligation in whole or in part or to withdraw or modify the concession.

Assumption University Law Journal 6 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อัสสมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

2. Customs Union (CU)8 มหี ลักการสำคัญคือ (1) เพื่อให้การคา้ ระหว่างประเทศในกลุ่มดี
ขึ้น แตใ่ นขณะเดยี วกนั การค้ากับประเทศนอกกลุ่มไม่เลวไปกว่าเดิม (2) ดว้ ยเหตนุ ั้น อตั ราภาษีศุลกากร
และกฎระเบียบอันเป็นข้อจำกัดจะต้องถูกขจัดให้หมดไปในสินค้าซึ่งประเทศในกลุ่มค้าขายกันในเกือบ
ทุกรายการ (duties and other restrictive regulations of commerce shall be eliminated in
substantially all the trade) (3) การห้ามหรือจำกัดการนำเข้าสินค้าจากประเทศในกลุ่มจะทำไม่ได้
ยกเว้นภายใต้เงื่อนไขบางประการ เช่นการขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ ( balance of
payment) แต่ไมร่ วมถึงมาตรการปกป้อง (safeguards) (4) แตท่ ้ังนี้ ประเทศในกลมุ่ จะตอ้ งมีอัตราภาษี
ศุลกากรสำหรับสินค้าจากประเทศนอกกลุ่มเป็นอัตราเดียว (common external tariffs) โดยการ
นำเอาอตั ราภาษศี ุลกากรเดิม ซง่ึ อาจตา่ งกนั มาหาคา่ เฉล่ีย ดหู น้า 31

3. Economic Community (EC)9 (1) ไมม่ ีหลักเกณฑ์ แตใ่ นความเข้าใจของคนท่ัวไป การ
เปิดเสรีทางเศรษฐกิจและการค้า น่าจะมากกว่า FTA และ CU (2) สำหรับ AEC กฎบัตรอาเซียนข้อ 1
วรรค 7 กำหนดให้ AEC เป็นเขตที่มีตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว ซึ่งมีความมั่นคง ความ
เจริญรุ่งเรือง และมีการรวมตัวทางเศรษฐกิจซึ่งจะอำนวยใหส้ นิ ค้า บริการ การลงทุน เงินทุน ตลอดจน
นักธุรกิจ ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้มีทักษะ และแรงงาน เคลื่อนไหวได้อย่างเสรี (3) อย่างไรก็ดี โดยท่ี
ประเทศอาเซียนยังคงมีอำนาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์กับประเทศนอกกลุ่ม รวมทั้งในด้านอัตราภาษี
ศุลกากรที่ต่างกัน ดังนั้น จึงจำต้องมีกฎเกณฑ์ในด้านเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการควบคุม อาทิ
แหล่งกำเนิดสนิ ค้า การยอมรับซึ่งมาตรฐานสินค้า การอำนวยความสะดวกในระเบียบพิธีศุลกากร และ
ความโปรง่ ใสของกฎหมาย ดูหนา้ 31

4. ปญั หาของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ

1. การรวมกลมุ่ เศรษฐกิจทวจี ำนวนข้ึนอย่างมาก (proliferation)
ก่อนมีการจัดตั้งองค์การการค้าโลก ในปี 1995 การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจจำกัดอยู่แต่

เฉพาะในภูมิภาค และมีจำนวนน้อยมาก เช่น ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (European Economic
Community หรอื EEC) เขตการค้าเสรอี เมรกิ าเหนอื (North American Free Trade Area) และ เขต
การค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area หรือ AFTA) แต่ภายหลังจากที่มีการจัดตั้งองค์การ
การค้าโลก การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจทวีจำนวนข้ึนอย่างมาก เอกสาร World Trade Report ซึ่งได้

8 ดู ภาคผนวก ตาราง 3 และแผนภมู ิ FTA/CU หนา้ 30
9 ดู ภาคผนวก ตาราง 3 และแผนภูมิ FTA/CU หนา้ 30

Assumption University Law Journal 7 วารสารนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อัสสัมชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีท่ี 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

จัดทำขึ้นในปี 2003 ประเมินว่า ในปี 2004 มี FTAs ทั่วโลกประมาณ 300 แห่ง คงมี Hong Kong,
Macao, Mongolia, และ Taiwan เทา่ นั้น ท่ไี มม่ ี FTA กบั ประเทศใด

พจิ ารณาตามแนวโน้มน้ี คาดวา่ ในปัจจบุ นั FTAs ทว่ั โลก คงมีมากกว่า 1,000 แหง่

2. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในภูมิภาค แต่ข้ามภูมิภาค (cross
regions) และส่วนใหญ่เป็นการรวมกลมุ่ ระหว่างสองเขตศลุ กากร (bilateral FTAs)

ในปัจจุบัน การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ไม่จำกัดอยแู่ ต่เฉพาะในภมู ิภาค แต่ข้ามภูมภิ าค และ
ส่วนใหญเ่ ปน็ การรวมกลุ่มระหว่างสองเขตศลุ กากร (bilateral FTAs) เชน่ (1) ระหว่างไทยกบั จีน ญ่ีปุ่น
เกาหลี อินเดยี ปากีสถาน ออสเตรเลีย นวิ ซีแลนด์ แคนาดา ชิลี เปรู และตุรกี (2) ระหวา่ งสหภาพยุโรป
กับเมก็ ซโิ ก ชลิ ี และแอฟริกาใต้ (3) สหรัฐอเมริกากับจอรแ์ ดน อียปิ ต์ ชิลี ออสเตรเลยี และสงิ คโปร์ และ
(4) ระหว่างญ่ีปุน่ กับสงิ คโปร์ และเมก็ ซโิ ก สว่ นการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจระหวา่ งเขตศลุ กากรทม่ี ากกว่า
2 เขตขึ้นไป ทโ่ี ดดเดน่ ก็มี อาทิ (1) Trans-Pacific Partnership (TPP) ระหว่างสหรัฐอเมรกิ า (ปจั จุบัน
ถอนตัว) กับ บรูไน มาเลย์เชีย สิงคโปร์ เวียดนาม ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา เม็กซิโก ชิลี
เปรู และตุรกี (2) Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) ระหว่าประเทศ
สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ กับ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ การรวมกลุ่ม
ทางเศรษฐกิจเหลา่ น้ีขา้ มภมู ภิ าคท้งั สนิ้

3. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมากไม่เป็นไปตามกฎของ GATT (Article XIX
Paragraphs 5 and 8)10

จากการวิเคราะห์ของสำนักงานเลขาธิการองค์การการค้าโลก การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
เป็นจำนวนมากไม่เป็นไปตามกฎของ GATT (Article XIX Paragraphs 5 and 8) กลา่ วคือ

1. ระหว่างประเทศในกลุ่ม อัตราภาษีศุลกากรและกฎระเบียบซึ่งเป็นข้อจำกัดไม่ถูก
ขจดั ใหห้ มดไปในสนิ ค้าเกือบทกุ รายการซึง่ ประเทศเหล่านคี้ ้าขายกัน (duties and other restrictive
regulations of commerce are not eliminated in substantially all the trade)

2. ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศในกลุ่มและประเทศนอกกลุ่ม หลังการ
รวมกลุ่ม เลวกว่าก่อนการรวมกลุ่ม ซึ่งขัดกบั กฎของ GATT ทจี่ ะตอ้ งเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม แต่
จะเลวกว่าเดิมไม่ได้ เช่นในกรณี FTA ก่อนการรวมกลุ่ม ประเทศในกลุ่มหนึ่งใดเคยเก็บภาษีศุลกากร

10 WTO Document on “SYNOPSIS OF "SYSTEMIC" ISSUES RELATED TO REGIONAL
TRADE AGREEMENTS”, Note by the Secretariat, WT/REG/W/37, 2 March 2000

Assumption University Law Journal 8 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยอสั สมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

จากการนำเข้าข้าวจากประเทศนอกกลุ่มหนึ่งใด ในอัตรา 10% ของราคา หลังการรวมกลุ่มจะต้องเก็บ
ภาษีเช่นว่า ในอตั รา 10% หรอื ต่ำกวา่ แตจ่ ะสงู กวา่ ไม่ได้

3. ไม่มีการแจ้งการรวมกลุ่มให้ประเทศภาคี GATT อื่นๆ ทราบ เพื่อประเมินว่าการ
รวมกลุ่มเหลา่ นี้สอดคล้องกับกฎของ GATT ดงั กล่าวข้างตน้ หรือไม่

4. ในกรณีที่มกี ารแจ้งการรวมกลมุ่ ให้ประเทศภาคี GATT อ่ืนๆ ทราบ เพอ่ื ประเมินว่า
การรวมกลุ่มเหล่านี้สอดคล้องกับกฎของ GATT ดังกล่าวข้างต้น หรือไม่ แต่ประเทศสมาชิก GATT ใน
องค์รวม (GATT CONTRACTING PARTIES) ไม่สามารถตัดสินว่าการรวมกลุ่มเหล่านั้น สอดคล้องกับ
กฎของ GATT ดังกล่าวข้างตน้ หรอื ไม่ ซึ่งผลก็คอื

a. ตราบใดที่ประเทศสมาชิก GATT ในองค์รวม ไม่ตัดสินว่าการรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับกฎของ GATT ดังกล่าวข้างต้น การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจดังกล่าว
ยอ่ มสอดคลอ้ งการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ดังกล่าว

b. ตราบใดที่ประเทศสมาชิก GATT ในองค์รวม ไม่ตัดสินว่าการรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจดังกล่าว สอดคล้องกับกฎของ GATT ดังกล่าวข้างต้น การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจดังกล่าว
ย่อมไมส่ อดคล้องการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ดังกล่าว

5. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ เหลา่ น้ไี มไ่ ด้ส่งเสริมการค้าเสรีอย่างแท้จริง เพราะอัตรา
ภาษีศุลกากรและกฎระเบียบซึ่งเป็นข้อจำกัดไม่ถูกขจัดให้หมดไปในสินค้ าเกือบทุกรายการซ่ึ ง
ประเทศเหล่านีค้ า้ ขายกัน

a. สนิ ค้าทปี่ ระเทศกำลงั พัฒนาภาคี GATT มีความสามารถในการแขง่ ขัน เช่น สินค้า
เกษตร ส่ิงทอ และเครื่องนงุ่ ห่ม เกอื บไมเ่ คยนำมาลด/เลกิ อตั ราภาษีศลุ กากร

b. สินค้าที่นำมาลด/เลิก มีอัตราภาษีศุลกากรต่ำอยู่แล้ว เกือบไม่ต่างจากอัตราภาษี
ศุลกากรท่ีเรียกเก็บจากทุกประเทศที่เป็นภาคี GATT (MFN rates) และเป็นสินค้าซึ่งประเทศกำลัง
พฒั นาภาคี GATT ไม่มีความสามารถในการแขง่ ขนั

6. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเหล่านี้ ประเทศภาคี GATT ที่เป็นประเทศมหาอำนาจ
ทางเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่ ที่เข้าร่วม มักจะนำเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการค้าสินค้าโดยแท้ (non-trade
issues) เข้ามาเป็นกฎเกณฑ์ เช่น การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มาตรฐานแรงงาน การป้องกันและ
ปราบปรามยาเสพติด การเคารพต่อและการป้องกันปราบปรามสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริม
และเคารพต่อสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การป้องกันและ
ปราบปรามผู้ก่อการร้าย ซึ่งเรื่องเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตสินค้าซึ่งไม่มีผลใดๆ ต่อ
สินค้าที่ผลิตสำเร็จแล้ว (non-product related processes and production methods หรือ
NPRPPM) และมักมผี ลกระทบตอ่ ความสามารถเชงิ เปรยี บเทียบของประเทศกำลังพัฒนาภาคี GATT

Assumption University Law Journal 9 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สัมชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีท่ี 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564)

7. โดยที่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเป็นการให้สิทธิพิเศษระหว่างประเทศในกลุ่ม
เท่านั้น โดยถือว่าเป็นข้อยกเว้นของการห้ามไม่ใหเ้ ลือกปฏิบัติ (MFN) ดังนั้น ยิ่งมีการรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจมากเท่าใด ก็ย่อมมีการเลือกปฏิบัติมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งย่อมจะมีผลกระทบในเชิงลบกับ
กฎเกณฑ์ทางการค้าในกรอบโลก เช่นความตกลงระหว่างประเทศทั้งปวง ภายใต้องค์การการค้าโลก
รวมทั้ง GATT นาย Peter Sutherland อดตี ผ้อู ำนวยการใหญ่ขององคก์ ารการค้าโลก ได้เคยกลา่ ววา่

a. “Yet nearly five decades after the founding of the GATT, MFN is no
longer the rule; it is almost the exception. Certainly, much trade between the major
economies is still conducted on an MFN basis. However, what has been term “the
spaghetti bowl” of customs union, common markets, regional and bilateral free trade
areas, preferences and an endless assortment of miscellaneous trade deals has almost
reached the point where MFN treatment is exceptional treatment. Certainly the term
might now be better defined as LFN, Least-Favoured-Nation treatment.”11

5. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาภาคี GATT เช่น
ประเทศไทย มากน้อยเพยี งใด

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนาภาคี GATT มากน้อย
เพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับอำนาจในการเจรจาต่อรอง ความรู้ในกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ความ
เช่ียวชาญในการเจรจา และความพร้อมในด้านบคุ ลากรทเ่ี กีย่ วข้องในการเจรจา เป็นอาทิ

6. วิวัฒนาการของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ในกรอบอาเซยี นเปน็ อย่างไร12

AFTA (ASEAN Free Trade Area) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี 1992 13 โดยมี CEPT
(Common Effective Preferential Tariffs) (1992/2003) เป็นตราสารอาเซียนสำคัญในการทำ

11 WTO World Trade Report 2003, Chapter II, The Erosion of Non-Discrimination,
at Paragraph 60, Page 19

12 ดู ภาคผนวก ตาราง 4
13 AFTA was established by the “ASEAN Framework Agreement on Enhancing
Economic Cooperation (1992)

Assumption University Law Journal 10 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอสั สมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

ให้ AFTA บรรลผุ ล กลา่ วคอื กำหนดใหป้ ระเทศสมาชิกอาเซยี นลด/เลิกอัตราภาษีศลุ กากรสำหรับสินค้า
ที่ค้าขายระหว่างกันเกือบทุกรายการให้เหลอื 0-5% ภายในระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
1993 ถึงวนั ท่ี 1 มกราคม 2003

AEC (ASEAN Economic Community) เป็นเป้าหมายทางเศรษฐกิจของอาเซียน เป็น
วิวัฒนาการท่ีสบื เนอ่ื งมาจากตราสารอาเซียนหลายฉบบั อาทิ Bali Concord II (2003) AEC Blueprint
(2007) และ ASEAN Charter (2008) AEC เป็นหนึ่งในสามประชาคมย่อยของประชาคมอาเซียน (AC)
AEC มีวัตถุประสงค์สำคัญตามท่ีปรากฏใน Bali Concord II (2003) และ ASEAN Charter (2008) คือ
การทำให้อาเซียนมีลักษณะเป็นตลาดเดียว เป็นฐานการผลิตเดียว เป็นประชาคมที่มีศักยภาพในการ
แข่งขันทางการค้าสงู ทั้งนี้ โดยทุน วัตถุดิบ แรงงาน สินค้า และบริการ สามารถเคล่ือนย้ายได้อยา่ งเสรี
เป็นประชาคมที่มีความเจริญก้าวหน้า มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีประชาชนเป็น
ศูนย์กลางในการขับเคลื่อน เป็นประชาคมที่ทุกประเทศที่เข้าร่วมมีโอกาสในการพัฒนาอย่างเท่าเทียม
กัน และเป็นประชาคมท่มี ่งุ จะประสานเปน็ หน่ึงเดียวกบั ระบบเศรษฐกิจของโลก

7. AEC มสี ถานะทางกฎหมายเช่นไรเมอ่ื พิจารณาจาก GATT

AEC มีพัฒนาการมาจากเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area หรือ AFTA)
แม้ว่าในปัจจุบัน หรือในอนาคตอันใกล้ จะเปิดเสรีมากกว่า FTA ตามปกติ กล่าวคือเปิดเสรีมากขึ้นท้ัง
ในทางกวา้ งและทางลกึ คอื จำนวนสินค้ามากขึ้นและอตั ราภาษศี ลุ กากรจะเปน็ ศูนยเ์ กือบทุกรายการ แต่
โดยที่ AEC ไม่มีอัตราภาษีศุลกากรเป็นอัตราเดียวต่อประเทศนอกกลุ่ม (common external tariffs)
ดงั นัน้ AEC จงึ เปน็ ได้เพียง FTA ทีม่ ีความเขม้ ขน้

8. อะไรคือเครือ่ งมือทางกฎหมายทส่ี ำคญั ในการทำให้ AEC บรรลผุ ล

AEC เป็นผลมาจากวิวัฒนาการที่ค่อนข้างยาวนาน นับตั้งแต่ ASEAN (Bali) Concord I
(1976) เป็นต้นมา โดยมีตราสารอาเซียน (ASEAN Instruments) ต่างๆ ดังต่อไปนี้ เป็นเคร่ืองมือ
ทางกฎหมายทส่ี ำคญั ในการเปิดเสรใี นด้านเศรษฐกจิ และการคา้ ระหว่างกนั อาทิ

(1) การค้าสินค้า ไดแ้ ก่ ASEAN PTA (1977) CEPT/AFTA (1992) ATIGA (2008)
(2) การค้าบรกิ าร ได้แก่ AFAS (1995) และ AFAS Amendment (2003)
(3) การลงทนุ ไดแ้ ก่ AAPPI (1987) AIA (1998) และ ACIA (2009)

Assumption University Law Journal 11 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อสั สมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

ตราสารอาเซียนต่างๆ เหล่านี้ กำหนดจุดประสงค์ หลักการ ทิศทาง กรอบเวลา การเปิดเสรี
ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน แต่จุดประสงค์หลักน่าจะได้แก่ความร่วมมือ
เพื่อเพิ่มการค้าระหว่างกันให้มากข้ึนเพื่อลดการพึ่งพาตลาดประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อเพิ่มศักยภาพใน
การเจรจาเศรษฐกิจและการคา้ ระหวา่ งประเทศในเวทีโลก โดยมีกรอบเวลาที่แน่นอนในการปฏิบัติ ส่วน
เครื่องมือทางกฎหมายที่จะอนุวัติการให้เป็นไปตามจุดประสงค์เช่นว่าน่าจะได้แก่ พันธกรณีในการเปิด
ตลาด การห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ ความโปร่งใสของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ การยอมรับใน
มาตรฐานสินค้า มาตรฐานการศึกษา และมาตรฐานความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนประกาศนียบัตร
และใบรบั รองซง่ึ กันและกัน รวมทง้ั การระงับขอ้ พพิ าททมี่ ปี ระสิทธภิ าพ

แต่สิ่งที่น่าจะเป็นอุปสรรคในการอนุวัติการให้เป็นไปตามจุดประสงค์โดยเครื่องมือดังกล่าว
น่าจะได้แก่ ความรู้สึกหวงแหนในอำนาจอธิปไตย ความยืดหยุ่นในการปฏิบัติตามพันธกรณี การ
ตัดสินใจโดยฉันทามติตามวิถีอาเซียน และการระงับข้อพิพาทที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการปรึกษาหารือ
และข้อพิจารณาที่ไมไ่ ดต้ ้งั อยู่บนพืน้ ฐานของกฎหมายโดยแท้ อาทิ

การเปิดตลาดตาม CEPT/AFTA มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ตามบัญชีสินค้า 4 บัญชี คือ (1)
สนิ ค้าท่พี รอ้ มลดเลกิ ทนั ที (Inclusion List หรือ IL) (2) สินคา้ ทีพ่ ร้อมจะลดเลกิ ในอนาคต (Temporary
Exclusion List หรือ TEL) (3) สินค้าอ่อนไหวท่ีอาจลดเลิก (Sensitive List หรือ SL) และ (4) สินค้าท่ี
อ่อนไหวมากไม่ลดเลิก (Highly Sensitive List หรือ HSL) เช่นข้าวและนำ้ ตาล ซึ่งประสบการณ์ในทาง
ปฏิบตั ิปรากฏว่าประเทศสมาชิกอาเซยี นบางประเทศไม่ได้ปฏิบัติตามพันธกรณี เชน่ ไมย่ อมนำสินค้าเข้า
มาลดเลกิ อัตราภาษีศุลกากร หรอื นำสินคา้ เข้ามาลดเลิกภาษีศุลกากรแลว้ แตข่ อถอนออกไป เคยมีความ
พยายามทจี่ ะระงบั ข้อพพิ าทโดยการปรึกษาหารือเพือ่ หาข้อยุติโดยฉนั ทามติ แต่ไมป่ ระสบผลสำเรจ็ โดย
ในท้ายที่สุดผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้มีความตกลงเป็นการเฉพาะเพื่อแก้ปัญหา เช่นอนุญาตให้
ถอนสินค้าออกไปจากการลดเลกิ อตั ราภาษีศุลกากรได้

9. หลักเกณฑ์ในการห้ามไม่ให้เลือกปฏบิ ตั ิของ AEC มลี กั ษณะพิเศษอย่างไร14

1. ในด้านการค้าสินค้า (goods) WTO/GATT ห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติโดยไม่มีเงื่อนไข แต่
AEC/ATIGA ประเทศสมาชิกอาเซียนหนึ่งใดสามารถให้สิทธิพิเศษในด้านอัตราภาษีศุลกากรการนำเข้า
สินคา้ หนง่ึ ใดทม่ี ถี ิ่นกำเนดิ จากประเทศนอกกลุ่มดีกว่าท่ีใหป้ ระเทศในกลมุ่ ตาม ATIGA ประเทศในกลุ่มมี

14 ดู ภาคผนวก ตาราง 5 12 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อสั สัมชัญ
ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)
Assumption University Law Journal
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021)

สิทธิเพียงขอการปฏิบัติที่เท่าเทียม แต่การให้หรือไม่เป็นเอกสิทธิของประเทศอาเซียนที่ให้ (unilateral
basis)15

2. ในด้านการค้าบริการ (services) WTO ห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติโดยไม่มีเงื่อนไข แต่
AEC/AFAS อนุญาตให้ประเทศอาเซียนที่พร้อมเจรจาเพื่อให้สิทธิพิเศษระหว่างกันโดยไม่ต้องให้สิทธิ
พิเศษนั้นกับประเทศอาเซียนที่ไม่พร้อมและไม่ได้เจรจาด้วย ประเทศอาเซียนที่ไม่พร้อมมีสิทธิเพียงขอ
การปฏิบัติที่เท่าเทียม แต่การให้หรือไม่เป็นไปตามความสมัครใจของประเทศอาเซียนที่ให้ (voluntary
basis) 16

3. ในด้านการลงทุน (investment) WTO ไม่มีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการลงทุนยกเว้น TRIMS
ซึ่งห้ามเพียง (1) การบังคับให้ใช้วัตถุดิบในประเทศ และ (2) การบังคับให้ผลิตเพื่อส่งออก แต่ ASEAN
AIA อนุญาตให้ประเทศอาเซียนที่พร้อมเจรจาเพื่อให้สิทธิพิเศษระหว่างกันได้ และบังคับให้ประเทศ
อาเซียนที่ไม่พร้อมสละสิทธิการได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียม แต่ ASEAN/ACIA ใช้หลักการเดียวกับ
WTO คอื ห้ามไม่ให้เลอื กปฏิบัติโดยไม่มีเง่ือนไข

หลักการดังกล่าวขา้ งต้นอาจก่อให้เกิดความสงสัยได้หลายประการ อาทิ (1) AEC จะก่อให้เกิด
ประโยชน์ในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจมากน้อย หรือไม่ เพียงใด (2) AEC จะส่งเสริมให้มีการค้า

15 ATIGA Article 5: “With respect to import duties, after this Agreement enters
into force, if a Member State enters into any agreement with a non-Member State
where commitments are more favourable than that accorded under this Agreement,
the other Member States have the right to request for negotiations with that
Member State to request for the incorporation herein of treatment no less favourable
than that provided under the aforesaid agreement. The decision to extend such
tariff preference will be on a unilateral basis. The extension of such tariff preference
shall be accorded to all Member States.”

16 AFAS Article IV bis: 1: “Notwithstanding the provisions of Article IV of this
Framework Agreement, two or more Member States may conduct negotiations and
agree to liberalize trade in services for specific sectors or sub-sectors (hereinafter
referred to as “the participating Member States”). Any extension of such preferential
treatment to the remaining Member States on an MFN basis shall be voluntary on
the part of the participating Member States.”

Assumption University Law Journal 13 วารสารนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อัสสมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีท่ี 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

ระหว่างประเทศในกลมุ่ (intra-ASEAN trade) ใหม้ ากข้ึนได้มากนอ้ ย หรือไม่ เพียงใด และ (3) AEC จะ
ลดช่องว่างในระดบั การพัฒนาทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอาเซียนมากน้อยหรอื ไม่ เพยี งใด

10. กระบวนการการระงบั ขอ้ พพิ าทของอาเซียนมลี กั ษณะพิเศษอยา่ งไร17

กระบวนการระงับข้อพิพาทของอาเซยี นมีลกั ษณะที่ ยุ่งยาก/หลากหลาย/ซ้ำซ้อน/เลือกได้/
ไม่ใชไ้ ด/้ ไมร่ ะงบั ได้/ไมเ่ ปน็ ขอ้ พิพาทได้/ทา้ ยที่สุดการทตู กลา่ วคอื

1. ยุ่งยาก ที่ผ่านมา ตราสารอาเซียน (ASEAN instruments) แต่ละฉบับ จะมี
กระบวนการระงับข้อพิพาทของตนเอง ซึ่งแตกต่างกันไป เมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้น คู่พิพาทจะต้อง
ตรวจสอบว่าตราสารอาเซียนซึ่งเป็นเหตุแห่งข้อพิพาทมีกระบวนการพิพาท หรือไม่ อย่างไร ปัจจุบัน
การระงบั ข้อพิพาทขึ้นอยกู่ ับสาเหตขุ องข้อพิพาทเป็นสำคญั กล่าวคือ เกิดจากตราสารอาเซยี นหรือไม่
อนึ่ง จวบจนปัจจุบัน ยังไม่มีการใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทของอาเซียนหนึ่งใดระงับข้อพิพาทเลย
ดังน้นั จงึ ไม่มีบรรทดั ฐาน ซึง่ ทำให้ขาดความแนน่ อน และความเช่อื มน่ั

2. หลากหลาย กล่าวคือ ถ้าข้อพิพาทเกิดจากตราสารอาเซียน (1) ตราสารอาเซียนนั้นมี
กระบวนการระงับข้อพิพาทอยู่ เป็นไปตามนั้น (2) ตราสารอาเซียนนั้น มีลักษณะเป็นความตกลงทาง
เศรษฐกิจ ใช้ EDSM 200418 (3) ตราสารอาเซียนนั้น ไม่มีกระบวนการระงับข้อพิพาท ใช้ PDSM
201019 แต่ถ้าข้อพิพาทไม่ได้เกิดจากตราสารอาเซียน ให้ใช้ TAC 197620 เป็นกระบวนการในการ
ระงับข้อพิพาท ซ่งึ โดยทั่วไปได้แก่ (1) การปรกึ ษาหารือ และ (2) คำแนะนำจากคณะกรรมการระดับสูง
(High Council) หากขอ้ พิพาทน้นั นา่ จะมีผลกระทบต่อสันติภาพและความม่ันคงของภมู ิภาค (likely to
disturb regional peace and harmony)

3. ซ้ำซ้อน อาจเป็นไปได้ว่าข้อพิพาทหนึ่งอาจเข้าอยู่ในกระบวนการระงับข้อพิพาทตั้งแต่
2 ขน้ึ ไป และไม่รูว้ ่าจะใชก้ ระบวนการใดตัดสนิ อาทิ ถ้าขอ้ พพิ าทเกิดข้นึ จากตราสารอาเซียนและตรา
สารอาเซียนนั้นมีกระบวนการระงับข้อพิพาทของตนอยู่แล้ว เช่นการปรึกษาหารือเท่านั้น ซึ่งต้อง

17 ดู ภาคผนวก ตาราง 6
18 Enhanced Dispute Settlement Mechanism (2004)
19 Protocol on Dispute Settlement Mechanism attached to the ASEAN Charter (2010)
20 Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia (1976)

Assumption University Law Journal 14 วารสารนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอัสสัมชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

เป็นไปตามนั้น21 และในขณะเดียวกันตราสารอาเซียนนั้นก็มีลักษณะเป็นความตกลงทางเศรษฐกิจ
ด้วย เช่น CEPT/AFTA ซึ่งต้องใช้ EDSM 2004 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกระบวนการระงับข้อพิพาท
ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ในกรณีเช่นน้ี จะใช้กระบวนการใดระงบั กฎบัตรอาเซียน (ASEAN
Charter) ได้เขียนไว้อย่างคลุมเครือว่า “ถ้าไม่ได้กำหนดไว้เป็นประการอื่น” (unless otherwise
provided) ให้ใช้ EDSM 2004 ระงับ ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ จะถือได้หรือไม่ว่ากระบวนการระงับ
ข้อพิพาทที่กำหนดไว้แล้ว คือ “การปรึกษาหารือ” คือ “การกำหนดไว้เป็นประการอื่น” ซึ่งถ้าถือได้
เชน่ น้ัน กต็ ้องใชก้ ารปรกึ ษาหารอื ไมใ่ ช่ EDSM 2004

4. เลอื กได้ EDSM 2004 ข้อ 1(3) กำหนดไวเ้ ป็นหลักการว่าคู่พิพาทฝ่ายหนึ่งอาจเลือกไป
ใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทอื่นก็ได้ ตราบใดที่ยังไม่ได้ร้องขอให้ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสทาง
เศรษฐกิจ (SEOM) พิจารณาจัดตั้งคณะผู้พิจารณา (Panel) อนึ่ง EDSM 2004 ข้อ 1 (2) กำหนด
ว่าให้ใชก้ ระบวนการระงับข้อพิพาทตามความตกลงน้ี เพียงเท่าที่ไม่ขัดกบั กระบวนการระงับข้อพิพาท
พิเศษ (special and additional rules and procedures) ซงึ่ มีกำหนดไวใ้ นในตราสารอาเซยี นซงึ่ เป็น
มลู เหตุของข้อพิพาท อยา่ งไรกด็ ี EDSM 2004 ไม่ระบชุ ัดเจนวา่ อะไรคอื “กระบวนการระงับขอ้ พิพาท
พิเศษ” บ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ จะถือได้หรือไม่ว่า “การปรึกษาหารือ” ดังกล่าวข้างต้น เป็น
“กระบวนการระงับขอ้ พพิ าทพเิ ศษ” ซง่ึ มีผลบังคบั ใชเ้ หนือ EDSM 200422

5. ไมใ่ ช้ได้ กลา่ วคอื กฎบตั รอาเซียนข้อ 28 กำหนดไวว้ า่ “หากมิไดก้ ำหนดไวเ้ ปน็ ประการอ่ืน
ในกฎบัตรอาเซียนน้ี (unless otherwise provided in this Charter) ประเทศอาเซยี นสามารถทจ่ี ะใช้
กระบวนการระงับข้อพิพาทซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 33 วรรค 1 ของกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter)
ซึ่งได้แก่ การเจรจา การพิสจู นข์ อ้ เท็จจริง การประสานท่าที การไกล่เกลย่ี การประนปี ระนอม และการ
อนุญาโตตุลาการ เป็นต้น ประเด็นที่ต้องพิจารณาคอื กระบวนการระงับข้อพิพาทท้ังปวงของอาเซียนที่
ได้กล่าวมาข้างต้น คือสิ่งที่กฎบัตรอาเซียน “กำหนดไว้เป็นประการอื่น” หรือไม่ ถ้าใช่ ผลที่ตามมาคือ
ต้องใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทของอาเซียนเท่านั้น หรือมิเช่นนั้นก็ต้องใช้กระบวนการระงับข้อ
พิพาทของอาเซียนก่อน จึงจะไปใช้กระบวนการระงับข้อพิพาทซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 33 วรรค 1 ของกฎ
บตั รสหประชาชาตไิ ด้23

6. ไม่ระงับได้ กล่าวคือ กฎบัตรอาเซียนข้อ 26 กำหนดว่าข้อพิพาทใดซึ่งผ่านกระบวนการ
ระงับข้อพิพาททั้งปวงของอาเซียนมาแล้วแต่ไม่สามารถระงับ ให้ถือว่าข้อพิพาทนั้นไม่ระงับ
(unresolved dispute) ซึ่งจะตอ้ งสง่ ไปให้ทีป่ ระชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ตดั สิน อย่างไร
ก็ดี ในขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าข้อพิพาทที่ไม่ระงับ (unresolved dispute) ต่างจากการไม่ปฏิบัติตามคำ

21 เช่น CEPT ข้อ 8 กำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนระงับข้อพิพาทที่มีสาเหตุมาจาก CEPT
โดยสันติวิธีระหว่างกัน หากตกลงกันไม่ได้ให้อุทธรณ์ไปยัง AFTA Council และ AEM (ASEAN
Economic Ministers) โดยลำดบั ท้งั น้ี โดยไมม่ ีกรอบเวลา และไมม่ กี ระบวนการพิจารณา

22 WTO มีบทบัญญัติในทำนองน้ีเช่นเดียวกัน แต่ระบุชัดเจนว่า “กระบวนการระงับข้อพิพาท
พิเศษ” คืออะไรบ้าง

23 ดู ภาคผนวก ตาราง 6

Assumption University Law Journal 15 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอสั สัมชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

ตัดสิน (non-compliance) หรือไม่ อย่างไร จะถือได้หรือไมว่ า่ คำตัดสนิ ทุกคำตัดสินระงบั ข้อพิพาทไป
แล้ว เหลือแต่เพียงการปฏิบัติตาม และจะถือได้ด้วยหรือไม่ว่าการไม่ปฏิบัติตามคือข้อพิพาทที่ไม่ระงับ
ซึ่งถา้ เปน็ เช่นน้ี ทำไมจึงต้องมกี ฎเกณฑ์เก่ยี วกบั การไม่ปฏิบัตติ ามออกมาซ้ำซ้อนดว้ ย

7. ไม่ถือเป็นข้อพิพาทได้ กล่าวคือ กฎบัตรอาเซียนกำหนดไว้ในข้อ 5 และข้อ 20 ว่า “การ
ละเมิดกฎบัตรอาเซียนอย่างรุนแรงหรือการไม่ปฏิบัติตาม” (serious breach of the ASEAN Charter
or non-compliance) ไม่ต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายระงับ แต่ให้ส่งเรื่องไปให้ที่ประชุมสุดยอด
อาเซียน (ASEAN Summit) ตัดสินเลย ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ อาจถือได้ว่ากรณีนี้ไม่ใช่ข้อพิพาท เพราะข้อ
พิพาทต้องสามารถระงับด้วยวิธีการทางกฎหมาย และอาจถือได้ด้วยว่ากรณีนี้ไม่ใช่ข้อพิพาทที่ไม่ระงับ
ด้วยเพราะไม่เคยผ่านกระบวนการทางกฎหมายเลย นอกจากนี้ ยังอาจเกิดปัญหาได้ว่า (1) อะไรคือ
serious breach (2) อะไรคือ non-compliance (3) ใครเป็นผู้ตัดสิน (4) ใครเป็นผู้กล่าวหา (5) ที่
ประชมุ สุดยอดอาเซยี นจะเปน็ ผู้เร่ิมเรื่องเอง โดยไม่มีผกู้ ลา่ วหา ไดห้ รือไม่ (take judicial notice) (6) จะ
เกดิ อะไรขนึ้ ถ้าท่ีประชมุ สุดยอดอาเซยี นไมส่ ามารถตัดสินโดยฉนั ทามติ (ปดิ คดี หรอื ถือเป็นข้อพิพาทท่ีไม่
ระงบั ซงึ่ ยังคงตอ้ งอยูใ่ นระเบยี บวาระการประชุมของท่ปี ระชมุ สดุ ยอดอาเซยี นต่อไปจนกวา่ เร่ืองจะระงับ)

8. ท้ายที่สุดการทูต ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในเรื่องของ ‘serious breach of the ASEAN
Charter or non-compliance; ‘unresolved disputes’; และ ‘non-compliance’ อาจกล่าวได้ว่า
ข้อพิพาททั้งปวงในกรอบอาเซียนจะสิ้นสุดลงที่การวินิจฉัย หรือการไม่วินิจฉัย ของที่ประชุมสุดยอด
อาเซยี น และโดยท่ีทป่ี ระชมุ สดุ ยอดอาเซียนประกอบด้วยผู้นำของรัฐและรัฐบาล ซง่ึ นา่ จะมีลักษณะเป็น
องคก์ รทางการทูตและการเมืองมากกวา่ กฎหมาย ดังน้นั จึงนา่ จะสรุปไดว้ ่า “ท้ายท่ีสดุ การทตู ”

11. ประเทศไทยจะไดร้ บั ประโยชนจ์ าก AEC หรอื ไม่ อยา่ งไร

ประเทศไทยจะได้รบั ประโยชนจ์ าก AEC หรอื ไม่ อย่างไร มีประเดน็ พจิ ารณาดังน้ี
จุดแข็ง ประเทศไทยมีจุดแข็ง เช่น ในดา้ นการท่องเทีย่ ว การแพทย์ และการค้าชายแดน24การ
ขนส่งระหว่างประเทศ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสงู ระหว่างคุนหมิง-สิงคโปร์25 และโครงการทวาย26

24 การค้าชายแดนเป็นข้อยกเว้นของการห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ ทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้า
บรกิ าร และการลงทนุ ประเทศทีม่ ชี ายแดนติดตอ่ กนั สามารถใหส้ ิทธิพิเศษระหวา่ งกันได้ โดยไมต่ ้องให้
สทิ ธิพิเศษนน้ั กับประเทศอ่นื แม้แต่ประเทศอาเซียนดว้ ยกนั

25 Kunming-Singapore High Speed Railway
26 Dawei Project

Assumption University Law Journal 16 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยอัสสมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานดี มีโครงสร้างขั้นพื้นฐานดี มีประชากรมาก มีความ
เขม้ แขง็ ในสนิ ค้าเกษตรและอาหาร

จุดออ่ น ประเทศไทยมีจุดอ่อน อาทิ มีแรงงานขา้ มชาติมาก มีปัญหาดา้ นยาเสพติดซึ่งส่วนใหญ่
มาจากชายแดน มีค่าแรงงานสูง มีการทุจริตมาก มีข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน มีความไม่สงบ
ภายใน มคี วามไมม่ นั่ คงทางการเมอื ง

ประเด็นตา่ งดงั กล่าวขา้ งตน้ เปน็ เพียงขอ้ พิจารณาโดยไม่มีขอ้ สรปุ

12. การคา้ ชายแดน

การค้าชายแดนเป็นข้อยกเว้นของหลักการการห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ ทั้งในกรอบองค์การ
การค้าโลกและอาเซียน และทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ข้อยกเว้นดังกล่าว
เป็นบทบัญญัติที่กำหนดไว้แล้วใน GATT27 GATS28 และ AFAS29 ซึ่งประเทศที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศ
อื่นหลายประเทศ เช่นไทย สามารถที่จะใช้สิทธิได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำความตกลงขึ้นใหม่ เหมือนกับ
กรณีของเขตการค้าเสรี (FTA) และสหภาพศุลกากร (CU) ซึ่งจะต้องมีการเจรจาระหว่างกัน ซึ่งนับว่าเป็น
ความแตกต่างในเชงิ ภมู ิรฐั ศาสตร์ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อไทยมาก

27 GATT Article XXIV: 3(a) provides that ‘The provisions of this Agreement shall
not be construed to prevent: Advantages accorded by any contracting party to adjacent
countries in order to facilitate frontier traffic’;

28GATS Article III: 3 provides that ‘The provisions of this Agreement shall not be
so construed as to prevent any Member from conferring or according advantages to
adjacent countries in order to facilitate exchanges limited to contiguous frontier zones
of services that are both locally produced and consumed

29AFAS Article IV provides that ‘3. The provisions of this Framework Agreement
shall not be so construed as to prevent any Member State from conferring or according
advantages to adjacent countries in order to facilitate exchanges limited to contiguous
frontier zones of services that are both locally produced and consumed.’

Assumption University Law Journal 17 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั อสั สัมชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

การค้าชายแดน ไม่ใช่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ แต่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศที่มี
ชายแดนติดต่อกันเพือ่ ส่งเสริมการคา้ ท้องถนิ่ ทีอ่ ยไู่ ม่ไกลจากชายแดนระหวา่ งประเทศท้ังสอง

13. เขตเศรษฐกิจพเิ ศษ

เขตเศรษฐกิจพิเศษ (special economic zones หรือ SEZs) ไม่ใช่การรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจ แต่เป็นเขต (ภูมิภาค) ที่ประเทศต่างๆ ได้กำหนดขึ้น โดยกฎหมายภายในของตน ให้เป็น
เขตที่อุตสาหกรรม (industries) วิสาหกิจ (enterprises) บริษัท (companies) หรือการลงทุน
อื่นๆ ที่ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ในด้านภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีศุลกากร (tariffs หรือ customs
duties) ภาษีสรรพสามิต (excise taxes) ภาษีเงินได้ (income taxes) และอื่นๆ ตลอดจน
ระเบยี บพธิ ีทางศุลกากร (customs formalities)

อนึง่ ผปู้ ระกอบการธรุ กิจดังกล่าวข้างต้น จะไดร้ บั การอำนวยความสะดวกในดา้ นสาธารณูประ
โภคต่างๆ (infrastructures) เชน่ ไฟฟา้ นำ้ ประปา การคมนาคม การโทรคมนาคม และอื่นๆ

ท้ังนี้ โดยมกั จะมเี งื่อนไขในการให้สิทธพิ ิเศษเหล่าน้ัน เชน่ (1) ผ้ปู ระกอบการธรุ กิจ จะต้องผลิต
และส่งสินค้าหรือบริการไปขายในต่างประเทศเท่านั้น (export performance requirements) และ/
หรือ (2) จะต้องใช้สินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศเท่านั้น หรือเป็นสัดส่วนที่กำหนดไว้
(local content requirements)

SEZs มีขึ้น โดยมีจุดประสงค์สำคัญในการดึงดูดการลงทุน การพัฒนาท้องถิ่น โดยเฉพาะ
ท้องถิ่นกันดาล การสร้างงานในชนบท ทั้งนี้ โดยการสร้างแรงจูงใจ การอำนวยความสะดวก ทั้งน้ี
ภายใต้เงื่อนไขการปฏบิ ตั ิตามนโยบายของรัฐ ในบางประเทศ เปน็ เครอ่ื งมอื สำคญั ในการเปลยี่ นผ่านจาก
ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (socialism) ไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม (capitalism) เช่น
ประเทศจนี

Creskoff และ Peter Walkenhorst ได้ทำการศึกษา SEZs ให้กับธนาคารโลก (Policy
Research Working Paper 4892) พบว่า เกือบทุกประเทศมีการจัดตั้ง SEZs ในชื่อต่างๆ กัน เช่น
“Industrial free zone” and “export free zone” (Ireland); “maquiladora” (Mexico); “duty
free export processing zone” and “free export zone” (ROK); “export processing zones”

Assumption University Law Journal 18 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564)

(Philippines); “investment promotion zones”(Sri Lanka); “foreign trade zone” (India);
“free zone” (UAE).30

SEZs มขี นาดตา่ งๆ กนั นับตั้งแต่ขนาดแค่โรงงานไปจนถึงขนาดเมอื ง31
SEZs มีมานานแลว้ ในทางปฏบิ ัติของรฐั แต่ปัจจุบนั ได้ทวีจำนวนมากขึน้ ธนาคารโลก พบว่าใน
ปี 2008 มี SEZs จำนวน 2,300 แห่ง ในประเทศกำลังพฒั นาและประเทศทเ่ี ปลย่ี นผ่านระบบเศรษฐกิจ
(developing and transition countries) จำนวน 119 ประเทศ ในประเทศจีนแห่งเดียวมีถึง 660
แห่งซง่ึ ดำเนินการโดยรฐั บาลกลาง และ 1,346 แห่งซึ่งดำเนินการโดยรฐั บาลทอ้ งถิน่ 32
อนงึ่ เปน็ ที่นา่ สนใจว่า SEZs หลายแห่งในโลก ดำเนินการโดยเอกชน และโดยเหตุนั้น จึงไม่อยู่
ในบังคับของ GATT และความตกลงระหว่างประเทศอนื่ ๆ ภายใต้องค์การการคา้ โลก33
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในแง่กฎหมายแล้ว SEZs อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านกฎหมายระหว่าง
ประเทศหลายประการ กลา่ วคอื
1. GATT และความตกลงทง้ั หลายภายใต้ WTO ไม่มบี ทบัญญตั ิวา่ ดว้ ย SEZs
2. อย่างไรก็ดี สิ่งจูงใจและเงื่อนไขต่างๆ ภายใต้ SEZs ดังกล่าวข้างต้น อาจขัดกับบทบัญญัติ
ของความตกลงภายใต้ WTO หลายฉบับ อาทิ GATT, ASCM (Agreement on subsidies and
Countervailing Measures); AA (Agreement on Agriculture); TRIM (Agreement on Trade
Related Investment Measures)

30 Stephen Creskoff and Peter Walkenhorst, “Implications of WTO Disciplines for
Special Economic Zones in Developing Countries”, at 7-8. https://openknowledge.world
bank.org/handle/10986/4089

31 Stephen and Peter อ้างแลว้ เชิงอรรถ 31 หน้า 7
32 Stephen and Peter อ้างแล้ว เชงิ อรรถ 31 หน้า 8
33 Stephen and Peter อ้างแล้ว เชิงอรรถ 31 หน้า 7 และ 12

Assumption University Law Journal 19 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยอสั สมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

3. ความตกลงเหล่าน้ี มหี ลักการสำคญั คอื (1) การหา้ มไม่ใหด้ ำเนินการด้านภาษตี ่างจากที่ตก
ลงกัน34 (2) การห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ35 (3) การห้ามไม่ให้อุดหนุน โดยเฉพาะการอุดหนุนเพื่อการ
ส่งออกและการอุดหนนุ เพอื่ ลดการนำเข้า ซงึ่ สินค้า36

ปัจจุบัน ประเทศไทยก็มีดำริที่จะจัดตั้ง SEZs ขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะตามบริเวน
ชายแดน ดงั นนั้ ประเทศไทยจึงควรศึกษาข้อเทจ็ จริงและหลักกฎหมายดังกลา่ วข้างต้นอยา่ งจริงจัง ทั้งน้ี
เพอื่ ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ และเพ่ือป้องกนั ไม่ใหป้ ระเทศไทยถกู ฟ้องรอ้ งใน WTO

14. กฎหมายไทยที่เก่ียวขอ้ งกบั ประชาคมอาเซยี น

พระราชบญั ญัตวิ า่ ดว้ ยการประกอบธรุ กจิ ของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๕ การอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พิจารณาโดย
คำนงึ ถงึ ผลดแี ละ ผลเสยี ตอ่ ความปลอดภัยและความม่ันคงของประเทศ การพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม
ของประเทศ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ศิลปวัฒนธรรมและจารีตประเพณี
ของประเทศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพลังงานและการรักษาสิ่งแวดล้อม การคุ้มครอง
ผ้บู รโิ ภค ขนาดของกิจการ การจ้างแรงงาน การถา่ ยทอดเทคโนโลยี การวจิ ยั และพฒั นา
มาตรา ๘ ภายใต้บงั คับมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๒
(๑) ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกจิ ที่ไม่อนุญาตให้คนต่างดา้ วประกอบกิจการ ด้วยเหตุผล
พิเศษตามท่กี ำหนดไวใ้ นบัญชีหนง่ึ
(๒) ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจท่ีเกี่ยวกับความปลอดภัย หรือความมั่นคงของประเทศ
ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และหัตถกรรมพื้นบ้าน หรือธุรกิจที่มีผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีสอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก
รฐั มนตรีโดยการอนุมตั ขิ องคณะรฐั มนตรี

34 GATT Article II
35 GATT Article I and Article III
36 GATT Article XVI and its Ad Article; ASCM Part II (Prohibited Subsidies), Part III
(Actionable Subsidies); Part IV (Non-Actionable Subsidies), and Part VIII (Developing
Country Members); AA Articles 1, 12, 13, and Annex 2; TRIM Article 2

Assumption University Law Journal 20 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

(๓) ห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจท่ีคนไทยยังไม่มีความพร้อมท่ีจะแข่งขันในการประกอบ
กจิ การกับคนต่างดา้ ว ตามท่ีกำหนดไว้ในบัญชีสาม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดโี ดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการ

มาตรา ๑๐ บทบัญญัติมาตรา ๕ มาตรา ๘ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ไม่ใช้
บังคับแก่คนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ โดยได้รับอนุญาตจากรัฐบาล
แห่งราชอาณาจักรไทยเป็นการเฉพาะกาล

คนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติน้ี โดยสนธิสัญญาที่ประเทศไทย
เป็นภาคีหรือมีความผูกพันตามพันธกรณี ให้ได้รับยกเว้นจากการบังคับใช้บทบัญญัติแห่งมาตรา
ตา่ งๆ ตามท่กี ำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และให้เป็นไปตามบทบญั ญัติและเง่ือนไขของสนธิสัญญานั้น ซ่ึง
อาจรวมถึง การให้สิทธิคนไทยและวิสาหกิจของคนไทยเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศสัญชาติของคน
ตา่ งด้าวนัน้ เปน็ การตา่ งตอบแทนด้วย

มาตรา ๑๓ ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดเรื่องการถือหุ้น การเป็นหุ้นส่วนหรือการลงทุน
ของคนต่างด้าว การอนุญาตหรือการห้ามคนต่างด้าวในการประกอบธุรกิจบางประเภทหรือกำหนด
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวไว้เป็นประการใด ให้ใช้บังคับตามกฎหมาย
ดังกล่าวและมิให้นำความในพระราชบัญญัตินี้ไปใช้บังคับในส่วนที่มีกฎหมายอื่นกำหนดไว้เป็นการ
เฉพาะแลว้

มาตรา ๑๔ ทุนขัน้ ต่ำที่คนตา่ งด้าวใช้ในการเร่ิมต้นประกอบธรุ กิจในประเทศไทยต้องมีจำนวน
ไมน่ ้อยกวา่ ที่กำหนดในกฎกระทรวงแตต่ อ้ งไมน่ ้อยกว่าสองล้านบาท

ในกรณีการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในวรรคแรกเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตตามบัญชี
ทา้ ยพระราชบญั ญัตนิ ้ี ทุนข้นั ตำ่ ทีก่ ำหนดในกฎกระทรวงสำหรับแตล่ ะธรุ กิจต้องไม่น้อยกวา่ สามลา้ นบาท

กฎกระทรวงทอ่ี อกตามบทบัญญัตมิ าตรานี้ อาจกำหนดระยะเวลาทุนขั้นต่ำทตี่ ้องนำหรือส่งเข้า
มาในประเทศไทยไว้ด้วยกไ็ ด้

ความในมาตรานไี้ ม่ใช้บังคบั กับกรณีทคี่ นต่างด้าวนำเงินหรือทรัพย์สนิ อันเกิดจากรายได้ที่ได้มา
จากการประกอบธุรกิจเดิมที่เริม่ ดำเนนิ การมาก่อนแลว้ ในประเทศไทยไปเริ่มประกอบธรุ กิจรายอ่ืนหรอื
นำไปลงหุน้ หรือลงทุนในกิจการหรอื ในนติ บิ ุคคลอืน่

มาตรา ๑๕ คนต่างด้าวจะประกอบธุรกิจตามบัญชีสองได้จะต้องมีคนไทยหรือนิติบุคคลที่
มิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัตินี้ถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบ ของทุนของคนต่างด้าวที่เป็น
นิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะมีเหตุสมควร รัฐมนตรีโดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีอาจผ่อนผันสัดส่วนใน
เรื่องดังกล่าวให้น้อยลงได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า และต้องมีกรรมการที่เป็นคนไทยไม่น้อย
กว่าสองในหา้ ของของจำนวนกรรมการทั้งหมด

Assumption University Law Journal 21 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๔๐
มาตรา ๒๒๔ พระมหากษตั ริย์ทรงไว้ ซึง่ พระราชอำนาจในการทำหนงั สือสญั ญาสนั ติภาพ
สัญญาสงบศึก และสัญญาอน่ื กบั นานาประเทศหรือกบั องค์การระหวา่ งประเทศ
หนงั สือสญั ญาใดมบี ทเปลยี่ นแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอำนาจแห่งรฐั หรือจะต้องออก
พระราชบญั ญัติเพอื่ ใหก้ ารเปน็ ไปตามสัญญา ต้องไดร้ บั ความเห็นชอบของรฐั สภา

รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย ๒๕๕๐
มาตรา ๑๙๐ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ
สญั ญาสงบศกึ และสัญญาอื่น กบั นานาประเทศหรอื กบั องค์การระหว่างประเทศ
หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศ
ไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือจะต้อง
ออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทาง
เศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรือ
งบประมาณของประเทศอยา่ งมีนยั สำคัญ ตอ้ งได้รับความเห็นชอบของรฐั สภา ในการนี้ รฐั สภาจะต้อง
พจิ ารณาใหแ้ ล้วเสร็จภายในหกสิบวนั นบั แต่วันที่ได้รับเรื่องดงั กล่าว
ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่าง ประเทศตาม
วรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจง
ต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการน้ี ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอ
ความเหน็ ชอบด้วย
เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน
คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น และในกรณีที่การ
ปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและ
ขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็วเหมาะสม
และเปน็ ธรรม
ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาทีม่ ีผลกระทบต่อความ
มั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุน
อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญา
ดังกล่าวโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตาม
หนงั สือสญั ญานั้นและประชาชนทว่ั ไป

Assumption University Law Journal 22 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั อสั สมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

ในกรณีท่มี ีปัญหาตามวรรคสอง ให้เปน็ อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉยั ชี้ขาด โดยให้นำ
บทบญั ญัตติ ามมาตรา ๑๕๔ (๑) มาใชบ้ ังคบั กับการเสนอเรอื่ งต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนโุ ลม

รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย ๒๕๖๐
มาตรา ๑๗๘ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ
สญั ญาสงบศกึ และสญั ญาอนื่ กับนานาประเทศหรือกบั องค์การระหว่างประเทศ
หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศ
ไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรือจะต้อง
ออกพระราชบญั ญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา และหนงั สอื สัญญาอ่นื ท่ีอาจมีผลกระทบต่อ
ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้าหรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวาง ต้องได้รับ
ความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันทีไ่ ด้รับ
เรื่อง หากรฐั สภาพจิ ารณาไมแ่ ลว้ เสรจ็ ภายในกำหนดเวลาดงั กลา่ ว ใหถ้ ือว่ารฐั สภาให้ความเห็นชอบ
หนังสือสัญญาอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้า หรือ
การลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวางตามวรรคสอง ได้แก่ หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี เขต
ศุลกากรร่วมหรือการให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิใน
ทรพั ยากรธรรมชาติทง้ั หมดหรอื บางสว่ น หรือหนังสอื สญั ญาอ่นื ตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ
ให้มีกฎหมายกำหนดวิธีการที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและ
ได้รับการเยียวยาที่จำเป็นอันเกิดจากผลกระทบของการทำหนังสือสัญญาตามวรรคสามด้วย เมื่อมี
ปัญหาว่าหนังสือสัญญาใดเป็นกรณีตามวรรคสองหรือวรรคสามหรือไม่ คณะรัฐมนตรีจะขอให้ศาล
รัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได้ ทั้งน้ี ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้
รบั คำขอ

15. กฎหมายไทยท่ีมมี ิติระหวา่ งประเทศ

พระราชบญั ญัตอิ นญุ าโตตลุ าการพ.ศ. ๒๕๔๕
หมวด ๗
การยอมรับและบังคับตามคำชข้ี าด
มาตรา ๑๕ ในสัญญาระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชนไม่ว่าเป็นสัญญาทางปกครอง
หรือไม่ก็ตาม คู่สัญญาอาจตกลงให้ใช้วิธกี ารอนุญาโตตุลาการในการระงับขอ้ พิพาทได้และให้สัญญา
อนญุ าโตตุลาการดงั กล่าวมผี ลผูกพันคสู่ ญั ญา

Assumption University Law Journal 23 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สัมชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564)

มาตรา ๔๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ คำชี้ขาดของคณะ
อนุญาโตตุลาการไม่ว่าจะได้ทำขึ้นในประเทศใดให้ผูกพันคู่พิพาท และเมื่อได้มีการร้องขอต่อศาลที่มี
เขตอำนาจย่อมบงั คับไดต้ ามคำชข้ี าดนัน้

ในกรณีคำช้ีขาดของคณะอนุญาโตตลุ าการกระทำขนึ้ ในต่างประเทศ ศาลทม่ี เี ขตอำนาจจะมีคำ
พิพากษาบงั คับตามคำช้ีขาดให้ตอ่ เม่ือเป็นคำชี้ขาดท่ีอยู่ในบงั คบั แห่งสนธิสญั ญา อนุสัญญาหรือความตก
ลงระหว่างประเทศซ่ึงประเทศไทยเป็นภาคี และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่ประเทศไทยยอมตนเข้า
ผกู พนั เทา่ นัน้

มาตรา ๔๒ เมอ่ื คู่พิพาทฝา่ ยใดประสงคจ์ ะให้มีการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนญุ าโตตุลาการ
ให้คู่พพิ าทฝ่ายน้ันย่ืนคำร้องต่อศาลทมี่ ีเขตอำนาจภายในกำหนดเวลาสามปีนบั แต่วันที่อาจบังคับตามคำ
ชข้ี าดไดเ้ มือ่ ศาลไดร้ ับคำร้องดงั กลา่ วใหร้ บี ทำการไตส่ วน และมคี ำพพิ ากษาโดยพลัน

ผู้รอ้ งขอบงั คับตามคำช้ีขาดของคณะอนญุ าโตตุลาการจะต้องมเี อกสารดังต่อไปน้ี มาแสดงตอ่ ศาล
(๑) ต้นฉบับคำช้ขี าด หรอื สำเนาท่รี ับรองถูกต้อง
(๒) ต้นฉบับสัญญาอนญุ าโตตลุ าการ หรอื สำเนาทร่ี ับรองถกู ต้อง
(๓) คำแปลเป็นภาษาไทยของคำชี้ขาดและสัญญาอนุญาโตตุลาการโดยมผี ู้แปลซ่ึงได้สาบานตัว
แลว้ หรอื ปฏิญาณตนตอ่ หนา้ ศาลหรือต่อหน้าเจา้ พนักงานหรือบุคคลท่มี ีอำนาจในการรับคำสาบาน หรือ
ปฏิญาณหรือรับรองโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการรบั รองคำแปล หรือผู้แทนทางการทตู หรือกงสุลไทย
ในประเทศที่มกี ารทำคำชี้ขาดหรอื สญั ญาอนุญาโตตุลาการนัน้
มาตรา๔๓ ศาลมีอำนาจทำคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ
ไมว่ า่ คำช้ีขาดน้ันจะไดท้ ำข้ึนในประเทศใด ถา้ ผซู้ ่งึ จะถูกบงั คบั ตามคำช้ีขาดพสิ ูจนไ์ ดว้ ่า
(๑) คู่สัญญาตามสัญญาอนุญาโตตุลาการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บกพร่องในเรื่องความสามารถ
ตามกฎหมายท่ใี ช้บังคบั แกค่ สู่ ัญญาฝ่ายน้ัน
(๒) สัญญาอนุญาโตตุลาการไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายแห่งประเทศที่คู่สัญญาได้ตกลงกันไว้
หรอื ตามกฎหมายของประเทศที่ทำคำชี้ขาดนั้น ในกรณีทไี่ มม่ ีขอ้ ตกลงดังกล่าว
(๓) ไม่มีการแจ้งให้ผู้ซึ่งจะถูกบังคับตามคำชี้ขาดรู้ล่วงหน้าโดยชอบถึงการแต่งตั้งคณะ
อนุญาโตตุลาการหรือการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ หรอื บคุ คลดังกลา่ วไม่สามารถเข้าต่อสู้คดี
ในช้นั อนุญาโตตลุ าการไดเ้ พราะเหตปุ ระการอนื่
(๔) คำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือคำชี้ขาด
วินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ แต่ถ้าคำชี้ขาดท่ี
วินิจฉัยเกินขอบเขตนน้ั สามารถแยกออกไดจ้ ากคำชข้ี าดส่วนทว่ี นิ ิจฉัยในขอบเขตแล้วศาลอาจบังคับตาม
คำชี้ขาดส่วนทวี่ นิ ิจฉยั อยูใ่ นขอบเขตแหง่ สญั ญาอนญุ าโตตลุ าการหรือข้อตกลงน้นั ก็ได้

Assumption University Law Journal 24 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อัสสัมชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

(๕) องคป์ ระกอบของคณะอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ
มิได้เป็นไปตามที่คู่พิพาทได้ตกลงกันไว้ หรือมิได้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่ทำคำชี้ขาดใน
กรณีทีค่ ู่พิพาทมไิ ดต้ กลงกนั ไว้ หรอื

(๖) คำชี้ขาดยังไม่มีผลผูกพัน หรือได้ถูกเพิกถอน หรือระงับใช้เสียโดยศาลที่มีเขตอำนาจ
หรือภายใต้กฎหมายของประเทศที่ทำคำชี้ขาด เว้นแต่ในกรณีท่ียังอยู่ในระหวา่ งการขอให้ศาลทีม่ ีเขต
อำนาจทำการเพกิ ถอนหรอื ระงบั ใชซ้ งึ่ คำช้ขี าด ศาลอาจเลื่อนการพจิ ารณาคดีท่ขี อบังคับตามคำชี้ขาดไป
ได้ตามที่เห็นสมควร และถ้าคู่พิพาทฝ่ายที่ขอบังคับตามคำชี้ขาดรอ้ งขอ ศาลอาจสั่งให้คู่พิพาทฝ่ายที่จะ
ถกู บังคับวางประกันทเ่ี หมาะสมก่อนกไ็ ด้

มาตรา ๔๔ ศาลมีอำนาจทำคำสั่งปฏิเสธการขอบังคับตามคำชี้ขาดตามมาตรา ๔๓ ได้ ถ้า
ปรากฏต่อศาลว่าคำชี้ขาดนั้นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ไม่สามารถจะระงับโดยการอนุญาโตตุลาการได้ตาม
กฎหมายหรือถ้าการบังคับตามคำช้ีขาดน้นั จะเปน็ การขดั ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศลี ธรรมอันดีของ
ประชาชน

มาตรา ๔๕ หา้ มมใิ ห้อทุ ธรณค์ ำสง่ั หรอื คำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ เวน้ แต่
(๑) การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ
ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน
(๒) คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของ
ประชาชน
(๓) คำสงั่ หรือคำพพิ ากษานน้ั ไม่ตรงกับคำชขี้ าดของคณะอนุญาโตตุลาการ
(๔) ผู้พพิ ากษา หรือตุลาการซง่ึ พจิ ารณาคดนี ้นั ได้ทำความเหน็ แย้งไวใ้ นคำพิพากษา หรือ
(๕) เป็นคำส่ังเกีย่ วดว้ ยการใช้วิธีการช่ัวคราวเพ่ือคุ้มครองประโยชน์ของคู่พิพาทตามมาตรา ๑๖
การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือ
ศาลปกครองสงู สดุ แล้วแตก่ รณี

พระราชบญั ญัตปิ โิ ตรเลียม ๒๕๑๔
มาตรา ๕๓ ข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการที่รัฐมนตรีสั่งให้ผู้รับสัมปทาน แก้ไข เหตุที่จะสั่งเพิกถอน
สัมปทานตามมาตรา ๕๒ และข้อพิพาทที่เกี่ยวกับปัญหาที่ว่าได้มีการปฏบิ ัติตามสัมปทานหรือไม่ ถ้า
ไม่สามารถตกลงกนั ได้ ใหด้ ำเนินการ ระงับโดยอนุญาโตตุลาการตามวธิ ีการท่กี ำหนดในสมั ปทาน
ในกรณที ผ่ี รู้ บั สัมปทานไม่ยอมปฏบิ ัตติ ามคำวินจิ ฉัยของอนุญาโตตลุ าการ หรือไมป่ ฏิบัติตามคำ
วินจิ ฉยั ขออนุญาโตตุลาการภายในเวลาทีก่ ำหนด ใหร้ ัฐมนตรี มอี ำนาจส่ังเพกิ ถอนสิทธหิ รอื ประโยชน์
ท้งั หมดหรือบางสว่ นหรือเพิกถอนสมั ปทานได้

Assumption University Law Journal 25 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยอสั สัมชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

16. ผลกระทบของเขตการค้าเสรีตอ่ กฎหมายไทย

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น (ASEAN Economic Community หรือ AEC) มีลักษณะเป็นเขต
การค้าเสรี (Free Trade Area หรือ FTA) เพราะแม้ว่าอัตราภาษีศุลกากรในสินค้าที่ประเทศสมาชิก
อาเซียนค้าขายระหว่างกันในเกือบทุกสินค้า จะถูกขจัดให้เป็นศูนย์ แต่แต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนก็
ยังคงมอี ำนาจท่จี ะกำหนดอัตราภาษีศลุ กากรต่อสินคา้ หน่ึงใดจากประเทศนอกกลุ่มเป็นคนละอัตราตาม
นโยบายของตน ดังนั้น จึงไม่มีลักษณะเป็นสหภาพศุลกากร (Customs Union) เหมือนกับประชาคม
เศรษฐกจิ ยโุ รป (European Economic Community) ดังทปี่ ระชาชนทว่ั ไปเข้าใจ

ประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประเทศสมาชิกอาเซียนมีพันธกรณีที่จะต้องอนุวัติการให้เป็นไป
ตามตราสารอาเซียน (ASEAN Instruments) ต่างๆ ที่เก่ียวข้อง อาทิ การยอมรับนับถือว่าอาเซียนเป็น
องค์การระหว่างประเทศที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลและให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย การออกหรือ
แกไ้ ขกฎหมายว่าด้วยพกิ ัดอัตราภาษศี ุลกากร การประกอบธรุ กิจของคนต่างดา้ ว และ ฯลฯ

นอกจากนี้ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย มาตรา 178 โดยเฉพาะวรรค 2 และ วรรค 3 ท่ี
กำหนดว่า “หนังสือสัญญาอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้าการ
ลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวางตามวรรคสอง ได้แก่หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี เขตศุลกากร
ร่วม หรือการให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ หรือ
ทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน หรือหนังสือสัญญาอื่นตามท่ี
กฎหมายบัญญัติ” ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ดังนั้น การใดที่เกี่ยวกับการค้าเสรี ซึ่งมี
ความหมายกวา้ งขวางมาก หรอื หนังสอื สญั ญาอนื่ ๆ ตามทร่ี ะบไุ ว้ในวรรคนี้ ก็จะตอ้ งได้รบั ความเห็นชอบ
จากรฐั สภาดว้ ย

Assumption University Law Journal 26 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอัสสัมชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

ภาคผนวก
ตาราง 1 หลกั การสำคัญของ GATT

การคา้ เสรี (Free การเขา้ ถึงตลาด การห้ามไมใ่ ห้ ข้อยกเวน้ อนั ไม่ใชก้ บั การระงับข้อพพิ าท

Trade) (Market Access) เลอื กปฏบิ ตั ิ (Non- จำกดั (Limited กระบวนการ ทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ

Discrimination) Exceptions) ผลิตทไ่ี ม่มผี ล (Effective DSM)

ต่อสนิ คา้ (No

NPR-PPMs)

ตัง้ อยบู่ นพน้ื ฐาน -การหา้ มหรือจำกดั ในกรณที เี่ ป็นสนิ คา้ 1. สินค้าลน้ เดมิ GATT ไม่ เร่ิมด้วยการเจรจา

ของความสามารถ การนำเข้าหรอื ชนดิ เดยี วกันหรือ ตลาด จำกัด ใช้บังคับกบั ภายใตก้ รอบเวลา

เชิงเปรยี บเทียบ ส่งออกจะทำไมไ่ ด้ like products หา้ มนำเข้า กระบวนการ (10 วันตอบ 30

(comparative -มาตรการเดยี วที่ (คือสนิ คา้ ที (1) 2. สนิ ค้าขาด ผลติ ทง้ั ปวง เจรจา 60 เสร็จ นบั

advantage) รฐั ทำไดค้ ือภาษี รปู รา่ งลักษณะ ตลาด จำกดั แตป่ จั จบุ นั ไม่ใช้ แต่มีคำร้อง) ตอ่ ด้วย

ควรผลติ สินคา้ ที่ ศุลกากร คล้ายกัน (2) เพื่อ หา้ มสง่ ออก กับ การพจิ ารณาของ

ตนชำนาญแล้วไป -มาตรการสำคัญใน จุดประสงค์ (แต่ทง้ั 1 และ 2 กระบวนการ Panel ซ่ึงต้องเสร็จ

ซ้อื ขาย การส่งเสรมิ การค้า เดียวกนั (3) ต้องปฏบิ ัติอย่าง ผลิตทไี่ ม่มีผล ภายใน 9 (6+3)

แลกเปลย่ี นกบั เสรี ได้แก่การเข้าถงึ ผบู้ รโิ ภคนยิ ม เสมอหน้า) ต่อส้ินคา้ ทผี ลิต เดือน ตอ่ ด้วยการ

สนิ ค้าทต่ี นไม่ ตลาดของประเทศ เหมือนกนั (4) อยู่ 3. จำต้อง สำเร็จแลว้ อาทิ พิจารณาของ

ชำนาญ และเพอื่ ตา่ งๆ โดย ในรายการอัตรา ปกปอ้ งศลี ธรรม กุ้งทจ่ี ับโดยอวน Appellate Body

การนรี้ ัฐจะต้อง ปราศจากอุปสรรค ภาษศี ลุ กากร อนั ดี ทีไ่ มม่ เี ครอื่ ง ในประเดน็ กฎหมาย

ไม่ปิดหรือ ทง้ั ในดา้ นภาษี (tariff line) 4. จำต้อง แยกเต่าทะเล ซ่งึ ต้องเสรจ็ ใน 90

บิดเบอื นตลาด ศลุ กากรและไมใ่ ช่ เดียวกัน และ (5) ปกปอ้ งชีวติ หรอื (turtle (60+30) วัน ซงึ่ คำ

หากเปน็ เชน่ น้ไี ด้ ภาษศี ุลกากรเชน่ ปลอดภยั สขุ อนามยั คน excluder ตัดสนิ มผี ลเสมอเวน้

ประชนในโลกก็ กฎระเบยี บต่างๆ เหมือนกนั ) สินคา้ สตั ว์ หรือพืช devices หรือ แต่ประเทศภาคี

จะมคี วามกินดีอยู่ ดงั นน้ั GATT จึง เหล่าน้ันไมว่ ่าจะมา 5. เกี่ยวกบั การ TEDs) อยา่ งไร ทง้ั หมดจะคดั ค้าน

ดี นกั คดิ สำคัญใน กำหนดใหม้ กี าร จากประเทศภาคีใด อนุรกั ษ์ กด็ ี หาก (negative

เรอ่ื งนี้ ได้แก่ เจรจาระหว่าง จะตอ้ งไดร้ ับการ ทรพั ยากรธรรมช กระบวนการ consensus)

Adam Smith ประเทศภาคีเปน็ ปฏบิ ัตเิ หมือนกัน าตทิ อ่ี าจหมดสนิ้ ผลติ มี ถ้าแพ้ ต้องแจ้ง

และ David ระยะๆ เพื่อขจดั จากประเทศภาคีผู้ 6. เกยี่ วกับการ ผลกระทบต่อ ภายใน 1 เดอื นว่า

Ricardo เปน็ อปุ สรรคดังกล่าว นำเขา้ ทัง้ ในด้าน นำเข้าหรือ สินคา้ ผลติ จะปฏบิ ัตติ ามคำ

อาทิ เมื่อตกลงกันแล้วก็ อตั ราภาษศี ุลกากร ส่งออกเงนิ หรือ สำเร็จแล้ว เช่น ตดั สนิ ภายในเวลา

ให้นำไปประกาศให้ กอ่ นสินคา้ เขา้ ทอง DDT ตกค้างใน เทา่ ไร ถ้าตกลงกนั

ทราบโดยตารางขอ้ ประเทศ (การ 7. จำเป็นเพอื่ พืชผกั ผลไม้ ไมไ่ ดร้ ะหวา่ ง

ผูกพนั (Schedules ใหผ้ ลปฏบิ ัตเิ ยีย่ ง บังคบั การให้ หรอื ของเลน่ คู่พิพาทภายใน 45

Assumption University Law Journal 27 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อัสสมั ชญั

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

of Commitment) ชาติทไ่ี ดร้ ับ เปน็ ไปตาม เด็กซง่ึ ใช้สีท่ี วนั ตอ้ งให้
ของทกุ ประเทศ อนเุ คราะหย์ ิ่งหรอื กฎหมายที่ไม่ขัด อาจเป็น อนุญาโตตลุ าการ
ภาคี Most Favoured กับ GATT อันตรายตอ่ เด็ก ตดั สินภายใน 90 วนั
Nation 8. เกย่ี วกับสินคา้ เชน่ น้ี หลงั จาก Panel
Treatment ทีผ่ ลติ จาก กระบวนการ หรือ Appellate
(MFN) และภาษี นกั โทษ ผลิตจะเปน็ Body ตัดสนิ
ตลอดจน 9. เพ่ือปกปอ้ ง เกณฑใ์ นการ แลว้ แต่กรณี ชีข้ าด
กฎระเบียบใน สมบัตขิ องชาติ ห้ามนำเขา้ หลังจากนน้ั ถ้าไม่
ประเทศหลงั จาก ในดา้ นศลิ ปะ หรือการเลือก ปฏบิ ตั ิตาม GATT
สินคา้ เข้าประเทศ ประวัตศิ าสตร์ ปฏบิ ตั ิดว้ ย โดย อาจอนุญาตให้ผู้
แลว้ (การให้ผล และโบราญคดี ผลของความตก ชนะตอบโตไ้ ด้
ปฏิบตั เิ ยี่ยงคนชาติ 10. ขอ้ มลู ซ่งึ ลง ASPSและ
หรอื National หากเปดิ เผยจะ ATBT
Treatment เปน็ ภยั ต่อความ กระบวนการ
(NT))37 มัน่ คงแหง่ ชาติ ผลิตทไ่ี ม่มี
11. เกย่ี วกับ ผลกระทบตอ่
อาวุธ ส้ินค้าทผี่ ลติ
ยทุ โธปกรณ์ สำเร็จแล้ว
และวสั ดุ (Non-Product
กมั มันตรังสี Related
12. ตอ้ งปฏบิ ัติ Processes
ตามพนั ธกรณที ่ี and
มีตามกฎบตั ร Production
สหประชาชาติ Methods หรอื
เหล่าน้ีเปน็ อาทิ NPR-PPMs)
13. การคา้ จะนำมาใชไ้ มไ่ ด้
ชายแดน เช่นอวนทีจ่ บั กงุ้
14. เขตการค้า ท่ีมีเคร่อื งมือ
เสรี แยกเต่าทะเล
15. สหภาพ กับไม่มี มผี ล
ศุลกากร

37 NT ใช้กับการแข่งขันระหว่างสินค้าจากต่างประเทศที่เสียภาษีศุลกากรแล้วกับสินค้าที่ผลิตใน
ประเทศในประเทศภาคีทีน่ ำเข้า

Assumption University Law Journal 28 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สมั ชัญ

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

16. ประชาคม ใดๆ กับกงุ้ ทีจ่ ับ

เศรษฐกจิ ได้

17. การปฏิบัติ

เป็นพเิ ศษกบั

ประเทศกำลัง

พฒั นา เชน่ GSP

Assumption University Law Journal 29 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสมั ชัญ

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

ตาราง 2 ความแตกต่างระหวา่ งการคา้ ชายแดนกับเขตเศรษฐกจิ พิเศษ

การค้าชายแดน (Frontier Traffic) เขตเศรษฐกจิ พเิ ศษ (Special Economic Zone)

การค้าชายแดนเป็นข้อยกเว้นของหลักการการห้ามไม่ให้ เขตเศรษฐกิจพิเศษ (special economic zones หรือ

เลือกปฏิบัติ ทั้งในกรอบองค์การการค้าโลกและอาเซียน SEZs) ไม่ใช่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ แต่เป็นเขต

และทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทนุ (ภูมิภาค) ที่ประเทศต่างๆ ได้กำหนดขึ้น โดยกฎหมาย

ข้อยกเว้นดังกล่าวเป็นบทบัญญัติที่กำหนดไว้แล้วใน ภายในของตน ให้เป็นเขตที่อุตสาหกรรม (industries)

GATT GATS และ AFAS ซึ่งประเทศท่ีมีชายแดนติดต่อ วิสาหกิจ (enterprises) บริษัท (companies) หรือ

กับประเทศอื่น เช่นไทย สามารถที่จะใช้สิทธินี้ได้ โดยไม่ การลงทุนอื่นๆ ที่ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ในด้านภาษี

จำเป็นต้องทำความตกลงขึ้นใหม่ เหมือนกับกรณีของเขต ไม่ว่าจะเป็นภาษีศุลกากร (tariffs หรือ customs duties)

การคา้ เสรี (FTA) และสหภาพศุลกากร (CU) ซ่ึงนบั ว่าเปน็ ภาษีสรรพสามิต (excise taxes) ภาษีเงินได้ (income

สทิ ธิท่เี ป็นประโยชนต์ อ่ ไทยมาก taxes) อนึ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจดังกล่าวข้างต้น จะได้รับ

การค้าชายแดน ไม่ใช่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ แต่ การอำนวยความสะดวกในด้านสาธารณูประโภคต่างๆ

เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีชายแ ดน (infrastructures) ทั้งนี้ โดยมักจะมีเงื่อนไขในการให้สิทธิ

ติดต่อกันเพื่อส่งเสริมการค้าท้องถิ่นที่อยู่ไม่ไกลจาก พิเศษเหล่านั้น เช่น (1) ผู้ประกอบการธุรกิจ จะต้องผลิต

ชายแดนระหวา่ งประเทศทัง้ สอง และส่งสินค้าหรือบริการไปขายในต่างประเทศเท่านั้น

(export performance requirements) และ/หรือ (2)

จะต้องใช้สินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศ

เท่านั้น หรือเป็นสัดส่วนที่กำหนดไว้ (local content

requirements)

Assumption University Law Journal 30 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สมั ชัญ

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

ตาราง 3 หลักเกณฑท์ างกฎหมายในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

Free Trade Area (FTA) Customs Union (CU) Economic Community (EC)

• เพื่อให้การคา้ ระหว่างประเทศในกลมุ่ ดขี ้นึ • เพื่อให้การคา้ ระหว่างประเทศ • ไมม่ ีหลักเกณฑ์ แต่ในความเข้าใจ
แตใ่ นขณะเดยี วกนั การค้ากับประเทศนอก ในกลมุ่ ดีขนึ้ แต่ในขณะเดียวกนั ของคนทั่วไป การเปิดเสรที าง
กลุ่มไม่เลวไปกว่าเดมิ
การคา้ กบั ประเทศนอกกลุ่มไม่ เศรษฐกิจและการคา้ น่าจะ
• ดว้ ยเหตนุ นั้ อัตราภาษีศลุ กากรและ
กฎระเบียบอนั เปน็ ขอ้ จำกัดจะตอ้ งถูกขจดั เลวไปกว่าเดมิ มากกวา่ FTA และ CU
ให้หมดไปในสินคา้ ซง่ึ ประเทศในกล่มุ ค้าขาย
กนั ในเกือบทกุ รายการ (duties and other • ดว้ ยเหตนุ ัน้ อัตราภาษศี ลุ กากร • สำหรบั AEC กฎบัตรอาเซยี นขอ้
restrictive regulations of commerce และกฎระเบียบอันเปน็ ขอ้ จำกัด 1 วรรค 7 กำหนดให้ AEC เป็น
shall be eliminated in substantially จะตอ้ งถกู ขจัดให้หมดไปใน เขตที่มตี ลาดเดียวและฐานการ
all the trade)
สนิ ค้าซ่ึงประเทศในกลมุ่ คา้ ขาย ผลิตเดยี ว ซงึ่ มีความมนั่ คง ความ
• การห้ามนำเข้าสนิ ค้าจากประเทศในกลมุ่ จะ
ทำไมไ่ ด้ ยกเว้นภายใต้เง่ือนไขบางประการ กันในเกือบทกุ รายการ (duties เจริญรงุ่ เรอื ง และมกี ารรวมตัว
เช่นการขาดดลุ การชำระเงนิ ระหวา่ ง
ประเทศ (balance of payment) แตไ่ ม่ and other restrictive ทางเศรษฐกจิ ซงึ่ จะอำนวยให้
รวมถึงมาตรการปกป้อง (safeguards) ดู
หน้า 3 regulations of commerce สินค้า บริการ การลงทนุ เงินทนุ

• อย่างไรก็ดี แต่ละประเทศในกลมุ่ ยงั คง shall be eliminated in ตลอดจนนกั ธุรกิจ ผปู้ ระกอบ
สามารถท่ีจะมีอัตราภาษีศุลกากรสำหรบั
สนิ คา้ จากประเทศนอกกลุ่มเปน็ ของตนเอง substantially all the trade) วิชาชพี ผมู้ ีทักษะ และแรงงาน
(separate external tariffs) ซ่งึ อาจ
ตา่ งกนั แต่อตั ราภาษศี ุลกากรดงั กลา่ ว • การห้ามนำเข้าสนิ ค้าจาก เคล่อื นไหวได้อย่างเสรี
จะต้องไมส่ งู ไปกว่าเดิม หลงั จากมีการ ประเทศในกล่มุ จะทำไมไ่ ด้
รวมกล่มุ แล้ว ยกเว้นภายใตเ้ ง่อื นไขบาง • อย่างไรก็ดี โดยทปี่ ระเทศ
อาเซียนยังคงมีอำนาจอธิปไตย

ประการ เช่นการขาด โดยสมบูรณ์กบั ประเทศนอกกลมุ่

ดุลการชำระเงนิ ระหวา่ ง รวมท้ังในดา้ นอตั ราภาษศี ลุ กากร

ประเทศ (balance of ที่ต่างกัน ดงั นน้ั จึงจำตอ้ งมี

payment) แต่ไม่รวมถงึ กฎเกณฑใ์ นด้านเหลา่ นเ้ี ป็นอาทิ

มาตรการปกปอ้ ง (safeguards) o แหล่งกำเนดิ สินคา้

• แต่ทง้ั นี้ ประเทศในกลมุ่ จะต้อง o การยอมรบั ซึ่งมาตรฐานสนิ ค้า
มอี ตั ราภาษีศุลกากรสำหรับ o การยอมรบั ซ่งึ การศกึ ษา
สนิ ค้าจากประเทศนอกกลุ่มเปน็ o ความสะดวกในระเบยี บพธิ ี
อัตราเดียว (common ศลุ กากร
external tariffs) โดยการ o ความโปร่งใสของกฎหมาย

นำเอาอตั ราภาษีศลุ กากรเดิม

ซง่ึ อาจตา่ งกนั มาหาคา่ เฉลี่ย

Assumption University Law Journal 31 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสมั ชญั

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564)

ตาราง 4 วิวัฒนาการของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ในกรอบอาเซียน

ตราสารอาเซียน มาตรการเปดิ เสรี มาตรการปกป้อง

Bangkok • กำหนดวา่ จดุ ประสงค์แรกของ • ไมม่ จี ุดประสงคเ์ กย่ี วกบั การรวมกลุม่ ทาง
Declaration อาเซยี นคือการเรง่ ความเจรญิ เตบิ โต เศรษฐกจิ
1967 ทางเศรษฐกิจ

PTA 1977 • กำหนดความร่วมมือระหวา่ งอาเซยี น • ไมป่ ฏบิ ตั ิตามพนั ธกรณหี ากมีการนำเข้าสงู และ

ในการเพ่ิมพูนการค้าระหว่างกัน ให้ เกดิ ความเสยี หายอย่างรา้ ยแรง (serious

สินค้าเกอ้ื กูลซ่ึงกนั กนั และไม่แยง่ injury) ต่อผผู้ ลิตสนิ ค้าชนดิ เดยี วกนั (like
ตลาดตา่ งประเทศกนั เอง products)

CEPT/AFTA • ลดเลิกอตั ราภาษีศลุ กากรในสินค้า 4 • ไมป่ ฏิบัติตามพนั ธกรณหี ากมีการนำเข้าสงู และ
1992/2003 บัญชี (1) IL (2) TEL (3) SL และ (4) เกิดความเสียหายอยา่ งร้ายแรง (serious

HSL injury) ต่อผผู้ ลิตสินค้าชนดิ เดยี วกัน (like

• IL เหลอื 0-5% ในปี 2003 products) หรือซง่ึ แขง่ ขนั กนั โดยตรง (directly

• TEL เพื่อโอนตอ่ ไป IL competitive products) ไม่โอนสนิ ค้าไป IL

• SL/HSL เพอื่ โอนต่อไป TEL หากมี real problem

ภายใน 2010 สำหรบั ASEAN 6; • ไมน่ ำเข้าสนิ คา้ หากปริมาณถงึ trigger level
2013 สำหรบั V; 2015 สำหรับ LM; สำหรบั สินคา้ ใน SL/HSL

2017 สำหรับ C • ขอยกเว้นไม่ปฏบิ ตั ิตามพันธกรณี (waiver) หาก

มาตรการข้างต้นไม่บรรลผุ ล หากเปน็ สินคา้ ข้าว

และนำ้ ตาล

ATIGA/AEC เลิกอัตราภาษีศุลกากรสำหรบั สนิ คา้ ทกุ • ไมป่ ฏิบตั ิตามพนั ธกรณหี ากมีการนำเขา้ สูงและ
2009
ชนดิ ภายในปี 2010 สำหรับ ASEAN เกดิ ความเสยี หายอยา่ งรา้ ยแรง (serious

6; 2015-2017 สำหรับ CLMV injury) ต่อผผู้ ลติ สินค้าชนิดเดียวกนั (like

products)

• ไม่ปฏบิ ัตติ ามพันธกรณีหากมีปญั หาเกี่ยวกบั การ

ขาดคุลการชำระเงิน (balance of payment

problem)

• ไม่นำเข้าสนิ คา้ หากปริมาณถึง trigger level

สำหรับสนิ ค้าขา้ วและนำ้ ตาล

• ไม่ปฏบิ ตั ิตามพันธกรณหี ากมี unforeseen
difficulties

Assumption University Law Journal 32 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยอสั สัมชญั

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

ตาราง 5 หลกั เกณฑใ์ นการห้ามไม่ใหเ้ ลือกปฏิบัติ

Goods Services Investment

WTO ห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติ WTO ห้ามไม่ให้เลือกปฏิบัติโดย WTO ไม่มีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการ

โดยไม่มเี งือ่ นไข ไม่มีเงอื่ นไข ลงทุนยกเว้น TRIMS ซึ่งห้ามเพียง (1)

การบังคบั ให้ใช้วัตถุดบิ ในประเทศ และ

(2) การบงั คบั ให้ผลติ เพอ่ื สง่ ออก

ATIGA AFAS AIA/ACIA

• สามารถให้สิทธิพิเศษกบั • อนญุ าตให้ประเทศอาเซียนท่ี • AIA อนุญาตใหป้ ระเทศอาเซียนที่

ประเทศนอกกลุ่ม ประเทศ พร้อมเจรจาเพื่อให้สิทธพิ เิ ศษ พรอ้ มเจรจาเพ่ือให้สิทธิพเิ ศษระหว่าง

ในกลุม่ มสี ทิ ธเิ พยี งขอการ ระหวา่ งกนั โดยไมต่ ้องให้สิทธิ กันได้ และบงั คับให้ประเทศอาเซยี น

ปฏิบัตทิ ่ีเท่าเทียม แต่การให้ พเิ ศษนั้นกบั ประเทศอาเซียนที่ ทไ่ี มพ่ ร้อมสละสทิ ธิการได้รับการ
หรือไม่เป็นเอกสทิ ธิของ ไม่พร้อมและไม่ไดเ้ จรจาด้วย ปฏิบตั ิทเี่ ท่าเทยี ม

ประเทศอาเซยี นที่ให้ ประเทศอาเซยี นทไ่ี มพ่ ร้อมมี • แต่ ACIA ใชห้ ลกั การเดียวกับ WTO
(unilateral basis) สิทธเิ พยี งขอการปฏิบัติทเี่ ทา่ คือ ห้ามไม่ให้เลือกปฏบิ ตั ิโดยไม่มี
เทียม แตก่ ารใหห้ รอื ไม่เปน็ ไป เงื่อนไข
ตามความสมัครใจของประเทศ

อาเซยี นท่ีให้ (voluntary

basis)

Assumption University Law Journal 33 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั อัสสัมชญั

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

ตาราง 6 ลักษณะการระงบั ข้อพิพาทของอาเซียน

ยุ่งยาก/หลากหลาย/ซ้ำซ้อน/เลือกได/้ ไมใ่ ชไ้ ด/้ ไม่ระงบั ได้/ไมเ่ ป็นขอ้ พพิ าทได้/ทา้ ยทสี่ ดุ การทูต
ยงุ่ ยาก • ที่ผา่ นมา ตราสารอาเซยี น (ASEAN instruments) แต่ละฉบบั จะมกี ระบวนการระงบั ขอ้ พพิ าทของ

ตนเอง ซง่ึ แตกต่างกันไป

• ปัจจบุ ัน การระงบั ข้อพิพาทขนึ้ อย่กู บั สาเหตุของขอ้ พิพาทเป็นสำคญั กล่าวคอื เกิดจากตราสาร
อาเซยี นหรอื ไม่

• ไม่มีบรรทัดฐาน เพราะไมเ่ คยมกี ารใชจ้ นถงึ ขณะนี้
หลากหลาย • ถา้ ข้อพิพาทเกิดจากตราสารอาเซยี น

o ตราสารอาเซียนนัน้ มกี ระบวนการระงบั ขอ้ พิพาทอยู่ เปน็ ไปตามนั้น
o ตราสารอาเซยี นน้นั มลี กั ษณะเป็นความตกลงทางเศรษฐกิจ ใช้ EDSM 2004
o ตราสารอาเซยี นนนั้ ไม่มีกระบวนการระงบั ขอ้ พิพาท ใช้ PDSM 2010

• ถ้าขอ้ พิพาทไม่ได้เกิดจากตราสารอาเซียน
o ใช้ TAC
▪ การปรึกษาหารอื
▪ คำแนะนำจากคณะกรรมการระดับสูง (High Council) หากขอ้ พิพาทนน้ั นา่ จะมผี ลกระทบต่อ
สนั ตภิ าพและความม่ันคงของภมู ิภาค (likely to disturb regional peace and harmony)

ซ้ำซ้อน • อาจเป็นไปไดว้ า่ ข้อพพิ าทหน่งึ อาจเขา้ อยใู่ นกระบวนการระงบั ขอ้ พพิ าทตั้งแต่ 2 ขึน้ ไป และไมร่ วู้ า่
จะใชก้ ระบวนการใดตัดสนิ อาทิ ถา้ ข้อพิพาทเกดิ ข้นึ จากตราสารอาเซยี นและตราสารอาเซียนนนั้ มี
กระบวนการระงบั ข้อพพิ าทของตนอย่แู ลว้ เช่นการปรึกษาหารอื เท่าน้ัน ซึ่งตอ้ งเปน็ ไปตามน้นั และ
ในขณะเดยี วกันตราสารอาเซยี นน้นั ก็มีลกั ษณะเปน็ ความตกลงทางเศรษฐกจิ ด้วย เชน่ CEPT/AFTA
ซงึ่ ต้องใช้ EDSM 2004 ซ่งึ มีลักษณะคลา้ ยกับกระบวนการระงบั ขอ้ พพิ าทภายใต้องคก์ ารการคา้ โลก
(WTO) ในกรณเี ช่นนี้ จะใช้กระบวนการใดระงบั

• กฎบัตรอาเซยี น (ASEAN Charter) ได้เขียนไวอ้ ยา่ งคลมุ เครือวา่ “ถา้ ไม่ได้กำหนดไว้เป็นประการ
อ่ืน (unless otherwise provided) ให้ใช้ EDSM 2004 ระงับ ประเดน็ ที่ตอ้ งพจิ ารณาคือ จะถือได้
หรือไมว่ ่ากระบวนการระงบั ขอ้ พิพาทท่ีกำหนดไวแ้ ลว้ คือ “การปรกึ ษาหารือ” คอื “การกำหนดไว้
เปน็ ประการอ่ืน” ซึง่ ถา้ ถอื ไดเ้ ชน่ น้นั ก็ต้องใช้การปรึกษาหารือ ไม่ใช่ EDSM 2004

เลอื กได้ • EDSM 2004 ขอ้ 1(3) กำหนดไวเ้ ป็นหลกั การวา่ คูพ่ พิ าทฝ่ายหนง่ึ อาจเลือกไปใชก้ ระบวนการระงบั
ข้อพิพาทอื่นก็ได้ ตราบใดท่ียังไม่ได้รอ้ งขอใหท้ ่ีประชุมเจ้าหนา้ ทีอ่ าวโุ สทางเศรษฐกิจ (SEOM)
พิจารณาจดั ตง้ั คณะผพู้ จิ ารณา (Panel)

• อน่งึ EDSM 2004 ขอ้ 1 (2) กำหนดวา่ ให้ใช้กระบวนการระงับขอ้ พิพาทตามความตกลงนี้ เพยี ง
เทา่ ท่ีไมข่ ัดกับกระบวนการระงบั ข้อพิพาทพิเศษ (special rules and procedures) ซ่งึ มกี ำหนดไว้
ในในตราสารอาเซียนซึง่ เปน็ มูลเหตุของขอ้ พพิ าท อยา่ งไรก็ดี EDSM 2004 ไม่ระบชุ ดั เจนวา่ อะไร

Assumption University Law Journal 34 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยอสั สัมชญั

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564)

ไม่ใช้ได้ คอื “กระบวนการระงับขอ้ พิพาทพิเศษ” บ้าง เม่อื เป็นเชน่ นี้ จะถือไดห้ รอื ไมว่ ่า “การปรกึ ษาหารอื ”
ดงั กล่าวขา้ งต้น เปน็ “กระบวนการระงบั ข้อพพิ าทพเิ ศษ” ซ่งึ มผี ลบังคบั ใช้เหนือ EDSM 2004
ทา้ ยทส่ี ุดการ
ทตู • WTO มีบทบญั ญตั ใิ นทำนองน้เี ช่นเดยี วกัน แต่ระบุชัดเจนว่า “กระบวนการระงบั ขอ้ พิพาทพิเศษ”
คืออะไรบา้ ง

• กฎบัตรอาเซยี นขอ้ 28 กำหนดไว้วา่ “หากมไิ ด้กำหนดไวเ้ ปน็ ประการอนื่ ในกฎบัตรอาเซยี นนี้
(unless otherwise provided in this Charter) ประเทศอาเซยี นสามารถทจี่ ะใช้กระบวนการ
ระงบั ข้อพิพาทซง่ึ กำหนดไว้ในขอ้ 33 วรรค 1 ของกฎบตั รสหประชาชาติ (UN Charter) ซ่ึงไดแ้ ก่
การเจรจา การพสิ จู นข์ อ้ เท็จจริง การประสานทา่ ที การไกล่เกลย่ี การประนปี ระนอม และการ
อนุญาโตตลุ าการ เปน็ ตน้

• ประเดน็ ทต่ี ้องพจิ ารณาคอื กระบวนการระงบั ขอ้ พิพาททัง้ ปวงของอาเซียนท่ีได้กลา่ วมาขา้ งต้น คอื
สงิ่ ท่กี ฎบัตรอาเซยี น “กำหนดไวเ้ ป็นประการอ่นื ” หรือไม่ ถ้าใช่ ผลทต่ี ามมาคอื ตอ้ งใชก้ ระบวนการ
ระงบั ขอ้ พิพาทของอาเซียนเทา่ นั้น หรือมิเช่นนนั้ ก็ตอ้ งใช้กระบวนการระงบั ข้อพพิ าทของอาเซยี น
ก่อน จึงจะไปใช้กระบวนการระงบั ขอ้ พิพาทซง่ึ กำหนดไวใ้ นข้อ 33 วรรค 1 ของกฎบตั ร
สหประชาชาตไิ ด้

• ดังท่ไี ดก้ ลา่ วมาแลว้ ในเร่ืองของ ‘serious breach of the ASEAN Charter and non-
compliance; ‘unresolved disputes’; และ ‘non-compliance’ อาจกล่าวได้ว่า ขอ้ พพิ าททง้ั
ปวงในกรอบอาเซยี นจะส้นิ สุดลงทกี่ ารวนิ จิ ฉยั หรอื การไม่วนิ ิจฉยั ของทีป่ ระชุมสดุ ยอดอาเซยี น
และโดยทที่ ปี่ ระชมุ สดุ ยอดอาเซยี นประกอบด้วยผูน้ ำของรัฐและรฐั บาล ซึ่งนา่ จะมลี ักษณะเป็น
องคก์ รทางการทูตและการเมอื งมากกว่ากฎหมาย ดังนนั้ จงึ น่าจะสรุปไดว้ า่ “ทา้ ยทส่ี ุดการทตู ”

Article 24:1 Article 24:2 Article 24:3 Article 25 Article 28

Disputes relating to Disputes which do Where not Where not Unless

specific ASEAN not concern the otherwise otherwise otherwise
instruments shall interpretation or specifically specifically provided

be settled through application of any provided, disputes provided, for in this

the mechanisms ASEAN instrument which concern the appropriate Charter,

and procedures shall be resolved interpretation or dispute settlement Member

provided for in such peacefully in application of mechanisms, States

instruments. accordance with ASEAN economic including have the

the Treaty of Amity agreements shall arbitration, shall be right of

and Cooperation in be settled in established for recourse

Southeast Asia and accordance with disputes which to the

the ASEAN concern the modes of

Assumption University Law Journal 35 วารสารนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยอัสสมั ชญั

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

ใหร้ ะงับขอ้ พพิ าทท่ี its rules of Protocol on interpretation or peaceful
เกย่ี วข้องกบั ตราสาร procedure. Enhanced Dispute application of this settlement
เฉพาะของอาเซียนโดย Settlement Charter and other contained
กลไกและข้นั ตอนการ ให้ระงบั ข้อพิพาททไี่ ม่ Mechanism (EDSM ASEAN in Article
ดำเนนิ การท่ีกำหนดไว้ เกย่ี วข้องกับการ 2004) instruments 33(1) of
ในตราสารนัน้ ๆ ตคี วามหรอื การใช้ตรา (PDSM 2010) the
สารอาเซยี นใดๆ โดย ในกรณที ่ีมิกำหนดไว้ Charter of
สันตติ ามสนธิสัญญา เป็นอยา่ งอ่นื เปน็ การ ในกรณีท่มี ิไดก้ ำหนด the
ทางไมตรีและความ เฉพาะ ใหร้ ะงับขอ้ ไวเ้ ปน็ อย่างอื่นเปน็ United
รว่ มมือแหง่ เอเชีย พิพาทท่ีเก่ยี วข้องกับ การเฉพาะ ให้มกี าร Nations or
ตะวนั ออกเฉียงใต้และ การตคี วามหรือการใช้ จดั ต้งั กลไกระงบั ขอ้ any other
ตามกฎวา่ ดว้ ยขั้นตอน ความตกลงทาง พิพาททีเ่ หมาะสม internation
การดำเนนิ งานของ เศรษฐกิจของอาเซยี น รวมถึง al legal
สนธิสญั ญาดงั กลา่ ว ตามพธิ สี ารว่าดว้ ย อนุญาโตตลุ าการ instrument
กลไกระงบั ขอ้ พพิ าท สำหรับข้อพิพาทท่ี s to which
ของอาเซียน เก่ยี วข้องกับการ the
ตคี วามหรอื การใช้กฎ disputing
บัตรนี้ และตราสาร Member
อาเซียนอ่นื ๆ States are
parties.
หากมไิ ด้ระบุ
ไวเ้ ป็นอย่าง
อนื่ ในกฎ
บตั รนี้ รฐั
สมาชกิ ยัง
คงไว้ซึ่งสทิ ธิ
ท่ีจะใช้
วิธีการระงับ
ขอ้ พิพาท
อย่างสนั ตทิ ่ี
ระบุไว้ในขอ้
33(1) ของ
กฎบัตร
สหประชาชา

Assumption University Law Journal 36 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อัสสัมชัญ

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

ติ หรือตรา
สารทางกฎ
หมาย
ระหว่าง
ประเทศอ่ืนๆ
ท่ีรัฐสมาชิก
คู่พพิ าทเป็น
ภาคี

Assumption University Law Journal 37 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

MFN/NT Chart

MFN Japan Car 1. Customs duties and charges of any
FRG Car kinds imposed on or in connection with
Advantage, UK Car importation, exportation, or international
favours, US Car transfer of payment
privileges, 2. The methods of levying such duties
immunities 200 and charges (ad valorem, fix, mix, others
% such as degree of alcohol
NT Tari 3. Rules and formality in connection
ff with importation or exportation
4. Internal tax and 4. Internal tax, internal charges, laws,
internal charges National Car rules, regulations, requirements affecting
(must not be higher Japan Car sale, offering for sale, purchase,
for imported FRG Car transportation, distribution, or uses
products. UK Car
Laws, rules, US Car
regulations, 20% Sale Tax
requirements Country X
affecting sale,
offering for sale,
purchase,
transportation,
distribution, or uses
(must not be more
burdensome for
imported products

Assumption University Law Journal 38 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อสั สมั ชญั

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

FTA/CU Charts

Separate external Free Trade Area (FTA) Each country in the
tariffs. However, FTA X can still have
duties and other Japanese car, FRG car, UK car, US car its own external tariffs
regulations of and regulation of
commerce of the A10, B20, C30, D40 commerce with respect
countries in FTA X Duties and other restrictive to products from
vis a vis countries regulations of commerce are outside countries. A,
outside shall not be eliminated in substantially all the B, C, and D can still
higher or more trade impose tariffs of 10,
restrictive than the 20, 30, and 40% (not
corresponding FTA X higher) respectively
duties or regulations for Japanese car, FRG
of commerce prior car, UK car, and US
to the formation of car
the FTA X (A10,
B20, C30, and D40)

Common external Customs Union (CU) Common external
tariffs applicable tariffs result in higher
to countries Japanese car, FRG car, UK car, US car tariffs from A and B,
outside, but duties but lower from C and
and regulations of 25% D. CU X must
commerce shall negotiate with Japan,
not on the whole A10, B20, C30, D40 FRG, UK, and USA
(10+20+30+40/4= Duties and other restrictive for compensation as to
25) be higher or regulations of commerce are higher tariffs from C
more restrictive to eliminated in substantially all and D, due account
them than before the trade must be taken for
lower tariffs from A
CU X and B

Assumption University Law Journal 39 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อัสสมั ชัญ

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

บรรณานุกรม

ความตกลงทั่วไปว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีศุลกากร (General Agreement on Tariffs and Trade หรือ
GATT)

WTO Document on “SYNOPSIS OF "SYSTEMIC" ISSUES RELATED TO REGIONAL TRADE
AGREEMENTS”, Note by the Secretariat, WT/REG/W/37, 2 March 2

ASEAN Enhance Dispute Settlement Mechanism (2004) (EDSM 2004)
Protocol on Dispute Settlement Mechanism attached to the ASEAN Charter (2010)
Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia (1976)
Stephen Creskoff and Peter Walkenhorst, “Implications of WTO Disciplines for Special

Economic Zones in Developing Countries”, at 7-8.
https://openknowledge.worldbank.org/handle/10986/4089
พระราชบญั ญตั ิวา่ ด้วยการประกอบธรุ กจิ ของคนตา่ งด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๔๐
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๕๐
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย ๒๕๖๐
พระราชบัญญตั อิ นุญาโตตุลาการพ.ศ. ๒๕๔๕

Assumption University Law Journal 40 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลัยอสั สัมชัญ

Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบับท่ี 1 (มกราคม - มถิ นุ ายน 2564)

อาเซยี นและคณุ ค่าสากล
ASEAN and Universal Values

Received: 3 ตุลาคม 2562
Revised: 28 สงิ หาคม 2563
Accepted: 28 สิงหาคม 2563

ดร. อิวาน วอยคู
Dr. Ioan Voicu*

บทคดั ยอ่

บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ถึงวิธีการสะท้อนคุณค่าสากลซึ่งได้ประกาศโดยที่ประชุมสุดยอด
สหัสวรรษขององค์การสหประชาชาติในเรื่องเกี่ยวกับตราสารและการปฏิบัติพื้นฐานของอาเซียน
บทความได้นำเสนอกรอบแนวคิดและกรอบสถาบันพร้อมทั้งตัวอย่างของคุณนะค่าที่เน้นแนวทาง
สันติภาพในอาเซียนพร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาค่านิยมสากลในอนาคตทั้งในระดับ
ภูมิภาคและระดับโลก

คำสำคัญ: อาเซียน, องคก์ ารสหประชาชาติม เสรีภาพ, ความเสมอภาค, เอกภาพ, ความอดทน
, การเคารพธรรมชาติ, ความรบั ผดิ ชอบร่วม

Abstract

The article is dedicated to an analysis of the modalities of reflection of universal
values proclaimed by the United Nations Millennium Summit in ASEAN’s fundamental
instruments and practices. It presents the institutional and conceptual frameworks of
this theme, some examples of peace-oriented values in ASEAN’s practices and

* Doctor in political sciences, (international law) of Geneva University (1968);
doctor honoris causa in international law of Assumption University of Thailand (1998);
alternate representative of Romania to the United Nations Security Council (1990-1991);
ambassador of Romania to the Kingdom of Thailand and permanent representative to
international organizations based in Bangkok (1994-1999); visiting professor in
Assumption University ( 2000-2019), Vietnam on July 28, 1995, Laos and Myanmar on
July 23, 1997, and Cambodia on April 30, 1999.

Assumption University Law Journal 41 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อัสสัมชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

concludes with a few suggestions concerning the further advancement of universal
values at the regional and global levels.

Keywords: ASEAN, United Nations, freedom, equality, solidarity, tolerance,
respect for nature, shared responsibility.

1. Institutional framework

The Association of Southeast Asian Nations or ASEAN is a regional
intergovernmental organization which was established on August 8, 1967 in Bangkok by
five countries: Indonesia, Malaysia, the Philippines, Singapore and Thailand. Brunei
Darussalam joined on January 8, 1984,

ASEAN promotes cooperation and facilitates economic, political, security,
military, educational, and socio-cultural integration among its members and other
countries in Asia, as well as the United Nations (UN) and major regional organizations.1

Based on 2019 data, with a population of 650 million, an average GDP growth of
five percent nearing $3 trillion, and a young, tech-savvy demographic, the ten ASEAN
Member States make up one of the world’s most dynamic 2.regions

1 The literature about ASEAN is relatively rich, but of unequal scientific interest.
We have used in this article a few recent monographs written by authors with an
extensive diplomatic and academic experience about ASEAN.Marty Natalegawa,Does
ASEAN Matter?: A View from Within, ISEAS - Yusof Ishak Institute, Jakarta,2019, 355 p.
Donald E. Weatherbee, ASEAN's Half Century: A Political History of the Association of
Southeast Asian Nations,Rowman & Littlefield Publishers ,New York, 2019,292 p. Kishore
Mahbubani , Jeffery Sng, The ASEAN Miracle: A Catalyst for Peace, National University
of Singapore Press, 2017,286 p. Kishore Mahbubani is a former permanent representative
of Singapore to the UN. Jeffery Sng is a writer and former diplomat based in Bangkok.

2 These data are taken from the official site of the US Mission to ASEAN
available at https://asean.usmission.gov/our-relationship/official-reports/ and accessed
on August 20, 2019.

Assumption University Law Journal 42 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั อสั สมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

The main aims and objectives of the ASEAN can be summarized by reminding
the well-known fact that essentially this organization is determined: (1) to accelerate
economic growth, social progress and cultural development in the region (2) to promote
regional peace and stability through respect for justice and the rule of law in relations
between countries in the region and compliance with the principles of the UN Charter.

To give tangibility to these aims and objectives at the beginning of the
tumultuous 21st century, ASEAN decided to develop an integrated area by forming a
community of Southeast Asian countries that wishes to be open, peaceful, stable and
prosperous, caring for each other, tied together in a dynamic partnership in 2020.

These aspirations are reflected in the Vision ASEAN 2020, adopted in Kuala
Lumpur in 1997. To implement this generous hope, ASEAN adopted the Bali Concord II
at the ASEAN 9th Summit in Bali in 2003 which approved the establishment of the ASEAN
Community and the target was accelerated to be reached in 2015.

After a long process of negotiations and technical work, at the 13th ASEAN
Summit in Singapore in 2007, ASEAN member countries signed the ASEAN Charter. After
going through the ratification process in each Member State, the ASEAN Charter came
into force on December 15, 2008.

In accordance with the Charter, ASEAN summit meetings have been scheduled
to occur semiannually and they bring together the heads of state of member countries.
There are also annual conferences for foreign ministers.

Relations between ASEAN and other countries are conducted through an original
diplomatic process. It includes ASEAN Plus Three, an annual meeting of the heads of
state of ASEAN members and the leaders of People’s Republic of China, the Republic
of Korea, and Japan; ASEAN Plus Six, which includes ASEAN Plus Three and Australia,
India, and New Zealand; and the East Asia Summit, a meeting of ASEAN Plus Six and
Russian Federation and the United States of America.

Between ASEAN summits meetings the current organization’s activities are
directed by a standing committee consisting of the foreign minister of the host country
of the ministerial conferences and ambassadors from the other countries. A permanent

Assumption University Law Journal 43 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั อสั สมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ี่ 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถนุ ายน 2564)

secretariat in Jakarta, Indonesia, is headed by a Secretary-General, whose position rotates
every five years.

Cooperation between ASEAN and the UN is described as follows in the 2018
report submitted by the UN Secretary General to the UN General Assembly.3 The UN
and the ASEAN have taken significant steps to formalize institutional cooperation, in
particular with the adoption in September 2016 of the Plan of Action to Implement the
Joint Declaration on Comprehensive Partnership between the ASEAN and the UN (2016–
2020), and the ASEAN-UN Environment and Climate Change Action Plan (2016–2020) in
September 2017.

Practical cooperation has been facilitated through the activities of the Economic
and Social Commission for Asia and the Pacific (ESCAP) and other entities of the UN
system, and by the presence of a UN liaison officer to ASEAN in Jakarta. ESCAP has
continued to work closely with ASEAN to overcome barriers to economic integration
through the facilitation of trade, transport and information and communications
infrastructure.

Since 2012, the annual ASEAN-UN regional dialogues have created further space
to share experiences and best practices in addressing common peace and security
challenges. In December 2017, the regional dialogue held in Kuala Lumpur focused on
the role of women in the prevention of violent extremism.

ASEAN member States have continued to be important partners and major
contributors to UN peacekeeping activities. The UN participated in an ASEAN regional
forum workshop on peacekeeping, held in Hanoi on 19 December 2017. During the
ASEAN Defence Ministers Meeting Plus Experts’ Working Group on Peacekeeping
Operations, held in April 2018 in Bali, Indonesia, the UN announced the expansion of a
triangular partnership project to the ASEAN region, effective late 2018. Initially
implemented in Africa, the project provides training to troop-contributing countries in
areas such as engineering that are critical to enabling capabilities.

3 The report has the symbol A/73/328-S/2018/592, sect. II, is available at https://
undocs.org/A/73/328 and was consulted on September 2, 2019.

Assumption University Law Journal 44 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

The UN has continued to support the efforts of ASEAN with respect to
disarmament, counter-terrorism, preventing violent extremism and cross-border security
issues. In that regard, the UN Regional Centre for Peace and Disarmament in Asia and
the Pacific, the UN Office on Drugs and Crime (UNODC) and the UN Office of Counter-
Terrorism have organized regional workshops and capacity-building activities and helped
to coordinate the sharing of experiences and good practices. In September 2017, the
Regional Centre organized a workshop to discuss synergies between the region’s efforts
to implement Security Council resolution 1540 (2004), the Chemical Weapons
Convention and the Biological Weapons Convention.

Furthermore, ESCAP, the UN Office for Disaster Risk Reduction and UNDP have
cooperated closely with the ASEAN Secretariat and member States to support their
efforts to prevent and address challenges related to climate change and disaster risk
reduction, management and recovery, including through the implementation of the
ASEAN-UN Joint Strategic Plan of Action on Disaster Management, and the ASEAN
Agreement on Disaster Management and Emergency Response, which is based on the
Sendai Framework for Disaster Risk Reduction 2015–2030.4(5)

This report summarized above and respecting its original terminology was
considered by the UN General Assembly (UNGA) and led to a resolution adopted under
Agenda item 128 entitled Cooperation between the United Nations and regional and
other organizations (q) Cooperation between the United Nations and the Association of
Southeast Asian Nations Draft resolution (A/73/L.71)

The representative of Singapore, speaking on behalf of all ASEAN members,
introduced on December 20, 2018 draft resolution A/73/L.71. He mentioned three points
summarized below. First, the establishment of ASEAN was an exercise to deepen
regional integration and economic cooperation. Thanks to ASEAN, a region that was
marked in the past by confrontation and conflict has been transformed into a region
that operates on the basis of consultation and consensus. ASEAN has played an
indispensable role in bringing about peace, prosperity and growth to South-East Asia.
ASEAN is forecast to become the fourth-largest economy in the world by the year 2030.

4 A new report will be submitted to the UNGA in 2020.

Assumption University Law Journal 45 วารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั อสั สมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2564)

Secondly, ASEAN’s efforts for regional integration have been complemented and
amplified by the international community. ASEAN’s rapid transformation could not have
been affected without the support of the international community, particularly its 10
dialogue partners. ASEAN recognizes that closer collaboration with its external partners
is necessary to tackle the challenges of an increasingly interdependent and
interconnected world. The ASEAN member States will continue to build strategic trust
and mutual confidence through open lines of communication in order to maintain an
open, inclusive and ASEAN-centric regional architecture.

Thirdly, the relationship between ASEAN and the UN is mutually reinforcing. The
UN provides the multilateral rules-based framework that allows regional organizations
like ASEAN to flourish. At the same time, ASEAN contributes to global peace and security
and sustainable development by strengthening habits of cooperation and respect for
international law at the regional level.5

The resolution introduced by Singapore was updated to reflect the progress
made in the implementation of the Plan of Action to Implement the Joint Declaration
on Comprehensive Partnership between ASEAN and the UN (2016-2020), including in
areas such as peacekeeping operations, cybersecurity and disaster management.

The document introduced by Singapore was characterized as being simple,
straightforward, not contentious, balanced and substantive. It had over 70 co-sponsors,
including members of the European Union, and was adopted by consensus. It was
adopted in its final form by consensus on 20 December 2018 under the symbol
A/RES/73/259 and distributed worldwide on 23 January 2019.6

For the purposes of this article which is conceived from the perspective of
multilateral diplomacy the resolution introduced by Singapore has a special significance.
This comprehensive document with a long preamble and 27 operative paragraphs has

5 For the full text of the statement see https://undocs.org/en/A/73/PV.63
consulted on September 8, 2019.

6 The full text of the resolution is permanently available at https://undocs.org/
en/A/RES/73/259.A similar resolution is expected to be submitted in 2020 during the
75th session of the UNGA.

Assumption University Law Journal 46 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อสั สมั ชัญ
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปที ่ี 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)

a complex substance going far beyond the objectives of the present article. It has the
merit of containing a welcoming element by the UNGA of an ASEAN document which
was not sufficiently publicized even in ASEAN area, but which is highly useful for
diplomatic and educational reasons, as it tries to answer an essential question about
the existence of ASEAN values which, by their very nature, are meant to guide ASEAN’s
activities, in tandem with universal values to be considered in the next section of this
article.

The document referred to by the UNGA is the ASEAN Declaration on Culture of
Prevention for a Peaceful, Inclusive, Resilient, Healthy and Harmonious Society, which
complements the culture of peace agenda of the UN. The Declaration was adopted by
the 31st ASEAN Summit on 13 November 2017 in Manila, Philippines. The document is
remarkable by the fact that it contains 6 specific references to values. They refer to the
determination of ASEAN countries: to further strengthen peace-oriented values in the
region; to foster a culture of prevention through values-based education as well as
lifelong learning, quality basic social services, youth engagement and sports; promoting
a culture supporting the values of moderation; to celebrate the diversity in cultures,
heritage, religions and values; strengthening the existing values-based education in
schools and institutions; inculcating shared values such as peace, harmony, intercultural
understanding, the rule of law, good governance, respect, trust, tolerance, inclusiveness,
moderation, social responsibility, and diversity.7

This list of values deserves to be well known both in the ASEAN area and at the
global level as it contributes to the international reputation of this regional organization.
One of the most prestigious characterizations of ASEAN is to be found in the Statement
by María Fernanda Espinosa Garcés, President of the 73rd Session of the UN General
Assembly on 30 July 2019 at a reception in New York to mark ASEAN Day. The area
covered by this regional organization was described “as a peaceful, stable and resilient

7 The full text of the Declaration is available at https://asean.org/asean-
declaration-on-culture-of-prevention-for-a-peaceful-inclusive-resilient-healthy-and-
harmonious-society/ , accessed on September 10, 2019.

Assumption University Law Journal 47 วารสารนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลยั อัสสมั ชญั
Vol. 12 No. 1 (January - June 2021) ปีท่ี 12 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม - มถิ ุนายน 2564)


Click to View FlipBook Version