The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ทักษะการใช้ไวยากรณ์-๑-หลักการแปลบาลีขั้นพื้นฐาน

หลักการแปลบาลขี ้ันพน้ื ฐาน

(ทักษะการใช้ภาษาบาลี ๑)

พระมหาธติ พิ งศ์ อุตตฺ มปญโฺ  และคณะ

รวบรวมและเรียบเรียง

ชอื่ หนังสือ : หลกั การแปลบาลขี ั้นพ้ืนฐาน
(ทกั ษะการใชภ้ าษาบาลี ๑)

ISBN : 978-616-361-373-8

จัดท�ำ โดย : พระมหาธติ พิ งศ์ อตุ ฺตมปโฺ 

รวบรวมและเรียบเรยี ง : พระมหาธติ ิพงศ์ อตุ ตฺ มปฺโ
อาจารย์นมิ ติ ร โพธพิ ัฒน์

คอมพวิ เตอร/์ จัดรูปเลม่ : พระมหาธติ พิ งศ์ อตุ ฺตมปฺโ

ตรวจทาน : พระพัชรพล ปยิ สโี ล

คณุ ปณุ ณภา ศภุ ชวาลพร



ภาพปก : ใจบุญ ขนุ ทรง

ออกแบบปก : พระครูวนิ ยั ธรชยั ยศ พุทฺธิวโร

ผ้ปู ระสานงาน : พระมหาธนญั ชัย เตชปโฺ 
พระภทั รธ์ นี นั ท์ ตสิ ฺสวโํ ส

วัน/เดือน/ปีพิมพ์ : กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑

พิมพ์ครงั้ ที่ ๒ : จำ�นวน ๑,๕๐๐ เลม่
วัดสทุ ธาโภชน์ และศรัทธาสาธุชนทั่วไป เจ้าภาพ

พมิ พท์ ี่ : บรษิ ัท สำ�นกั พิมพ์เพท็ แอนด์โฮม จำ�กดั

๒๓ ซอย ๖ หมบู่ า้ นสวนแหลมทอง ๒ ถนนพฒั นาการ ซอย ๒๘

เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ๑๐๒๕๐
Office : 0-2750-7732 / Fax : 0-2750-7632
www.petandhome.co.th

(ก)

คำ� น�ำ

(ในการพิมพค์ ร้งั ที่ ๑)

วิธกี ารศึกษาภาษาทกุ ๆ ภาษา จะมลี กั ษณะที่คลา้ ยๆ กนั คือ เบอื้ งตน้ เรียนไวยากรณ์
พร้อมฝึกทักษะการใช้ภาษา คือการพูด การเขียน การอ่านควบคกู่ นั ไป หรือจะเนน้ ให้พูดให้
ไดเ้ สยี กอ่ นแล้วจึงคอ่ ยเรียนไวยากรณ์ก็มี

ภาษาบาลี กเ็ ช่นเดยี วกัน เพราะเป็นอกี ภาษาหน่งึ ท่ีปรากฏอยใู่ นโลก ทีส่ �ำคญั ไปกวา่
นัน้ คอื เปน็ ภาษาที่บนั ทกึ คำ� สอนขององค์สมเด็จพระสมั มาสมั พุทธเจา้ ซ่ึงพุทธบริษทั ท่ีนับถือ
พุทธศาสนาควรทจ่ี ะศึกษาเพือ่ เป็นอปุ กรณ์น�ำไปศกึ ษาพระธรรมวินยั การศึกษาภาษาบาลี ก็
มวี ิธกี ารเรียนการศึกษาเช่นเดียวกับภาษาอื่นๆ คอื เรียนภาคทฤษฎี ควบคู่กับการนำ� ไปใช้
ไวยากรณ์ดี กจ็ ะชว่ ยให้การแปล การสัมพันธ์ และการแตง่ ดี ในขณะเดียวกนั ถ้าการแปล การ
สมั พนั ธ์ และการแตง่ ดี ก็จะชว่ ยท�ำใหก้ ารศกึ ษา ไวยากรณเ์ ข้าใจไดด้ แี ละลึกซงึ้ ย่งิ ข้ึน เป็นการ
เก้อื กลู ซ่งึ กนั และกัน

ฉะน้นั หลักการแปลขน้ั พนื้ ฐาน ซ่งึ เปน็ การแปลระดับตน้ น้ี จึงมีความส�ำคัญ อยา่ งมาก
ต่อทุกท่านท่ีก�ำลังศึกษาภาษาบาลี เพราะเป็นพื้นฐานในการแปลในระดับทีส่ งู ๆ ขน้ึ ไปและ
ช่วยให้เข้าใจไวยากรณ์ท่ศี กึ ษามาแลว้ ดว้ ย

จึงหวังเปน็ อยา่ งยง่ิ ว่า หนังสอื หลักการแปลข้ันพื้นฐานเลม่ น้ี จะอ�ำนวยประโยชนต์ ่อ
นักศกึ ษาภาษาบาลไี มม่ ากกน็ อ้ ย

พระมหาธิตพิ งศ์ อตุ ตฺ มปญโฺ 
๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔

(ข)

ค�ำนำ�

(ในการพิมพ์คร้ังที่ ๒)
หนังสือ “หลกั การแปลบาลขี น้ั พน้ื ฐาน” เปน็ หนงั สอื ทผี่ เู้ ริ่มฝกึ หดั แปลบาลจี ะต้องใช้
เพ่ือเรียนรหู้ ลกั การเกยี่ วกบั ล�ำดบั ในการแปลก่อนหลัง จะได้พัฒนาการแปลในสรู่ ะดับทส่ี ูงๆ
ขน้ึ ไป ซงึ่ จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ ผู้ศกึ ษา
หนงั สอื “หลักการแปลบาลขี ั้นพ้นื ฐาน” เลม่ นี้ เคยจดั พิมพ์มาครง้ั หน่งึ แล้ว เมอ่ื ปี พ.ศ.
๒๕๕๗ ได้หมดแลว้ จงึ ไดป้ รารภจดั พิมพ์ข้ึนอีกครั้ง เพื่อสนบั สนนุ ให้นักศึกษาได้มีหนังสอื
ประกอบการเรยี นภาษาบาลี เพอื่ พฒั นาใหเ้ กดิ ทกั ษะเกี่ยวกบั การแปล โดยในการจัดพิมพ์
คร้ังน้ีไดแ้ ก้ไขข้อบกพรอ่ งผิดพลาด และได้เพม่ิ เตมิ บทท่ี ๑๙ กริ ิยาอาขยาต : การสร้างคำ�
ศพั ท์ ฝกึ ประกอบโยคะ และแตง่ บทขยายกิริยาอาขยาต เพือ่ ใหเ้ ข้าใจหลกั การต้งั แต่เร่มิ สรา้ ง
คำ� ศพั ท์ แล้วนำ� ไปใชป้ ระโยค ใช้ในการพดู หรอื แต่งประโยคภาษาบาลีได้จริง และอยา่ งเขา้ ใจ
เหตผุ ลในความสมั พนั ธข์ องบทต่างๆ ทอี่ ยใู่ นประโยคว่าทำ� หนา้ ทอี่ ะไร เก่ยี วขอ้ งกบั บทอื่นใน
ฐานะใด
ด้วยเหตุผลดงั กลา่ ว จึงขออนโุ มทนาบุญกศุ ลกบั ทกุ ๆ ท่านท่มี สี ว่ นชว่ ยให้หนังสอื เลม่
นี้ส�ำเร็จลุลว่ ง ออกมาสูบ่ รรณพภิ พอีกครง้ั

พระมหาธติ พิ งศ์ อตุ ตฺ มปญฺโ
๑๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๑

สารบญั
หนา้
ค�ำน�ำ (ในการพมิ พ์ครั้งท่ี ๑) .......... .......... ......... .......... (ก)
คำ� น�ำ (ในการพิมพค์ รั้งที่ ๒) .......... .......... ......... .......... (ข)
บทนำ� ขอ้ ความทั่วไป .......... .......... .......... .......... ๑
บทท ่ี ๑ หลกั การแปลข้ันพ้นื ฐาน .......... .......... .......... .......... ๒
บทท่ี ๒ อายตนิบาต (ค�ำเช่อื มระหว่างบท) ......... .......... .......... .......... ๖
บทที่ ๓ หลกั การแปลทั่วไป .......... .......... .......... .......... ๑๐
บทท ่ี ๔ หลักการแปลบทคุณนาม .......... .......... .......... .......... ๑๒
บทท่ี ๕ หลกั การแปลกริ ยิ ากติ ก ์ .......... .......... .......... .......... ๑๔
บทท่ี ๖ หลกั การแปล/การใชส้ ังขยา .......... .......... .......... .......... ๑๖
บทท ่ี ๗ หลักการแปล/แต่งปุริสสพั พนามและวเิ สสนสัพพนาม .......... .......... ๑๙
บทที่ ๘ หลักการใช้/การแปลกริ ิยาอาขยาต .......... .......... .......... .......... ๒๒
บทที่ ๙ หลกั การแปล/แต่งวกิ ตกิ ัตตา .......... .......... .......... .......... ๒๕
บทท ี่ ๑๐ หลักการแปล/แต่งวกิ ติกัตตากริ ยิ ากิตก์ ตปจั จัย .......... .......... ๒๘
บทที่ ๑๑ หลกั การแปลประโยคอนาทรและประโยคลักขณะ .......... .......... ๓๑
บทที่ ๑๒ หลกั การแปลกริ ิยาในระหว่าง ตนุ าทิปัจจยั เป็นตน้ .......... .......... ๓๔
บทท่ี ๑๓ หลักการแปลอาลปนะและนบิ าตต้นขอ้ ความ .......... .......... .......... ๓๖
บทท ่ี ๑๔ หลักการแปลกิริยาวิเสสนะ .......... .......... .......... .......... ๓๘
บทท่ี ๑๕ หลักการแปล อิติศัพท์ อรรถอาการะ .......... .......... .......... .......... ๓๙
บทท ่ี ๑๖ รปู แบบประโยคบาลีทีน่ ่าสนใจ .......... .......... .......... .......... ๔๔
บทท ่ี ๑๗ จศัพท์ : อรรถและวิธใี ช ้ .......... .......... .......... .......... ๖๐
บทท่ ี ๑๘ อรรถของอติ ศิ พั ท์ .......... .......... .......... .......... ๖๓
บทที่ ๑๙ กริ ิยาอาขยาต : การสร้างคำ� ศพั ท์ ฝกึ ประกอบโยคะ และแตง่ บทขยาย-
กิรยิ าอาขยาต .......... .......... .......... .......... ๖๗
ประวัติผู้รวบรวมและเรียบเรยี ง .......... .......... .......... .......... ๑๓๔
--------------------------



บทนำ�
ขอ้ ความทว่ั ไป

การแปลภาษามคธเป็นภาษาไทย มี ๒ วิธี คือ
๑. แปลโดยพยัญชนะ คือ การแปลศัพทไ์ ปตามรากของไวยากรณ์
๒. แปลโดยอรรถ คอื การแปลจบั เอาใจความของศพั ทเ์ ท่านนั้

การแปล ๓ ระดับ :-
๑. การแปลขนั้ พ้ืนฐาน คือการแปลประโยคส้นั ๆ โดยจบลงในอนวุ ากยะหนง่ึ ๆ หรือ
ประโยคหนึ่งๆ
๒. การแปลระดบั กลาง คือการแปลประโยคยาวๆ เรยี งต่อๆ กันเป็นเร่อื งๆ ตลอด
ท้ังเลม่ ซงึ่ ประกอบด้วยประโยคหลายประโยคมนี ิบาตเป็นตวั เชอื่ มแตล่ ะประโยค เช่นเรื่องราว
ในอรรถกถาธรรมบทเปน็ ตน้
๓. การแปลระดบั สูง คือการแปลพระบาลี อรรถกถา ฎกี า อนุฎกี า เปน็ ตน้

2 หลักการแปลบาลขี น้ั พ้ืนฐาน

บทที่ ๑
หลกั การแปลขนั้ พน้ื ฐาน

ศพั ทใ์ นภาษาบาลีนีค้ วบคุมกันเปน็ “ประโยค” เมือ่ รวมกันเข้าหลายๆ ประโยค กก็ ลาย
เป็นเรอ่ื งราวประวตั บิ คุ คลหรอื ธรรมะทน่ี า่ ศึกษาอยา่ งยิ่ง
ภายในประโยคหนงึ่ ๆ มปี ระเภทของศพั ท์ไมเ่ กิน ๘ ลกั ษณะ การศึกษา ลกั ษณะเหล่า
นี้ ให้เขา้ ใจชดั เจนเสยี ก่อน เปน็ ความจ�ำเปน็ สำ� หรบั ผูเ้ ริ่มต้นแปลภาษาบาลี
หลกั การแปล ๘ ประการ
๑. อาลปนะ
๒. นิบาตตน้ ขอ้ ความ / กาลสตั ตมี
๓. ประธาน
๔. บทท่ขี ยายประธาน
๕. กิรยิ าในระหว่างของประธาน / บทนามท่มี วี ภิ ตั ติเดยี วกันกับประธาน / ประโยค
แทรก
๖. บททขี่ ยายกิริยาในระหวา่ งเปน็ ต้น
๗. กิรยิ าคุมพากย์
๘. บทท่ีขยายกริ ยิ าคมุ พากย์
ในการแปลประโยคสนั้ ๆ ประโยคทอ้ งเรอื่ ง หรือประโยคท้องนิทาน ต้องแปล ไปตาม
ลำ� ดับ ตั้งแตห่ มายเลขที่ ๑ ถงึ ท่ี ๘ หมายเลขใด ไม่มีอยู่ในประโยคนนั้ ๆ ให้แปลขา้ มไปใน
หมายเลขรองๆ ได้ ยกเวน้ หมายเลข ๓ คือ ประธาน กบั หมายเลข ๗ คอื กริ ยิ าคุมพากย์ ถงึ
แม้จะไม่มอี ยใู่ นประโยค ก็ตอ้ งเตมิ เขา้ มาในเวลาแปล จะแปลขา้ มไปไมไ่ ด้ (ถา้ เป็นประโยค
ลิงคัตถะ ไมม่ กี ิรยิ าคมุ พากย)์

ลกั ษณะศัพทท์ ้งั ๘ ประการโดยสังเขป

๑. อาลปนะ ๒ ประการ
๑.๑ นามนามประกอบด้วยอาลปนวิภัตตทิ ้งั สนิ้ เชน่ ปุรสิ , กญเฺ , อานนทฺ เป็นตน้
๑.๒ นบิ าตบอกอาลปนะ ๑๐ ศพั ท์ คือ ยคเฺ ฆ - ขอเดชะ, ภนฺเต - ข้าแต่ทา่ นผู้เจรญิ ,
ภทนเฺ ต - ขา้ แตท่ ่านผูเ้ จรญิ , ภเณ - แนะ่ พนาย, อมฺโภ - ดูกอ่ นท่านผูเ้ จริญ, อาวุโส - ดูกอ่ น

หลักการแปลข้ันพ้นื ฐาน 3

ทา่ นผ้มู อี ายุ, เร - โว้ย, อเร - โวย้ , เห - เฮย้ , เช - แนะ่ แมส่ าวใช้
อาลปนะนามและอาลปนะนบิ าต ถ้ามาคกู่ ัน ให้แปลอาลปนะนามกอ่ น แล้วจงึ แปล
อาปลนะนบิ าต อาลปนะนบิ าตท�ำหน้าทเี่ ปน็ ”วเิ สสนะ”(บทขยาย)

๒. นิบาตต้นขอ้ ความ/กาลสัตตมี
๒.๑ นบิ าตตน้ ข้อความ เช่น :-
(๑) อถ วา - อีกอย่างหนง่ึ , อโถ - อนึง่ , อโห - โอ, เจ - หากวา่ ...ไซร,้ ยทิ -
ผวิ า่ ...ไซร,้ สเจ - ถา้ วา่ ...ไซร้, ยนนฺ ูน - ไฉนหนอ, อุทาห,ุ อาทู - หรอื วา่ , อาม, อามนฺตา
- ครบั , ค่ะ, เออ, ใช่, จ๊ะ, อิงฆฺ - เชญิ เถดิ , ตคฺฆ - เอาเถดิ , หนทฺ - เชิญเถดิ , อปจิ - เออก็,
อีกอย่างหนึง่ ... (นยิ มวางไว้ตัวที่หนง่ึ ในประโยค)
(๒) กิร - ไดย้ ินวา่ , ขลุ - ได้ยนิ วา่ , สทุ ํ - ได้ยินว่า, หิ - ก,็ จรงิ อย่,ู ด้วยวา่ ,
เพราะวา่ , ดังจะกล่าวโดยยอ่ , ดงั จะกลา่ วโดยพิสดาร, ตุ - ส่วนวา่ , ปน - ก็, แตว่ า่ , จ - ก,็
อน่ึง, แต่ว่า เปน็ ตน้ (นยิ มวางไว้ตัวท่สี องในประโยค)
๒.๒ กาลสตั ตมี เชน่ :-
เอกทิวสํ - ในวันหนึ่ง, อเถกทวิ สํ - ครน้ั ภายหลงั ณ วันหนึง่ , ตํขณ,ํ ตสฺมึ ขเณ -ใน
ขณะนน้ั , ตสํ มย,ํ เตน สมเยน, ตสมฺ ึ สมเย - ในสมัยนั้น, เอกํ สมย,ํ เอกสมฺ ึ สมเย - ใน
สมยั หนง่ึ , อถ - คร้ังนน้ั , อถ โข - คร้งั น้ันแล, ตทา - ในกาลนนั้ , อิทานิ - ในกาลนี้, อชฺช
- ในวันน้,ี อปรภาเค - ในกาลอนั เปน็ สว่ นอื่นอีก, เทสนาวสาเน - ในกาลอนั เปน็ ทีส่ ิน้ สุดลง
แหง่ เทศนา เป็นตน้ (นยิ มวางไวต้ ้นประโยค)

๓. ประธาน ๓ ประการ
๓.๑ บทนามนาม(สทุ ธนาม),ปรุ สิ สัพพนาม(ต,ตมุ หฺ ,อมหฺ )และวเิ สสนสัพพนามเฉพาะ
กึศพั ท์ ทีป่ ระกอบดว้ ยปฐมาวภิ ตั ติ เช่น ปุริโส, ปุรสิ า, โส, เต, ตวฺ ํ, ตมุ เฺ ห, อหํ, มยํ เป็นต้น
๓.๒ บทนามนาม(สทุ ธนาม), ปุริสสัพพนาม(ต,ตุมหฺ ,อมหฺ )ท่ปี ระกอบดว้ ย ตติยา-
วิภตั ติ ในประโยคภาววาจก เช่น ปุรเิ สน ภูยเต, เตน ภูยเต เปน็ ตน้
๓.๓ บทพเิ ศษ ท่ใี ชส้ �ำเนียงอายตนบิ าตปฐมาวิภตั ตไิ ด้ เช่น เอวํ อ.อยา่ งน้ัน (สัจจ-
วาจกลิงคัตถะ), อลํ อ.อย่าเลย (ปฏิเสธลิงคตั ถะ), ตถา อ.เหมือนอย่างนัน้ (ลิงคัตถะ), ...ตุํ
อ.อัน... (ตุมตั ถกตั ตา), อชฺช อ.วันน้ี (สัตตมีปจั จัตตะ) เปน็ ต้น

4 หลกั การแปลบาลีขน้ั พ้ืนฐาน

๔. บทท่ขี ยายประธาน มี ๓ ประการ
๔.๑ วเิ สสนะ ได้แกบ่ ทคณุ นาม, วิเสสนสพั พนาม ทีม่ ีลิงค์ วิภัตติ วจนะ เสมอดว้ ย
บทประธาน เช่น มหนฺโต ปรุ ิโส = อ.บรุ ุษ ผปู้ ระเสริฐ, สพเฺ พ สตฺตา = อ.สัตว์ ท. ทั้งปวง”
๔.๒ สามีสัมพนั ธะ ได้แก่บทนามทีป่ ระกอบดว้ ยฉฏั ฐีวภิ ัตติ และมีข้อความเกีย่ วเนอ่ื ง
กบั บทประธาน ออกสำ� เนียงอายตนบิ าตว่า “แห่ง..., ของ...” เช่น รญฺโ ปตุ โฺ ต = อ.พระโอรส
ของพระราชา, มยฺหํ โทโส = อ.โทษ ของเรา เป็นต้น
๔.๓ วิสยาธาระ ได้แกบ่ ทนามท่ีประกอบด้วยสตั ตมวี ิภัตติ และมีขอ้ ความเกยี่ วเน่อื ง
กบั บทประธาน ออกสำ� เนียงอายตนิบาตว่า “ใน..., ณ...” เชน่ สาวตฺถิยํ กิเรโก ปุรโิ ส สหตถฺ า
เขตฺเต จ ฆเร จ กมมฺ ํ กตวฺ า มาตรํ ปฏชิ คคฺ .ิ ได้ยนิ วา่ อ.บุรษุ คนหน่ึง ในเมืองสาวัตถี
กระท�ำแลว้ ซง่ึ การงาน ในนาดว้ ย ในเรือนดว้ ย ด้วยมอื ของตน ปฏิบตั ิแลว้ ซ่ึงมารดา
๕. กิริยาในระหว่างของประธาน บทนามทม่ี ีลงิ ค-์ วิภตั ติ-วจนะเหมือนประธาน และ

ประโยคแทรก
ก. กิริยาในระหวา่ งของบทประธาน ๒ ประการ
๕.๑ กริ ยิ าศัพทท์ ีป่ ระกอบดว้ ย ต อนตฺ มานปัจจยั มลี งิ ค์ วภิ ตั ติ และวจนะ เสมอ
ดว้ ยประธาน เชน่ เถโร อาสนสาลํ สํวทิ หนโฺ ต โรหิณ ึ อาห = อ.พระเถระ เมือ่ จัดแจง ซง่ึ
โรงฉนั กล่าวแลว้ กะพระนางโรหณิ ี
๕.๒ ตุนาทิปจั จยั ๓ ตวั ได้แก่ ตนุ , ตวฺ า และ ตวฺ านปัจจัย เฉพาะท่บี ่งชัดวา่ เปน็
กริ ิยาอาการของประธาน เชน่ มนสุ สฺ า ภิกฺขนู ํ ภกิ ขฺ ํ ทตฺวา วนทฺ สึ ุ = อ.มนษุ ย์ ท. ถวายแลว้
ซึ่งภิกษา แก่ภิกษุ ท. ไหว้แล้ว
ข. บทนามทม่ี ลี ิงค์-วิภัตต-ิ วจนะเหมอื นประธาน เช่น เอโก เสฏฺ ปิ ุตฺโต สตฺถุ เทสน ํ
สตุ วฺ า ปพพฺ ชติ วฺ า ลทฺธปู สมปฺ โท ปญฺจ วสสฺ านิ ธมมฺ ํ ปรยิ าปณุ ติ วฺ า อปุ ชฺฌายสสฺ
สนฺติเก กมมฺ ฏฺานํ คเหตวฺ า อรญฺ ํ ปาวสิ ิ. อ.บตุ รของเศรษฐี คนหน่งึ ฟังแลว้ ซง่ึ เทศนา
ของพระศาสดา บวชแลว้ ผู้มอี ุปสมบทอันได้แลว้ เรยี นเอาแลว้ ซง่ึ ธรรม สน้ิ ปี ท. หา้ เรียนเอา
แล้ว ซ่ึงกรรมฐาน ในส�ำนัก ของพระอุปัชฌาย์ ไดเ้ ข้าไปแลว้ ส่ปู า่ .
ค. ประโยคแทรก คอื บทนามนาม หรือปุริสสัพพนาม ท่ีประกอบดว้ ยฉัฏฐวี ิภัตติ
[แปลว่า “เมอื่ ...] หรอื สัตตมีวภิ ัตติ [แปลวา่ “ครน้ั เม่อื ...”] [ประโยคอนาทร และประโยคลกั ขณะ]
เชน่ เถรสสฺ นิททฺ ํ อโนกฺกมนฺตสฺส, ปมมาเส อติกกฺ นเฺ ต, อกขฺ โิ รโค อปุ ฺปชฺชิ. เมือ่ พระเถระ

หลักการแปลขั้นพ้ืนฐาน 5

ไมก่ า้ วลงอยู่ สู่ความหลบั , คร้ันเม่ือเดือนท่หี นึ่ง ก้าวล่วงแล้ว, อ.โรคท่นี ยั น์ตา เกิดข้ึนแล้ว
ประโยควา่ “เถรสฺส นิททฺ ํ อโนกกฺ มนตฺ สฺส” เป็นประโยคอนาทร เพราะเถระ ไมเ่ อื้อเฟอ้ื
ต่อร่างกายที่ตอ้ งการพักผ่อน ส่วนประโยควา่ “ป€มมาเส อตกิ กฺ นเฺ ต” เป็นประโยคลกั ขณะ
เพราะเป็นเคร่ืองหมายใหจ้ ดจ�ำวา่ โรคเกดิ ขึน้ เม่ือใด

๖. บททีข่ ยายกิรยิ าในระหวา่ งเป็นต้น
บททข่ี ยายกิริยาในระหว่าง ได้แก่บทนามท่ีตั้งอยเู่ บอื้ งหน้ากริ ิยาในระหว่าง และมี
ข้อความเก่ยี วเนือ่ งกับกิรยิ าในระหวา่ ง เช่น มนุสสฺ า ภิกขฺ นู ํ ภิกขฺ ํ ทตวฺ า วนทฺ ึส.ุ อ.มนุษย์
ท. ถวายแลว้ ซงึ่ ภิกษา แก่ภกิ ษุ ท. ไหวแ้ ลว้

๗. กิรยิ าคมุ พากย์ ๓ ประการ
๗.๑ กิรยิ าอาขยาตท้งั หมด เช่น ปุริโส คจฉฺ ต.ิ อ.บรุ ุษ ย่อมไป เปน็ ต้น
๗.๒ กริ ยิ ากิตก์ เฉพาะท่ลี งปัจจัย ๙ ตวั คือ ตพฺพ, อนีย, ณฺย, เตยยฺ , ริจจฺ , ต, กฺต, ข
และอานปิ ัจจัย ซ่ึงตง้ั อยทู่ ้าย ประโยค เช่น ปรุ โิ ส คโต = อ.บรุ ษุ ไปแลว้ , ปรุ เิ สน กมมฺ ํ กตํ
= อ.กรรม อนั บุรษุ กระทำ� แล้ว, ปรุ ิเสน กมมฺ ํ กรณียํ = อ.กรรม อนั บรุ ุษ พงึ กระท�ำ เปน็ ต้น
[ยกเวน้ ตปัจจยั เปน็ ต้น ซงึ่ อาจต้ังอยทู่ ่ามกลางประโยคได้บา้ ง เช่น ภทฺทกํ โว กตํ อิธ
อาคจฺฉนฺเตหิ = อ.กรรม อันงาม อันทา่ น ท. ผ้มู าอยู่ ในทีน่ ้ี กระท�ำแลว้ ]
๗.๓ นบิ าตบท/กิริยาบท (กตั ตุวาจก/ภาววาจก/กัมมวาจก) ไดแ้ กก่ ริ ิยาบทพเิ ศษ ๕
บท(นิบาตทที่ �ำหน้าเป็นกริ ิยาคุมพากย)์ คอื อลํ - สมควร, อตฺถิ - มอี ย่,ู นตถฺ ิ - ยอ่ มไมม่ ,ี
ลพฺภา - พึงถูกได,้ สกกฺ า - อาจ, สามารถ เชน่ เอวํ เปเสตุํ น สกกฺ า. แปลวา่ “อันเรา ไม่
อาจ เพ่อื อันส่งไป อย่างน้”ี

๘. บททข่ี ยายกริ ิยาคุมพากย์
บทท่ขี ยายกริ ยิ าคมุ พากย์ ได้แกบ่ ทนามท่ีตงั้ อยขู่ ้างหนา้ กริ ิยาคุมพากย์ (เบ้ืองหลงั ก็
มีบ้าง) และมขี อ้ ความเกย่ี วเนอื่ งกับกิรยิ าคุมพากยน์ ้ัน เชน่ “เอวํ สตฺถา เตสํ ภกิ ฺขนู ํ ธมฺมํ
เทเสสิ. แปลวา่ “อ.พระศาสดา ทรงแสดงแล้ว ซงึ่ ธรรม แก่ภกิ ษุ ท. เหล่าน้ัน อย่างน”ี้

6 หลกั การแปลบาลีขนั้ พืน้ ฐาน

บทท่ี ๒
อายตนบิ าต (ค�ำเชอ่ื มระหว่างบท)

อายตนิบาต คือ คำ� เช่ือมระหว่างบท ๒ บทเขา้ ด้วยกนั คือเชอ่ื มระหว่าง บทนาม
กบั บทนาม เช่น รญฺโ ปตุ ฺโต = อ.พระโอรส ของพระราชา, และบทนาม กบั บทกริ ยิ า เช่น
ภกิ ขฺ ํ อทาสิ = ได้ถวายแล้ว ซึ่งภิกษา เป็นตน้ แบ่งออกเปน็ ๗ หมวด ตามลักษณะของวภิ ัตติ
ท้ัง ๗ ดงั น้ี

วิภตั ติ ๗ หมวดและคำ� แปล

วภิ ตั ติ ล�ำดบั ท่ี เอกวจนะ พหวุ จนะ อายตนิบาต (ค�ำแปลเพือ่ เช่ือมต่อบท)

ปมา ที่ ๑ สิ โย อันว่า... (อ.), อนั วา่ ...ทงั้ หลาย (อ. .... ท.)
ทุตยิ า ที่ ๒ อ ํ โย ซง่ึ , สู่, ยงั , สิน้ , ตลอด, กะ, เฉพาะ
ตติยา ที่ ๓ นา ห ิ ดว้ ย, โดย, อนั , ตาม, เพราะ, มี, ด้วยท้งั
จตุตฺถ ี ท่ี ๔ ส นํ แก่, เพอ่ื , ตอ่
ปจฺ มี ที่ ๕ สมฺ า หิ แต่, จาก, กวา่ , เหตุ (เพราะ)
ฉฏฺ ี ที่ ๖ ส นํ แหง่ , ของ, เมอื่
สตตฺ ม ี ท่ี ๗ สฺมึ ส ุ ใน, ใกล,้ ท,่ี ครัน้ เม่ือ, ในเพราะ, เหนอื , บน
อาลปน คำ� รอ้ งเรยี ก ส ิ โย แน่ะ, ดกู ่อน, ข้าแต ่

ตัวอย่างประกอบ โดยสังเขป :-

๑. ปฐมาวภิ ตั ติ แปลวา่ “อันว่า...” (อ.), อันวา่ ...ทัง้ หลาย (อ. ... ท.)
เอวํ สตถฺ า เตสํ ภกิ ขฺ ูนํ ธมฺมํ เทเสส.ิ
อ.พระศาสดา ทรงแสดงแลว้ ซึ่งธรรม แก่ภกิ ษุ ท. เหลา่ นัน้ อยา่ งนี้
๒. ทตุ ิยาวิภตั ติ
ซงึ่ เชน่ กสสฺ โก กมมฺ ํ กโรติ. (อวุตตกัมมะ)
อ.ชาวนา ยอ่ มกระท�ำ ซงึ่ การงาน
ส่ ู เชน่ โย โกจ ิ ปรุ ิโส คามํ คจฺฉต.ิ (สมั ปาปณุ ยี กมั มะ)
อ.บรุ ษุ คนใดคนหนง่ึ ยอ่ มไป สู่หมู่บา้ น

อายตนิบาต(ค�ำ เชื่อมระหว่างบท) 7

ยัง เชน่ อาหาโร สขุ ํ ชนยต.ิ (การติ กัมมะ)
อ.อาหาร ยังความสขุ ยอ่ มให้เกดิ ขึน้
อาจรโิ ย สสิ สฺ ํ สปิ ปฺ ํ อุคคฺ ณฺหาเปติ. (การติ กมั มะ)
อ.อาจารย์ ยังศษิ ย์ ยอ่ มใหศ้ กึ ษา ซ่งึ ศิลปะ
สน้ิ เช่น เถโร ติโยชน ํ คจฺฉต.ิ (อัจจนั ตสังโยคะ)
อ.พระเถระ ย่อมไป สน้ิ โยชน์ ๓
ตลอด เชน่ เตมาสํ อภิธมมฺ ํ เทเสสิ พทุ โฺ ธ. (อจั จันตสงั โยคะ)
อ.พระพุทธเจ้า ทรงแสดงแลว้ ซึง่ พระอภธิ รรม ตลอดเดือน ๓
กะ เช่น ภควา ภกิ ขฺ ู เอตทโวจ. (อกถติ กัมมะ)
อ.พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ได้ตรสั แล้ว ซ่งึ พระดำ� รัสนั่น กะภิกษุ ท.
๓. ตตยิ าวภิ ัตติ
ด้วย เช่น หตเฺ ถน กมฺมํ กโรติ. (กรณะ)
(อ.บรุ ษุ ) ยอ่ มกระทำ� ซ่งึ การงาน ดว้ ยมือ
โดย เชน่ พทุ โฺ ธ ชาติยา ขตฺตโิ ย. (ตติยาวเิ สสนะ)
อ.พระพทุ ธเจา้ เป็นกษตั รยิ ์ โดยชาติ (ย่อมเป็น)
ตาม เชน่ พทุ โฺ ธ อนปุ ุพฺเพน สาวตฺถึ ปตโฺ ต. (ตติยาวเิ สสนะ)
อ.พระพทุ ธเจ้า เสด็จถึงแล้ว ซง่ึ เมอื งสาวตั ถี ตามล�ำดับ
ข้าง เชน่ มาตาปิตโร อิโต จิโต จ โอโลเกสุ.ํ (ตติยาวิเสสนะ)
อ.มารดาและบิดา ท. แลดูแล้ว ข้างนี้ด้วย ข้างน้ีดว้ ย
ทาง เช่น กาเยน กมมฺ ํ กายกมมฺ .ํ (ตตยิ าวเิ สสนะ)
อ.กรรม ทางกาย ชอ่ื ว่ากายกมฺม
อนั เชน่ พทุ ฺเธน มาโร ชโิ ต. (อนภหิ ิตกัตตา)
อ.มาร อันพระพุทธเจ้า ทรงชนะแล้ว
เพราะ เชน่ ชโน อนเฺ นน วสติ. (เหตุ)
อ.ชน ย่อมอยู่ เพราะขา้ ว
มี, ดว้ ยทงั้ เชน่ กาลี ภินเฺ นน สเี สน... อุชฺฌาเปสิ. (อิตถมั ภูตะ)
อ.นางกาลี มศี ีรษะ อันแตกแลว้ ...ยกโทษแลว้

8 หลักการแปลบาลขี ั้นพน้ื ฐาน

กับด้วย เช่น ทุกฺโข พาเลหิ สวํ าโส. (สหตั ถตตยิ า)
อ.การอยู่ร่วม กบั ด้วยคนพาล ท. เปน็ เหตุนำ� มาซ่ึงความทกุ ข์
(ยอ่ มเปน็ )
๔. จตุตถีวิภัตติ
แก่ เชน่ ทานํ สํฆสสฺ เทติ. (สมั ปทาน)
(อ.ชน) ย่อมถวาย ซ่ึงทาน แก่พระสงฆ์
เพอื่ เช่น เทเสต ุ ธมฺมํ อนกุ มฺปาย. (สมั ปทาน)
(อ.พระผู้มพี ระภาคเจา้ ) ขอจงทรงแสดง ซ่งึ พระธรรม
เพือ่ อนุเคราะห์
ตอ่ เชน่ โย มติ ตฺ านํ น ทุพภฺ ต.ิ (สมั ปทาน)
(อ.บุคคล) ใด ยอ่ มไมป่ ระทุษร้าย ตอ่ มติ ร ท.
๕. ปัญจมีวภิ ัตติ
แต่ เชน่ อโิ ต ปรํ วติ ฺถารํ กเถสสฺ าม.ิ (อปาทาน)
ในเบื้องหนา้ แตก่ าลนี้ (อ.เรา) จกั กล่าว ใหพ้ ิสดาร
จาก เชน่ ปาปา จติ ฺตํ นวิ ารเย. (อปาทาน)
(อ.บุคคล) พึงห้าม ซ่ึงจติ จากบาป
กวา่ เช่น มาถุรา ปาฏลปิ ตุ ฺตเกหิ อภริ ูปา. (อปาทาน)
อ.ชาวเมอื งมถรุ า ท. เป็นผู้มีรปู งาม กวา่ ชาวเมอื งปาฏลบี ุตร ท.
(ย่อมเปน็ )
เหตุ เชน่ อวชิ ชฺ าปจฺจยา สงขฺ ารา สมภฺ วนตฺ ิ. (เหต)ุ
อ.สงั ขาร ท. ยอ่ มมี เพราะอวชิ ชาเปน็ ปจั จัย
๖. ฉัฏฐวี ิภัตติ
แหง่ เชน่ ภิกฺขูนํ สมโู ห. (สมูหสัมพันธะ)
อ.หมู่ แห่งภกิ ษุ ท.
ของ เช่น พุทฺธสสฺ คณุ โฆโส. (สามีสมั พนั ธะ)
อ.เสยี งประกาศซึง่ คุณ ของพระพุทธเจา้
เมือ่ เชน่ เถรสฺส นทิ ทฺ ํ อโนกกฺ มนตฺ สสฺ ,....., อกฺขิโรโค อปุ ฺปชฺชิ. (อนาทร)
เมอ่ื พระเถระไมก่ า้ วลงอยู่สคู่ วามหลบั ...,อ.โรคทน่ี ยั นต์ าเกดิ ขน้ึ แลว้

อายตนิบาต(คำ�เชือ่ มระหวา่ งบท) 9

๗. สัตตมวี ิภตั ติ
ใน เช่น ติเลสุ เตลํ อตฺถิ. (พยาปิกาธาระ)
อ.นำ้� มนั มีอยู่ ในเมลด็ งา ท.
ใกล้ เชน่ ภควา สาวตถฺ ิยํ วิหรต ิ เชตวเน. (สมีปาธาระ)
อ.พระผู้มพี ระภาคเจ้า ประทบั อยู่ ในพระเชตวัน ใกลเ้ มอื งสาวัตถี
ท ่ี เช่น ปาเทสุ ปติโต. (อาธาระ)
(อ.อบุ าสกนัน้ ) หมอบลงแล้ว ท่เี ทา้ ท.
ครั้นเม่อื เชน่ ภกิ ขฺ สู ุ ภญุ ฺชนฺเตสุ, ปรุ ิโส คโต. (ลกั ขณะ)
คร้ันเมอ่ื ภิกษุ ท. ฉนั อย่,ู อ.บุรษุ ไปแล้ว
ในเพราะ เช่น กญุ ฺชโร ทนฺเตสุ หญฺ เต. (เหตวตั ถะ)
อ.ช้าง ย่อมถกู ฆ่า ในเพราะงา ท.
เหนอื /บน เชน่ อาสเน นิสนิ โฺ น สโํ ฆ. (อปุ สิเลสกิ าธาระ)
อ.พระสงฆ์ นัง่ แลว้ บนอาสนะ
๘. อาลปนะ ใช้รอ้ งเรยี กบุคคลทีเ่ สมอกนั , ตำ�่ กว่าตน และสูงกวา่ ตน
แนะ่ เชน่ กสฺมา สมมฺ ปมชฺชสิ ?
แน่ะสหาย อ.ท่าน ยอ่ มประมาท เพราะเหตอุ ะไร?
ดกู อ่ น เช่น อาวุโส วายเมยฺยาถ.
ดกู อ่ นท่านผู้มอี ายุ ท. อ.ทา่ น ท. พึงพยายาม
ขา้ แต่ เช่น มยํ ภนเฺ ต สรณสลี ํ ยาจาม.
ขา้ แตท่ ่านผู้เจรญิ อ.ขา้ พเจา้ ท. ยอ่ มขอ ซ่งึ สรณะและศีล

10 หลกั การแปลบาลีข้ันพน้ื ฐาน

บทท่ี ๓
หลักการแปลทวั่ ไป

ความภาษาบาลี ไม่เหมือนภาษาไทย ใช้กลับกัน เช่นค�ำบาลีวา่ พทุ ธฺ สสฺ สาวโก =
ของพระพทุ ธเจา้ สาวก ค�ำไทยต้องเรยี งกลับกันวา่ สาวก ของพระพทุ ธเจา้ เพราะฉะน้นั
เวลาแปลภาษาบาลี โดยมากจึงตอ้ งแปลบทหลงั ไปหาบทหนา้ โดยใชค้ ำ� เช่ือมบท (อายต-
นบิ าต) ให้ได้ความเหมาะสม
ฝกึ แปล
บทนาม + บทนาม
[ประกอบด้วยวภิ ตั ติท้งั ๗ เอกวจนะ+พหวุ จนะ]
จงแปลประโยคเหลา่ น้เี ปน็ ภาษาไทย
๑. ธมเฺ ม ปสาโท. (ธรรม, ความเลือ่ มใส)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๒. สาวกานํ สํโฆ. (สาวก, หมู่)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๓. อาจริยสสฺ สิสสฺ า. (อาจารย,์ ศษิ ย)์
แปลวา่ .......................................................................................................................
๔. คาเม อาวาโส. (หมู่บ้าน, อาวาส/วดั )
แปลวา่ .......................................................................................................................
๕. คาเมสุ ทารกา. (หมบู่ า้ น, เดก็ ชาย)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๖. อาจริยมหฺ ิ คารโว. (อาจารย,์ ความเคารพ)
แปลว่า.......................................................................................................................
๗. สํฆสสฺ วิหาโร. (สงฆ,์ วหิ าร)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๘. อุปชฺฌายสฺส ปตโฺ ต. (อุปชั ฌาย์, บาตร)
แปลวา่ .......................................................................................................................

หลกั การแปลท่ัวไป 11

๙. ขตฺตยิ านํ กมุ ารา. (กษัตริย์, กุมาร)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๐. อคคฺ โิ น ขนฺโธ. (ไฟ, กอง)
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๑. อรมิ หฺ า อตุ ตฺ ราโส. (ศัตรู, ความสะดงุ้ กลวั )
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๒. รุกขฺ สสฺ สุสิเร อหิ. (ตน้ ไม้, โพรงไม้, งู)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๓. โกฏฺเ วีหโย. (ฉาง, ขา้ วเปลอื ก)
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๔. กรโิ น ทนตฺ า. (ช้าง, งา)
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๕. มนตฺ นี ํ สมาคโม. (ผูร้ /ู้ บณั ฑิต, สมาคม)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๖. รกุ เฺ ข สิขี. (ตน้ ไม้, นกยูง)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๗. ทณฺฑสิ สฺ หตฺเถ ทณโฺ ฑ. (คนมีไม้เท้า, มอื , ทอ่ นไม้)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๘. เสฏฺมิ ฺห ิ วิสฺสาโส. (เศรษฐ,ี ความคุน้ เคย)
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๙. ปพพฺ ตสสฺ สขิ เร เกต.ุ (ภูเขา, ยอด, ธง)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๒๐. สยมฺภโุ น ธมโฺ ม. (ผ้รู ู้/พระพุทธเจา้ , ธรรมะ)

แปลวา่ .......................................................................................................................

12 หลักการแปลบาลขี น้ั พ้นื ฐาน

บทที่ ๔

หลกั การแปลบทคุณนาม

คณุ นาม[บทขยาย]ของนามนามบทใด ตอ้ งมีลงิ ค์ วิภัตติ และวจนะ เหมอื นลิงค์ วภิ ตั ติ
และวจนะ ของนามนามบทน้ัน โดยมากเรยี งไว้หนา้ นามนามบทนน้ั [เรยี งไวห้ ลงั บทนาม
นามบา้ ง ในกรณที ี่ตอ้ งการแสดงยศ และตำ� แหน่ง] เพราะฉะนั้น เม่อื แปลบทนามนาม ท่เี ป็น
ประธานแล้ว หากบททีอ่ ยหู่ น้าหรือหลงั มลี ิงค์ วภิ ตั ติ และวจนะ เหมือนบทนามนาม ต้องแปล
บทหนา้ หรอื บทหลงั นั้นตอ่ มา โดยใชค้ ำ� เช่ือมบทว่า “ผ้.ู ..,ที่..., ม.ี .., ซึง่ ..., อนั ..., ตวั ...” เปน็ ตน้
[หมายเหตุ : คุณบท คำ� แปลไมอ่ อกสำ� เนียงของวิภตั ตแิ ละวจนะ แต่ออกส�ำเนียงว่า
“ผ.ู้ .., ม.ี .., อนั ...” เป็นต้นแทน]
ฝกึ แปล
คณุ นาม + บทนาม
[ประกอบดว้ ยวภิ ตั ตทิ ั้ง ๗ เอกวจนะ+พหุวจนะ]
จงแปลประโยคเหล่านเ้ี ปน็ ภาษาไทย
๑. สตตฺ านํ อคฺโค พุทโฺ ธ. (สตั ว,์ เลิศ, พระพทุ ธเจา้ )
แปลวา่ .......................................................................................................................
๒. สนุ ทฺ โร ธมฺโม. (ด,ี ธรรมะ)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๓. มหนฺโต สาวกานํ สโํ ฆ. (ใหญ,่ สาวก, หมู่)
แปลว่า.......................................................................................................................
๔. อคคฺ สฺส พทุ ฺธสสฺ สาสน.ํ (เลศิ , พระพทุ ธเจ้า, ศาสนา)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๕. สนุ ฺทรสฺส ธมฺมสฺส วิปาโก. (ด,ี ธรรมะ, ผล/วบิ าก)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๖. สุทธฺ านํ สาวกานํ สํโฆ. (บริสุทธ,์ิ สาวก, หมู)่
แปลว่า.......................................................................................................................
๗. กุสโล อาจริโย. (ฉลาด, อาจารย)์
แปลว่า.......................................................................................................................

หลกั การแปลบทคุณนาม 13

๘. อาตาปีนํ สิสสฺ านํ สกิ ขฺ า. (ผ้มู ีความเพยี ร,ศษิ ย,์ ศึกษา)
แปลว่า.......................................................................................................................
๙. อฑฺฒสฺส กลุ สสฺ ปตุ โฺ ต. (ม่งั ค่ัง, ตระกูล, บตุ ร)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๐. สุคนฺเธ ปุปเฺ ผ ภมโร. (มีกลนิ่ หอม, ดอกไม้, แมลงภู)่
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๑. วิสาเล เขตฺเต สสฺสาน.ิ (ไพศาล, นา, ข้าวกล้า)
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๒. ทารเุ ณห ิ โจเรหิ ภย.ํ (ทารณุ , โจร, ภยั )
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๓. นวสฺม ึ สปฺปิมฺหิ มกฺขิกา. (ใหม,่ เนยใส, แมลงวัน)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๔. มหติยํ สาลายํ ชนา. (ใหญ่, ศาลา, ชน)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๕. ครุกํ ธน.ุ (หนัก, ธนู)
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๖. นลี านิ อุปปฺ ลานิ. (เขียว, ดอกอบุ ล)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๑๗. นลี านํ ปปุ ผฺ านํ ราสิ. (เขียว, ดอกไม้, กอง)
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๘. สกุ ฺโก สาลีนํ โอทโน. (สขี าว, ข้าวสาล,ี ขา้ วสกุ )
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๙. สุกกฺ สฺส โอทนสสฺ ปาต.ี (สขี าว, ข้าวสุก, ถาด)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๒๐. วิสาลํ เขตฺตํ. (กวา้ งใหญ/่ ไพศาล, นา)
แปลวา่ .......................................................................................................................

14 หลกั การแปลบาลีข้นั พน้ื ฐาน

บทท่ี ๕
หลกั การแปลกริ ยิ ากิตก์
ต, ตพฺพ, อนยี , อนฺต และ มานปจั จัย
[ประโยคกตั ตุวาจก/กมั มวาจก]

กริ ิยากติ กข์ องศัพท์ที่ลง ต, ตพพฺ , อนยี , อนตฺ และ มานปัจจัย ของนามนามบทใด
ตอ้ งมีลงิ ค์ วภิ ัตติ และวจนะ เหมอื นลิงค์ วภิ ตั ติ และวจนะ ของนามนามบทนน้ั ในกรณีน้ี
อนฺต และมานปจั จยั ใชเ้ ป็นกิรยิ าในระหว่าง สว่ น ตปจั จยั ใช้เป็นกิรยิ าในระหวา่ งก็ได้ ใชเ้ ปน็
กริ ยิ าคมุ พากยก์ ็ได้ แล้วแต่ขอ้ ความในประโยคนน้ั ๆ ดงั นน้ั เมอ่ื แปลบทประธานและคำ� ขยาย
ประธานแลว้ ผู้เรียนจะตอ้ งแปลกริ ิยาในระหวา่ ง ซึ่งประกอบด้วย อนฺต, มาน หรือ ตปัจจยั
พรอ้ มท้งั บทขยายกริ ิยาในระหวา่ ง เป็นอันดบั ต่อมา
ส�ำหรบั กติ ก์ศัพทท์ ีล่ ง ตพพฺ , อนยี , ณยฺ และเตยฺยปัจจยั ตอ้ งมีลิงค์ วภิ ัตติ และวจนะ
เหมือนนามนาม ท�ำหนา้ ทเี่ ปน็ วิเสสนะ, วิกตกิ ตั ตา หรือ กริ ิยาคุมพากย์

ฝกึ แปล
คณุ นาม + บทนาม + ต, อนฺต, มาน, ตพพฺ , อนียปจั จยั

[ประกอบดว้ ยวภิ ัตตทิ ั้ง ๗ เอกวจนะ+พหวุ จนะ]
จงแปลประโยคเหล่านีเ้ ปน็ ภาษาไทย

๑. เสฏโฺ  พุทโฺ ธ โลเก อปุ ปฺ นโฺ น. (ประเสริฐท่ีสดุ , พระพทุ ธเจา้ , โลก, เกิดข้ึนแล้ว)
แปลวา่ .......................................................................................................................
๒. มหนโฺ ต ราชา อยุ ยฺ านํ คจฉฺ นฺโต... (ประเสริฐ, พระราชา, อทุ ยาน, ไปอย)ู่
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๓. กสุ โล อาจริโย สิสฺสานํ สปิ ปฺ ํ วาเจนฺโต...
(ฉลาด, อาจารย์, ศษิ ย,์ ศลิ ปะ, กล่าวสอนอยู่)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................

หลักการแปลกิริยากติ ก์ 15

๔. ทกโฺ ข วาณิชโฺ ช ธานิยา นกิ ฺขมนฺโต... (ขยัน, พ่อคา้ , เมอื ง, ออกไปอย)ู่
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๕. เวทค ู พรฺ าหฺมโณ นหานาย นทึ คโต. (ผู้ถงึ เวท, พราหมณ,์ อาบนำ�้ , แม่น�ำ้ , ไปแลว้ )
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๖. สีลวา ภกิ ฺข ุ คามํ ปิณฑฺ าย ปวิฏโฺ . (ผูม้ ศี ีล, ภิกษุ, หม่บู ้าน, บณิ ฑบาต, เข้าไป

แลว้ )
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๗. เสฏฺโิ น ภรยิ า รเถน วีถิยํ คจฺฉนตฺ .ี .. (เศรษฐ,ี ภริยา, รถ, ถนน, ไปอย่)ู
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๘. ชเนห ิ มธรุ านิ ผลานิ รกุ ฺขา คเหตพฺพานิ.
(ชน, รสหวาน, ผลไม,้ ตน้ ไม,้ พึงเกบ็ เอา)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๙. โสภา วธู คพฺเภ นิสนิ ฺนา. (สวย, หญิงสาว, หอ้ ง, นง่ั แล้ว)
แปลว่า.......................................................................................................................
๑๐. จณฺโฑ ปุริโส อตตฺ โน าตีหิ ภนิ ฺทิตพโฺ พ.(ดุรา้ ย, บุรษุ , ตน, ญาต,ิ พึงทำ� ลาย)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๑. าติหิ ทลทิ ฺทสสฺ มหนฺตํ ธนํ กรณีย.ํ (ญาต,ิ ขัดสน, มาก, ทรพั ย์, พงึ กระทำ� )
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๒. โสภา ราชนิ ี นารีนํ มชฺเฌ ตฏิ ฺนฺต.ี .. (งาม, ราชนิ ,ี หญิง, ทา่ มกลาง, ยืนอย)ู่
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................

16 หลักการแปลบาลขี น้ั พ้ืนฐาน

๑๓. พหูนิ ติณาน ิ ภูมิยํ รุฬฺหาน.ิ (มาก, หญ้า, พ้นื ดนิ , งอกแล้ว)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๔. วาเตน รกุ ขฺ สฺส ทีฆา สาขา ภนิ ฺทิตพฺพา.
(ลม, ต้นไม,้ ยาว, กง่ิ ไม้, พึงท�ำลาย)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๕. ปณิ ฑฺ ปาตโิ ก ภกิ ฺขุ อตตฺ โน สนฺตเกน ตฏุ ฺโ.
(ผู้บณิ ฑบาตเปน็ วัตร, ภกิ ษุ, ตน, สง่ิ ที่มีอยู่, ยินดีแล้ว)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................

บทที่ ๖
หลกั การแปล/การใช้สงั ขยา

๑. เอกศัพท์ ที่แปลว่า หน่งึ เป็นสงั ขยา เปน็ เอกวจนะอย่างเดยี ว
๒. ทฺวิ (๒) ถงึ อฏฺ ารส (๑๘) เปน็ พหุวจนะอยา่ งเดียว
๓. ตง้ั แต่ เอกนู วีสติ (๑๙) ถึง อฏฺนวุติ (๙๘) เป็นเอกวจนะ อติ ถีลิงค์ อย่างเดียว
แม้เขา้ กับศัพทท์ เี่ ปน็ พหุวจนะลิงค์อื่น ก็คงอยู่อยา่ งน้ัน ไมเ่ ปล่ียนแปลงไปตาม
ศัพทส์ ังขยาน้นั เหมือนกับศพั ท์คณุ นาม นิยมเรยี งไวห้ น้านามนาม เพราะฉะนัน้ เวลา
แปล เมือ่ แปลบทนามนามแลว้ หากมีบทสังขยาอยู่ กใ็ ห้แปลบทสังขยานั้นตอ่ จากบท นาม
นามทันที โดยออกสำ� เนียงเชอื่ มบทบ้าง ไม่ออกบา้ ง เช่น เอโก ชโน = อ.ชน ผ้เู ดยี ว, เทวฺ
ชนา = อ.ชน ท. ๒ เปน็ ต้น

หลักการแปล/การใชส้ งั ขยา 17

ฝกึ แปล
สังขยา(คุณนาม) + บทนาม +กริ ิยากิตก์
[ประกอบดว้ ยวิภตั ตทิ ง้ั ๗ เอกวจนะ+พหวุ จนะ]
จงแปลประโยคเหลา่ น้ีเป็นภาษาไทย
๑. อฏฺ นนฺ ํ ภควโต สาวกานํ สมโู ห. (แปด, พระผู้มพี ระภาค, สาวก, หม)ู่
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๒. จตตฺ าโร ภกิ ฺข ู คามํ ปณิ ฑฺ าย ปวฏิ ฺา. (ส,่ี ภิกษุ, หมูบ่ ้าน, บณิ ฑบาต, เขา้ ไปแลว้ )
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๓. ปญจฺ มาสา อตกิ ฺกนตฺ า. (ห้า, เดอื น, ล่วงไปแลว้ )
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๔. ตณี ิ อุปฺปลานิ อุทเก ชาตานิ. (สาม, ดอกอุบล, น้ำ� , เกิดแลว้ )
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๕. เอกูนวสี ติ นารโิ ย นหานาย นท ึ คตา. (สิบเก้า, หญงิ , อาบน�ำ้ , แม่น�้ำ, ไปแลว้ )
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๖. เอกํ พทรผลํ รกุ ฺขา ปตติ ํ. (หนึง่ , ผลพทุ รา, ต้นไม้, ตกแล้ว/หลน่ แลว้ )
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๗. จตุปญฺ าสาย ภกิ ขฺ ูนํ จีวราน ิ ทายเกห ิ ทนิ ฺนานิ.
(หา้ สบิ สี,่ ภกิ ษุ, จีวร, ทายก, ใหแ้ ล้ว)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๘. สตตฺ อิสโย นครา นิกฺขนฺตา. (เจ็ด, ฤษ,ี เมอื ง, ออกไปแล้ว)
แปลว่า.......................................................................................................................

18 หลักการแปลบาลขี น้ั พ้ืนฐาน

๙. อมจโฺ จ ฉห ิ สหาเยหิ อุยยฺ านํ คโต. (อำ� มาตย,์ หก, เพ่ือน, อุทยาน, ไปแล้ว)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๐. ทฺวินฺนํ กุฏนี ํ อนฺตเร มหนฺโต สโร. (สอง, กระท่อม/กฏุ ิ, ระหวา่ ง, ใหญ,่ สระน้�ำ)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๑. เตวีสติยา กมุ ารานํ อาจริโย คามํ ปวิฏโฺ .
(ยสี่ บิ สาม, กุมาร, อาจารย,์ หมู่บา้ น, เขา้ ไปแล้ว)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๒. ภควา จตสสฺ นนฺ ํ ปรสิ านํ มชฺเฌ นสิ ินฺโน.
(พระผู้มีพระภาค, สี่, บรษิ ทั , ท่ามกลาง, นัง่ แล้ว)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๓. นทิยา ทฺวสี ุ ปาเรสุ คามา ติ า. (แมน่ ้�ำ, สอง, ฝัง่ , หมบู่ า้ น, ตงั้ อยแู่ ล้ว)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๔. นวนนฺ ํ ปุตตฺ านํ มาตรา ธนํ ทินนฺ ํ. (เกา้ , บุตร, มารดา, ทรัพย,์ ให้แล้ว)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๕. โสฬส สสิ ฺสา อตตฺ โน สตฺถารํ อปุ คตา.
(สบิ หก, ศษิ ย์, ตน, พระศาสดา, เขา้ ไปเฝ้าแลว้ )
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................

หลักการแปล/แตง่ ปุรสิ สพั พนาม/วเิ สสนสัพพนาม 19

บทที่ ๗
หลักการแปล/แต่ง
ปุรสิ สพั พนามและวเิ สสนสพั พนาม

๑. ปุรสิ สัพพนาม ประถมบุรษุ ใช้แทนนามนามบทใด ตอ้ งมลี งิ ค์ วจนะ เหมือนลงิ ค์
วจนะ ของนามนามบทนั้น สว่ นวิภัตตนิ นั้ เหมือนกนั ก็ได้ ตา่ งกนั กไ็ ด้
๒. วิเสสนสัพพนาม ของนามนามบทใด ตอ้ งมลี ิงค์ วภิ ัตติ และวจนะ เหมอื นลิงค์
วภิ ตั ติ และวจนะ ของนามนามบทนนั้ เรียงไว้ขา้ งหน้านามนามบทนนั้
๓. เต, เม, โว, โน ซ่งึ เป็นมธั ยมบรุ ุษและอตุ ตมบุรษุ สพั พนามนนั้ ต้องมีบทอ่นื นำ� หน้า
กอ่ น จงึ ใช้ได้

ฝึกแปล
ปุรสิ สพั พนาม/วิเสสนสพั พนาม
[ประกอบดว้ ยวิภัตตทิ ง้ั ๗ เอกวจนะ+พหวุ จนะ]
จงแปลประโยคเหล่านเี้ ปน็ ภาษาไทย
๑. เอโก อยุ ยฺ าเน รุกฺโข, โส วาเตน ปหโฏ, ตสสฺ ปณฺณานิ ปตติ าน.ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(หน่ึง, สวน/อทุ ยาน, ตน้ ไม,้ นั้น, ลม, พดั แล้ว, นั้น, ใบไม้, ตกแลว้ /หลน่ แล้ว
๒. ภควา อนตุ ตฺ รํ สมฺมาสมโฺ พธ ึ ปตฺโต, ตสสฺ สาสนํ โลเก ปตถฺ ต.ํ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระผู้มพี ระภาค, ยอดเยี่ยม, สัมมาสัมโพธิญาณ, ถงึ แลว้ /บรรลุแลว้ , นน้ั , ศาสนา, โลก,
แผไ่ ปแลว้ )
๓. เสฏฺ โิ น มาตา สาสเน ปสนนฺ า, ตาย สํฆสสฺ ทานํ ทินฺน.ํ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(เศรษฐ,ี มารดา, ศาสนา, เลอื่ มใสแล้ว, น้นั , พระสงฆ,์ ทาน, ให้แล้ว)

20 หลกั การแปลบาลีข้ันพื้นฐาน

๔. พหูนิ จีวรานิ สํฆสฺส อปุ ฺปนนฺ าน,ิ ตานิ ภกิ ขฺ นู ํ วภิ ตฺตาน.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(มาก, จวี ร, พระสงฆ์, เกิดขนึ้ แลว้ , นนั้ , ภกิ ษ,ุ แจกแลว้ )
๕. มหนฺโต นิโครฺ โธ อรญฺเ ชาโต, สกณุ า ตสฺมึ นิลนี า.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใหญ,่ ตน้ ไทร, ป่า, เกิดแลว้ , นก, นน้ั , แอบแฝงแล้ว/หลบแล้ว)
๖. อุทเก ปทุมํ ปุปผฺ ิต,ํ ภมโร ตํ อปุ คโต.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(น�้ำ, ดอกปทมุ , บานแลว้ , แมลงผึง้ /แมลงภู,่ นั้น, เขา้ ไปหาแลว้ /เขา้ ไปใกล้แล้ว)
๗. อญฺ ตโร ภิกฺข ุ คามํ ปิณฺฑาย ปวิสมาโน...
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(รูปใดรปู หนึง่ , ภกิ ษุ, หมบู่ า้ น, กอ้ นขา้ ว, เข้าไปอยู่)
๘. อิมสสฺ ปรุ ิสสฺส ปตุ โฺ ต ปพฺพชนโฺ ต...
แปลว่า.......................................................................................................................
(น,้ี บรุ ษุ /บุคคล, บุตร, บวชอย)ู่
๙. ยสสฺ สุขํ อุปฺปนฺนํ, ตสสฺ ทกุ ขฺ ํ อุปปฺ นฺน.ํ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใด, ความสขุ , เกดิ ขึน้ แลว้ , นน้ั , ความทกุ ข์, เกิดขนึ้ แลว้ )
๑๐. มม อาจรโิ ย อมุกสฺมึ อาวาเส วสสฺ ํ วตุ ฺโถ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ขา้ พเจา้ , อาจารย,์ โนน้ , วัด, พรรษา/กาลฝน, อยู่แลว้ )

หลักการแปล/แต่งปรุ สิ สัพพนาม/วเิ สสนสัพพนาม 21

๑๑. เอสา อติ ถฺ ี นหานาย นท ึ คตา.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(นน่ั , หญงิ , อาบน�้ำ, แมน่ ้�ำ, ไปแลว้ )
๑๒. เกน เอตาน ิ จวี รานิ ตยุ ฺหํ ทนิ นฺ านิ ? มยหฺ ํ อปุ ฏฺาเกน.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใคร, น่นั , จวี ร, ทา่ น, ให้แลว้ , ข้าพเจา้ , อุปัฏฐาก)
๑๓. อาจรเิ ยน โน ปิโย สสิ ฺโส ตว สนฺติกํ เปสโิ ต.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(อาจารย์, ข้าพเจา้ , เปน็ ท่ีรกั , ศิษย,์ ท่าน, ส�ำนัก, อัน...ส่งไปแล้ว)
๑๔. ปตฺโต เม นฏโฺ , อมิ สิ สฺ ํ กฏุ ยิ ํ สามเณเรน นิกขฺ ติ ฺโต.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(บาตร, ข้าพเจา้ , เสียหายแล้ว, น้ี, กฏุ ิ/กระทอ่ ม, สามเณร, ใสไ่ วแ้ ลว้ /วางไวแ้ ลว้ )
๑๕. ปุตโฺ ต เต วยํ ปตโฺ ต.
แปลว่า.......................................................................................................................
(บุตร, ท่าน, วยั , ถึงแล้ว/บรรลแุ ลว้ )

22 หลกั การแปลบาลีขั้นพื้นฐาน

บทท่ี ๘
หลักการใช/้ การแปลกริ ิยาอาขยาต

หลกั การใชก้ ริ ยิ าอาขยาต

๑. กริ ยิ าอาขยาต ของนามนามกด็ ี ของปรุ สิ สัพพนามก็ดี ตอ้ งมีวจนะ บรุ ุษ เหมือน
วจนะ บุรุษ ของนามนามและปรุ ิสสัพพนามบทนั้น
๒. กริ ยิ าอาขยาตน้ี เรียงไว้ในทีส่ ุดของประโยคบา้ ง เรียงไวห้ นา้ ประโยคบ้าง
๓. วธิ ใี ชม้ ัธยมบุรษุ และอุตตมบรุ ษุ จะไม่เขยี นตวั ประธานลงด้วยก็ได้ แตป่ ระธาน
ตอ้ งใช้ ใหถ้ กู ต้องตามกริ ยิ า คอื ตามวจนะและบุรษุ น้ัน เพราะฉะนนั้ ในเวลาแปล ผแู้ ปลตอ้ งขน้ึ
ตัวประธานมาเอง เชน่ กตรสมฺ ึ อาวาเส วสฺสํ วสสิ ? แปลว่า “(ตฺว)ํ อ.ท่าน ย่อมอยู่จำ� ตลอด
กาลฝน ในวดั ไหน?” สทุ ธาโภชนอ์ าราเม วสสฺ ํ วสาม.ิ “(อห)ํ อ.ข้าพเจา้ ย่อมอย่จู �ำ ตลอดกาล
ฝน ในวัดสุทธาโภชน์” เปน็ ต้น

ฝึกแปล
บทกริ ยิ าอาขยาต
จงแปลประโยคเหล่าน้ีเป็นภาษาไทย
๑. อาจริโย อตฺตโน สิสฺสานํ โอวาทํ เทต,ิ สิสฺสา เต โอวาทํ สณุ นตฺ ิ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(อาจารย,์ ตน, ศษิ ย์, โอวาท, ย่อมให,้ ศษิ ย,์ ท่าน, โอวาท, ยอ่ มฟงั )
๒. ทารกา ทิวเส สิปปฺ ํ สกิ ขฺ นตฺ .ิ เต อนุกฺกเมน วฑุ ฺฒึ ปาปณุ นตฺ ิ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(เด็กชาย, วนั , ศิลปะ, ศกึ ษา, นั้น, ลำ� ดบั , ความเจรญิ , ย่อมถงึ )
๓. ปญฺ าย ปภา สพพฺ าหิ ปภาหิ วโิ รจต.ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ปัญญา, แสงสว่าง, ท้ังปวง, แสงสวา่ ง, ยอ่ มรงุ่ โรจน์/รุ่งเรอื ง)

หลกั การใช/้ การแปลกิรยิ าอาขยาต 23

๔. โย พาเล เสวติ, โส วนิ าสํ ปาปณุ าติ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใด, คนพาล/คนมปี ัญญานอ้ ย, ยอ่ มเสพ/ย่อมคบ, นนั้ , พินาศ/ฉบิ หาย, ยอ่ มถงึ )
๕. ธมฺมจาริโน สปปฺ รุ สิ า สพเฺ พส ุ สตฺเตสุ เมตฺตํ กโรนฺติ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ผปู้ ระพฤติซึ่งธรรมโดยปกติ, สัตบรุ ุษ, ทง้ั ปวง, สตั ว,์ เมตตา/ไมตรีจติ , ยอ่ มกระทำ� )
๖. โย ธมมฺ ํ จรต,ิ โส ตสฺส วิปากํ อนุโภติ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใด, ธรรม, ย่อมประพฤต,ิ นั้น, น้นั , ผล/วบิ าก, ย่อมเสวย)
๗. ตสมฺ ึ ภควติ พฺรหมฺ จริยํ จราม.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(น้นั , พระผมู้ พี ระภาค, พรหมจรรย,์ ย่อมประพฤติ)
๘. มาตา อตฺตโน ปตุ ฺตํ อนุสาสติ, โส ตสฺสา โอวาเท ติฏฺต.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(มารดา, ตน, บุตร, ยอ่ มสงั่ สอน, น้ัน, นน้ั , โอวาท, ย่อมตง้ั อย)ู่
๙. กตเรน มคฺเคน รญฺโ นิเวสนํ คจฺฉสิ ?
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ไหน, ทาง, พระราชา, ราชนเิ วศน์/วัง/บา้ น/เรอื น/ทีเ่ ปน็ ทีอ่ ยู่, ย่อมไป)
๑๐. อสุเกน มคเฺ คน คจฺฉาม.ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(โน้น, หนทาง, ย่อมไป)

24 หลกั การแปลบาลีขน้ั พื้นฐาน

๑๑. กตรสฺม ึ คาเม วสถ ? นครสสฺ สมเี ป วสาม.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ไหน, หมู่บ้าน, ย่อมอย่,ู เมือง, ใกล,้ ยอ่ มอย)ู่
๑๒. อตมิ ธุรานิ อมฺพสสฺ ผลาน ิ สาขาย ปตนฺติ, ทารกา ตาน ิ วิลุมปฺ นฺต.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(รสหวานมาก, มะม่วง, ผลไม้, กง่ิ ไม้, ย่อมตก/ย่อมหล่น, เด็ก, นั้น, ยอ่ มแยง่ ชิง)
๑๓. ราชา มหนฺเตน ปรวิ าเรน อารามํ คจฉฺ ต.ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระราชา, ใหญ,่ บริวาร, วัด/อาราม, ยอ่ มไป)
๑๔. พรฺ าหฺมณา ภิกฺขาย นครํ ปวิสนตฺ า อนฺตรามคเฺ ค คงฺคายํ อทุ กํ นฺหายติ วฺ า อตตฺ โน

ทฺวหี ิ หตเฺ ถห ิ ปิณฑฺ ํ คณฺหนตฺ .ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พราหมณ์, อาหาร, เมือง, เขา้ ไปอยู่, ระหว่างแหง่ หนทาง, แมน่ ำ้� คงคา, น�ำ้ , อาบแล้ว,

ตน, สอง, มือ, กอ้ นขา้ ว, ยอ่ มถอื เอา)
๑๕. ปณณฺ รส ภิกขฺ ู พทุ ฺธสสฺ อภิธมมฺ ํ สชฌฺ ายนตฺ า วินยํ วาเจนฺตา อุปาสกิ านํ เคหํ

อคมสํ .ุ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(สิบหา้ , ภิกษ,ุ พระพทุ ธเจา้ , อภิธรรม, สาธยายอยู/่ สวดอย,ู่ วนิ ยั , กล่าวสอนอยู,่

อบุ าสกิ า, เรือน, ไดไ้ ปแล้ว)

หลกั การแปล/แตง่ วิกติกตั ตา 25

บทที่ ๙
หลกั การแปล/แต่งวกิ ตกิ ัตตา

ก. วกิ ตกิ ตั ตาคณุ นาม
คณุ นาม ท่เี นอื่ งด้วยกิรยิ าวา่ “มี” วา่ “เป็น” เรยี งไวห้ ลงั นามนาม ซ่งึ เป็นเจา้ ของ และ
อย่หู น้ากริ ยิ าว่า “มี” วา่ “เปน็ ” น้ัน โดยมลี งิ ค์ วภิ ตั ติ และวจนะ เหมอื นบทนามที่เป็นประธาน
เช่น
“สุคนฺธํ ปุปผฺ ํ สพเฺ พสํ มนาป ํ โหติ. (หูธาตุ, ภูธาต,ุ อสธาตุ, ชนธาตุ)
(อ.ดอกไม้ อันมีกลนิ่ หอม เปน็ ของยังใจให้เอบิ อาบ ของชน ท. ทั้งปวง ยอ่ มเป็น)
หากมีตงั้ แต่ ๒ บทขึ้นไป เรียงไวห้ นา้ กริ ิยาวา่ “มี” วา่ “เป็น” หน่งึ ตัว นอกนัน้ เรยี งไว้
หลังกริ ยิ าว่า “ม”ี ว่า “เป็น” ทัง้ หมด เช่น
สาวตฺถิยํ หิ เอโก ปรุ ิโส อฑฺโฒ อโหสิ มหทฺธโน มหาโภโค อปตุ ฺตโก.
(ดังจะกล่าวโดยพสิ ดาร อ.บุรษุ คนหนง่ึ ในเมืองชือ่ วา่ สาวัตถี เปน็ ผู้มัง่ คั่ง เป็นผู้มี
ทรพั ยม์ าก เปน็ ผมู้ ีโภคะมาก เปน็ ผู้ไม่มีบุตร ได้เป็นแล้ว
อน่ึง การเรียงวกิ ตกิ ัตตานั้น จะไม่เรยี งบทกริ ิยาวา่ “ม”ี ว่า “เป็น” ไว้ด้วยกไ็ ด้ เชน่
อตฺตา ห ิ อตตฺ โน นาโถ. แปลว่า อ.ตนแล เปน็ ทพ่ี ง่ึ ของตน ยอ่ มเปน็

ข. วกิ ติกตั ตานามนาม
นามนามซ่งึ ใชเ้ ปน็ วกิ ติกตั ตา ทีเ่ นอ่ื งดว้ ยกิรยิ าวา่ “ม”ี วา่ “เปน็ ” ตอ้ งมีวภิ ัตตแิ ละวจนะ
เหมือนนามนามท่เี ปน็ เจ้าของ แต่ลงิ ค์น้นั คงอยู่ตามลงิ ค์เดิม คือศัพท์เดมิ เป็นลงิ คอ์ ะไร ก็คง
ลิงคน์ ้นั สว่ นวจนะ ตา่ งกันก็มี เรยี งไว้หน้ากิรยิ าว่า “ม”ี วา่ “เป็น” หรือจะไมเ่ รียงบทกิริยาว่า
“มี” วา่ “เปน็ ” ไว้ดว้ ยก็ได้ เช่น
พทุ โฺ ธ เม สรณํ วรํ. แปลว่า อ.พระพุทธเจ้า เปน็ ทพ่ี ่งึ อันประเสริฐ ของข้าพเจ้า
ยอ่ มเปน็
ปุญฺ านิ ปรโลกสมฺ ึ ปาณนิ ํ ปติฏฺ า โหนตฺ .ิ แปลว่า อ.บุญ ท. เป็นทพี่ ่ึง ของสัตว์
ท. ในปรโลก ย่อมเปน็
อเนกาน ิ จสฺส อจฺฉราสหสสฺ านิ ปริวาโร อโหสิ. (ว.ิ อฏฺ. ๑๐๐๖/๒๔๘. ม.ฉ.)
ก็ อ.พนั แหง่ นางอัปสร ท. มิใช่หน่งึ เปน็ บรวิ าร ของเทพบุตรนนั้ ได้เปน็ แลว้

26 หลกั การแปลบาลีข้ันพืน้ ฐาน
หลักการแปลบทวกิ ตกิ ัตตา

บทวิกติกัตตา หากแปลโดยพยญั ชนะ โดยมากนิยมแปลว่า “เปน็ ..... ย่อมเปน็ ,
เปน็ ... ได้เปน็ แลว้ , เป็น... จกั เปน็ ” หากแปลโดยอรรถ(แปลเอาใจความ) นิยมแปลว่า “เป็น...”

สรปุ วิกตกิ ตั ตามี ๔ คือ
๑. วิกติกัตตาทเี่ ปน็ คณุ นาม เชน่ มหนโฺ ต, สนุ ทฺ โร, ปาโป, เสฏฺโ, ตทภิมโุ ข เปน็ ตน้
ตัวอย่าง : ราชา มหนฺโต โหติ. อ.พระราชา เปน็ ผปู้ ระเสรฐิ ย่อมเปน็
๒. วกิ ตกิ ตั ตาทเ่ี ปน็ กริ ิยากติ ก์ เชน่ อปุ สมปฺ นโฺ น, คโต, เวทติ พโฺ พ, ชานนฺโต, จรมาโน
เปน็ ตน้ ตวั อยา่ ง : โส ราชา อปุ สมฺปนโฺ น โหต.ิ อ.พระราชาพระองค์นน้ั เป็นผอู้ ุปสมบทแล้ว
ยอ่ มเป็น
๓. วิกตกิ ัตตาทเ่ี ปน็ นามนาม เชน่ สรณํ, สามเณโร, ภกิ ฺขุ, นาโถ เป็นตน้ ตัวอยา่ ง :
พทุ ฺโธ เม สรณํ วรํ. อ.พระพุทธเจ้า เป็นทีพ่ ึ่ง อนั ประเสริฐ ของขา้ พเจา้ ยอ่ มเปน็
๔. วิกติกัตตาทเ่ี ป็นนิบาต เชน่ ตณุ หฺ ี, สกกฺ า เปน็ ต้น ตัวอย่าง : เถโร ตุณฺหี อโหสิ.
อ.พระเถระ เป็นผนู้ ง่ิ ได้เป็นแล้ว

ฝกึ แปล
บทวกิ ติกัตตาคุณนาม + นามนาม
จงแปลประโยคเหลา่ นี้เปน็ ภาษาไทย
๑. ราชา อตฺตโน รฏเฺ  ชนานํ อิสฺสโร โหติ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระราชา, ตน, รฐั /แว่นแควน้ , ชน, เปน็ ใหญ,่ ยอ่ มเปน็ )
๒. อยํ ทารโก เสฏฺโิ น นตตฺ า โหต.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(น้ี, เด็ก, เศรษฐี, หลาน, ยอ่ มเป็น)
๓. พุทโฺ ธ สตตฺ านํ นาโถ. (พระพทุ ธเจ้า, สัตว,์ ท่ีพ่ึง)
แปลวา่ .......................................................................................................................

หลักการแปล/แตง่ วิกติกตั ตา 27

๔. ธมฺโม โน อุตฺตมํ สรณ.ํ
แปลวา่ .......................................................................................................................
(พระธรรม, ข้าพเจ้า, สูงสดุ /อุดม, ทพ่ี ึ่ง/สรณะ)
๕. ยสฺมึ ภควต ิ พฺรหมฺ จริยํ จราม, โส โน ภควา สตถฺ า.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใด, พระผู้มีพระภาค, พรหมจรรย,์ ย่อมประพฤต,ิ นั้น, ขา้ พเจ้า, พระผู้มพี ระภาค,

ศาสดา)
๖. มนุสฺสานํ ชวี ิตํ ปยิ ํ โหต.ิ (มนุษย์, ชีวติ , ทร่ี กั , ยอ่ มเป็น)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๗. สพเฺ พ สงฺขารา อนิจฺจา, เย อปุ ฺปชฺชนฺต,ิ เต นริ ุชฌฺ นฺติ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ทั้งปวง, สังขาร, ไมเ่ ท่ียง, ใด, ยอ่ มเกดิ ขึน้ , นัน้ , ยอ่ มดับ)
๘. สพเฺ พสํ สตตฺ านํ มรณํ นยิ ต.ํ (ท้ังปวง, สัตว์, ความตาย/มรณะ, เที่ยง/แนน่ อน)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๙. สโํ ฆ อนตุ ตฺ รํ โลกสสฺ ปญุ ฺ สสฺ เขตฺตํ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระสงฆ,์ ยอดเย่ียม, ชาวโลก, บุญ, นา)
๑๐. ปุญฺาน ิ ปรโลกสฺม ึ ปาณนิ ํ ปติฏฺา โหนตฺ .ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(บญุ , โลกอน่ื , สัตว์, ทีพ่ ึง, ย่อมเปน็ )

28 หลกั การแปลบาลีขั้นพ้นื ฐาน

๑๑. ปมาโท มจฺจโุ น ปท.ํ (ความประมาท, ความตาย/มจั จรุ าช, ทาง/เหตุ)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๒. อยํ รุกฺโข อมิ สมฺ ึ วเน สพเฺ พห ิ รุกฺเขห ิ อตุ ตฺ โม โหติ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(น้ี, ตน้ ไม,้ น,้ี ป่า, ท้งั ปวง, ต้นไม้, สมบูรณ์/สงู ใหญ่/ประเสรฐิ ทส่ี ดุ , ย่อมเป็น)
๑๓. ยํ มาต ุ ธนํ, ตํ ปุตฺตสสฺ สนฺตกํ โหติ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใด, มารดา, ทรพั ย์, นัน้ , บุตร, สมบัต,ิ ย่อมเปน็ )
๑๔. ราชา มนุสสฺ านํ มขุ ํ. (พระราชา, มนุษย์, ประธาน/ประมขุ /หัวหนา้ )
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
๑๕. ภกิ ขฺ ุ สีลวา โหต ิ ปญฺ วา.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ภิกษ,ุ ผมู้ ีศีล, ยอ่ มเป็น, ผมู้ ปี ญั ญา)

บทที่ ๑๐
หลกั การแปล/แต่ง
บทวิกตกิ ัตตากริ ิยากติ ก์ ตปจั จยั

กริ ิยากติ ก์ ตปจั จยั ถา้ มกี ิรยิ าว่า “มี” ว่า “เปน็ ” อยู่หลงั เขา้ กับกริ ยิ าวา่ “มี” วา่ “เปน็ ”
น้ัน ท�ำหนา้ ทีเ่ ปน็ วิกติกตั ตา จะตอ้ งมีลงิ ค์ วภิ ัตติ และวจนะเหมือนประธานในประโยค

หลกั การแปล/แต่งวิกติกตั ตากริ ยิ ากิตก์ ตปจั จยั 29

การแปลนนั้ หากแปลโดยพยัญชนะ โดยมากนยิ มแปลว่า “เปน็ ... ย่อมเป็น/ไดเ้ ปน็
แลว้ /จักเปน็ ” หากแปลโดยอรรถ นิยมแปลเข้ากับกิริยาวา่ “ม.ี ..” วา่ “เป็น...” เป็นตัวเดียวกนั

ฝกึ แปล
บทวกิ ติกตั ตากิริยากติ ก์ ตปจั จัย
จงแปลประโยคเหลา่ นเ้ี ปน็ ภาษาไทย
๑. ราชา ชเนหิ มานโิ ต โหติ. (มาเนต)ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระราชา, ชน, บูชาแล้ว/นับถือแล้ว, ย่อมมี/ย่อมเป็น)
๒. พทุ โฺ ธ วญิ ฺญหู ิ ปชู โิ ต โหต.ิ (ปูเชติ)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระพุทธเจา้ , บัณฑติ /วญิ ญชู น, บูชาแลว้ , ย่อมม/ี ย่อมเป็น)
๓. สาวตถฺ ิยํ อญฺ ตโร ภกิ ขฺ ุ อหินา ทฏฺโ กาลกโต โหต.ิ (มรต)ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(เมอื งสาวตั ถี, รปู ใดรูปหนึง่ , ภิกษ,ุ ง,ู กัดแล้ว, มกี าละอนั กระท�ำแล้ว/กระทำ� กาละแล้ว,
ยอ่ มเปน็ )
๔. เสฏฺ โิ น อาพาโธ อปุ ปฺ นฺโน โหต.ิ (อปุ ฺปชชฺ ต)ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(เศรษฐี, อาพาธ/ปว่ ย, เกดิ ข้ึนแลว้ , ยอ่ มมี/ยอ่ มเป็น)
๕. สํฆสฺส จวี รํ อุสสฺ นฺนํ โหติ. (อุสสฺ ทติ)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระสงฆ,์ จวี ร, หนาข้นึ แล้ว, ยอ่ มมี/ยอ่ มเปน็ )

30 หลกั การแปลบาลขี ัน้ พน้ื ฐาน

๖. ภกิ ขฺ ุ อตฺตโน สนตฺ เกน ตฏุ ฺโ โหติ. (ตสุ ฺสติ)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ภกิ ษ,ุ ตน, ของมีอยู/่ สมบตั ,ิ ยินดแี ลว้ , ยอ่ มมี/ยอ่ มเป็น)
๗. ปาโป ชาโต’สิ. (ชายต)ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ชั่ว/ลามก/บาป, เกิดแลว้ , ย่อมมี/ยอ่ มเป็น)
๘. ภควโต สาวกานํ สํโฆ สปุ ฺปฏปิ นฺโน โหติ. (ปฏิปชฺชต)ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระผมู้ พี ระภาค, สาวก, หม,ู่ ปฏิบัตดิ ีแลว้ , ยอ่ มมี/ย่อมเป็น)
๙. อมิ สฺม ึ อาวาเส วสสฺ ํ วุตฺโถ’มฺห.ิ (วสาม)ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(นี,้ วัด/อาวาส, กาลฝน/พรรษา, อยูแ่ ล้ว, ยอ่ มเปน็ )
๑๐. เทสนาวสาเน พหู ชนา โสตาปนนฺ า อเหส.ํุ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(เวลาเปน็ ท่จี บลงแหง่ เทศนา/เทศน์จบ, มาก, ชน, พระโสดาบนั , ได้มีแล้ว/ไดเ้ ปน็ แลว้ )
๑๑. อปฺปมตฺตา โหถ. (น ปมชฺชถ)
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ไม่ประมาทแลว้ , จงม/ี จงเปน็ )
๑๒. อรหนฺโต ปรมาย วิสุทธฺ ยิ า วิสุทฺธา โหนฺต.ิ (วิสชุ ฌฺ นฺต)ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระอรหันต,์ อยา่ งยิง่ , ความบริสทุ ธ/ิ์ ความหมดจด, บรสิ ุทธ์ิแล้ว, ยอ่ มม/ี ย่อมเปน็ )

หลักการแปลประโยคอนาทรและประโยคลักขณะ 31

๑๓. นวกสฺส ภกิ ฺขุโน อนภริ ต ิ อปุ ฺปนฺนา โหต.ิ (อปุ ปฺ ชชฺ ต)ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใหม่, ภกิ ษุ, ความไมย่ ินดยี ิ่ง, เกิดขนึ้ แลว้ , ยอ่ มม/ี ยอ่ มเป็น)
๑๔. อิทํ สิกขฺ าปทํ ภควตา ภิกขฺ นู ํ ปญฺตฺตํ โหต.ิ (ปญฺปยี เต)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(น้ี, สิกขาบท, พระผมู้ พี ระภาค, ภกิ ษ,ุ ถูกบัญญัตแิ ล้ว, ยอ่ มมี/ยอ่ มเปน็ )

บทท่ี ๑๑
หลกั การแปลประโยคอนาทรและประโยคลักขณะ

ถา้ มีข้อความเร่อื งอ่ืน แทรกเข้ามาในระหว่างประโยค นามนามท่ีเปน็ ประธาน ใน
ขอ้ ความน้ัน ใช้ฉฏั ฐีวิภัตติหรอื สตั ตมวี ิภตั ติ ส่วนกิรยิ าของนามนามบทนั้น เป็นกิรยิ ากติ ก ์
มีลงิ ค์ วภิ ัตติ และวจนะ เหมือนลิงค์ วภิ ัตติ และวจนะ ของนามนามบทนั้น ลักษณะเชน่ น้ี เรยี ก
ว่าประโยคอนาทร หรือประโยคลักขณะ อยา่ งใดอย่างหน่งึ
ส�ำหรับหลักการแปลนัน้ ให้แปลนามนามทเ่ี ปน็ ฉัฏฐวี ิภตั ติวา่ “เมือ่ ...”, ส่วนนามนาม ที่
เป็นสตั ตมวี ิภัตติ แปลว่า “คร้นั เมอ่ื ...”
ข้อสังเกต : เนอื่ งจากประโยคอนาทร จะใชว้ ภิ ตั ตอิ ยู่ ๒ วิภตั ติ คอื ฉฏั ฐวี ภิ ตั ติ และ
สตั ตมีวภิ ัตติ ซงึ่ จะไปเหมือนกับประโยคลกั ขณะทีใ่ ช้สตั ตมีวภิ ตั ติ การทีเ่ ราจะรวู้ ่าประโยค
ไหนเปน็ ประโยคอะไรได้น้ัน ตอ้ งดูท่ีเน้อื ความของประโยคน้ันๆ ถา้ มขี ้อความทแ่ี สดงความ
ไมเ่ ออ้ื เฟ้ือต่อขอ้ ความของประโยคหน้า ประโยคนน้ั เป็นประโยคอนาทร แตถ่ า้ เปน็ เพยี ง
เครื่องหมายให้จดจ�ำเร่อื งราวต่างๆ ที่เกดิ ขน้ี เปน็ ประโยคลักขณะ

32 หลกั การแปลบาลีขัน้ พื้นฐาน

ฝกึ แปล
ประโยคอนาทรและประโยคลักขณะ
[ประกอบดว้ ยวิภัตติทัง้ ๗ เอกวจนะ+พหุวจนะ]
จงแปลประโยคเหล่านี้เป็นภาษาไทย
๑. รเฺ  อาคเต, สพฺเพ ชนา ปกกฺ มนฺติ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระราชา, มาแลว้ , ทั้งปวง, ชน, ย่อมหลกี ไป)
๒. อยํ อติ ถฺ ,ี อตตฺ โน สามเิ ก มเต, อญฺ ํ สามกิ ํ ลภ.ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(น้ี, หญิง, ตน, สามี/เจ้าของ, ตายแล้ว/เสยี แล้ว, อ่นื , สามี/เจ้าของ, ไดแ้ ล้ว)
๓. นโิ ครฺ ธสฺส ปตตฺ านิ, เทเว วฏุ ฺเ, ผลนฺต.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ตน้ ไทร, ใบ, ฝน, ตกแลว้ , ยอ่ มผลใิ บ)
๔. เถรสฺส นิทฺทํ อโนกฺกมนฺตสสฺ , อกฺขมิ หฺ ิ โรโค อปุ ฺปชชฺ ิ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระเถระ, นอนหลบั , ไมก่ ้าวลงอยู,่ นยั น์ตา, โรค, เกิดข้นึ แล้ว)
๕. ภควา สาริปุตตฺ ตฺเถรํ อามนเฺ ตตวฺ า ตสสฺ ราธตฺเถรสฺส ปวตฺต ึ ปุจฉฺ ิตวฺ า, “อยํ ภนเฺ ต
ราโธ สุวจนโี ย โหตตี ิ วตุ ฺเต, ธมมฺ สภํ อคมาส.ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระผู้มพี ระภาค, พระสารีบุตรเถระ, เรยี กมาแลว้ , นัน้ , พระราธเถระ, ความเปน็ ไปทั่ว/

หลักการแปลประโยคอนาทรและประโยคลกั ขณะ 33

ประวัต/ิ เร่ืองราว/เหต,ุ ถามแลว้ , น,ี้ ผู้เจรญิ , พระราธะ, ผู้ว่าง่าย, ย่อมเป็น, ว่า...ดงั นี,้
อัน...กล่าวแล้ว, ธรรมสภา/โรงเปน็ ท่กี ล่าวและเป็นทแี่ สดงซึง่ ธรรม, ได้ไปแล้ว)
๖. ปติ า, อตตฺ โน ปตุ ฺเต วฑุ ฺฒ ึ ปตฺเต, ตสสฺ อตฺถาย กมุ าริกํ อาเนส.ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(บดิ า, ตน, บุตร, เจริญ, ถงึ แล้ว/บรรลุแลว้ , นนั้ , ประโยชน,์ เดก็ หญงิ /กมุ าริกา, น�ำมา
แล้ว)
๗. ทลทิ ทฺ า, อตฺตโน ธเน นฏเฺ , โสจนตฺ ิ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(คนขดั สน, ตน, ทรัพย์, ฉบิ หายแลว้ /เสียหายแล้ว, ยอ่ มเศร้าโศก)
๘. ทารกา, อตฺตโน หตฺเถ ผเล มาตรา คหิเต, โรทนตฺ ิ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(เดก็ ชาย, ตน, มือ, ผลไม้, มารดา, ถอื เอาแลว้ , ย่อมรอ้ งไห้)
๙. สามเณรสสฺ ธมฺมํ กเถนฺตสฺส, อนธฺ กาโร ชาโต.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(สามเณร, ธรรม, กลา่ วอย/ู่ แสดงอย,ู่ ความมืด/อันธการ, เกดิ แล้ว)
๑๐. ปทุมาน,ิ สูริเย อคุ คฺ เต, ปปุ ฺผนตฺ ิ, ตสมฺ ึ อตถฺ งคฺ เต, ปตฺตานิ ปทิ หนฺต.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ดอกปทุม, พระอาทติ ย,์ ข้ึนไปแลว้ , ย่อมบาน, น้นั , ตกไปแลว้ /อสั ดงคตแล้ว, กลบี ,
ยอ่ มปดิ )

34 หลกั การแปลบาลีขนั้ พนื้ ฐาน

บทที่ ๑๒
หลกั การแปลกริ ิยาในระหวา่ ง ตุนาทปิ ัจจยั เปน็ ตน้

ในข้อความท่อนเดียว ถ้ามกี ิรยิ าซง่ึ เนือ่ งกนั ตอ่ ๆ มาโดยลำ� ดบั หลายตัว และปรากฏ
กริ ยิ าอาขยาตแต่ตัวหลงั ตวั เดียว (หรืออาจมากกว่าก็ได)้ บรรดากิรยิ าข้างหนา้ ใช้กริ ิยา-
กิตก์ ตุน, ตฺวาน, ตฺวาปจั จยั หรือ ต, อนตฺ , มานปจั จยั แต่ท่ปี รากฏใชโ้ ดยมากเปน็ ตฺวาปจั จยั
มากกว่าอยา่ งอน่ื เพราะฉะนั้น เมอื่ แปลบทประธานและบทขยายประธานแล้ว จะตอ้ งแปล
กิริยาในระหวา่ งตอ่ มา ถา้ มีปรากฏอยู่

ฝกึ แปล
กริ ิยาในระหว่าง ตนุ าทปิ ัจจัย
จงแปลประโยคเหล่านเ้ี ป็นภาษาไทย
๑. อญฺ ตโร ภิกขฺ ุ อตฺตโน อปุ ชฺฌายํ อุปสงกฺ มิตฺวา วนฺทิตวฺ า ปฏริ เู ป อาสเน
นสิ ีทติ ฺวา ปญหฺ ํ ปุจฉฺ ิ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(รปู ใดรูปหน่ึง, ภกิ ษ,ุ ตน, พระอปุ ชั ฌาย,์ เขา้ ไปหาแลว้ , ไหว้แลว้ , สมควร/เหมาะสม,
อาสนะ, นัง่ แลว้ , ปัญหา, ถามแล้ว)
๒. โส ตสฺส ปญหฺ ํ กเถตฺวา ตํ อยุ ฺโยเชสิ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(นั้น, น้ัน, ปญั หา, กล่าวแลว้ /บอกแล้ว/ตอบแล้ว, นัน้ , สง่ ไปแล้ว)
๓. สูโท ตณฑฺ ลุ ํ โธวิตฺวา อุกฺขลยิ ํ ปกขฺ ปิ ิตฺวา อุทกํ ทตวฺ า อทุ ฺธนํ อาโรเปตวฺ า, ภตฺเต
ปกเฺ ก, โอตาเรส.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พอ่ ครวั , ขา้ วสาร, ล้างแลว้ /ซาวแล้ว, หม้อ, ใสแ่ ล้ว, น้�ำ, ใหแ้ ล้ว/ใสแ่ ลว้ , เตา, ยกข้ึน
แลว้ , ภัตร/ข้าว, สกุ แลว้ , ยัง...ใหข้ า้ มลงแลว้ )

หลกั การแปลกริ ิยาในระหว่าง ตนุ าทปิ จั จัยเป็นต้น 35

๔. อมจโฺ จ รญโฺ  นเิ วสนํ คนฺตฺวา ตสฺส กิจจฺ ํ กตวฺ า อตตฺ โน เคหํ นวิ ตฺติ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(อำ� มาตย,์ พระราชา, ราชนิเวศน์/วัง, ไปแลว้ , น้ัน, กิจ, กระท�ำแลว้ , ตน, เรือน, กลบั

แล้ว)
๕. อุปาสกา อารามํ คนตฺ ฺวา ทานํ ทตฺวา สลี ํ สมาทยิ ติ ฺวา ธมมฺ ํ สุณนตฺ .ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(อุบาสก, วดั /อาราม, ไปแล้ว, ทาน, ให้แล้ว, ศีล, สมาทานแล้ว, ธรรม, ยอ่ มฟงั )
๖. วาณชิ า วิเทสา ภณฺฑานิ อาเนตวฺ า อาปเณส ุ วิกกฺ ิณนตฺ ิ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พ่อคา้ , ตา่ งประเทศ, สง่ิ ของ/ผลิตภัณฑ์, น�ำมาแล้ว, ตลาด, ยอ่ มขาย)
๗. อาจริโย, เวลาย สมปฺ ตตฺ าย, อตฺตโน สิสฺสานํ โอวาทํ ทตวฺ า คพฺภํ ปวสิ ติ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(อาจารย์, เวลา, ถงึ พร้อมแล้ว, ตน, ศษิ ย์, โอวาท, ใหแ้ ล้ว, หอ้ ง, ยอ่ มเขา้ ไป)
๘. ราชา ทวิ เส ทิวเส อนฺเตปุรา นิกขฺ มิตวฺ า อมจฺจานํ สมาคเม นิสที ิตวฺ า อตฺตโน รฏเฺ 

อปุ ปฺ นนฺ ํ กจิ จฺ ํ วิจาเรต.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(พระราชา, วนั , ภายในเมือง, ออกไปแลว้ , อ�ำมาตย,์ สมาคม, น่ังแล้ว, ตน, รฐั /แว่น

แควน้ , เกิดข้ึนแล้ว, กิจ, ยอ่ มพจิ ารณา)

36 หลักการแปลบาลีขนั้ พื้นฐาน

๙. โจรา รตตฺ ิยํ วิจรติ ฺวา, อรเุ ณ อุคคฺ เต, อญฺตรํ านํ ปวิสติ วฺ า สยนฺติ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(โจร, กลางคืน/รัตตกิ าล, เท่ยี วไปแล้ว, อรุณ, ขน้ึ ไปแลว้ , แห่งใดแห่งหน่งึ , สถานที/่ ท,่ี

เข้าไปแล้ว, ยอ่ มนอน)

บทที่ ๑๓
หลกั การแปลอาลปนะและนบิ าตตน้ ข้อความ

ก. อาลปนะ ตามสำ� นวนบาลี นิยมเรยี งไว้เป็นท่ี ๒ ในข้อความน้นั แต่ถ้ามสี ัพพนาม
หรอื นิบาตอยู่ อาจปรากฏอยเู่ ปน็ ที่ ๓ บ้าง เป็นท่ี ๔ บา้ ง ตามความเหมาะสม แต่ตามสำ� นวน
อรรถกถา ปรากฏอยตู่ น้ ประโยคบ้าง ทา้ ยประโยคบ้างตามความเหมาะสม ส่วนการแปลนัน้
หากแปลโดยพยัญชนะ นยิ มแปลเปน็ อนั ดับท่ี ๑ หากแปลโดยอรรถ จะแปลเปน็ อนั ดับที่ ๑
ก็ได้ หรอื จะแปลท้ายสุดกไ็ ด้
ข. นบิ าตท่เี ป็นต้นข้อความ มักเรยี งไว้เป็นศพั ทท์ ี่ ๒ ในข้อความนนั้ ส่วนการแปลนั้น
ให้แปลต่อจากอาลปนะ

ฝกึ แปล
อาลปนะ/นบิ าตตน้ ข้อความ
ประโยคเหล่าน้ี ผู้เรยี นจงแปลเป็นไทย
๑. เทฺว’เม ภกิ ฺขเว อนฺตา ปพพฺ ชเิ ตน น เสวติ พฺพา.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(สอง, น,้ี ภิกษ,ุ ที่สุด, บรรพชิต, ไม,่ พงึ เสพ)

หลักการแปลอาลปนะและนบิ าตตน้ ขอ้ ความ 37

๒. อิเม โข ปนายสฺมนโฺ ต เทฺวนวตุ ิ ปาจติ ฺตยิ า ธมฺมา อทุ ฺเทสํ อาคจฺฉนตฺ ิ.
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(น้,ี แล, ก็, ผู้มีอายุ, ๙๒, ปาจิตตีย,์ อาบตั /ิ ธรรม, อเุ ทส/หวั ข้อ, ย่อมมา)
๓. อหํ อาวโุ ส สมฺพหุลา ทุกฺกฏาทโย อาปตตฺ ิโย อาปนโฺ น ตา ปฏิเทเสมิ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ขา้ พเจ้า, ผู้มอี ายุ, มากหลาย, มที กุ กฏเป็นต้น, อาบัต,ิ ตอ้ งแล้ว/ถงึ แล้ว, น้ัน, ยอ่ มแสดง

คนื )
๔. สกฺขส ิ ปน ตฺวํ คหปต ิ เอเกน ปสฺเสน สตฺต มาเส นิปชชฺ ิตํุ ? สกโฺ กม ิ อหํ อาจริย.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(อาจ/สามารถ, ก,็ ท่าน, คหบด,ี หน่งึ , ขา้ ง, เจด็ , เดอื น, เพอ่ื อนั นอน, อาจ, ข้าพเจ้า,

อาจารย์)
๕. มยฺหํ โข เทว ตาทิโส อาพาโธ, สาธุ เทโว ชวี กํ เวชชฺ ํ อาณาเปตุ, โส มํ

ตกิ จิ ฉฺ สิ ฺสต.ิ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ข้าพเจา้ , แล, สมมุตเิ ทพ, เช่นนัน้ , อาพาธ/ปว่ ย, ขอโอกาส, สมมุตเิ ทพ, ชีวก, หมอ,

จงรับส่ัง/บงั คับ, นนั้ , ข้าพเจ้า, จักเยยี วยา/จกั รักษา)

38 หลกั การแปลบาลขี ้นั พืน้ ฐาน

บทท่ี ๑๔
หลกั การแปลกริ ิยาวเิ สสนะ

ศพั ท์ทเ่ี ป็นกิรยิ าวเิ สสนะ คือศพั ท์ที่แสดงลักษณะของกริ ยิ าทแ่ี ปลกจากกิริยาอนื่ ใช ้
ทุตยิ าวภิ ตั ติ เป็นวิเสสนะของกริ ิยาบทใด ปรากฏอยหู่ น้ากิริยาบทน้ัน หรือหนา้ บทอื่น ทเี่ น่อื ง
ดว้ ยกริ ิยาบทน้นั
(หมายเหตุ : จะเป็นกิรยิ าในระหวา่ งหรอื กริ ิยาคมุ พากย์ก็ได้)
การแปลนั้น เวลาเช่ือมบทกบั บทกริ ิยาน้นั ใช้ค�ำเช่ือมบทตามความเหมาะสม เชน่
“ธมมฺ จารี สขุ ํ เสติ = อ.ผ้ปู ระพฤติซ่งึ ธรรมโดยปกติ ย่อมนอน เปน็ สุข” ในทน่ี ้ี ใชค้ �ำว่า “เป็น”
เป็นตัวเชือ่ ม ดังน้นั ผศู้ ึกษาเม่ือพบศพั ท์ที่เป็นกิรยิ าวเิ สสนะ เวลาแปลกใ็ ชเ้ ชือ่ มบทได้ ตาม
ความเหมาะสม

ฝึกแปล
หลักการแปลกริ ิยาวเิ สสนะ
จงแปลประโยคเหลา่ น้ีเป็นภาษาไทย
๑. อหํ โข อทิ านิ อากิณฺโณ ทุกขฺ ํ วหิ รามิ. (๑/๕.โกสมพฺ ี/๕๒)
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(เรา, แล, ในกาลนี้, เกลอ่ื นกลน่ แล้ว, เปน็ ทกุ ข์, ย่อมอยู่)
๒. ทนธฺ ํ ปญุ ฺ ํ กโรติ, ทนฺธํ ทนฺธํ วปิ ากํ ลภต.ิ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ช้า, บญุ , ย่อมกระทำ� , ช้า, วิบาก/ผล, ย่อมได)้
๓. อวสสฺ ํ มยา มรติ พฺพํ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(แนแ่ ท,้ ข้าพเจา้ , พึงตาย)

หลักการแปล อติ ิศพั ท์ อรรถอาการะ 39

๔. ยํ อจิ ฉฺ ติ ํ ปตถฺ ิต,ํ ตุยหฺ ํ ขิปปฺ เมว สมชิ ฺฌตุ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ใด, ต้องการแลว้ , ปรารถนาแล้ว, ท่าน, พลันนั่นเทียว/ฉับพลัน, จงส�ำเร็จ)
๕. โถกํ อาวโุ ส เทหิ.
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(หนอ่ ยหนึ่ง, ผมู้ อี าย,ุ จงให้)
๖. ตรุ ิตตรุ ิตํ สฆี สีฆํ กุสลํ กเรยยฺ .
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
(ด่วนๆ, เรว็ ๆ, กศุ ล, พึงกระท�ำ)

บทที่ ๑๕
หลักการแปล อติ ิศพั ท์ อรรถ อาการะ

ถา้ ในประโยคเดยี ว มขี ้อความซับซอ้ นกนั หลายขอ้ ความ เหมือนเชน่ ผเู้ ล่านทิ าน เลา่
เรอ่ื งไป แล้วอ้างคนในนิทานทตี่ ัวเลา่ วา่ คนน้นั พูดอยา่ งน้ี คนนี้พูดอยา่ งนั้น ในทีส่ ุด ของขอ้
ความหน่ึงๆ ตอ้ งลง อิติ ศัพท์คัน่
หลกั การแปลนั้น หากปรากฏว่ามี “อิติศพั ท”์ น้ัน ผแู้ ปลจะตอ้ งทำ� การเปิด “อติ ิศัพท”์
กอ่ น โดยมากมักใชค้ �ำว่า “วตฺวา - กลา่ วแลว้ วา่ ...ดังน้,ี จินฺเตตวฺ า - คิดแลว้ วา่ ...ดังน้ี, ปุจฉฺ ิตฺ
วา - ถามแลว้ วา่ ... ดงั นี้ เป็นตน้ , กิริยาอาขยาต “อาห, อาหํสุ, ปุจฺฉ,ิ ปจุ ฉฺ ึส,ุ จินฺเตสิ เปน็ ตน้
หมายเหตุ : บางครงั้ หลงั อติ ศิ พั ท์ อาจไม่ปรากฏบทกริ ิยา “วตฺวา, จินฺเตตวฺ า, ปจุ ฉฺ ติ ฺวา
หรือ อาห, ปุจฺฉ,ิ จินเฺ ตส”ิ เปน็ ตน้ ดงั นัน้ ผูแ้ ปลจะตอ้ งข้นึ ศพั ทเ์ หล่านม้ี าเอง

40 หลกั การแปลบาลขี ้ันพ้ืนฐาน

ฝกึ แปล
จงแปลประโยคเหล่านเ้ี ปน็ ภาษาไทย
๑. เอกสมฺ ึ สมเย ภควา ราชคหโต นกิ ขฺ มติ วฺ า ฉ ทิสา นมสสฺ นตฺ ํ สคิ าลกํ มาณวํ
ทิสฺวา “กิสฺส ตวฺ ํ คหปตปิ ตุ ฺต ทสิ า นมสสฺ สตี ิ ปจุ ฉฺ ิ ฯ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
๒. ตํ สุตวฺ า สคิ าลโก มาณโว “ปติ า เม ภนเฺ ต กาลํ กโรนโฺ ต เอวํ อวจ ‘ทิสา ตาต
นมสฺเสยยฺ าสีต,ิ โส อหํ ปิต ุ วจนํ กโรนโฺ ต ทิสา นมสฺสามตี ิ อาห ฯ
แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................

หลักการแปล อติ ศิ ัพท์ อรรถอาการะ 41

๓. อถ นํ ภควา “น โข คหปตปิ ุตฺต อริยสฺส วินเย เอวํ ทสิ า นมสสฺ ติ พพฺ าต ิ วตฺวา
เตน ปุจฉฺ ิโต คหิ ิวินยํ กเถสิ ฯ

แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
๔. อมหฺ ากํ สตฺถา มหนเฺ ตน อสุ ฺสาเหน เทวมนสุ ฺเสหิ กตํ สกกฺ ารํ ทิสฺวา อานนทฺ ตเฺ ถรํ

อามนเฺ ตตฺวา “โย โข อานนทฺ ตาทเิ สนป ิ สกฺกาเรน ตถาคตํ ปูเชติ, น โส ปรมาย
ปชู าย ตถาคตํ ปเู ชต ิ นาม, โย จ โข อานนทฺ ตถาคเตน ทนิ นฺ ํ โอวาทํ กโรติ, โส
ปรมาย ปูชาย ตถาคตํ ปเู ชต ิ นามาติ อาห ฯ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................

42 หลกั การแปลบาลีขน้ั พ้นื ฐาน

๕. ภควา อตตฺ โน ปรินพิ พฺ านํ อารพภฺ อานนทฺ ตฺเถรํ อามนฺเตตฺวา “โย โว อานนฺท
มยา เทสิโต ปญฺตโฺ ต ธมฺโม จ วนิ โย จ, โส โว มมจจฺ เยน สตฺถาติ วตฺวา “หนฺท
อิทานิ ภกิ ฺขเว อามนฺตยาม ิ โว, วยธมมฺ า สงฺขารา, อปปฺ มาเทน สมฺปาเทถาต ิ
ภกิ ขฺ ูนํ โอวาทํ อทาสิ ฯ

แปลว่า.......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
๖. วกฺกล ิ นาม พรฺ าหฺมโณ อมหฺ ากํ สตฺถุ รูปสมปฺ ตตฺ ึ ทิสฺวา ทสสฺ เน อติตฺโตเยว

“อิมินา อปุ าเยน อหํ นจิ ฺจกาลํ สตถฺ ารํ ปสฺสติ ุํ ลภิสสฺ ามีต ิ จินฺเตตวฺ า ปพพฺ ชติ ฺวา
สตถฺ ุ สนตฺ เิ กเยว วจิ ริ ฯ
แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................

หลกั การแปล อิตศิ พั ท์ อรรถอาการะ 43

๗. สตถฺ า ตํ ปวตฺตึ ตวฺ า “ก ึ เต วกกฺ ล ิ อิมินา ปูตกิ าเยน, โยปิ วกฺกล ิ นจิ จฺ ํ มม
สงฆฺ าฏิกณณฺ ํ คเหตวฺ า วิจรต,ิ น โส มํ ปสสฺ ต ิ นาม, โย จ โข วกกฺ ลิ ธมฺมํ
ปสสฺ ติ, โส มํ ปสสฺ ติ นามาต ิ อาห ฯ

แปลวา่ .......................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................

อันดับตอ่ ไปศึกษาเร่อื งวาจก ๕ และประโยคแบบต่างๆ เพ่อื กา้ วขนึ้ แปลระดบั กลาง
ตอ่ ไป โดยใช้ระยะเวลาการศกึ ษา ๙๐ ชัว่ โมง

จบ วธิ ีการแปลขนั้ พ้ืนฐาน


Click to View FlipBook Version