46
ระบบปฏิบัติการที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน อาจนำเอาไปใช้ได้กับคอมพิวเตอร์หลากหลายชนิด
ต้งั แตเ่ ครือ่ งคอมพิวเตอร์ระดับใหญ่จนถึงอุปกรณค์ อมพิวเตอร์พกพาขนาดเลก็ อาจแบ่งได้ออกเปน็ 3 ชนดิ
คอื
- ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว (stand-alone OS) เป็นระบบปฏิบัติการที่มุ่งเน้นและ
ใหบ้ ริการสำหรบั ผ้ใู ชเ้ พยี งคนเดียว(เจา้ ของเครือ่ งนั้นๆ) นยิ มใชส้ ำหรบั เครือ่ งคอมพิวเตอร์ทปี่ ระมวลผลและ
ทำงานแบบทั่วไป เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์หรือสำนักงาน ซึ่งจะถูกติดตั้งระบบปฏิบัติการนี้ไวใ้ ช้รองรบั
การทำงานบางอย่าง เช่น พิมพร์ ายงาน ดูหนังหรือเชอื่ มต่อเขา้ กบั อนิ เทอรเ์ น็ต เปน็ ตน้ ปัจจุบันพัฒนา
ให้มีคุณสมบตั ิทีเ่ ป็นเครอ่ื งลูกข่ายเพื่อขอรบั บริการ จากเคร่ืองแม่ขา่ ยไดด้ ว้ ย
- ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย (network OS) เป็นระบบการที่มุ่งเน้นและบริการ
สำหรับผู้ใช้หลายๆคน(multi-user) นิยมใช้สำหรับงานให้บริการและประมวลผลข้อมูลสำหรับเครือข่าย
โดยเฉพาะ มักพบเหน็ ไดก้ ับการนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจทั่วไป เคร่อื งคอมพวิ เตอรท์ ี่ติดต้ังระบบปฏิบัติการ
เหล่านีจ้ ะเรียกวา่ เครื่อง sever ซ่งึ เป็นเสมือนเครื่องแม่ข่ายท่ีให้บริการขอ้ มูลต่างๆ ท่ีจำเป็นสำหรับผู้ใช้
นนั่ เอง
- ระบบปฏิบตั กิ ารแบบฝัง (embedded OS) เป็นระบบปฏิบตั กิ ารทพ่ี บเห็นไดใ้ นอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก เช่น พีดีเอ หรือSmart phone บางรุ่น สามารถช่วยในการทำงานของ
อุปกรณ์แบบไม่ประจำที่เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เกิดขึ้นมาหลังสุดพร้อมๆกับที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา
เหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้น บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวด้วย เช่น
รองรับการทำงานท่วั ไป ดหู นัง ฟังเพลงหรือเชอ่ื มต่ออินเทอรเ์ น็ตได้
5. ระบบปฏบิ ตั กิ าร DOS (Disk Operating System = DOS)
เริ่มมีใช้ครั้งแรกบนเครื่อง IBM PC ประมาณปี ค.ศ. 1981 เรียกว่าโปรแกรม PC-DOS ต่อมาบริษทั
ไมโครซอฟต์ได้สร้าง MS-DOS สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมา
จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่รุ่น Versions 1.0 2.0 3.0 3.30 4.0 5.0 6.0 และ 6.22 ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ทำงาน
ภายใตร้ ะบบปฏิบัตกิ าร MS-DOS อยู่เปน็ จำนวนมาก โดยเฉพาะไมโครคอมพวิ เตอร์รนุ่ เก่าๆ ท่ีมีทรัพยากร
ของระบบน้อย การใช้คำสั่งดอส โดยการพิมพ์คำสั่งที่เครื่องหมายพร้อมรบั คำสั่ง ในลักษณะ Command
Line ซึง่ DOS ตดิ ต่อกบั ผใู้ ช้ดว้ ยการพิมพค์ ำสงั่ ไม่มภี าพกราฟิกให้ใช้ เรยี กวา่ ทำงานในโหมดตัวอักษร Text
Mode ข้อเสยี คือ ตดิ ต่อกับผ้ใู ชไ้ มส่ ะดวก เพราะผู้ใช้ต้องจำ และพิมพ์คำสง่ั ให้ถูกตอ้ งโปรแกรมจึงจะทำงาน
ดงั น้นั ประมาณปี ค.ศ. 1985 บรษิ ัทไมโครซอฟตไ์ ดพ้ ฒั นา Microsoft Windows Version 1.0 และเรอ่ื ยมา
จนถึง Version 3.11 ในปีค.ศ. 1990 ซอฟต์แวร์ดังกล่าว ทำงานแบบกราฟิกเรียกว่า Graphic User
Interface (GUI) ทำหน้าทแี่ ทนดอส ทำใหเ้ กดิ ความสะดวกแก่ผู้ใช้อย่างมาก คุณสมบัตเิ ด่นของ Microsoft
Windows 3.11 คือทำงานในกราฟิกโหมด เป็น Multi-Tasking และ Generic แต่ยังคงทำงานในลักษณะ
Single-User ยังคงต้องอาศัยระบบปฏิบัติการดอส ทำการบทู เครอ่ื งเพือ่ เรมิ่ ต้นระบบกอ่ น
47
แบบฝกึ หดั /เฉลย
ตอนที่ 1 คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
1. ระบบปฏบิ ตั กิ าร (Operating System) มีความหมายว่าอย่างไร
ตอบ ซอฟต์แวร์ระบบ (Systems Software) ทท่ี ำหนา้ ทีค่ วบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ท้ังหมด
รวมทั้งการปฏิบัติงานของโปรแกรมด้วย เปรียบเสมือนเป็นแม่บ้าน ที่คอยดูแลให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงาน
ประสานกัน” ดังนั้นระบบปฏิบัติการจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดการการทำงานของฮาร์ดแวร์
(Hardware) และซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์ (Application Software)
2. ระบบปฏบิ ัตกิ ารมีบทบาทอย่างไรในคอมพิวเตอร์
ตอบ - อำนวยความสะดวก ทำให้ผู้ใช้งานเครอื่ งคอมพิวเตอร์ ใชง้ านได้งา่ ยและสะดวก
- ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) สามารถจัดการการใช้ทรพั ยากร
ของระบบได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
- เพ่มิ ขดี ความสามารถเพือ่ พัฒนาโปรแกรม (Ability to evolve) เพอ่ื ผู้ใช้สามารถพัฒนาโปรแกรม
ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สามารถทดสอบโปรแกรม และสามารถใช้ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ของระบบได้ โดย
ปราศจากการแทรกแซงของระบบปฏบิ ตั กิ ารในระหว่างการทำงาน
3. ระบบปฏิบัติการ ลนิ ุกซ์ เกิดขึน้ จากโครงการใด ใครเป็นผู้กอ่ ต้ัง
ตอบ ระบบปฏิบัติการ ลินุกซ์ กำเนิดขึ้นจาก โครงการกนูขึ้นในปี พ.ศ. 2526 โดยริชาร์ด สตอล
แมน (Richard Stallman) เปน็ ผูก้ ่อตัง้
4. ระบบปฏิบตั กิ ารวินโดวส์ มลี ักษณะการใชง้ านอย่างไร
ตอบ มีลักษณะการใช้งานที่ง่าย มีความสามารถในการสนับสนุนมัลติมีเดีย เช่น ดูหนัง ฟังเพลง
เล่นเกม และมโี ปรแกรมประยกุ ต์มากมาย
5. จงบอกคณุ สมบัติทรัพยากรระบบ สำหรับระบบปฏบิ ตั ิวนิ โดวส์ 10
ตอบ - Windows 10 Home สำหรบั ผู้ใช้ทวั่ ไปท้ังบนคอมพวิ เตอรแ์ ละแท็บเลต็
- Windows 10 Pro (Professional) สำหรับใช้งานในธรุ กิจขนาดกลางไป
จนถงึ ขนาดใหญ่
- Windows 10 HomeSingle Language สำหรับผู้ใช้ทั่วไปทั้งบนคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตแต่
รองรับภาษาได้เพยี งภาษาเดยี ว
- Windows 10 Education สำหรับผใู้ ช้ท้งั กล่มุ เจา้ หนา้ ที่, ผดู้ แู ลระบบ, ครู-อาจารย์ และนักเรียน
นักศึกษา
6. จงบอกสว่ นประกอบหน้าจอของวนิ โดวส์ 10
ตอบ 1. ปมุ่ Start menu เปน็ ปมุ่ เริ่มตน้ การทำงานต่างๆ บนวนิ โดวส์
2. ไอคอนเดสกท์ อป แต่ละไอคอนบนหนา้ ต่างจะแสดงสัญลกั ษณ์แทนโปรแกรม ไฟล์ หรอื โฟลเดอร์
3. พนื้ ทเ่ี ดสก์ทอป หรือโต๊ะทำงานใชส้ ำหรับเรยี กใช้โปรแกรมหรือเอกสาร
4. ทาสกบ์ าร์แสดงไอคอนหรอื โปรแกรมทก่ี ำลังเปดิ ใชง้ าน
5. พนื้ ทแี่ สดงการแจ้งสถานะ
48
6. แสดงเวลาและวันท่ี
7. จงบอกลกั ษณะการใชง้ านเมาส์ต่อไปนี้
7.1 คลกิ เมาสป์ ุ่มซา้ ย (Left Click)
ตอบ การคลิกเมาส์ป่มุ ซา้ ย 1 ครง้ั เปน็ การเลือกคำสงั่ เลือกไอคอน เลือกส่วนต่างๆของโปรแกรม
หรือเลือกตำแหนง่ ของเมาส์
7.2 คลกิ เมาส์ปุม่ ขวา (Right Click)
ตอบ การคลิกเมาส์ปมุ่ ขวา 1 ครง้ั เปน็ การแสดงเมนยู ่อย (Dialog Box) เพือ่ เลือกคำสั่งตามที่
ต้องการ
7.3 ดบั เบิลคลกิ (Double Click)
ตอบ การดับเบลิ คลิกเป็นการกดเมาส์ป่มุ ซ้ายติดกนั 2 ครง้ั อย่างเร็วตามจังหวะทเ่ี หมาะสมเพอ่ื
เปิดโปรแกรมจากไอคอน ตามทเ่ี ราต้องการใชง้ าน
7.4 ลากแล้วปล่อย (Drag and Drop)
ตอบ ลากแลว้ ปลอ่ ยเป็นการเลือกวัตถหุ รอื ย้ายวัตถุ เช่น ไอคอน ไฟล์ โฟลเดอร์ หรือขอ้ ความ
8. การกำหนดความละเอียดหน้าจอวนิ โดวส์ มีขั้นตอนอยา่ งไร
ตอบ 1. คลิกป่มุ เมาสด์ ้านขวาบนพ้ืนทว่ี ่างหนา้ จอเดสกท์ อป
2. เลอื ก Display Settings
3. เลอื ก Advanced Settings
4. เลือก
5. เลือกรายละเอียดหน้าจอ
6. กด Apply
7. กด Keep changes
8. กด Close
9. จงบอกข้นั ตอนการย้ายไฟลห์ รอื โฟลเดอร์
ตอบ การยา้ ยไฟลห์ รอื โฟลเดอรเ์ ปน็ การย้ายไฟล์หรือโฟลเดอร์จากจดุ หน่งึ ไปยงั อกี จุดหนึง่ ซง่ึ ไฟล์
หรอื โฟลเดอร์ทอ่ี ยูต่ ำแหน่งต้นฉบบั จะหายไป มขี ้ันตอนดังน้ี
1. เลอื กแท็บ Home
2. เลอื ก Display Settings
3. เลอื กไดรฟท์ ี่จัดเก็บข้อมูล
4. เลอื กไฟล์หรือโฟลเดอร์ทต่ี อ้ งการย้าย
5. กดป่มุ Cut หรือกด Ctrl+X
6. เลอื กไดรฟท์ ีต่ อ้ งการวางข้อมูล
7. กดป่มุ Paste หรอื กด Ctrl+V
10. เม่ือเลกิ ใช้งานและตอ้ งการปดิ เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ตอ้ งปฏิบตั ิอย่างไร
49
ตอบ การเลกิ ใช้งานและการปิดเคร่ืองคอมพิวเตอร์เป็นการปดิ เครอ่ื งคอมพิวเตอร์เมื่อเลิกใชง้ าน
ผใู้ ช้ควรปฏิบตั ิดงั นี้
1. เลอื ก
2. เลอื ก Power
3. เลือก Shut down
ตอนที่ 2 จงเลือกคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งทส่ี ดุ เพยี งข้อเดียว
คำสง่ั จงทำเคร่อื งหมายกากบาท () หน้าขอ้ ที่ถกู ตอ้ งมากท่สี ดุ เพยี งข้อเดียว
1. ทำหน้าท่คี วบคมุ การทำงานของเคร่อื งคอมพิวเตอร์ หมายถึงขอ้ ใด
ก. ระบบปฏบิ ัติการ ข. ระบบคอมพวิ เตอร์
ค. ระบบสารสนเทศ ง. ระบบซอฟต์แวร์
2. OS ในระบบปฏิบัตกิ าร ย่อมาจากขอ้ ใด
ก. Operating Software ข. Operating System
ค. Open System ง. Open Software
3. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องเกย่ี วกบั ซอฟต์แวร์
ก. ซอฟตแ์ วร์ ประกอบไปด้วยซอฟต์แวรร์ ะบบ และซอฟตแ์ วร์ประยกุ ต์
ข. ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ ทำหนา้ ที่ควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวรท์ ้ังหมด
ค. ซอฟต์แวรร์ ะบบ ทำหน้าทเ่ี ป็นอุปกรณ์ควบคมุ การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์
ง. ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ต์ ทำหนา้ ที่ควบคมุ การทำงานของฮาร์ดแวร์
4. ระบบปฏบิ ัตกิ ารแอปเปิล แมค โอเอส เป็นระบบปฏิบตั กิ ารสำหรบั เคร่ืองในข้อใด
ก. เครอ่ื งโอเอส ข. เครื่องแอปเปลิ
ค. เครอ่ื งแมคอินทอช ง. เครอ่ื งแมค
5. ปจั จุบันระบบปฏิบตั ิการวินโดวส์ เวอร์ชนั ล่าสุดมีชื่อเรยี กวา่ อยา่ งไร
ก. ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ 7 ข. ไมโครซอฟท์ วนิ โดวส์ 8
ค. ไมโครซอฟท์ วนิ โดวส์ 10 ง. ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ X10
6. ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้องเกย่ี วกับการใช้เมาส์
ก. การคลิกเมาสป์ ุ่มขวา 1 คร้งั เลือกสว่ นตา่ งๆของโปรแกรม
ข. การคลิกเมาส์ปุ่มซ้าย 2 คร้งั เป็นการดบั เบิลคลิก
ค. การดับเบิลคลกิ เปน็ การเลือกเมนยู อ่ ย
ง. การคลิกเมาส์ปมุ่ ซ้าย 1 ครงั้ เป็นการเลือกคำส่ัง
7. การกำหนดความละเอยี ดหน้าจอเดสกท์ อปเม่ือคลิกขวาท่ีเดสก์ทอปแลว้ ต้องเลือกขอ้ ใด
ก. Personalize ข. Display Settings
ค. Graphics properties ง. Graphics options
50
8. การเปลย่ี นภาพแบก็ กราวด์เปน็ การเปลี่ยนภาพพื้นหลงั ของหน้าจอเดสกท์ อปเมอ่ื คลกิ ขวาทเี่ ดสก์ทอป
แลว้ ตอ้ งเลอื กขอ้ ใด
ก. Personalize ข. Display Settings
ค. Graphics properties ง. Graphics options
9. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้องเกี่ยวกับโฟลเดอร์
ก. การสร้างโฟลเดอร์เลือกไดรฟท์ ี่ต้องการสรา้ งโฟลเดอร์ แลว้ กดป่มุ New folder
ข. การแก้ไขชื่อโฟลเดอรเ์ ลือกไฟล์ท่ตี อ้ งการแกไ้ ขชอื่ แลว้ เลือก Rename
ค. ทำหนา้ ท่ีเสมือนกลอ่ งขอ้ มลู เพอ่ื เกบ็ ไฟลเ์ ข้าไวด้ ้วยกนั อยา่ งเปน็ หมวดหมู่ ข้อมูลงา่ ยต่อการ
คน้ หาและเรียกใชง้ าน เรยี กวา่ โฟลเดอร์
ง. โฟลเดอร์เรียกอีกอย่างหน่ึงวา่ ไอคอนใชเ้ ปน็ ทางลัดเพ่อื เขา้ สู่โปรแกรม
10. Shut down หมายถึงข้อใด
ก. การปดิ โปรแกรมทีใ่ ชง้ านในเคร่อื งคอมพิวเตอร์
ข. การปิดเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
ค. การ Boot เครื่องคอมพิวเตอร์
ง. การอัพเดทเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
เอกสารอา้ งอิง
ธงชัย ลาบุญ คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ.สำนกั พมิ พ์ศนู ยส์ ่งเสรมิ อาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/rabbptibatikarbeuxngtn22042002/hnwy-thi-3-rabb-ptibati-kar
https://sites.google.com/site/wattanakongdanprai/khxmphiwtexr-laea-rabb-ptibati-kar-
beuxng-tn-pwch-1
ภาคผนวก (ถา้ ม)ี
51
ใบงานท่ี 2 หน่วยที่ 2
รหสั วิชา 20001-2001 ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละ ภาคเรียนที่ 1
สารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ
ชอื่ หน่วย ระบบปฏบิ ัติการเบ้ืองตน้ เวลารวม 3 ชั่วโมง
ชือ่ งาน ระบบปฏบิ ัติการเบอ้ื งต้น จำนวน 3 ช่วั โมง
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เพื่อใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ระบบปฏบิ ัติการ
2. อธิบายความหมายของระบบปฏบิ ัตกิ ารประเภทของระบบปฏิบัตกิ าร
3. มีทักษะการจัดการเก่ียวกบั ไฟล์และโฟลเดอร์
4. เพ่ือใหม้ ที กั ษะในการติดตง้ั ระบบปฏิบตั ิการ และการใช้งานเครื่องคอมพวิ เตอร์เบอื้ งตน้ ได้
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี )
1. บอกความหมายของระบบปฏิบัตกิ ารได้
2. บอกประเภทของระบบปฏบิ ัตกิ ารได้
3. บอกมาตรฐานของโปรแกรมระบบปฏิบตั ิการได้
4. อธิบายระบบปฏบิ ัตกิ ารวนิ โดวส์ 10 ได้
5. บอกส่วนประกอบหน้าจอของวนิ โดวส์ 10 ได้
6. ใชเ้ มาสไ์ ด้
7. ใชง้ านวินโดวส์เบอ้ื งตน้ ได้
8. จดั การไฟล์เอก็ ซ์พลอเรอรไ์ ด้
9. ปิดเครอื่ งคอมพิวเตอร์ได้
10. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะรายหนว่ ย
1. แสดงความร้เู กี่ยวกับระบบปฏิบัติการ
2. บอกวิธีการใช้งานของระบบปฏิบตั กิ าร
3. บอกวธิ กี ารจัดการเกี่ยวกบั ไฟล์ขอ้ มูล
เครอื่ งมือ วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนงั สือ
52
ลำดบั ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน
1. ใหน้ กั ศึกษาแบง่ กลุม่ ตามความเหมาะสม เพื่อศึกษาและอภปิ ราย
1.1 อธิบายความรู้เกีย่ วกับระบบปฏิบตั ิการเบอ้ื งต้น
2. เขียนอภิปรายและวิเคราะหใ์ ส่กระดาษ
3. นำผลงานสง่ ครูผู้สอนเพ่อื ประเมินผล
ภาพประกอบ
ข้อควรระวัง
ผเู้ รียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนใหถ้ ีถ่ ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกนั ความผดิ พลาดก่อน
การส่งงาน
ขอ้ เสนอแนะ (ถา้ ม)ี
นกั ศึกษาควรมภี าพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเน้ือหาใหส้ อดคล้องกบั ภาพให้ถกู ต้อง
การประเมนิ ผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินใหช้ ัดเจน)
1. สังเกตผเู้ รียนมีความสนใจ เกดิ ความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้น
ในการแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรยี นรู้ประจำหน่วย
2. ทำใบงานไดอ้ ย่างถูกต้อง ทันเวลาทก่ี ำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบียบ
3. ผู้เรียนทำแบบฝกึ หัดหลงั เรยี นไดถ้ กู ตอ้ ง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ
เอกสารอา้ งองิ
ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชพี .สำนักพมิ พศ์ ูนยส์ ่งเสรมิ อาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562
ใบกจิ กรรมที่ 2 หน่วยท่ี 2 53
รหัสวชิ า 20001-2001 ชือ่ วชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละ ภาคเรียนที่ 1
สารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ
ชื่อหนว่ ย ระบบปฏิบัตกิ ารเบ้อื งตน้ เวลารวม 3 ช่ัวโมง
ชื่องาน ระบบปฏบิ ตั ิการเบื้องตน้ จำนวน 3 ชว่ั โมง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ระบบปฏบิ ตั ิการ
2. อธบิ ายความหมายของระบบปฏิบตั กิ ารประเภทของระบบปฏิบัตกิ าร
3. มีทกั ษะการจัดการเก่ียวกบั ไฟลแ์ ละโฟลเดอร์
4. เพือ่ ใหม้ ีทักษะในการตดิ ตงั้ ระบบปฏบิ ัตกิ าร และการใชง้ านเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์เบ้อื งตน้ ได้
จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)
1. บอกความหมายของระบบปฏบิ ัตกิ ารได้
2. บอกประเภทของระบบปฏิบัตกิ ารได้
3. บอกมาตรฐานของโปรแกรมระบบปฏบิ ตั กิ ารได้
4. อธบิ ายระบบปฏิบัตกิ ารวินโดวส์ 10 ได้
5. บอกสว่ นประกอบหน้าจอของวินโดวส์ 10 ได้
6. ใช้เมาสไ์ ด้
7. ใช้งานวินโดวส์เบือ้ งต้นได้
8. จดั การไฟล์เอ็กซพ์ ลอเรอร์ได้
9. ปิดเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ได้
10. มคี ุณธรรมจริยธรรม ค่านยิ ม และมคี ุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะรายหนว่ ย
1. แสดงความรูเ้ ก่ียวกบั ระบบปฏิบัตกิ าร
2. บอกวิธกี ารใช้งานของระบบปฏบิ ัตกิ าร
3. บอกวธิ ีการจัดการเกย่ี วกบั ไฟลข์ ้อมูล
เครือ่ งมือ วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เคร่ืองคอมพิวเตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจค็ เตอร์
3. หนังสือ
ลำดับกิจกรรม
1. ผู้เรียนต้องใหค้ วามสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคำตอบ
ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการ
สอน และนำขอ้ สงสัยซักถามครใู นการเรยี นทุกครัง้ ท่เี กิดความสบั สน และไม่เขา้ ใจ
2. ผูม้ ีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพ่อื เสริมสรา้ งความเขา้ ใจอย่างแทจ้ ริง
54
3. ผู้เรยี นหมนั่ ทำใบงาน แบบฝึกหดั และแกไ้ ขขอ้ ทผ่ี ดิ ให้ถูกตอ้ งเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควธิ ีการพร้อมกบั
ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จรงิ
ไม่ใช่เกดิ จากการท่องจำ
5. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาท่ี
กำหนด และฝกึ ฝนตนเองเสมอ เม่อื ไดร้ บั มอบหมายงานมา
การประเมนิ ผล (ตอ้ งระบุเกณฑก์ ารประเมนิ ให้ชัดเจน)
1. สังเกตผ้เู รยี นมคี วามสนใจ เกดิ ความเข้าใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื ร้นใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรปุ สาระการเรียนรู้ประจำหนว่ ย
2. ทำใบงานได้อย่างถูกตอ้ ง ทันเวลาทีก่ ำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบยี บ
3. ผูเ้ รยี นทำแบบฝึกหดั หลงั เรียนได้ถูกต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เปน็ อยา่ งต่ำ
เอกสารอ้างอิง
ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพือ่ งานอาชีพ.สำนกั พิมพศ์ นู ยส์ ง่ เสริมอาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/rabbptibatikarbeuxngtn22042002/hnwy-thi-3-rabb-ptibati-kar
https://sites.google.com/site/wattanakongdanprai/khxmphiwtexr-laea-rabb-ptibati-kar-
beuxng-tn-pwch-
55
ใบปฏบิ ตั ิงานท่ี 2 หนว่ ยที่ 2
รหสั วชิ า 20001-2001 ชอ่ื วิชา คอมพวิ เตอร์และ ภาคเรียนที่ 1
สารสนเทศเพอื่ งานอาชพี
ชื่อหน่วย ระบบปฏิบตั ิการเบอื้ งต้น เวลารวม 3 ช่ัวโมง
ชื่องาน ระบบปฏบิ ตั ิการเบื้องตน้ จำนวน 3 ช่วั โมง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. เพือ่ ให้มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั ระบบปฏบิ ัตกิ าร
2. อธบิ ายความหมายของระบบปฏิบัติการประเภทของระบบปฏบิ ัตกิ าร
3. มีทกั ษะการจัดการเก่ียวกบั ไฟลแ์ ละโฟลเดอร์
4. เพ่ือใหม้ ที ักษะในการติดต้ังระบบปฏบิ ตั กิ าร และการใช้งานเคร่ืองคอมพิวเตอร์เบ้อื งต้นได้
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของระบบปฏิบัตกิ ารได้
2. บอกประเภทของระบบปฏิบัตกิ ารได้
3. บอกมาตรฐานของโปรแกรมระบบปฏบิ ตั ิการได้
4. อธบิ ายระบบปฏบิ ัตกิ ารวินโดวส์ 10 ได้
5. บอกส่วนประกอบหน้าจอของวินโดวส์ 10 ได้
6. ใช้เมาสไ์ ด้
7. ใช้งานวนิ โดวสเ์ บือ้ งตน้ ได้
8. จัดการไฟลเ์ อก็ ซพ์ ลอเรอร์ได้
9. ปิดเคร่อื งคอมพิวเตอรไ์ ด้
10. มีคุณธรรมจรยิ ธรรม คา่ นิยม และมีคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะรายหน่วย
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับระบบปฏบิ ตั กิ าร
2. บอกวิธีการใช้งานของระบบปฏบิ ัตกิ าร
3. บอกวธิ ีการจดั การเกี่ยวกบั ไฟลข์ ้อมลู
เครือ่ งมือ วัสดุ – อุปกรณ์
1. เคร่ืองคอมพิวเตอร์ PC หรือ Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนงั สือ
ลำดบั ข้ันตอนการปฏบิ ตั งิ าน
1. ผ้เู รียนคน้ หาขอ้ มูลจากในอินเตอร์เนต็ ตามเรื่องที่ไดร้ ับมอบหมายมาจาครผู ู้สอน
2. เมอื่ ผูเ้ รยี นไดร้ บั ขอ้ มลู เรยี บรอ้ ยแล้ว ให้ผู้เรยี น นำขอ้ มลู น้นั มาเรยี บเรยี งใหเ้ ปน็ ระเบยี บ สวยงาม ให้
สามารถเข้าใจไดง้ า่ ย โดยจัดทำในรูปแบบเลม่ รายงาน
56
ภาพประกอบ
ขอ้ ควรระวัง
ผู้เรยี นควรตรวจสอบขอ้ มูลกอ่ นให้ถีถ่ ้วน ละเอยี ด และรอบคอบกอ่ น เพื่อปอ้ งกนั ความผิดพลาดก่อน
การส่งงาน
ขอ้ เสนอแนะ
นักศกึ ษาควรมภี าพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเน้อื หาใหส้ อดคลอ้ งกบั ภาพให้
ถูกต้อง
การประเมินผล
1. สังเกตผู้เรยี นมคี วามสนใจ เกดิ ความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื ร้นใน
การแสดงความคิดเห็นและสรปุ สาระการเรียนรปู้ ระจำหนว่ ย
2. ทำใบงานได้อยา่ งถูกต้อง ทันเวลาท่ีกำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ
3. ผูเ้ รียนทำแบบฝึกหดั หลังเรียนได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อยา่ งตำ่
เอกสารอ้างองิ
ธงชยั ลาบุญ คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนกั พิมพศ์ นู ย์สง่ เสริมอาชวี ะ, กรุงเทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/pmtcsaharath/home/hnwy-thi-1-khwam-ru-phun-than-khxng-
porkaerm-tarang-ngan-excel
https://sites.google.com/a/srisongkram.ac.th/phupha02/r7
57
ใบมอมหมายงานที่ 2 หนว่ ยท่ี 2
รหัสวิชา 20001-2001 ชอ่ื วิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละ ภาคเรียนท่ี 1
สารสนเทศเพื่องานอาชีพ
ชือ่ หน่วย ระบบปฏบิ ัตกิ ารเบ้อื งตน้ เวลารวม 3 ช่ัวโมง
ช่ืองาน ระบบปฏบิ ตั กิ ารเบ้ืองตน้ จำนวน 3 ชวั่ โมง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
1. เพ่ือใหม้ ีความรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั ระบบปฏบิ ัตกิ าร
2. อธบิ ายความหมายของระบบปฏบิ ัตกิ ารประเภทของระบบปฏบิ ัตกิ าร
3. มีทักษะการจัดการเก่ยี วกับไฟลแ์ ละโฟลเดอร์
4. เพือ่ ให้มที ักษะในการตดิ ตัง้ ระบบปฏิบตั ิการ และการใชง้ านเครอื่ งคอมพิวเตอรเ์ บ้อื งต้นได้
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี )
1. บอกความหมายของระบบปฏบิ ัตกิ ารได้
2. บอกประเภทของระบบปฏบิ ัตกิ ารได้
3. บอกมาตรฐานของโปรแกรมระบบปฏบิ ัตกิ ารได้
4. อธิบายระบบปฏบิ ัติการวนิ โดวส์ 10 ได้
5. บอกสว่ นประกอบหนา้ จอของวินโดวส์ 10 ได้
6. ใชเ้ มาส์ได้
7. ใชง้ านวนิ โดวสเ์ บอื้ งต้นได้
8. จัดการไฟลเ์ อก็ ซพ์ ลอเรอรไ์ ด้
9. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ได้
10. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะรายหน่วย
1. แสดงความรเู้ กีย่ วกับระบบปฏิบัติการ
2. บอกวิธีการใชง้ านของระบบปฏบิ ตั ิการ
3. บอกวิธกี ารจัดการเก่ยี วกับไฟล์ขอ้ มูล
เครื่องมอื วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนงั สอื
แนวทางการปฏบิ ัติงาน
1. ใหผ้ ้เู รยี นปฏบิ ัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏิบัติงาน อย่างเครง่ ครดั ตามหวั ขอ้ ท่ีได้รบั
มอบหมาย ให้เสรจ็ ส้นิ ตามระยะเวลาท่ีกำหนด พร้อมท้งั การจดั ทำรายงาน และนำเสนองานอยา่ ง
ถกู ต้อง ครบถว้ น เปน็ ระเบียบเรยี บร้อย
58
2. ให้ผเู้ รียนแบ่งหน้าทกี่ ับเพ่ือนในกลุม่ ใหช้ ัดเจน และสามารถเขา้ ใจเนอ้ื หาตามหัวขอ้ ดังกลา่ ว ได้
อยา่ งถูกต้อง ครบถว้ น
ภาพประกอบ
ขอ้ ควรระวัง
ผู้เรยี นควรตรวจสอบขอ้ มูลก่อนให้ถ่ถี ว้ น ละเอียด และรอบคอบกอ่ น เพอื่ ป้องกันความผิดพลาดกอ่ น
การส่งงาน
ข้อเสนอแนะ
นกั ศึกษาควรมภี าพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนอ้ื หาใหส้ อดคลอ้ งกบั ภาพให้
ถูกต้อง
การประเมินผล
1. สังเกตผเู้ รยี นมคี วามสนใจ เกดิ ความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื รน้ ใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรปุ สาระการเรียนรูป้ ระจำหนว่ ย
2. ทำใบงานได้อย่างถกู ตอ้ ง ทนั เวลาท่กี ำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบยี บ
3. ผูเ้ รยี นทำแบบฝกึ หดั หลงั เรียนไดถ้ ูกตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อยา่ งต่ำ
เอกสารอ้างองิ
https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kab-
khxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1
59
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยท.่ี .............. 3...................................... จำนวน........12..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....3-6.......
ช่ือวิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ
ชือ่ หนว่ ย การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ
ชอ่ื เร่ือง การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ
1. สาระสำคัญ
โปรแกรมประมวลผลคำเป็นโปรแกรมที่ใช้พิมพ์งานเอกสารทั่วไป ผู้ใช้สามารถพิมพ์ บันทึก แก้ไข
งานเอกสารได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลาในการปฏิบัติงาน ผู้ใช้ต้องศึกษาวิธีการใช้โปรแกรมอย่างถูกวิธี
เข้าใจการทำงานของโปรแกรม สามารถใช้เครื่องมือของโปรแกรมได้อย่างถูกต้อง จะทำให้ผู้ใช้โปรแกรม
สามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วและเหมาะสมกบั งาน
2. สมรรถนะประจำหน่วย
2.1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกับการใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำได้อยา่ งถกู ต้อง
2.2. ใช้เครอื่ งมอื ของโปรแกรมโปรแกรมประมวลผลคำไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงค์ทัว่ ไป
3.1.1 เพื่อใหม้ ีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับโปรแกรมประมวลผลคำ บอกความหมาย ความสำคัญของ
โปรแกรมประมวลผลคำ บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ และอธิบายแท็บเครื่องมือของ
โปรแกรมประมวลผลคำได้
3.1.2 เพ่ือให้มที กั ษะในการสร้างเอกสาร บันทกึ เอกสาร เปิดเอกสาร แสดงเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ
จัดหน้ากระดาษ ตั้งตำแหน่งแท็บการพิมพ์ ลบข้อมูล คัดลอกข้อมูล พิมพ์ทับขอ้ มูล กำหนดรูปแบบกระดาษ
ปรับระยะห่างระหว่างบรรทัด จัดรูปแบบข้อความ ปรับแต่งรูปแบบตัวอักษร เปลี่ยนขนาดตัวอกั ษร กำหนด
ตัวอักษรหนา ตัวอักษรเอียง ตัวอักษรขีดเส้นใต้ ตกแต่งข้อความ สร้างตาราง ปรับขนาดตาราง แทรกตาราง
ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ ลบคอลัมน์และแถว ลบเซลล์ จดั ตำแหน่งข้อความในตาราง แทรกภาพประกอบ
ได้
3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี )
3.2.1. อธิบายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำได้
3.2.2. บอกความสำคัญของโปรแกรมประมวลผลคำได้
3.2.3. เรยี กใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำได้
3.2.4. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำได้
60
3.2.5. อธิบายแถบเครอ่ื งมอื ของโปรแกรมประมวลผลคำได้
3.2.6. ออกจากโปรแกรมประมวลผลคำได้
3.2.7. สรา้ งเอกสารใหมไ่ ด้
3.2.8. บนั ทกึ เอกสารได้
3.2.9. เปิดเอกสารได้
3.2.10. จัดหนา้ กระดาษได้
3.2.11. ลบข้อมลู ได้
3.2.12. คัดลอกขอ้ มูลได้
3.2.13. กำหนดรูปแบบกระดาษได้
3.2.14. จัดรูปแบบขอ้ ความได้
3.2.15. สรา้ งตารางได้
3.2.16. ปรบั ขนาดตารางได้
3.2.17. แทรกตารางได้
3.2.18. ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ได้
3.2.19. ลบคอลมั น์และแถวได้
3.2.20. จัดตำแหนง่ ขอ้ ความในตารางได้
3.2.21. แทรกภาพประกอบได้
3.2.22. แทรกแผนภูมไิ ด้
3.2.23. มีคุณธรรมจริยธรรม คา่ นยิ ม และมีคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำ
4.2 ความสำคญั ของโปรแกรมประมวลผลคำ
4.3 การเรยี กใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ
4.4 ส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ
4.5 แถบเครอ่ื งมอื ของโปรแกรมประมวลผลคำ
4.6 การออกจากโปรแกรมประมวลผลคำ
4.7 การสร้างเอกสารใหม่
4.8 การบันทกึ เอกสาร
4.9 การเปดิ เอกสาร
4.10 การจดั หนา้ กระดาษ
61
4.11 การลบข้อมูล
4.12 การคัดลอก
4.13 การกำหนดรูปแบบกระดาษ
4.14 การจัดรปู แบบข้อความ
4.15 การสร้างตาราง
4.16 การปรบั ขนาดตาราง
4.17 การแทรกตาราง
4.18 การผสานเซลลแ์ ละการแยกเซลล์
4.19 การลบคอลัมนแ์ ละแถว
4.20 การจดั ตำแหน่งขอ้ ความในตาราง
4.21 การแทรกภาพประกอบ
4.22 การแทรกแผนภมู ิ
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาห์ที.่ .....3-6.........)
กระบวนการจัดการเรียนรู้
5.1 ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1.ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคำ บอกความหมาย ความสำคัญของโปรแกรม
ประมวลผลคำ บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ และอธิบายแท็บเครื่องมือของโปรแกรม
ประมวลผลคำ
5.2 ข้ันสอน
1. นกั เรียนศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน เร่ือง การใช้โปรแกรมประมวลผลคำ
2. ครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติม เรื่อง การสร้างเอกสาร บันทึกเอกสาร เปิดเอกสาร แสดงเอกสารใน
รูปแบบต่างๆ จัดหน้ากระดาษ ตั้งตำแหน่งแท็บการพิมพ์ ลบข้อมูล คัดลอกข้อมูล พิมพ์ทับข้อมูล กำหนด
รูปแบบกระดาษ ปรับระยะห่างระหว่างบรรทัด จัดรูปแบบข้อความ ปรับแต่งรูปแบบตัวอักษร เปลี่ยนขนาด
ตัวอักษร กำหนดตัวอักษรหนา ตัวอักษรเอียง ตัวอักษรขีดเส้นใต้ ตกแต่งข้อความ สร้างตาราง ปรับขนาด
ตาราง แทรกตาราง ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ ลบคอลมั น์และแถว ลบเซลล์ จดั ตำแหนง่ ขอ้ ความในตาราง
แทรกภาพประกอบ
3. ครสู าธติ การปฏิบัติการใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ เรอ่ื ง การสร้างเอกสารใหม่ บันทกึ เอกสาร
เปิดเอกสาร แสดงเอกสารในรปู แบบตา่ งๆ จัดหนา้ กระดาษ ต้ังตำแหน่งแทบ็ การพิมพ์ ลบขอ้ มลู คัดลอกข้อมูล
พิมพ์ทับข้อมลู กำหนดรูปแบบกระดาษ ปรับระยะห่างระหว่างบรรทัด จัดรูปแบบข้อความ ปรับแต่งรูปแบบ
ตัวอักษร เปลีย่ นขนาดตวั อกั ษร กำหนดตัวอกั ษรหนา ตวั อกั ษรเอยี ง ตวั อกั ษรขดี เสน้ ใต้ ตกแต่งขอ้ ความ สร้าง
ตาราง ปรบั ขนาดตาราง แทรกตาราง ผสานเซลลแ์ ละการแยกเซลล์ ลบคอลมั น์และแถว ลบเซลล์ จัดตำแหน่ง
ข้อความในตาราง แทรกภาพประกอบ
62
4. นกั เรียนฝึกปฏบิ ัตกิ ารใช้โปรแกรมประมวลผลคำ เรื่อง การสร้างเอกสารใหม่ การบันทึกเอกสาร
การเปิดเอกสาร การแสดงเอกสารในรปู แบบตา่ งๆ การจดั หนา้ กระดาษ การตั้งตำแหน่งแทบ็ การพมิ พ์ การ
ป้อนขอ้ มูล การเลอื กและลบข้อมูล การคัดลอกและย้ายขอ้ มูล การแทรกและพิมพ์ทับขอ้ มูล
5. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัด
5.3 ขนั้ สรปุ
1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาวิชา เรื่อง การสร้างเอกสารใหม่ การบันทึกเอกสาร การเปิด
เอกสาร การแสดงเอกสารในรูปแบบต่างๆ การจัดหน้ากระดาษ การตั้งตำแหน่งแท็บการพิมพ์ การป้อน
ขอ้ มูล การเลอื กและลบขอ้ มูล การคัดลอกและย้ายขอ้ มูล การแทรกและพิมพท์ ับขอ้ มูล
2. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน
6. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
6.1 หนงั สือเรยี น
6.2 ใบความรู้
6.3 แบบฝึกหดั
6.4 แบบฝึกปฏบิ ัติ
6.5 แบบทดสอบหลังเรยี น
6.7 คอมพิวเตอร์
6.8 เคร่อื งฉายโปรเจ็คเตอร์
7. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 หลกั ฐานความรู้
ใบงาน แบบฝึกหดั การคน้ ควา้ ข้อมูล ทีไ่ ดร้ บั การเรียบเรียง สวยงาม เปน็ ระเบียบ ถกู ต้อง
7.2 หลกั ฐานการปฏิบัติงาน
ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ
ถกู ตอ้ ง พรอ้ มทัง้ เอกสารประกอบการนำเสนองานหน้าช้ันเรยี นของผู้เรยี น และภาพประกอบ
8. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
8.1 เคร่ืองมอื ประเมิน
1. ใบงาน
2. แบบฝึกหัด
3. แบบประเมนิ ผลงาน
4. แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
63
8.2 เกณฑก์ ารประเมิน วธิ วี ดั และประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
เครอื่ งมอื การประเมิน ไดค้ ะแนน
ตรวจแบบฝึกหัด ร้อยละ 75 ขนึ้ ไป
แบบฝกึ หัด ข้อละ 1 คะแนน
ถูก 1 คะแนน ไดค้ ะแนน
แบบฝึกปฏิบัติ ไม่ถูก 0 คะแนน ร้อยละ 75 ข้ึนไป
ตรวจแบบฝกึ ปฏิบัติ
แบบทดสอบหลังเรยี น ขอ้ ละ 1 คะแนน ได้คะแนน
ถูก 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขนึ้ ไป
แบบสังเกตพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม ไมถ่ ูก 0 คะแนน
จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น ได้คะแนน
ประสงค์ ขอ้ ละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป
ถูก 1 คะแนน
ไมถ่ ูก 0 คะแนน
สงั เกตพฤตกิ รรม
ดี 2 คะแนน
พอใช้ 1 คะแนน
ปรบั ปรุง 0 คะแนน
9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย (ถ้ามี)
1. ผเู้ รียนตอ้ งใหค้ วามสนใจในการศึกษา เพอ่ื หาเทคนิค วิธีการ หรือหลกั การงา่ ยเพือ่ ใหห้ าคำตอบได้
อย่างถกู ต้อง และรวดเรว็ โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธกี ารทค่ี รูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการสอน และ
นำขอ้ สงสยั ซักถามครใู นการเรยี นทุกคร้ังที่เกดิ ความสับสน และไม่เขา้ ใจ
2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพือ่ เสรมิ สร้างความเขา้ ใจอยา่ งแทจ้ ริง
3. ผู้เรยี นหมน่ั ทำใบงาน แบบฝกึ หดั และแกไ้ ขขอ้ ทผี่ ิดให้ถูกต้องเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ
ความจำเป็นในการนำไปประยุกตใ์ ช้ให้เกดิ ขึ้นโดยตนเองให้ได้เพ่ือเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ใช่
เกดิ จากการทอ่ งจำ
10. เอกสารอ้างองิ
ธงชยั ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนกั พมิ พศ์ นู ยส์ ่งเสริมอาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562
64
ใบความรทู้ ี่ 3 หนว่ ยที่
รหัสวิชา 20001-2001 ชื่อวชิ า คอมพวิ เตอร์และ ภาคเรยี นที่ 1
สารสนเทศเพือ่ งานอาชพี
ชอ่ื หนว่ ย การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ เวลารวม 12 ชว่ั โมง
ช่ือเรอ่ื ง การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ เวลา 3 ชวั่ โมง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1 เพื่อให้มีความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคำ บอกความหมาย ความสำคัญของ
โปรแกรมประมวลผลคำ บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ และอธิบายแท็บเครื่องมือของ
โปรแกรมประมวลผลคำได้
2 เพื่อให้มีทักษะในการสร้างเอกสาร บันทึกเอกสาร เปิดเอกสาร แสดงเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ
จัดหนา้ กระดาษ ต้ังตำแหน่งแทบ็ การพิมพ์ ลบข้อมูล คัดลอกข้อมูล พมิ พท์ ับขอ้ มูล กำหนดรปู แบบกระดาษ
ปรับระยะหา่ งระหวา่ งบรรทัด จัดรูปแบบขอ้ ความ ปรบั แต่งรปู แบบตวั อกั ษร เปลยี่ นขนาดตัวอักษร กำหนด
ตวั อกั ษรหนา ตวั อกั ษรเอียง ตวั อักษรขดี เส้นใต้ ตกแตง่ ขอ้ ความ สรา้ งตาราง ปรับขนาดตาราง แทรกตาราง
ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ ลบคอลัมน์และแถว ลบเซลล์ จัดตำแหน่งข้อความในตาราง แทรก
ภาพประกอบได้
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี )
1. อธิบายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำได้
2. บอกความสำคัญของโปรแกรมประมวลผลคำได้
3. เรยี กใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำได้
4. บอกสว่ นประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำได้
5. อธิบายแถบเคร่อื งมอื ของโปรแกรมประมวลผลคำได้
6. ออกจากโปรแกรมประมวลผลคำได้
7. สร้างเอกสารใหม่ได้
8. บันทึกเอกสารได้
9. เปิดเอกสารได้
10. จดั หน้ากระดาษได้
11. ลบขอ้ มูลได้
12. คดั ลอกขอ้ มลู ได้
13. กำหนดรปู แบบกระดาษได้
14. จัดรูปแบบข้อความได้
15. สรา้ งตารางได้
16. ปรบั ขนาดตารางได้
17. แทรกตารางได้
65
18. ผสานเซลลแ์ ละการแยกเซลล์ได้
19. ลบคอลัมน์และแถวได้
20. จดั ตำแหน่งข้อความในตารางได้
21. แทรกภาพประกอบได้
22. แทรกแผนภมู ไิ ด้
23. มีคุณธรรมจริยธรรม คา่ นยิ ม และมคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
2. ใช้เครือ่ งมอื ของโปรแกรมโปรแกรมประมวลผลคำได้อยา่ งถูกตอ้ ง
หนว่ ยท่ี 3 การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ
การประมวลผลคำและโปรแกรมประมวลผลคำ
การประมวลผลคำ หรือ( Word Processor )เปน็ การนำคำหลายๆ คำมาเรยี งกันให้อยูใ่ นรูปแบบ
ที่กำหนดเพื่อจัดทำเป็นเอกสารโดยใช้เครือ่ งคอมพิวเตอร์ผ่านทางโปรแกรมประมวลผลคำ เรียกว่า (Word
Processor) ซึ่งชว่ ยใหเ้ ราสามารถสรา้ ง แก้ไข คัดลอก จัดรูปแบบ และจัดพิมพ์ได้อย่างสะดวกและรวดเรว็
อกี ทั้งยงั สามารถเกบ็ บนั ทึกเอกสารลงบนบันทึกข้อมลู ตา่ งๆ เพ่อื นำกลับมาใช้ในภายหลงั ได้
ประโยชนข์ องโปรแกรมประมวลผลคำ
1. ช่วยในการจดั เก็บและค้นหาเอกสารมีความรวดเรว็ มากขึ้น เพราะงานเอกสารตา่ งๆ
จะถกู จดั เก็บอยเู่ ปน็ แฟ้มขอ้ มูลลงในส่อื บนั ทกึ ข้อมูลต่างๆ และสามารถค้นหาและเรียกใชง้ านได้สะดวกและ
รวดเรว็
2. ช่วยลดปริมาณกระดาษที่จัดเกบ็ ทำให้ประหยดั พืน้ ที่ในการเก็บเอกสาร เพราะเอกสาร
จะถกู จัดเก็บอย่ใู นส่อื บนั ทึกขอ้ มูลตา่ งๆ ท่ีมีขนาดเลก็ แต่มคี วามจใุ นการเกบ็ ขอ้ มลู ได้เปน็ จำนวนมาก
3. ช่วยลดขั้นตอนในการจดั ทำเอกสาร เช่น ถ้าต้องส่งจดหมายที่มขี ้อความเหมือนกันไป
ให้ผู้รับจดหมายเป็นจำนวนมากอาจทำได้โดยการจัดทำจดหมายเวียน ซึ่งมีขั้นตอนการทำที่สะดวกและ
รวดเรว็ ซึ่งถ้าหากใช้เครอ่ื งพิมพด์ ีดก็อาจจะตอ้ งเสยี เวลาในการจดั ทำมาก
4. ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพเ์ อกสาร
5. ช่วยสร้างเอกสารให้มีความสวยงาม ทั้งนี้เพราะผู้ใช้สามารถนำรูปภาพ รูปวาด
ภาพกราฟกิ ต่างๆ มาแทรกลงในเอกสารได้โดยตรง
6. ช่วยใหก้ ารทำงานกบั เอกสารถูกต้องและมขี อ้ ผดิ พลาดลดนอ้ ยลง เพราะผูใ้ ชง้ านสามารถ
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ของเอกสารได้โดยตรงบนหน้าจอจนพอใจจึงสั่งพิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์หรืออาจใช้ระบบ
การตรวจสอบคำผดิ แบบอัตโนมัติ ในการตรวจสอบการสะกดคำหรือไวยากรณ์ของภาษาก็ได้
66
สว่ นประกอบของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft Office Word 2010
เมือ่ เขา้ สโู่ ปรแกรม Microsoft Office Word 2010 แล้วจะปรากฏหน้าต่างโปรแกรม ดงั น้ี
1. แท็บเครื่องมือด่วน ( Quick Access Toolbar ) เป็นแถบเครื่องมือเพื่อให้สามารถเรียกใช้งานได้
อยา่ งรวดเรว็ ใชย้ ังสามารถเพิม่ ปุ่มคำสงั่ ท่ใี ชง้ านบอ่ ยๆไวท้ ่ีแถบน้ีได้ดว้ ย
2. ชื่อแฟม้ และ โปรแกรม (Title Bar) เปน็ ส่วนท่แี สดงชอ่ื ของโปรแกรมและชอื่ ไฟลเ์ อกสารทีเ่ รากำลัง
ใช้งานอยู่
3. แทบ็ คำสั่ง(Menu Bar) เป็นเมนูคำสงั่ หลักของโปรแกรมซึง่ แบง่ ออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการ
ใช้งาน
4. แถบ Ribbon เป็นแถบทร่ี วบรวมคำสง่ั ต่างๆ ของเมนหู รือทลู บาร์ เพ่ือใหผ้ ู้ใชเ้ ลือกใชง้ านงา่ ยขน้ึ
5. แบบอกั ษร( Font ) เป็นแทบ็ กำหนดรปู แบบและลกั ษณะพิเศษให้กับตัวอกั ษรและข้อความ
6. แถบไม้บรรทัด ( Ruler ) เป็นแถบแสดงมุมมองไม้บรรทดั
7. ปมุ่ ปดิ เปิดไมบ้ รรทัด เป็นทางลดั สำหรบั การเปดิ /ปดิ มมุ มองไม้บรรทัด
8. เคอร์เซอร์แสดงตำแหนง่ พมิ พ์ (Cursor) ตัวกะพรบิ เล็กๆ บนจอภาพ ทำหน้าทีบ่ อกใหเ้ ราทราบว่าตัว
อักขระทเี่ ราจะป้อนตัวตอไปปรากฏอยูท่ ี่ใด
9. แท็บเล่อื น(Scroll Bar) แถบส่ีเหลีย่ มยาวที่อยรู่ ิมขวาสุดของโปรแกรม ใชส้ ำหรบั เล่อื นดูข้อความบน
จอภาพขนึ้ หรือลง แนวตง้ั หรอื แนวนอนได้
10. มุมมอง ย่อ/ขยาย (View Bar) แสดงมุมมองในเอกสารแบบตา่ งๆ
11. แท็บสถานะ(Status Bar) แสดงสถานการณท์ ำงานปจั จุบนั บนหนา้ จอ
เมอ่ื เรามีเอกสารเกา่ หรอื ไฟล์งานเดมิ ทบ่ี ันทกึ ไว้เรียบร้อยแล้ว ตอ้ งการท่ีจะเปิดขึน้ มาใช้งาน หรอื ทำงานต่อ
มีวธิ กี ารดงั นี้
1. เปิดโปรแกรม Microsoft Word 2010 โดย คลิกที่ Start > Programs > Microsoft Office >
Microsoft Word 2010
2. เม่ือโปรแกรม word เปิดขึ้น คลกิ ทแ่ี ฟ้ม > เปดิ ดงั ภาพ
67
โปรแกรมจะเปดิ หน้าตา่ ง เปิด ใหเ้ ลือกวา่ ไฟล์ word อยทู่ ี่ไหน มองหาใน จะตงั้ คา่ ที่ MY Documentเสมอ
เราต้องรู้ว่าไฟล์ word ของเราชื่ออะไร เก็บไว้ในไดร์ฟไหน โฟลเดอร์ไหน เลือกที่อยู่ให้ถูกและเลือกไฟล์
แลว้ คลกิ เปดิ
การเปิดเอกสารเกา่ ใชง้ าน
เมอ่ื เรามีเอกสารเกา่ หรือไฟลง์ านเดิมท่บี ันทึกไว้เรยี บรอ้ ยแล้ว ตอ้ งการทจ่ี ะเปดิ ขึน้ มาใช้งาน หรอื ทำงานต่อ
มีวธิ ีการดงั น้ี
1. เปิดโปรแกรม Microsoft Word 2010 โดย คลิกท่ี Start > Programs > Microsoft Office >
Microsoft Word 2010
2. เมื่อโปรแกรม word เปิดขนึ้ คลกิ ทีแ่ ฟ้ม > เปิด ดงั ภาพ
3. โปรแกรมจะเปิดหนา้ ตา่ ง เปดิ ใหเ้ ลือกว่าไฟล์ word อยทู่ ี่ไหน มองหาใน จะตงั้ ค่าที่ MY Document
เสมอ เราต้องรู้ว่าไฟล์ word ของเราชื่ออะไร เก็บไว้ในไดรฟ์ ไหน โฟลเดอร์ไหน เลือกที่อยูใ่ ห้ถกู และเลือก
ไฟล์ แล้วคลิกเปิด
4. อีกวิธีการหนง่ึ คือ เปิดโปรแกรม word คลกิ ทแ่ี ฟ้ม > จะมองเห็นเอกสารลา่ สดุ ถา้ มชี ื่อเอกสารท่ีเรา
จะใชง้ าน ก็คลิกเปดิ ไดเ้ ลย ดังภาพ
68
การบันทึกข้อมูล
การทำงานโปรแกรม word เราควรจะคลิกปุม่ บนั ทกึ บนแท็บ ไวเ้ ร่อื ย ๆ เพ่อื ปอ้ งกนั งานสญู หาย
เนอื่ งจาก ไฟดบั ปลั๊กหลุด หรอื เครือ่ งแฮงค์ เป็นต้น
การบนั ทกึ งานครั้งแรก ให้ทำงานขัน้ ตอนดังนี้
1. คลกิ ท่ีไอคอนบันทึก โปรแกรมจะเปดิ หนา้ ตา่ ง บันทึกเปน็
69
2. ในช่องบนั ทกึ ใน ให้คลี่สามเหล่ียมเลก็ ๆ ลงมาเพ่อื เลือกบนั ทึกงานวา่ เก็บไวท้ ใี่ ด ไดรฟ์ ไหน
โฟลเดอรใ์ ด
3. ในช่องชอื่ แฟ้ม ให้ตัง้ ชอ่ื ไฟล์
4. แลว้ คลกิ บนั ทกึ
1.โปรแกรมจะเปิดหน้าต่าง เปิด ให้เลือกบันทึกใน ไดร์ฟหรือโฟลเดอร์ไหน และตั้งชื่อไฟล์ก่อน
คลกิ บันทกึ เหมอื นวธิ ี
เดยี วกบั คลิกบนั ทึกจากปุม่ บนั ทึก
2.การบันทึกอีกรปู แบบหน่ึง คือ บันทึกเป็น ใช้ในกรณีที่เราต้องการเปลีย่ นท่ีเก็บ หรือเปลี่ยนชอื่
ไฟล์
ระยะหา่ งบรรทดั ใน Word 2010
ใน Microsoft Word 2010 ระยะห่างเริ่มต้นสำหรับชุด ลักษณะด่วน ส่วนใหญ่คือ ระยะห่างบรรทัด
1.15 และ 10 พอยต์หลังแต่ละย่อหน้า ระยะห่างเริ่มต้นในเอกสาร Office Word 2003 คือ 1.0 เท่า
ระหวา่ งบรรทัด และไมม่ บี รรทัดว่างระหวา่ งยอ่ หนา้
1. ระยะหา่ งบรรทดั 1.0 เทา่ และไมม่ ีพืน้ ที่ว่างระหวา่ งยอ่ หน้า
2. ระยะห่างบรรทดั 1.15 และ10 พอยตห์ ลังยอ่ หน้า
การเปล่ยี นระยะห่างบรรทัด
วธิ ที ่งี า่ ยท่ีสุดในการเปล่ียนระยะห่างบรรทดั สำหรบั เอกสารท้งั ฉบับก็คอื การใช้ชดุ ลกั ษณะดว่ นทใ่ี ช้ระยะหา่ ง
ท่ีคุณตอ้ งการ
70
ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนระยะห่างบรรทัดสำหรับส่วนใดส่วนหนึ่งของเอกสาร คุณสามารถเลือกย่อหน้าน้ัน
แล้วเปลย่ี นการตง้ั
ค่าระยะห่างของยอ่ หน้านนั้ ได้
ใชช้ ดุ ลักษณะเพอ่ื เปล่ียนระยะห่างบรรทดั สำหรับทงั้ เอกสาร
1. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ลักษณะ ให้คลกิ เปล่ียนลักษณะ
2. ชี้ไปที่ ชุดลักษณะ และชี้ไปที่ชุดลักษณะต่างๆ ให้ใช้การแสดงตัวอย่างแบบสด เพื่อสังเกตระยะหา่ ง
บรรทัดทเ่ี ปลีย่ นแปลงไประหว่างชุดลักษณะชุดหนง่ึ กบั ชุดลักษณะอกี ชดุ หน่งึ
ตวั อยา่ งเชน่ ชุดลักษณะด้ังเดิมและชุดลักษณะ Word 2003 ใชร้ ะยะห่างหน่งึ เทา่ สว่ นชดุ ลกั ษณะเขียนด้วย
ลายมอื จะใชร้ ะยะหา่ งสองเทา่
3. เมื่อคณุ ได้ระยะหา่ งตามที่ต้องการแลว้ ให้คลกิ ช่อื ของชดุ ลักษณะ
เปลยี่ นระยะห่างบรรทัดในส่วนใดสว่ นหน่ึงของเอกสาร
1. เลือกยอ่ หน้าทีค่ ณุ ตอ้ งการเปลี่ยนระยะหา่ งบรรทดั
2. บนแท็บ หนา้ แรก ในกล่มุ ยอ่ หนา้ ใหค้ ลกิ ระยะหา่ งบรรทดั
3. ให้เลอื กทำอย่างใดอย่างหนึง่ ตอ่ ไปน้ี
คลิกจำนวนเท่าของระยะห่างบรรทดั ที่คุณต้องการ
ตัวอยา่ งเชน่ คลกิ 1.0 เพอ่ื ใชร้ ะยะหา่ งหน่งึ เท่าซึง่ เป็นระยะหา่ งทีใ่ ชใ้ น Word รนุ่ ก่อนหนา้ คลิก 2.0 เพื่อใช้
ระยะห่างสองเท่ากับย่อหน้าที่เลือก คลิก 1.15 เพื่อใช้ระยะห่างหนึ่งเท่าซึ่งเป็นระยะห่างที่ใช้
ใน Word 2010
คลิก ตัวเลือกระยะห่างบรรทัด แล้วเลือกตัวเลือกที่คุณต้องการภายใต้ ระยะห่าง โปรดดูที่รายการ
ตอ่ ไปนี้สำหรับขอ้ มูลเพิม่ เติมของตัวเลือกท่สี ามารถใช้ได้
71
แบบฝึกหดั /เฉลย
ตอนท่ี 1 คำส่ัง จงตอบคำถามต่อไปน้ใี ห้ถูกต้อง
1. จงบอกความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำ
ตอบ โปรแกรมทใี่ ชส้ ำหรบั พิมพ์เอกสาร เชน่ เอกสารทางราชการ บนั ทกึ รายงาน จดหมาย
บทความวชิ าการ เอกสารประชาสัมพนั ธ์ หนงั สือประเภทต่างๆ เป็นต้น
2. การเรยี กใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำมขี น้ั ตอนอยา่ งไร
ตอบ มี 4 ข้ันตอน ดังน้ี
1. คลกิ ปุ่ม Start
2. เลอื ก ปุ่ม Word 2016
3. เลอื กเอกสารเปล่า
3. การสรา้ งเอกสารใหมม่ ีข้ันตอนอยา่ งไร
ตอบ มีขัน้ ตอนดงั น้ี
1. คลกิ ป่มุ ไฟล์
2. เลือกใหม่
3. เลอื กรูปแบบเอกสาร
4. การบันทกึ เอกสารใหม่มีข้ันตอนอยา่ งไร
ตอบ มขี น้ั ตอนดงั น้ี
1. คลิกแทบ็ ไฟล์
2. คลิกปมุ่ บนั ทึกเปน็
3. เลอื กแหล่งขอ้ มูลท่ีต้องการบนั ทึก
4. เลือกไดรฟทต่ี ้องการ
5. ต้ังชอื่ ไฟล์
6. เลอื กนามสกุลทีต่ ้องการ
7. บนั ทกึ
5. ให้นกั เรยี นยกตวั อย่างวิธีการสร้างตารางมาอยา่ งน้อย 1 ตวั อย่าง
ตอบ วิธีการสรา้ งตารางโดยการเลอื กจำนวนแถวและคอลัมนด์ ้วยตนเอง
1. เลอื กแท็บแทรก
2. เลอื กป่มุ ตาราง
3. เลือกแทรกตาราง
4. เลือกจำนวนแถวและคอลัมน์ตามทต่ี ้องการ
5. ตกลง
6. การแทรกตารางมีขั้นตอนอย่างไร
ตอบ 1. คลุมดำแถวหรอื คอลมั น์ทต่ี ้องการแทรก
2. เลอื กแท็บเคา้ โครง
72
3. เลอื กปุม่ การแทรกตาราง ซ่งึ สามารถแทรกได้ทงั้ ดา้ นซา้ ยหรอื ดา้ นขวา ด้านบนหรือด้านล่าง
ของตาราง
7. การแทรกรปู ภาพมขี น้ั ตอนอยา่ งไร
ตอบ มขี ัน้ ตอนดงั นี้
1. เลอื กตำแหนง่ ท่ตี อ้ งการวางภาพ
2. เลอื กแท็บแทรก
3. เลอื กปุ่มรูปภาพ
4. เลือกแหล่งเก็บข้อมูล
5. เลือกภาพท่ีต้องการ
6. แทรก
8. การแทรก SmartArt เหมาะสมกับการแสดงข้อมลู ในลักษณะใด
ตอบ เหมาะสมกบั การนำเสนอลำดบั ขัน้ ตอน การแบ่งหมวดหมู่ หรือผังความคิด
9. การแทรก SmartArt มีข้นั ตอนอย่างไร
ตอบ การแทรก SmartArt มีข้ันตอนดังนี้
1. เลือกแทบ็ แทรก
2. เลอื กป่มุ SmartArt
3. เลอื กรูปแบบ SmartArt ทเ่ี ราต้องการ
4. ตกลง
10. การแทรกแผนภูมิมขี ้นั ตอนอย่างไร
ตอบ การแทรกแผนภูมิมีขน้ั ตอนดงั นี้
1. เลอื กแทบ็ แทรก
2. เลอื กปุ่มแผนภูมิ
3. เลอื กประเภทของแผนภูมิ
4. เลือกชนิดของแผนภมู ิ
5. ตกลง
6. โปรแกรม Excel จะเปิดขึน้ มาพร้อมกบั ข้อมูลตัวอยา่ ง ผู้ใช้สามารถกรอกขอ้ มูลใหม่ไดต้ าม
ความตอ้ งการ
73
11. จงอธบิ ายสว่ นประกอบของโปรแกรมตอ่ ไปนท้ี ำหนา้ ท่อี ะไร 45
ตอบ
3
12
หมายเลข ทำหนา้ ที่
1 14 แบ1บ3อักษร (C1tr2l+Sh1if1t+F)10 9 8 76
2 ขนาดแบบอกั ษร (Ctrl+Shift+P)
3 เพมิ่ ลด ขนาดแบบอักษร(Ctrl+> หรอื Ctrl+<)
4 เปลีย่ นตวั พิมพ์
5 ล้างการจดั รปู แบบทั้งหมด
6 สแี บบอักษร
7 สเี น้นข้อความ
8 ขอ้ ความเอฟเฟก็ ตแ์ ละตวั พมิ พ์
9 ตวั ยก (Ctrl+Shift++)
10 ตัวหอ้ ย (Ctrl+=)
11 ขดี ทับ
12 ขีดเส้นใต้ (Ctrl+U)
13 ตัวเอยี ง (Ctrl+I)
14 ตวั หนา (Ctrl+B)
74
ตอนที่ 2 จงเลือกคําตอบทถี่ ูกตอ้ งทสี่ ุดเพยี งข้อเดียว
คำสัง่ จงทำเครือ่ งหมายกากบาท () หน้าข้อท่ีถูกตอ้ งมากทสี่ ุดเพยี งขอ้ เดยี ว
1. โปรแกรมประมวลผลคำทำหนา้ ที่อะไรดีทสี่ ุด
ก. คำนวณตวั เลข ข. จดั เก็บข้อมลู
ค. จัดพิมพเ์ อกสาร ง. ตกแต่งภาพ
2. โปรแกรมประมวลผลคำมีความสำคญั ตรงกับข้อใด
ก. บริหารจัดการกับตวั เลขได้ ข. บริหารจัดการรปู ภาพได้
ค. บริหารจัดการข้อมลู ได้ ง. บรหิ ารจดั การเอกสารได้
3. ข้อใดตอ่ ไปนี้ไมใ่ ช่คุณสมบตั ิของโปรแกรมประมวลผลคำ
ก. สามารถพมิ พ์เอกสารได้อย่างสะดวกรวดเรว็ และมีประสทิ ธภิ าพ
ข. สามารถบันทึกขอ้ มูลได้อย่างรวดเรว็
ค. สามารถเรยี กใช้ข้อมลู เกา่ เพอ่ื นำมาแกไ้ ขได้งา่ ยไมต่ ้องเสียเวลาในการทำงานซ้ำซ้อน
ง. สามารถแสดงผลขอ้ มูลในรปู แบบภาพ แสง สี เสยี งได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
4. แทบ็ หนา้ แรกประกอบดว้ ยคำสงั่ ใด
ก. ปรับขนาดตวั อักษร, จัดตำแหนง่ ข้อความ ข. แทรกรูปภาพ, กำหนดหัวกระดาษ
ค. สง่ จดหมาย, แทรกกราฟ ง. แทรกตาราง, กำหนดยอ่ หน้า
5. การออกจากโปรแกรมประมวลผลคำต้องกดปุ่มใด
ก. ข. ค. ง.
6. ขอ้ ใดต่อไปนี้คือความหมายของคำวา่ ริบบอน (Ribbon) ในโปรแกรมประมวลผลคำ
ก. แสดงช่อื เอกสารท่ีใช้งานอยู่
ข. แสดงเครอ่ื งมอื การใช้งานตามแท็บเมนู
ค. แสดงการทำงานของโปรแกรม เช่น แสดงรายละเอียดของเอกสาร เครือ่ งมอื ย่อขยายเอกสาร
ง. แสดงชดุ คำสง่ั ต่าง ๆ ในการทำงานของโปรแกรม
7. ถา้ ตอ้ งการบันทกึ เอกสารตอ้ งกดปมุ่ ใด
ก. Ctrl+S ข. Alt+S ค. Ctrl+A ง. Alt+A
8. ถา้ ต้องการคัดลอกเอกสารต้องกดปุม่ ใด
ก. Ctrt+Copy ข. Ctrt+C ค. Ctrt+P ง. Ctrt+V
9. ถา้ ต้องการวางเอกสารที่คัดลอกตอ้ งกดปมุ่ ใด
ก. Ctrt+P ข. Ctrt+C ค. Ctrt+A ง. Ctrt+V
10. ถา้ ตอ้ งการลบข้อมลู ต้องกดปุม่ ใด
ก. End ข. Delete ค. Home ง. Insert
11. ถา้ ตอ้ งการเลือกขนาดกระดาษจะต้องกดแท็บใด
ก. แทบ็ แทรก ข. แท็บหนา้ แรก ค. แทบ็ เคา้ โครง ง. แท็บออกแบบ
75
12. การพมิ พห์ นังสือ เอกสารทางราชการใช้รูปแบบตัวอกั ษรในขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี
ก. CordiaUPC ข. LilyUPC ค. TH SarabunPSK ง. KodchiangUPC
13. ปุม่ ทำหนา้ ทีอ่ ะไร
ก. กำหนดขีดเส้นใต้ ข. กำหนดตัวอักษรเอียง ค. กำหนดตวั อักษรหอ้ ย ง. กำหนดตวั อกั ษรหนา
14. ปุ่ม ทำหน้าทอี่ ะไร
ก. กำหนดขดี เส้นใต้ ข. กำหนดตวั อกั ษรเอียง ค. กำหนดตัวอกั ษรห้อย ง. กำหนดตวั อกั ษรหนา
15. ถ้าตอ้ งการสร้างตารางต้องกดแท็บใด
ก. แท็บหนา้ แรก ข. แท็บเค้าโครง ค. แท็บแทรก ง. แทบ็ มุมมอง
16. ปมุ่ ทำหนา้ ท่ีอะไร
ก. แทรกแผนภูมิ ข. แทรกตาราง ค. แทรกรปู รา่ ง ง. แทรกรูปภาพ
17. ปุ่ม ทำหนา้ ท่ีอะไร
ก. จดั ตำแหน่งชดิ ขวา ข. จดั ตำแหน่งชดิ ซา้ ย
ค. จัดตำแหนง่ หนา้ หลงั เท่ากัน ง. จัดตำแหน่งกง่ึ กลาง
18. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ งเกีย่ วกับการแทรกรูปภาพ
ก. การแทรกรูปร่างเปน็ การนำรปู ภาพท่ีจัดเก็บในหน่วยความจำสำรองมาแทรกในเอกสาร
ข. การแทรกรูปภาพเปน็ การนำภาพในเครือ่ งคอมพวิ เตอรม์ าแทรกเทา่ นั้น
ค. การแทรกภาพออนไลน์เปน็ การนำภาพที่เก็บอยู่ในเว็บไซตม์ าแทรก
ง. การแทรกรปู ภาพตอ้ งเลอื กแท็บออกแบบ
19. ถา้ ตอ้ งการแทรกขอ้ มูลนี้ ต้องเลือกข้อใดตอ่ ไปน้ี
ก. แทรกรูปภาพ ข. แทรกรูปรา่ ง ค. แทรกรปู ทรง ง. แทรกสญั ลักษณ์
20. ปุ่ม ทำหน้าทีอ่ ะไร
ก. แทรกแผนภูมิ ข. แทรกตาราง ค. แทรกรูปร่าง ง. แทรกรูปภาพ
เอกสารอา้ งองิ
ธงชยั ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ.สำนักพิมพศ์ ูนย์ส่งเสรมิ อาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/commsword58/bth-thi-1-hlak-thangan-khxng-porkaerm-
pramwl-phl-kha-microsoft-word-2010-1
https://plypranee1.weebly.com/358536343619365135943657365036113619364935853619
36173611361936323617362336213612362135883635.html
ภาคผนวก (ถ้ามี)
76
ใบงานที่ 3 หนว่ ยที่ 3
รหัสวิชา 20001-2001 ช่ือวชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละ ภาคเรยี นที่ 1
สารสนเทศเพื่องานอาชพี
ช่ือหน่วย การใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ เวลารวม 12 ชัว่ โมง
ชอื่ เรอื่ ง การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ เวลา 3 ช่วั โมง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
1 เพื่อให้มีความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคำ บอกความหมาย ความสำคัญของ
โปรแกรมประมวลผลคำ บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ และอธิบายแท็บเครื่องมือของ
โปรแกรมประมวลผลคำได้
2 เพื่อให้มีทักษะในการสรา้ งเอกสาร บันทึกเอกสาร เปิดเอกสาร แสดงเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ
จดั หนา้ กระดาษ ตงั้ ตำแหน่งแท็บการพมิ พ์ ลบขอ้ มูล คดั ลอกข้อมลู พิมพท์ ับขอ้ มลู กำหนดรูปแบบกระดาษ
ปรบั ระยะหา่ งระหว่างบรรทัด จัดรปู แบบขอ้ ความ ปรบั แต่งรปู แบบตัวอกั ษร เปลีย่ นขนาดตัวอกั ษร กำหนด
ตวั อกั ษรหนา ตัวอกั ษรเอยี ง ตวั อกั ษรขดี เส้นใต้ ตกแต่งข้อความ สร้างตาราง ปรับขนาดตาราง แทรกตาราง
ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ ลบคอลัมน์และแถว ลบเซลล์ จัดตำแหน่งข้อความในตาราง แทรก
ภาพประกอบได้
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)
1. อธบิ ายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำได้
2. บอกความสำคัญของโปรแกรมประมวลผลคำได้
3. เรียกใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำได้
4. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำได้
5. อธิบายแถบเคร่ืองมอื ของโปรแกรมประมวลผลคำได้
6. ออกจากโปรแกรมประมวลผลคำได้
7. สร้างเอกสารใหม่ได้
8. บนั ทึกเอกสารได้
9. เปิดเอกสารได้
10. จดั หน้ากระดาษได้
11. ลบข้อมูลได้
12. คัดลอกข้อมูลได้
13. กำหนดรูปแบบกระดาษได้
14. จัดรปู แบบข้อความได้
15. สร้างตารางได้
16. ปรบั ขนาดตารางได้
17. แทรกตารางได้
77
18. ผสานเซลลแ์ ละการแยกเซลลไ์ ด้
19. ลบคอลมั น์และแถวได้
20. จดั ตำแหน่งขอ้ ความในตารางได้
21. แทรกภาพประกอบได้
22. แทรกแผนภูมไิ ด้
23. มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ค่านยิ ม และมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรู้เก่ียวกับการใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. ใช้เคร่อื งมอื ของโปรแกรมโปรแกรมประมวลผลคำได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
เครอื่ งมือ วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ PC หรือ Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนังสือ
ลำดบั ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน
1. ให้นักศกึ ษาแบ่งกลุม่ ตามความเหมาะสม เพื่อศึกษาและอภปิ ราย
1.1 อธิบายความรู้เกีย่ วกับการใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ
2. เขียนอภปิ รายและวเิ คราะหใ์ ส่กระดาษ
3. นำผลงานสง่ ครผู ู้สอนเพือ่ ประเมินผล
ภาพประกอบ
ข้อควรระวัง
ผู้เรียนควรตรวจสอบขอ้ มูลกอ่ นให้ถถี่ ้วน ละเอยี ด และรอบคอบกอ่ น เพอ่ื ป้องกนั ความผิดพลาดก่อน
การส่งงาน
ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี)
นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเน้อื หาให้สอดคลอ้ งกบั ภาพให้ถูกต้อง
การประเมินผล (ต้องระบเุ กณฑ์การประเมินให้ชัดเจน)
1. สังเกตผู้เรียนมคี วามสนใจ เกดิ ความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื ร้น
ในการแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
2. ทำใบงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ทันเวลาทกี่ ำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบยี บ
3. ผเู้ รยี นทำแบบฝึกหัดหลังเรียนไดถ้ ูกตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ
เอกสารอา้ งองิ
ธงชัย ลาบญุ คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชพี .สำนักพิมพศ์ นู ย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562
ใบกจิ กรรมท่ี 3 หนว่ ยท่ี 3 78
รหัสวชิ า 20001-2001 ชือ่ วชิ า คอมพิวเตอร์และ ภาคเรยี นที่ 1
สารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ
ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ เวลารวม 12 ชว่ั โมง
ชอื่ เรื่อง การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ เวลา 3 ชว่ั โมง
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1 เพื่อให้มีความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคำ บอกความหมาย ความสำคัญของ
โปรแกรมประมวลผลคำ บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ และอธิบายแท็บเครื่องมือของ
โปรแกรมประมวลผลคำได้
2 เพื่อให้มีทักษะในการสร้างเอกสาร บันทึกเอกสาร เปิดเอกสาร แสดงเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ
จัดหนา้ กระดาษ ตง้ั ตำแหน่งแทบ็ การพิมพ์ ลบขอ้ มลู คัดลอกขอ้ มลู พิมพ์ทบั ขอ้ มูล กำหนดรูปแบบกระดาษ
ปรับระยะห่างระหว่างบรรทดั จดั รูปแบบขอ้ ความ ปรับแต่งรปู แบบตวั อกั ษร เปลีย่ นขนาดตัวอกั ษร กำหนด
ตวั อกั ษรหนา ตัวอกั ษรเอยี ง ตวั อักษรขดี เส้นใต้ ตกแต่งข้อความ สร้างตาราง ปรบั ขนาดตาราง แทรกตาราง
ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ ลบคอลัมน์และแถว ลบเซลล์ จัดตำแหน่งข้อความในตาราง แทรก
ภาพประกอบได้
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี )
1. อธิบายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำได้
2. บอกความสำคัญของโปรแกรมประมวลผลคำได้
3. เรียกใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำได้
4. บอกสว่ นประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำได้
5. อธิบายแถบเครอ่ื งมอื ของโปรแกรมประมวลผลคำได้
6. ออกจากโปรแกรมประมวลผลคำได้
7. สรา้ งเอกสารใหม่ได้
8. บนั ทกึ เอกสารได้
9. เปดิ เอกสารได้
10. จัดหน้ากระดาษได้
11. ลบขอ้ มูลได้
12. คดั ลอกข้อมลู ได้
13. กำหนดรปู แบบกระดาษได้
14. จดั รูปแบบข้อความได้
15. สร้างตารางได้
16. ปรบั ขนาดตารางได้
17. แทรกตารางได้
18. ผสานเซลลแ์ ละการแยกเซลลไ์ ด้
79
19. ลบคอลมั น์และแถวได้
20. จัดตำแหน่งขอ้ ความในตารางได้
21. แทรกภาพประกอบได้
22. แทรกแผนภูมไิ ด้
23. มีคณุ ธรรมจริยธรรม ค่านยิ ม และมคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำได้อย่างถูกตอ้ ง
2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมประมวลผลคำได้อย่างถกู ตอ้ ง
เคร่ืองมอื วสั ดุ – อุปกรณ์
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจค็ เตอร์
3. หนังสอื
ลำดับกิจกรรม
1. ผู้เรียนต้องให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพ่ือใหห้ าคำตอบ
ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการ
สอน และนำข้อสงสัยซักถามครูในการเรียนทุกคร้ังทเ่ี กดิ ความสับสน และไม่เขา้ ใจ
2. ผู้มีการทบทวนบทเรยี น ตลอดเพื่อเสริมสร้างความเขา้ ใจอย่างแทจ้ รงิ
3. ผเู้ รยี นหม่ันทำใบงาน แบบฝกึ หัด และแก้ไขขอ้ ท่ผี ิดใหถ้ กู ต้องเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควธิ ีการพร้อมกบั
ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดข้ึนโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง
ไมใ่ ชเ่ กดิ จากการทอ่ งจำ
5. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่
กำหนด และฝึกฝนตนเองเสมอ เม่อื ได้รับมอบหมายงานมา
การประเมนิ ผล (ต้องระบุเกณฑก์ ารประเมินใหช้ ัดเจน)
1. สงั เกตผู้เรยี นมคี วามสนใจ เกดิ ความเขา้ ใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตอื รือร้นใน
การแสดงความคิดเห็นและสรปุ สาระการเรยี นรูป้ ระจำหน่วย
2. ทำใบงานได้อยา่ งถกู ต้อง ทันเวลาท่ีกำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบียบ
3. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอยา่ งต่ำ
เอกสารอา้ งอิง
ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ.สำนักพมิ พ์ศูนยส์ ง่ เสรมิ อาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/rabbptibatikarbeuxngtn22042002/hnwy-thi-3-rabb-ptibati-kar
https://sites.google.com/site/wattanakongdanprai/khxmphiwtexr-laea-rabb-ptibati-kar-
beuxng-tn-pwch-
80
ใบปฏบิ ัตงิ านท่ี 3 หน่วยท่ี 3
รหสั วิชา 20001-2001 ชอื่ วิชา คอมพวิ เตอร์และ ภาคเรียนท่ี 1
สารสนเทศเพ่ืองานอาชพี
ช่อื หนว่ ย การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ เวลารวม 12 ช่ัวโมง
ชือ่ งาน การใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ จำนวน 3 ชัว่ โมง
จุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงคท์ ่ัวไป
1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคำ บอกความหมาย ความสำคัญของ
โปรแกรมประมวลผลคำ บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ และอธิบายแท็บเครื่องมือของ
โปรแกรมประมวลผลคำได้
2 เพื่อให้มีทักษะในการสร้างเอกสาร บันทึกเอกสาร เปิดเอกสาร แสดงเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ
จัดหนา้ กระดาษ ต้ังตำแหนง่ แท็บการพิมพ์ ลบข้อมูล คัดลอกขอ้ มลู พมิ พท์ ับขอ้ มลู กำหนดรปู แบบกระดาษ
ปรบั ระยะหา่ งระหว่างบรรทัด จดั รูปแบบขอ้ ความ ปรบั แต่งรปู แบบตวั อักษร เปลีย่ นขนาดตวั อักษร กำหนด
ตัวอักษรหนา ตวั อกั ษรเอียง ตัวอกั ษรขีดเสน้ ใต้ ตกแตง่ ขอ้ ความ สร้างตาราง ปรับขนาดตาราง แทรกตาราง
ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ ลบคอลัมน์และแถว ลบเซลล์ จัดตำแหน่งข้อความในตาราง แทรก
ภาพประกอบได้
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. อธิบายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำได้
2. บอกความสำคญั ของโปรแกรมประมวลผลคำได้
3. เรียกใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำได้
4. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำได้
5. อธบิ ายแถบเคร่อื งมอื ของโปรแกรมประมวลผลคำได้
6. ออกจากโปรแกรมประมวลผลคำได้
7. สรา้ งเอกสารใหม่ได้
8. บนั ทกึ เอกสารได้
9. เปิดเอกสารได้
10. จดั หน้ากระดาษได้
11. ลบขอ้ มูลได้
12. คดั ลอกขอ้ มลู ได้
13. กำหนดรปู แบบกระดาษได้
14. จัดรูปแบบขอ้ ความได้
15. สร้างตารางได้
16. ปรบั ขนาดตารางได้
17. แทรกตารางได้
81
18. ผสานเซลลแ์ ละการแยกเซลลไ์ ด้
19. ลบคอลมั นแ์ ละแถวได้
20. จดั ตำแหน่งขอ้ ความในตารางได้
21. แทรกภาพประกอบได้
22. แทรกแผนภูมิได้
23. มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านยิ ม และมคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรูเ้ ก่ยี วกบั การใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำได้อย่างถกู ต้อง
2. ใช้เครือ่ งมอื ของโปรแกรมโปรแกรมประมวลผลคำได้อยา่ งถูกตอ้ ง
เครอื่ งมอื วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ PC หรือ Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนังสอื
ลำดับขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน
1. ผูเ้ รยี นคน้ หาขอ้ มลู จากในอินเตอร์เน็ต ตามเรื่องทไี่ ดร้ ับมอบหมายมาจาครผู ู้สอน
2. เม่ือผู้เรยี นได้รับข้อมลู เรียบร้อยแลว้ ให้ผู้เรียน นำข้อมลู นั้น มาเรียบเรียงให้เปน็ ระเบยี บ สวยงาม ให้
สามารถเข้าใจได้งา่ ย โดยจัดทำในรปู แบบเล่มรายงาน
ภาพประกอบ
ข้อควรระวัง
ผูเ้ รียนควรตรวจสอบขอ้ มูลก่อนให้ถถี่ ว้ น ละเอยี ด และรอบคอบก่อน เพ่อื ป้องกันความผดิ พลาดกอ่ น
การส่งงาน
ขอ้ เสนอแนะ
นกั ศกึ ษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนอ้ื หาใหส้ อดคลอ้ งกบั ภาพให้
ถกู ต้อง
การประเมินผล
1. สงั เกตผ้เู รียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื รน้ ใน
การแสดงความคิดเห็นและสรปุ สาระการเรียนร้ปู ระจำหน่วย
2. ทำใบงานได้อยา่ งถูกต้อง ทันเวลาที่กำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบียบ
3. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถกู ต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอยา่ งต่ำ
เอกสารอ้างองิ
ธงชยั ลาบญุ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนย์สง่ เสรมิ อาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/pmtcsaharath/home/hnwy-thi-1-khwam-ru-phun-than-khxng-
porkaerm-tarang-ngan-excel
http://accountsicc.blogspot.com/p/blog-page_4.html
82
ใบมอมหมายงานที่ 3 หนว่ ยท่ี 3
รหัสวิชา 20001-2001 ชือ่ วิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละ ภาคเรียนท่ี 1
สารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ
ช่อื หน่วย การใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำ เวลารวม 12 ช่วั โมง
ช่อื งาน การใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำ จำนวน 3 ช่วั โมง
จุดประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงค์ทั่วไป
1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมประมวลผลคำ บอกความหมาย ความสำคัญของ
โปรแกรมประมวลผลคำ บอกส่วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำ และอธิบายแท็บเครื่องมือของ
โปรแกรมประมวลผลคำได้
2 เพื่อให้มีทักษะในการสรา้ งเอกสาร บันทึกเอกสาร เปิดเอกสาร แสดงเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ
จดั หน้ากระดาษ ตั้งตำแหน่งแท็บการพมิ พ์ ลบข้อมูล คดั ลอกขอ้ มูล พมิ พท์ ับขอ้ มลู กำหนดรปู แบบกระดาษ
ปรับระยะห่างระหวา่ งบรรทดั จดั รูปแบบขอ้ ความ ปรับแตง่ รูปแบบตัวอกั ษร เปลี่ยนขนาดตัวอกั ษร กำหนด
ตัวอักษรหนา ตวั อกั ษรเอยี ง ตัวอกั ษรขดี เสน้ ใต้ ตกแตง่ ขอ้ ความ สร้างตาราง ปรบั ขนาดตาราง แทรกตาราง
ผสานเซลล์และการแยกเซลล์ ลบคอลัมน์และแถว ลบเซลล์ จัดตำแหน่งข้อความในตาราง แทรก
ภาพประกอบได้
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี )
1. อธบิ ายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำได้
2. บอกความสำคญั ของโปรแกรมประมวลผลคำได้
3. เรียกใชง้ านโปรแกรมประมวลผลคำได้
4. บอกสว่ นประกอบของโปรแกรมประมวลผลคำได้
5. อธิบายแถบเคร่อื งมอื ของโปรแกรมประมวลผลคำได้
6. ออกจากโปรแกรมประมวลผลคำได้
7. สรา้ งเอกสารใหม่ได้
8. บนั ทกึ เอกสารได้
9. เปิดเอกสารได้
10. จัดหนา้ กระดาษได้
11. ลบขอ้ มูลได้
12. คัดลอกขอ้ มูลได้
13. กำหนดรปู แบบกระดาษได้
14. จดั รูปแบบข้อความได้
15. สร้างตารางได้
83
16. ปรับขนาดตารางได้
17. แทรกตารางได้
18. ผสานเซลลแ์ ละการแยกเซลล์ได้
19. ลบคอลัมน์และแถวได้
20. จัดตำแหน่งข้อความในตารางได้
21. แทรกภาพประกอบได้
22. แทรกแผนภูมไิ ด้
23. มีคุณธรรมจรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และมคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรู้เกีย่ วกับการใช้งานโปรแกรมประมวลผลคำได้อย่างถูกต้อง
2. ใช้เครือ่ งมือของโปรแกรมโปรแกรมประมวลผลคำไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
เคร่ืองมอื วสั ดุ – อุปกรณ์
1. เครื่องคอมพวิ เตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนงั สอื
แนวทางการปฏิบัติงาน
1. ให้ผู้เรียนปฏิบัตงิ านตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏิบตั งิ าน อย่างเคร่งครัด ตามหัวขอ้ ท่ไี ด้รบั
มอบหมาย ให้เสรจ็ สน้ิ ตามระยะเวลาท่กี ำหนด พรอ้ มทง้ั การจัดทำรายงาน และนำเสนองานอยา่ ง
ถูกตอ้ ง ครบถว้ น เปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย
2. ใหผ้ เู้ รียนแบง่ หนา้ ที่กับเพอ่ื นในกลุม่ ให้ชัดเจน และสามารถเข้าใจเนื้อหาตามหวั ขอ้ ดงั กล่าว ได้
อย่างถกู ตอ้ ง ครบถว้ น
ภาพประกอบ
ข้อควรระวัง
ผเู้ รยี นควรตรวจสอบขอ้ มูลกอ่ นให้ถี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบกอ่ น เพอื่ ป้องกนั ความผดิ พลาดกอ่ น
การสง่ งาน
ข้อเสนอแนะ
นักศึกษาควรมภี าพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเนือ้ หาให้สอดคล้องกบั ภาพให้
ถกู ตอ้ ง
การประเมินผล
1. สังเกตผเู้ รียนมีความสนใจ เกิดความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตอื รอื ร้นใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
2. ทำใบงานได้อย่างถกู ตอ้ ง ทนั เวลาทีก่ ำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบียบ
3. ผเู้ รียนทำแบบฝกึ หดั หลังเรียนไดถ้ ูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อย่างตำ่
84
เอกสารอ้างองิ
ธงชัย ลาบญุ คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี .สำนักพิมพ์ศนู ยส์ ง่ เสรมิ อาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kab-
khxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1
85
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยท.ี่ ..............4...................................... จำนวน........12..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....7-10.......
ชื่อวิชา คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ
ช่ือหนว่ ย การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ
ช่ือเร่อื ง การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ
1. สาระสำคญั
โปรแกรมตารางคำนวณเปน็ โปรแกรมท่ีเหมาะสำหรบั ในการคำนวณตวั เลขทวั่ ไป ผู้ใชโ้ ปรแกรมสามารถ
สรา้ งตารางข้อมลู คำนวณตวั เลข ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และแม่นยำ นอกจากน้โี ปรแกรมยงั สามารถสร้างแผนภูมิได้
อย่างเหมาะสม ทำให้ผู้ใช้โปรแกรมสามารถคำนวณขอ้ มูลและนำเสนอขอ้ มูลในรปู แบบของแผนภมู ิไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพ ผู้ใช้โปรแกรมจะต้องศึกษาการใช้เครื่องมือของโปรแกรมให้ถูกต้องจะทำใหก้ ารทำงานมีความ
สะดวกรวดเร็วมากยงิ่ ขน้ึ
2. สมรรถนะประจำหนว่ ย
2.1 แสดงความรู้พน้ื ฐานเก่ียวกับการใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ
2.2 ใช้สูตรคำนวณตัวเลขในตารางได้ถูกต้อง
2.3 สรา้ งแผนภูมินำเสนอข้อมูลไดถ้ ูกตอ้ ง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงค์ทว่ั ไป
3.1.1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง
การแทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ
คอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง
การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตวั เลขในตาราง
3.1.2 เพื่อให้มีทักษะการสรา้ งตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง
การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลมั นห์ รอื แถว การ
ลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง
การคำนวณคา่ ตัวเลขในตาราง
3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
3.2.1. บอกหลกั การของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้
3.2.2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพ่อื การคำนวณได้
86
3.2.3. บอกหน้าทข่ี องหนา้ ต่างโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้
3.2.4. ใช้งานแท็บรบิ บอนได้
3.2.5. เข้าสโู่ ปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้
3.2.6. สร้างสมดุ งานใหม่ได้
3.2.7. บันทกึ สมุดงานได้
3.2.8. เปดิ สมุดงานได้
3.2.9. กำหนดรปู แบบกระดาษได้
3.2.10. ออกจากโปรแกรมได้
3.2.11. บอกประเภทและชนดิ ของข้อมูลได้
3.2.12. ปรบั ขนาดของแถวและคอลมั น์ได้
3.2.13. คัดลอกข้อมลู ได้
3.2.14. ย้ายข้อมลู ได้
3.2.15. ลบขอ้ มูลได้
3.2.16. กำหนดรปู แบบและขนาดตัวอักษรได้
3.2.17. แทรกแถวและคอลมั น์ได้
3.2.18. เพม่ิ แผ่นงานได้
3.2.19. เปล่ยี นชื่อแผ่นงานได้
3.2.20. ลบแผน่ งานได้
3.2.21. ใส่เส้นขอบให้กับตารางได้
3.2.22. ผสานเซลล์ได้
3.2.23. ใช้สูตรและฟงั ก์ชันในการคำนวณได้
3.2.24. สร้างแผนภมู ิได้
3.2.25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้
3.2.26. มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และมคี ุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
4. สาระการเรยี นรู้
4.1. หลักการของโปรแกรมตารางทำการ
4.2. ความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพ่ือการคำนวณ
4.3. หนา้ ต่างของโปรแกรมตารางทำการเพือ่ การคำนวณ
4.4. การใช้งานแทบ็ รบิ บอน
4.5. การเข้าสู่โปรแกรมตารางทำการเพอื่ การคำนวณ
4.6. การสร้างสมดุ งานใหม่
4.7. การบนั ทกึ สมดุ งาน
4.8. การเปดิ สมุดงาน
87
4.9. การกำหนดรปู แบบกระดาษ
4.10. การออกจากโปรแกรม
4.11. ประเภทและชนิดของข้อมลู
4.12. การปรบั ขนาดของแถวและคอลมั น์
4.13. การคดั ลอกข้อมูล
4.14. การย้ายขอ้ มลู
4.15. การลบขอ้ มูล
4.16. การกำหนดรปู แบบและขนาดตัวอกั ษร
4.17. การแทรกแถวและคอลมั น์
4.18. การเพ่ิมแผ่นงาน
4.19. การเปลยี่ นชื่อแผน่ งาน
4.20. การลบแผน่ งาน
4.21. การใสเ่ สน้ ขอบให้กับตาราง
4.22. การผสานเซลล์
4.23. การใช้สตู รและฟังก์ชันในการคำนวณ
4.24. การสรา้ งแผนภมู ิ
4.25. การแทรกภาพประกอบลงในตาราง
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาห์ท.่ี .....3-6.........)
กระบวนการจัดการเรียนรู้
5.1 ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับหลักการของโปรแกรมตารางคำนวณ ความสามารถของโปรแกรม
ตารางคำนวณ การสรา้ งตาราง การเลือกตาราง การปรบั ขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยกตาราง การ
แทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบเซลล์ การจัด
ตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่า
ตัวเลขในตาราง
5.2 ขั้นสอน
5.2.1. นักเรยี นศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน เรือ่ ง การใช้โปรแกรมตารางคำนวณ
5.2.2. ครูอธิบายเนือ้ หาเพิ่มเติม เรื่อง การสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การ
แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์วา่ งในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์
หรือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การ
จัดรปู แบบตาราง การคำนวณคา่ ตัวเลขในตาราง
5.2.3. ครูสาธิตการปฏิบัติเรื่องการสร้างตาราง การใช้งานแท็บริบบอน (Tap Ribbon) การเลือก
ตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์วา่ งในตาราง การผสานเซลล์
88
และการแยกเซลล์ การลบคอลมั นห์ รือแถว การลบเซลล์ การจดั ตำแหน่งขอ้ ความในตาราง การเรียงลำดับ
ตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณคา่ ตัวเลขในตาราง
5.2.4. นกั เรียนฝกึ ปฏบิ ตั ิเร่ือง การเขา้ สู่โปรแกรมตารางคำนวณ การสรา้ งตาราง การเลือกตาราง การ
ปรบั ขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยก
เซลล์ การลบคอลัมนห์ รือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหนง่ ข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การ
แปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตวั เลขในตาราง
5.2.5. นักเรยี นทำแบบฝึกหัด
5.3 ข้นั สรปุ
5.3.1. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปเนื้อหาวิชาเรือ่ ง หลกั การของโปรแกรมตารางคำนวณ
ความสามารถของโปรแกรมตารางคำนวณ การสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรบั ขนาดตาราง การแทรก
ตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์วา่ งในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลมั น์หรอื
แถว การลบเซลล์ การจดั ตำแหนง่ ข้อความในตาราง การเรียงลำดบั ตาราง การแปลงตาราง การจดั รูปแบบ
ตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง
5.3.2. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
6. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
6.1 หนังสือเรียน
6.2 ใบความรู้
6.3 แบบฝกึ หดั
6.4 แบบฝกึ ปฏิบัติ
6.5 แบบทดสอบหลังเรียน
6.7 คอมพิวเตอร์
6.8 เครอ่ื งฉายโปรเจ็คเตอร์
7. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 หลักฐานความรู้
ใบงาน แบบฝึกหัด การคน้ ควา้ ข้อมูล ทไี่ ด้รบั การเรยี บเรยี ง สวยงาม เป็นระเบยี บ ถกู ตอ้ ง
7.2 หลกั ฐานการปฏบิ ัติงาน
ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ
ถกู ตอ้ ง พร้อมทั้งเอกสารประกอบการนำเสนองานหนา้ ชน้ั เรียนของผเู้ รียน และภาพประกอบ
8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
8.1 เคร่อื งมือประเมนิ
1. ใบงาน
2. แบบฝกึ หัด
3. แบบประเมินผลงาน
4. แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
89
8.2 เกณฑก์ ารประเมิน วิธวี ดั และประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ
เครอื่ งมอื การประเมิน ไดค้ ะแนน
ตรวจแบบฝึกหัด ร้อยละ 75 ขึ้นไป
แบบฝกึ หัด ข้อละ 1 คะแนน
ถูก 1 คะแนน ไดค้ ะแนน
แบบฝึกปฏิบัติ ไม่ถกู 0 คะแนน ร้อยละ 75 ขน้ึ ไป
ตรวจแบบฝกึ ปฏิบตั ิ
แบบทดสอบหลังเรยี น ขอ้ ละ 1 คะแนน ได้คะแนน
ถูก 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขึ้นไป
แบบสังเกตพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม ไมถ่ ูก 0 คะแนน
จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น ได้คะแนน
ประสงค์ ขอ้ ละ 1 คะแนน ร้อยละ 80 ข้นึ ไป
ถูก 1 คะแนน
ไมถ่ ูก 0 คะแนน
สงั เกตพฤตกิ รรม
ดี 2 คะแนน
พอใช้ 1 คะแนน
ปรบั ปรงุ 0 คะแนน
9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานทม่ี อบหมาย (ถ้ามี)
1. ผเู้ รียนตอ้ งใหค้ วามสนใจในการศึกษา เพ่ือหาเทคนิค วิธกี าร หรือหลกั การง่ายเพอื่ ให้หาคำตอบได้
อย่างถกู ต้อง และรวดเรว็ โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธกี ารท่คี รูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการสอน และ
นำขอ้ สงสยั ซักถามครใู นการเรยี นทุกคร้ังที่เกดิ ความสบั สน และไม่เขา้ ใจ
2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพือ่ เสรมิ สร้างความเขา้ ใจอยา่ งแท้จรงิ
3. ผู้เรยี นหมน่ั ทำใบงาน แบบฝกึ หดั และแกไ้ ขขอ้ ที่ผิดใหถ้ ูกตอ้ งเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ
ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ใหเ้ กิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ใช่
เกดิ จากการทอ่ งจำ
10. เอกสารอ้างองิ
ธงชยั ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชพี .สำนักพิมพ์ศูนยส์ ่งเสรมิ อาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562
90
ใบความรทู้ ี่ 4 หนว่ ยที่ 4
รหัสวิชา 20001-2001 ชอ่ื วิชา คอมพวิ เตอร์และ ภาคเรยี นท่ี 1
สารสนเทศเพื่องานอาชพี
ชอ่ื หนว่ ย การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชวั่ โมง
ชอ่ื เร่ือง การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ เวลา 3 ชัว่ โมง
จุดประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงค์ทั่วไป
1 เพื่อให้มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างตาราง การเลอื กตาราง การปรับขนาดตาราง การ
แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ
คอลมั นห์ รือแถว การลบเซลล์ การจดั ตำแหน่งขอ้ ความในตาราง การเรียงลำดบั ตาราง การแปลงตาราง
การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณคา่ ตวั เลขในตาราง
2 เพ่ือให้มที ักษะการสรา้ งตาราง การเลอื กตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก
ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ
เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง
การคำนวณคา่ ตัวเลขในตาราง
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)
1. บอกหลกั การของโปรแกรมตารางทำการเพือ่ การคำนวณได้
2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพ่ือการคำนวณได้
3. บอกหน้าทข่ี องหน้าตา่ งโปรแกรมตารางทำการเพ่ือการคำนวณได้
4. ใช้งานแทบ็ ริบบอนได้
5. เข้าส่โู ปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้
6. สรา้ งสมุดงานใหม่ได้
7. บันทกึ สมดุ งานได้
8. เปิดสมดุ งานได้
9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้
10. ออกจากโปรแกรมได้
11. บอกประเภทและชนดิ ของข้อมูลได้
12. ปรับขนาดของแถวและคอลัมน์ได้
13. คดั ลอกข้อมลู ได้
14. ยา้ ยขอ้ มูลได้
15. ลบข้อมูลได้
16. กำหนดรูปแบบและขนาดตัวอักษรได้
17. แทรกแถวและคอลัมน์ได้
18. เพมิ่ แผน่ งานได้
91
19. เปล่ยี นชอื่ แผ่นงานได้
20. ลบแผ่นงานได้
21. ใส่เสน้ ขอบใหก้ บั ตารางได้
22. ผสานเซลล์ได้
23. ใช้สตู รและฟงั กช์ นั ในการคำนวณได้
24. สร้างแผนภมู ิได้
25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้
26. มีคณุ ธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะประจำหน่วย
1 แสดงความรพู้ นื้ ฐานเกยี่ วกับการใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ
2 ใช้สูตรคำนวณตัวเลขในตารางได้ถูกต้อง
3 สร้างแผนภูมนิ ำเสนอข้อมลู ได้ถกู ต้อง
หนว่ ยท่ี 3 การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ
การเรียกใช้งานโปรแกรมตารางทำการ
โปรแกรม Microsoft Excel เป็นโปรแกรมประเภทสเปรดชีต (spreadsheet) หรือโปรแกรมตาราง
ทำงานซ่ึงใช้เกบ็ ข้อมลู ตา่ ง ๆ สตู รคำนวณ ลงบนแผ่นตารางงานคล้ายกับการเขียนข้อมลู ลงไปในสมดุ ที่มีการ
ตีช่องตารางทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ตารางแต่ละช่องจะมีชื่อกำกับไว้ในแนวตั้งหรือสดมภ์ของตารางเปน็
ตัวอักษรภาษาอังกฤษเริ่มจากA,B,C,...เรื่อยไปจนสุดขอบตารางทางขวา มีทั้งหมด 256 สดมภ์ (Column)
แนวนอนมีหมายเลขกำกับเป็นบรรทดั ที่ 1,2,3,...เร่อื ยไปจนถึงบรรทัดสุดทา้ ยจำนวนบรรทัดจะต่างกันในแต่
ละโปรแกรมในที่นี้เท่ากับ 65,536 แถว (Row) ช่องที่แนวตั้งและแนวนอนตัดกันเรียกว่า เซลล์ (Cell) ใช้
บรรจุข้อมูล ข้อความ หรือสูตรคำนวณ ปัจจุบันโปรแกรมตารางทำงาน มีความสามารถ 3 ด้าน คือ
คำนวณ นำเสนองานด้วยกราฟและแผนภูมิ จัดการฐานข้อมูล โปรแกรมประเภทตารางทำงานมีผู้พัฒนา
ขึน้ มาหลายโปรแกรม เชน่ ปี 2522ใช้โปรแกรมตารางทำงานชือ่ ว่า วิสแิ คล(VisiCalc) ตอ่ มาปรับปรุงชื่อว่า
ซุปเปอร์แคล (SuperCalc) ในปี 2525 ในพัฒนาโปรแกรมชื่อว่า มัลติแพลน (Multiplan) ปี2526ได้
ปรับปรุงโปรแกรมชื่อว่าโลตัส 1-2-3 (Lotus 1-2-3) เป็นที่นิยมอย่างมาก ออราคิล (Oracle) และต่อมา
บรษิ ัทไมโครซอฟทไ์ ด้พฒั นาระบบงานวินโดวสข์ น้ึ มาเพ่ือให้ใชไ้ ด้ง่ายช่อื ว่า ไมโครซอฟท์เอก็ เซล (Microsoft
Excel) ซงึ่ เรียกวา่ เอก็ เซล (Excel)
ส่วนประกอบหน้าต่างโปรแกรมตารางทำการ
1. แถบชื่อเรือ่ ง (Title Bar) = เปน็ ส่วนที่ใชแ้ สดงช่อื โปรแกรม และรายชอ่ื ไฟล์ทีไ่ ด้เปิดใช้งาน
2. แถบเครอื่ งมือด่วน (Quick Access) = เป็นส่วนทใ่ี ช้ในการแสดงคำสั่งทใ่ี ช้งานบอ่ ย
3. ปุ่ม แฟ้ม (File) = เป็นส่วนที่ใช้ในการจัดเก็บคำสั่งการทำงานในโปรแกรม เช่น New Open,
Save และคำสง่ั Print เป็นต้น
4. ปุ่มควบคมุ = เปน็ ส่วนทใ่ี ช้ควบคมุ การเปิด หรอื ปดิ หนา้ ต่างโปรแกรม
92
5. ริบบอน (Ribbon) = เปน็ ส่วนทีใ่ ชแ้ สดงรายการคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงานกบั เอกสาร
6. พน้ื ทก่ี ารทำงาน = เปน็ สว่ นที่ใชใ้ นการแสดงรายละเอียดตา่ ง ๆ ขั้นภายในเอกสาร\
7. แถบสถานะ (Status Bar) = เปน็ ส่วนท่ีใชแ้ สดงจำนวนหน้ากระดาษ และจำนวนตัวอักษรที่ใชใ้ น
เอกสาร
8. Name Box = เป็นช่องท่ีใช้แสดงชอื่ เซลท์ ่ีใช้งานอยใู่ นขณะนั้น เช่น ถา้ มกี ารใชง้ านขอ้ มูลในเซลล์
A1 รายชื่อเซลลน์ ี้ก็จะไปแสดงอยู่ในช่อง Name Box
9. แถบสตู ร (Formula Bar) = เป็นช่องทใี่ ช้แสดงการใช้งานสูตรการคำนวณต่าง ๆ
10. เซลล์ (Cell) = เป็นชอ่ งตารางที่ใช้สำหรบั บรรจุข้อมูลต่าง ๆ ซ่งึ ช่องเซลลแ์ ต่ละช่องน้ันจะมีชื่อ
เรยี กตามตำแหนง่ แถว และคอลมั นท์ ีแ่ สดงตำแหนง่ ของเซลล์ เชน่ เซลล์ B1 จะอยูใ่ น คอลัมน์ B ในแถวที่ 1
เปน็ ต้น
11. คอลมั น์ (Column) = เป็นชอ่ งเซลลท์ ี่เรยี งกันในแนวต้ังของแผ่นงาน (Worksheet)
12. แถว (Row) = เป็นช่องเซลล์ท่ีเรยี งกันในแนวนอนของแผ่นงาน
13. Sheet Tab = เปน็ แถบท่ใี ช้แสดงจำนวนแผ่นงานท่เี ปดิ ขึน้ มาใชง้ าน
การปอ้ นและแก้ไขข้อมูล
การพิมพ์ข้อความในเอก็ เซลล์เป็นการป้อนข้อความชนดิ ตา่ ง ๆ เช่น ตัวอกั ษร ตัวเลข สตู ร เปน็ ตน้ ลง
ไปในเซลล์แต่ละเซลล์ ซึ่งมีวิธีการพิมพ์คล้ายคลึงกับการพิมพ์ข้อความในเวิร์ด แต่ก็มีรายละเอียดบาง
ประการไมเ่ หมอื นกนั เสียทเี ดียว ซ่ึงเปน็ ลกั ษณะของโปรแกรมประเภทกระดาษทำการ ท่ีผ้เู รยี นจะต้องศึกษา
หลักการใช้ และเทคนิคบางประการ เพื่อเพิม่ ประสิทธิภาพในการประยุกต์ใช้งาน นอกจากนีย้ ังมีการแก้ไข
ขอ้ มลู เพือ่ ใหเ้ อกสารเปน็ ระเบยี บเรียบร้อยและสวยงาม ซง่ึ เปน็ คุณสมบัตเิ ด่นของไมโครซอฟต์เอ็กเซลล์ ที่
แตกตา่ งจากโปรแกรมสเปรตชีตอืน่ ๆ
การใชง้ านแถวและคอลัมน์
ให้เลือกทำอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงต่อไปน้ี
- เมื่อต้องการรวมแถวแผ่นงานลงในตาราง ให้พิมพ์ค่าหรือข้อความลงในเซลล์ที่อยู่ด้านล่างของตาราง
โดยตรง
- เมื่อต้องการรวมคอลัมน์แผ่นงานลงในตาราง ให้พิมพค์ ่าหรือขอ้ ความลงในเซลล์ที่อยู่ตดิ กันทางด้านขวา
ของตารางโดยตรง
- เมื่อต้องการรวมแถวแผ่นงานหรอื คอลัมน์แผ่นงานโดยใช้เมาส์ ให้ลากจุดจับสำหรับปรับขนาดที่มุมล่าง
ดา้ นขวาของตารางในทศิ ทางลงเพื่อเลือกแถวและลากไปทางขวาเพ่ือเลอื กคอลัมน์
การทำงานกบั สมุดงาน
สมุดงานและแผน่ งาน
*สมุดงาน (Work Book) คือ แผ่นงานตั้งแต่ 1 แผ่นงานขึ้นไปอาจถึง 255 แผ่นและถูกรวบรวมไว้เรียกว่า
"สมุดงาน" หรือ "แฟม้ งาน" เมอ่ื เปิดโปรแกรมใชง้ านคร้ังแรกจะกำหนดสมุดงานอัตโนมัตไิ ว้ท่ี "Book1" แต่
สามารถตงั้ ช่อื หรอื เปล่ียนแปลง ชื่อสมดุ งานไดต้ ามตอ้ งการเมอื่ ใช้คำสง่ั บนั ทกึ แฟม้
93
*แผ่นงาน (Worksheet) คือ พื้นที่การทำงานซึ่งประกอบดว้ ยเซลล์ แถวและสดมภโ์ ดยกำหนดชื่อแผน่ งาน
อตั โนมัติ ใหเ้ ป็น Sheet2,Sheet3,...ซ่งึ สามารถสรา้ งแผน่ งานได้ถงึ 255 แผน่ งานในหนง่ึ สมดุ งาน
การจดั การสมุดงาน
การเปลี่ยนชือ่ แผ่นงาน (Worksheet) ใหส้ อดคล้องกับข้อมูลที่สร้างไว้จะชว่ ยให้สะดวกในการเรียกใช้แผ่น
งาน ประกอบ ดว้ ยวธิ กี ารดังนี้
การปดิ โปรแกรมตารางทำการ
วธิ ีการหรือออกจากโปรแกรมตารางทำการ มีอยู่ 3 วิธี ดงั นี้
วิธีท่ี 1 ใชป้ มุ่ คอนโทรล จะปรากฎเมนูลัด จากนน้ั เลือกคำสั่งปิด
วธิ ีท่ี 2 ใชป้ ุม่ คอนโทรลเมนู มุมบนด้านขวาของหน้าตา่ งโปรแกรม
วธิ ี 3 ใชเ้ มนแู ฟ้ม เลอื กคำสง่ั จบการทำงาน
วิธที ่ี 1 คลิกเมาส์ท่ปี ุ่ม ทท่ี าสก์บาร์ และเลือกคลกิ ที่ Excel 2016 ดงั ภาพ
วิธีท่ี 2 คลกิ เลอื กที่ไอคอน Shortcut บนหนา้ จอ Desktop โดยดบั เบลิ คลิกที่รูป
9.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method)
เป็นวิธีสอนที่นำอุปกรณ์โสตทัศน์วัสดุมาช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โสตทัศน์วัสดุ ได้แก่ CD,
Power Point เพอื่ แสดงให้ผู้เรียนได้เรยี นรสู้ ่วนประกอบหน้าจอของ Microsoft Excel 2016
94
10.ครูใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เป็นวิธีสอนที่ครูแสดงให้ผู้เรียนดูและให้
ความรู้แกผ่ ูเ้ รยี นโดยใช้สื่อการเรยี นรู้ทีเ่ ปน็ รูปธรรม และผู้เรียนได้ประสบการณต์ รง ซ่ึงครูเป็นผู้สาธติ และ
ใหผ้ ูเ้ รยี นฝึกทกั ษะปฏบิ ตั ติ ามเพื่อเรียนรู้ส่วนประกอบของแผ่นงาน (Worksheet)
11.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้การสาธิต และการตั้งคำถาม (Questioning
Method) เป็นกระบวนการเรยี นรทู้ ี่มุ่งพฒั นากระบวนการทางความคิดของผเู้ รียน โดยครจู ะปอ้ นคำถามใน
ลกั ษณะตา่ ง ๆ ท่เี ปน็ คำถามท่ีเกย่ี วกบั การใช้งานริบบอน (Ribbon)
โดยโปรแกรมชดุ Microsoft Excel 2016 ไดม้ กี ารใช้งาน Ribbon 8 กลุม่ ไดแ้ ก่
1) File ใช้ในการเขา้ สู่ Backstage View
2) Home ประกอบด้วยกลมุ่ คําสั่ง 7 กลุ่ม ไดแ้ ก่
3) แทบ็ Insert (แทรก) ประกอบดว้ ยกล่มุ คำสง่ั 8 กลุ่ม ไดแ้ ก่
95
4) แท็บ Page Layout (เคา้ โครงหน้ากระดาษ) ประกอบด้วยกลุ่มคําสัง่ 5 กลมุ่ ไดแ้ ก่
5) แทบ็ Formulas (สูตร) ประกอบดว้ ยกลุ่มคำส่ัง 4 กลุ่ม ไดแ้ ก่
6) แทบ็ Data (ขอ้ มูล) ประกอบด้วยกลุ่มคำสง่ั 5 กลุ่ม ได้แก่
7) แทบ็ Review (ตรวจทาน) ประกอบด้วยกลุ่มคำสัง่ 4 กลม่ ได้แก่
8) แทบ็ View (มมุ มอง) ประกอบด้วยกลุม่ คำสัง่ 5 กล่มุ ไดแ้ ก่
12.ครูและผู้เรยี นใช้เทคนิควธิ ีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เรอ่ื งการสร้าง การเปิด
ปิด และบันทึกเอกสาร นอกจากนั้นยังใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of
Instruction Method) ได้แก่ Power Point เป็นสื่อประกอบการจัดการกับแถบเครื่องมือด่วน (Quick
Access Toolbar)
เชน่ การเพิม่ แถบเครื่องมือดว่ น
1) คลิกเลอื กท่ีรูปแบบ (Customize Quick Access Toolbar)
2) เลือกคําสั่ง Toolbars (แถบเครอื่ งมือ) ทต่ี อ้ งการ เชน่ เลือกที่ Spelling
13.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เรื่องการกำหนดค่า
เรม่ิ ตน้ ในการ