The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนวิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Witoon Yuengyang, 2021-10-22 11:35:44

แผนวิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

แผนวิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ

96
ใชโ้ ปรแกรม นอกจากนน้ั ยงั ใช้เทคนิควธิ ีสอนแบบใช้โสตทศั นวสั ดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction
Method) ได้แก่ Power Point เปน็ สื่อประกอบแทบ็ อนื่ ๆ ที่เกิดจากการเรียกใช้งาน เช่น รายละเอียดของ
แถบเครอื่ งมอื เรอ่ื งแถบเคร่อื งมือ รปู วาด (Drawing Toolbars)

14.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เรื่องการกำหนดค่า
เริ่มต้นในการใช้โปรแกรม นอกจากนั้นยังใช้เทคนิควิธีสอนแบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial
of Instruction Method) ไดแ้ ก่ Power Point เปน็ สื่อประกอบการสร้างสมดุ งานใหม่ (New)

เมื่อเข้าสู่โปรแกรม Microsoft Excel 2016 ครั้งแรก ผู้ใช้สามารถทํางานหรือสร้างสมุดงานไดท้ ันที
หลงั จากบันทกึ สมุดงานและปดิ สมดุ งานแล้ว หากตอ้ งการสร้างสมุดงานใหมใ่ หปฏิบัตดิ ังน้ี

1) คลกิ ที่ File tab เพื่อเขา้ สู่ Backstage View

2) ทหี่ น้า Backstage View คลิก เลอื ก New และเลอื ก Blank workbook เพื่อสรา้ งสมุดงานเปล

3) นอกจากนี้ยงั สามารถสรา้ งสมดุ งานใหม่ได้โดยการกด Ctrl+N
15.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) และยังใช้เทคนิควิธสี อน
แบบใช้โสตทัศนวัสดุ (Audio-Visual Meterial of Instruction Method) ได้แก่ Power Point เป็นสื่อ
ประกอบการปิดสมดุ งานและการออกจากโปรแกรม (Close)

97

16.ผ้เู รียนแสดงการปิดสมุดงาน (Open) และการออกจากโปรแกรม (Close)

17.ครูและผู้เรียนใช้เทคนิควิธีสอนแบบสาธิต (Demonstration Method) เรื่องการเปิดสมุดงาน
(Open)

18.ผูเ้ รียนฝกึ ทกั ษะ โดยกาํ หนดให้ปฏิบตั ิตามคาํ ส่งั ดงั นี้
1) สรา้ งสมดุ งานเปลา่ ขึ้นมาใหม่
2) บันทกึ ชอื่ สมดุ งานเปน็ First Excel
3) ปิดสมุดงานที่สร้างขึ้น
4) เปดิ สมุดงาน First Excel ขึน้ มาอีกครัง้

19.ผู้เรยี นฝึกปฏบิ ตั ิตามขั้นตอนตอ่ ไปน้ี
1) คลิกท่ี Customize Quick Access Toolbar
2) ยกเลิกแถบเครือ่ งมอื ท้ังหมด (คลิกเลอื กแถบเครือ่ งมอื ท่ีมีเคร่อื งหมายหนา้ แถบเครื่องมือ)

98

3) เรียกแถบเครื่องมือเฉพาะที่ต้องการใช้งาน (คลิกเลือกแถบเครื่องมือที่ต้องการจะปรากฏ
เครอื่ งหมายหนา้ แถบเคร่ืองมือทเี่ ลือก)

20.ครูแนะนำเพิ่มเติมให้ผู้เรียนเขียนบัญชีแสดงรายรับ-รายจ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างนิสัย
ความพอเพยี งใหแ้ ก่ตนเองและครอบครัว
แบบฝกึ หดั /เฉลย
ตอนที่ 1 คำสงั่ จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. จงบอกหลกั การทำงานของโปรแกรมตารางคำนวณ

ตอบ หลักการทำงานของโปรแกรมตารางคำนวณมีลักษณะเป็นช่องตารางซึ่งประกอบด้วย
คอลัมน์ และแถวมีคอลัมน์ตั้งแต่ คอลัมน์ A จนถึงคอลัมน์ XFD มีจำนวนทั้งหมด 16,384 คอลัมน์
และมจี ำนวนแถวทงั้ หมด 1,048,576 แถว โปรแกรมตารางคำนวณเป็นโปรแกรมประเภท Spreadsheet
ไฟลข์ อง Excel เรยี กวา่ สมุดงานหรือเวิร์กบุ๊ค (Workbook) และในแตล่ ะหนา้ เรียกว่าแผ่นงานหรือเวิร์ก
ชีต (Worksheet) สมุดงานหนึ่งสมุดงานมีแผ่นงานได้หลายแผ่นงานขึ้นอยู่กับหน่วยความจำของเครื่อง
คอมพิวเตอร์แต่ละแผ่นงานจะแบ่งออกเปน็ ชอ่ งตารางเรียกวา่ เซลล์ (Cell) แตล่ ะเซลล์สามารถบรรจุข้อมูล
ตา่ ง ๆ ได้ เช่น พิมพ์ขอ้ ความ พิมพ์ตัวเลข เป็นต้น แต่ถา้ ตอ้ งการอา้ งอิงข้อมลู จะอา้ งอิงถึงชอ่ งตารางโดย
การระบุ คอลัมน์และแถว เชน่ B5 หมายถึง คอลัมน์ B และ แถวท่ี 5
2. โปรแกรมตารางคำนวณมคี วามสามารถอะไรบ้าง

ตอบ โปรแกรมตารางคำนวณมคี วามสามารถดังต่อไปนี้
1. สามารถคำนวณตัวเลขตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
2. สามารถใชส้ ูตรและฟังก์ชนั คำนวณและหาคา่ ต่าง ๆ ได้
3. สามารถสร้างงานตารางไดส้ ะดวกรวดเรว็
4. สามารถจดั เก็บขอ้ มลู เป็นฐานข้อมลู ได้
5. สามารถสร้างแผนภมู ิได้หลายรูปแบบ
6. สามารถจดั เรียงขอ้ มูล และกรองขอ้ มลู ได้
7. สามารถจดั แตง่ ตารางขอ้ มลู และจดั แตง่ แผนภูมิได้อยา่ งสวยงาม
8. สามารถออกแบบรูปแบบตวั อักษรได้ตามต้องการ
3. แทบ็ ริบบอนประกอบด้วยแทบ็ ใดบา้ ง
ตอบ 1. แทบ็ หนา้ แรก เป็นกลมุ่ คำสง่ั ทีใ่ ช้จัดรูปแบบขอ้ ความ การแสดงผล การคักลอก การ
จดั ตำแหนง่ เป็นต้น
2. แท็บแทรก เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้แทรก รูปภาพ ตาราง แผนภูมิ สัญลักษณ์ รูปวาด สมการ
อกั ษรศิลป์ เปน็ ตน้
3. แท็บเค้าโครงหน้ากระดาษ เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้ต้ังค่าหน้ากระดาษ เช่น กำหนดขนาดกระดาษ
ระยะขอบกระดาษ การปรบั มาตราสว่ น การจัดเรียง เป็นตน้
4. แท็บสูตร เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้สร้างสูตรคำนวณ เช่น แทรกฟังก์ชัน การตรวจสอบสูตร การ
คำนวณ เป็นต้น

99

5. แท็บขอ้ มลู เปน็ กลมุ่ คำสง่ั ท่ใี ช้ในการจัดการข้อมูล เช่น การเรียงข้อมลู การกรองข้อมูล การ
ตรวจสอบข้อมลู เปน็ ตน้
6. แท็บรีวิว เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้ในการตรวจสอบและป้องกันสมุดงาน เช่น การตรวจพิสูจน์อักษร
ขอ้ คิดเห็น การป้องกันสมดุ งาน เป็นตน้

7. แท็บมุมมอง เป็นกลุ่มคำสั่งที่ใช้ในการปรับมุมมองสมุดงาน เช่น กำหนดรูปแบบมุมมอง การ
แสดงมุมมอง การยอ่ ขยายหนา้ กระดาษ เป็นตน้
4. จงบอกขน้ั ตอนการเข้าใชง้ านโปรแกรมตารางคำนวณ

ตอบ การเข้าสู่โปรแกรมตารางคำนวณสามารถเข้าโปรแกรมได้หลายวธิ ีข้ึนอยู่กับผู้ใช้โปรแกรม
ปฏิบตั ไิ ด้หลายวธิ ี ยกตวั อยา่ งดังนี้

วิธีที่ 1 ดบั เบิลคลกิ ท่ีปมุ่ ซ่ึงเป็น Shortcut Icon ท่อี ยู่บน Desktop
วธิ ีท่ี 2 ปฏิบัติได้ดงั นี้

1. คลิกป่มุ
2. คลกิ ปมุ่ Excel 2016
3. เลือกสมดุ งานเปลา่ หรอื เลอื กเท็มเพลตออนไลนต์ ามทตี่ อ้ งการ
4. โปรแกรมจะสร้างไฟล์ชอื่ “เวิร์กบุก๊ 1.xlsx” ใหโ้ ดยอัตโนมัติ
5. จงบอกหลักการบันทกึ สมดุ งานในโปรแกรมตารางคำนวณ
ตอบ หลักในการบันทึกสมุดงานการตั้งชื่อสมุดงานคือความยาวของตัวอักษรจะต้องยาวไม่เกิน
256 ตวั ใชต้ ัวอักษรหรือสัญลกั ษณต์ ่าง ๆ ไดย้ กเวน้ สัญลกั ษณ์ /, \, *, <, > และ | การบันทึกสมุด
งานมี 2 ลักษณะ คือ ลกั ษณะที่ 1 บนั ทึกทับสมุดงานเดิม ลักษณะที่ 2 ต้งั ชอ่ื สมุดงานใหม่
ลักษณะท่ี 1 เป็นการบันทึกสมุดงานเดิมที่จัดทำมาแล้วแต่ผู้ใช้โปรแกรมนำมาแก้ไขข้อมูลใหม่

สามารถกดปุ่ม บนแถบเครื่องมือด่วนหรือกดปุ่ม Ctrl+S โปรแกรมจะทำการบันทึกทับข้อมูลเดิม
ทันที

ลักษณะท่ี 2 ผู้ใช้โปรแกรมไม่ต้องการบันทึกทับข้อมูลเดิมต้องการตั้งชื่อสมุดงานใหม่หรือไม่เคย
บนั ทกึ มากอ่ น สามารถปฏิบตั ิไดด้ งั น้ี

1. คลิกแท็บ ไฟล์ หรือกดปมุ่ Ctrl+S
2. คลกิ ปุ่ม บนั ทึกเปน็
3. เลอื กแหลง่ ขอ้ มลู
4. คลกิ ปมุ่ เรียกดู
5. เลอื กแหลง่ ขอ้ มลู ที่ต้องการบันทกึ
6. พิมพช์ ือ่ สมดุ งานตามทตี่ ้องการ
7. บนั ทกึ
6. ขอ้ มูลในโปรแกรมตารางคำนวณมกี ่ีประเภท มีอะไรบ้าง
ตอบ ข้อมลู ทใี่ ช้ในโปรแกรมตารางคำนวณแบ่งออกเปน็ 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกนั คือ

100

1. ประเภทค่าคงที่ (Constant) ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ตัวเลข ตัวอักษร
ตรรกศาสตร์ เวลา วันที่ เปน็ ตน้
2. ประเภทสตู รการคำนวณ (Formula) เป็นข้อมลู ที่ใชค้ ำนวณ ใช้สตู รหรือฟงั ก์ชัน
7. จงอธบิ ายชนิดของขอ้ มลู ในโปรแกรมตารางคำนวณ

ตอบ ข้อมูลทีป่ อ้ นลงในเซลลม์ หี ลายชนดิ ดังต่อไปนี้
1. ข้อมูลท่เี ป็นขอ้ ความ (Text) เชน่ A-Z, ก-ฮ, รหสั ประจำตวั , ทอี่ ยู่, เบอร์โทรศพั ท์, เป็น
ต้น
2. ข้อมลู ท่ีเปน็ ตัวเลข (Number) เช่น จำนวนเงิน, จำนวนสินคา้ , จำนวนพนกั งาน เปน็ ต้น
ตังเลขเหล่านส้ี ามารถคำนวณได้ เช่น หาผลรวม หาคา่ เฉล่ีย หาค่ารอ้ ยละ ผูใ้ ช้โปรแกรมสามารถกำหนด
เป็นตัวเลขแบบต่าง ๆ เช่น สกุลเงนิ บญั ชี เปอรเ์ ซน็ ต์ เศษสว่ น หรอื เชงิ วิทยาศาสตร์ ดงั ตอ่ ไปนี้
3. ข้อมลู ทีเ่ ป็นวันที่ (Date) ผู้ใช้โปรแกรมสามารถกำหนดรูปแบบเซลล์ให้อยใู่ นรูปแบบวันท่ีได้
หลายรูปแบบดังน้ี
4. ข้อมลู ท่ีเป็นเวลา (Time) สามารถกำหนดได้หลายรปู แบบ ซึง่ มีรูปแบบเวลาดงั น้ี
5. ขอ้ มลู พเิ ศษ เชน่ หมายเลขโทรศพั ท์ หมายเลขบตั รประชาชน เปน็ ต้น
6. ขอ้ มูลทีเ่ ป็นคา่ ทางตรรกศาสตร์ (Logical Value) ใช้สำหรบั เปรยี บเทยี บขอ้ มลู
มดี ว้ ยกนั อยู่ 2 ค่า คอื ถกู (True) หรือ ผิด (False) โดยมีสญั ลกั ษณ์ท่ีใช้ในทางตรรกะ
7. ข้อมูลที่เป็นสูตรคำนวณ (Formula) ได้แก่ สูตรสมการทางคณิตศาสตร์การพิมพ์ทุกคร้ัง
จะตอ้ งพิมพ์เครือ่ งหมายเท่ากับ ( = ) นำหน้าสูตรเสมอเหมอื นสตู รคณิตศาสตรเ์ ชน่ บวก ( + ),
ลบ ( - ), คูณ ( * ), หาร ( / ) เปน็ ตน้
8. ขอ้ มูลที่เป็นฟงั ก์ชนั (Function) การใช้ฟังกช์ นั ในการคำนวณ เชน่ การหาผลรวม (Sum)
การหาคา่ เฉลี่ย (Average) การหาค่าต่ำสุด (Min) หรือ การหาค่าสงู สุด (Max) เป็นต้น รปู แบบของ
ฟังก์ชัน คอื =ฟังกช์ ัน(ชว่ งของเซลล์)
8. ฟงั ก์ชัน SUM ใชค้ ำนวณหาอะไรจงอธิบายพรอ้ มยกตัวอย่าง
ตอบ ฟังก์ชัน SUM ทำหน้าที่ หาผลรวมของจำนวน Number ยกตัวอย่างเช่น พิมพ์
=SUM(A1:C1) ลงในเซลล์ D1 แลว้ กด Enter โปรแกรมจะทำการคำนวณโดยการบวกข้อมลู ตัง้ แต่เซลล์
A1 ถึง C1 ใหท้ นั ที
9. ฟังกช์ นั MAX ใชค้ ำนวณหาอะไรจงอธิบายพรอ้ มยกตัวอย่าง
ตอบ ฟงั ก์ชัน MAX ทำหนา้ ที่ หาคา่ สงู สุดของจำนวน Number ยกตัวอย่างเชน่ พ ิ ม พ์
=MAX(A1:C1) ลงในเซลล์ D1 แล้วกด Enter โปรแกรมจะทำการคำนวณโดยการหาค่าสูงสุดของข้อมูล
ตัง้ แตเ่ ซลล์ A1 ถงึ C1 ให้ทันที
10. ฟงั ก์ชนั AVERAGE ใช้คำนวณหาอะไรจงอธิบายพร้อมยกตวั อย่าง
ตอบ ฟังก์ชัน AVERAGE ทำหน้าที่ หาค่าเฉลี่ยของจำนวน Number ยกตัวอย่างเช่น พิมพ์
=AVERAGE(A1:C1) ลงในเซลล์ D1 แล้วกด Enter โปรแกรมจะทำการคำนวณโดยการหาค่าเฉล่ยี ของ
ขอ้ มลู ตัง้ แตเ่ ซลล์ A1 ถึง C1 ให้ทนั ที

101

ตอนท่ี 2 จงเลือกคําตอบทถี่ กู ตอ้ งทีส่ ุดเพียงขอ้ เดียว

คำสง่ั จงทำเครื่องหมายกากบาท () หนา้ ขอ้ ท่ีถูกต้องมากทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดยี ว

1. โปรแกรม Microsoft Excel ถกู ออกแบบมาเพื่อใชใ้ นดา้ นใดเหมาะสมมากท่ีสดุ

ก. การพมิ พ์เอกสารจำนวนมาก ข. การนำเสนอข้อมูลในรปู แบบวีดโี อ

ค. การคำนวณโดยใช้สตู รและฟงั ก์ชัน ง. การสรา้ งเวบ็ ไซต์ขายสนิ คา้

2. ข้อตอ่ ไปนี้เป็นความสามารถของโปรแกรมตารางคำนวณยกเว้นข้อใด

ก. ความสามารถในการคำนวณโดยใช้สูตรไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

ข. ความสามารถในการสร้างตารางไดอ้ ยา่ งรวดเรว็

ค. ความสามารถในการสรา้ งแผนภูมเิ พอ่ื นำเสนอได้หลายรูปแบบ

ง. ความสามารถในการตัดตอ่ ภาพไดอ้ ย่างรวดเร็ว

3. แทบ็ ท่ใี ช้แสดงชอ่ื เรอื่ งหรอื ช่ือของสมดุ งานที่ใชเ้ รยี กอกี อย่างหนง่ึ วา่ อยา่ งไร

ก. Status Bar ข. Scroll Bar ค. Ribbon ง. Title Bar

4. แทบ็ แทรกประกอบไปดว้ ยคำสง่ั ใด

ก. กล่องข้อความ, อักษรศิลป์ ข. รปู ภาพ, กำหนดหวั กระดาษ

ค. ตาราง, ไมบ้ รรทดั ง. สตี ัวอักษร, รูปภาพ

5. เมอื่ เข้าสูโ่ ปรแกรมตารางคำนวณโปรแกรมจะสร้างชอ่ื ไฟลแ์ รกให้โดยอตั โนมัติมชี อื่ วา่ อย่างไร

ก. สมุดงาน1 ข. เอกสาร1 ค. ชีต1 ง. เวิร์กบกุ๊ 1

6. ถ้าตอ้ งการบนั ทึกเอกสารในโปรแกรมตารางงานข้อใดกลา่ วไม่ถกู ตอ้ ง

ก. ชอ่ื ทบ่ี ันทึกความยาวตอ้ งไม่เกนิ 256 ตัวอกั ษร ข. ใช้สญั ลกั ษณ์ในการบันทึกช่ือเอกสารไม่ได้

ค. ใชต้ วั เลขและตวั อักษรในการบนั ทึกเอกสารได้ ง. การบนั ทึกเอกสารสามารถกดปุม่ Ctrt+S

ได้

7. ถา้ ตอ้ งเปิดเอกสารในโปรแกรมตารางคำนวณควรเลือกข้อใด

ก. Ctrt+P ข. Ctrt+C ค. Ctrt+O ง. Ctrt+V

8. สญั ลกั ษณ์ หมายถงึ ขอ้ ใด

ก. การกำหนดระยะขอบกระดาษ ข. การกำหนดการวางแนว

ค. การกำหนดขนาดกระดาษ ง. การกำหนดคอลัมน์

9. ในการกำหนดหวั กระดาษและท้ายกระดาษตอ้ งไปกำหนดในแท็บริบบอนแท็บใด

ก. หนา้ แรก ข. แทรก ค. ออกแบบ ง. เคา้ โครงหน้ากระดาษ

10. ขอ้ มูลตอ่ ไปนี้ข้อใดไมใ่ ชข่ อ้ มูลทเี่ ป็นขอ้ ความ (Text)

ก. A - Z ข. รหัสประจำตัว ค. เงินเดือน ง. เบอรโ์ ทรศัพท์

11. ข้อใดต่อไปนค้ี ือวธิ กี ารเพมิ่ แผน่ งาน

ก. Shift+F9 ข. Shift+F10 ค. Shift+F11 ง. Shift+F12

102

12. ถา้ ต้องการคัดลอกข้อมลู ควรเลอื กขอ้ ใด

ก. Ctrt+S ข. Ctrt+C ค. Shift+S ง. Shift+C

13. การคำนวณในโปรแกรมตารางคำนวณตอ้ งนำหนา้ ด้วยเครอื่ งหมายใด

ก. * ข. = ค. + ง. @

14. ฟงั ก์ชัน SUM ผลลัพธ์คอื ข้อใด

ก. การหาผลรวม ข. การหาคา่ เฉลย่ี ค. การหาค่าตำ่ สุด ง. การหาค่ามากสุด

15. ฟังก์ชนั MAX ผลลพั ธค์ ือข้อใด

ก. การหาผลรวม ข. การหาคา่ นับเฉาพะตวั เลข ค. การหาค่าต่ำสดุ ง. การหาคา่ มากสุด

16. ฟงั ก์ชนั AVERAGE ผลลพั ธค์ อื ขอ้ ใด

ก. การหาคา่ นบั เฉาพะตวั เลข ข. การหาค่าเฉล่ีย ค. การหาค่าต่ำสุด ง. การหาคา่ มากสดุ

17. ฟงั ก์ชัน AVERAGE ผลลพั ธ์คือข้อใด

ก. การหาคา่ นบั เฉาพะตวั เลข ข. การหาค่าเฉลี่ย ค. การหาค่าตำ่ สุด ง. การหาค่ามากสุด

18. ฟังกช์ ัน COUNT ผลลัพธค์ ือขอ้ ใด

ก. การหาค่านับเฉาพะตวั เลข ข. การหาค่าเฉลี่ย ค. การหาคา่ ต่ำสุด ง. การหาค่ามากสุด

19. ถา้ ต้องการสรา้ งแผนภมู ิต้องเลอื กที่แทบ็ รบิ บอนแท็บใด

ก. หน้าแรก ข. แทรก ค. ออกแบบ ง. เค้าโครง

หนา้ กระดาษ

20. ถ้าตอ้ งการสรา้ งแผนภมู ิตอ้ งเลือกเครอ่ื งมือใดต่อไปน้ี

ก. ข. ค. ง.

เอกสารอ้างอิง
ธงชยั ลาบุญ คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.สำนกั พิมพศ์ นู ยส์ ่งเสรมิ อาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/commsword58/bth-thi-1-hlak-thangan-khxng-porkaerm-
pramwl-phl-kha-microsoft-word-2010-1
https://plypranee1.weebly.com/358536343619365135943657365036113619364935853619
36173611361936323617362336213612362135883635.html
ภาคผนวก (ถ้ามี)

103

ใบงานที่ 4 หนว่ ยท่ี 4

รหัสวชิ า 20001-2001 ชื่อวิชา คอมพิวเตอร์และ ภาคเรียนท่ี 1
สารสนเทศเพื่องานอาชพี

ช่อื หนว่ ย การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ช่วั โมง

ช่ือเร่อื ง การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ เวลา 3 ช่ัวโมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
1 เพอ่ื ใหม้ ีความรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรบั ขนาดตาราง การ

แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ
คอลมั น์หรือแถว การลบเซลล์ การจดั ตำแหน่งขอ้ ความในตาราง การเรยี งลำดับตาราง การแปลงตาราง
การจัดรปู แบบตาราง การคำนวณค่าตวั เลขในตาราง

2 เพือ่ ให้มีทกั ษะการสร้างตาราง การเลอื กตาราง การปรบั ขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก
ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ
เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง
การคำนวณคา่ ตัวเลขในตาราง
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)

1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพื่อการคำนวณได้
2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพือ่ การคำนวณได้
3. บอกหน้าท่ขี องหนา้ ต่างโปรแกรมตารางทำการเพอ่ื การคำนวณได้
4. ใช้งานแท็บริบบอนได้
5. เขา้ สู่โปรแกรมตารางทำการเพ่ือการคำนวณได้
6. สร้างสมุดงานใหม่ได้
7. บนั ทกึ สมดุ งานได้
8. เปิดสมุดงานได้
9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้
10. ออกจากโปรแกรมได้
11. บอกประเภทและชนิดของขอ้ มูลได้
12. ปรับขนาดของแถวและคอลมั น์ได้
13. คดั ลอกข้อมลู ได้
14. ยา้ ยขอ้ มูลได้
15. ลบข้อมูลได้
16. กำหนดรูปแบบและขนาดตวั อกั ษรได้
17. แทรกแถวและคอลมั น์ได้
18. เพิม่ แผ่นงานได้

104

19. เปลี่ยนชอ่ื แผ่นงานได้
20. ลบแผ่นงานได้
21. ใส่เส้นขอบให้กับตารางได้
22. ผสานเซลล์ได้
23. ใช้สูตรและฟังก์ชันในการคำนวณได้
24. สรา้ งแผนภูมิได้
25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้
26. มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และมคี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1 แสดงความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกบั การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ
2 ใช้สูตรคำนวณตัวเลขในตารางได้ถกู ตอ้ ง
3 สร้างแผนภูมนิ ำเสนอข้อมลู ได้ถกู ต้อง
เครอ่ื งมอื วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ PC หรือ Notebook
2. โปรเจค็ เตอร์
3. หนังสอื
ลำดบั ขน้ั ตอนการปฏบิ ัติงาน
1. ใหน้ กั ศึกษาแบ่งกลมุ่ ตามความเหมาะสม เพ่อื ศึกษาและอภปิ ราย

1.1 อธิบายความรเู้ กีย่ วกบั การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ
2. เขียนอภิปรายและวเิ คราะหใ์ ส่กระดาษ
3. นำผลงานส่งครูผู้สอนเพอื่ ประเมินผล
ภาพประกอบ
ข้อควรระวัง
ผ้เู รยี นควรตรวจสอบข้อมูลกอ่ นให้ถ่ีถว้ น ละเอยี ด และรอบคอบก่อน เพอื่ ปอ้ งกนั ความผดิ พลาดกอ่ น
การสง่ งาน
ขอ้ เสนอแนะ (ถ้ามี)
นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนอ้ื หาใหส้ อดคลอ้ งกับภาพให้ถกู ต้อง
การประเมินผล (ต้องระบเุ กณฑ์การประเมนิ ให้ชัดเจน)
1. สังเกตผู้เรียนมคี วามสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื รน้
ในการแสดงความคิดเหน็ และสรปุ สาระการเรยี นรู้ประจำหนว่ ย
2. ทำใบงานได้อย่างถกู ต้อง ทนั เวลาท่กี ำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบยี บ
3. ผ้เู รียนทำแบบฝึกหัดหลงั เรยี นไดถ้ กู ต้อง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อย่างตำ่
เอกสารอา้ งองิ
ธงชัย ลาบญุ คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี .สำนักพมิ พ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562

ใบกิจกรรมท่ี 4 หน่วยที่ 4 105

รหสั วิชา 20001-2001 ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละ ภาคเรยี นที่ 1
สารสนเทศเพื่องานอาชีพ

ชือ่ หนว่ ย การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชั่วโมง

ช่อื เรอื่ ง การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ เวลา 3 ชวั่ โมง

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

จุดประสงคท์ ่ัวไป
1 เพอ่ื ให้มคี วามร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั การสร้างตาราง การเลอื กตาราง การปรบั ขนาดตาราง การ

แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ
คอลมั น์หรอื แถว การลบเซลล์ การจัดตำแหน่งขอ้ ความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง
การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง

2 เพือ่ ใหม้ ีทักษะการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก
ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ
เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง
การคำนวณคา่ ตวั เลขในตาราง
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี )

1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพือ่ การคำนวณได้
2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพอ่ื การคำนวณได้
3. บอกหนา้ ที่ของหน้าต่างโปรแกรมตารางทำการเพือ่ การคำนวณได้
4. ใชง้ านแท็บรบิ บอนได้
5. เขา้ สูโ่ ปรแกรมตารางทำการเพ่อื การคำนวณได้
6. สร้างสมุดงานใหม่ได้
7. บนั ทกึ สมดุ งานได้
8. เปดิ สมดุ งานได้
9. กำหนดรปู แบบกระดาษได้
10. ออกจากโปรแกรมได้
11. บอกประเภทและชนดิ ของขอ้ มูลได้
12. ปรบั ขนาดของแถวและคอลมั น์ได้
13. คดั ลอกข้อมูลได้
14. ยา้ ยข้อมลู ได้
15. ลบข้อมูลได้
16. กำหนดรปู แบบและขนาดตวั อักษรได้
17. แทรกแถวและคอลัมน์ได้
18. เพ่มิ แผน่ งานได้
19. เปล่ยี นชื่อแผ่นงานได้

106

20. ลบแผน่ งานได้
21. ใส่เสน้ ขอบใหก้ ับตารางได้
22. ผสานเซลล์ได้
23. ใช้สูตรและฟังก์ชนั ในการคำนวณได้
24. สร้างแผนภมู ิได้
25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้
26. มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม ค่านยิ ม และมคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1 แสดงความรพู้ น้ื ฐานเกยี่ วกบั การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ
2 ใช้สูตรคำนวณตวั เลขในตารางได้ถูกตอ้ ง
3 สร้างแผนภมู นิ ำเสนอข้อมูลไดถ้ ูกต้อง
เครอ่ื งมอื วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจค็ เตอร์
3. หนังสอื
ลำดับกิจกรรม
1. ผู้เรียนตอ้ งให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการงา่ ยเพ่ือให้หาคำตอบ
ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการ
สอน และนำข้อสงสยั ซักถามครใู นการเรยี นทกุ ครั้งท่ีเกิดความสบั สน และไม่เขา้ ใจ
2. ผู้มีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพ่ือเสรมิ สรา้ งความเข้าใจอยา่ งแท้จรงิ
3. ผู้เรียนหมนั่ ทำใบงาน แบบฝกึ หดั และแก้ไขข้อทผี่ ดิ ใหถ้ ูกต้องเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรยี นรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกบั
ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จรงิ
ไมใ่ ชเ่ กิดจากการทอ่ งจำ
5. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่
กำหนด และฝกึ ฝนตนเองเสมอ เมอื่ ไดร้ ับมอบหมายงานมา
การประเมนิ ผล (ตอ้ งระบุเกณฑก์ ารประเมนิ ให้ชัดเจน)
1. สังเกตผูเ้ รยี นมีความสนใจ เกดิ ความเขา้ ใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตอื รอื ร้นใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
2. ทำใบงานไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ทันเวลาทกี่ ำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบียบ
3. ผเู้ รยี นทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อยา่ งตำ่
เอกสารอา้ งองิ
ธงชัย ลาบุญ คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ.สำนักพมิ พ์ศนู ย์สง่ เสรมิ อาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/rabbptibatikarbeuxngtn22042002/hnwy-thi-3-rabb-ptibati-kar

107

ใบปฏบิ ัตงิ านที่ 4 หน่วยท่ี 4

รหสั วชิ า 20001-2001 ชอื่ วชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละ ภาคเรยี นที่ 1
สารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ

ช่ือหน่วย การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชว่ั โมง

ช่ืองาน การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ จำนวน 3 ชั่วโมง

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

จดุ ประสงค์ทั่วไป
1 เพือ่ ให้มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับการสร้างตาราง การเลอื กตาราง การปรบั ขนาดตาราง การ

แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ
คอลัมนห์ รอื แถว การลบเซลล์ การจดั ตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง
การจัดรูปแบบตาราง การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง

2 เพอ่ื ให้มีทกั ษะการสร้างตาราง การเลือกตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก
ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ
เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง
การคำนวณคา่ ตัวเลขในตาราง
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)

1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพ่อื การคำนวณได้
2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพอ่ื การคำนวณได้
3. บอกหนา้ ทข่ี องหนา้ ต่างโปรแกรมตารางทำการเพอื่ การคำนวณได้
4. ใชง้ านแทบ็ ริบบอนได้
5. เขา้ สู่โปรแกรมตารางทำการเพ่อื การคำนวณได้
6. สร้างสมุดงานใหม่ได้
7. บนั ทกึ สมดุ งานได้
8. เปิดสมุดงานได้
9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้
10. ออกจากโปรแกรมได้
11. บอกประเภทและชนดิ ของข้อมูลได้
12. ปรับขนาดของแถวและคอลมั น์ได้
13. คัดลอกขอ้ มูลได้
14. ย้ายขอ้ มูลได้
15. ลบข้อมูลได้
16. กำหนดรปู แบบและขนาดตัวอกั ษรได้

108

17. แทรกแถวและคอลมั น์ได้
18. เพมิ่ แผน่ งานได้
19. เปล่ียนช่ือแผน่ งานได้
20. ลบแผ่นงานได้
21. ใส่เสน้ ขอบให้กบั ตารางได้
22. ผสานเซลล์ได้
23. ใช้สตู รและฟังกช์ นั ในการคำนวณได้
24. สร้างแผนภมู ิได้
25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้
26. มีคุณธรรมจรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และมีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะประจำหน่วย
1 แสดงความรพู้ ืน้ ฐานเก่ยี วกบั การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ
2 ใช้สูตรคำนวณตวั เลขในตารางได้ถกู ตอ้ ง
3 สร้างแผนภูมินำเสนอขอ้ มูลไดถ้ ูกต้อง
เครื่องมือ วสั ดุ – อุปกรณ์
1. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนงั สือ
ลำดบั ขั้นตอนการปฏบิ ตั ิงาน
1. ผเู้ รยี นค้นหาข้อมลู จากในอินเตอร์เนต็ ตามเรื่องทไ่ี ด้รับมอบหมายมาจาครูผสู้ อน
2. เมือ่ ผเู้ รยี นไดร้ ับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เรียน นำข้อมลู น้ัน มาเรยี บเรียงให้เปน็ ระเบียบ สวยงาม ให้
สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยจัดทำในรปู แบบเลม่ รายงาน
ภาพประกอบ
ข้อควรระวัง
ผเู้ รียนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถ่ีถว้ น ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกันความผดิ พลาดกอ่ น
การส่งงาน
ข้อเสนอแนะ
นกั ศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเนอื้ หาให้สอดคลอ้ งกบั ภาพให้
ถูกต้อง
การประเมนิ ผล
1. สงั เกตผเู้ รียนมีความสนใจ เกดิ ความเขา้ ใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื ร้นใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
2. ทำใบงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ทันเวลาทก่ี ำหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบยี บ
3. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหัดหลังเรียนได้ถูกต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอยา่ งตำ่

109

เอกสารอา้ งอิง
ธงชยั ลาบุญ คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชพี .สำนักพิมพ์ศนู ย์สง่ เสริมอาชีวะ, กรุงเทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/pmtcsaharath/home/hnwy-thi-1-khwam-ru-phun-than-khxng-
porkaerm-tarang-ngan-excel
http://accountsicc.blogspot.com/p/blog-page_4.html
https://sites.google.com/a/srisongkram.ac.th/phupha02/r7

110

ใบมอมหมายงานที่ 4 หน่วยท่ี 4

รหสั วิชา 20001-2001 ช่ือวิชา คอมพวิ เตอร์และ ภาคเรยี นท่ี 1
สารสนเทศเพอื่ งานอาชพี

ชือ่ หนว่ ย การใชง้ านโปรแกรมตารางทำการ เวลารวม 12 ชวั่ โมง

ชื่องาน การใช้งานโปรแกรมตารางทำการ จำนวน 3 ชั่วโมง

จุดประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงคท์ ั่วไป
1 เพือ่ ให้มีความร้คู วามเขา้ ใจเกย่ี วกับการสร้างตาราง การเลอื กตาราง การปรบั ขนาดตาราง การ

แทรกตาราง การแยกตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบ
คอลมั นห์ รือแถว การลบเซลล์ การจัดตำแหนง่ ขอ้ ความในตาราง การเรยี งลำดบั ตาราง การแปลงตาราง
การจัดรปู แบบตาราง การคำนวณค่าตวั เลขในตาราง

2 เพอ่ื ใหม้ ีทักษะการสร้างตาราง การเลอื กตาราง การปรับขนาดตาราง การแทรกตาราง การแยก
ตาราง การแทรกเซลล์ว่างในตาราง การผสานเซลล์และการแยกเซลล์ การลบคอลัมน์หรือแถว การลบ
เซลล์ การจัดตำแหน่งข้อความในตาราง การเรียงลำดับตาราง การแปลงตาราง การจัดรูปแบบตาราง
การคำนวณค่าตัวเลขในตาราง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี )

1. บอกหลักการของโปรแกรมตารางทำการเพ่อื การคำนวณได้
2. บอกความสามารถของโปรแกรมตารางทำการเพ่ือการคำนวณได้
3. บอกหน้าทีข่ องหน้าตา่ งโปรแกรมตารางทำการเพอื่ การคำนวณได้
4. ใช้งานแทบ็ รบิ บอนได้
5. เขา้ ส่โู ปรแกรมตารางทำการเพอื่ การคำนวณได้
6. สรา้ งสมดุ งานใหม่ได้
7. บันทึกสมดุ งานได้
8. เปิดสมุดงานได้
9. กำหนดรูปแบบกระดาษได้
10. ออกจากโปรแกรมได้
11. บอกประเภทและชนิดของขอ้ มูลได้
12. ปรับขนาดของแถวและคอลมั น์ได้
13. คดั ลอกข้อมูลได้
14. ย้ายขอ้ มูลได้
15. ลบขอ้ มูลได้
16. กำหนดรปู แบบและขนาดตวั อักษรได้
17. แทรกแถวและคอลัมน์ได้
18. เพม่ิ แผ่นงานได้

111

19. เปลี่ยนชอื่ แผน่ งานได้
20. ลบแผน่ งานได้
21. ใส่เส้นขอบให้กบั ตารางได้
22. ผสานเซลล์ได้
23. ใช้สูตรและฟังกช์ ันในการคำนวณได้
24. สร้างแผนภูมิได้
25. แทรกภาพประกอบลงในตารางได้
26. มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม ค่านิยม และมคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1 แสดงความร้พู น้ื ฐานเก่ียวกบั การใชโ้ ปรแกรมตารางคำนวณ
2 ใช้สูตรคำนวณตวั เลขในตารางได้ถกู ต้อง
3 สร้างแผนภมู นิ ำเสนอข้อมลู ได้ถกู ต้อง
เครือ่ งมือ วัสดุ – อุปกรณ์
1. เครื่องคอมพวิ เตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนังสือ
แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน
1. ให้ผู้เรียนปฏิบัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏบิ ัติงาน อยา่ งเครง่ ครัด ตามหัวขอ้ ที่ได้รบั
มอบหมาย ให้เสร็จสิน้ ตามระยะเวลาท่ีกำหนด พร้อมท้ังการจดั ทำรายงาน และนำเสนองานอยา่ ง
ถกู ต้อง ครบถ้วน เปน็ ระเบียบเรียบร้อย
2. ให้ผูเ้ รียนแบ่งหน้าท่กี ับเพอื่ นในกลุ่มใหช้ ัดเจน และสามารถเขา้ ใจเนอ้ื หาตามหวั ขอ้ ดังกล่าว ได้
อยา่ งถูกตอ้ ง ครบถ้วน
ภาพประกอบ
ขอ้ ควรระวัง
ผเู้ รยี นควรตรวจสอบขอ้ มูลก่อนใหถ้ ี่ถ้วน ละเอียด และรอบคอบกอ่ น เพื่อป้องกันความผดิ พลาดก่อน
การส่งงาน
ขอ้ เสนอแนะ
นกั ศกึ ษาควรมภี าพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเนื้อหาใหส้ อดคล้องกบั ภาพให้
ถูกตอ้ ง
การประเมินผล
1. สังเกตผ้เู รยี นมคี วามสนใจ เกดิ ความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตอื รือร้นใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรียนรู้ประจำหนว่ ย
2. ทำใบงานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ทันเวลาทก่ี ำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบยี บ
3. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหัดหลังเรยี นได้ถูกตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อย่างต่ำ

112

เอกสารอ้างองิ
ธงชัย ลาบุญ คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ.สำนักพมิ พศ์ นู ย์สง่ เสรมิ อาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kab-
khxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1

113

แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยท.่ี ..............5...................................... จำนวน........12..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....11-14.......
ช่อื วชิ า คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ
ช่ือหน่วย การใชง้ านโปรแกรมการนำเสนอผลงาน
ชอื่ เรื่อง การใชง้ านโปรแกรมการนำเสนอผลงาน

1. สาระสำคญั
โปรแกรมนำเสนอผลงานเป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างนำเสนอผลงานในรูปแบบของสไลด์บนเครื่อง

คอมพิวเตอรเ์ หมาะสำหรับการนำเสนอผลงานในรูปแบบต่าง ๆ การนำเสนอผลงานมคี วามจำเป็นสำหรับการ
ติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน นักธุรกิจกับลูกค้า นายจ้างกับลูกจ้าง เพื่อสร้างความเข้าใจ
เช่น การประชุมสัมมนา การประชาสัมพันธ์ การนำเสนอผลงาน การสร้างสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น
ดังนัน้ โปรแกรมนำเสนอผลงานจึงเป็นท่ีนยิ มในปจั จุบัน
2. สมรรถนะประจำหน่วย

2.1. แสดงความรู้เก่ยี วกบั การใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2.2. ใช้เครอ่ื งมอื ของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2.3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป

3.1.1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้
งานโปรแกรมนำเสนอผลงาน สว่ นประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน

3.1.2 เพ่ือใหม้ ที ักษะการแทรกภาพประกอบ การปรบั แต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ
3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)

3.2.1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3.2.2. เรยี กใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3.2.3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3.2.4. ใชง้ านของแท็บรบิ บอนได้
3.2.5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3.2.6. สร้างพรเี ซนเทชนั ด้วยเทมเพลตได้
3.2.7. สรา้ งพรเี ซนเทชันเปล่าได้
3.2.8. บันทกึ พรีเซนเทชนั ได้
3.2.9. แทรกกล่องข้อความได้

114

3.2.10. เปลีย่ นรปู แบบของตวั อักษรได้
3.2.11. ใชข้ อ้ ความอักษรศิลป์ได้
3.2.12. ใส่รูปภาพลงสไลดไ์ ด้
3.2.13. ใส่รูปทรงต่าง ๆ ได้

3.2.14. เพม่ิ สไลดใ์ หมไ่ ด้
3.2.15. ลบสไลด์ได้
3.2.16. คดั ลอกสไลดไ์ ด้
3.2.17. เพิม่ ภาพเคลื่อนไหวได้

3.2.18. กำหนดการเปลีย่ นแปลงใหส้ ไลด์ได้
3.2.19. นำเสนอสไลดไ์ ด้
3.2.20. มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม ค่านยิ ม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
4. สาระการเรียนรู้
4.1. ความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน

4.2. การเรยี กใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงาน

4.3. ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน

4.4. การใชง้ านของแท็บริบบอน

4.5. การออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงาน

4.6. การสร้างพรีเซนเทชนั ดว้ ยเทมเพลต

4.7. การสร้างพรีเซนเทชันเปล่า

4.8. การบันทึกพรีเซนเทชัน
4.9. การแทรกกล่องขอ้ ความ
4.10. การเปลี่ยนรปู แบบของตัวอกั ษร
4.11. การใช้ขอ้ ความอกั ษรศลิ ป์
4.12. การแทรกรูปภาพลงในสไลด์
4.13. การแทรกรปู ทรงตา่ ง ๆ ลงในสไลด์

4.14. การเพ่มิ สไลดใ์ หม่
4.15. การลบสไลด์
4.16. การคัดลอกสไลด์
4.17. การเพมิ่ ภาพเคลอ่ื นไหม

4.18. การกำหนดการเปลยี่ นแปลงให้สไลด์
4.19. การนำเสนอไลด์

115

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สัปดาหท์ ี่......3-6.........)
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
5.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน

โปรแกรมนำเสนอผลงาน สว่ นประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน

5.2 ขนั้ สอน
5.2.1. นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน เรื่อง การใช้โปรแกรมนำเสนอผลงาน
5.2.2. ครูอธิบายเน้อื หาเพ่มิ เติม เรื่อง การใชง้ านของแท็บริบบอน

5.2.3. ครูสาธิตการปฏิบัติการสร้างพรีเซนเทชันด้วยเท็มเพลต การสร้างพรีเซนเทชันว่างๆแทรก
ภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ การแทรกข้อความและการสร้างกลอ่ ง
ข้อความ การย้ายตำแหน่งข้อความ การลบข้อความ การเปลี่ยนรูปแบบของตัวอักษร การใช้ข้อความอักษร
ศิลป์ การใส่เอฟเฟ็กต์ให้ข้อความ การเปลยี่ นทิศทางแสดงขอ้ ความ การใส่ลสิ ต์ให้กับข้อความ การใส่รูปภาพ
ลงสไลด์ การเพิม่ ชารต์ ในสไลด์ การใสร่ ูปทรงต่าง ๆ การแทรก SmartArt การใสต่ าราง การเพิ่มสไลดใ์ หม่ การ
ลบสไลด์ การคดั ลอกสไลด์ การเพม่ิ ภาพเคลอื่ นไหว การกำหนดการเปลย่ี นแปลงให้สไลด์ การนำเสนอไลด์

5.2.4. นกั เรียนฝึกปฏบิ ตั ิ
5.2.5. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัด
5.3 ข้นั สรุป
5.3.1. นกั เรียนและครูร่วมกันสรปุ เนื้อหาวิชา เร่ือง การใช้โปรแกรมนำเสนอผลงาน

5.3.2. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น

6. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
6.1 หนังสอื เรยี น
6.2 ใบความรู้
6.3 แบบฝกึ หดั
6.4 แบบฝึกปฏบิ ัติ
6.5 แบบทดสอบหลังเรยี น
6.7 คอมพิวเตอร์
6.8 เคร่อื งฉายโปรเจ็คเตอร์

7. หลักฐานการเรยี นรู้
7.1 หลกั ฐานความรู้
ใบงาน แบบฝึกหัด การคน้ คว้าข้อมลู ท่ไี ดร้ บั การเรียบเรยี ง สวยงาม เปน็ ระเบียบ ถกู ตอ้ ง

7.2 หลกั ฐานการปฏิบัตงิ าน
ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ

ถูกตอ้ ง พร้อมทัง้ เอกสารประกอบการนำเสนองานหน้าช้ันเรยี นของผ้เู รียน และภาพประกอบ

116

8. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

8.1 เคร่อื งมือประเมนิ

1. ใบงาน

2. แบบฝึกหัด

3. แบบประเมินผลงาน

4. แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

8.2 เกณฑก์ ารประเมิน

เคร่ืองมอื การประเมิน วิธวี ดั และประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนน
แบบฝกึ หดั ตรวจแบบฝึกหัด รอ้ ยละ 75 ขึ้นไป

ข้อละ 1 คะแนน ไดค้ ะแนน
ร้อยละ 75 ข้นึ ไป
ถกู 1 คะแนน
ไดค้ ะแนน
ไม่ถูก 0 คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้นไป

แบบฝึกปฏิบัติ ตรวจแบบฝกึ ปฏิบัติ ไดค้ ะแนน
ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป
ข้อละ 1 คะแนน

ถกู 1 คะแนน

ไมถ่ ูก 0 คะแนน

แบบทดสอบหลงั เรยี น ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น

ข้อละ 1 คะแนน

ถูก 1 คะแนน

ไมถ่ ูก 0 คะแนน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม สงั เกตพฤตกิ รรม

จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ดี 2 คะแนน

ประสงค์ พอใช้ 1 คะแนน

ปรับปรุง 0 คะแนน

9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย (ถา้ มี)
1. ผู้เรยี นต้องใหค้ วามสนใจในการศกึ ษา เพอ่ื หาเทคนิค วิธกี าร หรอื หลักการง่ายเพือ่ ใหห้ าคำตอบได้

อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟงั หลกั การ เทคนคิ วธิ กี ารที่ครผู ู้สอนสรุปในขณะทที่ ำการสอน และ
นำข้อสงสัยซกั ถามครใู นการเรยี นทกุ ครั้งทเ่ี กิดความสับสน และไมเ่ ข้าใจ

2. ผู้มกี ารทบทวนบทเรยี น ตลอดเพ่อื เสรมิ สร้างความเข้าใจอยา่ งแท้จริง
3. ผเู้ รียนหมัน่ ทำใบงาน แบบฝกึ หัด และแก้ไขข้อทผี่ ิดให้ถูกตอ้ งเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ
ความจำเป็นในการนำไปประยุกตใ์ ช้ให้เกิดข้ึนโดยตนเองให้ได้เพ่ือเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ใช่
เกิดจากการท่องจำ
10. เอกสารอา้ งอิง

117

ธงชยั ลาบญุ คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศูนยส์ ง่ เสริมอาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562

ใบความรู้ที่ 5 หน่วยที่ 5

รหัสวชิ า 20001-2001 ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอร์และ ภาคเรียนที่ 1
สารสนเทศเพ่ืองานอาชพี

ชอ่ื หนว่ ย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชวั่ โมง

ชอื่ เรอ่ื ง การใชง้ านโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลา 3 ชวั่ โมง

จุดประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เพอ่ื ให้มคี วามร้คู วามเข้าใจเก่ียวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน

โปรแกรมนำเสนอผลงาน สว่ นประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน
2. เพือ่ ให้มที ักษะการแทรกภาพประกอบ การปรบั แต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ

จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3. บอกสว่ นประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
4. ใช้งานของแทบ็ ริบบอนได้
5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
6. สรา้ งพรเี ซนเทชันดว้ ยเทมเพลตได้
7. สร้างพรเี ซนเทชันเปล่าได้
8. บนั ทึกพรีเซนเทชนั ได้
9. แทรกกลอ่ งข้อความได้
10. เปลย่ี นรปู แบบของตวั อักษรได้
11. ใช้ขอ้ ความอกั ษรศลิ ปไ์ ด้
12. ใสร่ ูปภาพลงสไลด์ได้
13. ใส่รูปทรงต่าง ๆ ได้
14. เพ่ิมสไลด์ใหมไ่ ด้
15. ลบสไลดไ์ ด้
16. คดั ลอกสไลด์ได้
17. เพ่ิมภาพเคล่อื นไหวได้
18. กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลดไ์ ด้
19. นำเสนอสไลด์ได้
20. มีคุณธรรมจรยิ ธรรม ค่านิยม และมคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

118

สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรเู้ ก่ียวกบั การใชง้ านโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. ใชเ้ ครือ่ งมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้

หน่วยที่ 3 การใชง้ านโปรแกรมการนำเสนอผลงาน
ความรู้พื้นฐานของโปรแกรมนำเสนอผลงาน

โปรแกรมนำเสนอผลงาน (Microsoft PowerPoint 2010) เปน็ โปรแกรมสง่ั งานคอมพวิ เตอรท์ ถี่ กู
ออกแบบมาให้ใช้กบั งานด้าน การนำเสนอเรือ่ งราวตา่ ง ๆในลักษณะคล้าย ๆ กับการฉายสไลด์ (Slide
Show) โดยเราสามารถใชค้ ำส่ังของ PowerPoint สร้างแผ่นสไลด์ทม่ี ีรปู ภาพและขอ้ ความบรรยายเร่ืองราว
ทต่ี อ้ งการจะนำเสนอไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว พร้อมทงั้ กำหนดลกั ษณะแสงเงา และลวดลายสีพ้นื ให้สไลดแ์ ต่ละแผ่น
มีความสวยงามน่าสนใจยงิ่ ขนึ้ นอกจากนีเ้ รายังสามารถกำหนดรูปแบบการฉายสไลด์แต่ละแผน่ อย่าง
ตอ่ เนื่อง และใชเ้ ทคนิคพิเศษในการแสดงขอ้ ความแต่ละบรรทดั เพ่ือให้ผู้ชมการฉายสไลดค์ ่อย ๆ เห็น
ขอ้ ความบรรยายและภาพเหลา่ นี้ทีละขนั้ ๆ อย่างต่อเนอื่ งกนั เปน็ เรอื่ งราวตามระยะเวลาทเ่ี รากำหนดไว้
แนวทางการเตรยี มนำเสนองาน

การนำเสนอทด่ี ีควรทำอย่างเปน็ ข้นั ตอน โดยเริ่มจากการวางโครงร่างของงาน จากนั้นจึงลง
รายละเอียดและจัดทำสไลด์เพอ่ื นำเสนองานเปน็ ไปอยา่ งรวดเร็ว จงึ ควรทำตามขัน้ ตอนดังต่อไปนี้

1.การวางโครงรา่ ง
ก่อนเริ่มเตรยี มงานนำเสนอ ควรมคี วามชดั เจนในส่งิ ท่ีต้องการนำเสนอ โดยศกึ ษากลมุ่ ผ้ฟู ังว่ามี
ลักษณะเชน่ ไร การเร่ิมเตรยี มงานนำเสนอโดยการวางโครงร่าง เปน็ การถ่ายทอดความคิดของผู้นำเสนอเปน็
แนวทางทำใหเ้ กิดความชัดเจนเก่ียวกบั งานทจ่ี ะนำเสนอ ซึง่ จะช่วยใหไ้ มพ่ ลาดหัวขอ้ สำคญั ท่ีต้องนำเสนอ
นอกจากน้นั การวางโครงรา่ งยงั เปรียบเสมอื นแผนท่ีในการดำเนินเร่อื ง จะได้มีความม่ันใจว่าการนำเสนอ
ผลงานน้นั ไดผ้ ลลัพธต์ รงตามจดุ ประสงค์ทว่ี างไว้
2. การลงรายละเอยี ดเน้อื หา
หลังจากวางโครงรา่ งตั้งแต่เรมิ่ จนจบแล้ว ตอ่ ไปเป็นการลงรายละเอยี ดในหัวข้อต่าง ๆ โดยม่งุ เน้นที่
กลุ่มผชู้ มเปน็ หลกั ว่าสไลด์ท่ีจะนำเสนอตอ้ งมีเน้อื หา หรือรูปแบบการนำเสนอแบบใดจึงจะเหมาะสม ซึ่งตอ้ ง
พิจารณาต้งั แตอ่ งค์ประกอบตา่ ง ๆ ทใ่ี ช้ อาทิ ภาพ สี และแนวการนำเสนอ เช่น การบรรยายเชิงวชิ าการก็
ควรใหโ้ ทนสีของสไลด์สอดคล้องกบั เนอื้ หาท่ีเน้นไปทางสาระและขอ้ มูล
3. การใสข่ อ้ ความ รูปภาพ กราฟ หรอื อ่ืน ๆ ในสไลด์
เปน็ ขัน้ ตอนท่ีนำเอาสิ่งต่าง ๆ ท่ีตอ้ งการนำเสนอมาใส่ในสไลดแ์ ต่ละแผ่น โดยข้นั ตอนน้ีอาจจะไม่ตอ้ ง
ปราณตี เกีย่ วกบั ความสวยงามมากนกั แตค่ วรเน้นให้มเี นื้อหามีความครบถว้ นสมบรู ณ์ และมีความสอดคลอ้ ง
กนั ท้งั ข้อความ รูปภาพและกราฟ

119

4. การปรบั แตง่ สไลดใ์ ห้มีสีสันสวยงาม
หลงั จากทไี่ ดใ้ ส่ขอ้ ความท่ตี ้องการนำเสนอแลว้ ต่อไปจะตอ้ งทำการปรับแตง่ ตวั อกั ษร สีท่ีใชก้ ับสไลด์
และรูปแบบขององคป์ ระกอบต่าง ๆ ทแี่ สดง เพอ่ื ให้สไลด์ดูสวยงามและน่าตดิ ตาม เช่น การใช้ขอ้ ความ
อกั ษรศลิ ปใ์ ห้เงากบั วัตถุ กำหนดภาพสามมติ ิ เปน็ ตน้
5. การเพ่ิมความน่าสนใจให้กับสไลด์ในขณะนำเสนอ
กรณใี ชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการนำเสนอสไลด์ ก็อาจนำเทคนคิ ในการเปลย่ี นแผน่ สไลด์มาใช้ เน่ืองจากมี
มากมายหลายแบบใหเ้ ลอื กใช้ เพอ่ื เพิม่ ความนา่ สนใจให้กับการนำเสนอขอ้ มูลได้
6. เตรยี มการนำเสนองานจริง
หลังจากไดง้ านนำเสนอที่สมบูรณ์แลว้ กอ่ นถึงเวลาท่ีจะตอ้ งนำเสนอ ควรซ้อมการพดู ใหเ้ ข้ากับแผ่น
สไลดท์ ี่เตรยี ม ควรมีการจบั เวลาที่ใชน้ ำเสนอดว้ ยเพอ่ื จะไดท้ ราบเวลาบรรยายจรงิ และจะไดป้ รบั ลดให้
เหมาะสมยงิ่ ข้ึน
7. การเตรยี มเอกสารประกอบการบรรยายแจกผู้เข้ารับฟงั
สิ่งท่ีสำคัญอีกอย่างหนึง่ ทขี่ าดไม่ได้คือ จัดพิมพเ์ อกสารประกอบการบรรยาย แจกให้ผูเ้ ข้าฟังจะทำให้
ไมต่ ้องเสยี เวลาในการจดบนั ทกึ สิง่ ท่ไี ด้นำเสนอไป
หลักการทำงานของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 จะสรา้ งเอกสารเปน็ แผ่น ๆ คล้ายกับ
แผ่นโปรง่ ใส โดยในแผ่นงานนนั้ สามารถพิมพ์ข้อความ แทรกภาพประกอบ แทรกตาราง เตมิ สี และ
ออกแบบองคป์ ระกอบแผน่ งานใหส้ วยงามไดห้ ลากหลายรูปแบบ
การเรยี กใช้โปรแกรมนำเสนอผลงาน
ขนั้ ตอนการเรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงาน ทำไดด้ ังนี้
ข้นั ตอนที่ 1 คลกิ ปมุ่ Start เลือก All Program หรอื Program
ขั้นตอนท่ี 2 คลกิ Microsoft Office
ขัน้ ตอนที่ 3 คลกิ Microsoft PowerPoint 2010
ได้หน้าต่างโปรแกรมนำเสนอผลงาน ดังรปู

120

สว่ นประกอบหนา้ ต่างโปรแกรมนำเสนอผลงาน

1. แถบเครื่องมือด่วน (Quick Access Toolbar) เป็นส่วนที่รวบรวมคำสั่งที่ใช้งานบ่อย ๆ เพื่อให้
เรียกใชง้ านได้ทนั ที

2. ปุ่มควบคุมหน้าต่างโปรแกรม (Program Window Control) เป็นส่วนที่ใช้ควบคุมการย่อ ขยาย
และปดิ หนา้ ต่างของโปรแกรม

3. ปุ่มไฟล์ (FILE) เป็นส่วนที่รวบรวมคำสั่งในการจัดการกับไฟล์ เช่น การสร้างงานนำเสนอใหม่
(New) การเปดิ (Open) การบนั ทึก (Save) เปน็ ตน้

4. แถบริบบอน (Ribbon) เป็นส่วนที่รวบรวมเครื่องมือการใช้งานของโปรแกรม เช่น แท็บ HOME,
INSERT, DESIGN, TRANSITIONS, ANIMATIONS, SLIDE SHOW, REVIEW และ VIEW

5. แถบนำทาง (Navigation Page) เป็นส่วนที่ใช้แสดงสไลด์ขนาดย่อ เพื่อจัดการกับสไลด์ เช่น การ
แทรก การลบ การยา้ ยสไลด์ เป็นตน้

6. แถบเลื่อน (Scroll Bar) เปน็ สว่ นท่ีใชส้ ำหรบั เลอ่ื นหนา้ จอไปยังสไลด์อ่ืน ๆ
7. พน้ื ทสี่ ไลด์ (Slide Pane) เป็นส่วนสำหรับอออกแบบและแสดงรายละเอยี ดของสไลด์
8. หมายเลขสไลด์ (Slide Number) เปน็ ส่วนท่ใี ช้บอกวา่ เรากำลงั อยู่ในสไลด์จำนวนสไลด์ท้ังหมด
9. ภาษา (Language) เป็นสว่ นท่ีใช้บอกสถานะของการใชภ้ าษา
10. ปมุ่ มมุ มอง (View) เป็นสว่ นสำหรบั เปล่ยี นมุมมองการทำงานของสไลด์
11. ปมุ่ เลือ่ นยอ่ -ขยาย (Zoom Controls) เป็นส่วนสำหรบั ยอ่ -ขยายหนา้ จอของโปรแกรม
การสร้างแฟม้ นำเสนองาน
การสร้างแฟม้ นำเสนองานด้วยโปรแกรมนำเสนอผลงาน คลิกเมนูแฟ้ม คลิกสร้าง ได้หน้าต่างงาน
นำเสนอใหมอ่ ยู่ทางขวามือของหนา้ ตา่ งการทำงาน มรี ปู แบบการสรา้ ง 4 รูปแบบ ดังนี้
1.งานนำเสนอเปล่า(Presentation)เป็นการเปิดสไลด์เปลา่ ๆพรอ้ มค่ามาตรฐานที่ไม่ไดม้ กี ารออกแบบ
หรอื แตง่ เติมสสี ันมาให้ ผู้ใช้สามารถแต่งเตมิ ไดท้ ั้งสีตัวอกั ษรและพื้นหลงั
การเปิดเอกสารใหมโ่ ดยใชท้ าสกเ์ พนมี 4 ตวั เลือก ดงั ท่ไี ด้กล่าวมาแล้วในบทท่ี 1

121

2.ตวั ช่วยสร้างเนอ้ื หาอตั โนมตั ิ(AutoContent Wizard)
เป็นรปู แบบสไลด์ทโ่ี ปรแกรมเตรยี มไวใ้ ห้พร้อมใช้งานแบบมอื อาชพี เช่น ด้านการตลาด การฝกึ อบรม
และการบรหิ ารโครงการ เป็นตน้ โดยจะสรา้ งหัวเร่ืองและ
เคา้ โครงเน้อื หามาให้ ผใู้ ช้สามารถปรับปรุงแก้ไขใหเ้ หมาะสมกบั งานของตนเองได้
3.แม่แบบการออกแบบ (Design Templete)
เป็นต้นแบบที่ Power Point เตรียมไว้ให้ค่อนข้างสมบูรณ์ สวยงาม ทั้งการออกแบบพื้นหลัง
ตัวหนังสอื สี และลวดลาย ผู้ใช้สามารถแก้ไขขอ้ ความ ให้เปน็
ของตนเองและนำเสนองานไดท้ ันที
4.เอกสารที่มอี ยูแ่ ลว้ (Existing Presentation)
เปิดเอกสารทส่ี ร้างและบันทึกไว้แลว้ เช่น ไฟลง์ านท่นี ำมาจากคนอื่น หรอื ส่งผ่านมาทางอนิ เทอรเ์ น็ต
มมุ มองชิน้ งานในโปรแกรมนำเสนอผลงาน
มมุ มองปกติ (Normal View)
สำหรบั มุมมองปกติ (Normal View) เป็นมมุ มองพน้ื ฐานในการใชง้ านของ Microsoft PowerPoint
2016 ในการเร่ิมต้นใช้งานทกุ คร้ังผใู้ ชง้ านจะเห็นมุมมองน้ีเปน็ อย่างแรก โดยจะมีสว่ นประกอบอยู่สองส่วน
ทางด้านซ้ายมอื ของโปรแกรมนั่นคอื แท็บภาพน่งิ และแทบ็ เคา้ ร่าง
มมุ มองการนำเสนอภาพนิง่ (Slide Show View)
เปน็ มุมมองทแ่ี สดงภาพนิ่งแบบเต็มจอเหมือนกับการฉายสไลด์ โดยสามารถท่ีจะเปลี่ยนไปหน้าต่างๆ
รวมไปถึงแสดงภาพเคลื่อนไหวทไี่ ด้สร้างไว้
มุมมองต้นแบบภาพนิ่ง (Slide Master View)
เปน็ มุมมองทแ่ี สดงตน้ แบบโครงร่างต่างๆ ทม่ี หี ลายองคก์ รประกอบรวมกัน และทำให้งานเสนอไปใน
ทิศทางเดยี วกัน เชน่ ขอ้ ความ รปู ภาพ หรอื กราฟกิ เปน็ ตน้
มุมมองต้นแบบเอกสารประกอบคำบรรยาย (Handout Master View)
เป็นมุมมองที่แสดงต้นแบบเอกสารก่อนพิมพ์ พร้อมทั้งการแก้ไขสามารถทำได้กับต้นแบบเอกสาร
ประกอบคำบรรยาย เช่น การปรับขนาด การจัดรูปแบบ หัวกระดาษ และท้ายกระดาษ และยังสามารถตงั้
คา่ กระดาษ และระบจุ ำนวนภาพน่งิ ท่จี ะพมิ พใ์ นแตล่ ะหน้าได้อกี ด้วย
การลบและเพิม่ แผ่นภาพนิง่
การลบภาพน่งิ
1. เปลี่ยนไปยังมุมมองตัวเรียงลำดบั ภาพนิ่ง โดยเลือกเมนู มุมมอง (View) >ตัวเรียงลำดบั ภาพนิง่ (
Slide Sorter ) หรือคลิกที่สัญลักษณ์มมุ มองตวั เรยี งลำดบั ภาพนิง่
2. คลิกเลือกสไลด์ที่ต้องการลบ กด Del
การเพ่ิมภาพนิง่
1. คลิกท่แี ทบ็ ภาพนง่ิ ซึ่งอยู่ด้านซา้ ยของ powerpoint
2. คลกิ ขวาทสี่ ไลดท์ ่ีต้องการแทรกสไลด์แผน่ ใหม่ต่อทา้ ย จะเมนคู ำสัง่ ขึ้นมา
3. คลกิ สรา้ งภาพน่งิ ( new slide)

122
การบันทกึ แฟ้มนำเสนองาน
การบนั ทึกงานนำเสนอ มีดว้ ยกันอยู่ 2 คำส่ัง คำสั่งบันทึก ( Save) และคำสั่งบนั ทึกเปน็ ( Save as) ซ่งึ ใช้
ต่างกัน ดังน้ี
คำสัง่ บนั ทึก ( Save)ใช้เมอ่ื ต้องการบันทกึ ข้อมลู ท่ีใช้งานอยปู่ จั จุบัน ซ่งึ จะทำการบนั ทกึ ชื่อไฟล์เดิมซง่ึ มี
ข้นั ตอนการบันทึกดงั ต่อไปนี้

การปิดโปรแกรม
วธิ ีการปิดโปรแกรม PowerPoint หรือการออกจากโปรแกรม PowerPoint
วธิ ที ี่ 1.ดบั เบิ้ลคลิกท่ีรูป ทม่ี มุ บนสดุ ด้านซ้ายมอื ของหนา้ ต่างโปรแกรม

123

วธิ ีท่ี 2.เลือกเมนู File จะปรากฏแถบรายการยึดเลอื ก Exit

วิธที ี่ 3.คลิกท่ีป่มุ ปดิ โปรแกรม ทีม่ ุมบนสดุ ด้านขวามอื ของหน้าต่างโปรแกรม
แบบฝึกหัด/เฉลย
ตอนที่ 1 คำส่งั จงตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ ูกต้อง
1. จงบอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน

ตอบ โปรแกรมท่ีทำหน้าท่นี ำเสนอผลงานในรปู แบบของสไลด์บนเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ซ่ึงในสไลด์
นนั้ สามารถแทรก ขอ้ ความ รปู ภาพ ภาพเคลอื่ นไหว เสียง แผนภมู ิ เป็นตน้
2. จงบอกวธิ กี ารเขา้ ใชง้ านโปรแกรมนำเสนอผลงาน

ตอบ 1. ดบั เบิลคลิกท่ีไอคอน หรอื คลิกเลอื กไอคอน แล้วกด Enter
2. คลกิ เลอื กงานนำเสนอเปลา่ หรอื เทม็ เพลตท่ีต้องการ
3. แท็บริบบอนของโปรแกรมนำเสนอผลงานประกอบไปดว้ ยแทบ็ อะไรบา้ ง
ตอบ 1. แทบ็ หนา้ แรก เปน็ แท็บเครอ่ื งมือท่ีทำหน้าท่จี ัดรปู แบบขอ้ ความ การแสดงผล การ
คัดลอก การจัดตำแหน่ง รปู วาด การค้นหา การแทนที่ เปน็ ต้น
2. แทบ็ แทรก เปน็ แท็บเครอื่ งมอื ที่ทำหน้าที่แทรกออบเจ็กต์ต่าง ๆ เชน่ รูปภาพ ตาราง
ภาพประกอบ ข้อความ สัญลักษณ์ สมการ อักษรศลิ ป์ กลอ่ งข้อความ เป็นต้น
3. แทบ็ ออกแบบ เป็นแท็บเคร่ืองมือที่ทำหน้าท่ีออกแบบฉากหลังในรปู แบบตา่ ง ๆ โดยเลือกแบบ
ทีโ่ ปรแกรมกำหนดให้หรือกำหนดเอง
4. แท็บการเปลย่ี น เปน็ แทบ็ เครอื่ งมือที่ทำหน้าท่ีแสดงสไลด์ในรูปแบบต่าง ๆ
5. แท็บภาพเคลื่อนไหว เปน็ แท็บเครือ่ งมอื ท่ีทำหน้าทก่ี ำหนดการแสดงขอ้ ความ
6. แทบ็ การนำเสนอสไลด์ เปน็ แท็บเครื่องมือที่ทำหน้าทีน่ ำเสนอสไลดใ์ นลักษณะต่าง ๆ
7. แท็บรวี วิ เป็นแท็บเครือ่ งมอื ที่ทำหน้าทกี่ ารพสิ จู นอ์ ักษร แสดงขอ้ คิดเหน็ เป็นต้น
8. แทบ็ มุมมอง เป็นแท็บเครอื่ งมอื ที่ทำหนา้ ท่จี ดั รปู แบบมมุ มองของสไลดใ์ นรูปแบบต่าง ๆ
9. แทบ็ Storyboarding เปน็ แท็บเคร่อื งมือท่ีทำหน้าท่ี เพิม่ สไลด์ ปรับเปลี่ยนเคา้ โครงของสไลด์
แทรกภาพ ปรับแตง่ ขอ้ ความ เป็นตน้
4. การสร้างพรีเซนเทชนั มีดว้ ยเทม็ เพลตมขี ัน้ ตอนอย่างไร
ตอบ ขน้ั ตอนในการสรา้ งพรีเซนเทชันดว้ ยเท็มเพลตเป็นการสรา้ งเทม็ เพลต
1. คลิกเลือกแท็บไฟล์
2. คลกิ เลอื กใหม่
3. เลอื กรูปแบบการสร้างพรเี ซนเทชนั ด้วยเทม็ เพลตทโ่ี ปรแกรมกำหนดให้
5. การสร้างพรีเซนเทช่นั เปลา่ หรืองานนำเสนอเปลา่ มขี น้ั ตอนอยา่ งไร
ตอบ ขนั้ ตอนการสรา้ งพรเี ซนเทชนั เปล่า สามารถปฏิบตั ิได้ดังนี้
1. คลกิ เลอื กแท็บไฟล์
2. คลิกเลอื กใหม่
3. เลือกงานนำเสนอเปลา่

124

ตอนท่ี 2 จงเลอื กคําตอบทถ่ี ูกต้องที่สดุ เพียงขอ้ เดยี ว

คำส่ัง จงทำเคร่อื งหมายกากบาท () หน้าขอ้ ทถี่ กู ตอ้ งมากท่ีสดุ เพียงขอ้ เดียว

1. ข้อใดกลา่ วถูกต้องเก่ียวกับโปรแกรมนำเสนอผลงาน

ก. โปรแกรมที่เหมาะสำหรับการนำมาจดั ทำสอื่ ในการเรียนการสอน

ข. โปรแกรมท่มี ีความสามารถในการคำนวณเปน็ อย่างดี

ค. โปรแกรมท่เี หมาะสำหรับการทำจดหมายเวียน

ง. โปรแกรมทมี่ คี วามสามารถในการจดั ทำฐานขอ้ มลู ทีม่ ีจำนวนมาก

2. การแสดงชุดคำส่งั ตา่ ง ๆ ในการทำงานของโปรแกรมนำเสนอผลงานหมายถงึ การทำงานของแท็บใด

ก. แทบ็ เครอ่ื งมือดว่ น (Quick Access Toolbar)

ข. แท็บเมนู (Menu Tab)

ค. ตวั ควบคมุ หน้าต่างของโปรแกรม (Program Window Control)

ง. รบิ บอน (Ribbon)

3. พื้นท่ที ี่ใชแ้ สดงรายละเอยี ดของสไลด์ หมายถึงขอ้ ใด

ก. สไลด์โชว์ ข. มุมมอง ค. เอกสาร ง. พรีเซนเทชัน

4. แทบ็ แทรก เป็นแท็บเครอ่ื งมือท่ีทำหน้าท่ีแทรกออบเจ็กต์ต่างๆในโปรแกรมนำเสนอผลงานยกเวน้ แทรก

ขอ้ ใด

ก. แทรกรปู ภาพ ข. แทรกสูตร ค. แทรกตาราง ง. แทรกขอ้ ความ

5. แทบ็ Storyboarding เป็นแทบ็ เครอ่ื งมือท่ีทำหนา้ ท่ใี ด

ก. ทำหนา้ ทเี่ พม่ิ สไลด์ ปรับเปลย่ี นเค้าโครงของสไลด์

ข. ทำหนา้ ที่จัดรูปแบบมุมมองของสไลด์ในรปู แบบต่าง ๆ

ค. ทำหนา้ ที่นำเสนอสไลดใ์ นลักษณะต่าง ๆ

ง. ทำหนา้ ท่กี ำหนดการแสดงขอ้ ความในรปู แบบตา่ ง ๆ

6. ฟังก์ชนั Ctrl+F1 ทำหนา้ ท่ีในขอ้ ใด

ก. ตัดแทบ็ รบิ บอน ข. ลบแท็บริบบอน ค. คัดลอกแท็บรบิ บอน ง. ยุบแท็บริบบอน

7. คำส่งั ในข้อใดมคี วามหมายเดียวกนั กับการกดปมุ่ Alt+F4

ก. ใชเ้ มาส์คลิกเลอื กปุ่ม ข. คลิกเมาส์ปุ่มดา้ นซ้ายที่บรเิ วณ Title Bar เลือก Close

ค. การเลือกแท็บไฟล์ แล้วเลอื กปิด ง. กด Ctrl+C

8. ข้อใดหมายถึงการสรา้ งพรเี ซนเทชนั ด้วยเท็มเพลต

ก. เปน็ การออกแบบพรีเซนเทชนั เปล่า ข. เท็มเพลตหมายถึงงานนำเสนอใหม่

ค. เปน็ การสรา้ งงานนำเสนอทผ่ี ู้ใชต้ อ้ งออกแบบเอง ง. เป็นการสรา้ งงานนำเสนอท่ีโปรแกรม

จดั เตรยี มไว้ให้แล้ว

9. การบันทึกงานนำเสนอตอ้ งเลอื กแทบ็ ในขอ้ ใด

ก. แทบ็ ไฟล์ ข. แทบ็ ออกแบบ ค. แท็บแทรก ง. แทบ็ หนา้ แรก

125

10. ปุ่ม หมายถงึ ขอ้ ใด

ก. การเปล่ยี นข้อความ ข. การยา้ ยขอ้ ความ ค. การลบขอ้ ความ ง. การออกแบบขอ้ ความ

11. การเปลี่ยนรูปแบบของตวั อักษรตอ้ งเลอื กแท็บในข้อใด

ก. แทบ็ ไฟล์ ข. แทบ็ ออกแบบ ค. แท็บแทรก ง. แท็บหน้าแรก

12. ถา้ ตอ้ งการเปล่ยี นขนาดของขอ้ ความตอ้ งเลือกแท็บในขอ้ ใด

ก. แท็บไฟล์ ข. แทบ็ ออกแบบ ค. แทบ็ แทรก ง. แท็บหน้าแรก

13. สญั ลกั ษณ์ หมายถงึ ข้อใด

ก. การเปลีย่ นสีของข้อความ ข. การกำหนดรปู แบบข้อความ

ค. การกำหนดขนาดข้อความ ง. การกำหนดกลอ่ งขอ้ ความ

14. ถา้ ตอ้ งการเปลยี่ นสขี อ้ ความตอ้ งเลือกแทบ็ ในข้อใด

ก. แทบ็ ไฟล์ ข. แท็บออกแบบ ค. แทบ็ แทรก ง. แท็บหนา้ แรก

15. ถ้าต้องการสรา้ งอกั ษรศิลป์ในโปรแกรมนำเสนอผลงานตอ้ งเลอื กแท็บใด

ก. แทบ็ หน้าแรก > อักษรศิลป์ ข. แทบ็ แทรก > อกั ษรศลิ ป์

ค. แทบ็ ออกแบบ > อกั ษรศลิ ป์ ง. แทบ็ การเปลี่ยน > อักษรศิลป์

16. ถา้ ตอ้ งการเปลีย่ นรปู แบบในอักษรศิลป์ต้องเลือกแท็บใด

ก. แท็บออกแบบ ข. แทบ็ การเปลี่ยน ค. แทบ็ แทรก ง. แทบ็ รปู แบบ

17. ถ้าต้องการสรา้ งแผนภูมิตอ้ งเลอื กแท็บในขอ้ ใด

ก. แทบ็ หน้าแรก > แผนภูมิ ข. แท็บแทรก > แผนภูมิ

ค. แทบ็ ออกแบบ > แผนภมู ิ ง. แท็บการเปลย่ี น > แผนภมู ิ

18. สญั ลกั ษณ์ หมายถึงข้อใด

ก. การแทรกสกรนี ชอ็ ต ข. การแทรกรปู ตดั ปะ

ค. การแทรกรูปร่าง ง. การแทรกรูปทรง

19. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเกี่ยวกับการกำหนดการเปล่ียนแปลงให้สไลด์

ก. การเปลยี่ นแปลงสไลด์สามารถกำหนดรูปแบบการนำเสนอคร้ังละ 1 สไลด์หรอื หลายสไลดไ์ ด้

ข. การเปล่ียนแปลงสไลด์สามารถทำไดโ้ ดยเลือกแท็บออกแบบ

ค. การเปลยี่ นแปลงสไลด์เป็นการกำหนดการเปล่ียนแปลงของวัตถบุ นงานนำเสนอ

ง. การเปล่ยี นแปลงสไลดต์ ้องทำการเปลยี่ นที่สไลดแ์ ผ่นแรกกอ่ นเสมอ

20. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ ูกต้องเก่ยี วกบั การนำเสนอสไลด์

ก. การนำเสนอสไลด์ต้องเลือกแท็บการนำเสนอสไลด์

ข. การนำเสนอสไลดส์ ามารถกดปมุ่ ไดเ้ ลย

ค. ในขณะนำเสนอสไลด์ถ้าข้อความผิดสามารถแกไ้ ขได้ทนั ที

ง. การนำเสนอสไลด์สามรถทำได้มากกว่า 1 คร้งั

126

เอกสารอ้างองิ
ธงชัย ลาบญุ คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี .สำนกั พมิ พศ์ ูนย์สง่ เสรมิ อาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-9-kar-chi-porkaerm-
na-senx-phl-ngan
ภาคผนวก (ถ้ามี)

127

ใบงานท่ี 5 หนว่ ยที่ 5

รหัสวชิ า 20001-2001 ชอ่ื วิชา คอมพิวเตอรแ์ ละ ภาคเรียนท่ี 1
สารสนเทศเพื่องานอาชพี

ช่ือหนว่ ย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชัว่ โมง

ช่ือเรอ่ื ง การใชง้ านโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลา 3 ชั่วโมง

จุดประสงค์การเรยี นรู้

จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. เพ่ือใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใชง้ าน

โปรแกรมนำเสนอผลงาน สว่ นประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน
2. เพอ่ื ให้มที ักษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแตง่ ภาพประกอบและการจดั การภาพประกอบ

จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี )
1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. เรียกใชง้ านโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้
5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
6. สรา้ งพรีเซนเทชนั ดว้ ยเทมเพลตได้
7. สรา้ งพรีเซนเทชนั เปลา่ ได้
8. บันทกึ พรเี ซนเทชันได้
9. แทรกกล่องข้อความได้
10. เปลย่ี นรปู แบบของตัวอกั ษรได้
11. ใชข้ ้อความอักษรศลิ ปไ์ ด้
12. ใสร่ ปู ภาพลงสไลด์ได้
13. ใสร่ ปู ทรงต่าง ๆ ได้
14. เพิ่มสไลด์ใหมไ่ ด้
15. ลบสไลด์ได้
16. คัดลอกสไลดไ์ ด้
17. เพิ่มภาพเคล่ือนไหวได้
18. กำหนดการเปลย่ี นแปลงให้สไลด์ได้
19. นำเสนอสไลดไ์ ด้
20. มคี ณุ ธรรมจริยธรรม คา่ นยิ ม และมีคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกบั การใชง้ านโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. ใช้เคร่ืองมอื ของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้

128

3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้

เครื่องมือ วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครอื่ งคอมพิวเตอร์ PC หรือ Notebook
2. โปรเจค็ เตอร์
3. หนังสือ

ลำดับข้ันตอนการปฏิบัติงาน
1. ให้นักศกึ ษาแบง่ กลุ่มตามความเหมาะสม เพอื่ ศึกษาและอภิปราย
1.1 อธบิ ายความรู้เกยี่ วกับการใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน
2. เขียนอภิปรายและวิเคราะห์ใสก่ ระดาษ
3. นำผลงานสง่ ครผู ู้สอนเพือ่ ประเมินผล

ภาพประกอบ
ข้อควรระวัง

ผู้เรยี นควรตรวจสอบขอ้ มูลก่อนใหถ้ ่ถี ว้ น ละเอียด และรอบคอบก่อน เพอื่ ปอ้ งกนั ความผดิ พลาดก่อน
การสง่ งาน
ข้อเสนอแนะ (ถา้ มี)
นักศึกษาควรมีภาพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธิบายเนอ้ื หาให้สอดคล้องกบั ภาพให้ถกู ต้อง
การประเมนิ ผล (ต้องระบุเกณฑ์การประเมินใหช้ ัดเจน)

1. สงั เกตผูเ้ รียนมีความสนใจ เกิดความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือรน้
ในการแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรยี นรปู้ ระจำหน่วย
2. ทำใบงานได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ทันเวลาท่กี ำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบยี บ
3. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหดั หลงั เรียนได้ถกู ต้อง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อย่างต่ำ
เอกสารอ้างองิ
ธงชัย ลาบุญ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี .สำนักพมิ พศ์ นู ยส์ ่งเสริมอาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562

ใบกิจกรรมท่ี 5 หนว่ ยที่ 5 129

รหสั วิชา 20001-2001 ชอื่ วชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละ ภาคเรียนที่ 1
สารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ

ชื่อหน่วย การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชวั่ โมง

ช่อื เรื่อง การใชง้ านโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลา 3 ชว่ั โมง

จุดประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เพ่ือใหม้ คี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใช้งาน

โปรแกรมนำเสนอผลงาน ส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน
2. เพือ่ ให้มีทกั ษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแตง่ ภาพประกอบและการจดั การภาพประกอบ

จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. เรยี กใชง้ านโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
4. ใชง้ านของแท็บรบิ บอนได้
5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
6. สรา้ งพรีเซนเทชนั ดว้ ยเทมเพลตได้
7. สร้างพรีเซนเทชันเปลา่ ได้
8. บันทกึ พรเี ซนเทชันได้
9. แทรกกล่องข้อความได้
10. เปลย่ี นรูปแบบของตวั อกั ษรได้
11. ใช้ขอ้ ความอกั ษรศิลปไ์ ด้
12. ใสร่ ูปภาพลงสไลดไ์ ด้
13. ใสร่ ปู ทรงต่าง ๆ ได้
14. เพม่ิ สไลด์ใหม่ได้
15. ลบสไลด์ได้
16. คัดลอกสไลดไ์ ด้
17. เพ่ิมภาพเคลอ่ื นไหวได้
18. กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้สไลด์ได้
19. นำเสนอสไลดไ์ ด้
20. มคี ณุ ธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรู้เกยี่ วกบั การใชง้ านโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. ใช้เครือ่ งมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้

130

เครอ่ื งมือ วัสดุ – อุปกรณ์
1. เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนงั สอื

ลำดับกิจกรรม
1. ผู้เรียนตอ้ งให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพ่ือใหห้ าคำตอบ

ได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว โดยการ ตั้งใจฟังหลักการ เทคนิควิธีการที่ครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำการ
สอน และนำข้อสงสยั ซกั ถามครใู นการเรียนทกุ ครั้งทเี่ กดิ ความสบั สน และไม่เขา้ ใจ

2. ผูม้ ีการทบทวนบทเรียน ตลอดเพื่อเสริมสรา้ งความเข้าใจอยา่ งแท้จริง
3. ผู้เรียนหม่ันทำใบงาน แบบฝกึ หดั และแก้ไขข้อท่ีผิดให้ถกู ต้องเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกบั
ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดข้ึนโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง
ไม่ใช่เกดิ จากการท่องจำ
5. ผู้เรียนต้องดำเนินการตามกิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่
กำหนด และฝกึ ฝนตนเองเสมอ เม่ือได้รับมอบหมายงานมา
การประเมินผล (ต้องระบเุ กณฑก์ ารประเมินให้ชัดเจน)
1. สงั เกตผ้เู รียนมคี วามสนใจ เกิดความเขา้ ใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรอื ร้นใน
การแสดงความคดิ เห็นและสรปุ สาระการเรียนร้ปู ระจำหนว่ ย
2. ทำใบงานไดอ้ ย่างถูกต้อง ทันเวลาท่ีกำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ
3. ผ้เู รียนทำแบบฝกึ หัดหลงั เรียนไดถ้ กู ตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ
เอกสารอา้ งอิง
https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-9-kar-chi-porkaerm-
na-senx-phl-ngan

131

ใบปฏบิ ัติงานท่ี 5 หนว่ ยที่ 5

รหสั วิชา 20001-2001 ช่อื วชิ า คอมพิวเตอร์และ ภาคเรยี นท่ี 1
สารสนเทศเพอื่ งานอาชพี

ชือ่ หน่วย การใชง้ านโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชวั่ โมง

ช่ืองาน การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน จำนวน 3 ชั่วโมง

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เพ่อื ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใชง้ าน

โปรแกรมนำเสนอผลงาน สว่ นประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน
2. เพ่ือใหม้ ีทักษะการแทรกภาพประกอบ การปรบั แต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้
5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
6. สร้างพรีเซนเทชนั ด้วยเทมเพลตได้
7. สร้างพรีเซนเทชนั เปลา่ ได้
8. บันทึกพรีเซนเทชนั ได้
9. แทรกกลอ่ งขอ้ ความได้
10. เปลย่ี นรูปแบบของตวั อักษรได้
11. ใชข้ ้อความอักษรศลิ ป์ได้
12. ใสร่ ูปภาพลงสไลด์ได้
13. ใสร่ ูปทรงต่าง ๆ ได้
14. เพ่ิมสไลด์ใหม่ได้
15. ลบสไลดไ์ ด้
16. คดั ลอกสไลด์ได้
17. เพิม่ ภาพเคลอื่ นไหวได้
18. กำหนดการเปล่ยี นแปลงให้สไลด์ได้
19. นำเสนอสไลด์ได้
20. มีคุณธรรมจรยิ ธรรม ค่านิยม และมคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั การใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้

132

3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้
เครอ่ื งมอื วสั ดุ – อุปกรณ์

1. เครอื่ งคอมพิวเตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนังสือ
ลำดับข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน
1. ผู้เรยี นค้นหาขอ้ มลู จากในอินเตอรเ์ นต็ ตามเรื่องทีไ่ ดร้ บั มอบหมายมาจาครผู สู้ อน
2. เมื่อผู้เรยี นไดร้ ับขอ้ มูลเรยี บร้อยแลว้ ให้ผูเ้ รยี น นำข้อมูลน้ัน มาเรยี บเรียงให้เป็นระเบียบ สวยงาม ให้

สามารถเขา้ ใจไดง้ ่าย โดยจัดทำในรูปแบบเลม่ รายงาน
ภาพประกอบ
ขอ้ ควรระวัง

ผเู้ รยี นควรตรวจสอบข้อมูลกอ่ นใหถ้ ่ีถว้ น ละเอยี ด และรอบคอบกอ่ น เพอ่ื ป้องกนั ความผดิ พลาดกอ่ น
การสง่ งาน
ขอ้ เสนอแนะ

นกั ศกึ ษาควรมภี าพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเน้อื หาให้สอดคล้องกบั ภาพให้
ถกู ต้อง

การประเมินผล
1. สังเกตผเู้ รียนมีความสนใจ เกดิ ความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตอื รือร้นใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรุปสาระการเรียนรปู้ ระจำหน่วย
2. ทำใบงานได้อย่างถูกตอ้ ง ทนั เวลาทกี่ ำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบยี บ
3. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหดั หลงั เรยี นได้ถูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่างต่ำ

เอกสารอ้างอิง
ธงชัย ลาบญุ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี .สำนกั พิมพศ์ ูนยส์ ่งเสริมอาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrlaeasarsnthes2000/hnwy-thi-9-kar-chi-porkaerm-
na-senx-phl-ngan

133

ใบมอมหมายงานที่ 5 หนว่ ยที่ 5

รหสั วิชา 20001-2001 ช่ือวิชา คอมพิวเตอร์และ ภาคเรยี นท่ี 1
สารสนเทศเพอื่ งานอาชพี

ชือ่ หน่วย การใชง้ านโปรแกรมการนำเสนอผลงาน เวลารวม 12 ชวั่ โมง

ช่ืองาน การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอผลงาน จำนวน 3 ชั่วโมง

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เพ่อื ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั การความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงาน การเรียกใชง้ าน

โปรแกรมนำเสนอผลงาน สว่ นประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงาน
2. เพ่ือใหม้ ีทักษะการแทรกภาพประกอบ การปรับแต่งภาพประกอบและการจัดการภาพประกอบ

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวชิ าชีพ)
1. บอกความหมายของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. เรียกใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
3. บอกส่วนประกอบของโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
4. ใช้งานของแท็บริบบอนได้
5. ออกจากโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
6. สร้างพรีเซนเทชนั ด้วยเทมเพลตได้
7. สร้างพรีเซนเทชนั เปลา่ ได้
8. บันทึกพรีเซนเทชนั ได้
9. แทรกกลอ่ งขอ้ ความได้
10. เปลย่ี นรูปแบบของตวั อักษรได้
11. ใชข้ ้อความอักษรศลิ ป์ได้
12. ใสร่ ูปภาพลงสไลด์ได้
13. ใสร่ ูปทรงต่าง ๆ ได้
14. เพ่ิมสไลด์ใหม่ได้
15. ลบสไลดไ์ ด้
16. คดั ลอกสไลด์ได้
17. เพิม่ ภาพเคลอื่ นไหวได้
18. กำหนดการเปล่ยี นแปลงให้สไลด์ได้
19. นำเสนอสไลด์ได้
20. มีคุณธรรมจรยิ ธรรม ค่านยิ ม และมคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั การใช้งานโปรแกรมนำเสนอผลงานได้
2. ใช้เครื่องมือของโปรแกรมโปรแกรมนำเสนอผลงานได้

134

3. สร้างงานนำเสนอผลงานได้

เครอื่ งมอื วัสดุ – อปุ กรณ์
1. เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ PC หรอื Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนังสือ

แนวทางการปฏบิ ัติงาน
1. ใหผ้ เู้ รียนปฏิบัติงานตามใบงาน ใบกิจกรรม ใบปฏิบตั ิงาน อยา่ งเคร่งครัด ตามหวั ขอ้ ท่ไี ดร้ บั
มอบหมาย ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาท่กี ำหนด พรอ้ มทัง้ การจดั ทำรายงาน และนำเสนองานอย่าง
ถูกตอ้ ง ครบถ้วน เป็นระเบียบเรยี บร้อย
2. ใหผ้ ูเ้ รียนแบ่งหนา้ ท่ีกับเพอื่ นในกลุ่มใหช้ ัดเจน และสามารถเขา้ ใจเนือ้ หาตามหวั ขอ้ ดงั กลา่ ว ได้
อย่างถกู ต้อง ครบถ้วน

ภาพประกอบ
ข้อควรระวัง

ผู้เรยี นควรตรวจสอบข้อมูลก่อนให้ถ่ถี ้วน ละเอยี ด และรอบคอบกอ่ น เพือ่ ป้องกนั ความผดิ พลาดกอ่ น
การสง่ งาน
ขอ้ เสนอแนะ

นักศกึ ษาควรมภี าพประกอบการนำเสนองาน และสามารถอธบิ ายเนอ้ื หาให้สอดคล้องกับภาพให้
ถกู ต้อง
การประเมินผล

1. สงั เกตผ้เู รียนมีความสนใจ เกดิ ความเข้าใจในสาระการเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือรน้ ใน
การแสดงความคิดเหน็ และสรปุ สาระการเรียนรู้ประจำหนว่ ย
2. ทำใบงานได้อยา่ งถกู ต้อง ทันเวลาทก่ี ำหนด ใบงานสะอาดและเป็นระเบียบ
3. ผ้เู รยี นทำแบบฝกึ หดั หลงั เรียนได้ถกู ต้อง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อย่างตำ่
เอกสารอา้ งอิง
ธงชยั ลาบุญ คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี .สำนักพมิ พ์ศนู ย์สง่ เสริมอาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/praevisutthikhun/khwam-ru-beuxng-tn-keiyw-kab-
khxmphiwtexr-laea-thekhnoloyi-sarsnthes-1

135

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยท.่ี ..............6...................................... จำนวน........12..........ชั่วโมง สัปดาห์ที่.....15-16.......
ชอ่ื วชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพ
ช่ือหนว่ ย การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตเบ้อื งตน้
ชื่อเรื่อง การใชง้ านอินเทอรเ์ นต็ เบ้อื งต้น

1. สาระสำคญั
ระบบอนิ เทอร์เนต็ มีความจำเป็นต่อการใช้ชวี ิตประจำวัน เนื่องจากระบบอินเทอรเ์ นต็ มกี ารเช่ือมต่อกับ

แหล่งข้อมูลมากมายทุกมุมโลกผู้ใช้สามารถสืบค้นหาข้อมูลได้ตามที่ต้องการ เช่น สารคดี ความบันเทิง
วิทยาศาสตร์ อาหารและสุขภาพ แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น และยังสามารถติดต่อสื่อสารได้ทั้งข้อความ
รูปภาพ วีดีโอ และเสียง ทำให้โลกเล็กลงเนื่องจากการติดต่อสื่อสารมีความสะดวกและรวดเร็ว ทำให้ลด
คา่ ใชจ้ ่ายในการเดินทางจึงเป็นทีน่ ยิ มอย่างรวดเร็ว
2. สมรรถนะประจำหนว่ ย

2.1. แสดงความร้เู บือ้ งต้นเก่ียวกับอินเทอรเ์ น็ต
2.2. สบื ค้นขอ้ มูลบนอนิ เทอรเ์ นต็
2.3. รับส่งขอ้ มลู ผา่ นระบบอนิ เทอรเ์ นต็ ได้
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป

3.1.1 เพอื่ ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับเบื้องต้นเกีย่ วกับอินเทอร์เน็ต การท่องเวบ็ ดว้ ยโปรแกรม
Internet Explorer

3.1.2 เพอื่ ให้มที ักษะในการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอรเ์ น็ต บันทึกขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากการสืบค้นรบั ส่ง
จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส์

3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)
3.2.1. แสดงความรู้เบื้องตน้ เกีย่ วกับอินเทอรเ์ น็ตได้
3.2.2. บอกสว่ นประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้
3.2.3. สืบค้นข้อมูลบนอนิ เทอรเ์ น็ตได้
3.2.4. รับสง่ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้
3.2.5. มคี ุณธรรมจริยธรรม ค่านยิ ม และมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์

4. สาระการเรียนรู้
4.1. ความร้เู บ้อื งต้นเกย่ี วกบั อินเทอรเ์ นต็
4.2. เว็บเบราวเ์ ซอร์

136

4.3. การสบื คน้ ขอ้ มูลบนอินเทอร์เนต็

4.4. การรบั ส่งจดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส์
5. กิจกรรมการเรยี นรู้ (สัปดาหท์ ่.ี .....3-6.........)

กระบวนการจัดการเรียนรู้
5.1 ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรียน

ครสู นทนากับนกั เรยี นความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกับอนิ เทอรเ์ นต็ การใช้โปรแกรม Internet Explorer

และ โปรแกรม Google Chrome
5.2 ขั้นสอน

5.2.1. นักเรียนศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน เร่อื ง การใชง้ านอินเตอร์เน็ตเบ้ืองต้น
5.2.2. ครูอธบิ ายเนอ้ื หาเพ่ิมเตมิ เรือ่ ง การท่องเว็บดว้ ยโปรแกรม Internet Explorer การสบื ค้น
ข้อมลู บนอนิ เทอรเ์ นต็ บนั ทึกขอ้ มูลทไี่ ดจ้ ากการสืบคน้ รบั สง่ จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์

5.2.3. ครูสาธิตการปฏิบัติ เรือ่ ง การสบื คน้ ข้อมลู บนอินเทอร์เนต็ บนั ทกึ ขอ้ มลู ท่ีได้จากการสบื คน้ รับส่ง
จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์

5.2.4. นกั เรียนฝกึ ปฏิบตั ิ เร่ืองการใช้งานอินเตอรเ์ นต็ เบื้องตน้
5.2.5. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัด
5.3 ข้ันสรุป
5.3.1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนอ้ื หาวชิ า เร่ือง การใช้งานอนิ เตอรเ์ น็ตเบ้อื งตน้

5.3.2. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

6. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
6.1 หนงั สอื เรียน
6.2 ใบความรู้
6.3 แบบฝึกหัด
6.4 แบบฝึกปฏบิ ัติ
6.5 แบบทดสอบหลงั เรยี น
6.7 คอมพวิ เตอร์
6.8 เครอ่ื งฉายโปรเจค็ เตอร์

7. หลักฐานการเรียนรู้
7.1 หลกั ฐานความรู้
ใบงาน แบบฝึกหดั การค้นควา้ ข้อมูล ทีไ่ ดร้ บั การเรียบเรยี ง สวยงาม เป็นระเบียบ ถกู ตอ้ ง

7.2 หลักฐานการปฏิบัติงาน
ใบงาน แบบฝึกหัด รูปเล่มรายงานการค้นคว้าข้อมูล ที่ได้รับการเรียบเรียง สวยงาม เป็นระเบียบ

ถกู ตอ้ ง พรอ้ มทั้งเอกสารประกอบการนำเสนองานหนา้ ชน้ั เรียนของผู้เรยี น และภาพประกอบ

137

8. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

8.1 เคร่อื งมือประเมิน

1. ใบงาน

2. แบบฝึกหัด

3. แบบประเมินผลงาน

4. แบบประเมินการนำเสนอผลงาน

8.2 เกณฑก์ ารประเมิน

เคร่ืองมอื การประเมิน วิธีวดั และประเมนิ เกณฑ์การประเมิน
ได้คะแนน
แบบฝกึ หดั ตรวจแบบฝกึ หัด ร้อยละ 75 ข้นึ ไป

ข้อละ 1 คะแนน ไดค้ ะแนน
รอ้ ยละ 75 ขึ้นไป
ถกู 1 คะแนน
ได้คะแนน
ไม่ถูก 0 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขึ้นไป

แบบฝึกปฏิบัติ ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ ได้คะแนน
รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป
ข้อละ 1 คะแนน

ถูก 1 คะแนน

ไม่ถกู 0 คะแนน

แบบทดสอบหลงั เรยี น ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น

ขอ้ ละ 1 คะแนน

ถูก 1 คะแนน

ไมถ่ กู 0 คะแนน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม สงั เกตพฤติกรรม

จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง ดี 2 คะแนน

ประสงค์ พอใช้ 1 คะแนน

ปรับปรุง 0 คะแนน

9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย (ถา้ ม)ี
1. ผู้เรยี นต้องใหค้ วามสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธกี าร หรอื หลกั การงา่ ยเพอ่ื ให้หาคำตอบได้

อย่างถูกต้อง และรวดเรว็ โดยการ ต้งั ใจฟงั หลักการ เทคนิควธิ ีการที่ครูผ้สู อนสรุปในขณะที่ทำการสอน และ
นำข้อสงสัยซกั ถามครใู นการเรียนทกุ คร้ังทเี่ กิดความสบั สน และไม่เขา้ ใจ

2. ผู้มกี ารทบทวนบทเรยี น ตลอดเพื่อเสรมิ สร้างความเขา้ ใจอย่างแทจ้ ริง
3. ผเู้ รียนหมัน่ ทำใบงาน แบบฝึกหัด และแกไ้ ขขอ้ ท่ีผิดให้ถูกตอ้ งเสมอ
4. ผู้เรียนต้องสร้างมโนภาพให้เกิดความคิดรวบยอดในสาระการเรียนรู้และเทคนิควิธีการพร้อมกับ
ความจำเป็นในการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จรงิ ไมใ่ ช่
เกิดจากการท่องจำ
10. เอกสารอา้ งอิง

138
ธงชัย ลาบญุ คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ.สำนักพิมพ์ศนู ย์สง่ เสรมิ อาชวี ะ, กรงุ เทพฯ, 2562

ใบความรู้ท่ี 6 หน่วยที่ 6

รหัสวชิ า 20001-2001 ช่ือวชิ า คอมพิวเตอร์และ ภาคเรยี นที่ 1
สารสนเทศเพอื่ งานอาชพี

ชอ่ื หน่วย การใช้งานอินเทอร์เน็ตเบ้อื งตน้ เวลารวม 6 ช่ัวโมง

ชือ่ เร่ือง การใชง้ านอินเทอร์เนต็ เบื้องตน้ เวลา 3 ชวั่ โมง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงค์ท่ัวไป
1. เพอ่ื ให้มีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับเบ้ืองต้นเกย่ี วกบั อินเทอร์เนต็ การท่องเว็บด้วยโปรแกรม

Internet Explorer
2. เพอ่ื ให้มที กั ษะในการสืบค้นข้อมลู บนอินเทอรเ์ น็ต บันทกึ ขอ้ มูลทีไ่ ด้จากการสบื ค้นรับส่ง

จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี )

1. แสดงความรูเ้ บอื้ งตน้ เกีย่ วกับอินเทอรเ์ นต็ ได้
2. บอกส่วนประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้
3. สืบค้นข้อมลู บนอินเทอรเ์ นต็ ได้
4. รบั ส่งจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ด้
5. มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ค่านยิ ม และมีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรเู้ บ้อื งตน้ เกีย่ วกบั อนิ เทอรเ์ น็ต
2. สืบค้นข้อมูลบนอนิ เทอร์เน็ต
3. รับสง่ ขอ้ มูลผ่านระบบอินเทอร์เนต็ ได้

139

หนว่ ยท่ี 6 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ เบือ้ งต้น
ความหมายของอินเทอร์เน็ตและประวัติของอนิ เตอร์เนต็

อนิ เทอรเ์ น็ต (Internet) คอื เครือขา่ ยของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบต่าง ๆ ทเี่ ช่อื มโยงกนั มาจาก
คำวา่ Inter Connection Network เป็นระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ ที่มขี นาดใหญ่ เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ทุก
เครื่องทั่วโลก สามารถติดต่อสื่อสารถึงกัน ได้โดยใช้มาตรฐาน ในการรับส่งข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว หรือท่ี
เรียกว่า โปรโตคอล (Protocol) ซึ่งโปรโตคอล ที่ใช้บนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีชื่อว่า ทีซีพี/ไอพี
( TCP/IP :Transmission Control Protocol/Internet Protocol ) ลักษณะของระบบอินเทอร์เน็ต เป็น
เสมือนใยแมงมุม ที่ครอบคลุมทั่วโลก ในแต่ละจุดที่เชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตนั้น สามารถสื่อสารกันได้หลาย
เสน้ ทาง ตามความต้องการ โดยไม่ก าหนดตายตวั และไม่จำเปน็ ตอ้ งไปตามเส้นทางโดยตรง อาจจะผ่านจุด
อ่ืน ๆ หรือ เลอื กไปเสน้ ทางอน่ื ได้หลาย ๆ เส้นทาง การตดิ ตอ่ ส่ือสาร ผ่านระบบเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ต น้ัน
อาจเรยี กวา่ การตดิ ต่อสอื่ สารแบบไร้มติ ิ หรอื Cyberspace
ความสำคัญของอินเทอร์เน็ต

ปัจจบุ ันอินเทอรเ์ นต็ มีความสำคญั ตอ่ ชีวติ ประจ าวันของคนเรา หลายๆ ด้าน ทงั้ การศกึ ษา พาณิชย์
ธุรกรรม วรรณกรรม และอน่ื ๆ ดังน้ี
1) ด้านการศกึ ษา
- สามารถใช้เป็นแหล่งคน้ ควา้ หาข้อมูล ไม่วา่ จะเป็นขอ้ มลู ทางวิชาการ ขอ้ มูลด้านการบันเทงิ ด้าน
การแพทย์ และอื่นๆ ทนี่ ่าสนใจ
-ระบบเครอื ข่ายอินเทอรเ์ นต็ จะทำหน้าท่ีเสมือนเป็นห้องสมดุ ขนาดใหญ่
- นกั ศึกษาในมหาวทิ ยาลัย สามารถใช้อนิ เทอร์เน็ต ตดิ ตอ่ กบั มหาวทิ ยาลยั อน่ื ๆ เพื่อคน้ หาขอ้ มูลที่
กำลังศกึ ษาอยู่ได้ ทง้ั ทข่ี ้อมูลท่เี ป็น ขอ้ ความ เสยี ง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นต้น
2) ดา้ นธรุ กิจและการพาณิชย์
- คน้ หาข้อมูลตา่ ง ๆ เพื่อชว่ ยในการตัดสนิ ใจทางธุรกจิ
- สามารถซ้อื ขายสินค้า ผ่านระบบเครือขา่ ยอินเทอร์เนต็
- ผูใ้ ช้ทีเ่ ปน็ บริษทั หรอื องค์กรต่าง ๆ กส็ ามารถเปิดใหบ้ รกิ าร และสนับสนนุ ลูกคา้ ของตน ผา่ นระบบ
เครือข่ายอินเทอรเ์ น็ตได้ เช่น การให้คำแนะน า สอบถามปัญหาตา่ ง ๆ ใหแ้ ก่ลูกค้า แจกจา่ ยตัว
โปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นต้น
3) ด้านการบนั เทิง
- การพักผ่อนหยอ่ นใจ สันทนาการ เชน่ การคน้ หาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เนต็
ทเ่ี รียกวา่ Magazine Online รวมทัง้ หนังสอื พมิ พ์และขา่ วสารอื่นๆ โดยมีภาพประกอบ
ทจ่ี อคอมพวิ เตอรเ์ หมือนกบั วารสาร ตามรา้ นหนังสือทว่ั ๆ ไป
- สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ได้
- สามารถดึงข้อมลู (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างท้ังภาพยนตร์ใหม่ และเก่า มาดูได้
จากเหตุผลดงั กล่าว พอจะสรปุ ได้วา่ อินเทอร์เน็ต มคี วามสำคญั ในรูปแบบ ดงั น้ี
- การประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศที่ทนั สมัย

140

- การติดต่อสอื่ สารทสี่ ะดวก และรวดเรว็
-แหลง่ รวบรวมขอ้ มูลแหล่งใหญท่ ี่สุดของโลก
บริการบนอนิ เตอร์เน็ต
- บรกิ ารคน้ ข้อมูล World Wide Web
การนำเสนอขอ้ มลู ในระบบ WWW (World Wide Web) พัฒนาข้นึ มาในช่วงปลายปี 1989 โดยทีมงานจาก
ห้องปฏิบตั กิ ารทางจุลภาคฟิสิกสแ์ หง่ ยโุ รป (European Particle Physics Labs) หรือท่รี จู้ กั กัน ในนาม
CERN (Conseil European pour la Recherche Nucleaire) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้มี การ
พัฒนาภาษาทใ่ี ชส้ นบั สนนุ การเผยแพรเ่ อกสารของนกั วิจยั หรอื เอกสารเว็บ (Web Document) จากเคร่อื ง
แม่ข่าย (Server) ไปยังสถานที่ต่างๆ ในระบบ WWW เรียกว่า ภาษา HTML (HyperText Markup
Language) การเผยแพรข่ ้อมลู ทางอินเทอร์เน็ต ผา่ นสอื่ ประเภทเวบ็ เพจ (WebPage) เปน็ ทน่ี ิยมกนั อย่างสงู
ในปัจจุบัน ไม่เฉพาะข้อมลู โฆษณาสินค้า ยังรวมไปถึงขอ้ มูลทางการแพทย์ การเรียน งานวิจัยต่างๆ เพราะ
เข้าถึงกลุ่มผู้สนใจได้ทั่วโลก ตลอดจนข้อมูลที่น าเสนอออกไป สามารถเผยแพร่ ได้ทั้งข้อมูลตัวอักษร
ข้อมูลภาพ ข้อมูลเสียง และภาพเคลื่อนไหว มีลูกเล่นและเทคนิคการน าเสนอ ที่หลากหลาย อันส่งผลให้
ระบบ WWW เตบิ โตเป็นหน่งึ ในรปู แบบบริการ ท่ีไดร้ บั ความนยิ มสงู สุดของ ระบบอนิ เทอรเ์ นต็
ลักษณะเด่นของการน าเสนอข้อมูลเว็บเพจ คือ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลไปยังจุดอื่นๆ บนหน้าเว็บได้
ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บอื่นๆ ในระบบเครือข่าย อันเป็นที่มาของค าว่า HyperText หรือ
ขอ้ ความทมี่ ีความสามารถ มากกว่าขอ้ ความปกตนิ น่ั เอง จงึ มีลักษณะคลา้ ยกบั ว่าผอู้ า่ นเอกสารเวบ็ สามารถ
โต้ตอบกบั เอกสารน้ันๆ ด้วยตนเอง ตลอดเวลาทม่ี กี ารใช้งานน่นั เอง
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2529 อาจารย์กาญจนา กาญจนสตุ จากสถาบนั เทคโนโลยีแหง่ เอเซีย (AIT) รว่ มกบั อาจารยโ์ ทโมโน
รคิ ิมูระ จากสถาบันเดียวกัน รว่ มสร้างเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ โดยอาศยั โมเดม็ NEC ความเรว็ 2400 Baud
-เครอื่ งคอมพิวเตอร์พีซี NEC
-สายโทรศพั ทท์ องแดง
โดยเครือข่ายที่ได้ วิ่งด้วยความเร็ว 1200 - 2400 Baud และมีเสียงดังมาก จากนั้นได้ปรับเปลี่ยนไปใช้
บริการไทย-แพค ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้เทคโนโลยี X.25 ผ่านการหมุนโทรศัพท์ไปยัง
ศูนย์บรกิ ารของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ท าการรับส่งอเี มล์กับมหาวิทยาลัยโตเกยี ว และมหาวิทยาลัย
เมลเบิร์น โดยใช้โปรแกรม UUCP ตลอดจนส่งอีเมล์ไปยงั บริษัท UUNET ที่เวอร์จเิ นียสหรัฐอเมริกา และน
ามาใช้กับงานของอาจารย์ และงานสอนนักศึกษาในเวลาต่อไปนับได้ว่า อาจารย์กาญจนา กาญจนสุต เป็น
บุคคลแรกที่เริ่มใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์รายแรกของประเทศไทย หลังจากนั้นได้มีความร่วมมือระหวา่ ง
รัฐบาลออสเตรเลยี ภายใต้โครงการ The International Development Plan (IDP) ไดใ้ ห้ความช่วยเหลือ
กับมหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ (มอ.) จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซยี พัฒนา
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ไทยขึ้นมา ในปี พ.ศ. 2531 โดยให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบัน
เทคโนโลยีแห่งเอเซีย มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางของประเทศไทยในการเชื่อมโยงไปที่เครื่องแม่ข่าย ของ
มหาวทิ ยาลยั เมลเบิรน์ และต้งั ช่อื โครงการนี้ว่า TCSNet – Thai Computer Science Network โดยมีการ

141

ติดต่อผ่านเครือข่ายวันละ 2 ครั้ง จ่ายค่าใช้จ่ายปีละ 4 หมื่นบาท และใช้ซอฟต์แวร์ SUNIII ซึ่งเป็น
ระบบปฏิบัติการ UNIX ประเภทหนึ่ง ที่แพร่หลายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ของออสเตรเลีย (Australian
Computer Science Network - ACSNet)
เทคนิคการใชง้ าน Internet Explorer
การกดปุ่ม เมาส์ขวาเพอื่ เรยี กเมนูใช้งานอยา่ งรวดเรว็ เชน่ การเกบ็ รปู ภาพ การเปดิ หนา้ ต่างใหม่ หรอื อืน่ ๆ
การกดปุ่ม ALT + ปุ่มลกู ศร ซ้าย หรือ ขวา จะเปน็ การเรียกใช้เมนู Back หรอื Forward ได้เช่นกัน
การกดปมุ่ Ctrl + N เป็นการเปิดหนา้ ต่างใหม่เพมิ่ ขนึ้ มา
การค้นหาข้อความในหน้า Web Page สามารถใช้เมนู Edit และ Find (on This Page) หรือกด Ctrl + F
ได้
หากพบภาพทถี่ ูกใจ สามารถตัง้ ใหเ้ ปน็ Wall Paper ไดท้ ันทโี ดยกดปุ่มเมาส์ขวา เลือกที่ Set as wallpaper
การกดปุ่ม Ctrl + N เปน็ การเปิดหนา้ ตา่ งใหม่เพมิ่ ข้นึ มา
การสบื ค้นขอ้ มูลโดยการใช้ Search Engine
Search Engine คือ โปรแกรมซ่ึงทำหนา้ ท่ีเป็นตวั ค้นหาข้อมูลในระบบอนิ เตอรเ์ น็ต ซ่ึง Search Engine ท่ี
นิยมใชน้ ้ันมีด้วยกันหลายตวั ด้วยกัน เชน่ Google (www.google.co.th),Dogpile (www.dogpile.com)
ALLTHEWEB ( www.alltheweb.com ) Yahoo (www.yohoo.com) เป็นต้น แต่ในที่นี้จะอธิบาย
วิธีการใชง้ าน Google ซึง่ เป็น Search Engine ทมี่ ีความนิยมที่สุดในขณะนี้
หลักพื้นฐานในการค้นหาข้อมูลด้วย Google การค้นหาข้อมูลดว้ ย Google นั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่พิมพ์
หวั ขอ้ ค้นหา (ซึ่งเปน็ คำหรอื วลีทีอ่ ธบิ ายข้อมูลท่ีคุณตอ้ งการคน้ หาได้ดที ี่สุด) ในกลอ่ งข้อความ จากนั้นกดปุ่ม
‘Enter’ หรอื คลกิ ท่ีปุ่ม ‘Google Search’
หรือ “ค้นหาโดย Google” จากนั้น Google ก็จะคืนผลลัพธ์ เป็นรายการของหน้าเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง
กบั หวั ขอ้ คน้ หาของคุณ โดยหน้าเว็บท่ีมีข้อมูลเกย่ี วขอ้ งทีช่ ดั เจนท่ีสุดจะปรากฏออกมาเปน็ ลำดับแรก
แบบฝึกหดั /เฉลย
ตอนท่ี 1 คำส่งั จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ีให้ถูกต้อง
1. อินเทอร์เน็ต (Internet) มคี วามหมายวา่ อย่างไร

ตอบ ระบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมโยงเครือข่ายโทรคมนาคมเป็นตัวเชื่อม
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทว่ั โลกเข้าดว้ ยกนั โดยมีมาตรฐานการรบั ส่งข้อมูลเปน็ แบบเดียวกนั ภายใต้มาตรฐาน
การเช่ือมโยงดว้ ยโปรโตคอลเดยี วกัน
2. จงบอกประโยชน์ของอนิ เทอรเ์ น็ต

ตอบ 1. การโอนถ่ายขอ้ มูล เปน็ การโอนถ่ายขอ้ มูลระหว่างเคร่ืองคอมพวิ เตอร์จากจุดหน่ึงไปยัง
อกี จุดหนึ่งทั้งใกล้และไกล

2. ไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์ เปน็ การส่งจดหมายผา่ นเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต
3. เทลเนต็ เป็นบริการอินเทอร์เน็ตในรปู แบบการเข้าไปใช้งานระยะไกลผใู้ ชง้ านสามารถเข้าไปใช้
งานคอมพวิ เตอรท์ ่อี ยู่คนละแหง่ ได้ดว้ ยตนเอง

142

4. การแลกเปล่ียนขา่ วสารและแสดงความคดิ เห็น เป็นกลุม่ ทีม่ ีการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดง
ความคดิ เหน็ ของชาวอนิ เทอร์เน็ตทวั่ โลก

5. การสือ่ สารด้วยขอ้ ความ เป็นการสนทนาแบบพิมพ์ข้อความตอบโต้กนั ระหวา่ งผูใ้ ช้
อินเทอรเ์ นต็

6. การสืบคน้ ข้อมูล เปน็ การใชเ้ ครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ตในการค้นหาขอ้ มูลหรือขา่ วสารตา่ ง ๆ
7. การใหค้ วามบันเทงิ ระบบอนิ เทอร์เน็ตมีท้งั การถา่ ยทอดสดหรือเทปย้อนหลังที่ถกู บนั ทึกไว้
ความบันเทิงมใี ห้ดูใหช้ มทัว่ ทุกมมุ โลกจึงเปน็ ทนี่ ยิ มอย่างกว้างขวาง
8. การซ้ือขายสินค้าและบริการ เป็นการซื้อขายสนิ คา้ และบริการ เช่น ขายเส้ือผ้า รองเท้า
กระเป๋า เครอ่ื งอปุ โภค-บรโิ ภค หรอื การทอ่ งเท่ียว เป็นต้น
9. ทำธุรกรรมด้านธนาคาร เปน็ การติดตอ่ สื่อสารเพือ่ ดำเนินการเก่ยี วกับการฝากเงิน ถอนเงนิ
หรอื โอนเงินผา่ นระบบออนไลน์บนเครอื ข่าย
10. การศกึ ษา เป็นการติดต่อสอ่ื สารเพอ่ื ดำเนินการด้านการจดั เรียนการสอนสำหรับผทู้ ่ีอยู่
หา่ งไกลจากแหล่งการศกึ ษา
3. องคป์ ระกอบของระบบเครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ตมีอะไรบา้ ง
ตอบ 1) คอมพิวเตอรแ์ มข่ ่าย 2) คอมพวิ เตอรล์ ูกขา่ ย 3) โมเดม็ 4) สายสัญญาณ 5) คลนื่ วทิ ยุ
และดาวเทียม 6) ระบบมาตรฐานการควบคุมการสง่ ข้อมลู บนระบบเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต 7) โปรแกรม
สำหรบั ติดต่ออินเทอรเ์ น็ต 8) ผู้ใหบ้ ริการอนิ เทอร์เนต็ หรือไอเอสพี
4. อินเทอร์เนต็ ใหบ้ รกิ ารด้านใดบ้าง จงยกตัวอย่างมา 3 ดา้ น
ตอบ 1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail : Electronics mail)
2. การถ่ายโอนแฟม้ ข้อมูล (FTP : File Transfer Protocol)
3. บริการคน้ หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต (Search Engine)
5. จงบอกความหมายของคำศพั ท์ตอ่ ไปน้ี
ตอบ 5.1 Search Engineเปน็ การคน้ หาขอ้ มลู ทางอนิ เทอร์เน็ตสามารถเข้าเย่ียมชมเวบ็ ไซต์ตา่ ง
ๆ เพอ่ื หาความร้จู ากเว็บไซตเ์ หลา่ นัน้
5.2 Protocol เปน็ กฎระเบยี บและข้อตกลงที่กำหนดขึ้นมาเพื่อรองรบั การส่อื สารตาม
มาตรฐานสากลระหวา่ งเครื่องและอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ให้สามารถสื่อสารกนั ได้ เช่น TCP/IP เป็นตน้
5.3 IP Address เปน็ หมายเลขรหัสประจำเครอ่ื งคอมพวิ เตอรท์ เ่ี ชอื่ มตอ่ เขา้ กับอินเทอร์เน็ต
5.4 Transport Control Protocol/Internet Protocol เป็น Protocol ตามมาตรฐาน
อตุ สาหกรรมท่ีใช้ในการติดต่อสอ่ื สารบนระบบเครือข่ายอนิ เทอร์เน็ต
5.5 E-mail Addressเป็นการสง่ ข้อมูลประเภทขอ้ ความ รูปภาพ หรือเสียง ไปยงั ผ้รู ับผา่ น
ระบบอินเทอร์เนต็ ขอ้ มลู จะถกู บันทกึ ไว้ ผรู้ บั สามารถเปิดดูและตอบกลับเวลาใดกไ็ ด้ สามารถใชบ้ ริการได้
ท่วั โลก

143

ตอนท่ี 2 จงเลือกคาํ ตอบทีถ่ ูกตอ้ งท่ีสดุ เพียงข้อเดยี ว

คำสงั่ จงทำเครื่องหมายกากบาท () หนา้ ข้อท่ถี ูกต้องมากท่สี ุดเพยี งข้อเดยี ว

1. อินเทอรเ์ นต็ เรียกอีกอย่างหนึง่ ว่าอย่างไร

ก. โลกไร้พรหมแดน ข. โลกแห่งความรู้ ค. โลกเทคโนโลยี ง. โลกใยแมงมุม

2. คำวา่ www. ยอ่ มาจากอะไร

ก. World wide Wan ข. World wide Web

ค. World Win Web ง. World windows Website

3. ปัจจุบันไดม้ ีการทำธรุ กรรมทางการเงินการธนาคาร เชน่ การฝากเงนิ ถอนเงนิ หรอื โอนเงนิ ผ่านระบบ

ออนไลนบ์ นเครอื ขา่ ย การทำธุรกรรมดังกล่าวเรียกอีกอยา่ งหนึ่งวา่ อยา่ งไร

ก. E-Banking ข. E-Booking ค. E-Commerce ง. E-Office

4. เปน็ อปุ กรณ์ท่ีทำหนา้ ที่แปลงสญั ญาณข้อมูลแลว้ ส่งไปยงั เครื่องคอมพิวเตอร์ หมายถงึ ข้อใด

ก. สายสญั ญาณ ข. สายโทรศพั ท์ ค. โปรโตคอล ง. โมเดม็

5. ข้อใดต่อไปนไ้ี ม่ใช่สายสญั ญาณอินเทอร์เน็ต

ก. Coaxial Cable ข. Optical Fiber ค. Power Line ง. Telephone Line

6. คำวา่ Domain Name มีความหมายวา่ อยา่ งไร

ก. เป็นที่อย่ขู อง Web Page ข. เปน็ หนา้ แรกของ Web site

ค. เปน็ ชอื่ ทีใ่ ช้ประกาศตวั ตนบนโลกอินเทอรเ์ น็ต ง. เป็นองค์กรท่ใี ห้บรกิ ารอนิ เทอรเ์ น็ต

7. คำวา่ Protocol มีความหมายว่าอยา่ งไร

ก. เปน็ โปรแกรมทใ่ี ช้ในการเข้าถงึ เว็บไซตต์ า่ ง ๆ

ข. เปน็ กฎระเบียบและข้อตกลงทก่ี ำหนดขนึ้ มาเพื่อรองรับการสอ่ื สาร

ค. เป็นทีอ่ ยู่ของขอ้ มลู บน World Wide Web

ง. เป็น Web Page ที่อยู่หน้าแรกของ Web site

8. การย้ายข้อมลู จากเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทอี่ ยหู่ า่ งไกลเพอ่ื นำข้อมลู มาใส่เครือ่ งคอมพิวเตอรท์ ่เี รากำลงั ใช้

งานอยู่ เรียกอกี อย่างหนง่ึ วา่ อย่างไร

ก. Upload ข. Download ค. Save ง. Copy

9. E-mail ทำหนา้ ท่อี ย่างไร

ก. รบั สง่ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ข. โอนเงนิ ผา่ นระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์

ค. สง่ั ซอื้ สนิ ค้าออนไลน์ ง. ดูหนัง ฟงั เพลง ออนไลน์

10. การใชง้ าน E-mail ขอ้ ใดต่อไปนีก้ ลา่ วถูกต้อง

ก. การใชง้ าน E-mail ผู้ส่งหรือผรู้ ับคนใดคนหนง่ึ ต้องมีชือ่ บัญชผี ู้ใช้

ข. การใชง้ าน E-mail ทุกครั้งต้องสมัครบญั ชีผ้ใู ช้ทกุ ครงั้ เพอื่ เขา้ ใช้งาน

ค. การใชง้ าน E-mail สามารถสง่ ขอ้ มูลไดเ้ ฉพาะขอ้ มูลท่ีเปน็ ข้อความเทา่ นั้น

ง. การใชง้ าน E-mail ครงั้ แรกตอ้ งสมคั รบญั ชผี ใู้ ช้

144

เอกสารอา้ งองิ
ธงชัย ลาบุญ คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชพี .สำนกั พิมพ์ศนู ยส์ ่งเสริมอาชีวะ, กรงุ เทพฯ, 2562
https://sites.google.com/site/chayanyubolweb/hnwy-kar-reiyn-ru-thi-2/kar-chi-xinthexrnet-
beuxng-tn
https://sites.google.com/site/tawanhukheiyw/kar-chi-xintexrnet-beuxng-tn
https://comqa.nsru.ac.th/comqa/document/internet58.pdf
ภาคผนวก (ถ้ามี)

145

ใบงานท่ี 6 หนว่ ยที่ 6

รหสั วิชา 20001-2001 ช่ือวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละ ภาคเรยี นที่ 1
สารสนเทศเพื่องานอาชีพ

ชอื่ หน่วย การใช้งานอินเทอรเ์ นต็ เบ้อื งตน้ เวลารวม 6 ช่ัวโมง

ชื่อเร่ือง การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตเบอื้ งต้น เวลา 3 ชัว่ โมง

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
1. เพ่อื ใหม้ ีความรูค้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั อนิ เทอรเ์ นต็ การทอ่ งเว็บดว้ ยโปรแกรม

Internet Explorer
2. เพือ่ ใหม้ ีทักษะในการสืบคน้ ข้อมลู บนอินเทอรเ์ น็ต บันทึกข้อมูลที่ได้จากการสบื คน้ รบั ส่ง

จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชพี )

1. แสดงความรเู้ บอื้ งตน้ เก่ยี วกับอินเทอร์เน็ตได้
2. บอกสว่ นประกอบหน้าจอของโปรแกรม Google Chrome ได้
3. สืบคน้ ขอ้ มลู บนอนิ เทอรเ์ น็ตได้
4. รบั ส่งจดหมายอเิ ล็กทรอนกิ ส์ได้
5. มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม คา่ นิยม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความร้เู บื้องต้นเกยี่ วกบั อินเทอรเ์ น็ต
2. สืบคน้ ขอ้ มลู บนอินเทอร์เน็ต
3. รับสง่ ขอ้ มูลผา่ นระบบอินเทอร์เน็ตได้

เครอ่ื งมือ วสั ดุ – อุปกรณ์
1. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ PC หรือ Notebook
2. โปรเจ็คเตอร์
3. หนังสือ

ลำดับขน้ั ตอนการปฏิบตั ิงาน
1. ใหน้ กั ศึกษาแบง่ กลุ่มตามความเหมาะสม เพอ่ื ศึกษาและอภิปราย
1.1 อธบิ ายความร้เู กยี่ วกบั การใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ เบื้องต้น
2. เขยี นอภปิ รายและวเิ คราะห์ใสก่ ระดาษ
3. นำผลงานสง่ ครูผู้สอนเพ่ือประเมนิ ผล

ภาพประกอบ


Click to View FlipBook Version