The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตซอล โดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ssuri_. Ko, 2024-01-23 22:07:43

ผลของการจัดการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตซอล โดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษากีฬาฟุตซอล โดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Keywords: วิจัยในชั้นเรียน

42 9. กรอบแนวคิด แบบฝึกความคล่องตัว แบบฝึกที่ 1 การสร้าง ความคุ้นชินกับลูกบอล แบบฝึกที่ 2 แบบฝึกการ เคลื่อนที่อยู่กับที่และการ เคลื่อนที่กับบอลตัว V แบบฝึกที่ 3 แบบฝึกการ เคลื่อนที่อยู่กับที่และการ เคลื่อนที่กับบอลตัว T แบบฝึกที่ 4 แบบฝึกการ เคลื่อนที่อยู่กับที่และการ เคลื่อนที่กับบอลตัว X การจัดการเรียนรู้ วิชาพลศึกษา กีฬาฟุตซอล โดยใช้ แบบฝึกความ คล่องตัว ทักษะการเลี้ยง ลูกฟุตซอล


บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอล โดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยได้นำเสนอวิธีดำเนินการวิจัยตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. แบบแผนการทดลอง 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวน 43 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนชุมชนโนนสูง ตำบลโนนสูง-น้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 21 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนชุมชนโนนสูง ตำบลโนนสูง-น้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัด อุดรธานี 2. แบบแผนการทดลอง การวิจัยในครั้งนี้มีแบบแผนการทดลอง (Experimental Design) กลุ่มเดียวทดสอบก่อนและ หลังการทดสอบ One Group Pretest – Posttest Design กลุ่มทดลอง การทดสอบทักษะการทดสอบ ทักษะการเลี้ยงฟุตซอลด้วย ความคล่องตัวและความเร็วก่อน เรียน แผนการจัดการเรียนรู้พล ศึกษา ในทักษะการสร้าง ความคุ้นชินกับลูกบอล การทดสอบทักษะการทดสอบ ทักษะการเลี้ยงฟุตซอลด้วย ความคล่องตัวและความเร็ว หลังเรียน E T1 X T2


44 สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนทดลอง E แทน กลุ่มทดลอง (Experimental Group) T1 แทน การทดสอบก่อนเรียน Pre – test X แทน แผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษา ทักษะการสร้างความคุ้นชินกับลูกบอลและทักษะ การเลี้ยงลูกฟุตซอล T2 แทน การทดสอบหลังเรียน Post – test 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาพลศึกษา กีฬาฟุตซอล ทักษะการสร้างความคุ้นชินกับลูกบอลและ ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. แบบทดสอบทักษะการเลี้ยงฟุตซอล วิธีการสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ 1. แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาพลศึกษา กีฬาฟุตซอล โดยใช้ทักษะการสร้างความคุ้นชินกับลูกบอล และทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 1.1 ศึกษาและวิเคราะห์แนวคิดทฤษฎี และการจัดการเรียนการสอนวิธีการหรือสื่อนวัตกรรมที่ใช้ 1.2 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพล ศึกษา คู่มือหนังสือเรียนวิชาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1.3 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนโนนสูง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา วิชาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 1.4 สร้างตารางวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้ และเนื้อหาบทที่ 1 1.5 เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้โดยใช้ทักษะการสร้างความคุ้นชินกับลูกบอลและทักษะการ เลี้ยงลูกฟุตซอล เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3จำนวน 8 แผน รวม 8 ชั่วโมง 1.6 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นเสนออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบแก้ไขเพิ่มเติมและ นำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น 1.7 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการ สอนฟุตซอล ด้านหลักสูตรและการสอน การวิจัย และการวัดผลประเมินผลตรวจสอบ ความถูกต้องเหมาะสม ความสอดคล้อง และความเป็นไปได้ระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้เนื้อหาสาระกิจกรรมการเรียนรู้ และการ วัดผลประเมินผลโดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตรวจสอบดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง


45 ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นไม่เหมาะสมและสอดคล้อง แล้วนำคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ( Index of objective congruence : IOC) ระหว่าง องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ จะต้องได้ค่าดัชนีความสอดคล้องทุกองค์ประกอบตั้งแต่ 0.67 ขึ้นไป 1.8 ปรับปรุง และแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 1.9 นำแผนการจัดการเรียนรู้ ที่แก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนชุมชน โนนสูง ปีการศึกษา 2566 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างของการวิจัย เพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องและปรับปรุงแก้ไข เกี่ยวกับ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษา กีฬาฟุตโดยใช้ทักษะการสร้างความคุ้นชินกับลูกบอลและทักษะ การเลี้ยงลูกฟุตซอล 1.10 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่แก้ไขปรับปรุงแล้วเสนอผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งเพื่อตรวจสอบและ ปรับปรุงแก้ไขเป็นฉบับสมบูรณ์ที่ใช้ในการทดลองภาคสนาม 2. แบบทดสอบทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล 2.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาชั้นพื้นฐาน 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพล ศึกษา คู่มือหนังสือเรียนฟุตซอลบอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2.2 สร้างตารางวิเคราะห์จุดประสงค์การทดสอบ 2.3 สร้างแบบทดสอบทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล 2.4 นำแบบทดสอบที่สร้างขึ้น เสนออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบแก้ไขเพิ่มเติมและนำมา ปรับปรุงให้ดีขึ้น 2.5 นำแบบทดสอบที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนฟุต ซอล ด้านหลักสูตรและการสอน การวิจัย และการวัดผลประเมินผลตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม ความ สอดคล้อง และความเป็นไปได้ระหว่างจุดประสงค์การทดสอบ และแบบทดสอบโดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา ตรวจสอบดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นไม่เหมาะสมและสอดคล้อง แล้วนำคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ( Index of objective congruence : IOC) ระหว่าง จุดประสงค์การทดสอบ และแบบทดสอบ จะต้องได้ค่าดัชนีความสอดคล้องทุกองค์ประกอบตั้งแต่ 0.67ขึ้นไป 2.6 ปรับปรุง และแก้ไขแบบทดสอบตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 2.7 นำแบบทดสอบที่แก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนโนน สูง ปีการศึกษา 2566 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างของการวิจัย เพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องและปรับปรุงแก้ไข แบบทดสอบ


46 2.8 นำแบบทดสอบที่แก้ไขปรับปรุงแล้วเสนอผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไข เป็นฉบับสมบูรณ์ที่ใช้ในการทดลองภาคสนาม 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างตามลำดับดังนี้ 1. ก่อนการทคลองให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดทักษะการเลี้ยงฟุตซอล 2. ผู้วิจัยดำเนินการสอนกลุ่มตัวอย่างด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นจำนวน 8 แผนโดยให้ นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ทักษะการสร้างความคุ้นชินกับลูกบอลและ ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล 3. เมื่อสิ้นสุดการทดลองแล้วนำแบบทดสอบวัดทักษะการเลี้ยงฟุตซอลชุดเดิมไปทดลองกับนักเรียน กลุ่มตัวอย่างอีกครั้ง จากนั้นนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษา กีฬาฟุตซอล โดยใช้ทักษะการสร้าง ความคุ้นชินกับลูกบอลและทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักเรียนชัน มัธยมศึกษาปีที่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ดังนี้ 1. ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพลศึกษา กีฬาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. เปรียบเทียบทักษะการเลี้ยงฟุตซอล วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อน เรียน และหลังเรียน 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยเลือกใช้สถิติดังนี้ 1. สถิติพื้นฐานใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้ทักษะการสร้างความคุ้นชิน กับลูกบอลและทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ประกอบเพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงฟุตซอล 2. สถิติที่ใช้วิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป 2.1 หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ค่าดัชนี ความสอดคล้อง (IOC) R IOC N = เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้อง ∑R แทน ผลรวมของความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนของผู้เชี่ยวชาญ


47 2.2 ร้อยละ มีสูตรในการคำนวณ f N p = x 100 เมื่อ p แทน ร้อยละ f แทน ความถี่หรือจำนวนข้อมูลที่ต้องการหาร้อยละ n แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด 2.3 ค่าเฉลี่ย ( X ) มีสูตรในการคำนวณ X X = n เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง X แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน n แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 2.4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) มีสูตรในการคำนวณ n X - X ( ) S = n(n - ) 2 2 1 เมื่อ S แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน ข้อมูลแต่ละค่าของกลุ่มตัวอย่าง X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง n แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง


บทที่4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยขอเสนอผลการวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนา ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ตารางที่ 1 ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนา ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ลำดับ ก่อนเรียน (20 คะแนน) หลังเรียน (20 คะแนน) คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 1 12 60 18 90 2 11 55 17 85 3 6 30 11 55 4 6 30 12 60 5 14 70 19 95 6 7 35 13 65 7 10 50 16 80 8 10 50 18 90 9 7 35 15 75 10 15 75 20 100 11 15 75 20 100 12 16 80 20 100 13 11 55 19 95 14 11 55 20 100 15 7 35 20 100 16 7 35 11 55 17 7 35 11 55 18 7 35 13 65 19 5 25 12 60


49 ลำดับ ก่อนเรียน(30คะแนน) หลังเรียน(30คะแนน) คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 20 9 45 16 80 21 5 25 14 75 X 9.43 46.90 15.95 80 S.D. 3.46 - 3.44 - จากตารางที่ 1 พบว่า ของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลัง เรียน คะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 9.43 คิดเป็นร้อยละ 46.90 และคะแนนหลังเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 15.95 คิดเป็นร้อยละ 80 และค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ก่อนเรียนเท่ากับ 3.46 ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียนเท่ากับ 3.44 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึก ความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อน เรียนและหลังเรียน จากตารางที่ 1 พบว่า ของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลัง เรียน คะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 9.43 คิดเป็นร้อยละ 46.90 และคะแนนหลังเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 15.95 คิดเป็นร้อยละ 80 และค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ก่อนเรียนเท่ากับ 3.46 ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียนเท่ากับ 3.44 ตอนที่ 2 ผลผลการเปรียบเทียบของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบ ฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน ตารางที่ 2 ผลการเปรียบเทียบของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึก ความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อน เรียนและหลังเรียน ผลการทดลอง X S.D. ร้อยละ ก่อนเรียน 9.43 3.46 46.90 หลังเรียน 15.95 3.44 80


50 จากตารางที่ 2 พบว่า คะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 9.43 คิดเป็นร้อยละ 46.90 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 15.95 คิดเป็นร้อยละ 80 หลังเรียนเมื่อ เปรียบเทียบกับก่อนเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน


บทที่ 5 สรุป อภิปราย และเสนอแนะ ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยนำเสนอการสรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สมมุติฐานการวิจัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลที่คล่องตัวหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน สรุปผลการวิจัย นักเรียนมีทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล โดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยง ลูกฟุตซอล นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 9.43 คิดเป็นร้อยละ 46.90 และคะแนนเฉลี่ยหลัง เรียนเท่ากับ 15.95 คิดเป็นร้อยละ 80 หลังเรียนเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียน อภิปรายผลการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีประเด็นที่จะอภิปรายผลการวิจัย ดังนี้ จากการศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนชุมชนโนนสูง นำมาอภิปรายได้ ดังนี้ ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัวเพื่อพัฒนา ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนชุมชนโนนสูง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน ด้ำการวัดทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วยเครื่องมือ แบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน และแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว ก่อนการฝึกและหลัง การฝึก พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีทักษะการเลี้ยงฟุตซอลที่คล่องตัวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแบบทดสอบและ แผนการจัดการเรียนรู้มีกระบวนการฝึกปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเริ่มจากการฝึกแบบง่ายไปหา แบบยาก ซึ่งทำให้นักเรียนเกิดความรู้เพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้ฝึกปฏิบัติตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ แบบฝึกความคล่องตัว ซึ่งทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลนี้เป็นทักษะที่สำคัญของการเล่นกีฬาฟุตซ


52 เพราะเป็นพื้นฐานของการเล่นฟุตซอลที่ดีนั้น ผู้เล่นจะต้องเลี้ยงบอลด้วยความคล่องตัวและไปกับบอล ได้ดีก่อน เนื่องจากเป็นเทคนิคการเลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ เพื่อหาพื้นที่ในการทำประตู ซึ่งสอดคล้องกับ การศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความคล่องตัว เพื่อพัฒนา ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 9.46 คิดเป็นร้อยละ 46.90 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 15.95 คิดเป็นร้อยละ 80 และ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนเรียนเท่ากับ 3.46 ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียน เท่ากับ 3.44 หลังเรียนเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งสอดคล้องกับ สมมติฐาน ที่ว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 มีทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล โดยใช้แบบฝึกความ คล่องตัว หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่านักเรียนเรียนรู้ได้ดีจากการลงมือปฏิบัติ การ สังเกต การใช้รูปแบบการสอนการฝึกแบบเป็นขั้นตอนย่อย ๆ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของธรรมชาติ นาคะพันธ์(2558) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกแบบสถานีที่มีต่อ ความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพศชาย จำนวน 20 คน โดยวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง กำหนดให้กลุ่มทดลองที่ได้เลือกฝึกด้วยโปรแกรมการฝึกแบบ สถานี ในช่วงแรกของการฝึกซ้อมปกติในแต่ละวัน โดยทำการฝึก 8 สัปดาห์สัปดาห์ละ 2 วัน คือ วัน อังคารและวันพฤหัสบดี และทดสอบความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอล ก่อนการทดลองและหลัง การทดลอง 8 สัปดาห์ นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่า “ที” ทดสอบความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการ ทดลอง 8 สัปดาห์กลุ่มทดลองมีความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลเป็นเส้นตรงระยะทาง 50 เมตร ดีกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) หลังการทดลอง 8 สัปดาห์กลุ่มทดลอง มีความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลซิก-แซ็ก ดีกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ฉัตรตระกูล ปานอุทัย,อธิวัฒน์ ดอกไม้ขาว (2556) การศึกษา ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพัฒนาโปรแกรมการฝึกความคล่องแคล่ววองไว และเปรียบเทียบผล ของการฝึกโปรแกรมความคล่องแคล่ววองไว หลังจากการฝึกตามโปรแกรม ของนักกีฬาที่เข้าร่วมการ แข่งขันกีฬาสถาบันการพลศึกษาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ นักกีฬาฟุตซอลที่เข้าร่วมการแข่งขันสถาบันการพลศึกษาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 จำนวน 20 คน โดยทั้งหมดเป็นนักกีฬาฟุตซอลเพศชาย การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าเฉลี่ยของระยะเวลาในการทดสอบก่อนการทดลอง ระหว่าง และหลังการ ทดลอง ผลการศึกษาพบว่า 1.โปรแกรมการฝึกความคล่องแคล่วว่องไว ที่ผู้วิจัยได้ใช้สามารถที่จะ พัฒนาความคล่องแคล่วว่องไวให้กับนักกีฬาฟุตซอล ของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุพรรณบุรีได้


53 เป็นอย่างดี2.ผลของการการออกกำลังกายในกลุ่มทดลองที่ได้รับการฝึกโดยโปรแกรมพัฒนาความ คล่องแคล่วว่องไวมีการพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไวดีกว่ากลุ่มที่ฝึกโปรแกรมการฝึกซ้อมฟุตซอล เพียงอย่างเดียว ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของสุรพล รักษาทรัพย์(2563) งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกรูปแบบ เอส เอ คิว ตามแนวคิดของเฮล ที่มีต่อความคล่องแคล่ว ว่องไวของนักกีฬาฟุตซอลชาย โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร 2) เพื่อเปรียบเทียบผลของโปรแกรม การฝึกรูปแบบ เอส เอ คิว ตามแนวคิดของเฮล ระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ที่มีต่อความ คล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุตซอลชาย โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร 3) เพื่อเปรียบเทียบผลของ โปรแกรมการฝึกรูปแบบ เอส เอ คิว ตามแนวคิดของเฮล ภายในกลุ่ม ก่อนการฝึกและหลังการฝึก ที่มี ต่อความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุตซอลชาย โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน การศึกษาเป็นนักกีฬาฟุตซอลชาย โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร จำนวน 40 คน ได้มาซึ่งกลุ่ม ตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากนั้น ทำการทดสอบความคล่องแคล่วว่องไว (Pretest) โดยใช้แบบทดสอบของอิลลินอยส์ เพื่อแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 20 คน เป็นกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง เรียงจากคะแนนการทดสอบความคล่องแคล่วว่องไวจากคะแนนน้อยไปหาคะแนน มาก เพื่อแบ่งเข้ากลุ่มโดยการเรียงลำดับจับคู่ (Matching) เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม มีความ คล่องแคล่วว่องไวใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นโปรแกรมการฝึกรูปแบบ เอส เอ คิว ตาม แนวคิดของเฮล แบบบันทึกคะแนนความคล่องแคล่วว่องไว ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดย ผ่านการตรวจสอบ จากผู้เชี่ยวชาญ ทำการฝึกเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ๆ ละ 3 วัน นำผลที่ได้มาวิเคราะห์ตามวิธีการทาง สถิติด้วยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย โดยใช้สถิติการ ทดสอบค่าที ที่กลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระจากกัน (Paired Sample t-test) และกลุ่มตัวอย่างที่เป็น อิสระจากกัน(Independent Sample t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึก ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. กลุ่มควบคุม ก่อนการฝึกและหลังการฝึกสัปดาห์ ที่ 8 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. กลุ่มทดลอง ก่อนการฝึกและหลังการฝึก สัปดาห์ที่ 8 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ จุฑามาศ แตงขาว (2562) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลการฝึกวิ่งแบบผสมผสานที่ มีต่อความเร็วและความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุตซอลหญิง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักกีฬาฟุตซอลหญิง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จำนวน 15 คน ปี 2562 ได้มาจากการ เลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยจะเข้าร่วมการฝึกโปรแกรมการวิ่งแบบผสมผสาน ดังนี้ การฝึกวิ่งรูปแบบ ตัว M การฝึกวิ่งรูปแบบตัว I การฝึกวิ่งรูปแบบตัว X การฝึกวิ่งรูปแบบตัว S เป็น


54 ระยะ เวลา 8 สัปดาห์ ทำการฝึกโปรแกรมการวิ่งแบบผสมผสานให้เสร็จสิ้นก่อนการฝึกซ้อมโปรแกรม การฝึกฟุตซอลตามปกติ จะทำการทดสอบความเร็วโดยแบบทดสอบวิ่ง 20 เมตรและทำการทดสอบ ความคล่องแคล่วว่องไวโดยแบบทดสอบ Illinois Agility Run Test ก่อนการฝึกโปรแกรม หลังการฝึก 4 สัปดาห์และหลังการฝึก 8 สัปดาห์ นำข้อมูลจากการทดสอบมาวิเคราะห์ โดยใช้การวิเคราะห์ความ แปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ(One-way Analysis of Variance With Repeated Measures) และ กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่าเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยผลของการทดสอบ ความเร็ว ก่อนการฝึกโปรแกรม มีค่าเฉลี่ยของความเร็วแตกต่างจากหลังการฝึก4 สัปดาห์ และหลัง การฝึก 8 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยผลของการ ทดสอบความคล่องแคล่วว่องไว ก่อนการฝึกโปรแกรม มีค่าเฉลี่ยของความคล่องแคล่วว่องไวแตกต่าง จากหลังการฝึก 4 สัปดาห์ และหลังการฝึก 8 สัปดาห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่า โปรแกรมการฝึกวิ่งแบบผสมผสานที่มีต่อความเร็วและความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุต ซอลหญิงที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นสามารถนำไปใช้ฝึกเสริมเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายด้านความเร็วและ ความคล่องแคล่วว่องไวให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น จึงสรุปได้ว่า ผลผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอลโดยใช้แบบฝึกความ คล่องตัว เพื่อพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 โรงเรียนชุมชน โนนสูง ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ แบบฝึกความคล่องตัวทำให้มีประสิทธิภาพที่จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้ผู้ฝึกมีทักษะพื้นฐานในการเล่นกีฬาฟุตซอลได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการฝึก บ่อยๆ จะทำให้เกิดการพัฒนาทักษะไปในทิศทางที่ดีขึ้นจนเกิดความชำนาญ และสามารถพัฒนา ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาฟุตซอลให้ดียิ่งขึ้น อีกด้วย ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัยมีข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและผู้สนใจเพื่อการวิจัยใน ครั้งต่อไป 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ผู้ที่สนใจควรศึกษาวิธีการสอน ขั้นตอนการสอน โดยใช้แบบฝึกความคล่องตัวให้เข้าใจ ก่อนนำไปใช้ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 1.2 ผู้ที่สนใจสามารถนำไปบูรณาการในการสอนทักษะวิชาพลศึกษาในกีฬาอื่นๆได้


55 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษากระบวนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษากีฬาฟุตซอล โดยใช้แบบฝึก ความคล่องตัวในหลายระดับชั้น หรือในกีฬาอื่นๆ 2.2 ควรมีการเปรียบเทียบแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นไปสอนแล้วเปรียบเทียบกับ วิธีการสอนอื่นๆ ในเนื้อหาเดียวกัน และรับชั้นเดียวกัน


56 รายการอ้างอิง กรมพลศึกษากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา. กีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพ. กรุงเทพฯ : การกีฬาแห่งประเทศ ไทย. กระทรวงศึกษาธิการ,กรมวิชาการ.2544. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพมหานคร: พัฒนาคุณภาพวิชาการ: กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 กรุงเทพมหานคร: คุรุสภา. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาขึ้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: สำนักชุมชมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551).คู่มือการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: องค์การรับส่ง สินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.)จตุรงค์ เหมรา. (2560). หลักการและการปฏิบัติการทดสอบ สมรรถภาพทางกาย. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จตุรงค์ เหมรา. (2560). หลักการและการปฏิบัติการทดสอบสมรรถภาพทางกาย.กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฉัตรตระกูล ปานอุทัย,อธิวัฒน์ ดอกไม้ขาว. 2556. ผลของการฝึกโปรแกรมความคล่องแคล่วว่องไว ที่ มีผลต่อ การพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไว ของนักกีฬาฟุตซอล. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566. http://113.53.230.46/sp/myfile/research_5aa0e009ba919.pdf จุฑาทิพย์ ยอดดี. 2556. ความสัมพันธ์ระหว่างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกับความคล่องแคล่วว่องไว ของนักกีฬาฟุตซอล. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566. จาก https://kuojs.lib.ku.ac.th/index.php/jstku/article/download/3352/1601/ จุฑามาศ แตงขาว. 2562. ผลการฝึกวิ่งแบบผสมผสานที่มีต่อความเร็วและความคล่องแคล่วว่องไว ของนักกีฬาฟุตซอลหญิง. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566. จาก https://so04.tcithaijo.org/index.php/nakboot/article/download/247597/172410 /915538. เทิดทูล โตคีรี. 2561. ผลการฝึกด้วยโปรแกรมการฝึก เอส เอ คิว ที่มีผลต่อความคล่องแคล่วว่องไว และความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตซอลระดับอุดมศึกษา. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566. https://research.kpru.ac.th/Joumal_HSS/journal/11182020-02-12.pdf


57 ธรรมชาติ นาคะพันธ์. 2558. ผลของโปรแกรมการฝึกแบบสถานีที่มีต่อความสามารถในการเลี้ยงลูก ฟุตบอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566. จาก https://lib.edu.chula.ac.th/FILEROOM/CU_THESIS/DRAWER002/GENERAL/DATA 0021/00021 นันทพล ทองนินพันธ์. (2548). ผลของการฝึกความคล่องตัวที่มีต่อความสามารถในการเลี้ยงลูก ฟุตบอลของนักกีฬา. กรุงเทพมหานคร : คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พจนานุกรมพุทธศาสตร์. (2554). ฉบับประมวลธรรมของพระราชวรมุนี.กรุงเทพฯ. สำนักงานราช บัณฑิตยสภา. มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตวิทยาเขตอุดรธานี.ทักษะกีฬาฟุตซอล. อุดรธานี : มหาวิทยาลัยการกีฬา แห่งชาติวิทยาเขตอุดรธานี. มณฑล ทองโรจน์และคณะ. 2561. การสร้างโปรแกรมการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุต ซอล. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566. จาก http://www.rujogs.ru.ac.th/journals/3_1556613573.pdf ศิริรัตน หิรัญรัตน์. (2539). สมรรถภาพทางกายและทางกีฬา. กรุงเทพฯ: โรงเรียนกีฬาเวชศาสตร์ ภาควิชาศัลศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. สนธยา สีละมาด. (2547). หลักการฝึกกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์ สนธยา สีละมาด. (2557). กิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาวะ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. สุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ. 36(5): 9-12. สุขสวัสดิ์ชนะพาล. 2550. ผลของการฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวที่มีต่อ ความสามารถ ในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักกีฬาฟุตบอล อายุ 12-14 ปี. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566. จาก https://doi.nrct.go.th/ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14457/CU.the.2007.946 สุรพล รักษาทรัพย์. 2563. ผลของโปรแกรมการฝึกรูปแบบ เอส เอ คิว ตามแนวคิดของเฮล ที่มีต่อ ความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุตซอลชายโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร. สืบค้นเมื่อ วันที่ 1 กันยายน 2566. จาก http://www.tnsu.ac.th/web/web5/wittayanipon/2563/CBIm60031301013.pdf


58 สุพิตร สมาหิโต. (2560). แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ สำหรับ เด็กไทย 7-18 ปี. กรุงเทพฯ : เทพรัตน์การพิมพ์. องค์การอนามัยโลก. (2550). ระดับการมีกิจกรรมทางกายของคนไทย. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566. จาก https://www.matichon.co.th/tged


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ


59 รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ นายสมชาย กวยทอง ครูชำนาญการพิเศษ หมวดสุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนชุมชนโนสูง นายวรพจน์ สุพรรณกลาง ครูชำนาญการพิเศษ หมวดสุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนชุมชนโนสูง นายวัชรพงษ์ สารีบุตร ครูชำนาญการพิเศษ หมวดสุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนชุมชนโนสูง


ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาพลศึกษา กีฬาฟุตซอล


61 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กีฬาฟุตซอล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง แบบทดสอบก่อนเรียน เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุริยา โคตมี นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ3.1 เข้าใจทักษะการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา พ3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่าง สม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม สุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด พ3.1 ม.3/1 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่ เหมาะสมกับตนเองและทีม พ3.1 ม.3/2 นำหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกายการ เล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พ3.2 ม.3/2 ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอและนำแนวคิดจาก หลักการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจ พ3.2 ม.3/3 ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือก และนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ของตนในสังคม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะการเลี้ยงบอลในกีฬาฟุตซอล (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตซอลได้ (P) 3. นักเรียนกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม (A)


62 3. สาระสำคัญ การเลี้ยงฟุตซอลเป็นทักษะสำคัญอีกทักษะหนึ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามารถ เฉพาะตัวของผู้เล่น ในการเลี้ยงบอลเป้าหมายหลัก คือ การเลี้ยงเพื่อหลบหลีก หลอกล่อคู่ต่อสู้ เขาไป ทำประตู 4. สาระการเรียนรู้ การเคลื่อนไหวเบื้องต้นและทักษะการเล่นกีฬาฟุตซอล คือ ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอล 5. จุดเน้นพัฒนาผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ไขปัญหา 3. ความสามารถในการสื่อสาร 4. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม 6. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครูให้นักเรียนเข้าแถวหน้ากระดานสองแถว ดังรูปที่ 1 รูปที่ 1 1.2 ครูสำรวจรายชื่อเครื่องแต่งกายและสุขภาพ 1.3 ครูให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายดังนี้


63 - วิ่งรอบสนามฟุตซอล 5 รอบ - ยืดเหยียดกล้ามเนื้อโดยให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำยืด 2. ขั้นอธิบายสาธิต 2.1 ครูให้นักเรียนเข้าแถวหน้ากระดานสองแถว (ดังรูปที่ 1) 2.2 ครูอธิบายแบบทดสอบการเลี้ยงลูกฟุตซอล 3. ขั้นฝึกปฏิบัติ 3.1 ครูให้นักเรียนลงไปวอร์มกับบอล เพื่อสร้างความคุ้นชินกับลูกบอล 4. ขั้นนำไปใช้ 4.1 ให้นักเรียนเข้าแถวเตรียมทดสอบ โดยจะให้นักเรียนทดสอบตามจุดที่วางไว้ ดังรูปที่ 2 รูปที่ 2 4.2 ให้นักเรียนทำแบบทดสอบเป็นฐานดังต่อไปนี้ ฐานที่ 1 การเลี้ยงฟุตซอลโดยใช้ข้างเท้าด้านในและด้านนอก ดังรูปที่ 3 ขั้นที่ 1 ให้นักเรียนเลี้ยงบอลจากจุดเริ่มต้น ด้วยข้างเท้าด้านนอก ขั้นที่ 2 จากนั้นให้นักเรียนตบลูกบอลกลับจากข้างเท้าด้านนอกเป็นข้างเท้าด้านใน ขั้นที่ 3 ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบตามจุดที่กำหนดไว้ ขั้นที่ 4 ถ้าเลี้ยงบอลโดนจุดที่วางไว้จะโดนหักคะแนนตามจำนวนที่กำหนด


64 รูปที่ 3 ฐานที่2 การเลี้ยงฟุตซอลโดยใช้ฝ่าเท้า ดังรูปที่ 4 ขั้นที่ 1 ให้นักเรียนเลี้ยงบอลไปด้านหน้าจากจุดเริ่มต้น ด้วยฝ่าเท้า ขั้นที่ 2 เมื่อถึงจุดที่กำหนดแล้ว ให้ดึงบอลกลับลงมายังจุดที่กำหนด โดยใช้ฝ่าเท้าเหมือนเดิม ขั้นที่ 3 เมื่อดึงบอลกลับถึงจุดที่กำหนดแล้ว ให้เหยียบบอลมาด้านหน้าเหมือนเดิม ขั้นที่ 4 ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงจุดที่กำหนดไว้ ขั้นที่ 5 ถ้าเลี้ยงบอลโดนจุดที่วางไว้จะโดนหักคะแนนตามจำนวนที่กำหนด รูปที่ 4


65 ฐานที่3 การเลี้ยงฟุตซอลโดยใช้ฝ่าเท้าและข้างเท้าด้านใน-ด้านนอก ดังรูปที่ 5 ขั้นที่ 1 ให้นักเรียนเลี้ยงบอลไปด้านหน้าจากจุดเริ่มต้น ด้วยข้างเท้าด้านนอก ขั้นที่ 2 เมื่อถึงจุดที่วางไว้แล้วให้ตบบอลกลับด้วยข้างเท้าด้านใน แล้วเลี้ยงบอลต่อด้วยข้าง เท้าด้านนอก ขั้นที่ 3 จากนั้นเหยียบบอลไปด้านหน้า แล้วเลี้ยงบอลไปทางด้านขวาด้านนอก ขั้นที่ 4 ถึงจุดต่อไปแล้วดึงบอลลงมา ต่อด้วยการเลี้ยงบอลด้วยข้างเท้าด้านใน ขั้นที่ 5 จากนั้นเมื่อถึงจุดต่อไป แล้วดึงบอลลงด้วยฝ่าเท้า แล้วเลี้ยงบอลไปด้านหน้าด้วย ความเร็วจนถึงจุดสุดท้ายที่กำหนดไว้ รูปที่ 5 ฐานที่4 การเลี้ยงฟุตซอลโดยใช้ฝ่าเท้าและข้างเท้าด้านใน-ด้านนอก ดังรูปที่ 6 ขั้นที่ 1 ให้นักเรียนเหยียบบอลไปด้านหน้าด้วยฝ่าเท้า จากนั้นดึงบอลกลับด้วยฝ่าเท้า ขั้นที่ 2 เมื่อทำไปทางด้านซ้ายแล้ว ให้กลับมาทำด้านขวาอีกครั้ง ขั้นที่ 3 จากนั้นให้นักเรียนเลี้ยงบอลไปด้านหน้าด้วยความเร็ว ขั้นที่ 4 เมื่อถึงจุดที่วางไว้แล้ว ให้นักเรียนเลี้ยงบอลด้วยข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอก ขั้นที่ 5 ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงจุดสุดท้ายที่กำหนดไว้ ขั้นที่ 6 เมื่อเลี้ยงบอลจนถึงจุดสุดท้ายที่กำหนดไว้แล้ว ให้นักเรียนเหยียบบอลด้วยฝ่าเท้าไป ให้ถึงจุดสิ้นสุดของการทดสอบ


66 รูปที่ 6 5. ขั้นสรุป 5.1 ให้นักเรียนเข้าแถวดังรูปที่ 1 5.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายสรุปแบบทดสอบทักษะการเลี้ยงบอลโดยครูสุ่มตัวอย่าง นักเรียนที่มีทักษะที่ถูกต้องออกมาทำให้เพื่อนดูและครูสรุปเพิ่มเติม 5.3 ถาม-ตอบ 5.4 นัดหมายสั่งงาน 5.5 สุขปฏิบัติ 5.6 เลิกแถว 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตซอล 2. กรวย 3. นกหวีด สัญลักษณ์


67 = ครู = นักเรียน = ทิศทางการเลี้ยงฟุตซอล = ทิศทางการเคลื่อนที่ = กรวย แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องพลศึกษา 2. สนามฟุตซอล 8. การวัดและประเมิณผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณ์การให้คะแนน 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับทักษะการเลี้ยงบอลใน กีฬาฟุตซอล การถาม - ตอบ การตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติแบบ ฝึกทักษะกีฬาฟุตซอลได้ การปฏิบัติ แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป 3. นักเรียนกระตือรือร้นและมี ส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม การสังเกตุ แบบสังเกตุ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป


68 เกณฑ์การประเมิณ เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียนมี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ ทักษะการ เลี้ยงบอลใน กีฬาฟุตซอล นักเรียนมี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ ทักษะการเลี้ยง บอลในกีฬาฟุต ซอลบ้าง เล็กน้อย นักเรียนไม่มี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ ทักษะการเลี้ยง บอลในกีฬาฟุต ซอล เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียน สามารถปฏิบัติ แบบฝึกทักษะ กีฬาฟุตซอลได้ นักเรียน สามารถปฏิบัติ แบบฝึกทักษะ กีฬาฟุตซอลได้ ลบ้างเล็กน้อย นักเรียนไม่ สามารถปฏิบัติ แบบฝึกทักษะ กีฬาฟุตซอลได้ เลย


69 เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียน กระตือรือร้น และมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติ กิจกรรม นักเรียน กระตือรือร้น และมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติ กิจกรรมได้ บ้างเล็กน้อย นักเรียนไม่ กระตือรือร้น และไม่มีส่วน ร่วมในการ ปฏิบัติกิจกรรม เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ได้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมค่อนข้างสมบูรณ์ ได้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่อง ได้ 1 คะแนน


70 9. บันทึกหลังการสอน ปัญหาที่เกิดขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหา ผลการแก้ไขปัญหา ลงชื่อ....................................................... ( นายสุริยา โคตมี ) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................. ลงชื่อ....................................................... ครูพี่เลี้ยง


71 ความคิดเห็นผู้บริหาร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ....................................................... ผู้บริหารสถานศึกษา


72 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กีฬาฟุตซอล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การสร้างความคุ้นชินกับลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านใน เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุริยา โคตมี นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ3.1 เข้าใจทักษะการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา พ3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่าง สม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม สุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด พ3.1 ม.3/1 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่ เหมาะสมกับตนเองและทีม พ3.1 ม.3/2 นำหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกายการ เล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พ3.2 ม.3/2 ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอและนำแนวคิดจาก หลักการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจ พ3.2 ม.3/3 ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือก และนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ของตนในสังคม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกีฬาฟุตซอล (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วยข้างเท้าด้านใน (P) 3. นักเรียนกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม (A)


73 3. สาระสำคัญ การเลี้ยงฟุตซอลเป็นทักษะสำคัญอีกทักษะหนึ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามารถ เฉพาะตัวของผู้เล่น ในการเลี้ยงบอลเป้าหมายหลัก คือ การเลี้ยงเพื่อหลบหลีก หลอกล่อคู่ต่อสู้ เขาไป ทำประตู 4. สาระการเรียนรู้ การเคลื่อนไหวเบื้องต้นและทักษะการเล่นกีฬาฟุตซอล คือ ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วย ข้างเท้าด้านใน 5. จุดเน้นพัฒนาผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ไขปัญหา 3. ความสามารถในการสื่อสาร 4. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม 6. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครูให้นักเรียนเข้าแถวหน้ากระดานสองแถว ดังรูปที่ 1 รูปที่ 1 1.2 ครูสำรวจรายชื่อเครื่องแต่งกายและสุขภาพ


74 1.3 ครูให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายดังนี้ - วิ่งรอบสนามฟุตซอล 5 รอบ - ยืดเหยียดกล้ามเนื้อโดยให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำยืด 2. ขั้นอธิบายสาธิต 2.1 ครูให้นักเรียนเข้าแถวหน้ากระดานสองแถว (ดังรูปที่ 1) 2.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายทักษะการเลี้ยงฟุตบอลด้วยข้างเท้าด้านใน 3. ขั้นฝึกปฏิบัติ 3.1 กิจกรรมที่ 1 การทำความคุ้นชินกับลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นยืนตามจุดที่วางไว้ ดังรูปภาพที่ 2 แล้วให้นักเรียนสัมผัสอยู่กับที่ก่อน ด้วยข้างเท้าด้านใน ทำ 20 ครั้ง แล้วเปลี่ยนเพื่อนที่อยู่กลุ่มด้วยกัน ทำทั้งหมด 3 เซ็ต รูปที่ 2 4. ขั้นนำไปใช้ ให้นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน และให้แต่ละกลุ่มเลี้ยงฟุตบอลด้วยข้าง เท้าด้านในให้อ้อมกรวย จากนั้นให้เลี้ยงบอลกลับ กลุ่มไหนทำเสร็จก่อนแล้วนั่งลง กลุ่มไหนแพ้ให้เก็บ อุปกรณ์พร้อมลงโทษ ดังรูปที่ 3


75 รูปที่ 3 5. ขั้นสรุป 5.1 ให้นักเรียนเข้าแถวดังรูปที่ 1 5.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายสรุปทักษะการเลี้ยงฟุตซอลด้วยข้างเท้าด้านในและด้าน นอก 5.3 เลิกแถว 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตซอล 2. กรวย 3. นกหวีด สัญลักษณ์ = ครู = นักเรียน = ทิศทางการเลี้ยงฟุตซอล = ทิศทางการเคลื่อนที่


76 = กรวย = ลูกบอล แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องพลศึกษา 2. สนามฟุตซอล 8. การวัดและประเมิณผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณ์การให้คะแนน 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกีฬาฟุตซอล การถาม - ตอบ การตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติทักษะ การเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วยข้างเท้า ด้านใน การปฏิบัติ แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป 3. นักเรียนกระตือรือร้นและมี ส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม การสังเกตุ แบบสังเกตุ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป


77 เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียนมี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ กีฬาฟุตซอล นักเรียนมี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ กีฬาฟุตซอลบ้าง เล็กน้อย นักเรียนไม่มี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ กีฬาฟุตซอล เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียน สามารถปฏิบัติ ทักษะการเลี้ยง ลูกฟุตซอลด้วย ข้างเท้าด้านใน ได้ นักเรียน สามารถปฏิบัติ ทักษะการเลี้ยง ลูกฟุตซอลด้วย ข้างเท้าด้านใน ได้เล็กน้อย นักเรียนไม่ สามารถปฏิบัติ ทักษะการเลี้ยง ลูกฟุตซอลด้วย ข้างเท้าด้านได้


78 เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียน กระตือรือร้น และมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติ กิจกรรม นักเรียน กระตือรือร้น และมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติ กิจกรรมได้ บ้างเล็กน้อย นักเรียนไม่ กระตือรือร้น และไม่มีส่วน ร่วมในการ ปฏิบัติกิจกรรม เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ได้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมค่อนข้างสมบูรณ์ ได้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่อง ได้ 1 คะแนน 9. บันทึกหลังการสอน ปัญหาที่เกิดขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหา


79 ผลการแก้ไขปัญหา ลงชื่อ....................................................... ( นายสุริยา โคตมี ) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................. ลงชื่อ....................................................... ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็นผู้บริหาร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ....................................................... ผู้บริหารสถานศึกษา


80 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กีฬาฟุตซอล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การสร้างความคุ้นชินกับลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านนอกเวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุริยา โคตมี นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ3.1 เข้าใจทักษะการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา พ3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่าง สม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม สุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด พ3.1 ม.3/1 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่ เหมาะสมกับตนเองและทีม พ3.1 ม.3/2 นำหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกายการ เล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พ3.2 ม.3/2 ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอและนำแนวคิดจาก หลักการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจ พ3.2 ม.3/3 ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือก และนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ของตนในสังคม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะการเลี้ยงบอลในกีฬาฟุตซอล (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วยข้างเท้าด้านนอก (P) 3. นักเรียนกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม (A)


81 3. สาระสำคัญ การเลี้ยงฟุตซอลเป็นทักษะสำคัญอีกทักษะหนึ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามารถ เฉพาะตัวของผู้เล่น ในการเลี้ยงบอลเป้าหมายหลัก คือ การเลี้ยงเพื่อหลบหลีก หลอกล่อคู่ต่อสู้ เขาไป ทำประตู 4. สาระการเรียนรู้ การเคลื่อนไหวเบื้องต้นและทักษะการเล่นกีฬาฟุตซอล คือ ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วย ข้างเท้าดานนอก 5. จุดเน้นพัฒนาผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ไขปัญหา 3. ความสามารถในการสื่อสาร 4. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม 6. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครูให้นักเรียนเข้าแถวหน้ากระดานสองแถว ดังรูปที่ 1 รูปที่ 1 1.2 ครูสำรวจรายชื่อเครื่องแต่งกายและสุขภาพ


82 1.3 ครูให้นักเรียนอบอุ่นร่างกายดังนี้ - วิ่งรอบสนามฟุตซอล 5 รอบ - ยืดเหยียดกล้ามเนื้อโดยให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำยืด 2. ขั้นอธิบายสาธิต 2.1 ครูให้นักเรียนเข้าแถวหน้ากระดานสองแถว (ดังรูปที่ 1) 2.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายทักษะการเลี้ยงฟุตบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก 3. ขั้นฝึกปฏิบัติ 3.1 กิจกรรมที่ 1 การทำความคุ้นชินกับลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นยืนตามจุดที่วางไว้ ดังรูปภาพที่ 2 แล้วให้นักเรียนสัมผัสอยู่กับที่ก่อน ด้วยข้างเท้าด้านนอก ทำ 20 ครั้ง แล้วเปลี่ยนเพื่อนที่อยู่กลุ่ม ด้วยกัน ทำทั้งหมด 3 เซ็ต รูปที่ 2 4. ขั้นนำไปใช้ ให้นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน และให้แต่ละกลุ่มเลี้ยงฟุตบอลด้วยข้าง เท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอกให้อ้อมกรวย จากนั้นให้เลี้ยงบอลกลับ กลุ่มไหนทำเสร็จก่อนแล้วนั่ง ลง กลุ่มไหนแพ้ให้เก็บอุปกรณ์พร้อมลงโทษ ดังรูปที่ 3


83 รูปที่ 3 5. ขั้นสรุป 5.1 ให้นักเรียนเข้าแถวดังรูปที่ 1 5.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายสรุปทักษะการเลี้ยงฟุตซอลด้วยข้างเท้าด้านในและด้าน นอก 5.3 เลิกแถว 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ 1. ลูกฟุตซอล 2. กรวย 3. นกหวีด สัญลักษณ์ = ครู = นักเรียน = ทิศทางการเลี้ยงฟุตซอล = ทิศทางการเคลื่อนที่ = กรวย = ลูกบอล


84 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องพลศึกษา 2. สนามฟุตซอล 8. การวัดและประเมิณผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณ์การให้คะแนน 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับทักษะการเลี้ยงบอลใน กีฬาฟุตซอล การถาม - ตอบ การตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติทักษะ การเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วยข้างเท้า ด้านนอก การปฏิบัติ แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป 3. นักเรียนกระตือรือร้นและมี ส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม การสังเกตุ แบบสังเกตุ พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ 80 % ขึ้นไป


85 เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียนมี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ ทักษะการ เลี้ยงบอลใน กีฬาฟุตซอล นักกเรียนมี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ ทักษะการเลี้ยง บอลในกีฬาฟุต ซอลบ้าง เล็กน้อย นักเรียนไม่มี ความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับ ทักษะการเลี้ยง บอลในกีฬาฟุต ซอล เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียน สามารถปฏิบัติ ทักษะการเลี้ยง ลูกฟุตซอลด้วย ข้างเท้าด้าน นอก นักเรียน สามารถปฏิบัติ ทักษะการเลี้ยง ลูกฟุตซอลด้วย ข้างเท้าด้าน นอกได้ เล็กน้อย นักเรียนไม่ สามารถปฏิบัติ ทักษะการเลี้ยง ลูกฟุตซอลด้วย ข้างเท้าด้าน นอก


86 เกณฑ์การให้คะแนน ที่ ชื่อ-สกุล 1 2 3 รวมคะแนน นักเรียน กระตือรือร้น และมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติ กิจกรรม นักเรียน กระตือรือร้น และมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติ กิจกรรมได้ บ้างเล็กน้อย นักเรียนไม่ กระตือรือร้น และไม่มีส่วน ร่วมในการ ปฏิบัติกิจกรรม เกณฑ์การให้คะแนนด้านความรู้ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ได้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมค่อนข้างสมบูรณ์ ได้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่อง ได้ 1 คะแนน 9. บันทึกหลังการสอน ปัญหาที่เกิดขึ้น วิธีการแก้ไขปัญหา


87 ผลการแก้ไขปัญหา ลงชื่อ....................................................... ( นายสุริยา โคตมี ) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ความคิดเห็นครูพี่เลี้ยง ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................. ลงชื่อ....................................................... ครูพี่เลี้ยง ความคิดเห็นผู้บริหาร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ....................................................... ผู้บริหารสถานศึกษา


88 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กีฬาฟุตซอล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การสร้างความคุ้นชินกับลูกบอลด้วยฝ่าเท้า เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุริยา โคตมี นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ3.1 เข้าใจทักษะการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา พ3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และกีฬา ปฏิบัติเป็นประจำอย่าง สม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชม สุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด พ3.1 ม.3/1 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิคที่ เหมาะสมกับตนเองและทีม พ3.1 ม.3/2 นำหลักการ ความรู้และทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกายการ เล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พ3.2 ม.3/2 ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอและนำแนวคิดจาก หลักการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจ พ3.2 ม.3/3 ปฏิบัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือก และนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ของตนในสังคม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะการเลี้ยงบอลในกีฬาฟุตซอล (K) 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วยฝ่าเท้าได้ (P) 3. นักเรียนกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม (A)


89 3. สาระสำคัญ การเลี้ยงฟุตซอลเป็นทักษะสำคัญอีกทักษะหนึ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามารถ เฉพาะตัวของผู้เล่น ในการเลี้ยงบอลเป้าหมายหลัก คือ การเลี้ยงเพื่อหลบหลีก หลอกล่อคู่ต่อสู้ เขาไป ทำประตู 4. สาระการเรียนรู้ การเคลื่อนไหวเบื้องต้นและทักษะการเล่นกีฬาฟุตซอล คือ ทักษะการเลี้ยงลูกฟุตซอลด้วยฝ่า เท้า 5. จุดเน้นพัฒนาผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ไขปัญหา 3. ความสามารถในการสื่อสาร 4. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม 6. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครูให้นักเรียนเข้าแถวหน้ากระดานสองแถว ดังรูปที่ 1 รูปที่ 1 1.2 ครูสำรวจรายชื่อเครื่องแต่งกายและสุขภาพ


Click to View FlipBook Version