The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thasakaes65030064, 2022-08-01 02:21:30

PISA M3

PISA M3

~1~

แบบฝึกพฒั นาการอ่านรู้เร่อื งและสอ่ื สารได้ตามแนวการวัดผลนานาชาติ (PISA)
สาหรับนักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

สถานการณ์ที่ 1

คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนอา่ นถ้อยความ และตอบคาถามต่อไปนี้

หม่ันตรวจสุขภาพตา
ชว่ ยป้องกันตาบอดจากต้อหินได้

“ต๎อหนิ ” เป็นโรคที่ทาํ ให๎เกิดภาวะสญู เสียการมองเห็น
ชนิดถาวร ทพ่ี บได๎มากที่สุดในโลกจากสถิติพบวาํ ทวั่ โลกมี
ผูป๎ วุ ยโรคต๎อหนิ จาํ นวน 60 ลา๎ นคนในปี พ.ศ. 2553 และคาด
วําจะมผี ๎ูปุวยโรคต๎อหนิ จํานวน 70 ล๎านคนในปี พ.ศ. 2563
เทาํ กบั วาํ จะมีผ๎ปู วุ ยโรคต๎อหินเพิ่มขนึ้ ปลี ะ 1 ล๎านคน
นายแพทยบ๑ ุญสํง วนิชเวชารุงํ เรือง นายแพทย๑เชย่ี วชาญด๎านจักษวุ ทิ ยา ประธานชมรม
ต๎อหินแหงํ ประเทศไทย ในราชวิทยาลัยจักษุแพทย๑แหํงประเทศไทย กลําววํา “ต๎อหิน คือกลมุํ โรค
ท่ีทําใหเ๎ กิดความผดิ ปกติของขั้วประสาทตา เก่ยี วข๎องกับความดนั ตาหรือการสญู เสียลานสายตา
เปน็ ภัยเงียบท่ีทาํ ให๎เกดิ ภาวะสญู เสียการมองเหน็ ชนิดถาวร เนอ่ื งจากเปน็ โรคท่ไี มํมีอาการเจบ็ ปวด
ใดๆ การมองเหน็ ก็ยังคงเป็นปกติ ทําให๎ผปู๎ ุวยไมทํ ราบวาํ ตนเองเป็นโรค กวาํ จะมาพบแพทย๑กเ็ ปน็ มาก
แลว๎ หรือบางรายก็สูญเสียการมองเห็นไปแลว๎ ”
10% ของผ๎ูปุวยโรคตอ๎ หิน มอี าการรุนแรงถึงขั้นทาํ ให๎สญู เสยี การมองเหน็ จากการศึกษา
พบวาํ ผ๎ปู ุวยโรคตอ๎ หนิ 50 - 90% ไมํรตู๎ วั วําเป็นโรคต๎อหนิ เพราะไมํเคยตรวจตา
ตอ๎ หินไมเํ หมอื นต๎อกระจกทส่ี ามารถผําตดั เปล่ียนประสาทตาได๎ หากทิ้งไวไ๎ มํทําการรกั ษา
ผปู๎ วุ ยโรคตอ๎ หนิ อาจสูญเสียการมองเห็นชนิดถาวรได๎ แตหํ ากตรวจพบไดไ๎ วกส็ ามารถรกั ษาเพ่อื
หยดุ ยัง้ การสูญเสยี ข้ัวประสาทตาหรือลานสายตาได๎
ปจ๓ จุบนั การลดความดันตาเปน็ วิธีที่ได๎รับการ
พิสูจน๑และเปน็ ทย่ี อมรับอยํางกวา๎ งขวางวําสามารถ
ควบคมุ โรคตอ๎ หนิ ได๎ สาํ หรบั วธิ ีการรักษาโรคต๎อหนิ กม็ ี
ท้ังการใชย๎ า ซึ่งมที ั้งยาหยอด ยารบั ประทานและยาฉีด
นอกจากน้ยี งั มกี ารรกั ษาโดยใช๎แสงเลเซอร๑และการ
ผําตัดในกรณกี ารมใชแ๎ สงเลเซอรไ๑ มํไดผ๎ ล
การไปพบจกั ษุแพทยเ๑ พ่ือตรวจตาเปน็ ประจํา
ทกุ ปี เพอ่ื ตรวจหาโรคแตเํ นน่ิ ๆ จะชวํ ยลดปญ๓ หาการ
สูญเสยี การมองเห็นจากโรคต๎อเห็นได๎ โดยเฉพาะกลํมุ เสี่ยง ซึ่งไดแ๎ กํ ผ๎ูท่ีมอี ายุ 40 ปขี นึ้ ไป,
สายตาส้ันหรอื ยาวมากๆ, มปี ระวตั ิคนในครอบครวั เปน็ โรคต๎อหิน, มีโรคประจําตัว อาทิ ไทรอยด๑

~2~

เบาหวาน, ใชย๎ ากลํุมสเตียรอยด๑ ทง้ั ชนดิ หลอด ยาฉีดและรบั ประทาน ติดตํอกนั เปน็ เวลานาน,
เคยมีอบุ ัตเิ หตุทางตา หรือเคยผําตัดในลกู ตามากํอน

แมจ๎ ะมีการศกึ ษาพบวํา “ต๎อหนิ ” มีความสมั พันธก๑ ับความเครยี ด, การใช๎คอมพวิ เตอร๑
สมาร๑ทโฟน เปน็ เวลานานๆ การเลนํ โยคะทําศีรษะอาสนะทต่ี อ๎ งหอ๎ ยหัวลงกบั พนื้ เปน็ เวลานานๆ,
การออกแรงท่ีทาํ ใหค๎ วามดนั ลกู ตาเพ่มิ ขึ้น อาทิ การเปุานกหวดี การเปุาแซกโซโฟน ฯลฯ แตํยงั
ไมมํ ีการยนื ยนั ชัดเจนวําทงั้ หมดเปน็ สาเหตใุ ห๎เกดิ โรคต๎อหิน

อยํางไรกต็ าม ผู๎ทีอ่ ยํใุ นกลุํมเสยี่ งควรหลีกเลีย่ งกจิ กรรม ดงั กลาํ ว
สําหรับผส๎ู นใจ ลองทําแบบทดสอบความเสี่ยงเบือ้ งตใ๎ นงานสัปดาหต๑ อ๎ หนิ 16 ม.ี ค. 57 ท่ี
เซ็นทรัลเวลิ ด๑ พิเศษปีน้ีทางชมรมแหํงประเทศไทย ได๎จัดทาํ เสอ้ื ยดึ และกระเปา๋ ผ๎าจําหนาํ ย
ออกแบบลายเส๎นโดย มล.จิราธร จิรประวตั ิ รายได๎หลงั หกั คาํ ใชจ๎ ํายมอบให๎มลู นิธจิ กั ษุ
สาธารณสขุ
จาก : ทีมเดลนิ ิว 38 [email protected]

1.ถอ๎ ยความน้ผี ๎ูเขยี นตอ๎ งการนําเสนอเรอ่ื งใดมากท่ีสุด ( 1คะแนน)

1. โรคต๎อหินเปน็ อันตรายตอํ สขุ ภาพตา
2. โรคตอ๎ หนิ ปูองกนั ได๎โดยไมํใชค๎ อมพิวเตอร๑
3. โรคตอ๎ หนิ เกีย่ วข๎องกับกรรมพนั ธ๑ุ
4. โรคต๎อหนิ รกั ษาได๎โดยการหยอดตา
2. ข๎อใด ไมํ ถกู ต๎อง ( 1คะแนน)
1. คําวาํ “คอมพวิ เตอร๑” เปน็ คาํ ทับศพั ท๑ “สมาร๑ทโฟน” เป็นคาํ บญั ญตั ศิ ัพท๑
2. คาํ วาํ “คอมพิวเตอร๑” ” เปน็ คาํ บัญญัตศิ พั ท๑“สมารท๑ โฟน” เปน็ คําทับศัพท๑
3. คาํ วํา “คอมพิวเตอร๑” ” เป็นภาษาทางการ“สมาร๑ทโฟน” เป็นภาษาพดู
4. คาํ วาํ “คอมพวิ เตอร๑” ” เป็นคาํ บัญญัติศัพท๑“สมารท๑ โฟน” เป็นภาษาปาก

คาถามท่ี3 จากถอ๎ ยความขา๎ ง ข๎อตอํ ไปน้ีเปน็ ความจริงหรอื ไมเํ ป็นความจริง ( 5คะแนน)
ขอ๎ ความเป็นจรงิ จงเขียนเคร่ืองหมาย X ในชํอง “ใช”ํ
ขอ๎ ความไมเํ ปน็ จรงิ จงเขยี นเครอ่ื งหมาย X ในชํอง “ไมใํ ชํ”

ขอ้ ความ ใช่ ไม่ใช่
1.การตรวจสขุ ภาพตาควรไปพบจักษแุ พทย๑
2.ปี พ.ศ. 2553สถิติผ๎ปู ุวยโรคตอ๎ หนิ ทวั่ โลกมจี ํานวน 60 ลา๎ นคน

~3~

ข้อความ ใช่ ไมใ่ ช่

3.จากสถิติพบวาํ ผูป๎ วุ ยโรคต๎อหนิ ไมรํ ูต๎ ัววําเปน็ โรคตอ๎ หินเพราะไมํเคย
ตรวจตา

4.ผใู๎ ชย๎ ากลุํมสเตียรอยด๑ไมไํ ด๎จัดอยใูํ นกลํมุ เสี่ยงท่จี ะเปน็ โรคต๎อ

5.คาํ วํา “แซกโซโฟน” เป็นคาํ ภาษาราชการ
6.การใชแ๎ สงเลเซอร๑ ไมสํ ามารถใช๎รกั ษาโรคตอ๎ หินได๎
7.พงษพ๑ รรณเลนํ โยคะทําห๎อยหัวลงกับพ้นื ทําให๎เกดิ ความดนั ในลูกตา

เพมิ่ ข้ึน
8.นักเปุาแซกโซโฟนมอื อาชีพมีความเสี่ยงตํอโรคตอ๎
9.สมชายหัวหนา๎ ครอบครัวปุวยเป็นโรคต๎อหิน สมพงษ๑ ลกู ชายไมเํ ป็น

โรคต๎อหนิ ใชํหรือไมํ
10.ในทกุ ๆ 2 ปี สายสมรจะไปพบจกั ษแุ พทย๑เพื่อตรวจโรคตอ๎ หนิ

4. จากถอ๎ ยความขา๎ งตน๎ นักเรียนมโี อกาสจะเป็นโรคต๎อหนิ ไดห๎ รอื ไมํ( 5 คะแนน)ให๎เลือก
วงกลม ล๎อมรอบขอ๎ ความ “ได”๎ “ไมไํ ด”๎ ทก่ี าํ หนดใหแ๎ ล๎วบอกเหตุผลจาํ นวน 2 ขอ๎
ใหใ๎ ช๎ข๎อมูลจากเนือ้ เรอ่ื งสนับสนนุ คาํ ตอบของนกั เรียน

ได๎ ไมํได๎

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

. 2......................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

~4~

แบบฝึกพัฒนาการอา่ นร้เู รอ่ื งและสอ่ื สารได้ตามแนวการวดั ผลนานาชาติ (PISA)
สาหรบั นกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓

สถานการณท์ ี่ 2
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นอา่ นถ้อยความ และตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

ต้อหินรักษาง่าย

5. นกั เรยี นคดิ เหน็ อยํางไรกบั คาํ พูดขา๎ งตน๎ ทําไมจึงคดิ เชํนน้นั ใหใ๎ ช๎เหตผุ ลประกอบคําอธบิ าย
( 5คะแนน)

1.ให๎นักเรยี นเลือกทาํ เคร่อื งหมายวงกลมลอ๎ มรอบข๎อความข๎างลํางนี้เพยี งขอ๎ เดยี ว

ความคิดเหน็ คลอ้ ยตาม ความคดิ เหน็ โต้แย้ง ความคิดคลอ้ ยตามและโต้แย้ง

2. ใหน๎ ักเรยี นเขยี นอธบิ ายเหตผุ ลจํานวน 2 ข๎อ ทสี่ อดคล๎องความคดิ การเลอื กในข๎อท่ี 1

ความคิดเห็นคลอ้ ยตาม ความคิดเห็นโตแ้ ยง้

๑. ………………..…….………….…… 1………..……………………………

…………………………………….…… ………………………………….……

……………………….…………………. ……………………………………….

……………………….…………………. ……………………………………….

2. ………………………..……………… 2……..………………………………

……………………………..……….…… ………………………………….……

…………………………..………………. ……………………………………….

…………………………..………………. ……………………………………….

~5~

แบบฝกึ พฒั นาการอา่ นรูเ้ รือ่ งและสอ่ื สารได้ตามแนวการวดั ผลนานาชาติ (PISA)
สาหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓

สถานการณท์ ่ี 3

คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นอ่านถอ้ ยความ และตอบคาถามตอ่ ไปนี้

มหัศจรรย์แห่งมะละกอ

มะละกอเป็นอาหารหลักในชีวิตประจําวันของภาคอีสาน เป็นผลไม๎ที่มีคุณคําทาง
โภชนาการสูงและมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรบําบัดรักษาโรค มีช่ือเรียกตํางกันตาม
ท๎องถ่ิน มะละกอเป็นพืชมหัศจรรย๑ทุกสํวนสามารถนําไปใช๎ประโยชน๑ ผลนําไปประกอบอาหารได๎
หลายชนิดอุดมไปด๎วยวิตามินเอและสารเบต๎าแคโรทีนตํอต๎านโรคมะเร็ง มีวิตามินซี แคลเซียม
ฟอสฟอรัส เนื้อของผลดิบและผลสุกชํวยปูองกันและบําบัดรักษาโรค ใบ เมล็ด รากดอกมีสรรพ
คูณทางยา แตํต๎องใช๎ในปริมาณท่ีเหมาะสม ถ๎ารับประทานมากเกินไปจะท๎องเสียหรือทําให๎ตัว
เหลือง ฉะนั้นการนําสํวนตํางๆของมะละกอไปใช๎เป็นยาสมุนไพรจําเป็นต๎องศึกษาและปฏิบัติให๎
ถูกต๎อง และควรชํวยกันปลูกมะละกอไวป๎ ระจําบ๎าน

ขอ้ คดิ ที่ได้จากการอ่าน
1. รู๎จกั สมนุ ไพรและประโยชนท๑ ไี่ ด๎รับจากมะละกอ
2. สามารถนาํ ความรท๎ู ี่ไดร๎ ับไปใช๎ในชวี ติ ประจําวันได๎
3. สามารถรับรูโ๎ ทษทไ่ี ด๎รบั จากมะละกอ
4. มะละกอมีทัง้ ประโยชนแ๑ ละโทษดงั นน้ั ควรศึกษาและปฏิบัติให๎ถกู ตอ๎ ง
5. มะละกอเป็นผลไมช๎ นิดหนงึ่ ที่มคี วามมหศั จรรย๑หลายๆอยาํ ง

การนาข้อคิดทีไ่ ดจ้ ากการอา่ นไปใช้ในชวี ิตประจาวัน
1. สามารถนาํ มะละกอไปใช๎อยํางถูกวธิ ี
2. สามารถนาํ มะละกอไปแปรรูปเป็นอาหารชนดิ ตํางๆได๎
3. สามารถหารายไดใ๎ ห๎กับตนเองและครอบครวั ได๎
4. สามารถนํามะละกอไปเปน็ ยารกั ษาโรคตาํ งๆได๎
5. ทุกสํวนของมะละกอสามารถนาํ ไปใช๎ประโยชน๑ได๎

~6~

ขอ้ ความที่ประทบั ใจ/ข้อคดิ เห็นของนักเรยี น
สรรพคุณของโรคตํางๆล๎วนอยูใํ กลต๎ วั ของเราเองแตขํ น้ึ อยูํกบั ตวั เราวาํ จะเห็นคณุ คาํ ของ

มนั มากน๎อยสกั เทาํ ไรหากเราไดศ๎ ึกษาค๎นคว๎าเกย่ี วกับพืชตํางๆเรากจ็ ะได๎รว๎ู าํ มันมีคณุ คาํ และ
ประโยชนม๑ ากมาย

คาถามที่ 1 จากถ๎อยความข๎างตน๎ ผ๎เู ขียนตอ๎ งการส่ือความในขอ๎ ใด ( 1 คะแนน)
1. ปูองกันโรคทอ๎ งเสยี
2. ประโยชน๑ของมะละกอ
3. รักษาโรคมะเร็ง
4. รกั ษาโรคกระดูกพรนุ

คาถามที่ 2 ถา๎ นกั เรียนเดินทางไปภาคใต๎ ต๎องการซื่อมะละกอมารบั ประทาน ขอ๎ ใดกลําวถกู ตอ๎ ง

1. ละกอ

2. บักหงํุ

3. มะเตด๎

4. มะเต๏ะ

คาถามท่ี 3 จากถอ๎ ยความขา๎ งตน๎ ข๎อความตอํ ไป เป็นความจริงหรอื ไมํเปน็ ความจรงิ ( 3 คะแนน)

ขอ๎ ความเปน็ ความจรงิ จงกาเครื่องหมาย X ในชอํ ง “ใชํ”

ข๎อความไมํเป็นความจรงิ จงกาเครอ่ื งหมาย X ในชอํ ง “ไมใํ ชํ”

ข้อความ ใช่ ไม่ใช่

1.มะละกอมีสรรพคณุ ทางยาสมนุ ไพรรกั ษาโรคได๎

2.มะละกอมโี ทษตํอระบบขบั ถาํ ยของราํ งกาย
3.วิตามนิ ซีในมะละกอชํวยบํารุงกระดกู
4.สารเบตา๎ แคโรทีนมสี รรพคุณตา๎ นโรคมะเร็ง
5.เพลงส๎มตําเป็นบทพระราชนพิ นธข๑ องสมเดก็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
6.ยางมะละกอดบิ ชํวยทําให๎เนอ้ื หมกั เปื่อยยยํุ
7.วรี ภทั รมอี าการปส๓ สาวะกระปดิ กระปอย ต๎องใชร๎ ากมะละกอนํามาตมด่มื
เพ่อื รกั ษาโรค
8.แคลเซยี มในมะละกอมสี รรพคณุ รักษาโรคโลหิตจาง
9.บกั หํงุ มะเต๏ะ เปน็ ภาษาทางราชการ เป็นภาษาจีน
10.นาํ้ มะละกอที่ต๎มสามารถลา๎ งไขมนั ในลําไส๎เป็นการดที อกซ๑ราํ งกาย
คาํ วํา ดีทอกซ๑ มาจากภาษาจีน

~7~

คาถามท่ี 4 จากถอ๎ ยความข๎างตน๎ มะละกอมปี ระโยชน๑ใชหํ รือไมใํ ชํ( 3 คะแนน)
ให๎เลอื กวงกลมล๎อมรอบข๎อความ “ใช”่ “ไม่ใช่” ท่ีกําหนดให๎ แล๎วบอกเหตผุ ล จาํ นวน 2 ขอ๎

ใช่ ไมใ่ ช่

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

~8~

แบบฝกึ พัฒนาการอ่านรเู้ รือ่ งและสอื่ สารไดต้ ามแนวการวัดผลนานาชาติ (PISA)
สาหรับนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

สถานการณ์ท่ี 4

คาชีแ้ จง ให้นักเรียนอา่ นถ้อยความ และตอบคาถามต่อไปน้ี
บทพากษ์เอราวัณ

อินทรชิตบดิ เบอื นกายนิ เหมอื นองคอ๑ มรินทร๑

ทรงคชเอราวัณ

ชา๎ งนริ มติ ฤทธแิ รงแข็งขัน เผือกผอํ งผิวพรรณ

สีสังขส๑ ะอาดโอฬาร๑

สามสิบสามเศยี รโสภา เศยี รหนึง่ เจด็ งา

ดงั เพชรรตั น๑รจู ี

งาหนง่ึ เจ็ดโบกขรณี สระหนึ่งยอํ มมี

เจด็ กออุบลบนั ดาล

กอหน่ึงเจด็ ดอกดวงมาลย๑ ดอกหนึ่งแบํงบาน

มกี ลีบได๎เจด็ กลีบผกา

กลบี หนงึ่ มเี ทพธดิ า เจ็ดองค๑โสภา

แนํงน๎อยลําเพานงพาล

นางหน่งึ ยํอมมีบริวาร อกี เจ็ดเยาวมาลย๑

ล๎วนรูปนริ มติ มารยา

จบั ระบาํ รํารํายสาํ ยหา ชําเลอื งหางตา

ทาํ ทดี ังเทพอปั สร

มวี มิ านแก๎วงามบวร ทกุ เกศกญุ ชร

ดงั เวชไชยันต๑อมรินทร๑

เครื่องประดบั เก๎าแกว๎ โกมนิ ทร๑ ซองหางกระวนิ

สรอ๎ ยสายชนกั ถักทอง

ตาขํายเพชรรตั น๑ร๎อยกรอง ผา๎ ทิพย๑ปกตระพอง

ห๎อยพูํทกุ หูคชสาร

โลทันสารถขี ุนมาร เป็นเทพบตุ รควาญ

ขับทา๎ ยทีน่ ง่ั ชา๎ งทรง

~9~

บรรดาโยธาจตั รุ งค๑ เปลย่ี นแปลงกายคง

เปน็ เทพไทเทวญั

ทัพหนา๎ อารกั ษ๑ไพรสณั ฑ๑ ทัพหลงั สบุ รรณ

กินนรนาคนาคา

ปกี ซา๎ ยฤาษติ วิทยา คนธรรพป๑ กี ขวา

ตงั้ ตามตาํ รับทัพชัย

ลว๎ นถืออาวุธเกรยี งไกร โตมรศรชยั

พระขรรคค๑ ทาถ๎วนตน

ลอยฟาู มาในเวหน รีบเรํงรพ้ี ล

มาถงึ สมรภมู ชิ ัย

คาถามท่ี 1 บทพากเอราวัณผแู๎ ตงํ มีจดุ ประสงคเ๑ พื่ออะไร( 1 คะแนน)

1. ให๎เห็นคณุ คําของความสวยงามของช๎างเอราวณั

2. ใหเ๎ ห็นโทษของความลุํมหลงในรปู รส กลนิ่ เสียง

3. ใหเ๎ ห็นโทษของการทาํ สงครามของพระลกั ษณก๑ ับอนิ ทรชิต

4. ให๎เหน็ ภาพพจนข๑ องการทาํ สงครามระหวํางพระลักษณ๑กบั อนิ ทรชิต

คาถามท่ี 2 ข๎อใดใช๎คําไวพจนไ๑ ดถ๎ ูกตอ๎ ง ( 1 คะแนน)

1. ช๎าง = กญุ ชร คช อัปสร

2. นางฟาู = อัปสร เยาวมาลย๑ เทพธดิ า

3. พระอินทร๑ = อมรินทร๑ เวไชยันต๑ เทพบตุ ร

4. ทอ๎ งฟูา = อัมพร นภาลยั เวหน

คาถามท่ี 3 จากถ๎อยความขา๎ งต๎น เป็นความจรงิ หรอื ไมเํ ปน็ ความจริง ( 5 คะแนน)

ขอ๎ ความเปน็ ความจริง จงกาเคร่ืองหมาย X ในชอํ ง “ใชํ”

ขอ๎ ความไมเํ ป็นความจริง จงกาเครือ่ งหมาย X ในชํอง “ไมํใชํ”

ขอ้ ความ ใช่ ไมใ่ ช่
1. อนิ ทรชิตแปลงกายเป็นอินทรชติ ใชช๎ า๎ งเอราวณั เป็นพาหนะ
2. ชา๎ งเอราวณั มี 30 เศียร แตลํ ะเศียรมงี าที่สวยงามเหมอื นเพชร เศยี รละ

7 งา
3. ชา๎ งเอราวณั มีลกั ษณะกายสีขาวเหมือนปุยนนุํ
4. พระลกั ษณ๑หลงกลอินทรชิตจงึ ถูกศรพรหมมาสตร๑
5. พิเภกเตือนใหพ๎ ระรามอยาํ หลงกลความสวยงามของชา๎ งเอราวัณ
6. คาํ วาํ อมรนิ ทร์ มคี วามหมายวาํ พระอินทร๑

~ 10 ~

ขอ้ ความ ใช่ ไม่ใช่
6. คาํ วําอมรินทร์ มีความหมายวํา พระอนิ ทร๑
7. งาแตลํ ะกง่ิ ของช๎างเอราวณั มสี ระบัว 7 สระ แตลํ ะสระมดี อกบวั 12
ดอก
8. กองทพั หนา๎ ของกองทัพอนิ ทรชติ คือ เทพารักษ๑
9. ชา๎ งเอราวณั ตกแตํงด๎วยเครอื่ งประดบั แกว๎ นพรัตน๑และทอง
10. บทพากยเ๑ อราวัณ สะทอ๎ นความคดิ ในเรื่อง ความรัก ความสวยงาม

คาถามที่ 4 จากถอ๎ ยความข๎างต๎น นักเรียนชอบชา๎ งเอราวณั หรือไมํ ( 3 คะแนน)
ให๎เลือกวงกลมล๎อมรอบข๎อความ “ชอบ” “ไมชํ อบ” แลว๎ บอกเหตุผลจํานวน 2

ขอ๎ ใหใ๎ ช๎ขอ๎ มูลจากถอ๎ ยคาํ สนับสนนุ คาํ ตอบของนักเรียน

ชอบ ไมํชอบ

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

~ 11 ~

คาถามท่ี 5 อะเมซ่ิงชา๎ งเอราวัณ ( 5 คะแนน)
นักเรยี นคดิ เห็นอยํางไรกบั ขอ๎ ความขา๎ งตน๎ ให๎ใชเ๎ หตุผลประกอบคาํ อธิบาย
1. เลอื กเครือ่ งหมายวงกลมลอ๎ รอบขอ๎ ความข๎างลํางเพียง 1 ขอ๎ ความ

ความคดิ เหน็ คล๎อยตามความคดิ เหน็ โตแ๎ ยง๎ ความคิดเห็นคลอ๎ ยตามและโตแ๎ ยง๎

2. เขียนอธิบายเหตผุ ล จํานวน 2 ขอ๎ ทีส่ อดคลอ๎ งความคิดในการเลอื ก

ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเหน็ โต้แย้ง

1……………………………………………………………….…… 1………………………………………….…………………

………………………..………………………………..……….…… …………………………………………..…..………………

………………………..………………………………………………. …………………………………………..…..………………

……………………….………………………………………………. ……………………………………………….………………

2……………..………………………………..…………..……… 2……………..……………………………………………

……………………………………….……………………………… …………….………………………………..………………

……….………………………………………………..……….…… ………………….……………………………………..……

………………….……………………………………………………. …………………….………………………………….……

~ 12 ~

แบบฝกึ พฒั นาการอา่ นรเู้ ร่ืองและสอ่ื สารได้ตามแนวการวดั ผลนานาชาติ (PISA)
สาหรบั นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

สถานการณท์ ี่ 5

คาชีแ้ จง ให้นักเรียนอา่ นถ้อยความ และตอบคาถามต่อไปน้ี

ภัยแฝงจาก "บะหมสี่ าเรจ็ รูป"

ยคุ ประหยัดขดั เข็มขดั รัดตว้ิ แบบนอี้ าหารชนดิ หน่ึงที่ "108เคล็ดกิน"เชอ่ื วําแทบทุกบ๎านต๎องมตี ดิ ไว๎
คือ"บะหมก่ี ่งึ สำเรจ็ รูป"ท่ีมรี าคาถูก ทัง้ ยงั กินงํายประหยัดเวลาและเพราะรปู แบบการกนิ งํายดาย
เชํนนีเ้ อง ท่ีทําให๎เรามองขา๎ มความใสํใจถึงภยั ร๎ายท่แี ฝงมาพรอ๎ มกับการกินบะหม่กี ึ่งสาํ เร็จรปู แบบ
ผิดวิธี

สํวนประกอบของบะหมกี่ ึ่งสําเรจ็ รปู สํวนใหญํมีสวํ นผสมของแปูงสาลใี นกรรมวิธีการผลิตถึง 60-
70% สวํ น 15-20% เปน็ ไขมนั ในซองเครื่องปรุง (น้ํามันทอดบะหม่ีสําเร็จรูปมักเป็นนํ้ามันพืชราคา
ถูก ซึ่งมีคุณสมบัติแตกตัวเป็น"กรดไขมันชนิดทรานส์"ท่ีเป็นหน่ึงในสาเหตุการกระตุ๎นให๎เกิด
โรคหัวใจ) ที่เหลืออีก 5-6% เป็นเกลือและผงชูรส ท้ังยังมีปริมาณโซเดียมเกินความต๎องการของ
ราํ งกายปนอยํูมากซึ่งเปน็ อนั ตรายตํอไต และยังจะทําใหค๎ วามดันโลหิตสงู อกี ดว๎ ย

แตํหากหลีกเลี่ยงท่ีจะทานไมํได๎ ทางกระทรวงสาธารณสุขเขาก็มีข๎อแนะนําวําให๎ ใสํไขํ ผัก
หรือเน้ือสัตว๑ลงไปด๎วย เพื่อเพ่ิมสารอาหารและปูองกันไมํให๎รํางกายได๎รับโซเดียมมากเกินไป ควร
เลือกซอ้ื บะหมี่สาํ เร็จรูปท่ีเขียนกาํ กับวํา เพม่ิ สารไอโอดีน ธาตุเหลก็ และวิตามนิ เอ ไว๎หน๎าซอง

ไมํควรทานบะหมี่สําเร็จรูปดิบๆ เพราะเส๎นบะหม่ีน้ันจะไปพองตัวในกระเพาะอาหารอาจทําให๎
ทอ๎ งอดื ได๎ และไมคํ วรทานบะหมีก่ ่งึ สําเรจ็ รปู มากกวําวันละ 1 ซอง เพื่อปูองกันโรคตํางๆที่แทรกมา
พรอ๎ มบะหมก่ี ึง่ สําเร็จรปู
นาํ มาจาก
:http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000057962?

~ 13 ~

คาถามท่ี 1 ผ๎ูเขียนตอ๎ งการสอ่ื สารอะไร จากการกินบะหม่ีก่งึ สาํ เร็จรูป ( 1 คะแนน)
1. ความสะดวกของคนรุนํ ใหมํ
2. โรคที่เกดิ จากบะหมี่สําเร็จรูป
3. ความประหยัดในการรับประทานอาหาร
4. สํวนประกอบของบะหมกี่ ่ึงสาํ เรจ็ รูป

คาถามท่ี 2 ข๎อใดไมถํ กู ตอ๎ ง( 1 คะแนน)

1. คาํ วํา “ทรานส๑” เป็นคําภาษาองั กฤษ

2. คาํ วํา “บะหม่ี” เปน็ คําภาษาจีน

3. คําวาํ “สาธารณสขุ ” เปน็ คําสันสกฤต

4. คําวํา “วิตามนิ ” เปน็ คําภาษาโปรตุเกส

คาถามที่ 3 จากถ๎อยคําข๎างตน๎ เปน็ ความจริงหรอื ไมเํ ป็นความจรงิ ( 5 คะแนน)

ขอ๎ ความเปน็ ความจริง จงกาเคร่อื งหมาย X ในชํอง “ใชํ”

ข๎อความไมํเปน็ ความจรงิ จงกาเคร่อื งหมาย X ในชํอง “ไมํใชํ”

ขอ้ ความ ใช่ ไมใ่ ช่

1. น้ํามันพืชราคาถูกจะมกี รดไขมันชนิดทรานส๑เป็นสํวนประกอบในบะหม่ี

สาํ เรจ็ รูป

2 ไมํควรรับประทานบะหมีส่ ําเรจ็ รูปดิบๆ จะกอํ ให๎เกิดโรคท๎องอดื

3. วภิ าวดีเลือกซอื้ บะหมีท่ ่ีมีข๎อความเพม่ิ สารไอโอดี ธาตเุ หล็ก วิตามนิ เอ มา

รบั ประทาน

4. กรดไขมันชนดิ ทรานส๑ เปน็ สารกระต๎นุ ใหเ๎ กิดโรคตบั อักเสบ

5. จาํ นงรบั ประทานบะหมี่สาํ เร็จรูป โดยใสไํ ขํ ผักและเนื้อสัตว๑

6. ชนิตาปวดทอ๎ งเพราะทานบะหมีส่ ําเร็จรูปดิบๆ

7. รํางกายของเราหากมีแรธํ าตโุ ซเดยี มปรมิ าณมากจะสงํ ผลกระทบตอํ โรคปอด

อักเสบ

8. บะหมีส่ าํ เรจ็ รูปมีสํวนประกอบของสารโซเดียมและผงชรู ส 60-70%

9. สาธารณสขุ เตอื นห๎ามรับประทานบะหมี่สําเร็จรูปทกุ ชนิด

10.”ยคุ ประหยัดเข็มขัดรัดต้ิว” เปน็ ประโยคความรวม

~ 14 ~

คาถามที่ 4 จากถ๎อยความขา๎ งตน๎ นักเรียนจะซ้อื บะหมีส่ ําเร็จรูปรบั ประทานไดห๎ รอื ไมํ ( 3
คะแนน)

ให๎เลือกวงกลมล๎อมรอบข๎อความ “ได”๎ “ไมไํ ด๎” แลว๎ บอกเหตผุ ลจาํ นวน 2 ข๎อ

ได๎ ไมไํ ด๎

1.........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
2.........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
คาถามท่ี 5 ( 5 คะแนน)

บะหมี่สาเร็จรูปเป็นอาหารสาหรบั คนวัยทางาน

นักเรียนคดิ เหน็ อยํางไรจากถอ๎ ยความขา๎ งต๎น ให๎ใชเ๎ หตผุ ลประกอบคําอธบิ าย ดังน้ี

1.ใหน๎ กั เรียนเลือกทาํ เครือ่ งหมายวงกลมล๎อมรอบขอ๎ ความขา๎ งลาํ งนี้เพียงขอ๎ เดียว

ความคิดเห็นคลอ้ ยตาม ความคดิ เห็นโตแ้ ยง้ ความคิดคลอ้ ยตามและโตแ้ ยง้

2.ใหน๎ กั เรียนเขยี นอธบิ ายเหตุผลจํานวน 2 ขอ๎ ท่สี อดคลอ๎ งความคดิ การเลือกในข๎อที่ 1

ความคิดเหน็ คล้อยตาม ความคิดเหน็ โต้แย้ง

1…………………………………………………………….… 1………………………………………………..………

………………………..………………….……………………… ………………………..…………………………………

………………………..……………………………………….. ……………………….…………………………………

……………………….………………………………………… ………………………………………......................

2……………..…………………………………………….….. 2……………..……………………….……………..…

…………….…………………………….……………………… …………….………………………………………….…

………………….……………………………………………… ………………….………………………………………

…………………….……………………………………………. …………………….……………………………………

~ 15 ~

แบบฝึกพัฒนาการอ่านรเู้ ร่ืองและสอื่ สารได้ตามแนวการวดั ผลนานาชาติ (PISA)
สาหรบั นกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓

สถานการณท์ ี่ 6

คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นอ่านถ้อยความ และตอบคาถามตอ่ ไปนี้

พระอภยั มณีหนีนางผเี สือ้ สมุทรหนนี าง

พระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณีหนีนางผีเส้ือกลําวถึงพระอภยั มณีอยูกํ บั นางผเี สือ้ จนมี
บตุ รชาย หน๎าตาเหมือนพระบดิ าแตํดวงตาดงั สุรยี ๑ฉาย มีกําลังดังพระยาคชาพลาย มีเขยี้ วคลา๎ ย
ชนนีมีศักดา พระบิดามคี วามรักใครํเล้ยี งดมู าจนอายไุ ด๎แปดปี จงึ ใหช๎ ่ือวําสินสมทุ ร สอนวิชาเปุาปี่
และเพลงอาวุธใหจ๎ นชํานาญ

วันหนง่ึ นางผีเสื้อนํา้ ออกจากถ้าํ ไปหาภกั ษาหาร ฝุายสินสมทุ รซ่ึงรกั พํอมากกวําแมํเห็น
พระอภยั หลับสนิทก็หนไี ปว่ิงเลนํ ในคหู าเห็นแผํนผาพิงผนดิ ปิดหนทางจึงลองผลักด๎วยกาํ ลงั กพ็ งั
ออก เห็นหาดทรายงามทะเลกว๎างและปาุ ทไ่ี มํเคยเห็นมากอํ นจงึ ออกว่ิงเลนํ และวาํ ยนาํ้ ดว๎ ยความ
สนกุ สนาน ไปพบเงอื กเข๎าก็แปลกใจเห็นเปน็ คร่ึงคนคร่งึ ปลา จับไปใหพ๎ ระบดิ าดพู ระอภยั ทราบวํา
สนิ สมทุ รออกไปนอกถํา้ ก็ตกใจบอกวําถา๎ แมขํ องสนิ สมทุ รรู๎จะโกรธมาก ดว๎ ยเกรงวาํ จะพาพระบิดา
หนี จะพากันตายหมด สนิ สมุทรได๎ฟง๓ จงึ ถามความหลังจากพระบิดา พระอภยั ก็เลําให๎ฟง๓ จนหมด
สน้ิ สินสมุทรรเ๎ู ร่ืองแล๎วก็เสียใจท่มี ีแมํเป็นยกั ษร๑ ๎าย

ฝุายเงอื กนํ้าฟง๓ ภาษามนุษยร๑ ูเ๎ ร่ืองกข็ ออาสาพาพระอภัยท่ีได๎ชวํ ยชวี ติ ไว๎วําจะให๎ตนทาํ
อะไรจะรบั ใชท๎ ุกอยาํ ง พระอภัยเหน็ วําเงือกพดู ไดแ๎ ละได๎ฟ๓งเรอ่ื งแล๎วกเ็ กดิ ความสงสาร จงึ
บอกวําตนต๎องการหนนี างผีเสอื้ แตไํ มรํ ูว๎ ําจะไปแหงํ หนใดขอให๎เงือกผเ๎ู จนทางกลางทะเลชวํ ย
แนะนาํ ดว๎ ย

~ 16 ~

ฝาุ ยนางผีเสื้อสมทุ รอดปลาอดนอนได๎สามวนั กอ็ ํอนกาํ ลงั จวนเจียนถงึ ชวี ิตเมือ่ ครบกําหนด
แล๎วก็หาผลไม๎มากิน แลว๎ กลบั มายงั ถํ้า เห็นประตคู ูหาเปดิ อยํูเขา๎ ไปดูในถํา้ ไมํพบใครกต็ กใจแลดปู ่ที ี่
เปาุ ก็หายไปดว๎ ยก็รู๎วําพากันหนนี างไปแลว๎ มีความเสียใจท่ีทั้งลกู และผัวหนจี ากไป แล๎วกเ็ กิดความ
โกรธออกติดตามดรู อํ งรอยในมหาสมุทรก็ไมํพบ จึงเรียกโยธาหาญของตนทเ่ี ปน็ ปศี าจราชทตู ภตู ิ
พรายมาซกั ถาม พวกผที อ่ี ยูํทศิ ทกั ษิณแจง๎ วําเห็นเงอื กพามนษุ ย๑ไปทางทิศใตเ๎ มื่อคืนวานตนจะตาม
ไปกเ็ กรงขามเดก็ ตวั เลก็ แตไํ มกํ ลวั ผี นางผเี สือ้ ร๎คู วามแลว๎ ก็รบี ติดตามไปอยํางรีบรอ๎ นและโกรธ
มากจงึ ทําลายส่งิ ท่กี ีดขวางทางไปตลอดทาง

ฝาุ ยพระอภยั มณีหนียักษม๑ าได๎ห๎าคนื เห็นทะมื่นมาข๎างหลงั ดังสะเทอื น จงึ ถามเงือกฝุาย
เงอื กรู๎วําส่งิ น้ันคอื ฤทธข์ิ องยกั ษ๑จึงตอบพระอภัยไปวาํ นางยักษก๑ าํ ลงั ตามมา คงจะทนั กนั ในวนั น้ี
หนไี มํพน๎ เหน็ สุดจนจะมว๎ ยลง
ด๎วยกนั สินสมุทรตอบวํา จะไมทํ ง้ิ พระบดิ า ถ๎าแม๎ตามมาจะหา๎ มไวแ๎ ลว๎ ใหพ๎ ระบิดารีบหนีไป
กํอน ผเี สอื้ สมุทรตามมาไดส๎ ามวันกต็ ามทนั ผัวกับลูกนอ๎ ย ฝาุ ยเงอื กนํ้าสิน้ กําลงั ทจี่ ะพาพระอภัย
หนตี ํอไปจงึ เรียกลูกสาวให๎ชวํ ยพาพระอภัยหนตี อํ ไป สินสมทุ รเห็นมารดาในรํางเดิมไมใํ ชํรํางนิมติ ที่
ตนเคยเหน็ ก็สงสยั ออกขวางกลางนํา้ แล๎วรอ๎ งถามวําเปน็ สัตวบ๑ กหรอื สัตว๑นา้ํ ทีต่ ามมานั้นตอ๎ ง
ประสงค๑อะไรนางผีเสื้อน้ําได๎ยินคําพูดของลกู ก็ให๎นกึ อดสู จงึ ตอบไปวาํ ตนไมํใชชํ าติยกั ษเ๑ ม่อื อยใูํ น
ถาํ้ ไมไํ ด๎จาํ แลง แตํออกเดนิ ทางอยํางนีต้ อ๎ งนมิ ิตรปู จึงผิดไปกวาํ เกาํ จนเป็นที่สงสัย แล๎วถามพอํ ไปอยํู
ทีไ่ หนสินสมุทรไดฟ๎ ง๓ สาํ เนียงกร็ ูว๎ ํา
เปน็ แมํ แตดํ รู ูปราํ งแล๎วนําสมเพชดว๎ ยเหตนุ ้ีพระบิดาจึงหนี จงึ แกลง๎ บอกวําตนไมํเช่ือถ๎าหากเป็นแมํ
จริงก็อยําตามมา ด๎วยแมํเป็นผีเส้ือแตํพระบิดาเป็นมนุษย๑จึงขอให๎ปลํอยพระบิดาไปสํวนตนน้ันจะ
ขอลาไปเท่ยี วสักหนึ่งปี ถา๎ ไดพ๎ บ อา ยํา ปอุู ยํูเปน็ สขุ แลว๎ ก็จะชวนพระบิดามาหามารดาตอํ ไป

นางผีเสื้อร๎ูทันสินสมุทร เมื่อเจรจาหวํานล๎อมไมํเป็นผลแล๎วนางจึงเข๎าจับสินสมุทร
แตํสนิ สมุทรหลบหลีกไปได๎ แล๎วหนีลํอให๎มารดาตามตนไปต๎นทางหมายให๎หํางพระบิดาได๎คลาไคล
นางผีเสื้อหาลูกและผัวไมํพบ จงึ อํานพระเวทมองหาพระอภัย เมื่อเห็นแล๎วก็ติดตามไปพบเงือกยาย
ตาที่อํอนกําลังวํายนํ้าอยูํจึงเข๎าไปจับแล๎วซักถามสองเงือกก็หลอกนางผีเส้ือวํา พระอภัยอยูํบนเขา
ขวางรมิ ทางที่ผํานมาตนจะพาไปจับตวั ถ๎าไมํเหมือนคําที่สัญญาก็ขอให๎ฆําตนท้ังสองเสียนางผีเสื้อก็
เช่ือเงอื กพานางผเี ส้ือมาได๎ครึง่ วนั แล๎วก็พูดลํอให๎ตํอไปแตํนางผีเส้ือร๎ูทันจึงวําสองเงือกหลอก จึงหัก
ขาฉีกสองแขนแล๎วเคี้ยวกินเงือกทั้งสองนั้นเสีย จากนั้นก็ออกติดตามพระอภัยตํอไป นางเงือกพา
พระอภัยมาถึงเกาะแก๎วพิสดารพร๎อมกับสินสมุทรนางผีเสื้อวิงวอนพระอภัยขอติดตามไปด๎วยจน
ตลอดชีวิตขอให๎อภัยอยําได๎ตัดรอนความรักของตนเลย พระอภัยได๎ฟ๓งก็สงสารและได๎ช้ีแจงนางไป
ถงึ ความจําเป็น และเหตุผลที่ต๎องหนีมานางผีเสื้อพยายามอ๎อนวอนให๎พระอภัยและสินสมุทรไปหา
บอกวําจะให๎มนต๑เวทวิเศษ สินสมุทรสงสารแมํแล๎วบอกวําฝุายพระโยคีก็พูดจาปลอบโยนและให๎
โอวาทนางผีเส้ือ แตํนางผีเส้ือไมํฟ๓งและโกรธตํอวําพระโยคีด๎วยประการตําง ๆ จนพระโยคีโกรธ
เสกทรายขว๎างไปนางผีเส้ือกลวั จงึ หลบออกไป

~ 17 ~

คาถามที่ 1 เหตุใดพระอภยั มณจี งึ หนีผีเสื้อสมทุ ร
1.กลัวนางผีเสื้อสมุทรจบั กินเป็นอาหาร
2.กลัวสินสมุทรเสยี ใจถา๎ รู๎วาํ แมเํ ปน็ ยักษ๑
3.ตอ๎ งการกลับบ๎านเมอื งเพอื่ พบครอบครวั ของตนเอง
4.ตอ๎ งการไปสร๎างครอบครัวใหมํกับนางเงือก

คาถามที่2 “หนา๎ ตาเหมือนพระบดิ า แตํดวงตาดังสรุ ียฉ๑ าย มีกําลงั ดงั พระยาคชพลาย มีเข้ียวคล๎าย
ชนนีมีศกั ดด์ิ า” จากข๎อความข๎างตน๎ เป็นลักษณะของใคร

1. สดุ สาคร
2.สินสมทุ ร
3. พระอภยั มณี
4.นางผีเสอื้ สมุทร
ขอ๎ ความเป็นความจรงิ จงเขยี นเครื่องหมาย X ในชอํ ง “ใชํ”
ข๎อความไมํเปน็ ความจริง จงเขยี นเครอื่ งหมาย X ในชํอง “ไมใํ ชํ”

ขอ้ ความ ใช่ ไม่ใช่

1.พระอภยั มณีอยูกํ นิ กบั นางผีเสอื้ สมุทรเป็นเวลา 8 ปี

2.เงือกสองผัวเมียเป็นคนพาพระอภัยมณีและสนิ สมทุ รหนี

3.พระอภัยมณลี วงใหน๎ างผเี สือ้ สมุทรไปจําศีลในปุาเป็นเวลา 3วันเพราะมีเคราะห๑

4.นางผีเสอื้ สมุทรเสียใจและโกรธมากทพี่ ระอภยั มณีหนีออกจากถํา้

5.นางผีเส้ือสมุทรรู๎ขําวจากผพี รายวําพระอภัยมณหี นไี ปทางทศิ ตะวันออก

6.เงือกสองผัวเมียลวงนางผเี สื้อสมุทรใหห๎ ลงทางจนถูกสาปใหเ๎ ปน็ หนิ

7.นางเงอื กพาพระอภัยมณีและผีเส้ือสมทุ รไปท่เี กาะแก๎วพิสดาร

8.นางผีเสอื้ สมุทรชนื่ ชมพระโยคที ช่ี ํวยเหลอื พระอภยั มณีและสินสมุทร

9.ถา๎ นักเรียนเป็นสินสมุทรเมอื่ ร๎ูวาํ แมํเปน็ ยักษ๑จะรักและเคารพแมํเหมือนเดมิ

10.พระโยคโี กรธนางผีเสือ้ สมุทรท่ีไมยํ อมปลอํ ยพระอภัยมณเี ป็นอสิ ระจงึ สาปให๎

เปน็ หิน

~ 18 ~

คาถามที่ 4 จากถ๎อยความข๎างตน๎ นักเรยี นเช่อื หรอื ไมวํ ํา ความรักทาให้คนตาบอด
ใหเ๎ ลอื กวงกลมล๎อมรอบข๎อความ “เช่ือ” “ไมํเชือ่ ” ทก่ี าํ หนดให๎แล๎วบอกเหตุผลจํานวน 2 ขอ๎

เช่อื ไมํเชอ่ื

1................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

2................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

คาถามท่ี 5 ความรกั ตา่ งสายพนั ธ์ุ

นักเรียนคดิ เหน็ อยํางไรจากถอ๎ ยความข๎างต๎น ใหใ๎ ช๎เหตุผลประกอบคาํ อธิบายดงั นี้

1.ใหเ๎ ลอื กทําเครอ่ื งหมายวงกลมล๎อมรอบขอ๎ ความขา๎ งลาํ งเพียง 1 ข๎อความ

ความคดิ เห็นคล๎อยตาม ความคดิ เห็นโตแ๎ ย๎ง ความคดิ เห็นคล๎อยตามและโตแ๎ ยง๎

2.ใหน๎ กั เรยี นเขียนอธบิ ายเหตผุ ลจาํ นวน 2 ขอ๎ ที่สอดคล๎องความคิดเหน็ จากการเลือกในข๎อ 1

ความคดิ เห็นคล๎อยตาม ความคิดเหน็ โตแ๎ ย๎ง

1………………………………………….…………………………… 1………………………………………….……………

………………………..………………….…………………………… ………………………..………………….……………

………………………..……………………………………………… ………………………..…………………………………

……………………….……………………………………………… ……………………….…………………………………

2……………..………………………..……………………………… 2……………..………………………..……………

…………….…………………………….……………………………… …………….…………………………….…………

………………….……………………………………………………… ………………….…………………………….……

…………………….………………………….………………………… …………………….………………………….………

~ 19 ~

แบบฝึกพฒั นาการอา่ นรู้เรือ่ งและสอื่ สารได้ตามแนวการวดั ผลนานาชาติ (PISA)
สาหรับนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

สถานการณท์ ่ี 7

คาชแ้ี จง ให้นักเรียนอ่านถ้อยความ และตอบคาถามต่อไปนี้

คาถามท่ี 1 ถอ๎ ยความนผ้ี ู๎เขียนต๎องการนาํ เสนอเรื่องใดมากท่สี ดุ
1. วิธกี ารล๎างมอื
2. จาํ นวนเช้ือโรค
3. แหลงํ สะสมเช้ือโรค
4. การทําความสะอาดอุปกรณ๑เครอ่ื งใช๎

~ 20 ~

คาถามที่ 2 ขอ๎ ใดเป็นวธิ ีการปูองกันเชอื้ โรคเขา๎ สรูํ ํางกายท่ีสะดวกที่สุด
1. ไมใํ ชส๎ ่ิงของเครอ่ื งใช๎เหลํานรี้ วํ มกบั ผอู๎ ื่น
2. ใชน๎ ํายาฆําเชอ้ื โรคเชด็ สิ่งของเหลํานี้กํอนใช๎
3. สวมถุงมือทุกร้ังเมื่อสมั ผสั สง่ิ ของเครื่องใชเ๎ หลําน้ี
4. ล๎างมือให๎สะอาดหลงั จากสัมผสั ส่ิงของเหลําน้ี

คาถามที่ 3 จากถอ๎ ยความเรอื่ ง “ระวังเชื้อโรค” ข๎อความตอํ ไปน้เี ปน็ ความจรงิ หรือไมเํ ป็นความ
จรงิ

ข๎อความเปน็ ความจรงิ เขียนเครื่องหมาย X ในชํอง “ใช”ํ ใชํ ไมใํ ชํ
ข๎อความไมํเป็นความจรงิ เขยี นเคร่อื งหมาย X ในชอํ ง “ไมใํ ชํ”

ท่ี ข๎อความ
1. ทุกตารางนิ้วบนฝานัง่ ชกั โครกมเี ชอ้ื โรคอาศยั อยูํ
2. เงินเปน็ ของมีคําเป็นสงิ่ ท่ปี ราศจากเชื้อโรค
3. คําวํา คบี อรด๑ รโี มททวี ี คอมพวิ เตอร๑ เป็นคําท่ีมาจาก

ภาษาตํางประเทศ
4. “มือใครไมํรจู๎ ับแลว๎ จับอีก” เปน็ ประโยคคาํ ถาม
5. อํางลา๎ งจานเปน็ บริเวณท่ีมีเชือ้ โรคอาศยั อยูํมากทีส่ ดุ
6. หลงั จากใช๎ห๎องนํ้าแล๎วเราตอ๎ งล๎างมอื ทุกครงั้ เพือ่ ปอู งกนั เช้อื โรค
7. คําวํา “โทรศัพทม๑ อื ถือ” เป็นคํากริยา
8. การรักษาความสะอาดทาํ ให๎เราปราศจากโรค
9. คบี อรด๑ คอมพวิ เตอรม๑ ตี วั เชอ้ื โรคอาศัยอยํจู าํ นวน 2,000 ตวั
10. ราวรถสาธารณะเปน็ แหลงํ สะสมเช้ือโรค

คาถามท่ี 4 แบบคาํ ตอบแบบสนั้ หรอื แบบปิด
จากถ๎อยความข๎างต๎นนักเรียนคดิ วํา “การร๎จู ักแหลํงสะสมเชอื้ โรค สามารถปูองกนั โรคไดห๎ รือไมํ”
ใหเ๎ ลือกวงกลมล๎อมขอ๎ ความ “ได”๎ “ไมไํ ด๎” ทก่ี าํ หนดให๎ แล๎วบอกเหตผุ ลประกอบ จาํ นวน 2
ขอ๎

~ 21 ~

ได้ ไมไ่ ด้

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

ได้ ไมไ่ ด้

2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

คาถามท่ี 5 แบบเขียนคาํ ตอบแบบอิสระหรอื แบบปิด

คาํ กลําวทีว่ ํา
ลา๎ งมือสะอาดปราศจากโรคภัย

นกั เรียนคดิ เห็นอยํางไรกบั คําพูดดงั กลาํ ว ทาํ ไมจงึ คิดเชํนนน้ั ให๎ใชเ๎ หตุผล ประกอบคาํ อธบิ าย
1. ใหน๎ กั เรยี นเลือกทําเครื่องหมาย วงกลม ล๎อมรอบข๎อความท่กี ําหนดให๎เพียง1ขอ๎ ความ

ความคดิ เหน็ คล้อยตามความคิดเห็นโต้แยง้ ความคิดคลอ้ ยตามและโตแ้ ย้ง

~ 22 ~

2. ให๎นักเรยี นเขยี นอธิบายเหตผุ ล จํานวน 2 ข๎อท่สี อดคลอ๎ งกับความคิดในขอ๎ 1

ความคดิ เห็นคล๎อยตาม ความคิดเห็นโต๎แย๎ง

1………………………………………….……………………… 1………………………………………….………………

………………………..………………….…………………… ………………………..………………….………………

………………………..……………………….……………… ………………………..……………………….…………

……………………….……………………….…………………… ……………………….……………………….…………

2……………..………………………..…………………………… 2……………..………………………..…………………

…………….…………………………….…………………………… …………….…………………………….………………

………………….…………………………….……………………… ………………….…………………………….…………

…………………….………………………….……………………… …………………….………………………….…………

~ 23 ~

แบบฝึกพัฒนาการอ่านรู้เรือ่ งและสอื่ สารไดต้ ามแนวการวัดผลนานาชาติ (PISA)
สาหรับนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓

สถานการณท์ ่ี 8

คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนอ่านถอ้ ยความ และตอบคาถามต่อไปนี้

ข่าวและเหตุการณ์สาคญั

ข่าวท่ี 1 ยอมรับ-ล้มเหลว แก้ปัญหาหวยแพง แนะ‘ทหาร’ทาแทน

ประธานบอร๑ดกองสลากถอดใจ แก๎ไขป๓ญหาสลากแพงไมํได๎ยื่นใบลาออกมีผล 27 เม.ย.น้ี
ยอมรับความล๎มเหลว แนะต๎องให๎ผู๎มีบารมีหรือทหารเข๎ามาทําหน๎าท่ีแทน เพ่ือแก๎ป๓ญหาอยําง
เบ็ดเสร็จ โดยยืนยันไมํได๎ถูกรัฐบาลกดดัน ด๎านปลัดกระทรวงการคลัง เตรียมหารือ รมว.คลังหาคน
เหมาะสมมาทําหน๎าท่แี ทน บอกเป็นนัยใชค๎ นนอกกระทรวงการคลังไมํได๎เพราะติดข๎อกฎหมาย เว๎นแตํ
ใหน๎ ายกฯใช๎ ม.44 สั่งการการแก๎ป๓ญหาการขายสลากกินแบํงรัฐบาลเกินราคายังไปไมํถึงไหนก็ต๎อง
มาสะดุด โดยผ๎ูส่ือขําวรายงานเม่ือวันที่ 25 เม.ย.หลังได๎รับการเปิดเผยจากนายสมชัย สัจจพงษ๑
อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการสํานักงานสลากกินแบํงรัฐบาล (บอร๑ด) วําได๎ย่ืน
หนังสือลาออกจากตําแหนํงประธานบอร๑ดสํานักงานสลากฯ กับนายรังสรรค๑ ศรีวรศาสตร๑ ปลัด
กระทรวงการคลัง มีผลต้ังแตํวันท่ี 27 เม.ย.นี้เป็นต๎นไป รวมถึงได๎รายงานเรื่องลาออกกับ ม.ร.ว.
ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝุายเศรษฐกิจ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง และนายวิสุทธิ์
ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เรียบร๎อยแล๎ว เพื่อเปิดทางให๎ผ๎ูอื่นท่ีมีความเหมาะสมเข๎ามาแก๎ป๓ญหาการ

จําหนํายสลากเกินราคา เพราะท่ีผํานมาพยายาม
ออกมาตรการและวิธีการแก๎ป๓ญหาหลายมาตรการ
แล๎ว แตํยังไมํสามารถจัดการกับป๓ญหาได๎ แม๎จะร๎ูสึก
พอใจกบั ผลงาน 8-9 เดือนท่ีผํานมาก็ตาม แตํเมื่อจุด
หน่ึงปญ๓ หายังไมสํ ามารถคลค่ี ลายได๎และราคาสลากก็
ยังแพงเหมือนเดิม ผลงานยังไมํเป็นที่พอใจของ
ประชาชน ดังนั้นควรจะหลีกทางเพ่ือให๎คนอ่ืนมาทํา
แทน

~ 24 ~

“การแก๎ป๓ญหาสลากนําจะต๎องใช๎แนวทางท่ีเข๎มงวดมากข้ึน เพราะป๓ญหาท่ีเกิดข้ึนคงใช๎อํานาจของ
ข๎าราชการพลเรือนไปแก๎ไขได๎ลําบาก ดังน้ันคงต๎องให๎ผู๎มีบารมีเข๎ามาทําแทน ถ๎าเป็นไปได๎อยากเห็น
ทหารเข๎ามาทําหน๎าที่แทนเพื่อให๎แก๎ป๓ญหาเป็นไปอยํางเบ็ดเสร็จ โดยยืนยันวําไมํได๎ลาออกเพราะ
ถูกกดดันจากรฐั บาล หรอื กระทรวงการคลงั แตตํ ๎อง

การทํางานในตําแหนํงป๓จจุบันคือ อธิบดีกรมศุลกากรที่ได๎รับมอบหมายอยํางเต็มท่ี” นายสมชัย
กลาํ ว

ด๎านนายรงั สรรค๑ศรีวรศาสตร๑ปลัดกระทรวงการคลงั
กลําววํา คงตอ๎ งหารอื กับ รมว.คลังวําควรแตํงต้ังผ๎ใู ดมาทาํ
หน๎าท่ีประธานบอร๑ดสลากฯ แทนนายสมชยั ซึ่งตําแหนํง
ประธานบอร๑ดสลากฯ ตามกฎหมายระบใุ หเ๎ ป็นตําแหนํงของ
ปลดั กระทรวงการคลัง หรือมอบหมายบุคคลอื่นทําหนา๎ ท่ีแทน
แตไํ มํสามารถมอบอํานาจให๎คนนอกกระทรวงการคลงั มาทาํ
หน๎าทนี่ แ้ี ทนได๎ แตํถ๎าจะใหค๎ นนอกจรงิ ๆ ตอ๎ งอาศยั มาตรา 44 ของนายกรฐั มนตรี

ขณะท่ีนายวิสุทธ์ิ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กลําววํา ได๎รับทราบการลาออกจากประธานบอร๑ด
สํานกั งานสลากฯ ของนายสมชัยทางโทรศัพท๑อยํางไมํเป็นทางการ โดยนายสมชัยระบุวํา ได๎ทํางาน
ในตําแหนํงประธานบอร๑ดสํานักงานสลากฯ มาได๎ระยะหนึ่งแล๎ว และพยายามแก๎ไขเรื่องการ
จําหนํายสลากฯ เกินราคามาได๎ระดับหนึ่ง แตํยังไมํเป็นท่ีพอใจจึงขอลาออกเพื่อเปิดโอกาสให๎
กระทรวงการคลังเสนอบุคคลท่ีมีความเหมาะสมมากกวําเข๎ามารับตําแหนํงประธานบอร๑ด
สํานักงานสลากฯ แทน ซ่ึงในสัปดาห๑หน๎าจะหารือกับ รมว.คลัง เพื่อพิจารณาบุคคลท่ีเหมาะสมมา
น่ังตําแหนงํ ประธานบอรด๑ สํานักงานสลากฯ ซ่งึ ขณะน้ี ยงั ไมมํ ีบคุ คลในใจและยังไมํมีขอ๎ สรปุ

นายวสิ ุทธิก์ ลาํ วอีกวาํ ทีผ่ าํ นมาสาํ นักงานสลากฯ พยายามแก๎ไขเรื่องการจําหนํายสลากเกิน
ราคามาโดยตลอด แตํเนื่องจากเรื่องดังกลําวไปเก่ียวข๎องกับคนจํานวนมาก ทั้งเอเยํนต๑ ผู๎ค๎าสลาก
รายยํอยและคนพิการ เปน็ ต๎น ดงั นั้นการออกมาตรการใดๆทม่ี ีความรนุ แรงก็เกดิ ผลกระทบไปด๎วย

ผ๎ูส่ือขาํ วรายงานวํา บอร๑ดสาํ นักงานสลากฯ ชุดที่มีนายสมชัยเป็นประธาน ได๎รับการแตํงต้ัง
เม่ือวันที่ 28 มิ.ย.57 โดยคําส่ังของ พล.อ.ประยุทธ๑ จันทร๑โอชา ในฐานะหัวหน๎าคณะรักษาความ
สงบแหํงชาติ (คสช.) โดยบอร๑ดสํานักงานสลากฯ มีท้ังหมด 9 คน และมีท่ีแตํงตั้งมาพร๎อมกับนาย
สมชัยอีก 3 คนคือ พล.ต.สราวุธ กาพย๑เดโช นายพรศักดิ์ ศรีณรงค๑ และนายชัยพร ธรรมพีร ท่ี
เหลือเป็นผู๎แทนโดยตําแหนํงจากหนํวยงานตํางๆ 4 คน คือ จากกระทรวงมหาดไทย
กรมบัญชีกลาง สํานักงบประมาณ สภาสังคมสงเคราะห๑แหํงประเทศไทย และอีก 1 คน เป็น
ผอ๎ู ํานวยการสาํ นักงานสลากฯ โดยตาํ แหนงํ

~ 25 ~

คาถามท่ี 1 ถ๎อยความนี้ผูเ๎ ขียนตอ๎ งการนําเสนอเรื่องใดมากทีส่ ดุ ( 1 คะแนน)
1.หวยเปน็ ป๓ญหาท่แี ก๎ไมํได๎
2.หวยเปน็ สิง่ มอมเมาประชาชน
3.หวยทกุ คนต๎องซ้อื ในราคาแพง

4.การกําหนดราคาหวยขึน้ อยํกู บั รัฐบาล

คาถามที่ 2 ข๎อใดถกู ต๎อง

1. รัฐบาลพยายามแกป๎ ญ๓ หาราคาสลากกนิ แบํงในราคายุตธิ รรม
2.ป๓จจุบันคนไทยนิยมซ้อื สลากกนิ แบํงมากกวาํ สมัยกํอน
3.ป๓ญหาสลากกินแบํงราคาแพงเปน็ ปญ๓ หาสะสมมานาน
4.ปญ๓ หาสลากกินแบงํ ราคาแพงเกนิ ไปต๎องให๎ทหารแก๎ปญ๓ หา

คาถามท่ี 3 จากขอ๎ ความขา๎ งต๎น ขอ๎ ความตอํ ไปน้เี ป็นความจรงิ หรือไมํเปน็ ความจรงิ ไมใํ ชํ
ขอ๎ ความเป็นความจรงิ จงเขยี นเคร่อื งหมาย × ในชอํ ง “ใชํ”
ข๎อความไมํเป็นเป็นความจริง จงเขียนเครอื่ งหมาย × ในชอํ ง “ไมํใชํ”

ที่ ข๎อความ ใชํ
1 ในสมยั รฐั บาลพล.ประยุทธส๑ ลากกินแบงํ มรี าคาแพงกวาํ รฐั บาลทกุ สมัย
2 ม.44 เปน็ วิธกี ารแกป๎ ญ๓ หาสลากกนิ แบํงราคาแพงดที ี่สดุ
3 ลดคํารางวัลสลากกนิ แบงํ ลงจะทาํ ใหร๎ าคาสลากกินแบงํ ลดลงเหมอื นกัน
4 สลากกินแบํงคือแรงบนั ดาลใจใหค๎ นจน
5 ทุกปญ๓ หาให๎ทหารแก๎ไขจะทําไดง๎ ํายกวําพลเรอื น
6 ส่งิ ที่คนไทยทุกคนอยากได๎คอื รัฐบาลแกป๎ ๓ญหาราคาสลากกนิ แบงํ ใหล๎ ดลง
7 การแก๎ป๓ญหาราคาสลากกินแบงํ ไมใํ ชหํ นา๎ ทีข่ องกองสลากฯ
8 หากจะแกป๎ ญ๓ หาราคาสลากกินแบงํ ตอ๎ งใช๎ม.44เทําน้ัน
9 ยป่ี ว๓๊ ซาป๓ว๊ ผู๎พกิ ารเป็นสวํ นหน่งึ ของปญ๓ หาราคาสลากกนิ แบํงแพง
10 สลากกนิ แบงํ ไมํใชํป๓ญหาของรฐั บาล หรือเจา๎ หน๎าท่ีรฐั แตํเป็นป๓ญหาระหวาํ ง

ทุกคนกบั กองสลาก

~ 26 ~

คาถามที่ 4 จากขําวขา๎ งต๎น “ล๎มเหลวแกป๎ ๓ญหาหวยแพง”
ถามวํา ทาํ ไมกองสลากจึงแกป๎ ๓ญหาราคาสลากกินแบงํ ไมํได๎

ให๎นักเรยี นบอกเหตผุ ล 2 ขอ๎ โดยใชข๎ ๎อมลู จากเนื้อเรื่องสนบั สนนุ คาํ ตอบ

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. .......
........................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

คาถามที่ 5 เล่นการพนันเป็ นนิสัยของคนไทย

นกั เรียนมคี วามคิดเหน็ อยํางไรตอํ ขอ๎ ความข๎างต๎น ทําไมจึงคดิ เชนํ น้นั ให๎ใชเ๎ หตผุ ลประกอบ
คาํ อธิบาย

1. ใหน๎ ักเรยี นเลือกทําเคร่ืองหมาย วงกลมลอ๎ มรอบขอ๎ ความขา๎ งลาํ งนี้เพียง 1 ขอ๎ ความ
ความคิดเหน็ คล๎อยตาม ความคดิ เหน็ โตแ๎ ยง๎ ความคิดเห็นคลอ๎ ยตามและโตแ๎ ยง๎

2.ให๎นกั เรียนเขยี นอธบิ ายเหตุผลจํานวน 2 ขอ๎ ท่ีสอดคล๎องความคิดการเลอื กในข๎อ 1

ความคิดเห็นคลอ๎ ยตาม/เห็นด๎วย ความคดิ เหน็ โต๎แย๎ง/ไมเํ ห็นด๎วย

1……………………………………………………………….… 1………………………………………………………
……………………………………………………………..….… …………………………………………………………
……………………………………………………………..….… …………………………………………………………
2……………………………………………………………….… 2………………………………………………………
……………………………………………………………..….… …………………………………………………………
……………………………………………………………..….… …………………………………………………………
……………………………………………………………..….… …………………………………………………………

~ 27 ~

แบบฝึกพัฒนาการอ่านรเู้ รือ่ งและสอื่ สารได้ตามแนวการวัดผลนานาชาติ (PISA)
สาหรบั นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

สถานการณท์ ่ี 9

คาชี้แจง ให้นักเรียนอ่านถอ้ ยความ และตอบคาถามต่อไปนี้

ฮอื ฮา นักวิชาการประมงศูนย๑วจิ ัยและพัฒนาพันธกุ รรมสัตว๑นํา้ ชุมพรสุดเจ๐ง เพาะปลาหมอ
นาํ้ จดื ไทยสายพันธ๑ใุ หมํ “ชุมพร 1” ขนาดไซสย๑ ักษห๑ นกั ถึงตัวละ 1 กโิ ลกรัม หลงั ระดมสมองนาํ
พันธปุ๑ ลาหมอจากทั่วประเทศมาศึกษาวิจยั จนไดข๎ อ๎ สรปุ คดั พนั ธปุ๑ ลาจากภาคใต๎ นาํ มาปรับปรงุ
พนั ธุเ๑ พาะเล้ียงถงึ 4 รุํน จนได๎พอํ แมํพันธุ๑ท่นี งิ่ โตเร็ว และตวั ใหญํ เนื้อแนนํ เปน็ ทีต่ ๎องการของตลาด
ราคาสูงกโิ ลฯละ 200 บาท คาดวําจะเป็นปลาเศรษฐกจิ ตวั ใหมใํ นอนาคต สามารถนาํ ไปเลยี้ งได๎ทุก
ภาค

นักวิชาการประมงเพาะปลาหมอไทยสายพันธุ๑ยักษ๑หนักถึงตัวละ 1 กิโลกรัมคร้ังนี้ เปิดเผย
เมื่อวันท่ี 25 เม.ย. ผ๎ูสื่อขําวได๎รับการเปิดเผยจากนายสงํา ลีสงํา ผู๎อํานวยการศูนย๑วิจัยและพัฒนา
พันธุกรรมสัตว๑นํ้าชุมพร กรมประมง ต้ังอยํูเลขท่ี 12/35 หมูํ 8 บ๎านทุํงหงษ๑ ต.ทุํงคา อ.เมืองชุมพร
วํา ขณะนี้ศูนย๑วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว๑น้ําชุมพร ได๎เพาะพันธุ๑ปลาหมอนํ้าจืดไทยสายพันธุ๑
ใหมํช่ือ “ชุมพร 1” มีลักษณะพิเศษคือตัวใหญํ เนื้อแนํน ขนาดโตสุดมีนํ้าหนักถึงตัวละ 1 กิโลกรัม
สามารถนําไปเลยี้ งได๎ท่ัวทกุ ภาคของประเทศไทย และเปน็ ทนี่ ิยมของตลาด

ผ๎ูอํานวยการศูนย๑วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว๑นํ้าชุมพร กลําววํา ปลาหมอสายพันธ๑ุ
ดังกลําวทีมนักวิชาการของศูนย๑วิจัยฯประกอบด๎วย นายสุชาติ จุลอดุง น.ส.เมตตา ทิพย๑บรรพต
น.ส.มลฤดี โพธิ์ประดิษฐ๑ และนายกฤษณุพันธ๑ุ โกเมนไปรรินทร๑ ได๎ศึกษาวิจัยการพัฒนาสายพันธ๑ุ
ปลาหมอมาตั้งแตํปี 47 เร่ิมต๎นจากศึกษาลักษณะความแตกตํางของปลาหมอที่รวบรวมจากแหลํง
ตาํ งๆทวั่ ประเทศ ทั้งจากแหลํงนํ้าธรรมชาติ 4 แหลํงคือภาคเหนือ จ.อุตรดิตถ๑ ภาคกลาง จ.ราชบุรี

~ 28 ~

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สกลนคร และภาคใต๎ จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้งจากโรงเพาะฟ๓กใน
ฟาร๑มเล้ียงเกษตรกร จ.ชุมพร นํามาเล้ียงไว๎ในศูนย๑วิจัยฯเพ่ือใช๎เป็นพํอแมํพันธ๑ุผลการศึกษาวิจัย
พบวํา ปลาหมอจากภาคใต๎มีผลการเจริญเติบโตสูงกวําปลาหมอจากแหลํงอ่ืน จึงนําเข๎าสูํการ
ปรับปรุงพันธุ๑โดยใช๎วิธีคัดเลือกแบบหมํูเป็นระยะเวลานานรวม 4 รํุน แล๎วเอาตัวท่ีเจริญเติบโต
สูงสุดในแตํละรุํนไปเป็นพํอแมํพันธ๑ุในการผลิตลูกพันธุ๑ตํอไป ศูนย๑วิจัยฯทดสอบสายพันธุ๑ด๎วยการ
นําไปทดลองเล้ียงในพื้นที่ตํางๆทั้งท่ี จ.ชุมพร จ.นครศรีธรรมราช และ จ.เชียงใหมํ และหลาย
จังหวัดในภาคอีสาน ปรากฏวําผลการเล้ียงออกมาในทิศทางเดียวกันคือปลาหมอท่ีผํานการ
ปรับปรุงพันธุ๑จะให๎ผลผลิตสูงกวําปลาหมอสายพันธุ๑เดิมประมาณ 70 เปอร๑เซ็นต๑“ผลการทดสอบ
เลี้ยงปลาหมอพันธ๑ุ “ชุมพร 1” โดยใช๎อาหารเล้ียงอยํางเดียวกับท่ีใช๎เล้ียงปลาดุกทั่วไป พบวํา
สามารถนําไปเล้ียงได๎ทุกภาคแตํภาคอีสานจะเจริญเติบโตดีมาก โดยใช๎เวลาเลี้ยงเพียง 8 เดือนมี
น้ําหนักเฉล่ียตัวละ 350 กรัมหรือขนาด 3 ตัวตํอ 1 กิโลกรัม และหนักสุดตัวละ 1 กิโลกรัม ที่
สาํ คญั เนอ้ื แนํนเป็นท่ีต๎องการของตลาด สํงผลให๎ปลาหมอพันธุ๑น้ีมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท
เลยทเี ดียว” นายสงาํ กลําว

ผู๎อํานวยการศูนย๑วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว๑นํ้าชุมพร กลําวอีกวํา สําหรับปลาหมอพันธ๑ุ
“ชุมพร 1” ไดร๎ บั การอนุมตั ชิ ่ือจากกรมประมงเม่ือวนั ท่ี 16 ส.ค.54 กํอนทดสอบเลยี้ งจนได๎สายพันธ๑ุ
ท่ีนง่ิ สามารถเปิดให๎เกษตรกรนําไปเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจได๎ อยํางไรก็ตามธรรมชาติปลาหมอเพศ
เมียจะมีขนาดโตกวําเพศผู๎ประมาณ 1 เทําตัว โดยศูนย๑วิจัยฯได๎ศึกษาวิธีการที่เหมาะสมที่จะ
ควบคุมผลิตลูกพันธ๑ุปลาหมอเพศเมียล๎วน กระท่ังทดลองใช๎ฮอร๑โมนในห๎องปฏิบัติการ พบวํา
สามารถผลิตลูกพันธุ๑ปลาหมอให๎เป็นเพศเมียได๎ถึง 100 เปอร๑เซ็นต๑แล๎วแตํอยํูระหวํางตรวจสอบ
เพ่ือให๎เกิดความม่ันใจวําไมํมีฮอร๑โมนตกค๎างอยํูในสัตว๑น้ํา คาดวําในอนาคตปลาหมอพันธ๑ุ “ชุมพร
1” จะได๎รับความนิยมอยํางสูงและเป็นปลาเศรษฐกิจตัวใหมํที่สร๎างรายได๎ให๎เกษตรกรไทยอยําง
งดงาม

รปู แบบที่ 1 แบบเลือกตอบ
คาถามท่ี 1 ถ๎อยความนี้ผ๎ูเขียนตอ๎ งการนาํ เสนอเรื่องใดมากทสี่ ุด( 1 คะแนน)

1.พันธ๑ุปลาชนิดใหมํ 2.ปลาเศรษฐกิจตัวใหมํ
3.วิธกี ารเล้ียงปลาหมอพนั ธใุ๑ หมํ 4.การคน๎ พบแหลงํ ผลิตปลาหมอ

พนั ธ๑ใุ หมํ

~ 29 ~

คาถามที่ 2 ข๎อใดถกู ตอ๎ ง

1. ปลาหมอพนั ธใุ๑ หมํเหมาะสําหรบั เลี้ยงในภาคใต๎
2.ปลาหมอพนั ธุใ๑ หมํเป็นปลาเศรษฐกิจ
3 .ปลาหมอพนั ธุ๑ใหมํคือทางเลือกของเกษตรกร
4.อาหารของปลาหมอพนั ธใุ๑ หมํมรี าคาแพง

คาํ ถามที่ 3 จากขอ๎ ความข๎างต๎น ข๎อความตํอไปน้เี ปน็ ความจรงิ หรอื ไมเํ ป็นความจริง ไมํใชํ
ขอ๎ ความเป็นความจรงิ จงเขยี นเครอื่ งหมาย ×ในชํอง “ใชํ”
ขอ๎ ความไมํเปน็ เป็นความจริง จงเขยี นเครอ่ื งหมาย ×ในชอํ ง “ไมํใชํ”

ที่ ขอ๎ ความ ใชํ
1 ปลาหมอพันธ๑ุใหมเํ จริญเติบโตได๎ในทุกภาค
2 พนั ธ๑ุชมุ พร 1 เปน็ ช่อื ปลาหมอพันธใ๑ุ หมํที่ไดร๎ บั พระราชทาน
3 ปลาตัวเมยี มีน้ําหนกั มากกวาํ ปลาตัวผ๎ูสามเทํา
4 ปลาหมอพันธุ๑ใหมํ มีจําหนํายในเดือนเมษายน
5 กรมปศสุ ตั ว๑รํวมมือกบั กรมประมงพัฒนาปลาหมอพันธ๑ุใหมํ
6 ตวั โต เนือ้ แนนํ เป็นคณุ สมบัตขิ องปลาหมอพันธ๑ุใหมํ
7 อตุ รดิตถ๑ ราชบรุ ี สกลนคร นครศรีธรรมราช เปน็ แหลงํ เพาะพันธ๑ุปลา

หมอที่ใหญทํ สี่ ุด
8 ปลาหมอพนั ธใ๑ุ หมํเกดิ จากการโคลนนิ่ง
9 ปลาหมอพนั ธุใ๑ หมเํ ป็นปลาเศรษฐกิจอยํางแนํนอน
10 ปลาหมอพนั ธุใ๑ หมํจากภาคใต๎เจริญเตบิ โตไดด๎ ีกวําภาคอืน่

คาถามท่ี 4 จากขาํ วขา๎ งต๎น “ฮือฮา นักวชิ าการประมงศูนยว์ จิ ยั และพฒั นาพนั ธกุ รรมสตั ว์น้า
ชุมพรสุดเจ๋ง เพาะปลาหมอน้าจดื ไทยสายพันธุ์ใหม่ “ชมุ พร 1” ขนาดไซสย์ กั ษ์”
ถามวํา ทาํ ไมปลาหมอนา้ํ จืดไทย สายพนั ธ๑ชุ มุ พร 1 จงึ เจรญิ เตบิ โตไดด๎ กี วาํ ปลาหมอนา้ํ จืดเดิม
ใหน๎ ักเรียนบอกเหตุผล 2 ขอ๎ โดยใช๎ข๎อมลู จากเนื้อเรื่องสนบั สนุนคําตอบ

~ 30 ~

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

คาถามท่ี 5 ปลาหมอพนั ธุ์ใหม่เป็นสัตวเ์ ศรษฐกิจของคนไทย

นกั เรยี นมีความคิดเหน็ อยํางไรตํอขอ๎ ความข๎างต๎น ทําไมจงึ คิดเชนํ นน้ั ให๎ใช๎

เหตผุ ลประกอบคาํ อธิบาย

๑. ให๎นกั เรยี นเลือกทําเคร่ืองหมาย วงกลมลอ๎ มรอบขอ๎ ความข๎างลาํ งน้ีเพียง 1 ขอ๎ ความ

ความคดิ เห็นคลอ๎ ยตาม ความคิดเหน็ โต๎แย๎ง ความคิดเห็นคล๎อยตามและโตแ๎ ย๎ง

๒. ให๎นักเรียนเขยี นอธิบายเหตุผลจํานวน 2 ข๎อ ทสี่ อดคล๎องความคดิ การเลือกในข๎อ 1

ความคิดเหน็ คล๎อยตาม/เห็นด๎วย ความคดิ เหน็ โตแ๎ ย๎ง/ไมเํ ห็นด๎วย

1……………………………………………………………… 1…………………………………………………………

……………………………………………………………..… …………………………………………………………….

……………………………………………………………..… …………………………………………………………….

……………………………………………………………..… …………………………………………………………….

.……

2……………………………………………………………… 2…………………………………………………………

……………………………………………………………..… …………………………………………………………….

……………………………………………………………..… …………………………………………………………….

……………………………………………………………..… …………………………………………………………….

~ 31 ~

แบบฝึกพัฒนาการอา่ นรูเ้ รื่องและสอ่ื สารไดต้ ามแนวการวัดผลนานาชาติ (PISA)
สาหรบั นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

สถานการณ์ท่ี 10

คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนอา่ นถ้อยความ และตอบคาถามต่อไปนี้

องค๑กรชํวยเหลือเด็กร๎อง รัฐบาลไทยประสาน รัฐบาลพมํา จัดการบูรณาการศึกษาให๎กับ
เด็กผู๎ลี้ภัยตามแนวชายแดนนับหมื่นคน เพ่ือให๎เข๎ากับวัฒนธรรมในประเทศพมําและสามารถ
ดาํ รงชีวิตอยูํไดอ๎ ยาํ งมคี ุณภาพ
วันที่ 24 เม.ย. ทสี่ มาคมผู๎สือ่ ขําวตาํ งประเทศประจําประเทศไทย องค๑กรชวํ ยเหลอื เด็ก (ประเทศไทย) และ
ภาคีเครือขําย จัดฉายภาพยนตร๑ส้ัน เรื่อง"การศึกษาตํอเติมความฝ๓นเด็กผู๎ล้ีภัย" สะท๎อนป๓ญหา
การศึกษาของเด็กพมําในคํายผ๎ูล้ีภัย 9แหํงในประเทศไทย และความต๎องการศึกษาของเด็กผ๎ูลี้ภัย
พร๎อมท้ังยังได๎นําเสนอผลงานวิจัย "ไกลเกินเข๎าถึง ประสบการณ๑ของผู๎ล้ีภัยชาวพมํา" ท่ีติดตามผล
การศึกษาตํอของเด็กผ๎ูลี้ภัยชาวพมํา11 คน ที่ถูกสํงกลับไปประเทศพมํา ให๎กับส่ือมวลชนไทย และ
ตํางประเทศได๎รบั ทราบถึงสถานการณ๑สทิ ธิการศกึ ษาของเด็กผู๎ลภี้ ยั

ท้ังนี้ นางแอนเดรียคอสตา เจ๎าหน๎าที่องค๑กรชํวยเหลือเด็ก(ประเทศไทย) กลําววํา
สถานการณ๑ผ๎ูล้ีภัยในประเทศไทยเป็นหน่ึงในสถานการณ๑การล้ีภัยที่ยืดเย้ือยาวนานที่สุดในโลก คือ
ต้ังแตํปี พ.ศ.2523 ป๓จจุบัน มีผู๎ล้ีภัยประมาณ 110,000 คน อาศัยอยูํในคํายผู๎ล้ีภัย 9 แหํง บริเวณ
ชายแดนไทย-พมํา ในจํานวนนี้ มีเด็กอยูํเป็นจํานวนมาก ถึงแม๎วํา เด็กผู๎ล้ีภัยจํานวน 30,000 คน
ได๎รับเรียนการสอนจากครูผ๎ูลี้ภัยกวํา 1,500 คน ในโรงเรียนการศึกษาข้ันฐาน 80 แหํง ในคํายผ๎ูล้ี
ภัยทั้ง 9 แหํง แตํระบบการเรียนการสอนท้ังหมดเน๎นท่ีศึกษาด๎านภาษาและวัฒนธรรมท่ีเป็น
เอกลักษณ๑ของชุมชนผ๎ูล้ีภัย ซึ่งสํวนใหญํเป็นชนชาติกะเหรี่ยง ไมํสอดคล๎องกับหลักสูตรการศึกษา
ทั้งของรัฐบาลพมําและรัฐบาลไทย สํงผลให๎เด็กผ๎ูลี้ภัยชาวพมําท่ีถูกสํงกลับประเทศ ไมํสามารถกลับ
เข๎าเรยี นในระบบโรงเรียนในพมาํ ได๎ หรือ ต๎องจํายเงนิ 10,000-600,000 จา๏ ด ตอํ คนเพื่อใหไ๎ ด๎เข๎าเรียน

~ 32 ~

ดังน้ัน จึงอยากเรียกร๎องรัฐบาลไทยประสานกับรัฐบาลพมําเพื่อจัดการศึกษาบูรณาการ
ให๎กับเด็กผ๎ูลี้ภัยอยํางสอดคล๎องกัน เพ่ือให๎เด็กท่ีเกิดในคํายผ๎ูล้ีภัย สามารถเข๎ากับวัฒนธรรมใน
ประเทศพมําและสามารถดาํ รงชีวติ อยํไู ดอ๎ ยํางมีคุณภาพในสังคมพมํา ซ่ึงจะเป็นการปูองกันเด็กเข๎า
สูกํ ระบวนการค๎ามนษุ ย๑เม่ือเดก็ เหลาํ นี้ถกู สงํ กลับประเทศ.

รูปแบบท่ี 1แบบเลือกตอบ

คาถามท่ี 1 ถ๎อยความนี้ผเ๎ู ขยี นตอ๎ งการนาํ เสนอเร่ืองใดมากท่ีสดุ ( 1 คะแนน)

1.ปญ๓ หาผ๎ลู ้ภี ัย 2.ป๓ญหาการศึกษาชายแดนไทย

3.ปญ๓ หาทีไ่ มํไดร๎ บั การแกไ๎ ข 4.ป๓ญหาที่ตอ๎ งการแก๎ไขอยํางเรงํ ดวํ น

คาถามที่ 2 ข๎อใดถูกต๎อง

1. ผ๎ูล้ีภัยไมํไดร๎ บั การศกึ ษาอยํางถกู ตอ๎ ง
2.ผ๎ูลีภ้ ยั ได๎รับการศกึ ษาไมํตอํ เนอ่ื ง
3.ผู๎ล้ภี ัยควรได๎รบั การศกึ ษาแบบบรู ณาการ

4.ไมมํ หี ลักสูตรการศกึ ษาให๎ผล๎ู ้ภี ยั

คาํ ถามท่ี 3 จากขอ๎ ความข๎างต๎น ขอ๎ ความตํอไปนี้เป็นความจรงิ หรือไมํเป็นความจรงิ

ขอ๎ ความเป็นความจรงิ จงเขยี นเครอ่ื งหมาย X ในชอํ ง “ใชํ”

ขอ๎ ความไมเํ ป็นเป็นความจริง จงเขยี นเครอ่ื งหมาย X ในชํอง “ไมํใชํ”

ที่ ข๎อความ ใชํ ไมํใชํ

1 ผ๎ลู ้ีภยั สํวนใหญเํ ป็นชาวพมํา มอญ

2 ผู๎ล้ภี ยั มีเอกลกั ษณ๑ วฒั นธรรมเป็นของตนเอง

3 การศกึ ษาเปน็ เรอื่ งท่ผี ล๎ู ้ภี ัยไดร๎ บั การสงํ เสรมิ ท่สี ดุ

4 สถานการณ๑ผ๎ูลี้ภยั ในประเทศไทยยาวนานทีส่ ดุ ในโลก

5 ผ๎ลู ี้ภัยสวํ นใหญไํ ดร๎ ับการศึกษาจนจบหลกั สตู รการศกึ ษา

6 ผู๎ล้ีภยั สํวนใหญสํ ามารถดํารงชีวติ อยํูในสังคมได๎อยาํ งมคี วามสุข

7 ความต๎องการของเดก็ ผ๎ลู ภ้ี ัยคือต๎องการไดร๎ ับการศกึ ษาตํอในประเทศไทย

8 ชาวกะเหรย่ี ง เป็นผ๎ูลีภ้ ัยมากทีส่ ุดในชายแดนไทย

9 รฐั บาลพมาํ ตอ๎ งการให๎เด็กผ๎ูลีภ้ ัยได๎รบั การศกึ ษามากกวํารัฐบาลไทย

10 การบูรณาการ ทางการศกึ ษาคือเดก็ ท่ีเกดิ ในศนู ยผ๑ ูล๎ ้ภี ัยไดเ๎ รียนทงั้ ภาษาไทยและ

ภาษาพมาํ

~ 33 ~

คาถามที่ 4 จากขาํ วข๎างต๎น “การศึกษาป๓ญหาของผู๎ล้ีภยั ชายแดน”
ถามวํา ทําไมการศกึ ษาตามแนวชายแดนไทยจงึ มีป๓ญหาสําหรับผล๎ู ภ้ี ยั

ให๎นักเรยี นบอกเหตผุ ล 2 ขอ๎ โดยใช๎ขอ๎ มูลจากเน้อื เรื่องสนับสนนุ คําตอบ

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

คาถามท่ี 5 การศึกษาช่วยป้ องกนั กระบวนการคา้ มนุษย์

นกั เรยี นมีความคิดเห็นอยํางไรตํอขอ๎ ความขา๎ งตน๎ ทาํ ไมจึงคดิ เชนํ นัน้ ให๎ใชเ๎ หตผุ ลประกอบ
คาํ อธบิ าย

๑. ให๎นักเรียนเลือกทําเครอ่ื งหมาย วงกลมลอ๎ มรอบข๎อความขา๎ งลาํ งนี้เพยี ง 1 ขอ๎ ความ
ความคดิ เห็นคลอ๎ ยตาม ความคดิ เหน็ โต๎แย๎ง ความคิดเห็นคล๎อยตามและโตแ๎ ยง๎

๒. ให๎นักเรยี นเขยี นอธิบายเหตุผลจาํ นวน 2 ขอ๎ ทส่ี อดคล๎องความคิดการเลือกในข๎อ 1

ความคิดเหน็ คลอ๎ ยตาม/เห็นด๎วย ความคิดเห็นโตแ๎ ยง๎ /ไมเํ หน็ ดว๎ ย

1………………………………………………………………. 1……………………………………………………………

……………………………………………………………..…. ……………………………………………………………..

……………………………………………………………..…. ……………………………………………………………..

……………………………………………………………..…. …………………………………………………………….

2………………………………………………………………. 2……………………………………………………………

……………………………………………………………..…. …………………………………………………………….

……………………………………………………………..…. ……………………………………………………………..

……………………………………………………………..…. ……………………………………………………………..

~ 34 ~

แบบฝึกพัฒนาการอา่ นรเู้ รือ่ งและสอ่ื สารได้ตามแนวการวัดผลนานาชาติ (PISA)
สาหรบั นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓

สถานการณท์ ่ี 11

คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนอ่านถอ้ ยความ และตอบคาถามต่อไปนี้

ปญั หาเดก็ เร่ร่อน

สังคมไทยของเรา ณ เวลาน้คี งปฏเิ สธไมไํ ด๎วาํ มีความ
เปลี่ยนแปลงไปอยํางรวดเร็ว และในขณะทสี่ ภาพของสงั คม
เปล่ียนไปน้ัน ปญ๓ หาตํางๆในสงั คมก็เกิดข้ึนตามมาดว๎ ยเชํนกนั โดยสํวนใหญแํ ล๎วมกั จะเป็นปญ๓ หาท่ี
แก๎ไขไดย๎ าก หรอื อาจจะไมมํ วี ธิ แี ก๎ไขเลยจนต๎องยอมรบั สภาพของป๓ญหานน้ั คงไมํมใี ครไมํร๎จู กั
“สถานรี ถไฟหัวลาํ โพง” ซ่ึงเป็นแหลํงทผ่ี ูค๎ นมากมายเดนิ ทางมาที่น่ีเพื่อหวังเช่ือมตอํ ตนเองกบั
จดุ หมายปลายทางแหํงใดแหงํ หนึง่ ทีร่ ถไฟจะพาไปได๎ แตสํ ถานทีแ่ หงํ นย้ี ังแฝงด๎วยด๎านมืดอกี มุม
หนึ่งของสังคม และเป็นแหลํงท่กี ํอให๎เกดิ ป๓ญหาสังคมขน้ึ อีกแหํงหนงึ่ ของสังคมไทย

ปญ๓ หาเดก็ เรํรอํ นทหี่ ัวลําโพง เป็นป๓ญหาอกี ขอ๎ หน่งึ ที่คํอยๆขยายใหญํข้นึ ในสังคมไทย ซึ่ง
ป๓ญหานี้ไมคํ อํ ยได๎รบั ความเอาใจใสํอยํางเตม็ ท่ี ทางรัฐบาลพยายามหาวิธีการแก๎ไขป๓ญหาเดก็ เรรํ อํ น
เหลาํ นด้ี ว๎ ยป๓ญหาตาํ งๆ แตกํ ไ็ มสํ ามารถแก๎ไดส๎ ักคร้งั มิหนาํ ซาํ้ เด็กเรํรํอนกย็ ่ิงเพิ่มจาํ นวนมากขน้ึ
เรื่อยๆ

เดก็ เรรํ อํ นเหลํานม้ี ีกันอยํหู ลายกลมํุ แตลํ ะคนก็จะมาจากที่ตาํ งๆกนั บ๎างก็พเนจรมาจากท่ี
อนื่ เพ่อื มาหาเพอื่ นทน่ี ี่ บ๎างกม็ ปี ๓ญหากับทางครอบครัวเลยตัดสินใจหนอี อกมารวมกลํุมกนั ที่นี่ เดก็
แตลํ ะคนสํวนมากจะมาจากแหลงํ ชมุ ชนแออัด สกปรก โสโครก และเป็นแหลํงอบายมขุ แตสํ ิ่งทนี่ ํา
ตกใจคือพวกเด็กๆเหลาํ น้ีอายุอยูํระหวําง12-14 ปี ซึ่งเมื่อดูจากอายุเด็กๆพวกนย้ี งั ไมํสามารถเลย้ี งดู
ตวั เองได๎

พวกเขาเหลํานม้ี พี ฤติกรรมทก่ี ๎าวร๎าวอยํางชดั เจน ทั้งจากการแตํงตัว บคุ ลิก ลักษณะและ
การพดู จา และสิ่งทหี่ นักข๎อขนึ้ ไปกวําน้ันพวกเขายังขโมยกระเปา๋ เส้ือผ๎าของผโู๎ ดยสาร ปลน๎ ตบ
ทรพั ย๑ และทํารา๎ ยรํางกายผท๎ู ี่เดินผํานไปมาในบริเวณนั้นยามวิกาลอีกดว๎ ย ซงึ่ พฤตกิ รรมตํางๆ
เหลําน้มี นั สามารถเป็นจดุ เริ่มต๎นให๎พวกเขาเปน็ ภัยตอํ สงั คมรอบข๎างไดเ๎ ชํนกนั

~ 35 ~

หลายคนอาจมองวําเดก็ ๆเหลํานเี้ ป็นตวั ป๓ญหาแตํจะไมํมองถงึ ตน๎ ตํอของป๓ญหา แล๎วต๎นตอ
ของป๓ญหาละํ คอื อะไร? สถาบันครอบครวั หรือ? มนั กถ็ อื วาํ เปน็ สํวนหนึ่งที่ทาํ ให๎เดก็ ๆเหลาํ นม้ี ี
ป๓ญหา ถา๎ ครอบครัวดี เดก็ กจ็ ะได๎รับการเลีย้ งดู การเอาใจใสํ การไดร๎ ับความอบอุํนจากพํอแมํอยาํ ง
ดี กลบั กันถ๎าครอบครัวไมํดี เดก็ กจ็ ะไมํมีแบบอยํางท่ีดใี ห๎เขาประพฤตติ าม และนั่นกอ็ าจจะเปน็
สาเหตทุ ี่ทําให๎เด็กไมอํ ยากจะรบั รสู๎ งิ่ ตาํ งๆที่เกิดขึ้นในครอบครัวของแตํละคนจึงตัดสนิ ใจเลอื ก
ทางเดินท่ตี วั เองคิดวาํ มันจะชวํ ยใหพ๎ วกเขาพบกับหนทางที่
ดกี วําไดถ๎ ๎ามองอีกด๎านหนงึ่ ครอบครวั อาจเป็นองค๑ประกอบ
หลักของเดก็ เรํรอํ นเหลํานี้ แตํกด็ ูจะเห็นแกตํ วั เกินไป หากไมํ
กลําวถงึ ป๓จจัยอนื่ ๆเลยไมํวําจะเปน็ พฤติกรรมสํวนตวั ของเดก็
เอง ภมู คิ ุ๎มกนั ทางจิตใจ สภาพแวดลอ๎ มทีเ่ กดิ จากคนภายนอก
หรอื สภาพเศรษฐกจิ เพราะป๓จจัยตาํ งๆเหลําน้ีถือเป็นส่ิงทีท่ ํา
ให๎เดก็ มีป๓ญหาไดเ๎ ชํนกนั ผมคิดวําเดก็ ๆทมี่ าอยูํท่ีนส่ี วํ นใหญแํ ลว๎
ไมมํ ีใครอยากออกมาเรํรํอนหรอก หากเขามที ี่พงึ่ ทางกายและจิตใจที่ดี แตปํ ญ๓ หาที่เกดิ ข้นึ กบั เด็ก
เรํรํอนหัวลาํ โพงอาจชวํ ยสะกดิ สังคมให๎หันมาเหลยี วแลพวกเขาอยาํ งจริงจังเสยี ที ซึ่งถา๎ สถานการณ๑
ของป๓ญหายังคงเป็นแบบน้ีตอํ ไป เหน็ ทีเยาวชนไทย สังคมไทยกค็ งจะยิ่งแยลํ งกวําเดิมขึน้ ทกุ วนั

หากเด็กยังยิ้มใส โลกยอํ มไดร๎ อยยิม้ สวย
ผใ๎ู หญกํ ็ยม้ิ ด๎วย เพราะเดก็ ชํวยเชื่อมสมั พนั ธ๑
ย้มิ เดก็ คอื ยิ้มโลก บรรเทาโศกดว๎ ยย้มิ ฝน๓

ฝ๓นเด็กดงั่ ตะวนั สาดแสงงามยามอรุณ

เด็กน๎อยในเมืองใหญํ : จากรวมบทกวี“มา๎ ก๎านกลว๎ ย”
โดย ไพวรินทร๑ ขาวงาม

~ 36 ~

รปู แบบท่ี 1 แบบเลือกตอบ
คําถามที่ 1 ถอ๎ ยความน้ีผ๎ูเขียนตอ๎ งการนาํ เสนอเร่ืองใดมากทีส่ ดุ ( 1 คะแนน)
1.ป๓ญหาของเดก็ เรรํ ํอน
2.ป๓ญหาของสงั คมไทย
3.ป๓ญหาที่ไมํได๎รับการแกไ๎ ข

4.ปญ๓ หาท่ตี ๎องการแกไ๎ ขอยาํ งเรงํ ดํวน

คาถามที่ 2 ขอ๎ ใดถกู ตอ๎ ง

1. เด็กเรรํ อํ นเปน็ ภยั ตํอสงั คม
2.เดก็ เรํรํอนควรไดร๎ ับการดแู ลจากภาครฐั
3.เดก็ เรํรอํ นเป็นเด็กทีก่ า๎ วร๎าว
4.เด็กเรํรํอนเปน็ เดก็ ทีต่ ๎องการทพ่ี งึ่ ทางใจ

คาถามท่ี 3 จากข๎อความขา๎ งตน๎ ขอ๎ ความตอํ ไปนี้เป็นความจรงิ หรอื ไมเํ ป็นความจริง ไมใํ ชํ
ขอ๎ ความเป็นความจรงิ จงเขยี นเคร่อื งหมาย X ในชํอง “ใชํ”
ข๎อความไมเํ ปน็ เป็นความจริง จงเขียนเครื่องหมาย X ในชํอง “ไมํใชํ”

ท่ี ขอ๎ ความ ใชํ
1 เดก็ เรํรํอนมีอายุ 12 – 18 ปี
2 เดก็ เรํรอํ นมีพฤติก๎าวร๎าว เปน็ ภยั ตอํ สงั คม
3 รฐั บาลควรเพมิ่ การเอาใจใสํตอํ เดก็ เรรํ ํอนดว๎ ยการสร๎างท่ีพกั เพิม่ ขนึ้
4 เด็กเรรํ ํอนมจี ํานวนเพิม่ ขน้ึ เร่ือยๆ
5 การศึกษาเปน็ ทางเลือกอีกทางหนง่ึ ของเด็กเรรํ อํ น
6 สภาพแวดล๎อมเปน็ ปจ๓ จยั หลกั ทท่ี ําใหเ๎ ดก็ เรํรอํ น
7 สถาบนั ครอบครวั เป็นสถาบันหลักในการแกป๎ ๓ญหาเด็กเรรํ อํ น
8 สถานีรถไฟหัวลําโพง เป็นแหลงํ ทม่ี ีเดก็ เรรํ อํ นมากท่ีสดุ ในประเทศไทย
9 เดก็ เรรํ ํอน เป็นป๓ญหาท่ีรฐั บาลควรแก๎ไขอยาํ งเรงํ ดวํ น
10 เศรษฐกิจ ส่ิงแวดล๎อม การศกึ ษาคอื แนวทางแกไ๎ ขปญ๓ หาเดก็ เรํรอํ น

~ 37 ~

คาถามที่ 4 จากขาํ วขา๎ งต๎น “สถานีรถไฟหวั ลาํ โพงทพี่ กั พงิ ของเด็กเรํรอํ น”
ถามวํา ทําไมเดก็ เรํรํอนในประเทศไทยจึงเพ่มิ ข้ึน
ใหน๎ ักเรยี นบอกเหตผุ ล 2 ข๎อโดยใช๎ขอ๎ มูลจากเน้ือเร่ืองสนับสนุนคําตอบ

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

คาถามท่ี 5 ครอบครัวอบอุ่นช่วยป้ องกนั ปัญหาเดก็ เร่ร่อน

นักเรยี นมีความคดิ เห็นอยํางไรตอํ ขอ๎ ความข๎างต๎น ทําไมจงึ คดิ เชํนนัน้ ให๎ใช๎เหตุผลประกอบ

คาํ อธบิ าย

1. ให๎นักเรยี นเลอื กทําเคร่ืองหมาย วงกลมล๎อมรอบขอ๎ ความขา๎ งลํางนี้เพยี ง 1 ข๎อความ

ความคดิ เหน็ คล๎อยตาม ความคดิ เหน็ โตแ๎ ย๎ง ความคิดเหน็ คล๎อยตามและโตแ๎ ย๎ง

2.ให๎นักเรยี นเขียนอธิบายเหตผุ ลจํานวน 2 ขอ๎ ทส่ี อดคลอ๎ งความคิดการเลือกในข๎อ 1

ความคิดเห็นคลอ้ ยตาม ความคิดเหน็ โตแ้ ย้ง

1………………………………………….…………………………….. 1………………………………………….………………

………………………..………………….…………………………….. ………………………..………………….………………

………………………..……………………….……………………….. ………………………..……………………….…………

……………………….……………………….……………………….. ……………………….……………………….…………

2……………..………………………..……………………………….. 2……………..………………………..…………………

…………….…………………………….…………………………….. …………….…………………………….………………

………………….…………………………….……………………….. ………………….…………………………………………

…………………….………………………….……………………….. …………………….………………………….…………

~ 38 ~

แบบฝกึ พฒั นาการอ่านรู้เร่ืองและสอ่ื สารได้ตามแนวการวัดผลนานาชาติ (PISA)
สาหรับนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓

สถานการณท์ ่ี 12
คาชแี้ จง ให้นักเรียนอ่านถอ้ ยความ และตอบคาถามตอ่ ไปนี้

เพลง : วนั เด็ก

คําร๎อง : คาราบาว ทํานอง : คาราบาว

วนั เด็กใหเ๎ ด็กเดินตามใคร แมํตั้งวงไพพํ อํ ตง้ั วงเหล๎า

ชกกนั เหมือนมวยตู๎วนั เสาร๑ ตศี อกโยนเขาํ เอาให๎ตายให๎ตาย

เสยี งดําไมํตอ๎ งหาคําแปล ดาํ พํอลํอแมํกป็ ูุยาํ ตายาย

หา๎ มปรามเดย๋ี วจะถูกเลขท๎ายเป็นเรอ่ื งผู๎ใหญผํ ัวเมียตีกนั

ดีกนั กร็ วมหวั ใช๎เราใช๎ไปซ้ือเหลา๎ ใช๎ดตู น๎ ทางทําตวั ให๎เด็กดตู ัวอยาํ งลกู ไม๎ไมํหําง

จากโคนตน๎ ไม๎

วนั เดก็ เราเปน็ เด็กเกเร เพราะสังคมโปเกมีผู๎ใหญนํ ําเรา

สรา๎ งเธคใหเ๎ ดก็ ไดโ๎ ยกบั้นเด๎าดมยาด่ืมเหล๎าเอาให๎เมาเช็ดดนิ

ลกู หลานต๎องคืบคลานลงเหว อนาคตเลวๆก็ผใู๎ หญตํ วั ดี

คาํ ขวัญเขยี นกนั ได๎ทกุ ปีเผื่อผใ๎ู หญบํ ๎างซิ สมดุลกัน

* อนั วําคําขวญั เทาํ ท่ฉี นั ผํานมา เปรียบเหมือนตัวยาซีมําโลช่นั

แตสํ ังคมวนั นแ้ี ยํยง่ิ กวําสงั คัง เขียนใหเ๎ ด็กไดฟ๎ ง๓ มนั กย็ ังไมพํ อ

** พํอกบั แมคํ อื ยาปกูุ ะยําตายาย และผห๎ู ลักผใู๎ หญมํ ีความหมายทุกคน

อยําปลํอยเด็กเดนิ ชนโดยตามลาํ พงั เพราะสงั คมสงั คงั ยังไมสํ มประกอบ

เดก็ เด็ก (เดก็ เด็ก) ต๎องโตเป็นผ๎ใู หญํ (โตเปน็ ผู๎ใหญ)ํ

อนาคตฝากไว๎ (อนาคตฝากไว๎) ในกาํ มือเดก็ ๆ (ในกาํ มอื เด็กๆ)

ถกู มอมเมาต้งั แตเํ ล็ก ผใู๎ หญหํ ลอกเดก็ เราจะแกท๎ ี่ใคร

เราจะแกท๎ เี่ ดก็ หรอื แกท๎ ่ีผู๎ใหญํ เราจะแกท๎ ี่ใครเราจะแกท๎ ี่ใคร

แกท๎ ีผ่ ูเ๎ ดก็ หรอื แกท๎ ี่ผใู๎ หญํ เราจะแกท๎ ี่ใครเราจะแกท๎ ใ่ี คร

มวี ันเด็กก็ต๎องมีวนั ผใ๎ู หญํ ท่กี ํอกรรมทําร๎ายเด็กไทยวันน้ี

~ 39 ~

นําอะไรนําในทางที่ดเี ดก็ ๆสมยั น้หี ไู วตาไววนั ผูใ๎ หญเํ ขียนให๎เริ่ดเลยวําใหต๎ ้ังหนา๎ ต้งั ตาทาํ แตํคุณ
ความดอี ยาํ กอบโกยกินกนั มากนักซิ เด็กๆสมัยนน้ี นั้ แทบไมมํ ียัดปาก

รปู แบบที่ 1แบบเลอื กตอบ ไมํใชํ

คาถามท่ี 1 ถ้อยความนผ้ี ูเ้ ขียนตอ้ งการนาเสนอเร่ืองใดมากทีส่ ดุ ( 1 คะแนน)
1.ต๎องการประชดสงั คม
2.ปญ๓ หาของสงั คมไทย
3.ปญ๓ หาของเดก็
4.เสียดสีป๓ญหาของสังคมไทย

คาํ ถามที่ 2ขอ้ ใดถูกตอ้ ง
1.วนั เดก็ เปน็ วันสําคญั ของคนไทยทกุ คน
2.วันเด็ก เป็นเรอ่ื งเดก็ ผู๎ใหญไํ มํเกย่ี ว
3. ตัวอยํางทด่ี ีมคี าํ กวําคําขวัญ
4.คําขวญั วนั เดก็ มคี ําสําหรับผู๎ใหญํทีม่ อบใหแ๎ กํเดก็

คาถามที่ 3 จากข้อความขา้ งตน้ ขอ้ ความต่อไปนี้เป็นความจริงหรอื ไมเ่ ปน็ ความจริง
ข๎อความเปน็ ความจรงิ จงเขยี นเครอ่ื งหมาย × ในชอํ ง “ใชํ”
ข๎อความไมํเปน็ เปน็ ความจริง จงเขยี นเครอื่ งหมาย × ในชอํ ง “ไมํใชํ”

ท่ี ข๎อความ ใชํ
1 วนั เดก็ ตรงกับวนั เสาร๑ของเดอื นมกราคม
2 การเขียนคําขวัญวันเด็กควรเขยี นใหค๎ วามสําคัญแกเํ ด็ก
3 รฐั บาลควรเพิ่มคําขวัญตํอจากวนั เดก็ ใหเ๎ ป็นวนั ผใู๎ หญํ
4 การกระทําของเดก็ เลยี นแบบมาจากการกระทําของผูใ๎ หญํ
5 วนั เดก็ เปน็ วันสําคัญกวําวันสาํ คัญอนื่ ๆ
6 คําขวญั เปรียบเปน็ แคตํ ัวยาซีมาํ โลชน่ั ควรเพม่ิ ยาแรงกวาํ น้ี
7 คําสอนของปุู ยํา ตา ยาย มีความคํามากกวําการกระทํา
8 สงั คมไทย เป็นตวั การทาํ ร๎ายเด็กไทยมากกวําส่งิ แวดลอ๎ ม
9 ป๓ญหาของเด็ก ควรแก๎ไขที่ผใู๎ หญมํ ากกวาํ จะแกไ๎ ขทีเ่ ดก็
10 การกระทาํ ของผ๎ูใหญํ ทําร๎ายความคิดของเด็กทางตรงและทางอ๎อม

~ 40 ~

คาถามที่ 4 จากขําวข๎างต๎น “วันเด็กสาคญั กวา่ วนั อ่นื ”
ถามวาํ ทําไมวันเดก็ จงึ มคี วามสําคญั กวําวันอนื่ ๆ
ใหน๎ กั เรียนบอกเหตุผล 2 ขอ๎ โดยใชข๎ ๎อมูลจากเนอื้ เรื่องสนับสนนุ คาํ ตอบ

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

คาํ ถามท่ี 5 การกระทาของผใู้ หญ่มีค่ากวา่ คาขวญั วนั เดก็

นักเรยี นมีความคดิ เห็นอยํางไรตอํ ข๎อความขา๎ งต๎น ทาํ ไมจงึ คดิ เชนํ น้ัน ใหใ๎ ชเ๎ หตุผลประกอบ

คาํ อธบิ าย

1. ให๎นักเรยี นเลอื กทําเครื่องหมาย วงกลมลอ๎ มรอบขอ๎ ความข๎างลาํ งนี้เพียง 1 ข๎อความ

ความคิดเหน็ คลอ้ ยตาม ความคิดเห็นโต้แยง้ ความคิดเห็นคล้อยตามและโตแ้ ยง้

1. ให๎นกั เรียนเขียนอธบิ ายเหตุผลจาํ นวน 2 ขอ๎ ที่สอดคล๎องความคิดการเลือกในขอ๎

ความคดิ เห็นคลอ๎ ยตาม/เห็นดว๎ ย ความคดิ เหน็ โต๎แย๎ง/ไมเํ หน็ ด๎วย

1.………………………………………………………………. 1……………………………………………………

.………………………………………………………………… …………..…………………………………………

…………………………………………………………………. ………………………………………………………

………………………………………………………………… ………………………………………………………

2.………………………………………………………………. 2……………………………………………………

………………………………………………………………… …………..…………………………………………

………………………………………………….……………… ………………………………………………………

………………………………………………………………… ………………..…………………..………………..

………………………………………………………………… ………………………………………………………

~ 41 ~

แบบฝึกพัฒนาการอา่ นรู้เรือ่ งและสอ่ื สารไดต้ ามแนวการวดั ผลนานาชาติ (PISA)
สาหรับนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

สถานการณท์ ี่ 13

คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนอ่านถอ้ ยความ และตอบคาถามตอ่ ไปนี้

นกั มวยเด็ก :พัฒนาศิลปมวยไทย หรือ ทาลายอนาคตเดก็ ไทย

โดย ดร.เจิมศกั ดิ์ ปิ่นทอง
29 ตลุ าคม 2550 16:36 น.

สถาบันรามจติ ติ โดยคณะครุศาสตร๑ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ได๎เปดิ เผยผลการ
ศึกษาวจิ ัยเชิงสาํ รวจ“Child Watch Project” ติดตามสภาวการณ๑เด็กและเยาวชนท่วั ประเทศ
พบวํา มีเดก็ อายุตํา่ กวํา 15 ปี ชกมวยไทยบนเวทอี าชีพ ตามสถานท่ตี ํางๆ เชํน สถานศกึ ษา
สถานทีร่ าชการ วดั ฯลฯ จํานวนมาก โดยสวํ นใหญํ เปน็ เดก็ ในภาคอสี าน จํานวนเกอื บ 8,000 คน
และถ๎าคดิ ท้ังประเทศจะพบวํามเี ดก็ อายุตา่ํ กวาํ 15 ชกมวยไทยแบบน้ี มากกวาํ 10,000 คน

แคเํ ฉพาะในพน้ื ท่จี ังหวดั กาฬสินธจ๑ุ ังหวดั เดยี ว มนี กั มวยเด็กแบบนี้ มากกวาํ 600 คน
และพบวํามีเด็กอายุเพียง 7 ขวบอยูดํ ๎วย

เดก็ ๆ เหลาํ น้ี สํวนใหญํจะไดร๎ บั เงนิ คาํ ขึ้นชกมวยไทย คร้ังละประมาณ 50-600 บาท
โดยทคี่ ร่งึ หนึ่งยังต๎องหกั แบํงใหค๎ าํ ยมวย

เด็กๆ ที่ข้นึ เวทีชกมวยไทยเหลํานี้ จะตอ๎ งแลกกับอาการบาดเจบ็ ตามราํ งกายไปอีก
หลายวนั โดยมีความเส่ียงสงู ที่จะได๎รับผลกระทบนอกจากที่มองเหน็ ภายนอก เชํน ผลกระทบ
สายตาหรือระบบการมองเห็นผดิ ปกติ ระบบประสาทได๎รบั การกระทบกระเทือนจนสงํ ผลในเร่ือง
ความจํา และสํงผลรา๎ ยตํอรํางกายในระยะยาว ซ่งึ เปน็ อาการสบื เนอ่ื งมาจากการ “เมาหมัด” รุนแรง
ย่งิ กวาํ นักมวยไทยหลายๆ คน ตอ๎ งประสบมากํอนแล๎ว

ยงิ่ กวาํ นัน้ แนวโน๎มระยะหลงั ย่ิงนาํ เป็นหํวง เพราะมเี ด็กๆ เขา๎ มาชกมวยไทยแบบน่มี าก
ขึ้น ทั้งชายและหญงิ โดยท่ีผูป๎ กครองให๎การสนับสนนุ เน่อื งจากถกู จงู ใจวําเป็นการสบื สานศลิ ปะ
มวยไทย หรอื มีครูในโรงเรียนเปน็ ผูฝ๎ ึกสอน

ขอ๎ เทจ็ จริงท่ีค๎นพบจากงานศึกษาวิจัยดงั กลําว ทําให๎เกดิ ความคดิ ตามมา 2 ทางระคน
กัน

~ 42 ~

ความคดิ แรก

1. ทําใหน๎ กึ ถงึ อดีตนักมวยไทยช่อื ดงั ท่ีเคยพบคุยกนั “อภิเดช ศษิ ย์หิรญั ” เจ๎าของ
สมญา
นาม “นักเตะ บางนกแขวก” ซึ่งเมือ่ สงู อายขุ ึน้ มีอาการทางสมอง เบลอ ความจําเสอื่ มลงอยาํ ง
รวดเร็ว อนั เปน็ ผลจากการถกู ตอํ ย เตะ กระทบกระเทอื นสมอง และระบบสายตามีป๓ญหา

นกั มวยสํวนมากไดร๎ บั ผลกระทบในยามแกํเฒาํ ท้ังสิ้น นับเปน็ การลงทุนทไี่ มคํ มุ๎ เทํากับวาํ
เป็นการแลกเรือนรําง แลกสขุ ภาพ เพอื่ เอาเงินมาใชก๎ ํอนในวัยหนมุํ แลกกบั การเส่ือมเสียสุขภาวะ
ในวยั ชรา

2. ลองคิดดู เดก็ วยั กําลังเจรญิ เตบิ โต (0-14 ป)ี เม่อื ได๎รับแรงกระแทกรอยตํอที่ปลาย
กระดูกแตลํ ะทอํ น (ขา แขน ฯลฯ) ซง่ึ มีจุดทีเ่ จรญิ เตบิ โต สร๎างกระดกู ใหย๎ าวข้ึน จะไมํทาํ งาน
สมบรู ณ๑ สํงผลให๎เต้ีย แคระแกร็นกวําท่ีควร

3. นาํ คิดวาํ เด็กอยใํู นวัยที่ต๎องเรยี นร๎ู แสวงหาความรเ๎ู ป็นรากฐานของชวี ติ ได๎
สงิ่ แวดล๎อม

ท่ดี ี ชวํ ยใหอ๎ ยากรู๎ อยากเห็น เปิดประตูความร๎ูสูํโลกกวา๎ ง แตถํ า๎ มํงุ สนใจแตํความรนุ แรง การ
เอาชนะ หมกมํุนกับการประหัตประหาร (ปูองกันตวั ) ยํอมจะทําให๎เวลาและความสนใจในเรอ่ื ง
อน่ื ๆ
ลดน๎อยลง แลว๎ อนาคตของชาติจะเป็นอยํางไร

ย่งิ กว่านัน้ การให้เดก็ เข้าไปคนุ้ ชนิ กับความรนุ แรงตั้งแตใ่ นวัยทีก่ าลังบม่ เพาะจิตใจ
และ อารมณค์ วามร้สู ึกนกึ คิดเช่นน้ี กอ็ าจจะทาให้เดก็ ๆ มองเห็นความรุนแรงเปน็ เรอ่ื งปกติ
เป็นการบ่มเพาะเมลด็ พันธุ์ความรุนแรงภายใน อนั มีผลสบื เนื่องไปถงึ อารมณ์ความรสู้ ึกนึกคิดใน
ชีวติ ต่อไปภายภาคหนา้

4. มวย และเวทีมวย มักจะมาควบคกู่ ับการพนัน เดก็ จะคนุ้ เคยต่อการพนนั ตดิ
สินบน
ล้มมวย ต่อรอง เมื่อได้หรือชนะก็อยากจะไดม้ ากขนึ้ เมอ่ื เสียหรอื แพ้กอ็ ยากจะไดเ้ งนิ คนื
วนเวยี น
หมุนเวยี นอยกู่ บั กเิ ลส ทไี่ มส่ รา้ งรายไดท้ ีแ่ ท้จริงต่อส่วนรวม ชนะก็ได้เอาเงนิ ของคนอน่ื มาใช้
แพ้ก็ใหเ้ งนิ คนอนื่ ไปใช้ เมอ่ื ไดม้ ากก็ดีใจใช้เงนิ เกินตวั เมอ่ื เสยี มากกค็ ดิ หาทางลดั เพอื่ หาเงินมา
ใชจ้ ่าย

ความคิดต่อมา
1.นําคิดวาํ มวย- มวยไทย เป็นศิลปวฒั นธรรม(วิถกี ารดาํ เนนิ ชีวติ ) เป็นศิลปะการ
ปอู งกัน
ตัว ถา๎ ไมฝํ ึกต้งั แตเํ ดก็ จะรักษาสบื สานศลิ ปะไวไ๎ ด๎อยํางไร เราจะรักษาศิลปะปูองกันตวั ด๎วยต๎นทุน

~ 43 ~

เทาํ ไหรํจึงจะเหมาะสม ? และตน๎ ทนุ เหลาํ นคี้ วรจะเกดิ หรอื ตกอยํูทีใ่ คร ?
2. การที่เดก็ ต๎องชกมวย ชํวยพํอแมํหาเงิน ก็เพราะจน จึงตอ๎ งหาเงนิ ทุกวถิ ีทางเพ่ือความอยํูรอด

ของชีวิต
ลองพิจารณาดูวํา ทําไมเดก็ อสี านตอํ ยมวยมาก ก็เพราะจนมาก เพราะต๎องการเงิน

มากกกวํา เพราะเหน็ คณุ คาํ และประโยชน๑ของเงินมากกวํา
เงนิ ที่ได้จะถูกหกั ถูกแบง่ ถกู เอารดั เอาเปรยี บ จากการตอ้ งพึ่งพาคา่ ยมวย โปรโม

เตอร์
มวย อกี นานเทา่ ไหร่ ?

3. น่าสงสยั วา่ โปรโมเตอรม์ วย หัวหนา้ ค่ายมวย มองการชกมวยไทยเป็น
ศลิ ปะวัฒนธรรม หรือมองเป็นการค้าธุรกจิ มองนกั มวยเดก็ เปน็ สนิ ค้าหรอื อนาคตของชาตหิ รอื
อนาคตทางธุรกจิ ???

นําสนใจวาํ ในกรณดี งั กลําว ผม๎ู ี
อํานาจหน๎าที่เกยี่ วขอ๎ งไดอ๎ อกมาใหค๎ วามเหน็
อยํางนําใครคํ รวญ

นายวรากรณ์ สามโกเศศ รัฐมนตรี
ชวํ ยวําการกระทรวงศึกษาธิการ ได๎แสดงความ
เป็นหํวงในการคุ๎มครองเยาวชน โดยเห็นวํา
กฎหมายกีฬามวยในป๓จจุบันไมํได๎ห๎ามเด็กอายุตํ่ากวํา 15 ปี ขึ้นชกมวย โดยเฉพาะมวยไทยหรือ
มวยพนื้ บา๎ น แตกํ ารจัดชกทุกคร้ังจะต๎องมีอุปกรณ๑ปูองกันอุบัติเหตุตามที่กฎหมายระบุ ซึ่งในความ
เป็นจริงมีเพียงกระจับ ฟ๓นยาง แตํเฮดการ๑ดท่ีใช๎สวมใสํปูองกันการกระทบกระเทือนสมองยังไมํมี
มาตรฐานความปลอดภยั เพียงพอ

ในการดําเนินการขั้นต๎น รัฐมนตรีชํวยฯ ระบุวํา ได๎แจ๎งไปยังเขตพ้ืนท่ีการศึกษาทุกเขต
เพ่ือให๎ผ๎ูอํานวยการเขตฯ สอดสํองดูแลให๎ทางสถานศึกษาแนะนําเด็กและผ๎ูปกครองวําการขึ้นชก
มวยในชํวงอายุยังเด็กแบบน้ีจะเกิดอันตรายตํอสุขภาพในด๎านตํางๆ ระยะยาว หรือห๎ามมิให๎ครูนํา
เด็กอายุตํ่ากวํา 15 ปี ข้ึนชกมวย หรือใช๎โรงเรียนเป็นสถานท่ีชกมวย โดยนายวรากรณ๑ (รมชฯ)
ระบุด๎วยวํา ในความคิดเห็นสํวนตัว มองวํา การขึ้นชกมวยในการเล้ียงชีพนําจะมีอายุไมํตํ่ากวํา 21
ปี เพราะราํ งกายจะไดพ๎ ฒั นาเตม็ ที่แล๎ว
ขอชน่ื ชมความคดิ เหน็ ของอาจารยว๑ รากรณ๑ สามโกเศศ ในฐานะรัฐมนตรีชํวยวาํ การกระทรวงศกึ ษาธิการที่
เลง็ เห็นผลประโยชน๑ในระยะยาวของเยาชนของชาติเป็นสาํ คัญ

ผมอยากจะสนบั สนนุ ดว๎ ยวํา ควรให๎นํ้าหนกั กับการพฒั นาเด็ก พฒั นาคน พัฒนาสมอง
ของชาติ เพื่อสงั คมประเทศและสขุ ภาวะชวี ิตที่ดีของเดก็ ในระยะยาว

ควรจะหาทางชํวยเหลือด๎านอาชพี รายไดข๎ องครอบครัวเดก็ ๆ ที่ตอ๎ งชกมวย รวมท้ังสํงเสรมิ
ให๎เดก็ นักเรยี นชํวยทํางานทีไ่ ดเ๎ รียนร๎ู แมอ๎ าชีพมวยก็เปน็ อาชีพท่ไี ดเ๎ รยี นรู๎ แตตํ ๎องคาํ นึงถึงตน๎ ทุน
ผลกระทบในระยะยาว

~ 44 ~

ควรจะหาทางศกึ ษาวจิ ยั เพ่อื เรียนรู๎วาํ การอนรุ กั ษ๑ศลิ ปะมวยไทย จะมที างเลือก
ทางออก อยํางไร ที่ไมํใช๎วิธที ่ีมผี ลเป็นการเบียดบงั ชีวิตและแรงงานของเด็ก หรอื หาผลประโยชน๑
จากเดก็ อยํางทุกวันนี้

มวยไทยเป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ แตํเดก็ ไทยกเ็ ป็นอนาคตของชาติ เชนํ กนั

1.แบบเลอื กตอบ
คาถามที่ 1 ถอ้ ยความนผี้ เู้ ขียนตอ้ งการนาเสนอเรื่องใดมากที่สดุ ( 1 คะแนน)
1.ธรุ กจิ มวยไทย
2.ปญ๓ หาของเด็กท่ชี กมวยไทย
3.ปญ๓ หาของศิลปะมวยไทย
4. การอนุรักษ๑ศลิ ปะมวยไทย
คาํ ถามท่ี 2ขอ้ ใดถกู ต้อง
1.มวยไทยควรอนรุ กั ษ๑ด๎วยคนไทยทุกคน
2.เด็กไทยถูกทาํ ลายดว๎ ยมวยไทยตง้ั แตวํ ัยเดก็
3. มวยไทยเป็นทัง้ ศาสตร๑และศลิ ป์
4.มวยไทยปลูกฝ๓งนสิ ยั ความรนุ แรงแกเํ ด็ก และผใู๎ หญํ

คาถามท่ี 3 จากข้อความข้างตน้ ข้อความต่อไปน้ีเป็นความจริงหรือไม่เปน็ ความจริง

ข๎อความเปน็ ความจริง จงเขยี นเครื่องหมาย × ในชํอง “ใชํ”

ข๎อความไมํเป็นเปน็ ความจรงิ จงเขียนเคร่อื งหมาย × ในชํอง “ไมํใชํ”

ที่ ขอ๎ ความ ใชํ ไมใํ ชํ

1 มวยไทยเปน็ การออกกาํ ลงั กายท่ีดีทกุ เพศทกุ วัย

2 มวยไทยมงํุ การพนันมากกวําการออกกําลังกาย

3 รฐั บาลควรเพิ่มกฎหมายสําหรบั ผ๎ูท่จี ะชกมวยไทยควรมอี ายเุ กิน 21 ปี

4 มวยไทยเป็นวฒั นธรรมท่ีถูกมองขา๎ มจากผเ๎ู กย่ี วข๎อง

5 สถานศึกษาควรสํงเสริมนักเรยี นฝึกฝนมวยไทยมากกวํากีฬาสากล

6 กีฬามวยไทย เป็นวิถชี วี ิตของคนไทย

7 การแก๎ไขปญ๓ หาความยากจนในชนบทคอื การสงํ เสริมใหม๎ ีอาชพี ชกมวย

ไทย

8 นักมวยไทยควรได๎รบั การดแู ลหลงั จากเลิกชกมวยแล๎ว

9 ป๓ญหาของเด็กทชี่ กมวยไทย ควรแกไ๎ ขที่ผ๎ูใหญํ หรือผู๎ที่เกย่ี วขอ๎ งเอารัด

เอาเปรยี บมากกวํา

~ 45 ~

10 ธรุ กจิ มวยไทย ทําลายความคดิ ของการอนรุ กั ษศ๑ ลิ ปะมวยไทย

คาถามที่ 4 จากขําวข๎างต๎น “มวยไทยเปน็ มรดกทางวัฒนธรรมประจาชาติ ถูกทาลายด้วย
ธุรกิจจรงิ หรอื ”
ถามวํา ทาํ ไมธุรกิจมวยไทยจงึ มีสํวนทําลายศิลปะมวยไทย
ใหน๎ ักเรียนบอกเหตุผล 2 ข๎อโดยใชข๎ อ๎ มลู จากเนอ้ื เรื่องสนับสนุนคาํ ตอบ

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

คาถามที่ 5 กีฬามวยไทยช่วยแกไ้ ขปัญหาความยากจน

นกั เรียนมคี วามคดิ เหน็ อยํางไรตํอข๎อความขา๎ งต๎น ทําไมจงึ คิดเชนํ น้ัน ให๎ใช๎เหตผุ ลประกอบ
คําอธิบาย

๑. ให๎นักเรียนเลือกทาํ เครอื่ งหมาย วงกลมล๎อมรอบข๎อความขา๎ งลํางนี้เพียง 1 ขอ๎ ความ

ความคดิ เห็นคล้อยตาม ความคดิ เห็นโตแ้ ยง้ ความคดิ เหน็ คล้อยตามและโตแ้ ยง้

~ 46 ~

๒. ให๎นกั เรยี นเขยี นอธิบายเหตุผลจํานวน 2 ข๎อ ทส่ี อดคลอ๎ งความคดิ การเลือกในข๎อ 1

ความคดิ เหน็ คลอ๎ ยตาม/เห็นดว๎ ย ความคิดเหน็ โต๎แย๎ง/ไมํเห็นดว๎ ย

1.………………………………………………………………. 1……………………………………………………

.………………………………………………………………… …………..…………………………………………

…………………………………………………………………. ………………………………………………………

………………………………………………………………… ………………………………………………………

………………………………………………………………… ………………………………………………………

2.………………………………………………………………. 2……………………………………………………

.………………………………………………………………… …………..…………………………………………

…………………………………………………………………. ………………………………………………………

………………………………………………………………… ………………..………………………….….

………………………………………………………………… ………………………………………………………

……. …………….

.

~ 47 ~

แบบฝึกพัฒนาการอา่ นรเู้ รื่องและสอื่ สารไดต้ ามแนวการวดั ผลนานาชาติ (PISA)
สาหรับนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓

สถานการณ์ท่ี 14
คาชแี้ จง ให้นักเรียนอ่านถอ้ ยความ และตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

นครบาลเพชรบูรณ์

ในระหวํางสงครามโลก ครั้งท่ี 2 และสงครามมหาเอเชียบูรพา กรุงเทพฯ ถูกขา๎ ศกึ โจมตจี น
ประชาชนตอ๎ ง อพยพออกตาํ งจงั หวัดจอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรฐั มนตรเี ห็นสมควรย๎าย
เมอื งหลวงไปอยูํทจี่ งั หวดั เพชรบรู ณ๑ เพราะมีชยั ภมู ิประเทศ เป็นภูเขาล๎อมรอบ มที างออกทางเดียว
ศัตรูรุกรานยาก คณะรัฐมนตรจี อมพล ป.พิบูลสงครามเปน็ นายกรฐั มนตรี จงึ ไดย๎ กราํ งพระราช
กาํ หนด สรา๎ งนครบาลขน้ึ ชอ่ื วํา "พระราชกาํ หนดระเบยี บการบริหาร นครบาล เพชรบรู ณแ๑ ละสร๎าง
พทุ ธบรุ ี พ.ศ.2487"

การกํอสรา๎ งเมืองหลวงใหมไํ ดด๎ าํ เนินการโดยเรํงดํวน และถอื เป็นความลบั ของราชการยุทธ
ของชาติตลอดมา เพอ่ื มิให๎ข๎าศกึ ร๎ูแผนการกระท่ังวันที่20 กรกฎาคม 2487 รฐั บาลจอมพล ป.

~ 48 ~

พบิ ูลสงคราม ได๎เสนอพระราชกาํ หนดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบรู ณฯ๑ พ.ศ. 2487 ตํอ
สภาผแ๎ู ทนราษฎรเพื่ออนมุ ัติเป็นพระราชบัญญัตมิ ผี ลดาํ เนนิ การ อยํางถาวร ตลอดไปแตใํ นทสี่ ดุ
สภาผูแ๎ ทนราษฎรลงมติไมํอนุมตั ดิ ๎วยคะแนนเสยี ง 48 ตอํ 36 ด๎วยเหตุผลวาํ "เพชรบรู ณ๑เป็นแดน
กนั ดาร ภมู ปิ ระเทศเป็นปุาเขา และมไี ขช๎ ุกชุมเมือ่ เรม่ิ สรา๎ งเมอื งนนั้ ผู๎ทถ่ี กู เกณฑ๑ไปทํางานลม๎ ตายลง
นับเปน็ พนั ๆคน" อนสุ รณ๑นครบาลเพชรบรู ณแ๑ หงํ นจี้ ึงสร๎างข้นึ เพ่อื รําลกึ ถึงบญุ คุณและ
อัจฉริยภาพของจอมพล ป. พบิ ูลสงคราม และเพอื่ คนเพชรบูรณ๑ จะไดภ๎ ูมใิ จในประวตั ศิ าสตร๑
ชวํ งหนงึ่ และความเจรญิ ก๎าวหน๎าของบา๎ นเมอื งตน

คาถามท่ี 1 จากบทความในสาระตาํ นานนครบาลเพชรบรู ณ๑ ตอ๎ งการนาํ เสนอเร่อื งใดมากที่สดุ (1

คะแนน)

1. เมืองหลวงเดิมอากาศร๎อนอบอ๎าว

2. ปญ๓ หาน้ําทํวมกรุงเทพมหานคร

3. การคมนาคมไมํสะดวก

4. การต้ังเมืองหลวงใหมํ

คาถามท่ี 2 สาเหตใุ ดทต่ี อ๎ งย๎ายเมอื งหลวง ในสมยั จอมพล ป. พบิ ูลย๑สงคราม เกิดเหตุการณต๑ าํ งๆ

ข๎อใดกลําวถกู ต๎อง

1. ต๎องการเปลีย่ นบรรยากาศ

2. กรงุ เทพมหานครเป็นเมืองหลวงมานานแล๎ว

3. ขา๎ ศึกโจมตี จนประชาชนต๎องอพยพ

4. เกดิ สงครามโลกคร้งั ท่ี 1

คาถามที่ 3 จากสาระตํานานนครบาลเพชรบูรณ๑ ข๎อความตอํ ไปน้เี ปน็ ความจรงิ หรือไมเํ ป็นความ

จริง(5 คะแนน) ในชํอง”ใช”ํ
ขอ๎ ความเปน็ จริง จงเขยี นเครอื่ งหมาย ในชอํ ง”ไมใํ ชํ”

ข๎อความไมเํ ป็นจริง จงเขยี นเครอ่ื งหมาย ใช่ ไมใ่ ช่
ขอ้ ความ

1. เพชรบูรณเ๑ ปน็ ดนิ แดนทอ่ี ุดมสมบูรณ๑ ดว๎ ยแรธํ าตุ

2. ขา๎ ศึกโจมตเี พชรบูรณ๑นัน้ ยาก เพราะมีภูเขาลอ๎ มรอบ มีทางออกทางเดียว

3. จอมพล ป.พิบูลยส๑ งคราม อยใูํ นชวํ งปี พ.ศ2486-2487

4. รฐั บาลในสมยั จอมพล ป.พิบลู ย๑สงคราม ได๎เสนอพระราชบญั ญัติ เมอ่ื 20ก.ค

2486

5. การสร๎างเมอื งไมํอนุมัติ เพราะสภาผู๎แทนราษฎร ลงมติ 45ตํอ36 เสยี ง

6. นครบาลเพชรบูรณไ๑ ดก๎ อํ ราํ งสรา๎ งเมืองเม่ือปี พ.ศ2487

7. ผทู๎ ี่ถูกเกณฑไ๑ ปสร๎างเมืองไปสรา๎ งเมือง ตอ๎ งล๎มตายนับเป็นพนั ๆคน

~ 49 ~

8. เพชรบูรณ๑ตอ๎ งระงับการสรา๎ งเมือง เพราะมีสัตว๑ดรุ า๎ ย
9. โรคระบาดทไ่ี มํสามารถตงั้ เมอื งได๎ คือ โรคอหิวาตกโรค
10 นายกรัฐมนตรสี มัย จอมพล ป.พิบลู ยส๑ งคราม อยํูระหวาํ งสงครามโลกครง้ั ที่ 2

คาถามท่ี 4 จากถ๎อยความตํานานนครบาลเพชรบูรณ๑ ”นกั เรียนเห็นดว๎ ยหรือไมถํ า๎ ตั้งเพชรบรู ณ๑

เป็นเมอื งหลวงในสมัยนน้ั ” ใหเ๎ ลอื กวงกลมลอ๎ มรอบข๎อความแล๎วบอกเหตผุ ล2 ข๎อ (2 คะแนน)

เหน็ ดว๎ ย ไมเํ หน็ ด๎วย

1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

2......................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

........................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................

คาถามที่ 5 จากถอ๎ ยความทก่ี ลาํ ววํา การสร้างอนสุ รณ์นครบาลเพชรบูรณ์นกั เรยี นเห็นดว๎ ย
หรือไมํเหน็ ดว๎ ย

1.ให๎นักเรียนเลอื กทําเครอ่ื งหมายวงกลมลอ๎ มรอบขอ๎ ความขา๎ งลํางนเ้ี พียง 1 ข๎อความ

ความคิดเห็นคลอ้ ยตาม ความคดิ เห็นโต้แยง้ ความคดิ คลอ้ ยตามและโตแ้ ย้ง

2. ใหน๎ ักเรยี นเขียนอธิบายเหตุผลจํานวน 2 ขอ๎ ทสี่ อดคล๎องความคดิ การเลือกในขอ๎ ที่ 1

ความคิดเห็นคลอ้ ยตาม ความคิดเห็นโต้แยง้

~ 50 ~

1………………………………………….……………………………. 1………………………………………….……………
………………………..………………….………………………………. ………………………..………………….………………
………………………..……………………….…………………………. ………………………..……………………….…………
……………………….……………………….…………………………. ……………………….……………………….…………
2……………..………………………..…………………………… 2……………..………………………..………………
…………….…………………………….………………………… …………….…………………………….………………
………………….…………………………….…………………… ………………….…………………………….…………
…………………….………………………….…………………… …………………….………………………….…………

แบบฝกึ พัฒนาการอ่านรเู้ รื่องและสอื่ สารได้ตามแนวการวัดผลนานาชาติ (PISA)
สาหรับนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓

สถานการณ์ที่ 15

คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นอา่ นถอ้ ยความ และตอบคาถามต่อไปนี้

ตามประวัติเลําสืบกันตํอมาหลายช่ัวอายุคนแล๎ว เมื่อประมาณ 400 ปีที่ผํานมามีชาวเพชรบูรณ๑
กลํุมหน่ึงมีอาชีพ ในการจับสัตว๑นํ้า อยํูในลําน้ําปุาสักอยํูมาวันหนึ่งชาวประมงกลุํมน้ีได๎ออกหาปลา
ตามปกติ เชนํ ทุกวันเผอิญวนั น้นั เกดิ เหตุการณ๑ประหลาดต้ังแตํเช๎าถึงบําย ไมํมีใครจับปลาได๎เลยสัก
ตัวคล๎ายดังกับวําใต๎พื้นน้ําไมํมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยํูเลยสร๎างความงุนงงแกํพวกเขาเป็นอยํางมาก ตําง
พากนั น่ัง ปรกึ ษาวาํ จะทาํ ประการใดดี
บริเวณที่ชายเหลําน้ันนั่งปรึกษากันอยํูน้ัน ป๓จจุบันคือ บริเวณ วังมะขาม แฟบคําวํามะขามแฟบน้ัน
หมายถึงไม๎ระกําน่ันเอง บริเวณดังกลําว อยูํทางทิศเหนือของเมืองเพชรบูรณ๑ ทันใดน้ันกระแสน้ําใน
แมํน้ําแหํงน้ัน หยุดไหลน่ิงอยูํกับท่ี แล๎วคํอย ๆ มีพราย นํ้าผุดขึ้นมาทีละฟอง ทวีมากข้ึน มองดู
คลา๎ ยกันน้ํากําลังเดือดอยบํู นเตาไฟ ไมํนานก็เปล่ียนเปน็ วังนํ้าวนใหญํและลึกมาก ณ ที่แหํงนั้นทุกคน


Click to View FlipBook Version