~ 101 ~
คาํ ถามที่ 5 แบบเขยี นคาํ ตอบแบบอิสระหรือแบบปิด
คาํ กลําวที่วํา
ล๎างมือสะอาดปราศจากโรคภัย
นักเรยี นคดิ เหน็ อยํางไรกบั คําพดู ดังกลําว ทําไมจึงคิดเชนํ น้นั ให๎ใชเ๎ หตผุ ล ประกอบคาํ อธบิ าย
1. ใหน๎ ักเรียนเลอื กทําเคร่ืองหมายวงกลมล๎อมรอบข๎อความทก่ี ําหนดให๎เพยี ง1ข๎อความ
ความคดิ เห็นคลอ้ ยตามความคดิ เหน็ โตแ้ ยง้ ความคิดคล้อยตามและโตแ้ ยง้
2. ใหน๎ ักเรยี นเขียนอธบิ ายเหตุผล จํานวน 2 ข๎อทีส่ อดคลอ๎ งกบั ความคิดในข๎อ1
ความคิดเหน็ คล๎อยตาม ความคดิ เหน็ โตแ๎ ย๎ง
1………………………………………….…… 1………………………………………….……
………………………..………………….…… ………………………..………………….……
………………………..………………………. ………………………..……………………….
……………………….………………………. ……………………….……………………….
2……………..………………………..……… 2……………..………………………..………
…………….…………………………….…… …………….…………………………….……
………………….……………………………. ………………….…………………………….
…………………….…………………………. …………………….………………………….
~ 102 ~
ข่าวและเหตุการณ์สาคญั
ข่าวท่ี 1 ยอมรับ-ล้มเหลว แก้ปัญหาหวยแพง แนะ‘ทหาร’ทาแทน
รูปแบบท่ี 1แบบเลือกตอบ
คําถามที่ 1 ถ๎อยความนี้ผเ๎ู ขียนตอ๎ งการนาํ เสนอเร่ืองใดมากท่ีสดุ ( 1 คะแนน)
1.หวยเป็นปญ๓ หาทแ่ี กไ๎ มไํ ด๎
2.หวยเป็นส่งิ มอมเมาประชาชน
3.หวยทุกคนต๎องซ้อื ในราคาแพง
4.การกําหนดราคาหวยข้ึนอยูํกบั รัฐบาล
คาํ ถามท่ี 2 ขอ๎ ใดถูกตอ๎ ง
1. รัฐบาลพยายามแกป๎ ๓ญหาราคาสลากกินแบงํ ในราคายตุ ิธรรม
2.ปจ๓ จบุ นั คนไทยนิยมซือ้ สลากกินแบงํ มากกวาํ สมัยกํอน
3.ป๓ญหาสลากกินแบํงราคาแพงเป็นปญ๓ หาสะสมมานาน
4.ป๓ญหาสลากกนิ แบํงราคาแพงเกนิ ไปต๎องใหท๎ หารแกป๎ ๓ญหา
คาํ ถามท่ี 3 จากข๎อความขา๎ งต๎น ขอ๎ ความตํอไปนี้เปน็ ความจริงหรือไมเํ ปน็ ความจรงิ ใชํ ไมํใชํ
ขอ๎ ความเป็นความจรงิ จงเขียนเครื่องหมาย ในชํอง “ใชํ”
xx x
ข๎อความไมํเป็นเป็นความจริง จงเขยี นเครอ่ื งหมาย × ในชํอง “ไมํใชํ” x x
ที่ ขอ๎ ความ
1 ในสมัยรฐั บาลพล.ประยุทธ๑สลากกนิ แบงํ มีราคาแพงกวํารฐั บาลทุกสมยั x
2 ม.44 เป็นวิธีการแกป๎ ๓ญหาสลากกนิ แบงํ ราคาแพงดีท่ีสดุ xx
3 ลดคาํ รางวัลสลากกินแบํงลงจะทาํ ใหร๎ าคาสลากกนิ แบํงลดลงเหมือนกัน
4 สลากกนิ แบงํ คือแรงบนั ดาลใจให๎คนจน
5 ทกุ ปญ๓ หาให๎ทหารแกไ๎ ขจะทาํ ได๎งํายกวาํ พลเรือน
6 สงิ่ ที่คนไทยทุกคนอยากได๎คอื รฐั บาลแก๎ป๓ญหาราคาสลากกนิ แบงํ ใหล๎ ดลง
7 การแกป๎ ๓ญหาราคาสลากกินแบงํ ไมใํ ชหํ นา๎ ท่ขี องกองสลากฯ
8 หากจะแก๎ปญ๓ หาราคาสลากกินแบงํ ต๎องใชม๎ .44เทํานั้น
~ 103 ~
9 ย่ีป๓๊วซาปว๓๊ ผู๎พกิ ารเป็นสํวนหน่ึงของป๓ญหาราคาสลากกินแบงํ แพง x
10 สลากกนิ แบํง ไมใํ ชํปญ๓ หาของรฐั บาล หรอื เจา๎ หน๎าท่ีรัฐ แตํเป็นปญ๓ หาระหวําง x
ทกุ คนกบั กองสลาก
คาํ ถามที่ 4 จากขําวข๎างต๎น “ล๎มเหลวแก๎ป๓ญหาหวยแพง”
ถามวํา ทําไมกองสลากจงึ แกป๎ ญ๓ หาราคาสลากกินแบํงไมํได๎
ใหน๎ กั เรยี นบอกเหตผุ ล 2 ขอ๎ โดยใชข๎ ๎อมลู จากเน้อื เร่ืองสนับสนุนคาํ ตอบ
1.ปญ๓ หาหวยแพงเกยี่ วขอ๎ งกับคนจํานวนมาก
2.ปญ๓ หาหวยแพงเกดิ จากการมีพอํ ค๎อคนกลาง
3.ป๓ญหาหวยแพงเกดิ จากการหาผลประโยชน๑ของผเ๎ู กย่ี วข๎อง เชํน เอเยํนต๑ พํอคา๎ สลาก
รายยํอย
คาํ ถามที่ 5 เล่นการพนนั เป็นนิสัยของคนไทย
นักเรียนมคี วามคดิ เห็นอยํางไรตํอขอ๎ ความข๎างต๎น ทําไมจงึ คดิ เชํนน้ัน ให๎ใชเ๎ หตุผลประกอบ
คาํ อธิบาย
1. ใหน๎ กั เรยี นเลือกทําเคร่ืองหมาย วงกลมลอ๎ มรอบข๎อความขา๎ งลาํ งนี้เพียง 1 ขอ๎ ความ
ความคดิ เหน็ คลอ๎ ยตาม ความคดิ เห็นโต๎แย๎ง ความคดิ เหน็ คล๎อยตามและโตแ๎ ยง๎
2.ใหน๎ กั เรียนเขียนอธบิ ายเหตผุ ลจํานวน 2 ขอ๎ ทีส่ อดคลอ๎ งความคิดการเลือกในขอ๎ 1
ความคิดเหน็ คล๎อยตาม/เห็นดว๎ ย ความคิดเหน็ โต๎แยง๎ /ไมเํ ห็นดว๎ ย
1………………………………………….…… 1.…ก…าร…พ…น…นั …ส่ว…น…ใ…หญ…เ่…กิด…จ…าก…ก…าร…ร…ับ……
…………ค…นไ…ท…ย…ส่ว…น..ใ…ห…ญ…ม่ ีน…ิส…ยั …รัก…ค.ว…า…ม …………ว……ฒั ……น……ธร.….ร……ม……จา……ก…ต…่า……ง…ช…า……ต…ิไ…ม……ใ่ …ช…่เ…ก…ิด……จ……าก………
…………ส…นุก…ส…น…าน…..………………………. ……ค…ว…าม…ค…ิดข…อ…งค…น…ไ…ท…ย ……………………
……………………….……………………….
………
2……………..………………………..……… 2.…………………………………………………
…………….…………………………….…… ……………..………………………………………
………………….……………………………. ……………………………………………………
…………………….…………………………. ……………………………………………………
~ 104 ~
ปลาหมอนา้ จดื ไทยสายพันธใุ์ หม่ “ชมุ พร 1”
รูปแบบท่ี 1แบบเลือกตอบ
คําถามท่ี 1 ถอ๎ ยความนี้ผูเ๎ ขียนตอ๎ งการนาํ เสนอเร่ืองใดมากทส่ี ดุ ( 1 คะแนน)
1.พันธ๑ปุ ลาชนดิ ใหมํ 2.ปลาเศรษฐกิจตวั ใหมํ
3.วธิ ีการเล้ียงปลาหมอพันธ๑ใุ หมํ 4.การคน๎ พบแหลงํ ผลิตปลาหมอ
พนั ธ๑ุใหมํ
คําถามที่ 2 ข๎อใดถกู ตอ๎ ง
1. ปลาหมอพันธใ๑ุ หมเํ หมาะสําหรบั เลี้ยงในภาคใต๎
2.ปลาหมอพันธใุ๑ หมํเป็นปลาเศรษฐกิจ
3 .ปลาหมอพนั ธุ๑ใหมคํ อื ทางเลือกของเกษตรกร
4.อาหารของปลาหมอพันธุ๑ใหมํมีราคาแพง
คาํ ถามท่ี 3 จากขอ๎ ความขา๎ งตน๎ ขอ๎ ความตํอไปน้เี ปน็ ความจรงิ หรอื ไมํเปน็ ความจรงิ
ขอ๎ ความเป็นความจริง จงเขยี นเคร่อื งหมาย ในชอํ ง “ใชํ”
ขอ๎ ความไมเํ ป็นเปน็ ความจรงิ จงเขยี นเคร่ืองหมาย ในชํอง “ไมใํ ชํ”
ท่ี ขอ๎ ความ ใชํ ไมใํ ชํ
1 ปลาหมอพันธ๑ใุ หมํเจริญเติบโตได๎ในทกุ ภาค x
2 พันธ๑ชุ ุมพร 1 เปน็ ชือ่ ปลาหมอพนั ธใุ๑ หมํที่ได๎รบั พระราชทาน
3 ปลาตวั เมยี มนี ํ้าหนักมากกวาํ ปลาตวั ผู๎สามเทาํ x
4 ปลาหมอพนั ธุใ๑ หมํ มีจําหนํายในเดอื นเมษายน x
5 กรมปศสุ ตั วร๑ ํวมมอื กับกรมประมงพฒั นาปลาหมอพันธุ๑ใหมํ x
6 ตัวโต เน้อื แนนํ เปน็ คณุ สมบตั ิของปลาหมอพนั ธใ๑ุ หมํ x
7 อตุ รดติ ถ๑ ราชบุรี สกลนคร นครศรธี รรมราช เปน็ แหลํงเพาะพนั ธป๑ุ ลา
x
หมอทใี่ หญํท่สี ุด x
8 ปลาหมอพันธใ๑ุ หมํเกิดจากการโคลนนงิ่ x xx
9 ปลาหมอพนั ธุ๑ใหมเํ ปน็ ปลาเศรษฐกจิ อยํางแนนํ อน
10 ปลาหมอพนั ธใ๑ุ หมจํ ากภาคใตเ๎ จริญเตบิ โตได๎ดกี วาํ ภาคอ่นื
~ 105 ~
คาํ ถามที่ 4 จากขาํ วข๎างต๎น “ฮอื ฮา นกั วชิ าการประมงศูนยว๑ ิจัยและพัฒนาพนั ธุกรรมสตั ว๑นาํ้
ชมุ พรสดุ เจง๐ เพาะปลาหมอนา้ํ จืดไทยสายพนั ธใ๑ุ หมํ “ชมุ พร 1” ขนาดไซสย๑ กั ษ”๑
ถามวํา ทําไมปลาหมอนาํ้ จืดไทย สายพนั ธ๑ชุ ุมพร 1 จงึ เจรญิ เตบิ โตไดด๎ กี วําปลาหมอน้าํ จืด
เดิม
ใหน๎ กั เรียนบอกเหตผุ ล 2 ข๎อโดยใชข๎ ๎อมลู จากเนื้อเรื่องสนับสนนุ คาํ ตอบ
1.เกดิ จากการปรบั ปรงุ พันธุกรรมท่ีเหมาะสมกบั สภาพแวดลอ๎ ม
คําถามที่ 5 ปลาหมอพนั ธุ์ใหม่เป็นสัตวเ์ ศรษฐกิจของคนไทย
นักเรียนมีความคดิ เห็นอยํางไรตํอขอ๎ ความข๎างต๎น ทาํ ไมจึงคดิ เชํนน้ัน ให๎ใชเ๎ หตผุ ลประกอบ
คําอธบิ าย
1. ใหน๎ กั เรยี นเลือกทําเคร่ืองหมาย วงกลมล๎อมรอบข๎อความข๎างลํางน้ีเพียง 1 ขอ๎ ความ
ความคดิ เห็นคลอ๎ ยตาม ความคดิ เห็นโต๎แย๎ง ความคิดเหน็ คล๎อยตามและโตแ๎ ย๎ง
2.ใหน๎ ักเรยี นเขียนอธิบายเหตผุ ลจาํ นวน 2 ข๎อ ท่สี อดคล๎องความคดิ การเลอื กในข๎อ 1
ความคิดเห็นคลอ๎ ยตาม/เห็นด๎วย ความคิดเหน็ โตแ๎ ยง๎ /ไมเํ หน็ ดว๎ ย
1……………………ร…า……ค…า…แ…พ……ง…ค….น.……น……ิยม……บ……ร…ิ…โภ……ค……..………… …1………ร…า……ค…า…ต……น้ …ท……ุน…อ……า…จ..ม……ีร……าค……า……แพ……ง…………..…………
…………เ…จร…ิญ…เต…ิบ…โต..…เร็ว……………………. ……ก…า…รผ…ล…ิต…ลูก…ป…ล.า.เ…พ…ือ่ จ…าห…น…่า…ยย…งั …ไม…่เพ. ยี งพอ
……………………….………………………. ……………………….……………………….
2……………..………………………..……… 2……สิ…นค…า้ …ข้ึน..…อย…กู่ …บั ก…ล…ไ…กล…ข…อ…งก..า…รต…ล…าด
…………….…………………………….…… …………….…………………………….……
………………….……………………………. ………………….…………………………….
…………………….…………………………. …………………….………………………….
~ 106 ~
การศึกษาปญ๓ หาของผ๎ูลภ้ี ัยชายแดน
รูปแบบที่ 1แบบเลือกตอบ
คําถามท่ี 1 ถอ๎ ยความน้ีผู๎เขยี นตอ๎ งการนําเสนอเรื่องใดมากท่สี ดุ ( 1 คะแนน)
1.ปญ๓ หาผู๎ลภ้ี ัย 2.ปญ๓ หาการศกึ ษาชายแดนไทย
3.ปญ๓ หาท่ไี มไํ ด๎รับการแก๎ไข 4.ป๓ญหาทต่ี อ๎ งการแก๎ไขอยํางเรํงดวํ น
คาํ ถามท่ี 2 ขอ๎ ใดถกู ตอ๎ ง
1. ผ๎ลู ้ภี ัยไมไํ ด๎รับการศึกษาอยํางถูกตอ๎ ง
2.ผลู๎ ีภ้ ยั ได๎รับการศึกษาไมํตอํ เนอ่ื ง
3.ผ๎ลู ภ้ี ัยควรได๎รับการศึกษาแบบบูรณาการ
4.ไมมํ หี ลกั สตู รการศกึ ษาให๎ผล๎ู ี้ภัย
คาํ ถามที่ 3 จากขอ๎ ความขา๎ งตน๎ ข๎อความตํอไปนเ้ี ปน็ ความจริงหรอื ไมเํ ป็นความจริง
ข๎อความเป็นความจริง จงเขยี นเครือ่ งหมาย ในชอํ ง “ใชํ”
ข๎อความไมเํ ปน็ เป็นความจรงิ จงเขียนเครือ่ งหมาย ในชํอง “ไมํใชํ”
ท่ี ขอ๎ ความ ใชํ ไมใํ ชํ
1 ผู๎ลี้ภยั สวํ นใหญํเป็นชาวพมํา มอญ
2 ผูล๎ ภ้ี ัยมีเอกลกั ษณ๑ วัฒนธรรมเปน็ ของตนเอง xx x
3 การศกึ ษาเป็นเรือ่ งทผ่ี ๎ลู ี้ภัยไดร๎ ับการสงํ เสรมิ ทสี่ ุด
4 สถานการณผ๑ ๎ูลี้ภยั ในประเทศไทยยาวนานทสี่ ุดในโลก xxx xxxx
5 ผูล๎ ภ้ี ัยสวํ นใหญํไดร๎ ับการศึกษาจนจบหลกั สูตรการศกึ ษา
6 ผล๎ู ี้ภยั สํวนใหญํสามารถดํารงชวี ิตอยํใู นสงั คมได๎อยาํ งมีความสขุ
7 ความต๎องการของเดก็ ผู๎ล้ภี ัยคอื ต๎องการได๎รบั การศกึ ษาตํอในประเทศไทย
8 ชาวกะเหรยี่ ง เป็นผ๎ูล้ีภยั มากท่สี ดุ ในชายแดนไทย
9 รัฐบาลพมาํ ตอ๎ งการให๎เดก็ ผู๎ล้ีภัยได๎รับการศกึ ษามากกวาํ รฐั บาลไทย
10 การบรู ณาการ ทางการศกึ ษาคอื เด็กท่เี กดิ ในศนู ย๑ผลู๎ ้ีภัยได๎เรียนทงั้ ภาษาไทยและ
ภาษาพมาํ
~ 107 ~
คาํ ถามท่ี 4 จากขําวข๎างต๎น “การศึกษาป๓ญหาของผูล๎ ภ้ี ยั ชายแดน”
ถามวํา ทําไมการศึกษาตามแนวชายแดนไทยจงึ มปี ๓ญหาสําหรบั ผลู๎ ี้ภยั
ให๎นักเรยี นบอกเหตุผล 2 ขอ๎ โดยใชข๎ อ๎ มูลจากเนื้อเรื่องสนับสนุนคาํ ตอบ
1.ผลู๎ ภ้ี ยั สวํ นใหญํมวี ฒั นธรรมของตนเอง
2.ผ๎ูลีภ้ ยั ไมไํ ด๎รบั การศกึ ษาสอยํางตอํ เน่ืองจนจบหลักสตู ร
3.ไมมํ หี ลักสูตรการศึกษาสอดคล๎องกบั หลักสูตรการศึกษาของไทยกบั พมํา
คําถามท่ี 5 การศกึ ษาช่วยป้ องกนั กระบวนการคา้ มนุษย์
นักเรียนมีความคดิ เห็นอยํางไรตอํ ข๎อความขา๎ งตน๎ ทําไมจงึ คดิ เชํนนัน้ ใหใ๎ ช๎เหตุผลประกอบ
คําอธิบาย
1. ให๎นกั เรียนเลอื กทําเคร่ืองหมาย วงกลมลอ๎ มรอบขอ๎ ความขา๎ งลาํ งน้ีเพียง 1 ข๎อความ
ความคิดเหน็ คล้อยตาม ความคิดเหน็ โต้แย้ง ความคดิ เหน็ คล้อยตามและโตแ้ ยง้
2.ใหน๎ กั เรยี นเขียนอธบิ ายเหตผุ ลจาํ นวน 2 ขอ๎ ที่สอดคล๎องความคดิ การเลือกในข๎อ 1
ความคดิ เหน็ คล๎อยตาม/เห็นด๎วย ความคดิ เหน็ โตแ๎ ยง๎ /ไมเํ ห็นดว๎ ย
1………ก…าร…ศ…ึกษ…า…ท…าใ…หผ…้ เู้ …รีย…น…มีท…กั…ษ.ะ…ใ…นการ …1…………ค…ว…า……ม…โ…ล……ภ……ร……ู้เท…..า่ ……ไม……ถ่ ……ึงก……า……รณ……์……ท..…า…ใ……หเ้ ขา้ สู่
……………………ป้……อง……ก……นั ต……น……เอ....ง……ไ……ม่เ……กี่ย……ว……ข……อ้ ง……ก.…บั………. ………กร…ะ…บ…วน…ก…าร…ค.า้.…มน…ุษ…ย…ไ์ ด…ง้ …่าย……….
…………กร…ะ…บ…วน…ก…าร.…คา้…ม…น…ุษย…์ …………. ……………………….……………………….
2……………..………………………..……… 2……………..………………………..………
…………….…………………………….…… …………….…………………………….……
………………….……………………………. ………………….…………………………….
…………………….…………………………. …………………….………………………….
~ 108 ~
ป๓ญหาเด็กเรํรํอน
รูปแบบที่ 1แบบเลอื กตอบ
คาํ ถามที่ 1 ถ๎อยความน้ีผูเ๎ ขยี นตอ๎ งการนาํ เสนอเร่ืองใดมากท่สี ดุ ( 1 คะแนน)
1.ป๓ญหาของเดก็ เรรํ ํอน
2.ปญ๓ หาของสงั คมไทย
3.ป๓ญหาทไ่ี มไํ ดร๎ บั การแก๎ไข
4.ปญ๓ หาทต่ี ๎องการแก๎ไขอยํางเรงํ ดํวน
คําถามที่ 2 ข๎อใดถกู ตอ๎ ง
1. เดก็ เรํรํอนเป็นภัยตํอสังคม
2.เดก็ เรํรอํ นควรไดร๎ ับการดแู ลจากภาครัฐ
3.เดก็ เรํรํอนเปน็ เดก็ ท่กี า๎ วรา๎ ว
4.เด็กเรํรอํ นเป็นเด็กทตี่ ๎องการท่ีพึ่งทางใจ
คาํ ถามท่ี 3 จากข๎อความขา๎ งต๎น ข๎อความตอํ ไปนีเ้ ป็นความจรงิ หรือไมเํ ปน็ ความจรงิ
ขอ๎ ความไมเํ ปน็ เปน็ ความจรงิ จงเขยี นเคร่อื งหมาย ในชํอง “ไมใํ ชํ”
ขอ๎ ความเปน็ ความจรงิ จงเขียนเครอ่ื งหมาย ในชํอง “ใชํ”
ท่ี ขอ๎ ความ ใชํ
2 เด็กเรํรอํ นมพี ฤตกิ า๎ วร๎าว เปน็ ภยั ตํอสงั คม ไมใํ ชํ
1 เดก็ เรํรอํ นมีอายุ 12 – 18 ปี x
3 รฐั บาลควรเพมิ่ การเอาใจใสตํ อํ เดก็ เรํรํอนด๎วยการสร๎างท่พี ักเพิ่มขนึ้
4 เด็กเรํรอํ นมีจํานวนเพิม่ ขึ้นเรื่อยๆ x x
5 การศกึ ษาเป็นทางเลอื กอกี ทางหนง่ึ ของเด็กเรํรํอน x
6 สภาพแวดล๎อมเปน็ ปจ๓ จัยหลกั ทท่ี ําใหเ๎ ดก็ เรํรอํ น x
7 สถาบันครอบครวั เป็นสถาบันหลักในการแกป๎ ๓ญหาเด็กเรํรอํ น x
8 สถานีรถไฟหวั ลาํ โพง เป็นแหลํงท่มี ีเด็กเรรํ ํอนมากท่ีสุดในประเทศไทย x
9 เดก็ เรรํ อํ น เป็นปญ๓ หาที่รัฐบาลควรแกไ๎ ขอยาํ งเรํงดวํ น x
10 เศรษฐกิจ ส่งิ แวดล๎อม การศึกษาคอื แนวทางแก๎ไขปญ๓ หาเด็กเรรํ ํอน x
x
~ 109 ~
คําถามท่ี 4 จากขาํ วขา๎ งต๎น “สถานีรถไฟหวั ลาํ โพงทพ่ี ักพงิ ของเด็กเรํรอํ น”
ถามวาํ ทําไมเดก็ เรรํ อํ นในประเทศไทยจึงเพ่ิมข้ึน
ให๎นักเรยี นบอกเหตผุ ล 2 ขอ๎ โดยใชข๎ อ๎ มลู จากเนือ้ เรื่องสนบั สนนุ คาํ ตอบ
1.ป๓ญหาการหยาํ ร๎างทาํ ให๎เดก็ ขาดความอบอนํุ จากครอบครวั
2.สภาพเศรษฐกจิ สิ่งแวดลอ๎ มทําให๎สงั คมไทยเปล่ยี นแปลง
3.ขาดการเอาใจใสจํ ากรัฐบาลในการแก๎ปญ๓ หาอยาํ งจรงิ จัง
คาํ ถามท่ี 5 ครอบครัวอบอุ่นช่วยป้ องกนั ปัญหาเด็กเร่ร่อน
นักเรียนมีความคิดเห็นอยํางไรตอํ ขอ๎ ความขา๎ งต๎น ทําไมจึงคิดเชํนนั้น ใหใ๎ ช๎เหตุผลประกอบ
คําอธิบาย
1. ให๎นักเรยี นเลือกทําเคร่ืองหมาย วงกลมลอ๎ มรอบข๎อความขา๎ งลาํ งนี้เพยี ง 1 ขอ๎ ความ
ความคดิ เห็นคล๎อยตาม ความคดิ เห็นโต๎แย๎ง ความคิดเห็นคล๎อยตามและโตแ๎ ย๎ง
2.ให๎นกั เรยี นเขียนอธบิ ายเหตผุ ลจาํ นวน 2 ขอ๎ ทส่ี อดคล๎องความคดิ การเลือกในข๎อ 1
ความคดิ เหน็ คลอ้ ยตาม ความคดิ เหน็ โต้แย้ง
1………………เ…ด……็กท……ี่ไ……ด…ร้…ับ……ก….า.…ร…เอ……า……ใจ……ใ…ส…่เ……ล้ีย……ง..ด……ู ไ……ดค้ วามรัก 1……………เด……็ก……เร…่…ร่อ……น……ม……กั ม…..ีพ……ฤ……ต……ิกร……ร……มส……่ว……น..ต……วั ……ของเด็กเอง
………ค…ว…าม…อ…บ…อุ่น…จ..า…ก…คร…อ…บ…คร…ัว…ม…ีภ…ูมิค. ุม้ กนั ทาง ………น…ิยม…ร…่ วม…ก…ล…ุ่มท..…าต…าม…เพ…่ือ…น…ม…าก…ก…วา่ .ครอบครัว
………จ…ิต…ใจ…ด…ีก…วา่ …เด.ก็…ท…่ีม…าจ…า…กค…ร…อบ…ค…ร.ัวยากจน ……………………….……………………….
2……………..………………………..……… 2……………..………………………..………
…………….…………………………….…… …………….…………………………….……
………………….……………………………. ………………….…………………………….
…………………….…………………………. …………………….………………………….
~ 110 ~
เพลง : วันเด็ก
รูปแบบท่ี 1แบบเลือกตอบ
คาถามท่ี 1 ถ้อยความนผี้ เู้ ขียนตอ้ งการนาเสนอเร่ืองใดมากท่ีสุด( 1 คะแนน)
1.ต๎องการประชดสงั คม
2.ป๓ญหาของสงั คมไทย
3.ปญ๓ หาของเด็ก
4.เสยี ดสีป๓ญหาของสังคมไทย
คาํ ถามท่ี 2ข้อใดถกู ตอ้ ง
1.วันเด็ก เปน็ วนั สําคญั ของคนไทยทุกคน
2.วันเดก็ เปน็ เรอ่ื งเดก็ ผ๎ูใหญไํ มํเกย่ี ว
3. ตัวอยํางที่ดีมคี ํากวําคําขวัญ
4.คําขวญั วันเดก็ มีคําสําหรับผใ๎ู หญทํ ม่ี อบให๎แกํเดก็
คาถามที่ 3 จากข้อความขา้ งตน้ ขอ้ ความต่อไปนเ้ี ปน็ ความจรงิ หรือไมเ่ ปน็ ความจริง
ขอ๎ ความไมเํ ป็นเป็นความจริง จงเขียนเครอ่ื งหมาย
ข๎อความเปน็ ความจริง จงเขยี นเครอ่ื งหมาย ในชอํ ง “ใช”ํ
ที่ ข๎อความ ใชํ
ในชอํ ง “ไมใํ ช”ํ
1 วันเดก็ ตรงกับวันเสารข๑ องเดือนมกราคม x ไมํใชํ
2 การเขียนคําขวัญวันเดก็ ควรเขียนใหค๎ วามสาํ คัญแกํเด็ก
x
3 รฐั บาลควรเพ่ิมคาํ ขวญั ตอํ จากวนั เด็กใหเ๎ ปน็ วนั ผใู๎ หญํ x
4 การกระทําของเด็กเลียนแบบมาจากการกระทาํ ของผใ๎ู หญํ x
5 วันเดก็ เปน็ วันสําคญั กวําวันสาํ คัญอน่ื ๆ xxx
6 คําขวญั เปรยี บเปน็ แคํตวั ยาซีมาํ โลชั่นควรเพิ่มยาแรงกวํานี้
7 คําสอนของปุู ยํา ตา ยาย มีความคํามากกวําการกระทํา xxx
8 สงั คมไทย เปน็ ตัวการทําร๎ายเดก็ ไทยมากกวําส่ิงแวดล๎อม
9 ปญ๓ หาของเดก็ ควรแกไ๎ ขท่ีผ๎ูใหญมํ ากกวําจะแกไ๎ ขทีเ่ ด็ก
10 การกระทาํ ของผ๎ูใหญํ ทําร๎ายความคดิ ของเดก็ ทางตรงและทางออ๎ ม
~ 111 ~
คําถามท่ี 4 จากขําวขา๎ งต๎น “วันเดก็ สาคัญกวา่ วนั อนื่ ”
ถามวาํ ทําไมวนั เดก็ จงึ มีความสําคัญกวําวนั อ่ืนๆ
ใหน๎ ักเรยี นบอกเหตผุ ล 2 ข๎อโดยใชข๎ อ๎ มูลจากเน้อื เร่ืองสนับสนนุ คําตอบ
1.เด็กคืออนาคตของชาติ
2.เด็กที่ได๎รบั การดแู ล เอาใจใสํท่ีดี ยํอมไมํสรา๎ งป๓ญหาให๎กับสงั คม
3.เด็กเป็นกําลังหลักในการพฒั นาเศรษฐกจิ สังคมของชาติ
คําถามท่ี 5 การกระทาของผใู้ หญ่มีค่ากวา่ คาขวญั วนั เดก็
นกั เรยี นมีความคิดเห็นอยํางไรตอํ ขอ๎ ความข๎างต๎น ทําไมจึงคดิ เชนํ นน้ั ใหใ๎ ชเ๎ หตุผลประกอบ
คาํ อธบิ าย
1. ใหน๎ กั เรยี นเลอื กทําเครื่องหมาย วงกลมล๎อมรอบขอ๎ ความข๎างลาํ งน้ีเพียง 1 ข๎อความ
ความคดิ เห็นคลอ้ ยตาม ความคดิ เหน็ โตแ้ ยง้ ความคิดเห็นคลอ้ ยตามและโตแ้ ย้ง
2. ให๎นักเรยี นเขยี นอธบิ ายเหตุผลจาํ นวน 2 ข๎อ ทีส่ อดคล๎องความคดิ การเลอื กในขอ๎ 1
ความคดิ เหน็ คล๎อยตาม/เห็นด๎วย ความคดิ เหน็ โตแ๎ ยง๎ /ไมเํ หน็ ด๎วย
1.….………พ…ฤ……ต……ิก…ร…ร……ม…ข…อ……ง…เ…ด…็ก…ส……่ว……น……ให……ญ……่เ…ล…ีย……น…แ…บ……บ……ม……าจ……า…ก………. …1……ค….า.ข……ว……ญั ……วน……ั เ……ดก็……เก……ิด……จ…า…ก……ค……วา……ม…ร…ับ……ผ……ดิ ช……อ……บ………………
………กา…รก…ร…ะ…ทา…ข…อง…ผ…ใู้ ห…ญ…่ก…าร…เป…็ น…ต…วั อ…ย…า่ ง…ท…่ีดี………. ……ข…อง…ผ…ใู้ ห…ญ…ซ่ …่ึงใ…ห…ค้ …าส…า…คญั…ต…่อ…เด…็ก……………
………ยอ่ …ม…ม…ีคา่ …ม…าก…ก…วา่ …คา…ส…อ…น…………………………… …………………………………………………………
………………………………………… …………………
2.………………………………………………………………. 2…………………………………………………………
.………………………………………………………………… ……..……………………………………………………
…………………………………………………………………. …………………………………………………………
………………………………………………………………… …..…………………….
………………………………………… …………………………………………………
~ 112 ~
นักมวยเดก็ :พฒั นาศลิ ปมวยไทย หรือ ทาลายอนาคตเด็กไทย
1แบบเลือกตอบ
คาถามที่ 1 ถ้อยความนผ้ี ู้เขียนต้องการนาเสนอเร่ืองใดมากทสี่ ุด( 1 คะแนน)
1.ธุรกจิ มวยไทย
2.ป๓ญหาของเด็กท่ีชกมวยไทย
3.ป๓ญหาของศลิ ปะมวยไทย
4. การอนรุ กั ษศ๑ ิลปะมวยไทย
คําถามท่ี 2ข้อใดถกู ตอ้ ง
1.มวยไทยควรอนุรักษด๑ ๎วยคนไทยทุกคน
2.เดก็ ไทยถูกทําลายดว๎ ยมวยไทยต้ังแตวํ ัยเด็ก
3. มวยไทยเป็นทั้งศาสตร๑และศลิ ป์
4.มวยไทยปลกู ฝง๓ นสิ ยั ความรนุ แรงแกเํ ดก็ และผ๎ูใหญํ
คาถามท่ี 3 จากขอ้ ความข้างตน้ ข้อความตอ่ ไปนเ้ี ปน็ ความจริงหรือไมเ่ ปน็ ความจรงิ
ข๎อความเปน็ ความจริง จงเขียนเครื่องหมาย ในชอํ ง “ใช”ํ
ข๎อความไมเํ ปน็ เปน็ ความจรงิ จงเขยี นเครือ่ งหมาย ในชอํ ง “ไมใํ ชํ”
ท่ี ข๎อความ ใชํ ไมํใชํ
1 มวยไทยเปน็ การออกกําลังกายที่ดที ุกเพศทกุ วัย
x x
2 มวยไทยมํงุ การพนนั มากกวําการออกกําลังกาย x
3 รฐั บาลควรเพ่ิมกฎหมายสําหรบั ผ๎ูทจ่ี ะชกมวยไทยควรมีอายุเกนิ 21 ปี x x
4 มวยไทยเปน็ วฒั นธรรมทถ่ี ูกมองข๎ามจากผ๎เู ก่ยี วข๎อง x
5 สถานศกึ ษาควรสํงเสรมิ นักเรียนฝกึ ฝนมวยไทยมากกวํากีฬาสากล x
6 กีฬามวยไทย เปน็ วิถชี ีวิตของคนไทย x
7 การแก๎ไขป๓ญหาความยากจนในชนบทคือการสงํ เสริมใหม๎ ีอาชีพชกมวยไทย x
8 นักมวยไทยควรไดร๎ ับการดูแลหลังจากเลกิ ชกมวยแล๎ว
9 ป๓ญหาของเด็กที่ชกมวยไทย ควรแก๎ไขท่ีผ๎ูใหญํ หรือผู๎ท่ีเกี่ยวข๎องเอารัดเอาเปรียบ
มากกวํา
x
10 ธุรกิจมวยไทย ทําลายความคดิ ของการอนรุ ักษศ๑ ลิ ปะมวยไทย
~ 113 ~
คาํ ถามท่ี 4 จากขําวข๎างต๎น “มวยไทยเปน็ มรดกทางวฒั นธรรมประจาชาติ ถูกทาลายดว้ ย
ธรุ กจิ จรงิ หรอื ”
ถามวาํ ทําไมธุรกจิ มวยไทยจงึ มสี วํ นทําลายศิลปะมวยไทย
ให๎นักเรียนบอกเหตุผล 2 ข๎อโดยใชข๎ ๎อมูลจากเนือ้ เรื่องสนับสนนุ คาํ ตอบ
1.ผูท๎ ่ีเก่ียวข๎องสํวนใหญํเน๎นไปทก่ี ารพนันมากกวํา
2.ผท๎ู ี่เกีย่ วข๎องสํวนใหญํเป็นนักธุรกิจมากกวําผ๎ูท่ีมีความรด๎ู ๎วนศลิ ปะมวยไทย
3.ผ๎ูที่เกย่ี วขอ๎ งเนน๎ ผลแพช๎ นะมากกวาํ ศลิ ปะการตํอส๎ู
คําถามท่ี 5 กีฬามวยไทยช่วยแกไ้ ขปัญหาความยากจน
นกั เรยี นมีความคิดเหน็ อยํางไรตํอข๎อความข๎างตน๎ ทาํ ไมจงึ คดิ เชนํ น้นั ใหใ๎ ชเ๎ หตผุ ลประกอบ
คาํ อธบิ าย
1. ให๎นกั เรียนเลือกทําเครื่องหมาย วงกลมลอ๎ มรอบข๎อความข๎างลํางนี้เพียง 1 ขอ๎ ความ
ความคดิ เห็นคล้อยตาม ความคดิ เหน็ โตแ้ ยง้ ความคดิ เหน็ คล้อยตามและโตแ้ ยง้
2.ให๎นักเรยี นเขยี นอธบิ ายเหตผุ ลจํานวน 2 ข๎อ ท่สี อดคลอ๎ งความคดิ การเลือกในข๎อ 1
ความคิดเห็นคล๎อยตาม/เห็นด๎วย ความคิดเห็นโต๎แยง๎ /ไมเํ หน็ ดว๎ ย
….1….……………สก……า่ิ…ง…รต……ช…อก……บ…มแ………วท……ย…นเ…ป……ค็น……ว…อา……ม…าช…ส……ีพา………มท……า…ี่สร……ุจ…ถร………ิต……ม……ีเ……งิน………ร………าง………ว……ลั…เ……ป…็…น…………….. ……1…ผร……าทู้….…ง.่ีเว…ก……ลัี่ย………ตว……อข…บอ้………งแ……เ…ทอ……นา…เ…ปไ……มร………ีค่ย……บุม้…คน………า่กั………ม………ว…ย……เก………ิน………ไ……ป…………ไ……ด……ร้……ับ……
………………………………………………………………… …………………………………………………………
………………………………………… …………………
2.…ผ…ทู้ …ี่ม…ีคว…าม…ร…ู้ค…วา…ม…สา…ม…าร…ถ…ปร…ะ…กอ…บ…เป…็น…อ…าช…ีพ…ไ…ด้ . 2…………………………………………………………
.………………………………………………………………… ……..……………………………………………………
…………………………………………………………………. …………………………………………………………
………………………………………………………………… …..…………………….
………………………………………… …………………………………………………
~ 114 ~
นครบาลเพชรบรู ณ์
คาถามท่ี 1 จากบทความในสาระตาํ นานนครบาลเพชรบรู ณ๑ ต๎องการนําเสนอเรอ่ื งใดมากทสี่ ุด (1
คะแนน)
1. เมืองหลวงเดิมอากาศร๎อนอบอา๎ ว
2. ปญ๓ หาน้าํ ทํวมกรุงเทพมหานคร
3. การคมนาคมไมสํ ะดวก
4. การตง้ั เมอื งหลวงใหมํ
คาถามที่ 2 สาเหตใุ ดทต่ี อ๎ งย๎ายเมอื งหลวง ในสมยั จอมพล ป. พบิ ูลยส๑ งคราม เกิดเหตกุ ารณ๑ตํางๆ
ขอ๎ ใดกลําวถกู ต๎อง
1. ต๎องการเปลี่ยนบรรยากาศ
2. กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงมานานแลว๎
3. ข๎าศกึ โจมตี จนประชาชนต๎องอพยพ
4. เกิดสงครามโลกครัง้ ท่ี 1
คาถามท่ี 3 จากสาระตํานานนครบาลเพชรบรู ณ๑ ข๎อความตํอไปนีเ้ ป็นความจรงิ หรือไมเํ ป็นความจริง(5
คะแนน)
ขอ๎ ความเปน็ จริง จงเขยี นเครอ่ื งหมาย ในชอํ ง”ใช”ํ
ข๎อความไมเํ ปน็ จรงิ จงเขยี นเครือ่ งหมาย ในชํอง”ไมใํ ชํ”
ข้อความ ใช่ ไม่ใช่
1. เพชรบูรณ๑เปน็ ดนิ แดนทีอ่ ุดมสมบรู ณ๑ ดว๎ ยแรํธาตุ
2. ขา๎ ศกึ โจมตเี พชรบูรณน๑ ้ันยาก เพราะมีภเู ขาล๎อมรอบ มีทางออกทางเดียว
3. จอมพล ป.พิบูลยส๑ งคราม อยใูํ นชํวงปี พ.ศ2486-2487
4. รฐั บาลในสมัย จอมพล ป.พบิ ูลยส๑ งคราม ได๎เสนอพระราชบญั ญตั ิ เม่อื 20ก.ค
2486
5. การสรา๎ งเมืองไมํอนมุ ัติ เพราะสภาผูแ๎ ทนราษฎร ลงมติ 45ตอํ 36 เสยี ง
6. นครบาลเพชรบรู ณ๑ได๎กํอรํางสรา๎ งเมืองเมื่อปี พ.ศ2487
7. ผท๎ู ี่ถูกเกณฑไ๑ ปสร๎างเมืองไปสร๎างเมือง ต๎องล๎มตายนับเปน็ พันๆคน
~ 115 ~
8. เพชรบูรณ๑ต๎องระงบั การสร๎างเมือง เพราะมสี ตั ว๑ดุรา๎ ย
9. โรคระบาดทไี่ มํสามารถต้งั เมืองได๎ คอื โรคอหวิ าตกโรค
10. นายกรัฐมนตรสี มัย จอมพล ป.พิบลู ย๑สงคราม อยูํระหวาํ งสงครามโลกครัง้ ท่ี 2
คาถามท่ี 4 จากถ๎อยความตาํ นานนครบาลเพชรบูรณ๑ ”นักเรียนเห็นด๎วยหรือไมํถา๎ ต้ังเพชรบรู ณ๑
เปน็ เมืองหลวงในสมัยนั้น” ให๎เลอื กวงกลมล๎อมรอบขอ๎ ความแล๎วบอกเหตผุ ล2 ข๎อ (2 คะแนน)
เห็นดว๎ ย ไมเํ ห็นดว๎ ย
1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
คาถามที่ 5จากถอ๎ ยความท่กี ลาํ ววํา การสร้างอนสุ รณ์นครบาลเพชรบูรณน์ ักเรยี นเห็นดว๎ ย
หรือไมเํ ห็นด๎วย
1.ใหน๎ กั เรียนเลือกทําเคร่ืองหมายวงกลมล๎อมรอบข๎อความข๎างลํางนี้เพยี ง 1 ขอ๎ ความ
ความคดิ เหน็ คล้อยตาม ความคิดเห็นโต้แย้ง ความคิดคล้อยตามและโตแ้ ยง้
2. ใหน๎ ักเรียนเขยี นอธิบายเหตุผลจํานวน 2 ข๎อทส่ี อดคลอ๎ งความคิดการเลือกในข๎อท่ี 1
ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเหน็ โตแ้ ย้ง
1………………………………………….…… 1………………………………………….……
………………………..………………….…… ………………………..………………….……
………………………..………………………. ………………………..……………………….
……………………….………………………. ……………………….……………………….
2……………..………………………..……… 2……………..………………………..………
…………….…………………………….…… …………….…………………………….……
………………….……………………………. ………………….…………………………….
…………………….…………………………. ~ 116 ~
…………………….………………………….
“พระพุทธมหาธรรมราชา”
คาถามท่ี 1 ข๎อความที่ผเ๎ู ขียนต๎องการสื่อสารเรอื งใดมากท่สี ุด (1 คะแนน)
1. บรเิ วณทต่ี ั้งวังมะขามแ
2. ความสําคญั สง่ิ ศักดิ์สิทธ์ิ
3. อาชีพของชาวเพชรบรู ณ๑
4. ประเพณอี ม๎ุ พระดาํ น้ํา
คาํ ถามท่ี 2 ขอ๎ ใดกลําวไดถ๎ กู ตอ๎ ง (1 คะแนน)
1. วดั ไตรภูมิ ชาวประมงเปน็ ผต๎ู ้ังช่ือวัด
2. การอุม๎ พระดาํ นํา้ ทาํ ปีเว๎นปี
3. ผูอ๎ ญั เชญิ พระดาํ นาํ้ ตอ๎ งเป็นผ๎วู ําราชการจงั หวัด
4. เหตุการณจ๑ ากเร่อื งเกดิ มาประมาณ 200 ปี
คาถามที่ 3 จากข๎อความตํานานประเพณีอุม๎ พระดําน้ํา เปน็ จริงหรอื ไมเํ ปน็ จรงิ (5 คะแนน)
ขอ๎ ความเป็นจรงิ จงเขียนเครอ่ื งหมาย ในชอํ ง”ใช”ํ
ขอ๎ ความไมเํ ป็นจริง จงเขียนเคร่ืองหมาย ในชอํ ง”ไมํใชํ”
ข้อความ ใช่ ไมใ่ ช่
1. ป๓จจบุ นั พระพุทธมหาธรรมราชา ประดษิ ฐานที่วัดมหาธาตุ
2. วังมะขามแฟบตง้ั อยํทู างทิศใตข๎ องเมอื งเพชรบูรณ๑
3. ผ๎ทู ่พี บเห็นพระพทุ ธมหาธรรมราชา คอื ชาวประมงออกหาปลา
4. ลกั ษณะทพ่ี ระพทุ ธมหาธรรมราชาดําผดุ ดําวาํ ย คลา๎ ยอาการเด็กเลนํ นํา้
5. ประเพณีอุม๎ พระดาํ น้าํ ตรงกับขน้ึ 15 ค่ํา เดือน 12
6. บคุ คลทส่ี ร๎างพระไวเ๎ ปน็ พระภิกษสุ งฆ๑
7. เราจะอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา สรงนํ้าทุกปีคือวังมะขามแฟบ
8. พธิ ดี าํ น้ําพระพทุ ธมหาธรรมราชาจะเทดิ ไว๎เหนอื ศรี ษะ
9. วดั ไตรภูมิ จังหวดั เพชรบรู ณ๑ จะตง้ั อยํูตดิ กับลํานา้ํ ปุาสกั
10. การอัญเชิญพระคูํบา๎ นคูํเมืองจากสโุ ขทัย ถึงเพชรบูรณ๑ใชเ๎ วลา 6 เดอื น
~ 117 ~
คาถามที่ 4 จากถอ๎ ยความในตํานานอ๎ุมพระดําน้ํา ของชาวจังหวดั เพชรบูรณ๑ นักเรียนเชื่อถงึ สิ่ง
ศักด์ิสิทธิห์ รือไมํ เพราะเหตใุ ด
ใหน๎ กั เรียนเลือกวงกลมลอ๎ มรอบข๎อความ “เช่อื ” “ ไมํเชอ่ื ” แล๎วบอกเหตุผลจํานวน 2
ข๎อ
เชอ่ื ไมํเชื่อ
1.......................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
2.......................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
คาถาม..ท...ี่ .5..........จ...า..ก...ค..ํา..ก...ล...ํา..ว..ท...่ีว..ํา....“..ศ...ร..ทั...ธ...า..แ..ห...งํ..อ...ง..ค...พ๑ ...ร..ะ..พ...ทุ...ธ..ม...ห...า..ธ...ร..ร..ม...ร..า..ช...า..”.........................
1. ให๎นกั เรยี นเลือกทําเครื่องหมายวงกลมล๎อมรอบขอ๎ ความแสดงความคดิ เห็น คล๎อยตามหรือ
โตแ๎ ยง๎ เพยี ง 1 ข๎อความ
ความคิดเหน็ คลอ้ ยตาม ความคดิ เหน็ โต้แยง้ ความคดิ คลอ้ ยตามและโตแ้ ย้ง
2. ใหน๎ ักเรยี นเขียนอธิบายเหตุผลจํานวน 2 ข๎อที่สอดคล๎องความคิดการเลือกในขอ๎ ที่ 1
ความคิดเหน็ คล้อยตาม ความคิดเห็นโตแ้ ย้ง
1………………………………………….…… 1………………………………………….……
………………………..………………….…… ………………………..………………….……
………………………..………………………. ………………………..……………………….
……………………….………………………. ……………………….……………………….
2……………..………………………..……… 2……………..………………………..………
…………….…………………………….…… …………….…………………………….……
~ 118 ~
………………….……………………………. ………………….…………………………….
…………………….…………………………. …………………….………………………….
เดก็ นักเรยี นทคี่ รไู มต่ ้องการ
คําถามที่ 1 ใจความบันเทิงคดเี ร่อื งนี้ ตอ๎ งการสอื่ สารเร่อื งใดมากทสี่ ดุ (1 คะแนน)
1. นักเรียนที่ขาดเรยี นประจําแสดงวําขี้เกียจ
2. นกั เรยี นท่มี าเรยี นสม่าํ เสมอคอื คนดี
3. มองคนควรพจิ ารณาและหาเหตุผล
4. ครจู ะสรุปวาํ นกั เรียนที่มาเรียนสายคือ ไมํสนใจเรียน
คาํ ถามท่ี 2 ขอ๎ ใดกลําวถกู ต๎อง (1 คะแนน)
1. จอ๎ ยขาดสอบมาสายเพราะไมชํ อบเรยี น
2. ครูใหญเํ หน็ วําความเป็นอยขํู องจอ๎ ยรส๎ู กึ เฉยๆ
3. คอมพวิ เตอร๑เป็นคําในภาษาไทย
4. จอ๎ ยเปน็ คนรับผิดชอบ มีความกตญั ๒ู
คําถามที่ 3 จากการอํานรู๎เรื่อง “เรอ่ื งเดก็ นักเรียนท่คี รไู มํตอ๎ งการ” เป็นความจริงหรือไมํเป็นความจริง (5
คะแนน) ใชํ ไมใํ ชํ
ข๎อความเปน็ ความจริง จงเขียนเคร่ืองหมาย ในชอํ ง “ใช”ํ × ×××
ข๎อความไมํเป็นความจริง จงเขยี นเครื่องหมาย ในชํอง “ไมใํ ชํ” ×
ข๎อความ
1. นักเรียนท่ขี าดเรยี นเปน็ ประจํา สวํ นมากท่รี ับผิดชอบมาก ×
2.จอ๎ ยอายุ 11 ปี เรียนอยํูชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3
3.จ๎อยขาดเรียนถึง 3 วัน เพราะเขาขโมยเคร่ืองคอมพวิ เตอร๑
4. ถา๎ คนทําชว่ั เกียจ ครา๎ น จอ๎ ยจึงไมํไดร๎ ับการเสนอช่ือ ให๎รบั ทนุ ×
5. คนเราน้นั มจี ดุ ด๎อย แตเํ ด็กชายจ๎อยมีจดุ เดํน เพราะมีความกตญั ๒ู
6. เมื่อระฆงั พกั ทานอาหารกลางวนั เด็กชายจ๎อยก็นํากลอ๎ งขา๎ วมาทกุ วัน ××
×
7. การทน่ี ักเรียนขาดความอบอํนุ มกั มปี ญ๓ หา
8. คาํ วํา “ขอบคุณครับครู” ก็แสดงวําจอ๎ ยกม็ มี ารยาท มคี วามร๎ู
9. “อมื ดิฉันปุวยเพียงวันเดียวคะํ ครูใหญํ”
10. ครูใหญเํ ขา๎ ใจอยาํ งลึกซ้งึ เธอไมํไดช๎ ่ัวเหมอื นกับใครๆพดู
~ 119 ~
คาํ ถามท่ี 4 จากถอ๎ ยความขา๎ งตน๎ นักเรยี นคิดวําเด็กชายจ๎อยทาํ ถูกตอ๎ งหรอื ไมํ
ให๎นกั เรียนเลอื กวงกลมล๎อมรอบขอ๎ ความ “ถูกตอ๎ ง” “ ไมํถกู ต๎อง” แลว๎ บอกเหตผุ ล
จํานวน 2 ข๎อ
ถกู ต๎อง ไมํถกู ตอ๎ ง
1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
คาํ ถามที่ 5 จากถอ๎ ยความ “เด็กชายจอ๎ ยยอมทาํ ผิดเพราะกตัญ๒ู”นักเรยี นผน๎ู ั้นเป็นคนทไ่ี มํดี
1. ใหน๎ ักเรยี นเลอื กทําเครื่องหมายวงกลมล๎อมรอบขอ๎ ความแสดงความคดิ เห็น คล๎อยตามหรือ
โตแ๎ ย๎ง เพียง 1 ข๎อความ
ความคดิ เห็นคลอ้ ยตาม ความคิดเหน็ โต้แยง้ ความคิดคลอ้ ยตามและโตแ้ ยง้
2. ให๎นักเรียนเขยี นอธิบายเหตุผลจํานวน 2 ข๎อทส่ี อดคล๎องความคิดการเลือกในขอ๎ ท่ี 1
ความคิดเหน็ คลอ้ ยตาม ความคิดเห็นโต้แย้ง
1………………………………………….…… 1………………………………………….……
………………………..………………….…… ………………………..………………….……
………………………..………………………. ………………………..……………………….
……………………….………………………. ……………………….……………………….
2……………..………………………..……… 2……………..………………………..………
~ 120 ~
…………….…………………………….…… …………….…………………………….……
………………….……………………………. ………………….…………………………….
…………………….…………………………. …………………….………………………….
เร่อื งรักแท้มอี ยจู่ รงิ
แนวการตอบ
คาํ ถามท่ี 1 บทความเรือ่ งนี้ผเ๎ู ขียนต๎องการสอ่ื สารเร่ืองใดมากทีส่ ุด (1 คะแนน)
1. การมีเพอื่ น
2. ความรัก
3. การใชค๎ อมพิวเตอร๑
4. การใช๎ปากกาแดง
คําถามท่ี 2 ข๎อใดกลาํ วถกู ต๎องและเปน็ ความจรงิ (1 คะแนน)
1. ในสมัยโบราณความรกั ต๎องมีแมํส่อื
2. บดิ า มารดาหาคนรกั ให๎เอง
3. ความรกั ฝาุ ยชายเป็นผู๎มีสิทธเิ ลือกคูคํ รองฝาุ ยเดียว
4. บอยหนํุมไมํไดห๎ ารกั รักมาเอง
คาํ ถามท่ี 3 จากขอ๎ ความเปน็ จริงหรอื ไมํเปน็ (5 คะแนน)
ข๎อความเป็นความจริง จงเขยี นเคร่อื งหมาย ในชํอง “ใชํ”
ขอ๎ ความไมํเป็นความจรงิ จงเขียนเคร่อื งหมาย ในชอํ ง “ไมํใชํ”
ข๎อความ ใชํ ไมใํ ชํ
1. ปจ๓ จุบันเคร่อื งมอื หาความรกั ของวยั รุํนคอื คอมพิวเตอร๑
2. สํวนมากหนุํมสาวจะรักพบกัน วันที่ 14 กุมภาพันธ๑ วันแหงํ ความรัก × ×××
× ×
3.การ Chat จะทําใหห๎ นุมํ สาวอัธยาศยั แตกตํางกันได๎
×
4. การคน๎ หาความรักมักโพสรปู ภาพตนเองลงในเว็บไซต๑
5. ฐานะฝุายชายจะสูงกวําฝุายหญิงในสิทธิ ×
6. ในบทความน้กี ลาํ วถงึ บุคคลชอื่ บอยและมะลิ
7. แมสํ ่อื หารัก ป๓จจบุ นั ไมํมแี ล๎ว
8. เมื่อหนํุมสาวพบรักและจะอยตํู ลอดไปเรียกวํารักแท๎ ×
9. นักพบกันวนั เวียนเทียนแสดงวํารกั น้ีเข๎าใจกนั
10. รกั ยัง่ ยนื หรือรกั แทต๎ ๎องพอํ แมํหาใหเ๎ ทํานัน้ ×
~ 121 ~
คําถามท่ี 4 จากเรือ่ งความรักหรือรกั แท๎ นกั เรียนคิดวําคอมพวิ เตอร๑เป็นแมํสื่อหาคํรู กั ใชหํ รือไมํใชํ
ใหน๎ กั เรียนเลอื กวงกลมลอ๎ มรอบข๎อความ “ใช”ํ “ ไมํใชํ” แล๎วบอกเหตุผลจํานวน 2
ข๎อ
ใชํ ไมํใชํ
1......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
2......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
คําถามที่ 5 จากคําพูดท่ีวํา “รกั แทม้ อี ยจู่ รงิ ”
1. ให๎นกั เรียนเลือกทาํ เคร่อื งหมายวงกลมล๎อมรอบข๎อความแสดงความคดิ เหน็ คล๎อยตามหรอื
โตแ๎ ย๎ง เพียง 1 ข๎อความ
ความคิดเห็นคล้อยตาม ความคิดเห็นโตแ้ ยง้ ความคิดคลอ้ ยตามและโตแ้ ย้ง
2. ใหน๎ ักเรยี นเขยี นอธิบายเหตุผลจํานวน 2 ขอ๎ ทสี่ อดคล๎องความคิดการเลือกในขอ๎ ท่ี 1
ความคิดเหน็ คลอ้ ยตาม ความคดิ เห็นโต้แยง้
1………………………………………….…… 1………………………………………….……
………………………..………………….…… ………………………..………………….……
………………………..………………………. ………………………..……………………….
……………………….………………………. ……………………….……………………….
2……………..………………………..……… 2……………..………………………..………
…………….…………………………….…… ~ 122 ~
………………….…………………………….
…………………….…………………………. …………….…………………………….……
………………….…………………………….
…………………….………………………….
กลน่ิ กระดาษเกา่ เร่อื งเล่าข้างกองหนังสือ
คาํ ถามที่ 1 จากถอ๎ ยความผู๎เขียนต๎องการนาํ เสนอเร่อื งใดมากทส่ี ดุ
1. แหลํงจาํ หนาํ ยหนังสือมือสองขนาดใหญํ
2. การทําธุรกจิ หนงั สอื มือสอง
3. โลกออนไลน๑ทาํ ใหค๎ วามนยิ มซ้ือหนังสืออํานลดลง
4. หนังสือจะมีคณุ คําเมื่ออยใูํ นมือผ๎อู ําน
คาํ ถามที่ 2 ขอ๎ ใดไมถํ ูกตอ๎ ง
1. พอํ คา๎ หนงั สอื มอื สองต๎องพิถพี ิถนั คดั เลอื กหนังสอื
2. ตลาดหนังสือจตุจักรเปน็ ที่สนใจของกลมุํ ลูกค๎าอาเซียน
3. ลกู ค๎าบางกลํมใช๎หนังสอื เป็นของตกแตงํ
4. แหลงํ หนังสอื มือสองจากสนามหลวง-ทําพระจนั ทร๑หันสจํู ตจุ ักร
คาํ ถามที่ 3 จากขอ๎ ความชา๎ งตน๎ ข๎อความตน๎ ขอ๎ ความตํอไปนี้ เป็นความจริง หรือ ไมเ่ ปน็
ความจรงิ ขอ๎ ความทีไ่ มเํ ป็นความจรงิ จงเขยี นเคร่ืองหมาย ในชอํ ง “ไมใํ ชํ”
ข๎อความทีเ่ ปน็ ความจรงิ จงเขยี นเครอ่ื งหมาย ในชอํ ง “ใช”ํ
ข๎อความ ใชํ ไมํใชํ
2.การพฒั นาเกาะรตั นโกสนิ ทร๑ทําให๎ร๎านค๎าหนังสือเกาํ สนามหลวงปดิ ตวั ลง ×
1.ตลาดนดั จตจุ กั รเปน็ แหลงํ รวมสนิ ค๎านานาชนดิ ×
3.การทําธุรกจิ หนังสอื มอื สองเป็นสวํ นหนึง่ ของ 5R-Recycle
4.คนคดั แยกหนงั สือเทียบเทํากับตําแหนํงบรรณารกั ษห๑ ๎องสมดุ ×
5.ตอ๎ งขายหนังสือได๎อยาํ งน๎อย 40 เลมํ จากหนงั สอื 100 เลํมจึงจะค๎ุมทุน ×
6.ตาํ ราท่ปี ลดเกษียณแลว๎ ไมํควรนาํ มาศึกษา ×
7. “จะเป็นพอ่ ค้าหรือลูกค้าของมือสองกต็ ้องเส่ยี งดวงกันทง้ั นัน้ ”เป็น ×
ประโยครวม
×
8.ซาเลง๎ กับ คอนเทนเนอร๑ ใช๎ประโยชนแ๑ ละทําหน๎าท่ไี ดเ๎ หมอื นกัน ×
~ 123 ~
9.สอื่ สง่ิ พมิ พ๑และส่อื ออนไลน๑ชํวยสํงเสรมิ นสิ ัยรกั การอําน ×
10.ในทศั นคติของหนอนหนังสือการออกแบบรปู เลมํ หนงั สอื ใหส๎ วยงามมี
×
มลู คํามากกวาํ ความคดิ ของเนอ้ื หา
คาถามที่ 4
จากถอ๎ ยความข๎างตน๎ เม่ือเทคโนโลยีเข๎ามามีบทบาทในโลกออนไลน๑ ธุรกจิ ร๎านหนังสอื ทั่วไป หรือ
ร๎านหนังสอื มือสองจะยงั คงดําเนินตํอไปได๎หรอื ไมไํ ด๎
ใหเ๎ ลือกวงกลมล๎อมรอบข๎อความ “ได”๎ “ไมไํ ด”๎ ทก่ี าํ หนดให๎แลว๎ บอกเหตุผล
จาํ นวน 2 ขอ๎ ให๎ใช๎ข๎อมูลจากเน้ือเรอ่ื งสนบั สนุนคําตอบของนักเรียน
ได๎ ไมไํ ด๎
แนวคาํ ตอบ ได๎
1. การปรับกลยทุ ธก๑ ารขายใหเ๎ หมาะสมกับสถานการณ๑ เพราะรสนยิ มการเลอื กซอ้ื ของ
ลูกคา๎ มีจุดประสงค๑ท่ีแตกตํางกนั
2. รา๎ นหนังสือเกาํ มเี สนํหด๑ ึงดูดใจลกู คา๎ แนวอนรุ ักษ๑นิยม และนกั เรยี น นกั ศกึ ษา ท่ี
ตอ๎ งการซื้อตาํ ราในราคา ถูก
3. การอํานหนังสือจากหนงั สือ ตาํ รา ลงทุนนอ๎ ยกวาํ หนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส๑ สามารถ
หยบิ อาํ นได๎ทกุ ที่ ทกุ เวลาตามความตอ๎ งการ โดยไมํต๎องอาศยั เคร่อื งมืออิเล็กทรอนกิ ส๑
อปุ กรณเ๑ สรมิ ที่ยงุํ ยากราคาแพง
4. รา๎ นหนงั สอื เกาํ ยงั ไดร๎ บั ความสนใจจากคนกลุมํ อาเซียนและกลุมํ ท่ไี มํอาํ นหนังสอื เชนํ
ธุรกิจ
ความงาม รา๎ นเสริมสวย กลํุมสถาปนกิ นักตกแตงํ ภายในท่ีเลือกหาหนงั สือที่
รปู ลกั ษณ๑สวยงามไวป๎ ระดับตกแตงํ ร๎าน
แนวคาํ ตอบ ไมไํ ด๎
1. ในยคุ ดิจติ อลสามารถหาความร๎ไู ดจ๎ ากสือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส๑ท่ีหลากหลาย เชนํ อินเตอร๑เน็ต
CAI E-book e-Learning E-TrainingLearning Object และสื่อออนไลน๑ท่ี
หลากหลาย
~ 124 ~
2. สอ่ื ออนไลนเ๑ ขา๎ มามบี ทบาทสาํ คัญของทุกวงการ ทกุ อาชพี สําหรบั การสบื คน๎ ขอ๎ มูล
และการติดตํอส่อื สารรวดเรว็ ทนั ใจ ประหยัดเวลา และได๎ขอ๎ มลู ทห่ี ลากหลาย
มติ คิ ่ขู นาน – เร่ืองโลกรอ้ น…ไมไ่ ดม้ ีแคก่ ๊าซเรือนกระจก
คาํ ถามท่ี 1 จากถอ๎ ยความข๎อใดเป็นสามเหตุทําใหโ๎ ลกรอ๎ นมากทส่ี ดุ
1. ก๏าซคาร๑บอนไดออกไซดท๑ ี่เกิดจากฝมี ือมนุษย๑
2. มีไอน้ําจากช้ันบรรยากาศเพม่ิ ขิ้น
3.ปฏกิ รยิ าการสะทอ๎ นกลับจากหิมะและน้ําแขง็
4. ผลสะทอ๎ นกลับจากวัฏจักรคารบ๑ อน
คาํ ถามที่ 2 จากถ๎อยความจุดประสงค๑ของผู๎เขยี นคอื ข๎อใด
1. ลําดบั ปฏกิ ริ ิยาทเ่ี กิดจากป๓จจัยเส่ียงที่ทําใหโ๎ ลกรอ๎ น
2. การเปรยี บเทยี บปจ๓ จัยเส่ยี งกบั ปรากฏการณ๑เรอื นกระจก
3. ระบบภมู ิอากาศโลกมีกลไกที่ทําให๎โลกร๎อน
4. ให๎มอี งคค๑ วามร๎ูเทําทนั ป๓จจัยทีท่ ําใหโ๎ ลกร๎อนกบั การปรับตัวใหโ๎ ลกรอ๎ น กบั การ
ปรบั ตวั ให๎เหมาะสมกับสถานการณ๑
คาํ ถามที่ 3 จากขอ๎ ความชา๎ งตน๎ ขอ๎ ความต๎น ขอ๎ ความตอํ ไปน้ี เป็นความจรงิ หรอื ไมเ่ ปน็
ความจริง จงเขยี นเครอื่ งหมาย ในชํอง
ขอ๎ ความทเ่ี ป็นความจริง
“ใช”ํ ข๎อความทีไ่ มเํ ปน็ ความจรงิ จงเขยี นเครือ่ งหมาย
ในชํอง “ไมํใชํ”
ขอ๎ ความ ใชํ ไมํใชํ
1. กลไกการปูอนกลับแบบวกในชั้นบรรยากาศทมี่ ีปริมาณไอน้ําในอากาศมาก ×
ขนึ้ กจ็ ะทําใหโ๎ ลกร๎อนข้ึน
2.หมิ ะและนาํ้ แข็งสามารถสะท๎อนรังสจี ากดวงอาทิตยไ๑ ดใ๎ นอัตราเทํากัน × ×
3.หมีข้ัวโลกและลกู นกเพนกวินหนึง่ ในสตั วผ๑ ู๎ของผ๎ไู ดร๎ บั ผลกระทบจากภาวะ
โลกรอ๎ น
4.การเผาผลาญพลังงานฟอสซลิ จะเรงํ กลไกการปูอนกลับแบบบวกของปจ๓ จยั
×
เสีย่ งตาํ งท่มี ีในธรรมชาติ
××
5.กา๏ ซคารบ๑ อนไดออกไซดส๑ ามารถละลายในน้าํ ได๎
6.ถาํ นหิน นํา้ มนั ก๏าซธรรมชาติ จดั เป็นพังงานสกปรก
~ 125 ~
7. นอกจากมนษุ ยเ๑ ป็นทําให๎โลกรอ๎ นข้ึน ยังมีปฏิกรยิ าจากปจ๓ จยั ธรรมชาติอนื่ ๆ ×
อกี ทีท่ ําใหโ๎ ลกร๎อน
×
8. แผํนดนิ ไหวกับภาวะเรือนกระจกเป็นทุกภกิ ขภัยของมนุษย๑
ขอ๎ ความ ใชํ ไมํใชํ
9. “อากาศเปลยี่ นแปลงงําย ฝนโปรยปรายน้ําทวํ มพลัน ×
ไฟปุาเสียงดงั ลั่น โลกผกผันรอ๎ นหนาวไว ×
ภาวะเรอื นกระจก แพรํเชอ้ื โรคกระจายไกล
ผคู๎ นล๎วนหวัน่ ไหว ดว๎ ยพิษภัยการเปลีย่ นแปลง ( สรุ างคนางค๑)
10. มนุษยแ๑ ละธรรมชาติเปน็ คขํู นานกัน
คาถามท่ี 4
จากถอ๎ ยความขา๎ งต๎น สถานการณ๑ป๓จจบุ ันมนุษยใ๑ ช๎พลงั งานอ่ืนๆทดแทนการเผาผลาญซาก
ฟอสซลิ ทม่ี ีผลทําให๎โลกร๎อนได๎หรอื ไมไํ ด๎
ให๎เลอื กวงกลมล๎อมรอบข๎อความ “ได”๎ “ไมํได”๎ ที่กําหนดให๎แล๎วบอกเหตุผล
จํานวน 2 ข๎อ ใหใ๎ ชข๎ อ๎ มูลจากเน้ือเร่ืองสนบั สนนุ คําตอบของนักเรยี น
ได๎ ไมํได๎
แนวคาํ ตอบ ได๎
1. มนุษย๑สามารถคิดคน๎ และผลักดนั ให๎หนั มาใช๎พลงั งานสะอาดมากขน้ึ เชนํ พลงั งาน
แสงอาทิตย๑ พลงั งานลม หรอื พลงั งานนํ้า - ไฮโดรเจน
2. การพัฒนานํากลไกการปอู นกลับแบบบวกมาใช๎เปน็ พลังงานหมนุ เวียน เชนํ ไอร๎อน
จากมหาสมุทร ความร๎อนจากใต๎พนื้ ดิน ปรากฏการณ๑น้าํ ขนึ้ น้าํ ลง คลืน่ ทะเล
แนวคาํ ตอบไมไํ ด๎
1. จากสถานการณป๑ ๓จจบุ ันป๓จจยั การผลติ และการดาํ รงชวี ติ ของมนุษยต๑ อ๎ งอาศยั พลงั งาน
จาก น้าํ มัน ถํานหิน หรอื กา๏ ซธรรมชาติเปน็ ตัวขับเคล่อื น
2. การผลิตพลงั งานหมุนเวียนเปน็ การลงทนุ ท่สี ูง ยังไมแํ พรหํ ลายอกี ทงั้ ยังอยํูขนั้ ตอนการ
วิจยั และพัฒนา ทงั้ น้พี ลังงานทไ่ี ด๎ไมํเพยี งพอกับความต๎องการใช๎ของมนษุ ย๑
~ 126 ~
ภาวะโลกรอ้ น กบั ยุงลาย
คําถามที่ 1 จากถอ๎ ยความพฒั นาการและพฤติกรรมของยงุ ลายในข๎อใดท่ีไมเํ กยี่ วกบั ภาวะโลกรอ๎ น
1. การฟ๓กตัวของยุงลายเร็วขึ้น 48 ช่วั โมง
2. ยงุ ลายมีชวํ งเวลาหากินเพ่มิ ขนึ้ วนั ละ 5 ชั่วโมง
3. ยงุ ลายตวั ผ๎ูดดู กินเลือดคน
4. หนังยุงลายมคี วามสามารถปรบั ตัวได๎ดีในภาวะโลกร๎อน
คาํ ถามท่ี 2 เหตุการณ๑ใดทถี่ อื วาํ เป็นสัญญาณอันตรายมากท่สี ุด
1. ยงุ ลายแพรํพันธุ๑อยํางรวดเรว็
2. ยุงลายมชี วํ งเวลาหากินนานกวาํ เดมิ
3. การพบเชื้อไวรัสเดงกี่ในยงุ ลายตวั ผ๎ู และตวั ผู๎สามารถผสมพนั ธุไ๑ ด๎หลายครั้ง
4. ลกู ยุงลายท่ีเกดิ ใหมํมีเช้ือไวรสั เดงก่ีทกุ ตัว
คาํ ถามที่ จากข๎อความชา๎ งต๎นข๎อความตน๎ ขอ๎ ความตํอไปนี้ เป็นความจริง หรอื ไมเ่ ป็น
ความจรงิ ข๎อความที่ไมเํ ป็นความจริง จงเขียนเครื่องหมาย
ขอ๎ ความทเ่ี ปน็ ความจริง จงเขียนเครอื่ งหมาย ในชอํ ง “ใชํ”
ในชอํ ง “ไมใํ ชํ”
ขอ๎ ความ ใชํ ไมใํ ชํ
1.ภาวะโลกรอ๎ นทาํ ใหส๎ ตั ว๑บางสายพันธ๑สุ ูญพันธไ๑ุ ป ×
2.ยงุ ลายเป็นพาหะของไข๎เลอื ดออก ××
3.เดก็ วยั 0-12 ขวบจะเป็นไขเ๎ ลอื ดออกถ๎าไดร๎ บั เช้ือจากยุงลาย ×
4.ไวรัสเดงกี่ เป็นคํานามสามานยนาม
5.ในประเทศอนิ เดียและทวีปอเมรกิ าใต๎มผี ปู๎ วุ ยเป็นไข๎เลอื ดออกถงึ 500,000 ×
คน เป็นข๎อเทจ็ ×× ××
6.การใช๎สเปรย๑ฉีดพนํ ยุงจะสงํ ผลให๎ยุงแพรํพันธุ๑ไดม๎ ากขึน้
7. “ยุงลายจะลดตอ๎ งงดทาํ ลายส่ิงแวดลอ๎ ม”
8. จากข๎อ 7 เปน็ ประโยคสามญั
9. คาํ วํา ตอ๎ งงด เป็นกลวิธเี ขยี นสัมผัสอักษร
~ 127 ~ ×
10.ปจ๓ จบุ ันยุงลายใชเ๎ วลาฟ๓กตวั ราว 120 ชวั่ โมง
คาถามที่ 4
จากถอ๎ ยความขา๎ งตน๎ หากปรับพฤตกิ รรมคน จะสามารถเปลย่ี นแปลงอัตราการแพรพํ นั ธ๑ุของ
ยงุ ลาย
ได๎หรอื ไมไํ ด๎
ใหเ๎ ลอื กวงกลมลอ๎ มรอบขอ๎ ความ “ได”๎ “ไมไํ ด”๎ ที่กาํ หนดใหแ๎ ลว๎ บอกเหตุผล
จํานวน 2 ขอ๎ ใหใ๎ ช๎ข๎อมูลจากเนอื้ เรอ่ื งสนบั สนนุ คําตอบของนกั เรยี น
ได๎ ไมไํ ด๎
แนวคาตอบ ได้
1. มนุษย๑เราตอ๎ งปรับพฤตกิ รรมการกิน การทงิ้ หรือกําจดั ขยะใหถ๎ ูกตอ๎ งตามสขุ ลกั ษณะ
ปดิ และควํา่ ภาชนะไมํให๎ยุงลายวางไขํ
2. หยดุ ทําลายสง่ิ แวดล๎อม จะลดภาวะโลกร๎อน ยงุ ก็จะฟก๓ ตัวช๎าลง
แนวคาตอบ ไม่ได้
1.พัฒนาการการเจรญิ เตบิ โต การขยายพนั ธข๑ุ องยงุ มีกําหนดระยะเวลาท่ีสนั้ สามารถแพรํ
พนั ธไุ๑ ด๎อยาํ งรวดเร็ว ซง่ึ ไมํมคี วามเกย่ี วขอ๎ งกับพฤติกรรมของมนุษย๑
2. ยุงสามารถปรบั ตวั เองได๎ตามสถานการณ๑ จากปกติการฟก๓ ไขํใช๎เวลา 1 สปั ดาห๑ เมอ่ื
สถานการณ๑โลกรอ๎ นขน้ึ ยิง่ ทําให๎ยงุ ฟก๓ ตวั ไดเ๎ ร็วขนึ้ อีก 2 วนั ถงึ แมม๎ นษุ ย๑จะพยายามปรับ
พฤติกรรมการกนิ การใช๎ แตกํ ลไลอนื่ ๆก็ยงั เออื้ ตอํ การแพรพํ นั ธ๑ขุ องยงุ ลายได๎เหมอื นเดมิ อีกทั้ง
เช้ือไวรัสเดงก่สี ามารถพัฒนาตนเองทําใหผ๎ ูร๎ ับเช้ือเป็นไข๎เลอื ดออกไดท๎ ุกเพศทกุ วยั และมีอนั ตราย
ถงึ ชวี ติ
~ 128 ~
Green Health – กบั ดกั น้าํ ตาล
คําถามที่ 1 ถ๎อยความนีผ้ ๎ูเขียนตอ๎ งการนําเสนอสิ่งใดมากทีส่ ุด
1. อันตรายของการบริโภคน้ําตาลท่มี ีสารฟอกขาว
2. อนั ตรายของการบริโภคนํ้าตาลเทียม
3. อนั ตรายของการบริโภคอาหารหวานเกินความต๎องการของรํางกาย
4. อนั ตรายของการตกเปน็ เหย่ือโฆษณา
คาํ ถามที่ 2 จากถ๎อยความขอ๎ ใดถูกตอ๎ งทีส่ ุด
1.กล๎วย 1 ผล +ข๎าวโพด 1 ฝ๓ก มนี ้ําตาลมากกวาํ ขา๎ วสวย 1 ทัพพี +แอปเปล้ิ 1 ผล
2.นา้ํ ชาเขียว 1 ขวด มีนา้ํ ตาลมากกวํา นํา้ อดั ลม 1 กระปอ๋ ง +ขนมทองหยิบ 1 ชิ้น
3.คนไทยบรโิ ภคนา้ํ ตาลมากกวํา คนมาเลเซีย+อนิ โดนีเซยี +เวียดนาม
4.นํา้ ตาลธรรมดาและน้ําตาลทรายเทียมมคี วามหวานเทํากนั
คาํ ถามท่ี 3
จากขอ๎ ความชา๎ งตน๎ ขอ๎ ความตน๎ ข๎อความตอํ ไปน้ี เปน็ ความจรงิ หรอื ไมเ่ ป็น
ความจริง ขอ๎ ความทีเ่ ป็นความจริง จงเขยี นเครอื่ งหมาย
ในชอํ ง “ใช”ํ
ขอ๎ ความทไี่ มํเปน็ ความจรงิ จงเขียนเครือ่ งหมาย ในชอํ ง “ไมใํ ชํ”
ข๎อความ ใชํ ไมํใชํ
2.ปกตริ าํ งกายของมนุษย๑สามารถสร๎างเอนไซมข๑ จดั สารฟอกขาวออกทางป๓สสาวะได๎ ×
1.การนําเสนอขอ๎ มูลนํ้าตาทรายไมํไดฟ๎ อกสีเปน็ กลยุทธ๑โฆษณาทางธุรกิจ ×
3.ในปี 2554 ถ๎าคนไทย 30 คน จะบรโิ ภคนาํ้ ตาล 3 กโิ ลกรัมตํอวนั
4.สารฟอกสเี ป็นเพยี งยอดเล็กๆของภูเขาน้าแข็งปญ๓ หาสุขภาพภูเขานา้ แข็งมคี วามหมาย×
โดยตรง
×
5.โซเซียลมีเดียซัลไฟลลซ๑ ลเฟต เป็นคําบัญญตั ศิ ัพท๑ ×× ×
6.คาํ โฆษณาเปน็ สวํ นหนึ่งที่ทําใหเ๎ ดก็ ไทยอ๎วน
7.ตับและกลา๎ มเน้ือทํางานผิดปกตสิ งํ ผลมาจาก การบรโิ ภคนา้ํ ตาลมากเกนิ ท่ี
รํางกายตอ๎ งการ
8. “นโยบายสํงเสรมิ การทํองเท่ียววถิ ไี ทย กบั การกินอยูอํ ยาํ งไทยสํงผลให๎คนไทย ×
อ๎วนขึ้น” ขอ๎ ความน้ีเป็นข๎อเท็จจริง
~ 129 ~
9.แมส๎ ินค๎าโภคภัณฑน๑ า้ํ ตาล จะเปลยี่ นเปลีย่ นแปลงรปู แบบตามกลยทุ ธ๑การตลาด ×
แตํคําความหวานไมไํ ดเ๎ ปล่ียนแปลง ×
10.การบรโิ ภคนาํ้ ตาลเทยี มเปน็ อันตรายตอํ รํางกายมากกวาํ น้ําตาลธรรมดา
คาํ ถามที่ 4
จากถอ๎ ยความข๎างต๎น เราจะบริโภคนํ้าผง้ึ นา้ํ ตาลมะพร๎าว น้าํ ตาลโตนด แทน น้ําตาลทรายขาว
น้ําตาลเทยี ม เพื่อหลกี เลี่ยงการเป็นโรคอว๎ น โรคความดัน โรคเบาหวาน และ โรคมะเร็งไดห๎ รือ
ไมไํ ด๎
ให๎เลอื กวงกลมลอ๎ มรอบข๎อความ “ได”๎ “ไมไํ ด”๎ ทก่ี าํ หนดให๎แล๎วบอกเหตผุ ล
จาํ นวน 2 ข๎อ ให๎ใชข๎ อ๎ มูลจากเน้ือเร่อื งสนับสนุนคําตอบของนักเรยี น
ได๎ ไมไํ ด๎
แนวคําตอบ ได๎
1. น้ําตาลโตนด นาํ้ ตาลมะพร๎าว หรือน้ําผ้งึ มกี รรมวิธผี ลติ ท่เี ปน็ ปฐมภูมิ ไมํใช๎สารเคมี
2. อนั ตรายของนํา้ ตาลโตนด นํา้ ตาลมะพร๎าว หรือนาํ้ ผ้งึ นอ๎ ยกวาํ นํ้าตาลทรายขาว
นาํ้ ตาลเทยี ม และมสี รรพคณุ เป็นยา
แนวคําตอบ ไมไํ ด๎
1. นาํ้ ตาลโตนด นํา้ ตาลมะพรา๎ ว หรือนํ้าผ้งึ ก็ให๎ความหวานไมแํ ตกตาํ งกับนํ้าตาล
ทรายขาว หรือนํา้ ตาลเทียม และกส็ ามารถเขา๎ ไปเปลีย่ นแปลงฮอร๑โมนอนิ ซูลินใน
รํางกายถา๎ หากได๎ปริมาณมาก
2. นํ้าผึง้ แม๎จะมสี รรพคุณเปน็ ยา แตํมคี วามหวานมากกวาํ น้าํ ตาลทุกชนดิ
~ 130 ~