The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanachotj62, 2022-08-12 06:12:20

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

หนังสือแบบเรียน ชุด

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

๑๙๙.-



หนังสือแบบเรียน ชุด

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย
มหาวิทยาลัยนเรศวร

หนังสือแบบเรียน ชุด

พิมพ์ครั้งแรก ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕
จำนวน ๑ เล่ม
ราคา ๑๙๙ บาท
ISBN ๐๑๑-๒๓๔-๕๖๗-๘๙๐-๐๐๐-๕

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. ๒๕๕๘ ห้ามลอกเลียนแบบหรือคัดลอก
ส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียนเท่านั้น

ข้อมูลทางบรรณานุกรม

คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ ๔
ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑.- พิษณุโลก,
มหาวิทยาลัยนเรศวร, ๒๕๖๕. ๑๔๙ หน้า. ; ๒๖ ซม.

๔๙๕.๙๑๙ ๑. ภาษาไทย .I.ชื่อเรื่อง.

ผู้เรียบเรียง

นางสาวเกษดาว อมฤตสถาวร
นางสาวจริญญา บุญมามาก
นางสาวจิดาภา มูลบุตร
นางสาวจินตพร หางาม
นางสาวจุติพร ตุระพงษ์
นายธนโชติ จามูล
นางสาวบุษราภรณ์ รุ่งศิริการกุล
นางสาวปภัสรา งอนไปล่
นางสาวปราชญา เมฆประยูร
นางสาวลัดดาวัลย์ จันทวงศ์
นางสาวโสภิภา สายทอง
นางสาวอภิชา ชาติสวัสดิ์

บรรณาธิการ
ผศ.ดร. ทรงภพ ขุนมธุรส

คำนำ

หนังสือแบบเรียนชุดภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น เล่มนี้เรียบเรียงขึ้น
เพื่อให้ครูและนักเรียนใช้ประกอบการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยในระดับ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ได้เรียนรู้
วิชาหลักภาษาไทย สามารถอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อต่าง ๆ ในชีวิต
ประจำวันได้อย่างถูกต้อง และสามารถเตรียมพร้อมสำหรับการสอบต่าง ๆ
ต่อไปได้

เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น ๖ หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี

คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ
ครูและนักเรียน ตลอดจนมีความภาคภูมิใจในภาษาไทยตามสมควร

คณะผู้จัดทำ
๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕

สารบัญ

หน้า

๑หน่วยการเรียนรู้ที่ พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญ ๒
หลักการอ่านจับใจความสาคัญ ๘
แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ๑๑

๒หน่วยการเรียนรู้ที่ การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนิทาน ๑๖
การอ่านจับใจความสำคัญจากนิทาน ๑๙
แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ๒๒

๓หน่วยการเรียนรู้ที่ การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดี
ในบทเรียน

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวรรณคดีในบทเรียน ๓๐
การอ่านจับใจความสาคัญวรรณคดีในบทเรียน ๓๖
แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ๕๕

สารบัญ

หน้า

๔หน่วยการเรียนรู้ที่ การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทความวิชาการ ๖๒
การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๗๐
แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ๘๔

๕หน่วยการเรียนรู้ที่ การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารคดี ๙๐
ตัวอย่างสารคดี ๑๐๓
แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ ๑๐๔

๖หน่วยการเรียนรู้ที่ การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบันเทิงคดี ๑๑๒
ตัวอย่างบันเทิงคดี ๑๒๐
แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ ๑๒๖

บรรณานุกรม ๑๔๕



หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑

พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ

ตัวชี้วัด การสื่อสารในปัจจุบัน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เป็นไปอย่างรวดเร็วและ
เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัย มีการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร
ที่ไม่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น

รักการอ่าน การทำความเข้าใจสาระสำคัญ

๑. จับใจความสาคัญจากเรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๒) ของสารที่ได้รับมาก่อนส่งต่อ

๒. ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจาก ไปยังผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๓) เพื่อช่วยลดโอกาสส่งต่อข้อมูล
ที่ไม่ถูกต้องไปยังวงกว้างมากขึ้น
๓. วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียน ดังนั้น การเรียนรู้และเข้าใจพื้นฐาน
อย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต อ่านจับใจความสำคัญ จะทำให้เรา
(ท ๑.๑ ม ๑/๘) สามารถเข้าใจสาระสำคัญของสาร

สาระการเรียนรู้ ที่ได้รับและสามารถส่งต่อสารที่ได้รับ
มานี้อย่างถูกต้อง ผู้เรียนจึงควรฝึกฝน

ค. วามรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญ ให้ตนเองมีทักษะ การอ่านจับใจความ
ห. ลักการอ่านจับใจความสำคัญ สำคัญอยู่เสมอ


บบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๑

๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่

๑ พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญ

๑. ความหมายของการอ่านจับใจความสำคัญ

การอ่านจับใจความ คือ การอ่านที่มุ่งค้นหาสาระสำคัญของ
ข้อความหรือของหนังสือเล่มนั้นว่าส่วนใดเป็นใจความสำคัญที่ผู้เขียน
นำเสนอและส่วนใดเป็นส่วนที่ขยายใจความสำคัญให้ชัดเจนยิ่งขึ้นส่วนที่
เป็นใจความสำคัญอาจอยู่ช่วงต้น ช่วงกลาง หรือช่วงท้ายของเรื่องหรือ
ย่อหน้านั้น ๆ ก็ได้

ใจความสำคัญเป็นส่วนสำคัญที่สุดของเรื่อง หากไม่มีจะทำให้ผู้
อ่านไม่เข้าใจ นอกนั้นเป็นส่วนขยายซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ในข้อความ
หนึ่ง ๆ หรือบทความเรื่องหนึ่ง ๆ อาจมีหลายย่อหน้า

ดังนั้น ในแต่ละย่อหน้าจึงมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียวและ
อาจมีส่วนขยายประเด็นเดียวหรือหลายประเด็นก็ได้ บางข้อความผู้
เขียนอาจไม่ได้เขียนออกมาเป็นประโยค ผู้อ่านจะต้องจับใจความสำคัญ
เองแล้วเรียบเรียงใจความสำคัญเป็นสำนวนภาษาของตนเอง

พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ ๓

๒. ลักษณะใจความสำคัญ

ใจความสำคัญ คือ ข้อความที่เป็นใจความหลักของข้อความ
แต่ละย่อหน้า หากขาดข้อความนี้จะทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจเรื่องที่อ่าน
ส่วนข้อความที่เป็นส่วนขยายหรือประกอบใจความหลักให้ผู้อ่าน
เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นเรียกว่า ใจความสำคัญรอง หรือ ใจความขยาย

ใจความสำคัญ จะปรากฏอยู่ในประโยคได้ประโยคหนึ่งของ
ย่อหน้าซึ่งโดยทั่วไป จะปรากฏอยู่ตอนต้นย่อหน้าแต่บางกรณีอาจ
อยู่ตอนท้ายหรือตอนกลางของย่อหน้าก็ได้

ตัวอย่าง

(๑) มีผู้กล่าวว่า หนังสือดีเป็นมิตร หนังสือเลวเป็นศัตรู
(๒) เป็นหน้าที่ของท่านเองที่จะเลือกสมาคมมิตรหรือศัตรู
(๓) หนังสือในตลาดมีอยู่มากมายก่ายกอง
(๔) ถ้าท่านถือหนังสือในมือ คนที่มาพบเห็นท่านย่อมตีราคา
ตัวท่านได้ทันที เขาย่อมรู้ได้ว่า ท่านมีพื้นเพการศึกษาเพียงใด
มีรสนิยมสูง หรือต่ำเพียงไหน
(๕) หนังสือที่ท่านถืออยู่นั้น เปิดโปงให้โลกรู้จักท่านโดยไม่ต้องมี
ใครแนะนำ

(อ่านเพื่อความสมบูรณ์ : เจือ สตะเวทิน)

ข้อความนี้แบ่งสาระของเรื่องได้ ๕ ประเด็น แต่จะมีประเด็น
ที่เป็นใจความสำคัญเพียงประเด็นเดียว ส่วนข้อความอื่น ๆ เป็น
เพียงส่วนขยายใจความสำคัญเท่านั้น ใจความสำคัญ คือ หนังสือดี
เป็นมิตร หนังสือเลวเป็นศัตรู และใจความขยายหรือส่วนประกอบ
คือ ประเด็นที่ ๒-๕ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ใจความสำคัญของข้อความ
ทั้งหมดนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น (แววมยุรา เหมือนนิล, ๒๕๕๖, หน้า ๑๓)

๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๓. ตำแหน่งของใจความสำคัญ

ตำแหน่งของใจความสำคัญมี ๔ ตำแหน่ง ดังนี้

๑. ประโยคตอนต้นย่อหน้า เป็นจุดที่พบใจความสำคัญของ
เรื่องในแต่ละย่อหน้ามากที่สุดเพราะผู้เขียนมักบอกประเด็นสำคัญ
ไว้ก่อน แล้วขยายรายละเอียดเพื่อให้ชัดเจนในภายหลัง

ตัวอย่าง

“อะไรที่ยากไม่ใช่เพราะมันยาก แต่เพราะว่าเรายังไม่
สามารถพิชิตมันได้ เมื่อไรก็ตามที่เราสามารถพิชิตได้
มันจะง่ายไปเสียทั้งหมด ฉะนั้นอะไรที่เห็นว่ายาก เพราะ
ว่าเรายังให้เวลากับเขาน้อยไป เรียนรู้เขาน้อยไป เราต้อง
พัฒนาต้องฝึกฝนไป เรื่อยๆ แล้วในที่สุดมันก็จะง่าย
สำหรับเรา”

(ว.วชิรเมธี, ๒๕๕๕: ๙)

ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นของข้อความ ได้แก่
อะไรที่ยากไม่ใช่เพราะมันยาก แต่เพราะว่าเรายังไม่สามารถพิชิต
มันได้

๒. ประโยคตอนกลางย่อหน้า เป็นจุดที่ค้นพบใจความสำคัญ
ได้ยากขึ้น เพราะผู้อ่านต้องพิจารณาเปรียบเทียบให้ได้ว่าสาระสำคัญ
ที่สุดอยู่ที่ประโยคใด

พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ ๕

ตัวอย่าง

“ครูจึงเป็นผู้ที่มีโอกาสดีกว่าคนอื่น ๆ ในการฝึกนิสัยการฟังที่ดี
ให้แก่เยาวชนที่จะเป็นผู้นําของชาติในอนาคต ครูไม่ควรมองข้าม
ความสําคัญของการฟังไป ควรระลึกไว้เสมอว่า การฟังมีความ
สําคัญเท่า ๆ กับการพูด การอ่านและการเขียน ถ้าผู้ฟังรู้จักฟัง
แล้วการฟังก็จะมีประโยชน์มาก แต่ถ้าผู้ฟังไม่รู้จักการฟัง ผู้ฟังก็
จะไม่ได้รับผลอะไร เลย แต่ในทางตรงกันข้ามบางครั้งก็อาจจะมี
โทษอันร้ายแรงเกิดขึ้นอีกด้วย”

(การเตรียมเพื่อการพูดและการเขียน: ฉัตรวรุณ ตันนะรัตน์)

ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนกลางของข้อความ ได้แก่
การฟังมีความสําคัญเท่า ๆ กับการพูด การอ่านและการเขียน

๓. ประโยคตอนท้ายย่อหน้า เป็นจุดที่พบใจความสำคัญ
มากรองลงมาจากประโยคตอนต้นย่อหน้า โดยผู้เขียนจะบอกราย
ละเอียดมาก่อน แล้วสรุปด้วยประโยคที่สำคัญไว้ภายหลัง

ตัวอย่าง

“ความเครียดทําให้เพิ่มฮอร์โมนอะดรีนาลีนในเลือด ทําให้
หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือดบีบตัว กล้ามเนื้อ เขม็งตึง ระบบย่อย
อาหารผิดปกติเกิดอาการปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น แข้งขาอ่อน
แรง ความเครียดจึงเป็น ตัวการให้แก่เร็ว”

ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนท้ายของข้อความ ได้แก่
ความเครียดจึงเป็น ตัวการให้แก่เร็ว

๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๔. ประโยคตอนต้นและตอนท้ายย่อหน้า เป็นจุดที่พบ
ใจความสำคัญได้ยาก ผู้อ่านสามารถสังเกตได้ว่า ประโยคใจความ
สำคัญต้นย่อหน้ากับประโยดใจความสำคัญท้ายย่อหน้ามีเนื้อความ
ตรงกัน

ตัวอย่าง

“ภาษาไทยเป็นแกนกลางในการสืบทอดวัฒนธรรม
แขนงต่าง ๆ อันเป็นมรดกจากบรรพบุรุษ มาถึงคนไทย
ในปัจจุบัน สิ่งต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยภาษาไทยช่วยเสริมสร้าง
และสืบทอดนั้นแนบเนื่องอยู่ในวิถีชีวิต ของคนไทยมา
แต่โบราณ เช่น เพลงกล่อมเด็ก เพลงพื้นบ้านที่ชาวบ้าน
ร้องโต้ตอบกัน ปริศนาคําทาน นิทาน บทละคร คําสอน
คําพญา คําพังเพย คําทํานายฝัน ศิลปหัตถกรรม ตลอด
จนขนบธรรมเนียมประเพณีในแต่ละท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้
ล้วนต้องใช้ภาษาในการสร้างเสริมและอนุรักษ์ทั้งสิ้น”

(ภาษาไทย ภาษาถิ่น ไม่สิ้นสูญ: ฐาปะนีย์ นาครทรรพ)

ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายของ
ข้อความ ได้แก่ ภาษาไทยเป็นแกนกลางในการสืบทอดวัฒนธรรม
แขนงต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้ภาษาในการสร้างเสริมและอนุรักษ์
ทั้งสิ้น

พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ ๗

๔. กลวิธีการอ่านจับใจความสำคัญ

กลวิธีการอ่านจับใจความสำคัญ มีดังนี้
๑. การอ่านจับใจความสำคัญของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ควร
เริ่มต้นจากการอ่านจับใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้าให้ได้ถูกต้อง
แม่นยำเสียก่อน เพราะข้อความตอนหนึ่งหรือย่อหน้าหนึ่ง แม้มี
ใจความหลายอย่าง แต่จะมีใจความสำคัญที่สุดในย่อหน้านั้นเพียง
อย่างเดียว ถ้าเรื่องหนึ่งมีหลายย่อหน้า ย่อมแสดงว่าจะมีใจความ
สำคัญหลายประเด็น เมื่อนำประเด็นสำคัญในแต่ละย่อหน้ามา
พิจารณาร่วมกันแล้ว จะทำให้สามารถจับแก่นเรื่องหรือแนวคิด
สำคัญที่สุดของเรื่องทั้งหมดได้ง่ายขึ้น
๒. การอ่านจับใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า นอกจาก
การพยายามค้นหาประโยคหรือข้อความที่มีสาระคลุมข้อความ
อื่นๆในย่อหน้าไว้ทั้งหมดแล้ว ยังอาจใช้กลวิธีการจับใจความ
สำคัญอย่างง่าย ๆ ด้วยการตัดประโยค หรือข้อความที่เป็นส่วน
ขยายหรือไม่จำเป็นในแต่ละย่อหน้าออกไปให้หมด ในที่สุดก็จะ
เหลือส่วนที่เป็นใจความสำคัญของย่อหน้าได้เช่นกัน ส่วนที่ไม่ใช่
ใจความสำคัญซึ่งควรตัดออกไปในแต่ละย่อหน้า ได้แก่ สิ่งต่าง ๆ
ต่อไปนี้

๒.๑ ส่วนขยายหรือรายละเอียดต่าง ๆ
๒.๒ ข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ
๒.๓ ตัวอย่างประกอบ
๒.๔ คำศัพท์ สำนวน หรือโวหารที่ยกมาประกอบ

๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๒.๕ ตัวเลข สถิติที่เป็นรายละเอียด
๒.๖ คำถามและคำอธิบายของผู้เขียน
๒.๗ ชื่อบุคคลที่ผู้เขียนอ้างอิงโดยไม่เน้นความสำคัญ
๒.๘ ย่อหน้าพิเศษบางย่อหน้าที่เป็นส่วนขยายความหรือ
ตัวอย่างของเรื่อง (แววมยุรา เหมือนนิล, ๒๕๕๖, หน้า ๒๕-๓๑)

๕. หลักการอ่านจับใจความสำคัญ

การอ่านจับใจความสำคัญผู้อ่านจะต้องแยกให้ได้ว่าส่วนใด
เป็นใจความหลักและส่วนใดที่เป็นส่วนขยายซึ่งจะทำให้ผู้อ่าน
เข้าใจสารได้ตรงเจตนา ผู้อ่านควรมีหลักปฏิบัติในการอ่านดังนี้

๑. ให้อ่านหนังสือทั้งเล่ม หรืออ่านทั้งตอนที่กำหนดให้

โดยอาจสำรวจในส่วนประกอบของหนังสือ เช่น ชื่อเรื่อง คำนำ
สารบัญ คำชี้แจงหรือคำแนะนำ ในการใช้หนังสือถ้ามีประวัติผู้แต่ง
ควรอ่านด้วยเพราะจะทำให้รู้จักภูมิหลังและแนวคิดของผู้เขียน
มากขึ้น แล้วจับใจความของเรื่องให้ได้ว่า

ใคร ทำ กับ ที่ เมื่อ ทำ
อะไร ใคร ไหน ไร ไม

พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ ๙

๒. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน

ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน ว่าอ่านเพื่ออะไรแล้วตั้ง
คำถามที่เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านหรือที่ตนเองอยากรู้ เช่น อ่านเพื่อ
ความสนุกสนานเพิดเพลิน อ่านเพื่อค้นคว้าหาความรู้ หรืออ่าน
เพื่อประเทืองปัญญาการกำหนดจุดประสงค์ในการอ่านจะทำให้
อ่านได้อย่างเข้าใจและรวดเร็วขึ้น

๓. ผู้อ่านควรมีประสบการณ์หรือมีความรู้พื้นฐาน

ผู้อ่านควรมีประสบการณ์หรือมีความรู้พื้นฐานในการอ่านบ้าง
เช่น เข้าใจความหมายโดยตรงของคำศัพท์ต่าง ๆ หากไม่เข้าใจควร
ค้นหาความหมายจากพจนานุกรมหรือถามผู้รู้

๔. ทบทวนเนื้อหาหรือประเด็นสำคัญของเรื่องนั้นให้เข้าใจ

ทบทวนเนื้อหาหรือประเด็นสำคัญของเรื่องนั้นให้เข้าใจ โดยตั้ง
คำถามทบทวนเรื่องที่อ่านแล้วจำรายละเอียดประเด็นที่น่าสนใจ
และบันทึกเรื่องย่อด้วยภาษาที่ตนเองเรียบเรียงขึ้นใหม่

๕. ทำความเข้าใจลักษณะของหนังสือ

หนังสือแต่ละประเภทมีรูปแบบการแต่งและเป้าหมายของเรื่อง
ที่แตกต่างกัน เช่น หนังสือสารคดี ประเภทตำรา ข่าว และบทความ
เป็นเรื่องจริงที่มุ่งให้ความรู้ ซึ่งสามารถจับใจความสำคัญได้ง่าย
ในขณะที่หนังสือบันเทิงคดี ประเภท เรื่องสั้น นวนิยาย มีกลวิธีการ
แต่งที่ซับซ้อนจับใจความได้ยาก ดังนั้นผู้อ่านจึงต้องรู้รูปแบบและ
กลวิธีของหนังสือแต่ละ ประเภท ก็จะทำให้มีแนวทางในการอ่าน
จับใจความสำคัญได้ง่ายยิ่งขึ้น

๑๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๖. ผู้อ่านสามารถจับใจความสำคัญด้วยการตัดประโยค
หรือข้อความที่เป็นส่วนขยายออก

ผู้อ่านสามารถจับใจความสำคัญด้วยการตัดประโยคหรือ
ข้อความที่เป็นส่วนขยายออกจากย่อหน้าส่วนที่ตัดออก ได้แก่
ส่วนขยายหรือรายละเอียด ข้อความเปรียบเทียบ ตัวอย่าง
ประกอบในย่อหน้า คำศัพท์ สำนวนโวหาร อุปมาอุปมัย ตัวเลข
สถิติ วันเดือนปี คำถามและคำอธิบายของผู้เขียน ชื่อบุคคลที่ผู้
เขียนอ้างอิงโดยไม่เน้นความสำคัญ

๗. เก็บใจความสำคัญ

เก็บใจความสำคัญ ด้วยการขีดเส้นใต้หรือตีเส้นรอบกรอบ
ข้อความสำคัญ หรือใช้ปากกาสีเพื่อบอกความสำคัญมากหรือ
น้อยของข้อความ

๘. สรุปความด้วยภาษาของตนเอง

สรุปความด้วยภาษาของตนเอง หลังจากอ่านจับใจความแล้ว
ผู้อ่านควรสรุปความด้วยสำนวนภาษาของตนเอง และร่างเป็น
ข้อความหรือทำบันทึกย่อ

ฝึกฝนการเป็นนักอ่านจับใจความได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้
๑. สร้างนิสัยรักการอ่าน โดยพยายามฝึกอ่านข้อความทุก
ประเภท ฝึกอ่านบ่อย ๆ จะทำให้เกิดนิสัยรักการอ่าน และจดจำข้อความ
ได้ดีขึ้น
๒. หัดใช้พจนานุกรม การใช้พจนานุกรมจะทาให้นักเรียนรู้คำ
ศัพท์มากขึ้น
๓. จดบันทึกการอ่าน ขณะที่อ่านควรมีสมุดจดบันทึก เพื่อบันทึก
ถ้อยคำที่น่าสนใจหรือข้อความที่นักเรียนประทับใจ อาจใช้ปากกาขีดเน้น
ข้อความหรือแปะกระดาษสีคั่นหน้าที่มีข้อความดังกล่าว
๔. ฝึกจับใจความสำคัญทีละย่อหน้า ให้ได้ถูกต้องและแม่นยำ

พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ ๑๑

๑แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่

แบบฝึกหัดที่ ๑

คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง

๑. การจับใจความสำคัญ คืออะไร
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๒. จุดมุ่งหมายของการจับใจความสำคัญ ได้แก่อะไรบ้าง
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๓. ตำแหน่งของใจความสำคัญใด เป็นจุดที่พบใจความสำคัญ
ของเรื่องในแต่ละย่อหน้ามากที่สุด
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................

๑๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๔. ตำแหน่งของใจความสำคัญใด เป็นจุดที่พบใจความสำคัญได้
ยาก ผู้อ่านสามารถสังเกตได้ว่า ประโยคใจความสำคัญต้นย่อหน้า
กับประโยดใจความสำคัญท้ายย่อหน้ามีเนื้อความตรงกัน
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๕. กลวิธีการอ่านจับใจความสำคัญ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๖. หลักปฏิบัติของการจับใจความสำคัญ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ ๑๓

๗. จากข้อความต่อไปนี้ใจความสำคัญของข้อความอยู่ตำแหน่งใด
และมีใจความว่าอย่างไร

ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน คือ
เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจความเป็นมนุษย์ และความสัมพันธ์ที่เกื้อกูล
กันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับธรรมชาติ มีความรัก
ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติอย่างจริงใจ

....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๘. จากข้อความต่อไปนี้ใจความสำคัญของข้อความอยู่ตำแหน่งใด
และมีใจความว่าอย่างไร

บางคนอ่านหนังสือเพียงเฉพาะเรื่องราว คืออ่านแต่เรื่องในวง
อาชีพของตนถ้าทำอย่างนั้นก็นับว่ายังไม่ได้ผลเต็มที่เพราะขาด
ความรู้ในวงการทั่วไป ทางที่ดีเขาควรขยายขอบเขตการอ่านให้
กว้างขวางออกไปอีก

....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๑๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๙. จากข้อความต่อไปนี้ใจความสำคัญของข้อความอยู่ตำแหน่งใด
และมีใจความว่าอย่างไร

สารอาหารในข้าวกล้องจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยป้องกัน
โรคอ้วนข้าวกล้องมีสารเส้นใยมากกว่าข้าวขาว ๘ เท่า ข้าวกล้องจะ
ช่วยดูดซับไขมันและน้ําตาลในอาหาร แล้วขับออกมาเป็นกาก
อาหาร ทําให้ไขมันในและน้ําตาล ซึมเข้ากระแสเลือดน้อยลง

....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๑๐. จากข้อความต่อไปนี้ใจความสำคัญของข้อความอยู่ตำแหน่ง
ใดและมีใจความว่าอย่างไร

ในกิจกรรมที่มนุษย์ต้องกระทํา การฟังเป็นกิจกรรมที่คนทํารองลง
มาจากการหายใจเท่านั้น การฟังมีความสําคัญต่อความสําเร็จใน
ชีวิตส่วนตัว อาชีพ สังคมและครอบครัว ถ้าคนทํางานได้ เรียนรู้ถึง
การฟังอย่างมีประสิทธิภาพ

....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒

การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน

ตัวชี้วัด การสื่อสารในปัจจุบัน

เป็นไปอย่างรวดเร็วและ

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด มีการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร

เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัย ที่ไม่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น

รักการอ่าน การทำความเข้าใจสาระสำคัญ

๑. จับใจความสาคัญจากเรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๒) ของสารที่ได้รับมาก่อนส่งต่อ
๒. ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจาก ไปยังผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เพื่อช่วยลดโอกาสส่งต่อข้อมูล
เรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๓) ที่ไม่ถูกต้องไปยังวงกว้างมากขึ้น
๓. วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียน ดังนั้น การเรียนรู้และเข้าใจพื้นฐาน
อ่านจับใจความสำคัญ จะทำให้เรา
อย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต สามารถเข้าใจสาระสำคัญของสาร
(ท ๑.๑ ม ๑/๘)

สาระการเรียนรู้ ที่ได้รับและสามารถส่งต่อสารที่ได้รับ
มานี้อย่างถูกต้อง ผู้เรียนจึงควรฝึกฝน

ค. วามรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนิทาน ให้ตนเองมีทักษะ การอ่านจับใจความ
ก. ารอ่านจับใจความสำคัญจากนิทาน สำคัญอยู่เสมอ


บบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๒

๑๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่

๒ การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนิทาน

๑. ความหมาย

นิทาน หมายถึง เรื่องราวที่เล่าต่อ ๆ กันมาเป็นเวลานานมาแล้ว
แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเริ่มต้นเล่ากันมาตั้งแต่เมื่อใด การเล่านิทานมีจุด
หมายเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน และให้ความรู้เพื่อสอนให้เป็นคน
ดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และบางครั้งก็สอดแทรกคติ เพื่อเป็น
ข้อคิด และนำไปปฏิบัติ

๒. ความสำคัญของนิทาน

นิทานให้ความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และผ่อนคลายความเครียด
สร้างเสริมจินตนาการ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม กระชับความสัมพันธ์
ในครอบครัว สะท้อนให้เห็นสภาพของสังคมในอดีตในหลาย ๆ ด้าน ช่วย
พัฒนาเด็กทางคุณลักษณะชีวิต พัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก พัฒนาด้าน
ความรู้และสติปัญญา ทักษะและความสามารถทางภาษา

การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน ๑๗

๓. ที่มาของนิทาน

๑. มาจากความต้องการให้เกิดความสนุกสนาน บันเทิง จึงผูก
เรื่องขึ้นหรือ นำเรื่องไปผสมผสานกับ เรื่องที่มีอยู่เดิม

๒. มาจากความต้องการอบรมสั่งสอนในแง่ของพุทธศาสนาให้
ความรู้ ด้านคติธรรม เพื่อให้การอบรมสั่งสอนให้คนประพฤติปฏิบัติใน
สิ่งที่ดีงาม อยู่ในกฎระเบียบของสังคม เช่น นิทานธรรมบท นิทานอีสป
เป็นต้น

๓. มาจากการยกตัวอย่างประกอบคำอธิบาย จึงมีการสมมุติ
เรื่องราวขึ้นมา เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น

(จีรพรรณ สุราษฎร์มณี : ออนไลน์)

๔. ประเภทของนิทาน

ประเภทของนิทานแบ่งออกตามรูปแบบได้ ๕ ประเภท คือ
๑. นิทานปรัมปรา (Faily tale) เป็นนิทานที่มีเรื่องค่อนข้างยาว เป็น
เรื่องสมมุติว่าเกิดขึ้นในที่ใดที่หนึ่ง ไม่กำหนดชัดเจนว่าที่ไหน ตัวเอก
ของเรื่องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษประการใดประการหนึ่ง เช่น เป็นผู้มี
อำนาจ มีบุญ มีฤทธิ์เดช ทำให้ศัตรูพ่ายแพ้ได้ ถ้าเป็นหญิงมักได้
แต่งงานกับชายสูงศักดิ์ เช่น ปลาบู่ทอง สโนวไวท์ และซินเดอเรลลา
และมักนิยมขึ้นต้นว่า “ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” หรือ “ในกาลครั้ง
หนึ่ง...”
๒. นิทานท้องถิ่น (Legend) เป็นนิทานที่มีเรื่องสั้นกว่านิทาน
ปรัมปรา มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี
โชคลาง หรือคตินิยม แต่ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือมีเค้าความจริง มี
บุคคลจริง ๆ มีสถานที่จริง ๆ

๑๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๓. นิทานเทพนิยาย (Myth) เป็นนิทานที่มีเทวดา นางฟ้า เป็นตัวเอก
ของเรื่อง เช่น เมขลา รามสูร ท้าวมหาสงกรานต์
๔. นิทานเรื่องสัตว์ (Animal tale) เป็นนิทานที่มีตัวเอกเป็นสัตว์ มี
ความคิด และการกระทำต่าง ๆ ตลอดจนพูดจาอย่างคน หรืออาจมีคน
เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทั้งคนทั้งสัตว์สามารถพูดจาโต้ตอบ และปฏิบัติต่อกัน
ได้ นิทานประเภทนี้แบ่งได้เป็น ๒ ประเภท ดังนี้

๔.๑ นิทานเรื่องสัตว์ประเภทคติธรรม (Fable) ได้แก่ นิทานอิสป
ชาดกต่าง ๆ

๔.๒ นิทานเรื่องสัตว์ประเภทเล่าซ้ำ หรือเล่าไม่รู้จบ
(Commutative tale) เช่น เรื่อง ยายกะตา
๕. นิทานตลกขบขัน (Jest) เป็นนิทานเรื่องสั้น ๆ จุดสำคัญของเรื่อง
อยู่ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ต่าง ๆ อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับความโง่ กลโกง การ
แก้เผ็ด การแสดงปฏิภาณไหวพริบ

(จีรพรรณ สุราษฎร์มณี : ออนไลน์)

๕. คุณค่าของนิทาน

๑. นิทานให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน การเล่านิทานในโอกาส
ต่าง ๆ ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน ช่วยผ่อนคลายความเครียดขณะ
ทำงาน หรือหลังจากการทำงานหนักมา

๒. นิทานช่วยกระชับความสัมพันธ์ ทำให้ผู้ใหญ่และเด็ก หรือ
แม้แต่ผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ด้วยกัน มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน

๓. นิทานให้การศึกษาและเสริมสร้างจิตนาการเด็ก ได้มีโอกาส
เรียนรู้ลักษณะมนุษย์จากตัวละครในนิทาน เรียนรู้เกี่ยวกับอุปสรรค
ตลอดจนการเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต นิทานที่มีเรื่องนางฟ้า
อภินิหารต่าง ๆ ยังช่วยเสริมสร้างจิตนาการของเด็ก ๆ ทำให้มีความคิด
ริเริ่มสร้างสรรค์

การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน ๑๙

๔. นิทานให้ข้อคิดและคติเตือนใจ นิทานไม่ได้ให้แต่ความ
สนุกสนานเพลิดเพลินแก่ผู้ฟังเท่านั้น มีนิทานเป็นจำนวนมากโดย
เฉพาะนิทานคติ จะให้ข้อคิดแง่ใดแง่หนึ่ง เป็นการปลูกฝังคุณธรรม
ต่าง ๆ ที่สังคมพึงประสงค์แก่ผู้ฟังด้วย

๕. นิทานช่วยสะท้อนให้เห็นสภาพของสังคมในอดีตในหลาย ๆ
ด้าน เช่น วิถีชีวิตตลอดจนประเพณี ค่านิยม ความเชื่อ เป็นต้น ถ้าผู้ฟัง
รู้จักสังเกต วิเคราะห์นิทานต่าง ๆ เหล่านั้น ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจ
สภาพวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ อย่างแท้จริง

(จีรพรรณ สุราษฎร์มณี : ออนไลน์)

หลักการอ่านจับใจความสำคัญจากนิทาน

การอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานอาจใช้หลักการอ่านจับใจความ
สำคัญเหมือนการอ่านเรื่องยาว ๆ ทั่วไป คือ เน้นการสรุปสาระสำคัญ
ของเรื่องในลักษณะการย่อความ ซึ่งมีขั้นตอนการอ่าน ดังนี้

๑. ตั้งใจอ่าน มีสมาธิในการอ่าน
๒. อ่านเรื่องราวนั้น ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง
๓. สรุปหรือจับใจความสำคัญ ว่าเป็นเรื่องอะไร มีใคร ทำอะไร
กับใคร ที่ไหน เมื่อไร ทำอย่างไร
๔. ทบทวนความบางตอน หรือสาระบางเรื่องที่ยังเข้าใจไม่
ชัดเจน ให้เข้าใจ
๕. สังเกตดูว่าผลสุดท้ายของเรื่องนั้น ๆ อะไรเกิดขึ้นบ้าง
๖. พิจารณาว่าเรื่องมีสาระหรือความสำคัญอยู่ที่ใด มีแง่คิด
คติธรรม หรือคำสอน แก่ผู้อ่านอย่างไรบ้าง
๗. สรุปความคิด ทำบันทึกช่วยจำ ย่อความ ตอบคำถาม หรือ
ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์

(สายัณห์ ปุยภูงา : ออนไลน์)

๒๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

ตัวอย่างนิทาน
ตัวอย่างที่ ๑
หมาฮุย (หมาขนคำ)
นานมาแล้ว มีพ่อหม้ายคนหนึ่งอาศัยอยู่กับลูกชาย ชื่อบุญปัน
และลูกหมาอีกตัวหนึ่ง ต่อมาพ่อหม้ายได้แต่งงานใหม่ ภรรยาใหม่ชื่อ
นางกาไว นางเกลียดลูกเลี้ยงจึงหาทางกำจัดโดยการใส่ความทำให้
ผู้เป็นพ่อโกรธลูกชายมาก จึงหลอกพาลูกชายไปปล่อยป่า โดยหลอก
เอาไปทิ้งในหลุมมันที่ถูกขุดเอามันไปกินแล้ว ฝ่ายหมาฮุย เมื่อเห็นพ่อ
ของบุญปันกลับมาแล้วแต่ไม่เห็นบุญปัน จึงดมกลิ่นและตามไปช่วย
บุญปันให้ขึ้นมาจากหลุมมันได้ เมื่อนางกาไวเห็นบุญปันกลับมาพร้อม
หมาฮุย ก็โกรธยิ่งนักบอกให้สามีรีบนำลูกไปปล่อยอีกครั้ง ครั้งนี้บุญ
ปันรู้ตัวดีว่าจะถูกเอาไปปล่อยป่าอีก จึงชวนหมาฮุยไปด้วย และ
พากันหนีไปตายเอาดาบหน้า จนกระทั่งได้พบกับยักษ์สองสามีภรรยา
ยักษ์เกิดความสงสารจึงเอาบุญปันและหมาฮุยไปเลี้ยงเป็นบุตร
บุญธรรม และมีเมืองหนึ่ง เจ้าเมืองมีพระธิดาถึง ๗ องค์ เจ้าเมืองได้ไป
ล่าสัตว์ในป่า และพบกับยักษ์กินอาทิตย์ละคน แล้วเจ้าเมืองก็ส่งพระ
ธิดามาให้ยักษ์กินทุกวันจนถึงธิดาคนสุดท้าย ซึ่งกำลังจะนำไปให้ยักษ์
กินเช่นกัน ขณะเดียวกันก็เป็นเวลาที่บุญปันซึ่งโตเป็นหนุ่มได้
ขออนุญาตพ่อแม่ยักษ์มาเที่ยวพร้อมกับหมาฮุยพอดี จึงพบและช่วย
เหลือพระธิดาจากการถูกยักษ์กินได้ บุญปันจึงได้แต่งงานกับพระธิดา
และครองเมืองอย่างมีความสุขต่อมาบุญปันก็คิดถึงพ่อของตนจึงได้
สร้างศาลาและเขียนเล่าชีวิตของตนเองไว้ที่ศาลาแห่งนี้ เมื่อนางกาไวรู้
ว่าลูกเลี้ยงได้เป็นเจ้าเมืองก็กลัวความผิด จึงคิดจะหนี นางจึงถูกแผ่น
ดินสูบเสียชีวิต บุญปันจึงไปรับตัวผู้เป็นพ่อมาอยู่ด้วยอย่างมีความสุข

(นิทานท้องถิ่น อ.แม่สาย)

ใจความสำคัญของนิทานเรื่องนี้ คือ ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน ๒๑

ตัวอย่างที่ ๒
หมาป่ากับนกกระสา

หมาป่าตัวหนึ่งสวาปามอาหารอย่างตะกละตะกลามจนกระดูกติด
ขวางคอหอยของมัน จะกลืนก็ไม่เข้า จะคายก็ไม่ออก แน่นอนว่ามันจะ
กินอะไรอย่างอื่นก็ไม่ได้ นั่นคือสถานการณ์สุดเลวร้ายสำหรับเจ้า
หมาป่าจอมตะกละ ดังนั้นมันจึงรีบวิ่งแจ้นไปหานกกระสา มันมั่นใจว่า
ด้วยคอและจะงอยปากอันยาวของนกกระสา คงพอที่จะล้วงลงไปคีบ
กระดูกออกมาได้อย่างง่ายดาย

หมาป่าบอกนกกระสาว่า "ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงามเลยทีเดียว"
หมาป่าเอ่ยขึ้น "หากเจ้าดึงกระดูกออกมาให้ข้าได้" เจ้านกกระสาลำบาก
ใจมากกับการมุดหัวเข้าไปในคอหอยหมาป่า แต่มันก็เป็นสัตว์ที่มีความ
ละโมบโดยธรรมชาติ มันจึงทำตามที่เจ้าหมาป่าขอร้อง

พอหมาป่ารู้สึกว่ากระดูกชิ้นนั้นหลุดออกมาแล้ว มันก็เดินจากไป
"แล้วรางวัลของข้าล่ะ" เจ้านกกระสาร้องเรียกด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ว่า
ไงนะ" เจ้าหมาป่าคำรามพร้อมกับเดินไปเดินมา "เจ้ายังไม่ได้มันไปอีกรึ
ไง ยังไม่พออีกหรอที่ข้าปล่อยให้เจ้ามุดหัวลงไปในปากของข้าโดยที่ข้า
ไม่งับคอของเจ้าเสียน่ะ"

(ผู้แต่ง : อีสป)
ใจความสำคัญของนิทานเรื่องนี้ คือ
หมาป่ากินอาหารก้างติดคอ จึงให้นกกระสาช่วยและจะให้รางวัล
นกกระสาคาบก้างออกมา แต่หมาป่าไม่ให้รางวัลและไล่นกกระสา

๒๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๒

แบบฝึกหัดที่ ๑

คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านนิทานและตอบคำถามต่อไปนี้
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)

คนเลี้ยงลิง
ในรัฐซ้อง มีคนเลี้ยงลิงคนหนึ่ง แกเป็นคนรักลิงมาก ไปไหนมาไหน
จะมีลิงวิ่งตามเป็นพรวนว่ากันว่า สามารถรู้ใจลิง และสื่อสารกันรู้เรื่องเป็น
อย่างดี
ต่อมาไม่นาน ครอบครัวแกยากจนลงเนื่องจากมีเงินทองเท่าไร ก็
นำไปซื้ออาหารมาเลี้ยงลิง จนหมด แกจึงตัดสินใจเรียกประชุมลิง เพื่อ
ปรึกษาหารือ ขอลดค่าเลี้ยงดู เมื่อวานรมาพร้อมหน้ากัน แกจึงเอ่ยขึ้น
ขรึม ๆ ว่า “สหายทั้งหลาย พวกท่านคงเห็นแล้วว่า ขณะนี้ข้ายากจนลง
อยากขอลดจำนวนอาหารเช้า - เย็นของพวกท่านลงสักเล็กน้อย คือ มื้อ
เช้าให้ลูกเกาลัดตัวละสามผล มื้อเย็นตัวละสี่ผล จะตกลงไหม ?”
ได้ยินดังนั้น บรรดาพญาวานรทั้งหลาย ต่างก็ส่งเสียงเจี๊ยกจ๊ากๆ
แสดงอาการไม่พอใจ
“เอาละ ๆ” เขาโบกมือห้าม
“ถ้าไม่ตกลง ข้าขอเปลี่ยนใหม่ เป็นมื้อเช้าสี่ มื้อเย็นสาม เอาไหม ?”
พวกมันเต้นหยองๆ แสดงความดีอกดีใจที่ได้อาหารเพิ่ม

(จากนิทานเต๋า เรียบเรียงโดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก)

การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน ๒๓

๑. ใคร
ตอบ ....................................................................................

....................................................................................

๒. ทำอะไร
ตอบ ....................................................................................

....................................................................................

๓. เพราะเหตุใด
ตอบ ....................................................................................

....................................................................................
....................................................................................

๔. ผลเป็นอย่างไร
ตอบ ....................................................................................

....................................................................................

๕. สรุปใจความสำคัญ
ตอบ ....................................................................................

....................................................................................
....................................................................................
………………………………………………………………………………………………

๒๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

แบบฝึกหัดที่ ๒

คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านนิทานและตอบคำถามต่อไปนี้
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)




กระต่ายตื่นตูม

กาลครั้งหนึ่ง กระต่ายตัวหนึ่งนอนหลับอยู่ใต้ต้นตาล ขณะเมื่อ
กระต่ายหลับอยู่นั้น เกิดลมพายุใหญ่พัดลูกตาลบนต้นหล่นตูมลงมาที่
พื้นดินเกือบถูกกระต่าย กระต่ายตกใจตื่นขึ้นสำคัญว่าฟ้าถล่ม ไม่ทันได้
ตริตรอง ลุกขึ้นได้ก็วิ่งไป โดยสุดกําลังเพราะกลัวความตาย

ฝ่ายเสือ ช้าง กวาง ทราย แรด และสัตว์อื่น ๆ อีกหลายจําพวก เห็น
กระต่ายวิ่งมาโดยเต็มกำลัง ดังนั้น จึงร้องถามกระต่ายว่า “นี่ท่านวิ่งหนี
อะไรมา” กระต่ายวิ่งพลางบอกความพลางว่า “ฟ้าถล่ม” สัตว์เหล่านั้น
ได้ฟังกระต่ายบอกไม่ทันตริตรองสําคัญว่าฟ้าถล่มจริงก็พากันวิ่งตาม
กระต่ายไป หกล้ม ขาหัก โดนต้นไม้ ตกเหวตายบ้างก็มี ส่วนที่ยังเหลือ
อยู่ก็พากันวิ่งหนีต่อไปอีก

พระยาราชสีห์ตัวหนึ่ง เป็นสัตว์มีปัญญา เห็นสัตว์ทั้งหลาย มีเสือ
ช้าง เป็นต้น พากันวิ่งมาไม่หยุดหย่อน จึงร้องถามว่า “เอ๊ะ เหตุใดท่าน
ทั้งหลายจึงพากันวิ่งจนโดนกันล้มตายฉะนี้ หยุดบอกให้เราทราบ
ประเดี๋ยวก่อน” สัตว์ทั้งหลายกลัวอำนาจราชสีห์ ก็ต้องหยุด และเล่า
ความที่กระต่ายแจ้งแก่ตนให้ราชสีห์ฟัง ราชสีห์เข้าใจทันทีว่าสัตว์เหล่า
นั้นคงจะตื่นอะไรมาสักอย่างหนึ่ง จึงถามต่อไปว่า “ฟ้าถล่มที่ตรงไหน
จงพาเราไปดูสักที”

การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน ๒๕

สัตว์เหล่านั้นกลัวตายจนตัวสั่นแต่ขัดอำนาจราชสีห์ไม่ได้ ก็ต้องพา
ราชสีห์ไป พอถึงใต้ต้นตาลที่กระต่ายนอน ราชสีห์พิเคราะห์เห็นลูกตาล
ตกอยู่ที่โคนต้น ก็เข้าใจว่าผลตาลนั้นหล่นลงมา กระต่ายสำคัญว่าฟ้า
ถล่มก็ตกใจวิ่งหนีสัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีปัญญาตริตรองก็พากันหลงเชื่อ
กระต่าย วิ่งเตลิดไปจนโดนกันขาหัก คอหัก ตกเหวตาย สัตว์ทั้งหลาย
ต่างจึงพากันได้รับทุกขเวทนาเป็นอันมาก

(จากนิทานสุภาษิต เรียบเรียงโดย พระประกาศวุฒิสาร
(สุ่น ปุณโญประการ))

๑. นิทานเรื่อง กระต่ายตื่นตูม มีใจความสำคัญอย่างไร
ตอบ....................................................................................
...................................................................................……..
๒. นิทานเรื่องนี้ มีสัตว์ชนิดใดบ้าง
ตอบ....................................................................................
..........................................................................……...........
๓. จากนิทานเรื่อง กระต่ายตื่นตูม มีข้อดี หรือข้อเสียหรือไม่ ถ้ามี
เป็นอย่างไร
ตอบ....................................................................................
................................................................................…….....
๔. ถ้าเราขาดสติแล้วจะเกิดผลเสียอย่างไร
ตอบ....................................................................................
...................................................................................……..
๕. นักเรียนได้ข้อคิดอะไรจากนิทานที่อ่าน
ตอบ....................................................................................
..........................................................................……...........

๒๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

แบบฝึกหัดที่ ๓

คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านนิทานและตอบคำถามต่อไปนี้
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)

ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่บ้านตาดทอง จังหวัดยโสธรในฤดูฝน
มีการเตรียมปักดำข้าว ทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพาะ
ปลูก ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อ ทอง กำพร้าพ่อ ก็ออกไป
ปฏิบัติ ภารกิจเช่นเดียวกัน วันหนึ่งเขาไถนาอยู่จนสาย ตะวันสูงขึ้นแล้ว
รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลียมากกว่าปกติ และหิวข้าวมากกว่าทุกวัน
ปกติแล้วแม่ผู้ชรา จะมาส่งข้าวกล่องให้ทุกวัน แต่วันนี้กลับมาช้าผิด
ปกติ เขาจึงหยุดไถนา เข้าพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้า
สายตาเหม่อมองไป ทางบ้าน รอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าวตามเวลาที่ควร
จะมา ด้วยความรู้สึก กระวนกระวายใจยิ่งสายตะวันขึ้นสูงแดดยิ่งร้อน
ความหิวกระหายก็ยิ่ง ทวีคูณขึ้น
ทันใดนั้นเขามองเห็นแม่เดินเลียบตามคันนาพร้อมกล่องข้าว
น้อย ๆ ห้อยต่องแต่งอยู่บนเสาแหรกคาน เขารู้สึกไม่พอใจที่แม่เอา
กล่องข้าวน้อย นั้นมาช้ามาก ด้วยความหิวกระหายจนตาลายอารมณ์
พลุ่งพล่าน เขาคิดว่า ข้าวในกล่องน้อยนั้นคงกินไม่อิ่มแน่ จึงเอ่ยต่อว่า
แม่ของตนว่า “อีแก่ ไปทำ อะไรอยู่จึงมาส่งข้าวให้กูช้านัก ก่องข้าวก็เอา
มาแต่ก่องน้อย ๆ กูจะกินอิ่ม หรือ “ผู้เป็นแม่เอ่ยปากตอบลูกว่า “ถึง
ก่องข้าวจะน้อยก็น้อยต้อนแต้นแน่น ในดอกลูกเอ๋ย...ลองกินเบ่งก่อน”
ความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโห หูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียง
ใดๆ เกิดความโมโหหิว คว้าไม้แอกน้อยเข้าตีแม่ที่แก่ชราจนล้มลง แล้ว
ก็ เดินไปกินข้าว กินข้าวจนอิ่มแล้ว แต่ข้าวยังไม่หมดกล่อง จึงรู้สึกผิด
ชอบชั่ว ดี รีบวิ่งไปดูอาการแม่

การอ่านจับใจความสำคัญนิทาน ๒๗

และเข้าสวมกอดแม่....อนิจจา แม่สิ้นใจไปเสียแล้ว! ชายหนุ่มร้องไห้
โฮ สำนึกผิดที่ฆ่าแม่ของตนเองด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ ไม่รู้จะทํา
ประการใดดี จึงเข้ากราบ นมัสการสมภารวัดเล่าเรื่องให้ท่านฟัง โดย
ละเอียด สมภารสอนว่า “การฆ่าบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเอง
นั้น เป็นบาปหนัก เป็นมาตุฆาต ต้องตกนรกอเวจีตายแล้วไม่ได้ผุดไม่
ได้เกิดเป็น คนอีก มีทางเดียวจะให้บาปเบาลงได้ก็ด้วยการสร้างธาตุ
ก่อกวนกระดูกแม่ ไว้ ให้สูงเท่านกเขาเหิน จะได้เป็นการไถ่บาปหนัก
ให้เป็นเบาลงได้” เมื่อชายหนุ่มปลงศพแม่แล้ว ขอร้องชักชวน
ญาติมิตรชาวบ้านมา ช่วยกันปั้ นอิฐก่อนเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้ จึงให้
ชื่อว่า “ธาตุก่องข้างน้อยฆ่า แม่” ตราบจนทุกวันนี้

(จากนิทานพื้นบ้าน เรียบเรียงโดย ประสงค์ สายหงษ์)

๑. ใจความสำคัญของนิทานเรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องใด
ตอบ....................................................................................

....................................................................................
....................................................................................
๒. นิทานเรื่องนี้กล่าวถึงใครบ้าง
ตอบ....................................................................................
....................................................................................
๓. ถ้านักเรียนเป็นชายหนุ่ม นักเรียนจะทำอย่างไร
ตอบ....................................................................................
....................................................................................
๔. นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานประเภทใด
ตอบ....................................................................................
....................................................................................
๕. นักเรียนได้ข้อคิดอะไรจากนิทานที่อ่าน
ตอบ....................................................................................
....................................................................................

๒๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน

ตัวชี้วัด การศึกษาวรรณคดี

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อ จะทำให้ผู้อ่านซาบซึ้ง

นำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ในสุนทรียภาพของ

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี วรรณคดีและการอ่าน

และวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ วรรณคดีอย่างเข้าใจใน

ในชีวิตจริง สาระสำคัญ ผ่านการอ่าน
๑. จับใจความสาคัญจากเรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๒) จับใจความสำคัญ ทำให้เข้าใจ
๒. สรุปเนื้อหาจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน คุณค่าของศิลปะทางภาษา
ซึ่งเป็น แนวทางในการส่งเสริม
(ท ๕.๑ ม ๑/๑) ให้มีพัฒนาการทางด้านจิตใจ

๓. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ และเกิดความรู้สึกที่จะเชิดชูทำนุ

ในชีวิตจริง (ท ๕.๑ ม ๑/๔) บำรุงภาษาไทย อันเป็นภาษา

สาระการเรียนรู้ ประจำชาติ

.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวรรณคดีในบทเรียน
.การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๓

๓๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่

๓ การอ่านจับใจความสำคัญ
วรรณคดีในบทเรียน



ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวรรณคดีในบทเรียน

๑. ความหมายของวรรณคดี

วรรณคดี เป็นคำที่บัญญัติขึ้นเพื่อใช้แทนคำ ว่า Literature ใน
ภาษาอังกฤษ ปรากฏครั้งแรกในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งวรรณคดีสโมสร
เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

คำว่า วรรณคดี ประกอบขึ้นจากคำว่า วรรณ ซึ่งเป็นคำที่มาจาก
ภาษาสันสกฤต แปลว่า หนังสือ ส่วนคำว่า คดี เป็นคำเดียวกับคำว่า คติ
ซึ่งเป็นคำบาลีและสันสกฤต แปลว่า เรื่อง ตามรูปศัพท์ วรรณคดี
แปลว่า เรื่องที่แต่งเป็นหนังสือ แต่หมายเฉพาะหนังสือที่แต่งดี

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้คำจำกัด
ความของวรรณคดีว่าวรรณกรรมที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดีมีคุณค่าเชิง
วรรณศิลป์ถึงขนาด


(เสนีย์ วิลาวรรณ, สุระ ดามาพงษ์ และ ทัศนีย์ ล้วนสละ, หน้า ๒-๕)

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๓๑



หนังสือที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดีหรือเป็นวรรณคดี มีผู้ให้คำจำกัด
ความไว้ต่าง ๆ กัน เช่น

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งวรรณคดีสโมสร กล่าวว่า

๑. เป็นหนังสือดี กล่าวคือ เป็นเรื่องที่สมควรซึ่งสาธารณชน
จะอ่านได้โดยไม่เสียประโยชน์ คือ ไม่เป็นเรื่องทุภาษิต หรือเป็นเรื่อง
ที่ชักจูงความคิดผู้อ่านไปในทางอันไม่เป็นแก่นสาร ซึ่งจะชวนให้คิด
วุ่นวายทางการเมือง อันเกิดเป็นเรื่องรำคาญแก่รัฐบาลของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เพราะคนรู้น้อยอาจจะไขว้เขวได้)

๒. เป็นหนังสือแต่งดี ใช้วิธีเรียบเรียงอย่างใด ๆ ก็ตามแต่
ต้องให้เป็นภาษาไทยอันดี ถูกต้อง ตามเยี่ยงที่ใช้ในโบราณกาลหรือ
ปัจจุบันกาลก็ได้ ไม่ใช้ภาษาซึ่งเลียนภาษาต่างประเทศหรือใช้วิธี ผูก
ประโยคประธานตามภาษาต่างประเทศ (เช่น ใช้ว่า ไปจับรถไฟ แทน
ไปขึ้นรถไฟ และ มาสาย แทน มาช้า หรือ มาล่า ดังนี้เป็นตัวอย่าง)

พระยาอนุมานราชธน (เสฐียรโกเศศ) ให้ความหมายว่า

วรรณคดี คือ ความรู้สึกนึกคิดของกวี ซึ่งถอดออกมาจาก
จิตใจให้ปรากฏเป็นรูปหนังสือ มีถ้อยคำ เหมาะเจาะเพราะพริ้ง เร้าใจ
ให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเกิดความรู้สึก

พระวรเวทย์พิสิฐ มีความเห็นว่า

วรรณคดี คือ หนังสือที่มีลักษณะเรียบเรียงถ้อยคำเกลี้ยงเกลา
เพราะพริ้ง มีรสปลุกมโนคติ (Imagination) ให้เพลิดเพลิน เกิด
กระทบกระเทือนอารมณ์ต่าง ๆ เป็นไปตามอารมณ์ของผู้ประพันธ์

๓๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

วิทย์ศิวะศริยานนท์ กล่าวว่า

บทประพันธ์ที่เป็นวรรณคดี คือ บทประพันธ์ที่มุ่งให้ความ
เพลิดเพลิน ให้เกิดความรู้สึกนึกคิด (Imagination) และอารมณ์
ต่าง ๆ ตามผู้เขียน นอกจากนี้บทประพันธ์ที่เป็นวรรณคดีจะต้องมีรูป
ศิลปะ (Form)

เท่าที่กล่าวมาแล้วพอสรุปได้ว่า สาระน่ารู้
วรรณคดี คือเรื่องที่มีลักษณะดังนี้ วรรณคดีสมัยแรกของไทย
คือ สมัยสุโขทัย มีเนื้อหาเป็น
๑. ใช้ถ้อยคำสำนวนโวหารไพเราะ เรื่อง ยอพระเกียรติพระมหา
สละสลวย กษัตริย์ และบันทึกหตุการณ์

๒. ก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ ในสมัยต่าง ๆ เพราะใน
๓. ยกระดับจิตใจให้สูง สมัยสุโขทัยคนไทยเพิ่งตั้ง
๔. ใช้เป็นแบบแผนในการแต่งได้ อาณาจักรเป็นของตนเอง
จึงจำเป็นต้องบันทึกให้รู้
๒. ประเภทของวรรณคดี
ทั่วกัน

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งวรรณคดีสโมสร ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระ
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กำหนดประเภทของวรรณคดีและพิจารณาหนังสือที่เป็น
ยอดของวรรณคดีแต่ละประเภทไว้ดังนี้

๑. กวีนิพนธ์ คือ เรื่องที่แต่งเป็น โคลง ฉันท์ กาพย์กลอน
๒. ละครไทย คือ เรื่องที่แต่งเป็นกลอนแปด มีกำหนดหน้าพาทย์
๓. นิทาน คือ เรื่องราวที่สมมุติขึ้นและแต่งเป็นร้อยแก้ว
๔. ละครพูด คือ เรื่องราวที่เขียนเพื่อใช้แสดงบนเวที
๕. อธิบาย (Essay หรือ Pamphlet) คือ เรื่องที่แต่งอยู่ในรูปของ
บทความที่ให้ความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ใช่ตำราหรือแบบเรียน หรือ
ความเรียงเรื่องโบราณคดี มีพงศาวดาร

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๓๓



๓. หนังสือที่เป็นยอดแห่งวรรณคดีไทย

กวีนิพนธ์ ๑. ลิลิตพระลอ เป็นยอดของลิลิต
๒. สมุทรโฆษคำฉันท์ เป็นยอดของคำฉันท์
๓. เทศน์มหาชาติ เป็นยอดของกลอนกาพย์ (ร่ายยาว)
๔. เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน เป็นยอดของกลอนสุภาพ

ละครไทย อิเหนา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ เป็นยอดของ
บทละครรำ

ละครพูด หัวใจนักรบ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เป็นยอดของ
บทละครพูด

นิทาน สามก๊ก ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นยอดของ
ความเรียงเรื่องนิทาน

อธิบาย พระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕
เป็นยอดของความเรียงอธิบาย

๔. การแบ่งประเภทวรรณคดีตามเกณฑ์ต่าง ๆ

วรรณคดีไทยแบ่งตามเกณฑ์ต่าง ๆ ได้ดังนี้
๑. แบ่งตามความมุ่งหมาย แยกได้ ๒ ประเภท คือ

๑.๑ สารคดี คือ หนังสือที่มุ่งให้ควารู้แก่ผู้อ่านเป็นหลัก
แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้กลวิธีการเขียนให้เกิดความบันเทิงเป็นผลพลอย
ได้ไปด้วย

๑.๒ บันเทิงคดี คือ หนังสือที่มุ่งให้เกิดความสนุกเพลิดเพลิน
แก่ผู้อ่านมากกว่าความรู้แต่อย่างไรก็ดี บันเทิงคดีย่อมมีเนื้อหาที่เป็น
สาระสำคัญแทรกอยู่ด้วยในรูปของคติชีวิตและเกร็ดความรู้

๓๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๒. แบ่งตามลักษณะที่แต่ง แยกได้ ๒ ประเภท คือ
๒.๑ ร้อยแก้ว คือ ความเรียงที่ใช้ภาษาพูดตามธรรมดา

แต่มีรูปแบบโดยเฉพาะและมีความไพเราะเหมาะเจาะด้วยเสียงและ
ความหมาย

๒.๒ ร้อยกรอง คือ ข้อความที่เรียบเรียงตามกำหนดของ
ลักษณะบังคับทั่วไปของคำประพันธ์แต่ละชนิด คือ คณะและสัมผัส
นอกจากนี้ยังมีลักษณะบังคับเฉพาะของคำประพันธ์แต่ละชนิด เช่น
คำ เอก คำ โท ครุ ลหุ

ร้อยกรองแบ่งออกเป็น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย เราอาจ
ใช้คำว่า คำประพันธ์กาพย์กลอน หรือ กวีนิพนธ์ แทนความหมายของคำ
ว่า ร้อยกรอง ได้

๓. แบ่งตามลักษณะการจดบันทึก แยกได้ ๒ ประเภท คือ
๓.๑ วรรณคดีลายลักษณ์อักษร คือ วรรณคดีที่บันทึกไว้

เป็นหนังสือ อาจเป็นตัวจารึก ตัวเขียน หรือ ตัวพิมพ์ก็ได้
๓.๒ วรรณคดีที่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร คือ

วรรณคดีที่บอกเล่าจดจำ สืบต่อกันมาเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วรรณคดี
มุขปาฐะ เช่น เพลงพื้นบ้าน บทเห่กล่อม นิทานพื้นบ้าน ปริศนาคำทาย

การแบ่งประเภทวรรณคดีดังกล่าวอาจคาบเกี่ยวกันได้สารคดีโดย
ทั่วไปมักแต่งเป็นร้อยแก้ว แต่อาจแต่งเป็นร้อยกรองก็ได้บันเทิงคดีอาจ
แต่งเป็นร้อยกรองหรือร้อยแก้วก็ได้

สรุป วรรณคดี คือ เรื่องที่แต่งดี สมควรที่สาธารณชนจะได้
อ่านและก่อให้เกิดประโยชน์ ใช้คำไพเราะสละสลวย สะเทือนอารมณ์
ช่วยยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น และสามารถใช้เป็นแบบแผนในการแต่งได้

การศึกษาวรรณคดีจะทำให้ผู้อ่านซาบซึ้งในสุนทรียภาพของ
วรรณคดีและเข้าใจคุณค่าของศิลปะทางภาษา ซึ่งเป็นแนวทางในการส่ง
เสริมให้มีพัฒนาการทางด้านจิตใจ และเกิดความรู้สึกที่จะเชิดชูทำนุ
บำรุงภาษาไทยอันเป็นภาษาประจำชาติ

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๓๕



๕. วรรณคดีไทยในบทเรียน

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ได้กำหนดวรรณคดีที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ใช้ศึกษาในบทเรียน
มีดังนี้ ๑

๑. นิราศภูเขาทอง ของ สุนทรภู่
๒. โคลงโลกนิติ ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร
๓. สุภาษิตพระร่วง ไม่ปรากฏผู้แต่ง
๔. กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา ของ สุนทรภู่
๕. ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา ของ เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
๖. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ

พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
๗. นิทานพื้นบ้าน


(ฟองจันทร์ สุขยิ่ง, กัลยา สหชาติโกสีห์ และคณะ : ออนไลน์)

๓๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน

๑. ร้อยแก้ว การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีร้อยแก้ว
มีหลักการอ่าน ๕ ประการ ดังนี้๑

๑. กำหนดจุดมุ่งหมายของการอ่านให้ชัดเจน
๒. ศึกษาเรื่องที่อ่านให้ครบถ้วน
๓. ตั้งใจอ่านเนื้อหาและเรื่องราวให้เข้าใจ
๔. เมื่ออ่านจบตั้งคำถามว่า "ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร"
๕. สรุปใจความสำคัญด้วยภาษาของตนเอง

ตัวอย่าง

พระเจ้ากรุงจีนได้ทรงฟังก็มีพระทัยยินดีนัก จึงสั่งให้จัดพล
พยุหเสนาทั้งปวงเปนอันมากจะนับประมาณมิได้ ครั้นได้ศุภฤกษ์แล้ว
พระองค์ก็เสด็จทรงม้าพระที่นั่ง ยกทัพบกมายังกรุงรัตนบุระอังวะ
พระเจ้ากรุงจีนยกมาครั้งนั้น อุปมาดังฝนตกห่าใหญ่ตกลงน้ำนอง
ท่วมป่าไหลเชี่ยวมาเมื่อวสันตฤดูนั้น หาสิ่งใดจะต้านทานมิได้ ครั้น
เสด็จดำเนินกองทัพมาถึงกรุงรัตนบุระอังวะ ทอดพระเนตรเห็นกำแพง
เมืองถนัดก็ให้ตั้งทัพมั่นลง

เจ้าพระยาพระคลัง (หน), ๒๕๔๔, หน้า ๓๗๓


(ใบความรู้เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ : ออนไลน์)

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๓๗



ทำอะไร

ใคร เมื่อไหร่

พระเจ้ากรุงจีนได้ทรงฟังก็มีพระทัยยินดีนัก จึงสั่งให้จัดพล
พยุหเสนาทั้งปวงเปนอันมากจะนับประมาณมิได้ ครั้นได้ศุภฤกษ์แล้ว
พระองค์ก็เสด็จทรงม้าพระที่นั่ง ยกทัพบกมายังกรุงรัตนบุระอังวะ
พระเจ้ากรุงจีนยกมาครั้งนั้น อุปมาดังฝนตกห่าใหญ่ตกลงน้ำนอง
ท่วมป่าไหลเชี่ยวมาเมื่อวสันตฤดูนั้น หาสิ่งใดจะต้านทานมิได้ ครั้น
เสด็จดำเนินกองทัพมาถึงกรุงรัตนบุระอังวะ ทอดพระเนตรเห็นกำแพง
เมืองถนัดก็ให้ตั้งทัพมั่นลง

เจ้าพระยาพระคลัง (หน), ๒๕๔๔, หน้า ๓๗๓

อย่างไร ที่ไหน

ใคร พระเจ้ากรุงจีน วรรณคดีส่วนใหญ่ จะใช้ภาษา
ทำอะไร สั่งให้จัดพลพยุหเสนา ที่ไพเราะสละสลวย และบาง
ที่ไหน กรุงรัตนบุระอังวะ คำเป็นคำศัพท์ยาก ผู้อ่าน
เมื่อไหร่ ศุภฤกษ์ จึงควรศึกษาคำศัพท์เพิ่มเติม
จากเรื่องที่อ่าน เพื่อให้เข้าใจ
เนื้อความจากเรื่องมากยิ่งขึ้น

อย่างไร ดังฝนตกห่าใหญ่ตกลงน้ำนอง
ท่วมป่าไหลเชี่ยวมาเมื่อวสันตฤดูนั้น

คำศัพท์ยาก เมื่อตอบคำถาม ใคร? ทำอะไร?
พยุหเสนา หมายถึง หมู่เสนา ที่ไหน? เมื่อไหร่? อย่างไร? และ
ศุภฤกษ์ หมายถึง ฤกษ์ดี หาความหมายคำศัพท์ยากแล้วให้นำ
วสันตฤดู หมายถึง ฤดูใบไม้ผลิ มาเรียบเรียงเป็นภาษาของตนเอง

สรุปใจความสำคัญได้ว่า :

"พระเจ้ากรุงจีนได้สั่งให้จัดพลหมู่เสนายกทัพไปกรุงรัตนบุระอังวะใน
ยามฤกษ์ดี เหมือนฝนที่ตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในฤดูใบไม้ผลิ"

๓๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๒. ร้อยกรอง การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีประเภท
ร้อยกรอง มีหลักการดังต่อไปนี้

๑. รู้จักฉันทลักษณ์
๒. อ่านเนื้อหา
๓. หาคำศัพท์แปลความหมาย
๔. ถอดคำประพันธ์
๕. หาใจความของเรื่อง
๖. สรุปใจความสำคัญด้วยภาษาของตนเอง

จากหลักสำคัญข้างต้น สามารถอธิบายรายละเอียดให้เข้าใจยิ่งขึ้น
ดังนี้

๑. รู้จักฉันทลักษณ์

เนื่องจากคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองมีหลากหลายชนิด ซึ่ง
สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ได้แก่ กาพย์ กลอน โคลง และ ร่าย ผู้เรียน
จึงควรศึกษาให้เข้าใจฉันทลักษณ์ของร้อยกรองแต่ละชนิด เพื่อให้เข้าใจ
วิธีการอ่านบทประพันธ์ รวมถึงการบังคับสัมผัสพยัญชนะและสระ จะ
สามารถเข้าใจสารที่จะสื่อได้มากยิ่งขึ้นและอ่านจับใจความสำคัญได้

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๓๙



แบ่งเป็น กาพย์ยานี กาพย์ฉบัง กาพย์สุรางคนางค์ กาพย์
ขับไม้ (Plookpedia : ออนไลน์) แต่สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
จะได้เรียนถึง ๓ ชนิด คือ กาพย์ยานี ๑๑, กาพย์ฉบัง ๑๖ และ กาพย์
สุรางคนางค์ ๒๘ ซึ่งมีลักษณะของฉันทลักษณ์ ดังนี้

กาพย์ยานี ๑๑

บทที่ ๑ ๑๒๓๔๕ ๑๒ ๓๔๕ ๖
๑๒๓๔๕ ๑๒๓๔๕๖
๑๒๓๔๕๖
บทที่ ๒ ๑๒๓๔๕ ๑๒๓๔๕ ๖
๑๒๓๔๕

ตัวอย่าง พระศรีไตรสรณา
๏ สะธุสะจะขอไหว้ เทวดาในราศี
เข้ามาต่อ ก กา มี
พ่อแม่แลครูบา ดีมิดีอย่าตรีชา
๏ ข้าเจ้าเอา ก ข
(กาพย์พระไชยสุริยา)
แก้ไขในเท่านี้

กาพย์ยานี ๑๑ หนึ่งบาทจะมี ๑๑ คำพอดี โดยแบ่งเป็นวรรคหน้า
๕ คำ และวรรคหลังอีก ๖ คำ คำสุดท้ายของวรรค ๑ จะสัมผัสกับคำที่ ๓
ของวรรคที่ ๒ คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ จะสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่
๓ และมีคำสุดท้ายของวรรคที่ ๔ ส่งสัมผัสระหว่างบทไปยังคำสุดท้ายของ
วรรคที่ ๒ ในบทถัดไปเพื่อเชื่อมสัมผัสระหว่างบท

กาพย์ยานี ๑๑ จะพบในวรรณคดีของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ได้แก่
เรื่องกาพย์พระไชยสุริยาในบทแม่ ก กา แม่กก แม่กด แม่กบ และ เรื่อง
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน (Laksana Kachaban : ออนไลน์)

๔๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

กาพย์ฉบัง ๑๖

บทที่ ๑ ๑๒ ๓๔๕ ๖ ๑๒๓๔
๑๒ ๓๔๕ ๖ ๑๒๓๔

บทที่ ๒ ๑๒ ๓๔๕ ๖ ทั้งกนปนกัน
๑๒ ๓๔๕ ๖ ตลิงปลิงปริงประยงค์
(กาพย์พระไชยสุริยา)
ตัวอย่าง

๏ ขึ้นกงจงจำสำคัญ
รำพันมิ่งไม้ในดง

๏ ไกรกร่างยางยูงสูงระหง
คันทรงส่งกลิ่นฝิ่ นฝาง

ส่วนกาพย์ฉบัง ๑๖ หนึ่งบทจะมี ๑๖ คำ/พยางค์ โดย ๑ บท มี ๓ วรรค
มีสัมผัสบังคับอยู่ที่คำสุดท้ายของวรรคแรกและวรรคที่สอง ส่วนคำสุดท้าย
ของวรรคที่สามใช้ส่งเข้าบทถัดไป สามารถพบกาพย์ฉบัง ๑๖ ในวรรณคดี
เรื่องกาพย์พระไชยสุริยา ในบทของแม่ ก กา แม่กง แม่กม และแม่เกย
(Laksana Kachaban : ออนไลน์)

กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘

บทที่ ๑ ๑๒๓๔ ๑๒๓๔
๑๒๓๔ ๑๒๓๔
๑๒๓๔ ๑๒๓๔
๑๒๓๔
บทที่ ๒ ๑๒๓๔
๑๒๓๔ ๑๒๓๔
๑๒๓๔ ๑๒๓๔
๑๒๓๔
๑๒๓๔

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๔๑



ตัวอย่าง ๏ วันนั้นจันทร
เป็นบริวาร
มีดารากร ในป่าท่าธาร
เห็นสิ้นดินฟ้า ใบก้านอรชร
มาลีคลี่บาน ๏ เย็นฉ่ำน้ำฟ้า
วายุพาขจร
ชื่นชะผกา รื่นกลิ่นเกสร
สารพันจันทน์อิน ว้าว่อนเวียนระวัน
แตนต่อคลอร่อน (กาพย์พระไชยสุริยา)

กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ หนึ่งวรรคจะมี ๔ คำ หนึ่งบทมีทั้งหมด
๗ วรรค รวมเป็น ๒๘ คำพอดี โดยคำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ จะสัมผัสกับ
คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ คำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ จะสัมผัสกับคำสุดท้าย
ของวรรคที่ ๕ คำสุดท้ายของวรรคที่ ๔ จะสัมผัสกับคำที่ ๒ ของวรรคที่ ๕
คำสุดท้ายของวรรคที่ ๕ จะสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๖ และ
คำสุดท้ายของวรรคที่ ๖ จะสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ ในบทต่อไป

เราสามารถพบกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ได้ในวรรณคดีเรื่อง กาพย์
พระไชยสุริยา บทแม่กน (Laksana Kachaban : ออนไลน์)

แบ่งเป็น กลอนแปด และกลอนหก ซึ่งจัดเป็นกลอนสุภาพ
นอกจากนั้นกลอนยังมีรูปแบบอื่น ๆ ได้อีกหลายรูปแบบคือ นำไปแต่ง
เป็นดอกสร้อย สักวา เพลงยาว เสภา นิราศ กลอนบทละคร กลอน
เพลงพื้นเมือง และกลอนกลบทต่าง ๆ (Plookpedia : ออนไลน์)

วรรณคดีสำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ปรากฏกลอนชนิด นิราศ
จากเรื่อง นิราศภูเขาทอง โดยมีฉันทลักษณ์ดังนี้

๔๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

กลอนนิราศ

บทที่ ๑ วรรครอง วรรครับ
บทที่ ๒
๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘ ๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘

วรรคสดับ วรรคส่ง

๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘ ๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘

วรรครอง วรรครับ

๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘ ๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘

บทสุดท้าย ๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘ วรรคส่ง
๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘
๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘

ฯลฯ

๑๒ ๓๔๕ ๖๗๘

๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ เอย

ตัวอย่าง เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสา
ชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย
รับกฐินภิญโญโมทนา เมื่อตรุษสารทพระวสาได้อาศัย
ออกจากวัดทัศนาดูอาวาส มาจำไกลอารามเมื่อยามเย็น
สามฤดูอยู่ดีไม่มีภัย
(นิราศภูเขาทอง)

กลอนนิราศมีลักษณะเหมือนกลอนแปด แต่มักเริ่มบทแรกด้วย
วรรครับ ไม่เริ่มด้วยวรรคสดับ จึงเหลือเพียง 3 วรรค คือ วรรครับ วรรค
รอง และวรรคส่ง แล้วจบท้ายด้วยคำว่า เอย โดยไม่มีการจำกัดความยาว
(Jutalak Cherdharun : ออนไลน์)

แบ่งเป็น โคลงสอง โคลงสาม โคลงสี่ ซึ่งอาจแต่งเป็นโคลงสุภาพ
หรือโคลงดั้นก็ได้ นอกจากเป็นโคลงธรรมดาแล้ว ยังแต่งเป็นโคลงกระทู้
และโคลงกลอักษรได้อีกหลายแบบ (Plookpedia : ออนไลน์)

สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จะปรากฏโคลง ๓ ชนิด ได้แก่
โคลงสี่สุภาพ โคลงสอง และโคลงกระทู้ ดังนี้


Click to View FlipBook Version