The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanachotj62, 2022-08-12 06:12:20

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๙๓

๓.ประเภทของสารคดี

สารคดีสามารถจำแนกออกเป็นประเภทใหญ่ได้ ๓ ประเภท
๑. สารคดีประวัติบุคคล
สารคดีบุคคลแบ่งได้ ๒ ประเภทได้แก่

สารคดีอัตชีวประวัติ หมายถึง สารคดีที่เจ้าของประวัติเขียนเล่า
ประวัติและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง
สารคดีชีวประวัติ หมายถึง สารคดีที่มีผู้อื่นกล่าวถึง อาจเป็น
ชีวประวัติรวมหลายๆชีวิตในเล่มเดียว หรือาจเป็นชีวประวัติของ
บุคคลเดียวก็ได้

ตัวอย่าง

สารคดีชีวประวัติ มารี คูมารี
มารี คูรี หรือ มาเรีย ซกวอดอฟสกา คูรี เกิดเมื่อวันที่ ๗
พฤศจิกายน ๒๔๑๐ หรือเมื่อ ๑๔๔ ปีที่แล้ว (ในประเทศไทยตรงกับ
รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
เกิดที่กรุงวอร์ชอร์ ประเทศโปแลนด์รับการศึกษาขั้นสูงอีกด้วย
ดังนั้นมารี คูรี ซึ่งเป็นผู้ที่ใฝ่รู้จึงหาโอกาสในการเรียน โดยตอน
แรกเธอต้องการไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยคราคอฟ แต่เธอกลับถูกตอบ
กลับมาว่า เธอเหมาะกับการเรียนคหกรรมศาสตร์มากกว่า เธอจึงไป
เรียนที่มหาวิทยาลัยชอร์บอนน์ ประเทศฝรั่งเศส

๙๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

เนื่องจากการเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง
ดังนั้นเธอจึงให้พี่สาวของเธอ นามว่า บรอนยา ไปศึกษาแพทยศาสตร์
ก่อน โดยในระหว่างนั้นเธอก็เป็นครูสอนหนังสือและเมื่อ
บรอนยาเรียนจบแล้ว บรอนยาจึงส่งเสียมาเรียเรียนทางวิทยาศาสตร์
บ้าง โดยในปี พ.ศ. ๒๔๓๔ เธอได้เปลี่ยนชื่อเป็นมารี และเข้าเรียนวิชา
ฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอห์น จนสำเร็จการศึกษา
ปริญญาโทสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ และปริญญาโทสาขา
คณิตศาสตร์ในปีพ.ศ.๒๔๓๗

ในปีเดียวกันเธอได้พบกับปิแอร์ คูรี ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ทางฟิสิกส์
และเคมีที่ Ecole superieure de physique at de chimie
industrielles de la ville de Paris (ESPCI) และได้เกิดความรู้สึก
ผูกพันกัน จนกระทั่งแต่งงานกันในปี พ.ศ. ๒๔๓๘ จากนั้นมาทั้งสองก็ได้
ใช้เวลาร่วมกันหลังแต่งงานโดยการขี่จักรยานรอบฝรั่งเศสและทำงาน
ในห้องแลป

จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ มารีให้กำเนิดลูกสาวคนแรกนามว่า
"อีแรน" และได้เข้าเรียนในระดับปริญญาเอกในเวลาต่อมา ซึ่งการเรียน
ระดับระดับปริญญาเอกนั้น จะต้องเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์เอง เธอจึง
ได้ค้นคว้า และพบว่าในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๓๙ นั้นเฮนรี แบคเคอเรล ได้ค้น
พบเกลือของยูเรเนียม ซึ่งพบว่าแม้อยู่ในที่มืดก็ทำให้ฟิล์มนั้นมัวได้ เธอ
จึงต้องการศึกษาว่ามีรังสีอะไรอยู่ภายในสารประเภทนี้ ซึ่งเพื่อให้ได้ผล
เธอจึงร่วมมือกับน้องออกแบบ Electrometer จึงสามารถวัดกระแส
ไฟฟ้าได้ดี โดยเธอนั้นได้พบว่ารังสีนั้นไม่ได้เกิดจากการทำปฏิกิริยาของ
โมเลกุล แต่ออกมาจากอะตอมของมันเอง

ในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ เธอได้นำแร่พิตซ์เบลนด์มาสกัดจนค้นพบธาตุ
Po (โพโลเนียม) และธาตุ Ra (เรเดียม) โดยเธอพบว่า Ra นั้นแผ่รังสีได้
ดีกว่า U ถึง ๒ ล้านเท่า

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๙๕

จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๔๔๕ เธอจึงแยกธาตุยูเรเนียมบริสุทธิ์ออกในรูป
ของ RaC12 ได้และในปีต่อมา พ.ศ.๒๔๔๖ เธอจึงได้รับปริญญาเอกใน
สาขาฟิสิกส์

ในปีเดียวกันนั้นเองมารี ปิแอร์ และแบกเกอเรล นั้นได้รับรางวัล
โนเบลสาขาฟิสิกส์ โดย
แบกเกอเรลได้รับรางวัลจากการค้นพบปรากฏการณ์กัมมันตรังสี และ
ครอบครัวมารีนั้นได้รับรางวัลจากการค้นพบและศึกษาธรรมชาติของ
กัมมันตรังสี ซึ่งนับว่าเ็นครั้งแรกของเวทีโนเบลที่ผู้หญิงได้รับรางวัลโน
เบลเฉกเช่นเดียวกับผู้ชาย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมัยนั้นผู้คนยังมองว่า วิทยาศาสตร์ยัง
เป็นเรื่องของผู้ชาย ดังนั้นเมื่อมารีได้รับรางวัล สังคมหลายกลุ่มจึงมอง
ว่า เธอติดสอยห้อยท้ายสามีได้รับรางวัลหรือเปล่า ซึ่งนั่นทำให้เธอ
ทำงานหนักขึ้นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ในปี พ.ศ. ๒๔๔๗ เธอให้กำเนิดลูกสาวอีกคนนามว่า "อีฟ" และอีก
๒ ปีต่อมา คือปีพ.ศ. ๒๔๔๙ เกิดโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าขึ้น เมื่อปิแอร์
สามีของเธอ ถูกรถม้าชนตายคาที่ขณะกำลังข้ามถนน เธอจึงรู้สึกเศร้า
มาก แต่ก็ยังตั้งใจที่จะทำงานต่อไปทางมหาวิทยาลัยซอร์บอห์น จึงแต่ง
ตั้งเธอเป็นศาสตราจารย์หญิง ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของ
มหาวิทยาลัย

ในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ (คือ ๑๐๐ ปีที่แล้ว) เธอก็ได้รับรางวัลโนเบล
สาขาเคมี ซึ่งถือเป็นรางวัลโนเบลครั้งที่ ๒ ของเธอ ในฐานะที่เธอค้นพบ
ธาตุ U และ Po แม้ในขณะนั้นเธอจะมีข่าวคราวที่ไม่ดีเท่าไร แต่เธอก็
ตัดสินใจรับรางวัล และตั้งใจทำงานต่ออย่างเต็มที่ แต่แม้กระนั้น ชาว
ฝรั่งเศสก็ยังไม่ยอมรับความสามารถของเธอ เพราะเมื่อเธอสมัครเข้า
French Academy of Science เธอกลับถูกปฏิเสธ และรู้สึกอยาก
กลับบ้านเกิดที่ประเทศโปแลนด์ แต่เธอต้องการพิสูจน์ให้รู้ว่า แม้เธอ
เป็นคนต่างด้าว แต่เธอก็รักประเทศฝรั่งเศสอย่างจริงใจ

๙๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

รางวัลโนเบลของมารี คูรี ในปี พ.ศ ๒๔๕๔
ด้วยความพยายามของเธอ ในปี พ.ศ ๒๔๕๗ Institut du

radium ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยเน้นที่จะพัฒนานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ใน
สาขาเดมี ฟิสิกส์ และการแพทย์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี
งาม เพราะมีผู้ได้รางวัลโนเบลหลายคนรวมถึงอีแรน ลูกสาวของเธอ
ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในช่วง พ.ศ ๒๔๕๗ - ๒๔๖๑ นั้น สงครามโลกครั้ง
ที่ ๑ ได้ถืออุบัติขึ้น มารีและอีแรน จึงได้ทำจิตอาสาโดยการออกหน่วย
รถวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า petites Curies หรือ Little
Curis โดยภายในนั้นมีอุปกรณ์ทางรังสีวิทยาอยู่ ซึ่งการออกหน่วยดัง
กล่าวนั้นทำให้เธอได้เปลี่ยนทัศนคดิของสังคมสมัยนั้นโดย สิ้นเชิง

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เธอได้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
เพื่อของบสนับสนุนการวิจัยเรเดียม โดยในการเดินทางดังกล่าว
ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้เรเดียมบริสุทธิ์หนัก ๑
กรัม

ในปี พ.ศ ๒๔๗๗ มารีได้จัดตั้งมูลธิคูรีขึ้น เพื่อสนับสนุนงานวิจัย
วิทยาศาสตร์และการแพทย์ และในปี พ.ศ ๒๔๗๘ เธอเสียชีวิตจากโรค
มะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่เธอเป็นมานาน เนื่องจากการทดลองกัมมันตรังสี
ของเธอ ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๔๗๘ สิริอายุ ๖๗ ปี
จากนั้นในปี พ.ศ ๒๕๓๕ ศพของปีแอร์ และ มารี ได้ถูกนำไปฝังอย่างสม
เกียรติที่ ปาเตออง ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพบุคคลอันทรงเกียรติแห่ง
ประเทศฝรั่งเศส และในปีเดียวกันนั้น ทางรัฐบาลฝรั่งเศสได้จัดพิมพ์
ธนบัตรราคา ๕๐๐ ฟรังก์ ซึ่งมีภาพของทั้งสองบนธนบัตรด้วย

จะเห็นได้ว่า ชีวิตของ มารี คูรี นั้นไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ
เลย ทุกอย่างนั้นแลกล้วยความพยายาม และความเสี่ยงทั้งนั้น โดยฉ
พาะความเสี่ยงทางด้านกัมมันตรังสี

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๙๗

ซึ่งในสมัยก่อนนั้นไม่ได้มีวิธีการป้องกันที่ดีเหมือนปัจจุบันนี้ทำให้คนใน
ครอบครัวและตัวเธอนั้น ต่างจบชีวิดด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่แม้คน
ปัจจุบันก็ไม่ปรารถนาที่จะเป็น

และเพื่อเป็นการยกช่องมารี คูรี นักเคมีสตรี ผู้พลิกโฉมวงการ
เคมีให้คนทั้งโลกเห็นว่า ผู้หญิงนั้นก็ยังมีศักยภาพและความสามารถไม่
ด้อยไปกว่าผู้ชาย และนักเคมีนั้นก็สามารถทำจิดอาสาเพื่อรับใช้สังคม
ได้เช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ ประกอบกับในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้นครบรอบ
๑๐๐ ปี ที่มารี คูรีได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีแต่เพียงผู้เดียว ทาง
IUPAC และ UNESCO จึงได้สถาปนาปีนี้เป็น

"ปีเคมีสากล (International Year of Chemistry)"
สำหรับวัตถุประสงค์ของปืเดมีสากลนั้นมีดังนี้
๑. เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ทางเคมีให้กับสังคมส่วนรวม
๒. เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนมีความสนใจในวิชาเคมีมากขึ้น
๓. เพื่อกระตุ้นความคิดในการพัฒนาอนาคตด้วยเคมื
๔. เพื่อเถลิมถลอง ๑๐๐ ปี ที่มารี ดูรี ได้รับรางวัลโนเบล อัน
เป็นการพลิกโฉมบทบาทสตรีในวงการวิทยาศาสตร์
โดยได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น การประชุมทาง
วิชาการ การเผขแพร่ความรู้ทางเคมีให้บุคคลต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดที่ว่า
"Chemistry-our life. our future" หรือ "เคมื คือชีวิตและอนาคต
ของเรา"
เราในฐานะผู้มีความสนใจทางด้านเคมี ควรจะร่วมกันตระหนักรู้
ว่า เรื่องเพศนั้นไม่ได้มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์ความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์เลย แต่ขึ้นอยู่กับพยายามบนพื้นฐานของการศึกษา แต่
ทั้งนี้ ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด และละเลยไม่ได้
แม้แต่น้อย

๙๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

นอกจากนี้ การพัฒนาความตระหนักรู้ทางเคมีนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่ง
สำคัญมากพอๆ กับการพัฒนาองค์ความรู้ทางเคมีเลยทีเดียว เพราะ
ปัจจุบันนั้นเคมีกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราอย่างหลีก
เลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการเผยแพร่ความรู้ทางเคมีให้คนทั่วไปได้รับรู้นั้น
ถือว่าสำคัญยิ่งโดยเฉพาะการใช้หลักเคมีในชีวิตประจำวัน รวมถึงการ
พัฒนาการศึกษาวิชาเคมีในระดับต่างๆ ให้มีความทัดเทียมกับสากลให้
มากกว่านี้ โดยเฉพาะการทดลองซึ่งเป็นที่น่าเศร้าว่าการทคลองนั้นยัง
ไม่มากเท่าที่ควร เพราะละเลยแนวคิดว่าพื้นฐานเคมีส่วนใหญ่ล้วนเกิด
จากการทดลอง ดังนั้น การเพิ่มการทดลองจะทำให้เยาวชนเข้าใจในวิ
ชาเดมีได้มากยิ่งขึ้น

เพราะหากทุกๆ คน มองเห็นเคมีเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการ
ขับเคลื่อนโลกใบนี้แล้ว โลกใบนี้จะก้าวไปข้างหน้าได้มากกว่าที่ใจคิด
อย่างแน่นอน !

สารคดีชีวประวัติมารี คูรี : ออนไลน์

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๙๙

สารคดีชีวประวัติ
สารคดีชีวประวัติ คือ การเขียนนำเสนอเรื่องราวชีวิตของคุคลใน

แง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพ ความรู้ ความคิดเห็น ตลอดจนผล
งานที่น่าสนใจ

สารคดีชีวประวัติ (biography) คือการเขียนนำเสนอประวัติ
ของบุคคล ซึ่งอาจเป็นพฤติกรรม ความรู้ ความคิดเห็น ผลงาน หรือ
เรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ เพื่อนำมาศึกษาในแง่มุมต่างๆ โดยสารคดี
ชีวประวัตินั้นมีลักษณะเด่นคือเป็นการเขียนประวัติโดยที่เจ้าของประวัติ
นั้นไม่ได้เป็นผู้เขียนขึ้นเอง แต่มีผู้อื่นเป็นคนเขียนขึ้น

ประเภทของสารคดีชีวประวัติ
สารคดีชีวประวัติแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท
๑. ชีวประวัติแบบจำลองลักษณ์ (portrait) เป็นการเขียนแบบ

ถ่ายภาพให้เหมือนตัวจริงของเจ้าของประวัติ การเขียนจึงเป็นการ
อธิบายรูปร่าง ความคิด รสนิยม และอุปนิสัยอย่างตรงไปตรงมา

๒. ชีวประวัติแบบสดุดีหรือชื่นชม (appreciation) มุงเน้นการ
เขียนชีวประวัติบุคคลแบบสรรเสริญ จึงเน้นด้านความสำเร็จ

๓. ชีวประวัติแบบรอบวง (profile) เป็นการเขียนโดยให้ผู้อ่าน
เห็นความสำคัญของชีวประวัติเพียงด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ

๒. สารคดีท่องเที่ยว
สารคดีท่องเที่ยว เป็นสารคดีที่เล่าเรื่องราวการเดินทางไปใน

สถานที่ต่างๆมุ่งให้ความรู้แก่ผู้อ่านในด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์
โบราณคดี ความเป็นอยู่ของผู้คน รวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็น
คู่มือการเดินทาง เช่น เส้นทางการเดินทาง ที่พัก อาหาร ฯลฯ นอกจาก
นั้นผู้เขียนมักให้ข้อสังเกต และแสดงทัศนะต่อสิ่งที่พบเห็นไว้ด้วย

๑๐๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

ตัวอย่าง

"...พวกเราใช้เวลาตั้งแต่แรกไปจนถึงวันที่สามท่องเที่ยวอยู่ตาม
บริเวณปราสาทหินเมืองร้างโบราณ แต่ในที่สุดก็ตกลงกันว่าควรจะ
เข้าไปเยี่ยมเมืองเสียมราษฎร์ เสียมเรียบหรือเสียมราบดูบ้าง (เมืองนี้
ต่อไปจะเรียกว่าเสียมเรียบตามสำเนียงเขมรซึ่งเป็นเจ้าของ) ตอนบ่าย
วันหนึ่งเราก็หลบหน้านายพุดซ้อน ซึ่งแกได้กำชับเราว่าให้ไปดูนครวัด
กับแกอีกครั้งหนึ่งแล้วก็จับ "ละเมาะ" เรือรถจักรยานสี่ล้อ ซึ่งเคยขี่กัน
หลายคนมาแล้วสมัยพระตะบองคืนมาอยู่กับไทย จากหน้าโฮเต็ลเข้าไป
เที่ยวที่ตัวเมืองเสียมเรียบ ความจริงรถละเมาะที่รับคนโดยสารแถวนี้ได้
สังเกตเห็นมาแต่แรกแล้วว่า ดูเหมือนไม่จำกัดคนนั่ง..."

ถกเขมร : ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๑๐๑

๓. สารคดีแนะนำ
สารคดีแนะนำจะมีเนื้อหาหลากหลาย ครอบคลุมการดำเนินชีวิต

ของมนุษย์ทุกแง่มุม ตั้งแต่เรื่องปัจจัยสี่ การประกอบอาชีพ จนถึงการ
พักผ่อนหย่อนใจ

ตัวอย่าง

หิ่งห้อย ลำพู คลองละงู
จากโครงการเยาวชนหมู่ ๖ บ้านหัวทาง ร่วมใจอนุรักษ์คลองละงู

อำเภอละงู จังหวัดสตูล คุณอับดุลข่อเลด ลัดเลีย ผู้รับผิดชอบ
โครงการ เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในการอนุรักษ์คลอง
ละงู ให้เกิดฐานข้อมูลด้านผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่ง
แวดล้อมคลองละงูบริเวณบ้านหัวทาง จะมีต้นลำพูที่เป็นพืชที่มีราก
ช่วยยึดตลิ่ง และเป็นที่อาศัยของหิ่งห้อย และความอุดมสมบูรณ์ใน
บริเวณที่มีต้นลำพู จะมีสัตว์น้ำหลายชนิด เช่น หอยปุ้งปิ้ ง กุ้ง และชาว
บ้านก็ยังได้ใช้ประโยชน์จากคลองอยู่ ทางคณะทำงานต้องการที่จะ
สร้างให้ชาวบ้านมีจิตสำนึกรักหวงแหนในสิ่งแวดล้อมรวมถึงกลุ่ม
เยาวชนด้วย มาร่วมกันทำให้คลองละงูเป็นแหล่งอาหารของชุมชน
และจะส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชมความสวยงามของคลองละงู
ชาวบ้านจะได้ประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย

(สารคดี สุขซินโดรม ๑๑๖ : ออนไลน์)

๑๐๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๓. องค์ประกอบของสารคดี

๑. บทนำ เป็นการเริ่มต้นเรื่อง ความยาวไม่มากนัก ประมาณ
ย่อหน้าเดียว การเขียนบทนำมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสนใจแก่ผู้
อ่าน โดยการเกริ่นนำให้ทราบว่า เรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร มี
สาระสำคัญอย่างไร มีประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างไร โดยการกล่าวในภาพ
รวม ๆ และแสดงทรรศนะในภาพกว้าง ๆ ไม่ละเอียด

๒. เนื้อเรื่อง เป็นการดำเนินเรื่องโดยการขยายรายละเอียดเนื้อ
ความที่นำเสนอในบทนำ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ ได้ทราบรายละเอียด
ข้อมูลตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้ โดยอาจแทรกสถิติ รูปภาพ ตัวอย่าง
ประกอบ เพื่อความน่าเชื่อถือ เนื้อเรื่องจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับจุดมุ่ง
หมายของผู้เขียน เมื่ออ่านจบแล้วผู้อ่านควรได้รับประโยชน์ครบถ้วน
ตามจุดมุ่งหมายที่ผู้เขียนกำหนดไว้

๓. สรุป เป็นการเขียนข้อความในย่อหน้าสุดท้ายของเรื่อง
เป็นการสรุปปิดท้ายเรื่องเมื่อผู้เขียนเห็นว่าได้กล่าวเนื้อหาครบถ้วน
แล้ว โดยผู้เขียนต้องใช้ศิลปะในการเขียนเพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้
อ่าน เช่น มีการสรุปทิ้งท้ายด้วยคำถามที่น่าสนใจ สรุปโดยใช้สำนวน
สุภาษิต คำพังเพย เป็นต้น

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๑๐๓

การอ่านจับใจความสารคดี

แนวทางอ่านจับใจความสารคดี

การอ่านใจความสารคดีให้บรรลุจุดประสงค์มีแนวทาง ดังนี้

๑. ตั้งจุดมุ่งหมายการอ่านได้ชัดเจน เช่น อ่านเพื่อหาความรู้
เพื่อความเพลิดเพลิน หรือเพื่อบอกเจตนาของผู้เขียนเพราะจะเป็น
แนวทางกำหนดการอ่านได้อย่างเหมาะสมและจับใจความหรือคำตอบ
ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

๒. สำรวจส่วนประกอบของหนังสืออย่างคร่าว ๆ เช่น เชื่อ
เรื่อง คำนำ สารบัญ คำชี้แจงการใช้หนังสือ ภาคผนวก ฯลฯ เพราะส่วน
ประกอบของหนังสือจะทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องหรือหนังสือ
ที่อ่านได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว

๓. ทำความเข้าใจลักษณะของสารคดีที่ต้องการอ่านว่ามีจุด
เด่นลักษณะพิเศษอะไรบ้าง ซึ่งจะช่วยให้มีแนวทางการอ่านจับใจความ
สำคัญได้ง่ายขึ้น

๔. ใช้ประสบการณ์หรือภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านมา
ประกอบจะทำความเข้าใจและจับใจความเรื่องที่อ่านได้ง่ายและ
รวดเร็ว

(ศรีอัมพร ประทุมนันท์ : ออนไลน์)

๑๐๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๕แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่

แบบฝึกหัดที่ ๑

คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านสารคดี เรื่อง “เรือนไทย” แล้วตอบคำถาม
ต่อไปนี้ รวม ๑๐ คะแนน ใช้เวลา ๒๐ นาที

เรือนไทย

เรามักจะเรียกที่พักอาศัยว่า "บ้าน" เสมอ ความจริงบ้าน คือ ส่วน
ที่มีบริเวณที่ดินโดยรอบ รวมกับตัวอาคารทั้งหมด เฉพาะตัวอาคารนั้น
เรียกว่า "เรือน" ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง จนถึงภาคใต้ของ
ประเทศไทย มีเรือนพักอาศัยแตกต่างกันหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับท้อง
ถิ่นที่ตั้ง และสภาพแวดล้อม เรือนไทยทั่วไปเป็นเรือนยกพื้นใต้ถุนสูง
ประกอบด้วยห้องนอน ห้องครัว ระเบียง และชาน หลังคาทรงจั่ว มุง
ด้วยกระเบื้องดินเผา จากแฝก หญ้าคา หรือใบตองตึง เรือนของผู้มี
อาชีพต่างๆ เช่น ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เรือนผู้มีฐานะ อันจะกิน
(คหบดี) เรือนที่อยู่ในเมือง เรือนที่อยู่ในชนบท เรือนชาวเขา เรือนชาว
ประมงมีรายละเอียดแตกต่างกันไป ซึ่งพอสรุปเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้
๒ ประเภท คือ เรือนไทยเดิมที่มีแบบแผน และเรือนพื้นบ้านในชนบท
ทั่วไป

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๑๐๕

เรือนไทยเดิม ตั้งอยู่ในเขตตัว เมือง และในเขตนอกเมือง เป็น
เรือนที่มี รูปร่างลักษณะแบบแผนของแต่ละหลังที่ แน่นอน และ
คล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ จะแตกต่างกันบ้างในส่วนที่เป็นขนาด ของ
เรือน แบบฝาแต่ละชนิด การจัดชาน การวางบันได และส่วนปลีกย่อ
ยอื่นๆ เท่านั้นเรือนประเภทนี้มีวิธีการก่อสร้างที่ละเอียดประณีต เป็น
เรือนที่ถาวร และ ทนทาน มีอายุอยู่ได้นานตั้งแต่ ๕๐ ปี ขึ้นไป เรือนไทย
เดิมที่มีแบบแผนดังกล่าว มีอยู่ในเขตภาคเหนือ และภาคกลาง
เรือนพื้นบ้าน เป็นเรือนที่สร้างขึ้นในชนบท และใกล้ชุมชน ซึ่งผู้เป็น
เจ้าของ มีอาชีพเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และประมง เช่น ชาวไร่ ชาวนา
ชาวสวน และ ชาวประมง จะใช้วัสดุท้องถิ่นที่หามาได้ง่าย ๆ ราคาถูก
ฝีมือปลูกสร้างไม่ใคร่ ประณีต แต่มีความงามทางด้านรูปทรง สัดส่วน
ขนาดของตัวไม้ ตลอดจนมีความ กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างดียิ่ง
เรือนพื้นบ้านนี้มีอยู่ในเขตภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียง
เหนือ และภาคใต้

(ฤทัย ใจจงรัก : ออนไลน์)

๑๐๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๑. ชื่อเรื่อง (๑ คะแนน)
..........................................................................................
๒. ชื่อผู้แต่ง/ที่มา (๑ คะแนน)
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
๓. จุดมุ่งหมายของผู้แต่ง (๓ คะแนน)
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
๔. ใจความสำคัญ (๕ คะแนน)
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๑๐๗

แบบฝึดหัดที่ ๒

คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านสารคดี เรื่อง “สมุทรบันทึก ปากบารา
ก่อนการมาถึงของท่าเรือน้ำลึก” แล้วตอบคำถามต่อไปนี้
รวม ๑๐ คะแนน ใช้เวลา ๒๐ นาที

สมุทรบันทึก "ปากบารา"ก่อนการมาถึงของท่าเรือน้ำลึก

ชื่อ “ปากบารา” อาจฟังดูไม่คุ้นหู แต่เชื่อ ว่าหลายคนคงเคยได้ยิน
ชื่อเกาะตะรุเตา หรือเกาะหลีเป๊ะ สถานที่ท่องเที่ยว สำคัญของจังหวัด
สตูล จังหวัดเล็ก ๆ ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ตั้งอยู่สุด
ปลายด้ามขวานฝั่ งทะเลอันดามันที่ยังคงสภาพ “สงบ สะอาด
ธรรมชาติ บริสุทธิ์” เศรษฐกิจชุมชน ค้ำยันด้วยทรัพยากรท้องถิ่น ทั้ง
การประมงที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ อุตสาหกรรมแปรรูป
ผลิตภัณฑ์เกษตร และการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง วันนี้มรสุม
แห่งการเปลี่ยนแปลงก าลังตั้งเค้า เตรียมเข้าจู่โจมจังหวัดสตูล ด้วย
ความพยายามผลักดันโครงการท่าเรือน้ าลึกปากบารา ท่าเรือขนาด
ใหญ่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สะพานแผ่นดิน” เชื่อมทะเลฝั่ ง
อันดามันและอ่าวไทย

๑๐๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

กุญแจดอกแรกที่จะไขสู่การพัฒนาภาคใต้ ให้เป็นเขต
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ก่อนจะเลือกเดินไปบนเส้นทางสายการพัฒนา
ที่กำหนดนโยบายลงมาโดยรัฐ ลองมาทำความเข้าใจกับพื้นที่และความ
รู้สึกของชุมชนที่อาศัยรอบอ่าว “ปากบารา” เพราะทางแยกข้างหน้านำ
ไปสู่ปลายทางที่ต่างกันสุดขั้ว ระหว่างการรักษทรัพยากรธรรมชาติอัน
อุดมสมบูรณ์ที่กำลังจะกลายเป็น “มรดกโลก” กับการพัฒนาท่าเรือน้้ำ
ลึกที่ยังตอบไม่ได้ว่าจะคุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือไม่

๑. ชื่อเรื่อง (๑ คะแนน)
..........................................................................................
๒. ชื่อผู้แต่ง/ที่มา (๑ คะแนน)

..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๑๐๙

๓. จุดมุ่งหมายของผู้แต่ง (๓ คะแนน)

..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................

๔. ใจความสำคัญ (๕ คะแนน)

..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................

๑๑๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี

ตัวชี้วัด การสื่อสารในปัจจุบัน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เป็นไปอย่างรวดเร็วและ
เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัย มีการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร
ที่ไม่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น

รักการอ่าน การทำความเข้าใจสาระสำคัญ

๑. จับใจความสาคัญจากเรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๒) ของสารที่ได้รับมาก่อนส่งต่อ

๒. ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจาก ไปยังผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๓) เพื่อช่วยลดโอกาสส่งต่อข้อมูล
ที่ไม่ถูกต้องไปยังวงกว้างมากขึ้น
๓. วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียน ดังนั้น การเรียนรู้และเข้าใจพื้นฐาน
อย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต อ่านจับใจความสำคัญ จะทำให้เรา
(ท ๑.๑ ม ๑/๘) สามารถเข้าใจสาระสำคัญของสาร

สาระการเรียนรู้ ที่ได้รับและสามารถส่งต่อสารที่ได้รับ
มานี้อย่างถูกต้อง ผู้เรียนจึงควรฝึกฝน

ค. วามรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบันเทิงคดี ให้ตนเองมีทักษะ การอ่านจับใจความ
ต. ัวอย่างบันเทิงคดี สำคัญอยู่เสมอ


บบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๖

๑๑๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่

๖ การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบันเทิงคดี

๑. ความหมายของบันเทิงคดี

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ (๒๕๔๖ : ๖๑๗)
ได้ให้ความหมายว่า “บันเทิงคดี น. เรื่องที่เขียนหรือแต่งขึ้น โดยมุ่ง
ให้ความบันเทิงแก่ผู้อ่าน”

ฐะปะนีย์ นาครทรรพ (๒๕๔๕ : ๕๓๑) “บันเทิงคดี หมายถึง
วรรณกรรมที่เป็นเรื่องเล่าสมมุติ มิใช่เรื่องจริง มุ่งให้ความบันเทิงหรือ
ความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่านเป็นสำคัญ แต่ก็อาจแทรกความรู้ความคิดเห็น
ในเรื่องต่าง ๆ ไว้ด้วยก็ได้”

สรุปได้ว่าบันเทิงคดี คือเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นมาอย่างมีจินตนาการ
และอารมณ์ มุ่งให้ความเพลิดเพลินเป็นใหญ่ แต่ก็ให้ความรู้ด้วย มีหลาย
รูปแบบ เช่น เรื่องสั้น นวนิยาย บทละคร ฯลฯ บันเทิงคดีเป็นงานเขียนที่ผู้
เขียนมีเจตนานให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินจากการอ่านโดยมีเกร็ด
ความรู้ ข้อคิด คติธรรม และประสบการณ์ชีวิตแทรกอยู่ในเรื่องนั้น ๆ

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๑๓

๒. องค์ประกอบของบันเทิงคดี

๑. สารัตถะของเรื่อง ความคิดสำคัญของเรื่อง เป้าหมายหรือ
วัตถุประสงค์ที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอแก่ผู้อ่าน

๒. โครงเรื่อง เหตุการณ์ที่จัดเรียงลำดับและเป็นเหตุเป็นผลกัน
เหตุการณ์หนึ่งเป็นผลให้เกิดเหตุการณ์หนึ่งหรือหลาย ๆ เหตุการณ์
สืบเนื่องตามมา โครงเรื่องที่น่าสนใจจะเกิดจากความขัดแย้งระหว่าง
แนวคิด ค่านิยม ความเชื่อหรือเหตุผลมากกว่า ๒ กระแสขึ้นไป ทำให้
ผู้อ่านอยากรู้ว่าปมปัญหานั้นจะลงเอยในลักษณะใด

๓. ตัวละคร ตัวบุคคล สัตว์หรือสิ่งต่างๆ ที่ผู้เขียนสร้างขึ้นให้มีบทบาท
มีชีวิต มีจิตวิญญาณ แสดงพฤติกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เหตุการณ์ดำเนิน
ไปตามเรื่องราวที่วางไว้

๔. บทสนทนา คำพูดของตัวละครแต่ละตัว บทสนทนานับเป็นองค์
ประกอบสำคัญของเรื่องบันเทิงคดีได้ประการหนึ่ง เพราะช่วยให้ผู้อ่าน
ได้ทราบถึง แนวคิดของผู้แต่ง ทราบถึงบุคลิกลักษณะของตัวละคร
ข้อขัดแย้งระหว่างตัวละคร ภูมิหลังและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ โดยที่
ผู้แต่งไม่ต้องบรรยายหรือพรรณนา ความให้ยืดยาว นอกจากนี้ยัง
ทำให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินไปพร้อมกันด้วย

๕. ฉาก การบรรยายภาพสถานที่ เวลา และสภาพแวดล้อมที่ปรากฏ
ในเหตุการณ์ของเรื่อง เป็นการสร้างอารมณ์และจินตนาการให้กับ
ผู้อ่าน ช่วยให้ผู้อ่านเพลิดเพลิน มีอารมณ์ร่วมกับตัวละครและคาดเดา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องได้
การบรรยายฉากคำนึงถึงข้อเท็จจริง มีความถูกต้องสมจริง
มีความแจ่มชัดเป็นระเบียบ ไม่สับสน ใช้ภาษาประณีตด้วยภาพพจน์
และโวหารต่าง ๆ อย่างเหมาะสม โดยทั่วไปมักนิยมใช้พรรณนาโวหาร
ในการกล่าวถึงฉาก

๑๑๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๒. องค์ประกอบของบันเทิงคดี (ต่อ)

๖. บรรยากาศ การบรรยายอารมณ์ความรู้สึก องค์ประกอบต่าง ๆ ของ
ฉากและตัวละคร เพื่อสร้างอารมณ์ความรู้สึกแก่ผู้อ่าน

๓. ประเภทของบันเทิงคดี

๓.๑ นิทาน นิยายและเรื่องเล่า เป็นเรื่องที่เปรียบเสมือนกันทึกใน
อดีต นิทาน นิยายในสมัยโบราณ ทำให้คนได้รู้จักความเชื่อ พิธีกรรม
และบางส่วนของชีวิตคน จึงช่วยเชื่อโยงคนในอดีตกับปัจจุบันให้
เข้าใจกัน ประเภทของนิทาน นิยาย สิทธา พินิจภูวดล (๒๕๕๑ : ๔๑-๕๑)
ซึ่งกำหนดไว้มี ๙ ชนิด ดังนี้
๑. นิทาน เรื่องเล่าที่แต่งขึ้น โดยมิได้ตั้งใจให้ผู้ฟังเข้าใจว่าได้เกิดขึ้น
จริง
๒. เทพนิยาย หรือเรื่องปรัมปรา คือ เรื่องเล่าที่ไม่จริง เกี่ยวกับ
อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์อำนาจลึกลับ วีรบุรุษและเทพเจ้า
๓. นิทานสัตว์ เรื่องเล่าถึงการผจญภัยของสัตว์ตามจินตนาการ
โดยสอดแทรกคติชีวิตมนุษย์ไว้ในพฤติกรรมสัตว์เพื่อสอนใจ
๔. นิทานสุภาษิต เรื่องเล่าที่ต้องการให้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงมีเค้า
มาจากเรื่องจริง
๕. ตำนาน เรื่องเล่าที่ต้องการให้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงมีเค้ามาจาก
เรื่องจริง

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๑๕

๓. ประเภทของบันเทิงคดี (ต่อ)

๖. นิทานพื้นบ้าน เรื่องเล่าที่ผู้เล่าและผู้ฟังเผชิญหน้ากันในสถานที่
ที่มีวัฒนธรรมอย่างเดียวกัน เรื่องเล่าจะสะท้อนความเชื่อ ประเพณี
วัฒนธรรมของชุมชน
๗. นิทานขำขันและมุขตลก เรื่องเล่าที่มุ่งสื่ออารมณ์ขัน จากเนื้อ
เรื่องหรือถ้อยคำโดยใช้กลวิธีต่าง ๆ
๘. นิทานมหากาพย์ เรื่องเล่าที่นำมาแต่งในรูปของบทประพันธ์
มีเนื้อเรื่องติดต่อกันหลายตอนตัวเอกเป็นวีรบุรุษ
๙. เรื่องเล่า งานเขียนที่ได้จากการเล่าเรื่องราวหรือเหตุการณ์สั้น ๆ
โครงสร้างไม่ครบตามลักษณะ ของนิทานและไม่สลับซับซ้อน
๓.๒ นวนิยาย นวนิยายเป็นงานเขียนร้อยแก้วบันเทิงคดีที่มีความยาว
ไม่จำกัด เรื่องที่นำมาเล่าอาจมาจากจินตนาการทั้งหมดของผู้แต่ง
หรืออาจจำลองชีวิตมนุษย์จริง ๆ ก็ได้
๓.๓ เรื่องสั้น เป็นบันเทิงคดีที่มีขนาดจำกัดทั้งความยาวและเรื่องราว
มีระยะเวลาดำเนินเรื่องเพียงช่วงเดียว เรื่องสั้นมีองค์ประกอบคล้าย
นวนิยาย มีโครงเรื่องหลัก ฉาก ตัวละคร เท่าที่จำเป็นจริง ๆ
บทสนทนากระชับไม่มีรายละเอียดมาก เรื่องสั้นจะผูกเรื่องอย่าง
กระชับไม่ซับซ้อน แต่จะสร้างปม เช่น ความยุ่งยาก ความขัดแย้ง
ตอนจบจะพยายามสร้างความประทับใจ มักจบที่จุดสูงสุด
๓.๔ บทละคร บทละครเป็นบันเทิงคดีที่ใช้สำหรับแสดง องค์ประกอบ
ของบทละครส่วนใหญ่คล้ายนวนิยายและเรื่องสั้น การแสดงละคร
เป็นการรวบรวมศิลปะหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่น ศิลปะการเขียน
บทละคร ศิลปะการแสดงดนตรี นาฏศิลป์ การออกแบบสร้างฉาก
การใช้แสดง สี เสียงประกอบ เป็นต้น

๑๑๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๒. องค์ประกอบของบันเทิงคดี (ต่อ)

๖. บรรยากาศ การบรรยายอารมณ์ความรู้สึก องค์ประกอบต่าง ๆ ของ
ฉากและตัวละคร เพื่อสร้างอารมณ์ความรู้สึกแก่ผู้อ่าน

๓. ประเภทของบันเทิงคดี

๓.๑ นิทาน นิยายและเรื่องเล่า เป็นเรื่องที่เปรียบเสมือนกันทึกใน
อดีต นิทาน นิยายในสมัยโบราณ ทำให้คนได้รู้จักความเชื่อ พิธีกรรม
และบางส่วนของชีวิตคน จึงช่วยเชื่อโยงคนในอดีตกับปัจจุบันให้
เข้าใจกัน ประเภทของนิทาน นิยาย สิทธา พินิจภูวดล (๒๕๕๑ : ๔๑-๕๑)
ซึ่งกำหนดไว้มี ๙ ชนิด ดังนี้
๑. นิทาน เรื่องเล่าที่แต่งขึ้น โดยมิได้ตั้งใจให้ผู้ฟังเข้าใจว่าได้เกิดขึ้น
จริง
๒. เทพนิยาย หรือเรื่องปรัมปรา คือ เรื่องเล่าที่ไม่จริง เกี่ยวกับ
อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์อำนาจลึกลับ วีรบุรุษและเทพเจ้า
๓. นิทานสัตว์ เรื่องเล่าถึงการผจญภัยของสัตว์ตามจินตนาการ
โดยสอดแทรกคติชีวิตมนุษย์ไว้ในพฤติกรรมสัตว์เพื่อสอนใจ
๔. นิทานสุภาษิต เรื่องเล่าที่ต้องการให้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงมีเค้า
มาจากเรื่องจริง
๕. ตำนาน เรื่องเล่าที่ต้องการให้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงมีเค้ามาจาก
เรื่องจริง

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๑๗

๓. ประเภทของบันเทิงคดี (ต่อ)

๖. นิทานพื้นบ้าน เรื่องเล่าที่ผู้เล่าและผู้ฟังเผชิญหน้ากันในสถานที่
ที่มีวัฒนธรรมอย่างเดียวกัน เรื่องเล่าจะสะท้อนความเชื่อ ประเพณี
วัฒนธรรมของชุมชน
๗. นิทานขำขันและมุขตลก เรื่องเล่าที่มุ่งสื่ออารมณ์ขัน จากเนื้อ
เรื่องหรือถ้อยคำโดยใช้กลวิธีต่าง ๆ
๘. นิทานมหากาพย์ เรื่องเล่าที่นำมาแต่งในรูปของบทประพันธ์
มีเนื้อเรื่องติดต่อกันหลายตอนตัวเอกเป็นวีรบุรุษ
๙. เรื่องเล่า งานเขียนที่ได้จากการเล่าเรื่องราวหรือเหตุการณ์สั้น ๆ
โครงสร้างไม่ครบตามลักษณะ ของนิทานและไม่สลับซับซ้อน
๓.๒ นวนิยาย นวนิยายเป็นงานเขียนร้อยแก้วบันเทิงคดีที่มีความยาว
ไม่จำกัด เรื่องที่นำมาเล่าอาจมาจากจินตนาการทั้งหมดของผู้แต่ง
หรืออาจจำลองชีวิตมนุษย์จริง ๆ ก็ได้
๓.๓ เรื่องสั้น เป็นบันเทิงคดีที่มีขนาดจำกัดทั้งความยาวและเรื่องราว
มีระยะเวลาดำเนินเรื่องเพียงช่วงเดียว เรื่องสั้นมีองค์ประกอบคล้าย
นวนิยาย มีโครงเรื่องหลัก ฉาก ตัวละคร เท่าที่จำเป็นจริง ๆ
บทสนทนากระชับไม่มีรายละเอียดมาก เรื่องสั้นจะผูกเรื่องอย่าง
กระชับไม่ซับซ้อน แต่จะสร้างปม เช่น ความยุ่งยาก ความขัดแย้ง
ตอนจบจะพยายามสร้างความประทับใจ มักจบที่จุดสูงสุด
๓.๔ บทละคร บทละครเป็นบันเทิงคดีที่ใช้สำหรับแสดง องค์ประกอบ
ของบทละครส่วนใหญ่คล้ายนวนิยายและเรื่องสั้น การแสดงละคร
เป็นการรวบรวมศิลปะหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่น ศิลปะการเขียน
บทละคร ศิลปะการแสดงดนตรี นาฏศิลป์ การออกแบบสร้างฉาก
การใช้แสดง สี เสียงประกอบ เป็นต้น

๑๑๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๔. แนวทางการอ่านจับใจความบันเทิงคดี

การอ่านจับใจความบันเทิงคดีให้ได้ถูกต้องแม่นยำอย่างรวดเร็ว
นับเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะเป็นงานเขียนที่มุ่งให้ความสนุก
เพลิดเพลิน จึงมักมีโครงเรื่องที่ซับซ้อนและไม่นิยมบอกเรื่องราว
หรือแนวคิดสำคัญอย่างตรงไปตรงมา ผู้อ่านจึงควรพิจารณา
แนวทาง ดังนี้
๔.๑ ชื่อเรื่อง นับเป็นจุดชี้แนะหัวใจของเรื่องไว้เป็นอันดับแรก เรื่องสั้น
และนวนิยายบางเรื่องตั้งชื่อให้เห็นแก่นเรื่องหรือใจความสำคัญได้
ชัดเจน แต่บางเรื่องก็ยากต่อการตีความจึงควรพิจารณาจากส่วนอื่น
มาประกอบอีกครั้งหนึ่ง
๔.๒ แก่นเรื่อง นับเป็นจุดช่อนเร้นที่ผู้แต่งเรื่องสั้นและนวนิยายจะไม่
บอกโดยตรง แต่ผู้อ่านก็สามารถค้นหาด้วยวิธีการต่อไปนี้
๔.๑.๒ พิจารณาจากข้อขัดแย้งของเรื่อง แล้วติดตามผลของ
ข้อขัดแย้งเหล่านั้นว่า คลี่คลายขยายตัวและสิ้นสุดลงอย่างไรซึ่งจะ
ช่วยชี้แนะให้เห็นแก่นเรื่องได้ชัดเจนขึ้น
๔.๒.๒ พิจารณาจากจุดสุดยอดของเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่มักอยู่ตอน
ท้าย ๆ ใกล้จบเรื่อง จะทำให้มองเห็นแก่นเรื่องได้ทันที
๔.๒.๓ สรุปสาระสำคัญ โดยการตอบคำถามให้ได้ว่าใครทำอะไร
ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และทำไม ซึ่งนอกจากจะแสดงว่าผู้อ่าน
จับใจความของเรื่องได้แล้ว ยังจะเป็นจุดชี้นำให้เห็นแก่นเรื่องหรือ
ใจความสำคัญได้ง่าย

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๑๙

๔. แนวทางการอ่านจับใจความบังเทิงคดี (ต่อ)

๔.๓ ภูมิหลัง แม้เรื่องสั้นและนวนิยายจะเป็นเรื่องสมมุติแต่นิยมที่จะ
สร้างเรื่องให้ดูสมจริงมากที่สุด การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
สังคมและเหตุการณ์ในเรื่อง จะช่วยให้จับใจความได้ง่ายยิ่งขึ้น
เช่น นวนิยายเรื่องคู่กรรมของทมยันตี เกี่ยวข้องกับทหารญี่ปุ่น
และเหตุการณ์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในประเทศไทย ถ้าผู้อ่าน
มีภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องมากเท่าใด ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการอ่าน
มากขึ้นเท่านั้น

๔.๔ น้ำเสียงหรือหางเสียงของผู้แต่ง เนื่องจากผู้แต่งเรื่องสั้นและ
นวนิยายสามารถใช้จินตนาการและกลวิธีการสร้างสรรค์ใด้อย่าง
กว้างขวาง และจะไม่บอกสาระสำคัญของเรื่องอย่างตรงไปตรงมา
เช่นเดียวกับร้อยกรองไทยปัจจุบัน บางครั้งนำเสนอในลักษณะ
เสียดสีเหน็บแนม เป็นต้น การจับน้ำเสียงหรือหางเสียงของผู้แต่ง
ให้ได้จะช่วยให้จับใจความของเรื่องได้แม่นยำยิ่งขึ้น

การอ่านที่มุ่งจับใจความสำคัญเพียงเพื่อตอบคำถามให้ได้ว่าใคร
ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และทำไม จึงอาจไม่ได้รสชาติและคุณค่า
ของบันเทิงคดีอย่างเพียงพอ ฉะนั้นการอ่านเพื่อจับใจความย่อยหรือ
ใจความประกอบเพื่อเก็บรายละเอียดของเรื่องไปพร้อมกันด้วย
จะทำให้ได้อรรถรส คือทั้ง "อรรถ" และ "รส" ของเรื่องสั้นและนวนิยาย
อย่างสมบูรณ์

๑๒๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

ตัวอย่างบทความบันเทิงคดี

เรื่อง เด็กที่ครูไม่ต้องการ

เสียงไม้เรียวกระทบกันดัง ขวับ ขวับ นักเรียนที่เข้าแถวที่เข้าแถว
หน้าเสาธงเงียบกริบ พวก ตัวเล็ก ๆ ที่เคยคุยกันจ้อกแจ้กเวลาร้องเพลง
ชาติ ยืนตัวแข็งเป็นตุ๊กตา
"คนอื่นอย่าเอาเยี่ยงอย่าง ถ้าขืนประพฤติจะถูกทำโทษแบบนี้ สำหรับนาย
ก้อน เคยห้าม เคยสอนนับครั้งไม่ถ้วน ยังไม่จำ ถ้าทำอีกต้องเอา ๒ คูณ ๒
คูณ ๓ เท่าไร ก้อน" ครูใหญ่ตาลุกวาว จ้องที่ก้อน "๙ ครับ" "เออดี สูตรคูณ
ประเทศไหนกันพ่อคุณ ป.๓ แล้ว นี่ละมัวแต่ขาดโรงเรียน ตอบใหม่"
"๖ ครับ" "ใช่ ต่อไปหกทีจำไว้ ไปได้" ก้อนคำนับ
เดินก้มหน้ากลับไป เสียงนักเรียนพึมพำ ตัวเปี๊ ยก ๆ เริ่มแหย่กันอีก ใคร ๆ
พากันลงความเห็นว่า ก้อนเป็นเด็กเกเรเหลือขอ ขาดโรงเรียนบ่อย รังแกคน
อื่น ด่าครู ผู้หญิง ลักเป็ดไก่ตามหมู่บ้าน ลักสมุดดินสอเพื่อน ออกจากบ้าน
มาโรงเรียนเอาหนังสือซ่อนแวะเล่นเสีย กลางทาง บางวันกลับจากโรงเรียน
ไม่ถึงบ้าน นอนเสียกับเพื่อน บางทีก็นอนตามกองฟาง ทำเอาครู ปวดหัวไป
ตาม ๆ กัน เฆี่ยนตีเท่าไร ๆ ไม่มีผล พวกผู้ใหญ่ที่รู้จักต่างพยากรณ์ชะตาของ
ก้อนไว้ว่า โตขึ้นถ้าไม่ตายโหง ก็ติดคุก

ก้อนอายุ ๑๑ ขวบ กำลังเรียนชั้นประถม ๓ ผอมสูง ผิวดำ ที่มุมปากมี
รอยแตกขาวเป็นยวง โรคขาดอาหาร ประวัติที่ครูเกรียง ครูประจำชั้นบันทึก
ไว้ ก้อนกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ แม่มีผัวใหม่ ทิ้งให้ก้อนอยู่กับยาย
ก้อนขาดความอบอุ่นจากแม่ มียายที่เอาแต่ดุด่าตามแบบของคนแก่ ที่จะให้
เด็กทำอะไรให้ได้ดังใจ ยิ่งฐานะยากจนหาเช้ากินค่ำ จึงไม่มีเวลาเอาใจใส่กับ
หลาน เพียงมีข้าวกรอกหม้อ ไปวัน ๆ ก็พอใจแล้ว

สิ้นเสียงสัญญาณระฆังหยัดพักกลางวัน เด็ก ๆ กรูกันออกมาจาก
ห้องเรียน หิ่วปิ่ นโต หม้อข้าว เตรียมรับประทานอาหารกลางวัน บางคนตรง
เข้ามาหาแม่ค้า คนขายหวานเย็นเขย่ากระดิ่งรัวลั่น เด็ก ๆ วิ่งเข้าไปล้อม

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๒๑

ตัวอย่างบทความบันเทิงคดี

ก้อนออกไปยืนอยู่ห่างๆ จากกลุ่มเด็กเหล่านั้น ตาจับอยู่ที่วัตถุสี
เขียวสีแดงที่เด็ก ๆ กำลังกิน กันอย่างลืมตัว ความหิวมันเตือนน้ำย่อย น้ำ
ย่อยเตือนให้น้ำลายไหลเตรียมออกมาเพื่อคลุกเคล้าอาหาร นาน ๆ เขาจะ
ยกมือขึ้นเช็ดปาก กลืนน้ำลาย ก้อนยืนเหมือนถูกสะกด ปล่อยความคิด
ฟุ้งซ่านออกไป

เด็กพวกนั้นใส่เสื้อผ้าเนื้อดี สะอาด เพราะมีพ่อแม่ซักให้ สวม
ถุงเท้า รองเท้า มีหมวก กันแดด มีประเป๋าหนังสือสวย ๆ มีสตางค์มาซื้อ
ขนมกินทุกวัน บางคนยังได้ค่าจ้างมาโรงเรียน มีโอกาส ร้องไห้อ้อนแม่
เมื่ออยากได้ตุ๊กตาหรือรถไขลานซักคัน แม่คอยห่มผ้าให้ในยามดึก
อากาศหนาว บางคน พ่อแม่เอารถมาส่งถึงโรงเรียน
ก้มดูตัวบ้าง เสื้อกางเกงสีขี้ฝุ่น ก้นขาด ปะแล้วปะอีกจนหาเนื้อเดิมไม่พบ

เวลาเดินลมเข้าวูบ ๆ รองเท้า หมวกไม่ต้องพูดถึง มองไปทางโรง
อาหารพวกนั้นกำลังกินข้าวอย่าง เอร็ดอร่อย พวกที่อิ่มแล้ววิ่งเล่นกัน
อย่างสนุกสนาน สายตาขุ่นมัวของก้อนหลบต่ำลง ไม่อยากเห็นภาพนั้น
อีกต่อไป เดินก้มหน้าออกไปทางหลังโรงเรียน

ตอนบ่ายครูเวรเรียกก้อนมาทำโทษอีก เพราะมีเด็กมาฟ้องว่า ก้อน
ไปขโมยส้มในสวนหลัง โรงเรียนกิน

"ตอนหยุดพัก เธอไปขโมยส้มเขาใช่ไหม" ครูเวรตั้งคำถาม
"ครับ"
"กี่ลูก"
"๒ ครับ"
"ครูเคยบอกกี่ครั้งแล้ว ไม่ให้ขโมยของคนอื่นจำได้ไหม"
"จำได้ครับ"
"แล้วทำไมเอาอีก"
เงียบ ก้อนไม่ตอบ ไม่มีคำแก้ตัว ก้มหน้านิ่ง ในที่สุดก็โดนไม้เรียว
เพื่อไม่ให้คนอื่นเอาอย่าง

๑๒๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

ตัวอย่างบทความบันเทิงคดี

เช้าวันรุ่งขึ้น พ่อเด็กชายสมศักดิ์ นักเรียนชั้นเดียวกันกับก้อนมา
หาครูใหญ่

"ครูช่วยจัดการให้ที ไอ้ก้อนมันต่อยลูกผมเสียหน้าตาบวม ดูซี
ครับ" ผู้เป็นพ่อฟ้องครูใหญ่ ชี้ให้ดูหน้าลูก มีรอยเขียวที่ขอบตา

"ครูต้องเฆี่ยนให้เข็ดเสียบ้าง"
"ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้" ครูใหญ่รับปากพ่อของสมศักดิ์ด้วย
ความเกรงใจ เพราะเป็นพ่อค้า ใหญ่รวย เคยออกเงินสร้างโรงเรียนตั้ง
ค่อนหลัง ซ้ำมีลูกชายคนเดียว ประคบประหงมกันเป็นเทวดา ความรัก
ทำให้เกิดความลำเอียง อำนาจเงินทำให้เกิดความเกรงใจ ก้อนถูกตี ๖ ที
เพราะต้องเอาสองคูณ
กลางวันวันนั้น หลังจากเด็กออกจากห้องไปหมดแล้ว ครูเกรียง
เรียกก้อนเข้าพบ
"ทำไมไปต่อยสมศักดิ์เขาล่ะก้อน" เป็นน้ำเสียงที่แสดงความปรานี
"เขาว่าผมไอ้ขี้ขโมยครับ"
"เราต้องอดทนซิก้อน เกิดเป็นลูกผู้ชายต้องทน เสียงเขาว่ามันไม่
เจ็บแสบอะไร เราทำร้ายเขา มันผิดกฎของโรงเรียน ครูเห็นใจเธอ รักเธอ
อยากเห็นเธอเป็นคนดี มีเรื่องอะไรคับข้องใจ ต้องเล่าให้ ครูฟังบ้าง ครู
เหมือนพี่หรือพ่อของเธอ ไม่ต้องกลัว มีอะไรบอกนะ"
ครูเกรียงยื่นมือไปลูบหัวก้อนเบาๆ ด้วยความรักที่มีต่อศิษย์ ซึ่ง
บางที่ก็เสมือนลูก น้ำใส ๆ จาก ดวงตาอันขุ่นมัวคู่นั้นเริ่มไหลออกมาอาบ
แก้ม เป็นครั้งแรกที่ครูเกรียงเห็นน้ำตาของก้อน มันเป็นน้ำตา แห่งความ
ตื้นตันใจ ความน้อยใจ ความดีใจ ระคนกัน อาจเป็นครั้งแรกที่เขาได้รับ
ความอบอุ่น ได้รับ ความเห็นใจ เคยแต่ถูกดุด่า ถูกตำหนิ คาดโทษ
ไม้เรียว ไม่มีใครเป็นมิตรกับเขาเลย

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๒๓

ตัวอย่างบทความบันเทิงคดี

ก้อนมองตามครูเกรียงไปจนลับตา ความสุขที่เขาได้รับเพียงชั่วครู่
กำลังจะหมดไป พร้อมกับ ภาพของครู ที่ลับไป ชะโงกดูที่หน้าต่าง แต่ไม่
เห็นครูเสียแล้ว

กลับมานั่งที่โต๊ะ หยิบหนังสือขึ้นมาเปิด ภาพที่ผุดขึ้นบนหนังสือ มัน
จะทยอยกันมาเป็นลำดับ สีเขียวแดงของหวานเย็น กล้วยปิ้ งร้อน ๆ
ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวต้มมัด ส้มโอ ภาพสุดท้ายไม้เรียว กำลังลงหลัง
ตัวเอง

ปิดหนังสือ เดินไปรินน้ำดื่ม ๑ แก้วเต็ม ๆ กลับมาฟุบลงกับโต๊ะ ภาพ
ยายหัวขาวโพลนถือไม้ ไล่ตี ปากก็ด่าอยู่ไม่ขาด ขึ้นบนกระท่อม เปิดหม้อ
ข้าว ข้าวหมดหม้อ ปี๊ บข้าวสารก็เกลี้ยง ล้วนแต่เป็น ภาพของความผิดหวัง
แล้วภาพที่ตนปรารถนาก็มาแทน ได้สวมเสื้อกางเกงชุดใหม่ กระเป๋า
หนังสือ ใบงาม สมุดเนื้อดีมีรูปปกเป็นอัศวินกำลังขี่ม้า ดินสอแท่งสวย
กำลังอร่อยกับก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ ซ้ำหวาน เย็นอีก ๑ แท่ง เพื่อน ๆ พากัน
มาเล่นด้วย แม่กำลังโอบกอดลูบหัว เสียงระฆังดังขึ้น ภาพจริงและภาพ
ปลอมที่เกิดขึ้นบนจอแห่งจิตของก้อนก็ล้มหายไป ลุกจาก โต๊ะไปดื่มน้ำ
เปล่า ๆ อีกสองแก้ว เตรียมเข้าเรียน

ข่าวก้อนขาดโรงเรียน ๓ วัน เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับครูในโรงเรียน
แต่เรื่องเงินในกระเป๋าถือ ของครูสตรีน่ะซี เป็นเรื่องโจษจันกันในวงครู
เกือบทุกคนลงโทษก้อน ครูลืมกระเป๋าไว้บนโต๊ะพักเดียว เงินหายไป ๕๐
บาท พอดีรุ่งขึ้นก้อนขาดโรงเรียน เลยคิดกันว่าก้อนไม่กล้ามาเพราะกลัวถูก
ทำโทษ ด้วยเหตุนี้ครูเกรียงจึงตกลงใจไปบ้านก้อน

ครูเกรียงเป็นครูใหม่ เข้ามาสอนในโรงเรียนบ้านไร่ไม่ถึงปี และไม่ใช่
คนบ้านนั้น จึงต้องถาม ชาวบ้านมาตลอดทางประมาณ ๒ กิโลเมตรก็ถึง
บ้านก้อน ซึ่งควรจะเรียกว่ากระท่อมมากกว่าบ้าน มุงหญ้าคา ฝาขัดแตะ
เสาโย้ไปด้านหนึ่งใช้ไม้ค้ำไว้กันล้ม หลังคามีรูโหว่ เพราะหญ้าคาเก่าปลาย
หลุดไป ต้องเอาถุงพลาสติกแซมไว้กันฝนรั่ว ขนาดของกระท่อมนอนแทบ
ไม่ตลอดตัว

๑๒๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

ตัวอย่างบทความบันเทิงคดี

ขณะที่ก้าวขึ้นไป มันไหว ยวบยาบน่ากลัวพังบนเสื่อไม้เก่า ๆ มีร่าง
ของหญิงชรานอนอยู่ ผอมเห็นซี่โครงขึ้นเป็นซี่ ๆ หนังที่หย่อนยาน
กระเพื่อมขึ้นลงเวลาหายใจ ก้อนลุกขึ้นจากเตาหุงข้าวมุมกระท่อม ยืน
เก้กังด้วยความประหลาดใจ เลยทำอะไรไม่ถูก

"กำลังทำอะไรก้อน อ้อ หุงข้าวรึ" ครูเกรียงหันไปทางหม้อข้าวที่
กำลังเดือดมีไฟลุกท่วมหม้อ เพราะเป็นไฟฟืน

"ต้มข้าวต้มให้ยายครับ"
"ครูมาเยี่ยมเธอ คิดว่าป่วยเป็นอะไรไป"
"ใครมา หือ ก้อน ใครมา" เสียงแหบเครือของยาย
"ครูมา ยาย ครู"
"อ้อ ครู" แกทำท่าจะลุกขึ้นนั่ง แต่ครูเกรียงห้ามไว้
"ผมมาเยี่ยมครับป้า เห็นก้อนหายไปหลายวันคิดว่าเจ็บป่วยเป็น
อะไรไป"
"อือ ฉันป่วยเสียหลายวัน ก้อนต้องขาดโรงเรียน แย่จริง ๆ ครู คน
หาเช้ากินค่ำมาเจ็บเสีย ก็ไม่มีอะไรจะกิน ได้ก้อนพอเก็บผักหักฟืนบ้าง
รับจ้างรับออนเขา ได้เงินมาซื้อข้าวสารหุง บางวันก็อิ่ม บางวันก็ไม่อิ่ม
เฮ้อ"
แกหยุดหอบพอดีก้อนยกชามข้าวต้มมาให้ เป็นข้าวต้มเหลว ๆ มี
น้ำมากกว่าเม็ด ก้อนพยุงให้ยายลุกขึ้นนั่ง แล้วเริ่มกินข้าวต้ม
"กินข้าวเสียก่อน ก้อน"
ก้อนจัดการกับข้าวต้มที่เหลือก้นหม้อ ข้าวต้มเปล่าใส่เกลือเค็ม ๆ
รสหวานมันของข้าวใหม่ ทำให้ข้าวต้มหม้อนั้นหมดไม่รู้ตัว
"ป้ากินยาอะไรบ้างหรือเปล่า" ครูเกรียงหันไปทางยายของก้อนที่
อิ่มแล้ว กำลังดื่มน้ำจาก กระป๋องนมเก่า ๆ

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๒๕

ตัวอย่างบทความบันเทิงคดี

ก้อนมันซื้อมาให้ ไม่รู้ยาอะไร กินเข้าไปพอหายปวดหัว" แกชี้ไปทางขวด
ยา ครูเกรียงหยิบมาดูและต้องแปลกใจเพราะตัวหนังสือที่ปิดไว้ข้างขวด
บอกชื่อยา "แอสไพริน" เป็นลายมือของเขาเอง

"ยาในห้องพยาบาลโรงเรียน" ครูเกรียงคิด
เมื่อลงบันใดบ้านก้อนมาแล้ว ครูเกรียงรำพึงกับตัวเองว่า
"ก้อนเธอไม่ได้เลวไปทุกอย่าง อย่างที่ใคร ๆ พากันเข้าใจหรอก ครู
ไม่ตำหนิเธอเลยที่เธอ ขาดโรงเรียน ๓ วัน ครูเสียอีกควรละอายเธอ
พรุ่งนี้ครูจะลาโรงเรียน ๔ วัน เพื่อกลับไปเยี่ยมแม่ซึ่งป่วย อยู่ที่บ้าน

(นิมิตร ภูมิถาวร)

๑๒๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๖

ตอนที่ ๑

คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาจากเรื่องสั้นทั้ง ๓ เรื่องจับใจความสําคัญและตอบคําถาม

ความโกรธกับรอยตะปูบนรั้ว

มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนักพ่อของ
เขาจึงให้ตะปูกับเขา ๑ ถุง และบอกกับเขาว่า

“ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปู ๑ ตัว
เข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน”

วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง
๓๗ ตัวและก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็ลดจํา
นวนลงน้อยลง น้อยลง เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของ
ตนเองให้สงบง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะและแล้ว หลังจากที่เขา
สามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้น เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ
และบอกกับพ่อของเขาว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว
ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมาพ่อยิ้ม และบอกกับลูกชาย
ของเขาว่า

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๒๗

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ โดยทุก ๆ ครั้งที่เขา
สามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้ให้ถอนตะปูออกจากรั้ว
หลังบ้าน ๑ ตัวทุกครั้ง”

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อย ๆ ถอนตะปูออก ทีละตัว
จาก ๑ เป็น ๒ …. จาก ๒ เป็น ๓ จนในที่สุดตะปูทั้งหมด
ก็ถูกถอนออก จนหมด เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า

“ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ!!”
พ่อไม่ได้พูดอะไร แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้านและบอก
กับลูกว่า

“ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ เจ้า
เห็นหรือไม่ว่ารั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น จำไว้
นะลูก เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมันจะเกิด
เป็นรอยแผลเหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคนต่อให้
ใช้คำพูด ว่า “ขอโทษ” สักกี่หน ก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด ไม่อาจ
ลบรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้ฉันใดก็ฉันนั้น “กับเพื่อน” ..
เพื่อนเปรียบเสมือน อัญมณีอันมีค่าที่หายากเป็นคนที่ทำให้เรายิ้มเป็น
คนที่คอยให้กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จ เป็นคนที่คอย
ปลอบใจเราเมื่อยามเศร้าร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา และจริงใจกับเรา
เสมอ … แสดงให้เขาเห็น ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน และระวังสิ่งที่
เราทำไป ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ และจงจดจำไว้เสมอว่า
“คำขอโทษ ” ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น
คือ รอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้ …ตลอดไป”

๑๒๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น
จับใจความจากเรื่องที่อ่าน

ใครหรืออะไร

ทำอะไร

ที่ไหน

เพราะอะไร
อย่างไร
ใจความสำคัญ

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๒๙

มีดโกนหนวดกับร้านตัดผม

กาลครั้งหนึ่ง มีมีดโกนหนวดสวยอันหนึ่งทำงานอยู่ในร้านตัดผม วัน
หนึ่งไม่มีลูกค้าเลย มันจึงออกจากด้ามไปผึ่งแดด เมื่อมันเห็นพระอาทิตย์
ส่องแสงสะท้อนใบมีดราวกับกระจก มันมีความรู้สึกภูมิใจในประกายของ
มันมากดังนั้น เมื่อมันหวนคิดถึงอดีตที่เป็นเพียงมีดโกนหนวด จึงรำพันว่า

“วันหนึ่ง ข้าจะกลับไปในร้านที่ข้าเพิ่งจะออกมาหยก ๆ ไหมนะ”
ไม่แน่ ๆ ข้าไม่อยากจะกลับไปโกนหนวดที่ฟอกสบู่ของผู้คนหยาบคาย
น่าเกลียดเหล่านั้น ! ข้าไม่อยากทำงานเป็นเครื่องจักรกลเช่นนั้นอีกต่อไป
รูปร่างที่งดงามของข้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานเหล่านี้หรือ ไม่ใช่แน่!
ด้วยเหตุนี้
“ข้าจะไปซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ลับ เพื่อลิ้มรสชาติชีวิตพักผ่อนแสน
สงบ”
พูดจบ มีดโกนหนวดก็แอบซ่อนตัวอย่างดีเพื่อหลบสายตาคนอื่น ๆ
หลายเดือนผ่านไป วันหนึ่ง มันอยากออกไปสูดอากาศจึงออกจากที่ซ่อน
แต่กว่าจะออกได้ก็ลำบากลำบนเต็มที เมื่อมันมองดูตัวเอง มันก็งุนงงเป็น
ที่สุด
ช่างน่าแปลกใจอะไรอย่างนี้ มันผิดหูผิดตาเสียจนเหมือนกันเลื่อยขึ้น
สนิมและใบมีดของมันก็ไม่สะท้อนความงดงามของพระอาทิตย์อีกต่อไป
มันสำนึกผิดอย่างขมขื่น แต่ไร้ประโยชน์ที่จะเสียใจกับความงามที่หายไป
มันร้องไห้กับความเสียหายที่แก้ไขไม่ได้แล้วนี้ พร้อมกับพูดว่า
“อนิจจา! คมมีดที่เสียไปน่าจะได้ใช้งานที่ร้านตัดผมมากกว่า! ความ
บางเฉียบของคมมีดข้ากลายเป็นอะไรไปใบมีดที่เจิดจ้าของข้าอยู่ที่ไหน
ตอนนี้ข้าถูกสนิมกินจนกร่อน ดูน่าเกลียดน่าชังความทุกข์ของข้าไม่มีทาง
แก้ได้”
คนขี้เกียจก็เหมือนกับมีดโกนนี้ ไม่ทำงานเอาแต่เพ้อฝันจึงสูญเสียรูป
ร่างและความคมไป

๑๓๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น
จับใจความจากเรื่องที่อ่าน

ใครหรืออะไร

ทำอะไร

ที่ไหน

เพราะอะไร
อย่างไร
ใจความสำคัญ

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๓๑

ชายคนหนึ่งเดินผ่านปางช้างแห่งหนึ่ง พบว่ามีช้างโขลงนึงไม่
ได้ถูกขังไว้ในกรงหรือโดนโซ่ล่ามแต่อย่างใด
แต่สิ่งที่รั้งพวกมันเอาไว้ เป็นเพียงเชือกเส้นบาง ๆ ที่ผูกเอาไว้ที่ขา
ข้างนึง ชายคนนั้นก็ยืนจ้องมองไปที่ช้าง
ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย ช้างตัวออกโตขนาดนี้ เชือกก็อันกระจ้อยซะ
ขนาด แต่ทำไมพวกมันไม่คิดจะทำอะไรเลย
ยืนให้เขาล่ามไว้อยู่ในนั้น ด้วยความอยากรู้ เขาก็เดินไปถามควาญ
ช้างที่อยู่บริเวณนั้นว่า

“ทำไมช้างมันมัวแต่ยืนเฉย ไม่คิดจะหนีไปเล่าท่าน?”
ควาญช้างจึงตอบมาว่า
“เมื่อพวกมันยังแด็ก มันก็ถูกมัดด้วยเชือกขนาดเดียวกันนี่
แหละ และด้วยอายุเท่านั้นก็ถือว่าแน่นหนาพอแล้ว
แม้ต่อมาพวกมันจะโตขึ้น แต่เชือกบาง ๆ เส้นนี้ยังมัดขาพวกมันไว้
อยู่ ทำให้พวกมันก็ยังไม่คิดจะหนีไปไหน เพราะใจของพวกมันเชื่อ
ไปแล้ว ว่าเชือกเส้นบางแค่นี้ทำให้หนีไปไหนไม่ได้”
เหตุผลเดียวที่ช้างมันไม่หนีไป คือใจมันเชื่อว่าไม่มีทางเป็นได้
ที่มันจะหนีออกมาได้

๑๓๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น
จับใจความจากเรื่องที่อ่าน

ใครหรืออะไร

ทำอะไร

ที่ไหน
เพราะอะไร
อย่างไร
ใจความสำคัญ

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๓๓

ตอนที่ ๒

คำชี้แจง จงอ่านเรื่องต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ ๑ - ๖

อรุณเริ่มเบิกฟ้า
ไอเย็นจากหมอกยังแผ่โอบอาบไปทั่วทั้งบริเวณปำากว้าง น้ำค้าง
พรมพราวอยู่ตามแมกไม้ใบหญ้าโดยทั่วไป....นกป่าเริงร้องรับยามเช้า
อันสดชื่นเสียงเช็งแช่มาจากทุกทิศทาง
แม่อุ้มน้องคนเล็กของกลายไว้บนตัก สายตาที่แม่มองน้องนั้นเต็ม
เปี่ ยมไปด้วยความรัก หวงและการปกป้อง น้องคาบดูดนมแม่หลับตา
พริ้มอย่างเป็นสุข พ่อเตรียมของลงย่ามเสียงกุกกัก อันมีดินปืน กล่อง
แก็ป ห่อยาสูบ มีดพก ฯลฯ
"เร็วหน่อยชีกลายเดี๋ยวจะสาย"
พ่อร้องเตือนกลาย ซึ่งอึดอาดนั่งลูบหัวสุนัขตัวแข็งแรงประเปรียว
อยู่ที่ชานเรือน
"พาไอ้แดงไปด้วยไหมพ่อ"
ไอ้แดงคือหมาล่าเนื้อตัวโปรดที่ช่วยพ่อล่าสัตว์ป่ามามากต่อมาก
เท่านั้นเอง
"ไม่ต้อง" พ่อปฏิเสธ "เดี๋ยวมันจะกัดลูกชะนีตายเสีย "
พ่อพยายามมาสามสี่วันแล้ว ที่จะล่าลูกชะนีเอามาให้ได้หลังจากที่
มีผู้สั่งซื้อ
"เขาให้หกสิบบาท" แม่บอกอย่างตื่นเต้นในราคาที่ผู้ซื้อเสนอให้
มานั้น
"เขาจะเอาไปเลี้ยง"
พ่อยิ้มอย่างพอใจและกระตือรือร้นที่จะจับเอาลูกชะนีเพื่อแลก
กับเงินจำนวนนั้น

๑๓๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

กลายเคยเห็นการเลี้ยงชะนีจากบ้านใครไม่รู้จักมาแล้วคราวติดตาม

พ่อเข้าเมืองไปหาซื้อของใช้ที่จำเป็นเมื่อเดือนก่อน ที่บ้านหลังใหญ่นั้น

ตรงสนามหญ้ามุมหนึ่ง กลายได้เห็นชะนีถูกล่ามด้วยโช่ตรวนเล็ก ๆ เอาไว้

มีราวให้ชะนีห้อยโหนตัวไปมาได้ แต่ก็อยู่ในบริเวณที่จำกัด ชะนีไม่มีโอกาส

จะโหนตัวไปเที่ยวในพงไพรเป็นฝูง ๆ ดังชะนีที่ส่งเสียงร้องร่าเริงอยู่ใกล้ ๆ

กลายได้เลย

ก็เหมือน ๆ กับนกซึ่งถูกขังอยู่เดียวดายภายในกรงอันคับแคบ แม้มี

อาหารการกินสมบูรณ์แต่ก็ขาดเสรีภาพที่จะท่องไปในป่าเพื่อเริงร่ากับคู่

และสุขสมชื่นชมกับธรรมชาติสดชื่นรายรอบตัวชีวิตสัตว์ซึ่งถูกกักขังจึง

ต้องขาดความสุขส่วนนั้นไปอย่างน่าสงสารแต่มนุษย์เราอีกมากคนก็ยัง

ยินดีที่จะขังเดี่ยวสัตว์ไว้ดูเล่น เพื่อพักผ่อนและสุขใจอยู่บนความทุกข์

ทรมานของสัตว์ร่วมโลกน่ารักเหล่านั้น

สัตว์ป่าค่อย ๆ หมดจากป่าอันร่มรื่นไปตัวแล้วตัวเล่า แม้จะพยายาม

หลบหลีกรักษาชีวิต แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นจากการตามล่าตามเช่นฆ่าของ

มนุษย์ซึ่งฉลาดกว่าไปได้เมื่อสองวันก่อน พ่อเคยชวนกลายคอยดักดูชะนี

ตั้งแต่เช้าครู่ ชะนีแม่ลูกอ่อนตัวหนึ่งพาลูกหากินอยู่บริเวณป่าสูง
ไม่ไกลจากขนำของกลายมากนัก

พ่อคอยจ้องดูอยู่อย่างจดจ่อ หวังคอยจังหวะที่แม่ชะนีวางลูกลงให้

ใต่ตามกิ่งไม้เมื่อไร พ่อจะได้ส่งเสียงให้แม่ชะนีตกใจทิ้งลูกหนีไป....

แล้วพ่อจะได้ปืนต้นไม้ไปจับลูกชะนีเอาไว้ แต่เป็นวิธีซึ่งไม่ค่อยได้ผล

นาน ๆ ครั้งกว่าจะมีแม่ชะนีเผลอให้พรานป่าจับลูกชะนีเอาได้โดยวิธีนี้

ลูกชะนีจะกอดแน่นอยู่กับอกแม่เสมอ แม้บางครั้งแม่ชะนีจะวางลูกลงให้

นั่งบนกิ่งไม้หากเกิดตกใจอะไรขึ้นมาแม่ชะนีก็ไม่ยอมทิ้งลูกง่าย ๆ สัตว์ก็คง

รักลูกมากมายดังที่คนรักลูกของตนยิ่งกว่าชีวิตนั้นหรอกกระมังกลายอด

คิดสงสารสัตว์ป่าที่โดนรังแกจากมนุษย์ไม่ได้กลายจึงไม่ค่อยเต็มใจนักที่

ต้องติดตามพ่อไปล่าชะนีอีกในวันนี้

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๓๕

กลายเดินตามหลังพ่ออย่างระมัดระวัง แต่มิวายที่เผลอเหยียบลงบน
ก้อนหินชุ่มน้ำค้าง เสียหลักล้มลงถึงสองครั้ง พ่อหยุดฟังเสียงชะนีที่ส่ง
เสียงร้องดังสนั่น พอตัวหนึ่งส่งเสียงร้องขึ้น ตัวอื่น ๆ ก็ร้องรับกันไปเป็น
ทอด ๆ เป็นเสียงดนตรีประโลมป่ามิให้เงียบเหงา

สักรู่หนึ่งก็เดินพันป่ไผ่เชิงเขา ขึ้นถึงยอดเขาเตี้ย ๆ ที่มีต้นไม้สูงใหญ่
ขึ้นอยู่โดยทั่วไป ซึ่งชะนีส่งเสียงกู่เรียกคู่อยู่หลายตัวบนนั้น

กลายจับตาสังเกตการเคลื่อนไหวของชะนีตัวหนึ่ง มือมันยาวและ
แข็งแรงจับกิ่งไม้ได้อย่างว่องไวและมั่นคงชะนีจึงสามารถห้อยโหนโยนตัว
ไปได้อย่างประเปรียวรวดเร็ว ฝูงชะนียังอยู่ห่างจากที่กลายและพ่อยืนดูอยู่
อีกมาก

"คอยดักมันตรงนี้แหละ" พ่อเอ่ยบอกกลาย
ความจัดเจนป่าของพ่อ พอคาดคะเนได้ว่าชะนีจะผ่านมาทางที่พ่อกับ
กลายชุ่มดูอยู่อย่างแน่นอน พ่อมองการโยนตัวของชะนีอยู่ทุกระยะอย่างใจ
จดจ่อ พ่อดึงแขนกลายบอกให้นั่งลงบนรากไม้ใหญ่ ต่างก็เงียบอยู่อย่าง
อดทนคอยว่าจะมีแม่ชะนีโชคร้ายผ่านมาให้ยิงเอาได้
ยุงตอมหวี่ ๆ อยู่ข้างใบหู และรุมกัดกลายจนต้องเอามือปัดวีอยู่บ่อย ๆ
เป็นที่น่ารำคาญทนซุ่มคอยอยู่จนรู้สึกเบื่อและจวบตะวันสาย มีชะนีพลัดฝูง
โหนตัวเข้ามาในระยะใกล้ตัวหนึ่ง มันหยุดดื่มน้ำที่ขังอยู่ในโพรงไม้ โดยใช้มือ
จุ่มลงในน้ำแล้วเลียน้ำซึ่งติดบนมือขึ้นมา ทำอยู่อย่างนั้นหลายครั้งก่อนจะ
ผ่านไป
ชะนีนับเป็นสัตว์ป่าน่ารักน่าเอ็นดู ไม่เคยเบียดเบียนคนอาหารก็เป็น
เพียงผลไม้ป่า ยอดไม้ป่า และแมลงบางชนิดเท่านั้น พ่อถอนหายใจยาว
อย่างสิ้นหวังก่อนบอกว่า...
"อาจไม่มีแม่ชะนีลูกอ่อนก็เป็นได้ กลับกันเถอะ กลายคงหิวข้าวแล้ว
กระมัง" ประโยคหลังพ่อแสดงความห่วงอาทรต่อกลาย
ตอนเดินกลับกลายรู้สึกอ่อนเพลียเพราะความหิวและความเหนื่อย
กลายเก็บผลมะพร้าวนกคุ่มที่พบขึ้นอยู่ตามทางผ่านกินไปพลาง
รสออกหวานชุ่มติดคอ

๑๓๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

แต่พอเดินลงเขามาได้หน่อยหนึ่ง พ่อก็หยุดฝีเท้ากึกลง ชี้มือให้กลาย
ดูชะนีสามสี่ตัวบนต้นยางใหญ่ไม่ไกลจากที่กลายยืนอยู่มากนัก

"ยืนคอยพ่ออยู่ตรงนี้แหละ พ่อจะอ้อมไปดักหน้ามันคงได้ยิงแน่"
กล่าวจบพ่อก็ย่องเดินไปอย่างเงียบกริบด้วยความช่ำชองของชีวิตพราน
พ่อเงียบหายไปครู่ใหญ่กลายจับตาดูแม่ชะนีที่มีลูกเล็ก ๆขนสีขาวกอดอยู่ที่
ท้องแม่ของมันไว้แน่น แม่ชะนีโยนตัวต่อไปยังตันเหรียงและขึ้นไปนั่งอยู่บน
กิ่งเหรียงกิ่งหนึ่งเป็นนาน แต่แม่ชะนีก็ไม่ปล่อยให้ลูกออกจากอกไม่ช้าพ่อก็
ลั่นไกปืน

"เปรี้ยง"
เสียงปืนสนั่นก้องไปไกล แม่ชะนีสะดุ้งเฮือก มันโดนปืนอย่างแน่นอน
มันนั่งโงนเงนอยู่เอามือไปเช็ดเลือดขึ้นดูพยายามผลักลูกออกจากอกแต่
ไม่สำเร็จ ชั่วอึดใจเดียว แม่ชะนีก็หัวทิ่มตกลงมาจากต้นเหรียง
กลายวิ่งบุกป่าสวบ ๆ ไปดู พ่อถือซะนีอยู่ก่อนแล้ว แม่ชะนีตายสนิท
ลูกชะนีถูกกระสุนเพียงได้รับบาตเจ็บที่ไหล่ซ้ายลูกชะนีกะพริบตาถี่ บางครั้ง
มันมองกลายเหมือนจะวิงวอนให้ช่วยเหลือ
กลายอุ้มลูกชะนีเดินกลับจนถึงขนำ เลือดจากบาดแผลถูกปืนยังไหล
ออกมาอีก ลูกชะนีส่งเสียงครางแผ่ว ๆ อย่างเจ็บปวดและในไม่นานนัก
ลูกชะนีก็ค่อย ๆ เงียบเสียงและขาดใจ ตายขณะที่กลายกำลังอุ้มมันอยู่
ด้วยความเวทนา กลายวางมันลงอย่างช้า ๆ ด้วยความสลดใจเป็นอย่างมาก
ยิ่งเมื่อกลายได้เห็นน้องที่แม่อุ้มให้ดูดนมอยู่ ก็ยิ่งทำให้กลายนึก
เวทนาลูกและแม่ชะนียิ่งขึ้นอีกเป็นทับทวี หากไม่เพราะความโหดร้ายของ
พ่อกลาย ลูกชะนีคงมีโอกาสได้กอดอกแม่ชะนี อยู่อย่างอบอุ่นและเป็นสุข
อีกนานวัน
อีกเมื่อไรกันหนอ มนุษย์เราจะเลิกตามล่าสัตว์โลกซึ่งน่าสงสารเหล่านี้
เสียที กลายคิดและนั่งมองดูศพลูกชะนีอยู่เงียบ ๆ

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๓๗

คำถามหลังการอ่าน

๑. เรื่องนี้ควรจัดเป็น "เรื่องสั้น" เพราะเหตุใดมากที่สุด
ก. มีขนาดสั้นดำเนินเรื่องและใช้ภาษาที่กระชับรัดกุม
ข. มีโครงเรื่องที่เสนอแนวคิดสำคัญอย่างเดียว
ค. มีตัวละคร ฉาก และบทสนทนา
ง. ถูกทุกข้อ

๒. สาเหตุของการล่าลูกชะนีในเรื่องนี้คืออะไร
ก. มีผู้สั่งซื้อเพื่อนำไปขาย
ข. มีผู้สั่งซื้อเพื่อนำไปเลี้ยง
ค. มีการล่าลูกชะนีเป็นอาชีพ
ง. ลูกชะนีเป็นสินค้าที่มีราคาแพง
๓. เหตุใดการล่าลูกชะนีจึงต้องยิงแม่ชะนีให้ตายเสียก่อน
ก. แม่ชะนีดุร้ายและไม่มีประโยชน์
ข. แม่ชะนีเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมาก
ค. แม่ชะนีไม่ยอมทิ้งลูกง่าย ๆ
ง. แม่ชะนีให้ลูกกอดอยู่กับอกโดยไม่ปล่อยเลย
๔. เรื่องนี้เป็น "ข้อขัดแย้ง" ระหว่างผู้ใด
ก. พ่อ กับ ผู้สั่งซื้อลูกชะนี
ข. พ่อ กับ ลูก
ค. พ่อ กับ ชะนี
ง. ลูก กับ ชะนี

๑๓๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๕. "จุดสุดยอด" ของเรื่องนี้อยู่ตรงไหน
ก. แม่ชะนีถูกยิงตาย
ข. พ่อฆ่าชะนีโดยไม่ได้ประโยชน์ตามต้องการ
ค. ผู้สั่งซื้อไม่ใด้ลูกชะนีตามต้องการ
ง. "กลาย" สงสารแม่และลูกชะนี

๖. แนวคิดสำคัญที่สุดที่ผู้แต่งต้องการเสนอต่อผู้อ่านคืออะไร
ก. ความโหดร้ายของมนุษย์ผู้ไม่มีความปรานี
ข. ผู้แข็งแรงย่อมเอาเปรียบผู้อ่อนแอ
ค. แม่ชะนีรักลูกเช่นเดียวกับมนุษย์
ง. มนุษย์ควรเลิกล่าสัตว์ที่น่าสงสาร

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๓๙

ตอนที่ ๓

คำชี้แจง จงอ่านเรื่องต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อที่ ๗ - ๑๐

บทที่ ๑

อากาศในยามเช้าตรู่ต้นฤดูหนาวนั้นค่อนข้างเยียบเย็น จนบังเกิด
เป็นหมอกควันปกคลุมทั่วไป น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เจิ่งล้นเพราะเป็นฤดูน้ำ
หลาก เรือแพที่กำลังแล่นขึ้นล่องเห็นภาพเพียงเงาสลัว ๆ อยู่ในหมอก
แล้วก็ลับหายไป บ้านเรือนทั้งสองฟากถูกปกคลุมด้วยหมอกควันจาง ๆ
จนเป็นเงาตะคุ่ม ๆ เสียงน้ำแตกกระจาย ขณะที่ร่างร่างหนึ่งดำมาโผล่ขึ้น
โดยกะทันหัน ผมเปียกลีบยาวรุงรัง ใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากเขียวเพราะ
ความหนาว จนกระทั่งเมื่อห่อปากพ่นลมออกมากลายเป็นควันสีขาวเป็น
ทางยาว เสียงเรียกดังแว่ว ๆ ทำให้ร่างนั้นเกาะบันไดชะเง้อขึ้นมองไปทาง
สะพานยาว ซึ่งทอดมาจากตัวบ้านตั้งอยู่ในหมู่ไม้ มองเห็นเพียงหลังคา
ทรงสูงเลือน ๆ พันทิวไม้ดำทะมึนขึ้นมาเป็นเงา ๆ

"ยายอัง...ยายอัง..."
เสียงเรียกค่อย ๆ ใกล้เข้ามา ร่างนั้นจึงกลับดำมุดลงไปอีก คราวนี้
ค่อย ๆ ไปโผล่ลอยคออยู่ภายใต้สะพานอย่างเงียบ ๆ
ร่างขาว ๆ ที่เดินสำหมอกมานั้น สวมทั้งเสื้อหนาวมีทั้งผ้าห่มคลุมไว้
รุงรัง แต่ถึงกระนั้นก็ยังต้องกอดอก เดินห่อตัวเล็กน้อยครั้นมาสุดหัว
สะพานจึงชะเง้อมองไปที่บันได พลางเรียกช้ำอีก
"ยายอัง...ยายอัง..."
เมื่อไม่มีเสียงตอบ จึงบ่นพึมพำต่ออยู่คนเดียว
"ไปไหนนะ..."
แต่ครั้นเหลียวไปเห็นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พาดอยู่บนกิ่งลำพูใกล้ ๆ จึง
หันกลับไปเรียกด้วยน้ำเสียงเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม

๑๔๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

"ยายอัง...ยายอัง..."
เมื่อไม่มีเสียงตอบ จึงบ่นพึมพำต่ออยู่คนเดียว
"ไปไหนนะ..."
แต่ครั้นเหลียวไปเห็นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พาดอยู่บนกิ่งลำพูใกล้ ๆ จึง
หันกลับไปเรียกด้วยน้ำเสียงเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม
"ยายอัง...ขึ้นมานะ หนาวจะตาย ลงไปอาบน้ำได้ตะคริวมันจะ
กิน...ขึ้นมาเร็ว ๆ เข้า..."
ใบหน้าซีดค่อย ๆ โผล่พ้นขอบสะพานน้ำมา ครั้นเห็นผู้ที่ยืนอยู่มัว
หันไปทางอื่นจึงค่อย ๆ เอื้อมมือไปเกาะข้อเท้าเบา ๆ
"ต๊าย..."
เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมทั้งเจ้าตัวสะดุ้งโหยง สะบัดช้อเท้าอย่าง
ตกใจทำให้อีกฝ่ายหนึ่งหัวเราะคิก
"ดูซิลูกคนนี้ หน้าเขียวแล้ว...ขึ้นมา...หนาวจะตายอยู่แล้วลงมา
อาบน้ำทำไม?"
"โธ่...พอลงมาอยู่ในน้ำแล้วอุ่นออก ไม่เชื่อแม่ลองเอามือจุ่มดูชิคะ"
"อุ่นแล้วทำไมปากเขียวยังงั้นล่ะ?"
"ก็ปากมันพ้นน้ำนี่แม่"
"อย่ามัวเล่นสำนวน ชั้นมา...นี่ลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าคุณยายไม่
ถามคงไม่รู้กันหรอกนี่"
ใบหน้าขาว ๆ นั้นผลุบหายลงไปอีก เสียงน้ำกระจายตูตาม ชั่วครู่
ร่างเล็ก ๆ ก็ขึ้นบันไดมาพลางชี้ดปากเบา ๆ
"ไหนว่าไม่หนาวไงล่ะ"
ปากบ่นแต่มือรีบหยิบผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่ให้
"ไม่ได้เอาผ้านุ่งมาผลัดด้วยเรอะ"
"หนูพาดไว้ตรงกิ่งไม้นั่นค่ะ"

การอ่านจับใจความสำคัญบันเทิงคดี ๑๔๑

ขณะที่ผลัดผ้าถึงกับตัวสั่นสะท้าน ผู้เป็นมารดาต้องรวบผมมาบีบน้ำ
ให้

"ผมผ้าเปียกหมด ใคร ๆ เขาหนาวกันจะเป็นจะตายแม่นี่กลับอาบน้ำ
สมละที่ใคร ๆ เขาว่าเรามันคนร้อนวิชา"

"หนูไม่ได้บ้าวิชาสักหน่อย เพียงแต่อยากสวยมั่งเท่านั้น"
เถียงพลางผลัดผ้าอย่างรวดเร็ว
"อะไรกัน อาบน้ำหน้าหนาวแล้วสวย แม่ไม่เคยได้ยินไห้ยินแต่เขาว่า
กันว่า "ดูช้างให้ดูหน้าหนาวดูสาวให้ดูหน้าร้อน"
"ไม่ใช่ค่ะ หนูหมายความว่า ถ้าว่ายน้ำบ่อย ๆ แล้วรูปร่ำจะสวยต่าง
หาก นี่หนูผอมออก จนเพื่อน ๆ มันตั้งสมญาให้หนูแล้วว่ายายกุ้ง"
"ถ้าอยู่ในน้ำนานๆจะกลายเป็นอาหารกุ้งไม่รู้ตัว ตะควิวกินเข้าก็จม
น้ำตายเท่านั้นเอง วันนี้ไม่ไปมหาวิทยาลัยหรือลูก?"
"แม่ลืมวันอีกแล้ว วันนี้วันอาทิตย์"
"อ้าว...มิน่าถึงว่า ทำไมปล่อยให้ผมเผ้าเปียกม่อลอกม่อแลก"
บ่นพลางคสี่ผ้าห่มจากตัวคลุมให้อีกชั้นหนึ่ง
"ปีนี้หนาวจังเลยนะแม่"
"ฮื่อ...น้ำก็มากด้วย ถ้าเกิดน้ำท่วม สัมสวนนอกเห็นจะแย่"
"เขาว่ากันว่าจะเกิดสงครามด้วย"
"ไฮ...ยายอัง เอาอะไรมาพูด"
"จริงนะแม่ ที่มหาวิทยาลัยเขาก็พูดกัน"

(บางตอนจากนวนิยายเรื่องคู่กรรม ของ ทมยันตี)

๑๔๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

คำถามหลังการอ่าน

๗. ข้อความนี้ไม่ควรจัดเป็นงานเขียนประเภท "เรื่องสั้น" เพราะเหตุใด
ก. มีขนาดยาวกว่าเรื่องสั้นทั่วไป
ข. มีการเสนอแนวคิดสำคัญของเรื่องหลายอย่าง
ค. มีโครงเรื่องไม่สมบูรณ์ ไม่มีข้อขัดแย้ง
ง. มีการดำเนินเรื่องอย่างละเอียด ยึดยาวและไม่รวบรัด

๘. "ยายอัง..." ที่ปรากฏในข้อความตอนนี้มีลักษณะอย่างไร
ก. รูปร่างบอบบาง ผมยาว สนุกสนานร่าเริง
ข. รูปร่างผอมแห้ง ผิวขาว นิสัยดื้อรั้น
ค. รูปร่างเล็ก ผิวขาวชีด ชุกชน
ง. รูปร่างระหง ใบหน้าอ่อนเยาว์ เชื่อมั่นในตัวเองสูง

๙. ข้อใดเก็บรายละเอียดของข้อความนี้ได้ถูกต้องชัดเจนที่สุด
ก. อากาศในยามเข้าตันฤดูหนาวเย็นจัด จนเกิดหมอกควันปกคลุม
แม่น้ำเจ้าพระยา เรือแพที่ขึ้นล่องและบ้านเรือนทั้งสองฟากให้เห็น
เพียงเงาสลัว ๆ
ข. "ยายอัง..."ชอบเล่นน้ำในฤดูหนาวขณะที่กำลังเกิดสงคราม
ค. "ยายอัง..."อยู่กับแม่และยายที่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยากำลังเรียน
มหาวิทยาลัย
ง. "ยายอัง..." อยู่บ้านสวนริมแม่น้ำเจ้าพระยากำลังเรียนมหาวิทยาลัย
ขณะที่มีข่าวว่าจะเกิดสงคราม


Click to View FlipBook Version