The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanachotj62, 2022-08-12 06:12:20

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น

แบบเรียน ภาษาไทย อ่านได้ จับใจเป็น สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๔๓



โคลงสี่สุภาพ

๑ ๒ ๓ ๔่ ๕้ ๑ ๒ (ส ส)
๑ ๒่ ๓ ๔ ๕ ๑่ ๒้
๑ ๒ ๓่ ๔ ๕ ๑ ๒่ ( ส ส )
๑ ๒่ ๓ ๔ ๕้ ๑่ ๒้ ๓ ๔ ( ส ส )

= คำสุภาพ (ไม่มีรูปวรรณยุกต์กำกับ) = คำเอก หรือ คำตาย
= คำสร้อย = คำโท

โคลงสี่สุภาพจึง หมายถึง โคลงที่มีการบังคับคำสุภาพไว้สี่จุดและ
มีบังคับเอกโทตามฉันทลักษณ์ โดยมีโคลงแม่บท ได้แก่

ตัวอย่าง อันใด พี่เอย
ทั่วหล้า
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ลืมตื่น ฤาพี่
เสียงย่อมยอยศใคร อย่าได้ ถามเผือ
สองเขือพี่หลับใหล
สองพี่คิดเองอ้า (ลิลิตพระลอ)

ลักษณะบังคับของโคลงสี่สุภาพ (ใบความรู้เรื่อง ฉันทลักษณ์
และการอ่านโคลงสี่สุภาพ : ออนไลน์) มีดังนี้

๑. คณะ

โคลงสี่สุภาพบทหนึ่งมี ๔ แต่ละบาทประกอบด้วยวรรค ๒ วรรค วรรค
หน้า ๕ คำ วรรคหลัง ๒ คำ ยกเว้นวรรคหลังของบาทที่ ๔ จะมี ๔ คำ ในบาทที่ ๑
และ ๓ อาจมี คำสร้อยหรือไม่ก็ได้

๔๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๒. คำเอก คำโท

โคลงสี่สุภาพบังคับให้มีคำเอก ๗ แห่ง และโท ๔ แห่ง ในกรณีที่หาคำ
เอกไม่ได้ อาจใช้คำตายแทนคำเอก และคำเอกโทษ เช่น คำตายที่แทนคำเอก

ตัวอย่าง พสุธา
กาศกว้าง
คุณแม่หนาหนักเพี้ยง เมรุมาศ
คุณบิดรดุจอา อาจสู้สาคร
คุณพี่พ่างศิขรา
คุณพระอาจารย์อ้าง (โคลงโลกนิติ)

คำตาย คือ คำที่ผสมด้วยสระเสียงสั้น เช่น บิ, รุ, พระ เป็นต้น
หรือคำที่มีตัวสะกด แม่กก แม่กบ และ แม่กด เช่น หนัก, กาศ, อาจ
เป็นต้น

*** หลักการจำคำตายคือ กบฏ(กะบด)คือตาย ***

๓. คำเอกโทษและโทโทษ

ในการหาคำเอกคำโทมาแต่งโคลงนั้น บางทียากมากถึงอนุโลมให้ใช้คำ
เอกโทษ คำโทโทษแทนทั้งนี้เพื่อให้ได้คำเอกคำโทตามข้อบังคับของโคลงสี่สุภาพ
เช่น คำว่า ซู่ เป็นคำเอกโทษ แทนคำว่า สู้ และ คำว่า ผี้ เป็นคำโทโทษ แทนคำว่า
พี่ เพื่อให้ตรงตามฉันทลักษณ์บังคับ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่าง น้องหญิง
อุ่นล้ำ
เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อ แต่ชื่อ ฤาเอย
อ่อนแอบแนบอกอิง กลิ่นเนื้อเหลือนวล
นวลจันทร์นั่นนวลจริง
นวลพี่พี่กลืนกล้ำ (นิราศสุพรรณ)

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๔๕



ตัวอย่าง

ขอฝากซากสวาทสร้อย สุนทร
ไว้ที่ท่าสาคร เขตนี้
ศาลาท่าวัดพร พี่ฝาก มาเอย
ใครที่พี่เป็นผี้ พี่ให้อภัยเจริญ

(นิราศสุพรรณ)

๔. สัมผัส

สัมผัสนอก บังคับไว้ดังนี้
คำสุดท้ายของบาทที่ ๑ (ไม่นับคำสร้อย) สัมผัสกับคำที่ ๕ ของบาทที่ ๒
และ บาทที่ ๓ คำสุดท้ายของบาทที่ ๒ สัมผัสกับคำที่ ๕ ของบาทที่ ๔
ถ้าแต่งโคลงมีจำนวนมากกว่า ๑ บท จะต้องสัมผัสเชื่อมระหว่างบทด้วย
คือ ให้คำสุดท้ายของบทต้นสัมผัสกับคำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ ของบทต่อไป

๕. คำสร้อย

คำสร้อยของโคลงสี่สุภาพ มีอยู่ ๒ แห่ง คือ บาทที่ ๑ และบาทที่ ๓ คำ
สร้อยตามปกติมีอยู่ ๒ คำ คำต้นนั้นมีหน้าที่ต่อคำข้างหน้าให้ได้ความครบ
ส่วนคำท้ายเป็นคำเสริมให้เต็ม เช่น เจ็บจิต จริงพ่อ, อย่างไร ฤาแม่, ฟังคำ
หน่อยรา, โอ้อก เราอา เป็นต้น

โคลงสี่สุภาพมีวิธีการอ่าน ดังนี้

๑. อ่านทอดเสียงให้ตรงตามจังหวะของแต่ละวรรค วรรคหน้า
แต่ละบาทมี ๒ จังหวะ จังหวะละ ๒ คำ และ ๓ คำวรรคหลังบาทที่ ๑ และ
บาทที่ ๓ มี ๑ จังหวะ เป็นจังหวะ ๒ คำ ถ้ามีคำสร้อยก็เพิ่มอีก ๑ จังหวะ
เป็นจังหวะ ๒ คำ วรรคหลังบาทที่ ๒ มี ๑ จังหวะ เป็นจังหวะ ๒ คำ วรรค
หลังบาทที่ ๔ มี ๒ จังหวะ จังหวะละ ๒ คำ

๔๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๒. คำท้ายวรรคที่ใช้คำเสียงจัตวา ต้องเอื้อนเสียงให้สูงเป็นพิเศษ
ตามปกติโคลงสี่สุภาพที่แต่งถูกต้อง
และไพเราะ ใช้คำเสียงจัตวาตรงคำท้ายของบาทที่ 1 หรือคำท้ายบท

๓. เอื้อนวรรคหลังบาทที่ 2 ให้เสียงต่ำกว่าปกติ
๔. ในกรณีที่มีคำคำมากพยางค์เกินแผนบังคับต้องรวบเสียงคำ
นั้น ๆ ให้สั้นเข้า

ตัวอย่าง การแบ่งวรรคการอ่านโคลงสี่สุภาพ

เสียงลือ/เสียงเล่าอ้าง/ อันใด/พี่เอย/
เสียงย่อม/ยอยศใคร/ ทั่วหล้า/
สองเขือ/พี่หลับใหล/ ลืมตื่น/ฤาพี่/
สองพี่/คิดเองอ้า/ อย่าได้/ถามเผือ//

(ลิลิตพระลอ)

โคลงสอง๑

๑ ๒ ๓ ๔่ ๕้ ๑ ๒่ ๓ ๔ ๕้
๑่ ๒้ ๓ ๔ (ส ส)

ตัวอย่าง แถลงเลศเหตุเลือกล้วน
แลนา
โดยอรรถอันถ่องถ้วน
เลิศอ้างทางธรรม (สุภาษิตพระร่วง)


(อภิสิทธิ์ สกุล : ออนไลน์)

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๔๗



โคลงสอง หรือ โคลงสองสุภาพ บทหนึ่งจะมี ๓ วรรค วรรคหนึ่ง
และวรรคสองจะมีจํานวนคำวรรคละ ๕ คำ ในวรรคสาม จะมีจำนวนคำ
๔ คำ ซึ่งรวมทั้งหมด ๓ วรรคจะมีจำนวนคำรวมทั้งสิ้น ๑๔ คำ และใน
วรรคสุดท้ายสามารถที่จะใส่คำสร้อยได้เพิ่มขึ้นอีก ๒ คำ เพื่อเพิ่มความ
ไพเราะให้กับบทกลอน จำนวนพยางค์ต้องมีตามแบบแผนผัง ถ้าหาก
เป็นพยางค์ลักษณะของลหุอาจจะมีได้มากเกินกว่าที่แผนผังได้กำหนดไว้
ก็ได้ แต่จะต้องไม่ยาวจนมีความรู้สึกว่าเยิ่นเย้อจนทําให้อ่านไห้ถูกทํานอง
และจังหวะไม่ได้

การสัมผัส

การสัมผัสของบทกลอน คำที่ ๕ วรรคหนึ่ง จะต้องสัมผัสกับคำที่ ๕
วรรคสอง หากเป็นการแต่งเพื่อเข้าลิลิต จะต้องให้คำสุดท้ายของบทสัมผัสกับ
คำที่ ๑ คำที่ ๒ หรือ คำที่ ๓ ของบทต่อ ๆ ไปในทุกบท

วรรณยุกต์

บังคับวรรณยุกต์เอกที่ คำที่ ๔ ของวรรคแรก คำที่ ๒ ของวรรคสอง และ
คำที่ ๑ ของวรรคสาม และสามารถใช้คำตายแทนรูปวรรณยุกต์เอกได้

บังคับวรรณยุกต์โทที่ คำที่ ๕ ของวรรคหนึ่งและวรรคสอง และคำที่ ๒
ของวรรคสาม และไม่สามารถใช้คำอื่นแทนวรรณยุต์โทนอกจากคำที่มีรูป
วรรณยุกต์โทเท่านั้น

นอกจากนี้แล้วยังสามารถใช้วรรณยุกต์เอกหรือโท ที่ตำแหน่งอื่น ๆ
นอกเหนือจากที่บทกลอนบังคับไว้ได้ แต่อย่าให้มากนักเพื่อความไพเราะ

ห้ามใช้คำตายที่ผันด้วยวรรณยุกต์โท เพื่อใช้ในตำแหน่งวรรณยุกต์โท

๔๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

ห้ามใช้ "ห" นำหน้าคำที่เป็นวรรณยุกต์เอก เพื่อให้คำนั้นๆ กลายไปเป็น
วรรณยุกต์โท ด้วยประสงค์ที่จะนำไปใช้ในตำแหน่งวรรณยุกต์โท เช่นคำ น่า,
เน่า, เล่า, วิ่น, วุ่น ซึ่งเมื่อนำ "ห" มาผันจะเป็น หน้า, เหน้า, เหล้า, หวิ้น, หวุ้น
เป็นต้น หรือคำที่ใช้วรรณยุกต์เอกโดยปรกติ แต่เปลี่ยนใช้วรรณยุกต์โทเสียง
เดียวแทย เช่น พลั่ง เป็น ผลั้ง, พลั่ว เป็น ผลั้ว ฯลฯ เช่นนี้ไม่นิยมใช้ แต่ตามคติ
โบราณไม่ใคร่จะพิถีพิถันในเรื่องนี้มากนักคําเช่นนี้เรียกว่า "โทโทษ"

ห้ามใช้คำที่มีรูปวรรณยุกต์เอก แทนคำที่ใช้รูปวรรณยุกต์โทโดยปกติ
เช่นการใช้ ค่อ แทน ข้อ, เค่า แทน เข้า ฯลฯ คำชนิดนี้เรียกว่า" เอกโทษ"

คำสุดท้ายของบท ห้ามใช้คำที่มีรูปวรรณยุกต์ และเสียงที่นิยมใช้
สำหรับลงท้ายบทซึ่งมักจะถือกันว่าไพเราที่สุสําหรับการลงท้ายบทเป็นเสียง
สุดท้าย ก็คือเสียงจัตวาที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์

คำเป็นคำตาย
คําตายห้ามนํามาใช้เป็นคำสุดท้ายของบท

คำสร้อย
สามารถมีคำสร้อย ต่อจากวรรคสาม ตามแผนผัง เพื่อเพิ่มความไพเราะ

ของบทกลอนได้

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๔๙



โคลงกระทู้

๑ ๑ ๒ ๓ ๔่ ๕้ ๑ ๒ (ส ส)
๒ ๑ ๒่ ๓ ๔ ๕ ๑่ ๒้
๓ ๑ ๒ ๓่ ๔ ๕ ๑ ๒่ ( ส ส )
๔ ๑ ๒่ ๓ ๔ ๕้ ๑่ ๒้ ๓ ๔ ( ส ส )
อานิสา สอนพงษ์ : ออนไลน์

ตัวอย่าง ความเฮย
เหตุไว้
บัณ เจิดจำแนกแจ้ง พิศดาร อุดรสุข ไทยนา
ฑิต ยุบลบรรหาร กล่าวถ้อยคำสอน
พระ ปิ่ นนัคราสถาน
ร่วง ราชนามนี้ได้ (สุภาษิตพระร่วง)

โคลงกระทู้ คือ โคลงสี่สุภาพ แต่ลักษณะของการเขียนจะแตก
ต่างออกไป โดยที่จะมีการตั้งข้อความเป็นกระทู้ไว้ข้างหน้าของบาททั้ง
๔ และจึงแต่งต่อด้วยถ้อยคำที่มีเนื้อหา ความอธิบาย หรือเป็นการ
ขยายความของกระทู้เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่ง ๆ ขึ้น หรือถ้าเป็นกระทู้
ที่ไม่มีความหมายในตัวเอง เช่น " โก วา ปา เปิด " ก็จะแต่งเติมเสริม
พยางค์หรือคำ ให้กระทู้นั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น (ยุวดี เปาอินทร์
และ อานิสา สอนพงษ์ : ออนไลน์)

โคลงกระทู้ เป็นโคลงที่แต่งตามเค้าเงื่อน หรือประโยคที่ตั้งไว้
เป็นกระทู้ กระทู้นี้อาจประกอบด้วยคำ ๔ คำ หรือ ๘ คำ ที่จะแบ่งเรียง
เป็นคำขึ้นต้นโคลงแต่ละบาทได้ลงตัว เวลาแต่งโคลงกระทู้ จะต้องแต่ง
ให้ได้เนื้อความสอดคล้องกับกระทู้ที่ตั้งไว้ (ฐะปะนีย์ นาครทรรพ :
ออนไลน์)

๕๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

ตัวอย่างกลุ่มคำหรือประโยคที่ใช้เป็นกระทู้ได้ เช่น
ฉันรักเมืองไทย รู้มากยากนาน รู้จักรักตัว (เรียงไว้วรรคละ ๑ คำ)
เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก (เรียงไว้วรรคละ ๒ คำ)

ตัวอย่าง แหนงหนี
มากได้
เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว วาอาตม์
หาง่าย หลายหมื่นมี ยากแท้จักหา
เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี-
หากยาก ฝากผีไข้ (โคลงโลกนิติ)

แบ่งเป็น ร่ายสั้น และร่ายยาว ร่ายสั้นนั้น มีทั้งร่ายสุภาพ
และร่ายดั้น (Plookpedia : ออนไลน์)

ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จะปรากฏเพียงร่ายสุภาพ
มีลักษณะฉันทลักษณ์ ดังนี้

ร่ายสุภาพ

๑๒๓๔๕ ๑๒๓๔๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ฯลฯ

่ ้๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ่ ้๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ่ ้๑ ๒ ๓ ๔ ( ส ส )

(พันทิพย์ โขมะนาม : ออนไลน์)

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๕๑



บทหนึ่ง ๆ มีตั้งแต่ ๕ วรรคขึ้นไป จัดเป็นวรรคละ ๕ คำ หรือจะเกิน
๕ คำบ้างก็ได้ แต่ไม่ควรเกิน ๕ จังหวะในการอ่าน จะแต่งยาวกี่วรรคก็ได้
แต่ตอนจบจะต้องเป็นโคลงสองสุภาพเสมอ

สัมผัส โดย คำสุดท้ายของวรรคหน้า ต้องสัมผัสคำที่ ๑ หรือ ๒
หรือ ๓ เป็นวรรคถัดไปทุกวรรค นอกจากตอนจบจะต้องให้สัมผัสแบบ
โคลงสองสุภาพ

เอกโท มีบังคับเอก ๓ แห่ง และคำโท ๓ แห่ง ตามแบบของโคลง
สองสุภาพ

ถ้าคำสัมผัสที่ส่งเป็นคำเป็นหรือคำตาย คำที่รับสัมผัสจะต้องเป็น
คำเป็นหรือคำตายด้วย และคำสุดท้ายของบท ห้ามใช้คำตาย

เติมสร้อยในตอนสุดท้ายของบทได้อีก ๒ คำ หรือจะเติมทุก ๆ
วรรคของบทก็ได้พอถึงโคลงสองต้องงด เว้นไว้แต่สร้อยของโคลงสอง
เอง สร้อยชนิดนี้ต้องเหมือนกันทุกวรรค เรียกชื่อว่า "สร้อยสลับวรรค"
การแต่งร่าย ร่ายโบราณ ร่ายดั้น ร่ายยาว ร่ายสุภาพ ร่าย (บ้านจอมยุทธ์
: ออนไลน์)

ตัวอย่าง ผู้เป็นปราชญ์พึงสดับ
โดยอรรถอันถ่องถ้วน
สิบสิ่งสรรพโอวาท เลิศอ้างทางธรรม
ตรับตริตรองปฏิบัติ
แถลงเลศเหตุเลือกล้วน ๑
แลนา ฯ (สุภาษิตพระร่วง )


(โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย : ออนไลน์)

๕๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

เมื่อรู้จักฉันทลักษณ์ของลักษณะคำประพันธ์ในวรรณคดีของ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่การอ่านจับใจความใน
ขั้นต่อไป

๒. อ่านเนื้อหา

ให้ผู้เรียนอ่านเนื้อหาของวรรณคดีให้จบอย่างน้อย ๑ รอบ อาจ
แบ่งอ่านเป็นบท ตอน หรืออ่านทั้งเรื่อง เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของเนื้อ
เรื่อง ว่ากล่าวถึงอะไร มีตัวละครชื่ออะไร หรือเหตุการณ์ในเรื่องเป็น
อย่างไร เมื่ออ่านจบแล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป

๓. หาคำศัพท์แปลความหมาย

เมื่ออ่านวรรณคดีจบ ๑ รอบแล้ว อาจเจอคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจ
เนื่องจากวรรณคดีส่วนใหญ่จะใช้คำศัพท์ที่สละสลวย คำไวพจน์ หรือเป็น
คำยืมจากภาษาต่างประเทศ เช่น คำบาลี สันสกฤต ซึ่งจะมีความยาก
หากไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อน อาจทำให้ไม่เข้าใจ ผู้เรียนจึงควรขีดเส้น
ใต้หรือทำสัญลักษณ์ไว้ที่คำศัพท์นั้น และหาความหมายของคำศัพท์ เพื่อ
ให้เข้าใจคำศัพท์และเรื่องราวมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง สุริโย
แช่มช้า
นาคีมีพิษเพี้ยง แมลงป่อง
เลื้อยบ่ทำเดโช อวดอ้างฤทธี
พิษน้อยหยิ่งโยโส
ชูแต่หางเองอ้า (โคลงโลกนิติ)

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๕๓



จากเรื่อง โคลงโลกนิติ ข้างต้น พบคำศัพท์ยาก และหาความ
หมายจากพจนานุกรมราชบัณทิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังนี้
นาคี หมายถึง งู
เพี้ยง หมายถึง เท่า, เสมอ, เหมือน (ใช้ในโคลงแทน เพียง)
สุริโย หมายถึง พระอาทิตย์
เดโช หมายถึง อำนาจ, ความร้อน, ไฟ
แช่มช้า หมายถึง มีกิริยาเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และสง่างาม
โยโส หมายถึง โหยกเหยก, อวดดี, หยิ่งจองหอง
ฤทธี หมายถึง อำนาจศักดิ์สิทธิ์, แรงอำนาจ, เช่น เทวดามีฤทธิ์

(มาจากคำว่า ฤทธิ์)

๔. ถอดคำประพันธ์

เมื่อผู้เรียนหาคำศัพท์ยากจากบทประพันธ์หรือวรรณคดีที่อ่าน
แล้ว ให้ผู้เรียนถอดคำประพันธ์เป็นร้อยแก้ว เพื่อให้เข้าใจเนื้อความได้
มากขึ้น ดังตัวอย่างจากโคลงโลกนิติ

ตัวอย่าง

งูมีพิษเหมือนพระอาทิตย์ เลื้อยไปอย่างช้า ๆ และสง่า
งาม ไม่ใช้อำนาจทำอันตรายต่อผู้ใด แต่แมลงป่องที่มีพิษน้อย
กว่ากลับแสดงความอวดดีหยิ่งจองหอง เอาแต่ชูหางอวดฤทธิ์
อำนาจของตัวเอง

๕๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๕. หาใจความของเรื่อง

เมื่อถอดคำประพันธ์เรียบร้อยแล้ว ให้พิจารณาเนื้อความที่ถอด
ออกมา และตั้งคำถามจากเรื่องที่อ่านว่า เกี่ยวกับอะไร ต้องการบอกอะไร
หรือหากเรื่องที่อ่านมีตัวละครหรือเหตุการณ์ ให้ตั้งคำถามว่า ใคร ทำ
อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร หากตอบคำถามได้แล้ว จะสามารถทราบ
ถึงใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้

ยกตัวอย่างจากโคลงโลกนิติที่ยกมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าเนื้อความ
พูดถึง งูที่มีพิษแต่ไม่แสดงการโอ้อวดแตกต่างจากแมลงป่องซึ่งมีพิษ
น้อยกว่างู แต่กลับแสดงการโอ้อวดว่าตนมีฤทธิ์มาก ซึ่งเป็นการใช้ความ
หมายโดยนัย ใจความของบทประพันธ์ไม่ได้ต้องการบอกเรื่องงูและ
แมลงป่อง แต่ใช้งูและแมลงป่องมาอธิบายแทนสิ่งที่ต้องการสื่อ ผู้อ่าน
ต้องตีความอีกชั้นหนึ่งถึงจะเข้าใจสารของเรื่องได้

ใจความสำคัญของโคลงโลกนิติบทที่ยกมา มีใจความสำคัญคือ
“ผู้ที่มีปัญญาหรือความสามารถมากมายไม่โอ้อวดตน แต่ผู้ที่มี
ปัญญาและความสามารถน้อยกลับโอ้อวดเกินความเป็นจริง เหมือน
กับแมลงป่องที่โอ้อวดพิษของตนทั้ง ๆ ที่งูมีมากกว่าแต่ไม่โอ้อวด”

๕. สรุปใจความสำคัญด้วยภาษาของตนเอง

เมื่อผู้เรียนสามารถเข้าใจสารหรือใจความจากวรรณคดีเรื่องที่
อ่านแล้ว ให้นำมาสรุปเป็นใจความสำคัญสั้น ๆ ด้วยภาษาของตนเอง ตัด
การขยายความออก ให้เหลือแต่ข้อความที่สำคัญ ยกตัวอย่างจากโคลง
โลกนิติ ได้แก่ “ผู้มีปัญญาและความสามารถไม่จำเป็นต้องโอ้อวดตน”

จากตัวอย่างข้างต้น เป็นตัวอย่างของการหาใจความสำคัญของ
การอ่าน ซึ่งวรรณคดีแต่ละเรื่องจะมีความยาวและลักษณะแตกต่างกัน
ตามประเภทของวรรณคดี ผู้เรียนจึงควรศึกษาประเภทของวรรณคดีให้
เข้าใจ เพื่อให้การอ่านบรรลุตามจุดประสงค์ของวรรณคดีประเภทนั้น ๆ
และจับใจความสำคัญวรรณคดีได้อย่างถูกต้อง

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๕๕



แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๓

คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านวรรณคดีที่กำหนดให้ และจับใจความ
สำคัญจากเรื่องที่อ่านให้ถูกต้อง

ขณะนั้นสมิงพระรามเฝ้าอยู่ด้วย ครั้นได้ฟังพระราชโองการก็
กราบทูลว่า ข้าพเจ้ารับอาสาพระองค์ครั้งนี้ มีความปรารถนาสี่ประการ
คือข้าพเจ้าต้องพันธนาการตรากตรำลำบากอยู่นานแล้ว หวังจะให้พ้น
จากเครื่องจองจำหนึ่ง จะไว้ฝีมือให้เปนเกียรติยศไปชั่วกัลปาวสานหนึ่ง
จะให้พระองค์ฆ่าข้าพเจ้าหนึ่ง ถ้าพระองค์มิฆ่าข้าพเจ้าแล้วข้าพเจ้าจะ
ขอกราบถวายบังคมลากลับไปเมืองหงษาวดีหนึ่ง เปนความปรารถนาสี่
ประการ ซึ่งพระองค์จะพระราชทานให้ข้าพเจ้าเปนมหาอุปราช แล
พระราชทานพระราชธิดานั้นพระคุณหาที่สุดมิได้ ข้าพเจ้ามิได้รับ
พระราชทานแล้วจะขอคืนถวายไว้ดังเก่า พระเจ้ามณเฑียรทองได้ทรง
ฟังก็ทรงพระดำริห์ว่า สมิงพระรามคนนี้มิเสียทีที่เกิดมาเปนเชื้อชาติ
ทหารนับว่าชายชาตรีแท้ มิได้เกรงกลัวแก่ความตาย ทั้งราชสมบัติก็มิได้
รักใคร่ แล้วองอาจแกล้วกล้าหาผู้ใดเปรียบเสมอมิได้ ครั้นจะฆ่าเสียตาม
ดำบัดนี้เล่าก็มิควร เขาได้มีคุณแก่เรา ช่วยกู้พระนครไว้เปนความชอบ
ใหญ่หลวงยังเสียดายนัก ครั้นจะปล่อยให้กลับไปเมือง

๕๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หงษาวดีเล่า การสงครามพระเจ้าราชาธิราชกับเราก็ยังติดพ้นกัน
อยู่หาขาด กันไม่ ทรงพระดำริห์ดังนั้นแล้ว ก็ทรงนิ่งอยู่มิได้ตรัสประการ
ใด แล้วก็เสด็จเข้าข้างใน

เจ้าพระยาพระคลัง (หน), ๒๕๔๔, หน้า ๓๘๕-๓๘๖

ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (ข้อละ ๒ คะแนน)

๑. ใคร ...................................................................

๒. ทำอะไร ...................................................................
...................................................................

๓. ที่ไหน ...................................................................
...................................................................

๔. เมื่อไหร่ ...................................................................
...................................................................

๕. อย่างไร ...................................................................
...................................................................

๖. สรุปใจความสำคัญ (๕ คะแนน)
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๕๗



คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านวรรณคดีที่กำหนดให้ และจับใจความ
สำคัญจากเรื่องที่อ่านให้ถูกต้อง

โคลงสี่สุภาพ

แกงไก่มัสมั่นเนื้อ นพคุณ พี่เอย
หอมยี่หร่ารสฉุน เฉียบร้อน
ชายใดบริโภคภุญช์ พิศวาส หวังนา
แรงอยากอหัตถ์ข้อน อกให้หวนแสวงฯ

กาพย์ยานี ๑๑

มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
ชายใดได้กลืนแกง แรงอยาให้ใฝ่ฝันหา

(พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)

๑. สรุปใจความสำคัญ (๕ คะแนน)
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๕๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๏ จะร่ำคำต่อไป พอล่อใจกุมารา
ธรณีมีราชา เจ้าพาราสาวะถี
มีสุดามเหสี
๏ ชื่อพระไชยสุริยา อยู่บุรีไม่มีภัย
ชื่อว่าสุมาลี มีกิริยาอัชฌาศัย
ได้อาศัยในภารา
๏ ข้าเฝ้าเหล่าเสนา ชาวบุรีก็ปรีดา
พ่อค้ามาแต่ไกล ได้ข้าวปลาแลสาลี

๏ ไพร่ฟ้าประชาชี (สุนทรภู่)
ทำไร่เขาไถนา

๒. ถอดคำประพันธ์ (๕ คะแนน)
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๓. สรุปใจความสำคัญ (๕ คะแนน)
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

การอ่านจับใจความสำคัญวรรณคดีในบทเรียน ๕๙



ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน

(สุนทรภู่)

๔. สรุปใจความสำคัญ (๕ คะแนน)
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

งาสารฤาห่อนเหี้ยน หดคืน

คำกล่าวสาธุชนยืน อย่างนั้น

ทุรชนกล่าวคำฝืน คำเล่า

หัวเต่ายาวแล้วสั้น เล่ห์ลิ้นทรชน

(สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร)

๕. สรุปใจความสำคัญ (๕ คะแนน)
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................

๖๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ

ตัวชี้วัด บทความวิชาการ

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เป็นงานเขียนที่มุ่งเสนอ
เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัย ความรู้ ข้อเท็จจริง ทรรศนะ
มุมมอง ตลอดจนข้อเสนอ

รักการอ่าน ใหม่ ๆ ที่เป็นผลจากการศึกษา

๑. จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๒) ค้นคว้าหรือวิจัยของนักวิชาการ

๒. ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจาก ผู้เขียนมักเป็นผู้ที่ศึกษาค้นคว้า
เรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๓) หรือผู้ที่สนใจเรื่องนั้น ๆ โดยตรง
จึงมีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี
๓. วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียน

อย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต บทความวิชาการ จึงถือเป็นแหล่ง
(ท ๑.๑ ม ๑/๘) ข้อมูลความรู้ที่อ้างอิงได้ดีแหล่งหนึ่ง

สาระการเรียนรู้ ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสารความ
ก้าวหน้าในวงวิชาการจากการอ่านบทความ

ค. วามรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทความวิชาการ วิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารต่าง ๆ เพื่อ
ก. ารอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ประโยชน์ทางด้านวิชาการ


บบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๔

๖๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่

๔ การอ่านจับใจความสำคัญ
บทความวิชาการ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบทความวิชาการ

๑. ความหมายของบทความวิชาการ

บทความวิชาการ เป็นงานเขียนทางวิชาการที่มีสาระเป็นความรู้
ความคิด ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะทางวิชาการ ที่มีความโดดเด่น
ในแง่ที่เนื้อหาสาระมีความใหม่และน่าสนใจ มีรูปแบบการเขียนและการ
พิมพ์เป็นระบบและมาตรฐาน มักตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ
(สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๔๔)

๒. ความสำคัญของบทความวิชาการ

ช่วยให้ผู้อ่านได้รับความรู้ทางวิชาการที่ทันสมัย เพิ่มเติมจากการ
อ่านตำราเป็นหลัก ช่วยพัฒนาความคิด และฝึกสังเกตความรู้และความ
คิดเห็นของผู้เขียน ทำให้เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ทางวิชาการส่งผลให้สามารถ
สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการของตนได้ในที่สุด
(สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๔๕)

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๖๓

๓. ลักษณะของบทความวิชาการ

สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ (๒๕๖๐, หน้า ๔๕-๔๖) ได้อธิบายไว้ว่า
บทความวิชาการเป็นงานเขียนขนาดสั้น มีโครงสร้างเช่นเดียวกับ
บทความทั่วไป ได้แก่ ส่วนนำ ส่วนเนื้อเรื่อง และส่วนสรุป แต่ส่วนนำมี
องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ บทคัดย่อ คำสำคัญ บทนำ และกรอบความ
คิด นอกจากนั้น มีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของบทความวิชาการที่
ใช้สังเกตความเป็นบทความวิชาการได้ดังนี้

๑. ส่วนประกอบสำคัญของบทความวิชาการ ได้แก่
วัตถุประสงค์ของการศึกษา บทคัดย่อ หรือสาระสังเขป และรายการ
อ้างอิงหรือบรรณานุกรม

๒. เป็นงานเขียนทางวิชาการที่เขียนด้วยภาษาเขียนที่มี
มาตรฐานหรือเป็นภาษาระดับทางการ

๓. ก่อนจะได้รับอนุญาตตีพิมพ์ในวารสารวิชาการจะต้องผ่าน
การตรวจสอบกลั่นกรอง โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่บรรณาธิการวารสาร
วิชาการเล่มนั้นจัดสรรให้

๔. สาระของบทความวิชาการต้องได้มาจากการศึกษาค้นคว้า
ข้อมูลด้วยระเบียบวิธีวิจัยที่สมบูรณ์และเคร่งครัด

๖๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๔. องค์ประกอบของบทความวิชาการ

สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ (๒๕๖๐, หน้า ๔๖-๔๗) ได้จำแนก
องค์ประกอบของบทความวิชาการเอาไว้ดังนี้

๑. ชื่อเรื่อง (title) เป็นองค์ประกอบแรกที่ผู้อ่านได้เห็นชื่อของ
บทความวิชาการเป็นตัวแทนของเรื่อง จะมีคำสำคัญ (key word)
ปรากฎอยู่ ผู้อ่านควรสังเกตคำสำคัญเหล่านั้นเพื่อพิจารณาเป็นอย่าง
แรกว่า บทความเรื่องที่กำลังจะอ่านตรงตามความต้องการอ่านหรือไม่

๒. บทคัดย่อ (abstract) เป็นสาระสังเขปของบทความวิชาการ
มีทั้งที่เขียนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การอ่านบทคัดย่อจะช่วยให้
ผู้อ่านทราบแน่ชัดยิ่งขึ้นว่าเรื่องที่กำลังอ่านตรงกับความต้องการอ่าน
ศึกษาของตนหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ก็จะได้ไม่ต้องอ่านในองค์ประกอบอื่น ๆ
ต่อไป

หมายเหตุ บทความวิชาการบางเรื่องไม่มีบทคัดย่อ ผู้อ่านอาจ
อ่านบทสรุปของบทความวิชาการเรื่องนั้นทดแทนได้

๓. บทนำ (introduction) มีเนื้อหาเป็นที่มา และความสำคัญ
ของการศึกษาค้นคว้า ผู้อ่านจะอ่านส่วนนี้ก็ต่อเมื่อทราบจากการอ่าน
บทคัดย่อแล้วว่า เรื่องที่อ่านเป็นเรื่องที่สนใจอ่านศึกษา

๔. การสำรวจวรรณกรรม (review literature) เป็นส่วนที่
เขียนรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่นำ
เสนอ ข้อมูลในส่วนนี้จะช่วยขยายความให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องที่บทความ
วิชาการนั้นเสนอมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถติดตามสืบค้นข้อมูลเหล่านั้น
ได้หากสงสัย

๕. กรอบความคิด (conceptual framework) เป็นส่วนที่ผู้
เขียนระบุแนวคิดสำคัญทั้งหมดที่ใช้ในการศึกษาข้อมูล การอ่านรอบ
ความคิดจะช่วยให้ผู้อ่านทราบแนวทางความคิดของผู้เขียนอย่างเป็น
ระบบ และติดตามอ่านเรื่องได้อย่างมีทิศทางตรงตามที่ผู้เขียนต้องการ
สื่อ โดยมีแนวโน้มว่าจะเกิดความเข้าใจเรื่องได้ชัดเจนและไม่คลาดเคลื่อน

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๖๕

๖. บทสรุป (conclusion) เนื้อหาของส่วนนี้เป็นการสรุปย้ำสาระ
สำคัญของเรื่องที่ผู้เขียนศึกษาค้นคว้าให้โดดเด่นแน่ชัด โดยมีการ
อภิปรายแสดงทัศนะของผู้เขียนที่มีต่อผลการศึกษาเรื่องนั้นด้วย ข้อมูล
ในส่วนนี้จึงมีความสำคัญที่ผู้อ่านไม่อาจละเลย

การอ่านบทสรุปจะให้แนวทางการศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่อ่าน
ทำให้ผู้อ่านสามารถศึกษาค้นคว้าและเขียนเร่องที่ตนสนใจได้ต่อไป

๗. รายการอ้างอิง (references) เป็นรายการแหล่งข้อมูล
ทั้งหมดที่ผู้เขียนอ้างถึง แสดงให้เห็นความน่าเชื่อถือของบทความ
วิชาการเรื่องนั้นว่าผ่านการศึกษาค้นคว้า ดังนั้นหากบทความวิชาการ
เรื่องใดระบุแหล่งที่มาของข้อมูลที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมากก็อาจคาด
การณ์ได้ว่ามีความกว้างขวาง

๘. บรรณานุกรม (bibliography) เป็นรายชื่อเอกสารและสื่อ
ทุกชนิดที่เป็นแหล่งข้อมูลของบทความเรื่องนั้น โดยที่บางส่วนผู้เขียน
อาจไม่ได้อ้างอิงไว้ในตัวบท ปัจจุบันมีความนิยมจัดทำบรรณานุกรมโดย
ระบุเฉพาะแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้อ้างอิง

บทความวิชาการบางเรื่องอาจมีเฉพาะบรรณานุกรมหรือรายการ
อ้างอิง และบางเรื่องก็มีทั้งสองอย่าง

๖๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๕. ประเภทของบทความวิชาการ

สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ (๒๕๖๐, หน้า ๔๘-๕๐) ไดจำแนกประเภท
บทความวิชาการที่สำคัญไว้ ๒ ประเภท ได้แก่

๑. บทความวิจัย หรือรายงานการวิจัยแบบสรุป เป็นงานเขียน
ขนาดสั้น มีเนื้อหาเป็นประเด็นใดประเด็นหนึ่งของผลการวิจัยหรือเป็น
งานวิจัยทั้งเรื่องโดยสรุป โครงสร้างของบทความชนิดนี้จะแบ่งออกเป็น
บทนำ เนื้อเรื่อง และส่วนสรุป (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า
๔๘-๔๙)

ตัวอย่างบทความวิจัย

ภูมิหลังและชาติกำเนิดของนางสีดา ในรามเกียรติ์ฉบับ
ต่าง ๆ ของไทย (ศิวดล วราเอกศิริ, ๒๕๖๑, ๓๘(๑)
วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ออนไลน์, หน้า ๒๕-๖๔)

ศฤงคารรสในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี (จุรีย์พร อำพันธ์,
ศรีวิไล พลมณี และ สนิท สัตโยภาส, ๒๕๖๑, ๑๔(๒) พิฆเนศวร์สาร
ออนไลน์, หน้า ๖๕-๗๕)

ความทุกข์จากความรักในวรรณคดีเรื่องมัทนะพาธา
(วิระวัลย์ ดีเลิศ และ ปณัฐ อนุรักษ์ปรีดา, ๒๕๖๑, ๑๓(๒)
วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ออนไลน์, หน้า ๓๔๗-๓๕๘)

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๖๗

๒. บทความวิชาการทั่วไป หมายถึง บทความที่นำเสนอความรู้
ความคิด และทัศนะของผู้เขียนในเรื่องทางวิชาการประเด็นใดประเด็น
หนึ่ง ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจในแวดวงวิชาการ หรือผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า
น่ารู้และมีคุณค่า จึงศึกษาค้นคว้า คิดวิเคราะห์ และเขียนเสนอเป็น
บทความวิชาการทั่วไปเผยแพร่ลงในวารสารวิชาการ และนิตยสาร
บางฉบับ (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๔๙-๕๐)

ตัวอย่างบทความวิชาการทั่วไป

จารึกวัดเสือ (จุฑารัตน์ เกตุปาน, ๑๑(๑), ๒๕๕๗, หน้า ๑-๑๒)
พระมเหสีผู้สิริโฉมงดงามและน่าจดจำในประวัติศาสตร์
พม่า (มิ่ง ตันดา เตง, ๒๕๕๕, หน้า ๗-๑๗)
“มุกตลก” “มุขตลก” ราชบัณฑิตยสถาน กับ มติชน ใครผิด
ใครถูก? (วนิดา บำรุงไทย, ๒๕๔๘, หน้า ๒๖-๓๕)

๖. ลักษณะของบทความวิชาการที่ดี

สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ (๒๕๖๐, หน้า ๕๐) ได้อธิบายลักษณะของ
บทความทางวิชาการที่ดีไว้ดังนี้

๑. นำเสนอเนื้อหาสาระที่มีความใหม่ ทันสมัย ถูกต้อง แม่นยำ
สอดคล้องกับทฤษฎีหรือหลักการทางวิชาการ และมีการอ้างอิงแหล่ง
ที่มาของข้อมูลอย่างถูกต้องและครบถ้วน

๒. มีรูปแบบสอดคล้องกับประเภทของบทความวิชาการ
มีมาตรฐาน เป็นระบบและมีระเบียบ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ ส่วนนำ
ส่วนเนื้อเรื่อง และส่วนสรุป เพื่อให้ผู้อ่านติดตามทำความเข้าใจได้สะดวก

๖๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๓. ใช้ภาษาระดับทางการหรือภาษาเขียนที่มีมาตรฐาน
เพื่อความเคร่งขรึมและความน่าเชื่อถือ ใช้คำถูกต้อง เขียนเป็นประโยค
ที่ไม่ชับช้อน เป็นย่อหน้าที่ดี เรียบเรียงเป็นเรื่องอย่างมีเอกภาพ
สัมพันธภาพ และสารัตถภาพ

๗. แนวทางการอ่านบทความวิชาการ

สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ (๒๕๖๐, หน้า ๕๐) ได้กำหนดแนวทาง
การอ่านบทความวิชาการเอาไว้ดังนี้

๑. บทคัดย่อ บทความวิจัยและบทความวิชาการทั่วไปมี
บทคัดย่อที่แสดงถึงที่มาและความสำคัญ วัตถุประสงค์ และผลการ
ศึกษาค้นคว้า ดังนั้น เมื่อผู้อ่านพิจารณาชื่อเรื่องแล้วว่าตรงตาม
ความต้องการ กับทั้งประเมินคุณภาพของบทความจากข้อมูล
แวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียนแล้วผู้อ่านควรอ่าน
บทคัดย่อเพื่อพิจารณาความตรงกับความต้องการอ่านอีกครั้งหาก
ตรงตามความต้องการจึงอ่านในส่วนอื่น ๆ ต่อไป

๒. บทนำ เนื้อความในส่วนนี้ให้รายละเอียดของเรื่องที่กล่าว
ไว้แล้วในบทคัดย่อ ได้แก่ ที่มาและความสำคัญ วัตถุประสงค์ของ
การศึกษาหรือวิจัย คำถามวิจัย วิธีการศึกษาค้นคว้าหรือวิจัย
ขอบเขตของการศึกษา ผลการสำรวจวรรณกรรม กรอบความคิด

ข้อมูลในบทนำมีความสำคัญต่อผู้อ่านที่ต้องการศึกษาหรือ
วิจัยในเรื่องทำนองเดียวกับที่บทความวิชาการเรื่องนั้นเสนอ ผู้อ่าน
สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางในการศึกษาคันคว้าของตนเอง
หรือนำไปอ้างอิงได้

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๖๙

๓. บทสรุป มีเนื้อความเป็นสรุปผลการศึกษาหรือผลการวิจัย
และการอภิปรายผล ผู้อ่านที่มีพื้นความรู้ในเรื่องที่บทความเสนออยู่บ้าง
แล้ว หรืออ่านบทคัดย่อแล้วเข้าใจเป็นอย่างดี และอ่านบทนำแล้วอย่าง
ถี่ถ้วน อาจเลือกอ่านส่วนนี้ก่อนส่วนเนื้อเรื่อง ก็เป็นวิธีลัดช่วยให้ผู้อ่นทำ
ความเข้าใจบทความวิชาการจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

๔. เนื้อเรื่อง ถ้าเป็นบทความวิจัย เนื้อความในส่วนนี้อาจเป็นผล
การวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดหรือโดยย่อขึ้นอยู่กับขนาดของงานวิจัย
สำหรับบทความวิชาการทั่วไป เนื้อความในส่วนนี้ก็คือผลการวิเคราะห์
ข้อมูลทั้งหมดในประเด็นที่สนใจศึกษาคันคว้า

ผู้อ่านสามารถอ่านส่วนเนื้อเรื่องหลังจากอ่านบทสรุป โดยเฉพาะ
ในกรณีที่ต้องการพิจารณาผลการวิเคราะห์ข้อมูลโดยละเอียด เพื่อเสริม
สร้างความเข้าใจให้แน่นแฟ้น

๕. รายการอ้างอิง และบรรณานุกรม เป็นส่วนที่อยู่ท้ายเรื่อง
ระบุรายการแหล่งข้อมูลที่ใช้ในบทความวิชาการเรื่องนั้น เป็นส่วนที่มี
ความสำคัญต่อผู้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อ่านที่ไม่ชำนาญการศึกษา
คันคว้าด้วยตนเอง อาจใช้ข้อมูลส่วนนี้สืบค้นแหล่งข้อมูลและศึกษา
ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการสร้างสรรค์งานเขียนทางวิชาการของตน

๗๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

การอ่านจับใจความสำคัญของบทความวิชาการ

๑. การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ

การอ่านจับใจความสำคัญเป็นกระบวนการสำคัญที่ผู้อ่านงาน
เขียนทางวิชาการหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออ่านงานเขียนทางวิชาการ ผู้อ่าน
ต้องอ่านเรื่องราวทางวิชาการนั้นอย่างคร่าว ๆ อย่างน้อย ๑ ครั้ง ก่อนที่
จะอ่านอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ จนกระทั่ง
สามารถนำความรู้ ความคิด และทัศนะทางวิชาการที่ได้รับไปใช้
ประโยชน์ได้ (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๑๕๖๐, หน้า ๖๖)

๒. ความสำคัญของการจับใจความสำคัญบทความวิชาการ

การอ่านจับใจความสำคัญเป็นกระบวนการสำคัญที่ผู้อ่านบทความ
วิชาการหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออ่านงานเขียนทางวิชาการ ผู้อ่านต้องอ่าน
เรื่องราวทางวิชาการนั้นอย่างคร่าว ๆ อย่างน้อย ๑ ครั้ง ก่อนที่จะอ่าน
อย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ จนกระทั่ง
สามารถนำความรู้ ความคิด และทัศนะทางวิชาการที่ได้รับไปใช้
ประโยชน์ได้ (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๑๕๖๐, หน้า ๖๖)

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๗๑

๓. การอ่านจับใจความสำคัญของย่อหน้า

การอ่านจับใจความสำคัญข้อความ ๑ ย่อหน้า ผู้อ่านควรทราบ
สาระสำคัญของเรื่องเสียก่อน โดยอาศัยการสังเกตคำสำคัญในชื่อเรื่อง
และการวิเคราะห์สาระสำคัญโดยรวมของเรื่อง จากนั้นจึงนำสาระ
สำคัญที่ทราบไปใช้เป็นแนวทาง ในการจับใจความสำคัญของแต่ละ
ย่อหน้าในเรื่องนั้น (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๖)

การอ่านจับใจความสำคัญของย่อหน้าต้องอาศัยหลักสำคัญอีก
อย่างหนึ่ง คือ การสังเกตประโยคใจความสำคัญ (topic sentence)
ซึ่งเป็นประโยคข้อความสั้น ๆ ที่สื่อถึงสาระสำคัญของย่อหน้า แต่ไม่ใช่
ทุกย่อหน้าจะมีประโยคใจความสำคัญ ในกรณีที่ย่อหน้านั้นไม่มีประโยค
ใจความสำคัญ ผู้อ่านจะต้องใช้สาระสำคัญของเรื่องเป็นแนวทางในการ
จับใจความสำคัญของย่อหน้านั้นเอง (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า
๖๖)

เทคนิคการวิเคราะห์ประโยคใจความสำคัญ คือ สังเกต
ตำแหน่งของประโยคหรือข้อความสั้น ๆ ที่มีสาระครอบคลุมเนื้อความ
ของทั้งย่อหน้าไว้อย่างสมบูรณ์ในตำแหน่งต่าง ๆ ของย่อหน้า ดังนี้
(สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๗-๖๙)

๗๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

เทคนิคการวิเคราะห์ประโยคใจความสำคัญ คือ สังเกต
ตำแหน่งของประโยคหรือข้อความสั้น ๆ ที่มีสาระครอบคลุมเนื้อความ
ของทั้งย่อหน้าไว้อย่างสมบูรณ์ในตำแหน่งต่าง ๆ ของย่อหน้า ดังนี้
(สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๗-๖๙)

๑. ตอนต้น ข้อความที่มีประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นของ
ย่อหน้ามีลักษณะการเขียนเปิดประเด็นโดยสาระสำคัญแล้วค่อย ๆ ขยาย
ความประเด็นนั้นไปจนกระจ่างแจ้งชัดเจนในตอนท้าย
(สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๗)

ดังตัวอย่างข้อความย่อหน้าหนึ่งจากหนังสือ วรรณไวทยากรณ์
(สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๑๔, หน้า ๑๐๐) เป็นส่วน
เกริ่นนำของบทวิจารณ์นวนิยายเรื่อง “เรือมนุษย์ ของ กฤษณา อโศก-
สิน” (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๗)

ตัวอย่าง
นวนิยายของกฤษณา อโศกสิน เป็นประเภทถ่ายภาพชีวิต

นามปากกานี้ไม่ทำให้ภาพในเรื่องงดงามกว่าความเป็นจริง
พยายามจะแสดงให้เห็นทั้งด้านดีและด้านชั่ว และคน ๆ หนึ่งมักมี
ทั้งความดีความชั่วปะปนกันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับ
กามารมณ์ ต้องการจะให้เห็นว่า ในชีวิตของคนทั้งหลาย ความใคร่
และความรักจะเข้ามามีส่วนสำคัญ ไม่เลือกวัยเลือกชั้นในสังคม

ย่อหน้านี้เริ่มต้นด้วยประโยคใจความสำคัญคือ “นวนิยายของ
กฤษณา อโศกสินเป็นประเภทถ่ายภาพ” แสดงสาระสำคัญคือ กฤษณา
อโศกสิน ใช้กลวิธีการเขียนนวนิยายที่เปรียบได้กับการถ่ายภาพชีวิต
จากนั้นจึงอธิบายขยายความว่ากลวิธีการเขียนดังกล่าวเป็นเช่นไร ไปจน
กระทั่งจบความ (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๗)

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๗๓

๒. ตอนท้าย ย่อหน้าที่มีประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนท้าย มี
ลักษณะการเขียนที่เริ่มต้นด้วยเนื้อความให้อ่านรายละเอียดของเรื่อง
เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อครบถ้วน จึงจบด้วยประโยคใจความสำคัญ เน้น
ย้ำประเด็นสำคัญที่ย่อหน้านั้นต้องการเสนอ (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ,
๒๕๖๐, หน้า ๖๘)

ดังตัวอย่าง ข้อความส่วนหนึ่งในบทความวิจัยเรื่อง “มุมมอง
ความงามที่นำเสนอผ่านวาทกรรมโฆษณาเครื่องสำอาง” ของ รัชนินท์
พงศ์อุดม ในหนังสือรวมบทความวิชาการเรื่อง มองสังคมผ่านวาท
กรรม (กฤษฎาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ และจันทิมา เอียมานนท์
(บรรณาธิการ), ๒๕๔๙, หน้า ๒๒๓-๒๔๐ อ้างอิงใน สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ,
๒๕๖๐, หน้า ๖๘)

ตัวอย่าง

โฆษณาครีมผิวขาวจะมีการใช้สีที่เด่นชัดที่สุด นั่นคือโทนสี
ขาวหรือสีชมพู ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องเรื่องความขาวหรือขาวอม
ชมพู และเข้ากับสีของบรรจุภัณฑ์ด้วยในขณะที่แชมพูเพื่อผมดำก็
จะเน้นโทนสีดำ เพื่อให้กลมกลืนกับผมที่ดำสนิท การใช้สีจึงเป็น
ส่วนสนับสนุนเนื้อความให้โดดเด่น ชัดเจน และยังสร้างความ
สะดุดตาอีกด้วย

ย่อหน้านี้เขียนโดยให้รายละเอียดของเรื่องก่อน นั่นคือ การใช้สี
ของภาพโฆษณาครีมผิวขาวและแชมพูเพื่อผมดำ แล้วปิดท้ายด้วย
ประโยคใจความสำคัญ เน้นย้ำสาระสำคัญคือการใช้สีของภาพโฆษณา
เพื่อสนับสนุนให้เนื้อหาของโฆษณาให้มีความโดดเด่น ชัดเจน และสดุด
ตา (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๘)

๗๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๓. ตอนกลางของย่อหน้า การสังเกตประโยคใจความสำคัญ
ของย่อหน้าลักษณะนี้คือ ข้อความที่เริ่มต้นด้วยการเสนอรายละเอียด
ของเรื่องไประยะหนึ่ง จากนั้นจึงแสดงสาระสำคัญด้วยประโยคใจความ
สำคัญในช่วงกลาง ๆ ของย่อหน้า แล้วเขียนขยายความเรื่องนั้นเพิ่มเติม
ต่อไปจนกระทั่งสิ้นสุดย่อหน้า (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๘)

ดังข้อความย่อหน้าหนึ่งจากบทวิจารณ์วรรณกรรมเรื่อง
“ระเด่นลันได : ภาพสะท้อนสังคมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น” ใน
หนังสือเรื่อง รัก ทุกข์ สุข โศก ในงานวรรณกรรมไทย : ภาพสะท้อน
สังคม จากอดีตสู่ปัจจุบัน ของ อิงอร สุพันธุ์วณิช (๒๕๕๑, หน้า ๔๔)
อ้างอิงใน (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๘-๖๙)

ตตััววออยย่่าางง
สังคมไทยจะมีความเชื่อเรื่องต่าง ๆ มากมาย ทั้ง

ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ ลางสังหรณ์ ฯลฯ ความเชื่อโชคลางและ
ไสยศาสตร์ล้วนมีที่มาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาและสืบเนื่องมา
จนถึงปัจจุบัน ในระเด่นลันได ก็สะท้อนเรื่องความเชื่อไว้ด้วย
หลายประการ เช่น ลักษณะของหญิงที่ถือว่าร้าย ไม่เป็นมงคล
คือผู้หญิงที่มีสีจัก ยักหล่มถ่มร้าย เรียกได้ว่าเป็นกาลกิณีอย่างยิ่ง

เนื้อความกล่าวให้รายละเอียดถึงความเชื่อในสังคมไทย ความ
เป็นมาของความเชื่อในสังคมไทย จนเมื่อถึงตอนกลางของย่อหน้าเป็น
ประเด็นสำคัญของเรื่องคือ วรรณกรรมเรื่องระเด่นลันไดสะท้อนความ
เชื่อ จากนั้นจึงขยายความต่อว่าความเชื่อในวรรณกรรมเรื่องนี้มีอะไร
บ้าง (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๙)

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๗๕

๔. ตอนต้นและตอนท้าย ย่่อหน้าลักษณะนี้เริ่มต้นด้วยประโยค
ใจความสำคัญในตอนต้น จากนั้นเขียนขยายความต่อไป แล้วขมวด
ความเข้าสู่ประเด็นสำคัญ ก่อนที่จะจบลงด้วยประโยคใจความสำคัญอีก
ประโยคหนึ่งในตอนท้าย ซึ่งเป็นประโยคที่มีสาระสำคัญเช่นเดียวกับ
ประโยคใจความสำคัญในตอนต้น (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า
๖๙)

ดังตัวอย่าง ข้อความย่อหน้าหนึ่งในหนังสือ วรรณกรรมไทย
ของ กุหลาบ มัลลิกะมาส (๒๕๑๗, หน้า ๑๕๓) กล่าวถึง การเริ่มขยาย
ตัวของวรรณกรรมร้อยแก้วในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๔-๕ ว่าได้รับอิทธิพล
จากการเปลี่ยนแปลงของชีวิต (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๙)

ตัวอย่าง
ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตเป็นต้นเหตุสำคัญให้

วรรณกรรมเปลี่ยนแปลงไป เพราะวรรณกรรมเป็นบันทึกชีวิตของ
มนุษย์ ระยะใกล้เคียงตัวเราความเปลี่ยนแปลงมีมาก คือ หลัง
รัชกาลที่ ๔ การติดต่อกับต่างประเทศมีมาก ความสนใจกว้างออก
การศึกษาขยายออกเป็นการให้การศึกษาแก่คนทั่วประเทศ เดิม
เขียนหนังสือคัดลอกด้วยมือมีน้อยเล่ม ปัจจุบันพิมพ์นับร้อยนับ
พัน ภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนไป ราคาสินค้าแพงขึ้น สาขาวิชาการ
เปลี่ยนไป ความสนใจในความจริงมีมากขึ้น จิตวิทยาคนกลุ่มใหญ่
ก็เปลี่ยนไป ทั้งหลายนี้ประมวลเข้าเป็นสภาพชีวิตปัจจุบัน และส่ง
อิทธิพลมาถึงวรรณกรรมด้วย

๗๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

เนื้อความเริ่มด้วยประโยคใจความสำคัญประโยคแรก กล่าวถึง
ประเด็นสำคัญ คือ “สภาพชีวิตที่เปลี่ยนแปลงส่งอิทธิพลต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางวรรณกรรม” จากนั้นมีรายละเอียดขยายความถึง
สาเหตุของปรากฏการณ์ดังกล่าว ต่อด้วยความเปลี่ยนแปลงของสภาพ
ชีวิตผู้คนในช่วงหลังสมัยรัชกาลที่ ๔ ก่อนที่จะจบลงด้วยประโยค
ใจความสำคัญอีกประโยคหนึ่ง ที่เน้นย้ำสาระสำคัญของเรื่องอีกครั้ง
(สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๖๙)

สำหรับย่อหน้าที่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ ผู้อ่านต้อง
วิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่ย่อหน้านั้นเสนอโดยใช้ขั้นตอนดังนี้
(สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๗๐-๗๑)

๑. วิเคราะห์ประเภทของงานเขียนทางวิชาการ
การวิเคราะห์ประเภทของงานเขียนทางวิชาการเรื่องที่อ่าน จะ
ทำให้ผู้อ่านทราบวัตถุประสงค์ของการเขียนและลักษณะของงานเขียน
ชนิดนั้น ผู้อ่านก็สามารถเลือกวิธีการอ่านได้อย่างเหมาะสม เช่น
บทความวิชาการมุ่งเสนอความคิดและความคิดเห็นที่แปลกใหม่และน่า
สนใจของผู้เขียน รายงานการวิจัยมุ่งเสนอกระบวนการวิจัยและผลของ
การวิจัยตั้งแต่ต้นจนจบ
๒. อ่านคร่าว ๆ
อ่านคร่าวๆ ในรอบแรก จะช่วยให้ผู้อ่านจับเค้าความของข้อความ
ย่อหน้านั้นได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ทำให้อ่านจับใจความสำคัญ
สะดวกขึ้น

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๗๗

๓. สังเกตคำสำคัญ (key word)
การสังเกตคำสำคัญในย่อหน้า อาจสังเกตจากคำสำคัญในชื่อ
เรื่องหรือสังเกตว่าเป็นคำที่อ่านพบบ่อยในเรื่อง สาเหตุที่ควรสังเหตุคำ
สำคัญเพราะข้อความส่วนที่มีคำสำคัญมักจะสื่อถึงสาระสำคัญของเรื่อง
๔. การอ่านวิเคราะห์สาระสำคัญ
ให้ผู้อ่านตั้งคำถามว่า “ย่อหน้านั้นเสนอเรื่องเกี่ยวกับอะไร” ใน
ตอนที่อ่านคร่าว ๆ เป็นกรอบแนวทางการจับใจความสำคัญ โดยต้อง
พิจารณาร่วมกับจุดมุ่งหมายของ งานเขียนทางวิชาการชนิดที่อ่านด้วย
นอกจากนี้ ผู้อ่านยังต้องพิจารณาใจความรอง ซึ่งหมายถึงเนื้อความ
ส่วนที่มีความสำคัญรองลงมาจากใจความหลักที่อาจจำเป็นต้องกล่าว
ถึงในบันทึกสาระสำคัญเพื่อเสริมความเข้าใจให้เข้าใจ
๕. จดบันทึกสาระสำคัญ
เมื่อวิเคราะห์ใจความหลักและใจความรองของข้อความ ๑
ย่อหน้าได้แล้ว ให้จดบันทึกไว้โดยที่ยังไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้ภาษาและ
การลำดับความ หากข้อความหนึ่งย่อหน้ายาวและมีเนื้อหาสาระชับซ้อน
ผู้อ่านอาจจดบันทึกสาระสำคัญเป็นผังมโนทัศน์ (Mild Mapping) ก็ได้
๖. สังเคราะห์ใจความสำคัญ
เมื่อผู้อ่านวิเคราะห์ใจความหลักและใจความรองของย่อหน้านั้น
ได้แล้ว ควรทบทวนใจความสำคัญกับเนื้อความย่อหน้านั้นซ้ำ ๆ คิด
ใคร่ครวญให้แน่ใจว่าใจความสำคัญนั้นแม่นยำสอดคล้องกับข้อความ ๑
ย่อหน้าที่อ่าน ก่อนที่จะสังเคราะห์สาระสำคัญและประมวลเขียนเป็น
บันทึกย่อความของเรื่อง

๗๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

ตัวอย่าง การวิเคราะห์ย่อหน้าที่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ

บทความวิจัยเรื่อง
“การวิเคราะห์ภาพพจน์และแนวคิดเพลงอนุตตรธรรม”

งานวิจัยนี้มุ่งจะวิเคราะห์แนวคิดที่แฝงอยู่ในภาพพจน์ที่ปรากฎใน
เพลงอนุตตรธรรมซึ่งเป็นความเปรียบอุปมา ความเปรียบอุปลักษณ์
ความเปรียบสัญลักษณ์ ความเปรียบบุคลาธิษฐาน ความเปรียบ
ปฏิพากย์ แนวคิดในภาพพจน์เหล่านี้ได้สื่อความหมายที่เป็นหลักธรรม
คำสอนเช่นเดียวกันกับแนวทางการสอนในพุทธศาสนา ได้แก่ เรื่องเกี่ยว
กับจิตสะท้อนให้เห็นว่าจิตมักถูกกิเลสตัณหาครอบงำ จึงทำให้มนุษย์
ดำเนินชีวิตไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เรื่องเกี่ยวกับสัจธรรมแห่ง
ชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เที่ยงแท้แน่นอนของชีวิตมนุษย์หรือสิ่ง
ต่าง ๆ การผันผ่านของกาลเวลาที่ไม่อาจหวนย้อนคืนได้เรื่องเกี่ยวกับ
การเวียนว่ายตายเกิด สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์มักจะเวียนว่ายตายเกิดใน
วัฏสงสารโดยไม่ได้สร้างคุณประโยชน์อันใด เรื่องเกี่ยวกับกรรม สะท้อน
ให้เห็นว่ากรรมย่อมสนองผู้กระทำ เรื่องเกี่ยวกับโทษของอารมณ์
สะท้อนให้เห็นว่าการใช้อารมณ์มากเกินไปจะมีผลต่อจิต เรื่องเกี่ยวกับ
การดำเนินชีวิตมนุษย์สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์สามารถเลือกดำเนินชีวิต
ของตนให้เป็นคนดีหรือคนชั่ว การยึดธรรมะเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
จะช่วยให้มนุษย์สามารถฝ่าฟันอุปสรรคหรือปัญหาด้วยดี เรื่องเกี่ยวกับ
ความทุกข์ สะท้อนให้เห็นว่าไม่มีใครหลีกเลี่ยงความทุกข์ที่มีต้นเหตุจาก
การเกิด แก่ เจ็บ ตาย และบางครั้งทุกข์ก็เกิดจากการไม่รู้จักพอของ
มนุษย์ อย่างไรก็ตามความทุกข์ก็เป็นบทเรียนสอนใจ

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๗๙

เรื่องเกี่ยวกับความสุข สะท้อนให้เห็นว่าความสุขเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เมื่อ
มอบให้ใครแล้ว ผู้ที่ได้รับก็จะยินดีและจะมอบกลับคืน เรื่องเกี่ยวกับ
ปัญญาในทางธรรม สะท้อนให้เห็นว่าหากมีปัญญาในทางธรรมจะทำให้
มนุษย์เข้าใจเรื่องราว ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เรื่องเกี่ยวกับ
การบำเพ็ญธรรม สะท้อนให้เห็นว่าผู้บำเพ็ญธรรมต้องทำอย่าง
สม่ำเสมอและละวางเรื่องราวต่าง ๆ ลงบ้าง (พัชรินทร์ อนันต์ศิริวัฒน์,
๒๕๕๔, หน้า ๒๒ อ้างอิงใน สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๗๑-๗๒)

สามารถวิเคราะห์ย่อหน้าที่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ ได้ดังนี้
(สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๗๒-๗๔)

๑. วิเคราะห์ประเภทของงานเขียนทางวิชาการ
งานเขียนเรื่องนี้เป็นบทคัดย่อของบทความวิจัย ดังนั้นจึงเป็น
เนื้อความโดยสรุปอย่างสั้นของงานวิจัย โดยเน้นที่ผลการวิจัย ดังนั้น ผู้
อ่านควรเพ่งเล็งไปที่ผลการวิจัย ซึ่งก็ต้องมีความสอดคล้องกับชื่อเรื่อง
ของบทความเรื่องนี้ คือ “การวิเคราะห์ภาพพจน์และแนวคิดเพลงอนุต
ตรธรรม”
๒. อ่านคร่าว ๆ
ข้อความย่อหน้านี้เสนอเรื่องเกี่ยวกับ การวิเคราะห์แนวคิดที่แฝง
อยู่ในภาพพจน์ในเพลงอนุตตรธรรม
๓. สังเกตคำสำคัญ (key word)
คำสำคัญในชื่อเรื่อง ได้แก่ การวิเคราะห์ ภาพพจน์ แนวคิด และ
เพลงอนุตตรธรรม
๔. การอ่านวิเคราะห์สาระสำคัญ
ย่อหน้านี้เสนอเรื่อง ผลการวิเคราะห์แนวคิดที่แฝงอยู่ในภาพพจน์
ในเพลงอนุตตรธรรม

๘๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๕. จดบันทึกสาระสำคัญ
สาระสำคัญของย่อหน้านี้ มีดังนี้
๕.๑ ภาพพจน์ที่ปรากฎในเพลงอนุตตรธรรม ได้แก่ ความ

เปรียบอุปมา, ความเปรียบอุปลักษณ์, ความเปรียบสัญลักษณ์, ความ
เปรียบบุคลาธิษฐาน, ความเปรียบปฏิพากย์

๕.๒ แนวคิดในภาพพจน์ในเพลงอนุตตรธรรม เป็นหลักธรรม
คำสอนเช่นเดียวกับแนวทางการสอนในพุทธศาสนา มี ๑๐ เรื่อง ได้แก่

๕.๒.๑ เรื่องเกี่ยวกับจิต: จิตมักถูกครอบงำ ทำให้มนุษย์
ดำเนินชีวิตไม่ถูกทำนองคลองธรรม

๕.๒.๒ เรื่องเกี่ยวกับสัจธรรมแห่งชีวิต: ความไม่เที่ยงแท้ของ
ชีวิตมนุษย์ หรือสิ่งต่าง ๆ

๕.๒.๓ เรื่องเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิด: มนุษย์มักเวียน
ว่ายตายเกิดโดยไม่ได้สร้างประโยชน์

๕.๒.๔ เรื่องเกี่ยวกับกรรม: กรรมย่อมสนองผู้กระทำ
๕.๒.๕ เรื่องเกี่ยวกับโทษของอารมณ์: การใช้อารมณ์มากเกิน
ไป มีผลต่อจิต
๕.๒.๖ เรื่องเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ได้แก่ มนุษย์
สามารถเลือกเป็นคนดีหรือชั่ว, การยึดธรรมะในการดำเนินชีวิต จะช่วย
ให้มนุษย์ฝ่าฟันอุปสรรคหรือปัญหาชีวิตได้
๕.๒.๗ เรื่องเกี่ยวกับความทุกข์ ได้แก่ ไม่มีใครเลี่ยงความทุกข์
ที่เกิดจากการเกิดแก่ เจ็บ ตาย, บางครั้งทุกข์เกิดจากการไม่รู้จักพอ,
ทุกข์เป็นบทเรียนสอนใจ
๕.๒.๘ เรื่องเกี่ยวกับความสุข ได้แก่ ความสุขเป็นสิ่งที่มีคุณค่า
เมื่อมอบให้ใครผู้รับจะยินดี และมอบกลับคืน
๕.๒.๙ เรื่องเกี่ยวกับปัญญาในทางธรรม: ปัญญาจะช่วยให้
มนุษย์เข้าใจเรื่องต่าง ๆ อย่างถูกต้องและชัดเจน

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๘๑

๕.๒.๑๐ เรื่องเกี่ยวกับการบำเพ็ญธรรม: ผู้บำเพ็ญธรรมต้อง
ทำอย่างสม่ำเสมอ และละวางเรื่องราวต่าง ๆ ลงบ้าง

๖. สังเคราะห์ใจความสำคัญ
อ่านใจความสำคัญที่วิเคราะห์ได้ ประมวลและเรียบเรียง ดังนี้
ผลการวิเคราะห์ภาพพจน์และแนวคิดในเพลงอนุตตรธรรม พบว่า
การประพันธ์บทเพลงอนุตตรธรรมใช้ภาพพจน์ ๕ ชนิด ได้แก่ อุปมา อุป
ลักษณ์ สัญลักษณ์ บุคลาธิษฐาน และปฏิพากย์ สื่อแนวคิด ๑๐ เรื่อง
ได้แก่ ๑) จิตมักถูกครอบงำ ทำให้มนุษย์ดำเนินนองคลองธรรม ๒)
สัจธรรมแห่งโลกคือความไม่เที่ยงแท้ ๓) มนุษย์มักเวียนว่ายไม่ได้สร้าง
คุณประโยชน์ ๔) กรรมย่อมสนองผู้กระทำ ๕) การใช้อารมณ์มากเกินไป
มีผลต่อจิต ๖) เรื่องการดำเนินชีวิตของมนุษย์ : มนุษย์สามารถเลือก
เป็นคนดีหรือชั่ว, การยึดธรรมะในการดำเนินชีวิตจะช่วยให้มนุษย์ฝ่าฟัน
อุปสรรคหรือปัญหาชีวิตได้ ๗) เรื่องเกี่ยวกับความทุกข์ : ไม่มีใครเลี่ยง
ความทุกข์ที่เกิดจากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย, บางครั้งทุกข์เกิดจากการไม่รู้
จักพอ, ทุกข์เป็นบทเรียนสอนใจ ๘) เรื่องเกี่ยวกับความสุข : ความสุข
เป็นสิ่งที่มีคุณค่าเมื่อมอบให้ใครผู้รับจะยินดี และมอบกลับคืน ๙)
ปัญญาในทางธรรมช่วยให้มนุษย์เข้าใจเรื่องต่าง ๆ อย่างถูกต้องและ
ชัดเจน และ ๑๐) ผู้บำเพ็ญธรรมต้องทำอย่างสม่ำเสมอ และละวางเรื่อง
ราวต่าง ๆ ลงบ้าง

๘๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๔. การอ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง

การจับใจความสำคัญของเรื่องไม่ยากสำหรับผู้ที่อ่านงานเขียน
ทางวิชาการเป็นประจำ แต่ยากสำหรับผู้ที่ไม่ชำนาญ ดังนั้นการหมั่น
อ่านจึงเป็นหนทางสู่ความสามารถจับใจความสำคัญของเรื่องได้โดย
อัตโนมัติ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ชำนาญการอ่าน เพราะมีประสบการณ์การ
อ่านไม่มาก ในที่นี้ก็มีเทคนิคที่จะช่วยให้ผู้เริ่มต้นอ่านจับใจความสำคัญ
เรื่องทางวิชาการสามารถเล็งเห็นใจความสำคัญของเรื่อง และจับใจ
ความสำคัญได้ ดังนี้ (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๗๔)

๑. วิเคราะห์ประเภทของงานเขียนทางวิชาการที่อ่าน
การวิเคราะห์ประเภทของงานเขียนทางวิชาการก่อนการจับใจ
ความสำคัญ จะช่วยให้อ่านมุ่งจับใจความสำคัญได้ถูกประเด็น เพราะ
งานเขียนทางวิชาการต่างประเภท มุ่งนำเสนอเนื้อหาสาระต่างกัน เช่น
บทความวิชาการมุ่งเสนอความคิดและความคิดเห็นที่แปลกใหม่และน่า
สนใจของผู้เขียน รายงานการวิจัยมุ่งเสนอกระบวนการวิจัยและผลของ
การวิจัยตั้งแต่ต้นจนจบ (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๗๕)
๒. อ่านคร่าว ๆ อย่างน้อย ๑ ครั้ง
ในขั้นตอนนี้ ผู้อ่านจะต้องอ่านเรื่องนั้นทั้งเรื่องอย่างคร่าว ๆ เพื่อ
ให้พอทราบว่าผู้เขียนต้องการเสนอเรื่องอะไรเป็นสำคัญ แล้วจดใจความ
สำคัญที่คาดไว้พอสังเขป เทคนิคที่ควรใช้ในขั้นตอนนี้คืออ่านอย่างมี
สมาธิ โดยอาศัยคำสำคัญในชื่อเรื่องเป็นจุดเพ่งเล็งถึงสาระสำคัญของ
เรื่อง (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๗๕)

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๘๓

๓. อ่านโดยละเอียด
หลังจากอ่านคร่าว ๆ แล้ว ผู้อ่านพอจะทราบว่าเรื่องที่อ่านเป็น
เรื่องเกี่ยวกับอะไร จากนั้นให้อ่านละเอียดไปตามกรอบของเรื่องที่พอจะ
ทราบนั้น (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๗๕)
๔. ประมวลและเรียบเรียงบันทึกสาระสำคัญของเรื่อง
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้าย โดยข้อมูลที่วิเคราะห์ได้มาประมวล
และเรียบเรียงเป็นบันทึกสาระสำคัญของเรื่อง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ใน
ทางวิชาการต่อไป (สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ, ๒๕๖๐, หน้า ๗๙)

๘๔ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๔แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่

๑. คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาจากบทความ “รู้จักโอเมก้า ๓”
แล้วจับใจความสําคัญและตอบคําถาม

รู้จักโอเมก้า ๓

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วน ย่อมทําให้
ร่างกายเจริญเติบโต สมส่วนตามวัย หากร่างกายขาดสารอาหารที่จํา
เป็น หรือกินไม่ครบ ๕ หมู่ เป็นเวลานาน ๆ จะทําให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ
ตามมา หรือพัฒนาการไม่เป็นไปตามวัยที่ควรเป็น เช่น ร่างกาย
แคระแกน เป็นต้น

เราจึงควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง ๕ หมู่ ได้แก่
คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน รวมทั้งสารอาหาร
ที่มีความจําเป็นต่อร่างกาย ซึ่งสารอาหารบางชนิดร่างกายไม่สามารถ
ผลิตได้เอง แต่จะได้จากการรับประทานอาหารเท่านั้น เช่น
กรดไขมันโอเมก้า ๓ (Omega ๓)

โอเมก้า ๓ คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีความสําคัญต่อร่างกายซึ่ง
ไม่สามารถสร้างเองได้ต้องได้รับจากการบริโภคอาหาร แหล่งของ
โอเมก้า ๓ ได้จากปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาแม็คเคอเรล
ปลาทูน่า หรือปลาน้ำจืดบางชนิด สําหรับประเทศไทยมีปลาน้ำจืดที่มี
โอเมก้า ๓ สูง และหาทานได้ง่ายทั่วไป เช่น ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาดุก
เป็นต้น

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๘๕

นอกจากนี้ สามารถพบได้ในเมล็ดวอลนัทบรอคโคลี่ ดอกกะหล่ำ เต้าหู้
ผักขม กุ้ง หอยแครง ปลาเฮริ่ง ถั่วเหลือง ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม

การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า ๓ อย่างเหมาะสม
จะทําให้ร่างกายทํางานเป็นปกติและแทบทุกระบบการทํางานภายใน
ร่างกายต้องใช้ประโยชน์จากกรดไขมันนี้ เช่น ระบบหลอดเลือดหัวใจ
ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยง
ของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน โรคอัมพาต ระบบประสาท
ช่วยเพิ่มความจํา ดีต่อสายตา ช่วยในการมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกัน
ลดอาการภูมิแพ้ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบสืบพันธุ์ ระบบข้อกระดูก
นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ และที่สําคัญ
ช่วยให้ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์และสดใส ช่วยกระตุ้นการผลิต
คอลลาเจน และเส้นใยอีลาสติน

โอเมก้า ๓ ดีต่อสตรีมีครรภ์มีความสําคัญในการพัฒนาระบบ
ประสาท ระบบสายตาและระบบสมอง ของทารกโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ช่วง ๓ เดือนสุดท้ายก่อนคลอด และในช่วง ๖ เดือนแรกหลังจากคลอด
โดยควรได้รับคําปรึกษาจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง โอเมก้า ๓ ช่วยในการ
เจริญเติบโตของเด็ก เช่น ช่วยพัฒนาการทํางานของสมอง และจิตใจ
เพิ่มสมาธิ ความจําระยะสั้น และทักษะในการอ่าน

นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องกระดูก
ข้อ และกล้ามเนื้อ ดังนั้นจําเป็นอย่างยิ่งที่เด็กๆ ควรจะได้รับปริมาณ
โอเมก้า ๓ ในระดับสมดุลกับอาหารของเด็กที่รับประทานในแต่ละวัน
โอเมก้า ๓ มีความสําคัญต่อสุขภาพ หลายคนพอได้ยินว่าเป็นไขมันก็
ไม่ยอมรับประทาน หากเลือกรับประทานไขมันที่ดีก็จะมีประโยชน์ต่อ
สุขภาพ และเมื่อสุขภาพภายในของเราดีย่อมส่งผลให้สุขภาพภายนอก
ดีตามมา เหมือนคําพูดที่ You are what you eat กินอย่างไรก็เป็น
อย่างนั้น

แหล่งที่มา: http://www.thaihealth.or.th/Content/๓๕๙๗๖-
รู้จัก...โอเมก้า ๓.html

โดย สํานักข่าวประชาสัมพันธ์

๘๖ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๑. สรุปใจความสำคัญ
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................

๒. คำชี้แจง ใช้เนื้อหาจากบทความ เรื่อง “รู้จักโอเมก้า ๓” เพื่อตอบ
คําถามว่าสอดคล้องกับข้อความที่กําหนดหรือไม่ ถ้าสอดคล้องให้
ทําเครื่องหมาย ในช่อง “ใช่” ถ้าไม่สอดคล้องกับข้อความให้
ทําเครื่องหมาย ในช่อง “ไม่ใช่”

ข้อ ข้อมูล ใช่ ไม่ใช่

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และ
๑ ครบถ้วน ทําให้ร่างกาย เจริญเติบโต

สมส่วนตามวัย

๒ การรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า ๓ ช่วยให้
ร่างกายมีพัฒนาการ เป็นไปตามวัยที่ควรเป็น

การอ่านจับใจความสำคัญบทความวิชาการ ๘๗

ข้อ ข้อมูล ใช่ ไม่ใช่

โอเมก้า ๓ คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มี

๓ ความสําคัญต่อร่างกาย ซึ่งไม่ สามารถ
สร้างเองได้ ต้องได้รับจากการบริโภค

อาหาร

โอเมก้า ๓ ได้จากปลาทะเล หรือปลาน้ำจืด
๔ บางชนิด เมล็ดวอลนัทบรอคโคลี่ ดอกกะหล่ำ

เต้าหู้ ผักขม กุ้ง หอยแครง ปลาเฮริ่ง
ถั่วเหลือง ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม

การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า ๓
๕ อย่างเหมาะสม จะทําให้ร่างกายทํางานเป็น

ปกติ

๖ โอเมก้า ๓ สามารถรักษาโรคหัวใจขาดเลือด
ฉับพลัน โรคอัมพาต ระบบประสาท

โอเมก้า ๓ ดีต่อสตรีมีครรภ์ ในการพัฒนา

๗ ระบบประสาท ระบบสายตา และระบบสมอง
ของทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ๓ เดือน

แรกของการตั้งครรภ์

จําเป็นอย่างยิ่งที่คนทุกวัยควรจะได้รับ
๘ ปริมาณโอเมก้า ๓ ในระดับสมดุลกับอาหาร

ของที่รับประทานในแต่ละวัน

๙ สารอาหารบางชนิดร่างกายไม่สามารถผลิต
ได้เอง

๑๐ อยากให้ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์และสดใส
ต้องรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า ๓ มาก ๆ

๘๘ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี

ตัวชี้วัด การสื่อสารในปัจจุบัน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เป็นไปอย่างรวดเร็วและ
เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัย มีการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร
ที่ไม่ถูกต้องเพิ่มมากขึ้น

รักการอ่าน การทำความเข้าใจสาระสำคัญ

๑. จับใจความสาคัญจากเรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๒) ของสารที่ได้รับมาก่อนส่งต่อ

๒. ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นจาก ไปยังผู้อื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
เรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ม ๑/๓) เพื่อช่วยลดโอกาสส่งต่อข้อมูล
ที่ไม่ถูกต้องไปยังวงกว้างมากขึ้น
๓. วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียน ดังนั้น การเรียนรู้และเข้าใจพื้นฐาน
อย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต อ่านจับใจความสำคัญ จะทำให้เรา
(ท ๑.๑ ม ๑/๘) สามารถเข้าใจสาระสำคัญของสาร

สาระการเรียนรู้ ที่ได้รับและสามารถส่งต่อสารที่ได้รับ
มานี้อย่างถูกต้อง ผู้เรียนจึงควรฝึกฝน

ค. วามรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารคดี ให้ตนเองมีทักษะ การอ่านจับใจความ
ต. ัวอย่างสารคดี สำคัญอยู่เสมอ


บบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๕

๙๐ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

หน่วยการเรียนรู้ที่

๕ การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสารคดี

๑. ความหมายของสารคดี

สารคดี คือ งานเขียนอย่างสร้างสรรค์ ที่มีลักษณะคล้ายบทความ
แต่ไม่ใช่บทความ นักวิชาการได้อธิบายความหมายของสารคดีไว้ต่าง ๆ
กันดังนี้

พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (๒๕๔๖, หน้า
๑,๑๘๒) ได้ให้ความหมายของสารคดีไว้ว่า “สารคดี [สาระ-] น. เรื่องที่
เรียบเรียงขึ้นจากความจริงไม่ใช่จินตนาการ เช่น สารคดีท่องเที่ยว
สารคดีชีวประวัติ”

ปานฉาย ฐานธรรม (๒๕๓๗, หน้า ๕๑) อธิบายว่า “สารคดี คือ
การเขียนที่เน้นข้อมูลที่เป็นความจริงมากที่สุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้
ความรู้ และความจริง เพื่อให้เกิดคุณค่าทางปัญญา”

ฉลวย สุรสิทธิ์ (๒๕๒๒, หน้า ๒,๕๐๙) อธิบายว่า คำว่า สารคดี ถ้า
แยกคำแล้วแปล ก็จะได้ความว่า สาร หมายถึง สำคัญ คดี หมายถึง เรื่อง

การอ่านจับใจความสำคัญสารคดี ๙๑

ถ้าแปลรวมกันก็หมายถึง เรื่องใดที่มีสาระสำคัญ และถ้าเทียบคำ
นี้ทับคำภาษาอังกฤษจะเท่ากับคำ feature ซึ่งมีรากศัพท์ว่า fact ซึ่ง
แปลว่า ความจริง เพราะฉะนั้นการเขียนสารคดีจึงหมายถึง การเขียน
เรื่องใด ๆ ที่เป็นความจริง มีสาระสำคัญน่ารู้ที่แฝงด้วยความจริง
เนื้อหามีสาระสำคัญที่เชื่อถือได้

ถวัลย์ มาศจรัส (๒๕๔๕, หน้า ๒๔๔) อธิบายว่า “สารคดี (Non-
fiction) คือ งานเขียนที่ยึดถือเรื่องราวจากความเป็นจริงนำมาเขียน
เพื่อมุ่งแสดงความรู้ทรรศนะความคิดเห็นเป็นหลัก ด้วยการจัดระเบียบ
ความคิดในการนำเสนอ ผสมผสานในการถ่ายทอดต่อการสนใจใฝ่รู้
ของผู้อ่าน เพื่อให้เกิดคุณค่าทางปัญญา”

เกศินี จุฑาวิจิตร (๒๕๕๒, หน้า ๒๕๙) กล่าวถึงความหมายของ
สารคดีไว้ว่า “สารคดี คือความเรียงที่มุ่งนำเสนอข่าวสารข้อมูลความรู้
และข้อเท็จจริงพร้อมกับให้ความเพลิดเพลิน และความพึงพอใจ ผ่าน
การใช้ภาษาที่พิถีพิถัน เร้าใจ คมคาย และงดงาม”

จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า สารคดี คือ งานเขียน
สร้างสรรค์ประเภทร้อยแก้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง มุ่งเสนอ
ความรู้ที่น่าสนใจ และความเพลิดเพลินในการอ่าน โดยมีการใช้ภาษาที่
ทันสมัย คมคาย งดงาม เร้าความสนใจ อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคคล
หรือสถานการณ์

๙๒ ภาษาไทย : อ่านได้ จับใจเป็น

๒. ลักษณะของสารคดี

สารคดีเป็นงานเขียนที่ผู้เขียนมุ่งให้ผู้อ่านได้รับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิด
ขึ้นในโลก จึงเป็นข้อมูล เรื่องราวที่เป็นเรื่องจริง มีรูปแบบการนำเสนอ
ที่ไม่เจาะลึกด้านเนื้อหา และมีลีลาการเขียนที่สร้างความเพลิดเพลินแก่
ผู้อ่าน ซึ่งมีความแตกต่างจากงานเขียนประเภทอื่น ๆ ลักษณะของ
สารคดี มีดังนี้

๑. ความคิดสร้างสรรค์ (creativity) ในการเขียนสารคดี ผู้
เขียนมีอิสระที่จะใช้ความสามารถในการผูกเรื่อง ลำดับความตามที่
ต้องการ

๒. ความเป็นอัตวิสัย (subjectivity) ผู้เขียนสามารถถ่ายทอด
อารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิดของตนให้ผู้อื่นได้ทราบ โดยเลือกใช้
ภาษาให้เหมาะสม

๓. ความมีสาระ (informativeness) สารคดีเป็นงานเขียนที่
นำเสนอข้อมูล เรื่องราวที่เป็นเรื่องจริง ข้อเท็จจริง ซึ่งความจริงบาง
เรื่องไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเขียนเป็นข่าว แต่สามารถนำมาเขียนเป็น
สารคดี ที่ให้สาระและแง่คิดได้

๔. ความบันเทิง (entertainment) ผู้เขียนมุ่งให้ความรู้ที่น่า
สนใจ และความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่าน ซึ่งเป็นการผ่อนคลาย
ความเครียดจากการอ่านข่าว

๕. ความไม่ล้าสมัย (unperishable) สารคดีนั้นเป็นงานเขียน
ที่ไม่ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านเวลา ซึ่งแตกต่างจากข่าวที่ต้องสด
รวดเร็วต่อเหตุการณ์

จะเห็นได้ว่าสารคดีนั้นเป็นงานเขียนที่มีลักษณะเฉพาะตัว ที่แตก
ต่างจากงานเขียนประเภทอื่น เพราะมีการนำเสนอข้อมูล เรื่องราวที่
เป็นข้อเท็จจริง มีรูปแบบการนำเสนอที่ไม่เจาะลึกด้านเนื้อหา จึงทำให้
สารคดีนั้นเป็นงานเขียนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก


Click to View FlipBook Version