The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-book Anatomy skeleton system, Muscular system, digestive system,Respiratory system, Cardiovascular system, Nervous system

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-10-20 13:43:19

E-book Anatomy skeleton system, Muscular system, digestive system,Respiratory system, Cardiovascular system, Nervous system

E-book Anatomy skeleton system, Muscular system, digestive system,Respiratory system, Cardiovascular system, Nervous system

Anatomy
•skeleton system
•Muscular system
•digestive system

ผจู ดั ทํา
นางสาวรตั นา แสงเจริญ

sec.1 เลขที่ 16
รหัสนกั ศกึ ษา 6417701001062

วตั ถุประสงคในการจัดทาํ

ในการจดั ทาํ E-book เลม นี้ ขาพเจา จดั ทาํ ขน้ึ เพือ่ นาํ เสนอระบบการ
ทาํ งานและสว นตางๆของรา งกาย นอกจากนย้ี ังไดน าํ E-book เลมนไ้ี ป
อา นทบทวนและไดเ ผยแพรความรใู หกบั คนอ่นื ๆไดอกี ดวย

Skeleton system

โครงสรางของกระดกู มีอะไรบา ง?

กระดูกเนอ้ื แนน/กระดกู ทึบ (compact bone) เปน
เน้ือเย่อื กระดูก (osseous tissue) มคี วามหนาแนน
และเรียงตัวเปนพน้ื ผวิ ของกระดกู เกดิ จากช้ันของ
กระดูกเรียงตวั เปน ชนั้ ๆ อัดแนน โดยมีชองวา งระหวา ง
ชน้ั นอยมาก
กระดกู เนือ้ โปรง (cancellous bone) มรี พู รุนเหมอื น
ฟองนํา้ ประกอบกันขึ้นเปนสว นโพรงดา นในของ
กระดกู ตางๆ รวมทัง้ กระดกู สันหลัง

Skeleton system

การเจรญิ พัฒนาของกระดูก

เรยี นรเู พิม่ เติมไดท่ี ☟

Skeleton system

Skeleton system

ชนดิ ของกระดูก กระดกู จาํ แนกตามขนาดและรูปรางของกระดกู ไดเ ปน 4 ชนดิ
คือ
1. กระดกู แทง ยาว (long bone) ทําหนาทีร่ องรับนา้ํ หนกั ของ
รางกายและเคล่ือนไหวไดม าก ไดแ ก กระดูกตนแขน กระดกู
ปลายแขน กระดกู ตน ขา กระดกู หนา แขง กระดกู นอ ง กระดูก
ไหปลารา เปนตน
2. กระดกู แทง สั้น (short bone) ทาํ หนา ทใี่ หความแขง็ แรงเมอื่
ทาํ งานแตเ คลอื่ นไหวไมมากนกั ไดแ ก กระดกู ขอมอื ขอเทา
3. กระดกู แบน (flat bone) ทาํ หนา ที่ปองกันอวัยวะภายใน จงึ
มกั ไมค อยเคล่อื นท่ี ไดแ ก กระดูกกะโหลก กระดกู เชิงกราน
กระดูกสะบัก กระดกู อก กระดกู ซี่โครง
4. กระดกู รูปรา งไมแนนอน (irregular bone) มกั มีรูปรางเปน
เหลีย่ ม มแี ง มชี อ งโคงไปมามากมาย ทาํ ใหเ หมาะสมกบั สว น
ตางๆ ของรางกายไดแ ก กระดูกสันหลัง กระดูกแกม กระดูก
ขากรรไกร เปน ตน

Skeleton system

หนา ทข่ี องกระดกู

Skeleton system
กะโหลกศรี ษะ (Skull) จํานวน 22 ชิ้น
กระดูกแกน (Axial Skeleton) กระดกู กะโหลกศรีษะ
กระดูกใบหนา (Cranium)
เปนชุดของกระดูกที่ประกอบดวยกระดกู (Bone of face)
ในรา งกายมนษุ ยจ าํ นวน 80 ช้ิน ในศีรษะ • กระดกู สนั จมกู (Nasal bone)2ชน้ิ • กระดกู หนา ผาก (Frontal bone) 1ชนิ้
และลําตวั ของมนษุ ย แบงออกเปน 5 สวน • กระดกู กัน้ ชอ งจมกู (Vomer) 1ชน้ิ กระดูกดา นขา งศรีษะ (Parietal bone) 2ชิ้น
ไดแก กะโหลกศรี ษะมนษุ ย (human skull) • กระดกู ขา งในจมูก (Inferior concha) 2 ช้นิ
,กระดกู หูในหชู ัน้ กลาง (ossicles),กระดูก • กระดกู ถงุ นาํ้ ตา (Lacrimal bone) 2ชิน้ • กระดกู ขมับ (Temporal bone) 2 ชนิ้
ไฮออยด (hyoid bone) ในลาํ คอ,หนา อก • กระดูกโหนกแกม (Zygomatic bone) 2ชิ้น • กระดูกทายทอย (Occipital bone) 1 ช้ิน
และกระดกู สันหลงั โครงกระดูกแกนและ • กระดกู เพดาน (Palatine bone) 2 ชิ้น • กระดูกข่อื จมูก (Ethmoid bone) 1ช้ิน
โครงกระดกู รยางครวมกันเปนโครงกระดูก • กระดูกขากรรไกรบน (Maxillary) 2ชิ้น • กระดกู รปู ผีเส้ือ (Sphenoid bone) 1 ช้นิ
มนษุ ย • กระดกู ขากรรไกรลาง (Mandible) 1 ชิน้

Skeleton system

กระดูกหู (ossicles) 6 ชิน้

Skeleton system

กระดกู โคนลน้ิ (hyoid bone or Lingual Bone) 1 ช้ิน

เปนกระดูกท่ีอยูในคอ และเปนกระดกู เพยี งช้ินเดยี วใน
รางกายมนษุ ยทไ่ี มเกดิ ขอ ตอกับกระดกู ชน้ิ อืน่ ๆ เลย กระดกู
น้คี าํ้ จุนโดยกลา มเนอ้ื ของคอและทาํ หนา ทีช่ วยคาํ้ จนุ โคนลิ้น

Skeleton system
กระดกู สนั หลงั (Vertebral Column) 33 ชิน้

(ในวัยเดก็ ) หรอื 26 ช้ิน (ในวัย

ผูใหญ) กระดูกสนั หลัง (spine) เปน กระดกู แกนกลางของรางกายท่ีอยูร ะหวาง
กะโหลกศรี ษะ(skull) และกระดูกเชิงกราน (pelvis) ประกอบดว ย
กระดูกทม่ี ลี กั ษณะตา งกนั ไปตามสวนของรา งกาย
หลายชนิ้ มคี วามยาวประมาณ 71 ซม. หรือ 28 นวิ้

ในวยั เดก็ มีทงั้ หมด 33 ช้นิ แตใ นผใู หญมเี พยี ง 26 ช้นิ เน่ืองจากบางตอนติดกนั
เปน ชิ้นเดียว โดยมีสว นประกอบดงั น้ี
1. กระดูกสนั หลงั สว นคอ (cervical) มี 7 ชนิ้
2. กระดกู สันหลังสว นอก (thoracic) มี 12 ชิ้น
3. กระดกู สันหลังสวนเอว (lumbar) มี 5 ช้นิ
4. กระดกู สนั หลงั สว นกระเบนเหนบ็ (sacrum) มี 5 ชิ้น แตเชื่อมเปนช้นิ เดยี วกนั
5. กระดูกสนั หลังสว นกน กบ (coccyx) มี 3-5 ชิน้ แตเ ช่อื มเปน ช้นิ เดยี วกัน

Skeleton system

กระดกู ซโี่ ครง (Rips) 24 ชิน้ กระดูกอก (Sternum) 1 ชิน้

กระดูกซ่ีโครง (ribs) เปนสว นหน่ึงของโครงกระดกู มนษุ ยท ี่อยูใ นบริเวณสวนอก ซงึ่ เชอ่ื มตอ
ระหวางกระดกู สนั หลังสว นอก (Thoracic vertebral column) ทางดานหลงั กับกระดกู อก
(Sternum) ทางดา นหนา และประกอบขึ้นเปน โครงรางของผนงั ชอ งอกและชว ยในการปอ งกัน
อวัยวะภายในของชอ งอกท่สี าํ คัญ เชน ปอดและหวั ใจ

Skeleton system

กระดูกรยางค (Appendicular Skeleton)

เปนชุดของกระดูกท่ีประกอบดว ยกระดูกใน
รางกายมนษุ ยจาํ นวน 126 ชิน้ ซงึ่ ทําหนาทใ่ี นการ
เคล่อื นไหวและปกปอ งอวัยวะในการยอยอาหาร ขับถา ย
และสืบพนั ธุ
• กระดูกโอบอก (Pectoral girdle)
• แขน (Arm)
• มือ (Hand)
• กระดกู โอบเชิงกราน (Pelvic girdle)
• ขา (Leg)
• เทา (Foot)
• โครงกระดูกรยางคแ ละโครงกระดูกแกนรวมกันเปน

โครงกระดูกมนุษย

Skeleton system

กระดกู โอบอก (Pectoral girdle)

เปน กลมุ ของกระดกู ที่เชอื่ มโครงกระดูกแกน
(axial skeleton) และรยางคบน (upper limb)
ทงั้ 2 ขา ง ในมนษุ ยจ ะประกอบดวยกระดูก
ไหปลารา (clavicle) และกระดกู สะบัก (scapula)

Skeleton system

กระดูกแขน (arm bone)
และ กระดูกมอื (Metacarpal bones)

มีขา งละ 30 ชน้ิ รวมทง้ั หมด 60 ชนิ้ เปน กลุม ของกระดกู มอื ท่ี
โดยกระดกู ตน แขน (humerus) แตล ะขางจะยึดอยกู ับกระดกู เช่ือมตอ ระหวางกระดกู ขอ มอื
หัวไหล (shoulder girdle) ซงึ่ ประกอบดวยกระดกู สะบกั (Carpus) และกระดกู นว้ิ มือ
(scapula) และกระดูกไหปลารา (clavicle) ถัดจากกระดกู ตน (Phalanges) โดยจะมี
แขนคือ กระดูกปลายแขน ประกอบดว ยกระดูกปลายแขนทอ นใน จาํ นวน 5 ช้นิ เพอื่ รองรับ
(ulna) กับกระดูกปลายแขนทอนนอก (radius) ทชี่ ว ยในการ กระดกู นิ้วมือทั้ง 5
เคล่อื นไหวของแขนอีกดวย

Skeleton system

กระดกู โอบเชงิ กราน (Pelvic girdle)

กระดูกเชงิ กรานประกอบดวยกระดูกสะโพก
(hipbone),กระดูกใตก ระเบนเหนบ็ (sacrum),และกระดูก
กน กบ (coccyx) กระดูกสะโพกประกอบดวยกระดูก 3
ช้นิ ไดแก กระดูกปกสะโพก (ilium), กระดูกกน
(ischium),และกระดกู หัวหนา ว (pubis) กระดูกปกสะโพก
เปนกระดูกทใ่ี หญที่สุดและเปนสว นบนสดุ กระดูกกนเปน
สวนท่อี ยูดานหลังเยอ้ื งดา นลา ง และกระดูกหัวหนาวเปน
สวนหนา ของกระดูกสะโพก กระดกู สะโพก 2 ชนิ้ จะมา
เชื่อมกนั ทางดานหนา เปน แนวประสานหัวหนาว (symphysis
pubis) และเช่ือมดา นหลังกับกระดูกใตกระเบนเหนบ็ เชิง
กรานจะประกอบกันเปนเบา ของขอ ตอ สะโพก เกดิ เปน
กระดกู โอบรยางคล า ง

Skeleton system

กระดูกขา (leg bone)

มีขา งละ 30 ช้นิ โดยกระดูกตนขา (femur) แตละขางยึดตดิ อยูกับกระดูกเชงิ
กราน (pelvic girdle) ซึง่ จะชวยปอ งกนั อนั ตรายใหก ับอวยั วะภายใน เชน ลําไส
มดลูก ถดั จากกระดูกตนขาคือ กระดกู สะบา (patella) ซึ่งเชอ่ื มตอระหวางกระดูก
ตนขากบั กระดูกหนา แขง (tibia) และกระดกู นอง (fibula) กระดกู สะบาจะชว ยให
รา งกายเราสามารถงอขา เดนิ หรอื วง่ิ ได ถัดจากกระดูกหนาแขงกบั กระดกู นองคือ
กระดกู ขอเทา (tarsals) ขา งละ 7 ชน้ิ กระดูกฝาเทา (metatarsals) ขา งละ 5
ชน้ิ และกระดกู นว้ิ เทา (phalanges) ขา งละ 14 ช้นิ ชว ยในการถา ยนา้ํ หนกั ของ
รางกาย

Skeleton system

กระดูกเทา (foot bone)

เทา จะประกอบไปดว ยกระดูก 28 ชิ้น ตอเขากับขอเทา มีกลา มเนื้อที่เกาะมาจากขาทอ นลางมาที่เทา 13 มดั และกลา มเน้อื
ภายในฝา เทา อีก 19 มัด โครงสรางของเทา มสี ว นโคงของฝาเทาทัง้ ตามยาวและตามขวาง ทาํ ใหเ ทาสามารถรบั นาํ้ หนกั ได
หลายเทา ของนาํ้ หนกั ตัว เทา มคี วามแขง็ แรงรบั นา้ํ หนกั ไปที่ปลายเทาได เชน นักเตนระบาํ บลั เลห  และยังสามารถปรบั ตัวเขา
กับสภาพพ้ืนผิวทร่ี องรับฝา เทา

Skeleton system

กระดูกขอ ตอ (Joints)

ชวยใหอวัยวะตาง ๆ มีการเคล่อื นไหวไดสะดวก สามารถเคลื่อนไหวไดห ลายทศิ ทาง
ขอ ตอ ของกระดกู สวนใหญท าํ ใหเ กดิ การเคลอื่ นไหวไดแ ตม ีขอตอบางแหง ที่ทําหนา ทีย่ ดึ
กระดกู และทําใหเ กิดการเคลื่อนไหวไดเ พียงเลก็ นอ ย เชน ขอตอของกระดกู ซ่ีโครง

Skeleton system

กระดูกขอตอ (Joints)

การเชือ่ มตอ กันของกระดูกตรงขอ ตอ นนั้ มีหลายลกั ษณะ เชน
1.ขอ ตอแบบบานพับ (hinge joint) ทําใหก ารเคลอื่ นไหวตรงสว นนน้ั จาํ กดั ไดท ศิ ทางเดียว
เหมือนกบั การปด - เปดบานประตู เชน ขอ ตอ บริเวณขอศอก
2.ขอ ตอ แบบลูกกลมในเบา (ball and socket joint) ทาํ ใหการเคลื่อนไหวของรางกายสว นนน้ั เปนแบบ
อิสระ ขยับไดห ลายทศิ ทาง เชน ขอ ตอ ท่หี วั ไหล
3.ขอตอแบบเดอื ย (pivot joint) ทําใหส ามารถกม เงย บิดไปทางซาย ขวา เชน ขอตอทีต่ น คอกับฐาน
กะโหลกศีรษะ
4.ขอ ตอ แบบสไลด (gliding joint) เปน กระดกู แบน 2 ช้นิ เชน ขอ ตอ กระดกู ขอมอื ขอตอ กระดูกขอเทา
และขอตอ กระดูกสันหลงั
5.ขอ ตอ แบบอานมา (saddle joint) เปน ขอ ตอ ทท่ี ําใหเ กดิ การเคล่อื นไหวไดบ างสว น เชน ขอตอ ระหวา ง
กระดูกฝา มอื กับกระดูกน้วิ หัวแมมือ
6. ขอตอแบบปุม (condyloid joint) มีลกั ษณะคลา ยขอ ตอแบบลูกกลมในเบาแตเคล่ือนไหวไดนอ ยกวา
เชน ขอตอระหวา งกระดูกฝามอื กับกระดกู นว้ิ มอื

บรรณานกุ รม

• https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B
8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81

• https://ngthai.com/science/33254/human-bones-skeletal-system/
• https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B

8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%
B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B9%8C
• http://www.pw.ac.th/bodysystem/ske/page/p5.html
• https://th.julinse.com/5-44/
• https://sites.google.com/site/organsystemwork/-skeletal-system

เรยี นรเู พิ่มเตมิ ไดท ่ี



แบงออกเปนกลมุ ๆ
• กลามเนอ้ื ของหลัง (The muscle of back)

• กลา มเนือ้ ของทรวงอกดานหนา (the muscle of chest)
• กลามเน้อื ทชี่ ว ยในการหายใจ (The muscle of respiration)

• กลา มเน้ือของทอ ง (The muscle of abdomen)













กลา มเนอ้ื ของทอ ง (The muscle of abdomen)

1.Psoas major ทําหนา ทงี่ อตน ขาหุบและหมนุ เขาขา งใน
Origin Transverse process ของกระดกู สนั หลังสว นอกทอ นท่ี 12 และกระดกู สนั หลงั สว นเอวทกุ ทอน
Insertion Lesser Trochanter ของกระดกู Femur
2.Psoas minor ทําหนา ทีง่ อตน ขาหบุ และหมนุ เขา ขา งใน
Origin Bodies ของกระดกู สนั หลังสว นอกท้งั 12 ทอ นและของกระดกู สนั หลงั สวนเอวทอ นที่ 1
Insertion Pectoneal line และ illiac fossa
3.Iiiacusmuscle ทําหนาท่ีงอตน ขาหบุ และหมุนเขาขา งใน
Origin Iliac fossa
Insertion Tendon ของ Psoas major และ Body ของ Femur
4.Quadratus lumborum ทาํ หนาท่ชี ว ยในการหายใจเขา (inspiration)โดยพยงุ ใหมมุ อกของ Diaphragmม่ันคงและงอกระดูกสันหลัง
ไปขา งๆ เหยยี ดกระดกู สันหลัง
Origin สวนหลงั ของ Crest of ilium และ illiolumbar ligament (เอน็ ที่ยดึ ระหวา ง pelvis กบั Vertebral column )
Insertion ริมลางของซโี่ ครงซท่ี ี่ 12 และ Transverse process ของกระดกู สนั หลงั ตอนเอว ทอนที่ 1-4

กลา มเนื้อกลางหลงั (Intermediate muscle of back)

• Rhomboid
– Major
– Minor
• Serratus posterior
– Superior
– Inferior

กลา มเน้อื สว นลกึ ของหลงั (Deep muscle of Back)

• Erector spinae
– Iliocostalis
– Longissimus
– Spinalis

กลา มเน้อื ของแขน (The muscle of Upper extremities)

กลา มเน้อื ของแขน (The muscle of Upper extremities)

☁กลามเน้ือไหล (Muscle of shoulder)

กลามเน้อื ของแขน (The muscle of Upper extremities)

☁กลามเนอื้ ไหล (Muscle of shoulder)

1.Deltoid ทําหนาท่ีกางตนแขนขนึ้ มาเปน มุมฉาก 4.Teres minor ทําหนาทพ่ี ยุงขอไหลหบุ แขนและหมุนตนแขนไปขางๆ
Origin ปลายนอกของ Clavicle ,Acromion process ,spine Origin ริมนอกของ scapula
ของ scapular Insertion greater tubercle ของ humerus
Insertion พนื้ นอกตอนกลางของกระดกู Humerus 5.Teres major ทําหนา ทห่ี บุ แขนและหมนุ ตน
2.Supraspinatus ทําหนา ที่พยุงขอไหลห บุ แขนและหมุนตนแขนไปขา งๆ แขนเขาขางใน
Origin Supraspinatus fossa ของ scapula Origin รมิ นอกของ scapula
Insertion greater tubercle ของ humerus Insertion พื้นหนา ตอนบนของ humerus
3.Infraspinatous ทาํ หนา ทพี่ ยงุ ขอ ไหลห บุ แขนและหมนุ ตน แขนไปขา งๆ 6.Subscapularis ทาํ หนาทีห่ มุนตนแขนเขาขาง
Origin Infraspinatus fossa ของ scapula ในและพยุงหวั ไหล
Insertion greater tubercle ของ humerus Origin Subscapularis fossa ของ scapula
Insertion Lesser tubercle ของ humerus

กลา มเน้ือของแขน (The muscle of Upper extremities)

☁กลา มตนแขน (Muscle of the Arm)

1. Bicep Brachii คลายกระสวยปลายบนมี 2 หวั ทําหนาทงี่ อ
ขอ ศอกและหงายมือ
Origin หวั ยาวจากขอบบนของ Glenoid cavity หวั สนั้ จาก
coracoid process ของ scapula
Insertion ปลายบนของ Tuberosity ของกระดูก Radius
2.Tricep Brachii มัดใหญอยูหลงั ตนแขนปลายบนมี 3 หัว
ทาํ หนา ที่เหยยี ดปลายแขนหวั ยาวทาํ หนา ทีเ่ หยียดและหบุ แขน
Origin หวั ยาวจาก Tuberosity ใต Glenoid cavityของ
scapula อกี 2 หัว จากพน้ื หลังตอนกลางกระดูก Humerus

กลา มเนื้อของแขน (The muscle of Upper extremities)

☁กลามเนอ้ื ไหล (Muscle of shoulder)

1.Pronator teres ทาํ หนา ที่ควา่ํ มอื และงอแขนทอนลา ง
Origin Medial Epicondyle ของกระดกู Humerus
Insertion ตรงกลางของกระดกู radius
2.Flexor Carpi radialis ทาํ หนา ทีง่ อและคว่าํ แขนทอ นลา ง
Origin Medial Epicondyle ของกระดูก Humerus
Insertion กระดกู ฝา มือ (Metacarpal)
3.Flexor Carpi Ulnaris ทําหนา ท่ีควํา่ แขนทอนลา ง งอและหุบมอื
Origin Medial Epicondyle ของกระดกู Humerus และ olecranon
process ของกระดูก ulnar
Insertion กระดกู ฝา มือชิน้ ที่ 5
4.Flexor Digitorum Profundus ทาํ หนาท่งี อมือและงอปลายนิว้
Origin ดา นหนาของกระดกู ulna
Insertion ปลายนิว้ ต้งั แตน้ิวท่ี 2-5

กลา มเนื้อของแขน (The muscle of Upper extremities)

☁กลามเนื้อปลายแขนดา นหลัง (Dorsal group)

1.Brachioradialis ทาํ หนาที่งอปลายแขนและหงายมือ
Origin Supracondyle ของกระดูก Humerus
Insertion Styloid process ของกระดูก Radius
2.Extensor Carpi radialis brevis ทําหนาท่เี หยยี ดแขนทอ น
ลางเหยียดและกางขอ มอื
Origin Lateral epicondyle ของกระดูก Humerus
Insertion ฐานของกระดกู ฝา มอื (Metacarpal)
3.Extensor Carpi Ulnaris ทําหนา ท่เี หยยี ดและกางขอมือ
Origin Lateral epicondyle ของกระดูก Humerus
Insertion ฐานของกระดูกฝามือชน้ิ ที่ 5 (Metacarpal)
4.Extensor digitorum muscle ทาํ หนาที่เหยียดนิ้วมอื และขอมอื
Origin Lateral epicondyle ของกระดูก Humerus
Insertion นิว้ มือ

ความสําคญั ทางคลนิ กิ

☁ มกั ฉีดยาท่กี ลา มเนอื้ Deltoid
☁ การบาดเจ็บที่บริเวณ Rotator cuff ซ่ึง
ประกอบไปดวย tendon ของ
Supraspinatus,infraspinatus ,teres minor และ
Subscapularis ทําหนา ทเ่ี สรมิ ความแข็งแรงของหัวไหล

กลา มเนื้อของมอื (The muscle of Hand)

กลา มเนื้อมือเปน กลามเนอ้ื สั้นๆ ทําหนาท่ีในการเคลื่อนไหว
น้วิ หวั แมม อื และนวิ้ อื่นๆนอกจากนยี้ งั มกี ลา มเนอ้ื มดั เล็กๆอกี
จํานวนมาก ไดแ ก thenar eminence เปนกลามเนอื้ ท่อี ยทู าง
หัวแมมือ hypothenar eminence เปน กลามเนอ้ื ทอี่ ยทู างดาน
นิ้วกอย และ Interosseous muscle ซึง่ มที ัง้ หมดแปดมัดอยู
ระหวา งกระดกู หลงั มือทําใหนว้ิ แยกออกจากกนั

กลา มเนอ้ื ขา (Lower Extremities)

☁ประกอบดว ย 4 กลมุ

1.กลา มเน้อื บรเิ วณสะโพก (muscles of the gluteal region)
2.กลามเน้ือตน ขา (muscles of the thigh)
3.กลา มเนอื้ ปลายขา (muscles of the leg)
4.กลามเนือ้ เทา (muscles of the foot)

กลา มเน้อื บริเวณสะโพก

☁กลา มเน้ือบรเิ วณสะโพก มี 3 ชนดิ

- Gluteus Maximus
- Gluteus medius
- Gluteus minimums

กลา มเน้ือบรเิ วณสะโพก

☁ กลามเนือ้ บริเวณสะโพกทําหนา ที่ เคลื่อนไหวขาทอ นบน

-Gluteus maximus ทาํ หนา ท่เี หยียดและกาง ตนขา
origin illiac crest พนื้ หลังสวนลางของ sacrum
ขา ง Cocyx และ aponeurosis ของ sacrospinalis,
Insertion Fascia lata และสวนบนของ linea aspera

กลา มเนื้อบรเิ วณสะโพก

- Gluteus medius ทาํ หนาทีก่ างตน ขา
origin พน้ื นอกของ ilium ระหวาง anterior และ
Posterior gluteal line
Insertion Greater trochanteric ของ femur

กลา มเนื้อบรเิ วณสะโพก

- Gluteus minimums หนา ท่ี หมนุ ตน ขา เขา ขา งใน
origin พืน้ นอกของ ilium ระหวาง anterior และ
Posterior gluteal line Insertion Greater
trochanter ของ fe

Anterior Thigh

กลา มเน้อื ของตน ขา (The muscle of Thigh)

ทาํ หนา ท่ีเคลอื่ นไหวขาทอนบน
-กลามเนอื้ ตนขาดา นหนา ประกอบไปดวยกลา มเนื้อมัดใหญๆท่เี รียกวา
Quadricep femoris ทาํ หนาท่ีเหยียดปลายขา 4 มดั คอื
Rectus femoris > มี 2 หวั
origin Anterior inferior iliac spine ขอบของ Acetabulum
Insertion -
Vastus lateralis > origin Greater trochanter ของ femur และ
linea aspera
Insertion -
Vastus medialis > ทาํ หนาที่เหยยี ดปลายขาและงอตน ขา
origin Linea aspera ของกระดกู Femur
Insertion Tendon ซ่ึงหมุ Patella และเกาะบน Tuberosity ของTibia
Vastus Intermedius > ทาํ หนาท่ีเหยียดปลายขาและงอตนขา
origin พนื้ หนา และพื้นนอกของ body ของ femur
Insertion -

Posterior thigh
(Hamstring)

กลา มเน้อื ของตน ขาดานหลงั (The muscle of Thigh)

ทาํ หนา ท่เี คลอ่ื นไหวขาทอ นบน
-กลามเนื้อตน ขาดานหลัง ประกอบไปดวย กลา มเนอื้ มัดใหญๆที่
เรยี กวา Hamstring muscle
ทําหนาท่งี อปลายขา มี 3 มดั คอื
Biceps femoris > ทําหนาทง่ี อปลายขา เหยียดตน ขา
origin หวั ยาวจาก Tuberosity ischium ,หัวส้นั จาก linea
aspera ของ femur
Insertion หัวของ Fibula and lateral condyle ของ tibia

}Semitendinous ทําหนา ทงี่ อปลายขาหมนุ ปลายขาเขา ขา งใน

Semimembranous origin Tuberosity ของ ischium
Insertion พ้นื ทีใ่ นสว นบนของ body ของ tibia
and medial condyle ของ tibia


Click to View FlipBook Version