แบบรายงานการประเมินตนเอง ตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก พ.ศ. ๒๕๖๖
คำนำ กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก มี ความมุ่งมั ่นในการพัฒนางานคุณภาพการบริการพยาบาลเพื ่อมุ่งสู ่ความเป็นเลิศทางด้านโรคหัวใจโดยการ พัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพบริการพยาบาล (Quality Assurance : QA) อย่างต่อเนื่องและให้ความสำคัญกับการประเมินคุณภาพบริการพยาบาล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนให้เกิด การพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง โดยการประเมินตนเองของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ร่วมกับการเยี่ยมตรวจประเมินระหว่างหน่วยงานผู้ป่วยหนักภายในกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล การประเมิน คุณภาพการพยาบาลภายนอกเพื ่อคุณภาพบริการพยาบาลที ่เป็นเลิศตามต้องการและความคาดหวังของ ผู้ใช้บริการและสังคมอันจะส่งผลต่อระบบบริการสุขภาพที่พึงประสงค์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนต่อไป กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพุทธชินราช พฤษภาคม ๒๕๖๖
สารบัญ หน้า ส่วนนำ : โครงร่างหน่วยงาน ๑. ประวัติ/ความเป็นมา ๑ ๒. วิสัยทัศน์ พันธกิจ สมรรถนะหลัก ค่านิยม และวัฒนธรรมหน่วยงาน ๒ ๓. โครงสร้างการบริหาร และขอบเขตความรับผิดชอบของหน่วยงาน ๓ ๔. ลักษณะโดยรวมของบุคลากรพยาบาล ๖ ๕ ผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงาน ๘ ๖. เป้าประสงค์ในการประกันคุณภาพการพยาบาล (เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ) ๑๐ ๗. บริบทเชิงกลยุทธ์ (ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ และความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์) ๑๐ ๘. ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินการของหน่วยงาน ๑๑ ๙. สถิติการให้บริการที่สำคัญของหน่วยงาน ๑๓ ส่วนสาระ : ผลการดำเนินการ หมวด ๑ การนำองค์กร ๒๒ หมวด ๒ กลยุทธ์ ๓๐ หมวด ๓ ผู้ใช้บริการ ๓๔ หมวด ๔ การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด ๕ บุคลากร หมวด ๖ การปฏิบัติการพยาบาล หมวด ๗ ผลลัพธ์ทางการพยาบาล ส่วนสรุป : ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ๔๑ ๔๙ ๖๑ ๘๐ ๑๑๔
๑ แบบรายงานการประเมินตนเอง ตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพการพยาบาลในโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข ชื่อหน่วยงาน กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ส่วนนำ : โครงร่างหน่วยงาน ๑. ประวัติ/ ความเป็นมาของหน่วยงาน กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก เริ่มเปิดให้บริการหอผู้ป่วยหนัก (ICU รวม) จำนวน ๕ เตียง ในปี พ.ศ. 2525 ให้บริการผู้ป่วยวิกฤตทุกสาขา ต่อมาในปี พ.ศ.2527 ได้เปิดให้บริการห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรม (SICU) เพื่อรองรับผู้ป่วยหนักศัลยกรรมทุก ระบบ ในปี พ.ศ.2528 ได้เปิดให้บริการห้องผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม (PICU) โดยให้บริการรักษาพยาบาล ผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะวิกฤต อายุ 1 เดือนถึง 15 ปี และเริ่มก่อตั้งห้องผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด แบ่งเป็นห้องติดเชื้อ จำนวน ๘ เตียง และห้องไม่ติดเชื้อจำนวน ๘ เตียง หลังจากนั้นได้แบ่งแยกออกเป็น 2 หน่วยงานและเปลี่ยนชื่อ เป็นห้องผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด ๑ (NICU 1) และห้องผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด 2 (NICU 2) นอกจากนั้นในปี พ.ศ.๒๕๒๘ ทางกลุ่มงานอายุกรรมยังได้เปิดให้บริการห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม ๑ (MICU 1) โดยให้บริการผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรมและผู้ป่วยปลูกถ่ายไต ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๕ ได้เปิดห้อง ผู้ป่วยหนักโรคระบบทางเดินหายใจ เป็นห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรมแห่งที่ ๒ (MICU 2) ของกลุ่มงานอายุรกรรม โดยรับผู้ป่วยหนักอายุรกรรมที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและใส่เครื่องช่วยหายใจ หลังจากนั้นได้มี สถานการณ์โรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำเกิดขึ้นจึงปรับห้องพิเศษของ MICU 2 เป็นห้องควบคุมความดันลบ (Negative Pressure Room) จำนวน ๓ ห้อง เพื่อรับผู้ป่วยโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจล้มเหลว เฉียบพลันและรุนแรง ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรมแห่งที่ ๓ (MICU 3) ของกลุ่มงานอายุรกรรม ได้เปิดบริการรับผู้ป่วยหนักอายุรกรรมและผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบระยะเฉียบพลันที่ได้รับยาละลายลิ่ม เลือด (rt-PA) ช่วงที่มีสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) เกิดขึ้น ได้มีการ ปรับเปลี่ยนห้องพิเศษของ MICU 3 เป็นห้องแยกโรคผู้ป่วยหนัก (Modified Airborne Infection Isolation Room : MAIIR) จำนวน ๓ ห้อง เพื่อรับผู้ป่วยโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID -19) ที่ มีภาวะวิกฤต รวมทั้งโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่มีภาวะวิกฤตและต้องเข้ารับการรักษาที่ห้องแยกโรค ได้แก่ ผู้ป่วยวัณโรคปอด และโรคสุกใส ในปีเดียวกันนี้ทางศัลยกรรมประสาทได้เปิดให้บริการห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรม ประสาท (NSICU) ขึ้นเพื่อรับผู้ป่วยอุบัติเหตุทางระบบประสาทและสมอง รวมทั้งผู้ป่วยหลังผ่าตัดทางสมอง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้เปิดให้บริการห้องผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ (CCU) ให้บริการผู้ป่วยโรคหัวใจที่มี ภาวะวิกฤต ฉุกเฉินทางอายุรกรรม และปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้เปิดบริการห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก (CVTICU) ให้บริการผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจและทรวงอกที่มีภาวะวิกฤต ซึ่งเดิมมีการให้บริการผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจรวมอยู่ ในห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรม ต่อมาจำนวนการผ่าตัดหัวใจมากขึ้น จึงเปิดหอผู้ป่วยเฉพาะทางระบบหัวใจและ ทรวงอก และมีเตียงรองรับบุคคลสำคัญระดับประเทศ (VVIP) ในห้องแยกไว้ที่ CCU และ CVTICU ในปี พ.ศ. 2560 เปิดให้บริการห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุ (TICU) ให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทุกเพศ อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ทางด้านศัลยกรรมอุบัติเหตุที่มีภาวะวิกฤตฉุกเฉินและวิกฤต เนื่องจากผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบ มี ความต้องการเตียงเพื่อการรักษาภาวะวิกฤตและฉุกเฉินที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จนทำให้มีช่วงว่างของเตียง
๒ ประกอบกับความต้องการเตียงของผู้ป่วยหนักศัลยกรรมทั่วไปมีมาก จึงได้มีปรับการรับผู้ป่วยโดยช่วยรับ ผู้ป่วยหนักศัลยกรรม 2 เตียง ในกรณีที่มีเตียงว่างและห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมทั่วไปบริหารเตียงไม่เพียงพอ ในปีพ.ศ. ๒๕๖๔ ในช่วงที่มีสถานการณ์รระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - ๑๙) เพิ่ม มากขึ้นจึงเปิดบริการหอผู้ป่วย พพร ห้องแยกโรค (Isolation ward: ISW) ให้บริการผู้ป่วยแพร่กระจายเชื้อระบบ ทางเดินหายใจและโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำทุกระดับความรุนแรง ตั้งแต่ระดับรุนแรงน้อย (Mild) รุนแรงปานกลาง (Moderate) และรุนแรงมาก (Severe) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมี ห้องผู้ป่วยหนักรวมทั้งหมด 12 ห้องผู้ป่วย ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2566 วางแผนเปิดให้บริการ ห้องผู้ป่วยหนัก บึงแก่งใหญ่ เพื่อรองรับผู้ป่วยภาวะวิกฤตหลังทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาสมองและไขสันหลังผ่านสายสวน หลอดเลือด (Neurology Intervention) ปี 2566 เปิดให้บริการห้องผู้ป่วยหนักบึงแก่นใหญ่ จำนวน ๔ เตียง บริการผู้ป่วย trombectomy………. ๒. วิสัยทัศน์ พันธกิจ เข็มมุ่ง สมรรถนะหลัก ค่านิยมและวัฒนธรรมหน่วยงาน วิสัยทัศน์ องค์กรคุณธรรมที่เป็นเลิศด้านบริการพยาบาล ภายในปี ๒๕๖๙ พันธกิจ กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก บริหารการพยาบาลอย ่างมีธรรมาภิบาล ให้บริการ รักษาพยาบาลผู้ป่วยทารก เด็กและผู้ใหญ่ที่อยู่ในภาวะวิกฤต ครบทุกด้านในระดับตติยภูมิอย่างมีคุณภาพสูง ร่วม ผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลเพื่อสุขภาพของประชาชน เข็มมุ่ง ยกระดับมาตรฐานและคุณภาพ สมรรถนะหลัก ๑. สมรรถนะด้านบริการพยาบาลวิกฤติที่เป็นเลิศ ๒. สมรรถนะด้านมาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติ ๓. สมรรถนะด้านร่วมผลิตบุคลากรทางการพยาบาลหลักสูตรวิกฤติ ๔. สมรรถนะด้านคุณภาพบริการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติ ๕. สมรรถนะด้านคุณธรรม ค่านิยม MOPH plus NURSES M-Mastery เป็นนายตัวเอง O-Originality เร่งสร้างสิ่งใหม่ P-People ใส่ใจประชาชน H-Humility อ่อนน้อมถ่อมตน N-Nourishing นุ่มนวลอ่อนโยน U-Unity เป็นหนึ่งเดียว R -Responsibility รับผิดชอบ S-Sacrificed เสียสละ E -Empowerment เสริมสร้างพลัง S -Standard มีมาตรฐาน วัฒนธรรมหน่วยงาน มุ่งมั่นให้บริการผู้ป่วยให้พ้นภาวะวิกฤตอย่างปลอดภัย ยกระดับสู่ความเป็นเลิศ บุคลากรมีความรับผิดชอบในหน้าที่ ตรงต่อเวลา พัฒนาคุณภาพการบริการโดยใช้ความรู้เชิงวิชาการและวิจัย อย่างต่อเนื่อง ๓. โครงสร้างการบริหาร และขอบเขตความรับผิดชอบของหน่วยงาน
๓ หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด ๒ พว.วิธศมน วุฒิศิรินุกูล หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด ๑ พว.กมลชนก มากมา หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม พว.อัญชลีอินทเสน กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ประกอบด้วย ห้องผู้ป่วยหนักจำนวน 13 ห้อง มีจำนวนเตียงทั้งหมด 136 เตียง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานคือ จำนวนเตียง ICU ร้อยละ 10 ของจำนวนเตียงในโรงพยาบาล แบ่งเป็น 3 งาน ได้แก่ 1) งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักอายุรกรรม ประกอบด้วย 5 ห้องผู้ป่วย จำนวน 66 เตียง ได้แก่ MICU 1 จำนวน 10 เตียงและห้องพิเศษ 4 ห้อง, MICU 2 จำนวน 10 เตียงและห้องแยกโรค 3 ห้อง, MICU 3 จำนวน 10 เตียงและห้องแยกโรค 3 ห้อง, CCU จำนวน 10 เตียง และ ISW จำนวน 16 เตียง 2) งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักศัลยกรรม ประกอบด้วย 5 ห้องผู้ป่วย จำนวน 41 เตียง ได้แก่ SICU จำนวน 9 เตียง, NSICU จำนวน 12 เตียง, CVTICU จำนวน 8 เตียง และ TICU จำนวน 8 เตียง ICU บึงแก่ง ใหญ่ จำนวน 4 เตียง 3) งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม ประกอบด้วย 3 ห้องผู้ป่วย จำนวน 29 เตียง ได้แก่ NICU 1 จำนวน 10 เตียง, NICU 2 จำนวน 10 เตียง และ PICU จำนวน 9 เตียง แผนภูมิที่ ๑ แสดงแผนภูมิโครงสร้างสายการบังคับบัญชากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างานการพยาบาล ผู้ป่วยหนักอายุรกรรม พว.จิตติมา ภูริทัตกุล หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 1 พว.กาญจนา อรรถาชิต หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก พว.ดร.นาตยา คำสว่าง ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล หัวหน้างานการพยาบาล ผู้ป่วยหนักศัลยกรรม พว.ขวัญเรือน สิงห์กวาง หัวหน้างานการพยาบาล ผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม พว.สุพิชา เกิดอุดม หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ พว.ฐิติรัตน์ ลิ้มสินทวีกุล หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 2 พว.สุวรรณา ไกรคงจิตต์ หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 3 พว.กิตติยากร สร้อยนาค หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรม พว.วรรณเพ็ญ เนื่องสิทธะ หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุ พว.สุวรรณี คุ้มอินทร์ หัวหน้าหอผู้ป่วยพพร.ห้องแยกโรค พว.อ้อมใจ พูลสวัสดิ์ หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก พว.พิมพ์กษมา ศรีชาติธนวัต หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมประสาท พว.นพกาญจน์ ปู่ซึ้ง หัวพยาบาล พว.ดร.นงลักษณ์ บุญเยีย รองหัวหน้าพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก นพ.สุชาติ พรเจริญพงศ์ หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักบึงแก่งใหญ่ พว.เกศราภรณ์ฐิตะพันธุ์
๔ ขอบเขตความรับผิดชอบของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีความรับผิดชอบทั้งด้านบริหาร บริการ และวิชาการทางการพยาบาล เป็นผู้นำนโยบาย ทิศทาง เป้าหมาย และแนวทางการจัดระบบบริการพยาบาลของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ที่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของผู้ใช้บริการ และนโยบายของโรงพยาบาลลงสู่หน่วยงาน บริหาร ระบบบริการพยาบาล อำนวยการให้ระบบบริการพยาบาลในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีคุณภาพ บริหาร จัดการการเข้าถึงทางการพยาบาล และทรัพยากรต่างๆ เพื่อการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพ ควบคุม กำกับคุณภาพ การพยาบาล รวมทั้งวางแผน ติดตาม สนับสนุน ให้เกิด การพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และศักยภาพบุคลากร ทางการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งร่วมวางแผน จัดระบบการเรียนการสอนนักศึกษาพยาบาล และนักศึกษา ทีมสุขภาพครอบคลุม ๓ ด้าน ดังนี้ ๑) ด้านบริหาร : บริหารจัดการบุคลากรทางการพยาบาลในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักตามความรู้ ความสามารถตามมาตรฐานการพยาบาล สนับสนุนด้านทรัพยากรบุคคลในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักให้ เพียงพอต่อการบริการพยาบาล โดยคำนึงถึงความแตกต่างของ generation พัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะให้ สอดคล้องกับงานบริการผู้ป่วยวิกฤตแต่ละสาขา ส่งเสริม และดำเนินการให้ บุคลากรมีความก้าวหน้าในวิชาชีพ และพึงพอใจในงาน บริหารพัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ให้พร้อมใช้มีความทันสมัยสอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และมีเพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงการเก็บบำรุงรักษา และเบิกจ่าย บริหาร จัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการบำบัดรักษาผู้ป่วยหนักและวิกฤต บริหารจัดการวางแผนขยายงานให้บริการ ห้อง ผู้ป่วยหนักบึงแก่งใหญ่ที่ศูนย์การแพทย์พุทธชินราชา สาขาโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก (บึงแก่งใหญ่) เพื่อ รองรับผู้ป ่วยภาวะวิกฤตหลังทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาสมองและไขสันหลังผ ่านสายสวนหลอดเลือด (Neurology Intervention) ๒) ด้านบริการ : ควบคุมกำกับคุณภาพทางการพยาบาลในงานบริการพยาบาลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะ วิกฤตและฉุกเฉินทุกสาขา ทุกกลุ่มวัย โดยมุ่งบริการการพยาบาลผู้ป่วยให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตและฉุกเฉินอย่างมี ประสิทธิภาพ โดยการนำกระบวนการพยาบาลมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับ ต ่อเนื ่องจนถึงจำหน่าย ตลอดจนดูแลระยะสุดท้าย ยกระดับการพยาบาลสู่ความเป็นเลิศ ๕ สาขา ด้านสาขาโรคหัวใจ ทารกแรกเกิด อุบัติเหตุ มะเร็ง และ การปลูกถ่ายอวัยวะ รวมทั้งกลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ กลุ่มโรคทางอายุรกรรม เช่น โรคหลอด เลือดสมอง (Stroke) ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) กลุ่มโรคทางศัลยกรรม เช่น โรคหลอดเลือดแดงใหญ่ ในช ่องท้องโป่งพอง (AAA) โรคเนื้องอกในสมอง และกลุ ่มโรคทางกุมารเวชกรรม เช ่น ทารกเกิดก ่อนกำหนด (Preterm) ภาวะสมองขาดเลือด (HIE) เป็นต้น โดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยได้รับบริการตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างมี คุณภาพ เน้นการเข้าถึง (Accessibility) โดยมีระบบช่องทางด่วน (Fast track) ในกลุ ่มโรคที่มีวิกฤต ฉุกเฉิน ได้แก่ STEMI Stroke Sepsis Trauma และ newborn มีความเท่าเที่ยม (Equity) ในการให้บริการในทุกกลุ่มมี การพิทักษ์สิทธิ์ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความต้องการเฉพาะ และมีการตอบสนองรวดเร็ว (Rapid Response System: RRS) โดยจัดตั้ง Rapid response system (RRS) โดยมีการแต่งตั้ง Rapid response team (RRT) แบ่งเป็น 2 ทีม ได้แก ่ Medicine และ Non-medicine และแต ่งตั้ง Rapid response nurse (RRN) เพื ่อให้ผู้ป ่วยวิกฤต
๕ ได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วทันการณ์ (Timeliness) และปลอดภัย (safety) มีการปรับปรุงคุณภาพการบริการ โดยการให้ผู้ป ่วยและครอบครัวเข้ามามีส ่วนร ่วมในการตัดสินใจดูแล ในด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) มี มาตรฐานการพยาบาลเฉพาะโรคและมีระบบการนิเทศควบคุมกำกับการทำงานทั้งในและนอกเวลา และมีความ ต่อเนื่อง (Continuity) ในการให้การพยาบาลตั้งแต่แรกรับจนถึงจำหน่ายและติดตามผลหลังเข้ารับบริการ ควบคู่ กับการพัฒนาสมรรถนะบุคคลากร (Competency) และการดูแลแบบองค์รวม (Holistic) มีกระบวนการพัฒนา และประเมินคุณภาพบริการทางการพยาบาล (Nursing Quality Assessment: NQA) อย่างต่อเนื่อง ๓) ด้านวิชาการ : ร่วมผลิตและพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการพยาบาลให้มีความรู้ในการพยาบาล ผู้ป่วยวิกฤต โดยการจัดหลักสูตรอบรมการพยาบาลเฉพาะทางผู้ป่วยวิกฤตในโรงพยาบาล ส่งเสริมให้มีการ ค้นคว้า สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัย และใช้ประโยชน์วิจัย (Research Utilization) นำผลการวิจัยทางการ พยาบาลตลอดจนแนวปฏิบัติการพยาบาลที่เป็นเลิศมาประยุกต์ใช้ในการพยาบาล โดยนำความรู้จากการวิจัยไป ใช้ในการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบในห้องผู้ป่วยหนักหรือมุ ่งเปลี ่ยนพฤติกรรมในการทำงานเพื ่อน ำไปสู่ ความสำเร็จ ได้แก่ รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันและได้รับการ บำบัดทดแทนไตแบบต่อเนื่องในภาวะวิกฤต (CRRT) รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิดที่ได้รับ การใส่เครื่องผยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) และถ่ายทอดองค์ความรู้การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตแก่ พยาบาลทั้งในและนอกโรงพยาบาล บุคลากรในสาขาต่างๆ นักศึกษาพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๔. ลักษณะโดยรวมของบุคลากรพยาบาล กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีบุคลากรทางการพยาบาลทั้งหมด 317 คนประกอบด้วย พยาบาล วิชาชีพ จำนวน 232 คน พนักงานช่วยเหลือคนไข้จำนวน 60 คนและพนักงานประจำตึก จำนวน 25 คน โดย มีพยาบาลวิชาชีพจบปริญญาเอก จำนวน 2 คน จบปริญญาโท จำนวน 18 คน ได้รับวุฒิบัตรพยาบาลปฏิบัติการ ขั้นสูง (APN) จำนวน 2 คน ผ่านการอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 157 คน (ร้อยละ 67.7) พยาบาลวิชาชีพมีอายุเฉลี่ย 35.5 ปี ส่วนใหญ่เป็น Generation Y (อายุ 25- 42 ปี) จำนวน 122 คน (ร้อยละ 52.6), Generation X (อายุ 43-57 ปี) จำนวน 77 คน (ร้อยละ 33.2), Generation Z (น้อยกว่า 25 ปี) จำนวน 30 คน (ร้อยละ 12.9) และ Generation Baby Boomer (58 ปีขึ้นไป) จำนวน 3 คน (ร้อยละ 1.3) FTE 263.79 % 232 60 25 บุคลากรกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก พยาบาล พนักช่วยเหลือคนไข้ พนักงานประจ าตึก 3 77 122 30 พยาบาลวิชาชีพแยกตาม Generation GenB GenX GenY GenZ
๖ ข้อมูลบุคลากรแยกตามหน่วยงาน *พยาบาลวิชาชีพ 1 คนจบหลายหลักสูตร ห้องผู้ป่วย จำนวนบุคลากร ศักยภาพบุคลากร พยาบาล วิชาชีพ พนักงาน ช่วยเหลือ คนไข้ พนักงาน ประจำตึก หลักสูตรเฉพาะ ทางวิกฤต หลักสูตรเฉพาะ ทางเฉพาะสาขา หลักสูตรอบรมระยะสั้น เฉพาะสาขา งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักอายุรกรรม MICU 1 20 5 3 13 - 16 (CRRT) MICU 2 23 6 3 12 3 (RC) - MICU 3 22 5 3 14 1 (NS) 10 (stroke) CCU 23 6 2 7 14 (CVT) - ISW 18 3 1 3 - 18 (covid) รวม (ร้อยละ) 106 (45.69) 25 (41.67) 12 (48) 49 (52.69) 18 (28.13) 44 (80) งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักศัลยกรรม SICU 20 4 2 14 - - NSICU 20 6 2 12 4 (NS) - CVTICU 20 5 2 8 6 (CVT) - TICU 15 5 2 10 1 (TC) 1 (NCT) 1 (NS) 11 (Trauma care) ICU บกญ. รวม (ร้อยละ) 75 (32.33) 20 (33.33) 8 (32) 44 (47.31) 13 (20.31) 11 (17.19) งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิดและเด็กโต NICU 1 17 5 2 - 14 (newborn) - NICU 2 17 5 1 - 11 (newborn) - PICU 17 5 2 - 8 - รวม (ร้อยละ) 51 (21.98) 15 (25) 5 (20) - 33 (35.48) - รวมทั้งหมด (ร้อยละ) 232 (73.19) 60 (18.93) 25 (7.89) 93 (40.09) 64 (27.59) 55 (23.71) ร้อยละ 91.30*
๗ ข้อมูลบุคลากรพยาบาล แบ่งกลุ่มอายุ ประสบการณ์ของพยาบาลวิชาชีพ อายุเฉลี่ย 35.5 ปี ห้องผู้ป่วย จำนวน พยาบาล (คน) อายุ เฉลี่ย (ปี) Baby Boomer (58 ปีขึ้นไป) Generation X (43-57ปี) Generation Y (25-42ปี) Generation Z (น้อยกว่า 25ปี) จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักอายุรกรรม MICU 1 20 36 0 0 7 35 9 45 4 20 MICU 2 23 36 0 0 12 52.1 6 26.1 5 21.8 MICU 3 22 37 0 0 ๙ ๔๐.๙ ๑๑ ๕๐ ๒ ๙.๐๙ CCU 23 40 0 0 14 60.9 9 39.1 0 0 ISW 18 26 0 0 2 11.1 10 55.6 6 33.3 รวม 106 35 0 0 44 41.51 45 42.45 17 16.04 งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักศัลยกรรม SICU 20 38 0 0 4 20 14 70 2 10 NSICU 20 38 0 0 9 ๔๕ ๑๐ ๕๐ 1 ๕ CVTICU 20 32 0 0 3 15 11 55 6 30 TICU 15 35 0 0 3 2๑.๔ 11 7๑.๔ ๑ ๗.๑ ICU บกญ. รวม 75 36 0 0 19 25.33 46 61.33 10 13.33 งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิดและเด็กโต NICU 1 17 39 1 5.9 6 35.3 10 58.8 0 0 NICU 2 17 37 1 5.9 4 23.5 11 64.7 1 5.9 PICU 17 32 1 5.9 4 23.5 10 58.8 2 11.8 รวม 51 36 3 5.88 14 27.45 31 60.78 3 5.88 รวมทั้งหมด 232 35.5 3 1.3 77 33.2 122 52.6 30 12.9 0 0 3 44 19 14 45 46 31 17 10 3 0 10 20 30 40 50 อายุรกรรม ศัลยกรรม อายุรกรรม จ านวนพยาบาลวิชาชีพแยกตาม Generation GenB GenX GenY GenZ
๘ ระดับการศึกษา จำนวน (คน) ระดับปริญญาเอก 2 ระดับปริญญาโท 18 หลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง 157 พยาบาลปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง (APN) สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ สาขาการพยาบาลเด็ก 1 1 ๕. ผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงาน ข้อมูลผู้ใช้บริการแยกตามลักษณะการเจ็บป่วยภาวะวิกฤตและความเชี่ยวชาญเฉพาะ ในแต่ละงานของ กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ห้องผู้ป่วย ขอบเขตบริการ MICU 1 1. ผู้ป่วยวิกฤตทางอายุรกรรมทุกระบบ (Fast track, IPD) 2. ผู้ป่วยพิเศษอายุรกรรม 3. ผู้ป่วยปลูกถ่ายไต MICU 2 1. ผู้ป่วยวิกฤตทางอายุรกรรมทุกระบบ 2. ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจภาวะวิกฤต 3. ผู้ป่วยวิกฤตโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ MICU 3 1. ผู้ป่วยวิกฤตทางอายุรกรรมทุกระบบ 2. ผู้ป่วยช่องทางด่วน Fast track Stroke 3. ผู้ป่วยวิกฤตโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ CCU 1. ผู้ป่วยช่องทางด่วน Fast track STEMI 2. ผู้ป่วยวิกฤตโรคหัวใจรับย้ายจากหอผู้ป่วยใน ISW 1. ผู้ป่วย Covid-19 2. ผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ SICU ผู้ป่วยวิกฤตทางศัลยกรรม NSICU 1. ผู้ป่วยช่องทางด่วน (fast track) จาก ER (Hemorrhagic Stroke, TBI) 2. ผู้ป่วยรับย้ายจาก IPD หลังผ่าตัดทั้งภาวะวิกฤตและ Elective case (Brain tumor, Cord tumor) ICU CVT 1. ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ 2. ผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจแบบ emergency TICU 1. ผู้ป่วยช่องทางด่วน Trauma Fast track ที่รับจาก ER/OR 2. ผู้ป่วย Multiple Trauma ที่มีภาวะวิกฤตจากหอผู้ป่วยใน
๙ ห้องผู้ป่วย ขอบเขตบริการ NICU 1 1. ผู้ป่วยช่องทางด่วน Fast track ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนัก < 1,200 กรัม และ/หรืออายุครรภ์ ≤ 30 สัปดาห์ 2. ผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤตที่ต้องใช้หัตถการเครื่องมือพิเศษเฉพาะ 3. บิดามารดา NICU 2 1. ผู้ป่วยช่องทางด่วน Fast track ทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนัก > 1,200 กรัม 2. ผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤตที่ต้องใช้หัตถการเครื่องมือพิเศษเฉพาะ 3. บิดามารดา PICU 1. ผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะวิกฤตทุกระบบ 2. บิดามารดา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกหน่วยงานในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในโรงพยาบาล แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.1 พยาบาลวิชาชีพหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.2 ทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องภายในโรงพยาบาล ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร กายภาพบำบัด เจ้าหน้าที่ X ray เจ้าหน้าที่เปล 1.3 หน่วยงานสนับสนุนในโรงพยาบาล 2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกโรงพยาบาล แบ่งเป็นกี่กลุ่ม เช่น 4 กลุ่ม ได้แก่ 2.1 โรงพยาบาลเครือข่าย ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปใน เครือข่ายสุขภาพที่ 2 และ 3 2.2 สถาบันการศึกษา เช่น นักศึกษาและอาจารย์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพุทธชินราช 2.3 หน่วยงานภาครัฐ เช่น เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เป็นต้น 2.4 หน่วยงานเอกชนและองค์กรอื่นๆ เช่น ตัวแทนบริษัทเครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น ๖. เป้าประสงค์ในการประกันคุณภาพการพยาบาล (เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ) เป้าประสงค์เชิงปริมาณ ทุกหน่วยงานในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักต้องผ่านการประเมินคุณภาพการ พยาบาลในโรงพยาบาลมากกว่าร้อยละ ๗๐ เป้าประสงค์เชิงคุณภาพ ทุกหน่วยงานในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักต้องให้บริการพยาบาลบรรลุเป้าหมาย สอดคล้องตามพันธกิจวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้
๔๙ ๗. บริบทเชิงกลยุทธ์(ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ และความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์) ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ๑) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก จัดทำแผนกล ยุทธ์ระยะยาว 5 ปี ในปี 2565–2569 ที่มีความ สอด คล้องแผนยุทธศาสตร์ชาต ิ 20 ปี ด ้าน สาธารณสุข แผนกลยุทธ์กองการพยาบาล แผน ยุทธศาสตร์และเป้าหมายกระทรวงสาธารณสุข ๒) การกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 5 ข้อกำหนด กรอบระยะเวลาแผนกลยุทธ์ 5 ปี คือ ปีพ.ศ. 2565- 2569 ดังนี้ ๒.๑ เพื่อพัฒนาการบริการพยาบาลพัฒนาและ จัดระบบบริการพยาบาลที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ๒.๒ เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการบุคลากรโดยยึด หลักธรรมาภิบาลและบุคลากรมีความสุข ๒.๓ เพื่อพัฒนาควบคุมกำกับนิเทศระบบบริการ พยาบาลให้มีคุณภาพ ๒.๔ เพื่อพัฒนาบุคลากร วิจัย นวัตกรรมทางการ พยาบาล ๒.๕ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายความ ร่วมมือทางการพยาบาลในสถานบริการสุขภาพและ ในชุมชน ๓) การกำหนดวัตถุประสงค์ที่ตอบสนองต่อการ บริการที่เป็นเลิศ และตอบสนองด้านคุณธรรม ตาม พันธกิจวิสัยทัศน์ของหน่วยงาน ๔) การเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลเปรียบเทียบ กับ THIP และเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลลักษณะ ใกล้กัน จากนั้นได้กำหนดวิธีการตอบสนองต่อความ แตกต่างโดยการปรับปรุงพัฒนาเป็นวิจัย R๒R CQI นวัตกรรม ต่างๆเพื่อให้ผลการดำเนินการดีขึ้น ๑) มีการวิเคราะห์สถานการณ์ภายใน และภายนอกที่ มีผลต่อความท้าท้ายเชิงกลยุทธ์ โดยใช้ PEST Model วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ปัจจัยภายใน โดยใช้ MC Kinsey’s ๗-S ทำให้เห็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่ เป็นจุดแข็งของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ๒) กระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ กลุ่มงานการ พยาบาลผู้ป่วยหนักมีการวิเคราะห์ โดยนำผลการ วิเคราะห์ SWOT analysis เข้าที่ประชุมหัวหน้าห้อง ผู้ป่วย เพื่อมาจัดลำดับความสำคัญและร่วมประชา พิจารณ์ผลการวิเคราะห์นำไปจัดทำแผนกลยุทธ์ ๓) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักกำห นด วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และดำเนินการมีเป้าหมาย ครอบคลุม 5 แผนกลยุทธ์ มีการกำหนดกรอบ ระยะเวลาแผนกลยุทธ์ 5 ปี ๔) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักใช้สมรรถนะหลัก คือ ความเชี่ยวชาญขององค์กร โดยพัฒนาด้านความ เป็นเลิศในการบริการผู้ป่วยหนักและการกำหนดกลุ่ม ผู้ใช้บริการ ๕) ใช้เชิงกลยุทธ์ป้องกันในกลุ่มผู้รับบริการโดย เสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายความร่วมมือ ทางการพยาบาลในสถานบริการสุขภาพและในชุมชน ๖) การจัดทำแผนปฏิบัติการ ตัวชี้วัดของกลุ่มงานการ พยาบาลผู้ป่วยหนัก และการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ ๗) การวัดผลโดยรวมของแผนปฏิบัติการ โดยกำหนด ตัวชี้วัดเพื่อติดตามผลดำเนินการ ตามแผนปฏิบัติการ ของแต่ละหน่วยงาน โดยมีการติดตามแผนทุกไตร มาสเพื่อติดตามความก้าวหน้าและวัดผล ทิศทาง องค์กรชัดเจนสอดคล้องกับกลุ่มภารกิจด้านการ พยาบาล ๘) หัวหน้าห้องผู้ป่วยมีการทบทวนแผนทุก๖ เดือน หากมีการปรับเปลี่ยนแผนให้ลงบันทึกแบบฟอร์มการ ปรับแผนของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ๙) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีการจัดทำแผน ด้านบุคลากรทั้งในด้านของจำนวนอัตรากำลังและการ พัฒนาศักยภาพของบุคลากร
๕๐ ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ๑๐) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีการทบทวน เพื่อปรับเปลี่ยนแผนบุคลากรที่สำคัญ แผนการใช้ ทรัพยากรด้านการเงินและด้านอื่น ๆ เพื่อความ คล่องตัวต่อการปฏิบัติและการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติ การ ๑๑) การติดตามกำกับความก้าวหน้าของผลการ ดำเนินการ หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีการกำกับ ติดตามการปฏิบัติตามแผนของหน่วยงาน โดยติดตามช่วงเวลาตามที่กำหนดไว้ ๘. ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินการของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ๑. แต่งตั้งคณะกรรมการคุณภาพระดับกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักจำนวน ๙ คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการพัฒนาทรัพยากรบุคคคลและงานวิจัยทางการพยาบาล คณะอนุทำงานป้องกันและควบคุม การติดเชื้อในโรงพยาบาล คณะอนุกรรมการบริหารยาปลอดภัย คณะอนุกรรมการบริหารทรัพยากรบุคลากร ทางการพยาบาล คณะอนุกรรมการประกันคุณภาพบริการพยาบาล คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะอนุกรรมการพัฒนาการบริหารเวชรระเบียนและการบันทึกทางการพยาบาล คณะอนุทำงานพัฒนาด้าน สภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการของแต่ละห้องผู้ป่วยเพื่อมอบหมายให้ มีผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานด้านคุณภาพร่วมวิเคราะห์และปรับปรุงผลการดำเนินงานใช้ระบบพัฒนา คุณภาพอย่างต่อเนื่อง ๒. กำหนดผลดำเนินการโดยกำหนดเป็นผลลัพธ์แต่ละด้าน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณภาพการให้บริการ พยาบาล ด้านผู้ใช้บริการ ด้านประสิทธิภาพ ด้านบุคลากร ด้านระบบงานและกระบวนการสำคัญ และด้าน การนำองค์กร ๓. ติดตามทั้งกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักทุก 3 เดือน มอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบในแต่ละตัวชี้วัด ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและกำกับติดตามผลดำเนินการ ในแบบรายงานของแต่ละงานและลงในโปรแกรม excel ที่กำหนดให้ ๔. ใช้ระบบการพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง (CQI) ผ่าน Deming cycle / Knowledge Management (KM) เพื่อปรับปรุงผลการดำเนินการ โดยมีการทบทวนผลการดำเนินงาน นำมาวิเคราะห์ และเปรียบเทียบผล การดำเนินงานขององค์กรตามแผนปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอทุก ๓ เดือน, ๖ เดือน และ ๑ ปี ๕. กรณีผลดำเนินการไม่ได้ตามเป้าหมาย ให้ผู้รับผิดชอบติดตามทบทวนและร่วมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ วางแผนแก้ไขหัวหน้าหน่วยงานมีการกำกับติดตาม ผลการดำเนินงานและแนวโน้มอย่างต่อเนื่อง 6. การเปรียบเทียบ (Compare) ผลการดำเนินงานกับองค์กรที่มีบริบทใกล้เคียงกัน มาคาดการณ์ผล การดำเนินการในอนาคต 7. ปรับปรุงผลการดำเนินงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเครื่องมือพัฒนาคุณภาพ 8. จัดกระบวนการเรียนรู้ share and learn ทั้งในและนอกหน่วยงาน 9. พัฒนางาน CQI/วิจัย/นวัตกรรม อย่างน้อยปีละ ๑ เรื่อง
๕๑ ๙. สถิติการให้บริการที่สำคัญของหน่วยงาน ข้อมูลผู้ป่วย ปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ICU Med ICU Surg ICU Ped รวม ICU Med ICU Surg ICU เด็ก รวม ICU Med ICU Surg ICU Ped รวม ๑. จำนวนผู้ป่วย ที่รับทั้งปี (คน) 3,281 2,292 994 6,567 3,505 2,007 953 6,465 4,237 2,136 933 7,306 2. จำนวนวัน นอนผู้ป่วยทั้งปี (วัน) 16,530 13,366 9,127 39,02 3 18,506 11,738 8,631 38,875 22,761 10,874 7,58 5 41,220 3. จำนวนผู้ป่วย จำหน่ายทั้งปี (คน) 1771 1695 401 3,867 1,950 1,529 341 3,820 2,904 1,475 392 4,771 -กลับบ้าน 471 56 46 533 516 47 91 654 983 61 71 1,115 -ส่งต่อ 0 19 13 32 72 31 5 108 78 34 8 120 -ไม่สมัครอยู่ 0 2 0 2 2 4 0 6 0 0 0 0 -ย้ายหอผู้ป่วย 579 1162 618 2,319 663 1081 643 2,387 1011 731 611 2,353 -ถึงแก่กรรม 85 159 70 314 85 161 50 296 181 344 61 586 4. อัตราตาย (ร้อยละ) 20.25 10.26 6.86 12.46 16.73 10.28 5.14 10.72 16.79 12.33 7.15 12.09 5. จำนวนวัน นอนเฉลี่ย (วัน/ คน) 5.70 6.42 12.49 8.20 5.79 6.28 12.02 ๖.๔๓ 5.35 6.60 10.4 3 7.46 6. อัตราครอง เตียง (ร้อยละ) 120.37 99.04 85.66 101.69 102.69 95.23 80.96 92.96 98.37 78.25 77.8 6 84.83 7. จำนวนผู้ป่วย รับใหม่เฉลี่ย (ราย/วัน) 2.46 0.93 1.99 1.79 2.40 0.89 2.08 1.79 2.57 0.19 1.98 1.58 8.จำนวนผู้ป่วย เฉลี่ย/วัน (ราย/ วัน) 11.18 8.95 7.50 9.21 11.18 8.34 7.33 8.95 10.97 7.76 7.28 8.67 9. จำนวนผู้ป่วย ที่ใส่เครื่องช่วย หายใจ 1,308 1,277 219 2,804 1,371 1,305 225 2,901 1,539 1,225 276 3,040 ๑0.จำนวนวันที่ ใส่เครื่องช่วย หายใจ 792 7,547 1,298 9,637 899 7,366 1,413 9,678 1,840 6,938 1,61 4 10,392
๕๒ ข้อมูลผู้ป่วย ปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ICU Med ICU Surg ICU Ped รวม ICU Med ICU Surg ICU เด็ก รวม ICU Med ICU Surg ICU Ped รวม ๑๑.จำนวนวัน เฉลี่ยผู้ป่วยที่ใส่ เครื่องช่วยหายใจ 3.34 32.45 5.92 13.90 4.71 29.25 6.28 13.41 4.1 28.15 5.85 12.7 ๑2.จำนวนผู้ป่วย ที่หย่าเครื่องช่วย หายใจสำเร็จ 297 325 - 621 214 302 - 516 323 397 - 720 ๑3.จำนวนผู้ป่วย แต่ละประเภท เฉลี่ย (คน/วัน) ประเภท 4a (Critical ill) ๑.๓๔ 0.๖๔ 0.๘9 0.93 1.4๓ ๐.๘๒ 1.5๖ 1.27 ๐.๘0 ๐.๗๘ 2.73 1.44 ประเภท 3a+3b (Semi - Critical ill) ๘.๓๒ ๘.๖๒ ๒๘.๙8 15.28 ๙.๗๓ ๗.๓๑ ๒๖.1๒ 14.39 ๘.๐๑ ๘.๒๒ 3 ๒.๕๑ 16.25 ประเภท 2a+ 2b + 2c (Moderate ill) ๒.๖๕ ๐.๗๖ ๘.2๙ 15.28 ๑.๒ ๑.๓๑ ๕.๘๔ 2.78 1.๔๘ ๐.๑๗ 0.2๒ 0.62 ประเภท ๑ a+๑b+๑c+๑d (Convalescenc e ill) 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
๕๓ สถิติ ๕ อันดับโรคแรก (ราย) ห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 485 147 28 53 33 ปีงบประมาณ 2563 Septic shock Pneumonia COPD UGIH TB 548 169 32 33 35 ปีงบประมาณ 2564 Septic shock Pneumonia COPD UGIH TB 472 148 13 53 33 ปีงบประมาณ 2565 Septic shock Pneumonia COPD UGIH TB
๕๔ ห้องผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ 385 195 98 85 35 ปีงบประมาณ 2563 STEMI NSTEMI Complete AV block Congestive Heart Failure Ventricular Tachycardia 335 164 67 62 41 ปีงบประมาณ 2564 STEMI NSTEMI Complete AV block Congestive Heart Failure Ventricular Tachycardia 318 216 66 62 39 ปีงบประมาณ 2565 STEMI NSTEMI Complete AV block Congestive Heart Failure
๕๕ ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมทั่วไป 32 16 26 22 16 ปีงบประมาณ 2563 NF PUP AAA GUP Peritonitis 19 21 20 18 16 ปีงบประมาณ 2564 NF PUP HCC Cholangitis Peritonitis 39 37 39 45 35 ปีงบประมาณ 2565 NF PUP AAA Brain Perfrate CA colon
๕๖ ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมประสาท 120 113 84 83 83 ปีงบประมาณ 2563 Brain tumor Meningioma Aneurysm SDH ICH 113 82 100 66 78 ปีงบประมาณ 2564 Brain tumor Meningioma Aneurysm SDH BGH 124 107 81 66 81 ปีงบประมาณ 2565 Brain tumor Meningioma Aneurysm SDH Aneurysm
๕๗ ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุ 339 9 5 4 3 ปีงบประมาณ 2563 Multiple injury Burn SDH Small bowel injury EDH 246 11 14 11 11 ปีงบประมาณ 2564 Multiple injury Burn Splenic injury Hemothorax Liver injury 192 11 9 7 4 ปีงบประมาณ 2565 Multiple injury Burn Small bowel injury Fracture Femur SAH
๕๘ ห้องผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม CHD HE sepsis TTNB preterm Preterm CHD TTNB Sepsis HE
๕๙ ๒. ส่วนสาระ : ผลการดำเนินการ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ หมวด ๑ การนำองค์กร ๑.๑ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม ๑) ผู้บริหารกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ได้แก่ หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน และหัวหน้าหน่วยงาน ร่วมการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล และนำมาประชุมในกลุ่มงานเพื่อ ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมของกลุ่มงานให้สอดคล้องกับกลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาล กองการพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุข และถ่ายทอดไปยังบุคลากรพยาบาลทุกระดับเพื่อนำไปปฏิบัติรวมถึงปฏิบัติตน เป็นแบบอย่างที่ดี ตัวอย่างเช่น หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างานเป็นผู้นำทีม ethic round สะท้อนแบบอย่างด้านคุณธรรมตามวิสัยทัศน์ รวมทั้งเป็นผู้นำการทำ ผลงานวิชาการ งานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และร่วมการทำ RCA ซึ่ง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อค่านิยมขององค์กรและเอกสิทธิ์แห่งวิชาชีพ และมีการ ถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติ ดังนี้ ๑. แจ้งทางการประชุมทั้งระดับกลุ่มงานและหน่วยงาน เพื่อให้บุคลากร ทุกคนรับทราบทิศทาง วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ของกลุ่มงาน และเป็นแนวทาง ให้หน่วยงานกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ให้สอดคล้องกับกลุ่มงานการ พยาบาลผู้ป่วยหนัก เช่น กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักอายุรกรรม มีการประชุม ทุกระดับ ทุกไตรมาส มีรายงานการประชุมเป็นหลักฐาน ๒. จัดทำเป็นรูปแบบเอกสารเผยแพร่ทั้งแบบลายลักษณ์อักษร และทาง Web page ของหน่วยงาน, line group กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ๓. ติดบอร์ดในหน่วยงานทุกหน่วยงาน ๔. แจ้งซ้ำ ทบทวนในการประชุมหน่วยงานทุกไตรมาส เมื่อหัวหน้าหน่วยงานถ่ายทอดแล้ว มีการกำกับติดตามการนำไปปฏิบัติ โดยการสังเกตการปฏิบัติงาน การสุ่มสอบถาม การติดตามจากการบันทึกเวช ระเบียน และการลงเยี่ยมหน่วยงาน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงาน ตามเป้าหมายของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีผลการนิเทศเป็นหลักฐาน ๑. คู่มือบริหารกลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม ๒. คู่มือบริหารหน่วยงาน ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม ๓. รายงานการประชุมที่ เกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ พันธ กิจ และค่านิยม ๔. บอร์ดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม ๕. Web page ของ หน่วยงาน 6. line group กลุ่มงาน การพยาบาลผู้ป่วยหนัก ๒) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน และหัวหน้าหน่วยงาน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและการประพฤติ การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม เช่น หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างาน ร่วมทำ ICU ethic conference รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมในองค์กร ที่ส่งเสริม กำหนด และส่งผล ให้มีการปฏิบัติตามเอกสิทธิ์แห่งวิชาชีพ กฎหมาย จริยธรรม และจรรยาบรรณ วิชาชีพโดย หัวหน้ากลุ่มงานกำหนดให้ทุกหน่วยงานมีการประเมินจริยธรรม 3 ส่วน ได้แก่ - จริยธรรมหัวหน้าหน่วยงาน ๑. คะแนนประเมิน จริยธรรม ๒. แบบประเมินจริยธรรม ๓. ประกาศสภาและพรบ. กฎหมายวิชาชีพ ๔. ประกาศโรงพยาบาล ๕. เอกสารจรรยาบรรณ วิชาชีพ
๖๐ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ - จริยธรรมของบุคลากรในหน่วยงาน - ระดับความเสี่ยงทางจริยธรรมของหน่วยงาน กำหนดให้ประเมินละ 1 ครั้ง หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างานและหัวหน้า หน่วยงานปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างภายใต้กฎหมาย และจริยธรรม จรรยาบรรณ วิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ตามกรอบของสภา พยาบาล และมีการสนับสนุนให้บุคลากรทางการพยาบาลในหน่วยงานเข้ารับการ อบรมเพื่อพัฒนาด้านกฎหมาย จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้บุคลากรมุ่งเน้นใช้ค่านิยม MOPH plus NURSES ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง จรรยาบรรณวิชาชีพ ส่งเสริมการทำความดีชื่นชม ติดประกาศบุคคลทำความดี เพื่อเป็นแบบอย่างแก่บุคลากรในหน่วยงาน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการปฏิบัติตาม เอกสิทธิ์วิชาชีพ กฎหมายวิชาชีพตามประกาศของสภาการพยาบาล และประกาศ ของโรงพยาบาล 3 เรื่อง ได้แก่ 1) การเจาะABG 2) การห้ามบริหารยา Diclofenac เข้ากล้ามเนื้อ 3) การไม่บริหารยาระงับความรู้สึกในพยาบาลที่ไม่ผ่าน การอบรมวิสัญญี ๖. ประกาศสิทธิและข้อพึง ปฏิบัติของผู้ป่วย ๓) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน และหัวหน้าหน่วยงาน สร้างบรรยากาศองค์กรที่เอื้อต่อการปรับปรุงผลงาน การบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ขององค์กร การสร้างนวัตกรรม ความคล่องตัวขององค์กร การ เรียนรู้ในระดับองค์กร และระดับบุคคล การสร้างสัมพันธภาพที่ดีในการทำงาน ความร่วมมือและการประสานงาน โดยหัวหน้ากลุ่มกำหนดโครงสร้างการบริหาร กลุ่มงาน เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน และนอกเวลาราชการมอบหมาย Chief Nurse นิเทศ กำกับการปฏิบัติงานของบุคลากรทุกระดับในหน่วยงาน และ รายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้น รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะทำงานในกลุ่ม งานรับผิดชอบงานคุณภาพ งานบริการ งานวิชาการอย่างทั่วถึง และกำหนดแนว ทางการบริหารงานร่วมกัน เช่น โครงการ COP ICU RC round กลุ่มงานแต่งตั้ง คณะทำงานที่ประกอบด้วย งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักอายุรกรรม งานการ พยาบาลผู้ป่วยหนักศัลยกรรม และงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม ร่วม RC round เพื่อค้นหาจุดบกพร่องในการดูแลผู้ป่วย จากนั้นพัฒนางานโดยจัดการ อบรมการดูแลผู้ป่วยที่ใช้Oxygen, เครื่องช่วยหายใจ และติดตามการปฏิบัติด้วย การทำ RC round อีกครั้ง นอกจากนี้มีการสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อต่อการปรับปรุง ผลงาน เพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ ดังนี้ - สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการมีคุณธรรม ได้แก่ การยกย่องชมเชยบุคลากร ในกลุ่มงานที่มาทำงานตรงตามเวลา ส่งเสริมการพัฒนาพฤติกรรมบริการ เช่น การ กล่าวทักทาย การแนะนำตัวกับผู้รับบริการ และการรับโทรศัพท์ ๑. ผลการประชุมประจำ ไตรมาส ๒. แฟ้มการมอบหมายงาน ประจำวัน ๓. คำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการ ๔. line group ๕. นวัตกรรม/CQI/R2R/ วิจัย ในหน่วยงาน
๖๑ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ - สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพยาบาลที่เป็นเลิศ เช่น MICU ๑ มีนโยบาย ส่งเสริมให้ห้องผู้ป่วยหนักทุกแผนกสามารถดูแลผู้ป่วย on CRRT ได้เองใน หน่วยงาน จึงจัดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพพยาบาลในกลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยหนักและเป็นพี่เลี้ยงให้ทุกหน่วย CCU มีนโยบายกระตุ้นและส่งเสริมให้ บุคลากรพยาบาลมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมทีมและพัฒนาการดูแลผู้ป่วย STEMI และพัฒนาศักยภาพพยาบาลแกนนำในการดูแลผู้ป่วย on ECMO ๓) ส่งเสริมให้บุคลากรทุกหน่วยงาน ร่วมอบรมวิจัยทางการพยาบาล ร่วมงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิจัย/R2R/CQI/นวัตกรรม ในรูปแบบตลาดนัดความรู้ (Budchin Nurse O.K) และการประชุมวิชาการต่างๆ ๑.๒ การสื่อสารและผลการดำเนินการ ๑) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน และหัวหน้าหน่วยงาน ให้อำนาจการตัดสินใจ และจูงใจบุคลากรทุกคนในหน่วยงาน พร้อมทั้งกระตุ้นให้ เกิดการสื่อสารสองทางที่ตรงไปตรงมาทั่วทั้งองค์กร และประยุกต์ใช้สื่อสังคม ออนไลน์ เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดผลงานที่ดี ดังนี้ ๑.1) จัดโครงสร้างสายบังคับบัญชาของกลุ่มงานที่ชัดเจน เพื่อเป็นการ กระจายอำนาจ 1.๒) แต่งตั้งคณะกรรมการกลุ่มงาน จำนวน ๙ ชุด เพื่อกระจายอำนาจการ ตัดสินใจและสื่อสาร 1.3) จัดทำ line group ของกลุ่มงาน เพื่อสะดวกในการ สื่อสารกับสมาชิกใน กลุ่มงาน และline งาน 1.4) QR code ICU เพื่อรวบรวมงานต่างๆ เช่น รายงาน การประชุม ผลการ ดำเนินงานตัวชี้วัด ผลงานวิชาการ ที่บุคลากรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว 1.๕) การสื่อสารเป็นรายบุคคลเพื่อเป็นการสื่อสารสองทาง 1.๖) การประชุมของกลุ่มงาน ๑.๗) เอกสารแจ้งเวียนทาง Intranet ๑.๘) โปรแกรมรับข้อร้องเรียนของโรงพยาบาล โดยทั้งนี้บุคลากรทุกระดับ สามารถแสดงความคิดเห็นย้อนกลับตามช่องทางต่างๆ ได้ ๑.๙) สำหรับกรณีเร่งด่วนหรือเกิดเหตุการณ์เร่งด่วนสามารถโทรศัพท์สายตรง ถึงผู้รับผิดชอบตามลำดับขั้นตามแนวทาง ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ๑. บันทึกผลการประชุม กลุ่มงาน ๒. line group กลุ่มงาน การพยาบาลผู้ป่วยหนัก ๓. ผังสายบังคับบัญชา ๔. การรายงานของ Chief Nurse ประจำวัน ๒) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน และหัวหน้าหน่วยงาน มีบทบาทเชิงรุกในการให้รางวัลและยกย่องชมเชย เพื่อสนับสนุนการบริการที่ มุ่งเน้นผู้ป่วย/ผู้ใช้บริการ คุณภาพและความปลอดภัยในการให้บริการพยาบาล โดย ๑. รายงานการประชุม การ ยกย่องชมเชยในโอกาส ต่างๆ ๒. บอร์ดประกาศชื่นชม
๖๒ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ - จัดให้บุคลากรเข้ารับการอบรมตามงานที่ได้รับมอบหมาย และเป็นที่ปรึกษา แนะนำ ส่งเสริมให้ปฏิบัติการพยาบาลอย่างถูกต้องตามมาตรฐานและผู้ป่วย ปลอดภัย -สนับสนุนให้บุคลากรสร้างผลงานคุณภาพ CQI วิจัย เพื่อช่วยพัฒนาการบริการ พยาบาลให้ผู้ป่วยปลอดภัย - หัวหน้าหน่วยงานมีการกล่าวชื่นชมในขณะปฏิบัติงาน เมื่องานสำเร็จ/ส่งงาน ได้ตรงตามเวลาที่กำหนด - มีการมอบรางวัลให้ สำหรับบุคลากรที่มีการเข้าประชุมประจำเดือนทุกครั้ง รางวัลสำหรับบุคลากรในดวงใจ บุคลากรที่มีผลงาน CQI/นวัตกรรม ๓) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างานและหัวหน้าหน่วยงาน กำหนดจุดเน้นที่การปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงผลงาน การบรรลุวิสัยทัศน์และ เป้าประสงค์ของกลุ่มงาน รวมทั้งทบทวนตัวชี้วัดผลการดำเนิน การอย่างสม่ำเสมอ และสื่อสารให้ทราบถึงการตัดสินใจที่สำคัญ และความจำเป็นต่อการปรับเปลี่ยน การดำเนินการ (กรณีมีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรพยาบาล) โดยกำหนดตัวชี้วัด จากแผนปฏิบัติการ และการพัฒนางานด้านต่างๆของแต่ละหน่วยงาน ตามมิติ ผลลัพธ์ ๖ ด้าน รวมถึงตัวชี้วัดด้านคุณธรรม ตามค่านิยม MOPH plus NURSES และมีการกำกับติดตามการดำเนินงานโดยหัวหน้าหน่วยงาน มีการทบทวนตัวชี้วัด เป็นรายเดือน และรายไตรมาส ถ้าพบตัวชี้วัดที่ไม่บรรลุตามเกณฑ์ที่กำหนด หัวหน้าหน่วยงานดำเนินการ วิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไขปรับปรุง โดยในปี ๒๕๖6 ได้เน้นในเรื่อง 9 Safety+2 Plus + 3 QA แต่งตั้ง Owner ในแต่ละเรื่อง เป็นผู้รับผิดชอบรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขภายในกลุ่มงาน หัวหน้า หน่วยงานรายงานอุบัติการณ์ผ่าน Line group ทุกวัน และวิเคราะห์ข้อมูลหาแนว ทางแก้ไขป้องกันร่วมกันในหน่วยงาน 1. Line group หน่วยงาน 2. Risk Profile / Risk Register ผลการทำ ARCA / RCA 3. รายงานตัวชี้วัดราย เดือน ๑.๓ การกำกับดูแลองค์กรพยาบาล ๑) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน มีระบบการกำกับดูแล ที่ดีในด้านความรับผิดชอบต่อการกระทำของบุคลากรในกลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยหนัก ความรับผิดชอบด้านการเงิน ความโปร่งใสในการดำเนินงาน และความ รับผิดชอบต่อแผนกลยุทธ์ โดย - ด้านการปฏิบัติของบุคลากร หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างานศึกษาคู่มือบริหาร กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล และแจ้งกฎระเบียบตามคู่มือบริหารกลุ่มภารกิจด้าน การพยาบาล ตรวจสอบคู่มือบริหารหน่วยงานทุกหน่วยงานเพื่อประเมินความ ถูกต้องและครอบคลุม กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานชี้แจงให้บุคลากรทุกระดับ ทราบและนำไปปฏิบัติ ได้แก่ กำหนดเวลาการขึ้นปฏิบัติงานก่อนเวลาตาม วิสัยทัศน์โรงพยาบาลคุณธรรม ๑. คู่มือบริหารกลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล ๒. คู่มือบริหารหน่วยงาน ๓. บัญชีการเบิก-จ่ายวัสดุ/ ครุภัณฑ์ ๔. เอกสารการเบิกจ่าย ค่าตอบแทน ๕. ข้อมูลการลงเวลา ปฏิบัติงาน
๖๓ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ - ความรับผิดชอบด้านการเงิน คือ ทุกหน่วยงานมีการกำกับดูแลเพื่อความ โปร่งใสทางด้านค่าตอบแทนบุคลากร การเบิกจ่ายวัสดุครุภัณฑ์ มีการดำเนินการ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มีการตรวจสอบการเบิก ค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ ค่าเวรยามวิกาล ค่าตอบแทน พตส. และมีการ ควบคุมด้านการเงิน เช่น CCU มีระบบการดูแลผู้ป่วยที่ต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ชนิดถาวร (PPM) ให้เป็นตามแผนการพยาบาลเพื่อลดวันนอน ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย ลดลง และทุกหน่วยงานมีการเพิ่มรายได้โดยมีการควบคุมกำกับคุณภาพความ สมบูรณ์ของเวชระเบียนในส่วนความรับผิดชอบของพยาบาล เช่น การบันทึกการ ให้ยาสำคัญ การทำหัตถการตรวจสวนหัวใจ เป็นต้น - ด้านแผนปฏิบัติการ กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานกำกับติดตามแผนทุกไตร มาส มีการทบทวนแผนกลางปี และปรับปรุงแผนตามแนวทางของกลุ่มภารกิจด้าน การพยาบาล และรายงานต่อหัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มงาน ๒) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีการทบทวนระบบการกำกับและ ประเมินผลงานของหัวหน้าหน่วยงาน โดยกำหนดให้มีการประเมิน ๓๖๐ องศา ดังนี้ หัวหน้ากลุ่มงานประเมิน หัวหน้างานประเมิน และประเมินตนเองเพื่อให้ หัวหน้าหน่วยงาน มีส่วนร่วมในการประเมินทุกระดับเกิดความโปร่งใสและมี ธรรมาภิบาล หัวหน้ากลุ่มงานชี้แจงผลการประเมินการปฏิบัติงานตามเกณฑ์ พร้อมลงลายมือชื่อรับทราบ ๑. แฟ้มประเมินผลการ ปฏิบัติงานของหัวหน้า หน่วยงาน ๒. คู่มือบริหารกลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล ๓) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ใช้ผลการทบทวนการประเมินผลไป ปรับปรุงประสิทธิผลของหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อปรับปรุงประสิทธิผลของกลุ่มงาน เช่น จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรด้านบริหารการพยาบาล ด้านการทำผลงาน วิชาการ เป็นต้น ๑. แฟ้มประเมินผลการ ปฏิบัติงานของบุคลากรทุก ระดับ ๒. คู่มือบริหารกลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล ๑.๔ พฤติกรรมที่ปฏิบัติตามกฎหมายการรักษาจริยธรรมและจรรยาบรรณ วิชาชีพ ๑) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน คาดการณ์ถึงความเสี่ยง ผลกระทบด้านลบต่อสังคม และความกังวลสาธารณะ เนื่องมาจากบริการ/การ ดำเนินการขององค์กร โดยคาดการณ์ถึงความเสี่ยงผลกระทบด้านลบต่อสังคม และความกังวลต่อสาธารณะโดยวิเคราะห์สถานการณ์ ข้อมูลความเสี่ยง และความ คาดหวังของสังคม/ความคาดหวังของบุคลากร รวมทั้งเรียนรู้จากสื่อสาธารณะที่ ส่งผลกระทบต่อองค์กรพยาบาล และนำมาคาดการณ์ความเสี่ยง ๓ ด้าน ได้แก่ ๑) ผลกระทบต่อองค์กรวิชาชีพ ๒) ผลกระทบด้านสังคม และ ๓) ผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อม โดย 1. คู่มือบริหารหน่วยงาน 2. แผนรับสถานการณ์โควิด 3. Webpage PICU 4. แบบบันทึกการต่ออายุ ใบประกอบวิชาชีพของ พยาบาล 5. ข้อมูลการส่งบุคลากร อบรมเรื่องกฎหมายและ จริยธรรม
๖๔ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ ๑.๑ กำหนดให้ทุกหน่วยงานมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพ ตั้งแต่แรกรับเข้ามาปฏิบัติงานและควบคุมกำกับเรื่องการต่ออายุใบประกอบ วิชาชีพของพยาบาล โดยมีโปรแกรมบันทึกวันหมดอายุใบประกอบวิชาชีพ ๑.๒ ทุกหน่วยงานพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานตามสมรรถนะที่กลุ่มการ พยาบาลกำหนดและส่งอบรมเรื่องกฎหมายจริยธรรมกับการประกอบอาชีพ ปลูกฝังให้บุคลากรปฏิบัติงานโดยเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเสมอ ภาค ไม่เลือกปฏิบัติ ตามนโยบายการพิทักษ์สิทธิ์ผู้ป่วย ๑.๓ ทุกหน่วยงานมีการกำหนดระบบการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อใช้ ตามมาตรฐาน IC โดย - ปรับปรุงหอผู้ป่วยกั้นห้องกระจกแยกบริเวณ PC-ZONE เพื่อให้ผู้ป่วยและ ผู้ปกครองรู้สึกปลอดภัยจากการแพร่กระจายเชื้อ - จัดหา PPE ให้เพียงพอต่อการใช้งานของบุคลากร - ส่งเสริมให้บุคลากรทิ้งและจัดการขยะมูลฝอยตามมาตรฐานของโรงพยาบาล รวมถึงการจัดการผ้าเปื้อนทิ้งแยกเป็นผ้าเปื้อนติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ - การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ชุมชนโดย คาดการณ์ว่าสถานการณ์โค วิดส่งผลให้สังคมมีความกังวลต่อการแพร่กระจายเชื้อจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน จึง กำหนดให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน เปลี่ยนชุดก่อน-หลังปฏิบัติงาน ไม่ใส่ชุด ปฏิบัติงานออกจากโรงพยาบาล เพื่อลดความวิตกกังวลดังกล่าวตามนโยบายของ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ๑.๔ เปิดช่องทางการสื่อสารที่เป็นสาธารณะ คือ Webpage ของหน่วยงาน เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากสังคม มอบหมายผู้รับผิดชอบติดตามตอบ ข้อซักถาม และเก็บข้อมูลรายงานหัวหน้าหน่วยงาน หัวหน้างาน และหัวหน้ากลุ่ม งาน 2) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างานมีการเตรียมการเชิงรุก รวมถึงกระบวนการที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรักษาสิ่งแวดล้อม มีการกำหนด กระบวนการตัวชี้วัดและเป้าหมายสำคัญเพื ่อให้มีการปฏิบัติตามข้อบังคับและ กฎหมาย รวมทั้งลดความเสี่ยง/ผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้ ๑) ความเสี ่ยงด้านสิ่งแวดล้อม งานห้องผู้ป ่วยหนักมีการทำหัตถการจำนวน มากจึงเสี่ยงที่บุคลากรจะเกิดอุบัติการณ์จากการทำหัตถการ หรือติดเชื้อจากสาร คัดหลั่ง ดังนั้นทุกหน่วยงานมีมาตรการในการดูแลความเสี ่ยงดังกล ่าว คือ ทุก หน่วยงานมีการกำหนดความเสี่ยง เรื่องการจัดการขยะ น้ำเสียและของมีคมที่ออก จากหน่วยงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อบุคคลนอกหน่วยงานหรือชุมชนนอก โรงพยาบาลได้จึงได้กำหนดกระบวนการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของ IC วิเคราะห์ 1. แนวปฏิบัติการจัดการ ขยะ ของมีคมของ IC 2. โปรแกรม 2 24 3. คู่มือพฤติกรรมบริการ 4. คู่มือพิทักษ์สิทธิ์ผู้ป่วย
๖๕ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าอุบัติการณ์การเกิดการบาดเจ็บ/อันตรายในการ ทำงานมักเกิดในบุคลากรใหม่ จึงส่งเข้าอบรมเรื่องแนวปฏิบัติการป้องกันอันตราย จากการทำงานก่อนการเริ่มปฏิบัติงาน และยังพบว่าสิ่งแวดล้อมในหน่วยงานไม่ เหมาะสมในการล้างของติดเชื้อ จึงมีนโยบายให้งดล้างของติดเชื้อในหน่วยงานและ ส่งของติดเชื้อทั้งหมดไปล้างที่ศูนย์จ่ายกลางเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ มี การนิเทศกำกับติดตามโดย หัวหน้าหน่วยงานกำหนดตัวชี้วัด คือ อุบัติการณ์การ เกิดการบาดเจ็บ/อันตรายจากการจัดการขยะ น้ำเสีย และของมีคม เท่ากับ O ๒) ความเสี ่ยงที ่เป็นผลกระทบด้านลบ คือ เรื ่องพฤติกรรมบริการและการ พิทักษ์สิทธิ์ผู้ป ่วยตามกฎหมาย ซึ ่งหน่วยงานได้กำหนดกระบวนการปฏิบัติตาม พฤติกรรมบริการ ๘ ด้านของบุคลากรและการพิทักษ์สิทธิ์ กำหนดตัวชี้วัด อุบัติการณ์ข้อร้องเรียนเท่ากับ O ๓) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างานส่งเสริมและสร้าง ความมั่นใจว่าบุคลากรมีจริยธรรมในปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ/ผู้รับผลงานในทุก กรณี มีการติดตาม กำกับ และดำเนินการต่อพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหลักจริยธรรม รวมถึงมีกลไกการรับรู้และการจัดการกับประเด็นทางจริยธรรมที่อ่อนไหวและยาก ต่อการตัดสินใจ โดย - ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ชี้แจงข้อกำหนดต่างๆด้านพฤติกรรมบริการและ จริยธรรมตามมาตรฐานวิชาชีพให้หัวหน้าหอรับทราบ เพื่อให้หัวหน้าหน่วยงาน นำไปสื่อสารให้บุคลากรทุกระดับในหน่วยงานทราบ - ติดตามการปฏิบัติของบุคลากรในหน่วยงาน โดยหัวหน้าหน่วยงาน และ Chief Nurse ด้วยการสุ่มตรวจสอบพฤติกรรมบริการด้วยการสังเกตและดูกล้องวงจรปิด ในหน่วยงานที่ติดกล้อง - กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีแนวทางการจัดการเมื่อเกิดพฤติกรรมที่ ฝ่าฝืนหลักจริยธรรมตามระเบียบของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล - กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีกระบวนการจัดการกับประเด็นทาง จริยธรรมที่อ่อนไหว และยากต่อการตัดสินใจ หน่วยงานร่วมกับคณะกรรมการไกล่ เกลี่ย และจัดการข้อร้องเรียนในการดำเนินการ 1. ผลการประเมินความพึง พอใจ 2. ผลการประเมินจริยธรรม และพฤติกรรมบริการ 3.แนวทางการจัดการข้อ ร้องเรียน 4. ระบบรายงานความเสี่ยง ข้อร้องเรียน 2 24 ๑.๕ ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน 1) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน แสดงความมุ่งมั่นต่อการ คำนึงถึงความผาสุกและผลประโยชน์ของสังคมในการเป็นส่วนหนึ่งในแผนกลยุทธ์ โดย หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างานและหัวหน้าหน่วยงานและคณะกรรมการบริหาร หน่วยงาน ได้ประชุมวิเคราะห์ชุมชนเพื่อค้นหาความต้องการของชุมชน และจัดทำ แผนปฏิบัติการณ์ที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ได้แก่ โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายความร่วมมือทางการพยาบาลใน 1. แผนกลยุทธ์ของของกลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล 2. แผนปฏิบัติการของ หน่วยงาน
๖๖ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ สถานบริการสุขภาพและชุมชนในผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ (ICU CVT) โครงการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้ป่วยปลูกถ่ายไตเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาว (MICU 1) โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพื่อให้สามารถดูแล ผู้ป่วยได้ต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล (MICU 3) ๒) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน มอบหมายให้หัวหน้า หน่วยงานกำหนดชุมชนสำคัญ และแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมสนับสนุน และ สร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนโดย หัวหน้าหน่วยงานประชุมปรึกษาทีมบุคลากรเพื่อ วิเคราะห์และกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกชุมชน ได้แก่ - PICU กำหนดชุมชนสถานสงเคราะห์เด็ก มูลนิธิอาส์ค อำเภอวังทอง เนื่องจากเกิดการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก จึงจัดกิจกรรมสอนและให้ความรู้แก่ ครูพี่เลี้ยงและเด็กในศูนย์ เพื่อสร้างความเข็มแข็งในการป้องกันการแพร่ กระจาย เชื้อ และการดูแลตนเองเมื่อเกิดการติดเชื้อ - MICU ๑ กำหนดชุมชนปลักแรด อำเภอบางระกำ จัดทำโครงการดูแลผู้ป่วย ปลูกถ่ายไตโดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน - MICU ๒ จัดกิจกรรมติดตามเยี่ยมผู้ป่วยกลุ่มโรค TB ในรายที่พบว่ามีปัญหา ซับซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือต่อเนื่อง - CCU วิเคราะห์ชุมชนในเขตเมืองพิษณุโลกพบว่า กลุ่มผู้รับริการที่เป็นกลุ่ม เสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงได้ร่วมกับกองทุน โรคหัวใจจัดทำโครงการอบรมเสริมความรู้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือด หัวใจในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก 1. รายงานการประชุม 2. รายงานสรุปกิจกรรม 3. โครงการการจัดกิจกรรม 4. ภาพการทำกิจกรรม ต่างๆ ๓) หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หัวหน้างาน สนับสนุนสุขภาพของ ชุมชน ประสานงานและสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ เพื่อจัดให้มีบริการที่ ประสานกันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน อาทิเช่น - หัวหน้ากลุ่มงาน สร้างความร่วมมือกับสาธารณสุขจังหวัด เพื่อจัดบริการใน สถานการณ์การระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้แก่ การฉีดวัคซีนในชุมชน ส่ง บุคลากรไปช่วยโรงพยาบาลสนามที่ต่างๆ - MICU ๒ สนับสนุนทรัพยากรแก่ชุมชน เช่น มอบน้ำย่านางสกัดเย็นใช้ผสมใน การเช็ดตัวลดไข้ และประสานงานกับครอบครัวผู้ป่วย Palliative ที่ขอรับผู้ป่วย กลับไปดูแลต่อที่บ้าน - ห้องผู้ป่วยแยกโรคทางเดินหายใจ ประสานความร่วมมือกับผู้บริหารส่วน ราชการจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ดำเนินงาน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อสม.และผู้นำชุมชนในรพ.สต.ต่างๆ เพื่อส่งต่อผู้ป่วย COVID-19 ไปรักษาตัวต่อในชุมชน และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานปฐมภูมิและรพช.ดูแลผู้ป่วย 1. แผนอัตรากำลังเกื้อกูล 2. ตารางเวรโควิด 3. ตารางเวรฉีดวัคซีน
๖๗ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ COVID-19เมื่อต้องกลับไปกักตัวต่อที่บ้าน เพื่อให้มีการติดตามผู้ป่วยได้อย่าง ต่อเนื่อง หมวด ๒ กลยุทธ์ 2.1 การจัดทำกลยุทธ์ 1) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักเข้าร่วมจัดทำแผนกลยุทธ์กับกลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล นำโดยหัวหน้าพยาบาลร่วมกับกรรมการบริหารกลุ่มภารกิจด้าน การพยาบาล ได้จัดทำแผนกลยุทธ์ระยะยาว 5 ปี ในปี 2565–2569 ที่มีความ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านสาธารณสุข แผนกลยุทธ์กองการพยาบาล แผน ยุทธศาสตร์และเป้าหมายกระทรวงสาธารณสุข แผนยุทธศาสตร์โรงพยาบาลพุทธ ชินราช พิษณุโลก จากนั้นได้นำมาจัดทำแผนกลยุทธ์ของกลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยหนักโดยทีมผู้บริหารทุกระดับนำโดยหัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างาน หัวหน้า หอผู้ป่วยหนักทั้ง 12 หอ เพื่อให้การจัดทำแผนกลยุทธ์สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ ของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โดยมีการวิเคราะห์สถานการณ์องค์กรเกี่ยวกับ โครงสร้างบังคับบัญชาด้านบุคลากร เป้าหมายคุณภาพและผลดำเนินการที่ผ่านมา เพื่อนำมาจัดทำแผนกลยุทธ์ซึ่งแผนกลยุทธ์ที่ได้นั้นได้นำมาใช้ในปัจจุบัน โดยมีการ ทบทวนแผนกลยุทธ์ทุก 5 ปี 1. รายงานการประชุม หัวหน้าหอผู้ป่วย กลุ่มงาน การพยาบาลผู้ป่วยหนัก ๒. คู่มือการจัดทำแผนกล ยุทธ์กลุ่มภารกิจด้านการ พยาบาล ๓. แผนกลยุทธ์กลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล ปี 2565-2569 4. SWOT 5.แผนกลยุทธ์กลุ่ม งานการ พยาบาลผู้ป่วยหนัก 2) การวางแผนเชิงกลยุทธ์ กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีการวิเคราะห์ สถานการณ์ภายใน และภายนอกที่มีผลต่อความท้าท้ายเชิงกลยุทธ์ โดยใช้PEST Model วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ปัจจัยภายใน โดยใช้ MC Kinsey’s ๗-S ทำให้ เห็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่เป็นจุดแข็งของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก เช่น ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของพยาบาลวิชาชีพในหอผู้ป่วยหนักทั้งอายุกรรม ศัลยกรรมและกุมารเวชกรรม ความพร้อมด้านเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ความ แตกต่างของ generation การใช้สารสนเทศสนับสนุนบริการ เช่น โปรแกรม MR ICU ความเข็มแข็งด้านวิชาการและหลักสูตรเฉพาะทาง รวมทั้งความพร้อมด้าน การพัฒนาบริการสู่ excellent เช่น การทำ ECMO ในผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ/ผู้ป่วย วิกฤตโรคหัวใจ และผู้ป่วยที่มีภาวะ Acute Respiratory Distress Syndrome : ARDS เป็นต้น 3) กระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีการ วิเคราะห์ โดยนำผลการวิเคราะห์ SWOT analysis เข้าที่ประชุมหัวหน้าหอผู้ป่วย เพื่อมาจัดลำดับความสำคัญและร่วมประชาพิจารณ์ ผลการวิเคราะห์ นำไปจัดทำ แผนกลยุทธ์ 5 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาและจัดระบบบริการพยาบาลที่ มีคุณภาพตามมาตรฐาน เป็นกลยุทธ์เชิงรุก กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาระบบบริหาร จัดการบุคลากรโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและบุคลากรมีความสุข เป็นกลยุทธ์เชิงรับ
๖๘ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาควบคุมกำกับนิเทศระบบบริการพยาบาลให้มีคุณภาพ กลยุทธ์ ที่ 4 พัฒนาบุคลากร วิจัย นวัตกรรมทางการพยาบาล และกลยุทธ์ที่ 5 เสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายความร่วมมือทางการพยาบาลในสถานบริการ สุขภาพและในชุมชน เพื่อนำแผนงานและโครงการ เป็นแนวทางในการจัดทำ แผนปฏิบัติการของหน่วยงานต่อไป 2.2 วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 1) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักได้จัดทำวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เพื่อให้มี การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ โดยมีเป้าหมายครอบคลุม 5 แผนกลยุทธ์ มีการกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 5 ข้อ กำหนดกรอบระยะเวลา แผนกลยุทธ์ 5 ปี คือ ปีพ.ศ. 2565-2569 ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาการบริการพยาบาลพัฒนาและจัดระบบบริการพยาบาลที่มี คุณภาพตามมาตรฐาน 2. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการบุคลากรโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและ บุคลากรมีความสุข 3. เพื่อพัฒนาควบคุมกำกับนิเทศระบบบริการพยาบาลให้มีคุณภาพ 4. เพื่อพัฒนาบุคลากร วิจัย นวัตกรรมทางการพยาบาล 5. เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายความร่วมมือทางการพยาบาลใน สถานบริการสุขภาพและในชุมชน 1. แผนกลยุทธ์กลุ่มงานการ พยาบาลผู้ป่วยหนัก 2) วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่ตอบสนองความท้าทาย โดยใช้สมรรถนะหลักคือ ความเชี่ยวชาญขององค์กรและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ นโยบายพัฒนาด้าน ความเป็นเลิศในการบริการผู้ป่วยหนักและการกำหนดกลุ่มผู้ใช้บริการ โดยกำหนด วัตถุประสงค์ที ่ตอบสนองต ่อการบริการที ่เป็นเลิศ และตอบสนองด้านคุณธรรม ตามวิสัยทัศน์ของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 3) วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่เป็นการสร้างเสริมสุขภาพทั้งผู้ใช้บริการและบุคลากร ๓.๑ ด้านผู้ใช้บริการ อยู่ในกลยุทธ์ที่ 5 เชิงกลยุทธ์ป้องกัน คือ เสริมสร้าง ความเข้มแข็งเครือข่ายความร่วมมือทางการพยาบาลในสถานบริการสุขภาพและ ในชุมชน มีวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 1) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย พัฒนาคุณภาพการพยาบาลเขตสุขภาพ 2) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย ความร่วมมือทางการพยาบาลในสถานบริการสุขภาพและในชุมชน เช่น - โครงการการติดตามเยี่ยมบ้านในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตของห้องผู้ป่วยหนักอายุรก รรม ๑ - โครงการเพื่อนพบเพื่อนผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจแบบเปิดของห้องผู้ป่วยหนัก ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก
๖๙ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ ๓.๒ ด้านบุคลากรอยู่ในกลยุทธ์ที่ 2 และ 4 มีวัตถุประสงค์บริหารจัดการ บุคลากรโดยยึดหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีความสุข สุขภาพดี - ตัวอย่างโครงการในกลยุทธ์ที่ 2 โครงการพัฒนาการจัดระบบนิเวศในการ ทำงาน (Ecosystem) ของห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม ๒, โครงการ Work Life Balance ของหอผู้ป่วยพพร. ห้องแยกโรค - ตัวอย่างโครงการในกลยุทธ์ที่ ๔ โครงการพัฒนานวัตกรรม CQI และวิจัย ทางการพยาบาล ๑ เรื่อง/ปี ของทุกหอผู้ป่วยในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก 2.3 การจัดทำแผนปฏิบัติการและการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ ๑) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก ประกอบด้วยหัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้า งาน หัวหน้าหอผู้ป่วย และบุคลากรในหน่วยงาน ร่วมกันวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก, ภายในทบทวนผลงานตัวชี้วัดของแต่ละหน่วยงานที่ผ่านมาและความต้องการของผู้ มีส่วนได้ส่วนเสีย ดำเนินการทำ SWOT Analysis กำหนดกลยุทธ์ความท้าทาย เชิงกลยุทธ์ของแต่ละหน่วยงาน กำหนดตัวชี้วัด ประเด็นกลยุทธ์ระดับหน่วยงาน โดยให้สอดคล้องกับนโยบายกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล นำมากำหนดเป็นกล ยุทธ์ของหน่วยงานเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ จำนวนโครงการ และตัวชี้วัดของกลุ่ม งานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก แบ่งตามแผนกได้ ดังนี้ งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักอายุรกรรม มี ๓๘ โครงการ ๙๕ ตัวชี้วัด งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักศัลยกรรม มี ๒๒ โครงการ ๔๒ ตัวชี้วัด งานการพยาบาลผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม มี ๒๑ โครงการ ๓๒ ตัวชี้วัด 1. แผนปฏิบัติการกลุ่มงาน การพยาบาลผู้ป่วยหนัก 2. แผนปฏิบัติการหอผู้ป่วย 2) การวัดผลโดยรวมของแผนปฏิบัติการ ได้กำหนดตัวชี้วัดเพื่อติดตามผล ดำเนินการ ตามแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานประกอบด้วย ๑๖๙ ตัวชี้วัด และแผนปฏิบัติของหน่วยงาน จำนวน ๘๑ โครงการ โดยการติดตามแผนทุกไตร มาสเพื่อติดตามความก้าวหน้าและวัดผล เพื่อรายงานต่อหัวหน้างานทั้ง 3 งานเพื่อ รวบรวมรายงานหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักตามลำดับ 3) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีการทบทวน ปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ โดย ติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามแผนของแต่ละหอผู้ป่วย โดยหัวหน้างานจะ ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานทุกไตรมาส และหัวหน้าหน่วยงานมีการทบทวน แผนทุก ๖ เดือน คือเดือนเมษายน หากมีการปรับเปลี ่ยนแผนให้ลงบันทึก แบบฟอร์มการปรับแผนของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 2.4 การสนับสนุนการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 1) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีการจัดทำแผนด้านบุคลากรเพื ่อให้ สามารถปฏิบัติตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้ ทั้งใน ด้านของจำนวนอัตรากำลังและการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร แผนพัฒนา สมรรถนะพยาบาล ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะเฉพาะสาขาการพยาบาล 1. แผนพัฒนาศักยภาพ บุคลากรในหน่วยงาน ๒. แผนทรัพยากร เครื่องมือ
๗๐ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ ให้ตอบสนองกับความต้องการผู้ใช้บริการโดยร่วมดำเนินการจัดหลักสูตรการ พยาบาลเฉพาะทางสาขาการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต ร่วมกับ วิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนีพุทธชินราช และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการศึกษาอบรมเฉพาะทางสาขา อายุรกรรม ศัลยกรรม และกุมารเวชกรรม ๓. บัญชีเบิกจ่ายวัสดุ อุปกรณ์และงบประมาณ ๔. แบบรายงานการปรับ แผนปฏิบัติการกลางปี ๕. แบบติดตามการ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติ การ 2) การสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับทรัพยากรด้านการเงินและด้านอื่นๆ ให้มี ความพร้อมใช้ในการสนับสนุนแผนปฏิบัติการจนประสบความสำเร็จ โดยหัวหน้า หน่วยงานจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรนำเสนอกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลเพื่อ ของบประมาณสนับสนุน และการเขียนโครงการในแผนเพื่อขออนุมัติเบิกเครื่องมือ อุปกรณ์การแพทย์ต ่างๆให้เพียงพอพร้อมใช้ในการปฏิบัติงานเพื ่อให้บร รลุ เป้าหมายของหน่วยงาน 3) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีการทบทวนเพื่อปรับเปลี่ยนแผน บุคลากรที่สำคัญ แผนการใช้ทรัพยากรด้านการเงินและด้านอื ่น ๆ เพื ่อความ คล่องตัวต่อการปฏิบัติและการปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ โดยให้แต่ละหน่วยงาน จัดทำบัญชีเบิกจ่ายวัสดุอุปกรณ์และงบประมาณและแจ้งในที่ประชุมหน่วยงานทุก ไตรมาสพร้อมทั้งเซ็นกำกับตรวจสอบโดยหัวหน้าหอและทีมบริหาร พร้อมทั้ง ทบทวนแผนอัตรากำลัง การเบิกจ่ายค่าตอบแทน การเบิกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ ทุก ๑ เดือนและรายงานในที่ประชุมทุกไตรมาสให้หัวหน้างานการพยาบาลผู้ป่วยหนักแต่ ละสาขาทราบ 2.5 การคาดการณ์และเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน 1) การคาดการณ์ผลดำเนินการมีการกำหนดเป้าประสงค์และการเทียบเคียง ตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบกับผลดำเนินการย้อนหลัง 3 ปี โดยกลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยหนักมีการคาดการณ์ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการโดยประเมินจาก เป้าประสงค์ที ่กำหนดไว้และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของ บุคลากรที ่รับผิดชอบทุกไตรมาส หากพบไม ่เป็นไปตามเป้าประสงค์จะวางแผน หาทางแก้ไขในไตรมาสถัดไปก่อนครบปี 1. แผนปฏิบัติการ กลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยหนัก 2. คู่มือการจัดทำแผนกล ยุทธ์กลุ่มภารกิจด้านการ พยาบาล ๓. โปรแกรมตัวชี้วัดกลุ่ม งานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก 2) การติดตามกำกับความก้าวหน้าของผลการดำเนินการ หัวหน้ากลุ่มงานการ พยาบาลผู้ป่วยหนัก มีการกำกับ ติดตามการปฏิบัติตามแผนของหน่วยงาน โดย ติดตามช่วงเวลาตาม gantt chart ที่กำหนดไว้ ๓) มีการกำหนดวิธีการตอบสนองต ่อความแตกต่างของผลการดำเนินงาน โดย เปรียบกับเกณฑ์ที่กำหนดในเป้าประสงค์ (Le) แนวโน้มผลการดำเนินการที่ผ่าน มา (Trend) และเปรียบเทียบคู่แข ่ง (Compare) ซึ ่งแบ ่งเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ เปรียบเทียบกับมาตรฐาน สากล เปรียบเทียบกับ THIP และเปรียบเทียบกับ
๗๑ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ โรงพยาบาลลักษณะใกล้กัน จากนั้นได้กำหนดวิธีการตอบสนองต่อความแตกต่าง โดยการปรับปรุงพัฒนาเป็นวิจัย R๒R CQI นวัตกรรม ต ่างๆเพื ่อให้ผลการ ดำเนินการดีขึ้น หมวด 3 ผู้ใช้บริการ ๓.๑ การรับฟังผู้ใช้บริการ ๑) กลุ่มงานผู้ป่วยหนักระบุวิธี การจำแนกกลุ่มของผู้ใช้บริการ และผู้รับผลงานอื่น ที่เกี่ยวข้อง และกำหนดขอบเขตของบริการพยาบาลสำหรับกลุ่มผู้ใช้บริการและ ผู้รับผลงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยทำการศึกษาทบทวนและวิเคราะห์กลุ่มผู้ใช้บริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มารับบริการในกลุ่มงานผู้ป่วยหนัก ดังนี้ ผู้ใช้บริการจำแนกตามความเจ็บป่วยที่มีภาวะวิกฤต แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1 กลุ่มผู้ป่วยวิกฤตหนักอายุรกรรม 2 กลุ่มผู้ป่วยหนักวิกฤตศัลยกรรม 3 กลุ่มผู้ป่วยหนักวิกฤตกุมารเวชกรรม กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำแนกตามขอบเขตบริการ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในโรงพยาบาล แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.1พยาบาลวิชาชีพหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.2ทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องภายในโรงพยาบาล ได้แก่ แพทย์ เภสัชกร กายภาพบำบัด เจ้าหน้าที่ X ray เจ้าหน้าที่เปล 1.3 หน่วยงานสนับสนุนในโรงพยาบาล 2.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกโรงพยาบาล แบ่งเป็นกี่กลุ่ม เช่น 4 กลุ่ม ได้แก่ 2.1 โรงพยาบาลเครือข่าย ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์และ โรงพยาบาลทั่วไปในเครือข่ายสุขภาพที่ 2 และ 3 2.2สถาบันการศึกษา เช่น นักศึกษาและอาจารย์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช 2.3หน่วยงานภาครัฐ เช่น เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ ราชทัณฑ์ เป็นต้น 2.4 หน่วยงานเอกชนและองค์กรอื่นๆ เช่น ตัวแทนบริษัทเครื่องช่วยหายใจ เป็น ต้น ๑) แฟ้มผู้ใช้บริการและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย - ผลการประเมินความพึง พอใจของผู้ใช้บริการ ๒) ข้อมูลวิเคราะห์ พฤติกรรมแบ่งตามกลุ่ม ผู้ใช้บริการ ๒) กลุ่มงานผู้ป่วยหนักกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการรับฟังและเรียนรู้ความ ต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้บริการและผู้รับผลงาน ดังนี้ ๒.๑. กลุ่มผู้ป่วยหนักอายุรกรรม/ศัลยกรรม/กุมารเวชกรรม กำหนดวิธีการได้แก่ ให้ข้อมูลปฐมนิเทศแรกรับ พูดคุยสอบถามความต้องการโดยพยาบาลเจ้าของไข้ แบบสอบถามความพึงพอใจ กล่องรับความคิดเห็น google form QR code รับ ฟังความคิดเห็น ผ่านทางศูนย์สันติ Facebook Web page กระดานถามตอบ ๑) คู่มือการปฐมนิเทศ ๒) แบบสอบถามความพึง พอใจ/ไม่พึงพอใจ ๓) กระดาน“ท่านถาม เรา ตอบ”
๗๒ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ 2.2 กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กำหนดวิธีการได้แก่ การพูดคุย การสังเกต แบบสอบถาม google form QR code จากนั้นนำข้อมูลที่ได้รับมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน เช่น การติดตั้งม่านบัง แดด และติดตั้งเครื่องปรับอากาศของหอผู้ป่วยพพร.ห้องแยกโรค กลุ่มผู้ป่วยทารก จัดสถานที่ห้องแม่นอนบีบเก็บน้ำนมและจัดหาตู้แช่น้ำนม เป็นต้น ๔) สมุดรับฟังความคิดเห็น คู่มือ/ แผ่นพับให้ความรู้ เกี่ยวกับโรค ๕) กล่องรับความคิดเห็น ๖) ภ า พ ก า ร ป ร ั บ ป รุ ง กระบวนการทำงาน 8) ข้อมูลของศูนย์รับเรื่อง ร้องเรียน 9) Web page ของ หน่วยงาน 10) Facebook ๓) กลุ่มงานผู้ป่วยหนักปรับปรุงวิธีการรับฟังและเรียนรู้ให้ทันกับความต้องการของ ผู้ใช้บริการและผู้รับผลงานอื่น โดยปรับวิธีการรับฟัง โดยการนำ IT มาใช้ ได้แก่ google form Web page Facebook QR code และกระดานบอร์ดถาม-ตอบ เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียนของกลุ่มผู้ใช้บริการฯ และนำมาวิเคราะห์ และจัดการปัญหาโดยข้อร้องเรียนผ่าน QR code Web page Facebook เพื่อ แก้ไขได้ทันท่วงที และเพิ่มช่องทางการรับฟังเชิงรุกจากผู้ใช้บริการโดยการ สอบถาม ตรวจเยี่ยมอาการ Morning round, Nursing round ของหัวหน้าห้อง ผู้ป่วย ๑) โปรแกรมข้อร้องเรียน โปรแกรม ๒๒๔ พี่ช่วยได้ ๒) google form ๓) QR code 4) กระดานบอร์ดถาม-ตอบ ๓.๒ การจัดการความสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ ๑) กลุ่มงานผู้ป่วยหนัก มีวิธีการสร้างความสัมพันธ์ ดังนี้ ๑.๑ กลุ่มงานผู้ป่วยหนัก โดยเริ่มตั้งแต่ระยะแรกรับมีการสร้างสัมพันธ์โดยการ ปฐมนิเทศทั้งผู้ป่วยและญาติเพื่อลดความวิตกกังวลในการย้ายเข้า ICU จากนั้น จัดระบบมอบหมายงานแบบ case management ให้ผู้รับบริการมีพยาบาล ประจำที่ดูแลตั้งแต่รับใหม่จนถึงจำหน่าย ในระยะต่อเนื่องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด แบบ CCB และระยะจำหน่ายมีการติดตาม case หลังย้ายออก เพื่อสร้าง สัมพันธภาพที่ดีตลอดการดูแลโดยบุคลากรให้บริการด้วยมาตรฐานพฤติกรรม บริการ ในกลุ่มงานผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรมจัดให้มารดาสามารถเข้าดูแลผู้ป่วย ได้ใกล้ชิดร่วมกับพยาบาลในการทำหัตถการ เพื่อลดความวิตกกังวลและความไม่ ปลอดภัย มีการจัดโซนผู้ป่วยให้เอื้อต่อการบริการและความสุขสบายแก่ผู้ป่วยและ ญาติ 1.2 กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในเน้นการสร้างความสัมพันธ์โดยการสื่อสาร ประสานงานที่ดี เป็นมิตร เอื้ออำนวยสถานที่ ให้ความสะดวกในการติดต่อ ส่วนผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เน้นการใช้คำพูด การให้ข้อมูล เอื้อสนับสนุนอุปกรณ์ สถานที่เพื่อความสะดวกและความคล่องตัวในการทำงาน ๑) แฟ้มผู้ใช้บริการและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย ๒) แฟ้มการติดตามเยี่ยม case หลังย้ายออก ๓) แฟ้มการติดตาม case ทางโทรศัพท์ ๔) ภาพกิจกรรมการสร้าง ความสัมพันธ์ 5) จัดห้องแม่นอนเพื่อ อำนวยความสะดวกและ สร้างสายสัมพันธ์แม่ลูก 6) มีช่องทางการ ติดต่อสื่อสาร และแสดง ความคิดเห็น เช่น การติด เบอร์โทรศัพท์ของหัวหน้า
๗๓ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ ห้อง แบบสอบถามความพึง พอใจของผู้ใช้บริการและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย ตู้รับฟัง ความคิดเห็น/ข้อร้องเรียน ๒) มีช่องทางสำหรับผู้ใช้บริการและผู้รับผลงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อค้นหาข้อมูล สารสนเทศ เสนอข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียน ทั้งช่องทางการสื่อสารด้วยวาจา ช่อง ทางการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ ช่องทาง QR code ,web page, line official account กล่องรับความคิดเห็น ติดหมายเลขโทรศัพท์หน้าหน่วยงาน สำหรับผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียในโรงพยาบาลมีช่องทางผ่านระบบ ๒ ๒๔ ๑) กล่องรับความคิดเห็น ๒) QR code โปรแกรม ๒ ๒๔ ๓) มีวิธีการให้การสนับสนุนผู้ใช้บริการในการค้นหาข้อมูล สารสนเทศ การเข้ารับ บริการ การดูแลตนเองหลังการจำหน่าย เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการโดย กำหนดวิธีการ ดังนี้ วิธีการติดตาม case ทางโทรศัพท์หลังจำหน่าย รวมทั้งให้ นามบัตรหน่วยงานที่มีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ๒๔ ชั่วโมงหากเกิดปัญหา เร่งด่วน จัดระบบการติดตามเยี่ยมบ้านในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จัดทำ QR code การดูแลตนเองหลังจำหน่ายเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูลได้ รวมทั้ง จัดทำแผ่นพับการให้คำแนะนำการตรวจพิเศษในโรคต่าง ๆ เช่น Gastroscope, ERCP จัดทำคู่มือการดูแลตนเองในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถอ่าน ทบทวนการปฏิบัติตัวได้หลังจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีการให้ข้อมูลผู้ป่วยและญาติ ในการค้นหาข้อมูลทางสารสนเทศต่างๆ ทาง internet ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความ พร้อมในการเข้าถึง มีระบบนัด และจองคิวตรวจออนไลน์ และระบบเตือนนัด หมายตรวจล่วงหน้า ๗ วัน และ ๑ วัน และหน้าเพจข่าวประชาสัมพันธ์ของ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ตารางออกตรวจของ แพทย์สาขาต่างๆในแต่ละวัน มีการแจกคู่มือการดูแลตนเองและสแกน QR code รายโรค เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ, ภาวะหัวใจล้มเหลว, COPD และ โรค หลอดเลือดสมอง เป็นต้น ๑) นามบัตรหน่วยงาน ๒) QR code การดูแล ตนเองรายโรค ๓) แผ่นพับ ๔) คู่มือผู้ป่วยปลูกถ่ายไต 5) คู่มือการดูแลตนเอง ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ, คู่มือผู้ป่วยภาวะหัวใจ ล้มเหลว ๓.๓ การจัดการข้อร้อง เรียนของผู้ใช้บริการ ๑) กลุ่มงานผู้ป่วยหนักมีการจัดการข้อร้องเรียน และข้อคิดเห็น /ข้อเสนอแนะ โดย สามารถแก้ไขปัญหาอย่างได้ผลและทันท่วงที โดยหากเป็นข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะมีการรวบรวมและจัดลำดับความรุนแรงและความสำคัญของ ข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนา กรณีเร่งด่วนและรุนแรงมอบหมายให้ Chief Nurse ประสานโดยตรงทันทีกับหัวหน้าห้องผู้ป่วยและรายงานตามลำดับการบังคับ บัญชา กรณีมีข้อร้องเรียนมีระบบการจัดการตามแนวทางการจัดการข้อร้องเรียน ของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โดยเมื่อมีอุบัติการณ์ที่เสี่ยงร้องเรียนหรือเกิดข้อ ร้องเรียนขึ้น ให้หน่วยงานลงข้อมูลในโปรแกรม “๒ ๒๔ พี่ช่วยได้” ประเมินความ รุนแรงอุบัติการณ์ ได้แก่ ระดับน้อย ปานกลาง และมาก กรณีเหตุการณ์ไม่รุนแรง ๑) โปรแกรมข้อร้องเรียน โปรแกรม “๒ ๒๔ พี่ช่วย ได้” ๒) แนวทางการจัดการข้อ ร้องเรียนของกลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล ๓) รายงานการจัดการข้อ ร้องเรียน ๔) QR code ข้อร้องเรียน
๗๔ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ (ความรุนแรงระดับน้อย และปานกลาง) และหน่วยงานสามารถบริหารจัดการได้ หน่วยงานลงข้อมูลเหตุการณ์ พร้อมทั้งแนวทางแก้ไขในโปรแกรมข้อร้องเรียน ภายใน ๓ วัน รายงานข้อสรุปเหตุการณ์ และแนวทางแก้ไขในโปรแกรมข้อ ร้องเรียนรวมทั้งรายงานตามลำดับชั้น กรณีเป็นเหตุการณ์ Sentinel Event หรือ เหตุการณ์รุนแรง หน่วยงานจะประสานงานศูนย์สันติให้รับทราบเหตุการณ์โดยเร็ว ที่สุด เพื่อหาแนวทางการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยหน่วยงานสรุปเหตุการณ์ แนว ทางแก้ไขในโปรแกรมข้อร้องเรียน และรายงานตามลำดับชั้นทันที ๒) มีวิธีการในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลข้อร้องเรียน และข้อคิดเห็น/ ข้อเสนอแนะ เพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพบริการพยาบาลโดยวิธีการรวบรวม จากระบบ ๒ ๒๔ ข้อมูล QR code ข้อร้องเรียน ข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ข้อมูลจากการแจกแบบสอบถาม และข้อมูลจากการสังเกต จากนั้นนำมาวิเคราะห์ รายเดือน แต่กรณีเร่งด่วนกำหนดให้แก้ไขทันที และนำข้อมูลมาพัฒนาคุณภาพ บริการ เช่น ข้อคิดเห็นจากผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แสดงความคิดเห็น ว่าหน่วยงานไม่มีช่องทางในการติดต่อเนื่องจากประตูหน้าหน่วยงานปิดตลอดเวลา จึงนำมาปรับปรุงติดกริ่งสำหรับติดต่อ และกำหนดให้บุคลากรออกไปประสานงาน ภายใน ๕ นาที ๓) มีการทบทวนและปรับปรุงวิธีการจัดการข้อร้องเรียนให้มีประสิทธิผลมากขึ้น โดยเพิ่มช่องทางการลงข้อร้องเรียนผ่าน QR code, และปรับวิธีการจัดการข้อง เรียนจากเดิมเป็นหัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักจัดการทั้งหมดซึ่งอาจเกิดความล่าช้าได้ จึง ปรับแบ่งระดับความรุนแรงของข้อร้องเรียนเป็นน้อย ปานกลาง มาก โดยในระดับ น้อยมอบหมายให้ Chief nurse สามารถจัดการได้เลยเพื่อความรวดเร็วและ รายงานหัวหน้าทราบ สำหรับระดับปานกลางมอบหมายให้Chief nurse และ กรรมการบริหารหน่วยงานจัดการและรายงานหัวหน้าทราบ สำหรับระดับรุนแรง มากให้แจ้งหัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักจัดการในทันที ทำให้การจัดการข้อร้องเรียนมี ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ๓.๔ การประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ๑) มีการประเมินความพึงพอใจ และความไม่พึงพอใจของผู้ใช้บริการ และผู้รับ ผลงานอื่น โดยใช้วิธีการประเมินที่เหมาะสมในแต่ละหน่วยงาน และใช้ผลการ ประเมินนี้ไปปรับปรุงการดำเนินงาน โดยกลุ่มผู้ใช้บริการใช้วิธีการประเมิน IP Voice ปีละครั้ง สำหรับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประเมินโดยใช้แบบสอบถาม การ สังเกตุและการสื่อสารทางวาจา ๑) แบบประเมินความพึง พอใจ ๒) google form /QR code ๓) แบบ IP voice ๔) กระดานถามตอบ สมุดรับฟังความคิดเห็น ๒) มีการติดตามผลหลังการเข้ารับบริการจากผู้ใช้บริการเพื่อให้ได้ข้อมูลป้อน กลับ ที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพบริการพยาบาล โดยมอบหมาย ผู้รับผิดชอบในการติดตามและรวบรวมความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ ทั้งจากการ ๑) สมุดติดตามผู้ป่วยหลอด เลือดสมอง/โรคหลอดเลือด หัวใจ/ผู้ป่วยปลูกถ่ายไต
๗๕ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ ประชุมการตรวจเยี่ยมโดยการสังเกตและสัมภาษณ์ แบบสอบถาม ทบทวนกล้อง วงจรปิด การรับเรื่องจำนวนเรื่องร้องเรียนใน ๒ ๒๔ รวมทั้งการเฝ้าระวังและ ติดตามข้อมูลที่มีความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของหน่วยงานโดยแต่งตั้งพยาบาล IT Nurse ในการเฝ้าระวังติดตามความเสี่ยงภาพลักษณ์ทาง social media และ จัดให้มีการทำ Dilemma ethic round, ethic conference เพื่อให้ผู้ใช้บริการ ได้รับการดูแลอย่างครอบคลุม (Coverage) และ มีการนำข้อมูลมาทบทวนในการ ดูแลผู้ป่วยทรุดลง และ Unplan CPR มีการจัดตั้ง Rapid response system (RRS) โดยมีการแต่งตั้ง Rapid response team (RRT) แบ่งเป็น 2 ทีม ได้แก่ Medicine และ Non-medicine และแต่งตั้ง Rapid response nurse (RRN) เพื่อให้ผู้ป่วยวิกฤตได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วทันการณ์ (Timeliness) และ ปลอดภัย (safety) มีการปรับปรุงคุณภาพการบริการ โดยการให้ผู้ป่วยและ ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจดูแล มีการติดตามผู้ป่วยหลังจำหน่าย ในกลุ่มโรคสำคัญ โดยการโทรศัพท์และออกติดตามเยี่ยมบ้านในผู้ป่วยโรคหลอด เลือดสมอง และในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต ๓) มีการพัฒนา/ปรับปรุงวิธีการประเมินความพึงพอใจให้ทันสมัยและเหมาะสมกับ ผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่ม โดยปรับปรุงวิธีการประเมินทาง google form, web page และ QR code ในกลุ่มที่ใช้ smart phone การเพิ่ม จัดทำสมุดรับฟังความคิดเห็นและกระดานถามตอบให้ผู้ใช้บริการเขียนแสดงความ พึงพอใจและไม่พึงพอใจ ในกลุ่มที่สะดวกกับการเขียนมากกว่า 3.5 การสร้างความผูกพันกับผู้ใช้บริการ ๑) กลุ่มงานผู้ป่วยหนักนำความต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้บริการ มา ออกแบบระบบ/กระบวนการบริการพยาบาล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มผู้ป่วยปลูกถ่ายไตที่มีความคาดหวังว่าหลังจากจำหน่ายต้องการให้มีการ ติดตามเยี่ยมและให้คำแนะนำการปฏิบัติตนที่บ้านด้วย เนื่องจากในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติได้เพราะมีพยาบาลอยู่ด้วยจึงมั่นใจแต่เมื่อกลับบ้านมักเกิด ปัญหา จึงนำความต้องการมาออกแบบระบบการติดตามเยี่ยมหลังจำหน่ายใน ผู้ป่วย ๒ กลุ่มนี้ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันกับผู้ใช้บริการ สำหรับกลุ่มผู้ป่วยใน ICU ที่จำหน่ายกลับบ้านให้นามบัตรหน่วยงานเพื่อบริการสอบถามได้ ๒๔ ชั่วโมง มีห้องให้คำปรึกษา มีที่ให้ญาตินั่งรอบริเวณระเบียงหน้าห้อง มีชั้นวางหนังสืออ่าน เล่นไว้บริการญาติระหว่างรอเยี่ยม มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อหัวหน้าห้องได้โดยตรง กลุ่มผู้ป่วย End Of Life การนำความต้องการของญาติและผู้ป่วยระยะสุดท้าย คาดหวังที่จะได้รับการดูแลวาระสุดท้ายในสถานที่สงบ มีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกัน กับครอบครัวก่อนจะเสียชีวิต จึงจัดทำระบบ Fast track dying care โดยมี ๑) แฟ้มการติดตาม case หลังย้ายออก ๒) แฟ้มการติดตาม case ทางโทรศัพท์
๗๖ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ พยาบาล เป็นผู้ประสานงานจัดหาห้องพิเศษชินราชา จัดกิจกรรมทางการพยาบาล เช่น การจัดการความเจ็บปวด จัดกิจกรรมสอดคล้องกับศาสนา เป็นต้น กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หน่วยงานได้จัดสถานที่ สิ่งแวดล้อม และอุปกรณ์ อำนวยความสะดวก เช่น ห้องรับแขก ห้องประชุม โต๊ะ เก้าอี้ น้ำดื่ม เป็นต้น ส่วนผู้ป่วยเด็กจะไม่สามารถ สื่อสารเข้าใจถึงความจำเป็นในการทำหัตถการ การ สอดใส่อุปกรณ์ เกิดความกลัวและต่อต้าน จึงปรับกระบวนการทำงานโดย ให้ พยาบาลดูแลข้างเตียงเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงต่างๆอย่างใกล้ชิด อนุญาตให้มารดา หรือผู้ดูแลเฝ้าตลอด ๒๔ ชั่วโมงเพื่อลดความหวาดกลัวและรู้สึกปลอดภัย ๒) มีการปรับปรุง/พัฒนาระบบ/กระบวนการบริการพยาบาลเพื่อตอบสนองความ ต้องการและทำให้เหนือกว่าความคาดหวังของผู้ใช้บริการ เช่น ในกรณีญาติไม่ สามารถมาเยี่ยมผู้ป่วยได้ สามารถ VDO call ถามอาการและสื่อสารได้ สำหรับ กลุ่มผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรมมีการประสานความร่วมมือกับครูประจำห้อง เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับเด็กป่วย มาช่วยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามช่วงวัย ใน ผู้ป่วยเด็กวิกฤตที่อยู่ในระยะพักฟื้น หรือพ้นภาวะวิกฤตและสามารถทำกิจกรรมได้ และจัดกิจกรรมวันสำคัญตามเทศกาลต่างๆให้ผู้ป่วยเด็ก และครอบครัวเข้าร่วม เช่น การตักบาตรทำบุญ โดย นิมนต์พระมารับบิณฑบาตข้างเตียง จัดงานวันเด็ก จัดงานวันแม่ - ภาพกิจกรรมต่างๆ ๓) มีวิธีการในการใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเสริมสร้างความผูกพัน ของผู้ใช้บริการ หรือทำให้ผู้ใช้บริการกล่าวถึงในทางที่ดี โดยหน่วยงานติดประกาศ รางวัลที่ได้จากการรับรองคุณภาพต่างๆเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการกล่าวถึง และเชื่อมั่นในทางที่ดี และ PICU ได้ตั้ง Web page เป็นสาธารณะเพื่อเป็นการ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆที่หน่วยงานทำเพื่อประโยชน์ผู้ใช้บริการและชุมชน เช่น การจัดบุคลากรในหน่วยงานไปสอนการช่วยฟื้นคืนชีพในเด็ก แก่นักศึกษา สาขาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม 1) ป้ายประชาสัมพันธ์หน้า หน่วยงาน 2) Web page ๓.๖ การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย ๑) การสร้างหลักประกันว่าผู้ปฏิบัติงานมีความตระหนักและทราบบทบาทของตน ในการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วย รวมถึงมีระบบและการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยตาม มาตรฐาน โดยหน่วยงานได้กำหนดแนวทางการพิทักษ์สิทธิของผู้ป่วยชี้แจงให้ บุคลากรทุกคนในหน่วยงานทราบและติดประกาศไว้หน้าหน่วยงานโดยเฉพาะสิทธิ ข้อ ๔ ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิ์จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้อง ขอความช่วยเหลือหรือไม่ เนื่องจากเป็นห้องผู้ป่วยหนักที่ผู้ป่วยมีภาวะคุกคามชีวิต ตลอดเวลา ดังนั้นพยาบาลจึงต้องอธิบายให้ผู้ป่วยหรือญาติทราบถึงอาการของโรค วิธีการรักษา และความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังกำหนดให้บุคลากร ในหน่วยงานทุกคนปักชื่อหรือติดบัตรแสดงตัวตนให้ผู้ใช้บริการทราบตามสิทธิ์ข้อ ๑) คู่มือการพิทักษ์สิทธิ์ ผู้ป่วย ๒) แฟ้มมอบหมายงานแบบ CCB
๗๗ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ ๕ ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้าน สุขภาพที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน ๒) มีการควบคุมกำกับ ติดตามการดำเนินงานเพื่อพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยทุกรายตาม มาตรฐานหรือแนวทางที่กำหนด โดยกำหนดให้ Chief Nurse ในแต่ละเวรควบคุม ติดตามการปฏิบัติการพยาบาลต่อผู้ป่วยตามแนวทางที่กำหนด ๓) มีระบบการจัดการข้อร้องเรียนโดยใช้แนวทางการจัดการข้อร้องเรียนของกลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล กรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมบริการ ได้นำผล RCA ไปพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงาน ดำเนินการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดระบบบริการพยาบาลแบบ CCB และส่งบุคลากรเข้าอบรมพฤติกรรม บริการ ๓.๗ การพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยที่มีความต้องการเฉพาะ ๑) กลุ่มงานผู้ป่วยหนักกำหนดกลุ่มผู้ป่วยที่มีความต้องการเฉพาะ 7 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้ป่วยคนพิการ ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยพระภิกษุ ผู้ป่วยนักโทษ ผู้ป่วยเด็ก และกลุ่มบุคคลสำคัญระดับประเทศ (กลุ่มราชวงศ์) ๒ ) มีแนวทางปฏิบัติในการให้บริการพยาบาลผู้ป่วยที่มีความต้องการเฉพาะตาม นโยบายที่องค์กรพยาบาลกำหนด และมีการปฏิบัติตามแนวทางด้วยความเคารพ ในสิทธิ์และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ดังนี้ ๒.๑ ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ปฏิบัติการพยาบาลเพื่อพิทักษ์สิทธิ์ตามแนวทางการดูแล ผู้ป่วย palliative care บรรเทาทุกข์ทรมานและให้ญาติผู้ป่วยเข้าเยี่ยมและดูแล ทางด้านจิตวิญญาณในระยะสุดท้ายของชีวิต จัดห้องสำหรับให้คำปรึกษาใน หน่วยงาน (Consultant room) มีแนวทางการแจ้งข่าวร้าย Family meeting มี การประสานการดูแลต่อเนื่องไปยังชุมชน ๒.๒ ผู้ป่วยคนพิการ ดูแลในส่วนที่บกพร่องทางกายตามสิทธิขั้นพื้นฐานทางสุขภาพ และผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการ เลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านร่างกาย ๒.๓ ผู้ป่วยสูงอายุ เน้นการให้ข้อมูลอย่างเพียงพอเพื่อประกอบการตัดสินใจ ยินยอมหรือไม่ยินยอมการรักษาตามสิทธิ์ข้อ ๓ ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมี สิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอและเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอม หรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบ วิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อ เนื่องจากผู้สูงอายุที่รับบริการในห้องผู้ป่วยหนักมักมี อาการวิกฤตและมีการทำหัตถการต่างๆ แต่ผู้ป่วยบางรายปฏิเสธการรักษาเพื่อ บรรเทาทุกข์ทรมานซึ่งพยาบาลมีหน้าที่ให้ข้อมูลวางแผนกับญาติร่วมกับแพทย์ ผู้รักษา
๗๘ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ ๒.๔ ผู้ป่วยพระภิกษุ เน้นการพิทักษ์สิทธิ์ของนักบวช เช่น การแต่งกายสามารถใส่ ชุดพระแทนชุดผู้ป่วยได้ และแยกบริเวณเตียงกับฆราวาสหญิง ยกเว้นมีความ จำเป็นทางการเจ็บป่วย รวมทั้งคำนึงถึงสิทธิในการปฏิบัติศาสนกิจ ให้การพยาบาล โดยไม่แยกศาสนา ๒.๕ ผู้ป่วยนักโทษ เน้นการป้องกันการตีตรา (stigma) เรียกชื่อผู้ป่วยเหมือน ผู้ป่วยปกติทั่วไป ไม่เปิดเผยโซ่ตรวนในที่สาธารณะชัดเจนโดยใช้ผ้าคลุมปิดบัง และดูแลตามกฎระเบียบที่สามารถกระทำได้โดยวางแผนร่วมกับผู้คุมประพฤติ ภายใต้การพิทักษ์สิทธิ์ผู้ป่วยพื้นฐาน ข้อ ๑ ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับ บริการด้านสุขภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2.6 ผู้ป่วยเด็ก ปฏิบัติการพยาบาลเพื่อพิทักษ์สิทธิ์อนุญาตให้มารดาหรือผู้ดูแลเฝ้า ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อลดความหวาดกลัวและรู้สึกปลอดภัย 2.7 กลุ่มบุคคลสำคัญระดับประเทศ เน้นให้การพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ ให้ ความเคารพ ไม่เปิดเผยข้อมูล มีแผนรองรับสถานการณ์และมีการปฏิบัติตามแผน อำนวยความสะดวกในการรักษาความปลอดภัย ๓) มีการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินการ โดยให้ Chief Nurse นิเทศการ ปฏิบัติของบุคลากรในแต่ละเวรและหัวหน้าติดตามจากการสังเกตการปฏิบัติงาน การตรวจสอบเวชระเบียนและการสอบถาม หมวด ๔ การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ 4.1 การวัดผลการดำเนินงาน ๑) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก รวบรวมผลลัพธ์การดำเนินงานตัวชี้วัด โดยใช้ข้อมูลจากความต้องการของผู้ใช้บริการ ซึ่งจำแนกออกเป็นผู้ป่วยหนักและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากการทบทวนตัวชี้วัดที่สำคัญต่อกระบวนการพัฒนาคุณภาพ การพยาบาลและวิสัยทัศน์ พันธกิจ ของกลุ่มงานจากประเด็นการพัฒนาตามกลุ่ม โรคที่สำคัญ DSC และ Proxy disease นโยบายความปลอดภัยของโรงพยาบาล และกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 9 Safety 2 Plus 3 QA จึงรวบรวมข้อมูล สารสนเทศ ตามตัวชี้วัดครอบคลุมผลลัพธ์ทางการพยาบาล 6 ด้าน ได้แก่ 1. ตัวชี้วัดด้านการบริการพยาบาล 2. ตัวชี้วัดด้านผู้ใช้บริการ 3. ตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพ 4. ตัวชี้วัดด้านบุคลากร 5. ตัวชี้วัดด้านระบบงานและกระบวนการสำคัญ 6. ตัวชี้วัดผลลัพธ์ด้านการนำองค์กร โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายช่องทาง ได้แก่ เวชระเบียน สารสนเทศ google form ระบบ ๒ ๒๔ ข้อร้องเรียนทั้งจากกล่องรับความคิดเห็น และ social media 1. ข้อมูลผลลัพธ์ทางการ พยาบาล ๒. web page กลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล ๓. web page IC ๔. โปรแกรม BUDHOSP HIS ๕. CAP program ๖. โปรแกรมแผลกดทับ (Braden scale) ๗. ข้อมูลผู้ป่วยระบบ HOSxP ๘. โปรแกรม 2 24 พี่ ช่วยได้
๗๙ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ 2) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก เลือกข้อมูลและสารสนเทศเพื่อเทียบเคียง ผลลัพธ์การดำเนินงานในระดับกลยุทธ์ เทียบเคียงกับมาตรฐานกองการพยาบาล เช่น โดยใช้เกณฑ์เวลามาตรฐาน เพื่อกำหนดชั่วโมงการพยาบาลเฉลี่ยต่อราย (standard Hour) นำไปสนับสนุนการตัดสินใจดำเนินการพัฒนาโปรแกรมการ บริหารอัตรากำลังพยาบาล โดยใช้ CAP Program ในระดับปฏิบัติการ ได้กำหนด ข้อมูลสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบกับองค์กรภายนอก THIP เช่น อัตราการเกิดแผล กดทับ ที่นำผลการดำเนินการมาพัฒนารูปแบบการดูแลแผลกดทับ โดยใช้ เทคโนโลยีร่วมในการจัดการระบบ และมีติดตามอย่างต่อเนื่อง ๙. โปรแกรม Excel ติดตาม ผลการโครงการ ๑๐. โปรแกรมข้อมูล บุคลากร ๑๑. แฟ้มผลการ ดำเนินงาน/รายงานการ ประชุม/ตารางเปรียบเทียบ กับองค์กรอื่น และแฟ้ม ตัวชี้วัดหน่วยงาน 12. โปรแกรม Electronic Nurse note ๓) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีการพัฒนาระบบการวัดผลการดำเนินงานให้ ทันกับความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยมีพยาบาลสารสนเทศทางการพยาบาล ประจำหน่วยงาน ( Information technology ward nurse: ITWN) ร่วม ขับเคลื่อน ติดตามผลดำเนินการ นำระบบสารสนเทศของกลุ่มภารกิจด้านการ พยาบาลมาใช้ในหน่วยงาน เช่น การมอบหมายงานโดยใช้ CAP program เพื่อให้ พยาบาลดูแลป่วยเหมาะสมสอดคล้องกับประเภทผู้ป่วยตามเวลามาตรฐานการ ดูแลแต่ละประเภท โปรแกรมประเมินความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับด้วย Braden scale เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้ศูนย์แผลสามารถวัดผลการดำเนินได้ทันกับความ ต้องการ คะแนนความสมบูรณ์ของเวชระเบียนในส่วนการบันทึกทางการพยาบาล ปรับปรุงโปรแกรม HIS BUDHOSP เวชระเบียนและพัฒนา Electronic Nurse note เพื่อให้มีการบันทึกทางการพยาบาลมีความครอบคลุมตามมาตรฐาน 4.2 การวิเคราะห์ ทบทวน และปรับปรุงผลการดำเนินงาน ๑) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก กำหนดให้มีการทบทวนผลการ ดำเนินงานตามแนวทางที่กำหนดเพื่อติดตามความก้าวหน้า หาแนวทางสนับสนุน การจัดทำแผนงานโครงการ รวมทั้งการปรับแผนให้สอดคล้องตามสถานการณ์ดังนี้ 1.1) ตัวชี้วัดด้านการบริการพยาบาล และตามนโยบายความปลอดภัย 9safety 2plus 3QA กำหนดให้หน่วยงานมีการรวบรวมข้อมูลบันทึกในระบบ 2 24 พี่ช่วยได้ หัวหน้าห้องผู้ป่วยหนักรายงานข้อมูลต่อหัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มงาน การพยาบาลผู้ป่วยหนัก และกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลเป็นประจำทุกวัน ใน Line group และกำหนดให้จัดทำ ARCA/RCA เพื่อหาแนวทางปรับปรุงและ ป้องกันการเกิดซ้ำ 1.2) ตัวชี้วัดด้านผู้ใช้บริการ เช่น กำหนดให้มีการประเมินความพึงพอใจ ผู้ป่วยของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และ สถาบันรับรอง คุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) โดยใช้ QR code ประจำทุกเดือน และประเมิน ความพึงพอใจผู้ป่วยต่อบริการพยาบาลปีละ 1 ครั้ง 1.รายงานการประชุม หน่วยงานเกี่ยวกับการ ทบทวนผลการดำเนินงาน 2. สรุปรายงานตัวชี้วัดตาม แผนปฏิบัติการของ หน่วยงาน 3. ระบบรายงาน 2 24 พี่ช่วยได้ 4. line group NSO ๕. QR code /google form ประเมินความพึง พอใจ.
๘๐ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ 1.3) ตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพ เช่น กำหนดให้มีการประเมินคุณภาพบริการ พยาบาลภายใน ปีละ 1 ครั้ง รวบรวมข้อมูลผลิตภาพ Productivity ตามเกณฑ์ มาตรฐานกำหนดให้เป็นประจำทุกเดือน 1.4) ตัวชี้วัดด้านบุคลากร เช่น กำหนดให้มีการรวบรวมความพึงพอใจใน งานของบุคลากรพยาบาล ความผูกพันต่อองค์กรพยาบาล และคุณภาพชีวิตในการ ทำงาน ของบุคลากรพยาบาล โดยใช้แบบประเมินในรูปแบบ Google form ปีละ 1 ครั้ง การประเมินสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพ (competency) กำหนดให้หน่วยงานประเมิน ปีละ 1 ครั้ง และรวบรวมผลการประเมินโดยใช้ โปรแกรม Excel ข้อมูลการตรวจสุขภาพบุคลากรประจำปี จำแนกตามผลการ ตรวจสุขภาพของ กลุ่มป่วย กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มปกติ ผ่านโปรแกรมพี่เลี้ยงสุขภาพ ใน Intranet โรงพยาบาล 1.5) ตัวชี้วัดด้านระบบงานและกระบวนการสำคัญ เช่น ประเมินการปฏิบัติ ตามกระบวนการพยาบาลโดยประเมินผลจากความสมบูรณ์ของการบันทึกทางการ พยาบาลตามกระบวนการพยาบาลเป็นประจำทุกเดือน ตามแบบประเมินใน รูปแบบ Google form ของแต่ละหน่วยงาน 1.6) ตัวชี้วัดผลลัพธ์ด้านการนำองค์กร ในด้านแผนปฏิบัติการ หน่วยงานมี การติดตามผลดำเนินการตามแผนงาน โครงการทุก 1 เดือน หัวหน้าห้องติดตาม ผลดำเนินการตามแผนปฏิบัติทุก 3 เดือนและรายงานผลต่อหัวหน้ากลุ่มงานการ พยาบาลผู้ป่วยหนัก 6. แบบประเมินคุณภาพ บริการพยาบาลภายในของ หน่วยงาน 7. สรุปผลความสมบูรณ์ การบันทึกทางการพยาบาล 8. แผนปฏิบัติการและแบบ การติดตามกำกับแผน 9. ข้อมูลการรายงานการ ติดเชื้อในโรงพยาบาล 10. โปรแกรมการ ประเมินผลปฏิบัติราชการ ๒) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีการจัดลำดับความสำคัญข้อมูล สารสนเทศ โดยคำนึงถึงประเด็นในด้านความรุนแรงของปัญหา ความถี่ของปัญหา และโอกาสของความสำเร็จในการแก้ไขข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องทางคลินิก ใน ด้านการบริการพยาบาล เช่น จำนวนครั้งความผิดพลาดในการบริหารยาและสาร น้ำ อุบัติการณ์จากการให้เลือด อุบัติการณ์ผู้ป่วยดึงท่อช่วยหายใจหลุด เป็นต้น มี การจัดลำดับความสำคัญในการแก้ปัญหา แบ่งความรุนแรงออกเป็น 10 ระดับ คือ A-I โดยความรุนแรงที่อยู่ในระดับ GHI จะถูกนำมาดำเนินการแก้ไขในลำดับต้นๆ ในส่วนข้อมูลสารสนเทศด้านอื่นๆ ได้แก่ ด้านผู้ใช้บริการ หรือระบบงาน และ กระบวนการสำคัญ จัดลำดับความรุนแรงเป็น 3 ลำดับ มาก ปานกลาง น้อย เช่น ข้อร้องเรียนผู้ใช้บริการ ความรุนแรงในระดับมากจะถูกมาพิจารณาแก้ไขก่อน จัดลำดับความสำคัญพิจารณาด้านความถี่ของปัญหา เช่น อัตราการติดเชื้อที่ปอด จากการใช้เครื่องช่วยหายใจ (VAP) อัตราการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะจากการคา สายสวนปัสสาวะ (CA-UTI) อัตราการติดเชื้อ CLABSI เป็นต้น และคำนึงถึงโอกาส และความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหาโดยกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักมีเกณฑ์ กำหนดกรอบเวลาในการทบทวนสารสนเทศ ดังนี้ - ทบทวนทันที เมื่อเกิดอุบัติการณ์ ที่กำหนดให้เป็น sentinel event
๘๑ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ - ทบทวนทุกวัน อุบัติการณ์ด้านความปลอดภัย 9safety 2plus 3QA ใน ระบบนิเทศ B2S 4.0 - ทบทวนทุกเดือน อุบัติการณ์ระดับ A-D - ทบทวนทุก 3 เดือน เกี่ยวกับความก้าวหน้าของแผนงานโครงการ - ทบทวนทุก 6 เดือน เกี่ยวการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร - ทบทวนทุกปี เกี่ยวกับตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้านระบบงานและ กระบวนการ ด้านบุคลากรเพื่อวางแผนในการจัดทำแผนกลยุทธ์ ๓) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก นำผลการดำเนินงานไปใช้ในการปรับปรุง กระบวนการโดยนำผลลัพธ์การดำเนินงานมาทบทวน เทียบเคียงกับเป้าประสงค์ ออกแบบกระบวนการสำคัญอย่างเป็นระบบ เช่น การทบทวนผลดำเนินการเรื่อง อัตราแผลกดทับ นำมาปรับระบบการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่ใช้โปรแกรมประเมินกลุ่ม เสี่ยงการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยทุกรายด้วย Barden scale ในโปรแกรม intranet เพื่อวางแผนการดูแลผู้ป่วย และประมินความก้าวหน้าการหายของแผลกดทับ เฉพาะรายโดยใช้การประเมินการหายของแผล (The pressure Ulcer Scale for Healing : PUSH tool) ประเมินรูปแบบ Google form ทุกวันพุธ ทำให้พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญด้านแผลสามารถประเมินและวางแผนให้การพยาบาลได้รวดเร็ว ทบทวนตัวชี้วัดด้านการบริหารยาผิดคน ผิดชนิด ผิดเวลา นำมาปรับปรุง กระบวนการระบบบริหารยาของพยาบาล รวมถึงผ่องถ่ายงานที่ไม่ใช่ของพยาบาล ในเรื่องการคัดลอกโดยใช้ใบ MAR การจัดยาด้วยเครื่องจัดยาอัตโนมัติ (Robot) และมีแผนนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารยาในหน่วยงาน (Closed loop Medication) มีการทบทวนผลดำเนินการเรื่องการพยาบาลผู้ป่วยใส่เครื่องพยุงหัวใจและปอด (ECMO) ในห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2565 พบผู้ป่วยใส่เครื่องพยุงหัวใจและปอด จำนวน 23, 20 และ 29 รายตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มมากขึ้น ห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมหัวใจและทรวง อกจึงได้พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วย โดยวางแผนร ่วมกับกลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป่วยหนักในการขยายงานให้ห้องผู้ป่วยหนักอื่นๆสามารถให้การพยาบาลผู้ป่วยใส่ เครื่องพยุงหัวใจและปอดได้ โดยพัฒนาศักยภาพพยาบาล อบรมเชิงปฏิบัติการใน การดูแลผู้ป่วยใส่เครื่องพยุงหัวใจและปอดสำหรับพยาบาลในกลุ่มงานการพยาบาล ผู้ป ่วยหนัก ได้แก่กลุ ่มผู้ป ่วยหนักโรคหัวใจ และกลุ ่มผู้ป่วยหนักระบบทางเดิน หายใจ พัฒนา WI ให้สามารถให้การพยาบาลผู้ป่วยที่ใส่เครื่องพยุงหัวใจและปอด ได้ทุกห้องผู้ป่วยหนัก
๘๒ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ 4.3 การจัดการแหล่งสารสนเทศทางการพยาบาล ๑) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีระบบการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรพยาบาล ให้มีความพร้อมใช้งาน โดยแต่งตั้งทีม ITWN รับผิดชอบงานจัดการข้อมูลและสารสนเทศของหน่วยงาน ด้านการบริหารการ พยาบาล ด้านปฏิบัติการพยาบาล และด้านวิชาการทางการพยาบาล ดังนี้ ๑.๑) ด้านบริหารการพยาบาล ได้แก่ โปรแกรมจัดตารางเวร และการ เบิกจ่ายค่าตอบแทน โปรแกรมการจัดการการลาประเภทต่างๆ โปรแกรมรายรับ รายจ่ายของบุคลากร โปรแกรมพี่เลี้ยงสุขภาพจัดการเรื่องภาวะสุขภาพของ บุคลากรพยาบาล โปรแกรมค่าตอบแทน P4Pโปรแกรมมอบหมายงานบริหาร อัตรากำลัง (CAP program) โปรแกรมการประเมินผลการปฏิบัติราชการ โปรแกรมการลงชื่อเข้าปฏิบัติงานผ่าน Smart phone เมื่ออยู่ในขอบเขตพื้นที่ ปฏิบัติงาน ๑.๒) ด้านปฏิบัติการพยาบาล ได้แก่ โปรแกรมบันทึกทางการพยาบาลโดย ใช้ Electronic nurse note: ENN, โปรแกรม HOSxP ในการให้บริการผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก เวชระเบียน Electronic BUDHOSP HIS, โปรแกรมประเมิน ความเสี่ยงการเกิดแผลกดทับโดยใช้ Barden score, โปรแกรมการจำแนก ประเภทผู้ป่วย, โปรแกรมปรึกษาผู้ป่วย Palliative, โปรแกรมรายงานอุบัติการณ์ 2 24 พี่ช่วยได้สามารถลงผ่าน Smart phone ได้โปรแกรมเรื่องร้องเรียน โปรแกรมการรายงานการติดเชื้อ นอกจากนี้กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักอายุ รกรรม ได้พัฒนาโปรแกรม MR ICU เพื่อให้ผู้ป่วยวิกฤตได้เข้าถึงการบริการอย่าง รวดเร็วและมีความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการ โดยใช้การประเมิน Prioritization และ SAP II scoring ๑.๓) ด้านวิชาการทางการพยาบาล ได้แก่ เก็บรวบรวมข้อมูลและเผยแพร่ ผลงานวิชาการต่างๆ ผ่าน Web page ของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล รวมถึง คู่มือบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล แนวปฏิบัติทางการพยาบาล งานวิจัย CQI นวัตกรรม คู่มือต่างๆ ข้อมูลสารสนเทศสำคัญ เช่น คะแนนความพึงพอใจ ผู้ป่วย คะแนนความพึงพอใจพยาบาล ความผูกพันต่อองค์กรพยาบาล และมี ความรู้เฉพาะด้านการป้องกันการติดเชื้อผ่าน Web page IC เป็นต้น ผลการประเมินทักษะดิจิทัล 2566 พบ ความสามารถด้านผู้นำดิจิทัล (Digital leadership) ร้อยละ 64.26 อยู่ระดับที่ทำได้น้อย จึงได้มีการจัด โครงการอบรมการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับพยาบาลวิชาชีพ เพื่อ พัฒนาความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ตามนโยบายการพัฒนาองค์กร พยาบาลดิจิทัลของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 1. ระบบโปรแกรมต่างๆ เช่น - โปรแกรมจัดตารางเวร และการเบิกจ่าย ค่าตอบแทน - โปรแกรมการลาประเภท ต่างๆ - โปรแกรมรายรับ รายจ่าย ของบุคลากร - โปรแกรมค่าตอบแทน P4P - โปรแกรมมอบหมายงาน บริหารอัตรากำลัง (CAP program) - โปรแกรมการประเมินผล การปฏิบัติราชการ - โปรแกรมการลงชื่อเข้า ปฏิบัติงานผ่าน Smart phone - โปรแกรมประเมินความ เสี่ยงการเกิดแผลกดทับโดย ใช้ Barden score - โปรแกรมการจำแนก ประเภทผู้ป่วย - โปรแกรมรายงาน อุบัติการณ์ 2 24 - ENN - โปรแกรม MR ICU 2. โปรแกรมผู้ป่วย ระบบ HOSxP 3. โปรแกรม web page กลุ่มภารกิจด้านการ 2) มีการจัดระบบการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศให้มีความน่าเชื่อถือ โดยการ พยาบาล ออกแบบระบบการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศร่วมกับนักพัฒนาโปรแกรม มีการจัด
๘๓ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ อบรมทำความเข้าใจกับบุคลากรก่อนการใช้งาน และนำเข้าข้อมูล มีการทดสอบ ความถูกต้องของข้อมูลนำเข้าเทียบเคียงกับระบบจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมก่อนที่จะ ใช้โปรแกรมจริง กำหนดให้หัวหน้าห้องผู้ป่วยตรวจสอบความถูกต้องและความเป็น ปัจจุบันของข้อมูล ๔. แบบประเมินคะแนน ความพึงพอใจพยาบาล ๕. แบบประเมินความ ผูกพันต่อองค์กรพยาบาล ๖. แบบประเมินคุณภาพ ชีวิต ๗. จำนวน hard ware ใน หน่วยงาน ๘. แบบประเมินทักษะ ทักษะดิจิทัล ๙. นโยบายการพัฒนา องค์กรพยาบาลดิจิทัล กลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล ๓) มีกลไกที่ทำให้ข้อมูลและสารสนเทศพร้อมใช้งานทั้งระบบฮาร์ดแวร์และ ซอฟท์แวร์ โดย Hard ware ได้จัดสรรให้มีความเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน Soft ware การพัฒนาโปรแกรมครอบคลุมทั้งด้านบริหาร ด้านปฏิบัติการ และด้าน วิชาการ People ware มีการอบรมและฝึกการใช้โปรแกรมรวมถึงระบบรับ ปรึกษาปัญหาการใช้งานของโปรแกรมต่างๆ โดยมีคณะกรรมการสารสนเทศและ เทคโนโลยีทางการพยาบาลในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก และมีเจ้าหน้าที่ ของศูนย์คอมพิวเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง ในการแก้ไขปัญหาโปรแกรมต่างๆ เพื่อให้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์มีความพร้อมใช้งาน และทันกับความต้องการของบุคลากร จัดหาอุปกรณ์ Hard ware ให้เพียงพอต่อการใช้งานในห้องผู้ป่วยหนักเพื่อรองรับ การใช้งานบริการผู้ป่วยและการบันทึกเวชระเบียน Electronic BUDHOSP HIS นอกจากนี้ยังมีระบบการสำรองเครื่องคอมพิวเตอร์ทดแทนเมื่อเกิดการชำรุด เพื่อ ทำให้การทำงานในระบบบริการพยาบาลมีความคล่องตัว 4.4 ระบบสารสนเทศทางการพยาบาล ๑) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีข้อมูลสารสนเทศทางการพยาบาลที่มี ความถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ มีระบบการตรวจสอบการบันทึกข้อมูลใน เวลาราชการโดยหัวหน้าห้อง และนอกเวลาราชการโดยพยาบาลหัวหน้าเวร (Chief nurse : CN) นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมทักษะการใช้โปรแกรมต่างเพื่อ ทันต่อเหตุการณ์โดยการใช้งาน Google sheet ในการรวบรวม เช่น การรายงาน ข้อมูล 9safety 2plus 3QA ประจำวัน การใช้ Google form ในการประเมินผล การนิเทศทางการพยาบาล และยังส่งเสริมโปรแกรม word, excel, power point ในการบันทึกและรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการทบทวน และวิเคราะห์ผลการ ดำเนินงาน 1. การมอบหมายงานและ บริหารอัตรากำลังการด้วย CAP program 2. ระบบ 2 24 พี่ช่วยได้ 3. การรักษาความปลอดภัย ใช้รหัสก่อนเข้าโปรแกรม ต่างๆ ๒) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีการนำข้อมูลมาเชื่อมโยงเพื่อมาใช้ ประโยชน์ เช่น ในด้านบริหารการพยาบาล มีการนำระบบการประเมินการจำแนก ประเภทผู้ป่วยมาเชื่อมโยง ไปสู่ CAP Program เพื่อมอบหมายงานและบริหาร อัตรากำลังพยาบาลตามประเภทผู้ป่วยอย่างเหมาะสมและนำข้อมูลอุบัติการณ์จาก ระบบ 2 24 พี่ช่วยได้ มาทบทวน RCA/ARCA นำไปสู่การปรับระบบบริการใน รูปแบบของ CQI อย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาการพยาบาลการป้องกันการเกิด แผลกดทับ การพัฒนาแนวปฏิบัติป้องกันการเกิด VAP, CA-UTI, CLABSI เป็นต้น ๓) กำหนดวิธีการรักษาความปลอดภัยและลำดับชั้นของข้อมูลดังนี้
๘๔ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ การรักษาความปลอดภัยโดยมีการวางระบบป้องกันในการเข้าถึงข้อมูล ต่างๆโดยการการกำหนดสิทธิตามระดับของผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ดังนี้ - ระดับผู้บริหารการใช้งานโปรแกรมประเมินผลปฏิบัติราชการบุคลากร โปรแกรมตารางเวรการเบิกจ่ายค่าตอบแทน โปรแกรม P4P โปรแกรม 2 24 พี่ ช่วยได้ในส่วนของสถิติและข้อมูล IR เป็นต้น - ระดับผู้ปฏิบัติสามารถเข้าใช้งานโปรแกรมระบบบริการผู้ป่วย โปรแกรม 2 24 ได้ในการรายงานอุบัติการณ์เท่านั้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการการระบุตัวตนในการใช้รหัสของบุคคล ก่อนการเข้าใช้ งานเพื่อป้องกันบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุคลากรในโรงพยาบาลเข้าใช้งานในระบบ เช่น ระบบบริการผู้ป่วย HOSxP ระบบรายงาน 2 24 พี่ช่วยได้ ระบบ CAP program โปรแกรมการประเมิน และติดตามอาการในผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative) โดย ลำดับชั้นความลับของข้อมูล มีวิธีแบ่งลำดับชั้นเป็น 3 ชั้น ดังนี้ - ชั้น 1 ลับที่สุด (Top secret) เช่น เวชระเบียนผู้ป่วย ผล Lab HIV ผลการ ประเมินบุคลากร มีการกำหนดสิทธิ และระบุตัวตนของบุคคลก่อนการเข้าถึงข้อมูล - ชั้น 2 ลับมาก (Secret) เช่น ข้อมูลความเสี่ยงในระบบ 2 24 ผลการ ตรวจมะเร็ง - ชั้น 3 ลับ (Confidential) เช่น โปรแกรมการลา โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรมตารางเวร 4.5 ความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน ๑) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก มีระบบเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับภัย พิบัติหรือภาวะฉุกเฉิน ดังนี้ - มีระบบ Data center ของโรงพยาบาลเพื่อเก็บรวบรวมฐานข้อมูลต่างๆ มีระบบสำรองฐานข้อมูล (Backup) และการกู้คืนฐานข้อมูล (Restore) โดย เจ้าหน้าที่ ITศูนย์คอมพิวเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมงในการดูแลระบบเมื่อเกิด เหตุขัดข้อง เกิดไฟไหม้ หรือภัยพิบัติต่างๆ และการคุกคามทางไซเบอร์ นอกจากนี้ ในห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรมอุบัติเหตุยังมีระบบสำรองข้อมูลของหอผู้ป่วย โดย จัดเก็บใน Google drive และ ห้องผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด ๒, ห้องผู้ป่วยหนัก กุมารเวชกรรม มีการจัดเก็บงานหน่วยงานและส่วนบุคคลทาง mail thumb drive - ระบบไฟฟ้างานสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) และเครื่อง คอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client) เพื่อให้สามารถ สำรองของเครื่องคอมพิวเตอร์ทุก เครื่องที่ใช้งานบริการพยาบาล 1. ระบบเครื่องสำรองไฟ เครื่องคอมพิวเตอร์ 2. ระบบสำรองเครื่อง คอมพิวเตอร์ 3. ระบบการปรึกษา IT ตลอด 24 ชั่วโมง 4. ระบบการสำรองข้อมูล โรงพยาบาล ๕. CPU Hardware ๖. รายงานปัญหาการใช้ สารสนเทศในHelpdesk
๘๕ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง รายชื่อของเอกสาร/ หลักฐานประกอบอื่นๆ - มีระบบรับปรึกษาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์โดย โปรแกรมเมอร์ตลอด 24 ชั่วโมง มอบหมาย Chief nurse บริหารจัดการเมื่อเกิด ภาวะฉุกเฉินนอกเวลาราชการ - มีการจัดหาคอมพิวเตอร์สำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือไม่เพียงพอ (ประสานงานที่ศูนย์คอมพิวเตอร์) จัดให้มีระบบไฟฟ้าสำรอง CPU กับคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือสำคัญ เช่น ข้อมูลผู้ป่วยใน ventilator ๗. ระบบการสำรองข้อมูล ของห้องผู้ป่วยหนัก ศัลยกรรมอุบัติเหตุ ๘. แผนอัคคีภัย ๒) มีระบบการป้องกันอัคคีภัย เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากระบบไฟฟ้าภายในอาคาร โดยปฏิบัติตามนโยบายของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ที่กำหนดให้ทุกหน่วยงาน งดเครื่องใช้ไฟฟ้ายกเว้น ไมโครเวฟสำหรับอุ่นอาหาร และให้พยาบาลหัวหน้าเวร (Chief nurse: CN) เฝ้าระวังการการใช้ปลั๊กไฟ สายเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันไฟฟ้า ลัดวงจร กำหนดตำแหน่งที่ตั้งของคอมพิวเตอร์ในพื้นที่ปลอดภัย ไม่เปียกชื้น และมี การตรวจสอบความพร้อมใช้ของถังดับเพลิงทุก 6 เดือนเพื่อป้องกันภัยพิบัติจาก อัคคีภัย กำหนดให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนอัคคีภัย และมีแนวทางการรายงาน Incident command เมื่อเกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินช่วงวันหยุดยาวเทศกาล ต่างๆ ๓) มีการเตรียมพร้อมด้านการบริหารจัดการต่อภาวะฉุกเฉินโดยมีเจ้าหน้าที่ IT ศูนย์คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมงในการรับปรึกษาปัญหาการใช้งานโปรแกรม และปัญหาของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยนอกเวลาราชการมอบหมายให้พยาบาล หัวหน้าเวร (Chief nurse: CN) ประสาน เจ้าหน้าที่ IT ผ่านศูนย์โทรศัพท์ของ โรงพยาบาลเพี่อปรึกษาปัญหา เพื่อให้การใช้งานสารสนเทศได้อย่างต่อเนื่อง 4.6 การจัดการความรู้ ๑) กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก กำหนดวิธีการ/กระบวนการจัดการ ความรู้ โดยมีการบ่งชี้ความรู้ที่สอดคล้องกับสมรรถนะขององค์กร มีการสร้างและ แสวงหาความรู้หลากหลายวิธีผ่านกลุ่มงานการพยาบาลวิจัยและพัฒนาทางการ พยาบาล สนับสนุนการเข้ารับการอบรมวิชาการ/การวิจัยต่างๆของบุคลากรใน กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนัก กำหนดแผนปฏิบัติ (action plan) ยุทธศาสตร์ที่ ๔ เรื่องการพัฒนาวิชาการในหน่วยงาน CQI/R๒R/Research อย่างน้อย ๑ เรื่อง/ ปี/ห้องผู้ป่วยหนัก มีการจัดความรู้ให้เป็นระบบ การอบรมวิจัย CQI R2R ทางการ พยาบาล จากนั้นมีการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลทางวิชาการ มาวิเคราะห์ จัดระบบพัฒนาเป็นวิจัย นวัตกรรม ต่างๆ ที่สนับสนุนคุณภาพการบริการพยาบาล ให้ดีขึ้น จนถึงการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ได้แก่ - กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยอายุรกรรม มีการจัดการความรู้เรื่องการทำ CRRT /Hemoperfusion ในกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยหนักเพื่อพัฒนาการดูแล ติดเชื้อในกระแสเลือดที่มีไตวายเฉียบพลันซึ่งเป็นกลุ่มโรคสำคัญ proxy disease สอดคล้องกับสมรรถนะของบริการที่เป็นเลิศของกลุ่มงานและได้มีการทำวิจัยและ 1. แนวปฏิบัติทางการ พยาบาลที่ได้รับการทบทวน ทุกปี 2. ผลงาน CQI นวัตกรรม วิจัยทางการพยาบาลของ แต่ละหน่วยงาน 3. webpage กลุ่มงานวิจัย และพัฒนา/กลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล 4. โครงการกิจกรรมหน้า งานสู่ CQI & Innovation 5. ภาพกิจกรรม “BUDCHIN NURSE OK”