The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีวประวัติ พระจิรปุญฺโญ หลวงปู่พรหม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ืทีมงานกรุธรรม, 2022-07-11 21:56:46

ชีวประวัติ พระจิรปุญฺโญ หลวงปู่พรหม

ชีวประวัติ พระจิรปุญฺโญ หลวงปู่พรหม

Keywords: ชีวประวัติ พระจิรปุญฺโญ หลวงปู่พรหม

หลวงปตู่ อื้ กเ็ หมอื นกนั ดา่ คนเกง่ ๆ กไ็ มเ่ คยดา่ อาตมาเหมอื นกนั อาตมาทำ� อะไร
ทา่ นไดแ้ ตย่ มิ้ ๆ หลวงปแู่ หวนกเ็ หมอื นกนั ทำ� อะไรยม้ิ กห็ ลายองคท์ อ่ี าตมาเคยอยดู่ ว้ ย
ถา้ ผูท้ ่ีติดตามดูอนั ดับใกลๆ้ กนั (กับหลวงปพู่ รหม) กห็ ลวงปแู่ หวน ทา่ นตามสอน
อาตมาตลอด ถา้ พดู ตามความเปน็ จรงิ ตามหลกั อาตมามาอยวู่ ดั นี้ (วดั อรญั ญวเิ วก) กด็ ี
พดู ถงึ นะ ถา้ คยุ กนั กบั ผหู้ ญงิ นเี้ อาทกุ วนั เลย หลวงปแู่ หวน คยุ กบั ผหู้ ญงิ ไมไ่ ด้ มาเตอื น
ถงึ กฏุ ิ ถา้ ผชู้ ายไมเ่ ปน็ ไร ถา้ คยุ กบั ผหู้ ญงิ ทา่ นมาแหละ “ขน้ึ กฏุ ิ นง่ั สมาธ”ิ ทา่ นมาบอก
“เอาคอ้ นตหี วั มันเลย ผู้หญงิ อยา่ ให้มาใกล้ อย่าไปยุง่ อยา่ ไปคยุ ”...

หลวงพอ่ เปล่ยี นกลับไปพดู ถงึ หลวงปู่พรหมตอ่
“...บดั น้ี (ทนี )้ี ก็เลยพดู ถึงเราท�ำอะไร ทา่ นกไ็ ม่วา่ อะไร งานอะไรๆ งานวันเกดิ
ของหลวงปู่ อาตมากไ็ ป ไปชว่ ยจรงิ ๆ ชว่ ยงานหลวงปู่ ไมว่ า่ ทำ� งานอะไร ชว่ ยหลวงปสู่ ภุ าพ
ด้วย ท�ำศาลา ท�ำอะไร ต้องทำ� ตามใจหลวงปู่ ทา่ นเปน็ คนมสี จั จะ หลวงปู่พรหมเป็น
คนเดด็ ขาด แตค่ นทว่ั ไปบอกวา่ ทา่ นดุ ชาวบา้ นไมก่ ลา้ เขา้ ใกล้ บดั นเ้ี วลาทำ� กฏุ ทิ ำ� อะไร
บอกตีตรงไหน ต้องตีตรงนั้นนะ อย่าให้เคลื่อนไปไหนนะ ไม้ตัวไหนเอาใส่ที่ไหน
แปน้ กระดานตวั ไหน ตลี งไปเลย ไมพ่ อดกี เ็ อาขวานถากลงไป ทา่ นวา่ คดิ ดแู ลว้ เพราะเพนิ่
บรรลุแลว้ เนาะ เพ่นิ บรรลุ เพ่นิ เหน็ ไตรลักษณ์อยตู่ ลอด เพ่ินไม่ได้สนใจว่าสง่ิ น้สี วย
สง่ิ นีไ้ ม่สวย ขอใหใ้ ชป้ ระโยชน์ไดเ้ ทา่ นั้น”

144

พระองค์น้ตี อ้ งใหท้ �ำงาน

หลวงพอ่ เปลยี่ นเล่าถงึ ปฏปิ ทาของหลวงปูพ่ รหม พระอาจารย์ของทา่ นตอ่ ไปว่า

“หลวงปมู่ น่ั พดู ถงึ หลวงปพู่ รหมวา่ “พระองคน์ ต้ี อ้ งใหท้ ำ� งาน ตอ้ งใหท้ า่ นทำ� งานไป
จนส้ินอายุ” เม่ือหลวงปู่พรหมท�ำงานเสร็จในแต่ละวัน ท่านจะอาบน�้ำเสร็จแล้ว
เดนิ จงกรมทนั ที องคอ์ นื่ ทำ� ตามไมไ่ ด้ ทา่ นเปน็ คนรา่ งกายแขง็ แรง ขยนั อยา่ งหาคนเทยี บ
ได้ยาก หลวงปู่มนั่ จึงบอกว่า “ตอ้ งให้ท่านทำ� งาน”

หลวงพ่อเปล่ียนอธิบายความหมายในค�ำพูดของหลวงปู่ม่ันที่ว่า “ต้องให้
หลวงปพู่ รหมทำ� งาน” คอื ทา่ นหลดุ พน้ แลว้ ทา่ นตอ้ งทำ� ประโยชน์ ทำ� ประโยชนเ์ พอื่ หมู่
เพอ่ื นฝงู ในวงการสงฆด์ ว้ ยกนั และประโยชนแ์ กป่ ระชาชนทวั่ ไป ทา่ นจะไมอ่ ยนู่ ง่ิ เฉย
พดู ถงึ งานก่อสรา้ งของหลวงปพู่ รหม ทำ� อะไรนีส่ วยไมส่ วยไมร่ ับรองนะ ขอให้ใช้ได้
เพน่ิ เหน็ วา่ มนั เกดิ แลว้ มนั กพ็ งั ใชไ่ หม รหู้ มดแลว้ ธรรมะ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งไมว่ า่ สวยงาม
เพยี งใด ทำ� แลว้ กต็ อ้ งพงั ตอ้ งเกา่ แกค่ รำ�่ ครา่ อนั นอี้ ยใู่ นใจทา่ นตลอด ทา่ นหลดุ พน้ แลว้
มันใช้ประโยชน์ได้ไหม แม้แต่ร่างกายก็แค่น้ันเอง เมื่ออาตมามาปฏิบัติจึงได้รู้
ความหมายในปฏิปทาของทา่ น แตก่ ่อนก็ว่า “ฮ่วย บ่งาม” ทา่ นกบ็ อกว่า “บง่ าม
กเ็ อาขวานถากเอา” กบกไ็ มม่ ี ใช้ “ถากๆ ไป เอาเสอ่ื ปนู งั่ แลว้ มนั บป่ กั กน้ กใ็ ชไ้ ดแ้ ลว้ ”
แลว้ ทกุ อยา่ งทา่ นเอามาใชป้ ระโยชนไ์ ดห้ มด ไมก้ ระดานแผน่ เลก็ แผน่ นอ้ ยตอ้ งเอาไป
ใชง้ าน ทา่ นไม่ทงิ้ ของ

145

เวลาทำ� โบสถว์ ดั บา้ นตาล (อ.สวา่ งแดนดนิ จ.สกลนคร) อาตมาไปดู ทา่ นใหเ้ อาตาด
(ไมก้ วาดทางมะพร้าว) กวาดเอาเลย ไมม่ เี กรียงฉาบปูน เอาตาดกวาดเอา พ้นื กเ็ อา
ไมก้ วาดกวาดเอา ไม่มีเกรียงเหลก็ กวาดให้มันเรยี บปเู สอื่ ได้ก็เอาละ่

โอย๊ หลวงปู่ เรากอ็ ยากใหส้ วยงามใชไ่ หม หลวงพอ่ สภุ าพทา่ นทำ� ดว้ ยไมไ่ ดเ้ ลย
ท่านชอบสวยงาม ท่านท�ำด้วยไม่ได้ ท่านชอบงานละเอียด หลวงพ่อสุภาพถาม
หลวงปู่วา่ “หลวงปู่ ทำ� อยา่ งนมี้ นั กไ็ ม่ทนนะซิ ได้พอสองปสี ามปมี นั บแ่ ตกบ่พังบอ้ ”
หลวงปพู่ รหม “ฮว่ ย ทำ� เสรจ็ แลว้ ใชง้ านไดม้ นั ไดแ้ ลว้ ไดบ้ ญุ แลว้ ถา้ มนั แตกมนั พงั อกี
โยมเขากท็ �ำใหม่ เขาก็ไดบ้ ญุ อีก”

ไดส้ องปมี นั กแ็ ตกมันกพ็ ังๆ แลว้ ท�ำใหม่ พอเพ่นิ หลุดพน้ แล้ว เพ่ินไมต่ ดิ นะ
ไมต่ ดิ อะไร คลา้ ยๆ วา่ ทำ� อยา่ งนก้ี แ็ นน่ อนแหละ เกดิ ขน้ึ - ตง้ั อยู่ - แลว้ ดบั ไป จติ ใจ
ของผู้หลุดพ้นแล้วท่านเห็นอย่างน้ัน คนไม่หลุดพ้นก็ชอบสวยชอบงาม ชอบความ
มั่นคง “มันมนั่ คงไมไ่ ด้ มันก็แค่นี”้ ท่านว่า

นเี่ ปน็ เรอื่ งทเ่ี หน็ ตอนทอี่ าตมาอยกู่ บั ทา่ น ทา่ นทำ� อยา่ งนนั้ ใครไปขดั ไมไ่ ด้ ขดั ทา่ น
หนเี ลย ทา่ นไมท่ ำ� สจั จะ ทา่ นเปน็ คนมสี จั จะ จรงิ ใจจรงิ ๆ วา่ ทำ� ตรงไหนตอ้ งทำ� ตรงนนั้
ถา้ ตัดสินใจทำ� อะไรไม่เสร็จกจ็ ะไมห่ ยุด

สะพานขา้ มทงุ่ นานนั้ จากหมบู่ า้ นมาวดั ทำ� สะพานขา้ มมามนั ยาวนะ หลวงปลู่ งมอื ทำ�
กต็ อ้ งเสรจ็ แนน่ อน องคอ์ นื่ นไี้ มม่ ที าง องคน์ ที้ ำ� ตอ้ งเสรจ็ ทำ� อะไรตอ้ งสำ� เรจ็ คนเลอ่ื มใส
พดู ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ ทา่ นมีอิทธิฤทธ์ิ”

146

ปฐวกี สิณงั -กสณิ ดนิ

หลวงพ่อเปลี่ยน ปญฺญาปทีโป พูดถึงอ�ำนาจจิตของหลวงปู่พรหม โดยยก
เหตกุ ารณห์ น่งึ มาเปน็ ตวั อยา่ ง ดงั น้ี “... คนเล่ือมใส พูดศักดส์ิ ิทธิ์ ทา่ นมีอทิ ธิฤทธ”์ิ

“นกมนั มาอยวู่ ดั บา้ นดงเยน็ นี้ มนี กเปด็ นำ้� เปน็ พนั ๆ ทา่ นบอกวา่ “ถา้ ใครมาทำ� นก
ตายนะ...” นกเปด็ นำ�้ ในวดั ถา้ ใครไปยงิ ทแี รกทา่ นปรบั ตวั ละ ๒๐ บาท กแ็ พงเนาะ
สมยั นัน้ ตอ่ มาเมือ่ นกบินออกไป คนกไ็ ปยงิ ขา้ งนอกวดั เอ้า ถา้ ร้-ู จบั แล้วต่อมา
ปรับตวั ละ ๕๐ บาท มคี นมาลกั ยิงเวลานกบนิ ไปเปน็ หมู่ๆ หม่ลู ะ ๓๐๐-๔๐๐ ตวั
มคี นเอาปนื ยงิ อยขู่ า้ งนอกวดั หลวงปไู่ ดย้ นิ เสยี งปนื ดงั ทา่ นคงกำ� หนดจติ ไปดู ทา่ นพดู วา่
“ดูมัน ดูมัน”

ปรากฏว่า (คนยงิ ) นอนกอดปืนอยู่ข้างรัว้ วดั ตัวแข็งหมดเลยเหมอื นทอ่ นไม้
กระดกุ กระดกิ ไมไ่ ด้ กลบั มาบา้ นไมไ่ ดแ้ ลว้ อทิ ธฤิ ทธขิ์ องหลวงปู่ ทา่ นใส่ ปฐวกี สณิ งั
แขง็ เหมอื นกบั แผน่ ดนิ เลยตวั แขง็ ลกุ ไปไมไ่ ด้ เมอ่ื มคี นมาเหน็ เขากน็ มิ นตห์ ลวงปไู่ ปดู
ทา่ นเอายกเดยี ว (รายเดยี ว) เทา่ น้นั แหละ พวกมปี นื ไมก่ ลา้ มาใกลอ้ ีกเลย

หลวงปพู่ รหมพดู อะไรกเ็ ปน็ อยา่ งนนั้ พดู วา่ “เออ โยมนจ้ี ะทำ� บญุ ดว้ ยไหม เดยี๋ วจะ
สรา้ งศาลา” คนกต็ อ้ งทำ� ถงึ ขนาดไมม่ เี งนิ กต็ อ้ งขายควายกย็ งั เอา เพอ่ื หาเงนิ มาชว่ ย
ท่านสร้างศาลาตามท่ที ่านพูด

ถา้ ท่านพูดอะไร โยมอุปัฏฐากทำ� ตามหมด เพราะเหน็ ตวั อยา่ งจากหลวงปู่เอง
ทา่ นสละหมดทง้ั บา้ น ทง้ั นา ทง้ั สวน ทงั้ ทรพั ยส์ มบตั ิ โค กระบอื ทา่ นยงั สละจนหมดได้
ชาวบ้านเล่อื มใสท่านมาก แต่กลัวท่านมาก ทา่ นพูดอย่างไรต้องเปน็ อยา่ งน้ัน”

147

เรื่องรูปถา่ ยของหลวงปู่

หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโ น่าจะเป็นพระอริยเจ้าท่ีมีรูปถ่ายน้อยที่สุดองค์หน่ึง
โดยทั่วๆ ไป พวกเราเคยเห็นรูปถ่ายขององค์ทา่ นเพยี ง ๒ รูป เป็นรปู น่ัง ๑ รปู
กับรปู ยนื อีก ๑ รปู เท่านน้ั ถ้าทา่ นผอู้ ่านเคยเหน็ รูปอ่นื ของหลวงปู่ โปรดบอกกลา่ ว
ให้ทราบดว้ ยนะครบั

เร่อื งราวมีดังน้ี

คณุ ครชู าย วงษป์ ระชมุ ไดก้ ลอ้ งถา่ ยรปู ใหมม่ าจากเพอื่ นทเ่ี ปน็ สาธารณสขุ อำ� เภอ
ศึกษาธิการอ�ำเภอก็มีกล้อง นายอ�ำเภอก็มีกล้องถ่ายรูป ท้ังสามท่านต้ังใจจะไปขอ
ถา่ ยภาพหลวงปพู่ รหม กอ่ นจะถา่ ยรปู กแ็ ตง่ ขนั หา้ เพอ่ื ขออนญุ าตหลวงปทู่ ำ� การถา่ ยรปู
หลวงปู่รับขันแลว้ วางไว้โดยไมพ่ ูดอะไร

เรอ่ื งนร้ี ไู้ ปถงึ พระอาจารยค์ ำ� มี (พระครศู รภี มู านรุ กั ษ)์ วา่ คณุ ครชู ายไปถา่ ยรปู
หลวงปแู่ ลว้ ไมไ่ ด้ พระอาจารยค์ ำ� มกี เ็ ลยพาครชู ายและชา่ งภาพไปถา่ ยรปู หลวงปอู่ กี ครงั้
พอถา่ ยเสรจ็ หลวงปไู่ ด้พดู กับครูชายวา่ “ชายเอย๋ ตัวเราเข้าไปอยใู่ นกล้องเขาแล้ว”
คณุ ครูชายดีใจมากท่ีหลวงปูพ่ ูดเช่นนัน้ แสดงว่าการถ่ายรปู คร้ังน้คี งจะส�ำเรจ็ ด้วยดี
ซึ่งก็เป็นเชน่ น้ันจรงิ ๆ

ในปจั จุบนั หาดรู ูปหลวงปู่มี ๒ ท่าเทา่ น้นั คือ รูปนั่ง กบั รูปยืน เร่ืองถา่ ยรูป
ไมต่ ดิ ของหลวงปพู่ รหมนเี้ ปน็ ทฮ่ี อื ฮากนั มาก บางทา่ นเลา่ วา่ มผี นู้ ำ� เทปไปอดั เสยี งทา่ น
เทศนก์ ็ไมม่ ีเสยี งทา่ น ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด

148

เรอ่ื งหทู พิ ย์ ตาทพิ ย์ ของหลวงปู่

เรอ่ื งนเี้ ขยี นเลา่ โดย “คมสนั ต.์ .สกลนคร” เกย่ี วกบั การมหี ทู พิ ย์ ตาทพิ ย์ ขององค์
หลวงปู่พรหม จริ ปญุ ฺโ ภายใต้ชอื่ เรื่องว่า “หลวงปู่รูท้ ุกอยา่ ง” มีรายละเอยี ดดงั นี้

หลวงตายงยทุ ธ วัดถำ้� ภูผาธรรม (ภโู กะ๊ ) บา้ นคำ� ผกั กดู ตำ� บลกกตมู อ�ำเภอ
ดงหลวง จงั หวดั มกุ ดาหาร ไดเ้ ลา่ ใหผ้ ม (คณุ คมสนั ต)์ ฟงั เมอ่ื เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๔๙
ครั้งทไ่ี ปกราบทา่ นทีว่ ัดป่าภูโก๊ะ เรยี กชื่อทา่ นวา่ “หลวงตายง” หรือชาวบ้านดงเยน็
จะเรยี กท่านวา่ “หลวงตาโย” ท่านไดเ้ ล่าว่าเคยอย่จู �ำพรรษากับหลวงปพู่ รหม ๘ ปี
ทบี่ า้ นดงเย็น จึงไดเ้ ปน็ ท่รี จู้ ักของชาวบา้ นดงเย็นในยคุ นน้ั เป็นอยา่ งดี

“...วนั หนงึ่ หลวงป่ผู าง (ปริปุณฺโณ) หลวงตายง สามเณร และกลมุ่ ชาวบา้ น
จำ� นวนหนงึ่ มาชว่ ยกนั ทำ� รวั้ วดั (ลอ้ มรว้ั วดั ) หลงั จากทไ่ี ดช้ ว่ ยกนั ทำ� ไปพกั หนงึ่ กเ็ ลย
มานง่ั พกั คยุ กนั เบาๆ หลวงปผู่ างไดพ้ จิ ารณาดรู วั้ ทห่ี ลวงปพู่ รหมสงั่ ใหท้ ำ� จงึ พดู ขนึ้ เบาๆ
เชงิ ตำ� หนวิ า่ “โอย๊ ทำ� รว้ั ไมร่ วู้ า่ ทำ� อยา่ งไรเนา๊ ะ ถา้ ทำ� ดๆี หนอ่ ย กจ็ ะดนี ะ” พดู จบ กไ็ มไ่ ด้
คดิ อะไร ช่วยกันทำ� งานต่อไปจนเสรจ็

ตอนน้ันหลวงปู่พรหมท่านจะเข้าพักในกุฏิเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนท่านจะ
เดนิ จงกรมทงั้ คนื จะเปน็ อยา่ งนต้ี ลอด พอถงึ ตอนคำ�่ เวลาประมาณทมุ่ กวา่ ๆ เปน็ ชว่ ง
เวลาฉนั นำ�้ รอ้ นนำ�้ ชา เมอ่ื ฉนั นำ้� รอ้ นไดส้ กั พกั หลวงปพู่ รหมพดู ขนึ้ วา่ “หาวา่ ...ใครกอ็ ยาก
จะทำ� ใหด้ ี แต่มันไมม่ เี งิน”

149

ทกุ คนเงยี บ หลวงปูผ่ างนิ่งเงียบ ไดแ้ ต่มองหนา้ กนั กบั หลวงตายง หลังจากนน้ั
ไมม่ ใี ครกลา้ พูดอะไรอกี เลย ไมว่ า่ จะตอ่ หน้าหรอื ลับหลัง ได้ระมดั ระวังทุกยา่ งก้าว
เพราะนับแต่วันน้ันก็รู้แล้วว่าหลวงปู่พรหมท่านได้ส�ำรวจวาระจิตของลูกศิษย์ทุกคน
ตลอดเวลา จะประมาทไมไ่ ดเ้ ลย

ช่วงที่ได้จ�ำพรรษากับหลวงปพู่ รหม รสู้ ึกอบอ่นุ ใจมาก ท�ำกิจอันใดก็ราบร่ืน
ไปหมด เป็นเพราะบารมขี องครูบาอาจารย์แทๆ้ อาตมาจึงเคารพท่านมากจนทกุ วันน้ี
กย็ งั ไมล่ มื ถา้ ไมใ่ ชเ่ พราะหลวงปพู่ รหม ปา่ นนอี้ าตมากค็ งจะไมไ่ ดอ้ ยจู่ นถงึ ทกุ วนั น.้ี ..”

หลวงตายงพดู พลางหัวเราะพลาง ในมอื ถือรปู หลอ่ หลวงปู่พรหม ขนาด ๓ นวิ้
ทพี่ ระรงั สรรค์นำ� ไปฝากในวนั นนั้ ทา่ นใชม้ ือลบู อยา่ งทะนถุ นอมด้วยความเคารพตอ่
หลวงปพู่ รหมอยา่ งทส่ี ดุ ทา่ นดใี จมาก ผม (คณุ คมสนั ต)์ จงึ ไดน้ ำ� รปู หลอ่ หลวงปผู่ าง
ขนาด ๓ นวิ้ ไปถวายเชน่ กนั หลาวงตายงทา่ นยม้ิ ใหญเ่ ลย ดหู ลวงตายงมคี วามสขุ มาก
ทไ่ี ดเ้ ลา่ เรื่องเกา่ ความหลงั

ทา่ นบอกวา่ “หลวงปพู่ รหมทา่ นมสี ่งิ ดีๆ อะไรหลายอย่างมาก ท่านไม่ธรรมดา
ทา่ นเปน็ คนพดู จรงิ ทำ� จริง เดด็ เดี่ยว เดด็ ขาด ลองไดพ้ ดู อะไรลงไปไม่มใี ครกล้าขัด
เพราะทุกอย่างที่ท่านจะพูดออกมา ท่านพิจารณาดีแล้วจึงพูดออกมา หลวงปู่ท่าน
ไม่ธรรมดาจริงๆ อยูด่ ้วยกนั ๘ ปี เห็นอะไรหลายๆ อยา่ งมาก ท้ังธรรมะก็เดด็ ขาด
กนิ ใจ สน้ั แตก่ นิ ใจไดค้ วามเลย ซงึ่ หาฟงั ไดย้ ากมาก ทา่ นเปน็ คนไมพ่ ดู มาก พดู นอ้ ยๆ
แต่พระเณรกลวั มาก” หลวงตายงเล่าไปย้มิ ไป

150

เรอ่ื งวาจาสิทธิข์ องหลวงปู่

เรอ่ื งนมี้ เี ขยี นไวใ้ นหนงั สอื “ตามรอยพระอาจารยพ์ รหม จริ ปญุ โฺ  พระอรหนั ต์
แห่งบ้านดงเย็น” ซึ่งเล่าถึงค�ำสั่งห้ามของหลวงปู่ท่ีไม่ให้เปิดเพลงหรือหมอล�ำ
ในบริเวณวัด อนั เปน็ การไมส่ มควร แล้วมกี ารฝ่าฝืนและปรากฏเหตุการณ์ดงั นี้

ในงานทำ� บุญประจำ� ปที ว่ี ดั ประสิทธธิ รรมครัง้ หนง่ึ พระอาจารย์ค�ำมี (พระคร-ู
ศรภี มู านรุ กั ษ)์ ไดข้ ออนญุ าตหลวงปพู่ รหมใหม้ กี ารใชเ้ ครอื่ งขยายเสยี งในวดั หลวงปู่
กอ็ นุญาต แตบ่ อกวา่ “หา้ มมีการรอ้ งรำ� ทำ� เพลงหรอื หมอลำ� โดยเด็ดขาด” ให้ใชเ้ พ่ือ
ประชาสมั พนั ธ์งานวดั เท่านน้ั

นายเป้ เปน็ เจา้ ของเครอื่ งขยายเสยี งมาตดิ ตงั้ ไดค้ วบคมุ การใชเ้ ครอ่ื งขยายเสยี ง
ดว้ ยตนเอง ใชท้ �ำการประชาสัมพนั ธง์ านตามคำ� ส่ังของหลวงปู่โดยเคร่งครัด การใช้
เครอ่ื งกเ็ ปน็ ไปดว้ ยดี ไมม่ ปี ญั หาขดั ขอ้ งประการใด ปญั หามาเกดิ ตอนหยดุ พกั เทย่ี งวนั
นายเป้ไปพักรับประทานอาหาร ให้ลูกน้องเป็นผู้ควบคุมเครื่องเสียงแทน ลูกน้อง
คงไม่ทราบ ก็เลยเปดิ หมอล�ำเพือ่ ความบันเทิงในงาน เรอื่ งบอกวา่ “พอเสียงออกไป
ซึ่งเป็นการเรมิ่ ตน้ ของกลอนล�ำ เครื่องขยายเสยี งนน้ั ก็เกดิ ไฟไหม้ ไมส่ ามารถใชก้ าร
ได้อีกตอ่ ไป”

จากเหตุการณใ์ นคร้งั นนั้ นายเปไ้ ดต้ ัดสนิ ใจบวช จนมรณภาพในผา้ เหลอื ง

151

มจี ิตท่ีอัศจรรย์

ที่วัดบ้านดงเย็นสมัยเม่ือหลวงปู่พรหมท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็มักจะมีบรรดา
ทา่ นสาธชุ นเดนิ ทางไปกราบนมสั การทา่ นอยเู่ สมอๆ แมห้ นทางในสมยั นนั้ การคมนาคม
ไมส่ ะดวกอยา่ งเชน่ ปจั จบุ นั น้ี เขา้ ไปพบเพอื่ นมสั การทา่ นมใิ ชข่ องงา่ ย ทางกไ็ มด่ ี อกี ทงั้
ยังเป็นปา่ ไม้อันหนาแน่น ถึงกระนั้นทกุ คนก็ได้พยายามจนไปถึงที่ท่านจำ� พรรษาอยู่
อย่างนา่ สรรเสริญยิง่

จติ ทปี่ กตแิ ลว้ ของหลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โฺ  ยอ่ มเปน็ จติ ทอี่ ศั จรรย์ คอื มคี วามรู้
ความเหน็ อนั ผิดไปจากมนุษย์ธรรมดาๆ จะรูเ้ หน็ หรือเข้าใจเมือ่ คณะญาติโยมคนใด
กต็ ามมาถงึ วดั ทท่ี า่ นอยจู่ ำ� พรรษาอยนู่ น้ั ทา่ นจะรวู้ าระจติ ของทกุ ๆ คนทม่ี า ทา่ นสามารถ
ทายใจของทุกคนได้ถูกต้องและแม่นย�ำ อย่างเช่น มีบุคคลที่ไปท�ำบุญกับท่าน
แต่มีสิ่งหวังต้ังใจมา ท่านกจ็ ะพูดเตือนสติทันทเี มอื่ พบหนา้ กนั ดังน้ี “การท่จี ะท�ำบุญ
ทำ� ทานนน้ั ตอ้ งมีใจตง้ั มน่ั และให้เกิดศรัทธาในบุญกศุ ลทานเสียกอ่ น ถา้ ไม่ศรทั ธา
ใจไมต่ งั้ มั่นแลว้ อยา่ ทำ� จะไม่มอี ะไรดขี ้ึนเลย”

บางคราวจะมญี าตโิ ยมชายหญงิ ทเี่ ดนิ ทางไปถงึ กเ็ ทยี่ วเดนิ ชมวดั และบรเิ วณตา่ งๆ
แล้วพูดคุยกันในลักษณะประจบท�ำบุญเอาหน้าเอาตากันว่า ฉันจะต้องมาสร้างโน่น
สรา้ งน่ี จะทำ� อยา่ งนนั้ อยา่ งน้ี แตจ่ ติ ใจนนั้ มเี จตนาหวงั ผลหรอื ตง้ั ตวั เองใหเ้ ปน็ ผทู้ สี่ นทิ
ชดิ เชือ้ กบั ตวั ทา่ น มีบุญมีคณุ ต่อทา่ นแลว้ ท่านมักจะเตอื นว่า “ถา้ ไม่ศรัทธา มเี จตนา
เปน็ อ่นื กไ็ มค่ วรจะทำ� ”

152

แตถ่ า้ มญี าตโิ ยมคนใดเขา้ ไปนมสั การและมเี จตนาดี มองเหน็ คณุ เหน็ ประโยชน์
ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ โดยสว่ นรวมแลว้ แมย้ งั ไมไ่ ดบ้ อกกลา่ วแกผ่ ใู้ ดเลย หลวงปพู่ รหมกส็ ามารถ
รดู้ ว้ ยจติ ภายใน ทา่ นจะอนโุ มทนาและกลา่ วขน้ึ พอเปน็ การรบั รดู้ งั นี้ วา่ “ทา่ นมเี จตนาดี
กท็ ำ� ไปเถดิ เพราะส่ิงนนั้ เปน็ บญุ เป็นกศุ ล”

หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโ ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติธรรมท่ีควรแก่การเคารพบูชา
แม้ครูบาอาจารย์ในสมัยปัจจุบันก็ยังกล่าวถึงท่านด้วยกิตติคุณอันงดงามอยู่เสมอ
สมัยหลวงปู่พรหมท่านกลับมาถึงบ้านดงเย็น ท่านได้สร้างความอัศจรรย์แก่พวกเรา
ใหไ้ ดเ้ หน็ มากมาย เมอ่ื ทา่ นมาอยไู่ ดไ้ มน่ านกม็ ชี าวบา้ นบวชพระตามทา่ นไปหลายองค์
พวกชาวบา้ นก็เข้าวดั เข้าวาดอี กดีใจทมี่ ีวดั ปฏบิ ัติเปน็ ของตนเอง

153

ญาณรูพ้ ิเศษของหลวงปู่

มเี หตกุ ารณห์ ลายครง้ั หลายหนที่ปรากฏแก่บรรดาศิษย์ที่แสดงใหเ้ ห็นประจักษ์
ซงึ่ ญาณรเู้ หน็ เหตกุ ารณต์ า่ งๆ ทเี่ ปน็ ความสามารถเหนอื คนธรรมดาของหลวงปพู่ รหม
จิรปุญฺโ ดังปรากฏในตวั อยา่ งต่อไปน้ี

เรอื่ งทห่ี นง่ึ คณุ ครชู าย-คณุ ครคู ำ� ฟอง วงษป์ ระทมุ เลา่ วา่ หลวงปจู่ ะรเู้ หตกุ ารณ์
ลว่ งหน้าเสมอๆ เชน่ ถา้ มีคนมาจังหันจากทไ่ี กลๆ แลว้ ยงั มาไม่ถึง หลวงปจู่ ะนัง่ รอ
พรอ้ มกบั เคย้ี วหมากไป คนวดั กจ็ ะรทู้ นั ทวี า่ “วนั นจี้ ะตอ้ งมศี รทั ธามาจากทางไกลจะมา
จังหันหลวงปู่ ท่านจึงรอจนกระทั่งศรัทธาน้ันมาได้ทันจังหันพอดี” คุณครูชายและ
คณุ ครูคำ� ฟองเองก็เคยเจอเหตุการณ์เช่นน้ีบอ่ ยคร้งั

เรื่องที่สอง ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ หลวงปู่พรหมได้ปรารภกับศิษย์ผู้หน่ึงว่า
“หนา้ นำ้� หลากปนี ี้ จะมคี นตาย ๒ คน ในบรเิ วณบา้ นเรา” ซง่ึ ตอ่ มากเ็ ปน็ ความจรงิ ทกุ อยา่ ง
สามภี รรยาคหู่ นงึ่ ในหมบู่ า้ นใกลเ้ คยี งประสบอบุ ตั เิ หตเุ รอื ลม่ จมนำ�้ ตายทงั้ คู่ ในบรเิ วณ
บ้านดงเย็น ตามค�ำทีห่ ลวงปพู่ ดู ไว้ทุกประการ

เรื่องท่สี าม นายลี สุรารักษ์ อดีตกำ� นนั ตำ� บลโนนสูง ได้วิดบ่อปลาของวดั
พบปลาช่อนตัวขนาดใหญ่ จึงได้สั่งให้ลูกน้องห่ันคอปลาช่อนตัวน้ัน แล้วเอาไปท�ำ
อาหารกินกันโดยไม่มีใครอน่ื ร้เู ห็น นอกจากผ้ทู ีว่ ดิ บ่อในที่นนั้

154

รงุ่ เชา้ นายลไี ดไ้ ปพบหลวงปพู่ รหมเพอ่ื รายงานผลการทำ� งานในวดั พอพบ หลวงปู่
กก็ ลา่ วตำ� หนทิ นั ทวี า่ “เรอื่ งปลาเมอื่ วานนี้ ไมค่ วรทำ� อยา่ งนนั้ มนั เปน็ บาป ไมด่ ี บาปนน้ั
ท�ำแล้วหาอะไรมาล้างออกไม่ได้ดอก” ก�ำนันลีถึงกับตกใจหน้าถอดสีทันที เพราะ
นกึ ไม่ถงึ ว่าหลวงปทู่ า่ นจะรู้

เร่ืองท่ีส่ี ได้มีข้าราชการผู้ใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี ผ่านมาทางอ�ำเภอบ้านดุง
แล้วแวะไปนมัสการหลวงปู่ที่วัด หลวงปู่ก็วิสาสะด้วยเล็กน้อยและกล่าวเตือนว่า
“อะไรๆ ทา่ นกด็ หี มด ไมว่ ่าจะหนา้ ทก่ี ารงานอะไรกต็ าม เสยี เรอ่ื งผูห้ ญิง ถ้าเลิกได้
กจ็ ะพน้ ภยั ” พอทา่ นกลา่ วแลว้ ทา่ นกล็ กุ ขน้ึ ไปเดนิ จงกรม ไมย่ นิ ดยี นิ รา้ ยกบั ขา้ ราชการ
ผใู้ หญ่ทา่ นนั้นอีก ต่อมาอีกประมาณ ๒ สปั ดาห์ ขา้ ราชการทา่ นน้ันถูกภรรยายิงตาย
ด้วยเร่อื งชู้สาว

155

รกั ษาโรคโดยใหถ้ อื สัจจะ

คณุ ครชู าย วงษป์ ระชมุ มารจู้ กั กบั หลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โฺ  ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๕
คณุ ครชู ายไดม้ าเปน็ ครสู อนทโ่ี รงเรยี นบา้ นหนามแทง่ และมาแตง่ งานกบั คณุ ครคู ำ� ฟอง
วงษ์ประชมุ (กองแกว้ ) แล้วต้ังหลกั ปักฐานอยทู่ บ่ี า้ นถ่อน ต.โพนสงู อ.สว่างแดนดนิ
จ.สกลนคร หลวงปพู่ รหมไดม้ าพกั ทวี่ ดั ศรโี พนสงู (วดั ทงุ่ ) บา้ นถอ่ น คณุ ครชู ายไดม้ า
รจู้ กั กบั หลวงปู่ โดยมนี ายแกว้ กองแกว้ ซง่ึ เปน็ พช่ี ายของคณุ ครคู ำ� ฟอง ซงึ่ ไดท้ ำ� หนา้ ท่ี
เปน็ มคั ทายกวดั ศรโี พนสงู ไปกราบไหวป้ ฏบิ ตั หิ ลวงปู่ ฝากตวั เปน็ ลกู ศษิ ยต์ ามประเพณี
ชาวบา้ น

สงั คมของคณุ ครชู าย เปน็ ขา้ ราชการครู มเี พอ่ื นทเี่ ปน็ หวั หนา้ สว่ นราชการในอำ� เภอ
สว่างแดนดิน มกี ารพบปะสังสรรค์เยีย่ มเยยี นกนั บอ่ ยๆ แตล่ ะคร้ังทมี่ ีการพบปะกัน
กจ็ ะมกี ารดมื่ สรุ ากนั แทบทกุ ครงั้ ครชู ายเมอ่ื ดมื่ สรุ า กจ็ ะมอี าการปวดทอ้ งมาโดยตลอด
ทุกครั้ง พอปวดท้องทไี ร กไ็ ปหาหมอเพื่อรักษาอย่ตู ลอด ซง่ึ หมอก็รกั ษาตามอาการ
แต่ไมห่ ายขาด ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๘ หลวงปู่ลี €ิตธมโฺ ม วัดเหวลึก ได้เป็นห่วง
สขุ ภาพของคุณครชู าย จึงบอกกบั คณุ ครคู ำ� ฟองภรรยาว่า ให้คณุ ครชู ายเลิกดื่มสรุ า
แล้วให้นมิ นตห์ ลวงปู่พรหมมาสวดบงั สกุ ุลเปน็ -บงั สกุ ลุ ตาย โดยมาท�ำบุญที่บา้ น

ปกติหลวงปู่พรหมจะไม่รับนิมนต์ไปฉันอาหารที่บ้านใคร แต่ท่านก็เมตตารับ
นมิ นตม์ าทำ� บญุ ทบี่ า้ นคณุ ครชู าย ซงึ่ ในวนั ทำ� บญุ กไ็ ดน้ มิ นตพ์ ระมา ๙ รปู แตท่ คี่ ณุ ครชู าย
จำ� ได้มี ๔ รูป คือ

156

๑. หลวงปู่พรหม จิรปญุ ฺโ เปน็ ประธาน
๒. หลวงปู่ลี €ติ ธมโฺ ม วัดเหวลกึ
๓. หลวงป่สู ภุ าพ ธมมฺ ปญโฺ  วดั ทงุ่ สว่าง
๔. พระอาจารยจ์ นั ดี เขมปญโฺ  วดั ศรสี ะอาด บา้ นคำ� สะอาด จงั หวดั สกลนคร
การทำ� บญุ วนั นนั้ มกี ารสวดเจรญิ พระพทุ ธมนตต์ ามพธิ ี แลว้ กส็ วดบงั สกุ ลุ เปน็
บงั สกุ ลุ ตาย ใหก้ บั คณุ ครชู าย และหลวงปไู่ ดท้ ำ� นำ�้ พระพทุ ธมนตใ์ หค้ รชู ายดม่ื แลว้ ให้
สัจจะวา่ จะไมด่ มื่ สุราอกี
ต้ังแต่นน้ั มา คุณครูกถ็ อื สจั จะไมด่ ืม่ สรุ าอีกเลย และอาการปวดท้องก็หายเปน็
ปลดิ ท้งิ ตัง้ แต่นนั้

157

ธรรมค�ำสอนของหลวงปู่

สรุปความในธรรมะของหลวงปู่พรหม จริ ปุญโฺ  ได้ดังนี้ คือ

“เราทงั้ หลายเกดิ มาเปน็ มนษุ ยใ์ นชาตหิ นง่ึ และมนษุ ยน์ เี่ องทสี่ ามารถยงั ประโยชน์
ก็ไดเ้ ป็นคุณเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ตลอดถึงวงศาคณาญาติ กว้างไปไกลถึงสงั คม
ชมุ ชนนอ้ ยใหญ่ ใหม้ แี ตค่ วามเจรญิ สขุ สถาพร ยงิ่ ไดส้ รา้ งประโยชนใ์ หแ้ กส่ งั คมพลเมอื ง
ดว้ ยแล้ว ย่อมน�ำความเจรญิ รงุ่ เรืองมาส่ปู ระเทศชาติ บ้านเมืองตา่ งกม็ คี วามสุขทุก
เรอื นชาน เพราะมนษุ ย์นแ้ี หละกระทำ� ขึ้นให้เกดิ คณุ เกดิ ประโยชนท์ ัง้ สน้ิ ”

“การทำ� ความชวั่ ถา้ มนษุ ยพ์ งึ ปรารถนาใชส้ ตแิ ละปญั ญาเทยี่ วสรา้ งสรรคแ์ ตค่ วาม
ช่วั รา้ ยปา่ เถอื่ น อนั ประกอบตนเองลดฐานะของจติ ใจให้ตกอยกู่ ับฝ่ายช่ัวร้าย กม็ แี ต่
เทย่ี วเบยี ดเบยี นบน่ั ทอนผอู้ นื่ ใหไ้ ดค้ วามทกุ ขเ์ ดอื ดรอ้ น ออกเกะกะระรานเทย่ี วฆา่ ปลน้
ชงิ ทรพั ย์ ทำ� ลายลา้ งใหต้ นเองและวงศาคณาญาตลิ กุ ลามไปในชมุ ชนนอ้ ยใหญ่ กจ็ ะมแี ต่
กอ่ เวรภยั หาความสขุ มไิ ด้ ยงิ่ มนษุ ยน์ ำ� สตปิ ญั ญาทมี่ วั เมาไปดว้ ยความชวั่ และสงิ่ เลวรา้ ย
มนี ายคอื จอมกเิ ลสคอยบงการ กเ็ อาสตปิ ญั ญานน้ั แหละเทยี่ วคน้ คดิ สรา้ งอาวธุ ยทุ ธนา
แล้วน�ำมารบราฆ่าฟันกันตาย ท�ำลายชีวิตและสมบัติซึ่งกันและกัน ท�ำลายล้างแม้
ประเทศชาตบิ า้ นเมอื งใหฉ้ บิ หายลม่ จม ลา้ งผลาญแมก้ ระทง่ั สมณะเณรชใี หไ้ ดร้ บั ความ
เดอื ดรอ้ นอยา่ งทเี่ ราทา่ นทัง้ หลายมองเหน็ อยใู่ นปจั จบุ ัน

158

เมื่อยังไมต่ ายหายจากวบิ ากของความชวั่ เลวร้ายนนั้ ก็คอยไลล่ ้างผลาญตนเอง
ให้เที่ยวหนีซุกซ่อนเหมือนสัตว์ที่ถูกน้�ำร้อน เลยหาความสุขมิได้ เป็นนรกบนดิน
ดว้ ยเหตฉุ ะน้ี”

เพราะฉะนน้ั ธรรมะทีห่ ลวงปู่พรหม จริ ปุญโฺ  ทา่ นได้เมตตาประทานให้แก่
พวกเราทั้งหลาย กเ็ พื่อสอนสงั่ ใหพ้ วกเราจงทำ� แตค่ วามดมี ีคุณประโยชน์ จงอยา่ ทำ�
ความชั่ว เพราะรังแต่จะเกิดโทษอันอเนกอนันต์ ท่านให้เรามีสติปัญญาพิจารณา
ตรึกตรอง ให้มีทาน มีศลี มีภาวนา กจ็ ะบงั เกดิ ปญั ญาธรรมอันลำ�้ ค่ามหาศาลน่ันเอง

159

ความสูญเสียของบรรดาศษิ ย์

วนั ท่ี ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ เคา้ แหง่ ปรศิ นาธรรมความเปน็ จรงิ ไดป้ รากฏชดั
ภายในจิตใจของหลวงปพู่ รหม จิรปุญโฺ  เสยี แลว้

ชาวบ้านดงเย็น อ�ำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จะมีใครคนไหนรู้ได้บ้างว่า
ขณะนตี้ น้ ไทรทเี่ คยใหค้ วามสงบสขุ รน่ื รมยแ์ กพ่ วกเขาทงั้ หลาย กำ� ลงั จะถกู พายอุ นั เกดิ
จากอำ� นาจพระไตรลกั ษณ์ คอื อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา มาโคน่ มาถอนออกไปเสยี จาก
จติ ใจของพวกเขา ก็เพราะความไมเ่ ที่ยงไม่แนน่ อน อยไู่ ปก็มคี วามไมเ่ ท่ยี ง เป็นทกุ ข์
แทจ้ รงิ ก็เป็นธาตุเฉยๆ ไมใ่ ชต่ วั ตนบุคคลเราเขา

หลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โฺ  จงึ สามารถกำ� หนดรชู้ ดั ดว้ ยจติ ใจอนั เปน็ หนง่ึ ของทา่ น
โดยไดป้ ลงสงั ขาร กลา่ วอำ� ลาชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ไมข่ อกลบั มาพบเหน็ คลกุ เคลา้ กนั
อกี ตอ่ ไป ทา่ นได้แสดงธรรมปฏิบตั อิ นั เป็นอุบายธรรม

“ใหท้ กุ คนไดพ้ จิ ารณานอ้ มถงึ ความตายอยเู่ สมอๆ จงอยา่ ไดป้ ระมาท การปฏบิ ตั ติ น
ให้เกิดสติปัญญาโดยเป็นเครื่องมือพิจารณาให้เห็นแก่นแท้ของธรรมะท่ีพระพุทธเจ้า
ตรสั สอนโลก พรอ้ มท้งั ไดช้ ี้แนะอยใู่ นตัว คอื พระพุทธองคท์ รงตรสั สอนโลก ทรงให้
วนิ จิ ฉยั ดว้ ยสตปิ ญั ญา มองดอู าการเคลอ่ื นไหวอาการของกเิ ลสทางใจมอี าการเปน็ ไป
ทางใดบ้างในวันหนึง่ ๆ”

160

วนั ทห่ี ลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โฺ  ทา่ นจะมรณภาพ (๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๒)
ท่านไดเ้ ข้าห้องนำ้� ต้ังแตเ่ ชา้ ทา่ นปิดประตูใสก่ ลอนเงยี บอยู่ จนถึงเวลาทจ่ี ะต้องออก
บณิ ฑบาต ผทู้ เี่ ฝา้ รออยหู่ นา้ หอ้ งนำ้� กน็ ง่ั รอเฉยๆ ครนั้ จะบมุ่ บา่ มเขา้ ไปกไ็ มก่ ลา้ นง่ั รอ
อยจู่ นกระทงั่ หอ้ งนำ้� เปดิ หลวงปทู่ า่ นโซเซออกมา กอ่ นพน้ ประตทู า่ นเซลม้ ลงไป พระผู้
อยใู่ กล้ว่ิงเข้าไปรับแล้วประคองทา่ นเข้ามานอนในหอ้ ง

วนั นน้ั พระเณรแทบไมไ่ ดอ้ อกบณิ ฑบาตกนั เลย ตา่ งกม็ หี นา้ ทข่ี องตนคอยรบั ใช้
ครูบาอาจารยอ์ ยา่ งใกล้ชดิ หลวงปู่นอนหลบั ตาอยนู่ ิ่งๆ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ร่างกายรู้สกึ
ออ่ นเพลีย ชีพจรของท่านเตน้ เบามาก คล�ำดรู สู้ ึกแทบจะไมเ่ ต้น เพราะลูกศษิ ย์คอย
ตรวจเชค็ ชพี จรของทา่ นอยตู่ ลอดเวลา กาลเวลาคอ่ ยๆ ผา่ นไปๆ แตล่ ะวนิ าทดี เู หมอื นวา่
โลกจะหยดุ นงิ่ คนทอ่ี ยใู่ กลๆ้ ทา่ น ตา่ งกเ็ พง่ มามองดอู าการดว้ ยความเปน็ หว่ ง ตา่ งคน
ต่างแทบไมห่ ายใจเพราะความรูส้ ึกเปน็ อย่างนน้ั จริงๆ

ดูคล้ายกับว่าหลวงปู่ได้รวบรวมพลังจิตเป็นครั้งสุดท้ายลืมตาข้ึนมามองดู
ลกู ศษิ ยท์ ง้ั หลายทหี่ อ้ มลอ้ มทา่ นอยู่ มที ง้ั พระ สามเณร อบุ าสก อบุ าสกิ าทกุ คน คลา้ ยกบั
จะบอกลา แลว้ ทา่ นกย็ กมอื ขน้ึ ประนมเหนอื อกเพอ่ื บชู าพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
จากนนั้ หลวงปกู่ ค็ อ่ ยๆ ปดิ ตาแลว้ สงบนงิ่ ชพี จรของทา่ นหยดุ เตน้ มอื ทยี่ กขน้ึ ประนม
ตกลงขา้ งกาย หลวงปู่ไดป้ ล่อยวางสังขารด้วยอาการอนั สงบ

บดั น้ี หลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โฺ  พระอรหนั ตแ์ หง่ บา้ นดงเยน็ ไดจ้ ากบรรดาลกู ศษิ ย์
ลกู หาทกุ คนไปดว้ ยอาการสงบระงบั จติ เขา้ สแู่ ดนเกษม เมอ่ื เวลา ๑๗.๓๐ น. ของวนั ที่
๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.​๒๕๑๒ ด้วยโรคชรา สิรอิ ายุได้ ๘๑ ปี พรรษา ๔๓

161

ปฏปิ ทาหลวงป่พู รหม จิรปุญโฺ 

เรอื่ งนเี้ ปน็ คำ� บอกเลา่ ของหลวงพอ่ คำ� บอ่ €ติ ปญโฺ  วดั ใหมบ่ า้ นตาล ตำ� บลโคกสี
อำ� เภอสวา่ งแดนดนิ จงั หวดั สกลนคร หลวงพอ่ คำ� บอ่ €ติ ปญโฺ  ไดป้ ฏบิ ตั หิ ลวงปพู่ รหม
ในพรรษาแรกคอื ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ทา่ นเล่าว่า

“ได้พจิ ารณาปฏิปทาของหลวงปูพ่ รหม ทา่ นเป็นพระที่พูดนอ้ ยมาก แตท่ �ำมาก
เป็นผู้น�ำในการกระท�ำมากที่สุด การแนะน�ำส่ังสอนจะน้อย การกระท�ำจะมาก
ท่านหลวงปู่มุ่งหวังตั้งใจเพื่อความพ้นทุกข์จริงๆ ซ่ึงจะหาใครเสมอเหมือนท่านได้
ยากมาก

วันที่หลวงปู่พรหมจะมรณภาพ ท่านอาจารย์สอน (พระอุปัฏฐากหลวงปู่)
ไดเ้ ดนิ ทางมาจากเมอื งเลย มาพกั ทว่ี ดั ตาลนมิ ติ ตอนนน้ั หลวงพอ่ คำ� บอ่ ไดพ้ จิ ารณาวา่
เหน็ หลวงปสู่ ดชนื่ แจม่ ใส คงจะอยเู่ ปน็ รม่ โพธริ์ ม่ ไทรแกล่ กู หลานไปอกี นาน วนั นน้ั ไดม้ ี
โยมจากบา้ นดงเย็นมาตามทา่ นอาจารย์สอน บอกว่าหลวงปพู่ รหมป่วยหนกั พอบ่าย
๔ โมงเยน็ หลวงพอ่ คำ� บอ่ กไ็ ปดงเยน็ ขา้ มแมน่ ำ�้ เกดิ อาการขนลกุ ซู่ หลวงพอ่ คดิ ในใจวา่
“จะเกดิ อะไรขนึ้ หนอ” พอไปถงึ บา้ นดอนเชยี งยนื ครทู ด่ี งเยน็ ขมี่ อเตอรไ์ ซคม์ าบอกวา่
“หลวงปลู่ ะสงั ขารแลว้ ”

162

หลวงปพู่ รหม ปกตทิ า่ นจะไมเ่ ทศนม์ าก ทา่ นจะทำ� มากกวา่ บางทที า่ นจะพดู สน้ั ๆ วา่
“ใหพ้ ากนั ทำ� ความดนี ะ” หลวงปจู่ ะเดนิ จงกรมมาก เวลาหลบั นอนของทา่ นจะมนี อ้ ยมาก

หลวงปู่พรหมมีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้นมาก ผู้คนเล่าลือกันว่าหลวงปู่ท่านมี
อภญิ ญาจติ สามารถลว่ งรเู้ หตกุ ารณแ์ ละรใู้ จผอู้ นื่ ได้ จนหลวงปมู่ นั่ บอกกบั พระเณรวา่
“ถา้ หลวงป่พู รหมมา พระเณรต้องระวงั ตัวนะ” หลวงปู่พรหมจะมคี วามรคู้ วามเหน็ ท่ี
พสิ ดารมาก

การเทศนใ์ หญ้ าตโิ ยมฟงั หลวงปจู่ ะเทศนเ์ รอื่ งการใหท้ าน การรกั ษาศลี เรอื่ งภาวนา
จะไมพ่ ดู มาก ในสมยั กอ่ นหลวงปจู่ ะบวชพระใหใ้ ครคอ่ นขา้ งยาก หลวงปบู่ อกวา่ ใหเ้ ปน็
นาคเสียก่อน นานๆ ถงึ ๔ ปี ตอ่ มาภายหลังหลวงปกู่ อ็ นุโลมให้บา้ ง

พ่อตาของครูหนูค�ำ ไชยรบ บ้านดงมะไฟ ได้อธิษฐานว่า “ถ้าหลวงปู่เป็น
พระอรหนั ตจ์ รงิ ขอให้อฐั กิ ลายเปน็ แกว้ ภายใน ๗ วนั ” ปรากฏวา่ อัฐหิ ลวงปู่กลาย
เป็นแก้วจริงๆ อัฐิหลวงปู่ของบางคนก็ไม่แปรสภาพ บางคนก็แปรเป็นพระธาตุ
หลวงพอ่ คำ� บ่อบอกวา่ “มันเป็นอจินไตย”

หลวงปู่แหวนพูดถึงหลวงปพู่ รหมวา่ “เปน็ ผู้มีความเพียร ถา้ ทำ� อะไรไมม่ คี �ำวา่
ข้เี กียจข้ีคร้าน ขอ้ วตั รปฏบิ ัตขิ องหลวงปูก่ เ็ ป็นยอด”

ตอนทหี่ ลวงปใู่ กลม้ รณภาพ ทา่ นจะเกบ็ สงิ่ ของตา่ งๆ ของทา่ นไวเ้ รยี บรอ้ ย (เชน่
จอบ เสียม มดี ฯลฯ) วันทีท่ า่ นจะมรณภาพ ท่านก็ยงั พูดคุยกับญาตโิ ยมดีๆ อยู่
พอตกกลางคืน ทา่ นทอ้ งเสยี หลวงตาเป้ถามหลวงปวู่ า่ “หลวงปู่เจ็บทไี่ หน” หลวงปู่
ตอบวา่ “เจ็บหมดตวั ”

หลวงพ่อค�ำบ่อเล่าใหฟ้ ังว่า พอหลวงปมู่ รณภาพ หลวงพ่อได้จดั การอาบนำ�้ ศพ
วนั รงุ่ ขน้ึ กม็ กี ารรดนำ้� ศพดว้ ย หลวงพอ่ เลา่ วา่ ทา่ นเปน็ ผฉู้ ดี ยาฟอมาลนี ใหศ้ พหลวงปเู่ อง
เพ่อื กันศพเนา่ เป่อื ย แต่ศพหลวงปูพ่ รหมไมไ่ ดเ้ ผาทันที เพราะคณะศิษยต์ ้องการให้
สร้างเจดียบ์ รรจุอัฐิของทา่ นเสร็จเรยี บร้อยเสียก่อน

163

หลวงปู่พรหมท่านจะสอนด้วยการกระท�ำ ไม่ได้สอนด้วยค�ำพูด ท่านจะพูด
นอ้ ยมาก ท�ำมาก หลวงปูบ่ อกวา่ “สอนด้วยปากไมเ่ กิดศรัทธาท่มี ัน่ คง”

หลวงพ่อคำ� บอ่ ไดก้ ลา่ ววา่ “หลวงปู่พรหมท่านดที ุกอยา่ งแลว้ ยงั แต่พวกเราท่ี
ยังไม่ดี ยงั โลเล หลวงปูเ่ ปน็ ปชู นยี บุคคลควรแกก่ ารกราบไหว้บชู า จะหาพระอย่าง
หลวงปู่ยากมาก การักษาศีลของหลวงปู่ก็เอาจริงเอาจัง การให้ทานท่านก็เอาอย่าง
พระเวสสันดร ความเพยี รของหลวงปู่ก็เปน็ ยอด”

164

สาธุชนหลงั่ ไหลไปในงานศพของท่าน

ข่าวการมรณภาพของพระอรยิ เจา้ แหง่ บ้านดงเยน็ ได้แพรข่ ยายไปไกล ทุกคน
มแี ต่ความสลดเสียดายพระผู้ทรงคุณธรรมสงู เชน่ หลวงปู่ท่าน ทุกคนเมือ่ ได้รบั ทราบ
ขา่ วนี้ ตา่ งกไ็ ดร้ ำ� พงึ ถงึ พระคุณความดงี ามของท่าน เพราะท่านเคยอย่ใู ห้เป็นก�ำลงั ใจ
แกท่ กุ ๆ คน อกี ทง้ั ยงั ไดป้ ระสทิ ธธิ รรมะใหแ้ กศ่ ษิ ย์ พระ ฆราวาส ทงั้ ชาย หญงิ ทห่ี า
ประมาณมไิ ด้

บรรดาคณะศิษย์ชายหญิงที่เป็นฆราวาส อันประกอบด้วยชาวกรุงเทพฯ
ชาวเชยี งใหม่ และอกี หลายๆ จงั หวดั ต่างก็มงุ่ หน้าอุตสา่ หเ์ ดนิ ทางกันไป แม้จะทุกข์
ยากล�ำบากเพียงใด ใกล้ไกลแค่ไหน จะส้ินเปลืองอย่างไร ทุกคนดูเหมือนว่าไม่มี
ใครสนใจถงึ นอกจากขอให้ไดก้ ราบศพและคารวะเปน็ ครัง้ สุดทา้ ยด้วยหวั ใจมงุ่ หวัง
เคารพศรัทธา

บา้ นดงเยน็ ทว่ี า่ ไกลแสนไกล อกี ทง้ั กวา้ งใหญไ่ พศาล กก็ ลายเปน็ สถานทคี่ บั แคบ
เสยี แลว้ ในเวลานน้ั นอกจากน้ี นบั วา่ เปน็ โอกาสอนั ดขี องทกุ ๆ คน ทม่ี ารว่ มงานสำ� คญั
เพราะพระกรรมฐานในสายของหลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตโฺ ต ไดเ้ ดนิ ทางไปรว่ มงานจำ� นวนมาก

165

งานถวายเพลิงศพหลวงปู่

ในหนงั สอื “ตามรอยพระอาจารยพ์ รหม จริ ปญุ โฺ ญ พระอรหนั ตแ์ หง่ บา้ นดงเยน็ ”
ได้บันทกึ เหตกุ ารณใ์ นงานถวายเพลิงศพของหลวงปู่ ดงั นี้

เวลา ๒๒.๐๐ น. (ส่ีทุม่ ) ของวนั ท่ี ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ การถวายเพลงิ ศพ
ไดเ้ ริ่มขึ้น ณ เมรวุ ัดประสทิ ธิธรรม บา้ นดงเยน็ ต�ำบลดงเยน็ อำ� เภอบ้านดุง จังหวดั
อดุ รธานี พระภกิ ษุ สามเณร แมช่ ี ผา้ ขาว ประชาชนชายหญงิ บดั นด้ี วงจติ ทกุ ดวงตา่ งเพง่
ไปยงั สรรี ะทกี่ ำ� ลงั ถกู ไฟลกุ โชตชิ ว่ งคอยการไหมเ้ ปน็ เถา้ ถา่ นไปในทส่ี ดุ สงั ขารนี้ แมจ้ ะ
เปน็ เพยี งธาตุ แตห่ ลวงปพู่ รหมกไ็ ดอ้ าศยั สงั ขารนอ้ี อกบำ� เพญ็ ธรรมดว้ ยความกลา้ หาญ
เสียสละทุกส่ิงทุกอย่าง ไม่อาลัยเสียดายเลย ขณะน้ีท่านได้จากไปตามกฎของพระ
ไตรลกั ษณ์ ไม่มีใครจะเหน่ียวร้งั ตา้ นทานไวไ้ ดส้ กั รายเดยี ว

ภายหลังจากการถวายเพลิงศพท่านไปแล้วไม่นานนัก คณะกรรมการ
วดั ประสิทธิธรรม ไดน้ ำ� อัฐิของหลวงปูพ่ รหม จิรปญุ โฺ  สว่ นหนง่ึ น�ำมาบรรจุไว้ใน
เจดยี จ์ ริ ปญุ โญ ซง่ึ คณะศษิ ยไ์ ดร้ ว่ มกนั สรา้ งขน้ึ ถวายเปน็ อนสุ รณค์ ณุ งามความดี และ
แสดงความกตัญญกู ตเวทติ าคณุ เจดีย์จริ ปญุ โญ น้ี ยงั ได้ใชเ้ ปน็ ที่เก็บอฐั บริขารของ
ทา่ นอกี ดว้ ย อฐั บิ างสว่ นบรรดาลกู ศษิ ยล์ กู หาทง้ั หลายไดร้ บั แจกเพอ่ื นำ� ไปสกั การบชู า
ระลึกถงึ

166

อัฐทิ า่ นไดก้ ลายเป็นพระธาตใุ นเวลาอันสัน้

ท่านหลวงตาพระมหาบวั ฯ พดู ถึงพระธาตขุ องหลวงปู่พรหมว่า
“อฐั ทิ า่ นทไี่ ดท้ ำ� การแจกจา่ ยแกท่ า่ นทม่ี าในงานไปไวเ้ ปน็ ทร่ี ะลกึ สกั การบชู าในท่ี
ตา่ งๆ มมี ากตอ่ มาก จงึ ไมอ่ าจทราบไดว้ า่ ของทา่ นผใู้ ดไดแ้ ปรสภาพจากเดมิ หรอื หาไม่
ประการใดบา้ ง แตเ่ มอ่ื ไมน่ านมานี้ ไดม้ ที า่ นทไ่ี ดร้ บั แจกอฐั ทิ า่ นมาแลว้ อฐั นิ น้ั ไดก้ ลาย
เป็นพระธาตุ ๒ องค์ หลังจากนน้ั กไ็ ดท้ ราบทางหนังสอื พิมพ์ “ศรสี ปั ดาห”์ อกี ว่า
อัฐิท่านได้กลายเปน็ พระธาตแุ ลว้ กม็ ี ท่ียงั ไม่กลายกม็ ีซ่ึงอยผู่ อบอนั เดียวกัน
จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ความอศั จรรยใ์ นคณุ ธรรมของทา่ นวา่ ทา่ นเปน็ ผบู้ รรลถุ งึ แกน่ ธรรม
โดยสมบรู ณแ์ ลว้ ดงั วงปฏบิ ตั เิ คยพากนั คาดหมายทา่ นมาเปน็ เวลานาน แตท่ า่ นมไิ ดพ้ ดู
ออกหนา้ ออกตาเหมอื นทางโลกปฏบิ ตั กิ นั เพราะเปน็ เรอ่ื งของธรรม ซงึ่ ผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรม
จะพงึ สำ� รวมระวงั ใหอ้ ยใู่ นความพอดี ทา่ นไดพ้ บดวงธรรมอนั ประเสรฐิ สามารถกำ� ชยั
ชนะด้วยการบรรลุธรรมวิเศษ ปลดเปล้ืองภาระ หมดกิจหมดหน้าที่ไปแล้วโดย
สมบูรณ.์ ..ฯ

167

เรื่องพระธาตุของหลวงปู่พรหม

เร่ืองน้ีเป็นค�ำบอกเล่าของพระอาจารย์ประพันธ์ ธมฺมานนฺโท แห่งส�ำนักสงฆ์
ถ้�ำวังแคน อำ� เภอเมอื ง จงั หวัดสกลนคร มีดงั น้ี

หลงั จากประชมุ เพลงิ หลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โฺ  เมอื่ วนั ที่ ๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๑๔
เรียบร้อยแล้ว ก็มีข่าวคราวเกี่ยวกับอัฐิขององค์หลวงปู่แปรสภาพเป็นพระธาตุ
กับคนโนน้ บา้ งคนนบี้ า้ ง ในยุคนน้ั ครบู าอาจารย์ไดย้ กย่องหลวงปู่วา่ เป็นพระอรหันต์
องคห์ นง่ึ ในยคุ หลวงปมู่ น่ั ภรู ทิ ตั โต เพราะหลวงปเู่ ปน็ ลกู ศษิ ยย์ คุ ตน้ ๆ ของหลวงปมู่ นั่
ท่ีมีอุปนิสัยแก่กล้า เด็ดเดี่ยว พูดจริงท�ำจริง มีความเพียรสูงย่ิง จนหลวงปู่ม่ัน
ออกปากชมตอ่ หนา้ พระเถระวา่ “ท่านพรหมเปน็ ผมู้ ีสติ ทุกคนควรเอาอยา่ ง” แต่นน่ั
เป็นเพียงคำ� บอกกลา่ ว

ในเรอื่ งอฐั แิ ปรสภาพเปน็ พระธาตใุ นสมยั นน้ั แมแ้ ตจ่ ะหาดพู ระธาตขุ องหลวงปู่
นับวา่ ยากเต็มที ท่ีพอหาดไู ดใ้ นสมัยนั้นคือ ครสู วสั ดิ์ ชาตะระ ซ่ึงเปน็ ลกู หลานบ้าน
ดงเยน็ และครูชาย วงษป์ ระชมุ อำ� เภอสวา่ งแดนดนิ ผู้ซงึ่ ไดร้ ับอฐั ิและเถา้ องั คารใน
วนั ประชุมเพลงิ แลว้ แปรสภาพเปน็ พระธาตุ มสี ีทบั ทมิ สขี าว เปน็ ต้น แต่ในยคุ นนั้
คอื พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๘ ยงั เปน็ ยุคท่ีทรุ กันดารการเดินทางไปมาหาสูย่ งั ลำ� บากมาก

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ทา่ นพระอาจารยป์ ระพนั ธไ์ ดจ้ ำ� พรรษาอยทู่ วี่ ดั ประสทิ ธธิ รรม
ทา่ นอาจารยเ์ ปน็ ลกู หลานบา้ นดงเยน็ (ในสมยั ทที่ า่ นอาจารยไ์ ด้ ๑๐ ขวบ ทา่ นจำ� ไดว้ า่
ทา่ นยงั ทนั ไดใ้ สบ่ าตรหลวงปพู่ รหม) พอออกพรรษาปนี นั้ พระเจดยี จ์ ริ ปญุ โฺ ไดม้ รี อย

168

แตกรา้ วตง้ั แตส่ ว่ นของเจดยี ์ มนี ำ้� ซมึ หยดลงมาตลอด (ซงึ่ กเ็ ปน็ มานานกวา่ ๕-๖ ปแี ลว้ )
เปน็ ทลี่ ำ� บากแกผ่ ทู้ ม่ี าสกั การะหลวงปเู่ ปน็ อยา่ งยง่ิ จงึ เปน็ เหตใุ หม้ กี ารบรู ณะปฏสิ งั ขรณ์
องค์เจดยี ์จิรปุญฺโตัง้ แต่นน้ั เปน็ ตน้ มา

องคห์ ลวงปพู่ รหมไดพ้ าลกู ศษิ ยค์ ณะศรทั ธาขดุ หลมุ ลงฐาน เทคานเจดยี ์ ในปี
พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๒ พอกลางปี พ.ศ. ๒๕๑๒ หลวงปกู่ ็ละสังขาร ตอ่ มาหลวงปบู่ ญุ
ชนิ วโํ ส หลวงปลู่ ี €ติ ธมโฺ ม หลวงปวู่ นั อตุ ตฺ โม และหลวงปผู่ าง ปรปิ ณุ โฺ ณ ไดพ้ จิ ารณา
รว่ มกนั หาทนุ สรา้ งเจดยี ใ์ หแ้ ลว้ เสรจ็ ตอ่ ไป ซง่ึ ใชเ้ วลาการกอ่ สรา้ งเจดยี ป์ ระมาณ ๒ ปี
พอเจดยี เ์ สรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ กป็ ระชมุ เพลงิ หลวงปู่ พอประชมุ เพลงิ เสรจ็ กเ็ อาอฐั หิ ลวงปู่
บรรจุในเจดยี ์ต้งั แต่บดั นัน้ เป็นตน้ มา

ในเจดียม์ รี ปู เหมอื นโลหะหลวงปพู่ รหมเท่าองคจ์ รงิ และมีตู้ ๑ ใบ ส�ำหรับใส่
บริขารของหลวงปู่ เช่น ผ้าไตรจวี ร บาตร กลด ฯลฯ บรขิ ารของหลวงปู่มนี อ้ ยมาก
เพราะท่านเปน็ พระทม่ี ักน้อยสันโดษ ครองผา้ บงั สกุ ุลเป็นวตั ร บรขิ ารจึงมนี ้อยมาก
แมแ้ ตอ่ ฐั ขิ องหลวงปทู่ เี่ ลา่ ลอื กนั วา่ เปน็ พระธาตุ กไ็ มม่ ใี หช้ มภายในเจดยี ์ มแี ตค่ ำ� เลา่ ลอื
เท่านนั้ แต่กย็ งั หาดชู มไมค่ ่อยจะได้

ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ราวๆ กลางเดือนพฤศจกิ ายน พระอาจารยว์ ิสทุ ธิ์ สิรจิ นโฺ ท
(หรือพระอาจารย์ส�ำเนยี ง) เจ้าอาวาสวดั ประสทิ ธิธรรมองคป์ ัจจุบัน ได้มอบหมายให้
พระเณร โดยมีพระอาจารยป์ ระพนั ธ์ (เต้ยี ) ข้ึนไปบนเจดีย์ ตรงกลางเจดยี ์ด้านบน
มีซุ้มประตู พระเณรใช้เหล็กสกัดเจาะเจดีย์ทางด้านซุ้มทิศตะวันออกเพื่อดูว่าน้�ำที่
รวั่ ซมึ ลงมาในหอ้ งโถงมาจากทใ่ี ด พระเณรใชเ้ วลาเจาะอยู่ ๒-๓ วนั คอ่ ยทะลุ เพราะ
กำ� แพงเจดยี ม์ คี วามหนามาก พอเจาะเขา้ ไป กพ็ บกบั โกศทองเหลอื ง ๑ คู่ ซงึ่ เปน็ โกศ
ที่บรรจุอัฐิของหลวงปู่ จากนั้นก็อัญเชิญโกศทั้ง ๒ ใบน้ี ลงมาประดิษฐานที่โต๊ะ
หม่บู ชู า ณ ศาลากลางนำ้�

พอพระเณรเจาะทะลฝุ าและตดั เหลก็ ไดแ้ ลว้ กพ็ บหอ้ งโปรง่ หอ้ งหนง่ึ มองลงไปมี
นำ�้ ทว่ มขงั ๕๐ เซนตเิ มตร สนั นษิ ฐานวา่ นำ้� มาจากรอยรว่ั ตามปนู ขอบเจดยี ์ และบอ่ ยครงั้
ทม่ี ีฟ้าผา่ ซ่ึงกม็ สี ายลอ่ ฟ้าอยู่แลว้

169

พอสำ� รวจหอ้ งโถงทีม่ นี �ำ้ พบพระพุทธรปู องค์เล็กองค์น้อยเตม็ ไปหมด ตงั้ แต่
ขนาด ๑ นิ้ว ๓ นวิ้ ๕ นำ้� ๗ นิ้ว ๙ นิ้ว ซ่ึงนา่ จะเป็นพระทช่ี าวบ้านเอาของเกา่ หรือ
ของดมี าบรรจใุ นเจดยี ข์ องหลวงปู่ นอกจากนยี้ งั มพี ระแกว้ มรกตในองคเ์ จดยี จ์ ำ� นวน
มากถงึ ๓๐-๔๐ องค์ และเปน็ พระไมแ้ กะสลกั ปางยนื ปางนงั่ ขนาดหนา้ ตกั ตา่ งๆ กนั
แต่ด้วยความที่พระไม้อยู่แช่ในน�้ำนานปี จึงท�ำให้ยุ่ยผุพังเม่ือจับต้องถูก จากน้ัน
กข็ นย้ายพระตา่ งๆ ออกมาไวข้ ้างล่าง

โกศทองเหลอื ง ๒ ใบ ทบ่ี รรจอุ ฐั หิ ลวงปนู่ น้ั ไดส้ ลกั ชอ่ื ครบู าอาจารยท์ เี่ ปน็ ผบู้ รรจุ
อฐั หิ ลวงปู่ มี ๓ องค์ คอื

๑. หลวงปูว่ ัน อุตฺตโม วัดถ้�ำอภยั ด�ำรงธรรม (ถ้�ำพวง)
๒. หลวงปบู่ ุญ ชินวโํ ส วดั ศรีสว่าง
๓. หลวงปลู่ ี €ติ ธมโฺ ม วัดเหวลึก

ทา่ นพระอาจารยป์ ระพนั ธเ์ ลา่ ตอ่ วา่ พอบา่ ยสามโมงเยน็ กฉ็ นั นำ�้ รอ้ น ทำ� กจิ วตั ร
กวาดลานวดั ถกู ฏุ ิ ถศู าลา กวาดลานเจดยี ์ ขณะทไ่ี ปทำ� ความสะอาดบนศาลากลางนำ้�
สังเกตเห็นว่ามีน้�ำไหลลงมาจากโกศทองเหลืองด้านล่างที่วางไว้บนโต๊ะหมู่ ๑ โกศ
แต่อีกโกศไม่มีน�้ำหยดลงมา น�้ำท่ีหยดไหลลงมานองบนพื้นศาลา ซ่ึงก็แปลกและ
อศั จรรยม์ าก นำ�้ กใ็ สดมี ากและหยดตลอดเวลา ทา่ นอาจารยป์ ระพนั ธก์ เ็ อาขนั เงนิ ใบใหญ่
ไปรองรบั โกศใบนไ้ี ว้ นำ�้ ทหี่ ยดออกมาตงั้ แตท่ แี รกจนนองพนื้ นา่ จะไมต่ ำ่� กวา่ ๒-๓ ลติ ร
แต่ดูปรมิ าณนำ�้ ท่บี รรจใุ นโกศนา่ จะพอดหี รือเกินโกศ ซ่งึ ฐานโกศ ๑๒ ซ.ม. ความสูง
ของโกศ ๗๐ ซ.ม. น้�ำที่หยดลงมานา่ จะหมด แตย่ ังหยดตอ่ ไปได้อีก

พอวนั ทสี่ าม พระอาจารยว์ สิ ทุ ธิ์ (สำ� เนยี ง) ไดม้ อบหมายใหพ้ ระอาจารยป์ ระพนั ธ์
(เตยี้ ) เปดิ โกศทองเหลอื ง ซ่ึงขณะน้ันมคี รบู า ๒ รูป เณรนอ้ ย ๑ รูป ท่านอาจารย์
ไดย้ กโกศลงมาตงั้ ทอ่ี าสนส์ งฆ์ ขณะนน้ั นำ้� กย็ งั หยดอยู่ ทา่ นอาจารยป์ ระพนั ธก์ ย็ งั คดิ วา่
แปลกมาก น้ำ� นม้ี าจากไหน น�ำ้ ยงั หยดอยู่ตลอดเวลา อัศจรรย์มาก

170

ท่านอาจารย์ให้เอาชามใบใหญ่มารองรับโกศ ท่านอาจารย์ให้พระเณรจับโกศ
องคท์ า่ นอาจารยก์ ห็ มนุ ฝาโกศ แตห่ มนุ ไมอ่ อก เนอื่ งจากมสี นมิ และความเกา่ ของโกศ
ทไ่ี ม่เคยมีการเปดิ เลย ทา่ นจงึ ใช้คีมคอมา้ ๒ ตวั เอาน้ำ� มนั จักรมาหยอดหลอ่ ลื่น
ทำ� อยู่ประมาณ ๑๐ นาที โกศจงึ เขยอ้ื นออกจากกนั พอหมุนเกลียวสว่ นบนโกศออก
มองเห็นน้�ำใสเต็มเปย่ี มในโกศ จนเกดิ ความอศั จรรย์วา่ ทำ� ไมมีน�้ำเตม็ โกศ

ทา่ นอาจารยใ์ หเ้ ณรนอ้ ยเอามอื ลว้ งเขา้ ไปในโกศ ซง่ึ ขณะเอามอื ลว้ งลงไป นำ�้ กล็ น้
ออกมาดว้ ย ทา่ นอาจารยบ์ อกใหเ้ ณรลว้ งลงไปใหส้ ดุ ฐานโกศ ใหเ้ อาสง่ิ ของทพ่ี บออกมา
ปรากฏวา่ สงิ่ ทเ่ี ณรเอาขน้ึ มาเปน็ พระธาตสุ ตี า่ งๆ มพี ระธาตสุ ที บั ทมิ สขี าว สเี ขยี ว ตดิ มา
ทแี่ ขนทผี่ วิ หนงั ของเณรนอ้ ย ทา่ นอาจารยถ์ งึ กบั ขนลกุ ซู่ เพราะเคยไดย้ นิ มาวา่ พระธาตุ
ของหลวงปู่จะเป็นสีทับทิมเป็นส่วนใหญ่ ท่านอาจารย์จึงใช้กระดาษค่อยเก็บเม็ด
พระธาตุอยา่ งระมดั ระวงั เพราะกลัวจะตกหล่นไป

เณรยังได้ล้วงเอาส่ิงของลักษณะคล้ายเหรียญเอาออกมาจากฐานโกศด้วย
ผลปรากฏว่า เหรียญทเ่ี อาออกมาได้ เปน็ เหรียญหลวงปพู่ รหม รนุ่ สอง กบั ร่นุ สาม
ซงึ่ สรา้ งในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ และ พ.ศ. ๒๕๑๔ บางเหรยี ญกเ็ ปน็ สนมิ เขยี วเพราะแชน่ ำ�้
พอทา่ นอาจารยป์ ระพนั ธร์ วู้ า่ เปน็ พระธาตหุ ลวงปู่ ทา่ นอาจารยจ์ งึ บอกใหเ้ ณรไปนมิ นต์
พระอาจารย์วสิ ุทธ์ิ เจา้ อาวาสออกมาจากกฏุ ิ

พอทา่ นอาจารยว์ สิ ทุ ธอิ์ อกมา ทา่ นกต็ ำ� หนพิ ระอาจารยป์ ระพนั ธว์ า่ ทำ� (ตอ่ อฐั ธิ าตุ
หลวงป่)ู ไมม่ คี วามเคารพ ไมม่ ีสติ ไม่มปี ัญญา ทา่ นอาจารยว์ สิ ทุ ธ์จิ งึ บอกใหท้ ่าน
อาจารย์ประพันธ์ไปห่มคลุมจีวรเฉวียงไหล่ แล้วให้ยกโต๊ะไม้มะค่ามาเช็ดให้สะอาด
เอาผา้ ขาวมาปู แลว้ เอาโกศทองเหลอื งตงั้ ตรงกลาง แล้วเทน้ำ� จากโกศออกมายังขัน

พอเทนำ้� ออกแลว้ พระเณรกช็ ว่ ยกนั แยกพระธาตขุ องหลวงปอู่ อกมา ซง่ึ พระธาตมุ ี
สที บั ทมิ สเี ขยี วมรกต สขี าวขนุ่ และทเี่ ปน็ อฐั ทิ ก่ี ำ� ลงั แปรสภาพ และยงั ไมแ่ ปรสภาพกม็ ี
นอกจากนน้ั ยงั มเี หรยี ญหลวงปรู่ นุ่ สองและรนุ่ สาม ราว ๓๔ เหรยี ญ สว่ นเหรยี ญรนุ่ แรก
พ.ศ. ๒๕๐๖ ไม่มีแมแ้ ตเ่ หรยี ญเดียว

171

หลวงปู่ผาง ปรปิ ุณฺโณ ศษิ ยเ์ อกของหลวงปู่พรหม ได้อธิบายถึงน้ำ� อศั จรรย์วา่
“เปน็ นำ�้ ศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ เปน็ นำ�้ บรสิ ทุ ธ์ิ เปน็ นำ้� ทหี่ ลอ่ เลยี้ งพระธาตขุ องหลวงปพู่ รหม” (เลา่ ขาน
กันวา่ ถ้าเอาน้�ำศกั ด์ิสิทธิ์ดงั กล่าวมาปา้ ยทีต่ า จะทำ� ให้เกดิ ตาทพิ ยส์ ว่างไสวได้)

สว่ นโกศทองเหลอื งอกี ใบหนง่ึ ซง่ึ ไมม่ นี ำ�้ มอี ฐั ทิ ยี่ งั ไมแ่ ปรเปน็ พระธาตุ พระองค์
เลก็ องคน์ อ้ ย เชน่ พระรอด พระเปมิ พระนางกวกั ซงึ่ พระเหลา่ นจี้ ะไปรวมตวั กบั ฝนุ่
องั คาร อฐั ิ และตดิ กับส�ำลที ่รี องอฐั ิท่ถี กู ยา้ ยออกมาจากโกศจนหมดส้นิ แลว้ จากนัน้
ไดน้ ำ� โกศทัง้ สองใบไปท�ำความสะอาดและเก็บไว้ในท่ีอนั ควรตอ่ ไป

พระธาตุหลวงปู่ที่ลงมาจากโกศน้ันมีจ�ำนวนมากเป็นพนั ๆ องคก์ ็วา่ ได้ ขณะท่ี
ช่วยกนั เกบ็ พระธาตเุ ข้าทีน่ น้ั ปรากฏว่ามีอุบัตเิ หตทุ �ำให้พระธาตุองค์สที บั ทมิ กระเดน็
หายไปจากโต๊ะที่ปูผ้าขาว ช่วยกันหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ท่านอาจารย์วิสุทธิ์ก็พูดขึ้นว่า
“ท่านเสด็จหนีไปได้ ท�ำไมท่านไม่เสด็จกลับมา ลูกหลานจะได้เก็บไว้ในท่ีอันควร”
อยๆู่ พระธาตสุ ที บั ทมิ กเ็ สดจ็ มาวางบนผา้ ขาวดว้ ยความอศั จรรยใ์ นชวั่ พรบิ ตา สรา้ งความ
ประหลาดใจใหก้ บั ทกุ ๆ คน ณ ทนี่ น้ั พอพระธาตเุ สดจ็ กลบั มาแลว้ กอ็ ญั เชญิ ลงผอบแกว้
เอาไว้สักการบชู าต่อไป

ปลายปี พ.ศ. ๒๕๓๗ หลวงปู่เทสก์ เทสรฺ ํสี ไดล้ ะสังขาร วนั ท่ี ๑๗ ธนั วาคม
๒๕๓๗ หลวงปผู่ าง ปรปิ ณุ โฺ ณ กม็ าเคารพศพ และไดแ้ วะมาทดี่ งเยน็ วดั ประสทิ ธธิ รรม
หลวงปู่ผางได้ทราบข่าวเร่ืองการเจาะเจดีย์เอาอัฐิธาตุของหลวงปู่พรหมลงมาแล้ว
อนั ทจี่ รงิ กอ่ นทจ่ี ะทำ� การขดุ เจาะเจดยี น์ น้ั พระอาจารยว์ สิ ทุ ธไ์ิ ดไ้ ปกราบขออนญุ าตกบั
หลวงปผู่ างที่เขาจนี แล จงั หวัดลพบรุ ี แลว้ หลวงปผู่ างมาพักท่ีดงเย็น ก็ดพุ ระเณรว่า
“เอาอฐั ธิ าตหุ ลวงปพู่ รหม มาโชว์ มาโฆษณา เอาพระธาตหุ ลวงปมู่ าขายกนิ ” ทห่ี ลวงปผู่ าง
ท่านกลา่ วเชน่ นี้ เพราะว่าอปุ นสิ ยั ของหลวงปพู่ รหม ทา่ นจะเงยี บมาก ไม่โชว์ ไม่อวด
มักนอ้ ย สันโดษ ไมค่ ลุกคลี หลงั จากนนั้ หลวงปผู่ างกก็ ลบั ภเู ก็ตไป

ตน้ ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ละสงั ขาร หลวงปผู่ างทา่ นเคยรว่ มธดุ งค์
กบั หลวงปูช่ อบ ทา่ นจึงมาเคารพศพที่จงั หวดั เลย หลงั จากนน้ั ทา่ นก็มาพักทีด่ งเย็น
ท่านอาจารยป์ ระพันธก์ ไ็ ด้เปน็ ผดู้ ูแลปฏบิ ตั ิหลวงปผู่ างเชน่ เคย

172

พอข่าวจากบ้านดงเย็น วัดประสิทธิธรรม ออกไปว่าเจดีย์หลวงปู่พรหมแตก
มพี ระธาตหุ ลวงปมู่ ากมาย ขา่ วนก้ี ระจายไปยงั จงั หวดั อดุ รธานี สกลนคร และหมบู่ า้ น
ตา่ งๆ ฯลฯ กม็ คี นหลง่ั ไหลมากราบอฐั ธิ าตขุ องหลวงปเู่ ปน็ จำ� นวนมาก ในชว่ งนนั้ คณะ
ของทา่ นพระอาจารยอ์ ทุ ยั (พระอาจารยต์ กิ๊ ) วดั หนิ หมากเปง้ หนองคาย ไดพ้ าคณะมา
ขอชมพระธาตขุ องหลวงปู่พรหม รวม ๑๐ คน ซ่ึงมคี ุณหญิงสุรพี ันธ์ มณวี ัต มาดว้ ย
ตอนนัน้ พระอาจารยป์ ระพนั ธไ์ ดอ้ ยูเ่ ฝา้ วัดและรับแขกคณะนี้

ท่านพระอาจารย์ประพันธ์ได้น�ำพระธาตุหลวงปู่พรหมออกมาให้คณะพระ
อาจารยต์ ก๊ิ ชม และทา่ นอาจารยต์ ก๊ิ กเ็ อย่ ปากขอแบง่ ไปบชู า ทา่ นพระอาจารยป์ ระพนั ธ์
ก็ตัดสินใจแบ่งพระธาตุสีทับทิบให้รวม ๙ องค์ คณะนี้ได้เตรียมผอบแก้วมาด้วย
แต่ปัญหามวี ่า มาดว้ ยกนั ๑๐ คน แตพ่ ระธาตุมี ๙ องค์ จะแบง่ กันอยา่ งไร มีโยม
ผู้หญิงคนหน่ึงก็พูดออกมาว่า เขาไม่เอาพระธาตุ เพราะเกรงว่าจะรักษาท่านไม่ได้
กลัวจะเปน็ บาปเปน็ กรรม

ทา่ นพระอาจารยต์ กิ๊ ไดก้ ลา่ วขน้ึ วา่ กอ่ นทจี่ ะกลบั ใหพ้ ากนั นง่ั สมาธเิ สยี กอ่ น ถา้ มี
บญุ วาสนา อาจจะเกิดปาฏหิ ารยิ ข์ ึ้นก็ได้ ทกุ คนน่ังสมาธิอยใู่ นความสงบ ๑-๒ นาที
มโี ยมคนหนงึ่ นง่ั สมาธแิ ลว้ แบมอื เหมอื นดงั ปาฏหิ ารยิ ์ พระธาตสุ ที บั ทมิ เสดจ็ มาอยทู่ ่ี
โยมผู้น่งั สมาธแิ บมือ คนๆ นก้ี ไ็ ด้ร้องบอกพระอาจารย์ ทุกคนกล็ ืมตาขนึ้ แล้วมอง
มาที่มือนน้ั สรุปว่า คณะทา่ นพระอาจารยต์ ิก๊ ได้พระธาตุรวม ๑๐ องค์ ครบจำ� นวน
หลังจากนั้นทุกคนกล็ ากลับ

ปากตอ่ ปากเลา่ ลอื กนั วา่ อฐั หิ ลวงปพู่ รหมแปรสภาพเปน็ พระธาตุ คนเฒา่ คนแก่
คนวัดก็มาจุดประกายไฟ บางคนก็มาอวดอ้างว่า “ของกระผมกลายเป็นพระธาตุ”
มกี ารเลา่ ลอื กนั มากในชว่ งตน้ ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ทา่ นพระอาจารยป์ ระพนั ธก์ ไ็ ดต้ ามไปดู
ทบ่ี า้ นหลงั โนน้ หลงั นเ้ี พอ่ื ชมพระธาตทุ แ่ี ปรเปลย่ี นมาจากเถา้ ฝนุ่ องั คารและอฐั ิ โดยมาก
จะพบสที บั ทิม สีขาว และเศษกระดูกทห่ี ดตวั เป็นตน้

พอ่ คำ� มอี ยบู่ า้ นออ้ มกอ เคยไดป้ ฏบิ ตั ริ บั ใชห้ ลวงปพู่ รหมในสมยั นน้ั เกย่ี วกบั การ
สรา้ งศาลาน้ำ� (ศาลาไม้) อย่มู าวันหน่งึ พ่อคำ� มีเลา่ วา่ หลวงปู่ตฆี อ้ นไปโดนหวั แม่มือ

173

แตกเละเลอื ดสาด แตห่ ลวงปไู่ มแ่ สดงอาการใดๆ เลย พอ่ คำ� มเี ลา่ วา่ หลวงปถู่ ม่ นำ้� ลาย
ปี๊ด ลงบนหัวแม่มือ ลูกศิษย์ลูกหาในท่ีน้ันต่างนิมนต์ให้หลวงปู่หยุดพักเพ่ือจะได้
ทำ� แผล หลวงปทู่ า่ นดวุ า่ “จะไปสนใจอะไรกบั รปู รา่ งสงั ขารรา่ งกาย” จนลกู ศษิ ยล์ กู หา
ไม่กล้าพดู ต่อ

พ่อค�ำมีก็ได้รับแจกผงอังคารฝุ่นของหลงปู่พรหมมาเหมือนกัน พ่อค�ำมีมาใส่
บาตรวันพระท่ีวัดประสิทธิธรรม แล้วมาบ่นให้ฟังว่า “ฝุ่นอังคารของหลวงปู่พรหม
ของคนอื่นเปน็ พระธาตกุ นั แตท่ �ำไมของเราจึงไม่เป็นพระธาต”ุ พ่อคำ� มียังบอกอกี วา่
ไดด้ ฝู นุ่ องั คารอยบู่ อ่ ยๆ กย็ งั เหมอื นเดมิ ผงฝนุ่ องั คารนี้ พระเปน็ ผใู้ หม้ า และยงั บอก
ด้วยว่า เขาก็เปน็ อีกคนหนง่ึ ทป่ี ฏบิ ตั ิหลวงปพู่ รหมเหมือนกัน แตท่ ำ� ไมฝนุ่ อังคารไม่
เป็นพระธาตุ

วนั พระถดั มา พอ่ คำ� มกี ม็ าใสบ่ าตรทบี่ า้ นดงเยน็ แลว้ กลบั ไปบา้ นทอ่ี อ้ มกอ เขาได้
ไปดตู ลบั ผงฝนุ่ องั คาร ปรากฏวา่ ตลบั ดงั กลา่ วหลน่ จากโตะ๊ หมบู่ ชู าลงมาอยชู่ นั้ ลา่ งอกี
ชน้ั หนง่ึ จงึ ไดถ้ ามคนในบา้ นวา่ มใี ครเขา้ ไปเลน่ ในหอ้ งพระหรอื โตะ๊ หมบู่ ชู าหรอื เปลา่
ปรากฏวา่ ไมม่ ใี ครเขา้ ไปเลน่ เลย ตลบั ทใี่ สผ่ งฝนุ่ องั คารเปน็ ตลบั ใสพ่ ระสมเดจ็ บดุ ว้ ย
ผ้ากำ� มะหย่ขี นาดเท่ากลักไมข้ ดี ไฟ เม่ือเปิดขนึ้ ดูเขาต้องตกตะลงึ เพราะสิง่ ทเ่ี หน็ คือ
พระธาตสุ ีทบั ทมิ เตม็ ตลบั จึงมาเลา่ ให้พระเณรทีว่ ดั ประสทิ ธิธรรมฟัง

พอทา่ นอาจารยป์ ระพนั ธท์ ราบขา่ ว กช็ วนกำ� นนั อภยั คำ� มารนิ โยมคนหนงึ่ และ
โชเฟอร์ ไปบา้ นพอ่ คำ� มี เพอ่ื ขอชมพระธาตซุ งึ่ สวยงามมาก ลกั ษณะพระธาตเุ หมอื นกบั
ทไี่ ดม้ าจากโกศทองเหลอื งทล่ี งมาจากเจดยี ์ ทา่ นอาจารยป์ ระพนั ธก์ ข็ อแบง่ จากพอ่ คำ� มี
ไดม้ านบั ดูเกอื บร้อยองค์

ต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๙ หลวงปชู่ อบ ฐานสโม ไดพ้ ระราชทานเพลงิ ศพ หลวงปู่ผาง
ปริปุณฺโณ ก็มาด้วย หลังจากนั้นท่านก็มาพักที่ดงเย็น หลวงปู่ผางได้พักที่กุฏิ
หลวงปพู่ รหม ทา่ นอาจารยป์ ระพนั ธเ์ ปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ริ บั ใชท้ า่ น วนั หนง่ึ หลวงปผู่ างถามวา่

174

“เตยี้ เอาพระธาตุหลวงปมู่ าแบ่งให้หน่อย ตอนนี้เก็บพระธาตไุ วท้ ่ีไหน” ทา่ นอาจารย์
ประพันธ์ กต็ อบวา่ “เกบ็ ที่กุฏ”ิ “เอ้า ไปเอามาด”ู หลวงปูผ่ างพดู

พอทา่ นพระอาจารยป์ ระพนั ธไ์ ปเอาผอบพระธาตหุ ลวงปพู่ รหมมาใหห้ ลวงปผู่ างดู
หลวงปู่ผางกข็ อแบง่ โดยท่านหลวงปู่จะใหท้ า่ นอาจารยป์ ระพันธเ์ ป็นคนแบง่ แตท่ ่าน
อาจารยป์ ระพนั ธไ์ ดย้ กพระธาตเุ หนอื เศยี รเกลา้ แลว้ บอกวา่ “ขอถวายแดอ่ งคห์ ลวงปผู่ าง
ท้งั หมด” หลงั จากนน้ั หลวงปผู่ างกน็ ำ� พระธาตไุ ปลพบุรี และภเู ก็ต

ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ หลวงป่ผู างกลบั มาอย่ดู งเย็นแล้ว ทา่ นเล่าใหท้ า่ นพระอาจารย์
ประพันธฟ์ งั วา่ พระธาตหุ ลวงปู่พรหม ท่านแจกหมดแลว้ ท่านไมไ่ ดเ้ กบ็ เอาไวเ้ ลย
หลงั จากนน้ั ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ กม็ กี ารฉลองเจดยี จ์ ิรปญุ โฺ ท่ีเสร็จจากการบูรณะ และ
ท�ำบญุ ครบอายุ ๗๒ ของหลวงปูผ่ างด้วย มีพระกรรมฐานมาร่วมงานมากมาย

ข้าพเจา้ ขอยตุ ิทีม่ าที่ไปเรื่องพระธาตหุ ลวงปพู่ รหม จิรปญุ ฺโ ไว้แต่เพียงเท่าน้ี

175

พระธาตหุ ลวงปู่พรหมเสด็จมาเพ่ิมจ�ำนวน

เร่อื งน้เี ขียนเลา่ โดยคุณหมอสุเมธ นราประเสริฐกลุ อย่ใู นหนงั สอื “ตามรอย
หลวงป่พู รหม จริ ปญุ ฺโ พระอรหนั ต์แห่งบ้านดงเย็น” ดงั น้ี

คณุ เกรยี งศกั ด์ิ โรจนรพพี งศ์ (กฟผ.) ไดโ้ ทรศพั ทค์ ยุ กบั ผเู้ ขยี นวา่ อยากจะได้
พระธาตหุ ลวงปพู่ รหมไวบ้ ชู า ถา้ มโี อกาสขอใหผ้ เู้ ขยี นชว่ ยกราบเรยี นทา่ นพระอาจารย์
ประพันธ์ ธมฺมานนฺโท เพ่ือขอพระธาตุจากท่านด้วย ผู้เขียนได้ติดต่อกับท่านพระ
อาจารย์ และกราบขอพระธาตใุ หค้ ณุ เกรยี งศกั ด์ิ ทา่ นพระอาจารยร์ บั ปากวา่ จะมอบให้
แต่ไมไ่ ด้บอกว่าจะให้ก่ีองค์ ในชว่ งกอ่ นเข้าพรรษาปี ๒๕๔๘ ผู้เขยี นไดน้ มิ นตท์ ่าน
พระอาจารย์ประพนั ธม์ าหลอ่ พระรปู เหมอื นหลวงปูผ่ าง ปรปิ ุณฺโณ วดั ประสิทธธิ รรม
ขนาดเท่าองคจ์ ริง ทโ่ี รงหลอ่ แหลมสิงห์ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

(หลวงปผู่ าง ปรปิ ณุ โฺ ณ เปน็ ศษิ ยอ์ าวโุ สของหลวปพู่ รหม จริ ปญุ โฺ ญ เปน็ พระปา่
ทมี่ คี ณุ ธรรมสงู ยงิ่ องคห์ นงึ่ เกดิ เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๖๙ และมรณภาพเมอื่ วนั ท่ี ๑๕ กมุ ภาพนั ธ์
พ.ศ. ๒๕๔๕ อายุ ๗๖ ปี หลงั จากถวายเพลงิ ศพ ในเวลาอนั สน้ั อฐั ขิ องทา่ นกลายเปน็
พระธาตทุ งี่ ดงาม ดงั นน้ั วดั ประสิทธธิ รรม บา้ นดงเยน็ จงึ มพี ระอรหันต์ถงึ ๒ องค์)

ก่อนจะถึงวันหล่อพระ ผู้เขียนได้นิมนต์ท่านพระอาจารย์ประพันธ์ไปซ้ือผอบ
เจดีย์แก้วเพ่ือบรรจุพระธาตุหลวงปู่ผาง เพื่อให้ผู้ที่เคารพศรัทธาในองค์หลวงปู่ผาง
ได้กราบไหว้บูชาบนถ�้ำวังแคน ผู้เขียนได้นิมนต์ท่านพระอาจารย์ไปแถวเสาชิงช้า
พอทา่ นพระอาจารยแ์ ละผเู้ ขยี นเลอื กผอบใสพ่ ระธาตหุ ลวงปผู่ างเสรจ็ เรยี บรอ้ ย ผเู้ ขยี น
ก็ปรารภกับท่านพระอาจารย์ว่า น่าจะซ้ือที่ใส่พระธาตุของหลวงปู่พรหมอีกสักอัน
จะไดต้ ง้ั ไวค้ กู่ นั ทา่ นพระอาจารยก์ เ็ ลอื กผอบใสพ่ ระธาตหุ ลวงปทู่ งั้ สององคเ์ รยี บรอ้ ย

176

ขณะนั้น ผู้เขียนนึกถึงพระธาตุหลวงปู่พรหมท่ีท่านพระอาจารย์จะน�ำมามอบ
ให้คุณเกรียงศกั ด์ิ ผู้เขียนจึงกราบเรยี นท่านวา่ “ไดน้ ำ� มาให้คณุ เกรียงศกั ดหิ์ รอื ไม่”
ท่านพระอาจารยก์ ไ็ ด้ตอบวา่ “นำ� มาใหแ้ ลว้ อยู่ในย่าม” ผเู้ ขียนจงึ ถามอีกวา่ “ให้คณุ
เกรยี งศกั ดกิ์ อี่ งค”์ ทา่ นพระอาจารยต์ อบวา่ “๓ องค์ สที บั ทมิ ๒ องค์ สขี าวขนุ่ ๑ องค”์
ขา้ พเจา้ จึงกราบเรียนทา่ นวา่ “กระผมขอชมหนอ่ ยครับ”

ทา่ นพระอาจารยจ์ งึ หยบิ ขวดใสพ่ ระธาตมุ าใหข้ า้ พเจา้ ชม ขา้ พเจา้ ไดพ้ จิ ารณาอยา่ ง
ละเอียดด้วยความสนใจ พบว่าพระธาตุที่ข้าพเจ้าเห็นอยู่น้ัน มีพระธาตุ ๔ องค์
ขา้ พเจา้ จึงกราบเรยี นให้ท่านพระอาจารย์ทราบ พอพระอาจารยข์ อไปชม ซง่ึ พบว่ามี
พระธาตุ ๔ องคจ์ ริงๆ ท่านพระอาจารย์ถงึ กับขนลุกซู่ (วา่ พระธาตุเสดจ็ ) ขา้ พเจ้า
เซา้ ซีถ้ ามท่านพระอาจารย์ “ท่านพระอาจารย์นับพระธาตุเกนิ มาหรือเปล่า” ซ่งึ ผเู้ ขียน
สงสัยอยู่

ทา่ นพระอาจารยก์ ต็ อบวา่ “นบั แค่ ๓ องค์ ไมใ่ ชเ่ ปน็ สบิ หรอื เปน็ รอ้ ยจงึ ผดิ พลาด
พระธาตขุ องหลวงปพู่ รหมทา่ นกม็ จี �ำนวนจำ� กัด จึงไม่มเี หตุผลใดวา่ นบั พระธาตุผดิ ”
ผ้เู ขยี นกย็ ังไม่คอ่ ยเช่อื เกบ็ ความสงสัยเอาไว้ พอถงึ บ้านผู้เขียนๆ ไดบ้ อกให้ภรรยา
มาดูพระธาตุของหลวงปู่พรหมและลองให้นับพระธาตุดู ปรากฏว่านับได้ ๔ องค์
ผู้เขียนข้ึนไปบนห้องเพ่ือน�ำผอบใส่พระธาตุเพื่อเตรียมเทพระธาตุจากขวดลงสู่ผอบ
ชว่ งทีท่ า่ นพระอาจารย์เทพระธาตุลงสูผ่ อบ ปรากฏว่าพระธาตุหล่นลงมาแค่ ๒ องค์
ท่านพระอาจารยย์ งั พูดวา่ สงสัยพระธาตุไมอ่ ยากมาอยกู่ บั ผู้เขียนกระมงั

ทา่ นพระอาจารยก์ เ็ ขยา่ ทขี่ วดใสพ่ ระธาตแุ ลว้ เทออกมาอกี ที ผลปรากฏวา่ พระธาตุ
ได้ตกลงมาอกี ๓ องค์ รวมเปน็ ๕ องค์ เป็นสีทับทิม ๓ องค์ สขี าวขุน่ ๒ องค์
ทา่ นพระอาจารย์ ผเู้ ขยี น และภรรยาผเู้ ขยี น ถงึ กบั เกดิ อศั จรรยใ์ นการเสดจ็ ของพระธาตุ
หลวงปู่พรหม ท่านพระอาจารย์ถึงกับขนลุกซู่ หลังจากน้ันท่านพระอาจารย์ก็มอบ
พระธาตุ (ทเ่ี สดจ็ มาเพมิ่ ) ใหก้ บั ผเู้ ขยี น และไดก้ ลา่ วกบั ผเู้ ขยี นวา่ อาจจะเปน็ อานสิ งส์
ของผู้เขียนทม่ี ีศรทั ธาซอื้ ทใี่ สพ่ ระธาตุหลวงปู่พรหมถวายวัดถำ้� วงั แคนกเ็ ป็นได้

นเี่ ปน็ ความอศั จรรย์เกีย่ วกับพระธาตเุ สด็จ

177

พระธาตเุ สดจ็ เร่ืองท่ีสอง

เรอื่ งนกี้ เ็ ปน็ ขอ้ เขยี นของคณุ หมอสเุ มธ นราประเสรฐิ กลุ อกี มรี ายละเอยี ดดงั น้ี

ขา้ พเจา้ ไดป้ รารภกบั ทา่ นพระอาจารยป์ ระพนั ธ์ ธมมฺ านนโฺ ท วา่ จะเปน็ ผทู้ ำ� หนงั สอื
ชีวประวัติของหลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ โดยจะมีเร่ืองเพิ่มเติมอีกหลายเร่ืองและ
ไดก้ ราบเรยี นทา่ นวา่ ถา้ เปน็ ไปไดข้ อใหท้ า่ นพระอาจารยถ์ า่ ยภาพพระธาตขุ องหลวงปู่
ที่มีอยู่บนถ�้ำวังแคนทั้งหมดเพ่ือน�ำมาคัดเลือกลงภาพถ่ายในหนังสือใหม่ ท่านพระ
อาจารย์ประพันธก์ ็เห็นดีด้วย

เมอ่ื วนั ที่ ๕ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ด.ต.คมสนั ต์ คำ� สลี า ด.ต.วทิ ยา สขุ พนั ธ์
(ดาบตอ๋ ง) พจี่ ำ� ลอง ขาวเมฆา (พแ่ี หลม) ตลอดจนภรรยาพแี่ หลมและบตุ รสาวชอ่ื นยุ้
ไดข้ ้นึ มาบนถ�ำ้ วังแคน เพอ่ื จะถ่ายภาพพระธาตหุ ลวงป่พู รหมและหลวงป่ผู าง

ขณะทีข่ ึน้ มาน้นั บ่าย ๓ โมง พระเณรกก็ �ำลงั ทำ� กจิ วตั รอยู่ หลงั จากท่ที า่ นพระ
อาจารยท์ ำ� กจิ วตั รเสรจ็ แลว้ กเ็ รม่ิ จดั แจงสถานทแ่ี ละเตรยี มถา่ ยภาพทนั ที เรมิ่ ตน้ โดย
ถา่ ยพระธาตหุ ลวงป่พู รหมก่อน โดยนำ� พระธาตมุ าวางบนกรอบแกว้ ขนาด ๕๐x๕๐
เซนตเิ มตร ขณะทช่ี า่ งภาพกำ� ลังจะกดชตั เตอร์ ด้วยความบังเอญิ มีลมพดั มา ท�ำให้
พระธาตอุ งคห์ นงึ่ กลง้ิ ตกจากกรอบแกว้ กเ็ ลยหยดุ ถา่ ย ตอ่ จากนน้ั กอ็ ญั เชญิ พระธาตุ
องค์ดังกล่าวมาเข้ากลุ่ม พอก�ำลังจะถ่าย ก็เกิดอุบัติเหตุสะดุดกรอบแก้วท�ำให้กด
ชตั เตอรไ์ มไ่ ด้

ท่านพระอาจารยป์ ระพันธก์ ค็ ิดในใจวา่ “ถา้ เกดิ อะไรข้ึนเปน็ ครัง้ ท่สี าม คงถา่ ย
ไม่ได้แล้ว เพราะก่อนจะน�ำพระธาตุของหลวงปู่มาถ่ายภาพก็ไม่ได้ขอขมาลาโทษ

178

แต่ประการใด” ท่านพระอาจารย์กล่าวว่า “ถ้าพระธาตุเสด็จหนีก็ขาดทุน แต่ถ้าได้
เพม่ิ มา กก็ ำ� ไร” พอพดู ถงึ ตอนน้ี ดาบตอ๋ งจงึ กราบเรยี นทา่ นพระอาจารยว์ า่ “ถา้ พระธาตุ
เสด็จมาเพม่ิ กระผมขอไปบชู านะครบั ” การถ่ายภาพครง้ั ทส่ี ามกผ็ ่านพ้นไปดว้ ยดี

ช่างภาพได้เตรียมถ่ายภาพพระธาตุหลวงปู่พรหมชุดใหม่ พระธาตุชุดน้ีเป็น
สที บั ทมิ ทงั้ หมด ซงึ่ เกบ็ รวบรวมอยใู่ นผอบแกว้ เลก็ ๆ ชา่ งภาพกเ็ ทพระธาตทุ งั้ หมดลง
บนกรอบกระจก ขณะกำ� ลงั จดั พระธาตใุ หเ้ ขา้ ท่ี ชา่ งภาพกก็ ดชตั เตอร์ ขณะทกี่ ำ� ลงั จะ
กดชตั เตอรน์ นั้ ชา่ งภาพไดเ้ หลอื บไปเหน็ พระธาตุ ๑ องค์ ในผอบแกว้ สที บั ทมิ จงึ ได้
อัญเชิญพระธาตุที่เสด็จมาเพิ่มมารวมเข้ากลุ่มแล้วก็ถ่ายภาพ ตกลงดาบต๋องจึงได้
พระธาตทุ ีเ่ สด็จมาองคน์ ้ไี ปบชู าตามค�ำกล่าวตง้ั แตแ่ รก

ซง่ึ ชา่ งภาพบอกวา่ ไมน่ า่ เปน็ ไปไดท้ พี่ ระธาตจุ ะตกคา้ ง ซง่ึ ตอนแรกกไ็ ดเ้ ทพระธาตุ
ออกจากผอบจนหมด แถมยงั วางผอบแกว้ แบบกระแทกแรงๆ ดว้ ย จน ด.ต.คมสนั ต์
รู้สึกว่า “ท�ำไมพ่ีแหลมวางผอบแก้วแรงจังเลย” น่ีเป็นปรากฏการณ์พระธาตุเสด็จ
ที่ทุกๆ คนในคณะรสู้ ึกอัศจรรย์

ขณะทชี่ า่ งภาพและคณะ รวมทง้ั ทา่ นอาจารยก์ ำ� ลงั ถา่ ยภาพอยนู่ นั้ คณุ รงุ่ สวสั ด์ิ
ซงึ่ ไปนอนอา่ นหนงั สอื อยศู่ าลาพกั นอ้ งสาวชอ่ื นดิ โทรศพั ทม์ าหาจากกรงุ เทพฯ คณุ นดิ
ได้ถามพ่ีสาววา่ “อยู่ทไี่ หน” คุณรุ่งสวสั ดิก์ ็บอกว่า “อย่วู ดั พอดีพ่ีแหลมและคณะ
มาถ่ายภาพพระธาตุหลวงปู่บนถ�้ำวังแคน” คุณนิดก็ถามว่า “วัดมีงานอะไรหรือ”
คณุ รงุ่ สวสั ดก์ิ ต็ อบวา่ “ไมม่ งี านอะไร กเ็ งยี บๆ” คณุ นดิ บอกวา่ “ไมเ่ ชอื่ วา่ ไมม่ งี านอะไร
เพราะเสยี งทผ่ี า่ นเขา้ ไปทางโทรศพั ทน์ น้ั มเี สยี งดงั มคี นมากมายคลา้ ยกบั มงี านวดั ไดย้ นิ
เสียงพระสวดมนต์และพระเทศน์ด้วย” เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยว
กับการถา่ ยพระธาตุ

พอคุณรุ่งสวัสด์ิคุยเสร็จแล้ว ประจวบกับการถ่ายภาพพระธาตุเสร็จพอดี
คุณรุ่งสวสั ดิ์จงึ เลา่ ให้ท่านพระอาจารย์และทุกๆ คนฟงั ถงึ เหตกุ ารณ์ดังกล่าว ทำ� ให้
ทกุ คนถงึ กบั ขนลกุ ซู่ ทา่ นพระอาจารยก์ ลา่ ววา่ “อาจเปน็ ไปไดท้ เ่ี ทพเทวดามาอนโุ มทนา
ขณะถา่ ยภาพพระธาตุ” ซงึ่ เปน็ เหตกุ ารณห์ นง่ึ ท่นี า่ อัศจรรยจ์ รงิ ๆ

179

เรือ่ งพระธาตหุ ลวงป่พู รหมอีกเร่อื งหนง่ึ

ข้าพเจ้า นายมนู อ้นประเสรฐิ เกดิ ทตี่ �ำบลหว้ ยทราย อำ� เภอหนองแค จังหวัด
สระบรุ ี (ขณะทีเ่ ขียน) รับราชการในต�ำแหนง่ นายชา่ งเคร่อื งกล ๖ สถานีวิจัยทดสอบ
พนั ธ์สุ ัตว์สกลนคร ต�ำบลพังขว้าง อ�ำเภอเมือง จังหวดั สกลนคร

ข้าพเจ้านับว่าเป็นคนท่ีโชคดี ถึงแม้ว่าครอบครัวจะเป็นเพียงครอบครัวชาวนา
ทยี่ ากจน แตต่ ระกลู ของขา้ พเจา้ กเ็ ปน็ ครอบครวั ทเ่ี ลอ่ื มใสพระพทุ ธศาสนา และปฏบิ ตั ิ
ตามค�ำสัง่ สอนของพระศาสดาอยา่ งเคร่งครัด

โดยเฉพาะพ่อเสรมิ แม่เลื่อน อน้ ประเสริฐ พอ่ และแม่อนั เป็นทีร่ กั ของขา้ พเจา้
ทา่ นเฝา้ อบรมสง่ั สอนลกู ๆ ทกุ คนใหเ้ ปน็ คนดอี ยใู่ นศลี ธรรม ยดึ หลกั ของพระพทุ ธศาสนา
ในการดำ� รงชวี ติ ลกู ๆ ทกุ คนซงึ่ เปน็ ผชู้ ายทงั้ หมด ๖ คน ตา่ งกไ็ ดร้ บั การอบรมสง่ั สอน
และทกุ คนเปน็ คนใกลช้ ดิ ศาสนา พอ่ จะนำ� พาพวกเรารกั ษาศลี ๕ เปน็ นจิ ศลี กนั มาตง้ั แต่
เป็นเดก็ เล็กๆ ทัง้ ส้ิน

ตอ่ มาเมอ่ื ขา้ พเจา้ ไดม้ ารบั ราชการอยทู่ ส่ี กลนครแลว้ ขา้ พเจา้ กย็ งั คงปฏบิ ตั ติ าม
ค�ำส่ังสอนของบุพการีเสมอมาแม้ท่านท้ังสองจะจากไปแล้ว การเข้าวัดเพื่อท�ำบุญ
ตกั บาตร ฟงั ธรรม และการไดร้ บั ใชค้ รบู าอาจารย์ เปน็ สงิ่ ทขี่ า้ พเจา้ ปฏบิ ตั เิ สมอมา บางครง้ั
ครบู าอาจารยห์ ลายๆ ทา่ นกเ็ มตตาใหว้ ตั ถมุ งคลพระเครอ่ื ง พระบชู า ขา้ พเจา้ กเ็ กบ็ ไว้
กราบไหว้บูชา ถึงแม้ว่าบางคร้ังจะไม่ได้ให้ความส�ำคัญต่อวัตถุมงคลเหล่านั้นมาก
เทา่ ใดนัก บางครงั้ กห็ ลงลืมไปว่าได้มาอย่างไร

180

ประมาณปี ๒๕๓๘ ขา้ พเจา้ ไดม้ โี อกาสพบกบั พระอาจารยป์ ระพนั ธ์ ธมมฺ านนโฺ ท
ส�ำนักสงฆ์ถ�้ำวังแคน และรู้สึกเล่ือมใสในปฏิปทาของพระอาจารย์ประพันธ์เป็น
อยา่ งมาก จงึ ไดเ้ สนอตวั ขอเปน็ โยมอปุ ฏั ฐากคอยดแู ลใหค้ วามสะดวกทา่ นตงั้ แตน่ น้ั มา
คราวหน่ึงท่านอาจารย์ได้มีโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียนข้าพเจ้าท่ีบ้านพัก และท่านได้
ปรารภวา่ อยากจะขอดวู ตั ถมุ งคลและพระเครอ่ื งบชู าบนหงิ้ พระในบา้ นพกั ของขา้ พเจา้
ซง่ึ ขา้ พเจา้ กร็ สู้ กึ ยนิ ดอี ยา่ งมาก ขา้ พเจา้ จงึ ไดน้ ำ� วตั ถมุ งคลซง่ึ เกบ็ รวบรวมใสไ่ วใ้ นโถแกว้
และพานรองขนั ลงมาใหพ้ ระอาจารย์ดู

เมอ่ื ทา่ นอาจารยไ์ ดต้ รวจดวู ตั ถมุ งคลทัง้ หมดแลว้ ทา่ นไดใ้ หค้ วามสนใจสงั เกต
สิ่งซ่ึงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก คล้ายกับถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุยาเม็ดตามร้านขายยา
ทวั่ ไป วตั ถสุ งิ่ นนั้ เปน็ เมด็ คลา้ ยหนิ สชี มพขู นาดเลก็ บรรจอุ ยคู่ รงึ่ ถงุ ซงึ่ ถงุ พลาสตกิ นน้ั
ก�ำลงั จะเสอื่ มสภาพ เม่อื เปิดปากถงุ แล้วก็ฉีกขาดไมส่ ามารถใชง้ านได้อกี

ทา่ นอาจารยถ์ ามขา้ พเจา้ วา่ “รไู้ หมวา่ นคี่ อื อะไร และไดม้ าจากไหน” ขา้ พเจา้ ตอบวา่
“ไม่ทราบเหมือนกนั วา่ สง่ิ นี้คอื อะไร เพยี งแตจ่ �ำวา่ ลุงนาค ข้อสกลุ ชาวบ้านธาตุนาเวง
อ.เมอื ง จ.สกลนคร ผูค้ ุ้นเคยนบั ถอื กนั ใหม้ าตงั้ แตเ่ มอ่ื ไรจ�ำไมไ่ ด้ ลงุ นาคบอกวา่ เป็น
ของดีใหเ้ กบ็ ไว้บูชา” ซึ่งขา้ พเจา้ กไ็ ม่ได้ซักถาม และได้นำ� เก็บไว้บนหง้ิ พระตลอดมา
โดยไม่ทราบว่าคือสิ่งใด เคยน�ำลงมาสังเกตดูเสมอทุกคร้ังที่ท�ำความสะอาดห้ิงพระ
หลังจากไหว้พระสวดมนต์เสร็จ ก็ได้แต่พิจารณาดูด้วยความงุนงงทุกคร้ังว่า ส่ิงน้ี
คอื อะไรหนอ ดชู า่ งสวยงามยง่ิ นกั เปน็ เมด็ สชี มพอู อกแดงๆ ทกุ เมด็ ทเี ดยี ว ดแู ลว้ กเ็ กบ็
ไว้เช่นน้ัน

เม่ือพระอาจารย์ประพันธ์ได้พิจารณาดูแล้ว ก็พึมพ�ำอยู่แต่ว่า “ใช่แล้วๆ”
สกั พกั หนงึ่ ทา่ นกบ็ อกขา้ พเจา้ วา่ “นแี่ หละ พระธาตขุ องหลวงปพู่ รหม” ซง่ึ ในขณะนน้ั
ขา้ พเจ้ารูส้ ึกดใี จเป็นอยา่ งยิ่ง จากนน้ั ทา่ นอาจารย์ก็ไดเ้ มตตาเลา่ รายละเอียดเกยี่ วกับ
พระธาตขุ องหลวงปใู่ หข้ า้ พเจา้ ไดร้ บั รู้ และทา่ นอาจารยย์ งั บอกอกี วา่ “นานมาแลว้ เคย
แบง่ อฐั ธิ าตขุ องหลวงปใู่ หค้ ณุ ลงุ นาค ขอ้ สกลุ ไวบ้ ชู า แตไ่ มม่ ากนกั ” แตต่ อ่ มาลงุ นาค

181

ก็ไดแ้ บ่งมาใหข้ ้าพเจ้าอีกต่อหนึง่ (ภายหลังข้าพเจ้าได้ไปสอบถามคณุ ลงนาคถึงเร่อื ง
อัฐิธาตุนั้น ลงุ นาคบอกวา่ ของลุงหายไปหมดแลว้ )

วันนั้นท่านอาจารย์ได้ขอแบ่งพระธาตุไปคร่ึงหนึ่ง และแนะน�ำให้ข้าพเจ้าว่า
“ควรไปหาซอื้ ผอบมาเพอ่ื บรรจพุ ระธาตขุ องหลวงปู่ แลว้ ใหน้ ำ� ไปไวใ้ นทเ่ี หมาะสม และ
กราบไหว้บชู าเพอ่ื ความเปน็ สริ ิมงคลต่อชีวิตและครอบครัว”

ตอ่ มากไ็ ดม้ สี านศุ ษิ ยท์ า่ นอาจารยอ์ กี สองคนซงึ่ รกั ใครน่ บั ถอื กนั คอื ดาบตำ� รวจ
คมสนั ต์ คำ� สลี า และดาบตำ� รวจ วทิ ยา สขุ พนั ธ์ ทราบขา่ ว และขอแบง่ ไปอกี ๙ องค์
ปจั จบุ ัน ขา้ พเจา้ กย็ งั คงเกบ็ รกั ษาพระธาตุของหลวงปไู่ ว้เชน่ เดมิ และยงั คงดสู วยงาม
ทุกครงั้ ท่ีได้ชม และดูเหมอื นว่าจ�ำนวนจะไม่ไดล้ ดลงไปเลย

ภายหลังข้าพเจ้าได้มีเวลานึกตรึกตรองดูว่า ช่างเป็นเร่ืองท่ีน่าอัศจรรย์นัก
ท่ีพระอาจารย์ประพันธ์ได้บังเอิญมาขอดูวัตถุมงคล แล้วจึงได้พบพระธาตุของ
หลวงปู่พรหมในคร้ังน้ี หากไม่เช่นนั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็คงจะไม่รับรู้และอาจจะท�ำ
พระธาตสุ ญู หายไปไดใ้ นที่สุดกเ็ ปน็ ได้

182

เสน้ เกศาหลวงปู่กลายเป็นพระธาตุ

โยมพี่สาวของท่านอาจารย์ประพันธ์ได้บอกให้ท่านพระอาจารย์น�ำรูปหล่อ
หลวงปูพ่ รหม ขนาดหนา้ ตกั ๓ น้วิ ไปเก็บรักษาไวท้ ว่ี ัดถ้ำ� วงั แคน เพราะเกรงว่าจะ
ถกู งดั บา้ นเขา้ ไปขโมย เพราะมคี นมาขอดบู อ่ ยและมคี นเคยขอซอ้ื ในราคาสงู พอทา่ น
พระอาจารยน์ ำ� มา ไดพ้ บว่าใตฐ้ านมีถงุ พลาสติกเก่าๆ อุดอยู่ที่ซอกคอพระ พอแคะ
ออกมาไดก้ ท็ ราบวา่ เปน็ เกศา จะถามใครกไ็ มไ่ ด้ เพราะโยมพอ่ โยมแมท่ า่ นพระอาจารย์
ก็เสยี ชวี ิตไปหมดแลว้

ท่านพระอาจารย์ก็สงสัยว่าจะเป็นเกศาของหลวงปู่พรหมหรือเปล่า เพราะเก็บ
ไว้ในรูปหล่อขององค์ท่าน จากน้ันท่านพระอาจารย์ก็ได้น�ำเกศาดังกล่าวมาใส่ผอบ
ทองเหลือง โดยวางผอบทองเหลืองใตฐ้ านรปู หล่อหลวงปู่ และเก็บไวบ้ ชู าในตูท้ ่ีวัด
ถ�้ำวังแคน

เมอ่ื ประมาณเดอื นพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ผเู้ ขยี น (ไมอ่ อกนาม) ไดไ้ ปนมสั การ
ท่านพระอาจารย์ท่ีวัดถ้�ำวังแคน ผู้เขียนได้กราบพระธาตุหลวงปู่พรหมและพระธาตุ
หลวงปผู่ างบนศาลา จากนน้ั ผเู้ ขยี นก็ไดส้ งั เกตเหน็ รปู หลอ่ หลวงปูพ่ รหม ผู้เขียนจงึ
ยกขึ้นมาขอชม ทันใดน้ัน ผู้เขียนก็เหลือบไปเห็นผอบที่ซ่อนอยู่ใต้ฐาน จึงหยิบ
ขน้ึ มาเปดิ ดู ปรากฏวา่ เปน็ เกศา จงึ กราบเรยี นถามทา่ นพระอาจารยว์ า่ “เปน็ เกศาของใคร”
ท่านพระอาจารย์ก็ยังไม่แน่ใจที่จะตอบ แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเกศาของหลวงปู่พรหม

183

ผู้เขียนจงึ ขอโอกาสแบ่งเกศามาบชู า เกศาของหลวงปู่เก่ามาก เกาะกนั แน่น ท่านพระ
อาจารย์ต้องใช้นิ้วมือแยกแบ่งให้กับผู้เขียน พอผู้เขียนน�ำกลับกรุงเทพฯ ผู้เขียน
กอ็ ัญเชิญเก็บในผอบแก้ว (ก่อนหนา้ น้ีผเู้ ขียนเคยได้เกศาของหลวงปู่พรหมจากพระ
เพทาย นนฺทวโร วัดบวรนิเวศวหิ าร มา ๑๐-๑๕ เส้น)

ผเู้ ขยี นไดน้ ำ� เกศาทไี่ ดจ้ ากทา่ นพระอาจารย์ และจากพระเพทาย มาเปรยี บเทยี บกนั
ปรากฏวา่ เสน้ เกศา ความหนา ความบาง เปน็ แบบเดยี วกนั เลย ทำ� ใหผ้ เู้ ขยี นมน่ั ใจวา่
เปน็ เกศาของหลวงปพู่ รหมแน่นอน พอมโี อกาส ผ้เู ขยี นกไ็ ด้กราบเรยี นให้ท่านพระ
อาจารย์ประพนั ธ์ทราบดว้ ย หลงั จากน้ัน ทา่ นพระอาจารย์ประพันธเ์ ล่าวา่ “เกศาของ
หลวงปพู่ รหมไดแ้ ยกตวั ออกเปน็ กอ้ นกลมๆ ๓ กอ้ น” ทำ� ใหท้ า่ นพระอาจารยแ์ นใ่ จมาก
ย่งิ ข้ึนวา่ เปน็ เกศาของหลวงปู่พรหมอย่างแน่นอน ท่านพระอาจารย์ปตี ิและดใี จมาก

ตอ่ มา คณะคณุ คมสนั ต์ คำ� สลี า ไดข้ นึ้ ไปทำ� บญุ กบั ทา่ นพระอาจารยบ์ นถำ�้ วงั แคน
กส็ นทนากบั ทา่ นพระอาจารยจ์ นมดื คำ�่ ดว้ ยเหตใุ ดไมท่ ราบ กม็ าพดู ถงึ เกศาหลวงปพู่ รหม
พอคณะคณุ คมสนั ตร์ ทู้ มี่ าทไ่ี ปของเกศานี้ กอ็ ยากเหน็ และอยากไดไ้ ปบชู าบา้ ง ทา่ นพระ
อาจารยก์ บ็ อกวา่ “ขณะนเี้ กศากร็ วมตวั เปน็ ๓ กอ้ น ซง่ึ กห็ มายถงึ พระพทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์ ซึ่งก็ดีแล้ว ครั้นจะแบ่งให้ก็คงจะไม่พอกัน” คณะคุณคมสันต์ก็รบเร้า
อยากดู ท่านพระอาจารยจ์ งึ พาทกุ คนมาทศ่ี าลาฯ เพ่ือชมเกศา จากเดิมมี ๓ กอ้ น
ตอนนีม้ เี กศาก้อนเล็กๆ เป็น ๑๐-๑๑ ก้อน ซ่ึงกอ้ นเกศาน้ีขนาดเทา่ กบั มูลกระต่าย
หรือเมล็ดนุ่น ท่านพระอาจารย์ขนลุกซู่ แล้วพร้อมกันก้มลงกราบสิ่งอัศจรรย์ที่
ปรากฏต่อหน้าต่อตาทุกคน ท่านพระอาจารย์ได้มอบเกศาของหลวงปู่พรหมให้แก่
คณะคุณคมสนั ต์ โดยให้แต่ละคนไปเตรียมผอบมาใสเ่ มือ่ มาคราวต่อไป

นี่เป็นความอัศจรรย์เกี่ยวกับเส้นเกศาของหลวงปู่พรหมที่คณะศิษย์ได้พบเห็น
กันครง้ั หน่ึง

184

ทนั ตธาตขุ องหลวงปู่

ครอบครวั ของคณุ ครชู าย วงษป์ ระชมุ มศี รทั ธาในองคห์ ลวงปพู่ รหมมาก นบั ถอื
หลวงปเู่ ปน็ ทพ่ี ่งึ ทางใจ คณุ ครชู ายไดม้ โี อกาสปรนนบิ ตั ิรับใช้หลวงปูต่ ามก�ำลัง และ
เป็นทีไ่ ว้วางใจของหลวงปู่

ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๒ หลวงปู่พรหมได้อนญุ าตใหค้ ณุ ครชู ายท�ำฟนั ปลอม
ใหก้ บั หลวงปเู่ พอ่ื จะไดข้ บฉนั รบั ประทานอาหารไดส้ ะดวก หลงั จากหลวงปไู่ ดใ้ หห้ มอ
ถอนฟันแล้ว หลวงปู่ได้มอบฟันให้กับหลวงปู่สุภาพ ธมฺมปญฺโญ เพื่อมอบให้กับ
คุณครชู ายตอ่ ไป

คุณครูชายรู้สึกดีใจมากท่ีท่านเมตตามอบฟันของท่านให้น�ำมากราบไหว้บูชา
จนบดั น้ี ฟนั ซดี่ งั กลา่ วไดก้ ลายเปน็ พระธาตแุ ลว้ (ทนั ตธาต)ุ โดยปกตคิ ณุ ครชู ายและ
คณุ ครคู �ำฟอง (ภรรยา) จะเก็บรักษาฟันของหลวงปู่ไว้ในผอบเพียง ๑ ซ่ี เทา่ นั้น
แต่พอเปิดผอบออกดู ปรากฏวา่ มพี ระธาตเุ สดจ็ มาเพมิ่ เปน็ จ�ำนวน ๗ องค์ อนั นี้
ผเู้ ขยี น (คณุ หมอสเุ มธ) ไดพ้ จิ ารณาและเหน็ กบั ตาผเู้ ขยี นเอง พระธาตมุ ลี กั ษณะเปน็
สขี าวขนุ่ ใส เปน็ เมด็ เลก็ เทา่ เมลด็ พนั ธผ์ุ กั กาด สรา้ งความปตี ยิ นิ ดแี ละเปน็ ทอี่ ศั จรรย์
แก่ทกุ ๆ คน

ท่มี าของทนั ตธาตขุ องหลวงปู่

เกย่ี วกบั ทนั ตธาตขุ องหลวงปพู่ รหม มบี นั ทกึ ไวใ้ นอกี ทห่ี นงึ่ ในหนงั สอื ตามรอย
พระอาจารยพ์ รหม จริ ปุญฺโ พระอรหนั ต์แห่งบา้ นดงเย็น ดังน้ี

หลวงปู่ขาว อนาลโย วดั ถ้ำ� กลองเพล ได้บอกกบั ศษิ ยช์ อื่ คุณครชู าลี ดลุ วรรณ
ซง่ึ เปน็ เพอ่ื นกบั คณุ ครชู าย วงษป์ ระชมุ ศษิ ยข์ องหลวงปพู่ รหม ตามทก่ี ลา่ วมาแลว้ วา่

185

“ถา้ อยากได้ของดี ให้ไปขอทำ� ฟันกบั หลวงปพู่ รหม” คุณครชู าลีกร็ ีบเดนิ ทางไปกราบ
หลวงปู่พรหมเพือ่ ขออนุญาตพาหมอมาท�ำฟัน รกั ษาฟัน และเปล่ียนฟนั ให้หลวงปู่
แม้จะขออยู่นาน หลวงปู่ท่านก็ไม่อนุญาตจนคุณครูชาลีหมดปัญญา จึงไปเล่าให้
คุณครชู ายฟัง

คณุ ครชู ายดใี จมาก ตวั เองอยรู่ บั ใชห้ ลวงปมู่ านานจงึ รวู้ า่ ควรจะทำ� อยา่ งไร จงึ ได้
ไปกราบเรียนหลวงปลู่ ี €ิตธมฺโม (วดั เหวลกึ ) เพ่ือใหท้ า่ นพาไปกราบหลวงปพู่ รหม
ขออนุญาตพาหมอมาท�ำฟันถวายทา่ น หลวงปพู่ รหม ทา่ นมักจะเรยี กคณุ ครูชายวา่
“ขป้ี ลาท”ู เมอ่ื ไดร้ บั คำ� ขอ ทา่ นจงึ พดู วา่ “ขปี้ ลาทู เจา้ อยากทำ� หรอื เอา้ อนญุ าตใหท้ ำ� เลย”

คณุ ครชู ายไดไ้ ปกราบเรยี นหลวงปขู่ าววา่ “หลวงปพู่ รหมอนญุ าตใหท้ ำ� ฟนั ทา่ นแลว้ ”
และหลวงปขู่ าวไดถ้ ามวา่ “ชาย เจา้ จะเอาเงนิ ทไ่ี หน ถา้ ไมม่ กี ใ็ หม้ าเอากบั หลวงปไู่ ดน้ ะ”
คณุ ครชู ายรู้สึกซาบซ้งึ ในเมตตาของหลวงป่ขู าวมาก เมื่อกลบั มากร็ ีบด�ำเนนิ การทันที
โดยไปปรกึ ษากบั หมอฟนั ชอื่ คณุ หมอประเสรฐิ แหง่ รา้ นประเสรฐิ ทำ� ฟนั อยตู่ ลาดพงั โคน
สกลนคร แล้วรบั คณุ หมอไปถวายการท�ำฟนั หลวงปู่

คณุ หมอประเสรฐิ ไดท้ ำ� การถอนฟนั กรอฟนั พมิ พฟ์ นั และใสฟ่ นั ถวายหลวงปู่
ซง่ึ ใชเ้ วลาเดอื นเศษ และไดใ้ สฟ่ นั เทยี มซใ่ี หมถ่ วายหลวงปู่ ขณะทห่ี มอถอนฟนั ถวาย
หลวงปูน่ นั้ มีหลวงปู่สุภาพ ธมมฺ ปญฺโ หลวงปลู่ ี €ติ ธมฺโม คณุ ครชู าย วงษป์ ระชุม
คณุ ครคู ำ� ฟอง วงษป์ ระชมุ และคณุ ครมู ยั (เพอื่ นคณุ ครชู าย) อยดู่ ว้ ย เมอื่ หมอจบั ฟนั ซ่ี
ทมี่ ปี ญั หา ฟนั กห็ ลุดออกมาโดยไมต่ ้องท�ำอะไรเลย

หลวงปูส่ ุภาพได้เอาถาดซงึ่ ปดู ้วยผ้าขาวใหว้ างฟันของหลวงปู่ แล้วเอาไปวางไว้
ใกลๆ้ หลวงปู่ หลวงปหู่ ยบิ ฟนั ซนี่ น้ั ยนื่ ใหห้ ลวงปสู่ ภุ าพแลว้ บอกวา่ “เอาใหข้ ปี้ ลาทมู นั ”

ฟนั ซดี่ งั กลา่ ว คณุ ครชู าย คณุ ครคู ำ� ฟอง ไดเ้ กบ็ ไวบ้ ชู าในหอ้ งพระ ในเวลาตอ่ มา
ฟนั ซนี่ นั้ ไดก้ ลายสภาพเปน็ พระธาตุ สว่ นรากของฟนั มสี เี หลอื งอรา่ ม ใสเปน็ แกว้ สว่ นบน
ของฟนั มคี ราบนำ้� หมากดำ� เกาะตดิ อยู่ และมพี ระธาตเุ สดจ็ มารวมอยใู่ นผอบนนั้ ดงั ที่
เขยี นเล่ามาข้างต้น

186

หนังสืออ้างอิง

พระอาจารยพ์ รหม จริ ปุญโญ, ๒๕๓๘.
รศ.ดร.ปฐม - รศ.ภทั รา นคิ มานนท,์ หลวงปพู่ รหม จริ ปญุ โฺ ญ, มถิ นุ ายน ๒๕๕๗,

บรษิ ทั พ.ี เอ.ลฟี วง่ิ จำ� กดั .

ค�ำแผ่กศุ ลแกส่ รรพสตั ว์

ณ วัดป่าอมั พโรปัญญาวนาราม
ในพระอปุ ถมั ภ์ สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)

สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก
ตำ� บลคลองกวิ่ อำ� เภอบา้ นบงึ จังหวดั ชลบรุ ี
วันศกุ รท์ ี่ ๒๔ พฤศจกิ ายน พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ดิถีขนึ้ ๖ ค�ำ่ เดอื น ๑

ขอบุญกุศลจรยิ า อนั ขา้ พเจา้ ทัง้ หลายได้บำ� เพญ็ ด้วยดีแล้ว ทางกาย วาจา และใจ
กลา่ วโดยจำ� เพาะคอื การสรา้ งอารามถวายแดส่ งฆจ์ ตรุ ทศิ อทุ ศิ ไวใ้ นพระบวรพทุ ธศาสนา
อารามนั้นมีนามว่า วัดป่าอัมพโรปัญญาวนาราม ประกอบดว้ ยปชู นียวตั ถุ และเสนาสนะ
ต่างๆ กล่าวคือพระพุทธปฏิมาปางนาคปรก พระพุทธปฏิมาปางสมาธิ ศาลาที่ประชุม
อาคารพพิ ธิ ภณั ฑท์ ่ีประมวลธรรมโอวาทของพระสปุ ฏปิ นั โน ถนนลาดยางกว้าง ๙ เมตร
ยาว ๘๐๐ เมตร อา่ งเกบ็ นำ�้ สาธารณทาน กำ� แพงรอบพนื้ ทยี่ าว ๒,๘๐๐ เมตร สงู ๓ เมตร
ตลอดทั้งบุญกริ ิยาแหง่ การบ�ำเพญ็ ทาน รกั ษาศีล เจรญิ ภาวนา ด้วยน�ำ้ ใจศรทั ธาเลื่อมใส
มน่ั คงในพระรตั นตรยั ดง่ั น้ี ขา้ พเจา้ ขอตงั้ สจั จาธษิ ฐาน แผก่ ศุ ลไปไมม่ ปี ระมาณ ขอถวาย
เปน็ พระราชกศุ ลสนองพระเดชพระคณุ สมเดจ็ พระบรู พมหากษตั รยิ าธริ าช และพระบรม
วงศานวุ งศท์ กุ พระองค์ และเปน็ กศุ ลสนองคณุ ทา่ นผบู้ ำ� เพญ็ คณุ ประโยชนต์ อ่ ประเทศชาติ
และพระพทุ ธศาสนา เปน็ ปฐม

อน่งึ ขอสรรพสัตว์ทง้ั หลาย ไมม่ ีทส่ี ุด ไม่มปี ระมาณ, จงมสี ว่ นแหง่ บุญทีข่ า้ พเจ้า
ไดท้ ำ� ในบดั น,้ี และแหง่ บญุ อน่ื ทไี่ ดท้ ำ� ไวก้ อ่ นแลว้ , คอื จะเปน็ สตั วเ์ หลา่ ใด, ซงึ่ เปน็ ทรี่ กั ใคร่
และมบี ญุ คณุ เชน่ มารดาบดิ าของขา้ พเจา้ เปน็ ตน้ กด็ ี ทขี่ า้ พเจา้ เหน็ แลว้ หรอื ไมไ่ ดเ้ หน็ กด็ ,ี
สตั วเ์ หลา่ อน่ื ทเี่ ปน็ กลางๆ หรอื เปน็ คเู่ วรกนั กด็ ,ี สตั วท์ ง้ั หลายตง้ั อยใู่ นโลก, อยใู่ นภมู ทิ ง้ั ๓,
อย่ใู นก�ำเนิดทั้ง ๔, มขี นั ธ์ ๕ ขนั ธ,์ มีขันธ์ขันธ์เดียว, มีขนั ธ์ ๔ ขันธ์, ก�ำลังทอ่ งเทย่ี ว
อยู่ในภพน้อยภพใหญ่ก็ดี, สัตว์เหล่าใดรู้ส่วนบุญที่ข้าพเจ้าแผ่ให้แล้ว, สัตว์เหล่านั้น
จงอนุโมทนาเองเถดิ , ส่วนสตั วเ์ หลา่ ใดยังไมร่ ู้ส่วนบญุ น้ี, ขอเทวดาทัง้ หลายจงบอกสัตว์
เหลา่ นั้นให้รู้

เพราะเหตทุ ไี่ ดอ้ นโุ มทนาสว่ นบญุ ทขี่ า้ พเจา้ แผใ่ หแ้ ลว้ , สตั วท์ งั้ หลายทงั้ ปวง, จงเปน็
ผู้ไม่มเี วร, อยู่เปน็ สขุ ทกุ เม่ือ, จงถงึ บทอนั เกษมกลา่ วคือพระนพิ พาน, ความปรารถนาที่
ดงี ามของสตั ว์เหล่านนั้ จงส�ำเร็จเถดิ , สาธุ สาธุ สาธุ


Click to View FlipBook Version