The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปัญญาปทีโปนุสรณ์ หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ืทีมงานกรุธรรม, 2022-02-28 22:04:45

ปัญญาปทีโปนุสรณ์ หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

ปัญญาปทีโปนุสรณ์ หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

Keywords: ปัญญาปทีโปนุสรณ์,หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

แม่น�า้ โขง หนองคาย อุทยานแห่งชาติ
อุทนยาายนูงนแห�้าโง่ สชมาติ ภลู งั กา

เลย นครพนม
สกลนคร
อุดรธานี อุทยาภนพู แาหน่งชาติ

วัดป่าสาลวัน หนองบวั ลาำ ภู

ขอนแก่น อทุ ยภานผู แายหล่งชาติมุกดาหาร
กาฬสนิ ธ์ุ

มหาสารคาม ยโสธร

นครราชสีมา ร้อยเอ็ด

การออกธุดงคค์ รัง้ ท่ี ๗

ภาคอสี าน

เม่อื ออกพรรษาท่ี ๖ แลว้ หลวงปเู่ ปลยี่ นไดก้ ลบั ไป ใชส้ ตคิ วบคมุ สมาธิ เพราะทา่ นคดิ จะสอนญาตโิ ยมผสู้ นใจให้
หาหลวงปู่ตื้ออีกครั้ง หลวงปู่ต้ือเห็นท่านก็ยิ้มแล้วบอกว่า ปฏบิ ตั ธิ รรมได้ ถา้ ทา่ นยังไมร่ เู้ รอ่ื งอารมณข์ องจติ อยา่ งแทจ้ รงิ
“ได้ของดีมาแล้ว มันเป็นที่เก่าของมัน” (ท่านมาทราบ และละเอยี ดลออแล้วจะยังไม่สอน ท่านจะสอนสงิ่ ทยี่ ากให้
ภายหลังว่าวัดป่าสะลวงเคยเป็นสวนของท่านในอดีตชาติ) เป็นง่าย โดยใช้ปัญญาเป็นหลัก
หลวงป่เู ปลี่ยนพักอยู่กบั หลวงปตู่ ้ือ ๔ วนั จึงเดินทางไปหา
ครบู าอาจารยท์ ่ี จ.อดุ รธานี หนองคาย สกลนคร ขอนแกน่ จติ ทเ่ี ขา้ สคู่ วามสงบรวดเร็วมากจนกระท่งั ไมร่ อู้ ะไร
กเ็ ปรยี บเสมอื นการน่ังเคร่อื งบนิ จากกรงุ เทพฯ ไปเชียงใหม่
ระหว่างธุดงค์อยู่อีสาน ท่านคิดจะไปปฏิบัติธรรม ผู้ที่นัง่ อยู่บนเครือ่ งไม่สามารถเห็นรายละเอยี ดมากนกั
ทีบ่ ้านดงขีเ้ หล็ก อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ซึง่ พบเมื่อคราวไป เพียงแต่เหน็ ภาพทีผ่ ่านไปอย่างรวดเรว็ แตถ่ ้าไปเชยี งใหม่
ตามหาท่านอาจารย์จวน กุลเชฏฺโ แต่มาคิดว่าขณะนี้ โดยรถยนตซ์ ่งึ ใชเ้ วลามาก ผใู้ ชร้ ถจะสามารถแจกแจงสภาพ
ท่านสามารถปฏิบัติธรรมได้ก้าวหน้าแล้ว อยู่ที่ไหนก็สบาย ตา่ ง ๆ ของเสน้ ทางทผ่ี า่ นไดล้ ะเอียดกวา่ ทา่ นจึงฝกึ ตามจิต
จะอยู่ในป่าหรือบ้านก็เหมือนกัน ไม่แตกต่างกัน ท่านได้ไป โดยการเขา้ สมาธอิ ยา่ งชา้ ๆ บางครั้งจิตทา่ นกา� ลงั ด่งิ ลงสู่
ประชุมพระทวี่ ัดป่าสาลวัน จ.นครราชสมี า ในวันทีส่ ามของ ความสงบอย่างรวดเรว็ ท่านต้องฝืนจติ ไม่ให้เรว็ เกินไป
การประชมุ เม่อื มองพระท่มี าประชมุ จาำ นวน ๒๐๐-๓๐๐ องค์ เพอื่ พจิ ารณาอารมณ์ของจติ ว่า ก่อนทีจ่ ิตจะเปน็ สมาธินนั้
ปรากฏว่ามองเห็นเป็นโครงกระดูกเต็มไปหมด แม้แต่ผู้ทมี่ า มีขัน้ ตอนการเข้าสู่ความสงบอย่างไร วางอารมณ์อะไร
ใส่บาตร กาำ ลงั ใสบ่ าตร กเ็ หน็ เปน็ อสภุ ะไปด้วย อยา่ งไร เมอื่ ไร และทีไ่ หน ทา่ นได้เพียรฝึกใชส้ ติตามสมาธิ
จนตามได้ทัน ความรู้ด้านธรรมะได้ผุดขึน้ มาและรู้เอง
กอ่ นเขา้ พรรษา ทา่ นไดเ้ ดนิ ทางกลบั ไปวดั ปา่ สะลวง โดยละเอียด ทำาให้ท่านมีความพอใจทีจ่ ะอยู่องค์เดียว
คราวนีม้ ีท่านเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่จะอยู่จำาพรรษา ไม่อยากคลุกคลีกับหมู่คณะ
ท่านตัง้ ใจว่าจะฝึกตัวเองให้มีความชำานาญมากขึ้นในการ

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 47

พรรษาที่ ๗๐๕๒ วดั ป่าสะลวง บา้ นสะลวงนอก

๘ ต.สะลวง อ.แมร่ ิม จ.เชยี งใหม่

ในพรรษานี้ ท่านบ�าเพ็ญกจิ วัตรประจ�าวนั ดังน้ี

๓.๓๐ น. สวดมนต์ท�ำวัตรเช้ำแล้วนัง่ ภำวนำและแผ่เมตตำ

๖.๐๐ น. จัดทีน่ ัง่ และบำตรที่ศำลำ ต่อจำกนัน้ ไปล้ำงหน้ำและท�ำกิจส่วนตัว
เรียบร้อยแล้วห่มจีวร คลุมสังฆำฏิแล้วเดินจงกรมต่อ

๗.๐๐ น. ออกบิณฑบำต เวลำที่ใช้ในกำรบิณฑบำตแล้วแต่เส้นทำง
ถ้ำไปบ้ำนสะลวงในใช้เวลำ ๑ ชัว่ โมงเศษ ถ้ำไปบ้ำนสะลวงนอกใช้เวลำ ๕๐ นำที
ถ้ำไปบ้ำนกำดฮำว จะใช้เวลำ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นำที

๘.๓๐ น. น�ำสังฆำฏิและจีวรซึ่งเปียกเหงื่อและน�้ำค้ำงออกตำก แล้วเดินจงกรมต่อ
ระหว่ำงนัน้ ชำวบ้ำนจะน�ำอำหำรตำมมำถวำยให้ที่วัด ท่ำนจะแบ่งอำหำรไว้
เท่ำทีจ่ ะฉัน ทีเ่ หลือให้ชำวบ้ำนน�ำไปรับประทำนที่บ้ำน แต่ถ้ำเป็นวันพระ
ชำวบ้ำนผู้มีศรัทธำที่อยู่รักษำอุโบสถศีลก็จะรับประทำนทีว่ ัด เมื่อแบ่งอำหำรเสร็จ
ท่ำนจะสวดมนต์ให้พรแล้วจึงฉันอำหำร ฉันเสร็จก็จะกลับกุฏิเพือ่ นัง่ ภำวนำ
อีกประมำณ ๑-๒ ชั่วโมง แล้วจึงพกั ผ่อนช่วงสั้น ๆ ก่อนจะนัง่ ภำวนำต่อ

๑๓.๓๐ น. อ่ำนหนังสือหรือเดินจงกรม

๑๖.๐๐ น. กวำดลำนวัด เสร็จแล้วสรงน�ำ้ และตักน�ำ้ เพือ่ ใช้ในกำรล้ำงบำตรในตอนเช้ำ
หรือเพอื่ ใช้ในกุฏิเท่ำทีจ่ �ำเป็น จัดที่ต่ำง ๆ ที่ศำลำเตรียมไว้ในเวลำเช้ำ

๑๘.๐๐ น. เดินจงกรม

๑๙.๐๐ น. สวดมนต์ท�ำวัตรเย็นประมำณ ๑ ชัว่ โมงครึง่ แล้วนั่งภำวนำต่อ

๒๓.๓๐ น. เดินจงกรมอีก ๑ ชั่วโมง แล้วนัง่ พิจำรณำจนถึงเวลำนอน
นอนแบบสีหไสยำสน์ จนได้เวลำลุกขึ้นในตอนเช้ำเพ่ือสวดมนต์ท�ำวัตรเช้ำ

ในวันอุโบสถศีล ท่านจะน�าชาวบ้านที่มาวัดรับศีล ถือธุดงควัตรเนสัชชิก ปฏิบัติอยู่ในอิริยาบถสาม
คอื ยืน เดินจงกรม นงั่ พิจารณา สลับกนั ไป แตห่ ลวงปู่เปลี่ยนจะนัง่ ภาวนาในอริ ยิ าบถเดียวเทา่ น้นั จนกระทั่ง
เวลา ๕.๐๐ น. จึงนา� ชาวบา้ นสวดมนตท์ �าวัตรเชา้ เปน็ อันเสร็จพิธี

48 | ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์

กฎของไตรลกั ษณ์ ได้อาหารก็ตง้ั ไว้ตรงนนั้ ไมค่ ดิ อยากฉนั อยากภาวนาอยู่
ตลอดเวลา แตค่ ราวน้อี กี ใจหน่งึ ทา่ นมองเหน็ ดว้ ยปญั ญา
ในพรรษานี้ หลวงปู่เปลี่ยนได้พิจารณาเรื่องการ ถึงไม่อยากฉันข้าว แต่เมื่อลองฉันก็ฉันได้ตามปรกติ
เกิดดับของสังขารร่างกายของคนและสัตว์ทัง้ หลายว่า ผิดกับครั้งพรรษาที่ ๒ ขณะอยู่ที่ จ.พังงา ที่บังเกิดปีติ
เป็นไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พิจารณาเรื่อง จนไมอ่ ยากฉนั ข้าวเลย
ของไตรลกั ษณว์ า่ เปน็ อยา่ งไร มคี วามจรงิ อยา่ งไรหรอื ไม่
ท่านได้พิจารณาจนเป็นที่แน่ใจไม่มีข้อสงสัยว่าสิง่ ของ ท่านได้พิจารณาเรือ่ งการบิณฑบาต ก็เพื่อรับ
ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งเปน็ ของท่ไี มเ่ ทย่ี ง ไดก้ าำ หนดดรู ปู กายของ อาหารจากชาวบ้านมากินประทังชีวิต มิได้กินเพือ่ ความ
ตนเอง ของสัตว์ทัง้ หลายว่าเป็นทุกข์จริง ทำาให้จิตใจ อยากในรสของอาหาร หรือเพือ่ ความต้องการของปาก
เกิดการเบื่อหน่าย เป็นเหตุให้ท่านคิดว่าตัวท่านเองได้ และท้อง มิได้คำานึงว่าได้มากหรือน้อย ใครจะใส่หรือ
สาำ เรจ็ มรรคผลแลว้ เมอื่ มคี วามเหน็ เชน่ น้ี กลบั เกดิ ความ ไม่ใส่ก็ตาม แล้วแต่ศรัทธาของผู้ทีใ่ ส่บาตร ท่านจะแผ่
คิดว่าอาจจะเป็นความเห็นผิด จึงหวนกลับมาพิจารณา เมตตาขณะเดินบิณฑบาตในทุกแห่งทีผ่ ่าน จะแผ่รอบ
ว่า สังขารทั้งปวงทัง้ ภายในภายนอกไม่ว่าจะอยู่แห่งหน ตัวเรื่อย ๆ ไป
ตาำ บลใดในโลก เกดิ แลว้ ตอ้ งดบั แตกสลายเหมอื นกนั หมด
พอมองดูคนหนุ่ม คนเฒ่าคนแก่ ก็เห็นร่างกายสังขาร นอกจากนัน้ ท่านได้พิจารณาถึงความทุกข์ของ
พังไปหมด ท่านได้นั่งพิจารณาจนเกิดสติปัญญาขึ้นมา ร่างกาย ที่ต้องเดินเพือ่ แสวงหาอาหาร ทุกข์ทีเ่ กิดจาก
เพ่ือเตือนตนเองอยูเ่ สมอเร่ืองสาำ เร็จมรรคผล สภาวะอากาศ ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ทุกข์อันอาจจะ
เกดิ อนั ตรายท่มี องไมเ่ หน็ จากธรรมชาติ หรอื จากสตั วป์ า่
เกิดการโต้เถียงขึน้ ภายในใจของท่าน ใจหนึง่ มี สัตว์เลื้อยคลานนานาชนิด แต่ก็จำาเป็นต้องแสวงหา
ความเห็นวา่ ไม่มอี ะไรในโลกทต่ี ้องมาหว่ งใย ใจจงึ ไมร่ ับ เพราะร่างกายต้องการอาหารมาดับความทุกข์
อะไรเลย ทำาใหท้ ่านไมอ่ ยากฉันขา้ วฉันน้ำา ไปบิณฑบาต

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 49

การขบั ไล่

ขณะอยู่ที่วัดป่าสะลวง ก่อนออกพรรษา
เล็กน้อย มีชาวบ้านพยายามจะไล่หลวงปู่เปลีย่ น
ให้ออกจากวัด แต่ท่านไม่สนใจ หลังจากวันนั้น
เป็นต้นมา พอท่านเดินออกไปบิณฑบาต ชาวบ้าน
ผนู้ น้ั จะออกมายนื หนั หลงั เพอ่ื ขวางทางเดนิ ซ่งึ กวา้ ง
พอจะเดินเรียงหนึ่งเท่านัน้ เมื่อท่านจะเดินผ่านที่
ตรงนั้น จึงต้องลงจากทางเดิน อ้อมไปในพงหญ้า
ซึ่งเปียกชุ่มไปด้วยน�้าค้าง ได้รับความล�าบากมาก
เมือ่ เดินผ่านไปแล้วชาวบ้านผู้น้ีจะเดินเข้าบ้านไป
เวน้ ไป ๓-๔ วนั ก็ออกมายืนขวางทางอีก จนกระท่งั
ออกพรรษาไดเ้ ดือนคร่งึ จงึ เลิกไป

หลังจากนั้นก็มีการขับไล่ท่านอีก โดยเจ้า
คณะจงั หวดั ไดใ้ หพ้ ระทอ่ี ยใู่ นปกครองของตนไปถาม
ปญั หาหลวงปเู่ ปล่ยี น หากตอบไมไ่ ดท้ า่ นจะตอ้ งออก
ไปจากวัดป่าสะลวงทันที พระทีไ่ ปถามปัญหาต้อง
ขอร้องชาวบ้านให้ไปเป็นเพือ่ นด้วย แต่ไปถึงแล้ว
ก็ไม่มีองค์ใดกล้าถามปัญหาที่เตรียมมา บางครัง้
ส่งพระท่ีเป็นมหามาพบ แต่ก็ถามปัญหาไม่ได้ ลืม
ค�าถามหมด พระองค์ที่ถูกใช้มา เมือ่ ถามปัญหา
ไม่ได้ก็ไม่กล้ากลับวัด ต้องไปนอนบ้านโยมแทน
นานเข้าก็ต้องสึกออกไป การคิดขับไล่นีท้ �ากันถึง
๔ คร้งั จนพระบางองคท์ ่อี ยวู่ ดั ในหมบู่ า้ นสะลวงนอก
มคี วามเกรงกลวั เจา้ คณะจงั หวดั เพราะทา� ตามคา� สงั่
ไม่ได้ ลาสกึ ออกไปจนหมด เหลือแตส่ ามเณรเพียง
๒ องค์ ชาวบ้านจึงขอร้องใหห้ ลวงป่เู ปลย่ี นไปอยทู่ ี่
วัดในหมู่บ้านสะลวงนอก แต่ท่านปฏิเสธเนือ่ งจาก
ทา่ นเป็นพระธุดงค์จะอยแู่ ตว่ ดั ในปา่

50 | ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์

ครั้นออกพรรษาแล้ว ชาวบ้านผู้หนงึ่ ซึ่งอยู่ใกล้วัดในหมู่บ้านสะลวงนอก เกิดไม่พอใจ
หลวงปเู่ ปลยี่ น โดยถอื เหตทุ ท่ี า่ นไมย่ อมไปจากวดั ปา่ สะลวง ทาำ ใหพ้ ระตอ้ งสกึ ไปเหลอื แตส่ ามเณร
ดงั นน้ั เวลาเหน็ ทา่ นเดนิ ผา่ นไปบณิ ฑบาต ชายคนนน้ั กเ็ อามอื จบั เสาบา้ นของตนพรอ้ มกบั พดู ซา้ำ ๆ
“ใครจะใส่บาตรให้ธรรมยุตก็ใส่เถอะ ใส่บาตรธรรมยุตแล้วเหาะไม่ได้หรอก” หลวงปู่เปลีย่ น
ไดย้ นิ แลว้ จึงแผเ่ มตตาอยู่ในใจใหช้ ายผู้นนั้ มีความสขุ ยงิ่ ๆ ข้นึ ไป

ชาวบา้ นคนนย้ี นื วา่ ทา่ นเพยี งวนั เดยี ว วนั ทส่ี องทา่ นเดนิ ผา่ นไมเ่ หน็ เขาอกี วนั ทส่ี ามมพี ระ
มาตามท่านไปดูแลอาการป่วยของหลวงปู่ตื้อ ท่านจึงเก็บอัฐบริขาร และไปพยาบาลหลวงปู่ตื้อ
๑ คืน วันรุ่งขึ้นประมาณบ่าย ๔ โมง มีคนมาบอกข่าวว่า ผู้ชายคนทีด่ ่าว่าท่านได้เสียชีวิตแล้ว
และชาวบา้ นในแถบนน้ั สงสัยวา่ เขาตายเพราะท่านปล่อยคณุ ไสยไปใส่

เมอ่ื หลวงปเู่ ปลย่ี นมโี อกาสไปหาหลวงปแู่ หวนและหลวงปสู่ มิ ไดถ้ ามถงึ เหตกุ ารณน์ ้ี หลวงปู่
ได้ให้เหตุผลทำานองเดยี วกันว่า เขาเป็นลูกศษิ ย์เทวทตั มาเกิด จงึ ต้องรับกรรม

หลวงปู่สิมกับหลวงปู่เปลย่ี น

ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์ | 51

เชียงดาว พร้าว ดอยหลวง

แมแ่ ตง

แม่ริม ดอยสะเกด็

เมือง สนั ทราย เชียงใหม่

วดั อรัญญวเิ วก

วัดปา่ อาจารย์ตื้อ

การออกธดุ งค์ครง้ั ท่ี ๘ วัดป่าสะลวง

เชียงใหม่

หลังออกพรรษาที่ ๗ ท่านกลับไปหาหลวงปู่ตื้อ คราวทีอ่ ยู่วัดป่าสะลวง มีพระจากผาแด่นมาพักทีว่ ัด
ไดพ้ กั ปฏบิ ตั หิ ลวงปตู่ อ้ื และรบั การอบรมส่งั สอนจากทา่ น ทา่ นได้รับนิมติ วา่ มีพระมา ๒ องค์ มีลักษณะเปน็ ควาย
อีกประมาณ ๑ เดอื น จงึ ย้อนกลบั มาวดั ป่าสะลวง มานอนอยู่ทีศ่ าลา รุ่งขึ้นเช้าขณะเตรียมออกบิณฑบาต
ได้พบพระ ๒ องค์นั้นจริง ยังนอนหลับอยู่บนศาลา
วันหนง่ึ ท่านไปบิณฑบาต สงั เกตเห็นสุนขั ตวั เมยี ได้ทราบภายหลงั ว่า พระทงั้ ๒ องคบ์ วชได้ ๑๐ พรรษา
ตัวหนึง่ อยู่กับเจ้าของบ้านที่เป็นผู้หญิง เมื่อท่านไป แลว้ แตก่ ารภาวนายงั ไมก่ า้ วหนา้ การไดน้ มิ ติ มาน้ี บางคร้งั
บณิ ฑบาตผา่ นหนา้ บา้ นน้ี สนุ ขั จะวง่ิ ไปเตอื นเจา้ ของบา้ น ก็มาตักเตือนให้หลวงปู่เปลี่ยนระวังอันตรายจากการ
ใหร้ ู้ เพอ่ื จะรบี นาำ อาหารออกมาใสบ่ าตร สนุ ขั ทาำ เชน่ นอ้ี ยู่ โดนทาำ ร้ายรา่ งกายบ้าง จากการรบกวนของเพศตรงขา้ ม
เปน็ ประจาำ หลวงปเู่ ปลย่ี นจงึ ตง้ั จติ ดสู นุ ขั จงึ รวู้ า่ เมอื่ กอ่ น บ้าง การตรวจสอบนิมิตทำาให้ท่านมีความรู้และเข้าใจ
สุนัขเคยเกิดเป็นลูกสาวเจ้าของบ้าน แต่ผิดศีลข้อสาม ในคำาเทศน์ของหลวงปู่ตือ้ เรือ่ งทีว่ ่า พระหมา พระแมว
เพราะคบชู้ เมื่อสามีรู้ก็ไม่ยอมรับ พร้อมกับสาบานว่า ฯลฯ โดยไม่มขี ้อสงสัยอีกเลย
ถา้ มชี ูจ้ รงิ ขอให้ไปเกดิ เปน็ สนุ ขั ดว้ ยผลของกรรมนี้ เมอ่ื
ตายไปจึงมาเกิดเป็นสุนัขอาศัยอยู่กับหญิงเจ้าของบ้าน หลวงปู่เปลีย่ นได้ท่องเที่ยวธุดงค์เข้าและออก
นน้ั เอง ทา่ นจงึ บอกเจา้ ของบา้ นใหร้ แู้ ละใหด้ แู ลสนุ ขั ใหด้ ี วัดป่าสะลวงอยู่จนวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๙
จึงออกจากบ้านสะลวงนอกไปสู่บ้านปง ต.อินทขิล
ส่วนนมิ ิตรูปสตั ว์ต่าง ๆ เช่น วัว ควาย สุนขั แมว อ.แมแ่ ตง จ.เชยี งใหม่
เวลามคี นเดนิ มา ไดผ้ า่ นเขา้ มาใหท้ า่ นเหน็ เปน็ ประจาำ เชน่

52 | ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์

บันทกึ ลายมือของหลวงปู่เรอื่ งนมิ ติ เหน็ วดั อรญั ญวเิ วก

บา้ นปง (วันอาทิตยท์ ี่ ๑๒ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๐๙)

ขณะอยู่ที่วัดป่าสะลวง หลวงปู่เปลีย่ นได้นมิ ิตว่า ตัวท่านเองลอยอยู่บนท้องฟ้า แล้วมองลงมาเห็นหลวงปู่ชอบ
านสโม กำาลังเดินเอาผ้าอาบนำ้าคลุมศีรษะไว้ ท่านจึงลงมากราบนมัสการหลวงปู่ชอบ ได้ถามหลวงปู่ว่าจะไปไหน
หลวงปู่ตอบวา่ จะไปสรงน้าำ แล้วกเ็ ดนิ เลยไป ทา่ นจึงลอยขึ้นไปเบื้องบนอีกคร้งั หนึง่ ผ่านบา้ นของชาวบ้านคนหนงึ่ ซงึ่
ออกมานง่ั ไหว้ นิมนต์ใหท้ ่านลงมาพกั ท่ีสำานักแห่งหนง่ึ ไดป้ วารณาตัวเองว่า จะขอเปน็ ผอู้ ปุ ัฏฐากหลวงปูเ่ ปลีย่ น และ
จะถวายรองเท้าแก่ท่าน ๔ คู่ ต่อจากนน้ั ท่านจงึ ลอยกลับไปวดั ปา่ สะลวง

ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์ | 53

หลังนิมิตได้ประมาณ ๑๐ วัน หลวงปู่เปลี่ยนก็ จนทางเดินจงกรมยุบลึกลงไป เวลาฝนตกน้ำาจะขังเต็ม
ออกธุดงค์ไปวัดป่าอาจารย์ตื้อ ได้พบหลวงปู่ตือ้ และเล่า กลางคนื ประมาณ ๔-๕ ทมุ่ เดนิ จงกรมรสู้ กึ เบา มคี วามสขุ
นิมิตให้หลวงปู่ฟัง หลวงปู่บอกว่า จะมีโยมมาอุปัฏฐาก เหมือนค่อย ๆ ลอยสูงขึน้ ๆ จนอยู่เลยยอดไม้ไปสัก
ในภายภาคหน้า หลวงปู่เปลี่ยนอยู่กับหลวงปู่ตื้อจน ๕ เมตร ๖ เมตร เดนิ อย่ขู า้ งบนไดถ้ งึ สามชัว่ โมงครึ่ง จงึ
กระทัง่ ขึน้ ๓ คำ่า เดือน ๓ ปีมะเมีย จึงเดินธุดงค์ต่อไป คอ่ ย ๆ รอ่ นลงมา ยนื อยใู่ กล้ ๆ บนั ได ตสี องถงึ เขา้ หอ้ งนอน
และได้ผ่านไปพบวัดร้าง คือ วัดอรัญญวิเวก (สำานักสงฆ์ การอยู่เพียงคนเดียวทำาให้ท่านสนกุ กับการปฏิบัติทั้งวัน
อรัญญวิเวก) บ้านปง ชาวบ้านเรียกว่า วัดดอยบ้านปง ทัง้ คืน การทำาความเพียรด้านอื่น ๆ ก็ไม่ติดขัด เพราะ
ดูสภาพวัดเหมือนในนิมิตที่ท่านได้เห็นเมือ่ ตอนอยู่ที่ สถานที่สงบเงียบและวิเวกดี การปฏิบัติธรรมของท่าน
วัดป่าสะลวง เป็นไปอย่างสม่ำาเสมอ ทำาให้ชาวบ้านมีศรัทธา จึง
พร้อมใจกันสร้างกุฏิให้ท่านใหม่ โดยรือ้ กุฏิหลังเก่าพร้อม
ท่านได้เดินสำารวจจนทัว่ บริเวณ เห็นว่าเงียบสงัด
ดีมาก จึงตกลงใจพักปฏิบัติธรรม ณ สำานักนี้ ท่านเลือก
กุฏิที่ดีที่สุดในขณะนัน้ เป็นทีพ่ ัก มีสองห้องแต่ปลวกกิน
เสยี หนึ่งหอ้ ง อีกห้องหนงึ่ มีสภาพพออย่อู าศัยได้ (ทราบ
ภายหลงั วา่ เปน็ กฏุ ทิ ่หี ลวงปแู่ หวนเคยพกั และจาำ พรรษา)
ผ่านไป ๔ วัน ชาวบ้านในละแวกนั้น มีแม่บัวคำาและ
สามีช่ือนายเมา หนานศรีธน และคนอื่น ๆ ได้ขอมาเปน็
ผู้อุปัฏฐากท่าน และอาราธนาท่านให้อยู่จำาพรรษาเพื่อ
โปรดเขาเป็นการชั่วคราว

แม่บัวคำาได้ซือ้ รองเท้ามาถวายถึง ๓ คู่ จาก
ตลาดบ้านปง ซึ่งมีแต่คู่เล็ก ๆ ท่านรับไว้แต่ใส่ไม่ได้
ในทส่ี ดุ แมบ่ วั คาำ ไดว้ ดั เทา้ และส่งั ตดั จากในเมอื งเชยี งใหม่
ถวายอีก ๑ คู่ แม่บัวคำาจึงได้ถวายรองเท้าแก่หลวงปู่
เปลย่ี น ๔ คู่ จริงตามในนมิ ติ

การสรา้ งกุฏิ

เมื่อหลวงปู่เปลีย่ นมาพักอยู่ทีว่ ัดอรัญญวิเวก
การปฏิบัติธรรมของท่านเจริญก้าวหน้า จิตได้รับ
ความสงบมาก เวลากลางวันก็เดินจงกรมอยู่บนพื้นดิน

54 | ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์

กับโค่นต้นไม้ในวัดอีก ๕ ต้นมาสร้างกุฏิ (ภายหลัง ทอง ๒ องค์ (ภายหลงั มองไม่เห็นในนิมติ แล้ว) แม่บวั ใส
ใช้เปน็ ศาลาโรงฉัน ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๓๖ ไดร้ ือ้ ออกแล้ว ซึง่ เป็นพี่สาวของแม่บัวคำาเป็นหัวแรงในการก่อสร้าง
สรา้ งเป็นอาคารคอนกรตี เสริมเหล็กแทน) โบสถแ์ ละสง่ิ ตา่ ง ๆ ภายในวดั มพี ระท่รี ว่ มในการกอ่ สรา้ ง
๕ องค์ คือ หลวงพ่อคำาอ้าย มีพรรษา ๕ พรรษา
คร้นั โคน่ ตน้ ไมไ้ ปปลกู เปน็ กฏุ แิ ลว้ ไดม้ ชี าวบา้ นปง หลวงปู่เปลีย่ น มีพรรษา ๔ พรรษา พระอีก ๓ องค์
มาเรียนท่านว่า ได้ยนิ เสยี งร้องไห้ดังมาจากวัดหลายวัน มีพรรษาลดหลัน่ กันลงมา โบสถ์ในอดีตแรกก่อสร้าง
ตอ่ มาทา่ นได้นิมติ เห็นรุกขเทวดา ๒ ครอบครวั ครอบครวั เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อปูนขึน้ มาและตีไม้ขึน้ พอเป็น
แรก ๓ องค์ อีกครอบครวั หนึ่ง ๔ องค์ มาหาท่าน แจง้ วา่ รูปร่างโบสถเ์ ท่านั้น ภายในมพี ระพุทธรปู ดนิ ปน้ั ๓ องค์
พวกเขาเดอื ดรอ้ นเร่อื งทอ่ี ยู่ เน่อื งจากตน้ ไมท้ เ่ี คยอยอู่ าศยั ทองสัมฤทธิ์ ๒ องค์วางเรียงกัน เม่ือสร้างเสร็จแล้ว
ถูกชาวบ้านโค่นมาสร้างกุฏิ จึงขอให้ท่านหาท่ีอยู่ให้ใหม่ แม่บัวใสได้เป็นประธานจัดงานฉลองโบสถ์ มีชาวบ้าน
หลวงป่เู ปลีย่ นจงึ ให้ไปอยทู่ ตี่ น้ ชาดทางเหนือของวัด ซึ่งมี มารว่ มงานประมาณ ๓๐๐ คน
รกุ ขเทวดาอยู่หลายครอบครวั แล้ว
หลวงปเู่ ปลย่ี นไดต้ รวจดบู พุ กรรมของแมบ่ วั ใส ก็
วดั อรัญญวิเวก ในอดตี ชาติ ทราบว่าในชาติหนึง่ ท่านเคยเกิดเป็นบุตรชายคนโตของ
แม่บัวใส มีน้องชายอีกคนหนึ่ง ในชาตินัน้ เมือ่ หลวงปู่
หลังจากอยู่วัดอรัญญวิเวกได้ประมาณ ๒-๓ เปลีย่ นตั้งใจจะบวช แม่บัวใสมีศรัทธาเตรียมอัฐบริขาร
เดือน ก่อนเข้าพรรษา หลวงปู่เปลีย่ นได้นัง่ สมาธิ อย่างดีให้ท่านใช้ในการบวช ส่วนน้องชายก็มาเกิดเป็น
ตรวจดูวัดในอดีต จึงเห็นว่าใต้โบสถ์นั้นมีพระพุทธรูป บุตรชายของแม่บัวใสในชาตินี้อีก เป็นครูอยู่ทีบ่ ้านปง
ในชาติปัจจุบันหลวงปู่เปลีย่ นจึงเป็นผู้ชักจูงแม่บัวใสให้
คณะศรัทธาสมยั แรก (ยนื ) พ่อเสา พระถาวร พ่อหนานศรธี น พอ่ ทา ยินดีและศรัทธาในการถือศีลและการก่อสร้างต่าง ๆ
(น่ัง) แมบ่ วั ใส แมบ่ ัวจนั ทร์ แมค่ �าปัน ของวัด ไม่ว่าจะเป็นกฏุ ิ ศาลา โบสถ์ เจดีย์ ฯลฯ แมบ่ ัวใส
จะทำาด้วยความเต็มใจยิง่ ทัง้ นี้เพราะแม่บัวใสได้เป็น
ผู้ริเริ่มสร้างวัดอรัญญวิเวกมาตัง้ แต่ในอดีตชาตินั่นเอง

หลวงปู่เปลีย่ นได้ถามพวกภพภูมิต่าง ๆ ที่อยู่ใน
วัดอรัญญวิเวกถึงเรื่องอายุของวัด ได้รับคำาตอบว่า
วดั สรา้ งมานาน ๗๘๓ ปี (พ.ศ. ๒๕๑๑) หลวงปเู่ ปลย่ี นบวช
เป็นพระมาถงึ ปจั จบุ ันได้ ๗ ชาตแิ ลว้ ทา่ นไดร้ ว่ มกอ่ สรา้ ง
วัดอรัญญวเิ วกในชาติที่ ๒ และชาตปิ ัจจุบันเปน็ ชาติที่ ๗

ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์ | 55

พรรษาที่ ๘๐๒๕ วดั อรญั ญวิเวก บา้ นปง ต.อนิ ทขิล การสอนธรรมะ

๙ อ.แมแ่ ตง จ.เชียงใหม่ ท่านถือการสอนธรรมะเป็นกิจประจำา ท่านจะ
สอนเมื่อชาวบ้านมารักษาอุโบสถศีลทีว่ ัด ท่านจะตอบ
พระอาจารย์สมัย ทีฆายโุ ก ปญั หาข้อข้องใจจากปัญญาของทา่ น เชน่ ประเพณที าง
เหนือทำาไมจะต้องมีธงขาวสามทางนำาหน้าศพ ธงขาว
ในพรรษานีเ้ ป็นพรรษาแรกที่หลวงปู่เปลี่ยน สามทางหมายถึง วัฏวนทั้งสาม การถือธงนำาหน้าศพ
จาำ พรรษาทวี่ ัดอรัญญวิเวก มพี ระอาจารย์สมยั ทฆี ายุโก และชกั ใหส้ งู นน้ั เปน็ เครอ่ื งประกาศวา่ หากไมช่ าำ ระกเิ ลส
กับศษิ ย์ของท่าน ๓ องค์ และสามเณรสม จาก จ.เลย มา ให้ลดน้อยจนเหมือนผ้าขาวแล้วก็ยังต้องวนเวียนอยู่ใน
รว่ มจาำ พรรษาดว้ ย พระอาจารยส์ มยั บวชมา ๑๖ พรรษา วฏั ฏะท้งั สาม คอื กามภพ รปู ภพ อรปู ภพ หรอื กามตณั หา
มีอาวโุ สสงู ทสี่ ุด ภวตัณหา และวิภวตัณหานั่นเอง การเดินเวียนเทียน
เชิงตะกอนสามรอบ ก็มีความหมายว่า ตราบใดที่เรา
ขันธ์ ๕ ยังทำาจิตใจให้บริสุทธิไ์ ม่ได้ เราก็จะต้องเวียนเผาอยู่ที่
เชิงตะกอนนีต้ ลอดไป การเอาหีบศพไปชนเชิงตะกอน
หลวงปเู่ ปล่ยี นไดใ้ ชส้ มาธเิ ปน็ บาทในการพจิ ารณา สามครง้ั กค็ อื การสง่ั สอนใหเ้ ขด็ หลาบ ถา้ ยงั ไมเ่ ขด็ หลาบ
ธรรม ทำาให้ปัญญาเกิดขึน้ อย่างรวดเร็วมีความละเอียด ก็ตอ้ งเวียนว่ายตายเกดิ อยใู่ นวฏั วนทัง้ สามน้ี การเอานำา้
ยิ่งขึ้น ท่านได้คิดถึงครูบาอาจารย์หลายองค์ทีส่ อนให้ มะพรา้ วลา้ งหนา้ ศพ กเ็ พราะนาำ้ มะพรา้ วเปน็ นาำ้ ทบ่ี รสิ ทุ ธิ์
พจิ ารณาเรอ่ื งขนั ธ์ ๕ และใหล้ ะทงิ้ ขันธ์ ๕ ดังน้ัน หาก ตามธรรมชาติ ขอให้ผู้ตายมีความสุข เกิดในสุคติภูมิ
ทา่ นปล่อยวางขนั ธ์ ๕ หรอื ละทิง้ ขนั ธ์ ๕ ได้ด้วยตัวของ ให้มคี วามบริสุทธ์เิ ช่นเดยี วกบั นา้ำ มะพรา้ ว
ท่านเองแล้ว ทา่ นคงไม่ต้องไปแสวงหาครูบาอาจารย์อีก
ส่วนพธิ กี รรมบางอยา่ งในงานศพ เช่น การบวช
เมื่อคิดดังนีแ้ ล้วก็เกิดปัญญามองพิจารณาอะไร จูงศพ ท่านไม่เชื่อว่าคนตายแล้วเราจะไปจูงใจเขาได้
ก็เหน็ เปน็ กองกระดูกหมด เวลาออกบิณฑบาต มีคนใส่ การชักจูงที่ควรทำาคือการจูงคนให้เข้าถึงธรรมะ เทศน์
บาตร ท่านพิจารณามือผู้ทีก่ ำาลังใส่บาตร ก็เห็นกระดูก สอนให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ถ้าขณะยังไม่ตายยังไม่
แตกร่วงลงไปในบาตร มองไม่เห็นข้าว ตัวผู้ใส่บาตรก็ ยอมรับฟังพระเทศน์หรือสั่งสอนแล้ว เมื่อตายไปจึง
แตกลงไปกองกับพืน้ ดว้ ย ปว่ ยการจะไปเรียกให้มาฟังเทศน์ถอื ศีล

เมื่อครัง้ งานศพคุณแม่ของท่าน ท่านไม่จูงศพ
คุณแม่ไปป่าช้า ไม่เวียนรอบเชิงตะกอน แต่ยอมให้เอา
น้ำามะพร้าวล้างหน้าศพได้ เพราะท่านเห็นว่าขณะที่
คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ทำาบุญมากแล้ว มีการรักษาศีล
ทำาทาน และภาวนา ทัง้ ไปปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ม่ัน
จึงไม่จำาเป็นต้องให้ใครมาจูงท่านอีก ท่านเห็นว่าการ
บวชพระคือการเข้ามารับการอบรมสั่งสอนเรือ่ งธรรมะ

56 | ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์

ให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ให้รู้ว่าอะไรเป็นบาป อะไรเป็นบุญ
อะไรเป็นประโยชน์ เราบวชเป็นพระ เราต้องศึกษาให้เข้าใจ
เมือ่ เข้าใจธรรมะชัดเจนแล้ว ก็เอาธรรมะนี้ไปสอนพ่อแม่ให้
เขา้ ใจ ใหท้ า่ นปฏบิ ตั ิ ทาำ บญุ ทาำ ทาน รกั ษาศลี ภาวนา เม่อื พอ่ แม่
ทาำ ไดแ้ ล้ว แสดงวา่ ท่านมที พี่ งึ่ ของทา่ นแล้ว เพราะทา่ นทำาบญุ
เป็น รักษาศีล ภาวนาได้ จึงเรียกว่าการบวชเพื่อจูงพ่อแม่
เมื่อท่านตายไป ท่านก็ไปดีมีสุข ไม่จำาเป็นต้องไปจูงตอนตาย

ท่านไดเ้ ลา่ อานิสงสข์ องการถวายทานตา่ ง ๆ ตามท่ี
ท่านได้พบในนิมติ เช่น ผูส้ รา้ งโรงฉนั ถวายมปี ราสาทเกิดอยู่
ท่ีสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นปราสาท ๖ ชัน้ ผ้รู ่วมสรา้ งบางราย
เสียชีวิตแล้วก็ได้ขึน้ ไปอยู่ในปราสาทด้วยแม้เป็นเพียงผู้ร่วม
สร้าง โรงฉันสร้างด้วยไม้ บางชิน้ เป็นรูทะลุได้ แต่เมือ่ เป็น
ทิพยปราสาทก็ดูสวยงาม เพราะผู้ถวายทานได้ถวายด้วย
ความบรสิ ุทธ์ิใจ ใช้ไม้เท่าทหี่ าได้และมอี ยูไ่ ปก่อสรา้ ง

ส่วนผู้ทีเ่ ข้ามาช่วยงานวัดทีม่ ีความไม่บริสุทธิ์ใจเป็น
ทีต่ ั้ง หลวงปู่เปลีย่ นได้เห็นคนผู้นั้นมาหาท่านในนิมิตตัง้ แต่
ก่อนตาย เป็นเปรตมีท้องใหญ่โตมาก มีปากเท่ารูเข็ม มีลูก
อัณฑะใหญ่ยาวจนลากพืน้ และลุกเดินไม่ไหว คนผู้นั้นมาทำา
หนา้ ท่หี ้วิ ปน่ิ โตใหพ้ ระเณรออกบณิ ฑบาต เมอ่ื ชาวบา้ นถวาย
กับข้าวใส่ปิ่นโตให้ เขาจะแอบเอากับข้าวดี ๆ ในปิ่นโตเก็บ
กลบั บา้ นกอ่ นจะมาถงึ วดั เม่อื ทา่ นถามเขา คนผนู้ น้ั กย็ อมรบั
ว่าขโมยของวดั จรงิ

การออกธุดงคค์ ร้ังที่ ๙

เชียงใหม่

เม่อื ออกพรรษาท่ี ๘ แลว้ หลวงปเู่ ปล่ยี นไดเ้ ทย่ี วธดุ งคอ์ ยใู่ นละแวกนน้ั เอง ทา่ นไดไ้ ปหาหลวงปตู่ ้อื บา้ ง หลวงปู่
แหวนบ้าง ขึน้ ไปถำ้าปากเพียง และไปกราบนมัสการหลวงปู่สิมบ้าง ท่านจะเทีย่ วธุดงค์เพือ่ ปฏิบัติธรรม และขอให้
พระอาจารย์ทัง้ หลายได้แก้ปัญหาธรรมและแนะแนวการปฏิบัติธรรมที่สูงขึ้นไปอีก

ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์ | 57

พรรษาท่ี ๙๒๑๕ วัดอรัญญวเิ วก บา้ นปง ต.อินทขลิ

๐ อ.แม่แตง จ.เชยี งใหม่

หลวงปู่เปลี่ยนจำาพรรษาที่วัดอรัญญวิเวก
เป็นพรรษาที่ ๒ พรรษานี้การปฏิบัติของท่านรุด
หน้าไปทางด้านปัญญาที่เกิดขึน้ เองเมือ่ พิจารณา
ธรรมะอยา่ งสมา่ำ เสมอ บางวนั เมอ่ื ทา่ นไดพ้ จิ ารณา
ดูสภาวะสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ทีอ่ ยู่รอบตัว ก็เกิด
ธรรมะบางอย่างขึ้น เช่น เห็นความเป็นอยู่และ
การสืบพันธุ์ของสัตว์ บางครัง้ ก็เกิดการแก่งแย่ง
ตบตีกันตามประสาสัตว์ ทำาให้ได้คิดต่อไปว่า สัตว์
โลกต่าง ๆ ที่ยังไปเกิดไม่ได้ ก็เพราะตกอยู่ในบ่วง
ของกามนั่นเอง ไม่ว่าสัตว์เล็กหรือใหญ่เรือ่ ยมา
จนถึงมนุษย์ ไม่สามารถจะข้ามบ่วงกามนีไ้ ด้ จึง
ไปไหนไม่รอด ต้องตกอยู่ในวัฏฏะนีไ้ ม่รู้กีห่ มื่น
กีแ่ สนชาติ แม้ตัวท่านเองทีต่ ้องเวียนว่ายอยู่ยัง
ไปไม่ถึงไหน ก็เพราะติดอยู่ในบ่วงของกามน้ีเอง

ระหว่างทีท่ ่านพิจารณาสภาวะการที่
สัตว์ตกอยู่ในบ่วงกามนัน้ สายตาของท่านก็เห็น
ใบไม้ร่วงลงมา ท่านจึงได้พิจารณาว่าใบไม้ซึง่ เกิด
เมื่อปีกลาย พอครบปีก็ร่วงหล่นไป ใบไม้ใหม่เกิด
ทีหลังท่าน แต่ต้องร่วงหล่นไปก่อน สัตว์บางชนิด
ก็มีอายุยืนนาน บางชนิดก็มีอายุสั้น แต่ก็ต้อง

แตกดับไปเหมือนกันหมด แล้ว
ตัวเราเองก็อาจจะต้องตายใน
วันนีห้ รือพรุ่งนี้ หรือในเร็ววันนี้
เราก็ไม่รู้ล่วงหน้า

58 | ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์

การสอนพระ หลวงปเู่ ปลยี่ นน�าพระเณรทีว่ ดั อรัญญวเิ วกออกบิณฑบาต

ท่านจะได้นิมิตผู้ที่จะมาหาท่านก่อนเสมอ เชน่ น้ี หลวงปเู่ ปล่ยี นจะถามใหแ้ นใ่ จวา่ พระองคน์ น้ั รแู้ ลว้
ท่านจะต้อนรับพระอาคันตุกะอย่างดี พระบางองค์ ทั้งหมดหรือ ท่านจะขอให้ขยายความให้ท่านฟังว่ารู้จริง
เมื่อสนทนาธรรม จะแสดงความคิดเห็นขัดแย้งกับท่าน อยา่ งไร แลว้ ทา่ นจะพจิ ารณาจากคาำ อธบิ ายของพระองค์
และไม่ยอมรับฟังเหตุผลหรือข้อธรรมะใด ๆ ทัง้ สิน้ นัน้ ว่าเกิดจากสัญญาเก่าหรือเกิดจากวิญญาณรู้ รู้ที่เกิด
ถา้ เปน็ เช่นน้ี หลวงปู่เปลี่ยนจะดวู ่าพระองค์นั้นเชอ่ื อะไร จากสัญญาหรือวิญญาณเป็นรู้ทีไ่ ม่เทีย่ งเปลีย่ นแปลงได้
หรือมีอะไรอยู่ในใจ บางองค์ชอบเกี่ยวกับเครื่องราง แต่ถ้ารู้โดยปัญญาจะเป็นรู้ที่เที่ยงแท้แน่นอน รู้อย่าง
ของขลัง จะไม่ยอมรับรู้ธรรมะใด ๆ ที่ปฏิบัติเพือ่ ความ มหาสติปัฏฐาน ๔ รู้ทุกอิริยาบถ โดยไม่ต้องตามมาแก้ไข
หลุดพ้น ท่านจะพูดให้เห็นถึงกฎของพระไตรลักษณ์ คือ หรือเปลี่ยนแปลง ท่านจะวินิจฉัยให้พระองค์นัน้ รู้และ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพันไปได้ ปรับปรุงตนเอง
ตลอดกาลโดยไม่ตาย
ท่านยินดีตอบปัญหาของทุกคน และแก้ไข
บางองคม์ คี วามยดึ มน่ั ถอื มน่ั ในสกั กายทฏิ ฐอิ ยา่ ง ความเห็นผิดให้ถูกต้อง โดยไม่เลือกว่าเป็นใคร ไม่คำานึง
แรงกลา้ เชอื่ แตค่ วามเหน็ ของตนเองฝา่ ยเดยี ววา่ ถกู เสมอ ถึงเวลาที่ต้องเสียไป เพราะท่านต้องการช่วยเหลือคน
ตนเองเก่งแล้วสามารถท่ีจะเอาตัวเองรอดได้ ในกรณี ทัง้ หลายให้เดินในแนวทางที่ถูกต้องที่สุด

ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์ | 59

อ�านาจจติ เดินมาถึงกุฏิเก่าที่ท่านเคยอยู่เมือ่ ครั้งจำาพรรษากับ
หลวงปู่แหวน ก็มองหน้ามองหลัง เพราะกุฏิของท่านมี
ครัง้ หนึง่ มีคณะท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาใน หลวงปู่เปลี่ยนมาอาศยั อยแู่ ทน
วัด ขณะทีห่ ลวงปู่เปลี่ยนกำาลงั ผา่ แก่นขนนุ เพือ่ ย้อมจีวร
ทา่ นงั่ ทาำ งานกน็ ง่ั ยอง ๆ ชนั เขา่ อยู่กบั พ้ืน การนุง่ หม่ ใน หลวงปู่เปลีย่ นจึงลงไปหา พร้อมกับรับบาตร
ขณะนัน้ ไม่เรียบร้อย เมือ่ คณะท่องเท่ียวซึง่ มีฝรัง่ ชาย และสะพายบาตรท่านเดินนำาไปพักทีก่ ุฏิหลังเก่าที่
๒ คน พยาบาลไทย ๒ คน และหมอไทย ๑ คน พรอ้ ม หลวงปแู่ หวนเคยจาำ พรรษาอยู่ เมอ่ื สอบถามชอ่ื กท็ ราบวา่
มคั คเุ ทศกน์ าำ เทย่ี ว จะถา่ ยรปู ทา่ น ทา่ นจงึ ขอใหล้ า่ มชว่ ย ชื่อหลวงปู่คำาแสนจริง ท่านเป็นพระทีม่ ีบารมีสูง ขณะ
บอกวา่ ไมอ่ นญุ าต เพราะนงุ่ หม่ ไมเ่ รยี บรอ้ ย ทา่ นเกรงวา่ หลวงปู่เปลีย่ นนั่งภาวนาจะมองเห็นพวกเทพมาฟัง
ฝรั่งจะนำารูปการนุ่งห่มไม่เรียบร้อยของสงฆ์ไทยไป หลวงปู่สวดมนต์กันมากมาย
เผยแพร่ แต่ฝรั่งไม่ยอมฟัง ท่านจึงใช้อำานาจจิตทำาให้
คณะทอ่ งเทย่ี วตกใจไมท่ นั ถา่ ยรปู รบี วง่ิ ข้นึ รถและขบั รถ หลวงปู่เปลี่ยนได้ไปคุยกับหลวงปู่ที่กุฏิเก่าของ
ออกไปทันที เมื่อคณะท่องเที่ยวหัวดื้อออกไปกันหมด หลวงปู่แหวนเวลากลางคืน หลวงปู่คำาแสนเล่าถึงการ
แล้ว ท่านได้แผ่เมตตาตามไปเพื่อเขาจะได้หายตกใจ ปฏิบัติว่า เมือ่ ท่านปฏิบัติได้ถึงขั้นอุปจารสมาธิแล้วก็ไป
เล่าให้หลวงปู่แหวนฟัง ซึง่ หลวงปู่แหวนก็เร่งให้หลวงปู่
หลวงปคู่ �าแสน คณุ าลก� าโร คำาแสนภาวนาใหม้ ากขนึ้ ไม่ยอมให้ไปทำากิจอ่นื ๆ

วันหนึ่งขณะที่นั่ง หลวงปู่เปลีย่ นได้ขอให้หลวงปู่คำาแสนเล่าถึง
ภ า ว น า ใ น เ ว ล า ก ล า ง วั น หลวงปมู่ น่ั ตามทห่ี ลวงปไู่ ดพ้ บ รวมถงึ คาำ เทศนข์ องหลวงปู่
หลวงปู่เปลี่ยนได้นมิ ิต มั่นด้วย หลวงปู่คำาแสนบอกว่า หลวงปู่มั่นมีลักษณะดุ
เ ห็ น พ ร ะ อ ง ค ์ ห น งึ ่ เ ดิ น เมือ่ หลวงปู่ไปฟังเทศน์จะกลัวท่านมาก จดจำาคำาเทศน์
มาในวัด ในนมิ ิตหลวงปู่ ของท่านไม่ได้มากเท่าทีค่ วร หลวงปู่คำาแสนได้เทศน์ให้
เปลีย่ นเดินลงจากกุฏิไป หลวงปู่เปลี่ยนฟังพอสังเขปเท่านัน้ ซึ่งรวมคำาสอนเรือ่ ง
หาพร้อมกับถามชื่อของ มุตโตทัยของหลวงปู่มั่น นอกจากน้นั หลวงป่มู นั่ ไดส้ อน
ท่าน พระองค์นนั้ ตอบ ใหพ้ จิ ารณาถงึ มรณานุสติ ให้พิจารณาถึงร่างกายของ
ว่าชือ่ คำาแสน (หลวงปู่คำา เรา ใหม้ องใหเ้ หน็ กระดกู ของเรา ถา้ เราเปน็ พอ่ แม่ เม่อื
หลวงป่คู า� แสน คุณาล�กาโร แสน) และหลวงปู่เปลีย่ น เวลาอุ้มลูกกใ็ ห้พจิ ารณาว่าเปน็ กระดกู มาห้อยคอ
ได้พาท่านไปพักที่กุฏิเก่า
ของหลวงป่แู หวน หลวงปู่คำาแสนชอบความสงบ ไม่ชอบความ
หลังจากได้นมิ ิตประมาณ ๓๐ นาที ท่านก็เห็น พลุกพล่าน หากวัดนีม้ ีแต่หลวงปู่เปลี่ยน ท่านจะอยู่
พระองค์หนึง่ เดินเข้ามา เมือ่ มองเห็นก็ทราบทันทีว่า จำาพรรษาด้วย แต่พอใกล้เข้าพรรษามักจะมีพระเณร
นัน่ คือหลวงปู่คำาแสนที่เห็นในนมิ ิต เมือ่ หลวงปู่คำาแสน มาอยู่จำาพรรษาด้วยหลายองค์ หลวงปู่คำาแสนจึงไม่เคย
อยู่จาำ พรรษากับหลวงปเู่ ปลย่ี น

60 | ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์

หลวงปู่มัน่ ภูริทตตฺ เถร มุตโตทัย

เม่ือนักปราชญ์ทั้งหลายจะสวดก็ดี จะรับศีลก็ดี หรือจะ
ท�าการกุศลใด ๆ ก็ดี ต้องต้ัง นโม กอ่ น จะท้ิง นโม
ไมไ่ ดเ้ ลย เม่ือเปน็ เชน่ น้ี นโม กต็ ้องเปน็ สิ่งส�าคญั เม่อื ยกข้นึ
มาพิจารณากไ็ ด้ความปรากฏวา่ น คือธาตนุ ้�า โม คอื ธาตดุ นิ
พร้อมกบั บทพระคาถาวา่

มาตาเปตกิ สมภฺ โว โอทนกุมมฺ าสปจฺจโย

เม่อื สัมภวธาตขุ องมารดาของบดิ าผสมกนั จึงเปน็ ตัวตนข้นึ มา
เม่ือคลอดจากครรภ์มารดาแล้ว ได้รับขา้ วสุกเปน็ เคร่ืองเลีย้ ง
จึงเจริญเติบโตข้ึนมาได้ น เปน็ ธาตุของมารดา โม เป็นธาตุ
ของบิดา

นโม นี้ เม่อื กล่าวเพียง ๒ ธาตุเทา่ นน้ั ยงั ไมส่ มประกอบตอ้ ง
พลิกสระพยัญชนะ เป็น มโน แปลว่าใจ เม่ือเป็นเช่นนี้
จึงได้ทง้ั กายและใจเต็มตามส่วน

สมมุติท้ังหลายในโลกนีก้ ็ต้องออกไปจาก มโน ท้ังสิ้ น
ข อ ง ใ ค ร ก ก็ ้ อ น ข อ ง ใ ค ร ต่ า ง ค น ต่ า ง ถื อ เ อ า ก้ อ น อั น นี ้
ถือเอาเป็นสมมุติบัญญัติตามกระแสแห่งน้�าโอฆะ จนเป็น
อวิชชา ตัวก่อภพชาติ ด้วยการไม่รูเ้ ท่า ด้วยการหลงถือว่า
ตัวเปน็ เราเปน็ ของเราไปหมด

หลวงปู่เปลีย่ นเคยตรวจดูบุพกรรม พบว่าใน รว่ มธดุ งคก์ ันมาในอดีตชาตจิ ึงทำาให้มคี วามสนิทสนมกนั
อดีตชาติท่านเคยเดินธุดงค์กับหลวงปู่คำาแสน ครัง้ หนึง่ ในชาตินี้ด้วย ออกพรรษาท่ี ๙ แล้ว หลวงปู่เปลี่ยนไมไ่ ด้
ได้ไปปักกลดกันอยู่คนละทิศของดอยสุเทพซึง่ ยังไม่มี ธุดงค์ไปทีใ่ ดนาน เนื่องจากกำาลังเตรียมการก่อสร้าง
สิง่ ก่อสร้างใด ๆ หลวงปู่เปลีย่ นอยู่ทางด้านตะวันออก เจดยี ์ ท่านจงึ ใช้เวลาเพ่อื สำารวจเจดียต์ ามวดั ต่าง ๆ ของ
ส่วนหลวงปู่คำาแสนอยู่ทางด้านตะวันตก การทีไ่ ด้เคย ภาคเหนอื มาเปน็ แบบอย่าง

ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์ | 61

พรรษาท่ี ๑๐๑๒๕ วดั อรญั ญวิเวก บ้านปง ต.อนิ ทขลิ

๑ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ในพรรษานี้ เจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ยงั ทำาไม่ได้ รอให้ถึงเวลาก่อนแล้วค่อยทำาจะได้ไม่ต้องคิด
ยงั ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ บางวันทีว่ ่างจากการก่อสร้าง เมอื่ ตกลงใจดังนนั้ แล้ว จิตก็ตัดจากการคิดเรื่องเจดีย์อย่าง
หลวงปู่เปล่ยี นจะฝึกทบทวนดูการปฏิบัติของตัวท่านเอง เด็ดขาด
ครั้งหนึง่ นกึ ขึ้นมาในใจว่าวัดคืออะไร ใจก็ตอบว่าวัดคือ
ต้นไม้ เป็นสิง่ ทีใ่ ช้สำาหรับหลบอาศัยทำาความเพียรเพือ่ นิมิตเหน็ อ.ดอยสะเกด็ จ.เชียงใหม่
ความหลุดพ้น ต้นไม้นีก้ ็ต้องแตกสลายเหมือนกันหมด
ตัวเราเองก็ต้องแตกสลายไปเหมอื นกัน เมอื่ นัง่ คิดถึง วันหนึง่ หลวงปู่เปลี่ยนได้นิมิตเห็นสถานที่แห่ง
การแตกสลายของวตั ถตุ า่ ง ๆ จติ กถ็ ามวา่ สรา้ งไปเพอ่ื อะไร หนึ่งมีก้อนหินใหญ่ และวัดที่ อ.ดอยสะเก็ดวัดหนึ่ง ท่าน
วัด เจดีย์ หรือสิ่งก่อสร้างวัตถุถาวรในวัด ไปอยู่ทไี่ หน เหน็ พญานาคมาสลดั เกลด็ หลน่ ไวท้ ่ตี า่ งๆเหน็ ศาลาบนั ได
มนั ก็แค่นี้ จิตตอบว่า การสร้างสงิ่ ถาวรในวัดนีเ้ พือ่ ให้ ขึ้นศาลา และไดเ้ ห็นตัวท่านเองบวชเปน็ พระยืนอยูท่ ่ีน้นั
คนกราบไหว้ เมือ่ คิดดังนีก้ ็เกิดความสุข ชาตินั้นท่านบวชเมือ่ อายุ ๕๔ ปี บวชได้ ๖ พรรษาก็
มรณภาพอยู่ทีน่ ัน่ เอง ในชาตินั้นท่านมีลูกชาย ๑ คน
งานก่อสร้างเจดีย์ทำาให้จิตใจของท่านพลอยว้าวุ่น หญิง ๒ คน มีญาติอยู่ที่นัน่ ด้วย ท่านต้องการจะไปดู
คิดจะหาทางเร่งรัดการก่อสร้างให้เสร็จเร็ว ๆ ท่านจึงตัด สถานที่ตามนิมิตว่าจริงหรือไม่ แต่ต้องรอให้ออกพรรษา
การคิดเรือ่ งนีโ้ ดยถามจิตว่า จะนัง่ คิดไปทำาไม คิดแล้วก็ เสียก่อน

การออกธดุ งค์คร้งั ที่ ๑๐

ภาคอสี านและเชียงใหม่

เม่อื ออกพรรษาท่ี ๑๐ แลว้ หลวงปเู่ ปล่ียนไดก้ ลบั ไปเย่ียมบา้ นท่ี อ.สวา่ งแดนดนิ และ พระอาจารย์บัวพา ปญฺญาภาโส
แวะเยีย่ มหลวงปู่เทสก์ทีว่ ัดหินหมากเป้ง ได้เรียนถามถึงนมิ ิตบางอย่าง ซึ่งหลวงปู่ก็ตอบให้
จนเป็นที่เขา้ ใจ ทา่ นอยากจะพกั บาำ เพญ็ ภาวนากบั หลวงปเู่ ทสก์ แตห่ ลวงปไู่ ม่ยอม เพราะวัด
กาำ ลงั กอ่ สรา้ ง พระนกั ปฏบิ ตั ไิ มค่ วรอยู่ จงึ พกั อยกู่ บั หลวงปเู่ ปน็ เวลาส้นั ๆ แลว้ เดนิ ทางตอ่ ไป

เมือ่ ออกจากวัดหินหมากเป้ง ท่านได้ไปอยู่ที่วัดป่าพระสถิตย์กับพระอาจารย์บวั พา
ปญฺญาภาโส ขณะนัน้ ทางฝั่งลาวมีเหตุการณ์ทางการเมือง ตอนค่ำา ๆ บางครัง้ จะได้ยิน
เสยี งปนื ยงิ กัน บางทีกระสุนกม็ าตกลงฝงั่ ไทย แต่หลวงปู่เปลย่ี นอยูอ่ ยา่ งปรกติ ไมห่ วาดกลวั

62 | ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์

ภาคเหนือ

เชยี งดาว พรา้ ว ดอยหลวง

แม่แตง ภาคอีสาน กฏุ ิหลงั เดมิ ของ
หลวงปบู่ วั พา
ท่วี ดั ป่าพระสถติ ย์

แมร่ มิ

สนั ทราย ดอยสะเก็ด

เมือง เชียงใหม่ แม่นา้� โขง
อทุนยาายนูงนแหา�้ โง่ สชมาติ
สันกา� แพง ศรีเชียงใหม่ อทุ ยานแหง่ ชาตภิ ูลงั กา
หนองคาย
สว่างแดนดิน นครพนม
อุดรธานี สกลนคร
อุทยาภนูพแาหน่งชาติ
อุทยภานูผแายหล่งชาติ
วัดหนองบวั วัดหินหมากเปง้

ตอ่ เสียงปืน เพราะทา่ นไดภ้ าวนามรณานสุ ตอิ ยเู่ ปน็ ประจ�า อดีตชาตินนั้ ไม่มเี หลอื ให้ดู เนอื่ งจากชาติทีท่ ่านเกิดอยู่
การตายไมม่ ีใครหลีกเล่ยี งได้ อยทู่ ่ไี หนกต็ อ้ งตาย การท่ีตอ้ ง อ.ดอยสะเก็ดนัน้ นานมากแลว้
รบราฆา่ ฟนั กนั กเ็ พราะความโลภ ความโกรธ ความหลง เขา้
ครอบงา� จติ ใจ ฉะน้นั ตราบใดท่มี นษุ ยย์ ังตกอยใู่ นความโลภ ในวัดหนองบัว มีสุนขั ๕ ตัววิ่งเข้ามาหาพร้อม
ความโกรธ ความหลงแล้ว ก็ต้องเบยี ดเบียนกันต่อไป ทัง้ เลียแข้งเลียขาแสดงความสนทิ สนม ผิดกับสนุ ขั อืน่ ๆ
ทีจ่ ะต้องเห่าก่อนเมือ่ เห็นคนแปลกหน้า เม่อื ท่านจะกลบั
กลบั จากอสี านแลว้ ทา่ นไดเ้ ดนิ ทางไป อ.ดอยสะเกด็ ขึ้นรถ สนุ ัขทงั้ ๕ ตัวพยายามจะขึน้ รถตามกลับมาด้วย
จ.เชียงใหม่ ตามนมิ ติ ทีไ่ ด้เห็นขณะภาวนาอยู่ในพรรษา มี ภายหลงั ท่านไดต้ รวจดูบพุ กรรมของสุนัขทัง้ ๕ ตวั ก็ทราบ
ชาวบ้านซึ่งย้ายจากดอยสะเก็ดมาช่วยสร้างวัดอรัญญวิเวก ว่าในอดตี ชาตเิ มอ่ื ครง้ั ทที่ ่านบวชเป็นพระ สนุ ัขเหลา่ น้ีเป็น
รว่ มเดนิ ทางไปดว้ ย เม่ือไปถงึ แลว้ กเ็ หน็ ส่งิ ตา่ ง ๆ เหมือนกบั ลกู ศิษย์วัดและขโมยของวัดกิน เมอื่ ตายไปได้ใช้กรรม
ในนิมติ ทุกประการ มกี ้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนงึ่ ซึ่งใน ในนรก หลังจากนนั้ จึงมาเกิดเป็นสุนัขเพือ่ ใช้เศษกรรม
อดีตชาติทีท่ ่านอยู่ อ.ดอยสะเก็ด ท่านจะมาปฏิบัติธรรม
บริเวณหินก้อนนั้น ในหมู่บ้านที่ อ.ดอยสะเก็ด ท่านได้พบหญิงผู้เคย
เปน็ พ่สี าวทา่ นในอดตี ชาติ ตอ้ นรบั ทา่ นดว้ ยความสนิทสนม
ต่อจากนนั้ ท่านได้เดินทางไปวัดหนองบวั และ ท่านยังได้พบกับลูกของท่านซึ่งมาเกิดแล้ว แต่ไม่พบผู้เคย
ได้เห็นสถานทีต่ รงกับในนิมิตทกุ อย่าง แต่สิง่ ก่อสร้างใน เป็นภรรยาท่านก่อนทจี่ ะบวชในอดีตชาติ

ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์ | 63

พรรษาท่ี ๑๑๒๕๑๒ วดั อรัญญวิเวก บ้านปง ต.อนิ ทขิล หลวงป่ดู ลู ย์ อตโุ ล
อ.แมแ่ ตง จ.เชยี งใหม่

พรรษาน้ี ท่านได้นมิ ิตเห็นหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สรุ ินทร์
มาเทศน์โปรดอย่างย่อ ๆ ว่า “ไม่ควรดูอะไร ดแู ต่จิตอย่างเดียวก็ได้ ดจู ิตพิจารณาจิต
ตลอดทั้งวันก็ได้” หลวงปู่เปลยี่ นไม่รู้จักหลวงปู่มาก่อน เมอื่ ถามชือ่ จึงได้ทราบว่าคือ
หลวงปู่ดูลย์ ภายหลงั หลวงปู่เปลีย่ นจึงได้พบหลวงปู่ดูลย์เป็นครัง้ แรกเม่อื พ.ศ. ๒๕๒๑
ท่งี านพระราชทานเพลงิ ศพหลวงปฝู่ น้ั อาจาโร ตอ่ มาทา่ นไดม้ โี อกาสสนทนากบั หลวงปดู่ ลู ย์
ทีโ่ รงพยาบาลจุฬาฯ หลวงปู่ดูลย์จะสอนแต่เรือ่ งจติ ใจอย่างเดยี ว พิจารณาจติ ในจติ
จติ คดิ ดีหรอื ไม่ดีก็ให้รู้ ถ้าจติ คดิ ไม่ดมี ีความทุกข์ก็ให้รู้จกั ปล่อยวาง แต่ถ้าจิตคดิ ดมี ี
ความสุข ก็ต้องให้เข้าใจให้รู้จัก ไม่ติด หลวงปู่ดลู ย์จะสอนสัน้ ๆ พิจารณาจิตในจิต
มอี ารมณเ์ กดิ ขน้ึ แลว้ มนั ตง้ั อยมู่ อี าการอยา่ งไร แลว้ อารมณด์ บั ไปดบั ดว้ ยวธิ ไี หน ใหเ้ ขา้ ใจ

ในนมิ ติ อีกครั้งหนึง่ ท่านยงั ได้พบและสนทนาธรรมกับครูบาอินทจักรรักษา
(หลวงปู่อนิ ถา อินฺทจกฺโก) วัดน้ำาบ่อหลวง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ หลวงปู่บอกว่า
การบวชมานานหรือไม่นานไม่สำาคัญ สำาคัญอยู่ที่สติปัญญาของใครของมัน ให้
หลวงปู่เปลีย่ นพิจารณาดูเอา หลวงปู่บวชมาตั้งนานและเป็นนกั ปฏิบตั ิยงั ได้เห็นกันแค่นี้
ส่วนคนอนื่ ไม่ทำาจะเห็นอะไร วัดหลวงปู่เป็นวัดบ้านนอก มันไม่ดี เขาก็สร้างกันไปอย่างนี้
หลวงปเู่ ปล่ยี นไมต่ อ้ งไปสรา้ งอะไร ขอใหภ้ าวนาไปดกี วา่ พระเณรถา้ ไมภ่ าวนากไ็ มด่ ี ตายไป
ก็เปล่าประโยชน์ ทำาทางเดินจงกรมให้พระเณรเดินก็ยังไม่ยอมเดินกัน เขาไม่ตั้งใจ

หลวงป่สู อนวา่ หลวงปู่เปล่ียนยังหนุ่มอยู่ อย่าเลี้ยงแม่ชแี มข่ าวอย่างหลวงปูเ่ ป็นดี
ที่สดุ และเสรมิ วา่ พระพุทธองคไ์ ม่อยากจะให้ผหู้ ญิงบวช เพราะอย่ใู นวดั ก็มารงุ รงั กับพระ
เณร พอเวลาค่ำากจ็ ะมาหามาถามปัญหา หลวงปู่เปลีย่ นอยา่ ตามใจโยม ถ้าตามใจแล้วจะ
เสีย ไม่ใช่เสียไปจากพรหมจรรย์ แต่ท่านจะถูกนินทา เพราะคนเมืองนีไ้ ม่ค่อยเข้าใจที่จะ
เคารพพระสงฆ์ การเคารพของเขาคือการไม่เหยียบเงากนั แตเ่ ขาไมเ่ กรงใจทจี่ ะเขา้ มานง่ั
อยู่กับพระ หลวงปู่เปลี่ยนได้กล่าวขอบคุณทีห่ ลวงปู่เตือน และบอกว่าตัวท่านได้ผ่านมา
แล้ว หลวงปบู่ อกอีกวา่ ผหู้ ญงิ น้ีมีอาำ นาจ ขนาดหลวงปู่อายมุ ากแลว้ ก็ยังติดเมตตา หลวงปู่
จงึ เลกิ เมตตา แลว้ พยายามจะภาวนาใหม้ าก การก่อสร้างก็เลกิ แลว้ หลวงปู่เปลีย่ นตอ้ งลด
การกอ่ สร้างให้นอ้ ย ภาวนาใหม้ าก ถ้าหลวงปู่เปล่ยี นมาหา หลวงป่จู ะต้อนรบั อยา่ งดี

64 | ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์

การตัดสินใจอยู่วดั อรัญญวเิ วกต่อ

ขณะมาอยู่วัดอรัญญวิเวกใหม่ ๆ หลวงปู่เปลีย่ น
ตั้งใจจะอยู่เพียง ๒ พรรษา ท่านกลัวจะติดสถานทีห่ รือ
ติดบุคคลทีจ่ ะมาอุปัฏฐาก และกลัวผู้ทีม่ าอุปัฏฐาก
ติดท่าน ทำาให้ท่านไปทีใ่ ดไม่ได้

แตเ่ ม่อื ทา่ นไดพ้ จิ ารณาดจู ติ ของทา่ นวา่ ยงั ยดึ มน่ั
ในส่งิ หน่งึ สง่ิ ใดหรอื เปลา่ ยงั มอี ปุ าทานใด ๆ หลงเหลอื ใน
จติ ใจหรอื ไม่ คอ่ ย ๆ ตรวจดู กพ็ บวา่ ไมไ่ ดต้ ดิ สง่ิ ใดส่งิ หน่งึ
ทา่ นคดิ ตอ่ ไปวา่ จะเอาอะไรไปทาำ ไม ทา่ นไมไ่ ดค้ ดิ สรา้ งภพ
สร้างชาติ เพราะว่าถ้าหากสร้างภพสร้างชาติ ก็จะต้อง
มาเกดิ แก่ เจบ็ ตายอกี องคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้
ท่านก็ปรินิพพานไปตัง้ นานแล้ว เมื่อพิจารณากลับไป
กลับมาจนเกิดความว่าง เกิดปัญญาขึ้นมาว่า ไม่มีอะไร
อยู่ทีไ่ หนเราก็มีปัญญาหาทางพ้นทุกข์ได้ สถานทีไ่ ม่มี
ความหมายอะไร ถ้าอยากอยู่เราก็อยู่ ถ้าอยากไปเรา
ก็ไป ไม่เป็นปัญหาต่อการภาวนา จะไปอยู่ทีไ่ หนก็ต้อง
พิจารณาทุกข์ ไปไหนทัว่ ประเทศก็ต้องพิจารณาทุกข์
ทุกสิง่ เกิดจากการสมมุติ ต้นไม้ ภูเขา ประเทศทีใ่ ด ๆ ก็
เป็นสมมุติทัง้ สิน้ ไปไหน ๆ ก็ต้องตาย อยู่ที่นี้ก็ต้องตาย
เกิดที่ไหนก็ต้องตาย การพิจารณาธรรมนัน้ ทำาได้ทุกหน
ทุกแห่ง ไม่จำาเป็นต้องเป็นภูเขา ในป่า ในถำ้าเสมอไป
อยู่วัดก็พิจารณาได้ การเทีย่ วธุดงค์ไปหาครูบาอาจารย์
ก็ทำาได้ ถ้าอยู่ที่ไหนพิจารณาธรรมะดี เราก็อยู่นาน ถ้า
ไม่ชอบใจทีไ่ หน เราก็ไม่อยู่

การอยทู่ ว่ี ดั อรญั ญวเิ วกน้นั เหมอื นกบั มแี มเ่ หลก็
ดึงดูดว่าให้พ้นทุกข์ ต้องมุ่งหาทางพ้นทุกข์อย่างเดียว
ท่านจะสอนใจอยู่อย่างนั้นตลอดไม่มีการถอยหลัง
ศรัทธาเต็มเปี่ยม หาทางที่จะพ้นทุกข์อย่างเดียว โดยไม่
รอใคร ท่านจึงตัดสินใจอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดอรัญญวิเวก
ไปเรื่อย ๆ ตราบใดทีย่ ังคงเป็นทีส่ งบภาวนาได้ดี

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 65

หลวงปแู่ หวน สุจิณโฺ ณ นิมิตหลวงปแู่ หวน สุจิณฺโฺ ณ
66 | ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์
หลวงปู่แหวนได้เมตตามาหาท่านในนิมิต
หลวงปู่ห่มผ้าแบบเฉวียงบ่า คลุมสังฆาฏิเรียบร้อย
มายืนตรงบันไดกุฏิทีพ่ ัก หลวงปู่สอนว่า “ให้เร่ง
ภาวนาให้ถึงนิพพานในภพนี้ให้ได้ ขณะนี้ยัง
ภาวนาไม่ดี ให้ภาวนาไปเร่ือย ๆ ธรรมดาการเจริญ
ภาวนาของคนเรา ถ้ายังมีทิฏฐิมานะแข็งกระด้างอยู่
การภาวนาก็ไม่สามารถท�าให้สงบได้ง่าย ๆ เพราะ
จิตใจแข็งกระด้าง” ในขณะนั้นหลวงปู่เปลี่ยนกำาลัง
สร้างวิหารหลังเก่าอยู่ หลวงปู่แหวนจึงเตือนท่านว่า
“ควรหยุดก่อสร้างสิง่ ต่าง ๆ สิ่งทีค่ วรจะสร้างคือ
จิตใจของเรา เพือ่ ความหลุดพ้น ไม่ต้องทำาอะไร
หรอกอยู่บ้านปง เพราะเป็นบ้านปลง ไม่ใช่บ้านโป่ง
ถ้าบ้านโป่งมันก็สะดวกสบาย บ้านปงต้องทำาให้
เหมือนกับว่า อยากจะปลงมันทิ้ง เพราะเราตกอยู่
ที่ลำาบากทีท่ ุกข์ ไม่มีใครทีอ่ ยู่ได้ มีแต่เราสองคน
เทา่ น้นั ทอ่ี ย”ู่ หลวงปแู่ หวนถามทา่ นวา่ “จะอยบู่ า้ นปง
นานเท่าใด” ท่านตอบว่า “จะเป็นลูกศิษย์หลวงปู่
ต้องอยู่ให้ได้อย่างน้อยที่สุดก็เท่ากับหลวงปู่อยู่ คือ
๑๑ พรรษา” ในนิมิต หลวงปู่แหวนประสงค์จะให้
หลวงปู่เปลี่ยนมีความอดทน จะได้เร่งความเพียร
มากขึ้น ซึ่งการอยู่ที่บ้านปง ก็ต้องอยู่ด้วยความอดทน
จริง เพราะอาหารการกินที่บ้านปงค่อนข้างอัตคัด
ช่วงเวลา ๑๑ ปีแรกทีห่ ลวงปู่เปลีย่ นอยู่ ท่านไม่เคยได้
ฉันแกงเลย เพราะอาหารมีแต่ผักต้มกับนำ้าพริกและ
ข้าวเปล่าเท่านั้น ส่วนนำ้าใช้ก็ต้องตักและหาบขึน้ มา
จากบ่อน้ำาด้านล่าง

เจดียห์ ลวงปแู่ หวนที่วัดดอยแมป่ ง๋ั

ดอยแม่ปั๋งในอดตี ชาติ

หลวงปู่เปลี่ยนได้พิจารณาดูดอยแม่ปั๋ง จึงรู้ว่าในอดีตชาติหลวงปู่แหวนบวชได้ ๓๓ พรรษา หลวงปู่เปลี่ยน
บวชได้ ๖ พรรษา และเป็นหลานของหลวงปู่ ส่วนแม่บัวคำาเคยเป็นลูกสาวคนเล็กของหลวงปู่

สมัยนั้นดอยแม่ปั๋งเป็นสวนเป็นไร่ เจ้าของคือพระอาจารย์หนู สุจิตฺโต ซึง่ ชาตินัน้ เป็นฆราวาส อายุ ๔๐ ปี
พระอาจารยห์ นแู ละหลวงปเู่ ปลย่ี นรว่ มกนั อปุ ฏั ฐากหลวงปู่ หลวงปเู่ ปลย่ี นชว่ ยทาำ หนา้ ท่แี ละการงานอน่ื ๆ ท่สี ามารถ
จะทาำ แทนหลวงปไู่ ด้ ท่พี กั ของหลวงปใู่ นคร้งั นน้ั อยตู่ รงตาำ แหนง่ เจดยี ข์ องวดั ดอยแมป่ ง๋ั ในปจั จบุ นั สว่ นหลวงปเู่ ปลย่ี น
พักอยู่ที่ตรงตำาแหน่งบ่อน้ำาบาดาล รพช. หลวงปู่แหวนสอนหลวงปู่เปลีย่ นเดินจงกรมและภาวนาในชาตินัน้
หลวงปู่เปลีย่ นอยู่ดอยแม่ปั๋งได้ ๔ พรรษาก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 67

การออกธดุ งคค์ รัง้ ที่ ๑๑ ครูบาอินทจักรรักษา

ภาคเหนอื การสนทนาของหลวงปู่เปลย่ี น
กับครบู าอินทจกั รรกั ษาในนมิ ิต
หลังออกพรรษาที่ ๑๑ แล้ว หลวงปู่เปลีย่ นได้ไปกราบนมัสการ
ครูบาอนิ ทจักรรักษา พร้อมกับชาวบ้านปง ๓ คันรถ เม่ือหลวงปู่เห็นก็ยิม้ หลวงปู่เปลี่ยน:
พูดว่า “พระนกั ปฏิบตั ติ ้องรบั กนั ทใ่ี ตต้ น้ ไทร” หลวงปใู่ ห้พระเณรจัดเก้าอี้ให้
ทา่ นใหห้ ลวงปเู่ ปล่ียนน่ังเสมอทา่ น จะน่ังตา่ำ กวา่ ทา่ นไมย่ อม เม่อื สนทนาพอควร การบวชธรรมยตุ กับมหานกิ าย
แกเ่ วลาแลว้ หลวงปเู่ ปล่ยี นจงึ ข้นึ ไปพจิ ารณาสถานท่นี ้ี ทา่ นคดิ วา่ นา้ำ บอ่ หลวง ไม่มีอะไรแตกตา่ งกนั หรือ
มนั เป็นอย่างนเี้ อง มันใหญ่ ถ้าเราสามารถทำาใจให้กว้างสมกับชื่อของน้ำานี้
ได้ก็จะดี ขณะนัน้ หลวงปู่เปลีย่ นได้พิจารณาต้นไม้ในบริเวณวัดน้ำาบ่อหลวง ครูบาอินทจกั รรกั ษา:
เหน็ ตน้ ไมล้ ม้ ลงเปน็ กอง ๆ แสดงถงึ สังขาร แมต้ น้ ไมแ้ ขง็ แกรง่ เทา่ ใดกย็ ังลม้ หกั
ยงั โค่น ร่างกายของเรายังไม่แข็งแกร่งเท่าต้นไม้ มนั จะแตกจะพังเมือ่ ไร ไม่แตกต่างกนั มนั อยทู่ ีก่ าร
มนั ก็พัง หนั มาดูครบู าและตวั ของทา่ น กค็ งจะหักพังในไมช่ ้านี้ ปฏิบตั ิ ถา้ ปฏิบตั ิดแี ล้ว ก็จะ
เห็นกันอยา่ งทีเ่ ราเหน็ มหานิกาย
หลวงปเู่ ปลย่ี นเดนิ เขา้ ไปทศี่ าลา ทบ่ี อ่ น้ำาทพิ ยเ์ หน็ คนตกั กนิ กนั อยู่ จงึ หรือธรรมยุต ไม่มีความหมาย
พจิ ารณาวา่ ถา้ เอาแตก่ นิ เฉย ๆ ไมก่ นิ มรรค ๘ คอื ศลี สมาธิ ปญั ญา แลว้ มนั จะ
ศักด์ิสิทธิไ์ ด้อยา่ งไร พระพทุ ธเจ้าตรัสสอนวา่ ถา้ ใครกลนื มรรค ๘ ศีล สมาธิ
ปญั ญาแลว้ รบั รองวา่ ไมม่ โี รค เราควรพจิ ารณาธรรมะของพระพุทธองคด์ ีกว่า

ในขณะนัน้ เองหลวงปู่เปลีย่ นมองเห็นพระมีอายุมากเดินออกมา
๓ องค์ ล้มลงไป มองชาวบ้านทีร่ ่วมเดินทางมาทยอยขึน้ รถ บางคน
พรอ้ มแลว้ บางคนตอ้ งรอกนั ชลุ มนุ วนุ่ วาย จติ เกดิ ความเบอ่ื หนา่ ย คนมาก
ทำาให้รุงรัง พระพุทธเจ้าไม่ชอบรุงรัง ท่านจึงไม่อยากให้พระภิกษุไป
คลุกคลีกับโลก เพราะมันยุ่งอย่างนี้เอง

เมือ่ กลับถึงวัดอรัญญวิเวก ท่านมองไปทีบ่ ้านปลูกเสร็จหลังหนึง่
ก็เห็นพังครืนลงมากับตา เม่ือสงสัยว่าบ้านใหม่ ๆ พังได้อย่างไร ก็เห็น
บ้านกลับดีขน้ึ มาดังเดิม ทำาให้คิดว่าสงั ขารภายนอก มันเกิด ๆ ดบั ๆ จึงมี
ความร้สู กึ เบ่ือหน่าย เม่ือคาำ นงึ ถงึ การทีเ่ อาสังขารนีเ้ ท่ียวไปเท่ยี วมา มันจะ
เกดิ ประโยชนอ์ ะไร กร็ ้ขู น้ึ มาวา่ ไดม้ ีส่วนพาชาวบา้ นไปกราบครบู าอาจารย์
สว่ นตัวของทา่ นเองกไ็ ดป้ ญั ญาจากการเห็นสงั ขารเกิดดับ

ทุกปีหลวงปู่เปลีย่ นจะนำาผ้าไตรจีวร ๑ ชุด ไปกราบนมัสการ
ครูบาอินทจักรรักษา

68 | ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์

เชียงดาว ดอยหลวง

พรา้ ว

แม่แตง วัดดอยแม่ปงั๋

แมร่ ิม ดอยสะเก็ด
เมอื ง สนั ทราย

เชยี งใหม่ สนั กา� แพง

ถ�้าปากเพยี ง วัดนา้� บ่อหลวง

สันปา่ ตอง

การปฏิบัติธรรมกับหลวงป่แู หวน สุจณิ ฺฺโณ มาหาเพ่อื จะเทศนใ์ หฟ้ งั หลวงปเู่ ปลย่ี นจะน่งั ลงคอย เปน็ การ
เทศนใ์ หฟ้ งั องคเ์ ดียวเท่านน้ั หลวงปจู่ ะเทศนแ์ ละเตอื นท่าน
หลวงปเู่ ปล่ียนไดเ้ ดนิ ทางกลบั ไปท่วี ดั ดอยแมป่ ง๋ั อกี
เพอ่ื ปฏิบัตธิ รรมกับหลวงปู่แหวนโดยเฉพาะ “ปฏิบตั ิใหด้ ี ไดม้ าอย่ใู นท่สี งบสงดั และมาปฏบิ ัติ
ธรรมด้วยกัน ให้พยายามใหม้ าก ไมต่ ้องไปคิดสงสัยอะไร
เมือ่ หลวงปแู่ หวนเดนิ จงกรม หรอื น่ังทา� ความเพยี ร มรรค ผล นิพพาน ยงั มีอยูเ่ ตม็ บรบิ ูรณ์ ใหร้ ีบตงั้ ใจท�าให้
แลว้ หลวงปูเ่ ปลี่ยนจะต้องท�าบา้ ง บางครั้งหลวงปนู่ อนพัก ถึงจุดหมายปลายทาง ให้หมั่นขยันเดนิ จงกรม และนงั่
หลวงปเู่ ปลีย่ นกจ็ ะออกไปเดินจงกรม หลวงปเู่ ปลยี่ นพบวา่ ภาวนา อย่าเหน็ แก่นอน ใหน้ ึกถึงความตายบอ่ ย ๆ จะได้
หลวงปแู่ หวนคอยควบคมุ ทา่ นอยตู่ ลอดเวลา ขณะน่งั สมาธิ ไมพ่ ลาดพลง้ั แก่ใคร เมื่อนกึ ถึงความตายบ่อย ๆ แลว้ ใจ
จะเห็นหลวงปู่มายืนคุมอย่างน้อย ๓๐ นาที เป็นการฝึก จะนกึ อยากท�าแต่ความเพียร อยากจะเดนิ จงกรม อยาก
สติอยา่ งดี เมือ่ ท่านเผลอไปคดิ เรอื่ งอน่ื หรือเรื่องซอ่ มแซม จะน่ังปฏบิ ตั ธิ รรม เมอ่ื มาอยดู่ ว้ ยกนั กอ็ ยา่ คดิ ไปสรา้ งอะไร
วัตถุปรักหักพังให้ดี หลวงปู่แหวนจะเดินมาเตือนทันที ให้สร้างแต่ความเพยี ร”
ถ้าเป็นเรื่องการเผลอสติ หลวงปู่จะแนะนา� ถ้าเป็นเรือ่ ง
การกอ่ สรา้ งซอ่ มแซม บางคร้งั จะไมย่ อมใหท้ �า ถา้ ไมส่ ามารถ บางครั้งหลวงปู่แหวนท่านพักเปลยี่ นอิริยาบถ
จะหยดุ ยั้งได้ หลวงปู่จะเรง่ รดั ให้รบี ๆ ทา� แล้วใหไ้ ปภาวนา จากการปฏิบตั ิธรรม นอนอยู่ หลวงปู่เปลยี่ นจะเข้าไปหา
เพื่อถามปัญหาธรรมะและวิธีการปฏิบัติกับหลวงปู่ แหวน
ขณะใดกต็ ามทห่ี ลวงปเู่ ดนิ จงกรมอยู่หากเหน็ หลวงปู่ หลวงปู่สอนวา่
เปลีย่ นแล้วหลวงปู่มีเรื่องเทศน์สัง่ สอน ท่านจะเดินจงกรม

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 69

“ท่านจะต้องหลบเข้ามาพิจารณาดูที่ตัวท่าน ภายในจติ สงั เกตให้ถกู ใหด้ ี เมือ่ เหน็ อยา่ งน้แี ลว้ เราจะ
กายของท่าน ให้พิจารณาร่างกาย เมือ่ ตายไปธาตุลม ตอ้ งก�าจดั มัน ไม่กา� จดั ไมไ่ ด้ เพราะว่ามันเป็นทกุ ข์ เมื่อ
ก็หายไป ธาตุไฟก็หายไป ธาตุดินเมื่อเผามาก ๆ เข้า กา� จดั อารมณก์ ลาง ๆ มนั มี มนั เปน็ เวทนา ไมท่ กุ ขไ์ มส่ ขุ
กก็ ลายเป็นฝนุ่ ในทีส่ ดุ กห็ ายไปอกี เช่นกนั ร่างกายของ มนั เป็นเวทนา อารมณส์ ขุ เกดิ ขนึ้ อารมณท์ ุกขน์ นั้ หาย
เราก็ตกอยู่ในห้วงของไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง ไป เมือ่ รับอารมณ์สุข เราอยากได้อารมณ์ทีเ่ ป็นสุข
อนัตตา เมือ่ เห็นอย่างนี้แล้ว เราก็น้อมจิตเราเข้ามา แต่เพราะว่าอารมณ์สุขมันไม่เทีย่ ง ถ้าท่านไปยึดไป
โอปนยโิ ก นอ้ มธรรมเข้ามาทต่ี วั เอง” ประคองมัน กท็ า� ใหท้ า่ นมีความทกุ ข์ เดยี๋ วก็จะทา� ลาย
ความปรารถนาของเรา ทีพ่ ยายามประคองความสุข
“เม่อื ดรู า่ งกายเสรจ็ แลว้ ใหใ้ ชป้ ญั ญาพจิ ารณา อารมณ์สขุ มันกเ็ ลยหายไปอกี ”
ดจู ติ ดอู ารมณ์ มเี กดิ -ดบั เกดิ -ดบั ดอู ารมณอ์ นั นอ้ี อกไป
อารมณอ์ นั นน้ั เกดิ ข้นึ ดอู ารมณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ถา้ เปน็ อารมณ์ “อารมณท์ กุ ข์ - สุขนี้ มันอยู่ในไตรลักษณ์เหมอื น
ทุกข์ ทัง้ เกิดทั้งดับ ให้รู้ว่ามีอารมณ์โทสะเกิดขึ้น กนั ทา่ นตอ้ งพจิ ารณาอยา่ งทอ่ี ธบิ ายมา พจิ ารณาจรงิ ๆ
เพราะเหตุนี้ ท่านจึงไม่ควรทีจ่ ะไปก่อสร้างเกีย่ วกับ
สง่ิ ภายนอก ท�าตวั เราให้ดเี สียกอ่ น เม่ือเราปฏบิ ตั ิดีแล้ว
ญาติโยมมาท�าบุญก็จะได้บุญมาก ท�าตัวเราให้ดีนัน้
เป็นทอง ส่วนสิ่งทีก่ ่อสร้างนั้นมันเป็นผง ผลพลอยได้
อยา่ งอ่นื นน้ั มาเอง”

เมื่อหลวงปูเ่ ปลยี่ นพจิ ารณาตามท่หี ลวงปแู่ นะน�า
ดูวัดดอยแม่ปั๋ง มันก็ไม่มีวัด มันเป็นสมมุติ ท�าให้ท่าน
มปี ตี มิ คี วามสขุ มากขน้ึ ดพู ระทอ่ี ยใู่ นวดั ใครจะปฏบิ ตั ธิ รรม
หรือไม่ ไม่สนใจ ตัวท่านจึงกลับไปทีก่ ุฏิและนงั่ พิจารณา
จิตที่เคยเบือ่ อยู่แล้วก็ยิง่ เบื่อมากขึน้ ไปอีก ครัน้ พิจารณา
ไตรลกั ษณข์ องหลวงปกู่ พ็ อใจในธรรมะของทา่ น นกึ รกั ทา่ น
ท่อี ตุ สา่ หเ์ ทศนธ์ รรมะท่พี อใจใหฟ้ งั เมอ่ื นึกถงึ ตรงน้กี ก็ ลบั
เกดิ ปญั ญาขน้ึ มาวา่ ไปนึกรกั หลวงปไู่ ดอ้ ยา่ งไร เด๋ยี วหลวงปู่
กจ็ ะตอ้ งจากไป ตวั ทา่ นเองกจ็ ะตอ้ งตาย กต็ อ้ งท้งิ กนั ไปอกี

หลวงปู่แหวนบอกท่านว่า ไม่ต้องไปไหนอีกแล้ว
ให้อยู่ที่ดอยแม่ปั๋ง แต่เผอิญพระอาจารย์ทองสุกและ
พระองค์อืน่ ๆ ที่เคยธุดงค์ร่วมกันมาหาและชวนไป
ธดุ งค์ต่อ ในที่สดุ จึงตัดสินใจออกธดุ งคไ์ ปถ้า� ปากเพยี ง

70 | ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์

กุฏิหลวงปเู่ ปล่ยี นท่ีวดั ถ้า� ปากเพียง

ถา้� ปากเพียง สง่ จิตไปดทู ี่ปา่ ชา้ เห็นนมิ ิตการแห่ศพเขา้ มาในปา่ ชา้ และ
พธิ กี รรมตา่ ง ๆ ถงึ เวลากลางคนื จงึ ข้นึ ไปนอน ไดค้ ดิ ถงึ คาำ สอน
หลวงปู่เปลยี่ นและพระทีอ่ ยู่ถ้ำาปากเพียงจะไปหา ของพระพทุ ธองคใ์ หพ้ จิ ารณาดกู ระดกู ขณะพจิ ารณาไดเ้ หน็
หลวงปู่สิมทถี่ ้ำาผาปล่องทกุ วัน ถ้าเป็นวันพระก็จะสวด นิมิตหลวงปู่แหวนมาปรากฏที่บันไดและพูดให้กำาลังใจว่า
ปาฏิโมกข์กับหลวงปู่ด้วย ครัง้ หนงึ่ ขณะอยู่ทีย่ อดเขาบน “ดแี ลว้ ทก่ี า� หนดกระดกู ข้นึ มาพจิ ารณา ใหก้ า� หนดไปเรอ่ื ย ๆ
ถ้ำาปากเพียง หลวงปู่เปลีย่ นกำาหนดจิตดูลงมา ได้เห็นว่าที่ อยู่บนกุฏิก็พจิ ารณาไป จะไดไ้ ม่เสียเปรียบใคร ครูบามั่น
ถำ้าปากเพียงเคยมีพระชือ่ พระมตุ ตะ บวชได้ ๕๖ พรรษา กใ็ หก้ า� หนดกระดูกนอนอยูบ่ นพน้ื อย่าใหม้ ีตัวมตี นมีเน้อื มี
มาบำาเพ็ญเพียรอยู่ทถี่ ำ้าน้จี นได้ถึงขัน้ พระอนาคามี หนงั ให้เห็นแต่กระดูกจนมนั แตกสลายไป จะไดไ้ มส่ า� คัญ
หลวงปเู่ ปล่ยี นไดถ้ ามทา่ นวา่ ทาำ ไมไมท่ าำ ใหถ้ งึ ข้นั พระอรหนั ต์ วา่ มตี วั ตนของตนเองเกดิ ข้นึ ใหห้ มน่ั ทา� จนชา� นาญในทสี่ ดุ
ท่านตอบว่าทำาไม่ได้ เพราะอยู่คนเดียว ติดฌานและติดสุข ให้ทา� อยู่อย่างนี้นะ” แล้วหลวงป่กู ็หายไป

หลงั จากปฏิบตั ิธรรมอยู่ทีถ่ ำ้าปากเพียงประมาณ ตอ่ มาหลวงปเู่ ปล่ียนกไ็ ดน้ ิมิตหลวงปพู่ รหม หม่ จวี ร
๒ เดือน ท่านก็ย้ายขึ้นไปปฏิบัติธรรมทหี่ ลังถ้ำาเบี้ย คลุมเหลอื งอรา่ ม ลอยเข้ามาทางหนา้ ตา่ ง คราวนีไ้ ม่ไดอ้ ม
เพียงองค์เดียว แล้วจึงกลบั ไปอยู่ปฏิบัติธรรมทีว่ ัดของ หมากอยา่ งทกุ ครงั้ หลวงปพู่ รหมมาดูการปฏิบัติธรรมของ
หลวงปตู่ อ้ื ตอ่ การภาวนาไดเ้ จรญิ กา้ วหนา้ ไปมาก เมอ่ื ไดย้ นิ ท่านทางสมาธิเสมอ นัง่ คุมอยู่จนจิตท่านสงบแล้วจึงไป
เสยี งกส็ ามารถดบั เสยี งได้ ทา่ นจงึ คดิ วา่ ควรจะมาปฏบิ ตั กิ บั หลวงปู่บอกให้ท่านพยายามให้มากขึน้ จะได้สำาเร็จเป็น
หลวงปู่ตื้อจึงเป็นการดี เพราะได้เปรียบเทียบการปฏิบัติที่ พระอรหนั ต์ ไมต่ อ้ งกลัวตายพยายามใหถ้ งึ จะถงึ กอ่ นหลวงปู่
ผา่ นมา และจะถามปญั หาหลวงปูไ่ ดถ้ า้ ติดขดั ก็ได้ ถ้าไปไม่ถึงก็ขอให้อยู่ชัน้ เดียวกันให้ได้ ตามนมิ ิต
หลวงปู่พรหมท่านอยู่พรหมโลกชัน้ สทุ สั สสี ทุ ธาวาสภูมิ
ครน้ั กลับวดั อรญั ญวเิ วกแลว้ ทา่ นเดนิ ไปท่ปี า่ ชา้ หลงั
วดั เห็นข้ีเถา้ กระดูกต่าง ๆ อยบู่ นดิน เมอื่ กลบั มานั่งทศ่ี าลา

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 71



พรรษาที่ ๑๒๒๑๕ วดั อรญั ญวเิ วก บ้านปง ต.อนิ ทขลิ

๓ อ.แมแ่ ตง จ.เชียงใหม่

พรรษาน้หี ลวงป่เู ปลี่ยนจะพจิ ารณาไตรลักษณ์ คือ อนจิ จงั ทุกขัง อนัตตาอยู่เสมอ การพิจารณา
ถึงไตรลกั ษณ์เสมอ ๆ ทำาใหเ้ ห็นอะไรรอบ ๆ ตัวเปน็ ไตรลกั ษณไ์ ปหมด เหน็ พระเณรในวดั เหน็ คนเดนิ มา
เวลาออกบิณฑบาตเห็นคนใส่บาตร มองลงไปเห็นเป็นกองกระดูก ทกุ สงิ่ ทกุ อย่างทัง้ สงิ่ ก่อสร้างหรือ
ขนั ธ์ ๕ กต็ าม ลว้ นเป็นไตรลกั ษณ์

ท่องสวรรค์

หลวงปเู่ ปล่ยี นอยากจะใหศ้ รทั ธาชาวบา้ นปงมีกาำ ลงั ใจในการทาำ บุญปฏบิ ตั ธิ รรม ทา่ นจงึ ไดค้ น้ ควา้
หารายละเอยี ดเกี่ยวกับบคุ คลทีถ่ ึงแก่กรรมแล้วและชาวบ้านปงรู้จัก มาเล่าให้ชาวบ้านทีม่ าถือศีลใน
วนั อโุ บสถฟงั

วันหนงึ่ ท่านส่งจิตไปดูลกู สาวซึง่ กำาลงั ป่วยของแม่บวั ใส ได้เห็นยานลำาหน่งึ ลอยมาจอดเทยี บ
อยู่หน้าบ้าน มีทนี่ งั่ ในยาน ๒ แถว แถวละ ๓ ทีน่ งั่ มคี นนัง่ มาแล้ว ๕ คน ลกู สาวแม่บัวใสเดินขึ้นไป
นงั่ เป็นคนที่ ๖ แล้วยานลำานนั้ ก็ลอยขึน้ ไปเรือ่ ย ๆ จนถึงหอปราสาทหลงั หนึง่ ซึ่งไม่ใหญ่นกั เมือ่ นาง
ก้าวขึ้นไปอยู่ในปราสาทแล้วยานก็หายไป ลูกสาวของแม่บัวใสคนนีม้ อี ารมณ์ดีเยอื กเย็น ไม่ได้มา
ปฏิบตั ิธรรมทวี่ ัดแต่ก็มีจิตใจงาม นางทำาบญุ น้อยในขณะมีชีวิต ได้ร่วมกับคุณแม่ของนางต่อเติมกุฏิเก่า
ทหี่ ลวงปู่คาำ แสนเคยอยู่ แลว้ หลวงปเู่ ปลีย่ นได้เข้าไปอย่ตู ่อ นางจึงไดอ้ ยู่สวรรค์ช้นั ตาวติงสาเทา่ นั้น

หลวงปู่เปลีย่ นได้ผ่านไปยงั วิมานหนงึ่ มีนางฟ้านงั่ ดูพระพุทธรูปอยู่ในหอปราสาททอง ล้อมรอบ
ด้วยสระบัวสีขาวและสชี มพู เพราะนางฟา้ องคน์ ั้นเคยสร้างมณฑป สรา้ งพระพุทธรูปบชู าไว้ และขุดบอ่ นาำ้
เลก็ ๆ เพียงบ่อเดียวในวัด แต่คนทัง้ หลายทีเ่ ข้าไปวัดได้ใช้น้ำากัน จึงเป็นการเพิม่ บญุ ให้ผู้ทำามากขึ้น การที่
เทพธิดานงั่ จ้องพระพุทธรูปนนั้ เพราะเพลดิ เพลนิ ในบุญกุศลของตนเองทีส่ ร้างพระพุทธรูปเมือ่ ครั้งอยู่
เมอื งมนษุ ย์ ครั้นตายลงจึงได้มาอยู่ในหอปราสาททีม่ ีพระพุทธรูป เป็นการเสวยอารมณ์สขุ ในสวรรค์
องค์สมเด็จพระสัมมาสมั พุทธเจ้าจึงตรัสว่า พวกเทพบุตรเทพธิดามกั ติดสขุ ในบุญ ไม่ยอมพิจารณา
การภาวนาในสวรรค์จึงไม่ก้าวหน้า

ขณะหลวงปู่เปลี่ยนลอยผ่านไปยังภูมิทีส่ ูงกว่า มีเทพบุตรองค์หนงึ่ แต่งชุดขาวเหมือนกับผู้ชาย
อินเดีย เชิญให้เข้าไปพักในวิมานโล่ง ๆ เนือ่ งจากเมือ่ เป็นมนุษย์ได้ทำาบุญสร้างศาลาไม่มีฝาไว้ แต่วิมาน
ของเทพบุตรองค์นอี้ ยู่สงู สดุ ของชั้นตาวติงสา เพราะตอนเป็นมนษุ ย์มีจิตใจสะอาด อยากให้ทกุ สิง่ สะอาด
จึงใส่ชุดขาวรักษาศีล และใจก็อยากจะให้จิตขาวเช่นผ้าขาวทีน่ ุ่งห่มอยู่ ส่วนเทพบตุ รเทพธิดาองค์อืน่ ๆ
ท่ีจติ ยังตดิ อยใู่ นสี กอ็ ยากใหเ้ ส้ือผ้าอาภรณ์มีสสี นั ตามความปรารถนาแตล่ ะองค์ไป

ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์ | 73

กุศลสรา้ งศาลา

วนั หนง่ึ หลวงปเู่ ปล่ยี นไดก้ าำ หนดจติ ลอยสงู ข้นึ ไป พบ
ปราสาท ๖ ช้นั หลงั หนง่ึ มเี สาและหลงั คาสเี ขยี ว เหน็ เทพธดิ า
องค์หนึง่ นั่งอยู่ในปราสาทตรงริม ๆ เพราะออกเงินไม่มาก
สร้างศาลา ส่วนเจ้าของปราสาทผู้เสียสละทรัพย์มากทำาบุญ
ยงั ไมม่ าอยู่ ทา่ นไดถ้ ามเทพบตุ รท่กี าำ ลงั ตกแตง่ ดอกบวั ใหเ้ ปน็
กำาแพงรอบ ๆ จึงทราบว่าปราสาทนีเ้ ป็นของพ่อหนานศรีธน
แมบ่ วั ใส แมบ่ วั คาำ กาำ นนั เมา แมแ่ กว้ แมด่ ี ฯลฯ ซง่ึ ไดร้ ้อื บา้ น
เก่าแล้วเอาไม้มาสร้างศาลาโรงฉันทีว่ ัดอรัญญวิเวก ทัง้ ๆ ที่
ไม้เก่าเป็นรูพรุนไปหมด ก็ยังได้ปราสาทถึง ๖ ชั้นในสวรรค์
ชั้นตาวติงสา ถ้าหากเป็นสวรรค์ชั้นยามาก็จะได้ปราสาทสูง
กวา่ นอ้ี กี บคุ คลทม่ี าอยใู่ นปราสาทนี้ ถา้ เคยใหท้ านอะไรกจ็ ะ
ได้ของสิ่งนั้น เช่น นำ้า เสือ้ ผ้า ผ้าห่ม หรือสิ่งของต่าง ๆ เพียง
แต่นึกเอาก็ได้ หากไม่เคยให้ทานก็นึกไม่ออก จึงไม่ได้ของ
สิ่งนั้น เพราะเป็นของทิพย์ทัง้ หมด การทำาบุญกับพระและ
พระพุทธศาสนา จะได้อานิสงส์ผลบุญเป็นร้อยเท่าพันทวี

กุศลสร้างเจดยี ์

หลังจากสร้างเจดีย์ทีว่ ัดอรัญญวิเวกเสร็จแล้ว
ทา่ นไดไ้ ปตรวจดผู ลบญุ ของแมบ่ วั ใส ไดพ้ บปราสาทหลงั หนง่ึ
เกดิ อยชู่ ้นั ยามาลกั ษณะเปน็ จตั รุ มขุ มยี อดคลา้ ยเจดยี เ์ หมอื น
ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นสีทองทั้งองค์ ข้างล่างอยู่ได้
ทา่ นไดพ้ บเทพบตุ รและเทพธดิ ามาทป่ี ราสาทน้ี ทา่ นไดถ้ ามถงึ
เจ้าของปราสาทจึงทราบว่าเป็นเจดีย์ของแม่บัวใส

นอกจากนั้นได้พบหลวงปู่คำาแสนซึ่งพาบริวารเป็น
ร้อย ๆ มาบูชาทีท่ ิพยเจดีย์ของแม่บัวใสด้วย อีก ๔ วันต่อมา
หลวงปู่เปลี่ยนได้ไปหาหลวงปู่คำาแสน และถามหลวงปู่ว่า
ขึน้ ไปเทีย่ วสวรรค์หรือ หลวงปู่ตอบยืนยันว่าได้ไปทีเ่ จดีย์
แมบ่ วั ใส และไดพ้ บกบั หลวงปเู่ ปล่ยี น หลวงปคู่ าำ แสนบอกวา่

74 | ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์

“ถ้าภาวนาเอาจติ ไปถึงไหนก็จะไปที่นัน่ ถ้าจติ ถึงสวรรค์ชัน้ ไหน ก็ย่อมเห็น
สวรรคช์ ้นั น้นั ถา้ ถงึ พรหมโลก กจ็ ะเหน็ กนั ในพรหมโลก ถา้ จิตของเรายงั ไมถ่ งึ นพิ พาน
เราก็จะยงั ไม่เห็นกนั ในนพิ พาน การภาวนาของเราถึงไหน เรากจ็ ะร้เู อง เราจะพบกัน
ได้เอง ทีเ่ ราไปพบกันเห็นกัน เพราะเป็นชัน้ ของภูมิผู้ปฏิบัติ ภูมิจิตของตนของใคร
เมื่อถึงชัน้ ไหน ภูมิจิตของคนนัน้ ก็จะถึงสวรรค์ชัน้ นัน้ จงึ รับรองว่าจะให้คนอนื่ พาไป
ไม่ได้ ถา้ ปฏบิ ัตถิ ึงจะเหน็ ตามชัน้ ของมันเอง”

ใน พ.ศ. ๒๕๒๒ แม่บัวใสได้ถึงแก่กรรมลง หลวงปู่เปลีย่ นได้กำาหนดจิต
ไปดูทีป่ ราสาทจัตุรมุขของแม่บัวใส ครัง้ นี้ท่านได้เห็นบริเวณโดยรอบของปราสาท
มหี ญา้ ออ่ นนมุ่ เหมอื นหญา้ นวลนอ้ ยสที องข้นึ เตม็ ไปหมด มแี ถวกหุ ลาบปลกู เรยี งราย
เป็นแถวสุดสายตา ปรากฏมีเทพธิดานางหน่ึงเดินลงมาจากปราสาทสีทอง แต่งกาย
ด้วยชุดสีเขียว เสื้อแขนทรงกระบอก ห่มผ้าสไบสีเขียวอ่อน และเข้ามากราบ
หลวงปู่เปลีย่ น พร้อมกับถามว่ามาเยีย่ มแม่หรือ หลวงปู่เปลี่ยนได้ให้เทพธิดานั้น
เนรมิตกายเป็นแม่บัวใสครัง้ ทีม่ ีชีวิตอยู่ให้ดู จึงแน่ใจว่าไม่ผิดตัว ท่านได้ต่อว่า
แม่บัวใสทีไ่ ม่ลงไปเยีย่ มที่วัดเลย นางเทพธิดาจึงบอกว่า บนสวรรค์สุขสบายมาก
จึงไม่อยากจะไปไหน

เมือ่ ยังมีชีวิตอยู่ เวลาไปวัดทุกวันพระ แม่บัวใสจะมีดอกไม้ถือติดมือไปเป็น
จำานวนมาก และจะจัดหาน้ำาปานะเลี้ยงพระเณรด้วย นอกจากนัน้ จะพิถีพิถันใน
เรือ่ งความสะอาด และความเป็นระเบียบสวยงาม จะปัดกวาดดูแลวัด และสถานที่
ให้เรียบร้อยตลอดเวลา นางเป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี ถ้ามีคนจนไปวัดจะแจกเงิน
และเรียกให้รับประทานข้าวปลาอาหารโดยไม่ถือตัว ด้วยความโอบอ้อมอารีของนาง
บางครั้งเมือ่ นางจะเดินทางไปทำาบุญทีใ่ ด จะมีผู้มาขอร่วมทำาบุญด้วย บางคนเห็น
นางกำาลังเตรียมของเพ่ือทำาบุญ ก็จะมอบเงินไว้ให้เพือ่ ร่วมทำาบุญ บางคนถึงกับ
อธิษฐานขอเกิดเป็นลูกแม่บัวใสในอนาคตก็มี

แม่บัวจันทร์ น้องแม่บัวใส ถือศีลเฉพาะวันพระโดยถืออุโบสถศีล เมื่อสิ้นชีวิต
ได้เป็นเทพธิดาสถิตอยู่ชั้นตาวติงสา ส่วนแม่บัวคำา น้องอีกคนหนึ่ง ได้ใส่บาตรและ
อุปัฏฐากหลวงปู่แหวนเป็นประจำา จนกระทั่งหลวงปู่แหวนไปอยู่ดอยแม่ปั๋ง แม่บัวคำา
ยงั ตามไปอปุ ฏั ฐาก แตเ่ ปน็ ผทู้ ่ลี ะความโกรธไมไ่ ด้ ใจคอหงดุ หงดิ ตลอดเวลา ความโกรธ
ทำาให้จิตใจตกตำ่า จึงไปได้ไม่ดีนัก เมือ่ สิน้ ชีวิตจึงอยู่แค่ชั้นตาวติงสา

ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์ | 75

เชียงดาว พร้าว ดอยหลวง

แม่แตง

วดั ปา่ อาจารย์ตื้อ แมร่ มิ ดอยสะเก็ด
เมอื ง สนั ทราย

เชียงใหม่

วดั ดอยแมป่ ัง๋

การออกธุดงคค์ ร้ังท่ี ๑๒

เชียงใหม่

ออกพรรษาท่ี ๑๒ แลว้ หลวงปเู่ ปลย่ี นไดไ้ ปกราบหลวงปแู่ หวนทด่ี อยแมป่ ง๋ั เพราะในพรรษาทผ่ี า่ นมา
ท่านไม่ได้นิมิตหลวงปู่แหวนเช่นในพรรษาก่อน หลวงปู่เปลีย่ นได้เรียนถามหลวงปู่ถึงเหตุทีไ่ ม่แผ่เมตตา
ถึงท่าน หลวงปู่ตอบว่า “เราสามารถแผ่เมตตาไปได้ทั่วโลก” ทุกครัง้ ที่หลวงปู่เปลี่ยนไปกราบหลวงปู่แหวน
หลวงปู่จะพูดถึงเรือ่ งเมตตา เช่น เมตตาตนบ้าง เมตตาคนอ่ืนบ้าง แต่พรรษานี้หลวงปู่พูดถึงแผ่เมตตา
ไปได้ทัว่ โลก ทำาให้แน่ใจว่าหลวงปู่สิ้นทุกข์แล้วโดยไม่ต้องสงสัย หลวงปู่เปลีย่ นยังได้สังเกตเห็นพวกเทพบุตร
เทพธิดาที่เมือ่ พ.ศ. ๒๕๐๗ อาศัยอยู่ที่ต้นไทรใกล้ ๆ ที่หลวงปู่แหวนผิงไฟ ได้ย้ายหนีไปอยู่ทีต่ ้นดู่ก้นโบสถ์
กันหมด เพราะพวกเทพกลัวบาป ไม่กล้าอยู่สูงกว่าหลวงปู่แหวน หลวงปู่เปลี่ยนได้กราบเรียนถามหลวงปู่
แหวน แต่หลวงปู่แหวนก็แค่บอกว่า “ตาดีเว้ย เห็นเนาะ” ท่านไม่อยากให้ติดที่เห็น

นอกจากนน้ั หลวงปเู่ ปล่ยี นไดเ้ รยี นหลวงปวู่ า่ มคี วามรสู้ กึ ไมอ่ ยากมองอะไร มนั พงั ไปหมด เบ่อื ไปหมด
หลวงปู่ตอบว่า “ไม่อยากนี้มันดีจริง ๆ ดีท่ีสุด ผมก็ไม่อยากเหมือนกัน ทุกวันนีท้ ำาให้ไม่อยากนีม้ ันดีที่สุด
ผมสบายแล้ว สามารถแผ่เมตตาไปหาลูกหลานได้ทัว่ โลก”

76 | ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ หลวงปู่เปลีย่ นได้นึกถึงคำาพูดหลวงปู่ “ไม่อยาก” ก็คือ
พระอาจารยค์ า� บอ่ ติ ปญฺโญ “อิม่ ” ดังน้ันคนหายห่วง หายเมา หายง่วง หายหิว คือคนอิม่
มคี วามสขุ เปน็ ความรซู้ ง่ึ เกดิ ขน้ึ มาในใจของทา่ นเอง หลวงปแู่ หวน
ได้ยำ้าอกี วา่ “ดจี รงิ ๆ นะ ความไม่อยากน่ี กฏุ วิ หิ ารอะไรก็ตามกไ็ ม่
อยาก น่ดี จี รงิ ๆ อยา่ ใหม้ นั อยากอะไร ใหเ้ ปน็ ผมู้ สี ติ อยา่ งครบู ามน่ั
พูดว่า มันพัง กองกระดูกมันพัง มันจะหมดเชื้อแล้ว มันไม่ติด
หรอก ขันธ์มันหมดเชือ้ แล้ว”

การปฏบิ ัตธิ รรมกบั หลวงปูแ่ หวน สุจณิ ฺฺโณ

หลวงปู่เปล่ียนและพระอาจารย์คำาบ่อ ติ ปญฺโญ ได้อยู่
ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่แหวนในวัดเพียง ๓ องค์ เนื่องจาก
พระอาจารย์หนูกลับไปเยี่ยมบ้านที่ จ.ยโสธร หลวงปู่เปลี่ยน
เลือกไปอยู่กุฏิหลังหนึ่งซึง่ ไม่มีใครอยู่ได้ เพราะมีเสียงคล้าย
คนเคาะฝากุฏิอยู่ตลอดเวลา เมื่อไปอยู่วันแรก ท่านได้ยินเสียง
คล้ายใครมาเคาะฝากุฏิดังป๊อก ๆ แต่ท่านไม่สนใจฟัง อยู่ได้ ๔ วัน
หลวงปู่แหวนได้ถามถึงเรื่องเสียงทีม่ าเคาะ หลวงปู่เปลีย่ นเรียน
ท่านว่าเสียงเป็นเรือ่ งของเขา หลวงปู่แหวนบอกว่าดีแล้ว มันมา
รบกวนเท่านั้น

หลวงปู่เปลี่ยนและพระอาจารย์คำาบ่อได้สร้างบันไดขึน้
วิหารทางทิศเหนือ เมือ่ หลวงปู่แหวนทราบจึงมาเร่งให้รีบทำาให้
เสร็จ เพื่อจะได้เจริญภาวนาให้เต็มที่ หลวงปู่กำาชับว่า เมือ่ ทำา
บันไดนีเ้ สร็จแล้ว ห้ามก่อสร้างสิง่ อื่น ๆ อีก หลวงปู่จะชอบให้
ปฏิบัติธรรมมากที่สุด หลวงปู่เปลี่ยนใช้เวลาสร้างบันไดอยู่
ประมาณ ๑๐ วัน เสร็จแล้วจึงเริ่มปฏิบัติธรรม

ขณะนัง่ สมาธิวันแรก หลวงปู่เปลี่ยนเห็นนิมิตหลวงปู่
แหวนห่มจีวรแบบคลุม มายืนดูท่านอยู่ข้างล่าง ห่างกุฏิประมาณ
๒๕ เมตร นานประมาณ ๓๐ นาที จนจิตสงบดีแล้ว หลวงปู่จึง
หายไป

ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์ | 77

หลวงปู่แหวนมาปรากฏในนิมิตหลวงปู่เปลี่ยน
ทุกวัน จนถึงวันที่เจ็ดได้นิมิตหลวงปู่แหวนห่มคลุมแล้วก็
หายไป ปรากฏให้เห็นอีกครัง้ กลายเป็นชุดขาวสวยงาม
เมือ่ มองไปทีร่ ่างของหลวงปู่แหวน ก็เห็นกระดูกทุกชิ้น
คล้ายกับภาพในฟิล์มเอกซเรย์ กระดูกทุกชิ้นในร่างกาย
เป็นแก้ว หลวงปู่ยืนยิม้ อยู่ ประมาณ ๓๐ นาทีจึงเดินจากไป

วันหนึ่งหลวงปู่เปลี่ยนได้ตามหลวงปู่แหวนขึ้นไปบนกุฏิ
และได้ถามหลวงปู่ถึงการทำานิมิตให้กระดูกใสเป็นแก้วทั้งตัว หลวงปู่
ตอบวา่ “น่ันคอื เมตตา เมตตาอยา่ งเตม็ เปย่ี ม เมตตาเปน็ ของขาว ของสะอาด
ถ้าใครไม่มีเมตตาสูง จะเห็นไม่ขาวอย่างนั้น” หลวงปู่เปลีย่ นขอให้หลวงปู่แหวน
มีความเมตตาสั่งสอนตักเตือนว่ากล่าวท่าน หากท่านปฏิบัติไม่เป็นทีพ่ อใจ หลวงปู่
ก็บอกว่าจะไปว่ากล่าวให้ และได้ย้ำาให้หลวงปู่เปลีย่ นฟังว่า

“เอามนั ใหไ้ ด้ มรรค ผล นพิ พาน มนั ยงั มอี ยู่ ไมไ่ ดไ้ ปไหน ใหท้ า� ความสะอาด
ทัง้ กาย วาจา ใจ ท�าความสะอาดตา หู จมูก ล้ิน กาย ใจ นี้ให้มันสะอาด รูป เสียง
กลิน่ รส โผฏฐัพพะ เป็นธรรมอยู่ในโลก ตา หู จมูก ลิน้ กาย ใจ ก็เป็นธรรม ต้อง
ล้างให้มันสะอาด ล้างให้หมดมลทิน อายตนะพวกนีแ้ หละที่มันท�าให้เราเกิดอยู่
เกิดวนเวียนอยู่ในวัฏจักร วัฏวน มันอยู่ในนี้ อยู่ในรูป เสียง กลิน่ รส โผฏฐัพพะ
มันติดอยู่ที่ตา ให้ล้างตา ตามันมีแล้วดูไม่เป็น มีหูแล้วมันฟังไม่เป็น จมูกมีแล้ว
มันดมไม่เป็น มีลิน้ แล้วกินไม่เป็น มันไปติดรสอยู่ทีไ่ หน แล้วเวลานั่งนอน มัน
ไปติดกุฏิ มันติดอยู่อย่างนั้น มันละไม่เป็น ใจเรามันสัมผัสอารมณ์ มันเกิดขึน้
มันทุกข์ มันสุข เราไม่รู้มัน ไม่รู้จักละ ไม่รู้จักทิง้ ”

“เมื่อไม่รู้จักละ มันก็วน ก็เกิดอีก ต้องท�าความมืดมัวเมาให้สว่าง อย่าไป
หลง โลกก็เป็นเรือ่ งของโลก เสียงก็เป็นเรื่องของเสียง มันดังอยู่ในโลก
เครือ่ งสัมผัสทุกวันนี้ มันก็มีอยู่ในโลก มันจะไปไหน เวลาร้อน
มนั กร็ อ้ น เวลาเจบ็ ปว่ ยมนั กอ็ ยกู่ บั เรา เวลามนั คนั มนั กค็ นั อยกู่ บั เรา
อยู่อย่างนี้ มันหนาวก็ต้องหนาวห่มผ้าอยู่อย่างนี้ มันอยู่ในโลก
เราจะไปติดมันท�าไม ต้องละมันให้ได้นะ ถ้าละมันไม่ได้มันก็เกิดอีก
มรรค ผล นิพพาน ยังเต็มบริบูรณ์อยู่ตลอดเวลา ไม่เสื่อมหายไปไหน
ต้องเอาจริง ๆ จัง ๆ”

78 | ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์

เรื่องปจั จัย

หลวงปู่แหวนเป็นพระที่ไม่เก็บ ไม่คิดสะสม เมือ่ มีผู้มาถวายปัจจัย ท่านจะให้เขาเหน็บ
เอาไว้ใต้เสือ่ แม้ที่เขาถวายให้หลวงปู่เปลี่ยน ท่านก็ให้เขาเหน็บเอาไว้ใต้เสือ่ เช่นเดียวกัน
ท่านไม่ต้องการให้พระไปยุ่งกับเงิน ใครจะเก็บหรือทำาอะไร ท่านไม่เคยไปรับรู้หรือเสียดาย
เรือ่ งเงิน เมื่อหลวงปู่เปลีย่ นไปอยู่กับหลวงปู่แหวน ท่านไม่เคยยุ่งเรือ่ งเงินทัง้ ต่อหน้าและลับหลัง
จึงทำาให้หลวงปู่เอ็นดูตัวท่านมาก

เรอ่ื ง “ละ”

ตลอดเวลาทอ่ี ยกู่ บั หลวงปแู่ หวน ทา่ น
สอนให้ละเพียงอย่างเดียว ภายหลังหลวงปู่
แหวนได้เทศน์ให้ฟังในเรื่องของการละต่าง ๆ
เมื่อหลวงปู่แหวนเจ็บป่วย หลวงปู่เปลี่ยน
ไปดูแลและถามอาการ หลวงปู่จะตอบว่า
“สังขารมันก็เป็นอย่างนี้แหละ มีไข้ มีป่วย
มีทุกข์อย่างนีเ้ ป็นธรรมดา ท่านต้องดูเอาเอง
เวลาผมเจ็บไข้ ผมแก่แล้ว ท่านยังหนุ่มอยู่”
หลวงปู่จะสอนให้ดูธรรมะจากการเจ็บป่วย
ของท่าน

การมาปฏิบัติธรรมคราวนี้ทำาให้ท่าน
มองเห็นทุกข์ชดั ข้ึน เหน็ ความแตกดบั เหน็ วา่
ทุกข์เป็นอย่างไร ได้มีปัญญารู้ทุกข์ละเอียด
ขึน้ กว่าเดิม

หลวงปู่เปลี่ยนมีโอกาสปฏิบัติธรรม
กบั หลวงปแู่ หวนประมาณ ๔ เดอื น จนกระท่งั
พระอาจารยห์ นกู ลบั จากอสี าน หลวงปเู่ ปลย่ี น
จึงจากดอยแม่ปั๋ง และธุดงค์ไปปฏิบัติธรรม
ที่ถำ้าปากเพียง แล้วกลับมาหาหลวงปู่ตือ้
แล้วธุดงค์ต่อไปยังบ้านสะลวงนอกและบ้าน
ผาแด่น จึงกลับบ้านปง

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 79

พรรษาที่ ๑๓๔๑๕๒ วดั อรญั ญวเิ วก บา้ นปง ต.อินทขลิ
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ความโกรธ เวลาทีม่ ีพระผู้ใหญ่มาเยีย่ มเยียน ท่านจะไป
กราบไหว้ ในขณะเดยี วกนั กจ็ ะนาำ นาำ้ รอ้ นไปถวาย จากนน้ั
ในพรรษานี้ หลวงปู่เปลีย่ นได้ศึกษาและทำาความ จะปล่อยโอกาสให้ท่านอยู่องค์เดียว เพื่อให้พระผู้ใหญ่
เขา้ ใจกบั ความโกรธท่ีละเอยี ดลกึ ซง้ึ ท่ีเกดิ ข้นึ ภายใน แตก่ อ่ น ที่ท่านเคารพนับถือได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมให้มากที่สุด
นท้ี า่ นใช้ขนั ติคือความอดทน กลัน้ อารมณ์โกรธไว้ แต่ความ
โกรธอาจจะมตี ิดค้างอยู่ทีใ่ จ ท่านจึงหาวิธีทีจ่ ะละได้ทันที อนตั ตา
ตวั อย่างท่เี กิดขึน้ คอื ขณะที่กำาลงั ก่อสร้างในวัด ทา่ นไดพ้ ูด
วา่ กลา่ วคนงาน ทาำ ใหเ้ ขาโกรธและขวา้ งขวานผา่ นหนา้ ทา่ น วันหนึ่งขณะที่หลวงปู่เปลี่ยนกำาลังจะนัง่ ลง ท่าน
ไป ทา่ นจงึ มองเขาดว้ ยความโกรธ ปรากฏวา่ วนั รงุ่ ข้นึ คนงาน รู้สึกขนลุกไปทั่วร่างกายของท่าน และมองไม่เห็นกาย
คนน้นั เจบ็ ลุกไมข่ น้ึ อยู่ ๔ วนั ทา่ นจงึ พจิ ารณาวา่ ไปทาำ อะไร แต่กลายเป็นควันไป แล้วควันก็จางหายไป ท่านจึงน้อม
ใหเ้ ขาปว่ ย แลว้ คดิ ไดว้ า่ ขณะโกรธทา่ นมองคนงานผนู้ ้นั ดว้ ย เข้ามาพิจารณาว่าเป็นอนัตตา หลวงปู่แหวนเคยแนะนำา
แรงโทสะ อาำ นาจจิตของท่านมกี ำาลังแรง จงึ ทำาอนั ตรายเขา และพูดยำ้าให้หลวงปู่เปลีย่ นเกิดปัญญาพิจารณารูป
ฉะน้นั ทา่ นจงึ ตอ้ งแกเ้ รอ่ื งความโกรธท่ีเกดิ ขน้ึ ภายในซง่ึ เปน็ ร่างกายให้เห็นชัด เพื่อทีจ่ ะละได้วางได้ หลวงปู่เปลี่ยน
ความโกรธอยา่ งละเอียดให้หายใหเ้ รว็ ที่สดุ จึงได้พิจารณาว่า ทำาไมเรือ่ งแค่นี้จะละจะวางไม่ได้หรือ
จะทิง้ ขันธ์ไม่ได้หรือ
การตักเตือนพระเณร
เมตตาพรหมวหิ าร
ในเวลากลางวัน ถ้ามีเวลาว่างหลวงปู่เปลีย่ นจะ
นงั่ ตรวจดูพระเณร ทำาให้ทราบความคิดความอ่านต่าง ๆ มีพระองค์หนึง่ ตัง้ ปัญหาถามเรื่องเมตตา
ของพระเณรว่า ใครกำาลงั คิดจะทำาอะไรทีไ่ ม่ใช่กิจของสงฆ์ พรหมวิหารว่า “เมตตาทีเ่ รากำาลังทำาอยู่นีไ้ ม่เป็นกิเลส
แล้วท่านจะเรียกมาตักเตือนเป็นรายบคุ คล ต่อมาท่าน เราอยากจะสอนคน แตไ่ มเ่ ช่อื เรา เราตี เราขู่ เพราะอยาก
ทราบว่าเป็นวิธีทที่ ำาให้ผู้ได้รับคำาตักเตือนอบั อายพระเณร จะให้เชือ่ เรา การทีอ่ ยากจะให้เขาได้ดีก็เพราะสงสาร
องค์อ่ืน ๆ จึงเปลี่ยนวิธใี หม่ โดยเรียกมาอบรมเป็นหมแู่ ละ เรามีจิตใจรักเหมือนน้องเหมือนลูกเหมือนหลาน”
พูดแทรกไป ทำาให้ผู้มีปัญหาคิดว่า ท่านยกตัวอย่างมาพูด หลวงปู่เปลี่ยนตอบว่า “เมตตาพรหมวิหารเป็นเมตตา
อย่างธรรมดาทัว่ ไป เมือ่ รู้ตัวก็จะปรับปรุงตนเอง การเห็น ทีม่ ีความรัก จึงยังเป็นกิเลสอยู่ เพราะความรักนีเ้ อง
พระเณรคยุ กัน หรอื น่ังดื่มน้ำาชานา้ำ รอ้ นกนั ท่านจะเสยี ดาย เป็นตัณหา ที่เรารัก เราตี อยากให้เขาเชื่อเรา อยาก
เวลาของพระเณรซึ่งควรจะใช้ปฏิบตั ิธรรม แต่ต้องมาเสยี ให้เขาได้ดี ความอยากอันนีเ้ ป็นตัณหา ใคร่อยากให้
ไปกบั การคุยกันอยา่ งไมม่ ีค่าแลว้ ท่านรู้สกึ สงสารพระเณร เขาได้ดี ใคร่คือกิเลส อยากคือตัณหา เรียกว่ากิเลส
เหลา่ นนั้ มาก

80 | ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์

หลวงปู่เปลีย่ น ณ วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี

ละเอียด มีกิเลสอยู่ ยังไม่สิน้ พรหมวิหารนีเ้ ป็นกิเลส เพราะมันเย็นมันสบาย ปลื้มใจว่าเราทำาดี
แต่ความปลื้มใจ ความสุขใจ มันเป็นกิเลสละเอียด ปัญญาหยาบของคนธรรมดาไม่สามารถจะ
ส่องเข้าไปดูได้ เพราะมันเป็นกิเลสอนุสัย พระจำานวนมากต้องติดอยู่ในพรหมโลกก็เพราะเมตตา
พรหมวิหารนีเ่ อง”

หลวงปู่เปลีย่ นได้ย้อนดูตนเอง ได้นิมิตว่าท่านเคยอยู่ที่เมืองสาวัตถี พอถึงเวลาก็คลุมผ้า
เขา้ ไปกรงุ สาวตั ถแี ตเ่ พยี งผเู้ ดยี ว ไปเรยี กโยม “ถงึ เวลาจะฟงั เทศนแ์ ลว้ นะ อยนู่ ไ่ี มไ่ ด้ รบี ๆ ออกไป
พระพุทธเจ้าจะเทศน์แล้ว” นี่จึงเป็นเหตุให้ท่านต้องลงมาเกิดอีกในภพปัจจุบันนี้ก็เพราะเมตตา
พรหมวิหาร ท่านตัง้ ใจว่าท่านจะแก้เรื่องเมตตาพรหมวิหารนี้เพื่อจะได้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร จะ
แกไ้ ดห้ รอื ไมเ่ ปน็ อกี เร่อื งหน่งึ เพราะเมตตาคอื ความรกั ใคร่ กรณุ าคอื ความสงสาร มทุ ติ าคอื ความ
พลอยยินดี อุเบกขาคือความวางเฉย ท่านสามารถวางอุเบกขาได้เป็นครัง้ คราว ยังไม่ใช่อุเบกขา
ญาณทางอุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่รู้แจ้งแล้ว หลวงปู่เปลี่ยนให้ข้อคิดไว้ว่า พระที่เป็นนักก่อสร้างจะ
ตดิ อยทู่ ส่ี วรรคช์ น้ั ตาวตงิ สาและชน้ั ยามา สว่ นพระทเ่ี ปน็ นกั ปฏบิ ตั จิ ะตดิ อยชู่ น้ั พรหมเพราะความ
เมตตา นักปฏิบัติทัง้ หลายควรจะหมัน่ ตรวจตราพิจารณาใช้สติปัญญา คอยหาคอยตรวจจิต เพื่อ
จะได้ซาบซึ้งในธรรมะ ท่านได้ใช้ปัญญาพิจารณาเมตตาและพรหมวิหาร ๔ ในขั้นที่ละเอียดทีส่ ุด

ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์ | 81

แม่น้�าโขง อทุ ยานแห่งชาติ หนองคาย บ้านดงุ
นายูงนา้� โสม
เลย อดุ รธานี สว่างแดนดิน

บางเขน สกลนคร
กรงุ เทพมหานคร
อทุ ยานแห่งชาติ
ภูพาน
อุทยานแหง่ ชาติ
ภูผายล

วัดประสิทธธิ รรม

วัดพระศรมี หาธาตุวรมหาวิหาร

การออกธดุ งค์ครัง้ ท่ี ๑๓

ภาคอสี าน

หลวงปู่เปลีย่ นไปช่วยงานศพหลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ ทีว่ ัดประสิทธิธรรม แต่ไม่ได้อยู่จน
ถวายเพลิง แล้วกลับไปเยี่ยมบ้านที่ ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน และได้ธุดงค์ไปหาพระอาจารย์อ่อน
ญาโณทโย วดั ดงบงั (วดั ศริ พิ นั ธวงศ)์ ต.โคกสี เปน็ วดั ทอ่ี ยใู่ นปา่ กาำ หนดเขตวดั ไวป้ ระมาณ ๓๐๐ ไร่
ยังมีสภาพเป็นป่ารกชัฏ จึงได้พบเห็นสัตว์ป่ามากมาย เมือ่ ไปอยู่วัดนีห้ ลวงปู่เปลีย่ นได้มีโอกาส
ฝึกความกล้า ทำาให้ไม่กลัวตาย และไม่สะดุ้งกลัวสัตว์ป่าเหมือนเมือ่ พรรษาแรก ๆ ที่ออกธุดงค์

เวลาบณิ ฑบาต หลวงปเู่ ปล่ยี นออกไปพรอ้ มกบั พระอาจารย์อ่อน ซงึ่ เป็นพระที่ธดุ งคเ์ ก่ง
ท่านเดินไวไม่รอใคร ทำาให้หลวงปู่เปลี่ยนได้ข้อคิดในการปฏิบัติธรรมว่า หากมัวแต่รอกันแล้ว
คงจะสาำ เร็จกันยาก เพราะตนเป็นทีพ่ งึ่ แห่งตน จะมวั รอเพอ่ื นหรือรอใหเ้ ขาช่วยไมไ่ ด้

ขณะบิณฑบาต ได้พบกับชาวบ้านทีร่ ู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่สมัยยังเป็นฆราวาสอยู่ ท่านได้
ตักเตือนบรรดาคนเฒ่าทัง้ หลายให้รู้ถึงชีวิตอันสัน้ นี้ว่า การบริจาคและใส่บาตรกับพระอาจารย์
ยงั ไมเ่ พยี งพอ ตอ้ งปฏิบตั ธิ รรมเองดว้ ย จงึ จะสมกบั ท่ีได้เกิดเปน็ มนุษย์ ได้มาพบบวรพทุ ธศาสนา
โดยเฉพาะมาพบพระทป่ี ฏบิ ตั ิ ยง่ิ จะตอ้ งเรง่ การภาวนาตนเองใหม้ ากขน้ึ มฉิ ะน้นั กจ็ ะเปน็ แตค่ นเฒา่
คนแกต่ ลอดไป

82 | ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์

เรานี้เกิดอยทู่ ่ใี ดก็ตาม ในป่า ในดง ในเขา ในเมือง
ถา้ มันตกอยู่ในกามภพ มันตอ้ งเพลิดเพลินอยใู่ นกามภพ
พัวพันอย่ตู รงนี้ ถา้ อยู่ในป่าก็หลงป่า อยู่ในเมอื งก็หลงเมือง
การหลงเพลิดเพลิน ก็คือกาม มันเปน็ กามคุณ เหตฉุ ะนั้น
ทา่ นจะอยใู่ นป่ากด็ ี อยูใ่ นวัดพระศรมี หาธาตุก็ดี ก็ต้องให้รู้ ให้ร้จู ัก

หลวงปผู่ าง จติ ฺตคตุ โฺ ต

โทษของกาม หลวงปู่ผาง จติ ตฺ คตุ ฺโต

หลวงปู่เปลี่ยนได้พบกับเพื่อนสนิทเมือ่ ครั้งเป็น ออกจากวัดพระอาจารย์อ่อนแล้ว ท่านได้ลงไป
ฆราวาสคนหน่งึ ซง่ึ มลี กู ๔ คนแลว้ ทา่ นชกั ชวนใหเ้ ขาบวช กรุงเทพฯ พักอยู่ทีว่ ัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน และได้มี
เขากป็ ฏเิ สธเพราะวา่ มคี รอบครวั แลว้ ทาำ ใหท้ า่ นไดข้ อ้ คดิ โอกาสฟังเทศน์ของหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต ซึง่ ท่านคิดว่า
เตือนใจตนเองให้เห็นโทษของกาม ซึง่ ทำาให้คนต้องติด เป็นโชคดีทีส่ ดุ ทีไ่ ด้พบหลวงปู่ผางทีน่ ี่
อยู่ในโลกตลอดไป ไม่มีปัญญาท่ีจะหลุดพ้น ถ้าจิตใจ
ไม่เข้มแข็งพอ ท่านได้อธิบายให้เพือ่ นของท่านรับรู้ ขณะอยูท่ ีว่ ัดพระศรีมหาธาตุ หลวงปู่ผางไดเ้ ดิน
โทษของกาม เมื่อเพื่อนไปเยี่ยมท่านทีว่ ัดบ้านดงบังอีก มาหา หลวงปู่เปลย่ี นเหน็ เป็นพระท่มี ีอายุมาก จึงได้จดั
“การทีย่ ังไม่สามารถออกจากกามได้ จะทำาให้ต้องรับ อาสนะต้อนรับ เมือ่ ท่านนัง่ เรียบร้อยแล้วจึงเทศน์ให้ฟัง
ภาระต่าง ๆ มากขึน้ ไปอีก เมื่อแรกตนเองก็แบกเพียง หลวงปู่ผางเทศน์หนักไปทางกสณิ อิทธิฤทธิ์ และการ
ขันธ์ ๕ ของตนเท่านั้น พอตกเป็นทาสของกาม ก็ต้อง อธษิ ฐานจติ ซง่ึ หลวงปเู่ ปล่ยี นกฟ็ งั อยา่ งนอบนอ้ ม แตเ่ น้อื หา
แบกเพิ่มเป็น ๑๐ ขันธ์ เมื่อหมกมุ่นอยู่กับกามนานเข้า วันแรกนไี้ ม่น่าสนใจสำาหรับท่าน เพราะวิชากสณิ ของท่าน
ก็ต้องมีภาระในการที่จะต้องแบกขันธ์เพิม่ ขึ้นอีก ๕ พอใชก้ ารได้ ทา่ นสนใจในการท่จี ะทาำ จติ ใหห้ ลุดพน้ มากกวา่
รวมเปน็ ๑๕ ขนั ธ์ และขณะน้จี ะตอ้ งแบกท้งั ส้นิ ๓๐ ขนั ธ์
ซึง่ ไม่ใช่ของเบาเลย ฉะนั้น ถ้ายังไม่สามารถตัดบ่วงกาม รงุ่ ขน้ึ วนั ท่สี อง หลวงปผู่ างไปเทศนใ์ หห้ ลวงปเู่ ปล่ียน
ให้ขาด ก็คงจะต้องแบกกันต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้วันที่ ฟังเรื่องกามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา หลวงปู่
จะจบสิน้ ว่าต้องอีกกีภ่ พกี่ชาติในอนาคตข้างหน้า จึงจะ พูดเรือ่ งกามตัณหาว่า “เรานี้เกิดอยู่ทีใ่ ดก็ตาม ในป่า
เข้าสู่นิพพานได้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เป็นทาสของกามมา ในดง ในเขา ในเมือง ถ้ามันตกอยู่ในกามภพ มันต้อง
นับภพนับชาติไม่ถ้วนแล้ว” เพลดิ เพลินอยู่ในกามภพ พัวพนั อยตู่ รงน้ี ถ้าอยู่ในป่าก็
หลงปา่ อยใู่ นเมืองก็หลงเมอื ง การหลงเพลิดเพลินก็คือ
กาม มันเป็นกามคุณ เหตุฉะนั้น ท่านจะอยู่ในป่าก็ดี
อย่ใู นวัดพระศรีมหาธาตกุ ็ดี กต็ ้องให้รู้ ให้รจู้ กั ”

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 83

“เรามาอยใู่ นกรุงเทพฯ กรงุ เทพฯ ก็คอื ของสมมุติ ฉะนัน้ เรา
ก็อย่าไปหลงกรุงเทพฯ มีอาหารการกินมากมาย ก็อย่าไปหลงอาหาร
การกิน เราน่งั เคร่ืองบินอยา่ ไปหลงเครอื่ งบิน มันเป็นกาม โลกทั้งหมด
ไปไหนมาไหนกต็ ้องพิจารณาใหด้ ี ใหเ้ หน็ โทษของกาม กามภพ รูปภพ
เด๋ียวจติ ไปถงึ สวรรคก์ ห็ ลงสวรรคอ์ กี ทา่ นเคยไปเท่ยี วกอ็ ยา่ หลง ถา้ หาก
ไปพรหมโลก มนั มอี ายยุ นื ควรจะเบอ่ื ควรจะหนา่ ย มนั มอี ายเุ ปน็ พัน ๆ
กปั ป์ ถา้ เกดิ เปน็ พรหมลกู ฟกั หรอื อสญั ญพี รหมแลว้ ยง่ิ ไปกนั ใหญ่ เวลา
นัง่ จนหมดวันหมดคืน ทา่ นอยา่ นง่ั ใหเ้ ป็นพรหมลูกฟักนะ ให้มีความรู้
อย่ดู ว้ ย อยา่ ให้จิตอยู่เฉย ๆ วา่ ง ๆ”

“วิภวตัณหาอยู่ที่ใดแล้ว เราไม่อยากเป็นอย่างนัน้ อย่างนี้
ก็เหมือนกับกามภพ รูปภพ อรปู ภพ เหมือนกับตัณหา ภวตณั หา
วิภวตณั หา อยา่ ไปยนิ ดยี นิ รา้ ยกบั เขา ใครเหน็ วา่ มนั ดีมนั รา้ ยชา่ งหวั มนั
วดั พระศรีมหาธาตสุ รา้ งดีอยา่ งไร สวยงามอยา่ งไร กอ็ ยา่ ไปหลง เวลาดี
ก็อย่าไปหลง เวลาไม่ดกี ็อย่าไปหลง เวลาที่ท่านเฒ่าแก่ลงเหมือน
อยา่ งผม ก็อย่ามาหลงเฒา่ หลงแก่”

การเทศน์วันทีส่ องนีถ้ ูกใจหลวงปู่เปลยี่ นมาก เพราะหลวงปู่ผาง
ลว่ งร้วู าระจติ ของท่านอยา่ งลกึ ซง้ึ

วนั ท่สี าม หลวงปผู่ างมาเทศนเ์ ร่อื งหู ตา เร่อื งการท�าความสะอาด
หู ใหร้ ้จู กั ฟัง สิ่งใดควรฟงั ไม่ควรฟงั สิง่ ใดควรจะรับรู้รบั ฟงั กใ็ ห้พจิ ารณา

วันที่ส่ี หลวงปผู่ างมาเทศนเ์ รื่องไตรลักษณใ์ ห้ฟัง ท่านอธิบายวา่
เปน็ เรอ่ื งของสดุ ยอดการบ�าเพ็ญ

“ใหเ้ รารวู้ า่ อะไรเกดิ ข้นึ อะไรต้งั อยู่ อะไรดบั ไป อะไรเท่ยี ง อะไร
ไมเ่ ท่ยี ง อะไรเปน็ ทกุ ข์ อะไรเปน็ อนตั ตา ให้ดูสงั ขารภายนอก สงั ขาร
ภายใน การปรุงแต่งภายในจติ ว่าอะไรเกิดขนึ้ ตงั้ อยู่ และดบั ไป ว่า
เป็นอนตั ตา”

“สงั ขารภายนอกวา่ ทา่ น (หลวงปเู่ ปลย่ี น) ผม (หลวงปผู่ าง)
ตัวด�า ๆ หนังเหีย่ ว ๆ อีกไม่นานก็ต้องหนีจากท่านไป เพราะว่า
สังขารไม่ได้เป็นของใคร มันเป็นอนัตตา”

84 | ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์

พระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมมฺ ธโร) หลวงปู่ผางได้พูดถึงการหลงตัวตนของคนในสมัยปัจจุบันว่า เอาแต่
แต่งเนือ้ แต่งตัวภายนอก ไม่พิจารณาถึงสังขารว่าควรหรือไม่ควร ไม่รู้จัก
ความเฒ่าความแก่ ความเจ็บ ความตาย ได้แต่ติดลูกติดหลาน หารู้ไม่ว่าตาย
แล้วก็ไม่ได้อะไรไป ไม่รู้เรื่องไตรลักษณ์

หลวงปู่ผางได้สอนหลวงปู่เปลี่ยนให้ดูคน ตั้งแต่เป็นเด็กอ่อน เติบโต
เจริญขึ้นเรือ่ ย ๆ จนกระทั่งหนุ่มสาว ย่างเข้าสู่วัยกลางคน และเริม่ แก่ชราลง
เมื่อพิจารณาแล้วให้ดูจิตของเราเองให้เห็นเท่ากัน จะไม่มีผู้เฒ่าหรือผู้เด็ก
มันจะลงมาหาไตรลักษณ์อย่างเดิม ให้เตรียมตัวตายตลอดเวลาเพื่อ
ความไม่ประมาท

นอกจากได้ฟังเทศน์ของหลวงปู่ผางแล้ว หลวงปู่เปลีย่ นยังได้รับ
ความเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ซึ่งในขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาส
วัดพระศรีมหาธาตุเทศน์ให้ฟัง ท่านได้ยกตัวอย่างเรื่องผึง้ ว่า

“ผึง้ ตัวเดียวออกหากิน และเมื่อหลาย ๆ ตัวช่วยกัน เพือ่ หา
นำ้าหวานไปสร้างรัง ทุกตัวมีความรักของมันเอง มีความหวงแหน รักรัง
ของมัน เหมือนคนเราก็รักตัวของเรา เรารักบ้านของเรา เรารักประเทศ
ของเรา”

“ขณะนี้พวกท่านกำาลังบีบขาของผมอยู่ ผมห่วงขาของผม
เหมือนกัน บีบไปบีบมา เดี๋ยวมันก็พังลงไป มันก็ตายเท่านั้นเอง ตายจาก
พวกท่านไป แต่เพราะผมมันก็แก่เฒ่าแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปห่วงทำาไม หากท่าน
ไปอยู่เชียงใหม่ ขอให้พากันปฏิบัติธรรมให้มั่นคง หมัน่ พิจารณาทุกสิง่
ทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเราวา่ มันเป็นสมมุติเทา่ นนั้ เอง เพราะว่าเดีย๋ วนีพ้ ากัน
ติดสมมุติ อยู่บ้านติดบ้าน อยู่เรือนติดเรือน มีรถติดรถ มีลูกติดลูก มีเงิน
ติดเงิน ติดไปหมด พระก็เหมือนกัน มียศติดยศ อย่างเช่นผม เขาให้
สมเด็จติดสมเด็จ แต่ผมไม่ยอมติดสมเด็จ ถึงแม้จะอยู่ในเมือง ผมก็ภาวนา
เหมือนกัน ผมไม่ได้อยู่เฉย ๆ”

ออกจากกรุงเทพฯ แล้ว หลวงปู่เปลีย่ นได้เดินทางกลับไปวัด
อรัญญวิเวก

ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์ | 85

พรรษาท่ี ๑๔๕๑๒ วัดอรัญญวเิ วก บ้านปง ต.อินทขิล

๕ อ.แมแ่ ตง จ.เชียงใหม่

ในพรรษานีไ้ ด้รื้อกุฏิเก่าทีห่ ลวงปู่แหวนเคยอยู่อาศัยออกไป เนือ่ งจากมีสภาพทรุดโทรมมาก แล้วสร้างหลงั
ใหม่ขึ้นมาแทนในบริเวณใกล้เคียง เมือ่ ไปกราบหลวงปู่แหวน หลวงปู่เปลีย่ นจึงถูกหลวงปู่ว่ากล่าวต่อหน้าแขกทีไ่ ป
หาหลวงปูว่ ่า “ไปสร้างศาลาไทย (กุฏิ) ทาำ ไม ให้ภาวนาไปนพิ พาน ทาำ ไมไมเ่ อาภาวนา บอกใหล้ ะเวน้ การกอ่ สร้าง ให้
ปฏิบตั ธิ รรม” หลวงป่เู ปล่ยี นจึงเรยี นหลวงปู่วา่ พระเณรไมม่ ีทอ่ี ยู่ กฏุ ิหลงั นนั้ พังแลว้ จึงต้องสร้างใหม่

ตลอดพรรษา หลวงปู่เปลีย่ นได้ตรวจดูชาวบ้านใกล้วัดและผู้ที่มาทำาบญุ กับวัด ท่านได้ตรวจค้นกิเลสของ
ตัวเองว่ามีอะไรตดิ ค้างอยบู่ า้ ง และคน้ หากิเลสทเี่ กิดขน้ึ ใหม่ หลวงปแู่ หวนได้มาในนิมิต มาควบคุมการปฏิบัติธรรม
ของหลวงปู่เปลีย่ นอย่างน้อยเดือนละ ๒ ครั้ง และเมอื่ ทราบว่าหลวงปู่เปลยี่ นเข้ากรุงเทพฯ หลวงปู่จะเรียกตัวไป
ว่ากล่าวตักเตือน หลวงปู่กลัวท่านจะปฏิบตั ิธรรมไม่เต็มที่ กลัวจะติดเทยี่ ว ติดญาติโยม กลวั ว่าจะติดเงินติดทอง
หลงกระดาษ หลงเงิน ท่านจะคอยตามดูแลและบังคบั ให้ละใหว้ างอย่ตู ลอดเวลา

การออกธดุ งค์ครัง้ ท่ี ๑๔ ออกพรรษาแล้ว หลวงปู่เปลี่ยนได้ธุดงค์ไป
ปฏิบัติธรรมทถ่ี า้ำ ปากเพยี ง ในวนั พระก็ไปสวดปาฏิโมกข์
ภาคเหนอื และภาคอีสาน กับหลวงปู่สิมทีว่ ัดถ้ำาผาปล่อง แล้วธุดงค์ไปวัดป่า
สะลวงอีก
หลวงปูส่ มิ กับหลวงป่เู ปลี่ยน
86 | ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ จากนัน้ หลวงปู่เปลี่ยนได้ธุดงค์ไป อ.แม่สะเรียง
จ.แม่ฮ่องสอน กับพระอาจารย์ทิวา อาภากโร และ
สามเณรอกี องคห์ นง่ึ ไดข้ ้นึ ไปบนเขาลกู หนง่ึ ชอ่ื ดอยชา้ ง
และปักกลดอยู่ห่างกันประมาณ ๑ กิโลเมตร มีนางฟ้า
องค์หนึ่งมาหาหลวงปู่เปลี่ยนในนิมิต ขอร้องให้หลวงปู่
เปลี่ยนไปตักเตือนเพือ่ นหญิงของเธอชื่อบังอร ซึ่งจุติมา
เกิดเป็นมนุษย์ เปิดร้านเสริมสวยอยู่ที่ตัวเมือง จ.อยุธยา
ให้บังอรทำาความดี จะได้ขึน้ ไปอยู่บนสวรรค์ด้วยกันอีก

แม่ฮอ่ งสอน เชยี งดาว พร้าว ดอยหลวง
แมส่ ะเรยี ง
แม่แตง
วัดปา่ สะลวง
แมร่ มิ ดอยสะเกด็ วดั ถา้� ปากเพียง
พระอาจารยว์ นั อุตตฺ โม เมือง

เชียงใหม่

ภายหลังหลวงปู่เปลยี่ นได้เดินทางไป จ.อยุธยา และได้พบบุคคลดังกล่าว
จริง ทา่ นจงึ ตกั เตือนเขาให้ทำาแต่ความดี ตามที่นางฟ้าบอกในนิมิต เม่ือทา่ นตรวจดู
ความเกย่ี วขอ้ งกบั นางฟา้ และเพอ่ื นท่ีช่อื บังอร ไดค้ วามวา่ ในชาตทิ ่ี ๓ หลวงปเู่ ปล่ยี น
เกดิ ทบ่ี ริเวณวัดอรณุ ราชวราราม จ.ธนบุรี และไปบวชท่ี จ.อยุธยา นางฟา้ และเพอ่ื น
ของเธอมาถวายอาหารท่านเปน็ ประจาำ ในชาตินัน้ ในบ้นั ปลายชีวติ ทา่ นไปจาำ พรรษา
อยทู่ ี่ จ.เชยี งใหม่

ทา่ นพระอาจารยว์ นั อตุ ตฺฺ โม

หลวงปู่เปลีย่ นได้เดินทางไปยังวัดทุ่งสว่าง บ้านโคกคอน อ.สว่างแดนดิน
ต่อจากนนั้ ได้เดินทางไปยงั วัดพุฒาราม (ช่ือเดิม วัดสวุ รรณาราม) อ.พรรณานคิ ม
จ.สกลนคร ซึง่ ท่านได้มโี อกาสสนทนาธรรมกับท่านพระอาจารย์วัน อตุ ฺตโม และ
ท่านพระอาจารย์สงิ ห์ทอง ธมฺมวโร

ทา่ นพระอาจารยว์ นั ไดพ้ ูดเร่อื งอนัตตาวา่ พระนกั ปฏบิ ตั ิสว่ นมากจะตดิ อยู่
แตใ่ นเร่ืองของสมมตุ ิ ปญั หาอยทู่ ว่ี า่ ทา� อยา่ งไรจงึ จะเรยี นเร่ืองสมมตุ ิ รเู้ ร่อื งสมมตุ ิ
เพอื่ จะได้ปล่อยสมมตุ ิ และวางสมมุตไิ ด้ ทา่ นพระอาจารยว์ นั เนน้ ว่า เราต้องท�า
ความเพยี รเพ่ือให้รู้แจ้งในสมมตุ ิ ถ้าไมร่ ู้แจ้งในสมมตุ ิ เรากไ็ ปไม่รอด

ทา่ นไดเ้ ตือนสตหิ ลวงปเู่ ปล่ยี นวา่ อยา่ คิดวา่ ตนเองเปน็ พระหนมุ่ พระนอ้ ย
ยังมีเวลาอีกมากที่จะปฏิบัติธรรม ไม่ต้องเร่งความเพยี ร ความคิดเช่นนเี้ ป็น
ความคดิ ทีผ่ ิด เพราะถ้าเรายังปฏิบัติไม่ถึงที่แล้ว เราจะไม่รู้วนั ตายของตนเอง
ไมร่ ูว้ ่าจะตายเมอื่ ไร ฉะน้ัน เราต้องปฏิบตั เิ พื่อเอาตัวรอดโดยไมป่ ระมาท

ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์ | 87

หลวงปู่ฝัน้ อาจาโร หลวงปู่แว่น ธนปาโล

วัดทงุ่ สว่าง

หลวงปู่เปลีย่ นได้กลับมาที่วัดทุ่งสว่างอีกครั้ง แล้วจึง แมน่ า้� โขง อทุ ยานแหง่ ชาติ
เดินทางไปวัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร เพื่อนำาปัจจัย นายงู น้�าโสม
ทีร่ วบรวมได้ ๖๖๐ บาท ไปถวายในงานพิธีก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ หนองคาย
หลวงปู่มัน่ ซึ่งท่านได้มีโอกาสกราบหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และ เลย บา้ นดงุ
หลวงปู่แว่น ธนปาโล
อดุ รธานี
หลวงปู่แว่น ธนปาโล ได้เทศน์เตือนสติหลวงปู่เปลีย่ น
ว่า วัดนีเ้ ป็นวัดของครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์มามรณภาพ หนองบัวลาำ ภู
ทีน่ ี่ ขณะที่หลวงปู่แว่นเล่าเรื่องครูบาอาจารย์ หลวงปู่เปลีย่ นได้
หวนคิดถึงเมือ่ ครั้งท่านยังเล็กอยู่ไม่ได้มางานศพหลวงปู่ม่ัน รู้สึก ขอนแก่น
เสยี ใจ แต่พยายามตัดความเสียใจโดยคดิ ว่า สถานทเี่ ป็นแค่อดีต
ครูบาอาจารย์ก็เป็นแค่อดีต ท่านจะต้องใช้ปัญญาของท่านเพื่อ วดั ปา่ สทุ ธาวาส
ปฏิบัติและทำาตามครูบาอาจารย์ให้ทัน

เมือ่ เดินอยู่ในวัด ท่านได้พิจารณาบริเวณวัด และคิดว่า
ถึงแม้ตัวเองจะยงั เล็กในครัง้ กระโน้น ไม่ทันได้พบครูบาอาจารย์
ก็ไม่น่าจะเสยี อกเสียใจ ควรจะทำาตนเหมือนดอกบวั ทเี่ กิดใน
โคลนตม แต่เมอื่ เจริญแล้วก็ให้ดอกอนั หอมอบอวล ถึงแม้ว่าเรา
เกิดมาและอยู่ในสถานทคี่ ลกุ คลี แต่ถ้าเราใช้ปัญญาปฏิบัติตนเอง
ให้ดีแล้ว เราก็สามารถจะหลดุ พ้นเช่นเดียวกับดอกบวั เหมอื นกัน

88 | ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์

สวา่ งแดนดิน หลวงปมู่ น่ั ภูรทิ ตฺตเถร

อทุ ยานแห่งชาติ สกลนคร คืนนั้นหลวงปู่เปลีย่ นได้นัง่ ปฏิบัติธรรม และได้นิมิตหลวงปู่มัน่ นั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ต้นหนึง่
ภูพาน ในบริเวณวัด ลักษณะดวงตาของท่านมองมายังหลวงปู่เปลี่ยนในนิมิต มีอำานาจอย่างประหลาด
อทุ ยานแหง่ ชาติ จนหลวงปู่เปลี่ยนได้แตม่ องอยเู่ ฉย ๆ ไม่กล้าถามปญั หา สกั ครภู่ าพนิมิตหลวงปู่มัน่ กเ็ ลือนหายไป
ภผู ายล ตอ่ จากนน้ั หลวงปเู่ ปล่ยี นไดเ้ หน็ นมิ ติ กฏุ ทิ ่หี ลวงปมู่ ่นั เคยอยอู่ าศยั และสว้ มท่ที า่ นใช้ หลวงปเู่ ปล่ยี น
ไดน้ ่งั พจิ ารณาพระเณรซ่งึ มารว่ มงานพธิ กี อ่ สรา้ งพพิ ธิ ภณั ฑห์ ลวงปมู่ ่นั วา่ จะมอี งคไ์ หนบา้ งท่กี าำ ลงั
พิจารณาว่าตนเองจะต้องตายไปเหมือนกัน จะมีสักกีอ่ งค์ทีเ่ ร่งทำาความเพียรเพ่ือความหลุดพ้น
อย่างแท้จริง ขณะนั่งคิดปลงสังขารนี้ ก็ได้เห็นนิมิตหลวงปู่มัน่ นัง่ เคีย้ วหมากอยู่บนศาลา และได้
เห็นหลวงปู่มัน่ นอนอยู่มีหลวงปู่เทสก์กำาลังนวดถวาย

หลวงปเู่ ปลย่ี นกลบั จากอสี านแลว้ ไดม้ าพกั ท่วี ดั พระศรมี หาธาตุ กรงุ เทพฯ และไดม้ โี อกาส
พบกับหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต อีกครั้งหนึ่ง ซึง่ ท่านได้มาเทศน์ให้ฟังเช่นเดิม แล้วหลวงปู่เปลี่ยน
จึงเดินทางกลับวัดอรัญญวิเวก

ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ | 89

พรรษาท่ี ๑๕๕๑๒ วดั อรญั ญวเิ วก บ้านปง ต.อินทขิล ในพรรษาน้หี ลวงปเู่ ปล่ยี นต้งั ใจปฏบิ ตั ธิ รรมอยา่ งเขม้ แขง็ งดเวน้ การ
ก่อสรา้ งทุกชนดิ ตามท่หี ลวงปูแ่ หวนส่ังตลอดพรรษา
๖ อ.แมแ่ ตง จ.เชยี งใหม่
ทา่ นไดน้ ิมติ เหน็ ทา่ นพระอาจารยจ์ วน กลุ เชฏโฺ  ชวนใหไ้ ปเท่ยี วภทู อก
พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฺ  (วดั เจตยิ าครี วี หิ าร จ.หนองคาย) ทา่ นบอกวา่ จะเอารถจปี๊ มารบั เพราะในสมยั
แรกถนนยงั ไมส่ ะดวก ภายหลงั เมอ่ื ทง้ั สององคม์ าพบกนั ท่วี ดั พระศรมี หาธาตุ
ในกรุงเทพฯ ท่านพระอาจารย์จวนก็ชวนหลวงปู่เปลีย่ นไปภูทอกด้วยวาจา
อีก ซึ่งหลวงปู่เปลีย่ นได้ตอบว่า โดยส่วนตัวแล้วท่านยังไม่เห็นภูทอกใน
นิมิตของตัวท่านเอง จึงยังไม่กล้ารับปากว่าจะไป แม้ท่านพระอาจารย์จวน
จะชวนหลวงปเู่ ปลย่ี นทกุ ครง้ั ทพ่ี บกนั ท้งั ทางนมิ ติ และทางวาจา หลวงปเู่ ปล่ยี น
กไ็ มไ่ ดไ้ ปภทู อกในขณะทที่ า่ นพระอาจารยจ์ วนยงั มชี วี ติ อยู่ ท่านเพงิ่ จะไดไ้ ป
ภูทอกเมือ่ พ.ศ. ๒๕๒๕

90 | ปญญฺ าปทโี ปนุสรณ์ วัดเจตยิ าครี ีวหิ าร

การออกธดุ งค์คร้ังท่ี ๑๕ ตาไมด่ แี ลว้
มองไม่เห็นลูกหลาน
ภาคเหนือและภาคอสี าน รูจ้ ักคนเฒ่าคนแก่ไหม
เดย๋ี วกห็ นีลกู หลานไป
ออกพรรษาแล้ว หลวงปู่เปลี่ยนได้ธุดงค์ไปหาหลวงปู่สาม อกิญฺจโน ไม่เอาอะไรไปหรอก
ท่ีสำานักสงฆ์บ้านผาแด่น จากนัน้ เดินทางต่อไปหาหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ใครจะทา� อะไรกแ็ ล้วแต่
ที่วัดถ้ำาผาปล่อง แล้วกลับไปหาพระอาจารย์จาม มหาปุญฺโญ วัดจิตตาราม หลวงปูต่ ้ือ อจลธมโฺ ม
บา้ นชอ่ แล อ.แมแ่ ตง ตอ่ จากนน้ั จงึ ไปหาหลวงปแู่ หวน สจุ ณิ โฺ ณ ท่วี ดั ดอยแมป่ ง๋ั
หลวงปู่ได้เทศน์ให้หลวงปู่เปลี่ยนฟังอย่างเคย และยำ้าว่า “มรรค ผล นิพพาน ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์ | 91
ยังอยู่ครบบริบูรณ์ ให้เร่งขยันหมั่นทำาความเพียรเอามรรค ผล นิพพานให้ได้
อย่าได้นิง่ นอนใจ”

หลังจากอยู่กับหลวงปู่แหวนได้ระยะหนึง่ ท่านจึงเดินทางกลับวัด
อรัญญวิเวก แล้วเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พักอยู่ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บังเอิญ
ได้พบกับหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต อีก หลวงปู่ผางได้เทศน์เรื่องทุกขสัจจะ ให้
หลวงปู่เปลี่ยนฟังเพียงวันเดียว แล้วกลับ จ.ขอนแก่น

หลวงปเู่ ปลย่ี นอยทู่ ว่ี ดั พระศรมี หาธาตอุ กี ระยะหน่งึ จงึ เดนิ ทางตอ่ ไป
ยงั วดั ทงุ่ สวา่ ง จ.สกลนคร ทา่ นไดไ้ ปหาพระอาจารยบ์ ญุ ชนิ วโำ ส ทว่ี ดั ศรสี วา่ ง
อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึง่ บำาเพ็ญภาวนามาเรื่อย ๆ ท่านบอกว่าเทศน์
ไม่เป็น และชวนหลวงปู่เปลีย่ นมาภาวนา ต่อจากนั้นได้ไปหาหลวงปู่ตือ้
อจลธมฺโม ที่วัดป่าอรัญญวิเวก ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

หลวงปู่ตื้อได้เทศน์ให้หลวงปู่เปลีย่ นฟังว่า “ตาไม่ดีแล้วมองไม่เห็น
ลูกหลาน รู้จักคนเฒ่าคนแก่ไหม เดีย๋ วก็หนีลูกหลานไป ไม่เอาอะไรไปหรอก
ใครจะทำาอะไรก็แล้วแต่” หลวงปู่เปลีย่ นได้ขอคาถาทำาด้ายผูกแขนผูกคอ
ลกู หลานชาวบา้ นทร่ี อ้ งไหไ้ มห่ ยดุ เวลากลางคนื หลวงปจู่ งึ บอกใหท้ า่ นจาำ เอา
ไปใหไ้ ด้ หา้ มจด หลวงปเู่ ปลย่ี นฟงั เพยี งครง้ั สองครง้ั กจ็ าำ ได้ จากน้นั หลวงปไู่ ด้
เทศนเ์ ร่อื ง อานาปานสติ หลวงปปู่ รารถนาจะใหห้ ลวงปเู่ ปลย่ี นเรง่ ความเพยี ร
ให้ละให้วางให้หมดเหมือนอย่างหลวงปู่ และสั่งว่า “ปีนี้อย่าทิง้ คนเฒ่านะ”

หลวงปู่ตือ้ ได้ให้ช่างจากเชียงใหม่ที่เคยเห็นเจดีย์วัดอรัญญวิเวก
บ้านปง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ไปก่อสร้างเจดีย์ที่วัดหลวงปู่ พอดีสร้างเสร็จ
จึงมีงานฉลองเจดีย์เมื่อออกเดือน ๓ เสร็จงานแล้วหลวงปู่เปลีย่ นจึงกราบลา
หลวงปู่ตือ้ ไปธุดงค์ต่อ

สาธารณรฐั แหง่ เชยี งราย ภาคเหนือ
สหภาพพม่า

เชยี งดาว ดอยหลวง วดั ถำ�้ ผ�ปล่อง
พร้าว
แมแ่ ตง วดั หนิ หม�กเปง้
แม่ริม ดอยสะเก็ด
สันทราย
เวียงจันทน์
เมือง
เชยี งใหม่

แม่นา้� โขง อทุ ยานแห่งชาติ
นายูงน�า้ โสม
ศรีเชยี งใหม่
หนองคาย บา้ นดงุ
อดุ รธานี
เลย วังสะพุง สว่างแดนดิน นครพนม
ขอนแก่น อุทยานแหง่ ชาติ สกลนคร
ศรสี งคราม
ภพู าน

อุทยานแห่งชาติ
ภผู ายล

วดั ถ�้ำ ผ�ปู่นิมิต ภาคอีสาน

กรงุ เทพมหานคร

พระอาจารยบ์ วั พา ปญฺญาภาโส หนภี ัยกัน ท่านได้เห็นคนทกี่ ลวั ความตาย กลวั เพราะ
ไม่รู้ว่าตายแล้วไปไหน ด้วยความไม่รู้นเี้ อง จึงเกิด
หลวงปู่เปลี่ยนเดินทางไปพักกับพระอาจารย์ ความกลัว กลัวในสงิ่ ทตี่ นไม่รู้ ถ้าใครปฏิบัติธรรมและ
บัวพา ปญฺญาภาโส (พระครปู ญั ญาวสิ ุทธ)์ิ ท่วี ดั ปา่ พระสถติ ย์ ได้รับความสุขความสงบจากการปฏิบัติธรรม จะไม่กลวั
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ในระยะนนั้ ฝั่งลาวก�าลัง ความตาย เพราะเขาจะทราบว่าความเกิดและความตาย
รบกัน เห็นเครือ่ งบนิ ฉวัดเฉวียนไปมา บางครัง้ มกี าร ก็คือสิ่งเดียวกัน เพียงแต่เปลยี่ นหน้าทกี่ ันเท่านัน้
ยิงกัน ลูกปืนพลัดข้ามมาฝั่งประเทศไทย ทา� ให้คนวิง่

92 | ปญญฺ าปทีโปนสุ รณ์

หลวงปู่เปลีย่ นได้ใช้เวลานัง่ ตามใต้ต้นไม้และ ประชาชนทัง้ ฝั่งไทยและลาว ท่านได้เดินรอบ ๆ พระธาตุ
พิจารณาธรรมเอง เพราะพระอาจารย์บัวพาเป็นพระ และไปไหว้พระธาตุทางทิศตะวันออก ขณะไหว้พระธาตุ
นักปฏิบัติ ท่านให้ปฏิบัติเอง วันหนึง่ นัง่ อยู่ใต้ร่มไผ่ในวัด ใจก็ระลึกถึงผู้สร้างที่สามารถสร้างอย่างใหญ่โต นึกถึง
เห็นกระรอกเผือก ๓ ตัว วิง่ ไล่กันมา หลวงปู่เปลีย่ นเห็น บารมขี ององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ แมจ้ ะเปน็ เพยี ง
ความขาวของกระรอก ก็น้อมนึกถึงชุดขาวทีพ่ วกแม่ชี พระธาตุ ก็มีผู้สร้างพระเจดีย์ไว้เป็นที่ระลึกใหญ่โตมาก
สวมใส่ ถา้ ชาวพทุ ธทง้ั หลายทาำ จติ ใจของตนใหข้ าวสะอาด
ดังผ้าที่แม่ชีสวมใส่แล้ว ทัง้ สวรรค์และนพิ พานก็จะไม่ว่าง ขณะทีท่ ่านกำาลังไหว้พระธาตุนนั้ ได้เห็นหลังคา
จากผู้ปฏิบัติธรรม เพราะกามภพหรือโลกมนุษย์ทีค่ นเรา วิหารทีแ่ ตกหักพังร่วงลงมา จึงนงั่ พิจารณาว่า ทำาไมไม่มี
เกิดกันอยู่ทุกวันนี้ จะสร้างบาปก็ได้ จะสร้างบุญกุศลก็ได้ ผู้ใดมาปฏิสังขรณ์ให้ดีเหมือนเดิม และคิดต่อไปว่าสิ่ง
แตถ่ า้ มนุษยไ์ มท่ าำ บญุ บรจิ าคทาน รกั ษาศลี ฟงั ธรรม สรา้ ง ก่อสร้างต่าง ๆ ถึงแม้จะแข็งแรงสวยงามเท่าใด เมื่อ
บุญบารมแี ลว้ กไ็ มม่ ผี ไู้ ปอยบู่ นสวรรค์ สวรรคจ์ ะรา้ งไป ถา้ ปล่อยทิ้งไว้นานเข้า ก็คงจะต้องร่วงโรยไปตามกาลเวลา
ไมม่ นี ักบวช อบุ าสก อบุ าสิกา ปฏิบัตเิ พอ่ื ละจากตัณหา ๓ หลังคาวิหารพังลงมาเนื่องจากความชราภาพ ดังนนั้ ก็
โลกธรรม ๘ ประการ ให้สิ้นไปจากสันดานของตนเอง คงจะเป็นเช่นเดียวกับสังขารของคนทั่วไปที่ยังคงติดอยู่
ผจู้ ะไปพระนพิ พานกไ็ มม่ ี พระนพิ พานกจ็ ะวา่ งเปลา่ เพราะ ในวฏั สงสาร ตอ้ งเวยี นวา่ ยตายเกดิ ตามกฎของไตรลกั ษณ์
ไม่มีผู้ไป ฉะนัน้ ผู้มีสติปัญญาต้องพิจารณาเอง (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) หากยังไม่สามารถทวนกระแส
เข้าสู่พระนิพพานได้
ประเทศลาว
หลงั จากเดินทกั ษิณาวรรตรอบ ๆ พระธาตุหลวง
หลวงปู่เปลี่ยนอยู่วัดป่าพระสถิตย์เป็นเวลานาน แล้ว จึงเดินเลยไปที่ศาลาพันห้อง ดูความประณีตวิจิตร
จึงคิดจะข้ามไปเที่ยวฝั่งลาวบ้าง ขณะนั้นลาวรบกันอยู่ที่ พิสดาร ซึ่งพระรูปหนึง่ เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง ท่านวิตก
ทุ่งไหหิน ก่อนออกเดินทางไปเวียงจันทน์ ท่านนัง่ คิดอยู่ ถึงความสวยงามของสถานที่ หากตกไปอยู่ในมอื ของ
ในใจว่าประเทศลาวกำาลังรบกัน หากไปเวียงจันทน์แล้ว ฝ่ายตรงข้ามแล้วจะใช้สถานทที่ ีน่ ่าเคารพนีเ้ พือ่ ประโยชน์
อาจจะตอ้ งตดิ คา้ งอยทู่ เ่ี วยี งจนั ทนด์ ว้ ยเหตหุ น่ึงเหตใุ ดกด็ ี อืน่ หรือไม่ ต่อจากนัน้ ได้นัง่ รถไปยงั อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
จะทำาประการใด เมือ่ คิดได้แล้วท่านจึงชวนพระองค์หนึง่ ของลาว ซึ่งกำาลงั ซ่อมแซมอยู่ ดูความวิจิตรพิสดารของ
ในวัดทีเ่ คยไปเวียงจันทน์แล้วไปเป็นเพือ่ นด้วย ข้ามเรือที่ การตกแต่ง การสลักภาพเป็นรูปหงส์และรูปต่าง ๆ
อ.ศรีเชียงใหม่ ถึงฝั่งเวียงจันทน์ แล้วนงั่ รถต่อไปไหว้ บนเพดาน นกึ ถงึ ทหารที่เสียชวี ิตในสนามรบ ทค่ี นรุ่นหลงั
พระธาตุหลวง เสร็จแล้วเดินดูพระธาตุหลวงไปทั่ว ๆ ทั้ง อตุ สา่ หน์ าำ กระดกู มาไวท้ ่ีอนสุ าวรยี ์บรเิ วณรอบๆปลกู ดอกไม้
จิตรกรรม ภาพเขียน ปฏิมากรรม และสถาปัตยกรรม สวยสดงดงาม ผิดกบั วทิ ยาลัยครทู ่ปี ลอ่ ยท้ิงไวจ้ นเปน็ ปา่ ชา้
ของวัด มองไปถึงความพากเพียรของผู้สร้าง พิจารณา ไมม่ กี ารเอาใจใสด่ แู ล ทา่ นไดไ้ ปวดั พระแกว้ ซ่งึ ทางราชการ
ถึงพระราชามหากษัตริย์ซึ่งสร้างพระธาตุนีใ้ ห้ประชาชน ปดิ ไมใ่ หเ้ ขา้ ดภู ายใน จงึ ไดแ้ ตเ่ ดนิ รอบ ๆ อโุ บสถ วดั พระแกว้
และคนรุ่นหลังได้เคารพสักการะ ผู้สร้างจะต้องเป็นผู้ที่ ยังคงสะอาดเรยี บรอ้ ยดี ตอ่ จากน้นั จงึ ไดเ้ ดนิ ทางกลบั ไปอยู่
มีความอุตสาหะอย่างสูง พระธาตุนเี้ ป็นที่เคารพของ วัดปา่ พระสถติ ย์ อ.ศรีเชียงใหม่

ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์ | 93

พระอาจารยเ์ หรยี ญ วรลาโภ หลวงปเู่ ทสก์กับหลวงปเู่ ปล่ียน

พระอาจารยเ์ หรยี ญ วรลาโภ หลวงปเู่ ทสก์ เทสรส� ี

สัปดาห์ต่อมา ท่านมีโอกาส ออกจากวัดป่าพระสถิตย์แล้ว หลวงปู่เปลยี่ นได้เดินทางไปยงั วัด
พบพระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ หนิ หมากเปง้ ขณะน้ันวดั ยังกอ่ สรา้ งไมเ่ รยี บรอ้ ย ในเวลากลางวนั หลวงปเู่ ปล่ียนจงึ
(วัดอรัญญบรรพต ต.บ้านหม้อ หามมุ สงบเพอ่ื ปฏบิ ตั ธิ รรม และเม่อื หลวงปเู่ ทสกว์ า่ งจงึ มีโอกาสถามปญั หาธรรม
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย) ซึ่งไป
นิมนต์พระวัดป่าพระสถิตย์ไปร่วม หลวงปู่เปลี่ยนถามหลวงปู่ว่า หากท�าจิตได้ไปนิพพาน จะไป
ทำาบุญ และได้นิมนต์หลวงปู่เปลี่ยน อยู่อย่างไร นิพพานไม่มีตัวตน หลวงปู่ตอบว่า นิพพานจะอยู่ทีไ่ หนก็ได้
ด้วย ชาวเวียงจันทน์มาร่วมทำาบุญ เพราะเป็นของไม่มีตัวตน ท่านท�าให้มันพ้น มันก็จะสบาย เวลาป่วยมันก็
ฝั่งไทยมาก เมื่อสวดมนต์เสร็จ จะสบาย ถ้าท�าจิตให้สบาย เวลาไปไหน มันก็สบาย นัง่ เครื่องบินก็สบาย
พระอาจารย์เหรียญได้เทศน์เรื่อง นั่งรถก็สบาย อยู่ทีไ่ หนก็สบาย ให้ลูกหลานเร่งท�า
“การทำาบุญ” ให้ฟัง ภายหลัง
พ ร ะ อ า จ า ร ย ์ เ ห รี ย ญ ไ ด ้ พ บ กั บ เวลาลงเทศน์ หลวงปู่จะเทศน์เรือ่ งทัว่ ๆ ไป แต่เมื่อหลวงปู่เปลีย่ น
หลวงปู่เปลี่ยนหลายครั้ง และได้ ไปที่กุฏิ หลวงปู่จะเทศน์เรือ่ งเฉพาะตัวเกีย่ วกับธรรมชัน้ สูงให้ฟัง หลวงปู่
ชักชวนหลวงปู่เปลีย่ นไปทีว่ ัดท่าน เล่าว่าเมื่อครั้งท่ีท่านปฏิบัติธรรมอยู่ทีภ่ าคเหนือกับชาวเขาเผ่ามูเซอ หลวงปู่
แต่หลวงปู่เปลี่ยนยังไม่มีโอกาสแวะ คดิ วา่ ตนเองสาำ เรจ็ แลว้ เม่อื ไปอยภู่ เู กต็ จงึ ทราบวา่ ไดห้ ลงไป แทจ้ รงิ ยงั ไมส่ าำ เรจ็
เยีย่ ม ทัง้ ๆ ทีผ่ ่านไปหาหลวงปู่ ยังไม่พ้น เมื่อกลับจากปักษ์ใต้ ไปอยู่ที่ถำ้าขาม แล้วมาอยู่ทีว่ ัดหินหมากเป้ง
เทสก์ที่วัดหินหมากเป้งอยู่บ่อย ๆ ขณะเจ็บหนัก ๆ ได้พิจารณากายและจิต สามารถพิจารณาแยกได้ จึงเกิด
ความสบายมคี วามสขุ รจู้ กั ละรจู้ กั วางรา่ งกาย ไมไ่ ดต้ ดิ อะไร ใจรสู้ กึ สบาย
หลวงปู่อยู่องค์เดียวมีความสบายตลอดเวลา พระเณรทำาวัตรสวดมนต์เย็น
กันไป หลวงปู่ไม่ห่วงใคร หลวงปู่ได้แนะนำาให้หลวงปู่เปลี่ยนธุดงค์หาครูบา
อาจารย์ต่ออีก เพราะวัดของหลวงปู่กำาลังก่อสร้าง จึงไม่สงบเท่าทีค่ วร

94 | ปญญฺ าปทโี ปนสุ รณ์

หลวงปู่ค�าดี ปภาโส

หลวงปู่เปลีย่ นได้เดินทางไปหา
หลวงปคู่ าำ ดีปภาโสท่ีวดั ถาำ้ ผาปนู่ มิ ติ อ.เมอื ง
จ.เลย เมือ่ ไปถึงวัด หลวงปู่กำาลงั ควบคุม
การกอ่ สร้าง ทา่ นได้เดนิ นำาหลวงปูเ่ ปลี่ยน
ไปยังกุฏิ และได้เล่าเรื่องการปฏิบัติธรรม
ของหลวงปู่เองให้ฟัง “ผมนีเ้ ข้าทางสมาธิ
เข้าทางฌานไม่เป็น พอเข้าทางสมาธิได้ก็
ออกทางไตรลกั ษณ์ พอถงึ ไตรลักษณ์ มนั ไป
หลวงปชู่ อบ านสโม ตกอยตู่ รงท่หี น่ึง จติ ใจผมเหมือนกบั มอี ะไร หลวงปู่ค�าดี ปภาโส

หลวงปชู่ อบ านสโม ไปแขวนอยู่ทใ่ี ยแมงมมุ พอมอี ะไรบางอยา่ งคลา้ ย ๆ ปญั ญาไปตัดขาดหมด
มนั ก็มีความรสู้ กึ วา่ ไปอยู่คนละโลก ไปอยูโ่ ลกกว้าง ๆ โลกหน่ึง มคี วามสุข
หลวงปู่เปลี่ยนจึงเดินทางไปหา ความสบาย ขณะน้ภี าวนามาถงึ ตรงน้ีแลว้ นะ” หลวงปเู่ ปล่ยี นไดข้ อใหห้ ลวงปู่
หลวงปู่ชอบ านสโม (วัดป่าสัมมานุสรณ์ อธบิ ายการภาวนาของตวั ทา่ น ซง่ึ น่ังแลว้ วา่ งไปหมด วา่ งอยู่ ๓-๕ ชว่ั โมงกไ็ ด้
บ้านโคกมน ต.ผาน้อย อ.วงั สะพุง จ.เลย) หลวงปู่คำาดีให้ไปถามท่านพระอาจารย์มหาบวั หรือหลวงปู่เทสก์ซึง่ เป็นผู้
หลวงปเู่ ปล่ยี นไดป้ รนนิบตั หิ ลวงปู่โดยสรงนาำ้ ชำานาญมาก เพราะหลวงป่เู ทสก์ตดิ ฌานอยู่ ๑๐ ปี
และนวดหลวงปู่ ขณะนนั้ หลวงปู่เป็น ครัน้ ได้เวลาปฏบิ ตั ิธรรม ก็มพี ระเณร แมช่ ี และอบุ าสกอุบาสกิ า มา
อมั พาตแล้ว ท่านขอฟังเทศน์หลวงปู่ ซึง่ คอยฟงั เทศน์ของหลวงปูค่ าำ ดี หลวงปู่เปลย่ี นจึงขอฟงั ด้วย และได้อย่ปู ฏบิ ัติ
หลวงปู่กบ็ อกวา่ มแี ตเ่ กดิ - ดับ เท่านั้น ธรรมทีถ่ ้ำาของหลวงปู่ต่อ ครัง้ หนึง่ ได้พิจารณานำ้าหยดจากเพดานถำ้าลงมา
ยังพื้น ทำาให้ท่านระลกึ ถึงเมือ่ ครั้งพุทธกาล มีพระองค์หนงึ่ นงั่ พิจารณาน้ำา
หลวงปเู่ ปล่ยี นอยกู่ บั หลวงปชู่ อบ ท่หี ยดลงมา แลว้ พจิ ารณาถงึ การเกดิ -ดบั เทา่ นเี้ องกส็ ามารถบรรลมุ รรคผล
ประมาณ ๑ เดือน ได้ปรนนิบัติหลวงปู่ นพิ พานได้ หลวงปู่เปลยี่ นจึงได้กำาหนดนำ้าหยดจากเพดานถ้ำาเป็นอารมณ์
ทุกวัน และได้พบหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร ในการพิจารณากรรมฐาน เมื่อนั่งสงบดีแลว้ จิตกด็ ่งิ วบู เหมอื นนำ้าหยดลงมา
(วดั ถาำ้ ผาบ้งิ บา้ นนาแก ต.ผาบ้งิ อ.วงั สะพงุ หลวงป่เู ปล่ียนมพี รรษามากกว่าพระองคอ์ ่นื ๆ เป็นอันดบั ๔ ตาม
จ.เลย) ซึง่ มาเยีย่ มหลวงปู่ชอบที่วัดด้วย ลาำ ดบั พรรษาในวดั จงึ ไดน้ ่งั ตอ่ จากหลวงปู่ และหลวงปเู่ รยี กเขา้ ไปคยุ อยตู่ ลอด
นอกจากนน้ั ไดไ้ ปหาหลวงปซู่ ามา อจตุ โฺ ต เวลา พระหลายองคจ์ งึ อยากใหห้ ลวงปเู่ ปล่ยี นออกจากวดั โดยเรว็ ซง่ึ หลวงปู่
ที่วัดป่าอัมพวัน บ้านไร่ม่วง ต.น้ำาหมาน ก็ทราบปฏิกิริยาของพระเหล่านัน้ จึงพูดให้พระทัง้ หลายฟังว่า ใครจะสกึ
อ.เมือง จ.เลย ซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกัน หาลาเพศตอ้ งไปสกึ กบั หลวงปเู่ ปล่ียน จะตอ้ งลา้ งบาตรใหด้ ว้ ย ภายหลังทา่ น
พบพระบางองคท์ ล่ี าสิกขาไป เม่ือไปกราบนมัสการหลวงปูแ่ หวน
เมื่อหลวงปู่เปลี่ยนไปกราบลา อยู่กบั หลวงป่คู าำ ดีได้ ๓ ศีล (๓ วนั พระ) หลวงปู่เปลย่ี นจงึ เดินทาง
หลวงป่ชู อบเพอ่ื ธดุ งค์ตอ่ หลวงปชู่ อบได้ กลบั วัดอรัญญวเิ วก
สัง่ ว่า ถ้าไปอยู่ที่ไหนแล้วภาวนาไม่ดี ให้
กลับไปอยู่กับท่านได้ทุกโอกาส

ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์ | 95

พรรษาที่ ๑๖๑๒๕ วัดอรญั ญวิเวก บา้ นปง ต.อินทขิล

๗ อ.แมแ่ ตง จ.เชยี งใหม่

หลวงปู่เปลี่ยนจำาพรรษาท่ีวัดอรัญญวิเวกเป็นพรรษาที่ ๙ ท่าน
มุ่งมัน่ ปฏิบัติธรรมโดยไม่ท้อถอย หลังเข้าพรรษาได้ ๒ สัปดาห์ หลวงปู่ตือ้
อจลธมฺโม มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ หลังจาก
หลวงปตู่ ้อื มรณภาพได้ ๑๑ วนั หลวงปเู่ ปลย่ี นคดิ ถงึ หลวงปตู่ ้อื วา่ ทาำ ไมไมเ่ หน็
หลวงปตู่ ื้อมาหาเลย ท่านคิดว่าอาจจะเปน็ เพราะหลวงปู่ตอื้ ไปนพิ พานแล้ว
แต่จิตของท่านเองยังไม่ถึงนิพพานจึงไม่เห็น ท่านอยากตามหาหลวงปู่ตือ้
ก็เลยตัดสินใจว่าจะนัง่ อยู่ที่เดิม เข้าสมาธิไปหาหลวงปู่ตื้อ ถ้าไม่เห็น
หลวงปู่ตื้อก็จะตายอยู่ทีน่ ั่ง ตอนนัน้ ไปเห็นสวรรค์ พบพระ ๔ องค์ถามท่านว่า
จะไปไหน เมือ่ ท่านตอบว่าจะไปหาหลวงปู่ตือ้ พระ ๔ องค์ก็บอกว่า ถ้าจะไปหา
หลวงปู่ตือ้ ต้องไปอีก ท่านก็ไปต่อ เห็นปราสาทใหญ่ประตูเปิดอยู่ เข้าไปก็เห็นพระนั่งสงบเงียบ
อยู่ประมาณ ๒๐๐ กว่าองค์ อยู่ในฌานหมด หลวงปู่เปลี่ยนไปสะกิดพระองค์ทีน่ ัง่ หลังสุด เม่ือ
ท่านลืมตาขึ้น หลวงปู่เปลีย่ นก็ถามว่า ทีน่ ี่ทีไ่ หน พระองค์นัน้ บอกว่า นีพ่ รหมโลก คนมาทีน่ ีไ่ ด้
ต้องไม่เอาอะไร หลวงปู่เปลี่ยนถามว่า ถ้าจะไปหาหลวงปู่ตื้อต้องไปอย่างไร ท่านตอบว่า ต้อง
ไปต่ออีก แล้วแต่ท่านจะไปได้ เมือ่ หลวงปู่เลยจากปราสาทนี้ขึน้ ไป ข้างบนเหมือนสีฟ้าอ่อน ๆ
ไม่มีพระอาทิตย์ ไม่มีพระจันทร์ เย็นฉ่ำา หลวงปู่ตือ้ ลอยมาหา นั่งอยู่บนกระจกกว้าง ๓ เมตร
ยาว ๖ เมตร นั่งขัดสมาธิมา ผ้าเป็นสีทองคำา พอท่านถามหลวงปู่ว่า ทีน่ ี่ชัน้ อะไร หลวงปู่ก็ว่า
“มาถึงแล้วถามทำาไม แต่นีไ้ ปเทศน์สัง่ สอนพระเล็กพระน้อยหลวงพ่อหลวงตานะ อย่าทิง้ เขา ให้
เทศน์สอนเขาเร่ืองทางปฏิบัติ” เมือ่ ท่านถามซำ้าอีกว่า หลวงปู่นีช่ ัน้ อะไร ท่านก็ว่า “มาถึงแล้ว
ถามทำาไม” ท่านตอบ ๒ ครัง้ แล้วท่านก็ถอยหนีหายไปเลย หลังจากนั้น ๔ วัน หลวงปู่เปลีย่ น
ไปถามหลวงปู่แหวนว่า หลวงปู่ตื้อมรณภาพไปนี่มาสั่งหลวงปู่ไหม หลวงปู่แหวนก็ถามว่า “เมือง
นัน้ มันสวยมันเย็นดีไหม” ท่านตอบว่า สวย เป็นเมืองอะไรไม่ทราบ เย็นเป็นห้องแอร์ ไม่มี
พระอาทิตย์ พระจันทร์ ไม่มีดวงดาวอะไรเลยที่นั่น อยู่เย็น ๆ สบายเท่านัน้ เอง หลวงปู่แหวนก็
ว่า “ท่านตื้อไปเมืองนิพพานแล้ว”

96 | ปญญฺ าปทีโปนุสรณ์


Click to View FlipBook Version