นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ รหัสนักศึกษา 63040112123 นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์ แผนกา รจัจั จัจั ดกา ร เ รีรี รีรี ยนรู้รู้รู้รู้ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร เคมีมี มีมี5 ว33221 ชั้ชั้ ชั้ น ชั้ นมัมั มั ธ มั ธยมศึศึ ศึ ก ศึ กษาปีปีปี ที่ ปี ที่ ที่ที่6 ปีปีปี ก ปี การศึศึ ศึ ก ศึ กษา 2566 สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา ว33221 รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 1 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษาสารประกอบอินทรีย์ การเกิดพันธะโคเวเลนต์ของสารประกอบอินทรีย์ การแสดงโครงสร้างของ สารประกอบอินทรีย์ด้วยสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้น การเรียกชื่อ สารประกอบอินทรีย์ตามระบบ IUPAC ไอโซเมอริซึม สมบัติเกี่ยวกับจุดเดือดและการละลายในน้ำของ สารประกอบอินทรีย์ ปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีนและปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส ของเอสเทอร์และเอไมด์ ปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน รวมทั้งการนำสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ ศึกษาพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพของพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ ที่เป็นสารตั้งต้น ศึกษาพอลิเมอร์ธรรมชาติและพอลิเมอร์สังเคราะห์ ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ ความสัมพันธ์ ของโครงสร้างของพอลิเมอร์กับสมบัติของพอลิเมอร์และการนำไปใช้ประโยชน์ พอลิเมอร์เทอร์มอพลาสติก และพอลิเมอร์เทอร์มอเซต การปรับปรุงสมบัติของพอลิเมอร์โดยการเติมสารเติมแต่ง การปรับเปลี่ยน โครงสร้างของพอลิเมอร์ การสังเคราะห์พอลิเมอร์ชนิดใหม่ ผลกระทบของการใช้และการกำจัดผลิตภัณฑ์ พอลิมอร์ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการป้องกันและการแก้ไข โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุปเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตของตนเอง จิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ ข้อ 1 ม.6/1, ม.6/2, ม.6/3, ม.6/4, ม.6/5, ม.6/6, ม.6/7, ม.6/8, ม.6/9, ม.6/10, ม.6/11, ม.6/12, ม.6/13, ม.6/14, ม.6/15 รวม 15 ผลการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ รหัสวิชา ว33221 รายวิชา เคมีเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 1 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาระเพิ่มเติมเคมี ข้อ 1. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ม.6/1 สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามที่ พบในชีวิตประจำวัน ม.6/2 เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบ อินทรีย์ ม.6/3 วิเคราะห์โครงสร้าง และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน ม.6/4 เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่าง ๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC ม.6/5 เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่าง ๆ ม.6/6 วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างต่างกัน ม.6/7 ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน และเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ม.6/8 เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน ม.6/9 ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน ม.6/10 สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างการนำสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และอุตสาหกรรม ม.6/11 ระบุประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของมอนอเมอร์หรือพอลิเมอร์ ม.6/12 วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำไปใช้ ประโยชน์ ม.6/13 ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์ ม.6/14 อธิบายผลของการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติของพอลิเมอร์ ม.6/15 สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกำจัดผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์และ แนวทางแก้ไข
ตารางโครงสร้างรายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 (ว33221) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลารวม 60 ชั่วโมง หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชม.) น้ำหนัก คะแนน 1 เคมีอินทรีย์ 1. สืบค้นข้อมูลและนำเสนอ ตัว อย่างสารประกอบ อินทรีย์ที่มี พันธะเดี่ยว พันธะคู่หรือพันธะสามที่พบ ในชีวิตประจำวัน • สารประกอบอินทรีย์ เป็นสารประกอบของ คาร์บอน ส่วนใหญ่พบใน สิ่งมีชีวิตมีโครงสร้างหลาก หลาย และแบ่งได้หลาย ประเภทเนื่องจากธาตุ คาร์บอนสามารถเกิดพันธะ โคเวเลนต์กับธาตุคาร์บอน ด้วยพันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม นอกจากนี้ยัง สามารถเกิดพันธะ โคเวเลนต์กับธาตุอื่น ๆ ได้ อีกด้วยและมีการนำสาร ประกอบอินทรีย์ไปใช้ประ โยชน์อย่างหลาหลาย 2 3 2. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อและ สูตรโครงสร้างแบบเส้น ของสารประกอบอินทรีย์ 3. วิเคราะห์โครงสร้าง และระบุประเภ ทของ สารประกอบอินทรีย์จาก หมู่ฟังก์ชัน • โ ครงสร้างของสา ร ประกอบอินทรีย์แสดงได้ ด้วยสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ หรือ สูตรโครงสร้างแบบ เส้น • สารประกอบอินทรีย์มี หลายประเภทการ พิจารณาประเภทของ สารประกอบอินทรีย์ อาจใช้หมู่ฟังก์ชันเป็น เกณฑ์ได้เป็น แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ อะโร มาติกไฮโดรคาร์บอน แอลกอฮอล์ อีเทอร์ เอมีน แอลดีไฮด์ คีโตน กรดคาร์ บอกซิลิก เอสเทอร์ เอไมด์ 6 5
หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชม.) น้ำหนัก คะแนน 4. เขียนสูตรโครงสร้างและ เรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ ประเภทต่าง ๆ ที่มีหมู่ ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ตาม ระบบ IUPAC • การเรียกชื่อสารประกอบ อินทรีย์ประเภทแอลเคน แอลคีน แอลไคน์แอลกอฮอล์ อีเทอร์ เอมีน แอล ดีไฮด์ คีโตน กรดคาร์บอก ซิลิก เอสเทอร์ และเอไมด์ จะเรียกตามระบบ IUPAC หรือ อาจเรียกโดยใช้ชื่อ สามัญ 3 5 5. เขียนไอโซเมอร์โครงสร้าง ของสารประกอบอินทรีย์ ประเภทต่าง ๆ • ปรากฏการณ์ที่สารมีสูตร โมเลกุลเหมือนกันแต่มี สมบัติแตกต่างกันเรียกว่า ไอโซเมอริซึม และเรียกสาร แต่ละชนิดว่า ไอโซเมอร์ ไอโซเมอร์ที่มีสูตรโมเลกุล เหมือนกันแต่มีสูตรโครง สร้างต่างกัน เรียกว่า ไอโซ เมอร์โครงสร้าง 3 5 6. วิเคราะห์ และเปรียบเทียบ จุดเดือดและการละลายใน น้ำของสารประกอบอินทรีย์ ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างต่างกัน • สารประกอบอินทรีย์ที่มี หมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างของสาร ต่างกันจะมีจุดเดือดและ การละลายในน้ำต่างกัน สำหรับการละลายของสาร พิจารณาได้จากความมีขั้ว ของตัวละลายและตัวทำ ละลายโดยสารสามารถ ละลายได้ในตัวทำละลายที่ มีขั้วใกล้เคียงกัน 9 8 7. ระบุประเภทของสารประ กอบไฮโดรคาร์บอนและ เขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยา การเผาไหม้ปฏิกิริยากับ โบรมีน หรือปฏิกิริยากับ โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต • สารประกอบอินทรีย์ ประเภท แอลเคน แอลคีน แอลไคน์อะโรมาติกไฮโดร คาร์บอนเป็นสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนเป็นสาร ประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเมื่อเกิดปฏิกิริยาการ 12 8
หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชม.) น้ำหนัก คะแนน 8. เขียนสมการเคมีและอธิบาย การเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิ เคชันปฏิกิริยาการสังเคราะห์ เอไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเค ชัน 9. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิ เคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเค ชัน เผาไหม้ปฏิกิริยากับ โบรมีนและปฏิกิริยากับ โพแทสเซียมเปอร์แมงกา เนตจะให้ผลของปฏิกิริยา ต่างกันจึงสามารถใช้เป็น เ ก ณ ฑ ์ ใ น ก า ร จ ำแนก ประเภทของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนได้ • กรดคาร์บอกซิลิกทำ ปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ ได้เป็นเอสเทอร์ เรียกว่า ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน กรดคาร์บอกซิลิกทำ ปฏิกิริยากับเอมีนเกิดเป็น เอไมด์ เอสเทอร์และเอ ไมด์สามารถเกิด ปฏิกิริยา ไฮโดรลิซิส ปฏิกิริยา ไฮโดรลิซิสของเอสเทอร์ ในเบสแอลคาไล เรียกว่า ปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน เรียกว่า ปฏิกิริยาสะปอน นิฟิเคชัน 10. สืบค้นข้อมูลและนำเสนอ ตัวอย่างการนำสารประกอบ อินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันและอุตหกรรม • สารประกอบอินทรีย์ สามารถนำไปใช้ประ โยชน์ได้มากมายในชีวิต ประจำวันรวมทั้งนำไปใช้ เป็นสารตั้งต้น และตัวทำ ละลายในอุตสาหกรรม ด้านต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและพลัง งาน อุตสาหกรรมอาหาร แ ล ะ ย า อ ุ ต ส า ห กรรม เกษตร 2 2
หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชม.) น้ำหนัก คะแนน 2 พอลิเมอร์ 11. ระบุประเภทของปฏิกิริยา การเกิดพอลิเมอร์จากโครง สร้างของมอนอเมอร์หรือ พอลิเมอร์ • พอลิเมอร์เป็นสารที่มี โมเลกุลขนาดใหญ่ ซึ่ง ประกอบด้วยหน่วยย่อยที่ เรียกว่า มอนอเมอร์ เชื่อมต่อกันด้วยพันธะ โคเวเลนต์ โดยมีทั้งพอลิ เมอร์ธรรมชาติและพอลิ เมอร์สังเคราะห์ปฏิกิริยา การเกิดพอลิเมอร์อาจเป็น ปฏิกิริยาแบบควบแน่น หรือปฏิกิริยาแบบเติม ขึ้นอยู่กับหมู่ฟังก์ชันและ โครงสร้างของมอนอเมอร์ 6 5 12. วิเคราะห์และอธิบายความ สัมพันธ์ระหว่างโครงสร้าง และสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์ 13. ทดสอบ และระบุประเภท ของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ ยางรวมทั้งการนำไปใช้ประ โยชน์ • พอลิเมอร์มีโครงสร้าง ต่างกันอาจเป็นโครงสร้าง แบบเส้น แบบกิ่ง หรือ แบบร่างแห ขึ้นอยู่กับ ชนิดของมอนอเมอร์และ ภาวะของปฏิกิริยาการ เ กิด พ อ ลิเ ม อ ร ์ ซึ่ ง โครงสร้างของพอลิเมอร์ ส่งผลต่อจุดหลอมเหลว ความหนาแน่น ความ เปราะ ความเหนียว ความ ยืดหยุ่น จึงสามารถนำไป ประยุกต์ใช ้ได้อย่า ง หลากหลาย • พอลิเมอร์ที่ให้ความร้อน แล้วสามารถนำกลับมาขึ้น รูปใหม่ได้เรียกว่า พอลิ เมอร์เทอร์มอพลาสติก ส่วนใหญ่มีโครงสร้างแบบ เส้นและแบบกิ่ง ส่วนพอลิ เมอร์ที่ให้ความร้อนแล้วไม่ อ่อนตัว จึงไม่สามารถนำ 3 2
หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา (ชม.) น้ำหนัก คะแนน กลับมาขึ้นรูปใหม่ ได้ เรียกว่า พอลิเมอร์เทอร์มอ เซต มีโครงสร้างแบบ ร่างแห พลาสติกมีทั้งที่เป็น พ อ ลิเ ม อ ร ์ เ ท อ ร ์ ม อ พลาสติก และพอลิเมอร์ เทอร์มอเซต ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นพอลิเมอร์เทอร์มอเซต ซึ่งทำให้มีสมบัติและการ นำไปใช้ประโยชน์ต่างกัน 14. อธิบายผลของการปรับ เ ป ลี่ย น โ ค ร ง ส ร ้า ง แ ล ะ การ สังเคราะห์พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติ ของพอลิเมอร์ • ก า ร ป รับ เ ป ลี่ย น โครงสร้างหรือการสัง เคราะห์พอลิเมอร์ เช่น วัล คาไนเซชันการสังเคราะห์ โ ค พ อ ล ิ เ ม อ ร ์ ก า ร สั ง เคราะห์พอลิเมอร์นำ ไฟฟ้าเป็นการปรับปรุง คุณภาพของพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้อย่างเหมาะสมและ หลากหลายมากขึ้น 6 5 15. สืบค้นข้อมูล และนำเสนอ ตัวอย่างผลกระทบจากการใช้ และการกำจัดผลิตภัณฑ์พอลิ เมอร์และแนวทางแก้ไข • การใช้และการกำจัด ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์อาจ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมจึงควร ตระหนักถึงผลกระทบที่ เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไข 2 2 ระหว่างเรียน/ภาระชิ้นงาน 54 50 กลางภาค 3 20 ปลายภาค 3 30 รวม 60 100
กำหนดการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาเพิ่มเติม วิชา เคมี เพิ่มเติม 5 รหัสวิชา 33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง (3 ชั่วโมง/สัปดาห์) จำนวน 1.5 หน่วยกิต ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สัปดาห์ ที่ บท เรื่องที่สอน เวลา (ชม.) ผลการเรียนรู้ 1 - - ปฐมนิเทศ 1 - 1 1. เคมีอินทรีย์ - พันธะของคาร์บอนใน สารประกอบอินทรีย์ 2 • สืบค้นข้อมูลและนำเสนอ ตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มี พันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะ สามที่พบในชีวิตประจำวัน • เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตร โครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครง สร้างแบบเส้นของสารประกอบ อินทรีย์ • วิเคราะห์โครงสร้าง และระบุ ประเภทของสารประกอบอิน ทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน • เขียนสูตรโครงสร้างและเรียก ชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภท ต่าง ๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ตามระบบ IUPAC • เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของ สารประกอบอินทรีย์ประเภท ต่าง ๆ • วิเคราะห์ และเปรียบเทียบจุด เดือดและการละลายในน้ำของ สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือ โครงสร้างต่างกัน • ระบุประเภทของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอน และเขียน ผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผา ไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน หรือ 2-3 - สูตรโครงสร้างของ สารประกอบอินทรีย์ 6 - หมู่ฟังก์ฟัน 4 - ชื่อของสารประกอบ อินทรีย์ 3 5 - เขียนไอโซเมอร์โครงสร้าง ของสารประกอบอินทรีย์ 3 6-8 - วิเคราะห์สมบัติของ สารประกอบอินทรีย์ 8 8-9 - ระบุประเภทของสารประ กอบไฮโดรคาร์บอน และเขียน ผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยา 6
สัปดาห์ ที่ บท เรื่องที่สอน เวลา (ชม.) ผลการเรียนรู้ ปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์ แมงกาเนต 10 สอบกลางภาค ปีการศึกษา 2566 11-12 - เขียนสมการเคมีและ อธิบายการเกิดปฏิกิริยา 6 • เขียนสมการเคมีและอธิบาย การเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเค ชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอ ไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และ ปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน • ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเค ชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และ ปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน • สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตัว อย่างการนำสารประกอบอินทรีย์ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และอุตสาหกรรม - ทดสอบปฏิกิริยา 13 - ตัวอย่างการนำสารประ กอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันและอุตสาหกรรม 2 14-15 2. พอลิเมอร์ - พอลิเมอร์และมอนอเมอร์ 6 • ระบุประเภทของปฏิกิริยาการ เกิดพอลิเมอร์จากโครงสร้างของ มอนอเมอร์หรือพอลิเมอร์ • วิเคราะห์และอธิบายความ สัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและ สมบัติของพอลิเมอร์รวมทั้งการ นำไปใช้ประโยชน์ • ทดสอบ และระบุประเภทของ พลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์ • อธิบายผลของการปรับเปลี่ยน โครงสร้าง และการสังเคราะห์ พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติของพอลิ เมอร์ • สืบค้นข้อมูลและนำเสนอ ตัวอย่างผลกระทบจากการใช้ และการกำจัดผลิตภัณฑ์พอลิ เมอร์และแนวทางแก้ไข 16 - โครงสร้างและสมบัติของ พอลิเมอร์ 3 17-18 - การปรับปรุงสมบัติของพอ ลิเมอร์ 6 19 - การแก้ปัญหาขยะจากพอลิ เมอร์ 2 20 สอบปลายภาค ปีการศึกษา 2566 หมายเหตุ : อาจมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการสอนได้ตามความเหมะสม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาเคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง ปฐมนิเทศการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /........... /.......... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ - 2. ผลการเรียนรู้ - 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธิบายภาพรวมเนื้อหาวิชาเคมีเพิ่มเติม 5 ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรียนร่วมกันกําหนดและเลือกข้อตกลงภาระงาน เกณฑ์การวัดและประเมินผล และแนวปฏิบัติใน การเรียนรายวิชาเคมี 5 ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาเคมี มีคุณธรรมจริยธรรม และสามารถนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจําวันได้ 4. สาระสำคัญ การปฐมนิเทศเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างครูกับนักเรียน เป็นการตกลงกันในเบื้องต้น ก่อนที่ จะเริ่มการเรียนการสอน ครูได้รู้จักนักเรียนดียิ่งขึ้น รับทราบความต้องการ ความรู้สึก และเจตคติต่อวิชาที่เรียน ใน ขณะเดียวกันนักเรียนได้ทราบความต้องการของครู แนวทางในการจัดการเรียนการสอน การวัด และประเมินผลสิ่ง ต่างๆ ดังกล่าวจะนําไปสู่การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้นักเรียนคลายความวิตกกังวล สามารถเรียน ได้อย่างมีความสุข อันจะส่งผลให้นักเรียนประสบความสําเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่ได้กําหนดไว้ 5. สาระการเรียนรู้ 5.1 ชี้แจงข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการเรียนการสอน 5.2 หน่วยการเรียนรู้และภาระงาน 5.3 เกณฑ์การวัดและประเมินผล 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย
6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูกล่าวทักทายและสวัสดีนักเรียน และแนะนำตัวเอง โดยบอกชื่อ - นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ พร้อม ทั้งเขียนบนกระดานให้นักเรียนดู 1.2 ครูให้นักเรียนทายภูมิลำเนา โดยให้นักเรียนทาย จากภาพสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดนั้น 1.3 ครูสุ่มสอบถามนักเรียนว่าในภาคเรียนที่ผ่านมา นักเรียนเรียนเนื้อหาและทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง เพื่อ นำเข้าสู่เรื่องที่จะเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนสืบค้น/ศึกษา เกี่ยวกับเนื้อหาที่จะเรียนในหนังสือเรียน รายวิชาเคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 และทำ ความเข้าใจหัวข้อที่จะเรียนในเทอมนี้ พร้อมทั้งบอกความหมายของคำถามต่อไปนี้ในหนังสือเรียน - สารประกอบอินทรีย์ หมายถึงอะไร - สารประกอบไฮโดรคาร์บอนประกอบด้วยธาตุใดบ้าง และแบ่งตามหมู่ฟังก์ชันอะไรบ้าง - พอลิเมอร์ คืออะไร - การเกิดพอลิเมอร์ มีกี่แบบ 2.2 ครูใช้คำถามสำรวจนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาเคมีทั่วไป เพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ครูอธิบายลักษณะวิชาตามหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาเคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 120 ชั่วโมง/ต่อปี หรือภาคเรียนละ 60 ชั่วโมง จำนวน 2 ภาคเรียน โดยแบ่งเนื้อหาที่จะเรียนในภาคเรียนที่ 1 ดังนี้ หน่วยที่ เรื่อง จำนวนชั่วโมง - 1 2 ปฐมนิเทศ เคมีอินทรีย์ พอลิเมอร์ - 37 17 - สอบกลางภาคและปลายภาค 6 รวม 60 3.2 ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 3.3 ครูอธิบายเกณฑ์การวัดผลและประเมินผล ในรายวิชาเคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ดังนี้
การวัดและการประเมินผล 1. การวัดผล วัดผลระหว่างเรียน 70 คะแนน เวลาเรียน/จิตพิสัย 10 คะแนน กิจกรรมระหว่างเรียน 40 คะแนน วัดผลกลางภาคเรียน 20 คะแนน วัดผลปลายภาคเรียน 30 คะแนน รวม 100 คะแนน 3.4 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปข้อตกลงเกี่ยวกับหลักการ ข้อปฏิบัติและกฎระเบียบในการเรียนการสอนใน ห้องเรียน ดังนี้ 3.4.1 นักเรียนต้องเข้าเรียนไม่ต่ำกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด 3.4.2 ไม่หยอกล้อ พูดคุยเสียงดัง หรือส่งเสียงรบกวนเพื่อน ในเวลาเรียน 3.4.3 นักเรียนต้องเข้าเรียนให้ตรงเวลา 3.4.4 หากนักเรียนมีความจำเป็นต้องออกจากห้องเรียน ต้องขออนุญาตครูผู้สอนก่อนทุกครั้ง ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ครูให้นักเรียนแต่ละคน ยืนกล่าวแนะนำตนเอง โดยให้นักเรียนบอก ชื่อ - นามสกุล และชื่อเล่น 4.2 ครูแจกใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ยินดีที่ได้รู้จัก ให้นักเรียนได้กรอกข้อมูลเพื่อแนะนำตนเองให้ครูรู้จัก โดยใช้ เวลาประมาณ 10 นาที ระหว่างที่นักเรียนกรอกข้อมูลครูเดินดูเพื่อให้คำแนะนำ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 5.1 ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่ครูกล่าวมาข้างต้น ว่ามีอะไรบ้างมีรายละเอียดที่สำคัญอย่างไร (เรื่องที่จะ เรียน, หลักเกณฑ์การให้คะแนน, กฎระเบียบ ข้อตกลง ข้อควรปฏิบัติ กติกาในการเรียนการสอน โดยมีรายละเอียดที่ สำคัญตามที่กล่าวไว้ข้างต้น) 5.2 ครูซักถามนักเรียนว่ามีข้อสงสัยอะไรหรือไม่ แนวคำตอบ : มี/ไม่มี 5.3 ครูบอกให้นักเรียนศึกษาเรื่องที่จะเรียนในชั่วโมงถัดไปล่วงหน้า (เรื่องพันธะของคาร์บอนในสารประกอบ อินทรีย์) 9. สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) 2) ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ยินดีที่ได้รู้จัก
10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายภาพรวมของ เนื้อหาของรายวิชาเคมีเพิ่มเติม 5 ได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนกําหนดและเลือกข้อตกลง ร่วมกันถึงภาระงาน เกณฑ์การวัดและ ประเมินผลและแนวปฏิบัติในการเรียนได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชา เคมี สามารถนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจําวันได้อย่างถูกต้องและมี คุณธรรม - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
ใบกิจกรรมที่ 1
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง พันธะคาร์บอนในสารประกอบอินทรีย์ เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /............ /........... -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/1 สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือ พันธะสาม ที่ พบในชีวิตประจำวัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายการเกิดพันธะเคมีของคาร์บอนในสารประกอบอินทรีย์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือ พันธะสามที่พบในชีวิตประจำวันได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ คาร์บอน (C) เป็นธาตุที่อยู่หมู่ที่ 4 มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 4 ดังนั้น สามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์โดย ใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนทั้ง 4 ร่วมกับอะตอมของธาตุต่างๆ เพื่อให้ครบ 8 ตามกฎออกเตต อะตอมของคาร์บอน สามารถสร้างพันธะได้ทั้งพันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสามซึ่งพบอยู่ในโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ที่ สามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน 5. สาระการเรียนรู้ สารประกอบอินทรีย์เป็นสารประกอบของคาร์บอนส่วนใหญ่พบในสิ่งมีชีวิต มีโครงสร้างหลากหลายและ แบ่งได้หลายประเภท เนื่องจากธาตุคาร์บอนสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์กับธาตุคาร์บอนด้วยพันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม นอกจากนี้ยังสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอื่นๆ ได้อีกด้วย และมีการนำสารประกอบอินทรีย์ไป ใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนเรื่อง การเกิดพันธะโคเวเลนต์ของธาตุคาร์บอน โดยการทบทวนความรู้ระดับมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ครูใช้คำถามเพิ่มเติม ดังนี้ 1.1.1 พันธะที่เกิดระหว่างธาตุคาร์บอน และไฮโดรเจนเป็นพันธะชนิดใด แนวคำตอบ : พันธะโคเวเลนต์ 1.1.2 นักเรียนคิดว่าสารประกอบอินทรีย์เกี่ยวข้องกับการสร้างพันธะของธาตุคาร์บอนอย่างไร แนวคำตอบ : สารประกอบอินทรีย์ เป็นสารประกอบที่มีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ และธาตุคาร์บอนสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต์ได้กับธาตุคาร์บอนหรือธาตุอื่นๆ 1.1.3 นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ที่มีในชีวิตประจำวันมีอะไรบ้าง แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจของนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน 2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนังสือ เคมี ม.6 เล่ม 5 หรือจากในอินเทอร์เน็ตตามหัวข้อต่อไปนี้เพื่อ ตอบคำถามครู 2.2.1 พันธะคาร์บอนเกิดขึ้นได้อย่างไร แนวคำตอบ : เกิดจากการที่คาร์บอนใช้อิเล็กตรอนร่วมกับอะตอมอื่นๆ เกิดเป็นพันธะโค วาเลนต์ได้ 4 พันธะ และมีเวเลนต์อิเล็กตรอนครบ 8 ตามกฎออกเตต 2.2.2 พันธะคาร์บอนมีกี่ชนิดอะไรบ้าง แนวคำตอบ : 3 ชนิด คือ พันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม 2.3 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยกตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่พบในชีวิตประจำวัน และมีการเกิดพันธะ เดี่ยว พันธะคู่หรือพันธะสาม มากลุ่มละ 3 ชนิด โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนใส่กระดาษชาร์ปที่ครูแจกเพื่อ นำเสนอหน้าชั้นเรียน
ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอสารประกอบอินทรีย์ที่พบในชีวิตประจำวันที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม หน้าชั้นเรียนและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อกลุ่มอื่นๆ 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป ดังนี้ 3.2.1 พันธะคาร์บอน คือ การที่เกิดพันธะโควเลนต์ในธาตุคาร์บอนโดยมีเวเลนต์อิเล็กตรอน 4 ตัวร่วมกับเวเลนอิเล็กตรอนตัวอื่น ๆ อีก 4 ตัวเพื่อให้ครบ 8 ให้เป็นไปตามกฎออกเตต 3.2.2 พันธะคาร์บอน มี3 ชนิด คือ พันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม โดยครูจะให้นักเรียน ลองเขียนการเกิดพันธะคาร์บอนทั้ง 3 แบบ 3.3.3 สารประกอบอินทรีย์ที่พบในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น เพชร แอลกอฮอล์ ยารักษาโรค เป็นต้น ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaboration) 4.1 ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 1 เรื่อง พันธะของคาร์บอน 4.2 ครูเฉลยใบงานพร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้นและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ สอบถามในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 5.1 ประเมินผลจากการนำเสนอหน้าชั้นเรียน 5.2 ประเมินจากใบงานที่ 1 เรื่อง พันธะของคาร์บอน 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เคมี อินทรีย์ 2) ใบงานที่ 1 เรื่อง พันธะของคาร์บอน 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายการเกิด พันธะเคมีของคาร์บอนในสารประกอบ อินทรีย์ได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสืบค้นข้อมูลและนำเสนอ ตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือ พันธะสามที่พบในชีวิต ประจำวันได้ - การนำเสนอ หน้าชั้นเรียน - ตรวจใบงานที่ 1 เรื่อง พันธะของ คาร์บอน - แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน - ใบงานที่ 1 เรื่อง พันธะของคาร์บอน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
ใบงานที่1 เรื่อง : พันธะของคาร์บอน
ชื่อ.....................................................สกุล...............................................ชั้น.................เลขที่............ คำชี้แจง : จงเติมคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง สารประกอบอินทรีย์ โครงสร้างสารประกอบ จำนวนพันธะที่พบในสาร C3H8 พันธะเดี่ยว 10 พันธะ C4H8 C2H2 C3H6O2 C2H5Cl CH5N
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง สูตรโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ......... /.......... /.......... --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/2 เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสาร ประกอบ อินทรีย์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายการเขียนสูตรโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้น ของสารประกอบอินทรีย์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์แสดงด้วยการเขียนสูตรโครงสร้าง การเขียนสูตรของสารประกอบ อินทรีย์อาจเขียนเป็นสูตรโมเลกุล สูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นและมุม 5. สาระการเรียนรู้ สูตรโครงสร้างของสารประกอบสารอินทรีย์ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน
7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนเรื่องที่เรียนในคาบเรียนที่ผ่านมา เรื่อง พันธะของคาร์บอน โดยการใช้คำถามถามนักเรียน เพื่อกระตุ้นความสนใจ ดังนี้ 1.1.1 ลักษณะของการเกิดพันธะของคาร์บอนมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง แนวคำตอบ : พันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม 1.2 ครูนำรูปภาพต่อไปนี้ให้นักเรียนดู แล้วถามคำถาม ดังนี้ H 1.2.1 จากที่นักเรียนเรียนเรื่องพันธะคาร์บอนไป นักเรียนพอจะรู้หรือไม่ว่าสูตรโครงสร้างของ สารอินทรีย์คืออะไร แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจของนักเรียน 1.2.2 นักเรียนคิดว่าสารประกอบอินทรีย์มีโครงสร้างมีกี่แบบอะไรบ้าง แนวคำตอบ : 3 แบบ แบบเส้น แบบย่อ และแบบเส้นและมุม 1.2.3 จากรูปภาพนี้นักเรียนคิดว่าเป็นโครงสร้างสารอินทรีย์แบบใด แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างของสารอินทรีย์ให้นักเรียนได้รับรู้คร่าวๆ ดังนี้ 2.1.1 สูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์จะมีทั้งหมด 3 ชนิด คือสูตรโครงสร้างแบบเส้น สูตร โครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นและมุม โดยจะมีตัวอย่าง ดังนี้ CH3(CH2)4CH โครงสร้างแบบลิวอิส โครงสร้างแบบย่อ โครงสร้างแบบเส้นและมุม
2.2 ครูให้นักเรียนแบ่งเป็น 5 กลุ่มเท่าๆ กันเพื่อทำกิจกรรม ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้ (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นคว้าหาสารประกอบอินทรีย์ที่มีโครงสร้างแบบลิวอิส แบบย่อ และแบบ เส้นและมุมในหนังสือหรือจากอินเทอร์เน็ต มากลุ่มละ 5 สาร 3.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาเขียนบนกระดานและนำเสนอสารประกอบอินทรีย์ที่นักเรียนได้ค้นคว้ามา ว่ามีโครงสร้างแบบลิวอิส แบบย่อและแบบเส้นและมุมอย่างไร โดยครูจะทำการตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ 3.3 ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างของสารอินทรีย์เพิ่มเติมดังนี้ 3.3.1 โครงสร้างแบบลิวอิสหรือแบบเส้น คือ โครงสร้างของโมเลกุลที่ใช้จุดเพื่อแสดงตำแหน่ง อิเล็กตรอนรอบอะตอมและเส้นหรือคู่จุดแทนพันธะโคเวเลนต์ระหว่างอะตอม 3.3.2 โครงสร้างแบบย่อ คือ โครงสร้างที่เขียนเฉพาะพันธะคู่หรือพันธะสามระหว่างอะตอมของ คาร์บอน ส่วนอะตอมของธาตุอื่นที่สร้างพันธะกับอะตอมของคาร์บอนจะเขียนเฉพาะอะตอมและจำนวนอะตอม ของธาตุเหล่านั้นโดยไม่เขียนพันธะ 3.3.3 โครงสร้างแบบเส้นและมุม คือ โครงสร้างซึ่งสอดคล้องกับรูปร่างโมเลกุล จุดตัดของเส้น และปลายเส้นจะแทนตำแหน่งของคาร์บอน และถ้ามีหมู่ฟังก์ชันส่วนปลายเส้นจะต่อด้วยหมู่ฟังก์ชัน ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration) 4.1 ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่าสูตรโครงสร้างแบบต่างๆ ที่กล่าวมา เป็นการแสดงการเชื่อมต่อกันของ อะตอมในโมเลกุลด้วยรูป 2 มิติ แต่เนื่องจากการศึกษาหรือการอธิบายเกี่ยวกับสมบัติบางประการของสารประกอบ อินทรีย์จำเป็นต้องทราบรูปร่างโมเลกุลหรือตำแหน่งของอะตอมใน 3 มิติ ครูจึงให้นักเรียนต่อแบบจำลองโมเลกุล 3 มิติ ตามตาราง 12.4 4.1.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ปั้นดินน้ำมันแบบจำลองโมเลกุล 3 มิติโดยใช้อุปกรณ์ ดังนี้ 1. ดินน้ำมัน สีดำ แทน C สีขาว แทน H สีแดง แทน O สีฟ้า แทน N 2. ไม้จิ้มฟัน หรือหลอดพลาสติก 4.2 ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 1 เรื่อง สูตรโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล (Evaluation) 5.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 12.1 ในหนังสือเคมี เพิ่มเติม 5 (สสวท.) 5.3 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ยังไม่เข้าใจสอบถามเพิ่มเติมและครูช่วยอธิบายให้ฟัง 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เคมี อินทรีย์ 2) ใบงานที่ 1 เรื่อง สูตรโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์
9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 9.3 วัสดุอุปกรณ์ 1) ดินน้ำมันสีดำ สีขาว สีแดง สีฟ้า 2) ไม้จิ้มฟัน หรือหลอดพลาสติก 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายการเขียนสูตร โครงสร้างสารประกอบอินทรีย์ได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนสูตรโครงสร้างลิว อิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้าง แบบเส้นของสารประกอบอินทรีย์ได้ - การนำเสนอหน้า ชั้นเรียน - ตรวจใบงานที่ 1 - ตรวจฝึกหัดที่ 12.1 - แบบสังเกตการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน - ใบงานที่ 1 - แบบฝึกหัดที่ 12.1 ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
คำชี้แจง : จงเขียนสูตรโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์แบบย่อและแบบเส้นและมุม ต่อไปนี้ให้ถูกต้อง สูตรโครงสร้างแบบลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ สูตรโครงสร้างแบบเส้นและมุม ใบงานที่1 เรื่อง สูตรโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง หมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่......... /........... /......... -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/3 วิเคราะห์โครงสร้างและระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายและวิเคราะห์ประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชันได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนโครงสร้างของหมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ หมู่อะตอมที่แสดงระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์เรียกว่าหมู่ฟังก์ชัน 5. สาระการเรียนรู้ สารประกอบอินทรีย์มีหลายประเภท การพิจารณาประเภทของสารประกอบอินทรีย์อาจใช้หมู่ฟังก์ชันเป็น เกณฑ์จัดได้เป็น แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ แอโรแมติกไฮโดรคาร์บอน แอลกอฮอล์ อีเทอร์ แอลดีไฮด์ คีโทน กรดคาร์บอกซิลิก เอสเทอร์ เอมีน และเอไมด์ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต
7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูนำรูปภาพให้นักเรียนดูและถามคำถาม ต่อไปนี้ 1.1.1 จากรูปภาพนี้นักเรียนคิดว่ามันคืออะไร แนวคำตอบ : สารประกอบอินทรีย์ หรือ ตามความเข้าใจของนักเรียน 1.1.2 จากรูปภาพต่อไปนี้นักเรียนคิดว่าเราจะสามารถจัดกลุ่มสารอินทรีย์ได้อย่างไร แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจของนักเรียน 1.1.3 นักเรียนจะใช้เกณฑ์อะไรในการจัดกลุ่มสารอินทรีย์ แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจของนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม เท่าๆ กัน 2.2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเรื่องหมู่ฟังก์ชันของ แอลเคน แอลคีน แอลไคน์และวงแอโรแมติก จาก หนังสือเคมี ม.6 เล่ม 5 หรือจากอินเทอร์เน็ต 2.3 ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 1 เรื่อง แอลเคน แอลคีน แอลไคน์และวงแอโรแมติกโดยให้สมาชิกทุกคนใน กลุ่มพูดคุยสอบถามกันได้ ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้ (Explanation) 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิรายเกี่ยวกับเนื้อหา ดังนี้ 3.1.1 หมู่ฟังก์ชันคืออะไร แนวคำตอบ : คือ กลุ่มของอะตอมที่เป็นส่วนหนึ่งของโมเลกุลที่มีบทบาทในการกำหนด สมบัติทางเคมีรวมทั้งสมบัติทางกายภาพของสารเคมีนั้นๆ กลุ่มของสารอินทรีย์ที่สำคัญที่จัดจำแนกตามชนิดของ หมู่ฟังก์ชัน 3.1.2 แอลเคน แอลคีน และแอลไคน์คืออะไร
แนวคำตอบ : แอลเคน คือไฮโดรคาร์บอนอะซิคลิกที่อิ่มตัว กล่าวคือ แอลเคนคือโซ่ คาร์บอนที่ยึดกันด้วยพันธะเดี่ยว แอลคีน คือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีพันธะคู่อยู่ในโมเลกุล 1 พันธะ นอกนั้นเป็นพันธะเดี่ยว จัดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดไม่อิ่มตัว แอลไคน์คือ เป็นสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนชนิดหนึ่ง ซึ่งในโมเลกุลจะมีพันธะสามระหว่างอะตอมของคาร์บอนหนึ่งที่หรือมากกว่าจัดเป็น สารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดไม่อิ่มตัว 3.1.3 วงแอโรแมติกคืออะไร แนวคำตอบ : สารไฮโดรคาร์บอนที่มีรูปร่างเป็นวงชนิดต่างๆ 3.2 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับหมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ว่า การ พิจารณาประเภทของสารประกอบอินทรีย์อาจใช้หมู่ฟังก์ชันเป็นเกณฑ์ได้เป็น แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ แอโร แมติกไฮโดรคาร์บอน แอลกอฮอล์ อีเทอร์ แอลดีไฮด์ คีโทน กรดคาร์บอกซิลิก เอสเทอร์ เอมีน และเอไมด์ 3.3 ครูให้ความรู้นักเรียนเกี่ยวกับหมู่ฟังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ และให้นักเรียนตอบคำถาม ตรวจสอบความเข้าใจ ดังตาราง ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration) 4.1 ครูยกตัวอย่างให้กับนักเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติม 4.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องหมู่ฟังก์ชัน
4.3 ครูสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับหมู่ฟังก์ชันของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเพิ่มเติมในบางส่วนที่นักเรียน ยังไม่เข้าใจ ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล (Evaluation) 5.1 ครูประเมินจากการทำใบงานที่ 1 แอลเคน แอลคีน แอลไคน์และสารแอโรแมติก 5.2 ครูประเมินจากการทำแบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องหมู่ฟังก์ชัน 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เคมี อินทรีย์ 2) ใบงานที่ 1 เรื่อง แอลเคน แอลคีน แอลไคน์และวงอะโรมาติก 3) แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องหมู่ฟังก์ชัน 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายและวิเคราะห์ ประเภทของสารอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชันได้ - การตอบคำถาม - ข้อคำถาม ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนโครงสร้างของ หมู่ฟังก์ชันของสารอินทรีย์ได้ - ตรวจใบงานที่ 1 เรื่อง แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ และวงแอโรแมติก - ตรวจแบบฝึกหัด ที่ 1 เรื่องหมู่ ฟังก์ชัน - ใบงานที่ 1 เรื่อง แอลเคน แอลคีน แอลไคน์และวง แอโรแมติก - แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องหมู่ฟังก์ชัน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
ชื่อ ..................................................... สกุล ....................................... เลขที่ ............. ชั้น ............. คำชี้แจง : จงเติมคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ข้อที่ สูตรโครงสร้าง ประเภทของสารประกอบ หมู่ฟังก์ชัน 1 2 3 4 5 6 7 ใบงานที่1 เรื่อง แอลเคน แอลคีน แอลไคน์และสารแอโรแมติก
ชื่อ ..................................................... สกุล ....................................... เลขที่ ............. ชั้น ............. คำชี้แจง : จงเติมคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ประเภทสารประกอบ สูตรทั่วไป หมู่ฟังก์ชัน เอไมด์ แอลคีน ROH CnH2n+2 แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่อง หมู่ฟังก์ชัน
ROR/ กรดคาร์บอกซิลิก RNH2 เอสเทอร์ RCOR/ อีเทอร์ 2. ระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์ที่กำหนดให้ต่อไปนี้ 1. CH3CH2CHO = …………………………………………………………………… 2. CH3(CH2)2OH = …………………………………………………………………… 3. CH3(CH2)2COOH = …………………………………………………………………… 4. CH3COOCH2CH3 = …………………………………………………………………… 5. CH3CO(CH2)2CH3 = …………………………………………………………………… 6. CH3CH2OCH2CH3 = ……………………………………………………………………
3. จงวงกลมล้อมรอบหมู่ฟังก์ชัน (ยกเว้น C -- C) และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ ฟังก์ชันที่กำหนดให้ สารประกอบอินทรีย์ หมู่ฟังก์ชันที่ที่ปรากฏในสารประกอบ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง การเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ .......... /............ /............ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/4 เขียนสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายชื่อสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ตามระบบ IUPAC ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนชื่อสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ตามระบบ IUPAC ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ การเรียกชื่อสามัญของสารประกอบอินทรีย์ทำให้เกิดความสับสน นักเคมีจึงได้จัดระบบการเรียกชื่อ สารประกอบอินทรีย์ขึ้น เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันเรียกระบบนี้ว่า IUPAC 5. สาระการเรียนรู้ การเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภท แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ แอลกอฮอล์ อีเทอร์ เอมีน แอลดี ไฮด์ คีโตน กรดคาร์บอกซิลิก เอสเทอร์และเอไมด์ จะเรียกตามระบบ IUPAC หรือ อาจเรียกโดยใช้ชื่อสามัญ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร
7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูยกตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่นักเรียนรู้จัก คือ น้ำส้มสายชู (CH3COOH) แล้วถามคำถาม ต่อไปนี้ 1.1.1 นักเรียนรู้จักชื่อสามัญของน้ำส้มสายชูหรือไม่ ว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร แนวคำตอบ : กรดแอซิติก 1.1.2 นักเรียนรู้ไหมว่าถ้าเราเรียกชื่อสามัญของน้ำส้มสายชูบางครั้งชื่อมันอาจจะไม่เป็นที่ ยอมรับเราจึงมีการเรียกชื่อตามระบบ ครูอยากรู้ว่าระบบนั้นคือระบบอะไร แนวคำตอบ : ระบบ IUPAC 1.1.3 นักเรียนทราบหรือไหมว่าชื่อของน้ำส้มสายชูมีชื่อเรียกตามระบบ IUPAC ว่าอย่างไร แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจของนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Explore) 2.1 ครูให้นักเรียนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันช่วยกันศึกษาวิธีการเขียนชื่อตามระบบ IUPAC จากหนังสือเคมีม.6 เล่ม 5 (สสวท.) หรือจากอินเทอร์เน็ต ตามโจทย์ที่ครูให้ 2.1.1 ครูสุ่มนักเรียนแต่ละโต๊ะออกมาเขียนชื่อสารประกอบอินทรีย์ตามระบบ IUPAC หน้า กระดานตามที่ได้ศึกษาค้นคว้ามา 2.2 ครูอธิบายหลักการวิธีอ่านชื่อสารประกอบอินทรีย์ แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ และสารอะไรมาติกดังนี้ 2.2.1 แอลเคน ให้ดูโซ่หลักก่อนว่ามีจำนวนคาร์บอนกี่ตัว จากนั้นเปลี่ยนคำลงท้ายให้เป็น (-ane) จากนั้นให้มาดูจำนวนโซ่กิ่งโดยให้นับจากตัวที่ใกล้ที่สุด ในกรณีที่มีโซ่กิ่งมากกว่า 1 ให้เราเรียนตัวอักษรa-z ตัวอย่างเช่น
อ่านว่า 4-ethy-2methyhexane 2.2.2 แอลคีน ดูโซ่หลักก่อนว่ามีจำนวนคาร์บอนกี่ตัวจากนั้นเปลี่ยนคำลงท้ายให้เป็น (-ene) จากนั้นให้มาดูตำแหน่งของพันธะคู่ที่อยู่ใกล้ที่สุดและให้มาดูต่ำแหน่งของโซ่กิ่ง ในกรณีที่มีโซ่กิ่งมากกว่า 1 ให้ เราเรียนตัวอักษร a-z และให้ระบุตำแหน่งของพันธะคู่ด้วย ตัวอย่างเช่น อ่านว่า 3-ethy-5-methy-2-hepene 2.3.3 แอลไคน์หลักการเหมือนกับแอลคีนทุกอย่าง แต่เปลี่ยนคำลงท้ายเป็น (-yne) อ่านว่า 5-ethy-3-methy-1-hepyne 2.3.4 วงแอโรแมติก ให้ใส่คำนำหน้าด้วยคำว่า Cyclo แล้วเปลี่ยนคำหลังแบบ แอลเคน แอลคีน และแอลไคน์ถ้าเป็นไซโค แอลคีน หรือไซโคแอลไคน์ให้ระบุตำแหน่งพันธะคู่ด้วย ตัวอย่างเช่น อ่านว่า Cyclopentane อ่านว่า 1-Cyclopenene อ่านว่า 1,3-Cycolpenyne 2.4 ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 1 เรื่อง การอ่านชื่อสารประกอบ แอลเคน แอลคีน แอลไคน์และวงแอโร แมติก
ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้ (Explain) 3.1 ครูสุ่มนักเรียนออกมาเฉลยใบงานที่ 1 คนละ 1 ข้อ 3.2 ครูอธิบายการอ่านชื่อสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชันที่มีธาตุออกซิเจนและธาตุไนโตเจนเป็น องค์ประกอบว่ามีหลักการอย่างไร การเรียกชื่อ แอลกอฮอล์ตามระบบ IUPAC โดยการเรียกชื่อตามจำนวนอะตอมของคาร์บอน แล้วลงท้ายด้วย -านอล (-anol) และระบุตัวเลขแสดงตำาแหน่งของคาร์บอน CH3OH ชื่อว่า เมทานอล (methanol) การเรียกชื่อ อีเทอร์ตามระบบ IUPAC ให้พิจารณาหมู่ที่ต่อกับออกซิเจนทั้ง 2 หมู่ กำหนดให้ หมู่ที่มีจำนวนคาร์บอนมากกว่าเป็นชื่อหลัก ส่วนหมู่ที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่าให้เรียกรวมกับออกซิเจนเป็นหมู่ แอลคอกซี CH3CH2OCH3 ชื่อว่า เมทอกซีอีเทน (methoxyethane) การเรียกชื่อ แอลดีไฮด์ตามระบบ IUPAC โดยเรียกตามจำนวนอะตอมของคาร์บอนและลงท้าย ด้วย -านาล (-anal) CH3CHO มีชื่อว่า ethanal การเรียกชื่อ คีโทน ตามระบบ IUPAC ให้เรียกชื่อตามจำนวนอะตอมของคาร์บอนแล้วลงท้าย ด้วย –โอน (-one) และระบุตัวเลขแสดงตำาแหน่งของหมู่คาร์บอนิลไว้หน้าชื่อ CH3COCH3 มีชื่อว่า propan-2-one การเรียกชื่อ กรดคาร์บอกซิลิก ตามระบบ IUPAC การเรียกชื่อ ให้เรียกตามจำนวนอะตอมของ คาร์บอน แล้วลงท้ายด้วย -าโนอิก (-anoic acid) CH3CH2COOH มีชื่อว่า กรดโพรพาโนอิก (propanoic acid) การเรียกชื่อ เอสเทอร์ตามระบบ IUPAC ให้เรียกชื่อหมู่แอลคิลหรือแอริลที่มาจากแอลกอฮอล์ แล้วตามด้วยชื่อของกรดคาร์บอกซิลิก โดยเปลี่ยนคำาลงท้ายจาก -ิก (-ic) เป็น เ - ต (-ate) CH3CH2CO CH3 มีชื่อว่า เอทิลเอทาโนเอต การเรียกชื่อ เอมีน ตามระบบ IUPAC ให้เรียกตามจำนวนอะตอมของคาร์บอน แล้วลงท้ายด้วย เอมีน (-amine) และระบุตัวเลขแสดงตำแหน่งของหมู่อะมิโนที่ต่ออยู่กับคาร์บอนไว้หน้าชื่อ CH3CH2CH2NH2 มีชื่อว่า โพรพาน-1-เอมีน (propan-1-amine) การเรียกชื่อ เอไมด์ตามระบบ IUPAC การเรียกชื่อเอไมด์แบบโซ่ตรง ให้เรียกตามจำนวน อะตอมของคาร์บอน แล้วลงท้ายด้วย –เอไมด์ (-amide) CH3CH2CH2CONH2 มีชื่อว่า บิวทานาไมด์ (butanamide) ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaborate) 4.1 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ 12.3 ในหนังสือเรียนรายวิชาเคมี เพิ่มเติมเล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) ข้อ 1 และ 2 เพื่อทดสอบความเข้าใจลงในสมุดประจำตัวนักเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate) 5.1 ประเมินจากการทำใบงานที่ 1 เรื่อง การอ่านชื่อสารประกอบ แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ และวงแอโร แมติก 5.2 ประเมินจากการทำแบบฝึกหัดที่ 12.3 ในสมุด
9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เคมี อินทรีย์ 2) งานที่ 1 เรื่อง การอ่านชื่อสารประกอบ แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ และวงแอโรแมติก 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายการเรียกชื่อ สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ตามระบบ IUPAC ได้ - การตอบคำถาม - ตรวจใบงานที่ 1 - ข้อคำถาม - ใบงานที่ 1 ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนชื่อสารประ กอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ตาม ระบบ IUPAC ได้ - ตรวจใบงานที่ 1 - ตรวจแบบฝึกหัด ที่ 12.3 - ใบงานที่ 1 - แบบฝึกหัดที่ 12.3 ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป 1) ห้องเรียน 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
ชื่อ ..................................................... สกุล ....................................... เลขที่ ............. ชั้น ............. คำชี้แจง : จงเติมคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้อง สารประกอบอินทรีย์ ชื่อตามระบบ IUPAC ใบงานที่ 1 เรื่อง การอ่านชื่อสารประกอบอินทรีย์แอลเคน แอลคีน แอลไคน์และวงแอโรแมติก