แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง ไอโซเมอร์ เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ .......... /............ /............ ____________________________________________________________________________________________________ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/5 เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของไอโซเมอร์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนไอโซเมอร์ของสารประกอบอินทรีย์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ ไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ 5. สาระการเรียนรู้ ปรากฏการณ์ที่สารมีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่มีสมบัติแตกต่างกัน เรียกว่า ไอโซเมอริซึม และเรียกสารแต่ ละชนิดว่า ไอโซเมอร์ ไอโซเมอร์ที่มีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่มีสูตรโครงสร้างต่างกัน เรียกว่า ไอโซเมอร์โครงสร้าง 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต
7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูนำภาพโครงสร้างแบบลิวอิสให้นักเรียนดูและให้สังเกตภาพดังกล่าว และครูถามคำถามนักเรียน ดังนี้ และ และ 1.1.1 นักเรียนสังเกตเห็นความแตกต่างหรือไม่ แนวคำตอบ : หรือตามความใจของนักเรียน 1.1.2 นักเรียนคิดว่าสารแต่ละคู่มีอะไรที่เหมือนกันบ้าง แนวคำตอบ : มีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่มีสูตรโครงสร้างต่างกัน หรือตามความใจ ของนักเรียน 1.1.3 ครูถามนักเรียนว่าจากที่นักเรียนเขียนสูตรโครงสร้างมาหลายๆแบบจะเห็นว่ามีโครงสร้าง อยู่หลายตัวในสูตรโมเลกุลที่เหมือนกัน ทางเคมีแล้วเขาเรียนว่าอะไร แนวคำตอบ : ไอโซเมอร์รึซึม 1.1.4 ในความเข้าใจของนักเรียนไอโซเมอร์ริซึมคืออะไร แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจของนักเรียน 1.2 ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนคิดว่า C5H12 จะเกิดได้กี่ไอโซเมอร์ และแต่ละไอโซเมอร์มีสูตรโครงสร้าง เป็นอย่างไร เพื่อนำไปสู่การทดลองที่ 1 เรื่อง การจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนในสารประกอบอินทรีย์ แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจของนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Explore) 2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่มเท่าๆ กัน 2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาการเขียนไอโซเมอร์จากหนังสือเคมี ม.6 เล่ม 5 หรือสืบค้นจากอินเตอร์เน็ตและครู อธิบายเพิ่มเติม 2.3 เมื่อนักเรียนศึกษาเรียบร้อยแล้ว ครูให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถามของครู ดังต่อไปนี้ ไอโซเมอร์คือ อะไร, ไอโซเมอริซึม คืออะไร และมีสมบัติอื่นๆ อะไรบ้างที่เหมือนหรือแตกต่างกัน 2.4 ครูให้นักเรียนสรุปเกี่ยวกับการเกิดไอโซเมอร์ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอีกครั้ง แล้วให้นักเรียน บันทึกความรู้ที่ได้ลงในสมุดจดงาน
2.5 ก่อนการทดลองครูแนะนำนักเรียนในเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้ 2.5.1 เสียบก้านพลาสติกแข็งลงในลูกกลมพลาสติกสีดำทั้ง 4 รู หรือใช้โครงพลาสติกสีดำ จะได้ แบบจำลองที่แทนคาร์บอนอะตอม สร้างพันธะเดี่ยว 4 พันธะ มีทิศทางชี้ไปที่มุมทั้งสี่ของทรงสี่หน้า 2.5.2 ในโครงสร้างที่มีพันธะคู่ ให้ใช้ก้านพลาสติกงอได้ 2 อัน แทนก้านพลาสติกแข็ง 2.5.3 ต่อโครงสร้างอะตอมเป็นแบบโซ่ตรงก่อนแล้วจึงต่อเป็นโซ่กิ่ง 2.6 นักเรียนศึกษาขั้นตอนการทดลองในใบงานที่ 1 เรื่อง การจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนในสารประ กอบอินทรีย์ ทำการทดลอง สังเกต และบันทึกผลการทดลองลงในใบงาน นักเรียนรายงานและอภิปรายผลการ ทดลองหน้าชั้นเรียนกลุ่มละ 5 - 10 นาที ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้ (Explain) 3.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายสรุปผลการทดลองในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้ 3.1.1 เมื่อต่อคาร์บอน 5 อะตอมด้วยพันธะเดี่ยวทั้งหมด และมีจำนวนไฮโดรเจน 12 อะตอมเท่ากัน จะมีโครงสร้างได้ 3 แบบ หรือ 3 ไอโซเมอร์ 3.1.2 การเกิดไอโซเมอร์ในตอนที่ 1 เนื่องจากการเปลี่ยนตำแหน่งของคาร์บอนจากจากโซ่ตรง เป็นโซ่กิ่ง 3.1.3 เมื่อต่อแบบจำลองโดยใช้คาร์บอน 5 อะตอมเช่นเดียวกัน แต่เปลี่ยนพันธะเดี่ยวเป็น พันธะคู่ 1 พันธะ มีจำนวนไฮโดรเจน 10 อะตอมเท่ากัน จะมีโครงสร้างได้ 5 แบบหรือ 5 ไอโซเมอร์ 3.1.4 การเกิดไอโซเมอร์ในตอนที่ 2 เกิดจากการเปลี่ยนตำแหน่งของพันธะคู่และตำแหน่งโซ่กิ่ง จึงทำให้ไอโซเมอร์ของสารไฮโดรคาร์บอนในตอนที่ 2 มีจำนวนมากกว่าในตอนที่ 1 3.2 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหา เรื่อง ไอโซเมอร์ ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจและให้ความรู้ เพิ่มเติมในส่วนนั้น ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaborate) 4.1 ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 1 เรื่อง ไอโซเมอร์เพื่อทดสอบความเข้าใจ 4.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอโซเมอร์บางชนิดว่ามีลำดับการต่อของอะตอมและพันธะเหมือนกันแต่มี ตำแหน่งการจัดเรียงตัวของอะตอมหรือทิศทางของพันธะต่างกัน เรียกว่า สเทอริโอไอโซเมอร์(stereoisomer) และครูยกตัวอย่าง เช่น 4.2.1 but-2-ene มี 2 สเทอริโอไอโซเมอร์ คือ cis- but-2-ene และ trans- but-2-ene ซึ่งมี ตำแหน่งของหมู่ -CH3 อยู่ด้านเดียวกัน และด้านตรงข้ามกันเมื่อเทียบกับแกนพันธะคู่ cis- but-2-ene trans- but-2-ene 4.3 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่ายังมีสเทอริโอไอโซเมอร์ที่เป็นภาพสะท้อนในกระจกซึ่งกันและกัน แต่ไม่สามารถ ซ้อนทับกันได้สนิทคล้ายกับมือซ้ายและมือขวา เรียกสเทอริโอไอโซเมอร์แบบนี้ว่า อิแนนทิโอเมอร์เช่น กรดแอมิโน มีอิแนนทิโอเมอร์ แสดงได้ดังรูป
ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate) 5.1 ประเมินจากการนำเสนอการทดลองที่ 1เรื่อง การจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนในสารประกอบอินทรีย์ 5.2 ประเมินการทำแบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องไอโซเมอร์ 9. สื่อการเรียนการสอน/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) 2) ใบบันทึกผลการทดลองที่ 1 เรื่อง การจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนในสารประกอบอินทรีย์ 3) แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่องไอโซเมอร์ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 9.3 วัสดุอุปกรณ์(ต่อ 1 กลุ่ม) 1) ลูกกลมสีดำ 5 ลูก 2) ลูกกลมสีขาว 12 ลูก 3) ก้านไม้หรือก้านพลาสติก 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายความหมาย ของไอโซเมอร์ได้ - การตอบคำถาม - การนำเสนอ หน้าชั้นเรียน - ข้อคำถาม - แบบสังเกตการ นำเสนอหน้าชั้นเรียน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนไอโซเมอร์ของ สารประกอบอินทรีย์ได้ - ตรวจผลการ ทดลอง - ตรวจใบงานที่ 1 - ใบบันทึกผลการ ทดลอง - ใบงาน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
กลุ่มที่ …………………….……ชั้น……… สมาชิกกลุ่ม 1……………………………………….……………… 2……………………………….……..…………. 3…………………………………….………………… 4……………………………….…….….………. 5……………………………………………….……… 6………………………………………..…….…. คำชี้แจง : ให้แต่ละกลุ่มทำการทดลอง บันทึกผลการทดลอง ตอบคำถามท้ายการทดลอง และอภิปราย สรุปผลการทดลอง การทดลอง เรื่อง : การจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนในสารประกอบอินทรีย์ จุดประสงค์การทดลอง 1. ต่อแบบจำลองแสดงโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์แบบต่างๆ ตามจำนวนอะตอมของ คาร์บอนและไฮโดรเจนที่กำหนดให้ 2. เขียนสูตรโครงสร้างแบบเส้นของแต่ละไอโซเมอร์และระบุจำนวนไอโซเมอร์ 3. อธิบายผลของการจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนต่อโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ สารเคมีและอุปกรณ์ รายการ ต่อ 1 กลุ่ม อุปกรณ์ 1. แบบจำลองลูกกลมพลาสติกสีดำเจาะ 4 รู แทนอะตอมของคาร์บอน 2. แบบจำลองลูกกลมพลาสติกสีขาวเจาะ 1รู แทนอะตอมไฮโดรเจน 3. ก้านไม้หรือก้านพลาสติก 5 ลูก 12 ลูก 16 อัน วิธีทดลอง 1. ใช้แบบจำลองอะตอมลูกกลมสีดำแทนคาร์บอนอะตอม สีขาวแทนไฮโดรเจนอะตอม และใช้ก้านไม้ หรือก้านพลาสติกแทนพันธะ 2. ต่อลูกกลมสีดำจำนวน 5 ลูกด้วยก้านพลาสติก ให้เป็นสายยาว แล้วต่อลูกกลมสีขาวเข้ากับ คาร์บอนอะตอมให้ครบทุกพันธะ บันทึกผลโดยเขียนสูตรโครงสร้างแบบเส้น 3. เปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลจากข้อ 2 เป็นแบบโซ่กิ่ง โดยใช้ลูกกลมและก้านพลาสติกเท่าเดิม บันทึก ผลโดยเขียนเป็นสูตรโครงสร้างแบบเส้น บันทึกผลการทดลอง กิจกรรมที่ 1 เรื่อง การจัดเรียงอะตอมของคาร์บอนในสารประกอบอินทรีย์
แบบที่ สูตรโครงสร้างแบบเส้น 1 2 3 คำถามหลังการทดลอง 1. เมื่อต่อคาร์บอน 5 อะตอมด้วยพันธะเดี่ยวทั้งหมดจะได้กี่ไอโซเมอร์ และแต่ละไอโซเมอร์มี สูตรโครงสร้างเป็นอย่างไร? จำนวนคาร์บอนอะตอม สูตรโครงสร้างแบบเส้นที่มีพันธะเดี่ยวทั้งหมด 5 2. ถ้าต่อแบบจำลองโดยใช้คาร์บอน 5 อะตอมเช่นเดียวกันแต่เปลี่ยนพันธะเดี่ยวเป็นพันธะคู่ 1 พันธะจะต่อ ได้กี่ไอโซเมอร์และแต่ละไอโซเมอร์มีสูตรโครงสร้างเป็นอย่างไร? จำนวนคาร์บอนอะตอม สูตรโครงสร้างแบบเส้นที่มีพันธะคู่ 1 พันธะ
5 สรุปผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชื่อ ..................................................... สกุล ....................................... เลขที่ ............. ชั้น ............. คำชี้แจง : จงเขียนไอโซเมอร์ของสารประกอบอินทรีย์ต่อไปนี้ให้ได้มากที่สุด ใบงานที่ 1 เรื่อง ไอโซเมอร์ 1.C4H10 2.C4H8 3.C4H6
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง สมบัติของสารประกอบอินทรีย์(จุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคน) เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ........./........../.......... ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/6 วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างต่างกัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายและเปรียบเทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคนได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถทดลองการเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายของสารประกอบอินทรีย์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างของสารต่างกันจะมีจุดเดือดและการ ละลายในน้ำต่างกัน สำหรับการละลายของสารพิจารณาได้จากความมีขั้วของตัวละลายและตัวทำละลายโดยสาร สามารถละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกัน 5. สาระการเรียนรู้ เมื่อแอลเคนโซ่ตรงมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้นจะมีขนาดโมเลกุลใหญ่ขึ้นมีแรงแผ่กระจาย ลอนดอนยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมีจุดเดือดจุดหลอมเหลวเพิ่มขึ้นด้วย ในกรณีของไซโคล แอลเคน พบว่ามีจุดเดือดสูงกว่าแอลเคนโซ่ตรง แสดงว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของไซโคลแอลเคนสูงกว่า แอลเคนโซ่ตรง 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน ด้วยคำถามว่า สารประกอบอินทรีย์คืออะไร (แนวตอบ : สารประกอบอินทรีย์ คือ สารประกอบที่มีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก และ อาจมีธาตุอื่น ๆ เป็นองค์ประกอบ เช่น ธาตุไฮโดรเจน ธาตุออกซิเจน ธาตุไนโตรเจน) 1.2 ครูนำภาพโครงสร้างของสารประกอบ 3 ชนิด มาให้นักเรียนดู ดังนี้ (1) (2) (3) แล้วให้นักเรียนพิจารณาว่า สารประกอบทั้ง 3 ชนิด มีโครงสร้างแตกต่างกันหรือไม่ ถ้าแตกต่างมีผลต่อ จะมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวแตกต่างกันหรือไม่ (แนวตอบ : สารประกอบทั้ง 3 ชนิด มีโครงสร้างที่แตกต่างกัน ดังนั้น สารประกอบทั้ง 3 ชนิด น่าจะมีสมบัติที่แตกต่างกัน) 1.3 จากตัวอย่างของสารประกอบ นักเรียนคิดว่า สมบัติใดบ้างของสารประกอบที่แตกต่างกัน (แนวตอบ : การละลายน้ำ หรือตามความคิดของนักเรียน) ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับชนิดและโครงสร้างของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน จากนั้นอธิบายเกี่ยวกับ สภาพขั้วของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดยยกตัวอย่างโมเลกุลมีเทนและโพรพีนตามรูป 12.9 ในหนังสือเรียน ประกอบ 2.2 ครูอธิบายสมบัติการละลายในน้ำของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนโดยใช้หลักการ like disolves like 2.3 ครูอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลให้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลว ต่ำกว่า สารประกอบอินทรีย์ประเภทอื่น ๆ ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน จากนั้นใช้คำถามนำว่า แนวโน้มจุดเดือดและ จุดหลอมเหลวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเมื่อมีจานวนอะตอมของคาร์บอนต่างกันเป็นอย่างไร เพื่อนำเข้าสู่ กิจกรรม 12.3
2.4 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5−6 คน ด้วยโปรแกรม https://th.rakko.tools/tools ทำกิจกรรม 12.3 เพื่อศึกษาเกี่ยวกับจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคน และให้ตัวแทนกลุ่มออกมารับ อุปกรณ์ทำกิจกรรม 2.5 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม 12.3 แล้วอภิปรายผลการทดลองร่วมกันโดยใช้คำถามท้ายการ ทดลอง ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้ (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน โดยแนวผลการ ทำกิจกรรม ดังนี้ ตัวอย่างผลการทำกิจกรรม จำนวนอะตอมคาร์บอน จุดเดือด (oC) จุดหลอมเหลว (oC) แอลเคน ไซโคลแอลเคน แอลเคน ไซโคลแอลเคน 3 -42 -33 -188 -128 4 -0.5 23 -138 -91 5 36 49 -129 -93 6 69 80 -95 7 7 98 118 -91 -12 8 126 149 -57 -15 3.2 ครูทำการพล็อตกราฟเพื่อเปรียบเทียบจุดเดือดของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทแอลเคน 3.3 ครูทำการพล็อตกราฟเพื่อเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภท แอลเคน
3.4 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรมศึกษาจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอ ลเคน โดยมีการอภิปรายผลการทดลองดังนี้ จากกราฟที่ 1 จุดเดือดกับจำนวนอะตอมของคาร์บอนของแอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนที่มีคาร์บอน 3 ถึง 8 อะตอม พบว่าทั้งแอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนมีจุดเดือดเพิ่มขึ้นเมื่อมีจำนวนอะตอมของคาร์บอน เพิ่มขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบจุดเดือดของแอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนเท่ากัน พบว่าไซโคลแอลเคนมีจุดเดือดสูงกว่าแอลเคนโซ่ตรงซึ่งแสดงว่าโครงสร้างแบบวงมีจุดเดือดสูงกว่าโครงสร้างแบบ เส้น จากกราฟที่ 2 จุดหลอมเหลวกับจำนวนอะตอมของคาร์บอนของแอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนที่มี คาร์บอน 3 ถึง 8 อะตอม พบว่าจุดหลอมเหลวของทั้งแอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อมี จำนวนอะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้นแต่การเพิ่มขึ้นของจุดหลอมเหลวมีความต่อเนื่องน้อยกว่าจุดเดือด 3.5 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรมศึกษาจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคน การโดยมีการสรุปผลการทดลองดังนี้ แอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวเพิ่มขึ้นเมื่อมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบจุดเดือดของแอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนเท่ากัน พบว่า ไซโคลแอลเคนมีจุดเดือดสูงกว่าแอลเคนโซ่ตรงเล็กน้อยแสดงว่า ทั้งขนาดโมเลกุลและโครงสร้างของสารมีผลต่อจุด เดือดของแอลเคน 3.6 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับแนวโน้มจุดเดือดของแอลคีนและแอลไคน์ที่มีจำนวนอะตอม ของคาร์บอนต่างกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “จุดเดือดของแอลคีนและแอลไคน์โซ่ตรงเพิ่มขึ้นเมื่อจำนวนอะตอมของ คาร์บอนเพิ่มขึ้น” ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration) 4.1 ครูยกตัวอย่างให้กับนักเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมในหนังสือเรียนวิชา เคมี 5 และเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน 4.2 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมในหนังสือเรียนเคมีเพิ่มเติม 5 เพื่อทบทวนความรู้ลงในสมุด
4.3 ครูสรุปกิจกรรมที่ 12.3 เรื่อง จุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคนรวมทั้งเพิ่มเติมในบางส่วนที่ นักเรียนยังไม่เข้าใจ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 5.1 ครูประเมินจากใบกิจกรรมและรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.3 เรื่อง สืบค้นข้อมูลจุดเดือดและ จุดหลอมเหลวของแอลเคน 5.2 ครูประเมินจากการทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมในหนังสือเรียน 5.3 การให้ความร่วมมือในตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) 2) ใบบันทึกผลการทดลองเรื่อง สืบค้นข้อมูลจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคน 3) แบบฝึกหัดที่ 12.5 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 9.3 วัสดุอุปกรณ์(ต่อ 1 กลุ่ม) 1) กระดาษกราฟ 2) ไม้บรรทัด 3) ดินสอสีหรือปากกาที่มีสีต่างกัน 2 สี 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายและเปรียบ เทียบจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของ แอลเคนได้ - การตอบคำถาม - การนำเสนอ หน้าชั้นเรียน - ข้อคำถาม - แบบสังเกตการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถทดลองการเปรียบ เทียบจุดเดือดและการละลายของสาร ประกอบอินทรีย์ได้ - ตรวจผลการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.3 - ตรวจแบบฝึกหัด 12.5 - ใบบันทึกผลการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.3 - แบบฝึกหัด 12.5 ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
สมาชิกในกลุ่มที่............ 1. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น ............ .. เลขที่ ................. 2. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น ............ .. เลขที่ ................. 3. ชื่อ........................................................... สกุล ............................... ....... ชั้น .............. เลขที่ ................. 4. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น ............ .. เลขที่ ................. 5. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น .............. เลขที่ ................. 6. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น ............ .. เลขที่ ................. จุดประสงค์กิจกรรม 1. สืบค้นข้อมูลจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคน 2. นำเสนอแนวโน้มจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคน 3. เปรียบเทียบจุดเดือดของแอลเคน วัสดุและอุปกรณ์ 1. กระดาษกราฟ 2. ไม้บรรทัด 3. ดินสอสีหรือปากกาที่มีสีต่างกัน 2 สี วิธีทำกิจกรรม 1. สืบค้นข้อมูลจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอน 3-8 อะตอมตาม กลุ่มสารต่อไปนี้ - เเอลเคนโซ่ตรง - ไซโคลแอลเคน 2. เขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดกับจำนวนอะตอมของคาร์บอนของแอลเคนโซ่ตรงและ ไซโคลแอลเคนโดยใช้แกนร่วมกัน 3. อภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างจุดเดือดกับจำนวนอะตอมของคาร์บอนของแอลเคนโซ่ตรงและ ไซ โคลแอลเคน 4. เขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างจุดหลอมเหลวกับจำนวนอะตอมของคาร์บอนของแอลเคนโซ่ตรง และไซโคลแอลเคนโดยใช้แกนร่วมกัน 5. อภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างจุดหลอมเหลวของแอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนกับจำนวนอะตอม ของคาร์บอน 6. เปรียบเทียบจุดเดือดของแอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนเท่ากัน ตารางบันทึกผลการทดลอง กิจกรรม สืบค้นข้อมูลจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแอลเคน
จำนวนอะตอมคาร์บอน จุดเดือด (oC) จุดหลอมเหลว (oC) แอลเคน ไซโคลแอลเคน แอลเคน ไซโคลแอลเคน 3 4 5 6 7 8
สรุปและอภิปรายผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1. จุดเดือดมีความสัมพันธ์กับจำนวนอะตอมของคาร์บอนอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. แอลเคนโซ่ตรงและไซโคลแอลเคนที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนเท่ากัน มีจุดเดือดเท่ากันหรือไม่อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. จุดหลอมเหลวมีความสัมพันธ์กับจำนวนอะตอมของคาร์บอนอย่างไร มีความแตกต่างจากความสัมพันธ์ที่ พบในกราฟของจุดเดือดหรือไม่ อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามท้ายกิจกรรม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง สมบัติสารประกอบอินทรีย์ (การละลายน้ำของแอลกอฮอล์) เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาว เกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ........./............/......... ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/6 วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างต่างกัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนอะตอมของคาร์บอนกับการละลายน้ำของ แอลกอฮอล์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถทำการทดลองการละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างของสารต่างกันจะมีจุดเดือดและการ ละลายในน้ำต่างกัน สำหรับการละลายของสารพิจารณาได้จากความมีขั้วของตัวละลายและตัวทำละลายโดยสาร สามารถละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกัน 5. สาระการเรียนรู้ การเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลของแอลกอฮอล์กับน้ำทำให้แอลกอฮอล์ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก เช่น methanol ethnol prooan-1-ol ละลายน้ำได้ดี ความสามารถในการละลายน้ำของสารเหล่านี้ลดลง เมื่อจำนวน อะตอมของคาร์บอนในหมู่แอลคิลซึ่งเป็นส่วนที่ไม่มีขั้วเพิ่มขึ้น แต่สายแอลคิลที่มีลักษณะเป็นกิ่งก้านเกะกะมากขึ้น จะช่วยให้เพิ่มการละลายน้ำได้ดี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน
7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูถามคำถามนักเรียนว่ากิจกรรมที่ผ่านมาเราได้สืบค้นเกี่ยวกับเรื่องใด แนวคำตอบ : จุดเดือดและจุดหลอมเหลว 1.2 ครูเชื่อมโยงแนวโน้มจุดเดือดของแอลเคนจากกิจกรรม 12.3 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับกับแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกุลของแอลเคนซึ่งเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอนที่ขึ้นอยู่กับขนาดของโมเลกุลและโครงสร้างของสาร และชี้ให้เห็นว่า การเพิ่มขึ้นของจุดหลอมเหลวมีลักษณะไม่ต่อเนื่องเหมือนจุดเดือดเนื่องจากมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้อง เช่น การจัดเรียงตัวของโมเลกุลในของแข็ง ดังนั้น การเปรียบเทียบสมบัติที่ เกี่ยวข้องกับแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกุลของสารจึงนิยมพิจารณาจุดเดือดมากกว่าจุดหลอมเหลว 1.3 ครูให้นักเรียนพิจารณาข้อมูลจุดเดือดของแอลคีนและแอลไคน์โซ่ตรงในตาราง 12.10 จากนั้น อภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับแนวโน้มจุดเดือดของแอลคีนและแอลไคน์ที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนต่างกัน เพื่อให้ได้ ข้อสรุปว่า จุดเดือดของแอลคีนและแอลไคน์โซ่ตรงเพิ่มขึ้นเมื่อจำนวนอะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้น 1.4 ครูใช้คำถามถามนักเรียนว่า สารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนเป็นองค์ประกอบมีสภาพขั้วต่าง จากสารประกอบไฮโดรคาร์บอนหรือไม่ อย่างไร แนวคำตอบ : สารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนเป็นองค์ประกอบมีสภาพขั้วต่างจาก สารประกอบไฮโดรคาร์บอน โดยสารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนเป็นองค์ประกอบมีสภาพขั้วมากกว่า เพื่อ นำเข้าสู่สมบัติการละลายในน้ำของแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นตัวแทนสารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนเป็น องค์ประกอบตามกิจกรรม 12.4 ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Explore) 2.1 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5−6 คน ด้วยโปรแกรม https://th.rakko.tools/tools ทำกิจกรรม 12.4 การทดลองการละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์ และให้ตัวแทนกลุ่มออกมารับอุปกรณ์ทำกิจกรรม 2.2 ครูอ่านจุดประสงค์การทดลองและอธิบายวิธีการทดลองให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ศึกษาวิธีการทดลองต่าง ๆ หากไม่เข้าใจตรงไหนสามารถสอบถามครูได้ 2.3 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม 12.4 โดยครูจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและอภิปรายผลการทดลอง ร่วมกันโดยใช้คำถามท้ายการทดลองและนำเสนอหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้ (Explain) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ล่ะกลุ่มออกมานำเสนอผลการทดลอง 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง กิจกรรม 12.4 ดังนี้
ตัวอย่างผลการทดลอง แอลกอฮอล์ จำนวนหยด propan-1-ol ละลายในน้ำได้ดี butan-1-ol 7 pentan-1-ol 2 *** หมายเหตุ ผลการทดลองของนักเรียนแต่ละกลุ่มอาจแตกต่างกันตามขนาดของหยดของแอลกอฮอล์ การทดลองการละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์ ว่า จากผลการทดลอง พบว่า propan-1-ol ละลายใน น้ำได้ดีกว่า butan-1-ol และ pentan-1-ol ตามลำดับ ซึ่งเมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ของจำนวนอะตอมของ คาร์บอนในโมเลกุลแอลกอฮอล์กับการละลายในน้ำ พบว่า แอลกอฮอล์ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ขึ้นหรือมีจำนวน อะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้นละลายในน้ำได้น้อยลง ซึ่งสามารถสรุปผลการทดลองได้ว่า “แอลกอฮอล์ที่มีจำนวน อะตอมของคาร์บอนเพิ่มขึ้นละลายในน้ำได้น้อยลง” เพราะไปเพิ่มในส่วนที่ไม่มีขั้ว การเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลของแอลกอฮอล์กับโมเลกุลของน้ำทำให้แอลกอฮอล์ที่โมเลกุลขนาดเล็ก เช่น methanol ethanol propan-1-ol ละลายได้ดีเนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารประกอบ อินทรีย์กับโมเลกุลของน้ำด้วยพันธะไฮโดรเจน มีค่ามากกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสารประกอบอินทรีย์ ด้วยกันเอง 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaborate) 4.1 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการละลายในน้ำของอีเทอร์ แอลดีไฮด์ คีโทน และกรดคาร์บอกซิลิก โดย อธิบายหลักการละลายในน้ำได้เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์
ความสามารถในการละลายน้ำของสารเหล่านี้ลดลง เมื่อจำนวนอะตอมในหมู่แอลคิลซึ่งเป็นส่วนที่ไม่มีขั้ว เพิ่มขึ้น แต่สายแอลคิลที่มีลักษณะเป็นกิ่งก้านเกะกะมากขึ้นสามารถช่วยเพิ่มการละลายในน้ำได้เช่นเดียวกับ แนวโน้มที่พบในสารประเภทแอลกอฮอล์ ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate) 5.1 ครูประเมินจากใบบันทึกกิจกรรม 5.2 ครูประเมินจากการรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.4 เรื่อง การทดลองการละลายได้ในน้ำของ แอลกอฮอล์หน้าชั้นเรียน 5.3 การให้ความร่วมมือในตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน 9. สื่อการเรียนการสอน/แหล่งการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) 2) ใบบันทึกผลการทดลองเรื่อง การทดลองการละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 9.3 วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี(ต่อ 1 กลุ่ม) 1) propan-1-ol จำนวน 2 mL 2) butan-1-ol จำนวน 2 mL 3) pentan-1-ol จำนวน 2 mL 4) น้ำกลั่น จำนวน 5 mL 5) หลอดทดลองขนาดเล็ก จำนวน 8 หลอด 6) หลอดหยด จำนวน 8 อัน 7) บีกเกอร์ ขนาด 50 mL จำนวน 8 ใบ
10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างจำนวนอะตอมของคาร์บอนกับการ ละลายน้ำของแอลกอฮอล์ได้ - การตอบคำถาม - การนำเสนอ หน้าชั้นเรียน - ข้อคำถาม - แบบสังเกตการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถทำการทดลองการ ละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์ได้ - ตรวจผลการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.4 - ใบบันทึกผลการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.4 ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
สมาชิกในกลุ่มที่............ 1. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น ............ .. เลขที่ ................. 2. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น .............. เลขที่ ................. 3. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น ............ .. เลขที่ ................. 4. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น ............ .. เลขที่ ................. 5. ชื่อ........................................................... สกุล .. .................................... ชั้น .............. เลขที่ ................. 6. ชื่อ........................................................... สกุล ...................................... ชั้น ............ .. เลขที่ ................. จุดประสงค์กิจกรรม 1. ทดลองหาการละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์บางชนิด 2. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนอะตอมของคาร์บอนกับการละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์ วัสดุและอุปกรณ์และสารเคมี 1. propan-1-ol จำนวน 2 mL 2. butan-1-ol จำนวน 2 mL 3. pentan-1-ol จำนวน 2 mL 4. น้ำกลั่น จำนวน 5 mL 5. หลอดทดลองขนาดเล็ก จำนวน 8 หลอด 6. หลอดหยด จำนวน 8 อัน 7. บีกเกอร์ ขนาด 50 mL จำนวน 8 ใบ วิธีทดลอง 1. หยดน้ำกลั่นลงในหลอดทดลองขนาดเล็ก จำนวน 20 หยด 2. หยดแอลกอฮอล์ลงในน้ำกลั่นทีละหยด เขย่า และสังเกตการละลาย จนเริ่มสังเกตเห็นการไม่ละลายใน น้ำของแอลกอฮอล์ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายหยดน้ำมันลอยบนผิวน้ำ บันทึกจำนวนหยดของแอลกอฮอล์ที่ใช้ แต่ถ้า หยดแอลกอฮอล์ลงในน้ำกลั่น 20 หยด แล้วยังไม่เห็นการแยกชั้น ให้บันทึกผลเป็น “ละลายในน้ำได้ดี” 3. ทดลองตามข้อ 1-2 โดยใช้แอลกอฮอล์ให้ครบทุกชนิด กิจกรรม 12.4 การทดลองการละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์
ตารางบันทึกผลการทดลอง แอลกอฮอล์ จำนวนหยด propan-1-ol butan-1-ol pentan-1-ol สรุปและอภิปรายผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1. ลำดับการละลายได้ในน้ำของแอลกอฮอล์ทั้ง 3 ชนิดเป็นอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. การละลายในน้ำของแอลกอฮอล์สัมพันธ์กับจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลแอลกฮอล์อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. คำถามท้ายการทดลอง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง สมบัติสารประกอบอินทรีย์ (จุดเดือดของคีโทนและแอลกอฮอล์) เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาว เกษรินทร์พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ .......... /............/.......... ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/6 วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างต่างกัน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายถึงการเปรียบเทียบจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถทดลองหาจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol ได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล หรือโครงสร้างของสารต่างกันจะมีจุดเดือดและการ ละลายในน้ำต่างกัน สำหรับการละลายของสารพิจารณาได้จากความมีขั้วของตัวละลายและตัวทำละลายโดยสาร สามารถละลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วใกล้เคียงกัน 5. สาระการเรียนรู้ จุดเดือดของ propan-2-ol สูงกว่า propan-2-one เนื่องจาก propan-2-ol เกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่าง โมเลกุลของสารได้ แต่ propan-2-one ไม่สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลได้ เนื่องจากการเกิดพันธะ ไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลมีผลต่อจุดเดือดของสาร 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน
7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทบทวนเรื่อง สมบัติของแอลกอฮอล์และคีโทน ให้นักเรียนฟังเพื่อทบทวนความรู้และนำเข้าเข้าสู่ การทดลองการหาจุดเดือดของสารอินทรีย์ประเภทแอลกอฮอล์และคีโทน 1.2 ครูถามคำถามนักเรียนว่าการเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลมีผลต่อการละลายของของ สารอินทรีย์หรือไม่ แนวคำตอบ : มีผล หรือตามความคิดของนักเรียน 1.3 ครูใช้คำถามนำว่า ความสามารถในการเกิดพันธะไฮโดรเจนนอกจากส่งผลต่อการละลายในน้ำแล้วยัง ส่งผลต่อจุดเดือดของสารอย่างไร เพื่อนำเข้าสู่กิจกรรม 12.5 แนวคำตอบ : ตามความคิดของนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5−6 คน ด้วยโปรแกรม https://th.rakko.tools/tools เพื่อทำกิจกรรม 12.5 การทดลองหาจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol และให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่ม ออกมารับอุปกรณ์ทำกิจกรรม 2.2 ครูอ่านจุดประสงค์การทดลองและอธิบายวิธีการทดลองให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ศึกษาวิธีการทดลองต่าง ๆ หากไม่เข้าใจตรงไหนสามารถสอบถามครูได้ 2.3 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม 12.5 โดยครูจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและอภิปรายผลการทดลอง ร่วมกันโดยใช้คำถามท้ายการทดลองและนำเสนอหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้ (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ล่ะกลุ่มออกมานำเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรมการทดลองหาจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol โดยมีการอภิปรายผลการทดลองดังนี้
ตัวอย่างผลการทำกิจกรรม จากการทดลองพบว่า จุดเดือดของ propan-2-one ต่ำกว่า propan-2-ol ทั้งที่มีขนาด โมเลกุลใกล้เคียงกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาหมู่ฟังก์ชันของ propan-2-one พบว่า มีอะตอมของออกซิเจนแต่ไม่มี ไฮโดรเจนที่สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่างโมเลกุลของสารได้แต่ propan-2-ol มีหมู่ –OH ที่สามารถเกิด พันธะไฮโดรเจนได้ 3.3 ครูให้นักเรียนดูรูปการเกิดพันธะไฮโดรเจนระหว่าง propan-2-one กับ propan-2-ol และอธิบาย ความแตกต่างให้นักเรียนฟัง 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration) 4.1 ครูเปรียบเทียบจุดเดือดของสารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจนเป็นองค์ประกอบกับจุดเดือดของ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าแนวโน้มจุดเดือดของสารประกอบอินทรีย์ พิจารณาได้จากขนาด โมเลกุล และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลได้แก่ แรงแผ่กระจายลอนดอนแรงระหว่างขั้ว และพันธะไฮโดรเจน ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 4.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สมบัติการละลายในน้ำและจุดเดือดของสารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุ ไนโตรเจน เป็นองค์ประกอบตามรายละเอียดในหนังสือเรียน โดยใช้รูป 12.14 และตาราง 12.11 ประกอบและ ชี้ให้เห็นว่า สามารถพิจารณาโดยใช้หลักการเดียวกันกับสารประกอบอินทรีย์ที่มีธาตุออกซิเจน เป็นองค์ประกอบ 4.3 ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า จุดเดือดและการละลายในน้ำของสารประกอบ อินทรีย์ขึ้นอยู่กับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ซึ่งมีผลมาจากหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุลและโครงสร้างที่เป็นโซ่ตรง โซ่กิ่ง และแบบวง ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล (Evaluation) 5.1 ครูประเมินจากใบบันทึกกิจกรรม 5.2 ครูประเมินจากการรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.5 เรื่อง การทดลองหาจุดเดือดของ propan-2- one และ propan-2-ol หน้าชั้นเรียน 5.3 การให้ความร่วมมือในตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน ชื่อสารในการทดลอง จุดเดือด (oC) propan-2-one 56.0 propan-2-ol 82.5
9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้/วัสดุอุปกรณ์ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) 2) ใบบันทึกผลการทดลองเรื่อง การทดลองหาจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 9.3 วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี (ต่อ 1 กลุ่ม) 1) propan-2-ol 5) เทอร์มอมิเตอร์ 9) ขาตั้งและที่จับหลอดทดลอง 2) propan-2-one 6) บีกเกอร์ ขนาด 100 mL 10) ตะเกียงแอลกอฮอล์ที่,กั้นลม 3) หลอดทดลองขนาดเล็ก 7) กระบอกตวงขนาด ขนาด 10 mL 11) ตะแกรงลวด 4) หลอดคะปิลลารี 8) แท่งแก้วคนสาร 12) ด้ายยาว 20 cm 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถอธิบายถึงการ เปรียบเทียบจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol ได้ - การตอบคำถาม - การนำเสนอ หน้าชั้นเรียน - ข้อคำถาม - แบบสังเกตการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถทดลองหาจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol ได้ - ตรวจผลการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.5 - ใบบันทึกผลการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 12.5 ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
สมาชิกในกลุ่มที่............ 1. ชื่อ................................................ สกุล ...................................... ชั้น .............. เลขที่ . ................ 2. ชื่อ................................................ สกุล ...................................... ชั้น .............. เลขที่ . ................ 3. ชื่อ................................................ สกุล ...................................... ชั้น .............. เลขที่ ................. 4. ชื่อ................................................ สกุล ...................................... ชั้น .............. เลขที่ . ................ 5. ชื่อ................................................ สกุล ................... ................... ชั้น .............. เลขที่ ................. 6. ชื่อ............................................... สกุล ...................................... ชั้น .............. เลขที่ ................. จุดประสงค์กิจกรรม 1. ทดลองหาจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol 2. เปรียบเทียบจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol วัสดุและอุปกรณ์และสารเคมี 1. propan-2-ol 5. เทอร์มอมิเตอร์ 9. ขาตั้งและที่จับหลอดทดลอง 2. propan-2-one 6. บีกเกอร์ ขนาด 100 mL 10. ตะเกียงแอลกอฮอล์ ที่กั้นลม 3. หลอดทดลองขนาดเล็ก 7. กระบอกตวงขนาด ขนาด 10 mL 11. ตะแกรงลวด 4. หลอดคะปิลลารี 8. แท่งแก้วคนสาร 12. ด้ายยาว 20 cm วิธีทดลอง 1. เติม propan-2-one 1 mL ลงในหลอดทดลองขนาดเล็ก ใส่หลอดคะปิลลารีที่หลอมปิดบริเณที่ห่าง จากปลายด้านหนึ่งประมาณ 1.0 cm ลงในหลอดทดลองโดยให้ปลายส่วนที่เปิดอยู่ด้านล่างและจุ่มใน propan-2-one 2. ใช้ด้ายผูกหลอดทดลองข้อ 1 ติดกับเทอร์มอมิเตอร์โดยให้ก้นหลอดทดลองอยู่ระดับเดียวกันกับ กระเปาะของเทอร์มอมิเตอร์ แล้วนำไปจุ่มในบีกเกอร์ขนาด 100 mL ที่ใส่น้ำไว้ประมาณสองในสามส่วน ระวังอย่าให้หลอดทดลองแตะกับบีกเกอร์ 3. ให้ความร้อนกับน้ำในบีกเกอร์และใช้แท่งแก้วคนตลอดเวลา เมื่อสังเกตเห็นฟองแก๊สปุดออกมาเป็น สายจากหลอดคะปิลลารี หยุดให้ความร้อนและสังเกตต่อไป บันทึกอุณหภูมิเมื่อฟองแก๊สสุดท้ายปุดออกมา และของเหลวไหลกลับเข้าไปในหลอดคะปิลลารี อุณหภูมินี้เป็นจุดเดือดของสาร 4. ทดลองเช่นเดียวกันกับข้อ 1-3 แต่ใช้ propan-2-ol แทน propan-2-one กิจกรรม 12.5 การทดลองหาจุดเดือดของ propan-2-one และ propan-2-ol
ตารางบันทึกผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ชื่อสารในการทดลอง จุดเดือด (oC) propan-2-one ……………………. propan-2-ol …………………….
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง ปฏิกิริยาเผาไหม้ เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ........../........../........... ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/7 ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนจากปฏิกิริยาเผาไหม้ได้ - นักเรียนสามารถอธิบายความแตกต่างการเผาไหม้ที่สมบูรณ์และการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ได้ 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาเผาไหม้ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารประกอบอินทรีย์ประเภท แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เป็น สารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งเมื่อเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีนและปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์ แมงกาเนตจะให้ผลของปฏิกิริยาต่างกันจึงสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกประเภทของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนได้ 5. สาระการเรียนรู้ ปฏิกิริยาการเผาไหม้ เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ระหว่างเชื้อเพลิงและแก๊สออกซิเจน ปฏิกิริยาการเผาไหม้ที่ สมบูรณ์ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนให้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีสี ดังนั้น การเผาไหม้ที่สมบูรณ์จึงไม่มีเขม่า การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จะให้เขม่าสีดำซึ่งส่วนใหญ่เป็นอนุภาคของคาร์บอนหรือ สารประกอบที่คาร์บอนสูง และอาจเกิดแก๊สคาร์บอนอกไซด์ซึ่งเป็นแก๊สพิษอีกด้วย
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนเกี่ยวกับปฏิกิริยาการเผาไหม้ของสารประกอบอินทรีย์ โดยการใช้ภาพเหตุการณ์ เผาไหม้ของน้ำมันจากเครื่องยนต์ ควันจากการเผาซากพืชหลังการเก็บเกี่ยว แล้วใช้คำถามถามนักเรียนดังนี้ 1.1.1 นักเรียนคิดว่าควันที่อยู่ในภาพเกิดจากสิ่งใด แนวคำตอบ : การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์หรือตาม ความคิดของนักเรียน 1.1.2 นักเรียนคิดว่าปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับสารประกอบอินทรีย์มีอะไรบ้าง แนวคำตอบ : ตามความเข้าใจของนักเรียน 1.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย เพื่อนำเข้าสู่บทเรียน 1.3 ครูอธิบายว่า สารไฮโดรคาร์บอนต่างชนิดกันสามารถเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ได้แตกต่าง กันซึ่งสามารถนำมาใช้ระบุชนิดของสารไฮโดรคาร์บอนได้
ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5−6 คน ด้วยโปรแกรม https://th.rakko.tools/tools เพื่อทำกิจกรรม 2.2 ครูแจกใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องปฏิกิริยาการเผาไหม้ของสารประกอบอินทรีย์ 2.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นเกี่ยวกับปฏิกิริยาการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์และปฏิกิริยาการเผาไหม้ที่ ไม่สมบูรณ์โดยให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมโดยใช้เวลาสืบค้น 20 นาที ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้ (Explanation) 3.1 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน 3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับปฏิกิริยาการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์และปฏิกิริยาการเผาไหม้ที่ ไม่สมบูรณ์ปฏิกิริยาการเผาไหม้ปฏิกิริยาการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนให้ผลิตภัณฑ์เป็น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีสี ดังนั้น การเผาไหม้ที่สมบูรณ์จึงไม่มีเขม่า การเผาไหม้ที่ไม่ สมบูรณ์จะให้เขม่าสีดำซึ่งส่วนใหญ่เป็นอนุภาคของคาร์บอนหรือสารประกอบที่คาร์บอนสูง และอาจเกิดแก๊ส คาร์บอนอกไซด์ซึ่งเป็นแก๊สพิษอีกด้วย 3.3 ครูยกตัวอย่างปฏิกิริยาการเผาไหม้จากสื่อ DLIT แล้วให้นักเรียนสังเกตเปลวไฟ 3.4 ครูให้นักเรียนเรียงลำดับปริมาณเขม่าของการเผาไหม้ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ดังนี้ ตัวอย่างการเรียง เบนซีน > ไซโคลเฮกซีน > เฮกเซน 3.5 ครูให้นักเรียนสังเกตความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเผาไหม้ระหว่างการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ และการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ แล้วใช้คำถามถามนักเรียน ดังนี้ 3.5.1 การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์มีผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่อย่างไร แนวคำตอบ : แตกต่าง โดยการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จะมีแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่งเป็นแก๊สพิษเพิ่มเติม 3.6 ครูยกตัวอย่างวิธีดุลสมการการเผาไหม้ให้นักเรียนดูเป้นตัวอย่าง
ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความเข้าใจ (Elaboration) 4.1 ครูให้นักเรียนดูรูปการใช้เตาถ่าน 4.2 ครูถามคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนว่า “เหตุใดการใช้เตาถ่านจึงให้เขม่าควันมากกว่า การใช้เตาแก๊ส 4.3 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายดังนี้ ถ่านที่ใช้ในเตาถ่านได้จากการเผาไม้ ทำให้ได้ธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก (มีC:H มาก) ดังนั้น การเผาถ่านในบรรยากาศปกติจึงมีเขม่ามากเนื่องจากเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ แต่เชื้อเพลิงในเตา แก๊สประกอบด้วยโพรเพนและบิวเทนซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว (มี C:H น้อย) สามารถเกิดปฏิกิริยา การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ได้ที่บรรยากาศปกติ 4.4 ครูแจกใบงานที่ 1 ให้นักเรียนดุลสมการ การเผาไหม้ของสารอินทรีย์ ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจสอบผล (Evaluation) 5.1 ครูประเมินจากการนำเสนอหน้าชั้นเรียน 5.2 ครูประเมินจากการดุลสมการการเผาไหม้ในสมุด 5.3 การให้ความร่วมมือในตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน 9. สื่อการเรียนเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชา เคมีเพิ่มเติม เล่ม 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (สสวท.) 2) ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องปฏิกิริยาการเผาไหม้ของสารประกอบอินทรีย์ 3) ใบงานที่ 1 ให้นักเรียนดุลสมการ การเผาไหม้ของสารอินทรีย์ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุประเภทของ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนจากปฏิกิริยาเผา ไหม้ได้ - นักเรียนสามารถอธิบายความแตกต่าง การเผาไหม้ที่สมบูรณ์และการเผาไหม้ที่ไม่ สมบูรณ์ได้ - การตอบคำถาม - การนำเสนอ หน้าชั้นเรียน - ข้อคำถาม - แบบสังเกตการ นำเสนอหน้าชั้น เรียน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนสมการเคมีแสดง ปฏิกิริยาเผาไหม้ของสารประกอบไฮโดร คาร์บอนได้ - ตรวจสมุดการ ดุลสมการการเผา ไหม้ของ สารอินทรีย์ - สมุดประจำตัว นักเรียน ได้คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย - สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน - แบบสังเกต พฤติกรรม ได้คะแนนในระดับ 3 (ดี) ขึ้นไป
คำชี้แจง : ให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับหัวข้อต่อไปนี้ ปฏิกิริยาการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ปฏิกิริยาการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………… กิจกรรมที่ 1 เรื่อง...ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของสารประกอบอินทรีย์
คำชี้แจง : จงดุลสมการเผาไหม้ต่อไปนี้ให้ถูกต้อง C6H14 + O2 -----------> CO2 + H2O C6H12 + O2 -----------> CO2 + H2O C5H12 + O2 -----------> CO2 + H2O C7H16 + O2 -----------> CO2 + H2O C7H12 + O2 -----------> CO2 + H2O แบบฝึกหัดที่ 1
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 5 รหัสวิชา ว33221 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่12 เคมีอินทรีย์ เวลา 37 ชั่วโมง เรื่อง ปฏิกิริยาการฟอกจางสีสารละลาย เวลา 2 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวเกษรินทร์ พิมท่าโพธิ์ โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร วันที่ ........ /......... /............ ____________________________________________________________________________________________________ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมีที่ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. ผลการเรียนรู้ ม. 6/7 ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) - นักเรียนสามารถระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนจากปฏิกิริยาฟอกจางสีสารละลาย โบรมีนหรือสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต - นักเรียนสามารถเขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาฟอกจางสีสารละลายโบรมีนหรือสารละลาย โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถทดลองการเกิดปฏิกิริยาการฟอกจางสีของสารละลายโพแทสเซียม เปอร์แมงกาเนตของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) - นักเรียนตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. สาระสำคัญ สารประกอบอินทรีย์ ประเภท แอลเคน แอลคีน แอลไคน์ อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนเป็นสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนซึ่งเมื่อเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีนและปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตจะ ให้ผลของปฏิกิริยาต่างกันอจึงสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้ 5. สาระการเรียนรู้ แอลไคน์สามารถฟอกจางสีของสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตได้เหมือนแอลคีน โดยสามารถ เกิดปฏิกิริยากับพันธะสามได้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นอยู่กับชนิดของแอลไคน์และภาวะของปฏิกิริยาส่วนแอ ลเคนและแอโรแมติกไฮโดรคาร์บอนไม่เกิดปฏิกิริยาการฟอกจางสีสารละลายโพแทสเซียม เปอร์แมงกาเนต
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทํางาน 7. สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 7.1 ความสามารถในการสื่อสาร 7.2 ความสามารถในการคิด 7.2.1 ทักษะการสังเกต 7.2.2 ทักษะการสำรวจค้นหา 7.2.3 ทักษะการวิเคราะห์ 7.2.4 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 7.2.5 ทักษะการตีความหมายและลงข้อสรุป 7.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 8. กิจกรรมการเรียนรู้ : รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูทักทายนักเรียน และเช็คชื่อนักเรียนก่อนเรียน 1.2 ครูทบทวนเกี่ยวกับปฏิกิริยาการเผาไหม้ของสารประกอบอินทรีย์ โดยการใช้คำถาม ดังนี้ 1.2.1 การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน นอกจากขึ้นอยู่ กับความอิ่มตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแล้วยังขึ้นกับสิ่งใดอีก แนวคำตอบ : ภาวะของการเผาไหม้ด้วย เช่น ปริมาณแก๊สออกซิเจน 1.3 ครูอธิบายว่า สารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่างชนิดกัน นอกจากเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ได้แตกต่างกันแล้ว ยังเกิดปฏิกิริยาเคมีชนิดอื่น เช่น ปฏิกิริยาการฟอกจางสีสารละลายแตกต่างกันด้วย เพื่อเป็นการนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นสํารวจและค้นหา (Exploration) 2.1 ครูให้นักเรียนพิจารณาข้อมูลในตาราง 12.12 ผลการเติมสารประกอบไฮโดรคาร์บอนบางชนิดลงใน สารละลายโบรมีนและเปรียบเทียบข้อมูลการฟอกจางสีสารละลายโบรมีนของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในที่มืด และที่สว่าง 2.2 ครูอธิบายเกี่ยวกับปฏิกิริยาการแทนที่และปฏิกิริยาการเติมของสารละลายโบรมีนกับสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอน โดยยกตัวอย่างสมการเคมีของปฏิกิริยา ตามรายละเอียดในหนังสือเรียนหน้าที่ 57 2.2.1 ปฏิกิริยาการแทนที่ของแอลเคน