( เ6ธ๔ ) นอกประเทศ เช่นทโรงเริยนเสนาชิการทหารบกประเทศอ'งกฤย เบน ตน นอกจากนย่งไต้ไปดูกิจการทหารทึสำค'ญ ๆ ในประเทศต่างๆ ใน ทวปยุโรป และสหรฐอเมริกา ตลอดเวลาท่รบราชการ พ่นเอก สุรตน์ ชลทรพย์ ได้ปฏิบ่เตหนำทราชการด่ายความเรยบรอย และสำเร็จ ลุล่วงไปดํว์ยด สำหรบอุปนิสยส่วนตว พนเอก สุรตน ชลทรพย์ มินิสยโอบออมอาริ ซอสตย์ และรกหมู,คณะ เบนทรกใคร่ของผู้ บ่งคบบ'ญชาผู้ใต้บงคบบ'ญชา ตลอดจนญาติมิตร โดยเฉพาะอย่างยง เบนผ้มิความกตญญ.ต่อผ้มิพระคุณ และผ้บ่งคบบญชาอย่างน่าสรรเสริญตลอดมา ดงนน มรณกรรมของ พนเอก สุรตน ชลทร่พย จง เบนการสุญเสยนายทหารทมิคุณค่าของกองทพบกไปอกท่านหนง ขออานุภาพแห่งคุณงามความดและบุญคุศลท พ่นเอก สรไค'น ชลทรพย เดบาเพญมาแลวดวยตนเองตลอดกาลนานกดและผลา มิสงส์ผล บุญ อนเกิด จาก ภริยา และบุตรกบ ญาติมิตร ร่วมกนบำเพ็ญอุทศก็ด ขอจงรวมเบนบจจยส่งผลให้ดวงวิญญาณของ พนเอก สุรตน์ ชลทร่พย์ได้อบ่สิในสุคติภพ พร'งพร็อมดวยความสุขจงทุก ประการ. (เสริม ณ นคร)
คำไว้อาลย แด่ ทนเอก สุร’ตน ชลทร’ทย์ พุ<* ____ ^ (/ ' ^ *เ O' a ' yฤ ร. ^ f ผมคุ้นเคยกบคุณสุรตนิ หรอทเรยกกนไนหมผ์ไกลชดว่า จ จ จ 1 1 ช <น คุณหนู(ตามนายแม่) ตeงแค่เรมมาทำงานท้บ’านสเสาในบี๒รซึ่ฟ่ และ ทํถุกคอกนมากก็๋ตอนชอบสุราเหม่อน ๆ กน ระหว่างผมไปเรยนโรงเรยนเสนาธิการทหารบกองกฤษ คุณหนก็ไปเบนรองผ้ช่วยทตทหาร , 1 จ ข 'ข1ข ทน'น ผมและภรรยาได้รบความช่วยเหลอและการอำนวยความ สะดวกจากคุณหนูและคุณพยุงศร เบี่นอย่างด ทำให้เราสนิทสนม กนยงขน มาตอนหล'งทํคุณหนมาอย'กองก็พาของกรมสวิสติการ ข ทหารบกผมก็ได้ร่วมงานพ'ฒนาสนามก็พากองทพบกมาช่วยโดย ตลอด ๘! 2/12/ คุณหนุเบนคนสุภาพ นอบนอมฅอผ์อาวไสเสมอมา รวมทง ๘! พ 27 ๘ ๘หร7 เบนคนอดทน ถงจะมอะ เรกระทบกระทงบาง กเกบความรสก เว้เด เบนอย่างด จากความอดทนน ญาติๆ จงไม่ทราบชดถงอาการบวยท แท้จริงในระยะหลํง เพราะพอเห็นว่าอาการมาก คณหนก็จากไปเสย แล็ว คุณหนูเช่า’โรงเริยนเสนาธิการทหารบกอิงกฤบ ในบี๒๕0ด ๐ จ ° _ o I 2/<<s และกลบมาทางานเนหนาทฝายอานวยการหลายตาแหนง ความรทม
bob j อยควรจะ เด เชประ เยชนมากกวาน แตเบนทนาเสยดาย ทคุณหน มาจบชิวิตเสยก่อนเวลาอนควร ยํง์ความเศราโศรกให้ก่บญาติพพอง และผู้ใกล้ชิดอย่างสุดชง ขอเดชะกุศลผลบุญทคุณหนได้สร4างสมไว้ รวมทงทบรรดา ร 9 " ร ข _ห270- ^_ค2, ^ ๐-I I ญาฅมดร เดบาเพญเหจงนอมน่า เหคุณหนูเดประสบสุขเนสมปรายภพ 2/ 2/ เนนดวย หลเอก (ประลอง วระปรืย) ยุ 09/11/2566
คำไว้อาลํย คุณพยุงศร ภรรยาคุณสุรฅน เดขอ เหขาพเจาเขยนคา ทอาลย คุณสุรตน์ เพิอนำไปพิมพ์ในหน่งสํอแจกในงานพระราชทานเพลิง ’ V V พ ๐ 4 V ๘ q 4 V (/ ศพ ขาพเจารบคาขอรองนดวยความเตมเจทสุด เพราะคุณสุรตน่ กบขำพเขำมความสมพนธ์และคุ้นเคยสนิทสนมกนมาก เพราะอย่าง ยงระหวางทอยเนตางประเทศดวยกน การเดิมเอกาสเขยนเช่นน ทำให้ได้ระลกถงคุณสุรตนขนมาอก 2/ V d ^ I 4 . ขาพเจาเรมรู้จกคุณสุรตน่เมอประมาณ พ.ศ. พ00 ทประเทศ อํงกฤษ เวลานนช่าพเขำกำล่งศกบาวิชากฎหมายอยู่ในกรุงลอนดอน คุณสุรตพ์ยายไปริบราชการประจำสำนกงานทูตทหารบก ขาพเจา ทราบขาวเดยทานผู้เหญทางกรุงเทพฯ แจงเปกอน พรอมกบฝากผ่ง ให้ขำพเจาช่วยดูแลคุณสุรตนกบครอบครํว์ระหว่างอยู่ทอํงกฤษดวย วนทํคุณสุรตน์ไปกง ขำพเจาได้ใปรบทํสนามนินและพาเขาพกทํ โอเต็ลแห่งหนํงไม'ไกลจากสถานเอกอครราชทูตไทยเท่าใดนก ใน ระยะแรกก่อนหาเช่าแฟลตได้ คุณสุรตน์และครอบคริวมกจะไปรบ 1 4 V 2/ ริ'', 4 V V ประทานอาหารณ ทพกของขาพเจา และเนองจากภรรยาของขาพเจา ได้ไปอยู่ทโน่นดวย จงหุงหาอาหารไทยซงคุณสุรต'นชอบมากกว่า อาหารฝรง เหรบประทาน เด ตอจากนน เม นานคุณสุรตนก เดแฟลต อยู่ไม่ไกลจากสถานเอกอครราชทูตไทยซงเบนทํทำงานของคุณสุรตน I V V แร/I ______’ 4 ^ a. </ ๘! เช่นกน ขาพเจา และภรรยา เต็เปมาหาสูเยยม เยเยมคุณสุรตนเบน ุ
( ls?p» ) cz ะ ^ O' __ O' daVin 27 ครวของเราทงสองจงชอบพอสนทสนมกนมาก คุณสุรตน เหความ เว 61 27 27 <A d ^ ^4 _ tn - _ 37 27 ๘ วาง เจขาพเจา มสารทุกขสุกดบหรอบญหาอะ เรกบอกขาพเจา ๆ ก ช่วยเหลอแก้ไขให้เท่าทสามารถท้าได้เสมอ และบางท่ก็ว่ากล่าวตก เตอนเอาบาง คุณสุรตน์ไม่เคยโกรธข2าพเจา คุณสุรตน์เรยกขาพเจ2า ว่าพ และขาพเจ2าก็รํกคุณสุรํตน์เหมอนน2องคนหนง ด'งนนเม้อุ ข2าพเจาทราบผลว่าสอบเนติบณฑิตได้ คุณสุรํตน์จิงเบนบุคคลแรกท ข2าพเจาโทรศพท่บอกไห้ทราบ ระหว่างทึคณสุร'ตน์รํบราชการอย่ท่สำนกงานทตทหารบกนน ทางราชการได้ส่งคุณสุรตนเขาศกบาในโรงเรยนเสนาธิการทหารบก ขององกฤษ ข2าพเจ2ากบภรรยาได้ไปส่งคุณสุรตน์ถงโรงเรยนทึแคมเบอลย์ ช้งอย'ห่างจากลอนดอนไปทางตะวนตกประมาณ ๓0 ไมล์ คุณสุรํตนตองกินนอนอยู่ในโรงเรยน จะกลบชานก็เฉพาะแต่วนสุด สํปดาห้เท่านน ตอนนนคุณสุรตน์เพงมบุตรคนแรกซึงเกิดทลอนดอน ร/ Vร/< 1 a/ L วิ t q * ซี I ร/ ขาพเจารูสกว่าคุณสุรตนรกและหวง เยบุตรคนนมาก แตตวยความ มานะอดทน ก็ได้พยายามตะงอกตะงใจเล่าเรยนโดยไม่ทอถอยอยู่ถง ออ เด้อน จนสำเร็จได้ร่บประกาศนยบตรของโรงเรยนเสนาธิการ ทหารบกอ'งักฤบด'ง้ท้ปรารถนา คุณสุรตน์กลบประเทศไทยหลํงขาพเจ2า แม้ว่าเราจะรบราช การอยู่คนละแห่ง แต่ข2าพเจากบคุณสุรํต่น์ก็มโอกาสพบปะกนเสมอ และคงม้ความสนิทสนมกนเช่นเติม คุณสุรตนเบ็1นคนมอธยาศย หมดอายุ 09/11/2566เริง คุยสนุก ไม่ถอตํว หริอเอารดเอาเปรยบใคร จงม เพอนฝูงมาก ประวฅการรบราชการของคุณสุรฅนก เมปรากฎมความ
เสยหายอย่างใด คุณสุรตน์มิทางทจะกาวหนาในทางราชการขนไป อกก็มาต่วนเสยชวิตลง ขณะทึย่งมิอายุไม่มากนกเช่นน ย่อมนำ ความเศราสลดและอาลยอาวรณ์มาสู'ครอบครวนละญาติมิตรเบนอิน c V V พ\ ^ "^ a ๘! *$ น 21 มาก สาหรบขาพเจารู้สกเสยดายและเสยเจเบนอยางยง จงเด แต่ขอตงจิตอธิษฐานด2วยคณความดทคุณสุรํตน์ประกอบไว้เมอมิชวิต 1 O จ4____ ฯ27 ๐ .ธ^^.^^^ อย และอานาจกุศลผลบญทบรรดาญาตมตรเดบาเพญอุทศเห จง เบี่นบจจยดลบนดาลให้ดวงวิญญาณของคุณสุรํตาว้ ประสบแต่ความ สุขสงบในสัมปรายภพเทอญ - หลโท (สมิง ไตล่งคะ เราทรทหระธรรMM ญ
'บชฉินานสรณ์แด่ หํนเอก (พิเศษ) สุ?ต'น ชลทรนช - โดย นินเธก เสวตร กุสลวงษ์ รองผู้บ”ญชาการมณฑลทหารบกที๒ ค่ายจกรพงศ์ I ร/ ■ง ๘ ๘ สุ ประมาณตนบ ๒๔๙๔ เทนจะ เด่ ทนายทหารมหาดเลก ฯ เน ร.® พน.® รอ. (สวนเจาเชตุ) ในคระงนน พากนทีงในรูปร่าง และ ความคมสนอย่างชายชาติทหารของนิสิตหนุ่มบที๔ คนหนงจาก มหาวทยาลยเกษตรฯ เขาเข8ามาปรากฎกาย ณ แหล่งสโมสรนาย . ะ ร/ 4 1 - / ทหารอยางลงเล แบบอายๆ ครนแลวเมอท่าน ผบ. พน (พ.ท. กฤษณ สิวะรา) ขณะนน เรยกผมเขาพบ และออกคำล่งว่าให้หนุ่มฉกรรจ็๋ผู้ นเขาเบินทหารประจำการ ล่งกดในกองรอยท ร ชงผมบ”งคบบญชา . ...... _ 4 ะ ^__ I .'...**.?!. สุ. อย ทุกคน ณ ทนน จงทราบวาทานผันเบน!คร จ จ ฃ ผมนกไม่ลงว่า ร.ต. สร”ตน ชลทรพย ผ้ได้เขามามกำเนิด ทุกย่างกาวเบนทหารจะไปจากกองพนทหารมหาดเล็ก ฯ ในขณะนน _๘L _ธ___________ ________ I______ I จะเบนผูมบุคลกภาพสมชายชาตเทหารทุกประการ ความประมาณตน วินยและความเขมแข็ง ตลอดจนความมานะอดทน ชงมอย'ในเรอน กายเขามลกษณะเบนผู้นำอย่างชด ๆ ชงในขณะนนทุกคนยอมยกนว ให้ไม่ว่าลูกน8อง หรอนาย ถอว่าเบนนายทหารผู้เพยบพร8อมดวย 'นาใจ ผมขอยกฅวอย่างเรืองราวของ ร.ต. สุร”ตน์ชลทร"พ์ย มาเล่าสก เหตุการณ์หนง เมอคราวกองรอยได้รบคำล่งให้นำกำลงเขาควบตุม
V ๓๑ ) ชุ' (/ สถานการณบรเวณสะพานพรรพุทธยอดห่า ฯ เพราะเกดสถานการณ ทางการเมองขนในบ พ.ศ. ๒๔๙๕ ผมได้สงให้ ร.ต. สุรตน ชลทรพย์ ผบ. หมวด๒ น้ากำส่งเขาตงฐานปฎิบ่ต เชิงสะพานพระพุทธยอดพาฯ ผงพระนครทางดานโรงเรยนสวนกุหลาบ หมวดนถกระดมยิงด้วย เครองยงลุกระเบดเขามาตกบรเวณททหารยดอยทา เหทหารไนความ บ่งคบบญชาของ ร.ต. สุรตน ชลทรพย ไดรบบาดเจบสาหสถง ๑®คน ส.อ. สิงห์ ชมนนต์ รองผบ. หมวด ถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บลม ลงปฐิบตหน1าที่ไม'ได้ ร.ต. สุรตน์ ชลทร'พย์ ผบ. หมวดไม,ยอมทิง ทหารและแนวทึยิดอย' ตองให้ ร.ต. สมศกด พจน์พาณิชย์ ผบ. หมวด ๑ นำกำล่งอกบกหนงเขาไปช่วยเสริมกำส่งยิง จงสามารถนำ ทหารบาดเจ็บดงกล่าวใส'รถสาลคลานและผลกลำเลยงออกมาเพอการ รกยาพยาบาลได้ ในวนรุ่งขน เวลา 0๘.0๐ น. เศษ กองรอยจงได้โอกาสเคลอน ท!.ต I V d V ^ 4 ๘ ท เปรกษาสถานการณดานเชงสะพานผงธน ฯ เด เมอเหตุการณเบา บางลง ท่าน ผบ. พล ๑ รอ. (พล.ต. สฤษด ธนะรชต์) และนาย ทหารผู้บ่งคบบญชาชนสูงไปเยิยม เห็นนายทหาร นายสิบ และ พลฯ ทหาร เลอดไชกเส่ออาบตวกนทุกคน ทานจงถามวา เสิ่ยชวตกน บ่างไหม ผมรายงานว่าหมวดของคุณสุรตน์ฯ มบาดเจ็บมาก แต่ไม'ม 4 ท!1.ต 1๘ ท. ท' ท. </ dQ เส่ยชวต ทานกตรงเขากอดคุณสุรตน ชลทรพย ภาพพจน่นนาย ทหารนายสิบในขณะนน ย่อมชาบชงเบนท่ประจกน์กนทุกคน I ๘^ ทำ 4 4พะเ-จท& V4 ท, V ท.ท!1 ตอมากมภาระกจอน ๆ ท เดปฐบตหนาทหนก ๆ ดวยกนอกมาก เกด ความทุกข์ยากจนลมกนไม'ได้ คุณสุรตน์ ชลทรพย์ ได้ให้เกยรติต่อ
๓Isa ผม 15ยกขานผมในเวลาวิสาสะกนว่า “ผู้กอง” จนกระท'ง ร.ต. สุรต่น์ ชลทรพย์ ได้รบพระราชทานยศขนมาตามลำด'บความดและความ สามารถจนเบนกง พ.อ. (พิเศษ) ท่านก็ย่งเรยกผมว่า ผู้กอง เมอ ได้พบกน ต่อมา พ.อ.(พิเศษ) สุรตน์ ชลทรพย์ ได้เกิดเจ็บบวยลง จน กระท่งลมบวยและกงแก'กรรมตองจากกนไปในทํสุดทงทํอายุยงนอย ซึงมโอกาสจะรบใช้เบนประโยชน์ต่อบานเมองไปได้อกนาน ย่อมทำ ธ>1» 4. I ๘! 1 4 y O ^ ฬ ^ » เห์ผมและเพ่อนต่างอาลยเบนอย่างยง แม้จะร่าลก เดวาความตาย เบนของธรรมดาของปวงมนุษย์ทุกคน ก็ย'งไม'สามารถจะอดกลน ความเศราสลดในการจากไปของเพิอนคนนได้ คุณงามความด้ ความ ม้เน่าเจและความเอบออมอารทมเวตอเพอนย่อมจารกอย่เนหิวเจ จร^ ’ ของพวกเรามรูลม สุดทำยน์ ผมขอตrงจิตอธิษฐาน ทำอำนาจผลศลผลบุญใน สมปรายภพนนเบนจรง ขอจงบนดาลให้ดวงวิญญาณของ พ.อ. (พิเศษ สุรตน์ ชลทรพย์ จงประสบสุข โดยสมควรแก'คติวิสยใน สมปรายภพนนทุกประการ
คิดถงพิชาย ๘ 4 ร/., 5_.4..ท. เท.!.______ ' การเจม การตาย ถงแมัวาทุกคนจะทลกเลยงเปเมพน แต่ เมือประสบกบผู้ท เรารกเคารพหรอญาติพีนอง ก็ยากพีจะหกหาม ความเศร็าโศกเสยใจได้ พีชายเบนบุตรชายคนเดยวของคุณแม'ใน <1 2/_๘! *4 fez ะ I ๘________ ^2/ ๘!^ สามพนอง เบนเพอนเลนกนมาฅงแฅเดก เพราะมนองเบนหญง ^ OZ สุ 2/ I ^ ๘2/ q 2/ พชายจงชอบชกชวน1หเลนผาดไผนเหมอนเดกผู้ชาย สอน!ห 2/ ฟ 2/ VI 2/ 2/ 2/ Iq กระไดดขามของสูง บนตน!ม และชอบกระเซาเยาแหย!หไกรธ และ 2/ VI2/ 4 เพ 11๘ ๘! 4 4 _ I ^ ๘! รอง 1หเมอเวลาคุณแม 1มอยเหนเบนเรองสนุก เมอตางคนเตบใตเบน ผู้ใหญ่มืครอบคร่ว ความใกล้ชิดสนิทสนมก็ยํงคงอย'ไม'เปลยนแปลง เรามืบานอย'ใกล้ชิตติดกนเดินไปมาหากนได้ทุกวน มืความผูกพนธ ขิ 1 จ'น รกใคร่และมืความห่วงใยชิงกนและกนตลอดมา ใครมืทุกข์สุขอย่างไร ก็จะพูดคุยเล่าสู่กนพ้ง แม้ร่าในการปรกบาหารอกนในระหว่างสามคน 4 ร/ ะ 4 4 ๘ V V ร๘พ Iq »4 4 พนองบางครงพชายจะมความเหนขดแยง แตกเมเครถเอ เพราะพ (ท่านผู้หญิงวิจิตรา ธนะรชต์) และนองให้อกยเสมอ ทราบนิสย พีชายดว่าเบนคนเสยงด'ง พูดตรง และมืความเชิอม่นในความติดของ ตนเอง เคยมืผู้ใหญ่และญาติพูดวิจารณ์กนว่า “เสธ. เบนคนมืบุญ เบนลกชายคนเดิยวจิงเบนพีรกของคุณแม่ ตลอดจนพึและพองเอาใจ .Z..C;".'” ., ’"^..Z^ZZ zim และตามไจอยู่เสมอ เพราะเราสามคนพนองเคารพรกและเชอพง q i I 1๘ 2/2/ หมดอาย 09/11/2566 ุ พตองรกและดูแลทุกข สุขของนอง ๆ เราจงมความรกมความหวงไย
tt^RนO^mt cuim^RLWทบททเ1ทเfcibcuKtyLEpuLLLrtfiiLCftLtน พณเ'ษ t'RmnrxRQ^nnt'anBnRUtw ntRLW&k tuna !Wทน •พ 2ษรท นษแ^แพท่บษ้ LpRci^ant^mituyทแทน(เLทULRLRM. ฒเใเรแแ^แษ พ RLwrtLtysn«.LQiuurtLP quan (kriRLURl&MUFWWrc0RtM^W^Wt^ เ^! II v*^® aS * ^ ^ ^ ^ A6 ® unrwcjg ฝนแนท0(^ทแารนหด^NmtURCพmn^ _ n» _____ '_______ ______ b £1บ10&1พษ1ฒ0ท พ LUร&แท^^^0£ใททในพใ ฒRUkon 4s ^ พ o ^ ^ [ppi ^ ^p ^ รบทแ L ทLทUQm0ษทน06ททน1พทน!RQCLRttRษทษT BLUM ^ ^ w * «^ เ^ > |p » ^ Cv>v^h > HtGMwnrtim^ทหทนRน3ร&นณ RL&ivUQibRcโไท(เใทLcษ AS b ^ AS w I > Il p 0ท]£ห่นท1!ณ1>น14ษแ[1*น£นหฒท1!เ1^ L (แพพเฒุพนพ Mlนทwucfi^orucwทน1ทLC«ท!?บทแบ!'บ UEURLftนพแโQLJ canUQ^ษทrtn uREiRLitMt'RaittRyirttSB ^ > > AS AS > ^ ^AS W1 พ nriTQ^ * LRWiumsfcQwqsQUM^^ GrwrtMxrmua ^ พ 1 «^พ V h ‘ASAS1* เณนณใ MU?KunmuL^QURGrc(Mn0n 0แไ^ทท0ท1น ^00€แ p ^ ^® 1 |p ;9 4 pl p i ห ^ 1 /8 /o ^ เพษททท่ ftw^p^M (ททท!พ'URLทน) ทนบแRin frurtLUS'ธษ ร(แทนทQ£นทบRQทWm^LUQ^rnRRip^MnURUyนํร(เแทLRLRI4 นษษเน^0£ษแ1แ1»13ะ1 พ L t'Lyt'GUt'URyt'Llfc P ’ 1 ^ > ^ AS v*19 ‘te>^ ‘ mm&RU^นirciRMfr££ ^R0RCniMCUS€ บนทนฒเทโในนน^(เทc ทท^LROp^ULG^G^SGRLJGM, เนนณผน^นททฒทนทแใ - ทนณพนนท0ณทJRGfrRLC ท0ฒใน^€โ®Cษทนษ^เททน เท0ทนใทMเหททพณฺ©ทนรนททน^ ( ^00
๓๕ ) อยากยอมรบความจริงว่าพชายได้เสยช่ริตแล,ว ไม่อยากให้เบนเช่น * I จ นน หมผาแพรสพ่าไหและยนดูหนาพชาย เหประทบ เว้ไนความ ทรงจำเหมอนคนนอนหลบ พีชายซงเคยอย’ด2วยกนมาแต่เด็กตองจาก ’ ข ไปจริงๆ เราพนองจะไม่มโอกาสได้พบกนอกแลว ขอกุศลผลบุญ และกรรมด้ทได้เคยทำบุญร่วมกนมา จงตลบนตาลไห้เราได้เกิดเบน พนองกนอก แม่แตงน้องสาวmiตอว'!/องทา/าย
แสนอาลํย เหมอนความผนทคุณสรตน์ได้จากติฉนและลุก ๆ ไป ชนบดน ดิฉนก็ยํงคิดเสมอว่าคุณสุรตน์ยงอยู่ไม่ได้จากไปไหน ไม่เคยคิดมา ก่อนเลยว่าคุณสุรตน์จะมาจากดิฉนและสุก ๆไปอย่างกะทนหนและ รวดเร็วอย่างไม่น่าเชอ ทำไห้ดิฉนและลูกๆตองเงยบเหงา ว่าเหว่ และขาดหลกช่ยของชวิตไปอย่างไม'มอะไรจะมาทดแทนกนได้อก ปกติคุณสุรตน์เบนคนทิมร่างกายสมบูรณ์และแข็งแรง มา ระยะหล*ง ๆ นสุขภาพเรมทรุดโทรมลง จนกระท่งวนทิ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕®๘ คุณสุร*'ตน์ก็ได้เขำรบการรกยาพยาบาลทโรงพยาบาล พระมงกฏเกลา โดยเบนคนไข้ทอย'ในความดุแลของนายแพทย์ รี ข ข บฺณเกดุ และนายแพทย์สมมารถ ในระหว่างทิพกรกษาทิวอย่ทิ โรงพยาบาล คุณสุรตน์กยงมใจม่วงงาน อุตส่าม่หมนไปท้างานทุกวน บางครงนายแพทย์ขอ เหพกผอน เนฅอนบาย คุณสรฅนก เมคอยจะ บ] 2/__________๘ ส บ) I O___________ะ^ 0/ 2^ ยอม เดพยายามอดทนแขง เจ เปทางานเสมอ จนบางครงดฉินรู้สก สงสารทเหนคุณสุรฅนต้องเหนดเหนอยและมอาการออนเพลยเมอ กลบจากทางานทุกวน ดฉิน เดเคยขอรอง เหพกผ่อน เหมาก ๆ อยา ม่วงงานมากนก ขอให้พยายามรกยาต่วคุณสุรตน์ให้แข็งแรงดเสย ก่อน แต่คุณสุรตน์ก็ไม'ยอม กล*บบอกว่าเบนม่วง เกรงผู้ใหญ่ท่านจะ หมดอาย 09/11/2566 ยศเบนพนเอกพิเศษใหม่ ๆ จิงเคิดความวิตกกงวลว่าจะท้างานได้ไม่
( ๓ฟ่ ) สมก'บตำแหน่งหนาท คุณสุรตน์จะปสิบ'ตส่ว้เช่นนอย'เบี่นประจำ บางครงเมือมืท่านนายทหารชินผ้ใหญ่ทึได้กรุณาไปเย์ยมเยยนทํ ไรงพยาบาล คุณสุรตนกจะพูดคุยถงแตเรองการงานทง ๆ ทตนเองก อ่อนเพลยอย,มาก ก่อนหน2าทึคณสุรตน์จะจากดิฉนและลูก ๆ ไป คุณสุรตนมก 4 ..y^di ' ร ร' I q จะมอารมณดเบนพเศษ พดคุยกบทุกๆคนอยางยมแยมแจมเสและ ราเร่งตลอดวน บางครงชะมเรองแปลก ๆ สนุกขบขนมาเลา ไหพ่งอยู o a ร/ V ฉั บ]2, O' 2, เสมอ ทาไหทุกๆคนคดว่า คุณสุรตนคงจะหายไดกลบบานไนไมชา แต่แลเวช'ๆประมาณวนทืต่เ-๘ ธนวาคม คุณสฺรตน์เริมมื อาการทรุดลงตามลำด'บ รบประทานอาหารไม่ได้ จนเบนทน่าวิตกของ แพทยและณาตพนอง บนอยตลอดเวลาว่า อยากพบพระ อยากจะ ไปวดและอยากชะกลบบานทุก ๆ วน เมือวนท่ ๒๘ พฤศจิกายน เวลา ฝ M ร' ๘ < ๑๕.00 น. สมเดชพระสงฆราช ไดทรงพระกรุณาเสดชมาเยยมคุณ สุรตน์ที่โรงพยาบาล ทำไห้คุณสุรตน์มืความปลาบปลมจนนํ้าตาไหล หล*งชากนนรู้สกว่าอาการบวยด้ขนอก แส่แลว พอเช่าวนท ๑๓ ธนวาคม คุณสุรตน์กเรมมือาการทรุดลงอก มือาการหายไชอ่อนลง เบนลำด'บ นาย แพทย์และ พยา บาล ได้พยายามช่วย เหลอ กนอย่าง d 4 !๘บ] I _________ » _______________ 0 //บ]2/บ] 2ไ a/ ช่บ]2/ เฅมท แตกเมสามารถจะชวยชวตของคุณสุรฅน!วเด คุณสุรตน!ด สนไจไปอย่างสงบ ดิฉนเสยใจและเศร็าใจมากทสุคอย่างไม่เคยเบนมา เลยในช่ริต เพราะเบนครงแรกทดิฉนตองพบกบความเศภ้โศกอย่าง ใหญ่หลวงทํตองสุญเสยของรกไป ดิฉันยิงเพิมความเศราใจขนอก
( ๓ฟ ) ๘!๔in 2/ ริ''_ห’ฯ2'.๘ ^- เบนทวคุณ เพราะคุณสุรฅน เดจากเลกน เป เดย!ม เดเหนหนาลุกเลย แมแตคนเดยว ทงนิเพราะคุณสุรตนิเดสน เจ 1ปอย่างรวดเรวและกะ ทนหนจนแทบจะไม่เชอเลยว่าจะเบ็1นไปได้ แม้แต่ตวของคิฉนเองชิง ขณะทคุณสุรตน์ได้บวยอยูทโรงพยาบาลคิฉนไม่เคยได้ห่างคุณสุรตน์ ไปไหนเลย คอยเผาดุแลเอาใจใส่คุณสุรตน์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา 'น แต่ครนพอถงเวลาทคุณสรตนไกลจะสนลม ดฉนกลบไมกลาทจะเหน ภาพคุณสรตนสน เจ เปฅอหนาต่อตา เด ดฉน เดแต่แอบ เปรอง เหอยู เสยอกหองหนง จนกระทงพยาบาล เดออกมาบอกวา คุณสุรฅน เด สน เจเปเสยแลว ดฉนแทบหมดสต ทาอะ_ฯ-.ฯ-!~ เรไม่ถก เดแฅเวยนเขา เวยนออก เป เนหองทมรางของคุณสุรฅนนอนอย เหมอนกบวาอยาก OO' </ค 2^ ^ O' เา เ ๘_จะจดจาภาพของคุณสุรฅน เหตดตาดฉน!ปจนตาย และกเบนเชนนน จริง ๆ เพราะจนบดนดิฉํนก็ยํงจดจำภาพของคุณสุร'ตน์ได้อย่างไม่ม้ วนท่จะล้มเล้อน กลบม้ความรู้สกว่ายิงนานวนเขา ดิฉนยิงเพิมความ ว่าเหว่และคิดกงคุณสุรตน์มากขนทุกขณะ คิฉนตองขอขอบพระคุณ นายแพทย์ปชา สีริวรสาร นาย แพทย์บุญเกคุ เหล่าวณิช นายแพทย์สมมารถ สมรภฺม้พิชิต นาย แพทย์ธำรงย์รตน์ แกวกาญจน์ นายแพทย์ชุฉตร กำภุ คุณสพฅรา 'น ข ง ร บุรณางกร หวหนำพยาบาลประจำตกศลยกรรมธนะรชต์และพยาบาล หมดอายุ 09/11/2566 คุณสุรตน์สนชิวิต
( ๓€» ) คุณสุรตนไต้จากดิสํนและลูก ๆ ไปแลวอย่างสงบสมณมความ ตงไจของคุณสุรตน์ทอยากจะไปวดและอยากจะพบพระอยู่ตลอดเวลา ควยกุศลผลบุญใด ๆ ก็ตาม ทึกุณสุรตนไต้กระทำไว้เมอขณะทยํงม ชวตอยู่ ขอจงดลบนดาลไหวญญาณอนบรสุทธของคุณสุรตน่จงพ ลู่สุคติในสมปรายภพเถิด วิญญาณของคุณสุรตน์ชะอยู่หนใดก็ตาม ใปรดรบรู้ดวยว่า ดิฉนจะขอรกและระลกถิงคุณสุรตน์ไปจนกว่าชวิต ชะหาไม่ และจะขอทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กบคุณสุรตนใปจนตลอด ช้วิต ทยุงสร ชลทรทย
คุณพ่อของลูก แลนอาลัยใจหายไม่วายคิด ในดวงจดขนเขาเหงาน้กหนา พ่อมาด่วนจากไปไม่เวทนา ทาลูกยาให้หงอยเหงาเศร้าระทม เข้ากอดศพขนหน้าพราจาน้ลย คอหอยลันดนดนให้ขืนขม ดอแด่นจะมใครเผนยม หลังขืนขมลูกเล่าเผาเอาใจ เคยกนอมกล่อมเกลยงเลยงลูกน้อย ยากจะร้อยกรองกลอนอาวรณ์ไหว ทวทั้งภพจบแคร้นกงแดนไดร ใครเล่าใครจะเปรยนเหยนพระคณ สรเดช ชลทาพย ยุทรต'แ ชลทรทย์
ตำนานพระแกวมรกต
11/2566/พทชีพหใพนึเริฟิโ411ฏิพใ0ร (vi^a/Hmjj^fไต) ทรงเครองฤดูรอน ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถว,ดพระศรืรตนศาสดาราม
ตำนานพระแกวมรกต พระบรมราชไธิบาย และคาถาตำนานพระแกวมรกต พระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกลาเจาอย่หว ทรงพระราชนิพนธ์ ๑ เรื่องพระแกวมรกต พระบาทสมเท็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระ จอมเกล่าเจำอยู่ห'ว ทรงขอผ้นับถือเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แสะท่านผ้มี ไมตรีภกดิต่อพระเจาแผ่นดินสยาม จงพงตำนานเรื่องพระแกวมรกต และพระ แกวมรกตเบนแท่งทึบองศ์ใหญ่นึ่ กนเก่าที่ไค้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ซึ่ง เราไม่รีจกชื่อและตำบลและกราวกรงเบนแน่ลงไค้ ท่านไค้สรำงไว้เบนที่ดักการ ข บูชาก่อนหลายบี1 แต่พุทธสักราช ๑๙๗๙ กรีสตสักราช ๑๔๓๖ บ ก็แต่ เรื่องราวที่กวรเชื่อไค้สนสงสัยเบนแน่ แต่เดิมเมื่อแรกสรำงนนเราหาไค้ไว้ไม่ นิทานที่เมืองเขมรบ้าง ไทยบ้าง ลาวพุงตำบ้าง ลาวพุงขาวบ้างแต่งไว้ก็มือยู่ มาก แส่ต่างคนต่างว่าตามไค้ยนและกาตกะเนผิต ๆ กนมากนก จะเอาเบนประ มาณลงไม่ไค้ เราจะขอกล่าวเรื่องราวพระแกวมรกตนน ตงตนแต่กรงที่ไค้ ความเบนแน่ ซึ่งผู้พงสัคสัานมิไค้ ให้ท่านพง ’ เมื่อพุทธสักราช ๑๙๗๙ บ คริสตสักราช ๑๔๓๖ บ พระแกวมรกต องศ์น็อย่ในพระสถูปใหญ่เก่าองศ์หนึ่ง ณ เมืองเชียงราย ครนพระสถูปเจคีย์ ชิ ชิ® นหมดอายุ 09/11/2566]าตพง ลง แลว ชาว เมอง เชยง รายไค เหนเบนองกพระพุทธรูป บี่ดทองคำทึบท’วท่งองศ์ ก็สำกญว่าพระพุทธรูปศิลาสามญ จึงเชิญไปไว้ใน
วิหารที่ไว้พระพทธรป ในวดแห่งหนึ่ง แค่นนไป ๒ เดือน ๓ เดือน ปนที่ ลงรัก!เตทองหุมทวพระองค์นนกระเทาะออกที่ปลายพระนาสิก เช้เอธิการใน อารามนนไค้เห็นเบนแกวสีเขียวงาม จึงแกะดือออกไปที่งพระองค์ กนที่งปวง จึงไค้เห็นและทราบความว่า เบนพระพุทธรปแกวแท่งทึบที่งแท่งบริสทธดีไม่ วิ ข วิ บุบสลาย กนชาวเชียงรายและเมืองลาวอื่น ๆ ก็ฅึ่นกนไปบูชานม'สการมากมาย ศัาวเพยผู้รักษาเมืองจึงไค้มีใบบอกลงไปถึงเช้าเมืองเชียงใหม่ ๆ เกณฑ์กระบวน ช้างไปแห่รบเสด็จพระมหามณีรัตนปฏิมากรแศัวมาโคยหลังช้าง กรนมาถึงทาง แยกซึ่งจะไปเมืองนกรลำปาง ช้างที่รบเสด็จพระมหามณีร'กนปฏิมากรแกวมาก็ วื่งฅึ่นไปทางเมืองนกรลำปาง เมื่อหมอกวาญเลัาโลมช้างให้สงบแลวพามาถึง ทางที่จะไปเมืองเชียงใหม่ ช้างก็กึ่นไปทางเมืองนกรลำปางรก จนภายหลัง เมื่อเอาช้างเชื่องรับเสด็จพระมหามณีรัตนปฏิมากรแกว ช้างนนเมื่อมาถึงที่นน ก็ฅึ๋นกืนไปทางเมืองนกรลำปางอีก ควยเหตุนั้นท1าวเพยผ้ไปรบก็ไค้มีใบบอกไป ๆ ‘ข ถึงเช้าเมืองเชียงใหม่ กร8งนนเช้าเมืองเชียงใหม่นับถือผีสางมากนัก จึงวิตกว่า ชะรอยผีซึ่งรักษาพระองค์พระจะไม่ยอมมาเมืองเชียงใหม่ จึงยอมให้เชิญพระ มหามณีรัตนปฏิมากรแกวนั้น ไปประดิษ^านไว้ในเมืองนกรลำปาง กนท8งปวง จึงไค้เชิญไปไว้ในวคที่กนเบนอนมากมีศรัทธาสร้างถวายในเมืองนกรลำปางนาน ถง ๓๒ บ กรนจุลศักราช ๘๓๐ พระพุทธศักราช ๒๐๑๑ บชวคสมฤทธิศก เช้า เชียงใหม่องค์อื่นไค้แผ่นดึนเชียงใหม่แลวคำริว่าเช้าเชียงใหม่องค์ที่ล่วงแลว ยอมให้พระมหามณีร้ฅนปฏิมากรแกวไปประติษ^านอยู่เมืองนกรลำปางนั้นไม่ กวรเลย กวรจะไปอาราธนามาไว้ในเมืองเชียงใหม่ คิคแลัวจึงไปอาราธนาแห่ พระมหามณีรัตนปฏิมากรแกวมา สรัางพระอารามวิหารถวายแลวประติษ^าน ไว้ในเมืองเชียงใหม่ และเช้าเมืองเชียงใหม่ไค้พยายามจะทำวิหารที่ไว้พระมหา
มณีรตนปฏิมากรแกว ให้เบนปราสาทมียอคให้สมควร แต่หาสมประสงค์ไม่ อสนีบาตลงต่องทำลายยอคที่ฅงสร2างขนหลายกรื่ง จึงไค้เชิญพระมหามณีรตน ปฏิมากรแกวไว้ในพระวิหาร มีซุ้มจรนำอยู่ในผนงคานหลังสำหรบเบนที่ตั้งพระ มหามณีรตนปฏิมากรแกว กบตั้งเกรื่องประคบอาภรณ์บูชาต่าง ๆ มีบานบี่ตลัง ตู้เก็บลักษาไว้ เบี่คออกให้กนตั้งปวงนมัสการเบนคราว ๆ แต่พระมหามณี รตนปฏิมากรแกว ไค้ประติษjmอยู่ในเมืองเซียงใหม่นานไค้ ๘๔ บ กรนลุจุลศักราช ๙๑๓ บ พระพุทธคาสนกาล ๒0๙๔ บี่ฉลูตรีศก เฑ้เชียงใหม่องค์หนึ่งซึ่งกรองเมืองในกรื่งนน ซึ่อเจำไชยเสร5าธิราชเบนบุตร พระเจาเพธสารซงเบนเจาเมองเซา กอเมองหลวงพระบาง เพราะเหตทแต่ก่อน นนไป เจำเชียงใหม่องค์ก่อน ไค้ยกราชธิคาสาวชื่อนางยอคกำ ไปเบนมเหสี พระเจาโพธิสารจึงมีราชบุตรกือเจำไชยเสรฐองค์นึ่ เมื่อเจำไชยเสร3มีอายุไต้๑๕ บี1 เจำเชียงใหม่ผ้เบนไอยกาธิบถึถึงแก่ชีพฅักษัยไป ไม่มึผ้อึ่นจะรบที่เจำเชียงใหม่ ข ข น้าวเพยกบพระสงฆ์ผู้ใหญ่ตั้งปวงจึงพลัอมกนไปขอ เจำไชยเสรฐผู้บุตรใหญ่ ของพระเจำโพธิสาร และเบนนกคาของเจำเชียงใหม่นน แถมนามเขาว่าเจำ ไชยเสรฐาธิราช กรนไค้เบนเจำเชียงใหม่แลวไม่นาน ไค้พงข่าวว่าพระเจาโพธิสาร ผ้บิคาสนชีพวายชนม์แลว เจานองชายต่างมารคาไค้เบนเจำในเมืองเช่า คือ เมืองหลวงพระบาง เจำเชียงใหม่ไชยเสรฐารราช จะใคร่ไปทำบุญในการศพ บิคา และจะใกร่ไค้ส่วนมรคกควย แต่ลังไม่แน่ใจลงว่าจะตองเบนเจาเมืองเช่า เสียไม่ไค้กลับมาเมืองเชียงใหม่ หรือจะน้องกลับมาเมืองเชียงใหม่ เพราะเมือง เช่ามีเจำแลว หรือเมื่อไม่อยู่ผายขำงเมืองเชียงใหม่จะเบนประการใค ถาจะ กลับมาจะมาไค้ ก็ไม่แน่ใจลงพะลังหน้าพะวังหลังอยู่ จึงไค้เชิญพระมหามณี- รตนปฏิมากรแกวนนไปน้วย ต่างว่าจะรบไปทำบุญ และให้เจำนายญาติวงศ์ใน เมืองเช่าหลวงพระบาง ไค้บูชาทำบุญควยกน แลวก็ยกกรอบกลัวไปหมค
เมื่อพระมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว ออก่ใปจากเมืองเซยงใหม่ในกรื่งนึ่ เบนบ่ขาล จฅวาศก จุลศักราช ๙๑๔ บพระพุทธศาสนกาล ๒อ๙๕ เท้าไชยเสร3าธิราช ไปถึงเมืองเช่าแล้ว ก็ประนีประนอมพรอมกบเท้านีอง และญาติวงศ์ผ่ายมิคา เชิญพระมหามณีวิโตนปฏิมากรแกวขนประตีษ3านใว้ในปราสาท แล้วก็ฉลอง พระและทำการกุศลส่งมิคาเฉีนอนมาก แล้วก็ปรึกษาหารือกนตามญาติวงศ์พี่ น8องควยมรคก กิคแบ่งทรพย์สื่งของผู้กนชำงม้าพาหนะ ช่าอยู่ไม่รู้จบลง กาล ล่วงไปถึงสามบ่ ผายทำวเพี่ยผ้รักษาเมืองเชียงใหม่เห็นว่า เท้าไชยเสร3าธิราช ไปเมือง เช่าเสียนานแล้วไม่กลบ การงานบ้านเมืองคำงขคอยมาก ล้ามีม้าศึกศัตรูก็จะ ไม่มีผชการให้สิทธิขาคไค้ จึงไค้พรอมกนปรึกษาเลือกหาได้ภิกษุรูปหนึ่ง ชื่อ ข A ๘! ร ๕ az ^ ด เปเ . 11 ^ ^^^ Q> เมกุฏิเบนเชอวงศเจาเชยง -หมํทลวงแล้วมาแต่ก่อนนน เวลานนมสฅบญญา สามารถสมกวร จึงพรอมกนเชิญเท้าเมกุฏิ ให้กืนผนวชออกมาแล้วก็ยอมยก ให้เบนเท้าเชียงใหม่แล้ว กรนภายหลังพวกลาวพุงขาวตีเชียงใหม่ไค้ เชิญเอา พระแล้วมรกตไปไวเมืองเช่า ๑๒ บ่ แล้วเชิญไปไว้เมืองเวียงจนทน์นานถึง ๒๑๕ บ่ พุทธศักราชล่วงไป ๒๓๒๑ บ่ กรึสตศักราช ๑๗๗๘ บ่ จึงพระบาท สมเก็จพระพุทธยอคพี่าจุฬาโลก ไค้ชำนะแว่นแกวนลาว และเชิญเอาพระแล้ว มรกตเอามาไว้ในเมืองธนบุรี๓ บ่ ไค้สรัางกรุงเทพมหานกรอมรรัตนโกสินทวิ มหินทรายธยา บรมราชธานีเสร็จใน ๓ บ่ กรนเมื่อลุพระพุทธศักราช ๒๓๒๔ บ่ กรีสตศักราช ๑๗๘๑ บ่ ถึงบ่ ที่ ๒๕ เพ็ญเคือน ๖ ไค้เชิญพระแกวมรกต มาประติษ3านไว้ ณ พระบุษบก ณ พระอุโบสถวคพระศรีรัตนศาสคาราม ทรงลักการเครื่องบูชาอย่างตีทำควย Tหมดอายุ 09/11/2566บ่ควยเพชรพลอย และพุทธบริขารเปลี่ยนสามฤคูอย่างไค้ตีพิมพ์ . แล้ว ล่วงมาสามรอบพระเท้าแผ่นตีนกรุงสยาม พระบาทสมเก็จพระพุทธยอคพ้า
จุฬาโลก ๒๗ บี1 แผ่นตินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล8านภาลย ๑๖ 11 I _________ _________๘ ร!' iz ร^ r V ๘! ๘! ๘! & ๘! ฝ แผ่นคนพระบาทสมเคจพระนงเกลาเจาอยหว ๒๖ บเบน ๖๙ บ กรน ณ บท ๗0 โคยรชกาลพุทธศกราช ๒๓๙๔ กริศฅศักราช ๑๘๕๑ บเพ็ญเตือน ๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลำอย่หํวเสด็จขนเถลิงถวัลยราชสมบํตเบนพระเจาแผ่นคิน สืบพระบรมวงศ์ ทรงพระนามพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามกฎ สุทธสมมติเทพพงศ์พระจอมเกลำเจาอยู่หว ไค้ทรงปฎิบํฅพระแกวมรกคนนโคย เการพ คำร่สสงให้ช่างเขียน ๆ รูปพระแกวมรกตทรงเครื่องตามฤคูทงสามนน ลงในแผ่นผ้าใหญ่พระราชทานไปแก่ชาวค่างประเทศ ซึ่งมไมตรีแค่มิไค้เกยมา ยงกรุงเทพฯ น อยากจะใคร่เห็นพระแก8วมรกตนน อนึ่ง โปรคให้เขียนเรื่อง พระแกวมรกต แค่เมืองเชียงรายเบนตนมานึ่โคยภาษามกธจุณณิยบท แสะ น ~ ธ ๘! ๘ พุทธศักราช ๒๓๙๗ 1 ๘! คาถา และภาษาไทยภาษาอังกฤษไนบม I _เบนบท ๔ 1 กรสตศกราช ๑๘๕๔ J แค่บรมราชาภิเษก โคยพระราชประสงค์จะให้กนในกนนอกพระราชอาณาเขต รู้เรื่องพระแก8วมรกตนนจงทวกน
คาถาตำนานพระแกวมรกต สุณนตุ สาธโว พุทฺธปสนฺนา สุยามราชูสุ อยํ โข มรกฏิชาติ- สุวิสุทธา ฆนรตนโปราเณห มนสเสนิ อิตถนนาเม หึตฺถนฺนาเม อิจฺเจวิทานิ อมฺเหนิ ตมุทุทิสุส ภควนฺตํ พุทฺธสุส ปรน้พุพานทุวินนํ วสุสสหสฺสานํ อเนเกนิบ วสฺเสนิ กทาจิ กตฺถจิ เทเส กถณจิ มหคฺฆสารํ สงฺขตา สมพุทุธพิมพนเหว ปน โน ลทฺธา กถา ตสุสา ปฏิมาย กมฺโพชาบ สยามาบ ตสสา พหนิ วตถนิ ปุพุเพ อมมฺห กาลมุนิ อสุเกเนวพุเจวพุจ อสุกตฺเถตฺตกํ กาลํ สาสเน พุทุธมามกา ภตฺติกา จ สุเมตุสโน ฯ มทิเกฺขณฺฑมยา สุภา ปฏิมา มหต วรา ฯ ปสนเนเหว สาสเน กาเล เทเส กตา อยํ อวินิเตนิ ตตฺตโต สมมาสมฺพทุธมุตฺตมํ กาลโต สมภาคโส สมฺปุณฺณกาลโต ปุเร ปวตฺเตนิ ปุราตนา กุโตจิ มณิมาทย มหนฺตํ อมุหยํ วรํ ภาเวน อสส ปชิตา ฯ ตตฺตโต วตฺกุทปนา สทุเทยฺยา กงฺขเฉทกา ฯ ลาวาบ โยนกาบ จ กถยิตฺวา อเนกธา รฏิชเทเส อมุมุนิ จ ปฏิมายํ สุมาบตา ชาบตา ปุชิตา อหุ
น LUU 1ช ntlLURft WQ LUUt LULtuiup np RCKLrsBp k mircBp LUU £ RJLHUG Rinsnw kUG iBuip c.Lnn» RirtLub UlMURWai umirEuucp Giiu ช^MLipho mwrt น^พทแเพทjp uuhijm ftbuGi tRftlnRIIUiRft RnL4JLLLnjLip' LunLft ทน.!reibbturt k wnbreja but 40 นเนucp URLftSp LHfuiuc 4ท1 LRttibG k UMMtJU นทแะLG wbcน'นRttLน!น'น.c ujRLp nuBuppG uwbup rttnit k& unux & but. LunirtuLURLitua -เฬํทนทแ■{นษทtt> buiupLcbiuftucb firtiubuL^LTOCu เพํLLUC tftbuQJ -MKuhrtLU t น£น uBipnaraiunu HGILHtWQnhu ufuiwbcatUGI HLKbujaabc. nntU abuhnrt «bskM^ piGLHIWtULLp^ nrtiinBuLp 4G RLUt MhiBLUR^ liBjai LttBp MfURG RLrtSpauM Ljubu LRRUIlMSpL&nUI ทชนะ. ท1น นเนริน tniLfaunLttsbnG nniLftnLRhLUjabft nL4ULtronirtronjQ ชน! พ ULGULt&G HUILCLtUn C41&G furtLHLtbm น£น p>
เพธํพP เนใ‘พบ0ใ £พ’พโน£ไน’ในP £ร hUQ ณนบน เพทLi บ’เทท'ทร นทเท แบ เพp เพทLi h บทlรนllljl Lพท £p พนนททLแท บพ'พเp รใธเทบเ นใแนแท ทใเทโพ’เ ท#ททนแp พใน เทบ’บทฺบ ทใเทพ*พเ £pทเทเพทษบน0 พเนเบนรรเร’ทนทน Ip แบ เพทLi ทเนนเ เพแเทพทเทเท ทนแรเททบทน ษไฬํเทน£ เนใ’พพ £pทเทเพ’ทบ’ษพบ พเนเษบรรเร’ทน’ทน |p เพ®พP’ทนเษ เร |p แบ เพบ’บน เพแท บทเทฝkpทน พน พ’ไนน แทรธํเทบเ ทเนนเ ทP พเท £ipทททร แเ ท’น^ ทแนนท £pเแท -เทษเทP แเ นเพ แนนเนทแท น’พพ พน’ทน£ษทเแท -ษนเ &า0£แน ษไน น£น’นบ แบไแน ทนนM พ &ไ3แเน -ททท นไเ4 ทเษทนเ แทพเทร’โนP นใ’นเ ทเน’นแนนนเ ท'ทเท เแทนเท ญเร พเพ พนแพร รเ น’พพ -ษ0 พนทเร&แ เพทเแท นเท แทน’นเ ทไนทเษ0ไ ทเนนแนนนเ ททเท เแ!ท£pพkphu พเพ ทเนนเนพ‘พเท น’พพ เพทเท£ษทเแท -ทเร&แเแท เทพ £ใน’รเน เโนใ’โนท’นพ
๔ อิจฺเจวํ โข โยนเกสุ ตสุสา พุทธปฏิมาย พุทุธนิพุพานโต เอกทุเว วสฺสสหสฺสานิ เตสโมปริเม วสุเส อิมสฺม สุยามรฎฺชมนิ สุยามราชวํสสฺม อิธ สพพปชเมน จกฺกกฺกรปรมนาถมหตา ปูณฺณเตเชน สมฺมาอภิริชินนุเฅน กริตฺวา สุยามวสสฺม ตโฅริมํ สุยามรฏฺชํ อิธ อยฺยานเทสมฺนิ ตทา โปราณนคริ- ปูรํ ปเวสยิตฺวาน สมฺมาสกฺกริยมานา เยสุ ตสุบ วสฺเสสุ ตสสา ธนปูริยาว นทฅิเร มาปยิตฺถ รมมา รตนโกสินฺท09/11/2566สโนโนนต ชิสสาน รมุเม นหานคเร จ ลาวเกสุ ยถากุกมํ นิตาย ชาบตาย จ วสาธิติสตุตฺตริ กเมเนว อติกุกมุ ฯ ทุวาวสติมชานิเย อิทานิ วตตมานเก สณฺชหนุเต วรุตฺตเม วราถเาจกุกธารินา นาเมน สุชิตารินา ชลมาเนน ราชินา สกลํ ลาวรฐฺชกํ ปูรมฺบ จนุทนวฺหยํ ชยพฺพเลน อานิย รมุเม พางฺโกกนามเก ภตํ ธนปริวหยํ สํวจฺนิรานิ ตณิบ ฅตฺเถว ชนตา อหุ ฯ เตเนวุตฺตมราชินา ภาเค ปูรตฺภิเม ชิเต ราชธานิ สุภา อยํ เทวมหานครวฺหยา ฯ อจฺจเยน ปรินิฎฺชิเต ตตุถ ราชนิเวสเน
บใรรบ ::บนนนัน |p :น’ท:ท น:ร Bq L^ นนนันทบ ท:นน: ท::ษร)ร): ทร):: Ip นใท:ทบ:แนน’นบ ท^ร)::ษททรท:p นนนเ ท::บ'ร:น ท£ร)::ร):’น:นในน Ip นน:น’นน ทน’'น: ทเ::นร)น นนํท:ท ท^:รนนร:ใน::: :นi^pทน :นษ’ษน :นบน^:แพในบ Ip •บใรรททนทเนทน :น^ในท แ:ใ:ษ’^บบ :บน :บน แนใร: Ip :นษ^บบ::ทใบใท แบ :นท:ไ3นPทน บใน Rmในในน^ท^ Ip น£น :นแ:บ :ทBp ทใบ:แ แทน:รrup :น’นนนน น^บ:ษ Ip ในใบนI ร ทใ:::บ’นรใ -ทษทใท:นน: นบใ :ท:ทบ:ษบน:ท*ทน นบใ:ษร)น Rทใน’ในน ท:น’ทบ’ษนบ :รใ’รบ ท:นบ๊บ:ษ นนร)’ร): น’นแ:แทนPร:รธํร)ใ ท:นบ๊บ:ษ นนํร)’ร): น’น:แทน:น’นแท ท:นบบ:บ น’นร)ร): -บ:ท:ท:p:’บ’บษ’ษร น’นฬPนนน (น^(น: :ทนร)ร)::บ :รใบ -::ษ’บน แบใบในในบ น’นร)’บน แนใน’น::P แ-pใ:ท:บน’นนับ -ทน:น’น:ร::ท:ท ทนใน’นแ M,mM,Bp :นRi ทน::น:Bu รใฒํทน:iBทน: :น บ:ทในในPร):น: ท:นนแนนน: ทท:’แ -ท:น’M.ท:P น'นรแน -ทน::น นฬํนท 0(9
Bipiแโ UKipUl ทท1น ทeแบเนบ Ip บแบเบ เ^ทโนเนท บแเบ 1บ1บ14ทพ>ทน เทท’ทบ แหเบน’นแ ททเบ&3ia ทเทแ ใพแบแแ หแ |p ทุทเทบแ\ณ่น Lci^u u^Bps นเใท’ทบ นบ บทแ)'ในแษใบท ทุททร ทบใบใบQ นพpjkบเทใบ’ใบ [ใ ทุM.M.บ บหบ‘(พบ ip^Lน’ทบ’บนQ ณนนับน ทุนLU Ip ipfen &ใธํททเบ’บ ทุแ’เบรบทเแท ทุทเทนเทแเแท ทุบเp แบใ’โบ(พํนQ ทุนเษi3ทบ ทุเบi ทุพ่ทนนแ ทุนน เทนเแบ เน’นท&รบใ เพษทใบนใ nipt “นษ1นน บใน’นนQ ILULQ nickpiLHLU ทน11แพPนmfrut เนนนทนนท ททแM, ทLM»kpWษ1ท1ร0 ทiakUBp 10นนทใ c/wm.บทLrcc& ithn p0pakUii|3 -Bum ณใน Ltku แแ:เพP ทุ!พบG -แบนc btunupsp 1ฒ1ทพนนัแ ทบนนํแนนbe ททck -ทLMimLp นนรkb, ทุ’ทแทท LILLLailLLL -แททนp ertIRG UtUWLRkLMรํนใ นนพ bumiLcbu ]น130นน CLA3RC fupgturc นบนนแ บ’บทBpM,k^ ทุทน, 0®
๑1ดุ) ทสุสาปยิตุวา ปฏิมาพหนิบ การาเปสิ มาคธายบ ภาสาย องคสิสหานํ ปุยกฺขเรหิ เกนจุยาปฎิพาเหยฺยํ พุหุธสุส ปริน้พฺพานสตตตตรนวติยา ติสเตเนวตุตเรน พหุธสุส สาสนายมุนิ จตุตุถสํวจุฉรมุนิ พิมฺพรูปปชิานิเส วิเทสิเกบ โตสยํ ฯ สุยามานมกฺขเรหิบ อตุถวิณฺฌาปนารหํ ตสฺสา วตุกุ สิขาปยิฯ กาลโต ปริมานิเต วสุเสห อธิเกน ตุ หุวิสหสุเสน มานิเต ตสุส รชฺชสส ราชิโน อิทํ สิขาบตํ อหูติฯ
คำแปลตำนานพระแก2วมรกต พํนพุฒอนราช (สิน) เปรียญเอถ ร้คราชประดิษฐ์ แปล ขอสาธุชนท™ลาย ผันบถึอพระพุทธเร้า เลื่อมใสแลวในพระพุทธศาสนา และมีกวามภไาดีมีไมตรีดีในพระราชาของชาวสยาม จงพ้ง พระปฏิมา นั้แล สำเร็จค'วยก่อนแกวโดยชื่อมรกตงามหมดจคดี เบนพระปฏิมาใหญ่ประเสริ^ อินเราในกาดนั้อฺทิศถึงพระผ้มีพระภาคสมมาสมพุทธเจ่า ผ้สูงสุดนน V <1 ช จิ ขช่ จิ โดยส่วนเสมอ แด่กาลเบนที่ปรินิพพานแห่งพระพุทธเจ่า ไม่รุ้แลวตามความ เบนอย่างนนวา พระปฏิมานอนมนษยทงหลายกรงกอน เลอม เสแลว เนพระ ศาสนา กระทำแลวในกาลมีชื่ออย่างน็ๆ ในประเทศมีชื่ออย่างน็ๆ คํงน นนเทียว (อนบุคกล) ถือเอาแกวเบนสารมีกามากแค่ที่ไหน ในประเทศไหน ในกาลไร กระทำดี(เจียระไน) ควยประการไร บชาแลวโคยกวามเบนพระรุป แห่งพระฒัพุทธเร้าแด่กาลมีในก่อน แด่บึ๋ทะงหลายแม้เบึนอเนกอนเบนไปแล่ว ในก่อนแด่กาลอนเต็มพร้อมแห่งพ่นบึ๋ทงหลายสอง. ก็และกถาสาหรบแสคงเรองแหงพระปฏิมานน เคยกวามเบนอย่างนน อนควรเชื่อตคความสงสย อนเราไม่ไค้แลวนนเทียว ชาวกมพุชกดี ชาวสยาม ก็ดี พวกลาวก็ดี ชาวโยนกก็ดี กล่าวเรื่องแห่งพระปฏิมานนมาก กล่าวแล่ว และกล่าวอยู่บคน คำยวาทะค่าง ๆ โคยประการเบึนอเนก อย่างน็ว่า พระปฏิมา นอนผ้โนนสรางควยดีแลว อย่าง น และอย่างนใน กาล ก่อนโนนและในแว่น
๑๔ แคว็นประเทคโนน ให้ท่งไว้แส่วในที่โนนได้บชาแล่ว คลอคกาลมีประมาณ เท่านื นำมาแลวจากที่โนนให้ประดิษ^าน ณ ที่นน นบถือยี่งแลำอังนึ่. ก็ถือยกำแห่งชนที่งหลาย มีชาว่ก่มพุชเบนตนนั้นสบสนเหลือเกน คค กำนกนเอง เมนที่อาศัยไม่ไค้ เจือไปคำยการกาคคะเนโคยมาก ทวีขนแลว ย่อมปรากฏยี่ง ๆ หาเบนกวามควรแกกวามใครครวญของบไนฑิฅไม่ ย่อมนำ มาซึ่งกวามสงศัยล่วนเคียว วัตถุนั้งหลายเหล่านั้น (กถาแสค่งวัต™หลายนั้น) ยำที่งอยู่ อันวิญญูชนในสมัยนึ่ พิงคิเคียนหามิไค้ อนึ่ง อันใกรไม่พึงกคศัไน เรื่องแห่งพระปฏิมาน อันเราจะรวบรวมในที่นึ่ จำเดิมแค่ประวิต. แท้จริงพระปฏิมานึ่ ประเสริ5ที่สุคอันบุกกลสรำงแลวควยกอนแกว (อันบุกกลบรรจไว้) ในพระมหาสถปโบ,ราณอันหนึ่งอันที่งอย่แลวนานใน 'รี รี' ข ข โบราณราชธานี อันที่งอยแลวในแว่นแควนโยนก มีนามว่าเชียงรายโคยนาม อันปรากฏ ในสมัยนึ่ อันบุกคลบี่คแลำคำยทองกำเปลวไค้ปรากฏมีในห่องพระ เจคีย์อันสำเร็จควยทองกำเปลว ไค้ปรากฏมีในหองพระเจคีย์อันสำเร็จควยปูน อนแตกแลำคำยอนทำลายแห่งสายพา ในกาลประมาณยี่สิบเอ็คบอนเบนไปอย่ ข โคยลำอับ แห่งพนบี1พั้หลายสอง อนบณท้ฅนบแลำแค่กาลเบนที่ปรินิพพาน แห่งพระสมพุทธเจา ผู้เบนจอมแห่งนกปราชญ์. ก็(พระปฏิมานึ่) อันบุกกลเชิญไปแลำจากห่องแห่งพระเจคีย์นน คำย สำคัญว่าศิลาสามัญ ตงไว้ในเรือนพระปฏิมา ในวิหารหลงหนึ่ง. กกรนเมอทองทผวแหงพระปฎมาลอกแล้ว เคย กาล เบนท กาว ล่วง แหง สองสามเคือน พระปฏิมานั้น,[ค้ปรากฏแลำ อันบกคลรแลำโคยความเบนพระ หมดอายุ 09/11/2566จคำยกำนแกำแท่งใหญ่ในกาลนน (พระปฏิมาน็) อันบุคคลนำ มาแลว สมหานครมชอว่า ลาปาง ซงเบนมหาราชธาน เนกาลนน อนฅงอย ข ชิ
๑๕ แลวในแว่นแควนโยนกไค้ฉลองแลว สกการแลวในบนน นนเทียว ตงอย้แลำ ในเมืองนครลำปางนนสนกาลนาน (คือ) สนบี,ทงหลายสามสิบสอง (พระปฏิมาน อันบุกกลนำมาแล้วจากเมือง) นกรลำปางนน สุ่มทานกรนพีสี อันเบนที่อยู่แห่งผู้เบนใหญ่กว่าชาวโยนก เบนราชธานีอันบุกกล สร้างใหม่ยื่ง (เชียงใหม่) ในโยนกรา3นนนนเทียว ในบที่สิบเอึกในเบองบน แหงพนบทงหลายสองอินกาวล่วงแกกาลเบนทเบนไปลวงแหงพระสมพุทธเจา (อันบุกกล) ไค้ให้ประกิษ^านไว้แลำในมหานกรนพีรนนกลอกบที่งหลาย!.เปก สิบสี่แล้ว. ก กรนเมอกาลงแหงชาวเยนก เบนของออนอนขาศกยายแลว อนง กรนเมิอกาลงไนแว่นแกวนลาวมิกาลงไหผ ยงความเบนอิสระอินลาวทงหลาย เป็นไปแลวในโยนครา3 ให้เจริเบอยู่ (พระปฏิมาน้) อันบุคคลนำไปแลว จาก AA K I A *z y I o' เ^ร- . _. . _ f นํกรนพสนนส่บุร อินอาศยแมนำไหญํชอ เขงเบนมหานกรมชอว่าชาว มอง หลวงพระบาง ในแว่นแกวนลาวของกน ในบเกำสิบท่าในเบั้องบนแท่ง พนบทงหลายสองอินกาวล่วงแลว เบนไปอย เคยล่าคบแต่กาลเบนทล่วงแลว แท่งพระสมพุทธเจำ อันบุกกลประกิบ^านไว้แลํวที่นกรชาวนน บูชาแลำ กลอกบี่ที่งหลายสิบสอง ก็ (พระปฏิมาน็) แลอันบุกกลนำไปแลวจากเมือง ชาวนน สุ่มหาบุรีอันสร้างแลํวใหม่มีชึ่อว่าจนทน์ (เวียงจนทน์) ให้ประกิษ^าน ไว้แลํวไค้สกการแล้ว. ก็ (พระปฏิมานื) ประกิษ^าน ณ ที่เดียวนนเทียวในเมืองเวียงจนทน์ นนแล กลอกกาลนานคือ สองร้อยแท่งบที่งหลายยงกำยสิบหำ เมึ่อพระพุทธ ปฏิมานน (อันบุกกล) นำไปแล้ว และให้กงอยู่แล้วในโยนกที่งหลายในลาว ที่งหลายกามลำกบ อย่างนืควยประการนแล,
๑๖ พ่นบทงหลายสองยงควยสามรอย ยี่งควยยี่สิบเอ็ค (๒๓๒๑ บี1) กำว ล่วงแลเวเคยลาคบนนเทยวแค่กาลเบนทนพพานแหงพระพุทธเจา กรนเมอ วงศ์แห่งพระเจาสยามราช ประเสริฐสูงสคคงขนอย่ในสยามนอนเบนไปอย่ใน ^ รี] ๆ ข รี! บเบนทฅงแห่งบทสบสอง ม เนเบองบนแห่งสองพนสามรอยบเหล่านน พระ พุทธปฏิมาน) อนพระราชาพระองศ์ก่อนกว่าพระราชาทงปวงในพระราชวงศ์ น็ ผู้ทรงไว้ซึ่งยีพ่าจำรอนประเสริฐมีขำศึกอันปราบคีแลำทรงพระนามว่า จำรีบรมนาถรุ่งเรืองอยู่คำยบุญและเคชใหญ่ ทรงปราบปรามแว่นแกวนลาว ทึงสนถึงบุรีชื่อว่าจนทน์ กระทำ (ให้อย่) ในอำนาจของสยามโคยราบคาบ รี \ นำมาแลำจากเวียงจนทน์นั้นนนเทียวสู่สยามราฐนืโคยกำอังแห่งความชนะเชิญ เขำไปสู่กรุงมีชื่อว่าธนบุรี อนเบนนครก่อนในกาลนน ในประเทศเบนสวน รี รี อันบุกกลพึงรื่นรมย์ มีนามว่า บางกอกน็ สำการอยู่โคยชอบ ไค้ประคษฐาน งแลว ในกรุงธนบุรินนนนเทียว คลอคบี่ทงหลายสาม. พระราชธานีอนงามนอนบุกกลพึงรื่นรมย์ มีนามว่าเทพมหานกร รำน โกสินทร อนพระราชาผ้สูงสุคนนนนเทียว ให้สรำงแลำที่ผ้งแห่งแม่เทอันคํ้ง ขข รี อย่ในปฺรฅถิมภากแห่งกรุงธนบุรินนเทียว ในบทงหลายสามใคก็กรนเมื่อมหา รี รี รี นกรอนบุกกลพึงรื่นรมย์ และพระศรืรคนเจฅิยราม อนงามซึ่งตงอย่ในพระ- รี ข ราชนเวศนนนสาเรจแลว เคยกาลเบนทลวงเปแห่งบทงหลายสามเหล่านน พระ ปฏิมานน (อนพระราชานน) นำมาแลำจากกรุงธนบุรีในวนวิสาขบุรณมีใน I ๗! J เ^/*. __ _ บยสบหาแห่งพนบทงหลายสอง ยงควยสามรอย แค่กาลเบนทปรนพพานแหง พระพุทธเจำ ประคิษฐานไว้แลวในกฏิาการอนงามสำเร็จคำยทองทึบ สูงยี่สิบ รี รี]รี] fหมดอายุ 09/11/2566> กำมา) ไค้ประคิบฐานคีแลำฅกแต่งแลำโคยนํยอนเราแสคงแลำ ในปฏิพิมพ์นนเทียว อันประคบแลำคำยเครื่องประคบทํ้งหลายอนแต่งแลำ
๑๓) คำยแกำเลิศมีอย่างค่าง ๆ อนสมควรแก่ฤคูสา?ช่อนเปลี่ยนแลำคำยประการนน สนสามกรง เนการเบนทสนไปแหงฤคูทงหลายนน ๆ งคงามแล้วควยเกรอง สักการที่งหลาย อนจะนบมิไค้ทีเคียวประคิษ^านอย่ควยคีแลำในพระศรีรคนเจตยารามน็ นนเทียวอันบุกกลอักการมาตราบเท่าถึงกาลทุกวนน้, บทเงหลายยสิบเจิด เบนรชกาลแห่งพระราชาพระองก่ก่อนกว่าพระราชฟ้งปวงผู้ทรงไว้ซึ่งอานเาวักรอันประเสริ<มีอัาศึกชนะดีแลว ทรงพระนาม ว่า จกรบรมนาถ บทงหลายสบหก เบนรชกาลแหงพระราชาผูเบน เอรสแห่ง พระราชาพระนามว่าจกรีบรมนาถนนนนเทียว (ทรงพระนามว่า) มหิศรสุนทร บทงหลายธสบหก เบนรชกาลแหงพระราชา ผู้ประกอบไนธรรมอย่างยง ทรง พระนามว่าเจษฏาธิบคินทร์ พระพุทธปฏิมานน (อนมหาชน) สักการอยู่โคย ชอบคลอคบที่งหลายหกสิบเสัาในรชกาลแม้แห่งพระราชาที่งหลายคามผ้กระทำ ข ซงกวามเบนพระราชาอนลวงไปแลวอย่างน ควยประการฉะน ไคคงอยู่แล้ว คลอคนิรนครกาล พระราชาผู้เบนพระนคคาประเสรี3ที,สุค แห่งพระราชาพระองค์ก่อน กว่าพระราชาทํ้งปวง มีพระชาคิคีเบนพระโอรสอนประเสรี^สูงสุคเลิศแห่งพระ มหาราชที่สอง เบนพระกนิษ^าภาคาโคยว่ย แห่งพระราชาที่สามเทียว เบนผู้ เบนไปล่วงปรากฏแลำนนเทียว ในประเทศที่งหลายเบนอเนก อนมหาชน นบถือแลำคำยคุณทงหลายมีพระชาฅิเบนค่นอนประเสรี3ที่สุศ เบนไปคำย พระนามว่า ปรเมนทรมหามกุฎพระองก่นนนเทยว เบนพระราชาธราช เบนจอม แห่งมนุษย์ เบึนใหญ่กว่าคนในแว่นแกวนสยาม ในกาลเบนที่ล่วงไปแห่งบื่ ทงหลายหกสิบเก่าเทียวเหล่าใคเล่า อภิเษกแลวควยบรมราชาภิเษกโดยธรรมใน วันว็สาขบุรทเมี อันเบึนวันอุโบสถ ในบท’งหลายเก่าสิบยื่งควยสี่ อันเต็มพรอม
๑^ แลำ คำยประการทั้งปวงในเบองคนแห่งพนปี1ที่งหลายสอง ยี่งคำยสามร2อยอน ล่วงแลว แค่กาลเบนที่ปรินิพพานแห่งพระพุทธเจำ ทรงบำรุงอย่ซึ่งพระ . รี รี สมพุทธปฏิมาอันสำเร็จคำยก2อนแกำ ชึ่อมรกคอนงามประเสริ3ที่สคนนนํนและ โคยชอบนนเทียว มีกวามนบถือกล่ากระทำให้เบนคำพระพุทธเจำยำทรง พระชนม์อยุ่ ยำบกกลให้ถือเอาซึ่งอาการเช่นกบกลำยสมคำยจิฅรการกรรมที่ ขิ รี นบว่าระบายสีแห่งพระพุทธพิมพ์นนนนเทียว เพี่ออันคแห่งชนทั้งหลายมากผ้ อยู่ค่างประเทศไกล รู้เฉพาะแลำคำยสญญามีไมครีไม่เกยมาแลำในสยามประเทศ นึ่มีกวามใคร่เพื่ออันเห็น ให้แสคงรุปทั้งหลายมีสามอย่างคำยอาการ กือกวาม ข เบนพระปฏิมา อันประคบแลำในฤคูสามในแม่นผ่าใหญ่กวรแก,อันระบายอัน หนึ่งแล อันหนึ่งให้กระทำรูปทั้งหลายแม้มากสำหรบรองแบบพระปฏิมา แม้ ยำชาวค่างประเทศทั้งหลายให้ยินคีอยู่ ให้เขียนเรื่องแห่งพระพุทธปฏิมานน กวรให้รู้เนึ่อกวามอนใกร ๆ พึงกคกำนไม่ไค้ คำยอกษรทั้งหลายแห่งชาวสยาม บำง คำยอักษรอำกฤษบ้าง แม้คำยภาษาแห่งชาวมกธ(๑) ก็เรื่องนอนเราให้ เขียนแลำในบที่ ๔ แห่งรชกาลของเราผ้เบึนพระราชานน ไค้มีในอายุแห่งพระ ข รี พุทธศาสนา อันนบแลำคำยสองพนยี๋งคำยสามร2อย ยี่งคำยบทั้งหลายเกำสิบ ยี่งคำยเจ็ค อันบณฑิคกำหนคแลำ แค่กาลเบนที่ปรินิพพานแห่งพระพุทธเจำ คำยประการคำนึ่แล. (๑) ครงนั้ผู้แปลเคิมแปดไวว่า เขึยนกำนานพระแกวเบนภาษามคธควยอกษรไทย และ หมดอายุ 09/11/2566 แลวในกำนำ
ต็านานพระพุทธมหามณรตนปฏิมากร พระนิพนธ์ สมเด็จ ฯ กรมพร๙ยาดำรงราชานุภาพ พระพุทธปฏิมากรแกวมรกต มีเรื่องในหนังสือตำนานโบราณแต่งเบน ภาษามกธไว้ เรียกชื่อว่า รตนพิมพวงศ์ เล่าเรื่องเติมของพระพุทธรูปแกว พระองศ์นิสืบมามีเนิอกวามในเบองตนว่า พระมหามณีรตนปฏิมากรพระองศ์นิ เทวตาสรางถวายพระอรหนต์องศ์หนึ่ง มีนามว่าพระนากเสนเถระในเมืองปาฅลี บุตร จึงพระนากเสนเถระเล้า ผู้เบนพระอรหนตอนมีฤทธสำเร้จอัวยอภิญญา ไต้อธิษฐานอาราธนาพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระพุทธเล้าให้ประติษ,ฐาน อยู่ในองศ์พระมหามณีรตนปฏิมากร ๗ พระองศ์ คือ ในพระอุระพระองศ์ ๑ ในพระโมพีพระองศ์ ๑ ในพระนลาฏพระองศ์ ๑ ในพระอังสาทั้ง ๒ ขำง ๒ พระองก ไนพระชานุ ๒ ขาง ๒ พระองก เนอแกวกบตมตชคสนทตเบน เน็อเคียวอัง เติมไม่มีแผลมีช่อง แลเห็นฅลอตเขำไปเลย พระมหามณีรตนปฏิมากรอยู่เมืองปาฅลีบุตร แล้วตกไปเมืองลังกาทวีป แล้วตกมาเมืองอัมโพชา เมืองศรีอยุธยา เมืองละโว้ เมืองกำแพงเพชร แล้วภายหลังตกไปอยู่เมือง เชียงราย เจำเมืองเชียงราย หวงจะช่อนแก่อัตรู จงเอาปูนทาลงรกบตทอง บรรจุไว้ในพระเจคีย์ที่เมืองเชียงรายนน ขํอกวามมีในพงศาวคารส่อมาว่า เมื่อ พ.ศ. ๑๙๗๗ พระแล้วมรกต องศ์นิ อยู่ในพระสถูปใหญ่เก่าองศ์หนึ่ง ณ เมืองเชียงราย กรนพระสถูปเจคีย์ นนอัองอสนีบาตพังลงมาแล้ว ชาวเมืองเชียงรายไต้เห็นเบนองศ์พระพุทธรูปบี่ต ทองคำทึบพัวทั้งองศ์ ก็สำคญว่าพระพุทธรูปศิลาสามญ จึงเชิญไปไว้ในวิหารที่
buo ไว้พระพทธรปในวัคแห่งหนึ่ง แค่นนไป ๒ เดือน ๓ เดือน ปนที่ลงรำ!เค ทองหุ้มท’วพระองค์นั้น กระเทาะออกที่ปลายพระนาสิก เจาอธิการในอาราม นนไคเหนเบนแกวสเชยวงาม จงแกะออกคอไปทงพระองก กนทงปวงจงไค้ ๘ ______ I . เหน และทราบความวาเบนพระพุทธรูปแกวท่บทงแท่ง บรสุทธค้ไม่บุบสลาย กนชาวเชียงรายและเมืองอึ่น ๆ ก็พากนไปบชานมสการมากมาย ผ้รักษาเมือง จึงไค้มีใบบอกลงไปถึงพระเด้าสามผงแกนเด้าเมืองเชียงใหม่ ๆ เกณฑ์กระบวน ไปรบเสต็จพระมหามณีรหนปฏิมากรขนหลังชางแห่มา กรนมาถึงทางแยกซึ่ง จะไปเมืองนกรลำปาง ชีางที่รบเสต็จพระมหามณีรฅนปฏิมากรก็วี่งฅี่นใปทาง เมืองนกรลำปาง เมื่อหมอกวาญเลัาโลมชางให้สงบแลัวพามาถึงทางที่จะไปเมือง เชียงใหม่ ซางก็ฅี่นไปทางเมืองนครลำปางอีก จนภายหลังเมื่อเอาชางเชึ่องรบ เสค็จพระมหามณีรคนปฏิมากร ชำงนั้นเมื่อมาถึงที่นั้นก็คื่นกืนไปทางเมืองนกร ลำปางอีก ด้วยเทฅุนนทำวพระยาผ้ไปรบเห็นประหลาค จึงมีใบบอกไปถึง เด้าเมืองเชียงใหม่ กร1งนนเด้าเมืองเชียงใหม่นบถึอผีสางมากนัก จึงวฅกว่า ชะรอยผีซึ่งรักษาองค์พระจะไม่ยอมมาเมืองเชียงใหม่ ก็ยอมให้เชิญพระมหามณี รคนปฏิมากรไปประดิษฐานไว้ในเมืองนครลำปาง กนทงป!วงจึงไคเชิญไป่ไว้ ในวัคที่คนเบนอนมากมีศรัทธา สราง ถวายในเมืองนกรลำปางนานถึง ๓๒ บ และวัคนั้นด้งเรียกวัคพระแกวมาจนทุกวนนึ่ กรนพ.ศ. ๒0๑๑ พระเด้าดิโลกราชไค้ครองเมืองเชียงใหมแลว คำรีว่าเด้าเชียงใหม่องค์ที่ล่วงแลว ยอมให้พระมหามณีรัคนปฏิมากรไป ประดิษฐานอยู่เมืองนครลำปางนั้นไม่ควรเสย ควรจะอาราธนามาไว้ในเมือง เชียงใหม่ คิคแลวจึงไปอาราธนาแห่พระมหามณีรัคนปฏิมากรมาสรัางพระธหมดอายุ 09/11/2566[เจดีย์ถวาย แลวสร2างหอพระแกวประดิษฐานไว้ในเมืองเชียงใหม่ และพระเด้าเชียงใหม่ไค้พยายามจะทำพระวิหารที่ไว้พระมหามณีรคนปฏิมากร
1ร}๑ ให้เบนปราสาทมียอดให้สมควร แด่หาสมประสงค์ไม่ อสนีบาตดกลงดอง ทำลายยอดพIงสร*างขั้นหลายครว จึงได้เชิญพระมหามณีรตนปฏิมากรไว้ใน พระวหาร มิซมจระนาอย่เนผนงคานหลง สาหรบเบนทคงพระมหามณรฅน ปฏิมากรก’บทงเกรึ๋องประคบอาภรณ์บูชาค่าง ๆ มีบานบี่คค่เงฅู้เก็บร’กษาไว้ เบค ออกให้กนทงปวงนมัสการเบนกราวๆ แค1พระมหามณีรคนปฏิมากรไค้ประคิษฐานอย่ในเมืองเชียงใหม่นานไค้ ๘๔ บ กรนพ.ศ.๒อ๙๔ พระเจาเชียงใหม่องค์หนึ่งซึ่งกรองเมืองในกรงนน ชอพระเจาไชยเชษฐา เบนบุครพระเจา เพธสาร ซงเบนพระเจากรุงศรสฅนากนหค เพราะเหตุเจำเชียงใหม่องค์ก่อนไค้ยกราชธิคาชึ่อนางยอคกำ ให้ ไปเบนมเหสีพระเจำโพธิสาร จึงมีราชบุฅรกือเจำไชยเชษฐาองค์นึ่ เมึ่อเจำ ไชยเชษฐามีอายุไค้๑๕ บี1 เจาเชียงใหม่ผ้เบนอ’ยกาธิบคึสนชีพ ไม่มีผ้อึ่นที่จะ รี รี)รี) รบที่เจำเชียงใหม่ ทำวพระยากบพระสงฆ์ผู้ใหญ่ทํ้งบ่วง จึงพร2อมกนไปขอ เจาไชยเชษฐาผู้บุครใหญ่ของพระเจำโพธิสาร และเบนนคคาของเจำเชียงใหม่ นนมาเบนเจาเชยงใหม่ กรนคอมาพระเจา เพธสารทวงกฅ เกคเหตุนองของ พระเจำไชยเชษฐาชิงราชสมบฅก่น เสนาบคีกรุงศรีสฅนากนหุฅ จึงเชิญพระ เจำไชยเชษฐาให้กลบไปย’งเมืองหลวงพระบาง เพี่อระงบเหตุจลาจล เมึ่อเจำ ไชยเชษฐาไปนนไม่แน่ใจว่าจะเลยอยุ่เมืองหลวงพระบางค่อไป หรือจะกลบ รี) คืนมาย'งเมืองเชียงใหม่ จึงเชิญพระแกวมรกตไปควย เมื่อบี่ขาล พ.ศ. ๒0๙๕ อำงว่าจะเชิญไปให้ญาติที่เมืองหลวงพระบาง ได้นมัสการและบำเพ็ญการกุศล คร’นพระเจ่าไชยเชษ3าไปถึงเมืองหลวงพระบาง เสนาบดีพรอมกนเชิญให้ ครองกรุงศรีสิตนาคนหุต พระ๓ไชยเชษjiเห็นว่า ทำอย่างอื่นบ*านเมืองจะไม่ พนเบนจลาจล จึงรีบกรองกรุงศรีสิตนาคนหุตอยู่ ณ เมืองหลวงพระบาง เพ็ม พระนามว่าเจ่าไชยเชษ^าธิราช เพราะเหตุที่ครองที่งั้ประเทศลานช่างและ
Isoเต) ลานนาคำยกน ผายข้างทำวพระยาเมืองเชียงใหม่ไม่พอใจจะเบนเมืองขนกรุง ศรสตนาคนหุต จงใบเชญเมกุฎ ณ เมองนาย ซงเบนเชอวงศของพระเจาเชยง ใหม่แค่ก่อนมากรองเมืองเชียงใหม่ ก็เกิครบกบกรงศรีสัตนาคนหุต พระเข้า ไชยเชษ^าธิราช ไม่สามารถจะปราบปรามเมืองเชียงใหม่ไค้ จึงกงรักษาพระ แกำมรกตไว้ที่เมืองหลวงพระบางต่อมา ๑๒ บ ถึง พ.ศ. ๒๑0๗ พระเข้าหงสาวคีบุเรงนองมีอำนาจขน พระเข้าไชยเชษ3าธิราชเห็นว่าตงอยู่ที่เมืองหลวงพระบางจะรูศึกมอญไม่ไค้ จึงข้ายราชธานี ลงไปตงอยู่เมืองเวียงจนทน์ เชิญพระแกวมรกตลงไปคำย พระแกวมรกตจึง ไปประติษ^านอย่ที่เมืองเวียงจนทน์แค่นนมาอีก ๒๑๔ บ กรนถึง พ.ศ. ๒๓๒๑ เมื่อรัชกาลพระเข้ากรุงธนบุรีเกิคการสงครามขน ในระหว่างกรุงธนบุรีกบศรีสตนากนหุฅ กรีงนนพระบาทสมเค็จพระพุทธ ยอคพาจุฬาโลก เสด็จคำรงพระยศเบนสมเก็จเข้าพระยามหากษัตริย์ศึก ไค้เบน จอมพลขนไปตีกรุงศรีสัตนาคนหุต ไค้เมืองเวียงข้นทน์แลำเชิญพระแก2วมรกต กบพระบางลงมาข้งกรุงธนบุรีพระเข้ากรุงธนบุรีทำการสมโภชแลำประติษ3าน ว้ ณ โรงพระแกวในบริเวณพระราชรังเติม กรนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอตพาจุฬาโลก ทรงสร2ใงกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อบี1ขาล พ.ศ. ๒๓๒๕ โปรก ให้สท้งพระอารามขนในพระราชรังเบนที่ประติษ1ฐานพระแกวมรกต กรน พระอุโบสถสรัางสำเร็จ จึงโปรคให้เชิญพระแกวมรกตแห่มาประติษ^านในพระ อุโบสถ วคพระศ?รัต่เศาสคาราม เมื่อ ณ วนจนทร์เคึอน ๔ แรม ๑๔ คา บมะโรง พ.ศ. ๒๓๒๗ พระบาทลมเด็จพระพุทธยอคพาจุฬาโลก ทรงพระราช คำริสรำงเครื่องทรงถวายสำหรับฤคูรอนอย่าง ๑ ฤคูฝนอย่าง ๑ เปลี่ยนทรง ตามฤค กรนถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนงเกล2าเข้ไอยหำ ทรงพระหมดอายุ 09/11/2566 ๓ อย่าง ตามฤคูจนทุกวนน็
เร้องพระแกวมรกต ซงคำราษฎรเรยกวาพระแกวเข็ยวบาง แกวมรกตบาง แตในราชการเรยกว่าพระพุทธพรรณมณเบนพระนาม วันแรม ๑ กา เดือน ๕ จุลศักราช ๑๑๕๐ บี1วอกสมฤทธิศก ๑ เบนบที่ ๗ ในรัชกาลแผ่นดินป^มวงค์กรุงเทพ ๆ กรงนั้นพระเจำนกรหลวง พระบา/๒) ลงมาเผ้าพระกรุณา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอกพ้าจุฬาโลก ณ กรุงเทพ ๆ มหานกรอมรรัตนโกสินทร์มหินทรายุธยาบรมราชธานึ ประเทศ บางกอกสยาม พระเจานกรหลวงพระบาง นำเอาหนังสือกำนานเรื่องพระพุทธ ปฏิมากรแกวมรกตมาทูลเกลา ๆ ถวายฉบับหนึ่ง เบนอกษรลาวจารลงใน ใบลานกมภีร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ2าอย่หวจึงมีพระบรมราชโองการกำรส รี เหนือเกลำ ๆ ส’งแก่พระยาเชียงขวา ๑ พระยาเชียงแพน ๑ สองนายเบนผู้ แปลออกจากอกษรลาว เบนสยามภาษา เค้กวามว่าคงน (นมามิ รฅนตกย0) บคนึ่ขอรบพระราชทานกล่าวตำนานนิทานเรื่อง พระแกวมรกตอนประเสริ3 ในกาลเมึ่อสมเด็จพระพุทธเวัาเสด็จเขำสู่พระนิพพานไปไต้ ๕๐๐ พรรษา ในกาลกรงนนมืพระอรหนค์พระองค์หนึ่ง ทรง พระนามปรากฎว่าพระนากเสน เบนศิษย์แห่งพระธรรมรักขิตเถร สถิตอยู่ อโศการามในแว่นแกวนเมืองปาฅลีบุตรมหานคร พระนากเสนองค์นึ่มีบญญา สามารถฉลากรอบรู้พระไตรบี่ฎกธรรม อาจสามารถแก้ไต้ซึ่งอรรถบญหา ปริศนาท1งปวง เบนอาจารย์แห่งพระยามิลินท์บรมกษฅริย์ กรนพระธรรมรัก ขิฅเถรเจำเขำส่พระนิพพานแลว ภายหล*งพระนากเสนอรหนฅเจำ พิจารณา ข (๑) ว'นที่ ๒0 พฤษภากม พ.ศ. ๒๓๓8, (๒) กึอเจำน'นทเสน
1®)๔ คำยบญญาอนสุขมกมภีรภาพ ว่าควรเราจะสร้างพระพุทธรูปไว้เบนที่เการพ - บูชาแก่เทพามนุษย์ แค่เห็นว่ามนุษย์ปุถุชนทุกวนน้ มีสนคานประกอบไป คำยโลภและหลงเบนอันมาก กรนจะทำคำยทองกำและเงินยวง ก็กถ้วพวก พาลจะเอาไปทำลายจำหน่ายเสีย จะมิถาวรอย่ถึง ๕,000 บี1ไม่ ถ้าจะทำคำย แกำก็เห็นจะวฒนาถาวรสืบอายุพระศาสนาไปนานไค้ แค่ทรงพระอนุสรณ์คำนึง รำพึงว่า จะไค้แกำที่แห่งใคมาสร้างเบนพระพุทธรปไว้ วิ ข ในกาลกรงนนสมเค็จอมรินทราธิราช ทรงพิจารณาและทรงทราบใน วาระนาจิคของพระนากเสนคำยทิพยจกษุทิพยโสฅว่าพระนากเสนมีกวาม ปรารถนาจะสร้างพระพุทธฟควยแกทอนประเสริชไว้สืบพระศาสนา วิ ช ๘! ^ เบนท สุกการบูชาทวอนํนฅโลก สมเก็จอมรินทราธิราชกบพระวิษณุกรรมเทวบุคร เสต็จลงมาสู่อโศการามอนเบนที่อาศัยแห่งพระนาคเสนเถรเจำ สมเก็จอมริน- . ทราธิราชกระทำเการพถวายนมัสการพระอรหนฅเจำแถ้ว จึ่งมีเทวราชโอง การว่า ภนเฅ ขำแค่พระผ้เบนเใทอนเจริญ ปรารถนาจะสร้างพระพุทธรปคำย • ข วิ ข แกำหรือ ผายพระนากเสนเถรเจำร้บว่าขอถวายพระพร อาคมภาพปรารถนา สมเคจอมรนทราธราชจงมเทวราชเองการว่า ภนเฅ ขาแค่พระเบนเจา ขาพเจา รบเบนพระพุทธอบฎjาก ให้สำเร็จความปรารถนา แลำจึ่งมีเทวบุญชาสำพ'ระ วิษณุกรรมเทวบุฅร ให้ไปเอาแก่ทอนประเสริช ซึ่งชื่อว่าร้คนโสภณ/®^ ที่อย่ วิ วิ ข ในเขาเวฬุบรรพศั๒) มาถวายพระผู้เบนเร้า พระวิษณุกรรมเทวบุคร จึงมี เทววาจาคอบว่า รคนโสภณถ้อนแกำประเสริ1ฐอันนน โคยอำนาจฃำพเร้าจะ นำมามิไค้ด่ำยพวกอสรกมภณฑ์ พาลอักษ์ร้กษาแกำอันนนอย่จะมิยอมให้ ขอ ข จิ อัญเชิญเสก็จไปคำยขำพเร้า จึ่งจะไค้แถ้วมาคามความประสงค์ สมเก็จอมรินหมดอายุ 09/11/2566 (๑) ไนร’คนพิมพวงศวา “มณีโชค” (๒) ในที่อน ๆ ว่า “เทวีบดบรรพค”
l®0๕ ทราธิราชเจำไค้ทรงพงอังนนแลว ก็เสต็จส์เขาเวฬุบรรพตพรัอมควยพระวิษณ กรรมเทวบุตร จึงมีเทวบญชาว่าคูก่อนพวกอสูรกุมภณฑยำษ์ที่รักษาแกว เราขอ แกวรัฅนโสภณจะนำไปถวายแก่พระนากเสนเถรเจำกระทำพระพุทธรูป ผายพวก กุมภัณฑ์จึ่งกราบทลว่า ขำแต่บาทบงกชยุกล มิไค้ขคพระเทวราชโองการทามิ ไค้ แต่แกวรัตนโสภณอันประเสริฐกอนน พระบรมศุลีจอมไกรลาศ มีพระ ประสาทส’งให้ขำพเจำรักษาไว้ ไค้พระราชทานชื่อแกวกำนนึ่ว่า รัตนโสภณ มณีโชติ มีแกวรัตตนายกถึลกเฉลิม ๓,000 เบนบริวารแวคลอมแกวรัตนโสภณมณีโชติ ๆ นึ่เบนแกวสำหรับบารมีบรมจำรพรรติ ถำจะถวายไปและ นานไปเบองหนำพระบรมจำรพรรติเสค็จมาอุบฅยํงมนุษยโลก จะไค้แกวประ เสริฐอนใคถวาย ถึงมาตรว่าจะถวายไปก็มิไค้ประติษฐานอยู่ไค้ ขอพระกรุณา เจำจงเอาแกวมรกตควงหนึ่งมีพรรณสีเขียว มีรัศมีงามประเสริฐเทียมแก’วโลกา ทิพยรัตตนายกไค้ แกวมรกตควงนึ่มีสีเขียว สถิตอย่ใกล้บริเวณแก’วรัตนโสภณ มณีโชติ และแก’วมรกตควงนึ่มีบริวาร ๑,000 ควง ขอเชิญพระองค์นำไป เทอญ กวรแก1การแลว ขณะนนสมเค็จอมรินทราธิราชเจำไค้ทรงสคบกุมภณฑยำษ์กราบทูล คงนั้นแลวก็ทรงพระโสมนัสยินดี จึงตรัสชวนพระวิษณุกรรมเขำไปลู่ปริมณฑลแกวมรกต พระวิษณุกรรมก็นำแกวมรกตมาส่อโศการาม นำแกวมรกตไป ถวายแกพระนากเสนเถรเจำ ๆ มีเถรวาจาว่า อาตมาภาพพิเคราะห์ไม่เห็นผู้ใค จะกระทำไค้ควยแก’วมรกตแข็งนำ เห็นแต่ท่านผู้เดียวจะทำไค้ตามความ ปรารถนา พระวิษณุกรรมเทวบุตรก็กระทำแกวมรกตเบนพระพุทธรูป ปรากฎ อังพระพุทธลักษณะอันงาม ตามความประสงค์ของพระนากเสนเถรเจำ ๆ จึ่ง บอกแก1อุบาสก อุบาสิกาทายก สรำงพระมหาวิหารในพึ่ใกล้อโศการามในประ
Iso๖ เทศปาคลีบุตร แล่ทอ*ญเชิญพระแกวมรกต๓มาประดึษJนไว้เหนือแท่นรัตน บัลล่งกในท่ามกลางพระมหาวิหาร เบนการป5ม5าปนพระพุทธรัตนพรรทเมพีมรกต แค่นนมากิตติศัพท์เซ้งแซ่แพร่หลายไปโคยทิศานุทิศ ชนวาณิชและ พราหมณกหบคเศรษฐมาถวายนมสการบูชาเบนอเนกนบมไค์ พระอรหนตขณา สพ ซงอยไนชมพุทวปทงแปตทศมากระท้าสกการบชาเบนพระพุทธเการพ ขิ ข ข ๆ และพระมหาราชาธิราชเข้าค่างประเทศที่ถือสมมาทิฐิ ก็มาประชุมพรอมกนทำ เคารพถวายสกการบูชาพระแกวมรกฅ ๆ ก็เปล่งพระรัศมีออกมีประการค่าง ๆ งาม มีสีหลายชนิค งามหาที่เปรียบมิไค้ ช่อพรรณรังสีพุ่งออกจากพระกาย หลายประการ ควรที่จะพิศวงยินดียี่งน่ก กรั้งนนเทพบุตรเทพธิคาและท้าว พระยาสามนฅราช พระอรหนตขีณาสพ และสมณพราหมณาประชาราษฎร์วาณิช บัณฑิตชนชายหญิงที่มาประชุมถวายนมสการบูชาพระแก2วมรกตนั้น กรนไค้ เห็นเมึ่อเปล่งพระรัศมีปรากฏแก่จกษุเบนมหามหศจรรย์ประจกษ์แล่ว พรอม กนรองข้องสาธุการเบึนโกลาหล พระนาคเสนเถรเจ8าก็เชิญพระบรมสารีริกธาตุ ๗ พระองค์ อนมีพระรัศมีงามค่าง ๆ กน เชิญพระบรมธาตุ ๗ พระ องค์ขนมาประดีษฐานใส่ในผอบแก่วแล,วยกขนตงเหนือบนพานแกว ๙ ชน ครั้งนั้นพระมหานากเสนเถรเจ1าตงสตยาธิษฐาน ขออาราธนาพระบรมธาตุ ๗ พระองค์ ให้เสด็จเข้าสถิตในพระองค์พระพุทธแก่วมรกต จะไค้เบนที่บชา รี ข แก่เทพามนุษย์อย่ชวกลปาวสานสั้นกาลนาน ขณะนนพระบรมธาตุพระองค์ ๑ รี รี ก็เสด็จเข้าสถิตอย่ในพระโมลีอีกพระองค์๑ เสด็จเข้เสถิฅอย่ในพระพักตร์ (°) อีกพระองค์ ๑ เสด็จเข้าสถิตอย์ในพระหฅถ์ขวา อีกพระองค์ ๑ เสด็จเข้าสถิต อยู่ในพระหฅถข้เย อีกพระองค์ ๑ เสด็จเข้าสถิตอยู่ในพระเพลาขวา ๑ (ธ) ในรคนทมพว7ศๅา “ในพระนลาฏ”
Isa๓) พระเพลาซาย ๑ อีกพระองค์ ๑ เสด็จเขำสถิตอยู่ในพระทรวง(๑) พระบรมธาตุ เสคจเขาสถิตในพระกายพระแกวมรกตที่ง ๗ พระองค์แล8ว ขณะนนเแผ่นตน น ๘!Y_๔ 8/ ร/ UV ๔! 8/ ร/ ไหวเบนมหิศจรรย กรนพระมหานากเสนเถรเจาไคเหนอศจรรยอย่างนนแลว จึงเล็งคควยฌานสมาบํฅก็ทราบ จึ่งทำนายไว้ว่า พระแกวองค์นจะไม่ไค้อย่ที่ ข ข เมืองปาฅลีบุตรชำนานเบนมนกง กงจะไค้เสด็จไปโปรคสรรพสตว์ในเบญจ ประเทศราช คือ ภูมิประเทศ ๕ แห่ง คือที่ลังกาทวีป ๑ กมพูชาศรีอยุธยา ๑ โยนะวิลัย ๑ สุวรรณภูมิ๑ ปะมะหละวิลัย ๑ เบน ๕ แห่ง,ประเทศ พระนากเสนทำนายค'งนแลว พระองค์ท่านคำรงอยู่ในพระบวรพุทธศาสนามา ชำนาน ท่านจึงเสด็จเขำสู่พระนิพพาน ลำตับนนมาพระมหากษัตริย์ ซึ่งกรองเมืองปาฅลีบุตร สืบเชั้อพระวงศ์ มาหลายชวกษัตริย์ ก็ใค้ทรงปฏิบํตรีกษาบูชาพระแกวมรกตตามลำคบ สืบมา หลายชวรบรีกษาพระแกวมรกตไว้ไค้ ๓00 พรรษา ตงแต่พระพุทธเจำเขำสู่ พระปรินิพพาน พระพุทธศกราชล่วงไปแลัว ๕00 พรรษา มาประสมกน ๓00 พรรษา พระพุทธศักราชล่วงไปไค้ ๘00 พรรษา ถิงพระมหากษัตริย์ องค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าตกละราช เบนพระราชนัคดาของพระเจำปุละตะละ ราชาธิราช ๆ เบนพระมหากษัตริย์ ณ เมืองปาฅลีบุตรแต่ก่อน อนึ่ง พระเจำ ตกละราชไค้รกษาปฎิบฅพระแก,วมรกตตามราชประเพณีสืบมา พระองค์มี พระราชโอรส ๒ พระองค์ พระเชษ13โอรส มีพระนามว่าศิริกิฅติกมาร พระองค์ขนึษ^โอรส มีพระนามว่าศิริราชจนทรกุมาร กรนพระเจำตักละราช V ร/AAA A 4 สวรรคตแลว เสนาบคิเชิญเจาคิริกิตติกุมาร ซงเบนพระราชเอรสขนกรอง สมบ่?! เบนบรมกษ'ฅริย์ในเมืองปาฅลีบุตรมหานกร พระองค์ก็ทรงรำยา (๑) “ในพระนาภ”
hs (^ ปฏิบํตพระพุทธแกวมรกตสืบขัคติยราชประเพณีต่อมา กรงนนเมืองปาคลีบุตร เกิคการศึกสงกรามเนือง ๆ มิไต้ขาค ควยขัาศึกต่างประเทศมารบกวนบ้าง เร้านายขุนนางกิคกบฏบ้าง เกิคการจลาจลเนือง ๆ ควยช้าศึกภายนอกและภาย ไน กรงนนกนทงปวงซึ่งรกษาพระแกวมรกต จึ่งกิคพรอมกนกบเศรษฐีพ่อกำ ตกลงเห็นพรอมกนว่า ซึ่งจะอย่ในเมืองปาฅลีบุตรนจะไม่มีกวามสุข จะตอง รี รี หนีมหาภัยอันตราย แบ้วจำจะตองรบเชิญพระแบ้วมรกตไปให้พนภัยควย บ้า เมืองเสียแก่ขำศึกแบ้ว พระแกวจะเบนอันตรายเบนมนกง กรนกิคการตกลง พรอมกนแลว จึ่งอัญเชิญพระแบ้วมรกตกบพระไตรบี่ฎกธรรม ซึ่งอยู่ พระมหาวิหารพระแกวนน เชิญลงสู่สำเภา พร้อมควยครอบครัวชายหญิง ชาวเมืองปาฅสีบุตร ใช้ใบหนีไปส่ลงกาทวีป พระเร้าแผ่นดินในลังกาทวีปไต้ รี ข ทรงรบรักษาพระแกวมรกตยี่งกว่าประเทศปาคลีบุตร และทรงทำนุบำรุงชาว ปาตลีบุตรที่ไปอาศัยนั้นเบนการดึสมกวรกบกวามชอบที่พาพระแกวไปส่ลังกา รี ข ทวีป พระแบ้วมรกตฅกไปอยี่ ในลังกาทวีปชำนานมีประมาณ ๒0 O บี่เศษ พระพุทธศักราชล่วงไต้ ๑,000 พรรษา ในกาลกรงนั้นมีพระมหากษัตริย์พระองก์หนึ่ง ทรงพระนามว่าเร้า อนุรทธราชาธิราช(๑) ไต้กรอบกรองราชสมบํตในพระมหานกรพุกามประเทศ พม่า พระองค์มีอานุภาพมากราวกะจะเหาะไต้บปาน บริบุรณ์ควยพลช้างบ้า รี ข นาวาทวยหารกบ้าหาญ พระองค์ต่งอยู่ในสมมาทิฐี ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ถาวรวฆนาเจริญยี่งควยพระบ้ญญา กรงนั้นมีพระภิกษุสงฆ์องค์หนึ่งมีนามว่า พระศึลขันธ์ มีพรรษาไต้ ๕ พรรษา เบนผู้ประกอบคำยสติบ้ญญาฉลาค หมดอายุ.09/11/2566ภก ไต้เรียนพระไตรบฏกชำนิชำนาญ ท่านมาพิจารณา (©) พระเจ่าอนุรทธ หรือ อโนรธามงฉ่อ มหาราชของพม่าองค์หนึ่ง
bad พระไตรบี่ฎกธรรม ซึ่งม้ในแม่นคินพม่ารามัญนั้งปวงนั้น ท่านสงสัยว่า พระไ;ๆรบฎกธรรมเห็นจะผิคอกชรพยญชนะ หาลูกตองคามกระแสพระพุทธ ฎีกาไม, พระศีลสันธจึ่งไปหาพระอาจารย์ ถวายนมัสการแลวมีวาจาว่า ภนเต ขาแต่พระอาจารย์เจำ ซึ่งภิกษนั้งปวงไค้กระทำบรรพชาอุปสมบทกรรมแส่ กาลปางก่อนนั้นเสร็จสนแลว ควยว่าไม,ถูกสักขรพย่เญชนะ บ’ค้นเราท่านจะ กคการสถาน เคคจงเบนเนอนาบุญ ขณะนนพระอาจารยจงคอบความว่า แส่ หลำที่ล่วงแลในั้นเราท่านนั้งปวงก็สังหาไค้พิจารณาสอบสวนตรวจคราพระไฅร บเฎกธรรมนั้งปวงให้รู้เห็นว่าผิคและชอบไม่ ถำแม้จะกระทำสังฆกรรมบรรพชา อุปสมบทกรรมก็คี เราท่านที่งปวงก็ได้ทำสืบมาตามอย่างธรรมเนียมเก่านน ล่วงเกินมามากแล,ว ล่าพระไตรบฎกธรรม หากว่าผิคควยสักขรพยญชนะวิม่ฅ เสยไปอย่างนน เจาจงอุฅส่าห่พิจารณาตรวจตราด้วยบญญาของเจาเทอญ พระศีลข''นธ์ภิกษุไค้โอกาสในสมัยที่กวรก''บกาล จึ่งพิจารณาเห็นว่าซึ่งเราได้ อุปสมบทเบนภกษุ แส่จะขนหรอไม่ขนนนหาทราบไม่ กวรจะอุปสมบทไน เมืองสังกาทวีป จึ่งจะบริสุทธสนกวามสงสัย พระอาจารย์เห็นชอบควยความ กิคพระศีลขนธ์ภิกษุแลว จึ่งนำเหตุนเสัาไปถวาย พระพรแก, เจาอนุรุทธ ราช พระเจานกรพุกามว่า คก่อนมหาบพิตรพระราชสมภารเจไผทรงพระคุณสัน ประเสริ3 บดนพระไตรย้ฎกธรรมในเมืองพุกาม ผิดเพยนหาถกต็'องอ''กขร พย*'ญชนะไม่ ถ็าแม้ว่าจะทำบรรพชิตบรรพชาอปสมบทกรรม ก็หาเย้นเนั้อ น่าบุญไม่ เมี่อพระพุทธเจำจะเสด็จเข,าสู่พระปรินิพพานนน พระองค์ก็ได้ฝาก พระบวรพุทธศาสนาแก1พระมหากษัคริย์ซึ่งเบนสมมา'ทิฐิ พระพุทธศาสนาจะ รุ่งเรืองก็เพราะอำนาจพระมหากษัตริย์ ขณะนนพระเจ่าอนุรุทธราชาธิราช ไค้ ท หมดอายุ 09/11/2566อาจารย์ ถวายวิสัชนาโคยโวหารกว่างขวางพิสคารส่งนน พระองค์ มีพระราชศร''ทธาเลื่อมใสเย้นอนมาก จึ่งมีพระราชโองการตร''สถามพระอาจารย์
๓0 และพระศีลขนธภิกษุว่า พระไตรบี่ภกธรรมที่ดีที่ถกด้องมีอย่ที่ใดบำงโยมอยาก ทราบ พระศีลด้นธ์ภิกษุถวายพระพรว่า พระไตรบฏกธรรมที่ลูกตองบริบูรณ์ นั้น อาตมภาพทราบว่าพระพุทธโฆษาจารย์เถรเจำไค้ชำระตกแต่งไว้ไนเมือง ลงกาทวีป เบนกมภิรบริสุทธแท้ พระเด้เอนุรุ-ทธราชาธิราชได้ทรงพงดงนั้น แลว พระองค์มืดวามเลื่อมใสยินดีเบนที่สุด จึ่งมีพระราชโองการดำด้สสํง เสนาบดี ให้แต่งสำเภาทรงพระราชสาส์นสองลำ ให้แต่งพระราชสาส์นเบน ภาษามกธจารลงในแผ่นพระสุพรรณบฏ และจดเครื่องมงคลราชบรรณาการ ตามสมกวร เบนตนว่าดินสอแกว นามนดึน พลอย ทบทิมต่าง ๆ และส์งอึ๋น ด้วยมาก โปรดให้อาราธนาพระภกษุสงฆ์ที่ทรงดณธรรม ๘ รุป ไปด้วย พระดลขนธภกษุพรอมควยอามาตย่ราชบุรุษ ซงเบินราชทูตอุปทูตฅรทูต กบุ ๆ 11 ชิ 1 ชิ ชิ ไพร,พอสมควร คุมพระราชสาส์นและเครื่องมงคลราชบรรณาการออกไป ดังกาทวีปแลำ พระเด้เอนุรุทธราชาธิราช ดำรสสํงเสนาบดีให้แต่งสำเภาทรงพร2อม ด้วยพลทหารบริวาร พระองค์ก็เสด็จลงส่สำเภา ใช้ใบไปตามสำเภาราชทูตถึง ชิ ข ด้งกาทวีปพรอมด้วยเคชพระบารมี กรนถึงเกาะดังกาทวีปแลว พระเจำ อนุรุทธราชาธิราช ตริสใช้ให้ทูตานุทูตนำพระราชสาส์นและบรรณาการเขาไป ถวายพระเจำด้งกาทวีป ทรงพระนามว่า พระเจำขตติยศรีรามวงค์ ราชทูต กรุงพุกามเด้าเผาถวายพระราชสาส์นพระเจำขตติยศรีรามวงศ์กรุงด้งกาแด้ว พระเด้ากรุงด้งกาทราบว่า พระเด้ากรุงพุกามด้องพระประสงค์จำลองคคลอก พระไตรบฏกธรรมที่งลาม กบพระกมภีร์ด้ททาวิเสสด้วย พระเด้าด้ตดิย ศรีรามวงศ์กรุงดังกาไค้ทราบแลำ จึงคำรสใช้ให้มหาเสนาบดีออกมาดำนบตอบ หมดอายุ 09/11/2566 ทวีปนั้นแลว ไค้จ่ายเสบียงอาหารให้ไพร่พลพอทำบริบูรณ์
๓๑ แก่พระศีลขนธ์ภิกษุ กรุงพุกามก็ไปถวายนมสการพระสํงฆราช ณ เมืองลังกาทวีป ขออุปสมบทเบนภิกษุบริสุทธ พระส’งฆราชล’งกาก็ไท้นิสัย บรรพชาญ‘เพระสงฆ์พุกาม ๙ รูป มีพระศีลขนธ์เบนสัน กระงนนที่เกาะสังกา ทวีปเบนการโกลาหล พรอมที่งกบ’ฅริย์สองพระนคร และราษฎรมาประชุม ถวายทานมากนัก พระเช้เอนุรุทธราชาธิราชกรุงพุกาม คำรสสังเสนาอำมาตย์ราชบณ^ พระภิกษุสงฆ์พรอมกนระคมเขียนคคลอกพระไกรบฎ่กธรรมทงสาม และ ก’มภีร์สททาวิเสส พร"ะเช้าอนุรุทธทรงเขียนสัวย กรนเขียนพระไกรช้ฎกธรรม และคมภีร์สททาวิเสสแลว กรํ้งนนชาวเมืองลังกาทวีปก็ช่วยเขียนอีกสำรบหนึ่ง เบนศรทธาจะใท้พระพุทธศาสนาแผ่ซ่านไพศาลที่เมืองสัมมาทิฐิ พระเช้าอนุรุทธราชาธิราช บริจาคพระราชทรพย์ซอวกถอนสมศวร แก,สมณกฤห’สถ์ แลวถวายเบนไทยธรรมแก่พระสงฆ์ในลังกาทวีป โคยมาก แจกกอุนัสถ์ที่ช่วยเขียนพระไกรบฎกนนสัวย พระเจาอนุรุทธราชาธิราชขอพระแกวมรกตก่อพระเจาขกติยศรีรามวงศ์ กรุงลังกาทวีป ควยเบนทางพระราชไมกรีกนมาช้านานแลว พระเช้าขกฅิยศรีรามวงศ์กรุงลังกาก็ทรงขคมิไค้ ทรงจำพระท’ยอนุญาตยกใท้ กร1งนน ราษฎรชาวเมืองสังกาทวีปเศรำโศกเสียใจ เสียคายพระแกวมรกตมากทวที่ง เกาะลังกาทวีป ผ่ายพระเช้าอนุรุทธราชาธิราชกรุงพุกาม เมึ่อไค้โอกาสคีแสัว ก็รบ เชิญพระแกวมรกตลงส์สำเภากบควยพระไกรบี่ฎกใเรรมที่งสาม ซึ่งพวก พุหมดอายุ 09/11/2566ลอกเชญลงสสาเภาควยพระแกวมรกก กระทาการสมโภชทเกาะ ลังกาทวีปกรั้งหนึ่ง แลัวกำหัให้ยกพะไmบี่ฎกธรรมที่ชาใลังกาทวีปช่')ย