The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รัตนพิมพวงศ์ และตำนานพระแก้วมรกต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by t.sutthiyano, 2024-03-09 10:48:37

รัตนพิมพวงศ์ และตำนานพระแก้วมรกต

รัตนพิมพวงศ์ และตำนานพระแก้วมรกต

Keywords: รัตนพิมพวงศ์,ตำนานพระแก้วมรกต

๘1ดุ) อันว่าปรมปราภฎากถาพรรณนารคนพิมพวงศ์ อันพระพรหมราช บญญาภิกษุสองวสสารจนาไว้ เพี่อประโยชน์จะให้มีกวามเลื่อมใสแก่สาธุชน ก็จบควยประการค’งน์ อันว่าแก้ไขเรื่องรฅนพิมพวงศ์โคยอนระลึกตามจารีตทำวพญามหาชน เชิญเสด็จพระพุทธรตนปฏิมากรมาคราบเทำถึงเมืองชิรายเบนอาทิ อันประคบ ควยกาถารํอยเอ็คกาถา อันยุติควยฉันท์ค่าง ๆ อันขำพเจำพรหมราชบญญาภิกษุ กระทำ อันว่าความปรารถนาแห่งอัาพเจาสำเร็จคำยประการฉันใค อันว่าความ ปรารถนาแห่งสตว์ทํงปวงจงสำเร็จทุกเมื่อควยอาการอังน์เถิค อันว่าเรื่อง รตนพิมพวงศ์นั้แค่งสำเร็จควยประการทงปวง ในบระกา เคึอน ๗ ขน ๑0 คา คุกลบกข็คุภวารนนแล ๆ บัคน์ขำพุทธเจำอักสำแคงซึ่งนัยอันไค้พี่งมาโคยนัย แค่โบราณแห่ง พระแกำอมรกตอนมาแค่เมืองชิรายมาสเมืองนน ๆ จำเติมแค่พระเอัาธรรมราชา ข 1 บูชาพระแกำอมรกตคำยเครื่องสักการบูชาเบนนิจมา เมึ่อจำเนียรนานไปภาย หน้าพระเจ่าธรรมราชาจึ่งทำพระร''ตนปฏิมากรคำยขมุกอ''นปนคำยทรายละเอียด และนาผงนวเนิฅแลำจึ่งลงร''กบี่คทองคำเปลว จึ่งก่อพระเจดีย์แลำคัวยอิ5ศิลา อยู่ว''คแห่งหนึ่งชึ่อว่ารกขวนารามช่างทิศคะว''นออกแห่งเมืองชิราย เชิญพระปฏิมากรเช่าไว้ในพองพระเจคีย์ย์นประคับนึ่ดำยเครื่องนานา ก''บคำยของ สักการบชาต่าง ๆ พระองค์กระทำบชาทำทานร'!กษาศิลฅราบเพ้าสนพระชนม์ ทิวงคต และชนทํงหลายทำบูชาสืบอันมาคุจนัยหนหอัง กรนนานมาพระเจคีย์ นนทำลายลง มนษย์ทํงหลายจึ่งร้อศิลาลงก็เห็นพระพุทธรปมิไค้ร้ว่าพระแกว รี รี ข_ข มรกต จึ่งเชิญพระพุทธรูปมาไว้ในพระวิหารรุกขวนารามนนตงไว้อับควย พระพุทธรูปนัอย ๆ เบองพักตร์แห่งพระพุทธรูปองศ์ใหญ่ กระทำอักการบูชา


dan คำจะรู้มาในกาลุพระเจำมหาราชบพิตรไค้เสวยสมบตในเมืองนวิสินท นครเชียงใหม่ มีชำนานอำมาตย์ของพระเจำมหาราชไค้เสวยสมบํฅในเมือง ชีรายนครในกาลนน อันว่าเทวคาทงหลายปรารถนาจะกระทำพระแก,วมรกฅ ให้ประจกษแจำแก่มหาชนทงหลาย จะอังพระศาสนาให้รุ่งเรือง จึ่งยำจุณอันทา แค่พระกรรณแห่งพระแกวอัางหนึ่งนนให้ตกลงสำแคงให้ชนรืว่าพระแกวมรกต ในกาลนนบุรุษโยมวคผู้หนึ่งกวาคพระวิหาร กระทำชำระพระพุทธรูป เห็นซึ่งที่จุณอันตกลงมานน ก็รู้ว่าพระแกวมรกตมีกวามชึ่นชมยินคี จึงบอก ความแก่พระภิกษุสงฆ์มีพระมหาสามีเจำอารามนนเบนประธาน พระภิกษุสงฆ์ ไค้พงก็ชื่นชมเชำไปส่พระวิหารคก็รืว่าพระแก่วมรกต แลวก็นำเสียซึ่งรกทอง อันทาไว้นนกระทำให้บริสทธ เบนพระพุทธรตนปฏิมากรรุ่งเรืองประคุจพระ พุทธองค์อังมีพระชนมชีพ เบึนที่จบใจจำเริญศรทธาจะนำมาซึ่งความเลื่อมใส แก่ฝูงชนเบนอันมาก คำยปาฏิหาริย์ปรากฏค่าง ๆ พระภิกษุสงฆ์เห็นพระ ปาฏิหาริย์นน ก็มีกวามชื่นชมจึงสรรเสริญพระพุทธคุณแห่งสมเค็จพระพุทธเจา คำยบาลี อิติบโส เบนอาทิ กราบนมสการพระพุทธคุณเบนนิรนครไป พระภิกษุสงฆ์ก็ถวายพระพรแจำซึ่งภาวะเบนพระพุทธรตนแก,พระเจำชีรายนคร คำยอัอยกำว่าพระพุทธรูปแกำอันรุ่งเรืองคำยฉพพรรณรำสี ปรากฏมีใน รกขวนาราม พระเจำชิรายบุรินทรไค้พงรื่แจำก็มีพระทยแผ่ไปคำยผรณาบฅิ ในวนนนก็อังราชบุรุษให้ถือ ซึ่งเครื่องสักการบูชาเบนอันมาก แวคลอมคำย พลนิกาย อนมมอถอเกรองสักการบูชามคอกไมเบนอาทิเสติจออกจากพระนคร ไปสู่รุกขวนารามวิหาร เห็นพระพุทธรูปแลำคำยแกำมรกต อันรุ่งเรืองคำย รศมี ๖ ประการ ก็มีจิตชื่นชมรนคียึ๋งกว่าเก่ากระทำสักการบูชาต่างๆ พุทธ กตตศพท์นนก็ปรากฏเอิกเกริกโกลาหลทวไปแก่ชาวพระนกรทงปวง ๆ ก็แตก


๘๔ กนมาส่รฺกขวนาราม ทํ้งพระภิกษุสงฆ์ก็มาประชุมกนแต่สกลทิศาภาคมากรรทำ ข 1 <1 จ สกการบูชาพระพุทธรตนปฏิมากร เมื่อแลพระภิกษุสงฆ์และมหาชนป์ระชุม พรอมกนแล็วสมเด็จพระเจาชิรายบุรินทรกบฝูงชนทั้งปวงก็สรงพระรตนปฏิมากรเท้ตวยสุกนโธทกธารา ลาฝงชนทั้งหลายนน บุกกลผ้ใคมีศรัทธาอน บริสุทธยุติควยพระพุทธาทิคุณ และกระทำซึ่งบุญมีทานแลศีลเบนอาทิ และ ได้อุบฏฐากบิคามารคาผู้นนเมื่อสรงพระพุทธรัตนปฏิมากร นานนจึงท่วมถูก องค์พระพุทธรัตนปฏิมากร ตามประทิป ๆ ก็ติครุ่งเรือง ถาผู้ใคมิได้ยุติควย ธรรมดงกล่าวมาน ผนนสรงนา ข ๆ นนมิตองถกพระองค์ ตามประทิปบุชา 1 ข ข ก็มิได้ติครุ่งเรือง ต่อขอขมาลุกะโทษแลวจึงสรงนาตองพระองค์ จุคประทิป บูชาก็ติครุ่งเรือง อนวำสมเด็จพระพุทธปฏิมากรเจำอนประเสริฐปราศจาก พระชนมชีพยังข่มชนทุจริตลามก และยกซึ่งบุกกลอนประพฤติสุจริตประดุจ สมเด็จพระสรรเพชญ์พุทธเจำอนมีพระชนม์และกระทำปาฏิหาริย์อนประเสริฐ ต่าง ๆ ยังฝงประชาชนให้เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาด้วยประการคงน I ชิ อนว่าหญิงชายทั้งหลายใด แลปรารถนาซึ่งไตรพีธสมม่ฅทั้งสาม จงมี นาจิตชื่นชมยินติในในอุบฏฐากบิคามารคาเบนอาทิ และกระทำซึ่งกุศลกรรม มีทานและศีลเบนตนเถิค สมเด็จพระเจำชิรายนครินทรบพิตรมีศรัทธาทิคุณ กระทำสกการบูชาซึ่งพระรัตนปฏิมากรควยชาวเมือง แลวก็ส่งซึ่งวรราชสาส์น ไปสู่สำนักพระเจามหาราช ณ กรุงนวิสินทนกร บอกกิจพระแกวอมรกตเกิค ณ เมืองชิราย พระเจามหาราชได้ทรงพงก็เกิคบติแผ่ไปในสริรกาย มีปรารถนา จะเชิญพระพุทธรัตนปฏิมากรอนมีอานุภาพอนประเสริฐมาไว้ในพระนกรแห่ง พระองค์ จึ่งส่งซึ่งมหาชนและหัตถานิกรเบนอาทิ กบควยเกรึ่องบุชาทั้งหลาย ต่างๆ ไปกระทำหักการบูชาพระรัตนปฏิมากร แลำส่งราชสาส์นไปบอกแก,


๘๕. เจำเมืองชิรายว่าจะเชิญเสด็จพระพุทธรัตนปฏิมากรมาสู่เมืองนวิสินทให้ตกแข่ง วิถีทางประคบคำยฉฅรชัย และคอกไม้มีพรรณต่าง ๆ จาเคิมแต่เอิองหนำ เมืองชิรายนกรนนมา แลำจึ่งเชิญเสด็จพระพุทธรัตนปฏิมากรสถิตเหนือหสัง ชำงพระที่นืงอนศึกษาเบนอนตี และประคบประคาคำยกชาภรณ์แลำนำเสด็จ ออกจากเมืองชิรายบุรีตามวิถีทาง อนวิจิตรเรี่ยรายคำยทรายอ่อน และอาเกียรณ์ คำยบปผามาลา และธงชัยทงหลายเบนอนมาก และหม่พระภิกษุสงฆ์มีใจ ชื่นชมประชุมกนมาแต่ทิศาภากโคยรอบกอบ มาทำบชาตามเสด็จพระรัตน ปฏิมากร ไปโนหนทางทำบุชาคำยคอกไม้มาลานานา ในหนหางทำบุชาควย สททบูชาเสียงเภรีตีเบาประโกม ไปหยุคลงที่ใคไค้พ้งพระธรรมเทศนามหาเวส สนครชาคกโคยเการพ และกระทำบุชามีประการต่างๆทุกๆวน และแ^เสด็จ พระพุทธปฏิมากรไปควยชำงพระที่น’ง ตราบเทำถึงเมืองไชยสักกะอุเนตงอยู่ ณ ระหว่างเมืองนวิสินทแลเมืองชิรายนคร และทางแต่เมืองชิรายนครไปจน ถึงเมืองไชยสักกะนนใกลไค้หกโยชน์หกรอยหำสิบเสน ทางแต่เมืองไชยสักกะ ไปจนถึงเมืองนวิสินทไกลหำโยชน์กบรอยเสน สิรีทางแต่เมืองชิรายไปจนถึง เมืองนวิสินทไค้สิบสองโยชน์สองรอยหำสิบเสนทางแต่เมืองนวิสินทไปถึงเมือง นครนนไกลหำโยชน์สามร2อยเสน ทางแต่เมืองไชยสักกะไปถึงเมืองนกรไกล สิบแปคโยชน์ และซนทำหลายแห่เสด็จแลำก็ขนเพี่อจะไปส่เมืองนวิสินทคำย อำนาจเทวานุภาพ และชำงนนมิอาจที่จะไปที่อ่นไกล มิอาจตงอยู่ไค้คำยตน เอง ก็รองกองโกญจนาทพี่งพลึกพึงกสัว ฝูงชนที่งหลายเห็นอศจรรย์บนคาล คงนนก็พิศวง จึงปลงพระพุทธปฏิมากรลงไว้กระทำสักการบูชา ส่งข่าวสาส์น ไปถวายพระเจานกรนวิสินทๆ ไค้ทรงพ้งข่าวสาส์นก็พิศวงพระทำจึงตรัสM หมดอายุ09/11/2566


๘๖ แลวแลบรรคาเมืองขนแก่นวิสินทบุรีเราเท่าใค ให้เขียนนามเมืองลงในสลากจง ทุกเมือง และท่านทงหลายจงจบสลากควยอธิษ^าน ว่าถำสมเด็จพระพุทธ ปฏิมากรเฑ้จะเสด็จไปโปรคสฅว่โลกเมืองใค ก็ให้ไค้สลากนามเมืองอนนั้นเถิค ชนนั้งปวงไค้พี่งรบส’งสมเด็จพระเจำมหาราชก็บดีปราโมทย์ จึ่งเขียนนามเมือง ท่งปวงคือเมืองนวิตืนท ๑ เมืองชิราย ๑ เมืองหริภุญชัย ๑ เมืองพะยาว ๑ เมืองชังขบุระ ๑ เมืองนนทบระ ๑ เมืองไชยชักกะ ๑ เมืองนคร ๑ ลง ในสลากใบลานเบนอาทิ ลำคบกนไว้ในที่ควร และพระภิกษุสงฆ์มาแค่ทิศ โคยรอบ มาประชุมกระทำพุทธบูชาสรรเสริญพระพุทธคุณ ผายราชบุรุษ ทงหลายนั้น เอาผำบงเสวิยงบ่า ยกอญชลีกรกราบนมัสการบูชา โคยสมควร แลวกสรรเสรญพระพุทธคุณเบนอาท อฅบ 1ส ภควา คงนแลวกกระทา โพธิสมภาร อธิษ^านจบพึ่ลากได้นามเมืองนกร ทำซารก ๒-๓ ที ก็ได้นาม เมืองนครยืนอย่ ชนทง์ปวงชื่นชมยินดีจึ่งเข่าไปกราบทลกิจแค่สมเด็จพระเจ่า ข ข มหาราช ๆ ผู้ทรงนามวิเศษว่า พระเจท้นวิสินทนครินทร ไค้ทรงพงก็ทรง พระโสมนัสยินดี จึงทรงรบสงท่อไปว่า ผิว่าท่านนั้งหลายจบสลากนามเมืองมิ ไค้นามเมืองท่งปวงแลวไค้แค่นามเมืองนคร ท่วยอานุภาพสฅยาธิษ3านแท้ นั้งนดีนักหนา เมื่อสมเด็จพระมหากรุณาเจำสังมีพระชนมขีพอย่นั้น ทอค วิ ข ทิพเนครเห็นหมู่เวไนยสัคว่อนมีอุปนิชัยควรจะไค้มรรคผลอยู่ในที่ใค พระพุทธ องค์ก็เสด็จพระพุทธคำเนินไปในที่นั้น เพี่อจำกระทำโพธิเวไนยชัศว่นั้งหลาย ให้ออกพนจากไครภพสงสารครสพระธรรมเทศนา โคย#เควรควยอุปนิชัย แล2วก็ฅงไว้ซึ่งโพธิเวไนยสฅว่นั้งปวงในอริยมรรคและผล และสมเด็จพระพุทธ รคนปฏิมากรเจำพระองค์น์ จะเสด็จไปเพี่อจะให้เบนประโยชน์แก่ชัควโลก นั้งปวงในที่ใคสูทงปวงจงกระทำชักการควยอเนกบูชาวิวิธาการอโนประเสริ3 และคกแค่งทางพุทธวิถีถนนอำพลวิจิครวิวิธามิสบูชาแห่เสด็จพระพุทธองค์ไป


ฟ๓) ในประเทศทื่นนเถีค ชนทงหลายไค้พงรโบส่งสมควรจำเริญจิตติดชื่นชม จึ่ง ประคบประดามรรคาเรี่ยรายควยข่าวคอกคอกไม้เบนอาทิตามราชโองการศร*ส ลังนนทุกประการ จึ่งยังพระพุทธรัตนปฏิมากรอนเทวมนุษย์บูชา ให้เสด็จ ประดิษ3านในสิริเ.ศรษ3ยาน สันเบนที่ชอบใจชนทงหลาย งามประพราย ควยลงการกนกสุวรรสเวรวิจิตรวิวิธรัตโนภาส พระยานนนหนัก ชนทงหลาย มากควยกนจึ่งจะหามไค้ ควยเคชานภาพเทวคา เมื่อยกพระยานมาศขั้นนำไป ะ ๘! „ ะ 1 จ ๘-. จุ- * นนเบนอนเบาหนกหนา ชนทงปวงกมกวามหรรษา เสมนส ออกจากเมอง ไชยสักกะควยเครี่องสํกการบชาต่าง ๆ พระภิกษุสงฆ์ก็ชื่นชมประชฺมกนบชา ตามเสด็จไป สมเด็จพระพุทธปฏิมากรเจ่าก็กระทำพระปาฏิหาริย์สันจำเริญจิต ต่าง ๆ ดุจสมเด็จพระพุทธองค์ยังทรงเสด็จทรมานอยู่ แลพระบาลีปาฏิหาริย์ และการชนชื่นชมบูชา ก็เหมือนมีมาดุจนัยหนหลังแปลกแต่ว่าแผ่นดินไหว และอกาลบุปผชาติก็บังเกิดมี ชนทั้งหลายทั้งเงินทอง และว'ศถาอาภรณ์บูชา เรี่ยรายในทางวิถีโดยรอบก็บังเกิดมี และฝูงมนุษย์ทั้งหลายนำเสด็จพระพุทธ ปฏิมากรมาควยสุวรรณวรสีวิกาดวยวิธีบูชาเบนสันมาก ดุจนัยหนหลัง.ทุก ๆ วนมาแต่เมืองไชยสักกะจนถึงเมืองนคร ในกาลนนอำมาตย์ผู้มีนามชื่อสทโทบจฉาอำมาตย์ ไค้เสวยราชย์ในเมืองนครไค้พงว่า พระพุทธรัตนปฏิมากร เสด็จมา ก็ชื่นชมยินดี จึ่งยังบุรุษแห่งตนให้ถึอเกรี่องบูชาออกมาต้อนรับเสด็จ กระทำสักการบูชาพระพุทธปฏิมากรเจ้ากบควยชาวเมืองทั้ง็หลาย แลวก็รับ เสด็จมาสู่เมืองนคร แล่ทัยังชนให้กระทำปฏิมาพรฐในอนวิจิตรสีต่าง ๆ เชิญ พระปฏิมากรสถีตอยู่ในปฏิมาฆระแลัว พญานครกบดวยชาวเมืองทั้งหลาย ก็ az ๘!*/ ๘!** y จุ- op O 4 az บูชาควยเกรองบูชาเบนอนมากเบนนจกาลมา กรนสนสท เทบจฉาอามาฅยแลว อำมาตย์ผ้หนึ๋งชื่ออุทรสรอำมาตย์ไค้เสวยสมบํตในเมืองนครมีปรารถนาจะตง พระพุทธรูปไวให้ถี จึ่งก่อปราสาทเจคีย์อันงามแลวควยอิฐ อัญเชิญพระรตน


ปฏิมากรส่งไว้ในนน ยิงมิทนสำเร็จพาผ่าลงถูกฅํองพระเจดีอร3ทำลายลง ชน ทงปวงรออิ3เสีย นำพระรัฅนพุทธรูปนนมาไว้ในปฏิมาฆระ กรนสั้นอุทรสุรอามาตยแลวอามาตยผู้หนงชอสุมณะ แค่ยงเกดเบนกุมารใหญ่มานามนน ก็ติดมาซึ่อสมณะอำมาตย์ ได้เสวยสมบํฅในเมืองนคร อำมาตย์นนแกลำกลา มีกำลังฉลาดในการสงคราม จึงได้เสวยราชสมบํตเบนกษัตริย์ ปรากฏพระนาม พระเจำนครินทรธิราช ประกอบดำยพระศรทธาเซึ่อถือคุณพระรตนตรัยบำเพ็ญ ทานรักษาศีลเบนอาทิ อุบฎฐากพระภิกขุสงฆ์ทรงพระบญญารักพระพุทธเจำ บชาพระพุทธรัตนปฏิมากรลันนำมาซึ่งลัจฉริยะต่างๆ ควยเกรึ่องอเนกบชามีธป ข 1 ข ข และประทิปเบนตน ยำช่างให้กระทำพระวิหาร ประคบควยเกรึ่องอลงการ ต่าง ๆ เสานนแลำคำยทองคำ งามประดุจเทวสภากศาลาในเทวโลก ใน ภายในพระวิหารนนให้ก่อเบนถํ้าวจิตรคำยทอง และให้วาคเขียนหองทวาร บานส่างอนงาม และไว้พระรัตนปฏิมากรในถา แลำบูชาคำยมหาสกการเบน ลันมากเบนอาทิคือ พ้อนขบและดุริยคนตรีต่าง ๆ บูชากบคำยพระภิกขุสงฆ์ และชาวเมืองทงหลาย แลำให้บคประตูถาไว้เพื่อรักษามิให้มีลันตรายส่อวน ๑๕ คํ่า ๑๔ คา ๘ คืา จึ่งฅรสสงให้ไปเบี่คประตถา ยกพระรัตนพทธรป ออกมาตงไว้ในวรบญญ่ตตาอาสน์ท่ามกลางพระวิหาร ให้ตีกลองเบารองประชาราษฎรทงปวงมาสรงพระพุทธรูป ชาวเมืองทงปวงชึ่นชมยินคี ถือกุณฑี ลันเต็มคำยน์าหอมมากระทำลักการบชาต่าง ๆ และสมเด็จพระเจำนครินทรบพิตรเสด็จมากบทงราชบริวาร แลำชาวพระนครแลพระภิกขุสงฆ์เบนลันมาก กระทำบชาพระพทธรปในกาลกรงนน ลันว่าพระพุทธปฏิมากรก็กระทำอเนก ปาฏิหาริย์ลันประเสริฐ ลันจะนำมาซึ่งความปราสาทผ่องใสแห่งชนทงปวง บางคาบเห็นสีคำ บางคาบเห็นสีเขียว บางกาบเห็นสีแดง บางคาบสำแดง หมดอายุ 09/11/2566


นกรินทรกบทงโอรสมเหสีเบนประธานไค้เห้นพระปาฏิหาริย์ ก็มีบดีชื่นชม กระทำส’กการบชา บางเอาผ้าผกเบนธงบชา ก็สรงพระพทธรปอนเทวคา ข II ข ริ ■ อินทรพรหมบูชาควยนาหอม ๆ . โย ปาปธมฺมา บตุมาตุยตกร ฯลฯ เนั้อความในพระบาลีอัจฉริยธรรม และอนุศาสน์แห่งอาจารย์น์ก็เหมือนนยหนหลังแลัว กตายํ นาคเสเนน ฯลฯ ปาฎลปุตฺตเก ปุเร ตโต สทลทเป จ สุมหานคเรบ จ อโยเชย เพชชปากาเร ชิราเยบ ยถากกมํ ฯลฯ โลเก พุ'ทุโธว ติฎุชตติฯ พระคาถานั้สาธกเนอความหลังว่า พระพุทธรคนปฏิมากรเจ*าน็ พระนากเสนสร่าง นำมาซี่งอัจฉรยฺอัศจรรย์ต่าง่ๆ ยังมหาชนเบนอันมากให้เลี่อมใส เคิมแรกสร่างนนเสด็จอยู่ในเมืองปาคลีบูคร ลำอับนนไปประดิษ^านในสิงหลทีป แลัวไปคงอยู่ในสุมหานกร แล'วไปสถิตอยู่ในอโยชยนครแลวไปสถิตอยู่ ในเมืองเพชปาการนคร แลวไปสถิตอยู่ในชิรายนคร โคยลำอับลันไป บคน็ คงอยู่ในเมืองนคร ทรมานนิกรมหาชนสำแตงวิวิธปาฏิหาริย์ ประคุจสมเด็จ พระสรรเพชญ์พุทธเจ่า ยังเสด็จทรมานโปรคลัตว์อยู่นนแล อิติ สพุพากาเรน รตนพิมุพวํโส นิฏฺจิโต ฯ สำแคงมาควยเรื่อง รคนพิมพวงศ์ก็ยุฅีควยวาระพระบาลีแต่เท่าน็แล ๆ


รตนพิมพวงศ์ พร ยาปริยํตธรรมธาดา (แปล) ตอนอุบตติกถาพระนาคเสน นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ ทโยฌาเณน สมพทฺธํ พุทฺธํ พทฺเธน เทสิตํ ธมฺมํ ธมฺมวรํ ทนฺตํ นตฺวา สงฺฆณฺจ สาทรํ ช็าพเจ่าขอนม'สการดวยกวามเออIVเอ ซึ่งพระพุทธเจ่าผู้ถึงพรอมดวย พระกรุณาญาณควย ซึ่งพระธรรมทื่พระพุทธเจ่าแสดงแลวควย ซึ่งพระสงฆ์ ผู้มีธรรมอนประเสริ3 มีดนอนทรมานแล่วควย พิมฺโพอมรโกเฎน นาคเสนเถเรน การิโต อาภโต เนกราชูหิ ปรมฺปราวเสน โย ราบโต โยนรฐฺรมฺหิ นครวรวฺหเย สาธูหิ นรเทเวท ปูชิโต ยาวชุชตนา โย พิมโพ ยินว่าพระพิมพ์องคใดทื่พระนาคเสนเถรเจ่าให้ท่าไว้ควย แล่วอมรโกฏ(o)พระราชาท่งหลายได้เชิญมาโดยสืบ ๆ กน ประคิษ3านไว้ใน พระนครในโยนรำ สาธส่ปบรษนรเทวดาท่งหลาย ไค้บชามหเนตราบเท่า ทุกวนน การแสคงบุพพจารีตของพระแกวมรกต ที่โบราณกษัตริย์นำสืบ ๆ กน มา นักปราชญ์ที่งหลายผู้รู้นัยไค้ทำไว้โคยสยามภาษา (๑) หนํงสึอเบนอมรโกเฎน ชื่อว่าท่อนแกวของเทวดา แต่มรกดศพท่ดิกข้นนารส้นสกฤด ว่าแกวเขยว และชื่อภเขาในเกาะลํงกา


ด่ซิ ขำพเจำอาศ์ยบุพพจารีคนนแลว จกทำซึ่งจารีคน์โคยบาลีคามกำลำแห่ง มดี เรียกว่า รตนพิมพวงศ์ แท้จริงพระพุทธรูปพระองศ์นี พระนาคเสนเถรเจำผ้ประคํบควยคณา รี ข ข รี ลงการ ค่างควยคุณมี ฉฬภิญญา แลปฏิสัมภิทาเบนคน เธอฉลาดแก้บญหา สุขมละเอียค ไค้อาศ์ย์พระพุทธรูปแก,นพทน์ลีวน ที่พระเจำบสเสนทิโกศลผ้ 11 ข รี) ทรงพระปรีชาฉลาคทำกุศลได้ ไค้โอกาสในสำนำสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจำ แห่งเราที่งหลายประคิษ^านขนไว้ เพี่อประโยชน์เก้อกูลแก่ประชุมชนทวไป และ (พระเถร) ได้แก่วอมรโกฏิที่ทำวเทวานมีนทร ทรงนำมาแค่ภูเขา วิบุลบรรพคถวายจึงสรำงไว้ เพี่อประโยชน์เก้อกลแก่สกลโลกควย เพี่อให้ วิ ข พระศาสนาของพระชินสีห์เจ่ารุ่งเรืองควย กร ด''งได้รนมาว่า เมื่อประมาณกาล ไค้ ๕00 บื่ส่วงแล่ว แต่กาลแห่งพระสมมาสมพุทธ๓ผู้ทรงญาณในสกลโลก ไค้เขาสู่พระปรินิพพานเสค็จข'ามจากโลกไป พระนากเสนเถรเจำไค้เกิดขั้นใน โลก อนนึ่พรรณนาโคยส*งเขป เพื่อจะแสดงความบังเกิดของพระเถรเจำนน ให้แจ่มแจ'ง กิร บังไค้ยินมาในกาลอนล่วงแลว เมื่อศาสนาพระก*'สสปผู้ทรงพระภาคเจำ ภิกษุองค์หนึ่งไค้สำนักอยู่ในวิหารใกล้ๆ ที่พระเจำมหาราชทรงพระนามวิข้ฅาวิเสวยราชย์เมืองสาคลนกรสร่างไว้ ภิกษุนนถีงพร่อมบัวยศีลและวัตร สกขั้นแต่เช็าก็ถีอไม้กราดคำมยาวเดินระลึกคุณพระผ้มีพิระภาคเจำแลวจีงกวาด รี รี ร} ลานวัค ทำหยากเยื่อที่เรี่ยรายให้เบึนกอง แลวจีงไค้เรียกสามเณรองค์หนึ่งว่า แนะสามเณรมานึ่จงที่งหยากเยื่อเสีย


dlCT สามเณรนนทำดรว่าไม่ได้ยินกำพระเถรนน ยื่นเฉยเสียแม้กรงที่สอง แลที่สาม พระเถรย'งเรียกอยู่ก็ทำเหมือนว่าไม่ไค้ยินยืนยย่ฉะนน 0 ชิ ณ ทนใคนน พระเถรนนก็ว่า “สามเณรนว่ายาก” จึงไค้ให้ประหาร ด'วยด็ามไม้กราด สามเณรนนร้องไห้อยู่ควยความกล'ว จึงได้ขนหยากเยื่อไป ทงเสีย เมื่อกำลังที่งกลับตงสติขนอีกแลวให้ความเลี่อมใสเกิดขน จึงตงความ ปรารถนากล่าวเบนคาถาว่า อิมนา ปุณฌกมฺเมน กเตน สุทุธเจฅโส ยาว สิวํ น สมปตฺโต ยตุถ ยตุถ ภเว (ภวํ/๑) มชุฌนฅิโก วิยามิจโจ มเหสทุโข ภวามิห ขำพเจำมีเจตนาอนบริสุทธ ควยกรรมคือบุญที่ขำพเจ1าทำแล่เวน เมื่อ ยงไม่ถึงพระนฤพานเพียงใคแลัว จะพึงเกิดในภพใค ๆ ขอให้เบนกนมีมเหลักข์ ดังดวงอาทิตย์เวลาเที่ยงเถิด ได้ทำปชมปรารถนานแลัไ เมื่อหยากเยื่อได้ขนสำเร็จแลัวจึงไปส่ท่า ชิ แม่นากงคาเพี่อจะอาบ กรนอาบผุดขนดำลงกายเย็นแลวจิฅบสลัทธิก็เกิด แลว ได้เห็นกำลังกลี่นอนไปหนุนๆกน ปี1ติก็เกิดขนจึงดำริว่า อาตมเบนผูที่ พระเถรนนได้ใช้มาควยการงานของอาจารย์ แลอุบชฌาย์หาใช่การงานของ al ^*-.1 A. *_ . - ^?L..I ____ ' ......._ ตนไม่ อิกประการหนงเล่าพระเถรนนเบนผู้มิอุปการมากแน่ละหนอ เพอ กวามอนุเคราะห์แก,เราแท้จริง กิดแลวจึงทำกวามปรารถนากรงที่สอง กล่าว ๘! I เบนคาถาว่า ยาว สิวํ น สมปตฺโต สํสาเร สํสรํ อหิ ปถJหาจินตนปณพาย ยุตโต ยตถ ภเว ภวํ หมดอายุ 09/11/2566-—’โโ .—-——-------------------- (o) ฉบํบ์มีแค่ภเวแปรข่ทจึงเหิมทไข!รง


^๓ ขำพเจ่าจะย’งไม่ถึงพระสิวโมกขธรรมเพียงไรแล*จ ยังเที่ยวท่องอยู่ใน วฎฎสงสาร ยักไค้เกิดแล่วในภพใด ๆ ขอให้อาดมนิประกอบดวยบญเบาในที่ จะคิดแก้ปริศนาเถิด คงฺโคทกุมุมิเวโคยํ อเนโก องฺเขยุโย ยถา ปฎิภาโณ ตถา เสฺสํ อิมินา ปุณฺพเตชสา กำดังความรวดเร็วแห่งคลื่นในกงกานิ มีเบนอันมากมิอาจที่จะกำหนด พ้บไค้ฉันใด อาลัยเดชแห่งบุญราศีนิขอให้ขำพเยัาเบนผุ้มิปฏิภาณควยประการ ด้งคลื่นนนเถิด แม้ภิกษุนน ก็วางไม้กราดไว้ในโรงไม้กราดแล้วไปสู่ท่าแม่นาคงคา เพื่อจะอาบ ได้ยินความปรารถนาชองสามเณรนน จึงคิดว่าความปรารถนานิ เป็นการใหญ่ กิจอนย็งมีพุทธคุณเป็นตนยักสำเร็จได้แล้ว จึงทำยมแยมท่าความ ปรารถนาว่า ความปรารถนานิยักสำเร็จด้วยการงานที่เราให้ประกอบแล้ว ก็ทำไมความปรารถนาของเรายักไม่สำเร็จเล่าจึงกล่าวคาถาว่า สิวํ อหํ ยาว น ปาปณนุโต เอสาหยตถ ปชฺชามิ สมตฺถปณฺโญ นิพุเพธ กาตุ๊ ปติภาณมสฺส ปตฺวา ติรํ อติกฺกมิตุ๊ น สกฺก สพเพว ภิชฺชนฺติ ยถุมุมิเวคา ปณฺณา มยาเนกนิปุณฺณปฌฺหา ปตฺวา น มยฺหมุบ ตเถว ปฌฺพํ แปลกวามว่าขำพเจ่ายังไม่ถึงพระสิวโมกขธรรมเพียงใด ขำพเจ่านิยัก บังเกิดในภพใด ขอให้มีบญเบาสามารถ และพีง่มีปฏิภาณกำดังความคิด เพื่อ


ซี่๔ ทำความชำแรกเจาะแท้งกิเลศเสีย กำลังเร็วแห่งลกคลี่นนั้งหลาย กรนถึงผง แลำมิอาจกำวล่วงไปไค้ ลูกคลี่นนั้งปวงก็ย,อมแตกทำลายไปฉันใด บญหา ๘! . y I ซี่'_J อนเบนบญญามยนกปราชญผูกขนเบนอนมาก กรนถงแกเขาพเจาแลเว ขอไห ทำลายบญญามัยบญหาเหมือนกลึ่นกระทบผงฉะนั้นเถิก ก็บุรุษผู้ช่างหูกเมื่อ สางดำยลังกระลังที่ยุ่งเหยิง ร้ไค้ว่าเสนนึ่เบนตนเสนนึ่เบนปลาย 1 จึงกลี่คลาย 1 ข ออกให้ตีแล่วทอหูกฉันไกก็กี ขอให้ขำพเจำมีบญญากรนไค้พ้งบญหาเคลือบ คลุมที่เทวคาแลมนุษย์ที่งหลายพยากรณ์แก้ไขไค้กำ)ยยาก โดยที่นักปราชญ์ รอยตรองไว้แลว ให้ขำพเจำสามารถพยากรณ์แก้ไขไค้กำ)ยบญญา เมื่อไปบงเกิด ในภพควยประชุมแห่งกรรมนั้งสองเถิก บรรพชิตนั้งสองนน ไค้ปณิธานไว้ควยประการลังน้แลัว จึงไปจาก ท่าพระกงกาสู่วิหาร ไค้ประพฤติกศลบุญประเสริ3เต็มที่แลัว จึงไปเกิคใน เทวโลกอนเบนที่อย่ของเทวคา แม้ชนที่งสองนน ท่องเที่ยวอย่ในเทวคาแลมนุษย์ทงหลายจนพุทธนคร รี รี หนึ่ง ณ เมื่อพุทธุปบาทกาลแหำพระพุทธเจำของเราที่งหลาย ก็ไค้ไปเกิดใน เทวโลก แท้จริงในชนที่งสองนน สามเณรไค้ไปเกิดเบนเทวบุตรในดาวดึงส์ พภพ ผายภกษุผู้อาจารยของสามเณรนน ไปเกคเบนเทวบุตรไนเกตุมควมาน ผายคำนปาจีนทิศในพิภพของทำวสกกชึ่อว่ามหาเสนเทวบุตร แม้สามเณรผ้เกิคเบนเทวบตรภายหลังแต่กาลแห่งพระสมมาสมพุทธเจำ ไค้ถึงพระสพพัญญุฅญาณประลับคำยพระคุณมืพระจตุเวสารชคุณเบนตน เสต็จ คบขนธปรินิพพานแลัวมา เทวบุตรก็จุติจากเทวโลก เบนพระราชาทรงพระนามว่าพระเจำมิลินท์เสวยราชย์อย่ในเมืองสากลนครในชมพุทวีป อนึ่ง พระเจา


&& มิลินท์นนใกร ๆ ในชมพูทวีปที่จะมีกำสังแลเชาวน์แกสัวกล2าก็คีมีญาณในอุบาย ถามบญหาอนสุขุมไพเราะก็คี เสมอกบพระองค์ไม่มีเลย พระองค์เสด้จแวคลอมควยบริวารล่วงทางไค้ ๕00 โยชน์ เข้าไปใกล้คาสคาที่ง ๖ มีปุรณกสสป ๘1 A เบนตน ถามป็ญหาควยทิฏ3วาท ไนคาสคาเหล่านน กนไคกนหนงชอวาเบนผูสามารถจะสนทนาควย พระองค์ แลกำจคกวามสงสัยไค้ไม่มีเลย สมณพราหมณ์ที่งหลายก็คี หม่กณะ กณาจารย์ที่งหลายก็ดีซึ่งเบนบัณฑิตผู้ฉลาดดี เหล่าใด ๆ อยู่ในที่ใด ๆ พระองค์ เข่าไปใกล้กนเหล่านนๆ ณ ที่นนๆแลว จึงถามบญหาอันประณีตที่พระองค์ ไค้รํอยตรองไว้ แม้ชนที่ง์ปวงเหล่านน ก็ไม่ทำให้พระราชาโปรดปรานอัวยบญหา พยากรณ์ไค้ ต่างพากันหลีกไปโดย3าน ๆ ของตน ก็ชนเหล่าใดที่ไม่ไปทิศ อื่นแลว ชนพวกนนแม้ทุกคนต'องนึงอย่ ที่พากนหลีกลั้ไปส่บืาทิมว'นค์ก็ จ ชิ โดยมาก ในกาลนนเมืองสากลนคร ปรากฏราวกะว่าสูญจากสมณพราหมณ์คหบดี บัณฑิตทะงหลาย อยู่ตลอด ๑๒ บ ตทา มิลินฺโท วรปพฺญวนฺโต อชฺโช อตุโล ชวถามุเปโต ปณฺณานุภาเวน สุปากโฎฺ โส กาเรสิ รชชํ อิธ ชมุพุทเป กร'งนน พระเจ'ามิลีนท์ผู้ทรงพระปรีชาอันประเสรี3รุ่งเรีธบัพหาพู้ เปรียบมิไค้ พระองค์ไค้ลึงแลวซึ่งเชาวน์ความว่องไวแลกำลังปรากฏ เบน อันดีควยปรีชานภาพ ไค้เสวยราชย์อยู่ในชมพูทวีปนั้


^b ยถา นิ โถเก สุริยสฺส อาภา จนทปปภา ตารคเณ วิภฺสิ • • ข น โกจิ สกโก สกรํสิ โชเตตํ กุโตน พุโชปนกสุส อาภา แท้จริงฉันใดเล่าในโลกนึ่ รัศมีดวงอาทิตย์รัศมีดวงจนทร์ย่อมรุ่งเรือง กว่าหมีดาวทงหลาย คาวดวงใดดวงหนึ่งยังมิอาจที่จะส่องรัศมีตนเองได้ รัศมี หึงหอยจะสว่างมาแค่ไหนได้เล่าหนอ เอวํ นรินฺทสุส มิสินทรพโณฺ รพฺพานุภาโว สกเลว ธเร อชโฌตฺถริ โกจิ น อตฺตโน วา ปณุณานุภาวํ ผริตํ สมตฺโถ อานุภาพพระเจามลนทราช ผิเบนเจาอานาจของนรชนไคท่วมทบ นักปราชญ์ทงหลายทิวไปหมด พวกนักปราชญ์คนใดกนหนึ่งที่จะสามารถแผ่ บญญานุภาพของตนเหมือนพระองค์อย่างนนปางไม่มีเลย ตสุมา ชนา เย กุสเลสุ เฉกา ปณฺพานุภวํ อภิปฐฺชยนุตา ทานาภิปพฺณํ สตตั้ ชนา เต สมฺมชฺชกมฺมาทนิ วา กเรยฺยุ เพราะเหตุนนชนทงหลายเหล่าใดเบนผู้ฉลาดในกุศลพหลายปรารถนา อยู่ซึ่งบญญานฺภาพ ชนท่งหลายนนก็พึงทำบุเมมีทานเบนต*น หรือว่าการงาน หมดอายุ 09/11/2566 ทงหลายมอนกวาคเบนฅนเถค


£ฟ่ ก็แลสมัยนน พระอรศันต์เจ่าทงหลายมีประมาณ 400 โกฏิ พากน อาศัยอยู่ในรักขิตเลณ ในภเขาหึมพานค์ไค้สตบปวติข่าวสารนนตํวยโสตธาต เพียงว่าโสตทิพย์ จึงไค้ทำสนนิบาตน’งประชุมกน ณ ยอตเขายุคนธรบรรพต ปรึกษากะกนและกน ลำคบนน พระอ’สสกฅค์ผมีอายุถามพระอรหนต์ค้งหลายเหล่านนอย่าง นึ่ว่า “ขำแต่อาวุโสทงหลาย ภิกษุองค์โคองค์หนึ่งมีอยุ่หรือแลที่เบนผสมควร จะสนทนา หรือว่าเพอจะทำลายกำขาพระเค้ามีลินทราชได้” เมื่อพระอสสคุฅตกล่าวคำน็ พระอรหนฅ์ค้งหลายได้นึ่งอยู่ แม้ว่ากรง ที่ ๒ ที่ ๓ พระอสสกุฅค์ไค้กล่าวแลวพระอรหนฅ์เหล่านนก็นึ่งอยู่ พระอ’สสคุฅฅ์นนก็รู้อาการพระอรหนต์ค้งหลายเหล่านนจึงได้กล่าวเหตุ นนกะพระอรหนฅ์ค้งหลายเหล่านนค้งนึ่ว่า “ลำอย่างนน ขำแต่ท่านผู้อาวุโส ที่งหลาย เทวบุตรชื่อว่ามหาเสน สำนกอยู่ในวิมานชื่อเกตุมคผายคำนปาจีน ทิศ ณ พิภพค้าวส’กกเทวราช พระมหาเสนเทวบุตรนนสมควรจะสนทนากบ ควยพระเจำมิลินทราชนนหรือว่าจะทำลายกำขาไค้” ณ ลำค’บนนแล พระอรหนค์เค้า ๑๐๐ โกฏิไค้พงกำพระอ'สสคุฅค์ แลวก็ลับหายจากภูเขาพระหิมพานต์ ไปปรากฎในพิภพค้าวสกกะ ค้าวส’กกเทวานมินทร ไค้เห็นพระอรค้นค์ที่งหลายเหล่านนแค้ว ก็แล กรนเห็นแล่วพระอสสกตฅ์ผ้มีอายุอย่ทิศใค ก็เขำไปส่ทิศนน กรนเขาไปแลว จึงอภิวาทพระอ’สสคุฅฅ์ผู้มีอายุแค้ว กล่าวกะพระอสสคุคค์ว่า “ขำแต่ท่านผู้เจริญ ภิกษุสงฆ์มากแท้มาถึงแค้ว แม้ว่าขำพเค้เก็เบน ผ้ยินคีแก่พระสงฆ์ ค้กกระทำกรณียอย่างไรเล่า ทินนพระค้สสคุตต์ผ้ม้อายุ เมื่อจะบอกเหตนนจึงกล่าวกาถานนว่า


^๘ อิทานิ เอโก อสโม นวินฺโท ปณฺพานุเปโตบ นิลินฺทนาโม พหูนิ สุตตานิ อุคณฺพิโต จ กาเรสิ รชชํ อิท ชมพุทเป สเช นิ ราชา อุปสงฺกนิตฺวา ทิฎฺชนิ วาเทนิ นิปุณฺณปณหํ ปจฺเฉยฺ สงฺฆํ อิธ สาสเน โส สงฺฆํ วิโมเจสุสติ เทวราช แปลว่าขำแต่ท่าวเทวราช กรวน็มีพระ!]นนรินทรทรงนามกรว่าพระเจ่า มิลินท่ ไม่มีใครในแคนดินจะเสมอ เธอทรงพระปรีชาญาณอาจหาญ เรียน พระสูตรไว้ไค้เย้นอนมาก เสวยราชสมบิตอยู่ในชมพทวีปน็ แท้จริงสำพระ ชิ ราชาจะพึงเสด็จไปถามบญหาอนรอยตรองควยทิฏีjวาททงหลายกะพระสงฆ์ ไซร้ ท่าวเธอก็จะล่วงพ้นพระสงฆ์ในศาสนาน็ไปเสีย O V A y tz «k I £ V rf ลาคบนโนทาวสเกกเทวานมนทร ไค้พงขำวกราวนนแลวจงถามพระเถร นนว่า ขำแค่พระเถรผู้เจริญ พระเจามิลินทราชไค้เกลื่อนจากอาวาสทิพย์น ไปเกิดในหมู่มนุษย์แลวหรือ มหาราช ขอถวายพระพร ไค้ไปเกิดแลว ขำแส่พระเถรผู้เจริญ กระนนก็มหาเสนเทวบุตรนนไค้ทำบุญกบพระ เจำมิลินท์นนไว้แส่ปางก่อนแลว มีกำลงสมกวรจะสนทนากบพระเจำมิลินท์ นนหรือว่าทำลายก่งขาไค้


๔ ๘ ขำพเจาจะวิงวอนเชิญมหาเสนเทพบุตรนนให้ไปเกิคในมนุษย์ ก็แล เมึ่อพระอินทร์กล่าวตังน็แลวก็พาภิกษุสงฆ์เขำไปสู่เกตุมคีวิมาน จึงสวมกอต มหาเสนเทวบุตรแลำแถลงการนนว่า คูกรท่านนิรทุกข์ภิกษุสงฆ์มาขอตัวท่าน แลเพี่อให้ไปเกคในมนุษยโลก มหาเสนเทวบุตรไค้พ้งกำอาราธนานนแลวจึงกล่าวว่า ขำแต่ท่านผู้เจริญ ทงหลาย ขำพเจัาไม่ได้ตงใจหมายเพี่อเกิคในมนุษยโลกในกาลใช่ธรรมคา ขำแต่ท่านผู้เจริญทงหลาย ขำพเจ2าปรารถนาอยู่เพี่อที่จะเกิคในเทวโลกเบอง บน ๆ ขนไปแลำจึงปรินิพพาน มหาเสนเทวบุตรนน แม้วาระที่สองและที่สาม พระภิกษุสงฆ์และตัาวเทวานมินทร ได้วอนขอแลวจึงให้ปฏิญาณว่า ขำแต่ ท่านผู้เจริญที่งหลาย ล่าหากว่าอนตรายแก่ภิกษุสงฆ์มีไซร้ ขำพเจำก็จักไปสู่ มนุษยโลก กล่าวตังนแลวก็นี่งเสีย ภิกษุสงฆ์ก็ถือเอาปฏิญาณของมหาเสนเทวบุตรไว้แล2วก็อนฅรธานหาย จากคาวคึงส์เทวโลก มาปรากฏในถารกขิตเลณในภูเขาหิมพานต์ แม้ ณ กาลนน มหาเสนเทวบุตรนนไลิจุฅิจากเทวโลกแลวมาถือเอา ปฏิสนธิไนครรภ์นางพราหมณีผู้ภรรยาแห่งโสณุตตรพราหมณ์ผู้มีสมบํตมาก ใน บานพราหมณ์ตำบลชี่อกชงกลขำงภูเขาหิมพานต์ ขณะนนอศจรรย์ ๓ ประการ ไค้ปรากฏแลว คืออาวุธภณฑ์ที่งหลายซึ่งเบนบุพนิมิตแห่งการยื่าเหยียบปรบ ปวาท เช่นตับเหยียบหลาวที่งหลายไค้รุ่งเรืองแล่วตัวยศสตราคือบญญา ๑ ฝนไฟซึ่งเบนบุพนิมิตที่จะเผาประตังขา เช่นกบเผาหยากเยื่อไค้ตกแล2วควยฅิกข ญาณ ๑ ฝนนํ้าอนเบนบุพนิมิตที่ชุ่มเย็นใจแห่งสกลโลกควยบญญาเช่นตับความ ชุ่ หมดอายุ 09/11/2566เอำมฤฅย์ ๑


๑๐อ อต เสนเทโว วรเทวโลเก วรคตนจเจหิ สมงคิภเต ปวเร วิมาเน สุรเม รมิตวา วรเทวนารหิ ปุรกุชิโต โส ชนจกุก ไชเตตุ ปฏิณณา ทฅวา วรเทวไลกา สุรมมา จวิคุวา วิภเวน อทฺเธ วรปุปกุเล สท อจฉริยพภูตธมุเมหิ น็พุพตโตสิ พระเสนเทวบุตรไค้รื่นรมย์ แลวในสุวัมมวิมานอันบวรพรำพรอมควย เพลงขบแลรำพอนอนวังเวง แวคลอมควยเทพนารีน่าเลือกสรรในเทวโลกอัน ประเสริ5 พระเสนเทพบุตรนนไค้ให้ปฏิญาณเพี่อจะอังศาสนวักรของพระ ชินสีห์เจ2าให้รุ่งเรือง แลวจึงจุติจากสุรมมวิมานเทวโลกอันประเสริ^เกิคแลว ในตระกูลใหญ่น่าเลือกสรร มํงคํงควยสมม่ตพรอมกบอัศจรรย์เบนธรรมคา เกิคแลว แม้ว่านางพราหมณีนนทรงครรภ์ถวนกำหนคทศมาสแลวก็กลอคบุตร รูปงามราวกะว่าทอง ’ชนทงหลายให้ชื่อแก่บุตรนนว่านาคเสน ก็สมัยนนแล พระโรหนผู้มีอาย ถูกพระอรหันต์ ๑00 โกฏิทำทณฑ โทษโคยการมิไค้สมาคม เพราะความที่เธอมิไค้มนสีการไว้ เธอไปบิณฑบาต อังตระกูลนนฅลอค ๗ บกบ ๑0 เคือน จำเติมแต่กาลแห่งนากเสนกุมารไค้ หมดอาย 09/11/2566 ว่ากระบวยหนึ่งหรือว่าสามีจิกรรม ไค้อยู่มาตรว่าคำว่า “ขำแต่ท่านผู้เจริญ


® o (5) ท่านทงหลายจงปรารถนาล่วงเถิก" (โปรกสฅว์ข2างหน2า) ณ วนนนนนเทียว โสณุฅฅรพราหมณ์เมื่อมาจากการงานภายนอก เห็นพระเถรนนมาเรือนของตน แลวกลบไปจึงไค้ถามว่าแนะบรรพชิต ผู้เจริญวัตถุ อนหนึ่งท่านไค้แลว แต่ เรือนข็าพเจาหรือ พระเถรกล่าวว่าเออพราหมณ์วัตถุอนหนึ่งเราไค้แล่ว พราหมณ์นนมีใจกินแหนงจึงไปสู่เรือนถามว่า “วตถุอนหนึ่งท่านท่งหลายไค้ ให้แก่บรรพชิตนนหรือ" ชนท่งหลายแจงว่าขาพเจึาท่งหลายไม่ไค้ให้วัตถุอน ใคเลย" กรนวนที่สองพราหมณ์เห็นพระเถรยืนอยู่ใกล้ประตูเรือนของตน จึง กล่าวเหตุนนว่า “วานนึ่ท่านที่งหลายไม่ไค้วัตถุอินใตในเรือนเราที่งหลายไค้ กล่าวมุสาวาทว่า “เออพราหมณ์วัตถุอนหนึ่งเราไค้แลว" กำมุสาท่านที่งหลาย กล่าวเพราะเหตุไร" ลำตบนนพระเถรกล่าวกบพราหมณ์นนว่า เราที่งหลาย ไม่ไค้วัตถุใควัตถุหนึ่งในเรือนท่านที่งหลายตลอต ๗ บ ๑อ เตือน แล่ว เมื่อ วานนึ่กำมาตรว่ากำหนึ่งว่า “อติจฉถ ภนเต,, เราไค้แลว เพราะเหตุนน เราที่งหลายไค้กล่าวแลวว่า “เออพราหมณ์วัตถุหนึ่งเราไค้แลว" คงนึ่ พราหมณ์ พี่งแลวไค้ถึงกวามโสมนสแลวกิกว่า บรรพชิตองคนึ่ไค้แลว แม้มาตรว่าการ ปฏิสนถารควยถอยกำ ย’งกล่าวว่า "ไค้แลวในท่ามกลางฝูงชน” ถาเธอหาก ว่าไค้ลาภสี่งอึ๋นแลวจะสรรเสริญลนพนสกเพียงไร จึงไค้บ’งก'บชนในเรือน ไว้ว่า “ท่านที่งหลายจงให้ภิกษาทัพพีหนึ่ง จากภฅรของเราทหลายแก, บรรพชิตองก์นึ่เบนนิฅยกาลเถิก" พราหมณ์นนกรนเห็นกวามสงบ และอิริยา บถของพระเถรแลวเลื่อมใสโกยประมาณยี่งขนจึงนิมนต์พระเถรว่า “ท่านทง หลายจงฉนภตรไนเรอนขาพเจาทังหลายเบนนฅยกาลเถค จาเกมแตนนมา พระเถรนนไค้ฉนภัตรในเรือนพราหมณ์ทุก ๆ วน แม้พราหมณ์นนไค้ให้ ขาทนืยโภชนิยอนประณีตที่ตกแต่งไว้เพี่อตนถวายแก่พระเถร แม้พระเถรนน


๑๐!go ฉันแลำมีมือนำขนจากบาครแลำเมื่อสมัยจะออกก็กล่าวพุทธวจนะเล็กนอยๆ ทุกวน ๆจึงหลีกไป นากเสนกุมารนนเมื่อกาลได้ ๗ ขวบเท่านน ได้ถึงความสำเร็จไครเพท ทํ้งหลายควย สรรพศิลปอนเหลือจากคมภีร์ไครเพทควยในสำนักอาจารย์ แม้ ว่าเมื่อได้ ๗ ขวบนน คมภีร์ไฅรเพทแลศิลปาวเสสอนใคที่มือยู่ในสำนักมหา ทิศาปาโมกข์อาจารย์ก็คี ก็ได้ละเสียแลำซึ่งไครเพทแลศิลปาวเสสเหล่าใคอน คนพึงรู้ท’วถึงในเญยยเพทก็คี ก็ได้ถึงบริบูรณ์แลำ เมื่อได้พึงคำใคกำใคมา แลำก็ฅรสรอรรถด้วยปรีชาฉับไวมิใช่?ยากเลย ข ข่ บญหาทงหลายที่เทวคามนุษย์ทงหลาย แก้ได้ควยยากนน ๆ บญหา ที่งหลายที่งปวง แม้นากเสนกุมารนนก็แก้ได้ง่าย จริงอยู่เมื่อนากเสนกุมาร นนสังวธยายไฅรเพท ณ ที่ใกล้ประฅูอยู่ ๗ วน แสนแห่งอรรถในบทคมภีร์ ได้ปรากฏ แลวนาคเสนกุมารคิคว่าคมภีร์นื ไม่มีประโยชน์เกั๊อกูลเบนของ เปล่าเช่นกบใบไม้แหำแลแกลบเท่านน ไม่เบนอุบายใหเกิคมรรคแลผล จึง บังเกิคมีจิฅวิปฏิสาร ณ สมัยนนพระโรหนเถรได้น’งอย่ในอาสนะอนควรแก,วฅร ได้ร็ถึง เจโคปริวิคกของกุมารนนจึงหายไปจากอาสนะนน ได้ปรากฏ ณ ที่ประคูบัาน โสณุฅครพราหมณ์ กุมารนนได้เห็นพระเถรมาแค่ไกลแลว แลครนได้เห็นมีใจ บังเกิคโสมนัส เช่าไปใกล้พระโรหนผ้มีอายุแลำ จึงได้กล่าวกะพระเถรนนว่า ชำแต่ท่านผู้นิรทุกข์ผู้เจริญท่านเบนเช่นเพศนเพราะเหตุอะไร พระเถรกล่าวว่าดก่อนทารก เราชื่อว่าเย้นบรรพชิต กุมารนากเสนถามว่า ท่านรู้สิปปหรือแล


๑๐๓ พระเถรกล่าวว่า คกรทารกเราร้แล เราร้สิปปท่งปวงอนล่วงแลวเบน ข ข ข สิปปอนอุคมในโคกกว่าสิปปท่งหลาย กุมารนากเสนกล่าวว่าขำแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านจะอาจหรือแลเพี่อจะ ให้ขำพเจำศึกษาสิปปท่งหลาย พระเถรกล่าวว่า คูก่อนทารก เราอาจเพี่อจะให้ท่านศึกษาสิปปท่งหลายไค้ ลำคบนนแลนากเสนก็รบบาตรของพระเถรนิมนต์ให้ไปนง ณ เรือน แล่วองกาสพระเถรให้อิ,มให้พอใจควยอาหารอนประณีตควยมือคนเอง แลว กล่าวกะพระเถรเมื่อฉนแลวว่า เคี๋ยวนืท่านจํกอาจหรือแล เพี่อให้ขำพเจำ ศึกษาสิปปท่งหลาย พระเถรกล่าวว่าคูกรทารก ท่านจะบวชแลวถึอเอาเพศ แห่งเรา ณ กาลใค ณ กาลนน เราวักอาจให้ท่านศึกษาสิปปทงหลาย ลำคบ นนแลนากเสนกุมารก็ย่งมารดาบิคาทงสองให้อนุญาตแลว จึงกล่าวกะพระเถร ว่าขำแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ขำพเจำจะถือเอาเพศของท่านเพี่อศึกษาสิปปทํ้งหลาย ลำคบนนแลพระโรหนผมีอายุ ก็พานากเสนกุมารไปส่วิชมพวตถอน ช่ 1 จิ ข ข จิ เบนเสนาสนกวรแก่วัตรแลว สำนกอยู่ในที่นนคืนหนึ่ง ถารักขิตอยู่โคยที่ใค ก็เขำไปโคยที่นน เมื่อเขำไปใกล้แล่วจึงปรากฎเบองหนำพระอรหนส์ทงหลาย ๑๐๐ โกฏิ กรืงนนพระอรหนต์ ๑๐๐ โกฏิทํ้งหลาย ก็พากนบวชให้นากเสน กุมาร ณ ถารักขิตนน ก็สามเณรนากเสนผู้มีอายุเมื่อบวชแลว แลไค้กล่าวกำนนกะพระโรหน ผู้มีอายุว่า


๑0๔ ขำแค่ท่านผู้เจริญ เพศชองท่าน ขำพเจำไค้ถือเอาแลว ท่านท่งหลาย จงให้สิปปท่งหลายแก'ขำพเจำเถิค ลำคบนน กวามวิตกเกิคมีแก่พระโรหนผู้มีอายว่า เราจกให้นากเสน A VI Cil Jz lZ & V A 41 A เรยนอะ เรหนอแลเบนกรงแรก ออนากเสนนเบนบณฑฅแล ควรจะไหเรยน อภิธรรมบฎกก่อนแท้ กรนกิคแลำจึงกล่าวว่า ‘ คูกรนากเสน ท่านจงเรียน สิปปนั้งหลายของเราเถิก,, แลวก็ให้นากเสนผู้มีอายุเรียนอภิธรรมบี่ฎกกรงแรก นั้นเทียว พระโรหนเถรก็กล่าวปกรณ์ กือ อภิธมมล่งกินีวิภงค ธาตุกถา บุกกล บญญต กถาวฅถุ ยมก บฏฐาน อนประกอบควย ตกุก ทุกก ทงปวง เบนตนวา กุสลา ธมมา อกุสลา ธมมา อพุยากตา ธมุมา ดงน ลำคบนั้นแลจกขญาณ สามารถรู้พระสตต’ปปกรณาภิธรรมนั้งปวงนน เกิดขนแลวกรงเคียวแท้ สามเณรนากเสนก็กล่าวว่า ขำแค่ท่านผู้เจริญหยุคเถิค ท่านนั้งหลายอย่ากล่าวให้ยี่งขนไปอีกเลย ขำพเจำจกสาธยายเท่านนี่และ ทนั้นแลสามเณรนาคเสนผู้มีอายุ เขำไปยิงโรงมณฑล แลวสาธยาย อภิธรรมบี่ฎกกบอรรถกถาจำไว้ในใจ สามเณรนากเสนนั้นกรนบวชในพระบวรพุทธศาสนาแลว ไค้สคบพระส์ฅฅาภิธรรมนั้งสั้น เมื่อกล่าวอภิธรรมที่ฅน รทวแลวในบทกสลดึกก พรอมกบอรรถกถานั้งปวงสาธยายอย่ พ้นพสุธาไค้หวนไหวฅํวยเคชอำนาจแห่งสามเณรนากเสนนั้น เทพยเจำ ทงหลายไค้พากนยมแยมบื่ตึยินคียี่งนัก ทุกๆองค์ไค้ปรบห่ฅถ์แลวฝูงพรหม ทงหลายก็แยมสรวลโปรยปรายคอกไม้นั้งหลายอนเบนทีพย์แลว ลำคบนนแล พระอรหนค์ ๑00 โกฏินั้งหลายก็อปสมบทให้สามเณรนากเสนผู้ม้อายุ เมื่อ วรรษากรบบริบรณ์ ณ ถาร’กขิค


๑0๕ พระนากเสนแม้อุปสมบทแลว ไค้ปรารภถึงพระอุบัชฌาย์ กิควำ อบชฌาย้ของเรา รแฅ่อภิธรรมเท่าพเหรือหนอแล ณ ลำคบนนแล พระโรหนเถรไค้?ถึงเจโตปริวิตกของพระนากเสน ข ควยใจในระหว่างเคียวกนนน แลวไค้กล่าวกะพระนากเสนนนว่า คูกรนากเสน กวามวิตกของท่านไม่สมกวร ท่านจงกิควิตกให้สมควรเถึค พระนากเสนนั้น จึงไค้กิคว่าอศจรรย์ใจยี่งนกแห้ ไม่น่าจะเบนไค้ยี่งนำแท้ พระอุบชฌาย์ของ เราเบนบัณฑิตแท้ ย่อมรู้วารจิตของเราไค้ จึงไค้กล่าวขมาโทษว่า ข2ทแค่ท่าน ผู้เจริญ ขอท่านจงอคโทษแก,ข2าพเจำกรืงหนึ่งก่อน ขำพเจำจะไม่วิตกอย่าง,ร อีก พระโรหนจึงว่าแนะนากเสนเราจำไม่อคโทษให้แก่ท่าน คูกรนากเสน มีอยู่ เมืองชื่อสากลนกรพระราชาทรงพระนามว่ามีลินท์ ไค้เสวยราชย์ในเมืองนน ก็แฅ่ว่าพระราชานั้น พระองค์ไม่มีใครเสมอ ในชมพทวีปโคยกำลงแลเชาวน์ แลกวามกล่าหาญก็ดึ โคยอุบายการถามบญหาก็ถี หากว่า ท่านจ*กอาจสนทนากบควยพระราชาในเมืองนั้นไค้ไซร้ คูกร นากเสน เราจำอคโทษให้แก1ท่าน พระนาคเสนกล่าวว่า ขำแต่ท่านผู้เจริญ พระราชามิลนท์องค์เคียว จงยกไวี หากว่าพระราชาท่งหลายในชมพูทวีปทั้งสั้น จำสึบต่อศีรษะค2,วย ศีรษะก*นถามบญหาก*บขำพเจำ ขำพเจำจำสามารถให้พระราชาทั้เหลายทั้เปาง' เหล่านั้นเลื่อมใสควยการวิสชนาบญนา ขำแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านทั้งหลาย จงอคโทษให้แกขำพเจำเถิค พระโรหนเถรกล่าวว่า แนะนากเสนถำหากว่าท่านจะสามารถเราจำ อคโทษให้ แลวบังกบพระนากเสนว่า แนะนากเสน ท่านจงไปลู่สำนำพรฺะ-


๑ob อัสสอุคต์ผู้มีอายุเถิค จงไหว้เทพะอัสสอุคตคามกำเรา แลำจงจำพรรษาอยู่ ในสำนักพระอัสสคุฅต์เถิด พระนากเสนนั้น พระอุบชฌาย์ส่งไปแลวไค้ไปโคยลำคบจนถึงสำนัก พระอสสอุคค์ผู้มีอายุ ไหว้เทำพระอสสอุคฅตามกำอุบชผาย์กล่าวแล้วทำวตร ปฏิวครไค้เขำไปจำพรรษาอยู่แล้วในสำนักพระเถรนั้นคลอคสามเดือน โคยกาลสามเดือนล่วงแลว อุบาสิกาผ้หนึ่งเขำไปใกล้พระอัสสกคต์ผมี จ 0ข จิ ข่ อายุแล้ว นิมนต์ว่า ขำแค่ท่านผู้เจริญ ท่านนั้งหลายจงรบภัคคาหารเวลาพรุ่งน กบควยพระนากเสน พระเถรรบนิมนต์ของอุบาสิกานั้นแลว โคยกาลแห่ง คืนวนนั้นล่วงไปแล้ว จึงพาพระนากเสนไปสู่นิเวศน์อุบาสิกาไค้นั้งแล้ว ณ บญญฅฅาอาสน์ อุบาสิกาแม้นนก็ไค้อังคาสพระสององต์นนควยอาหารประณีค ควยมือคนเอง พระเถรนั้นเมื่อฉันแล่ว จึงกล่าวกะพระนากเสนว่า แนะนาค เสนท่านจงอนุโมทนาแก่อุบาสิกาน์ แล้วจึงลุกจากอาสน์หลีกไปสู่วิหาร ลำคบนั้นแล พระนากเสนผู้มีอายุ ไค้ทำอนุโมทนาควยอัมภีรกถาแก่ อุบาสิกานั้น ธรรมจกษุคือความเห็นแจ2งในธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ไค้เกิคแล่วแก่อุบาสิกานั้น ทุกขสจอนไคอนหนง เบนธรรมเกคแฅสมทยทุกขทงปวงนนเบนธรรม คับโคยไม่เหลือ แม้พระนาคเสนผ้มีอายุ ก็ไค้ฅรสร้โส.คาบคติผลในเวลาจบลงแห่ง พระธรรมเทศนากราวเดียวกนเทียว ลำคบนนแลพระอัสสคุฅต์ผู้มีอายุ นั้งแลำ ในมณฑลมาล ไค้รู้เหคุควยอักษญาณคำทิพย์อันบริสุทธ แลวกระทำสาธุ หมดอายุ 09/11/2566


๑O(ท) ภาคควยลูกธนูคอกเคียว ก็อย่างเดียวกนนนเทียว,, ณ ขณะนึ่นหมู่เทวคา ทงหลาย ไค้บนเทิงแล่วโปรยลงซึ่งส’กการที่งหลายมีมาลาทิพย์เบนฅํน แลว ทำเสียงสาธุการโห่อวยพรว่า แนะพ่อเฮย อศจรรย้ไม่เกยมีๆ แล่วย่อมเบนไป ในโลก พระนาคเสนทำอนุโมทนาอย่างนึ่แลว ลุกจากอาสน์เขาไปใกล้พระอสสคุตต์ผู้มีอายุแลว อภิวาทน’งอยู่ที่ควรส่วนหนึ่ง ลำคบนนพระอสสกุฅฅ์ผ้มีอายุ กล่าวกะพระนาคเสนว่า คกรนากเสน จ ข จ ข ท่านอยู่ในเสนาสนะน็นานแลว ท่านจงไปเรียนพระพุทธวจนะในสำนกพระธรรมรักขิตผ้มีอายุ เธออย่ในอโศการามวิหาร ณ อุฅฅรทิศาภาคแห่งเมือง ปาฅลีบุตร พระนาคเสนไค้สคบคำพระอสสคุตต์นน จึงอภิวาทพระอสสคุตฅ์นน แล่วหลีกไป เมื่อเที่ยวจาริกไปโคยส์าคํบ ถึงอโศการามในปาฅลีบุตรนครแลว จึงเข็าไปใกล้พระธรรมรักขิตผ้มีอายอภิวาทแลวกล่าวกะพระเถรนนว่า “ขาแต่ ท่านผู้เจริญ ขอท่านท่งหลายจงให้ขาพเจ็าท่งหลายศึกษาพระพุทธวจนะ, ' ณ กาลนนพระดีสสทตฅผมีอายุ มาแลวแค่เกาะล่งกา ส่ชมพทวิปน ไค้เขำไปใกล้พระธรรมรักขิตผ้มีอายุอภิวาทแลว น’งอย่ที่ควรส่วนหนึ่งจึงกล่าว กะพระเถรนนว่า “ขำแค่ท่านผู้เจริญ ขำพเจ2ามาแล่วแค่ที่ไกลแล ขอท่าน ทงหลายจงให้ขำพเจาที่งหลายเรียนพระพุทธวจนะ,, ทีนนแลพระธรรมรักขิตผมีอายุ ไค้กล่าวเหฅุนนกะพระนากเสนว่า แนะพระนาคเสนท่านจงเรียนพระพุทธวจนะพรอมควยพระติสสท่ฅตน แม้ว่าเธอพสองก็จะพึงกระสันแก่กันเมื่อกำลังเรียนอยู่


๑0๘ ทีนนแลพระนากเสนผ้มีอายุควย พระฅิสสทคคผมีอายควย ไค้เรียน พระพุทธวจนะในสำนกพระธรรมรกขิศผูมีอายุ ไค้สาธยายทีฆนิกายโคยอุเทส เคียวกน แม้ว่าภิกษุนั้งสองนั้นไค้มนสิการพระไครบี่ฎกพุทธวจนะทํ้งปวงนั้น โคยพยญชนะคลอคสามเคือนแลํว มนสิการพระไฅรบฏกพุทธวจนะทํ้งปวงนน โคยอรรถ คลอคสามเคือนอีกทีนั้นแลแม้พระนากเสนผ้มีอายุ ทำวิบสสนา ให้เจริญแลวได้ถึงพระอรหัตตผลพรอมพัวยปฏิล้มภิทา (มีคาถาพันสรรเสริญ วว่า) สิกฺพฺวา บฎกตุตยํ สมติยา วิปสฺสนํ ภาวเสยฺย(ธ) สมฺปตุโต ปฐสมุภิทาหิ สห โส เสฏฺโขิ อรหํ อหุ ครนศึกษาพระไตรบฏกแล้ว จำเริญพระวิบสสนาควยความรู้ของตน ถึงแล้วซี่งกับควยพระปฏิล้มภิทา พระนาคเสนนั้ก็ประเสริ3กว่าพระอรหันต์ ทงหลายพัวย'ประการฉะน เตเชนสฺส ปกมุบตํ หิตลํ' .สงฺขพฺภิโต สาคโร เสล ภินฺตํ(๓) มตุโต ปหฎุชหทยา สพฺรหฺมินฺทเทวา ตทา ควยเดชอำนาจของพระเถรเจ่าเน่น พั้นแผ่นดินได้หวน!หวทวไป พระสาครชลาล้ยก็กำเริบ ภูเขาใหญ่มีแท่งทึบควยศิลาก็หมุนอยู่เทํ้ม ๆ ในกาลนน ฝูงเทพยเจ่าเหล่าพรหมอินทร์ เกยมีหหัยอนเบิกบานก็หันคาลง่วงเหงาเมา ประมาท (๑) สงสํยว่าจะเบน ภาเรยฺย หรึอ ภาวเสยฺย (หมดอายุ 09/11/2566 มหกคํ (๓) น่าจะเบน ภฆนฺฅํ


(5)0ลิ่ ตโต ปฎฺชาย โส เถโร ปาก ฎ สพุพโลกานื สตฺตวสุสิปริปุณฺเณ เมธาว ธมุมโกริโท คคเณว นิสากโร อุปสมปทโตปรํ ร์บเดิมแค่นนมาพระเถรเจ่านนก็เบนปราชญ์ฉลาดในธรรม ได้ปรากฏ แลวแก่โลกท็งปวง ประดุจดังควงนิสากรอนปรากฏในกคนากากในกำหนด ๙ พรรษากาลบริบูรณ์ เบั้องหน่าแค่อปสมบทแลวมา สริตฺวา อุปชฌายสส วชนํ โรหนสุสบ กทาสติสหสุเสนิ ภิกฺขูนิ ปริวาริโต อคมาสิ ริชิมุหนโต นครสาคลวฺหยํ กรนระลึกถึงกำพระโรหนผู้อุบชฌาย์ ณ กาลไรเล่า พระเถรเจา แวดลอมถวยภิกษุ ๘0,000 เบึนบริวาร อาจหาญดังพระยาราชสีห์ไปล่เมิอง สากลนคร ตทา ราชา มลนฺโท 'โส กุสโล ปณฺหปุชฺฉเน อุปคนตฺวาน ตํ เถรํ นานาปฌฺหํ อปุจฺฉยิ ณ กาลนนพระราชามิลินห์ผู้ฉลาดในการถามปริศนา กรนเข่าไปหา พระเถรนนแล่ว ได้ถามบญหาค่าง ๆ ปฌหาพยากรเณ เฉโก นาคเสโน มหามุนิ สุขุมํ ปุจฉิตปณฺหํ ตํ สพุพมุบ ริยากริ. พระนาคเสนนักปราชญ์ใหญ่ ฉลาดในการแก้บญหา เธอได้วิสัชนา แก้ไขบญหาท่งั้ปวง ดันพระเจ่ามิลินท์ถามแลวอย่างสุขุมกมภิรภาพ อปากฏิาบ ยา ปฌฺหา คมฺภรตฺถุปนิสฺสิตา ตา จ ลพฺพา อุปมาว นาคเสน พุยากตา


06)0 บญหาธรรมท้งหลายเหล่าใค เข็าไปอาศยอรรถอนลึกซงแม้มิได้ปรากฎ แลว พระนากเสนเถรเจาไควสชนาบญหาทงปวงเหลานนเบนการอุปมาไห แจไ ได้ ตสุส ณาเณ ปสทิตฺวา ปุฅตํ รชเช นิธายโส สาสเน ปพฺพชิตวาน อรหตตมปาปุณิ สมเค็จพระเจ'ามิลินท้น์น พระองศ์ทรงเลื่อมใสในญาณกวพู้ของพระ นากเสนเถรเจา แล่วจึงได้อภิเษกพระราชบุตรให้คำรงราชสมพเลวก็เสค็จ ออกผนวชในพระพุทธศาสนา ได้สำเร็จพระอรหตตผล สงเขปโต กถาปายํ ทสูเสตุ๊ ตสุส ชาติยา มิลินุทปณหคนถสุม วิตถารโต วิชานิยาติ อนน์เบนกถาเพื่อแสคงกวามโคยสํงเขป แห่งชาติกถาของพระนากเสน เถรเจำนั้น หากจะพึงทราบวิเศษโคยพิสคารร์กปรากฎในกมภิร์มีลินทบญหา โนนเทอญ อุบตติกถาแห่งพระนากเสน โคยวรรณนาในรตนพิมพวงศ์ ที่ภิกษุ สองวสสามีนามว่า พระพรหมราชบญญา ผู้แต่งเพื่อประโยชน์แก่กวามเลื่อมใส ของสาธุชนจบลงควยประทารฉะนิ


ตอน ๒ รตนทินททรณททา เตชส โกวิโท ชินธมเมสุ มหาขณาสโว เสฎฺโช นิสฺสาย ปวรปุรํ วสุสย ปวราราเม สกลตโมปนุโท ฅิมิรปทาลิโต ชินปวรสาสเน ปหนมลคโณ จ เถโร โส ธมุมรกุขิโต สพฺพสฌฺโยชนกุชโย ปาฅลิปุตฺตนามกํ อโสการามนามเก นรวโร โสมปณโณ นิลปเถ นิสากโรว อติปากโฏบ เกโร ปรินิพฺพุโต อโหสิ พระธรรมร'กขิตเถรเจำนน มีเดชรุ่งเรืองฉลาตในธรรมของพระชินสีห์ เร่า เบึนพระมหาขีณาสพประเสรีฐสั้นส'ญโยชนธรรมเท่ง์ปวงไค้อาศัยเมืองอน บวร มีนามกรว่าปาดสีบุตร สำนักในบวรารามนามเรียกว่าอโศการามได้บรรเทา ความเมามืดของสตว์ท่ง็สั้น เบึนภิกษุผู้ประเสรี3กว่านรเทวดา มีบญญาสว่าง ดังดวงพระรนทร์เมื่อวนเพ็ญ ทำลายเสียซี่งมืดให้กระรายไป ดังดวงนิสากร ผ่องใสอยู่ในนัยงนิลบต พระเถรเร่าก็ยึงปรากฎในพระชินบวรศาสนา เบนผู้ ปราศรากหม่กิเลสมลทินดันละเสียไค้แล็วก็ดับขนธปรินิพพาน ครนเมี๋อพระเถรเจำนนแม้ปรินิพพานแลว ผายว่าพระนากเสนเถรเจำ นน ไค้คำริกังนืว่า จํกทำอย่างไร พระพุทธจํกชุ(๑)จํกรุ่งเรือง แม้ไฉนพระพุทธจํกขุ(๒) (ส) น่าจะเบน พุทุธจกก’ (๒) น่าจะเบน พุทุธจกุกํ


๑๑!ร) นนพึงคำรงอยู่ในอนากฅไค้ อย่าเลยเราแลกวรจะสรำงพระพิมพ์แห่งพระชินสีห์ เร้า ผประเสริ3นั้นไว้ เพี่อจะให้ พระชินจำข/๑) รุ่งเรือง ถาหากว่าเรา จะสรำงพระชินพิมพ์ผู้ประเสริฐควยเงินแลทองไซริแท้ จริงโจรทงหลายเบนอนมาก ผู้มีรากะ โทสะ โมหะ ก็จำทำพระพิมพ์นน ห้ ฉิบหายในอนากคกาล เพราะเหคุนั้นเราจะลรำงพระพิมพ์ควยรำนะร้นบุกกล จะเร้าไปทำลายไค้ควยยาก ควยเคชานุภาพพระพิมพ์นนเถิค ณ ขณะนน ทำวสีกกะเจาไฅรทิพ กรนทราบประโยชน์ที่พระเถรรำพึง กิคแลวจึงเขำไปใกล้พระเถรเจำนนคํวยฬฺระวิสสกรรม ยนอยู่เฉพาะหนำไค้ กล่าวกะพระเถรนนว่า “ร้าแค่ท่านผู้เจริญ ท่านนั้งหลายจะสร้างพระสมทุทรพิมพ์ควยรำนะอนมีเคช เบนของประเสริฐเพี่อประโยชน์แก่โลก ให้เบนที่ฝูง มใ4ษยเทพาทงหสายไค้บชายึงหรือแลพระเร้าขา, ’ พระเถรไค้กล่าวกะร้าวสำกะ ว่า“ท่านจงนำรำนะมาเถิค ' แม้ว่าร้าวเทวานมินทรก็กล่าวกะพระเถรว่า 'ขำ แค่พระเถรผู้เจริญ ร้าพเร้าจะให้พระวิสสุกรรมไปนำแกวมณีสีขาวมาแค่เขฺา วิบุลบรรพค” ท่าวเทวานมินทร กรนกล่าวกำค่งน็แลวจึงปงกบพระวิสสุกรรมนน์ว่า “คูกรพ่อ ท่านจงไปนำแร้วมณีร้นมีเคชรุ่งเรืองมาแค่เขาวิบุลบรรพค,, พระวิสสกรรมนนก็ทลว่า ขำพเร้าจะไปคามร้อยคำไค้แค่ไม่อาจถือเอา 1 ข แกวนนไค้ เพราะว่าหมู่กุมภณฑ์ประจำอยู่ในเขาวิบุลนั้น กรนเห็นร้าพเร้าแสว จะไม่พึงให้แร้วมณี” เพราะเหตุนน ขอเชิญพระองค์เสค็จไปสู่เขาวิบุลนั้นร้บร้เพเร้า เพอ ถือเอารำนะร้นมีมหิทธินนเถิค แท้จริงเมี๋อพระองค์เสค็จไปยงเขาวิบุลนนแร้ว หมดอายุ 09/11/2566 (©) น่าจะเบน ชินจกุกํ


®^Qf) พวกกุมภัณฑ์ทงหลายนน กรนเห็นพระองค์แลวจะพึงถวายรำนะนนแก่- พระองค์ ทีนนแลทำวเทวราชไค้สภับกำนนแลว จึงไปส่เขาวิบลควยพระวิสสุ- ข จ กรรม กรนเห็นกุมภัณฑ์ผู้รักษาแก2วิมณี จึงมีเทวบญชาเพื่อจะถือเอารำนะว่า “เรามา ณ เขานเพื่อจะถือเอารำนะมีชึ่อว่ามณีโชติไค้แล2วิ ถวายแกวนนแก, พระนากเสนผประเส?^เพื่อสรัางพระชินพิมพ์” วิ] ดูกรท่านผู้เจริญท่งหลาย ท่านท1งั้หลายจงให้รัตนะแก่เราบำงเถิด ทีนนหมู่กุมภ่ทเฑ์ท่งั้หลายเหล่านน ไค้ยินเทวนัญชาแลวจีงทูลแด่เจ่า มหาอนทรวา ขาแค่ทาวสกกะรฅนะ ชอวามณ เชค่นเบน ราชบร เภคของ พระเจพำรพรรคิราชผู้ประเสริ3 แวคลอมอยู่ควยแกวมณีแคงสามพน แม้ สมเก็จพระชินสีห์เจ2าทงหลายก็ไค้ตรัสว่า“รำนะมีเคชมหานุภาพเกิคในประเทศ ใค พระเจ,าวรจำรราชก็ย่อมเกิคในประเทศนน” ก็และกรนทูลคำนนแลว จึงสำแคง อมรโกฎรำนะมีวรรณเขียว ประภัสสรทูลทำวเทวานมินทรว่า ขำแต่มหาราชเจ,า ถ2าหากว่าพระองค์ถือเอา รำนะแลว พึงถวายแก1พระนากเสนเถร ผู้ใกร่เพื่อจะสร2างพระชินพิมพ์อน วิจิตรใท้เบนของเทวคามนุษย์บูชาไซร้ พระองค์จงเวนมณีโชติรำนะอนเกิค เบนบรเภกรำนะของพระเจาบรมจกรพรรคควงนไว้แลวถอเอาอมร๓ฏรำนะ เถิด อมรโกฏิรัดนะแม้นนมีประมาณ โดยรอบวาหนึ่งยิงควยสามองคุลี โดยกลม ติอวดได้ออมหนึ่งกบ ๓ นึ่ว) มีหมู่รดนะ ๗๕0 แวดลอม แลวต^อยู่ ในที่ใกล้กำแพงหอมล่อมมณีโชติรดนะไว้ทีนนท่าวทศสดนัยนา ผู้เบนเจ่าแห่ง เทวดาทะงหลาย ลีอเอาอมรโกฏิรัดนะธนมีรกมีเขียวนนพรอมกบพระวิสสุกรรม


๑๑Ct ลงจากภูเขาวิบุลบรรพตเด้าไปใกล้พระเถรแสัวอภิวนห์มอบถวายแก่พระเถรควย คำว่า ‘ขาแต่พระเถรผู้เจริญ ท่านท่งหลายจงให้ช่างทำพิมพ์พระชินสีห์ ผู้ ประเสริชผ้ทำประโยชน์แก่สกลชน.ด้วยรตนะน็เถิด” แรเวจงเสด็จไปส่สถาน ของพระองค์นนเทียว ทีนน พระนาคเสนนน ไค้รัตนะแลำจึงคิดว่า “เราใคร่จะสรัางพระ พิมพ์อ!เทวดามนุษย์พึงบชา จะพึงไค้นายช่างกนใคผ้ฉลาดคีผ้สามารถ เพี่อ ข ข ข จะทำพระปฏิมาแล” ทีนนพระวิสสฺกรรมร็แด้งวิตกนนแสัวจึงละเพศเทวดาด้นเบึนบรมสิริ- รี ข วิลาสเสียแลำจึงไค้มาในขณะนนคำยเพศนายช่างผฉลาดเพี่อจะทำพระพุทธ- ร) 1 พิมพ์คำยแกำอมรโกฏมณีนน พระสมพุทธพิมพ์งามคำยรัตนะอันประเส?j อันประกอบดำยประมาณ สง ๑ ศอก ๗ น็ว เบนวฅถควรอันพรหมอินทรเทวดามนุษย์ทงหลายไค้สำเร็จ ร) รี รี ลงแด้ว แม้หลายด้น พระเถรเด้านน เมื่อพระปฏิมากรสำเร็จลงแลวทำ สักการเการพแลำ จึงให้ทำมเนทปประเสริ^ในอโศการามงามควยรฅนะเบน ตน ประด้บตกแต่งแลวเชิญพระพุทธปฏิมาประติษ^านไวิในอาสน ในท่าม กลางแห่งมถเฑปนน ลาดบนนผงเทวดาทังหลายนนมพระอนทรเบนตนด้วย ข ฝูงพรหมทะง หลายควย กนธรรพรากษสสุบรรณนากทงหลายควย มิมาลาเบนตนไนมอถอ ไว้มีจิตชื่นชมยินคยงมาประชฺมพรอมกน บชาย็งแลวซึ่ง?ปพระชินสีห์เด้า รึ ข ข หม่พระสมพุทธสาวก แมเบนพระขณาสวทงหลาย กำหนด ได ๑ o O ข รี หมดอายุ 09/11/2566 นาคเสนเแนประธานก็มีพระมี่ติเบิกบานเบนสภาว มาประชุมพรอมกนบุชา


๑๑^ ยี๋งซงรุปพระชินสีห์เจ2า พระราชาก็คี ราชบุรุษทงหลายก็คี มหาชนทงหลาย ข จุจุ ก็คีมีมือถือมาลาการต่าง ๆ บุชายี่งเ.เลวซึ่งพระพทธพิมพ์อนบวร กรนเมื่อบุชาพิธี อ’นหม่มนุษย์แลเทวคาทงหลายประพฤติเบนไปอย่ ข ข ร- 1 ข อย่างน พระชินพิมพ์ผู้ประเสริ1ฐเจาผู้หาชีวิฅมิไค้ก็ให้ปรากฎราวกะว่ามีซีวิครกมี อยู่เนืองนิฅย้ไค้ ทำปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เบนอเนกคลอค ๗ วน แม้รกมีสว่างทง หลายก็แผ่ซ่านออกแลว จากพระสรีรกายแห่งพระชินพิมพ์นน พระรศมีเขียว กล^ยกบบกแมลงภ่บินไปอย์ พระรกมีเหลืองกลำยก’บหรคาลในแผ่นทอง พระ รกมีแคงราวกบว่าแสงพระอาทิฅย์พึ่งขนมาอ่อนๆ พระรศมีขาวราวกบว่าคาว ประกายพรึก (คาวรุ่ง) พระรกมีมัญเชฎฐามีวรรณสีราวกะแสงอรุณแลคอก สังกาบ พระรศมีประภสสรคล2ายกบแกวไพฑรย์และแกวผลึก พระรกมีทง หลายแม้ทงปวงออกมาเฉพาะแลวแต่พระสรีระแห่งพระพุทธพิมพ์เชัา กรน เมื่อพระแกวอมรโกฎมณีมัยเบนพระพิมพ์สันประเสริฐของเทวคา มนุษย์มีพระ รกมีเบนสันมาก ยงํพระปาฏิหาริย์เบนอเนกให้เบนไปอยู่คลอค ๗ กึน ๗ วน ฝงเทพาคือ อินทร พรหม เทวคา อสุ.ร กรฑ กนธรรพ์ สุบรรณ ทํ้งหลายควย พระราชาราชเสนาบคี คหบดีเบนคนทงหลายควย ประชุมชนทงหลายควย พระอรห’นค์ทงหลายกำหนค ๑ อ0 โกฏิ มีพระนากเสนเบนประธานควย เห็น แลำแท้ซึ่งปาฏิหาริย์บำเกิคเบนอกจรรย์นน มีหทัยสันบนเทิงแลวเทียว ยำ สาธการมีสันโบกแผ่นผ่ามากแสนเบนคนให้เบนไปแลำ บุ.ชายี่งแลวควยบุชา จุ ข ข สักการะมีประการต่างๆทงหลายมีฉคร ธงชัย ธงบรรฎาก มากแสนเบนตน ควย มีคอกบวต่างๆคือกุมุท กมล อุบลเขียว อุบลขาวเบนตนควย มีมาลากนธ ธูปประทีป เบนคนอนอบแลวควยกลำพัก กฤษณาไม้จนทน์และการบูรเบน คนคำยบนลือดุริยางค์มากกว่า พัน มีกลอง สังข์ คะโพน บ’ณเฑาะว์พิณ เบึน


๑๑ร ตนทงหลาย เมทนคลทงสนราวกะวาจะแตกควยกวามกกกองของดรยางคเบน อเนกแห่งสาธุการล้นเบนไปแล่วท่ง์หลาย ไค้มีแล้ว พุทธบริษัททํ้งหลายไค้บชๅยื่งแล้ว ซึ่งพระชินพิมพ์ล้นประเสริJล้น แล้วคำยแกำอมรโกฏิตลอด ๗ ทิวาราตรีอย่างน้แลำ ในกาลนนพระนากเสนเถรใคร่เพี่อจะยงพระศาสนาของสมเด็จพระผ้มี ข ภากเจำแห่งเราทงหลายให้รุ่งเรืองไต้นำมาซึ่งพระธาตุทงหลาย ๗ องค์ ของ พระมุนินทรีผู้ประณีตกว่า พรหม อินทร เทวตา มนุษย์ พระองค์ผู้ชำนะมาร อนถึงพรอมดำยวรรณต่างๆ แลำจึงตงภาชนะเงินอนุวิจิตรโดยลำคบกนทง หลายและสุวรรณภาชนะวิจิตรต่าง ๆ ๗ ใบทงหลายในเบองบนแห่งภาชนะเงิน ทงหลายไว้เบองบนแห่งภาชนะทองนนแลำ ฅงพระชินธาตุทั้งหลายในภาชนะ แล้วมณีทั้งสามในอาสนวิจิตรอนบุกกลลาคไว้คีแล้วในเบองบนแห่งแล้วมณีทั้ง หลายทั้งปวง แม้ว่าพระนากเสนนนคำย พระขีณาสวทั้งหลายคำยพระพรหม พระอินทร เทวคาทั้งหลายคำย สาธุชนทั้งหลายคำย ทุกคนพากนมีจิตเลื่อมใส บูชายี่งซึ่งพระมุณีราชธาตุคำยของหอมแลระเบียบตอกไม้ทั้งหลาย กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณต่าง ๆ โปรยปรายซึ่งสักการะวิธีมีขำวตอกเบนตน รคพระ สมพุทธธาตุทั้งหลายนนในภาชนะแล้วมณีอนเต้มคำยนาหอม พระมุนินทรธาตุ ทงหลายนนรุ่งเรืองอย่ตำยพระฉพพรรณร่งสีแล่นประทกษิน ไปแลำ ๆ ใน ภาชนะแกำมณีอนเต้มแลำตำยนาหอมราวกะว่าหงส์ทอง พระขีณาสวเจำทงหลายตำยแม้ชนนีพระราชาแลอมาฅย์เบนตนทงหลายตำย ไต้เห็นปาฏิหาริย์แลำ พากนบนเทิงทำวรสาธุการแล้วโมทนาต่อพระมุนีนทรธาตุ


๑๑๓) ทีนนพระนากเสนผ้ชิโนรส ไค้ทำล้จจกิริยาเพี่อประดิษฐานพระธาก พระทศพลเด้าทั้งหลายในที่ ๙ แห่งของพระanคือพระพุทธพิมพ์ ให้,มึนของ กวรเทวคาแลมนุษย์ไอ้อภิวันท์ ด้วยความใกร่เพื่อให้สกลโลกเห็น ตสุสาธิฎฺชานุภาเวน นาคเสนสุส สฅฺถุโน พิมฺพสฺส สตฺตชาเนสุ ปติฏิชหสุ ธาตุโย พระธาตุเจ่าพหลายได้ประลิษ^านอยู่แล่วใน^านทั้ง ๗ แห่งของพระ พิมพ์แห่งพระศาลคาเด้า ด้วยอานุภาพอธิษ^านของพระนากเสนเถรเด้านน ตาเสุวกา โมพยาฎฺชาสิ นลาเตกา ปติฏิชเ นาภิเยกา ปติฏฺชาสิ เอกา ปทกฺขิณพมฺพสุส กเร วามหตฺเถ จ ธาเตฺวกา เอกา ชาณุมฺห ปทกขเณ วามชาณุมฺหิ ธาเตฺวกา พมฺพสุส จ ปติฐฺขึหิ ในพระธาคุท์ง๎หลาย ๗ นน องค์หนึ่ง .ด้ประคิษ^นอย่แด้วในพระ โมพี องค์หนึ่งประดึษฐานอยู่แสทในพระนลาฏ องค์หนึ่งไค้ประดิษฐานอยู่ แลวในพระนาภี องค์หนึ่งไค้ประดิษqฐานอยู่แล้วในพระกรแห่งพระพิมพ์ผอง ขวา พระธาตุองค์หนึ่งไค้ประดิษ1ฐานอยู่แล้วในพระหกณ์บองซ็ๆย องค์หนึ่ง ไค้ประดิษฐานอยู่ในพ)ะชานุผองขวา พระธาตุองค์หนึ่งไค้ประคิษฐานอยู่ แล้วในพระชานุเบองซ้ายพร่ะพิมพ์ พระมุนินทรธาตุทงหลายไค้ประดิษฐานอยู่แล้วในสถานทงหลาย เหล่านึ่ ไค้เหาะขนไปในอากาศมีรัศมีอนรุ่งเรืองค่าง ๆ ราวกะกวามสว่างแห่ง สายพี่าแล้วเสค็จเซ้าสู่ในพระล้มพุทธพิมพ์อีก พระขีณาสวทงหลายควย ฝงเทวคาแลมนุษย์เทงหลายควย เห็นพระ หมดอายุ 09/11/2566 ปาฏิหาริย์นนเทียวพาด้นยินคีบชายงนักแล่วได้ทำสาธุกาว คือเลียงโห่ ชนทั้ง


๑๑๘ หลายเหล่านนไต้ซดไปซึ่งเครื่องส'กการมีผ่าเบนตน แลเครื่องบูชาเบึนตนทุก เมื่อ ผ่ายพระนากเสนนนไต้ส่งอนาคตญาณอันประเสริ^บริสุทธึ้รึงเห็นประโยชน์เกอกูลแก่โลกทะงปวง แล่วิไค้พยากรณ์พระพิมพ์อันเบนวัตถุควรบูชาชง ว่า กมุโพชวํเส จ มลานวํเส สยามวํเสติ อยมุบ พิมุโพ ติเสุวว วํเสสุ วิโชตมาโน โลเก ธรนุโต วิย พุทฺธเสฎฺโขิติ พระพิมพ์นึ่แม้รุ่งเรืองวิเศษอยู่ในวงศ์พหลาย ๓ นนเทียว คือใน ก''มโพชวงศ์อัวย ในมลานวงศ์ควย ในสยามวงศ์ควย ประหนึ่งว่าองศ์สมเด็จ พระสมพุทธเจ1าผ้ประเสริฐ อังทรงพระชนม์อย่ในโลก กิร พิมฺพเสฎฺโจ วรเตชวนฺโต อชโว สชโววิย ปาฏิเหรํ ค''งไต้สคบมาพระพิมพ์ประเสริฐมีเคชอนเลิศหาชีวิตมิไต้เบนไปราวกะ ว่ามีชีวิตสำแดงพระปาฏิหาริย์ กรุ ธาตุ เสฏฺโร วรเตชวนุโต อชโว สชโววิย ปาฎิเหรํ พระธาตุประเสริฐ มีเคชอนเลิศ หาชีวิตมิไต้ ได้เบึนไปราวกะว่ามี ชีวิต สำแดงซึ่งพระปาฏิหาริย์ มนิราชเสฏโฐ สชโวธรนโต ว'รปาฎฺเหรํ'วิวิธํ กโรนุโต


«)G) พระมุนีราชเจำผ้ประเสริ! เมื่อพระองค์ยงทรงพระชนมชีพอย่ทรง กระทำพระปาฏิหาริย์ค่าง ๆ อมฅํ ค โฅ ชิาปยิ โส ชนานํ หิตสาสนํ ปณจสหสสวเส พระพุทธองค์เจำนนไค้บรรลุอมฅธรรมแลว ไค้ประคิษ!านพระ ศาสนาเพื่อประโยชน์เกอกุลแก่ประชุมชนทงหลายจนบรรจบกรบถวน ๕,000 พระวรรษา ในสมัยนน ชนทงหลายเหล่าใคไค้บูชาแลวซึ่งพระพุทธองค์ย*งผูทรง พระชนม์อย่ หรือชนเหล่าใคมีจิตเสมอแลวนนเทียว ไค้บูชาแลวซึ่งพระธาตุ แลพระพิมพ์อนประเสริ! ชนเหล่านนย่อมบูชายี่งซึ่งพระชินธาตุแลพระพิมพ์ เนองๆกไคชอวามผลวิบากเสมอกน ณ กาลนนมนุษยทงหลายเหล่า เคเบนผ เลื่อมใสแลวในพระธาตุอนประเสริ!แลพระพิมพ์ทำอย่ซึ่งการบูชาแม้เบนอเนก กรนทำลายขนธ์แส่โลกน์ก็ใค้อฅภาพอนเฅ็มควยหมู่’เทพธิคาอนประเสริ!ทงบลายในสุรมมวิมานแท้จริง ณ กาลนนพระอรหนฅเจ,าทงหลายเหล่าใคผ้มีความหวังออกแลว ผมี คไนหาออกแลว เบนผ้ใกร่เพี่อจะย’งพระมุนีนทรจ*กรให้รุ่งเรือง เบนผ้เลี่อมใส แลวในพระธาฅุอนประเสริ!แลพระพิมพ์ ฉลองพระองค์ไค้ทำซึ่งสาธุการเบึน อเนกพากนถึงแลวซึ่งวิโมกขธรรม พระร*ตนพิมพกรณกถา โคยวรรณนาอนภิกษุ ๒ วัสสามีนามว่าพระ พรหมราชบญญาไค้แต่งไว้ เพี่อประโยชน์แก่กวามเลื่อมใสของสาธุชนจบแลว ควยประการฉะน


๑ไ®oo ทระรํตนทิมทกถาวรรณนา ตอน 0) พเต่ตกมาเมืองนิชนครแลอโยชฒปุรวชิรปาการถึงชิรายปุร ตโตปฐฺฐาย โส เถโร นาคเสโน มหายโส ปากโฎ สพฺพโลกานํ คคเณว นิสากโร หนุฅฺวา โมหนุชิการํ โส เถริทุชิดทณรํสิยา อุฎุชิโต สาสนกาเส โพชิาเปนฺโต(“^ชินพิมฺพํ ปเชตวา ยาว ชิวนฅํสพพสํโยชนกชโย อนุปานิณฺดแสสาย ปรนิพฺพานชิาตุยา จำเดิมแค่กาลนนมา พระนากเสนเถรนนมียศใหญ่ปรากฏแก'โลกท,งหลายทงปวง ดงควงพระนิสากรอนปรากฏแล'วในคคนากาศ พระเถรนน ครนกำจัดเสียซึ่งโมหนธการแล*ว ยิงประชุมสาธุชนให้ตริสรอย่ได้ประดิษชุาน รี รี พระชินพิมพ์ขนไว้ในศาสนกาล ควยฤทธแลญาณและรัศมีของพระเถรเจา ไค้ บูชาแล้วซงพระซีนพมพฅราบเท่าคลอคชิวต เบนผู้สนสญเญชนทงปวงแล้ว ได้ปรินิพพานแล'วควยธาตุอนเบนอนุปาทิเสส จำเดิมแค่นนมาชาวเมืองปาคลีบุตรทง็หลายแม้ท’งปวงมีพระราชาเบนตน ไคบูชาพระปฏิมานนสบ ๆ กนมา ล้าคบคงแคนนมา เคยนวาชาว พระนครปาคลีบุตรทงหลายมีพระราชาแลมหาอำมาตย์เบนตน ไค้บำรุงแลว ซึ่งพระปฏิมานนควย บูชาแลสกการทงหลายโคยสามารถสืบ ๆ กนมา เบอง หนำแค่นนพระนคคาของพระเจ2าบํณฑุราชองค์หนึ่ง พระนามว่าค่กกลาธรรมราชไค้เสวยราชย์ในเมืองปาคลีบุตร ไค้ยินว่าพระเจำธรรมราชนน ไค้ทรง (๑) คนฉบบเบน พาธาเมนโค ยงไม่ไคกวาบ


๑1ร)๑ บำรุงพระพิมพ์อมรโกฎมัยนั้นเพียงใด แต่กาลปรินิพพานแห่งพระสมพุทธเจำ มาไค้ ๘00 บบริบูรณ์ โดยกาลล่วงไปแล่วแห่งพระเจำธรรมราชนน มีพระเจำเอกราชองค์- หนึ่งพระนามว่าคิริธรรมกิตติราช ไค้ทรงบำรุงแลวซึ่งพระแกำอมรโกฏนั้น ด้งได้สคบมา ในกาลนน มหาสงครามไค้เกิดขํ้นในพระนครนั้น แม้ว่า มหาชนกิไค้เชิญพระชินพิมพ์นั้นลงส่นาวานำไปส่สังกาทวีป อนเบนเมือง ประคบแลวควยเกรึ่องอสังการกือพระไตรรตนคุณควยบูชาสักการท1งหลาย แลว จึงประดิษฐานไว้แลว เบองหนำแต่นั้นมาเมื่อพระศาสนาคณนาไค้ ๑,OOO บ ล่วงแลวแกกาลปรินิพพานแหงพระสมมาสมพุทธเจำ มีพระเจำเอกราชองค์- หนึ่งพระนามว่าคิริธรรมราชาไค้เสวยราชย์อยู่ในมลานปุร (เมืองเชียงใหม่หรือ เมืองในแว่นแควนลาวนั้งปวง) โดยกาลล่วงแลวแห่งพระเจำคิรีธรรมราชนน พระราชบุตรของพระองค์ทรงนามว่าอนุรุทธราชไค้เสวยราชย์โดยราชธรรม ไค้ยินว่าพระเจำอนุรุทธราชนนทรงเดชมาก ทรงอานุภาพมากุ มาตามพริอมแลว ดำยกำสังฤทธิ มีมำพระที่นั้งเบนชาติอาชาไนยแลพลพาหนะสมบูรณ์แลำ ไค้ ทรงเสื่อมใสในพระรตนตริย ทรงบำรุงพระภิกษุสงฆ์ด้วยบจจํย ๔ เบนนิตยกาล ไค้ทรงพงอานิสงส์ธรรมลิกข คือการสรำงพระไตรปิฎกแลำไค้จดจำไว้ อนนึ่เบนสังเขปกถา เพื่อจะแสคงอานิสงส์แห่งธรรมลิกข ของพระเจำ อนุรุทธราชนน คงไค้สคบมา เมื่อองค์พระตถาคตเจำเสด็จบรรทมอย่เหนือพระแท่น ปรินิพพานมญจอาสน์ ตริสเรียกพระอานนทเถร ประทานโอวาทว่า คูกร สำแดงอานนท์ ธรรมก็คีวิน'ยก็คีอนใดเล่าที่เราพระฅถาคตไค้แสดงแลวได นัญญํฅไว้แลวแก1ท่านนั้งหดาย ธรรมแลวินัยนนจำเบนพระศาสดาผู้ล่งสอน ของท่านนั้งหลายโดยกาลที่เราพระตถาคตล่วงลบไปแลว


๑1sob พระพุทธพิมพ์เจำอนประเสริฐนนอย่างนึ่แลว จึงมีศรัทธาบังเคิกแล้วมี พระหฤทัยอันปราโมทย์บูชาต่าง ๆ อยูซึ่งพระปฏิมาเล้าอันประเสริฐนนทัวย เครื่องบชาแลสี่งของทงหลายเบนนิคยกาล ผายพระเล้าอนุรุทธราชนน กรนทอคพระเนฅรเห็นเรือพระไครบฏก ลำเคียวแล่นมาถึงมลานนกรของพระองค์ หาไค้เห็นอีกลำหนึ่งไม่ ทรงคง พระทัยกอยเรือลำนนอย่ พระเล้าอนุรุทธนนเมึ่อกาลถึงกำหนกแลวอย่างนึ่ไค้ ทรงทราบว่าพระราชาชนชาวเมืองนิชนกร!นประเทศล้มโพชไค้เรือพระไกร บฏกก’บพระชินพิมพ์ไว้เชิญไปสู่เมืองของกน ประภิษฐานไว้แล้วกระทำ สกการบชา จึงทรงสินธพอาชาไนยเสด็จไปสุ่มหานิชนกร โกยอากาศนนเทียว ข ข ไค้ถึงพระอารามหนึ่งเรียกว่าสงฆาราม แล้วเสด็จลงจากอาชาไนยสินธพไป ถ่ายบังกนเบารกถูกล้อนหินแท่งหนึ่ง บังกนเบาของพระเล้าอนุรุทธนนแทง เซาะพ์นแท่งหึนนนทะลุกกลงไปถึงเบองฅํ่าขณะนึ่น กรงนนภิกษุรุปหนึ่งเห็น แล้วซึ่งอัศจรรย์อันมีแล้วนนรืงถามว่า “ แนะอุบาสกท่านเบนผู้มีฤทธานุภาพ มากแล้ว ทำฉันใกเล่าเราจกรู้'นามแลโกกรของท่านไค้,, ลากบนนพระราชาเมอจะไม่ไหพระภิกษุรุจกว่าพระองกเบนพระราชา จึงกรัสว่า ‘ขำแต่ท่านผู้เจริญ ขำพเล้าเบนบุรุษของพระเจำอนุรุทธราชเล้ากรุง ม ลานนกร,, ทัง นึ่แลว ภิกษุกล่าวว่า “ท่านมาแลวเพี่อทัองการสี่งใค,, ทังนึ่ พระองค์กตรัสว่า “ขำแต่ท่านผู้เจริญ พระเล้าอนุรุทธราชผู้เบนเล้าของเราใช้มา เพี่อจะรบเอาบฎกที่พระเล้ามหานิชนกรราชไค้ไว้แล้ว เรามาแล้วเพี่อประโยชน์ รบบฏกนนแล,, ภิกษุแม้นนไค้พี่งคำนนแล้ว จึงไปสู่สำนกพระมหาสามีเล้า หมดอายุ 09/11/2566 ประพฤติเหกุนนแต่พระเจำมหานิชราชว่า “ขำแต่มหาราชเล้า เดี๋ยวนพระเล้า


๑bs๗ อนุรุทธราชเอัานกรมลาน สงราชบุรุษมาเพี่อให้รบพระไครบี่ฏกที่พระองค์ไค้ ไว้โคยเรือ เพราะเหคุนั้นควรพระองค์ส่งพระไฅรบี่ฎกไปถวายพระเอัา อนุรุทธราชนนแล” พระเอัามหานึชนครินทราชไค้สดบเถรวาทดำนนแลำ จึง ริบส่งคอบว่า “เราไค้พระไครบี่ฏกนนโดยบุญของเรา เพราะเหคุนนเราหาอาจ ที่อักให้พระไครบี่ฎกนนแก่ ใครไค้ไม่, พระมหาสามิก็แถลงประพฤฅิเหคุแค่ พระเอัาอนุรุทธราชนน พระเจาอนุรุทธราชใค์สคบปฎพจนคงนน ทาวเธอทรงพระพเรธเบน กำลังเพียงคำว่าพระยานากราช มีบุคคลผู้บังอาจประหารลงที่ขนคหางคำย กระบองเหล็กฉะนั้น พระองค์ใคร่อักคุกคามมหาชน จึงทำพระขรรค์เล่มหนึ่ง คำยซีกไม้ไม่อันปราศจากขอ แลำทากมด้วยปนขาว แลำเสด็จขนประทบยำ ข สินธพอาชาไนยขบไปโคยอากาศค่อหนำมหาชนกำลังแลคอย่นนเทียว กระทำ ข ขิ ประทักษิณมหานิชนกร ๓ รอบคำยกำลังเร็วคำลมพค แลำคาดรอยในกอ มหาชนชาวนครนั้งสนด้วยคมพระขรรค์อันทาปนขาวนนแลำกกคามว่า “ถา ทำนนั้งหลายไม่ให้พระไฅรบี่ฎกแก่เราไซร้ เราอักให้ท่านนั้งหลายนั้งปวงคาย ด้วยประหารทีเคียวนึ่ ถำหากว่าอักไม่เชึ่อกำเรา ท่านที่งหลายจงคลำดูที่คอของ ท่านที่งหลายเถิค” ชาวพระนครที่งหลายที่งสน ไค้ยนพระคำรัสของพระเอัาอนุรุทธราช นน แลำจึงไค้คลำคที่กอของคนจึงไค้ร็ว่ารอยขีดในคอของคนคำยลัญญาที่ ปนขาว ก็พากำเหวนอย่อันภัยคือความคายกกกามแลำพาลันค่วน ๆ ไป ลันนิบาคในพระลานหลวงของพระเอัามหานิชนครินทร์กระทำเสียงคะโกนลัอง คำนิว่า ขาแค่มหาราช พระเจาอนุรุทธราชนนกเบนพระยาเอกราชองกหนง หากว่าพระองค์ไม่ให้พระไครบี่ฎกแก่ราชบุรุษของพระเอัาอนุรุ^ธน ราชบุรุษ ุ


๑๒๔ แก่พระเร่าล*'งกินทราซหริอมกบบรรณาการ ราชทูตแม้ไต้ถวายบรรณาการใน สำนักพระเร่าล*'งกินทราชแลวจึงทลแห่งเหตุการมา กล่าวค*'งนว่า “ข่าแต่เทวดา เจ้า มีเบนเจ้าชนชาวเกาะ เดี๋ยวน้พระเจ้าอนุรทธเสด็จมาแล่เว้ลังเกาะลังกาควย มีพระเจคนาเพี่อจะให้จารคมภีร์พระใฅรบี่ฎก,, พระเจ้าลังกินทราชไค้ทรงทราบข่าวสารนั้นแลัว มีพระหฤทัยโสมนัส ครสว่า สาธุ ๆ แล่ทรบสงว่าแนะพนายพระเจ้าอนุรุทธราชเสด็จมาสู่ลังกาทวีป เพี่อจกจำลองพระไครบฎก ผายเราท่งหลายชาวสีหลจ้กให้ช่างจารทงหลาย จำลองแลวให้แก่ท่านราชทุฅนั้งหลาย ข ราชทุฅไค้พี่งพระราชคำจ้สนนแลัวไปเผาพระเจ้เอนุรทธราชทุสข ริริ ข ประพฤค้ข่าวสารนั้น ณ ดำคบนนพระเจ้าอนุรุทธราชไค้ทรงสลับแลัว จึงตรสอย่างนึ่ว่า “ถ้าหากว่าพระเจ้าลังกาจะให้ช่างจารจำลองพระธรรมควยลักษรสีหลไซร้ก็เบ็น การดี ก็แค่ว่าจักไม่ชอบใจเราเทงหลาย เราท่งหลายจักพึงให้ช่างจารท่งหลาย จำลองพระธรรมของพระชินรห์เจำโคยอำษรชองเราท่งหลาย” แลวจึงให้จาร พระธรรมทงสั้น มิไค้เหลืออยู่ลัไยลักษรของคน แท้จริงพระราชานั้น ไค้ให้จารพระไครบฎถนั้งสั้นเบน ๔ ประเภทลับ ท่ง นิรุค์คิศพท้ ๑ถ้วยใบลานไว้ในลัมภีร์ แลัวจึงให้จคเรือ ๒ ดำ ในเรือ ท่งหลายสองดำนนบรรทุกลำละ ๒ บฎก แล่เว้จึงบรรทุกบฏิก ๑ กบคมภรื นิรด็ฅิถ้พท์โคยเรือลำหนึ่ง แถ้วจึงทำบูชาลักการ ถ้งไค้สลับมาพระราชานั้น ค้ทรงทราบมหิทธานุภาพแห่งพระชินพิมพ์ คือพระอมรโกฏนัย พระองคก็หจังพระทัยจะเชิญพระชินพิมพ์นั้นไม่ จึงรบ (๑) หมายว่าก'มภีร ส'ททาวเศษ


๑1®0๕ ส’งขอกะพระเจาสีหลราชแลเวทำบูชาสกการ แลใให้เชิญไปกบพระไครบฏก โคยเรือลำหนึ่ง แล้วจึงส่งเรือที่งสองนนให้แล่นไปโคยทางเคียวกนแล้วพระองค์ ก็ทรงสินธพอาชาไนย คันมืองกคุณพรอมแลวเสด็จไปโคยอากาศนนเทียว ไค้ ถึงมลานนกร (เมืองเชียงใหม่) แล้ว แม้เรือทงสองลำนนไค้แล่นไปโคยกำล้ง ลม เวลาเมื่อถึง ณ ท่ามกลางมหาสมุทร ก็ไค้กวามพล้คพรากจากกนแล่นไป แล้วค่างทิศกน ในเรือท่งสองนนแท้จริงลำหนึ่งที่เบนเรือพระไครบฎกไค้คก ไปถึงมลานนกร (อีกลำหนึ่งไค้ฅกไปถึงนิชนกร คือเรือพระแกวนน) ณ กาลนนมนุษย์ที่งหลาย ไค้กราบทูลแค่พระเจ Iเมหานิชีนทราชให้ ทรงทราบ ว่ากวามที่แห่งเรือพระไครบี่ฏกกบพระชินพิมพ์เจำไค้แล่นเฃำมาสู่ เมือง ลำคบนนพระเจ้ามหานิชินทราชไค้ทรงสคับประพฤคิเหคุแห่งเรืออน พลคมาส่พระองค์นนแนัวก็มืพระหฤทัยปราโมทย์ยี่งนัก เสด็จพาหม่มหานิช บริษท่ผถึอนักการกีอ เครื่องบชาแลสี่งของเบนคนโคยประการที่งปวง แลว เสด็จออกจากมหานิชนกรอนเบนพระนิเวศน์บวร ทรงบูชาพระชินพิมพ์กบทง พระไฅรบี่ฎก นมสการแนัวจึงเชิญเขำไปสู่เมืองน้ชบุรแนัว ประถึษฐาน พระพุทธพิมพ์คันควรแก1บูชาไว้เหนือบัลนังก็นานารคนมัยในอากาศอนเบน ท่ามกลางในมณฑป ณ ลำคับนนพระปฏิมาเจ้าผู้ประเสริฐ แม้ราวกะว่ามืจิฅแลชีวิคไค้สำแคง ปาฏีหาริยฤทธ มือาการคันนำมาซึ่งความเลอมใสแก่สาธชนเบนนิคยกาล กรื่งนนพระบวรฉพพรรณรงสีมีประมาณไค้แผ่ซ่านแค่พระสรืรแห่ง พระชินพิมพ์คันประเสริฐ มีกรุวนาคังสายพาคันชชวาลจากกลีบเมฆฉะนน พระราชากบบริษัททั้งสนแลชาวพระนครทั้งปวง ไค้เห็นอศจรรย์ค่างๆของ


๑1ด)Iga พระธรรมขนธ์ ๘๔,000 ทงหลาย ที่เราพระตถาคตไค้ภาษิตแลวสน ๔๕ บ จำเดิมแต่อภิสมโพธิกาลมาตราบเท่าปรินิพพานยงประดิษฐานอยู่เทียว เราพระตถาคตองค์เดียวเท่านั้นจกปรินิพพาน แม้ว่าเดียวน้เราพระตถาคตก็ องค์เดียวจำโอวาทอย่ จำสํงสอนอย่ ครนเมื่อเราพระตถาคตปรินิพพานแลว ข ข พระธรรมขนธ ๘๔,000 ทงหลาย เหลานจำเบนเช่นพระพุทธเจา ๘๔,000 องค์ให้โอวาทท่านนั้งหลาย จกสํงสอนท่านที่งหลาย สมเด็จพระคาสตาเจำไดีทรงฅํ้งพระธรรมขนธ ๘๔,000 อนประเสริฐ ที่พระพุทธองค์เจาไค้ทรงสำแตงไว้แลวท่าให้เบนพระพุทธเจำ ๘๔,000 องค์ ฉลองพระองค์ อาศัยเหตุนั้นโปราณาจารย์จึงไค้ประพนธ์เบนกาถากล่าวไว้ว่า อกฺขรมบ เอกเมกฌจ พุทธรูปณ์ สิยา ฅสุมาหิ ปณุฑิโต โป ส ลกุเขยย บฏิกตฅยํ แมวาอกขร มาตรว่าเบนอกษรตวเคยว ๆ กิค ใต้ช่อว่าเสมอพระพุทธรูปองค์หนึ่ง ๆ เพราะเหตุนน แห้จริงบุรุษผู้บัณฑิต พึงให้จารพระไตร บฏกไวั จตุราสติสทสุส ปริมาณา' ตถาคตา ชิตา นาม ภาสุสนฺติ ติฎฺชนฺเต บฎตฺตเย เมื่อพระไตรบี่ฎกย์งประดิษฐาน อยู่ องค์พระตถาคตเจ็าทงหลายมี ประมาณไค้ ๘๔,000 องค์ จักไต็ชึ่อว่พ้งประติษฐานมีอยู่ อกขรํ พุทธรูปณจ ผลเมาสมํ สยา ตสมา ^ปโส(®^) ลิกฺขาเปยย โปฏิขิเก ธมมเจตเย (©) ที่ โปโส นน กวามคกอยู่ จีงเพมศ่โพท์ไว้ใหเค็มกาถา


๑1ร)๓ ย์กขรก็ดี พระพุทธรปก็ดีจำพึงมีผลเสมอกนแท้เพราะเหคนนบรษผ้ _ริ 11 ข บัณฑิต พึงให้จารพระกมภีร์ธรรมเจคีย์ทงหลายไว้ ฅิบฎกานิ สพพานิ อกขรานํ ปมาณโต ทวิสตฺฅฺยาธฅณเจว จฅสฺโส สตฅโกฏิโย พระไตรบฏกทงหลายทงสน โคยประมาณอำษรทงหลายไค้๒๘ โกฏิ ยี่งควย ๗๒ อำษรเท่านน พระเร้าอนุรุทธราชนน ไค้ทรงสคบอานิสงส์ธรรมลิกขโคยนัยอย่างนิ ว่า “ชนทงหลายเหล่าใคไค้ทำการจารพระไครบฏกท่งหลาย กล8ายกบไค้สร้าง พระปฏิมา ๒๘ โกฏิยี่งควย ๗๒ องค์นนเที่ยว” จึงตงพระนัยจะใคร่ให้จารพระไครบี่ฎกทงสนไว้ควย (ใบลาน<๑ไค้มีรบส’งให้พระเถรผู้เบนบัณฑิต ฉลาคผู้ทรงพระปริย’ตธรรมพิจารณาคูพระพุทธวจนะว่า “พระไตรบฎกของเรา นั้งหลายไค้พิรุธแล้วหรือหนอแล หรือว่าไม่พิรุธ” ลำคบนนพระเถรที่งหลาย เหล่านนจึงไค้ทูลว่า “ขำแค่เทวคาเร้าพระไครบฏกพุทธวจนะของเราท่งหลาย พิรุธแล้ว ในลังกาทวีปไม่พิรุธแลว,, พระราชาไค้สคบแลวซึ่งกำนั้น ก็หวังพระนัยว่าจะเสด็จไปสู่ลังกาทวีป รับล่เงลังนิว่า คกรท่านที่งหลาย ล่ากระนั้นเราจะไปส่เกาะลังกาเพี่อจะให้จารพระไตรบฏกเถิค แลวจึงให้ตรวจตราการตระเตรืยมที่จะไป แล้วมีกำล่งให้ มหาชนทงหลาย มพยตตบณฑิตเบนตนไหลงเรอแลวสงไปยงเกาะตามพบณณ ผายว่าส่วนพระองค์เองทรงสินธพอาชาไนยเสค็จไปโคยอากาศนินเที่ยว จึงไค้ ถึงพร้อมแล้วซึ่งเกาะลังกา เมึ่อพระเร้าอนุรุทธราชไค้เสด็จถึงในที่นั้นแล้วจึง ให้พำมหาชนอย่ภายนอกพระนครแลวล่งราชทูตเขำไปเผา ทูลพระราชสาส์น ริ) ข ข (®) หนงสึอเบน ปนสา เกรงว่าจะพิรุธ


๑!ด)๘ แท้จริงราชบุรุษผ้น็มีเดชานุภาพมาก สามารถจะทำซีวิฅแห่งขำพระบาท นั้งหลายให้ถึงซึ่งความสนไป คำยการประหารทีเคียว เพราะเหตุนนขอ มหาราชเจำจงไท้อนุเคราะห์ขำพเจำท่งหลาย ให้พระไฅรบี่ฎกนนไปเถิด พระราชาไท้ทรงพ้งกำแห่งชาวพระนครทงหสายเหล่านั้นจึงไท้ส่งพระไศรบี่ฏก นนไปแก่พระเจำอนุรุทธราชนน ลำดับนนพระเจำอนุรุทธราชผู้เบนพระราชาองค์ประเสริ^ แม้กรนไท้ พระไศร!!ฎกแลำ ดังทรงปราโมทย์อยู่มิทนไท้คิดถึงพระชินพิมพ์องค์ประเสริฐ ก็ทรงรบเอาพระไศร!!ฏกแลำ จึงทรงอสครเสด็จไปโดยดักนากาศถึงพระบูริ สุรมยสถาน จึงไท้ดังพระธ่รรมเจำให้งามรุ่งเรืองแล้ว อีกประการหนึ่งพระธรรมกำส่งสอนของพระชินสีห์เจำไท้รุ่งเรืองย็งอยู่ ณ ประเทศนั้นศราบเท่าทุกวนนึ่ ดัวยประการฉะนึ่ ๗I gy fl ๘1 เพราะเหตุนน ชนทงหลายเหล่าไคเบนผูฉลาดไนกุศลทงหลาย เบน ผู้ใคร่จะดังพระศาสนาของพระชินรห์เจำให้รุ่งเรือง ชนนั้งหลายเหล่านั้นพึง ให้จารพระธรรมอนประเสริ^ไว้ ก็ใดีซึ่อว่าสรำงพระชินพิมพ์เจำอยิแล สวนว่าพระชนพมพเจานน กเบนวศกุอินชาวพระมหานกรไนประเทศ กมโพชท่งหลาย ดับประชุมมหาชนมีพระราชาเบนดัน ไท้บชาเบนนิดยกาล รึ ข แล้ว ผายว่า ณ กาลอื่นอีก พระราชกุมารองค์หนึ่งเบนราชบุฅรพระเจำ มหานิชนกรราชเมนคนมีปรกศิเล่นสนุก ไท้เลยงฝูงแมลงวนหำเขียวนั้งหสาย ไว้ เพี่อประโยชน์แก่การเล่น ดังมีบุฅรราชปุโรหิฅคนเลยงไว้ซึ่งฝูงเสือแมลง หมดอาย 09/11/2566 อยู่ซึ่งแมลงวนของพระราชกุมารนนให้ถึงความย่อยดับ


๑๒ร แม้ว่าพระราชกุมารได้เห็นแมลงวนของกนซึ่งถึงกวามกายแลำก็ทรง ปรเทวนาการ กรงนนชนทงหลายซงเบนพระพิเลยงพระราชกุมาร กิพากน มนิมนาไปส่สำนักพระเจำมหาน้ชแล้วทลว่า “ขำแก่มหาราชเจำ เดี๋ยวนึ่ฝงเสือ แมลงวนของบุกรปุโรหิกเคียวกินซึ่งแมลงวนหำเขียวนั้งหลายของพระราชบุกร แห่งพระองค์ให้ถึงกวามย่อยย*บอยู่ เพราะเหตุนนเพระราชบกรทรงพระปริเทวนาการสุกที่จะเปรียบปานกระนึ่แล’ , พระเจำมหานิชนกรราชได้สก*บเหตุนนแลำทรงพระพิโรธเบนกำลำ แล้วจึงรบส’งให้ถ่วงบุตรปุโรหิตนนเสียในทะเลสาบ กรงนนราชปุโรหิตไค้เห็นบุตรของกนถึงกวามกายแลำ เบนผู้อนกวาม โศกมีกำลำท่วมท*บแล้ว จึงบำเกิกกวามโกรธก่อพระราชาว่า “พระราชานึ่ไม่ กำรงอยู่ในธรรม” จึงพาบุกรภรรยาของกนหนีไปสู่ประเทศอื่น กรงนั้นพระยานากไค้ร้เหกุนนแลำ โกรธแล้วจึงทำเมืองนั้นให้ท่วม กำยหำงนั้าใหญ่ กรงนั้นชนนั้งหลายนั้งปวงเวนไว้แก่ชนชาวเรือ เหลือจาก นนพล้นถึงแล้วซึ่งกวามพินาศสน กรืงนนฝูงชนทงหลายพวกชาวเรือ ก็เชิญพระพิมพ์นั้นลงสู่นาวาแล้ว จึงทำอเนกบูชาต่าง ๆ แล้วจึงเชิญไปประคิษ3าน^นบ่ระ!-ทศอื่น กรงนนมีพระภูมิบาลเจาองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า อาทิฅยราช ทรง พระปรีชาเฉลียวฉลากในกุศลธรรมที่งหลาย พระองค์เสวยราชสมม่ฅแลำใน อโยชผมหานกร อนบวรกำสุรมมพิมานในสถานเทวโลก พระองค์ทรง อานุโยกเพื่อยุทธนาการ ไค้ยกพลโยธาหารเสด็จไปถึงมหาบุรนกร จึงไค้ พระสมพุทธพิมพ์อนบวรนน แล้วจึงจดการบูชาเชิญพระสมพุทธพิมพ์นนมา ประกษ^านไว้ในอโยชผนกรอนเบนรมยสถาน


๑๓อ ชนทํ้งปวงชาวพระนครอโยชพปุระท*งหลายไค้เห็นพระพิมพ์แลวพากน บนเพิงเริงรื่น ค'งกวามปรารถนาอยู่ซึ่งสุขอนประเสริ^ ณ สวรรค์แลนฤพาน ทำการบุชาแลวซึ่งพระพิมพ์เฑ้อนเบนอติเรกบุชา ข ข กรนเมื่อการบูชาอักการต่างๆอย่างน็สำเร็จลงแลวควยพระราชพิธีต่างๆ สมเด็จพระภูมิบาลพระองค์นน ปรากฎคังทำวบุรินทรเจาคาวลึงส์รมยพิมาน พระองค์ไค้ประคิษฐานพระพุทธพิมพ์ไว้ให้เบนที่เทพยคา มนุษย์ที่งหลายบูชา แลทในพระนกรอโยชฌปุระ กรนทำการบูชาพระพิมพ์แลว จึงนบถืออยู่ควย ผลศีลผลทานเบนตนต่างๆที่งหลายบาง นบถืออย่ซึ่งภิกษุสงฆ์ผทรงบวรศีล ควยบจจํยที่งหลายเบนนิจบาง เบองหนำแค่นนมา พระราชาทรงพระนามว่าภบคี เสวยราชย้อยใน ข เมืองวชิรปาการปุระ (เมืองกำแพงเพชร) “ณ พระราชาที่งหลายทรงพระนาม ว่า พระเจาวชิรปาการ,, คํงนมีปรากฎแลวองค์เคียวเท่านน ได้ทรงทราบ พระเคชานภาพของพระปฏิมา จึงมีพระท่ยปรารถนาจะ กรบูชายงซึ่ง พระอัมพทธพิมพ์นน จึงพาบุรุษผ้ถึอเครื่องบชาเบึนตน เสด็จไปส่เมือง จิ จจ ช่ ข ข อโยชฌนกรอนเบนสุรมยสถาน กระทำการอเนกบูชามีประการค่าง ๆ แลว จึง เชิญพระอัมพุทธพิมพ์อันทรงอานุภาพอันประเสริฐคำยบูชาเบนที่งหลายแอัว ประคีษฐานไว้ในเมืองวชิรปาการ แม้ว่ามนุษย์ที่งหลายที่ง์ปวงไค้เห็นเคชานุภาพแห่งพระปฏิมาก็พากน รื่นเริงเบนอันมาก ค่างมีเจตนาปรารถนาประโยชน์เก็อกูล ไค้พากนทำการ บุชาค่าง ๆ เบนอเนกต่อพระชินสีห์เจำผ้ประเสริฐ์ สมเด็จพระเจำนรินทรไค้ประคีษฐานพระชินพิมพ์อันบวรไว้ใน พระนกรวชิรปาการปุระแลวควยประการฉะน็


OQQ ร) ภิกษุสงฆ์องค์ฉลาคในการบำเพ็ญกุศล ไส้ทำการบูชาพระพิมพ์เจำ อย่างประเสริฐค่าง ๆ เบนอเนกแล้ว ณ กาลเบองหน้าค่อมา พระเล้าธรรมราชาพระองค์ทรงฉลาคในการ กุศล เบนพระเจาทรงธรรมเบนพระยาเอกราช เสวยราชยในชรายปุระ (เมอง เชียงราย) อนบวรเบนสุรมยนกรอนประเสริฐ ณ โยนกราฐ ไส้ทรงทราบ อานุภาพอนประเสริฐของพระปฏิมาเล้า ปรารถนาจะใกร่บูชายื่งชื่งพระ พุทธพิมพ์อนประเสริฐ เงไส้พาบุรุษผูถีอเครื่องบูชาอนบวรเสด็จไปยำเมือง เพชรปาการ แลำทำการบูชาพระชินพิมพ์เล้ามีประการเบนอเนกดำยราชบุรุษ ทงหลาย แล้วเชิญพระปฏิมาประคิษฐานไว้ในเมืองชิรายุปุระอนเบนโยนกราฐ ควยบูชาค่าง ๆ ทงหลาย มนุษย์ทงหลายในโยนกราฐ แม้นนพากนยินคีมากเบนชนฉลาดใน กุศลทงหลาย ใคร่เพี่อจะบริโภคสุขอนประเสริฐ ไส้ทำการบูชาพระพิมพ์แห่ง พระชินสีห์เจำมีประการค่าง ๆ เบนอเนก ณ กาลกรงนน บางพวกไส้บำเพ็ญ ทานแลศีลเบนคนบำง พระราชาเล้าทรงปริชาฉลาคในกุศลแลอกุศล ปรากฏพระนามว่า พระเล้าธรรมราชาควยประการฉะน็ พระองค์ไส้ชำระพระรคนปฏิมานั้นให้ สะอาคแล้ว ทำการบูชาอนประเสริฐค่าง ๆค่อพระชินพิมพ์เล้าประคิษฐานไว้ ในเมืองชิราย อนเบนโยนกราฐ แล้วไส้ทรงอุปฐากภิกษุสงฆ์เบนนิจคำย วตถุทงหลายมประการ ๔ กอจตุบจจย กถาอนสืบต่อ ๆ กนมา แห่งการพรรณนาพระรคนพิมพวงศ์ พระภิกษุ สองพรรษาโคยอภิธานว่า พระพรหมราชบญญา ไส้ทำไว้เพี่อประโยชน์แก่ กวามเลอมใสของสาธุชนจบลงคำยประการฉะน์


Click to View FlipBook Version