บ้านเรยี น
HOMESCHOOL
แนวทางการด�ำ เนนิ งานการจัดการศึกษาขนั้ พื้นฐาน
โดยครอบครัว
สำ�นักนโยบายและแผนการจัดการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ส�ำ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
แนวทางการดำ�เนินงาน
การจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานโดยครอบครวั
สสกสำ�ำ�รำ�นนะนัักกทักงนารงโนวยาคบงนศณาคยึกะณแษกละราะรกธแมริกผกรานามรรกกกาาารรจรศัดกึกกาษารราศศขกึ ึก้นั ษษพาา้นื ขขฐ้นั้ันาพนพ้นื ืน้ ฐฐานาน
แนวทางการดำ�เนินงาน
การจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานโดยครอบครวั
พิมพ์คร้ังที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๒
จำ�นวนพิมพ์ ๓๐๐ เล่ม
ผจู้ ัดพิมพ์ สำ�นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
พมิ พ์ที่ โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำ�กดั
๗๙ ถนนงามวงศว์ าน แขวงลาดยาว เขตจตจุ กั ร กรุงเทพมหานคร ๑๐๙๐๐
โทร. ๐-๒๕๖๑-๔๕๖๗ โทรสาร ๐-๒๕๗๙-๕๑๐๑ ผพู้ มิ พผ์ ูโ้ ฆษณา
คำ�นำ�
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มีเจตนาให้ประชาชนมีความเสมอภาคในการ
ได้รับการศึกษา โดยให้ความส�ำคัญและความมีอิสระในการเลือกรับการศึกษาได้ทุกรูปแบบ รวมท้ังมุ่ง
ใหก้ ารศกึ ษาทางเลอื กไดร้ บั ความคมุ้ ครองและการสง่ เสรมิ ทเี่ หมาะสมจากรฐั ซง่ึ เปน็ หลกั การเดยี วกบั รฐั ธรรมนญู
แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยความในมาตรา ๔๒ ระบวุ า่ บคุ คลยอ่ มมเี สรภี าพในวชิ าการ การศกึ ษาอบรม
การเรยี นการสอนการวิจยั และการเผยแพรง่ านวจิ ัยตามหลกั วชิ าการย่อมไดร้ บั ความคมุ้ ครอง ท้ังนีเ้ ท่าที่ไม่ขดั
ต่อหนา้ ทข่ี องพลเมอื งหรือศลี ธรรมอนั ดีของประชาชนและเป็นหลกั การส�ำคญั หน่ึงของการปฏริ ูปการศึกษาตาม
พระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๒ ทกี่ �ำหนดให้
บุคคล ครอบครวั มสี ิทธิในการจดั การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
เพ่ือสนองเจตนารมณ์ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการ
จัดการศึกษาข้ันพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ. ๒๕๔๗ เพ่ือเป็นทางเลือกในการจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลาน
และสง่ เสรมิ ใหภ้ าคสงั คมมสี ว่ นรว่ มจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน อยา่ งไรกต็ ามเพอื่ ใหก้ ารจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั
เปน็ ไปตามเจตนารมณด์ งั กลา่ ว ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน จงึ ท�ำเปน็ เอกสาร “แนวทางการ
ด�ำเนินงานการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานโดยครอบครัว ฉบับน้ีข้ึน เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เก่ียวข้อง ใช้เป็นแนวปฏิบัติ
ในการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ซ่ึงจะสร้างความชัดเจนให้กับครอบครัว/ผู้จัดการศึกษา ส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาและเจ้าหน้าท่ีผู้เก่ียวข้อง ตลอดจนสาธารณชนผู้สนใจที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการศึกษา
โดยครอบครัว ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจในกฎระเบียบ แนวปฏบิ ัติของทางราชการ บทบาทหน้าทีค่ วามรับผิดชอบ
ของผู้เก่ียวข้องแต่ละฝ่ายนอกจากน้ียังได้เพ่ิมเติมสาระของเจตคติหรือทัศนคติท่ีถูกต้อง ต่อสิทธิของผู้เรียน
สทิ ธขิ องครอบครวั และวธิ กี ารอนั เหมาะสมในการจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั ภายใตบ้ รบิ ทสงั คมไทย เพอ่ื น�ำไปสู่
ความร่วมมอื และการมีสว่ นร่วมของทุกภาคส่วน โดยค�ำนึงถงึ ประโยชน์สงู สดุ ท่จี ะเกดิ ขนึ้ กับผู้เรียนเปน็ ส�ำคัญ
(นายบุญรกั ษ์ ยอดเพชร)
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน
สารบญั
บา้ นเรยี น
หน้า
ส่วนท่ี ๑ บทน�ำ ๑
หลักการและความเป็นมา ๑
ส่วนท่ี ๒ บทบาทและอ�ำนาจหน้าที่การจดั การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
โดยองค์กรวชิ าชพี ในศูนยก์ ารเรยี น ๕
คณุ สมบตั ิของผขู้ อจัดการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานในรูปแบบศนู ยก์ ารเรียน ๕
บทบาทหนา้ ทผ่ี ขู้ อจดั ตง้ั ศนู ยก์ ารเรยี น ๕
บทบาทหน้าที่ของศนู ยก์ ารเรยี น ๗
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการศนู ย์การเรียน ๗
บทบาทหน้าที่ของส�ำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา ๗
บทบาทหนา้ ที่ของคณะกรรมการศกึ ษาธกิ ารจังหวัด ๘
บทบาทหนา้ ที่ของส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ๘
การเลิกศูนยก์ ารเรยี น ๘
กรณีท่ี ๑ ผจู้ ดั การศกึ ษาขอเลกิ ศูนย์การเรยี น ๙
กรณที ี่ ๒ ส�ำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษามคี �ำส่งั ให้เลิกศนู ยก์ ารเรยี น ๙
ส่วนที่ ๓ แนวทางด�ำเนินการจดั การศึกษา ๑๕
คณุ สมบัตขิ องผเู้ รียน ๑๕
แผนการจัดการศกึ ษา ๑๕
หลักสูตรหรือลกั ษณะกจิ กรรมการเรยี นการสอน ๑๗
บทบาทหนา้ ที่ของศูนยก์ ารเรยี นและส�ำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาในการวดั และ
ประเมินผลการเรียน ๒๓
บทบาทหน้าที่ของศูนย์การเรยี น ๒๓
บทบาทหนา้ ทข่ี องส�ำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา ๒๓
ระบบประกันคณุ ภาพภายในของศูนยก์ ารเรียน ๒๓
บทบาทหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการศูนย์การเรยี นและ
ส�ำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาในการพฒั นาระบบประกนั คณุ ภาพภายใน ๒๔
บทบาทหน้าทคี่ ณะกรรมการศนู ย์การเรยี น ๒๔
บทบาทหนา้ ทส่ี �ำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษา ๒๔
ภาคผนวก ๒๗
คณะท�ำงาน ๖๘
เอกสารที่เก่ียวขอ้ งกับกฎกระทรวงวา่ ด้วยสิทธิขององค์กรวชิ าชพี
ในการจดั การศึกษาขั้นพ้ืนฐานในศูนยก์ ารเรยี น พ.ศ. ๒๕๕๔
แบบ อวศ.๑ :
แบบย่นื ความประสงค์ขอจัดการศึกษาขน้ั พนื้ ฐานโดยองคก์ รวชิ าชพี ในศนู ยก์ ารเรียน
แบบ อวศ.๒ :
แผนการจัดการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานโดยองคก์ รวิชาชีพในศนู ย์การเรยี น
แบบ อวศ.๓ :
แบบขอจัดการศึกษาขน้ั พน้ื ฐานโดยองค์กรวิชาชีพในศนู ย์การเรยี น
แบบ อวศ.๔ :
แบบตรวจสอบคณุ สมบตั ิและเอกสารของผยู้ น่ื ขอความเห็นชอบจัดการศึกษา
แบบ อวศ.๕ :
แบบแจง้ ผลการพจิ ารณาการจัดต้งั ศูนย์การเรียน
แบบ อวศ.๖ :
แบบประกาศให้ความเห็นชอบจัดการศึกษาขั้นพน้ื ฐานโดยองคก์ รวิชาชีพในศนู ยก์ ารเรยี น
แบบ อวศ.๗ :
แบบประกาศแตง่ ตั้งผูแ้ ทนชมุ ชนแทนผแู้ ทนผปู้ กครองของผูเ้ รยี นในคณะกรรมการศูนย์การเรยี น
แบบ อวศ.๘ :
แบบประกาศแต่งตัง้ คณะกรรมการศูนยก์ ารเรียน
แบบ อวศ.๙ :
แบบขอเปลี่ยนแปลงแกไ้ ขแผนการจดั การศกึ ษาโดยองคก์ รวิชาชพี ในศูนยก์ ารเรยี น
แบบ อวศ.๑๐ :
แบบแจง้ ผลการพจิ ารณาขอเปล่ยี นแปลงแกไ้ ขแผนการจัดการศึกษาโดยองค์กรวิชาชพี ในศูนยก์ ารเรียน
แบบ อวศ.๑๑ :
แบบค�ำขอเลิกจัดการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานโดยองค์กรวิชาชพี ในศนู ย์การเรียน
แบบ อวศ.๑๒ :
ค�ำสง่ั ใหเ้ ลกิ การจดั การศึกษาขนั้ พน้ื ฐานโดยองคก์ รวิชาชีพในศูนย์การเรียน
(กรณเี ลิกตามค�ำขอของผจู้ ดั การศึกษา)
แบบ อวศ.๑๓ :
ค�ำสั่งใหเ้ ลิกการจดั การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานโดยองค์กรวิชาชีพในศนู ย์การเรยี น
(กรณสี �ำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาสง่ั ให้เลิก)
ค�ำรอ้ งขอเทียบโอนผลการเรยี น
แบบบันทกึ การเทียบโอนผลการเรียน
แบบรายงานผลการเทยี บโอนผลการเรียน
แบบค�ำร้องขอเทยี บโอนความรแู้ ละประสบการณ์
แบบรายงานผลการเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์
แบบบนั ทกึ ผลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น
แบบบันทึกผลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
แบบบันทึกผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น
แบบสรปุ ผลการอนมุ ัตเิ ลอ่ื นช้นั เรียน
กฎกระทรวงวา่ ดว้ ยสทิ ธขิ ององค์กรวชิ าชพี ในการจัดการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
ในศูนย์การเรียน พ.ศ. ๒๕๕๔
ค�ำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ
ค�ำส่ังกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ ๑๗๙๕/๒๕๕๘ เรื่อง การจดั ท�ำระเบียนแสดงผลการเรยี น
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน (ปพ.๑) ส�ำหรบั กลุ่มเปา้ หมายเฉพาะ
ค�ำสง่ั กระทรวงศกึ ษาธิการ ท่ี สพฐ ๑๗๙๖/๒๕๕๘ เรือ่ ง การจัดท�ำประกาศนียบตั ร
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.๒) ส�ำหรับกลุม่ เป้าหมายเฉพาะ
ค�ำส่งั กระทรวงศึกษาธกิ าร ท่ี สพฐ ๑๗๙๗/๒๕๕๘ เรอ่ื ง การจัดท�ำแบบรายงานผสู้ �ำเรจ็ การศกึ ษา
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน (ปพ.๓) ส�ำหรบั กลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะ
ค�ำสั่งหวั หน้าคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ
ค�ำสง่ั หวั หน้าคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๑๙/๒๕๖๐ เรือ่ ง การปฏิรูปการศึกษา
ในภมู ิภาคของกระทรวงศึกษาธกิ าร
บทที่
๑
บทน�ำ
บทที่ ๑
บทนำ�
หลักการและความเป็นมา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๕ หน้าท่ีของรัฐให้บุคคลมีสิทธิ
เสมอกนั ในการรบั การศกึ ษา ตามมาตรา ๕๔ รฐั ต้องด�ำเนนิ การให้เด็กทกุ คนได้รบั การศึกษาเปน็ เวลาสบิ สองปี
ตง้ั แตว่ ยั เรยี นจนจบการศกึ ษาภาคบงั คบั อยา่ งมคี ณุ ภาพโดยไมเ่ กบ็ คา่ ใชจ้ า่ ย ทงั้ นรี้ ฐั จะตอ้ งด�ำเนนิ การใหป้ ระชาชน
ไดร้ บั การศกึ ษาตามความตอ้ งการระบบตา่ งๆ รวมทงั้ สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ และจดั ใหม้ กี ารรว่ มมอื กนั
ระหว่างรัฐ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ และภาคเอกชนในการจดั การศกึ ษาทุกระดับ โดยรฐั มีหนา้ ทีด่ �ำเนนิ การ
ก�ำกบั สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาดงั กลา่ วใหม้ คี ณุ ภาพและไดม้ าตรฐานสากล ซงึ่ ปรากฎในพระราชบญั ญตั ิ
การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ. ศ. ๒๕๔๒ และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเตมิ ดังนี้
มาตรา ๑๐ ก�ำหนดให้การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับ
การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างท่วั ถึงและมคี ณุ ภาพโดยไมเ่ กบ็ ค่าใชจ้ ่าย
มาตรา ๑๒ ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา
สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอ่ืน มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งน้ีให้เป็นไปตามที่ก�ำหนด
ในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๕ ก�ำหนดการจัดการศกึ ษามี ๓ รปู แบบ คอื การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอธั ยาศัย
ตามมาตรา ๑๓ และ ๑๔ ก�ำหนดใหบ้ ดิ า มารดา หรือผปู้ กครอง บคุ คลและครอบครัวมีสทิ ธิได้รบั
สิทธปิ ระโยชน์ คอื การสนบั สนนุ จากรัฐ ให้มคี วามรู้ ความสารถในการอบรมเลีย้ งดู และการให้การศกึ ษา ได้รับ
เงินอดุ หนนุ จากรฐั ส�ำหรบั การจดั การศึกษาข้นั พื้นฐานและลดหยอ่ นหรือยกเวน้ ภาษีส�ำหรบั ค่าใชจ้ ่ายการศึกษา
ตามท่ีกฎหมายก�ำหนด มาตรา ๖๑ ให้รัฐจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาท่ีจัดโดยบุคคลและครอบครัวตาม
ความเหมาะสมและความจ�ำเป็น และมาตรา ๖๖ ก�ำหนดให้ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถ
ในการ ใชเ้ ทคโนโลยี เพือ่ การศกึ ษาในโอกาสแรกท่ีท�ำได้ เพ่อื ให้มคี วามรู้และทกั ษะเพยี งพอทจ่ี ะใช้เทคโนโลยี
ในการแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองไดอ้ ยา่ งต่อเนอ่ื งตลอดชีวติ
มาตรา ๒๗ ให้คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ก�ำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืน
ฐานเพ่ือความเปน็ ไทย ความเปน็ พลเมืองทด่ี ขี องชาติ การด�ำรงชวี ติ และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อศกึ ษา
ตอ่ หลกั สตู รแกนกลาง (Core Curriculum) คอื หวั ใจส�ำคญั ของความรปู้ ระสบการณท์ ผ่ี เู้ รยี นทกุ คนจ�ำเปน็ ตอ้ งรู้
ประชาชนในชาติต้องผ่านการศึกษาตามหลักสูตรน้ี เพราะถือเป็นพ้ืนฐานในการพัฒนาให้เป็นพลเมืองที่ดี
และมีคณุ ภาพของชาติ
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 1
การศกึ ษาโดยครอบครวั (Home School) เปน็ การจดั การศกึ ษาส�ำหรบั กลมุ่ เปา้ หมาย ทม่ี ลี กั ษณะ
เป็นการศกึ ษานอกระบบหรือตามอธั ยาศัย มรี ปู แบบการจัดการศึกษาทย่ี ดื หยุน่ หลากหลาย เปน็ การศกึ ษาทาง
เลอื กเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการของผเู้ รยี นทไี่ มป่ ระสงคจ์ ะเรยี นในระบบการศกึ ษาปกติ ซงึ่ มเี หตผุ ลมาจากพน้ื ฐาน
ของบคุ คลตามปรชั ญาความเชอื่ ทางการศกึ ษา และการเรยี นรู้ หรอื ดา้ นอน่ื ๆ การจดั การศกึ ษามตี ามความแตกตา่ ง
ของผู้เรียนให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพความต้องการและความจ�ำเป็น เพื่อให้ผู้เรียน มีความสุขและเกิด
การเรยี นรไู้ ดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ โดยน�ำหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานไปปรบั ใช้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี าร
ปรับใชห้ ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานมภี ารกจิ การจดั การและการสง่ เสรมิ การจดั การการศกึ ษา
ขนั้ พน้ื ฐาน ตามกฎกระทรวงวา่ ดว้ ยการแบง่ สว่ นราชการส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวง
ศึกษาธกิ าร พ.ศ.๒๕๔๖ ขอ้ ๑ (๕) มีอ�ำนาจหน้าทพ่ี ฒั นานวัตกรรมทางการศกึ ษา ประสาน ส่งเสรมิ สนับสนนุ
และก�ำกบั ดูแลการจดั การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน การศึกษาเพอื่ คนพิการ ผดู้ ้อยโอกาส และผูม้ คี วามสามารถพิเศษ
ตลอดจนการประสาน ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานของเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน บุคคล
ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องคก์ รวิชาชพี สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสงั คม
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้ตระหนักและให้ความส�ำคัญและความจ�ำเป็น
จึงได้จดั ท�ำเอกสาร “แนวทางการด�ำเนนิ งานการจดั การศึกษาขั้นพนื้ ฐานโดยครอบครวั ” ซึง่ จะช่วยสร้างความรู้
ความเขา้ ใจ ความชดั เจนทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั กฎ ระเบยี บ แนวปฏบิ ตั ขิ องทางราชการ และบทบาทหนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ
ของผเู้ กยี่ วขอ้ งแตล่ ะฝา่ ย ใหก้ บั ครอบครวั /ผจู้ ดั การศกึ ษา ส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาและเจา้ หนา้ ทผี่ เู้ กยี่ วขอ้ ง
ตลอดจนสาธารณชนผสู้ นใจทว่ั ไป นอกจากนยี้ งั ไดเ้ พม่ิ เตมิ สาระทจ่ี ะชว่ ยสรา้ งเจตคตติ อ่ สทิ ธปิ ระโยชนข์ องผเู้ รยี น
และครอบครวั ในแนวทางและวธิ กี ารจดั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานโดยครอบครวั เพอ่ื น�ำไปสกู่ ารมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ น
โดยค�ำนงึ ถงึ ประโยชน์สงู สุดที่จะเกดิ ข้ึนกับผู้เรยี นเปน็ ส�ำคญั
2 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 3
บทที่
๒
บทบาทและอ�ำ นาจหน้าที่
การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
โดยครอบครวั
บทที่ ๒
บทบาทและอ�ำ นาจหน้าที่
การศึกษาข้นั พ้ืนฐานโดยครอบครวั
กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายในการส่งเสริมสนับสนุนและให้ความส�ำคัญต่อการจัดการศึกษา
ขนั้ พน้ื ฐานโดยครอบครวั โดยไดด้ �ำเนนิ การตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ
ภายใตห้ ลักหรือกรอบในการด�ำเนนิ การ ๕ ประการ คอื
๑) ส่งเสรมิ การมีส่วนรว่ มของครอบครัว
๒) พอ่ แม่จะต้องมอี ิสระในการด�ำเนนิ การมคี วามเป็นไปได้ในทางปฏบิ ตั ิ
๓) มีความสอดคลอ้ งกับหลักการและแนวทางในพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ
๔) มคี ุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาชาติและ
๕) มีความเป็นสากลเทียบเคยี งกบั ตา่ งประเทศได้
นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการโดยส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ประกาศใช้
“หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑” และ “หลักเกณฑ์และวิธีการปรับใช้หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ ส�ำหรบั กลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะ” เพอื่ ใหห้ นว่ ยงาน และบคุ คลทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ในการจดั การศกึ ษามคี วามเขา้ ใจทชี่ ดั เจนตรงกนั และเหน็ แนวทางในการน�ำสงิ่ ทกี่ �ำหนดไวใ้ นหลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานไปสกู่ ารปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั บรบิ ทและความตอ้ งการของผเู้ รยี นกลมุ่ เปา้ หมายตา่ งๆ
ไดอ้ ย่างมีคณุ ภาพ
หลักเกณฑ์และวิธกี ารปรบั ใชห้ ลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ส�ำหรบั
กลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะ เปน็ การจดั การศกึ ษาทม่ี คี วามแตกตา่ งในดา้ นเปา้ หมาย การจดั หลกั สตู รและการเรยี นการสอน
รวมท้ังการบริหารจัดการต่างๆ เพ่ือให้เป็นไปตามปรัชญา จุดเน้นหรือศักยภาพและความต้องการของผู้เรียน
ทแ่ี ตกตา่ งกนั การศกึ ษาจะตอ้ งจดั ใหเ้ หมาะสมสอดคลอ้ งกบั สภาพ ความตอ้ งการและความจ�ำเปน็ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี น
มคี วามสขุ และเกดิ การเรยี นรไู้ ดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ ปจั จบุ นั การศกึ ษาส�ำหรบั กลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะมคี วามแตกตา่ ง
ในมติ ิทสี่ �ำคญั ดงั นี้
๑. การศึกษาเฉพาะทางที่มจี ุดเน้นพเิ ศษ เชน่ กฬี า นาฏศิลป์ ปริยตั ิธรรม เป็นต้น
๒. การศึกษาที่มีแนวคิด ปรัชญา จุดมุ่งหมายต่างไปจากการศึกษาในระบบต้องการการศึกษา
แบบกา้ วหนา้ (Progressive) การศึกษาทางเลือก (Alternative Education)
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 5
๓. การศกึ ษาทส่ี นองตอ่ ผเู้ รยี นทมี่ คี วามแตกตา่ งทางธรรมชาติ ศกั ยภาพ ฐานะความเปน็ อยู่ ภมู ลิ �ำเนา
เชน่ เดก็ ทม่ี ีความสามารถพิเศษ มีความถนดั เฉพาะทาง เด็กพกิ าร เดก็ ในภาวะยากล�ำบาก เด็กในพ้นื ท่หี ่างไกล
ทุรกันดาร เด็กไร้สัญชาติ เป็นตน้
ลักษณะการจดั การศึกษาส�ำหรบั กล่มุ เป้าหมายเฉพาะ
ตามหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารปรับใช้หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ใน
ปัจจุบันการจัดการศึกษาส�ำหรบั กลุม่ เป้าหมายเฉพาะ มหี ลากหลายลกั ษณะ สามารถจดั กลุ่มไดด้ ังน้ี
๑. กล่มุ เป้าหมายเฉพาะที่เป็นการศึกษาในระบบ
๑.๑ โรงเรียนในระบบท่ีมีรูปแบบการจัดการศึกษาหรือการจัดกระบวนการเรียนรู้แตกต่างจาก
โรงเรียนส่วนใหญ่ท่ัวไป เช่น โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนสัตยาไส การศึกษาเด็กท่ีมี
ความสามารถพเิ ศษ เดก็ พิการ ผดู้ อ้ ยโอกาส เปน็ ตน้
๑.๒ โรงเรยี นทจ่ี ัดการศกึ ษาเฉพาะทางหรือมีจุดเน้นเป็นพิเศษ เช่น โรงเรยี นเตรียมทหาร โรงเรยี น
กฬี า โรงเรยี นนายสบิ ทหารบก โรงเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรม แผนกสามญั ศกึ ษา โรงเรยี นไปรษณยี ์ วทิ ยาลยั นาฏศลิ ป์
เปน็ ตน้
๒. กล่มุ เป้าหมายเฉพาะท่ีเปน็ การศึกษานอกระบบหรอื ตามอธั ยาศัย
๒.๑ มีรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นหลากหลาย สอดคล้องกับปรัชญาการศึกษา ธรรมชาติ
และความตอ้ งการของผเู้ รยี นหรอื อาจจดั การเรยี นรตู้ ามวถิ ธี รรมชาติ วถิ ธี รรม วถิ ขี องชมุ ชน เชน่ ศนู ยก์ ารเรยี นรู้
การศึกษาโดยครอบครวั การศกึ ษาสายตาครูภูมิปญั ญา เป็นต้น
๒.๒ เป็นการศึกษาทางเลือกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนท่ีไม่ประสงค์จะเรียน
ในระบบการศกึ ษาปกติ ซงึ่ มเี หตผุ ลมาจากพนื้ ฐานของบคุ คลตามปรชั ญาความเชอ่ื ทางการศกึ ษาและการเรยี นรู้
หรือดา้ นอนื่ ๆ
6 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
แผนภมู ทิ ่ี 1 โครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การศึกษาพ้ืนฐานโดยครอบครวั
กระทรวงศกึ ษาธิการ
สำ�นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
สำ�นกั พัฒนา ส�ำ นักนวัตกรรม ส�ำ นักนโยบายและ ส�ำ นักวชิ าการ ส�ำ นกั สำ�นัก
ระบบบรหิ ารงาน การจดั การศึกษา แผนการศึกษา และมาตราฐาน ทดสอบทาง คลงั และ
บุคคลและนิติกร ข้ันพนื้ ฐาน ข้นั พ้นื ฐาน การศึกษา การศกึ ษา ทรัพยส์ นิ
ส�ำ นกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา คณะกรรมการ
ประถมศกึ ษา/ส�ำ นักงานเขต ศึกษาธิการจงั หวัด
พน้ื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา
กลุ่มนโยบาย กลุ่มนิเทศติดตาม กลุ่มสง่ เสรมิ กลุ่มการเงนิ กลมุ่ บรหิ าร กลมุ่
และแผน และประเมนิ ผล การจัดการศกึ ษา และสินทรัพย์ งานบคุ คล อำ�นวยการ
การจดั การศึกษา
สำ�นกั รับรองมาตรฐานและประเมิน บดิ า/มารดา/ สถาบันการทดสอบ เครอื ขา่ ย
คุณภาพการจัดการศึกษา ผจู้ ัดการศึกษา ทางการศึกษาแหง่ ชาติ การจดั การศึกษา
(องคก์ ารมหาชน)
(องคก์ ารมหาชน) ทางเลอื ก
ผู้เรยี น
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 7
บทบาทและหน้าท่ี
การจดั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานโดยครอบครบั ตามกฎกระทรวงวา่ ดว้ ยสทิ ธใิ นการจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
โดยครอบครัว พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อให้เกดิ ความยดื หยุ่น คลอ่ งตัวและตอบสนองการจดั การศกึ ษาท่ีมคี วามแตกตา่ ง
ในด้านเป้าหมาย แผนการจัดการศึกษาและการเรียนการสอนตามปรัชญา จุดเน้น หรือศักยภาพ
และความต้องการของผ้เู รยี นท่ีมคี วามแตกต่างกนั ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน จงึ ไดก้ �ำหนด
บทบาทอ�ำนาจและหน้าทีข่ องผู้ท่เี กีย่ วขอ้ งเพื่อเปน็ แนวปฏิบัตไิ ว้ ดังน้ี
๑. ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
๑.๑) ส�ำนักนโยบายและแผนการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน บทบาทและหน้าทม่ี ีดงั นี้
๑) ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน จัดท�ำข้อมูลสารสนเทศและแผนงานพัฒนา
และการด�ำเนินงานการจัดการศกึ ษาโดยครอบครัว ตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจดั การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
โดยครอบครัว พ.ศ.๒๕๔๗ ให้เป็นไปอย่างมีระบบ บรรลุผลตามเป้าหมายของภาคส่วนต่างๆ อย่างราบรื่น
เรียบร้อยมปี ระสทิ ธภิ าพและคณุ ภาพ
๒) จดั ท�ำข้อเสนอนโยบายและแผนพฒั นาการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน
๓) จดั ท�ำขอ้ เสนอนโยบายในการสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ เอกชน องคก์ รวชิ าชพี สถาบนั
ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั สงั คมอ่ืนทีจ่ ดั การศึกษาขั้นพืน้ ฐานใหเ้ ป็นไปตามนโยบายและมาตรฐาน
การศึกษา
๔) ประมวลข้อเสนอนโยบาย จดั สรรงบประมาณเงินอดุ หนุนรายหวั ส�ำหรบั ผเู้ รียน
การศึกษาข้ันพืน้ ฐานโดยครอบครัว
๕) จดั สรรงบประมาณเงนิ อดุ หนนุ ส�ำหรบั การจดั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานโดยครอบครวั
๖) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
หรอื ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
๗) สง่ เสรมิ และค้มุ ครองสิทธปิ ระโยชน์ ในการจัดการศึกษาตามที่กฎหมายก�ำหนด
๘) สนับสนนุ ส�ำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาในการพฒั นาประสิทธภิ าพการส่งเสรมิ
การจดั การศึกษาขั้นพ้นื ฐานโดยครอบครวั อยา่ งเตม็ ตามศกั ยภาพ
๙) ก�ำกบั ดูแล ตดิ ตาม วิจยั และพฒั นานวัตกรรมการจัดการศึกษาโดยครอบครัว
๑๐) เผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ตอ่ หน่วยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งและสาธารณชนอยา่ งตอ่ เนื่อง
๑.๒ ส�ำนักพฒั นานวตั กรรมการจัดการศึกษา บทบาทและหน้าที่ มดี งั นี้
๑) ศกึ ษา วเิ คราะห์ รปู แบบและนวตั กรรมในการจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานและแสวงหา
ความรว่ มมอื หรอื ทนุ เพ่อื การพัฒนารปู แบบและนวตั กรรมในการจดั การศกึ ษา
๒) ด�ำเนินการน�ำรอ่ ง เพอ่ื ให้สามารถน�ำรปู แบบและนวัตกรรมในการจัดการศกึ ษา
ขั้นพืน้ ฐานไปสู่การปฏบิ ัติ
8 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๓) ให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำ ติดตาม และประเมินผล เกี่ยวกับการน�ำรูปแบบ
และนวตั กรรมในการจัดการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานไปปฏบิ ัติ
๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นท่ีเก่ียวข้อง
หรือทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
๑.๓ ส�ำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา บทบาทและหน้าท่ี มีดงั นี้
๑) สนับสนุนทางวชิ าการทีส่ อดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรยี นรู้ การวัดและประเมนิ
ผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ และหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการปรับใชห้ ลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และเอกสารหลักฐาน
การศกึ ษาท่ีกระทรวงศกึ ษาธิการก�ำหนด
๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอ่ืนที่เก่ียวข้อง
หรอื ที่ไดร้ ับมอบหมาย
๑.๔ ส�ำนกั ทดสอบทางการศกึ ษา บทบาทและหน้าที่ มดี ังน้ี
๑) ศึกษา วิจัย และพัฒนาการวัดและประเมนิ ผลทางการศึกษา รวมทัง้ จดั ระบบ
วิธีการทดสอบและพัฒนาเครื่องมือวัดมาตรฐานส�ำหรับการประเมินผลการจัดการศึกษา และการทดสอบ
ทางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน
๒) ด�ำเนินการสอบวดั ความรู้ ความสามารถ คุณลกั ษณะระดับตา่ งๆ ใหก้ บั ผเู้ รยี น
และประชาชนท่ัวไป
๓) พฒั นาและสง่ เสรมิ วชิ าการดา้ นการทดสอบและประเมนิ ผลทางการศกึ ษา รวมถงึ
การพัฒนาบุคลากรด้านการทดสอบและประเมนิ ผล
๔) ด�ำเนนิ การเกีย่ วกับระบบข้อมลู และทะเบยี นประวตั ิผสู้ �ำเรจ็ การศึกษา รวมทง้ั
ประสานความรว่ มมือดา้ นการทดสอบทางการศึกษาท้งั ในระดับชาตแิ ละระดับนานาชาติ
๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอ่ืนที่เกี่ยวข้อง
หรอื ที่ไดร้ บั มอบหมาย
๑.๕ ส�ำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนติ กิ าร บทบาทและหนา้ ที่มีดังนี้
๑) จดั ท�ำขอ้ เสนอนโยบาย ระเบียบ หลกั เกณฑ์ แนวปฏิบัติเก่ยี วกบั การบรหิ ารงาน
ของส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
๒) ด�ำเนนิ การเกยี่ วกบั งานกฎหมาย งานนติ กิ รรมและสญั ญา งานเกย่ี วกบั ความรบั ผดิ
ทางแพ่ง อาญา งานคดีปกครอง และงานคดีอ่ืนท่ีอยู่ในอ�ำนาจหน้าท่ีของส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน
๓) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นท่ีเก่ียวข้อง
หรอื ที่ไดร้ บั มอบหมาย
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 9
๑.๖ ส�ำนกั การคลงั และสนิ ทรพั ย์ บทบาทและหน้าท่ี มีดังนี้
๑) อนมุ ตั เิ งนิ งวดและโอนเงนิ งบประมาณทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การจดั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
โดยครอบครัวให้ส�ำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษา
๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นท่ีเกี่ยวข้อง
หรือทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
๒. ส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
๒.๑ กลมุ่ ส่งเสริมการจัดการศกึ ษา บทบาทและหนา้ ที่ มีดังน้ี
๑) เปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการประสาน สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
โดยครอบครวั
๒) น�ำค�ำขออนุญาตจัดการศึกษาโดยครอบครวั เสนอใหค้ ณะกรรมการศกึ ษาธิการ
จังหวัดพจิ ารณาโดยเรว็
๓) จัดท�ำข้อมูลพื้นฐานเก่ียวกับบิดา/มารดา/ผู้จัดการศึกษา/ผู้เรียน ตรวจสอบ
เอกสาร หลักฐานการขออนญุ าต และการเลิกจัดการศึกษาโดยครอบครวั
๔) จดั ท�ำข้อมลู การจัดการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานโดยครอบครัว พร้อมรายงานในระบบ
สารสนเทศ (DMC) และจดั ท�ำเอกสารตา่ งๆ เชน่ บตั รประจ�ำตวั ผเู้ รยี น ทะเบยี นผเู้ รยี น ระเบยี นแสดงผลการเรยี น
ประกาศนียบัตร แบบรายงานผู้ส�ำเร็จการศึกษา เอกสารในการเทียบโอนผลการเรียน และเอกสารหลักฐาน
ทางการศึกษาตามทกี่ ระทรวงศกึ ษาธิการก�ำหนด
๕) จัดให้มีคณะกรรมการวิชาการ/คณะท�ำงานติดตามผลการจัดการศึกษา/
คณะท�ำงานการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เพอ่ื การสง่ เสรมิ คณุ ภาพเชงิ วชิ าการ ตามหลกั การการจดั การศกึ ษา
โดยครอบครัว ไดแ้ ก่ การจดั ท�ำแผนการจดั การศึกษา กระบวนการเรยี นรู้ และการวัดประเมินผล ประกอบด้วย
บคุ ลากรของส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา ครอบครวั และผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารวดั ผล
และประเมนิ ผลของหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน และจดั ท�ำรายงานการวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น
รวมทง้ั การจดั การเรยี นการสอนและสภาพปญั หาทเี่ กยี่ วกบั การศกึ ษาตามทสี่ �ำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาก�ำหนด
อย่างน้อยปีละ ๑ คร้งั
๖) ประสานงานสถานศกึ ษา สถาบนั การศกึ ษา และหนว่ ยงานตา่ งๆ เพอื่ ขอความรว่ มมอื
ในการสง่ เสรมิ กระบวนการจดั การเรยี นรู้ การนเิ ทศตดิ ตาม การวดั และเมนิ ผลการเรยี นอยา่ งมรี ะบบ และมคี ณุ ภาพ
๗) ส่งเสริม สนับสนุนและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของเด็กและครอบครัว
อนั พงึ ประสงคใ์ นการจดั การศกึ ษา เชน่ จดั ใหม้ แี หลง่ เรยี นรู้ การใหก้ ารบรกิ ารหรอื ประสานงานแหลง่ เรยี นรอู้ นื่ ๆ
แก่ครอบครัวผ้จู ดั การศึกษา ได้ใชเ้ พ่อื การพัฒนาความรคู้ วามสามารถผเู้ รียนอย่างเตม็ ตามศักยภาพ
๘) วางแผน ก�ำกบั ดแู ลการพฒั นาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานโดยครอบครวั
อยา่ งตอ่ เนือ่ ง
10 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๙) การวเิ คราะห์ วจิ ยั และพฒั นานวตั กรรมการจดั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานโดยครอบครวั
ตามศกั ยภาพของผ้เู รียนเปน็ รายบคุ คลอยา่ งต่อเน่ือง
๑๐) สนบั สนนุ เครอื ขา่ ยความรว่ มมอื ของทกุ ภาคสว่ น ในการพฒั นาการจดั การศกึ ษา
โดยครอบครัว เพอ่ื คณุ ภาพของเยาวชนต่อชมุ ชน สังคม และประเทศชาตอิ ย่างเตม็ ทไ่ี ร้ขดี จ�ำกดั
๑๑) ติดตาม ประเมินและรายงานผลการด�ำเนินงานต่อหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
และสาธารณะอย่างสมำ่� เสมอตามโอกาสที่เหมาะสมอนั สง่ ผลต่อการพัฒนายกระดบั ความก้าวหน้าอยา่ งยัง่ ยนื
๑๒) เผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธแ์ ลกเปลยี่ นเรยี นรขู้ า่ วสาร ความรใู้ นเวทสี าธารณะ เครอื ขา่ ย
ภาคสังคมข่าวสารเพื่อความรู้ความเข้าใจของสังคมโดยรวม เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนา
การศกึ ษาให้มีความส�ำเรจ็ ก้าวหน้ายง่ิ ข้นึ ไป
๑๓) ปฏบิ ตั ิงานอื่น ๆ ที่เก่ยี วข้อง
๒.๒ กลมุ่ นโยบายและแผน บทบาทและหนา้ ท่ี มดี ังน้ี
๑) รวบรวม ประมวลผลขอ้ มลู จ�ำนวนผเู้ รยี นทจ่ี ดั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานโดยครอบครวั
เสนอไปยงั ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน เพอื่ ขอการสนบั สนนุ งบประมาณงบเงนิ อดุ หนนุ คา่ ใชจ้ า่ ย
ในการจดั การศึกษาขนั้ พื้นฐาน
๒) จัดท�ำฐานข้อมลู ระบบ PMC รายงานในระบบ
๓) จัดสรรงบประมาณและแจง้ ใหบ้ ิดา/มารดา/ผูจ้ ัดการศึกษา/ครอบครัวทราบ
๔) ตดิ ตามการใช้จา่ ยงบประมาณ
๕) ปฏิบัติงานอืน่ ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
๒.๓ กลมุ่ นเิ ทศติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษา บทบาทและหน้าที่ มีดังนี้
๑) ส่งเสริม สนับสนุนการด�ำเนินงานด้านวิชาการการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
โดยครอบครัว เช่น เปน็ คณะท�ำงานพจิ ารณาแผนการจัดการศกึ ษา เปน็ ตน้
๒) ด�ำเนนิ การนเิ ทศ ตดิ ตาม วดั และประเมนิ ผลผเู้ รยี นจากการจดั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
โดยครอบครัวด้วยวิธีการที่หลากหลายตามบริบท ปรัชญา จุดเน้นและศักยภาพของผู้เรียนเป็นรายบุคคล
และส่งผลการรายงานการนิเทศ ติดตาม วัดและประเมินผลให้กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาเพ่ือรายงาน
ผู้ทีเ่ กี่ยวขอ้ งตอ่ ไป
๓) ด�ำเนนิ การเทียบโอนผลการเรียนจากการศกึ ษาในระบบเขา้ สกู่ ารจัดการศึกษา
ขนั้ พ้ืนฐานโดยครอบครวั
๔) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวให้เป็นไปอย่างมีระบบ
และมีคุณภาพ ได้แก่ การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างครอบครัวผู้จัดการศึกษา ในการจัดท�ำแผนการจัดการ
ศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล ทงั้ นอ้ี าจด�ำเนินการรว่ มกับภาคเี ครือขา่ ย
บ้านเรยี น/ ภาคเครอื ข่ายการศึกษาทางเลือก เป็นตน้
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 11
๕) ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา การวิเคราะห์ วิจัย
และพัฒนานวตั กรรมการจดั การศึกษาโดยครอบครวั อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
๖) ส่งเสริม สนับสนุนเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนา
การจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั เพอ่ื คณุ ภาพของเยาวชนตอ่ ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาตอิ ยา่ งเตม็ ทไี่ รข้ ดี จ�ำกดั
๗) ปฏบิ ัตงิ านอ่ืน ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
๒.๔ กลมุ่ บริหารงานการเงนิ และสนิ ทรพั ย์ บทบาทและหน้าท่ี มีดงั น้ี
๑) แจ้งการอนมุ ตั ิงวดตามบัญชีจดั สรร
๒) ประสานและเบกิ จา่ ยเงนิ งบประมาณอดุ หนนุ การจดั การศกึ ษาใหก้ บั บดิ า/มารดา/
ผู้จัดการศกึ ษา
๓) ให้ค�ำปรึกษาแนะน�ำเกยี่ วกับการเบิกจา่ ยเงนิ แก่บิดา/มารดา/ผจู้ ัดการศึกษา
๔) จดั เกบ็ เอกสารหลักฐานการเบกิ จา่ ยเงินเพ่อื การตรวจสอบ
๒.๕ กล่มุ บรหิ ารทรพั ยากรบุคคล (กล่มุ งานวินยั และนิตกิ ร) บทบาทและหนา้ ที่ มดี ังนี้
ดูแล ช่วยเหลือให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำในการปฏิบัติงานเก่ียวกับการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
โดยครอบครัวภายใต้บทบาท อ�ำนาจ หน้าท่ีของส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและการปฏิบัติงานตามระเบียบ
และข้อกฎหมายก�ำหนด
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวดั
ตามค�ำสงั่ หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี ๑๙/๒๕๖๐ เรอื่ ง การปฏริ ปู การศกึ ษาในภมู ภิ าค
ของกระทรวงศึกษาธิการ ขอ้ ๘ (๑) ให้อ�ำนาจตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาแหง่ ชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบ
บรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาก�ำหนด
ใหเ้ ปน็ อ�ำนาจหนา้ ทขี่ องคณะกรรมการเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา และขอ้ ๘ (๒) ก�ำหนด
ยุทธศาสตร์ แนวทางการจัดการศึกษา และการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท
ประสานและสง่ เสรมิ การบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาขององคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ รวมทงั้ สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ
การจดั การศกึ ษาของบคุ คล ครอบครวั องคก์ รชมุ ชน องคก์ รเอกชน องคก์ รวชิ าชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบ
การ และสถาบันสังคมอ่ืนทจี่ ดั การศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย โดยมบี ทบาทและหน้าทดี่ งั นี้
๑. พิจารณาอนุญาตค�ำขออนุญาตจดั การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานโดยครอบครัว และให้ส�ำนักงานแจ้งผล
การพิจารณาค�ำขออนุญาตจัดการศึกษาแก่ครอบครัวที่ย่ืนค�ำขออนุญาตจัดการศึกษาภายในสามสิบวันนับแต่
วันทีไ่ ดร้ บั ค�ำขออนุญาตจัดการศึกษา
12 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๒. พจิ ารณาการเลกิ จดั การศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ในกรณดี งั ตอ่ ไปนี้
๒.๑ ส�ำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามีค�ำส่ังให้เลกิ จดั การศึกษาตามค�ำขอของครอบครัว
๒.๒ คณะกรรมการศกึ ษาธิการจังหวัดมีมติให้เลกิ จดั การศึกษา ตามข้อ ๔ ของกฎกระทรวง
ว่าดว้ ยสทิ ธใิ นการจัดการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐานโดยครอบครวั พ.ศ. ๒๕๔๗ ในกรณสี �ำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาเหน็
วา่ ครอบครวั ทไี่ ดร้ บั อนญุ าตจดั การศกึ ษาไมจ่ ดั การศกึ ษาตามแผนการจดั การศกึ ษาตามขอ้ ๒ (๗) ของกฎกระทรวง
ว่าด้วยสิทธิ ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ.๒๕๔๗ ให้ส�ำนักงานแนะน�ำ ให้ครอบครัวนั้น
ปรับปรุงการจัดการศึกษาภายในระยะเวลาท่ีก�ำหนด หากครอบครัวดังกล่าวไม่ด�ำเนินการตามค�ำแนะน�ำ
ใหส้ �ำนักงานเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธกิ ารจงั หวดั เพื่อพิจารณาให้ครอบครวั นัน้ เลิกจดั การศึกษา
บทบาทหน้าที่ของส�ำนักงานทดสอบทางการศึกษาแหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) มีดังนี้
๑. จดั การบริหารทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตใิ หไ้ ด้มาตรฐาน
๒. พฒั นาข้อสอบให้สามารถวดั ได้ทุกมาตรฐานการศกึ ษาอย่างมมี าตรฐาน
๓. ด�ำเนนิ การใหม้ ีการน�ำผลการทดสอบไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์
๔. วจิ ยั และพฒั นาใหม้ รี ะบบทดสอบทางการศกึ ษาใหค้ รบ ทกุ มาตรฐาน ดา้ นคณุ ภาพผเู้ รยี นใหท้ กุ ระดบั
และทกุ ประเภทการศึกษา
๕. ศกึ ษาวจิ ยั เรอ่ื งรปู แบบขอ้ สอบและสนบั สนนุ การวจิ ยั และการพฒั นาเกย่ี วกบั โปรแกรมและเทคนคิ
การสร้างข้อสอบและมาตรฐานการวัดรปู แบบต่าง ๆ
๖. ประชาสัมพนั ธ์ใหข้ อ้ มูลและขอ้ ความรู้ เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ท่ีดีต่อสาธารณชน
๗. ทบทวนกฎหมาย ข้อบังคับและมติต่างๆ ให้เหมาะสมกับภาพท่ีเป็นจริง ทันสมัยและเอ้ือ
ต่อการปฏิบัตงิ าน
๘. สนับสนุนและส่งเสริมให้สถานศึกษาและทุกระดับสถานศึกษาและต้นสังกัดมีโปรแกรม
การทดสอบและประเมนิ ผูเ้ รียนตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๒
๙. ให้บรกิ ารการทดสอบแกบ่ คุ ลากรและหน่วยงานตา่ ง ๆ
๑๐. เป็นศูนย์กลางข้อมูลการทดสอบทางการศึกษา สนับสนุนและให้บริการผลการทดสอบ
แก่หน่วยงานตา่ ง ๆ ตลอดจนความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาทัง้ ในประเทศและต่างประเทศ
บทบาทหน้าท่ีของบดิ า/มารดา/ผู้จดั การศึกษา มดี ังนี้
๑. การเตรยี มความพรอ้ ม
๑.๑ ส�ำรวจความพรอ้ มของครอบครวั ในการจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั เชน่ การใชท้ รพั ยากร
ตน้ ทนุ ของครอบครวั การส่งเสรมิ สนบั สนุนการเรียนรู้ สภาพแวดล้อม สถานท่ีในการจดั เรียนรู้ วสั ดุอุปกรณ์
การเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้และสื่อเพ่ือการเรียนรู้ การเข้าร่วมประชุมท�ำความเข้าใจกับภาคีเครือข่ายที่เก่ียวข้อง
เป็นต้น
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 13
๑.๒ ศกึ ษาเอกสารท่ีเกี่ยวข้อง ไดแ้ ก่ หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ หรือหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการปรบั ใชห้ ลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ระเบียบ กฎหมายทางการศึกษา
ทเี่ กยี่ วขอ้ ง การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นแตล่ ะระดบั ชนั้ ตามหลกั สตู รแกนกลางฯ แนวทางการจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
โดยครอบครวั เปน็ ต้น
๑.๓ ศึกษาการพัฒนาการของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส�ำหรับกลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ
๒. การขออนุญาต
๒.๑ การเตรียมเอกสารหลักฐานที่เกย่ี วขอ้ งและการขออนุญาตจัดการศึกษาโดยครอบครวั
๒.๒ การจดั แผนการจัดการศกึ ษาท่สี อดคล้องกับบรบิ ท ปรชั ญา ความต้องการและศักยภาพ
ผู้เรียนโดยจดั ท�ำรว่ ม หรือการได้รับค�ำแนะน�ำของส�ำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาท่ีครอบครวั มีภมู ลิ �ำเนาอยู่
๓. การจดั กระบวนการเรยี นรู้ ตามแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวที่ได้รับอนุญาต จาก
คณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวัดอยา่ งสรา้ งสรรค์ ซึง่ ควรประกอบดว้ ย
๓.๑ จัดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน หาสื่อสนับสนุนการเรียนรู้ มุ่งให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการ
ทเี่ หมาะสมตามวยั สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและก�ำหนดอตั ราความเร็วในการเรยี นรขู้ องตนได้
๓.๒ สร้างแรงจูงใจใฝ่เรียนรดู้ ้วยความตระหนกั ในคุณคา่ และจุดมุง่ หมายของชวี ิต
๓.๓ จัดกระบวนการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับพัฒนาการตามช่วงวัยโดยค�ำนึง ถึงลักษณะ
เฉพาะตวั สรา้ งโอกาสให้เด็กไดแ้ สดงออก พบความถนัด ความสนใจ จุดเด่น ข้อดอ้ ยของตน เพื่อการพฒั นา
ทีโ่ ดดเด่นอย่างมคี วามสมดลุ กับพัฒนาการด้านอ่ืน ๆ
๓.๔ สรา้ งโอกาสการเรยี นรใู้ หเ้ กดิ ขนึ้ ไดท้ กุ วถิ ที าง ทกุ โอกาส ทกุ สถานที่ อยา่ งมกี ระบวนการ
ดว้ ยการซมึ ซบั รบั รอู้ ยา่ งเปน็ ธรรมชาตจิ ากประสบการณต์ รง และการสมั ผสั สมั พนั ธก์ บั สง่ิ ตา่ ง ๆ ใหเ้ ดก็ ไดเ้ รยี นรู้
ในภาวะทเี่ ปน็ ธรรมชาติ มเี สรภี าพ มคี วามทา้ ทาย มจี นิ ตนาการหรอื สอดคลอ้ งกบั เรอ่ื งราวในชวี ติ จรงิ และเกดิ จาก
ความสนใจใฝ่รู้จากภายใน
๓.๕ สร้างสถานการณห์ รอื จัดกิจกรรมการเรียนรูใ้ ห้มคี วามหลากหลาย ตามความสนใจของ
บคุ คล เชน่ โครงงาน การศกึ ษาเปน็ กลมุ่ กบั ครอบครวั อนื่ ๆ ไดแ้ ก่ การเดนิ ทาง ทอ่ งเทยี่ ว ทศั นศกึ ษา คา่ ยพกั แรม
การเข้าร่วมงานเทศกาลประเพณี กจิ กรรมเสริมทักษะดนตรี กีฬา ภาษา กจิ กรรมอาสาสมคั ร กิจกรรมพฒั นา
สตแิ ละสมาธิ ตลอดจนกจิ กรรมเสริมพนื้ ฐานงานอาชพี งานบา้ น งานครวั ฯลฯ
๓.๖ จัดเก็บหลักฐาน/ร่องรอยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น บันทึกกิจกรรม
การเรียนรู้ ผลงาน/ชิ้นงาน แฟ้มสะสมผลงานเรียนรู้ของผู้เรียน หรือหลักฐานอ่ืนๆ ที่เก่ียวข้อง เพ่ือแสดงถึง
พัฒนาการของผเู้ รยี นอยา่ งต่อเน่อื ง
14 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๔. กรณคี รอบครวั พบหรอื มคี วามตอ้ งการจ�ำเปน็ พิเศษ ใหพ้ จิ ารณาด�ำเนนิ การตามความเหมาะสม
ไดแ้ ก่
๔.๑ ศกึ ษาขอ้ มูลเกย่ี วกับสิทธิประโยชนข์ องเด็กพกิ าร ได้แก่ ดา้ นการศกึ ษา ด้านการแพทย์
ด้านอาชีพ ดา้ นสังคม
๔.๒ ศกึ ษาขอ้ มลู เกย่ี วกบั ศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษ ประจ�ำจงั หวดั ซงึ่ มที กุ จงั หวดั และขอรบั บรกิ าร
ในเบอื้ งตน้ จากศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษและหนว่ ยงานในพน้ื ทที่ ใ่ี หบ้ รกิ ารคนพกิ าร ไดแ้ ก่ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษประจ�ำ
จงั หวดั ใหบ้ รกิ ารเดก็ พกิ ารแบบไป-กลบั และหรอื แบบประจ�ำพกั ค้างในศูนย์
๔.๓ ครอบครัว สามารถศกึ ษาการพฒั นาศักยภาพเดก็ พกิ าร (เดก็ พิการ ๙ ประเภท) ได้ที่
ศนู ย์การศกึ ษาพิเศษ ประจ�ำจงั หวัด
๕. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ด�ำเนนิ การดงั นี้
๕.๑ วัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการวัดและประเมินผล
ของหลกั สตู รการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
๕.๒ จดั ใหม้ กี ารวดั ผลและประเมนิ ผลของผเู้ รยี นตามหลกั เ กณฑแ์ ละวธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
ของหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน และจัดท�ำรายงานการวัดประเมินผลตามท่ีส�ำนักงานก�ำหนดอย่างน้อย
ปลี ะหนง่ึ ครง้ั
๖. จดั ท�ำรายงานผลการจดั การเรยี นรู้
๖.๑ จัดท�ำรายงานการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน รวมท้ังการจัดการเรียน
การสอนและสภาพปญั หาทเ่ี กยี่ วกบั การจดั การศกึ ษา ตามทสี่ �ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาก�ำหนดอยา่ งนอ้ ยปลี ะ
หนึง่ ครั้ง
๖.๒ ประสานการด�ำเนินงานกับส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานทาง
การศึกษาทก่ี ระทรวงศึกษาธิการก�ำหนด
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 15
บทที่
๓
แนวทางดำ�เนินการ
จดั การศึกษา
บทที่ ๓แนวทางดำ�เนินการ
จดั การศึกษา
การจดั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานโดยครอบครวั ทรี่ ฐั ใหค้ วามคมุ้ ครองและสง่ เสรมิ อยา่ งเหมาะสม ภายใต้
กฎหมาย กฎ และแนวปฏิบัติท่ีเก่ียวข้อง ประกอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ กฎกระทรวงวา่ ดว้ ยสทิ ธใิ นการจดั การศกึ ษา
ข้ันพ้ืนฐานโดยครอบครัว พ.ศ. ๒๕๔๗ รวมทง้ั หลกั เกณฑ์และวิธีการปรับใชห้ ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้น
ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพ่อื ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุดตอ่ ผู้เรียน โดยมแี นวทางในการด�ำเนินงานการจัดการศกึ ษา
ขั้นพ้ืนฐานโดยครอบครัว ดังนี้
๑. การขออนญุ าตจดั การศกึ ษาขัน้ พื้นฐานโดยครอบครวั
๒. แผนการจัดการศกึ ษาโดยครอบครวั
๓. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๔. การประกนั คณุ ภาพภายในการจัดการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐานโดยครอบครวั
๕. เอกสารหลกั ฐานทางการศึกษา
๖. การเทียบโอนผลการเรียน
๗. สิทธิประโยชนท์ างการศึกษา
๘. การย้ายภูมลิ �ำเนา
๙. การเลิกจัดการศกึ ษา
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 17
แผนภมู ิท่ี ๒ การขออนุญาตจดั การศึกษาขัน้ พ้ืนฐานโดยครอบครวั
ครอบครวั ติดต่อกลุ่มส่งเสรมิ การจัดการศกึ ษาเพือ่ ขอค�ำปรกึ ษาแนะน�ำ
ในการจดั การศึกษาข้ันพืน้ ฐานโดยครอบครัว หรือย่ืนแบบแสดงความประสงคข์ อจดั การศกึ ษาตามความพร้อม
ครอบครวั ร่วมกนั จดั ท�ำแผนการจัดการศึกษากับ
คณะท�ำงานส่งเสริมสนบั สนุนวชิ าการของส�ำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา
ครอบครัวยน่ื ค�ำขออนุญาตจดั การศึกษาพรอ้ มแผนการจัดการศกึ ษา
ที่กลมุ่ ส่งเสรมิ การจัดการศกึ ษา ส�ำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา
ครอบครัวปรับปรุงแกไ้ ขตามค�ำแนะน�ำของส�ำนักงาน
ทงั้ นีค้ วรก�ำหนดระยะเวลาท่ีชัดเจนในการปรบั ปรงุ แก้ไข
ครอบครวั ยืน่ ค�ำขออนญุ าตจัดการศกึ ษาพร้อมแผนการจัดการศึกษาทปี่ รับปรงุ
แกไ้ ข ท่สี �ำนักงานใหค้ �ำปรึกษาแนะน�ำ และน�ำเสนอพรอ้ มเอกสารทีเ่ กยี่ วข้อง
อนุญาต ไม่อนุญาต
คณะกรรมการ
ศกึ ษาธกิ ารจังหวัด
กลุ่มส่งเสริมการจดั การศึกษาแจ้ง กลุ่มส่งเสริมการจัดการศกึ ษา
บดิ า/มารดา/ผ้จู ัดการศกึ ษาทราบ แจ้งใหค้ รอบครวั ทราบโดยเร็ว
กลุม่ นโยบายและแผนฯ สง่ ข้อมูลให้สพฐ. ครอบครวั ท�ำหนงั สอื อุทธรณ์
เพ่อื ของบประมาณ ภายใน 15 วัน นับตง้ั แตว่ ันที่ได้รับแจ้ง
กลุม่ บรหิ ารงานการเงนิ และสนิ ทรัพย์ กรณีไมอ่ นญุ าต แจ้งครอบครวั
เบิกจ่ายเงินอดุ หนนุ ให้ สามารถใช้สิทธิ
บิดา/มารดา/ผูจ้ ดั การศกึ ษา การฟอ้ งตอ่ ศาลปกครอง ภายใน 90 วัน
นบั แต่วนั ไดร้ บั แจ้งผลการพจิ ารณา
18 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๑. การอนุญาตจดั การศึกษาขั้นพ้ืนฐานโดยครอบครวั
ตาม กฎกระทรวงว่าดว้ ยสิทธิในการจัดการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอ้ ๒ และ
ข้อ ๓ ก�ำหนดให้ส�ำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาเสนอค�ำขออนญุ าตจัดการศกึ ษาโดยครอบครัว ให้คณะกรรมการ
พิจารณาโดยเร็ว ซ่ึงปัจจุบันการพิจารณาอนุญาตเป็นอ�ำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ตามค�ำส่ัง
หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรอ่ื ง การปฏริ ปู การศกึ ษาในภมู ภิ าคของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
และแจง้ ผลการพจิ ารณาค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษา แกค่ รอบครวั ทยี่ น่ื ค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษาภายในสามสบิ วนั
นบั แตว่ นั ที่ได้รบั ค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษา
ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน จงึ จดั ท�ำแนวทางการขออนญุ าตจดั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
โดยครอบครวั เพอื่ ใหเ้ กดิ ความชดั เจนยิ่งขึน้ ประกอบด้วย ๔ ข้ันตอน คอื
๑.) การเตรียมการเพ่อื ขออนุญาต จัดการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐานโดยครอบครวั
๒.) การยืน่ แบบแสดงความประสงค์จะขอจัดการศึกษาข้ันพ้นื ฐานโดยครอบครัว
๓) การยนื่ ค�ำขออนญุ าตจดั การศึกษาโดยครอบครัว
๔.) การพิจารณาอนญุ าตของคณะกรรมการศกึ ษาธกิ ารจงั หวัด
ท้ังนี้ส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ควรด�ำเนินการเพ่ือให้
กระบวนการพจิ ารณาอนญุ าตแลว้ เสรจ็ โดยเรว็ เพอ่ื รกั ษาสทิ ธขิ องเดก็ ใหไ้ ดร้ บั การศกึ ษาตอ่ เนอื่ งในภาคเรยี นนน้ั ๆ
รายละเอยี ดการด�ำเนนิ การดงั ต่อไปนี้
๑. การเตรียมการเพอื่ ขออนญุ าตจดั การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานโดยครอบครวั
ในการเตรยี มการเพอ่ื ขออนญุ าตจดั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานโดยครอบครวั ผรู้ บั ผดิ ชอบหรอื คณะท�ำงาน
ของส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษา ด�ำเนนิ การสรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ รว่ มกนั กบั ครอบครวั ทม่ี คี วามพรอ้ ม ความสนใจ
และตดั สนิ ใจทจ่ี ะจดั การศกึ ษา ซง่ึ อาจจดั ในลกั ษณะการพดู คยุ การประชมุ ปรกึ ษา หารอื ในเรอ่ื งของการเตรยี ม
ความพร้อม บทบาทอ�ำนาจและหน้าทขี่ องฝา่ ยต่างๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง รายละเอยี ดศึกษาไดจ้ ากส่วนที่ ๒
2. การยืน่ แบบแสดงความประสงคข์ อจดั การศึกษาขน้ั พื้นฐานโดยครอบครวั
ในการยื่นแบบแสดงความประสงค์ขอจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานโดยครอบครัว ส�ำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษา และผจู้ ัดการศกึ ษา/ครอบครวั ด�ำเนนิ การตามขน้ั ตอน ดังน้ี
๒.๑ บดิ า/มารดา/ผจู้ ดั การศกึ ษา แสดงความประสงคต์ ามแบบแจง้ ความประสงคจ์ ะขอจดั การ
ศกึ ษา เสนอต่อส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาท่ีครอบครัวมภี มู ิล�ำเนาอยู่
๒.๒ ส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาแต่งตง้ั คณะท�ำงานวชิ าการ เพื่อการสง่ เสรมิ สนบั สนุนการ
จัดการศึกษาข้ันพื้นฐานโดยครอบครัวของส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ในพิจารณาแผนการจัดการศึกษาของ
ครอบครัว ซงึ่ อาจประกอบดว้ ย ผ้อู �ำนวยการส�ำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษา รองผูอ้ �ำนวยการส�ำนกั งานเขตพ้นื ท่ี
การศกึ ษา ศึกษานิเทศก์ นกั วิชาการศกึ ษา ครู ผู้ทรงคุณวุฒิ ผูเ้ ชี่ยวชาญหรือเครอื ข่ายการศึกษาทางเลอื ก เพอ่ื
รว่ มเปน็ คณะท�ำงาน โดยอาจก�ำหนดจ�ำนวน สดั สว่ น และการเหน็ พรอ้ มรว่ มกนั ของส�ำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 19
และครอบครวั เพ่อื ร่วมให้ค�ำปรึกษาแนะน�ำทเ่ี หมาะสม การสง่ เสริมคุณภาพ กระบวนการจัดการเรียนรู้ การวัด
ประเมนิ ผล ซ่งึ ให้เปน็ ไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธใิ นการจัดการศึกษาขั้นพนื้ ฐานโดยครอบครวั พ.ศ. ๒๕๔๗
ข้อ ๒ (๗) ท่ีระบุให้แผนการจัดการศึกษามาจากครอบครัวและส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาร่วมกัน
ก�ำหนดตามความม่งุ หมาย หลกั การ และแนวทางการจดั การศกึ ษา ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.
๒๕๔๒ ในการจดั ท�ำแผนการจดั การศกึ ษาของครอบครวั ใหค้ รอบครวั หรอื ผจู้ ดั การศกึ ษา และส�ำนกั งานเขตพน้ื ที่
การศึกษาพิจารณาร่วมกัน เพ่ือให้เป็นแผนการจัดการศึกษาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ควรก�ำหนดระยะเวลาในการ
ด�ำเนินการให้แลว้ เสร็จโดยเร็ว
ทง้ั น้ี การจดั ท�ำแผนการจดั การศกึ ษา ควรเปน็ ไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารปรบั ใชห้ ลกั สตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ส�ำหรับกล่มุ เปา้ หมายเฉพาะใหส้ อดคลอ้ งกบั บริบทและความแตกตา่ ง
ของผเู้ รยี น โดยผูเ้ รยี นจะไดร้ ับการพัฒนาให้บรรลคุ ณุ ภาพตามเปา้ หมายดว้ ยกระบวนการเรียนการสอน การวัด
และประเมนิ ผลที่แตกต่างกนั ได้ หรอื สามารถปรับปรุงเพิ่มเติมส่วนทต่ี อ้ งการเน้น หรือความร้ทู กั ษะเฉพาะทาง
ไดต้ ามความเหมาะสม สามารถจดั เวลาเรยี นเปน็ รายภาค รายปี หรอื ชว่ งชน้ั สามารถจดั เปน็ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
หรือบรู ณาการเป็นกลุ่มประสบการณ์ แต่ยงั คงไว้ซ่ึงคุณภาพของผูเ้ รยี น ทงั้ ความรู้ ทักษะ เจตคติ เวลาเรียนของ
แตล่ ะกลุ่มสาระการเรียนรู้/กลมุ่ ประสบการณ์ สามารถปรบั ยดื หยุน่ ตามบรบิ ท จดุ เนน้ ปรชั ญาของการจัดการ
ศึกษาของครอบครัว โดยให้มีเวลาเรียนเหมาะสมที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
ทป่ี รบั ใช้ ทง้ั นี้แผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ควรมอี งค์ประกอบ ดังน้ี
๑) ขอ้ มลู พ้นื ฐานของครอบครวั
๒) ขอ้ มูลพื้นฐานของผูเ้ รียน
๓) ระดบั การศึกษาทีจ่ ัด
๔) จดุ ม่งุ หมายของการจัดการศกึ ษา
๕) รูปแบบการจดั การศกึ ษา
๖) การจดั สาระการเรยี นร/ู้ กล่มุ ประสบการณก์ ารเรียนรู้
๗) การจดั กระบวนการเรียนรู้
๘) การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
๙) เรื่องอื่นๆ (ถ้าม)ี
๒.๓ สถานท่ียื่นความประสงค์และย่ืนค�ำขออนุญาต บิดา/มารดา/ผู้จัดการศึกษา ยื่นแบบ
แสดงความประสงค์ และยนื่ ค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษาไดท้ ส่ี �ำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาทคี่ รอบครวั มภี มู ลิ �ำเนา
(ภูมิล�ำเนา หมายถึง สถานท่ีอยู่ของบุคคลตามกฎหมาย หรือตามท่ีอยู่ในทะเบียนบ้าน หรือหากครอบครัวมี
ทะเบียนบ้านอย่ทู ่หี นึง่ แต่มีถน่ิ ท่พี กั อาศยั เป็นปัจจบุ ันอยอู่ กี ทีห่ น่งึ ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่จัดการศึกษาให้ยน่ื ค�ำขอ
อนุญาตต่อส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ณ ถ่ินที่อยู่อาศัยปัจจุบันได้) ท้ังนี้สถานท่ีย่ืนค�ำขออนุญาตสามารถ
ด�ำเนินการได้ดงั นี้
20 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๒.๓.๑ ระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษา ยื่นที่ส�ำนักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศกึ ษา
๒.๓.๒ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ย่ืนท่ีส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา
กรณีครอบครัว จัดการศึกษาต่อเน่ืองจากระดับประถมศึกษา สามารถย่ืนได้ท่ีส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษา
๒.๓.๓ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ย่นื ทสี่ �ำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา
๒.๔ เวลาในการยน่ื ความประสงค์ ครอบครวั สามารถยน่ื ความประสงคจ์ ะขออนญุ าตจดั การ
ศกึ ษาไดต้ ามความพรอ้ มของครอบครวั หรอื ปลี ะสองครงั้ โดยสอดคลอ้ งกบั การเปดิ ปดิ ภาคเรยี นของสถานศกึ ษา
เพื่อสทิ ธปิ ระโยชนต์ ่างๆ เชน่ การศึกษาต่อในระดับสงู ขึ้น และการรบั เงนิ อดุ หนุนการศึกษา ซ่ึงส�ำนักงานคณะ
กรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ไดจ้ ดั สรรงบประมาณใหป้ กี ารศกึ ษาละสองภาคเรยี นคอื ภาคเรยี นทหี่ นง่ึ ระหวา่ ง
เดอื นเมษายน ถงึ เดอื นพฤษภาคม และภาคเรียนทีส่ อง ระหวา่ งเดอื นสิงหาคมถึงเดอื นกนั ยายน
กรณคี รอบครวั ทจ่ี ะขอใชส้ ทิ ธข์ิ อรบั งบประมาณอดุ หนนุ การจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ควรขออนญุ าต
จดั การศกึ ษา ใหท้ นั ตอ่ การสนบั สนนุ งบประมาณอดุ หนนุ การจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้
ตารางท่ี ๑ การสนับสนุนงบประมาณอดุ หนุนการจดั การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
โดยครอบครวั
รายการทดี่ �ำเนินการ ภาคเรียนที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒
๑.ส�ำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา จดั ท�ำและสง่ ขอ้ มลู ภายในวนั ที่ ๑๕ ภายในวันที่
การจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานโดยครอบครวั ใหส้ �ำนกั งาน กรกฎาคม ๑๕ ธนั วาคม
คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน ของทกุ ปี
ของทกุ ปี
๒.ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ภายในเดือนสงิ หาคม ภายในเดอื นมกราคม
จัดสรรงบประมาณ ใหส้ �ำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา ของทกุ ปี ของทุกปี
๓.ส�ำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา ไดร้ บั การจดั สรร ภายในวนั ท่ี ๑๕ ภายในวนั ท่ี
แล้วเบิกจ่ายงบประมาณให้แก่ผู้จัดการศึกษาโดย กันยายน ๑๕ กุมภาพันธ์
ครอบครวั และรายงานผลการจดั สรรแจง้ ใหส้ �ำนกั งาน ของทุกปี
คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานทราบ ของทุกปี
๔.บา้ นเรยี นเปดิ บญั ชกี บั ธนาคารพาณชิ ย์ ประเภท เม่อื ไดร้ บั แจง้ การ
ออมทรัพย์ ช่ือบัญชี “ครอบครัว / ผู้จัดการศึกษา” อนุญาตให้จัด
และแจ้งเลขท่ีบัญชีให้ส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา การศกึ ษาโดยครอบครัว
ทราบเพอ่ื รบั การโอนเงนิ อดุ หนนุ คา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั การ
ศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 21
๓. การยน่ื ค�ำขออนญุ าตจัดการศึกษาขั้นพน้ื ฐานโดยครอบครวั
ในการย่ืนค�ำขออนุญาตจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานโดยครอบครัว ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาควร
ตรวจสอบหลักฐานท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั การขออนุญาตจดั การศึกษา ดังน้ี
๓.๑ บิดา /มารดา ยน่ื แบบค�ำขออนญุ าตจัดการศึกษาข้นั พ้นื ฐานโดยครอบครัวตอ่ ส�ำนักงาน
เขตพื้นที่การศกึ ษา โดยใหผ้ รู้ บั ผิดชอบตรวจสอบความครบถว้ นถกู ต้องของเอกสารค�ำขออนญุ าตจัดการศกึ ษา
ขัน้ พ้ืนฐานโดยครอบครัว ซ่งึ ต้องมรี ายละเอยี ดตามกฎกระทรวง วา่ ดว้ ยสิทธใิ นการจดั การศึกษาขัน้ พน้ื ฐานโดย
ครอบครวั พ.ศ. ๒๕๔๗ ดงั น้ี
๑) ชือ่ ช่อื สกลุ ของครอบครัว
๒) ชอ่ื ช่ือสกลุ ของผเู้ รียน
๓) ส�ำเนาหรือภาพถ่ายทะเบยี นบา้ นของครอบครวั และผูเ้ รยี น
๔) ทีต่ ง้ั และแผนผงั ของสถานทซ่ี ่ึงใช้จัดการศกึ ษา
๕) ส�ำเนาหลักฐานวุฒกิ ารศึกษาของผูจ้ ดั การศกึ ษาไม่ตำ�่ กว่ามัธยมศกึ ษาตอนปลาย หรือ
เทยี บเทา่ เวน้ แตผ่ จู้ ดั การศกึ ษาผา่ นการประเมนิ โดยส�ำนกั งานวา่ เปน็ ผมู้ คี วามรคู้ วามสามารถ หรอื ประสบการณ์
ในการจัดการศกึ ษา
๖) ระดบั และประเภทการจดั การศกึ ษา
๗) แผนการจัดการศึกษาทคี่ รอบครัวและส�ำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาร่วมกันก�ำหนด ตาม
ความมงุ่ หมาย หลกั การและแนวทางการจดั การศึกษาตามกฎหมายวา่ ด้วยการศกึ ษาแห่งชาติ
๓.๒ ส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาตรวจสอบเอกสารหลักฐานท่ีเกี่ยวข้องกับผู้เรียน
ส่วนเพ่ิมเตมิ ดงั นี้
๑) กรณีผู้เรียนท่ีเรียนรู้ลาออกจากการศึกษาในระบบ ให้น�ำหลักฐานการศึกษา (ปพ.๑)
เอกสารการขอยา้ ยสถานท่เี รียนจากสถานศึกษาเดมิ ช่อื -สกลุ ครอบครัว ชอื่ -สกลุ ผเู้ รียน ส�ำเนาภาพถา่ ยทะเบียน
บา้ นของครอบครวั และผเู้ รยี น แผนผงั ทต่ี ง้ั สถานทซี่ งึ่ ใชจ้ ดั การศกึ ษา ส�ำเนาหลกั ฐานวฒุ กิ ารศกึ ษา ของผจู้ ดั การ
ศึกษาระดับและประเภทการจัดการศึกษา แผนการจัดการศึกษาที่ครอบครัวและส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ร่วมกันก�ำหนดความมุ่งหมาย หลักการและแนวทางการจัดการศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
พร้อมท้ังให้แจ้งส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาเดิมด�ำเนินการในส่วนที่เก่ียวกับผู้เรียนที่ยังอยู่ในการศึกษาภาค
บังคับ
๒) กรณีผู้เรียนท่ีเรียนรู้จากการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือจากการ
ศกึ ษาโดยครอบครวั จากส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาอน่ื ใหน้ �ำหลกั ฐานการเรยี นรเู้ ดมิ เทา่ ทม่ี ี ชอื่ -สกลุ ครอบครวั
ชอ่ื -สกลุ ผเู้ รยี น ส�ำเนาภาพถา่ ยทะเบยี นบา้ นของครอบครวั และผเู้ รยี น ทต่ี งั้ และแผนผงั สถานทซ่ี งึ่ ใชจ้ ดั การศกึ ษา
ส�ำเนาหลกั ฐานวฒุ กิ ารศกึ ษาของผู้จดั การศกึ ษา ระดับและประเภท การจัดการศึกษา แผนการจัดการศกึ ษาที่
ครอบครัวและส�ำนักงานร่วมกันก�ำหนดความมุ่งหมาย หลักการและแนวทางการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่า
ดว้ ยการศกึ ษาแหง่ ชาติ มาประกอบการขออนญุ าต เพอื่ ใชใ้ นการประเมนิ เทยี บโอนภายหลงั การไดร้ บั อนญุ าตตอ่ ไป
22 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๓.๓ ส�ำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาตรวจสอบเอกสารหลักฐานท่เี กย่ี วขอ้ งกบั ผจู้ ดั การศึกษา
๓.๔ ส�ำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา รบั แบบค�ำขอจดั การศกึ ษาจากครอบครวั หรอื ผจู้ ดั การศกึ ษา
ตรวจสอบความครบถ้วน ของเอกสารหลกั ฐาน เบือ้ งต้น ตามข้อ ๓.๑ แลว้ ประทับตราลงรบั โดยใหถ้ ือว่าเป็นการ
เรม่ิ นบั ระยะเวลาการขออนญุ าตการจัดการศกึ ษาโดยครอบครวั และด�ำเนนิ การดงั น้ี
๑) ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง ของแบบค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษา
๒) เสนอแบบค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษาต่อผอู้ �ำนวยการส�ำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษา เพื่อ
พจิ ารณาสงั่ การ
๓) ส�ำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาเสนอค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษาตอ่ คณะกรรมการศกึ ษาธกิ าร
จงั หวดั โดยเรว็ โดยส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาเสนอความเหน็ เกยี่ วกบั การพจิ ารณาค�ำขออนญุ าตในเบอื้ งตน้ กอ่ น
เพื่อให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดมีรายละเอียดและข้อเท็จจริงในการพิจารณาที่เพียงพอ และแจ้งผล
การพิจารณาค�ำขออนุญาตจัดการศึกษาแก่ครอบครัวที่ยื่นค�ำขออนุญาตจัดการศึกษาภายในสามสิบวัน นับแต่
วนั ทไ่ี ดร้ ับค�ำขออนญุ าตจัดการศึกษา
๔. การพิจารณาของคณะกรรมการศึกษาธกิ ารจงั หวัด
การพิจารณาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ในการพิจารณาค�ำขออนุญาต จัดการศึกษา
ขนั้ พนื้ ฐานโดยครอบครัว ด�ำเนินการดังนี้
๔.๑) ส�ำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวดั ควรก�ำหนดการประชุมคณะกรรมการศกึ ษาธิการจงั หวดั
และแจง้ ผลการพิจารณาแก่ครอบครัวทยี่ ่ืนค�ำขออนุญาตจัดการศกึ ษาภายในก�ำหนดสามสบิ วนั ตามที่ก�ำหนดใน
กฎกระทรวง วา่ ด้วยสิทธใิ นการจัดการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานโดยครอบครัว พ.ศ. ๒๕๔๗
๔.๒) คณะกรรมการศึกษาธกิ ารจังหวัด ประชมุ เพ่ือพิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ อนุญาต หรอื
ไม่อนญุ าตจัดการศึกษา
ในกรณีท่ีพิจารณาไม่อนุญาตให้จัดการศึกษา ส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาต้องแจ้งเหตุผล
ให้ผู้ย่ืนค�ำขออนุญาตจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานโดยครอบครัวทราบภายในเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันท่ีได้รับค�ำขอ
อนุญาตจดั การศึกษาขั้นพนื้ ฐานโดยครอบครวั
ในกรณีผู้ย่ืนค�ำขออนุญาตจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานโดยครอบครัว ไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา
ไม่วา่ ทง้ั หมดหรือบางส่วน สามารถท�ำหนังสืออุทธรณภ์ ายใน ๑๕ วนั นบั ตง้ั แต่วันทไ่ี ดร้ ับหนงั สือแจง้ โดยให้ยื่น
ตอ่ ส�ำนกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวดั แตท่ ั้งน้ีไม่ตดั สิทธขิ องผยู้ ่ืนค�ำขออนญุ าตจัดการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐานโดยครอบครวั
ที่จะฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันท่ีได้รับแจ้งผลการพิจารณาวุฒิการศึกษาของผู้จัดการ
ศึกษา และผูจ้ ัดการศึกษาทไ่ี ม่มีสญั ชาตไิ ทย ใหด้ �ำเนนิ การดังน้ี
๑. กรณวี ฒุ ิการศกึ ษาของผูจ้ ดั การศกึ ษา
ตามกฎกระทรวงวา่ ดว้ ยสิทธใิ นการจัดการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานโดยครอบครัว พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอ้ ๒(๕)
ก�ำหนดคณุ สมบตั ิ วุฒิการศกึ ษาของผ้จู ัดการศกึ ษา ตอ้ งไม่ตำ่� กวา่ มัธยมศึกษาตอนปลายหรอื เทยี บเทา่ เว้นแต่
ผู้จัดการศึกษาผ่านการประเมินโดยส�ำนักงานว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถหรือประสบการณ์ในการจัดการ
ศึกษา
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 23
กรณีผู้จัดการศึกษาซ่ึงเป็นบุคคลในครอบครัว หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากครอบครัว ให้จัดการ
ศกึ ษานัน้ ขาดคุณสมบัติตามทกี่ �ำหนดในกฎกระทรวงฯ ดงั กล่าว ใหส้ �ำนักงานประเมินวา่ เป็นผู้มคี วามรู้ ความ
สามารถ หรอื ประสบการณ์ ส�ำหรบั การจดั การศึกษาโดยครอบครวั
หากผจู้ ดั การศกึ ษามวี ฒุ กิ ารศกึ ษาจากตา่ งประเทศ ส�ำนกั งานสามารถด�ำเนนิ การพจิ ารณาอนญุ าต
ให้จัดการศกึ ษาตามข้ันตอนเพอ่ื รกั ษาสิทธขิ องผู้เรียน ในระหว่างการพิจารณาให้ผู้ขอจดั การศึกษา ขอเทยี บวฒุ ิ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน (มัธยมศึกษาตอนปลาย) ต่อส�ำนักทดสอบทางการศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการ
ศึกษาขั้นพ้ืนฐานหรือให้ส�ำนักงานประเมินวา่ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ส�ำหรับการจัดการ
ศึกษาโดยครอบครัว
ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน ไดก้ �ำหนดแนวทางการประเมนิ ความรู้ ความสามารถ
หรือประสบการณ์ของผจู้ ดั การศึกษา เพอ่ื เปน็ การเปิดโอกาสในการน�ำความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์
ในการจดั การศกึ ษา ขอรบั การประเมนิ เพอ่ื ขออนญุ าตเปน็ ผ้จู ัดการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานโดยครอบครวั ซงึ่ ส�ำนกั งาน
เขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา และส�ำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา สามารถน�ำไปปรบั ใช้เพื่อใหเ้ กิด
คณุ ภาพการจดั การศึกษาขนั้ พน้ื ฐานโดยครอบครวั ดังนี้
แนวทางการประเมินความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ของครอบครัว/ผู้จัดการศึกษาที่ไม่มี
วุฒมิ ัธยมศึกษาตอนปลาย
การประเมินความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในการจัดการศึกษาของครอบครัว/ผู้จัดการ
ศึกษา เป็นกระบวนการตรวจสอบว่าผู้จัดการศึกษามีคณุ สมบัติผา่ นการประเมินโดยส�ำนักงาน วา่ เปน็ ผู้มคี วาม
รคู้ วามสามารถ ทกั ษะ เจตคติ ทเ่ี กิดจากการผ่านการศกึ ษา การฝกึ อบรม การแสวงหาความรจู้ ากแหล่งความรู้
ต่าง ๆ การประกอบอาชีพ หรือประสบการณ์การจัดการศึกษาที่สามารถสะท้อนถึงความตั้งใจ กระบวนการ
ในการจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั ทมี่ งุ่ เนน้ เปา้ หมายคณุ ภาพผเู้ รยี นตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถท่ีเป็นประโยชน์ส�ำหรับการจัดการศึกษาโดย
ครอบครวั โดยส�ำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาด�ำเนนิ การดังตอ่ ไปนี้
๑. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินความรู้ ความสามารถหรือประสบการณ์ ซ่ึงประกอบด้วย รอง
ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ตัวแทนของส�ำนักงานเขตพ้ืนที่ท่ีมีความรู้ด้านการจัดการศึกษาโดย
ครอบครัว คณะกรรมการฝ่ายผู้ขอจัดการศึกษา ศึกษานิเทศก์ นักวิชาการศึกษา ข้าราชการครู ผู้แทนองค์กร
วิชาชพี ผู้แทนเครือข่ายการศึกษาทางเลอื ก ผูท้ รงคณุ วฒุ ิเฉพาะทาง รวมกันแล้วไมน่ อ้ ยกว่า ๓ คน
๒. จดั ท�ำเคร่อื งมือการประเมิน ก�ำหนดวิธกี ารประเมนิ ความรคู้ วามสามารถหรือประสบการณ์ใน
การจัดการศึกษา เช่นการตรวจสอบร่องรอยหลักฐาน สัมภาษณ์ สังเกต หรืออาจใช้แบบทดสอบ เกณฑ์การ
ประเมนิ และเกณฑก์ ารตัดสนิ ผลการประเมินให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของคณะกรรมการประเมินฯ ตามขอ้ ๑
๓. ก�ำหนดวธิ กี ารประเมินความรู้ความสามารถหรอื ประสบการณ์ในการจัดการศึกษา
๔. ขอบขา่ ยเนอ้ื หาสาระของการประเมนิ ความรคู้ วามสามารถหรอื ประสบการณ์ ควรสอดคลอ้ งกบั
การจดั การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานโดยครอบครวั เพือ่ เป็นประโยชนใ์ นการสง่ เสริมสนับสนุน อ�ำนวยการในการจดั การ
เรียนรู้ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ตามเป้าหมายของแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว
ดงั ตอ่ ไปน้ี
24 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๔.๑ ความรคู้ วามสามารถเกีย่ วกับการจดั การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานโดยครอบครัว ได้แก่
๑) หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา
ขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารปรบั ใชห้ ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช
๒๕๕๑ ส�ำหรบั กลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ
๒) กฎกระทรวงวา่ ดว้ ยสทิ ธใิ นการจดั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานโดยครอบครวั พ.ศ. ๒๕๔๗
๓) แนวทางการจัดการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานโดยครอบครัว ประกอบดว้ ย สิทธิและหน้าท่ใี นการ
จดั การศึกษาโดยครอบครวั การจัดท�ำแผนการจดั การศกึ ษา การจัดการเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย การวดั และประเมิน
ผลการเรียนรู้ การจดั ท�ำรายงานผลการจัดการศึกษา
๔.๒ ประสบการณใ์ นการจดั การศกึ ษา ได้แก่
๑) การปฏบิ ตั งิ านหรอื ท�ำกจิ กรรมทเี่ กย่ี วขอ้ งหรอื เปน็ ประโยชนต์ อ่ การจดั การศกึ ษา
๒) การเป็นวิทยากรให้ความรูเ้ กีย่ วกบั การจดั การศึกษา
๓) ได้รบั การประกาศจากกระทรวงศึกษาธกิ าร และหรอื หน่วยงานภาครฐั ในระดบั
กระทรวงเป็นครภู มู ิปญั ญาหรือปราชญ์ชาวบ้าน
๔) การเขา้ รบั การอบรม ศกึ ษาดงู าน หรอื การแสวงหาความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรตู้ า่ ง ๆ
ท่เี ก่ยี วข้องกับการศกึ ษา
๒. กรณีผ้จู ดั การศกึ ษาทม่ี ิได้มีสญั ชาติไทย
ตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขน้ั พน้ื ฐานโดยครอบครัว พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดใ้ ห้ความ
หมายค�ำว่า ผจู้ ดั การศกึ ษา หมายถึง บคุ คลในครอบครวั หรอื ผไู้ ดร้ ับมอบหมายจากครอบครวั นนั้ ใหจ้ ดั การศกึ ษา
เม่ือพิจารณาจากความหมายดังกล่าวเห็นว่า ค�ำนิยามกล่าวเพียงคุณสมบัติกว้าง ๆ ของผู้จัดการศึกษา โดย
ก�ำหนดให้เป็นบคุ คลในครอบครัว หรอื ไดร้ ับมอบหมายจากครอบครัวและค�ำวา่ “ครอบครวั ” ตามกฎกระทรวง
หมายถึง บดิ ามารดา หรือบิดา หรอื มารดา ซง่ึ เป็นผ้ใู ชอ้ �ำนาจปกครองหรือผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ผจู้ ดั การศกึ ษาตามกฎกระทรวงฉบับนี้ หมายถงึ บุคคลในครอบครัว หรือผู้ที่ไดร้ บั
มอบหมายจาก บิดามารดาหรือผู้ใช้อ�ำนาจปกครองให้สามารถจัดการศึกษากับบุตรหรือบุคคลผู้อยู่ในปกครอง
ของครอบครวั นนั้ ๆ โดยมไิ ดก้ ลา่ วถงึ คณุ สมบตั ขิ อ้ อน่ื ๆ ของผจู้ ดั การศกึ ษา การพจิ ารณาวา่ บคุ คลทมี่ ไิ ดม้ สี ญั ชาติ
ไทยจะสามารถเป็นผู้จัดการศึกษาให้กับบุตรหรือผู้อยู่ในปกครองได้หรือไม่จ�ำเป็นจะต้องตีความโดยอาศัย
เจตนารมณข์ องกฎหมายฉบับนี้ และหลักกฎหมายอ่ืนทใี่ กลเ้ คยี ง กล่าวคือ เมือ่ พิจารณาจากเจตนารมณใ์ นการ
ร่างกฎกระทรวงฉบับน้ีซง่ึ เปน็ กฎหมายลกู บทที่ออกโดยอาศัยอ�ำนาจของกฎหมายแมบ่ ท คอื พ.ร.บ. การศึกษา
แหง่ ชาตพิ .ศ. ๒๕๔๒ มาตร ๑๒ท่ีบญั ญตั วิ ่า “นอกเหนอื จากรฐั เอกชน และองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินให้บคุ คล
ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบ และสถาบันสังคมอ่ืน
มสี ทิ ธใิ นการจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ทง้ั นี้ ใหเ้ ปน็ ไปตามทก่ี �ำหนดในกฎกระทรวง” กฎหมายดงั กลา่ วมเี จตนารมณ์
ในการก�ำหนดสทิ ธแิ ละหนา้ ทีข่ องบคุ คล ครอบครัว หรอื หน่วยงานตา่ ง ๆ นอกเหนือจากรฐั เอกชน และองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานได้เพราะฉะน้ันการจ�ำกัดสิทธิของบุคคลจะต้องมี
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 25
กฎหมายบญั ญตั หิ รอื ใหอ้ �ำนาจไว้ เมอ่ื กรณดี งั กลา่ วไมม่ กี ฎหมายจ�ำกดั เรอื่ งคณุ สมบตั ขิ องผจู้ ดั การศกึ ษาไว้ บคุ คล
ต่างด้าวหรือบุคคลที่มิได้มีสัญชาติไทยย่อมสามารถด�ำเนินการเป็นผู้จัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานโดยครอบครัวได้
หากมีคณุ สมบตั อิ นื่ ครบถว้ นตามท่กี ฎหมายก�ำหนด ประกอบกับเมอ่ื พิจารณาจากกฎหมายทใี่ กลเ้ คยี งกบั เร่อื งน้ี
ที่ออกโดยอาศัยอ�ำนาจมาตรา ๑๒ แหง่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เช่นกนั ได้แก่ กฎกระทรวงว่า
ดว้ ยสทิ ธอิ งคก์ รชมุ ชน และองคก์ รเอกชนในการจดั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานไวเ้ ชน่ กนั แตม่ กี ารก�ำหนดคณุ สมบตั ขิ อง
องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน ไว้ในขอ้ ๗ โดยแยกเป็นองค์กรทจ่ี ดทะเบยี นเป็นนิติบุคคลในประเทศ และทม่ี ไิ ด้
จดทะเบียนในประเทศ ย่อมแสดงให้เห็นว่าเจตนารมณ์ของกฎกระทรวงฉบับนี้ต้องการเปิดโอกาสให้บุคคล
ครอบครวั องคก์ รเอกชน องคก์ รวชิ าชพี องคก์ รนติ บิ คุ คล ไมว่ า่ จะมสี ญั ชาตใิ ดกม็ สี ทิ ธทิ จี่ ะจดั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
ร่วมกับรัฐ เอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้ แตกต่างจากกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการ
จดั การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ในศูนยก์ ารเรยี น พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่บัญญัตวิ ่า “ผู้จดั การศกึ ษา หมายความว่า บคุ คลซงึ่
ไดร้ ับอนญุ าตจากส�ำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาให้จดั ตั้งศูนย์การเรียน” ซงึ่ ข้อ ๓ ได้มีการขยายความคณุ สมบตั ิ
ของผู้จัดการศึกษาไว้ว่า ต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย รวมทั้งก�ำหนดอายุ วุฒิการศึกษา ไว้อีกด้วย จากกฎ
กระทรวงทงั้ สามฉบบั แสดงใหเ้ หน็ วา่ หากกฎหมายตอ้ งการทจ่ี ะก�ำหนดเรอ่ื งสญั ชาตขิ องผจู้ ดั การศกึ ษากจ็ ะตอ้ ง
บัญญัติไว้แต่เม่ือกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ.๒๕๔๗ มิได้มีการ
ก�ำหนดคณุ สมบตั เิ รอื่ งสญั ชาตไิ วแ้ ตอ่ ยา่ งใด ฉะนน้ั จากเหตผุ ลและหลกั กฎหมายขา้ งตน้ บคุ คลธรรมดาทม่ี ไิ ดม้ ี
สญั ชาตไิ ทย หากมีคณุ สมบตั คิ รบถว้ นตามหลักเกณฑ์ทก่ี ฎหมายก�ำหนด ย่อมมสี ิทธจิ ดั การศึกษาขั้นพื้นฐานโดย
ครอบครัวตามกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวได้ ส่วนสิทธิในการได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐย่อมเป็นไปตามระเบียบ
กฎหมายหรือแนวปฏิบตั ทิ ่สี ว่ นราชการก�ำหนด
อนึ่ง ในการจัดการศกึ ษาทีจ่ ัดการเรยี นการสอนเป็นภาษาองั กฤษ แผนการจดั การศึกษาประกอบ
ค�ำขออนุญาต พิจารณาตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานโดยครอบครัว พ.ศ.๒๕๔๗
ขอ้ ๒ (๗) ก�ำหนดใหแ้ ผนการจดั การศกึ ษาทค่ี รอบครวั และส�ำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษารว่ มกนั ก�ำหนดตามความ
มุ่งหมาย หลกั การและแนวทางการจัดการศกึ ษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแหง่ ชาตขิ อ้ ๓ ใหส้ �ำนักงานเขต
พนื้ ทกี่ ารศกึ ษาเสนอค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษาใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาโดยเรว็ และแจง้ ผลการพจิ ารณาค�ำขอ
อนญุ าตจดั การศกึ ษาแกค่ รอบครวั ทย่ี น่ื ค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษาภายในสามสบิ วนั นบั แตว่ นั ทไี่ ดร้ บั ค�ำขออนญุ าต
จดั การศกึ ษาตามขอ้ ๒ ดงั นน้ั การจดั ท�ำแผนการจดั การศกึ ษาประกอบค�ำขออนญุ าตจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั
ของผู้จัดท่ีมิใช่เป็นคนไทย สามารถจัดท�ำได้ท้ังภาษาอังกฤษและภาษาไทย แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจท่ีชัดเจน
ตรงกนั ในการพจิ ารณาแผนรว่ มกนั ของครอบครวั และส�ำนกั งาน การพจิ ารณาอนญุ าตของคณะกรรมการศกึ ษาธกิ าร
จงั หวดั รว่ มทงั้ การนเิ ทศ ก�ำกบั ตดิ ตาม การวดั ประเมนิ ผล รวมทง้ั เอกสารหลกั ฐานการจบการศกึ ษาตามระเบยี บ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดจ้ ดั ท�ำเป็นภาษาไทย ดังน้ันการจดั ท�ำแผนการจัดการศกึ ษาจึงควรจดั ท�ำเปน็ ภาษาไทย
๓. กรณผี จู้ ดั การศกึ ษาทมี่ สี ญั ชาตไิ ทยแตม่ ภี ารกจิ ทตี่ อ้ งเดนิ ทางไปท�ำงานทต่ี า่ งประเทศอยเู่ สมอๆ
สามารถน�ำผเู้ รยี นจากการศกึ ษาโดยครอบครวั เดนิ ทางไปดว้ ย แตท่ ง้ั นต้ี อ้ งจดั ใหม้ กี ารเรยี นรตู้ ามแผนการจดั การ
ศึกษา และวดั และประเมนิ ผลการจดั การเรียนตามท่สี �ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและครอบครัวตกลงร่วมกนั
26 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๒. แผนการจดั การศึกษาขัน้ พ้ืนฐานโดยครอบครวั
แบ่งออกเป็น ๒ ประเด็น คือ ๑) ความส�ำคัญและความจ�ำเป็น ๒) องคป์ ระกอบของแผนการจดั
การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานโดยครอบครวั โดยมีรายละเอยี ดดังนี้
๒.๑ ความส�ำคญั และความจ�ำเปน็
แผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว มีความส�ำคัญคือเป็นเสมือนเข็มทิศน�ำทางหรือเป็น
แนวทางหรือข้อก�ำหนดของการจดั การศึกษาในแตล่ ะระดับ ท้งั ระดับปฐมวยั ระดบั การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน รวมทั้ง
การจัดการศึกษาส�ำหรับผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ หรือความต้องการจ�ำเป็นพิเศษ ที่จะพัฒนาให้ผู้เรียน
มีความรู้ ความสามารถ มวลประสบการณ์ท่กี อ่ ให้เกดิ การเรยี นรู้ และการพัฒนาของแตล่ ะบคุ คลไปสศู่ กั ยภาพ
สูงสุดของตน รวมถึงจะช่วยให้ผู้เรียนน�ำความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้ ประสบความส�ำเร็จในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
รู้จักตนเอง มีชีวิตอยู่ในชุมชน สังคม และโลกอย่างมีความสุข รวมท้ังยังมีความส�ำคัญเป็นเคร่ืองมือชี้แนะให้
ส�ำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา บดิ า/มารดา/ผ้จู ดั การศึกษา ตลอดจนผู้เก่ียวขอ้ งกับการจัดการศึกษาไดพ้ ยายาม
จดั มวลประสบการณใ์ ห้แก่ผูเ้ รียนไดพ้ ัฒนาตนเองในด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอนั
พงึ ประสงค์บรรลุตามจดุ หมายของการจดั การศกึ ษา เป็นแนวทางในการส่งเสรมิ สนบั สนุน และรับรองผลให้น�ำ
ไปสู่ความสามารถในการปฏิบัติของทุกฝ่ายได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุขตามข้อก�ำหนดในกฎกระทรวงว่า
ดว้ ยสทิ ธใิ นการจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานโดยครอบครวั “ขอ้ ๒ (๗) แผนการจดั การศกึ ษาทคี่ รอบครวั และส�ำนกั งาน
เขตพื้นท่ีการศึกษาร่วมกันก�ำหนดตามความมุ่งหมาย หลักการและแนวทางการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่า
ดว้ ยการศึกษาแหง่ ชาต”ิ
การจัดท�ำแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ควรให้อิสระของครอบครัวเป็นหลัก
ท่ีจะเปน็ ผอู้ อกแบบจดั วางให้เหมาะสมกับพ้ืนฐานศกั ยภาพผูเ้ รียนและบริบทของครอบครวั และชุมชน โดยคณะ
กรรมการวิชาการให้การพจิ ารณารว่ มคิด ร่วมใหค้ �ำปรึกษาแนะน�ำ เพื่อใหเ้ กดิ ความเหมาะสมทางวชิ าการ แสดง
ถึงประสิทธิภาพอันจะน�ำมาซ่ึงความส�ำเร็จบรรลุผลในการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับการ
พฒั นาศกั ยภาพผเู้ รยี นรายบคุ คล เปน็ ไปตามหลกั การ จดุ หมาย แนวทางของหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช
๒๕๖๐ หรือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการปรับใช้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ท่ีสอดคล้องกับระดับ
การศกึ ษาและกลมุ่ เปา้ หมายทจ่ี ดั การศกึ ษา ซง่ึ ครอบครวั สามารถจดั เวลาเรยี นเปน็ รายภาค หรอื รายปี หรอื ชว่ งชนั้
ก็ได้ การจัดเวลาเรยี นของแต่ละกลุม่ สาระการเรยี นร/ู้ กลมุ่ ประสบการณ์ สามารถปรบั ใหย้ ดื หยนุ่ ตามปรัชญา
ของการจัดการศกึ ษา บรบิ ท จุดเน้นของครอบครัวและผู้เรียน โดยใหม้ เี วลาเรียนเหมาะสมทีจ่ ะพฒั นาผเู้ รียนให้
เกดิ คุณภาพเทียบเทา่ หรอื เทยี บเคยี งมาตรฐานการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน
๒.๒ องค์ประกอบของแผนการจัดการศึกษาข้นั พื้นฐานโดยครอบครวั ประกอบดว้ ย
๒.๒.๑ ข้อมลู พืน้ ฐานของครอบครัว ได้แก่
๑) ระบขุ ้อมลู เก่ยี วกับช่ือ - สกุล บดิ า มารดา วฒุ กิ ารศึกษา ประสบการณ์ อายุ
อาชีพ ทอี่ ยู่
๒) ระบเุ หตผุ ลในการจดั การศกึ ษาของครอบครวั อธบิ ายถงึ แนวคดิ ความเชอื่ เหตผุ ล
หรือปรัชญาท่ีเป็นสาเหตุให้ครอบครัวจัดการศึกษา รวมทั้งจุดเด่นที่ควรส่งเสริม สนับสนุน จุดด้อยที่ต้องการ
ในการได้รับการพฒั นา และโอกาสในการประสบความส�ำเร็จของการจดั การศกึ ษา ของครอบครวั
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 27
๓) บิดา/มารดา/ผู้จัดการศึกษา สามารถก�ำหนดช่ือบ้านเรียน ซึ่งอาจใช้ช่ือ หรือ
นามสกุล หรอื ชอื่ อื่นๆ ตามความเหมาะสม
๒.๒.๒ ข้อมลู พ้ืนฐานของผเู้ รียน ได้แก่
๑) ระบุข้อมลู ของผูเ้ รยี น ไดแ้ ก่ ชือ่ -สกุล วัน เดือน ปเี กดิ อายุ ประวัตกิ ารศกึ ษา
(กรณีที่เคยเรยี นในระบบโรงเรียนหรือเรียนที่อนื่ มากอ่ น)
๒) ระบพุ ฒั นาการของผเู้ รยี นดา้ นตา่ ง ๆ ของผเู้ รยี น ทง้ั ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ
สังคม สติปัญญา ความถนดั ความสนใจ ความบกพรอ่ ง หรือความสามารถทสี่ ะท้อนแววฉลาด/ ผเู้ รยี นมีความ
ต้องการจ�ำเป็นพเิ ศษ ที่ควรได้รับการดูแลชว่ ยเหลอื หรอื สง่ เสรมิ สนับสนนุ เปน็ พเิ ศษ
๒.๒.๓ ระดบั การจัดศกึ ษาที่ขอจัด
ครอบครวั สามารถขออนุญาตจัดการศึกษาโดยครอบครวั ได้ ท้งั ระดบั ปฐมวยั
ระดบั ประถมศกึ ษา ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ตลอดจนผเู้ รยี นทมี่ คี วามตอ้ งการ
พเิ ศษ โดยก�ำหนดใหม้ แี ผนการจดั การศกึ ษาทส่ี อดคลอ้ งกบั หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารปรบั ใชห้ ลกั สตู รแกนกลางการ
ศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และระดับที่ขอจัดการศึกษา ท้ังนี้แผนการจัดการ
ศกึ ษาอาจเป็นรายภาคเรียน ช้ันปี ชว่ งชน้ั ตามความตอ้ งการของครอบครัว รายละเอยี ดดงั นี้
๑) การศกึ ษาระดบั ปฐมวยั จดั ประสบการณก์ ารเรยี นรเู้ พอื่ มงุ่ ใหเ้ ดก็ พฒั นาทางดา้ น
ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสตปิ ญั ญาทเี่ หมาะสมกบั วยั ความสามารถและความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล
ตามหลกั สตู รปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐
๒) การศึกษาระดบั การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน (ระดับประถมศกึ ษา ระดับมัธยมศึกษา
ตอนตน้ และระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย) จัดตามกรอบเน้ือหา/สาระ/ความร/ู้ ทกั ษะ หรอื กลุ่มประสบการณ์
การเรียนรตู้ ามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ หรอื หลกั เกณฑ์และวิธกี ารปรบั ใช้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เพื่อจะช่วยน�ำพาให้ผู้เรียน
พฒั นาองค์ความรู้ทั้งเนอ้ื หา/ทกั ษะ/เจตคติ คุณลักษณะ สมรรถนะในการเรียนรู้ บรรลคุ ณุ ภาพการศึกษาขัน้ พืน้
ฐาน ตามเป้าหมายการศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล ซ่ึงครอบครัวสามารถจัดการเรียนการสอนแยกรายวิชาตาม
กล่มุ สาระการเรียนรู้ หรอื อาจหลอมรวมบรู ณาการเปน็ กลมุ่ ประสบการณต์ ่างๆ
๒.๒.๔ จุดมงุ่ หมายของการจดั การศึกษา
ครอบครัว สามารถก�ำหนดจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาแต่ละระดับของ
การศกึ ษาทจี่ ดั โดยยดึ ตามจดุ หมาย สมรรถนะ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ตามหลกั สตู รปฐมวยั พทุ ธศกั ราช
๒๕๖๐ หรือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และสามารถเพ่ิมเติม
จุดมุ่งหมายตามความคาดหวัง /ปรัชญา/ความเช่ือของครอบครัว และ/หรือตามความถนัดความสนใจตาม
ศกั ยภาพของผู้เรยี น
๒.๒.๕ รูปแบบการจัดการศึกษา ให้ระบุรูปแบบการจัดการศึกษาท่ีครอบครัว
ประสงคจ์ ะจัดการศกึ ษา เชน่
๑) แบบครอบครัวเดียว จดั การศึกษาส�ำหรับครอบครัวทม่ี ีความสนใจเฉพาะดา้ น
แตกต่างกับกลุ่มบ้านเรียนหรือครอบครัวอื่น อาจเข้าร่วมกิจกรรมกับครอบครัว/กลุ่มครอบครัวอ่ืน/กิจกรรม
พัฒนาการเรยี นร้อู ื่นๆ ตามความเหมาะสม
28 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๒) แบบมขี อ้ ตกลงรว่ มกับโรงเรียนหรือหน่วยงานอืน่ โดยมีการเขา้ ไปใชท้ รพั ยากร
ในโรงเรยี นหรอื เขา้ ไปท�ำกจิ กรรมรว่ มกนั เนอื่ งจากตอ้ งการใหบ้ ตุ รไดม้ คี วามรู้ และประสบการณท์ สี่ ามารถเชอ่ื ม
โยงความร้ขู องแผนการจดั การศกึ ษาของครอบครวั และระบบโรงเรียนได้
๓) แบบกลมุ่ ครอบครวั ทมี่ แี นวคดิ คลา้ ยๆกนั เปน็ การจ�ำลองสงั คมเลก็ ๆ เชอ่ื วา่ การ
เชอื่ มโยงกับกลมุ่ เปน็ การชว่ ยเสรมิ องคค์ วามรู้และพัฒนาการของผ้เู รียนได้
๔) อ่นื ๆ (ระบุ)
๒.๒.๖ การจดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้/กลุ่มประสบการณก์ ารเรียนรู้
ครอบครวั สามารถจดั การเรยี นการสอนแยกรายวชิ าตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ หรอื
อาจหลอมรวมบูรณาการเป็นกลุ่มประสบการณ์ต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม ทั้งน้ีควรระบุข้อมูลท่ีแสดงว่า
ครอบครัวจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเน้นความส�ำคัญท้ังความรู้ ทักษะ ค่านิยม และคุณลักษณะที่จะช่วยให้
ผ้เู รยี นบรรลุคุณภาพตามเป้าหมายที่ก�ำหนด
การหลอมรวมบรู ณาการเปน็ กลมุ่ ประสบการณต์ า่ งๆ เชน่ กลมุ่ ประสบการณค์ วาม
รใู้ นธรรมชาติ กลมุ่ ประสบการณ์ความรูใ้ นตนเองและสังคม กลุม่ ประสบการณค์ วามรู้ในศาสนา ศลิ ปวัฒนธรรม
กล่มุ ความรูเ้ รื่องเกีย่ วกับตนเอง และความสัมพนั ธ์ของตนเองกับสงั คม กลมุ่ ความรแู้ ละทกั ษะดา้ นวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี กลุ่มความรู้เก่ียวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้
ภูมปิ ัญญา กลุ่มความรู้และทกั ษะด้านคณิตศาสตร์และดา้ นภาษา กลุม่ ความรแู้ ละทักษะในการประกอบอาชพี
และการด�ำรงชีวิตอย่างมีความสขุ หรอื ครอบครวั สามารถจดั การเรยี นรู้แยกเป็นรายวชิ าตามกลุม่ สาระการเรยี นรู้
ตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ศลิ ปะ สุขศึกษาและ
พลศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาตา่ งประเทศ เปน็ ต้น
การจัดการเรยี นการสอนแยกรายวชิ าตามกล่มุ สาระการเรียนรู้ หรอื อาจหลอมรวม
บรู ณาการเป็นกลุ่มประสบการณต์ ่างๆ ใหเ้ หมาะสมกบั จดุ มงุ่ หมายการพัฒนาผ้เู รียน ท่สี อดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพ
ตามความถนดั ความสนใจ ความสามารถพิเศษ และความตอ้ งการพเิ ศษของผเู้ รยี นแต่ละคน โดยอาจมจี ุดเน้น
การเรียนรทู้ ี่มากน้อยกว่ากนั ในแต่ละสาระหรือกลุม่ ประสบการณก์ ารเรียนรู้ ซึง่ สามารถก�ำหนดโครงสร้างเวลา
เรยี น แสดงเปน็ สดั สว่ นการเรยี นรเู้ ปน็ คา่ รอ้ ยละ โดยอาจจะมคี า่ นำ้� หนกั ทเี่ หมอื นหรอื ตา่ งกนั ในแตล่ ะชนั้ ปี (กรณี
เสนอแผนการจดั การศกึ ษาเปน็ รายชน้ั ป)ี หรอื แตล่ ะชว่ งชนั้ หรอื แตล่ ะระดบั การศกึ ษา ในแตล่ ะกลมุ่ ประสบการณ์
ให้แสดง เป้าหมายคุณภาพผู้เรียนท่ีมุ่งหวังซ่ึงเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนที่มุ่งหวัง บิดา/มารดา/ผู้จัดการศึกษา
สามารถเลอื กหรอื ปรับใช้ตวั ช้วี ดั ในการพัฒนาผู้เรียน โดยอาจน�ำไปจดั การเรียนการสอนเป็นชนั้ ปี/ชว่ งชั้น หรือ
หลอมรวมบูรณาการจัดเป็นกลุ่มประสบการณ์ส�ำหรับสอน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ท้ังนี้
ให้ครอบคลุมองค์ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะส�ำคัญ เทียบเท่าหรือเทียบเคียง และตัวช้ีวัดแสดงคุณภาพใน
มาตรฐานการเรียนรขู้ องหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน และเหมาะสมกบั สภาพบริบท ธรรมชาตกิ าร
เรยี นรแู้ ละศกั ยภาพของผเู้ รยี น ส�ำหรบั แผนการศกึ ษาโดยครอบครวั รปู แบบการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สามารถเลอื ก
หรือพัฒนาปรับใช้ตัวชี้วัดดงั กล่าวให้เหมาะสมระหว่างกระบวนการจดั การเรยี นรู้ได้
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 29
การปรบั ใช้ หมายถงึ การปรับรูปแบบวธิ กี ารน�ำมาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั ส่กู าร
ปฏบิ ตั ิ เชน่ จัดเป็นชว่ งชน้ั เปน็ กลมุ่ หรอื การหลอมบูรณาการ แต่ยงั คงไวซ้ ่งึ คณุ ภาพของผูเ้ รยี น ท้งั ดา้ นความรู้
ทักษะ เจตคติทีร่ ะบไุ วใ้ นมาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด ยกเว้น กรณีทคี่ ณุ ภาพทร่ี ะบุไวน้ น้ั ไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ หรอื
ระเบยี บเฉพาะกลุม่ เชน่ วนิ ัยสงฆ์ เปน็ ต้น
ในกรณีท่ีครอบครัว ประสงค์จะจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ
และคุณลักษณะเพ่ิมเติมจากส่ิงที่ก�ำหนดในมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตร แกนกลางฯ
กส็ ามารถก�ำหนด “ผลการเรยี นร้”ู เพ่มิ ขน้ึ ได้
การเลอื กจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรเู้ ปน็ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ กลมุ่ ประสบการณใ์ ห้
เหมาะสมกบั การพฒั นาผเู้ รยี นอยา่ งสอดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพตามความถนดั ความสนใจ ความสามารถพเิ ศษ และ
ความต้องการพิเศษของผูเ้ รยี นแตล่ ะคน จงึ ควรให้มีจุดเนน้ การเรยี นรทู้ ่ีมากนอ้ ยกวา่ กันในแตล่ ะสาระหรือกลมุ่
ประสบการณก์ ารเรียนรู้ ซ่งึ สามารถก�ำหนดโครงสร้างเวลาเรียน แสดง เป็นสดั ส่วนค่าน้ำ� หนักการเรียนรู้เป็นคา่
รอ้ ยละ โดยอาจจะมคี า่ นำ�้ หนกั ทเี่ หมอื นหรอื ตา่ งกนั ในแตล่ ะชนั้ ปี (กรณเี สนอแผนการจดั การศกึ ษา เปน็ รายชน้ั ป)ี
หรือแต่ละช่วงช้ัน หรือแต่ละระดับการศึกษา (กรณีเสนอแผนการจัดการศึกษาเป็นช่วงช้ัน หรือเป็นระดับการ
ศกึ ษา) ดงั ตวั อย่างการก�ำหนดสดั ส่วนค่าน้ำ� หนกั ของแต่ละสาระ/กลุ่มประสบการณ์
๒.๒.๗ การจดั กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน
การจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
๒๕๕๑ ม่งุ พัฒนาคนใหม้ คี วามสมดลุ ท้งั ดา้ นความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดงี าม และความรบั ผิดชอบ
ต่อสงั คม นอกเหนือจากการเรียนด้านวิชาการในกลมุ่ สาระการเรยี นรูแ้ ล้ว ได้ก�ำหนดให้ผ้เู รยี นเขา้ รว่ มกิจกรรม
พฒั นาผ้เู รยี น ได้แก่
๑) กิจกรรมแนะแนว
๒) กิจกรรมนักเรยี น (ลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด ชมุ นุม ชมรม ฯลฯ)
๓) กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองเต็ม
ตามศักยภาพ พฒั นาอยา่ งรอบดา้ นเพื่อความเปน็ มนษุ ยท์ ี่สมบูรณท์ ้ังรายการ สติปญั ญา อารมณ์ สงั คม และ
เสรมิ สรา้ งใหเ้ ปน็ ผมู้ ศี ลี ธรรม จรยิ ธรรม มรี ะเบยี บวนิ ยั ปลกู ฝงั การมจี ติ ส�ำนกึ เพอื่ สงั คม สามารถจดั การตนเองได้
และอยกู่ บั ผู้อื่นได้อย่างมคี วามสุข
การปรบั ใช้หลกั สตู รแกนกลางฯ ส�ำหรับครอบครวั ควรจัดให้ผเู้ รยี นได้มีโอกาสเข้า
รว่ มกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ซ่งึ อาจเปน็ กจิ กรรมต่างๆ ทงั้ ๓ ประเภท ทก่ี �ำหนดไวใ้ นหลกั สูตร
แกนกลางฯ หรอื กิจกรรมอื่น ๆ ตามความเหมาะสม โดยค�ำนึงถึงวยั และศกั ยภาพของผู้เรียนแต่ละระดบั ทั้งนี้
ส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาหรอื ครอบครวั สามารถประสานเพอ่ื ขอความรว่ มมอื จากสถานศกึ ษา/สถาบนั ตา่ งๆ
ในกรณที ป่ี ระสงค์จะให้ผู้เรียนของตนเขา้ ร่วมกจิ กรรมทีส่ ถานศึกษา/สถาบนั ต่างๆ เหล่าน้นั จดั ได้
๒.๒.๘ การจัดกระบวนการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการปรับใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ส�ำหรับกลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะ ส่งเสรมิ การจดั การเรียนรทู้ ี่เน้นผเู้ รียนเปน็ ส�ำคญั
ทงั้ นคี้ รอบครวั /ผจู้ ดั การศกึ ษาควรระบวุ ธิ กี ารจดั การเรยี นรขู้ องครอบครวั ทส่ี อดคลอ้ งกบั จดุ มงุ่ หมายของครอบครวั
และระดบั การศกึ ษา เชน่ ระดบั ปฐมวยั ระดบั ประถมศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
30 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
กลุ่มสาระการเรียนรู้/กลุ่มประสบการณ์ท่ีครอบครัวก�ำหนด โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เพื่อเป็น
เคร่ืองมือพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร เช่น กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้าง
ความรู้ กระบวนการคดิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา กระบวนการเรยี นรู้
จากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการจดั การ กระบวนการเรยี นรขู้ องตนเอง กระบวนการพฒั นา
ลกั ษณะนสิ ยั เปน็ ต้น
ทงั้ นี้ การจดั การเรยี นรเู้ พอ่ื พฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ กดิ คณุ ภาพตามหลกั สตู รแกนกลางการ
ศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เกดิ ข้ึนไดท้ ุกเวลา ทุกสถานที่ ส�ำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา/บิดา/มารดา/
ผูจ้ ดั การศึกษา ควรมีการประสานความรว่ มมือเพ่อื รว่ มกันพัฒนาผเู้ รียนตามศกั ยภาพสอดคลอ้ งกบั ความสนใจ
และความถนัดของผู้เรียน โดยค�ำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ครอบครัว/ผู้จัดการศึกษาสามารถจัดการ
เรียนการสอน/กิจกรรมการเรียนรู้ได้หลากหลายรูปแบบตามปรัชญาและความต้องการในการพัฒนาให้ผู้เรียน
บรรลคุ ณุ ภาพตามเปา้ หมายทีค่ าดหวัง โดยอาจสอดแทรกบรู ณาการสาระวชิ า/กล่มุ ประสบการณต์ ่างๆ รวมท้ัง
สมรรถนะส�ำคญั และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคเ์ ขา้ ดว้ ยกนั ตามแนวคดิ หรอื ปรชั ญาการศกึ ษา สภาพและบรบิ ท
ท่มี ีลกั ษณะเฉพาะ และควรให้ผ้เู รยี นได้ฝึกทกั ษะ กระบวนการคดิ การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ มีการ
ประยกุ ตค์ วามรมู้ าใชใ้ นสถานการณต์ า่ งๆ ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ ฝกึ การปฏบิ ตั ิ ใหค้ ดิ ได้ ท�ำได้
คดิ เป็น ท�ำเปน็ และเกดิ การใฝร่ อู้ ย่างตอ่ เนอื่ ง
การจดั การเรยี นรเู้ ปน็ กระบวนการส�ำคญั ในการน�ำหลกั สตู รสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ หไ้ ดม้ าตรฐาน
การเรยี นรู้ สมรรถนะส�ำคญั และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผเู้ รียน ส�ำหรบั พฒั นาเดก็ และเยาวชนให้เปน็ ไป
ตามระดบั และกลมุ่ เปา้ หมายทค่ี รอบครวั จดั การศกึ ษา โดยมกี ระบวนการส�ำคญั ในดา้ นโครงสรา้ งเวลาเรยี น และ
การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ในแตล่ ะระดบั การศกึ ษาดังน้ี
๒.๒.๘.๑ การจดั การเรยี นรูร้ ะดบั ปฐมวยั
๑) โครงสร้างเวลาเรยี นในการจดั การเรียนรู้ระดับปฐมวัย
ครอบครวั สามารถจดั เวลาเรียนเปน็ รายภาค รายปี หรอื ชว่ งช้ันได้ โดย
เวลาเรียนของแต่ละกลุ่มประสบการณ์ สามารถปรับยืดหยุ่นตามบริบท จุดเน้น ปรัชญาของการจัดการศึกษา
ระดับปฐมวัย โดยใหม้ ีเวลาเรียนเหมาะสมที่จะพฒั นาผเู้ รียนให้เกิดคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรทู้ ป่ี รับใช้
๒) การจัดกลุ่มประสบการณ์ระดับปฐมวยั
การออกแบบการจดั การเรยี นรรู้ ะดบั ปฐมวยั (อายุ ๓-๕ ป)ี เปน็ การจดั การ
ศึกษาในลักษณะของกลุ่มประสบการณ์ที่เน้นการอบรมเลี้ยงดูและการพัฒนาการท้ังด้านร่างกาย อารมณ์และ
จิตใจ สังคมและสตปิ ญั ญา ตามวัยและความสามารถของแต่ละคน การออกแบบการจัดการกลมุ่ ประสบการณ์
โดยครอบครวั ควรศกึ ษารปู แบบการจดั ทหี่ ลากหลายแลว้ เลอื กวธิ กี ารจดั ทเี่ หมาะสมกบั บรบิ ทของเดก็ โดยอนมุ าน
บนพนื้ ฐานของเดก็ ตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาครบทกุ ดา้ นทงั้ ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสตปิ ญั ญา มแี นวทาง
การจดั ประสบการณ์ (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, ๒๕๖๐) ดังนี้
๒.๑) จดั ประสบการณใ์ หส้ อดคลอ้ งกับจิตวิทยาพฒั นาการและ
การท�ำงานของสมองทเี่ หมาะสมกบั อายุ วฒุ ภิ าวะและระดบั พฒั นาการเพอ่ื ใหเ้ ดก็ ทกุ คนไดพ้ ฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 31
๒.๒) จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับแบบการเรียนรู้ของเด็ก
เดก็ ไดล้ งมอื กระท�ำ เรียนรู้ผ่านประสาสมั ผัสทั้งหา้ ได้เคลือ่ นไหว ส�ำรวจ เลน่ สงั เกต สบื คน้ ทดลอง และคดิ
แกป้ ัญหาดว้ ยตนเอง
๒.๓) จัดประสบการณ์แบบบูรณาการ ทั้งกิจกรรมทักษะและ
สาระการเรยี นรู้
๒.๔) จดั ประสบการณใ์ หเ้ ดก็ ไดร้ เิ รม่ิ คดิ วางแผน ตดั สนิ ใจลงมอื
กระท�ำและน�ำเสนอความคิด โดยครูหรือผู้จัดประสบการณ์เป็นผู้สนับสนุน อ�ำนวยความสะดวกและเรียนรู้
ร่วมกบั เด็ก
๒.๕) จัดประสบการณใ์ ห้เด็กมปี ฏิสัมพนั ธก์ ับเดก็ อ่ืน กับผู้ใหญ่
ภายใต้สภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ในบรรยากาศท่ีอบอุ่น มีความสุขและเรียนรู้การท�ำกิจกรรมแบบร่วม
มือในลักษณะตา่ งๆกนั
๒.๖) จัดประสบการณ์ให้เดก็ มปี ฏิสมั พนั ธก์ บั สื่อและแหล่งการ
เรยี นรี่หลากหลายและอยูใ่ นวถิ ชี ีวติ ของเด็ก
๒.๗) จดั ประสบการณ์ทสี่ ่งเสรมิ ลักษณะนสิ ัยทด่ี แี ละทักษะการ
ใชช้ วี ติ ประจ�ำวนั ตลอดจนสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหเ้ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรอู้ ยา่ ง
ต่อเนือ่ ง
๒.๘) จัดประสบการณ์ทั้งในลักษณะที่ดีการวางแผนล่วงหน้า
และแผนท่ีเกดิ ข้ึนในสภาพจริงโดยมิไดค้ าดการณไ์ ว้
๒.๙) จดั ท�ำสารนทิ ศั นด์ ว้ ยการรวบรวมขอ้ มลู เกย่ี วกบั พฒั นาการ
และการเรยี นรู้ของเดก็ เปน็ รายบคุ คล น�ำมาไตร่ตรองและใชใ้ หเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาเดก็ และการวิจยั ใน
ช้นั เรียน
๒.๑๐) จัดประสบการณ์โดยให้พ่อแม่ ครอบครัว และชุมชน
มสี ว่ นร่วมท้ังการวางแผน การสนบั สนนุ สื่อแหล่งเรียนรู้ การเข้ารว่ มกจิ กรรม และการประเมินพฒั นาการ
๒.๒.๘.๒ การจดั การเรียนร้รู ะดับการศึกษาข้นั พื้นฐาน
๑) โครงสรา้ งเวลาเรียน สามารถจัดเวลาเรียนเป็นรายภาค รายปี ชว่ งช้ัน
ได้โดยเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มประสบการณ์ สามารถปรับยืดหยุ่นตามบริบท จุดเน้น ปรัชญาของการจัดการ
ศึกษาระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โดยให้มีเวลาเรียนเหมาะสมท่ีจะพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณภาพตามมาตรฐาน
การเรยี นรู้ที่ปรบั ใช้
๒) การออกแบบการจดั การเรยี นรู้ แผนการจดั การศกึ ษาของครอบครัวที่
ได้รับอนุมตั ิจากเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา ซ่งึ สามารถบรรลุถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวัด สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รยี น
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และสาระการเรยี นรทู้ เ่ี หมาะสมกบั ผเู้ รยี น ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
และหลักเกณฑ์และวิธีการปรับใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ การออกแบบการจดั การเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งกบั วถิ ชี วี ติ ครอบครวั และการพฒั นาศกั ยภาพผเู้ รยี นโดยเลอื ก
ใช้วิธสี อนและเทคนคิ การสอน หรอื การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สือ่ /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผลทห่ี ลาก
หลาย เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นไดพ้ ฒั นาเต็มตามศกั ยภาพและบรรลตุ ามเป้าหมายท่กี �ำหนด ควรด�ำเนินการ ดังน้ี
32 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๒.๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล กิจกรรมในวิถีชีวิต
ครอบครัว แลว้ น�ำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจดั การเรียนรู้ ทีท่ า้ ทายความสามารถของผู้เรยี น
๒.๒) ก�ำหนดเปา้ หมาย คณุ ภาพทม่ี งุ่ หวงั ทต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ ขน้ึ กบั
ผเู้ รยี น ดา้ นความรแู้ ละทกั ษะกระบวนการ ทเี่ ปน็ ความคดิ รวบยอด หลกั การ และความสมั พนั ธ์ รวมทง้ั คณุ ลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์
๒.๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความ
แตกต่างระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เพอ่ื น�ำผูเ้ รยี นไปสเู่ ป้าหมาย
๒.๔) จดั บรรยากาศทเี่ ออื้ ตอ่ การเรยี นรแู้ ละดแู ลชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี น
ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้
๒.๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม
น�ำภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมมาประยุกต์ใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน
๒.๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่เหมาะสม
กบั กระบวนการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น และระดบั พฒั นาการของผเู้ รยี นทม่ี คี วามหลากหลายตามแผนการจดั การศกึ ษา
ของครอบครัว
๒.๗) วเิ คราะหผ์ ลการประเมนิ มาใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รยี น รวมทง้ั
ปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ครอบครัวควรแนะน�ำให้ผู้เรียนมีบทบาทการมีส่วนร่วมในการ
ออกแบบการเรยี นรู้ ดังนี้
ครอบครวั ควรแนะน�ำใหผ้ เู้ รยี นมบี ทบาทในการมสี ว่ นรว่ มในการออกแบบการเรยี นรู้ ดงั นี้
๑. ก�ำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผดิ ชอบการเรียนรขู้ องตนเอง
๒. เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหลง่ การเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตงั้ ค�ำถาม คิดหา
ค�ำตอบหรือหาแนวทางแกป้ ญั หาดว้ ยวธิ กี ารต่าง ๆ
๓. ลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ สรปุ สงิ่ ทไ่ี ดเ้ รยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และน�ำความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณต์ า่ ง ๆ
๔. มปี ฏิสมั พนั ธ์ ท�ำงาน ท�ำกิจกรรมรว่ มกบั กลมุ่ บุคคล และเพอื่ น
๕. ประเมินและพฒั นากระบวนการเรียนร้ขู องตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื ง
๒.๒.๘.๓ การจดั การเรยี นรโู้ ดยครอบครวั ส�ำหรบั เดก็ ท่มี คี วามต้องการ
จ�ำเปน็ พเิ ศษ
๒.๒.๘.๓.๑ ผเู้ รยี นทมี่ คี วามตอ้ งการจ�ำเปน็ พเิ ศษทม่ี คี วามบกพรอ่ ง
ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญา ซง่ึ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารก�ำหนดประเภทและหลกั เกณฑข์ องคนพกิ าร
ทางการศกึ ษา พ.ศ.๒๕๕๒ และประกาศหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการจดั ท�ำแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบคุ คล ระดบั
การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๕๒ โดยได้ก�ำหนดประเภทของคนพกิ ารออกเป็น ๙ ประเภท ได้แก่ ๑. บคุ คลท่ีมี
ความบกพรอ่ งทางการเห็น ๒. บคุ คลทีม่ ีความบกพรอ่ งทางการได้ยนิ ๓. บคุ คลที่มคี วามบกพรอ่ งทางสติปญั ญา
๔. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ ๕. บุคคลที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
๖. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูด และภาษา ๗. บุคคลท่ีมีปัญหาทางพฤติกรรม หรืออารมณ์
๘. บุคคลออทสิ ติก และ ๙. บคุ คลพิการซ้อน
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 33
การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน/กิจกรรมการเรียนรู้ ส�ำหรบั เด็กท่ีมีความตอ้ งการพเิ ศษประเภท
ผู้เรียนมีความบกพร่อง ครอบครัวจะต้องศึกษาลักษณะของเด็กพิเศษ วิธีการให้การช่วยเหลือ ตลอดจน
ความบกพร่องต่างๆ ของเด็กเพื่อที่จะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะ
ของเดก็ พเิ ศษ ครอบครวั จงึ ต้องเลอื กกจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นรกู้ �ำหนดเนื้อหา วธิ ีการสอนตลอดจนการ
วัดผลการประเมินผลท่เี หมาะสมกับเดก็ ท่ีมีความตอ้ งการพิเศษ ซึง่ เรียกว่าแผนการศึกษาเฉพาะบคุ คล ( IEP )
รายละเอียดของแผนการศกึ ษาเฉพาะบุคคลมดี งั น้ี
๑) พื้นความร้ดู า้ นวชิ าทักษะ เชน่ การอ่าน คณติ ศาสตร์
๒) การพูดและภาษา
๓) วุฒภิ าวะทางสงั คม
๔) การใชป้ ระสาทสมั ผัสในการรับรู้
๕) การเคลอื่ นไหว รวมไปถึงการเดนิ การวิง่ การหยิบจับสง่ิ ของ
๖) การชว่ ยตนเอง
๗). วุฒิภาวะทางอารมณ์
๘) การเตรยี มอาชีพ
นอกจากการจัดท�ำแผนการศกึ ษาเฉพาะบุคคล ผูจ้ ัดการศึกษาตอ้ งก�ำหนดจดุ มงุ่ หมายการเรียนรู้
เพอ่ื ทจ่ี ะพฒั นาความสามารถของผเู้ รยี น และสามารถจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรตู้ ลอดจนแผนการจดั การศกึ ษา
ทีส่ อดคลอ้ งกับความต้องการและความสามารถ ซึง่ จะท�ำให้ผเู้ รียนเกดิ การเรียนรไู้ ดม้ ากที่สุด ในการก�ำหนดจดุ
มุ่งหมายส�ำหรบั การจดั ท�ำแผนการศกึ ษาเฉพาะ ประกอบด้วย
๑. จดุ ม่งุ หมายระยะยาว โดยปกตกิ �ำหนดไว้ไมเ่ กิน ๑ ปี ในระยะเวลาของการเรยี น ๑ ปี การ
ก�ำหนดจุดมุ่งหมายระยะยาวจะต้องสอดคล้องกับระดับความสามารถของผู้เรียน จุดมุ่งหมายไม่ควรก�ำหนด
สูงเกินไป หรือไม่ควรต�่ำเกินไปจุดมุ่งหมายระยะยาวจะต้องมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง เช่น ผู้เรียน
สามารถแตง่ ตัวได้เอง เปน็ ต้น
๒. จดุ มุ่งหมายระยะส้นั เป็นจุดมุง่ หมายใน ๑ ภาคเรียน ผูเ้ รยี นสามารถกลดั กระดมุ ไดถ้ กู ต้อง
สามารถสวมรองเท้าได้ เปน็ ต้น
๒.๒.๘.๓.๒ ผเู้ รียนทม่ี ีความสามารถพิเศษ
ผเู้ รยี นทมี่ คี วามสามารถพเิ ศษ หมายถงึ ผเู้ รยี นทมี่ คี วามสามารถ
อันโดดเด่นในด้านสติปญั ญา ความคิดสรา้ งสรรค์ การใช้ภาษา ด้านทศั นศิลป์ ด้านศลิ ปะการแสดง ด้านดนตรี
ดา้ นกีฬา และความสามารถทางวชิ าการในสาขาใดสาขาหน่งึ หรอื หลายสาขา เม่อื เปรยี บเทยี บกับผ้เู รยี นท่ีมอี ายุ
ระดับเดียวกัน สภาพแวดล้อมเดียวกัน การจัดท�ำแผนการศึกษาและการเรียนรู้ การประเมินผล การบริหาร
จดั การตา่ งๆ เชน่ ระยะเวลาด�ำเนนิ งานตดิ ตามประเมนิ ผล/การประเมนิ ผลรว่ มกนั ระหวา่ งส�ำนกั งานและครอบครวั
วิธีการประเมินผลตามจุดเน้นการพัฒนาศักยภาพท่ีแตกต่างกัน การรับรองสถานะผู้เรียนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม
ในโครงการพเิ ศษ การประกวด/การแข่งขนั กีฬา ฯลฯ จึงตอ้ งใหเ้ ป็นไปเพ่อื สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ศกั ยภาพและความ
สามารถของผ้เู รยี นเพอ่ื ให้ผ้เู รยี นเกิดการเรยี นรูไ้ ดเ้ ต็มตามศกั ยภาพ
34 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
แนวทางการออกแบบการจัดการเรยี นรู้ส�ำหรบั ผูเ้ รยี นที่มคี วามสามารถพิเศษ มีดังตอ่ ไปน้ี
๑) สรา้ งโอกาสการเรยี นรใู้ หเ้ กดิ ขนึ้ ไดท้ กุ โอกาส ทกุ สถานทอี่ ยา่ งมกี ระบวนการดว้ ยการซมึ ซบั รบั รู้
อยา่ งเปน็ ธรรมชาติ จากประสบการณต์ รง และการสัมผสั สัมพนั ธ์กบั สงิ่ ตา่ งๆ ให้ผเู้ รยี นไดเ้ รียนรู้ ในภาวะที่เปน็
ธรรมชาติ มเี สรีภาพมีความท้าทาย มจี นิ ตนาการหรอื สอดคล้องกับเร่ืองราว ในชวี ิตจริง และเกดิ มาจากความ
สนใจรู้จากภายในตัวผู้เรียนเอง อาจจะท�ำโดยการจดั สภาพแวดลอ้ มภายในบา้ น หาส่ือสนับสนนุ การเรยี นรู้ โดย
เน้นให้ผู้เรยี นเกดิ พฒั นาการท่เี หมาะสม สามารถเรียนรู้ไดด้ ้วยตนเองและก�ำหนดอตั ราความเร็วในการเรียนรู้
ของตนได้
๒) สรา้ งแรงจงู ใจใฝเ่ รียนรู้ดว้ ยความตระหนกั ในคุณคา่ และจุดมุ่งหมายของชีวิต แทนการกระตุ้น
ดว้ ยการแข่งขนั และความเหน็ แก่ตนเอง ตัวอยา่ งเช่น การใหผ้ ู้เรยี นท�ำกจิ กรรมออกก�ำลงั กาย ตอ้ งเน้นการออก
ก�ำลงั กายทีไ่ มม่ ีการแข่งขนั หรอื กระตนุ้ ความเครยี ด เชน่ วา่ ยนำ�้ เลน่ เตน้ แอโรบิก ว่ิงเล่น หรอื ปีนเขาเดนิ ปา่ หาก
เป็นกีฬาแข่งขันหรือต่อสู้ แข่งขันแล้วสู้ไม่ได้ โดยเฉพาะผู้เรียนในกลุ่มผู้เรียนที่มีความบกพร่องจะมีปัญหาทาง
อารมณ์ พยายามหลกี เลยี่ งการกฬี าทต่ี ้องต่อสู้ เช่น มวย ฟันดาบ ยูโด หรืออน่ื ๆ ซ่ึงจะกระตุ้นอารมณโ์ กรธและ
ใชค้ วามรนุ แรงของผเู้ รียน
๓) สร้างสถานการณ์หรือจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายตามความสนใจของบุคคล
โดยอาจใหผ้ เู้ รยี นท�ำกจิ กรรมบ�ำเพญ็ ประโยชน์ โดยกระท�ำภายใตก้ ารดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ ของพอ่ แม่ กจิ กรรมเหลา่ น้ี
ต้องมตี วั ผรู้ ับประโยชนจ์ ากกจิ กรรมท่ชี ัดเจน เช่น กลุ่มผ้เู รียนท่ีมคี วามบกพรอ่ งใหไ้ ปอ่านหนังสอื ใหผ้ ู้สงู อายุฟงั
หรอื ไปชว่ ยดแู ลสขุ อนามยั ของผสู้ งู อายุ ไปชว่ ยประคองเวลาเดนิ ไปเขา้ หอ้ งนำ�้ นอกจากนน้ั การแสดงความชนื่ ชม
ของผูร้ บั ประโยชน์จะท�ำใหร้ ู้สึกว่าตนมคี ุณค่ามาก กิจกรรมพฒั นาสติและสมาธิ ตลอดจนกิจกรรมเสรมิ พน้ื ฐาน
งานอาชีพ งานบ้าน งานครวั เปน็ ต้น
๓.การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
เปน็ กระบวนการเกบ็ รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ ตคี วามผลการเรียน และพัฒนาการด้านตา่ งๆ เพื่อใหก้ ารด�ำเนิน
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ และให้ผลการประเมินที่ตรงตามความรู้ความสามารถ
ทแี่ ทจ้ รงิ ของผเู้ รยี น ถกู ตอ้ งตามหลกั การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ จงึ ไดก้ �ำหนดหลกั เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล
การเรียนรเู้ พื่อเป็นแนวทางในการด�ำเนนิ การ ประกอบดว้ ย
๓.๑ แนวทาง/วิธีการวดั และประเมินผล
๓.๒ เกณฑ์ตัดสินผลการเรียน
๓.๓ การใหร้ ะดบั ผลการเรียน
๓.๔ เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
๓.๕ ภารกิจการวดั และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา
โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 35
๓.๑ แนวทาง/วธิ ีการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น ตอ้ งยดึ หลกั การส�ำคญั คอื การประเมนิ
เพือ่ พฒั นาผ้เู รียน และเพอ่ื ตดั สินระดับความกา้ วหน้าทางการเรียน การพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรขู้ องผ้เู รียนให้
ประสบผลส�ำเรจ็ นัน้ ผู้จัดการศึกษา/ครอบครวั จ�ำเปน็ ตอ้ งพฒั นาและประเมินผลผูเ้ รียนให้บรรลุตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะส�ำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายของหลักสูตร
และเป็นเป้าหมายของการวัดประเมินผลการเรียนรู้ทุกระดับชั้นเรียน การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ใหป้ ระสบผลส�ำเรจ็ นนั้ ผเู้ รยี นจะตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายคณุ ภาพผเู้ รยี นทม่ี งุ่ หวงั ซง่ึ เชอื่ มโยง
กับความรู้ สมรรถนะ ทกั ษะ และคณุ ลกั ษณะส�ำคญั ท่รี ะบุไว้ในมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้วี ดั ท่ีครอบครัวปรับ
ใช้ ให้เหมาะสมกบั ลกั ษณะเฉพาะธรรมชาติการเรียนรคู้ วามถนัดความสนใจ และศักยภาพของตัวผเู้ รยี นซึง่ เปน็
คณุ ภาพที่ตอ้ งการใหเ้ กิดแกเ่ ยาวชนทุกคนในระดบั การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
สง่ิ ส�ำคญั ทมี่ ผี ลอยา่ งยง่ิ ตอ่ ประสทิ ธภิ าพและความนา่ เชอื่ ถอื ของการวดั และประเมนิ ผล
ได้แก่ วิธีการและเคร่ืองมือท่ีใช้ในการประเมิน ควรให้ความส�ำคัญต่อการประเมินตามสภาพจริงและใช้วิธีการ
ทหี่ ลากหลาย เชน่ การใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทไ่ี ดม้ โี อกาสวางแผนการท�ำงานเอง ปฏบิ ตั จิ รงิ ภายใตค้ �ำแนะน�ำ
และการอ�ำนวยความสะดวกจากผปู้ กครอง ทง้ั นใี้ นการวดั และประเมนิ ผลจงึ ควรใชว้ ธิ กี ารประเมนิ ทหี่ ลากหลาย
รอบดา้ น เพอื่ ใหผ้ ลการประเมนิ มคี วามตรง (Valid) คอื ผลการประเมนิ สอดคลอ้ งกบั ศกั ยภาพทแ่ี ทจ้ รงิ ของผเู้ รยี น
ซงึ่ อาจด�ำเนินได้โดยการสงั เกตพฤติกรรมขณะท�ำงาน สนทนา ตั้งค�ำถาม ตรวจผลงาน นอกจากน้ียังสามารถ
ประเมินความสามารถของผู้เรียนในมิติของพัฒนาการได้อีกด้วย โดยอาศัยแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) ท้ังน้ี
ครอบครัวหรือผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัวต้องให้ความร่วมมือกับส�ำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาในการก�ำหนด
หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร เคร่ืองมือ และการจัดเก็บหลกั ฐาน/รอ่ งรอยการเรียนรู้ เพื่อให้ได้ข้อมลู ทเี่ ปน็ ประโยชนใ์ นการ
ปรับปรุงการเรยี นการสอน และแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ของผ้เู รยี นตลอดเวลาทีจ่ ัดกจิ กรรม เพือ่ ให้การวดั และ
ประเมนิ ผลเกดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ซงึ่ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรตู้ ามแนวทางของหลกั สตู รแกนกลางการ
ศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้ก�ำหนดจุดมุ่งหมายของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ออกเป็น
๒ประการ ดังนี้
๓.๑.๑ เพอ่ื พฒั นาผเู้ รยี น (Formative Assessment) เปน็ การด�ำเนนิ การประเมนิ
ผ้เู รยี นเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำ� เสมอเพือ่ ใหไ้ ด้ข้อมูลทเ่ี ปน็ ประโยชนม์ าใชใ้ นการปรับปรงุ การเรยี นการสอน และ
แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งต่างๆ ของผเู้ รียนอย่างต่อเนื่อง ทงั้ นีเ้ พราะการประเมนิ เพ่อื พัฒนาผู้เรียนนน้ั มวี ัตถปุ ระสงค์ท่ี
ส�ำคญั คอื การปรบั ปรงุ พฒั นา และแกป้ ญั หาในการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นโดยมงุ่ หวงั ผลในดา้ นการบรรลตุ ามเปา้ หมาย
การเรยี นรู้หรอื มาตรฐานการเรยี นรูท้ ีก่ �ำหนดไว้ ครอบครัวและผูเ้ รียนมีสว่ นร่วมในกระบวนการประเมนิ จึงควร
ด�ำเนินการประเมินอย่างต่อเน่ือง ด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เพ่ือให้ได้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) ไปพัฒนา
ผ้เู รยี น ครอบครวั จงึ ตอ้ งเลือกใช้วธิ กี าร และเคร่ืองมือประเมินที่เหมาะสมกบั บริบทของตนเอง ใชห้ ลักการมีส่วน
รว่ มทงั้ จากผเู้ รยี นเองจากส�ำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาจากแนวทางดงั กลา่ วจะพบไดว้ า่ วธิ กี ารประเมนิ ทเ่ี หมาะสม
กับการจดั การศึกษาโดยครอบครวั จึงได้แกก่ ารประเมินตามสภาพจรงิ (Authentic Assessment) เน้นปฏบิ ตั ิ
จรงิ ท่ีหลากหลาย ผปู้ กครองประเมนิ ในประเดน็ การประเมินเดยี วกัน ซ้ำ� ไดห้ ลายครง้ั และสามารถเก็บผลงาน/
ชน้ิ งานของนกั เรยี นไวใ้ นแฟม้ สะสมงานเพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นสามารถพฒั นางานไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง และเปน็ หลกั ฐานแสดง
ความสามารถของผ้เู รียน
36 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
๓.๑.๒ เพ่ือตัดสินผลการเรียน เป็นการประเมินสรุปผลการเรียนรู้ (Summative
Assessment) ซง่ึ มหี ลายระดับ ไดแ้ ก่ เมอื่ เรยี นจบหนว่ ยการเรยี นรู้ จบรายวิชา เพอื่ ตัดสนิ ใหค้ ะแนน หรอื ให้
ระดับผลการเรียน ให้การรับรองความรู้ความสามารถของผู้เรียนว่าผ่านรายวิชาหรือกุล่มประสบการณ์หรือไม่
ควรไดร้ ับการเลื่อนชั้นหรือไม่ หรอื สามารถจบหลักสตู รหรอื ไม่ ในการประเมินเพ่ือตดั สนิ ผลการเรียนทดี ีตอ้ งให้
โอกาสผู้เรียนแสดงความรู้ความสามารถด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย และพิจารณาตัดสินบนพื้นฐานของเกณฑ์
การปฏบิ ัตมิ ากกว่าใชเ้ ปรยี บเทยี บระหว่างผ้เู รียน
ส�ำหรับการก�ำกับดูแลคุณภาพการศึกษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ก�ำหนดใหม้ กี ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ใน ๔ ระดบั ไดแ้ ก่ การประเมนิ ระดบั ชน้ั เรยี น การประเมนิ
ระดับสถานศึกษา การประเมนิ ระดบั เขตพนื้ ที่การศกึ ษาและการประเมนิ ระดับชาติ ทกุ ระดบั มเี จตนารมณเ์ ช่น
เดยี วกนั คอื ตรวจสอบความกา้ วหนา้ ในการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น เพอ่ื น�ำผลการประเมนิ มาใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ในการพฒั นา
อย่างต่อเนือ่ ง เช่นเดยี วกบั การจดั การศกึ ษาขัน้ พื้นฐานโดยครอบครวั ครอบครัว/ผู้จดั การศึกษา ด�ำเนินการวัด
และประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก�ำหนดตลอดจนจัดท�ำรายงานการวัดและประเมินผล
การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น รวมทงั้ การจดั การเรยี นการสอน และสภาพปญั หาทเ่ี กย่ี วกบั การจดั การศกึ ษาตามทส่ี �ำนกั งาน
เขตพ้ืนท่ีการศึกษาก�ำหนดอย่างน้อยปีละ ๑ คร้ัง โดยการประเมินจากคณะกรรมการการประเมินผลท่ีแต่งต้ัง
ของครอบครัวและส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตกลงร่วมกันท้ังสองฝ่าย จะเป็นการประเมินที่สอดคล้องกับ
เปา้ หมายในการจดั การศกึ ษา ทรี่ ว่ มกนั วางแผนกบั ครอบครวั ซง่ึ อาจจะด�ำเนนิ การไดห้ ลายวธิ ี เชน่ การใหผ้ เู้ รยี น
แสดงการท�ำงาน ทสี่ ะทอ้ นถงึ ศกั ยภาพของผเู้ รยี นตามเปา้ หมายของการจดั การศกึ ษา (เชน่ การปฏบิ ตั กิ ารประกอบ
อาหาร การเลน่ กฬี า การทดลองทางวทิ ยาศาสตร์ การจดั ท�ำชนิ้ งาน การวาดภาพ การท�ำโครงงาน ฯลฯ) ทั้งน้ี
การประเมนิ ดังกลา่ วจงึ เป็นการประเมินในลักษณะของการเป็นกรรมการรว่ มกันระหวา่ งส�ำนักงานเขตพื้นทกี่ าร
ศึกษากับครอบครัว เป็นการประเมินอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้ผลการประเมินตรงตามสภาพ (Concurrent
validity) และศกั ยภาพของผ้เู รยี นอยา่ งแทจ้ รงิ
กรณที ผี่ เู้ รยี นมผี ลการวดั และประเมนิ จากส�ำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาในระดบั ไมผ่ า่ น คณะกรรมการ
การประเมินผลต้องให้ความเห็นในการพัฒนาคุณภาพและน�ำแนวทางการพัฒนาผู้เรียนที่สอดคล้องกับแผน
การศึกษาและวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน ส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาต้องแจ้งให้ครอบครัวทราบและร่วมกัน
หาแนวทางแกไ้ ข โดยใหค้ รอบครวั จดั การเรยี นรเู้ พอื่ ซอ่ มเสรมิ ใหแ้ กผ่ เู้ รยี น และด�ำเนนิ การจดั ใหม้ กี ารประเมนิ ผล
ใหมต่ ามที่ส�ำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาก�ำหนด
๓.๒ เกณฑต์ ัดสนิ ผลการเรยี น
การตัดสินผลการเรียนท�ำให้ครอบครัว ทราบถึงพัฒนาการของผู้เรียนและการจัดการเรียน
การสอนทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ครอบครวั หรอื ผจู้ ดั การศกึ ษาควรใชเ้ กณฑต์ ดั สนิ ผลการเรยี นตามเปา้ หมายของคณุ ภาพ
ผู้เรยี นตามพัฒนาการของผ้เู รยี น หรือในกลุ่มสาระการเรียนรู้ การจดั กลุม่ ประสบการณ์ การอา่ น คดิ วิเคราะห์
และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมท้ังกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามแผนการจัดการศึกษา
ทค่ี รอบครวั และส�ำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษารว่ มกนั ก�ำหนด ควรค�ำนงึ ถงึ การประเมนิ เพอ่ื การพฒั นาผเู้ รยี นเปน็
เป้าหมายส�ำคัญ (Formative Assessment) และประเมินเพ่ือตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน (Summative
Assessment) มีการเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างต่อเน่ืองสม่�ำเสมอและครอบครัวควรจัดเก็บร่องรอย
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 37
เอกสาร หลกั ฐาน ชนิ้ งานของผเู้ รยี นไวเ้ พอื่ ปรบั ปรงุ ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพและเปน็ หลกั ฐาน
การประเมินของส�ำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษา เกณฑ์การตัดสนิ ผลการเรยี นส�ำหรบั การจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
โดยครอบครัว ควรค�ำนงึ ถึงส่งิ ส�ำคญั ดังต่อไปน้ี
๓.๒.๑ เวลาเรยี น
ส�ำหรบั กลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะทเ่ี ปน็ การศกึ ษาในระบบ ผเู้ รยี นควรมเี วลาเรยี นไมน่ อ้ ยกวา่
ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด ส�ำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่การจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานโดยครอบครัว
ซงึ่ ทเี่ ปน็ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ใหอ้ ยใู่ นดลุ พนิ จิ ของส�ำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา และ
ครอบครัว
๓.๒.๒ คุณภาพผเู้ รียน
ระดบั ปฐมวยั : ผเู้ รยี นจะตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ พฒั นาการทกุ ดา้ น ไดแ้ ก่ ดา้ นรา่ งกาย
อารมณจ์ ิตใจ สังคม และด้านสตปิ ญั ญาตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย
ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น/มัธยมศึกษาตอนปลาย : ผู้เรียนจะต้องได้รับ
การประเมินคณุ ภาพตามแผนการจดั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานโดยครอบครัว และสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ช้ีวดั ท่คี รอบครัว/ปรบั ใช้
กรณีท่ีผู้เรียนมีหลักฐานการเรียนรู้ท่ีแสดงว่ามีความสามารถดีเลิศ การวัดและประเมินการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ส�ำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษา อาจให้โอกาส
ผเู้ รยี นเลอ่ื นชนั้ กลางปกี ารศกึ ษา โดยแตง่ ตงั้ คณะกรรมการฝา่ ยวชิ าการ ประเมนิ ผเู้ รยี นและตรวจสอบคณุ สมบตั ิ
ใหค้ รบถว้ นตามเง่อื นไขท้ัง ๓ ประการ ต่อไปน้ี
๑) มีผลการเรียนในปีการศึกษาท่ีผ่านมาและมีผลการเรียนระหว่างปีที่ก�ำลังศึกษาอยู่ในเกณฑ์
ดเี ย่ยี ม
๒) มวี ุฒภิ าวะเหมาะที่จะเรียนในชัน้ ท่ีสงู ขึน้
๓) ผ่านการประเมินผลความรคู้ วามสามารถทุกรายวชิ าของชั้นปีทีเ่ รยี นปัจจบุ นั และความรู้ความ
สามารถทุกรายวิชาในภาคเรียนแรกของช้ันปีท่ีจะเล่ือนข้ันการอนุมัติให้เลื่อนช้ันกลางปีการศึกษาไปเรียนชั้นสูง
ขนึ้ ได้ ๑ ระดบั ชน้ั น้ี ตอ้ งไดร้ บั การยนิ ยอมจากผเู้ รยี นและผ้ปู กครองและตอ้ งด�ำเนนิ การให้เสรจ็ สิ้นกอ่ นภาคเรยี น
ท่ี ๒ ของปีการศึกษาน้นั
๓.๓ การให้ระดบั ผลการเรียน
ระดบั ปฐมวัย : ให้ระดบั ผลการเรียนจากการประเมินพฒั นาท้ัง ๔ ดา้ น ได้แก่ ดา้ นรา่ งกาย
อารมณ-์ จติ ใจ สงั คมและดา้ นสติปัญญาตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั
ระดบั ประถมศกึ ษา/ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ /มธั ยมศึกษาตอนปลาย : สามารถใหร้ ะดับ
ผลการเรยี น หรอื ระดับคณุ ภาพ เปน็ ระบบตวั เลข ระบบตวั อกั ษร ระบบ ร้อยละ หรอื ระบบทีใ่ ช้ค�ำส�ำคัญสะท้อน
มาตรฐานตวั ชวี้ ดั ตามความเหมาะสม หาก ครอบครวั /ผจู้ ดั การศกึ ษาเลอื กใชร้ ะบบการใหร้ ะดบั ผลการเรยี นอยา่ ง
ใดอยา่ งหนึง่ ต้องเลือกใช้ตลอดระดับการศึกษา
ส�ำหรบั ในระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายนน้ั ควรใหร้ ะดบั ผลการเรยี นเปน็ ระบบตวั เลข ๘ ระดบั
เพ่อื ประโยชนแ์ ละความสะดวกส�ำหรับตัวนกั เรยี นเองในการเทียบเคียง เพื่อศึกษาต่อในระดบั ที่สูงขึน้ ดังน้ี
38 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั
ตารางที่ ๑ ระบบการใหร้ ะดับผลการเรยี น
ระบบตัวเลข ระบบตวั อกั ษร ระบบรอ้ ยละ ระบบทีใ่ ช้ค�ำส�ำคัญสะทอ้ นมาตรฐาน
๔ A ๘๐-๑๐๐ ๕ ระดบั ๔ ระดับ ๒ ระดับ
๓.๕ B+ ๗๕-๗๙
๓ B ๗๐-๗๔ ดีเย่ียม ดเี ย่ียม
๒.๕ C+ ๖๕-๖๙
๒ C ๖๐-๖๔ ดี ดี ผา่ น
๑.๕ D+ ๕๕-๕๙
๑ D ๕๐-๕๔ พอใช้
๐ F ๐-๔๙ ผา่ น ผ่าน
ไมผ่ ่าน ไม่ผา่ น ไม่ผา่ น
ตัวอย่างการใหร้ ะดับผลการเรยี น
ระดับปฐมวยั
ครอบครัวเปี่ยมสุขจัดการศึกษาระดับปฐมวัย เลือกใช้ระดับผลการเรียน ๓ ระดับ คือ ดี พอใช้
ปรับปรุง การที่จะใหผ้ ู้เรยี นได้ผลการเรยี นใดนัน้ ใหเ้ ทยี บเคียงกับขอ้ มลู สารสนเทศตามเกณฑ์การประเมิน ดงั นี้
ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ ร้อยละ ๗๕ ขน้ึ ไป ใหไ้ ดร้ ับผลการเรยี น ระดบั ดี
ผ้เู รียนมผี ลการประเมินอยรู่ ะหว่างรอ้ ยละ ๕๐ - ๗๔ ใหไ้ ดร้ บั ผลการเรยี น ระดับพอใช้
ผเู้ รยี นมผี ลการประเมินอยู่ระหว่างรอ้ ยละ ๐ - ๔๙ ใหไ้ ด้รับผลการเรยี น ระดับปรับปรงุ
ระดับประถมศึกษา
ครอบครัวอุ่นรักจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา เลือกใช้ระดับคุณภาพการให้ระดับผลการเรียน
๔ ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน การที่จะให้ผู้เรียนได้รับผลการเรียนใดน้ันให้เทียบเคียงกับระบบ
การให้ระดับผลการเรยี น ตามตารางที่ ๑ เช่น
ผู้เรียนมีผลการประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป ให้ได้รับผลการเรยี น ระดบั ดเี ย่ียม
ผ้เู รียนมผี ลการประเมินอยู่ระหวา่ งร้อยละ ๖๕ - ๗๙ ใหไ้ ด้รบั ผลการเรยี น ระดบั ดี
ผเู้ รยี นมผี ลการประเมินอยู่ระหวา่ งร้อยละ ๕๐ - ๖๔ ใหไ้ ด้รบั ผลการเรียน ระดบั ผา่ น
ผู้เรยี นมผี ลการประเมินต่�ำกว่าร้อยละ ๕๐ ให้ได้รับผลการเรยี น ระดบั ปรับปรงุ
กรณที ค่ี รอบครวั เลอื กใชร้ ะดบั คณุ ภาพอนื่ ๆ สามารถท�ำไดแ้ ตต่ อ้ งใชร้ ะบบการผลการเรยี นเพอ่ื การ
เทียบเคยี งข้อมลู สารสนเทศตามเกณฑ์การประเมินตามตารางท่ี ๑
การเล่อื นชน้ั เมอื่ สน้ิ ปกี ารศกึ ษาผเู้ รยี นจะไดร้ บั การเลอื่ นชน้ั เมอื่ มคี ณุ สมบตั ติ ามเกณฑด์ งั ตอ่ ไปนี้
ระดับปฐมวยั
ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ พัฒนาการผ่านทงั้ ๔ ดา้ น ได้แก่ ด้านรา่ งกาย อารมณจ์ ิตใจ สังคมและ
ดา้ นสตปิ ัญญาตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐
แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั 39
ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น/มัธยมศึกษาตอนปลาย
๑) ผู้เรียนมีผลการประเมินผลการเรียนผ่านทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ / กลุ่มประสบการณ์ตาม
แผนการจัดการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานโดยครอบครวั
๒) ผเู้ รยี นมผี ลการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรม
พฒั นาผู้เรียนผา่ นตามเกณฑ์ทสี่ �ำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษา และผู้จัดการศึกษา/ครอบครวั รว่ มกันก�ำหนด
๓.๔ เกณฑ์การจบการศึกษา
การจัดการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานโดยครอบครวั มีความแตกต่าง ด้านวัตถปุ ระสงค์ รปู แบบ และวิธี
การในการจดั การศกึ ษาท่มี ุง่ สนองจุดเน้นและความต้องการของผู้เรียนรายบุคคล ซึ่งสง่ ผลตอ่ การก�ำหนดเกณฑ์
การจบการศึกษา เกณฑ์ทก่ี �ำหนดในแตล่ ะระดบั การศกึ ษาควรครอบคลมุ สิ่งส�ำคญั ดงั ตอ่ ไปนี้
ระดับปฐมวัย
ผ้เู รียนมีผลการประเมนิ พฒั นาการผา่ นการประเมนิ ทั้ง ๔ ด้าน ไดแ้ ก่ ด้านรา่ งกาย อารมณ์
จติ ใจ สังคมและด้านสติปัญญาตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐
ระดบั ประถมศึกษา
ผู้เรียนต้องบรรลุคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่ครอบครัวปรับใช้ตามเกณฑ์
ท่สี �ำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา และผู้จัดการศกึ ษา/ครอบครัวร่วมกนั ก�ำหนด ดังนี้
๑. ผ้เู รียนมผี ลการประเมินตามสาระการเรยี นรู้ กลุ่มประสบการณ์ ในระดบั ผา่ นขน้ึ ไป
๒. ผ้เู รยี นมีผลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี นในระดบั ผา่ นขึน้ ไป
๓. ผเู้ รยี นมีผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคใ์ นระดบั ผา่ นข้ึนไป
๔. ผูเ้ รยี นเขา้ รว่ มกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นและมผี ลการประเมินในระดบั ผ่าน
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้นและมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นการจบการศึกษาภาคบังคับ และการศึกษาระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย เปน็ การจบการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ผเู้ รยี นตอ้ งบรรลคุ ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตวั ชว้ี ดั ทค่ี รอบครวั ปรบั ใช้ ตามเกณฑท์ ส่ี �ำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาและผจู้ ดั การศกึ ษา/ครอบครวั รว่ มกนั ก�ำหนด
ดงั นี้
๑. ผ้เู รยี นมีผลการประเมินตามสาระการเรียนรู้/กลุ่มประสบการณ์ในระดับผา่ นขึน้ ไป
๒. ผ้เู รียนมีผลการประเมนิ การอา่ น คิด วเิ คราะหแ์ ละเขียนในระดบั ผา่ นขึ้นไป
๓. ผ้เู รยี นมผี ลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นระดับผา่ นข้ึนไป
๔. ผู้เรียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนและมีผลการประเมนิ ในระดับผา่ น
40 แนวทางการดำ�เนินงานการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน โดยครอบครวั