The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดฝึกทักษะฟุตบอล
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
เรื่อง ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนประสาทวิทยาคาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สิทธิกร ไชยมาดี, 2023-06-19 00:49:11

ชุดฝึกทักษะฟุตบอล

ชุดฝึกทักษะฟุตบอล
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
เรื่อง ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนประสาทวิทยาคาร

แบบทดสอบ ชุดที่ 12 เรื่อง การยิงประตูด้วยหลังเท้า (INSTEP SHOOTING) คำ ชี้แจง: ให้นักเรียนเลือกคำ ตอบโดยทำ เครื่องหมาย (x) หน้าข้อที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว 1. ขั้นตอนแรกของเทคนิคการยิงประตูด้วยหลังเท้า (INSTEP SHOOTING) คือข้อใด ก. กำ หนดเป้าป้หมาย ข. ก้มมองลูกบอล ค. วางเท้าหลัก ง. ส่งแรงไปยังเป้าป้หมาย (Follow up) 2. ขั้นตอนสุดท้ายของเทคนิคการยิงประตูด้วยหลังเท้า (INSTEP SHOOTING) คือข้อใด ก. กำ หนดเป้าป้หมาย ข. ก้มมองลูกบอล ค. วางเท้าหลัก ง. ส่งแรงไปยังเป้าป้หมาย (Follow up) 3. จุดประสงค์ของเทคนิคการยิงประตูด้วยหลังเท้า (INSTEP SHOOTING) คือข้อใด ก. ยิงประตู ข. หลบหลีก ค. ครอบครอง ง. ขึ้นยึดพื้นที่อย่างรวดเร็ว 4. ข้อใดคือเทคนิคการยิงประตูด้วยหลังเท้า (INSTEP SHOOTING) ก. กำ หนดเป้าป้หมายแล้วก้มมองลูกบอล ข. วางเท้าหลักขนานกับลูกบอล ปลายเท้าชี้ไปที่เป้าป้หมาย ค. ปล่อยเท้าตามแรงส่งลูกบอลไปยังเป้าป้หมาย (Follow up) ง. ถูกทุกข้อ 5. ข้อใดไม่ใช่เทคนิคการยิงประตูด้วยหลังเท้า (INSTEP SHOOTING) ก. กำ หนดเป้าป้หมายแล้วก้มมองลูกบอล ข. วางเท้าหลักขนานกับลูกบอล ปลายเม้าชี้ไปที่เป้าป้หมาย ค. ปล่อยเท้าตามแรงส่งลูกบอลไปยังเท้าหมาย (Follow up) ง. เกร็งข้อเท้าแน่นขณะข้างเท้าด้านนอกกึ่งหลังเท้าสัมผัสลูกบอล 144


เฉลยคำ ตอบแบบทดสอบ ชุดที่ 12 เรื่อง การยิงประตูด้วยหลังเท้า (INSTEP SHOOTING) ข้อ 1 ก. ข้อ 2 ง. ข้อ 3 ก. ข้อ 4 ง. ข้อ 5 ง. 145


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ 146


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ หมายเหตุ : คะแนนจากการประเมินทั้งสิ้น 20 คะแนน คะแนนเก็บจริง 10 คะแนน 147


แบบประเมินการเรียนรู้จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะปฏิบัติ (ประเมินจากการฝึกปฏิบัติ) คำ ชี้แจง : ให้ผู้ประเมินทำ เครื่องหมาย / ลงในช่องระดับคะแนนที่ตรงกับ ความเป็นจริง กลุ่มที่....................... ลงชื่อ ครูผู้ประเมิน ( ) 148


ชุดที่13 เรื่องการโหม่ง (HEADING THE BALL) 149


เรื่อง การโหม่ง (HEADING THE BALL) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การโหม่ง (HEADING THE BALL) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่องการโหม่ง (HEADING THE BALL) การโหม่ง (HEADING THE BALL) มีเทคนิคปฏิบัติ ดังนี้ เทคนิค (Technique) 1.ตามองลูก กำ หนดเป้าหมายทิศทางและประเมินแรง 2.จัดสมดุลร่างกาย กางแขนออกเพื่อทรงตัว แยกเท้าออก 1 ช่วงไหล่ ส้น เท้าเปิด 3.เก็บคาง เล็งจุดสัมผัสระหว่างกลางหน้าผากกับกึ่งกลางหลังลูกบอล เกร็งยึดคอแน่นขณะลูกบอลสัมผัสกับหน้าผาก 4.ส่งแรงปะทะให้ลูกบอลพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย(Follow up) ภาพประกอบเทคนิค ใบความรู้ที่ 13.1 150


เรื่อง การโหม่ง (HEADING THE BALL) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การโหม่ง (HEADING THE BALL) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 การโหม่ง (HEADING THE BALL) แบบฝึกทักษะที่ 13.1 151


เรื่อง การโหม่ง (HEADING THE BALL) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การโหม่ง (HEADING THE BALL) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 การโหม่ง (HEADING THE BALL) แบบฝึกทักษะที่ 13.2 152


เรื่อง เฮดดิ้งเกม (Heading Game) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การโหม่ง (HEADING THE BALL) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 การโหม่ง (HEADING THE BALL) แบบฝึกทักษะที่ 13.3 153


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (ประเมินจากแบบทดสอบ) 154


แบบทดสอบ ชุดที่ 13 เรื่อง การโหม่ง (HEADING THE BALL) คำ ชี้แจง: ให้นักเรียนเลือกคำ ตอบโดยทำ เครื่องหมาย (x) หน้าข้อที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว 1. ขั้นตอนแรกของเทคนิคการโหม่ง (HEADING THE BALL) คือข้อใด ก. ตามองลูกบอล ข. เกร็งยึดคอแน่น ค. เก็บคางแนบชิดอก ง. ส่งแรงไปยังเป้าป้หมาย (Follow up) 2. ขั้นตอนสุดท้ายของเทคนิคการโหม่ง (HEADING THE BALL) คือข้อใด ก. ตามองลูกบอล ข. เกร็งยึดคอแน่น ค. เก็บคางแนบชิดอก ง. ส่งแรงไปยังเป้าป้หมาย (Follow up) 3. จุดประสงค์ของเทคนิคการโหม่ง (HEADING THE BALL) คือข้อใด ก. ป้อป้งกัน ข. ยิงประตู ค. ส่งผ่าน ง. ถูกทุกข้อ 4. ข้อใดคือเทคนิคการโหม่ง (HEADING THE BALL) ก. ตามองลูกบอล กำ หนดเป้าป้หมาย ข. เก็บคาง เกร็งยึดคอแน่นเมื่อลูกบอลสัมผัสหน้าผาก ค. ส่งแรงปะทะบังคับให้ลูกบอลพุ่งตรงไปสู่เป้าป้หมาย ง. ถูกทุกข้อ 5. ข้อใดไม่ใช่เทคนิคการโหม่ง (HEADING THE BALL) ก. ตามองลูกบอล กำ หนดเป้าป้หมาย ข. เก็บคอ งอเข่า เมื่อลูกบอลสัมผัสหน้าผาก ค. จัดสมดุลร่างกาย แยกเท้า 1 ช่วงไหล่ ส้นเท้าเปิดปิ ง. ส่งแรงปะทะบังคับให้ลูกบอลพุ่งตรงไปสู่เป้าป้หมาย 155


เฉลยคำ ตอบแบบทดสอบ ชุดที่ 13 เรื่อง การโหม่ง (HEADING THE BALL) ข้อ 1 ก. ข้อ 2 ง. ข้อ 3 ง. ข้อ 4 ง. ข้อ 5 ข. 156


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ 157


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ หมายเหตุ : คะแนนจากการประเมินทั้งสิ้น 20 คะแนน คะแนนเก็บจริง 10 คะแนน 158


แบบประเมินการเรียนรู้จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะปฏิบัติ (ประเมินจากการฝึกปฏิบัติ) คำ ชี้แจง : ให้ผู้ประเมินทำ เครื่องหมาย / ลงในช่องระดับคะแนนที่ตรงกับ ความเป็นจริง กลุ่มที่....................... ลงชื่อ ครูผู้ประเมิน ( ) 159


ชุดที่14 เรื่องการสกัดกั้น (TACKLING PLAY) 160


เรื่อง การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 เรื่องการสกัดกั้น (TACKLING PLAY) การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) มีเทคนิคปฏิบัติ ดังนี้ เทคนิค (Technique) 1.ทำ ให้การรุกของคู่แข่งขันช้าลง (Delay) โดยการวิ่งเข้ากดดันคู่แข่งขันที่มี ลูกบอลโดยเร็ว เพื่อไม่ให้คู่แข่งขันมีพื้นที่มีเวลาและรุกคืบกินแดนไปข้างหน้า ได้ ถ้าคู่แข่งขันครอบครองลูกบอลได้ ให้ยืนปิดกั้นเว้นระยะห่าง 2 -3 ก้าว 2.สร้างความสมดุล (Balance) จัดสมดุลของร่างกายด้วยการยืนย่อตัวให้ ต่ำ วางเท้านำ เท้าตาม ส้นเท้าเปิด เพื่อให้การเคลื่อนที่ทำ ได้อย่างว่องไว จัดสมดุลของตำ แหน่งการยืนป้องกัน คู่แข่งขัน ตัวเราและประตูจะต้องเป็น เส้นตรงเดียวกัน (เขา – เรา – ประตู) 3.มีความมั่นใจ มีสมาธิ (Concentrate) พยายามหลอกล่อเพื่อที่จะสร้าง โอกาส สร้างจังหวะทิ่มแทง สกัดกั้น ลูกบอลอย่างแม่นยำ ให้คู่แข่งขันเสีย การครอบครองลูกบอล 4.ควบคุม (Control) ด้วยการประกบตัวคุมคน (Man-Marking) กดดัน ประชิดตัวคู่แข่งขันอย่างเข้มข้นและพยายามเบียด แย่งชิงลูกบอลจากคู่ แข่งขันมาครอบครอง ภาพประกอบเทคนิค ใบความรู้ที่ 14.1 161


เรื่อง การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 14.1 162


เรื่อง การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 14.2 163


เรื่อง เกม 3 ต่อ 3 + 3 ต่อ 3 แทคคลิง (3v3 +3v3 Tackling Game) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 14.3 164


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (ประเมินจากแบบทดสอบ) 165


แบบทดสอบ ชุดที่ 14 เรื่อง การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) คำ ชี้แจง: ให้นักเรียนเลือกคำ ตอบโดยทำ เครื่องหมาย (x) หน้าข้อที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว 1. ขั้นตอนแรกของเทคนิคการสกัดกั้น (TACKLING PLAY) คือข้อใด ก. ทำ ให้การรุกช้าลง (Delay) ข. สร้างความสมดุล (Balance) ค. มีสมาธิ (Concentrate) ง. ควบคุม (Control) 2. ขั้นตอนสุดท้ายของเทคนิคการสกัดกั้น (TACKLING PLAY) คือข้อใด ก. ทำ ให้การรุกช้าลง (Delay) ข. สร้างความสมดุล (Balance) ค. มีสมาธิ (Concentrate) ง. ควบคุม (Control) 3. จุดประสงค์ของเทคนิคการสกัดกั้น (TACKLING PLAY) คือข้อใด ก. รุก ข. รับ ค. ครอบครอง ง. ถูกทุกข้อ 4. ข้อใดคือเทคนิคการสกัดกั้น (TACKLING PLAY) ก. เพื่อให้การรุกทำ ได้อย่างว่องไว ข. เพื่อไม่ให้การรุกมีพื้นที่มีเวลาและทำ ให้การรุกช้าลง ค. เพื่อให้การรุก เสียการครอบครองลูกบอลทันที ง. เพื่อให้การรุกกินแดนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว 5. ข้อใดลำ ดับเทคนิคการสกัดกั้น (TACKLING PLAY) ได้ถูกต้อง ก. Delay, Balance, Concentrate, Control ข. Balance, Concentrate, Control, Delay ค. Concentrate, Control, Delay, Balance ง. Control, Delay, Balance, Concentrate 166


เฉลยคำ ตอบแบบทดสอบ ชุดที่ 14 เรื่อง การสกัดกั้น (TACKLING PLAY) ข้อ 1 ก. ข้อ 2 ง. ข้อ 3 ข. ข้อ 4 ข. ข้อ 5 ก. 167


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ 168


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ หมายเหตุ : คะแนนจากการประเมินทั้งสิ้น 20 คะแนน คะแนนเก็บจริง 10 คะแนน 169


แบบประเมินการเรียนรู้จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะปฏิบัติ (ประเมินจากการฝึกปฏิบัติ) คำ ชี้แจง : ให้ผู้ประเมินทำ เครื่องหมาย / ลงในช่องระดับคะแนนที่ตรงกับ ความเป็นจริง กลุ่มที่....................... ลงชื่อ ครูผู้ประเมิน ( ) 170


ชุดที่15 เรื่องพื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) 171


เรื่อง พื้นฐานการเล่นป้อป้งกัน (BASIC DEFENCE PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 พื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 เรื่องพื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) พื้นฐานการเล่นป้อป้งกัน (BASIC DEFENCE PLAY) หลักการปฏิบัติ ดังนี้ หลักการป้อป้งกัน (Principle of Defense Play) 1.ทำ ให้การรุกช้าลง (Delay) คือ การดึงเกมรุกของคู่แข่งขันให้ช้าลง ด้วย การวิ่งเข้ากดดันคู่แข่งขันที่ครอบครองลูกบอลทันที เพื่อไม่ให้คู่แข่งขันมี พื้นที่มีเวลา และรุกคืบหน้ากินแดนไปข้างหน้าได้และชะลอเกมรุกด้วยการยืน ป้องกันเว้นระยะห่าง 2 – 3 ก้าว 2.สร้างความสมดุล (Balance) คือ การเสริมกำ ลัง เสริมแนวรับ จัดรูป ขบวนการตั้งรับให้แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ผสานกลมกลืนกับขั้นตอน แรก ด้วยการที่ผู้เล่นทุกคนวิ่งย้อนกลับมาจัดรูปขบวนการตั้งรับด้านล่าง ตำ แหน่งที่ฝ่ายรุกครอบครองลูกบอลมีการยืนตำ แหน่งสอดซ้อน คุ้มกัน หนาแน่นและสมดุล 3.มีความมั่นใจ มีสมาธิ (Concentrate) ขั้นตอนนี้สมาธิเป็นสิ่งสำ คัญที่สุด ผู้เล่นฝ่ายรับจะต้องใช้ไหวพริบ ปฏิภาณ ความชาญฉลาดส่วนตัวประเมิน สถานการณ์ อ่านเกมและพยายามสร้างโอกาส สกัดกั้นให้ฝ่ายรุกเสียการ ครอบครองลูกบอล 4.ควบคุม (Control) คือ การที่ฝ่ายรับร่วมมือกันคุมพื้นที่อันตราย (Space-Marking) และคุมคน (Man-Marking) ที่ไม่มีลูกบอลและมี ลูกบอล กดดันประชิดตัวอย่างเข้มข้น (Intensity) เพื่อไม่ให้ฝ่ายรับครอบ ครองลูกบอล ส่งผ่านหรือยิงประตูและพยายามเบียด ชน แย่ง ชิงลูกบอล จากฝ่ายรับมาครอบครอง ใบความรู้ที่ 15.1 172


ภาพประกอบเทคนิค 1.Delay 2.Balance 3.Concentrate 4.Control 173


เรื่อง พื้นฐานการเล่นป้อป้งกัน (BASIC DEFENCE PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 พื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 พื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 15.1 174


เรื่อง พื้นฐานการเล่นป้อป้งกัน (BASIC DEFENCE PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 พื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 พื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 15.2 175


เรื่อง เกมรับ 5 ต่อ 5 + 2 ผู้รักษาประตู (5v5 +3 Goalkeeper Deference Game) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 พื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 พื้นฐานการเล่นป้องกัน (BASIC DEFENCE PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 15.3 176


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (ประเมินจากแบบทดสอบ) 177


แบบทดสอบ ชุดที่ 15 เรื่อง พื้นฐานการเล่นป้อป้งกัน (BASIC DEFENCE PLAY) คำ ชี้แจง: ให้นักเรียนเลือกคำ ตอบโดยทำ เครื่องหมาย (x) หน้าข้อที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว 1. “ทำ ให้เกมรุกของคู่แข่งขันช้าลง” อยู่ในหลักการป้อป้งกันข้อใด ก. Delay ข. Balance ค. Concentrate ง. Control 2. “ต้องมีสมาธิใช้ไหวพริบปฏิภาณ ความชาญฉลาดประเมิน สถานการณ์”อยู่ในหลักการป้อป้งกันข้อใด ก. Delay ข. Balance ค. Concentrate ง. Control 3. “จัดรูปขบวนการตั้งรับและเสริมแนวรับให้แข็งแกร่ง”อยู่ในหลักการ ป้อป้งกันข้อใด ก. Delay ข. Balance ค. Concentrate ง. Control 4. “ร่วมมือกันคุมพื้นที่และคุมคนทั้งมีลูกบอลและไม่มีลูกบอล”อยู่ในหลัก การป้อป้งกันข้อใด ก. Delay ข. Balance ค. Concentrate ง. Control 5. “กดดันประชิดตัวอย่างเข้มขัน และพยายามเบียดแย่งชิงลูกบอลมา ครอบครอง”อยู่ในหลักการป้อป้งกันข้อใด ก. Delay ข. Balance ค. Concentrate ง. Control 178


เฉลยคำ ตอบแบบทดสอบ ชุดที่ 15 เรื่อง พื้นฐานการเล่นป้อป้งกัน (BASIC DEFENCE PLAY) ข้อ 1 ก. ข้อ 2 ค. ข้อ 3 ข. ข้อ 4 ง. ข้อ 5 ง. 179


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ 180


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ หมายเหตุ : คะแนนจากการประเมินทั้งสิ้น 20 คะแนน คะแนนเก็บจริง 10 คะแนน 181


แบบประเมินการเรียนรู้จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะปฏิบัติ (ประเมินจากการฝึกปฏิบัติ) คำ ชี้แจง : ให้ผู้ประเมินทำ เครื่องหมาย / ลงในช่องระดับคะแนนที่ตรงกับ ความเป็นจริง กลุ่มที่....................... ลงชื่อ ครูผู้ประเมิน ( ) 182


ชุดที่16 เรื่องพื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) 183


เรื่อง พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 เรื่องพื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 เรื่องพื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) หลักการปฏิบัติ ดังนี้ หลักการการรุก (Principle of Attack Play) 1.การเล่นบอลทางด้านกว้างของสนาม (Width play) การใช้ความกว้าง ของสนามก็เพื่อที่จะดึงให้ฝ่ายป้องกัน ขยายแนวรับเปิดพื้นที่เป็นช่องว่าง ให้ฝ่ายรุก เลี้ยงลูกบอลหรือส่งผ่านเข้าไปโจมตีได้สะดวกขึ้น 2.การทะลุทะลวงแนวรับของฝ่ายป้องกัน (Penetration) เป็นการต่อ เนื่องจากหลักการขั้นต้นเมื่อแนวรับขยายเปิดช่องว่าง เกิดโอกาสต่อการ โจมตี แบบแผนขั้นต่อไปคือ การส่งลูกบอลแบบทะลุทะลวง (Through pass) หรือเลี้ยงผ่านช่องว่างระหว่างแนวรับของฝ่ายป้องกันเข้าไปหา จังหวะยิงประตู 3.การเคลื่อนที่ (Mobility) การเคลื่อนที่ในเกมรุกต้องรวดเร็วโดยมีจุดมุ่ง หมาย เพื่อให้เกิดที่ว่าง เกิดการสับสน และหลุดหนีจากการประกบตัวของ ฝ่ายป้องกัน การเคลื่อนที่ของฝ่ายรุกที่รวดเร็ว ทั้งที่ผู้เล่นที่มีลูกบอลและผู้ เล่นที่ไม่มีลูกบอล จะสร้างความสับสน สร้างความหละหลวมและสร้าง ปัญหาให้กับผู้เล่นฝ่ายป้องกันอย่างยิ่ง 4.การปรับปรุงเกมรุกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (Improvisation) ขั้นตอนนี้ ผู้เล่นเกมรุกจะต้องใช้ไหวพริบปฏิภาณ ความชาญฉลาดส่วนตัว ประเมิน สถานการณ์อ่านเกมและแก้ไขสถานการณ์ พลิกแพลง ประยุกต์ใช้โจมตี อย่างรวดเร็วฉับพลัน ไม่ให้ฝ่ายรับตั้งตัวหรือคาดการณ์ไม่ถึง ใบความรู้ที่ 16.1 184


ภาพประกอบเทคนิค 1.Width Play 2.Penetration 3.Mobility 4.Improvisation 185


เรื่อง พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 16.1 186


เรื่อง พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 16.2 187


เรื่อง เกมรุก 5 ต่อ 5 + 2 ผู้รักษาประตู (5v5 +2 Goalkeeper Attack Game) วิชาฟุตบอล พ22103 ทักษะฟุตบอลขั้นพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) แบบฝึกทักษะที่ 16.3 188


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (ประเมินจากแบบทดสอบ) 189


แบบทดสอบ ชุดที่ 16 เรื่อง พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) คำ ชี้แจง: ให้นักเรียนเลือกคำ ตอบโดยทำ เครื่องหมาย (x) หน้าข้อที่ถูกที่สุด เพียงข้อเดียว 1. “ขยายแนวรับเปิดปิพื้นที่เป็นป็ช่องว่าง” อยู่ในหลักการเล่นเกมรุกข้อใด ก. width Play ข. Penetration ค. Mobility ง. Improvisation 2. “เคลื่อนที่หนีการประกบ สร้างความสับสนและสร้างพื้นที่” อยู่ในหลัก การเล่นเกมรุกข้อใด ก. width Play ข. Penetration ค. Mobility ง. Improvisation 3. “ใช้ไหวพริบปฏิภาณ อ่านเกมแก้ไขสถานการณ์พลิกแพลงเข้าโจมตี” อยู่ในหลักการเล่นเกมรุกข้อใด ก. width Play ข. Penetration ค. Mobility ง. Improvisation 4. “การเลี้ยงผ่านช่องว่างหรือส่งผ่านทะลุทะลวงแนวรับ” อยู่ในหลักการ เล่นเกมรุกข้อใด ก. width Play ข. Penetration ค. Mobility ง. Improvisation 5. “สร้างความสับสน ความหละหลวมของผู้เล่นฝ่ายป้อป้งกัน” อยู่ในหลัก การเล่นเกมรุกข้อใด ก. width Play ข. Penetration ค. Mobility ง. Improvisation 190


เฉลยคำ ตอบแบบทดสอบ ชุดที่ 16 เรื่อง พื้นฐานการเล่นเกมรุก (BASIC ATTACK PLAY) ข้อ 1 ก. ข้อ 2 ค. ข้อ 3 ง. ข้อ 4 ข. ข้อ 5 ค. 191


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ 192


เกณฑ์การประเมินให้คะแนนการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ด้านทักษะฝึกปฏิบัติ หมายเหตุ : คะแนนจากการประเมินทั้งสิ้น 20 คะแนน คะแนนเก็บจริง 10 คะแนน 193


Click to View FlipBook Version