1
1
คำนำ
เอกสาร “กิจกรรมกำรเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน” เป็นเอกสาร
ที่สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานพัฒนาข้ึนสาหรับครู โดยมีเปา้ หมายเพ่ือพฒั นาครู สนบั สนนุ ครู
ให้สามารถออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
เพื่อนาไปสู่การพัฒนาสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๕ ประการ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) และสร้าง
การเปลย่ี นแปลงการเรยี นรขู้ องผ้เู รียน อันเปน็ พื้นฐานสาหรบั การพัฒนาคุณภาพผู้เรยี นต่อไป
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันได้ออกแบบกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการจัด
การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย ใน ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ต้ังแตช่ ้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถงึ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๖
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอขอบคุณคณะทางานทุกท่าน ประกอบด้วยทรงคุณวุฒิ
ศึกษานิเทศก์ ผ้บู รหิ ารโรงเรยี น และครูผู้สอนทชี่ ่วยให้เอกสารชดุ นี้มีความสมบูรณ์ มคี ณุ ภาพตามหลักวชิ าการ
ถูกต้องและเหมาะสมกับการจัดกิจกรรมในแต่ละระดับชั้น และหวังว่าจะช่วยส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีกระบวนการ
จัดการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้และทักษะไปใช้ในสถานการณ์จริงได้เป็นอย่างดี ซ่ึงจะเป็น
ประโยชนต์ อ่ ครผู ้สู อน ผู้เรยี น และผูเ้ กี่ยวข้อง ในการนาไปพัฒนาคุณภาพผ้เู รียนต่อไป
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
สารบญั 2
เน้ือหา หนา้
คำชีแ้ จง 1
กำรออกแบบกิจจกรรมกำรจัดกำรเรียนรเู้ ชิงรุก (Active Learning)
เพื่อพฒั นำสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น 3
กลุม่ สำระกำรเรยี นรคู้ ณิตศำสตร์ ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ี่ 1 - 6 5
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ไปใหส้ ุดหยุดท่ีความรอ้ น 10
ผังมโนทัศน์กระบวนกำรจดั กิจกรรม 13
กระบวนกำรจดั กิจกรรม 15
สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ 20
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 เมืองใหมใ่ สใ่ จสิ่งแวดล้อม
ผงั มโนทัศน์กระบวนกำรจดั กิจกรรม 34
กระบวนกำรจัดกจิ กรรม 36
สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้ 39
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 กนิ ไฟแค่ไหน ยงั ไงต้องรู้
ผังมโนทศั น์กระบวนกำรจัดกิจกรรม 49
กระบวนกำรจดั กจิ กรรม 51
สื่อและแหลง่ เรยี นรู้ 55
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 เคมีในชวี ิตประจาวัน
ผงั มโนทัศน์กระบวนกำรจัดกิจกรรม 61
กระบวนกำรจัดกจิ กรรม 64
สื่อและแหล่งเรยี นรู้ 69
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 มลภาวะทางเสียงเลี่ยงได้ดว้ ยนวตั กรรม
ผงั มโนทัศน์กระบวนกำรจดั กิจกรรม 94
กระบวนกำรจดั กจิ กรรม 97
สื่อและแหลง่ เรยี นรู้ 101
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6 พอลบิ ลอ็ ค (Polyblock)
ผังมโนทัศน์กระบวนกำรจัดกิจกรรม
กระบวนกำรจัดกจิ กรรม
สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
คณะผูจ้ ดั ทา
1
2
3
4
หัวข้อเรื่อง : ไปใหส้ ดุ หยดุ ท่คี วามร้อน
ผลการวิเคราะห์ภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (Learning Loss)
ผูเ้ รยี นขาดความรบั ผิดชอบ
ผ้เู รยี นขาดองค์ความรู้พน้ื ฐาน.
ผู้เรียนขาดการเช่ือมโยงความรู้สชู่ ีวิตประจาวนั .
ว2.3 ม.1/7. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั
ว 2.3 ม.1/7 รปู แบบการจดั กจิ กรรม
ว 4.1 ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4
กระบวนกำรเรียนรู้ 5 ขั้น (QSCCS).
ขน้ั ท่ี 1 กำรเรยี นรู้ตัง้ คำถำม (Learning to Question)
ขั้นท่ี 2 กำรเรียนรแู้ สวงหำสำรสนเทศ (Learning to Search)
ข้นั ที่ 3 กำรเรียนรู้เพ่อื สรำ้ งควำมรู้ (Learning to Construct)
ขั้นท่ี 4 กำรเรยี นเพื่อกำรสื่อสำร (Learning to Communicate)
ขน้ั ที่ 5 กำรเรยี นรู้เพอ่ื ตอบแทนสังคม (Learning to Service)
เปำ้ หมำยในกำรพัฒนำผเู้ รียน
สำระกำรเรียนรู้
1. หลักกำรถ่ำยโอนควำมร้อน
2. กำรแก้ปัญหำในชีวิตประจำวันโดยใช้หลักกำรถำ่ ยโอนควำมร้อน
3. ควำมรบั ผดิ ชอบและทำงำนร่วมกับผู้อ่ืน
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
2. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต
4. ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร กระบวนการจดั กิจกรรม
5
วเิ คราะห์สถานการณ์ ขัน้ ที่ 1 การเรียนรู้ต้ังคาถาม (Learning to Question)
และเข้าใจวถิ ีชีวติ ใหม่
1. ครูเปิดประเด็นสนทนำเก่ียวกับสถำนกำรณ์โควิด-19 (ชีวิตวิถีใหม่ คนไทยปลอดภัยโควิด 19 :
https://bit.ly/3JBhw98) ผเู้ รยี นแลกเปลีย่ นประสบกำรณ์เก่ียวกับผลกระทบในชีวติ ประจำวนั
2. ผู้เรียนดูภำพภำชนะบรรจุอำหำร และเลำ่ ประสบกำรณ์ในกำรส่ังอำหำร Delivery พรอ้ มให้ผู้เรียน
ตั้งคำถำม เพื่อเช่ือมโยงไปสู่ลักษณะของภำชนะบรรจุอำหำร ที่มีคุณสมบัติในกำรเก็บรักษำควำมร้อนและ
ควำมเยน็ ของอำหำรไว้ไดน้ ำนกวำ่ ปกติ ซึ่งเกยี่ วขอ้ งกับหลักกำรถำ่ ยโอนควำมรอ้ น
ตัวอย่ำงคำถำม
- ทำไมกล่องข้ำวแตล่ ะชนิดถงึ ใส่อำหำรได้แค่ร้อน หรือ เย็น
- เม่อื ใสอ่ ำหำรร้อน หรือเย็นในภำชนะบรรจุอำหำรสำหรับกำรส่ง Delivery ทำไมถึงสำมำรถ
เก็บควำมร้อนไดน้ ำนกว่ำกำรใส่ภำชนะสำหรับนัง่ รบั ประทำนที่ร้ำน
ภำพ ภำชนะบรรจอุ ำหำร
ทีม่ ำ : https://bit.ly/3d1xfCb
3. ครูเตรียมตัวอย่ำงภำชนะบรรจุอำหำร พร้อมใส่อำหำร ให้ผู้เรียนทดลองสัมผัส เช่น โฟม กระดำษ
พลำสติก ฯลฯ ผู้เรียนวิเครำะห์ลักษณะภำชนะบรรจุอำหำรแต่ละประเภท เช่น ควำมร้อนที่ได้สัมผัส รำคำ
ของบรรจุภณั ฑ์ ควำมเหมำะสมสำหรับกำรใส่อำหำรแต่ละชนิด (ใส่ร้อนหรอื ใสเ่ ยน็ ) ระยะเวลำในกำรย่อย ฯลฯ
4. ผู้เรียนอภิปรำยเพิ่มเติมถึงเหตุกำรณ์หรืออุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับหลักกำร
ถำ่ ยโอนควำมรอ้ น โดยครสู ำมำรถยกตัวอยำ่ งเพิ่มเติมโดยใชภ้ ำพเป็นสอ่ื
ภำพ ไอศกรมี ละลำย 6
ภำพ กำรแผร่ งั สจี ำกดวงอำทิตย์มำยงั โลก
ภำพ ถงุ มอื กนั ควำมร้อน ภำพ กระเปำ๋ นำ้ ร้อน
ภำพ เตำปิง้ ย่ำงไฟฟำ้ ภำพ แก้วเกบ็ อุณหภมู ิ
ภำพ ท่มี ำ : https://bit.ly/3d1xfCb
4. ผู้เรียนร่วมแลกเปล่ียนควำมคิดในประเด็น “หำกผู้เรียนจะสร้ำงอุปกรณ์ที่ต้องอำศัยหลักกำร
ถ่ำยโอนควำมรอ้ นเพอื่ นำมำแกป้ ัญหำในชวี ติ ประจำวนั ผเู้ รียนจะสร้ำงอปุ กรณ์ชนดิ ใด เพรำะอะไร”
7
ขน้ั ที่ 2 การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
5. แบง่ ผู้เรียนเปน็ กลมุ่ โดยคละตำมควำมสำมำรถ
6. ใหผ้ ้เู รียนศกึ ษำหลกั กำรถำ่ ยโอนควำมรอ้ นจำกกำรทดลอง กำรถ่ำยโอนควำมร้อน
จำกนน้ั รว่ มกันวเิ ครำะหเ์ ก่ยี วกับคลิปวดิ ีโอดังกล่ำว
ตอนท่ี 1 จำกคลปิ วดิ โี อ https://bit.ly/3ddNgoS
ตอนที่ 2 จำกคลปิ วิดโี อ https://bit.ly/3zHlI2A
7. ผู้เรยี นศกึ ษำคุณสมบตั ิของวสั ดุจำกคลปิ วดิ ีโอ https://bit.ly/3StrGNn และอภิปรำยร่วมกนั
แลกเปลย่ี นข้อมูล หำข้อสรุปเกี่ยวกับคณุ สมบัติของวสั ดุแต่ละชนิด และศึกษำเพมิ่ เติมตำมควำมสนใจใน
คณุ สมบัติของวสั ดุท่ีกลมุ่ ผ้เู รียนตอ้ งกำรนำมำใชใ้ นกำรออกแบบส่งิ ของ
กิจกรรมบูรณาการความรู้ ข้นั ท่ี 3 การเรียนรูเ้ พ่ือสรา้ งความรู้ (Learning to Construct)
8. ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปสำระสำคัญเก่ียวกับกำรพำควำมร้อน กำรนำควำมร้อน
และกำรแผ่รงั สีควำมรอ้ น ของสสำรทีพ่ บในชวี ติ ประจำวนั
9. ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันทำ ใบกิจกรรมท่ี 1 เรอื่ ง กำรถ่ำยโอนควำมร้อน
10. ผู้เรียนระดมสมอง และสำรวจประเด็นปัญหำจำกสมำชิกในกลุ่ม ในหัวข้อ “ปัญหำที่เกี่ยวกับ
ควำมรอ้ นรอบ ๆ ตัว”
11. เลือก 1 ปัญหำ นำมำวิเครำะห์เพ่ือหำสำเหตุ และวิธีกำรแก้ไขปัญหำที่เกิดขึ้น ด้วยกำรต้ังคำถำม
เช่น รูปแบบ 5W1H , รูปแบบ กำรต้ังคำถำมตำมระดับขั้นของ Bloom's Taxonomy เป็นต้น แล้วนำมำสรปุ
ลงในกระดำษ Flip Chart โดยมีครูคอยชี้แนะ และกระตุ้นเปิดประเด็นควำมรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษำข้อมูล
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งเพือ่ นำมำเป็นข้อมูลในกำรออกแบบชน้ิ งำน
12. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลกำรวิเครำะห์องค์ประกอบของปัญหำ พร้อมทั้งเปิดโอกำสให้
เพอ่ื นรว่ มชนั้ ซักถำม และให้ข้อเสนอแนะ โดยมคี รคู อยเสรมิ เพิม่ เตมิ และชี้แนะในสว่ นท่ีขำด
ต่อยอดช้นิ งาน ข้นั ที่ 4 การเรยี นเพือ่ การส่ือสาร (Learning to Communicate)
13. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกแบบอุปกรณ์ที่อำศัยหลักกำรถ่ำยโอนควำมร้อนเพ่ือนำมำแก้ปัญหำ
ในชีวิตประจำวนั โดยออกแบบลงในกระดำษ Flip Chart
14. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มดำเนินกำรสร้ำงชิ้นงำนตำมท่ีได้ออกแบบไว้ ทดสอบผลงำนเพ่ือหำข้อบกพร่อง
และดำเนนิ กำรปรับปรุง โดยอำจจะทดสอบซ้ำเพื่อใหส้ ำมำรถแกป้ ัญหำได้จรงิ
15. ผ้เู รียนแต่ละกลุ่มนำเสนอในหวั ข้อต่อไปน้ี
1. อปุ กรณท์ อ่ี ำศยั หลักกำรถ่ำยโอนควำมร้อนเพื่อนำมำแกป้ ัญหำในชวี ิตประจำวนั
2. ตัวอยำ่ ง และคุณสมบตั ิของวสั ดทุ ี่ใชใ้ นกำรออกแบบอุปกรณ์
3. ขอ้ เสนอแนะ ในกำรพฒั นำให้อุปกรณ์ท่ีออกแบบสำมำรถทำงำนหรือใช้งำนได้จริง
8
4. ควำมเหมำะสมสำหรับกำรใช้งำนต่ำง ๆ เช่น เหมำะสำหรับใส่ของร้อน
และประโยชนต์ ่ำง ๆ ของอุปกรณ์
5. เปิดโอกำสให้เพื่อนร่วมช้ันซักถำม ใหข้ ้อเสนอแนะ โดยมีครูคอยเสริม
เพม่ิ เตมิ และชี้แนะในสว่ นท่ีขำด
ตัวอย่ำงกำรนำเสนอ “ร่มอัจฉริยะ” วัสดุเป็นผ้ำพลีเอสเตอร์ มีควำมยืดหยุ่น สำมำรถป้องกัน
รังสีควำมร้อนได้ดี โครงและก้ำนร่มทำจำกพลำสติกทนควำมร้อน ที่มีคุณสมบัติไม่นำควำมร้อน
น้ำหนักเบำทำใหผ้ ถู้ ือไม่ร้อนเวลำอยู่กลำงแจง้ มีพดั ลมในกำรช่วยระบำยอำกำศ ใชไ้ ดท้ งั้ กนั ควำมร้อน และกันฝน
ขนั้ ท่ี 5 การเรยี นรูเ้ พอื่ ตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
16. ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันปรบั ปรุงผลงำนตำมข้อเสนอแนะ
17. ผูเ้ รยี นแตล่ ะกลุม่ เผยแพรผ่ ลงำนสสู่ ำธำรณชนทำงช่องทำงสอ่ื สังคมออนไลน์ เชน่ Facebook, Instagram ฯลฯ
ขอ้ ควรคานึง
1. ผเู้ รียนศกึ ษำและวิเครำะห์ปญั หำทีเ่ กิดขน้ึ ในชวี ติ ประจำวัน เพื่อนำมำออกแบบชน้ิ งำน
2. ผูเ้ รยี นระมัดระวงั อบุ ัติเหตุทอ่ี ำจจะเกดิ จำกกำรทดลอง
3. ผเู้ รียนศึกษำคุณสมบตั ิของวสั ดุทผี่ ้เู รียนต้งั ใจนำมำใชส้ ร้ำงชิ้นงำนเพ่ิมเติม
4. กำรกำหนดบทบำทของผเู้ รียนในกลุม่ ให้ชัดเจน และบำงกจิ กรรมควรมคี รูดูแลให้ขอ้ เสนอแนะ
อย่ำงใกลช้ ิดหรอื มีช่วงเวลำให้ผเู้ รยี นปรกึ ษำนอกเวลำเรียน
5. เวลำและกิจกรรมต้องสอดคลอ้ งเหมำะสม
.
สื่อและแหล่งเรยี นรู้
1. ภำพภำชนะบรรจุอำหำร
2. ภำพเหตกุ ำรณแ์ ละอุปกรณท์ ่เี กย่ี วข้องกบั หลักกำรถำ่ ยโอนควำมร้อนในชีวิตประจำวัน
3. คลปิ วิดีโอ ชวี ติ วิถใี หม่ คนไทยปลอดภยั โควดิ 19: https://bit.ly/3JBhw98
4. คลิปวดิ โี อ เร่ืองกำรถำ่ ยโอนพลังงำนควำมร้อน ตอนที่ 1 ตำมลิงก์ https://bit.ly/3ddNgoS
5. คลิปวดิ ีโอ เรื่องกำรถ่ำยโอนพลงั งำนควำมร้อน ตอนท่ี 2 ตำมลิงก์ https://bit.ly/3zHlI2A
6. ศกึ ษำคุณสมบัติของวสั ดุจำกคลปิ วิดีโอ ตำมลิงก์ https://bit.ly/3StrGNn
7. ใบกจิ กรรมที่ 1 เรือ่ ง กำรถ่ำยโอนควำมรอ้ น
8. เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 1 เรอ่ื ง กำรถำ่ ยโอนควำมร้อน
9
การวัดและประเมินผล
1. นำเสนอผลกำรวเิ ครำะห์ปัญหำ และออกแบบอุปกรณ์ท่ีใชห้ ลกั กำรถำ่ ยโอนควำมร้อน
2. นำเสนอผลสำเรจ็ ของอปุ กรณท์ ่ีใชห้ ลักกำรถ่ำยโอนควำมรอ้ น
3. สงั เกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนรว่ มกบั ผู้อืน่ จนสำเร็จ
10
ใบกิจกรรมท่ี 1
เร่อื ง การถ่ายโอนความรอ้ น
1. จำกภำพท่กี ำหนดให้ ลำดับที่ 1 2 และ 3 เป็นกำรถำ่ ยโอนควำมร้อนรปู แบบใด
1. กำรพำควำมร้อน คือหมำยเลข.......................
2. กำรแผ่รังสีควำมร้อน คอื หมำยเลข.......................
3. กำรนำควำมรอ้ น คือหมำยเลข.......................
ท่ีมำ : https://bit.ly/3SCjOJw
2. ให้ทำเคร่ืองหมำย หนำ้ ข้อควำมทคี่ ิดวำ่ ถูกและทำเครื่องหมำย X ลงหน้ำข้อควำมท่ีคิดว่ำผดิ
...................1. กำรแผร่ ังสีควำมรอ้ น จำเป็นต้องอำศยั ตัวกลำงในกำรพำควำมร้อนให้เคลอ่ื นที่
...................2. กำรพำควำมร้อน อำศยั ตวั กลำงที่มีสถำนะเป็นของเหลวและแกส๊
...................3. พลงั งำนควำมรอ้ นจะหยดุ ถ่ำยโอนเมื่อวตั ถุมีอุณหภูมเิ ท่ำกัน
...................4. กำรเกิดลมบกลมทะเล สำมำรถอธบิ ำยไดด้ ้วยกำรแผ่รงั สีควำมรอ้ น
...................5. กำรนำควำมร้อนอนภุ ำคไม่ได้เคลื่อนที่ไปดว้ ย
...................6. ทองแดง เงิน โลหะนำควำมร้อนได้ดีกว่ำอำกำศ
...................7. กำรนำควำมร้อน เป็นกำรถ่ำยโอนควำมร้อนทไ่ี ม่จำเปน็ ต้องอำศัยตัวกลำง
...................8. วัตถุจะถ่ำยโอนควำมรอ้ นจำกอุณหภมู ติ ่ำไปยงั อุณหภมู สิ ูง
...................9. วัสดทุ ่ถี ่ำยโอนควำมรอ้ นไดด้ ี เรยี กว่ำ ตัวนำควำมรอ้ น
...................10. เมอื่ ใช้คีมคบี ถ่ำนแล้วมือร้อน เนือ่ งจำกกำรพำควำมร้อนจำกคมี สู่มือ
อ้ำงองิ จำก : https://bit.ly/3SAdWjG
11
เฉลยใบกจิ กรรมที่ 1
เร่อื ง การถ่ายโอนความรอ้ น
1. จำกภำพทก่ี ำหนดให้ ลำดับที่ 1 2 และ 3 เป็นกำรถำ่ ยโอนควำมร้อนรูปแบบใด
1. กำรพำควำมร้อน คอื หมำยเลข...........2............
2. กำรแผ่รังสคี วำมรอ้ น คอื หมำยเลข...........3............
3. กำรนำควำมร้อน คือหมำยเลข...........1............
ท่ีมำ : https://bit.ly/3SCjOJw
2. ให้ทำเครือ่ งหมำย หนำ้ ข้อควำมทีค่ ดิ วำ่ ถกู และทำเครื่องหมำย X ลงหนำ้ ข้อควำมที่คิดว่ำผดิ
............X..........1. กำรแผ่รังสคี วำมร้อน จำเป็นต้องอำศัยตัวกลำงในกำรพำควำมร้อนให้เคลอ่ื นที่
.......... .........2. กำรพำควำมรอ้ น อำศัยตัวกลำงท่ีมสี ถำนะเป็นของเหลวและแก๊ส
.......... .........3. พลงั งำนควำมร้อนจะหยุดถ่ำยโอนเม่ือวัตถมุ อี ุณหภมู เิ ทำ่ กนั
............X..........4. กำรเกดิ ลมบกลมทะเล สำมำรถอธิบำยไดด้ ว้ ยกำรแผ่รงั สีควำมร้อน
.......... .........5. กำรนำควำมร้อนอนภุ ำคไม่ได้เคล่อื นที่ไปด้วย
.......... .........6. ทองแดง เงิน โลหะนำควำมร้อนได้ดีกว่ำอำกำศ
............X..........7. กำรนำควำมรอ้ น เปน็ กำรถ่ำยโอนควำมรอ้ นท่ไี มจ่ ำเปน็ ต้องอำศัยตัวกลำง
............X..........8. วตั ถุจะถำ่ ยโอนควำมรอ้ นจำกอุณหภมู ติ ่ำไปยังอณุ หภูมิสงู
.......... .........9. วสั ดทุ ีถ่ ่ำยโอนควำมร้อนได้ดี เรยี กวำ่ ตวั นำควำมรอ้ น
............X..........10. เมอ่ื ใชค้ ีมคบี ถำ่ นแล้วมือรอ้ น เนื่องจำกกำรพำควำมร้อนจำกคีมสูม่ ือ
อ้ำงอิงจำก : https://bit.ly/3SAdWjG
12
13
14
หวั ช่อื เรื่อง : เมอื งใหมใ่ สใ่ จสิง่ แวดลอ้ ม
ผลการวิเคราะห์ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss)
1. ขำดควำมรู้พน้ื ฐำนท่เี พยี งพอในกำรนำไปประยุกตใ์ ชก้ บั ชวี ิตประจำวัน
2. ขำดทกั ษะกำรคิดแก้ปญั หำและควำมคิดสรำ้ งสรรค์ และกำรเชือ่ มโยงควำมรู้ไปใช้งำนอยำ่ งมีควำมหมำย
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ว 3.2 ม.2/3
ว 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
รูปแบบการจดั กิจกรรม
รปู แบบการใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem Based Learning)
ขน้ั ที่ 1 กำหนดปัญหำ
ขนั้ ที่ 2 ทำควำมเข้ำใจปญั หำ
ขน้ั ที่ 3 ดำเนนิ กำรศกึ ษำคน้ ควำ้
ข้ันที่ 4 สงั เครำะห์ควำมรู้
ข้นั ท่ี 5 สรุปและประเมนิ คำ่ คำตอบ
เป้ำหมำยในกำรพฒั นำผ้เู รียน
สำระกำรเรียนรู้
1. ควำมร้เู ร่อื งพลงั งำน
2. ทกั ษะกำรใช้เทคโนโลยีในกำรสอ่ื สำรข้อมลู
3. ควำมรับผิดชอบและทำงำนร่วมกับผู้อนื่
.
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
2. ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร
3. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
15
กระบวนการจดั กิจกรรม
มีควำมเขำ้ ใจเกยี่ วกบั พลงั งำน ขั้นที่ 1 กาหนดปัญหา
1. สนทนำกับผู้เรียนเกี่ยวกับพลังงำนประเภทต่ำง ๆ ในประเทศ ท่ีนำมำใช้ประโยชน์ในด้ำนต่ำง ๆ มี
พลงั งำนประเภทใดบำ้ ง
แนวกำรตอบ มีพลังงำนสิ้นเปลือง ทีใ่ ช้แล้วหมดไป เช่น ถำ่ นหนิ แกส๊ ธรรมชำติ น้ำมัน
นวิ เคลยี ร์ แรย่ เู รเนียม เปน็ ต้น และพลังงำนหมนุ เวยี น เช่น พลังงำนน้ำ พลังงำนคลน่ื
พลงั งำนลม เปน็ ต้น
2. ผเู้ รียนดูคลิปวีดโี อ Animation EP.1 ชวนฟังเรอื่ งพลังงำน https://bit.ly/3Q64y5Z
3. ถำมผู้เรียนดว้ ยคำถำมต่อไปนี้
- พลังงำน คืออะไรบ้ำง
แนวกำรตอบ คอื แรงทไี่ ด้มำจำกธรรมชำติ พลังงำนนำ้ ลม ถำ่ นหิน นำ้ มัน และแก๊สธรรมชำติ
นอกจำกนั้นยังมีพลังงำนควำมร้อนใตพ้ ิภพ แร่ยูเรเนียม พลังงำนควำมร้อนจำกกำรเผำไมฟ้ ืน
แกลบ ชำนออ้ ย
- พลงั งำนเชอ้ื เพลิงท่ใี ชไ้ ปแล้วส่งผลกระทบใดต่อสง่ิ มีชวี ติ และส่งิ แวดลอ้ มอยำ่ งไรบำ้ ง
แนวกำรตอบ สง่ ผลให้เกิดมลพษิ เช่น ฝุ่นละออง (PM2.5) เขมำ่ ควนั
แก๊สคำรบ์ อนมอนอกไซด์ (CO) ที่เปน็ พิษต่อคน , ทำใหเ้ กิดฝนกรดในพ้ืนท่ี
โรงงำนอตุ สำหกรรม สง่ ผลตอ่ กำรเจริญเตบิ โตของพืช
- ถ้ำพลังงำนเช้ือเพลิงท่ีใช้อยหู่ มดไป ผ้เู รยี นคดิ วำ่ จะดำเนนิ ชวี ติ ประจำวนั ตอ่ ไปอย่ำงไร
แนวกำรตอบ สำมำรถดำเนินชีวิตต่อไปได้ โดยใช้พลังงำนหมุนเวียนเข้ำมำทดแทน เช่น
กำรผลติ ไฟฟ้ำจำกพลงั งำนน้ำ แสงแดด หรอื ลม , สำมำรถดำเนนิ ชวี ิตตอ่ ไปได้ โดยเลยี นแบบ
กำรอยูอ่ ำศัยของมนุษยใ์ นอดีต
4. ผเู้ รยี นตัง้ คำถำมจำกประเด็นปญั หำ เก่ียวกบั กำรใช้พลงั งำนท่ีพบในชวี ติ ประจำวนั และตอบคำถำม
ตัวอยำ่ งคำถำม
- ถ้ำไม่มโี รงงำนอุตสำหกรรม มลภำวะในอำกำสจะลดลงจริงหรอื ไม่
- นอกจำกมนษุ ย์ ยังมสี ิ่งใดบ้ำงที่ทำใหเ้ กดิ มลพษิ ในธรรมชำติ
- พลังงำนตน้ กำเนดิ อยำ่ งพลังงำนน้ำ ลม แสงแดด จะมีวนั หมดหรือไม่อยำ่ งไร
5. กำหนดสถำนกำรณ์จำลอง “เมืองแห่งหน่ึง พลังงำนเช้ือเพลิงถูกนำมำใช้อย่ำงสิ้นเปลือง และพลังงำน
เหล่ำน้ีกำลังจะหมดไป ได้แก่ น้ำมันดิบ ถ่ำนหิน แก๊สธรรมชำติ ประชำชนไม่ตระหนักถึงมลพิษทำงสิ่งแวดล้อม
เชน่ กำรไม่แยกขยะก่อนทิง้ กำรตดั ไมท้ ำลำยปำ่ กำรใชพ้ ลงั งำนฟอสซลิ ในโรงงำนอุตสำหกรรม เปน็ ต้น”
16
6. ซักถำมผเู้ รียนด้วยคำถำมตอ่ ไปนี้
- (Reflect) จำกสถำนกำรณ์ พลงั งำนเชือ้ เพลิงทเี่ คยนำมำใชก้ ำลงั หมดลง
ผ้เู รียนมีควำมรู้สึกอยำ่ งไร
แนวกำรตอบ วกิ ฤตสิ่งแวดลอ้ มรุนแรง พลังงำนถูกใชอ้ อย่ำงสิน้ เปลอื งและกำลงั หมดไป
ควำมเศร้ำ ควำมสูญเสยี ไม่อยำกอยู่กบั ปัญหำท่เี กิดขนึ้
- (Connect) จำกสถำนกำรณ์ ผู้เรียนคดิ ว่ำเหตใุ ดจงึ เกดิ ปัญหำเหล่ำนี้
แนวกำรตอบ กำรทพ่ี ลงั งำนเชื้อเพลงิ ถกู นำมำใชอ้ ยำ่ งสน้ิ เปลอื ง และมกี ำรใช้เปน็ จำนวนมำกข้นึ
- (Apply) จำกสถำนกำรณ์ นักเรียจะศึกษำหำควำมรู้เรื่องพลังงำนทดแทน แล้วนำมำใช้วำงแผน
ออกแบบเมืองใหม่ที่ใช้พลังงำนสะอำด ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพ่ือให้ผู้คนท่ีอำศัยอยู่มีควำมปลอดภัย
และมสี ง่ิ แวดล้อมทดี่ อี ย่ำงไรบ้ำง
แนวกำรตอบ เลอื กใชพ้ ลงั งำนทดแทนอนื่ มำใชแ้ ทนพลังงำนเช้ือเพลิงท่ีกำลงั หมดสิ้นไป เช่น
พลังงำนนำ้ พลงั งำนแสงอำทิตย์ พลังงำนลม พลังงำนควำมร้อนใต้พิภพ พลงั งำนชวี มวลและ
พลังงำนนวิ เคลยี ร์
วิเคราะหส์ ถานการณ์และวางแผนแกป้ ัญหา ขนั้ ที่ 2 ทาความเข้าใจปญั หา
7. วิเครำะห์องค์ประกอบของสถำนกำรณ์จำลอง จำกสถำนกำรณ์ปัญหำท่ีเกิดขึ้น ผู้เรียนได้รับภำรกิจ
ใหอ้ อกแบบเมืองใหม่ ทีใ่ ชพ้ ลงั งำนสะอำดท่มี ีให้เลือกใช้อยำ่ งจำกดั โดยกำหนดพ้ืนทอี่ ยอู่ ำศยั จำนวนผ้คู น สัตว์ และ
สภำพแวดล้อมให้เหมำะสม ในพ้ืนที่ 4 ตำรำงกิโลเมตร หรือประมำณ 2,500 ไร่ โดยมีผู้คนอำศัยอยู่
เฉลี่ยไม่เกิน 100 คน ต่อ 1 ตำรำงกโิ ลเมตร
ออกแบบและสรา้ งผังเมืองจาลอง ขนั้ ที่ 3 ดาเนนิ การศกึ ษาค้นควา้
8. แบง่ กลมุ่ ละ 6 คน โดยคละตำมควำมสำมำรถ ทำใบกิจกรรมที่ 1 เรอ่ื ง เมอื งใหมใ่ นฝัน ในกระดำษบรู๊ฟ
9. แต่ละกลุม่ มอบหมำยหน้ำทใี่ ห้สมำชิกแตล่ ะคนศึกษำควำมรใู้ นแต่ละหวั ขอ้
1. พลังงำนทดแทน 4. พลังงำนชีวภำพ
2. พลงั งำนลม 5. พลังงำนนิวเคลยี ร์
3. พลงั งำนชวี มวล 6. พลงั งำนนำ้
17
10. ผู้เรียนท่ีได้รับมอบหมำยในหัวข้อเดียวกันของทุกกลุ่ม รวมกลุ่มกันเพ่ือให้สืบค้นควำมรู้เรื่อง
พลังงำนสะอำด จำกแหล่งควำมรู้ต่ำงๆ และ ในคลิปวีดิโอ EP2 ถึง EP7 ท่ีเตรียมให้ หรือสำมำรถศึกษำ
ในคลิปวิดีโอ ตำมลิงก์ต่อไปนี้ หลังจำกนั้นนำควำมรู้เกี่ยวกับพลังงำนทดแทน ข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่ำงกัน
มำอภิปรำยและสรุปรว่ มกนั ในกลุ่ม
Animation EP.2 แหลง่ พลงั งำนทดแทน https://bit.ly/3JAaoKk
Animation EP.3 พลงั งำนลม https://bit.ly/3p1DGYP
Animation EP.4 พลังงำนชวี มวล https://bit.ly/3Qo0Rbq
Animation EP.5 พลังงำนชวี ภำพ https://bit.ly/3BPerk3
Animation EP.6 พลังงำนนิวเคลียร์ https://bit.ly/3dflQyT
Animation EP.7 พลงั งำนนำ้ https://bit.ly/3d9rMtc
EP.2 EP.3 EP.4 EP.5 EP.6 EP.7
ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร ข้นั ที่ 4 สังเคราะหค์ วามรู้
11. ทำกิจกรรมท่ี 2 เมืองใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยวำงแผน ออกแบบ เมืองใหม่ที่ใช้พลังงำนสะอำด
ใสใ่ จสิง่ แวดลอ้ ม เพอื่ ใหผ้ ู้คนที่อำศยั อยู่มีควำมสุขและปลอดภยั
12. ออกแบบผังเมืองจำลองโดยใช้ ใบกิจกรรมท่ี 1 เมืองในฝัน สถำนกำรณ์จำลอง “เมืองแห่งหน่ึง
พลังงำนเช้ือเพลิงถูกนำมำใช้อย่ำงส้ินเปลือง และพลังงำนเหล่ำน้ีกำลังจะหมดไป ได้แก่ น้ำมันดิบ ถ่ำนหิน
แก๊สธรรมชำติ ประชำชนไม่ตระหนักถึงมลพิษทำงสิ่งแวดล้อม เช่น กำรไม่แยกขยะก่อนทิ้ง กำรตัดไม้ทำลำยป่ำ
กำรใช้พลงั งำนฟอสซิลในโรงงำนอุตสำหกรรม เป็นต้น” โดยใชม้ ำตรำส่วนทำงคณิตศำสตร์ ตำมเงื่อนไขท่ีกำหนด
เทียบสัดส่วนในกำรกำหนดพ้ืนที่อยู่อำศัย จำนวนผู้คน สัตว์ และสภำพแวดล้อมให้เหมำะสม ในพื้นท่ี
4 ตำรำงกโิ ลเมตร หรือประมำณ 2,500 ไร่ โดยมผี ู้คนอำศยั อยู่ เฉลยี่ ไม่เกนิ 100 คน ตอ่ 1 ตำรำงกิโลเมตร
13. นำภำพร่ำงท่ีออกแบบไว้สร้ำงผลงำนโดยใช้ https://icograms.com พร้อมใส่คำอธิบำย
ส่วนต่ำง ๆ ของเมือง และให้ผูเ้ รียนกำหนดทีอ่ ยูอ่ ำศยั และจำนวนของผอู้ ำศยั ตัวอย่ำงเชน่
ผ้อู ำศยั 5 คน ผู้อำศยั 10 คน ผ้อู ำศัย 15 คน
18
14. นำเสนอผลกำรออกแบบแผนผังจำลองเมืองใหม่ที่ใช้พลังงำนสะอำดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมท้ังเปิดโอกำส
ให้เพอื่ นร่วมช้ันซักถำม และให้ข้อเสนอแนะ
15. ปรับปรุงผลงำนกำรออกแบบแผนผังจำลองเมืองใหม่ใช้พลังงำนสะอำดท่ีใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ตำมข้อเสนอแนะ
ช้ีชอ่ งทางประหยดั พลังงาน ข้ันที่ 5 สรุปและประเมินคา่ คาตอบ
16. แต่ละกลุ่มเปรียบเทียบกำรออกแบบแผนผังจำลองเมืองใหม่ ร่วมกันอภิปรำยควำมเป็นไปได้จริง
ในกำรสรำ้ งเมืองตำมแผนผงั และประเมินผลกระทบของกำรออกแบบเมืองท่ีมีต่อกำรดำรงชวี ติ
17. ผเู้ รียนนำเสนอกำรประหยัดพลังงำน หรอื ลดกำรใชพ้ ลังำน ทีส่ ำมำรถทำได้ด้วยตนเอง
18. ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ เผยแพรผ่ ลงำน ส่สู ำธำรณะทำงช่องทำงตำ่ งๆ เชน่ Facebook, YouTube ฯลฯ
ตวั อย่ำงกำรออกแบบแผนผังจำลองเมืองใหม่
ออกแบบจำก https://icograms.com/ (Template : City Waste Management)
19
ส่ือและแหล่งเรียนรู้
1. ใบควำมรู้ และคลปิ วีดิโอ EP1 ถึง EP7 เก่ยี วกับพลังงำนทดแทน
2. ส่อื เกีย่ วกบั พลงั งำนในอินเทอร์เน็ต แหล่งเรยี นรู้อ่นื เชน่ เวบ็ ไซตต์ ่ำง ๆ
3. ใบกิจกรรมท่ี 1 เรื่อง เมืองในฝัน
4. ใบกจิ กรรมท่ี 2 เรื่อง เมืองใหม่ใสใ่ จสง่ิ แวดล้อม
5. https://icograms.com
การวัดและประเมินผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมของผู้เรยี นรำยบุคคล
2. แบบประเมินทกั ษะกำรคิดแก้ปัญหำ และทักษะกำรใชเ้ ทคโนโลยี
3. แบบประเมินผลงำนและกำรทำงำนรว่ มกบั ผอู้ นื่ จนสำเรจ็
ขอ้ ควรคานึง
1. กำรดำเนินกิจกรรม สำหรับผู้เรียนกลุ่มเน้นวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ให้ครูทำหน้ำที่เป็นโค้ช
และสำหรับผู้เรียนกลุ่มไม่เน้นวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ครูทำหน้ำที่อำนวยควำมสะดวก แนะนำกำรใช้งำน
https://icograms.com/ เพ่ิมเติม
2. กรอบแนวคิดของผูเ้ รยี นที่นำเสนอต้องมีควำมเป็นไปได้
3. ศกึ ษำและวเิ ครำะหป์ ญั หำที่เกดิ ข้ึนในชวี ติ ประจำวนั เพ่ือนำมำออกแบบช้ินงำน
4. ศึกษำกำรใช้พลังสะอำด และพลังงำนทดแทนเพิ่มเติม เช่น ติดต้ังแผงโซลำ่ เซลล์บนหลังคำทีพ่ กั
รถยนตพ์ ลงั งำนไฟฟำ้ เป็นต้น
20
ใบความรู้
เรอ่ื ง พลงั งานสะอาด
Animation EP.1 ชวนฟงั เรือ่ งพลงั งำน https://bit.ly/3Q64y5Z
Animation EP.2 แหลง่ พลงั งำนทดแทน https://bit.ly/3JAaoKk
Animation EP.3 พลังงำนลม https://bit.ly/3p1DGYP
Animation EP.4 พลังงำนชวี มวล https://bit.ly/3Qo0Rbq
Animation EP.5 พลงั งำนชีวภำพ https://bit.ly/3BPerk3
Animation EP.6 พลังงำนนิวเคลยี ร์ https://bit.ly/3dflQyT
Animation EP.7 พลงั งำนนำ้ https://bit.ly/3d9rMtc
EP.2 EP.3 EP.4 EP.5 EP.6 EP.7
21
Animation EP.1 ชวนฟังเรอ่ื งพลังงาน
ลงิ กค์ ลปิ วิดีโอ https://bit.ly/3Q64y5Z
พลังงานคืออะไร?
พลงั งานต้นกาเนิด (Primary Energy) คอื แรงทไ่ี ดม้ ำจำกธรรมชำติ พลงั งำนน้ำ ลม ถำ่ นหนิ น้ำมนั
และแกส๊ ธรรมชำติ นอกจำกนน้ั ยังมพี ลังงำนควำมรอ้ นใตพ้ ภิ พ แรย่ ูเรเนยี ม พลังงำนควำมรอ้ นจำกกำรเผำไมฟ้ ืน
แกลบ ชำนอ้อย
พลังงานแปรรูป (Secondary Energy)
คื อ พ ลั ง ง ำ น ท่ี ไ ด้ จ ำ ก ก ำ ร แ ป ร รู ป
จำกพลังงำนต้นกำเนิด ได้แก่ พลังงำน
ไฟฟ้ำ ผลติ ภัณฑ์ปโิ ตรเลยี ม ถำ่ นโคก้
และแก๊สหงุ ตม้
22
พลงั งานหมุนเวียน คือแหลง่ พลงั งำนทดแทนที่หมุนเวียนกลบั มำใชไ้ ด้อีก ได้แก่ แสงอำทิตย์ ลม
ชวี มวล และนำ้ เปน็ ต้น
พลงั งานส้นิ เปลอื ง พวกเชอื้ เพลิงฟอสซลิ หรือน้ำมนั ดิบ ถ่ำนหนิ และแก๊สธรรมชำติ เกดิ จำกกำรทับถม
ของซำกพืชซำกสัตว์เป็นเวลำนับล้ำนปีมำแล้ว ผลกระทบท่ีเกิดจำกกำรใช้พลังงำนส้ินเปลืองเหล่ำน้ี
ทำให้เกิดมลพิษต่อส่ิงแวดล้อมด้วย เช่น ฝุ่นละออง (PM2.5) เขม่ำควัน แก๊สคำร์บอนมอนอกไซด์ (CO)
แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) แกส๊ คำรบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เปน็ ตน้
ทมี่ ำ: กองศึกษำและพัฒนำโรงไฟฟ้ำฐำน สำนกั งำนปลดั กระทรวงพลงั งำน
23
Animation EP.2 แหล่งพลงั งานทดแทน
ลงิ กค์ ลิปวดิ ีโอ https://bit.ly/3JAaoKk
พลังงำนทดแทน คอื พลงั งำนที่ใชแ้ ทน
พลังงำนเชอ้ื เพลงิ ซง่ึ ใช้กันอยู่ทว่ั ไป
พลังงานแสงอาทิตย์นามาใช้ประโยชน์
มี 2 รูปแบบ
1. รปู แบบพลงั งำนควำมรอ้ น
(Solar Thermal)
2. กำรเปลีย่ นพลังงำนแสงอำทติ ยเ์ ป็น
พลงั งำนไฟฟำ้ (Photovoltaic)
ระบบเซลลแ์ สงอาทติ ยท์ ่ีนามาใช้
ประโยชน์ มี 2 รปู แบบ
1. ระบบเซลลแ์ สงอำทิตยแ์ บบอิสระ
(Stand alone system)
2. ระบบเซลล์แสงอำทติ ยแ์ บบเชือ่ มตอ่
กับสำยสง่ (Grid connected system)
24
Animation EP.3 พลังงานลม
ลงิ กค์ ลิปวดิ ีโอ https://bit.ly/3p1DGYP
พลังงานลม คือพลังงำนสะอำดท่ี
นำมำใช้ผลิตกระแสไฟฟ้ำได้กังหันลม
ขนำดใหญ่ สำมำรถผลิตไฟฟ้ำได้
4-5 เมกะวตั ตต์ อ่ ตวั
การเกิดลม เกิดจำกควำมกดอำกำศต่ำ
(ร้อน อบอ้ำว) มวลอำกำศจะลอยสูงขนึ้
ทำให้ควำมกดอำกำศสูง
(เย็นกวำ่ ) เคลือ่ นตัวเข้ำมำแทนที่
กำรเคลื่อนที่ของมวลอำกำศนี้ทำให้เกิด
เ ป็ น พ ลั ง ง ำ น จ ล น์ ที่ ส ำ ม ำ ร ถ น ำ ม ำ
ประยุกตใ์ ชป้ ระโยชน์ได้
ลมบก-ลมทะเล เกิดขึน้ เม่ือใด?
ลมบก จะเกิดในเวลำกลำงคืน โดยพัด
จำกฝ่ังออกสูท่ ะเล
ลมทะเล จะเกิดในเวลำกลำงวนั
โดยพัดจำกทะเลเขำ้ หำฝง่ั
ลมภูเขา-ลมหุบเขา เกดิ ข้ึนเม่อื ใด?
ลมภูเขา จะเกดิ ในเวลำกลำงคนื
โดยพัดจำกสนั เขำลงมำสหู่ บุ เขำ
เบ้อื งลำ่ ง
ลมหุบเขา จะเกิดในเวลำกลำงวนั
โดยพัดจำกหุบเขำขึ้นไปสสู่ นั เขำ
หรอื ยอดเขำ
25
หลกั การทางานของกังหนั ลม
เมอ่ื มลี มพัดผ่ำนใบกงั หนั พลงั งำนจลนท์ ี่เกิดจำกลมจะทำให้ใบพดั ของกังหนั
เกิดกำรหมนุ และได้เปน็ พลงั งำนกลออกมำ พลังงำนกลจำกแกนหมุนของกงั หนั ลม
จะถกู เปล่ียนรูปไปเปน็ พลังงำนไฟฟำ้ โดยเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟ้ำทีเ่ ชื่อมต่ออยู่กับ
แกนหมนุ ของกังหันลม จำ่ ยกระแสไฟฟ้ำผ่ำนระบบควบคุมไฟฟ้ำ
ทมี่ ำ: กองศกึ ษำและพฒั นำโรงไฟฟ้ำฐำน สำนักงำนปลดั กระทรวงพลงั งำน
26
Animation EP.4 พลงั งานชวี มวล
ลงิ ก์คลิปวดิ โี อ https://bit.ly/3Qo0Rbq
พ ลั ง ง า น ชี ว ม ว ล (Biomass) คื อ
] สำรอินทรีย์สำรอินทรีย์ทุกรูปแบบที่เป็น
แหล่งกักเก็บพลังงำนจำกธรรมชำติ
ของเสียทำงกำรเกษตร เช่น ฟำงข้ำว
แกลบ กำกอ้อย ในชีวมวลจะประกอบ
ไ ป ด้ ว ย ธ ำ ตุ ค ำ ร์ บ อ น ไ ฮ โ ด ร เ จ น
ออกซิเจน กำมะถัน และ ไนโตรเจน
สำมำรถนำไปแปรรปู เปน็ พลังงำนได้
พลังงานจากชวี มวล
(Biomass Energy Technology)
ได้แก่ กำรเผำไหม้โดยตรง (Direct
Combustion) กำรผลิตแก๊สชีวมวล
(Gasification) แก๊ส ชีว ภ ำพ (Biogas)
ก ำ ร ผ ลิ ต เ ช้ื อ เ พ ลิ ง ชี ว ภ ำ พ ไ ด้ แ ก่
เ อ ธ ำ น อ ล (Ethanol) ไ บ โ อ ดี เ ซ ล
(Biodiesel)
แหลง่ พลงั งานชีวมวล
1. พลงั งำนท่เี ป็นพชื แบง่ เปน็ 2 ลกั ษณะ
คือ มีลักษณะเป็นไม้ และมีลักษณะเป็น
พชื ผลทำงกำรเกษตร
2. พลังงำนที่เป็นของเหลือใช้ ได้แก่
เศษไม้ ข้ีเล่อื ย แกลบ ซงั ขำ้ วโพด อ่นื ๆ
3. ของเหลือใช้จำกชุมชน หรือขยะ
อินทรยี ์จำกชมุ ชน
27
Animation EP 5 พลังงานแก๊สชวี ภาพ
ลิงกค์ ลปิ วดิ โี อ https://bit.ly/3BPerk3
แก๊สชวี ภาพ (Biogas) เป็นพลังงำน
สะอำดที่เกดิ จำกกำรนำของเสยี
เช่น มลู สตั ว์ น้ำเสียจำกฟำรม์ ปศสุ ตั ว์
นำ้ เสียจำกโรงงำนอุตสำหกรรม
ขยะ และของเหลือใช้ทำงกำรเกษตร
มำผ่ำนกระบวนกำรหมกั เพื่อใหเ้ กิดกำร
ยอ่ ยสลำยสำรอินทรีย์ในสภำวะไร้
ออกซเิ จน (Anaerobic Digestion)
ทเี่ กิดจำกกำรหมัก โดยแบคทีเรีย
หลำยชนดิ
พลงั งานแกส๊ ชีวภาพ องค์ประกอบ
ส่วนใหญ่เปน็ แก๊สมีเทน (CH4)
ประมำณ 50-70% และ
แกส๊ คำรบ์ อนไดออกไซด์
(CO2) ประมำณ 30-40% ส่วนทเี่ หลอื
เปน็ แกส๊ ชนิดอื่น ๆ เชน่ ไฮโดเจน (H2)
ออกซเิ จน (O2) ไฮโดรเจนซลั ไฟด์ (H2S)
ไนโตรเจน (N) และไอนำ้
กำรบำบัดน้ำเสยี แบบไม่ใชอ้ อกซเิ จน
แบง่ เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. ระบบหมกั แบบตวั กลำงกรอง (AF)
2. ระบบหมกั แบบคอนแทค (AC)
3. ระบบหมกั แบบยเู อเอสบี (UASB)
4. ระบบหมกั แบบฟลูอิไดซ์ (AFB)
ซง่ึ เปน็ กำรเพิ่มปริมำณแบคทเี รียให้
สงู ข้นึ ในถังหมกั ซึ่งแต่ละระบบมขี ้อดี
และข้อจำกัดแตกต่ำงกัน
28
Animation EP 6 พลงั งานนิวเคลยี ร์
ลิงกค์ ลิปวิดโี อ https://bit.ly/3dflQyT
พลังงานนิวเคลยี ร์ หรอื พลังงำน
ปรมำณู เปน็ พลังงำนรูปแบบหนึ่งทีไ่ ด้
จำกกำรคำยควำมร้อนในปฏิกิรยิ ำ
นวิ เคลยี ร์ เพอื่ ประโยชน์ในกำรสร้ำง
ควำมร้อนและผลิตไฟฟำ้ นิวเคลียร์
เปน็ คำคณุ ศัพท์ของคำวำ่ นิวเคลยี ส ซึง่
เป็นแกน่ กลำงของอะตอมธำตุ
ซึง่ ประกอบด้วยอนภุ ำคโปรตอน
นิวตรอน และอิเล็กตรอน ซึ่งยึดกนั ได้
ดว้ ยแรงของอนภุ ำคไพออน
โรงไฟฟา้ พลังงานนวิ เคลียร์ คือ ระบบ
ทจ่ี ะนำพลังงำนทีป่ ลดปล่อยออกมำจำก
ปฏิกิรยิ ำนิวเคลยี ร์มำเปล่ียนเปน็
พลังงำนไฟฟำ้ โรงไฟฟำ้ นวิ เคลียร์
โดยท่วั ไปประกอบด้วยสว่ นหลัก ๆ
4 ส่วนคือ เตำปฏกิ รณ์ ระบบระบำย
ควำมร้อน ระบบกำเนิดกระแสไฟฟ้ำ
และระบบควำมปลอดภยั
พลงั งำนที่ไดจ้ ำกปฏิกิริยำนวิ เคลียร์ใน
เตำปฏิกรณป์ รมำณู จะใช้ในกำรตม้ นำ้
เพื่อผลติ ไอน้ำท่จี ะใชเ้ ปลย่ี นไปเปน็
พลงั งำนกลสำหรับผลติ กระแสไฟฟำ้
หรือจดุ ประสงค์อ่นื
29
Animation EP 7 พลังงานน้า
ลิงกค์ ลิปวดิ โี อ https://bit.ly/3d9rMtc
พลังงานน้า หมำยถึง กำรเคล่ือนที่ของ
นำ้ จำกทสี่ ูงส่ทู ่ตี ่ำ กำรสรำ้ งเขื่อนเก็บกัก
น้ำเพื่อสะสมพลงั งำนศกั ย์
เม่ือเปิดประตูที่ปิดก้ันทำงเดินของ
น้ำ พลงั งำนศักย์ที่สะสมอยู่
จะเปลี่ยนเป็นพลังงำนจลน์ สำมำรถ
นำไปฉุดกังหัน และต่อเช่ือมเข้ำกับ
เคร่อื งกำเนดิ ไฟฟำ้ เกดิ เปน็ กระแสไฟฟ้ำขึน้
กำรแบ่งประเภทกำรกกั เกบ็ น้ำเพื่อผลิต
กระแสไฟฟำ้ แบ่งเปน็ 3 ประเภท คอื
1. พลังงำนน้ำตกหรือพลังงำนจำกเขื่อน
2. พลงั งำนจำกน้ำขนึ้ -น้ำลง
3. พลงั งำนคล่นื
กำรสร้ำงเขื่อนกัน้ นำ้
เพือ่ ผลติ กระแสไฟฟ้ำ ต้องหำทำเลทีต่ ้ัง
แหล่งน้ำท่เี หมำะสมและลงทุนมำก
30
ไฟฟ้าพลังนา้ คือ ไฟฟำ้ ทเี่ กดิ จำกพลัง
นำ้ โดยใช้พลงั งำนจลน์ของน้ำซึง่
เกดิ จำกกำรปลอ่ ยนำ้ จำกทส่ี งู หรือ
กำรไหลของนำ้ ไปหมนุ กงั หันน้ำหรอื
เทอรไ์ บน์ (Turbine) และเครื่องกำเนิด
ไฟฟำ้ โดยพลังงำนท่ไี ด้จำกไฟฟำ้
พลงั น้ำน้ี ข้ึนอยู่กับปรมิ ำณน้ำ
ควำมแตกต่ำงของระดับนำ้ และ
ประสิทธิภำพของกงั หนั น้ำและ
เคร่อื งกำเนิดไฟฟำ้
พลงั งานนา้ ขึน้ น้าลงของนา้ ทะเล
โดยกำรสร้ำงเขอื่ นกั้นขึ้นมำ และ
จะมีกังหนั และเครือ่ งกำเนิดไฟฟำ้ อยู่
ภำยในขอื่ นเมื่อน้ำทะเลขนึ้ น้ำทะเล
ภำยนอกเขื่อนก็จะไหลเขำ้ เขื่อน
ทำให้กังหันหมนุ และพำเคร่ืองกำเนิด
ไฟฟ้ำหมนุ จำ่ ยพลังงำนไฟฟำ้ ออกมำ
และเมื่อน้ำทะเลลง นำ้ ทะเลภำยใน
เขอื่ นจะไหลออกจำกเข่ือน
พลงั งานคลน่ื ทะเล โดยกำรสร้ำง
เขือ่ นกั้นข้ึนมำ หรือกำรข้นึ -ลงของคล่นื
โรงไฟฟ้ำจำกคลน่ื ทะเลประสิทธิภำพ
ของกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำจะข้ึนอยู่กับ
กำรกระทำคลน่ื ในทะเล น้ำทะเลจะซัด
เขำ้ มำที่ทำงเข้ำของเขื่อน
ทมี่ ำ กองศกึ ษำและพฒั นำโรงไฟฟ้ำฐำน สำนักงำนปลดั กระทรวงพลังงำน
31
ใบกจิ กรรมที่ 1
เร่ือง เมอื งใหมใ่ นฝัน
คาชแ้ี จง ให้ผ้เู รยี นเขยี นชอ่ื กลุ่ม ช่อื เลขทีข่ องสมำชิกในกลมุ่ แล้วออกแบบแกป้ ัญหำสถำนกำรณ์ดงั ต่อไปนี้ลง
ในกระดำษปรู๊ฟทค่ี รเู ตรยี มให้
สถำนกำรณ์จำลอง “เมืองแห่งหนึ่ง พลังงำนเช้ือเพลิงถูกนำมำใช้อย่ำงสิ้นเปลือง และพลังงำนเหล่ำน้ีกำลงั
จะหมดไป ได้แก่ น้ำมันดิบ ถ่ำนหิน แก๊สธรรมชำติ ประชำชนไม่ตระหนักถึงมลพิษทำงสิ่งแวดล้อม เช่น
กำรไมแ่ ยกขยะก่อนท้งิ กำรตดั ไมท้ ำลำยปำ่ กำรใชพ้ ลังงำนฟอสซลิ ในโรงงำนอุตสำหกรรม เป็นต้น”
จำกสถำนกำรณ์จำลองที่กำหนดให้ ให้ชว่ ยกนั วำดภำพและเขียนอธิบำยรำยละเอยี ดภำพใหช้ ัดเจนทำลง
ในกระดำษปรู๊ฟ และใช้สีตกแต่งได้ตำมควำมเหมำะสม โดยใช้มำตรำส่วนทำงคณิตศำสตร์ ตำมเงื่อนไข ที่กำหนด
เทียบสัดส่วนในกำรกำหนดพื้นที่อยู่อำศัย จำนวนผู้คน สัตว์ และสภำพแวดล้อมให้เหมำะสม ในพ้ืนที่ 4 ตำรำง
กโิ ลเมตร หรือประมำณ 2,500 ไรโ่ ดยมผี ู้คนอำศัยอยู่ เฉลยี่ ไมเ่ กิน 100 คน ตอ่ 1 ตำรำงกโิ ลเมตร
32
ใบกจิ กรรมที่ 2
เร่ือง เมืองใหม่ใส่ใจสิง่ แวดลอ้ ม
คาช้แี จง จำกสถำนกำรณ์จำลองท่กี ำหนดให้ ใหช้ ว่ ยกนั วำงแผนสร้ำงโมเดลผังเมืองจำลอง โดยออกแบบเมือง
ใหมท่ ่ใี ชพ้ ลงั งำนสะอำดตำมเงอ่ื นไขท่ีกำหนดให้
สถำนกำรณ์จำลอง “เมืองแห่งหน่ึง พลังงำนเช้ือเพลิงถูกนำมำใชอ้ ย่ำงส้ินเปลือง และพลังงำนเหล่ำนี้กำลงั
จะหมดไป ได้แก่ น้ำมันดิบ ถ่ำนหิน แก๊สธรรมชำติ ประชำชนไม่ตระหนักถึงมลพิษทำงสิ่งแวดล้อม เช่น
กำรไมแ่ ยกขยะก่อนทิง้ กำรตัดไม้ทำลำยปำ่ กำรใชพ้ ลังงำนฟอสซิลในโรงงำนอุตสำหกรรม เป็นต้น”
จำกสถำนกำรณ์จำลองที่กำหนดให้ ให้ชว่ ยกันวำดภำพและเขียนอธบิ ำยรำยละเอยี ดภำพให้ชดั เจนทำลง
ในกระดำษปรู๊ฟ และใช้สีตกแต่งได้ตำมควำมเหมำะสม โดยใช้มำตรำส่วนทำงคณิตศำสตร์ ตำมเงื่อนไข ที่กำหนด
เทียบสัดส่วนในกำรกำหนดพื้นที่อยู่อำศัย จำนวนผู้คน สัตว์ และสภำพแวดล้อมให้เหมำะสม ในพื้นที่ 4 ตำรำง
กิโลเมตร หรอื ประมำณ 2,500 ไร่โดยมผี ู้คนอำศยั อยู่ เฉลี่ยไมเ่ กิน 100 คน ต่อ 1 ตำรำงกิโลเมตร
33
34
35
หัวขอ้ เร่อื ง : กนิ ไฟแค่ไหน อย่างไร ต้องรู้
ผลการวิเคราะหภ์ าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (Learning Loss)
ผู้เรียนขำดทักษะพืน้ ฐำนในกำรคำนวณ
ผู้เรียนขำดควำมรับผดิ ชอบ
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ว 2.3 ม.3/8 , ม.3/9
.
.
รูปแบบการจดั กจิ กรรม
รปู แบบการจดั กจิ กรรม : กระบวนเรยี นรู้ GPAS 5 Steps
1. ขน้ั Gathering : กำรค้นหำและเลอื กขอ้ มูล
2. ข้นั Processing : กำรจดั กระทำขอ้ มูล
3. ขั้น Applying 1 (Applying and Constructing the Knowledge) : กำรปฏบิ ตั แิ ละสรุปควำมรู้
4. ข้นั Applying 2 (Applying and Communication Skill) : กำรสื่อสำรและนำเสนอ
5. ขั้น Self – regulating : กำรประเมนิ เพ่ิมคุณคำ่
เป้าหมายในการพฒั นาผู้เรยี น
สาระความรู้
1. หลักกำรคำนวณค่ำไฟฟำ้ ของเครอ่ื งใช้ไฟฟ้ำ
2. คำนวณค่ำไฟจำกเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำภำยในบำ้ น
3. เลอื กใชเ้ คร่ืองใช้ไฟฟำ้ ในบำ้ นทปี่ ระหยัดค่ำไฟฟำ้ ในชวี ิตประจำวัน
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
1. ควำมสำมำรถในกำรคดิ
2. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชวี ิต
36
กระบวนการจดั กจิ กรรม
ขั้น Gathering : การค้นหาและเลือกข้อมูล
ข้อมูลความรู้ 1. ผู้เรยี นและครู ร่วมสนทนำเกี่ยวกับสภำวะโลกรอ้ นในปัจจุบัน เชอ่ื มโยงไปถึงกำรใช้
เคร่ืองใช้ไฟฟ้ำและอปุ กรณ์ไฟฟำ้ ตำ่ ง ๆ ตำมอำคำรบ้ำนเรือนว่ำเป็นอย่ำงไร
2. ผูเ้ รยี นยกตวั อย่ำงเครอ่ื งใชไ้ ฟฟำ้ ในบ้ำน ท่ีใชเ้ ปน็ ประจำทุกวนั
3. ผเู้ รยี นแบง่ กลมุ่ 5 กลมุ่ เพื่อศึกษำเกย่ี วกับเครื่องใช้ไฟฟ้ำและอปุ กรณ์ไฟฟ้ำชนิด
ต่ำง ๆ ในบ้ำน ในวดี ิทศั น์ เรอื่ ง กำรคำนวณพลังงำนไฟฟ้ำของเครื่องใช้ไฟฟ้ำในบำ้ น
ตำมลิงก์: https://www.youtube.com/watch?v=-MydFZMwUIA โดยมี
จดุ ประสงค์ ดังนี้
- สำมำรถอ่ำนค่ำกำลงั ไฟฟำ้ และควำมต่ำงศกั ย์ทก่ี ำกบั ไว้บนเครือ่ งใช้ไฟฟำ้ และ
อุปกรณ์ไฟฟ้ำได้
- เปรยี บเทียบใบแจง้ ไฟฟำ้ ระหวำ่ งบ้ำนของผเู้ รยี นและบ้ำนของเพอื่ น
ขัน้ Processing : การจดั กระทาขอ้ มลู หรือการจัดข้อมูลใหเ้ ป็นระบบ
ลองคดิ พาทา 1. ผเู้ รยี นอำ่ นค่ำกำลงั ไฟฟ้ำและควำมตำ่ งศักยท์ ี่กำกับไว้บนเครือ่ งใชไ้ ฟฟ้ำ
คานวณ และอปุ กรณ์ไฟฟ้ำภำยในบำ้ น (ใชบ้ ัตรภำพทีค่ รเู ตรยี มไว้หรอื อ่ำนคำ่ บนอุปกรณ์จริง)
ค่าไฟฟา้ ในบา้ น เครือ่ งฟอกอากาศ
แรงดันไฟฟา้ (ความตา่ งศักย์ไฟฟา้ ) 220 โวตต์
กาลังไฟฟ้า 26 วตั ต์
2. ผู้เรยี นร่วมกันคำนวณหำพลังงำนไฟฟ้ำ โดยใชส้ มกำร W = Pt
3. ผเู้ รียนร่วมกันทำใบกิจกรรมที่ 3.1 และ 3.2 ฝกึ ปฏิบตั ิกำรคำนวณพลังงำนไฟฟ้ำ
จำกสถำนกำรณต์ ำ่ ง ๆ
ขน้ั Applying 1 (Applying and Constructing the Knowledge) : การปฏิบตั แิ ละสรุปความรู้
1. ผเู้ รยี นรว่ มกนั คำนวณหำค่ำไฟฟ้ำจำกกำรใชเ้ คร่ืองไฟฟำ้ และอุปกรณ์ไฟฟ้ำตำ่ ง ๆ
2. ผูเ้ รยี นคำนวณและเปรียบเทียบคำ่ ไฟฟำ้ ของบ้ำนตนเองจำกกำรคำนวณ
และทีป่ รำกฏในใบแจ้งคำ่ ไฟฟำ้
37
3. ผู้เรียนรว่ มกันสรุปถึงแนวทำงกำรลดคำ่ ใช้จ่ำยจำกกำรใชไ้ ฟฟำ้ ในอำคำรบำ้ นเรือน
และแนวทำงกำรใช้ไฟฟำ้ อยำ่ งถูกต้อง ปลอดภัยและย่ังยืน
ขนั้ Applying 2 (Applying and Communication Skill) : การสื่อสารและนาเสนอ
1. ผูเ้ รยี นรว่ มกนั ทำโปสเตอรร์ ณรงค์ แก้ปัญหำกำรใช้พลังงำนไฟฟำ้ นำเสนอหนำ้ ชน้ั เรียน
และนำติดปำ้ ยประชำสัมพนั ธ์ของโรงเรียน และสอื่ สังคมออนไลน์
2. ผูเ้ รียนร่วมกนั อภิปรำยและแลกเปลี่ยนเรียนรูว้ ิธีกำรใช้ไฟฟ้ำและเคร่ืองใช้ไฟฟำ้
ในชีวติ ประจำวันอย่ำงถกู ต้อง ปลอดภยั และคุม้ ค่ำ พร้อมทั้งแตล่ ะกลมุ่ ทำวดี ิทศั น์
นำเสนอวธิ กี ำรใชไ้ ฟฟำ้ และเครื่องใช้ไฟฟ้ำในชวี ติ ประจำวนั อย่ำงถกู ต้อง
ปลอดภัย และคุ้มค่ำ
ข้ัน Self – regulating : การประเมินเพม่ิ คุณค่า
1. ครปู ระเมินกำรทำใบกิจกรรมกำรคำนวณหำคำ่ พลงั งำนไฟฟ้ำ และกำรหำคำ่ ไฟฟ้ำ
ในสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ
เลอื กเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ 2. ครูประเมนิ ผลกำรเปรียบเทียบค่ำไฟฟ้ำทไ่ี ด้จำกคำนวณและใบแจง้ ค่ำไฟฟำ้
อย่างสร้างสรรค์ 3. ผูเ้ รียนแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั ประเมินและแสดงควำมคิดเหน็ ข้อสรปุ ข้อเสนอแนะ
เก่ยี วกบั กำรใช้ไฟฟำ้ และเคร่อื งใชไ้ ฟฟำ้ ในชวี ิตประจำวันอย่ำงถูกต้องปลอดภัย และ
คมุ้ คำ่ รวมถึงวธิ ีกำรแก้ปัญหำกำรใช้พลงั งำนไฟฟำ้
4. ผู้เรียนและครูรว่ มกนั ประเมนิ ช้ินงำน (วีดิทัศน)์ และเผยแพร่ควำมรู้
ในสอ่ื สังคมออนไลนใ์ ห้กบั ผู้ทสี่ นใจ
ขอ้ ควรคานงึ
บทบาทผูเ้ รียน ๑.
1. ทำกิจกรรมกำรเรียนรูต้ ำมลำดับขนั้ ตอน
2. สะทอ้ นผลกำรใช้สอื่ กำรเรียนรู้ ปัญหำกำรเรียนรูแ้ ก่ครผู ้สู อน เพื่อนำไปสแู่ นวทำงกำรพฒั นำ
กำรจดั กำรเรียนรู้และสอ่ื กำรเรียนรูใ้ หด้ ยี ง่ิ ขน้ึ
บทบาทครู
1. ประชำสัมพันธ์แนวทำงกำรเขำ้ ถึง และกำรใช้ส่ือกำรเรยี นรใู้ หแ้ ก่ผเู้ รยี นและผปู้ กครองไดร้ บั ทรำบ
2. ประสำนงำน อำนวยควำมสะดวก ให้คำปรกึ ษำเพื่อช่วยเหลือปัญหำในกำรศกึ ษำกำรเรียนรขู้ องผ้เู รยี น
3. ตรวจใบงำน /ใบกิจกรรมและสะท้อนผลให้แกผ่ เู้ รียนไดร้ ับทรำบเพ่ือนำไปสู่แนวทำงกำรพฒั นำตนเอง
ของผเู้ รยี น
38
ข้อควรคานงึ
บทบาทครู (ตอ่ )
4. หำช่องทำงเพื่อให้เกดิ พ้นื ทีใ่ นกำรแลกเปลีย่ นเรียนรู้และสะท้อนผลบทเรยี นรว่ มกันระหวำ่ งผ้เู รยี น
สมำชิกในช้ันและครูผ้สู อน ทั้งนค้ี รอู ำจใช้กำรสะท้อนผลในช้นั เรยี น หรือชอ่ งทำงออนไลน์ เช่น Zoom ,
Google classroom, Google meet , Line group โดยประยกุ ตใ์ หเ้ หมำะสมกับควำมพร้อมและบรบิ ท
ของผ้เู รยี น
5. ปรบั ปรุงและประยุกตใ์ บกิจกรรมใหเ้ หมำะสมกบั ผเู้ รยี นและบริบท
บทบาทผู้ปกครอง
1. กำกับดูแลกำรเรียนรู้ดว้ ยตนเองของผ้เู รยี น และประสำนงำนกบั ครูผู้สอน เพ่ือตดิ ตำมควำมก้ำวหนำ้
และรำยงำนปญั หำในกำรเรียนรขู้ องผเู้ รยี นอันจะนำไปสู่กำรพฒั นำกระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้สอ่ื กำรเรียนรู้
และกำรแกป้ ญั หำกำรเรียนรขู้ องผู้เรียนร่วมกัน
2. มีสว่ นรว่ มในกำรทำกิจกรรมกำรเรยี นรูร้ ว่ มกับผูเ้ รยี น อำทิ กำรฝกึ ผู้เรยี นในควำมรบั ผดิ ชอบภำระงำน
ของตน ควำมประพฤติ กำรเปน็ แบบอย่ำงท่ีดี
3. มีควำมเขำ้ ใจและจดั สรรเวลำให้ผเู้ รียนเขำ้ ถงึ กำรเรยี นรู้
สื่อและแหล่งเรยี นรู้
1. ใบควำมรู้ “เคร่ืองไหนกินไฟมำกกวำ่ กนั ”
2. ใบกจิ กรรม “คดิ คำ่ ไฟ อยำ่ งไรตอ้ งรู้”
3. ตวั อย่ำง ใบแจ้งคำ่ ไฟฟ้ำ
4. วีดิทัศน์ เรอื่ ง กำรคำนวณพลังงำนไฟฟำ้ ของเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้ำในบำ้ น
ตำมลงิ ก:์ https://www.youtube.com/watch?v=-MydFZMwUIA3
39
40
ใบกจิ กรรมท่ี 3.1
เรื่อง คิดคา่ ไฟ อยา่ งไร ตอ้ งรู้
ตอนที่ 1 หาค่าพลงั งานไฟฟ้าทีใ่ ช้ไป
ผเู้ รยี นอ่ำนคำ่ กำลงั ไฟฟำ้ ในใบควำมรู้ “เครื่องไหนกินไฟมำกกว่ำกนั ” โดยสำมำรถระบุให้อยู่
ในช่วงท่ีกำหนด แลว้ คำนวณหำพลังงำนไฟฟ้ำ ในหนว่ ยกิโลวัตต์ต่อช่ัวโมงหรอื ยูนติ (kWh หรือ Unit)
จำกสถำนกำรณ์ดังต่อไปน้ี
ตวั อย่าง นดิ หน่อยเปดิ โทรทัศน์ ขนำด 100 วัตต์ จำนวน 1 เครื่อง วนั ละ 2 ชั่วโมง
วิธีคิด กำลังไฟฟ้ำ คอื 100 วัตต์
จำนวน 1 เครอ่ื ง
เวลำ 2 ชว่ั โมง
จาก W = Pt
แทนค่ำ w= 100 × 2 x 1 (เครื่อง) **เปลีย่ นหน่วยเปน็ kW โดยหำรดว้ ย 1,000
1000
จะได้ w = 0.2 kWh หรือ Unit
ดงั นัน้ จะใชไ้ ฟฟา้ ทัง้ หมด 0.2 หนว่ ยต่อวนั
หรอื 0.2 x 30 วัน = 6 หน่วยต่อเดือน
1. สม้ โอเปดิ เคร่ืองปรบั อำกำศ ขนำด........................วตั ต์ จำนวน.............เคร่ือง วนั ละ.............ช่ัวโมง
วธิ ีคดิ กำลังไฟฟำ้ คือ.....................วตั ต์
จำนวน ......................เครอ่ื ง
เวลำ ......................ชัว่ โมง
จาก W = Pt
แทนค่ำ w= …………… × .................
1000
จะได้ w = ........................ kWh หรอื Unit
ดังนนั้ จะใชไ้ ฟฟ้าทั้งหมด ............................. หน่วยตอ่ วัน
หรอื .................... x 30 วนั = ...................... หนว่ ยต่อเดอื น
41
2. องุ่นเปิดเครือ่ งทำนำ้ อนุ่ ขนำด........................วัตต์ จำนวน.............เครื่อง วนั ละ.............ชั่วโมง
วธิ คี ิด กำลงั ไฟฟ้ำ คือ.....................วตั ต์
จำนวน ......................เครอ่ื ง
เวลำ ......................ช่วั โมง
จาก W = Pt
แทนคำ่ w= …………… × .................
1000
จะได้ w = ........................ kWh หรอื Unit
ดังนั้น จะใช้ไฟฟา้ ท้ังหมด ............................. หน่วยต่อวัน
หรือ .................... x 30 วนั = ...................... หน่วยตอ่ เดอื น
3. รตั นำ เปดิ .................................... ขนำด........................วตั ต์ จำนวน.............เครอ่ื ง วันละ.............ชัว่ โมง
เปดิ .................................... ขนำด........................วัตต์ จำนวน.............เครื่อง วนั ละ.............ช่ัวโมง
เปิด.................................... ขนำด........................วัตต์ จำนวน.............เครื่อง วันละ.............ชว่ั โมง
วิธคี ิด จาก W = Pt
เคร่อื งที่ 1 แทนคำ่ w= …………… × .................
จะได้ 1000
w = ........................ kWh หรอื Unit
ดังนัน้ จะใช้ไฟฟ้า ............................. หนว่ ยต่อวัน
……………
เครื่องที่ 2 แทนคำ่ w= 1000 × .................
จะได้ w = ........................ kWh หรอื Unit
ดังนนั้ จะใช้ไฟฟา้ ............................. หนว่ ยต่อวนั
……………
เคร่อื งที่ 3 แทนคำ่ w= 1000 × .................
จะได้ w = ........................ kWh หรอื Unit
ดังนน้ั จะใช้ไฟฟ้า ............................. หนว่ ยต่อวัน
รวมใชไ้ ฟฟา้ ทง้ั หมด.....................+....................+....................=.................. หน่วยต่อวัน
หรอื ............................... x 30 วนั = .............................หน่วยต่อเดือน
42
ใบกจิ กรรมที่ 3.2
เร่อื ง คานวนคา่ ไฟในบ้าน
ตอนท่ี 2 หาค่าไฟฟ้าในแต่ละเดอื น
ผู้เรียนนำค่ำพลังงำนไฟฟำ้ ที่ไดใ้ นแต่ละข้อจำกตอนท่ี 1 มำคำนวณหำค่ำไฟฟำ้ ท่ีใชใ้ นแต่ละเดอื น
ใช้พลงั งำนไฟฟำ้ ไมเ่ กิน 150 หนว่ ยตอ่ เดอื น
อตั ราคา่ ไฟฟ้า ประเภทท่ี 1 บา้ นท่อี ยู่อาศัย
ใชพ้ ลังงานไฟฟา้ ไม่เกิน 150 หนว่ ยต่อเดือน ใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ เกนิ 150 หน่วยต่อเดือน
หน่วยที่ 1-15 รำคำยนู ติ ละ 2.3488 บำท หน่วยที่ 0-150 รำคำยนู ิตละ 3.2484 บำท
หนว่ ยท่ี 16-25 รำคำยูนิตละ 2.9882 บำท หนว่ ยที่ 151-400 รำคำยนู ติ ละ 4.2218 บำท
หนว่ ยที่ 26-35 รำคำยนู ิตละ 3.2405 บำท หน่วยท่ี 401 เปน็ ตน้ ไป รำคำยูนิตละ 4.4217
บำท
หนว่ ยที่ 36-100 รำคำยูนติ ละ 3.6237 บำท
หน่วยท่ี 101-150 รำคำยูนิตละ 3.7171 บำท
หน่วยท่ี 151-400 รำคำยูนิตละ 4.2218 บำท
หนว่ ยที่ 401 เป็นต้นไป รำคำยนู ิตละ 4.4217 บำท
ทม่ี า : กำรไฟฟำ้ ส่วนภมู ภิ ำค
https://www.pea.co.th/Portals/0/demand_response/Electricity%20Reconsider.pdf?ver=2018-
10-01-155123-370
ตวั อย่าง ปรดี ำใช้พลังงำนไฟฟ้ำทงั้ หมด 145 หน่วยตอ่ เดือน จะมีอตั รำค่ำไฟฟำ้ เท่ำใด
วธิ ีคิด จานวนหนว่ ยท้ังหมด 145 หน่วย ซึ่งไม่เกนิ 150 หน่วย จะได้ว่า
หน่วยท่ี 1-15 รำคำยนู ติ ละ 2.3488 บำท = 15x2.3488 = 35.2320 บำท
Q หน่วยท่ี 16-25 รำคำยูนติ ละ 2.9882 บำท = 10x2.9882 = 29.8820 บำท
บำท
หน่วยท่ี 26-35 รำคำยนู ติ ละ 3.2405 บำท = 10 x 3.2405 = 32.4050 บำท
บำท
หน่วยที่ 36-100 รำคำยนู ติ ละ 3.6237 บำท = 65 x 3.6237 = 235.5405
หน่วยที่ 101-145 รำคำยนู ติ ละ 3.7171 บำท = 45 x 3.7171 = 167.2695
รวมเป็น 500.3290 บาท (เป็นจำนวนเงินทีย่ ังไมร่ วมค่ำไฟฟ้ำผันแปร (Ft) และค่ำภำษีอีก 7%)
43
1. ณัชชำใชพ้ ลงั งำนไฟฟ้ำท้งั หมด 98 หน่วยต่อเดอื น จะมีอัตรำค่ำไฟฟำ้ เทำ่ ใด
วิธีคดิ จานวนหน่วยทั้งหมด.......................หนว่ ย ซึง่ ................ 150 หนว่ ย จะได้วา่
............................................................................................................................. ........
.......................................................................................................................... .......................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
..................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
....................................................................................................................................... ...........................
....................................................................................................... ...........................................................
2. ขวญั ใจใชพ้ ลงั งำนไฟฟำ้ ทงั้ หมด 185 หน่วยต่อเดอื น จะมอี ัตรำคำ่ ไฟฟ้ำเท่ำใด
วิธีคิด จานวนหน่วยทั้งหมด.......................หนว่ ย ซ่งึ ................ 150 หนว่ ย จะไดว้ า่
............................................................................................................................. ........
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. .....................................
..................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
............................................................................................................................. .....................................
..................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................................
44
- แนวคาตอบ -
ใบกจิ กรรมท่ี 3.1 เร่อื ง คดิ ค่าไฟ อย่างไร ต้องรู้
ตอนท่ี 1 หาคา่ พลงั งานไฟฟ้าทใ่ี ชไ้ ป
ผู้เรียนอำ่ นคำ่ กำลังไฟฟำ้ ในใบควำมรู้ “เคร่ืองไหนกนิ ไฟมำกกวำ่ กนั ” โดยสำมำรถระบใุ ห้อยู่
ในชว่ งท่ีกำหนด แล้วคำนวณหำพลังงำนไฟฟ้ำ ในหนว่ ยกิโลวัตตต์ อ่ ช่ัวโมงหรอื ยูนติ (kWh หรือ Unit)
จำกสถำนกำรณด์ ังต่อไปน้ี
ตัวอยา่ ง นิดหน่อยเปิดโทรทัศน์ ขนำด 100 วัตต์ จำนวน 1 เคร่ือง วันละ 2 ชวั่ โมง
วิธคี ดิ กำลังไฟฟำ้ คือ 100 วตั ต์
จำนวน 1 เครือ่ ง
เวลำ 2 ช่ัวโมง
จาก W = Pt
แทนคำ่ w= 100 × 2 x 1 (เคร่ือง) **เปล่ียนหน่วยเปน็ kW โดยหำรดว้ ย 1,000
1000
จะได้ w = 0.2 kWh หรอื Unit
ดงั น้นั จะใช้ไฟฟา้ ท้งั หมด 0.2 หนว่ ยต่อวนั
หรอื 0.2 x 30 วัน = 6 หน่วยต่อเดือน
1. ส้มโอเปิดเครื่องปรบั อำกำศ ขนำด....1,500.......วัตต์ จำนวน.....2......เครือ่ ง วนั ละ.....3.....ชัว่ โมง
วิธีคิด กำลังไฟฟำ้ คอื ....1,500.......วตั ต์
จำนวน ..........2.........เครอื่ ง
เวลำ ..........3.........ช่ัวโมง
จาก W = Pt
แทนค่ำ w= …1,500.… × .....3 x 2.....(จำนวน 2 เคร่ือง)
1000
จะได้ w = ..........9........ kWh หรอื Unit
ดงั นั้น จะใช้ไฟฟา้ ท้ังหมด ............9............ หน่วยต่อวัน
หรือ ...........9......... x 30 วัน = ...........270........... หนว่ ยต่อเดือน
45
2. องนุ่ เปิดเคร่อื งทำน้ำอุ่น ขนำด........3,000......วตั ต์ จำนวน.......1......เคร่ือง วันละ......2....ชว่ั โมง
วธิ คี ดิ กำลังไฟฟ้ำ คือ..........3,000.... วัตต์
จำนวน ..............1........เคร่ือง
เวลำ ..............2.......ช่ัวโมง
จาก W = Pt
แทนค่ำ w= …3,000… × .....2 x 1............(จำนวน 1 เครื่อง)
1000
จะได้ w = ............6............ kWh หรอื Unit
ดังน้ัน จะใชไ้ ฟฟ้าทัง้ หมด ...............6.............. หน่วยต่อวัน
หรอื .........6........... x 30 วัน = .........180............ หน่วยต่อเดอื น
3. รัตนำ เปิด.......พัดลม..... ขนำด......50.....วตั ต์ จำนวน.......2......เครอื่ ง วนั ละ......2.......ชว่ั โมง
เปิด.......ตู้เย็น...... ขนำด.....120....วัตต์ จำนวน.......1......เครอ่ื ง วันละ......3.......ชั่วโมง
เปิด...โทรทัศน์..... ขนำด.....150....วตั ต์ จำนวน.......3......เครื่อง วนั ละ.......5......ชว่ั โมง
วิธคี ดิ จาก W = Pt
เครอื่ งท่ี 1 แทนคำ่ w= …50… × ....2 x 2.............
จะได้ 1000
w = ...........0.2............. kWh หรือ Unit
ดงั น้นั จะใชไ้ ฟฟา้ ................0.2............. หน่วยต่อวัน
เครอื่ งที่ 2 แทนค่ำ w= …120… × ....3 x 1.............
1000
จะได้ w = ...........0.36............. kWh หรอื Unit
ดังนน้ั จะใชไ้ ฟฟา้ ................0.36............. หน่วยต่อวัน
เครอ่ื งท่ี 3 แทนค่ำ w= …150… × ....5 x 3.............
1000
จะได้ w = ............2.25............ kWh หรือ Unit
ดังนน้ั จะใชไ้ ฟฟ้า .................2.25............ หน่วยต่อวัน
รวมใช้ไฟฟา้ ทัง้ หมด......0.2.....+....0.36....+.....2.25.....=....2.81.... หนว่ ยต่อวัน
หรอื .........2.81........ x 30 วัน = .........84.30........หน่วยต่อเดือน
46
- แนวคาตอบ -
ใบกจิ กรรมท่ี 3.2 เรอ่ื ง คานวณคา่ ไฟในบ้าน
ตอนที่ 2 หาค่าไฟฟา้ ในแต่ละเดือน
ผู้เรยี นนำคำ่ พลงั งำนไฟฟ้ำท่ีไดใ้ นแตล่ ะขอ้ จำกตอนที่ 1 มำคำนวณหำค่ำไฟฟ้ำท่ีใชใ้ นแต่ละเดือน
ใชพ้ ลังงำนไฟฟำ้ ไม่เกิน 150 หนว่ ยต่อเดอื น
อัตราคา่ ไฟฟา้ ประเภทท่ี 1 บ้านทอ่ี ยู่อาศัย
ใช้พลังงานไฟฟ้าไม่เกนิ 150 หนว่ ยต่อเดือน ใชพ้ ลังงานไฟฟา้ เกิน 150 หนว่ ยต่อเดือน
หน่วยที่ 1-15 รำคำยูนิตละ 2.3488 บำท หนว่ ยที่ 0-150 รำคำยูนิตละ 3.2484 บำท
หน่วยที่ 16-25 รำคำยูนติ ละ 2.9882 บำท หนว่ ยที่ 151-400 รำคำยูนติ ละ 4.2218 บำท
หน่วยท่ี 26-35 รำคำยนู ติ ละ 3.2405 บำท หนว่ ยท่ี 401 เป็นตน้ ไป รำคำยนู ติ ละ 4.4217
บำท
หน่วยที่ 36-100 รำคำยนู ติ ละ 3.6237 บำท
หน่วยที่ 101-150 รำคำยูนิตละ 3.7171 บำท
หนว่ ยที่ 151-400 รำคำยูนติ ละ 4.2218 บำท
หน่วยท่ี 401 เป็นตน้ ไป รำคำยนู ติ ละ 4.4217 บำท
ท่ีมา : กำรไฟฟำ้ ส่วนภูมภิ ำค
https://www.pea.co.th/Portals/0/demand_response/Electricity%20Reconsider.pdf?ver=2018-
10-01-155123-370
ตัวอย่าง ปรดี ำใช้พลังงำนไฟฟำ้ ทัง้ หมด 145 หน่วยต่อเดอื น จะมีอตั รำค่ำไฟฟ้ำเทำ่ ใด
วิธคี ดิ จานวนหนว่ ยทั้งหมด 145 หน่วย ซึ่งไมเ่ กนิ 150 หนว่ ย จะได้ว่า
หนว่ ยที่ 1-15 รำคำยนู ิตละ 2.3488 บำท = 15x2.3488 = 35.2320 บำท
Q หนว่ ยที่ 16-25 รำคำยูนติ ละ 2.9882 บำท = 10x2.9882 = 29.8820 บำท
บำท
หน่วยท่ี 26-35 รำคำยนู ิตละ 3.2405 บำท = 10 x 3.2405 = 32.4050 บำท
บำท
หนว่ ยที่ 36-100 รำคำยนู ติ ละ 3.6237 บำท = 65 x 3.6237 = 235.5405
หน่วยท่ี 101-145 รำคำยูนติ ละ 3.7171 บำท = 45 x 3.7171 = 167.2695
รวมเป็น 500.3290 บาท (เป็นจำนวนเงินทยี่ งั ไมร่ วมคำ่ ไฟฟำ้ ผันแปร (Ft) และค่ำภำษีอกี 7%)