The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

AL วิทยาศาสตร์ มัธยม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Namwan SPM PNB, 2022-11-14 07:37:42

AL วิทยาศาสตร์ มัธยม

AL วิทยาศาสตร์ มัธยม

47

1. ณัชชำใชพ้ ลงั งำนไฟฟ้ำท้งั หมด 98 หนว่ ยต่อเดอื น จะมีอตั รำค่ำไฟฟำ้ เท่ำใด
วิธีคดิ จานวนหน่วยทั้งหมด........98........หน่วย ซึ่ง.....ไม่เกนิ .... 150 หน่วย จะไดว้ า่

หน่วยท่ี 1-15 รำคำยนู ิตละ 2.3488 บำท = 15x2.3488 = 35.2320 บำท
หน่วยท่ี 16-25 รำคำยูนิตละ 2.9882 บำท = 10x2.9882 = 29.8820 บำท
หนว่ ยท่ี 26-35 รำคำยนู ติ ละ 3.2405 บำท = 10 x 3.2405 = 32.4050 บำท
หน่วยท่ี 36-98 รำคำยนู ติ ละ 3.6237 บำท = 63 x 3.6237 = 288.2931 บำท

รวมเปน็ 325.8121 บาท (เปน็ จำนวนเงินทย่ี ังไมร่ วมคำ่ ไฟฟำ้ ผนั แปร (Ft) และค่ำภำษีอกี 7%)

2. ขวญั ใจใช้พลังงำนไฟฟำ้ ทง้ั หมด 185 หนว่ ยตอ่ เดือน จะมีอัตรำค่ำไฟฟ้ำเท่ำใด

วธิ คี ดิ จานวนหน่วยทั้งหมด.........185......หน่วย ซ่ึง......เกนิ .... 150 หนว่ ย จะไดว้ า่

หนว่ ยที่ 1-15 รำคำยูนติ ละ 2.3488 บำท = 15x2.3488 = 35.2320 บำท
บำท
หน่วยที่ 16-25 รำคำยนู ติ ละ 2.9882 บำท = 10x2.9882 = 29.8820 บำท
บำท
หนว่ ยท่ี 26-35 รำคำยนู ิตละ 3.2405 บำท = 10 x 3.2405 = 32.4050 บำท
บำท
หน่วยที่ 36-100 รำคำยนู ิตละ 3.6237 บำท = 65 x 3.6237 = 235.5405

หนว่ ยที่ 101-150 รำคำยนู ิตละ 3.7171 บำท = 50 x 3.7171 = 185.8550

หนว่ ยท่ี 151-185 รำคำยูนติ ละ 4.2218 บำท = 35 x 4.2218 = 147.7630

รวมเป็น 666.6775 บาท (เป็นจำนวนเงินท่ียงั ไม่รวมค่ำไฟฟ้ำผันแปร (Ft) และคำ่ ภำษีอกี 7%)

48

49

50

หัวข้อเรือ่ ง : สารละลายหลากสสี ัน My Colorful solutions

ผลการวเิ คราะหภ์ าวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (Learning Loss)
1. ขำดทกั ษะกำรออกแบบทดลองและกำรแก้ปญั หำ
2. กำรประยุกต์ควำมรู้ในช้นั เรยี นในกำรสรำ้ งสรรค์ผลงำน ผำ่ นกระบวนกำรร่วมมือรวมพลัง

สาระการเรียนรู้

ผูเ้ รียนประยุกต์ใชห้ ลกั ควำมเขม้ ข้นของสำรละลำยเพื่อสร้ำงสรรค์ colorful solution ในรปู แบบ
ทห่ี ลำกหลำย และตอ่ ยอดองค์ควำมรู้เชงิ พำนิชย์ โดยผ่ำนกระบวนกำรร่วมมอื รวมพลงั (collaborative)

รูปแบบการจดั กจิ กรรม

ใชร้ ปู แบบกำรเรียนูรเ้ ชงิ ประสบกำรณ์ (Experiential Learning) ประกอบด้วย 4 ขนั้ ตอน ได้แก่
1. ประสบกำรณร์ ปู ธรรม (Concrete Experience)
2. กำรสะทอ้ นประสบกำรณ์จำกกิจกรรม และอภิปรำย (Reflective Observation and Discussion)
3. กำรสรุปควำมคดิ รวบยอด หลักกำร องค์ควำมรู้ (Abstract Conceptualization)
4. กำรทดลอง/ประยุกต์ใชค้ วำมรู้ (Active Experimentation / application)

เป้าหมายในการพฒั นาผ้เู รยี น
ความร
สาระ1ก.ารคเรวียำนมรเขู้ ้มข้นของสำรละลำยและกำรประยุกต์ใช้

12.. ครวว่ ำมมมเือขร้มวขม้นพขลอังงใสนำกรำลระแลกำ้ปยญัแลหะำกแำลระปสรระำ้ ยงสุกรตร์ใชค้ผ์ ลงำน
23.. รคว่ วมำมมือรรบั วผมิดพชลอังบในแลกะำรกแำกรทป้ ำญั งหำนำแร่วลมะกสับรำ้ ผงู้อสนื่ รรคผ์ ลงำน
สสมมรรรร21ถถ..นนคค12ะะวว..สสำำคคาามมคคววสสำำญัญั ำำมมมมสขสสำำาอำำรรหมมงถถผรำำใใับรรนน้เู รถถผกกยี ใใำำเู้นนนรรรกกยีสแำำนอ่ืกรร้ปสแสำัญือ่กร้ปสหำัญำรหำ
3. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชวี ิต

51

กระบวนการจดั กิจกรรม

ทบทวนความรเู้ ดิม ขนั้ ท่ี 1 ประสบการณ์รูปธรรม (Concrete Experience)
1.1 แบง่ กลุม่ ผูเ้ รียนออกเปน็ กลมุ่ (กลมุ่ ละประมำณ 4-5 คน) ทำกจิ กรรมกำรสงั เกต

และวเิ ครำะหค์ วำมแตกตำ่ งของนำ้ หวำนสแี ดงชนิดเดยี วกัน 2 แกว้ ทต่ี ิดฉลำก
ว่ำมีควำมควำมเข้มข้นรอ้ ยละ 10 โดยมวลต่อปรมิ ำตร และเข้มข้นร้อยละ 40
โดยมวลตอ่ ปรมิ ำตร
1.2 ผเู้ รียนแตล่ ะกลุ่มวำดภำพประกอบคำอธบิ ำยเพ่อื แสดงภำพจำลององคป์ ระกอบ
ของสำรละลำยในแตล่ ะแกว้ จำกกิจกรรมกำรสงั เกตในขอ้ ท่ี 1 ลงในสมดุ หรือใน
iPad จำกน้นั ครูและผเู้ รียนรว่ มกันวเิ ครำะหแ์ ละจัดกลุม่ แนวคดิ และจำแนก
แนวคดิ
ในระดับต่ำงๆ เป็น แนวคิดถูกต้องสมบูรณ์ แนวคิดคลำดเคลอื่ นบำงสว่ น
แนวคิดคลำดเคลอ่ื น ไม่แสดงแนวคดิ
1.3 ผู้เรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั ตงั้ คำถำมส่ิงทอี่ ยำกรู้เก่ยี วกับสำรละลำย ลงใน word
wall หรือ multimeter แล้วรว่ มกนั วเิ ครำะห์และตดั สนิ ใจ เลือกมำ
3 - 4 ประเดน็ เพ่ือเชอื่ มโยงไปยังกิจกรรมในขน้ั เติมเต็มควำมรู้ใหม่ให้สมบูรณต์ ่อไป

เติมเตม็ ความรู้ใหมใ่ หส้ มบูรณ์ ขน้ั ท่ี 2 การสะท้อนประสบการณ์จากกจิ กรรม และอภปิ ราย
(Reflective Observation and Discussion)

2.1 ผ้เู รียนแต่ละกลุ่มศึกษำขั้นตอน วธิ กี ำรและสรปุ ขนั้ ตอนเปน็ แผนผัง เกี่ยวกับ
กำรเตรียมสำรละลำยจำกสำรบรสิ ุทธแ์ิ ละกำรเจือจำงสำรละลำยจำกวีดทิ ัศน์
ลิงก์ : https://www.youtube.com/watch?v=LbXRPbQMGKk
2.2 ผู้เรียนแตล่ ะกูล่มอภิปรำย ควำมแตกตำ่ งระหว่ำงสำรละลำยเขม้ ข้น
และสำรละลำยเจือจำงจำกกิจกรรมกำรศึกษำวดี ิทัศน์ ในข้อ 2.1
2.3 ผูเ้ รียนแต่ละคนนำเสนอภำพจำลองแนวคิดขององค์ประกอบของ
สำรละลำยเข้มขน้ และสำรละลำยเจอื จำงลงในสมดุ Padlet รว่ มกนั วเิ ครำะห์
และจัดกลมุ่ แนวคดิ หลังกำรทดลอง เพื่อเปรยี บเทยี บผลลพั ธ์กอ่ นและหลงั ทำ
กำรทดลอง
2.4 ผู้เรยี นและครูรว่ มกันอภิปรำย เพ่อื ปรบั แนวคิดของผ้เู รยี น

เรื่อง ควำมเข้มขน้ ของสำรละลำยให้ถกู ต้องสมบรู ณ์

52

2.5 ผเู้ รยี นแต่ละกลุ่มวำงแผนออกแบบและทำกำรทดลองเตรยี มสำรละลำยจำก
สำรบรสิ ทุ ธิ์และกำรเจอื จำงสำรละลำยดว้ ยกำรกำหนดควำมเข้มข้นเอง

2.6 ผเู้ รียนแต่ละกลมุ่ บนั ทึกผลกำรทดลองในใบกิจกรรมที่ 4.1
เรือ่ งกำรเตรียมสำรละลำย

เติมเตม็ ความรใู้ หม่ใหส้ มบูรณ์ ขนั้ ที่ 3 การสรุปความคิดรวบยอด หลกั การ องค์ความรู้
(Abstract Conceptualization)

3.1 ผู้เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนอวิธีกำรเตรียมสำรละลำยของกลมุ่
โดยนำเสนอในรปู แบบตำ่ งๆ เชน่ เขียนในกระดำษโปสเตอร์
แล้วนำไปติดไว้ผนังห้อง ใหส้ มำชิกกลมุ่ อน่ื ได้ศึกษำ
เพอ่ื นำไปสกู่ ำรลงขอ้ สรุปเก่ยี วกบั หลักกำรและวธิ ีกำรกำรเตรียมสำรละลำย
จำกสำรบรสิ ทุ ธ์ิและกำรเจอื จำงสำรละลำย
3.2 ผู้เรยี นแต่ละกูลม่ ร่วมแสดงควำมคิดเหน็ ยกตัวอยำ่ ง
สำรละลำยในชีวติ ประจำวนั เพอ่ื เชื่อมโยงไปสู่กำรสร้ำงกจิ กรรมสร้ำงสรรค์

เพิม่ พนู กิจกรรมสร้างสรรค์ ข้นั ที่ 4 การทดลอง/ประยุกต์ใช้ความรู้
และนาเสนอ (Active Experimentation / application)

ประยกุ ตใ์ ช้ 4.1 ผ้เู รียนแตล่ ะกลุ่ม ร่วมกันสรำ้ งแนวคิดเกีย่ วกบั
ในชวี ิตประจาวนั “My colorful solutions” ของกลุ่มตนเอง แล้วทำกิจกรรมที่ 4.2
“My colorful solutions”

4.2 ผูเ้ รยี นแตล่ ะกูลม่ วำงแผนแก้ปัญหำและออกแบบกำรทำกิจกรรมโดยใชว้ ัสดุ
สำรเคมแี ละอปุ กรณู์ท่ไดร้ ับ

4.3 แต่ละกลุม่ ร่วมมอื รวมพลังในกำรทำกิจกรรม
4.4 หลังจำกนัน้ ผู้เรียนแตล่ ะกลุ่มออกแบบกำรนำเสนอผลงำนทน่ี ่ำสนใจ

เชน่ infographic ,วดี ิทศั น์ ไมเ่ ูกนิ 3-5 นำที เพ่ือเตรียมแลกเปล่ียน
เรียนรู้ในห้องเรยี น
4.5 ผู้เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลงำนกล่มุ ตอ่ เพื่อนๆในห้อง ตำมรปู แบบหรือ
แนวทำงทท่ี ำงกลมุ่ เลือก
4.6 ผเู้ รียนแต่ละกลุ่มร่วมอภปิ รำยแลกเปลีย่ นเรียนรแู้ ละแสดงควำม
คดิ เห็นต่อกำรนำเสนอและแลกเปล่ยี นเรยี นรู้
4.7 ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ กบั ครรู ว่ มกนั อภิปรำยถึงกำรต่อยอดประโยชน์ในเชงิ อำชพี
ท่ีเกดิ จำกองคค์ วำมรู้ของสำรละลำย ไปใช้ในชีวิตประจำวนั เช่น ผเู้ รียนทำ
ไอศกรมี ท่ีมลี ักษณะพเิ ศษเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม

53

4.8 ผู้เรยี นรว่ มระดมควำมคิดเพอื่ สรำ้ งผลติ ภณั ฑข์ องกลุ่ม ตัวอยำ่ ง เชน่ กำรทำ
ไอศกรีม โดยสือ่ สำรออกมำในรปู แบบตำ่ งๆ เชน่ infographic, วีดิทศั น์ ฯลฯ
ตำมทท่ี ำงกลุ่มเหน็ เหมำะสม โดยมีเป้ำหมำยทีแ่ ตกตำ่ งกนั เชน่ เพือ่ จำหน่ำย
เป็นรำยได้ เพอ่ื นำไปแจกจำ่ ยในกจิ กรรมจิตอำสำ หรือสำธำรณะประโยชน์ ฯลฯ

ข้อแนะนาการตอ่ ยอดเชงิ พานิชย์

1. ผู้เรียนรวมพลังในวำงแผนและออกแบบกำรทำไอศกรีมในรูปแบบที่เรำอยำกให้เป็น และเข้ำรับ

กำรอบรมในกำรวำงแผนเชิงธรุ กจิ อำจเป็นครเู ปน็ วิทยำกร หรอื เชญิ บคุ คลภำยนอกมำใหก้ ำรอบรม

2. ผู้เรียนศึกษำแหล่งเรียนรู้ และบันทึกสิ่งท่ีเกี่ยวข้องโดยครูเป็นผู้ประสำนงำน เช่น

- แหล่งวัตถุดิบ - รำ้ นผลติ ไอศกรมี - บคุ คลทมี่ ีควำมเชย่ี วชำญ

3. ผู้เรียนรวมพลังในกำรทำไอศกรีม อำจใช้หลักกำร STEAM ว่ำเป็นแบบใด แบบแท่ง แบบถ้วย

หรือแบบ soft serve อำจได้มำจำกกำรสังเกต หรือกำรจัดทำแบบสำรวจ แล้วลงมือพัฒนำสูตร ทดลองจนได้

สูตรที่คิดว่ำสมบูรณ์ โดยใช้วิธีกำรต่ำงๆ เช่น แจกให้ชิมฟรี แล้วเก็บข้อมูลจำกกำรทดลองมำวิเครำะห์เพื่อลง

ขอ้ สรปุ และตดั สินใจเลอื กทำ

4. ช่วยกันออกแบบและเลือกชนิดของบรรจุภัณฑ์ ที่เหมำะสม ไม่ว่ำจะเป็นกำรรักษำควำมเย็น

กำรเป็นมติ รกับสิ่งแวดลอ้ ม หรือกำรสนบั สนนุ วัตถุดิบในชุมชนหรอื ท้องถิ่น

5. ผู้เรียนรวมพลังในวำงแผนและเลือกวิธีกำรในกำรจัดจำหน่ำย หรือรูปแบบจิตอำสำนำไปเป็นบริจำค

ให้ญำติผปู้ ่วยในโรงพยำบำล หรือบ้ำนเด็กกำพร้ำ หรือจดั จำหน่ำยในวันเปดิ บ้ำนวชิ ำกำร หรือ ขำยทีโ่ รงอำหำร

หรือขอคำแนะนำสนบั สนุนจำกผปู้ กครอง ในกำรวำงหนำ้ ร้ำนจำหนำ่ ย หรือเป็นเจำ้ ของขำยสตู ร

6. ผู้เรียนรวมพลังวิเครำะห์สิ่งดีๆหรือมวลประสบกำรณ์ที่ได้รับจำกกำรทำงำนเป็นทีมหรือวิเครำะห์

ต้นทุน กำไร จำกกำรขำยและประชมุ ร่วมกนั เพอื่ พิจำรณำแนวทำงกำรพฒั นำสตู รและกำรวำงแผนกำรตลำดในอนำคต

ขอ้ ควรคานึง

1.สำรท่ีนำมำทดลองเตรยี มและหำควำมเข้มขน้ ควรเปน็ สำรละลำยทไี่ ม่ก่อให้เกดิ อันตรำยตอ่ ผูท้ ดลอง
และสิ่งแวดล้อม

2. ผลงำนสรำ้ งสรรค์ ควรเปน็ ชนิ้ งำนท่สี ง่ เสรมิ ให้ผเู้ รียนใช้กระบวนกำรคดิ กระบวนกำรออกแบบ
เนน้ กำรร่วมมือรวมพลัง

3. ผลงำนสร้ำงสรรค์ ควรเป็นผลงำนหรอื ชิน้ งำนทสี่ ำมำรถพฒั นำตอ่ ยอดได้ในชวี ิตประจำวัน ถ้ำเกี่ยวข้อง
หรือมีควำมสมั พนั ธ์กับของชุมชน หรือสงั คมไดก้ ็ยงิ่ ดี

4. แนวทำงกำรตอ่ ยอดเชิงพำนชิ ย์ ควรเป็นกิจกรรมนอกช้นั เรียน ท่ผี เู้ รียนรวมทีมกันตำมควำมสนใจ
และสดอ่ื ึงแเอลำะผแลหติ ลภ่งณั เรฑยี ์ทนี่เปรู้น็ จดุ เดน่ ของชุมชนมำร่วมด้วย และผปู้ กครองและทำงโรงเรียนให้กำรสง่ เสริมและสนบั สนุน
และมีเวทีให้ผ1ู้เ.รวยี ีดนทิไดัศ้แนส์ ดลงิงผกล์ ง:ำนhttps://www.youtube.com/watch?v=LbXRPbQMGKk /

เทคนิคกำรเตรียมสำรละลำย

54

2. ชุดวัสดุ/อุปกรณ์ และสำรเคมี ในกำรเตรยี มสำรละลำยและกำรสร้ำงสรรค์ผลงำน
3. ส่ือออนไลน์ เช่น Padlet , word wall , mentimeter
4. เอกสำร บทควำม งำนวิจยั ทเี่ ก่ียวกับสำรละลำยและแหลง่ เรียนรูอ้ นื่ เช่น เวปไซต์

สถำนประกอบกำร แหลง่ เรยี นรู้ในชมุ ชน หรอื กำรสัมภำษณบ์ ุคคลผู้เช่ียวชำญ

การวัดและประเมนิ ผล
1. สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกูลมุ่
2. ประเมินผลงำนหรอื ชน้ิ งำนของผูเ้ รียน

55

ใบกิจกรรมที่ 4.1 การเตรียมสารละลาย

1. คาชแ้ี จง ผ้เู รยี นออกแบบและวำดภำพแสดงข้ันตอนกำรทำกิจกรรมพร้อมท้ังเตรยี มสำรละลำย
2. จุดประสงค์ ผเู้ รยี นสำมำรถออกแบบกำรทำกิจกรรมและเตรียมสำรละลำยจำกสำรบริสทุ ธแิ์ ละสำรละลำยเจือจำงได้
3. วสั ดอุ ุปกรณแ์ ละสารเคมี

1) บกี เกอร์
2) โซเดียมคลอไรด์
3) นำ้ กล่ัน
4) ขวดกำหนดปรมิ ำตรขนำด 250 มลิ ลลิ ิตร และ 100 มิลลลิ ิตร
5) ชอ้ นตกั สำร
6) ขวดนำ้ กลั่น
7) หลอดหยด
8) เคร่ืองช่งั
9) ปิเปต
10) จุกยำงปเิ ปต
11) กรวยกรอง
4. วิธกี ารทากิจกรรม (ผเู้ รียนวาดภาพแสดงขัน้ ตอนการทากิจกรรม)

ตอนที่ 1 การเตรยี มสารละลายจากสารบรสิ ุทธ์ิ

56

ตอนที่ 2 การเจอื จางสารละลาย

5. บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………........
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....…
6. อภปิ รายและสรุปผลการทากจิ กรรม

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………........
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........

57

ใบกจิ กรรมที่ 4.2 “สารละลายสสี นั My colorful solutions”

1. คาชี้แจง ผูเ้ รียนวิเครำะห์ ออกแบบและวำดภำพแสดงข้ันตอนกำรทำกิจกรรมพร้อมทั้งเตรยี มสำรละลำยสสี ัน
2. จุดประสงค์ ผเู้ รียนสำมำรถออกแบบและจัดทำสำรละลำยสสี นั ได้
3. วัสดุอุปกรณ์และสารเคมี

1) บีกเกอร์
2) น้ำตำลทรำย
3) น้ำกลน่ั
4) สีผสมอำหำร
5) ขวดกำหนดปริมำตรขนำด 250 มิลลลิ ิตร และ 100 มลิ ลลิ ติ ร
6) ช้อนตักสำร
7) ขวดน้ำกลั่น
8) หลอดหยด
9) เครื่องช่งั
10) ปเิ ปต
11) จกุ ยำงปิเปต
12) กรวยกรอง
13) หลอดทดลอง
4. วิธกี ารทากิจกรรม
4.1 วิเคราะห์หัวข้อ “สารละลายสสี นั My colorful solutions” และความรูท้ ี่เกี่ยวขอ้ ง

58

4.2 ออกแบบและรา่ งภาพ “สารละลายสีสัน My colorful solutions "

4.3 ขน้ั ตอนการทากจิ กรรม

59

4.4 ผลสาเรจ็ ของชน้ิ งาน (ให้ตดิ ภาพ ผลงาน)

60

61

62

.หัวขอ้ เร่อื ง : มลภาวะทางเสียงเลยี่ งได้ดว้ ยนวัตกรรม

ผลการวิเคราะห์ภาวะถดถอยทางการเรยี นรู้ (Learning Loss)
1. ผเู้ รียนขำดทักษะกำรคดิ แก้ปญั หำและกำรทำงำนรว่ มกับผอู้ ่ืน
. 2. ผู้เรยี นขำดทักษะกำรเปน็ ผู้นำ และปรับประยุกต์ใช้องคค์ วำมรเู้ พื่อให้เกดิ ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวนั

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั

สาระฟิสิกส์ ข้อที่ 2 เข้ำใจกำรเคลื่อนท่ีแบบฮำร์มอนิกอย่ำงง่ำย ธรรมชำติของคล่ืนเสียงและกำรได้
ยินปรำกฏกำรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสยี ง แสงและกำรเห็น ปรำกฏกำรณ์ที่เก่ียวข้องกับแสง รวมท้ังนำควำมรู้ไปใช้
. ประโยชน์

ตวั ชี้วัดท่ี 6 อธบิ ำยควำมเขม้ เสยี ง และระดบั เสียง องค์ประกอบของกำรไดย้ นิ คุณภำพเสียงและ
มลพิษทำงเสยี ง รวมทง้ั คำนวณปรมิ ำณต่ำงๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง

รปู แบบการจดั กิจกรรม

กำรแก้ปัญหำด้วยกระบวนกำรออกแบบเชงิ วศิ วกรรม 6 ขั้นตอน
1. ระบปุ ญั หำได้
2. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดทเ่ี กยี่ วข้อง
3. ออกแบบวิธกี ำรแกป้ ญั หำ
4. วำงแผนและดำเนินกำรแกป้ ัญหำ
5. กำรทดสอบ ประเมนิ ผลและปรบั ปรงุ แก้ไข
6. เสนอวธิ ีกำรแก้ปัญหำ ผลกำรแก้ปัญหำหรือชิ้นงำน

เป้ำหมำยในกำรพัฒนำผู้เรยี น.

สาระการเรยี นรู้ .

1. มลภำวะทำงเสยี ง

2. สรำ้ งแนวทำงหรอื ชิ้นงำนเพ่อื แก้ปัญหำ

มลภำวะทำงเสยี ง

สมรรถนะสาคญั สาหรบั ผเู้ รยี น

1. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ

2. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

3. ควำมสำมำรถในกำรคดิ (คิดวเิ ครำะห์ คิดสร้ำงสรรค)์

4. ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร

63

ข้อควรคานึง
1. กำรดำเนนิ กิจกรรมเนน้ ให้ผู้เรียนเกิดทักษะ สมรรถนะ โดยครเู ปน็ ผชู้ ้แี นะ
2. วัสดุ-อปุ กรณใ์ นกำรดำเนนิ กจิ กรรมสำมำรถปรบั เปลยี่ นไดต้ ำมควำมเหมำะสม
3. กำรใช้คำถำมนำเพื่อใหผ้ เู้ รียนเกดิ สมรรถนะควำมสำมำรถในกำรคิด
4. กำรทดสอบผลงำนผเู้ รียนควรให้คำแนะนำเชิงบวก และมีควำมเปน็ ไปได้

64

กระบวนการจดั กจิ กรรม

แบ่งกลมุ่ ผูเ้ รียนกลุ่มๆ ละ 5-6 คน เพื่อทำกำรศึกษำและแก้ปัญหำจำกมลภำวะทำงเสยี งดว้ ยกำรสร้ำง

นวัตกรรมหรือสงิ่ ประดิษฐด์ ้วยกระบวนกำรออกแบบเชิงวิศวกรรม (ครใู ชว้ ธิ ีกำรสมุ่ ตำมควำมเหมำะสม) ดงั นี้

ระบปุ ญั หามลภาวะทาง 1. ผู้เรยี นสามารถระบุปัญหาได้
เสยี งท่ีเกิดขึน้ จริงในชุมชน 1.1 ผ้เู รยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันระดมสมองเพ่ือหำแหล่งกำเนดิ หรือ
หรอื สังคม
ปัญหำมลภำวะทำงเสยี งท่ีเกดิ ข้นึ ในชุมชน จำกน้นั เขียนลงในใบกิจกรรมท่ี 1
1.2 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนำเสนอปัญหำมลภำวะทำงเสียง

กลุ่มละ 5 นำที พร้อมเสนอแนะแนวทำงแก้ปัญหำนนั้ ๆ โดยมีครูและเพื่อน

วพิ ำกษเ์ พิ่มเติมให้สมบูรณ์ จำกน้ันผเู้ รียนเลือกสภำพปญั หำกลุ่มละ 1 เรอื่ ง

ในกำรศึกษำเพ่ือแก้ปัญหำมลภำวะทำงเสียง เพื่อให้เกิดควำมแตกต่ำงและ

มแี นวทำงกำรแกป้ ญั หำท่ีหลำกหลำย

ศึกษาขอ้ มลู พนื้ ฐานเร่อื ง 2. ผูเ้ รยี นรวบรวมข้อมลู และแนวคิดทเี่ กย่ี วข้องได้
เสยี งและการแก้ปัญหา 2.1 ผูเ้ รียนแตล่ ะกลมุ่ ดำเนนิ กิจกรรมเพื่อใหเ้ กดิ ควำมรู้และแนวคิด

พน้ื ฐำนในกำรแกป้ ญั หำมลภำวะทำงเสียงดงั นี้

มลภาวะทางเสียง 2.1.1 ผู้เรยี นแต่ละกลุ่มเลน่ เกมส์ “คนใบ้สง่ สำร” ใชเ้ วลำ

กลุม่ ละ 3 นำที

รปู แบบการเลน่ เกมส์
1. ผเู้ รียนในกลุ่มเขำ้ แถวตอนเรียงหน่งึ เวน้ ระยะหำ่ งระหว่ำงคน 1 เมตร
2. ผู้เรียนในแต่ละกลุ่มเลือกหัวหน้ำทีม และรองหัวหน้ำทีม โดยให้หัวหน้ำอยู่หัวแถว (คนท่ีหนึ่ง)
และรองหวั หน้ำอยู่ท้ำยแถว (คนสดุ ท้ำย) จำกนนั้ ใหค้ นทสี่ องถงึ คนสุดทำ้ ยกลบั หลังหนั
3. หัวหน้ำทีมอ่ำนข้อควำมส้ันๆ จำกครูเกี่ยวกับเสียง จำกนั้นกลับหลังหันไปหำสมำชิกคนที่2
แล้วสะกิดให้สมำชิกคนท่ี 2 กลับหลังหันมำหำตนเอง ส่ือสำรส่ิงท่ีได้จำกครูโดยใช้กำรแสดงออกทำงกำย
(ห้ำมใช้เสียง) ภำยในเวลำ 10 วนิ ำที เสรจ็ แลว้ หัวหน้ำทมี กลบั หลังหันมำอยูเ่ หมือนเดมิ

4. ผู้เรียนคนที่ 2 กลับหลังหันไปสะกิดเรียกผู้เรียนคนท่ี 3 ให้กลับหลังหันมำหำตนแล้ว
แสดงออกทำงกำยเพื่อส่ือสำรข้อควำมท่ีได้จำกผู้เรียนคนที่ 1 ภำยในเวลำ 10 วินำที จำกนั้นคนท่ี 2
กลบั หลังหนั มำอยู่เช่นเดมิ ต่อไป คนท่ี 3 กด็ ำเนนิ กจิ กรรมลกั ษณะเดยี วกนั จนถงึ คนสุดทำ้ ย

5. ผู้เรียนคนสุดท้ำย เมื่อได้รับสำรท่ีแสดงออกทำงกำยแล้วให้พูดข้อควำมน้ันออกมำแล้ว
หวั หน้ำทีมเฉลยขอ้ ควำมท่ถี กู ต้อง กลุ่มใดสำมำรถส่อื สำรตอบคำถำมไดถ้ ูกตอ้ ง เปน็ ผ้ชู นะ

65

2.1.2 ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ และครูร่วมกนั อภิปรำยเพ่ือเพื่อให้
เหน็ ควำมสำคญั ของระดบั ระดบั เสียงท่ีเหมำะสมต่อกำรดำรงชีวิต เชน่
ผลจำกระดบั เสียงน้อยเกนิ ไป หรอื ผลจำกระดบั เสยี งมำกเกินไป

2.1.3 ผ้เู รียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศกึ ษำมลภำวะทำงเสียง
จำก สือ่ วีดิทัศน์
https://www.youtube.com/watch?v=lWIoXJIvmFs&t=106s
จำกน้นั ทำใบกิจกรรมที่ 2 และ ใบกจิ กรรมที่ 3

2.1.4 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษำสถำนกำรณ์ต่อไปน้ี
แล้วร่วมกันวิเครำะห์สำเหตุและอภิปรำยผลที่เกิดข้ึน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
แล้วเขยี นลงในกระดำษวำดแบบทกี่ ำหนดให้

นำงสำวสุดสวยและครอบครัว ไปเล้ียงฉลองปีใหม่ที่ร้ำนอำหำรแหง่ หนง่ึ และได้ร้องเพลงใน
ห้องคำรำโอเกะกันอย่ำงสนุกสนำน ซ่ึงในห้องน้ันมีไมโครโฟนอยู่ 2 ตัว สุดสวยและพี่ชำย พบว่ำ
เสียงร้องเพลงมีควำมทุ้ม ควำมแหลมแตกต่ำงกัน และเม่ือเดินออกมำนอกห้องคำรำโอเกะสุดสวย
ไมไ่ ดย้ ินเสียงเพลงจำกในหอ้ งเลย

ให้ผู้เรียนร่วมกันอภิปรำยถึงสำเหตุและองค์ประกอบท่ีส่งผลให้เสียงมีควำมไพเรำะต่ำงกัน
และเพรำะเหตใุ ดเม่ืออยนู่ อกห้องคำรำโอเกะเขำไม่ไดย้ นิ เสยี งใดๆ เลด็ ลอดออกมำ

(แนวคำตอบ ประเด็นที่ 1 ไมโครโฟนมีอุปกรณ์เสริมช่วยปรับระดับเสียงและคุณภำพเสียง ประเด็นที่ 2
ห้องคำรำโอเกะจะใช้อุปกรณ์ดดู ซับเสยี งตกแต่งภำยในห้องเพื่อป้องกันไม่ให้เสยี งออกสภู่ ำยนอกซึ่งอำจจะเป็น
กำรรบกวนผู้อ่นื )

2.1.5 ผู้เรียนร่วมกันสรุปองค์ประกอบของเสียง, กำรเกิดเสียง,
และคุณสมบัติของเสียง (ครูร่วมสรุปเพื่อทบทวนเน้ือหำเดิม เรื่อง กำรเกิดเสียง
และคณุ สมบตั ขิ องเสียง)

2.1.6 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำกำรทดลองวัดระดับ
ควำมเข้มเสียงจำกแหล่งกำเนิดที่ระยะต่ำงๆ แล้วนำข้อมูลเขียนกรำฟ
พร้อมสรุปผลกำรทดลองในใบกิจกรรมที่ 4 ระดับควำมเข้มเสียงกับ
ระยะห่ำงจำกแหล่งกำเนิด (เพื่อทำกำรฝึกกำรวัดระดับควำมเข้มเสียง
ใช้ Application Splend Apps. หรือ Tools Dev. หรือตำมควำมเหมำะสม)

2.1.7 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลกำรดำเนินกิจกรรม
กลุ่มละ 3 นำที โดยมีครูและเพื่อน ร่วมกันวิพำกษ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้

ปรับประยกุ ต์ความรสู้ ู่ 66
การดาเนินชวี ติ
ตลอดจนสามารถ เกี่ยวกับระดับควำมเข้มเสียงจำกแหล่งกำเนิดระยะต่ำง ๆ มลภำวะทำงเสียง
สร้างสรรคน์ วัตกรรม และคุณสมบัติของวัสดุป้องกันเสียงเพื่อเช่ือมโยงเข้ำสู่กำรออกแบบวิธี
และการปรบั ประยุกต์ใช้ แก้ปัญหำ
ใหเ้ กดิ ประโยชน์ใน
ชวี ิตประจาวนั ได้. 2.2 ผู้เรียนในแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเพำะกับ
กำรแก้ประเด็นปัญหำท่ีแต่ละกลุ่มเลือก ด้วยวิธีกำรท่ีหลำกหลำย เช่น
คุณสมบัติของวัสดุท่ีใช้ดูดซับเสียง พร้อมสำรวจวัสดุในชุมชนท่ีสำมำรถ
นำมำใช้สร้ำงเป็นสงิ่ ดดู ซับเสียง หรอื ลดมลพิษทำงเสียง

2.3 ผู้เรียนแลกเปล่ียนเรียนรู้ข้อมูลท่ีได้จำกกำรสืบค้นภำยในกลุม่
จำกนั้นร่วมอภิปรำยแนวทำงกำรนำวัสดุดูดซับเสียงมำใช้ในกำรแก้ปัญหำ
มลภำวะท่เี สยี ง
3. ผ้เู รยี นออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหาได้

3.1 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มดำเนินงำนตำมใบกิจกรรมที่ 5 เร่ือง
มลภำวะทำงเสียงเลี่ยงได้ด้วยนวัตกรรม โดยร่วมกันออกแบบและร่ำง
รูปแบบสิ่งประดิษฐ์ที่จะใช้แก้ปัญหำท่ีผเู้ รียนแต่ละกลุ่มเลือก ซ่ึงเป็นปัญหำ
ทเี่ กดิ ขน้ึ ในชมุ ชนของตนเองโดยใช้วสั ดุท่ีสำมำรถหำได้ในท้องถิน่ โดยแสดง
รำยละเอยี ดชิน้ งำนให้สมบูรณ์
(ผู้เรียนออกแบบตำมควำมสนใจ แต่ครูคอยให้คำแนะนำ และช่วยเหลือ
อย่ำงใกลช้ ิดเพอ่ื ใหก้ ำรออกแบบชิน้ งำนนน้ั อย่บู นพื้นฐำนควำมเป็นไปได้)

3.2 ผู้เรียนในแต่ละกลุ่มร่ำงรูปแบบลงในกระดำษวำดแบบ เพื่อ
นำเสนอแนวคิดส่ิงประดิษฐ์ของตนเองแบบคร่ำวๆ พอสังเขป โดยยึดหลัก
“ทำอะไร ทำอย่ำงไร ทำเพื่ออะไร” กลุ่มละ 3-5 นำที โดยครูคอยให้
คำแนะนำเพม่ิ เติม

3.3 ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลมุ่ จดั เตรียมวสั ดตุ ำมท่ีรว่ มกนั ออกแบบ
เพ่ือจะดำเนินกำรสรำ้ งสง่ิ ประดษิ ฐ์นนั้ ๆ
4. ผูเ้ รียนวางแผนและดาเนินการแก้ปญั หาได้

4.1 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสร้ำงส่ิงประดิษฐ์เพ่ือแก้ไขมลภำวะ
ทำงเสียง เช่น ทำแผ่นดูดซับเสียง หรือลดระดับควำมเข้มเสียงตำมที่ได้
ออกแบบไว้ (ทำในช้นั เรียนหรือนอกเวลำเรียนตำมควำมเหมำะสม)
(ช้ินงำนของผู้เรียนออกมำในลักษณะที่พร้อมข้ึนรูปทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ดูด
ซับเสียง เช่น กำรทำแผ่นฟำงอัดดูดซับเสียง กำรถักทอด้ำยเพ่ือทำวัสดุดูด
ซับเสียง แผ่นอัดเส้นใยต้นกลว้ ย เปน็ ตน้ )

67

4.2 ผู้เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันออกแบบวิธีกำรตรวจสอบสิง่ ประดิษฐ์
ท่ีสร้ำงข้ึนลงในใบกิจกรรมที่ 6 กำรทดสอบกำรแก้ปัญหำมลภำวะทำงเสยี ง
ของนวตั กรรม

5. ผเู้ รยี นทาการทดสอบ ประเมินผลและปรบั ปรงุ แก้ไขได้
5.1 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มทดสอบควำมสำมำรถในกำรแก้ไขปัญหำ

มลภำวะทำงเสียงของสิ่งประดษิ ฐ์สร้ำงขึน้ ลงในใบกจิ กรรมที่ 6 กำรทดสอบ
กำรแกป้ ญั หำมลภำวะทำงเสียงของนวัตกรรม

5.2 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรำยผลกำรทดสอบ และร่วมกัน
หำแนวทำงกำรปรับปรุง แก้ไข พัฒนำนวัตกรรมส่ิงประดิษฐ์ให้สมบูรณ์
และมีประสทิ ธิภำพมำกขนึ้

6. ผู้เรียนนาเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือช้ินงานได้
6.1 ผเู้ รยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกันสรุป กำรดำเนินกิจกรรม ปญั หำท่ีพบ

แนวทำงแก้ไขลงในกระดำษวำดแบบ แล้วนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ก ลุ่ ม ล ะ 5 น ำ ที โ ด ย ค รู แ ล ะ เ พื่ อ น วิ พ ำ ก ษ์ เติ ม เ ต็ มใ ห้ สม บูรณ์

6.2 ผู้เรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับระดับควำมดังของเสียง
คุณภำพเสียง มลภำวะทำงเสียง และกำรสร้ำงนวัตกรรมดูดซับเสียงในเชิง
บวกและเชงิ ลบ

ข้อควรคานึง
1. กำรดำเนนิ กิจกรรมเน้นให้ผู้เรยี นเกดิ ทกั ษะ สมรรถนะ โดยครเู ป็นผู้ช้ีแนะ
2. วสั ดุ-อปุ กรณ์ในกำรดำเนนิ กจิ กรรมสำมำรถปรบั เปลี่ยนไดต้ ำมควำมเหมำะสม
3. กำรใชค้ ำถำมนำเพื่อให้ผู้เรียนเกดิ สมรรถนะควำมสำมำรถในกำรคดิ
4. กำรทดสอบผลงำนผเู้ รยี นควรให้คำแนะนำเชงิ บวก และมคี วำมเป็นไปได้

สอ่ื การเรยี นการสอน
1. รจู้ กั กระบวนกำรออกแบบเชิงวศิ วกรรม ep1 ( URL:

https://www.youtube.com/watch?v=p7KkDoFTt_A)
2. มลภำวะของเสียงและกำรปอ้ งกนั (URL:

https://www.youtube.com/watch?v=lWIoXJIvmFs&t=106s

68

3. เกมคนใบส้ ่งสำร
4. ใบควำมรู้ เร่อื ง ระดบั ควำมเขม้ เสียงกับควำมปลอดภยั ในชวี ิตประจำวัน
5. ใบกจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง ปญั หำมลภำวะทำงเสียง
6. ใบกจิ กรรมท่ี 2 เรื่อง มลพษิ ทำงเสียง
7. ใบกิจกรรมที่ 3 เรอ่ื ง กำรแกป้ ัญหำมลพษิ ทำงเสยี ง
8. ใบกจิ กรรมที่ 4 เร่ือง ระดบั ควำมเข้มเสยี งกบั ระยะหำ่ งจำกแหล่งกำเนิด
9. ใบกิจกรรมที่ 5 เรื่อง มลภำวะทำงเสียงเล่ียงดว้ ยนวตั กรรม
10. ใบกิจกรรมที่ 6 เร่ือง กำรทดสอบกำรแก้ปัญหำมลภำวะทำงเสียงของนวตั กรรม

การวดั และประเมนิ ผล

1. สังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนรว่ มกบั ผอู้ ่ืน
2. ประเมนิ ผลงำน หรือช้นิ งำนของผ้เู รยี น

69

ใบความรู้
เร่ือง ระดบั ความเข้มเสียงกับความปลอดภยั ในชวี ิตประจาวนั

เสยี งเกดิ จำกแหลง่ กำเนดิ ถูกรบกวน และเกิดกำรสัน่ อยำ่ งรุนแรง ส่งผำ่ นพลงั งำนมำในตัวกลำง
ซง่ึ กำรไดย้ นิ ตอ้ งมีองค์ประกอบ 3 ประกำร คือ ต้นกำเนดิ เสยี ง ตัวกลำง และประสำทรับเสยี งในหู โดยท่ัวไป
จะแยกออกเปน็ ลักษณะตำ่ งๆดงั น้ี

1. ควำมรู้สกึ ดัง-ค่อยของเสียง ขึ้นอย่กู ับแอมพลจิ ดู ของคลืน่ และควำมเขม้ เสียง
2. ควำมรู้สึกทุ้ม-แหลมของเสยี ง ขน้ึ อยูก่ ับควำมถข่ี องเสียง
3. ควำมไพเรำะของเสยี ง ขน้ึ อยกู่ บั คณุ ภำพเสียง

ความเขม้ เสยี ง (Sound Intensity/I)
เป็นตวั กำหนดควำมดัง-คอ่ ยของเสียง มีค่ำข้ึนกับแอมพลจิ ูดของคล่ืน โดยมนี ิยำมว่ำ "ควำมเขม้ เสยี ง

ณ จดุ ใดๆ คอื พลังงำนของเสียงทแี่ ผอ่ อกจำกแหลง่ กำเนิดในเวลำหนง่ึ หนว่ ยตกกระทบพื้นที่ในแนวต้ังฉำก 1
ตำรำงหน่วย" มีหนว่ ยเปน็ วัตต์/ตำรำงเมตร

PI

R

หมู นุษยจ์ ะฟังเสียงไม่ไดย้ ินเมื่อเสียงมคี วำมเข้มน้อยกวำ่ 10-12 วตั ต์/เมตร2 (I0 = Imin)
หูมนษุ ย์จะทนฟังเสยี งไม่ไดเ้ มื่อเสียงมีควำมเขม้ มำกกวำ่ 1 วัตต/์ เมตร2 (Imax)
เรำสำมำรถคำนวณหำควำมเข้มเสียงไดจ้ ำกสมกำร


=

=
4 2

เมอ่ื I คือ ควำมเขม้ เสยี ง (วัตต์/ตร.ม. , W/m2)

P คือ กำลงั ของแหลง่ กำเนดิ เสียง (วัตต,์ W)

R คอื ระยะจำดแหลงั กำเนิดถึงจุดท่ีพจิ ำรณำ (ผฟู้ งั ) (เมตร, m)

70

เมอื่ ควำมเข้มเสียง ณ ตำแหน่งทีห่ ำ่ งจำกแหล่งกำเนิดเสยี งเป็นระยะทำง R1 และ R2 จะเห็นวำ่ ควำมเข้มเสยี ง
แปรผกผนั กับระยะทำงกำลงั สอง

P I1

R1 I2
R2

สำมำรถเขียนควำมสัมพนั ธ์ได้ดงั สมกำร


= 4 2

1
2

1 = ( 2)2 = ( 12)2
2 ( 1)2

ระดบั ความเข้มเสยี ง
กำรบอกควำมดงั หรอื เบำของเสียงดว้ ยควำมเข้มเสยี งท่ีผ่ำนมำนัน้ จะเหน็ ว่ำช่วงจำกเสียงเบำทส่ี ดุ ไปหำ

ดังทส่ี ดุ มีช่วงมำกกว่ำกนั ถึง 1012 เทำ่ จงึ ไมเ่ หมำะจะใชบ้ อกถึงควำมดังหรอื เบำ จึงเปลี่ยนมำใช้กำรบอกควำม
ดงั หรอื เบำ ด้วยคำ่ ระดับควำมเขม้ เสยี ง โดยเทียบมำจำกควำมเข้มเสียง ซง่ึ ระดับควำมเข้มเสยี งมีควำมสมั พนั ธ์
กบั ควำมเขม้ เสยี ง ดังสมกำร


= 0

จะเหน็ ไดว้ ำ่ ควำมดังท่ีมนุษย์ฟงั ไดจ้ ะมีค่ำอยูร่ ะหวำ่ ง 0 - 12 เบล ซึ่งเป็นช่วงทีแ่ คบมำก ทำให้แยก
เสียงต่ำงๆ ได้ยำกจึงมีกำรกำหนดให้ควำมดงั ของเสียงมหี น่วยเป็นเดซิเบล (decibel) แล้วเขียนเปน็ สมกำร
ควำมสัมพนั ธ์ใหมไ่ ดว้ ่ำ

71


= 10 0

เม่ือ β คือ ระดบั ควำมเข้มเสยี ง (เบล , Bell)
คอื ควำมเขม้ เสยี ง (วตั ต์/ตร.ม. , W/m2)
0 คือ ควำมเข้มเสยี งตำ่ สุดที่เรำได้ยิน (10-12 W/m2)

เมื่อพิจำรณำระหว่ำง 2 จดุ ใดๆ จะพบว่ำระดบั ควำมเข้มเสียงมีควำมสมั พันธ์ ดงั สมกำร


= 10 0

1 − 2 = 10 ( 12) = 10 ( 12 ( 12)2)

ควำมสัมพนั ธ์ระหวำ่ งควำมเข้มเสียงและระดบั ควำมเข้มเสียง พจิ ำรณำได้ดังตำรำง

ความเขม้ เสียง (W/m2) ระดบั ความเข้มเสียง ( )
10-12 0
10-11 10
10-10 20
10-9 30
10-8 40
10-7 50
10-6 60
10-5 70
10-4 80
10-3 90
10-2 100
10-1 110
100 = 1 120

72

มลภาวะของเสียง (Sound Pollution)
ถำ้ เสยี งที่มีพลงั งำนมำกๆ เขำ้ ส่หู ซู ง่ึ เป็นอวัยวะรบั เสียง อำจทำใหเ้ กิดควำมเจบ็ ปวดหหู รือเกิดควำม

รำคำญ เสยี งจึงเปน็ ส่งิ ที่อำจทำใหเ้ กิดอนั ตรำยได้ เชน่ มผี ลต่ออำรมณ์ ควำมรสู้ กึ ตลอดจนตอบสนองต่อส่ิงเรำ้
ทำให้ร้สู ึกไดถ้ งึ แหลง่ กำเนดิ เสียง เช่น เสียงดำ่ เสยี งโกรธ เสียงไพเรำะ ถ้ำเสียงทไี่ ดย้ นิ ทำให้เกิดผลเสยี ตอ่ ผฟู้ ัง
ไมว่ ำ่ จะดำ้ นร่ำงกำยหรือจติ ใจ ถือว่ำเป็นมลพิษทำงเสียง

ในปจั จุบนั ขณะทีเ่ ทคโนโลยีพฒั นำมำกขึน้ ทำให้เรำตอ้ งได้รับมลพิษทำงเสียงมำกขึน้ ตำมไปด้วยใน
กำรปอ้ งกันมลพิษทำงเสยี ง ไดม้ ีประกำศเกย่ี วกบั ควำมปลอดภัยในกำรทำงำนในบรเิ วณทีม่ ีเสยี งดงั ของ
กระทรวงมหำดไทย ดงั นี้

เวลาในการทางานตอ่ วัน ระดบั ความเข้มเสียงที่คนทางานไดร้ บั อย่างต่อเน่ืองตอ้ งไมเ่ กิน

(ช่ัวโมง) (เดซเิ บล)

น้อยกวำ่ 7 91

7-8 90

มำกกว่ำ 8 80

แหล่งท่มี ำของมลภำวะทำงเสียงนัน้ มีมำกมำก สำมำรถเทยี บระดบั ควำมเข้มเสยี งไดด้ งั ภำพ

ท่มี ำภำพ : www.trueplookpanya.com/learning/detail/33046

73

บัตรคาสั่ง
เกมคนใบ้ส่งสาร

คาช้แี จง ให้ผเู้ รียนแบง่ กลมุ่ แบง่ กลุม่ ๆ ละ 6 คน เพ่ือเลน่ เกมส์ “คนใบ้สง่ สำร” ใช้เวลำกล่มุ ละ 3 นำที

รปู แบบการเลน่ เกมส์
1. ผเู้ รยี นในกลุ่มเข้ำแถวตอนเรยี งหนงึ่ เวน้ ระยะห่ำงระหว่ำงคน 1 เมตร
2. ผู้เรียนในแต่ละกลุ่มเลือกหัวหน้ำทีม และรองหัวหน้ำทีม โดยให้หัวหน้ำอยู่หัวแถว
(คนท่หี นงึ่ ) และรองหวั หน้ำอยู่ท้ำยแถว (คนสดุ ท้ำย) จำกนน้ั ใหค้ นที่สองถงึ คนสุดท้ำยกลับหลงั หนั
3. หัวหน้ำทมี อำ่ นขอ้ ควำมส้ัน ๆ จำกครูเกย่ี วกับเสยี ง จำกนัน้ กลบั หลงั หันไปหำสมำชิกคนท่ี
2 แล้วสะกิดให้สมำชิกคนที่ 2 กลับหลังหันมำหำตนเอง ส่ือสำรสิ่งที่ได้จำกครูโดยใช้กำรแสดงออก
ทำงกำย (ห้ำมใช้เสยี ง) ภำยในเวลำ 10 วินำที เสร็จแลว้ หัวหนำ้ ทมี กลับหลงั หันมำอยูเ่ หมอื นเดมิ
4. ผู้เรียนคนท่ี 2 กลับหลังหันไปสะกิดเรียกผู้เรียนคนท่ี 3 ให้กลับหลังหันมำหำตน
แล้วแสดงออกทำงกำยเพื่อสอ่ื สำรข้อควำมที่ไดจ้ ำกผู้เรยี นคนท่ี 1 ภำยในเวลำ 10 วินำที จำกนน้ั คนที่
2 กลับหลงั หันมำอยเู่ ช่นเดิม ต่อไป คนท่ี 3 กด็ ำเนนิ กิจกรรมลักษณะเดยี วกนั จนถงึ คนสดุ ทำ้ ย
5. ผู้เรียนคนสุดท้ำย เมื่อได้รับสำรท่ีแสดงออกทำงกำยแล้วให้พูดข้อควำมนั้นออกมำ
แลว้ หัวหน้ำทีมเฉลยขอ้ ควำมท่ถี กู ต้อง กลุ่มใดสำมำรถสอื่ สำรตอบคำถำมไดถ้ ูกต้อง เป็นผ้ชู นะ

74

ใบกิจกรรมที่ 1
เรื่อง ปัญหามลภาวะทางเสยี ง

คาช้ีแจง ให้ผูเ้ รยี นแต่ละกลุ่มระดมควำมคดิ โดยเขียนสงิ่ ที่ผเู้ รยี นคดิ วำ่ เปน็ มลภำวะทำงเสยี งทีอ่ ยใู่ นชมุ ชนหรือ
ในชีวิตประจำวันลงในช่องว่ำงที่กำหนดให้

แหล่งกำเนิดเสียงหรือมลภำวะทำงเสียงทีเ่ กดิ ในชมุ ชนหรือในชวี ติ ประจำวัน
1…………………………………………......................................................................................................................
ผลกระทบต่อผเู้ รียน.....................................................................................................................................
ผลกระทบต่อชุมชน/สังคม........................................................................................................................ .....

2…………………………………………......................................................................................................................
ผลกระทบต่อผเู้ รียน.....................................................................................................................................
ผลกระทบต่อชมุ ชน/สังคม.............................................................................................................................

3…………………………………………......................................................................................................................
ผลกระทบต่อผเู้ รยี น.....................................................................................................................................
ผลกระทบต่อชุมชน/สงั คม.............................................................................................................................

4…………………………………………......................................................................................................................
ผลกระทบต่อผเู้ รยี น.....................................................................................................................................
ผลกระทบต่อชุมชน/สังคม.................................................................................................................... .........

5…………………………………………......................................................................................................................
ผลกระทบต่อผเู้ รียน.....................................................................................................................................
ผลกระทบต่อชมุ ชน/สงั คม.............................................................................................................................

ปญั หำมลภำวะท่กี ลุ่มผเู้ รียนเลอื กคือ............................................................................................................
เหตุผลทเี่ ลอื ก...................................................................................................................................................

75

ใบกิจกรรมที่ 2
เรอ่ื ง มลพิษทางเสียง

ชอ่ื -สกุล...........................................................................ชน้ั .............เลขท.ี่ .............

คาช้แี จง ใหผ้ เู้ รียนวิเครำะหช์ นดิ ของเสยี งท่กี ำหนดใหว้ ่ำก่อให้เกิดเป็นอันตรำยหรือไม่ก่อให้เกดิ อันตรำยหำก
รบั ฟงั เปน็ เวลำนำน จำกนนั้ เขียนคำตอบลงในใบกิจกรรม

เสยี งขุดเจำะถนน เสียงเครือ่ งซักผ้ำ เสยี งเครื่องพิมพ์ดดี เสียงแตรรถยนต์

เสยี งเครือ่ งบนิ ขึน้ เสยี งในดสิ โก้เทค เสยี งพูดคุยธรรมดำ เสยี งฝนตก

เสียงนกหวีด เสยี งเคร่ืองตัดหญำ้ เสียงยิงปืน เสียงระฆัง เสยี งกระซบิ

เสยี งที่ไม่กอ่ ใหเ้ กิดอนั ตรำย เสียงท่กี อ่ ให้เกิดอันตรำยกับ
กับ

76

ใบกจิ กรรมที่ 3
เร่อื ง การแกป้ ญั หามลพษิ ทางเสียง

ช่อื -สกุล...........................................................................ชนั้ .............เลขที่..............
คาช้แี จง : ใหผ้ ู้เรยี นวเิ ครำะห์สถำนกำรณจ์ ำกน้นั เขยี นแสดงแนวทำงแกป้ ัญหำลงในช่องว่ำงทก่ี ำหนดให้

สถานการณ์
ถ้ำผเู้ รียนอำศัยอยู่ใกล้กบั บรเิ วณทีม่ จี รำจรตดิ ขัด ซ่ึงเสียงของรถและแตรรถทำให้เกดิ
มลภำวะทำงเสยี งขนึ้ ผเู้ รยี นจะมีวธิ ีกำรแก้ปญั หำนี้อยำ่ งไร

แนวทำงกำรแกป้ ัญหำ

77

ใบกจิ กรรมที่ 4
เรอื่ ง ระดับความเขม้ เสยี งกบั ระยะห่างจากแหลง่ กาเนดิ

คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้เรยี นทำกำรทดลองวัดระดับควำมเขำ้ เสยี งจำกแหล่งกำเนิดท่ีระยะต่ำงๆ แลว้ นำข้อมูล
เขยี นกรำฟ พร้อมสรปุ ผลกำรทดลอง

แผนผังกำรทดลองวดั ระดบั ควำมเขม้ เสียง

แหลง่ กำเนดิ เสยี ง จดุ วดั ระดบั ควำมเข้มเสยี ง

R

ตารางบันทกึ ผลการทดลอง

จดุ ที่ ระยะหา่ งจากแหล่งกาเนิดเสียง ระดบั ความเข้มเสียง หมายเหตุ
(เมตร) (เดซิเบล)

11

22

33

44

55

จุดที่ ระยะหา่ งจากแหล่งกาเนิดเสียง ระดับความเข้มเสยี ง 78
(เมตร) (เดซิเบล) หมายเหตุ

66
77
88
99
10 10

ให้ผูเ้ รียนนำผลกำรทดลองมำเขยี นกรำฟ

79

สรุปผลการทดลอง (ตามความเข้าใจของผเู้ รยี น)
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

80

ใบกิจกรรมที่ 5
เรอื่ ง มลพิษทางเสียงเลีย่ งดว้ ยนวัตกรรม

คาช้ีแจง : ใหผ้ ู้เรยี นแต่ละกลุ่มนำสภำพปัญหำในชมุ ชนที่เลือกไวจ้ ำกใบกิจกรรมท่ี 1 มำออกแบบนวตั กรรม
เพ่อื แก้ปัญหำดงั กลำ่ ว พรอ้ มทัง้ แสดงรำยละเอียดของวสั ดุ อปุ กรณ์ วธิ ที ำ วำดภำพรำ่ ง และอธบิ ำย
ส่วนประกอบใหช้ ัดเจน

ปัญหำมลภำวะทำงเสยี งทตี่ ้องกำรแก้ไข ...........................................................................................
........................................................................................................... .............................................................
............................................................................................................................. ...........................................

ช่อื สิง่ ประดษิ ฐ.์ ..................................................

81

ใบกจิ กรรมที่ 6
เรือ่ ง การทดสอบการแก้ปัญหามลภาวะทางเสียงของนวตั กรรม

คาช้แี จง : ใหผ้ ู้เรียนออกแบบวธิ ีกำรตรวจสอบกำรแก้ปัญหำมลภำวะทำงเสียงของวตั กรรมท่ผี ู้เรยี นแต่ละ
กลุ่มสรำ้ งขน้ึ เช่น กำรตรวจสอบกำรดูดซับเสยี งของแผ่นดูดซบั เสียงทผ่ี ู้เรยี นสร้ำงขนึ้ เพื่อแกไ้ ข
ปัญหำเสียงดังรบกวน

ช่ือสิ่งประดิษฐ.์ .............................................
หลกั กำรทำงำนของสงิ่ ประดษิ ฐ์
.................................................................................................................................................. ............................
...................................................................................................... ........................................................................
วัสดุ-อปุ กรณ์
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
วิธีกำรตรวจสอบ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................... .........
......................................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................ ......................
............................................................................................................ ..................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................... ...................................
............................................................................................... ...............................................................................

82

บันทกึ ผลกำรตรวจสอบ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

สรปุ ผลกำรตรวจสอบ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............
...................................................................................................................... ........................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................... .........................
......................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

83

- แนวคาตอบ -

ใบกิจกรรมท่ี 1
เรอ่ื ง ปัญหามลภาวะทางเสยี ง

คาชี้แจง ให้ผ้เู รียนแต่ละกลุ่มระดมควำมคดิ โดยเขียนสิ่งท่ีผเู้ รียนคิดว่ำเป็นมลภำวะทำงเสยี งที่อยู่ในชุมชนหรือ
ในชีวติ ประจำวันลงในชอ่ งว่ำงทก่ี ำหนดให้

แหล่งกำเนิดเสียงหรือมลภำวะทำงเสียงท่ีเกิดในชุมชนหรือในชีวิตประจำวนั
1…ปญั หำเสียงดังรบกวนจำกเสียงเคร่อื งยนต์เน่ืองจำกบ้ำนเรอื นติดถนนสำยหลัก.........................................
ผลกระทบต่อผเู้ รียน..ไม่มีสมำธิในกำรอ่ำนหนงั สือ นอนหลับยำก.................................................................
ผลกระทบต่อชุมชน/สังคม...ผู้คนไดร้ ับผลกระทบดำ้ นกำรได้ยิน เสยี สุขภำพและประสิทธิภำพในกำรทำงำน

2…ปญั หำเสยี งดงั จำกกำรก่อสรำ้ งถนนทอ่ี ยู่ใกล้บ้ำน.....................................................................................
ผลกระทบต่อผู้เรียน....ไม่มีสมำธใิ นกำรอำ่ นหนังสือ นอนหลับยำก.............................................................
ผลกระทบต่อชุมชน/สงั คม...ผู้คนไดร้ ับผลกระทบดำ้ นกำรได้ยนิ เสียสุขภำพและประสทิ ธภิ ำพในกำรทำงำน

3…ปญั หำเสียงดงั จำกพ่อแม่ท่ีนอนกรนเสียงดงั เน่ืองจำกนอนหอ้ งเดียวกนั กบั พ่อแม.่ ...................................
ผลกระทบต่อผู้เรยี น นอนหลับไมส่ นิท ทำให้เสียสขุ ภำพ............................................................................
ผลกระทบต่อชมุ ชน/สังคม........-.....................................................................................................................

4...ปัญหำจำกเสยี งเหำ่ และหอนของสนุ ขั จรจัดในยำมวกิ ำล...........................................................................
ผลกระทบต่อผเู้ รียน....นอนหลบั ไมส่ นทิ ทำใหเ้ สียสุขภำพ..........................................................................
ผลกระทบต่อชมุ ชน/สงั คม....เป็นกำรรบกวนกำรหลบั พกั ผ่อนของผคู้ น ทำให้พักผอ่ นไม่เต็มที.่ ....................

5…ปญั หำจำกเสยี งแตรรถไฟในยำมวกิ ำล......................................................................................................
ผลกระทบต่อผ้เู รียน....นอนหลบั ไม่สนทิ ทำให้เสยี สุขภำพ..........................................................................
ผลกระทบต่อชมุ ชน/สงั คม....เป็นกำรรบกวนกำรหลับพกั ผ่อนของผู้คน ทำให้พกั ผ่อนไมเ่ ต็มที่.....................

ปัญหำมลภำวะทก่ี ลุ่มผเู้ รยี นเลอื กคือ ปัญหำเสียงดงั รบกวนจำกเสียงเครื่องยนต์เน่ืองจำกบ้ำนเรอื นตดิ ถนนสำยหลกั
เหตุผลท่เี ลือก. เปน็ มติของสมำชกิ ในกลุม่ และคดิ ว่ำประชำชนจำนวนมำกท่บี ้ำนอยตู่ ิดถนนไดร้ บั ผลกระทบจำกปัญหำนี้

84

- แนวคาตอบ -

ใบกิจกรรมท่ี 2
เรือ่ ง มลพิษทางเสียง

ชือ่ -สกุล...........................................................................ช้ัน.............เลขท.่ี .............

คาชีแ้ จง ใหผ้ เู้ รยี นวิเครำะห์ชนดิ ของเสยี งที่กำหนดใหว้ ำ่ ก่อให้เกดิ เป็นอนั ตรำยหรือไม่ก่อใหเ้ กดิ อนั ตรำยหำก
รบั ฟงั เปน็ เวลำนำน จำกน้นั เขียนคำตอบลงในใบกิจกรรม

เสยี งขดุ เจำะถนน เสยี งเครอ่ื งซักผำ้ เสยี งเครอ่ื งพิมพด์ ดี เสยี งแตรรถยนต์

เสียงเครื่องบินข้นึ เสยี งในดสิ โกเ้ ทค เสียงพูดคยุ ธรรมดำ เสียงฝนตก

เสียงนกหวีด เสยี งเครือ่ งตัดหญำ้ เสยี งยงิ ปืน เสียงระฆงั เสยี งกระซบิ

เสียงทไี่ ม่ก่อให้เกดิ อนั ตรำย เสยี งทกี่ ่อใหเ้ กิดอนั ตรำยกบั
กบั
เสยี งขดุ เจำะถนน เสียงยงิ ปนื
เสียงเครอ่ื งซักผ้ำ

เสียงเคร่อื งพิมพ์ดีด เสียงกระซิบ เสียงแตรรถยนต์ เสียงระฆัง
เสยี งฝนตก เสยี งในดิสโก้เทค เสียงนกหวดี
เสียงเครอื่ งตัดหญำ้ เสยี งเครอื่ งบนิ ข้ึน
เสียงพูดคยุ ธรรมดำ

85

- แนวคาตอบ -

ใบกจิ กรรมท่ี 3
เรอื่ ง การแก้ปญั หามลพิษทางเสียง

ชือ่ -สกลุ ...........................................................................ช้นั .............เลขท่ี..............
คาชี้แจง: ให้ผเู้ รียนวเิ ครำะห์สถำนกำรณ์จำกน้นั เขยี นแสดงแนวทำงแก้ปัญหำลงในชอ่ งวำ่ งทกี่ ำหนดให้

สถานการณ์

ถำ้ ผเู้ รียนอำศัยอยูใ่ กลก้ ับบรเิ วณทีม่ ีจรำจรตดิ ขดั ซึ่งเสียงของรถและแตรรถทำใหเ้ กิด
มลภำวะทำงเสยี งขนึ้ ผู้เรียนจะมวี ธิ ีกำรแกป้ ัญหำนี้อย่ำงไร

แนวทำงกำรแก้ปญั หำ

1. จดั ทำหอ้ งหรอื ผนงั บำ้ นดว้ ยวัสดดุ ดู ซบั เสียงท่มี ีตำมทอ้ งตลำด เพอ่ื ทำให้เสยี งรบกวน
จำกภำยนอกเข้ำมำภำยในบ้ำนไดน้ อ้ ยลง ส่งผลใหร้ ะดับเสียงทไ่ี ดย้ ินในบำ้ นลดลง

2. ในกรณที ี่มีงบประมำณไมม่ ำก สำมำรถเลือกใชท้ ี่ครอบหู (Earmuffs) หรอื ที่อดุ หู (Ear
Plug) ซึ่งจะช่วยใหร้ ะดบั เสียงลดลง

3. คิดคน้ แผ่นดดู ซับเสยี งท่ผี ลิตจำกวัสดทุ ่มี ีอยใู่ นท้องถ่นิ ผ่ำนกระบวนกำรทำง
วิทยำศำสตร์ นำควำมรู้ที่ไดม้ ำสร้ำงแผน่ ดูดซบั เสยี งรำคำประหยดั

86

- แนวคาตอบ -

ใบกจิ กรรมที่ 4
เร่ือง ระดับความเข้มเสียงกบั ระยะหา่ งจากแหล่งกาเนิด

คาช้แี จง ใหผ้ ้เู รียนทำกำรทดลองวดั ระดับควำมเขำ้ เสียงจำกแหล่งกำเนิดท่รี ะยะต่ำงๆ แล้วนำข้อมลู เขียน
กรำฟ พร้อมสรุปผลกำรทดลอง

แผนผงั กำรทดลองวดั ระดบั ควำมเข้มเสยี ง

แหล่งกำเนิดเสยี ง จุดวัดระดับควำมเข้มเสยี ง

R

ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง

จุดท่ี ระยะห่างจากแหล่งกาเนดิ เสียง ระดับความเข้มเสียง หมายเหตุ
(เมตร) (เดซเิ บล)
40.00
11 22.50
10.00
22 5.625
3.60
33

44

55

จดุ ที่ ระยะห่างจากแหล่งกาเนดิ เสียง ระดับความเข้มเสียง 87
(เมตร) (เดซเิ บล) หมายเหตุ
2.50
66 1.84
77 1.41
88 1.11
99 0.90
10 10

ใหผ้ ู้เรียนนำผลกำรทดลองมำเขียนกรำฟ

(หมำยเหตุ คำ่ ท่ผี ้เู รยี นวดั ได้สำมำรถมคี วำมคลำดเคลือ่ นจำกแนวคำตอบ เนอื่ งจำกใชแ้ หล่งกำเนดิ เสียงคนละอนั )

88

สรปุ ผลการทดลอง (ตามความเข้าใจของผ้เู รยี น)
ควำมเขม้ ของเสยี งจะลดลงเม่ือคลนื่ เสียงเคล่ือนที่ออกหำ้ งจำกแหล่งกำเนิดเสียง

89

- แนวคาตอบ -

ใบกจิ กรรมที่ 5
เร่อื ง มลพษิ ทางเสียงเลีย่ งดว้ ยนวัตกรรม

คาช้แี จง ให้ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุ่มนำสภำพปญั หำในชมุ ชนที่เลือกไวจ้ ำกใบกจิ กรรมท่ี 1 มำออกแบบนวตั กรรม
เพ่อื แก้ปัญหำดังกลำ่ ว พร้อมทงั้ แสดงรำยละเอียดของวสั ดุ อุปกรณ์ วิธที ำ วำดภำพรำ่ ง และอธิบำย
ส่วนประกอบใหช้ ดั เจน

ปญั หำมลภำวะทำงเสียงท่ตี อ้ งกำรแก้ไข
ปัญหำเสยี งดงั รบกวนจำกเสยี งเครือ่ งยนต์เนอ่ื งจำกบำ้ นเรือนติดถนนสำยหลกั

ชือ่ สงิ่ ประดิษฐ์ เครื่องดดู ซบั เสยี งจำกวัสดุในทอ้ งถ่ิน

วัสดุ-อปุ กรณ์

1. กระดำษท่ีใช้แลว้ ปริมำณ 1000 กรัม

2. นุน่ จำกผลของตน้ งวิ้ ปรมิ ำณ 1000 กรัม

3. แกลบ ปริมำณ 500 กรัม

4. กำวลำเทกซ์ ปรมิ ำณ 1000 กรมั

5. นำ้ เปล่ำ ปริมำตร 2 ลิตร

6. เคร่อื งปนั่ 1 เคร่อื ง

7. บล็อกไม้ขนำด 50x50 cm จำนวน 1 อนั

8. พลำสติกขนำด 60x60 cm จำนวน 3 อนั

วธิ ีทา
1. นำกระดำษท่ีใชแ้ ลว้ มำตัดเป็นชิน้ เลก็ ๆ จำกนน้ั แชน่ ำ้ ไวป้ ระมำณ 5 ชัว่ โมง นำขึน้ จำกน้ำแล้วใช้
เคร่อื งปน่ั ปัน่ ใหล้ ะเอยี ด
2. นำกำวลำเทกซ์มำผสมในอัตรำสว่ นกำวลำเทกซ์ 1 ส่วนตอ่ กระดำษปัน่ 3 ส่วน
3. จัดเตรยี มบล็อกไม้โดยวำงพลำสติกไวใ้ ตบ้ ลอ๊ กไม้จำกนั้นเทส่วนผสมจำกข้อ 2 ใสล่ งในบลอ็ ก
เกลยี่ ใหท้ ั่ว จำกนนั้ รอสว่ นผสมแหง้ จะไดแ้ ผ่นกระดำษอดั (ควรใหห้ นำประมำณ 0.1 เซนติเมตร)

90

4. แช่แกลบในนำ้ ประมำณ 5 ชัว่ โมง จำกนนั้ นำข้นึ มำผสมกับกำวลำเทกซ์ในอตั รำสว่ นกำวลำเทกซ์
1 สว่ นตอ่ แกลบแช่นำ้ 3 ส่วน

5. จัดเตรียมบลอ็ กไมโ้ ดยวำงพลำสติกไว้ใตบ้ ล๊อกไม้จำกน้นั เทส่วนผสมจำกขอ้ 4 ใสล่ งในบล็อก เกลี่ย
ให้ทว่ั จำกนัน้ รอส่วนผสมแห้งจะไดแ้ ผน่ แกลบอดั (ควรให้หนำประมำณ 0.1 เซนตเิ มตร)

6.แช่นนุ่ ในนำ้ ประมำณ 5 ชวั่ โมง จำกนนั้ นำขนึ้ มำผสมกบั กำวลำเทกซ์ในอัตรำส่วนกำวลำเทกซ์
1 ส่วนต่อ นุ่นท่ีแชน่ ้ำ 3 ส่วน

7. จัดเตรียมบลอ็ กไมโ้ ดยวำงพลำสตกิ ไว้ใต้บลอ๊ กไมจ้ ำกน้ันเทส่วนผสมจำกขอ้ 6 ใสล่ งในบลอ็ ก เกล่ีย
ให้ทัว่ จำกนั้นรอสว่ นผสมแห้งจะไดแ้ ผ่นน่นุ อัด (ควรให้หนำประมำณ 0.2 เซนติเมตร)

8. นำแผน่ วสั ดุท่ีได้ทง้ั 3 แผ่นมำประกบตดิ กนั ดว้ ยกำวลำเทกซ์ดงั ภำพ จะได้แผน่ ดูดซบั เสียงเพอ่ื ใช้ใน
กำรทดสอบควำมสำมำรถในกำรดดู ซับเสียงตอ่ ไป

ภำพ แสดงกำรประกอบแผน่ ดดู ซับเสยี ง
หมำยเหตุ: แนวคำตอบน้ีเป็นเพยี งตัวอย่ำง ผเู้ รียนสำมำรถออกแบบและประดษิ ฐช์ ้นิ งำนไดอ้ ยำ่ งอสิ ระ
ตำมปญั หำที่เลือก ไมจ่ ำเป็นต้องทำตำมแนวคำตอบ

91

- แนวคาตอบ -

ใบกิจกรรมท่ี 6
เร่ือง การทดสอบการแก้ปัญหามลภาวะทางเสยี งของนวตั กรรม

คาชีแ้ จง ใหผ้ ้เู รียนออกแบบวิธกี ำรตรวจสอบกำรแก้ปญั หำมลภำวะทำงเสยี งของวตั กรรมทผี่ เู้ รียนแต่ละกลมุ่
สรำ้ งขึ้น เช่น กำรตรวจสอบกำรดูดซับเสียงของแผน่ ดูดซับเสียงท่ีผูเ้ รียนสร้ำงขนึ้ เพื่อแกไ้ ขปัญหำเสียงดัง
รบกวน

ชือ่ ส่งิ ประดิษฐ์ แผน่ ดดู ซับเสยี งจำกวัสดุในท้อนถ่นิ

หลักการทางานของสิ่งประดิษฐ์...ใช้วัสดทุ มี่ ใี นท้องถน่ิ และมีควำมสำมำรถในกำรดดู ซบั เสยี งมำเป็น

ส่วนประกอบของแผน่ ดดู ซบั เสยี ง โดยเสียงที่เดินทำงผำ่ นแผน่ ดูดซบั จะถูกดูดซับไวโ้ ดยแผ่นดูดซับแต่ละช้ัน

............................

วัสดุ-อปุ กรณ์

1. Application Splend Apps. หรือ Tools Dev. หรือตำมควำมเหมำะสม

2. ไม้เมตรเพอื่ วัดระยะห่ำง จำนวน 1 อัน

3. กล่องกระดำษขนำด 20x20 เซนตเิ มตร หรอื ขนำดใกล้เคียง จำนวน 1 กล่อง

4. แผ่นดดู ซับเสียงทผ่ี เู้ รียนสรำ้ งขนึ้ จำนวน 2 แผ่น

5. กรรไกร จำนวน 1 อัน

6. กำวลำเทกซ์ จำนวน 1 ขวด

วธิ กี ารตรวจสอบ

1. ตัดแผ่นดูดซับเสยี งใหม้ ีขนำดเท่ำกบั ด้ำนท้ัง 6 ด้ำนของกล่องกระดำษ

2. ตดิ แผน่ ดดู ซับเสยี งท่ตี ัดเขำ้ กับดำ้ นทง้ั 6 ของกลอ่ งกระดำษให้สนทิ พอดี จะได้กล่องสำหรบั ทดสอบ

กำรดดู ซับเสียง

3. นำลำโพงบลูทธู เข้ำไปในกลอ่ ง จำกนน้ั ปดิ กล่องให้สนทิ

4. เปิด Application Splend Apps หรอื Application สำหรบั วัดระดบั ควำมเขม้ ของเสยี ง หรอื

เคร่อื งมอื วัดระดบั ควำมเขม้ เสียง จำกนน้ั นำไปไว้ห่ำงจำกกล่องเป็นระยะ 30 เซนตเิ มตร

4. เปิดเสียงจำกลำโพง วดั ระดับควำมเข้มของเสยี ง บันทึกผล

5. ทำกำรทดลองซ้ำ 3 คร้ัง

6. ทำกำรวัดระดบั ควำมเข้มเสยี งจำกลำโพงโดยตรง โดยวำงเครอื่ งมดื วดั ห่ำงจำกลำโพงเปน็ ระยะ 30

เซนตเิ มตรเพ่อื ใชใ้ นกำรเปรียบเทียบ

92

บันทกึ ผลการตรวจสอบ
ระดบั ควำมเข้มเสียงจำกลำโพงโดยตรง โดยวำงเคร่อื งมือวัดหำ่ งจำกลำโพง 30 เซนตเิ มตร

ครัง้ ที่ ระดับความเข้มเสียง
1
2
3
เฉลีย่

ระดับควำมเขม้ เสียงผำ่ นกล่องทดสอบกำรดูดซบั เสยี ง โดยวำงเคร่ืองมอื วดั หำ่ งจำกกล่อง 30 เซนตเิ มตร
ครง้ั ท่ี ระดบั ความเข้มเสียง
1
2
3
เฉลยี่

สรปุ ผลการตรวจสอบ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

93

94

95

หัวขอ้ เรือ่ ง : พอลบิ ล็อคกบั การแก้ปัญหาขยะ

ผลการวิเคราะหภ์ าวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss)
 กำรทำงำนรว่ มกนั เปน็ ทีม
 กำรคดิ วเิ ครำะห์ กำรคดิ สร้ำงสรรค์
 ควำมรพู้ ืน้ ฐำนเรื่องพอลเิ มอร์ในกำรแกป้ ัญหำขยะ
.

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด

สาระเคมี 3. เขำ้ หลกั กำรทำปฏิบตั กิ ำรเคมี กำรวัดปริมำณสำร หนว่ ยวัดและกำรเปลย่ี นหน่วย กำร
คำนวณปรมิ ำณของสำร ควำมเข้มข้นของสำรละลำย รวมทง้ั กำรบูรณำกำรควำมร้แู ละทักษะในกำร
อธิบำยปรำกฏกำรณใ์ นชีวิตประจำวันและกำรแกป้ ัญหำทำงเคมี
ผลการเรียนรู้

1.กำหนดปัญหำและนำเสนอแนวทำงกำรแกป้ ัญหำโดยใช้ควำมร้ทู ำงเคมีจำกสถำนกำรณ์ที่
เกิดข้นึ ในชีวติ ประจำวนั กำรประกอบอำชีพหรืออตุ สำหกรรม

2.แสดงหลักฐำนถึงกำรบูรณำกำรควำมรทู้ ำงเคมรี ่วมกับสำขำวชิ ำอ่ืน รวมทง้ั ทักษะกระบวนกำร
ทำงวทิ ยำศำสตร์หรือกระบวนกำรออกแบบเชงิ วศิ วกรรม โดยเนน้ กำรคิดวิเครำะห์ กำรแก้ปัญหำและ
ควำมคิดสร้ำงสรรค์เพ่ือแก้ปัญหำในสถำนกำรณ์หรอื ประเด็นที่สนใจ

รูปแบบการจัดกจิ กรรม
กำรแก้ปัญหำดว้ ยกระบวนกำรออกแบบเชิงวิศวกรรม 6 ข้ัน (สสวท.)

1.ข้ันระบปุ ญั หำ (Problem Identification)
2.ขั้นรวบรวมขอ้ มูลและแนวคิดทเี่ ก่ยี วข้องกับปัญหำ (Related Information Search)
3.ขน้ั ออกแบบวธิ ีกำรแก้ปญั หำ (Solution Design)
4.ขัน้ วำงแผนและดำเนนิ กำรแกป้ ญั หำ (Planning and Development)
5.ทดสอบ ประเมินผล และปรบั ปรุงแก้ไขวิธกี ำรแกป้ ญั หำหรือชน้ิ งำน (Testing, Evaluation and
Design Improvement)
6.นำเสนอวธิ กี ำรแก้ปญั หำ ผลกำรแกป้ ญั หำหรือช้ินงำน (Presentation)

96

เปา้ หมายในการพฒั นาผู้เรียน
สาระการเรียนรู้

1. พอลเิ มอร์กับกำรแก้ปญั หำขยะ
2. ทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และกระบวนกำรออกแบบเชงิ วิศวกรรม
3. ควำมมุง่ ม่ันในกำรแก้ปญั หำขยะ
สมรรถนะสำคัญสำหรับผู้เรียน
1. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ
2. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
3. ควำมสำมำรถในกำรคิด (คิดวเิ ครำะห,์ คิดสร้ำงสรรค์)


Click to View FlipBook Version