24
2.1.8 เพอื่ สรา้ งภาพพจน์ที่ดีให้กับบริษัทผู้ผลติ หรือสนิ ค้า การโฆษณาสนิ ค้าท่ีเป็นผู้นาในตลาด
ติดตลาดมานานแล้ว มีภาพพจน์ท่ีดีอยู่แล้ว แต่ใช้การโฆษณาเพ่ือส่งเสริมหรือย้าเตือนภาพพจน์ที่ดีของ
สนิ คา้ ทาให้ลูกคา้ เกดิ ความเชื่อมนั่ ตลอดไป เช่น เบียรต์ ราสงิ ห์ การบินไทย ปูนซีเมนต์ ตราช้าง เปป็ ซ่ี โค
คา-โคล่า ฯลฯ โดยการโฆษณาเพียงเพื่อรักษาความพอใจของลูกค้าไว้เท่าน้ัน ถ้าไม่มีโฆษณานี้ก็ไม่
กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของผู้บริโภคแต่อย่างใด นอกจากนี้สินค้าบางชนิดใช้วิธีการย้าเตือน
ภาพพจน์ของสินค้า โดยใช้ศูนย์อิทธิพลหรือบุคคลที่มีช่ือเสียง มีผลงานดีเด่นออกมายืนยันคุณภาพของ
สินคา้
ภาพท่ี 2.8 โฆษณาเพ่ือสรา้ งภาพพจนข์ อง SCG ท่ตี อ้ งการสรา้ ง
ภาพพจนท์ ด่ี ี
ทมี่ า : 2551, กรงุ เทพฯ : แบรนดเ์ อจ.
2.1.9 การโฆษณาเพื่อสนับสนุนสังคมและสาธารณะประโยชน์ เป็นการโฆษณาเพื่อสนับสนุน
กิจกรรม ที่มีประโยชน์ต่อสังคม ถือว่าเป็นกิจกรรมเพ่ือประชาสัมพันธ์บริษัท หรือสินค้าเป็นการคืนกาไร
ให้กับสังคม เช่น โครงการฟันสวย ยิ้มใส ทั่วไทย ซึ่งยาสีฟันคอลเกตร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงศึกษาธิการ และทันตแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทยเปิด บริการตรวจฟันฟรีที่คลินิกทันตกรรม
โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุขและหน่วยรถทันตกรรมเคล่ือนที่ ที่ร่วมโครงการ หรือธนาคารกสิกร
ไทย ทาโครงการ “ช่วยหนแู ละชา้ งด้วย” ซ่งึ ขอเชญิ ชวนประชาชนรว่ มบริจาคเพื่อช่วยเหลือเดก็ ที่ติดเอดส์
และชา้ งท่เี จ็บปว่ ยทุก ๆ 1 บาททค่ี ุณบรจิ าค ธนาคารจะสมทบอีก 1 บาท
ภาพที่ 2.9 โฆษณา คอลเกต ทีม่ วี ัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ เพ่ือสนบั สนุน
สงั คมและสาธารณะประโยชน์ โดยจดั คราวานตรวจฟนั ฟรีทัว่ ไทย
สบื คน้ เมือ่ 2 กรกฎาคม 2558 จาก www.joomjim.com
25
2.1.10 เพื่อขยายตลาดหรือเปล่ียนแปลงกลุ่มเป้าหมาย ใช้สาหรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่หรือ
ผลติ ภณั ฑท์ ตี่ อ้ งการ เจาะกลุ่มเปา้ หมายใหม่ เป็นการขยายตลาดให้กวา้ งใหญ่ครอบคลมุ กลมุ่ ลูกค้ามากข้ึน
เช่น โทรศัพท์มือถือ Sony Ericson ท่ีออก โทรศัพท์มือถือรุ่น W800i เป็นการรวมตัวระหว่าง
โทรศพั ทม์ ือถือเข้ากับ Walk Man เพือ่ ขยายกลุ่มเป้าหมายผทู้ ี่ใชโ้ ทรศัพทม์ ือถือทช่ี อบฟังเพลง
ภาพท่ี 2.10 โฆษณาโทรศัพทม์ ือถอื NOKIA 5200 และ 5310 ทีม่ ี
วตั ถุประสงคเ์ พื่อขยายตลาดหรือเปลยี่ นแปลงกลุม่ เปา้ หมาย
ที่มา : 2552, กรุงเทพฯ : มีเดียทรานเอเชีย ไทย.
2.1.11 เพื่อกระตุ้นแหล่งที่จะนาสินค้าไปจาหน่าย (Outlets) เป็นการโฆษณาเพ่ือช่วยให้
ร้านค้าหรือผู้แทนจาหน่าย ท่ีนาสินค้าไปขาย เช่น ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ซ่ึงเปน็ หน่วยงานยอ่ ย ๆ ลงมาท่ี
จะทาหน้าที่ช่วยเชียร์ให้สินค้าเคล่ือนย้ายไป สู่มือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการทาให้ลูกค้าทราบ
ว่าจะสามารถหาซื้อสินค้าได้จากร้านค้าใดท่ีอยู่ใกล้ตนเองบ้าง หรือการโฆษณาเพื่อช่วยพนักงานขาย เป็น
การโฆษณาเพื่อเปิดทางให้พนักงานขายทางานง่ายข้ึน รวมท้ังการโฆษณาเม่ือ มีการจัดรายการส่งเสริม
การขาย ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งใดแห่งหน่ึง เช่น การโฆษณาลดราคาของเสื้อผ้าเด็ก ท่ีจัดในห้าง เดอะ
มอลล์ทุกสาขา มิสทีนมาแลว้ ค่ะ เป็นการกระตนุ้ แหล่งทีจ่ ะนาสนิ ค้าไปจาหนา่ ยให้ผู้บริโภคทราบ
ภาพที่ 2.11 โฆษณา Home Pro ทม่ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือกระตนุ้ แหล่งที่จะ
นาสนิ คา้ ไปจาหนา่ ย
สบื คน้ เม่อื 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.homepro.co.th/map/ry.asp
2.1.12 ทาให้เกิดการทดลองใช้ (Induce Trial) เหมาะสาหรับสินค้าใหม่หรือสินค้าปรับปรุง
ใหม่ที่เพิ่งวางตลาด และต้องการจัดรายการส่งเสริมการขายให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้ทดลองใช้สินค้า
หรือเข้าร่วมในรายการส่งเสริมการ ขายนั้น โดยการตัดช้ินส่วนจากโฆษณานามาร่วมรายการ เช่น การ
26
โฆษณาผลิตภัณฑ์พอนดส์ ฟลอเลส ไวท์ ทมี่ ขี อ้ ความเชิญชวนให้พสิ จู น์ ทดลอง หรือโฆษณาของ Ageless
ทส่ี ามารถรับผลิตภัณฑม์ าทดลองใช้ได้ฟรี เปน็ ตน้
ภาพท่ี 2.12 โฆษณา พอนดส์ ฟลอเลส ไวท์ และ
Ageless ท่ีมีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ทาใหเ้ กดิ การทดลอง
ใช้
สบื ค้นเม่ือ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.klangplaza.com/main/?name=webboar
d&file=r
2.1.13 การโฆษณาเพื่อเปล่ียนนิสัย (Change Habits) เป็นโฆษณาท่ีเสนอขายแนวความคิด
ใหม่ ๆ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติในส่ิงท่ีจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อสังคม
และประเทศชาติ ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจหลายแห่งท่ีทาการรณรงค์เพื่อเปลี่ยนนิสัย
เช่น กรุงเทพมหานคร รณรงค์ให้คนกรุงเทพ เลิกทิ้งขยะตามถนนหรือแม่น้า หรือโฆษณาของ WWF
(World Wide Fund for Nature) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล รณรงค์เกี่ยวกับโลกร้อน ให้หันมา
ดแู ลส่งิ แวดลอ้ ม และสะทอ้ นใหเ้ หน็ ปญั หาว่าสตั วป์ า่ ไม่มีท่อี ยอู่ าศยั อันเนอ่ื งมาจากมนุษยท์ าลายล้างปา่
ภาพที่ 2.13 โฆษณาของ WWF ท่มี วี ัตถปุ ระสงค์เพื่อเปลี่ยนนสิ ัย
สบื คน้ เมอ่ื 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.bloggang.com/viewdiary.php?id=jojo&group=
27
2.2 ประเภททของการโฆษณา
2.2.1 ชนิดของโฆษณาแบ่งตามกลมุ่ เป้าหมาย (Classify by target audience)
2.2.1.1 การโฆษณาท่ีมุ่งสผู่ ู้บริโภค (Consumer Advertising) สามารถแบง่ ออกเป็น 3
ประเภทใหญ่ ๆ คือ
การโฆษณาระดับชาตหิ รอื การโฆษณาทั่วประเทศ (Nation Advertising)
เปน็ การโฆษณาที่เน้นตราย่หี อ้ เคร่ืองหมายการค้า สัญลักษณก์ ารคา้ ชื่อสนิ คา้ คุณภาพ
ของสินคา้ ผู้ผลิต ตัวแทนจาหนา่ ย ผูจ้ ดั จาหน่าย และมขี อ้ ความวา่ มจี าหน่ายตามรา้ นคา้ ชน้ั นาทัว่ ไป มักจะ
โฆษณาไปยังกลุ่มผ้บู รโิ ภคคนสุดท้าย (Ultimate Consumer) จดุ มุง่ หมายเปน็ การโฆษณาเพ่ือเตือนความ
ทรงจา สร้างความคุ้นเคยในเร่ืองเคร่ืองหมายการค้า ชื่อย่ีห้อ สินค้าท่ีโฆษณาส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภค
บริโภค หรือของใชจ้ าเปน็ เช่น สบู่ แชมพู ยาสฟี ัน ผงซักฟอก มักใช้สือ่ โฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ นิตยสาร
หนงั สือพมิ พ์
ภาพที่ 2.14 โฆษณาของ มนั ฝรั่งทอดกรอบ เลย์ เป็นการโฆษณา
ระดบั ชาติหรือการโฆษณาทว่ั ประเทศ
สบื คน้ เมอื่ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.sahapat.co.th/.../product/house/thlemon.html
การโฆษณาเพอ่ื เปลย่ี นวิถชี ีวติ (Competitive Advertising)
มีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อใหผ้ ู้อ่านโฆษณาแล้วสั่งซ้ือทางไปรษณยี ์ โดยจะมแี บบฟอรม์ ใบสั่งซื้อให้
กรอกข้อความ มีรูปภาพสินค้า ขนาด สี ราคา แจ้งไว้อย่างชัดเจน สะดวกในการกรอกข้อความลงใน
แบบฟอร์มและระบุเง่ือนไขการจ่ายเงิน เช่น ธนาณัติ ดร๊าฟ เช๊ค ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นบุคคลท่ีอยู่
ห่างไกลจากตัวเมือง ไม่มีเวลาออกมาจับจ่ายใช้สอย กลุ่มแม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา บริษัทธุรกิจสินค้าที่
ใช้วิธีการโฆษณาสั่งซื้อสินค้าทางไปรษณีย์ ได้แก่ หนังสือ สินค้าเฉพาะอย่าง สินค้าพิเศษ สินค้าเฉพาะ
เทศกาล ฯลฯ ซ่ึงปกติจะไม่มีวางขายในตลาด ถ้ามีวางขายราคาจะสูงกว่า วัตถุดิบที่ใช้ผลิตจะมีคุณภาพท่ี
ดีกว่า ส่ือโฆษณาที่ใช้มักจะเป็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร จดหมายขายตรง โดยจะมีแบบฟอร์มใบสั่งซื้อให้
กรอกอยู่ด้านล่างสุดของโฆษณา
28
ภาพที่ 2.15 โฆษณางานมหกรรมหนงั สือแหง่ ชาติ เป็นการโฆษณาการโฆษณาเพื่อ
เปล่ยี นวิถชี ีวิต โดยสามารถสัง่ ซื้อหนังสอื ผ่านเว็บไซตไ์ ด้
สืบค้นเมอื่ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.iadth.com/index.php?p=shop&action=datensc
การโฆษณานาทางพนักงานขายสินค้าพิเศษ (Advertising to get Leads for
Specialty Salesman)
มักใช้กับสินค้าที่ใช้ระบบการสินค้าประเภทที่ต้องการให้ผู้สนใจติดต่อขอรายละเอียด
เข้ามาก่อน บริษัทจึงจะส่งพนักงานขายไปอธิบายหรือสาธิต เป็นสินค้าท่ีมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ค่อนข้าง
กระจัดกระจาย ทาให้การส่งพนักงานขายออกไปติดต่อต้องเสียคา่ ใช้จ่ายสูง การโฆษณาหาผู้ที่สนใจซื้อจะ
คุ้มค่ากว่า และทาให้ได้กลุ่มสนใจที่จะซ้ือสินค้าจริง ๆ สินค้าท่ีใช้การโฆษณาประเภทน้ี ได้แก่ บริการรับ
สร้างบ้าน ออกแบบตกแต่งบ้านอาคารสานักงานให้เช่า บริการรักษาความปลอดภัย บริการรักษาความ
สะอาด โรงพิมพ์ เครื่องดับเพลิง เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ(โปรเจคเตอร์) รวมทั้งโฆษณาผลิตภัณฑ์
เคร่ืองสาอางหลายชนิดในปัจจุบันท่ีใช้ระบบขายตรง ซึ่งจะมีข้อความโฆษณาเชิญชวนให้สอบถามข้อมูล
เพ่มิ เติมไดท้ ีบ่ ริษัท หรอื ทศี่ ูนยข์ ายตรง
ภาพท่ี 2.16 โฆษณา โปรเจคเตอร์ sony มขี อ้ ความปิดทา้ ยมงุ่ นาทางพนกั งานขาย
สนิ คา้ พเิ ศษ โดยมเี บอรโ์ ทรใหต้ ดิ ต่อ
ทมี่ า : 2553, กรงุ เทพฯ : มารเ์ ก็ตเทียร.์
2.2.1.2 การโฆษณาทมี่ งุ่ สู่ผู้จาหนา่ ย หรือการโฆษณาการคา้ (Trade Advertising)
เป็นโฆษณาท่ีมุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้จาหน่าย (Outlets) หรือร้านค้าและตัวแทน
จาหน่าย เช่น ร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีก ตัวแทนจาหน่าย พิธีกรขายตรง เพ่ือให้กลุ่มเป้าหมายเหล่าน้ันนา
สินค้าไปจาหน่ายให้กับผบู้ ริโภคต่ออีกทีหนึง่ ในโฆษณาน้ันจะระบุสถานที่ติดต่อรับสินค้าไปจาหน่ายอย่าง
ชัดเจน สินค้าที่โฆษณามักเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีออกสู่ตลาดใหม่ต้องการหาผู้จาหน่าย โดยมักใช้สื่อโฆษณา
29
หนังสือพิมพ์และนิตยสาร เช่น โฆษณาของผลิตภัณฑ์ ครีมฟูจิเน้ือเนียนท่ี มีการใช้การโฆษณานาทาง
พนักงานขายสินค้าพเิ ศษ มขี ้อความใหส้ ง่ั ซอ้ื โดยตรงกบั ตวั แทนจาหน่าย
ภาพที่ 2.17 โฆษณากลอ้ งถา่ ยภาพ Big pro camera
สบื คน้ เมอ่ื 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.iadth.com/index.php?p=shop&action=datensc
2.2.1.3 การโฆษณาค้าปลีกหรือการโฆษณาเฉพาะท้องถิ่น (Retail Advertising or
Local Advertising)
การโฆษณาค้าปลีกหรือการโฆษณาเฉพาะท้องถ่ิน เป็นโฆษณาท่ีระบุชื่อร้านค้า สถานท่ี
จาหน่ายอย่างชัดเจน บางคร้ังอาจทาแผนที่กากับไว้ด้วย ถ้าเป็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์ก็มักจะมีข้อความ
โฆษณาท่ีลงท้ายว่าหาซื้อสินค้าชนิดนี้ได้ที่ร้านน้ี จุดมุ่งหมายของโฆษณาเพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่น
นั้นไปหาซ้ือสินค้าหรือบริการจากร้านค้าท่ีอยู่ใกล้บ้าน กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโฆษณาประเภทนี้คือ
ประชาชนที่อยู่ในพ้ืนท่ีหรือท้องถ่ินนั้น ๆ ธุรกิจที่ใช้โฆษณาประเภทนี้ ได้แก่ ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า
ภัตตาคาร โรงแรม เช่น การโฆษณาของ Bioderma ท่ีมีข้อความลงท้ายว่าสามารถซ้ือได้เฉพาะท่ีร้านวัต
สันเทา่ นน้ั เป็นการกระตนุ้ ผูบ้ ริโภคให้ไปสู่รา้ นวัตสนั ท่ีใกลบ้ า้ นคณุ
ภาพที่ 2.18 โฆษณาอาหารสาเร็จรูปซีพี ท่ีเปน็ การโฆษณาคา้ ปลีกหรือเฉพาะท้องถิ่น
สบื ค้นเม่ือ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.iadth.com/index.php?p=shop&action=datensc
30
2.2.1.4 การโฆษณาสนิ คา้ ท่ีใช้ในวงการอตุ สาหกรรม (Industrial Advertising)
การโฆษณาสินค้าที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมมักใช้กับสินค้าหรือบริการที่ใช้ใน
การผลิต เช่น วัตถุดิบ เครื่องมือ อุปกรณ์ครื่องจักร บริการบารุงรักษา ซ่ึงมุ่งท่ีจะโฆษณาไปยังโรงงาน
อุตสาหกรรม ผู้ผลิต คลังสินค้า โดยจะเน้นที่ตัวสินค้ามากกว่าท่ีจะใช้ข้อความโฆษณา สื่อโฆษณาท่ีใช้มัก
เป็นหนงั สือพิมพ์หรือนิตยสารเฉพาะดา้ นอตุ สาหกรรม
ภาพที่ 2.19 โฆษณา บรษิ ัท YST การโฆษณาสินคา้ ทใ่ี ช้ในวงการอตุ สาหกรรม
สบื ค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
http://server1.jobthai.com/En/findjob/job_detail.asp?Code
2.2.1.5 การโฆษณาสนิ ค้าท่ีใชใ้ นงานอาชีพ (Professional Advertising)
การโฆษณาท่ีใช้ในงานอาชีพเป็นการโฆษณาสินค้าที่มุ่งสู่กลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อผู้บริโภค
โดยใช้แพทย์ ดารา นักร้อง นักกีฬาที่ประสบความสาเร็จ บุคคลที่มีช่ือเสียงช่วยแนะนาสินค้า ส่วนใหญ่
มักจะเป็นสนิ คา้ ทีผ่ ู้บรโิ ภคต้องตัดสนิ ใจซื้อโดยถามความเหน็ จากผเู้ ช่ยี วชาญทางวชิ าชีพก่อน เชน่ ยารักษา
โรค ซึ่งผู้ซื้อจะต้องปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน วัสดุก่อสร้างจะต้องปรึกษาวิศวกร สถาปนิกหรือช่าง
กอ่ นตดั สินใจซ้ือ กลยุทธก์ ารโฆษณาประเภทน้ีอาจใชค้ าพูด ขอ้ ความ ลายมือ ลายเซ็น รูปภาพกาลังใช้
สินค้าจากศูนย์อิทธิพล ซึ่งจะทาให้ผู้บริโภคยอมรับสินค้าเร็วขึ้น มีความม่ันใจมากขึ้น สินค้าท่ีใช้การ
โฆษณาประเภทน้ี ไดแ้ ก่ ยารกั ษาโรค อุปกรณก์ อ่ สร้าง อุปกรณส์ านกั งาน อปุ กรณ์กีฬา ตาราเรียน เสื้อผ้า
ที่พักอาศัย ฯลฯ ดังเช่นโฆษณาของ Right On Shop ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ดูแลผิวกายและเสน้ ผม ดูแล
จุดซ่อนเร้นและทรวงอก อาหารเสริมสุขภาพเคร่ืองปรับสภาพน้าดื่มท่ีเป็นสินค้าท่ีใช้ในงานอาชีพ มีการ
อ้างถงึ การได้รับการรบั รองจากคณะกรรมการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
ภาพท่ี 2.20 โฆษณา Right On Shop การโฆษณาสินคา้ ทใี่ ชใ้ นงานอาชีพ
สบื คน้ เมื่อ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.rightonshop.com/index.php?main_page=page
31
2.2.2 ชนิดของโฆษณาแบง่ ตามหนา้ ท่ี (Classify by Function)
ชนิดของโฆษณาที่แบง่ ตามหน้าท่ี สามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 4 ชนดิ ดงั นีค้ ือ
2.2.2.1 การโฆษณาเพอ่ื ให้ขา่ วสารความร้คู วามเขา้ ใจ (Information Advertising)
เป็นโฆษณาท่ีใช้กันมากท่ีสุดในอดีต ในยุคที่มีสินค้าที่พัฒนาใหม่ออกสู่ตลาดติดต่อกัน
อย่างไม่ขาดสาย แต่ปัจจุบันเป็นโฆษณาท่ีใช้กันน้อย เน่ืองจากมีผลิตภัณฑ์ออกมาจนเต็มตลาดแล้ว
โฆษณาแบบน้ีมีลักษณะเป็นการบอกกล่าวให้ประชาชนรู้จักสินค้าหรือบริการน้ัน ๆ ว่าเป็นอะไรมี
คุณสมบัติอย่างไร มีประโยชน์และใช้งานอย่างไร ฯลฯ การโฆษณาสามารถทาได้หลายประเภท เช่น การ
โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารกระปอ๋ ง ท่แี สดงขบวนการผลติ ตง้ั แตก่ ารคัดเลือกวัสดุ ความสะอาด สตู รอาหารที่
ไม่ใช้ยากันบูด ตลอดจนเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยอีกทางหน่ึงด้วย รวมท้ังการให้ข้อมูลวิธีใช้สินค้า
และบริการ เป็นการสร้างความเข้าใจท่ีดีให้ผู้บริโภครู้ว่าจะใช้บริการหรือสินค้าอย่างไร ช่วยให้เกิดความ
สะดวกสบายตอ่ ผูใ้ ช้อยา่ งไร ปัจจบุ นั การโฆษณาเพื่อให้ข่าวสารความรมู้ ักนามาใช้ในกรณีต่อไปน้ี
ข่าวสารการตลาด
เป็นการให้ข้อมูลเก่ียวกับสภาพการณ์ของตลาด การเปลี่ยนแปลงทางการผลิต ราคา หรือ
ความนิยมของผู้บริโภค เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภค มีลักษณะเป็นการชักนาหรือเสนอแนะ
ในแนวทางที่เปน็ ประโยชน์ ทาให้ผู้บริโภคเกิดทัศนะกว้างและมีค่านยิ มท่ีดีต่อระบบการตลาดโดยรวมของ
สินค้านั้น ๆ เช่น การที่บริษัทแทค เปล่ียนชื่อเป็น ดีแทค แล้วปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็น 4 แบบ
มีช่ือเรียก 4 ชื่อ แต่ละแบบมีอัตราค่าบริการรายเดือน ระยะเวลาโทรฟรี และอัตราค่าโทรท่ีแตกต่างกัน
หรือการที่บริษัท Telecom Asia (เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น จากัด (มหาชน) ได้เปลี่ยนช่ือเป็น TRUE
(ทรคู อรป์ อเรชนั่ จากัด (มหาชน))
ภาพที่ 2.21 โฆษณา รพ. สติ ิเวช ทต่ี ้องการให้ข่าวสารการตลาดแก่ลกู ค้า
ท่มี า : 2550, กรงุ เทพฯ: ผ้จู ดั การ
32
การโฆษณาเพื่อเปล่ยี นวถิ ชี ีวติ (Competitive Advertising)
หมายถึงโฆษณาท่ีนาเสนอการแข่งขันระหว่างวิถีชีวิตเดิมที่คนเรามีความเคยชินอยู่แล้ว กับวิถี
ชีวิตใหม่ เปน็ กายอมรับ ลองใช้สนิ คา้ ใหม่ ๆ เพอ่ื ความเปน็ อยูท่ ด่ี ีขึน้ สะดวกสบายขึ้น เป็นการแขง่ ขันต่อสู้
กับความเคยชินของมนุษย์ เป็นโฆษณาที่ใช้กันมากสาหรับสินค้าท่ีได้มีการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาใหม่ หรือ
ใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะเห็นได้จากอดีตท่ีผ่านมาสินค้าและบริการใหม่ ๆ ท่ีใช้การโฆษณาเข้ามาช่วย
กระต้นุ ใหผ้ ู้บริโภคยอมรบั วิถีชีวิตใหม่ ๆ เชน่ การแนะนาให้คนหันมาใช้เตาแกส๊ แทนเตาถ่าน ตอ่ มามีหม้อ
หุงข้าวไฟฟ้าเข้ามาแทนการหุงหรือน่ึงข้าว มีเตาไฟฟ้า เตาอบ เตาปิ้งไร้ควัน จนกระทั่งถึงยุคของเตา
ไมโครเวฟในปัจจุบัน หรือการใช้บัตรเครดิตแทนการใช้เงินสด การใช้โทรศัพท์มือถือทาธุรกรรมทางการ
เงินในระบบ ATM sim ของดีแทคร่วมกับธนาคารกสิกร ท่ีเสนอให้คนรุ่นใหม่หันมาใช้บริการต่าง ๆ ทาง
โทรศัพท์มือถอื ต้งั แตเ่ รอ่ื งการโอนเงนิ เช็คยอด เคลยี ร์บตั รเครดิต ชาระค่าโทรศพั ทม์ อื ถือ ได้อย่างสะดวก
รวดเรว็ ปลอดภัย โดยไมจ่ าเป็นตอ้ งไปธนาคาร
ภาพที่ 2.22 โฆษณา ATM sim การโฆษณาเพอื่ เปลย่ี นวถิ ชี ีวติ
สบื คน้ เมื่อ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
http://www.dtac.co.th/tha/package/atm.html
การโฆษณาท่ีใช้สาหรบั โครงการชว่ั คราว (Schematic Advertising)
เป็นการโฆษณาท่ใี ช้เพือ่ แผนงานใดแผนงานหนึ่งโดยเฉพาะหรือช่ัวคราว เช่น โฆษณามหกรรม
บ้านและคอนโด ท่มี กี ารจดั ข้นึ เป็นระยะเวลาสัน้ ๆ ในแต่ละปี เทา่ น้ัน
ภาพท่ี 2.23 โฆษณา มหกรรมบ้านและคอนโดครัง้ ท่ี 19 การ
โฆษณาทใี่ ช้สาหรับโครงการชวั่ คราว (Schematic
Advertising)
สืบค้นเมอ่ื 2 กรกฎาคม 2558 จาก
http://www.housecondoshow.com/
33
การให้ขา่ วสารการจดั รายการส่งเสรมิ การขาย
เป็นการให้ข้อมูลการส่งเสริมการขาย มีรายการพิเศษตอบแทนลูกค้า เช่น การลดราคา มีของ
แจกของแถม ของชาร่วย เป็นต้น เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจและนาไปสู่การซ้ือสินค้าและบริการน้ัน
ซ่งึ มักจะกระทาเป็นคร้ังคราวตามฤดูกาล เช่น ช่วงการลดราคาสินคา้ ประจาปี หรือชว่ งเทศกาลปีใหม่
ภาพท่ี 2.24 โฆษณา S&P การให้ขา่ วสารการจดั รายการสง่ เสริมการขาย
สบื ค้นเมอื่ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
rihitochan.spaces.live.com/Blog/cns!CC2B7C1DA
2.2.2.2 การโฆษณาเชิงยุทธวธิ ี (Strategic Advertising)
เป็นการโฆษณาเพื่อที่จะตอบสนองหรือส่งเสรมิ กลยทุ ธก์ ารตลาดทใี่ ช้อยู่ในขณะนนั้
สินคา้ ที่มีจดุ เดน่ หรือจุดด้อยแตกตา่ งจากสินคา้ ทว่ั ไป
ซึ่งอาจมีปัญหาการตลาดหรือโอกาสทางการตลาดก็ได้ นักโฆษณาจึงต้องแก้ไขปัญหาและฉวย
โอกาสที่มอี ยดู่ ้วยการใช้โฆษณาเชงิ ยุทธวธิ ี เพอ่ื สะทอ้ นให้เห็นประโยชน์ทีแ่ ตกต่างของสินค้า เชน่ กล้องโพ
ลารอยด์ ซง่ึ มจี ดุ ด้อยท่ไี มม่ ฟี ิล์ม ไม่สามารถอดั ภาพซา้ ภาพเดิมได้ และต้นทุนต่อภาพค่อนข้างสงู แต่บริษัท
ก็ใช้จุดเด่นในแง่ความรวดเร็วชนิดถ่ายภาพเสร็จแล้วรอรับได้ทันที เป็นกลยุทธ์ในการทาตลาดกล้องโพลา
รอยด์เข้าร้านถ่ายรูป เพ่ือสามารถให้บรกิ ารถ่ายรปู ด่วนได้ หรือการโฆษณาของดีแทค ซึ่งเป็นบริษัทแรกท่ี
คดิ ค่าใช้โทรศัพทเ์ ปน็ วินาที ถือเป็นจุดเดน่ ท่ยี งั ไมม่ ใี ครทามาก่อน ดแี ทคจึงใช้เปน็ จดุ ในการโฆษณา
ภาพที่ 2.25 โฆษณา กระดาษ ไอเดยี กรนี โดย SCG เพือ่ ทา
ให้ลูกค้าทราบถงึ จดุ เด่นของสินคา้
ทีม่ า : 2550, กรุงเทพฯ: ผู้จดั การ
34
สินคา้ ใหม่ สนิ คา้ รนุ่ ใหม่ ๆ ทีม่ คี ุณสมบตั พิ เิ ศษ
เป็นยุทธวิธีทางการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ สามารถใช้การโฆษณาเชิงกลยุทธ์ สาหรับสินค้าท่ีมี
จดุ เดน่ อ่นื ๆ ท่เี กินจากแก่นสารของสินค้า (Thematic) แตก่ เ็ ป็นยุทธวิธหี นงึ่ ทีท่ าให้สินค้าขายได้ เช่น การ
ออกแบบ ไวตามิลค์ ทู โก มาม่าคัพถ้วยกระดาษ หรือเรโซน่าโรออน กลับหัว ซ่ึงเป็นผลิตภัณฑ์เดิมแต่
เปลีย่ นตัวบรรจภุ ณั ฑ์ ทีชว่ ยใหเ้ กดิ ความสะดวกมากขึ้น
ภาพท่ี 2.26 โฆษณา ไวตามลิ ค์ ทู โก สนิ ค้าใหม่ สินคา้ ร่นุ
ใหม่ ๆ ทม่ี คี ุณสมบตั ิพิเศษ
สบื ค้นเมอ่ื 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.greenspot.co.th/vitamilk/hi-calcium-t.asp
การโฆษณายว่ั ยวนชวนให้ติดตาม (Teaser Advertising)
คือการโฆษณาท่ีไม่จบในตอนเดียว เมื่อผู้อ่านหรือผู้ชมเห็นโฆษณาแล้วจะเกิดความฉงน ไม่
เข้าใจหรือเกิดความสงสัย ชวนให้ติดตามดูโฆษณาน้ันต่อไป หรือต้องการดูในตอนต่อไปอย่างตั้งใจ เช่น
โฆษณาเครื่องสาอางมิสทีน ชุด ฟ้าค่ะ ที่เป็นชุดแรก ๆ ในสมัยก่อน เนื่องจากมีโฆษณาอยู่ในช่วงเวลา
เดียวกนั จานวนมาก จนอาจจะทาใหโ้ ฆษณาของเรากลายเป็นคลน่ื รบกวน (Noise) ทอ่ี าจถูกลืนหายไปกับ
ความอัดแน่นของโฆษณาย่ีห้อต่าง ๆ นักโฆษณาจึงมักใช้กลยุทธ์ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ทาโฆษณาให้
แปลก ยั่วยวน ชวนให้ผู้ชมจาต้องตั้งใจคอยดูโฆษณาประเภทนี้ ด้วยความสงสัย อยากติดตาม โดยท่ีตัว
ผลิตภัณฑ์ยังเป็นของเดิม เช่น โฆษณาของพอนด์ส โฆษณาของสมูทอี ที่จัดทาเป็นเรื่องราวให้ติดตาม
หลายตอน
ภาพที่ 2.27 โฆษณา สมูทอี เบบี้ไวทโ์ ฟม ที่ใช้เทคนคิ ในการ
โฆษณาแบบ Teaser Advertising
สบื ค้นเมอ่ื 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.greenspot.co.th/vitamilk/hi-calcium-t.asp
video.clipmass.com/gvideos.php?urlkey=nui&gid=419
35
การเสนอแนวความคดิ ใหม่ของการโฆษณา
โดยการใช้สื่อใหม่ การใช้คาพูดหรือรูปภาพเชิงสร้างสรรค์ หรือการทาให้ผู้บรโิ ภคมีส่วนร่วมไป
กับโฆษณาน้ัน ดงั ตวั อยา่ งโฆษณาของ เนสกาแฟ
ภาพท่ี 2.28 โฆษณา เนสกาแฟ การเสนอแนวความคิดใหม่
ของการโฆษณา
สบื ค้นเมอ่ื 2 กรกฎาคม 2558 จาก
mheenoi.exteen.com/20071125/print-ad-1
2.2.2.3 การโฆษณาเพื่อชกั จูงใจให้ซ้ือสนิ คา้ และบริการ (Persuasion Advertising)
เป็นวัตถุประสงค์หลักท่ีใช้ในการโฆษณามากที่สุด คือ การชักชวนและกระตุ้นให้เกิดการ
ซื้อและการใช้สินค้านั่นเอง การโฆษณาแบบน้ีเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากการโฆษณาให้ข่าวสารความรู้
และโฆษณาเปลี่ยนวิถีชีวิต นักโฆษณาจะต้องสร้างแรงจูงใจ เพ่ือชี้ให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการท่ี
นอกเหนือจากความจาเป็นพ้ืนฐาน ในขณะที่ตลาดมีสินค้าตรายี่ห้อต่าง ๆ เข้าแข่งขันมากขึ้น ความเจริญ
ทางเทคโนโลยี การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์เท่าเทียมกัน คุณภาพสินค้าใกล้เคียงกันมาก การโฆษณาเพื่อชัก
จงู ใจให้เกดิ การซ้ือน้ันมกั จะใช้หลกั การดังนี้
สร้างจดุ ขายพิเศษในตวั สนิ คา้ (Selling Point)
เพื่อแย่งตลาดลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Segmentation) เช่น โฆษณาของ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค เอ
เซอร์ เอสปายส์วัน ท่ีสินค้าเป็นโน๊ตบุ๊คท่ัวไปแต่ทาขนาดให้เล็กลง เพื่อเน้นไปท่ีความสะดวก พกพาง่าย
เหมาะกับบุคคลท่ีต้องการความคล่องตัวในการพกพาโน๊ตบุ๊ค แสดงให้เห็นว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสาหรับคน
สมยั ใหม่ต้องการความคล่องแคลว่ วอ่ งไว
ภาพที่ 2.29 โฆษณาโน๊ตบคุ๊ เอเซอร์ เอสปายส์วนั สร้างจุด
ขายพเิ ศษในตัวสินคา้
สบื ค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
http://www.acer.co.th/v2008/index.ph
36
การโฆษณาท่แี สดงจุดเด่นของสินคา้ (Thematic Advertising)
เปน็ การโฆษณาทีช่ ใี้ หเ้ ห็นว่าสินค้าตัวนี้มีจุดเดน่ อย่างไร ทาใหเ้ หน็ ความแตกตา่ งของสินค้าตรา
ยี่ห้อนั้นอย่างเด่นชัด แสดงตาแหน่ง (Positioning) ของสินค้าในตลาดอย่างชัดเจน เช่น นิตยสาร we ท่ี
วางตาแหนง่ ของนติ ยสารของตนเป็นนติ ยสารเฉพาะสาหรบั ผทู้ ่ีกาลังจะแตง่ งาน เป็นการสร้างจุดเด่นให้กับ
นติ ยสารที่อาจมหี ลากหลายในแผงหนงั สือ
ภาพท่ี 2.30 โฆษณากลอ้ งวดี โิ อ sanyo เป็นการแสดงจดุ เด่นของ
สินค้า
ท่มี า : 2550, กรงุ เทพฯ: ผ้จู ดั การ
โฆษณาเพือ่ สร้างภาพพจน์และคณุ คา่ ทางจิตวทิ ยาแกผ่ ูบ้ รโิ ภค
เพ่ือทาให้เข้าเกิดความรู้สึกว่าสินค้ายี่ห้อน้ีเหมาะสมกับเขามากกว่าในภาพท่ีโฆษณาท่ีให้ผล
ทางด้านจิตวิทยา เช่น โฆษณาของ Volvo ท่ีแสดงให้เห็นว่ารถคันน้ีใคร ๆ ก็อยากเห็น อยากได้ อยาก
สัมผัส เป็นทีต่ อ้ งการ ทาใหผ้ ้บู รโิ ภครูส้ ึกว่าเปน็ รถทีค่ วรคู่ หากไดค้ รอบครองจะน่าภมู ิใจ
ภาพที่ 2.31 โฆษณา Volvo โฆษณาเพอ่ื สรา้ งภาพพจนแ์ ละคุณคา่
ทางจติ วิทยาแก่ผ้บู รโิ ภค
สืบคน้ เมอ่ื 2 กรกฎาคม 2558 จาก http://go.funpic.hu
เสนอจุดเด่นทางกายภาพของสนิ คา้
ดงั เช่น ผงซกั ฟอกบรรจุถงั สามารถนาถังมาใช้ประโยชน์ได้ หรอื หมากฝรง่ั ไทรเดน้ ท์ ที่เปลีย่ น
รูปแบบแพคเกจจิ้งใหม่ ใหส้ ะดวกในการพกพามากขน้ึ
37
ภาพท่ี 2.32 โฆษณา หมากฝร่ังไทรเดน้ ท์ เสนอจดุ เด่นทางกายภาพของ
สินค้า
สบื ค้นเมอ่ื 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.positioningmag.com/.../prnews.aspx?id=56837
การนาเสนอช้ินงานโฆษณาท่ีโดดเด่นเปน็ พิเศษ
ตั้งแต่การใช้เพลง ดนตรี การสร้างบรรยากาศของภาพโฆษณา เร่ืองราวที่ปรากฏใน
ช้ินงานโฆษณาซึ่งสร้างความรู้สึกที่แตกต่างจากตรายี่ห้ออ่ืน เช่น การสร้างภาพให้เห็นความ
เคล่ือนไหวของการใช้หลังคาเเบบเปิดประทุนไฟฟ้า (VARIO ROOF) เป็นมาตรฐาน หลังคา
สามารถพับเกบ็ เเละกางขึ้นโดยใช้เวลาเพียง 16 วนิ าทีเท่านั้น โดยใชไ้ ฮดรอลกิ ส์เพียง 11 ชุด ของ
เบนซ์ NEW SL 500 เป็นการแสดงความทนั สมยั ของรถ
ภาพที่ 2.33 โฆษณา เบนซ์ NEW SL 500 การนาเสนอช้นิ งานโฆษณา
ทโี่ ดดเด่นเปน็ พเิ ศษ
สบื คน้ เมอื่ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.grandprixgroup.com/new/magazine/xoauto/de
การโฆษณาทที่ าให้เกดิ ความภาคภูมิใจเมือ่ ใชส้ นิ ค้าและบรกิ ารนนั้
โดยนาเอาบุคคลสาคัญท่ีคนรู้จักมากเป็นแบบโฆษณาให้คนทั่วไปเห็นว่าสินค้าและบริการ
ประเภทน้ัน บุคคลสาคัญระดับนี้ก็ใช้ ฉะนั้นเมื่อผู้บริโภคใช้แล้วจะมีความภาคภูมิใจท่ีได้ใช้สินค้าประเภท
เดยี วกบั บคุ คลสาคัญ เชน่ การให้นักร้องชื่อดังมาเป็นพรเี ซน็ เตอร์ให้กับมอรเ์ ตอร์ไซด์ ฟโี น่ ทาใหว้ ยั รนุ่ ทใี่ ช้
รถเหมือนขวัญใจของตนรู้สกึ ภมู ิใจ
38
ภาพท่ี 2.34 โฆษณา ฟโี น่ การโฆษณาทที่ าให้เกดิ ความภาคภูมใิ จเม่อื
ใชส้ ินคา้ และบริการน้นั
สบื ค้นเมือ่ 2 กรกฎาคม 2558 จาก www.g-
juniorfanclub.com/.../index.php/t1082.html.
2.2.2.4 ก า ร โ ฆ ษ ณ า ส ถา บั น (Institutional Advertising) ห รื อ ก า ร โ ฆ ษ ณ า องค์กร
(Corporate Advertising)
คือการโฆษณาท่ีมุ่งสร้างเกียรติภูมิของบริษัทหรือสถาบัน รวมถึงการแนะนาให้ประชาชน
รู้จักเครื่องหมายการค้า และยี่ห้อผลิตภัณฑ์ โดยมิได้มุ่งเพ่ือการขายโดยตรง แต่เพ่ือให้ประชาชนนิยม
ชมชอบ ให้ความรว่ มมือสนบั สนุนการดเนินงานนของบริษัทหรือสถาบัน ทาให้ประชาชนและผู้บริโภคเกิด
ความประทับใจและสร้างภาพพจน์ที่ดี ทาให้เกิดความเช่ือถือว่า บริษัทหรือสถาบันจะผลิตแต่สินค้าท่ีมี
คณุ คา่ และเหมาะสมแก่ผู้ซื้อ
การโฆษณาสินค้าเป็นการขายสินค้าและบริการ กิจการจะได้เป็นตัวเงิน แต่การโฆษณา
สถาบันเป็นการขายความคิดและความรู้สึกของสถาบัน ซ่ึงกิจการจะได้จิตใจของผู้บริโภคหรอื กล่าวอกี นยั
ก็คือ การโฆษณาสถาบันเป็นการผูกมิตรและสร้างความจงรักภักดีต่อผลิตภัณฑ์ (Brand loyalty) การ
โฆษณาในลกั ษณะน้จี ะกอ่ ให้เกิดผลดงั นี้
เกิดการสนับสนุน (Patronage) การโฆษณาเพ่ือสร้างภาพพจน์ให้ประชาชน
สนับสนุนหน่วยงานด้วยความเต็มใจ โดยการบอกกว่างให้ผู้ซื้อได้ทราบถึงรายละเอียดของบรษิ ัท นโยบาย
กิจกรรม ลักษณะการทางาน เพื่อให้เกิดการยอมรับเข้าถึงสถานการณ์ต่าง ๆ หากผู้ซ้ือเข้าใจและเกิดการ
ยอมรับแลว้ บริษัทหรือสถาบนั จะไดร้ ับการสนับสนุนจากผูบ้ ริโภค บรโิ ภค มคี วามรู้สกึ เต็มใจทีจ่ ะซ้ือสินค้า
หรือบริการของบริษัท ดังเช่น โฆษณาของ ชาริต้ี คอนเสิร์ต ที่จัดคอนเสิร์ตเพ่ือการกุศล ทาให้ผู้บริโภค
รสู้ ึกว่าเปน็ การไปดูคอนเสริ ์ตท่ไี ด้ทาบุญไปในตวั ทาใหเ้ กิดความรู้สึกดแี ละให้การยอมรบั
ภาพท่ี 2.35 โฆษณาของ ชาริต้ี คอนเสริ ์ต การโฆษณาที่ทาให้เกิดการ
สนบั สนุน
สบื ค้นเม่ือ 2 กรกฎาคม 2558 จาก
www.bloggang.com/viewblog.php?id=lovergirl...
39
เป็นการประชาสัมพันธ์ (Public Relation) กรณีท่ีการโฆษณามีลักษณะเป็นการ
ประชาสัมพนั ธ์ที่ใชโ้ ฆษณาเป็นสื่อกลางในการแจง้ ข่าวสารไปยังประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เช่นการประกาศ
ขายหุ้นเพิ่มทุน ข่าวสารความเคล่ือนไหว การเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ หรือการจัดกิจกรรมความ
เคลือ่ นไหวตา่ ง ๆ
ภาพท่ี 2.36 โฆษณา ของ ททท. เป็นการ
ประชาสมั พนั ธง์ านเทย่ี วไทย 5 ภาค
ที่มา : 2553, กรุงเทพฯ: มารเ์ ก็ตเทียร์
เป็นบริการสาธารณะ (Public Service) หน่วยงานสามารถใช้การโฆษณาแสดง
จุดยืนหรือแนวความคิดต่อเรื่องสาคัญ ๆ เพ่ือให้เกิดความคิดใหม่แก่ประชาชน หรือเป็นการชี้นาในเร่ือง
สาคัญ ๆ ท่ีเป็นปัญหาของสังคม เช่น การร่วมรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดไฟฟ้า น้าประปา หรือการ
รณรงคใ์ หช้ ว่ ยกันรักษาความสะอาด
ภาพที่ 2.37 โฆษณา ของ SCG เปน็ การแสดงจดุ ยนื ต่อโครงการเพือ่ สงั คม
ที่มา : 2553, กรงุ เทพฯ: มาร์เกต็ เทียร์
2.3 ลาดบั ข้นั ของการโฆษณา
การโฆษณานอกจากจะแบ่งเป็นประเภทตา่ ง ๆ แลว้ การโฆษณายงั สามารถแบ่งออกเป็นลาดับข้ัน
ของการโฆษณา ตามลักษณะของการแข่งขันในตลาด ซึ่งลาดบั ขนั้ ของการโฆษณาสามารถแบ่งออกเปน็ 3
ขนั้ ดงั น้ี
2.3.1 การโฆษณาข้ึนบุกเบิกตลาดหรือขั้นแนะนา (Pioneering Stage or Introduction
Stage)
40
การโฆษณาในข้ันบุกเบิกตลาดหรือข้ันแนะนาเป็นข้ันของการแนะนาสินค้าใหม่ให้ลูกค้ารู้จัก
เป็นขั้นของการแนะนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาด การโฆษณามักจะบอกถึงประโยชน์และความ
สะดวกสบายท่ีจะได้จากการใช้สินค้าน้ัน ๆ มักจะต้องนาเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้ามาก ๆ เพ่ือให้
ขอ้ มูลประกอบการตัดสนิ ใจซอื้ ของลกู คา้
ข้อความโฆษณาที่มักนิยมใช้ : “ใหม”่ “วิวัฒนาการใหม่” “เทคโนโลยใี หม่ล่าสุด” “วางตลาด
แลว้ วันนี้” “นวตั กรรมใหม่” “สหสั วรรษใหม่”
ภาพที่ 2.38 โฆษณา ของผลติ ภณั ฑท์ าความสะอาดผวิ หน้า นโู ทรจนิ า่ ท่ีอยใู่ น
ข้ันของการแนะนาสินค้าใหม่
ทมี่ า : นติ ยสาร Marketeer ปที ี่ 11 ฉบบั ที่ 127 กนั ยายน 2553
2.3.2 การโฆษณาข้นั เจริญเตบิ โตหรอื ขั้นแขง่ ขนั (Growth Stage or Competitive Stage)
การโฆษณาในขัน้ น้ตี ่อเนื่องมาจาการโฆษณาในขั้นบุกเบิก ผบู้ รโิ ภคยอมรับในตวั ผลติ ภัณฑ์บา้ ง
แล้ว คู่แข่งก็มีมากขึ้น การโฆษณาของสินค้าเดิมและสินค้าที่เข้ามาแข่งขัน จึงเป็นไปในลักษณะการ
เปรียบเทียบข้อดีเด่นของสนิ ค้าเดมิ และสนิ ค้าของตนว่าเหนือกวา่ สินค้าของคู่แข่งอย่างไร (Comparative
advertising) การโฆษณาควรเปลี่ยนประเด็นโดยข้อความโฆษณาจะเน้นถึงคุณภาพที่ดีกว่า พิเศษกว่า
ประมาณที่มากกว่า และเปรียบเทียบให้เห็นว่าสินค้าของเราแตกต่างจากคู่แข่ง การโฆษณาในข้ันน้ีจะพบ
เห็นมากในวงการโฆษณาของไทย
ข้อความโฆษณาท่ีมักนิยมใช้ : “คุณภาพท่ีเหนือกว่าใคร” “ศักดิ์ศรีแห่งผู้นา” “มากกว่า”
“เหนือกวา่ ” “คมุ้ กวา่ ” “ประหยัดกว่า” “ได้รบั ความไว้วางใจสูงสุด” “เราแตกตา่ ง”
41
ภาพที่ 2.39 โฆษณา ของสายการบิน แอรเ์ อเชีย ท่อี ยู่ในขน้ั เตบิ โตหรือ
แข่งขัน
ทม่ี า : 2553, กรงุ เทพฯ: มารเ์ กต็ เทียร์
2.3.3 การโฆษณาขั้นรักษาตลาดหรือข้ันเติบโตเต็มท่ี (Maturity Stage or Retentive
Stage)
เมื่อผลติ ภัณฑ์เข้าสูต่ ลาดในระยะหน่งึ และผลิตภัณฑ์เปน็ ทย่ี อมรบั ของประชาชน การโฆษณาจะ
ผา่ นขน้ั บกุ เบิกตลาด และขั้นแข่งขัน ดงั นั้นในการโฆษณาจึงมกั จะกลา่ วถึงช่ือสนั้ ๆ เพือ่ เตอื นความทรงจา
ของประชาชน หรอื แสดงภาพเครอื่ งหมายการค้าเทา่ นนั้ เพราะถือว่าประชาชนรู้จกั และยอมรบั สนิ ค้าแล้ว
ข้อความโฆษณาที่มักนิยมใช้ : “สินค้ามีมานาน” “ขอบคุณลูกค้าที่ให้การอุปการคุณมา
ตลอด” “ที่หนงึ่ ในใจคณุ ”
ภาพที่ 2.40 โฆษณา iphon 4 จากค่ายดีแทค ท่ีอยูใ่ นขน้ั เตบิ โต
เต็มที่
สืบคน้ เมอื่ 2 กรกฎาคม 2558 จาก http://www.press.in.th
อยู่
2.3.4 ขน้ั บกุ เบิกตลาดใหม่ (New Pioneer Stage)
ในขั้นน้ีเป็นการแนะนาให้ลูกค้ารู้จักสินค้าที่มีอยู่แล้ว แต่ว่าได้รับการเปลี่ยนแปลงพัฒนาใน
ด้านต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อให้เหนือกว่าคู่แข่งขัน ดังนั้น ข้อความโฆษณาจึงมีลักษณะคล้ายกันกับข้ันบุกเบิก
ซึ่งจะมีคาว่า “ใหม่” ปรากฏอยู่เสมอเช่นกัน แต่จะสังเกตได้จากผลิตภัณฑ์นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีเคยมี
จาหนา่ ยมาแล้ว
42
ภาพท่ี 2.41 โฆษณา เคร่อื งดื่มโค้ก ซโี ร่ ที่อยู่ในขน้ั บกุ เบกิ ตลาดใหม่
ทม่ี า : 2553, กรงุ เทพฯ: มารเ์ กต็ เทยี ร์
2.3.5 ขั้นแข่งขนั ใหม่ (New Competitive)
ในขั้นนี้การโฆษณาก็จะเป็นไปเช่นเดียวกับใน 3 ระยะแรก กล่าวคือ เมื่อคู่แข่งขันเห็นว่า
ผลิตภัณฑไ์ ดร้ บั การปรับปรุง ก็จะพัฒนาผลิตภัณฑต์ ามและโฆษณาในลักษณะบุกเบิกตลาดใหมเ่ พื่อเข้ามา
แขง่ ขัน การโฆษณาของผลิตภัณฑป์ ระเภทน้กี จ็ ะเข้าสู่ลักษณะของการแข่งขนั ใหม่
ภาพที่ 2.42 โฆษณายาสฟี ัน ซอลส์ และ ซสิ เทม็ ม่า ท่ีอยู่ในขน้ั แข่งขนั ใหม่
ท่มี า : 2552, กรงุ เทพฯ: มารเ์ กต็ เทียร์
2.3.6 ข้ันรกั ษาตลาดใหม่ (New Retentive Stage)
ในขั้นนี้เป็นข้ันท่ีสินค้าได้แข่งขันกันใหม่จนเป็นท่ียอมรับของลูกค้าในท้องตลาดแล้ว
ผลิตภัณฑ์รูปแบบเดิมก็จะหมดไปจากท้องตลาด และจากความทรงจาของลูกค้า ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการ
ปรับปรุงใหม่นี้ ก็จะโฆษณาในลักษณะของขั้นรักษาตลาดใหม่ สาหรับสินค้าท่ีได้รับการพัฒนาข้ึนมาใหม่
แล้ว
43
ภาพที่ 2.43 โฆษณารถยนต์ TOYOTA ALTIS ทอ่ี ยูใ่ นข้นั รักษาตลาดใหม่
ท่มี า : 2552, กรงุ เทพฯ: มารเ์ ก็ตเทียร์
สรุป
บริษัทผู้ผลิตสินค้าและบริการมีวัตถุประสงค์ในการโฆษณาทั้งหมด 13 ข้อด้วยกัน ได้แก่ เพื่อ
กระตนุ้ ให้เกิดการรับรู้ (Creating Awareness) เพื่อสร้างภาพพจนท์ ี่ดี (Creating a Favorable Image)
เพื่อชักจูงใจกลุ่มเป้าหมายให้ใช้สินค้ามากขึ้น เป็นการเพ่ิมคุณค่าหรือประโยชน์ใช้สอยให้กับสินค้า (Add
Value) เพ่ือแนะนาสินค้าใหม่เข้าไปในสายผลิตภัณฑ์เดิม โดยใช้ตรายี่ห้อเดิม (Family brand) เป็นการ
สรา้ งบุคลิกภาพให้สินค้า (Brand Character) เพื่อตอ่ สูก้ บั สภาพการแข่งขันในตลาด เพือ่ สร้างภาพพจน์ท่ี
ดีให้กับบริษัทผู้ผลิตหรือสินค้า การโฆษณาเพื่อสนับสนุนสังคมและสาธารณะประโยชน์ เพ่ือขยายตลาด
หรือเปล่ียนแปลงกลุ่มเป้าหมาย เพ่ือกระตุ้นแหล่งที่จะนาสินค้าไปจาหน่าย (Outlets) ทาให้เกิดการ
ทดลองใช้ (Induce Trial) และการโฆษณาเพื่อเปลี่ยนนิสัย (Change Habits) ท้ังน้ีในการโฆษณาแต่ละ
ครงั้ ควรวางวัตถุประสงค์ใหเ้ หมาะสม และในการโฆษณาแต่ละครั้งอาจมวี ตั ถุประสงค์ในการโฆษณาหลาย
ข้อร่วมกนั
โดยโฆษณาสามารถแบ่งเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่ ชนดิ ของโฆษณาแบ่งตามกลุ่มเป้าหมาย (Classify
by target audience) และ ชนิดของโฆษณาแบ่งตามหน้าท่ี (Classify by Function) โดยชนิดของ
โฆษณาแบ่งตามกลุ่มเป้าหมาย ยังสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ การโฆษณาระดับชาติ
หรือการโฆษณาทั่วประเทศ (Nation Advertising) การโฆษณาที่มุ่งสู่ผู้จาหน่าย หรือการโฆษณาการค้า
(Trade Advertising) การโฆษณาค้าปลีกหรือการโฆษณาเฉพาะท้องถิ่น (Retail Advertising or Local
Advertising) การโฆษณาสินค้าที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรม (Industrial Advertising) การโฆษณาสินค้าท่ี
ใช้ในงานอาชพี (Professional Advertising)
และชนิดของโฆษณาแบ่งตามหน้าท่ี (Classify by Function) สามารถแบ่งได้เป็น 4 ชนิด ได้แก่
การโฆษณาเพื่อให้ข่าวสารความรู้ความเข้าใจ (Information Advertising) การโฆษณาเชิงยุทธวิธี
44
(Strategic Advertising) การโฆษณาเพอ่ื ชักจูงใจให้ซื้อสินค้าและบริการ (Persuasion Advertising) การ
โฆษณาสถาบัน (Institutional Advertising) หรือการโฆษณาองค์กร (Corporate Advertising)
ในการโฆษณาแต่ละคร้ังจาเป็นต้องเข้าใจถึงวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product life cycle) ซึ่งจะ
สอดคล้องกับลาดับข้ันของการโฆษณา ซึ่งประกอบด้วย 6 ลาดับ ได้แก่ การโฆษณาข้ึนบุกเบิกตลาดหรือ
ข้ันแนะนา (Pioneering Stage or Introduction Stage) การโฆษณาข้ันเจริญเติบโตหรือขั้นแข่งขัน
(Growth Stage or Competitive Stage) การโฆษณาขั้นรักษาตลาดหรือขั้นเติบโตเต็มที่ (Maturity
Stage or Retentive Stage) ขั้นบุกเบิกตลาดใหม่ (New Pioneer Stage) ขั้นแข่งขันใหม่ (New
Competitive) ขน้ั รักษาตลาดใหม่ (New Retentive Stage)
45
แผนการสรา้ งเคร่ืองมอื วัดผลการเรียน
บทท่ี 2 วัตถุประสงค์ ประเภท และลาดับขัน้ ของการโฆษณา
คะแนน 5 คะแนน เวลาสอบ 2 ช่ัวโมง
1. ตารางวเิ คราะห์คะแนนรายจดุ ประสงค์ คะแนน ปรบั ขยาย หมายเหตุ
รหสั จุดประสงคท์ ว่ั ไป 2 5 อัตนยั
1.1 เข้าใจและสามารถเลือกกาหนดวัตถุประสงค์ของการ
2 10 อัตนัย
โฆษณา 1 5 อตั นัย
1.2 เขา้ ใจและสามารถแยกแยะประเภทของงานโฆษณา
1.3 เข้าใจลาดับขั้นของการโฆษณา
2. ตารางวเิ คราะห์ลักษณะของเครอื่ งมือวดั ผล คะแนน หมายเหตุ
รหสั จุดประสงค์เฉพาะ 2 อัตนัย
1.1 เขา้ ใจและสามารถเลอื กกาหนดวัตถุประสงคข์ องการโฆษณา 2 อัตนยั
1 อัตนยั
1.2 เข้าใจและสามารถแยกแยะประเภทของงานโฆษณา
1.3 เข้าใจลาดบั ขั้นของการโฆษณา
46
แบบฝกึ หดั บทท่ี 2
วตั ถปุ ระสงค์ ประเภท และลาดบั ขน้ั ของการโฆษณา
คะแนน 20 คะแนน เวลา 2 ชั่วโมง
คาสั่ง จงตอบคาถามต่อไปนี้ 5 คะแนน
10 คะแนน
1. วัตถปุ ระสงค์ของการโฆษณามอี ะไรบา้ ง อธบิ ายพร้อมยกตัวอยา่ ง 5 คะแนน
2. โฆษณาสามารถแยกเป็นกปี่ ระเภท อะไรบา้ ง แตกต่างกนั อย่างไร
3. ยกตวั อยา่ งสินคา้ /บรกิ ารท่ีแสดงให้เห็นถงึ ลาดบั ข้ันของการโฆษณาทั้ง 6
47
แผนการสอนประจาบทที่ 3
แนวคิดการสร้างสรรค์งานโฆษณา
รายละเอยี ด
3.1 ความหมายของการสรา้ งสรรค์งานโฆษณา
3.2 ความสาคญั ของการสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา
3.3 แนวทางการคดิ สรา้ งสรรคง์ านโฆษณาในประเทศไทยและตา่ งประเทศ
3.4 ลักษณะของการสรา้ งสรรคโ์ ฆษณาทีด่ ี
จานวนช่วั โมงทสี่ อนต่อสัปดาห์ 4
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. การบรรยายในชั้นเรยี น
2. การวิเคราะห์ และอภปิ รายรว่ มกนั ท้ังทางด้านเน้อื หาวิชา และตวั อยา่ งงานโฆษณา
3. ทาแบบฝึกหัดท้ายบทเรยี น
4. งานช้นิ ที่ 3 วเิ คราะห์แนวคิดการสรา้ งสรรค์โฆษณาของไทยและต่างประเทศ
สอ่ื การสอน
1. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน
2. ตัวอย่างงานโฆษณาและประชาสมั พนั ธ์จากสือ่ สิ่งพมิ พ์ และสารสนเทศจากอนิ เทอรเ์ น็ต
3. Power Point Program พร้อมอุปกรณ์โสตทัศน์
4. ระบบ E-learning
5. เว็บไซส์เพื่อส่อื สารระหวา่ งผู้สอนและผู้เรยี น
แผนการประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. ผลการเรยี นรู้
1.1 ทราบถงึ ความหมายของการสร้างสรรคง์ านโฆษณา
1.2 เข้าใจถึงความสาคัญของการสร้างสรรค์งานโฆษณา
1.3 ทราบถงึ แนวทางการคดิ สรา้ งสรรค์งานโฆษณาในประเทศไทยและต่างประเทศ
48
1.4 ทราบถึงลกั ษณะของการสร้างสรรคโ์ ฆษณาท่ีดี
2. วธิ กี ารประเมินผลการเรียนรู้
2.1 ตรวจคะแนนจากการทาแบบฝึกหดั ท้ายบทเรยี น
2.3 ตรวจคะแนนจากงานชิ้นที่ 3
2.2 สังเกตจากความสนใจ การอภิปรายซักถาม การแสดงความคดิ เห็น และ
สามารถสรปุ ใจความสาคญั ได้
49
บทที่ 3 แนวคดิ การสร้างสรรค์งานโฆษณา
3.1 ความหมายของการสร้างสรรค์งานโฆษณา
คาว่า “ความคิดสร้างสรรค์” มีผู้ให้ความหมายไว้หลากหลาย ท้ังความหมายในทางศิลปะและ
ความหมายในศาสตร์อ่ืน ๆ รวมถงึ ในงานโฆษณา โดย วนิช สุธารตั น์ (2547) ใหค้ วามหมายของความคิด
สรา้ งสรรคไ์ วว้ ่า ความคดิ สร้างสรรค์ เปน็ ความคดิ ท่ีเกดิ ขึ้นต่อเน่อื งจากจินตนาการโดยมีลักษณะทแ่ี ตกต่าง
ไปจากความคิดของบุคคลอ่ืน ความคิดสร้างสรรค์อาศัยรากฐานจากประสบการณ์เดิมคือ ความรู้ ข้อมูล
ข่าวสาร การศึกษาเหตุผล และการใช้ปัญญาในการจัดสร้างรูปแบบของความคิดในรูปแบบสมัยใหม่ อาจ
แสดงออกมาเป็นรูปธรรมหรือเป็นนามธรรม ซ่ึงจะเป็นพื้นฐานให้มีความคิดเชื่อมโยงจนเกิดความ และ
ก่อให้เกิดการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ทาให้เกิดเป็นผลงานศิลปะและวิทยาการสาขาต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อ
สงั คม ประเทศชาติ
กิลฟอร์ด (Guilford) (อ้างถึงใน ธิติพัฒน์ เอี่ยวนิรันดร์, 2555) อธิบายว่า ความคิดสร้างสรรค์คือ
ความคิดที่กว้างไกล หลายแง่มุม หลายทิศทาง ซ่ึงจะนาไปสู่การค้นพบวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างจาก
บุคคลอื่น เกิดการคน้ พบส่ิงประดษิ ฐห์ รือผลติ ภณั ฑใ์ หม่ ๆ
กาย อาร์ เลอฟรังคอยส์ (Lefrancois) (อ้างถึงใน ธิติพัฒน์ เอี่ยวนิรันดร์, 2555) กล่าวว่า
ความคดิ สรา้ งสรรค์เป็นไปใน 3 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่
ความคิดสร้างสรรค์ ประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 อย่างคือ ความคล่องแคล่วในการคิด
(Fluency) ความยืดหยนุ่ (Flexibility) และความคิดรเิ ร่มิ (original)
ความคิดสร้างสรรค์ เป็นความคิดรูปแบบหนึ่งของการเชื่องโยงสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว ให้
เกดิ ในรูปแบบใหม่ ย่ิงรปู แบบทีจ่ ดั ข้นึ มใี หม่มากก็ยิง่ ทาให้เกดิ กระบวนการคิดสรา้ งสรรค์มากตามไปดว้ ย
ความคิดสร้างสรรค์ เป็นความคิดท่ีมีผลออกมาเป็นสิ่งที่แปลก เป็นที่ยอมรับว่ามีเหตุผล
มปี ระโยชน์ หรอื มคี วามน่าเชือ่ ถือ จากกลุม่ บคุ คลทม่ี คี วามรู้ความสามารถใหแ้ ก้ปัญหาที่ต้องการได้
เอ็ดเวิร์ด ดีโบโน (อ้างถึงใน ธิติพัฒน์ เอี่ยวนิรันดร,์ 2555) กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง
ความสามารถให้การคิดนอกกรอบ (lateral thinking) เพ่ือสร้างแนวคิดใหม่ที่จะนามาแก้ปัญหาได้หลาย
ๆ แนวคิด
นอกจากนี้ความคิดสร้างสรรค์ ยังอาจหมายถึง การประสานความสามารถตามธรรมชาติของ
มนุษย์จากสว่ นประกอบ 2 สว่ น คอื ความสามารถในการคิด และความสามารถในการสรา้ งสรรค์ ซึ่งอาจมี
อยู่ในบุคคลเดียวกัน หรือมีเพียงบางส่วน ซ่ึงสามารถนามารวมกันได้ โดยการสร้างสรรค์ หรือ Creative
50
คือการทาให้เกิดบางส่ิงบางอย่างขึ้นมา ซึ่งเป็นส่ิงที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังน้ันส่ิงที่จะเป็นงานสร้างสรรค์ได้
จะต้องเป็นประดิษฐกรรมใหมท่ ีไ่ ม่เคยมีมากอ่ นในโลก
ดังนั้น การสร้างสรรค์โฆษณา จึงหมายถึง ผลของความคิดท่ีแตกต่างและเกิดจากจินตนาการที่
เชอื่ มโยงความสัมพันธ์กัน โดยอาศยั ข้อมูล ประสบการณ์มาพฒั นารูปแบบความคดิ ใหม่ท่ีมคี วามเก่ียวข้อง
กนั มีความเป็นตน้ แบบ มีผลกระทบและนาไปสกู่ ารแก้ปัญหาทางการตลาด
จะเห็นว่า การสร้างสรรค์งานโฆษณาจะต้องมีแนวความคิดการโฆษณาท่ีแตกต่างจากสินค้าอื่น
โดยเฉพาะสินค้าคู่แข่ง ต้องใหม่ และเก่ียวพันกันสินค้า การคิดสร้างสรรค์งานโฆษณาจะต้องใช้ข้อมูลต่าง
ๆ เพื่อการสร้างสรรค์งานโฆษณา การคิดสร้างสรรค์งานโฆษณาจาเป็นต้องฝึกฝน มุ่งม่ัน ต้ังใจ มี
ประสบการณ์ การสร้างสรรค์งานโฆษณาจะต้องเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ จนสามารถกล่ันกรองออกมาเป็น
แนวคิดการโฆษณา และสร้างจินตนาการด้วยการเล่าเร่ืองราวท่ีสามารถดึงดูดความสนใจของ
กลุ่มเป้าหมายได้ การสร้างสรรค์งานโฆษณาจะต้องมีการนาเสนอเร่ืองราวท่ีง่าย น่าสนใจ และมีรสนิยม
และสุดท้ายปลายทางของการทาโฆษณา งานสร้างสรรค์ของการโฆษณาจะต้องสามารถส่ือสารได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายแสดงพฤติกรรมตามวัตถุประสงค์ของการโฆษณา เพ่ือบรรลุ
เปา้ หมายทางการตลาด
การสร้างสรรค์งานโฆษณายงั จะต้องคิดงานโฆษณาท่ีสาคัญ 2 สว่ นคือ การคิดแนวคดิ การโฆษณา
(Advertising Concept) และการคิดวิธีการนาเสนอเร่อื งราว (Execution)
แนวคิดการสร้างสรรค์โฆษณา (Advertising Concept) หมายถึง ผลของการพัฒนา
สารการโฆษณาอย่างมีหลักเกณฑ์ที่สามารถสื่อประโยชน์ของสินค้า หรือสามารถแก้ไข
ปัญหาของสินค้าหรือบริการกับกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดได้ หรือจะพูดอะไร (What
to say)
วิธีการนาเสนอเร่ืองราว (Execution) หมายถึง การดาเนินเร่ืองรวมของงานโฆษณา
ภายใต้แนวความคิดของการโฆษณา ด้วยวัจนะและอวัจนะภาษาอย่างมีกลวิธีไปยัง
กลุม่ เปา้ หมายทางการตลาด หรอื จะพูดอย่างไร (How to say)
3.2 ความสาคญั ของการสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา
เมื่อกล่าวถึงความสาคัญของการสร้างสรรค์งานโฆษณา จาเป็นอย่างย่ิงที่ต้องกล่าวถึงบริบทของ
การโฆษณาที่มีผลโดยตรงกับบทบาทของการโฆษณา ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ถือเป็น
ปัจจัยนามธรรม (Abstract Factor) หรอื ปัจจยั ท่ไี ม่มตี วั ตน (Intangible Factor) ท่มี ีอิทธพิ ลอย่างมากต่อ
การเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม ค่านิยมรสนิยม จากอีกซีกโลกเข้ามาผสมและนาไปสู่
รูปแบบการเลือกใชช้ วี ิต และการใชว้ ัตถุเพ่ือสนองความต้องการของตน หรือแม้แตค่ วามเปลี่ยนแปลงทาง
51
เศรษฐกิจที่เน้นการทาธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการติดต่อสื่อสาร (Information and
Communication Technology: ICT) มากข้ึน จะเห็นได้จากการทาธุรกิจซื้อขายแลกเปล่ียนสินค้าหรือ
บริการในระดับกลุ่มคนหรือบริษัทขนาดกลางและเล็กทางอินเตอร์เน็ต การซ้ือขายสินค้าระหว่างบริษัท
ขนาดใหญ่ หรือการนาเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศในรูปแบบการซื้อด้วยเครดิตผ่านเทคโนโลยี
การสือ่ สารทีเ่ รยี กว่าเป็นการซ้ือขายแบบอคี อมเมิรส์ (e-Commerce)
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นับเป็นเงื่อนไขสาคัญสาหรับผู้ใช้สินค้าหรือบริการที่ต้องกาหนดกล
ยุทธ์เพื่อต่อสู้ แย่งชิงโอกาสในการนาเสนอคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการของตนเพ่ือให้ผู้บริโภค
กลุ่มเป้าหมายได้รับข้อมูลเก่ียวกับสินค้าหรือบริการอย่างครบถ้วนและรวดเร็วกว่าคู่แข่ง ด้วยเหตุนี้การ
โฆษณาจึงมักเปน็ กลยทุ ธส์ าคญั ในการสรา้ งความสาเร็จทางการตลาดตามท่ีกาหนดเป้าหมายไว้
มผี ูอ้ ธิบายความสาคัญของโฆษณาในมติ ติ า่ ง ๆ ดังนี้
สมาคมนักโฆษณาแห่งชาติ (Association of National Advertisers; ANA) ได้กล่าวไว้ว่า “ใน
งานโฆษณา ความคิดที่ดีมาก ๆ สามารถท่ีจะมีพลังการขายมากกว่าความคิดธรรมดา ๆ ถึงสิบเท่า ท้ังน้ี
แม้ว่างบโฆษณาของท้งั 2 ความคิดจะมเี หมือนกนั ก็ตาม ในวงธุรกิจไม่มีปจั จัยใดทมี่ ีค่าเท่ากบั ความคดิ ท่ีด”ี
แมรีโอมีรา (Mary O’Meara) นักเขียนโฆษณาท่ีมีชื่อเสียงในอดีต กล่าวว่า “การขายจาเป็นต้อง
อาศยั “ความคิดทีด่ ี” ในการสร้างสรรคง์ านโฆษณาเพ่ือการขายอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพในการสร้างสรรค์งาน
โฆษณานั้น จาเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อทาให้งานโฆษณามีความพิเศษจนสามารถกระตุ้นหรือ
โน้มน้าวใจ การขายได้ตามทแ่ี ผนการตลาดและแผนรณรงค์ทางการโฆษณาต้ังเป้าหมายไว้ ดว้ ยเหตุนี้ การ
สร้างสรรค์โฆษณาจงึ มีความสาคัญต่อการโฆษณาและการตลาด
สรปุ ความสาคัญของการสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา ทาใหเ้ กดิ การพฒั นาในด้านตา่ ง ๆ ดงั น้ี
1. การพัฒนาความคิดในการเสนอขายสินค้าที่แตกต่างและมีพลังการขายมากกว่าความคิดที่
ธรรมดา
2. การพฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์งานโฆษณาใหม่ ๆ โดยการทาให้ช้นิ งานโฆษณาน้ันมีความน่าสนใจ
มีความเกี่ยวพันกับสินค้าและผู้บริโภค และทาให้เกิดผลกระทบในการตัดสินใจซ้ือสินค้าและ
บรกิ าร
3. การนาเสนอเร่ืองราวในโฆษณารูปแบบใหม่ ๆ การคิดในการนาเสนอเรื่องราวในโฆษณา นัก
สร้างสรรค์งานโฆษณาจะต้องพยายามคิดเพ่ือให้การดาเนินเรื่องราวน้ันมีความน่าสนใจ สามารถ
หยุดความสนใจของผ้ชู ม ผ้ฟู งั ผูอ้ า่ นได้ และเกดิ ความต้องการท่จี ะทดลองใช้สินค้า และซอื้ สินค้า
ในที่สุด
52
4. การพัฒนายุทธวิธีในการแข่งขันทางการตลาด ด้วยการคิดสร้างสรรค์งานโฆษณานี้จะทาให้เกิด
วิธีการในการแข่งขันทางการตลาดใหม่ เพราะการสร้างสรรค์การโฆษณาในปัจจุบันน้ีได้เข้ามามี
ส่วนในการให้ข้อเสนอแนะทางการตลาด การสร้างตราสินค้า รวมทั้งใช้ยุทธวิธีการส่ือสารแบบ
ผสมผสานด้วย
5. การพฒั นาแนวทางแก้ปญั หาทางการตลาดรูปแบบใหม่ ผลของการคดิ สร้างสรรค์จะทาให้เกิดการ
พัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาทางการตลาดใหม่ ๆ เช่น เกิดวิธีการสื่อสารการตลาดแบบครบ
วงจร เกิดการใช้สื่อแบบบีโลว์เดอะไลน์ (Below the line) ท่ีเจาะกลุ่มเป้าหมายทางการตลาด
แบบเฉพาะ เกิดการส่ือสารด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ท่ีสามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเป็น
การเฉพาะ
3.3 แนวทางการคิดสร้างสรรคง์ านโฆษณาในประเทศไทยและตา่ งประเทศ
แนวทางการคดิ สรา้ งสรรค์งานของนกั โฆษณาไทยสามารถสังเคราะหเ์ ป็นแนวทาง 13 ขอ้ ดังนี้
1. การสร้างสรรค์งานโฆษณาจะตอ้ งตอบโจทยท์ างการตลาดและการโฆษณา
2. วิธีการส่ือสารความคิดสร้างสรรค์จะต้องมีแนวความคิดท่ีแตกต่างจากคู่แข่งขัน ท่ีแปลกใหม่ สด
และเขยา่ วงการ
3. การนาเสนอความคิดการโฆษณาจะต้องสร้างความน่าสนใจ หรือโดนใจกลุ่มเป้าหมายอย่างมี
รสนิยม
4. การสรา้ งสรรค์งานโฆษณาจะตอ้ งทาใหผ้ชู มเหน็ ด้วยกับงานโฆษณา
5. การสรา้ งสรรค์งานโฆษณาจะตอ้ งเหน็ ด้วยกบั ตราสินค้าและสามารถจดจาตราสินคา้ ได้
6. การสร้างสรรค์งานโฆษณาจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลของสินค้าเพ่ือหาจุดเด่นของสินค้าและมีความ
เชือ่ มั่นในตวั สินค้า
7. การสร้างสรรค์งานโฆษณาจะต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคกล่มุ เป้าหมายอย่างดี เสมือนรู้จัก
เพอ่ื นสนทิ 1 คน
8. ความสามารถในการคิดงานของนักสร้างสรรค์โฆษณาคนเดียวมีความสาคัญเช่นเดียวกับการ
ทางานเป็นทีม
9. การวิเคราะห์ข้อมูลต้องอาศัยทักษะการส่ือสารท้ังการสังเกต การอ่าน การฟัง การคิด การวิจัย
การเขยี น การพดู และการนาเสนอ
10. การคิดสร้างสรรค์งานโฆษณาเกิดจากความสัมพันธ์ของสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค คู่แข่งขันเป็น
ปจั จัยสาคญั
11. วิธกี ารคิดสรา้ งสรรคง์ านโฆษณาเกิดจากการระดมความคิดดว้ ยตนเองและทีมงาน
53
12. วธิ กี ารได้มาซึ่งความคดิ สร้างสรรค์ด้วยวิธีการใชแ้ ผนท่คี วามคดิ (Mind Mapping)
13. ผลของความคิดสร้างสรรค์เกิดจากแรงบันดาลใจ การผสมผสาน ผ่านจินตนาการของนัก
สรา้ งสรรคง์ านโฆษณาที่แตกต่าง สด แปลกใหม่ ง่าย โดนใจ ได้อารมณ์ และเขยา่ วงการ
แนวทางการสร้างสรรค์งานโฆษณาของนักโฆษณาต่างประเทศสามารถสงั เคราะห์เป็นแนวทาง 8
ข้อ ดงั นี้
1. เนน้ การขายสนิ คา้ ได้ ด้วยบคุ คลกิ ภาพของสนิ คา้ และขอ้ เสนอขายท่ีเปน็ เอกลกั ษณ์
2. การนาเสนอข้อเสนอขายทีเ่ ป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ ประโยชนต์ ่อผู้ใช้สินคา้ ไม่มีคูแ่ ขง่ ใช้มากอ่ น และ
ต้องขายได้
3. แนวคดิ การโฆษณาที่ดี มคี วามสาคญั ตอ่ วิธีการนาเสนอเรอ่ื งราวท่ดี ี
4. วธิ กี ารนาเสนอเร่ืองราวใชก้ ารนาเสนอทีจ่ งู ใจ เรียบง่าย ใช้ภาพธรรมดา ลกึ ซ้ึง
5. วธิ ีการนาเสนอเรอื่ งราวท่ดี สี ัมพันธ์กับการผลิตท่ีดี เพราะการผลติ ที่ดีสามารถเปน็ เน้ือหาได้ ไมย่ ัด
เยียดข้อความ เน้ือหาซ่ือตรงไม่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง นาเสนอเนื้อหาตรงประเด็น เรียบง่าย
และสะดุดตา
6. การคิดสร้างสรรค์ต้องสนใจความเป็นธรรมชาติของคน ในเรื่องแรงจูงใจ แรงขับ สัญชาตญาณ
และแรงกระตุ้นพฤตกิ รรม
7. การคิดสร้างสรรค์ต้องไม่เคยมีมาก่อนท่ีเกิดจากความสัมพันธ์ของตัวแปรท่ีไม่เคยมีความสัมพันธ์
กนั มาก่อน
8. การคิดสร้างสรรค์ตอ้ งมหี ลักการและฝกึ ฝนในเร่ืองวิธกี ารนาเสนอ
3.4 ลกั ษณะของการสร้างสรรคโ์ ฆษณาท่ดี ี
วิทยา เข้มงวด (2550) กล่าวว่า งานโฆษณาท่ีดีมีหน้าที่จะต้องขายสินค้า โน้มน้าวใจให้ตัดสินใจ
ทดลองและซื้อสินค้าและบริการ ผู้ที่จะเป็นนักสร้างสรรค์โฆษณาท่ีดีจะต้องมีความเชื่อในเรื่องการฝึกฝน
ทุ่มเทใจ เหน็ ปญั หาเปน็ โอกาส และเป็นโอกาสในภาวะท่ถี กู จากดั โอกาส
ต่อ สันตศิ ริ ิ (2550) กลา่ วว่า งานสรา้ งสรรค์โฆษณาที่ดี จะต้องมีลักษณะดงั นี้
1. ทาใหค้ นท่ีเรากาลงั สื่อสารดว้ ยสามารถหยดุ และดงึ ความสนใจจากเขาได้
2. ส่อื สารขอ้ มูลได้อยา่ งชดั เจน ไมซ่ บั ซ้อน
3. สามารถสะทอ้ นถึงบคุ ลกิ ของสนิ ค้า
4. ทาให้ผูบ้ รโิ ภคจาใจส่งิ ที่เราอยากจาได้
54
5. บางครง้ั อาจจะต้องทาให้ผบู้ ริโภคมปี ฏิกิรยิ าตอบสนองตามท่ีเราคาดไว้
การมีไอเดีย หรือแนวคิดการสร้างสรรค์งานโฆษณาดีแล้ว การนาไปใช้ในส่ือต่าง ๆ จะต้องดึงดูด
ความสนใจให้เข้ามาฟัง Massage ของเรา มีส่วนร่วมและปฏิกิริยาร่วมและเข้าใจจิตวิทยาของคนที่เรา
ต้องการจะส่ือด้วย โฆษณาท่ีดีจะตรงไปต่อมรับความรู้สึกท่ีทาให้เขาเกิดอารมณ์ตามที่เราต้องการได้ ไม่ว่
จะเป็นอารมณ์ตลก ตกใจ แปลกใจ เศร้า วธิ ีการนก้ี ไ็ มต่ า่ งอะไรจากการเขยี นกลอน หรือภาพยนตรท์ ดี่ ี
นวิ ัต วงศ์พรหมปรีดา (2536) กล่าววา่ ยุทธวธิ ีการสร้างสรรค์ท่ีดีจะประกอบด้วยลักษณะพื้นฐาน
ท่สี าคัญ 4 ประการ ดงั น้ี
1. ยุทธวิธี ต้องเสนอประโยชนใ์ ห้กับผู้บริโภคเป้าหมาย
โฆษณาทุกช้ินควรเสนอประโยชน์บางอย่างให้กับผู้บริโภค แต่โฆษณาบางชิ้นก็สามารถทาหน้าที่
โฆษณาโดยไมไ่ ด้พดู ประโยคง่าย ๆ กบั ผ้บู รโิ ภคเป้าหมายเลย โฆษณาบางช้นิ ก็ปล่อยให้วธิ กี ารเล่าเร่ืองและ
ประโยคเดน่ จนผ้บู ริโภคเป้าหมายไม่รู้ว่าสนิ คา้ นัน้ ยหี่ ้ออะไรและใหป้ ระโยชน์อะไรบ้าง
ยุทธวธิ ีการสรา้ งสรรค์ทีด่ ีจึงเหมือนมหี ลักที่มั่นคงอยู่ 3 สว่ นคือ
การค้นพบส่วนแบ่งการตลาดท่ีประกอบไปด้วยกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ผู้มองหา
ประโยชนเ์ ดียวกัน
การส่ือสารประโยชน์ท่ีค้นพบผ่านยุทธวิธีท่ีกระชับ ชัดเจน จนเป็นผลให้ผู้บริโภค
เป้าหมายเกดิ การรับรู้
การมอบประโยชน์ที่ได้สญั ญาไว้ในโฆษณาให้กับผบู้ รโิ ภคเป้าหมายท่ีซื้อสนิ ค้าหรอื บริการ
น้ันมาทดลองใช้ เพื่อที่จะได้เกิดความพึงพอใจในสินค้าหรือบริการนั้นและเกิดการซื้อ
ต่อเน่อื งไปเรอ่ื ย ๆ
2. ประโยชนท์ ี่เสนอต้องเปน็ สงิ่ ทผี่ ู้บริโภคเปา้ หมายต้องการ
โฆษณาบางช้ินนาเสนอประโยชน์ท่ีผู้ผลิต เจ้าของสินค้าหรือบริการ และนักโฆษณาคิดว่ามี
ความสาคญั ต่อผูบ้ รโิ ภคเปา้ หมาย โดยทผี่ ู้บรโิ ภคเปา้ หมายไมไ่ ดค้ ิดเช่นน้ัน
อดัม (Adams) กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างประโยชน์ในสายตาของผู้บริโภคเป้าหมายกับ
ประโยชน์ในสายตาของผผู้ ลติ วา่
“ผู้ผลิตมักพยายามท่ีจะทาให้ผู้บริโภคเช่ือในสิ่งท่ีเป็นไปไม่ได้ หรือพยายามทาให้เรื่องที่ไม่
สามารถจูงใจใหผ้ ู้บริโภคซ้ือสินค้าหรือบรกิ ารนั้นได้ สิ่งนี้มักเกิดข้ึนเนื่องจากผู้ผลิตคิดสวนทางกับการคิดท่ี
ถูกต้องโดยมองสินค้าจากทัศนะของตัวเองและคิดถึงแต่ตัวสินค้าหรือบริการ การพัฒนายุทธวิธีที่ มี
ประสิทธิภาพควรเริ่มจากการคิดถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคเป้าหมายแล้วย้อนกลับไปถึงตัวสินค้า
หรอื บริการ”
55
3. ประโยชนท์ นี่ าเสนอต้องเปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะของสนิ คา้ หรือบริการ
ประโยชน์ที่เสนอในโฆษณาจะต้องเป็นประโยชน์เฉพาะตัวท่ีทาให้ผู้บริโภคเป้าหมายนึกถึงสินค้า
หรอื บรกิ ารทเ่ี ป็นเจ้าของโฆษณาเทา่ น้ัน โดยท่ีคแู่ ข่งไมส่ ามารถนาไปใช้ได้ ยุทธวธิ กี ารสรา้ งสรรคท์ น่ี าเสนอ
ประโยชน์พ้ืนฐานของสินค้าหรือบริการจึงเป็นยุทธวิธีที่ขาดประสิทธิภาพในการจูงใจผู้บริโภค
กลุ่มเป้าหมายสนใจโฆษณา
4. ประโยชน์ทเ่ี สนอต้องสามารถสอื่ สารผ่านสือ่ โฆษณาได้
ส่ือโฆษณาแต่ละประเภทมีข้อจากัดเฉพาะตัวท่ีสามารถเปน็ อุปสรรคต่อการส่อื สารประโยชนข์ อง
สินค้าหรือบริการรวมถึงงบประมาณโฆษณาก็เป็นปัจจัยกาหนดส่ือโฆษณาท่ีเลือกใช้ ซ่ึงผู้มีหน้าที่ในการ
พัฒนายุทธวิธีการสร้างสรรค์ จาเป็นต้องศึกษาถึงแผนการใช้ส่ือโฆษณาให้เข้าใจอย่างละเอียดเพ่ือที่จะ
สามารถเป็นประโยชนใ์ นการสร้างสรรค์ยทุ ธวิธีให้เหมาะสมได้
ธรี ะ ภูรัต (2548: 20) กลา่ วถึงความคิดสรา้ งสรรคง์ านโฆษณาที่ดีวา่
1. มคี วามเปน็ ตัวเอง (Unique) แตกต่างจากค่แู ขง่ ขนั
2. มีความเป็นตวั เองท่ีเหนอื กว่าคแู่ ข่งขัน (Super Unique)
3. สมเหตสุ มผล (Logic) มเี หตผุ ลอ้างองิ ได้
4. มีความคงทน (Durable) ใช้ได้ยง่ั ยนื ไม่ลา้ สมัยเรว็
จากแนวคิดของนกั วิชาการและนกั วิชาชพี สามารถสังเคราะห์ลักษณะงานสร้างสรรคโ์ ฆษณาท่ีดีได้
ดังนี้
1. สามารถตอบโจทยท์ างการตลาดและการโฆษณาได้
2. จะตอ้ งนาเสนอประโยชน์ของสินคา้ ใหผ้ ู้บรโิ ภคกลมุ่ เป้าหมาย
3. มคี วามแตกตา่ งจากคู่แข่งขันด้วย ความแปลกใหม่ งา่ ย เก่ียวพนั กับสินค้าหรอื บริการ และมีความ
นา่ สนใจอยา่ งมีรสนยิ ม
4. การนาเสนอความคิดสร้างสรรค์โฆษณาจะต้องมีความสัมพันธ์สอดคล้องกันกับวิธีการนาเสนอ
อย่างมเี หตผุ ลได้อย่างชัดเจน
5. จะตอ้ งสามารถโน้มน้าวในให้ผูช้ มเหน็ ดว้ ยกับงานโฆษณาและบคุ ลิกของสินค้าที่นาเสนอ
6. ทาให้ผบู้ ริโภคตอบสนองในวตั ถปุ ระสงค์ทีก่ าหนดไว้
7. งานโฆษณาจะตอ้ งสามารถขายสินคา้ หรอื บริการได้
8. ความคดิ สรา้ งสรรค์โฆษณาทด่ี ีมาก จะสามารถนามาใช้ไดน้ านและไมล่ า้ สมัยเร็ว
56
บทสรุป
ความคิดสร้างสรรค์งานโฆษณา หมายถึง การใช้ความคิด จินตนาการ รวมเข้ากับหลักการ
สถานการณ์ต่าง ๆ และประมวลออกมาในด้านการนาเสนอ การส่ือสารทางการตลาด โดยความคิด
สร้างสรรค์ในการโฆษณาน้ันต้องแปลกใหม่ สร้างจุดขายให้กับสินค้าบริการอย่างน่าสนใจ ซึ่งจะต้อง
สามารถสรุปออกมาได้เป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ การคิดแนวคิดการโฆษณา (Advertising Concept) และ
การคดิ วธิ ีการนาเสนอเรอื่ งราว (Execution)
โดยการสร้างสรรค์งานโฆษณามีความสาคัญ ต่อการนาเสนอสินค้าบริการเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันท่ีมีการแข่งขันกันสูง โดยความคิดสร้างสรรค์ที่ดีจะสามารถเพ่ิมพลังการขายได้
มากกวา่ พฒั นาช้ินงานโฆษณาใหม้ คี วามสนใจได้มากกวา่ กระตนุ้ ใหผ้ บู้ รโิ ภคสนใจและทดลองใช้
ซ่ึงแนวทางการสร้างสรรค์งานโฆษณาในประเทศไทยและต่างประเทศจะมีความแตกต่างกันท้ังน้ี
ข้ึนอยู่กับปัจจัยด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ที่หลอมรวมเหล่านักโฆษณาให้มีวิธีการทางาน
และการนาเสนองานโฆษณาที่แตกต่างกัน
สุดท้ายน้ีการสร้างสรรค์งานโฆษณาที่ดีนั้นจะต้องสามารถขายสินค้า โน้มน้าวใจให้ตัดสินใจ
ทดลองและซ้ือสินค้าและบริการ ผู้ที่จะเป็นนักสร้างสรรค์โฆษณาท่ีดีจะต้องมีความเช่ือในเร่ืองการฝึกฝน
ทุม่ เทใจ เห็นปัญหาเปน็ โอกาส และเปน็ โอกาสในภาวะทถี่ กู จากัดโอกาส
57
แผนการสรา้ งเครื่องมอื วดั ผลการเรียน
บทท่ี 3 แนวคิดการสร้างสรรค์งานโฆษณา
คะแนน 5 คะแนน เวลาสอบ 1 ช่ัวโมง
1. ตารางวเิ คราะห์คะแนนรายจดุ ประสงค์ คะแนน ปรับขยาย หมายเหตุ
รหสั จดุ ประสงคท์ ัว่ ไป 1 4 อัตนยั
1.1 ทราบถึงความหมายของการสร้างสรรคง์ านโฆษณา 1 4 อตั นัย
1.2 เข้าใจถงึ ความสาคัญของการสรา้ งสรรค์งานโฆษณา
1.3 ทราบถงึ แนวทางการคิดสร้างสรรคง์ านโฆษณาใน 2 8 อัตนัย
ประเทศไทยและตา่ งประเทศ 1 4 อตั นัย
1.4 ทราบถึงลักษณะของการสร้างสรรค์โฆษณาท่ีดี
2. ตารางวิเคราะหล์ ักษณะของเครอ่ื งมือวัดผล
รหัส จดุ ประสงค์เฉพาะ คะแนน หมายเหตุ
1.1 ทราบถงึ ความหมายของการสรา้ งสรรค์งานโฆษณา 1 อัตนยั
1.2 เขา้ ใจถงึ ความสาคัญของการสรา้ งสรรค์งานโฆษณา 1 อตั นัย
1.3 ทราบถึงแนวทางการคิดสร้างสรรค์งานโฆษณาในประเทศไทยและ 2 อตั นยั
ต่างประเทศ
1.4 ทราบถึงลกั ษณะของการสร้างสรรค์โฆษณาท่ีดี 1 อัตนยั
58
แบบฝกึ หดั บทท่ี 3
แนวคิดการสร้างสรรค์งานโฆษณา
คะแนน 20 คะแนน เวลา 2 ชวั่ โมง
คาสัง่ จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. จงบอกความหมายของความคิดสร้างสรรค์ในงานโฆษณา 4 คะแนน
2. นกั ศกึ ษาคดิ วา่ ความคดิ สร้างสรรค์มคี วามสาคัญกบั การโฆษณาหรือไม่อย่างไร
อธบิ าย 4 คะแนน
3. ยกตวั อย่างงานโฆษณาของไทยและต่างประเทศพร้อมวิเคราะห์
แนวทางการสรา้ งสรรค์ 8 คะแนน
4. การสร้างสรรค์งานโฆษณาที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร 4 คะแนน
59
แผนการสอนประจาบทที่ 4
กลยุทธ์การสร้างสรรคง์ านโฆษณา
รายละเอยี ด
4.1 ความหมายและความสาคัญของกลยทุ ธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณา
4.2 ส่วนผสมงานสรา้ งสรรค์การโฆษณาประชาสมั พนั ธ์
4.3 การกาหนดแนวคดิ ในงานโฆษณา
4.4 กลยทุ ธ์และยทุ ธวธิ ีในการสร้างสรรคง์ านโฆษณา
จานวนช่วั โมงทส่ี อนต่อสัปดาห์ 4
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
1. การบรรยายในชั้นเรยี น
2. การวเิ คราะห์ และอภิปรายรว่ มกนั ทั้งทางดา้ นเนอ้ื หาวชิ า และตวั อยา่ งงานโฆษณา
3. ทาแบบฝกึ หัดทา้ ยบทเรียน
4. งานชิ้นท่ี 4 วิเคราะห์กลยทุ ธก์ ารสร้างสรรค์งานโฆษณา
สื่อการสอน
1. เอกสารประกอบการเรียนการสอน
2. ตวั อยา่ งงานโฆษณาและประชาสัมพันธ์จากส่ือส่ิงพิมพ์ และสารสนเทศจากอินเทอร์เนต็
3. Power Point Program พร้อมอุปกรณโ์ สตทัศน์
4. ระบบ E-learning
5. เว็บไซสเ์ พื่อสอ่ื สารระหว่างผสู้ อนและผู้เรยี น
แผนการประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. ผลการเรียนรู้
1.1 ทราบถงึ ความหมายและความสาคัญของกลยุทธก์ ารสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา
1.2 ทราบถึงสว่ นผสมงานสรา้ งสรรค์การโฆษณาประชาสมั พันธ์
1.3 สามารถกาหนดแนวคดิ ในงานโฆษณา
60
1.4 เขา้ ใจและสามารถเลอื กใชก้ ลยุทธ์และยทุ ธวิธใี นการสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา
2. วิธีการประเมนิ ผลการเรยี นรู้
2.1 ตรวจคะแนนจากการทาแบบฝกึ หัดท้ายบทเรียน
2.3 ตรวจคะแนนจากงานช้นิ ท่ี 4
2.2 สงั เกตจากความสนใจ การอภิปรายซักถาม การแสดงความคิดเหน็ และ
สามารถสรุปใจความสาคญั ได้
61
บทท่ี 4 กลยุทธก์ ารสร้างสรรค์งานโฆษณา
4.1 ความหมายและความสาคัญของกลยุทธก์ ารสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา
4.1.1 ความหมายของกลยุทธก์ ารสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา
คาวา่ กลยุทธ์ มาจากคาในภาษาอังกฤษวา่ Strategy หมายถงึ แผนหรือการวางแผนเพอื่ ให้บรรลุ
วัตถุประสงค์กาหนดไว้ โดย เฉพาะแผนท่ีต้องทาในระยะยาวหรือศิลปะการวางแผนอย่างดีที่สุด เพ่ือให้
ประสบความสาเร็จ เม่ือนามาใช้ในภาษาไทยว่ากลยุทธ์ คาว่า กล แปลว่า วิธีการ คาว่า ยุทธ์ แปลว่าการ
ต่อสู้ ดังนั้น จึงอาจแปล คาว่ากลยุทธ์อย่างง่ายท่ีสุดว่าวิธีการต่อสู้ และเม่ือนาคาน้ีมาใช้ใน การดาเนิน
ธุรกิจ กลยุทธ์จึงคือวิธีการต่อสู้กับคู่แข่งทางธุรกิจนั่นเอง คาว่ากลยุทธ์มักใช้ควบคู่กับคาว่าแผนหรือการ
วางแผน ได้แก่คาว่า แผนกลยุทธ์ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ส่วนคาว่ายุทธ์ศาสตร์ท่ีมีผู้ใช้ใน ความหมาย
เดียวกับคาว่ากลยุทธ์ และมีความหมายแปลตรงตัวว่า ความรู้เก่ียวกับการต่อสู้น้ัน ในกรณีของการ
ดาเนินงานขององค์กร จึงมักใช้กลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ในความหมายเดียวกัน คือหมายถึง วิธีการหรือ
ความรทู้ ีจ่ ะนามาใชแ้ ขง่ ขันในการทางานหรอื ดาเนินธุรกจิ นัน่ เอง (ยบุ ล เบ็ญจรงคก์ จิ , 2554)
นอกจากนี้ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ ศักด์ิ (2546) ยังให้ความหมาย กลยุทธ์ ว่าหมายถึง วิธีการหรอื
แผนการท่ีคิดขึ้นอย่างรอบคอบมีลักษณะเป็นข้ันเป็นตอน มีความยืดหยุ่น พลิกแพลงได้ตาม สถานการณ์
ม่งุ หมายเพื่อเอาชนะคแู่ ข่งหรือเพ่อื หลบหลกี อุปสรรค ต่างๆ จนสามารถบรรลเุ ปา้ หมายทีต่ อ้ งการ
กลยุทธ์การสรา้ งสรรคโ์ ฆษณา จึงหมายถึง การวางแผนอย่างรอบคอบ การวางแผนอย่างมีช้ันเชิง
ซ่งึ มที ง้ั แผนระยะยาว แผนระยะสน้ั ทส่ี ามารถยดื หย่นุ พลกิ แพลงได้ตามสถานการณ์ เพือ่ ใชใ้ นการสื่อสาร
การตลาดได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ เขา้ ถึงผู้บรโิ ภค และสามารถแข่งขันกับคูแ่ ขง่ ได้
4.1.2 ความสาคญั ของกลยุทธก์ ารสรา้ งสรรค์งานโฆษณา
กลยุทธก์ ารสร้างสรรคง์ านโฆษณามคี วามสาคัญดังนี้
1. การวางแผนกลยุทธ์เป็นรูปแบบการวางแผนท่ีช่วยให้งานโฆษณาสามารถพัฒนาได้ทันกับ
สภาพการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม เพราะการวางแผนกลยทุ ธ์ให้ความสาคัญกับการศกึ ษาวเิ คราะห์
บรบิ ทและสภาพแวดลอ้ มเป็นประเด็นสาคัญ
2. การวางแผนกลยุทธ์ เป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้งานโฆษณามีความชัดเจน สามารถ
มองเห็นความสาเร็จ และสามารถรองรับความล้มเหลว หรือสามารถแก้ไขปัญหา พลิกแพลงได้ตามถาน
การณ์
62
3. การวางแผนกลยุทธ์ เป็นการวางแผนท่ีให้ความสาคัญต่อการกาหนด “กลยุทธ์” ที่ได้มาจาก
การคิดวิเคราะห์แบบใหม่ ๆ ท่ีไม่ผูกติดอยู่กับปัญหาเก่าในอดีตไม่เอาข้อจากัดทางด้านทรัพยากร และ
งบประมาณมาเป็นข้ออ้าง ดังน้ัน การวางแผนกลยุทธ์จึงเป็นการวางแผนแบบท้าทายความสามารถ เป็น
รูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้เกิดการริเริ่มสร้างสรรค์ทางเลือกใหม่ ได้ด้วยตนเอง จึงเป็นการวางแผน
พัฒนาทย่ี ่ังยืน
4.1.3 ขั้นตอนการสร้างสารโฆษณา
ภายหลังจากการวางแผลกลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณาเรียบร้อยแล้วนั้น ในขั้นตอนน้ีการทา
โฆษณาเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก่ียวข้อง ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการข้อมูลทาง
การตลาด ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภค วัตถุประสงค์ของการรณรงค์ทางการโฆษณา วัตถุประสงค์ของการ
สร้างสรรค์ช้ินงานโฆษณาแต่ละช้ิน จนสามารถกาหนดเป็นแนวคิดการโฆษณา วิธีการนาเสนอเร่ืองราวใน
การโฆษณา กาหนดรายละเอยี ดในส่วนผสมของการโฆษณา ดังแผนภาพท่ี 4.1
ขอ้ มลู ภมู ิหลงั
ขอ้ มลู ที่เก่ียวกบั ผบู้ รโิ ภค ขอ้ มลู ทางการตลาด ขอ้ มลู เกี่ยวกบั สนิ คา้
วตั ถปุ ระสงคข์ องการรณรงคท์ างการโฆษณา ขอ้ มลู เก่ียวกบั สนิ คา้
ขอ้ มลู ท่ีเก่ียวกบั ผบู้ รโิ ภค
วตั ถปุ ระสงคข์ องงานแตล่ ะชนิ้
จติ วิทยา กิรยิ า การตลาด สถาบนั
สว่ นผสมด้านวัจนภาษา สว่ นผสมของสารในงานสรา้ งสรรคโ์ ฆษณา
ไดแ้ ก่
สว่ นผสมด้านอวัจภาษา
พาดหวั ไดแ้ ก่
ขอ้ ความ
คาขวญั ภาพประกอบ
ตราสนิ คา้ การจดั หนา้ ตวั พมิ พ์
การใชท้ ่ีวา่ งและสี
การเคลอื่ นไหวและเสียง
เครอื่ งหมายการคา้
ภาพท่ี 4.1 ข้ันตอนการสรา้ งสารโฆษณา
63
4.2 สว่ นผสมงานสร้างสรรค์การโฆษณา
โฆษณาเป็นการสื่อสารแบบหน่ึง สารโฆษณาจึงอาจกล่าวได้ว่ามีลักษณะพ้ืนฐานเช่นเดียวกับสาร
ของการส่อื สารอ่นื ๆ
สาร คือ ส่ิงเร้าที่อาจเป็น แสง เสียง พลังงาน หรืออะไรก็ตามที่คนเราสามารถรับรู้ได้ เกิดการ
กระทบกับประสาทรับรขู้ องคนเรา และได้ก่อใหเ้ กิดความหมายขนึ้ ในตัวผู้รบั
ในการส่ือสารของคนเรา สัญลักษณ์ส่วนใหญ่ในภาษาสามารถแบ่งออกได้เป็นสัญลักษณ์ท่ีออก
เสียงได้ และสัญลักษณ์ทีอ่ อกเสยี งไมไ่ ด้ หรอื เปน็ วัจนภาษาและอวจั นภาษา
สญั ลกั ษณท์ ี่ออกเสยี งได้ สัญลักษณ์ทอ่ี อกเสียงไม่ได้
(Vocal) (Nonvocal)
ภาษาพูด ภาษาเขยี น
อวจั นภาษาทใ่ี ชใ้ นการเปลง่ เสียง วัจนภาษา (Verbal)
อวจั นภาษา (Nonverbal)
อวัจนภาษาทไี่ ม่ใชก้ ารเปลง่ เสยี ง
ภาพท่ี 4.2 แสดงองค์ประกอบของสารโฆษณา
วัจนภาษาและอวัจนภาษา
วัจนภาษา คือ สัญลักษณ์ใช้แทนคา คือ คาต่าง ๆ ท่ีใช้ในภาษาหน่ึง ๆ วัจนภาษาอาจแบ่ง
ออกเป็นคาท่ีสร้างความหมายโดยการเปล่งเสียงในภาษาพูด ซึ่งผู้รับสารสามารถสร้างความหมายได้โดย
การฟังเสียง และคาท่ีสร้างความหมายโดยไม่ใช้การเปล่งเสียง เช่น การใช้อักขระในภาษาเขียน ซ่ึงผู้รับ
สามารถสร้างความหมายไดโ้ ดยไมต่ อ้ งอาศัยเสยี งหรือการฟัง
อวัจนภาษา คือ สญั ลกั ษณ์ท่ีใชแ้ ทนความหมายทไ่ี ม่ใช่ลักษณะของคา และเชน่ เดยี วกบั วัจนภาษา
อวัจนภาษายงั แบง่ ออกได้เปน็ สองชนิด คอื วัจนภาษาท่ีใช้การเปลง่ เสียง เช่น เสยี งหวั เราะ เสียงรอ้ งตกใจ
และอวัจนภาษาท่ีไม่ใช่การเปลง่ เสยี ง เช่น การขยบิ ตา การส่นั ศรีษะ เปน็ ต้น
ในการสร้างสรรค์งานโฆษณา การใช้อวัจนภาษามีความสาคัญอย่างย่ิง โฆษณาเป็นการสื่อสารที่
ต้องทาในเวลาอันจากัด เป็นการส่ือสารที่แพง และมีจุดมุ่งหมายท่ีแน่นอน ดังนั้น งานโฆษณาจึงต้องทา
64
การส่ือสารอย่างมีประสิทธิภาพท่ีสุด โดยเฉพาะโฆษณาที่มีลักษณะโน้มน้าวใจ ในขณะที่ผู้รับสารมิได้เต็ม
ใจท่ีจะสื่อสารด้วย สารโฆษณาที่ดีจึงจาเป็นต้องสร้างความประทับใจ ความน่าสนใจ ความน่าเชื่อถือ และ
ความชดั เจนในเนอื้ สาร
ส่วนผสมของสารการโฆษณาท่ีนักสร้างสรรค์งานโฆษณาจะนามาใช้ในการสร้างสรรค์สารในงาน
โฆษณา
ภาพ (Illustrations)
การจัดหนา้ (Layout)
ตวั พิมพ์ (Typography)
เครื่องหมายการคา้ (Trademarked)
การใช้ทีว่ ่าง (White space)
สี (Color)
การเคลื่อนไหว (Motion)
เสยี งประกอบ (Sound effects)
ในส่วนของคนในภาพหรือภาพยนตร์
เรือนรา่ ง (Appearance)
อายุ (Age)
เพศ (Gender)
เชื้อชาติ (national and racial)
ผม (hair)
รา่ งกาย (Body)
ขนาด (Size)
รูปรา่ งหนา้ ตา (looks)
กิรยิ า มารยาท (Manner)
การแสดงออก (Expression)
สายตาและการสบตา (gaze and eye contact)
การจดั ท่า (Pose)
เส้อื ผา้ (Clothes)
65
กจิ กรรม (Activity)
ลกั ษณะการสัมผัส (Touch)
การเคลอื่ นไหวรา่ งกาย (body movement)
ลักษณะบง่ ชีท้ างสถานภาพ (Positional communication)
ส่ิงต่าง ๆ ข้างต้น เป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสารโฆษณาท้ังหมด เป็นส่ิงท่ีนักสร้างสรรค์ที่ดี
จะตอ้ งรูจ้ ักใช้ให้เกดิ ประโยชนม์ ากที่สดุ ตอ่ งานโฆษณา (พนา ทองมีอาคม 2530)
4.3 การกาหนดแนวคิดในงานโฆษณา
ในส่วนของวิธีการสร้างสรรค์งานโฆษณาหรือวิธีการสร้างความคิดสร้างสรรค์นั้นมีอยู่ 5 ข้ันตอน
ด้วยกัน โดยท้ัง 5 ขั้นตอนนี้เป็นส่ิงที่แน่นอนและจะเกิดข้ึนทุกครั้งท่ีมีการสร้างความคิด โดยไม่จากัดว่า
ความคิดนั้นจะเป็นความคิดอะไร นอกจากน้ีลาดับข้ึนต่าง ๆ ของแต่ละข้ันตอนนั้นก็เป็นส่ิงท่ีแน่นอนว่า
จะตอ้ งเรียงตามลาดบั ขัน้ ตอนในการสรา้ งความคดิ สร้างสรรค์งานโฆษณา
1. ข้ันสะสมวัตถุดิบ (The Gathering of Materials) ขั้นตอนแรกของการสร้างความคิดคือ
การสะสมวัตถุดิบ ข้ึนนี้เป็นการหาข้อมูล ซ่ึงเป็นวัตถุดิบของความคิด ซึ่งในส่วนน้ียังสามารถแบ่งเป็น
วัตถดุ บิ 2 ประเภท คือ
1.1 วัตถุดิบเฉพาะ (Particular Materials) วัตถดุ ิบซึ่งเปน็ เรอ่ื งเกย่ี วกับสิ่งทจ่ี ะโฆษณา
1.2 วัตถุดิบทั่วไป (General Materials) เป็นเรื่องกว้าง ๆ ที่จะต้องสะสมอยู่เสมอเหมือนความรู้
ทัว่ ไป
2. ขั้นบดย่อย (The Process of Masticating Materials) ขั้นนี้ความคิดจะถูกนามาเรียบ
เรียงแง่มุมต่าง ๆ ของข้อมูลจะถูกพิจารณา จะมีมุมมองความสัมพันธ์ของส่ิงต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปัญหา
เนื่องจากคามคิดคือการรวมตัวในรูปแบบใหม่ มีการพยายามที่จะแก้ปัญหาโดยการสร้างรูปแบบ
ความสัมพันธ์ใหม่ ขนั้ นีส้ มองจะทางานหนัก จะมกี ารใชค้ วามคิดเต็มท่ี การท่ีเราเหน็ คนที่แกป้ ญั หาหรือคิด
ทาอะไรอย่มู ีอาการเหม่อลอย เขามักจะกาลังอยู่ในข้นั น้ี
3. ข้ันฟักตัว (Incubation) เมื่อผา่ นการทางานหนักในสองขั้นแรกแล้ว ในตอนท้ายของข้ันสอง
นักสร้างสรรค์อาจมองว่าเหมือนสิ้นหวังแล้วเหน่ือย ไม่สามารถคิดต่อไปได้ทุกอย่างและดูยุ่งและสับสน
มองไมเ่ หน็ ทางท่จะคิดต่อ นัน่ คอื การยา่ งเข้าสู่ขั้นท่ี 3 ขึ้นบ่มฟัก ในขนั้ นค้ี วามพยายามท่ีจะคิดโดยตรงจะ
หมดไป ยังแนะนาให้เลิกคิดทิ้งทุกอย่างออกจากสมอง ปล่อยให้จิตใต้สานึกสานงานต่อ ส่ิงที่พอจะเป็น
ประโยชน์ในขั้นนี้คือ หาส่ิงผ่อนคลายที่จะช่วยกระตุ้นจินตนาการและอารณม์ ยังยืนยันอีกด้วยว่าข้ันน้ี
จาเป็นและจะตอ้ งผา่ นกอ่ นทีค่ วามคดิ สร้างสรรคแ์ ท้จริงจะเกิด
66
4. ขั้นกาเนิดความคิด (The Actual Birth of the Idea) ในข้ันนี้จะตามข้ันบ่มฟัก มีลักษณะ
ที่ว่าอยู่ ๆ ความคิดก็จะเกิดข้ึนมาเอง เป็นการมองเห็นปัญหาท่ีเรียกว่า มองทะลุ ความคิดจะพร่ังพรู
ออกมา
5. ขน้ั ปรบั แต่ง (The final shaping and Development) หลงั จากไดค้ วามคิดมาแล้ว ขั้นน้ี
จะเป็นการนาความคดิ มาสู่โลกของความจริง มกี ารปรับแตง่ ใหเ้ หมาะสมกับสถานการณข์ องการใช้งานจริง
และมีการนาไปทดสอบ โดยขอคาวพิ ากษว์ จิ ารณจ์ ากผอู้ ่ืน (พนา ทองมีอาคม 2536)
4.4 กลยุทธแ์ ละยุทธวธิ ีในการสรา้ งสรรค์งานโฆษณา
กลยุทธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณาประกอบด้วย 7 แนวทาง โดยพิจารณาจากสถานการณ์ทาง
การตลาด เพ่ือใช้ในการตัดสินใจเลือกกลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณา ที่จะนาเสนอสารโฆษณาได้อย่าง
เหมาะสม ดงั นี้
1. กลยุทธ์เจเนอริก (Generic Strategy) นักโฆษณาควรใช้กลยุทธ์การสร้างสรรค์ แบบ
เจเนอริก เมื่อตราสินค้าเป็นผู้นาในตลาดของสินค้าประเภทนี้ และคู่แข่งของตราสินค้าไม่มีบทบาท หรือ
เมื่อสนิ ค้าเป็นสินค้าเดียวในตลาดที่ยงั ไมม่ ีคแู่ ข่ง หรือบางคร้งั อาจใชก้ ลยทุ ธ์น้เี มอื่ ออกสายผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ
และไม่มคี แู่ ขง่ แต่เมอื่ ใดทีม่ คี ู่แขง่ กต็ อ้ งมีการปรับเปล่ียนกลยุทธ์ต่อไป
นักโฆษณาจะพัฒนาสารโฆษณาที่บอกประโยชน์ของสินค้าอย่างตรงไปตรงมา ไม่จาเป็นต้อง
เปรียบเทียบคณุ สมบตั ทิ ีเ่ หนือกวา่ ย่หี ้อใด เชน่
ยาสีฟันคอลเกต เป็นยาสีฟันยี่ห้อแรก ๆ ในตลาดท่ีมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ที่ให้ประโยชน์คือ
ปอ้ งกนั ฟันผุ ดงั นน้ั ในการโฆษณา คอลเกตจงึ กลา่ ววา่ “คอลเกตฟันไม่ผุอยู่แล้ว” โดยในยคุ แรก ๆ ใช้การ
อธิบายประโยชน์ของสินค้าโดยเอาชอล์คเขียนกระดานสีขาวจุ่มลงไปในน้าหมึกสีน้าเงิน เพื่อให้เห็นการ
ทางานของฟลูออไรด์ ท่ซี มึ ซาบเขา้ ไปเคลอื บฟนั หรอื ในยคุ ใหม่ที่ใช้เปลอื กหอยในการทดสอบ
น้าดื่มสิงห์ ส่ือสารกับผู้บริโภคโดยนาเสนอประโยชน์หลักท่ีสาคัญที่ผู้บริโภคต้องการจากน้าด่ืม
อย่างตรงไปตรองมา คือ น้าดื่มสะอาด น้าดม่ื ตราสิงห์ โดยไม่เปรยี บเทียบกับนา้ ยหี่ อ้ อน่ื
นีเ่ ป็นกลยทุ ธก์ ารโฆษณาของผ้นู าตลาด ที่ต้องมีงบประมาณในการสอ่ื สารทม่ี ากพอดว้ ย
2. กลยุทธ์พรีเอมทีฟ (Preemptive Strategy) เป็นที่นิยมใช้มากท่ีสุดกับสินค้าหรือบรกิ ารท่ีมี
คุณประโยชน์ไม่แตกต่างกับสินค้าอื่น มากนัก ดังน้ันหากสินค้าใดสามารถส่ือสารประโยชน์ได้โดนใจ
ผู้บริโภคได้ก่อน ก็จะประสบความสาเร็จ ทาให้สินค้าที่ส่ือสารด้วยสารแบบเดียวกัน ก็จะกลายเป็น “me
too” ไปทนั ที เชน่
ปลากระป๋องตราซีเล็คทูน่า เป็นสินค้าท่ีเรียกว่าแทบจะไม่มีความแตกต่างระหว่งตรายี่ห้อ
ประโยชนข์ องทูนา่ กระปอ๋ งเหมือน ๆ กัน คอื มีรสชาตดิ ี ชว่ ยดา้ นความจา (มี DHA) และไขมนั ต่า ซ่งึ ซเี ลค็
67
ทูน่าได้นาเสนอสารโฆษณา “ซีเล็คทูน่า ไขมันต่า” เป็นตรายี่ห้อแรก ด้วยโฆษณาผู้หญิงแขม่วท้อง เม่ือ
ต้องเดินผ่านชายหนุ่ม เพื่อเข้าไปในลิฟท์ ด้วยกลยุทธ์สารโฆษณาท่ีโดนใจกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงทางาน
ผสมผสานกับการนาเสนอสารโฆษณาด้วยอารมณ์ขัน ทาให้ท้ังโฆษณาและสินค้าประสบความสาเร็จอยา่ ง
มาก
3. กลยุทธ์เสนอขายสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique Selling Proposition) เป็นที่นิยมมาก
ใน ค.ศ. 1950 เน่อื งจากเป็นยคุ ท่ียงั ไม่มสี ินค้าใดถูกผลิตออกมามากมายเหมือนปัจจุบัน ดังนั้น นกั โฆษณา
จะมุ่งเน้นแตก่ ารเสนอคุณสมบตั ิสินคา้ ที่เป็นประโยชนด์ ้านหนา้ ที่ ที่ใหแ้ ก่ผ้บู ริโภค วา่ คอื อะไร โดย
o โฆษณาตอ้ งกล่าวกับผบู้ ริโภคว่า ซื้อสินคา้ น้ี แล้วคุณจะไดป้ ระโยชนท์ ่ีไม่เหมือนใคร
o ข้อเสนอในโฆษณาต้องเป็นขอ้ เสนอทค่ี ่แู ขง่ ไม่มี
o ข้อเสนอในโฆษณาต้องเป็นข้อเสนอที่ดีพอที่จะทาให้ผบู้ ริโภคจานวนมาก ต้องการสินค้า
นี้
ในปัจจุบัน การนาเสนอสารโฆษณาดังกล่าวเป็นไปได้ยากมาก เนื่องจากสินค้าต่าง ๆ มีคุณสมบัติ
ทค่ี ลา้ ยคลึงกัน ดงั น้นั หากจะใช้กลยุทธ์นี้ ต้องแน่ใจวา่ ประโยชน์ของสินค้าทน่ี าเสนอน้ันต้องเป็นประโยชน์
ทคี่ ูแ่ ขง่ ยงั ไมเ่ คยมี เชน่
แปรงสีฟันซิสเทมม่า เป็นแปรงที่มีเอกลักษณ์ต่างจากยี่ห้ออื่น ท่ีมีขนแปรงเรียวแหลม ให้
ประโยชน์กับผู้บริโภค ทาให้แปรงฟันได้สะอาด เพราะขนแปรงสามารถซอกซอนร่องฟันได้ดี คุณสมบัติน้ี
จึงทาให้ซสิ เทมมา่ แตกต่างจากยห่ี ้ออืน่ ๆ
ลูกอมมิลล์แคลซีน เป็นลูกอมผสมแคลเซียมบารุงกระดูก ทาให้เติบโต กลุ่มเป้าหมายของสินค้า
คอื กลมุ่ เด็กและวัยรุ่น โฆษณาส่ือสารดว้ ยการนาเสนอประโยชนท์ ่เี ป็นเอกลักษณ์ของสินค้าว่าเป็นลูกอมท่ี
ทาให้กระดกู แข็งแรง
แชมพูโดฟ เป็นแชมพูท่ีประสบความสาเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างคือ เป็นยี่ห้อ
เดียวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ สูง 1 ใน 4 ทาให้ผมนุ่มล่ืน กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงที่นอกจาก
ต้องการผมท่ีสะอาดเป็นเงางามแล้ว ความนุ่มของผมยังมีความสาคัญมากอีกด้วย โดฟจึงใช้กลยุทธ์เสนอ
จุดขายท่ีเป็นเอกลกั ษณ์ให้ผ้บู ริโภครบั รู้ประโยชน์ของสินคท้ ีแ่ ตกต่างจากคแู่ ข่ง
4. กลยทุ ธภ์ าพลักษณ์ตราสนิ คา้ (Brand Image Strategy) โดยเดวิด โอกิลว่ี ผู้กลา่ วว่า “งาน
โฆษณาทกุ ช้นิ เปน็ การลงทุนระยะยาวในการสร้างภาพลักษณ์ของตราสินคา้ ” กลยุทธ์นีใ้ ช้กับสนิ คา้ ท่ีแทบ
จะไม่มีความแตกต่างทางประโยชน์ดา้ นหน้าท่ีกับคู่แข่ง โดยมากเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ดังน้ันการ
โฆษณาจึงต้องแตกต่างด้านภาพลักษณ์ หรือบุคลิกลักษณะให้กับสินค้า หรือบางครั้งเรียก ความแตกต่าง
68
ด้านอารมณ์ ทั้งน้ีโฆษณาต้องสร้างและตอกย้า รวมทั้งอาจจะเปล่ียนแปลงทัศนคติของผู้บริโภคท่ีมีต่อ
สนิ คา้ โดยเน้นทก่ี ารนาเสนอ ภาพลกั ษณข์ องสนิ คา้ เช่น
เคร่ืองด่ืมเป็บซ่ี เป็นเคร่ืองด่ืมโคล่า ยอดนิยมย่ีห้อหน่ึงของโลก มีคู่แข่งหลักคือ โคคาโคล่า หรือ
โค้ก ซึ่งท้ัง 2 ตรายี่ห้อนี้ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีความแตกต่างในสมบัติและประโยชน์ทางด้านหน้าท่ีแต่
อยา่ งใด กล่าวคอื ตา่ งกเ็ ป็นน้าอดั ลมเหมือนกัน มคี วามซา่ และหวาน ทาใหเ้ ปน็ สนิ คา้ ท่สี ามารถทดแทนกัน
ได้ ดังนั้น เป๊บซ่ีจึงเลือกกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ เพื่อสร้างความต่างระหว่าง 2 ยี่ห้อ โดยเน้นสร้าง
บุคลิกลักษณะของตราสินค้าเป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย เห็นได้จากคาขวัญ “รสชาติของคนรุ่นใหม่” หรือ
“เต็มทก่ี ับชีวติ ”
สบู่ลักส์ เป็นสบู่ท่ีเราจะเห็นดาราหญิงยอดนิยมของไทยในยุคต่าง ๆ มาเป็นพรีเซ้นเตอร์ให้กับ
โฆษณาสบู่ลักส์ และรวมถึงในต่างประเทศด้วย ทาให้ลักส์ได้รับการรู้จักในฐานะ “สบู่ท่ีดารายอดนิยม
เลือกใช้”
เคร่ืองดื่มชูก้าลังคาราบาวแดง สร้างภาพลักษณ์ของการเป็นเครื่องดื่มของนักสู้ท่ียิ่งใหญ่ ที่ต่อสู้
เพอ่ื ชาติ บ้านเมอื ง
5. กลยุทธ์จุดครองใจ (Positioning Strategy) ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม
ที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ซ่ึงเหมาะสมกับตราสินค้าใหม่ท่ีตอ้ งการจะแข่งขันในตลาดซ่ึงมีคู่แข่งมากมาย
รวมทั้งเหมาะสมกับสถานการณ์ท่ีตราสินค้าเล็ก ๆ ต้องการเพ่ิมส่วนแบ่งทางการตลาด โดยนาเสนอสาร
โฆษณาเปรียบเทียบประโยชน์กับตราสินค้าผู้นาในตลาด หรือคู่แข่ง โดยต้องมีการศึกษากันว่า คู่แข่งมี
จดุ อ่อนดา้ นใด ในมุมมองหรือการรบั รู้ของผบู้ รโิ ภค และเปรยี บเทียบข้อดีของตราสนิ ค้าตนเองที่เหนือกว่า
คแู่ ขง่ ให้ผูบ้ รโิ ภครบั รู้
เช่น ผงซักฟอกที่ซกั ผา้ ขาว = โอโม
รถยนตท์ ีม่ คี วามปลอดภัยสูง = วอลโว่
หมากฝรง่ั เค้ยี วมนั = ซคิ เคลด็
เวเฟอร์ท่รี บั ประทานยามพกั = คิดแคท
นักโฆษณาต้องศึกษาตาแหน่งผลิตภัณฑ์ท่ีผู้บริโภครับรู้ก่อน แล้วจึงพัฒนากลยุทธ์เพื่อสร้างจุด
ครองใจทเ่ี หนือกว่าคู่แขง่ ทส่ี าคัญตอ้ งเป็นตราสินคา้ แรกที่นาเสนอเพ่ือเป็นท่ีหน่ึงในใจผู้บรโิ ภค ซ่ึงกลยุทธ์
น้ีมักใชร้ ่วมกบั กลยุทธ์การสร้างสรรคอ์ ่นื ๆ เชน่ ข้อเสนอขายทเ่ี ปน็ เอกลักษณ์ ภาพลกั ษณ์ตราสินคา้ เชน่
เคร่ืองด่ืมคลูเลอร์คลับ เป็นเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ ที่สร้างจุดครองใจโดยการสื่อสารว่า เป็น
เครื่องดื่มสาหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งจากจุดครองใจน้ี ทาให้คลูเลอร์คลับสร้างการรับรู้ตราสินค้าท่ี
แตกต่างจากคู่แข่งอ่ืน ๆ ในตลาด เช่น สปายไวน์คลูเลอร์ ไดอ้ ย่างชัดเจน เมอ่ื นึกถึงเครื่องดมื่ สาหรบั ผู้หญิง
กจ็ ะนึกถึงคลเู ลอร์คลบั เพียงยหี่ ้อเดยี ว
69
6. กลยุทธ์รีโซแนนซ์ (Resonance Strategy) หมายถึง รูปแบบของประสบการณ์ชีวิตของ
ผู้บริโภค ดังน้ัน กลยุทธ์การสร้างสรรค์แนวทางนี้จึงมุ่งท่ีการส่ือสารเก่ียวกับการดาเนินชีวิตของผู้บริโภค
หรือสถานการณ์ ท่ีผู้บริโภคสามารถสร้างประสบการณ์ท่ีสอดคล้องกับสินค้านั้นได้ ประสบการณ์หรือ
สถานการณ์ที่ใช้มักเป็นประสบการณ์ท่ัวไปท่ีผู้บริโภคเคยประสบ เช่น วันเกิด วันครบรอบแต่งงาน วัน
พักผ่อน หัวใจสาคัญของกลยุทธ์นีค้ ือการเชื่อมโยงสินค้าหรือบริการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ได้ กลยุทธ์น้ี
มกั ใช้ในภาวะทมี่ ีการแข่งขันสูง สินคา้ ไมม่ คี วามแตกต่าง เชน่
กล้องโซน่ีแฮนดีแคม สโลแกน คือ “ความทรงจามีชีวิต” บ่งบอกความสาคัญของสินค้าได้ดีว่า
เป็นกล้องที่ไม่เก็บเฉพาะภาพเท่านั้น แต่ยังเก็บความทรงจาดี ๆ เอาไว้ให้ระลึกถึงด้วย ภาพยนตร์โฆษณา
ชุดน้ีเสนอภาพเหตุการณ์อันน่าประทับใจของครอบครัว เช่น คุณตาปลูกต้นไม้กับหลาย ลูกสาวแอบเล่น
เครื่องประดับของพ่อแม่ ฯลฯ ล้วนเป็นความทรงจาอันน่าจดจา เป็นประสบการณ์ท่ีสามารถเกิดข้ึนใน
ชีวิตประจาวันของผู้บริโภคหลาย ๆ คน ดังนั้นจึงไม่ยากที่ผู้บริโภคเม่ือเห็นโฆษณาจะเชื่อมโยงตรา
สนิ คา้ เข้ากบั สถานการณด์ งั กลา่ ว
7. กลยุทธ์การสร้างอารมณ์ (Emotional Strategy) เป็นการสร้างจุดเร้าใจด้านอารมณ์ ท่ี
สามารถเชื่อมโยงผูบ้ ริโภคเข้ากับตราสินค้าให้ได้ อาจด้วยการนาเสนอภาพ ข้อความ คาพูด ดนตรี ในการ
สรา้ งจดุ เรา้ ใจดา้ นอารมณ์นัน้ อาจนาเสนอดา้ นบวก หรอื ลบก็ได้ เชน่ ความต่นื เต้น ความกลา้ ความอบอุ่น
ความรัก ความซาบซึ้ง ฯลฯ ซึ่งเหมาะกับการโฆษณาสินค้าทุกประเภท โดยเฉพาะสินค้าท่ีผู้บริโภคมัก
ตัดสินใจด้วยอารมณ์มากกว่า เหตุผล เช่น อาหาร เคร่ืองประดับ แฟชั่น การแต่งกาย เคร่ืองด่ืม ระบบ
โทรศัพท์ทางไกล
ไทยประกันชีวิต “เพราะชีวิตคือความไม่แน่นอน” เป็นประเด็นสาคัญที่ไทยประกันชีวิตต้องการ
สื่อสารกับผู้บริโภค พร้อมทั้ง นาเสนอโฆษณาด้วยกลยุทธ์ด้านอารมณ์ ที่สร้าง “ความกลัว” กับผู้ชม
โฆษณา กล่าวคือ ชีวิตมักมีเรื่องท่ีไม่คาดคิดที่ก่อให้เกิดความสูญเสียได้เสมอ ดังน้ัน การทาประกันชีวิตจงึ
เปน็ สิ่งจาเป็น
แฮปป้ี เป็นบัตรโทรศัพท์เติมเงินท่ีใช้กลยุทธ์การสร้างสารโฆษณาทางด้านอารมณ์ โดยนาเสนอ
อารมณแ์ ห่งความสุขเม่ือไดใ้ ชส้ ินค้า ด้วยสโลแกนวา่ “ความสขุ พรอ้ มเตมิ ” และนาเสนอภาพรอยย้มิ สีแดง
ตามที่ต่าง ๆ ท้ังนี้เน่ืองจากสินค้าไม่มีความต่างด้านคุณสมบัติแต่อย่างไร ดังนั้นการเลือกใช้กลยุทธ์การ
โฆษณาแบบนีจ้ ะสามารถสรา้ งความแตกตา่ งให้กบั ตราสินค้าได้เป็นอยา่ งดี
70
ตารางที่ 4.1 สรุปแนวทางกลยทุ ธ์การสรา้ งสรรค์โฆษณา
แนวทางกลยุทธส์ รา้ งสรรคโ์ ฆษณา สถานการณ์ทเี่ หมาะสมกบั การใช้
เจเนอรกิ ส่ือสารประโยชน์สินค้าโดยตรง ไม่เปรียบเทียบ สินค้าเป็นผู้นาตลาด ไม่มีคู่แข่งเด่น
กบั คแู่ ขง่ ใด ๆ ชนั
ส่ือสารถึงประโยชน์ของสินค้าโดยเปรียบเทียบ สินค้ามีคู่แข่ง ซ่ึงคุณสมบัติไม่
พรเี อมทีฟ ประโยชนท์ ่ีเหนือกว่าค่แู ขง่ อย่างชดั เจน แตกต่างมากนัก แต่คู่แข่งยังไม่เคย
สือ่ สารกับคณุ สมบัตดิ ังกล่าว
ข้อเสนอขาย ส่ือสารถึงประโยชน์ที่เหนือกว่าคู่แข่งของสินค้า สนิ ค้ามคี ณุ สมบตั ิเดน่ ที่คูแ่ ข่งไม่มี
ทเ่ี ป็น เป็นประโยชน์ทีค่ ู่แขง่ ไมเ่ คยมี
เอกลักษณ์
สื่อสารภาพลักษณ์/ หรือบุคลิกลักษณะที่ คุณสมบัติด้านหน้าที่ของสินค้าไม่มี
แตกต่างของสินค้า ความแตกต่างกัน เหมาะกับสินค้า
ภาพลักษณ์ อุปโภคบริโภคท่ัวไป นักโฆษณา
ต้องทาความเข้าใจความต้องการ
ของผบู้ ริโภคด้านอารมณค์ วามรสู้ ึก
สื่อสารโดยโยงการสร้างการรับรู้ประโยชน์ของ สินค้าใหม่ท่ีเข้าตลาด หรือสินค้า
จดุ ครองใจ สนิ คา้ เปรียบเทยี บกบั คู่แขง่ แก่ผบู้ ริโภค เล็ก ๆ ที่ต้องการส่วนแบ่งทาง
การตลาดเพ่มิ จากผนู้ าตลาด
การส่ือสารโดยการกระตุ้นความทรงจาของ สินค้าท่ีมีคู่แข่งมาก และไม่ค่อยมี
รโี ซแนนซ์ ผู้บริโภคและเชื่อมโยงตราสินค้าให้สอดคล้อง ความแตกต่างด้านคุณสมบัติของ
กับความทรงจานนั้ ๆ สินค้า แต่เป็นสินค้าท่ีเชื่อมโยง
ผบู้ ริโภคกับสงั คมได้
สอ่ื สารโดยการสร้างจุดเรา้ ใจ ทางด้านบวกหรือ สินค้าท่ีไม่มีความแตกต่างในด้าน
การสร้าง ลบ เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกมีความต้องการในตรา คุณสมบัติ จะประสบความสาเร็จ
อารมณ์ สินคา้ เมื่อใดต้องขึ้นอยู่กับการสร้างความ
แตกต่างด้านอารมณ์กับคู่แข่งอย่าง
ชัดเจน
71
ยังต้องคานงึ ถงึ องค์ประกอบสาคัญอ่นื ๆ อกี ดงั นี้
องคป์ ระกอบต่าง ๆ ท่ีมีความสาคญั ในการนาเสนอความคิดสรา้ งสรรค์
ความน่าเช่ือถือ (Beluevable) โฆษณาต้องมีการเล่าเร่ืองที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงท่ี
พิสจู น์ได้ น่าเช่ือถอื แม้วา่ จะนาเสนอดว้ ย ความคดิ สร้างสรรค์ทเ่ี กินจรงิ หรอื มีอารมณข์ ันเพยี งใดกต็ าม
นาเสนอแนวคิดหลัก (Concept) ได้อย่างชัดเจน การเล่าเรื่องต้องทาหน้าท่ีในการนาเสนอ
แนวความคิดหลักไปยังผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ภาพทุกภาพ คาพูด/ตัวอักษรทุกตัว และทุกส่ิงท่ี
ปรากฎและประกอบกันขน้ึ เป็นการเลา่ เรอื่ ง เพ่อื ทาใหแ้ นวคดิ หลกั ชัดเจนในความทรงจาของผบู้ รโิ ภค
ต้องมีการผลิตงานโฆษณา (Production) ที่มีประสิทธิภาพ การเล่าเรื่องอาจได้ผลไม่เต็ม
ประสิทธิภาพ หากการผลิตช้ินงานไม่มีคุณภาพดีพอ โดยมีคาพูดกล่าวไว้ว่า “ภาพสวย เล่าเรื่องได้ และ
เพิ่มคณุ ค่าให้กับผลติ ภณั ฑ์ได้”
ให้ผู้บรโิ ภคได้รบั สงิ่ ตอบแทน โฆษณา ตอ้ งคานงึ เสมอว่าผบู้ ริโภค คือ ผู้ท่ตี อ้ งคานงึ ถึงตลอดเวลา
ฉะนั้นหากเขาให้เวลากับเรื่องราวท่ีนาเสนอในโฆษณา ผู้สร้างสรรค์ควรตอบแทนการสละเวลาของ
ผู้บริโภค โดยการใช้ความบันเทิงต่าง ๆ บ้าง เช่น ทาให้เกิดเสียงหัวเราะ ทาให้ซาบซึ้งใจ หรือให้ความรู้ที่
เปน็ ประโยชน์ เปน็ ต้น
72
บทสรุป
กลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณาหมายถึง กลยุทธ์การสร้างสรรค์โฆษณา จึงหมายถึง การวางแผน
อย่างรอบคอบ การวางแผนอย่างมีชั้นเชิง ซึ่งมีทั้งแผนระยะยาว แผนระยะสั้น ท่ีสามารถยืดหยุ่น พลิก
แพลงได้ตามสถานการณ์ เพื่อใช้ในการสื่อสารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าถึงผู้บริโภค และ
สามารถแข่งขันกบั ค่แู ข่งได้
โดยกลยุทธ์การโฆษณามีความสาคัญ คือ ช่วยให้งานโฆษณาสามารถพัฒนาได้ทันกับสภาพการ
เปล่ียนแปลงไดอ้ ยา่ งเหมาะสม สามารถวางแผนเพอ่ื แก้ไข รองรับ และพลกิ แพลงสถานการณ์ตา่ งๆ ได้
หลังจากวางแผนกลยุทธ์การสร้างสรรค์งานโฆษณาเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างสาร
โฆษณา โดยจะเป็นการเลือกส่วนผสมงานสร้างสรรค์การโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นปัจจัยที่มีผลกระทบ
ต่อสารโฆษณาท้ังหมด เป็นสงิ่ ท่ีนกั สรา้ งสรรค์ที่ดจี ะตอ้ งรจู้ กั ใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดตอ่ งานโฆษณา
การกาหนดแนวคิดในงานโฆษณา ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนนี้เป็นส่ิงท่ีแน่นอนและจะเกิดขึ้นทุก
ครั้งท่ีมีการสร้างความคิดได้แก่ ข้ันสะสะวัตถุดิบ ข้ันบดบ่อย ข้ันฟักตัว ข้ันกาเนิดความคิด และข้ัน
ปรับแตง่ ความคิด ซึง่ นกั สร้างสรรคโ์ ฆษณาพงึ คานึงถงึ ขัน้ ตอนการคิดน้ใี นการทางานเสมอ
กลยุทธ์และยุทธวิธีในการสร้างสรรค์งานโฆษณา ประกอบด้วย 7 แนวทาง โดยนักโฆษณา
สามารถพิจารณาจากสถานการณท์ ีเ่ หมาะสมกับการใช้แตกต่างกันกันไป หรือใช้อยา่ งผสมผสานได้
73
แผนการสร้างเครอ่ื งมอื วดั ผลการเรียน
บทท่ี 4 กลยทุ ธ์การสร้างสรรคง์ านโฆษณา
คะแนน 5 คะแนน เวลาสอบ 1 ชั่วโมง
1. ตารางวเิ คราะหค์ ะแนนรายจดุ ประสงค์ คะแนน ปรับขยาย หมายเหตุ
รหสั จดุ ประสงคท์ ่วั ไป
1.1 ความหมายและความสาคญั ของกลยทุ ธ์การสร้างสรรค์ 1 4 อัตนัย
งานโฆษณา 1 4 อตั นัย
1.2 ส่วนผสมงานสรา้ งสรรคก์ ารโฆษณาประชาสัมพันธ์ 1 4 อตั นัย
1.3 การกาหนดแนวคดิ ในงานโฆษณา 2 8 อตั นยั
1.4 กลยทุ ธแ์ ละยทุ ธวิธีในการสรา้ งสรรคง์ านโฆษณา
2. ตารางวิเคราะหล์ กั ษณะของเครอ่ื งมือวดั ผล คะแนน หมายเหตุ
รหัส จุดประสงคเ์ ฉพาะ
1.1 ทราบถงึ ความหมายและความสาคัญของกลยทุ ธก์ ารสรา้ งสรรค์ 1 อัตนัย
งานโฆษณา 1 อัตนยั
1.2 ทราบถึงสว่ นผสมงานสร้างสรรคก์ ารโฆษณาประชาสมั พนั ธ์ 1 อตั นยั
1.3 สามารถการกาหนดแนวคดิ ในงานโฆษณา
1.4 เขา้ ใจและสามารถเลือกใช้กลยทุ ธ์และยทุ ธวิธใี นการสร้างสรรค์ 2 อัตนัย
งานโฆษณา