ก.
ข.
สารบญั ค.
องค์ประกอบท่ี 1 คณุ ลักษณะของครูและการจัดการเรียนรู้ หน้า
1.คณุ ลกั ษณะของครู
1.1 ครมู ีลักษณะประชาธิปไตย 1
1.2 ครูใชเ้ ทคนคิ และทักษะการสอนเหมาะสม 4
1.3 ครูปกครองขนั้ เรียนดว้ ยความยุติธรรมใช้ระเบยี บกฎเกณฑ์ทีท่ ุกคนยอมรบั 7
1.4 ครแู ละนกั เรียนมคี วามสมั พันธอ์ ันดตี อ่ กัน 11
1.5 ประสานความรว่ มมือกับผปู้ กครองเพอื่ การพัฒนา 14
2. การวางแผนการจดั การเรยี นรู้ 20
22
2.1 วิเคราะหผ์ เู้ รียน 33
2.2 วเิ คราะหห์ ลกั สูตรสถานศกึ ษา 36
2.3 วเิ คราะห์ความพร้อมของสอื่ อุปกรณ์ 36
2.4 ออกแบบการเรยี นรู้ทเี่ น้นบูรณาการ
2.5 ออกแบบการเรยี นรทู้ ี่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั 41
3. การจดั กิจกรรมการเรียนร้กู ฎเกณฑ์ทีท่ ุกคนยอมรบั 44
3.1. จัดกระบวนการเรยี นรูต้ ามธรรมชาติของแต่ละวิชา 48
3.2 จดั กิจกรรมใหค้ รบถ้วนตามธรรมชาติวชิ า และความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล 51
3.3 จัดกิจกรรมหลากหลายวิธี และเหมาะสมกบั ผู้เรยี น 56
3.4 ใช้สื่อการเรยี นรู้เหมาะสมกบั เนื้อหาและผู้เรียน
3.5 ใชเ้ ครือ่ งมือประเมินผลเหมาะสม 51
องค์ประกอบที่ 2 การจัดการชัน้ เรียนและการวัดประเมนิ ผล 60
1.การจดั การช้ันเรยี น 62
1.1 ติดตามพฤตกิ รรมของนกั เรยี นและแกไ้ ขสถานการณ์ได้เหมาะสม 64
1.2 จัดขน้ั เรยี นให้เป็นระเบียบเรยี บร้อย 66
1.3 กาหนดระเบียบวนิ ยั ในการเรียนรแู้ ละการอยรู่ ่วมกันในชน้ั เรยี นอยา่ งตอ่ เน่อื ง 68
1.4 สรา้ งบรรยากาศใหผ้ ้เู รียนไดเ้ กิดการเรียนรู้
1.5 มีทักษะในการดึงความสนใจผเู้ รยี น 69
1.6 มอบหมายงานตามความสามารถของนักเรียน 70
2. การจดั บรรยากาศทางภายภาพ 71
72
2.1 จดั สถานท่อี านวยความสะดวกต่อการจัดกจิ กรรมต่าง ๆ
73
2.2 จดั ส่ือและอปุ กรณใ์ ห้สอดคลอ้ งกบั กิจกรรม
2.3 จัดแหล่งความรู้สอดคล้องกับกิจกรรม และความสนใจของผู้เรยี น
2.4 ฝึกให้นกั เรยี นรกั ษา ความสะอาด และฝึกการทางานรว่ มกนั
3. การวดั ผลประเมนิ ผล
3.1 มกี ารศกึ ษาเครื่องมือวดั ผลประเมินผลด้านการจัดการชัน้ เรยี นอย่างเหมาะสม
ง.
สารบญั (ต่อ)
3. การวัดผลประเมนิ ผล
3.1 มกี ารศกึ ษาเคร่อื งมอื วดั ผลประเมนิ ผลด้านการจัดการชน้ั เรยี นอยา่ งเหมาะสม
3.2 ใชว้ ธิ ีการวดั และประเมนิ ผลอย่างหลากหลาย 74
3.3 นาผลการประเมนิ มาพัฒนาการจดั การเรยี น 76
3.4 เผยแพร่ผลการพฒั นาการจดั การเรยี นการสอน 78
3.การประเมนิ ตัวช้วี ัดร่วม องคป์ ระกอบท่ี 1 ผลทเ่ี กดิ กบั ผเู้ รียน
1. ผลทเ่ี กิดกบั ผู้เรียน
1.1 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 79
1.2 ผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัติงาน 82
1.3 การเผยแพรผ่ ลงานนกั เรียน 85
1.4 การได้รบั รางวัล/ยกย่องเชิดชู 90
องค์ประกอบที่ 2 ผลการพัฒนาตนเอง
1. เปน็ แบบอย่าง และเป็นที่ยอมรบั จากบุคคลอืน่ ๆ
1.1 พัฒนาตนเองในดา้ นคุณธรรม จริยธรรม การพัฒนาจติ อย่างนอ้ ยปีละ 1 ครงั้ 93
1.2 ปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างท่ดี ี ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทัง้ ในหน้าที่ 93
ราชการและสว่ นตน
1.3 นอ้ มนาแนวปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี น 93
การสอน จนไดร้ ับการยอมรับหรอื การยกย่องเชดิ ชูจากหน่วยงาน/องคก์ รภาครัฐและ
เอกชน ระดบั เขต/จงั หวัด
1.4 นอ้ มนาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกต์ใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียน 94
การสอน จนไดร้ ับการยอมรบั หรือการยกย่องเชิดชูจากหนว่ ยงาน/องคก์ รระดับชาติ
ตัวชว้ี ัด 2 พัฒนาตนเองอย่างต่อเนอื่ ง (การไดร้ ับการพัฒนา/พฒั นาตนเอง ในรอบ 2 ป)ี
2. พฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ ง 95
องค์ประกอบท่ี 3 การดาเนนิ งาน/ผลงานที่เปน็ เลิศ
1. การนาองค์ความรู้จากการได้รับการพฒั นาหรือการพฒั นาตนเองไปใชป้ ระโยชน์
1.1 นาไปพฒั นานกั เรียนแบบองค์รวมได้ ความรู้ ทักษะกระบวนการ และเจตคติ 93
1.2 นาไปใชบ้ ูรณาการ กับหนว่ ย/เรอ่ื งอน่ื ๆ ได้ 93
1.3 นาไปใชบ้ รู ณาการกบั รายวิชาอนื่ ๆ ได้ 93
1.4 นาไปใชเ้ ป็นต้นแบบเผยแพร่ขยายผลได้ 94
1.5เช่อื มโยง/นาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั 94
2. การแกป้ ญั หา/การพฒั นาผเู้ รยี น
2.1 การแกป้ ัญหา/พฒั นาผู้เรยี นโดยใชก้ ระบวนการวจิ ยั ในชนั้ เรียน ไดแ้ ก่ 99
2.2 การแก้ปญั หา/พฒั นาผเู้ รียนโดยใชน้ วัตกรรมทางการเรียนการสอน 99
2.3 การแก้ปญั หา/พฒั นาผเู้ รียนโดยใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น 100
เอกสารภาคผนวก
1.
แบบรายงานผลการปฏบิ ตั ิงานเพอ่ื รับรางวลั ทรงคณุ คา่ สพฐ.(OBEC AWARDS)
ดา้ นบริหารจดั การชัน้ เรยี นยอดเยยี่ ม
1.ช่ือรางวลั ที่เสนอขอครูผู้สอนยอดเยี่ยม
ช่ือนางสบนั นา นามสกุล มหาวรรณ์
ตาแหน่ง ครูชานาญการพิเศษ
ประเภท บคุ คลยอดเยี่ยม
สังกดั สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา
ด้าน บรหิ ารจัดการช้ันเรียนยอดเย่ยี ม
ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ
องค์ประกอบที่ 1 คณุ ลกั ษณะของครแู ละการจัดการเรียนรู้
1.คณุ ลักษณะของครู
1.1 ครูมลี กั ษณะประชาธิปไตย ครถู ือไดว้ ่าเป็นผทู้ มี่ ีบทบาทมากท่ีสดุ ในชนั้ เรยี น เพราะเปน็ ผ้สู รา้ ง
บรรยากาศในชัน้ เรียนให้มีสภาพนา่ เรียนรู้ อบอุ่น สิ่งแรกทค่ี รูจาเป็นต้องทราบความคาดหวงั ท่ีนกั เรียนมีต่อ
ครู และครูมีต่อนักเรียน โดยครูต้องเป็นแบบอย่างท่ีดีในการแสดงออกทางพฤติกรรมนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
การแต่งกาย การทาความเคารพการพูดการจา การตรงตอ่ เวลา เป็นต้น บทบาทในการเปน็ ผนู้ าของครูมีผล
ต่อความรู้สึกของนักเรียนท่ีมีต่อโรงเรียน และยิ่งไปกว่านั้นอาจมีผลต่อความรู้สึกของนักเรียนที่มีต่อผู้อื่น
หรือต่อตนเองอีกด้วย ครูท่ีมีลักษณะประชาธิปไตย (Democratic Style ) ต้องมีความม่ังคง มีเหตุผล
เก่ียวกับความคาดหวังของตนท่ีมีค่าการเรียนรู้และการแสดงพฤติกรรมของเด็ก ครูจะใช้การอภิปราย
ร่วมกับนักเรียนและให้นักเรียนมีส่วนรว่ มในการกาหนดกฎระเบียบของช้ันเรียนรวมท้ังกาหนดโทษหากมี
การฝ่าฝืนกฎ นอกจากนอี้ าจร่วมกบั นกั เรียนในการทบทวนกฎระเบียบของชั้นเรียนไดอ้ ยู่เสมอหากมีความ
จาเป็น เพื่อให้กฎระเบียบเหล่านน้ั มคี วามเหมาะสมต่อการนาไปปฏิบัติ ครูท่ีเป็นประชาธิปไตยตอ้ งเป็นผู้ที่
พร้อมที่จะตัดสินปัญหาใด ๆ แต่ก็ยอมรับความคิดเห็นและความต้องการของนักเรียน ผลของการเป็นครู
ประชาธิปไตยจะเป็นการสร้างพลังของความเช่ือม่ันและความรู้สึกของการเป็นเจ้าของชั้นเรียนให้กับ
นักเรียนในทานองเดียวกันก็จะทาให้ครูรู้สึกถึงบรรยากาศที่ดีในห้องเรียน ตัวอย่างเอกสาร หลักฐาน
ร่องรอย ดังน้ี....................................................................................................................................................
1) จัดกิจกรรมส่งเสริมใหน้ ักเรียนในระดับชั้นที่ได้รบั แต่งต้ังให้เป็นครูที่ปรกึ ษาช้ัน ม.5 ได้เข้าร่วม
กิจกรรมและดูแลการเลือกต้ังคณะกรรมการนักเรียน ทุกปีการศึกษา เพื่อปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตย
2) จดั กจิ กรรมอบรมคณุ ธรรมใหน้ ักเรียนในระดับช้ัน ม.5 ที่ไดร้ ับแต่งตัง้ ใหเ้ ปน็ ครเู วรประจาวัน ได้
อบรมเรื่องฝึกการระเบียบวนิ ัย การใชส้ ทิ ธิและหน้าท่ี ในการอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอย่างสนั ตวิ ธิ ี ได้ช่นื ชมและ
มอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียนในการเป็นแบบอย่างที่ดี ท่ีได้รับรางวัลเข้าร่วมกิจกรรมตอบปัญหา
ประชาธปิ ไตย ................................................................................................................................................
2.
3) โดยครตู อ้ งเปน็ แบบอย่างทด่ี ีในการแสดงออกทางพฤติกรรมนัน้ ๆ ไมว่ า่ จะเป็น การแต่งกาย
การทาความเคารพการพูดการจา การตรงตอ่ เวลา เป็นต้น............................................................................
-ภาพประกอบกิจกรรมการส่งเสริมให้นักเรยี นในระดับชน้ั ทไ่ี ดร้ บั แตง่ ต้งั ใหเ้ ป็นครูทีป่ รกึ ษาช้ัน ม.5
ได้เข้าร่วมกจิ กรรมการเลือกตงั้ คณะกรรมการนักเรยี น เพ่ือปลูกฝงั ความเป็นประชาธิปไตย
-ภาพประกอบกจิ กรรมการอบรมคุณธรรมใหน้ กั เรยี นในระดบั ชัน้ ม.5 เรอ่ื งฝกึ การระเบียบวินยั
การใช้สิทธิและหน้าท่ี ในการอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมอย่างสันติวธิ ี ได้ชืน่ ชมและมอบเกยี รติบตั รให้กบั นักเรยี นใน
การเป็นแบบอยา่ งท่ดี ี ทไี่ ด้รบั รางวลั เข้าร่วมกจิ กรรมตอบปัญหาประชาธปิ ไตย
3.
-ภาพประกอบกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาศิลปศึกษา ท่ีมุ่งเน้นทักษาการปฎิบัติ
และวนิ ัยเชงิ บวกดว้ ยการสง่ เสริมสนุ ทรียภาพและศิลปะนสิ ัยทดี่ ี สาหรบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษา ปีที่ 5
4.
1.2 ครูใช้เทคนิคและทักษะการสอนเหมาะสม ทักษะ หมายถึง ความสามารถ ความชานาญใน
การกระทาบางสิ่งบางอย่างได้เป็นอย่างดีด้วยความถูกต้อง แม่นยา ในระยะเวลาท่ีรวดเร็ว และเทคนิค
การสอนคือ กลวิธีต่าง ๆ ท่ีใช้เสริมกระบวนการ ข้ันตอน วิธีการ หรือการกระทาใด ๆ เพ่ือช่วยให้
กระบวนการ ข้ันตอน วิธีการหรือการกระทานั้น ๆ มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น หลักสูตรและการ
เรยี นการสอนทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 ครูผ้สู อนควรใหค้ วามสาคญั กับการจดั การเรียนร้ตู ามทักษะ
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ประยุกต์ความรู้และทักษะในรายวิชาต่าง ๆ ที่หลากหลาย จากประสบการณ์สอน
และการศึกษาค้นคว้า ก็มีความสนใจแนวคิดของ พอล คอลลาร์ด (Paul Collard) นักการศึกษาที่มี
ประสบการณ์ในการปฏิรูปการเรียนรู้มาอย่างยาวนาน และสนใจความเหลื่อมล้าทางการศึกษาเป็น
การเฉพาะ และเช่ือม่ันว่า ‘การเรยี นรเู้ ชิงสรา้ งสรรค์’ จะเปน็ กญุ แจสาคญั ในการยกระดับคุณภาพการศกึ ษา
ให้กับเด็กยากจนทั่วโลก และรูปแบบการเรียนการสอนท่ีเน้นสร้างทักษะ ความคิดสร้างสรรค์และการคิด
วิเคราะห์อย่างมวี ิจารณญาณผา่ นเครอื่ งมือขององค์การเพือ่ ความรว่ มมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรอื
OECD กาลังถูกนามาปรับปรุงการเรียนการสอนในประเทศไทย การจัดห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตามแนวทาง Active Learning น้ัน มีสองส่วน ส่วนแรกคือแบบประเมิน ซึ่งจะมีทั้งวัดความสามารถของ
เด็ก ส่วนที่สอง กระบวนการเรียนการสอน แนว Innovative Base หรือการเรียนเพ่ือนาไปสู่การคิด
นวัตกรรม โดยใช้ 6 ขนั้ ตอน ได้แก่ (1)ประเมนิ ผ้เู รยี น กอ่ นเรยี น(2)สรา้ งแรงบนดาลใจ(3)วางแผนบรู ณาการ
(4)เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ(5) การประเมินตัวเอง (6)ชวนคิดต่อยอด ในปีการศึกษา 2562 จึงได้นา
ทดลองใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชาศิลปศึกษาสาหรับนักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษา ปีที่ 2 ตามจุดประสงค์ของโครงสาร พบว่านกั เรยี นมีความสขุ และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชงิ บวก
ในห้องเรียน จากประสบการณ์การสอนและการสังเกตห้องเรียนของตนเองอย่างต่อเน่ืองจึงได้พัฒนา
รู ป แ บ บ ก า ร ส อ น ใ ห้ เ ห ม า ะ ส ม กั บ นั ก เ รี ย น ใ น ร ะ ดั บ ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า 5 เ ป็ น น วั ต ก ร ร ม
การสอน ห้องเรียนศลิ ปะ“KID-D” ตัวอย่างเอกสาร หลกั ฐาน ร่องรอย ดังน้ี ..................................................
1) โมเดลนวัตการการสอน ห้องเรียนศิลปะ“KID-D”...............................................................
2) กิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชา ศ30237 ศิลปะและงานฝีมือ มัธยมศึกษาปีที่ 5 ใช้ขั้นตอน
ที่ 3 Doing & Disciplined ในการจัดการเรียนการสอน.....................................................................
3) กิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชา ศ332101 ศิลปศึกษา มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใช้ขั้นตอน
ที่ 4 Display & Reflection ในการจัดการเรียนการสอน.....................................................................
5.
-ภาพประกอบกิจกรรมการเรยี นการสอนรายวิชา ศ332101 ศลิ ปศึกษา มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
ใชข้ น้ั ตอนที่ 1 Discussion & Inspiration ในการจดั การเรยี นการสอน................................
6.
-ภาพประกอบกจิ กรรมการเรียนการสอน ศ30237 ศลิ ปะและงานฝีมือมัธยมศกึ ษาปีที่ 5
ใชข้ ั้นตอนที่ 3 Doing & Disciplined ในการจัดการเรียนการสอน
7.
1.3 ครูปกครองข้ันเรียนด้วยความยุติธรรมใช้ระเบียบกฎเกณฑ์ท่ีทุกคนยอมรับ นักเรียนใน
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จะมีความคิดความสามารถ ทักษะต่าง ๆ ตลอดจนความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
เพ่ิมข้ึนอย่างมากในช่วงน้ี การเจริญเติบโต การเปล่ียนแปลงของร่างกายมีความสมบูรณ์ เป็นผู้ใหญ่เต็มที่
แล้ว มีความพร้อมทางด้านการเจริญพันธ์สมบูรณ์ทั้งเพศหญิงและเพศชาย ม่ันใจและพอใจลักษณะ
รูปลักษณ์ของตนเอง วัยรุ่นช่วงปลายเป็นช่วงระยะเวลาท่ีรู้สึกอิสระเป็นตัวของตัวเอง เนื่องจากช้ันเรยี นมี
ความสาคัญเปรียบเสมือนบ้านท่ีสองของนักเรียน นักเรียนจะใช้เวลาอยู่ในชั้นเรียนประมาณวันละ 5-
6 ช่วั โมง อทิ ธิพลของช้ันเรยี นจงึ มีมากพอท่จี ะปลกู ผงั ลักษณะของเด็กให้เป็นแบบที่ต้องการได้ เทคนิคหรือ
วิธีการที่ครูใช้ปกครองชั้นเรียนมีส่วนส่งเสริมในการสร้างบรรยากาศทางจิตวิทยา กล่าวคือ ถ้าครู
ปกครองชั้นเรียนด้วยความยุติธรรม ยึดหลักประชาธิปไตย ใช้ระเบียบกฎเกณฑ์ที่ทุกคนยอมรับ ยินดี
ปฏิบัติ นักเรียนก็จะอยู่ในห้องเรียนอย่างมีความสุขเกิดความรู้สึกอบอุ่นพอใจและสบายใจ ในทาง
ตรงกันข้าม ถ้าครูโลเล ไม่ยุติธรรม เลือกท่ีรักมักที่ชัง ปกครองชั้นเรียนแบบเผด็จการ นักเรียนจะเกิด
ความรู้สึกไม่ศรัทธาครู ไม่เห็นคุณค่าของระเบียบกฎเกณฑ์ ส่งผลให้นักเรียนไม่สนใจเรียน ไม่อยาก
มาโรงเรียนในที่สุด ดังนั้นเทคนิควิธีการปกครองชั้นเรียนของครูจึงมีความสาคัญต่อการสร้าง
บรรยากาศทางจิตวิทยาด้วยในการปกครองชั้นเรียน จึงได้ยึดหลักในการปกครองช้ันเรียนดังน้ี
- ให้ความสาคญั ต่อนกั เรียนเทา่ เทียมกนั ให้ความเสมอภาค ให้อิสระ ให้โอกาสแก่ทุกคนใน
การแสดงความคิดเหน็ ขณะเดียวกนั ครูตอ้ งใจกว้าง ยนิ ดีรับฟังความเหน็ ของทุกคน
- ใช้หลกั ความยุตธิ รรมแก่นกั เรียนทกุ คนโดยท่ัวถงึ นักเรียนจะเคารพศรัทธาครู และยนิ ดปี ฏิบัติ
ตามกฎระเบยี บของครู ยนิ ดีปฏบิ ัตติ ามคาอบรมส่ังสอนของครู ตลอดจนไมส่ ร้างปัญหาในชั้นเรยี น
- ใชห้ ลกั พรหมวหิ าร 4 อันได้แก่ เมตตา กรณุ า มุทิตา อเุ บกขา
- ใกล้ชิด สัมผัสท้ังร่างกายและจติ ใจ คาสัง่ สอนและการกระทาของครจู ะต้องสอดคล้องกัน
- แสดงความเอาใจใส่ ความสนใจ ให้ความใกล้ชิดกบั นักเรียน จะตอ้ งรจู้ ักนักเรียนในชนั้ ทุกคน
แสดงความสนใจในสารทกุ ข์สุขดบิ ของเดก็ แต่ละคน
จะมอบเวลาของตนเพื่อเดก็ เวลาทน่ี อกเหนือจากงานสอน ได้แก่ เวลาเย็นหลังเลกิ เรียน ชว่ งพกั
ระหวา่ งการเรียน เพ่อื ช่วยเด็กทตี่ อ้ งการการช่วยเหลือเปน็ พิเศษวา่ ต้องการขอคาปรึกษา ตอ้ งการขอ
คาแนะนาในการหารายได้พเิ ศษ ครจู ะต้องพรอ้ มทีจะให้ความชว่ ยเหลือเดก็ ไดต้ ลอดเวลา ตวั อยา่ งเอกสาร
หลกั ฐาน ร่องรอย ดังนี้ ..................................................................................................................................
1) การดาเนนิ โครงการส่งเสรมิ ศักยภาพผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 กิจกรรม “สอนเสริมเพ่มิ ทักษะ
ศลิ ปะ season 1” สาหรบั นกั เรียนชมรมจิตอาสาศลิ ป์ เรมิ่ กจิ กรรมเวลา 07.00 น. -07.50 น. ทกุ วนั
2) รายงานโครงการสง่ เสริมศักยภาพผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21
- กิจกรรมสง่ เสริมอาชีพศิลปะและจิตอาสาศิลป์ สอนเสริมเพ่ิมทักษะศิลปะ season 1
- กิจกรรม : KID-D CREATIVE THINKING SPACE DESIGN (KID-D CTSD) season 2
3) กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ชุมนุมจิตอาสาศิลป์ KID-D ART ฝึกการสรา้ งสรรค์งานสตรีทอารต์
(Street Art) เพ่อื เตรยี มความพรอ้ มท่ีจะออกไปทาคา่ ยศิลปะใหก้ ับนอ้ ง ๆ โรงเรียนประถมศกึ ษา
8.
-ภาพประกอบกจิ กรรมการดาเนนิ โครงการสง่ เสรมิ ศักยภาพผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 กิจกรรม
“สอนเสรมิ เพิ่มทักษะศลิ ปะ season 1” สาหรบั นักเรยี นชมรมจิตอาสาศิลป์ เร่ิมกิจกรรมเวลา 07.00 น. -
07.50 น. ทุกวัน powerใชข้ นั้ ตอนท่ี 5 Destination & Soft ในการจดั การเรียนการสอน
9.
รายงานโครงการสง่ เสริมศกั ยภาพผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21
- กจิ กรรมสง่ เสรมิ อาชพี ศิลปะและจิตอาสาศิลป์ สอนเสริมเพิ่มทกั ษะศิลปะ season 1
- กิจกรรม : KID-D CREATIVE THINKING SPACE DESIGN (KID-D CTSD) season 2
10.
3) กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ชมุ นมุ จติ อาสาศลิ ป์ KID-D ART ฝึกการสร้างสรรคง์ านสตรที อาร์ต
(Street Art) เพือ่ เตรียมความพร้อมทจ่ี ะออกไปทาคา่ ยศิลปะใหก้ บั นอ้ ง ๆ โรงเรียนประถมศึกษา
11.
1.4 ครูและนักเรียนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ครูถือว่าเป็นบุคคลที่สาคัญสาหรับนักเรียน
นอกเหนือจากผปู้ กครอง ทุกศาสนาและทกุ วัฒนธรรมสอนใหน้ กั เรียนควรท่จี ะเคารพครู และพยายามที่จะ
เรียนรู้จากครู เพราะครูมีบทบาทที่สาคัญในการสร้างบุคลิกภาพ สร้างความสัมพันธ์ให้กับนักเรียน และ
พัฒนานักเรียนด้านวิชาการควบคู่ไปกับการเจริญเติบโตในทางบวก ให้กาลังใจและส่งเสริมนักเรียนใน
การเรียนรู้ รู้สึกอิสระในการท่ีจะถามเมื่อเกิดความไม่เข้าใจ นักเรียนต้องการที่จะได้คาตอบหรือวิธีการที่
สามารถเข้าใจได้ง่าย ดังน้ันคาตอบท่ีนักเรียนพูดออกมาจะไม่มีคาตอบท่ีผิดเพราะจะทาให้สกัดความคิด
การสื่อสารของความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน มีความเมตตา ดูความก้าวหน้า ตรวจสอบติดตาม
นักเรียน เข้าใจนักเรียน เข้าใจศกึ ษาถึงพื้นฐานและวัฒนธรรมทแี่ ตกต่างของนกั เรียนในช้นั เรียน ส่ิงจาเป็นท่ี
ต้องปฏิบัติอีกประการคือ การรับรคู้ วามรู้สึกของนกั เรียน ซ่ึงเป็นส่งิ ท่ีสาคัญใหน้ ักเรยี นตระหนักและเคารพ
ตนเอง นี่เป็นผลสะท้อนที่ทาให้ความสัมพันธร์ ะหวา่ งครูและนักเรียนใหเ้ กิดประสิทธิภาพ ตัวอย่างเอกสาร
หลกั ฐาน รอ่ งรอย ดังน้ี
1) รว่ มสังเกตการณแ์ ละให้คาปรกึ ษา ดูแลความเรียบรอ้ ย ให้นักเรียนประจาช้นั ม.5/6 จดั
กจิ กรรม “รับนอ้ ง”
2) ร่วมกจิ กรรมไหว้ครู โดยดูและใหค้ าปรกึ ษา ในการจดั ทาพานและใหโ้ อวาท อบรมขัดเกลา
หลังจากนกั เรียนประจาช้นั ม.5/6 ทาพิธไี หวค้ รเู รยี นร้อย
3) การดาเนินโครงการสง่ เสริมศักยภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 กจิ กรรม : KID-D CREATIVE
THINKING SPACE DESIGN (KID-D CTSD) สาหรบั นักเรยี นชมรมจิตอาสาศิลป์ โดยพานกั เรยี นเข้า
ศกึ ษาฐานทรพั ยากรแหลง่ เรียนร้ใู นทอ้ งถิน่ “สะพานดา กาดเก๊าจาว” จงั หวดั ลาปาง
-ภาพประกอบกจิ กรรมการ“รบั นอ้ ง”ของนกั เรยี นประจาช้นั ม.5/2
12.
--ภาพประกอบกจิ กรรมการไหว้ครู ของนกั เรยี นประจาชนั้ ม.5/2
13.
-ภาพประกอบกจิ กรรมศึกษาฐานทรัพยากรแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เพ่ือร่วมสร้างสรรคภ์ ูมิทัศน์ “สะพานดา
กาดเก๊าจาว” จังหวัดลาปาง โดยมี นายสุริยา รุ่งกิจเลิศสกุล สถาปนิกบริษัท Namo Design Co.,Ltd.
ผู้ออกแบบโครงการฯ มาเป็นวิทยากรในการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนน..........................................
14.
1.5 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองเพ่ือการพัฒนา การจัดการศึกษาให้เกิดผลดี มี
ประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครอง ต้องอาศัยกระบวนการนากระ
บวนการมีส่วนร่วมมาใช้ ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม(ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2545 กลา่ วถึงการมีสว่ นร่วมไว้ในมาตรา 8 (2) ให้สังคมมีส่วนรว่ มในการจัดการศึกษาซึ่งสอดคล้องกับ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 58 ได้บัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมไว้วา่ บุคคลย่อมมี
สิทธมิ ีสว่ นรว่ มในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าทข่ี องรัฐในการปฏิบัติราชการทางปกครองอนั มีผลหรือ
อาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตนพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติสถานศึกษาท่ีจัดการศึกษา
ทกุ ระดบั จึงต้องปฏิบัติตามโดยการเปดิ โอกาสให้ประชาชนชุมชนเข้ามามีสว่ นรว่ มในการจัดการศึกษา ทัง้ นี้
เพราะเม่ือผู้ปกครองควรมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาย่อมจะช่วยขับเคล่ือนให้การบริหารจัดการศึกษา
ดาเนนิ ไปตามความต้องการของผู้ปกครองและชุมชน ช่วยให้สถานศกึ ษาไดร้ ับการยอมรับจากชุมชน ชมุ ชน
รักและหวงแหนสถานศึกษา ซ่ึงส่งผลให้ผู้ปกครองและชุมชนสนับสนุนทรพั ยากรการศึกษา และให้ความ
ร่วมกับสถานศกึ ษาในการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความเตม็ ใจ การมีสว่ นรว่ ม หมายถงึ การเปดิ โอกาส
ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้ามาร่วมดาเนินกิจกรรม ตั้งแต่การศึกษาปัญหา การวางแผนดาเนินการ การ
ตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา และการประเมินร่วมกัน เพ่ือขับเคล่ือนให้กิจกรรมน้ันดาเนินไปอย่างมี
ประสิทธิภาพโดยยึดหลักการมีส่วนร่วม คือ หลักร่วมคิด ร่วมทา ร่วมตรวจสอบ ร่วมรับผิดชอบ
การมสี ่วนร่วมของประชาชนและชมุ ชน จงึ เป็นกระบวนการท่เี ปดิ โอกาสให้ประชาชนไดเ้ ข้ามามีส่วนร่วมใน
การจดั การศกึ ษารว่ มกบั โรงเรียน เป็นกระบวนการเรียนรู้ซ่งึ กนั และกันของทกุ ฝา่ ย นบั ตงั้ แต่การแสดงความ
คิดเห็น การวางแผน การดาเนินการและการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการควบคุม กากับ ติดตามและ
ประเมินผล เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้ังไว้ ซึ่งสามารถทาได้ท้ัง
ทางตรง คือ ร่วมเป็นคณะทางานและทางอ้อมร่วมวางแนวทาง นโยบาย การมีส่วนร่วมของประชาชน
และชุมชนในการจัดการศึกษานับเป็นกระบวนการท่ีสาคัญที่จะช่วยพัฒนาการศึกษาให้ตอบสนองความ
ต้องการของท้องถ่ินโดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กหากชุมชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนทรัพยากร
การศึกษารวมถึงการเชิญผู้ปกครองท่ีมีความรู้และมเี วลาว่างมาเป็นครูพอ่ ครูแม่ให้ความร้ดู ้านวชิ าการดา้ น
ภมู ิปญั ญากบั บุตรหลานยอ่ มเกิดผลดีท้ังตอ่ โรงเรียนท่ไี ด้บุคลากรเพ่มิ สว่ นผู้ปกครองย่อมภาคภูมิใจทไ่ี ด้สอน
บุตรหลานในโรงเรียนรวมถึงนักเรียนท่ีจะมีความเคารพและนับถือในตัวผู้ปกครองเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นการ
สร้างความสัมพนั ธ์ที่ดีกับชนุ ชน ตัวอย่างเอกสาร หลกั ฐาน ร่องรอย ดงั น้ี………………………………………………
1) กจิ กรรมการมสี ว่ นร่วมในการจดั ทาหลักสตู รท้องถ่ิน โดยสถานศกึ ษาสามารถเปิดโอกาสให้
ผปู้ กครองและชมุ ชนจัดสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษา และกากับ ติดตามการใช้หลักสตู รสถานศึกษา
2) กจิ กรรมประชมุ ผปู้ กครองชน้ั เรยี น การมีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษา การสร้างความร่วมมือ
ระหว่างสถานศกึ ษากับผ้ปู กครองและชมุ ชน
3) กิจกรรมการเยีย่ มบ้านตามระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรียน ปกี ารศึกษา 2563-2564
4) ดาเนินโครงการสง่ เสริมศักยภาพผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 โครงการ : KID-D CREATIVE
THINKING SPACE DESIGN (KID-D CTSD)season 2 ในรปู แบบ Online โดยมีผู้ปกครองนกั เรียน นาย
สุริยา รุ่งกจิ เลศิ สกุล อาชพั สถาปนกิ บรษิ ทั Namo Design Co.,Ltd. เป็นผมู้ คี วามรู้ ความสามารถและ
ประสบการณ์ ร่วมจดั ทาหลักสตู รและเปน็ วิทยากร
15.
-เอกสารประกอบการมีส่วนรว่ มในการจดั ทาหลักสูตรทอ้ งถิ่น ศึกษาฐานทรพั ยากรในทอ้ งถ่ินจาก
ผปู้ กครองในการทอผา้ ฝา้ ยทอมอื ของชมุ ชนไทลือ้ บ้านกลว้ ยหลวง ตาบลชมพูจงั หวัดลาปาง เพอ่ื นามา
บรู ณาการกบั การเรียนการสอน ในรายวชิ า ศ30237 ศิลปะและงานฝมี ือ ในระดับช้นั มัธยมศึกษา ปีที่ 5
และ 6
16.
-แบบบันทกึ กจิ กรรมการประชมุ ผปู้ กครองชน้ั เรยี น ปกี ารศกึ ษา 2564
17.
-ภาพประกอบกจิ กรรมการประชมุ ผปู้ กครองชน้ั เรยี น ปกี ารศกึ ษา 2564
18.
- รายงานการการเยี่ยมบา้ นนกั เรยี น ปกี ารศึกษา 2563
- รายงานการการเยี่ยมบา้ นนกั เรยี น ปีการศึกษา 2563
19.
-ภาพประกอบการดาเนนิ โครงการสง่ เสรมิ ศักยภาพผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 โครงการ : KID-D
CREATIVE THINKING SPACE DESIGN (KID-D CTSD)season 2 ในรปู แบบ Online โดยมีผู้ปกครอง
นักเรยี น นายสุริยา ร่งุ กิจเลิศสกุล สถาปนิก บรษิ ัท Namo Design Co.,Ltd. เปน็ ผมู้ คี วามรู้
ความสามารถและประสบการณ์ รว่ มจัดทาหลกั สูตรและเปน็ วทิ ยากร
20.
2. การวางแผนการจดั การเรียนรู้
2.1 วิเคราะห์ผู้เรียน ภายใต้การจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้
ครูผู้สอนต้องรู้จักและมีข้อมูลเก่ียวกับผู้เรียนตัวว่าผู้เรียนแต่ละคนมีลักษณะเป็นอย่างไร มีพ้ืนฐานทางด้าน
ครอบครัว กาย อารมณ์ สังคม สติปัญญามีความพร้อมในการเรียน พ้ืนความรู้เดิม มีความสนใจชอบ ไม่
ชอบส่ิงใดส่ิงใดท่ีผู้เรียนทาได้ดี และสิ่งใดที่ทาแล้วภาคภูมิใจ ลักษณะผู้เรียน ผู้เรียนมีความพร้อมใน
การเรียนมากน้อยเพียงใด ท้ังนี้เพราะการท่ีจะใช้ส่ือให้ได้ผลดี ย่อมจะต้องเลือกสื่อให้มีความสัมพันธ์กับ
ลักษณะผเู้ รียน ดังนน้ั ครูต้องคานงึ ถงึ ลักษณะทั่วไปและลักษณะเฉพาะของผูเ้ รียน เช่น การกาหนดลักษณะ
ทั่วไป ซ่ึงได้แก่ อายุ ระดับความรู้ สังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของผู้เรียนแต่ละคน ถึงแม้ว่าลักษณะ
ทัว่ ไปของผ้เู รยี นจะไมม่ คี วามเกยี่ วขอ้ งกับเนือ้ หาบทเรียนกต็ ามแต่ กเ็ ป็นสิ่งทชี่ ว่ ยให้ครูผสู้ อนสามารถตัดสิน
ระดบั ของบทเรยี นและเพอ่ื เลอื กตวั อย่างของเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรยี นได้ส่วนลกั ษณะเฉพาะของผ้เู รียน
แต่ละคนนั้น นับว่ามีส่วนสาคัญโดยตรงกับเนือ้ หาบทเรียนตลอดจนส่ือการสอนและวิธกี ารที่จะนามาใช้ใน
การสอน สง่ิ ท่ตี อ้ งนามาใชใ้ นการวเิ คราะห์ ประกอบด้วย “หลักการวเิ คราะหผ์ เู้ รยี น” เป็นองค์ประกอบสว่ น
หน่ึง ในข้อบัญญัติการจัดการหลักสูตรและระบบดูแลผู้เรียน ดังนี้………………………………………………………
- ทักษะท่ีมีมาก่อน (Prerequisite Skill) เพื่อให้ทราบว่าผู้เรียนมีความรู้พื้นฐาน หรือทักษะท่ี
เกี่ยวข้องกบั บทเรยี นนนั้ ว่ามอี ะไรบ้าง กอ่ นท่จี ะเรยี น......................................................................................
- ทกั ษะเป้าหมาย (Target Skill) ผเู้ รียนมีความชานาญในทกั ษะทจี่ ะสอนน้นั มากอ่ นหรือไม่ เพื่อ
จะได้สอนให้ตรงกับท่ีวางจุดมุ่งหมายไว้..................................................................................................
-ทักษะในการเรียน (Study Skill) ผู้เรียนมคี วามสามารถขน้ั ตน้ ทางด้านภาษา การอ่านเขยี น การ
ค า น ว ณ ฯ ล ฯ ซ่ึ ง เ ป็ น ส่ิ ง จ า เ ป็ น ท่ี จ ะ ช่ ว ย ใ น ก า ร เ รี ย น รู้ น้ั น ใ น ร ะ ดั บ ม า ก น้ อ ย เ พี ย ง ไ ร
-เจตคติ (Attitudes) ผ้เู รยี นมเี จตคตอิ ยา่ งไรต่อวชิ าทจี่ ะเรยี นนน้ั การวิเคราะหล์ ักษณะผู้เรยี นนั้น
ถึงแม้ว่าจะเป็นการกระทาเพียงผิวเผินก็ตาม แต่ก็สามารถนาไปใช้ในการเลือก ส่ือที่เหมาะสมได้ เช่น หาก
ผู้เรยี นมีทักษะในการอ่านต่ากว่าเกณฑ์กส็ ามารถชว่ ยไดด้ ้วยการใช้ส่อื ประเภทท่ีมิใช่สื่อสง่ิ พมิ พ์ หรอื ถา้ หาก
ผู้เรียนในกลุ่มนั้นมีความแตกต่างกันมาก ก็สามารถให้เรียนด้วยชุดการเรียนรายบุคคลได้ความรู้พ้ืนฐาน
ต่างๆ เหลา่ น้ผี เู้ รยี นมีสภาพแตกตา่ งกนั ซง่ึ ครคู วรมกี ระบวนการวิเคราะห์ผเู้ รียน เพอ่ื ทจ่ี ะไดร้ จู้ ักผเู้ รียนอย่าง
ลึกซึ้ง และสามารถจัดการเรยี นรู้ได้สอดคล้อง ตอบสนองตามความต้องการของผู้เรียนมากที่สุด ซึ่งจะช่วย
ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข และประสบผลสาเร็จ ตัวอย่างเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย ดังนี้
1)แฟม้ ประวัต/ิ ข้อมูลนักเรียน ม.5/1 ปกี ารศกึ ษา 2563..................................................................
2)รายงานผลการวเิ คราะห์ผเู้ รียนเป็นรายบุคคล ในรายวชิ าศิลปศึกษา ระดับชน้ั ม.5
21.
-แฟ้มประวัติ/ข้อมูลนกั เรียน ม.5/1 ปีการศกึ ษา 2563
-รายงานผลการวิเคราะห์ผูเ้ รยี นเปน็ รายบุคคล ในรายวชิ าศลิ ปศกึ ษา ระดับชนั้ ม.5
22.
2.2 วิเคราะห์หลักสูตรสถานศกึ ษา การวเิ คราะห์หลักสูตร คอื การศึกษาจาแนกสาระท่ีกาหนด
ไวใ้ นแตล่ ะหลกั สตู รส่วนใหญ่จะประกอบดว้ ย หลักการ จดุ หมาย โครงสร้าง เวลาเรียน แนวการดาเนินงาน
การวัดผลและประเมินผลผู้ปฏิบัติหน้าที่สอน ต้องแสวงหาหลักสูตรในแต่ละระดับมาศึกษาและจาแนกให้
ละเอียด ลึกซ้ึง นาไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติการสอนให้มีผลสัมฤทธิ์ตามจุดมุ่งหมาย ในการวิเคราะห์
หลักสูตร วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด รายวิชาศิลปศึกษา ศ32101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ได้ใช้กระบวนการ PLC ร่วมกันครูผู้สอนสาระดนตรีและสาระนาฏ ศิลป์
ดังตัวอย่างเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย ดังนี้………………………………………………………………………………………
1) การวิเคราะห์หลักสูตร วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด รายวิชาศิลปศึกษา ศ32101
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 …………………………………………………..…………………………
ทาไมต้องเรยี นศลิ ปะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
มีจินตนาการทางศิลปะ ชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่า ซ่ึงมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์
กิจกรรมทางศลิ ปะชว่ ยพัฒนาผ้เู รียนท้งั ด้านร่างกาย จติ ใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจน การนาไปสู่
การพัฒนาส่ิงแวดล้อม ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง อันเป็นพื้นฐาน ในการศึกษาต่อหรือ
ประกอบอาชพี ได้
เรียนร้อู ะไรในศิลปะ
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะมงุ่ พัฒนาให้ผู้เรยี นเกดิ ความร้คู วามเข้าใจ มที กั ษะวิธกี ารทางศิลปะ
เกดิ ความซาบซงึ้ ในคณุ ค่าของศิลปะเปิดโอกาสให้ผเู้ รียนแสดงออกอย่างอิสระในศลิ ปะแขนงตา่ ง ๆ
ประกอบด้วยสาระสาคญั คอื
ทัศนศิลป์ มคี วามรู้ความเขา้ ใจองคป์ ระกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สรา้ งและนาเสนอผลงานทาง
ทศั นศิลปจ์ ากจินตนาการ โดยสามารถใชอ้ ุปกรณ์ทเ่ี หมาะสม รวมทง้ั สามารถใช้เทคนิค วิธกี าร ของศิลปนิ
ในการสร้างงานได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณค์ ุณคา่ งานทัศนศิลป์ เข้าใจความสัมพนั ธ์
ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่ งานศิลปะท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล ชืน่ ชม ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ดนตรี มคี วามร้คู วามเขา้ ใจองค์ประกอบดนตรีแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
วิพากษ์ วจิ ารณ์คุณค่าดนตรี ถา่ ยทอดความรู้สึก ทางดนตรีอยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชมและประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชีวิตประจาวัน เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่าดนตรี ที่เปน็
มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล ร้องเพลง และเลน่ ดนตรีในรปู แบบต่าง ๆ
แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เสียงดนตรี แสดงความรู้สึกทีม่ ีต่อดนตรีในเชงิ สนุ ทรียะ เข้าใจความสัมพันธ์
ระหวา่ งดนตรกี บั ประเพณวี ฒั นธรรม และเหตกุ ารณ์ในประวัตศิ าสตร์
นาฏศลิ ป์ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบนาฏศลิ ป์ แสดงออกทางนาฏศลิ ป์อย่าสรา้ งสรรค์
ใชศ้ พั ท์เบ้ืองตน้ ทางนาฏศิลป์ วิเคราะหว์ ิพากษ์ วจิ ารณ์คุณคา่ นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอยา่ ง
อิสระ สรา้ งสรรคก์ ารเคลอ่ื นไหวในรปู แบบต่าง ๆ ประยุกต์ใช้นาฏศลิ ป์ในชีวติ ประจาวันเขา้ ใจความสัมพันธ์
ระหว่างนาฏศิลป์กบั ประวตั ศิ าสตรว์ ฒั นธรรม เห็นคุณค่าของนาฎศิลป์ที่เปน็ มรดกทางวฒั นธรรม
ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ภูมปิ ญั ญาไทย และสากล
23.
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี 1 ทศั นศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิ
เคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อ
งานศลิ ปะอยา่ งอิสระ ช่ืนชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวัน
มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหว่างทัศนศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่างาน
ทัศนศิลปท์ ีเ่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ภมู ิปญั ญาไทย และสากล
สาระที่ 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ ิจารณ์คุณค่าดนตรี
ถา่ ยทอดความร้สู กึ ความคดิ ตอ่ ดนตรอี ย่างอสิ ระ ชนื่ ชม และประยุกต์ใช้ ใน
ชวี ติ ประจาวนั
มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรี
ที่ เปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล
สาระที่ 3 นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจาวัน
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า
ของนาฏศลิ ปท์ ี่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล
24.
จบช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
รู้และเข้าใจเก่ียวกับทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการส่ือความหมาย สามารถใช้ศัพท์ทาง
ทัศนศิลป์ อธิบายจุดประสงค์และเนอ้ื หาของงานทัศนศิลป์ มีทักษะและเทคนิคในการใช้วัสดุ อุปกรณ์และ
กระบวนการที่สูงข้ึนในการสร้างงานทัศนศิลป์ วิเคราะห์เน้ือหาและแนวคิด เทคนิควิธีการ การแสดงออก
ของศิลปินท้ังไทยและสากล ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในการออกแบบสร้างสรรคง์ านทีเ่ หมาะสมกับ
โอกาส สถานท่ี รวมทั้งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพสังคมด้วยภาพล้อเลียนหรือการ์ตูน ตลอดจน
ประเมินและวจิ ารณค์ ณุ ค่างานทศั นศิลปด์ ้วยหลักทฤษฎวี จิ ารณศ์ ิลปะ
วิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบงานทศั นศลิ ปใ์ นรูปแบบตะวันออกและรูปแบบตะวนั ตกเขา้ ใจอิทธิพล
ของมรดกทางวฒั นธรรมภูมิปัญญาระหว่างประเทศทีม่ ีผลต่อการสร้างสรรค์ งานทศั นศิลป์ในสงั คม
รู้และเขา้ ใจรปู แบบบทเพลงและวงดนตรีแต่ละประเภท และจาแนกรูปแบบ ของวงดนตรีท้งั
ไทยและสากล เข้าใจอิทธิพลของวัฒนธรรมต่อการสร้างสรรค์ดนตรี เปรียบเทียบอารมณ์และความรู้สึกที่
ได้รับจากดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน อ่าน เขียน โน้ตดนตรีไทยและสากล ในอัตราจังหวะต่าง ๆ มี
ทักษะในการรอ้ งเพลงหรือเล่นดนตรีเดี่ยวและรวมวงโดยเนน้ เทคนิค การแสดงออกและคุณภาพของการ
แสดง สร้างเกณฑ์สาหรับประเมินคุณภาพการประพันธ์ การเล่นดนตรีของตนเองและผู้อ่ืนได้อย่าง
เหมาะสม สามารถนาดนตรไี ประยกุ ตใ์ ชใ้ นงานอนื่ ๆ
วิเคราะห์ เปรียบเทียบรูปแบบ ลักษณะเด่นของดนตรีไทยและสากลในวัฒนธรรมต่าง ๆ เข้าใจ
บทบาทของดนตรีที่สะท้อนแนวความคิดและค่านิยมของคนในสังคม สถานะทางสังคม ของนักดนตรีใน
วัฒนธรรมต่าง ๆ สร้างแนวทางและมสี ่วนร่วมในการส่งเสรมิ และอนุรกั ษ์ดนตรี
มีทักษะในการแสดงหลากหลายรปู แบบ มีความคิดริเร่ิมในการแสดงนาฏศิลป์เป็นคู่ และเปน็
หมู่ สร้างสรรค์ละครสั้นในรูปแบบที่ช่ืนชอบ สามารถวิเคราะห์แก่นของการแสดงนาฏศิลป์และละครที่
ต้องการส่อื ความหมายในการแสดง อทิ ธิพลของเคร่อื งแตง่ กาย แสง สี เสียง ฉาก อปุ กรณ์ และสถานท่ที ีม่ ี
ผลตอ่ การแสดง วิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และละคร พฒั นาและใช้เกณฑก์ ารประเมินในการประเมินการ
แสดง และสามารถวิเคราะห์ท่าทางการเคล่ือนไหวของผู้คนในชีวิตประจาวนั และนามาประยุกต์ใช้ในการ
แสดง
เขา้ ใจววิ ัฒนาการของนาฏศลิ ป์และการแสดงละครไทย และบทบาทของบุคคลสาคัญ ใน
วงการนาฏศลิ ป์และการละครของประเทศไทยในยุคสมัยตา่ ง ๆ สามารถเปรยี บเทียบการนาการแสดงไปใช้
ในโอกาสต่าง ๆ และเสนอแนวคดิ ในการอนุรักษ์นาฏศลิ ปไ์ ทย
25.
การวเิ คราะหห์ ลักสูตร
วเิ คราะหม์ าตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
ศลิ ปศึกษา ศ32101 (ทศั นศิลป)์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง / ทอ้ งถิ่น
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด ความรู้/สาระแกนกลาง ทักษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะ สมรรถนะท่ี
K (Key Concept) ตวั บง่ ช้พี ฤติกรรม อนั พึงประสงค์ สาคญั
( P) (A) competence
(C)
ศ 1.1 ม.4-6/3 วิเคราะห์การ หลักการเลือกใช้วัสดุ การคดิ เชิง 4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.การคดิ
เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ อุปกรณ์ และเทคนิค วเิ คราะห์
เทคนิคของศิลปินในการ ของศิลปนิ ในการ
แสดงออกทางทัศนศิลป์ แสดงออกทางทัศนศิลป์
ศ 1.1 ม.4-6/4มที ักษะและ ทกั ษะและเทคนิคใน การคดิ 7.รกั ความ 4.การใช้
เทคนคิ ในการใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ การใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ สรา้ งสรรค์ เป็นไทย ทกั ษะชวี ติ
และกระบวนการท่ีสูงขึน้ ในการ และกระบวนการสร้าง 5.การใช้
สร้างงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์ เทคโนโลยี
ศ 1.1 ม.4-6/7วิเคราะหแ์ ละ จดุ มุ่งหมายของศิลปิน การคดิ เชงิ 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. การคดิ
อธบิ ายจุดมงุ่ หมายของศิลปนิ ในการเลือกใชว้ สั ดุ วิเคราะห์
ในการเลอื กใช้วัสดุ อุปกรณ์ อุปกรณ์ เทคนคิ และ
เทคนิคและเนอ้ื หา เพอ่ื เนือ้ หา เพือ่ สร้างสรรค์
สร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์ งานทศั นศลิ ป์
ศ 1.1 ม.4-6/8ประเมินและ การประเมนิ และ การคิดอยา่ งมี 2.ซือ่ สัตย์ 3.การ
5. อยู่อย่าง แก้ปัญหา
วจิ ารณง์ านทศั นศลิ ป์โดยใช้ วจิ ารณง์ านทศั นศิลป์ เหตุผล พอเพยี ง
2. การคดิ
ทฤษฎีการวิจารณ์ศิลปะ 4. ใฝเ่ รยี นรู้
ศ 1.2 ม.4-6/2ระบงุ าน งานทศั นศลิ ปข์ อง การคดิ เชิง
ทัศนศลิ ปข์ องศลิ ปินท่มี ีชอ่ื เสียง ศลิ ปนิ ทีม่ ีชอ่ื เสยี ง วเิ คราะห์
และบรรยายผลตอบรบั ของ
สังคม
26.
การวเิ คราะห์หลกั สูตร
วเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด
ศิลปศกึ ษา ศ32101 (ดนตร)ี กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง / ทอ้ งถ่ิน
มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั ความร/ู้ สาระแกนกลาง ทักษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะ สมรรถนะทีส่ าคัญ
ศ 2.1 ม.4-6/1 เปรียบเทยี บ K (Key Concept) ตวั บง่ ชพ้ี ฤติกรรม อนั พึงประสงค์ competence
รปู แบบของบทเพลงและ วง
ดนตรแี ตล่ ะประเภท ( P) (A) ( C )
ศ 2.1 ม.4-2/2 จาแนก
ประเภทและรปู แบบของ วง -รูปแบบของบท การคดิ เชงิ 2. ซือ่ สตั ย์
ดนตรที ้งั ไทยและสากล
ศ 2.1 ม.4-6/7 เปรยี บเทยี บ เพลงและ วงดนตรี วเิ คราะห์ สจุ รติ 1.การสอ่ื สาร
อารมณ์ และความรู้สกึ ท่ี
ไดร้ ับจากงานดนตรีท่ีมาจาก แต่ละประเภท
วฒั นธรรมต่างกัน
-ประเภทและ การคิดเชงิ 7. รกั ความ
รปู แบบของ วงดนตรี วิเคราะห์ เป็นไทย 2.การคิด
ทงั้ ไทยและสากล
-การถา่ ยทอด การคดิ เชิง 4.ใฝ่เรยี นรู้ 3. การแกป้ ัญหา
อารมณ์ความรูส้ ึก วเิ คราะห์ 5.อยู่อย่าง
ทางดนตรีจากแต่ละ พอเพยี ง
วัฒนธรรม
ศลิ ปศึกษา ศ32101 (นาฎศิลป)์ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง / ทอ้ งถน่ิ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ความร/ู้ สาระแกนกลาง ทกั ษะกระบวนการ คณุ ลกั ษณะ สมรรถนะท่ีสาคญั
K (Key Concept) ตวั บง่ ช้พี ฤติกรรม อันพึงประสงค์ competence
( P) (A) ( C )
ศ 3.1 ม.4-6/3 ใช้ความคดิ การประดิษฐ์ทา่ ราท่ี การคดิ สร้างสรรค์ 4.ใฝ่เรยี นรู้ การคดิ
รเิ รมิ่ ในการแสดงนาฏศิลปเ์ ป็นคู่ เป็นคู่และหมู่
และหมู่
ศ 3.1 ม.4-6/4 วิจารณ์การ การวจิ ารณแ์ ละ การคดิ อย่างมี 2.ซ่ือสตั ย์ การสื่อสาร
แสดงตามหลักนาฏศลิ ป์ และการ หลักการชมการแสดง เหตุผล สุจริต
ละคร นาฏศลิ ป์และการ
ละคร
ศ 3.1 ม.4-6/8 วิเคราะห์ การจัดการแสดงในวัน การคิดเชิงวิเคราะห์ 5.อยู่อย่าง การใช้
ทา่ ทาง และการเคลอ่ื นไหว สาคัญของโรงเรียน หรอื พอเพียง ทกั ษะชวี ติ
ของผคู้ นในชีวิตประจาวนั และ ชดุ การแสดงประจา
นามาประยกุ ต์ใชใ้ นการแสดง โรงเรียน
ศ 3.2 ม.4-6/1 เปรยี บเทยี บการ การแสดงนาฏศิลป์ใน การคิดเชงิ วเิ คราะห์ 7.รกั ความ การใชเ้ ทคโนโลยี
นาการแสดงไปใชใ้ นโอกาสต่างๆ โอกาสตา่ งๆ เปน็ ไทย
27.
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ศลิ ปศึกษา ศ32101 กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศกึ ษาวัสดุอุปกรณ์ และเทคนิคของศิลปินในการแสดงออกทางทัศนศิลป์ กระบวนการในการสรา้ งงาน
ทัศนศิลป์ จุดมงุ่ หมายของศิลปนิ ในการเลือกใช้วสั ดุ อุปกรณ์ เทคนคิ และเน้ือหา เพื่อสรา้ งสรรคง์ าน
ทัศนศิลปท์ ฤษฎีการวจิ ารณศ์ ิลปะ การจัดทาแฟ้มสะสมงานเพือ่ สะท้อนพฒั นาการและความกา้ วหนา้ ของ
ตนเอง
ศึกษารปู แบบของบทเพลงและวงดนตรีแตล่ ะประเภทจาแนกประเภทและรปู แบบของวงดนตรีทัง้
ไทยและสากลเหตุผลท่ีคนตา่ งวฒั นธรรมสร้างสรรค์งานดนตรีแตกต่างกัน
ศึกษาการแสดงนาฏศิลปเ์ ป็นคู่ และหมู่ หลักการ การวจิ ารณ์ หลักการชมการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละ
ละครเพื่อสร้างสรรคผ์ ลงานการแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสตา่ ง ๆ
โดยกระบวนการสรา้ งองค์ความรดู้ ว้ ยทักษะการจดั กลุ่มการวิเคราะห์ จาแนกประเภท
การเปรยี บเทียบ การต้งั หลักเกณฑ์ การประเมนิ การอภิปราย ทักษะการปฏบิ ตั ิ การนาความรไู้ ปใช้
การสร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ดนตรีและนาฏศิลป์ตามจินตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วิพากษ์ วจิ ารณ์
คุณค่างาน และบูรณาการสรา้ งสรรค์กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อนื่ ๆ
เพื่อใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจในงานทศั นศิลป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์และวฒั นธรรม
ภูมิปัญญาท้องถิน่ ภูมิปัญญาไทยและสากล มคี ุณธรรมจริยธรรม มวี นิ ยั มคี วามซ่ือสตั ยส์ ุจริต รกั ความเป็น
ไทย มีจิตสาธารณะ รูห้ ลกั ในการดาเนนิ ชีวิตอยอู่ ย่างพอเพยี ง และม่งุ มนั่ ในการทางาน มคี วามคิดตอ่ งาน
งานทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ อย่างอสิ ระ ชน่ื ชม เห็นคณุ ค่า มีสนุ ทรยี ภาพ มีความคดิ สรา้ งสรรค์
รหสั ตัวชวี้ ัด (รวมทัง้ หมด 13 ตัวชวี้ ัด)
สาระท่ี 1: ทัศนศิลป์
ศ 1.1 ม.4-6/3 วิเคราะห์การเลอื กใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ และเทคนิคของศิลปินในการแสดงออกทางทศั นศลิ ป์
ศ 1.1 ม.4-6/4 มีทักษะและเทคนิคในการใช้วัสดุอปุ กรณแ์ ละกระบวนการทส่ี ูงขน้ึ
ในการสร้างงานทศั นศิลป์
ศ 1.1 ม.4-6/7วเิ คราะห์และอธบิ ายจดุ มุง่ หมาย ของศิลปนิ ในการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์เทคนคิ และ
เน้อื หา เพ่ือสร้างสรรคง์ านทัศนศิลป์
ศ 1.1 ม.4-6/8 ประเมินและวิจารณง์ านทศั นศิลป์โดยใชท้ ฤษฎกี ารวิจารณ์ศิลปะ
ศ 1.2 ม.4-6/2 ระบุงานทัศนศลิ ป์ของศิลปินท่ีมีชอ่ื เสียง และบรรยายผลตอบรบั ของสงั คม
สาระที่ 2: ดนตรี
ศ 2.1 ม.4-6/1 เปรียบเทยี บรูปแบบของบทเพลงและ วงดนตรแี ต่ละประเภท
ศ 2.1 ม.4-2/2 จาแนกประเภทและรปู แบบของ วงดนตรที ัง้ ไทยและสากล
ศ 2.1 ม.4-๖/7 เปรยี บเทยี บอารมณ์ และความรูส้ ึก ทไ่ี ดร้ ับจากงานดนตรที ่มี าจากวฒั นธรรมต่างกนั
สาระท่ี 3: นาฏศลิ ป์
ศ 3.1 ม.4-6/3 ใช้ความคิดริเริ่มในการแสดงนาฏศิลป์เปน็ คู่ และหมู่
ศ 3.1 ม.4-6/4 วิจารณ์การแสดงตามหลกั นาฏศลิ ป์ และการละคร
ศ 3.1 ม.4-6/8 วเิ คราะห์ท่าทาง การเคล่ือนไหวของผู้คนในชวี ิตประจาวนั และนามาประยุกตใ์ ชใ้ นการแสดง
28.
ศ 3.2 ม.4-6/1 เปรยี บเทียบการนาการแสดงไปใช้ในโอกาสต่าง
โครงสร้างรายวชิ า
ศลิ ปศึกษา รายวชิ า ศ32101 กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 จานวน 0.5 หน่วยกิต
หนว่ ยท่ี รหัสตัวช้วี ัด แผนการเรยี นรูท้ ่ี...เร่ือง สปั ดาห์ที่ เวลา นา้ หนกั
1 เรยี น/ คะแนน
ชม.
ศ 1.1 ม.4-6/3 1.1เรยี นรงู้ านทัศนศลิ ปข์ องศลิ ปิน 00:50 8
1.ทัศนศิลป์ ศ 1.1 ม.4-6/7
ศ 1.2 ม.4-6/2
ศ 1.1 ม.4-6/4 1.2 ออกแบบงานทศั นศลิ ป์ด้วยเทคนิคสนี า้ 2 00:50 8
1.3 “ใบไม้ในสวนพฤกษา” 3-4 01:40 16
1.4 Art Exhibition “สีสนั พนั ธ์ุพฤกษา” 5-6 01:40
ศ 1.1 ม.4-6/8 1.5 NFT Art บนโลกดจิ ิทลั 8
ศ 2.1ม.4-6/1 2.1 รปู แบบของบทเพลงและวงดนตรี 7-8 01:40 10
2 ดนตรี ศ 2.1ม.4-6/2 2.2 ประเภทของวงดนตรที ้งั ไทยและสากล 9-10 01:40 10
ศ 2.1ม.4-6/7 2.3 อารมณ์ และความรู้สึกจากงานดนตรี 11-12 01:40 10
3 นาฏศิลป์ ศ 3.1 ม.4-6/3 3.1 การแสดงนาฏศิลป์ 13-14 01:40 10
ศ 3.2 ม.4-6/1
ศ 3.1 ม.4-6/8 3.2. การแสดงทา่ ทางการเคลอื่ นไหว 15-16 01:40 15
ประกอบเพลง
ศ 3.1 ม.4-6/4 3.3 การแสดงนาฏศิลป์และการละคร 17-18 01:40 5
รวม 100
29.
การวเิ คราะห์ตัวชว้ี ัดเพ่ือกาหนดภาระงานและการวัดผลการออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้
สาระพืน้ ฐาน ศลิ ปศึกษา ศ32101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ทศั นศลิ ป์
ชื่อแผนการ หลกั ฐานชน้ิ งาน/ รายบคุ คล/ กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ตัวชว้ี ดั เรยี นร/ู้ ภาระงานทส่ี าคัญ กลุม่ / ขั้นท่ี เทคนคิ และเครอี งมือ
กิจกรรม
ศ 1.1 ม.4-6/3 1.เรียนร้งู าน 1) ทดสอบทกั ษะการ บุคคล 1. Discussion & - EPoC Test
ศ 1.1 ม.4-6/7 ทศั นศิลป์ คดิ เชิงสร้างสรรค์ Inspiration -คลิบ วดี ิโอ
ศ 1.2 ม.4-6/2 ของศลิ ปิน 2)'เขยี นผลลัพธ์การ แลกเปลย่ี นเรยี นรู้
เรียนรู้ “สมมตฐิ าน สร้างแรงบนั ดาลใจ
วาระสดุ ท้ายของ
แวนโกะ๊ ”
ศ 1.1 ม.4-6/4 2.ออกแบบ 1.ผลงานศลิ ปะ รายบคุ คล 1. Design Thinking -อปุ กรณ์วาดรปู
งาน 2.FILA MAP กลมุ่ ออกแบบการเรยี นรู้ -Forced
ทัศนศิลป์ ดว้ ยความรว่ มมอื connection
ด้วยเทคนิคสี
นา้
3. “ใบไม้ใน -ผลงานสีน้า กลุ่ม 3. Doing & -อปุ กรณ์วาดรปู
สวนพฤกษา” สร้างสรรค์ พนั ธุ์ กล่มุ
Disciplined -Pedagogy and
พฤกษา รายบคุ คล
ลงมือปฏบิ ัติ ดว้ ย Rubric Form
ความรบั ผดิ ชอบ
ศ 1.1 ม.4-6/8 - Art -การนาเสนอผลงาน Display & -Spidergram
Exhibition ศลิ ปะ
“สสี นั Art Exhibition “สี Reflection
พันธุ์ น้าสรา้ งสรรค์ พันธุ์
นาเสนอผลการ
พฤกษา” พฤกษา”
เรยี นรู้และ
ประเมินผลด้วย
ตนเอง
-NFT Art - NFT Art Destination & Soft -Reminding Quest
บนโลก
power
ดิจทิ ัล
ปลายทางการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ดนตรี
30.
ตัวชวี้ ัด ชื่อแผนการ หลกั ฐานชิ้นงาน/ รายบคุ คล/ กระบวนการจดั การเรยี นรู้
เรยี นร/ู้ กจิ กรรม ภาระงานทสี่ าคัญ กลมุ่ / ข้ันที่ เทคนิคและเครีองมอื
ศ 2.1ม.4-6/1 2.1รูปแบบของบท แบบบันทกึ รปู แบบ 1.ประเมินระดับ EPoC Test
เพลงและวงดนตรี ของบทเพลงและวง รายบคุ คล ความคดิ ของ
ดนตรี
ผูเ้ รยี น
ศ 2.1ม.4-6/2 2.2ประเภทของวง -แผนภาพประเภท 2.สร้างแรง
ดนตรที ั้งไทยและ บนั ดาลใจ
สากล ของวงดนตรีท้งั ไทย กลุ่ม - FILA Mapping
และ
ศ 2.1ม.4-6/7 2.3.อารมณ์ และ
ความรู้สึก จากงาน สากล
ดนตรี
-คลิบ VDO เพลงที่ 4.เรียนรู้ผ่าน High Functioning
การปฏิบตั ิ Class Room
อารมณ์ และความรู้สกึ กลมุ่
จากงานดนตรี
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 นาฎศิลป์
ตวั ชว้ี ัด ช่อื แผนการ หลกั ฐานช้ินงาน/ รายบุคคล/ กระบวนการจดั การเรียนรู้
เรียนร/ู้ กิจกรรม ภาระงานท่สี าคัญ กลุ่ม/ ขั้นท่ี เทคนิคและเคร่อื งมือ
ศ 3.1 ม.4- 3.1 การแสดง ใบงานเรอื่ งการแสดง รายบคุ คล 1.ประเมนิ ระดบั -EPoC Test
6/3 นาฏศิลป์ นาฏศิลป์เปน็ คู่ และหมู่ ความคดิ ของ
ใบงาน ตารางการ ผู้เรียน -Forced
ศ 3.2 ม.4- 3.2. การแสดง connection
6/1 ทา่ ทางการ เปรียบเทยี บการนาการ 2.สร้างแรง
เคลอ่ื นไหว แสดงใช้ในโอกาสต่างๆ บันดาลใจ
ศ 3.1 ม.4- ประกอบเพลง
6/8 3.3 การแสดง การแสดงท่าทาง 3.วางแผนพฒั นา - FILA Mapping
นาฏศิลป์และการ
ศ 3.1 ม.4- ละคร ก า ร เ ค ลื่ อ น ไ ห ว กลมุ่ ตนเองรว่ มกัน -High Functioning
6/4 ประกอบเพลง 4.เรียนรู้ผา่ นการ Class Room
ปฏบิ ตั ิ
วิจารณ์การแสดงของ 5.ผเู้ รียนประเมิน -
เพ่ื อนกลุ่ มอื่ นตาม รายบคุ คล/ ตนเอง Spidergream/Linear
หลักการวิจารณ์การ กลมุ่ 6.คิดตอ่ ยอด -Reminding Quest
แสดงนาฏศลิ ป์
31.
การประเมนิ ผลสาระพนื้ ฐาน
ศิลปศึกษา ศ32101 กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 จานวน 0.5 หน่วยกิต
อัตราสว่ นคะแนน ระหว่างกลางภาคเรียน : ตอ่ ปลายภาคเรียน 80. : .20
หน่วยการ ตัวชวี้ ดั คะแนนหน่วย กลางภาค ปลายภาค รวมคะแนนแต่ละด้าน
เรียน K P A รวม K P รวม K P รวม K P A รวม
ห ่นวย ่ีท
ช่ัวโมง
1. ทศั นศิลป์ ศ 1.1 ม.4-6/3 00:50 2 22
ศ 1.1 ม.4-6/7 2 22
ศ 1.2 ม.4-6/2 22 2 4
2
ศ 1.1 ม.4-6/4 02:30 20 4 20 4 24
ศ 1.1 ม.4-6/8 01:40 88 8
รวม 4 22 6 8 4 30 6 40
2 ดนตรี ศ 2.1ม.4-6/1 01:40 3 3 2 8 2 25 3 2 10
ศ 2.1ม.4-6/2 01:40 3 3 2 8 2 25 3 2 10
ศ 2.1ม.4-6/7 01:40 3 3 2 8 2 25 3 2 10
6 6 15 9 6 30
รวม 9 9 6 24 4 47 3 10
3 นาฏศลิ ป์ ศ 3.1 ม.4-6/3 01:40 3 3 6
ศ 3.2 ม.4-6/1
ศ 3.1 ม.4-6/4 01:40 5 5 5 15 55 5 15
ศ 3.1 ม.4-6/8 01:40 2 1 3 2 24 1 5
รวม 10 5 9 24 6 16 5 9 30
รวม 23 36 21 48 0 0 0 12 8 12 35 44 21 100
32.
ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ รายวิชา ศ32101 ศิลปศึกษา
สาระพื้นฐาน ศลิ ปศึกษา ศ32101 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศลิ ปศกึ ษา ศ32101
หน่วยท่ี 1 ทศั นศิลป์ หน่วยที่ 2 ดนตรี หน่วยที่ 3 นาฎศิลป์
มาตรฐาน ศ 1.1 มาตรฐาน ศ 1.2 มาตรฐาน ศ 2.1 มาตรฐาน ศ 3.1 มาตรฐาน ศ 3.2
ม.4- ม.4- ม.4- ม.4- ม.4- ม.4- ม.4- ม.4- ม.4- ม.4- ม.4- ม.4-
6/3
กิจกรรมที่ 1. การแสดงนาฏศลิ ป์
กจิ กรรมที่ 1 กจิ กรรมท่ี 1. รปู แบบของบท กจิ กรรมที่ 2. การแสดงทา่ ทางการ
เพลงและวงดนตรี
เรียนรูง้ านทศั นศิลป์ของศลิ ปนิ กิจกรรมท่ี 2 ประเภทของวง เคลื่อนไหวประกอบ
เพลงกจิ กรรมท่ี 3. การวจิ ารณ์การ
กิจกรรมที่ 2 ดนตรที ง้ั ไทยและสากล แสดงตามหลกั นาฏศลิ ป์ และการละคร
-ออกแบบงานทศั นศิลป์ด้วยเทคนิคสีนา้ กิจกรรมท่ี 3. อารมณ์ และ
ความรู้สึก จากงานดนตรี
กจิ กรรมท่ี 3 g
-สนี ้าสร้างสรรค์ พันธ์ุพฤกษา
กจิ กรรมที่ 4
-Art Exhibition “สีสนั พันธุ์พฤกษา”
33.
2.3 วิเคราะห์ความพร้อมของสื่ออุปกรณ์ สื่อการสอน (Instruction Media) หมายถึง วัสดุ
อุปกรณ์ หรือวิธีการใด ๆ ก็ตามท่ีเป็นตัวกลางหรือพาหะในการถ่ายทอดความรู้ ทัศนคติ ทักษะและ
ประสบการณ์ไปสู่ผู้เรียน สื่อการสอนแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติพิเศษมีคุณค่าในตัวของมันเองในการเก็บ
และแสดความหมายที่เหมาะสมกับเนื้อหา ท้ังยังมีเทคนิควิธีการใช้อย่างมีระบบคุณสมบัติของส่ือ
การสอน ส่ือการสอนมีคณุ สมบัตพิ เิ ศษ 3 ประการ คอื ..................................................................................
ประการที่ 1. สามารถจัดยดึ ประสบการณ์กจิ กรรมและการกระทาตา่ ง ๆ ไวไ้ ดอ้ ย่างคงทนถาวร ไม่
ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในอดีตหรือปัจจุบัน ท้ังในลักษณะของรูปภาพ เสียง และสัญลักษณ์ต่าง ๆ สามารถ
นาไปใช้ได้ตามความต้องการ…………………………………………………………………………………………………………
ประการที่ 2. สามารถจัดแจงจัดการและปรุงแต่งประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ใช้ได้สอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนเพราะสอ่ื การสอนบางชนดิ สามารถใช้เทคนคิ พิเศษเพอ่ื เอาชนะขอ้ จากัด
ในด้านขนาด ระยะทาง เวลา และความเป็นนามธรรมของประสบการณ์ตามธรรมชาติได้
ประการที่ 3. สามารถแจกจ่ายและขยายของข่าวสารออกเป็นหลาย ๆ ฉบับเพื่อเผยแพร่สู่คน
จานวนมาก และสามารถใช้ซ้า ๆ ได้หลาย ๆ คร้ัง ทาให้สามารถแก้ปัญหาในด้านการเรียนการสอนต่าง ๆ
ทง้ั การศกึ ษาในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนได้เป็นอย่างดี.............................................................
คุณค่าของสือ่ การสอน จาแนกได้ 3 ด้าน คอื ……………………………………………………………………………
ด้านที่ 1 คุณค่าด้านวิชาการ ทาให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ตรงผู้เรียนเรยี นรู้ได้ดกี ว่าและมากกว่า
ไม่ใช้ส่ือการสอนลักษณะท่ีเป็นรูปธรรมของสื่อการสอน ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของส่ิงต่าง ๆ ได้
กว้างขวางและเป็นแนวทางให้เข้าใจส่ิงน้ัน ๆ ได้ดียิ่งข้ึนส่วนเสริมด้านความคิด และการแก้ปัญหาช่วยให้
ผู้เรียนเรียนรู้ได้ถูกต้อง และจาเรื่องราวได้มากและได้นาน และสื่อการสอนบางชนิด ช่วยเร่งทักษะในการ
เรียนรู้ เช่น ภาพยนตร์ ภาพน่ิง เป็นต้น……………………………………………………………………………………………
ด้านที่ 2 คุณค่าด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ ทาให้เกิดความสนใจ และต้องเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ มากขน้ึ
ทาใหเ้ กดิ ความคิดรวบยอดเปน็ เพยี งอย่างเดียว เร้าความสนใจ ทาใหเ้ กดิ ความพงึ พอใจ และยว่ั ยใุ หก้ ระทา
กิจกรรมดว้ ยตนเอง .......................................................................................................................................
ด้านที่ 3 คุณค่าด้านเศรษฐกิจการศึกษา ช่วยให้ผู้เรียนที่เรียนช้าเรียนได้เร็วและมากข้ึน
ประหยัดเวลาในการทาความเข้าใจเน้ือหาต่าง ๆ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้เหมือนกันคร้ังละหลาย ๆ คน
ชว่ ยขจัดปัญหาเรื่องเวลา สถานที่ ขนาด และระยะทาง ดังตวั อย่างเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย ดังนี้
1) จดั เตรียมส่อื อปุ กรณ์ บรรยากาศภายในหอ้ งเรียน เชน่ กระดานดา โตะ๊ เรยี น อปุ กรณว์ าดรูป
Router Wifi โทรทศั น์ สื่อวสั ดุท่จี าเปน็ ขน้ั พื้นฐานสาหรับอานวยความสะดวกในการจดั การเรยี นการสอน
ท้ังรูปแบบ ON SITE และ ON LINE
2) จัดการเรียนการสอนทั้งรปู แบบ ON SITE และ ON LINE รายวิชา ศ32101 ศิลปศึกษาสาหรับ
นกั เรียนชั้น ม.5 รวมถงึ นักเรียนโรงเรียนเครือขา่ ยท่ขี าดครูทศั นศ์ ลิ ป์ เขา้ เรยี นร่วมในโครงการลดความเลื่อม
ลา้ ทางการศกึ ษา ในชว่ งสถานการณโ์ ควิด -19
34.
-ภาพประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนออนไลน์ ในสถานการณ์ โควิด -19
35.
-ภาพบรรยากาศการจัดการเรียนการสอนท้งั รปู แบบ ON SITE และ ON LINE รายวิชา ศ32101
ศิลปศกึ ษาสาหรับนกั เรยี นช้ัน ม.5 โดยมีนักเรียนโรงเรยี นแม่ทะวทิ ยา เขา้ เรยี นรว่ มในโครงการลดความ
เลื่อมล้าทางการศึกษา ในชว่ งสถานการณโ์ ควิด -19
36.
2.4 ออกแบบการเรยี นรูท้ ี่เน้นบูรณาการ คือการเน้นผู้เรียนเป็นสาคญั จดั ประสบการณ์ตรงใหก้ บั
ผเู้ รียนจัดบรรยากาศท่สี ่งเสริมใหผ้ ูเ้ รยี นกล้าคิด กลา้ ทาใหผ้ ู้เรยี นได้รว่ มกนั ทางานเปน็ กลมุ่ ได้ดาเนินการ
จดั การเรียนการสอนแบบบูรณาการ ทงั้ ภายในวิชาและบรู ณาการระหว่างวชิ ามขี น้ั ตอน ดังน้ี
ขนั้ ตอนที่ 1 ข้ันนา ครเู ป็นผ้สู ร้างประเด็นหรอื นานักเรียนเขา้ สปู่ ญั หา โดยนานกั เรียนเข้าสู่
สถานการณจ์ ริงทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับชวี ติ ประจาวันของตัวนกั เรยี นเอง
ขนั้ ตอนที่ 2 ขน้ั ปฏิบัติ นักเรยี นนาผลจากการไดร้ บั ประสบการณ์จรงิ นามาวเิ คราะห์เพ่ือหาแนว
ทางแกไ้ ขปัญหา หรือพัฒนางานโดยกระบวนการกลุ่ม แลว้ บูรณาการเน้อื หาวิชาอืน่ ๆ ที่เกยี่ วข้อง
ขน้ั ตอนที่ 3 ข้ันสรปุ นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นาผลการวิเคราะห์ มาแกไ้ ขปัญหาหรือการพฒั นาน้ันไปสู่
การปฏิบตั จิ ริงตามข้ันตอนการแกไ้ ข หรือพฒั นาจนเปน็ ที่ยอมรับของกล่มุ โดยมผี ู้สอนเปน็ ผูแ้ นะแนวทาง
ขน้ั ตอนท่ี 4 ขั้นประเมินผล ทกุ กลุ่มนาเสนอแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาหรอื พฒั นาช้ินงานทไ่ี ดร้ ับ
การแก้ไขหรอื ปรบั ปรงุ แล้วตอ่ ทกุ กล่มุ รว่ มกนั ผู้สอนเป็นผูช้ ีแ้ นะแนวทาง ทถ่ี ูกต้อง และเชื่อมโยงการแกไ้ ข
ปญั หาหรือพัฒนางานแต่ละกลมุ่ ใหเ้ กิดการบูรณาการระหวา่ งกนั
2.5 ออกแบบการเรียนรทู้ ่ีเน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ
หลกั การออกแบบการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนดว้ ยการบูรณาการ จะต้องคานึงถงึ หลกั ของ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน ไดด้ าเนินการดังนี้
1. เน้นนักเรยี นเปน็ สาคัญ ใหผ้ เู้ รยี นมสี ่วนรว่ มในกระบวนการเรียนการสอนอยา่ งกระตือรอื ร้น
2. ส่งเสรมิ ให้ผ้เู รยี นได้รว่ มกันทางานกลมุ่ ด้วยตนเอง และส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนมีโอกาสไดล้ งมอื ทา
3. ให้ผ้เู รียนไดเ้ รยี นรู้สงิ่ ทเ่ี ป็นรูปธรรมเขา้ ใจงา่ ย สามารถนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล
4. จัดบรรยากาศในช้นั เรยี นใหผ้ ู้เรยี นเกิดความรู้สึกกล้าคดิ กลา้ ทา กล้าแสดงออก
5. ปลูกฝงั จติ สานึก คา่ นยิ ม และจริยธรรมทถ่ี ูกตอ้ งดงี าม และแก้ไขปัญหาด้วยปัญญาและสามคั คี
6. เนน้ การเรยี นรอู้ ย่างมีความสุขและมีความหมาย การเป็นคนดีและมคี ุณคา่ ตอ่ สงั คม
ประเทศชาติ เหน็ คุณค่าของสว่ นรวมมากกวา่ สว่ นตน
อาจสรปุ ได้ว่า กระบวนการจัดการเรยี นการสอนในหลักสตู รบรู ณาการนัน้ จะตอ้ งมกี ารจัด
กจิ กรรมการเรียนการสอนที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั เนน้ การสอนทเี่ ป็นบรู ณาการ (Integrative Teaching
Styles) ซ่ึงตอ้ งมีวิธกี ารทหี่ ลากหลายให้ผเู้ รียนได้เรยี นรูใ้ ชเ้ ทคนคิ การเรียนการสอนทผี่ สมผสานกนั ฝกึ ให้
ผเู้ รียนค้นหาคาตอบดว้ ยวิธีสบื สอบ (Inquiry) หรอื ใช้วธิ กี ารแกป้ ัญหา (Problem Solving) เน้นการทางาน
รว่ มกัน มีงานกลมุ่ หรอื งานเด่ียวผสมผสานกันไป เน้นการให้ผูเ้ รียนมสี ว่ นรว่ มในประสบการณ์จรงิ
ประสบการณ์การเรียนรคู้ วรอย่ใู นขอบเขตสมรรถภาพในการเรยี นรขู้ องผ้เู รียน จงึ ต้องพิจารณาขอบเขตการ
เรียงลาดับของเน้ือหาของลกั ษณะวิชารวมทงั้ ลักษณะของผ้เู รยี นดว้ ย และให้ผู้เรียนฝึกปฏบิ ัติในสถานการณ์
จริง ดงั ตวั อย่างเอกสาร หลักฐาน รอ่ งรอย ดังน้ี
1) การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนดว้ ยการบูรณาการ รายวิชา ศ32101 ศิลปศึกษา
สาหรับนักเรียนชั้น ม.5 กบั การบรู ณาการกับโครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี นบุญวาทยว์ ทิ ยาลัย
37.
- การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนด้วยการบูรณาการ รายวชิ า ศ32101 ศิลปศึกษา
สาหรับนักเรยี นชั้น ม.5 กบั การบรู ณาการกบั โครงการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนบุญวาทย์วทิ ยาลยั
38.
- การวิเคราะห์ตวั ช้วี ดั เพอ่ื กาหนดภาระงานและกระบวนการเรยี นรู้รายวชิ า ศ32101 ศิลปศึกษา
สาหรับนักเรียนชัน้ ม.5 กับการบูรณาการกับโครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนบญุ วาทยว์ ิทยาลัย
39.
- ภาระงานและผลงานของนักเรียน รายวิชา ศ32101 ศลิ ปศึกษา สาหรบั นักเรียนช้นั ม.5
กบั การบรู ณาการกบั โครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนบุญวาทย์วทิ ยาลัย
40.
-นาเสนอผลการเรียนรู้และประเมินผลด้วยตนเองของนกั เรยี น รายวชิ า ศ32101 ศิลปศกึ ษา
สาหรบั นักเรยี นชน้ั ม.5 กบั การบูรณาการกบั โครงการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียนบญุ วาทย์วิทยาลยั
41.
3. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้กฎเกณฑ์ที่ทุกคนยอมรับ การเรียนร้นู น้ั เกิดจากการเปลี่ยนแปลง
พฤตกิ รรมอยา่ งถาวรของบุคคล อันเป็นผลมาจากประสบการณใ์ นอดีต ทัง้ จากการฝึกฝน การปฏิสัมพันธ์
กับประสบการณ์รอบตัวและมีปรมิ าณองค์ความรู้ท่ีเพ่มิ มากขนึ้ มีองค์ประกอบ 3 ประการดงั ตอ่ ไปน้ี
ประการท่ี 1 ผ้เู รยี น ธรรมชาติของผู้เรียนเปน็ ส่งิ ท่ีครูผ้สู อนจะตอ้ งคานึงถงึ เปน็ อันดบั แรก เกย่ี วกบั
ความสามารถของสมอง ความถนัด ความสนใจ พัฒนาการทางร่างกาย อารมณแ์ ละจติ ใจ
ประการท่ี 2 บรรยากาศทางจติ วทิ ยาท่ีเออ้ื ตอ่ การเรียนรูบ้ รรยากาศใฝร่ ู้ใฝ่เรียนถือเปน็ สิ่งสาคญั ท่ี
เออ้ื ต่อการเรียนรูข้ องผู้เรยี น ครผู ู้สอนตอ้ งมที กั ษะ ประสบการณ์และจิตวทิ ยาในการสร้างบรรยากาศ
ดงั กล่าวได้โดยเลอื ก รปู แบบ (Model) วธิ ีการ (Innovation) เครอื่ งมอื (Media) ตลอดจนเทคโนโลยี
(Technology) เพิม่ เสรมิ สร้างบรรยากาศที่เรา้ ให้ผู้เรยี น ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น มากยิ่งข้นึ ............................................
ประการที่ 3 ปฏสิ มั พันธ์ระหวา่ งผู้เรียน ครูผูส้ อนควรสร้างปฏิสมั พันธ์กบั ผู้เรียนทุกกลุม่ ท่มี ี
ศกั ยภาพแตกตา่ งกัน ด้วยความเอือ้ อาทรเพ่อื สรา้ งความเช่ือมนั่ และความมน่ั ใจทีจ่ ะเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น
3.1. จดั กระบวนการเรียนรูต้ ามธรรมชาตขิ องแตล่ ะวิชา กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ิลปะเป็นกลมุ่
สาระที่ช่วยพฒั นาใหผ้ ้เู รียนมคี วามคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ มจี ินตนาการทางศิลปะ ช่นื ชมความงาม มี
สนุ ทรียภาพ ความมีคุณค่า ซ่งึ มีผลต่อคุณภาพชีวิตมนษุ ย์ กจิ กรรมทางศิลปะชว่ ยพัฒนาผูเ้ รียนทั้งด้าน
ร่างกาย จติ ใจ สติปญั ญา อารมณ์ สงั คม ตลอดจน การนาไปสู่การพฒั นาสิง่ แวดล้อม สง่ เสรมิ ให้ผูเ้ รียนมี
ความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง อนั เป็นพนื้ ฐาน ในการศึกษาตอ่ หรอื ประกอบอาชีพได้ มงุ่ พัฒนาให้ผเู้ รียนเกดิ
ความรคู้ วามเข้าใจ มที ักษะวธิ กี ารทางศิลปะ เกิดความซาบซึ้งในคุณค่าของศลิ ปะเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียน
แสดงออกอยา่ งอสิ ระในศลิ ปะแขนงต่าง ๆประกอบดว้ ยสาระสาคญั คือ ทศั นศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์
จากการปรบั การเรียนเปลี่ยนการสอน และได้มีโอกาส ร่วม กิจกรรมแลกเปลีย่ นเรยี นร้ทู างวิชาชพี (PLC) “
โครงการพัฒนากระบวนการเสริมสรา้ งและประเมนิ ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์และการคดิ วเิ คราะห์ใน
ชน้ั เรียนระดับมัธยมศึกษา ได้ศึกษามลู เพิ่มเติมจากแนวคดิ ของพอล คอลลารด์ (Paul Collard) ผ้กู ่อตงั้
Creativity, Culture and Education (CCE) องค์กรท่มี จี ดุ ประสงคเ์ พื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเดก็
และเยาวชน จากการทางานและประสบการณ์ เขาพบวา่ การจะมคี วามคิดสรา้ งสรรคไ์ ด้นนั้ เดก็ ต้องมี 5
ลกั ษณะนิสยั พนื้ ฐานคือ อยากรูอ้ ยากเหน็ (inquisitive) มคี วามอดทน (persistent) มจี ินตนาการ
(imaginative) มีวนิ ยั (disciplined) และการมสี ่วนรว่ ม (collaborative) เมอ่ื รวมพฤตกิ รรมเหลา่ น้ีเขา้
ดว้ ยกนั จึงเกิดเปน็ นิยามของคาวา่ สร้างสรรค์ ที่ควรมใี นโรงเรียน จากประสบการณก์ ารสอนและการ
สังเกตห้องเรียนของตนเองอย่างต่อเน่ืองจึงได้พฒั นารูปแบบการสอนใหเ้ หมาะสมกบั นักเรียนในระดบั ชนั้
มัธยมศกึ ษา 5 เปน็ นวัตกรรมการสอน หอ้ งเรยี นศลิ ปะ“KID-D” ตวั อย่างเอกสาร หลักฐาน รอ่ งรอย ดงั นี้
1) จดั กจิ กรรมการสอน รายวชิ า ศ30234 ศลิ ปะและงานฝมี ือ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 -6
หนา่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 “อกุ๊ ผ้าดว้ ยใบไม้” โดยใชผ้ ้าฝ้ายทอมอื จากฐานทรัพยากรในทอ้ งถนิ่ ชุมชนไทยลื้อ
บา้ นกล้วยหลวง ต.ชมพู อ.เมอื งลาปาง จ.ลาปาง สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ กระบวนการคิดมที ักษะชวี ติ และ มี
ส่วนร่วมในการสบื สานตอ่ ยอดในภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย
2) กจิ กรรมตอ่ ยอดการเรียนรู้ รายวชิ า ศิลปะและงานฝีมือ ช้นั มธั ยมศึกษาปี 6ใหผ้ ้เู รียนมคี วาม
ม่ันใจในการพัฒนาตนเอง มที ักษะชีวติ และหารายไดร้ ะหวา่ งเรยี น ไดร้ ่วมกจิ กรรมถา่ ยแบบ เดินแฟช่นั ใน
งาน KADKONGTA YONG DESIGNER SEASON 1 ณ หมอ่ งโงย่ ซนิ่ ถนนคนเดิน กาดกองต้า จ.ลาปาง
42.
-ภาพประกอบกิจกรรมการจัดกิจกรรมการสอน รายวิชา ศ30234 ศลิ ปะและงานฝมี ือ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 -6 หน่ายการเรียนรู้ท่ี 1 “อุ๊ก ผ้าด้วยใบไม้”
43.
-ภาพประกอบกจิ กรรมตอ่ ยอดการเรียนรู้ รายวิชา ศ30234 ศิลปะและงานฝมี ือ ช้นั มธั ยมศกึ ษา
ปีท่ี 6 ร่วมกิจกรรมถา่ ยแบบ เดนิ แฟชัน่ ในงาน KADKONGTA YONG DESIGNER SEASON 1
ณ หมอ่ งโง่ยซนิ่ ถนนคนเดิน กาดกองต้า จ.ลาปาง
44.
3.2 จัดกิจกรรมให้ครบถ้วนตามธรรมชาติวิชา และความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยเน้น
ให้ฝกึ ทกั ษะและกระบวนการคิด การจดั กจิ กรรมให้ครบถว้ นตามธรรมชาตวิ ิชาต้องคานึงถึงความแตกต่าง
ระหว่างบุคคล เป็นการจัดการเรยี นรทู้ ่ีให้ความสาคัญกับผู้เรยี นแต่ละคน เพ่ือวางรากฐานชีวิตให้เจรญิ งอก
งามอย่างสมบูรณ์มีพัฒนาการสมวัยอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา การจัด
การเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ค้นพบและแสดงออกถึงศักยภาพของตนเอง จึงต้องมีข้อมูลของผู้เรียน
เป็นรายบุคคลสาหรับใช้ในการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและนาไปพัฒนาผู้เรียนให้
เหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน เพราะการดาเนินชีวิตของคนยุคใหม่ท่ีต้องใช้ศักยภาพที่
แตกต่างของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการประกอบอาชีพและช่วยเหลือสังคม ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ที่
เน้นการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามความสามารถที่แตกต่างระหว่างบุคคล คือได้
ค้นพบและเพิ่มพูนศักยภาพท่ีแตกต่างระหว่างตนเองกับผู้อื่น อันนาไปสู่การทางานร่วมกัน ซ่ึงเป็นปัจจัย
สาคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งแก่สังคมและประเทศต่อไป ตัวอย่างเอกสาร หลักฐาน ร่องรอย ดังน้ี
-จดั กิจกรรมซ่อมเสรมิ ใหก้ ับนักเรยี นทป่ี ระสบปัญหาจากสถานการณ์โควิด - 19 รายวิชา ศ32101
ศลิ ปศกึ ษา สาหรบั นกั เรียนชั้น ม.5 ท่ีไมส่ ามารถเข้าเรยี นตามตารางได้..........................................................
2) จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ระดับช้ันมัธยมศึกษาปี่ที่ 5/2 โครงการ “สร้างความดี ด้วยกิจกรรม
คณุ ธรรม” การบูรณาการกิจกรรม ในรูปแบบการเรยี นแบบ ONSITE สลับ ON LINE
3) จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ระดับช้ันมัธยมศึกษาป่ีท่ี 5/16 และ 5/12 โครงการ “สร้างความดี
ด้วยกิจกรรมคณุ ธรรม” การบูรณาการกิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์เพื่อสว่ นรวมเนื่องจากภาวะวกิ ฤต โควิด
-19 ในรูปแบบ ON LINE
45.
-ภาพประกอบจดั กิจกรรมซ่อมเสรมิ ให้กับนกั เรียนท่ปี ระสบปญั หาจากสถานการณ์โควดิ - 19
รายวิชา ศ32101 ศลิ ปศกึ ษา สาหรับนกั เรยี นชัน้ ม.5 ที่ไม่สามารถเขา้ เรยี นตามตารางเรียนได้
46.
-ภาพประกอบกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปี่ท่ี 5 โครงการ “สรา้ งความดี ดว้ ย
กิจกรรมคุณธรรม” การบูรณาการกจิ กรรม ในรูปแบบออนไซต์