The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ อ.เขาค้อ 69-70

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by gibkae2528, 2025-12-20 02:54:11

แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พ.ศ. 2569-2570 (ฉบับปรับปรุง)

แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ อ.เขาค้อ 69-70

การอนุมัติใช้แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พ.ศ. 2569 – 2570 (ฉบับปรับปรุง)ของ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อเพื่อให้การจัดการศึกษาหรือการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาสอดคล้องกับข้อมูลสภาพแวดล้อมทั้งปัจจัยภายในและภายนอกของสถานศึกษา โดยมีทิศทางการดำเนินงานของสถานศึกษาที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมายและแนวทางในการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในระยะเวลา ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2569 – 2570 รวมถึงเพื่อเป็นการดำเนินงานที่เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 และระเบียบกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษาสำหรับสถานศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2567 ที่ส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ได้กำหนดให้สถานศึกษาต้องมีการ “จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ และแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา” ไว้นั้นสถานศึกษาจึงได้มีการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พ.ศ. 2569 - 2570 ที่เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ไว้ในที่นี้ลงชื่อ............................................. ผู้อนุมัติใช้ (นางพนิดา ติยะวัฒน์)ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอหล่มสักรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อ วันที่ 6 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568ผู้รับรองแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พ.ศ. 2569 – 2570 ของสถานศึกษา/ให้ความเห็นชอบ ลงชื่อ ว่าที่ พ.ต........................................ผู้เห็นชอบแผน (ดำริห์ ติยะวัฒน์)ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ วันที่ 6 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568


กคำนำเอกสารแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พ.ศ. 2569-2570 ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้ออำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาหรือการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา โดยเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 และระเบียบกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษาสำหรับสถานศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2567 ซึ่งส่วนหนึ่งได้กำหนดให้สถานศึกษาต้องมีการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ไว้ นั้นการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ฉบับนี้ ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกระดับภายในสถานศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้จัดการเรียนรู้ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลสารสนเทศ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา และการกำหนดกลยุทธ์เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินการอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของสถานศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งนี้ สถานศึกษาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ เล่มนี้ จะเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของสถานศึกษาให้มีความก้าวหน้า ส่งผลต่อคุณภาพของการจัดการศึกษาหรือการจัดการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้นศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อวันที่ 6 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568


1ขสารบัญหน้าการอนุมัติใช้แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พ.ศ. 2569 -2570 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อคำนำ กสารบัญ ข-คบทที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา• สภาพทั่วไปของสถานศึกษา 1 • ภารกิจ หน้าที่และอำนาจของสถานศึกษา 1 • พื้นที่รับผิดชอบของสถานศึกษา 2• โครงสร้างการบริหารสถานศึกษา 6• จำนวนผู้เรียน ครูและผู้จัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา 7• ศกร.ระดับตำบล/แขวง/ศูนย์การเรียนชุมชน 8• แหล่งเรียนรู้ แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของสถานศึกษา 9• ภาคีเครือข่ายของสถานศึกษา16 • ผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สถานศึกษานำไปใช้ 18ประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้บทที่ 2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพของสถานศึกษา• แผน นโยบาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 22• ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพของสถานศึกษา 50บทที่ 3 ทิศทางการดำเนินงานของสถานศึกษา• ปรัชญา 54• วิสัยทัศน์ 54• พันธกิจ54• เป้าประสงค์ 55• ประเด็นกลยุทธ์ 60


2คสารบัญ (ต่อ)หน้าบทที่ 4 กรอบการดำเนินงานของแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของสถานศึกษา• รายละเอียดกรอบการดำเนินงานของแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ 62• การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแต่ละโครงการ/กิจกรรมกับแผน 74 นโยบายเกี่ยวข้องกับการศึกษา บทที่ 5 แนวทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติและปัจจัยแห่งความสำเร็จ • แนวทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ 77• การติดตามประเมินผลการขับเคลื่อนแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ 79 ไปสู่การปฏิบัติ• ปัจจัยแห่งความสำเร็จ80ภาคผนวก คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของสถานศึกษา- จุดเน้นการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569


3บทที่ 1ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา สภาพทั่วไปของสถานศึกษาชื่อสถานศึกษา : ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อที่อยู่ : 189 หมู่ที่ 1 ตำบล : เขาค้อ อำเภอ/เขต : เขาค้อ จังหวัด : เพชรบูรณ์เบอร์โทรศัพท์ : 0-5672-819-1 เบอร์โทรสาร : 0-5672-819-1 เว็บไซต์ : [email protected]สังกัด : สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ภารกิจ หน้าที่และอำนาจของสถานศึกษาอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 อำนาจหน้าที่ของ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ตามมาตรา 20 ในการปฏิบัติหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้ในระดับอำเภอ ให้มีศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอมีสถานะเป็นสถานศึกษา เพื่อจัดการเรียนรู้ และกำกับ ดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุน อำนวยความสะดวก และแนะนำ ในการปฏิบัติหน้าที่ของศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลและศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ทั้งในด้านวิชาการ และเทคโนโลยีที่จำเป็นในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เป็นไปตามแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด รวมทั้งประสานความร่วมมือและแนะนำการจัดการเรียนรู้ของภาคีเครือข่ายในพื้น ที่และทำหน้าที่เป็น ศูนย์การเรียนรู้ของตำบล อันเป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอหรือตำบลใกล้เคียงตามที่อธิบดีกำหนด และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่อธิบดีมอบหมาย1. จัดการเรียนรู้ และกำกับดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน อำนวยความสะดวก และแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลและศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ในด้านวิชาการ และเทคโนโลยีที่จำเป็นในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เป็นไปตามแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด2. ประสานความร่วมมือและแนะนำการจัดการเรียนรู้ของภาคีเครือข่ายในพื้นที่และทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ของตำบล เป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอหรือตำบลใกล้เคียงตามที่อธิบดีกำหนด


4 พื้นที่รับผิดชอบของสถานศึกษา พื้นที่เขตรับผิดชอบศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อ (สกร.ระดับอำเภอเขาค้อ) รับผิดชอบพื้นที่ 7 ตำบล72 หมู่บ้าน 1 เทศบาลตำบล 4 อบต. โดยมี ศกร.ระดับตำบล แต่ละตำบลรับผิดชอบทำหน้าที่ทำหน้าที่จัดการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน และการศึกษาการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ มีศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลกระจายในตำบล จำนวน 7 แห่ง เพื่อเป็นสถานที่พบกลุ่ม และจัดการเรียนรู้การศึกษาการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อ จัดตั้งขึ้นตามประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน/กิ่งอำเภอ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2536 พร้อมกับศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภออื่น ๆ ทั่วประเทศ จำนวน 789 แห่ง ลงนามโดยนายปราโมทย์ สุขุม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีฐานะเป็นสถานศึกษาสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน เริ่มดำเนินกิจการจัดการศึกษานอกโรงเรียน ทั้งสายสามัญ สายอาชีพ และอัธยาศัย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2546 กระทรวงศึกษาธิการได้เปลี่ยนโครงสร้างใหม่ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอได้เปลี่ยนจากสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน เป็นสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง บัญชีรายชื่อสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษาตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 ลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2551 ลงนามโดย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาจากศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเป็นศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ มีหน้าที่และรับผิดชอบตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดอำนาจและหน้าที่ของสถานศึกษา ดังนี้ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ประกาศให้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเขาค้อ ปรับเปลี่ยนภารกิจเป็นศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อ สถานที่ติดต่อ (สกร.ระดับอำเภอเขาค้อ) ตั้งอยู่ที่ 189 หมู่ 1 ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ รหัสไปรษณีย์ 67270 โทรศัพท์ 056-728191 โทรสาร 056-728191


5สภาพทั่วไปของอำเภอเขาค้อ ประกอบด้วย สภาพทางภูมิศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจและการประกอบอาชีพของอำเภอเขาค้อ ดังนี้ สภาพทางภูมิศาสตร์1. ที่ตั้ง อำเภอเขาค้อ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบูรณ์ ระยะห่างจากจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ ๔๗ กิโลเมตร ห่างจากอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ๕๑ กิโลเมตรมีพื้นที่การปกครอง ประมาณ ๑,๓๓๓ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๘๓๓,๑๒๕ ไร่ เป็นพื้นที่การเกษตร ๗๕๓,๔๑๕ ไร่ 2. อาณาเขตติดต่อของอำเภอเขาค้อ มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอนครไทย (จังหวัดพิษณุโลก) อำเภอด่านซ้าย (จังหวัดเลย) และอำเภอหล่มเก่า ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอเขาค้อ และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปรางและอำเภอวังทอง(จังหวัดพิษณุโลก)3. ระยะทางระหว่างตำบลกับอำเภอ อำเภอเขาค้อ แบ่งการปกครองออกเป็น 7 ตำบล แต่ละตำบลมีระยะทางห่างจากอำเภอ/ตำบลเขาค้อ ดังนี้1. ตำบลเข็กน้อย 55 กิโลเมตร2. ตำบลแคมป์สน 39 กิโลเมตร3. ตำบลทุ่งสมอ 26 กิโลเมตร4. ตำบลเขาค้อ 0 กิโลเมตร5. ตำบลหนองแม่นา 24 กิโลเมตร6. ตำบลสะเดาะพง 13 กิโลเมตร7. ตำบลริมสีม่วง 17 กิโลเมตร


6แผนที่อำเภอเขาค้อ (โดยสังเขป) 4. ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศของอำเภอเขาค้อส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลระหว่าง 500−1,400 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาเพชรบูรณ์ มีลักษณะเป็น \"ทะเลภูเขา\" มีที่ราบสูงบนยอดเขา และบางบริเวณเป็นพื้นที่สูงชัน 5. ภูมิอากาศลักษณะภูมิอากาศของเขาค้อ คือ อากาศเย็นสบายตลอดปี แม้ในฤดูร้อน และเย็นจัดในฤดูหนาว โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 21.93 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว (ประมาณพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) อากาศจะหนาวเย็น ฤดูร้อน (ประมาณกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) อากาศจะร้อนในช่วงกลางวัน และฤดูฝน (ประมาณพฤษภาคม-ตุลาคม) จะมีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างสูง6. การปกครองและประชากร เขตการปกครองอำเภอเขา โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 5แห่ง ประกอบด้วย เทศบาล 1 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล 4 แห่ง แบ่งการปกครองออกเป็น 7ตำบล 72 หมู่บ้าน ดังนี้ ที่ ตำบลจำนวนหมู่บ้านประชากร (ชาย)ประชากร (หญิง)รวมทั้งสิ้น หมายเหตุ1 เข็กน้อย 12 8,563 8,666 17,2292 แคมป์สน 14 2,554 2,771 5,3253 ทุ่งสมอ 11 2,128 2,185 4,3134 เขาค้อ 14 4,302 4,154 8,4565 หนองแม่นา 10 1,663 1,635 3,2986 สะเดาะพง 6 947 943 1,890


7 ที่ ตำบลจำนวนหมู่บ้านประชากร (ชาย)ประชากร (หญิง)รวมทั้งสิ้น หมายเหตุ7 ริมสีม่วง 5 732 750 1,482รวม 72 20,889 21,104 41,993ที่มา : ฝ่ายงานทะเบียน ที่ว่าการอำเภอเขาค้อกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยสถิติและข้อมูลประชากรอำเภอเขาค้อเดือนกันยายน 2567 7. สภาพทางเศรษฐกิจ 1. อาชีพหลักของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเขาค้อ อาชีพหลักของเขาค้อคือ การเกษตร และ การท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงการปลูกพืชผลทางการเกษตร เช่น มะขามหวาน ข้าวโพด ข้าวไร่ ฝักแม้ว และสมุนไพร รวมถึงการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้หลักให้กับพื้นที่ 2. พืชเศรษฐกิจ อำเภอเขาค้อ พืชเศรษฐกิจหลักของเขาค้อ ได้แก่ พืชผัก เช่น กะหล่ำปลี แครอท ถั่วลันเตา และผักกาดขาวปลี รวมถึง พืชไร่ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันเทศ นอกจากนี้ยังมี ไม้ผล เช่น เสาวรสและอะโวคาโด รวมถึง พืชสมุนไพร อย่างขิงสถานศึกษาในสังกัดที่ ศกร.ตำบล ที่ตั้ง ผู้รับผิดชอบ1 ศกร.ระดับตำบลเข็กน้อยศกร.ระดับตำบลเข็กน้อย2หมู่ 2 บ้านเข็กน้อย ตำบลเข็กน้อยหมู่ 2 บ้านเข็กน้อย ตำบลเข็กน้อยนางสาวสริญญา น้อยโฉมนางสาวสุชาดา มาเพ็ง2 ศกร.ระดับตำบลแคมป์สนศกร.ระดับตำบลแคมป์สน2หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ (วัดห้วยไผ่) ตำบลแคมป์สนหมู่ที่ 11 บ้านทุ่งนางแล ตำบลแคมป์สนนายอธิปกร ลำไยนางปาริชาติ เหลืองเพิ่มสกุล3 ศกร.ระดับตำบลทุ่งสมอ หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งสมอ ตำบลทุ่งสมอ นางสาวสินีนาถ สีใจ4 ศกร.ระดับตำบลเขาค้อศรช.เขาค้อสกร.ระดับอำเภอเขาค้อหมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ตำบลเขาค้อหมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ตำบลเขาค้อหมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ตำบลเขาค้อนางสาวรุ่งนภา จำปาศักดิ์นายศุภกิจ สุริย์นางบังอร วิชัยสุนทร5 ศกร.ระดับตำบลหนองแม่นา หมู่ที่ 3 บ้านมุกโต ตำบลหนองแม่นา นางสาวพรวิไลพรรณ์ ปานเพ็ง6 ศกร.ระดับตำบลสะเดาะพง หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ตำบลสะเดาะพง นางสาววิชญารัตน์ อภิพงษ์พัฒน์7 ศกร.ระดับตำบลริมสีม่วง หมู่ที่ 4 บ้านเพชรช่วย ตำบลริมสีม่วง ว่าที่ ร.ต.หญิงสงวนศิลป์ ด้วงทา


8 โครงสร้างการบริหารสถานศึกษาผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อกลุ่มงานอำนวยการ กลุ่มจัดการเรียนรู้- งานธุรการและสารบรรณ- งานการเงิน งานบัญชี- งานพัสดุ- งานอาคารสถานที่ และยานพาหนะ- งานแผนงานและโครงการ- งานบุคลากร งานสวัสดิการและ งานประชาสัมพันธ์- งานคณะกรรมการสถานศึกษา- งานข้อมูลสารสนเทศและการรายงาน- งานควบคุมภายใน งานตรวจสอบภายใน- งานจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต งานพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น- งานการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง- งานการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ- งานศูนย์ทะเบียนนักศึกษา งานศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ (Advice Center) งานจัดการความรู้ (KM)- งานเทียบโอนการศึกษา งานเทียบระดับการศึกษา งานเทียบโอนความรู้ และประสบการณ์- งานส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง งานส่งเสริม และสนับสนุน ภาคีเครือข่าย- งานนิเทศ ติดตาม และประเมินผล- งานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา- งานกิจการพิเศษ งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


9 จำนวนผู้เรียน ครูและผู้จัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาจำนวนผู้เรียน(คน) รวมจำนวน(คน)จำนวนชาย หญิง ผู้จัดการเรียนรู้(คน)การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตโครงการบ้าหนังสือชุมชน 1,029 1,091 2,120 8โครงการห้องสมุดประชาชนเคลื่อนที่ 564 1,256 1,820 8โครงการพัฒนาห้องสมุดประชาชน ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ Co - Learning Space320 490 810 8โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาดตามพระราชดำริ321 459 780 8รวมจำนวน (คน) 2,234 3,296 5,800 8การจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง1 อำเภอ 1 อาชีพ 0 12 12 1ชั้นเรียนวิชาชีพ 31 ชั่วโมงขึ้นไป 56 14 70 7กลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ชั่วโมง 43 277 320 8การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 40 65 105 8การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 35 63 98 8การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 43 57 100 8รวมจำนวน (คน) 217 488 705 8การจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับระดับประถมศึกษา 37 22 59 3ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 225 157 382 10ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 233 213 446 10รวมจำนวน (คน) 495 392 887 10


10 ศกร.ระดับตำบล/แขวง/ศูนย์การเรียนชุมชนศกร.ระดับตำบล ที่ตั้ง ผู้รับผิดชอบ/ผู้ประสานงานศกร.ระดับตำบลเข็กน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67280นางสาวสริญญา น้อยโฉมศกร.ระดับตำบลเข็กน้อย2 หมู่ที่ 2 ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67280นางสาวสุชาดา มาเพ็งศกร.ระดับตำบลแคมป์สน หมู่ที่ 2 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67280นายอธิปกร ลำใยศกร.ระดับตำบลแคมป์สน2 หมู่ที่ 11 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67280นางปาริชาติ เหลื่องเพิ่มสกุลศกร.ระดับตำบลทุ่งสมอ หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งสมอ อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ 67270นางสาวสินีนาถ สีใจศกร.ระดับตำบลเขาค้อ หมู่ที่ 1 ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ 67270นางสาวรุ่งนภา จำปาศักดิ์ศกร.ระดับตำบลหนองแม่นา หมู่ที่ 3 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ 67270นางสาวพรวิไลพรรณ์ ปานเพ็งศกร.ระดับตำบลสะเดาะพง หมู่ที่ 1 ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ 67270นางสาววิชญารัตน์ อภิพงษ์พัฒน์ศกร.ระดับตำบลริมสีม่วง หมู่ที่ 4 ตำบลริมสีม่วง อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ 67270ว่าที่ ร.ต.หญิงสงวนศิลป์ ด้วงทาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ที่ตั้ง ผู้รับผิดชอบ/ผู้ประสานงานศรช.เขาค้อ หมู่ที่ 1 ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ 67270นายศุภกิจ สุริย์


11 แหล่งเรียนรู้แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ของสถานศึกษาชื่อแหล่งเรียนรู้แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ที่ตั้ง ชื่อผู้ดูแล/ครู/ผู้จัดการเรียนรู้ประจำแหล่งเรียนรู้แหล่งเรียนรู้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยน้ำขาว หมู่ที่ 1 บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยน้ำขาวศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านป่ากล้วย หมู่ที่ 3 บ้านป่ากล้วย ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านป่ากล้วยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเข็กน้อย หมู่ที่ 4 บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเข็กน้อยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเล่าลือเก่า หมู่ที่ 5 บ้านเล่าลือเก่า ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเล่าลือเก่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านศักดิ์เจริญ หมู่ที่ 7 บ้านศักดิ์เจริญ ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านศักดิ์เจริญศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชัยชนะ หมู่ที่ 8 บ้านชัยชนะ ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชัยชนะ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านประกอบสุข หมู่ที่ 9 บ้านประกอบสุข ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านประกอบสุขศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเจริญพัฒนา หมู่ที่ 10 บ้านเจริญพัฒนาต.เข็กน้อย จ.เพชรบูรณ์ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเจริญพัฒนาโรงเรียนบ้านเข็กน้อย หมู่ที่ 4 บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อย ผอ.โรงเรียนบ้านเข็กน้อยโรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว หมู่ที่ 1 บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเข็กน้อยหมู่ที่ 4 บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ผอ.รพ.สต.ตำบลเข็กน้อยศกร.ระดับตำบลเข็กน้อย หมู่ที่ 4 บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์การเรียนรู้วัดเข็กน้อย หมู่ที่ 8 บ้านชัยชนะ ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสวัดเข็กน้อย


12ชื่อแหล่งเรียนรู้แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ที่ตั้ง ชื่อผู้ดูแล/ครู/ผู้จัดการเรียนรู้ประจำแหล่งเรียนรู้โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยน้ำขาวหมู่ที่ 1 บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์หัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยน้ำขาวองค์การบริหารส่วนตำบลเข็กน้อย หมู่ที่ 4 บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเข็กน้อยโรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม หมู่ที่ 13 บ้านเหล่าหญ้า ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ผอ.ร.ร.แคมป์สนวิทยาคมโรงเรียนบ้านห้วยขอนหาด หมู่ที่ 1 บ้านขอนหาด ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ผอ.ร.ร.บ้านขอนหาดโรงเรียนเหล่าหญ้า หมู่ที่ 13 บ้านเหล่าหญ้า ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ผอ.ร.ร.บ้านเหล่าหญ้าโรงเรียนศรีไพรวิทยา หมู่ที่ 13 บ้านห้วยหมาก ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ผอ.ร.รศรีไพรวิทยาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเหล่าหญ้าหมู่ที่ 13 บ้านเหล่าหญ้า ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ผอ.รพ.สต.เหล่าหญ้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าคา หมู่ที่ 5 บ้านป่าคา ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ผอ.รพ.สต.ป่าคาวัดห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสวัดห้วยไผ่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หมู่ที่ 7 บ้านทางแดง ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วสำนักสงฆ์พระเจ้า108พระองค์ หมู่ที่ 6 บ้านดงหลง ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์พระเจ้า108พระองค์โรงพยาบาลเขาค้อ2 หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ผอ.รพ.เขาค้อธนาคารกสิกรไทย หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ผจก.ธนาคารกสิกรไทยศกร.ระดับตำบลแคมป์สน หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์การเรียนรู้


13ชื่อแหล่งเรียนรู้แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ที่ตั้ง ชื่อผู้ดูแล/ครู/ผู้จัดการเรียนรู้ประจำแหล่งเรียนรู้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์ครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กห้วยไผ่ศูนย์พัฒนาศาสนา หมู่ที่ 4 บ้านแคมป์สน ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสศูนย์พัฒนาศาสนาไปรษณีย์ตำบลแคมป์สน หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์หัวหน้าไปรษณีย์ตำบลแคมป์สนศูนย์ปฏิบัติการจราจร/หน่วยบริการประชาชน หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์อาสาสมัครฯประจำหน่วยเทศบาลตำบลแคมป์สน หมู่ที่ 7 บ้านทางแดง ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์นายกเทศมนตรีตำบลแคมป์สนองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งสมอ หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์นายก อบต.ทุ่งสมอโรงเรียนบ้านทุ่งสมอ หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์ผอ.โรงเรียนบ้านทุ่งสมอโรงเรียนบ้านนายาว หมู่ที่ 2 บ้านนายาว ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์ผอ.โรงเรียนบ้านนายาวศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลทุ่งสมอ หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์การเรียนรู้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งสมอ หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุ่งสมอศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านนายาว หมู่ที่ 2 บ้านนายาว ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนายาวโรงพยาบาลส่งส่งสุขภาพตำบลนายาว หมู่ที่ 2 บ้านนายาว ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์ผอ.รพ.สต.นายาววัดบ้านทุ่งสมอ หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งสมอวัดบ้านนายาว หมู่ที่ 2 บ้านนายาว ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสวัดบ้านนายาว


14ชื่อแหล่งเรียนรู้แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ที่ตั้ง ชื่อผู้ดูแล/ครู/ผู้จัดการเรียนรู้ประจำแหล่งเรียนรู้ห้องสมุดประชาชนอำเภอเขาค้อ หมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์บรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชนอำเภอเขาค้อโรงเรียนร่มเกล้าเขาค้อ เพชรบูรณ์ หมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้าเขาค้อ เพชรบูรณ์โรงพยาบาลเขาค้อ หมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขาค้อสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเขาค้อ หมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์ผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเขาค้อสถานีตำรวจภูธรเขาค้อ หมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขาค้ออนุสาวรีย์ผู้เสียสละเขาค้อ/ฐานอิทธิ หมู่ที่ 4 บ้านกองเนียม ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์ม.พัน 28โครงการพระราชดำริอ่างเก็บน้ำรัตนัย หมู่ที่ 6 บ้านรัตนัยต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์กรมชลประทานสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ หมู่ที่ 5 บ้านปัญญาดีต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชพิพิธภัณฑ์เรือนร่มเกล้า หมู่ที่ 13 บ้านอุทโยภาท ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์จ่าสิบเอก พิศิษฐ์ เสนาน้ำตกศรีดิษฐ์ หมู่ที่ 5 บ้านปัญญาดีต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อโรงไฟฟ้าพลังงานลม หมู่ 10 บ้านเพชรดำ ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์บริษัท วินด์พาวเวอร์จำกัดโรงเรียนบ้านสะเดาะพงมิตรภาพที่ 229 หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์ผอ.ร.ร.บ้านสะเดาะพงมิตรภาพที่229ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กรื่นฤดี หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กรื่นฤดีศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลสะเดาะพง หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลสะเดาะพง


15ชื่อแหล่งเรียนรู้แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ที่ตั้ง ชื่อผู้ดูแล/ครู/ผู้จัดการเรียนรู้ประจำแหล่งเรียนรู้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรื่นฤดี หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรื่นฤดีอุทยาทแห่งชาติเขาค้อ หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์ผอ.อุทยาทแห่งชาติเขาค้อพระตำหนักเขาค้อ หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ อันเนื่องมาจากพระราชดำริหมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์ผู้จัดการโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ อันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ หมู่ที่ 3 บ้านเสลียงแห้ง1ต.สะเดาะพง จ.เพชรบูรณ์ผอ.ศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์สำนักสงฆ์สามัคคีจิตบุญธรรม หมู่ที่ 1 บ้านจะวะสิต ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพัฒนวรพงษ์หมู่ที่ 1 บ้านจะวะสิต ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์ผู้อำนวยการหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช. 2 หมู่ที่ 1 บ้านจะวะสิต ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้หน่วยฟื้นฟูและพัฒนาระบบนิเวศป่าอนุรักษ์เขาค้อที่ 6 และ 7หมู่ที่ 1 บ้านจะวะสิต ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์นายไพรัช มณีงามฐานลำปางหลวง หมู่ที่ 1 บ้านจะวะสิต ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์เจ้าหน้าที่ศูนย์เรียนรู้ป่าชุมชนบ้านพัฒนวรพงษ์ หมู่ที่ 1 บ้านจะวะสิต ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์ประธานป่าชุมชนสำนักสงฆ์เอี่ยมสำอางค์ หมู่ที่ 2 บ้านธนิตคำเที่ยง ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสสถานีวิจัยต้นน้ำป่าสัก หมู่ที่ 2 บ้านธนิตคำเที่ยง ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ


16ชื่อแหล่งเรียนรู้แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ที่ตั้ง ชื่อผู้ดูแล/ครู/ผู้จัดการเรียนรู้ประจำแหล่งเรียนรู้โครงการพัฒนาป่าไม้เขาค้อ ศูนย์ 1 หมู่ที่ 2 บ้านธนิตคำเที่ยง ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อไร่กาแฟจ่านรินทร์ หมู่ที่ 3 บ้านริมสีม่วง ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์นายนรินทร์ ศรีมรกตมงคลสำนักสงฆ์เพชรสีม่วง หมู่ที่ 4 บ้านเพชรช่วย ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เพชรสีม่วงศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ หมู่ที่ 4 บ้านเพชรช่วย ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์นางสุขกมล จิตสมรศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชื่นจิตร หมู่ที่ 4 บ้านเพชรช่วย ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านชื่นจิตรศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลริมสีม่วง หมู่ที่ 4 บ้านเพชรช่วย ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์ครูศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลโรงเรียนธรรมนูญกองช่างวิทยา หมู่ที่ 4 บ้านเพชรช่วย ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมนูญ กองช่างวิทยาวัดป่ากาญจนาภิเษก หมู่ที่ 6 บ้านชื่นจิตร ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสวัดป่ากาญจนาภิเษกแหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้บ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 4 บ้านเขาค้อ ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์นางสาววนัชพร ทรงสวัสดิ์วงศ์บ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 12 บ้านสันติสุข ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์นางสาวประกายเดือน ศักดิ์เจริญชัยกุลบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์นางน้องนุช พิมเสนบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 9 บ้านห้วยนา ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์นางทองจันทร์ กะสวยบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 2 บ้านายาว ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์นางนภาสิริ ไกรเพชร


17ชื่อแหล่งเรียนรู้แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ที่ตั้ง ชื่อผู้ดูแล/ครู/ผู้จัดการเรียนรู้ประจำแหล่งเรียนรู้บ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 11 บ้านวงศ์ปัญญา ต.ทุ่งสมอจ.เพชรบูรณ์นางสาวสิรภัทร ใหม่คันบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 1 บ้านกนกงาม ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์นางศิริพร ตันเสนบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 3 บ้านสิมารักษ์ต.เขาค้อจ.เพชรบูรณ์นางสาวญาสินี ลีฝ้ายบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 2 บ้านสนสวย ต.หนองแม่นาจ.เพชรบูรณ์นางฉวีวรรณ ชัยวันบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 3 บ้านมุกโต ต.หนองแม่นาจ.เพชรบูรณ์นางสาวศรัณรัตน์ นามกุลบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์นายวินัย ศรีวิลัยรัตน์บ้านหนังสือชุมชน หมู่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรื่นฤดีบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 1 บ้านจะวะสิต ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์นางสาวอธิชา หอมนิยมบ้านหนังสือชุมชน หมู่ที่ 3 บ้านริมสีม่วง ต.ริมสีม่วงจ.เพชรบูรณ์นายนรินทร์ ศรีมรกตมงคล


18 ภาคีเครือข่ายของสถานศึกษารายชื่อภาคีเครือข่าย(บุคคล หน่วยงาน องค์กร)ที่ตั้ง/ที่อยู่ บทบาทการมีส่วนร่วม/ส่งเสริม และสนับสนุนสถานศึกษาที่ว่าการอำเภอเขาค้อ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาสำนักคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์MOU ร่วมกัน ในการขับเคลื่อน ศส.ปชต.พัฒนาชุมชนอำเภอเขาค้อ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์มีส่วนร่วมในภารกิจของสถานศึกษาเกษตรอำเภอเขาค้อ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์มีส่วนร่วมในภารกิจของสถานศึกษาสถานีตำรวจภูธรอำเภอเขาค้อ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์มีส่วนร่วมในภารกิจของสถานศึกษา/MOU ร่วมกันในการขับเคลื่อนปัญหา ยาเสพติดเทศบาลตำบลแคมป์สน ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเขาค้อ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์มีส่วนร่วมในภารกิจของสถานศึกษาโรงพยาบาลเขาค้อ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์มีส่วนร่วมในภารกิจของสถานศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจำนวน 7 ตำบลตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์มีส่วนร่วมในภารกิจของสถานศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 5 ตำบลตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์มีส่วนร่วมในภารกิจของสถานศึกษา/ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 7 ตำบล ปฏิบัติหหน้าที่ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ มีส่วนร่วมในภารกิจของสถานศึกษา/ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาโรงเรียนบ้านเข็กน้อย หมู่ที่ 4 บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน


19รายชื่อภาคีเครือข่าย(บุคคล หน่วยงาน องค์กร)ที่ตั้ง/ที่อยู่ บทบาทการมีส่วนร่วม/ส่งเสริม และสนับสนุนสถานศึกษาโรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว หมู่ที่ 1 บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเข็กน้อยหมู่ที่ 4 บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมด้านสุขภาพและอนามัยวัดเข็กน้อย หมู่ที่ 8 บ้านชัยชนะ ต.เข็กน้อยจ.เพชรบูรณ์เจ้าอาวาสวัดเข็กน้อยโรงเรียนแคมป์สนวิทยาคม หมู่13 บ้านเหล่าหญ้า ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 บ้านห้วยไผ่ ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์วิทากร ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เด็กปฐมวัยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเหล่าหญ้าหมู่ที่ 13 บ้านเหล่าหญ้า ต.แคมป์สน จ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมด้านสุขภาพและอนามัยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่าคาหมู่ที่ 5 บ้านป่าคา ต.แคมป์สน จ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมด้านสุขภาพและอนามัยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพเขาค้อ(สมุนไพรชญานิน)หมู่ที่ 8 บ้านทุ่งตีนผา ต.แคมป์สนจ.เพชรบูรณ์วิทยากร การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองโรงเรียนบ้านสะเดาะพงมิตรภาพที่229หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กรื่นฤดี หมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์วิทากร ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เด็กปฐมวัยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรื่นฤดีหมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมด้านสุขภาพและอนามัยโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ อันเนื่องมาจากพระราชดำริหมู่ที่ 1 บ้านเขาย่า ต.สะเดาะพงจ.เพชรบูรณ์วิทยากร ส่งเสริมด้านการเกษตรและสินค้าแปรรูป


20 ผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สถานศึกษานำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้รายชื่อผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นความชำนาญการ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์นายวันชัย คีรีรัตน์สกุล ด้านหัตถกรรม การทำไม้กวาดจากดอกหญ้า3 หมู่ 3 บ้านป่ากล้วย ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อนายจ้งท้อ ทรงสวัสดิ์วงศ ด้านหัตถกรรม การสานเก้าอี้จากเส้นพลาสติกหมู่ที่ 12 บ้านสันติสุข ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อนายคัวเจอ สืบศักดิ์วงศ์ นางเบรี้ย สืบศักดิ์วงศ์ด้านหัตถกรรม การสานตะกร้าจากไม่ไผ่ที่อยู่ 62 หมู่ 1 บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อนางทองจันทร์ กะสวย การทำขนมถ้วยโบราณ 18 หมู่ที่ 9 ต.แคมป์สนอ.เขาค้อ0985543840นายขันทอง นิระมนต์ วัฒนธรรมชุมชน 207 หมู่ที่ 2 ต.แคมป์สนอ.เขาค้อ0861197301นางพรพิมล สะโรดม สมุนไพรเพื่อสุขภาพเขาค้อ 32 หมู่ที่ 8 ต.แคมป์สนอ.เขาค้อ0634922892นางวรรณา โสภาเถร สมุนไพรพื้นบ้าน/ขนมโบราณ 16 หมู่ที่ 11 ต.แคมป์สนอ.เขาค้อ0890460811นายป้อง ราศรีชัย การจักสาน 17 หมู่ที่ 11 ต.แคมป์สนอ.เขาค้อ0822961756นายสันติสุข มมประโคน ด้านพิธีกรรม ด้านศาสนาและส่งเสริมสุขภาพ50 หมู่ที่ 4 ต.สะเดาะพงอ.เขาค้อ082-2255499นางอุไรวรรณ ศรราช ด้านจักสานและการทำไม้กวาด 25 หมู่ที่ 1 ต.สะเดาะพงอ.เขาค้อ061-9459935นางสาวลัดดาวรรณ์ ศรีสุพรรณด้านการทำขนม 25 หมู่ที่ 1 ต.สะเดาะพงอ.เขาค้อ061-9459935


21รายชื่อผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นความชำนาญการ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์นายจำเริญ เพชรหมี ด้านการเกษตร หมู่ที่ 3 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ 091-0250055นายคำหล้า ยะสวน เศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 1 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อนายสนั่น อินสลุด เศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 1 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อนายเก้า ศรีคง หมอดิน หมู่ที่ 2 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 086-7811229นางบุญมา นกยูงทอง การแปรรูปสมุนไพร หมู่ที่ 3 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 086-2137756นายจังกอ แซ่หยาง ถักไม้กวาด หมู่ที่ 4 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อนายจูป๋อ แซ่หยาง ถักไม้กวาด หมู่ที่ 4 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อนายใสจู แซ่หยาง ถักไม้กวาด หมู่ที่ 4 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อนายสมทบ ด้วงทา น้ำหมักชีวภาพ หมู่ที่ 4 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 089-9602560นางบุญเพ็ง แสงพรม จักสาน หมู่ที่ 6 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อดาบตำรวจนรินทร์ ศรีมรกตมงคลเศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 3 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 089-2272758นายเกียรติศักดิ์ สินยี่ งานก่อสร้าง หมู่ที่ 6 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 096-0426594นางสมบัติ พรมสุข อาหารขนม หมู่ที่ 4 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ 098-7843969 นางหทัยกาญจน์ ปานเพ็ง แปรรูปกล้วย หมู่ที่ 3 ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ 089-8582462นางสาวคำเพียร สกุลวงศ์ อาหาร-ขนม หมู่ที่ 3 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ 080-1166868นางสำเนียง มาอิน ถักไม้กวาด หมู่ที่ 3 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ 096-0100836นางลักษิกา ขวัญแก้ว แพทย์แผนไทย หมู่ที่ 4 ต.นาเกาะ อ.หล่มเก่า 083-2134365นางสมพลู แสนบุรี ทอผ้า หมู่ที่ 5 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ 062-3591456นางรัชนี ทองเพ็ญ เครื่องเบญจรงค์ หมู่ที่ 1 ต.ดอนไก่ดี 086-9304249นางคำฝั้น อ่อนตา งานฝีมือ หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ 097-9361043นางกัญญาภัค ซ้อนงาน อาหารขนม หมู่ที่ 7 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 062-3591456นางนภาศิริ ไกรเพชร ศิลปะประดิษฐ์ หมู่ที่ 6 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 084-0546289นางสาวอธิชนัน มีสุข ศิลปะประดิษฐ์ หมู่ที่ 6 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 084-7961120


22รายชื่อผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นความชำนาญการ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์น.ส.กัลยารัตน์ ป้อมหยิบ อาหาร-ขนม หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ 084-0542573นางสาวญาณิศา ขัดสี อาหาร-ขนม หมู่ที่ 8 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ 084-5687109นาเชวลิต บทแสง อาหารและเครื่องดื่ม หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ 098-7452993นางทองจันทร์ กะสวย เย็บปักถักร้อย หมู่ที่ 9 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 098-5543840น.ส.กัลยารัตน์ โสภาเถร งานฝีมือ หมู่ที่ 8 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 083-2796518นางมลทิพา กะสวย อาหารขนม หมู่ที่ 1 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 064-7091631นางพรพิมล สะโรดม แปรรูปสมุนไพร หมู่ที่ 8 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 063-4922892นางสาวสาวิตรี ปานคำ เย็บปักถักร้อย หมู่ที่ 8 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 065-6451578นางสาวสินีนาฏ แซ่หว้า งานฝีมือ หมู่ที่ 4 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ 061-4239147น.ส.เพ็ญพรรณ จันทำมา งานฝีมือ หมู่ที่ 4 ต.น้ำก้อ อ.หล่มสัก 098-7726712นางวรรณิษา ตั้งจันทร งานฝีมือ หมู่ที่ 6 ต.พังขว้าง 098-2092292นางอรุณี เสือสิงห์ งานฝีมือ ต.วัดป่า อ.หล่มสัก 093-5166599น.ส.อัมรินทร์ วีระพันธ์ งานฝีมือ หมู่ที่ 4 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ 097-9710042นางสาวรุ่งอรุณ พิลา งานฝีมือ หมู่ที่ 9 ต.หนองไฮ 088-5192469น.ส.กาญจนา สร้อยสนธิ์ อาหารขนม หมู่ที่ 4 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 097-9720062นางสาวมาลินี ช่วยปุ่น อาหารขนม หมู่ที่ 4 ต.นางั่ว อ.เมือง 097-3393320นางศิริพร พวงแก้ว น้ำยาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 2 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 092-6950819นางสาววิสา ทองขาว อาหารขนม หมู่ที่ 4 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 097-0328085นางนิรดา ธนัชญาเขมธนัช งานฝีมือ หมู่ที่ 4 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 081-8826195นางนิชาภา ทองคำ น้ำพริก หมู่ที่ 6 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 081-2827422นางวิไลพร ศรีวิเศษไทย อาหาร หมู่ที่ 1 ต.ริมสีม่วง อ.เขาค้อ 081-3247918นายสมาน วันทา ถักไม้กวาด หมู่ที่ 2 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ 091-8159559นางสมจิตร ศรราช ทำเครื่องดื่ม หมู่ที่ 2 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ 064-4153375นายอำนวย คุ้มภัย ตัดผมชาย หมู่ที่ 2 ต.วังศาล อ.เขาค้อ 090-9013975


23รายชื่อผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นความชำนาญการ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์นายอำนาจ ศรราช ปูกระเบื้อง หมู่ที่ 1 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ 061-1876762นางสาวเอมมารินทร์ เหมือนศรีเพ็งอาหารขนม หมู่ที่ 2 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ 064-4040420นางภัคมณฑน์ เหมือนศรีเพ็งอาหารขนม หมู่ที่ 1 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ 097-3190600นางสาวณัฐิดา ศิริสัมพันธ์ ตัดเย็บผ้าเบื้องต้น หมู่ที่ 3 ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ 096-9485373นายสนธยา ฉายาพัฒน์ ไฟฟ้าเบื้องต้น หมู่ที่ 2 ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ 089-7366900น.ส.ประภาพรรณ สอนสุภาพอาหารขนม/พับเหรียญโปรยทานหมู่ที่ 5 ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ 087-2082914นางสาวอัจฉรา บัวจันทร์ กระเป๋าผ้า/พรมเช็ดเท้า หมู่ที่ 3 ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ 096-5053569นายวิทยา กันยาประสิทธิ์ ปูกระเบื้อง หมู่ที่ 7 ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ 061-5020799


24บทที่ 2การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพของสถานศึกษาศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อ ได้นำนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ร่างแผนส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2569 – 2570 ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และแผนส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2569 – 2570ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ มาวิเคราะห์เชื่อมโยงกับอำนาจหน้าที่ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเขาค้อ เพื่อใช้กำหนดเป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ พ.ศ. 2569 – 2570 โดยมีรายละเอียด ดังนี้2.1 แผน นโยบาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา1) นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570ตามที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีความสอดคล้องกับหมวด 5 หน้าที่ของรัฐและหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ พุทธศักราช 2561 – 2580 คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 นโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ ที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเร่งส่งเสริมผลักดันให้เกิดการพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยอย่างเต็มกำลังและความสามารถ รัฐบาลจะส่งเสริมการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม เด็กไทยทุกคนจะต้องเข้าถึงศูนย์ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีมาตรฐาน เมื่อเติบโตก็ได้เรียนหนังสือที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ส่งเสริมศักยภาพทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และความสามารถทางกีฬา และพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาสนับสนุน ตอบโจทย์ศักยภาพของผู้เรียน ลดภาระและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนสองภาษา โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) เป็นตัวช่วย เน้นการสอนทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงเพื่อการสร้างรายได้(Learn to Earn) ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ รวมทั้งการเฟ้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา พร้องทั้งส่งเสริมการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการแรงงานในอนาคตและรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประชุมมอบนโยบายการศึกษาให้แก่ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ นั้น


25เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาไปสู่การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – 2569 โดยมุ่งมั่นสานต่อนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนเป็นที่ประจักษ์ภายใต้หลักการ “การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และ การศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต” ใช้แนวทางการทำงาน “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” มุ่งสร้าง “การศึกษาเท่าเทียม” ผ่านเครือข่ายการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับให้ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ” เพื่อพัฒนาคนไทยทุกคนในทุกช่วงวัยให้ “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” มีศักยภาพและความพร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ นำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย ดังนี้1. ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.1 พัฒนาและต่อยอดวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขั้นตอน มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ 1.2 ย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น กลับภูมิลำเนาด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน 1.3 พัฒนาและต่อยอดการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและเห็นผลเป็นรูปธรรม 1.4 จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ 1.5 ดำเนินการยกเลิกครูเวรอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง “ชีวิตและความปลอดภัยของครูสำคัญกว่าทรัพย์สิน” ครูมีเวลาจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 1.6 จัดหานักการภารโรง เพื่อช่วยลดภาระงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา และช่วยรักษาความปลอดภัย 1.7 ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน 1.8 แก้ปัญหาการขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา


262. ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.1 เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2.2 ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Drop out) ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย 2.3 จัดให้มีโรงเรียนคุณภาพอย่างน้อย 1 โรงเรียน ต่อ 1 อำเภอ 2.4 พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์และมีเหตุผล 2.5 พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ศักยภาพผู้เรียน โดยมีระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่มเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ และมีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษาผ่านธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) 2.6 พัฒนาทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)2.7 จัดให้มีอาหารสำหรับนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ2.8 ส่งเสริมให้มีกระบวนการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้เรียน2.9 สร้างโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ ตั้งแต่การศึกษาปฐมวัยจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต พร้อมการพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill) 2.10 นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ 2.11 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสุขให้ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ นำนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – 2569 ข้างต้น ไปเป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษาและการดำเนินงาน โดยจัดทำแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว และรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาต่อไป


272) ร่างแผนส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2569 – 2570 ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้วิสัยทัศน์: “ผู้เรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีสมรรถนะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ พร้อมเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต”พันธกิจ1. พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษา และการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานและจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องและรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 212. เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต แก่ผู้เรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมาย3. พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็น สามารถพัฒนาศักยภาพและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สนองตอบต่อความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ สามารถพัฒนาศักยภาพและเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต4. พัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการการศึกษาและการเรียนรู้ให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ5. ส่งเสริมความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้วัตถุประสงค์ของแผนส่งเสริมการเรียนรู้กรมส่งเสริมการเรียนรู้มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเป้าหมายให้มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตเปิดโอกาส ให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงทางการเรียนรู้ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ จึงกำหนดวัตถุประสงค์ของแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ ดังนี้1. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ2. เพื่อเพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมาย3. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความพลเมืองดี มีความรอบรู้ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 และแผนการศึกษาแห่งชาติ4. เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ และทันสมัย5. เพื่อร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ และภาคีเครือข่ายในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตผ่านแหล่งเรียนรู้/กิจกรรมที่หลากหลายสอดคล้องกับความต้องการและความถนัดเพื่อการพัฒนาตนเอง


28เป้าประสงค์ของแผนส่งเสริมการเรียนรู้1. ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค มีคุณภาพตาม มาตรฐานการศึกษาของชาติ สอดคล้องตามศักยภาพ มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นของโลกยุคใหม่2. ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ได้รับบริการทางการศึกษาและบริการทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามแนวคิดของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง3. ผู้บริหาร ครู และบุคลากร เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ มีสมรรถนะ ความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพหรือมาตรฐานตำแหน่ง4. หน่วยงาน มีระบบริหารจัดการที่ได้มาตรฐาน มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท5. หน่วยงาน มีการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเป้าหมายในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนทุกกลุ่มสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และมีทักษะที่จำเป็นสอดคล้องกับความถนัดและความต้องการของตนเองผู้เรียนทุกกลุ่มสามารถเรียนรู้และพัฒนาตามความถนัดและตามความสนใจอย่างเต็มศักยภาพ ได้เรียนรู้จากการฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติเพื่อให้เรียนรู้ได้อย่างสะดวกทุกที่ทุกเวลา มีนิสัยรักการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต2. ส่งเสริมกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพผู้เรียนทุกกลุ่มมีโอกาสได้รับการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละกลุ่ม หน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ส่งเสริมการดำเนินงานและพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สนับสนุนให้ผู้เรียน มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการพัฒนาตนเอง การประกอบอาชีพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ3. ระบบการบริหารจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการบริหารจัดการเรียนรู้ มุ่งเน้นการบริหารและจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ การบริหารงานบุคคล การใช้ทรัพยากรทางการศึกษาให้คุ้มค่าและมีประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพและสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง ช่วยพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้


29แผนการส่งเสริมการเรียนรู้ (พ.ศ. 2569 - 2572) ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้มุ่งหมายพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 (3R 8Cs) ตามเป้าหมายด้านผู้เรียนของแผนการศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วย4. 3R จัดเป็นทักษะด้านความรู้ (Hard Skills)1. Reading การอ่านออก2. writing การเขียนได้3. Arithmetic การคิดเลขเป็น5. 8Cs จัดเป็นทักษะด้านอารมณ์ (Soft Skills)1. ทักษะการคิดวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้ปัญหาได้(Critical thinking and problem solving) 2. ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์และการคิดเชิงนวัตกรรม (Creativity and innovation)3. ทักษะด้านความเข้าใจในความแตกต่างและกระบวนการคิดของแต่ละวัฒนธรรม(Cross-cultural understanding) 4. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและมีภาวะความเป็นผู้นำ(Collaboration teamwork and leadership)5. ทักษะในการสื่อสารข้อมูล และการรู้เท่าทันสื่อ(Communication information and media literacy) 6. ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และความเข้าใจในเทคโนโลยี (Computing and IT literacy) 7. ทักษะด้านอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning skills) 8. ความมีเมตตา กรุณา มีคุณธรรม จริยธรรม รวมไปถึงการมีระเบียบวินัย (Compassion)ประเด็นการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ แผนการส่งเสริมการเรียนรู้ (พ.ศ. 2568 - 2572) ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในระยะ 5 ปี จึงกำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้ 4 ประเด็น ดังนี้ประเด็นการส่งเสริมที่ 1 พัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพกลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพกลยุทธ์ที่ 2 ส่งเสริมบทบาทของครูผู้สอนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาการออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน กลยุทธ์ที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย กลยุทธ์ที่5 การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการกระบวนการเรียนรู้


30ประเด็นการส่งเสริมที่ 2 ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะสำหรับโลกยุคใหม่กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาทักษะดิจิทัล กลยุทธ์ที่ 3 การพัฒนาทักษะด้านอาชีพกลยุทธ์ที่ 4 การส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา กลยุทธ์ที่ 5 การพัฒนาทักษะด้านภาษาและการสื่อสาร กลยุทธ์ที่ 6 การสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ กลยุทธ์ที่ 7 การประเมินและติดตามผลการพัฒนาทักษะประเด็นการส่งเสริมที่ 3 ส่งเสริมการเรียนรู้แบบยั่งยืนโดยผ่านกระบวนการทางชุมชนกลยุทธ์ที่ 1 บูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่นในกระบวนการเรียนรู้ กลยุทธ์ที่ 2 สนับสนุน ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้ กลยุทธ์ที่ 3 การบูรณาการความรู้ท้องถิ่นกับเทคโนโลยีกลยุทธ์ที่ 4 การสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชนประเด็นการส่งเสริมที่ 4 พัฒนาสภาพแวดล้อมและทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม กลยุทธ์ที่ 2 บูรณาการทรัพยากรการเรียนรู้ในชุมชน กลยุทธ์ที่ 3 การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมการเรียนรู้ของคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตประชากรวัยเรียน (อายุต่ำกว่า 15 ปี)1. ยกระดับทักษะการเรียนรู้ในทุกมิติ พร้อมกลับสู่ระบบการศึกษา2. สร้างทักษะการทำ งานและการดำ เนินชีวิตให้สามารถอยู่ได้ในสังคม3. พัฒนาทักษะและสมรรถนะของผู้บริหารและครูในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้4. พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน5. จัดทำหลักสูตรที่ตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและโลกในศตวรรษที่ 216. พัฒนากระบวนการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับการทำงาน7. จัดให้มีระบบแนะแนวการเรียนและการประกอบอาชีพ8. สร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยจัดการเรียนรู้ในพื้นที่


31ประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15 - 59 ปี)พัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ที่สามารถตอบโจทย์การทำงาน การประกอบอาชีพ ที่แข่งขันในตลาดงานได้1. สร้างภูมิคุ้มกันด้านทักษะให้ประชากรกลุ่มวัยแรงงาน2. พัฒนาช่องทางการเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายและสะดวกทุกที่ทุกเวลา จัดทำระบบและกลไกการเทียบระดับการศึกษา เทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์และสมรรถนะ เพื่อเชื่อมโยงความก้าวหน้าทางอาชีพของกำลังแรงงาน3. พัฒนาระบบสะสมความรู้ในธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) เพื่อประโยชน์ในการรับรองคุณวุฒิหรือการประกอบอาชีพ4. จัดทำ พัฒนาหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะและองค์ความรู้5. จัดทำระบบการประเมินความต้องการของผู้เรียนและต้นสังกัด เพื่อออกแบบหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สร้างเครือข่ายความร่วมมือ อาทิ วิสาหกิจชุมชน สถานประกอบการในชุมชน6. ภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้7. จัดทำบทเรียนออนไลน์สำ หรับกลุ่มวัยแรงงานเน้นองค์ความรู้ที่ทันสมัย ตรงตามความต้องการ ของตลาดแรงงาน ออกแบบสื่อการเรียนรู้และช่องทางในการเข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะและความรู้พื้นฐานด้านดิจิทัลให้กับกำลังแรงงานแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง8. ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา สถาบันอาชีวศึกษาให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการฝึกปฏิบัติ เพื่อฝึกทักษะรองรับการทำงานประชากรวัยสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)1. มุ่งเน้นรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ของผู้สูงวัย2. โดยส่งเสริมให้ผู้สูงวัยเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ3. ส่งเสริมให้แหล่งการเรียนรู้มีเครื่องมือ/อุปกรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ของผู้สูงอายุในพื้นที่4. พัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่เตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุที่ต้องการเป็นผู้ประกอบกา5. พัฒนานวัตกรรมด้านสื่อ โครงสร้างพื้นฐาน และการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้สำหรับผู้สูงวัย6. จัดทำหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้สูงวัย


32ประชากรกลุ่มเป้าหมายพิเศษ/พื้นที่พิเศษ กลุ่มเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม1. ส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่พิเศษ (พื้นที่ชายแดน/ชายขอบ พื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารและพื้นที่เขตจังหวัดชายแดนภาคใต้) ให้เหมาะสมกับภูมิสังคม อัตลักษณ์ ภาษาถิ่น และความต้องการของคนในพื้นที่ 2. จัด ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก และบริการช่วยเหลือให้คนพิการ หรือบุคคลซึ่งมีความต้องการจำเป็นพิเศษ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้โดยสะดวกและทั่วถึง3. ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้พิการ ส่งเสริมการเรียนเพื่อการมีงานทำ ส่งเสริมให้มีทักษะพื้นฐานในการดำเนินชีวิต4. จัด ส่งเสริม และสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายวัยเรียนที่ไม่สามารถเรียนในระบบการศึกษาปกติ หรือผู้ซึ่งพ้นวัยที่จะศึกษาในสถานศึกษา หรืออยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือไม่มีหน่วยงานอื่นใดไปดำเนินการ ในการเข้ารับการศึกษาได้เข้ารับการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษาให้สูงขึ้นและร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน5. จัดทำหลักสูตรที่มีคุณภาพ เนื้อหาที่ทันสมัย เหมาะสมกับคนแต่ละกลุ่มเป้าหมาย6. ส่งเสริมการเรียนการสอนที่ควบคู่ไปกับการฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติทางด้านทักษะอาชีพ ทักษะดิจิทัล ทักษะสังคมและอารมณ์การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ดังนี้1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง2. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง - มีคุณธรรม3. มีงานทำ – มีอาชีพ4. เป็นพลเมืองที่ดี 1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อชาติบ้านเมือง1.1 ความรู้ความเข้าใจต่อชาติบ้านเมือง1.2 ยึดมั่นในศาสนา1.3 มั่นคงในสถาบันกษัตริย์1.4 มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุนของตนพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10


33 2. มีพื้นฐานชีวิตมั่นคง – มีคุณธรรม2.1 รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด – ชอบ / ชั่ว – ดี2.2 ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ดีงาม2.3 ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว2.4 ช่วยกันสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง 3. มีงานทำ – มีอาชีพ3.1 การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้ เด็ก และเยาวชน รักงาน สู้งาน ทำจนงานสำเร็จ3.2 การฝึกฝนอบรมทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตรต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนทำงานเป็นและมีงานทำในที่สุด3.3ต้องสนับสนุนผู้เรียนสำเร็จหลักสูตรมีอาชีพ มีงานทำ จนสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว4. เป็นพลเมืองที่ดี4.1 การเป็นพลเมืองดี เป็นหน้าที่ของทุกคน42 ครอบครัว – สถานศึกษาและสถานประกอบการ ต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี4.3 การเป็นพลเมืองดี “เห็นอะไรที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” เช่น งานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณสุข ให้ทำด้วยความมีน้ำใจ และความเอื้ออาทรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กฎหมายหลักในการปกครองประเทศ ได้กำหนดหมวดสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเข้ารับบริการการศึกษาของประชาชนหมวดหน้าที่ของรัฐ มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา สิบสองปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชน ได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตและจัดให้มีการร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560


34โดยรัฐ มีหน้าที่ดำเนินการกำกับ ส่งเสริมและสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและ ได้มาตรฐานสากลตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีวินัย ภูมิใจในชาติความสามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตนและมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ ในการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลแลพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ หรือให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการ ในระบบต่าง และได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตรัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตามความถนัดของตน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดให้การบริหารจัดการกองทุนเป็นอิสระและกำหนดให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวหมวดการปฏิรูปประเทศ มาตรา 258 ( ให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศในด้านการศึกษาให้เกิดผลดังต่อไปนี้ 1) เริ่มดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 2) ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้3) ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู 4) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด และปรุงโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับพื้นที่


35วิสัยทัศน์“ประเทศไทยมีความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนเป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”เป้าหมาย1. ความมั่นคง1.1 การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศในทุกระดับทั้งระดับประเทศสังคมชุมชนครัวเรือนและปัจเจกบุคคลและมีความมั่นคงในทุกมิติทั้งมิติเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อมและการเมือง1.2 ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย มีสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ที่เข้มแข็งเป็นศูนย์กลางและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน ระบบการเมืองที่มั่นคงเป็นกลไกที่นำไปสู่ การบริหารประเทศที่ต่อเนื่องและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล1.3 สังคมมีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกำลังเพื่อพัฒนาประเทศชุมชน มีความเข้มแข็ง ครอบครัวมีความอบอุ่น1.4 ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีงานและรายได้ที่มั่นคงพอเพียงกับการดำรงชีวิต มีที่อยู่อาศัยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน1.5 ฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมีความมั่นคงของอาหารพลังงานและน้ำ2. ความมั่งคั่ง2.1 ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ยกระดับเป็นประเทศในกลุ่มประเทศรายได้สูง ความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาลดลง ประชากรได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น2.2 เศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูงสามารถสร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศสร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคตและเป็นจุดสำคัญของการเชื่อมโยงในภูมิภาคทั้งการคมนาคมขนส่งการผลิตการค้าการลงทุนและการทำธุรกิจมีบทบาทสำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลกเกิดสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างมีพลัง2.3 ความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้างการพัฒนาต่อเนื่องได้แก่ ทุนมนุษย์ทุนทางปัญญา ทุนทางการเงิน ทุนที่เป็นเครื่องมือเครื่องจักร ทุนทางสังคมและทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580)


363. ความยั่งยืน3.1 การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดีไม่สร้างมลภาวะ ต่อสิ่งแวดล้อมจนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศน์3.2 การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับกฎระเบียบ ของประชาคมโลก ซึ่งเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบต่อสังคมมีความเอื้ออาทรเสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม3.3 มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างยั่งยืนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนาในทุกระดับอย่างสมดุลมีเสถียรภาพและยั่งยืน3.4ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงวัตถุประสงค์1. เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์2. เพื่อเพิ่มกระจายโอกาสและคุณภาพการให้บริการของรัฐอย่างทั่วถึงเท่าเทียมเป็นธรรม3. เพื่อลดต้นทุนให้ภาคการผลิตและบริการ4. เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมและบริการด้วยนวัตกรรมยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ โดยมีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ดังนี้ยุทธศาสตร์ที่1 ด้านความมั่นคงมีเป้าหมายทั้งในการสร้างเสถียรภาพภายในประเทศและช่วยลดและป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกรวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มประเทศอาเซียนและประชาคมโลกที่มีต่อประเทศไทย1.1 การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักและการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข1.2 การรักษาความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยภายในตลอดจนการบริหารจัดการความมั่นคงชายแดนและชายฝั่งทะเลยุทธศาสตร์ที่2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วซึ่งจำเป็นต้องยกระดับผลิตภาพ การผลิตและการใช้นวัตกรรมในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืน2.1 การพัฒนาภาคการผลิตและบริการบนฐานของการพัฒนานวัตกรรมและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการใช้ดิจิทัลและการค้าที่เข้มข้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายกิจกรรมการผลิตและบริการโดยมุ่ง


37สู่ความเป็นเลิศในระดับโลกและในระดับภูมิภาคในอุตสาหกรรมหลายสาขาและในภาคบริการที่หลากหลายตามรูปแบบการดำเนินชีวิตยุทธศาสตร์ที่3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อพัฒนาคนและสังคมไทยให้เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศมีความพร้อมทางกาย ใจสติปัญญามีความเป็นสากลมีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย มีคุณธรรมจริยธรรมรู้คุณค่าความเป็นไทย มีครอบครัวที่มั่นคง3.1 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิตให้สนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศ3.2 การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพเท่าเทียมและทั่วถึง3.3 การปลูกฝังระเบียบวินัยคุณธรรมจริยธรรมค่านิยมที่พึงประสงค์ยุทธศาสตร์ที่4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมเพื่อเร่งกระจายโอกาสการพัฒนาและสร้างความมั่นคงให้ทั่วถึงลดความเหลื่อมล้ำไปสู่สังคมที่เสมอภาคและเป็นธรรม4.1 การสร้างความมั่นคงและการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและสังคม4.2 การสร้างสภาพแวดล้อมและนวัตกรรมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตในสังคมสูงวัยยุทธศาสตร์ที่5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเร่งอนุรักษ์ฟื้นฟูและสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและมีความมั่นคงด้านน้ำ รวมทั้งมีความสามารถในการป้องกันผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติธรรมชาติและพัฒนามุ่งสู่การเป็นสังคมสีเขียว5.1 การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยุทธศาสตร์ที่6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาท ภารกิจ มีสมรรถนะสูง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กระจายบทบาทภารกิจไปสู่ท้องถิ่นอย่างเหมาะสม มีธรรมาภิบาล6.1 การปรับปรุงโครงสร้างบทบาทภารกิจของหน่วยงานภาครัฐให้มีขนาดที่เหมาะสม6.2 การพัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังคนและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ6.3 การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ6.4 การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่างๆให้ทันสมัยเป็นธรรมและเป็นสากล


381. เป้าหมายหลักของการพัฒนา จำนวน 5 ประการ1.1 การปรับโครงสร้างภาคการผลิตและบริการสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการสำคัญ ผ่านการผลักดันส่งเสริม การสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์พัฒนาการของ สังคมยุคใหม่และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 1.2 การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ มุ่งพัฒนาให้คนไทยมีทักษะและ คุณลักษณะที่เหมาะสมกับโลกยุคใหม่ ทั้งทักษะในด้านความรู้ ทักษะทางพฤติกรรม และคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคมและเร่งรัดการเตรียมพร้อมกำลังคนให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเอื้อต่อ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ภาคการผลิตและบริการเป้าหมายที่มีศักยภาพและผลิตภาพสูงขึ้น 1.3 การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจและสังคม ทั้งในเชิงรายได้พื้นที่ ความมั่งคั่ง และการแข่งขันของภาคธุรกิจ ด้วยการ สนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และผู้ด้อยโอกาสให้มีโอกาสในการเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจและ สังคม กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และ จัดให้มีบริการสาธารณะที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ของภาคธุรกิจให้เปิดกว้างและเป็นธรรม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่13 (พ.ศ. 2566 - 2570)


391.4 การเปลี่ยนผ่านการผลิตและบริโภคไปสู่ความยั่งยืน มุ่งลดการก่อมลพิษ ควบคู่ไปกับการผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับขีด ความสามารถในการรองรับ ของระบบนิเวศตลอดจนลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก1.5 การเสริมสร้างความสามารถของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและ ความเสี่ยงภายใต้บริบทโลกใหม่ มุ่งสร้างความพร้อมในการรับมือและแสวงหาโอกาสจากการเป็นสังคมสูงวัย 2. หมุดหมายการพัฒนา2.2.1 มิติภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและ เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและ ความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมดิจิทัล 2.22 มิติโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโต ได้อย่างยั่งยืน หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และมีความคุ้มครอง ทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสม 2.2.3 มิติความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัย2.2.4 มิติปัจจัยผลักดันการพลิกโฉมประเทศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน


40สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2561- 2580 เพื่อใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของประเทศได้นำไปใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาการศึกษาสำหรับพลเมืองทุกช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตโดย ได้กำหนดสาระสำคัญไว้ดังนี้วิสัยทัศน์“คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21”เป้าหมายของการจัดการศึกษา (Aspirations) 5 ประการ1.ประชากรทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างทั่วถึง (Access) มีตัวชี้วัดที่สำคัญเช่นประชากรกลุ่มอายุ6 - 14 ปี ทุกคนได้เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าที่รัฐต้องจัดให้ฟรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ผู้เรียนพิการได้รับการพัฒนาสมรรถภาพหรือบริการทางการศึกษา ที่เหมาะสมทุกคนและประชากรวัยแรงงานมีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นต้น2. ผู้เรียนทุกคนทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานอย่างเท่าเทียม (Equity) มีตัวชี้วัดที่สำคัญเช่นผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคนได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา 15 ปี เป็นต้น3. ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุขีดความสามารถเต็มตามศักยภาพ (Quality) มีตัวชี้วัดที่สำคัญเช่นนักเรียนมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O - NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไปเพิ่มขึ้นและคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programmer for International Student Assessment : PISA) ของนักเรียนอายุ15 ปี สูงขึ้นเป็นต้น4. ระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพเพื่อการลงทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่าและบรรลุเป้าหมาย (Efficiency) มีตัวชี้วัดที่สำคัญเช่นร้อยละของสถานศึกษาขนาดเล็กที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกลดลงมีระบบการบริหารงานบุคคลครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานรวมทั้งมีกลไกส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการจัดการศึกษาเป็นต้น5. ระบบการศึกษาที่สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นพลวัตและบริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) มีตัวชี้วัดที่สำคัญเช่นอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการศึกษาดีขึ้นสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับผู้เรียนสามัญศึกษาและจำนวนสถาบันอุดมศึกษา ที่ติดอันดับ 200 อันดับแรกของโลกเพิ่มขึ้นเป็นต้นแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580)


41ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จ (Key Success Factors)การดำเนินการตามวัตถุประสงค์เป้าหมายของแต่ละยุทธศาสตร์ตามที่กำหนดไว้ในแผนการศึกษาแห่งชาติจะประสบผลสำเร็จตามที่ระบุไว้ในแต่ละยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาได้หน่วยงานทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จังหวัด เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ต้องยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินงานและมีการทบทวนปรับปรุงมาตรการเป้าหมายความสำเร็จให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่เพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในทุกช่วงวัยซึ่งต้องดำเนินการดังนี้1. การสร้างการรับรู้ความเข้าใจและการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาสังคมในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาในลักษณะต่างๆอย่างกว้างขวางมุ่งเน้นที่การจัดระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพโปร่งใสตรวจสอบได้และมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนในทุกระดับ2. การสร้างความเข้าใจในเป้าหมายและยุทธศาสตร์การดำเนินงานของแผนการศึกษาแห่งชาติของผู้ปฏิบัติทุกหน่วยงานทุกระดับเพื่อให้การขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติมีการบริหารจัดการและการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของการจัดการศึกษามีคณะกรรมการกำกับดูแลแต่ละยุทธศาสตร์ให้เกิดการนำไปปฏิบัติโดยมีระบบงบประมาณเป็นกลไกสนับสนุนให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม3. การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการจัดการศึกษาจากการเป็นผู้จัดการศึกษาโดยรัฐมาเป็นการจัดการศึกษาโดยทุกภาคส่วนของสังคมที่มุ่งการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) ตลอดจนการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคนซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals)4. การจัดให้แผนการศึกษาแห่งชาติเป็นเสมือนแผนงบประมาณด้านการจัดการศึกษาของรัฐ ระบบการจัดสรรงบประมาณประจำปีให้ยึดแผนงานโครงการและเป้าหมายการพัฒนาที่กำหนดไว้ ในยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาของแผนการศึกษาแห่งชาติเป็นหลักในการพิจารณาเพื่อให้การดำเนินงานพัฒนาการศึกษาเป็นไปในทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนแต่ละช่วงวัยและ การพัฒนากำลังคนตามความต้องการของตลาดงานและประเทศเพื่อการจัดการศึกษาบรรลุผลตามยุทธศาสตร์ตัวชี้วัดในช่วงเวลาที่กำหนด5. การปรับระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพโดยปรับโครงสร้างการบริหารงานให้มีความชัดเจนในด้านบทบาทหน้าที่และการกระจายอำนาจและการตัดสินใจจากส่วนกลางสู่ระดับภูมิภาคและสถานศึกษา รวมทั้งการปรับระบบการบริหารจัดการและการบริหารงานบุคคลในแต่ละระดับให้ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในสถานศึกษาให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ผู้เรียนได้รับบริการการศึกษาที่มีมาตรฐานอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม6. การสร้างระบบข้อมูลและสารสนเทศที่บูรณาการและเชื่อมโยงกับระบบการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการรายงานต่อสาธารณชนจะเป็นกลไกในการ


42สร้างการรับรู้ของผู้จัดการศึกษาและผู้เรียนเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและความรับผิดชอบต่อผู้เรียนผ่านระบบการกำกับตรวจสอบติดตามและประเมินผลมาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “หน่วยจัดการเรียนรู้” หมายความว่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้าน หรือเฉพาะกิจการ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้ในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้“ภาคีเครือข่าย” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานเอกชน ชุมชน ครอบครัว สถาบันทางศาสนา และบุคคลอื่นใด ที่ประสงค์จะจัด ร่วมจัด ส่งเสริม หรือสนับสนุนการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้หรือหน่วยจัดการเรียนรู้ “สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ “สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู ้” หมายความว่า สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ“กรม” หมายความว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้“จังหวัด” หมายความ รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย “อำเภอ” หมายความ รวมถึงเขตด้วย “ตำบล” หมายความ รวมถึงแขวงด้วย“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 การส่งเสริมการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัตินี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคล ให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รู้จักสิทธิควบคู่กับหน้าที่ และความรับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนักในความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาประโยชน์ส่วนรวม ของประเทศชาติรู้จักความพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ใฝ่เรียนรู้ มีความรอบรู้รอบคอบ ระมัดระวัง มีคุณธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ มีความเป็นพลเมืองที่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมไทย และสังคมโลกได้อย่างผาสุก กับเพื่อให้บุคคลมีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก และมีโอกาสพัฒนาหรือ เพิ่มพูนทักษะของตนเองให้สูงขึ้น หรือปรับเปลี่ยนทักษะของตนตามความถนัดหรือความจำเป็นพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566


43มาตรา 6 ให้กรมมีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ ดังต่อไปนี้ 1. การเรียนรู้ตลอดชีวิต 2. การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง 3. การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ นอกจากการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตามวรรคหนึ่ง กรมอาจจัดส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ในรูปแบบอื่นที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนได้ ทั้งนี้ ตามประกาศที่ รัฐมนตรีกำหนด ประกาศดังกล่าวให้ระบุเป้าหมาย แนวทาง และวิธีการไว้ด้วย การจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง ให้คำนึงถึง ความหลากหลาย มาตรา 7 การเรียนรู้ตลอดชีวิตมีเป้าหมายเพื่อจัดให้มีระบบกระตุ้น ชี้แนะหรืออำนวย ความสะดวกด้วยวิธีการใด ๆ ให้บุคคลสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองในเรื่องที่ตนสนใจ หรือตามความถนัดของตน สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกประเภทได้ในเวลาใด ๆ ที่ตนสะดวกโดยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควร และเพิ่มพูนความรู้ให้กว้างขวาง รู้เท่าทันพัฒนาการของโลกอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปเติมเต็มชีวิตให้แก่ตนเองหรือเกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยอาจได้รับการรับรองคุณวุฒิตามความเหมาะสมด้วยก็ได้มาตรา 8 ในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้กรมดำเนินการ โดยคำนึงถึงแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1. ดำเนินการโดยวิธีการใด ๆ เพื่อกระตุ้นให้บุคคลใฝ่หาความรู้ในเรื่องที่ตนสนใจ และสร้างสมรรถนะในการเรียนรู้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันได้ด้วยตนเองในทุกเวลาอย่างรู้เท่าทันและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกประเภทได้โดยง่ายในเวลาที่ตนสะดวก โดยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควร 2. จัดให้มีและพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อให้บุคคลสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้โดยสะดวก โดยไม่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขใด ๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ หรือมีลักษณะเป็นการไม่เกื้อหนุนให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3. จัดหรือส่งเสริมให้ภาคีเครือข่าย จัดหรือร่วมกันจัดให้บุคคลในครอบครัว และชุมชน มีนิสัยรักการอ่านหรือการเรียนรู้ รวมทั้งจัดให้มีแหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ในชุมชน 4. ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้และเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต มาตรา 9 การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพ ทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามความถนัดของตน การประกอบอาชีพ การพัฒนาอาชีพ การยกระดับ คุณภาพชีวิตของตน ครอบครัว ชุมชน หรือสังคม หรือเพื่อประโยชน์แห่งความรอบรู้ของตน โดยอาจ ได้รับการรับรองคุณวุฒิตามความเหมาะส ม ในการจัดการเรียนรู้ตามวรรคหนึ่ง ให้มีระบบแนะแนวการเรียนและการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสได้ทราบล่วงหน้าหรือวางแผนให้สอดคล้องกับความถนัดของตนด้วย


44มาตรา 10 ในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ให้กรม ดำเนินการ โดยคำนึงถึงแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1. ดำเนินการโดยวิธีการใด ๆ เพื่อกระตุ้นให้บุคคลทุกช่วงวัยทุกอาชีพ ใฝ่เรียนรู ้หรือ ฝึกฝนในเรื่องที่ตนถนัดหรือสนใจ เพื่อการพัฒนาศักยภาพ ทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สำหรับการประกอบอาชีพการพัฒนาอาชีพ การดำเนินชีวิตอย่างผาสุก หรือการร่วมกันพัฒนาชุมชน ของตนเอง 2. ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือหรือร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการดำเนินการตาม มาตรา 11 การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ มีเป้าหมายเพื่อจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้ซึ่งอยู่ในวัยเรียนแต่ไม่ได้รับการศึกษาในสถานศึกษา หรือผู้ซึ่งพ้นวัยที่จะศึกษาในสถานศึกษา หรืออยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือไม่มีหน่วยงานอื่นใดไปดำเนินการ เพื่อให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามศักยภาพของผู้เรียนการจัดการเรียนรู้ตามวรรคหนึ่งต้องดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ทั้งนี้ โดยให้ปรับอายุและระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติให้สอดคล้องกับสภาพความจำเป็นของผู้เรียน และให้นำความ ในมาตรา 9 วรรคสองมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลมมาตรา 12 ในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ให้กรมดำเนินการโดยคำนึงถึงแนวทาง ดังต่อไปนี้ 1. เป็นการจัดการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซึ่งมิได้ศึกษาอยู่ในสถานศึกษา ไม่ว่าด้วยเหตุใด เพื่อให้ได้รับคุณวุฒิระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านสามัญศึกษาหรืออาชีวศึกษา 2. วิธีการจัดการเรียนรู้และการจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรต้องสอดคล้องกับ พัฒนาการของโลก และสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู ้ได้ตาม ความถนัดหรือความสนใจของตน ทั้งนี้ วิธีการและหลักสูตรดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กรมและสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ร่วมกันกำหนด 3. การประเมินผลเพื่อให้ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษา ให้ใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อใช้กับผู้เรียนซึ่งมีความแตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม โดยต้องไม่ใช้วิธีการทดสอบความรู้ในทางวิชาการ แต่เพียงด้านเดียว 4. ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อจัด ส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้ซึ่งได้รับคุณวุฒิระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานด้านสามัญศึกษาหรืออาชีวศึกษาตาม (1) เพื่อให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานในกรณีที่เด็กตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับเข้ารับการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับกับหน่วยจัดการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าผู้ปกครองตามกฎหมายดังกล่าวได้ปฏิบัติ หน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับแล้ว แต่ในการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กดังกล่าว กรมต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตร และระยะเวลาการเรียนให้สอดคล้องกับความจำเป็นและ ความต้องการของ ผู้เรียน โดยให้กรมและสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ร่วมกันออกแบบให้เหมาะสมและ มีประสิทธิภาพ


45มาตรา 13 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย การส่งเสริมการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นสิทธิของบุคคลและคณะบุคคลที่ จะดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 14 ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตามมาตรา 6 ให้หน่วยจัดการเรียนรู้ มีอำนาจ รับรองคุณวุฒิให้แก่ผู้เรียนเมื่อสำเร็จการศึกษา โดยออกเป็นประกาศนียบัตรหรือวุฒิบัตร หรือออกหนังสือรับรองความรู้ เพื่อนำไปสะสมในการได้รับการรับรองคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดมาตรา 15 เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติ ให้กรมจัดให้มีระบบ ดังต่อไปนี้ 1. ระบบการเทียบระดับการศึกษา เทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ประสบการณ์ สมรรถนะ เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้จากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่งตาม มาตรา 16 หรือจากหน่วยจัดการเรียนรู้หนึ่งไปยังอีกหน่วยจัดการเรียนรู้หนึ่ง หรือจากหน่วยจัดการเรียนรู้หนึ่งไปยังสถานศึกษา หรือจากสถานศึกษามายังหน่วยจัดการเรียนรู้หรือเพื่อประโยชน์ในการสะสมความรู้ ระบบนำผลการเทียบเคียงตามไปสะสมเพื่อประโยชน์ในการได้รับการรับรอง คุณวุฒิหรือเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ในการทำระบบดังกล่าวให้ทำร่วมกับ สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้มาตรา 17 ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด ดังต่อไปนี้ 1. ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทน กระทรวงแรงาน ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนภาคีเครือข่ายซึ่ง รัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินแปดคนเป็นกรรมการ ซึ่งในจำนวนนี้ต้องแต่งตั้งจากผู้แทนหน่วยงานของ รัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา อย่างน้อยด้านละหนึ่งคน และผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่ละด้านตามความเหมาะสม และให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและเลขานุการ 2. ในจังหวัดอื่น ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ ปลัดจังหวัดเกษตรและสหกรณ์จังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด แรงงานจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้แทนภาคีเครือข่าย ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินแปดคน เป็นกรรมการ โดยต้องแต่งตั้งจากภาคืเครือข่ายใน พื้นที่ของจังหวัดซึ่งในจำนวนนี้ต้องแต่งตั้ง จากผู้แทนหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา อย่างน้อยด้านละหนึ่งคน และผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่ละด้านตามความเหมาะสม และ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ คุณสมบัติอื่น การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งของผู้แทน ภาคีเครือข่าย และ การประชุมของคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด


46มาตรา 18 คณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 1. พิจารณา ให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำ และให้ความเห็นชอบแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด 2. ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยจัดการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายตามแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด 3. ส่งเสริมและสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมการเรียนรู้ การจัดให้มีและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในพื้นที่จังหวัดให้สอดคล้องกับแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด4. ติดตามการดำเนินงานในการส่งเสริมการเรียนรู้ของหน่วยจัดการเรียนรู้และภาคีเครือข่ายให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด 5. เสนอแนะให้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ตามมาตรา 20 วรรคสอง 6. เสนอแนะให้มีการจัดตั้งศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจการตามมาตรา 237. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่อธิบดีมอบหมาย มาตรา 19 ในทุกจังหวัดให้มีสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด เพื่อกำกับ ดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน อำนวยความสะดวก และแนะนำการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล และศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ทั้งในด้านวิชาการ เทคโนโลยีที่ จำเป็นในการส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ ตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาสนับสนุน ตอบโจทย์ ศักยภาพของผู้เรียน ลดภาระ และลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – 2569 โดยมุ่งมั่นสานต่อนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนเป็นที่ประจักษ์ภายใต้หลักการ “การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และ การศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต”ใช้แนวทางการทำงาน “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” มุ่งสร้าง“การศึกษาเท่าเทียม” ผ่านเครือข่ายการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับให้ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ” เพื่อพัฒนาคนไทยทุกคนในทุกช่วงวัยให้ “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” มีศักยภาพและความพร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อเป็นแนวทาง ให้ส่วนราชการในสังกัดและองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ นำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย ดังนี้นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 -2569


471. ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา1.1 พัฒนาและต่อยอดวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขั้นตอน มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ1.2 ย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น กลับภูมิลำเนาด้วยความเป็นธรรมโปร่งใส ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน1.3 พัฒนาและต่อยอดการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและ เห็นผลเป็นรูปธรรม1.4 จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้มีการจัดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ1.5 ดำเนินการยกเลิกครูเวรอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง “ชีวิตและความปลอดภัยของครูสำคัญกว่าทรัพย์สิน” ครูมีเวลาจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ1.6 จัดหานักการภารโรง เพื่อช่วยลดภาระงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา และช่วยรักษาความปลอดภัย1.7 ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน1.8 แก้ปัญหาการขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา2. ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง2.1 เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต2.2 ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Drop out) ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย2.3 จัดให้มีโรงเรียนคุณภาพอย่างน้อย 1 โรงเรียน ต่อ 1 อำเภอ2.4 พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์อย่างสร้างสรรค์และมีเหตุผล 2.5 พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ศักยภาพผู้เรียน โดยมีระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่มเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ และมีระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา การประเมินผลการศึกษา ผ่านธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)2.6 พัฒนาทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)2.7 จัดให้มีอาหารสำหรับนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ


Click to View FlipBook Version