The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by facebook user, 2022-12-16 02:36:55

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 65

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 65

1

2

เอกสารประกอบหลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรียนโยธินบูรณะ เพชรบุรี พุทธศักราช 2565

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551

กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ



คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
แทนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 โดยได้กำหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน รวมทั้งเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้น
ประถมศกึ ษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีท่ี 3 และมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 เพ่ือใหส้ ถานศึกษานำไปเป็นกรอบในการพัฒนา
หลกั สตู รสู่การปฏิบัตใิ นแต่ละระดบั ชน้ั ปีสำหรบั นักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้ ระดับช่วงช้ันสำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตาม
มาตรฐานและตัวช้ีวัดในแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรู้

โรงเรียนโยธินบูรณะ เพชรบุรี ได้ดำเนินการประเมินการใช้หลักสูตรสถานศึกษาโดยอิงผลการสอบ
ระดบั ชาติของผูเ้ รยี น สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ความรู้ความสามารถตามมาตรฐานและตวั ชีว้ ัดตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 จึงมีนโยบายให้มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในแต่ละ
กลุ่มสาระใหม้ คี วามชัดเจนมากย่งิ ขึน้ เพ่อื เป็นการยกผลสัมฤทธ์ิของผเู้ รียน

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เปน็ กลุ่มสาระท่ตี อ้ งธำรงไวซ้ ึ่งเอกลักษณ์ของชาตไิ ทย ซึ่งจะก่อให้เกิด
ความเป็นเอกภาพ และเสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้เรยี นให้มีความเป็นไทย ใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการ
ติดต่อสื่อสารเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้จาก
แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศตา่ ง ๆ เพ่ือพฒั นาความรู้ กระบวนการคดิ วิเคราะห์ วิจารณ์และสรา้ งสรรค์จึงมีบทบาท
และหนา้ ที่อันสำคญั ยง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งฝกึ ฝนผู้เรียนให้เกดิ ทกั ษะและความชำนาญจึงดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสถาน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย พุทธศักราช 2565 เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มคี ุณภาพ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
และสรรถนะสำคัญให้เป็นไปตามมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และให้สอดคล้องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ค่านิยมของคนไทย 12 ประการ ซึ่งจะ
นำไปสกู่ ารจัดกระบวนการเรียนรใู้ หเ้ กิดแก่ผูเ้ รียนอยา่ งแท้จริง

(นางสาวมนิ ตรา มนี าค)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย



สารบัญ
หน้า

คำนำ................................................................................................................................... ก
สารบัญ................................................................................................................................ ข
เร่อื ง

วสิ ัยทศั น์ของโรงเรียน..................................................................................................... 1
ปรชั ญาของโรงเรยี น....................................................................................................... 1
อัตลักษณข์ องโรงเรียน.................................................................................................... 1
เอกลกั ษณข์ องโรงเรยี น.................................................................................................. 1
พันธกจิ ของโรงเรยี น....................................................................................................... 1
เปา้ ประสงคข์ องโรงเรยี น................................................................................................ 2
กลยทุ ธ์หลกั ของโรงเรยี น................................................................................................ 2

กลยทุ ธท์ ี่ 1 จดั การศกึ ษาเพอื่ ความมั่นคง......................................................... 2
กลยทุ ธ์ท่ี 2 พัฒนาคุณภาพผู้เรยี น และส่งเสริมการจัดการศกึ ษา..................... 2
กลยทุ ธ์ที่ 3 ส่งเสริม พัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา............................... 3
กลยทุ ธท์ ี่ 4 ขยายโอกาสการเข้าถึงทางการศึกษาและการเรยี นรอู้ ยา่ งมี

คณุ ภาพ.............................................................................................. 3
กลยุทธ์ที่ 5 จดั การศกึ ษาเพอื่ เสรมิ สร้างคุณภาพชีวิตท่เี ปน็ มติ รกับ

สิ่งแวดล้อม......................................................................................... 3
กลยุทธท์ ่ี 6 พฒั นาระบบบริหารจดั การศกึ ษาและสง่ เสริมการมสี ่วนรว่ ม......... 4
จุดเนน้ ของโรงเรยี น........................................................................................................ 4
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์............................................................................................. 4
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน............................................................................................ 5
คา่ นิยม 12 ประการ....................................................................................................... 6
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง................................................................................. 6
สาระและมาตรฐานการเรยี นรูก้ ลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย........................................ 8
ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง............................................................................ 9
สาระท่ี 1 การอ่าน............................................................................................ 9
สาระท่ี 2 การเขียน.......................................................................................... 13
สาระที่ 3 การฟงั การดู และการพูด................................................................. 17
สาระที่ 4 หลกั การใชภ้ าษาไทย........................................................................ 20
สาระท่ี 5 วรรณคดีและวรรณกรรม.................................................................. 22



สารบญั (ตอ่ )
หน้า

เรื่อง
จำนวนมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย.......................... 25
สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั ผลการเรียนรู้ รายภาค บรู ณาการ
อาเซียนศกึ ษา และแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง........................................... 26
ตวั ชว้ี ัดรายภาคชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1................................................................ 26
ตวั ชว้ี ดั รายภาคช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 2................................................................ 27
ตัวช้วี ดั รายภาคช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3................................................................ 28
ตวั ชี้วัดรายภาคชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4................................................................ 29
ตวั ชว้ี ดั รายภาคชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5................................................................ 30
ตวั ชว้ี ัดรายภาคชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6................................................................ 31
ผลการเรยี นร้รู ายวชิ าเพม่ิ เตมิ ......................................................................................... 32
ผลการเรยี นรชู้ นั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4.................................................................... 32
ผลการเรียนรชู้ ั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5/2................................................................ 33
ผลการเรยี นรู้ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5/3................................................................ 34
ผลการเรียนรู้ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6/2................................................................ 35
ผลการเรียนรชู้ น้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6/3................................................................ 36
โครงสร้างรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย........................................................... 37
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐานและโครงสร้างรายวิชาภาษาไทยชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1 - ภาคเรยี นที่ 2....................................... 39
โครงสร้างรายวิชาภาษาไทยช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น รายวชิ าพ้นื ฐาน............... 40
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1........................................ 41
โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทย 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1........................................ 43
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย 2 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1........................................ 46
โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทย 2 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1........................................ 48
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย 3 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 2........................................ 51
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย 3 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2........................................ 52
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย 4 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2........................................ 54
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย 4 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2........................................ 56
คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาไทย 5 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3........................................ 58
โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทย 5 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3........................................ 60



สารบญั (ตอ่ )
หน้า

เรื่อง
คำอธิบายรายวิชาภาษาไทย 6 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3........................................ 63
โครงสร้างรายวิชาภาษาไทย 6 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3........................................ 65

คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐานและโครงสร้างรายวชิ าพน้ื ฐานชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 1 - ภาคเรียนที่ 2....................................... 67

โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทยชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย..................................... 68
คำอธิบายรายวชิ าภาษาไทย 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4........................................ 69
โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทย 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4........................................ 71
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทย 2 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4........................................ 74
โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทย 2 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4........................................ 76
คำอธิบายรายวชิ าภาษาไทย 3 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5........................................ 79
โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทย 3 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5........................................ 81
คำอธิบายรายวิชาภาษาไทย 4 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5........................................ 84
โครงสร้างรายวิชาภาษาไทย 4 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5........................................ 86
คำอธิบายรายวิชาภาษาไทย 5 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6........................................ 88
โครงสร้างรายวิชาภาษาไทย 5 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6........................................ 90
คำอธิบายรายวิชาภาษาไทย 6 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6........................................ 92
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย 6 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6........................................ 94
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐานและโครงสร้างรายวชิ าเพ่ิมเตมิ นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคเรียนที่ 1 - ภาคเรยี นที่ 2....................................... 97
คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาไทยเพื่อการสอ่ื สาร 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4................ 98
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทยเพ่อื การสอ่ื สาร 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4................ 99
คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทยเพื่อการส่อื สาร 2 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4................ 100
โครงสร้างรายวิชาภาษาไทยเพ่ือการสอ่ื สาร 2 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4................ 101
คำอธิบายรายวชิ าการอา่ นและพจิ ารณาวรรณกรรม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5......................................................................................... 102
โครงสรา้ งรายวชิ าการอ่านและพิจารณาวรรณกรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5......................................................................................... 103



สารบัญ (ตอ่ )

หน้า

เรื่อง
คำอธิบายรายวิชาวรรณกรรมปจั จบุ นั .............................................................. 104

โครงสรา้ งรายวชิ าวรรณกรรมปัจจบุ ัน.............................................................. 105

คำอธบิ ายรายวิชาการผลิตสอื่ เพื่อโฆษณา........................................................ 106

โครงสร้างรายวิชาการผลิตสือ่ เพอ่ื โฆษณา........................................................ 107

คำอธิบายรายวชิ าวาทการ................................................................................ 108
โครงสร้างรายวิชาวาทการ................................................................................ 109

คำอธิบายรายวิชาภาษาศลิ ป์เพ่อื โลกสวย......................................................... 110

โครงสร้างรายวชิ าภาษาศิลป์เพ่ือโลกสวย......................................................... 111

คำอธบิ ายรายวชิ าภาษากวเี พื่อโลกงาม............................................................ 112

โครงสรา้ งรายวชิ าภาษากวเี พ่ือโลกงาม............................................................ 113
คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาไทยเพอ่ื ธุรกจิ 1........................................................... 114

โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทยเพอื่ ธุรกิจ 1........................................................... 115

คำอธบิ ายรายวิชาภาษาไทยเพอื่ ธรุ กิจ 2........................................................... 116

โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทยเพอื่ ธุรกจิ 2........................................................... 117

คณุ ภาพผู้เรยี น 118

จบชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3.................................................................................... 118

จบช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 6.................................................................................... 118

1

วสิ ัยทศั น์ของโรงเรยี น
โรงเรียนโยธนิ บูรณะ เพชรบุรี เปน็ โรงเรียนดี ศรีตำบล (โรงเรียนดีประจำตำบล) พฒั นาคณุ ภาพ
คุณธรรม สง่ เสริมการเรยี นรู้สูอ่ าชีพ การมสี ว่ นรว่ มตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
อนรุ กั ษแ์ ละต่อยอดภมู ิปัญญาท้องถ่นิ

ปรชั ญาของโรงเรียน
ปญั ฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต ปญั ญาเป็นแสงสว่างในโลก

อัตลกั ษณข์ องโรงเรียน
กตัญญูกตเวที มวี ินยั ใฝ่เรียนรูง้ านอาชีพ

เอกลักษณ์ของโรงเรียน
โรงเรียนสร้างเสริมคณุ ธรรม นำสขุ ภาวะ เปน็ พลเมอื งท่มี ีคณุ ภาพ

พันธกจิ ของโรงเรียน
1. พฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษาใหป้ รากฏผลสมั ฤทธ์ิและผลผลติ อยา่ งเปน็ ระบบยั่งยนื
2. พัฒนาการบรหิ ารการจดั การเรียนรใู้ หเ้ กดิ ผลความสำเร็จตามมาตรฐานสู่ความเปน็ เลิศ
3. เพ่มิ ประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจดั การคุณภาพ ครอบคลมุ ความสำเร็จและผลผลติ ของการพัฒนา
4. พัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นด้านคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงคส์ มรรถนะ
5. พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ด้านกายภาพตามนโยบายโรงเรยี นน่าอยู่
6. พัฒนาและส่งเสริมตามนโยบายสถานศกึ ษา 3 D (Democracy, Decency, Drug Free)

2

เปา้ ประสงค์ของโรงเรยี น
1. ผ้เู รียนเปน็ บุคคลแห่งการเรียนรู้ และมคี ุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา มีความเป็นไทย มวี นิ ยั
มที กั ษะชวี ติ ท่ีดี มีคุณธรรม
2. ครูมคี วามรคู้ วามสามารถในการจดั การเรียนการสอนโดยยึดผเู้ รียนเป็นสำคญั ผ้บู รหิ ารมภี าวะผนู้ ำ
และมคี วามสามารถในการบริหารจัดการ
3. สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มจากทกุ ฝ่ายทเี่ ก่ยี วขอ้ งให้มบี ทบาทในการกำหนดนโยบาย วางแผนกลยุทธ์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
4. มกี ารจัดองค์กร / โครงสร้างและการบริหารงานอยา่ งเป็นระบบ มหี ลักสูตรเหมาะสมกับผเู้ รียนและ
ทอ้ งถิ่น เพือ่ สง่ เสรมิ ทกั ษะด้านอาชีพ

กลยุทธ์หลักของโรงเรียน

กลยุทธ์ท่ี 1 จัดการศึกษาเพอื่ ความมนั่ คง
1. นักเรียนทม่ี คี ณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงคต์ ามที่สถานศึกษากำหนดร้อยละ 90
2. นกั เรียนที่มีค่านิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการร้อยละ 90
3. ร้จู ักอนรุ ักษศ์ ลิ ปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ ร้อยละ 100
4. นกั เรียนนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปปรับใช้ในชวี ิตประจำวนั รอ้ ยละ 85
5. นกั เรยี นยึดมน่ั ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ

และมีความสามัคคี สมานฉนั ท์ สนั ติวิธี ต่อต้านการทุจรติ คอรปั ชันรอ้ ยละ 95
6. นักเรียนทม่ี จี ิตสำนึกความเป็นไทย รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ร์ อ้ ยละ 100

กลยุทธ์ท่ี 2 พฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน และสง่ เสริมการจัดการศกึ ษา
1. นักเรยี นจบการศึกษาภาคบังคบั ตามเกณฑก์ ารทส่ี ถานศกึ ษากำหนดรอ้ ยละ 100
2. นกั เรียนจบการศึกษาข้นั พื้นฐานตามเกณฑ์การทีส่ ถานศกึ ษากำหนดร้อยละ 100
3. ระดบั ผลการเรียนรู้เฉล่ียแต่ละกลุม่ สาระการเรยี นรู้ไมต่ ่ำกว่าร้อยละ 60
4. ผลการทดสอบระดับชาติ( 0-NET) เพ่มิ ขึน้ รอ้ ยละ 2
5. นกั เรียนทเี่ ขา้ ร่วมการแข่งขนั ทักษะ ในระดับชาติเพ่ิมขึ้นร้อยละ 2
6. นักเรยี นที่สามารถใช้ภาษาองั กฤษในการอ่าน การเขียนและสื่อสารรอ้ ยละ 60
7. นกั เรียนท่ีมีทักษะการคำนวณอยู่ในระดับดีร้อยละ 70
8. นักเรียนมที ักษะการอ่าน การเขยี น คดิ วเิ คราะห์อยู่ในระดับดรี ้อยละ 80
9. นักเรียนทสี่ ามารถใชเ้ ทคโนโลยใี นการแสวงหาความร้แู ละนำเสนอผลงานร้อยละ 80
10. นกั เรียนเกิดทกั ษะการเรยี นรู้สู่การประกอบอาชพี ร้อยละ 80

3

กลยทุ ธท์ ี่ 3 ส่งเสริม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
1. ครูแตล่ ะกลุ่มสาระทีส่ อนตรงกับวิชาเอกรอ้ ยละ 98
2. ครทู ีส่ ามารถจดั การเรยี นการสอนได้อยา่ งมคี ณุ ภาพร้อยละ 95
3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาวิชาชีพ เพิ่มความรู้และประสบการณ์

อย่างน้อย 2 ครง้ั ตอ่ ปีหรือ 20 ชว่ั โมง/ปี ร้อยละ 100
4. ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สามารถใช้สารสนเทศทางการศึกษาเป็นเครื่องมือเพิ่ม

ประสทิ ธภิ าพการจัดการเรียนร้แู ละบริหารจัดการ 95
5. ครูที่สามารถสรา้ งส่ือในการจดั การเรยี นการสอนได้อยา่ งมคี ณุ ภาพรอ้ ยละ 95
6. ครทู ี่มีงานวิจัยในชน้ั เรยี นเพ่ือพฒั นาประสิทธิภาพในการจัดการเรยี นการสอนรอ้ ยละ 85
7. ครทู ไ่ี ดร้ ับรางวลั ยกยอ่ งเชิดชเู กยี รตทิ ั้งหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอกร้อยละ 5

กลยุทธท์ ี่ 4 ขยายโอกาสการเขา้ ถึงทางการศกึ ษาและการเรยี นรู้อยา่ งมีคุณภาพ
1. มรี ะบบอินเตอรเ์ น็ตที่มปี ระสิทธิภาพเพื่อใชใ้ นการจดั การเรียนรแู้ ละการบริหารจัดการ

ครอบคลุมทกุ พนื้ ทีร่ อ้ ยละ 80
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้มีหอ้ งเรยี นท่มี สี ื่อเทคโนโลยที ท่ี ันสมยั ใชใ้ นการจดั การเรยี นรู้

รอ้ ยละ 80
3. กลุ่มสาระการเรียนรมู้ สี อื่ เทคโนโลยี นวัตกรรม ใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อสง่ เสรมิ

การเรียนรู้ท้งั ในและนอกหอ้ งเรียนร้อยละ 80
4. ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาทสี่ ามารถใชเ้ ทคโนโลยีทางการศึกษาเปน็ เครอ่ื งมือเพมิ่

ประสิทธิภาพการบรหิ ารจดั การและการจดั การเรียนรู้ร้อยละ 95
5. นกั เรียนท่ีสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีในการแสวงหาความรู้ 95
6. สถานศึกษามีการพฒั นาหลักสูตรทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ผลการประเมนิ การใช้หลกั สตู ร

อยูใ่ นระดบั ดขี น้ึ ไปรอ้ ยละ 80
7. มรี ะบบสาธารณูปโภคท่ีเพยี งพอรอ้ ยละ 90
8. มีสถานท่ี และยานพาหนะทีอ่ ำนวยความสะดวกตอ่ การใช้งานรอ้ ยละ 90

กลยทุ ธท์ ี่ 5 จัดการศึกษาเพอื่ เสริมสร้างคุณภาพชวี ิตทเ่ี ป็นมิตรกบั สง่ิ แวดลอ้ ม
1. นกั เรยี นมจี ติ สำนึกรักษส์ ิง่ แวดลอ้ ม มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และน้อมนำแนวคิดตามหลัก

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งส่กู ารปฏิบัติในการดำเนินชวี ิตรอ้ ยละ 90
2. สถานศึกษามีการพฒั นาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้แหล่งเรียนรู้และส่ือการเรยี นรูต้ ่าง ๆ

ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การสร้างเสรมิ คุณภาพชวี ติ ที่ดเี ปน็ มิตรกับสิ่งแวดลอ้ ม
3. สถานศกึ ษาสรา้ งเครอื ข่ายความรว่ มมือกบั ภาคส่วนต่าง ๆ ในการอนรุ กั ษ์

ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม

4

กลยุทธท์ ี่ 6 พัฒนาระบบบริหารจัดการศกึ ษาและสง่ เสริมการมสี ่วนรว่ ม
1. สถานศึกษาส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อาทิ ฝ่ายบริหาร ครู นักเรียน

ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนในการจัดการและพัฒนาการศึกษา อย่างน้อย
ปีละ 2 ครั้ง

2. สถานศึกษามีการทำ MOU ในการส่งเสริมการศึกษารว่ มกับองค์กรภายนอกภาคเรยี นละ
15 ชัว่ โมง

จดุ เนน้ ของโรงเรียน
1. เพิ่มกิจกรรมที่เน้นให้นักเรียนทุกคนมีความสำนึกในความรักชาติ ยึดมั่นในค่านิยมหลักของ
คนไทย 12 ประการ มีความรบั ผิดชอบต่อสงั คม อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม
2. สรา้ งทางเลือกในการเรียนรูท้ ี่เนน้ ใหน้ ักเรียนทกุ คนเข้าถงึ โอกาสทางการศกึ ษาอย่างท่ัวถึงและ
สง่ เสรมิ การเรยี นรูส้ ูอ่ าชีพ เพอื่ การทำงานในอนาคต
3. จัดการเรียนการสอนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการในทุกกลุม่ สาระฯ
เพื่อให้เกดิ การเรยี นรู้ และใช้ชีวติ อยู่ในสังคมได้อยา่ งมีความสขุ
4. ผูเ้ รยี น ครู ผบู้ ริหาร และบุคลากรในโรงเรยี นไดร้ บั การพัฒนาส่กู ารเปน็ พลโลกอยา่ งมีคณุ ภาพ
5. โรงเรียนมีระบบประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็ง ผ่านการรับรองมาตรฐานการศึกษา และ
การประเมนิ คุณภาพภายนอก

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
หลักสูตรของโรงเรียนโยธินบูรณะ เพชรบุรี มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้
สามารถอยูร่ ว่ มกบั ผู้อืน่ ในสงั คมได้อย่างมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซ่อื สตั ย์สจุ ริต
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพยี ง
6. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ

5

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
หลักสตู รของโรงเรียนโยธนิ บูรณะ เพชรบุรี มุง่ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังน้ี
1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคมรวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญ หา
ความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลอื กใชว้ ิธีการสอ่ื สาร ทีม่ ปี ระสิทธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีตอ่ ตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และการคดิ เปน็ ระบบ เพื่อนำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพือ่ การตัดสินใจเกยี่ วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เขา้ ใจความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข
ปัญหา และมกี ารตดั สินใจทีม่ ปี ระสิทธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบทเี่ กดิ ขึ้นตอ่ ตนเอง สงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรูด้ ้วยตนเอง การเรียนรูอ้ ย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่รว่ มกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงค์ท่ีส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อืน่
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีและมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การ
แกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม

6

คา่ นยิ ม 12 ประการ

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซอื่ สัตย์ เสียสละ อดทน
3. กตญั ญตู อ่ พ่อแม่ผู้ปกครองครบู าอาจารย์
4. ใฝห่ าความรู้ หม่นั ศกึ ษาเลา่ เรียน
5. รกั ษาวัฒนธรรมประเพณไี ทย
6. มศี ลี ธรรม มนี ้ำใจและแบ่งปัน
7. เข้าใจเรยี นร้กู ารเป็นประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมขุ
8. มีระเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย เคารพผู้ใหญ่
9. มีสติรู้ตัว รูค้ ดิ รู้ทำ
10. รู้จักใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
11. เขม้ แขง็ ทง้ั กายและใจ ไม่ยอมแพต้ ่ออำนาจฝ่ายตำ่
12. คดิ ถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวมมากกวา่ ประโยชน์ส่วนตน

หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ประกอบไปดว้ ย 5 ส่วน ดังน้ี
ส่วนท่ี 1 กรอบแนวคดิ
เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวถิ ี
ชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบทีม่ กี ารเปลี่ยนแปลงอยูต่ ลอดเวลา มุ่งเน้นการรอด
พ้นจากภยั และวกิ ฤต เพ่ือความม่นั คง และความย่งั ยืนของการพัฒนา
ส่วนท่ี 2 คณุ ลกั ษณะ
เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติ
บนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเปน็ ขั้นตอน

7

สว่ นที่ 3 คำนิยาม
ความพอเพยี งจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ ดังน้ี
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเอง
และผู้อื่น เชน่ การผลติ และการบรโิ ภคทอ่ี ย่ใู นระดับพอประมาณ
ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมี
เหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ
อยา่ งรอบคอบ
การมภี มู ิค้มุ กันทดี่ ีในตัว หมายถงึ การเตรียมตัวให้พร้อมรบั ผลกระทบ และการเปลย่ี นแปลงดา้ นต่าง
ๆ ท่ีจะเกดิ ขึ้นโดยคำนึงถึงความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ทคี่ าดว่าจะเกิดข้นึ ในอนาคตท้ังใกล้ และไกล

ส่วนท่ี 4 เง่อื นไข
การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และ
คณุ ธรรมเปน็ พนื้ ฐาน 2 เงื่อนไข ดงั น้ี
เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความ
รอบคอบทจ่ี ะนำความรเู้ หล่านัน้ มาพจิ ารณาให้เชือ่ มโยงกนั เพือ่ ประกอบการวางแผน และความระมัดระวังใน
ขนั้ ปฏิบัติ
เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์
สุจริต และมีความอดทน มคี วามเพยี ร ใช้สติปญั ญาในการดำเนนิ ชีวิต

ส่วนที่ 5 แนวทางปฏิบตั ิ / ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั
จากการนำปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คอื การพัฒนาทส่ี มดุล และย่งั ยนื พร้อมรับ

ต่อการเปล่ียนแปลงในทกุ ดา้ น ทง้ั ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิง่ แวดลอ้ ม ความรู้ และเทคโนโลยี

8

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

สาระที่ 1 การอ่าน
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอื่ นำไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาในการ

ดำเนนิ ชีวติ และมนี สิ ยั รักการอา่ น
สาระที่ 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสอ่ื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบตา่ ง ๆ

เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่าง มปี ระสิทธิภาพ
สาระท่ี 3 การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
สาระท่ี 4 หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา

ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณค่าและ

นำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง

9

ตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
สาระท่ี 1 การอา่ น
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน

การดำเนินชีวติ และมนี ิสยั รกั การอา่ น

ช้ัน ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.1 1. อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และ บทรอ้ ยกรองได้  การอ่านออกเสียง ประกอบดว้ ย

ถูกตอ้ งเหมาะสมกับเร่อื งที่อ่าน - บทร้อยแก้วทเี่ ป็นบทบรรยาย

- บทรอ้ ยกรอง เชน่ กลอนสภุ าพ กลอนสกั วา

กาพยย์ านี 11 กาพยฉ์ บงั 16 กาพยส์ รุ างคนางค์ 28

และโคลงส่ีสุภาพ

2. จบั ใจความสำคัญจากเร่อื งที่อา่ น  การอ่านจบั ใจความจากสอื่ ต่างๆ เชน่

3. ระบุเหตุและผล และข้อเท็จจรงิ กบั ขอ้ คดิ เห็น - เร่ืองเล่าจากประสบการณ์

จากเรื่องท่ีอ่าน - เร่ืองสน้ั

4. ระบแุ ละอธบิ ายคำเปรยี บเทียบ และคำทีม่ ี - บทสนทนา

หลายความหมายในบรบิ ทตา่ ง ๆ จากการอ่าน - นิทานชาดก

5. ตีความคำยากในเอกสารวชิ าการ โดยพจิ ารณา - วรรณคดีในบทเรยี น

จากบริบท - งานเขียนเชิงสร้างสรรค์

- บทความ

6. ระบขุ ้อสงั เกตและความสมเหตุสมผลของงาน - สารคดี

เขยี นประเภทชักจูง โนม้ นา้ วใจ - บนั เทิงคดี

- เอกสารทางวชิ าการท่มี ีคำ ประโยค และ

ขอ้ ความท่ีต้องใช้บรบิ ทช่วยพิจารณาความหมาย

- งานเขียนประเภทชักจูงโนม้ น้าวใจเชิง

สรา้ งสรรค์

7. ปฏบิ ตั ิตามคู่มอื แนะนำวิธกี ารใชง้ าน  การอา่ นและปฏิบัติตามเอกสารคูม่ อื

ของเครื่องมอื หรอื เครอ่ื งใช้ในระดบั ทีย่ ากขน้ึ

8. วิเคราะหค์ ุณคา่ ทไี่ ดร้ บั จากการอา่ นงานเขยี น  การอ่านหนงั สือตามความสนใจ เช่น

อยา่ งหลากหลายเพอ่ื นำไปใช้แก้ปัญหาในชวี ิต - หนงั สอื ที่นกั เรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั

- หนงั สืออ่านท่ีครูและนกั เรียนกำหนดร่วมกนั

9. มีมารยาทในการอ่าน  มารยาทในการอา่ น

10

ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.2 1. อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และ บทรอ้ ยกรอง  การอา่ นออกเสียง ประกอบด้วย

ไดถ้ กู ต้อง - บทร้อยแก้วทเ่ี ป็นบทบรรยายและบทพรรณนา

- บทรอ้ ยกรอง เช่น กลอนบทละคร กลอน

นทิ าน กลอนเพลงยาว และกาพย์หอ่ โคลง

2. จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบาย  การอา่ นจับใจความจากส่ือต่าง ๆ เช่น

รายละเอียดจากเรือ่ งท่อี ่าน - วรรณคดใี นบทเรยี น

3. เขียนผังความคิดเพอื่ แสดงความเข้าใจในบทเรียน - บทความ

ต่าง ๆ ทอ่ี า่ น - บันทึกเหตกุ ารณ์

4. อภิปรายแสดงความคิดเหน็ และ ข้อโตแ้ ยง้ - บทสนทนา

เกยี่ วกับเร่ืองทอี่ ่าน - บทโฆษณา

5. วเิ คราะหแ์ ละจำแนกข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน - งานเขยี นประเภทโน้มนา้ วใจ

และขอ้ คิดเหน็ จากบทความทอ่ี า่ น - งานเขยี นหรอื บทความแสดงข้อเท็จจรงิ

6. ระบขุ ้อสงั เกตการชวนเช่ือ การโนม้ นา้ ว หรอื - เร่อื งราวจากบทเรียนในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้

ความสมเหตุสมผลของงานเขียน ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่น

7. อ่านหนังสอื บทความ หรือคำประพันธ์อยา่ ง  การอา่ นตามความสนใจ เชน่
หลากหลาย และประเมินคณุ ค่าหรอื แนวคิดท่ไี ด้ - หนงั สืออ่านนอกเวลา
จากการอา่ น เพือ่ นำไปใชแ้ ก้ปญั หาในชีวติ - หนงั สอื ท่นี กั เรยี นสนใจและเหมาะสมกับวัย
- หนังสืออา่ นทคี่ รแู ละนกั เรยี นกำหนดร่วมกนั

8. มมี ารยาทในการอา่ น  มารยาทในการอา่ น

ม.3 1. อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และ บทรอ้ ยกรองได้  การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย

ถกู ตอ้ งและเหมาะสมกบั เรอื่ งท่อี ่าน - บทร้อยแก้วทเ่ี ปน็ บทความทว่ั ไปและบทความ

ปกิณกะ

- บทรอ้ ยกรอง เชน่ กลอนบทละคร กลอนเสภา

กาพย์ยานี 11 กาพย์ฉบงั 16 และโคลงสีส่ ุภาพ

2. ระบุความแตกตา่ งของคำท่มี ีความหมายโดยตรง  การอา่ นจับใจความจากส่อื ต่าง ๆ เช่น

และความหมายโดยนยั - วรรณคดีในบทเรยี น

3. ระบุใจความสำคญั และรายละเอยี ดของขอ้ มูลท่ี - ข่าวและเหตกุ ารณ์สำคญั

สนบั สนุนจากเร่อื งทีอ่ า่ น - บทความ

4. อา่ นเรื่องต่าง ๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคดิ ผัง - บันเทงิ คดี

ความคิด บนั ทึก ยอ่ ความและรายงาน - สารคดี

5. วิเคราะห์ วจิ ารณ์ และประเมินเร่ือง ทอี่ า่ นโดย - สารคดีเชงิ ประวตั ิ

ใชก้ ลวิธีการเปรียบเทยี บเพ่อื ให้ผ้อู า่ นเข้าใจได้ดีข้ึน

11

ชน้ั ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม.3 6. ประเมนิ ความถกู ต้องของขอ้ มลู ท่ใี ช้สนับสนุน - เร่อื งราวจากบทเรยี นในกล่มุ สาระการเรยี นรู้
ในเร่ืองทอี่ า่ น ภาษาไทย และกลมุ่ สาระการเรียนร้อู ืน่
ม.4-ม.6 7. วจิ ารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และ
ความเปน็ ไปได้ของเรือ่ ง  การอ่านตามความสนใจ เชน่
8. วเิ คราะห์เพอื่ แสดงความคิดเห็นโตแ้ ย้งเก่ียวกับ - หนงั สืออา่ นนอกเวลา
เรอื่ งทีอ่ ่าน - หนังสืออา่ นตามความสนใจและตามวัยของ
9. ตีความและประเมินคณุ ค่า และแนวคิดทไ่ี ด้ นักเรียน
จากงานเขียนอยา่ งหลากหลายเพอ่ื นำไปใช้ - หนงั สอื อ่านท่คี รแู ละนกั เรียนร่วมกันกำหนด
แกป้ ัญหา ในชวี ติ  มารยาทในการอ่าน
 การอา่ นออกเสียง ประกอบด้วย
10. มมี ารยาทในการอา่ น - บทรอ้ ยแก้วประเภทต่าง ๆ เชน่ บทความ
1. อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และ บทรอ้ ย นวนิยาย และความเรยี ง
กรองได้อย่างถกู ต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกบั - บทรอ้ ยกรอง เชน่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
เรื่องทีอ่ ่าน ร่าย และลิลติ
 การอา่ นจบั ใจความจากส่อื ตา่ งๆ เชน่
2. ตคี วาม แปลความ และขยายความเรอื่ งทอี่ ่าน - ขา่ วสารจากสอ่ื สง่ิ พมิ พ์ สือ่ อิเล็กทรอนิกส์และ
3. วเิ คราะห์และวิจารณ์เรื่องที่อา่ นในทุก ๆ ดา้ น แหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ ในชุมชน
อย่างมีเหตุผล - บทความ
4. คาดคะเนเหตุการณ์จากเรือ่ งท่ีอ่าน และ - นทิ าน
ประเมนิ ค่าเพ่ือนำความรู้ ความคิดไปใช้ตัดสนิ ใจ - เร่อื งส้นั
แกป้ ญั หาในการดำเนินชวี ิต - นวนิยาย
5. วเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความคดิ เห็นโต้แยง้ กับ - วรรณกรรมพน้ื บ้าน
เรื่องทอี่ ่าน และเสนอความคิดใหม่อยา่ งมีเหตผุ ล - วรรณคดใี นบทเรยี น
6. ตอบคำถามจากการอ่านประเภทต่าง ๆ - บทโฆษณา
ภายในเวลาท่กี ำหนด - สารคดี
7. อา่ นเรอื่ งตา่ ง ๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคิดผงั - บนั เทงิ คดี
ความคิด บนั ทกึ ยอ่ ความ และรายงาน - ปาฐกถา

12

ชน้ั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม.4-ม.6
8. สงั เคราะห์ความรูจ้ ากการอ่าน สอื่ ส่งิ พมิ พ์ส่อื - พระบรมราโชวาท

อิเลก็ ทรอนิกส์และแหลง่ เรยี นรตู้ ่าง ๆ มาพฒั นาตน - เทศนา

พฒั นาการเรยี น และพฒั นาความรูท้ างอาชพี - คำบรรยาย

- คำสอน

- บทร้อยกรองร่วมสมัย

- บทเพลง

- บทอาเศียรวาท

- คำขวญั

9. มีมารยาทในการอ่าน  มารยาทในการอ่าน

13

สาระท่ี 2 การเขียน

มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ
ตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ชนั้ ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ม.1
1. คัดลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทัด  การคัดลายมอื ตัวบรรจงคร่ึงบรรทัดตามรปู แบบการเขยี นตวั

อักษรไทย

2. เขยี นสื่อสารโดยใชถ้ อ้ ยคำถูกต้อง  การเขยี นสอ่ื สาร เชน่

ชดั เจน เหมาะสม และสละสลวย - การเขยี นแนะนำตนเอง

- การเขยี นแนะนำสถานทสี่ ำคญั

- การเขียนบนส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

3. เขยี นบรรยายประสบการณโ์ ดยระบุ  การบรรยายประสบการณ์

สาระสำคญั และรายละเอยี ดสนบั สนุน

4. เขยี นเรยี งความ  การเขยี นเรยี งความเชิงพรรณนา

5. เขียนยอ่ ความจากเรื่องทอี่ ่าน  การเขียนยอ่ ความจากสื่อต่าง ๆ เช่น เร่ืองส้นั คำสอน

โอวาท คำปราศรยั สนุ ทรพจน์ รายงาน ระเบยี บ คำสัง่ บท

สนทนาเรอื่ งเลา่ ประสบการณ์

6. เขยี นแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั  การเขยี นแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั สาระจากส่อื ตา่ ง ๆ เชน่

สาระจากสอื่ ท่ีได้รับ - บทความ

- หนังสืออ่านนอกเวลา

- ข่าวและเหตุการณ์ประจำวัน

- เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ

7. เขียนจดหมายส่วนตวั และจดหมาย  การเขยี นจดหมายส่วนตัว

กจิ ธุระ - จดหมายขอความช่วยเหลือ

- จดหมายแนะนำ

 การเขยี นจดหมายกิจธุระ

- จดหมายสอบถามขอ้ มูล

8. เขยี นรายงานการศึกษาค้นคว้าและ  การเขียนรายงาน ได้แก่

โครงงาน - การเขียนรายงานจากการศกึ ษาคน้ คว้า

- การเขยี นรายงานโครงงาน

9. มมี ารยาทในการเขียน  มารยาทในการเขยี น

14

ชัน้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ม.2 1. คัดลายมอื ตัวบรรจงครงึ่ บรรทดั  การคัดลายมือตัวบรรจงครงึ่ บรรทดั ตามรูปแบบการเขียน
2. เขียนบรรยายและพรรณนา ตวั อักษรไทย
ม.3 3. เขยี นเรียงความ  การเขยี นบรรยายและพรรณนา
4. เขียนยอ่ ความ  การเขียนเรยี งความเก่ยี วกบั ประสบการณ์
 การเขียนยอ่ ความจากส่อื ต่าง ๆ เชน่ นทิ าน คำสอน
5. เขยี นรายงานการศึกษาคน้ คว้า บทความทางวิชาการ บนั ทึกเหตกุ ารณ์ เรือ่ งราวในบทเรียนใน
กลุ่มสาระการเรียนร้อู นื่ นทิ านชาดก
6. เขยี นจดหมายกิจธรุ ะ  การเขียนรายงาน
- การเขยี นรายงานจากการศกึ ษาคน้ ควา้
7. เขียนวเิ คราะห์ วิจารณ์ และแสดง - การเขยี นรายงานโครงงาน
ความรู้ ความคดิ เห็น หรอื โต้แย้ง  การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ
ในเร่อื งทอี่ ่านอย่างมเี หตผุ ล - จดหมายเชญิ วิทยากร
- จดหมายขอความอนุเคราะห์
8. มีมารยาทในการเขียน  การเขียนวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น
1. คัดลายมือตัวบรรจงคร่งึ บรรทัด หรือโต้แย้งจากสือ่ ตา่ ง ๆ เชน่
2. เขียนขอ้ ความโดยใช้ถอ้ ยคำได้ - บทความ
ถกู ต้องตามระดับภาษา - บทเพลง
- หนงั สืออา่ นนอกเวลา
- สารคดี
- บันเทิงคดี
มารยาทในการเขียน
 การคัดลายมือตวั บรรจงคร่งึ บรรทัดตามรูปแบบการเขียนตวั
อกั ษรไทย
 การเขียนขอ้ ความตามสถานการณ์และโอกาสต่าง ๆ เชน่
- คำอวยพรในโอกาสต่าง ๆ
- คำขวัญ
- คำคม
- โฆษณา
- คติพจน์
- สนุ ทรพจน์

15

ช้ัน ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.3
3. เขยี นชีวประวัติหรืออตั ชีวประวัติ  การเขยี นอตั ชีวประวัติหรือชีวประวตั ิ
ม.4-ม.6
โดยเล่าเหตุการณ์ ข้อคิดเหน็ และ

ทศั นคติในเรอื่ งต่าง ๆ

4. เขียนย่อความ  การเขยี นย่อความจากส่อื ต่าง ๆ เช่น นิทาน ประวตั ิ ตำนาน

สารคดีทางวชิ าการ พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท จดหมาย

ราชการ

5. เขยี นจดหมายกิจธรุ ะ  การเขยี นจดหมายกจิ ธุระ

- จดหมายเชิญวิทยากร

- จดหมายขอความอนุเคราะห์

- จดหมายแสดงความขอบคุณ

6. เขียนอธบิ าย ช้แี จง แสดงความ  การเขยี นอธบิ าย ช้แี จง แสดงความคิดเหน็ และโตแ้ ยง้ ในเรือ่ ง

คดิ เหน็ และโตแ้ ยง้ อย่างมเี หตุผล ต่าง ๆ

7. เขียนวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และแสดง  การเขียนวเิ คราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเหน็

ความรู้ ความคิดเหน็ หรอื โตแ้ ย้ง หรือโตแ้ ยง้ จากสื่อต่าง ๆ เชน่

ในเร่ืองตา่ ง ๆ - บทโฆษณา

- บทความทางวชิ าการ

8. กรอกแบบสมคั รงานพรอ้ มเขยี น  การกรอกแบบสมัครงาน

บรรยายเก่ยี วกับความรูแ้ ละทกั ษะ

ของตนเองท่ีเหมาะสมกบั งาน

9. เขยี นรายงานการศกึ ษาค้นคว้า และ  การเขยี นรายงาน ไดแ้ ก่

โครงงาน - การเขยี นรายงานจากการศึกษาค้นคว้า

- การเขยี นรายงานโครงงาน

10. มมี ารยาทในการเขยี น  มารยาทในการเขียน

1. เขยี นส่ือสารในรปู แบบตา่ ง ๆ  การเขยี นสอื่ สารในรปู แบบต่าง ๆ เชน่

ได้ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ โดยใชภ้ าษา - อธบิ าย

เรยี บเรยี งถูกต้อง มขี อ้ มลู และ - บรรยาย

สาระสำคญั ชดั เจน - พรรณนา

- แสดงทรรศนะ

- โตแ้ ยง้

16

ชัน้ ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ม.4-ม.6 - โนม้ นา้ ว
2. เขยี นเรยี งความ - เชิญชวน
3. เขยี นย่อความจากสือ่ ท่มี รี ูปแบบ - ประกาศ
และเนอื้ หาหลากหลาย - จดหมายกจิ ธุระ
- โครงการและรายงานการดำเนินโครงการ
4. ผลติ งานเขียนของตนเองในรปู แบบ - รายงานการประชมุ
ต่าง ๆ - การกรอกแบบรายการตา่ ง ๆ
5. ประเมนิ งานเขียนของผู้อื่น แลว้  การเขยี นเรยี งความ
นำมาพฒั นางานเขยี นของตนเอง  การเขียนย่อความจากสอื่ ต่าง ๆ เชน่
- กวีนพิ นธ์ และวรรณคดี
6. เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า - เรือ่ งสั้น สารคดี นวนยิ าย บทความทางวิชาการ และ
เรื่องท่สี นใจตามหลักการเขยี นเชงิ วรรณกรรมพ้ืนบา้ น
วชิ าการ และใชข้ ้อมูลสารสนเทศ  การเขยี นในรปู แบบต่าง ๆ เช่น
อา้ งอิงอยา่ งถูกตอ้ ง - สารคดี
7. บนั ทกึ การศกึ ษาคน้ ควา้ เพ่อื นำไป - บันเทงิ คดี
พัฒนาตนเองอยา่ งสมำ่ เสมอ  การประเมนิ คณุ ค่างานเขยี นในด้านตา่ ง ๆ เช่น
8. มีมารยาทในการเขียน - แนวคดิ ของผูเ้ ขียน
- การใชถ้ ้อยคำ
- การเรยี บเรียง
- สำนวนโวหาร
- กลวิธีในการเขยี น
 การเขยี นรายงานเชิงวิชาการ
 การเขยี นอา้ งองิ ขอ้ มลู สารสนเทศ

 การเขียนบันทกึ ความรู้จากแหลง่ เรยี นรทู้ ี่หลากหลาย

 มารยาทในการเขียน

17

สาระท่ี 3 การฟงั การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟงั และดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความร้สู ึก

ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ชน้ั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.1 1. พดู สรปุ ใจความสำคัญของเร่ืองทีฟ่ ัง  การพูดสรปุ ความ พูดแสดงความรู้ ความคิด
และดู อยา่ งสรา้ งสรรค์จากเรื่องทฟ่ี ังและดู

2. เล่าเรอ่ื งยอ่ จากเร่ืองท่ีฟังและดู  การพูดประเมินความน่าเช่อื ถือของส่อื ท่มี ี
3. พดู แสดงความคดิ เหน็ อย่าง เนอ้ื หาโนม้ น้าว

สร้างสรรค์เก่ียวกับเรื่องท่ฟี งั และดู

4. ประเมินความน่าเช่ือถอื ของสื่อ

ทม่ี เี นือ้ หาโนม้ น้าวใจ

5. พูดรายงานเร่อื งหรือประเด็นที่  การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้าจาก

ศกึ ษาค้นคว้าจากการฟงั การดู แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน และท้องถ่ิน

และการสนทนา ของตน

6. มีมารยาทในการฟัง การดู และ  มารยาทในการฟงั การดู และการพูด

การพูด

ม.2 1. พดู สรปุ ใจความสำคญั ของเร่ืองท่ีฟงั  การพดู สรปุ ความจากเรอ่ื งท่ีฟงั และดู

และดู

2. วเิ คราะห์ขอ้ เท็จจรงิ ข้อคิดเห็น  การพูดวิเคราะห์และวจิ ารณจ์ ากเร่ืองท่ีฟงั
และความนา่ เช่ือถอื ของขา่ วสารจากส่ือ และดู

ต่าง ๆ

3. วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์เรอื่ งทีฟ่ งั และดู

อย่างมเี หตผุ ลเพื่อนำขอ้ คิดมา

ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดำเนนิ ชีวิต

4. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตาม  การพดู ในโอกาสต่างๆ เชน่

วตั ถปุ ระสงค์ - การพดู อวยพร

- การพดู โนม้ นา้ ว

- การพดู โฆษณา

18

ชั้น ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.2 5. พดู รายงานเร่อื งหรอื ประเด็นท่ี  การพดู รายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ จากแหลง่

ศกึ ษาคน้ คว้า เรียนรตู้ า่ ง ๆ

6. มมี ารยาทในการฟงั การดู และ  มารยาทในการฟงั การดู และการพูด

การพูด

ม.3 1. แสดงความคิดเห็นและประเมินเร่ือง  การพดู แสดงความคดิ เห็น และประเมินเร่อื ง

จากการฟังและการดู จากการฟงั และการดู

2. วเิ คราะห์และวจิ ารณ์เร่อื งท่ฟี งั และดู  การพดู วเิ คราะห์วิจารณ์จากเร่ืองที่ฟงั และดู

เพือ่ นำข้อคิดมาประยุกตใ์ ชใ้ นการ

ดำเนินชีวติ

3. พดู รายงานเร่ืองหรอื ประเด็นที่  การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้าเกีย่ วกับ

ศึกษาคน้ คว้าจากการฟัง การดู และ ภูมิปัญญาทอ้ งถิน่

การสนทนา

4. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ได้ตรงตาม  การพดู ในโอกาสต่างๆ เช่น

วตั ถปุ ระสงค์ - การพดู โต้วาที

- การอภิปราย

- การพดู ยอวาที

5. พดู โน้มนา้ วโดยนำเสนอหลักฐาน  การพูดโนม้ น้าว

ตามลำดบั เน้ือหาอยา่ งมเี หตุผลและ

น่าเชือ่ ถือ

6. มมี ารยาทในการฟัง การดู และ  มารยาทในการฟงั การดู และการพดู

การพดู

ม.4-6 1. สรุปแนวคดิ และแสดงความคิดเหน็  การพดู สรปุ แนวคิดและการแสดงความ

จากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู คดิ เหน็ จากเรอ่ื งทฟี่ งั และดู

2. วเิ คราะหแ์ นวคิด การใช้ภาษา และ  การวิเคราะห์แนวคดิ การใช้ภาษา และความ

ความนา่ เชอ่ื ถือจากเร่อื งที่ฟังและดู น่าเชอ่ื ถอื จากเร่อื งท่ฟี งั และดู

อย่างมีเหตุผล  การเลอื กเร่ืองทีฟ่ ังและดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ

3. ประเมนิ เรื่องทีฟ่ ังและดู แล้วกำหนด  การประเมนิ เรอื่ งท่ีฟงั และดูเพอื่ กำหนด

แนวทางนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นการดำเนิน แนวทางนำไปประยกุ ตใ์ ช้

ชีวิต

4. มวี จิ ารณญาณในการเลือกเร่อื งท่ฟี ัง

และดู

19

ชัน้ ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ม.4-6 5. พดู ในโอกาสตา่ ง ๆ พูดแสดง  การพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ เชน่

ทรรศนะ โตแ้ ย้ง โนม้ นา้ วใจ และเสนอ - การพูดตอ่ ทีป่ ระชมุ ชน

แนวคิดใหม่ด้วยภาษาถกู ต้องเหมาะสม - การพูดอภปิ ราย

- การพูดแสดงทรรศนะ

- การพูดโนม้ นา้ วใจ

6. มีมารยาทในการฟัง การดู และ  มารยาทในการฟงั การดู และการพดู

การพูด

20

สาระที่ 4 หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา

ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ

ช้ัน ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม.1 1. อธิบายลักษณะของเสยี งในภาษาไทย  เสียงในภาษาไทย

2. สรา้ งคำในภาษาไทย  การสร้างคำ

- คำประสม คำซำ้ คำซอ้ น

- คำพอ้ ง

3. วิเคราะหช์ นิดและหนา้ ที่ของคำใน  ชนิดและหนา้ ทข่ี องคำ

ประโยค

4. วิเคราะหค์ วามแตกต่างของภาษาพดู  ภาษาพดู

และภาษาเขยี น  ภาษาเขยี น

5. แตง่ บทรอ้ ยกรอง  กาพยย์ านี 11

6. จำแนกและใช้สำนวนทีเ่ ป็นคำพังเพย  สำนวนท่เี ป็นคำพังเพยและสภุ าษิต

และสภุ าษติ

ม.2 1. สร้างคำในภาษาไทย  การสร้างคำสมาส

2. วเิ คราะหโ์ ครงสร้างประโยคสามญั  ลักษณะของประโยคในภาษาไทย

ประโยครวม และประโยคซ้อน - ประโยคสามัญ

- ประโยครวม

- ประโยคซ้อน

3. แต่งบทร้อยกรอง  กลอนสภุ าพ

4. ใช้คำราชาศัพท์  คำราชาศพั ท์

5. รวบรวมและอธิบายความหมายของ  คำทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ

คำภาษาตา่ งประเทศที่ใช้ในภาษาไทย

ม.3 1. จำแนกและใช้คำภาษาตา่ งประเทศท่ี  คำทมี่ าจากภาษาต่างประเทศ

ใช้ในภาษาไทย

2. วเิ คราะห์โครงสร้างประโยคซบั ซอ้ น  ประโยคซบั ซอ้ น

3. วิเคราะห์ระดับภาษา  ระดบั ภาษา

4. ใช้คำทบั ศพั ทแ์ ละศัพท์บญั ญัติ  คำทับศพั ท์

คำศัพทบ์ ญั ญตั ิ

21

ช้นั ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ม.3 5. อธบิ ายความหมายคำศัพทท์ าง คำศพั ทท์ างวชิ าการและวิชาชพี
วชิ าการและวชิ าชีพ
ม.4-ม.6 6. แตง่ บทรอ้ ยกรอง  โคลงสี่สภุ าพ
1. อธบิ ายธรรมชาติของภาษา พลังของ  ธรรมชาตขิ องภาษา
ภาษา และลกั ษณะของภาษา พลงั ของภาษา
 ลกั ษณะของภาษา
2. ใชค้ ำและกลมุ่ คำสรา้ งประโยคตรง - เสียงในภาษา
ตามวัตถปุ ระสงค์ - ส่วนประกอบของภาษา
- องค์ประกอบของพยางค์และคำ
3. ใช้ภาษาเหมาะสมแกโ่ อกาส  การใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยค
กาลเทศะ และบคุ คล รวมท้ังคำราชา - คำและสำนวน
ศพั ทอ์ ย่างเหมาะสม - การร้อยเรียงประโยค
4. แตง่ บทร้อยกรอง - การเพิม่ คำ
- การใช้คำ
- การเขียนสะกดคำ
 ระดับของภาษา
 คำราชาศพั ท์

กาพย์ โคลง รา่ ย และฉันท์

5. วเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลของ  อทิ ธพิ ลของภาษาต่างประเทศและภาษาถ่นิ

ภาษาต่างประเทศและภาษาถนิ่

6. อธบิ ายและวิเคราะหห์ ลักการสร้างคำ  หลกั การสร้างคำในภาษาไทย

ในภาษาไทย

7. วเิ คราะห์และประเมนิ การใชภ้ าษา  การประเมินการใช้ภาษาจากส่อื ส่ิงพมิ พแ์ ละ

จากสือ่ ส่งิ พิมพ์และส่อื อิเล็กทรอนิกส์ สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์

22

สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ ค่า

และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ

ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ม.1 1. สรุปเนอ้ื หาวรรณคดีและวรรณกรรม  วรรณคดีและวรรณกรรมเกีย่ วกับ

ทอ่ี า่ น - ศาสนา

- ประเพณี

- พิธีกรรม

- สุภาษิตคำสอน

- เหตกุ ารณป์ ระวตั ิศาสตร์

- บันเทิงคดี

- บันทึกการเดนิ ทาง

- วรรณกรรมท้องถิน่

2. วิเคราะหว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม  การวิเคราะหค์ ุณค่าและขอ้ คดิ จากวรรณคดี

ทอ่ี ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ และวรรณกรรม

3. อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดีและ

วรรณกรรมท่อี ่าน

4. สรุปความรูแ้ ละขอ้ คดิ จากการอา่ น

เพอ่ื ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จริง

5. ทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนด  บทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี ีคุณคา่

และบทรอ้ ยกรองท่มี ีคุณค่าตามความ - บทอาขยานตามท่กี ำหนด

สนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ

ม.2 1. สรุปเน้อื หาวรรณคดีและวรรณกรรม  วรรณคดแี ละวรรณกรรมเก่ยี วกบั

ทอี่ า่ นในระดบั ที่ยากขน้ึ - ศาสนา

- ประเพณี

- พิธีกรรม

- สุภาษิต คำสอน

- เหตุการณ์ประวตั ศิ าสตร์

- บันเทงิ คดี

- บนั ทึกการเดนิ ทาง

23

ชนั้ ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ม.2 2. วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณว์ รรณคดี  การวิเคราะหค์ ุณคา่ และข้อคิดจากวรรณคดี

วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถนิ่ ท่ี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถิ่น

อ่าน พรอ้ มยกเหตผุ ลประกอบ

3. อธบิ ายคุณค่าของวรรณคดีและ

วรรณกรรมท่ีอ่าน

4. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอา่ น

ไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จริง

5. ทอ่ งจำบทอาขยานตามทก่ี ำหนด  บทอาขยานและบทร้อยกรองที่มคี ุณค่า

และบทร้อยกรองที่มคี ณุ ค่าตามความ - บทอาขยานตามท่กี ำหนด

สนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ

ม.3 1. สรุปเนอ้ื หาวรรณคดี วรรณกรรม  วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรม

และวรรณกรรมท้องถ่ินในระดับที่ยาก ทอ้ งถนิ่ เกยี่ วกับ

ย่งิ ข้ึน - ศาสนา

- ประเพณี

- พธิ กี รรม

- สุภาษิตคำสอน

- เหตุการณ์ในประวตั ศิ าสตร์

- บนั เทิงคดี

2. วเิ คราะห์วถิ ไี ทยและคุณค่าจาก  การวิเคราะห์วถิ ไี ทย และคณุ ค่าจากวรรณคดี

วรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ า่ น และวรรณกรรม

3. สรุปความรแู้ ละขอ้ คดิ จากการอ่าน

เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง

4. ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยาน  บทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี คี ุณค่า

ตามทก่ี ำหนด และบทร้อยกรองท่มี ี - บทอาขยานตามทกี่ ำหนด

คุณค่าตามความสนใจและนำไปใช้ - บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

อา้ งอิง

24

ชั้น ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ม.4-ม.6
1. วเิ คราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดแี ละ  หลกั การวเิ คราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดแี ละ

วรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์ วรรณกรรมเบื้องตน้

เบือ้ งตน้ - จุดมุ่งหมายการแต่งวรรณคดแี ละวรรณกรรม

- การพจิ ารณารูปแบบของวรรณคดแี ละ

วรรณกรรม

- การพจิ ารณาเน้อื หาและกลวิธใี นวรรณคดีและ

วรรณกรรม

- การวิเคราะห์และการวิจารณ์วรรณคดแี ละ

วรรณกรรม

2. วเิ คราะห์ลกั ษณะเดน่ ของวรรณคดี  การวเิ คราะหล์ กั ษณะเด่นของวรรณคดแี ละ

เช่ือมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ วรรณกรรมเกีย่ วกบั เหตกุ ารณป์ ระวตั ศิ าสตร์

และวิถชี วี ติ ของสงั คมในอดตี และวถิ ชี ีวติ ของสงั คมในอดตี

3. วิเคราะห์และประเมินคุณค่าดา้ น  การวิเคราะห์และประเมนิ คุณค่าวรรณคดี

วรรณศิลปข์ องวรรณคดีและ และวรรณกรรม

วรรณกรรมในฐานะท่เี ป็นมรดกทาง - ด้านวรรณศิลป์

วฒั นธรรมของชาติ - ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม

4. สงั เคราะหข์ ้อคิดจากวรรณคดแี ละ  การสังเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม

วรรณกรรมเพ่ือนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น

ชวี ติ จริง

5. รวบรวมวรรณกรรมพืน้ บา้ นและ  วรรณกรรมพ้ืนบ้านทแ่ี สดงถึง

อธบิ ายภูมปิ ัญญาทางภาษา - ภาษากับวฒั นธรรม

- ภาษาถิน่

6. ทอ่ งจำและบอกคุณค่าบทอาขยาน  บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ุณคา่

ตามที่กำหนดและบทร้อยกรองทีม่ ี - บทอาขยานตามทีก่ ำหนด

คุณค่าตามความสนใจและนำไปใช้ - บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

อา้ งอิง

25

จำนวนมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชว้ี ดั
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

มาตรฐาน จำนวนตวั ช้ีวัดแต่ละระดับ/ รวม
แต่ละสาระ จำนวน
ช่อื สาระ ตัวช้วี ดั
จำนวน รหสั ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6
สาระท่ี 1 การอา่ น มาตรฐาน มาตรฐาน 36
สาระที่ 2 การเขยี น ท 1.1 98 10 9 35
สาระที่ 3 การฟงั การดู และการพูด 1 ท 2.1 98 10 8 24
สาระท่ี 4 หลกั การใช้ภาษาไทย 1 ท 3.1 66 6 6 24
สาระท่ี 5 วรรณคดีและวรรณกรรม 1 ท 4.1 65 6 7 20
1 ท 5.1 55 4 6 139
รวมตัวชี้วัด 1 35 32 36 36
5 5

26

สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด ผลการเรยี นรู้ รายภาค
บูรณาการอาเซียน และแนวหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ตัวชว้ี ัดรายภาคชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2

ตัวชีว้ ัด ท1.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ตวั ช้วี ัด ท1.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5

ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9

ท2.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ท2.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5

ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8 ม.1/9

ท3.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ท3.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5

ม.1/6 ม.1/6

ท4.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ท4.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5

ม.1/6 ม.1/6

ท5.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ท5.1 ม.1/1ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4

ม.1/5

ผลการเรียนรู้อาเซยี น ผลการเรียนรู้อาเซียน
1. ภาษาทุกภาษาไดร้ วมรูปแบบของความสภุ าพ ซง่ึ 1. ภาษาราชการชว่ ยใหก้ ารสอื่ สารงา่ ยข้นึ ระหว่าง
เชื่อมสมั พนั ธภาพของประชาชนเข้าดว้ ยกนั ประชาชนชาตติ ่าง ๆ แต่ก็ทำให้ประชาชนบาง
2. เร่อื งและนยิ ายปรมั ปราสามารถบอกเลา่ ดว้ ยวิธีที่ ประเทศได้เปรยี บมากกวา่ ประชาชนในบางประเทศ
หลากหลาย 2. บนั ทึกความทรงจำนนั้ เป็นการแสดงความคิดเห็น
3. ขณะทีโ่ ลกเปลย่ี นแปลงไปประสบการณ์ของคน ประวัติศาสตรอ์ ย่างหนง่ึ
ต่อธรรมชาตขิ องโลกกเ็ ปล่ยี นแปลงไป
จำนวน 35 ตวั ช้ีวัด / จำนวน 2 ผลการเรยี นรู้
จำนวน 35 ตัวชี้วัด / จำนวน 3 ผลการเรยี นรู้

27

ตวั ชว้ี ัดรายภาคชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2

ตวั ชีว้ ดั ท 1.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ตัวชว้ี ดั ท 1.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 ,

ม.2/7 , ม.2/8 ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 , ม.2/8

ท 2.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ท 2.1 ม.2/1 , ม.2/5 , ม.2/6 , ม.2/7 ,

ม.2/5 , ม.2/8 ม.2/8

ท 3.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/5 , ท 3.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 ,

ม.2/6 ม.2/5 , ม.2/6

ท 4.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 ท 4.1 ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5

ท 5.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 , ท 5.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 , ม.2/4 ,

ม.2/5 ม.2/5

ผลการเรียนรอู้ าเซยี น ผลการเรียนรู้อาเซยี น

1. การอพยพของผู้คนมีอทิ ธพิ ลในการเผยแพร่ภาษา 1. ชื่อที่คนใช้เรียกขานกลุ่มต่าง ๆ นั้น ช่วย

ในแถบเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ เสริมสรา้ งหรือบ่นั ทอนความเสมอภาคและยุติธรรม

2. เรอ่ื งและนยิ ายปรัมปราสามารถบอกเล่าด้วยวิธีท่ี 2. ภาษาราชการช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้นระหว่าง

หลากหลาย ประชาชนชาติต่าง ๆ แต่ก็ทำให้ประชาชนบาง

3. ขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปประสบการณ์ของคน ประเทศไดเ้ ปรียบมากกวา่ ประชาชนในบางประเทศ

ต่อธรรมชาติของโลกกเ็ ปลย่ี นแปลงไป

จำนวน 30 ตัวชี้วดั / จำนวน 3 ผลการเรียนรู้ จำนวน 30 ตวั ช้ีวัด / จำนวน 2 ผลการเรยี นรู้

28

ตัวชว้ี ัดรายภาคช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2

ตวั ชีว้ ดั ท 1.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ตัวชว้ี ดั ท 1.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 ,

ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 , ม.3/9 , ม.3/10 ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 , ม.3/9 , ม.3/10

ท 2.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ท 2.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 ,

ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 , ม.3/9 , ม.3/10 ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 , ม.3/9 , ม.3/10

ท 3.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ท 3.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 ,

ม.3/5 , ม.3/6 ม.3/5 , ม.3/6

ท 4.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ท 4.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 ,

ม.3/5 , ม.3/6 ม.3/5 , ม.3/6

ท 5.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 ท 5.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4

ผลการเรยี นรอู้ าเซยี น ผลการเรียนร้อู าเซียน

1. ให้การศกึ ษาภาษาตา่ งประเทศเป็นภาษาที่สองแก่ 1. ภาษาราชการช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้นระหว่าง

เยาวชนมีความสำคญั ตอ่ การสร้างประเทศให้เข้มแขง็ ประชาชนชาติต่าง ๆ แต่ก็ทำให้ประชาชนบาง

2. ขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปประสบการณ์ของคน ประเทศได้เปรยี บมากกวา่ ประชาชนในบางประเทศ

ตอ่ ธรรมชาตขิ องโลกก็เปลยี่ นแปลงไป 2. ภาษาราชการช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้นระหว่าง

3. การอพยพของผคู้ นมอี ิทธิพลในการเผยแพร่ภาษา ประชาชนชาติต่าง ๆ แต่ก็ทำให้ประชาชนบาง

ในแถบเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ ประเทศไดเ้ ปรียบมากกวา่ ประชาชนในบางประเทศ

จำนวน 36 ตัวช้ีวัด / จำนวน 3 ผลการเรยี นรู้ จำนวน 36 ตวั ชี้วดั / จำนวน 2 ผลการเรียนรู้

29

ตวั ช้ีวัดรายภาคชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4

ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2

ตวั ชว้ี ัด ท 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ตัวชว้ี ัด ท 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 ,ม.4-6/8 ,

, ม.4-6/9 ม.4-6/9

ท 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 ,ม.4-6/8 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 ,ม.4-6/8

ท 3.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 3.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6

ท 4.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 4.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 ม.4-6/4

ท 5.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 5.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6

ผลการเรียนรู้อาเซียน ผลการเรียนรอู้ าเซียน

1. อาเซียนส่งเสริมวรรณกรรมและวัฒนธรรมของ 1. การสง่ เสริมสนบั สนนุ ด้วยความเหน็ ท่หี ลากหลาย

วรรณกรรม ในวรรณกรรมชว่ ยทำให้ชาติหรือภูมิภาคนั้นเข้มแข็ง

2. ความหลากหลายของภาษาท้องถิ่นบางครั้งทำให้ ทางวัฒนธรรมได้

การรับรู้ในความแตกตา่ งชัดเจนขน้ึ 2. เหตกุ ารณท์ างประวัติศาสตร์และกระแสต่าง ๆ ที่

3. แนวบทกวีบางแนวเป็นที่รู้จักในระดับสากลและ เกิดขน้ึ มีสว่ นเสริมสร้างวรรณกรรมได้

ยังคงรว่ มสมัย 3. การเรียนรู้ภาษาใหม่มีส่วนช่วยเปิดโลกทัศน์ของ

ผคู้ น

จำนวน 33 ตัวชี้วดั / จำนวน 3 ผลการเรยี นรู้ จำนวน 33 ตัวชี้วัด / จำนวน 3 ผลการเรยี นรู้

30

ตวั ชว้ี ัดรายภาคช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2

ตัวชีว้ ดั ท 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ตัวชี้วดั ท 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8 ,

, ม.4-6/9 ม.4-6/9

ท 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8

ท 3.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 3.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/6 ม.4-6/4 , ม.4-6/6

ท 4.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 4.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/7 ม.4-6/4 , ม.4-6/7

ท 5.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 4.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/6 ม.4-6/4 , ม.4-6/6

ผลการเรียนร้อู าเซียน ผลการเรยี นรู้อาเซยี น

1. ระบบการเขียนที่หลากหลายในภมู ิภาคอาเซียนมี 1. อาเซียนส่งเสริมวรรณกรรมและวัฒนธรรมของ

อทิ ธิพลต่อวรรณกรรม วรรณกรรม

2. การสง่ เสรมิ สนบั สนุนดว้ ยความเหน็ ท่หี ลากหลาย 2. ความหลากหลายของภาษาทอ้ งถ่ินบางคร้ังทำให้

ในวรรณกรรมชว่ ยทำให้ชาตหิ รือภูมภิ าคนั้นเข้มแข็ง การรบั รใู้ นความแตกตา่ งชัดเจนข้นึ

ทางวัฒนธรรมได้ 3. แนวบทกวีบางแนวเป็นที่รู้จักในระดับสากลและ

3. เหตกุ ารณ์ทางประวัติศาสตร์และกระแสต่าง ๆ ท่ี ยังคงร่วมสมัย

เกิดขึ้นมีส่วนเสริมสร้างวรรณกรรมได้

จำนวน 36 ตวั ช้ีวดั / จำนวน 3 ผลการเรียนรู้ จำนวน 36 ตวั ชี้วัด / จำนวน 3 ผลการเรียนรู้

31

ตวั ชี้วัดรายภาคชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6

ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2

ตัวชว้ี ัด ท 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ตวั ชว้ี ดั ท 1.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8 , ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8 ,

ม.4-6/9 ม.4-6/9

ท 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 2.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 , ม.4-6/8

ท 3.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 3.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6

ท 4.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 4.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 , ม.4-6/7

ท 5.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 , ท 5.1 ม.4-6/1 , ม.4-6/2 , ม.4-6/3 ,

ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6 ม.4-6/4 , ม.4-6/5 , ม.4-6/6

ผลการเรยี นรอู้ าเซยี น ผลการเรียนรอู้ าเซียน

1. ชาติต่าง ๆ สามารถส่งเสริมความหยุ่นตัวได้โดย 1. เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์และกระแสต่าง ๆ

การสื่อสารและการร่วมมือกันข้ามอุปสรรคด้าน ที่เกิดข้นึ มีสว่ นเสริมสรา้ งวรรณกรรมได้

ภาษา 2. การเรียนรู้ภาษาใหม่มีส่วนช่วยเปิดโลกทัศน์ของ

2. ภาษาที่ใช้ร่วมกันสะท้อนและเสริมให้เกิดความ ผู้คน

เสมอภาคหรอื ความไม่เสมอภาคระหว่างกลมุ่ 3. แนวบทกวีบางแนวเป็นที่รู้จักในระดับสากลและ

3. ความหลากหลายของภาษาทอ้ งถิ่นบางคร้ังทำให้ ยงั คงร่วมสมยั

การรบั ร้ใู นความแตกต่างชัดเจนขน้ึ

จำนวน 36 ตวั ชี้วดั / จำนวน 3 ผลการเรยี นรู้ จำนวน 36 ตัวชี้วัด / จำนวน 3 ผลการเรียนรู้

32

ผลการเรยี นรรู้ ายวิชาเพ่ิมเติม

ผลการเรยี นรู้รายภาคชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4

ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2

รายวชิ าภาษาไทยเพื่อการสอ่ื สาร 1 รายวชิ าภาษาไทยเพือ่ การส่ือสาร 2

รหสั ท30211 รหสั ท30212

1. บอกแนวคดิ พื้นฐานของการส่อื สาร 1. เลือกใช้คำได้ถูกตอ้ งตามความหมายและ

2. มีทักษะทางด้านการฟัง สามารถฟังและ ระดบั ของภาษา

คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ 2. ลำดับประโยคในข้อความต่อเนื่องได้

3. มีทักษะทางด้านการพูด สามารถพูดได้ อย่างถกู ตอ้ ง

ถกู ตอ้ งเหมาะสม 3. เขียนกรอบแนวคิด หรือผังความคิดจาก

4. มที ักษะทางดา้ นการอ่าน สามารถอา่ นได้ เร่ืองท่ีอา่ นได้

อยา่ งถกู ต้อง 4. เขียนย่อความ สรุปความ จากการอ่าน

5. สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ หรอื ฟงั ส่อื ท่ีมรี ูปแบบและเนอื้ หาหลากหลายได้

ในชวี ิตประจำวนั ได้ 5. เขียนได้ถูกต้องตามวัตถปุ ระสงค์

6. แสดงคุณธรรมและมารยาทในการเขยี น

ทุกประเภท

จำนวน 5 ผลการเรียนรู้ จำนวน 6 ผลการเรียนรู้

33

ผลการเรียนรรู้ ายวชิ าเพิ่มเตมิ

ผลการเรียนรู้รายภาคชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5/2

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2

รายวชิ าการผลติ สอ่ื เพอ่ื การโฆษณา รายวิชาวาทการ

รหัส ท30213 รหสั ท30214

1. เลอื กใช้ภาษาได้เหมาะสมกบั การโฆษณา 1. อธิบายหลักการพูด การวิเคราะห์ผู้ฟง

2. อธิบายความหมาย ความสำคัญ และ การเตรยี มการพดู และการประเมนิ การพดู ได้

ประเภทของการโฆษณา 2. พูดแบบอ่านในกรณีอ่านรายงานอย่าง

3. ผลติ สอ่ื ทใ่ี ช้ในการโฆษณาได้ เปน็ ทางการได้

3. พูดสรุปเนื้อหาสาระแนวคิดและแสดง

ความคิดเห็นจากการอ่าน ฟง ดูได้

4. สังเคราะห์ ความรูจากกาฟัง การดูส่ือ

สิ่งพิมพ์ และสื่อจากแหล่งเรียนรูตา่ ง ๆ มาพูดแสดง

ความรู ความคดิ และความรูสึกได้

5. พูดตามโอกาสหรอื สถานการณที่กำหนด

ไดอ้ ย่างเหมาะสม

6. ประเมินการพดู ของผู้อื่นได้

จำนวน 3 ผลการเรยี นรู้ จำนวน 6 ผลการเรียนรู้

34

ผลการเรียนรรู้ ายวิชาเพิ่มเตมิ

ผลการเรียนรรู้ ายภาคชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5/3

ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2

รายวชิ าการอา่ นและพจิ ารณาวรรณกรรม รายวิชาวรรณกรรมปจั จบุ ัน

รหัส ท30201 รหัส ท30202

1. เขา้ ใจหลักการพนิ ิจวรรณกรรม 1. บอกความหมายและความสำคัญของ

2. เข้าใจเรื่องย่อ ลักษณะคำประพันธ์ วรรณกรรมปัจจุบันได้อ ย่างเข้าใจถึง ก าร

ลักษณะตัวละคร แนวคิด และพินิจวรรณกรรม เปลย่ี นแปลง

ประเภทตา่ ง ๆ ได้ ทางภาษา และเข้าใจว่าภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสาร

3. วิเคราะห์คุณค่าด้านเนื้อหา ด้านสังคม ของมนษุ ยท์ มี่ ีอิทธิพลตอ่ ผ้ใู ช้

และด้านวรรณศลิ ป์จากวรรณกรรมได้ 2. ประเมินคุณค่า วิเคราะห์ วิจารณ์

4. นำความรู้ทไ่ี ด้จากวรรณกรรมไป สังเคราะห์เนื้อหา ของวรรณกรรมปัจจุบัน และ

ประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน สามารถนำแนวคิดจากวรรณกรรมปัจจุบันไป

ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ อย่างเขา้ ใจสงั คมปัจจุบนั

3. ใช้ภาษาอย่างมีคุณธรรม เสริมสร้าง

ความเข้าใจอันดีต่อกัน มีส่วนร่วมในการถ่ายทอด

ความรู้สึกนึกคิดและแสดงออกทางความคิดอย่าง

สร้างสรรค์

4. ศกึ ษาค้นคว้าและนำเสนอผลงาน

การศกึ ษาค้นคว้า เก่ียวกบั วรรณกรรมปจั จบุ ัน

จำนวน 4 ผลการเรยี นรู้ จำนวน 4 ผลการเรยี นรู้

35

ผลการเรยี นรูร้ ายวิชาเพ่มิ เติม

ผลการเรียนร้รู ายภาคชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6/2

ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2

รายวิชาภาษาไทยธรุ กจิ 1 รายวิชาภาษาไทยธุรกจิ 2

รหสั ท30215 รหสั ท30216

1. บอกความหมายของภาษาไทยธรุ กจิ 1. สามารถใช้ภาษาไทยส่อื สารในงานธรุ กิจได้

ได้ถกู ต้อง 2. สามารถเขยี นรายงานการประชมุ ได้

2. อธิบายการใช้ภาษาไทยในการส่ือสาร 3. สามารถให้สัมภาษณ์และเจรจาทาง

ธุรกิจไดถ้ ูกต้องตามหลักภาษา ธรุ กจิ ได้

3. วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมนิ คา่ 4. สามารถใช้ภาษาในการโน้มน้าวใจในการ

การใช้ภาษาไทยในงานธรุ กจิ จากการอ่าน การฟงั เขียนโฆษณาทางธรุ กิจได้

การดู และการการพดู

4. สามารถเขยี นจดหมายทางธุรกิจได้

5. สามารถพูดตดิ ต่อกิจธรุ ะ และ พดู ในงาน

ธรุ กิจตามหลักการพูดได้

จำนวน 5 ผลการเรียนรู้ จำนวน 4 ผลการเรยี นรู้

36

ผลการเรยี นรรู้ ายวิชาเพ่ิมเตมิ

ผลการเรยี นรรู้ ายภาคชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6/3

ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนที่ 2

รายวิชาภาษาศลิ ป์เพือ่ โลกสวย รายวชิ าภาษากวีเพื่อโลกงาม

รหัส ท30207 รหสั ท30208

1. สามารถอธบิ ายลักษณะ รปู แบบ และ 1. สามารถอธิบายลักษณะ รูปแบบ และ

เนือ้ หาของวรรณกรรมทอ้ งถนิ่ ได้ เน้ือหาของวรรณกรรมท้องถ่นิ ได้

2. สามารถวเิ คราะห์และจำแนกประเภท 2. สามารถวิเคราะห์คุณค่าด้านต่าง ๆ ของ

ของวรรณกรรมทอ้ งถ่นิ ได้ วรรณกรรมท้องถน่ิ ได้

3. สามารถบอกลักษณะการใช้ภาษาใน 3. สามารถแสดงความคิดเห็น วิจารณ์

วรรณกรรมทอ้ งถิ่นได้ วรรณกรรมท้องถน่ิ ได้

4. สามารถเลา่ เรื่องสรุปของวรรณกรรม 4. มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเผยแพร่

ท้องถน่ิ ได้ วรรณกรรมทอ้ งถิ่น

5. มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเผยแพร่

วรรณกรรมท้องถิน่

จำนวน 5 ผลการเรียนรู้ จำนวน 4 ผลการเรียนรู้

โครงสร้างรายวิชา กลุ่มส

ภาคเรียนท่ี 1

ท่ี รายวชิ า รหสั วชิ า จำนวน จำนวน
ช่ัวโมง หนว่ ยกิต
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ท21101 ช
1 ภาษาไทย 1 3 1.5 1
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ท22101 ช
1 ภาษาไทย 3 3 1.5 1
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ท23101 ช
1 ภาษาไทย 5 3 1.5 1
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ท31101 ช
1 ภาษาไทย 1 ท30211 2 1.0 1
2 ภาษาไทยเพ่อื การส่อื สาร 1 2 1.0 2
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ท32101 ช
1 ภาษาไทย 3 ท30201 2 1.0 1
2 การอา่ นและพิจารณาวรรณกรรม ท30213 2 1.0 2
3 การผลติ สื่อเพ่อื การโฆษณา 2 1.0 3

37

สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ภาคเรยี นที่ 2

ท่ี รายวชิ า รหสั วิชา จำนวน จำนวน
ชวั่ โมง หนว่ ยกิต
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ท21102
1 ภาษาไทย 2 3 1.5
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ท22102
1 ภาษาไทย 4 3 1.5
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ท23102
1 ภาษาไทย 6 3 1.5
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ท31102
1 ภาษาไทย 2 ท30212 2 1.0
2 ภาษาไทยเพอ่ื การส่อื สาร 2 2 1.0
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ท32102
1 ภาษาไทย 4 ท30202 2 1.0
2 วรรณกรรมปจั จุบัน ท30214 2 1.0
3 วาทการ 2 1.0

โครงสร้างรายวชิ า กลุม่ สาร

ท่ี รายวชิ า ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน จำนวน ช
รหัสวิชา ชั่วโมง หน่วยกิต 1
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 2
1 ภาษาไทย 5 ท33101 2 1.0 3
2 ภาษาศิลปเ์ พ่ือโลกสวย ท30207 2 1.0
3 ภาษาไทยเพ่ือธรุ กจิ 1 ท30215 2 1.0

38

ระการเรียนรภู้ าษาไทย (ต่อ)

ท่ี รายวิชา ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน จำนวน
รหสั วิชา ชว่ั โมง หนว่ ยกิต
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
1 ภาษาไทย 6 ท33102 2 1.0
2 ภาษากวีเพือ่ โลกงาม ท30208 2 1.0
3 ภาษาไทยเพ่อื ธุรกิจ 2 ท30216 2 1.0

39

คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐานและโครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ภาคเรยี นที่ 1 – ภาคเรยี นท่ี 2

40

โครงสรา้ งรายวิชาภาษาไทยช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน้
รายวิชาพน้ื ฐาน

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 3 ช่วั โมง/สัปดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรยี น
3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หน่วยการเรียน
ท21101 ภาษาไทย 1
ท21102 ภาษาไทย 2 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรียน
3 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.5 หน่วยการเรียน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
3 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรยี น
ท22101 ภาษาไทย 3 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.5 หนว่ ยการเรยี น
ท22102 ภาษาไทย 4

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

ท23101 ภาษาไทย 5
ท23102 ภาษาไทย 6

41

คำอธบิ ายรายวิชา

วชิ าภาษาไทย 1 รหสั วชิ า ท21101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1
เวลา 3 ชัว่ โมง/สัปดาห์ 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน จำนวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษาและฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง จับใจความสำคัญ ระบุเหตุและผล
แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน อธิบายคำเปรียบเทียบ คำที่มีความหมายในบริบทต่าง ๆ ตีความ
คำยาก ปฏิบัติตามคู่มือแนะนำวิธีการใช้งานของเครื่องมือเครื่องใช้สรุปเนื้อหา วิเคราะห์โดยยกเหตุผล
ประกอบ อธิบาย สรุปความรู้ ข้อคิด และคุณค่าที่ได้จากการอา่ นคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทดั ตามรูปแบบ
ตัวอักษรไทย เขียนสื่อสารแนะนำตนเอง เขียนบรรยายประสบการณ์ เขียนเรียงความเชิงพรรณนาเขียน
ย่อความ เขียนแสดงความคิดเห็น เขียนจดหมายส่วนตัว เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า พูดสรุป
ใจความสำคัญ พดู แสดงความคิดเหน็ พดู รายงานจากการศึกษาคน้ ควา้ เล่าเรื่องยอ่ จากเร่อื งท่ีฟังและดูอธิบาย
ลักษณะของเสียงในภาษาไทย สร้างคำในภาษาไทย วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูดและเขียนแต่ง
บทร้อยกรองประเภทกาพย์ยานี 11 ใช้สำนวนคำพังเพยสุภาษิต สรุปความรู้ ข้อคิด อธิบายคุณค่า
ประเมนิ คุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่อา่ นไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและ
บทร้อยกรองทม่ี คี ณุ คา่ ตามความสนใจ

โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษา การอา่ น การเขียน การฟงั การดูและการพูด อย่างมี
มารยาทปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพูด เพื่อสร้างความรู้ ความคิดและ
นำไปใช้ ตดั สนิ ใจแกป้ ญั หาในชวี ติ จริง

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจตามมาตรฐานและตัวชี้วัด มีทักษะวัฒนธรรมการใช้ภาษาเพ่อื
การสอื่ สาร ชนื่ ชม เหน็ คณุ ค่าภูมปิ ัญญาไทยและภูมใิ จในภาษาประจำชาติ

แทรกเน้ือหาอาเซียน, ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
อทิ ธพิ ลของเหตุการณห์ รอื กระแสโลกท่ีมีอทิ ธพิ ลตอ่ วรรณกรรมวรรณคดี
นำตำนานและเรื่องเล่าที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาเปรียบเทียบความเหมือนและ

ความแตกตา่ ง
วรรณกรรมและวรรณคดสี ามารถอธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่างมนุษยก์ ับธรรมชาตไิ ด้
วเิ คราะหก์ ารแกไ้ ขปญั หาจากปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง


Click to View FlipBook Version