KORAT.NFE.GO.TH ส่ส่ ส่ ง ส่ งเสริริม ริริ การเรีรีย รีรี นรู้รู้รู้รู้ จัจั จั ง จั งหวัวัด วั ด วั นครราชสีสี สี ม สี มา แผนปฏิฏิ ฏิ บั ฏิ บั บั ติ บั ติ ติ ก ติ การ [email protected] 0-44251-039 ประจำจำจำจำปีปีงปีปีบประมาณ 2567
พระบรมโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน 1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่งคง – มีคุณธรรม 3. มีงานทำ – มีอาชีพ 4. เป็นพลเมืองดี 1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 1) ความรู้ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมือง 2) ยึดมั่นในศาสนา 3) มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ 4) มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน 3. มีงานทำ – มีอาชีพ 1) การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝน อบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็กและเยาวชนรักงาน สู้งาน ทำจนงานสำเร็จ 2) การฝึกอบรมทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตรต้อง มีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนทำงานเป็น และมีงานทำในที่สุด 3) ต้องสนับสนุนผู้สำเร็จหลักสูตรอาชีพ มีงานทำ จนสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัว 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่งคง – มีคุณธรรม 1) รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด-ชอบ / ชั่ว-ดี 2) ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงาม 3) ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว 4) ช่วยกันสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง 4. เป็นพลเมืองดี 1) การเป็นพลเมืองที่ดี เป็นหน้าที่ของทุกคน 2) ครอบครัว – สถานศึกษาปละสถานประกอบการ ต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี 3) การเป็นพลเมืองที่ดีคือ “เห็นอะไรที่จะทำเพื่อ บ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” เช่น งานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญ ประโยชน์ งานสาธารณกุศลให้ทำด้วยความมีน้ำใจ และความเอื้อาทร นายเกษม วัฒนชัย ผู้บันทึก
คำนำ แผนการปฏิบัติการการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เล่มนี้ จำทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด นครราชสีมา อันได้แก่ การจัดการศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาเพื่อพัฒนาตนเอง และการศึกษา เพื่อคุณวุฒิตามระดับ เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดได้ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดแผนงาน / โครงการ โดยให้มีความสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ และจุดเน้น การดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมถึงนโยบายของรัฐบาลในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสอดคล้องกับบริบทของจังหวัดนครราชสีมาเป็นสำคัญ ต้องขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มีส่วนทำให้การจัดทำแผนการปฏิบัติการ ส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หากท่านมีข้อเสนอแนะ และคำแนะนำอื่นใดที่จะมีส่วนทำให้การจัดทำแผนปฏิบัติการฯ เล่มนี้มีความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คณะทำงานฯ และสกร.จังหวัดนครราชสีมา ยินดีรับฟัง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา ธันวาคม 2566
สารบัญ เรื่อง หน้า พระบรมราโชบายด้านการศึกษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว คำนำ สารบัญ บทที่ 1 บทนำ 1 ส่วนที่ 1 สภาพทั่วไปของจังหวัดนครราชสีมา 2 - ประวัติความเป็นมา 2 - ลักษณะภูมิประเทศ 6 - แหล่งน้ำ 7 - ขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย 8 - วัฒนธรรม เอกลักษณ์เทศกาลประเพณี 9 - การปกครองและการบริหาร 10 - สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา 11 - ประชากร 13 - เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา 17 ส่วนที่ 2 ข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาทุกประเภทและทุกระดับ ของจังหวัดนครราชสีมา 18 ส่วนที่ 3 วิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ ของ สกร.จังหวัดนครราชสีมา (SWOT) 21 - วิเคราะห์สภาพภายใน 23 - วิเคราะห์สภาพภายนอก 26 ส่วนที่ 4 ข้อมูลทั่วไป สกร.จังหวัดนครราชสีมา 28 - ประวัติ สกร.จังหวัดนครราชสีมา 28 - ทำเนียบผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด นครราชสีมา 28 - ทำเนียบผู้บริหารการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครราชสีมา 29 - ทำเนียบผู้บริหารการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดนครราชสีมา 30
เรื่อง หน้า - คณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา 30 - โครงสร้างการบริหารจัดการ สกร.จังหวัดนครราชสีมา 32 - จำนวนบุคลากรในสังกัด สกร.จังหวัดนครราชสีมา 33 - รายชื่อสถานศึกษา 34 บทที่ 2 ทิศทางของสถานศึกษา 37 นโยบายการศึกษา ของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 38 - นโยบายการจัดการศึกษา 38 การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ.2566-2570) จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 44 - วิสัยทัศน์ 44 - พันธกิจ 44 - ประเด็นยุทธศาสตร์ 45 - กลยุทธหลักของแผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2566-2570 45 - โครงการหลัก 47 นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - วิสัยทัศน์ 48 - พันธกิจ 48 - เป้าประสงค์ 49 - ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 50 - ภารกิจต่อเนื่อง 53 - ภารกิจหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน 59 แผนงานงบประมาณ/รหัสงบประมาณตามโครงสร้างงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 62 บทที่ 3 โครงการ/กิจกรรม 64 - โครงการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 65 - โครงการจัดการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556 (ปวช.) สำหรับกลุ่มเป้าหมายนอกระบบ 72 - โครงการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำหรับคนพิการ 79
เรื่อง หน้า - โครงการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำหรับเด็กเร่ร่อน 86 - โครงการเทียบโอนความรู้เทียบระดับการศึกษามิติความรู้ความคิด 93 - โครงการส่งเสริมการรู้หนังสือ 99 - โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 103 - โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 108 - โครงการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 112 - โครงการพัฒนาห้องสมุดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต 116 - โครงการส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 123 - โครงการจัดกิจกรรมสร้างแหล่งเรียนรู้ระดับตำบล 128 - โครงการ “ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด” ตามพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 137 - โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน 142 - โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ - โครงการพัฒนาเครือข่ายเศรษฐกิจดิจิทัลสู่ชุมชนในระดับตำบล 154 - โครงการภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ 158 - โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย 162 - โครงการกำกับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการดำเนินงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 168 - โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการการส่งเสริมการเรียนรู้ 172 - (แบบ กศน.-กผ.-01) 176 ภาคผนวก - ประกาศสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง จุดเน้นการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 คณะผู้จัดทำ
หน้าที่ : 1
หน้าที่ : 2 บทที่ 1 บทนำ ส่วนที่ 1 : สภาพทั่วไปของจังหวัดนครราชสีมา ประวัติความเป็นมา จังหวัดนครราชสีมา เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในอาณาจักรไทย แต่เดิมตั้งอยู่ในท้องที่ อำเภอสูงเนิน ห่างจากตัวเมืองปัจจุบัน 31 กิโลเมตร เรียกว่า “เมืองโคราฆะปุระ” หรือโคราช กับเมืองเสมา ซึ่งทั้ง 2 เมืองเคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยขอม แต่ปัจจุบันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมลำตะคอง สมัยอยุธยา ในแผ่นดินสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199-2231) โปรดให้สร้าง เมืองโดยเอาชื่อเมืองเสมากับเมืองโคราฆะบุระ มาผูกเป็นนามใหม่เรียกว่า “ เมืองนครราชสีมา ” แต่คนทั่วไปมักเรียกว่า “ เมืองโคราช ” สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯให้ยกฐานะเป็นเมืองชั้นเอก ผู้สำเร็จราชการ มียศเป็นเจ้าพระยา เจ้าพระยานครราชสีมาคนแรกชื่อ “ ปิ่น ณ ราชสีมา ” และในรัชกาลนี้ เมืองนครราชสีมา ได้นำช้างเผือก 2 เชือก ขึ้นน้อมเกล้าถวาย ต่อมาในปี พ.ศ.2369 ในสมัยรัชกาล ที่ 3 เจ้าอนุวงศ์ผู้ครองเมืองเวียงจันทน์ ก่อการกบฏ ยกกองทัพมาตีเมืองนครราชสีมาและกวาดต้อน พลเมืองไปเป็นเชลย คุณหญิงโม (ภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา พระสุรเดชวิเศษ ฤทธิ์ทศทิศวิชัย) ผู้รักษาเมืองแกล้งทำเป็นกลัวเกรง และประจบเอาใจทหารลาว เมื่อถูกกวาดต้อนมาถึงทุ่งสัมฤทธิ์ ในเขตอำเภอพิมายก็หยุดพักกลางทาง พอได้โอกาสคุณหญิงโมก็จัดทัพโจมตีกองทัพเวียงจันทน์ แตกพ่ายไป วีรกรรมที่คุณหญิงโมได้ประกอบขึ้นนี้ รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนา คุณหญิงโม ให้ดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น “ ท้าวสุรนารี ” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมหัวเมืองในเขตที่ราบสูง ให้นครราชสีมาเป็นที่ว่าการมณฑลลาวกลางในปี พ.ศ.2434 (ร.ศ.110) เดิมทีนั้นชื่อเมืองนครราชสีมามีการใช้ "นครราชสีมา" และ "นครราชสีห์มา" สลับกันไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2445 (พ.ศ. 2444 เดิม) ได้มีพระบรมราชโองการฯ ให้ประกาศว่า “ ชื่อมณฑลแลเมืองนครราชสีห์มา ซึ่งใช้ตัว ห การันต์ด้วยนั้น เป็นการผิดจากความหมายของชื่อเมือง แต่นี้ต่อไปอย่าให้ใช้ตัว ห การันต์ ให้ใช้ว่า นครราชสีมา ในการที่จะออกชื่อเกี่ยวด้วยมณฑลแลเมืองนี้ในที่ทั้งปวง ” ----- ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 12 มกราคม ร.ศ. 120 เล่ม 18 หน้า 791 -----
หน้าที่ : 3 สัญลักษณ์ประจำจังหวัด ตราประจำจังหวัดนครราชสีมา (รูปท้าวสุรนารี ประดิษฐานอยู่หน้าประตูชุมพล ประตูเมืองทางด้านทิศตะวันตก) หมายถึง วีรกรรมอันกล้าหาญที่ท้าวสุรนารีได้กอบกู้เมืองนครราชสีมา จากกองทัพของเจ้า อนุวงศ์ แห่งเวียงจันทน์ไว้ได้ ซึ่งตราจังหวัดนครราชสีมาภาพนี้มีฐานะเป็นตราราชการ ตามประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 214) [ว่าด้วยการกำหนดเครื่องหมายราชการประจำจังหวัด 76 จังหวัด คำขวัญประจำจังหวัด “เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน” ต้นไม้ประจำจังหวัด ต้นสาธร (Millettia leucantha) ดอกไม้ประจำจังหวัด ดอกสาธร อักษรย่อ นม สีประจำกลุ่มจังหวัด สีแสด (สีส้ม) ขนาดที่ตั้งและอาณาเขต จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บนที่ราบสูงโคราช ละติจูด 15 องศาเหนือ ลองติจูด 102 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 187 เมตร ตัวจังหวัด อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ 255 กิโลเมตร และโดยทางรถไฟ 264 กิโลเมตร มีพื้นที่20,493.964 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 12,808,728 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 12.12 ของพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หน้าที่ : 4 แผนที่จังหวัดนครราชสีมา มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดขอนแก่น ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระแก้ว ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดขอนแก่น ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี
หน้าที่ : 5 แผนที่ประเทศไทย
หน้าที่ : 6 ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 150-300 เมตร มีเทือกเขา สันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรัก เป็นแนวยาวทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตก ส่วนบริเวณตอนล่าง ค่อนไปทางเหนือ และตะวันออกเป็นที่ราบลุ่ม โดยมีลำตะคองและลำน้ำสาขาอื่น ๆ ไหลหล่อเลี้ยง บริเวณด้านเหนือของเมือง และเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำมูลซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถแบ่งออกเป็น 4 บริเวณได้แก่ 1. บริเวณเทือกเขาและที่สูงทางตอนใต้ของจังหวัด มีความสูงจากระดับน้ำทะเล > 250 เมตร อยู่ในบริเวณอำเภอปากช่อง อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอครบุรีและอำเภอเสิงสาง เทือกเขานี้เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลำธารหลายสายที่ไหลไปทางทิศตะวันออกของภาค ได้แก่ ลำแซะ ลำพระเพลิง และลำปลายมาศ พื้นที่ระหว่างเทือกเขาส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นคลื่นลอนลึกและลูกคลื่น ลอนตื้น ตอนล่างของหุบเขามีความลาดชันค่อนข้างมาก ทำให้มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินค่อนข้าง สูง 2. บริเวณที่สูงทางตอนกลางของจังหวัดมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 200-250 เมตร อยู่ในเขตอำเภอด่านขุนทด อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอเทพารักษ์ อำเภอพระทองคำ ตอนล่าง ของอำเภอโนนไทย อำเภอขามทะเลสอ อำเภอเมือง อำเภอสูงเนิน ตอนบนของอำเภอปักธงชัย อำเภอครบุรี อำเภอโชคชัย อำเภอหนองบุญมาก อำเภอจักราช และอำเภอเสิงสาง ลักษณะพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นลูกคลื่นตอนตื้น ยกเว้นบริเวณใกล้เชิงเขา มีลักษณะเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนลึก พื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย ได้แก่ ลำแชะ ลำพระเพลิง ลำตะคลอง ลำน้ำมูล และลำจักราช 3. พื้นที่ลูกคลื่นทางตอนเหนือของจังหวัด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร อยู่ในเขตอำเภอขามสะแกแสง ตอนบนของอำเภอโนนไทย อำเภอคง ทางทิศตะวันตกของ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอห้วยแถลง อำเภอชุมพวง และอำเภอลำทะเมนชัย มีลักษณะเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นที่สูงสลับที่นา บางตอนเป็นพื้นที่ราบลุ่มบริเวณฝั่งแม่น้ำลำเชียงไกร และลำปลายมาศ 4. บริเวณที่ราบลุ่มทางตอนเหนือของจังหวัด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลน้อยกว่า 200 เมตร อยู่ในเขตอำเภอบัวใหญ่ อำเภอคง อำเภอโนนสูง อำเภอประทาย อำเภอพิมาย อำเภอสีดา อำเภอบัวลาย และอำเภอเมืองยาง มีลักษณะเป็นพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้น และมีที่ราบลุ่มบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำ
หน้าที่ : 7 แหล่งน้ำ 1. แหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ 9 ลุ่มน้ำได้แก่ ลุ่มน้ำมูลตอนบน, ลุ่มน้ำลำพระเพลิง, ลุ่มน้ำลำมูลตอนล่าง, ลุ่มน้ำลำปลายมาศ, ลุ่มน้ำลำตะคอง,ลุ่มน้ำลำเชียงไกร, ลุ่มน้ำลำสะแทด ลุ่มน้ำลำชี และลุ่มน้ำลำจักราช รวมพื้นที่ลุ่มน้ำ 20,905 ตร.กม. ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,078.6 มม. /ปี ปริมาณน้ำค่าเฉลี่ย 3,512 ล้าน ลบ.ม. /ปี มีพื้นที่ชลประทาน 702,458 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 8.57 ของ พื้นที่จังหวัดทั้งหมด 2. อ่างเก็บน้ำสำคัญ (2.1) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ - อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ความจุ 314.49 ล้าน ลบ.ม.เมตร/ 127,540 ไร่ - อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง- ลำสำลาย ความจุ 149.80 ล้านลบ.ม./84,960 ไร่ - อ่างเก็บน้ำมูลบน - ลำแชะ ความจุ 416 ล้าน ลบ./135,400 ไร่ - อ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ -ห้วยเตย ความจุ 102.10 ล้านลบ.ม./60,800 ไร่ (2.2) อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง - อ่างเก็บน้ำห้วยซับประดู่ ความจุ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร - อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง ความจุ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร - อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ความจุ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร - อ่างเก็บน้ำห้วยตะคร้อ ความจุ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร (2.3) อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก - อ่างเก็บน้ำชลประทานขนาดเล็กที่มีอยู่ในเขต มีทั้งสิ้น 473 แห่ง 3. ปริมาณฝนและปริมาณน้ำ ปริมาณฝนค่าเฉลี่ยรายปีเท่ากับ 1 ,035 มม. โดยค่าปริมาณฝนรายปีเฉลี่ยที่เกิดขึ้น ในช่วงฤดูฝน 873 มม. หรือคิดเป็นร้อยละ 84 ของทั้งหมด และมีค่าปริมาณฝนรายปีเฉลี่ยที่เกิดขึ้น ในช่วงฤดูแล้ง 163 มม. หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของทั้งหมด 4. ปริมาณน้ำบาดาล น้ำที่สูบขึ้นมาใช้จากบ่อบาดาลและบ่อน้ำตื้นของพื้นที่ลุ่มน้ำในจังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณ รวมทั้งสิ้น 50 ล้าน ลบ.ม./ปี หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถพัฒนา ได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำมูล โดยไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีค่าประมาณ 170 ล้าน ลบ.ม./ปี การพัฒนาน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ ไม่ควรพัฒนาจนใกล้เคียงกับศักยภาพ เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงในเชิง ปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องความเค็ม และ อาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของความเค็มด้วย
หน้าที่ : 8 5. คุณภาพน้ำผิวดิน คุณภาพน้ำในแม่น้ำมูลมีแนวโน้มคุณภาพต่ำลง เมื่อมีระยะทางห่างจากปากแม่น้ำ มากขึ้น ซึ่งบริเวณที่ผ่านจังหวัดนครราชสีมา จะมีแนวโน้มคุณภาพน้ำต่ำลง โดยมีค่าเฉลี่ย DO ลดลง และมีค่าความสกปรก เพิ่มมากขึ้น เข้าเกณฑ์แหล่งน้ำประเภทที่ 4 และประเภทที่ 5 แหล่งน้ำผิวดิน (แม่น้ำลำคลอง เขื่อน อ่างเก็บน้ำบึง ฯ) แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ ของจังหวัดนครราชสีมามี 9 ลุ่มน้ำโดยมีพื้นที่ลุ่มน้ำที่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 20,905 ตารางกิโลเมตร อำเภอที่ได้รับน้ำจากลุ่มน้ำได้แก่ อำเภอชุมพวง พิมาย ห้วยแถลง จักราช โนนสูง เสิงสาง เมืองนครราชสีมา ครบุรี โชคชัย ปักธงชัย สูงเนิน ปากช่อง ขามทะเลสอ โนนไทย ประทาย โนนแดง บัวใหญ่ สีคิ้ว ขามสะแกแสง คง แก้งสนามนาง บ้านเหลื่อม หนองบุญมาก รวม 23 อำเภอ สถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2559 พื้นที่ประสบภัย 10 อำเภอ 136,206 ไร่ 54,401 ครัวเรือน ปี 2560 ไม่มีข้อมูลการเกิดภัย ปี 2561 พื้นที่ประสบภัย 4 อำเภอ 61,5906 ไร่ 4,967 ครัวเรือน ปี 2562 พื้นที่ประสบภัย 29 อำเภอ 3,400,070 ไร่ 473,975 ครัวเรือน ที่มา : สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2562 สถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม ปี2560 พื้นที่ประสบภัย 17 อำเภอ 1,946 ครัวเรือน ปี2561 พื้นที่ประสบภัย 9 อำเภอ 9,956 ครัวเรือน ปี2562 พื้นที่ประสบภัย 6 อำเภอ 5,653 ครัวเรือน ที่มา : สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2562 ขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ปริมาณขยะมูลฝอย จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นรวม 2,522.99 ตัน/วัน โดยมีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ให้บริการเก็บขนรวม 205 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 62 มีปริมาณขยะมูลฝอย ที่ได้รับบริการเก็บขนรวม 917.51 ตัน/วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 36.37 ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้น โดยมี ขยะมูลฝอยที่ถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง จำนวน 560.52 ตัน/วัน คิดเป็นร้อยละ 61.09 ของปริมาณขยะที่เก็บขนทั้งหมด หรือคิดเป็นร้อยละ 22.22 ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยัง พบว่ามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีการให้บริการจัดการขยะมูลฝอย จำนวน 128 แห่ง
หน้าที่ : 9 คิดเป็นร้อยละ38 โดยมีปริมาณขยะที่กำจัดไม่ถูกต้อง (ปริมาณขยะที่เก็บขนแต่กำจัดไม่ถูกต้อง และปริมาณขยะที่ไม่มีการให้บริการ) จำนวน 672.22 ตัน/วัน คิดเป็นร้อยละ 26.64 ของปริมาณ ขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด และมีปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ประมาณ 1,290.25 ตัน/วัน คิดเป็นร้อยละ 51.14 ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น วัฒนธรรม เอกลักษณ์เทศกาลประเพณี เอกลักษณ์สำคัญของจังหวัด 1) อนุสาวรียท้าวสุรนารี 2) ภาษาโคราช 3) เพลงโคราช 4) ผ้าไหมหางกระรอก 5) อาหาร หมี่โคราช 6) สัตว์เลี้ยง แมวโคราช เทศกาลประเพณีที่สำคัญ เดือน ประเพณีและกิจกรรมที่สำคัญและเป็นที่รู้จัก ธันวาคม - มกราคม งานแสดงดอกไม้ 100 ไร่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา อ.เมืองนครราชสีมา ธันวาคม - มกราคม งานจิมทอมปสันฟาร์มทัวร์อ.ปักธงชัย กุมภาพันธ เทศกาลขนมจีนประโดกโคราช ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา กุมภาพันธ์ เกษตรสุรนารี ม.เทคโนโลยีสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา กุมภาพันธ์ งานเบญจมาศบานในม่านหมอก อ.วังน้ำเขียว มีนาคม งานประเพณีกินเข่าค่ำและของดีเมืองสูงเนิน อ.สูงเนิน 23 มีนาคม - 3 เมษายน งานวันฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา และอำเภออื่น ๆ 13 เมษายน ขบวนแห่พระคันธารราษฎร์ อ.เมืองนครราชสีมา กรกฎาคม งานประเพณีแห่งเทียนพรรษา อ.เมืองนครราชสีมา พฤศจิกายน เทศกาลพิมายและการแข่งขันเรือยาวประเพณีชนะเลิศถ้วยพระราชทาน อ.พิมาย พฤศจิกายน ลอยกระทง โคมไฟ ดอกไม้บาน อ.เมืองนครราชสีมา พฤศจิกายน - ธันวาคม เทศกาลอาหารย่างโคราช BBQ Festival @Korat อ.เมืองนครราชสีมา ธันวาคม งานเกษตรแฟร์ปากช่อง อ.ปากช่อง ธันวาคม เทศกาลผ้าไหมปักธงชัย อ.ปักธงชัย ธันวาคม โคราชฮาล์ฟมาราธอนลอยฟ้าอ.สีคิ้ว ธันวาคม เทศกาลดนตรี. มันใหญ่มาก Big Mountain Festival อ.ปากช่อง ที่มา : สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2563
หน้าที่ : 10 การปกครองและการบริหาร มีรูปแบบการปกครองและการบริหารราชการออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. การบริหารราชการส่วนกลาง มีส่วนราชการสังกัดส่วนกลางตั้งหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ ในจังหวัดประมาณ 196 หน่วย (รวมทั้งหน่วยงานอิสระ 26 หน่วย รัฐวิสาหกิจ 27 หน่วย) 2. การบริหารราชการส่วนภูมิภาค มีส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาคประจำจังหวัด 30 หน่วย ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมาแบ่งการปกครองออกเป็น 32 อำเภอ 289 ตำบล 3,743 หมู่บ้าน ประกอบด้วย 1) อำเภอเมืองนครราชสีมา 2) อำเภอครบุรี 3) อำเภอเสิงสาง 4) อำเภอบ้านเหลื่อม 5) อำเภอจักราช 6) อำเภอโชคชัย 7) อำเภอด่านขุนทด 8) อำเภอโนนไทย 9) อำเภอโนนสูง 10) อำเภอขามสะแกแสง 11) อำเภอบัวใหญ่ 12) อำเภอประทาย 13) อำเภอปักธงชัย 14) อำเภอพิมาย 15) อำเภอห้วยแถลง 16) อำเภอชุมพวง 17) อำเภอสูงเนิน 18) อำเภอขามทะเลสอ 19) อำเภอสีคิ้ว 20) อำเภอปากช่อง 21) อำเภอหนองบุญมาก 22) อำเภอแก้งสนามนาง 23) อำเภอโนนแดง 24) อำเภอวังน้ำเขียว 25) อำเภอเทพารักษ์ 26) อำเภอคง 27) อำเภอพระทองคำ 28) อำเภอลำทะเมนชัย 29) อำเภอเมืองยาง 30) อำเภอบัวลาย 31) อำเภอสีดา 32) อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 3. การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มี 3 รูปแบบ 1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา 2) เทศบาล 90 แห่ง - เทศบาลนคร 1 แห่ง คือ เทศบาลนครราชสีมา - เทศบาลเมือง 4 แห่ง คือ เทศบาลเมืองปากช่อง บัวใหญ่ สีคิ้ว ปักธงชัย - เทศบาลตำบล 85 แห่ง 3) องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 243 แห่ง
หน้าที่ : 11 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 14 เขต (สำหรับการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566) และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้ 14 คน จากทั้งหมด 350 คน ทั่วประเทศในสภาผู้แทนราษฎรไทย เขต พื้นที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลในเมือง ตำบลหนองไผ่ล้อม และตำบลโพธิ์กลาง) นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ 2 อำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลหนองบัวศาลา ตำบลหนองระเวียง ตำบลหัวทะเล ตำบลมะเริง ตำบลพะเนา ตำบลบ้านโพธิ์ ตำบลตลาด ตำบลบ้านเกาะ ตำบลจอหอ ตำบลหนองไข่น้ำ และตำบลโคกสูง) นายปิยชาติ รุจิพรวศิน 3 อำเภอโนนไทย (เฉพาะตำบลด่านจาก ตำบลกำปัง และตำบลสำโรง) และอำเภอเมืองนครราชสีมา (เฉพาะตำบลพุดซา ตำบลหมื่นไวย ตำบลหนองกระทุ่ม ตำบลปรุใหญ่ ตำบลสีมุม ตำบลพลกรัง ตำบลบ้านใหม่ตำบลสุรนารี ตำบลหนองจะบก ตำบลไชยมงคล และตำบลโคกกรวด) นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ 4 อำเภอสูงเนิน, อำเภอขามทะเลสอ และอำเภอโนนไทย (ยกเว้นตำบลด่านจาก ตำบลกำปัง และตำบลสำโรง) นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ 5 อำเภอโนนสูง, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ (เฉพาะตำบลช้างทอง และตำบลท่าช้าง) และอำเภอพิมาย (เฉพาะตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลกระเบื้องใหญ่ ตำบลชีวาน และตำบลท่าหลวง) นายสมเกียรติ ตันดิลก ตระกูล 6 อำเภอแก้งสนามนาง, อำเภอบัวใหญ่, อำเภอบัวลาย และอำเภอสีดา นายโกศล ปัทมะ 7 อำเภอโนนแดง, อำเภอประทาย, อำเภอเมืองยาง และอำเภอลำทะเมนชัย นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข 8 อำเภอชุมพวง (ยกเว้นตำบลโนนตูมและตำบลตลาดไทร) และอำเภอพิมาย (ยกเว้นตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลกระเบื้องใหญ่ ตำบลชีวาน และตำบลท่าหลวง) นายนิกร โสมกลาง 9 อำเภอจักราช, อำเภอห้วยแถลง และอำเภอชุมพวง (เฉพาะตำบลโนนตูมและตำบลตลาดไทร) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี
หน้าที่ : 12 เขต พื้นที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 10 อำเภอโชคชัย, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ (ยกเว้นตำบลช้างทอง และตำบลท่าช้าง) และอำเภอครบุรี (ยกเว้นตำบลลำเพียก ตำบลโคกกระชาย ตำบลตะแบกบาน ตำบลสระว่านพระยา และตำบลมาบตะโกเอน) นายอภิชา เลิศพชรกมล 11 อำเภอหนองบุญมาก, อำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี (เฉพาะตำบลลำเพียก ตำบลโคกกระชาย ตำบลตะแบกบาน ตำบล สระว่านพระยา และตำบลมาบตะโกเอน) นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล 12 อำเภอวังน้ำเขียวและอำเภอปักธงชัย นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล 13 อำเภอสีคิ้วและอำเภอปากช่อง (เฉพาะตำบลวังไทร ตำบลคลองม่วง ตำบลวังกะทะ และตำบลโป่งตาลอง) นายพชร จันทรรวงทอง 14 อำเภอปากช่อง (ยกเว้นตำบลวังไทร ตำบลคลองม่วง ตำบลวังกะทะ และตำบลโป่งตาลอง)สายออ ตำบลโนนไทย ตำบล ค้างพลู ตำบลบ้านวัง และตำบลบัลลังก์) นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ 15 อำเภอเทพารักษ์, อำเภอด่านขุนทด และอำเภอพระทองคำ (เฉพาะตำบลมาบกราดและตำบลทัพรั้ง) นายรชตะ ด่านกุล 16 อำเภอคง, อำเภอบ้านเหลื่อม, อำเภอขามสะแกแสง และอำเภอพระทองคำ (ยกเว้นตำบลทัพรั้งและตำบลมาบกราด) นายพรเทพ ศิริโรจนกุล
หน้าที่ : 13 ประชากร จังหวัดนครราชสีมามีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นอันดับสองของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร ตามสถิติจากประชากรตามทะเบียนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามเพศ เขตการปกครอง ตามรายอำเภอ ข้อมูลประจำเดือนกันยายน ปี พ.ศ.2566 ลักษณะข้อมูล ชาย หญิง รวม อำเภอเมืองนครราชสีมา 114,651 126,935 241,586 อำเภอครบุรี 39,641 40,720 80,361 อำเภอเสิงสาง 28,235 28,666 56,901 อำเภอคง 36,415 37,476 73,891 อำเภอบ้านเหลื่อม 8,492 8,651 17,143 อำเภอจักราช 33,523 33,931 67,454 อำเภอโชคชัย 24,428 26,054 50,482 อำเภอด่านขุนทด 53,943 55,455 109,398 อำเภอโนนไทย 26,560 27,763 54,323 อำเภอโนนสูง 41,328 43,067 84,395 อำเภอขามสะแกแสง 16,548 16,693 33,241 อำเภอบัวใหญ่ 33,559 33,556 67,115 อำเภอประทาย 34,978 35,639 70,617 อำเภอปักธงชัย 44,954 47,300 92,254 อำเภอพิมาย 58,538 60,708 119,246 อำเภอห้วยแถลง 35,076 34,974 70,050 อำเภอชุมพวง 36,511 36,972 73,483 อำเภอสูงเนิน 35,593 37,379 72,972 อำเภอขามทะเลสอ 12,744 13,305 26,049 อำเภอสีคิ้ว 43,063 43,771 86,834 อำเภอปากช่อง 62,546 63,872 126,418 อำเภอหนองบุญมาก 29,945 30,594 60,539 อำเภอแก้งสนามนาง 17,930 18,380 36,310 อำเภอโนนแดง 10,122 10,522 20,644 อำเภอวังน้ำเขียว 21,809 22,093 43,902
หน้าที่ : 14 ลักษณะข้อมูล ชาย หญิง รวม อำเภอเทพารักษ์ 12,736 12,599 25,335 อำเภอเมืองยาง 9,815 9,695 19,510 อำเภอพระทองคำ 18,129 18,410 36,539 อำเภอลำทะเมนชัย 13,817 14,053 27,870 อำเภอบัวลาย 10,599 10,757 21,356 อำเภอสีดา 9,901 10,005 19,906 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 15,168 15,922 31,090 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเมืองยาง 3,996 4,063 8,059 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหนองน้ำใส 6,635 6,661 13,296 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลด่านคล้า 4,181 4,353 8,534 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลใหม่ 6,390 6,487 12,877 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหนองบัวตะเกียด 4,286 4,499 8,785 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลบัลลังก์ 3,839 3,897 7,736 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหนองไข่น้ำ 3,096 3,074 6,170 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลท่าเยี่ยม 5,624 5,767 11,391 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลสีมามงคล 4,533 4,583 9,116 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลลำนางแก้ว 2,344 2,388 4,732 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลดอนหวาย 1,743 1,904 3,647 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหมูสี 6,599 6,744 13,343 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง 15,298 14,258 29,556 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหัวทะเล 13,230 14,584 27,814 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลวังไทร 5,606 5,834 11,440 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลปรุใหญ่ 4,656 5,110 9,766 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม 10,387 4,156 14,543 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลท่าช้าง 2,418 2,588 5,006 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลสีดา 1,783 1,839 3,622 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหนองบัวลาย 1,164 1,212 2,376 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหนองบัววง 2,257 2,313 4,570 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลพระทองคำ 1,940 2,072 4,012 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ 891 1,011 1,902 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโนนแดง 2,084 2,198 4,282
หน้าที่ : 15 ลักษณะข้อมูล ชาย หญิง รวม ท้องถิ่นเทศบาลตำบลกลางดง 2,462 2,532 4,994 ท้องถิ่นเทศบาลเมืองสีคิ้ว 7,646 8,588 16,234 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลลาดบัวขาว 1,931 2,136 4,067 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลคลองไผ่ 1,945 1,655 3,600 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลขามทะเลสอ 2,106 2,232 4,338 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลสูงเนิน 4,551 5,135 9,686 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลกุดจิก 1,261 1,426 2,687 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลชุมพวง 4,217 4,459 8,676 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหินดาด 1,369 1,386 2,755 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลห้วยแถลง 1,447 1,621 3,068 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลพิมาย 3,511 4,062 7,573 ท้องถิ่นเทศบาลเมืองเมืองปัก 6,227 7,133 13,360 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลตะขบ 2,549 2,663 5,212 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลประทาย 2,902 3,083 5,985 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหนองหัวฟาน 2,253 2,237 4,490 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลขามสะแกแสง 2,397 2,624 5,021 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลมะค่า 934 955 1,889 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลตลาดแค 1,540 1,699 3,239 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโนนไทย 1,403 1,620 3,023 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโคกสวาย 2,516 2,648 5,164 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลหนองกราด 1,939 2,104 4,043 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลด่านขุนทด 2,788 3,214 6,002 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลด่านเกวียน 4,811 5,072 9,883 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโชคชัย 5,917 6,571 12,488 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลจักราช 1,835 2,045 3,880 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลบ้านเหลื่อม 1,582 1,810 3,392 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเมืองคง 1,022 1,124 2,146 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเทพาลัย 1,318 1,386 2,704 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเสิงสาง 3,652 3,901 7,553 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโนนสมบูรณ์ 2,852 2,899 5,751 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลไทรโยง-ไชยวาล 1,793 1,843 3,636
หน้าที่ : 16 ลักษณะข้อมูล ชาย หญิง รวม ท้องถิ่นเทศบาลตำบลแชะ 2,664 3,042 5,706 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลจระเข้หิน 2,854 3,182 6,036 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลจอหอ 7,689 8,697 16,386 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโคกกรวด 3,252 3,744 6,996 ท้องถิ่นเทศบาลตำบลโนนสูง 4,526 4,867 9,393 ท้องถิ่นเทศบาลเมืองบัวใหญ่ 6,316 6,917 13,233 ท้องถิ่นเทศบาลเมืองปากช่อง 15,296 17,223 32,519 ท้องถิ่นเทศบาลนครนครราชสีมา 53,963 62,253 116,216 ที่มา : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย : ระบบสถิติทางการทะเบียน หมายเหตุ : ผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง หมายถึง ทะเบียนซึ่งผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดให้จัดทำขึ้น สำหรับ ลงรายการ บุคคลที่ไม่อาจมีชื่อในทะเบียนบ้าน
หน้าที่ : 17 เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2566-2585) ได้แก่ “ มหานคร แห่งโอกาสและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ” จังหวัดนครราชสีมามุ่งสู่การเป็นมหานคร (เมืองใหญ่/เมือง สำคัญ) ที่มีความพร้อมด้านนวัตกรรม การศึกษา สุขภาพ การเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน/โครงข่ายโทรคมนาคม เพื่อรองรับการสร้างโอกาสสำหรับประชาชนทุกคน ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นสังคมที่มีคุณภาพสูง และมีการพัฒนาและต่อยอด อย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2566 - 2585) 1. ส่งเสริมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภาพ (Efficiency – driven Economy) สู่เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge – based Economy) ที่ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการพัฒนาสินค้าและบริการ ตลอดจนการพัฒนา ทรัพยากรบุคลในการรองรับการพัฒนามิติต่างๆ 2. ยกระดับความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร ภาคผลิต และภาคบริการ เพื่อสร้าง โอกาสของประชาชน และการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ รวมทั้งเป็นพื้นฐานการลงทุนสำหรับธุรกิจชั้นนำ 3. บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ส่งเสริมการพัฒนาทุกระดับ เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน และมุ่งเป้าพัฒนาอย่างยั่งยืน 4. มุ่งเน้นการเป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์การด้านการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคและการเป็นส่วนหนึ่ง ของประชาชนคมโลก และสนับสนุนการขึ้งทุกพื้นที่ในจังหวัด เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ส่งเสริมการดำเนินงานภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส ในมีความรับผิดชอบใน ทุกระดับ และตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเท่าเทียม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิต และทรัพย์สินอย่างมีส่วนร่วม โดยในภายในปี 2566 – 2570 มีเป้าหมายในการพัฒนา “ มหานครแห่งโอกาส สร้างสรรค์ นวัตกรรม เกษตร อุตสาหกรรม การบริการ ท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์กลางโครงการข่ายคมนาคม ของภูมิภาค ก้าวสู่สังคมคุณภาพสูง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยมีแผนงานหลักสำคัญ 5 แผนงานได้แก่ 1. แผนงานยกระดับเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว กีฬา และการบริการ 2. แผนงานพัฒนาเพื่อยกระดับภาคเกษตร ภาคผลิต ภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 3. แผนงานยกระดับบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4. แผนงานพัฒนาคน ชุมชน เมือง โครงสร้างพื้นฐาน 5. แผนงานความมั่นคง ความสงบ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และความโปร่งใส
หน้าที่ : 18 ส่วนที่ 2 ข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาทุกประเภทและทุกระดับ ของจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานด้านการศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา สถานศึกษา 1.สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) 1.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 142 1.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 175 1.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 182 1.4 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 178 1.5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 208 1.6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 180 1.7 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 225 1.8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา เขต 31 50 1.9 สำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ 1.9.1 โรงเรียนฉพาะความพิการ (1) โรงเรียนนครราชสีมาปัญญานุกูล 1 1.9.2 ศูนย์การศึกษาพิเศษ (2) ศูนย์การพิเศษเขตการศึกษา 11 1 รวมสังกัด สพฐ 1,342 2. สังกัดคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 2.1 โรงเรียนเอกชนในระบบ 120 รวมสังกัด สช. 120 3. สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) 3.1 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา 32 รวมสังกัด สกร. 32 4. สังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 4.1 สังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รัฐบาล) 12 4.2 สังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เอกชน) 14 รวมสังกัด สอศ 26 5. สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) 5.1 เทศบาลตำบลจักราช 1 5.2 เทศบาลตำบลด่านเกวียน 1 5.3 เทศบาลตำบลตลาดแค 1 5.4 เทศบาลตำบลตะขบ 1 5.5 เทศบาลตำบลโนนแดง 2
หน้าที่ : 19 หน่วยงานด้านการศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา สถานศึกษา 5.6 เทศบาลตำบลโนนสูง 3 5.7 เทศบาลตำบลเมืองคง 1 5.8 เทศบาลตำบลหนองบัวลาย 2 5.9 เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม 1 5.10 เทศบาลตำบลหนองหัวฟาน 1 5.11 เทศบาลตำบลหัวทะเล 1 5.12 เทศบาลตำบลบัวใหญ่ 3 5.13 เทศบาลตำบลปากช่อง 2 5.14 เทศบาลนคนครราชสีมา 6 5.15 องค์การบริหารส่วนตำบลโนนแดง 1 5.16 องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา 58 รวมสังกัด สถ. 85 6.สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) 6.1 สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รัฐบาล) (1) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา 1 (2) โรงเรียนสุรวิวัฒน์ 1 (3) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วิทยาเขตนครราชสีมา 1 (4) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 1 (5) มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา 1 (6) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา 1 (7) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 1 (8) มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรตินครราชสีมา 1 (9) มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย มหาปชาบดีเถรี วิทยาลัยและศูนย์การศึกษาโคราช 1 รวมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (รัฐบาล) 9 6.2 สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (เอกชน) (1) มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล 1 (2) วิทยาลัยนครราชสีมา 1 (3) วิทยาลัยเทคโนโลยีพนมวันท์ 1 รวมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (เอกชน) 3 รวมสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาทั้งสิ้น 12 7.สถาบันพระบรมราชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สบช.) 7.1 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครราชสีมา 1 รวมสังกัด สบช. 1
หน้าที่ : 20 หน่วยงานด้านการศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา สถานศึกษา 8. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม (สบศ) 8.1 วิทยาลัยนาฏศิลปนครราชสีมา 1 รวมสังกัด สบศ. 1 9. สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา (พศ.) 9.1 โรงเรียนปริยัติสามัญนครราชสีมา 1 9.2 โรงเรียนวิสุทธิพรตพิทยาคม 1 9.3 โรงเรียนศรีปริยัติคุณศึกษา 1 9.4 โรงเรียนสัทธรรมวิทยา 1 9.5 โรงเรียนดอนหวายวิทยาคม 1 9.6 โรงเรียนพระปริยัติธรรมปักธงชัยวิทยา 1 9.7 โรงเรียนบูรพาวิทยานุสรณ์ 1 9.8 โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดตะกุดเครือปลอก 1 9.9 โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญศึกษาอำเภอปากช่อง 1 9.10 โรงเรียนประชานิรมิตวิจัยศึกษา 1 9.11 โรงเรียนปริยัติธรรมวัดบึงกิตติวิทยา 1 รวมสังกัด พศ. 11 รวมทุกสังกัด 1,630 ที่มา : แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ.2566 - 2570) จังหวัดนครราชสีมา (ฉบับทบทวน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567
หน้าที่ : 21 ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ ของ สกร.จังหวัดนครราชสีมา (SWOT) การพัฒนางานส่งเสริมการเรียนรู้ ให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลแก่กลุ่มเป้าหมาย ผู้เรียน/ผู้รับบริการ เป็นการสนองบริบทของชุมชนและนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับ การวางแผนยุทธศาสตร์ รวมทั้งการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน (SWOT Analysis) โดยเป็น การวิเคราะห์สถานภาพภายในขององค์กร (Organizational Analysis) เพื่อตรวจสอบขีดสมรรถนะ ขององค์กรที่จะบ่งบอกถึงจุดแข็ง (Strengths : S) และจุดอ่อน (Weaknesses : W) ในด้านต่าง ๆ โดยการวิเคราะห์แยกเป็นประเด็นต่าง ๆ เก็บข้อมูลจากหลายแหล่ง จากประเด็นในการ วิเคราะห์ ประกอบด้วย 6 ด้าน ย่อว่า 2S + 4M และการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกของ องค์กร (External Environment) เกี่ยวกับโอกาส (Opportunities : O) และอุปสรรค (Treats : T) การดำเนินงานของหน่วยงานในการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา โดยมีรายละเอียดดังนี้ การวิเคราะห์สถานภาพภายในขององค์กร (Organizational Analysis) เพื่อตรวจสอบ ขีดสมรรถนะขององค์กรที่จะบ่งบอกถึงจุดแข็ง (Strengths : S) และจุดอ่อน (Weaknesses : W) ในด้าน ต่างๆ โดยการวิเคราะห์แยกเป็นประเด็นต่างๆเก็บข้อมูลจากหลายแหล่ง จากประเด็นในการวิเคราะห์ ประกอบด้วย 6 ด้าน ย่อว่า 2S + 4M มีดังนี้ 1) ด้านโครงสร้างและนโยบาย (Structure and Polity : S1 ) วิเคราะห์โครงสร้าง ขององค์กรมีความเหมาะสมหรือไม่ จัดโครงสร้างองค์กรในแนวราบ (horizontal) และในการตั้งสาย บังคับบัญชา (Hierarchy) เหมาะสมหรือไม่ นโยบายต่าง ๆ มีความเหมาะสมหรือไม่ การนำไปใช้ และการติดตามประเมินผล 2) ด้านผลผลิตและการบริการ (Products and Service : S2 ) เป็นไปตามความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการหรือไม่ มากน้อยเพียงใดมีผลลัพธ์ที่เป็นผลกระทบต่อสังคมอย่างไร 3) ด้านบุคลากร (Man : M) วิเคราะห์เกี่ยวกับคุณภาพ ได้แก่ การศึกษา ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ ขวัญกำลังใจโอกาส ความก้าวหน้า ค่าตอบแทน สวัสดิการ การพัฒนาบุคลากร การบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย การประเมินผลงาน การพิจารณาความดี ความชอบ วินัยและการลงโทษ 4) ด้านการเงิน (Money : M2 ) เกี่ยวกับสถานะทางการเงิน วงเงินงบประมาณ ที่ได้รับอนุมัติ การบริหารงบประมาณ การติดตามประเมินผลการใช้งบประมาณ 5) ด้านวัสดุอุปกรณ์ (Materials : M3) เกี่ยวกับเครื่องมือ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความ สะดวก อาคาร สถานที่ 6) ด้านการจัดการ (Management : M4 ) เกี่ยวกับการนำนโยบายมาปฏิบัติแผนพัฒนา และแผนปฏิบัติการ การอำนวยการ การประสานงาน การควบคุม
หน้าที่ : 22 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกขององค์กร (External Environment) เกี่ยวกับโอกาส (Opportunities : O) และอุปสรรค (Treats : T) การดำเนินงานของหน่วยงาน ประกอบด้วย 1) สภาพแวดล้อมภายนอกที่เกี่ยวข้องโดยตรง (Task Environment) เช่น ชุมชน ผู้ปกครอง นักเรียน สภาพการดำเนินงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง 2) สภาพแวดล้อมภายนอกทั่วไป (General Environment) ที่มีอิทธิพลต่อการ ตัดสินใจในการดำเนินงานขององค์กรโดยรวม ประกอบด้วย 4 ด้าน “STEP” ดังนี้ (1) ด้านเศรษฐกิจ (Economic Component : E) วิเคราะห์สภาพ เศรษฐกิจ ได้แก่ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ ดุลการชำระเงิน อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อัตราการว่างงาน การจ้างงาน การลงทุน ภาคเอกชน ดัชนีราคา ราคาน้ำมันดิบ (2) ด้านสังคม วัฒนธรรม (Sociocultural Component : S) วิเคราะห์ สภาวะทางสังคมและวัฒนธรรม ได้แก่ ระดับการศึกษาและอัตราการรู้หนังสือของประชากร จำนวนประชากร โครงสร้างของประชากร ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อ ค่านิยมและวัฒนธรรม แบบแผน การดำเนินชีวิตและพฤติกรรม การประกอบอาชีพ คุณภาพชีวิต ลักษณะของชุมชน และการตั้งถิ่นฐาน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การกระจายรายได้ และความเป็นธรรมในสังคมโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการการคมนาคม การติดต่อสื่อสาร (3) ด้านเทคโนโลยี (Technological Component : T) วิเคราะห์ สภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่มีผลต่อการดำเนินงาน ได้แก่ การผลิตคิดค้นเทคโนโลยี ต่าง ๆ ความรู้และวิทยาการแขนงต่าง ๆ การใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร ความก้าวหน้าในการวิจัย และพัฒนาในสาขาที่เกี่ยวข้อง การเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตและการให้บริการโดยใช้อุปกรณ์ อัตโนมัติต่าง ๆ (4) ด้านการเมือง – กฎหมาย (Political Component : P) วิเคราะห์ นโยบายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของภาครัฐ ที่น่าจะมีผลกระทบต่อการดำเนิ นงานของ องค์กร ได้แก่ นโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กฎหมาย มติ คณะรัฐมนตรีและกฎระเบียบต่าง ๆ ความมั่นคงของรัฐบาล บทบาทของกลุ่มผลประโยชน์และกลุ่ม พลังทางการเมือง ความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมือง พฤติกรรมทางการเมือง วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โดยสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์กร และเก็บข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง เช่น ข้อมูลจากระบบข้อมูลและสารสนเทศของหน่วยงานทาง การศึกษาจากชุมชนผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู–อาจารย์ และนักศึกษา
หน้าที่ : 23 วิเคราะห์SWOT สภาพภายใน 1.ด้านโครงสร้างและนโยบาย หน่วยงาน/สถานศึกษา ในจังหวัด (Structure : S1) วิเคราะห์โครงสร้างขององค์กรมีความเหมาะสมหรือไม่ จัดโครงสร้างองค์กรในแนวราบ (horizontal) และในการตั้งสาย บังคับบัญชา (Hierarchy) เหมาะสมหรือไม่ นโยบายต่างๆ มีความเหมาะสมหรือไม่ การนำไปใช้และการติดตาม ประเมินผล ➢ จุดแข็ง (S : Strengths) 1.มีการกำหนดแผนนโยบาย/ ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน ในระดับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ สกร.จังหวัด จึงสามารถ กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ ที่สอดคล้องการหน่วยงานต้นสังกัด ทำให้ส่งผลการดำเนินงานตามเป้าประสงค์ ที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2.สกร.จังหวัดนครราชสีมา เป็นองค์กรที่มีบทบาทในการส่งเสริมในการจัดการเรียนรู้ให้กับประชาชน ทั้งด้านการศึกษา ตลอดชีวิต การศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเอง และการศึกษาเพื่อคุณวุฒิตามระดับ ส่งผลให้ประชาชนที่กลุ่มเป้าหมาย สามารถเข้ารับการบริการได้อย่างทั่วถึง 3.ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ข้อตกลงของหน่วยงานมีความชัดเจน จึงส่งผลให้การดำเนินงานรวดเร็วและ มีประสิทธิภาพ ➢ จุดอ่อน (W : Weaknesses) 1.หน่วยงานมีโครงสร้างการบริหารงาน การมอบหมายความรับผิดชอบของบุคลากรที่ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ระหว่าง การดำเนินการจัดทำโครงการการบริหารหน่วยงาน จากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ 2.บทบาทหน้าที่ของสถานศึกษาในสังกัดคือการให้ความสำคัญต่อกลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่ม คือ ผู้พลาดโอกาส ผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดโอกาส แต่เนื่องด้วยภาระงานด้านอื่นของครูกศน.ตำบล มีมากส่งผลให้การให้ความสำคัญต่อ กลุ่มเป้าหมายหลักลดน้อยลด 2.ด้านคุณภาพผู้เรียนและการบริการการศึกษา/การบริการการเรียนการสอน (Service : S2) เป็นการวิเคราะห์ การส่งเสริมโอกาส การจัดการเรียนการสอนคุณภาพ/คุณลักษณะของผู้เรียน ตลอดจนคุณภาพการ บริการการศึกษา ➢ จุดแข็ง (S : Strengths) 1.สกรจังหวัดนครราชสีมา มี สกร.อำเภอ 32 แห่ง ศกร.ตำบล 289 แห่ง ครอบคลุมทุกตำบล โดยเป็นศูนย์การเรียนรู้ 4 ศูนย์ ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้โดยง่ายและมีการจัดการศึกษาได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง 2.หน่วยงาน/สถานศึกษามีหลักสูตรหลากหลายและยืดหยุ่นไปตามความเหมาะสมและตรงกับความต้องการของผู้เรียน และชุมชน 3.หน่วยงาน/สถานศึกษา มีรูปแบบการจัดการศึกษาที่เอื้อประโยชน์และตรงต่อความต้องการของประชาชน เช่นการเทียบ ระดับการศึกษา การเทียบโอน การจัดการศึกษาต่อเนื่องให้กับประชาชน
หน้าที่ : 24 วิเคราะห์SWOT สภาพภายใน ➢ จุดอ่อน (W : Weaknesses) 1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและประสิทธิผลในการจัดการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐานยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2.ครู1 คน รับผิดชอบ นักศึกษา 40 -80 คน โดยมีระดับการศึกษาแบ่งเป็น ระดับ ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ส่งผลให้ การจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนมีความยุ่งยาก ประกอบกับผู้เรียนมีระดับฐานความรู้และประสบการณ์ที่ต่างกันทำให้จัดการ เรียนการสอนยุ่งยากและมีผลสัมฤทธิ์ที่แตกต่างกัน 3.ด้านครูและบุคลากร (Man : M1) เป็นการวิเคราะห์ปริมาณและคุณภาพ ตลอดจนสมรรถนะของครูและ บุคลากรภายในหน่วยงาน/สถานศึกษา ➢ จุดแข็ง (S : Strengths) 1.มีจำนวนครูและบุคลากรครอบคลุมทุกตำบล จึงเพียงพอต่อการพัฒนาและดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ 2.บุคลากรมีความสามัคคีในการทำงาน สามารถจัดการศึกษาได้อย่างหลากหลาย มีทักษะและประสบการณ์ในการ ดำเนินงาน ส่งผลให้สามารถดำเนินตามบทบาทหน้าที่ที่ได้มอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.บุคลากรได้รับการอบรมพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง สามารถร่วมคิด ร่วมตัดสินและแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ➢ จุดอ่อน (W : Weaknesses) 1.ครูที่ทำหน้าที่สอน เช่น ครู กศน.ตำบล / ศรช. บางคนไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู 2.บุคลากรยังขาดความรู้ความเข้าใจและขาดทักษะการจัดการศึกษาตามแนวปฏิบัติรูปการศึกษา ขาดความรู้ด้านวิชาการ อย่างแท้จริง ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร 3.บุคลากรยังขาดความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ขาดวินัย ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน ส่งผลให้ขาดประสิทธิภาพในการ ดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง 4.ด้านประสิทธิภาพทางการเงิน (Money : M2) เป็นการวิเคราะห์ความสามารถในการระดมทุนเพื่อการศึกษา รวมทั้งการบริหารจัดการการเงินภายในหน่วยงาน/สถานศึกษาในหน่วยงาน/สถานศึกษา ➢ จุดแข็ง (S : Strengths) 1.สกร.จังหวัดนครราชสีมาและสถานศึกษาในสังกัด ได้รับงบประมาณที่เพียงพอต่อการดำเนินงานและการบริหารจัดการ ➢ จุดอ่อน (W : Weaknesses) 1.ผู้ปฏิบัติขาดความแม่นยำเรื่องระเบียบการเบิกจ่าย จึงทำให้ชุดการเบิกจ่ายงบประมาณมีข้อผิดพลาด และส่งผลให้มี ความล่าช้าต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ 2.ระบบ GFMIS Token Key เป็นระบบที่มีความล้าช้า ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ Token Key ซึ่งมีอุปกรณ์มีเพียงเครื่องเดียว จึงส่งผลกระทบในการเบิกจ่ายมีความล้าช้า
หน้าที่ : 25 วิเคราะห์SWOT สภาพภายใน 5.ด้านวัสดุอุปกรณ์(Material : M3) เป็นการวิเคราะห์ด้านวัสดุอุปกรณ์ปัจจัยภายในจังหวัด /สถานศึกษา ➢ จุดแข็ง (S : Strengths) 1.อุปกรณ์และครุภัณฑ์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนมีเพียงพอ ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนในพื้นที่ 2.สถานศึกษามีสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน ที่มีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์และ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 3.สถานศึกษา มีเครื่องมือ ความพร้อมด้านสื่อเสริมการเรียนการสอน เช่น INTERNET CD DVD E BOOK จานรับ สัญญาณดาวเทียม สื่อมัลติมีเดีย ฯลฯ ส่งผลให้มีการจัดระบบการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ➢ จุดอ่อน (W : Weaknesses) 1.สกร.จังหวัดนครราชสีมา มี ศกร.ตำบ ลที่ได้รับงบประมาณประมาณในการก่อสร้างเพียง 58 แห่ง ยังไม่ครอบคลุม 289 ตำบล ส่งผลให้หลายๆ ศกร.ตำบล ต้องอาศัยวัด / อบต. / แหล่งเรียนรู้ชุมชน เป็นสถานที่จัดการศึกษา ส่งผลให้ยัง ขาดพื้นที่ที่ใช้ในการจัดการศึกษาครอบคลุมทั้ง 289 แห่ง 6.ด้านการบริหารจัดการ (Management : M4) เป็นการวิเคราะห์การบริหารจัดการภายในหน่วยงาน/ สถานศึกษา ➢ จุดแข็ง (S : Strengths) 1.ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ส่งผลให้ง่ายต่อการดำเนินงาน ➢ จุดอ่อน (W : Weaknesses) 1.ระบบฐานข้อมูลยังขาดการพัฒนาระบบบริหารจัดการ DMIS ให้มีความครบถ้วน เสถียร จึงยังไม่สามารถนำไปใช้เป็น เครื่องมือในการบริหารจัดการการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด 2. สกร.จังหวัดนครราชสีมา ขาดระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร ระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงานต้นยังกัด เช่น ระบบสารบัญออนไลน์ หรือ E - OFFICE
หน้าที่ : 26 วิเคราะห์ SWOT สภาพภายนอก 1.ด้านสังคมและวัฒนธรรม (Social-culture Factor : S) เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกด้านสังคม และวัฒนธรรม ที่มีผลต่อหน่วยงาน/สถานศึกษา ➢ โอกาส (O : Opportunities) 1.โครงสร้างพื้นฐานของประชากรมีความเข้มแข็ง โดยประชากรในแต่ละพื้นที่ประกอบอาชีพที่แตกต่างกัน มีความ หลากหลายด้านภูมิปัญญาและแหล่งเรียนรู้ 2.สังคมและชุมชนมีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ดีงาม ช่วยหล่อหลอม ส่งเสริมให้ผู้เรียนมี คุณลักษณะที่ดี ที่พึงประสงค์ 3.สถานศึกษาในสังกัด สกร.จังหวัดนครราชสีมา ได้รับความร่วมมือในการจัดการศึกษาด้วยดีจากภาคีเครือข่าย ➢ อุปสรรค (T : Threats) 1.ประชากรกลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา ที่มาใช้บริการส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเลียนแบบสื่อ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งผลให้ขาด ระเบียบวินัยในการตรงต่อเวลา ขาดเรียน ขาดสอบ และสอบไม่ผ่านตามมา 2.วิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ เป็นเกษตรกรและผู้ใช้แรงงานจึงสนใจเรื่องปากท้อง การทำมาหากิน มากกว่าการ เรียนรู้ 3.ในบางท้องถิ่นมีแหล่งอบายมุข แหล่งมั่วสุมมากขึ้น ส่งผลต่อพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ของผู้เรียนและเยาวชน ซึ่งมีผล ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษา 4.การอพยพย้ายถิ่นของประชากรเพื่อหางานทำ ทำให้การเรียนรู้ไม่ต่อเนื่อง ส่งผลกระทบคุณภาพชีวิตและคุณภาพ การศึกษาที่ไม่ดีเท่าที่ควร 5.การเดินทางสาธารณะมีทางเลือกน้อยและบางชุมชนอยู่ห่างไกล และการคมนาคมไม่สะดวก ทำให้การเข้าไปจัดการ เรียนการสอนได้ไม่ทั่วถึง 6. ศกร.ตำบลบางแห่งยังไม่มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาและคมนาคมการ ติดต่อสื่อสารไม่เพียงพอ 2.ด้านเทคโนโลยี (Technological Factors : T) เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกด้านเทคโนโลยีที่มีผลต่อ หน่วยงาน/สถานศึกษา ➢ โอกาส (O : Opportunities) 1.ความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ และทำให้มีแหล่งเรียนรู้ที่สามารถค้นคว้าได้อย่างกว้าง ขว้างและรวดเร็วมากขึ้น ➢ อุปสรรค (T : Threats) 1.ประชาชนบางส่วนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี 2.หน่วยงาน/องค์กรที่มีความรับผิดชอบด้านการควบคุมการผลิตสื่อเทคโนโลยี ยังไม่สามารถควบคุมการผลิตได้อย่าง แท้จริง ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสเข้าถึงสื่อที่ไม่พึงประสงค์ได้ง่าย เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษา และคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ของผู้เรียน 3.ด้านเศรษฐกิจ (Economic Factors : E) เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกด้านเศรษฐกิจที่มีผลต่อหน่วยงาน/ สถานศึกษา
หน้าที่ : 27 วิเคราะห์ SWOT สภาพภายนอก ➢ โอกาส (O : Opportunities) 1.มีการส่งเสริม สนับสนุน การสร้างอาชีพ/รายได้ให้กับประชาชน โดยนำวิทยากรออกให้ความรู้ และฝึกอาชีพให้กับ ประชาชนในแต่ละพื้นที่ 2.จังหวัดนครราชสีมามีแหล่งท่องเที่ยว จำนวนมากและหลากหลาย สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิด การสร้างรายได้ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและคุณภาพการศึกษา 3.มีสถานประกอบการเป็นจำนวนมาก ทำให้ประชากรมีโอกาสเข้าทำงาน สร้างรายได้ เลี้ยงชีพโดยไม่ต้องไปทำงาน ต่างจังหวัด ➢ อุปสรรค (T : Threats) 1.ปัจจุบันค่าครองชีพค่อนข้างสูง ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น ส่งผลให้ศักยภาพในการสนับสนุนและเข้าเรียนน้อยลง 2.ผู้เรียนที่ทำงานแล้วส่วนมากมักจะไม่ได้รับความร่วมมือกับสถานประกอบการ จึงไม่สามารถมาสอบได้ เนื่องจากต้อง ลางานเพื่อมาสอบ 4.ด้านการเมืองและกฎหมาย (Political and Legal Factors : P) เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก ด้านการเมืองและกฎหมายที่มีผลต่อหน่วยงาน/สถานศึกษา ➢ โอกาส (O : Opportunities) 1.หน่วยงาน รัฐ องค์กรท้องถิ่น เอกชน ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดการศึกษาเป็นอย่างดี 2.นโยบายของรัฐบาลทำให้ประชาชนตื่นตัวและเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา เกิดความต้องการด้านการศึกษาต่อ 3.การเมือง/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษา หน่วยงาน/สถานศึกษา มีทรัพยากรบริหารเพิ่มมากขึ้น ยังตระหนักและเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษา โดยการจัดสรรงบประมาณให้ เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ➢ อุปสรรค (T : Threats) 1.มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและนโยบายบ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้การปฏิบัติงานไม่ต่อเนื่อง ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2.ความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมือง เด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา จึงมีปัญหาและอุปสรรคทางด้านจิตใจ เพิ่มมากขึ้น
- หน้า 28 - ส่วนที่ 4 : ข้อมูลทั่วไป สกร.จังหวัดนครราชสีมา ประวัติความเป็นมาสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา ได้รับการพัฒนามาจาก “ หน่วยฝึก อาชีพเคลื่อนที่ 31 ” กองส่งเสริมอาชีพ กรมอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ มีนายไพโรจน์ บริบูลย์ เป็นผู้บริหารหน่วยย่อย ตั้งอยู่ที่หอประชุมของนายน้อย ทินราช ผู้อนุเคราะห์สถานที่สำหรับ การจัดการศึกษา เน้นการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพ หลักสูตรระยะสั้น และหน่วยงานนี้ได้ย้ายมา สังกัดกองการศึกษาผู้ใหญ่ กรมสามัญศึกษา พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “ ศูนย์การศึกษาประชาชน จังหวัด ” โดยมีนายสุพิศ ขำสกุล เป็นผู้บริหารในตำแหน่งหัวหน้าศูนย์การศึกษาประชาชนจังหวัด และในปี พ.ศ.2520 ได้จัดหาสถานที่ก่อสร้างอาคารใหม่ บนพื้นที่จำนวน 15 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ตั้งอยู่เลขที่ 14 ถนนสืบศิริ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา คือที่ตั้งใหม่ปัจจุบัน โดยเป็นศูนย์ในโครงการเงินกู้ธนาคารโลก 24 จังหวัด ในปี พ.ศ.2522 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งกรมการศึกษานอกโรงเรียน และในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2522 และได้ย้ายงานการศึกษานอกโรงเรียน มาสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน และเปลี่ยนชื่อเป็น “ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครราชสีมา ” มีคำย่อว่า “ ศนจ.นม” มีฐานะเป็นสถานศึกษา จนกระทั่งในปี พ.ศ.2545 หน่วยงานบังคับบัญชาส่วนกลางได้เปลี่ยนสภาพจาก กรมการ ศึกษานอกโรงเรียน เป็นสำนักงานบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ แต่หน่วยงาน กศน.ระดับจังหวัดยังคงใช้ชื่อว่า “ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด นครราชสีมา”
- หน้า 29 - ปี พ.ศ.2551 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 ทำให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครราชสีมา ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครราชสีมา” ใช้ชื่อย่อว่า “สำนักงาน กศน.จังหวัดนครราชสีมา” มีสถานะเป็นหน่วยงานทางการศึกษา ต่อมาให้ปี พ.ศ.2566 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวิชรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชองการโปรดเกล้า ฯ ประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 โดยมีผลคับใช้ในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2566 เป็นต้นมา ทำให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครราชสีมา เปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา” ( Nakhon Ratchasima Provincial Office of Learning Encouragement ) โดยใช้ชื่อย่อว่า “สกร.จังหวัดนครราชสีมา” ทำเนียบผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครราชสีมา (พ.ศ.2522 – พ.ศ.2551) 1. นายสุพิศ ขำสกุล พ.ศ.2522 – พ.ศ.2522 2. นายสงัด สันตะพันธ์ พ.ศ.2523 – พ.ศ.2534 3. นายชานนท์ พงศ์อุดม พ.ศ.2534 – พ.ศ.2539 4. นายวิจิตร คงสัตย์ พ.ศ.2539 – พ.ศ.2541 5. นายจรูญพงษ์ จีระมะกร พ.ศ.2541 – พ.ศ.2545 6. นายจำลอง เรียงใหม่ พ.ศ.2545 – พ.ศ.2550 7. นายจรูญพงษ์ จีระมะกร พ.ศ.2550 – พ.ศ.2551 ทำเนียบผู้บริหารการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครราชสีมา (ปี พ.ศ.2551 - 2566) 1. นายจรูญพงษ์ จีระมะกร ปี 2551 – ปี 2552 2. นายทรงชัย ขยันงาน ปี 2552 – ปี 2557 3. นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม ปี 2557 – ปี 2557 4. นายทรงชัย ขยันงาน ปี 2557 – ปี 2558 5. นายประสิทธิ์ แสงพินิจ ปี 2558 – ปี 2559 6. ดร.สุประณีต ยศกลาง ปี 2559 – ปี 2561 7. นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม ปี 2562 – ปี 2563 8. นางสาวทรงศรี วิระรังษิยากร ปี 2563 – ปี 2564 9. นายกาเรียน ยืนยงชาติ ปี 2564 – ปี 2565 10. นายชินกร คะอังกุ ปี 2565 – ปี 2566
- หน้า 30 - ทำเนียบผู้บริหารการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา (ปี พ.ศ.2566 - ปัจจุบัน) 1. นายชินกร คะอังกุ ปี 2566 - ปัจจุบัน (วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นมา) ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นมา สกร.จังหวัดนครราชสีมา มี นายชินกร คะอังกุ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สกร.จังหวัดนครราชสีมา และมีนายวันชัย ครามสูงเนิน ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ สกร.จังหวัดนครราชสีมา สกร.จังหวัดนครราชสีมา เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด นครราชสีมา มีหน้าที่เพื่อกำกับ ดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และแนะนำการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ในศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล และศูนย์การเรียนรู้ ในพื้นที่ ทั้งในด้านวิชาการ เทคโนโลยีที่จำเป็นในการส่งเสริมการเรียนรู้ การบริหารงาน และการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนการจัดทำแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ ของจังหวัด ซึ่งสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้จากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ บริบทของท้องถิ่น และแผนการศึกษาแห่งชาติ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่อธิบดีมอบหมาย ตลอดจนมีหน้าที่และอำนาจ ในการประสาน สนับสนุน และร่วมมือ หรือมอบหมายให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม หรือเป็นผู้ดำเนินการส่งเสริมการเรียนรู้ รวมทั้งจัดทำแผนการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดโดยต้องรับฟัง ความเห็นหรือข้อเสนอแนะของภาคีเครือข่าย นำเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและบังคับใช้ต่อไป คณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการ 2 ปลัดจังหวัดนครราชสีมา กรรมการ 3 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา กรรมการ 4 พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา กรรมการ 5 แรงงานจังหวัดนครราชสีมา กรรมการ 6 ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา กรรมการ 7 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กรรมการ 8 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กรรมการ และผู้แทนภาคีเครือข่ายซึ่งอยู่ระหว่างเสนอรายชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงนาม แต่งตั้งจำนวน 8 คนเป็นกรรมการ
- หน้า 31 - อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา 1) พิจารณา ให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำ และให้ความเห็นชอบแผนส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด 2) ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยจัดการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายตามแผนการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด 3) ส่งเสริมและสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมการเรียนรู้ การจัดให้มีและพัฒนา แหล่งเรียนรู้ภายในพื้นที่จังหวัดให้สอดคล้องกับแผนการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด 4) ติดตามการดำเนินงานในการส่งเสริมการเรียนรู้ของหน่วยจัดการเรียนรู้และภาคีเครือข่าย ให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด 5) เสนอแนะให้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ 6) เสนอแนะให้มีการจัดตั้งศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจ 7) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
- หน้า 32 - โครงสร้างการบริหารงาน สกร.จังหวัดนครราชสีมา ผู้อำนวยการ สกร.จังหวัดนครราชสีมา รองผู้อำนวยการ สกร.จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มอำนวยการ 1. กลุ่มงานบริหารทั่วไป 2. กลุ่มงานบริการบุคคล 3. กลุ่มงานบริหาร การเงินและสินทรัพย์ 4. กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กลุ่มยุทธศาสตร์ และการพัฒนา 1. กลุ่มงานยุทธศาสตร์ และแผนงาน 2. กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงาน 3. กลุ่มงานงบประมาณ และระดมทรัพยากร 4. กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนา ยุทธศาสตร์ กลุ่มส่งเสริมการศึกษา นอกระบบ 1. กลุ่มงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. กลุ่มงานการศึกษาต่อเนื่อง 3. กลุ่มงานส่งเสริมการเทียบ โอน/เทียบระดับการศึกษา 4. กลุ่มงานศูนย์ให้คำปรึกษา แนะนำ กลุ่มส่งเสริมการศึกษา ตามอัธยาศัย 1. กลุ่มงานส่งเสริมพัฒนา แหล่งเรียนรู้ 2. กลุ่มงานส่งเสริมนิทรรศการ และเผยแพร่ กลุ่มส่งเสริมภาคีเครือข่าย และกิจการพิเศษ p 1. กลุ่มงานส่งเสริมภาคีเครือข่าย 2. กลุ่มงานกิจการพิเศษ กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา 1. กลุ่มงานนิเทศ ติดตามและพัฒนา ระบบบริหารและกระบวนการเรียนรู้ 2. กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาระบบ การประกันคุณภาพการศึกษา 3. กลุ่มงานวัดและประเมินผล การศึกษา 4. กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนา หลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและ เทคโนโลยีทางการศึกษา กลุ่มตรวจสอบภายใน 1. กลุ่มงานตรวจสอบการเงิน และบัญชี 2. กลุ่มงานตรวจสอบการ ดำเนินงาน คณะกรรมการ ส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดนครราชสีมา
หน้า : 33 จำนวนบุคลากรในสังกัด สกร.จังหวัดนครราชสีมา สกร.จังหวัดนครราชสีมา เป็นหน่วยงานทางการศึกษา และมีสถานะเป็นผู้บังคับบัญชา สถานศึกษาในจังหวัด โดยมีบุคลากรแต่งตามประเภทดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2566) 1. ผู้บริหารการศึกษา จำนวน 2 คน 2. ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 18 คน 3. ข้าราชการครู จำนวน 49 คน 4 บุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) จำนวน 4 คน 5 ข้าราชการพลเรือนสามัญ จำนวน 1 คน 6 ลูกจ้างประจำ จำนวน 3 คน 7 พนักงานราชการ 6.1 ตำแหน่ง ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน จำนวน 49 คน 6.2 ตำแหน่ง ครู สกร.ตำบล จำนวน 316 คน 6.3 ตำแหน่ง บรรณารักษ์ จำนวน 8 คน 6.4 ตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไป จำนวน 18 คน 6.5 ตำแหน่ง นักวิชาการเงินและบัญชี จำนวน 5 คน 6.6 ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 2 คน 6.7 ตำแหน่ง นักเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 3 คน 6.8 ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา จำนวน 13 คน 6.9 ตำแหน่ง นักวิชาการพัสดุ จำนวน 5 คน 6.10 ตำแหน่ง นักวิชาการตรวจสอบภายใน จำนวน 2 คน 6.11 ตำแหน่ง เจ้าพนักงานที่ธุรการ จำนวน 1 คน 6.12 ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคล จำนวน 1 คน 6.13 ตำแหน่ง ครูผู้สอนเด็กด้อยโอกาส (เด็กเร่ร่อน) จำนวน 1 คน 6.14 ตำแหน่ง ครูผู้สอนคนพิการ จำนวน 1 คน 8 จ้างเหมาบริการบุคคลภายนอกปฏิบัติงาน 8.1 ตำแหน่ง ครูศูนย์การเรียนชุมชน จำนวน 89 คน 8.2 ตำแหน่ง ครูประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน 13 คน 8.3 ตำแหน่ง ครูผู้สอนคนพิการ จำนวน 17 คน 8.4 ตำแหน่ง ครูผู้สอนคนเร่ร่อน จำนวน 2 คน 8.5 ตำแหน่ง บรรณารักษ์ (จ้างเหมา) จำนวน 25 คน 8.6 ตำแหน่ง พนักงานขับรถยนต์ราชการ จำนวน 2 คน
หน้า : 34 8.7 ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ จำนวน 7 คน 8.8 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ธุรการ จำนวน 10 คน 8.9 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จำนวน 10 คน 8.10 ตำแหน่ง พนักงานบริการ จำนวน 20 คน 8.11 ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา จำนวน 5 คน 8.12 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 1 คน 8.13 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จำนวน 1 คน 8.14 ตำแหน่ง คนสวน จำนวน 2 คน 8.15 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จำนวน 4 คน 8.16 ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน 2 คน 8.17 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่พัสดุ จำนวน 1 คน 8.18 ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป จำนวน 5 คน 9 ครูประจำกลุ่ม 9.1 เรือนจำอำเภอบัวใหญ่ จำนวน 3 คน 9.2 แผนกที่ 5 กลองคลังแสง อ.ปากช่อง จำนวน 2 คน 9.3 กองพันสุนัขทหาร อ.ปากช่อง จำนวน 3 คน 9.4 เกษตรกรรมที่ 2 อ.ปากช่อง จำนวน 1 คน 9.5 เรือนจำอำเภอสีคิ้ว จำนวน 4 คน 9.6 เรือนจำคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จำนวน 19 คน 9.7 ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา อ.สีคิ้ว จำนวน 6 คน 9.8 ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก อ.สีคิ้ว จำนวน 8 คน 9.10 หน่วยทหาร ป.3 พัน.103 จำนวน 4 คน 9.11 หน่วยทหาร ป.6 พัน.23 จำนวน 3 คน 9.12 หน่วยทหาร พัน.พัฒนา.2 จำนวน 3 คน 9.13 หน่วยทหาร ร.23 พัน.1 จำนวน 4 คน 9.14 หน่วยทหาร พัน.สพ.กระสุน 22 บชร.2 จำนวน 2 คน 9.15 หน่วยทหาร พัน.สร.3 จำนวน 1 คน 9.16 หน่วยทหาร ช.พัน.3 จำนวน 2 คน 9.17 หน่วยทหาร ศปภอ.ทบ.2 จำนวน 1 คน 9.18 หน่วยทหาร พัน.ซบร.22 บชร.2 จำนวน 1 คน 9.19 หน่วยทหาร ม.6 พัน.8 พล.ร.3 จำนวน 3 คน
หน้า : 35 9.20 หน่วยทหาร กองทัพภาคที่ 2 จำนวน 2 คน 9.21 หน่วยทหาร พัน.สบร.22 บชร.2 จำนวน 2 คน 9.22 หน่วยทหาร ศฝ.นศท.มทบ.21 จำนวน 1 คน 9.33 หน่วยทหาร ส.พัน 22 จำนวน 2 คน 9.34 หน่วยทหาร ร.มทบ.21 จำนวน 5 คน 9.35 หน่วยทหาร ปตอ.พัน.2 จำนวน 2 คน 9.36 หน่วยทหาร ส.พัน.3 พล ร.3 จำนวน 2 คน 9.37 หน่วยทหาร พัน.อย.กองบิน.1 จำนวน 7 คน 9.38 หน่วยทหาร สร.22 บชร.2 จำนวน 2 คน 9.39 หน่วยทหาร ป.3 พัน.3 จำนวน 3 คน 9.40 หน่วยทหาร กองทัพน้อยที่.2 จำนวน 1 คน 9.41 หน่วยทหาร กองพลพัฒนาที่ 2 จำนวน 3 คน 9.42 หน่วยทหาร รพ.ค่ายสุรนารี จำนวน 2 คน 9.43 หน่วยทหาร ร.3 พัน 2 จำนวน 5 คน 9.44 หน่วยทหาร ช.พัน.201 จำนวน 3 คน 9.45 หน่วยทหาร ช.2 จำนวน 1 คน 9.46 หน่วยทหาร ช.พัน.202 จำนวน 6 คน 9.47 หน่วยทหาร กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 จำนวน 3 คน 9.48 หน่วยทหาร กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 จำนวน 1 คน 9.49 หน่วยทหาร ร.23 จำนวน 3 คน 9.50 หน่วยทหาร ปจว.2 จำนวน 1 คน รวมบุคลากรทั้งสิ้น จำนวน 845 คน
หน้า : 36 รายชื่อสถานศึกษา ที่ ชื่อสถานศึกษา (แห่ง) ผู้อำนวยการ จำนวน สกร.ตำบล (แห่ง) 1 สกร.อำเภอเมืองนครราชสีมา - 25 2 สกร.อำเภอแก้งสนามนาง - 5 3 สกร.อำเภอขามทะเลสอ - 5 4 สกร.อำเภอขามสะแกแสง นางสาวธัญนันท์ ศรีประภาธนาศิริ 7 5 สกร.อำเภอคง นายคมพิสิษฐ์ ดังไธสงฆ์ 10 6 สกร.อำเภอครบุรี - 12 7 สกร.อำเภอจักราช - 8 8 สกร.อำเภอชุมพวง - 9 9 สกร.อำเภอโชคชัย นางจีระภา วัฒนกสิการ 10 10 สกร.อำเภอด่านขุนทด นางวรากร ครุฑขุนทด 16 11 สกร.อำเภอโนนแดง นางสาววิภารัตน์ ญวนกระโทก 5 12 สกร.อำเภอโนนไทย - 10 13 สกร.อำเภอโนนสูง นางวิไลลักษณ์ โรจนาศรีรัตน์ 16 14 สกร.อำเภอบ้านเหลื่อม นายธรรมนูญ แก้วเพชร 4 15 สกร.อำเภอบัวใหญ่ นางสมร พงษ์พันธ์ 10 16 สกร.อำเภอประทาย - 13 17 สกร.อำเภอปักธงชัย นางกิ่งดาว นิตยไพบูลย์ 16 18 สกร.อำเภอปากช่อง นายมาโนชฐ์ ลาภจิตร 12 19 สกร.อำเภอพิมาย - 12 20 สกร.อำเภอวังน้ำเขียว - 5 21 สกร.อำเภอสีคิ้ว - 12 22 สกร.อำเภอสูงเนิน นางบุศรา อารีชาติ 11 23 สกร.อำเภอเสิงสาง นางสาวปนัดดา แอบเกษม 6 24 สกร.อำเภอหนองบุญมาก นางพิมพ์สุดา สุราวุธ 9 25 สกร.อำเภอห้วยแถลง - 10 26 สกร.อำเภอเฉลิมพระเกียรติ นางสาวกฤษณา อินทร์หมื่นไวย 5 27 สกร.อำเภอเมืองยาง - 4 28 สกร.อำเภอเทพารักษ์ นายนพรัตน์ แจ้งหมื่นไวย์ 4 29 สกร.อำเภอพระทองคำ - 5 30 สกร.อำเภอลำทะเมนชัย นายเลอพงษ์ ทัมทิมเสน 4 31 สกร.อำเภอบัวลาย นางสาวรัศมี ศรีภิบาล 4 32 สกร.อำเภอสีดา นางสุเพียร เจริญโนนสูง 5 รวม 32 แห่ง 289 แห่ง
หน้า : 37
หน้า : 38 บทที่ 2 ทิศทางการจัดการศึกษา นโยบายการศึกษา ของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข้อสั่งการและแนวปฏิบัติ 1. ให้นำนโยบายด้านการศึกษาของรัฐมนตรีที่แถลงต่อสภา และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม (Action Plan) 2. ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย (ห้ามซื้อขายตำแหน่ง) ห้ามทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ครุภัณฑ์ ชุดนักเรียน อาหารกลางวัน ฯลฯ และต้องจัดซื้อจัดจ้างวัสดุครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ 3. น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ 4. ให้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม และมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด 5. ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ โดยครูต้องเป็นต้นแบบในการรักการอ่าน 6. การลงพื้นที่ตรวจราชการ หรือตรวจเยี่ยม ให้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับ การตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม โดยให้มีการดำเนินการอย่างเรียบง่ายและประหยัด เช่น ไม่ต้อง ติดป้ายต้อนรับ ไม่มีของที่ระลึกหรือของฝาก เป็นต้น นโยบายการจัดการศึกษา “ เรียนดี มีความสุข ” การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต ลดภาระครู และบุคลากรทางการศึกษา 1. ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดขั้นตอน มุ่งผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียน 1.1 ปรับระบบการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เน้นตามสภาพจริง ลดการทำเอกสาร ลดขั้นตอนการประเมิน ไม่ซับซ้อน ไม่ยุ่งยาก และเป็นธรรม โดยเน้นผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียนตามช่วงวัยเป็นสำคัญ คำนึงถึงสภาพบริบทของสถานศึกษา และสอดคล้องกับการเรียนรู้ ที่หลากหลาย เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระงานให้ครูจนเกินไป 1.2 ปรับระบบการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนและการประเมินวิทยฐานะ ให้มีความ เชื่อมโยงกัน และออกแบบการประเมินให้สามารถนำไปใช้ในการประเมินต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย
หน้า : 39 1.3 นำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินวิทยฐานะ และสนับสนุนอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการประเมินให้กับครู และบุคลากรทางการศึกษา 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น (โยกย้ายกับภูมิลำเนาด้วยความโปร่งใส ไม่มี การซื้อขายตำแหน่ง) 2.1 กำหนดหลักเกณฑ์การย้าย การช่วยราชการ ให้มีความชัดเจนและยืดหยุ่น ตามแต่กรณี รวมทั้งการใช้บทลงโทษอย่างเข้มงวด และเด็ดขาดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการเรียกรับ ผลประโยชน์ในการโยกย้าย หรือแต่งตั้ง 2.2 สถาบันผลิตครูและหน่วยใช้ครู ร่วมกันสำรวจความต้องการครูในแต่ละสาขาวิชา ที่ขาดแคลนในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาให้ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นครู หรือครูผู้ช่ว ย ในภูมิลำเนาเดิมของตน 3. แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.1 สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการวางแผนการใช้เงินและการเก็บออมเงิน ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งปลูกฝังผู้ที่ได้รับการบรรจุใหม่ ให้มีความรู้ สร้างวินัย ในการบริหารจัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ 3.2 หน่วยงานต้นสังกัดประสานการจัดการ ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้จากหลายที่ โดยลดดอกเบี้ยที่ถูกลง ระยะเวลาผ่อนส่งยาวขึ้น สามารถชำระเงินต้นเพิ่มเติมจากเงินที่ผ่อนชำระ เป็นรายงวดได้ 3.3 พักชำระดอกเบี้ยให้กับครูทุกคนที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถาบัน การเงินโดยรัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้มีวงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยลูกหนี้ชำระเพียงเงินต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลดภาระค่าใช้จ่ายของครูไทยทั่วประเทศ 4. จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ ( 1 ครู 1 Tablet ) 4.1 สนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ในการช่วยจัดการเรียนการสอนต่างๆ 4.2 สนับสนุนการจัดหาแท็บแล็ต (Tablet) ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยมระบบ ออนไลน์รองรับการใช้งานเพื่อเพียงพอต่อจำนวนครูผู้สอน เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนที่มี ประสิทธิภาพและส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 4.3 บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน (ผู้เป็นเจ้าของสัมปทานสัญญาณ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และภาครัฐ ในการพัฒนาเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุม ทุกพื้นที่ที่มีการสอน) 4.4 สนับสนุนงบประมาณ เป็นงบลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาให้ ครอบคลุมทั้งด้าน Hardware, Software และ Peopleware
หน้า : 40 ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 1. เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความ เหลื่อมล้ำทางการศึกษา ( 1 นักเรียน 1 Tablet ) 1.1 ส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและจัดการศึกษาและ การให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมในระหว่างการเรียนหรือฝึกอาชีพ สร้างโอกาสมีงานทำ ซึ่งจะเป็นส่วน สำคัญในการผลักดันแรงงานเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว 1.2 ส่งเสริมการจัดการเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจัง ออกแบบระบบการ เรียนการสอนให้แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เรียนที่ไหนก็ได้ และร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มีคุณภาพ และสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ รวมทั้งสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นสถานประกอบการ ผู้ปกครอง ชุมชน นักเรียน นักศึกษา ให้เห็นถึง ความสำคัญต่อการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 1.3 สนับสนุน จัดหาอุปกรณ์ ในการช่วยส่งเสริมการรู้ของผู้เรียน 1.4 สนับสนุนการจัดหาแท็บเล็ต (Tablet) ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเชื่อมโยงระบบ ออนไลน์รองรับการใช้งานให้เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1-3 เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับพัฒนาการของ โลกยุคดิจิทัล 1.5 บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน (ผู้เป็นเจ้าของสัมปทานสัญญาณ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และภาครัฐ ในการพัฒนาเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุม ทุกพื้นที่) 1.6 พัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ โดยจัดทำเนื้อหาสาระการ เรียนรู้ให้ครอบคลุมหลักสูตรการเรียนรู้และวิธีการจัดการเรียนการสอน 1.7 จัดทำระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนสามารถเข้าสู่แหล่งเรียนรู้โดยไม่มี ค่าใช้จ่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ นำแพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ มาผสมผสานการเรียนการสอน แบบเดิมในห้องเรียน กับการเรียนการสอนออนไลน์ (Hybrid Education) ผู้เรียนจะมีโอการเข้าถึงการ เรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ และขยายการเรียนรู้ไปถึง ประชาชนทุกช่วงวัยทั่วประเทศ ให้มีโอกาสทางการศึกษา เข้าถึงเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพ และมี ประโยชน์ อันจะนำไปสู่การเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนในภาพรวมของประเทศ 1.8 พัฒนาการศึกษาผ่านระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและประชาชนได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน สามารถวางแผนการ
หน้า : 41 เรียนรู้ได้ตามความต้องการของผู้เรียน ตามเวลา สถานที่ที่เหมาะสมกับสภาพและความสนใจ โดยสามารถนำความรู้หรือความสามารถที่ได้จากทักษะ ประสบการณ์การทำงาน การฝึกอบรบ หรือ การเรียนรู้ ทั้งจากสถานศึกษาหรือสถานบันการศึกษา การเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเทียบโอนเป็นหน่วย กิตสะสมไว้สำหรับเทียบคุณวุฒิหรือความสามารถในการทำงาน ทั้งในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษาได้ 1.9 ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนสาขาวิชาที่เรียนในขณะที่เข้ารับการศึกษาแล้ว เพื่อให้ตรง กับความถนัดและความต้องการของผู้เรียน และตรงกับตลาดแรงงานที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทของ สังคมอย่างอิสระ 2. หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนคุณภาพ 2.1 จัดให้มีการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอย่างน้อย 1 โรงเรียนในแต่ละอำเภอ หรือเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อนำร่องการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์ และงบประมาณในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และบริบทของโรงเรียนที่สอดคล้องกับการ เรียนรู้ปัจจุบัน เน้นการมีส่วนของของทุกภาคส่วน เช่น บ้าน (ครอบครัว) ผู้นำทางศาสนา และโรงเรียน เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2.2 จัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องทุกปีงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานและการ วางแผนเกิดความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม 2.3 จัดสรรครูและบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มเติมโดยใช้เกณฑ์พิเศษ หรือมี งบประมาณครูอัตราจ้างเพิ่มเติมจากวิชาเอกที่ขาดแคลน 2.4 สร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอน 3. ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต 3.1 พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีทักษะที่จำเป็นและเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต และมีหลักสูตรที่ตอบสนองความสนใจและความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน 3.2 จัดให้มีระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับ ประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและเป้าหมายชีวิตที่ ตนเองชอบ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน 3.3 เน้นนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นทักษะจากการปฏิบัติจริง และเสริมความสามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา
หน้า : 42 3.4 ประสานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไข สุภาพจิตของผู้เรียน เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข 4. จัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถ เรียนเพิ่ม เพื่อรับใบประกาศนียบัตรในการประกอบวิชาชีพ 4.1 ผู้เรียนและประชาชนสามารถนำหน่วยกิตที่สะสมมาใช้สำหรับเทียบคุณวุฒิ รับรอง มาตรฐานวิชาชีพเพื่อรับใบประกาศในการประกอบอาชีพนำไปใช้ต่อยอดในการเรียน และความก้าวหน้าในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยื่นข้อเสนอรับเงินเดือนที่เหมาะสมกับ ประสบการณ์ที่มี 4.2 เปิดโอกาสให้ให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา สามารถขอรับรองมาตรฐานวิชาชีพได้ใน ระหว่างการกำลังศึกษาอยู่ในระบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกที่มีรายได้ระหว่างเรียนควบคู่กับการ ทำงานไปพร้อมกัน และสามารถที่จะขอการรับรองมาตรฐานวิชาชีพเพื่อยกระดับศักยภาพของตนเอง รวมทั้งลดระยะเวลาในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน และเปิดโอกาสทางการศึกษาที่ยืดหยุ่นต่อการประกอบ อาชีพ 5. การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียน ที่มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลาประหยัดค่าใช้จ่าย 5.1 จัดทำระบบเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ หรือสมรรถนะ จากระบบเดียวกันแต่ต่างสถานศึกษา หรือจากระบบหนึ่งไปสู่ระบบหนึ่ง หรือจาก ต่างประเทศเพื่อใช้ประโยชน์ในการได้รับการรับรองคุณวุฒิ หรือประโยชน์ในการประกอบอาชีพหรือ วิชาชีพ และผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศสามารถเรียนได้ในระดับที่สูงขึ้นโดยไม่ยึดติดกับระยะเวลา ในการศึกษา 5.2 จัดระบบวัดแววและความถนัดของผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยสามารถปรับเปลี่ยน แผนการเรียนในระหว่างการเรียนได้ รวมทั้งการแนะแนวเลือกเรียนตามเส้นทางอาชีพ ความถนัดและ ความสนใจ เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนในอนาคต 6. มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) 6.1 การจัดการอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ต่อเนื่อง) เป็นการจัด การศึกษาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสมรรถนะกำลังคนระดับเทคนิค โดนมุ่งเน้นการผลิต และพัฒนากำลังคนในสาขาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ด้วยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องกับ ภาคประกอบการ องค์กรวิชาชีพ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นรูปแบบการเรียนสู่การปฏิบัติ
หน้า : 43 เพื่อสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิต ให้ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษามีความพร้อมเข้าสู่อาชีพได้ทันต่อ ความต้องการกำลังคนของประเทศ และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 6.2 จัดหาเงินกองทุน เพิ่มนักเรียนสายอาชีวศึกษา นำเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยประสานกับกระทรวงแรงงานเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาที่จบมา มีตลาดรองรับ สามรถประกอบ อาชีพได้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ 6.3 จัดให้มีการเชื่อมโยงหลักสูตรสายอาชีวศึกษากับมาตรฐานวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อเป็น การเสริมศักยภาพแก่ผู้เรียน (Up-skill) หรือเพิ่มพูนทักษะใหม่ (Re-skill) โดยได้รับการรับรอง มาตรฐานวิชาชีพ และผู้เรียนได้รับใบประกาศนียบัตรสมรรถนะอาชีพ เพี่อนำไปประกอบอาชีพการ สมัครงานและการขอขึ้นเงินเดือนและการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ผู้เรียนอาจเป็นผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษา หรือนอกระบบการศึกษาก็ได้ 6.4 จัดให้มีการอบรมอาชีพเสริมในชุมชน เพื่อเป็นหารสร้างเสริมทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Up-skill) หรือทบทวนสมรรถนะ (Re-skill) ให้แก่ผู้เรียนและประชาชน ทั่วไป เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างแอร์ การค้าขาย การเกษตร ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือในการ ช่วยผู้เรียนและประชาชนลดรายจ่ายในครัวเรือนและอาจสร้างเป็นอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัวได้ ให้นโยบายไว้ ณ วันที่ 14 กันยายน 2566
หน้า : 44 แนวทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ.2566 – 2570) จังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 จังหวัดนครราชสีมา กำหนดให้มีการบูรณาการวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ประเด็น ยุทธศาสตร์ เพื่อประสานนโยบาย งบประมาณ และกิจกรรมในแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด นครราชสีมา แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา แผนปฏิบัติราชการประจำปีของ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา แผนปฏิบัติการประจำปีสำนักงานเขตพื้นที่ แผนปฏิบัติการ ประจำปีของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนแผนการจัดการศึกษาของ หน่วยงานและสถานศึกษาทุกแห่งในจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกัน สามารถ เห็นผลเชิงประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้ วิสัยทัศน์ “ คนโคราชได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพทุกช่วงวัย มีงานทำ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของ โลกในศตวรรษที่ 21 ” พันธกิจ 1. ส่งเสิรม สนับสนุน ให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยเข้าถึงโอกาสทางการศคึกษาและการเรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงเท่าเทียม และมีคุณภาพ 2. จัดการศึกษาเพื่อสร้างคุณภาพพลเมืองด้านพหุปัญญา ตามแนวทางสันติวิธี 3. ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยการ ใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ 4. ส่งเสริมการผลิตพัฒนากำลังคน และทักษะเพื่อการประกอบอาชีพ ให้สอดคล้องกับความ ตองการของท้องถิ่น ตลาดแรงงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก 5. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อคุณภาพชีวิต โดยคำนึงถึงสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย และการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความเป็นโคราช เมืองน่าอยู่ 6. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและทุกภาคส่วนในกาสนับสนุนการจัดการศึกษา 7. ส่งเสรม พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาโดยหยึดหลักธรรมาภิบาล และพัฒนาระบบการ จัดการศึกษาที่มีคุณภาพ เป้าประสงค์ 1. คนโคราชทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นในการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างความมั่นคงของสังคม