“ความตัง้ ม่ันของจิต ถ้าผมู้ นี สิ ัยทางสงบ ตั้งมั่นนานๆ กจ็ ะ
สงบรวมลงเป็นหนึง่ ถา้ ผไู้ ม่มนี สิ ัยในทางความสงบ มีนสิ ยั
ทางปญั ญา ตง้ั มน่ั ยงั ไงกอ็ ยนู่ านไมไ่ ด้ ทา่ นกเ็ ลยใหต้ ง้ั มนั่ อยู่
ในกองกระดูก เด๋ียวมันกค็ ดิ เร่ืองกองกระดกู ต้งั มั่นในความ
แปรปรวนของรา่ งกาย มนั กพ็ จิ ารณาไปในรา่ งกายนน่ั แหละ
ให้เขา้ ข้างในใหไ้ ด้ ฟงั ข้างใน ธรรมอยู่ข้างใน”
พระอาจารยแ์ ดง (พระบำ� เพญ็ รตนิ ธฺ โร)
พระอาจารย์แดง (พระบำ� เพ็ญ รตินธฺ โร)
วัดปา่ บา้ นค้อ จงั หวดั อดุ รธานี
ISBN 978-616-572-655-9
พมิ พค์ ร้ังท่ี ๑ ตลุ าคม ๒๕๖๓
จำ� นวนพิมพ์ ๓,๑๐๐ เล่ม
ผ้จู ดั พมิ พ ์ คณะศษิ ยว์ ดั ป่าบา้ นค้อ จังหวดั อดุ รธานี
พิมพ์แจกเปน็ ธรรมทาน ห้ามจำ� หนา่ ย
พระอาจารย์บำ� เพญ็ (แดง) รตินธฺ โร.
รู้ เห็น เยน็ สงบ.-- อดุ รธานี : วัดปา่ บ้านคอ้ , 2563.
120 หนา้ .
1. ธรรมเทศนา. 2. คตธิ รรม. l. ช่ือเรือ่ ง.
294.308
ISBN 978-616-572-655-9
พมิ พท์ ่ี : บริษัท ศลิ ป์สยามบรรจุภณั ฑ์และการพมิ พ์ จ�ำกดั
Tel. ๐-๒๔๔๔-๓๓๕๑-๒ Fax. ๐-๒๔๔๔-๐๐๗๘
E-mail: [email protected]
ค�ำน�ำ
ท่านพระอาจารย์แดง (พระบ�ำเพ็ญ รตินฺธโร) แหง่ วดั ป่าบ้านคอ้
เป็นลกู ศิษย์องคส์ ำ� คัญขององคห์ ลวงพ่อทูล ขปิ ฺปปญโฺ ท่านขนึ้ เทศน์
ธรรมะ ไม่ถึง ๑๐ กณั ฑ์ ต้ังแตป่ ี ๒๕๔๗ ทา่ นจะสอนเสมอว่า “เราเปน็
คนยังไง ตอ้ งดูนิสยั ตัวเองก่อนนะวา่ ชอบคดิ หรอื ชอบท�ำความสงบ”
ส�ำหรับพวกชอบคิด ทา่ นสอนว่า
“ให้พิจารณาไปโลด แต่ให้อยู่ภายในกาย พอเหนื่อยก็ให้เข้าไป
ทำ� ความสงบ จากน้ันกอ็ อกมาพิจารณาอีก”
ถามท่านว่าพิจารณาเร่ืองอะไร “พิจารณากายเร่ืองเดิมนั่นแหละ
แตท่ นี ีม้ นั จะไมเ่ หมอื นเดมิ ”
และท่านเน้นเสมอวา่
“การปฏบิ ัติต้องเดินสองเทา้ ท้งั สมถะและวปิ สั สนาควบคูก่ ันไป”
“ อย่าไปสนใจเร่ืองของสมมุติ ความสงบจะระดับไหน จะเป็น
อปั ปนาหรอื ไมอ่ ยา่ งไร กเ็ จรญิ สตพิ จิ ารณาไปเรอื่ ยๆ เมอื่ มนั เตม็ รอบแลว้
กจ็ ะรู้เอง”
“พวกอ่านมากรู้มาก มักจะมีความลังเลสงสัยเป็นตัวขวางก้ัน
ทำ� ใหม้ ากเจรญิ ใหม้ าก ถงึ เวลาแล้วมนั ได้เอง”
“พจิ ารณากายอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เมอื่ เหนอ่ื ยกเ็ ขา้ ไปพกั อยใู่ นความสงบ
จะสงบระดับไหนก็ช่างมัน ขอให้มีสติอยู่ในความสงบ พักให้เต็มที่
เม่อื มกี �ำลังวงั ชาค่อยออกมาพจิ ารณาอกี ครัง้ หนึง่ ”
พระพุทธองค์เท่าน้ันที่ทรงมีพระญาณหยั่งรู้อุปนิสัยและวาสนา
ของสรรพสัตว์ จึงทรงเลือกแผนที่การเดินทางที่เหมาะสมให้กับ
ผู้ปฏิบัติได้ แต่ในยุคปัจจุบัน ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องศึกษาเส้นทางของ
ครูบาอาจารย์หลายๆ องค์ แลว้ น�ำมาปฏิบัติอย่างจริงจังเสยี กอ่ น และ
ประเมินตนเองว่าเดนิ ตามแบบท่านไดห้ รือไม่
คณะผู้จัดท�ำจึงหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นเสมือนแผนท่ีการ
เดนิ ทางเสน้ สคู่ วามหลดุ พน้ เสน้ ทางหนง่ึ อนั จะยงั ประโยชนแ์ กผ่ ปู้ ฏบิ ตั ิ
ธรรมที่มีนิสัยท้ังเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ ขออานิสงค์แห่งการ
เผยแพร่ธรรมะน้ีเป็นเหตุและปัจจัยให้พวกเราและผู้ปฏิบัติทั้งหลาย
ถึงพร้อมดว้ ยอิทธิบาท ๔ ในการเดินมรรคอันมอี งค์ ๘ จนเขา้ สู่กระแส
แหง่ มรรคผลนิพพานด้วยเทอญ
กราบเทา้ ทา่ นพระอาจารย์แดงด้วยเศียรเกลา้
ศษิ ยานศุ ิษย์
๓ ตลุ าคม ๒๕๖๓
สารบัญ
๗ เส้นผมบังภเู ขา
๓๗ รู้ เหน็ เย็น สงบ
๕๕ ธนาคารใจ
๖๓ แผนทที่ างเดินของใจ
๗๙ ธรรมะจากใจ
๑๐๑ ของเฮา
๑๑๑ ทางเดนิ แห่งมรรค
๑๑๗ คติธรรมท่านพระอาจารยแ์ ดง รตนิ ธฺ โร
“คำ� วา่ สงบนก่ี วา้ งเหมอื นกนั นะ สงบดว้ ยปญั ญาอยา่ งหนงึ่ นะ
สงบด้วยสมถะอีกอย่างหน่ึง สงบทางสมถะต้องอาศัย
การบรกิ รรม ผมู้ นี สิ ยั ทางเจโต ผนู้ นั้ จะสงบงา่ ย ตอ้ งรจู้ กั นสิ ยั
ตวั เองด้วยนะ ไมใ่ ชส่ ักแตว่ ่าท�ำ”
พระอาจารย์แดง (พระบำ� เพญ็ รตนิ ธฺ โร)
“เสน้ ผมบงั ภูเขา”
เทศนค์ รงั้ แรกที่วดั ตาดน้ำ� พุ อำ� เภอบา้ นผอื จังหวดั อดุ รธานี
เมอ่ื วันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗
ธรรมกเ็ หมอื นครบู าอาจารยท์ า่ นเทศนธ์ รรมะใหฟ้ งั นน่ั แหละ ถา้ วา่
ยากกเ็ หมอื นยาก จะวา่ งา่ ยกเ็ หมอื นงา่ ย เหมอื นเสน้ ผมบงั ภเู ขา มนั กย็ าก
สำ� หรบั ผูม้ ีกำ� ลังน้อย ผมู้ กี �ำลงั มากก็ไมย่ าก เพราะอาศัยความเพียรอกี
นน่ั แหละ ถ้ามคี วามเพียรได้ เป็นไปได้ เพยี รรู้เพียรเห็น แล้วความเกง่
จะเกิดข้ึน ท�ำอยู่เรอ่ื ยๆ อยู่ท่ีไหนกท็ ำ� ได้ ถ้ารจู้ กั หลัก ถา้ ไมร่ ู้จกั หลกั มา
บวชโกนอย่กู เ็ ถอะ ท�ำไมไ่ ด้ ต�ำหนอิ ันน้ันตำ� หนอิ ันน้ี จริงๆ แล้วไมม่ ี
อะไรมาก ตำ� ราอา่ นมากกด็ ี คลายความหลงไดส้ ว่ นหยาบ สว่ นละเอยี ด
คลายไมไ่ ด้ สว่ นละเอยี ดจะละไดท้ เี่ กดิ ขนึ้ ภายใน ทำ� สมาธไิ ป จติ สงบไป
หายสงสัยเป็นระยะๆ สมาธิในที่น่ีมีสองอย่างนะ ความต้ังใจมั่นจะ
ต่อเนื่องไปหาความสงบ แล้วจะรู้ว่าความสงบเป็นอย่างนี้ ไม่ต้องไป
ถามใครกร็ ู้ ไมต่ อ้ งศกึ ษามากร็ ู้ อยา่ งหลวงปบู่ วั วดั หนองแซง ทา่ นไมไ่ ด้
ศกึ ษามาก ครง้ั พทุ ธกาลกเ็ หมอื นกนั ไมม่ าก พระพทุ ธเจา้ รนู้ สิ ยั ของสตั ว์
เสน้ ผมบงั ภูเขา 7
ของสาวก ท่านไมไ่ ด้อ่านอะไรมาก การบวชกไ็ มย่ าก ไมเ่ หมือนทุกวันน้ี
ทกุ วนั นยี้ าก ทา่ นเตม็ แลว้ ทา่ นไดย้ นิ ไดฟ้ งั นดิ หนอ่ ย จติ ทา่ นนอนตวั แลว้
มันนอนแล้ว การรักษาจิตก็เหมือนกัน ท�ำให้จิตนอนตัว ไม่อย่างน้ัน
จะวนุ่ อยตู่ ลอดนน่ั แหละ สมาธกิ เ็ หมอื นกนั แตเ่ มอ่ื จติ ไมส่ งบ จะไมร่ จู้ กั
อะไรเปน็ อะไรหรอก
คำ� วา่ สงบนก่ี วา้ งเหมอื นกนั นะ สงบดว้ ยปญั ญาอยา่ งหนง่ึ นะ สงบ
ดว้ ยสมถะอกี อย่างหน่งึ สงบทางสมถะตอ้ งอาศัยการบริกรรม ผูม้ ีนิสัย
ทางเจโตนิ ผนู้ นั้ จะสงบงา่ ย ตอ้ งรจู้ กั นสิ ยั ตวั เองดว้ ยนะ ไมใ่ ชส่ กั แตว่ า่ ทำ�
องค์นนั้ เทศน์เราก็เปลี่ยนไป องค์นนั้ เราก็เปล่ยี นไป กแ็ สดงวา่ สมาธเิ รา
ไมไ่ ดผ้ ล ถา้ สมาธไิ ดผ้ ล ไมเ่ ปลย่ี น อนั นน้ั มนั ของทา่ น ศรทั ธาองคน์ นั้ นะ
ญาติโยมท่านเยอะ เราศรัทธาท่านแล้วเราก็ท�ำตามท่าน แต่จิตใจเรา
ไม่สงบรม่ เย็นเลย ก็ยังจะท�ำอยู่ เพราะท่านเป็นพระเถระ น่าเลื่อมใส
นา่ ศรทั ธา มีคนขนึ้ เยอะ แลว้ เราก็ท�ำตามทา่ น ทา่ นพูดเกง่ มวี าทศิลป์
กท็ ำ� ตามทา่ น ทงั้ ทเ่ี ราเปน็ อกี อยา่ งหนง่ึ มนั กเ็ ลยดดั ยาก ใหม้ คี วามรจู้ กั
ตัวเองก่อนว่าเราเป็นคนนิสยั ยงั ไง ชอบคิดไหม สังเกตดจู ติ ภายในด้วย
พออนั ไหนไม่ชอบคดิ ก็พาคิด คิดไปเร่ือยๆ เป่อื ยๆ ก็แสดงความสงบ
ยังไม่ได้ถึงท่ี ต้องท�ำความสงบเสริมเข้าไป อยู่กับครูบาอาจารย์มาก็
เหมือนกนั ทา่ นพดู เรอื่ งปญั ญากเ็ รือ่ งของท่าน แต่ทำ� ไมไ่ ดผ้ ล ปญั ญา
ของท่านนิ เหมือนกับพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ ท่านเลิศกัน
คนละอยา่ ง ผเู้ ลศิ ทางปญั ญากท็ างปญั ญา ไปอบรมสมาธิ ถา้ เรารจู้ กั นสิ ยั
8 รู้ เหน็ เย็น สงบ
เราว่านสิ ยั เราไม่ใช่อยา่ งนี้นะ นัน่ มนั ของท่าน แตเ่ ราทำ� ดูไม่ได้ผล
มนั ต้องแยกแยะใหม่ หาวธิ ที ำ� ใหม่ แตใ่ หอ้ ยูใ่ นองค์มรรคไง มรรค
มอี งคแ์ ปด ทำ� ไปเรอ่ื ยๆ มรรคกร็ วมตวั เปน็ มรรคจติ เหมอื นบว่ ง ๘ บว่ ง
นั่นแหละ มรรค ๘ ถ้าถอื สัมมาทฏิ ฐิขึน้ สมั มาสมาธขิ นึ้ มาด้วย ถา้ เป็น
มจิ ฉาทิฏฐิ สมาธกิ ็เป็นมิจฉาไดด้ ้วย มนั อยูด่ ว้ ยกนั เกิดขึน้ ทีจ่ ิต ทกุ บท
ทกุ บาทเลยนะ เกิดข้นึ จากไตรลักษณห์ มดเลย เอาไตรลกั ษณ์วางเปน็
ฐานไว้ก่อน ปูพื้นไว้เลย แล้วจะรู้เห็นเย็นสงบ อยู่กับนิสัยวาสนา
ด้วยนะ ท่านจงึ ยอมรับพระพุทธเจา้ ยอมรบั พระสาวก ไม่ใช่ว่าไปเลย
ไม่ใช่ ไปเลยไดอ้ ย่แู ตม่ นั ตดิ
ท่านจึงให้สร้างบุญวาสนาบารมีไปเรื่อยๆ ก่อน แต่จะว่าวาสนา
เรานอ้ ย บุญเรานอ้ ย อนั น้ันกเ็ ขา้ ใจผิดอีกแหละ คนเยอะแยะทเี่ ข้าวัด
เขา้ วามาท�ำความเพียร เขาเอาหูไปฟังรอ้ งรำ� ท�ำเพลง แตเ่ รานำ� หูมาฟัง
ธรรมะ มาดูไตรลักษณ์ จิตก็ใคร่ครวญกับไตรลักษณ์ ต้ังม่ันใคร่ครวญ
อยู่เด๋ียวมันก็สงบลง ถ้าต้ังใจไว้ถูกแล้ว มันสงบลงก็ถูก ถ้าต้ังใจไว้ผิด
มนั สงบลงกผ็ ดิ ถา้ มนั เหน็ เขา้ ไปจรงิ ๆ วา่ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งไมม่ สี าระ เขาไมม่ ี
ความหมาย แต่เราไปหมายเอง กเ็ ลยเป็นทกุ ข์เปน็ โทษกับความหมาย
ของตวั เอง กเ็ ลยทำ� ใหต้ วั เองทงิ้ ความหมาย ทำ� เรานะ ไมใ่ ชท่ ำ� ผอู้ นื่ ไมใ่ ช่
จะกล่าวโทษอย่างอืน่ นะ เสียงดังนัก รปู ร่างหน้าเกลียด รปู นี้ไมน่ ่ารัก
เสียงนัน้ น่าชงั กริ ยิ าอาการนน้ั น่าชัง ไมใ่ ช่ เราเป็นคนผิดเอง ทกุ อยา่ ง
อยทู่ เ่ี ราหมด ดบั กด็ บั ทเี่ รา วธิ ดี บั พระพทุ ธเจา้ กว็ างไวแ้ ลว้ พจิ ารณาทกุ ข์
เสน้ ผมบงั ภเู ขา 9
เริม่ ต้นด้วยทุกข์ ไดย้ ินกเ็ ป็นทุกข์ ครูบาอาจารยเ์ ทศนก์ ็เป็นทุกข์ เพราะ
รบกวนความสงบ ใหฟ้ งั ธรรม แต่กอ่ นฟงั ไมไ่ ด้กับเขาหรอก ฟังไมค่ อ่ ย
จะได้ หนีไปเลย เพราะมนั ทกุ ข์ เราร้เู ราเหน็ อยภู่ ายในนิ กเ็ ลยไมร่ ูว้ า่
อะไรเป็นอะไร เอะ๊ ทำ� ไมจติ มันเป็นอย่างนี้นะ ครูบาอาจารยจ์ ะเทศน์
มนั ไมช่ อบ มนั กวน มนั อยากสงบ อยากอยคู่ นเดยี ว ถา้ ไดร้ บั ความสงบ
แล้วมันมีความสุข สุขคือความสงบ มีความสุขอยู่อย่างน้ันแหละ
ความสงบ แต่ความสุขน้ันเกิดขึ้นจากความทุกข์นะ แต่ไม่รู้ว่าเป็น
ความทกุ ข์ พอมนั เสอ่ื มกท็ กุ ขอ์ กี พอมนั สงบเขา้ ไปจรงิ ๆ ทสี่ ดุ มนั กท็ กุ ข์
นน่ั แหละ เพราะมนั เกดิ ขนึ้ จากอนจิ จงั แตก่ อ่ นมนั ไมเ่ กดิ อนจิ จงั กเ็ ลยเกดิ
พอมนั เปลย่ี นไปกเ็ ปน็ ทกุ ขอ์ กี ไมไ่ ดว้ า่ เอาเองนะ มนั เปน็ ทจี่ ติ นะ ถา้ จะ
ไปสวดไปท่องบ่นสาธยาย สวดไปเถอะ ไม่เกิดผลอะไร เหน่ือยเปล่า
จ�ำไดห้ มายรู้เฉยๆ แตเ่ ปน็ ทจ่ี ิตไม่ตอ้ งไปถามใคร มันเกิดข้ึนได้กแ็ ก้ได้
ยากงา่ ยกเ็ พยี ร สกั แตว่ า่ ความเพียร เพยี รดู เพยี รเห็น เพยี รอยู่อย่าง
นัน้ แหละ เพียรภายใน ไม่อาศัยสถานที่หรอก เราอยูไ่ หนจติ ก็ไปด้วย
อปุ าทานกไ็ ปดว้ ย ภาวนากเ็ พื่อจะละอุปาทาน ไปหมายวา่ อนั นั้นเปน็
อนั นน้ั เขาทง้ั หมดไมม่ คี วามหมายในตวั ของเขา สมาธกิ ไ็ มม่ คี วามหมาย
ท้งั หมดเปน็ เพียงอาการ รปู ก็ว่ารปู มันเผด็ เปรีย้ ว หวาน มัน เคม็ รสนิ
เป็นอาการ อาการเผ็ดเรียกว่าอย่างน้ี อาการเค็มเป็นอย่างนี้ สมาธิ
ศลี ปญั ญา อะไรกช็ ่างเป็นเพียงอาการของจติ ที่เกิดข้ึน ท่านเรียกตาม
อาการ ถ้าไม่มีความหมาย ก็ไม่มีอะไรจะพูดกัน สมมุติว่าอย่างน้ันๆ
คอื เอาสมมุติมาพูด เมอื่ ละออกไปแล้ว ปลอ่ ยไปแล้ว อะไรกเ็ ข้าไมถ่ ึง
10 รู้ เหน็ เยน็ สงบ
ถึงท่านพูดก็พูดตามแนวทางของท่านท่ีท่านเรียนมา ท่านเรียนมา
อยา่ งนๆ้ี นะ แตท่ ม่ี นั หลดุ ไปแลว้ อะไรกเ็ ขา้ ไมถ่ งึ ทา่ นจงึ วา่ ขนั ธ์ รปู ขนั ธ์
เวทนาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ขันแน่นเข้าๆ มันจะตาย
มนั ก็วาง มนั เปน็ แผนกๆ อยู่ เป็นอันๆ ท่านเรยี กไปตามอาการว่าขนั ธ์
ท่านให้รู้จักขันธ์ เขาไม่ได้หลงเรานะ แต่เราไปหลงเขา อย่างเวทนาน้ี
ก็เหมือนกัน เจ็บปวดมันไม่มีความหมายในตัวของมันหรอก มันเป็น
อาการอนั หนงึ่ นงั่ สมาธไิ ป นงั่ ไปๆ เวทนามนั เกดิ ขน้ึ มา นใี่ ครเกดิ กอ่ นกนั
แต่กอ่ นมนั นง่ั ทำ� ไมไม่เจบ็ ไมป่ วด นง่ั ไปนัง่ มาทำ� ไมมนั เจบ็ ปวด ก็แสดง
วา่ ไมใ่ ช่เรา อนจิ จังแสดงตัวแล้วนะ ถา้ เราพลกิ อาการเปล่ยี นอาการไป
มันเป็นการแก้เวทนา ไมใ่ ช่พิจารณาก�ำหนดรู้เวทนา เวทนากส็ ักแต่ว่า
เวทนา เห็นเวทนาเกิด เห็นเวทนาดับ ต่อจากนั้นท่านก็พิจารณารูป
รปู เกดิ รปู ดบั เหมอื นพยับแดด มันเปลยี่ นไปๆ อดตี ที่ผ่านมา วนั วาน
วนั ซืน หรือวนั นี้ เปน็ เพียงมายาเท่าน้นั ไม่มีอะไรเปน็ เนื้อเป็นหนังเลย
ผา่ นมาแลว้ เปน็ อปุ าทาน ตดิ อยอู่ ยา่ งนน้ั เมอื่ วานเราไดอ้ นั นนั้ ไดอ้ นั น้ี
จริงๆ เป็นเพียงมายาเท่าน้ันเอง ที่หลอกจิตให้อยู่ กล่อมจิตให้อยู่
รปู มนั กช็ ำ� รดุ ทรดุ ไปอยเู่ รอ่ื ย เวทนากเ็ หมอื นกนั จำ� ไดบ้ า้ ง จำ� ไมไ่ ดบ้ า้ ง
มันเป็นไตรลักษณ์ กอ้ นไตรลกั ษณ์ ขนั ธ์ท้ังหมดเปน็ ไตรลักษณ์ ถ้าจิต
หลดุ ออกจากขนั ธไ์ ปแลว้ จติ กค็ อื จติ ขนั ธก์ ค็ อื ขนั ธ์ อาศยั ความเพยี รรดู้ ู
ดูอยูอ่ ย่างนัน้ พจิ ารณาอยู่อยา่ งนนั้ พจิ ารณากร็ ู้วา่ พิจารณา ดงึ อนั นน้ั
ออก ดงึ อันน้ีออก ใครไปติดใคร พิจารณาไปๆ ถา้ มนั ทือ่ คือปลอ่ ยวาง
อะไรไมไ่ ด้ความแยบคายกม็ ีพจิ ารณาไปๆมนั เคยแยบคายแตไ่ มแ่ ยบคาย
เส้นผมบังภเู ขา 11
แส่สา่ ยไปทางนั้น แส่สา่ ยไปทางน้ี ตอนนี้ต้องอาศัยความสงบ หยุดท�ำ
สมาธิ หยดุ ทำ� ความสงบ หยดุ อยู่อย่างน้นั แหละ หยุดอยเู่ ร่ือยเป็นนสิ ัย
จติ กล็ งสภู่ วงั คไ์ ด้ บางทกี เ็ หน็ นมิ ติ นมิ ติ นา่ กลวั บา้ ง นมิ ติ นา่ รกั นา่ ใครบ่ า้ ง
กต็ ดิ ในนมิ ติ อกี ถา้ นา่ กลวั จติ กถ็ อนอกี ทำ� ไปทำ� มาจติ มนั กล็ งไปสคู่ วาม
สงบขั้นละเอยี ด ขั้นอรูป นิสัยวาสนาต่างกนั
ในครั้งพุทธกาลมีอาฬารดาบสกาลามโคตร อุทกดาบสรามบุตร
นักพรตทง้ั สอง สิทธัตถะราชกุมารเคยไปอาศยั อยู่ มสี องคนนน่ั แหละ
ที่จะตรสั รู้งา่ ย เพราะท่านมีธลุ นี อ้ ย พระคุณมีมาก ญาติพ่นี อ้ งญาติโก
โหติกามีพระคุณมากอยู่ แต่เขาไม่สามารถจะรู้ได้ เพราะธุลีเขามาก
พระพุทธเจ้านึกถึงพวกสองคนน้ีมีธุลีน้อย เพียงเราพูดธรรมะไม่ก่ี
ประโยค ขน้ึ ชอื่ วา่ ธลุ กี ค็ อื ทกุ ข์ แคน่ เี้ อง ไดต้ รสั รแู้ ลว้ หลดุ ออกไปเลยนะ
ดาบสทงั้ คู่น่ะ เพราะท่านทำ� มาเปน็ อรปู ไปแลว้ ติดอยกู่ ับอนั นนั้ แหละ
ไม่ได้ธรรมข้ันไหนนะ เป็นโลกิยะนี่แหละ ต่อมาก็มานึกถึงปัญจวัคคีย์
ทเ่ี คยอปุ ฏั ฐาก กไ็ มม่ าก ทา่ นพดู ไมม่ ากนะ อยา่ งพระอสั สชกิ บั พระสารบี ตุ ร
ก็ไม่ได้พูดมาก ไม่มีธรรมาสน์ ไม่มีอาราธนาอะไรทั้งส้ิน ท่านฟัง
ท่านก็เข้าใจ ถ้าเราปฏิบัติไปๆ ถ้าเรารู้เห็นเข้าไปแล้วนะ ก็จะยอมรับ
พระพุทธเจา้ ยอมรับไดห้ มดเลยนะ ไมค่ ้าน ใหมๆ่ น่จี ะค้านจรงิ ๆ นะ
ตวั เองเสยี เปรยี บไปแลว้ ยงั ไมย่ อมลงนะจติ ยอมทงิ้ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งแลว้
ไมไ่ ดผ้ ลอะไรกบั การปฏบิ ตั ิ กโ็ กหกหลอกลวงโลกไป ถา้ จติ ทย่ี งั ไมเ่ ขา้ ถงึ
เป็นอย่างน้ัน คือว่ามารน่ันแหละ สังขารมาร ปรุงแต่งให้จิตออกจาก
12 รู้ เห็น เยน็ สงบ
องค์มรรค มีอยู่ทุกคน ไม่ใช่ไม่มีนะ แต่ไม่เห็นเพราะความเพียรไม่ถึง
แตไ่ มร่ จู้ กั นสิ ยั ตวั เอง พระพทุ ธเจา้ รจู้ กั นสิ ยั สตั ว์ ผนู้ ไ้ี ดส้ รา้ งนสิ ยั วาสนา
มาอย่างนี้ๆ ก็ไปโปรดเอา องค์นี้สร้างนิสัยมาอย่างนี้ๆ ชีวิตเหลือ
น้อยแล้ว เด๋ียวก็ตายแล้ว พระพุทธเจ้าก็ไปโปรดก่อน คนท่ีมีชีวิต
ยาวนานอยเู่ อาไวท้ หี ลงั นผ่ี ทู้ มี่ นี สิ ยั นะ รหู้ มดพระพทุ ธเจา้ ไมไ่ ดเ้ หวย่ี งแห
ท่านรดู้ ้วยญาณในจติ รปู้ ุพเพนวิ าสานสุ สตญิ าณ ท่านรูว้ ่าคนนม้ี ีนิสัย
วาสนามาอยา่ งไร นที่ า่ นรหู้ มด เหมอื นหมอรจู้ กั โรคคนไข้ ดแู ลว้ กว็ างยาๆ
ถกู หมดเลย ไมใ่ ชเ่ หมอื นหมอบา้ นนอก หมอแผนโบราณ วนิ จิ ฉยั แลว้ ก็
คาดคะเนเอาเอง พระพุทธเจ้าไมเ่ ป็นอย่างน้นั มีอย่กู ับทุกคน ไมม่ ีบุญ
วาสนาไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์หรอก ไม่ยินดีพอใจท่ีจะออกจากบ้าน
จากเรอื น เขามคี วามสนกุ สนานอยกู่ บั โลก แตเ่ ราไมอ่ ยู่ หาวธิ ที ำ� เราเปน็
คนยังไง ต้องดูนิสัยตัวเองก่อนนะ ชอบคิดน้ี หรือชอบท�ำความสงบ
เราละอะไรได้บ้าง ภายนอกละไม่ยากนะ เป็นวัตถุ ท้ิงมาก็ละแล้ว
แต่ภายในต้องอาศัยความเพียร ถ้าจิตได้ละแล้วมันไม่เอาอะไรหรอก
ไมก่ ลบั ไปอกี สมบตั ทิ งั้ หมดกไ็ มเ่ อา เพราะอาศยั ไมไ่ ด้ เปน็ เพยี งเรอื นกาย
ใครสร้างกไ็ ด้ ถ้ามีความขยัน มสี ตางคก์ ส็ ร้างได้ แต่ไมค่ อ่ ยอย่กู นั หรอก
สรา้ งหลงั ใหญๆ่ กไ็ มอ่ ยกู่ นั เพราะวา่ ไมใ่ ชเ่ รอื นใจ เปน็ เรอื นกาย พอไมเ่ ปน็
ยส่ี บิ สามสบิ ลา้ นกห็ ามาสรา้ ง แลว้ กไ็ มอ่ ยู่ ใหค้ นใชอ้ ยู่ ใหส้ ตั วเ์ ลย้ี งอยเู่ อง
ถา้ คนไหนมคี วามยนิ ดพี อใจ รจู้ กั คำ� วา่ พอ ผนู้ น้ั จะอยเู่ ปน็ สขุ เปน็ บา้ นพกั
ช่ัวคราวเฉยๆ ไม่กี่วันเดือนปีก็จากไป ถ้าท�ำความเข้าใจได้อย่างน้ัน
เสน้ ผมบงั ภูเขา 13
ไม่ยาก อยู่ไหนก็เป็นสุข ไม่เอาอะไร ก็ใจมันรู้มันเห็นตามปัญญา
จรงิ ๆ อยบู่ ้านก็ภาวนาดี เหมอื นคนในคกุ กบั คนนอกคกุ น่นั แหละ
คนนอกคุกจะเหน็ อะไรหมด จะเหน็ สุขว่าเปน็ ทกุ ข์บา้ ง แตค่ นในคกุ
จะเหน็ แตโ่ ลกแคบ เขามาบวชกเ็ หมอื นกัน แตอ่ ยู่บ้านนภี่ าวนาดอี ยนู่ ะ
แตไ่ มร่ จู้ กั วา่ ภาวนา ภาวนาวา่ เปน็ เรอ่ื งของพระ เขาเปน็ ชาวบา้ นไมร่ วู้ า่
น่ีคือภาวนานะ พอเข้ามาบวชแล้ว อ๋อ นี่มันเป็นมาต้ังแต่เป็นเด็ก
เปน็ ตง้ั แต่เปน็ ฆราวาสอยูบ่ ้าน มันได้เห็นทกุ ข์ ได้สมั ผสั กบั ทุกข์ แต่พอ
เขา้ มาบวชแล้ว ทุกข์ควรกำ� หนดรู้ ต้องกำ� หนดเอานะ สมมติเอา ทุกข์
เป็นอย่างนั้นๆ จ�ำแนกแจกแจง เหตุให้เกิดทุกข์เพราะเราไปถือเอา
อยากให้เป็นอย่างนั้นๆ พอมันเปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นทุกข์อีกแหละ
เพราะมนั เป็นไปตามความอยากความคาดคะเนคดิ ว่าใหเ้ ปน็ อย่างนๆ้ี
ถอื วา่ เปน็ สขุ สขุ นนั้ เกดิ ขนึ้ จากความทกุ ขน์ น่ั แหละ เปลย่ี นไปเปลย่ี นมาๆ
อยู่อย่างนั้น ถ้าผู้รู้จะได้เปรียบ ไม่มีเสียอะไร ถ้าผู้หลงนี่เสียเปรียบ
เลยนะ คดิ ดใู หด้ ีๆ ท้ังหมดใครไปหลงใคร วตั ถุสง่ิ ของอะไรกช็ า่ ง ที่จรงิ
พิจารณาดู เอ้ แต่กอ่ นนะ เรามนั แย่ย่ิงกว่าสุนขั ไปหลงสุนัข แตส่ ุนัข
ไมห่ ลงเราเลย มนั ไม่ร้จู กั บา้ นหรอก ไปตามเอาสนุ ขั กลบั มา มนั หนีไป
ก็ไปตามมนั กลบั มา อยากใหม้ ันอยใู่ นโอวาท คนอยูท่ ่ไี หน หาดูตวั เอง
อยบู่ า้ นภาวนาดอี ยู่ มนั เหน็ อะไรเยอะ พอเขา้ มาบวชแลว้ ทำ� ไมมนั เปน็
อยา่ งน้ี ทำ� ไปท�ำมามนั ก้อนเกา่ กบั อยู่บ้าน อนั เดียวกันนั่นแหละ แต่ไม่
รจู้ ักช่ือว่านี่เป็นมรรคนะ มรรคแปดเปน็ อยา่ งนๆี้ นะ อนั น้นั ส่วนนอก
14 รู้ เหน็ เย็น สงบ
เรียกไปตามอาการของจิต แต่จิตมันรวมตัวแล้วมันเป็นมรรคจิต
รวมเปน็ อนั หนึง่ อันเดยี วกัน อะไรเกิดขน้ึ มนั จะรไู้ ด้ง่ายมาก ถา้ ทำ�
ความสงบหนุนนะ ถา้ ความสงบไม่หนนุ พจิ ารณาอะไรแยบคายอยู่
แตไ่ มข่ าด เอ้ มนั ไมค่ ม อาการอยา่ งนม้ี นั ไมค่ มนะนี่ จติ หดหู่ ไมม่ กี ำ� ลงั
เหมอื นคนอยากนอน คนงว่ งนอน เหมอื นเดก็ เขาจะหลบั แตพ่ าเขาไปเลน่
ไปสอนหนังสือ สอนยังไงก็ไม่จ�ำหรอก มันอยากนอน ไปๆ มาๆ
ก็ร้องไห้จ้าเลย เด็กน่ีว่ายากสอนยาก ดื้อ ซน พ่ีเล้ียงฉลาดก็ต้องให้
นอนก่อน ตื่นข้ึนมาเราก็สอน ถึงเวลากินให้กิน ถึงเวลานอนให้นอน
ถงึ เวลาสอนกส็ อน มนั จะสอนงา่ ย ไปจบั มาสอนอยา่ งเดยี วไมใ่ หน้ อนนิ
ยากทจี่ ะจำ� สมาธิ มรรคมอี งคแ์ ปด ไมไ่ ดม้ อี งคเ์ จด็ นะ องคแ์ ปดเลยละ่
อยู่ด้วยกันดว้ ย แต่ท่านเรียกไปตามอาการเฉยๆ เหมอื นคนน่นั แหละ
มือ เท้า หนัง อาการท้ังหมดอยู่ด้วยกันนะ สามสิบสองนี่ ท่านเรียก
ไปตามอาการวา่ อนั นฟ้ี นั อนั นหี้ นงั อนั นข้ี น อนั นเี้ ลบ็ สรปุ แลว้ กธ็ าตุ ๔
แตเ่ รยี กไปตามอาการวา่ อนั นเี้ ลบ็ สว่ นหยาบๆ นผี่ ม ดคู วามเปลยี่ นแปลง
มรรคกเ็ หมอื นกนั นนั่ แหละ อยดู่ ว้ ยกนั แตเ่ รยี กไปตามอาการ ถา้ รวมเปน็
มรรคจติ ถ้าจิตรวมตัวจะเหน็ แลว้ รวมเขา้ ไปๆ ถ้าจะพจิ ารณาใหข้ าด
ไปเลย ไมข่ าด ทำ� ยงั ไงกไ็ มข่ าด มนั จะขาดตอนจติ รวมตวั แลว้ รวมเปน็
หนงึ่ เขา้ สภู่ วงั ค์ นนั่ เหน็ ทกุ ขแ์ ลว้ ตอนน้ี เหน็ ทกุ ขช์ ดั แลว้ ทกุ ขป์ รากฏ
ชัดเลย ทุกข์จนนั่งไม่ได้ นอนไม่ได้ อะไรให้ก็ไม่เอา ทุกอย่างอยู่ที่จิต
ท่านก็หาทางออกของท่าน ท�ำยังไงหนอๆ ภายนอกดับเข้าไปหมดๆ
เสน้ ผมบงั ภเู ขา 15
เหลอื แตภ่ ายในทกุ ขอ์ ยอู่ ยา่ งนน้ั แหละเดนิ หาทางออกคดิ ถงึ พระอานนท์
พระอานนท์ท่านตรัสรู้ตอนก�ำลังจะเอนหลังนอน ท่านทอดธุระแล้ว
เอนหลงั หัวถึงหมอนพอดีเลย ละไดห้ มด ไมใ่ ช่วา่ จะไปนั่งหลับตาอย่าง
เดียวนะ รู้อยู่อย่างนนั้ พอไปเหน็ อะไรมนั ก็หลุดออกไปเลย ไมน่ านนะ
มันทุกข์แล้วนิ มันหาทางออกแล้วนิ ทุกข์มันรวมตัว มรรคมันรวมตัว
พอไปเหน็ อะไรปบ๊ั แตก่ อ่ นตาเปน็ ฟนื เปน็ ไฟ มคี วามชอบอยากได้ บางที
ก็โกรธบ้าง ไม่พอใจบ้าง ตั้งแต่จิตรวมตัวเข้าไปๆ ไม่ยุ่งกับภายนอก
หรอก มนั อยกู่ บั ภายใน ถา้ นำ� ภายนอกเขา้ มากม็ แี ตป่ ระโยชน์ ไมม่ โี ทษ
แต่ก่อนน�ำออกไปมีแต่โทษ ออกไปข้างนอกก็โทษอันนั้น โทษอันน้ี
ต�ำหนิอันน้ัน ต�ำหนิอันนี้ พิจารณาไปก็ไม่ได้เลยได้ราวอะไร พอท�ำ
ไปเรื่อยๆ ความเพียร เพยี รพยายาม ถา้ มรรคไดร้ วมตวั แล้ว มันทุกข์
ทุกขจ์ ะเดน่ มาก ทกุ ข์จนจะนัง่ จะนอนไมไ่ ด้ ตอนนี้กห็ าทางออกมนั เอง
นะนัน่ ท�ำยงั ไงหนอๆ เป็นเอง ถา้ ถึงจดุ นน้ั จะเปน็ เอง เหมือนท่เี คยพูด
เหมือนจักรยานขึ้นภูเขาน่ันแหละ ล�ำบากก็ต้องปั่น ทางเราต้องเดิน
ทางสายเดยี วเดนิ ไปปน่ั ไปๆโซข่ าดกต็ อ่ ลมหมดเอา้ เตมิ ลมเขา้ ไปปะยาง
ถงึ หลงั เขาแลว้ ปลอ่ ยอยา่ งเดยี ว ไมต่ อ้ งปน่ั ปลอ่ ยลงๆ เปน็ เหมอื นๆ กนั
นน่ั แหละ ถา้ มนั ไดท้ กุ ขแ์ ลว้ โอย้ นงั่ ไมต่ ดิ ดอู ยภู่ ายใน ตาทเ่ี คยเปน็ ฟนื
เป็นไฟ ไม่เป็น ดับเข้ามาหมดแล้วนิ มันดับเข้ามาๆ เรียกว่า เอกจิต
จิตเป็นหน่ึงแล้ว ตอนนั้นเป็นเองไปหมด ปัญญาก็เหมือนกันนะ
เราเดนิ ทางกเ็ หมอื นกนั จะเปน็ เองเหมอื นกนั ถา้ เราพจิ ารณาไปแลว้ มนั
ไม่ขาด ท�ำความสงบเสรมิ เข้าไป เสริมความสงบเข้าไป สมาธินัน่ แหละ
16 รู้ เหน็ เยน็ สงบ
พกั จติ จติ จะมกี ำ� ลงั พอมองเหน็ เทา่ นน้ั แหละ ไตรลกั ษณเ์ ราวางไวแ้ ลว้ นิ
มันขาดออกไปเลย ไม่ต้องพจิ ารณา พอมองเห็นปับ๊ อ๋อ มนั อยดู่ ้วยกนั
เราเองเป็นคนผดิ นิ หายสงสัย ไม่ต้องไปพจิ ารณาอีก ไมเ่ หมือนโลกนะ
โลกต้องกลับมาพิจารณาอีก เอ้ ผิดหรือถูกเราพูดไปเมื่อกี้น้ี มันผิด
หรอื มนั ถกู ทเ่ี ราแสดงไป เดยี๋ วกว็ า่ ผดิ เดย๋ี วกว็ า่ ถกู ถา้ เลยไปนนั้ ไมม่ ผี ดิ
ไม่มีถูก ไม่ไปต�ำหนิอันน้ัน ต�ำหนิอันนี้ แต่ก่อนได้ยินหลวงพ่อว่า
เราน่ันแหละผิด ผิดยังไง เราไม่ไดผ้ ดิ กเ็ ราไมไ่ ด้ผิด ก็เรานนั่ แหละผิด
ท�ำงานร่วมกบั ท่าน ก็พจิ ารณาไปๆ พอจติ มันร้เู ห็นเปน็ ไป ออ๋ ทางโลก
เราผดิ เราคนเดียวผิดทงั้ โลก เพราะเราจะแก้ปัญหาเรา ไมใ่ ชแ่ กป้ ัญหา
ทางโลก มันแก้ไม่ตก เขาเป็นอยู่อย่างนี้ แก้เราอย่างเดียว ทุกอย่าง
เรียบร้อย ทุกข์ก็เพราะเราน่ันแหละไปหมายเอา สุขก็เราไปหมายเอา
มันแก้ที่เรา ถา้ จติ มันรวมตัวแล้วไมต่ ้องไปถามใคร ไปถามไม่ทนั หรอก
ถามทา่ นกต็ อบให้ มนั กเ็ ปน็ ปญั ญาของทา่ น ไมห่ ลดุ จำ� ไดเ้ ฉยๆ ไมห่ ลดุ
ถา้ มนั รวมตวั แลว้ หลดุ พอไปเหน็ อะไรปบ๊ั เทา่ นน้ั แหละ ออ๋ หลดุ ออก
ไปเลย หนา้ มอื เป็นหลังมอื เลย
ยอมรับพระพุทธเจา้ ยอมรับพระสาวก อายุ ๖-๗ ขวบ ทา่ นรู้ได้
ยอมรับเลย เราก็น่าจะรู้ตั้งแต่ ๗ ขวบเหมือนกันนะ ของเราก็มีอยู่นิ
ไมใ่ ชไ่ มม่ ี มีหมดทุกอยา่ ง แต่เราไมเ่ หน็ สิ่งท่มี อี ยจู่ ึงไม่น่าจะปลอ่ ยให้
เป็นโมฆบุรษุ โมฆสตรี ของมอี ยแู่ ท้ๆ ถ้าเราผา่ นไปแลว้ ชาตนิ ถ้ี า้ เอา
ไม่ได้อะไร ไม่ได้นะ มันก็เป็นนิสัยเรานั่นแหละ ถ้าสร้างนิสัยดีก็ดี
เส้นผมบงั ภเู ขา 17
โลกไม่สูญ เขาแกะสลักตามหินตามเหล็กแข็งๆ เขายังสูญอยู่นะ
หลายวันเดือนปี เป็นกัปเป็นกัลป์ก็สูญ แต่บุญบาปเราไม่สูญ กว่าจะ
หมดสิ้นไปจากโลก ก็เป็นเรื่องของโลกไปซะ วางไว้ซะ นอกน้ันโลก
ไมส่ ญู หรอก บาปบญุ นดิ หนง่ึ กช็ า่ ง ทำ� ไปโลกไมส่ ญู ยอมรบั พระพทุ ธเจา้
ยอมรับพระสาวก ยอมรับหมด บุญคุณพระพุทธเจ้ามีทุกหนทุกแห่ง
เอาปลายเข็มจี้ลงท่ีไหน ในโลกใบน้ีนะ มีหมด คุณของพระพุทธเจ้า
และคำ� สอนพระพทุ ธเจ้าจะไมม่ ี นไ่ี ม่มี เปน็ ไปไมไ่ ด้ มหี มด ปลายเข็ม
จ้ีลงตรงไหนมีแต่ค�ำสอนพระพุทธเจ้า ท่ีเราเหยียบย�่ำไปเหยียบย�่ำมา
แต่เรามองไมเ่ ห็น มนิ า่ ทา่ นถงึ รไู้ ด้ กข็ องมนั มอี ยู่ ไม่ใช่ว่าไมม่ ี ไม่ใชว่ า่
ตาบอดนะ หลับตาเดิน พูดง่ายๆ หลับมาเดี๋ยวก็ลืมมา เดี๋ยวก็หลับ
เดยี๋ วลมื จะวา่ เราแก่ เราไมไ่ ดบ้ วช อนั นน้ั ไมม่ ี ไมม่ ใี นผรู้ ู้ ไมม่ แี ก่ ไมม่ หี นมุ่
ไมม่ นี กั บวช ไมม่ ฆี ราวาส แตห่ ลงวา่ มี มฆี ราวาส มนี กั บวช มอี ายพุ รรษา
พรรษาเท่านน้ั พรรษาเท่าน้ี มี แต่รู้แล้วไม่มี แตส่ มมตุ ิมีอยู่น่นั แตถ่ า้
หลดุ ออกไปแลว้ ไมม่ ี เปน็ สกั แตว่ า่ เฉยๆ ภายนอกอาจจะเปน็ อยา่ งนน้ั ๆ
แต่ภายในไม่มี ไม่พรรษา เป็นสักแต่ว่าไป เขาว่าอะไรก็ว่าไปกับเขา
พระพุทธเจ้าถึงว่าโลกทะเลาะกับเราตถาคต พระพุทธเจ้าตรัสไว้
อย่างน้ี แต่ตถาคตไม่ทะเลาะกับโลก เขาเป็นไปยังไงก็เป็นกับเขา
อยา่ งนนั้ แหละ ภายนอก เร่อื งของขนั ธ์
รีบท�ำเอา ตอนยังมีชีวิตอยู่นี่แหละ กว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์
กว่าจะได้พบพระพุทธศาสนา กว่าจะได้ยินได้ฟัง ยากอยู่นะ ต้องเอา
18 รู้ เหน็ เย็น สงบ
อันใดอันหนง่ึ ให้ได้ เคยคดิ อยนู่ ะ หลวงพ่อเคยพดู ใหฟ้ ัง ถา้ ใครไปเทย่ี ว
ตอ้ งเอาใหไ้ ดน้ ะ ภมู ใิ ดภมู หิ นง่ึ นะ ถา้ ไมไ่ ดไ้ มต่ อ้ งกลบั มา ถา้ ใครลาทา่ น
ไปเที่ยวนะ แสดงว่าเรามีนิสัยอยู่นะ ท่านเลยได้พูดอย่างน้ัน ถ้าไม่มี
นิสัยท่านไม่ว่าหรอก ก็น่าจะได้นะ ได้เกิดเป็นลูกชาวพุทธได้ยินได้ฟัง
แลว้ นา่ จะได้นะ ถา้ ไปท�ำ ดกี วา่ ปลอ่ ยเวลาให้ผ่านไปๆ ไม่ไดอ้ ะไรเลย
ไดห้ รอื ไมไ่ ดม้ นั กผ็ า่ นไปอยอู่ ยา่ งนน้ั เรานา่ จะไดน้ ะ ดกี วา่ ใหม้ นั ผา่ นไป
อยู่เฉยๆ เราน่าจะรู้ ไม่ขาดทุน พอเห็นทุกข์ เห็นความไม่เที่ยงแท้
แน่นอน บางภพบางชาติก็ได้ภพชาติท่ีดี รูปร่างหน้าตาก็พอดูได้
ถ้ากรรมช่วั ให้ผลบ้าง กไ็ ดร้ ปู รา่ งอปั ลักษณ์ เข้ากับเขาไม่ได้ ได้ตระกลู
ก็ต�่ำๆ เล้ียงตัวเองด้วยความล�ำบาก ตอนไปเกาะไปเกิดนิ ล�ำพังบุญ
อย่างเดียวอาศัยไม่ได้นักนะ บุญของพระพุทธเจ้า บุญของสากลอีก
อย่างหน่งึ นะ ท่านถงึ ว่าให้มที าน มีศลี มภี าวนา ตอนจติ จะออกจาก
รา่ งน่ันแหละ ถ้าเราไม่ภาวนาไว้นะ ลำ� พงั รกั ษาศีล น่มี ันจะไปตอนนนั้
แหละ มนั จะเกาะนะ ดูว่านา่ รกั นะ ท่านเห็นแล้วทา่ นทเุ รศ ขยะแขยง
กับขันธ์นะ สังขารขันธ์นี่แหละ สัญญาขันธ์ความจ�ำได้หมายรู้นี่แหละ
พอจิตจะออกจากรา่ งน่นั แหละ ถ้าภาวนาดจู ะรู้ ไมใ่ ชด่ อู นั น้ันนะ ดจู ิต
แลว้ มนั จะเหน็ ไปเกาะอนั นน้ั บา้ ง ไปเกาะอนั นบี้ า้ ง แตผ่ มู้ นี สิ ยั กเ็ หน็ นะ
ไม่ใช่ไม่เห็น เห็นอดีตของตัวเองเป็นมายังไง เคยเป็นญาติกับใครมา
ยงั ไง ทา่ นไมอ่ ยากรนู้ ะ แตท่ า่ นรเู้ อง มนั รเู้ อง เหน็ เขามอี าการอยา่ งนนั้
เอ้ ท�ำไมเขาเป็นอย่างน้ีนะ เกิดความสนใจขึ้นมากับคนๆ น้ันแหละ
เสน้ ผมบงั ภูเขา 19
เขาอ่ืนไม่สน แต่คนๆ น้ันกับอาการอย่างนั้น ท�ำไมเขาเป็นอย่างนั้น
มนั สะดุดฉกึ เลยนะ เหมอื นตอเยอะแยะเราเดินไป แตไ่ มส่ ะดดุ นะ แตไ่ ป
อยู่ตอหน่ึงมันสะดุดฉึกเลย เหมือนกัน พอไปเลยเขาแล้วปึ๊บ มันฉึก
เลยนะ เอ้ ทำ� ไมเขาเปน็ อยา่ งน้นี ะ เอาละ่ ตอนนี้ มนั เร่มิ หมุนแล้วนะ
มนั ไมว่ างหรอก ถา้ เปน็ อยา่ งนน้ั นะ มนั สะดดุ เหมอื นเราไปเหยยี บหนาม
นี่แหละ ต้องหาวิธีเอาหนามออก ยอมรับพระพุทธเจ้า พิจารณาไป
พจิ ารณามา ทำ� ความสงบเสรมิ เขา้ ไป แลว้ ไปเหน็ เปน็ นมิ ติ เปน็ อยา่ งนน้ั ๆ
ออ๋ เขาเปน็ มาอยา่ งน้ีๆ แตย่ ังไมเ่ ช่ือ ต้องพจิ ารณาอีก จะมีความรู้ท่ี
ละเอยี ดผุดขนึ้ มาอีก อ๋อ ใช่ตัวนี้ ลำ� พังนิมติ หลอกไดน้ ะ แต่พิจารณา
ไปอกี ความรจู้ ะเกิดขน้ึ มาซ้อนอีก ความรู้ซอ้ นความรู้อกี ออ๋ เขาเปน็ มา
อย่างนี้ นิสัยเขาถึงเป็นอย่างนี้ มีต�ำหนิตรงน้ันๆ เขาไปสร้างกรรม
ตรงนน้ั มา ทา่ นถงึ ไมย่ อมสรา้ งกรรม กรรมอยา่ งนนั้ ๆ จะเปน็ อยา่ งนน้ั ๆ
ไมร่ แู้ คเ่ ขาถามอยา่ งทวี่ า่ มา ถา้ เราถาม เขาจะบอกเราอยา่ งนน้ั เปน็ อนั นนั้
มานะ แคน่ ั้นแหละ ชาตนิ ้ีแหละ ถา้ เราไม่ถามก็คาใจอยอู่ ยา่ งน้ันแหละ
มันก็ต้องหาความรู้ พิจารณาไปพิจารณามา เดินจงกรมอยู่อย่างน้ัน
แหละ อยา่ งรู้อันนั้นแหละ แต่มันก็ไมร่ ู้ นั่งท�ำความสงบ ชา่ งมันเถอะ
ปลอ่ ยไปๆ จิตกส็ งบได้ ก็ไปเหน็ เขาเป็นอยา่ งน้นั ๆ ยอ้ นไปอกี ไม่ใช่แต่
ชาตินี้ หลายๆ ชาติ เขาเคยทำ� อนั นนั้ มาๆ เขาจึงเป็นอยา่ งนน้ี ะ อ๋อ
มนิ า่ คนถึงไม่เหมอื นกัน พอ่ แมเ่ ดยี วกนั แตน่ ิสยั หยาบละเอียดต่างกัน
บญุ กบั บาปพาใหเ้ กดิ ส่วนรูปมีตระกูลมีฐานะ เกิดในตระกลู น้ัน เกดิ ใน
20 รู้ เห็น เย็น สงบ
ฐานะนนั้ ถูกปลูกฝงั มาอย่างนนั้ ๆ แต่ไม่ค่อยจะเอาดี ไม่กระตือรือร้น
ในอนั นน้ั เพราะนสิ ยั เกา่ เคยฝกึ มา เคยไดย้ นิ ไดฟ้ งั ธรรมะกอ็ ยากปฏบิ ตั ิ
ตอ่ ใหถ้ งึ กอ่ นจะตายกต็ งั้ ความปรารถนาไว้ ขอใหข้ า้ พเจา้ เปน็ อยา่ งนนั้ ๆ
พอมาเกดิ ใหม่ จะเรยี นอะไรกไ็ มค่ อ่ ยจะกระตอื รอื รน้ เทา่ ไหร่ ถงึ เอาดไี ด้
แต่กไ็ มล่ มื ธรรมะ ไมล่ มื ตัวเอง ไปเดินตอ่ ให้ถงึ เพราะความปรารถนา
มนั เปน็ อยา่ งนน้ั แหละ จะรนู้ ะ ถา้ ภาวนาทำ� ความสงบเขา้ ไปๆ ความจรงิ
เปน็ อยา่ งนนั้ ถา้ ความจำ� ไมร่ ู้ แตถ่ า้ ไปหลง เสอ่ื มนะนะ่ อยากเหน็ อนั นน้ั
อยากเหน็ อันน้ี กำ� หนดดไู ปมา เสือ่ ม โกหกทัง้ เพเลย แตถ่ า้ ท่านไปถงึ
จดุ หนึ่งแลว้ ไม่เส่ือม เป็นเคร่อื งเล่น เราเดนิ ไปเอง ไมต่ อ้ งเห็น ตาพบ
กบั รูปต้องเหน็ แตไ่ มต่ ิด มันเปน็ อยา่ งน้นั ทา่ นถึงไมย่ อมสรา้ งกรรมชั่ว
ไมไ่ ดต้ ้งั ใจทจ่ี ะท�ำ เหน็ จิตพันกบั อารมณ์ เหน็ จิตหลดุ ออกจากอารมณ์
รจู้ ติ เหน็ จติ ทา่ นดภู ายนอกเฉยๆ ตากด็ ไู ป หกู ฟ็ งั ไป ทำ� หนา้ ท่ี ตามหนา้ ท่ี
ของเขา จมูกได้กล่ินก็ได้กล่ินไปตามหน้าท่ี รู้จักหน้าที่เขา ธรรมดา
ตาพบกับรูป มันเป็นธรรมดาไปซะ เป็นปกติไปซะ เป็นปกติศีลปกติ
ธรรมไป เพื่อหาความปกติ มันกเ็ ลยเปน็ ปกตไิ ปหมด ปกตหิ มดเลยนะ
ฝนตกแดดออกก็ปกติอยู่อย่างนั้น ถ้าเราไม่ปกติ เราคนเดียวเอง
ถา้ จะแกเ้ รา ไมย่ ากกเ็ หมอื นยาก เหมอื นเราขดุ ดนิ หานำ�้ ใตด้ นิ นน่ั แหละ
ถา้ เราขดุ ถกู ทมี่ ันไมย่ ากเหมอื นกนั นะ บนหลังเขาก็ไมย่ าก บนหลงั เขา
ยงั มนี ำ้� อยนู่ ิ ถา้ ไมถ่ กู ทกี่ อ็ ยา่ งวา่ อยู่ ธรรมดาไมช่ อบฟงั มาก อา่ นหนงั สอื
มากก็ไม่ชอบ ศึกษามาน้อยอยู่หนังสือหนังหา หนังสือศึกษามาน้อย
เสน้ ผมบังภเู ขา 21
อา่ นได้เขียนออก แต่ข้เี กยี จศกึ ษา อา่ นไปกฟ็ ุ้งเลย ละอะไรไม่ไดว้ ่างั้น
ฟังธรรมะก็เหมือนกัน ท�ำการท�ำงานท้ังวันทั้งคืนแล้วจะมาเทศน์ให้
ฟังอีก หนีเลยนะ เก็บบาตรหนีเลย ไปอยู่กับองค์ไหนก็เหมือนกัน
ถ้าเทศน์มาก หนเี ลย ไมอ่ ยู่ ไปอยูค่ นเดียวดีกว่า อยูใ่ นทางจงกรมบ้าง
อยทู่ ก่ี ฏุ บิ า้ ง นง่ั เปน็ เพยี งอาการ เราจะไมต่ ดิ กบั อาการกบั รปู แบบนะ
ตงั้ ใจไว้กับตัวเอง จติ สงบไมใ่ ชว่ ่าไปนง่ั แต่สมาธิ สว่ นมากจะไปติด
พระพทุ ธเจา้ นะ พระพทุ ธเจา้ ตรสั รู้ เพราะเราถอื พทุ ธใชไ่ หม พทุ โธๆ นะ
ว่าสรณะก็ พุทธัง สรณัง คจั ฉามิ ก็เลยตดิ อยู่ตรงนัน้ แต่กเิ ลสตัณหา
ไม่มีรูปแบบนะ เกิดข้ึนได้ทุกท่าเลยนะ ยืนเดินน่ังนอนเกิดขึ้นหมด
ตลอดเวลา แตจ่ ะละจะถอน จะปล่อยจะวางนิ โอย้ ไมท่ ันหรอก ถา้ จะ
ไปไหว้พระสวดมนต์ นั่งคุกเข่า ขัดสมาธิ สาธุ ข้าพเจ้าจะภาวนาเพ่ือ
บูชาพระพุทธเจ้า ไม่ทัน มันเกิดขึ้นได้ยังไงต้องรู้เหตุมัน นั่งยองๆ
พจิ ารณา หลดุ ไดเ้ หมอื นกนั นะ นั่งยองๆ บ้าง น่ังบนเกา้ อีบ้ า้ ง แตถ่ า้ จะ
สงบใหญ่นต่ี อ้ งนง่ั สงบลกึ ๆ น่ีนะ จิตจะสงบ ใช่ ขน้ั ละเอียดมากตอ้ ง
ไปน่ังในกุฏิ นั่งในกลด เพ่ือกันยุง ถ้าไม่มีรูปแล้วนี่ มันก็อยู่ได้นาน
แตม่ กั จะตดิ นะ เขาเรยี กเปน็ ขนั้ ๆ ตามตำ� รานะ ขณกิ ะ อปุ จาระ อปั ปนา
ขนั้ ขณิกะ อปุ จาระ เดินจงกรมกส็ งบนะ ถา้ ผ้ไู มป่ ฏิบัติ จ�ำตามต�ำรามานิ
คาดคะเนเอา สงสัยอยู่อย่างนั้น ถ้าผู้ปฏิบัติ มันอยู่กับนิสัยของคน
ด้วยนะ เดินจงกรมก็สงบได้ เห็นรูปได้ เห็นนิมิตได้ เพราะเป็นเร่ือง
ของจติ ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งของกาย เรอ่ื งของอายตนะภายนอก ลงทางจงกรมบา้ ง
ข้ึนมาบ้าง เสียงก็ดังอยู่อย่างนั้นแหละ เสียงเด็กบ้าง เสียงพวกภูตผี
22 รู้ เห็น เย็น สงบ
ปีศาจที่เขาอยู่อาศัยตามป่า เสียงธรรมะบ้าง ดังอยู่อย่างน้ันแหละ
เกดิ ความรำ� คาญ จติ กล็ งสคู่ วามสงบลกึ ไมไ่ ด้ กเ็ ดนิ ออกจากทางจงกรม
ไปหาไล่อันนั้นแหละ ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ ไม่มีพระพุทธเจ้าสอนไว้
น่ีเป็นบ้าเหมือนกันนะ ไปหาไล่เขา ได้ยินเสียงมันอยู่กับเราหรอก
เราไปหมายเอา เสยี งไม่มี ปฏเิ สธไม่ได้ มนั มีอยู่ มนั ยงั ไม่เลยจดุ นัน้ ไป
ต้องอาศัยการนงั่ จะสงบลึกเขา้ ไปอีก จึงจะวางกายได้ กายไมม่ ี ถ้าน่ัง
จติ วางแลว้ กายจะไม่มี จะรอู้ ยู่อยา่ งนัน้ ถา้ ถอนออกมา พิจารณาตอนนี้
ขาด อาศัยตรงนั้นแหละเป็นก�ำลังเสริม ไม่ยาก พิจารณาไม่นานนะ
เร็วเข้าๆ แค่มองเห็น ขาดๆ ออกไปเลย เหมือนมีดนั่นแหละ ที่เรา
ไมล่ บั มแี ตฟ่ นั มแี ตใ่ ชอ้ ยา่ งอยอู่ ยา่ งนน้ั ตอนแรกลบั ใหมๆ่ กฟ็ นั ครง้ั เดยี ว
เพราะก�ำลังเราดี ขาด ก�ำลังดียังไงก็ไม่ขาดถ้าฟันเร่ือยๆ ถ้าไม่ลับ
ต้องลบั ก่อน ถา้ ลบั แล้วฟันกอ็ ย่างเกา่ แคน่ ัน้ สมาธกิ เ็ หมือนกนั เพือ่
เสริมปัญญา เป็นก�ำลังให้ปัญญา หรือการพัก ไม่ติด ถ้าสมาธิ
พระพทุ ธเจา้ นะ ถา้ สมาธิของฤาษี จะเปน็ ฌานไป อันนั้นติด ตดิ อยู่
อย่างนั้น ถ้าผู้มีนิสัยมันก็ไม่ติด เราข้ึนต้นด้วยทุกข์อยู่แล้วนิ ท�ำไมจะ
ไปติด มันก็ทุกข์ เม่ือจิตรวมตัวมันก็ทุกข์แล้ว ทุกข์มันก็หาทางออก
มนั กอ็ อกได้ เพราะอาศัยปญั ญานนั่ แหละ ทเ่ี คยพิจารณามานั่นแหละ
พอไปเหน็ อะไรป๊บั ๆ มนั ก็ขาดออกไปเลย ขาดออกไปๆ พิจารณาไปๆ
กำ� ลังไม่พอกห็ ยุด เปน็ อย่างน้นั ถา้ เรยี นมาก เคยเรยี นอยหู่ นังสอื หนงั
หานี่นะ อา่ น จิตไม่สงบ รอ้ นเลย อันนนั้ เรากผ็ ิด อนั น้ีเราก็ผิด ตั้งม่นั
ไมไ่ ด้ ต้งั มั่นแหง่ ความผิดอยา่ งเดยี ว เป็นแต่อาบัติ กระดุกกระดกิ ไมไ่ ด้
เสน้ ผมบังภูเขา 23
โดยเฉพาะบพุ พสกิ ขาวรรณนา พอมานกึ ถงึ ครงั้ พระพทุ ธกาลวา่ ทา่ นทำ�
อะไรยังไงมา มันอยู่ท่ีหลักปัจจุบัน เหมือนพระองคุลิมาลน่ันแหละ
เอาปจั จบุ นั เขา้ วา่ เลย อดตี แลว้ แลว้ ปลอ่ ยไป อยา่ ไปคยุ้ ขน้ึ มา กม็ นั ผดิ พลาด
ไปแลว้ นิ ใครจะถูกหมด อยา่ ไปคุ้ยขน้ึ มาอดีต แต่พออา่ นหนงั สือขนึ้ มา
มันก็เห็นเราผิดตรงน้ัน ผิดตรงน้ี ก็เลยไม่อ่าน นึกถึงครั้งพุทธกาล
กบั ปจั จบุ นั กาล มนั กอ็ นั เดยี วกนั เราหลง เราจะแกค้ วามหลง จะไปอา่ น
ทำ� ไมนกั หนา ความเกดิ ความดบั อยใู่ นใจกเ็ หน็ อยนู่ ิ กเ็ ลยไมอ่ า่ น พอมนั
สงบไปแล้วกร็ ักษาไมย่ ากเลย รักษาศลี รกั ษากาย หา้ มมือ หยาบๆ นะ
ห้ามมือไปท�ำเท่านั้นเอง แต่ถ้าไปห้ามจิตแล้วมันก็ไม่มีปัญหาอะไร
เพราะมันไปกองอยู่ภายใน มันรวมตัวไว้ภายใน ก็ไม่ยาก รักษาศีลก็
ไมย่ าก แตก่ อ่ นนยี่ าก มกั จะไปอยตู่ ามทน่ี นั่ บา้ ง ทน่ี บี่ า้ ง อยากหนจี ากหมู่
ไปอยู่ในป่าบ้าง ถ้ารู้หลักแล้วนะ ไม่ต้องไปอยู่ในป่าก็ได้ อยู่ไหนก็ได้
เหตอุ ยทู่ ่เี รา ผลอยทู่ เ่ี รา พระพทุ ธเจา้ วางไวด้ แี ลว้ วิธแี กน้ ะ ส่วนมากจะ
เอาพระพุทธเจ้าเป็นหลัก แต่พระพุทธเจ้าสอนไม่ค่อยจะเอา เอาเป็น
หลักคอื ต้องเขา้ ปา่ ก่อน ไปอยูใ่ นถ�้ำ ไปหาภาวนาในถำ้� ในดง ไม่ไดย้ าก
อะไรหรอก แต่ผลจะเกิดก็ต้องอยู่กับหมู่ให้ได้หรอก ถ้าอาศัยหมู่อยู่ก็
อยูไ่ ม่ได้ ทกุ ข์ รบี ท�ำเอา ความตายไม่มเี ครือ่ งหมายปา้ ยบอกนะวา่ จะ
ตายเวลาไหน นงั่ อยดู่ ๆี กต็ าย เหน็ หน้ากันตอนเช้า ยงั มชี ีวิตอยูน่ ะ แตจ่ ะ
อยไู่ ด้สกั ก่ีวนั ตายกนั ไป เผากันไป เกดิ มาอีก ก็จะมาภาวนาอกี ศาสนา
ใหม่ พระพทุ ธเจา้ องค์ใหมม่ าตรสั รกู้ อ็ นั เกา่ อกี จะรอไปท�ำไม บารมยี ัง
ไมเ่ ตม็ ไมเ่ ตม็ ก็รบี ท�ำซะ ถ้าบารมียังไมเ่ ต็มก็รีบท�ำเอา มีอะไรจะถาม
24 รู้ เห็น เย็น สงบ
พูดไปยังไงมันก็วนอยู่ที่เก่าน่ันแหละ มีอะไรจะถามบ้าง สงสัยอะไร
คนไมช่ อบฟงั มาก พูดก็ไม่มากนะ คงจะเหมือนเรานนี่ ะ คงไมอ่ ยากฟงั
มากเหมือนเรา เป็นอย่างน้ัน เหมือนคนกินอาหารไม่มากนั่นแหละ
เอาของถวายกไ็ มม่ ากนะ คงเหมอื นเรานน่ั แหละ มหี วั หนา้ ไปเยยี่ มบา้ น
กไ็ มม่ มี ากหรอก เพราะคงจะเหมอื นเรา เอามาตอ่ กนั ไป ตอ่ กนั มา วนไป
วนมา เสยี ง เอามาตอ่ กนั ไปตอ่ กนั มากเ็ ปน็ รปู กเ็ หมอื นกระดกู นน่ั แหละ
กระดูกแข้งกระดูกขา กระดูกอันนั้นกระดูกอันน้ี ก็คือกระดูก หนัง
แผน่ เดียว เรียกไปตามอาการ สรปุ คือพดู งา่ ยๆ วา่ หนัง เสยี งก็เหมือนกนั
รูปนาม กาย วาจา ใจ หยาบออกมาก็คือกาย เรียกไปตามอาการ
มันวนอยู่ท่ีเก่า บางองค์ท่านพูดไม่ได้ เหมือนหลวงปู่เสาร์ท่านพูด
ไมเ่ กง่ นะ พดู นดิ ๆ กเ็ หมอื นอนั เกา่ เสยี ง ถา้ ตวั หนงั สอื กต็ วั เกา่ นน่ั แหละ
ก็เลยไปหลงตามหนังสือ น้�ำหมึกปากกาเขียนก็พยัญชนะตัวเก่าน่ัน
แหละ ผสมไปผสมมา หลงไปเลยคราวน้ี เขาด่าเรา เราเขียนมาดา่ เรา
เขียนสารพัด โกรธด้วยนะ ถ้าเขาเขียนดๆี ก็ไปหลงไปรักไปชอบเขาอีก
นอนไม่หลับอีกแหละ อาการเดียวคือนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงเขา
พอเบ่อื เขาแลว้ เขาชงั เราแล้ว ก็พยญั ชนะตัวเก่าน่นั แหละ ทเ่ี ขาผสมก็
อันเก่าแหละที่ผสม เปล่ียนกันไปเปล่ียนกันมา โกรธอีกแล้ว มันอัน
เกา่ นะ พดู ทงั้ วนั กพ็ ูดอันเก่า ไมร่ ู้จะพดู ทำ� ไม ก็อันเกา่ ไมม่ อี นั ไหนใหม่
ไม่ได้พูดมาก พูดไปพูดมา พอแล้ว อันเก่า รีบท�ำเอา วันคืนเดือนปี
ผา่ นไปๆ วยั กผ็ า่ นไป สตปิ ญั ญากไ็ มเ่ ดน่ อยา่ งเกา่ นะ เหมอื นกำ� ลงั กาย
นน่ั แหละ ถา้ แกต่ วั ไปแลว้ ก็เหน่ือยง่าย ความจำ� กแ็ ก่ไปดว้ ยนะ สัญญา
เส้นผมบงั ภเู ขา 25
ความจำ� ไดห้ มายรู้ จำ� อะไรกไ็ ม่คอ่ ยเก่ง จะระลึกรกู้ ระดูกทอ่ นนี้ หนัง
แผน่ นี้ กำ� หนดดกู ไ็ มเ่ ดน่ เพราะมนั ตงั้ มนั่ ไดไ้ มน่ าน เวทนาบบี กไ็ ปเกาะ
เวทนาอกี ตอนจะตายมากไ็ ปเกาะกบั รปู นมิ ติ ไมร่ ตู้ วั อะไรเปน็ ตวั กรรม
ขึ้นมาแล้ว มีขาเป็นส่ีขาบ้าง หกขา ยี่สิบขา ร้อยขาบ้าง เดินไปอยู่
อย่างนั้น เขาก็เสพกามเหมอื นกนั ถ้าภาวนาดจู ะเห็น น่ังดู ไมไ่ ดต้ ง้ั ใจ
จะดูนะ แต่มันเกิดให้ดู นั่นมันเป็นเครื่องอยู่อีกอันหนึ่งเหมือนกัน
นั่งจิตสงบไป ไปเห็นอันน้ัน ไปเห็นอันน้ี แต่ท่านไม่พูดนะ ไม่ใช่ทาง
พ้นทุกข์ พระพุทธเจ้ารู้มากกว่าน้ีท่านก็ไม่พูด เห็นเปรตที่เขาคิชฌกูฏ
ทา่ นก็ไมพ่ ูด พระโมคคลั ลาน์กเ็ หมอื นกัน พระโมคคลั ลานก์ ไ็ มพ่ ูด เฉย
ไมใ่ ช่ทางพน้ ทุกข์ เพราะพระโมคคลั ลานไ์ ม่พูด เขากเ็ ลยโจทกก์ ันใหญ่
เห็นจริงบ่ พระโมคคัลลาน์ เห็น เราเห็นตั้งแต่เราตรัสรู้ใหม่ๆ หลาย
มากนะ ทพ่ี ระพทุ ธเจา้ รู้ แต่ไม่ใชท่ างพน้ ทุกข์ ทีท่ ่านรูท้ า่ นเหน็ เกิดจาก
ภพนน้ั ไปภพน้ี แตไ่ มใ่ ชท่ างพน้ ทกุ ข์ ไมพ่ ดู ทที่ า่ นพดู มากๆ เทศนม์ ากๆ
คืออริยสัจ ๔ ไตรลักษณ์ ไปเทศน์ท่ีไหนก็ไตรลักษณ์ อยู่กับนิสัยของ
สัตว์ด้วย ผู้มีนิสัยอย่างนี้ เทศน์อย่างนี้ มันเกาะเอาง่ายๆ จิต ถ้าไม่
มหี ลกั บญุ ก็บุญเถอะ ถา้ ไมส่ มาธิตัง้ มน่ั จรงิ ๆ ระลึกนึกถึงบญุ กุศล
จรงิ ๆ ท�ำบุญไปมากๆ จติ อยู่ในกระแสบญุ แลว้ นะ มีหนทางอยู่ที่
จะไปต่�ำ เสียงจ๊อกแจ๊ก เป็นเสียงคนไปหมด เพราะเราติดในภพของ
มนษุ ย์ ยดึ มน่ั ถอื มน่ั ในคำ� วา่ มนษุ ยส์ มบตั ิ เราเปน็ คนนะ เราเปน็ มนษุ ยน์ ะ
มนุษย์อยู่ที่ไหน คนอยู่ที่ไหน คนก็เสพกาม สัตว์เดรัจฉานก็เสพกาม
พวกเทวดากเ็ สพกาม แตก่ ามละเอยี ด กามนน่ั แหละเปน็ เหตพุ าใหห้ มนุ
26 รู้ เหน็ เยน็ สงบ
อยนู่ น่ั ตอนจะตายกก็ ามอกี แหละ เสยี งจอ๊ กแจก๊ ๆ เปน็ เสยี งคนไปหมด
วิตกอยู่กับกามก็ไปเกิดกับอันนั้นแหละ อยู่กับอันน้ันอีก ติดอยู่อย่าง
นั้นแหละ เพราะบุญหมุนมา ก็กามอีกแหละ เพราะบุญนี่อยู่กับกาม
อาศยั กาม เหมอื นกบั ว่ากามวจรจิต จิตหมุนอยกู่ บั กาม เสียงร้อง ผใู้ ด
อยากเป็นมนุษย์บ้าง ก็มาหลงอีก เพราะกามพามาให้หลง รูป เสียง
กล่ิน รส ติด อยากจะเสพ ท่านเห็นโทษ มันพาไปตะพึดตะพือนะ
พาไปเป็นสัตว์เดรัจฉานบ้าง พาไปเป็นสุนัขบ้าง บางภพชาติก็ได้เป็น
สนุ ขั ขี้เร้อื นบ้าง ท่านเห็นแลว้ เฮ้อ กามนเี่ ปน็ ของสกปรก เป็นของต�่ำ
จากนกั บวชแทๆ้ เคยมีปากวา่ อยู่ พุทธงั สรณงั คจั ฉามิ แต่พอจะส้นิ ใจ
ไปเปน็ สนุ ขั เฮอ้ มนั กเ็ สยี ฟอรม์ เสยี หมดเลย เพราะเรายดึ ตดิ ในภพ ใน
ฐานะ ในตำ� แหนง่ วา่ เปน็ อบุ าสก อบุ าสกิ า ใหเ้ ขา้ ใจตอ้ งเขา้ กระแสกอ่ น
ให้มีสรณะที่พึ่งก่อน ท่านว่ามีบางผู้บางหมู่บางหน่อก็เข้าถึง
ไตรสรณคมน์ พระพุทธเจ้าเทศน์ แต่ละคร้ังๆ นะ มีสรณะ มีที่พ่ึง
อันนั้นไม่ไปทีต่ ำ่� จะหมนุ ขน้ึ ไปสงู เรือ่ ยๆ ถ้ายงั ไมม่ สี รณะทพี่ ่งึ น่ี ได้ยิน
เสยี งอะไร เสยี งจอ๊ กๆ หวั โลน้ ๆ หม่ ผา้ เหลอื งเลย ตอนบวชใหมๆ่ ทำ� ไม
เป็นอย่างน้ี มันจะเป็นเสียงคนไปหมดนะ เพราะเรายึดมั่นในคน
ทำ� ความสงบนี่ น่งั เขา้ ไป จิตสงบ ธรรมดาจิตสงบง่าย นัง่ สวดมนตอ์ ยู่
ก็สงบ สวดมนต์กับเขาไม่จบหรอก จะเดินปัญญาเหมือนหลวงพ่อ
ไมไ่ ดห้ รอก ตอ้ งอาศยั ความสงบไวก้ อ่ น พอนง่ั เขา้ ทางกส็ งบแลว้ พอไม่
สงบแล้ว มันก็อยากคิดนะสิ มันออกจากความสงบมามันอยากคิด
ถา้ พดู ธรรมะมนั กเ็ ลยกวน กวนความคดิ ของเราทจ่ี ะคดิ เรอ่ื งไตรลกั ษณน์ ิ
เส้นผมบงั ภูเขา 27
แต่ท่านผู้รู้ไม่กวน เพราะมันเกาะแล้ว จิตสงบง่าย น่ังก�ำหนดลมหาย
เข้าไป ก็สงบแลว้ ไปเห็นอนั นน้ั บ้าง อันนีบ้ ้าง อ๋อ มนั เปน็ อยา่ งนี้นะ
เสียงน้�ำหยดจ๊อกๆ แจ๊กๆ ก็เป็นเสียงคนไปหมด เพราะเรายึดในคน
ถ้าไปดูในน�้ำมันก็มีเขียดสิ เขียดมันก็เสพกามเหมือนกัน เสียงเขียด
รอ้ งออ๊ ดๆ กเ็ ป็นเสยี งคนไปหมด เพราะเรายึดมน่ั ในคน ในมนุษย์ วา่ เรา
เปน็ คน เปน็ มนษุ ย์ อ๋อ มันเป็นอยา่ งน้ี ผูป้ ฏิบตั คิ อื นกั ศึกษา ศึกษาจิต
กบั สง่ิ ทมี่ าสมั ผสั ตงั้ มน่ั อยอู่ ยา่ งนนั้ เรยี กวา่ สมาธคิ วามตง้ั ใจมนั่ นน่ั แหละ
ตง้ั อยอู่ ยา่ งนน้ั ทำ� งานกท็ ำ� ดอู าการทำ� ใครใหท้ ำ� กท็ ำ� ทำ� ไปตามอาการนะ
น่ีมือมันท�ำนะ ก็เป็นคนละส่วน มันแยกออกอยู่ น่ีมือหยิบตรงนี้วาง
ตรงน้ี นีม่ อื นะ วางตรงนีน้ ะ พอมาภาวนามนั ก็เลยไม่ยาก นั่งสวดมนต์
จะอะไรข้ึนก่อนขึ้นหลัง เงียบไปๆ ก็เงียบไปเลย วางไปเลย เหมือน
กลอ่ มเด็กให้หลับ สวดมนต์ สวดไปๆ กส็ งบลงไป กป็ ลอ่ ยใหส้ งบอยู่
อยา่ งน้ันแหละ ถา้ ไมพ่ จิ ารณาจะตดิ นะ ตอ้ งมาพิจารณา พิจารณามัน
ไม่หลุด เอ้า ท�ำความสงบต่อ ก็มีอยู่สองอย่างเท่านั้น สมถะและก็
วปิ สั สนา สองอยา่ งเทา่ นนั้ ไมม่ ากนะ แตก่ เิ ลสมนั ทำ� ใหม้ าก ยงุ่ ไปหมด
เดี๋ยวก็อันน้ัน เด๋ียวก็อันน้ี จะเดินจงกรม เด๋ียวไปท�ำอันนั้นก่อน
เดี๋ยวไปท�ำอันนี้ก่อน ก็เลยเป็นอย่างน้ัน ท�ำอะไรก็ติดอันนั้นแหละ
เสียงภายนอก เสียงภายใน ไปหลงเสียงภายในว่าเป็นเสียงภายนอก
อย่างนั้นก็มี ถ้าสังเกตดูจริงๆ มันอยู่ภายใน ดังอยู่ภายในน่ันแหละ
เดินจงกรมก็ดังอยู่ น่ังสมาธิก็ดังอยู่ ท�ำไมมันดังซ้�ำซาก ต้ังใจดูจริงๆ
มนั ดงั อยู่ภายใน คลืน่ มนั อยภู่ ายใน มนั ดังภายนอกเหมอื นพูดน่แี หละ
28 รู้ เห็น เย็น สงบ
ออกไปมันก็ดังอยู่ แต่มันออกไปจากท่ีน่ี ที่ปากน่ี กระจายไป เสียงก็
เหมอื นกนั ในจติ กม็ ีเสียงอกี อันหน่งึ ฟงั ๆ ดู อ๋อ มนั ดังอย่ขู ้างใน ถ้าจะ
ดับก็ดับภายใน ไปดับภายนอกไม่ได้ จะดับไฟป่าก็เหมือนกัน ถ้าดับ
ทุกคน รูจ้ กั ฐานะของตวั เองให้ดี มคี วามสงสารเป็นทีต่ ้งั ก็ไม่ไปจุดไฟ
เผาปา่ หรอก พระพทุ ธเจา้ ไมใ่ หภ้ กิ ษสุ ามเณรจดุ ไมอ่ ยา่ งนนั้ สตั วจ์ ะตาย
เหน็ โทษแลว้ กไ็ มไ่ ปจุด ดบั ทตี่ วั เอง นคี่ ือดับภายใน จะไปดับทัง้ โลก
ไมไ่ ด้ โลภกอ็ ยู่กบั เรา อาศัยสื่อ โกรธกอ็ ยกู่ บั เรา หลงกอ็ ยกู่ ับเรา อาศยั ส่อื
มันต้องดับภายใน วิธีดับพระพุทธเจ้าวางไว้หมด ไม่ต้องไปแก้ไขอะไร
ทง้ั สนิ้ เพยี งเดนิ ตามเทา่ นนั้ จะเดนิ หรอื ไมเ่ ทา่ นนั้ ไมต่ อ้ งไปทำ� ทางใหม่
อะไรทงั้ สนิ้ ทำ� ไวใ้ หด้ แี ลว้ เดนิ ตามอยา่ งเดยี ว พระพทุ ธเจา้ จงึ มพี ระคณุ
หลาย ทไี่ หนมอี ันตราย ทีไ่ หนมจี ระเข้ ท่ีไหนมสี ะพานอะไร ท่านบอก
ไวห้ มด เรามหี นา้ ทเ่ี ดนิ อยา่ งเดยี ว เหนอื่ ยกพ็ กั หาอาหาร อมิ่ แลว้ กเ็ ดนิ
ไม่ใช่ว่าไปท�ำทางใหมน่ ะ ถา้ รูจ้ ักทางแลว้ ออ๋ ทางมอี ยู่แตเ่ ราเดินข้าม
ไปข้ามมา ปีนข้ึนไปหาทาง แล้วก็บอกเวลาไหนก็ได้หรอก รอไปก่อน
กร็ อไปอยอู่ ย่างนั้น อิ่มชุ่มฉ�ำ่ อยู่อยา่ งน้ันนะ ธรรมะของพระพทุ ธเจ้า
ไมแ่ หง้ ผากเหมอื นกบั ของฤาษี ถา้ ของฤาษนี แ่ี หง้ อยกู่ บั ความแหง้ แลง้
น่ันแหละ ติดอย่ตู รงน้ันแหละ ของพระพุทธเจ้าละเอยี ดออ่ น นมุ่ ชุม่ ฉ�ำ่
อมิ่ เอบิ อยอู่ ยา่ งนน้ั จติ จะเปน็ อยา่ งนน้ั นะ ถา้ ไปหลงทางกแ็ หง้ ผากเปน็
ทกุ ข์ล่ะ ทุกข์ ทกุ ข์อยา่ งหนัก เมอ่ื มันวางกเ็ ห็นเสน้ ทางน่ันแหละ น่ที าง
แหง่ พทุ ธะ แต่กอ่ นทางแหง่ โมหะ กเ็ ขา้ ใจวา่ ทางพทุ ธะนั่นแหละ เพราะ
จติ ยงั ไม่รวมตวั ถา้ จติ รวมตัวแล้วเป็นทางพทุ ธะ จะเดินหรือไม่เดนิ
เสน้ ผมบังภูเขา 29
เท่าน้ัน โล่งไปหมด เหน็ ท่ไี ปแลว้ นน่ั ทเี่ ราอยากไปอย่ตู รงนนั้ เหน็ แล้ว
ถึงหรือไม่ถึงอยู่กับบุญวาสนาอีกล่ะ ถ้ามันไม่ถึง ความตายก็ช่างมัน
ตายไมส่ ญู เปล่า ไม่มสี ่ขี าอีกแลว้ ถา้ มาใหมก่ ม็ สี องขาตลอด พวกนี้
จะไม่กลัวตาย ตายก็ตาย ความเพียรท่านก็ท�ำไป ถ้าเป็นนักบวชนะ
ไมก่ ลวั ตาย รวู้ า่ เราไมเ่ ปน็ สตั วอ์ กี แลว้ นะ สตั วเ์ ดรจั ฉานไมเ่ ปน็ เปน็ อกี แลว้
มันไมย่ ากเท่าไหร่นะ พจิ ารณาดใู หด้ ๆี ถ้าไม่พิจารณาไมร่ ูน้ ะ ทงั้ หมด
นแี่ หละใครไปหลงใคร ใครไปตงั้ ชอ่ื ใหม้ นั แลว้ ใครไปหลง แลว้ กท็ ำ� ความ
สงบเข้าไปๆ หนุนเขา้ ไปๆ มันจะเขา้ ใจวา่ ออ๋ น่ีเพราะเราไปหลงเอง
หายสงสัยเลย ไมไ่ ปหลงอกี ถ้ามันยงั ไมว่ ่าง จะว่าก็ว่าไปเถอะ ว่าแต่
ปากแต่ใจถืออยู่อยา่ งน้ันแหละ ถ้ามันวางแล้ว ปากไมว่ ่าก็ช่าง มันเป็น
อยู่อย่างน้ัน มันวางอยู่อย่างน้ัน มันวางอยู่ตลอด เพราะมันเห็นโทษ
แลว้ นิ อ๋อ นีม่ ันเปน็ อยา่ งนี้ทเี่ ราถอื ไว้นะ พอมนั เหน็ จรงิ ตามความเปน็
จรงิ แลว้ มนั วางเลย อาศยั ปญั ญานะ ความคดิ นแ่ี หละ คดิ เอาเองนแ่ี หละ
คดิ ไปเรื่อยๆ มันจะเกิดเอง ถ้าทำ� ความสงบ มันจะผดุ ขนึ้ มาเองๆ เรยี กวา่
ธรรมผดุ ผดุ ข้นึ มาๆ พิจารณาไปอกี ขาดไปอีก พิจารณาไปอกี ขาดไป
อกี ลำ� พังปญั ญาเฉยๆ น่ีมันไมข่ าด ลองทำ� ดูแลว้ นะ พจิ ารณาไปมนั
ไมข่ าด ทำ� ไมเปน็ อยา่ งนี้ กว็ า่ มนั ขาด แตพ่ อจติ รวมตวั เขา้ ไปแลว้ ออ๋
ขาดจริงๆ มันเป็นอย่างน้ี ขาดก็มีหยาบกลางละเอียดอีก จริงๆ
มนั กข็ าดอยู่ สว่ นหยาบๆ แตข่ าดไมห่ มด ถา้ จติ รวมตวั แลว้ ขาด พจิ ารณา
อะไรก็ขาด อ๋อ มันขาดออกไปเป็นอย่างนี้ มันคนละส่วน จะรู้ว่าน่ี
เวทนาขันธ์ รปู ขันธ์ เวทนาขันธ์ สญั ญาขันธ์ สงั ขารขันธ์ เมอื่ ช�ำรุดแลว้
30 รู้ เห็น เยน็ สงบ
มันกเ็ ลยไม่คล่อง รูปชำ� รดุ ไป รูปขันธช์ �ำรุดไป ตอ้ งซ่อมแซม เวทนามี
ท้ังสุขท้ังทุกข์ ก็เส่ือมไป สัญญาขันธ์ก็เส่ือมไป ความจ�ำก็ไม่ค่อยจะดี
วกไปเวียนมา เหมือนพายเรอื อยู่ในอา่ ง ถ้าหลุดไปแล้ว ท่านกเ็ อาขันธ์
มาสรา้ งประโยชน์ แต่ขนั ธ์ช�ำรุดมนั กท็ ำ� อะไรไมไ่ ด้ ก็แห่กันไปแห่กันมา
อยนู่ นั่ แหละ ครบู าอาจารยน์ ะ ทจ่ี รงิ อยกู่ บั เรานน่ั แหละ ทำ� เอา หนจี าก
ครูบาอาจารย์ไปก็เลยไม่ไปอยู่กับวัดใหญ่ๆ หรอก จะอยู่เกะกะท่าน
ท�ำไม เรารูแ้ ลว้ ว่าทางเดนิ อยู่ทีใ่ จเรานีเ่ อง ไมอ่ ยู่ทอ่ี ่นื ไปอยู่กบั ท่านก็
ไปฟงั ทา่ นพดู ธรรมะ มันกม็ ีอย่หู มดทุกหนทกุ แหง่ ธรรมะนะ เคยไปอยู่
กับหลวงพ่อขาน บ้านเหลา่ สะพายบาตรไปอยู่กับท่าน ท่านวา่ ไปอยู่
ท่ไี หนมา เป็นยงั ไงมายงั ไง ขอโอกาสครับ ผมไปอย่ทู นี่ ่ันๆ อย่บู ้านค้อบ่
ครับผม ท่านอาจารย์ทูลท่านดีแล้วนะ ท่านไม่มีโทษแล้วนะ แต่เราล่ะ
มีโทษอยู่ไปอยู่กับท่าน ท่านว่าอย่างน้ันนะ ท่านอาจารย์ทูลท่านไม่มี
ภพมีชาติแลว้ นะ แตเ่ รายังไปอย่กู บั ทา่ น ไปทำ� งานเหรอ ก็ทำ� ไปอยา่ ง
นน้ั แหละครบั ผม ทา่ นวา่ นะ ก็มแี ตพ่ ระอรหนั ตน์ ะไม่เส่อื ม ท่านว่าอยา่ งน้ี
พระอรหนั ตไ์ มเ่ สอ่ื ม จำ� พวกเดยี ว นอกนนั้ เสอื่ มหมด ทา่ นวา่ อยา่ งนน้ี ะ
ผิดใจเลยนะ ท�ำไมท่านพูดอย่างน้ีนะ พระโสดาบันจะเสื่อมอยู่หรือ
ไม่เสอ่ื ม ปากไมพ่ ดู หรอก แตใ่ จวา่ ทา่ นพูดผิด จะเสอ่ื มได้ยงั ไง แต่เสียง
ของทา่ นยงั ดังก้องอยู่ เสอื่ ม พระอรหนั ต์จำ� พวกเดยี วไมเ่ ส่อื ม นอกนน้ั
เส่ือมหมด ใจเราวา่ ไม่นา่ จะเสอื่ ม และไม่เส่ือม แต่เสยี งท่านก็ยังดังอยู่
พระอรหนั ตจ์ ำ� พวกเดยี วนะทไี่ มเ่ สอ่ื ม ทา่ นดแี ลว้ ทา่ นทง้ิ ไปแลว้ ทา่ นทำ�
ยังไงก็ไดเ้ ศรษฐนี ะ ไปอยกู่ ับท่าน ท่านพาท�ำงาน อยกู่ บั ท่านคืนเดยี ว
เสน้ ผมบังภเู ขา 31
ว่าจะไปอยู่นานอยู่นะ ตอนเช้ามาเก็บบาตรกราบท่านเลย ท่านว่าจะ
ไปไหน ไปป่าลันครับผม ไปๆ ใจมันเกาะอยู่อย่างน้ันแหละ เสื่อมได้
ยังไงๆ พิจารณาไปๆ พอตอนกลางคืนท�ำความสงบ ต่ืนเช้ามาก็ท�ำ
ความสงบ พิจารณาไม่เข้าไม่ออก เดินสะพายบาตรไปถึง ยังไม่ถึง
ปา่ ลนั นะ เอ้ จะสะพายบาตรกลบั ไปหาทา่ นกย็ งั ไงอยู่ เพง่ิ จะมาเมอ่ื กนี้ เี้ อง
มันถูกของท่าน ไมเ่ ส่อื มจรงิ ๆ แหละ นอกน้ันเสื่อมจรงิ แต่ไปเขา้ ใจว่า
เสือ่ มเป็นปถุ ชุ น ท่านใสป่ ญั หานดิ เดยี วเอง ตดิ แล้วนะ มนั ไม่เสอื่ มไป
เปน็ ปถุ ชุ นหรอก แต่จะกา้ วตอ่ ไปมันก้าวไม่ออก ตดิ งานภายนอก อยกู่ บั
ญาตกิ บั โยมบ้าง คลกุ คลีอยกู่ ับงานภายนอก ไม่มเี วลาเปน็ ของตวั เอง
แลว้ กป็ ระมาทวา่ ตวั เกาะตดิ แลว้ นะ อยไู่ หนกไ็ ด้ เปน็ การประมาทในตวั
จะสะพายบาตรไปหาท่านอีกกย็ งั ไงอยู่ กเ็ ลยไปอย่ปู า่ ลนั ไปอยปู่ า่ ลัน
ก็ได้ไม่นานหรอก ท่านก�ำลังสร้างถังน้�ำอยู่ อยู่ไม่ได้ นอนคืนเดียว
ตนื่ เช้ามาฝนตก เอากลดมากางฝา่ ฝนหนเี ลย ไม่อยู่ ทา่ นพูดถกู แตเ่ รา
เข้าใจผดิ เอง
ท�ำเอา ยังมีเวลา แต่เวลาจะมีถึงไหนก็ยังไม่รู้นะ ก็เหมือนโรคท่ี
เปน็ นี่แหละ หมอเขาว่าเปน็ มาต้ังแต่เดก็ เอ้ ท�ำไมเปน็ เดก็ ยงั แข็งแรงดี
ไปอยไู่ หนกไ็ ม่เหนือ่ ย ทำ� งานไดส้ บ๊ายสบายนะ พรรษา ๖ พรรษา ๗
ยังท�ำงานได้สบายอยู่ นี่แสดงว่ามันเปิดโอกาสให้เรามาตั้งนาน
มนั ปลอ่ ยเวลาใหน้ ะ พอถงึ เวลามนั กำ� คอเลย ตายกต็ าย เพราะตายเกดิ
มันเพียงสมมุติ ท่านเรียกว่าเกิดก็ใช่ เกิดการตายใช่ไหม ไม่เคยตาย
32 รู้ เหน็ เย็น สงบ
มากอ่ นก็เลยกลัวตายกัน เกิดการเปล่ียนแปลง ก็กลวั ตายกันนะ ถา้ ผมู้ ี
ความเชอ่ื มน่ั ไมก่ ลวั จากบา้ นมงุ หญา้ คา ไปอยคู่ ฤหาสนท์ พ่ี รอ้ มทกุ อยา่ ง
ท้ังข้าทาสบริวาร แต่มันก็ห่วงบ้านหญ้าคาน่ันนะ ติดอยู่กับหญ้าคา
นั่นแหละ กระต๊อบหญ้าคาเขาว่าหรูหราแล้วนะ มันดีแล้วแหละ สุข
ไม่ต้องวุ่นวาย แต่ไปอยู่คฤหาสน์มีข้าทาสบริวารเยอะแยะ อาหาร
การกนิ เลอื กกนิ เอง มนั ไมช่ อบ มนั อยากอยกู่ ระตอ๊ บหญา้ คา เพราะมนั
ไม่เหน็ ถ้าเหน็ แล้วก็วางทนั ที ส่ิงท่อี ยูท่ ่ีอาศัยแต่วา่ เปน็ ทุกข์ แตไ่ มเ่ ห็น
อย่างนั้นก็เลยห่วงกัน ห่วงสมบัติ ห่วงลูกห่วงหลาน สารพัดท่ีจะห่วง
ถ้าเห็นว่าท่ีอยู่ของเราเป็นอย่างนี้ เราม่ันใจแล้วนะ มันไม่กลัวหรอก
ตายก็กลัว เดย๋ี วเจบ็ เดีย๋ วปวดก็กลวั มันเป็นอาการอันหนง่ึ พจิ ารณา
เขา้ ไปมนั ก็ ออ๋ เขากไ็ มไ่ ดห้ มายวา่ เขาเปน็ อะไรทง้ั สนิ้ แตเ่ ราไปหมายเอง
อาการอยา่ งนเี้ ราไมช่ อบ ชอบไมช่ อบ มนั เกดิ อกี มนั กเ็ ปน็ อยอู่ ยา่ งนล้ี ะ่
ภพชาติไหนจะสูงต่�ำด�ำขาวตระกูลไหนก็ช่าง เหมือนกันหมด เวทนา
บบี อยอู่ ยา่ งนนั้ แหละ มแี ตน่ กั ปฏบิ ตั ทิ เ่ี วทนาบบี ไมไ่ ด้ มนั บบี เขา้ ๆ บบี
เขา้ ๆ มนั กล็ ะเวทนาออก เหลอื แตร่ ู้ เวทนาคอื เวทนา อนั นนั้ ละดว้ ย
สมถะ แต่ละด้วยปัญญามันอยู่อีกส่วนหน่ึง เวทนาก็เป็นสักแต่ว่า
เวทนาไปซะ นอกนน้ั ตกอยภู่ ายใตอ้ ำ� นาจของเวทนาหมด เงนิ กซ็ อ้ื ไมไ่ ด้
แต่ความเพียรแลกได้ เพียรพยายามเอา มีอยู่กันทุกคน ให้มันโผล่
ออกมา ใหม้ นั บานออกมาอยเู่ หนอื นำ�้ มนั ใกลจ้ ะโผลแ่ ลว้ นิ มนั ไมเ่ มอ่ื ย
มนั จะโผล่ วดิ น้ำ� ออกเลย เดี๋ยวมันก็โผล่นัน่ แหละ วิดนำ้� ออก
เสน้ ผมบังภเู ขา 33
เอา้ จะถามอะไร
(ผูถ้ าม: เสอ่ื มคือเป็นปถุ ุชน)
ไมๆ่ ผมเขา้ ใจวา่ อยา่ งนนั้ ตอนแรก ผมเกบ็ บาตรหนเี ลยนะ คอื จติ
จะไมก่ ้าวหนา้ เส่อื มอยา่ งน้ีนะ
(ผู้ถาม: อ๋อ ไม่ก้าวหน้า ที่ว่าเป็นพระโสดาบัน แล้วเกิดมาเป็น
ปุถชุ น)
ทผ่ี มเกบ็ บาตรหนเี ปน็ อย่างนัน้ แหละ เกบ็ บาตรหนเี ลย ทา่ นพูด
ไมจ่ ริง ไมพ่ ดู แต่ในใจว่า เอ้ ทา่ นคงรู้ไมจ่ รงิ มง้ั มนั จะเสอ่ื มไปได้ยังไง
เราเห็นอยู่นิ คือมันมัวแต่ไปเล่น เหมือนนักเรียน ป.๑ เขียนออก
อา่ นได้ สอบผ่าน ป.๑ ไปแล้วนะ พอ ป.๒ นิ มัวแต่เล่น สอบไมผ่ ่าน
แต่จะใหล้ ืม ป.๑ ไม่ลมื ก.ไก่ ข.ไข่ ไมล่ ืมหรอก แตจ่ ะไปสอบ ไมผ่ า่ น
มวั แต่จะเลน่ เป็นอยา่ งนั้น
•••
34 รู้ เหน็ เยน็ สงบ
“แตจ่ ิตมนั รวมตัวแลว้ มนั เป็นมรรคจิต
อะไรเกิดขนึ้ มันจะรู้ไดง้ ่ายมาก
ถ้าท�ำความสงบหนนุ นะ ถ้าความสงบไมห่ นนุ
พจิ ารณาอะไรแยบคายอยแู่ ต่ไม่ขาด
เอ้ มนั ไม่คม อาการอยา่ งนม้ี นั ไมค่ มนะนี่
จติ หดหู่ ไมม่ ีก�ำลงั เหมือนคนอยากนอน คนงว่ งนอน”
พระอาจารยแ์ ดง (พระบ�ำเพญ็ รตินฺธโร)
เส้นผมบงั ภเู ขา 35
“สญั ญาอารมณ์ สังขารความปรุงแตง่ เราในทนี่ ห้ี มายถึงใจ
ก็เดินไปเดินมาๆ อยู่นั่น แต่ไม่ยอมเห็นมัน เห็นมันเป็น
เพ่ือนนะ ครูบาอาจารย์เห็นเป็นศัตรู เพราะมันจะพาไป
เกิดในตระกูลต่างๆ ในภพชาติต่างๆ บางชาติก็ได้หูหนวก
ตาบอด ไดพ้ กิ ลพกิ าร”
พระอาจารยแ์ ดง (พระบ�ำเพญ็ รตินฺธโร)
36 รู้ เห็น เยน็ สงบ
“รู้ เหน็ เย็น สงบ”
เทศน์เมื่อวันท่ี ๗ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ในงานบำ� เพญ็ กศุ ลศพหลวงพ่อทูล ขิปปฺ ปญโฺ
ณ วัดป่าบา้ นค้อ จงั หวัดอดุ รธานี
ไมน่ ึกวา่ จะมีวันน้นี ะ ยส่ี ิบกวา่ วนั แลว้ ทหี่ ลวงพอ่ จากไป ผา่ นไปๆ
ต้ังแต่พระพุทธเจ้าล่วงไปก็ สองพันห้าร้อยกว่าปี มาตอนน้ีก็มีถึง
หลวงพอ่ ความตายไมม่ วี นั หยดุ ลากไ็ มไ่ ด้ มนั เปน็ ธรรมของโลก มเี กดิ ก็
ตอ้ งมตี าย เป็นธรรมดา การฟงั ธรรมกเ็ หมอื นกัน ใหต้ ้ังใจฟัง อยา่ สง่ ใจ
ไปขา้ งหนา้ ขา้ งหลงั ทง้ั อดตี ทงั้ อนาคต วา่ ทา่ นจะพดู เรอื่ งอะไร อนั นนั้
เปน็ เร่ืองของทา่ น ของเราคือกำ� หนดจดจอ่ อยทู่ ่ใี จ ใหก้ ำ� หนดรอู้ ยูท่ ่ีใจ
ท่านจะพูดอะไรเป็นเร่ืองของท่าน องค์ไหนมาพูดก็ไม่ต่างจาก
พระพุทธเจ้าแสดงไว้หรอก เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า พูดเรื่อง
ไตรลกั ษณ์ อนจิ จัง ทกุ ขงั อนตั ตา น่นั แหละ ที่มันมีอย่กู ับทุกคน มอี ยู่
ทกุ รปู ทกุ นาม คนทงั้ หลายเหน็ แต่ไม่รู้ แตพ่ ระพุทธเจา้ สอนใหท้ ัง้ รู้
ทั้งเห็น อาศัยการกระท�ำบ�ำเพ็ญเพียร ท�ำอยู่เรื่อยๆ ก็จะรู้ ก็จะเห็น
กจ็ ะเยน็ และสงบ ความฟงุ้ ซา่ นอยทู่ ไ่ี หน ความสงบกอ็ ยทู่ น่ี นั่ อยดู่ ว้ ยกนั
รู้ เห็น เย็น สงบ 37
ไมไ่ ดอ้ ยหู่ า่ งไกลกนั ทง้ั นกั บวชทง้ั ฆราวาสมเี หมอื นกนั หมด ไมใ่ ชว่ า่ พระ
อยา่ งเดยี ว ชาวบา้ นกเ็ หมอื นกนั ใหม้ บี ญุ วาสนา ธรรมทพี่ อจะรไู้ ดก้ ร็ ไู้ ด้
สว่ นมากไมส่ นใจตัวเอง ทานก็ท�ำแล้ว ศลี ก็รกั ษาแลว้ เปน็ ศีลเปน็ ธรรม
ภาวนาอยู่ในตัว ถ้าท�ำความเข้าใจนะ ถ้าไม่ท�ำความเข้าใจก็เป็นอยู่
อย่างนั้นแหละ เดินผ่านไปผ่านมาอยู่อยา่ งนน้ั แตไ่ มร่ ู้จัก
ธรรมของพระพทุ ธเจา้ อยทู่ ใ่ี จเราทกุ คน ทกุ รปู ทกุ นาม ทา่ นถงึ บอก
วา่ ทุกข์ ควรกำ� หนดรู้ ไมใ่ หส้ รา้ งขึน้ กำ� หนดรเู้ พราะอะไร เพราะทกุ ข์มี
อยูใ่ นใจ มอี ยู่ในกาย ทกุ ข์ของกายกพ็ อจะรูก้ นั อยู่ ความผุพงั ความ
เปลยี่ นแปลงของรา่ งกาย เจบ็ หวั ปวดทอ้ ง ปวดฟนั สารพดั อาการ ๓๒
มนั เปลย่ี นแปลงไป มนั กเ็ จบ็ กป็ วด นนั่ ทกุ ขข์ องกาย มนั เกดิ ขนึ้ ไอท้ กุ ข์
ของใจมนั กม็ ี อารมณท์ จี่ รไปจรมา มนั กเ็ ขา้ ทางหู เขา้ ทางอายตนะ ๖
น่นั แหละ หูไดย้ นิ เสยี งที่ไมช่ อบใจก็เป็นทกุ ข์ ท่ชี อบใจก็เป็นสขุ หลงอยู่
ในความสุขอนั น้ีอกี พระพุทธเจ้าจึงสอนให้รวู้ ่า เวทนา เวทนา ๓ คอื
ทกุ ขเวทนา เมอ่ื ไดย้ นิ คำ� วา่ กลา่ ว วา่ ไมด่ ี ตฉิ นิ นนิ ทา เขาวา่ เราอยา่ งนนั้
ว่าเราอยา่ งน้ี เขาว่าไปแล้วมันกด็ ับไปแล้ว แต่เราก็ถือเอาอยู่ก็เลยเป็น
ทกุ ข์ นที่ กุ ขเวทนา แล้วก็สุขเวทนา พอไดย้ นิ เขาสรรเสรญิ กม็ ีความสขุ
จรงิ ไม่จริงไมร่ ู้ ได้ยินเขาสรรเสรญิ กส็ ขุ ใจแลว้ ไดข้ องดมี า ไดข้ องท่ีพงึ
ปรารถนามา ก็มีความสุข มันก็เปน็ เวทนาอันหนง่ึ อกี อนั หนึง่ อเุ บกขา
เวทนา อุเบกขาเวทนานค้ี อื ความเฉยๆ ของใจ น่ีคืออุเบกขา แต่เวทนา
เป็นอีกอันหนึ่ง อุเบกขาเป็นอีกอันหนึ่ง สุขเวทนา แยกกันอยู่นะ
ทุกขเวทนา สุขเวทนา และอเุ บกขาเวทนา ผู้ท่ีจะรวู้ า่ อุเบกขาเวทนาได้
38 รู้ เหน็ เย็น สงบ
ผูน้ ัน้ ตอ้ งทำ� จิตให้สงบ ผู้ท่ีจะเห็นผลของการปฏบิ ัติ ลำ� พังจติ สงบเฉยๆ
น้ียังไม่ถงึ เวทนา ก็วา่ กนั ไปอย่างนน้ั แหละ อุเบกขาเวทนา ใครกว็ า่ ได้
ผู้ท่ีท่านรู้เห็นเย็นสงบ ท่านจะรู้จักว่าอุเบกขาเวทนาเป็นยังไง ถ้าถึง
อุเบกขาเวทนาแล้ว ผลตอ้ งเกิด ผลของการปฏบิ ัตจิ ะเกิดขน้ึ มา ยนื อยู่
กช็ ่าง นอนอยกู่ ็ช่าง เกดิ ได้ เหมือนพระอานนท์ ท่านก�ำลังจะเอนตัว
ลงนอน ท่านทอดธุระแล้ว ไม่ได้ก็ไม่เอาแล้ว ทอดธุระ ท้ังอุเบกขา
ทง้ั เวทนานน้ั ท่านกแ็ ลว้ ผลของการปฏบิ ัติ ผู้ท่จี ะถูกอเุ บกขาเวทนา คือ
ผจู้ ะไดบ้ รรลธุ รรมขนั้ ใดขนั้ หนง่ึ ขน้ั สงู ๆ เลย อเุ บกขามนั กเ็ ฉยๆ ตามหลกั
ของการท�ำสมาธินะ คือความเฉยๆ ของใจ ไม่มีทุกข์ แต่ถ้าอุเบกขา
เวทนามันคือทุกข์ จิตจะเป็นทุกข์มาก กายไม่ทุกข์หรอก ไม่สนใจกับ
ร่างกาย แต่จิตจะเปน็ ทกุ ข์หาทางออกจากเวทนาอนั นี้ ท่มี ันสุ่มใจอย่นู ้ี
ทงั้ วนั ทงั้ คนื จะเดนิ อยอู่ ยา่ งนน้ั ละ่ ทงั้ ยนื ทงั้ เดนิ หาวธิ อี อกเหมอื นนกั โทษ
จะแหกคกุ นน่ั แหละ ไมย่ นิ ดพี อใจทจี่ ะอยใู่ นภพในชาติ ในเพศของ
ตวั เอง เพราะพจิ ารณาเรอื่ งของรปู เรอ่ื งของขนั ธน์ รี่ แู้ ลว้ รปู ขนั ธม์ นั เปน็
อย่างนี้ๆ รู้ชัด พิจารณาว่าร่างกายน้ีไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ว่าตามกันมา
จ�ำกันมา จะพูดหรือไม่พูดก็รู้เห็นเย็นอยู่อย่างนั้น เป็นอยู่อย่างนั้น
ในจิตในใจ เห็นกายก็เป็นสักแต่ว่ากาย ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา
เป็นสกลกาย คอื เป็นของสากล มีอยู่ประจำ� โลก เรายังไมเ่ กดิ มากม็ ีอยู่
อย่างนี้ เป็นสกั แตว่ า่ กาย แทนท่มี ันจะตดิ อยเู่ วทนา กผ็ ่านไป สัญญา
สงั ขาร วิญญาณ กร็ ้วู ่าสังขารเป็นยังไง ความปรงุ แต่งของจติ มันก็ดบั
ไปแลว้ สญั ญา ความจำ� ไดห้ มายรู้ กด็ บั ไปแลว้ เหลอื แตผ่ รู้ วู้ า่ ทกุ ข์ นที่ กุ ข์
รู้ เห็น เย็น สงบ 39
กเ็ ลยหาทางออกจากทกุ ข์ เมอ่ื หาทางออกกย็ ่อมเจอทางออก ไม่นาน
ก็เจอ ยืนอยกู่ ็เจอ นอนอยกู่ เ็ จอ คอื มนั จะเปน็ ผลข้ึนมาในท่าเดินกไ็ ด้
ท่านอนก็ได้ พร้อมที่จะเป็น ท้ังอุเบกขา เวทนา มีจิตรวมตัวไว้แล้ว
แต่มันก็เป็นเวทนา มันทุกข์ แต่ข้ึนต้นว่าอุเบกขา อุเบกขาเวทนา เอ้
มันเฉยๆ สุดทา้ ยมันกท็ กุ ข์ หาความสุขไมเ่ จอ ในโลกใบน้ีไมม่ ีท่จี ะ
ให้ความสุข ไม่มีเลย จะไปเกาะตรงไหนก็มีแต่ทุกข์ ไม่มีความสุข
เพราะขน้ึ ตน้ ดว้ ยทกุ ข์ สมทุ ยั นโิ รธ มรรค พอเจรญิ มรรคไป เจรญิ ไปๆ
มรรคมีองค์ ๘ กร็ ู้กันอยู่ ขนึ้ ต้นดว้ ยสมั มาทฏิ ฐิ เจรญิ มรรคไป ทำ� ไปๆ
ไม่ค่อยสนใจกับต�ำรับต�ำรา เพียงเอากายเป็นต�ำรา พอมีผลออกมาก็
สบายไป แต่ไมต่ ดิ ในความสบาย ไม่ใช่ความสขุ เปน็ ความสะดวกความ
สบาย จะกินจะน่ังจะนอน ก็เป็นเร่ืองของเรา จะพูดหรือไม่พูดก็เร่ือง
ของเรา ไมไ่ ด้หวังค�ำสรรเสริญเยินยอจากใคร ใครจะต�ำหนิติฉนิ นนิ ทา
วา่ กลา่ ววา่ รา้ ยยงั ไง กม็ นั เป็นสกั แตว่ า่
การปฏิบัติเพ่ือให้เข้าถึงค�ำว่า สักแต่ว่า ทุกอย่างเป็นสักแต่ว่า
เป็นสมมุติ จะเข้าใจอย่างน้ัน แล้วก็จะรู้จะเห็นอยู่อย่างน้ัน ในขณะที่
จิตวางก็จะเห็นว่า อันน้ีเป็นกาย อันน้ีเป็นจิต ที่มันวางออกมาก็เห็น
เพราะมีสติอยู่ตลอด พอเริ่มฝึกจากสติ สติแก่กล้าก็ให้ผล มันพูดก็ได้
ไม่พูดก็ได้ ใครจะว่ายังไงก็เร่ืองของโลกมันมีอยู่อย่างน้ี ไม่หวังเอา
คะแนนจากใคร ไมไ่ ดห้ วงั เอาวา่ อนั นนั้ เปน็ อนั นน้ั อนั นเ้ี ปน็ อนั น้ี ไมเ่ อา
หวังอยากเด่นอยากดังไหม ไมเ่ อา เพราะมันเปน็ ของโลก ผปู้ ฏิบตั ิต้อง
เปน็ อยา่ งน้ัน ถ้าจำ� ไดเ้ ฉยๆ นไ่ี มห่ ายสงสยั ใครก็อ่านได้จำ� ได้ แต่ตอ้ ง
40 รู้ เห็น เยน็ สงบ
รจู้ กั วธิ ปี ฏบิ ตั ิ ตอ้ งรจู้ กั ตวั เอง มอี ยหู่ ลาย ตามตำ� รบั ตำ� ราครบู าอาจารย์
เขยี นขน้ึ มาหลายทา่ นหลายองค์ ทา่ นกพ็ ดู ไมต่ า่ งไปจากนห้ี รอก มรรค ๘
กายคตาสติ หลายอยา่ ง แตร่ วมแลว้ อยทู่ เี่ ราคนเดยี ว จะเอาอะไรมาเปน็
แบบฉบบั ของตวั เอง เพอ่ื ฝกึ ตวั เอง มนั ไมเ่ อาบญุ ถา้ จะบญุ กจ็ ติ เลอื่ มใส
ศรัทธา ไม่เห็นหน้าเห็นตา ก็เป็นบุญท่ีใจอยู่น่ันแหละ ไม่เอาหน้า
เอาตา ไม่ดูหน้าดูตา ดูแต่ใจ ไปไหนก็ดูแต่ใจ จะยืนเดินนั่งนอน
ทกุ อริ ยิ าบถ ดแู ตใ่ จกบั อารมณท์ มี่ าสมั ผสั แลว้ มนั เกดิ อะไรขน้ึ กต็ อ้ งแก้
แก้อยู่วันสองวัน แก้จนขาดจนหลุดไปจากกันก็เห็น ไม่ได้เอาต�ำราไป
ด้วยหรอก แตม่ นั มีอยูใ่ นใจ
พดู ง่ายๆ วา่ ตำ� ใจ ไม่ใชต่ �ำรา มนั ต�ำอยู่ในปัจจุบนั กถ็ อนอยู่
ในปัจจุบันนั้น พิจารณาแยกแยะ เอากันอยู่อย่างน้ัน ไม่มีกลางวัน
กลางคืน เพราะไม่สนใจกลางวันกลางคืน ไม่สนใจท่ีจะหลับจะนอน
ผู้ปฏิบัตินะ หาอุบายสอนตัวเอง ถ้านอนก็นอนมานานแล้วแหละ
ใชจ่ ะไดด้ เี ลศิ ประเสรฐิ จากการนอน มนั กเ็ พยี งพกั ผอ่ นรา่ งกายใหอ้ ยไู่ ด้
ไปวนั ๆ เท่าน้นั แหละ ตามความเปน็ จรงิ การบรโิ ภคปจั จยั ส่กี เ็ หมือน
กนั กเ็ พอ่ื อำ� นวยความสะดวกเปน็ วนั ๆ เทา่ นน้ั แหละ หาความสขุ ยงั่ ยนื
ถาวรจากการบริโภคปัจจัยส่ีนี้มันเป็นไปไม่ได้ ความสุขที่ถาวรมันเป็น
บรมสุข เปน็ สขุ นิรันดรนิรนั ดร์กาลเลย เหมอื นพระพุทธเจ้า พระสาวก
อย่างหลวงพ่อนี้ เราเชื่อว่าท่านเป็นสุขนิรันดร์กาลนะนี่ ไม่สงสัย
ท่านหรอกหลวงพอ่ นี้ ใครจะวา่ ยังไงก็ชา่ ง แตไ่ ม่สงสัยท่าน วา่ ท่าน
จะไปอยา่ งนั้นอยา่ งนี้ ไม่ ทา่ นเป็นนิรันดรแล้ว พวกเราลูกศษิ ย์ลูกหาก็
รู้ เหน็ เย็น สงบ 41
เหมือนกัน ให้สมกับเป็นลูกศิษย์ลูกหาที่มีครู พระพุทธเจ้าก็ท�ำทางให้
อย่างดี เราไม่ต้องไปท�ำนะ เหมอื นทางถนนสายอุดร-หนองคาย อดุ ร-
กรุงเทพ เราไม่ต้องท�ำเลย มีหน้าท่ีไปอย่างเดียว หนังสือเราก็อ่านได้
ป้ายบอกทางเล้ียวขวาเลย้ี วซา้ ย เขาบอกไว้หมด เราก็มีหน้าทไ่ี ปอย่าง
เดยี ว พระพทุ ธเจ้าบอกไวห้ มด อะไรก็บอกไวห้ มด กนิ นอ้ ย นอนน้อย
แต่ตอ้ งรูจ้ กั ตวั เองว่าตัวเองเปน็ คนนิสัยยังไง เป็นโรคอะไร ถา้ ปวดทอ้ ง
แต่ไปกินยาแก้ปวดหัว มันก็ไม่หายนะ ถ้าปวดท้องก็ต้องกินยาแก้
ปวดท้อง
ถา้ เราเป็นนิสยั ยงั ไง นิสยั ขีโ้ กรธ ก็ตอ้ งแผ่เมตตา คอื อะหัง สุขิโต
โหมิ อนั นี้วา่ แตป่ าก แตใ่ จไม่เป็น อะหงั สขุ โิ ต โหมิ ถา้ ใจเปน็ อะหงั
สุขิโต โหมิ มันมีแต่ความสงสารซ่ึงกันและกัน เห็นอะไรก็อยากหยิบ
ยนื่ ให้ ทง้ั ทางกาย ทางวาจา ทั้งวัตถสุ ง่ิ ของ อยากจะอนุเคราะห์ อยาก
สงเคราะห์ ครูบาอาจารย์ก็อยากอนุเคราะห์อยากสงเคราะห์ด้วยการ
ชแ้ี จงแสดงบอก แตเ่ พราะเหน็ แลว้ มีทิฏฐิมานะ ยากที่จะสอน อนั น้นั
ทา่ นกไ็ มส่ อน สอนกไ็ ม่เกิดประโยชน์ อะหงั สุขโิ ต โหมิ นิททกุ โข โหม ิ
ใหร้ กั ตวั เอง สงสารตวั เอง เมตตาตวั เอง สงสารตวั เองในทนี่ ก้ี ค็ อื อยา่ พา
ตัวเองไปท�ำความผิด อยู่ในใจมีทุกอย่าง อย่าให้ไหลออกมา ท้ังมีด
ทง้ั หอก ท้ังหลาว ทง้ั ปืน ทง้ั ระเบิด อย่ทู ีป่ ากนัน่ แหละ เขาจะฆ่ากนั ก็
เพราะปากไมด่ นี นั่ แหละ จรงิ ๆ แลว้ ปากมนั ดอี ยู่ แตว่ า่ ใจดำ� รผิ ดิ ดำ� รผิ ดิ
ก็ไปกระท�ำผิด ไม่มีขันติธรรม ถ้ามีขันติธรรมก็ห้ามตัวเองได้
ห้ามปากไม่ให้พูด แต่ใจมันจะคิดจะปรุงจะแต่งเร่ืองโลภ เร่ืองโกรธ
42 รู้ เหน็ เยน็ สงบ
เร่ืองหลง ก็พยายามห้ามปรามไม่ให้มันไหลมาทางวาจา ทางกิริยา
มารยาท ให้แสดงออกซึ่งความดี ความสามัคคี มรรคสมังคี มรรค
จะรวมตัวได้มันก็ต้องอาศัยตัวเองเป็นผู้สร้างขึ้น อยู่กับหมู่คณะก็ท�ำ
อยา่ งหนง่ึ ทำ� การทำ� งานกท็ ำ� แตส่ ตไิ มใ่ ชว่ า่ ไปหาซอื้ อยใู่ นตลาด อยไู่ หน
ก็ตงั้ สตไิ ด้ อยู่ไหนกค็ ดิ เรอ่ื งของไตรลกั ษณไ์ ด้ แตถ่ า้ จติ ยังไม่เคยสงบ
ก็ฝึกเรื่องปัญญาไว้ ให้จิตมันสงบมันละเอียดซะก่อน แล้วค่อย
พิจารณาเร่ืองปัญญา นี่ก็ไม่ใช่ พิจารณาได้ทุกวันทุกเวลา ถ้าผู้มี
นิสัยปัญญาอบรมใจ นิสยั ปัญญาอบรมสมาธิ
ถ้าผู้มีนิสัยสมาธิน�ำหน้า ก็ต้องท�ำสมาธิก่อน ท�ำจิตให้สงบ
มพี นื้ มฐี าน วา่ นีจ่ ติ สงบเป็นอยา่ งน้ี ส่วนมากจะติดนั่นแหละ ถา้ ผู้มีบญุ
วาสนา มนี ิสยั นไี่ มต่ ดิ ตอ่ ใหล้ กึ ยงั ไงกไ็ ม่ติด ย่งิ ลึกยิง่ เปน็ ทกุ ข์ เพราะ
มันไมอ่ ยากคิด ทำ� ไมแตก่ อ่ นจติ ฉลาดมาก เห็นอะไรก็คดิ ได้ พิจารณา
วันสองวัน ไม่นานขนาดน้ัน วันเดียวพอมองเห็นก็ขาดแล้ว คืออึดใจ
เดียวพอมองเห็นก็ขาดแล้ว พิจารณานิดเดียวก็ขาด แต่ท�ำไมอันน้ี
มันไม่ขาด ก็เพราะมันไม่มีก�ำลังในการพักผ่อน เหมือนร่างกายเรา
นน่ั แหละ ไมไ่ ดพ้ กั ผอ่ นนอนหลบั ทำ� งานไปกม็ แี ตต่ ายกบั ตายนน่ั แหละ
ถ้าเหน่ือยก็ต้องพักในความสงบ สมาธิความตั้งม่ันจะส่งผลให้ถึง
ความสงบ เมอ่ื ถงึ ความสงบแลว้ อยา่ ไปตดิ อยใู่ นความสงบ ใหอ้ อก
มาพิจารณา พิจารณาเรื่องของกาย มันติดอยู่ข้างนอกมันก็ติดกาย
น่ีแหละ ว่านี่เป็นเรา ถ้าเห็นว่ากายน่ีไม่ใช่ของเราอย่างจริงจังแล้วนะ
มันไม่ตดิ ก็มนั คนละอันกนั เหมอื นดาบกบั ฝกั ดาบน่แี หละ เราดึงดาบ
รู้ เหน็ เย็น สงบ 43
ออกมา ฝักดาบเปน็ อันหน่งึ ดาบเปน็ อนั หนึง่ กายกับจติ ก็เหมอื นกัน
ถา้ ใจเหมอื นดาบ กายกเ็ หมอื นฝกั ดาบ ดกู ไ็ ด้ ฟงั กไ็ ด้ จะฟงั เอาเรอื่ งกไ็ ด้
จะฟังไม่เอาเร่ืองก็ได้ พูดท้ังวันก็ไม่ได้เร่ือง เขาพูดท้ังวันก็ฟังไม่รู้เรื่อง
เพราะอะไร เพราะไม่เอาใจใส่ในการฟัง ถ้าเอาใจใส่ในการฟังก็รู้เรื่อง
ถา้ ยนิ ดพี อใจท่ีจะฟังกร็ ูเ้ รื่อง
ครูบาอาจารย์ท่านมีที่หลบ ถ้าไม่ดีมาท่านก็หลบเข้าท่ี เหมือน
มบี า้ น มเี รอื นใจ พดู งา่ ยๆ ถา้ ใจไมม่ เี รอื น กายมเี รอื นอยนู่ ะ เราไมไ่ ดส้ รา้ ง
แต่ศรัทธาญาติโยมสร้างให้ กุฏิวิหารต่างๆ เป็นที่พักอาศัยของกาย
แต่ที่พักอาศัยของใจ คือธรรมะ หรือความสงบ คือสมาธิความสงบ
ท�ำจิตให้มันรวมให้ได้ จากสมาธิความต้ังม่ัน ความสงบจะส่งผลให้
จิตรวม จิตรวมตัวตกตะกอนเหมือนเอาสารส้มไปแกว่งกับน้�ำ ขุ่นๆ
นน่ั แหละ น�้ำมันขุ่น มองไม่ทะลแุ ก้ว เอาสารสม้ ไปแกวง่ แล้ว มนั กจ็ ะ
นอนตกตะกอน นอนตวั ลงไป แลว้ เรากร็ นิ เอาแตน่ ำ้� ออก เหลอื แตน่ ำ�้ ใสๆ
เอานำ้� ขนุ่ ออก ธรรมของพระพทุ ธเจา้ ทำ� ใหจ้ ติ สะอาดสะอา้ นได้ จากจติ
ขุ่นมวั ด้วยความโลภโกรธหลงนี่แหละ
ท�ำเอานะ พระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์เป็นเพียงผู้บอก
ทางให้ ที่จะเดินคือเรา ไม่ได้เบิกทางนิ พระพุทธเจ้าเบิกให้ต้ัง ๔
อสงไขย แสนกัป กว่าจะได้ตรัสรู้นะ ในชาติปัจจุบันก็ต้ัง ๖ พรรษา
แล้วก็มาบอกทางให้เดินน้ี ทางเดินก็ยังพากันหลงอยู่ ดูแล้วไม่น่า
หลงนะ เห็นอยู่แท้ๆ ไม่ใช่ว่าไม่เห็น แต่ไม่ขยันเดินเฉยๆ มีอยู่ที่
44 รู้ เหน็ เย็น สงบ
พระพทุ ธเจา้ สอน ไมใ่ ชว่ า่ ไมม่ ี กายกม็ ี ทกุ ขก์ ม็ ี สขุ กม็ ี แตม่ นั ตดิ อยทู่ ส่ี ขุ
น่ีแหละ มีรูปก็เป็นสุข ได้ครอบครัวดีก็เป็นสุข มีทรัพย์สินเงินทอง
ข้าวของมากก็เป็นสุข สุขกับทุกข์มันอยู่ด้วยกัน เหมือนเอางูมาเล้ียง
น่ันแหละ หัวงูกับหางงูท่ีครูบาอาจารย์ท่านว่า อยู่อย่างน้ันแหละสุข
กับทุกข์ มันอยู่ด้วยกัน มันสุขด้วยอามิส ไม่เหมือนสุขในนิรามิส
สขุ เพราะขา้ วของเงนิ ทางสมบตั ิ วนั หนง่ึ กพ็ ลดั พรากจากกนั ไป เปน็ ของ
ประจ�ำโลก ใครมีความขยันหม่ันเพียรในการแสวงหาก็ได้มาซึ่งวัตถุ
สมบัติเหล่าน้ันก็เป็นสุข ในขณะแสวงหาก็เป็นทุกข์ ได้มาก็เป็นสุข
แต่ครูบาอาจารย์ท่านแสวงหาท่านก็เป็นสุข ถึงมันจะทุกข์ แต่มันก็สุข
สุขในการกระท�ำบ�ำเพ็ญของตัวเอง ว่าเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เราได้
ออกบวช เราไดป้ ฏิบตั ิ ส่งิ ทท่ี า่ นพดู มา ส่งิ ทพี่ ระพุทธเจ้าสอน มันไม่มี
อยทู่ ่อี น่ื นะ มนั มีอยู่ทเี่ ราทกุ คน ท่ีนง่ั กันอยู่นแี่ หละ ไม่ใช่ว่ามอี ยูน่ อก
โลกนะ ไมใ่ ชว่ า่ อยนู่ อกศาลานะ อยกู่ บั ตวั เรานน่ั แหละ ชอบใจ ไมช่ อบใจ
โลภโกรธหลง มันอยู่ที่ตัวเราน่ันแหละ แต่อาศัยสื่อ ส่ือดีก็ชอบใจอยู่
นนั่ แหละ เราก็ทำ� ลายมนั ซะ กายคตาสติ ให้มนั รูม้ นั เห็น ตอนท่มี ชี ีวิต
อยู่น้ี อย่าไปหวังว่าให้ตายก่อนเถอะถึงจะไปท�ำ ขณะมีชีวิตอยู่ยังท�ำ
ไม่ได้ ตายจะท�ำได้ยงั ไง ตายน่ีมแี ต่เผาอย่างเดยี ว ท�ำเอา ไมไ่ ดเ้ สียเงิน
เสยี ทองอะไร จะนงั่ สมาธเิ ขาไมไ่ ดเ้ กบ็ ภาษนี ิ เดนิ จงกรมกไ็ มไ่ ดเ้ สยี ภาษี
ไมไ่ ดเ้ สยี เงนิ เสยี ทองนะ มแี ตไ่ ดก้ บั ได้ ใหท้ ำ� เอา เกดิ เปน็ มนษุ ย์ ยากนะ
ทจ่ี ะไดเ้ ปน็ มนษุ ย์ ยากมากๆ สรรพสตั วท์ งั้ หลายทมี่ องเหน็ ดว้ ยตาเนอ้ื นี้
มเี ทา่ ไหร่ เขากม็ กี ามเปน็ เจา้ ของใจเหมอื นกนั มนษุ ยก์ ม็ กี ามเหมอื นกนั
รู้ เห็น เยน็ สงบ 45