The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

BK รู้ เห็น เย็น สงบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2020-10-12 02:18:42

BK รู้ เห็น เย็น สงบ

BK รู้ เห็น เย็น สงบ

คิดได้ คิดได้ท้ังวันท้ังคืน หลับยังฝันเลย ตั้งใจคิดน่ีแหละ ท่านว่า
ปญั ญานะ แต่ความต้ังใจท่านวา่ สมาธิ แต่ถ้ามันเลยไปกว่าน้นั มันเปน็
ความสงบ มันไม่คิดอะไร ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าไม่คิด มีสุขไหม สุข
มกี �ำลังไหม ก�ำลงั สมาธกิ ็หนุนสมาธนิ ั่นแหละ หนุนจนไปอรูป ถ้าจะให้
เกิดปัญญา ก็ต้องอาศัยปัญญา จะรดทั้งปีทั้งเดือนมันก็เป็นเม็ดขนุน
อยู่ดี ไม่ได้เป็นทุเรียน สมาธิท�ำจนตายก็เป็นแต่สมาธิ ปัญญานี่คิด
วันน้ีก็เป็นวันนี้ ปัญญาก็คือปัญญา แต่ต้องมีท้ังสองอย่าง ทั้งสมาธิ
ทั้งปญั ญา ถ้าไม่มีสมาธิ ความตง้ั มั่นในการพิจารณามันก็ไมม่ ี มีสมาธิ
มปี ัญญา ไม่มคี วามเพยี ร เพราะอะไร เพราะไม่มีอบุ าย จงึ หาอุบายมา
เพ่ือพจิ ารณา เม่อื พจิ ารณาเสร็จ ใจมันเหนอื่ ยแลว้ ไปไมไ่ หวแลว้ ก็ท�ำ
สมาธิ ทำ� สมาธถิ า้ คนทำ� ยากกต็ อ้ งหาอบุ ายมาใหส้ งบ คอื ทา่ นใหบ้ รกิ รรม
หรืออานาปานสติ แล้วแต่นิสัยจริตของแต่ละคน เพ่ือให้จิตมันสงบ
สงบมากพ็ ิจารณาเร่ืองเกา่ จนขาด แต่เอาอบุ ายใหม่ อบุ ายเกา่ ใชไ้ ม่ได้
เพราะมันชนิ แลว้ ตอ้ งหาอุบายใหม่มาพจิ ารณา แล้วหาที่ไหน อย่ทู ่ีใจ
นน่ั แหละ จติ จะรวมลงเปน็ หนง่ึ มตี ากเ็ อาไวด้ เู ฉยๆ ไมส่ มั ผสั สมั พนั ธอ์ ะไร
มองไปอย่างนั้นแหละ ถ้ามาสัมผัสก็สัมผัสท่ีใจ แต่อาศัยตาอยู่ สะดุ้ง
อยู่ท่ีใจ ตรงนั้นก็จะเกิดเป็นอุบาย จึงน�ำมาพิจารณาได้ง่าย เหมือน
หลวงปขู่ าวทา่ นเหน็ ขา้ วสกุ ในทงุ่ หลวงพอ่ ทลู ทา่ นเหน็ เครอื กระพงั โหม
เถ้ากระพังโหมน่ะ นั่นแหละมันจะเป็นอย่างน้ันแหละ ทุกคนจะเป็น
อย่างน้ันแหละ ถ้าเราทำ� แตไ่ ม่ใชข่ ั้นน้นั นะ ข้นั ตน้ ๆ ก็อย่างน้ันแหละ
เรมิ่ แรกในการพิจารณาก็เป็นอย่างน้นั แหละ ไปเห็นอันนน้ั ๆ เดย๋ี ว
96 รู้ เหน็ เยน็ สงบ

มันก็จะติดอยู่อย่างน้ันแหละ พอวันหน่ึงไปได้อุบาย เพราะใจ
ไมไ่ ดเ้ ขว มนั หยดุ อยตู่ ลอดเวลานิ ตากด็ ู หกู ฟ็ งั อยู่ แตม่ นั นง่ิ อยู่ เพราะ
มนั สะดดุ จงึ ไดร้ ู้ กเ็ หมอื นแมงมมุ ทม่ี นั สรา้ งตาขา่ ยไว้ อะไรมาตอ้ งขา่ ยมนั
มนั กร็ ทู้ นั ที ดกั จบั อยอู่ ยา่ งนน้ั สตกิ ำ� กบั ใจกเ็ ปน็ อยา่ งนนั้ แหละ อยทู่ ไ่ี หน
กอ็ ยู่ทเ่ี ราทกุ คนนนั่ แหละ

ใหท้ ำ� เอา ทานนอกกท็ ำ� ทานในกท็ ำ� แตพ่ ระพทุ ธเจา้ ทา่ นสรรเสรญิ
ทานในนะ ทานภายใน โลภโกรธหลงเกิดขน้ึ มา ทานให้หมด เราใหเ้ ปน็
ทานนะ ยกเป็นพุทธบูชานะ ธรรมบชู า สงั ฆบูชานะ โลภเกิดขึน้ มาให้
ทานไป โลภอยากไดข้ องคนอน่ื นะ ถา้ โลภอยากไดส้ มบตั ขิ องโลกมาเปน็
ของตัวเองเพ่ือจะท�ำบุญ ไม่เป็นไร แสวงหาโดยหลักของสัมมาอาชีพ
สัมมาอาชวี ะ ถ้าโลภอยากไดข้ องคนอ่ืนมาเป็นของตัวเอง ใหเ้ ปน็ ทาน
ไปซะ ไม่เอาหรอก นั่นคือทานภายใน เขาด่ามาก็ให้เป็นทานไปซะ
ไมเ่ อาหรอก ดา่ เราไมถ่ ูก เพราะเราใหเ้ ป็นทาน เราหลบเก่ง ถา้ มีสติด่า
ไม่ถูกหรอก ยกยอสรรเสริญกไ็ ม่ถูก เพราะเขายอปากเขา เขาสรรเสริญ
ปากเขา ไมใ่ ชข่ องเราซะหน่อย เราหลบเกง่ มันไม่ถูก ถา้ ไปหลงปากเขา
ตายเลย เด๋ียวเขาว่าไปขึ้นต้นมะพร้าวให้หน่อย จะตกตายยังไม่ว่านะ
ไปข้ึนให้เขาเฉย เอ้ เราไม่ใช่ลิงน่ีหว่า ให้ทานภายใน ให้หลบภายใน
ถ้าจะหลบ เราทุกคนท�ำเอานะ ฟังแล้วก็ไปนอน วันน้ีวันโกนนิ
พระท่านสะอาดสะอ้านนะ ศีรษะโล้นทุกองค์เลย วันน้ีวันโกนเราก็
สะอาดสะอา้ นนะ ไมน่ อนนะ ไดไ้ หม ไปทำ� เอานะ แคน่ แ้ี หละ ถา้ อยากจะ

ธรรมะจากใจ 97

ถามกไ็ ปถามทกี่ ฏุ ิ ทา่ นนงั่ อยแู่ ลว้ จะพดู เปน็ เรอื่ งเปน็ ราวนมิ แี คน่ แี้ หละ
แม่ชีวดีนิมนต์ไว้ เขาบอกว่าพรรษาสามสิบให้ไปเทศน์นะ แต่ไม่ได้
บอกว่าสามสิบเอ็ดนะ บอกแต่ว่าสามสิบ ไม่ได้บอกว่าสามสิบเอ็ด
สามสบิ สองจึงไม่ตอ้ งกล่าวตอ่ ไป เอาล่ะ

ธรรมดาธรรมชาติ ต้นไม้น่ีรดน้�ำท่ีราก ออกหมากออกผลที่ยอด
พอสุกแล้วก็หล่นลงที่รากท่ีโคนต้นน่ันแหละ ลาภสักการะก็เหมือนกัน
เกดิ ทไี่ หนกไ็ วท้ น่ี นั่ แหละ วนั นน้ี อ้ มบชู าพระบรมสารรี กิ ธาตุ ชว่ ยซอ่ มบำ� รงุ
ท้ังหมดท้ังมวลน้อมถวายพระมหาเจดีย์นะ เอาบูรณะพระมหาธาตุ
เจดีย์ทัง้ หมด

•••

98 รู้ เห็น เยน็ สงบ

พระมหาธาตเุ จดียเ์ ฉลิมพระบารมพี ระนวมนิ ทร์ วดั ปา่ บ้านคอ้

“ใหว้ ตั ถทุ าน นคี่ อื ทานภายนอก ทานภายในคอื สละอารมณ์
ท่ีมันไมด่ อี อก ความนกึ คิดทไ่ี ม่ดกี ็จะสละออก ไมเ่ อา”

พระอาจารยแ์ ดง (พระบำ� เพญ็ รตินฺธโร)

100 รู้ เห็น เยน็ สงบ

“ของเฮา”

เทศน์เมอื่ วันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
ณ วดั ปา่ บา้ นค้อ จงั หวดั อุดรธานี

ผู้ใดมาเทศน์ มาพูดเรื่องพระพุทธเจ้า เรอ่ื งตรัสรู้ พูดเร่ืองธรรมะ
พูดเรื่องกายเร่ืองใจ มอี ย่กู ับทุกคนนะ พวกอน่ื ไม่มี พระพุทธเจ้าจะมา
ตรัสรูก้ พี่ ระองค์ๆ ทา่ นจะกพ็ ูดเรอื่ งเกา่ น่ีแหละ ไมม่ ีเร่อื งใหมน่ ะ ครูบา
อาจารย์ทา่ นจะเทศนก์ เ็ ทศน์เรอื่ งเกา่ นัน่ แหละ ไม่มีเร่ืองใหม่ เรือ่ งการ
รักษาศีล เรือ่ งการสำ� รวมกาย ส�ำรวมวาจา สำ� รวมใจ พอมนั กระเพอ่ื ม
ทใ่ี จมนั กเ็ ลยไปทวี่ าจา ทม่ี นั กระเพอื่ มเพราะมนั หลง มนั หลงในวตั ถสุ มบตั ิ
ทห่ี ลงในวตั ถสุ มบตั กิ เ็ พราะมนั หลงในเจา้ ของนน่ั แหละ หลงในรปู ในเสยี ง
ในกลิ่น ในรส ในสัมผัสทั้งหลาย ให้เรารู้ให้เราเห็นว่าที่เราได้ยินไม่มี
เราอยู่ เราอยทู่ ไ่ี หน เราคอื กายนแี่ หละ ไปถอื กายวา่ ของเรา เมอ่ื ถอื กาย
ว่าของเรา ถืออารมณ์ว่าของเรา ก็เลยถือข้างนอกเข้าไปอีกว่าของเรา
พระพุทธเจ้าก็เลยสอนให้รู้เรื่องของเรา ว่าอันไหนเป็นของเราที่แท้
จริง ให้เอาไปพิจารณา ให้วิเคราะห์เร่ืองเหล่าน้ัน เร่ืองศีลก็อยู่กับเรา

ของเฮา 101

อีก พระพุทธเจา้ พูดเร่ืองศลี ถา้ โลกไมม่ ศี ลี จะเดอื นร้อน สงั คมใดกต็ าม
ถา้ ไมม่ ศี ีล ๕ อบุ าสก อุบาสกิ า เปน็ มนุษยก์ ็ตอ้ งมีศลี ศีล ๕ เป็นท่ตี ้ัง
ก็รู้จักอยู่นะ ศีล ๕ ว่ามีอะไรบ้าง ก็เจตนางดเว้นเอา ถ้าไม่เจตนาก็
ไมผ่ ดิ ศลี ตอ้ งเจตนาตงั้ ใจขน้ึ มาวา่ ขา้ พเจา้ งดเวน้ ผดิ ศลี ๕ ขอ้ หรอื ๔ ขอ้
ตอ้ งมีศีล ๓ ข้อก็ได้ มีศลี ขอ้ ใดข้อหนึง่ รวมลงท่กี ายวาจาใจน้ี ถ้าเมา
ก็เมาอยู่ท่ีเราน่ีแหละ ไม่ใช่เมาอยู่ท่ีขวด มันสัมผัสเข้าไป กินเข้าไป
บรโิ ภคเขา้ ไป ดมื่ เขา้ ไป มนั กเ็ มา อยกู่ บั เราเอง ปาณาตบิ าตกเ็ หมอื นกนั
ถา้ เราไม่ไดฆ้ า่ เขา เรากไ็ ม่ได้ผิด ศลี ก็ไมข่ าด ลักเอาของผ้อู ่นื เรากไ็ ม่ทำ�
ก็มีศีลอยอู่ ย่างนั้น ไมต่ อ้ งไปขอศีลจากใคร ศลี อยู่ทีใ่ คร อยทู่ ่ีเราเจตนา
งดเว้นเอา

สมาธกิ อ็ ยกู่ บั เราทต่ี ง้ั มน่ั ทจ่ี ะไมล่ ะเมดิ ศลี หา้ ขอ้ กเ็ ปน็ สมาธคิ วาม
ตงั้ มนั่ ทว่ี า่ สมาธคิ วามสงบ อนั หนงึ่ กค็ อื สงบจากบาป ถา้ เราไมท่ ำ� เราก็
สงบจากบาปแลว้ อันหนง่ึ ก็คอื ความสงบของใจที่มันปลอ่ ยวางอารมณ์
ทั้งหมด ทั้งความโลภ ความโกรธ ความหลง วัตถุสมบัติทั้งหมดท่ีจะ
ปลอ่ ยวางได้ ต้องอาศยั การกระทำ� บำ� เพ็ญ ทำ� อยเู่ ร่อื ยๆ ท�ำอยบู่ ่อยๆ
ในการนึกค�ำบรกิ รรม พุทโธ ธัมโม สังโฆ กับลมหายใจเข้าออก รู้อยูก่ บั
ค�ำบริกรรม ท่านว่าสมาธิ ให้ทาน ทานภายใน ทานอารมณ์ท่ีไม่ดี
ใหต้ ัง้ มัน่ อยกู่ ับความดี คอื พทุ โธ ธัมโม สงั โฆ ตง้ั มั่นในสมาธอิ ยู่นานๆ
ท�ำอยู่เรื่อยๆ จนเป็นนิสัย แล้วก็หยั่งลงสู่ความสงบ ท่ีท่านว่าขณิกะ
อุปจาระ อัปปนา มีอยู่ที่เราทุกคน ไม่ใช่ที่พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้า

102 รู้ เหน็ เย็น สงบ

ท่านบอกวิธีให้เราท�ำอย่างน้ี ให้รักษาศีล ผู้อื่นก็ไม่เดือดร้อน เราก็ไม่
เดอื ดรอ้ น ไมต่ อ้ งระแวดระวงั เพราะมศี ลี เปน็ ทตี่ งั้ เรากไ็ มไ่ ดท้ ำ� ผดิ กเ็ ลย
มีความบริสทุ ธิท์ างศีล ความตง้ั ม่นั นนั่ จะหย่งั ลงไปเรอ่ื ยๆ สู่ความสงบ
แล้วก็จะปรากฏบุญอยู่ในใจ คือความเบา ไม่ไปเหนี่ยวเก่ียวเกาะกับ
อารมณ์ต่างๆ แล้วก็มาพิจารณาวัตถุสมบัติที่เรายังติดอยู่ ที่เราไปท�ำ
ไปสรา้ งตา่ งๆ ทงั้ หมดทง้ั มวลทเ่ี ราไปหมายวา่ เปน็ ของเรา ทเี่ ราหามาได้
ก็เป็นของเราอยู่หรอก เรายังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องบริโภคจับจ่ายใช้สอยไป
แสวงหาตามกำ� ลงั ความสามารถของเจา้ ของ ทางสมั มาทฏิ ฐิ คอื เหน็ ชอบ
สมบัติโลกมันก็เป็นของโลกอยู่วันยังค�่ำน่ันแหละ อยากได้มามากมาย
ขนาดไหนก็ตาม ได้มาแล้ว สมหวังแล้ว ตายไปก็ต้องวางอยู่กับโลก
เหมอื นเกา่ ใหพ้ จิ ารณาดใู หด้ ๆี พระพทุ ธเจา้ ทา่ นวา่ เปน็ ทกุ ข์ สมบตั นิ นั่
ไม่ได้เป็นทุกข์ แต่เราผู้แสวงหาเป็นทุกข์ ให้แสวงหาได้ตามหลักสัมมา
ทิฏฐิ ความเหน็ ชอบ คือศีล ๕ น่ันแหละ ไม่ไปลักของผอู้ น่ื แม้ในใจ
ก็ไมม่ ี ทีจ่ ะไปลกั ขโมยของเขามา ก็จะร่มเย็นเป็นสขุ ใหม้ ศี ลี มปี ัญญา
รกั ษาเจ้าของ มคี วามอดกลั้น มีความขยันหมนั่ เพยี ร

ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ไปขี้คร้าน นอนอยู่เฉยๆ นั่งอยู่
เฉยๆ นะ มีความเพียรขัดเกลาเจ้าของ ไมใ่ ช่ขดั เกลาผ้อู ืน่ ถา้ ต่างคน
ต่างมีศีล ๕ รกั ษาศลี ๕ โลกทง้ั โลกไมต่ อ้ งมีอาวุธยทุ โธปกรณ์ ไม่ต้อง
มีคลังแสงอะไร เพราะมีความละอายที่จะฆ่ากันที่จะท�ำลายกัน
สัตว์ทั้งหลายเขาไม่มีศีล เขาก็ยังไม่ท�ำร้ายนะ บางหมู่บางเหล่า

ของเฮา 103

บางจ�ำพวกเขาก็ยังมีครอบครัว มีการรักกัน ไม่นอกใจกัน น่ีสัตว์บาง
จ�ำพวกนะ แต่มนุษย์เป็นสัตว์ท่ีฉลาด ให้รักษาเราเองด้วยศีลของ
พระพุทธเจ้าที่ท่านวางไว้แล้ว ที่พระพุทธเจ้าว่าน่ีแหละทางแห่งความ
สงบสุข ทางแห่งการปิดอบาย ท่านบอกว่าความสุขความเจริญความ
ก้าวหน้าในโลกก็ยังไม่ส้ินไป ท่านก็บอกทางเดิน ทางไปสูงไปต่�ำท่าน
กบ็ อก การละเมดิ กฎบญั ญตั ขิ องโลกกจ็ ะไปสทู่ างตำ�่ เพราะสตั วเ์ หลา่ นน้ั
เขากไ็ มช่ อบเชน่ กัน ถา้ เราไปเบยี ดเบียนของเขา เขาก็ไม่ชอบ แม้แต่เรา
ก็ไม่ชอบ ค�ำพูดทไ่ี ม่ดี กริ ยิ าอาการที่ไม่งาม เขาก็ไมช่ อบ สตั วเ์ หลา่ นัน้
กเ็ หมือนกนั โดยเฉพาะมนุษย์ท่อี ย่ใู นสังคมเดยี วกันอยู่ดว้ ยกนั ให้มศี ลี
พอกนั มศี ลี ๕ เปน็ ทตี่ งั้ การอยรู่ ว่ มกนั กจ็ ะเปน็ สขุ ตงั้ มน่ั ในการรกั ษาศลี
นแี่ หละ ทานเรากท็ ำ� อยู่ ทำ� อย่ตู ลอด คือสละออก ให้วัตถทุ าน นค่ี อื
ทานภายนอก ทานภายในคือสละอารมณ์ที่มันไม่ดีออก ความนึกคิด
ท่ีไม่ดีก็จะสละออก ไม่เอา นี่คือการให้ทาน ให้ท�ำอยู่เร่ือยๆ ท�ำอยู่
บอ่ ยๆ จนเปน็ นสิ ยั ความนกึ คิดดๆี ก็จะเกิดขน้ึ มาแทน ใหเ้ รานึกเอา
คิดเอา ด�ำริเอา ถา้ อันไหนมนั ไม่ดี ที่ไมด่ ีเป็นอยา่ งไร เขาว่าไมด่ ีแต่เรา
วา่ ดี นก่ี ไ็ มใ่ ช่ เรามาแกต้ วั เราไมใ่ หท้ ำ� รา้ ยผอู้ น่ื ใหร้ กั ษาตวั เรา ดแู ลตวั เอง
รักตัวเอง ตอนเย็นมาก็ไหว้พระท�ำวัตรเป็นกิจวัตร สัตว์เดรัจฉานบาง
จำ� พวกเขาก็มีวตั รของเขาเหมือนกนั ข้อวัตรปฏิบตั ิ พอเป็นมนุษย์ก็ให้
มขี อ้ วตั รปฏบิ ตั ิ ตอนเชา้ ตน่ื ขน้ึ มากไ็ หวพ้ ระ ไมเ่ ลอื กสถานที่ จะอยใู่ นเรอื
อยู่ในน�้ำ อยู่ท่ีไหนก็ตาม ถ้าสถานที่ไม่ให้ก็จะท�ำวัตรในใจ กายเอาไว้
ประกอบ แตเ่ ราประกอบด้วยใจ ดว้ ยวาจา ดว้ ยความด�ำริ ทำ� วัตรเช้า
104 รู้ เห็น เย็น สงบ

ท�ำวัตรเย็น บางศาสนาอ่ืนเขาก็ท�ำวัตรอยู่ เราเป็นชาวพุทธให้รัก
ตัวเราเอง สงสารตัวเราเอง ดูแลตัวเราเอง ด้วยการท�ำวัตรสวดมนต์
ให้คดิ ทำ� อยูเ่ ร่ือยๆ ให้เรามมี นษุ ย์สมบตั ิพรอ้ ม ถา้ มนั พร่องอยู่ก็ทำ� ให้
มนั เตม็ มนั กจ็ ะไดเ้ ปน็ มนษุ ยอ์ กี ใหร้ กั ษาความดขี องตวั เองใหด้ ๆี ถา้ ทำ�
อย่างนอี้ ยู่ มนั กจ็ ะไม่ไปไหน อย่างตำ�่ กจ็ ะมาเกิดเปน็ มนษุ ย์อยู่ ใหเ้ รา
รกั ษาไว้ เปน็ ทรพั ยส์ มบตั ิ ถา้ เรารกั ษาไวก้ ไ็ มจ่ นหรอก ไมจ่ นเกนิ ขอบเขต
จนเกนิ ตวั ถา้ ขาดอะไร กจ็ ะมีส่งิ นนั้ มาแทนที่ บุญกอ็ ยกู่ ับใจน่นั แหละ
ไมอ่ ยทู่ อ่ี นื่ เรอื่ งทำ� ดไี มช่ อบหรอก ชอบทำ� ชวั่ แทนทจี่ ะไหวพ้ ระสวดมนต์
ก็ไปพูดนินทากัน น�ำความทุกข์มาให้ตัวเอง ศาสนาสอนให้พ้นทุกข์
ให้พ้นคุกพ้นตะราง เขามีแต่ขังคนท่ีท�ำผิด ถ้าเราไม่ท�ำผิด เขาก็ไม่ขัง
ถา้ คนทำ� ผดิ เขากต็ อ้ งขน้ึ โรงขนึ้ ศาล ตดิ คกุ ตดิ ตะราง ผดิ ถกู มอี ยทู่ ต่ี วั เรา
ไม่ไดอ้ ยูท่ ค่ี รบู าอาจารย์ พระพุทธเจ้าทา่ นบอกว่า อนั นีท้ ่านทำ� มาแลว้
ในอดีตชาติ พอทา่ นตรสั รแู้ ลว้ ทา่ นกเ็ หน็ หมด ผใู้ ดทำ� อะไรไว้ แลว้ เกิด
เป็นอะไร ยอ้ นไปในอดตี ว่าท�ำไมทำ� อยา่ งน้ี ทา่ นก็รหู้ มด ก็นำ� มาสอน
มาพูดใหฟ้ ัง พระพุทธศาสดาสร้างบารมีมาไมใ่ ชธ่ รรมดา เกดิ สารพัดท่ี
จะเกดิ เกดิ มากท็ กุ ขอ์ กี ถา้ มาเกดิ กท็ กุ ขห์ มด เปน็ ภพเปน็ ชาตใิ ดกท็ กุ ขห์ มด
เป็นกษัตริย์ก็ทุกข์เหมือนเดิม มีแต่ทุกข์ พระพุทธเจ้าสร้างบารมีมา
ลำ� บากมาก พวกเรามาทำ� ตามทา่ นเฉยๆ ไมย่ ากเทา่ ไหรห่ รอก ทา่ นบอก
ทางไว้ให้แล้ว ท่านบอกไว้หมด บอกอะไร บอกให้ไม่ละเมิดทางกาย
วาจาใจ ให้อยู่ตัวเอง ด�ำริกับตัวเอง อะไรก็ตามที่ท�ำ ให้น�ำมาเป็น
ท่ีอาศัยของใจ ให้อาศัยบุญอาศัยกุศล อยู่ท่ีน่ีหมด ท�ำบุญก็อยู่ที่ใจ

ของเฮา 105

ท�ำมหาสมบัติก็อยู่ท่ีใจ ไม่อยู่ท่ีอ่ืน อยู่ท่ีใจนี่แหละ อาศัยกายกระท�ำ
แตใ่ จดำ� ริ ไมใ่ หค้ ดิ ในทางท่ีผิด ให้คิดในทางท่ีดี มคี วามละอายต่อบาป
เรากท็ ำ� แตค่ วามดี นจ่ี ะเปน็ สมบตั ขิ องเรา ไมห่ ายไปไหน คำ� วา่ หายไมม่ ี
ไม่มีสูญเปล่า ท�ำอะไรก็ได้หมด เหมือนแดด นี่มันสว่าง แดดส่องไป
ทไ่ี หนกม็ ีเงาไปตาม บญุ ก็เหมือนกบั เป็นเงาของใจ เปน็ สมบตั ิของใจ

นเ่ี ราเกดิ มาพรอ้ มทกุ อยา่ ง หกู ไ็ มห่ นวก ตากไ็ มบ่ อด จมกู กไ็ ดก้ ลนิ่
น่สี มบตั ิเรา ถา้ มคี รูบาอาจารย์มาเย่ยี มให้ไดก้ ราบได้ไว้ ให้เราได้ทำ� บญุ
ต่อไปอีก ศีลคืออาภรณ์คือเส้ือผ้า ให้ได้ใส่ได้นุ่งปิดบังที่อวัยวะน่า
ละอาย ให้มีความสุขใจ บุญก็เช่นเดียวกัน คืออาภรณ์ให้เราสร้างเอา
บาปคือคนแกผ้ า้ เหน็ หมด คนที่ไมม่ หี ่มไมม่ ีเสอื้ ผา้ ใส่ ตากแดดก็รอ้ น
ใหเ้ ราสรา้ งเอา ศลี กเ็ หมอื นกนั ผใู้ ดมศี ลี เปน็ เครอื่ งประดบั ไมม่ ผี ใู้ ดปลน้
ไปได้ จไี้ ปได้ ทำ� ลายไมไ่ ด้ เพราะเปน็ สมบตั ขิ องเรา พจิ ารณาเหน็ มนั จะ
มคี วามยนิ ดพี อใจ รน่ื เรงิ บนั เทงิ อยกู่ บั การทำ� ของเรา ยนิ ดพี อใจทจี่ ะทำ�
ให้ทานก็ไม่เสียดาย มีแต่ความอยากให้ เมื่อเราได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว
มสี มบตั พิ รอ้ ม เปน็ ทพิ ยแ์ ลว้ ใหพ้ ากนั ทำ� เพราะชวี ติ ของมนษุ ยม์ นั นอ้ ย
เดย๋ี วกต็ าย แลว้ กม็ าเกดิ อกี พระพทุ ธเจา้ ทา่ นพาทำ� ทำ� ไดแ้ ลว้ กแ็ ลว้ เลย
อยกู่ บั บญุ วาสนาบารมี อยกู่ บั ความเพยี รของเจา้ ของ ทสี่ ดุ ของพระพทุ ธ-
ศาสนา พระพุทธเจ้าท่านสอนว่ามีที่สุดอยู่ ถ้าผู้ใดท�ำตามก็จะไปถึง
ทสี่ ดุ อยู่ ไมส่ ดุ ภพชาตนิ ้ี ภพชาตหิ นา้ กถ็ งึ ทสี่ ดุ ศาสนาอน่ื ของขา้ พเจา้ ไมม่ ี
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะท่พี ่งึ ของใจ ใจมีทพี่ ึ่งกอ็ ยูเ่ ย็น

106 รู้ เหน็ เย็น สงบ

เป็นสุข ไม่กระวนกระวาย ไม่เร่าร้อน ไปก็สักแต่ว่าไป รู้ก็สักแต่ว่ารู้
ไม่ได้หลงไปตาม พอถึงท่ีสุดก็เหมือนครูบาอาจารย์ท่าน ไม่รู้จักว่า
ทา่ นใดเปน็ พระอรหนั ต์ ถา้ ไดท้ ำ� บญุ กบั ครบู าอาจารย์ ทำ� ไปเลย ทำ� บญุ
ครบู าอาจารยท์ า่ นสบื ทอดพระธรรมวนิ ยั ไว้ เราเปน็ ผไู้ ด้ ใหร้ กั ษาตวั เรา
หาสมบัติให้ตัวเรา มีพร้อมทุกอย่าง ยังท�ำไม่ได้อีก รักษาไม่ได้อีก
กายก็มี วาจาก็มี ใจก็มี อาการทง้ั หมดก็พรอ้ มสมบรู ณ์ คนอยากได้ดี
ก็จะดีย่ิงๆ ขึ้นไป สุดท้ายก็ถึงขึ้นไปเรื่อยๆ เราท�ำตามก�ำลังของเรา
ม่นั คงในคำ� สอน อยา่ คลอนแคลน ไม่เปลีย่ นศาสนาไปมา ศาสนาโน่น
ศาสนาน่ี ดีไม่ดีก็อยู่ใต้ไตรลักษณ์หมด คือความไม่เท่ียง เป็นทุกข์
พระพุทธเจ้าก็วางไว้ ไปพิจารณาดู ท่านพระสารีบุตรก็ยังไม่เชื่อเลย
พูดไปท่านก็ยังไม่เชื่อ ต้องไปพิจารณาด้วยตัวเองก่อน ไปพิจารณา
เราเกิดมาใหเ้ ราไดเ้ หน็ ไม่อยากใหแ้ ก่ ไม่อยากให้หัวหงอก มันกไ็ ม่ได้
เป็นไปตามความอยากของใครท้ังสิ้น มีอ�ำนาจวาสนาหรือเป็นใหญ่
มาจากไหนกต็ าม รา่ งกายนไ้ี มเ่ ปน็ ไปตามความอยากของผใู้ ดทง้ั สนิ้
มนั เปลยี่ นไปอยเู่ รอื่ ยๆ ทำ� งานอยตู่ ลอดเวลา ทา้ ยทสี่ ดุ มนั กล็ งอยทู่ ี่
เดมิ นน่ั แหละ ทงิ้ รา่ งไวก้ บั ดนิ ทบั ถมจมดนิ กนั อยนู่ ี่ ภพแลว้ ภพเลา่
ชาติแลว้ ชาตเิ ล่า ก็ท้งิ ไว้ท่ีน่ี ทง้ิ ไวเ้ ปน็ โมฆะหมด แต่ก็จะได้สง่ิ ทีท่ �ำ
ไวค้ ือบญุ กศุ ล อยกู่ ับเจ้าของหมด ไม่ได้อยู่กบั พระ พระนบี่ วชเมอื่ ไหร่
ก็ได้ โกนหัวเป็นพระทนั ที หลวงพเ่ี ลย หลวงพ่อเลย เอาเลย แต่เป็น
พระดีจรงิ ๆ นต่ี ้องบ�ำเพ็ญเอา อยกู่ บั ใจของเจ้าของน่ีแหละ ใครละได้
เป็นหมด เหมอื นนางวิสาขา ทา่ นไม่ไดโ้ กนหัวบวชพระก็เปน็ ได้ เพราะ

ของเฮา 107

ท�ำใจให้เปน็ กศุ ล มสี รณะ ถอื พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ จะใหไ้ ปถือ
ศาสนาอนื่ กไ็ มถ่ อื เพราะคำ� สอนของพระพทุ ธเจา้ ครอบไวท้ ง้ั หมดทง้ั โลก
ท่านไมเ่ อาของทไี่ ม่มีมาสอน เอาของจริงมาสอน ทีอ่ ยกู่ บั ตัวเราทุกคน
พระพทุ ธเจ้าทา่ นตรัสไวท้ ัง้ หมดเลย อยู่กบั เราทุกคนเลยละ่ ความแกก่ ็
อยนู่ ่ี ความเจบ็ กอ็ ยนู่ ่ี ความพลดั พรากกอ็ ย่นู ี่ ความทกุ ขก์ ็อยูน่ ่ี อยกู่ บั
เราทุกคน ทกุ ตัวสัตว์ มาเข้าไปยดึ ไปถือกเ็ ปน็ ทุกข์ เราเป็นทกุ ข์

ใหเ้ ห็นความเปล่ยี นแปลงของโลก มนั เป็นอย่างนนั้ เขา้ มาขา้ งใน
ทใี่ จกเ็ ปน็ อยู่ตลอดเวลา อารมณ์ของใจ เด๋ียวกอ็ ยากไดอ้ นั น้นั เด๋ยี วก็
อยากไดอ้ นั นี้ มนั แสวงหามาเทา่ ไหรก่ ไ็ มพ่ อสกั ที คนไหนเปน็ ทกุ ข์ กผ็ ทู้ ่ี
แสวงหาเป็นทุกข์ คนไหนแสวงหาธรรมมาครองใจ พระพุทธเจ้าท่าน
ตรัสไว้ คนนน้ั กจ็ ะเป็นสขุ มีศลี มีธรรมครองใจ ไม่ไดเ้ สียภาษีอะไรเลย
ไม่ได้อะไรทั้งส้ิน ไม่เสียเงินเสียทอง มีแต่สละออก พระพุทธเจ้าท่าน
สละออกๆ ถือหาบไว้มันหนัก โยนทิ้งมันก็เบา เทท้ิงหมดมันก็เบา
บาดเจ็บ หนีหัวซุกหัวซุน เพราะเข้าไปยึดไปถือว่าท้ังหมดท้ังมวล
เพราะไดใ้ จทด่ี จี งึ มาไดร้ า่ งกายทดี่ ี กเ็ พราะไดย้ นิ ไดฟ้ งั สง่ิ ทด่ี ี นกั ปราชญ์
ครูบาอาจารย์ คือพระศาสดาสัมมาพระพุทธเจ้า เรียนรู้ค�ำสอนของ
ท่านน�ำมาประดับกายวาจาใจเจ้าของให้ได้มีแต่ความสุขความสงบ
ความรม่ เยน็ แกเ่ จา้ ของ ทกุ คนไมว่ า่ ขอทานยาจก ไมเ่ ลอื กชนชนั้ วรรณะ
ใครมธี รรมประดบั ใจจะไมล่ ำ� บาก มแี ตค่ วามสขุ ลว้ นๆ ไมอ่ บั จน ไมเ่ หมอื น
ความโลภ มนั จะมแี ตค่ วามไมพ่ อ หวิ โหยอยนู่ นั่ อยากไดอ้ นั นอี้ นั นน้ั อยู่

108 รู้ เหน็ เย็น สงบ

กิเลสความอยากเป็นอยากน้ัน ความอยากขี่คอคน บังคับบัญชาให้
ไปนั่นไปน่ี คนก็เป็นทุกข์อย่างน้ันล่ะ บ่นว่าเป็นทุกข์ก็เพราะว่าไปท�ำ
ตามความอยาก ถา้ ไมท่ ำ� ตามความอยาก มนั กไ็ มท่ กุ ข์ แตก่ ายมนั กท็ กุ ข์
อยู่ดี กายมันก็ว่ามันไม่ทุกข์นะ ก็เพราะเราอยากให้มันเป็นอย่างหนึ่ง
แต่มนั กต็ ้องเปน็ ไปตามกฎ มคี วามเปลย่ี นแปลงเป็นธรรมดา ไมว่ ่าเรา
จะสร้างสรรค์อะไร มันก็จะเปล่ียนแปลงไปหมด ไม่ว่าอ�ำนาจวาสนา
เงนิ ทอง ซอ้ื ไมไ่ ด้ สดุ ทา้ ยกก็ ลบั ลงสธู่ าตเุ ปน็ ปกตอิ ยา่ งเกา่ ไมม่ ผี ดิ ปกติ
สกั อยา่ ง ไอค้ วามอยากมนั ผดิ ปกติ อยากใหเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั ๆ แตก่ ไ็ มเ่ ปน็
หรอก ใหพ้ จิ ารณาใหม้ นั เหน็ มนั กจ็ ะคลายออกๆ คอื เขาบบี คอเราเอาไว้
ใหม้ ันคลายออกๆ มันก็เบาสบายหายใจโล่ง ถ้าไมค่ ลายออกก็หายใจ
ไมอ่ อก ตายไปเทา่ นน้ั ก็ตอ้ งสกู้ ันอยา่ งน้แี หละกับความอยาก

พยายามฝืนความอยาก ให้สละทิ้งความอยากซะ อยากมีอยาก
เป็นสุดท้ายก็ต้องสละท้ิงหมด เพราะมันเป็นทุกข์ ไปท�ำเอา อยู่กับ
เจา้ ของ ไมไ่ ดอ้ ยทู่ ป่ี าก มนั อยใู่ นใจ วตั รกอ็ ยใู่ นใจ ขอ้ วตั รปฏบิ ตั ิ ตอนเชา้
ก็ไหว้พระ ตอนเย็นก็ไหว้พระ สวดมนต์ท่องบ่นสาธยาย ท�ำบุญก็อยู่
ทีใ่ จตวั เราน่แี หละ เอาแลว้ นะ

•••

ของเฮา 109

“พระพุทธเจ้าพระพุทธองค์ก็เลยสอนให้ว่าให้รู้เห็นตาม
ความเปน็ จรงิ คอื สักแตว่ า่ รู้ สกั แตว่ า่ เสยี ง สักแต่วา่ สมั ผัส
นน่ั คือทางเดินแหง่ มรรค”

พระอาจารยแ์ ดง (พระบ�ำเพ็ญ รตินธฺ โร)

110 รู้ เหน็ เย็น สงบ

ทางเดนิ แหง่ มรรค

วันอาสาฬหบชู า วันท่ี 8 กรกฎาคม 2560
ณ วัดปา่ บา้ นค้อ จังหวัดอดุ รธานี

แต่ก่อน คณะ ท.อ. ๐๑ ใชไ่ หม (ใชค่ รบั ) ยงั จำ� ได้อยู่ ตวั เองรว่ ม
สร้างวดั สร้างวามาดว้ ยกันตงั้ แตป่ ี ๒๕๒๘ พนี่ ้องชาว ท.อ. ๐๑ มาชว่ ย
สรา้ งตง้ั แตศ่ าลาหลงั นยี้ งั เปน็ หลายๆ คณะเทปนู ไมไ่ ดใ้ ช้ มศี าลาหญา้
คาอยทู่ น่ี ่ี มาอยเู่ มอื่ ๒๕๒๘ อยนู่ ี่ ๖ พรรษา ไดพ้ อ่ แมค่ รบู าอาจารยท์ ลู
ขปิ ปฺ ปญโฺ  หลายทา่ นหลายองค์คนเกา่ ๆ คงผมจำ� ได้ พาน�ำพาสรา้ ง
กแ็ สดงความยนิ ดดี ว้ ยทยี่ งั เกาะกลมุ่ กนั แนน่ มบี รรพชนรว่ มสรา้ งไวแ้ ลว้
ก็เดินตาม แต่ก่อนได้ยินแต่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทูลท่านว่า ท่านเห็น
ญาติโยมเยอะๆ ท่านมคี วามภูมิใจ ปติ ิ เหมอื นท�ำให้ท่านได้มีความสุข
ท่านบอกว่าเหมือนศาสนาจะเจริญไปข้างหน้า เรายังเป็นเด็กๆ
พรรษา ๑ พรรษา ๒ เรากฟ็ ังเฉยๆ ฟังไปกด็ ูแลจติ ใจตัวเองไป ไม่ไดค้ ิด
อะไรมาก ฟงั เฉยๆ อะ่ คอื ต้ังใจฟัง ไม่ได้วติ กวจิ ารณ์ พออายมุ ากข้นึ
พอมาเหน็ ญาตโิ ยมมาวดั เยอะๆ ทำ� บญุ ใสบ่ าตร รกั ษาศลี กม็ คี วามปลมื้

ทางเดินแห่งมรรค 111

ปิตยิ นิ ดีทพี่ น่ี อ้ งรจู้ กั รักษาตวั เอง ดึงตัวเอง ยังสืบทอดเจตนารมณ์ของ
บรรพชนของเราไว้ เกิดเป็นมนุษย์น่ียาก เมื่อได้เป็นแล้วก็ไม่ประมาท
ยงั ดูแลรักษาตวั เองใหอ้ ยใู่ นศีล ในธรรม ในทาน ยากนักยากหนาทจ่ี ะ
ไดเ้ กดิ เจอพระพทุ ธศาสนา พอมาเจอแลว้ กไ็ มป่ ลอ่ ยตวั เองทง้ิ ๆ ขวา้ งๆ
ยงั มกี ารให้ทาน มกี ารรกั ษาศลี การภาวนา เปน็ คนรกั ตัวเอง มอี ะหัง
สุขิโต โหมิ น่ีคือคนรักตัวเอง ไม่พาตัวเองไปที่ตำ�่ เห็นคุณตาคุณโยม
ยงั จำ� ไดอ้ ยู่ อายมุ ากๆ แลว้ น่ี จรงิ ๆ แลว้ ธรรมทที่ า่ นสอนไว้ ครบู าอาจารย์
ทา่ นสอนไว้ วนั นท้ี ำ� หนา้ ทแี่ ทนทา่ นอาจารยเ์ จา้ อาวาส ทา่ นอาจารยไ์ ชยา
อภิชโย พระครูปิยสีลาจารย์ ท่านเป็นเจ้าคณะอ�ำเภอและก็เป็น
ผปู้ กครองวดั แหง่ นแี้ ทนทา่ นพระอาจารยท์ ลู ขปิ ปฺ ปญโฺ  แตท่ า่ นตดิ กจิ
นมิ นตท์ างศาสนกจิ อยทู่ ก่ี รงุ เทพ กเ็ ลยทา่ นกย็ งั ไมไ่ ดม้ า พรงุ่ นท้ี า่ นจะมา
จริงๆ แล้วธรรมะก็อยู่กับเราทุกคนนั่นแหละ ไม่ว่าพระ ไม่ว่าเณร
เถร ชี ทุกตวั สตั ว์ ทุกรปู ทุกนาม แต่วา่ ท�ำยงั ไงจะให้ธรรมะนน้ั ปรากฏ
ที่ใจให้เป็นอริยธรรม ท�ำทรัพย์ให้เป็นอริยทรัพย์นี่พี่น้องท�ำแล้ว
เป็นผู้ฉลาด ผู้ฝากในธนาคารบุญ ทานก็อยู่กับเรา ศีลก็อยู่กับเรา
ภาวนาก็อยูก่ ับเรา ท�ำใหเ้ ป็นอรยิ ะ แตจ่ ะเปน็ ได้กต็ ้องอาศยั บญุ บารมี
มที านบารมี ศีลบารมี เราก็อธิษฐานไปแล้ว ศลี บารมีก็เป็นศลี อยู่ทน่ี นั่
เปน็ ในปจั จบุ นั จากนไี้ ปกไ็ มไ่ ดป้ ลอ่ ยทง้ิ ๆ ขวา้ งๆ คอื สำ� รวมระวงั ศลี จะ
เกดิ ขนึ้ เพราะอาศยั การส�ำรวมระวงั รักษาตา หู จมูก ลน้ิ กาย ใจ ให้มี
ความปกติ ตาเหน็ รปู กใ็ หเ้ กดิ ความปกติ คอื เปน็ หนา้ ทขี่ องตา จะใชแ้ ทนหู
112 รู้ เหน็ เยน็ สงบ

ก็ไม่ได้ หน้าท่ีของหูจะไปแย่งตาท�ำงานก็ไม่ได้ เพราะหูคู่กับเสียง
รับทุกเสียง รับทุกอย่าง เสียงนก เสียงหนู เสียงอะไร รับมาหมด
เสียงไม่ได้รบกวนเรา และเสียงก็ไม่มีความหมายในเสียง แต่เราก็ให้
ความหมายในเสียง เราก็เลยเป็นทุกข์เพราะเสียง พระพุทธเจ้า
พระพุทธองค์ก็เลยสอนให้ว่าให้รู้เห็นตามความเป็นจริง คือสักแต่ว่ารู้
สกั แตว่ า่ เสยี ง สกั แตว่ า่ สัมผัส น่ันคอื ทางเดินแห่งมรรค คือสมั มาทฏิ ฐิ
เหน็ ชอบ เหน็ ชอบวา่ อนั นเ้ี ปน็ ทางแหง่ สขุ ทพ่ี นี่ อ้ งทำ� กนั อยนู่ คี่ อื ทางแหง่ สขุ
คอื ทานไมห่ ายไปไหน ไมล่ ม่ สลาย ธนาคารโลกลม่ สลาย ชวี ติ แตกดบั
แตว่ า่ บญุ กศุ ลนไ่ี มแ่ ตกไมด่ บั ตดิ ตามใจไปทกุ ภพทกุ ชาติถา้ ยงั ไมส่ น้ิ ชาติ
ขาดภพกเ็ ปน็ อาหารของใจเปน็ เรอื นของใจ จะไดอ้ าศยั บญุ กศุ ล เกดิ มา
รปู รา่ งหนา้ ตาดี ผวิ พรรณดี เพราะอาศยั รกั ษาศลี มพี รอ้ มทกุ อยา่ งเพราะ
สละทาน มีความฉลาดกเ็ พราะภาวนา ภาวนาก็คือภาวะ-นา คือทำ� ให้
เกดิ ใหม้ ี ใหเ้ ปน็ ในใจ ไมใ่ หไ้ ปเกดิ กระทบกระเทอื นกบั ผอู้ นื่ ปากกไ็ มใ่ ห้
ไปเปน็ คลงั อาวธุ คอยทจ่ี ะแทงอนั นน้ั แทงอนั น้ี ทจ่ี รงิ โลกเปน็ อยอู่ ยา่ งน้ี
เราไมถ่ อื เอา ใหเ้ ขา้ ใจตามความเปน็ จรงิ ของโลก รปู มหี นา้ ทเี่ ปน็ อยา่ งนี้
เสยี งมหี นา้ ทเ่ี ปน็ อยา่ งน้ี เขามหี นา้ ทอี่ ยู่ แตเ่ ราไปแยง่ ไปยดึ เอาวา่ อนั นนั้
เป็นของเรา อันนี้เป็นของเรา ตาเราเห็น หูเราได้ยิน เราไม่ชอบใจ
เราชอบใจ ชอบแต่รปู ท่สี วยๆ งามๆ กเ็ ลยอยากจะสร้างสวยๆ งามๆ
เมอื่ มคี วามอยาก เขาเรยี กวา่ ตณั หา มคี วามอยาก อยากสวยอยากงาม
แตค่ วามสวยงามกม็ ที กุ ขอ์ ยใู่ นทนี่ น้ั ดว้ ย ถา้ มเี กดิ กเ็ ปน็ ทกุ ข์ พระพทุ ธเจา้

ทางเดนิ แห่งมรรค 113

บอกวา่ ความเกดิ เปน็ ทกุ ข์ เมอ่ื เกดิ มาแลว้ กจ็ ะหา้ มไมใ่ หแ้ กก่ ไ็ มไ่ ด้ อนั น้ี
ใหร้ เู้ หน็ ตามเปน็ จรงิ ของแตล่ ะคนๆ แตล่ ะทา่ นละคน ฟงั มาเยอะแตข่ าด
การประพฤตปิ ฏบิ ตั มิ นั กไ็ มเ่ ปน็ ไมไ่ ป ไมส่ ำ� รวมระวงั ทำ� มากๆ ทำ� ใหม้ าก
เจรญิ ใหม้ าก เจรญิ ยงั ไงกเ็ สอ่ื ม แตค่ วามดไี มเ่ สอ่ื ม ทำ� เทา่ ไหรไ่ ดเ้ ทา่ นน้ั

ยินดีมาก เห็นพ่ีน้องมาเต็มศาลา แต่ก่อนมีคนฟังเมื่อ ๓๒ ปี
ย้อนหลัง เขาว่าหลวงพ่อทูลท�ำไมสร้าง ท่านอาจารย์ทูลท�ำไมสร้าง
ศาลาใหญ่อย่างนั้น ไม่ใช่พระกรรมฐานท�ำไมไปท�ำอะไรอย่างนั้น
นว่ี า่ กนั นะ และแลว้ ศาลากแ็ คบไป กไ็ มค่ ดิ หรอกวา่ ศาลาจะมคี นมาเยอะ
แตก่ ย็ นิ ดที พ่ี นี่ อ้ งยงั รกั ษาผลทานใหท้ ำ� ศาลานใี้ หเ้ ตม็ อยา่ งเกา่ เตม็ ดว้ ย
บุญด้วยกศุ ล ไม่ทำ� ให้วา่ ง ไมเ่ สยี แรงทที่ ่านด�ำริท่านบริจาคมา ได้บญุ
ได้กุศล หลายคนได้น่ังเพราะเรามีส่วนสร้าง ท่ีเราได้นั่งก็เพราะมีก้น
ที่ได้มาเป็นคนก็เพราะพ่อแม่ให้มาและเพราะบุญกุศลที่เราสร้างมา
ฉะน้ัน จงรักษาไว้ให้ดี อย่าไปท�ำให้มันช�ำรุดทรุดโทรมก่อนวัยอันควร
อนึ่ง กรรมคือการกระท�ำในปัจจบุ ัน อนง่ึ กรรมในอดีต อันน้ยี าก ถ้ายัง
มีภพมีชาตอิ ยู่ หมดชาตขิ าดภพแลว้ กย็ งั ตามอยู่ กรรมในปจั จุบันก็คอื
ไปท�ำให้ตัวเองเป็น อุบัติเหตุอย่างนั้นเราก็ไม่อยากจะเป็น แต่ถ้าเดิน
ทางบอ่ ยๆ มันกเ็ ปน็ ธรรมดา การเกดิ ก็เหมอื นกัน ถา้ เกิดบอ่ ยๆ กเ็ ป็น
ธรรมดา มันก็ต้องทกุ ข์ พระพทุ ธเจ้าก็เลยตรสั ไว้ใหย้ ่นระยะทางเขา้ มา
คือให้ลดสักกายทิฏฐิลดบ้าง ความสงสัยลังเลในธรรมค�ำสอนของ
พระพุทธเจ้า ทจ่ี ะไม่ต้องสงสยั ไดก้ ต็ ้องเจรญิ มรรคมอี งคแ์ ปด อันไหน

114 รู้ เห็น เย็น สงบ

เป็นของเรา อนั ไหนไมใ่ ช่ของเรา มสี ามภี รรยา ภรรยากข็ องเรา ใหร้ ู้จัก
คขู่ องตวั เอง ไมไ่ ปหลายคู่ มากคหู่ ลายคน เพอ่ื นทกุ ขย์ งั ไงเรากท็ กุ ขอ์ ยา่ ง
นน้ั แหละ แม่บา้ นทกุ ขพ์ ่อบา้ นก็ทกุ ข์ ดังน้นั สิง่ ไหนท่มี นั ท�ำให้บอบชำ�้
จิตใจกันก็อย่าไปท�ำ ให้คิดซะก่อน คิดว่าทุกท่านทุกคนรู้แล้วแหละ
แต่กิเลสมันมักไม่ให้ท�ำ มักจะฝืนอยู่เร่ือย ฉะน้ัน ผู้มีความเพียรก็คือ
ผู้ฝืน ไม่ท�ำในสิ่งท่ีครอบครัวจะเดือดร้อน ครอบครัวเดือดร้อนเราก็
เดือดร้อนไปด้วย ในวงกว้างก็ประเทศชาติก็เดือดร้อนไปด้วย เพราะ
มันเกิดจากชาติคือการเกิด กว้างออกไปอีกก็เกิดเป็นประเทศ เป็นรัฐ
เปน็ ทวปี สมมตกิ นั ไป สรปุ ลงแลว้ กม็ แี ตร่ ปู กบั นามนน่ั แหละทผี่ ดิ กบั ถกู
ผู้ปฏิบัติท่านถึงรากถึงธรรม ท่านก็ละผิดละถูกท้ังหมด เหลือแต่ความ
ว่างเปล่า แต่ว่าอย่าไปยึดอย่าไปถือ นั่นคือค�ำสอนท่ีสุด ค�ำสอนของ
พระพุทธเจ้าอยู่ตรงนั้น และก็อยู่กับเราทุกคน อยู่ที่ความเพียร อยู่ท่ี
บญุ วาสนาบารมี ฉะนน้ั จงอบรมบม่ ไปเรอื่ ยๆ เจรญิ มรรคใหม้ ากๆ นะ
ฝากไว้แค่นี้ บ้านค้อก็มีของฝากแค่น้ีแหละ ฝากมากเดี๋ยวจะหนัก
ขอบใจมาก สาธุอนโุ มทนาดว้ ย (สาธุ) จากน้ไี ปก็ไปท�ำเวียนเทยี นเหรอ
(ครบั ) รับพร

•••

ทางเดินแห่งมรรค 115

พระอาจารยแ์ ดง รตนิ ธฺ โร

116 รู้ เห็น เยน็ สงบ

“คตธิ รรม”

ท่านพระอาจารยแ์ ดง รตินธฺ โร

• อย่าไปลังเลสงสัย ให้มีสติต่อเนื่อง พิจารณาให้ต่อเนื่อง ๒๔
ช่ัวโมง ครูบาอาจารย์ท่านก็บรรลุธรรมกันบนทางเดินจงกรมมากมาย
ไมใ่ ชต่ อ้ งนั่งสมาธอิ ยา่ งเดยี ว

• อปั ปนาสมาธิ มนั กม็ อี ยคู่ โู่ ลกนม้ี านานแลว้ ฤาษโี ยคเี ขากท็ ำ� ได้
• เร่ืองสัมมาสมาธิ ท่านก็ไม่ได้บอกว่าสัมมาอัปปนาสมาธิ
พระพุทธเจา้ ทา่ นสอนใหเ้ อามรรค
• ไม่จ�ำเป็นต้องได้อัปปนาสมาธิก่อน ให้มีสมาธิแบบต้ังใจมั่น
แลว้ พจิ ารณากายใหต้ อ่ เนอ่ื ง อยา่ ไปลงั เลสงสยั ทำ� ใหม้ ากเขา้ ไว้ แลว้ มนั
จะเป็นเอง

คตธิ รรมทา่ นพระอาจารยแ์ ดง รตนิ ธฺ โร 117

• การพจิ ารณา ใหท้ ำ� อย่างนุ่มนวล อยา่ กระโชกโฮกฮาก ท�ำให้
ช้าๆ ชัดๆ เหมือนกบั จบั สัตวต์ ัวเลก็ ๆ ตอ้ งทำ� เบาๆ

• การพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง ไม่ต้องไปตู่ว่ามันเป็น
อะไร หรือไปคาดไปหมายว่ามันเป็นอะไร เม่ือถึงเวลาแล้ว มันก็จะ
“เห็น” ตามความเปน็ จริงเอง

•••

118 รู้ เห็น เย็น สงบ

“ถ้าเราพิจารณาไปแล้วมันไม่ขาด ท�ำความสงบเสริมเข้าไป
เสริมความสงบเข้าไป สมาธินน่ั แหละ พกั จิต จิตจะมีก�ำลัง
พอมองเหน็ เทา่ นน้ั แหละ ไตรลกั ษณเ์ ราวางไวแ้ ลว้ นิ มนั ขาด
ออกไปเลย ไม่ต้องพิจารณา พอมองเห็นปั๊บ อ๋อ มันอยู่
ดว้ ยกนั เราเองเปน็ คนผดิ นิ หายสงสยั ไมต่ อ้ งไปพจิ ารณาอกี ”

พระอาจารยแ์ ดง (พระบ�ำเพ็ญ รตินฺธโร)

คตธิ รรมทา่ นพระอาจารยแ์ ดง รตนิ ธฺ โร 119

ท่านผู้สนใจในธรรมะของท่านพระอาจารย์แดง รตินฺธโร สามารถ
ดาวน์โหลดไฟลเ์ สียงพระธรรมเทศนาได้ตามลิงค์ดังตอ่ ไปน้ี
๑. “เสน้ ผมบังภเู ขา” แสดงธรรม ณ วัดป่าบา้ นค้อ วนั ท่ี ๒๓ มกราคม ๒๕๔๗
by watpabankoh on #SoundCloud https://soundcloud.com/watpabankoh/
23-2547a
๒. “รู้ เหน็ เยน็ สงบ” แสดงธรรม ณ วดั ปา่ บา้ นคอ้ วนั ที่ ๗ ธนั วาคม ๒๕๕๑ by
watpabankoh on #SoundCloud https://soundcloud.com/watpabankoh/7-2551a
๓. “ธนาคารใจ” แสดงธรรม ณ วัดปา่ บา้ นคอ้ วนั ท่ี ๓๐ ธนั วาคม ๒๕๕๑ by
watpabankoh on #SoundCloud https://soundcloud.com/watpabankoh/30-2551
๔. “แผนท่ีทางเดินของใจ” แสดงธรรม ณ วัดปา่ บา้ นค้อ วันที่ ๒๒ มกราคม
๒๕๕๒ by watpabankoh on #SoundCloud https://soundcloud.com/watpa-
bankoh/22-2552
๕. “ตำ� รา ตำ� ใจ” แสดงธรรม ณ วดั ปา่ บา้ นคอ้ วนั ท่ี ๔ เมษายน ๒๕๔๗ by watpa-
bankoh on #SoundCloud https://soundcloud.com/watpabankoh/4fvyreofvxbv
๖. “ธรรมะจากใจ” แสดงธรรม ณ วัดปา่ บ้านค้อ วนั ท่ี ๓ มกราคม ๒๕๕๘
by watpabankoh on #SoundCloud https://soundcloud.com/watpabankoh/
yda6w1mqjqrx
๗. “ของเฮา” แสดงธรรม ณ วัดป่าบ้านค้อ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๘
by watpabankoh on #SoundCloud https://soundcloud.com/watpabankoh/
bt3ztxcvvy0a
๘. “ทางเดินแห่งมรรค พระธรรมเทศนา วันอาสาฬหบูชา” แสดงธรรม ณ
วัดป่าบ้านค้อ วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ by watpabankoh on #SoundCloud
https://soundcloud.com/kiat-4/8-2560a

•••

120 รู้ เหน็ เยน็ สงบ


Click to View FlipBook Version