The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลวงปู่ทองคำ กาญฺจนวณฺโณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2024-05-15 21:59:27

ชีวประวัติ หลวงปู่ทองคำ

หลวงปู่ทองคำ กาญฺจนวณฺโณ

๑๕๐ เรื่องที่ ๑๑ ไอน้ำเดือดลวกมือ ครั้งหนึ่งองคหลวงปูโดนน้ำเดือดจากหมอน้ำเครื่องปนไฟลวกมือ ทั้งมือขององคทานเปนแผลพุพองบวมโตเปนอยางมาก แตละนิ้วบวมเปง ขนาดเทาขวดยาชูกำลัง นิ้วมือขององคทานเบียดเสียดติดกัน สีแดง อมมวง อมดำ อมขาว นากลัวมาก บรรดาศิษยทั้งพระและฆราวาสเห็นแลวตางตกใจ ขอนิมนตองคทานไปหาหมอรักษา องคทานไมสนใจ เมื่อไปคะยั้นคะยอ องคทานมากเขา องคทานกลับเอ็ดเอาในทำนองวา แผลเล็กนอยแคนี้นะหรือ ตองไปหาหมอ องคทานวา “มันเปนกรรม สมัยยังเปนฆราวาส เฮาเคย เอาเทากบเปนๆ ลวกน้ำรอน เพื่อทำเปนอาหาร” เมื่อลูกศิษยเห็นวาหมดหนทางที่จะนิมนตองคทานไปหาหมอได จึงพูดกับองคทานวา “มือหลวงปูเปนหนักขนาดนี้ ตอนกลางคืนคงจะเจ็บ มือมาก จนนอนไมหลับแนๆ ครับ” องคหลวงปูหัวเราะเบาๆ แลวตอบ วา “กลางคืนก็แยกกันนอน มือนอนตรงนั้น เฮานอนตรงนี้” องคหลวงปู ทานเอายาพื้นบานและวานหางจระเขมาใชทารักษาไปจนมือขององคทาน หายเปนปกติในที่สุด เรื่องที่ ๑๒ รูสึกปวดตะหงิดๆ ในคราวป พ.ศ. ๒๕๕๑ องคทานมีแผลในลำไสเล็กใกลๆ กับ กระเพาะอาหารจำนวนมาก จนขับถายเปนเลือด ดูภาพจากกลองที่สอด เขาไปถายเห็นภาพชัดเจน คุณหมอผูรักษาบอกวา แผลใหญและลึกมาก หากเปนคนทั่วไป คงไมเพียงแครองโอดโอยเทานั้น แตคงจะถึงขนาดลงไป นอนดิ้นทุรนทุรายอยางแนนอน แตสำหรับองคหลวงปูแลว องคทานวา “รูสึกปวดตะหงิดๆ”


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๕๑ สวนในป พ.ศ. ๒๕๕๔ เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ๕ จุด จนองคทาน ขับถายเปนเลือดเชนกัน การอาพาธทั้งสองครั้งนี้ หมอสันนิษฐานวาเกิดจาก การรับยาแกปวด ยาคลายกลามเนื้อเกินขนาด โดยปกติเมื่อเวลามีอาพาธ องคทานมักจะหาหยูกยามาฉันเอง ยาบางประเภทนั้นตองรับประทานหลัง อาหารทันที แตดวยองคทานฉันมื้อเดียว จึงเกิดผลลบขางเคียงอยางรุนแรง กับองคทาน เรื่องที่ ๑๓ ไสติ่งเกือบแตก เชาวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ขณะรอถวายภัตตาหารองคทาน ที่บานสวนเอก ลำลูกกา มีศิษยขององคหลวงปูคนหนึ่งมาแจงวาองคทาน มีอาการปวดทอง ครูหนึ่งองคทานก็เดินมาถึงศาลาฉันดวยทาทีเรียบเฉย องคทานวาเมื่อคืนองคทานรูสึกปวดเสียวไปทั่วทอง ตื่นมาตอนเชารูสึก เสียวๆ เฉพาะบริเวณทองนอยดานขวา องคทานสงสัยวาจะเกี่ยวกับไสติ่ง คณะศิษยจึงลงความเห็นกันวาไมนาจะใชไสติ่งอักเสบ ใครๆ ก็รูกันวาไสติ่ง อักเสบนั้นเจ็บปวดสาหัสากรรจขนาดไหน หากใครเปน คงไมสามารถมายืน ยิ้มพูดคุยอยูอยางนี้ได วันนั้นองคทานฉันไปเพียงเล็กนอยก็หยุดฉัน ลูกศิษยจึงเขาไป สอบถามอาการ องคทานตอบวา ยังไมดีขึ้น ฉันไมลง เลยลองนิมนตองคทาน ไปโรงพยาบาล องคทานวา “ไปรื้อ เอา...ไปก็ไป ลองดู” ลูกศิษยที่รูจักปฏิปทา ขององคทานตางก็เริ่มวิตกกังวล เพราะถาองคทานยอมไปโรงพยาบาล ตองไมใชอาการเล็กนอยแนนอน เมื่อถึงโรงพยาบาล หมอตรวจวินิจฉัยเบื้องตนวา องคทานอาจเปน ไสติ่งอักเสบ แตหมอก็คงยังไมแนใจ เพราะดูอาการแลว องคทานดูเฉยมาก


๑๕๒ เหมือนไมมีอาการเจ็บปวดทุรนทุรายแตอยางใด ที่สำคัญ องคทานไมมีอาการ ประกอบอื่นของไสติ่งอักเสบ คือองคทานไมมีอาการคลื่นไสอาเจียนเลย ปรากฏวาเมื่อผลตรวจอยางละเอียดออกมาแลว ยืนยันแนชัดวา องคทานเปนไสติ่งอักเสบ หมอตองทำการผาตัดโดยดวน หมอบอกวา ไสติ่งขององคทานบวมใหญมาก ใกลจะแตกเต็มที หากชากวานี้เล็กนอย คงแตกแน โชคดีมากที่มาโรงพยาบาลทันเวลา หมอจำเปนตองเปดแผล หนาทองยาวถึง ๑๗ เซนติเมตร ใชเวลาในการผาตัดประมาณ ๒ ชั่วโมง ทันทีที่องคทานมาถึงหองพักคนไข องคทานก็ลุกนั่งตัวตรงบนเตียงผูปวย จนพยาบาลตกใจ แลวองคทานก็เริ่มพูดคุยดวยน้ำเสียงปกติ ถามเกี่ยวกับ เรื่อง “วันออกจากโรงพยาบาล” ทันที คณะศิษยตางยิ้มใหกัน ตางคิดในใจ วาองคทานคงไมประสงคจะนอนอยูโรงพยาบาลนานแนนอน เรื่องที่ ๑๔ ทานรูจักธาตุขันธของทานดี มีเรื่องชวนอัศจรรยใจแกบรรดาศิษยขององคทานอีกเรื่องหนึ่ง ในการ จัดงานมุทิตาจิตที่วัดวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ มีคณะศิษยจากกรุงเทพฯ กลุมหนึ่ง ซึ่งในนั้นมีอดีตพยาบาล ไดสังเกตเห็นรูปขององคทานที่พิมพไว บนไวนิลผืนใหญ พบวามีสิ่งผิดสังเกตบนใบหนาขององคทาน คือมุมปาก ขององคทานทั้งสองขางไมเทากัน จึงพากันไปกราบองคทาน เพื่อดูใหเห็น กับตาวาองคทานมีอาการผิดปกติหรือไม ซึ่งก็เปนไปตามที่กังวลกัน ริมฝปาก ขององคทานมีอาการผิดปกติ มุมสองขางไมเทากันอยางชัดเจน สอบถามจึง ทราบวาองคทานมีปญหาเวลาดื่มน้ำ จะมีน้ำไหลออกมาที่มุมปากขางหนึ่ง ศิษยทุกคนตางลงความเห็นวา นี่อาจจะเปนอาการเริ่มแรกของอัมพฤกษ อัมพาต ดวยเหตุวาโดยปกติองคทานมีปญหาไขมันในเลือดและความดัน


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๕๓ โลหิตสูงอยูแลว จึงขอนิมนตองคทานเขาตรวจที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพฯ ทันที องคทานปฏิเสธแลวบอกวาไมเปนอะไรมาก เลยขอตอรองกับ องคทานวา เมื่อเสร็จงานบุญแลว นิมนตใหองคทานเขากรุงเทพฯ เพื่อตรวจ อาการทันที องคทานยังคงปฏิเสธอยางหนักแนนอีกเชนเคย บรรดาศิษยในที่นั้นยังไมละความพยายาม ตางคิดหาหนทางจะนิมนต องคทานไปโรงพยาบาลเพื่อพบหมอใหได พอดีมีลูกศิษยองคทานซึ่งเปน หมอผูอำนวยการโรงพยาบาลเซกา มาถึงที่งานพอดี บรรดาศิษยที่นั้นตาง ดีใจและเขาไปเลาอาการขององคทานใหฟงและหารือกัน คุณหมอก็รอนใจ เลยพรอมหนาพรอมตากันไปกราบองคทานอีกครั้ง ทันทีที่องคทานเห็นคณะศิษย โดยมีคุณหมอนำหนามาถึง ยังไมทันที่ ใครจะพูดอะไร องคทานก็พูดดวยน้ำเสียงคลายๆ จะดุ แตก็แฝงดวยอารมณ ขันวา “เลนไมนี้กันเลยหรือ จะเอาหมอมาบังคับอาตมาไปโรงพยาบาล” ลูกศิษยตางพากันหลบสายตาองคทาน นั่งเงียบสนิท ปลอยใหคุณหมอตัวจริง เปนผูรับผิดชอบในการเจรจากับองคทานแตเพียงผูเดียว เมื่อคุณหมอเห็น อาการขององคทานแลว ก็เกิดความวิตกกังวล พยายามชี้แจงใหองคทาน ทราบวา นี่อาจเปนสัญญาณที่อันตรายมาก ไมควรนิ่งนอนใจ ควรไปตรวจ กับแพทยทันทีเมื่อเสร็จงาน คำตอบขององคทานยังเหมือนเดิม “ไมไป” เมื่อเซาซี้องคทานอีก องคทานเลยตัดบทวา ไวรวบยอดไปตรวจตอนมีนัด หมอในตอนสิ้นเดือนก็แลวกัน เลยไดพากันลาถอยออกมาอีกคำรบหนึ่ง แตศิษยหัวดื้อยังมีรอบที่ ๓ คิดวาคราวนี้ตองพึ่งพระเสียแลว เผื่อองค ทานอาจจะยอม เลยพากันไปกราบเรียนพระอาจารยที่อาวุโสมากที่สุดใน ขณะนั้น เมื่อทานไดรับฟงเรื่องราวความกังวลใจของบรรดาศิษยขององค หลวงปูแลว ทานก็ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกคนและบอกวา “ทุกทาน


๑๕๔ เขาไปเห็นของจริง เขาไปเห็นธรรมชาติ รูธรรมชาติ มันเปนอยางนี้หนอธรรมชาติ ธรรมชาติของจริงมันเปนอยางนี้ “ก็เทานั้นเอง” หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๕๕ ไดทำหนาที่ของศิษยที่ดีกันแลว แตขออยาไดพากันวิตกวิจารณกันไป เกินกวาเหตุเลย หลวงปูทานรูจักธาตุขันธของทานเปนอยางดี เอาตาม ที่ทานวาเถิด” เรื่องนิมนตองคทานไปโรงพยาบาล หลังเสร็จงานก็เลยเปน อันยุติไปแตเพียงเทานั้น เมื่อถึงคราวนัดพบคุณหมอที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ในวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เมื่อคุณหมอไดตรวจอยางละเอียดแลวก็พบวา องคทานเปน “กลามเนื้อออนแรง” หรือ “Bell’s Palsy” เสนประสาทคูที่ ๗ อักเสบ ไมไดจะเปนอัมพฤกษ อัมพาต ตามที่วิตกวิจารณกันไปแตอยางใด คนที่เปนโรคนี้ หากไดรับยากลุมสเตียรอยดจะดีขึ้นภายใน ๑๐ วัน แตในกรณี ขององคหลวงปู อาการขององคทานดีขึ้นเองโดยไมตองรับยาสเตียรอยด เรื่องนี้เปนที่อัศจรรยใจของศิษยขององคทานเปนอยางมาก ตางรูสึกศรัทธา เลื่อมใสในภูมิรูภูมิธรรมขององคทาน เรื่องที่ ๑๕ ไมใหกลับ มีพระอาจารยลูกศิษยขององคหลวงปูรูปหนึ่ง ทานเพิ่งเริ่มสรางวัดใหม ไดไมนาน พอดีมีฆราวาสลูกศิษยขององคหลวงปูมากราบเยี่ยมทานที่วัด แลวจะเดินทางตอไปที่วัดถ้ำบูชา จึงกราบนิมนตทานไปกราบเยี่ยมองค หลวงปูดวยกัน ทานจึงไดเดินทางไปวัดถ้ำบูชาเพื่อกราบคารวะองคหลวงปู เนื่องจากไมไดมีโอกาสกลับมาหาองคหลวงปูนานแลว เมื่อไปถึง องคหลวงปูสอบถามถึงความเปนอยูของพระอาจารย ทราบเรื่องวาทานกำลังสรางวัดใหม เมื่อพระอาจารยเขาที่พักแลว องคหลวงปู ก็เรียกลูกศิษยที่พาพระมาเพื่อสอบถาม


๑๕๖ องคหลวงปู: วัดที่พระอาจารยทานสรางใหมเปนไง สถานที่ดีไหม ลูกศิษย: ดีอยูครับหลวงปู เปนปาชุมชนติดกับหมูบานครับ องคหลวงปู: สูที่ภูวัวไดบ ลูกศิษย: สูไมไดเลยครับหลวงปู ภูวัวดีกวาเยอะเลยครับ องคหลวงปู: อาหารการกินดีอยูบ ลูกศิษย: ดีอยูครับ ชาวบานดูแลพระอาจารยดีมากครับ องคหลวงปู: อาหารสูที่ภูวัวไดบ ลูกศิษย: โอย สูไมไดเลย ที่ภูวัวอาหารดีกวาเยอะครับ ถามเสร็จแลวองคทานก็ไมไดวาอะไรตอ เมื่อถึงเวลาจะเดินทางกลับ พระอาจารยจึงเขาไปกราบลาองคหลวงปู แตองคหลวงปูไมอนุญาตใหทานกลับ โดยบอกวา “ไมใหกลับ คนที่พามา เขาบอกวา สถานที่สูที่ภูวัวไมได อาหารก็สูไมได ไมใหกลับ!” ผานไปประมาณ ๒ สัปดาห ชาวบานที่วัดสรางใหมไดเดินทางมาที่วัด ถ้ำบูชา เพื่อรับพระอาจารยกลับไปที่วัดของตน เมื่อมาถึงก็กราบเรียนองค หลวงปู แจงความประสงควาจะขอรับพระอาจารยกลับ องคหลวงปูก็พูด เสียงดังวา “ไมใหกลับ คนที่พามาเขาบอกวา สถานที่สูที่ภูวัวไมได อาหารก็ สูไมได ไมใหกลับ!” ชาวบานเลยตองกลับบานมือเปลาไปดวยความผิดหวัง ผานไปอีก ๒ สัปดาห ชาวบานจึงรวมตัวกันมาขอรับพระอาจารยกลับ วัดอีกครั้ง แตองคหลวงปูยังคงพูดเหมือนเดิม “ไมใหกลับ คนที่พามาเขา


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๕๗ บอกวา สถานที่สูที่ภูวัวไมได อาหารก็สูไมได ไมใหกลับ!” ชาวบานเลย จำใจตองกลับบานมือเปลาอีกครั้ง ๑ สัปดาหผานไป องคหลวงปูมีกิจนิมนตตองเดินทางมากรุงเทพฯ ชาวบานเลยอาศัยจังหวะนี้มากราบพระอาจารยที่อาวุโสมากที่สุด รองจากองคหลวงปู เพื่อขอรับพระอาจารยของตนกลับวัด ทานก็อนุญาต พระอาจารยจึงไดกลับไปที่วัดพรอมกับชาวบานในคราวนั้น วันงานมุทิตาจิตขององคหลวงปูในปนั้นเอง พระอาจารยรูปนั้นพรอม กับชาวบานก็พากันมากราบคารวะแสดงมุทิตาจิตตอองคหลวงปู เมื่อองค หลวงปูเห็นชาวบาน องคทานก็ชี้หนาพรอมกับพูดขูอยางดุดันวา “ใคร..ใคร มาลักพระเราไป” ชาวบานตางกลัวนั่งกมหนานิ่งไมกลาพูดอะไร องคหลวงปู ทานจึงหัวเราะแลวใหโอวาทวา “กวาจะไดพระมามันยากลำบากขนาดไหน ใหเห็นคุณคาของพระ ทานเสียสละออกจากวัดครูบาอาจารย ทิ้งสถานที่ ที่ดีกวา อาหารที่ดีกวา มาอยูตอสูกับพวกเรา ตองรักษาพระใหดีนะ” ชาวบานจึงถึงหนองออ วาเรื่องทั้งหมดเปนอุบายขององคหลวงปู องคทานทรมานจิตเราเพื่อทำใหเราไดเห็นความสำคัญ และไดรูจักคุณคา ของพระ จะไดอุปฏฐากดูแลรักษาครูบาอาจารยใหดีสมกับที่องคหลวงปู ไดกลาวไว “รูเองเห็นเอง กินเองอิ่มเอง ทำเอง ศาสนาทำเอา ไมใชศาสนาขอเอา” หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ


๑๕๘ ตอนที่ ๔๐ บันทึกจากลูกศิษย์์ มีศิษยขององคหลวงปูทานเคยบันทึกไววา “เวลาหลวงพอคำไมสบาย ลูกศิษยตางอยากรู ถามวาทานเปนอะไร ผมไมใชหมอ ตอบเองไมไดวา ทานไมสบายเปนอะไรแน แตแนอยูอยางวา ทานเปนโรคเกี่ยวกับเนื้อ ที่รักษาไมหาย คือ ทานเปน “เนื้อนาบุญ” ใหผูคนมาหวานเมล็ดบุญ แลวมา เก็บเกี่ยวเอา “ผลบุญ” ไป” องคหลวงปูปฏิบัติหนาที่ขององคทานไดอยางสมบูรณ แมในยาม อาพาธปวยไขหนักเพียงใด องคทานจะใชเวลาพักผอนฟนตัวนอยมาก เมื่ออาการขององคทานดีขึ้นเพียงเล็กนอย องคทานก็จะรับญาติโยมที่พากัน มาขอกราบเยี่ยมองคทานมากมาย ในชวงตนๆ ที่ขาวการอาพาธขององค ทานเริ่มสะพัดออกไป เสมือนองคทานเปนปกติ องคทานจะพูดคุยทักทาย คณะโนน คณะนี้ จัดบาตรเสร็จแลว องคทานมักจะเทศนอบรมสั่งสอนนาน เปนพิเศษ เนื่องจากบรรดาญาติโยมพากันมาเยี่ยมองคทานจำนวนมาก องคทานเลยถือโอกาสนี้เทศนใหไดประโยชนสูงสุดแกศรัทธาญาติโยมที่มา รวมตัวกัน ตลอดจนใหศีลใหพรอยูนาน ทั้งนี้องคทานจะไมนำเหตุแหงการ อาพาธขององคทานมาลดทอนการปฏิบัติศาสนกิจขององคทานเลย การขบฉันในชวงองคทานอาพาธ องคทานจะฉันไดเพียงเล็กนอย เทานั้น ในขณะที่อาหารที่เตรียมมาถวายองคทานนั้น ตองใชเวลาในการ ประเคนนานกวาปกติมาก เมื่อพิจารณาแลวจะเห็นไดวา องคทานตอง เหน็ดเหนื่อยมากขึ้นในขณะที่มีอาพาธ บางครั้งก็เปนที่สะเทือนใจของศิษย อดสงสารเปนหวงองคทานไมได เหตุผลของญาติโยมที่ตางมากันมากมาย ก็คงดวยความเปนหวงองคทานสวนหนึ่ง อีกสวนหนึ่งก็คงหวังมาสราง


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๕๙ บุญสรางกุศล ดวยตางมั่นใจวาการมาสรางบุญกุศลกับองคทานผูปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในขณะที่องคทานอาพาธยอมไดผลบุญสูง ประหนึ่งมาหวาน เมล็ดบุญในเนื้อนาบุญที่มีความอุดมสมบูรณ ที่ดำรงความสมบูรณไวไดโดย ภิกษุผูทรงธรรมอันวิเศษ ถึงแมจะชรามีอาพาธมาก แตมีดวงจิตที่กลาหาญ เด็ดเดี่ยว เต็มเปยมดวยเมตตาธรรม จึงหวังวาจะสามารถเก็บเกี่ยวผลบุญ ไปไดอยางเต็มเม็ดเต็มหนวย “ผูใดเห็นกาย ผูนั้นเห็นธรรม ผูใดเห็นธรรม ผูนั้นเห็นพระพุทธเจา” หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ


๑๖๐ หลวงตามหาบัว าณสมฺปนฺโน


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๖๑ ตอนที่ ๔๑ หลวงตามหาบัว าณสมฺปนฺโน เย์ี่ย์มวัด็ถ้ำบูชา (ภูวัว) พระอาจารยหลวงตามหาบัว าณสมฺปนฺโน เมตตาเยี่ยมพระเณร วัดถ้ำบูชา (ภูวัว) วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ หลวงตา: มีพระเทาไหร มีเณรเทาไหร หลวงปูทองคำ: พระ ๒๓ เณร ๑ ครับ หลวงตา: แลวอาหารการกินไปบิณฑบาตอยางไรกันละ หลวงปูทองคำ: บิณฑบาตไปครึ่งทาง บานก็มาครึ่งทาง บานดอนเสียด หลวงตา: บานดอนเสียด เดิมเขาอยูทางหวยทรายหรือยังไง เขาอยูที่ไหนนะ หลวงปูทองคำ: บานหวยทราย อำเภอคำชะอีครับ หลวงตา: แถวหวยทรายไดยินเขาวาเขายายมาอยูทางนี้ ทางดอนเสียดหรือ อะไร ตั้งแตสมัยผมอยูหวยทราย เขายายมาอยูกันทางนี้ บานหวยทราย คำชะอีนี้ เปนบานที่พอเขาใจกรรมฐานไดดี ก็พอแมครูจารยมั่นไปอยูที่นั่น ผมก็อยูจำพรรษา ๘ ปนะ ไดยินเขาวา เขากำลังยายบานนั้น อยูทาง ดอนเสียด บานหวยลึก ผมตั้งใจมานะ ผมไมวางนะ ผมไมสนใจกับอะไร เหตุผลกลไกเทานั้นที่เราจะกาวเดิน หลวงตา: ใครเปนสมภาร ทานเรอะ


๑๖๒ หลวงปูทองคำ: ครับ หลวงตา: ชื่อวาอยางไร หลวงปูทองคำ: ชื่อ คำ ครับ หลวงตา: อายุเทาไหร พรรษาเทาไหร หลวงปูทองคำ: อายุ ๖๗ ป พรรษา ๔๔ หลวงตา: อยูบาน ตำบล อำเภอไหน จังหวัดไหน หลวงปูทองคำ: อยูบานจักราช อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา บวชกับ หลวงปูโชติ วัดสุทธจินดา หลวงตา: ผมก็เคยไปจำพรรษาที่นั่น แตระยะนี้วัดปาจักราชมันเปลี่ยน สภาพไปหมด ผมมาเทศนที่วัดปาจักราช เมื่อเร็วๆ นี้นะ เขามานิมนตเทศน ผมก็พอใจ ผมอยากมาดูสภาพเดิมที่จักราช ญาติโยมที่เคยดูแลรักษาก็ตาย ไปหมด ยังเหลืออยู ๒-๓ คน แตกอนเขายังเปนเด็กรุนๆ เดี๋ยวนี้เขาแกแลว เราถามหารุนพอรุนแมเขา เขาก็เลยมาบอกยังอยูที่นั่น มาดูสภาพจักราช มันเปลี่ยนแปลงไปหมด วัดปาจักราช แตกอนเปนปาจริงรอยเปอรเซ็นต สะดวกสบายในการ ภาวนา จากนั้นมาแลว ๖๐ กวาป ผมไปเทศนคราวนี้ จึงไดไปดูสภาพ เปลี่ยนแปลงไปหมด ผมออกมาจากนูนตั้งแตพรรษาที่ ๘ จากนั้นมา ๖๒-๖๓ ป เดี๋ยวนี้ก็พรรษา ๗๒ แลว ญาติโยมที่ดูแลวัดอยูนั้น ที่อยูใกลวัด ก็มีโยมแฉง ลูกโยมแฉง ชื่อเจริญ เด็กคนนั้นอายุ ๖ ป ชื่อเจริญนะ เพราะฉะนั้น เราจึงจำได เพราะเดี๋ยวนี้ใกลชิดติดพันตลอดกับเรา ตอนเย็นแมใหเอากาแฟ ไปถวายเราทุกวันๆ


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๖๓ สถานที่นี้เหมาะสมมากนะ ใหพากันตั้งใจภาวนานะ เวลานี้กรรมฐาน เราเทานั้นที่ยับยั้งเอาไว เรื่องศาสนา ไมงั้นพวกเปรต พวกผี พวกกาฝาก มหาภัยนี่กำลังลุกลามเวลานี้นะ ก็มีผมเทานั้นแหละในวงกรรมฐานเรา มีผม เปนหัวหนายันกันไวนะ ไมงั้นจะไมเหลือเลย พวกนี้รุนแรงมาก หนาดาน มีวงกรรมฐานเราเทานั้นละที่มันไมมาอาจเอื้อมนะ พูดกันตรงๆ นอกนั้น มันเหยียบหัวไปหมดแลวพวกนี้ มีวงกรรมฐานเราเทานั้นละที่มันไมมา อาจเอื้อมหรือมาแตะได เพราะถือวามันเปนภัยอยางมากทีเดียว เพราะฉะนั้นกรรมฐานเราจึงตองตานทานกันอยางหนัก ไมเชนนั้น หมดเลย พวกนี้มันจะกลืนไปหมด นาทุเรศนะ เห็นบายศ บาลาภ เอายศ เอาลาภเปนทองคำทั้งแทง เอาทองคำทั้งแทงมาเปนมูตรเปนคูถ เหยียบ ไปเลยๆ ก็มีเหลือแตวงกรรมฐานเราที่แข็งแกรงอยูตลอด ไมมีสะทกสะทาน พวกนี้จึงเขามาอาจเอื้อมมาแตะไมไดนะ นอกนั้นมันเหยียบไปหมด มีวง กรรมฐานเราเทานั้นแหละ ก็ไมพนละ ก็เราเปนหัวหนาวงกรรมฐาน ดังนั้นเราจึงใหหาพากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติใหดี เวลานี้ศาสนากำลัง ถูกเหยียบย่ำทำลายจากอันตราย กาฝากมหาภัยทั้งหลายเหลานี้ ก็ฝาย ปกครองบานเมืองเปนฝายยักษฝายผี เหยียบย่ำทำลายทั้งผูปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ทั้งผูมีศีลธรรมธรรมดา มันจะเอาใหแหลกไปหมดเลยนะ ตองได ตานทานกันอยูเรื่อยๆ ไมงั้นไมได มันจะโจมตีศาสนาเรา มันเที่ยวหวานลอม เอายศเอาลาภเอาดินเหนียวติดหัวแลว เปนเบ็ดเกาะปากลากมาเปนบริษัท บริวารของมันใหหมด


๑๖๔ หลวงตา: สำหรับภูวัวนั้น ผมสงเปนประจำ หลวงปูทองคำ: ผมไปขอเอาที่โนน หลวงตา: นั่นแลว ก็บอกไปถามีอะไรแจกกันไปเถอะ ผมมาซอกแซกไมได ผมจะมาแตจุดนี้เทานั้น ผมสงเสียกรรมฐานอยูเรื่อย การใหทานนี้ เรียกวาเปดโลงเลย วัดเรา การใหทานไมมีอัดมีอั้นเลย ยกทั่วประเทศไทยมาแขง ชนะตลอดเลย พูดตรงๆ วัดนี้ใหทานเปดโลงหมดรอบวัดเลย โรงพยาบาลตางๆ เปนรอยๆ โรง วันหนึ่งๆ หลายโรงนะเขามา เราเอาของมาไวเต็มโกดังสำหรับโรงพยาบาล ตางๆ ใหจัดใหเสมอกันหมดทุกโรงพยาบาล เวน ๓ จังหวัด จังหวัด นครราชสีมา ๑ อุบลฯ ๑ อุตรดิตถ ๑ นี่โรงพยาบาลไหนมาก็ตามในเขต จังหวัดนั้น เราสั่งไวแลววาใหเปนพิเศษๆ ทั้ง ๓ จังหวัดนั้น นอกจากนั้นให เสมอกันหมด ใหเสมอกันเทานั้นๆ อยางเดียวกันหมด ที่ใหพิเศษเพิ่มขึ้น อีกเทานั้นๆ อยางเดียวกัน นี่ผมเปดโลงไวเลย บางวันถึง ๙ โรงก็มี แตยัง ไมเคยถึง ๑๐ โรง อยางมากก็ ๙ โรง ที่ใหประจำ ๓-๔ โรง ๔-๕ โรง เปนประจำ ผมซื้อเอาไวเต็มเอี๊ยดเลย จากนั้นสั่งเขาเอามาไว พวกขาวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ผาขาว ถามีใหเปนประจำแลวก็พวกขนมปงอยางละเทานั้นเทานี้ ไขคันละ ๔ มัดเปนประจำ ถาเปนพิเศษ เพิ่มขึ้นอีกๆ เปนประจำตลอดมา เวลามา แลวกลับนี่ เติมน้ำมันใหหมดทุกคันเลยทีเดียว เติมน้ำมันใหหมด ใหหมดเลย เรียกวาเปนหนึ่งชนะตลอด เรื่องการสละทาน วัดปาบานตาด ทั่วประเทศไทย ไมมีวัดไหนมาแขงไดเลย นี่แหละเราเปดโลงเลยตลอดการ ใหทาน ไหลเขามาแลวไหลออกไปดวยกัน เพราะเราไมไดเก็บสะสมอะไร


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๖๕ ทั้งนั้น มีเทาไหรมีแตแจกทานดวยความเมตตาสงสาร ไปที่ไหนไมอัดไมอั้น การใหทาน นี่ใหพากันตั้งใจปฏิบัตินะ การกำหนดภาวนา สติเปนสำคัญ จำใหดีนะ สติเปนสำคัญมากทีเดียว สติกั้นอยูจุดไหน กิเลสมีอยูก็ออกแสดงไมได เพราะสติบังคับเอาไว มีมากขนาดไหน กิเลสแสดงออกมาไมได สติตั้งไว กิเลสจะออกไปตามสังขาร ความคิดความปรุง อวิชชาปจจยา สังขารา คือ อวิชชาหนุนใหเกิดสังขาร ใหปรุงใหแตง ออกชองนั้นชองนี้ อยูทางหากิน ของมันแลว สรางความทุกขใหเรา เพราะฉะนั้นจึงพากันใหตั้งสติใหดี กิเลสจะหนาแนนขนาดไหน ก็ตาม จะแสดงออกไมไดถามีสตินะ เชน ผูที่เริ่มภาวนาอยางนี้ ตั้งหลัก ตั้งฐานไมได ใหยึดคำบริกรรม เราถนัดในคำบริกรรม ใหนำคำบริกรรมนั้นมา กำกับใจ แลวสติติดแนบเขาไปเลย ใครมีสติเทาไหร กำกับคำบริกรรม ไมใหสังขารตัวกิเลสออกมา แลวจิตนั้นมันจะสงบ จากนั้นก็ตั้งฐานขึ้น ไดเลย สติเปนสำคัญมากนะ เอาสติใหดี เอาใหเขมแข็งสติ ยิ่งสติสืบ ตอเทาไหรแลว กิเลสจะออกไมได ใจมีทางจะสงบรมเย็นไดนะ ถามีสติ ไมดี สังขารมันจะปรุงออกชองนั้นๆ แลวมาสรางฟนสรางไฟเผาเราได ไมสงสัย ผูที่ภาวนาทั้งหลายตั้งหลักตั้งฐานไมได เพราะสติไมสืบตอกัน ขาดๆ เปนวรรคเปนตอน นั่นแหละกิเลสออกตรงนั้นๆ แลวขนไฟมาเผาเรา แลวเจริญแลวเสื่อม เจริญแลวเสื่อม ภาวนาไมไดหลักไดเกณฑ ขอใหทานทั้งหลายตั้งสติใหดี จะตั้งหลักตั้งฐานไดโดยไมตองสงสัย ตั้งใหดีเทาไหรยิ่งดี สตินะ ยิ่งไมใหขาดเลยนั่นแหละ กิเลสจะออกไมได


๑๖๖ จะหนาแนนขนาดไหนก็ตาม ไมเหนือสติไปได สติบังคับเอาไว แลวสังขาร ที่อวิชชามันดันใหคิดใหปรุงอันนั้นมาอกจะแตก มันก็ออกมาไมได ถาสติ บังคับไว ผมเคยมาหมดแลวนะเนี่ย แลวมันก็อยูเขา อยูนานเขาๆ มันจะ คอยสงบ ความดันอยากคิดอยากปรุงจะสงบลง สติดีขึ้นๆ ใจมันก็จะสงบ พอใจสงบแลว มีกำลังความดันของสังขารสมุทัยกิเลสนั้น มันจะคอยเบาลงๆ ตั้งฐานไดเปนความสงบ จากนั้นตั้งอยูไมถอย ไมหยุดจนเปนสมาธิ คือ ความหนาแนนมั่นคง ใจเปนสมาธิไดดวยสติ ไมใชดวยอะไรนะ ใหตั้งใหดีสติ ใครมีสติดีเทาไหร ผูนั้นแนนอน จะตั้งรากตั้งฐานได ถาสติขาดๆ วิ่นๆ ไมแนนะ เดี๋ยวลมเหลวๆ นักภาวนาเราไมคอยไดหลัก ไดเกณฑเพราะสติไมดี ไมตั้งเปนกฎเปนเกณฑ เปนหลักเปนฐาน ถาตั้ง จริงๆ แลว ตั้งไดเลย เปนรากเปนฐานความสงบเปนสมาธิขึ้นมาไดดวยสติ มันจะหนาแนนขนาดไหนก็ตามเถอะกิเลส ไมพนสติไปไดละ ขอใหสติ ใหอยู จำคำนี้ใหดี ผมไดผานมาหมดแลว กอนที่จะมาสอนเพื่อนฝูง เอาเสียทั้งจนอกจะแตก มันจะคิด ไมยอมใหมันคิด ไมใหเผลอเลยทั้งวัน เอาทั้งวัน ไมมีคำวาเผลอเลย มันดันออกมา มันอยากคิดอยากปรุง ดันออกมา ก็พุทโธของเรา เราใชคำบริกรรมพุทโธปดเอาไว ไมใหมันออกมา ตองเอา พุทโธปด สติปดเขาไปแนนหนา พอสุดทายสงบลงๆ เรื่อยๆ จนตั้งราก ตั้งฐานได สตินี้ไมมีถอย จนกระทั่งจิตมันเขาสูความสงบ จนกลายเปน ความรูที่เดนขึ้นมาภายในใจ ทีนี้คำวา คำบริกรรมจำเปนมากนอย มันนะรูเอง กับจุดแหง ความสงบของใจ มันเดนขึ้นๆ พอเดนขึ้นมา ทั้งสติใหจับอยูกับจุดที่เดน ความสงบนั้น เอาตั้งอยูอยางนั้นแหละ เวลามันละเอียด คำบริกรรม ไมจำเปน อันนั้นจำเปนกวา ที่เดนรูอยูนั้นจับไวตรงนั้นดวยสติอีกเหมือนกัน


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๖๗ อันนั้นหนาแนนมั่นคง สตินี้อยูในคำบริกรรมก็ติดแนบ พอจะออกจากนี้ไป มันจะเขาไปสูความสงบเย็นใจ จิตมีฐานขึ้นมาเดนแหงความสงบ เดนแหง ความรูนั่นแลว ตั้งสติจับไวตรงนั้นอยูแลว มันจะคอยจะหนาแนนมั่นคง ขึ้นไปๆ จากนั้นใหพิจารณาทางดานปญญา พอจิตสงบมันอิ่มอารมณ นี่เรียกวาสงบ ไมหิวอารมณนั้นอารมณนี้ จึงพาใหพิจารณาทางดานปญญา แยกธาตุแยกขันธ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ เปนอาวุธที่ทันสมัยตลอดเวลา แตเราเปนคนครึลาสมัยไมนำมาใช มันก็ไมไดเกิดประโยชนอะไร เพราะฉะนั้นจึงใหเอานี่มาพิจารณาคลี่คลายดู ผม ขน เล็บ ฟน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เขาไปดูภายใน คลี่คลายแยกออก แยกสัดแยกสวน ปฏิกูลโสโครกเปนอยางไร กำหนดใหมันแตกกระจัดกระจาย ไฟเผาแลว ตั้งขึ้นมาเรื่อยจนกระทั่งจิตนี้มีความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยลา เอา! เขาสูสมาธิบริกรรมสติแนบสตินี้ติดอยูตลอดนะนี่ เรียกวาจะตั้งหลักตั้งฐาน ไดไมเปนอื่น ถามีสติแลวไมเปนอื่น มันจะหนาแนนขนาดไหนกิเลสเหนือสติ ไปไมไดนะ ใหจำใหดี สติครอบไวไมใหมันคิดเทานั้น กิเลสออกไมได กิเลส จะออกทางสังขารความคิดความปรุง อยากรูอยากเห็นอยากนั่นอยากนี่ มีแตมันจะดันออกทางดานสังขาร นี่บังคับไวดวยสติ ดวยคำบริกรรมของ เราแลว มันจะแนนหนามั่นคง จำใหดีนะ จากนั้นจิตละเอียดเขาไปจนกระทั่งเปนจุดรูเดน แลวใหสติจับอยูนั่น ถาไมบริกรรมก็เอาจุดนั้นเปนจุดตั้งสติตลอด แลวจิตจะแนนหนามั่นคงขึ้น ไปเรื่อยๆ จากนั้นก็พิจารณาทางดานปญญา ดานปญญาแยกธาตุแยกขันธ ทบทวนหลายครั้งหลายหนเอาจนชำนิชำนาญทางดานปญญา มองเห็นดูคน ไมเปนคน เห็นแตโครงกระดูกๆ เวลาปญญาทำงาน เอา พิจารณามันเรื่อย ตั้งขึ้นเอาจนเผาทุกแบบทุกฉบับดวยสติปญญาของเรา ที่จะคิดมาแกไข


๑๖๘ ตนเองใหมันแยบคาย นี่เรียกวา การเพงเพื่อตั้งรากตั้งฐาน เพื่อมรรคเพื่อผล จะขึ้นจากจิตไมเปนอื่นนะ จึงจำใหดี นี่ไดพิจารณามาเต็มเม็ดเต็มหนวยแลว การสอนโลก ผมจึงไมมีสงสัยเรื่องสอนโลก ผมไมสงสัยเลย เพราะผม ผานมาหมดแลว จนกระทั่งกระจางขึ้นหมดในหัวใจ หายสงสัยดวยประการ ทั้งปวง แลวสอนโลกไมมีสะทกสะทานไมวาธรรมะขั้นใด ตั้งแตแกงหมอใหญ หมอเล็ก หมอจิ๋ว ทะลุถึงขีดสุดแดนตามความรูของเราที่ไดปฏิบัติมาแลว รูเห็นเต็มหัวใจ สอนจนไมมีอัดมีอั้น เพราะฉะนั้นขอใหหมูเพื่อนจงตั้งอก ตั้งใจตั้งสติใหดี สติเปนฐานถึงจะตั้งจิตไดนะ ถาใครสติดีเทาไหร จะตั้งไดไมสงสัย ถาสติขาดๆ วิ่นๆ มันลมเหลวไดนะ ใหตั้งอกตั้งใจ งานไมมีอะไรนี่ มีแตภาวนาอยางเดียวลวนๆ เคลื่อนไหวไปมา ที่ไหน สติไมมีเผลอ จับคำบริกรรมก็อยูกับคำบริกรรมไมใหเผลอ นี่เรียกวา เปนผูมีความเพียร นั่งอยูเฉยๆ ถาสติมีอยู เรียกวาความเพียร เดินก็เปน ความเพียร อาการเคลื่อนไหวทุกอยางเปนความเพียรไดทั้งนั้น ถามีสติ ประจำตน ถาไมมีสติประจำตน เดินจงกรมไปยืมขาหมาสี่ขา ขาหมามันมี สี่ขา ขามันเดินมันก็ไมมีความหมายอะไร ถามีสติอยูแลว เดินไมเดิน มันก็เปนสติ มันก็เปนความเพียรตลอดเวลา ยืน เดิน นั่ง นอน ดวยสติ เปนความเพียรตลอด จำใหดีนะ อืม จบแลวผมก็จะกลับแลว เมื่อยตัว เปนอันวาจำใหดี นานๆ จะได สอนพระเรา ผมมันยุงมากนะ ประชาชนนั้น แหม วันหนึ่งๆ จะมานี่ก็ตอง เทศนเสียกอน พอเทศนแลวก็ออกทางอินเตอรเน็ต วิทยุอยูกับเรา เทศน ตอนเชานี่ออกสะเทือนทั่วประเทศไทยแลว ออกทั่วโลก ทุกเชาๆ กอนที่ จะมานี่ เทศนจบเสียกอนแลวคอยมา เกาโมงสามสิบกวานาทีออกจากวัด มาถึงบายโมงสิบเอ็ดสิบสองนี่นะ


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๖๙ ใครจะเปนคนมารับปจจัยเอาไวสำหรับซื้อกัปปยภัณฑ เอาปจจัยมาไว ที่นี่สามหมื่น เอามาใหวัดนั้นวัดนี้ ไปโรงพยาบาลก็เหมือนกัน เอาของไปสง โรงพยาบาลแลว เอาใหโรงละหนึ่งหมื่นๆ ไปเรื่อยๆ เลย อาว เอามาอันนี้ เอาไวสำหรับกัปปยภัณฑนะ เวลาจำเปนก็เอาอันนี้ เอาไวซื้อไวจาย เอาละ คราวนี้ไปละนะ มีเทานั้นละ พากันตั้งใจตามที่สอนนี้นะ จำใหดี


๑๗๐ พระอาจารยหลวงตามหาบัว าณสมฺปนฺโน เมตตาเยี่ยมพระเณร วัดถ้ำบูชา (ภูวัว) วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ หลวงตา: เราไปเที่ยวดูไดแคนี้ เหนื่อย ไปไหนไกลกวานี้ไมไดละ เหนื่อย ศาลาหลังนี้สรางป พ.ศ. เทาไหร หลวงปูทองคำ: ๒๕๒๗ ครับ หลวงตา: จากวัดเรามาถึงนี่ ๒๐๓ กิโล ไปที่ไหนเรามักจะกำหนดกิโลเอา ไวทุกอยางทุกแหง ที่นี่สงัดดี เหมาะสมทุกอยางกับการภาวนาของพระเรา สถานที่นี้เหมาะสมมาก ภูวัว ถ้ำบูชา เปนสถานที่สงัดเหมาะสมกับการภาวนา ไมมีใครมารบกวน ธรรมเจริญที่ใจของผูภาวนา กิเลสเจริญที่ใจของผูขี้คราน ภาวนา ไมสนใจในอรรถในธรรม แตสนใจในโลกามิสที่เปนเหมือนมูตร เหมือนคูถ เพราะฉะนั้นชาวไทยเรา ชาวพุทธเรา ชาวพระเรา จึงเลอะเทอะ ไปตามๆ กัน เพราะมีแตผูสนใจในมูตรในคูถ ซึ่งเปนของต่ำทรามเอามา แขงอรรถแขงธรรมซึ่งเปนของเลิศเลอ เหยียบย่ำทำลายธรรมไปหมด ธรรมภายในใจจึงไมคอยมี มีแตเรื่องกิเลสเต็มหัวใจ สถานที่นี้เปนสถานที่ ชำระกิเลส สิ่งวุนวายยุงเหยิงอันใด อยาใหเขามากอกวน ใหมีตั้งแตความ สงัดวิเวก อยูดวยความมีสติ อยูที่ไหนใหมีสติ สติเปนเครื่องควบคุมกิเลสได เปนอยางดี ถามีสติแลว กิเลสไมเยอหยิ่งไดละ ถาขาดสติเมื่อใด กิเลส เหยียบเอาๆ นี่ละ ใหพากันตั้งใจ การภาวนาขึ้นอยูกับสตินะ สติ ถาสติไมดี จะเดินจงกรม จนขาหักก็ไมเกิดประโยชน ถาสติดีแลว ไมวาจะยืน เดิน นั่ง นอน เคลื่อนไหว ไปมาที่ไหน สติมีอยูแลวควบคุมรักษาตนได กิเลสไมออกเพนพานวุนวาย


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๗๑ เทาไหร นำไฟมาเผาหัวใจเรา เพราะฉะนั้นนักภาวนาจึงเปนผูมีสติ อยาลืม เนื้อลืมตัว กิเลสมีหนาแนนขนาดไหน สติเปนสำคัญควบคุมได มันจะคิดออก ในแงใดมุมใด สติมีอยู ไมใหคิดมันก็ไมคิด คิดเรื่องอรรถเรื่องธรรมแทนความ คิดที่เปนกิเลสอยู นั่นละ ผูภาวนาใชวิธีการอยางนั้นละ ใหตั้งอกตั้งใจภาวนา ผมเคยมานานแลว พ.ศ. เทาไหร จะยี่สิบปแลว มาหนหนึ่งมาที่นี่ มาที่นี่แลวก็ไปวัดถ้ำพระภูวัวนั่นละ ที่ไดสนับสนุนวัดถ้ำพระภูวัวมา ตั้งแตบัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ วัดนี้ผมก็มาผานดู ดูเหมือนผมจะมาเพิ่งสราง ใหมๆ เคยมา ตั้งแตนั้นไมไดมา ก็เพิ่งมาเมื่อเร็วๆ นี้ แลวก็มาวันนี้นี่ไมอยู นานนะ เดี๋ยวผมก็กลับไป ออกจากนี่ก็กลับเลย ตั้งใจเอาของมาสงให สงได พอดีกับกำลังรถใหพอดีรถ หนักกวานั้นก็ไมได เอารถมาคันเดียว มาเงียบๆ ไมใหใครรุมราม ไปไหนมาไหนไมใหใครทราบได พอทราบแลวมันรุมตาม รำคาญ เพราะนิสัยผมไมใชเปนคนอยางนั้น แมคนจะเคารพนับถือทั่ว ประเทศไทยก็ตาม แตนิสัยของเราเปนนิสัยของเราตลอด ใครมายุงไมได ถาจะรับแขกก็ออกรับปุบ เสร็จแลวเลิก ไมใหมายุงได จะไปไหนมาไหนจึง หลวงตามหาบัว าณสมฺปนฺโน


๑๗๒ ไมบอกใคร เขาก็รูอยูนั่นแหละ ไมหยุดไดไง เราเปนตัวของเราเอง เราก็ ไมคุนกับใคร แตไมเคยรังเกียจใคร หากไมคุนกับใคร ถึงเวลาเทศนาวาการ มีเทาไหรเทศนออกทันที เทศนเสร็จแลวเลิก ไมยุงกับใคร ใครจะมายุงดวย ไมได ถาลุกจากที่แลว เราปฏิบัติอยางนั้นมาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหน มันไมกลาถามละ ถาถาม เราเงื้อมือ ขึ้นจะตีปากเอา เราไปตามอัธยาศัยของเรา ไปถึงแลวเราก็สงเคราะหโลก ของเรา เอาของไปสงโรงพยาบาลโนนโรงพยาบาลนี้ตลอด จากนั้นก็วัดนั้น วัดนี้ วัดที่ขาดแคลนกันดาร แตเปนผูปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เราสงเสริม ถาปฏิบัติชุยๆ เราไมไปเหยียบแมกระทั่งวัด เราพูดจริงๆ เราไมเหมือนใคร ตรงไปตรงมา ไมนาเคารพนับถือเราไมเคารพ ถานาเคารพนับถือแลวไมวา จะอยูที่ไหนเราเขาถึงหมด เปนอัธยาศัยของเรา หลักธรรมหลักวินัยเรียนมา ดวยกัน พิสูจนชั่วดีมีเหตุผลตางๆ วัดปาตางๆ ผมเอาของไปถึงหมด ไปวัดนั้น วัดนี้อยางวัดถ้ำพระภูวัวนี่ เรียกวาสงเปนประจำ มาแตละเที่ยวมีรถ ๔ คัน จวนสิ้นเดือนก็มา ตามที่เราสั่งไวแลวสิ่งของอะไรก็เอามาเอาใหเต็มทุกคัน รถหกลอ รถปคอัพบรรทุกใหเต็มที่ มาเทที่นี่เปนประจำ ถาหากผมมีเวลาวาง ผมก็มาของผมเอง ก็เปนประเภทอาหารเสริม สวนเขาก็เอามาตามที่เรา สั่งตายตัวเอาไวแลว ที่อื่นก็ไมคอยแนนอน สำหรับภูวัวนี้แนนอน ตอนปลายเดือน สิ้นเดือน ผมวาง ผมก็มาของผมเอง เต็มรถเอี๊ยด มาถึงก็ ขนลง ขนลง ถามีอะไรจะพูดกับเขาก็พูด แลวก็กลับวัดเลย ใหพากันตั้งอก ตั้งใจภาวนา เวลานี้ศาสนากำลังเลอะเทอะมากทีเดียว มีแตวงปฏิบัติของเรานี่แหละ ค้ำยันเอาไวนะ ถาไมมีวงปฏิบัติแลว ศาสนาจะเปนสวมเปนถาน ทะเลมูตร ทะเลคูถไปหมดเลยละ เวลานี้ก็ยังพอมีเกาะมีดอนพอซุกหัวนอนได ก็คือ


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๗๓ วงกรรมฐานของเรา ในวงกรรมฐานเหมือนกันมันหากเปนโดยหลักธรรมชาติ เหมือนหนึ่งวาอยูในความดูแลของผม ในวงกรรมฐานสายพอแมครูจารยมั่น ดวยความเคารพนับถือของพระเณรทั้งหลายเอง ผมไมไดไปหาขูเข็ญใหเขา มาหาเคารพเลื่อมใสผม ผมไมเคยมีอยางนั้น หากเปนความเคารพเลื่อมใส ตามอัธยาศัยของทานเหลานั้นที่เคารพนับถือ อันนี้ก็เทากับวาผมดูแล ทั่วถึงหมด อยางพวกเปรต พวกผี ที่เขามาทำลายศาสนา กรรมฐาน คือวงที่แข็งแกรงมาตลอด ใครพาใหแข็งแกรง ก็คือผมนี่แหละ หัวหนามาก็มาหาผมนี่แหละ ไมตองไปเกี่ยวกับพระกับเณร ผมออกสนาม ขึ้นเวทีคนเดียวๆ แทนหมดเลย เปนอยางนั้นตลอดมา เวลานี้กำลัง เลอะเทอะมาก วงกรรมฐานของเราก็แข็งแกรง ยืนตัวก็วาได คอยฟงหัวหนา ก็แลวกัน เราเปนหัวหนาเวลาจะอะไรๆ ก็มาหาเรา เราจะออกรับๆ แทน พระสงฆวงกรรมฐานของเราทั้งหมดตลอดมาอยางนี้นะ ดังนั้นพวกเราที่อยูที่นี่ ใหพากันตั้งอกตั้งใจ ประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม ที่ให ความรมเย็นแกโลกมานานแสนนาน กิเลสไมมีใหความรมเย็นแกใคร มีแตเอา ฟนเอาไฟไปเผากันเทานั้นแหละ แมแตบรรดาที่วาวัดวาตางๆ แตกอนก็เรียก วาวัดเปนวัดสนิทใจ ครั้นตอมานี้มันก็เลยกลายเปนสวมเปนถาน แลวพระ เณรก็กลายเปนมูตรเปนคูถอยูในสวมในถาน คือวัดนั้นๆ ไปหมด เพราะมัน ไมมีขอวัตรปฏิบัติ ศีลธรรมติดเนื้อติดตัวเลย มีแตความสกปรกโสมมเต็มพระ เต็มเณรเต็มวัดก็กลายเปนสวมเปนถานไป พระเณรก็กลายเปนมูตรเปนคูถ เต็มสวมเต็มถานไปหมดเวลานี้นะ ใครสนใจในอรรถในธรรมมีที่ไหนละ ผมละสลดสังเวชนะ เพราะไดผานศาสนามานี่ ๗๒ พรรษาแลว ถาวาเปนนักทองเที่ยวเปนนักสังคม ก็เรียกวาไมดอยกวาใคร บรรดาพระเจา พระสงฆดวยกันนี่ เรียกวาไปทุกซอกทุกมุม ทุกแหงทุกหน ทางดานปริยัติ


๑๗๔ ทางดานปฏิบัติ ผมเขานอกออกในไดหมดเลย ทางปริยัติไมวาวัดราษฎร วัดหลวง วัดไหนวัดใหญวัดโตก็เขาหมดเลยก็เห็นหมด รูเรื่องรูราวกันหมด ทางวงกรรมฐานก็เหมือนกัน ตลอดมาอยางนี้ เพราะฉะนั้นจึงพูดไดเต็มปาก ดวยการผานมาแลวทั้งนั้นแหละ ไมไดพูดแบบดนเดา มีหลักธรรมวินัยกาง เอาไวทั้งนั้นแหละ กาวเดินชีวิตจิตใจของพระเรา ใหอยูกับธรรมวินัย คือ องคศาสดา ศาสดาทานวายังไง ดูกรอานนท พระธรรมและพระวินัยนั้นแหละ จะเปนศาสดาของเธอ ทั้งหลายแทนเราตถาคต เมื่อเราตายไปแลวนั้น ธรรมวินัยจึงเปนผูแทน ศาสดา ถาเคารพธรรมวินัยก็เทากับเคารพพระศาสดา ตามเสด็จพระพุทธเจา ตลอดเวลา ถาลวงเกินธรรมวินัย เทากับเหยียบหัวพระพุทธเจาตลอดเวลา นั่นหาความเจริญไมไดนะ เวลานี้กำลังถูกลูกศิษยตถาคตนั่นละ มันเกง กำลังเหยียบหัวตถาคตไปในเวลานี้ เพราะฉะนั้นเหลือแตวงกรรมฐานเทานั้น เทิดไวเวลานี้ มันพอซุก หัวนอนไดนะเวลานี้ นอกนั้นมันรอนเปนฟนเปนไฟไปหมดแลว คิดดู อยางภาคกลาง วัดกรรมฐานเราอยูที่ไหนๆ เขาเขาถึงหมด ในบานในเมือง พระเต็มวัดเต็มวา เขาไมสนใจแตเขาไมตำหนิ เขาไมวาอะไรเฉย หาไมสนใจ เปนอยางงั้นนะเวลานี้ ภาคกลางทั้งนั้นละ เขามาทอดกฐินในวงกรรมฐาน ของเรา ไมวาที่ไหนๆ ไปหมดเลย ก็เขามีหูมีตาเขาก็รู แตเราใหตั้งอกตั้งใจ อยาลืมเนื้อลืมตัว ตั้งใจปฏิบัติอรรถธรรม ธรรม นั่นแหละคือความยืนตัว อันความเคารพเลื่อมใสนั้น เปนสวนเกินสวน เศษเดนที่เขามา การปฏิบัติเปนพื้นฐานแหงอรรถแหงธรรมนี้ เปนเรื่องของ เราโดยตรง อยาละ อยาปลอย อยาวาง การเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา อยาปลอยอยาวางนะ วงกรรมฐานเราเสีย ถาปลอยนี่แลว หมดไมมี


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๗๕ ความหมายนะ การปฏิบัติดวยการสำรวมระวังตน มีสติอยูตลอดเวลานั้น เหมาะสมมาก ยิ่งทำความพากเพียรแลว สติติดแนบๆ ถาออกจากนั้นไป ก็เปนสัมปชัญญะรูตัวอยูเสมอ ไมหลงโลก หลงสงสาร ไมลืมเนื้อลืมตัว นั่นแหละเปนผูรักษาตน รอดพนไปไดโดยลำดับ มีเทานั้นแหละ ผมก็จะ กลับละ ดังนั้นใหพากันตั้งอกตั้งใจกันปฏิบัติกันทุกคนๆ นะ ผมแกมากแลวเวลานี้ อายุ ๙๒ ยางเขามาแลว แตก็ยังไดเทศนทุกวัน ก็ยังดีอยูนะยังพอเทศนได ตอนเชานี่ทุกวันเทศนที่วัดปาบานตาดนี้ กระจาย ออกทั่วประเทศไทย และออกอินเตอรเน็ตทั่วโลก ทุกเชาๆ พอเทศนปบ นี่ออกทางกรุงเทพฯ มีกี่สถานีออกเลย สถานีที่เปนของวัดเรา คือ สวนแสงธรรม ตั้งขึ้นแลวสถานีหนึ่ง ครอบไปทั้งกรุงเทพฯ ที่ไหนหลายจังหวัด ไดคนสนใจ คือแตกอนยังไมมีสถานี ผมจะเทศนใกลไกลขนาดไหน ก็ยัง ไมกระจายมาก แตเวลามีสถานีขึ้นมา กระจายไปหมดเลย ทางกรุงเทพฯ นะ ทางหนองคายก็มี ๓ สถานี อุดรฯ มี ๙ สถานี ธรรมของผมที่ออกทางวิทยุ ทุกวันๆ แลวก็ทางกรุงเทพฯ ก็มี ๒ สถานี สวนแสงธรรมมี ๑ แหง ที่เทศน ทั่วๆ ไป แลวก็เมืองกาญจน ที่วัดปาหลวงตาบัวนี้ก็มีแหงหนึ่ง นี่แหละ ที่ออกใหโลกทั้งหลายฟง เวลานี้กำลังตื่นเตนกันจากอรรถจากธรรมที่เรา แสดงทางวิทยุ แตกอนเขาไมคอยรูเรื่องรูราว เวลานี้รูสึกตื่นเตนกันมาก เลยนะ ตื่นเตนกันโดยลำดับ เอาละ ไปละนะ ออกจากนี่ไปเลย เนี่ยขัดเขา ปวดเขา เขาออน เมื่อ เชานี้หมอเขาเอาเข็มมาดูดเอาน้ำออก แลวก็ฉีดยาเขาไป มันขัด มันปวด ระบมหมดเลย ลุกเกือบจะไมได ถาลุกขึ้นแลวก็ไปได เวลาจะลุก ลุกลำบาก เวลาจะนั่งนี่นั่งไมทัน ลมเลย ตูมเลย เปนอยางงั้นนะ พอยืนไดแลว มันก็ ไปได


๑๗๖ ตอนที่ ๔๒ ธรรมเทศนา โด็ย์ หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ แนวทางในการปฏิบัติภาวนา สมัยเราบวชใหมๆ อุปชฌายก็บอกแลววา เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ นี่กรรมฐาน ๕ อุปชฌายจะใหอาวุธไปปราบศัตรูขาศึก ไปปราบ ความรัก ความชัง ความโลภ ความโกรธ ความหลง อาวุธ ๕ คือ เกศา ผม โลมา ขน นขา เล็บ ทันตา ฟน ตโจ หนัง นี่อาวุธ ๕ อยางนี้ อุปชฌาย ใหมา ไปหาที่กายวิเวก หาที่วาจาวิเวก หาที่จิตวิเวก ปฏิบัติ ภาวนา จิตสงบ เปนสมาธิ บริกรรม พุทโธ... พุทโธ... พุทโธ พุทโธ เมื่อจิตเปนสมาธิ ตั้งมั่น... เบากาย เบาจิต เย็นสบาย เย็นสงบแลว พิจารณากาย พิจารณาให เห็นวาเปนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้น ตั้งอยู ดับไป เกิดดับ เกิดดับ เกิดดับ เทานั้นเอง ผูใดเห็นกาย ผูนั้นเห็นธรรม ผูใดเห็นธรรม ผูนั้นเห็น พระพุทธเจา รูปธรรม นามธรรม ก็นั่งปฏิบัติธรรม ถึงวาไปทำเอา ปฏิบัติเอา พระพุทธเจาตถาคตเพียงแตบอกให บอกใหไปทำเอา บอกวาใหทานอาหาร ถาเราไมทาน เราก็ไมอิ่ม เพียงแตบอก เปนอยางงั้น กายวิเวกนี่สำคัญอยู สถานที่วิเวก แตคนมาอยู จะทำวิเวกไหม พอกายวิเวก จิตวาจาวิเวกก็ตามมา เราไมพูด ไมคุยไมสนทนากัน ปฏิบัติธรรม ทำความเพียร จิตวิเวก จิตก็สงบเบา...สบาย... รูมีสติ สติอยาขาด ถามีสติ เมื่อไร ก็มีความเพียรเมื่อนั้น ขาดสติเมื่อไร ก็ขาดความเพียรเมื่อนั้น รู... รู... รูยืน รูเดิน รูนั่ง รูนอน เกิดดับ เกิดดับ รู... รูก็เทานั้นเอง มันทุกข ก็เทานั้นเอง มันสุขก็เทานั้นเอง มันดีก็เทานั้นเอง มันไมดีก็เทานั้นเอง มันรักก็เทานั้นเอง มันชังก็เทานั้นเอง ก็เทานั้น ถาเราไมถือ เราวางไว ก็เบา สบาย


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๗๗ ออ...นี่หนองออ เห็นหนองออเทานั้นเอง เราอยูเหนือความยึดถือ อยูเหนือสมมติ อยูเหนือบัญญัติ มันมีอยู แตเราไมยึด เราไมถือ เราไมหลงไป ตามมัน มันก็เลยไมเปนภาระ และไมเปนกังวล ก็เลยเบาสบาย.... นั่งก็สบาย ยืนสบาย เดินสบาย ไปไหนก็สบาย มีความสุขความเจริญ การรักษาศีล การรักษาใจ เทศนในรายการเปดบันทึกตำนาน ทางททบ.๕ เผยแพรในยูทูป เมื่อ ๑๑ ก.ย. ๒๕๕๘ ใจคนนี่ถาไมสงบ เหมือนอยางลมมันมา เรามีน้ำในหนองในไหนี่ ลมมาพัด มันก็กระเพื่อมๆ แลวมองดูไมเห็นเงาเจาของเอง นี่เรานั่งภาวนา ใจยังกระเพื่อมคิดอยู ใจกระเพื่อม ใจไมสงบ ไมมองเห็นเงา ไมมองเห็นจิต ถาทำใจสงบเย็นเบาสบาย...จะมองเห็น มองเห็นกาย มองเห็นจิต มองเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มองเห็นไตรลักษณ มองเห็นอาการ ๓๒ มองเห็น ธาตุ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ มองดูนี่มันหลง ศีลนะมี ศีล สมาธิ ปญญา ใครก็รูทุกคน ศีล สมาธิ ปญญา ศีลก็ศีล ๕ ปาณา อทินนา กาเม มุสา สุรา เอาอะไรรักษา เอากายรักษา ฆาสัตวเอาอะไร เอากาย ลักทรัพยเอากาย พูดเท็จก็วาจา พูดสอเสียด คำหยาบเพอเจอ เหลวไหล พูดโกหก ดื่มสุรา ก็กายกับวาจา รักษากาย รักษาวาจา มีศีลแลว รักษาศีลแลว ทำใจใหสงบตั้งมั่น...เย็นสบาย... สมาธิมีแลวเพราะใจตั้งมั่นเปนสมาธิ ใจสงบ ปญญารอบรูในกองสังขาร ปญญาเกิดแลวมีแลว สำรวมกายเปนศีล สำรวมวาจาเปนศีล สำรวมกาย ก็รักษาศีล สำรวมวาจาก็รักษาศีล สำรวมใจรักษาใจ ก็มีสมาธิเปนสมาธิ ปญญารอบรูในกองสังขาร ก็สังขารเรานี่แคนี้


๑๗๘ ศีลมีก็ขอกับพระ ขอ มะยัง ภันเต ติสะระเณ ไมรักษา มีแตขอจะ เปนศีล ไมเปน ไมขอแตรักษา เปน เพราะเจตนาวิรัติงดเวน ศีลพิธีตอง ปฏิบัติดวยไหม ไมปฏิบัติ อยากไดแตบุญ การขอพร พร ถาพูดตามเนื้อผา ทำดีดีกวาขอพร ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบดวย กายวาจาใจ ความดีอันนั้นแหละเปนพรของเจาของที่เราทำดีนั้นแหละ ถึงคนอื่นไมให มันก็มีดีของในตัวที่เราทำได คำวาขอพรจากองคนั้นองคนี้ มันไปขอกำลังใจจากทาน เหมือนเรา ออนแอหรือไมมีกำลังอะไร ไปขอใหทานยกยองใหนิดหนอย ไดกำลังใจ นิดหนอย แคนั้นพร คำวาพร ทำดีดีกวาขอพร ปฏิบัติดี คิดดี เทศนในรายการเปดบันทึกตำนาน ทางททบ. เผยแพรในยูทูป เมื่อ ๑๑ ก.ย. ๒๕๕๘ ชีวิตคือการตอสู ศัตรูเปนยากำลัง อุปสรรคเปนยากำลัง ชีวิตคือการ ตอสู ศัตรูเปนยากำลัง ใชความเพียร ใชความพยายาม ใชอดทน มานะ บุกบั่น ตั้งมั่น... เราเชื่อในคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆแลว เชื่อในศีลของเรา สมาธิของเรา ขอวัตรปฏิบัติของเรา เชื่อในผูปฏิบัติธรรม ธรรมก็เลย รักษาผูปฏิบัติมิใหตกไปในที่ชั่ว เราจะไปคิดวามันจะเกิดเปนอยางนั้น มันจะเกิดเปนอยางนี้ ขาศึกศัตรูอันตราย อยาไปคิด คิดอยางนี้เรียกวา ชักศึกเขาบาน ถาคิด เราทำไมไมคิดวาใหร่ำใหรวย ใหสวยใหงาม คิดใหดี ใหรูธรรมเห็นธรรม เปนมงคล คิดดี ใจสบาย...”


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๗๙ ตอนที่ ๔๓ ถาม-ตอบ ปญหา (หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ สนทนาธรรมกับหลวงปูเสงี่ยม สมาจาโร) หลวงปูทองคำ: รูละ รูวาง ถาไมวาง ไมได ถือไวเปนอุปาทาน หลวงปูเสงี่ยม: ครับ ครับ ครับ หลวงปูทองคำ: ถาวางก็สบาย หลวงปูเสงี่ยม: ผมวาไอตัวนี้มันมาจากไหน ผมยังหามันไมเจอ คราวนี้ เพื่อรูจักรูวาง กลับไปคราวนี้ ตองรีบทำแลว ชาไมไดแลว เพราะเปน มาหลายเดือนแลวหลวงปู หลวงปูทองคำ: เอา เขาไปเห็นของจริง เขาไปเห็นธรรมชาติ รูธรรมชาติ เห็นธรรมชาติ ก็มันเปนอยางนี้หนอ ธรรมชาติของจริงเปนอยางนี้ “ก็เทานั้นเอง” หลวงปูเสงี่ยม: ครับผม หลวงปูทองคำ: ยึดไมได...วาง ยึดเปนอุปาทาน วางก็สบายนั่นแหละ ทานจึงวา เห็นละเห็นวาง รูละรูวาง ปฏิบัติเพื่อรู ปฏิบัติเพื่อเห็น เห็นแลว ไมเอา ใหวาง ใหละ (ถอดเนื้อความจากคลิปภาพทางอินเตอรเน็ต)


๑๘๐ มีผูมากราบสนทนาถามคำถามองคหลวงปู เทาที่มีการบันทึกไวได องคทานไดเมตตาตอบคำถามตางๆ ดังนี้ ถาม: การโมทนาบุญกับคนอื่นโดยที่ตัวเองมิไดกระทำ จะไดบุญ มากนอยเพียงใด ตอบ: นิดเดียว ไมเหมือนเขาทำเอง โมทนายินดีดวยแคนั้นแหละ ก็ไดนิดเดียว ดีกวาไมโมทนา ไปไหนมา ไปทำบุญมา สาธุก็ไดแลว ถาม: การใหทานอยางไรจะเกิดผลบุญสูงสุด ตอบ: ทานคือการให ทานคือการบริจาค ใครนะอยากเปนญาติกับ พระพุทธเจา เอาลูกมาบวชสิ พระเจาอโศก ทาน ทานลูก ลูกสาว ลูกชาย ๒ คนเลย นี่ไดเปนญาติกับศาสนา ไดเปนญาติกับพระพุทธเจา พระเจาอโศก ไดเปนพระอรหันตทั้งคูแหละ พระมหินทร กับพระสังฆมิตตาเถรีภิกษุณี ถาม: หากใหเปนทานสิ่งของทั่วไป ใหอยางไรจะเกิดผลบุญสูงสุด ตอบ: ปฏิคาหก เขาใจปฏิคาหก ผูให ผูรับ ทานที่ไดมา ผูใหไดมาโดย น้ำเหงื่อน้ำแรง ผูรับก็ผูปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทานที่ไดมา ไดมาโดยน้ำเหงื่อ น้ำแรง ไมไดไปโกงไปฉอฉลอะไรมา ปฏิคาหกมี ๓ อยาง ทาน การให การบริจาค ถาม: เราทำบุญ จะรูไดอยางไรวาเราไดบุญแลว ตอบ: เรารู ผูรูอยูมันอยูนี่ (องคทานเอามือแตะที่ใจ) ผูรูอยูนี่ รูวาเรา ไดทำ เวลาทำ ทำแบบลอยๆ หรือทำแบบออนๆ หรือตั้งใจทำ หรือมีสติทำ ถามีสติทำก็จำเด ถาทำลอยๆ มันก็ลบเลือน บุญก็นอย อานิสงสก็นอย บารมีก็นอย วาสนาก็นอยไปดวย อานิสงสผลรับก็นอยไปดวย ตองจบสงบ นานๆ นิ่งจนคนอื่น... “แหม เมื่อไหรจะเสร็จซักที” เราจะเขาไปอธิษฐานบาง


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๘๑ ถาม: การใหทานอยูเสมอสามารถชวยใหรักษาศีลไดผลหรือไม ตอบ: ทานขึ้นตนกอน ศีลตอมา ทานศีล แลวก็มาภาวนา รักษาศีลก็ รักษาศีล ทานสิไปชวยรักษาไดยังไงละ เปนขอๆ ไป ฆาสัตวลักทรัพย ขอใคร ขอมัน ประพฤติผิดมิจฉากาม พูดเท็จ กินเหลา ทานคือการใหการบริจาค หนุนไปหาศีล ศีลก็หนุนไปหาสมาธิ สมาธิก็หนุนไปหาปญญา สงกัน ถาม: หากเราทำสิ่งที่ชอบโดยไมทำใหใครเดือดรอน เชน เลนหวยบาง กินเหลาบาง ถือเปนบาปหรือไม ตอบ: ทางศาสนาวาไมมีศรัทธา ๑ มิจฉาทิฐิ ๑ มิจฉาทิฐิวาไปทางต่ำ พอต่ำก็สัตวเดรัจฉาน อสุรกายไปนั่น พวกนี้ พวกมิจฉาทิฐิไมมีศาสนา ไมมีพื้นฐาน ไมมีนิสัย วาไปตามอารมณโลกเขา ยิ่งโลกเขามันมากมาย นี่พวกนี้ก็มาจากมิจฉาทิฐิ เหมือนครูทั้งหก ครูทั้งหกแลวก็ยังมีที่ไปนอน ในโลง แกบาปแกกรรมเสียเคราะหสะเดาะอะไรนั่น นี่มาจากครูทั้งหก ไปไหวโนนไหวนี่ ไหวเจาพอ เจาแม เจาหนอง เจาหวย เจาคลอง ภูตผีปศาจ ถาม: พวกสัตวที่เกิดมาเปนอาหารมนุษย เราฆาเพื่อนำมาประกอบ อาหาร หรือฆาสัตวที่เขามาเบียดเบียนเรากอนไมเปนบาป ถูกหรือไม ตอบ: ฆาสัตว ปาณาติปาตา บาปทั้งนั้นแหละ เปนปาณา ทำชีวิตเขา ใหตกลวงไป เรื่องอาหารก็ ถาเปนพระนะ ไปสั่งเขาฆาไมได เฮย ไปฆาไก มาตม ไปฉันมาเปนอาบัติเลย แลวแตเขาจะทำ สั่งเขาทำไมได ถาม: หากเราทำรายหรือฆาสัตวอื่นโดยไมมีเจตนา เปนบาปหรือไม มีวิธีแกไขอยางไร ตอบ: เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ เจตนา ไมมีเจตนา แตวารูวา สัตวนี่ตาย ตายเพราะการกระทำของเรา แลวมาอางวาไมมีเจตนา ก็ไมพน อีกตองรับกรรมไป (แหละ)


๑๘๒ แผเมตตาอุทิศ อโหสิกรรมก็วากัน ก็เห็นทำกันอยู อุทิศสวนบุญ แผเมตตาไปใหสัตวทั้งหลาย เปนเพื่อนทุกขเกิดแกเจ็บตาย ก็วากันไป ทำกรรมดีมากๆ กรรมดีมันเลยไป กรรมมันตามไมทัน เมื่อตามไมทันก็เปน อโหสิกรรมได ถาอยูเฉยๆ เปนอโหสิกรรมไมได ตองทำนี่ ตองทำมากๆ ถาม: หากเพียงแตคิดรายตอคนอื่นแตมิไดกระทำจริง เปนบาป หรือไม ตอบ: เปนแตเศราหมองนั่นแหละ คิดแลวเศราหมองแลว ชีวิตเขา ยังอยู ยังไมลงมือดวยกายวาจา กายลงมือทำใหเขาเจ็บใหเขาตาย วาจาพูด หรือสั่ง เพียงแตคิดไมใชหรือ จิตใจเศราหมองเจาของเปนบาป มันตอไป โนนนะ จิตใจเศราหมองเจาของเปนบาป ไปถืออยางอื่น ถือกราบไหวภูเขา แมน้ำลำคลอง เจาพอเจาแม ศาลพระภูมิ ศาลปูตา นี่จิตใจเศราหมอง เจาของเปนบาป เพราะขาดจากสรณะ ขาดจากไตรสรณคมน ถาม: หากเราไมไดตั้งใจขโมยเพียงแตเอาของเขามาใช ตั้งใจวาจะ นำสงคืน ผิดศีลลักทรัพยหรือไม ตอบ: ไมไดตั้งใจขโมยเพียงแตเอามา ไมได มันตองควรบอก เอามา เฉยๆ มันโดนขอลักทรัพยแลว ไมมีเจตนาแตเอามาเฉยๆ หยิบมานี่ทรัพย เขาเคลื่อนแลว ไอนี่เปนหัวหมอละมั้ง หัวหมอ หัวเซียงเหมี่ยง หัวธนญชัย นี่พวกเลี่ยงบาลี ถาม: ถาไมรูตัวติดมาดวยละ ตอบ: ไมรูตัวติดมายังไงละ คนไมมีสติ หยิบเฉยๆ มันตองรู ใครเปน คนสั่งใหหยิบ ตองมีผูรูสั่งใหหยิบ ไอนี่ก็เรียกหัวหมออีกแหละ ถาม: ถาเราสมาทานศีลแลวมิไดปฏิบัติ หรือปฏิบัติไดไมสมบูรณ ผิดศีลขอมุสาหรือไม


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๘๓ ตอบ: ใช มุสา ปาณา อทินนา กาเม มุสา สุรา ขอๆ มีแตขอ ไมได รักษา นี่ยิ่งขอยิ่งทุกข “ยิ่งขอยิ่งทุกข ดั่งพราหมณชุยชุก (ชูชก) ตายทุกข เพราะขอ” องคทานเพิ่มคำกลอนอีสานใหอีกบทในภายหลังวา “ยิ่งใหยิ่งดี ดั่งษีพระเหวด (พระเวสสันดร) เหตุพนทุกขเพราะการให” ถาม: การตั้งจิตอธิษฐานจะกระทำสิ่งที่ดี เพียงแตคิดในใจวาจะทำ ไมไดพูดออกมา แลวไมไดกระทำ ผิดศีลขอมุสาหรือไม ตอบ: ตั้งใจจะกระทำ อธิษฐานแลว มันก็โกหกนั่นแหละ ก็มุสาแหละ มุสาตัวเองแหละ ถาม: หากตนเองไมผิดศีลเลย รักษาไว แตเราไปคายาเบื่อหนู ยาเบื่อมด ไปคาอาวุธปน คาสุรา ผิดศีลหรือไม ตอบ: ไมได คาไมได ปฏิญาณตนเปนอุบาสก อุบาสิกาแลว ปฏิญาณตน ถึงไตรสรณคมนแลว อาชีพชอบ การงานชอบ อาชีพที่คาอาวุธ ยาเบื่อนี่ อาชีพไมชอบ ไมใชอาชีพชอบแลว ถาม: ไมใหทาน ไมรักษาศีล ปฏิบัติภาวนาเลยไดหรือไม ตอบ: บานหลังนี้ไมมีคาน ไมมีเข็ม ปลูกขึ้นมามันจะทรุดมั้ย จะเอา แตยอด ทรุด เดี๋ยวก็พัง พระพุทธเจาสอนไว มีทาน ศีล ภาวนา ทานบำเพ็ญ บารมี ๔ มาตั้ง ๔ อสงไขย เรื่องทานเรื่องศีลนี่ กอนมาเปนพระพุทธเจา นี่ก็เปนประเภทพวกหัวหมออีกนั่นแหละ อยากลัด อยากได การปฏิบัติ ไมพรอม แตอยากได เดี๋ยวก็ลม ไมนานก็ลม ถาม: ตองทำงานหาเลี้ยงชีพ ไมคอยมีเวลา หาที่สงบวิเวกก็ไมได แลวจะปฏิบัติภาวนาไดยังไง


๑๘๔ ตอบ: อันนี้มันพวกหัวหมอ ๑ พวกแอบอาง ๑ ไมมีเวลา เวลามีแต วาเอาไปใชอยางอื่น เอาไปคิดอยางอื่น ขออาง ยังไมมีนิสัย ของเกาไมมี ของใหมก็ไมมี ไปคบมิตรที่เปนอันธพาลดวย ไปไมไดพวกนี้ ไปไมรอด อางโนนอางนี่ รูอยูแตอางโนนอางนี่ อางที่รูๆ นั่นแหละ แตทำไมได ไมไดทำ ก็เลยตัดโอกาส ๑ ตัดเวลาเจาของ ๑ ถาม: การไปตระเวนกราบไหวพอแมครูบาอาจารยใหทานใหพร แผเมตตาให ทดแทนการภาวนาเองไดหรือไม ตอบ: ไมไดๆ ไปคนละทางแหละ ไปกราบขอพร ขอพรก็ขออะไร เปนพร พรของเขา คือความหมายของเขา ไปขอพร หนักเขาก็ขอเลขขอ หวยไปเลย ขอพร ขอโชคขอลาภ พระบางองคทานก็อธิบายไป เทศนไป โอ อยากรวยก็ไปเกิดเปนลูกหลานอนาถบิณฑิกเศรษฐี ทำทาน ทำมากๆ เกิดมาก็ไมจนแลว อยากรวยแตไมทำทาน มันก็จนตอไป พร ขอพร ทำดี ดีกวาขอพร ถาม: ปฏิบัติมานานทำไมยังโกรธงาย ยังโลภ ยังหลง ยังขี้นอยใจ ยังเปนทุกขอยู ตอบ: ปฏิบัติมานาน ถาโลภเพราะอะไร โกรธเพราะอะไร นอยใจ เพราะอะไร มันมีไดอยูนะ มันมีอยูแบบนี้ มีอยู อันนี้เขาวัดไมถึงวัด เขาถึง แตศาลา กุฏิ โบสถ เขาวัด เขาถึงใจ พอถึงใจแลววัดดูใจ ใจสงบ ใจดี วัดดี ใจวุนวาย วัดราง นอยใจก็วัดราง วัดเสีย เขาถึงใจแลว ใจสงบ ใจมีทาน ใจมีศีล ใจมีสมาธิ ใจมีปญญา นี่ทานก็เห็นวาเปนเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรื่องไตรลักษณ ไมเที่ยง มันไปนูนแลวทีนี้ เกิดดับ เกิดดับแลว ทีนี้เกิดแกเจ็บตายไมเที่ยง นี่มาประทวง มาประทวงที่จะวาเราปฏิบัติมานาน ปฏิบัติแลวทำไมไมไดผล นี่กลาวตู คำสอนของพระพุทธเจา ยิ่งกลาวตูยิ่งไมไดผล ผลไมเกิดนี่ ยิ่งฟุงซานตอไป


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๘๕ ยิ่งหางเหินตอไปไมเห็นเรื่องอนิจจัง ไมเห็นเรื่องอนิจจัง เกิดดับ เกิดดับ เกิดขึ้น ตั้งอยู ดับไป เทานั้นเอง เกิดก็เทานั้นเอง ไมเกิดก็เทานั้นเอง มัน...สัจธรรมของจริงมีอยู ไมถึงหนองออ พวกนี้ไมถึงหนองออ ไมถึง หนองออ ตองออกมาลายนี้แหละ หาโทษนั่น โทษนี่ ตูนั่นตูนี่ เบิ่งดูแตนากา นั่งไปหนอยอยากดูนากา ไดเทานั่น ไดเทานี่ แลวก็อยากใหมันเกิด ยิ่งอยาก เปนตัณหา ความอยาก ไมอยากแตทำไปปฏิบัติไป มันพอสุก ไอแบบนี้มัน ยังไมทันหาม อยากสุก มันตองหามเสียกอน มันแกเสียกอน มันยังจะสุก แบบนั้นสุกกอนหาม สุกกอนหาม ไมสุกเอาคอนมาทุบโปกๆ นวมไป ทุบบักมี่ ขนุน ไอนี่สุกกอนหาม ถาม: อยางนอยชาวพุทธควรปฏิบัติธรรมใหถึงขั้นไหน ตอบ: หลักสูตรของพระพุทธเจาก็ถึงวิมุตติหลุดพนนั่นแหละ ถาม: เราจะรูไดอยางไรวาเราไดปฏิบัติภาวนาแลวกาวหนาหรือไม ตอบ: คนมันไมมีสติ...เราจะรูไดยังไง คนมีสติ คนมีสติตองรูตลอด คนป�ๆ เปอๆ เปนอยางนี้ ไมเต็มบาท หรือกาย (เกิน) บาท หลับไป สบาย... ตื่นมาก็ เอ เวลา โมหจริต นี่โมหจริต ถาม: เคยนั่งไปไมรูเรื่องก็ชั่วโมงแลว ตอบ: วิธีแกก็คือนั่งไปเริ่มสบาย เพิ่มสติเขาไป เรงสติรัดไว ไมใหมันลง ไมใหมันหลับ จะไดกำลัง เอาสติยอนทันซะ ถาสติไมทันก็งวงหลับ ตองใสสติ เพิ่มสติ ถาม: บางครั้งก็ใชวิธีเปลี่ยนมาเดินเอา ตอบ: ก็ไดคือกัน แบบพระโมคคัลลานะ พระโมคคัลลานะมาเดิน มาลางหนา เอาขนไกแยงหู แหงนดูดาว


๑๘๖ ถาม: การปฏิบัติภาวนาถึงขั้นไหนแลวจึงจะมั่นใจไดวาจะไมถดถอย ยอนคืน ตอบ: สักกายทิฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส สักกายทิฐิก็เรื่องของกาย พิจารณากาย วิจิกิจฉา ไมลังเลไมสงสัยในคำสอนในขอวัตรปฏิบัติ สีลัพพตปรามาส ไมลูบไมคลำ ทำไปดวยศรัทธา ทำดวยความแนวแน ภูมิพระโสดาบัน ต่ำกวานั้นแลว ผีเขาผีออก ขยันก็ทำ ไมขยันก็ไมทำ ศรัทธาก็ทำ ไมศรัทธาก็ไมทำ ถาม: พระโสดาบันทานจะมาเกิดนี่ตองพบพุทธศาสนาจึงจะลงมาเกิด ใชหรือไม หรือวาจะมาเกิดชวงกลียุคบาง ตอบ: ๗ ชาติ ตองมี เพราะภูมิพระโสดาบันพาใหไปเกิดที่มีศาสนาอยู มีผูปฏิบัติอยู ทานก็รอ รอถึงไหน รอถึงพระศรีอาริย ถาม: คนใกลตายควรอธิษฐานใหพอแมปูยาตายายมาชวย หรือให นึกถึงบุญกุศลที่ทำมา หรือฟงเทศน หรือฟงเสียงสวดมนตดี ตอบ: มีแตใหพุทโธ พุทโธ แคนั้น พระพุทธเจาผูรู อยางอื่นก็วากันไป คนที่วาภูมิธรรมขนาดไหนก็ไมรู ตามโบร่ำโบราณวาใหพอแมมาชวย พอแม ตายแลว ไปรับกรรมรับเวรที่ไหนก็ไมรู นี่ถึงมีศาลปูตาขึ้นมา หาพระพุทธเจา ดีกวา มีนายพรานลาเนื้อปวย คือไดเขาขายพระพุทธเจา พระพุทธเจาไปยืน อยูหนาบาน บอกโยม หามลงมานี่ ลงมาหนาบานนี่ พระพุทธเจานำให พุทโธ ธัมโม สังโฆ เขาก็ พุทโธ พุทโธ พุทโธๆ คำเดียวจนใจขาด ตายไปเปนเทวบุตร เปนเทวบุตร ดวยอานุภาพของพุทโธที่พระพุทธเจานำให แตดวยกรรมที่ เปนนายพราน พักเดียวตกนรกลงมา นี่มีที่มาอยู คนที่วาเอามาจากไหน ปฏิบัติธรรมขนาดไหน เชื่อไดยังไง มีศีลมั้ย ปฏิบัติดีมั้ย ความประพฤติดีไหม เชื่อไมได วาไปตามใจฉัน


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๘๗ ถาม: ถาเขาไมเคยพุทโธมาเลย ชวงนั้นพุทโธยังทันอยูไหม ตอบ: ก็นำ อยางพระพุทธเจานำนายพรานนั่นแหละ พุทโธ พุทโธ วาตามเดอ วาตามนะ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ ใจขาดไป ไปเปนเทวบุตร ถาม: บางคนเราไมเคยทำรายเขา แตทำไมเขาจองกรรมจองเวรกับ เราเหลือเกิน คอยใหราย คิดทำรายเรา จะทำอยางไรกับคนพวกนี้ดี ตอบ: ใหอภัย ใหทานไปเลย สิ่งนั้นเปนทานเลย ก็เลย อานิสงสการ ใหทานเลยทีนี้ อานิสงสก็บุญนี่แหละ ใหทาน เขาคิดราย ไปแปลงเปนดี ภาษาโลกเขาเรียกวาอะไร โอกาสอะไร (พลิกวิกฤตใหเปนโอกาส) ถาม: จะภาวนา ตองเดินแนวไหน ตอบ: พุทโธนั่นแหละ พอไดพุทโธ มันก็ไดผูรู พุทโธ พุทโธ พุทโธ ผูรู มันรูขึ้นมาจะอธิบายยังไง ไอคำวาความรู ก็ไปนี่ จะไปไหนนี่ รูทางไป ใชไหม ก็รู ไปอยูนี่ อธิบายอะไรอีก ก็รูอยูแลว ทางไปทางเดินผูรู มันชัดใน ตัวเลย ไปแปลโนนแปลนี่ อางโนนอางนี่ มันก็เพี้ยนไป พอเพี้ยนไปก็แยกซาย แยกขวา เอาผูรู เหมือนสงครามเทวดาสมัยกอน อันนี้เปนตำนานหรือเขียนไวยังไงไมรู ใหดูธงพระอินทร ธงพระอินทรยังไงดูอยูนั่น เทวดาดูธงพระอินทร นี่พระธุดงค เดี๋ยวนี่ ไปปาไปเขา พระบวชใหมยังไมแกกลาผีหลอก คือไปอยูที่นั่น เขาอยู เต็มแลว เทวดา รุกขมูล พระบวชใหมยังคุณธรรมไมพอ เขาไมอยากใหอยู เขาก็ไลหนี เขาก็หลอก ไป ทานบอกวาใหระลึกถึงเราตถาคต ความกลัว หายไป ขนลุกขนพองหายไป นึกถึง พุทโธ พุทโธ พุทโธๆ พุทโธ จนออกพรรษา พอออกพรษาแลวก็มาหาพระพุทธเจาๆ เทศนก็ไดอรหันตหมดเลยเพราะ อำนาจพุทโธ ผูรูนั่นแหละ มันก็ลงตัวอยู


๑๘๘ พุทโธ แปลวา ผูรู เราก็รูขึ้นมา เราจะไปไหนเราก็รูเราก็ไปถูก ถาไมรูก็ไป ไมถูก คำวารูไมตองอธิบายอีกแหละ มันชัดอยูในตัวเอง ผูรูผูตื่น ภควารูแจง โลกนั่นละ เปนปจจัตตังรูเองเห็นเอง ไอที่ไปหากันที่วา ยิ่งหายิ่งหาย ยิ่งหา ยิ่งไมเห็น พอหาก็สงจิตไปปรุงไปแตงไปฟุงไป ถาหยุดหาก็เอาพุทโธ ลูกเดียว มันก็สงบ จิตก็มีกำลัง ก็เกิดปติ เกิดแสง เกิดรูขึ้นมาเห็นขึ้นมา ที่วารูเองเห็นเอง ที่วาถึงหนองออ ทำไปก็รูเองเห็นเอง ปจจัตตัง รูเอง เห็นเองเฉพาะตน ไปดีดซายดีดขวา แบกซายแบกขวา คาดคะเนถาอยางนั้น ถาอยางนี้ เดาเอานั่นแหละ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส สักกายทิฐิ เรื่องของ กาย ไมเห็นกายเปนตน ไมเห็นตนมีในกาย ไมมีกายในตน ไมมีตนในกาย เห็นเปนอะไร เห็นเปนธาตุ วิจิกิจฉา ไมลังเลสงสัยในคำสอนของพระพุทธเจา ในวัตรปฏิบัติ สีลัพพตปรามาส ไมลูบคลำในคำสอน ไมลูบคลำในขอปฏิบัติ แนวแนลงไป ศีล ๕ นั่นนะ แนลงไป ปาณา อทินนา กาเม มุสา สุรา ไมโลๆ เลๆ ไมลังเลตอหนาลับหลัง ถาม: เวลาภาวนาแลวมีอะไรแวบเขามาใหใจกระเพื่อม อะไรทำให ใจกระเพื่อม ตอบ: อุปาทาน ลมสักแตวาลม กระเพื่อมสักแตวากระเพื่อม ไมใชสัตว บุคคล ตัวตนเราเขา เปนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เปนไตรลักษณ ไมเที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู ดับไป เกิดดับ เกิดดับแคนั้น ยิ่งไปสนมัน มันยิ่งปรุงแตง ยิ่งยาว เรื่องยิ่งมากปฏิเสธเทานั้น เราไมสนซะอยาง ถาแขกมันมา แขกมาดี ก็ดี แขกมาไมดี ก็ไมดี ถาไมมาก็เชิญมา มาเลยมาเลย มันสมพอกันแหละ มาก็มา มาดีก็ดี มาไมดีก็ไมดี เทานั้นเอง เราไมสน สมาธิเราดี สติเราก็ดี มั่นคง มั่นใจ ไมสงสัย ไมวูวาม ไมตกอกตกใจ ไมยินดียินรายกับสิ่งที่มา


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๘๙ ตอนที่ ๔๔ คติธรรมของหลวงปู สิ่งที่เกิดดับรูจักหรือยัง แลวสิ่งที่ไมเกิดไมดับรูจักหรือยัง มันทุกขก็เทานั้นเอง มันสุขก็เทานั้นเอง มันดีก็เทานั้นเอง มันไมดีก็เทานั้นเอง มันรักก็เทานั้นเอง มันชังก็เทานั้นเอง ก็เทานั้น ถาเราไมถือ เราวางไวก็เบาสบาย... รูละรูวางคือทางพนทุกข คนมีศีลเหมือนดินมีน้ำ คนขาดศีลเหมือนดินขาดน้ำ ความเพียรไมมี มีแตความอยาก แสงไฟสองทาง แสงธรรมสองใจ คนพูดเปนนั้นมีมาก คนทำเปนนั้นมีนอย ธรรมะ ยอมรักษาผูปฏิบัติ ไมใหตกไปในที่ชั่ว ผูใดเห็นกาย ผูนั้นเห็นธรรม ผูใดเห็นธรรม ผูนั้นเห็น พระพุทธเจา รักษาศีลทำใหสวย อยากรวยใหทำทาน อยากปญญาชาญ ใหภาวนา ยิ่งขอยิ่งทุกขดั่งพราหมณชุยชุก (ชูชก) ตายทุกขเพราะขอ ยิ่งใหยิ่งดี ดั่งษีพระเหวด (พระเวสสันดร) เหตุพนทุกขเพราะ การให รูยืน รูเดิน รูนั่ง รูนอน เกิดดับ เกิดดับรู รูก็เทานั้นเอง พระพุทธเจาตถาคต เพียงแตบอกให บอกใหไปทำเอา รูมีสติ สติอยาขาด ถามีสติเมื่อไหร ก็มีความเพียรเมื่อนั้น ถาขาดสติเมื่อไหร ก็ขาดความเพียรเมื่อนั้น เราอยูเหนือความยึดถือ อยูเหนือสมมติ อยูเหนือบัญญัติ มันมีอยูแตเราไมยึด เราไมถือ เราไมหลงไปตามมัน มันก็เลย ไมเปนภาระและไมกังวล ก็เลยเบาสบาย...


๑๙๐ ยิ่งหายิ่งหาย ยิ่งหายิ่งไมเห็น ไมเห็นกายเปนตน ไมเห็นตนมีในกาย ไมมีกายในตน ไมมีตนในกาย บุญ บุญ อยากไดตองทำเอง ทำแทนกันไมได ใครทำใครได ใครกินคนนั้นอิ่ม ไมปฏิบัติ อยากแตไดบุญ นรกมีจริง สวรรคมีจริง และนิพพานมีอยูจริง ขอใหญาติโยม ลูกหลานตั้งใจปฏิบัติเทานั้นก็พอ ใหภาวนาพุทโธ เดินก็พุทโธ นั่งรถก็พุทโธ นอนก็พุทโธ รมไมเย็นพักผอนหายรอนอารมณ รมเงาญาติใหความอบอุน หายเงียบเหงา รมอาจารยกันเขลาก็เชาวกลา รมพระราชากันศัตรู ใหรูขาม รมพระพุทธเจากันรอนผอนลุกลาม ใหโลกสามเย็นชื่น กวาอื่นใด ใหทานรอยครั้งไมเทารักษาศีลครั้งหนึ่ง รักษาศีลรอยครั้งไมเทา ภาวนาครั้งหนึ่ง ภาวนารอยครั้งไมเทาจิตสงบครั้งหนึ่ง ทำมากๆ รูเองเห็นเองไมตองถามใคร คนใจใครใจมัน ถาใจ เราอยูกับเราแลวมันไมเห็นใจเรา ไมถามใจเราแลวจะไปถามใคร รูขึ้นมา รอนก็รู หนาวก็รู เย็นก็รู อิ่มก็รู หิวก็รู เจ็บปวดตรงไหนก็รู รูขึ้นมาเอง รูเองเห็นเอง นี่แหละปจจัตตัง รูเองเห็นเอง ดูโยมใหดูที่ขยัน ดูพระใหดูที่ขอวัตรปฏิบัติ รูเองเห็นเอง กินเองอิ่มเอง ทำเอง ศาสนาทำเอา ไมใช ศาสนาขอเอา หลวงปูจวนสอนวาประโยชน ๓ ประโยชนในชาตินี้ ประโยชน ในชาติหนา และประโยชนอยางยิ่งคือ พระนิพพาน ไปไหนมาไหน ใหใจอยูกับพุทโธ


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๙๑ ประวัติอาการอาพาธ และการเขารับการรักษา ของหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ องคหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ เริ่มมีอาการอาพาธหนักครั้งแรก ดวยอาการปวดศีรษะอยางรุนแรงและมีไขสูง คณะศิษยานุศิษยและคณะแพทย จากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ จังหวัดกรุงเทพฯ จึงพรอมใจกันนิมนตองคทานเขารับ การรักษาเปนครั้งแรก เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ หมอวินิจฉัยวาองคทาน มีภาวะการทำงานของไตผิดปกติ องคทานไดรับการรักษาจนอาการหายดีเปน ปกติ และสามารถเดินทางกลับวัดถ้ำบูชาไดในเวลาตอมา หลังจากนั้นเปนตนมา นพ.สมพนธ บุณยคุปต ประธานบริหาร และผูกอตั้ง กองทุนเพื่อรักษาพยาบาลพระภิกษุอาพาธของโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งเปนผู ตรวจรักษาองคทานมาแตตน ไดรับเปนแพทยประจำองคทาน และไดนิมนตให องคทานมาตรวจสุขภาพ และรักษาโรคที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธเปนประจำ โดยอยู ในความดูแลของกองทุนฯ ตลอดมา ที่ผานมาองคทานไดเขารับการรักษาอาการ อาพาธที่สำคัญๆ เชน - การรักษาอาการสมองบวม เสนเลือดสมองตีบ - การรักษาอาการถายเปนเลือดจากแผลในลำไส - การผาตัดติ่งเนื้อในลำไส - การรักษาแผลอักเสบในกระเพาะอาหาร - การผาตัดไสติ่ง - การรักษาโรคเบาหวาน, โรคไต และโรคตับ เปนตน โดยมีคุณอรุณี สุวรรณรักษ ผูบริหารอาวุโส และทีมงาน คอยประสานงาน กับคณะแพทย และเจาหนาที่ของโรงพยาบาล คอยใหการตอนรับ ตลอดจน อำนวยความสะดวกเปนอยางดีเสมอมา เมื่อยางเขาสูปจฉิมวัย ความชราภาพขององคหลวงปู ทำใหการฟนตัวของ ธาตุขันธเปนไปไดยาก คณะแพทยผูถวายการรักษาแนะนำวา องคหลวงปูควรเขา


๑๙๒ รับการฟอกไต เนื่องจากไตขององคทานทำงานนอยลงจนเขาขั้นวิกฤต แตองค หลวงปูทานไมประสงคจะเขารับการรักษา และพรอมที่จะเผชิญกับสัจธรรม แหงชีวิต ซึ่งทางคณะแพทยยินยอมทำตามความประสงคขององคทาน โดยทาง โรงพยาบาลจะชวยจายยา ใหคำปรึกษา เพื่อประคองธาตุขันธขององคทานให ไดนานที่สุด ในวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ทางโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ไดสงพยาบาล มาตรวจเยี่ยมองคทานถึงที่พัก เพื่อตรวจประเมินสุขภาพ ใหคำแนะนำในการดูแล องคทาน นำตัวอยางเลือด ประมวลขอมูลนำเสนอตอแพทยประจำองคทาน เพื่อวินิจฉัย และใหแนวทางที่เหมาะสมกับพัฒนาการของโรค โดยทางแพทย อนุโลมใหสามารถใหอาหาร น้ำ และยา ตามประสงคขององคทาน องคหลวงปูไดตอสูกับเวทนาขันธอยางกลาหาญ เขมแข็ง อดทน ยามที่เกิด เวทนา ไมสามารถเอนตัวลงนอนได องคทานก็จะนั่งหลับตานิ่ง กายตั้งตรงได เปนชั่วโมงๆ องคทานออนแรงลงเปนลำดับ เริ่มฉันอาหาร น้ำ และยาไดนอยลง เรื่อยๆ จนในที่สุดองคทานก็งดรับทุกสิ่ง


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม 193 องคหลวงปูทองคำ ก่าฺจนวณฺโณ องคท่านไดละสังขาร ดวยอาก่ารสงบ วันจันทรที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เวลา ๐๕.๒๕ น. สิริอายุ ๘๕ ป ๑๐ เดือน ๒๓ วัน ๖๓ พรรษา อิงคหลวังปูอิยูในควัามดีูแลขอิงโรงพยาบาลวัิชัยยุที่ธเปนอิยางดี่มาตลอิดี จิวับจินถึงปจิจิุบันรวัมเปนระยะเวัลา ๒๗ ป คณะแพที่ยที่่�ดีูแลรักษาอิงคหลวังปู ม่อิาที่ิ นพ.สมพนธ บุณยคุปต, นพ.สิที่ธิ์เที่พ ธนกิจิจิารุ (แพที่ยประจิำอิงค หลวังปูคนปจิจิุบัน), นพ.วัราวัุฒิ บูรณวัุฒิ, นพ.เสถ่ยร ธรรมที่วั่ธิกุล, พญ.สุดีารัตน ส่น้ำเงิน, พญ.สุพรรณิการ เจิริญ, นพ.เกษม แสงหิรัญวััฒนา และอิ่กหลายๆ ที่าน ที่่�ไดีดีูแลถวัายการตรวัจิรักษาที่านดีวัยควัามตั้งใจิ และเต็มควัามสามารถ ในโอิกาสน่้ที่างคณะศิษยานุศิษยขอิงอิงคหลวังปู จิึงขอิขอิบพระคุณ และ อินุโมที่นาในกุศลจิิต ขอิงคณะผูบริหารโรงพยาบาลวัิชัยยุที่ธ พรอิมดีวัยคณะ แพที่ย พยาบาล และเจิาหนาที่่�บุคลากรทีุ่กที่าน ที่่�ไดีม่สวันรวัมในการดีูแลรักษา อิงคหลวังปู และขอิขอิบพระคุณคณะแพที่ย พยาบาล และเจิาหนาที่่�บุคคลากรขอิง โรงพยาบาลเซกา จิังหวััดีบึงกาฬ ทีุ่กที่านดีวัยเชนกัน ที่่�ไดีดีูแลรักษาอิงคหลวังปู เปนอิยางดี่เสมอิมา ดีวัยอิานิสงสผลบุญเหลาน่้ ขอิจิงเปนพลวัปจิจิัยหนุนนำสงดีลบันดีาลให ที่านที่ั้งหลายและครอิบครัวั จิงม่แตควัามสุข ควัามเจิริญรุงเรือิง และสุขภาพ พลานามัยที่่�แข็งแรง เจิริญในจิตุรพิธพร คือิ อิายุ วัรรณะ สุขะ พละ ประสบแต ควัามสุขกาย สบายใจิ ที่ั�วัทีุ่กที่ิวัาราตร่กาลตลอิดีไปเที่อิญ


19๔ ปรูะม่วัลภาพ่องค์หลวังปูที่องคำ กาฺจนวัณฺโณ พิธีสรงน้ำสรีระสังขาร องคหลวงปูทองคำ ก่าฺจนวณฺโณ


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม 19๕


19๖ เดีือินธันวัาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ประเที่ศอิินเดี่ย ๑. ไปอินเดีย


พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม 19๗ วัันที่่� ๕ พฤศจิิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗ ประเที่ศอิินเดี่ย


198 วัันที่่� ๔-๑๕ พฤศจิิกายน พ.ศ. ๒๕๓๒ ประเที่ศอิินเดี่ย


199 ๒. ภาพเก่่า


Click to View FlipBook Version