๑๐๐ ภาพบริเวณวัดถ้ำบูชา ศาลาโรงฉัน สระน้ำหนาศาลาหลังใหญ โรงเก็บของ พระประธานศาลาโรงฉัน บริเวณศาลาหลังใหญ ดาดฟากุฏิขาว ภาพบริเวณภายในวัด โรงครัว บันไดเหล็กทางขึ้นเขา หนาศาลาโรงฉัน
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๐๑ งานบุญประจำปของวัด นอกจากจะมีงานบุญตามประเพณี และงาน ทอดกฐินประจำปแลว คณะศิษยานุศิษยขององคหลวงปูยังไดจัดงานมุทิตา จิตใหกับองคทานในโอกาสคลายวันเกิด โดยมีกิจกรรมการบวชเนกขัมมะ ทำวัตรสวดมนต และสวดเจริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ตลอดทั้งคืน ซึ่งเชาวันรุงขึ้นศิษยานุศิษยไดพรอมกันทำพิธีขอขมาและสรง น้ำองคหลวงปูเปนประจำทุกป การบวชเนกขัมมะ และสวดเจริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ตลอดคืน พิธีขอขมาและสรงน้ำองคหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ
๑๐๒ “ทำมากๆ รูเองเห็นเองไมตองถามใคร คนใจใครใจมัน ถาใจเราอยูกับเรา แลวมันไมเห็นใจเรา ไมถามใจเราแลวจะไปถามใคร รูขึ้นมา รอนก็รู หนาวก็รู เย็นก็รู อิ่มก็รู หิวก็รู เจ็บปวดตรงไหนก็รู รูขึ้นมาเอง รูเอง เห็นเอง นี่แหละปจจัตตัง รูเองเห็นเอง” หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๐๓ ราย์ชื่อเจาอาวาสวัด็ถ้ำบูชา (ภูวัว) ๑. พระอาจารยมั่น ภูริทตฺโต ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๒ ๒. ตั้งแต พ.ศ. ๒๔๔๓ ถึง พ.ศ. ๒๔๗๖ พระกัมมัฏฐานสายพระอาจารยมั่น มาจำพรรษาพลัดเปลี่ยนกันไป ๓. พระอาจารยวัง พ.ศ. ๒๔๗๗ - พ.ศ. ๒๔๘๐ ๔. พระอาจารยขาว อนาลโย พ.ศ. ๒๔๘๑ - พ.ศ. ๒๔๘๕ ๕. พระอาจารยออน าณสิริ พ.ศ. ๒๔๘๖ - พ.ศ. ๒๔๘๗ ๖. พระอาจารยมหาสีทน กาฺจโน พ.ศ. ๒๔๘๘ - พ.ศ. ๒๔๘๙ ๗. พระอาจารยฝน อาจาโร พ.ศ. ๒๔๙๐ ๘. พระอาจารยมหาทองสุก (พระครูอุดมธรรมคุณ) พ.ศ. ๒๔๙๑ - พ.ศ. ๒๔๙๒ ๙. พระอาจารยสมชาย ิตวิริโย พ.ศ. ๒๔๙๓ - พ.ศ. ๒๔๙๙ ๑๐. พระอาจารยจวน กุลเชโ พ.ศ. ๒๕๐๐ - พ.ศ. ๒๕๑๐ ๑๑. พระอาจารยสอน อุตฺตรปฺโ พ.ศ. ๒๕๑๑ - พ.ศ. ๒๕๒๐ ๑๒. พระอาจารยทองคำ กาฺจนวณฺโณ พ.ศ. ๒๕๒๐ - พ.ศ. ๒๕๖๗ องคหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ องคทานเปนเจาอาวาสองค ปจจุบัน องคทานมาอยูที่วัดถ้ำบูชา (ภูวัว) ตั้งแตครั้งองคทานมาปลีกวิเวก ภาวนาเมื่อป พ.ศ. ๒๕๒๐ จนถึง พ.ศ. ๒๕๖๗ รวมเวลาที่องคหลวงปูมาอยู เปนรมโพธิ์รมไทรใหกับชาวบานดอนเสียดและชาวบานละแวกใกลเคียงนั้น เปนเวลาทั้งสิ้น ๔๗ ป
๑๐๔
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๐๕ ตอนที่ ๓๑ ชาวบานด็อนเสีย์ด็ ในสมัยกอนนั้นหมูบานดอนเสียดยังลอมรอบไปดวยปารกชัฏ มีแค ถนนเชื่อมตอระหวางหมูบานที่ใชสัญจรไปได นอกนั้นก็เปนแคทางโคทาง เกวียนสำหรับใชสัญจรไปมา บานดอนเสียดสมัยเริ่มแรกๆ นั้น มีประมาณ ๗๐ หลังคาเรือน ผูคน สวนมากเปนครอบครัวที่อพยพมาจากที่อื่น ยายเขามาเพื่อจับจองที่ดิน และทำมาหากิน บางครอบครัวก็อพยพมาจากอำเภอคำชะอี จังหวัด มุกดาหาร จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดหนองบัวลำภู ตอมามีการอพยพเขามาอยูอาศัยกันมากขึ้นเรื่อยๆ อาชีพหลักของชาวบานแถบนี้คือทำนา ทำไร และเลี้ยงสัตว ประชาชน สวนใหญยังยากจน ตลอดจนการคมนาคมขนสงก็ยังไมสะดวก ถนนหนทาง ยังเปนถนนดินลูกรัง เปนหลุมเปนบอ ไฟฟา ประปา ก็ยังเขาไมถึง ตอมา ชาวบานไดเปลี่ยนมาปลูกยางพารา จึงทำใหเศรษฐกิจแถบนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ และทางภาครัฐไดจัดสรรงบประมาณเขามาเพื่อพัฒนาพื้นที่ จนปจจุบัน ชาวบานในชุมชนแถบนี้มีฐานะดีขึ้นกวาเดิม ในอดีตชาวบานดอนเสียดนั้นถึงแมวาจะมีฐานะยากจนเพียงไร แตพวกเขาเหลานั้นก็ยังมีความเลื่อมใสศรัทธาในบวรพุทธศาสนามิได เสื่อมคลาย ถึงแมนวาจะขาดแคลนทรัพยสิน เงิน ทอง ขาวของ อันเปน วัตถุภายนอก แตภายในคือจิตใจ ก็มิไดขาดแคลนแตอยางใด กลับมีทรัพย ภายในคืออริยทรัพย มีศีล ทาน และธรรมประจำจิตใจอยูเปนนิตย เพราะ พื้นที่แถบนี้มีพระบูรพาจารยสายวิปสสนากัมมัฏฐานลูกศิษยของหลวงปู มั่น ภูริทตฺโต ไดแวะเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาปลีกวิเวกเพื่อพักบำเพ็ญภาวนา
๑๐๖ มิไดขาด ดังนั้นชาวบานแถบนี้จึงมีโอกาสที่จะไดรับฟงพระธรรมเทศนาและ คำแนะนำอบรมสั่งสอนจากพอแมครูบาอาจารยสายวิปสสนากัมมัฏฐาน ที่ไดธุดงคผานเขามาในพื้นแถบนี้เปนประจำ สมัยกอนนั้นที่ถ้ำบูชาแหงนี้ หากมีพอแมครูบาอาจารยธุดงคแวะ เวียนผานมาเพื่อพักบำเพ็ญภาวนา ชาวบานที่เขามาหาของปา เมื่อไดพบ เจอครูบาอาจารยแลว ก็จะกลับไปบอกคนในหมูบานวา “บนภูเขาหรือ ภายในบริเวณถ้ำบูชา มีพระธุดงคทานมาแวะพักบำเพ็ญภาวนา” ดังนั้น เมื่อชาวบานไดทราบขาวแลว ตอนเชาพวกเขาก็จะตระเตรียมอาหารคาว หวานตามมีตามไดของแตละคนที่จะสามารถหามาได เพื่อรอใสบาตร หากพอแมครูบาอาจารยมาพักอยูเปนเวลานานๆ พวกเขาก็จะชวยทาน ทำโนนทำนี่ที่สามารถชวยเหลือทานได เชน ปลูกกระตอบ และถาง ทางเดินจงกรม ในชวงวันศีลวันพระก็ขึ้นมาฟงเทศนฟงธรรมจากทาน เปนครั้งคราวเพื่อเพิ่มบารมีประดับสติปญญาของตนเองมิไดขาด ความศรัทธาของชาวบาน หากจะวาไปแลวก็ไดรับการปลูกฝงมาจาก พระกัมมัฏฐานที่ไดธุดงคผานมาที่ภูวัวนี้ จึงทำใหพวกเขามีจิตใจที่ ออนโยน รูจักการใหทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ประกอบกับเมื่อ หลวงปูจวน กุลเชโ มาพำนักพักอาศัยเพื่อบำเพ็ญภาวนาที่ถ้ำบูชานี้ ทานก็ไดแนะนำอบรมสั่งสอนชาวบานใหรูจักศีลรูจักธรรมมากขึ้น และ ภายหลังที่หลวงปูจวนไดมรณภาพไปแลว ทานก็ไดใหองคหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ มาจำพรรษาที่ถ้ำบูชาแหงนี้ องคหลวงปูทานเองก็ไดชวย ขัดเกลาจิตใจพวกเขาเหลานั้น โดยสอนใหรูจักการใหทาน รักษาศีล และ เจริญภาวนา จนกอใหเกิดศรัทธาอันแนบแนนมั่นคง สืบทอดมาจนถึง ปจจุบันนี้
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๐๗
๑๐๘ ตอนที่ ๓๒ พระผูบุกเบิกกอตั้งวัด็ หลวงปูจวน กุลเชโ จำพรรษาที่ถ้ำบูชา (ภูวัว) (ป พ.ศ. ๒๕๐๖ - พ.ศ. ๒๕๑๑) เมื่อป พ.ศ. ๒๕๐๖ ญาติโยมชาวบาน ดอนเสียดไดมานิมนตพระอาจารยจวนใหไป จำพรรษาอยูกับพวกเขา ทานจึงตกลงไปพักอยู ที่ถ้ำบูชาซึ่งอยูหางจากหมูบานถึง ๖ กิโลเมตร สมัยนั้นทางสำหรับบิณฑบาตลำบากมาก ทานไดขอใหญาติโยมชวยกันตัดทางจาก หมูบานดอนเสียดขึ้นภูวัว ไปถึงถ้ำบูชา ชวยกัน ทำอยู ๓ เดือนจึงสำเร็จ รถและเกวียนจึงพอไปได แตถึงกระนั้นการ บิณฑบาตก็ตองพบกันคนละครึ่งทางระหวางพระกับชาวบาน โดยสรางแคร ไมไผทำเปนเพิงเล็กๆ สำหรับเปนที่พักรับบิณฑบาตของญาติโยม โดย ตอนเชาพระจะเดินบิณฑบาตลงมาจากภูเขามารอที่ครึ่งทางและชาวบาน เดินจากหมูบานขึ้นไปอีกครึ่งทาง ซึ่งมาบรรจบพบกันที่ศาลาใสบาตร พ.ศ. ๒๕๐๗ เปนพรรษาที่ทานพระอาจารยจวน กุลเชโ จำพรรษา ที่ถ้ำบูชา มีพระจำพรรษา ๕ รูป สามเณร ๒ รูปเทานั้น ตางองคตางแยก ยายกันหาที่วิเวกเพื่อปรารภความเพียรกันอยางไมลดละ ในระหวางที่องค ทานพักอยูที่นั่นก็ไดสรางโรงครัว ศาลาโรงฉันขางลาง จากนั้นไดชวนพระ เณรทำบันไดขึ้นหนาผาขึ้นบนหลังตาดสะอาม เพราะขางบนเปนที่ชัยภูมิ ดีเหมาะเปนที่ปลีกวิเวกสำหรับพระเณร
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๐๙ สมัยนั้นมีขาวเลาลือกันวา ยังมีพระพุทธรูปทองคำหลงเหลืออยูใน ถ้ำในเขตภูวัวแหงนี้ พวกพรานและชาวปาสมัยกอนเคยพบเห็นมาแลว แตไมมีใครกลานำพระพุทธรูปออกมา ดวยเกรงกลัวตออำนาจเทพารักษ ที่บำรุงรักษาสถานที่นั้นไว ตอมาไดมีชาวบานชวยกันคนหาพระพุทธรูป ทองคำเทาใดแตก็หาไมพบ วันหนึ่งขณะที่องคทานนั่งภาวนา องคทานได นิมิตวากำลังคนหาพระ แตหาไมเจอ ขณะนั้นไดมียักษผูหญิงรูปรางสูงใหญ ตัวดำสนิท ผมยาวรุงรัง นุงผาแตเปลือยกายทอนบน อกยานใหญ ทองก็ อวนใหญ ยืนอยูที่น้ำตกกะอาม องคทานจึงเดินเขาไปถามวา “ใคร ทำไมจึงมาอยูที่นี่” ยักษจึงตอบวา “เปนยักษอยูที่น้ำตกกะอาม เพราะแตกอนเคยทำบาป คือชาติที่เกิดเปนมนุษย ไดเกิดเปนภรรยาของทานอาจารย แตเปนผูทุจริต ประพฤติผิดมิจฉากาม ไมซื่อสัตยตอสามีคือทานอาจารย คบชายอื่น เปนชู เมื่อสามีจับไดก็ลอลวงปดบังไว ดวยบาปอกุศลกรรมอันนั้นจึงทำให ตองมาเกิดเปนยักษอยูที่นี่”
๑๑๐ องคทานจึงถามตอวา “มีพระพุทธรูปโบราณอยูที่ถ้ำสะอามนี้ใชไหม” ยักษก็รับวา “มีอยูจริง” แตไมยอมบอกวาอยูที่ไหน เพราะยักษยัง เกลียดชังองคทาน ที่องคทานทิ้งเขาไปในชาตินั้น องคทานจึงไดบอกญาติโยม วา “อยาไปหาเลย ไมเห็นหรอก เขาไมใหเห็น” ในป พ.ศ. ๒๕๐๙ คืนหนึ่งขณะฝนตกหนัก ไดมีเครื่องบินอเมริกัน นำลูกระเบิดมาปลอยทิ้งที่ภูวัว ๖ ลูก หลังจากนั้น ๓ วัน ญาติโยมขึ้นมา ถวายจังหันแลวออกไปเก็บเห็ดจึงเห็นลูกระเบิด เปนระเบิดขนาดใหญ มีที่ ระเบิดแลว ๑ ลูก เปนระเบิดเพลิง แตที่ยังไมระเบิด ๕ ลูก วัดโดยรอบได ๑.๒๐ เมตร วัดตามยาวได ๑.๒๐ เมตร จึงใหคนไปแจงกำนันผูใหญบาน เขาไดรายงานไปจนถึงทางทหารที่จังหวัดอุดรธานี ใหฝรั่งทหารอเมริกัน ผูมาทิ้งระเบิดทราบ ทหารที่จังหวัดอุดรธานีและทหารอเมริกันไดเดินทาง มาจัดการนำเอาระเบิดที่ยังไมระเบิดเหลานั้นขึ้นมาทำลายไดหมด การที่ลูกระเบิดทั้ง ๕ ลูกไมแตกระเบิดนี้ ไดทำใหชาวบานตื่นเตน ร่ำลือกันมาก แตองคทานกลาวเพียงวาอาจจะเปนเพราะอำนาจคุณพระ ศรีรัตนตรัยคุมครองก็ได กลางป พ.ศ. ๒๕๑๑ เจาคณะจังหวัดหนองคายก็ไดมีหนังสือมาขอให พระที่อยูถ้ำบูชา (ภูวัว) ยายลงมาจากภูวัว เพราะบานเมืองเกิดเหตุฉุกเฉิน เกรงจะเปนอันตรายตอพระสงฆ ใหลงไปจำพรรษาที่อื่น ทานพระอาจารยพรอมหมูคณะและแมชีก็ไดลงจากถ้ำบูชาในเดือน กรกฎาคม ขณะฝนกำลังตกชุก เดินทางดวยความยากลำบาก บุกน้ำ บุก โคลนตม มุงหนาไปจำพรรษากับหลวงปูขาวที่วัดถ้ำกลองเพล (ขอมูลจากหนังสือชีวประวัติยอ พระอาจารยจวน กุลเชโ หนาที่ ๕๕-๕๖ เรียบเรียงใหมบางสวน)
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๑๑ ตอนที่ ๓๓ หวยระเบิด จากคำบอกเลาของคุณลุงทองมี โคตรซอดซาย ซึ่งปจจุบันเปน ไวยาวัจกรของวัดถ้ำบูชา สมัยคุณลุงทองมีอายุ ๑๕ ป เมื่อป พ.ศ. ๒๕๐๙ ชวงเดือนกันยายน ซึ่งเปนฤดูฝน ในค่ำคืนหนึ่ง ทองฟาถูกปกคลุมดวย พายุฝน ฝนไดตกกระหน่ำอยางหนัก เสียงสายฟาฟาดคำราม กึกกองทั่ว ทั้งบริเวณแถบนี้ และไมมีทีทาวาจะหยุดตกเลย ขณะนั้นเอง เครื่องบินสัญชาติอเมริกันไดบรรทุกมฤตยูอันเปนวัตถุ ทำลายลาง บินฝาสายฝนที่กำลังตกอยางหนัก ผานเขามาในเขตภูวัว ใกลบริเวณวัดถ้ำบูชา และทันใดนั้นเครื่องบินก็ไดปลอยระเบิดที่บรรทุก มานั้นใหตกลงสูพื้นดิน เมื่อลูกระเบิดรวงลงไมนานก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น หวั่นไหวไปทั่วอาณาบริเวณ ทามกลางสายฝนที่ยังกระหน่ำตกอยางหนัก จากนั้นเครื่องบินก็บินจากไป รุงเชาของวันใหม ชาวบานดอนเสียดที่มีศรัทธาตอพระพุทธศาสนา ไดนำภัตตาหารมาถวายพระที่มาพักภาวนาอยูที่ถ้ำบูชา ไดพบเจอสะเก็ด ของลูกระเบิดตกกระจัดกระจายทั่วอาณาบริเวณวัดถ้ำบูชา ตางคนตาง ตระหนกตกใจกับเหตุการณที่เกิดขึ้น พรอมกับสงสัยวามันคืออะไร เมื่อไดจับ ชิ้นสวนวัตถุที่ตกกระจัดกระจายขึ้นมาดูก็พบวายังรอนๆ อยู เมื่อพระสงฆ ฉันภัตตาหารเชาเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว ชาวบานพรอมกับพระสงฆที่อยู ในวัด จึงไดออกตามหาที่มาของวัตถุอันตรายนั้น ผลจากการคนหาครั้งแรก พบลูกระเบิดตกแถบริมหวย ถ้ำมันปลา ทางทิศตะวันออกเฉียงใตของวัดจำนวน ๒ ลูก หลังจากนั้นก็ไดนำขาวไปแจง ใหผูใหญบานทราบ ผูใหญบานจึงไดประสานงานไปยังอำเภอ ทางเจาหนาที่ ที่ไดรับแจงความก็ประสานไปยังศูนยฯ ที่จังหวัดอุดรธานี เวลาผานไปประมาณ
๑๑๒ ๑ อาทิตย ทหารอเมริกันและทหารไทยไดนั่งเฮลิคอปเตอรมาลงจอดที่ พลาญหินชั้นที่ ๒ ของวัด แถวบริเวณน้ำตกกะอาม (ปจจุบันคือน้ำตกเจ็ดสี) เปนทหารอเมริกัน ๓ นาย และทหารไทยอีก ๒ นาย หลังจากที่ทหารเอาเครื่อง ลงจอดเสร็จเรียบรอยแลว พวกเขาก็ไดเดินทางลงมายังสถานที่เกิดเหตุ พรอมชุดเก็บกูวัตถุระเบิด และไดบอกใหชาวบานที่ไดนำวัวควายมาเลี้ยงบนภูวัว ใหลงจากภูเขาไปเสีย เพราะเกรงวาจะเปนอันตรายตอคนและสัตวเลี้ยง คุณลุงทองมีเลาวา เมื่อเดินลงจากทางดานหลังของภูวัวไปไดสักพักหนึ่ง หางจากวัดถ้ำบูชาประมาณ ๓ กิโลเมตร ก็ไดยินเสียงระเบิดตูมตาม! สนั่น หวั่นไหวตามหลังมา หลังจากเสร็จภารกิจ ทหารชุดเก็บกูวัตถุระเบิดก็กลับ ศูนยบัญชาการไป ครั้นเมื่อสถานการณจบลงและเปนปกติแลว ชาวบาน ดอนเสียดและบานใกลเรือนเคียงก็หาอยูหากิน หาหนอไม หาเห็ด กบ เขียด ปู ปลา ตามลำหวยถ้ำมันปลาเปนปกติตามเดิม คุณลุงทองมียังเลาตอไปอีกวา ลูกระเบิดที่ตกลงมาแลวยังไมไดเก็บกู ยังคงมีเหลืออยูในลำหวยถ้ำมันปลา ชาวบานที่ไมรูเรื่องรูราวอะไร ก็ใชเปน ที่ตกปลาบาง ใชเหยียบขามไปมาบาง ใชเปนสะพานขามหวยบาง โดยไมรู วานั่นคือ “ลูกระเบิด” เพราะในขณะนั้นเปนฤดูฝน น้ำหลากมาก ลูกระเบิด จึงโผลใหเห็นเฉพาะสวนหัวเทานั้น หลังจากนั้นชาวบานก็ไดนำความไป แจงกับผูใหญบานใหทราบ เพื่อแจงใหหนวยงานที่เกี่ยวของไดรับทราบ โดยการโทรเลขไปยังศูนยบัญชาการที่จังหวัดอุดรธานี การเขาเก็บกูครั้งที่ ๒ นี้ กวาเจาหนาที่ชุดเก็บกูระเบิดจะออกมา ใชเวลา นานประมาณ ๑ เดือน เมื่อชุดเก็บกูมาถึงก็เขาตรวจสอบดูสถานที่ที่ลูก ระเบิดตกลง หลังจากนั้นก็ไดทำความเขาใจกับชาวบานใหทราบวา ลูกระเบิด ที่ตกลงมานี้ ถาไมไดจุดชนวนภายในตัวระเบิดแลว จะไมสามารถระเบิด
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๑๓ ไดเลย เพราะวาระเบิดที่ตกลงมานี้ บางสวนเปนระเบิดทำลายคอสะพาน ไมใชระเบิดสังหารทำลายลางแตอยางใด ขนาดของลูกระเบิดนั้น มีความยาวประมาณ ๑.๒๐ เมตร สวนหัวโคงมน เหมือนหัวแกสหุงตม การเขาเก็บกูครั้งที่ ๒ นี้ เจอลูกระเบิดทั้งหมด ๔ ลูก ตกในหวยถ้ำมันปลา ๒ ลูก ตกริมหวยเยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต ของวัดถ้ำบูชา บริเวณทางไปถ้ำฮังอีก ๒ ลูก หลังจากนั้นเจาหนาที่ก็ไดเขา เก็บกูและถอดชิ้นสวนของระเบิดออก แลวจุดทำลายระเบิดที่เหลืออยูนั้น สำหรับซากชิ้นสวนของลูกระเบิดที่ทางทหารเห็นวาไมเปนอันตราย แลวก็ไดทิ้งไป ชาวบานจึงไดเก็บมาใหทางวัด ปจจุบันนี้วัดก็ยังไดเก็บซาก วัตถุระเบิดนั้นไวในโกดังใหเปนอนุสรณถึงเหตุการณในคราวนั้น ดังนั้น ลำหวยที่เปนประวัติศาสตรแหงนี้ แตกอนใชเปนที่หาอยูหากิน เก็บผัก หักหนอไม หาปูหาปลา จากที่รูจักกันดีในนามหวยถ้ำมันปลา ก็ไดเปลี่ยน ชื่อมาเปนหวยระเบิดจนถึงปจจุบันนี้ ซากชิ้นสวนของลูกระเบิด
๑๑๔ ตอนที่ ๓๔ หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ ปลีกวิเวก และจำพรรษาที่ถ้ำบูชาเปนการถาวร (ตั้งแต ป พ.ศ. ๒๕๒๐ - ๒๕๖๗) ภายหลังจากหลวงปูฝน อาจาโร ไดมรณภาพที่วัดปาอุดมสมพรแลว องคหลวงปูทานก็ไดเดินทางมาอยูกับหลวงปูจวน กุลเชโ ที่วัดภูทอก ในระหวางที่อยูภูทอกนั้น องคหลวงปูเองก็ไดปลีกวิเวกมาที่ภูวัวอยูเปน ประจำ โดยเฉพาะที่ถ้ำบูชาแหงนี้ เพราะเปนสถานที่สงบวิเวกวังเวงดี เหมาะแกการเจริญสมถะและวิปสสนากัมมัฏฐาน ในป พ.ศ. ๒๕๒๐ - พ.ศ. ๒๕๒๒ องคหลวงปูทานไดเดินทางเทียวไป เทียวมาระหวางภูทอกกับถ้ำบูชาอยูเปนประจำ ในชวงฤดูเขาพรรษา
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๑๕ องคหลวงปูเองก็ไดอยูจำพรรษาที่วัดถ้ำบูชาเปนเวลา ๔ เดือน พอออกพรรษา หมดหนากาลกฐินแลว องคหลวงปูก็ไดเดินทางกลับไปอยูกับหลวงปูจวน กุลเชโ ที่วัดภูทอกเปนเวลานานถึง ๘ เดือน ดังนั้นองคหลวงปูจึงเดินทาง กลับไปกลับมาระหวางภูทอกกับถ้ำบูชาแหงนี้เปนประจำทุกๆ ป เมื่อป พ.ศ. ๒๕๒๓ หลังจากที่หลวงปูจวน กุลเชโ ทานไดมรณภาพ เพราะประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓ องคหลวงปูจึงไดอยูชวยงานที่วัดภูทอกจนงานแลวเสร็จ ครั้นเมื่อถึงเวลาเขาพรรษา องคหลวงปูก็ไดกลับมาจำพรรษาที่วัดถ้ำบูชา และไดพักภาวนาอยูที่นี่มาเรื่อยตราบจนองคทานมรณภาพ ถายเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔ บริเวณพลาญศาลายาว วัดถ้ำบูชา
๑๑๖ ภาพนี้ถายเมื่อเดือนกุมภาพันธ ๒๕๒๕ วัดถ้ำบูชา (ภูวัว)
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๑๗ ถายที่ศาลาฉันหลังเกา วัดถ้ำบูชา (ภูวัว) ถายที่บริเวณน้ำตกกะอามชั้นบนสุด
๑๑๘ ตอนที่ ๓๕ ถ้ำบูชาสมัย์เกา ถ้ำบูชาสมัยกอนไดมีพอแมครูบาอาจารยแวะเวียนมาพักเพื่อบำเพ็ญ เพียรภาวนาอยูบอยครั้ง แมแตหลวงปูจวน กุลเชโ ทานเองก็ไดมา พักภาวนาและอยูจำพรรษาที่วัดแหงนี้ดวย ภายหลังบานเมืองเกิดความ เดือดรอนวุนวาย ทานจึงมีความจำเปนที่ตองออกจากสถานที่แหงนี้ไป จึงทำใหสถานที่แหงนี้ไมมีพระจำพรรษาและอยูประจำ ภายหลังองคหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ องคทานไดมาวิเวกที่ภูวัว และไดอยูจำพรรษาที่ถ้ำบูชาแหงนี้ เมื่อครั้งที่องคหลวงปูมาใหมๆ เสนาสนะ ก็มีแคโรงครัว กับกุฏิ ซึ่งหลวงปูจวนทานไดสรางไวสมัยเมื่อครั้งที่ทานยัง จำพรรษาอยูที่ถ้ำบูชาแหงนี้ ครั้นเมื่อหลวงปูจวนทานไดลงจากถ้ำบูชาไปแลว ก็ไมมีใครคอยดูแลเสนาสนะที่ทานสรางไว จึงทำใหเสนาสนะเหลานั้น ชำรุดทรุดโทรมเสียหายไปตามกาลเวลา ภายหลังจากที่องคหลวงปูทองคำ ไดมาอยูที่ถ้ำบูชาเปนการถาวร องคทานเองก็ไดริเริ่มบูรณะปฏิสังขรณ เสนาสนะตางๆ ที่ชำรุดเสียหายใหกลับมาใชไดเหมือนดังเดิม ในสมัยนั้น อาหารการขบฉันก็อดอยากขาดแคลนเปนอยางมาก ครั้นเมื่อถึงวันพระ ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ชาวบานก็จะมาถือศีลภาวนากันเปนประจำ พอกอนถึงวันพระ ชาวบานเองก็จะตระเตรียมขาวสาร อาหารแหงตางๆ เทาที่จะหามาได จากนั้นก็ชวยกันหาบขึ้นมาที่วัด แลวนำมาเก็บไวที่โรงครัว พอวันรุงขึ้นจึงนำเอาอาหารเหลานั้นมาทำเปนภัตตาหารถวายพระ การโคจรบิณฑบาตในสมัยนั้น องคหลวงปูทานตองเดินลงไปบิณฑบาต ที่จุดนัดพบ (ศาลารับบิณฑบาต) โดยที่พระกับโยมเดินมาพบกันคนละ ครึ่งทาง เพราะสมัยกอนการสัญจรไปมาคอนขางยากลำบาก เสนทางที่ใช
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๑๙ เทียวไปบิณฑบาตขององคทานนั้นก็เปนทางเสนเล็กๆ พอเดินลัดเลาะไป บิณฑบาตไดเทานั้น โดยที่องคทานตองเดินไปตามเสนทางในหุบเขา ตรง ลงมาทางหินกอนใหญ (หินฮอม) แลวเดินตามริมหวยมาเรื่อยๆ จนมาถึง ทางโคงกอนถึงหนวยพิทักษปาบานดอนเสียด จากนั้นก็เดินตามทางวัวทาง เกวียนลงมาจนถึงหวยทราย ซึ่งเปนจุดนัดพบ (ศาลารับบิณฑบาต) เพื่อรอ รับบิณฑบาตที่นั่นเอง เดิมทีเสนทางที่ใชสัญจรไปมาระหวางวัดกับหมูบานนั้นใชเสนทาง สายเกา ซึ่งอยูทางทิศตะวันออก ตอมาไดมีการตัดทางเสนใหมไปทาง หินฮอม แตการสัญจรไปมาก็ยังคงลำบากอยู เพราะเปนพื้นที่สูงชัน จึงมีการ ตัดทางเสนใหมอีกครั้ง ทุกวันนี้เสนทางที่ใชสัญจรนั้นเปนเสนที่ ๓ ซึ่งเกิดจากแรงศรัทธาของ ญาติโยมชาวบานดอนเสียดกับองคหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ ชวยกัน ทำทางเสนดังกลาวนี้ องคหลวงปูทานเปนผูริเริ่มทำกับชาวบานดอนเสียด
๑๒๐ ถนนเชื่อมระหวางหมูบานกับวัดถ้ำบูชา โดยเริ่มทำตั้งแตหมูบานมาจนถึงทางโคงกอนขึ้นผาสัก หลังจากนั้นก็ได ตัดทางเสนใหมขึ้นมาเรื่อยๆ ผานมอสวนกลวย (เนินสวนกลวย) แลวก็ขาม ลำหวยระเบิดจนมาถึงวัดถ้ำบูชา สมัยนั้นองคหลวงปูทานจางแรงงานวันละ ๓๐ บาท ในการถางเสนทาง หลังจากนั้นก็ไดนำเอาดินมาถมตามหลุมตามบอที่ขรุขระ โดยเฉพาะ มอสวนกลวย (เนินสวนกลวย) ซึ่งเปนเนินสูงชัน หลังจากที่มีการตัดทาง เสนใหมแลว การสัญจรไปมาระหวางวัดกับหมูบานก็สะดวกยิ่งขึ้น ภายหลัง หนวยงานราชการไดเขามาดูแล โดยมีการซอมแซมถนนเสนดังกลาวนี้ มาตลอด จนกลายเปนถนนคอนกรีตมาจนถึงทุกวันนี้
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๒๑ ตอนที่ ๓๖ งานกอสรางและปฏิสังขรณ์ บันไดขึ้นเขา หลังจากที่องคหลวงปูมาพักจำพรรษาที่ถ้ำบูชาเปนการถาวรแลว องคทานก็ไดมีการซอมแซมเสนาสนะตางๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม โดยการรื้อถอน ของเกาแลวสรางขึ้นใหมบาง ซอมแซมเสนาสนะของเกาใหสามารถกลับมา ใชไดเหมือนเดิมบาง เริ่มจากการซอมแซมบันไดทางขึ้นเขา เพราะของเกานั้น ไดผุพังเกือบหมด บางสวนก็ถูกไฟไหมเสียหาย ดังนั้นองคทานจึงไดปรับปรุง ซอมแซมเสียใหม โดยใหชางนำไมตะเคียนหิน และไมพะยูงที่หาไดแถวนั้น มาเปลี่ยนและซอมแซมใหสามารถใชงานไดเหมือนเดิม ภายหลังจึงได เปลี่ยนมาเปนบันไดเหล็กที่ใชในปจจุบันนี้ เมื่อซอมแซมบันไดทางขึ้นเขาเสร็จแลว ญาติโยมที่มาชวยองคทาน ทำงานนั้น เกิดศรัทธาอยากจะสรางกุฏิถวายวัด พวกเขาจึงไดชวยกัน เลื่อย และไสไม นำไปสรางเปนกุฏิอยูบนเขาของวัด โดยมีพอใหญ พอชวน พอออน พอเขมร และลุงหัด ไดสรางกุฏิถวายใหกับวัดคนละ ๑ หลัง บันไดเหล็กที่ใชขึ้นเขา กุฏิที่ญาติโยมชวยกันสรางถวายใหกับวัด
๑๒๒ กุฏิคุณหญิงสุรีพันธ มณีวัต ตอมาคุณหญิงสุรีพันธ มณีวัต โยมจากกรุงเทพฯ มีจิตศรัทธาที่จะ สรางกุฏิถวายวัด องคหลวงปูจึงไดใหชางมาสรางกุฏิสุรีพันธที่พลาญหิน บนเขาใกลน้ำตกกะอาม สมัยนั้นที่วัดไมมีเครื่องปนไฟฟา ดังนั้นชางจึง ตองนำเครื่องปนไฟของตนเองบรรทุกใสเกวียนลากมาจากบาน จากนั้นจึง ชวยกันหามขึ้นไปบนเขา เพื่อใชในการกอสราง เชน เจาะไม ไสไม และใช ในงานตางๆ จนการกอสรางกุฏิหลังดังกลาวเสร็จสมบูรณ เมื่อเสร็จจากการสรางกุฏิสุรีพันธแลว องคหลวงปูทานก็ไดสรางศาลา หลังใหญ โดยอาศัยศรัทธาญาติโยมชวยกันถากเสาไมพะยูง ไมมะคาแต การถากเสาไมที่ใชในการสรางศาลาในครั้งนั้น ชาวบานตกลงกันเองวา ใหทำ ๔ ครัวเรือนตอเสา ๑ ตน ไมมีการจางแรงงานแตอยางใด ญาติโยม สวนใหญชวยกันสรางดวยแรงศรัทธา ภายหลังเมื่องานจวนจะเสร็จ จึงได มีการจางแรงงานมาชวยเพื่อใหงานเสร็จอยางรวดเร็วและเรียบรอยเปนไป ดวยดี ศาลาใหญ ศาลาหลังใหญนี้ สมัยกอนสรางดวยไมหมดทั้งหลัง หลังคามุงดวย สังกะสี อาสนสงฆชั้นลางปูพื้นดวยไม ตอมาภายหลังปลวกไดกัดกินจน เกือบหมด องคทานจึงใหชางมาซอมแซมศาลาบางสวนที่เสียหาย และได เปลี่ยนเสาไมชั้นแรกเปนเสาปูนซีเมนตทั้งหมด โครงสรางบางสวนของศาลา เปลี่ยนมาใชเหล็กแทน เพราะเสียหายไปมาก สวนชั้นที่ ๒ ของศาลา ไดมีการ ซอมแซมปรับปรุงหลังคาใหม สวนเสาไมและพื้นไมเปนของเดิม องคทาน ไดเลือกซอมแซมเฉพาะโครงสรางบางสวนที่เกิดความเสียหายเทานั้น
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๒๓ ภาพถายสมัยที่องคหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ กำลังกอสรางแท็งกน้ำ บริเวณกุฏิสุรีพันธ
๑๒๔ ศาลาโรงฉัน ศาลาโรงฉันหลังเกานั้นสรางตั้งแตสมัยหลวงปูจวน กุลเชโ เมื่อครั้งที่ทานมาอยูที่ถ้ำบูชา ศาลากอสรางดวยไมหมดทั้งหลัง โดยใชเสา และพื้นเปนไมตะเคียนหิน ภายหลังองคหลวงปูทองคำก็ไดสรางศาลา โรงฉันขึ้นใหม เพราะศาลาโรงฉันหลังเกาชำรุดทรุดโทรมมากแลว ดังนั้นองคทานจึงใหชางมาสรางศาลาโรงฉันหลังใหมที่ใหญกวาเดิม โดยสรางครอบศาลาโรงฉันหลังเกาเอาไวกอน เปลี่ยนวัสดุมาเปนเหล็ก และคอนกรีต มีการยกโครงมุงหลังคา พรอมกับทำอาสนสงฆ เมื่อเสร็จ เรียบรอยแลว องคทานจึงอนุญาตใหรื้อถอนศาลาโรงฉันหลังเกาออกได สวนไมที่รื้อถอนออกนั้น องคทานเองก็เก็บไปซอมแซมศาลาหลังใหญ และ สวนที่เหลือจากการกอสรางก็เก็บมาทำโรงครัว ทำโตะ เตียงตางๆ เทาที่จะ ทำประโยชนได องคทานเองถือวาสิ่งนี้เปนมูลมรดกของพอแมครูบาอาจารยที่ทิ้งไวใหองคทาน หลังจากนั้นองคทานก็ไดกอสรางและบูรณะ ปฏิสังขรณเสนาสนะตางๆ มากมาย อาทิเชน ศาลาพระเถระ เจดีย ศาลา หลังใหม กุฏิ เสนาสนะตางๆ ตลอดจนถนนหนทาง ไฟฟา ประปา มีการ กอสรางปฏิสังขรณมาเรื่อยตราบจนถึงทุกวันนี้ ศาลาหลังใหญในปจจุบัน
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๒๕ การกอสรางพระรัตนเจดีย เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ซึ่งไดรับพระราชทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องคที่ ๑๙ ภาพเสนาสนะที่องคทานไดสรางไวในบวรพระพุทธศาสนา
๑๒๖ ศาลาหลังใหญ หองน้ำ ระบบประปา กุฏิพระสงฆ ศาลาโรงฉัน ศาลาใหญและกุฏิพระเถระ ถนนรอบสระน้ำ ระบบไฟฟา ธาตุ ภาพเสนาสนะที่องคทานไดสรางไวในบวรพระพุทธศาสนา
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๒๗ สรางกำแพงรอบวัด ถนนเชื่อมระหวางวัดกับหมูบาน บันไดขึ้นเขา ถนนคอนกรีตภายในวัด ภาพเสนาสนะที่องคทานไดสรางไวในบวรพระพุทธศาสนา นับตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๒๐ จนถึงปจจุบัน องคหลวงปูทานก็ไดจำพรรษา ที่วัดถ้ำบูชา (ภูวัว) ตลอดเรื่อยมา ยกเวนป พ.ศ. ๒๕๕๔ องคทานจำพรรษา ที่บานสวนเอก อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งในปดังกลาวนั้น องคทานเองมีอาการอาพาธ จำเปนที่จะตองเขารับการรักษาที่โรงพยาบาล วิชัยยุทธ ซึ่งเมื่อรวมเวลาที่องคทานจำพรรษาเฉพาะที่วัดถ้ำบูชาแหงนี้นั้น เปนเวลานานถึง ๔๖ พรรษาดวยกัน จากทั้งหมด ๖๓ พรรษา
๑๒๘ “รมไมเย็นพักผอนใหรมเงา รมเงาญาติใหความอบอุนหายเงียบเหงา รมอาจารยกันเขลาก็เชาวกลา รมพระราชากันศัตรูใหรูขาม รมพระพุทธเจากันรอนผอนลุกลาม ใหโลกสามเย็นชื่นกวาอื่นใด” หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๒๙ ตอนที่ ๓๗ เรื่องเลาจากองค์หลวงปู เรื่องออกธุดงค สมัยกอนเวลาองคหลวงปูออกเดินธุดงคจะตองมีกลดและไมเทา ไปดวย เอาไวกันควายและไลหมา เพราะสมัยนั้นควายมีมาก องคทานเลาวา เวลาควายมันเห็นผาเหลืองๆ มันชอบเดินตาม ดังนั้นจึงใชกลดที่นำไปนั่นละ หุบเขาและกางออก จากนั้นควายมันก็แตกหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศ คนละทางเลย พอวิ่งไปไดสักพักหนึ่ง มันก็หยุด แลวหันหนามาหาเราอีก หลังจากนั้น มันก็คอยๆ เดินเขามาใหมอีกครั้ง มาคราวนี้จะตองใชไมเทาไลมัน ควายมันจึงหนีไป สมัยนั้นเมื่อจะออกธุดงค จะตองจัดเตรียมปลาราบอง ใหผาขาวถือไปดวย ยัดใสขวดยาพาราเซตามอล อัดใหแนนๆ วิธีทำปลาราบอง ก็เตรียมพริก กระเทียม หอม ขา ตะไคร ใบมะกรูด จากนั้นนำไปคั่วไฟ ใหกรอบๆ เสร็จแลวก็นำไปตำใสกับปลารา ใสวัตถุดิบสวนผสม ปรุงตาม สัดสวนที่ตองการ เสร็จแลวอัดใสขวดไว ถาไมนำใบมะกรูด ตะไคร ไปคั่ว ไฟแลว จะทำใหปลาราบองเก็บไดไมนาน สงผลใหขึ้นราจนเสียในที่สุด องคหลวงปูเลาวา ครั้งหนึ่งองคทานไปบิณฑบาตกับชาวบาน แตชาวบาน เขาไปไรกันเกือบหมดแลว โยมเขาไมมีขาวเหลือที่จะใสบาตร มีแตขาวแหง กนกระติบขาวเทานั้น เขาก็เลยเอามาใสบาตรให องคทานบอกวามีแตขาว เปลาๆ ไมมีกับเลย พอกลับจากบิณฑบาต ผาขาวกับสามเณรก็นำเอาชอนตัก เอาปลาราบองที่ไดจัดเตรียมไปดวยนั้นใสฝาบาตรทาน หลังจากนั้นองคทาน ก็เอาน้ำเทราดลงไปในปลาราบอง เพื่อใหปลารานั้นละลาย เสร็จแลวจึงตัก แบงกัน องคหลวงปูทานก็ตักเอา ๓ ชอน จากนั้นก็สงตอใหองคอื่น องคทาน เลาวา “ยอดอะไรที่มีอยูตามปาตามเขาแถวนั้นที่สามารถฉันไดก็หามา ยอดติ้ว ยอดกระโดน ยอดอะไรตางๆ สารพัด ฉันไดหมด” กลับจากเดิน ธุดงค ปลาราบองที่เตรียมไปนั้นก็ยังเหลืออยู และสามารถนำมาฉันไดอีก รสชาติก็ยังคงดีเหมือนเดิม
๑๓๐ “รูเองเห็นเอง กินเองอิ่มเอง ทำเอง ศาสนาทำเอา ไมใชศาสนาขอเอา” หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๓๑ ตอนที่ ๓๘ ความเมตตาจากองค์หลวงปู เรื่องขาวสารกระสอบเดียว สมัยที่ยังมีการบูรณะปฏิสังขรณวัดถ้ำบูชาใหมๆ มีครอบครัวหนึ่ง ไดยายถิ่นฐานมาอยูที่บานดอนเสียด ซึ่งขณะนั้นกำลังกอรางสรางตัวอยู ในชวงเริ่มตน ทำใหชีวิตความเปนอยูของพวกเขาอัตคัดขัดสนไปทุกเรื่อง แตดวยบุญญาบารมีหนุนนำ จึงสงผลใหพวกเขานั้นหันหนามาพึ่งพาบารมี ขององคหลวงปู ชายหนุมหัวหนาครอบครัวนั้นไดเขาไปกราบนมัสการองคทานถึง ประวัติความเปนมาของตัวเองวา บานอยูที่ไหน มีอาชีพอะไร มาที่นี่มี จุดประสงคอะไร เมื่อองคทานรับทราบเรื่องราวตางๆ แลว องคหลวงปูก็ได ใหมาชวยงานที่วัดถ้ำบูชา ซึ่งขณะนั้นเปนชวงเริ่มแรกที่องคทานซอมแซม เสนาสนะภายในวัด เขาเองก็ไดมาชวยงานองคหลวงปูอยูเปนประจำ ไมวาจะเปนการซอมแซมบันไดทางขึ้นหนาผา และทำกุฏิตางๆ โดยที่ไมเคย คิดที่จะเอาคาแรงแตอยางใด หวังเพียงอยางเดียวคือกุศลผลบุญเทานั้น เขาบอกวา “ผมอยากไดบุญ เพราะอยางอื่นผมทำมาหมดแลว เหลืออยางเดียว คือการทำบุญ มาพบหลวงปูนี้ ผมโชคดีแลว” วันหนึ่งเขาไมไดมาทำงานที่วัด เพราะดวยฐานะความเปนอยู ของครอบครัวยังขัดสนฝดเคือง ตองดิ้นรนขวนขวายในการหาเลี้ยงชีพ องคหลวงปูก็ไดสอบถามกับหมูเพื่อนที่มาทำงานดวยกันเปนประจำ ถึงสาเหตุที่ชายหนุมคนนั้นไมมาทำงาน เพื่อนรวมงานก็ไดกราบเรียนให องคทานทราบถึงสาเหตุวา “เพราะไปหายืมขาวเขาอยู ไมมีขาวจะกิน”
๑๓๒ สมัยนั้นองคหลวงปูก็ไมมีรถสวนตัว ไปไหนมาไหนก็ตองอาศัยรถ โยมเขา อีกอยางองคทานก็ไมคอยมีปจจัยดวย ดังนั้นองคทานจึงใชโยมที่ มีรถใหนำขาวสารไปสงถึงที่บานของชายหนุมคนนั้น เขาเลาวา วันนั้นอยูๆ ไดมีรถคันสีแดงขับมาจอดที่บาน จากนั้นคน ขับรถไดนำเอากระสอบขาวสารลงมาให ๑ กระสอบปาน (สมัยนั้นขาวสาร กระสอบละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท) ทั้งสองผัวเมียซึ่งขณะนั้นยังอัตคัดขัดสน ฝดเคือง ไรที่พึ่งพาอาศัย เมื่อเห็นดังนั้นแลว ทั้งคูถึงกับตองวิ่งเขามาสวม กอดกันทั้งน้ำตา เพราะซาบซึ้งใจในองคทานที่มีความเมตตาปรานีตอ พวกเขาเปนอยางมาก จากนั้นเขาก็ไดอยูรับใชองคทานมาตลอด เพราะเขาเองคิดวาเมื่อ องคทานเมตตาตอครอบครัวของเขาเปนอยางมาก เขาจึงทุมเทปฏิบัติ ตอบแทนองคทานอยางเต็มที่ เพราะสำนึกถึงความเมตตาที่ไมมีประมาณ ขององคทานที่มีแกพวกตนตลอดมา เรื่องไปฟงธรรมหลวงปูหลุย จนฺทสาโร สมัยเมื่อครั้งที่เพิ่งสรางศาลาหลังใหญเสร็จใหมๆ องคหลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ ไดสงเคราะหญาติโยมและลูกศิษยลูกหาใหมีโอกาสได รับฟงพระธรรมเทศนาจากพอแมครูบาอาจารยมิไดขาด เชาวันหนึ่งหลังจากที่องคหลวงปูฉันภัตตาหารเชาเสร็จ ในขณะนั้น ญาติโยมและคนงานกำลังตระเตรียมเครื่องไมเครื่องมือเพื่อเตรียมตัวที่จะ ทำงาน ขณะนั้นเององคหลวงปูก็ไดเดินเขามาหาคนงานที่กำลังขะมักเขมน ในการตระเตรียมเครื่องมือ พรอมกับไดเอยปากชวนคนงานเหลานั้นวา
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๓๓ องคหลวงปู: เจาฮูจักปูหลุยบ (โยมรูจักปูหลุยไหม) คนงาน: บฮูจักแลว หลวงปู (ไมรูจักครับ หลวงปู) องคหลวงปู: มื้อนี่สิไปกราบเพิ่น เจาสิไปน่ำบ คั่นไปกะไปนำกันเบิ๊ดนั่นละ เซาเฮ็ดงาน (วันนี้จะไปกราบหลวงปูหลุย โยมจะไปดวยไหม ถาไปก็ไปกันหมดนั้นละ หยุดทำงาน) ชาง: ไปแลว สาธุแลว หลวงปู (ไปครับ สาธุครับ หลวงปู) ครั้นเมื่อตกลงกันเรียบรอย องคทานก็ไดพาคณะพระและญาติโยม ออกเดินทางดวยรถยนตไปที่ภูทอก โดยที่มีพระ ๖ รูป และโยมที่ทำงานที่วัด อีก ๖ คน เดินทางไปกราบนมัสการหลวงปูหลุย จนฺทสาโร ที่ภูทอก พรอมกัน ขณะนั้นหลวงปูหลุยทานไดมาแวะมาพักที่วัดภูทอก ทานไดพักอยูชั้นที่ ๕ ของภูทอก ครั้นเมื่อคณะไดเดินทางขึ้นไปถึงและกราบนมัสการเปนที่ เรียบรอยแลว หลวงปูหลุยก็ไดมีปฏิสันถารกับคณะที่เดินทางมากราบ นมัสการวา หลวงปูหลุย: ทานคำกำลังเฮ็ดศาลาใหญแมนบ (ทานคำกำลังสราง ศาลาใหญอยูใชไหม) องคหลวงปู: ครับผม
๑๓๔ หลวงปูหลุย: ดีนอ เฮ็ดไดกะดีละ เฮ็ดใหมันกวางๆ โลด (ดีนะ ทำได ก็ดีนะ ทำใหมันกวางๆ ไปเลย) ครั้นเมื่อหลวงปูหลุยพูดเสร็จแลว ทานก็หันหนามาพรอมกับชี้มือมา ยังชางคนหนึ่ง พรอมกับพูดขึ้นวา หลวงปูหลุย: เจาเปนชางเนาะ? (โยมเปนชางใชไหม) ชางคนนั้นไมเคยรูจักหลวงปูหลุยและไมเคยเห็นทานมากอน ชาง: ครับผม (เขาเองถึงกับซาบซึ้งจนน้ำตารวง พรอมกับคิดในใจวา “เราไดกราบพระอรหันตแลวคราวนี้”) หลวงปูหลุย: เจาทำกับครูบาอาจารย เฮ็ดโลดเดอ ตกน้ำบไหลตกไฟ บไหม เปนตาทุกขกะบพอทุกข เปนตาตายกะบพอตายดอก คั่นบฮอดมื้อมัน (โยมทำกับครูบาอาจารย ทำเถอะ ตกน้ำไมไหล ตกไฟไมไหม ถึงทุกขยากก็ ไมถึงกับลำบาก จะตายก็ไมพอใหถึงตายนะ ถาไมถึงวันของมัน) ขณะนั้นชางคนดังกลาวไดแอบคิดอยูในใจของตัวเองวา “บาป - บุญ มันมีจริงแลวคราวนี้” เขาเองไดรูจักบาป รูจักบุญในคราวนั้นละ พรอมกับ ฉุกคิดขึ้นมาในใจของตัวเองวา “ทานเองรูจักเราไดอยางไร เพราะเราเอง ก็ไมเคยรูจักกับทานมากอน”
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๓๕ เรื่องอยากทำบุญ เมื่อสมัยบูรณะปฏิสังขรณวัดใหมๆ นั้น คุณหญิงสุรีพันธ มณีวัต ไดเปน เจาภาพในการกอสรางกุฏิใหกับทางวัดถ้ำบูชา องคหลวงปูไดจัดหาชาง มาทำกุฏิหลังดังกลาวนั้นจนเสร็จสมบูรณเปนที่เรียบรอย หลังจากนั้น องคทานก็ไดสั่งใหไวยาวัจกรนำปจจัยไปจายคาแรงใหกับชางเปนจำนวน เงิน ๓,๐๐๐ บาท เมื่อไวยาวัจกรนำเงินมาจาย หัวหนาชางก็ไดรับเงินนั้นไว สวนในใจ ของเขาคิดอยากจะทำบุญ เขาก็เลยเอยปากบอกกับไวยาวัจกรวา หัวหนาชาง: ผมตั้งใจจะทำบุญครับ แลวยกมือขึ้นเหนือหัว พรอมกับ สาธุ แลวคืนเงินจำนวน ๓,๐๐๐ บาท ใหกับไวยาวัจกรคนนั้นไป หลังจากนั้นหัวหนาชางคนดังกลาวก็ขึ้นไปกราบเรียนจุดประสงคของ ตนเองเพื่อใหองคหลวงปูไดทราบวา ตองการทำบุญ เมื่อองคทานไดรับ ทราบเจตนารมณของเขาแลว องคทานก็ไดปรารภขึ้นวา องคหลวงปู: “ดีได เฮ็ดบุญกะไดบุญ ตามครูบาอาจารยเพิ่นเวา เฮ็ดบุญนี่ คือกันกับขุดสางนี่ได เฮากะขุดลงไป ขุดลงไป ใหมันเถิงน้ำ น้ำมันออก มันกะเปยก ผูขุดนั้นละกอน อั่นผูถาแกยูเทิงนั่นเปยกนำหลัง ผูขุดนั่น เปยกกอน หมายถึง บุญก็ไดรับกอน เย็นกอน เย็นสบาย คือ น้ำ” (ดีนะ ทำบุญก็ไดบุญ ตามที่ครูบาอาจารยทานวา ทำบุญนี้เหมือนกันกับขุดบอ นั่นละ เราก็ขุดลงไป ขุดลงไป ใหมันถึงน้ำ เมื่อน้ำมันออก มันก็เปยกคนที่ ขุดนั่นละกอน คนที่รอดึงอยูขางบนนั้นเปยกทีหลัง ผูขุดนั้นจะเปยกกอน หมายถึง บุญก็ไดรับกอน เย็นกอน เย็นสบาย เหมือนน้ำนั่นละ)
๑๓๖ เรื่องใตรมโพธิ์ขององคหลวงปู เมื่อประมาณ ป พ.ศ. ๒๕๔๔ ไดมีโยมผูหญิงคนหนึ่ง เธอเปนคนที่ ศรัทธาในบวรพุทธศาสนาเปนอยางมาก เธอไดมีโอกาสมากราบนมัสการ องคหลวงปู จึงทำใหเธอและครอบครัวเกิดศรัทธาตอองคทานเปนอยางมาก มีหลายครั้งหลายหนที่เธอมีโอกาสมากราบนมัสการองคทาน น้ำตาของ เธอก็ไหลออกมาดวยความซาบซึ้งใจ อันเกิดจากความซาบซึ้งใจที่มีโอกาส ไดพบองคหลวงปูนั่นเอง องคหลวงปูทานเองก็ไดถามถึงสาเหตุที่เธอนั้นรองไหบอยครั้งวา เกิดจากสาเหตุใด “ดีใจหรือเสียใจเลา” เธอเองก็ตอบองคทานไปวา “ดีใจเจาคะ” หลังจากนั้นเธอและครอบครัวก็ไดมีโอกาสมาปฏิบัติธรรมที่วัดบอยๆ เธอและครอบครัวไดรับความเมตตาจากองคหลวงปูเปนอยางมาก องคทานเองจะสอนใหรูจักบาปบุญคุณโทษ อะไรเปนประโยชนมิใช ประโยชน สอนในเรื่องทาน ศีล ภาวนา เปนสำคัญ องคทานมักจะบอกกับ ญาติโยมลูกหลานวา “นรกมีจริง สวรรคมีจริง และนิพพานมีอยูจริง” ขอใหญาติโยมลูกหลานตั้งใจปฏิบัติกันเทานั้นก็พอ องคหลวงปูทานจะสอนญาติโยมลูกศิษยลูกหาใหสรางฐานใหมั่นคง แนนหนาเสียกอน กอนที่จะไปหวังสูง อุปมาเหมือนเราปลูกบานสรางเรือน ถาฐานไมแนนหนาแลวไซร ในไมชาบานนั้น ก็คงพังครืนลงมา ฉันใดก็ฉันนั้น การปฏิบัติก็เชนเดียวกัน เราเองควรหมั่นสรางคุณงามความดี เพื่อเปน บาทฐานทางดานจิตใจ ไมวาจะเปนทาน ศีล สมาธิ และปญญา ใหไดมาก
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๓๗ ที่สุด หากวาเราทำไดไมเต็มที่ หรือไมตั้งใจที่จะทำใหดี สักวันหนึ่ง ก็จะเกิด ความเบื่อหนายทอแท สุดทายก็จะเลิกลมความตั้งใจอันดีเหลานั้น และ จะเสียโอกาสที่ไดเกิดมาพบพระพุทธศาสนาซึ่งเปนสิ่งที่ประเสริฐใน ๓ แดน โลกธาตุ องคหลวงปูทานสอนในเรื่องการใหทานเปนประจำวา “ถาอยากรวย ก็ใหทำทาน เหมือนอยางนายอนาถบิณฑิกเศรษฐี รวยทุกชาติที่เกิด เพราะ มีบุญทำไวดีแลว บุญนั้นก็ตามชวยอุดหนุนค้ำจุน ไมใหตกระกำลำบาก พบแตความสุข ความเจริญ เพราะผลบุญที่ทำไวดีแลว ทานวา บุญ บุญ บุญๆ อยากไดก็ตองทำเอง ทำแทนกันไมได ใครทำใครได ใครกินใครอิ่ม ถาอยากสวยก็ตองมีศีล งามเหมือนนางวิสาขา เธอเองงาม เพราะรักษาศีล ทุกภพทุกชาติ เธองามเพราะศีลเธอนั่นเอง อยากมีปญญาก็ตองหมั่นภาวนา จะไดมีสติปญญาฉลาด” พูดงายๆ องคหลวงปูทานจะสอนเรื่องการใหทาน รักษาศีล และภาวนา เปนหลักนั่นเอง อีกอยางองคทานเองสอนใหญาติโยม ลูกหลาน ใหมีสติอยู กับพุทโธอยาไดขาด “ไปไหนมาไหน ก็ใหอยูกับพุทโธ พุทโธ พุทโธ” องคหลวงปูทานยังสอนใหหมั่นสำรวม กาย วาจา ใจ ใหมากและ ทำใหบริสุทธิ์ องคทานวาอันนี้สำคัญมาก ถากายไมบริสุทธิ์ วาจาไมบริสุทธิ์ และใจไมบริสุทธิ์แลว จะทำอะไรมันก็ผิดไปหมด ไมดีไปหมด พูดกันงายๆ คือ องคทานสอนใหเราทุกคนหมั่นสำรวมกาย วาจา ใจ นั่นเอง
๑๓๘ “ยิ่งขอยิ่งทุกข ดั่งพราหมณชุยชุก (ชูชก) ตายทุกขเพราะขอ ยิ่งใหยิ่งดี ดั่งษีพระเหวด (พระเวสสันดร) เหตุพนทุกขเพราะการให” หลวงปูทองคำ กาฺจนวณฺโณ
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๓๙ ตอนที่ ๓๙ ประสบการณ์จากลูกศิษย์์ เรื่องราวตอไปนี้เปนประสบการณตรงจากลูกศิษยขององคหลวงปูที่ มีโอกาสไดรับความเมตตาอบรมสั่งสอนจากองคทาน และบางทานที่อยู รวมในเหตุการณจึงพลอยไดรับบทเรียนอันมีคานั้นไปดวย เวลาองคหลวงปูอบรมสั่งสอนลูกศิษย องคทานจะไมสอนดวยคำพูด ตรงๆ หรือหากองคทานจะพูด องคทานก็มักจะประหยัดถอยคำของ องคทาน เวลาองคทานจะอบรมสั่งสอนใคร องคทานคงพิจารณาดีแลววา เปนผูเหมาะที่จะรับการอบรมสั่งสอนนั้น องคทานสอนประหนึ่งวาเปนไป โดยอัตโนมัติ ทันทีทันใด เหมาะเจาะกับสถานการณ เหมาะสมกับโอกาส ถูกหมอ ถูกโรค ถูกยา สามารถใชเหตุการณ เรื่องราว สิ่งของเล็กๆ นอยๆ เฉพาะหนามาสั่งสอนศิษยและญาติโยมไดอยางลึกซึ้ง ชาญฉลาด ดังนั้นผูที่มีโอกาสไดรับการอบรมสั่งสอน หรือไดรับบทเรียนจากองคทาน จะมองเห็นความบกพรองในตนอยางชัดเจน ตรงจุด ตรงประเด็น สามารถ นำไปแกไขหรือนำไปปฏิบัติใหเกิดผลดีกับตนเองไดเสมอ และเปนสิ่งที่ นาจดจำประทับใจในบทเรียนที่ไดรับความเมตตาจากองคทานไมลืมเลือน เรื่องที่ ๑ หลวงปูสอนพระบวชใหมกลัวหิว ในเชาวันหนึ่งมีพระบวชใหมมาจากกรุงเทพฯ เพราะอยากจะศึกษา ปฏิปทาของพระกัมมัฏฐาน ในขณะกำลังลำเลียงและประเคนภัตตาหารแด พระสงฆอยูนั้น ดวยความไมคุนชินกับการฉันอาหารมื้อเดียว พระบวชใหม ทานจึงตั้งใจตักอาหารไวในปริมาณมาก เมื่อพิจารณาอาหารเสร็จก็ได เวลาฉัน พระบวชใหมฉันไปไดเพียงเล็กนอยก็สังเกตเห็นวาพระขางๆ
๑๔๐ หยุดฉัน เมื่อมองทอดยาวไปสุดแถวก็รูวาทุกองคหยุดฉันกันหมด เพราะ องคหลวงปูทานหยุดฉันแลว พระบวชใหมไดแตคิดขึ้นในใจวา “อะไร เพิ่งฉันไปนิดเดียวเอง พากัน หยุดฉันตามหลวงปูกันหมด” เกิดความกังวลขึ้นมาในใจวา “แลววันนี้จะอยูอยางไร คงจะหิวทรมานแยแนนอน” วันตอมาองคหลวงปูฉันเสร็จเร็วกวาวันแรกอีก และพระทุกรูปก็หยุด ฉันตามองคหลวงปูเหมือนเดิม ทำใหทานเกิดความกังวลใจกลัวหิวเพิ่มขึ้น เปนทวีคูณ เพราะฉันไดนอยกวาเมื่อวานนี้อีก เหตุการณยังคงดำเนินตอไป แบบนี้ พรอมกับคำถามคาใจวา ทำไมตองหยุดฉันพรอมองคหลวงปูดวย เมื่อเวลาผานไปไดสักระยะหนึ่ง พระใหมองคนั้นกลับรูสึกแปลกใจ ที่ทานเองรูสึกสบายตัว ไมหิวโหย ไมทุกขทรมานแตประการใด ทานจึงมี ความคิดในใจวาอันที่จริงแลวฉันแคนี้ก็อยูได สบายๆ หลังจากวันนั้นเปนตน มาทานก็รูจักประมาณในการตักอาหารลงบาตรแตพอสมควร และคิดวา หากตักอาหารไปมากก็คงไมมีประโยชนอันใด เพราะพระวัดนี้ทานฉันกัน เดี๋ยวเดียว ปรากฏวาในเชาวันนั้นทานฉันเสร็จเปนองคแรก เพราะวาวันนั้น องคหลวงปูฉันเสร็จชากวาวันที่ผานมามาก และวันตอๆ มาองคทานก็ฉัน แบบนี้เปนปกติ ไมไดฉันเร็วแบบทีแรกที่ทานมาอยูวัด ทานพิจารณาแลวก็ทราบไดในทันทีวานี่คือวิธีการอบรมสั่งสอนศิษย ขององคหลวงปู โดยองคหลวงปูไมตองใชคำพูดในการสั่งสอนเลย หากแต เมตตาเสียสละองคทานเอง ทำใหเห็นเปนแบบอยาง เปนประสบการณเรียนรู ที่มีคามาก สามารถนำไปพิจารณาทบทวนแกไขปรับปรุงดวยตนเอง และได ผลดีบังเกิดขึ้นกับทานจริงๆ บทเรียนนี้จดจำไดไมมีวันลืม (จนวันตาย)
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๔๑ เรื่องที่ ๒ ไป...ขึ้นไปพุทโธ พุทโธ พุทโธ ศิษยองคหลวงปูคนหนึ่ง ไดพาเพื่อนซึ่งไมเคยศึกษาปฏิบัติธรรมมา กอนเลย มากราบองคหลวงปูที่วัดถ้ำบูชา เพื่อขออนุญาตปฏิบัติธรรมที่วัด พอองคทานเห็นหนาก็พูดขึ้นวา “พวกสาธารณสุขมาเอายุงแถววัดนี้ไปตรวจ โอย เจอแตยุงมีเชื้อ มาลาเรีย ๙๐ เปอรเซ็นต ใครติดเชื้อไปละก็ยากจะรักษา ตองรักษานาน ไมคอยหาย ถึงตายก็มี คนแถวนี้เปนกันมาก” องคทานพูดเหมือนขูลองใจ แตเขาก็แนวแนและตัดสินใจอยูปฏิบัติธรรมที่วัดตามที่ตั้งใจไว องคหลวงปูจึงใหเขาขึ้นไปพักภาวนาอยูบนภูเขาโดยใหโอวาทสั้นๆ วา “ไป...ขึ้นไปพุทโธ พุทโธ พุทโธ” ครั้นเมื่อเชาเขาลงจากภูเขามาพบ องคหลวงปู องคทานจึงถามวา “ภาวนาเปนไง” เขายังไมทันจะตอบอะไร องคทานก็บอกวา “ไป...ขึ้นไปพุทโธ พุทโธ พุทโธ” เขาไดทำตามคำที่องคทานแนะนำมา จากนั้นตั้งหนาตั้งตาพุทโธ พุทโธ อยางเดียวตลอดวัน ในเชาวันรุงขึ้นเมื่อเขาลงจากภูเขามาพบองคหลวงปู องคทานก็ถามขึ้น เหมือนเดิมวา “ภาวนาเปนไง” เขานั่งเงียบเพราะไมรูจะตอบอยางไร องคทานก็วา “ไป ขึ้นไป พุทโธ พุทโธ พุทโธ” ในวันนั้นเขาไดเดินไปเจอถ้ำแหงหนึ่งซึ่งคิดวาเปนถ้ำเดียวกันกับที่ องคหลวงปูเคยพูดถึง ถ้ำนั้นมีงูเหลือมตัวใหญอาศัยอยู องคหลวงปูได แนะนำวา ถางูมันมารัดตัว ก็ใหพยายามควาปลายหางมันใหได แลวกัด มันจะปลอยคลายออก
๑๔๒ จากนั้นเขาไดเขาไปนั่งสมาธิในถ้ำและเดินจงกรม สายตาของเขา เหลือบมองไมหนีจากรูใหญที่ไดทึกทักเขาใจไปเองวา เปนรูงูที่องคทาน พูดถึง จิตใจก็พะวักพะวนอยูแตเรื่องงู เฝาระแวดระวังวางูจะออกมาจาก รูนั้นเมื่อใด แตใจก็ระลึกพุทโธๆ ไปตลอดสาย จูๆ ความคิดความกังวลตางๆ ก็ดับวูบลง สงบเงียบลงทันใด เกิดความสงบเย็นใจอยางประหลาด ซึ่งไมเคย พบเจอมาเลยในชีวิต วันรุงขึ้นเขาลงจากภูเขาแตเชามืด จิตใจของเขาสงบ เย็นสบาย ตั้งใจไปหาองคทานเพื่อเลาความกาวหนาของการภาวนาให องคทานไดฟง พอเขากมลงกราบเสร็จเทานั้น ยังไมทันจะไดขยับปากพูดอะไรเลย องคทานก็แสดงสีหนาเครงขรึม มองแลวจึงกลาวขึ้นวา “การปฏิบัติภาวนา ไมมีคะแนนใหหรอกนะ ไมตองมาเอาคะแนนอะไร ไป...ขึ้นไป พุทโธ พุทโธ พุทโธ” เขาแปลกใจมากที่ทานรูจิตใจคนอื่น ทานรูจุดบกพรองของเราอยาง ชัดเจนวาคงอยากจะมาพูดคุยโออวด เพราะคิดวาตัวเองประสบความ สำเร็จมากแลว ทั้งที่เพิ่งจะเริ่มตนปฏิบัติเทานั้น เขาดีใจมากที่ไดพบไดเห็น ความสงบในใจจริงๆ วาเปนอยางไร และไดเรียนรูจากบทเรียนของทานวา พุทโธอยูในทุกกาลทุกสถานที่ เพียงเราตองปฏิบัติตามคำของทานเทานั้น อยางทานวา “ไป...ขึ้นไป พุทโธ พุทโธ พุทโธ” เรื่องที่ ๓ ยังรอนอยู เรื่องนี้เปนเรื่องของพระบวชใหม ลูกศิษยขององคหลวงปูที่ไดรับความ เมตตาอบรมสั่งสอนจากองคทานอีกเรื่องหนึ่ง พระรูปนี้มาอาศัยอยูกับองค ทานที่วัด ไดเกิดความซาบซึ้งปติสุขในเพศบรรพชิตเปนอยางมาก มีความ
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๔๓ ประสงคลึกๆ อยูในใจวาอยากบวชไปตลอดชีวิต แตทานมิอาจทำตามความ ประสงคของทานได ดวยเหตุยังมีภาระทางหนาที่การงานและชวยเหลือ ค้ำจุนดูแลครอบครัวซึ่งทานเปนกำลังหลักสำคัญ ชวงเวลาที่พิจารณาถึงเรื่องนี้ ทานมีความทุกขรอนใจเปนอยางมาก ใจหนึ่งก็ครุนคิดถึงแมและพี่นอง อีกใจหนึ่งก็นึกเสียดายถึงความสงบสุข ความกาวหนาในจิตใจของเพศบรรพชิต ทานครุนคิดวนเวียนกลับไปกลับมาอยูหลายวัน จนกระทั่งบายวันหนึ่ง ขณะที่บรรดาพระลูกศิษยกำลังเตรียมน้ำสรงถวายองคหลวงปูนั้น ทานเอง มีหนาที่ตักน้ำเย็นมาเติมในกะละมังน้ำรอนใบใหญ ใหไมรอนไมเย็น เกินไป พอเหมาะที่องคหลวงปูจะสรงได ระหวางที่ทานเทน้ำเย็น ก็ครุนคิด แตเรื่องปญหากินใจของทานเอง ในขณะที่ทานเทน้ำเย็นลงไปถังแรก องคหลวงปูก็พูดขึ้นดวยทาที และน้ำเสียงที่เครงขรึม “ยังรอนอยู” พระทานก็เดินไปคิดไป จากนั้นจึงตัก น้ำเย็นมาเทไปอีกถังใหญ องคหลวงปูก็พูดขึ้นในลักษณะเดิม “ยังรอนอยู” ถังที่สาม ถังที่สี่ก็แลว องคหลวงปูก็ยังพูดเหมือนเดิมวา “ยังรอนอยู” ตอนนี้น้ำในกาละมังใหญนั้นเย็นเกินกวาที่องคหลวงปูจะใชสรงได ถึงแม พระรูปนี้จะเริ่มแปลกใจอยูบาง แตดวยความคิดฟุงซานและความรอนรุม กำลังครอบงำจิตใจอยู ทานจึงไมอาจมาพิจารณางานที่อยูเบื้องหนาได พระรูปนี้ก็ยังกลับไปตักน้ำเย็นมาเทลงในกะละมังขององคหลวงปูอีก ดวยความสงสารและสมเพชของคนที่กำลังมืดแปดดาน พระลูกศิษย อาวุโสขององคหลวงปูรูปหนึ่งจึงโบกมือใหพระทานหยุด แลวชี้น้ิวมาที่หัวใจ ของพระบวชใหมองคนั้น เหมือนจะบอกวา “พอเถอะ ที่องคหลวงปูบอกวา ยังรอนอยูนั้น องคหลวงปูหมายถึงใจของทานตางหากที่รอนอยู”
๑๔๔ ทานไดสติกลับคืนมาในทันที รูวาไดปลอยจิตปลอยใจของตนเองให ฟุงซาน ขาดสติ ทำใหไมอาจพิจารณาแกไขปญหาเฉพาะเบื้องหนาไดถูกตอง เรื่องที่คิดฟุงซานโดยขาดสตินั้นก็ไมไดกอใหเกิดประโยชนอันใดแกตนเลย ในทางตรงขามกลับชักนำใหสะเปะสะปะ โซซัดโซเซไปจนหาทางออกไมได หาทางไปไมเจอ ลูกศิษยมักจะไดยินองคหลวงปูอบรมสั่งสอนใหมีสติเตือน ตนเองอยูเสมอวา “ซื่อบื้อ บมีสติ” เรื่องที่ ๔ หลังคาแหวงหรือสติแหวง เรื่องนี้เกิดขึ้นในงานบุญกฐินวัดถ้ำบูชา มีศิษยจากกรุงเทพฯ คนหนึ่ง ไปรวมงาน ระหวางเดินอยูบริเวณลานหนาศาลาฉัน สังเกตเห็นวามีการ มุงหลังคาศาลานั้นดวยแผนเหล็กเมทัลชีทเต็มพื้นที่ เวนอยูจุดเดียวบริเวณ ชายขอบ ขาดอยูสัก ๔-๕ แผน มีการเอาผาใบมาขึงคลุมไวแทน ใจก็คิด วิจารณไปวา “ทำไม ทำทั้งที ไมทำใหเต็มพื้นที่ไปเลย มาแหวงไวหนอยหนึ่ง เอาผาใบมาคลุมแทน แปลกดีแท” เดินคิดตำหนิไปมาอยูสักพัก ไมทราบวาองคหลวงปูทานเดินขึ้นจาก ศาลาที่พักมาตั้งแตตอนไหน มาถึงก็ควาขอมือศิษยคนนั้นจูงไปใกลๆ จุดที่ เห็นวาหลังคาแหวงนั้น องคทานวา “มา มองดูใหดีซิ มันแหวงตรงไหน เขาก็ปูเต็มอยูนั่น ผาใบนี้เขายังไมทันเอาออกเทานั้นเอง” เลยไดอายองคทานที่ไปคิดวิจารณโดยมิไดพิจารณาความจริงใหถี่ถวน เสียกอน เกิดฉุกคิดนึกกลัวขึ้นมาวา ไดทำบาปไปแลวโดยไมรูตัว ไมระวัง
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๔๕ ไปคิดกลาวตูองคทานโดยมิชอบเพราะขาดสติ หลงผิด ที่จริงแลวสติตัวเอง นั่นแหละแหวง เรื่องที่ ๕ ถวายเกาอี้เกา มีศิษยขององคหลวงปูคนหนึ่ง นิมนตองคทาน ไปดูเกาอี้ไมเกาตัวหนึ่ง พรอมกราบเรียนวา อยากจะถวายองคทาน แตจะขอนำไปขัดสี ฉวีวรรณใหมเสียกอน คอยนำมาถวายองคทาน ในภายหลัง ดวยความเมตตาที่องคทานจะใหกุศลจิต ของศิษยผูนั้นบังเกิดผลในทันที องคทานจึงบอกศิษยผูนั้นวา “ถาตั้งใจจะ ถวายแลว ก็ใหถวายเสียเลยในขณะนั้น เราจะนำไปปรับปรุงเอง” เขาจึงถวายองคทานเลย เกิดผลบุญ ใจเปนสุขทันทีที่ไดถวายของ องคทาน ไมตองคอยกังวลใจอีกตอไปวายังมิไดถวายองคทาน จากนั้นองคทานก็สั่งการทันที ใหศิษยอีกคนนำไปจัดการแบบเรียบงาย ซึ่งใชเวลาทำเพียงไมนาน เสร็จแลวองคทานก็เมตตาฉลองศรัทธาผูถวาย โดยใชเกาอี้ตัวนั้นนั่งรับศรัทธาญาติโยม ถึงแมเหตุการณดังกลาวดูเหมือนจะเปนเรื่องเล็กนอย แตหาก พิจารณาใหดี ถือเปนบทเรียนที่มีคามากแกศิษยที่รวมอยูในเหตุการณ หากเราไดตั้งใจจะถวายสิ่งใดแกพระสงฆ แลวเราปลอยเวลาใหเนิ่นนาน ดวยความประมาท อาจจะลืมหรือไมอยูในวิสัยที่จะกระทำไดอีกตอไป ยอมจะทำใหจิตใจเราเศราหมองเมื่อระลึกขึ้นมาได
๑๔๖ เรื่องที่ ๖ น้ำเรียกสติ หลังจากเสร็จภัตกิจในตอนเชาแลว พระอุปฏฐาก ๓-๔ รูป จะเขาไป ปฏิบัติอาจริยวัตรชวยองคหลวงปู ลางปาก แปรงฟน การอุปฏฐากนี้ แมจะ เปนเรื่องเล็กๆ แตจำเปนตองมีสติจดจอ ตั้งมั่น เพราะการรับสงอุปกรณตางๆ ตองรวดเร็ว แมนยำ ฉับไวมาก พระอุปฏฐากจะแบงหนาที่ของแตละรูป ในการหยิบเครื่องใชตางๆ สงเขา เอาออก เพื่อใหรับกับจังหวะการแปรงฟน ขององคหลวงปู มีอยูวันหนึ่งการอุปฏฐากดำเนินไปอยางปกติ พอถึงจังหวะที่องค หลวงปูจะบวนน้ำ เมื่อกมหนาลงมาแตไมเห็นมีกระโถนมารองอยู มองไป ก็เห็นพระผูถือกระโถน เหมอ ตาลอย ไมมีสติรูตัว ไมสงกระโถนมาให องคหลวงปูทานจึงบวนน้ำในปากใสพระรูปนั้นจนเปยกไปทั้งตัวเพื่อเรียกสติ พรอมกับพูดดวยน้ำเสียงที่ดังเหมือนฟาผาวา “มันขาดสติ” เรื่องที่ ๗ องคหลวงปูแกไขศิษยติดสมมติ ในคราวหนึ่ง องคหลวงปูไดนำเครื่องประดับเพชรพลอยที่มีผูนำมา ถวายองคทาน เพื่อบรรจุไวบริเวณฐานเจดียที่กำลังจะสราง มาใหศิษย ฆราวาสกลุมหนึ่งไดชมและพิจารณา ทุกคนตางรวมอนุโมทนาสาธุการกับ ทานผูสละทรัพยนี้ถวายองคทาน เมื่อคณะศิษยไดรับเครื่องประดับเหลานั้นมาชมใกลๆ แลวก็ กราบเรียนองคทานวา ทั้งหมดนั้นเปนของดี มีราคาสูงมาก เฉพาะแหวน เพชรวงเดียวก็นาจะมีมูลคาเทานั้นเทานี้ แตดูองคทานมิไดใหความสนใจ กับมูลคาของเครื่องประดับนั้นเลย องคทานวา เดี๋ยวจะใหใครหาเหล็ก
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๔๗ มาเคาะมากระแทกใหพวกแกวพวกหินนี้หลุดออกมา จะไดนำสวนที่เปน ทองคำทั้งหมดไปถวายหลวงตา (โครงการผาปาชวยชาติ โดยหลวงตา มหาบัว าณสมฺปนฺโน) ศิษยทุกคนนั้นตางพากันรองเสียงหลงวา “หลวงปูทำแบบนี้ พวกเพชร พลอยจะเสียหายหมด” ตางคนตางพยายามอธิบายองคทานวาเพชรพลอย เหลานี้มีราคาคางวดสูงเพียงใด องคทานวา “ทำไมจะทำไมได พระที่วัดทานก็ทำอยางนี้มามาก ตอมาก ทุบเคาะไปเพียงไมกี่ที พวกเศษแกวเศษหินก็รวงออกหมด ไดทองคำไปถวายหลวงตา พวกเศษแกวเศษหินที่รวงมาจะนำไปวาง ประดับรอบผอบบรรจุพระธาตุเจดีย” คณะศิษยตางพากันบอกองคทานวา ถาทำอยางนั้นจะทำใหพวก เพชรพลอยแตกหักเสียหาย ควรหาชางผูชำนาญคอยๆ แกะออกอยาง ระมัดระวังจะดีกวา องคทานวา “มันแตกมันหักก็ยิ่งดีสิ จะไดมีหลายเม็ดขึ้น นำไปใช ประดับรอบผอบพระธาตุไดมากขึ้น” ถึงตอนนี้ศิษยบางคนก็เริ่มไดสติ ถึงความหลงผิดติดในสมมติของตน ลืมหลักธรรมที่ครูบาอาจารยทานสอนใหหมั่นพิจารณา ไมใหเราติดในสมมติ เมื่อไดสติพิจารณาแลว จึงยอมรับทำตามแนวทางองคหลวงปูที่ไดวาไว องคหลวงปูพูดทิ้งทายวา “เอาทองไปถวายหลวงตา มีประโยชนมากกวา เอาไปฝงไวใตเจดีย”
๑๔๘ เรื่องที่ ๘ เอาน้ำลายเขามาอม ในคราวหนึ่งมีลูกศิษยฆราวาสมากราบองคหลวงปูที่วัด ที่กระเปา เสื้อของเขามีซองบุหรี่หนังอยางดีเสียบอยู องคหลวงปูเห็นแลวก็ชี้ไปที่ซอง บุหรี่ของเขาแลวทำทาคีบบุหรี่สูบ ประหนึ่งถามเขาวายังสูบบุหรี่อยูหรือ แลวองคทานก็กลาวใหขอคิดวา “บุหรี่มีประโยชนอะไร โปรตีนก็ไมมี วิตามินก็ไมมี มีแตมะเร็ง” เมื่อเขาไดฟงดังนั้น เขาเลยอาศัยองคหลวงปูเปนหลักยึดในการเลิก บุหรี่ในทันที เขาเอาซองใสบุหรี่หนังออกมาพรอมไฟแช็ก ยื่นถวายใหองค หลวงปู พรอมตั้งคำสัจจาธิษฐานอยางมุงมั่นวา “ผมขอเลิกสูบบุหรี่อยาง หักดิบเลย ขอถวาย (บุหรี่พรอมไฟแช็ก) องคหลวงปูครับ” องคหลวงปู เห็นความมุงมั่นตั้งใจเด็ดเดี่ยวของเขาแลวก็รับไวดวยความเมตตา ตอนบายของวันนั้น ขณะที่พระเณรกำลังนั่งพักฉันน้ำปานะ หลังเสร็จ ภารกิจเก็บกวาดสถานที่ ดูแลเสนาสนะประจำวันแลว องคหลวงปูก็เดินถือ ซองบุหรี่และไฟแช็กนั้นไปยังกลุมพระเณร องคทานก็เลาใหฟงถึงเรื่องโยม ที่เอาบุหรี่มาถวาย เสร็จแลวองคทานก็โยนซองบุหรี่และไฟแซ็กไวกลาง วงปานะนั้น แลวองคทานก็เดินจากไป พระเณรบางรูปก็พากันหยิบบุหรี่ จากซองนั้นมาสูบกันดวยความสบายอกสบายใจ คงคิดกันในใจวา “วันนี้ องคหลวงปูใจดี เอาบุหรี่มาใหสูบดวย” พอเสร็จจากฉันน้ำปานะแลว ก็ไดเวลาสรงน้ำองคหลวงปู พระเณร ตางไปรวมตัวกันบริเวณที่จะสรงน้ำ เมื่อมาพรอมหนาพรอมตากันดีแลว องคหลวงปูก็ถามขึ้นวา “ใครไดสูบบุหรี่บางบายนี้” พระเณรรูปที่สูบก็พากัน ออกมารับวาไดสูบ องคหลวงปูทานก็พูดขึ้นดวยน้ำเสียงเรียบๆ แตชางลึกซึ้ง
พระผูเปยมลนดวยเมตตาธรรม ๑๔๙ ชวนคิดพิจารณาอยางถึงใจไมมีวันลืมวา “เอามือไปรองรับน้ำลายที่เขา บวนทิ้งแลวมาอม ไมสมกับเปนพระกัมมัฏฐาน ไมสมกับเปนลูกตถาคต ไมมีปญญา เปนพระกัมมัฏฐานแตปญญาสูฆราวาสก็ไมได” เรื่องที่ ๙ ขอไปลูบคลำเจดียทองของทาน ครั้งหนึ่งมีพระไปขออนุญาตองคหลวงปูไปกราบพอแมครูบาอาจารย ที่มีชื่อเสียง องคหลวงปูถามวา “จะไปหาลูบคลำเจดียทองของทานหรือ ทำไม ไมสรางสมบัติอันมีคานั้นใหบังเกิดขึ้นในใจเจาของ ดีกวาการเที่ยวไป ชื่นชมทรัพยสมบัติของครูบาอาจารย” องคทานปรารภเชนนี้เพื่อใหเปน ขอคิด คติเตือนใจแกพระเณรและฆราวาส เพราะมีจำนวนมากที่ชอบแห ตระเวนไปหาครูบาอาจารยทานโนนทานนี้ แลวมาคุยอวดกัน แตตัวเจาของ ไมยอมตั้งใจปฏิบัติเพื่อหาสมบัติของใจอันมีคามาครอบครองเสียเอง ตอนที่ ๑๐ พระผูเปนแบบอยางแหงความอดทน บรรดาศิษยขององคหลวงปูตางทราบกันดีอยูอยางหนึ่งวา ในยาม องคทานอาพาธ ใครจะมานิมนตองคทานไปหาหมอเปนเรื่องยากอยางยิ่ง อยาวาแตเจ็บไขไดปวยธรรมดาเลย แมแตเจ็บปวยจนเปนที่ตระหนกตกใจ แกผูพบเห็น ขอนิมนตองคทานไปหาหมอ ก็มักจะกลับถูกองคทานยอนถาม ในเชิงวา “ไปหาหมอแลวบตายบ”