วิสัชนำธรรม เลม ๓
สนทำนาปัญห้าธรรม
โดย ทา่ นพระอาจารย์สชุ าติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จงั หวัดชลบรุ ี
วิสัชนำธรรม เลม ๓
โดูย ทำ่านพ่ระอาจึารย์สชุ ้าติ อภชิ ้าโต
ISBN : ๙๗๘-๖๑๖-๕๙๔-๗๐๗-๗
พ่มิ พ่์ครั�งทำ่� ๑ : ธันวาคม ๒๕๖๕
จึำานว่น : ๒,๕๐๐ เล่ม
จึดั ูพ่ิมพ่โ์ ดูย : คณะศษิ ยานศุ ษิ ย์
พิมพแ์ จกเปนธรัรัมทุาน
ห้ามจําหนา ย
พระสุชาติ อภิชาโต.
วสิ ัชนาธรรม เลม่ ๓.-- ชลบรุ ี : วัดญาณสงั วรารามวรมหาวหิ าร, ๒๕๖๕.
๑๖๘ หน้า.
๑. พุทธศาสนา--ค�าถามและคา� ตอบ. I. ชื่อเรือ่ ง.
๒๙๔.๓๐๗๖
ISBN ๙๗๘-๖๑๖-๕๙๔-๗๐๗-๗
พ่มิ พ่์ทำ �่ : บรษิ ัท ศิลปส์ ยามบรรจภุ ัณฑ์และการพมิ พ์ จา� กดั
Tel. ๐-๒๔๔๔-๓๓๕๑-๒ Fax. ๐-๒๔๔๔-๐๐๗๘
E-mail: [email protected]
คำ� น�ำ
สรรพสิ่งทั้งหลายมีการเปลี่ยนแปรทุกเวลา
เป็นสัจธรรมท่พี ระพทุ ธองค์ตรสั ไว้
เดิมท่านพระอาจารย์สุชาติอบรมธรรม ณ ศาลา
บนเขาชีโอนทุกๆ บ่าย หากโควิดท�ำให้ทุกอย่างหยุดลง
ขณะเดยี วกนั ทางโลกเริ่มเขา้ ยคุ ดจิ ทิ ัล การแสดงธรรมจึง
ใชร้ ะบบออนไลน์ นายแพทยว์ รี ะพนั ธ์ สวุ รรณนามยั (Dr.V)
จึงเริ่มท�ำรายการค�ำถามค�ำตอบจากท่านอาจารย์ขึ้น
นับแตป่ ี ๖๔
คำ� ถามถามโดยผไู้ มร่ หู้ รอื รจู้ ากความจำ� หากคำ� ตอบ
ตอบโดยผรู้ ซู้ งึ่ รจู้ ากความจรงิ เปน็ วมิ ตุ ติ คำ� ตอบนนั้ จงึ เปน็
ประโยชนย์ ง่ิ ตอ่ ใจทกุ ดวง แมเ้ รม่ิ ดว้ ยสตุ ตมยปญั ญากต็ าม
คำ� ถามคำ� ตอบจงึ ควรกบั การพมิ พร์ กั ษาไวเ้ ปน็ มรดกธรรม
โดยหวังว่าใจทุกๆ ดวงเมอื่ อา่ นพบ จักเดินตามรอย
ธรรมของท่านอาจารยอ์ ยา่ งสุขใจย่งิ
คณะศษิ ยานุศิษย์
สารบญั
๑. พิจิ ารณาอาการ ๓๒ อย่า่ งไร ๐๗
๒. อานาปานสติิ ๑๙
๓. อเุ บกขา ๒๙
๔. มรณานุสติกรรมฐาน ๓๙
๕. พุทธานสุ สติกรรมฐาน ๕๑
๖. อสภุ กรรมฐาน ๖๑
๗. นิวิ รณ์์ ๕ ธรรมกั้�นคุณุ ธรรม ๗๓
๘. มักั น้้อย สันั โดษ ๘๙
๙. วิริ ิยิ ะ ความเพียี รที่่�ถููกต้อ้ ง ๙๙
๑๐๙๑๐. สัมั มาทิฏิ ฐิิ เห็น็ อย่่างไรจึงึ ถูกู ต้อ้ ง
๑๑. กิจิ ในอริิยสัจั ๔ ๑๑๗
๑๒. ไตรลัักษณ์์ ๑๓๑
๑๓. ๑๐ วิิธีี มีคี วามสุขุ ๑๔๓
รายการสนทำนาธรรมกบั ทำ่านพ่ระอาจึารยส์ ชุ ้าติ อภชิ ้าโต
โดย Dr.V (นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามยั )
6 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๑. พจิ ำรณำอำกำร ๓๒ อยำงไร
สนทนาปญั หาธรรม วนั ที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๕
ถาม: การพิจารณาอาการ ๓๒ เคยได้ยินมาว่าจะ
พิจารณาอย่างไร ก็เลยคิดคำาถามว่า ถ้าเราจะพิจารณา
เรือ่ งอาการ ๓๒ น่ี เราจะตอ้ งทาำ อย่างไร
ตอบ: การพิจารณาอาการ ๓๒ นี้ มี ๒ ระดับด้วยกัน
พจิ ารณาเพอื่ เปน็ การเจรญิ สต ิ คอื ธรรมดาถา้ เราปลอ่ ยใจ
ให้ไม่มีอะไรท�า มันก็จะคิดเร่ือยเป่�อย แล้วก็มักจะคิดไป
ทางความโลภโกรธหลง ถ้าเราบางทีใช้ค�าบริกรรมพุทโธ
พุทโธ แล้วมันรู้สึกว่ามันไม่หยุด เพราะมันมีแค่ค�าเดียว
กเ็ ลยใหล้ องเขา้ มาหาอาการ ๓๒ ด ู ทอ่ งชอื่ ของอาการ ๓๒
น่ี เป็นเหมือนการสวดมนต์ ถ้าใช้ภาษาบาลีก็เป็นการ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 7
สวดมนต์ เกศาคือผมท้งั หลาย โลมาคอื ขนทั้งหลาย นขา
คือเล็บทั้งหลาย ทนั ตาคือฟนั ท้ังหลาย ตโจคอื หนงั มงั สา
คือเน้ือ
ถา้ ท่องไปใหค้ รบ ๓๒ อาการ อันนก้ี ็เป็นเหมือนกบั
การผูกู ใจไม่ใ่ ห้ไ้ ปคิดิ เรื่�องราวต่่างๆ ให้้ใจมีีสติติั้�งมั่�นอยู่่�กัับ
เรื่�องของการสวดหรืือท่่องชื่�อของอาการ ๓๒ อัันนี้้�ก็็เป็็น
ลัักษณะของการฝึึกสติิแทนพุุทโธได้้ กายคตาสติิ เรียี กว่า่
กายคตาสติิ การใช้้ร่่างกายนี้�เป็็นที่�ตั้�งของสติิหรืือที่�เจริิญ
ของสติ ิ อันั นี้�เป็น็ แบบหนึ่�ง ทีนี ี้้�อีกี แบบหนึ่�งคือื การพิจิ ารณา
ให้้เกิิดปััญญา ให้้เห็็นความเป็็นจริิงของร่่างกายที่�เรามอง
ไม่เ่ ห็น็ อย่า่ งทั่�วถึงึ ปกติเิ ราจะเห็น็ ร่า่ งกายเพียี งแต่่ ๕ อาการ
ภายนอก คืือเห็น็ ผม เห็น็ ขน เห็็นเล็็บ เห็็นฟันั เห็น็ หนังั
เท่่านั้�นเอง แล้้วเราก็็ไปหลงใหลกัับรููปร่่างหน้้าตาของ
อาการ ๓๒ เหล่่านี้้� ทำำ�ให้เ้ กิิดกามารมณ์ข์ึ้�นมา
ทเี่ ราเกดิ กามารมณเ์ พราะเราไปนกึ ถงึ ภาพของบคุ คล
ทเี่ ราเห็นว่าสวยว่างามหรือหลอ่ เหลา แล้วท�ำใหเ้ ราเกดิ ม ี
ความอยากจะเสพกามกบั เขา คอื ถา้ เราเปน็ นกั บวช เปน็ ผทู้ ี่
ต้องการหลุดพ้นจากการอยู่ใต้พฤติกรรมและอิทธิพล
8 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ของกาม เพราะถา้ เวลาเกิดกามแล้วมนั จะทำ� ใหจ้ ิตใจเรา
คลุ้�มคลั่�ง เห็็นไหมคนที่่�บ้้ากามมัักจะไปทำำ�อะไรที่�อาจจะ
เกิิดความเสีียหายให้้ทั้ �งกัับตนเองและกัับผู้ �อื่ �น ถ้้าเรา
อยากจะก�ำจัดปัญหาตัวน้ี คือกามารมณ์หรือกามราคะน้ี
เรากต็ อ้ งดสู ว่ นทไ่ี มส่ วยงามของรา่ งกาย สว่ นทไี่ มส่ วยงาม
ของร่างกายก็คือส่วนที่ซอ่ นอยูใ่ ตผ้ วิ หนงั น่ีเอง
นอกจากการพิิจารณาผมขนเล็็บฟัันหนัังแล้้ว เราก็ ็
ต้้องไปต่่อจากหนัังก็็เข้้าไปเนื้�อ จากเนื้�อก็็เข้้าไปเอ็็น
ไปกระดูกู เอ็น็ รัดั กระดูกู โครงกระดูกู แล้ว้ ก็อ็ วัยั วะน้อ้ ยใหญ่่
เช่น่ ม้า้ ม หัวั ใจ ตับั พังั ผืดื ไตปอดไส้ใ้ หญ่่ไส้น้ ้อ้ ยอาหารใหม่่
อาหารเก่่า เยื่�อสมอง ศีีรษะ อัันนี้�เป็็นอาการต่่างๆ ที่่�ถ้้า
ดูแู ล้ว้ จะเกิดิ ความรู้�สึกไม่ส่ วยไม่ง่ าม บางครั้�งถึงึ กับั เรียี กว่า่
น่่าเกลีียดน่่ากลััวก็็ได้้ ความจริิงแล้้วไม่่เห็็นภาพเหล่่านี้�
ปรากฏแตใ่ นโซเชยี ลมเี ดยี ไมม่ ใี ครเอาภาพเหลา่ นมี้ าโพสต์
มีแต่โพสต์แต่ภาพสวยๆ งามๆ หน้าตาทรงเผ้าทรงผม
หรืืออะไรต่่างๆ เหล่่านี้้� ที่่�เป็็นการกระตุ้�นกามารมณ์์
ซึ่ �งบุุคคลที่ �อยู่ �ภายใต้้อำำ�นาจของกามารมณ์์นี้้�ก็็อยากจะ
ชอบให้้มัันกระตุ้ �นขึ้ �นมา
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 9
เพราะเวลาเกิดกามารมณ์แล้วได้เสพกาม มันเกิด
มีความรู้สึกว่าเป็นสุข เพียงแต่ไม่เห็นโทษของกามารมณ ์
เวลาท่ีเกิดแล้วไม่ได้เสพนี่ มันจะท�ำให้คลุ้มคลั่งได้ ท�ำให ้
เศร้า ท�ำให้เหงา ท�ำให้หดหู่ได้ อันนี้ไม่เห็นโทษ เห็นแต่
คณุ เหน็ แตต่ อนทไี่ ดเ้ สพ ทางนกั บวชทางพระพทุ ธเจา้ ทา่ น
ทรงเห็นว่ากามารมณ์นี้มันเป็นโทษ มันเป็นทุกข์ เพราะ
เวลาทไี่ มไ่ ดเ้ สพแลว้ เปน็ ทกุ ข์ เพราะวา่ มนั จะทำ� ใหเ้ รากลบั
มาเกดิ มาเสพกามอยเู่ รอื่ ยๆ กลบั มาเกดิ ในกามภพ เพราะ
เม่ือเราตดิ มนั แล้ว เรากจ็ ะต้องกลบั มาหามนั อยเู่ รื่อยๆ
ผู้้�ที่่�ต้้องการจะออกจากกามภพนี้้� ออกจากการมา
ติิดการเวีียนว่่ายตายเกิิดในภพของกาม ภพของมนุุษย์ ์
และเทวดา กจ็ ำ� เปน็ จะตอ้ งดสู ว่ นทไี่ มส่ วยงามของรา่ งกาย
คอื อาการ๓๒ตงั้ แตอ่ าการ๖เขา้ ไปอาการ๕นอี่ ยภู่ ายนอก
เราเห็นกันอยู่ประจ�ำ แต่เราไม่เห็นอาการภายใน เราก็
เลยต้องศึกษากัน พิจารณาดูภาพของอาการเหล่าน้ีว่า
เป็นอย่างไร ทีนี้บางทีเราก็ต้องอาศัยหนังสือหรือภาพท ี่
ผทู้ เี่ ขาไดท้ ำ� การศกึ ษามาเชน่ หนงั สอื anatomyทน่ี กั ศกึ ษา
แพทย์ศึกษากัน ก็อาจจะมีภาพวาดเกี่ยวกับระบบของ
10 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ร่างกายต่างๆ ระบบทางเดินอาหาร ระบบอะไรเหล่าน ี้
มันก็จะทำ� ใหเ้ ห็นอวยั วะทีม่ อี ย่ภู ายใน
อันน้ีก็ดูภาพวาดไปแล้วก็ศึกษาไป อ้อ หัวใจเป็น
อย่า่ งนี้้� ปอดเป็น็ อย่า่ งนี้้� ตับั เป็น็ อย่า่ งนี้้� ลำำ�ไส้เ้ ป็น็ อย่า่ งนี้�ไป
พอเราเห็น็ สภาพเป็น็ อย่า่ งนี้�แล้ว้ รับั ประกันั ได้ว้ ่า่ กามารมณ์ ์
ไม่่เกิิด เวลาหมอไปชำำ�แหละศพนี่่� กามารมณ์์ไม่่เกิิดถ้้าดูู
เข้้าไปภายใน ตอนต้้นเราก็็อาจจะอาศััยการดููภาพจาก
หนัังสืือจากสื่�อต่่างๆ และถ้้าเราคิิดว่่ามัันยัังไม่่ถึึงใจ
อยากจะเห็น็ ของจริงิ เราก็ไ็ ปดูเู วลาที่่�มีกี ารชันั สูตู รศพตาม
โรงพยาบาลต�ำรวจหรือตามโรงพยาบาล ท่ีมีนักศึกษา
นักเรียนแพทย์ศึกษาอยู่ ซึ่งเขาจะมีช่วงท่ีมีการผ่าศพ
ออกมา เพ่อื จะไดศ้ กึ ษาให้ดเู หน็ อาการตา่ งๆ ทีอ่ ย่ภู ายใต้
ผิวหนงั
นกั ปฏบิ ตั บิ างทกี ไ็ ปดกู นั ไปดรู า่ งเหน็ ของจรงิ แลว้ มนั
จะไดท้ ำ� ใหเ้ กดิ ความสลดสงั เวชขน้ึ มา เกดิ ความเบอื่ หนา่ ย
ข้ึนมาในเรื่องของความรักความใคร่ในร่างกายของคนได ้
แต่ไปดูวันเดียวมันก็ลืมได้ เม่ือดูแล้วก็ต้องกลับมาหมั่น
ระลกึ ถงึ อยเู่ รอื่ ยๆ พจิ ารณาอยเู่ รอ่ื ยๆ เขาเรยี กวา่ “โยนโิ ส-
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 11
มนสกิ าร” คอื เอาภาพทเี่ ราไปเหน็ มาดว้ ยกบั ตาเรานม้ี านกึ
อยเู่ รอ่ื ยๆ พจิ ารณาอาการ ๓๒ บอ่ ยๆ เรียกว่าพิจารณา
เพื่อให้จดจ�ำให้ได้ ให้มันฝังอยู่ในใจ เหมือนกับเราท่อง
สตู รคูณ
สูตรคูณนีถ้ ้าเราท่องแลว้ มนั กจ็ ะจ�ำได้ พอจำ� ได้เวลา
ท่ีเราจะเอามาใช้ มันก็มาได้ทันที ๒ คูณ ๒ เท่าไหร่
๒ คูณ ๒ คอื ๔, ๓ คูณ ๓ เทา่ ไหร่ คอื ๙, ต้องท่องไป
เรื่�อยๆ ก่อ่ น อัันนี้�เราก็็เหมือื นกันั ร่่างกายภายใต้้ผิวิ หนััง
มีีอะไรบ้้าง มีีเนื้ �อ มีีเอ็็น มีีกระดููก มีีม้้าม มีีตัับ มีีหััวใจ
มีีปอด มีีลำำ�ไส้้ สมอง แล้้วก็็มีีส่่วนที่�เป็็นน้ำำ�� น้ำำ��เลืือด
น้ำำ��เหลืือง น้ำำ��ดี ี น้ำำ��เสลด น้ำำ��เหงื่�อ น้ำำ��มัันข้้น น้ำำ��มันั เหลว
น้ำำ��ลาย น้ำำ��มููก น้ำำ��ไขข้้อ น้ำำ��มููตร ก็็เป็็นส่่วนประกอบที่ �
รวมกนั เขา้ เปน็ ๓๒ อาการดว้ ยกนั ใหเ้ ราดใู หม้ นั ครบถว้ น
ทั้ง ๓๒ อาการ แล้วเราจะได้เห็นว่าร่างกายอันนี้ ไม่ว่า
จะเปน็ รา่ งกายของใครก็ตาม มนั ไมส่ วยไมง่ าม
มันอาจจะสวยงามภายนอกเวลาท่ีมีการแต่งหน้า
ทาปาก มีการใส่เสื้อผ้าอะไรต่างๆ แล้วดูแล้วมันก็ท�ำให ้
เกิดความสวยความงามความหล่อเหลาข้ึนมา แต่ถ้าเรา
12 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
พิิจารณาอย่่างทั่ �วถึึงอย่่างครบถ้้วนแล้้วเราก็็จะได้้เห็็นว่่า
มัันไม่่สวยไม่่งามเลย อัันนี้้�ก็็เป็็นวิิธีีหนึ่ �งที่ �จะทำำ�ให้้เรา
กำ� จดั กามารมณไ์ ด้ เวลาเกดิ กามารมณข์ น้ึ มา ถา้ เราตอ้ งการ
ท่ีจะเลิกเสพ หรือถ้าเราถือศีลของนักบวช เช่น ศีล ๘
นก่ี ร็ ว่ มเสพกามไมไ่ ด้ เรากใ็ ช้การพจิ ารณาอาการ ๓๒ น ้ี
มันั ก็จ็ ะทำำ�ให้ก้ ามารมณ์ท์ ี่่�ผุดุ ขึ้�นมานี้�สงบตัวั ได้้ สงบลงไปได้้
อันน้ีก็คือการพิจารณาเพื่อก�ำจัดกามารมณ์ เพ่ือท ่ี
เราจะได้ไม่ต้องกลับมาเกิดในกามภพอีกต่อไป แล้วยังม ี
อีกวิธีหนึ่ง อีกประการหนึ่งท่ีเราพิจารณาร่างกายอาการ
๓๒ เพื่อให้เห็นว่า ในร่างกายนี้ที่เราคิดว่าเราเป็นตัวเรา
เปน็ ของเรา หรอื มเี ราอยใู่ นรา่ งกายนี้ มนั ไมม่ ี เหมอื นวา่ เรา
คดิ วา่ เราอยใู่ นรา่ งกายน้ี เราลองคน้ หาวา่ มนั อยตู่ รงไหนละ่
แล้วก็ลองเอาอาการ ๓๒ มาไล่ทีละชิ้นเลย เราอยู่ท่ีผม
หรือเปล่า ผมเป็นเราหรือเปล่า เราเป็นผมหรือเปล่า
เวลาตัดผมทิ้งไปแล้วมันกลายเป็นอะไร กลายเป็นดินไป
เลบ็ กเ็ หมอื นกนั ตดั เลบ็ แลว้ เปน็ อะไร กไ็ ลไ่ ปแตล่ ะอาการ
ผมก็ดี ขนกด็ ี เล็บกด็ ี หนงั ก็ดี ฟันก็ดี ถามวา่ มันเปน็ ตัวเรา
ตรงไหน เรากบั มันเปน็ กนั ตรงไหน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 13
มันกจ็ ะเห็นว่าผมก็เป็นแคผ่ ม ขนก็เป็นแค่ขน เลบ็ ก็
เปน็ แคเ่ ลบ็ ฟันกเ็ ป็นแค่ฟัน กระดกู ก็เป็นแค่กระดกู หนงั
เน้อื เอน็ กเ็ ปน็ แคห่ นังเนอ้ื เอน็ แต่ละอาการน่ีเขากเ็ ปน็ แค ่
อาการของเขาเทา่ นน้ั เขาไมไ่ ดเ้ ปน็ ตวั ตน เขาไมไ่ ดเ้ ปน็ เรา
เราไม่่ได้้เป็็นเขาเลย ค้น้ ให้ม้ ัันหมด ๓๒ อาการ แล้ว้ ตัวั เรา
อยู่ �ตรงไหน มัันก็็ได้้คำำ�ตอบว่่า มัันอยู่ �ที่ �ความคิิดของเรา
นั่�นแหละ เราไปคิิดว่่ามัันเป็็นเราเท่่านั้�นเอง เหมืือนสมััย
โบราณคนเขาคดิ ว่าโลกน้แี บน มนั ก็อยทู่ ี่ความคิดของคน
ตอนน้ัน แต่ว่าความจริงโลกแบนหรือไม่แบน เขาก็ไม่รู้
แตใ่ นสายตาของเขากเ็ หน็ วา่ มนั แบน
แต่มีคนฉลาดท่ีเขาวิเคราะห์ดูแล้ว เขาก็เห็นว่า
มนั ไมแ่ บน พระพทุ ธเจา้ กบ็ อกวา่ พวกเธอทกุ คนกเ็ หมากนั
วา่ รา่ งกายนเี้ ปน็ เรา เราเปน็ รา่ งกาย เรากต็ อ้ งคน้ หา แลว้ เรา
อยู่ตรงไหนในร่างกายน้ี ด้วยการแยกอาการ ๓๒ ออก
มา กเ็ หมือนกับ สมมุติวา่ ถ้าคณุ หมอคดิ ว่าหมอลมื ของไว้
ในลนิ้ ชกั ในลนิ้ ชักนมี้ ขี องหลายๆ อยา่ งดว้ ยกัน ถ้าคดิ วา่
ลืมกุญแจไว้ในล้ินชัก หมอก็ต้องเข้าไปค้นในลิ้นชักเอา
ของต่างๆ ท่ีมีอยู่ในลิ้นชักออกมาให้หมด แล้วค้นดูว่า
กุุญแจที่ �หมอคิิดว่่าอยู่ �ในลิ้ �นชัักมีีอยู่ �จริิงหรืือเปล่่า ถ้้าเอา
14 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ลิ้�นชััก เอาของในลิ้�นชัักเทออกมาหมดแล้้วค้้นหา ถ้้าไม่ ่
เจอกุุญแจก็็แสดงว่่ามัันเป็็นความเข้้าใจผิิดของเราเอง
เราคิิดไปเอง
อันน้ีก็เหมือนกัน เราคิดไปเองว่าร่างกายนี้เป็นเรา
เราเป็นร่างกาย เราก็เลยต้องเอาอาการ ๓๒ ออกมา
แยกแยะดูู แล้้วค้้นหาดููว่่าที่�เราว่่าเป็็นอยู่�ในร่่างกายนี้้ �
เราเป็็นอยู่�ตรงส่่วนไหน ไม่่มีี เราเป็็นยัังไงยัังไม่่รู้�เลย
เราไปยึึดว่่าร่่างกายเป็็นเรา เรามีีรููปร่่างหน้้าตาอย่่างนี้้ �
แต่ความจริงมันเป็นเร่ืองของรูปร่างหน้าตาของร่างกาย
เราผู้รู้ผู้คิดเพียงแต่ไปยึดไปเคลมว่ามันเป็นเราขึ้นมา
เทา่ นัน้ เอง ความเปน็ จริงแลว้ มันเป็นแค่อาการ ๓๒
พิจารณาอย่างน้ีแล้วก็จะเกิดความเข้าใจว่า
ความหลงหลอกพาให้เราไปคิดเองว่าร่างกายนี้เป็นเรา
เราเป็นร่างกาย แต่ค้นหาในร่างกายท้ังหมดที่มีอยู่น้ีไม่มี
ส่วนไหนท่ีบอกว่าเป็นเราเลย เป็นแต่ขน เป็นแต่เล็บ
เปน็ แต่ฟัน เปน็ แต่หนัง เป็นแต่เน้ือ เปน็ แต่เอน็ เปน็ แต่
กระดกู เปน็ ตน้ มนั กจ็ ะไดป้ ญั ญาเกดิ ขน้ึ มาวา่ ออ้ รา่ งกายน้ี
มันเปน็ แค่อาการ ๓๒ เท่านน้ั มันไม่มีเราอยใู่ นรา่ งกายนี้
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 15
เราก็สรุปได้ว่ามันเกิดจากความคิดของเราความหลง
ของเรา แล้วเวลาเราฝึกสมาธิน่ังสมาธิ เวลาจิตหยุดคิด
ค�ำว่าเราก็หายไปพร้อมกับความคิด เหลือแต่ความรู้อยู ่
ปรากฏขึน้ มา คือผู้รปู้ รากฏข้ึนมาทันที นก่ี ็จะได้เปน็ การ
ศกึ ษาแยกแยะวา่ จติ กบั รา่ งกายเปน็ คนละสว่ นกนั จติ เปน็
ผทู้ ไ่ี ปตูเ่ อาร่างกายว่าเปน็ จิตเป็นเรา
ถาม: แสดงว่าอาการ ๓๒ นี่เป็นทั้งสมถะและวิปัสสนา
เลยนะครับ
ตอบ: อาการ ๓๒ น้ีเป็นได้ท้ังสมถะและวิปัสสนา เป็น
การเจริญสติถ้าเราเดินจงกรมแล้ว พุทโธแล้วเบ่ือ มันไม ่
ยอมติิดกับั พุทุ โธ เช่่นเป็น็ หมอนี้้�ก็็ศึึกษา anatomy มาก็ ็
ลองใช้อ้ าการ ๓๒ ดูู จะท่่องชื่�อไปพลางๆ ก่อ่ นก็็ได้้ หรืือ
จะท่องไปแล้วก็นึกถึงภาพของแต่ละอาการปรากฏข้ึนมา
ด้วยก็ได้ มันก็จะท�ำให้ใจวนอยู่กับอาการ ๓๒ เลยไม่ไป
คิดเร่ืองอื่น ก็ท�ำให้ใจตั้งม่ันอยู่ปัจจุบันได้ แล้วพอเรา
เปล่ียนหรือว่าเรามาน่ัง เราก็พิจารณาต่อก็ได้ ก็อาจจะ
สามารถทำ� ใจใหด้ งึ เขา้ สู่ความสงบไดเ้ หมือนกัน
16 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ถาม: เม่ือคืนลองพุทโธอยยู่ าวนานมาก หลายช่วั โมงกย็ ัง
ไมส่ งบครบั กเ็ ลยคิดวา่ อาจจะต้องใช้อาการ ๓๒ รเึ ปล่า
ตอบ: ส่วนหน่ึงมันก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวอารมณ์กัมมัฏฐาน
อย่างเดยี ว ส่วนหนง่ึ ก็อยทู่ ก่ี ำ� ลังของสติ สตเิ ราอาจจะไม ่
จดจ่ออย่างต่อเนื่อง จดจ่อได้แวบหน่ึง เด๋ียวก็มักไปคิด
เรื่องน้ัน มักไปคิดเร่ืองนี้ ซึ่งมันมักเป็นเรื่องปกติของการ
ฝึกเจริญสติใหม่ๆ มันจะไม่สามารถควบคุมจิตให้อยู่กับ
อารมณ์ท่ีเราก�ำหนดไว้ได้อย่างต่อเน่ือง ก�ำหนดได้ปุ๊บ
๒-๓ วินาทีก็แวบไปคิดเรอ่ื งนัน้ พอได้สตกิ ด็ งึ กลบั มา มัน
ก็เลยเป็นการชักเย่อกัน แต่ถ้าเราสามารถควบคุมให้จิต
เกาะติิดอยู่่�กัับอารมณ์์ที่ �เรากำำ�หนดไว้้ได้้อย่่างต่่อเนื่ �อง
อารมณ์เ์ ดีียวนี้้� เดี๋�ยวไม่น่ านมัันก็็เข้้าสู่�ความสงบได้้
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 17
18 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๒. อำนำปำนสติ
สนทนาปญั หาธรรม วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕
ถาม: วันนี้จะขอความรู้เกี่ยวกับเรื่องอานาปานสติครับ
(พระอาจารย์) เพราะว่าอานาปานสตินี้มีคนพยายาม
ปฏิิบัติเยอะ (นะ) ครับ (อันนี้) ขอความเมตตาจากพระ
อาจารย์ด้วยนะครบั
ตอบ: คา� ว่า “อานาปานะ” แปลว่าลมเข้าลมออก “สต”ิ
ก็คือการระลึกรู้ “อานาปานสติ” ก็คือให้เราระลึกรู้ท่ีลม
เข้าลมออก และจุดทเี่ ราจะดไู ดช้ ดั เจนก็คือจุดทลี่ มสมั ผัส
บริเวณปลายจมูก เวลาลมเข้าลมออกมนั ก็ต้องผา่ นรูจมกู
เข้าไปออกมา การสัมผัสของลมก็มักจะสัมผัสบริเวณท่ี
ปลายจมูก เรากม็ ักจะใชจ้ ดุ น้ันเป็นจดุ ทเี่ พง่ ดูลม
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 19
ทำำ�ไมเราจึึงต้้องเพ่่งดููลม เพราะว่่าเราต้้องการ
ให้ใ้ จสงบ การที่่เ� ราจะทำำ�ให้ใ้ จเราสงบนี้้� เราต้อ้ งมีีอะไร
ให้้ยึึดเหนี่�่ยวจิิตใจ ไม่่ให้้ใจไหลไปตามกระแสของ
ความคิิดปรุุงแต่่งที่�่มีีอยู่�ในใจตลอดเวลา ถ้้าไม่่มีีอะไร
ยึึดเหนี่�ยวไว้้ ใจก็็จะคิิดไปเรื่�อยเปื่่�อย แล้้วก็็คิิดเรื่�องนั้�น
คิิดเรื่�องนี้้� เพราะว่า่ มัันก็เ็ ปลี่�ยนเรื่�องไป ต่่อเรื่�องไปเหมืือน
ลิงิ ที่่�มันั โหนกิ่�งไม้ ้ มันั โหนกิ่�งนี้�แล้ว้ เดี๋�ยวมันั ก็ไ็ ปจับั กิ่�งโน้น้
กิ่�งโน้น้ แล้ว้ ก็ไ็ ปจับั กิ่�งนั้�นต่อ่ มันั ก็ไ็ ปเรื่�อยๆ ไม่ม่ ีวี ันั ที่�จะหยุดุ
ของมันั เองได้้
ความคิดของพวกเราทุกคนนี้ ถ้าเราไม่มีอะไรเป็น
ตวั ผกู มนั หรอื ดึงมันไว้ มันกจ็ ะคดิ เร่อื ยเป่ือย แล้วผลของ
ความคดิ กค็ อื สขุ บา้ งทกุ ขบ์ า้ ง เวลาเจอความทกุ ขก์ เ็ ครยี ด
จนกระทั่งบางทีหาทางออกไม่ได้ ก็เกิดจากความคิดของ
เราน่ี แตถ่ า้ เรารจู้ กั หยดุ ความคดิ ได้ เวลาเรารสู้ กึ เรมิ่ เครยี ด
กผ็ อ่ นคลาย แทนทจี่ ะไปผอ่ นคลายแบบทางโลก เชน่ ไปดู
หนังฟงั เพลง ไปรับประทาน ไปเทยี่ วที่นัน่ ทน่ี ่ี อันน้ันไมไ่ ด้
เปน็ การผอ่ นคลาย มนั เพยี งแตเ่ ปน็ การเปลยี่ นบรรยากาศ
เพอื่ ใหม้ นั ลมื บรรยากาศทที่ ำ� ใหเ้ กดิ ความเครยี ดขน้ึ มา เชน่
ทำ� งานหนกั ๆ หลงั จากเลกิ งานกต็ อ้ งแวะเขา้ บารเ์ ขา้ ผบั กนั
20 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
เปลยี่ นบรรยากาศ แลว้ ความเครยี ดจากการงานกจ็ ะถกู ดงึ
ไปช่วั คราว
แต่เ่ ดี๋�ยวกลับั ไปที่่�ทำำ�งาน มันั ก็ก็ ลับั มาใหม่ ่สู้�การที่�เรา
ระงัับความเครีียดด้้วยการที่�เราเจริิญสติิ อานาปานสติินี้�
ไม่ไ่ ด้้ เพราะว่า่ ถ้า้ เราสามารถควบคุมุ สติใิ ห้อ้ ยู่่�กับั ลมหายใจ
อย่า่ งต่อ่ เนื่�อง ไม่ใ่ ห้ไ้ หลไปตามความคิดิ ต่า่ งๆ ได้้ ความคิดิ
ต่า่ งๆ ก็็จะเบาลงๆ จนในที่่�สุุดก็็จะหยุดุ นิ่�ง พอมันั หยุุดนิ่�ง
จิิตก็็เข้้าสู่�สมาธิิ เข้้าสู่�ความสงบ พอเข้้าสู่�ความสงบแล้้ว
จิติ ก็จ็ ะสบาย โล่ง่ อกโล่ง่ ใจ มีคี วามสุขุ ที่�เหนือื กว่า่ ความสุขุ
ทั้�งปวง ดัังที่�พระพุุทธเจ้้าทรงตรััสว่่า “นััตถิิ สัันติิปะรััง
สุุขััง” สุขุ อื่�นที่�เหนืือกว่า่ ความสงบไม่่มีี
อันั นี้�แหละเป็น็ วิธิ ีทีี่�จะช่ว่ ยเราผ่อ่ นคลายความเครียี ด
ความทุุกข์ต์ ่่างๆ ได้้ชั่�วระยะหนึ่�ง ในขณะที่่�จิติ อยู่�ในสมาธิิ
พอจิิตมัันเข้้าไปในสมาธิิแล้้ว มัันจะนิ่ �ง มัันจะไม่่มีีการ
ขยับั เขยื้�อน ตอนนั้�นเราก็ไ็ ม่ต่ ้อ้ งทำำ�อะไร ลมก็ไ็ ม่ต่ ้อ้ งดูแู ล้ว้
อะไรก็ไ็ ม่ต่ ้อ้ งดูู เพียี งแต่อ่ ยู่่�กับั ความนิ่�งไป อย่า่ คิดิ ปรุงุ แต่ง่
ขึ้�นมาเอง อย่า่ ไปนึกึ คิิดว่า่ ตอนนี้้�ต้้องพิจิ ารณาทางปััญญา
ดีีไหม จะพิิจารณาร่่างกายดีีไหม อัันนี้้�ยัังไม่่ใช่่เป็็นเวลา
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 21
เราต้้องการพัักจิิตให้้นานที่่�สุุดเท่่าที่�จะนานได้้ ให้้จิิตมี ี
ความสุขุ มีคี วามสบาย เหมืือนพัักผ่่อนหลัับนอน
เวลาเราหลัับนอนนี่่� เราไม่่อยากจะปลุุกร่่างกายขึ้�น
มาทำำ�งาน เราอยากให้้ร่่างกายนอนให้้เต็็มที่่� แล้้วค่่อย
ปล่อ่ ยให้ร้ ่า่ งกายตื่�นขึ้�นมาเอง แล้ว้ เราค่อ่ ยลุกุ ไปทำำ�งานต่อ่
ไม่่ใช่่พอนอนหลัับปุ๊�บ ได้้ไม่่ถึึงนาทีีสิิบนาทีีก็็ปลุุกขึ้�นมา
ทำำ�งานต่่อ อันั นี้้�ร่า่ งกายยัังพักั ไม่่พอเพีียง เวลาปลุุกขึ้�นมา
ตอนที่่�มัันยัังไม่่อิ่ �มไม่่พอ มัันจะรู้้�สึึกงััวเงีีย รู้้�สึึกรำำ�คาญ
จิิตก็็เหมืือนกััน เวลาเราพัักจิิต ก็็อย่่าไปรบกวน เวลา
ที่่�จิติ นิ่�งสงบในสมาธินิ ี่่�ก็อ็ ย่า่ ไปทำำ�อะไร ให้ร้ ักั ษาความสงบ
ไว้้ให้้นานๆ ด้้วยการมีีสติิดููความสงบนั้ �นไป ถ้้าเกิิดอยาก
จะคิดิ ขึ้�นมาก็็หยุุดความคิิดนั้�น ยัังไม่่ใช่ถ่ ึึงเวลาคิดิ เวลานี้�
เป็็นเวลาที่�เราต้้องการเสพความสุุขจากความสงบ เป็็น
กำำ�ลัังของจิิตเวลาออกจากสมาธิิมา จะได้้มีีกำำ�ลัังที่�จะไป
ทำำ�อะไรต่่อไปได้้
นี่่�คือื การดูลู มหายใจเข้า้ ออกเพื่�อให้จ้ ิติ เข้า้ สู่�ความสงบ
เป็็นเครื่ �องผููกจิิต จิิตนี่ �เปรีียบเทีียบเป็็นเหมืือนเรืือที่ �ลอย
อยู่�ในลำำ�น้ำำ�� ลำำ�ธาร ถ้้าไม่ม่ ีเี ชืือกผููกเรือื ติิดไว้ก้ ัับเสาท่่าเรืือ
22 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
อย่่างนี้้� กระแสน้ำำ��ก็็จะดึึงเรืือให้้ไหลไปตามกระแสน้ำำ��
จิติ เราถ้า้ ไม่ม่ ีอี ะไรผูกู ไว้ ้ มันั ก็จ็ ะไหลไปตามกระแสความคิดิ
ต่า่ งๆ ทีนีี้�เราต้อ้ งการให้ใ้ จหยุดุ คิดิ เราก็ต็ ้อ้ งผูกู ใจไว้ก้ ับั เสา
ผููกไว้้กัับท่่าเรืือ เสาหรืือท่่าเรืือจะเป็็นเครื่�องผููกใจไว้้ก็็
เรีียกว่่า “กััมมััฏฐาน” ซึ่่�งในพระไตรปิิฎกท่่านแสดงไว้้
มีกี ัมั มัฏั ฐาน ๔๐ ชนิดิ ที่�เราสามารถใช้เ้ ป็น็ เครื่�องผูกู ใจไว้ไ้ ด้้
ไม่่ให้้ใจไหลไปตามกระแสความคิดิ ต่า่ งๆ
แต่่ที่�เราใช้้กัันทั่�วๆ ไปในวงปฏิิบััติินี้้�ก็็มีีอยู่�สองสาม
อย่า่ งด้ว้ ยกันั คือื พุทุ ธานุสุ สติ ิ คือื การรำำ�ลึกึ ถึงึ พระพุทุ ธเจ้า้
เช่น่ จะใช้ก้ ารสวดอิติ ิปิ ิโิ สก็ไ็ ด้้ หรือื จะใช้ก้ ารบริกิ รรมพุทุ โธ
พุทุ โธก็็ได้้ อัันนี้�เรีียกว่่า “พุุทธานุุสสติิ” มีีสติิระลึึกรู้�อยู่่�กับั
พระพุุทธเจ้้า หรืือถ้้าเราจะใช้้อานาปานสติิก็็มีีสติิระลึึกรู้�
อยู่่�กัับลมหายใจเข้้าออก หรือื บางเวลาอาจจะใช้้ “มรณา-
นุุสสติิ” ก็็ได้้ ถ้้าบางทีีเราถููกจริิตกัับมรณานุุสสติิ พอใช้ ้
อย่่างอื่�นมัันไม่่ยอมสงบ พอคิิดถึึงความตายปุ๊�บ มัันนิ่�ง
ขึ้ �นมาทัันทีี ก็็อาจจะใช้้ได้้ ซึ่่�งแต่่ละคนจริิตไม่่เหมืือนกััน
ถึึงมีกี ัมั มัฏั ฐานหลายชนิดิ ด้ว้ ยกัันให้้เราเอาไว้้เลืือกใช้้กันั
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 23
อีกอย่างหนง่ึ ทเี่ ราใช้เป็นเคร่ืองฝึกสติ เคร่ืองปลุกใจ
กค็ อื “กายคตาสต”ิ ร่างกายของเรานเ่ี รยี กวา่ กายคตาสติ
ในขณะท่ีเราไม่ได้น่ังสมาธิ ร่างกายเรามีการเคล่ือนไหว
ตา่ งๆ มกี ารทำ� อะไรตา่ งๆ เรากเ็ อาใจผกู ไวก้ บั รา่ งกายเพอ่ื
จะไดไ้ มใ่ หไ้ หลไปกบั ความคดิ เปน็ การเจรญิ สตใิ หต้ อ่ เนอื่ ง
ใหเ้ ป็นสัมปชญั ญะ พอเป็นสมั ปชัญญะ เวลาน่งั สมาธแิ ลว้
ถา้ จติ มสี ตทิ ต่ี อ่ เนอื่ งจติ กจ็ ะเขา้ สสู่ มาธไิ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และ
งา่ ยดาย
ผู้�ปฏิิบััติินี้�เวลาไม่่ได้้นั่�งสมาธิิ มัักจะใช้้กายคตาสติิ
หรืือใช้้พุุทธานุุสสติิ เพื่�อคอยควบคุุมใจไม่่ให้้ไปคิิดถึึง
เรื่�องราวต่า่ งๆ นั่�นเอง แล้ว้ เวลามานั่�งก็ส็ ามารถใช้ล้ มหายใจ
เข้้าออก หรืือใช้้พุุทธานุุสสติิคืือบริิกรรมพุุทโธๆ ไปก็็ได้้
อย่า่ งใดอย่า่ งหนึ่�ง หรือื บางท่า่ นก็เ็ อามาผสมกันั พอหายใจ
เข้า้ ก็ว็ ่่า “พุุท” พอหายใจออกก็็ว่่า “โธ” การดูลู มนี้้�ก็็ให้ด้ ูู
เฉยๆ อย่า่ ไปควบคุมุ บังั คับั ลม บางท่า่ นสอนให้ห้ ายใจลึกึ ๆ
ยาวๆ อัันนี้�ไม่ใ่ ช่่อานาปานสติิ อานาปานสติิให้้ดูวู ่า่ ตอนนี้�
ลมของเราสั้�นหรืือยาว หยาบหรืือละเอีียด ให้้รู้�ตามความ
เป็็นจริงิ เดี๋�ยวมันั จะเปลี่�ยนของมัันไปเอง
24 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
เวลาเริ่�มต้้นก็็อาจจะสั้�น อาจจะหยาบ เพราะว่่า
ร่่างกายเราเพิ่�งมานั่�งเฉยๆ ใหม่่ๆ เหมืือนกัับความดััน
โลหิติ ในร่า่ งกาย เวลาเราทำำ�งานนี้�ความดันั มันั จะสูงู พอมา
นั่�งเฉยๆ นี่่� มาวัดั ความดันั มันั จะยังั สูงู อยู่� พอนั่�งรอพักั หนึ่�ง
พอร่่างกายนั่�งเฉยๆ การทำำ�งานของร่่างกายก็็จะน้้อยลง
ช้้าลง ความดัันก็็จะเบาลง ชีีพจรก็็จะสั้�นลง เหมืือนกััน
ลมก็็จะยาวขึ้�น มัันก็็จะละเอีียดขึ้�น แต่่ในการปฏิิบััติิ
อานาปานสติิ เราไม่ต่ ้อ้ งการมาควบคุมุ บังั คับั ลม ปล่อ่ ยให้ ้
ลมเป็น็ ไปตามธรรมชาติขิ องเขา ให้ด้ ูอู ยู่�ที่�จุดเดียี ว เพราะเรา
ไม่ต่ ้อ้ งการให้จ้ ิติ เคลื่�อนไหว ถ้า้ เราให้ด้ ูตู ามลมเข้า้ ลมออกนี้้�
จิิตจะทำำ�งาน จิิตจะเคลื่ �อนไปเคลื่ �อนมาตามลม มัันก็็จะ
ไม่่นิ่ �ง มัันก็็จะไม่่เข้้าสู่ �สมาธิิ ต้้องให้้จิิตอยู่่�จุุดเดีียว ดููที่ �
จุดุ เดียี ว ดูทูี่�ปลายจมูกู แล้ว้ ก็ใ็ ห้รู้้�ว่ามันั เข้า้ มันั ออกตรงนั้�น
ก็พ็ อ อย่า่ ตามลมเข้้า อย่า่ ตามลมออก
บางท่า่ นถ้า้ ถนัดั ที่�จะดูทูี่�หน้า้ อกก็ไ็ ด้้ เห็น็ ลมเข้า้ ก็พ็ อง
เห็็นลมออกก็็ยุุบ ก็็มีีการใช้้คำำ�ว่่า “ยุุบหนอ พองหนอ”
แต่ไ่ ม่ใ่ ช้ค้ ำำ�พูดู ก็ไ็ ด้้ การใช้ค้ ำำ�พูดู มันั ก็จ็ ะทำำ�ให้จ้ ิติ ทำำ�งานมาก
มัันก็็จะนิ่�งยาก ในเบื้�องต้้น การใช้้คำำ�พููดมัันอาจจะ
ช่่วยระงัับไม่่ให้้จิิตไปคิิดถึึงเรื่�องราวต่่างๆ ได้้ ก็็ใช้้ไปก็็ได้้
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 25
แต่่โดยที่่�สุุดแล้้วควรที่�จะไม่่พููดไม่่ทำำ�อะไรเลย ให้้ดููลม
ไปเฉยๆ อย่่างเดีียว แล้้วถ้้าจิิตมีีสติิอย่่างต่่อเนื่�อง มัันก็็
จะไปคิิดเรื่�องนั้�นเรื่�องนี้�ไม่่ได้้ แล้้วมัันก็็จะค่่อยๆ สงบลง
แล้ว้ ก็น็ิ่�งไปในที่่�สุดุ กลายเป็น็ สมาธิขิึ้�นมา
ขณะที่�นิ่�งมัันอาจจะมีีลัักษณะเป็็นการตกจากที่่�สููง
ลงมา วูบู ลงมา ก็ไ็ ม่่ต้อ้ งตื่�นเต้้นตกใจ ให้้รู้�เฉยๆ พอรู้�ปั๊บ�
แล้ว้ มันั ก็น็ิ่�งสงบแล้ว้ ก็ส็ บายอย่า่ ไปมีปี ฏิกิ ิริ ิยิ ากับั เหตุกุ ารณ์ ์
ที่่�กำำ�ลังั เกิดิ ขึ้�น ให้รู้้�เฉยๆ ถ้า้ ไปมีปี ฏิกิ ิริ ิยิ า ความสงบมันั ก็จ็ ะ
หายไปทัันทีี ให้จ้ ิติ รู้�เฉยๆ รู้้�ว่า่ มันั สงบนิ่�ง รู้้�ว่า่ มันั วูบู รู้้�ว่า่
มันั วููบแล้้วสบาย ก็อ็ ยู่่�กัับความนิ่�งความสบายไป นี่่�คืือพููด
แบบย่่อๆ เรื่�องของอานาปานสติิ วิิธีีฝึึกสมาธิิด้้วยการดูู
ลมหายใจเข้า้ ออก
ถาม: พระอาจารย์์ครัับ ก็็คืืออยู่�ที่�ปลายตรงนี้� ในรููจมููก
จุดุ เดียี ว เฝ้า้ ไว้ท้ ี่่�จุุดเดียี ว
ตอบ: เออ เฝ้าจุดน้นั จุดเดยี ว อย่ายา้ ยไปยา้ ยมา
ถาม: พระอาจารย์ครับ อานาปานสตนิ ่ี คอื พระพทุ ธเจ้า
ใชใ้ นการตรสั รเู้ ลย ใช่ไหมครบั
26 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ตอบ: ก็็เป็็นเบื้�องต้้นไง ต้้องใช้ท้ ำำ�สมถะก่่อน ทำำ�จิติ ให้ส้ งบ
ให้เ้ ป็น็ อุเุ บกขา แล้ว้ พอถอยออกจากสมาธิ ิ ก็ท็ รงพิจิ ารณา
ทางปััญญา พิิจารณาร่่างกาย พิิจารณาเวทนา พิิจารณา
อารมณ์์ที่่�มีีอยู่�ในจิิต เพื่�อปล่่อยวาง ละสัังโยชน์์ทั้�ง ๑๐
ประการ อันั นี้้�ต้อ้ งใช้ว้ ิปิ ัสั สนา อานาปานสตินิ ี้้�มีหี น้า้ ที่่�ทำำ�ใจ
ให้้เข้้าสู่�สมาธิิ ให้้ได้้อุุเบกขาเท่่านั้�นเอง แต่่จะไม่่สามารถ
ละสัังโยชน์์ได้ ้ ต้อ้ งใช้้การพิิจารณาร่่างกาย ละสังั โยชน์์ ๓
ข้อ้ แรก สักั กายทิิฏฐิ ิ วิิจิกิ ิิจฉา และสีลี ัพั พตปรามาส
แล้้วก็็พิิจารณาอสุุภะเพื่�อละสัังโยชน์์อีีก ๒ ข้้อ คืือ
กามราคะและปฏิฆิ ะ แล้ว้ ก็พ็ ิจิ ารณาอารมณ์ท์ ี่่�มีอี ยู่�ภายใน
จิิตต่่างๆ ก็็จะสามารถละ กาย เวทนา จิิตได้้ เข้้าถึึง
พระนิิพพานได้้ต่่อไปด้้วยปััญญา โดยใช้้ไตรลัักษณ์์กัับ
อริิยสััจ ๔ เป็น็ เครื่�องทดสอบจิติ ใจ จิติ ใจทุุกข์ ์ ทุกุ ข์์เพราะ
สังั โยชน์ ์ จิติ ใจหายทุกุ ข์เ์ พราะปัญั ญา เพราะเห็น็ ไตรลักั ษณ์์
มัันจะมีีอริิยสััจ ๔ เป็็นตััวคอยชี้้�บ่่งบอกว่่าเราทุุกข์์หรืือ
ไม่ท่ ุกุ ข์์ คราวนี้้�ทุกุ ข์ก์ ับั เรื่�องนี้้� พอเห็น็ ปัญั ญาปั๊๊บ� ว่า่ มันั เป็น็
ไตรลัักษณ์์ก็็ปล่่อย พอปล่่อยปั๊๊�บ ความทุุกข์์กัับเรื่�องนี้้�ก็็
หายไป
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 27
ถาม: กราบขอบพระคุุณพระอาจารย์์ครัับ จะน้้อมนำำ�ไป
ปฏิิบััติติ ่่อไปนะครับั
28 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๓. อุเบกขำ
สนทนาปญั หาธรรม ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
สภาพของจิตใจทเี่ ป็นกลาง ปราศจาก อคต ิ รกั ชงั
กลัว หลง การจะท�าให้จิตเป็นอุเบกขาหรือเป็นกลาง
ต้องหยุดความคิดปรุงแต่ง เพ่ือให้จิตเข้าสู่สมาธิในระดับ
ฌาน ๔ ทเี่ รยี กวา่ อปั ปนาสมาธ ิ หรอื ขณกิ สมาธ ิ ความคดิ
ปรุงก็จะระงับเหลือแต่สักแต่ว่ารู้ อุเบกขา: ความสุขท่ี
เหนอื กวา่ ความสขุ ทงั้ ปวง นค่ี อื ผลแหง่ การนง่ั สมาธ ิ จะทา�
ให้ได้อุเบกขา และอุเบกขาจะเป็นตัวท่ีท�าให้เราสัมผัส
กับส่ิงต่างๆ ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เช่น โลกธรรม ๘
ลาภ ยศ สรรเสรญิ สขุ การเสอ่ื มลาภ ยศ สรรเสรญิ นนิ ทา
ถา้ จติ เปน็ อุเบกขา จิตก็จะเฉย อะไรมาก็มา อะไรไปกไ็ ป
สรรเสริญก็สรรเสริญ นินทาก็นินทา ใจจะเป็นเหมือน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 29
หยดน้ำำ��บนใบบััว จะไม่ซ่ ึมึ จะไม่เ่ ข้า้ หากััน สััมผัสั แต่ไ่ ม่ต่ ิดิ
ไม่่เหมือื นกระดาษ เวลาซัับน้ำำ��จะซึมึ เข้า้ ไปในกระดาษ
ใจของผู้�ที่�ปราศจากอุุเบกขา จะถููกสิ่�งที่่�ตััวเองสัมั ผััส
เข้า้ ไปทัันทีหี รือื เสพมััน เวลาได้้ลาภก็ด็ ีใี จสุุดๆ เวลาเสื่�อม
ลาภก็เ็ สียี ใจสุดุ ๆ ถ้า้ ผู้้�มีอี ุเุ บกขาแล้ว้ ใจก็จ็ ะเฉยๆ สุขุ ก็เ็ ฉยๆ
ทุุกข์์ก็็เฉยๆ เวลาสััมผััสสุุขเวทนาก็็ไม่่ได้้ตื่�นเต้้นดีีใจ
เวลาสัมั ผัสั ทุกุ ขเวทนา เช่น่ เวลาเจ็็บไข้ไ้ ด้้ป่ว่ ย ใจก็็เฉยๆ
ไม่เ่ ดือื ดร้อ้ นกับั ความเจ็บ็ ไม่ค่ ิดิ หายาแก้ป้ วดมารับั ประทาน
ใจจะเฉยๆ
อุเุ บกขามีี ๒ ระดับั ระดับั แรกได้จ้ าก การเจริญิ สติิ เช่น่
การฝึกึ ควบคุมุ จิติ ไม่่ให้้คิิดปรุุงแต่ง่ นั่่�งสมาธิ ิ นั่่�งหลับั ตา
ดููลมหายใจเข้้าออก หรืือบริิกรรมพุุทโธ จนสติิสามารถ
หยุดุ ความคิดิ ปรุงุ แต่ง่ ได้เ้ ต็ม็ ที่่� จิติ ก็จ็ ะรวมเป็น็ สมาธิขิึ้�นมา
จิติ ก็จ็ ะนิ่�งเฉยสัักแต่่ว่่ารู้้� มีีอุุเบกขา แต่อ่ ยู่�ได้ไ้ ม่น่ าน อยู่�ได้้
ระยะหนึ่�ง ต้้องถอนออกมา พอถอนออกมาอุุเบกขาที่�ได้ ้
จากสมาธิคิ ่อ่ ยๆ จางไป เวลาใหม่่ๆ เหมืือนน้ำำ��เย็็นที่�แช่่ไว้ ้
ในตู้�เย็็น พอเอาออกมาจากตู้�เย็็นใหม่่ๆ ก็ย็ ัังเย็น็ อยู่� คนที่�
นั่�งสมาธิิพอออกจากสมาธิิ ใจจะเย็น็ จะรู้้�สึกเฉยๆ ไม่ย่ ิินดี ี
30 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ยินิ ร้า้ ย ใครจะพูดู จะไปทำำ�อะไรก็เ็ ฉยได้้ แต่ถ่ ้า้ ทิ้�งไว้ส้ ักั ระยะ
ความเย็น็ ความเฉยหรือื อุุเบกขา จะค่อ่ ยจางไปเนื่�องจาก
สัังขารเริ่�มคิิดปรุุงแต่่งตามกิิเลสตััณหา ไปตามความหลง
ไอ้น้ั่�นเป็น็ ของเราไอ้น้ี่�เป็น็ ของเราขึ้�นมา จะเริ่�มเกิดิ ความรักั
ชััง กลััว หลง ตามมา อุุเบกขาจากสมาธิิจะค่่อยจางไป
เมื่ �อออกจากสมาธิิ
สมััยแรกยัังไม่่มีีใครรู้�วิธีีที่�จะทำำ�ให้้อุุเบกขาถาวรด้้วย
ปัญั ญา คือื สมัยั ที่�พระพุุทธเจ้้ายังั ไม่่ตรััสรู้� พวกที่�เข้้าฌาน
จึึงต้้องกลัับเข้้าฌานอยู่�เรื่�อยๆ พวกฤาษีีที่�เข้้าฌาน
พอออกไปแป๊ป๊ เดีียว เดี๋�ยวกลับั เข้้ามาใหม่่ เพราะเขารู้�ว่า
พอออกมาแล้้วใจไม่่สบายเหมืือนอยู่ �ในฌานในสมาธิิ
ก็็ต้้องอาศััยวิิธีีนี้้�รัักษาใจให้้เย็็น แต่่ไม่่สามารถรัักษาใจไว้ ้
ได้ต้ ลอดเวลา พอออกมาเจอกับั สััมผัสั ต่่างๆ ก็เ็ กิดิ อารมณ์์
เกิิดความทุุกข์์ขึ้�นมาได้้ พระพุุทธเจ้้าจึึงต้้องทรงค้้นหา
วิิธีีที่�จะทำำ�อย่่างไรให้้อุุเบกขานี้�ถาวร ไม่่ทุุกข์์กัับอะไร
ตลอดเวลา ทั้�งที่�อยู่�ในสมาธิทิั้�งที่�ออกจากสมาธิิ ทรงค้น้ พบ
ว่่าต้้องเจริิญปััญญาต้้องพิิจารณาใจที่่�สััมผััสรัับรู้ �ว่่าเป็็น
ไตรลัักษณ์์ ไม่่ว่่าลาภ ยศ สรรเสริิญ ความสุขุ ที่�ได้จ้ ากรููป
เสียี ง กลิ่�น รสต่า่ งๆ ล้ว้ นเป็น็ อนิจิ จังั ไม่เ่ ที่�ยง ไม่เ่ ที่�ยงก็ต็ ้อ้ ง
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 31
มีกี ารเปลี่�ยนแปลง มีเี กิดิ แล้ว้ ก็ม็ ีดี ับั สุขุ เกิดิ ขึ้�นจากรูปู แล้ว้
เดี๋�ยวสุุขนั้�นก็็หายไป พอสุุขหายไป ทุุกข์์ก็็เข้้ามาแทนที่่�
วิธิ ีทีี่�จะทำำ�ให้จ้ ิติ ไม่ท่ ุกุ ข์ค์ ือื ต้อ้ งไม่ไ่ ปเสพลาภ ยศ สรรเสริญิ
สุุข สัมั ผััสได้แ้ ต่อ่ ย่า่ ไปเสพไปยิินดีี อย่่าไปอยากได้ม้ าเป็น็
สมบััติิของเรา เห็็นรููปสวยก็็อยากได้้เป็็นสมบััติิของเรา
ได้้ยิินเสีียงน่่าฟัังก็็อยากเอามาเป็็นสมบััติิ ถ้้าเกิิดความ
อยากแล้้วต้้องดิ้�นรน ใจก็็ต้้องทุุกข์์ขึ้�นมา พอได้้มาต้้อง
คอยดูแู ลรักั ษา ทุุกข์์ทั้�งในขณะที่�อยากไดัั พอได้ม้ าก็ท็ ุุกข์์
ในการดููแลรัักษา เวลาสููญเสียี ไปก็ท็ ุกุ ข์ก์ ับั การสููญเสีียไป
(อันั นี้�) ต้อ้ งพิจิ ารณาให้เ้ ห็น็ ว่า่ สิ่�งต่า่ งๆ ที่�ใจไปสัมั ผัสั
รัับรู้�นี้�เป็็นไตรลัักษณ์์ทั้�งนั้�น อนััตตา ห้้ามไม่่ให้้สิ่�งต่่างๆ
เกิิดแล้้วดัับไม่่ได้้ คืือห้้ามไม่่ให้้มัันดัับหรืือมัันจากเราไป
ไม่่ได้้ วัันใดวัันหนึ่�งมัันต้้องจากเราไป หรืือไม่่เช่่นนั้�น
ร่่างกายของเราก็ต็ ้้องดัับไป เราก็็ต้้องจากเขาไปอยู่่�ดีี
นี่่�คืือการค้้นพบของพระพุุทธเจ้้า ถ้้าจะรัักษาให้้ใจ
มีีอุุเบกขาไปตลอด เวลาออกจากสมาธิิก็็ต้้องมาพิิจารณา
สิ่�งที่�ใจไปสัมั ผัสั รับั รู้� ทาง ตา หูู จมูกู ลิ้�น กาย ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ รูปู
รส กลิ่�น เสียี ง โผฏฐััพพะ ไม่ว่ ่่าจะเป็น็ ลาภ ยศ สรรเสริิญ
32 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
สิ่ �งต่่างๆเหล่่านี้ �เป็็นไตรลัักษณ์์ ถ้้าเห็็นว่่าเป็็นไตรลัักษณ์์
เป็็นทุุกข์์ ใจก็็จะได้้ไม่่ไปอยากได้้ พอไม่่มีีความอยากได้้
ทุกุ ข์ท์ี่�เกิิดจากความอยากก็็จะหายไป ใจก็็จะกลับั มาเป็น็
อุุเบกขา เฉยๆ เมื่�อไม่่มีีอะไรที่่�ต้้องมาเป็็นของๆ ตน
ก็็ไม่่มีีอะไรที่่�ต้้องกัังวล ถ้้าได้้อะไรมาแล้้วก็็ต้้องคอยดููแล
รัักษา กัังวล ห่่วงใย และเวลาสููญเสีียสิ่�งที่�ได้้มาก็็เกิิด
ความทุกุ ข์์ใจขึ้�นมา
พระพุุทธเจ้้าทรงค้้นพบวิิธีีที่่�ทำำ�ให้้ใจได้้อุุเบกขา
จากสมาธิินี้ �กลายเป็็นอุุเบกขาที่ �ถาวร อุุเบกขาที่ �ถาวร
ท่่านเรีียกว่่านิิพพาน ใจที่�ปราศจากความทุุกข์์ตลอดเวลา
เพราะปราศจากความอยากตลอดเวลา เห็น็ ด้ว้ ยไตรลักั ษณ์์
เห็น็ ด้ว้ ยปัญั ญาว่า่ สิ่�งต่า่ งๆที่�ใจอยากได้ล้ ้ว้ นเป็น็ ไตรลักั ษณ์์
ล้้วนเป็น็ ทุุกข์์ เพราะว่า่ เป็็นอนิิจจััง ทุุกขังั อนััตตา เราไม่ ่
สามารถควบคุุมบัังคัับให้้อยู่่�กัับเราเป็็นของเราได้้ตลอด
เวลา วัันใดวัันหนึ่ �งก็็ต้้องมีีการสููญเสีีย มีีการพลััดพราก
จากกันั ไป
นี่่�คืือ อุุเบกขาสองระดัับ ใช้้ชื่�อเหมืือนกััน อุุเบกขา
ระดับั แรก ได้้จากการฝึกึ สติิ นั่่�งสมาธิิ พอเข้า้ ฌาน ๔ ได้้
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 33
จิติ ก็จ็ ะนิ่�งเฉย สักั แต่ว่ ่า่ รู้� ระดับั ที่�สองเกิดิ จากการพิจิ ารณา
ทางปััญญา เวลาจิติ สัมั ผััสรับั รู้้�กัับสััมผััสต่่างๆ ทาง ตา หูู
จมูกู ลิ้�น กายและใจ
ใจมีีสััมผััสรัับรู้้� คืือ ความคิิดปรุุงแต่่งต่่างๆ สััญญา
อารมณ์ต์ ่า่ งๆ ที่�โผล่ข่ึ้�นมา ธรรมารมณ์ต์ ่า่ งๆ ที่�ปรากฏในใจ
ต้อ้ งพิจิ ารณาว่า่ เป็็นไตรลัักษณ์์ เหมือื นกับั สิ่�งที่่�สััมผััสทาง
ตา หูู จมููก ลิ้้�น กาย พิจิ ารณาว่า่ เป็น็ ไตรลัักษณ์เ์ ป็น็ ทุกุ ข์์
อย่่าไปอยากได้ม้ าเป็็นของเรา อย่า่ ไปอยากควบคุมุ เขาให้้
เป็็นของเราให้้ความสุุขกัับเรา อยู่�แบบไม่่มีีอะไรจะดีีกว่่า
อยู่�แบบไม่่มีีความอยากจะดีีกว่่า เพื่�อที่�จะรัักษาอุุเบกขา
ไว้้ได้แ้ ล้ว้ ก็็จะเป็็นอุเุ บกขาที่�ถาวรต่อ่ ไป
จิิตที่�ปราศจากตััณหาทั้�งสาม กามตััณหา ภวตััณหา
วิิภวตััณหา จิิตก็็เป็็นอุุเบกขาตลอดเวลา เราเรีียกจิิต
นี้้�ว่า่ นิพิ พาน เป็น็ อุเุ บกขาที่�ถาวร ไม่ต่ ้อ้ งมาคอยดูแู ลรักั ษา
อุุเบกขา เหมืือนขณะได้้จากสมาธิิ พอออกจากสมาธิ ิ
ถ้้าต้้องการให้้อุุเบกขาอยู่่�ต่่อไป พอจิิตเริ่�มอยากก็็ต้้อง
พุทุ โธๆ ระงับั ความอยากออกไป ถ้้ายัังไม่่รู้�จักใช้ป้ ัญั ญา
34 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ถาม: พระอรหัันต์์ท่่านเป็็นอุุเบกขาตลอดเวลา เวลา
ทำ�ำ โน่น่ ทำ�ำ นี่่�
ตอบ: ถููกต้้อง ทุุกอย่่างเป็็นกิิริิยาหมด คืือการกระทำำ�
ของท่่านเป็็นกิิริิยาไม่่มีีอารมณ์์กัับสิ่�งที่�ตนทำำ�ด้้วย ไม่่ดีีใจ
ไม่เ่ สียี ใจ ไม่ย่ ินิ ดีี ไม่่ยิินร้้าย ใครชมก็เ็ ฉยๆ ใครด่่าก็็เฉยๆ
ใครตำำ�หนิิก็็เฉยๆ
ถาม: ได้ย้ ินิ อุเุ บกขาใน ๒ ที่� คือื ในพรหมวิหิ ารกับั ในสมาธิิ
อัันนี้้�คืือตััวเดีียวกันั หรือื ไม่่
ตอบ: อัันเดีียวกันั ตัวั เดีียวกันั อุุเบกขาที่�แท้้จริงิ เกิดิ จาก
สมาธิ ิ ผู้้�ที่่�มีอี ุเุ บกขาแล้ว้ มีเี มตตา กรุณุ า มุทุ ิติ า ตามมาเอง
โดยธรรมชาติิ มัันมาเหมืือนเป็็นทีีมโดยอาศััยอุุเบกขา
เป็น็ ผู้้�นำำ� คนที่่�มีีอุเุ บกขา ใจไม่่ทุกุ ข์์ ไม่วุ่่�นวาย ก็็เมตตาได้ ้
ง่า่ ยกว่า่ คนที่่�มีคี วามทุกุ ข์์ คนที่่�มีคี วามทุกุ ข์ม์ ักั เมตตาไม่อ่ อก
ใครที่�ขโมยเงิินเราไปแล้้วทุุกข์์นี่่� เมตตาไม่่ออกกัับคนที่�
ขโมยเงิินเราไป เวลาที่�เราทำำ�งานแข่่งขัันกััน แล้ว้ เพื่�อนเรา
ได้้ดิิบได้้ดีี เราไม่่ได้้ดิิบได้้ดีี ก็็มุุทิิตาไม่่ออก เพราะเรา
อยากได้้ดีีเหมืือนเขาหรืือเก่่งกว่่าเขา หรืือเล่่นกีีฬา เวลา
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 35
เขาชนะเรานี่่� แสดงมุุทิิตาไม่่ค่่อยออก เพราะเราอยาก
จะชนะ แต่ค่ นที่่�มีอี ุเุ บกขา ไม่ม่ ีคี วามอยากได้อ้ ะไร หรือื ใคร
จะได้้อะไรไป จะไม่่รู้้�สึึกว่่า เขาต้้องสููญเสีียหรืือขาดทุุน
เพราะเขาไม่่ต้้องการอะไร เพื่�อนทำำ�งานได้้ตำำ�แหน่่ง
สููงกว่่าเราก็็ดีีไปสำำ�หรัับเขา เราทำำ�งานไปเพื่�อเลี้�ยงปาก
เลี้�ยงท้อ้ ง
เหมืือนพระอรหัันต์์เหมืือนพระป่่า ท่่านไม่่ได้้รัับ
เลื่�อนขั้�น เลื่�อนตำำ�แหน่่งเหมืือนพระในบ้้านในเมืือง มีีชั้�น
มีีเจ้้าคุุณ ชั้้�นต่่างๆ มีตี ำำ�แหน่่งต่า่ งๆ เจ้้าอาวาส เจ้า้ คณะ
ตำำ�บล เจ้้าคณะจัังหวััด พระป่่าท่่านเฉยๆ ได้้ก็็ได้้ไป
ไม่่ได้้มีีความรู้้�สึึกที่�อยากจะได้้กัับเขา เวลาเขาได้้ก็็มุุทิิตา
ออกมาง่า่ ย ถ้า้ เป็น็ คนรู้�จักกันั ก็ไ็ ปแสดงมุทุ ิติ า ดีใี จด้ว้ ยนะ
ที่�ได้ต้ ำำ�แหน่ง่ นั้�น ตำำ�แหน่ง่ นี้้� เวลาเขาได้แ้ สดงมุทุ ิติ าไม่อ่ อก
ถ้้าแสดงต้้องฝืืนจริิงๆ ต้้องบัังคัับตััวเองโดยมารยาท
กลัวั เสียี มารยาทก็ต็ ้อ้ งไป ถ้า้ ภายในใจไม่ม่ ีอี ุเุ บกขามันั ต้อ้ ง
ฝืืนทำำ� การได้ม้ ุทุ ิติ าจากสมาธินิี้�เป็น็ การได้ท้ั้�งเมตตา กรุณุ า
มุทุ ิิตา พร้้อมๆกันั เพียี งแต่แ่ สดงออกตอนไหนเท่่านั้�นเอง
36 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
เมื่�อมีีเหตุุการณ์์ให้้แสดงออกเมตตา ก็็แสดงออก
เมตตา เมื่�อมีีเหตุุการณ์์ให้้แสดงออกกรุุณาก็็แสดงออก
กรุุณา พระพุุทธเจ้้าทรงแสดงเมตตา กรุุณา แสดงธรรม
โปรดสััตว์์โลกวัันละตั้�ง ๔ รอบ เพราะท่่านมีีอุุเบกขา
ในพระทััย มีีความสุุขเต็็มเปี่่�ยม อุุเบกขานี้ �ให้้บรมสุุขััง
ตัวั เองมีีความสุุขแล้้ว และเห็น็ ว่่าความสุขุ ที่�ได้ใ้ นโลกนี้้�มันั
ไม่ม่ ีคี วามหมายอะไร ได้ม้ าเท่า่ ไรก็ไ็ ม่ส่ ามารถทำำ�ให้ค้ วามสุขุ
ที่�ได้ม้ านี้�เพิ่�มมากขึ้�นแต่่อย่่างใด แต่ท่ ่่านสงสาร เห็็นว่า่ เรา
ยัังต้้องเวีียนว่่ายตายเกิิด ยัังต้้องทุุกข์์กัับเรื่�องบ้้าบอคอ
แตกต่่างๆ ก็็เลยเมตตาสอนธรรมะให้ก้ ับั เรา กรุุณาเพื่�อจะ
ได้้ปลดเปลื้�องทุุกข์์ของเรา พระอรหัันต์์ทุุกรููปเหมืือนกััน
ท่า่ นมีเี มตตากรุณุ าต่อ่ สัตั ว์โ์ ลก มีมี ุทุ ิติ า ถ้า้ เห็น็ เขามีคี วามสุขุ
ก็ด็ ีใี จกับั เขา เช่น่ คุณุ หมอเก่ง่ ก็ด็ ีใี จ คุณุ หมอได้ร้ างวัลั อะไร
ก็ด็ ีีใจไปด้้วย
ที่�เราสอนนี่่� สอนแบบปลายเหตุุ สอนให้้เราเจริิญ
เมตตา กรุณุ า มุทุ ิติ า อุเุ บกขา แต่เ่ ราไม่ไ่ ด้ไ้ ปเจริญิ ที่่�ต้น้ เหตุุ
คือื ไปทำำ�ใจให้้สงบให้้นิ่�ง เราเลยต้้องฝืืนบังั คับั ต้้องเมตตา
ต้้องให้้อภััย บางทีีต้้องกััดฟัันให้้อภััยเขา เวลาเพื่�อนฝููง
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 37
ได้้ดิิบได้้ดีี เวลาคู่�แข่่งได้้ดิิบได้้ดีี ก็็ต้้องบัังคัับใจไปแสดง
ความยิินดีีกัับเขาหน่่อย มัันไม่่เป็็นธรรมชาติิ เป็็นการฝืืน
บัังคัับกััน แต่่ก็็ยัังดีีถ้้ายัังทำำ�ได้้ ดีีกว่่าไปอิิจฉาริิษยาหรืือ
ไปฟ้้องร้้องกััน บางทีีเขาได้้ตำำ�แหน่่งก็็ไปกลั่�นแกล้้งเขา
หาหลักั ฐานว่่าเขาฉ้้อโกงหรืือ อะไรขึ้�นมา
38 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๔. มรณำนสุ ตกิ รรมฐำน
สนทนาปญั หาธรรม วันท ่ี ๒๓ มกราคม ๒๕๖๕
ถาม: อยากเรียนถามเร่ืองกรรมฐานต่อครับ เริ่มต้นมา
ก็เปน็ เรอื่ งกรรมฐาน หลงั จากอาการ ๓๒ แลว้ วันนี้อยาก
จะเรยี นรเู้ พมิ่ เตมิ เรอ่ื งมรณานสุ ตคิ รบั ขอความเมตตาจาก
พระอาจารย์ดว้ ยครับ
ตอบ: มรณานุสติคือการระลึกถึงความตายของร่างกาย
อันนี้ก็เป็นอารมณ์อย่างหน่ึงที่เราสามารถใช้ในการเจริญ
สติ ท�าให้เราหยุดคิดหยุดฟุ้งซ่านได้ ถ้าเราระลึกถึง
ความตายมันก็จะท�าให้เราฉุกคิดขึ้นมาว่า เอ๊ะ เราก�าลัง
วุ่นวายกบั เรอ่ื งราวต่างๆ (นี้) เด๋ยี วพอเราตายไปเรือ่ งราว
ตา่ งๆ น ้ี มนั กห็ มดปญั หาไป หรอื วา่ เรากา� ลงั วนุ่ วายกบั การ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 39
แสวงหาสิ่�งต่่างๆ ในโลกนี้�อยู่่� โลกธรรม คืือ ลาภ ยศ
สรรเสริิญ สุุข พอเราระลึึกถึึงความตาย มัันจะทำำ�ให้้เรา
ฉุกุ คิดิ ขึ้�นมาว่า่ ถ้้าเกิิดเราตายไปนี่� สิ่�งต่่างๆ ที่่�เราหาอยู่�ใน
ขณะนี้้�มัันก็็เหมืือนถููกลบไปหมดเลย แล้้วอีีกอย่่างหนึ่�ง
ก็็อาจจะทำำ�ให้้เราคิิดว่่าเราตายไปแล้้วเราจะไปไหน
ตายแล้ว้ สููญหรือื มีีการไปต่่อ ร่า่ งกายตายไปแล้้ว แล้้วใคร
ไปต่่อถ้้ามีีการไปต่่อ มัันก็็จะทำำ�ให้้เราเกิิดความคิิด
ความสงสััย ความอยากรู้�เรื่�องราวเกี่�ยวกัับชีีวิิตของเรา
เพิ่ �มมากขึ้ �น
เมื่�อก่่อนนี้�เราไม่่ค่่อยได้้สนใจเพราะเราถููกปลููกฝััง
ให้้แสวงหาแต่่ลาภ ยศ สรรเสริิญ สุุขกััน ตั้้�งแต่่เด็็กเขา
ก็็ส่่งไปเรีียนหนัังสืือ แล้้วเรีียนจบจะได้้มีีวิิชาความรู้�เพื่�อ
นำำ�เอาไปหาเงินิ หาทอง ไปหาลาภ ยศ สรรเสริญิ หาความสุขุ
ทางตาหููจมููกลิ้�นกายกััน เลยไม่่มีีความรู้�ว่าตััวเองนั้�นเป็็น
ใครมาจากไหน และจะไปไหนต่่อหลัังจากที่่�ร่่างกายนี้�
ตายไปแล้้ว
ถ้้าไปอยู่่�กัับมรณานุุสติิก็็จะทำำ�ให้้คนเราเริ่�มคิิด
เริ่�มถามตัวั เองว่า่ เวลาตายไปแล้ว้ อะไรจะเกิดิ ขึ้�น ส่ว่ นที่�เห็น็
40 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ก็ค็ ือื ลาภ ยศ สรรเสริญิ สุขุ ที่่�หามาแทบเป็น็ แทบตายนี้�
ก็ห็ มดไป ก็อ็ าจจะถามว่า่ แล้ว้ เราไปหามันั มากมายทำำ�ไมให้้
เหนื่�อยยาก หาไปแล้ว้ ตายเมื่�อไรก็จ็ บเมื่�อนั้�น อันั นี้�อย่า่ งหนึ่�ง
มัันก็็อาจจะทำำ�ให้้เราคลายความโลภความอยากในลาภ
ยศ สรรเสริญิ สุุขได้ใ้ นระดับั หนึ่�ง แล้ว้ อีีกระดัับหนึ่�งก็อ็ าจ
จะทำำ�ให้้เราเกิิดความขวนขวายอยากจะศึึกษา อยากจะ
รู้�เรื่�องราวของตััวเราว่่านอกจากร่่างกายเราแล้้วเรามีีอะไร
อีีกไหมที่�เราไม่่รู้�จัก แล้้วที่�เขาว่่ากัันตายแล้้วดวงวิิญญาณ
ไปต่อ่ นี้�จริิงหรือื ไม่จ่ ริิง
คำำ�ถามเหล่่านี้้�ก็็อาจจะทำำ�ให้้เราอยากจะศึึกษา
ค้้นคว้้าหาความจริิง ซึ่่�งเราโชคดีี เราอยู่�ในเมืืองพุุทธที่่�มีี
คำำ�สั่่�งสอนของพระพุุทธเจ้้าที่ �ทรงตรััสรู้ �เรื่ �องราวของดวง
วิิญญาณเรื่�องของจิิตใจนี้�ได้อ้ ย่่างชัดั เจนถูกู ต้้อง ที่่�จะสอน
เราว่่ าชีี วิิ ตของเรานั้ � นมีี องค์์ ประกอบอยู่ � สองส่่ วนคืื อ
ร่่างกายและจิิตใจ ร่่างกายของคนเราทุุกคนเกิิดมาแล้้ว
ไม่่ช้า้ ก็็เร็็วก็ต็ ้อ้ งสิ้�นสุุดลง แต่ผู่้�ที่�ไม่่สิ้�นสุดุ ลงไปกับั ร่า่ งกาย
คือื จิติ ใจผู้�ที่�จะไปภพหน้า้ ชาติหิ น้า้ ต่อ่ ถ้า้ ไปขณะที่่�ยังั ไม่ไ่ ด้ ้
ร่่างกายก็็จะอยู่�ในภพที่�เรีียกว่่า “โลกทิิพย์์” ภพต่่างๆ
มีสี ่่วนที่่�มีคี วามสุุขก็็เรีียกว่า่ “สวรรค์”์ ส่่วนที่่�มีีความทุุกข์์
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 41
ก็็เรีียกว่่า “อบาย” แล้้วไม่่ช้้าก็็เร็็วเราก็็จะได้้รัับร่่างกาย
อันั ใหม่แ่ ละเราก็ม็ าเกิดิ ใหม่อ่ ีกี ครั้�งหนึ่�ง แล้ว้ เราก็จ็ ะมาทำำ�
อย่า่ งเดิมิ ที่�เราทำำ�อยู่่� ถ้า้ เราไม่ไ่ ด้ม้ าพบกับั พระพุทุ ธศาสนา
พอเราตายไปแต่่ใจของเราที่่�ยัังมีีความอยากหาลาภ ยศ
สรรเสริิญ สุุขอยู่�นี้�ก็็จะรอจัังหวะ รอให้้มีีร่่างกายอัันใหม่่
พอได้้ร่่างกายอัันใหม่่ พอเกิิดก็็จะใช้้ร่่างกายนี้้� เมื่�อเจริิญ
เติบิ โตขึ้�นมาก็ไ็ ปหาลาภ ยศสรรเสริิญ สุขุ ต่อ่ ไป
มนั กจ็ ะเปน็ การเดนิ ทางของจติ อยใู่ นกรอบนคี้ อื ตาย
ไปแล้วเดี๋ยวก็มาเกิดใหม่ มาเกิดเพราะยังมีความอยาก
หาความสขุ จากลาภ ยศ สรรเสรญิ สขุ อยู่ หาความสขุ
จากรููปเสีียงกลิ่ �นรสต่่างๆ ซึ่่�งต้้องมีีร่่างกายที่่�มีีตาหููจมููก
ลิ้�นกายเป็็นเครื่�องมืือ เราก็็จะวนไปเวีียนมาอย่่างนี้้ �
พอร่างกายนี้ตายไปดวงวิญญาณของเราก็จะไปรอรับ
รา่ งกายอนั ใหม่ แลว้ พอไดร้ บั รา่ งกายใหม่ เรากจ็ ะกลบั มา
หาลาภ ยศ สรรเสรญิ สขุ อยา่ งทเ่ี ราหากนั อยทู่ กุ วนั นโี้ ดยที่
ไม่ต้องมใี ครสอน รสู้ ึกว่าเปน็ เร่ืองทเ่ี ข้าใจกนั โดยอัตโนมัติ
พ่อแมก่ ็ไม่ต้องสอน เราก็ไม่ต้องสอน เรารู้ เพราะเรารวู้ ่า
ความสุขของเราอยู่ท่ีการได้สัมผัสรูปเสียงกล่ินรสต่างๆ
นเี้ อง มนั กเ็ ลยท�ำให้เราตดิ อย่ใู นวงจรนี้ไปอย่างยาวนาน
42 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
พระพุุทธเจ้้าบอกว่่าการเวีียนว่่ายตายเกิิดของเรา
ในวงจรนี้้�มัันมีีมายาวนานมากนัับไม่่ถ้้วน ปริิมาณการ
เกิิดของเรานี้้�นัับไม่่ถ้้วน แล้้วทุุกปริิมาณของการเกิิดก็็จะ
มีกี ารตายตามมาเท่่ากััน เกิิดกี่�ครั้�งก็็ต้้องตายกี่�ครั้�งเท่า่ นั้�น
ความทุุกข์์ที่ �เกิิดจากความตายความเจ็็บมัันก็็มีี ท่่านบอก
ว่่าน้ำำ��ตาที่ �เราหลั่ �งในแต่่ละภพแต่่ละชาติิที่ �ได้้จากความ
ทุุกข์์ในการมาเกิิด ถ้้าสะสมกัันไว้้นี้้�มัันมีีมากกว่่าน้ำำ��ใน
มหาสมทุ ร นค่ี อื ปรมิ าณของความเสยี อกเสยี ใจของพวกเรา
เวลาที่ �เราสููญเสีียสิ่ �งที่ �เรารัักไป มัันทำำ�ให้้เรามาเกิิดอยู่ �ใน
กองทุกุ ข์์โดยที่�เราไม่่ปรารถนา แต่ก่ ็ห็ นีไี ม่่พ้น้ เพราะเหตุุ
จากความไม่่รู้�ของเรานั่�นเอง ความไม่่รู้�ว่าเราเป็็นใครและ
กำำ�ลัังทำำ�อะไรกัันอยู่่� แต่่พอเราได้้พบกัับพระพุุทธศาสนา
ท่่านก็็จะสอนให้้เรานึึกถึึงความตายไว้้เพื่ �อที่ �เราจะได้้เห็็น
ความจริงิ ว่า่ ร่า่ งกายนี้�เป็็นของชั่�วคราว แล้้วสิ่�งต่่างๆ ที่่�เรา
หาได้้จากร่่างกายนี้้�ก็็เป็็นของชั่ �วคราวได้้แล้้วก็็หมดไป
แต่ใ่ จนี้้�ก็ไ็ ม่ไ่ ด้ต้ ายไปกับั ร่า่ งกาย ใจก็จ็ ะเป็น็ ดวงวิญิ ญาณที่�
จะไปอยู่�ในภพต่า่ งๆ ในโลกทิพิ ย์ก์ ่อ่ น จนกว่า่ จะได้ร้ ่า่ งกาย
อัันใหม่่ก็็จะกลัับมาเป็็นมนุุษย์์ใหม่่ อัันนี้้�ก็็จะเป็็นสิ่ �งที่่�ทำำ�
ให้้เราได้้มีีสติิได้้ฉุุกคิิด ให้้คิิดว่่าเราเกิิดมาทำำ�ไมทุุกวัันนี้้�
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 43
เกิิดมาเพื่�อหาลาภ ยศ สรรเสริิญ สุุข กัันแล้้วเดี๋�ยวเรา
ก็็ต้้องตายกัันไปทุุกคน ตายแล้้วเราไปไหน คนส่่วนใหญ่่
ที่ �ไม่่เชื่ �อทางศาสนาไม่่ได้้ศึึกษาก็็จะคิิดว่่าตายแล้้วสููญ
คือื ตายแล้้วจบ
แต่ความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงได้ตรัสรู้น้ีและ
นักั ปราชญ์ท์ั้�งหลายคือื สาวกของพระพุทุ ธเจ้า้ ทุกุ พระองค์์
นี้�สามารถเห็็นได้้ว่่าตายเพีียงครึ่�งเดีียว ตายเพีียงร่่างกาย
แต่่ใจที่�เป็็นนายของร่่างกายนี้�ไม่่ได้้ตาย ใจนี่�แหละเป็็น
ผู้สั่งการให้ร่างกายท�ำอะไรต่างๆ ก่อนท่ีร่างกายจะพูด
กอ่ นที่รา่ งกายจะเคลื่อนไหวทำ� อะไรตา่ งๆ ได้ ตอ้ งรอรบั
ค�ำสง่ั จากใจ ใจคอื ผ้รู ูผ้ ูค้ ิดนี้เอง
ใจนี่�แหละผู้�รู้�ผู้�คิด นี้้�แหละเป็็นผู้�ที่�ไม่่ตาย เป็็นผู้�ที่�
มีี ค ว า ม อ ย า ก ใช้ ้ ร่ ่ า ง ก า ย นี้ � เ ป็ ็ น เ ค รื่ � อ ง มืื อ ห า ค ว า ม สุุ ข
ก็็เลยต้้องกลัับมาเกิิดใหม่่อยู่�เรื่�อยๆ พอเราได้้มาศึึกษานี้้�
พอมีีเวลามาคิิดมาศึึกษาแล้้ว รู้้�ว่่าเราจะทำำ�อย่่างไรดีีเพื่ �อ
ที่ �จะตััดวงจรอุุบาทว์น์ ี้ �ได้้
โชคดีีมีีพระพุุทธเจ้้าเป็็นผู้�ทรงค้้นพบว่่ายัังมีีวงจรอีีก
วงจรหนึ่�ง มีที างเลือื กอีกี ทางหนึ่�งคือื ทางที่�จะนำำ�ให้เ้ ราออก
44 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
จากวงจรนี้�ได้ ้ คือื ไม่ต่ ้อ้ งกลับั มาเวียี นว่า่ ยตายเกิดิ อีกี ต่อ่ ไป
การท่ีเราจะไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดได้ เราก็ต้องตัด
ความอยากในการอยากจะหาลาภ ยศ สรรเสรญิ สขุ นเี่ อง
คอื เราตอ้ งหยุดความอยากเหลา่ นี้
เครื่�องมือื ที่�จะทำำ�ให้เ้ ราหยุดุ ความอยากเหล่า่ นี้�ได้ก้ ็ค็ ือื
การปฏิิบััติธิ รรม ๓ ขั้�นตอนด้ว้ ยกััน คืือการปฏิบิ ัตั ิิขั้�นที่่� ๑
เรียี กว่า่ ทาน ขั้้�นที่่� ๒ เรียี กว่่าศีีล ขั้้�นที่่� ๓ เรีียกว่่าภาวนา
การปฏิิบััติิธรรม สมถภาวนา วิิปััสสนาภาวนา แต่่ก่่อน
ที่ �เราจะไปถึึงขั้ �นภาวนาได้้เราต้้องผ่่านขั้ �นทานก่่อนขั้ �น
ศีีลก่่อน เพราะว่่าถ้้าเรายัังเกี่�ยวข้้องกัับการใช้้เงิินใช้้ทอง
เพื่�อหาความสุุขต่่างๆ เราก็็ต้้องตััด แทนที่�จะหาความสุุข
จากการไปซื้ �อของฟุ่ �มเฟืือยไปเที่ �ยวไปดููไปกิินไปดื่ �ม
ก็เ็ อาเงินิ นี้�ไปทำำ�บุญุ ทำำ�ทานแทน ซึ่�งเราจะได้ค้ วามสุขุ แบบ
ที่่�ทำำ�ให้้เราไม่่ติิดกัับการอยากจะหาความสุุขทางตาหู ู
จมููกลิ้ �นกายได้้ ถ้้าเรามีีเงิินทองและอยากจะใช้้เงิินทอง
ไปในทางที่่�ผิิด ก็็ให้้เอามาใช้้ในทางที่ �ไม่่เป็็นโทษกัับจิิตใจ
คืือเอามาทำำ�บุุญทำำ�ทาน แล้้วเราก็็จะลดละความอยาก
จ ะ ใช้้ เ งิิ น กัั บ ค ว า ม อ ย า ก ห า ค ว า ม สุุ ข ท า ง ต า หูู จ มูู ก ลิ้ � น
กายลงไปได้้ แต่ส่ มมุตุ ิวิ ่า่ ถ้า้ เราไม่ม่ ีเี งินิ ไม่ม่ ีที องที่�จะทำำ�บุญุ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 45
ทำำ�ทาน เราไม่ม่ ีเี งินิ ทองที่�จะไปเที่�ยวไปหาซื้�อของฟุ่�มเฟืือย
เราก็็ไม่่ต้้องทำำ�บุุญทำำ�ทาน เพราะเราไม่่ได้้ไปเที่�ยว เราก็็
จะได้้มีีเวลาที่ �เราจะได้้ไปรัักษาศีีลปฏิิบััติิธรรมต่่อไปได้้
ไปอยู่่�วััดไปถือื ศีีล ๘ และก็็ไปฝึกึ ภาวนากััน
นี่่�คือื ทางที่�จะพาให้จ้ ิติ ใจนั้�นออกจากวัฏั จักั รของการ
เวีียนว่่ายตายเกิิดที่�เกิิดจากการได้้มีีมรณานุุสติิ ระลึึก
ถึึงความตาย เพื่�อที่�จะได้เ้ ห็็นภาพของชีวี ิติ ว่า่ ชีวี ิิตของเรา
นี้้�มีีจุุดจบนะ ร่่างกายของพวกเราทุุกคนไม่่ได้้อยู่ �ในโลกนี้ �
ไปตลอด และเมื่�อจบแล้้วเราก็็ต้้องไปต่่อ ไปต่่อก็็ไปรัับ
ผลบุุญผลบาปในโลกทิิพย์์ และหลัังจากนั้�นเราก็็ไปได้ ้
ร่่างกายอัันใหม่่กลัับมาเกิิดใหม่่ แล้้วก็็มาทำำ�แบบเดิิมอีีก
อย่า่ งนี้�ไปเรื่�อยๆ จนกว่า่ เราจะได้ม้ าพบกับั พระพุทุ ธศาสนา
ที่�สอนให้้เราระลึึกถึึงความตาย เพื่�อที่�เราจะได้้คิิดได้้อ่่าน
ว่่าแล้้วเราจะทำำ�อย่่างไรดีีกัับชีีวิิตเรา ถ้้าชีีวิิตของเราเป็็น
อย่่างนี้้�มัันก็็มีีแต่่ความทุุกข์์ เกิิดทุุกครั้�งก็็ต้้องทุุกข์์กัับ
ความแก่่ ความเจ็็บ ความตาย ถ้้าไม่่อยากจะทุุกข์์ก็็ต้้อง
ไม่่เกิิดเท่่านั้�น และการที่�จะไม่่เกิิดได้้ก็็ต้้องปฏิิบััติิตามที่�
พระพุทุ ธเจ้า้ ทรงปฏิบิ ัตั ิแิ ละทรงสอนให้ป้ ฏิบิ ัตั ิิ พระพุทุ ธเจ้า้
เองก็็ทรงปฏิิบััติทิ านศีลี ภาวนา ทรงสละราชสมบัตั ิิ มีเี งิิน
46 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ทองมากน้้อยก็็สละไปหมด ไม่่ต้้องการใช้้เงิินทองเป็็น
เครื่�องมืือหาความสุุขอีีกต่่อไป และก็็ไปแสวงหาวิิธีีหา
ความสุุขจากการรัักษาศีีลภาวนา เพราะถ้้าเราสามารถ
มีีความสุุขจากการรัักษาศีีลภาวนาได้้ เราก็็เลิิกการใช้้
ร่่างกายเป็็นเครื่�องมืือในการหาความสุุขได้้ คืือเราเลิิกใช้ ้
ร่่างกาย พอร่่างกายนี้�ตายไปแล้้วเราก็็ไม่่ต้้องไปมีีร่่างกาย
อัันใหม่่ เราก็ไ็ ม่ต่ ้้องไปเกิดิ ใหม่อ่ ีีกต่่อไป
อันั นี้้�คือื ภาพรวมของการเจริญิ มรณานุสุ ติิ แต่ใ่ นภาพ
ที่ �อยู่ �ในวงของการปฏิิบััติินี้้�ก็็มีีไว้้เพื่ �อที่ �ให้้เราได้้ประโยชน์ ์
หลายอย่า่ ง เช่น่ เวลาที่�เราปฏิบิ ัตั ิแิ ล้ว้ เราเกียี จคร้า้ นไม่อ่ ยาก
ปฏิิบััติิก็็ให้้ระลึึกถึึงความตาย มัันก็็จะทำำ�ให้้เรารีีบปฏิิบััติิ
รีีบขวนขวาย เพราะเรารู้�ว่าเวลาที่�เราจะอยู่�ในโลกนี้�ที่�จะ
ปฏิิบััติิธรรมเพื่ �อให้้เราได้้หลุุดพ้้นนี้้�มัันมีีน้้อยลงไปทุุกวััน
และจะตายเมื่ �อไรก็็ไม่่รู้้�ด้้วย มัันก็็อาจจะทำำ�ให้้เรารีีบ
ขวนขวายที่�จะปฏิิบััติิ หรืือเวลาที่่�จิิตของเราโลเล ยังั อยาก
จะกลัับไปหาความสุขุ จากลาภ ยศ สรรเสริญิ สุขุ พอเรา
คิิดถึึงความตายปั๊๊�บ จะกลัับไปทำำ�ไม กลัับไปก็็จะต้้องได้้
แล้้วเดี๋�ยวก็็ต้้องสููญเสีียมัันหมดไป เราก็็ต้้องไปเวีียนว่่าย
ตายเกิดิ อีกี สู้�อยู่�ทางนี้้�ต่อ่ ไปดีกี ว่า่ รักั ษาศีลี ปฏิบิ ัตั ิธิ รรมไป
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 47
ดีีกว่่า เพื่�อให้้เราจะได้้ตััดความอยากที่�จะใช้้ร่่างกายเป็็น
เครื่�องมืือให้้ได้้ เมื่�อเราตััดได้้แล้้ว เราก็็จะได้้ไม่่ต้้องมามีี
ร่่างกายอีกี ต่่อไป
นี่่�ก็็พููดโดยสรุุปเกี่�ยวกัับเรื่�องมรณานุุสติิ แล้้วแต่่ว่่า
เราอยู่�ในระดัับไหนในขั้�นไหนของการปฏิิบััติิ แต่่สามารถ
ใช้้ได้้ทุุกระดับั ทุุกขั้�น
ถาม: พระอาจารย์์ครัับเวลาเราปฏิิบััติิมรณานุุสติินี่่�คืือ
เรานึกึ ไปเองเลยหรือื เราต้อ้ งนั่�งกรรมฐานด้ว้ ย
ตอบ: อัันนี้้�นึึกได้้เหมืือนพุุทโธทั้�งวัันเลย เรานึึกได้้ทั้�งวััน
เลยยิ่�งดีี หายใจเข้า้ แล้ว้ ไม่ห่ ายใจออกก็ต็ าย หายใจออกแล้ว้
ไม่หายใจเข้าก็ตาย หรือตอนน้ีเราเห็นข่าวสารอยู่เร่ือยๆ
มคี นตายใหเ้ ราเหน็ เยอะแยะไปหมด คนนน้ั ตายจากโควดิ
คนนี้�ตายจากอุุบััติิเหตุุ คนนี้�ตายจากคนบ้้ายิิงกัันตาย
บางทีโี ดนลููกหลง ไม่่รู้้�สึกตััว อยู่่�ดีีๆ ก็ถ็ ููกเขายิิงตาย บางที ี
ก็็ถููกรถชนตาย มัันทำำ�ให้้เราจะได้้ไม่่ประมาท จะได้้รีีบ
ขวนขวาย ถ้้ายัังไม่่รู้ �ว่าตายแล้้วจะไปไหน ก็็จะได้้ไปศึึกษา
หาความรู้้� ถ้้ารู้ �ว่่าตายแล้้วจะต้้องไปเกิิดใหม่่ ก็็จะได้้รีีบ
48 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ไปรัักษาศีีลปฏิิบััติิธรรมกััน ถ้้ากำำ�ลัังปฏิิบััติิธรรมอยู่่�ก็็จะ
ได้้รีีบขวนขวาย อย่่าขี้�เกีียจ เพราะว่่าไม่่มีีใครกำำ�หนด
ความตายได้้ว่่าจะเกิิดขึ้�นเมื่�อไร ตอนนี้้�มีีชีีวิิตอยู่่�มีีลม
หายใจอยู่่� รีีบใช้้โอกาสนี้ �ให้้เกิิดคุุณประโยชน์์อย่่างสููงสุุด
คืือการปฏิิบััติิเพื่ �อตััดวงจรแห่่งการเวีียนว่่ายตายเกิิดนี้ �
ดีีกว่่า
ถาม: เมื่�อเช้้าก็็มีีคุุณหมอตาของโรงพยาบาลจุุฬาที่�โดน
รถมอเตอร์์ไซค์์ชน
ตอบ: ได้้ยิินข่่าวเหมืือนกััน ไม่่มีีใครคิิดว่่าจะมาตาย
แบบนี้�และก็อ็ ยู่�ในที่�ที่�ปลอดภััย อยู่�ในเมือื ง เดินิ ข้้ามถนน
ก็ข็ ้า้ มทางม้้าลาย อยู่่�ดีๆี ก็โ็ ดน ต้้องระลึึกอยู่�เรื่�อยๆ มันั จะ
ทำำ�ให้เ้ ราจะได้ไ้ ม่ห่ ลงงมงายกับั การอยู่�การดำำ�รงชีพี เพราะ
การดำำ�รงชีีพของเราเหมืือนเดิินบนเส้้นด้้าย โอกาสที่�จะ
หลุุดตกออกจากเส้้นด้้ายนี้้�มัันง่่ายมาก ถ้้าเราคิิดแล้้ว
อย่า่ งน้้อย ๑. เราก็จ็ ะได้ม้ ีีความระมััดระวังั ทำำ�อะไรจะได้ ้
ไม่่ประมาท ๒. จะทำำ�ให้้เราได้้ฉุุกคิิดถึึงภาพรวมของชีีวิิต
เราว่า่ ชีีวิิตของเรานี้�เป็น็ ยังั ไง เราควรจะทำำ�ยัังไงต่่อไป
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 49