ถาม: พระอาจารย์์ครัับ ผลของมรณานุุสติินี้�เป็็นสมถะ
หรืือวิปิ ััสสนา
ตอบ: ก็เป็นได้ทั้งสองอย่าง คือถ้าจิตฟุ้งซ่านก็ระงับ
เพีียงแค่่คิิดถึึงความตายก็็อาจจะระงัับได้้ เช่่น เรากำำ�ลััง
วิิตกกัังวลเกี่�ยวกัับปััญหาต่่างๆ พอเรานึึกถึึงความตาย
พอตายแล้้วปััญหาต่่างๆ มัันก็็จบลง อัันนี้้�ก็็จะเป็็นสมถะ
และอาจจะเป็็นวิิปััสสนาด้้วยเพราะเราเห็็นอนิิจจััง
ความไม่เทีย่ งแท้ของชีวติ มนั เป็นไดท้ ัง้ สองอยา่ ง
ถาม: กราบขอบพระคุุณพระอาจารย์์นะครัับ กระผมจะ
น้้อมนำำ�ไปปฏิิบัตั ิติ ่่อไป
50 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๕. พุทธำนสุ สตกิ รรมฐำน
สนทนาปัญหาธรรม วนั ที ่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๕
พุทธานุสสติกรรมฐาน แปลว่า การมีพระพุทธเจ้า
เป็นที่ตั้งของสติ กรรมฐานคืออารมณ์ท่ีเราใช้ในการตั้ง
สติกัน ปกติใจไม่ต้ัง ใจจะลอยไปตามความคิดปรุงแต่ง
ตา่ งๆ อารมณต์ า่ งๆ แตม่ อี ารมณอ์ ย ู่ ๔๐ ชนดิ ทที่ า่ นเรยี กวา่
กรรมฐาน ทส่ี ามารถทา� ใหใ้ จเราตงั้ อยกู่ บั ทไ่ี ด ้ ไมล่ อยไปกบั
เหตกุ ารณต์ ่างๆ กบั อารมณต์ า่ งๆ
หนึง่ ในกรรมฐาน คือ พุทธานสุ สต ิ คอื การระลกึ ถงึ
พระพทุ ธเจ้า การระลึกถึงพระพุทธเจ้ามวี ิธอี ย่ ู ๒ วธิ ี คอื
วิธีพิสดารกับวิธีไม่พิสดาร วิธีพิสดาร คือ ให้เรานึกถึง
พระพทุ ธคณุ ท่เี ราสวดอติ ปิ ิโสกัน "อติ ิป ิ โส ภควา อรหงั
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 51
สััมมาสััมพุุทโธ" อัันนี้�เป็็นการเจริิญแบบพิิสดาร แบบ
ไม่่พิิสดาร ก็็แบบย่่อ คืือ พุุทโธ คำำ�เดีียว ให้้ระลึึกในใจ
อยู่�เรื่�อยๆ ว่า่ พุทุ โธๆ ถ้า้ ระลึกึ อยู่�ในใจเรื่�อยๆ ใจจะไม่ไ่ ปคิดิ
เรื่�องนั้�นเรื่�องนี้้� จะไม่่เกิิดอารมณ์์ส่่ายแส่่กัับเรื่�องต่่างๆ
ใจจะตั้�งมั่�นอยู่�ในสมาธิิ และเป็็นอุเุ บกขาตามลำำ�ดับั ต่่อไป
ใจเรายัังไม่ต่ั้�งมั่�น ใจเรายังั ไม่ม่ ีีอุเุ บกขา ใจเราวุ่�นวาย
ไปกัับเหตุุการณ์์ต่่างๆ ที่่�มาสััมผััสรัับรู้� แสดงว่่าใจเรายััง
ไม่่มีีสติิที่ �ประคัับประคองจิิตของเราให้้ตั้ �งอยู่ �ในความสงบ
ต้ังอยู่ในความปกติ ก็เลยต้องอาศัยการเจริญสติด้วยการ
ใช้้กรรมฐานข้้อใดข้้อหนึ่ �ง ซึ่่�งในประเทศไทยชาวพุุทธ
มีคี วามศรัทั ธาความรักั ในพระพุทุ ธเจ้า้ มาก จึงึ นิยิ มใช้ค้ ำำ�ว่า่
พุุทโธกััน เพื่�อเป็็นเครื่�องยึึดเหนี่�ยวจิิตใจ ให้้ใจหยุุดคิิด
หยุดปรุง หยุดแต่ง หยุดไปอดีตไปอนาคต ให้ตั้งอยู่ใน
ปัจจุบัน ต้ังอยู่ในความน่ิง ต้ังอยู่ในความสงบ ต้ังอยู่ใน
อุเบกขา
การเจริญิ นี้�เป็น็ สิ่�งที่่�ต้อ้ งทำำ� ไม่เ่ ฉพาะแค่ส่ วดรอบเดียี ว
อย่่างบางท่่านสวด อิิติิปิิโส รอบเดีียว ถืือว่่าได้้เจริิญ
พทุ ธานสุ สติแลว้ อนั นไี้ มใ่ ช่ ตอ้ งเจรญิ ไปจนกวา่ จิตจะนิง่
52 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
จะสงบ ถ้ายังไม่นิ่ง ไม่สงบ ต้องพยายามเจริญไปเร่ือยๆ
ถา้ ฝกึ พทุ โธ กพ็ ทุ โธไปเรอ่ื ยๆ อยา่ ปลอ่ ยใหใ้ จไปคดิ ถงึ อดตี
ไปคดิ ถงึ อนาคต หรือคิดถงึ เร่ืองนัน้ เร่ืองน้ีคนนนั้ คนนี้
ถ้้าใจหยุุดคิิดเมื่�อไร ก็็หยุุดเจริิญพุุทธานุุสสติิได้ ้
แสดงว่า่ ใจนิ่�ง ใจสงบ ใจมีสี ติติั้�งมั่�นอยู่�แล้ว้ แต่ถ่ ้า้ ใจเริ่�มคิดิ
ก็็ต้้องเริ่�มเจริิญสติิใหม่่ แสดงว่่าสติิหมดหรืือหมดกำำ�ลัังที่�
จะหยุดุ คิดิ ต้อ้ งเจริญิ สติใิ หม่เ่ พื่�อไม่ใ่ ห้ใ้ จคิดิ การเจริญิ สตินิ ี้้ �
ไม่ว่าจะใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องเจริญอย่างต่อเน่ือง
จนเป็นสัมปชัญญะ คือมีสติอย่างต่อเน่ือง ควบคุมจิตได ้
ทุกขณะทุกเวลานาที ไม่ปล่อยให้จิตไปคิดเรื่อยเปื่อย
คดิ เพอ้ เจอ้ คดิ เพอ้ ฝนั คดิ ถงึ อดตี คดิ ถงึ อนาคต คดิ ถงึ เรอื่ ง
ใกลเ้ รอื่ งไกล ใหจ้ ิตต้ังอยูใ่ นปจั จบุ ัน สกั แต่ว่ารู้
นี่่�คือื การเจริญิ พุทุ ธานุสุ สติ ิซึ่�งมีกี ารเจริญิ แบบอื่�นอีกี
บางท่่านเวลานั่�งสมาธิิใช้้อานาปานสติิ บางท่่านเวลา
เดิินเวลาเคลื่ �อนไหวอาจจะใช้้กายคตาสติิ คืือเฝ้้าดููการ
เคลื่�อนไหวต่่างๆ ของร่่างกายทุุกอิิริิยาบถเป็็นการใช้้
ร่่างกายแทนพุุทโธได้้ บางท่่านก็็ใช้้สองอย่่างกำำ�กัับไป
ควบคู่่�กััน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 53
เวลาที่่�กำำ�ลัังเคลื่�อนไหวก็็ใช้้พุุทโธด้้วยและดููไปด้้วย
ว่่ากำำ�ลัังทำำ�อะไรอยู่่� เพื่�อที่�จะได้้ไม่่ให้้ใจไปคิิดถึึงเรื่�องราว
ต่า่ งๆ เป้า้ หมายทั้�งหมดของการเจริญิ สติคิ ือื ควบคุมุ สังั ขาร
ความคดิ ปรงุ แตง่ ซง่ึ ความคดิ ปรงุ แตง่ ของเราน้ี เปน็ เหมอื น
รถที่�วิ่�งลงเขา มันั จะไม่ห่ ยุดุ ของมันั เอง เราต้อ้ งเหยียี บเบรก
เวลารถวิ่�งลงเขา เราต้้องการให้้รถชะลอตััว เราต้้องคอย
เหยียี บเบรก ถ้้าปล่อ่ ยเบรกเมื่�อไร รถจะวิ่�งต่อ่ ไป ใจเราที่�
ไม่่มีีสติิจะเป็็นเหมืือนรถวิ่�งลงเขา ถ้้าเราต้้องการให้้ใจเรา
นิ่�งใจเราสงบ ใจเราเย็็นสบาย มีีความสุุขจากความสงบนี้้�
เราต้้องหมั่�นเจริญิ สติิอยู่�เรื่�อยๆ หยุุดความคิิดให้ไ้ ด้ ้
ถาม: จะใชพ้ ทุ โธหรอื อติ ปิ โิ สไดผ้ ลเหมือนกนั ไหม
ตอบ: เหมืือนกััน ใจเราจะได้้มีเี รื่�องทำำ� มีีงานทำำ� ต้อ้ งคอย
ท่อ่ งอยู่�เรื่�อยๆ เพราะพอท่่องจะไปคิิดเรื่�องอื่�นพร้อ้ มๆ กััน
ไม่่ได้้ ถ้้าไปคิิดถึึงงานที่ �จะไปทำำ�ก็็ทำำ�ไม่่ได้้ ถ้้าไปคิิดถึึง
งานแสดงว่่าไม่ท่ ่่อง ถ้้าท่่องก็็ไปคิิดถึึงงานไม่่ได้ ้ ถึึงแม้ม้ ััน
อาจจะแว่่บเข้้ามาอยู่่�บ้้าง แต่่ถ้้าเรามีีความมั่�นคงต่่อการ
สวดของเราไป มัันก็็ไม่่สามารถดึึงใจของเราให้้ไปคิิดเรื่�อง
งานเรื่�องการต่า่ งๆ ได้้
54 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ถาม: อย่างนี้ผลเป็นสมถะใชไ่ หม
ตอบ: เบื้�องต้้นเป็็นสมถะเพราะกรรมฐาน อนุุสสติ ิ
ส่่วนใหญ่่ทำำ�จิิตให้้สงบเพีียงอย่่างเดีียว ถ้้าต้้องการเจริิญ
วิิปััสสนา ต้้องใช้้อย่่างอื่�น สมมุุติิว่่าเราได้้สมถะแล้้ว
ได้ค้ วามสงบแล้ว้ ได้้อุเุ บกขาแล้ว้ เราก็ม็ าเจริญิ อาการ ๓๒
ก็ไ็ ด้ ้ อันั นี้้�ก็ก็ ายคตานุสุ ติอิ ีกี รูปู แบบหนึ่�ง พิจิ ารณาร่า่ งกาย
ดูอู าการต่า่ งๆ ของร่า่ งกาย เพื่�อให้เ้ ห็น็ สภาพความเป็น็ จริงิ
ของร่า่ งกายว่า่ มีอี าการอะไรบ้า้ ง ว่า่ สวยว่า่ งามหรือื ไม่ ่ อันั นี้�
ใช้้อาการ ๓๒ หรืือ กรรมฐานอีีกอย่่างที่�เรีียกว่่า อสุุภะ
๑๐ ประการ อัันนี้้�ก็็เป็็นกรรมฐาน เป็็นวิิปััสสนาล้้วนๆ
ให้้เราเห็น็ ถึึงความไม่่เที่�ยงแท้้แน่่นอนของร่า่ งกาย ให้้เห็็น
ว่า่ ร่า่ งกายของเรานี้้� สักั วันั หนึ่�งจะต้อ้ งกลายเป็น็ ซากศพไป
ถ้า้ ปล่อ่ ยทิ้�งไว้ม้ ันั ก็จ็ ะเน่า่ เปื่อ�่ ย หรือื ถ้า้ ไปทิ้�งไว้ใ้ นป่า่ ช้า้ จะ
มีีแร้้งกามากััด มีีหนอนมาไชไปจนกระทั่ �งศพแห้้งเปื่่�อย
เหลือื แต่ซ่ าก เหลือื แต่เ่ ศษโครงกระดูกู อันั นี้�เป็น็ การเจริญิ
กรรมฐานเพื่�อวิปิ ัสั สนา
ถาม: ในอนุุสสติิ ๑๐ มีีพุุทธานุุสสติิ ธััมมานุุสสติิ
สงั ฆานสุ สติ นคี่ ือลกั ษณะเดียวกันหมดเลยใช่ไหม
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 55
ตอบ: ใช่ สวดธรรมคุณ คือธรรมานุสสติ สวดสังฆคุณก ็
สังั ฆานุสุ สติิ จะใช้้ธััมโมหรืือสัังโฆก็็ได้้ แล้้วมีีอานาปานสติ ิ
ดููลมหายใจเข้้าออก มรณานุุสสติิระลึึกถึึงความตาย
เป็น็ การเจริญิ สติิ เทวานุสุ สติเิ ป็น็ การระลึกึ ถึงึ เทพ เทพเจ้า้
รููปใดรููปหนึ่�งที่�เรามีีความเคารพนัับถืือ จะทำำ�ให้้ใจเรา
สงบได้้ ตััวอย่่าง นึึกถึึงพระวิิษณุุ เราก็็ท่่องวิิษณุุๆ ไป
สำำ�หรัับชาวฮิินดููใช้้พระกฤษณะ ที่่�ท่่อง "Hare Krishna"
คืือ ระลึึกถึึงพระกฤษณะ เป็็นเทพของชาวฮิินดูู
ในกลุ่�มอนุสุ สตินิ ี้้�มีี ๑๐ อย่า่ งด้ว้ ยกันั แต่จ่ ำำ�ไม่ไ่ ด้ห้ มด
เท่่าที่่�จำำ�ได้้ประมาณนี้้� แล้้วมีีกลุ่�มอสุุภะก็็อีีก ๑๐ กลุ่�ม
ของกสิิณอีีก ๑๐ สีีเขีียว สีีเหลืือง สีีแดง สีีขาว แล้้วมีี
อย่่างอื่�นอีีกจำำ�ไม่่ได้้ นอกจากนั้�นที่่�ยัังเหลืืออีีก ๑๐ ก็็มีี
พรหมวิหิ าร การเจริญิ พรหมวิหิ าร ๔ เมตตาท่่องสวดบท
เมตตา สััพเพ สััตตา อเวรา โหนตุุ อัันนี้�ไม่่ได้้เป็็นการ
แผ่่เมตตาอย่่างที่�เราเข้้าใจ เป็็นการฝึึกสติิ เป็็นการเจริิญ
กรรมฐานพรหมวิิหาร ๔ สวดไปๆ ใจเราจะสงบ ใจเรา
จะเย็็น จะนิ่�ง แต่่ไม่่ใช่่สวดรอบเดีียวแบบที่่�ทำำ�กััน พอสวด
ให้้จบรอบถืือว่่า เราได้้แผ่่เมตตาแล้้ว จบแล้้ว จะได้้ไปดูู
ทีวี ีตี ่อ่ อันั นี้�ไม่ใ่ ช่่ สวดไปจนกระทั่�งจิติ นิ่�งสงบ เป็น็ อุเุ บกขา
56 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ถึึงจะหยุุด สัพั เพ สััตตา อเวรา โหนตุุ สวดไปถึึงอุเุ บกขา
ครบพรหมวิหิ าร ๔
แล้้วมีีการเจริิญธาตุุ ๔ ธาตุุ ๔ ก็เ็ ป็็นกรรมฐาน ดินิ
น้ำำ�� ลม ไฟ ธาตุดุ ินิ ธาตุนุ ้ำำ�� ธาตุุลม ธาตุุไฟ สามารถเจริิญ
เป็็นกรรมฐาน ให้้รู้�ว่่าทุุกสิ่�งทุุกอย่่างที่่�ร่่างกายนี้�เป็็นขึ้�น
มาได้้ เพราะมีีการรวมตัวั ของธาตุุ ๔ นี้�เอง ธาตุดุ ิิน ธาตุนุ ้ำำ��
ธาตุลุ ม ธาตุไุ ฟ ร่า่ งกายของเรานี้�ไม่ไ่ ด้อ้ ะไรเลย เป็น็ ธาตุุ ๔
ทั้�งนั้�น ไม่่มีีตััว ไม่่มีีตน เป็็นธาตุุ ๔ มารวมกััน เข้้ามา
หลายทางด้้วยกััน ธาตุุลมเข้้ามาทางจมููก ธาตุุน้ำำ��เข้้ามา
ทางปากที่�เราดื่�ม ธาตุุดิินคืืออาหารต่่างๆ ที่่�เรากิินเข้้าไป
ธาตุุไฟเกิิดจากการผสมปรุุงแต่่งของดิิน น้ำำ�� กัับธาตุุลม
ทำำ� ใ ห้ ้ เ กิิ ด ค ว า ม ร้ ้ อ น ขึ้ � น ม า ใ น ร่ ่ า ง ก า ย สัั ง เ ก ต ไ ห ม ว่ ่ า
เวลาคุุณหมอรัับประทานอาหารเข้้าไป รู้้�สึึกว่่าร่่างกาย
จะร้อ้ นขึ้�นมา เริ่�มมีปี ฏิกิ ิริ ิยิ าทางเคมีี เรารับั ประทานอาหาร
เข้้าไป เป็็นอาหารที่่�หุุงต้้มด้้วยไฟ เราก็็เอาธาตุุไฟเข้้า
ไ ป พ ร้ ้ อ ม กัั บ ธ า ตุุ ดิิ น ใ น ข ณ ะ ที่ � เร า รัั บ ป ร ะ ท า น อ า ห า ร
อันั นี้�แหละ คือื ร่่างกายของเรา พิจิ ารณาเป็็นเพียี งดินิ น้ำำ��
ลม ไฟ เท่่านั้�นเอง ก็็เป็็นกรรมฐานแต่่เป็็นกรรมฐานเพื่�อ
วิิปััสสนา เพื่�อให้้เราทำำ�ลายความคิิดที่่�ว่่า ร่่างกายนี้�เป็็น
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 57
ตััวตน เป็็นตััวเรา เป็็นของเรา แต่่ความจริิงมัันเป็็นสิ่�งที่�
ประกอบขึ้�นมาด้้วย ดิิน น้ำำ�� ลม ไฟ เท่า่ นั้�นเอง แล้ว้ สัักวันั
มัันก็็ต้้องแยกออกจากกัันไป เวลาคนตาย ธาตุุที่�ไป
ก่่อนเพื่�อน คืือ ธาตุุลม ลมไม่่เข้้ามีีแต่่ลมออก ตามด้้วย
ธาตุุไฟ ร่่างกายก็็เย็็น ตามด้้วยน้ำำ�� ถ้้าปล่่อยไว้้ เดี๋�ยวน้ำำ��
ต่่างๆ ก็อ็ อกมาทางทวารต่่างๆ ปล่่อยไปเรื่�อยๆ เน่า่ เปื่�่อย
ไปจนกระทั่�งแห้ง้ กรอบ เหลือื แต่ธ่ าตุดุ ินิ คืือ การพิิจารณา
การเจริิญกรรมฐานด้ว้ ยธาตุุ ๔ ให้เ้ ห็็นการเกิิดขึ้�น ตั้้�งอยู่�
และการดับั ไปของร่า่ งกายที่�เกิดิ จากการมารวมตัวั ของธาตุุ
เริ่�มต้้น คือื การรวมตััวของธาตุดุ ิิน ธาตุนุ ้ำำ�� ๒ หยด
ของพ่่อหยด ของแม่่หยด ใช่่ไหม เมื่�อธาตุุของพ่่อที่�เป็็น
รููปแบบของน้ำำ��อสุุจิิ ต้้องไปผสมกัับไข่่ที่่�มีีอยู่ �ในร่่างกาย
ของแม่่ มัันก็็ขยายตััวขึ้�นมา อาศััยธาตุุน้ำำ�� ธาตุุดิิน น้ำำ��
ลม ไฟ ที่่�แม่่รัับประทานเข้้าไปในร่่างกาย มาหล่่อเลี้�ยง
จนกระทั่�งโตเป็น็ ทารกขึ้�นมา แล้ว้ คลอดออกมา พอคลอด
ออกมา ทารกเริ่�มเติิมธาตุุด้้วยตนเอง หายใจเอง ดื่่�มน้ำำ��
ดื่�มนม รับั ประทานอาหารเอง
พิิจารณาอย่่างนี้�ไปเรื่�อยๆ แล้ว้ จะเห็็นภาพชัดั เจนว่่า
ร่่างกายไม่่มีีตััวตนตรงไหนเลย เรา จิิตผู้�มาครอบครอง
58 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
อาศััยอวิิชชา โมหะ ไปหลงคิิดว่่าเป็็นตััวจิิตเท่่านั้�นเอง
แต่่มัันไม่่ใช่่ตััวจิิตเลย ตััวจิิต เป็็นเพีียงตััวรู้้�ตััวคิิด
ความจริงแล้วตัวผู้รู้ผู้คิด เป็นเพียงแต่ผู้มาเกาะร่างกาย
แล้วก็ส่ังให้ร่างกายน้ี ท�ำอะไรต่างๆ ตามความต้องการ
ของจิตเทา่ น้นั เอง
ถาม: เวลาฟังอย่างนีเ้ ขา้ ใจ แต่เวลาเจอปญั หาทไี ร ต้องมี
ตัวทกุ ที
ตอบ: คืือ ไม่ค่ ิดิ ว่่าเป็็นธาตุุ ๔ คิดิ ว่่าเป็็นตัวั เรา ตัวั นี้้�มััน
ฝัังลึึกในจิิตสำำ�นึึกของเรา เราถึึงต้้องหมั่�นพิิจารณาอยู่�
เนือื งๆ การเจริญิ ปัญั ญาต้อ้ งพิจิ ารณาอยู่�เนือื งๆ ถึงึ จะทันั กับั
ความหวงที่่�คิิดว่่าเป็็นตัวั เราของเรา เราต้้องบอกว่า่ ไม่่ใช่่
เป็น็ ดินิ น้ำำ�� ลม ไฟ เดี๋�ยวมันั ก็็กลัับคืืนสู่่� ดิิน น้ำำ�� ลม ไฟ
สอนไปเรื่�อยๆ มัันแย๊๊บมาว่่าเป็็นตััวเรา เราก็็แย๊๊บกลัับ
ไปว่า่ ไม่่ใช่่ มัันเป็น็ ดิิน น้ำำ�� ลม ไฟ ทุุกครั้�งไปที่่�มัันคิดิ ว่่า
เป็น็ ตัวั เรา ทำำ�อย่า่ งนี้�ไปเรื่�อยๆ ต่อ่ ไปมันั ก็จ็ ะทันั ต่อ่ ไปก็จ็ ะ
ไมถ่ อื ว่าเปน็ ตัวเรา ถือว่าเป็น ดิน น้�ำ ลม ไฟ ท่ีเราอาศยั
ใชอ้ ยู่ชว่ั คราว แล้ววนั หน่ึงก็มีวันสิ้นสดุ ลง
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 59
60 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๖. อสภุ กรรมฐำน
สนทนาปัญหาธรรม วนั ท ่ี ๖ กมุ ภาพันธ ์ ๒๕๖๕
อสภุ กรรมฐาน มาจากคา� วา่ อะ กบั สภุ ะ สภุ ะแปลวา่
สวยงาม อะ ก็คือไม่ ค�าว่าไม่กับสุภะมารวมกันก็เป็น
อสภุ ะ แปลว่า ไมส่ วยงาม อะไรทีเ่ ราตอ้ งการที่ไมส่ วยงาม
ก็คือร่างกายของคนเรานี่เอง เพราะว่าเวลาท่ีเราไปเห็น
ร่างกายของคนท่ีสวยงาม มันจะกระตุ้นกามารมณ์ให้
เกดิ ขนึ้ กระตนุ้ กามราคะ แลว้ ถา้ ไมม่ วี ธิ จี ดั การกบั มนั กจ็ ะ
ตอ้ งเสยี เวลาไปกบั การตอบสนองของกามารมณ์ทเ่ี กิดขนึ้
กจ็ ะทา� ใหส้ ญู เสยี เวลาอนั มคี า่ ตอ่ การปฏบิ ตั ไิ ป อนั นเ้ี หมาะ
กับผูท้ ีป่ ฏิบัตเิ ตม็ รูปแบบ คือตอ้ งการปฏบิ ัตอิ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
ท้ังวันทั้งคืน ก็ไม่ต้องการท่ีจะให้มีกิจกรรมอย่างอื่นมา
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 61
รบกวน ก็็เลยจำำ�เป็็นที่ �จะต้้องเจริิญอสุุภกรรมฐานกััน
สำำ�หรัับผู้�เพิ่�งเริ่�มปฏิิบััติิที่่�ยัังไม่่ได้้ปฏิิบััติิมาก เช่่น อาจจะ
ปฏิบิ ัตั ิแิ ค่ว่ ันั ละครึ่�งชั่�วโมง หรือื หนึ่�งชั่�วโมงนี้้� อสุภุ กรรมฐาน
ก็็อาจจะยัังไม่่มีีความสำำ�คััญเท่่าไหร่่ เพราะสามารถ
แบ่่งเวลาไปทำำ� ๒ อย่่างได้้ แบ่่งเวลาไปใช้้กัับการเสพ
กามารมณ์์ได้้ แล้้วก็็แบ่่งเวลามาใช้้กัับการฝึึกสมาธิิได้้
แต่่อย่่างว่่า เมื่�อฝึึกน้้อย ผลที่�ได้้มัันก็็จะน้้อย แล้้วทำำ�ไม
ถึึงต้้องฝึึกมาก ฝึึกมากก็็สำำ�หรัับบุุคคลที่�เมื่�อได้้สััมผััสกัับ
ผลที่�ได้้จากความสงบ ผลที่�ได้้จากการปฏิิบััติิสมาธิิแล้้ว
ได้้พบกัับผลคืือความสงบที่ �เป็็นความสุุขที่ �เหนืือกว่่า
ความสุุขทั้ �งปวง ถ้้าใครลองได้้สััมผััสกัับความสุุขแบบนี้ �
แล้้ว ทีีนี้้�ก็จ็ ะเกิิดฉันั ทะ วิิริยิ ะ เกิดิ อิิทธิบิ าท ๔ ขึ้�นมา คือื มีี
ความอยากที่ �จะเสพความสุุขแบบนี้ �มากกว่่าความสุุข
แบบอื่�นแล้้ว เพราะเป็็นความสุุขที่�เหนืือชั้�นกว่่ากััน
พููดง่่ายๆ เหมืือนกัับผู้้�ที่่�ถููกลอตเตอรี่�รางวััลที่่� ๑ กัับผู้�ที่�
เคยถููกหวย ๒ ตััว พอถููกลอตเตอรี่�รางวััลที่่� ๑ แล้้ว
ไม่่อยากจะถูกู หวย ๒ ตััวแล้้ว อยากจะถููกแต่่รางวััลที่่� ๑
อย่่างเดีียว อัันนี้�เปรีียบเทีียบให้้ฟััง เพราะฉะนั้�นถ้้า
อยากจะฝึึกสมาธิิให้้มาก อยากจะเข้้าสมาธิิให้้ได้้นาน
ให้้ได้้บ่่อย ก็็เลยจำำ�เป็็นที่ �จะต้้องลดกิิจกรรมการหา
62 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ความสุุขแบบเดิมิ เดิิมหาความสุุขจาก รูปู เสียี ง กลิ่�น รส
ชนิดิ ต่า่ งๆ ดูหู นังั ฟังั เพลง รับั ประทานอาหาร ดื่�มเครื่�องดื่�ม
น อ น ห ลัั บ กัั บ แ ฟ น อ ะ ไร อ ย่ ่ า ง นี้้� ก็็ จ ะ เ ป็ ็ น กิิ จ ก ร ร ม ที่ �
อยากจะเลิิก แต่่มัันยัังไม่่ได้้ตายไปจากใจ เพราะว่่าเวลา
เราสััมผััสสมาธิิ ความสุุขที่�ได้้จากสมาธิินี่่� มัันยัังเป็็น
ความสุุขที่�ชั่�วคราวอยู่่� ที่่�ได้้จากสติิ เพีียงแต่่ว่่ามัันทำำ�ให้้
เราเหมืื อนกัั บได้้ ลิ้ �มรสอาหารชนิิ ดเลิิ ศ ก็็ เลย มีี ความ
อยากจะรัับประทานอาหารชนิิดนี้�เพิ่�มมากขึ้�นไป เราก็ ็
เ ล ย ต้ ้ อ ง พ ย า ย า ม กำำ�จัั ด ค ว า ม อ ย า ก ที่่�ยัั ง มีี อ ยู่ � ใ น ใ จ
ที่อยากจะรับประทานอาหารชนิดเก่าท่ีเคยชอบอยู่ ทีน ้ี
ท้ังสองอย่างนี้มันไปด้วยกันไม่ได้ ต้องเอาอย่างใด
อย่่างหนึ่ �ง ถ้้าต้้องการที่ �จะได้้ความสุุขจากความสงบให้ ้
มากขึ้�น ก็็ต้้องปฏิิบััติิมากขึ้�น ก็็ต้้องเอาเวลามาให้ก้ ัับการ
ปฏิบิ ััติิมากขึ้�น ก็ต็ ้้องตัดั เอาเวลาจากการไปเสพ รููป เสียี ง
กลิ่�น รส เสพกามารมณ์์ต่่างๆ มา
ทีีนี้�บางทีีมัันไม่่ยอมมา จะทำำ�อย่่างไร ก็็เลยต้้องใช้้
อสุุภกรรมฐานเป็็นตััวตััดกามารมณ์์ที่่�ยัังมีีพลัังอยู่ �ในใจ
ของเรา เพราะมันั เป็น็ เหมือื นกับั เป็น็ แชมป์โ์ ลก ครองหัวั ใจ
ของสัตั ว์โ์ ลกมาเป็น็ เวลายาวนาน ทั้�งๆ ที่�อยู่่�ดีๆี จะบอกว่า่
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 63
ต่อ่ ไปนี้�จะไม่เ่ สพกาม มันั พูดู ได้้แต่ม่ ันั ทำำ�ไม่ไ่ ด้้จะให้ม้ ันั ทำำ�ได้ ้
ต้อ้ งมีเี ครื่�องมืือ เครื่�องมืือนี้้�ก็ค็ ือื อสุุภกรรมฐาน
ให้เ้ ราระลึกึ ถึงึ ส่่วนที่�ไม่ส่ วยงามของร่่างกาย ซึ่่�งมีอี ยู่ �
๒ ลัักษณะใหญ่่ๆ ด้้วยกััน ที่่�เราสามารถจะเห็็นความไม่่
สวยงามของร่่างกายได้้ เช่่น อสุุภะ ๑๐ ก็็คืือดููซากศพ
๑๐ ชนิิดด้้วยกััน ทำำ�ไมถึึงมีีซากศพ ๑๐ ชนิิด เพราะ
สมัยั พุุทธกาลนี้้� เขามีธี รรมเนียี มหรือื ประเพณีีที่่� เวลาคน
ตายแล้้ว เขาไม่่ฝััง ไม่่เผา เขาไม่่ต้้องการจะเป็็นภาระ
เขาต้้องการที่�จะทำำ�แบบง่่ายๆ สมััยก่่อนป่่ามัันเยอะ
ป่า่ ช้้ามัันเยอะ ที่่�ใหญ่ก่ ว้้างขวาง ก็็เอาศพคนตายนี้้�ห่อ่ ผ้้า
ท่ีเรียกว่าผ้าบังสุกุล ผ้าห่อศพ แล้วก็เอาไปท้ิงไว้ในป่า
พอทิ้งไว้ในป่า มันก็จะมีสัตว์ชนิดต่างๆ มากัดมาแทะผ้า
ออกไป ก็จะท�ำให้เห็นศพที่ตายในหลายระยะด้วยกัน
ต้งั แตศ่ พที่ตายใหม่ เพ่ิงข้นึ อดื เขียวช�้ำ ดำ� เขยี ว แล้วกเ็ ริม่
มนี ำ้� ตา่ งๆ ทม่ี อี ยใู่ นรา่ งกายไหลออกมา เยม้ิ ออกมา แลว้ ก ็
อาจจะมีแมลง มีอะไรมากดั มาแทะ มาไช มหี นอนมาไช
แล้้วก็็อาจจะมีีสััตว์์ใหญ่่มากััดแทะแขนขา กระจายไป
คนละทิศิ คนละทาง แล้ว้ ก็็มีซี ากศพที่�แห้ง้ แล้้วก็เ็ หลือื แต่ ่
โครงกระดูกู อย่่างนี้�เป็็นต้้น ต้้องไปอ่า่ นในอสุุภกรรมฐาน
64 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๑๐ เขาจะมีีศพ ๑๐ ชนิดิ ซึ่�งบางแห่ง่ เขาก็ว็ าดภาพให้้เรา
ดููด้้วย ถ้้าเราไปค้้นหาในอิินเตอร์์เน็็ตดููก็็จะมีีภาพของศพ
๑๐ ชนิิดให้เ้ ราดูกู ััน นี่่�คือื ร่่างกายของคนเราทุุกคน ถ้้าทิ้�ง
ไว้ในป่าหลังจากที่ตายไปแล้ว มันก็จะต้องเป็นอย่างนี้
เหมอื นกนั ทุกคน กเ็ อามานึก เอามาจด เอามาจำ� เอามา
ท่องเหมอื นกับเราท่องสตู รคูณ
การพิิจารณาอสุุภกรรมฐานนี้้� เริ่�มต้้นต้้องทำำ�เป็็น
เหมือื นกัับการท่อ่ งสูตู รคููณ เอามานึึกภาพอยู่�เรื่�อยๆ ในใจ
ของเรา ให้้จดให้้จำำ�ไว้้ อัันนี้�เรีียกว่่าเป็็นการทำำ�การบ้้าน
แล้ว้ เวลาเกิดิ กามารมณ์ข์ึ้�นมา เกิดิ ไปเห็น็ ภาพสวยๆ งามๆ
ขึ้ �นมา ก็็ให้้นึึกถึึงภาพเหล่่านี้ �เพื่ �อมาระงัับดัับกามารมณ์์
ถ้านึกไม่ทันก็อาจจะไปตามภาพน้ันไปโดยไม่รู้สึกตัว
มารู้้�สึกตััวก็ห็ มดเวลาไปหลายชั่�วโมงแล้้ว ถึึงจะได้ส้ ติิกลับั
คืนื มา แต่ถ่ ้า้ ได้ฝ้ ึกึ บ่อ่ ยๆ เหมือื นกับั เราใช้ส้ ูตู รคูณู สูตู รคูณู
ถ้า้ เราไม่ท่ ่อ่ งบ่อ่ ยๆ อาจจะจำำ�ไม่ไ่ ด้้ พอจะใช้ม้ ันั กับั การคูณู
หรือื หารเลขนี้้� อาจจะนึกึ ไม่อ่ อก แต่ถ่ ้า้ เราหมั่�นคิดิ อยู่�เรื่�อยๆ
ท่่องอยู่�เรื่�อยๆ จนกระทั่�งมัันขึ้�นใจ เวลาอยากจะคูณู อะไร
ก็็นึึกถึึงสููตรคููณที่�เราท่่องได้้ทัันทีี อสุุภะก็็แบบเดีียวกััน
ให้้เราระลึึกถึึงภาพที่�ไม่่สวยไม่่งามของร่่างกายนี้้� ให้้มััน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 65
ติิดตาติิดใจ ไม่่ให้้หลง ไม่่ให้้ลืืม และถ้้ามัันไม่่หลงไม่่ลืืม
พอเกิิดกามารมณ์์ขึ้�นมา เกิิดกามราคะ เกิิดความอยากที่�
จะเสพกามขึ้�นมาปั๊๊บ� มันั ก็จ็ ะผุดุ ขึ้�นมาทันั ทีี พอมันั ผุดุ ขึ้�นมา
กามารมณ์น์ั้�นก็็จะดับั ลงไปทันั ทีี
นอกจากดูซู ากศพ ๑๐ ประการแล้ว้ ก็ย็ ังั มีอี ีกี วิธิ ีหี นึ่�ง
ก็็คืือ ดููส่่วนที่ �ไม่่สวยงามที่่�ถููกปกปิิดด้้วยผิิวหนััง ที่่�หุ้้�มห่่อ
ตััวเรานี้้� ร่่างกายเรานี้้� ภายใต้้ผิิวหนัังมัันก็็มีีอาการต่่างๆ
อีกี เยอะแยะที่�เรามองไม่เ่ ห็น็ กันั เราก็ม็ าสามารถมาศึกึ ษา
ดููอาการต่า่ งๆ ได้้ ใต้้ผิวิ หนังั ก็็มีีโครงกระดูกู มีอี วััยวะ เช่น่
หัวั ใจ ปอด ตับั ไต พังั ผืดื ลำำ�ไส้น้ ้อ้ ย ลำำ�ไส้ใ้ หญ่่ สมอง ศีรี ษะ
อย่่างนี้ �เป็็นต้้น อัันนี้ �เราอาจจะต้้องอาศััยภาพถ่่ายที่ �เขา
ถ่า่ ยศพที่่�ถูกู ชันั สูตู ร หรือื อาศัยั ภาพวาดของนักั ศึกึ ษาแพทย์์
Anatomy เพื่�อที่�จะเอามาดูู แล้้วเอามาจดมาจำำ�ไว้ ้
เวลาเราเห็นร่างกายที่เราคดิ วา่ สวยว่างาม เราจะได้นึกถงึ
ส่วนท่ีมันซ่อนอยู่ภายใต้ความสวยงามนั้น ไม่ว่าจะเป็น
หญิงหรือเป็นชาย เหมือนกันทั้งนั้น สวยงามข้างนอก
แต่พอนึกถึงอวัยวะน้อยใหญ่ท่ีมีอยู่ภายใต้ผิวหนังแล้ว
มันั ก็จ็ ะเห็น็ ว่า่ ไม่ส่ วยไม่ง่ าม อันั นี้้�ก็อ็ ีีกวิิธีีหนึ่�งในการเจริิญ
อสุุภกรรมฐาน เบื้�องต้้นก็็ต้้องหมั่�นดููบ่่อยๆ ดููให้้มัันจด
66 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ให้ม้ ัันจำำ� แล้ว้ ก็เ็ อามาซ้้อม เวลาเห็น็ หน้้า เห็น็ ร่่างกายใคร
ก็็พยายามใช้้สายตาเอ็็กซ์์เรย์์ ให้้มองทะลุุเข้้าไปให้้เห็็น
โครงกระดููก ให้้เห็็นอวััยวะน้้อยใหญ่่ต่่างๆ ที่่�มีีอยู่�ภายใต้้
ผิิวหนังั ถ้้าเราสามารถทำำ�จนกระทั่�งมันั ชิิน ติิดเป็น็ นิสิ ััยได้ ้
เวลาเราเห็น็ ใคร เราจะสแกน (scan) ทันั ทีี สแกนภายใน
เหมืือนกัับ CT Scan หรือื เครื่�องสแกนที่�เขาเอาคนเข้้าไป
ในอุุโมงค์์ แล้ว้ สแกนดููส่่วนต่า่ งๆ ที่่�อยู่�ภายใต้้ สมััยโบราณ
เขามีี CT Scan ก่อ่ นสมััยปััจจุุบันั แต่พ่ วกเราไม่รู่้�จักใช้ก้ ััน
เราต้อ้ งไปผลิติ เครื่�อง เสียี เงินิ เสียี ทอง สแกนทีเี สียี หลายพันั
หลายหมื่�น ความจริิงเรามีีเครื่�องสแกนคืือใจเรานี่�แหละ
เป็็นตััวสแกนได้้ แต่่เราไม่รู่้�จักใช้ก้ ััน แต่่ทางพระพุุทธเจ้า้ นี่่ �
ทรงเป็็นผู้�ผลิิต CT Scan เครื่�องแรกของโลกก็็ว่่าได้้
หรืือนัักบวชสมััยโบราณส่่วนใหญ่่เขาก็็จะต้้องพิิจารณา
อสุภะกัน เพือ่ ที่จะระงบั กามารมณ์ทีจ่ ะเปน็ อุปสรรคของ
การปฏิบัติ ทำ� จติ ให้สงบน่ันเอง
วัันนี้้�ก็็พููดเรื่�องของอสุุภกรรมฐาน ที่่�จำำ�เป็็นสำำ�หรัับ
ผู้้�ที่่�ต้ ้ อ ง ก า ร ที่ � จ ะ ทุ่ � ม เ ท เว ล า ใ ห้ ้ กัั บ ก า ร ป ฏิิ บัั ติิ เ พีี ย ง
อย่า่ งเดียี ว ไม่ต่ ้อ้ งการให้ก้ ิจิ กรรมอย่า่ งอื่�นมาดึงึ เอาเวลาไป
ดัังนั้ �นเวลาเกิิดกามารมณ์์ขึ้ �นมา ก็็ต้้องมีีเครื่ �องมืือระงัับ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 67
กามารมณ์์ เครื่�องมืือที่�เราใช้้ระงัับกามารมณ์์ก็็คืือการ
พิิจารณาอสุภุ กรรมฐานนี้�เอง
ถาม: อสุภุ ะนี่�จริงิ ๆ ผมเองก็ผ็ ่า่ นประสบการณ์ม์ า เพราะว่า่
ตอนเรีียนแพทย์์นี่่�ก็็ได้้เห็็นทั้�งศพ ได้้เห็็นทั้�งผ่่าเข้้าไป
หมดครัับ แต่ม่ ัันก็เ็ ห็็นตอนที่�เห็็น
ตอบ: มัันลืมื ไง ไม่เ่ อามาใช้้ ไม่่จดจำำ�ฝัังอยู่�ในใจตลอดเวลา
พอเห็็นร่่างกายคน ลืืมไปเลย เห็็นแต่่ข้้างนอกเพีียง
อย่่างเดีียว ไม่่เห็็นข้้างใน ต้้องเห็็นพร้้อมกัันทั้�งข้้างนอก
ทั้�งข้า้ งใน ถึงึ จะเรียี กว่า่ เห็น็ อสุภุ ะได้้ แต่ท่ างแพทย์์ เขาไม่ไ่ ด้้
สอนให้้เห็็นอย่่างนั้�น เขาเพีียงแต่่สอบเรา ตอนที่�เรา
สอบวิิชานี้�เท่่านั้�น เขาก็ถ็ าม ว่่าหััวใจตั้�งอยู่�ตรงไหน มีรี ููป
ลัักษณะอย่า่ งไร เขาก็ถ็ ามไปเท่า่ นั้�นเอง ซึ่�งเราก็เ็ ตรีียมทำำ�
ข้อสอบ แตพ่ อสอบเสร็จ เรากล็ มื เลย เราไม่ยอมคดิ ถึงมนั
เพราะว่่ากิิเลสมัันไม่่ชอบคิิดถึึงเรื่�องราวเหล่่านี้้� การจะ
พิิจารณาอสุุภะได้้ ต้้องบัังคัับ และการที่�จะบัังคัับได้้นี้้ �
ก็็ต้้องให้้ใจมีีความสงบบ้้าง ถ้้าไม่่มีีความสงบเลยนี่่� กำำ�ลััง
ของกิิเลสมัันแรงมาก ถึึงยากต่่อการเจริิญอสุุภกรรมฐาน
สำำ�หรัับผู้้�ที่่�มีีจิิตใจยัังไม่่ค่่อยสงบ หรืือยัังไม่่มีีสติิพอที่�จะ
ควบคุมุ ใจ บัังคัับใจให้้มาพิิจารณาได้้
68 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ถาม: แต่่ก็็มีีประโยชน์์บ้้างเล็็กๆ น้้อยๆ ใช่่ไหมครัับ คืือ
หมายความว่า่ พอเราเห็น็ เราก็็อาจจะรู้้�สึกสะอิดิ สะเอีียน
ไปสัักพัักหนึ่�ง แต่่ตอนหลังั มัันก็็หมดไป
ตอบ: ก็็สำำ�หรัับผู้�ที่�เขาไม่่มีีความตั้�งใจที่�อยากจะเลิิก
กามารมณ์์ การเสพกาม เขาก็็ไม่่ได้้ถืือว่่าเป็็นเรื่�องสำำ�คััญ
เพราะเขาแบ่่งเวลาได้้ เวลานี้�เสพกาม เวลานี้�นั่�งสมาธิิ
แบ่ง่ เวลาได้ใ้ ช่ไ่ หม มันั ก็เ็ ลยยังั ไม่เ่ ห็น็ มีคี วามจำำ�เป็น็ ว่า่ ทำำ�ไม
จะต้้องไปพิิจารณาอสุุภกรรมฐาน แต่่สำำ�หรัับนัักบวชนี่่�
เวลาบวชนี่่� อุุปััชฌาย์ถ์ ููกบัังคัับให้้สอนกรรมฐาน ๕ ก็็คืือ
อาการ ๕ อาการที่�เห็น็ จากภายนอกก่อ่ น คืือ เกสา โลมา
นขา ทัันตา ตโจ แปลว่า่ ผม ขน เล็็บ ฟััน หนััง อุุบายก็็คืือ
ให้้พิิจารณาต่่อไปหลัังจากที่�ได้้บวชแล้้ว แต่่เวลาที่�สอน
เวลาบวชมัันมีีเวลาไม่่มาก เลยให้้สอนแค่่ ๕ อาการ
แรกกอ่ น เปน็ ตวั อยา่ งของการพจิ ารณารา่ งกาย พจิ ารณา
อสุภะ อย่างพระพุทธเจ้าน้ีบังคับพระอุปัชฌาย์ทุกรูป
เวลาบวชใครนี่่�ต้้องสอนกรรมฐานนี้ �ให้้ได้้ก่่อน ถ้้าไม่่ได้้
สอนนี้้�ถืือว่่าละเลยหน้้าที่่� ถููกปรัับอาบััติิ เหมืือนถููกปรัับ
เป็น็ เหมือื นเจ้า้ หน้า้ ที่่�ตำำ�รวจที่�ไม่จ่ ับั โจรผู้้�ร้าย หาว่า่ ละเลย
การปฏิิบััติิหน้้าที่่� จะต้้องถููกจัับ ถููกลงโทษ อาบััติิก็็คืือ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 69
การลงโทษพระนี่�เอง ดัังนั้�นพระอุุปััชฌาย์ท์ ุุกรููปต้้องสอน
เกสา โลมา นขา ทัันตา ตโจ ให้้กัับกุุลบุุตรผู้�ที่�มาบวช
เพื่�อกุลุ บุตุ รจะได้น้ ำำ�เอาไปศึกึ ษา เอาไปพิจิ ารณาต่อ่ ให้ม้ ันั
ทะลุถุ ึงึ อาการ ๓๒ ต่อ่ ไป ให้้มันั ครบอาการ ๓๒
ถ้้าหมั่�นพิิจารณาอย่่างนี้้� ก็็จะสามารถรัักษา
ผ้้าเหลือื งได้ ้ ที่่�สึกึ ไปส่ว่ นใหญ่่นี้้�อ้้างเหตุุผล ๑๐๐ ประการ
มัันไม่่ใช่่เหตุุผลหลััก เหตุุผลหลัักก็็คืือขาดกรรมฐาน
อสุภุ กรรมฐาน ไม่ม่ ีอี สุภุ กรรมฐานกามารมณ์ม์ ันั ก็ล็ ุกุ ขึ้�นมา
ในใจของตนเอง มัันก็็ทำำ�ให้้ผ้้าเหลืืองร้้อนจนกระทั่ �ง
ทนอยู่�ไม่่ได้้ แต่่เขาก็็ไม่่พููดกัันตรงๆ หรอก คนส่่วนใหญ่ ่
สึึกนี่ �เขาจะมีีเหตุุผลอย่่างอื่ �นทั้ �งนั้ �น ต้้องไปศึึกษาต่่อ
ต้้องไปทำำ�งานให้้กัับพ่่อแม่่ ไปดููแลพ่่อแม่่ แต่่ไปจริิงๆ
ไปทำำ�อะไร ไปแต่่งงานก่่อนมิิใช่เ่ หรอ
ถาม: กราบขอบพระคุุณพระอาจารย์์ครัับ จะน้้อมนำำ�
ไปปฏิิบััติิต่่อไปครัับ ผมขอโอกาสถามคำำ�ถามต่่อไปครัับ
จรงิ ๆ แลว้ บางทีเห็นครบู าอาจารย์บวชมานานๆ เลยกย็ งั
มสี กึ ไปนะครบั
70 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ตอบ : ก็น็ั่�นแหละ เพราะประมาทไง เพราะไม่พ่ ิิจารณา
อสุภุ ะ เห็็นไหมพระอาจารย์์ญี่�ปุ่�นท่่านบวชตั้�ง ๔๐ พรรษา
พอไปเห็็นร่่างกายสวยๆ งามๆ และเขาเข้้ามาปรนนิิบััติิ
มาคอยรับั ใช้ ้ มันั เห็น็ บ่อ่ ยๆ แทนที่�จะเห็น็ อสุภุ ะ มันั เห็น็ แต่่
สุุภะทุุกวััน เห็็นสุุภะมัันก็็เลยกระตุ้�นกามารมณ์์ให้้เกิิดขึ้�น
แสดงวา่ ทา่ นไมเ่ จริญอสภุ กรรมฐานเลย
ถาม: แม้จิตจะเคยรวมเป็นสมาธิแล้ว ไม่เจริญอสุภะก็
สึกไดอ้ ยู่ดีใช่ไหมครบั
ตอบ: ใช่่ อาจจะรวมด้้วยวิธิ ีีอื่�น อานาปานสติิ มรณานุุสติ ิ
อะไรอย่า่ งนี้้�ก็ไ็ ด้้ กายคตาสติ ิ คือื มีสี ติทิ ี่่�กำำ�ลังั มากก็ส็ ามารถ
รวมเข้้าสมาธิิได้้ แต่่เวลาออกจากสมาธิมิ า ถ้้าไปเห็น็ ภาพ
สวยๆ งามๆ แล้้วไม่ม่ ีีอสุุภะนี่่�มันั ก็จ็ ะทำำ�ให้้เกิดิ กามารมณ์ ์
ขึ้�นมา แล้้วถ้้าไม่่มีีวิิธีีดัับเดี๋�ยวในที่่�สุุดก็็ต้้องดัับด้้วยการ
ลาสิิกขา
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 71
72 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๗. นวิ รณ ๕ ธรรมกนั้ คณุ ธรรม
สนทนาปญั หาธรรม วนั ท่ี ๑๓ กุมภาพนั ธ ์ ๒๕๖๕
นิวรณ์ แปลว่า อุปสรรค ส่ิงกีดขวาง และขวางกั้น
ความเจรญิ ทางดา้ นจติ ใจ ทางการปฏบิ ตั ธิ รรม โดยเฉพาะ
การท�าจิตใจให้สงบ ด้วยสมถะภาวนา มีอยู่ ๕ ประการ
ดว้ ยกนั
ขอ้ ๑ กค็ อื ความลงั เลสงสัยในพระพทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์ ว่ามีจริงหรือไม่ พระพุทธเจ้าเป็นเร่ืองท่ีคนเขา
แตง่ ข้นึ มาหรอื เปลา่ เหมอื นกับนทิ าน
ข้อ ๒ กามฉันทะ ความยินดี ความติดพันอยู่ในรูป
เสยี ง กลน่ิ รส กามฉนั ทะ ยงั ตดิ หนงั ตดิ ละคร ยงั ตดิ กาแฟ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 73
ยังั ติดิ เครื่�องดื่�ม ยังั ติดิ อะไรต่า่ งๆ รวมไปถึงึ กระทั่�งติดิ แฟน
ติิดคน นี่่�ก็เ็ ป็น็ กามฉันั ทะเหมืือนกััน
ข้อ้ ๓ ก็ค็ ือื ความโกรธ เวลาเกิดิ ความโกรธขึ้�นมาแล้ว้
จิิตใจสงบยาก เหมืือนไฟลุุกไหม้้จิิตใจ จะทำำ�ให้้จิิตใจเย็็น
นีย้ าก
ข้้อ ๔ คืือความฟุ้�งซ่่าน การปฏิิบััติินี้�เราต้้องการทำำ�
จิิตใจให้้สงบ ถ้้าจิิตฟุ้ �งซ่่านมัันก็็เหมืือนกัับมีีลมพายุุมา
คอยพัดอยู่ ทำ� ใหย้ ากต่อการทจ่ี ะทำ� ใหจ้ ติ สงบได้
และข้้อสุุดท้้ายคืือ ความง่่วงเหงาหาวนอน ต้้อง
ขออภััยที่�ไม่่ได้้พููดคำำ�บาลีีนะ เพราะไม่่ค่่อยชำำ�นาญ
เอาคำำ�แปลเลยดีีกว่่า จะได้้เข้้าใจ เราเป็็นคนไทยด้้วยกััน
เราพูดู ภาษาไทยดีกี ว่า่ ไม่ไ่ ด้ป้ รามาส ไม่ไ่ ด้ป้ ระมาทคำำ�บาลีี
อะไรทั้�งสิ้�นนะ อัันนี้�ขอให้้เข้้าใจ และนี่่�ก็็คืืออุุปสรรค
ขวางก้นั ๕ ประการ ถ้ามขี ้อใดข้อหนง่ึ เกดิ ข้ึน มนั ก็ท�ำให้
ยาก เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามหาวิธีกำ� จดั มัน ขอ้ แรก
คอื ความสงสยั ลงั เลสงสยั ในพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ ์
ว่่ามีีจริิงหรืือไม่่ คำำ�สอนของพระพุุทธเจ้้าเป็็นคำำ�สอนที่ �
74 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
พาให้้ไปสู่�ความหลุุดพ้้นจากความทุุกข์์ต่่างๆ ได้้หรืือไม่่
หนังั สือื คำำ�สอนเกี่�ยวกับั นรก สวรรค์์ เวียี นว่า่ ยตายเกิดิ อะไร
เหล่่านี้้� เป็็นความจริิงหรืือไม่่ พระอริิยสงฆ์์สาวกของ
พระพุุทธเจ้้า มีีจริิงหรืือไม่่ อัันนี้�คนที่�ปรามาส พระพุุทธ
พระธรรม พระสงฆ์ ์ ก็จ็ ะสร้า้ งอุปุ สรรคขึ้�นมาขวางกั้�นตัวั เอง
โดยไม่ร่ ู้้�สึกตััว สร้้างนิิวรณ์ข์ึ้�นมา แล้้วคนปรามาสก็็แสดง
ว่่าไม่่เชื่�อใช่่ไหม ไม่่เชื่�อในบุุคคลนั้�น ไม่่เชื่�อในพระพุุทธ
พระธรรม พระสงฆ์์ ก็็เป็็นคนที่�อาภััพวาสนาทางศาสนา
เพราะจะไม่่มีวี ันั ที่�จะเจริญิ งอกงาม ไม่ส่ ามารถที่�จะปฏิบิ ัตั ิิ
ในทางธรรม เพื่�อให้จ้ ิติ ได้ห้ ลุดุ พ้้นจากความทุุกข์ท์ั้�งหลาย
ได้เ้ ลย บางทีคี นกลัวั ความปรามาส ชาวพุทุ ธเรานี้�พยายาม
ขอขมากัันอยู่�เรื่�อยๆ มีีบทกล่่าวคำำ�ขมากััน เพราะว่่า
บางครั้�งบางคราว อาจพลั้�งเผลอ หรือื จิติ คิดิ ไปในทางอกุศุ ล
ขึ้ �นมา ก็็มัักอยากจะแสดงความเจตนาที่ �บริิสุุทธิ์ �ว่่าไม่่มีี
ความเจตนามีีความตั้�งใจที่�จะปรามาส เพราะเชื่�อ
พระพุทุ ธเจ้า้ มีจี ริงิ พระธรรมคำำ�สอนนี้�เป็น็ คำำ�จริงิ ออกจาก
พระโอษฐ์์ของพระพุุทธเจ้้า และพระอริิยสงฆ์์สาวกผู้�ที่�
ได้ย้ ินิ ได้ฟ้ ังั ได้ศ้ ึกึ ษาธรรมจากพระพุทุ ธเจ้า้ และปฏิบิ ัตั ิติ าม
คำำ�สั่่�งคำำ�สอน จนได้้บรรลุุเป็็นพระอริิยสงฆ์์สาวกขึ้�นมา
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 75
ได้้หลุุดพ้้นจากกองทุุกข์์แห่่งการเวีียนว่่ายตายเกิิด นี้้�คืือ
พระรััตนตรััย พระพุุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ์ ที่่�เราไม่ค่ วร
ที่ �จะสงสััย ที่่�สงสััยก็็เพราะว่่าเราไม่่ศึึกษากัันนั่ �นเอง
เพราะฉะนั้�นวิิธีีแก้้ความสงสััยในพระพุุทธ พระธรรม
พระสงฆ์ ก็คือต้องศึกษา เรื่องของพระพุทธเจ้า เช่น
พระพุทธประวัติ ในศาสนาพุทธเราน่ี เวลาคนมาบวชน่ี
เราเรียกว่า นวกะ แล้วเค้าจะมีหลักสูตรสอนพระนวกะ
ใหศ้ กึ ษาอยู่ ๔ หัวขอ้ ด้วยกนั
ขอ้ ๑ ศกึ ษาพุทธประวตั ขิ องพระพทุ ธเจ้า
ขอ้ ๒ ศกึ ษาพระธรรมคำ� สง่ั คำ� สอนของพระพทุ ธเจา้
เช่น อริยสจั ๔ มรรค ๘ ไตรลกั ษณ์
ขอ้ ๓ ศกึ ษาธรรมวนิ ยั พระวนิ ยั คอื ถา้ เปน็ พระภกิ ษุ
กต็ อ้ งรู้จกั พระวินัยคือกฎ กฎหมายควบคมุ บงั คับการเป็น
พระภกิ ษุ
และ ข้้อ ๔ สอนให้้แต่ง่ ความ เรีียงความ ตั้้�งกระทู้้�
เรีียงความ ให้้หััดเอาความรู้�ที่�ได้ศ้ ึึกษามาแต่่งความ
76 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
นี่่�คืือหลัักสููตรของนวกะ สิ่่�งที่�เราต้้องสนใจก็็คืือ
ศึกึ ษาพุทุ ธประวัตั ิกิ ่อ่ น เราจะได้รู้้�จักว่า่ พระพุทุ ธเจ้า้ คือื ใคร
เ พ ร า ะ ศ า ส น า นี้ � เ กิิ ด ม า จ า ก ก า ร มีี พ ร ะ พุุ ท ธ เจ้ ้ า ขึ้ � น ม า
ถ้้าไม่่มีีพระพุุทธเจ้้าตรััสรู้ �เป็็นพระพุุทธเจ้้า ก็็จะไม่่มี ี
พระพุุทธศาสนา สิ่่�งแรกที่่�ต้้องทำำ�ก็็คืือ ต้้องศึึกษาประวััติ ิ
ความเป็็นมาของพระพุุทธเจ้้า ซึ่่�งเราก็็คงจะทราบกััน
ก็็ไม่ข่ อลงรายละเอีียด เพราะจะกิินเวลามาก แล้้วก็ศ็ ึกึ ษา
พระธรรมคำำ�สอน คำำ�สอนที่่�จำำ�เป็็นที่ �จะต้้องศึึกษาใน
เบื้�องต้้นก็็คืือ ธรรมที่�เราต้้องปฏิิบััติิกััน ที่่�พระพุุทธเจ้้า
แสดงว่่าเป็็นมรรค เป็น็ ทางสู่�การหลุดุ พ้น้ นี่่�ก็แ็ สดงหลาย
ลักั ษณะด้ว้ ยกััน มรรค ๘ นี้้� ท่า่ นแสดงให้ก้ ับั พระภิิกษุ ุ คืือ
ธรรม ๘ ข้อ้ ที่�ผู้�ปฏิบิ ัตั ิติ ้อ้ งการจะหลุดุ พ้น้ จากการเวียี นว่า่ ย
ตายเกิิด ต้้องเรียี นรู้� แล้้วท่่านก็ส็ รุปุ มรรค ๘ นี้้�เหลือื แค่่ ๓
คืือในมรรค ๘ นี้้�สามารถแบ่่งเป็น็ ๓ กลุ่�มใหญ่ๆ่ กลุ่�มศีลี
กลุ่�มสมาธิิ และกลุ่�มปััญญา เราจึึงได้ย้ ิิน ศีลี สมาธิ ิ ปััญญา
ที่�เรีียกว่า่ ไตรสิกิ ขา สิกิ ขา ก็็คืือ ศึกึ ษา สิ่�งที่่�ต้้องศึกึ ษาอยู่�
๓ อย่่าง สำำ�หรัับผู้�มาบวชในพระพุุทธศาสนา ก็็คืือ ศีีล
สมาธิิ ปััญญา ศึึกษาเพื่ �อจะได้้นำำ�เอาไปปฏิิบััติิได้้อย่่าง
ถูกู ต้อ้ งนั่�นเอง แล้ว้ บางครั้�งเราก็ไ็ ด้ย้ ินิ นอกจาก ไตรสิกิ ขา
ศีลี สมาธิิ ปััญญา เราก็ไ็ ด้้ยิิน ทาน ศีีล ภาวนา อันั นี้�เป็็น
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 77
มรรค ที่่�ทรงสอนให้้กัับผู้�ครองเรืือน เพราะเหตุุใดต้้อง
เพิ่�มทาน เพราะว่่าผู้�ครองเรืือนนี้้�ยัังพััวพัันอยู่่�กัับการใช้้
เงินิ ใช้ท้ อง เลยต้อ้ งสอนให้รู้้�จักวิธิ ีใี ช้เ้ งินิ ทองที่�เป็น็ ประโยชน์ ์
กัับจิติ ใจ ที่�ไม่่เป็็นพิษิ เป็็นภััยกับั จิิตใจ คืือเอาเงินิ ไปทำำ�บุญุ
ทำำ�ทาน ดีีกว่่าเอาเงิินไปซื้ �อของฟุ่ �มเฟืือย ซื้้�อรถราคา
ร้้อยล้้านคัันเดีียวนี่่�มัันเกิิดประโยชน์์อะไร โง่่หรืือ
ฉลาด รถราคาคัันละล้้านก็็สามารถพาเราไปไหนมาได้ ้
อย่่างสะดวกสบาย ทำำ�ไมต้้องใช้้ตั้ �งร้้อยล้้านเพื่ �อซื้ �อรถ
คันเดียวกัน เอาเงินอีก ๙๙ ล้าน ไปท�ำบุญท�ำทาน
ไม่่ดีกี ว่่าหรือื เอาไปช่ว่ ยสงเคราะห์ผ์ู้�ที่�ยากไร้ ้ อันั นี้�แล้ว้ ผล
ที่�จะได้้กัับจิิตใจมัันก็็ดีีกว่่า เพราะการทำำ�บุุญทำำ�ทานนี้้�
ทำำ�ให้้มีีความอิ่�มเอิิบใจ เป็็นเหมืือนอาหารใจไม่่ได้้ทำำ�ให้้
หิิวโหยเหมืือนกัับการใช้้เงิินซื้�อของฟุ่�มเฟืือย พอซื้�อของ
ฟุ่ �มเฟืือยได้้ชิ้ �นหนึ่ �งแล้้ว มัันอยากจะซื้ �ออีีกชิ้ �นสองชิ้ �น
ไม่่มีีความอิ่�ม ซื้้�อเท่่าไหร่่ก็็ไม่่พอ เดี๋�ยวมีีรุ่�นใหม่่ออกมา
ดีกี ว่า่ เก่า่ ก็อ็ ยากจะซื้�อขึ้�นมาอีกี แล้ว้ ปัญั หาก็ค็ ือื แล้ว้ เวลา
ที่ �อยากจะซื้ �อแล้้วไม่่ได้้ซื้ �อนี้้� ก็็เกิิดอาการไม่่สบายใจ
ไม่่พอใจ บางทีีเงิินทองไม่่พอ เงิินทองหมดนี้้� จะซื้�อของ
แบบที่�เคยอยากซื้�อก็็ซื้�อไม่่ได้้ ก็็เกิิดความทุุกข์์ใจ แล้้ว
78 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
อาจจะผลัักดัันให้้เค้้าไปหาเงิินหาทองมาเพิ่�ม โดยวิิธี ี
มิิชอบขึ้�นมาก็็ได้้ แต่่ถ้้าทำำ�บุุญทำำ�ทานแล้้ว จะลดละ
ความอยากซื้�อสิ่�งของต่่างๆ ได้้ก็็ทำำ�ให้้อยู่�แบบสมถะ
เรีียบง่่ายได้้ ไม่่เดืือดร้้อน เวลาไม่่มีีเงิินก็็ไม่่เดืือดร้้อน
ไม่่มีีเงิินซื้�อข้้าวซื้�อของอะไรก็็ไม่่เดืือดร้้อน ไม่่มีีเงิินทำำ�บุุญ
ก็็ไม่่เดืือดร้้อน เพราะการทำำ�บุุญนี้�ไม่่ทำำ�ให้้เป็็นเหมืือน
กัับยาเสพติิด ที่่�ต้้องทำำ�อยู่ �เรื่ �อยๆ ทำำ�แล้้วมัันทำำ�ให้้ใจ
อิ่�มใจพอมีีความสุขุ พระพุุทธเจ้า้ จึึงสอนว่า่ ถ้้าอยากจะใช้้
เงิินให้้เป็็นประโยชน์์กัับตนเองให้้มีีความสุุขที่ �แท้้จริิง
ควรใช้้เงิินด้้วยการทำำ�ทานนี่ �เอง จึึงเพิ่ �มข้้อทานให้้กัับ
ฆ ร า ว า ส ผู้ � ค ร อ ง เรืื อ น ทำำ� ท า น แ ล้ ้ ว จ ะ ล ด ค ว า ม โ ล ภ
ความอยากได้้เงิินทอง เพราะจะใช้้เงิินทองแบบที่�จะ
ทำำ� ใ ห้ ้ ไ ม่ ่ หิิ ว โ ห ย ทำำ� ใ ห้ ้ ใจ ไ ม่ ่ หิิ ว โ ห ย ทำำ� ใ ห้ ้ ใจ อิ่ � ม เ อิิ บ
ท�ำให้ไม่มีความรู้สึกว่าจะซื้อน่ันซ้ือน่ีอยู่เรื่อยๆ อันนี้เป็น
ข้อเพ่ิมข้อท่ี ๒ ศีลก็เหมือนกับของไตรสิกขาของพระ
ศีีลและข้้อภาวนาก็็เป็็น ๒ ข้้อหลัังของไตรสิิกขา
คืือสมาธิิและปััญญา การภาวนาก็็คืือการปฏิิบััติิบำำ�เพ็็ญ
เพื่�อให้้เกิิดสมาธิิ และเกิิดปััญญาขึ้�นมา อัันนี้้�พููดคร่่าวๆ
ดูกู ่่อน เพราะจะออกนอกลู่�นอกทางไปละ อัันนี้้�ก็พ็ ููดเรื่�อง
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 79
ธรรมะที่�ควรจะศึกึ ษา นี่่�คือื แก่น่ ของศาสนา ศึกึ ษาแค่น่ี้�พอ
อย่่างอื่�นก็็ศึึกษาได้้ แต่่ไม่่สำำ�คััญเท่่ากัับศึึกษาแก่่นนี้้�ก่่อน
ให้้รู้�แก่่นว่่า นี่่�แหละคืือสิ่�งที่�เราจะต้้องปฏิิบััติิ อย่่างธรรม
อย่่างอื่�นนี่่�ก็็เป็็นธรรมเสริิมในการปฏิิบััติิ ทาน ศีีล สมาธิิ
ปััญญา ที่่�เสริิมคืือการมาศึึกษา แล้้วถ้้านำำ�เอาไปปฏิิบััติ ิ
แล้้วจะหายสงสััยในธรรมคำำ�สอนของพระพุุทธเจ้้าว่่า
รสแห่่งธรรมชนะรสทั้�งปวง ความสุุขที่�ได้้จากการ
ปฏิิบััติิธรรมนี่�เหนือื จากความสุขุ ที่�ได้จ้ ากการกระทำำ�อะไร
ต่่างๆ หรืือเปล่่า อัันนี้�จะมีีความเชื่�อมั่�นเลยว่่า พระพุุทธ
พระธรรม พระสงฆ์์ นี้้� ถ้้าได้้สััมผััสกัับรสแห่่งธรรม
ว่่าเป็็นธรรมที่่�ดัับทุุกข์์ได้้นี่่� จะไม่่สงสััยในพระพุุทธเจ้้า
เพราะพระพุทุ ธเจ้า้ นี้�เป็น็ ผู้�ที่�สอนธรรมนี้�เอง และเมื่�อเรานำำ�
ธ ร ร ม นี้ � ม า ป ฏิิ บัั ติิ แ ล้ ้ ว เ ห็็ น ผ ล ว่ ่ า มีี ป ร ะ โ ย ช น์ ์ กัั บ จิิ ต ใจ
ดับั ความทุกุ ข์ใ์ จเราได้ ้ มันั ก็เ็ ลยทำำ�ให้เ้ รา มีดี วงตาเห็น็ ธรรม
ผู้�เห็็นธรรมก็็จะเห็็นพระพุุทธเจ้้า เพราะรู้้�ว่่าธรรมนี้�
มาจากพระพุุทธเจ้้านั้�นเอง และผู้�ที่�จะเห็็นธรรมก็็คืือ
ผู้�ปฏิิบัตั ิดิ ีีปฏิบิ ัตั ิิชอบ คือื ผู้้�ที่่�ศึกษาและปฏิบิ ััติิตามคำำ�สอน
ของพระพุทุ ธเจ้า้ ที่�เราเรียี กว่า่ สุปุ ฏิปิ ันั โน ก็ค็ ือื พระอริยิ สงฆ์์
สาวกทั้ �งหลาย
80 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
นี่่�คืือสรุุปคร่่าวๆ วิิธีีแก้้ความสงสััยในพระพุุทธเจ้้า
พระธรรม พระสงฆ์์ ต้้องศึึกษาพระประวััติิของ
พระพุุทธเจ้้า และเราก็็ศึึกษาคำำ�สอนของพระพุุทธเจ้้า
หลัังจากที่ �พระพุุทธเจ้้าทรงตรััสรู้ �แล้้วก็็นำำ�เอาธรรมที่่�ทำำ�
ให้พระพุทธเจ้าหลุดพ้นจากความทุกข์มาสอนพวกเรา
ถ้า้ พวกเราอยากจะหลุดุ พ้น้ จากความทุกุ ข์เ์ ราก็ล็ องปฏิบิ ัตั ิ ิ
พอปฏิิบััติิแล้้วก็็จะเริ่�มเห็็นผล แล้้วต่่อไปก็็จะไม่่มีีความ
สงสััยในพระพุุทธ พระธรรม พระสงฆ์์ ว่่ามีีจริิงหรืือไม่ ่
กจ็ ะสามารถเชอื่ ไดร้ อ้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ คำ� สอนของพระพทุ ธเจา้
ที่สอนให้เราท�ำจิตใจให้สงบด้วยการเจริญสติ เช่น
อานาปานสติิ หรืือพุทุ ธานุุสติิ เวลาเรานั่�งสมาธิเิ ราก็จ็ ะได้ ้
ไม่่ต้้องสงสััยว่า่ นั่่�งดููลมแล้้วมัันจะทำำ�จิติ ให้้สงบได้้อย่า่ งไร
พุทุ โธ พุุทโธ แล้้วมันั จะทำำ�ให้จ้ ิิตสงบมีีความสุุขได้้อย่่างไร
อันั นี้�จะไม่ส่ งสัยั จะทำำ� เพราะฉะนั้�นอุปุ สรรคข้อ้ แรกก็็จะ
หมดไป นิิวรณ์์ข้้อแรกคืือ ความลัังเลสงสััย ในพระพุุทธ
พระธรรม พระสงฆ์์
ข้อ้ ที่�สองคือื กามฉันั ทะ ความยินิ ดีี ความผูกู พันั กับั รูปู
เสีียง กลิ่�น รส นี้้� วิธิ ีแี ก้ก้ ็็คือื ต้อ้ งถืือศีีล ๘ กันั ถ้า้ ผู้�ปฏิบิ ััติ ิ
ต้้องถืือศีีล ๘ ศีลี ๕ ไม่่ได้้ห้า้ มเรื่�องการเสพ รูปู เสียี ง กลิ่�น
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 81
รส แต่่ศีีล ๘ นี่่�ห้้าม เช่่น การร่ว่ มหลัับนอนกับั แฟนก็็ต้้อง
ระงัับไป ศีีล ๕ ไม่่ห้้าม ให้้ร่่วมหลัับนอนได้้ แต่่ต้้องร่่วม
หลัับนอนกัับแฟนเท่่านั้ �น ห้้ามร่่วมหลัับนอนกัับคนอื่ �น
แล้้วก็็ห้้ามหาความสุุขจากการรัับประทานอาหารมาก
เกินิ ไป เพราะการรับั ประทานอาหารมากเกินิ ไปก็จ็ ะสร้า้ ง
นิิวรณ์์อีีกข้้อหนึ่ �งคืือความง่่วงเหงาหาวนอน กิินมากนี่ �
เขาเรีียกหนัังท้้องตึึงหนัังตาจะหย่่อน นั่่�งสมาธิิจะสััปหงก
เดิินจงกรมก็็เดิินไม่่ไหวอยากจะหาหมอนเพีียงอย่่างเดีียว
เลยต้้องถืือศีีลข้้อ ๖ นี้้� คืือ ละเว้้นจากการรัับประทาน
อาหารหลัังจากเที่�ยงวัันไปแล้้ว จะทำำ�ให้้ร่่างกายเบา
ไม่ง่ ่ว่ งนอน เวลานั่�งสมาธิใิ นช่ว่ งตั้�งแต่บ่ ่า่ ยลงไปนี้้�ก็จ็ ะสงบ
จะไม่ง่ ่ว่ งนอน ถ้า้ รับั ประทานมื้�อเย็น็ ด้ว้ ยกว่า่ จะได้ภ้ าวนานี้้ �
มัันก็็เข้้าไปดึึก ดึึกจนกระทั่ �งก็็ง่่วงอีีกละ ช่่วงกลางวัันก็็
ถ้้ารัับประทานช่่วงกลางวัันมัันก็็ง่่วงตอนบ่่ายก็็จะหาเวลา
ปฏิบิ ััติิยาก ศีลี ข้อ้ ๖ นี่่�ก็็จะช่่วยแก้เ้ รื่�องนิิวรณ์์เรื่�องความ
ง่่วงเหงาหาวนอนได้้ด้้วย แล้้วก็็ระงัับกามฉัันทะป้้องกััน
คอื กนั ไวเ้ ปน็ เหมอื นหา้ ม หา้ มปรามดว้ ยการถอื ศลี เมอื่ เรา
ถือื ศีลี แล้ว้ ก็เ็ ราก็ร็ู้�ว่าเราหลับั นอนกับั แฟนไม่ไ่ ด้้ อาจจะต้อ้ ง
เอาเวลาหลับั นอนมาภาวนากันั แทน ดูหู นังั ฟังั เพลงก็ไ็ ม่ไ่ ด้้
82 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ร้้องรำำ�ทำำ�เพลงก็็ไม่่ได้้ แต่่งเนื้�อแต่่งตััวให้้สวยให้้งาม
ก็็ไม่่ได้้ เพราะเป็็นการหาความสุขุ จากทาง รูปู เสีียง กลิ่�น
รส นี่่� และข้้อ ๘ ก็ค็ ือื ไม่ใ่ ห้น้ อนบนฟููกหนาๆ เตีียงใหญ่่ๆ
ที่่�มัันสุุข ที่่�มัันสบาย อย่่างมานอนเตีียงสำำ�ราญ สมััยนี้�
เขานิิยมขายเตีียงสำำ�ราญกัันนะ เพื่�อให้้นอนได้้สบาย
นอนได้น้ านๆ แต่ผู่้�ปฏิบิ ัตั ิเิ รานี่่�ต้อ้ งการนอนน้อ้ ยๆ ต้อ้ งการ
พัักร่่างกายพอให้้ร่่างกายได้้พัักผ่่อน แต่่จะไม่่นอนมาก
เกิินกว่่าความต้้องการของร่่างกาย ก็็ให้้นอนบนพื้ �นแข็็งๆ
นอนกับั พื้�น ปูเู สื่�อหรือื ปูผู ้า้ กันั ความเย็น็ ได้อ้ ยู่่� ถ้า้ ความเย็น็
มัันอาจทำำ�ให้้ร่่างกายไม่่สบายได้้ ต้้องมีีผ้้าหรืืออะไรปูู
กัันได้้แต่่ไม่่ให้้ปููฟููกหนาๆ เพื่�อความสุุขความสบาย
เพราะมัันสบายแล้้วมัันจะนอนมากเกิินไป อัันนี้ �เป็็นการ
ห้า้ มปรามกามฉันั ทะในระดับั ต้น้ คือื ทางกาย กับั ทางวาจา
ทางศีลี แต่ย่ ังั ไม่พ่ อนะ ยังั ต้อ้ งมีอี ีกี ระดับั หนึ่�งที่�เราเรียี กว่า่
การใช้้สติิคอยควบคุุมใจที่่�มักั จะคิดิ หา รูปู เสีียง กลิ่�น รส
ใจ วัันๆ หนึ่�งเราจะคิิดแต่ว่ ่า่ จะไปกิินที่�ไหน จะไปดื่�มอะไร
จะไปเที่�ยวที่�ไหน จะไปอะไรต่่างๆ อยู่�ตลอดเวลา เราต้อ้ ง
ใช้ส้ ติิ เช่น่ การเจริญิ พุทุ ธานุสุ ติิ คอยย้ำำ��ๆ ความคิดิ ปรุงุ แต่ง่
ต่่างๆ อัันนี้้�ก็็จะทำำ�ให้้กามฉัันทะนี้้�มัันอยู่ �ภายใต้้การ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 83
ควบคุมุ ของเราได้้ แล้ว้ ก็ต็ ้อ้ งไปปลีกี วิเิ วกด้ว้ ย คือื ต้อ้ งไปอยู่�
ในที่่�ห่า่ งไกลจาก แสง สีี เสียี ง จาก รูปู เสียี ง กลิ่�น รส ต่า่ งๆ
เพราะถ้้าอยู่�ใกล้แ้ ล้้วมันั อดไม่ไ่ ด้้ เห็น็ คนอื่�นเค้้ากินิ อาหาร
เย็็นน้ำำ��ลายมัันไหล อยากกิิน เห็็นคนอื่�นดููหนัังฟัังเพลง
ก็็อยากจะร้อ้ งรำำ�ทำำ�เพลงไปกัับเขา ก็เ็ ลยต้้องไปปลีกี วิเิ วก
ไปอยู่�ที่�ไกลที่�สงบ ให้้เจริญิ สติิ เพราะถึึงแม้จ้ ะอยู่�ไกลแล้้ว
ยัังอดถึึงไม่่ได้้ คิิดบ่่อยๆ เดี๋�ยวก็็ทนอยู่�ไม่่ได้้ ก็็จะอยาก
จะกลับั บ้้าน อยากจะกลัับไปหารููป เสีียง กลิ่�น รส ใหม่่
ก็ต็ ้อ้ งหมั่�นเจริญิ สติิ และการหมั่�นเจริญิ สตินิ ี้้�ก็เ็ ป็น็ การช่ว่ ย
แก้้นิิวรณ์์ข้้อจิิตฟุ้�งซ่่านได้้ด้้วย เพราะเวลาจิิตมีีสติิ
ควบคุมุ จิิตก็จ็ ะไม่ค่ ิดิ ฟุ้�งซ่่าน อันั นี้�อาจเจริิญสติิเพื่�อระงัับ
กามฉัันทะ ระงัับนิิวรณ์์ในการทำำ�จิิตให้้ฟุ้�งซ่่านด้้วย
ยิงิ นกด้ว้ ยกระสุนุ นัดั เดียี วได้น้ กสองตัวั เจริญิ สติอิ ยู่�เรื่�อยๆ
แล้้วจะควบคุุมกามฉัันทะได้้ และก็็ควบคุุมความฟุ้�งซ่่าน
ของจิิตใจได้้
สว่ นนวิ รณข์ อ้ สดุ ทา้ ย คอื โกรธ ความโกรธนี้ บางครง้ั
บางคราวเราอาจจะไปมปี ญั หากบั คนนนั้ คนน้ี แลว้ กท็ ำ� ให้
เกิดอารมณ์โกรธ คั่งค้างอยู่ในใจ บางทีเค้าพูดค�ำเดียว
ตั้�งแต่เ่ ช้า้ ตอนเย็น็ นี่�ใจก็ย็ ังั คิดิ ถึงึ ยังั โกรธเขาอยู่� พระพุทุ ธเจ้า้
84 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
สอนว่่าให้้ใช้้หลัักเมตตา คืือให้้รู้้�จักให้้อภััย อย่่าถืือโทษ
โกรธเคืืองกััน ให้้เราคิิดว่่าเราเป็็นเหมืือนลิ้�นกัับฟัันอยู่�
ด้้วยกััน ก็็ย่่อมมีีการพลาดพลั้�งขบกัันได้้บ้้าง บางครั้�งฟััน
ก็็ไปขบกัับลิ้�น ก็ต็ ้อ้ งรู้�จักยกโทษให้้กััน อย่า่ ถือื สา ให้้อภัยั
อเวรา โหนตุุ อย่่าจองเวรจองกรรมกััน ถ้้าเราให้้อภััยได้้
ใจเราก็จ็ ะสงบไม่่ร้อ้ น
นี่่�ก็เ็ ลยสรุปุ นิวิ รณ์์ ๕ ข้อ้ แบบแนวทางของการปฏิบิ ัตั ิิ
อาจจะไม่่เรีียงตามลำำ�ดัับ อย่่างที่่�พููดตอนต้้น แต่่เมื่�อพููด
ถึึงเรื่ �องเกี่ �ยวกัับการปฏิิบััติิแล้้ว มัันเกี่ �ยวเนื่ �องกััน ก็็เลย
สามารถที่�จะใช้้แนวทางแก้้ไข บางทีีได้้ทั้�ง ๒ อย่่าง เช่่น
สติิเพื่�อแก้้ไขควบคุุมกามฉัันทะได้้ แก้้ไขความฟุ้�งซ่่านได้้
ส่่วนเมตตา ความโกรธนี้้�ก็็ต้้องใช้้ความเมตตา ต้้องให้ ้
อภััยกันั ถ้า้ เวลามีปี ัญั หา นิิวรณ์ท์ั้�ง ๕ ไม่ไ่ ด้้หมายความว่่า
จะเกิดิ ขึ้�นทีเี ดียี วพร้อ้ มกันั ในเวลาความจริงิ ของการปฏิบิ ัตั ิิ
บางทีอี าจจะเกิดิ อันั นั้�น อันั นี้้� บางทีเี กิดิ ๒ ข้อ้ ๓ ข้อ้ บ้า้ งก็ไ็ ด้้
มัันไม่่แน่่ แต่่ไม่่ได้้หมายความว่่าจะต้้องเกิิดขึ้�นพร้้อมกััน
ทั้�ง ๕ ข้้อทีีเดีียว
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 85
อัันนี้้�พููดไว้้เพื่�อให้้เข้้าใจ จะได้้ไม่่ต้้องกัังวล โอ้้โห
มีตั้ง ๕ ข้อ เกิดทีเดียวพรอ้ มกันจะท�ำอยา่ งไร
ถาม: โดยสรุุปภาคปฏิิบััติิก็็คืือ ศีีล ๘ เจริิญสติิ แล้้วก็็
แผ่เ่ มตตา ก็็ระงัับได้้ ๕ ข้้อนี้�เลยใช่่ไหมครับั พระอาจารย์์
ตอบ: แล้้วก็ศ็ ึึกษาธรรม ปฏิบิ ััติิธรรม เบื้�องต้น้ ก็ต็ ้อ้ งศึกึ ษา
ประวััติิของพระพุุทธเจ้้า ศึึกษาคำำ�สอนของพระพุุทธเจ้้า
ศึกึ ษาประวัตั ิขิ องพระสาวก ดูพู ระสาวกเป็น็ ตัวั อย่า่ ง ว่า่ เป็น็
ผู้�ที่�เชื่�อพระพุุทธ พระธรรม คำำ�สอน แล้้วก็็น้้อมนำำ�เอา
ไปปฏิิบััติิ จนสามารถบรรลุเุ ป็็นพระสาวกขึ้�นมาได้้
ถาม: กราบขอบพระคุุณพระอาจารย์์ครัับ จะน้้อมนำำ�
ไปปฏิิบััติิต่่อไปครัับ พระอาจารย์์เทศน์์ยาวๆ ผมฟัังแล้้ว
มันั สงบดีีครับั พระอาจารย์์ พระอาจารย์เ์ ทศน์ย์ าวๆ แล้ว้
รู้้�สึกสงบดีีครับั พระอาจารย์์ครัับ ถ้้าผมถามอีีกอันั นะครัับ
ปลิโิ พธมัันขวางสมาธิิเหมืือนกันั ไหมครัับพระอาจารย์์
ตอบ: ก็็เคยได้้ยิินคำำ�นี้้� แต่่เราไม่่ค่่อยสัันทััด ถ้้าเข้้าใจ
ก็ส็ิ่�งคั่�งค้า้ งอยู่�ในใจ เรื่�องใดเรื่�องหนึ่�ง บางทีไี ปคั่�งค้า้ งอยู่่�กับั
งานที่่�ทำำ�อยู่�อย่า่ งนี้้� คุณุ หมอทำำ�งานอยู่�อย่า่ งนี้้�ก็จ็ ะไปภาวนา
86 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ยัังไปติิดขััด ติิดค้้างอยู่่�กัับงานที่่�ทำำ� มััวแต่่ไปคิิดถึึงเรื่�อง
งานที่่�ทำำ�มันั ก็็เลยกลายเป็น็ ปลิิโพธขึ้�นมา
ถาม: อันน้ไี ม่ใชน่ ิวรณ์ มนั ต่างกัน
ตอบ : ก็ค็ ล้้ายๆ กััน เป็็นอุุปสรรค ที่่�จิิตใจเรายัังไปผูกู พััน
ติดิ อยู่� บางทีกี ังั วลกัับเรื่�องนั้�น วันั นั้�นวันั นี้� สิ่�งนั้�นสิ่�งนี้้� เวลา
มาภาวนา ก็ไ็ ม่่ยอมอยู่่�กัับพุทุ โธ ไม่่ยอมอยู่่�กัับลม เพราะ
สติิมีีกำำ�ลัังน้้อยไป ถึึงต้้องสอนว่่า ก่่อนจะมาปฏิิบััติินี่่ �
ตอ้ งหมั่นเจริญสตอิ ยเู่ ร่อื ยๆ อย่าให้มอี ะไรคง่ั ค้างอยใู่ นใจ
ลบมนั ออกไปด้วยการเจริญสติอย่เู รื่อยๆ ก่อน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 87
88 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๘. มักนอย สันโดษ
สนทนาปญั หาธรรม วันท ่ี ๒๐ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕
ความมักน้อยก็คือ ต้องการน้อยๆ เอาเท่าท่ีจ�าเป็น
ต่อการด�ารงชีพ สันโดษก็คือ ยินดีตามมีตามเกิด ยินดี
ตามมตี ามได ้ คอื ใหย้ นิ ดมี กั นอ้ ยสนั โดษในปจั จยั สเ่ี ปน็ หลกั
คอื อาหาร เครอ่ื งนงุ่ ห่ม ท่ีอยู่อาศยั ยารกั ษาโรค คือไม่
อยากจะให้เสียเวลากับการหาส่ิงเหล่านี้มากจนเกินไป
ดเู หตุผลวา่ สงิ่ เหล่านีม้ ีไวเ้ พ่ืออะไร เพอ่ื ดา� รงชพี อาหารนี่
กเ็ พื่อกา� จัดความหิวของรา่ งกาย เครือ่ งนุ่งห่มก็มไี ว้ปกปิด
อวัยวะร่างกาย ทอี่ ยู่อาศัยกไ็ ว้หลบแดด หลบฝึน ยารักษา
โรคกไ็ วส้ า� หรบั รกั ษาโรคภัยธรรมชาติที่เกิดขน้ึ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 89
เพราะฉะนั้�น ถ้้ามัักน้้อยที่่�สุุดก็็ต้้องดููที่�พระ พระนี้�
เป็็นผู้�ใช้้น้้อยที่่�สุุด โดยเฉพาะผู้�ที่�ปฏิิบััติิธุุดงควััตรต่่างๆ
ธุุดงควััตรนี้้�ก็็เป็็นการสอนพระให้้อยู่�แบบมัักน้้อย เช่่น
ฉันั ในบาตร ฉันั มื้�อเดียี ว บิณิ ฑบาต ก็ค็ ือื ไม่แ่ สวงหาด้ว้ ยความ
อยากในรสชาติขิ องอาหารต่า่ งๆ บิณิ ฑบาตแล้ว้ แต่จ่ ะได้ม้ า
ได้ม้ าแล้ว้ ก็ใ็ ห้ฉ้ ันั มื้�อเดียี ว ฉันั ครั้�งเดียี วก็พ็ อสำำ�หรับั ร่า่ งกาย
ฉัันในบาตรภาชนะเดีียว จะได้้ไม่่วุ่�นวายกัับการที่�จะ
ต้้องคอยล้้างถ้้วยล้้างชาม ล้้างช้้อน ล้้างอะไรต่่างๆ
บาตรใบเดีียว ถ้้าพระปฏิิบััติิจริิงๆ นี้้�แม้้แต่่ช้้อนท่่าน
กไ็ มใ่ ช้ ทา่ นฉนั ดว้ ยมอื เวลาฉนั เสรจ็ นม้ี นั สะดวก ลา้ งบาตร
ใบเดียว ล้างปุ๊บ เช็ดปุ๊บเสร็จแล้ว ก็หมด ถ้าฉันแบบ
ฆราวาส ต้องมีจานชนิดต่างๆ ถ้วยชามชนิดต่างๆ ไว้ใส่
อาหารต่างๆ อาหารคาว อาหารหวาน อาหารเคม็ อะไร
ตา่ งๆ ก็ตอ้ งใช้ถ้วยชามมาก เมอ่ื ใช้มาก เวลารับประทาน
เสร็จกต็ ้องลา้ งชาม ล้างถ้วยกันอีก เหน่อื ย คอื ผลที่ไดร้ บั
จากการรัับประทานอาหารก็็เหมืือนกััน คืืออิ่ �มเหมืือนกััน
กำำ�จััดความหิิวเหมืือนกััน เพราะฉะนั้�น สำำ�หรัับพระนี้้ �
พระพุทุ ธเจ้า้ สอนว่า่ อย่า่ ไปเสียี เวลามากกับั การดูแู ลรักั ษา
ร่า่ งกาย ดูแู ลได้้ แต่ใ่ ห้ม้ ันั แบบง่า่ ยที่่�สุดุ แล้ว้ ก็น็ ้อ้ ยที่่�สุดุ ก็ค็ ือื
90 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ถ้้าบิิณฑบาตก็็ให้้ฉัันในบาตร ฉัันมื้ �อเดีียว ฉัันครั้ �งเดีียว
ส่่วนเครื่�องนุ่�งห่่มก็็ให้้ใช้้ผ้้าไตร ๑ ชุุด ๑ สำำ�รัับ ก็็พอ
ผ้า้ ที่�พระใช้้นุ่�งห่่มก็็มีี ๓ ผืืน ผ้้านุ่�ง ที่�เราเรีียกว่่าสบง ผ้้าห่่ม
เรีียกว่า่ จีีวร แล้ว้ ก็็ผ้า้ ที่�พาดไหล่น่ ี่่� เรีียกว่่าผ้้าสัังฆาฏิ ิ ทำำ�ไม
พาดไหล่่ ความจริงิ ผ้า้ พาดไหล่น่ี้�เป็น็ ผ้า้ จีวี ร ๒ ชั้�นไว้ส้ ำำ�หรับั
ห่ม่ กันั หนาว เวลาหลัับนอน ถ้า้ ไปอยู่�ในป่่า หรือื บางทีเี จอ
อากาศหนาวก็็ใช้ผ้ ้้าสังั ฆาฏิินี้�มาห่ม่ ก่่อน แต่เ่ นื่�องจากว่่ามี ี
พระวิินััยบัังคัับให้้พระคอยดููแลรัักษาผ้้านี้ �ให้้อยู่ �ใกล้้ตััว
เสมอ ดังั นั้�นเวลาที่่�ท่่านไม่ไ่ ด้ใ้ ช้้ผ้้าสังั ฆาฏิิ แต่เ่ วลาท่่านไป
ทำำ�กิิจท่่านก็จ็ ะเอาไปพาดไว้้บนไหล่่ เพื่�อให้ผ้ ้า้ ๓ ผืืนนี้�อยู่�
ติิดตััว เพราะในสมััยพุุทธกาลนี้้� ท่่านไม่่ได้้อยู่�ตามวััด
ตามกุุฏิิที่่�มีีที่่�ปิิดมิิดชิิด ที่่�สามารถที่ �จะป้้องกัันขโมยหรืือ
สัตั ว์์ซุุกซน เช่น่ ลิงิ ท่า่ นอยู่�ในป่า่ ท่่านก็็ไม่่มีีอะไรที่่�มิดิ ชิิด
ถ้า้ ไม่เ่ อาผ้า้ ติดิ ตัวั ไปแขวนไว้้ บางทีลี ิงิ มันั ซนมันั เข้า้ มาค้น้ หา
แล้้วเดี๋�ยวมันั ก็เ็ อาไปเล่น่ เอาไปกััดให้ข้ าด ก็็จะกลายเป็็น
ปััญหาขึ้�นมาได้้ พระเลย เวลาที่่�ท่่านไม่่ได้้ใช้้ผ้้าสัังฆาฏิ ิ
ไว้้ห่่มกัันหนาว เวลาที่่�ท่่านต้้องไปประกอบพิิธีีอะไรต่่างๆ
ท่่านก็็เลยเอาผ้า้ สังั ฆาฏิินี้�พาดไว้บ้ นไหล่่ เพื่�อให้ม้ ีผี ้้าครอง
ที่�เรีียกว่่าผ้้า ๓ ผืืนนี้้� ติิดตััว รัักษาผ้้าครองไว้้ เพื่�อที่�จะ
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 91
ได้้ไม่่มีีปััญหาเกี่�ยวกัับเรื่�องจีีวร เรื่�องเครื่�องนุ่�งห่่ม นี่่�ก็็ผ้้า
ให้้ใช้้ ๓ ผืนื ก็็พอ
ส่ว่ นที่�อยู่�อาศัยั ถ้า้ อยู่�ในป่า่ ก็ห็ าที่�ใต้ล้ ม หากิ่�งไม้ใ้ บไม้้
หาอะไรมามุุงมาบััง พอให้้หลบแดดหลบฝนได้้ หรืือว่่า
ถ้า้ จะสร้า้ ง ก็็สร้า้ งเพิิง สร้า้ งอะไรเล็็กๆ พอกันั แดดกัันฝน
ได้้ก็็พอ ขอให้้มีีที่�เดิินจงกรม และมีีที่�นั่�งสมาธิิเป็็นปััจจััย
สำำ�คัญั สำำ�หรัับที่�อยู่�ของพระ แล้้วก็็ให้เ้ ป็็นที่�สงบสงัดั วิเิ วก
ไม่่ยุ่�งเกี่�ยวกับั ใคร อยู่�คนเดีียว จะได้ไ้ ม่ม่ ีีใครมารบกวนใน
การปฏิบิ ัตั ิิ
ส่่วนยารัักษาโรคภััยไข้้เจ็็บ ท่่านสอนให้้ใช้้ยาดอง
นำ�้ มตู ร ยาดองนำ�้ ปสั สาวะ เอาผลไมพ้ วกสมอ พวกอะไรนี ้
แล้้วก็็เอาน้ำำ��ปััสสาวะของตนมาดอง สามารถดื่�มเป็็น
ยาดองได้้ เวลาเกิิดอาการเจ็็บท้้อง หรืือมีีโรคภััยไข้้เจ็็บ
แบบธรรมดา ปวดหัวั ตััวร้้อนอะไร ท่่านก็็จะใช้ก้ ารรัักษา
แบบนี้้�กััน คืือไม่่ต้้องไปพึ่�งอะไรให้้มากเกิินไป ไม่่ต้้องไป
พึ่�งหมอ พึ่่�งโรงพยาบาล เพราะท่่านอยู่�ไกล ไปอยู่�ในป่่า
ในเขา ท่่านก็็ต้้องอาศััยสิ่ �งที่่�ท่่านมีีกัับตััว ที่่�หาได้้ในพื้ �นที่่ �
น่เี รยี กวา่ สันโดษ มักนอ้ ยในปัจจัยสี่
92 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ส�ำหรับผู้ที่ครองเรือน ที่สนใจกับการปฏิบัติธรรม
ก็็สามารถปรัับให้้มัันคล้้ายๆ กัับของพระได้้ เช่่น อาจจะ
รัับประทาน ๒ มื้้�อ ไม่่เกิินมื้�อเที่�ยง หลัังจากเที่�ยงไปแล้้ว
ก็็ไม่่รัับประทาน หรืือถ้้าอยากจะมัักน้้อยกว่่านั้�น ก็็เอา
มื้ �อเดีียวเหมืือนพระก็็ได้้ ส่่วนอาหาร ถ้้าอยากจะทำำ�
เหมืือนพระก็็ เวลารัับประทานอาหารอะไรก็็เอามาใส่ ่
ภาชนะเดีียว หาชามใบใหญ่ๆ่ สักั ใบหนึ่�ง แล้ว้ อาหารคาว
หวานก็็เอามาใส่่ในภาชนะอัันนี้้� โดยให้้คิิดว่่าในที่่�สุุด
มัันก็็ต้้องไปรวมกัันในท้้องอยู่่�ดีี เพราะฉะนั้�นการ
รัับประทานเพื่ �อกำำ�จััดกิิเลส ก็็รัับประทานแบบเอามา
รวมกันั ในภาชนะเดียี วกันั เพื่�อจะได้ไ้ ม่ไ่ ปวุ่�นวายกับั อาหาร
ชนิิดต่่างๆ อาหารชนิิดนั้�น ชนิิดนี้้� ชอบกิินอาหารนั้�น
ไม่่ชอบกิินอาหารนี้้� ให้้แบบเอาอาหารมารวมกัันแล้้วมััน
จะได้ต้ ััดความรักั ความชัังในอาหารต่่างๆ ได้้ กิินเพื่�ออยู่�
ไม่ไ่ ด้อ้ ยู่�เพื่�อกินิ ไม่ไ่ ด้ก้ ินิ เพื่�อความสุขุ กินิ เพื่�อดับั ความทุกุ ข์์
ดัับความหิิว ดัังนั้�น ในที่่�สุุดอาหารที่�เรารัับประทาน
ที่ �เราแบ่่งเป็็นจานๆ มัันก็็ต้้องไปรวมกัันในท้้องอยู่่�ดีี
ดัังนั้ �น สำำ�หรัับนัักปฏิิบััติิก็็เลยว่่า ก็็ให้้มัันรวมกัันในจาน
ในภาชนะก่่อนที่�จะรับั ประทาน แล้้วท่่านก็ค็ ลุุกมันั ไปเลย
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 93
ก็ไ็ ด้ค้ ลุกุ ที่�อาหารใส่ไ่ ปในภาชนะนั้�น รับั ประทานเหมือื นยา
ไม่่ได้้รัับประทานเพื่ �อให้้เป็็นความสุุขจากรสชาติิ รููป
สีีสัันต่่างๆ คลุุกมัันเข้้าไป คิิดว่่าเดี๋�ยวมัันก็็ต้้องไปรวมกััน
ในท้อ้ ง อันั นี้้�รับั ประทานแบบดับั กิเิ ลส ฆ่า่ กิเิ ลส ไม่ใ่ ห้ก้ ิเิ ลส
คืือความชอบรสอย่่างนั้�น ชอบรสอย่่างนี้้� แต่่ต้้องกิิน
แยกกันั รสหวานต้อ้ งกินิ แยกกับั รสเค็ม็ ของกรอบต้อ้ งแยก
กัับของน้ำำ�� อะไรอย่่างนี้้� เป็็นการตััดเรื่�องกิิเลสมัันจะได้้
ไม่วุ่่�นวาย เพราะถ้า้ เราไปปฏิบิ ัตั ิิ แล้ว้ เราต้อ้ งไปอยู่่�ที่่�สำำ�นักั
ปฏิิบััติินี้้� จะไม่่ได้้รัับประทานอาหารเหมืือนกัับที่�ไปตาม
ร้้านอาหาร ที่่�เราสามารถสั่�งอาหารชนิิดนั้�น ชนิิดนี้�ได้้
ทางสำำ�นัักปฏิิบััติิเขาก็็อาจจะจััดอาหารแบบพื้ �นๆ มีีอะไร
ก็็กิินไป ตามมีี ตามเกิิด ถ้้าเราฝึึกกิินแบบง่่ายๆ มัันก็็จะ
ไม่่มีปี ััญหาต่่อการปฏิบิ ััติิของเรา
เสื้�อผ้้าก็็ซื้�อของไม่่ต้้องแบรนด์์เนมก็็ได้้ เสื้�อผ้้าก็็
มีีไว้ส้ ำำ�หรัับสวมใส่่ ปกปิิดร่่างกาย ป้้องกัันภััยจากอากาศ
หนาวเย็น็ เป็น็ ต้น้ เสื้�อผ้า้ ถูกู ๆ ก็ท็ ำำ�หน้า้ ที่�ได้เ้ หมือื นกับั เสื้�อผ้า้
ราคาแพงๆ อาหารก็เหมือนกัน อาหารถูกๆ กับอาหาร
แพงๆ มันก็ท�ำหน้าที่เหมือนกัน คือดับความหิว เล้ียงดู
ร่างกายใหอ้ ยู่ ทีอ่ ยูอ่ าศัยก็เหมือนกนั จะราคาแพงๆ หรือ
94 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
ราคาถกู มนั กท็ ำ� หนา้ ทไี่ ดเ้ หมอื นกนั รกั ษาโรค๓๐บาทหรอื
ไปรกั ษาโรงพยาบาลสามหมนื่ บาทตอ่ ครง้ั ท่โี รงพยาบาล
เอกชน มัันก็็รัักษาโรคได้้เหมืือนกััน แล้้วก็็ถ้้าจะตายก็็
ตายได้้เหมืือนกััน อัันนี้้�ก็็จะช่่วยประหยััดเงิินทองได้้เยอะ
เพื่ �อที่่�ผู้้�ต้้องการจะใช้้เวลากัับการปฏิิบััติิจะได้้มีีเวลามา
ปฏิิบััติิมากขึ้�น เพราะว่่าไม่่ต้้องเสีียเวลากัับการไปหาเงิิน
หาทอง เพื่�อมาซื้�อของแพงๆ ใช้ ้ซื้�อของแพงๆ รับั ประทาน
อัันนี้้�ก็็แนวทางของความมัักน้้อย สัันโดษ เพื่�อให้้ไม่่ต้้อง
มาเสีียเวลามากกัับการหาปััจจััยสี่่� มาเลี้�ยงปากเลี้�ยงท้้อง
จะได้้มีีเวลามาใช้้กัับการปฏิิบััติิได้้มากขึ้ �นไปตามลำำ�ดัับ
จนสามารถไปอยู่�แบบพระได้้ ไปบวชได้้ ก็็จะได้้มีีเวลา
ปฏิิบััติิได้้อย่่างเต็็มที่่� แต่่ขณะที่�เป็็นฆราวาสก็็ทำำ�แบบนี้�
คืือ ใช้้ของถููกๆ จะได้้ไม่่ต้้องหาเงิินมาซื้�อของแพงๆ ใช้้
จะได้้ลดเวลาการทำำ�งานลง จะได้้มีีเวลามาฝึึกหััดปฏิิบััติ ิ
ธรรมเพิ่�มมากขึ้�น แล้้วพอได้้ปฏิิบััติิธรรม และได้้สััมผััส
กัับผลที่ �เกิิดจากการปฏิิบััติิ ก็็จะทำำ�ให้้เกิิดมีีฉัันทะ วิิริิยะ
มีีศรััทธาที่�อยากจะปฏิิบััติิเพิ่�มมากขึ้�น จนในที่่�สุุดก็็จะ
เห็น็ ว่า่ พร้อ้ มที่�จะไปปฏิิบัตั ิิแบบพระได้้ต่่อไป
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 95
นกี่ ค็ อื เรอ่ื งของความมกั นอ้ ยสนั โดษ มคี ณุ มปี ระโยชน ์
เพราะมัันไม่่กดดัันจิิตใจให้้จะต้้องคอยไปหาสิ่�งต่่างๆ มา
บำำ�รุุงบำำ�เรอร่่างกายเกิินความจำำ�เป็น็ ใช้้ของง่า่ ยๆ ใช้้ของ
เรีียบง่่าย ใช้้ของถููกๆ นี้้�มัันก็็ทำำ�หน้้าที่�ได้้เหมืือนกััน ได้้มี ี
เวลามาภาวนาดีกี ว่า่ หรือื มีเี วลาอยู่�เฉยๆ การอยู่�เฉยๆ ได้น้ี่�
ก็็เป็น็ ความสุุข ไม่่ต้้องดิ้�นรน หานู่�น หานี่�อยู่�เรื่�อยๆ
ถาม: ตอนที่�ไปปฏิิบััติิอยู่�บนเขา ก็็รู้้�สึึกว่่ามัันก็็ลำำ�บาก
พอสมควรเหมืือนกัันนะครัับพระอาจารย์์ ด้้วยความที่�
เราจะต้้องมีีของน้้อยๆ อย่่างนี้�นะครัับ แล้้วถ้้าในช่่วงที่�
ฝึกึ ปฏิิบััติิ ก็เ็ ข้า้ ใจได้้ว่่าพระพยายามที่�จะฝึกึ ปฏิบิ ัตั ิิ ก็เ็ ลย
ต้้องสู้้�กับั กิิเลส แล้ว้ ทีนีี้�ผมก็็เลยสงสััยว่่า แล้้วถ้้าอย่่างพระ
บางรปู ทเ่ี หมอื นทา่ นกด็ วู า่ จติ ของทา่ นกส็ บายแลว้ แตท่ า่ น
กย็ ังอยูแ่ บบมักน้อยสนั โดษได้เหมือนเดมิ
ตอบ: เพราะว่่ามัันกลายเป็็นนิิสััยไป ความมัักน้้อย
สันั โดษนี้้�มันั สบายกว่า่ การที่�จะต้อ้ งอยู่�แบบหรูหู รา หรูหู รา
ก็็ต้้องคอยมาสร้้าง มาคอยดููแลรัักษา คนที่�เคยอยู่�แบบ
มักั น้อ้ ย เช่น่ ในสมัยั พระพุทุ ธกาลก็ม็ ีพี ระมหาเถระรูปู หนึ่�ง
ชื่�อพระมหากัสั สปะ ท่า่ นก็เ็ ป็น็ ผู้�เด่น่ ในการมักั น้อ้ ยสันั โดษ
96 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
แม้พ้ ระพุทุ ธเจ้า้ บอกว่า่ มหากัสั สปะ ท่า่ นเป็น็ พระเถระแล้ว้
ท่่านมีีลููกศิิษย์์ลููกหามากมาย และท่่านก็็ไม่่มีีปััญหากัับ
เรื่�องกิเิ ลสแล้ว้ ทำำ�ไมท่่านยัังใช้ผ้ ้า้ ขาดๆ ปะอยู่่� ทำำ�ไมท่า่ น
ยัังฉัันในบาตรอยู่่� ทำำ�ไมไม่่สงเคราะห์์ศรััทธาญาติิโยมที่ �
เขาอยากจะถวายของละเอียี ด ของประณีตี ให้ท้ ่า่ นได้ใ้ ช้้ ได้้
รับั ประทาน พระกัสั สปะท่า่ นก็ต็ อบดี ี ท่า่ นบอกว่า่ เหตุผุ ล
คือื ท่า่ นทำำ�เพื่�อ ๒ เหตุผุ ลด้ว้ ยกันั ๑. มันั เป็น็ นิสิ ัยั มันั สบาย
ท่่านบอกท่่านอยู่ �แบบมัักน้้อย สัันโดษมาจนกระทั่ �งมััน
ติิดเป็็นนิิสััย จะให้้มาเปลี่�ยนอยู่�แบบอย่่างอื่�นนี้้�มัันขััดกัับ
นิิสัยั ของท่่าน ๒. เพื่�อจะได้้เป็น็ แบบฉบับั ของพระรุ่�นใหม่่
ที่�มาศึึกษา มาบวช จะได้เ้ ห็็นการอยู่�แบบมัักน้้อยสัันโดษ
นี้ �อยู่่�กัันอย่่างไร ท่่านก็็เลยบอกว่่าท่่านก็็ขออยู่ �แบบนี้ �
ต่อ่ ไป จีวี รท่า่ นเก่า่ ท่า่ นขาดก็ข็ อปะ ขอเย็บ็ ท่า่ นก็พ็ ยายาม
บิณฑบาต ฉันในบาตร ไม่รับกิจนิมนต์ ไม่รับอาหาร
อนั ประณตี ละเอยี ดทศี่ รทั ธาญาตโิ ยมจะถวาย ถา้ จะถวาย
กใ็ หใ้ ส่ไปในบาตร พระพทุ ธเจ้าบอกว่า “สาธุ” หลังจากท่ี
ได้ยินเหตผุ ลของทา่ นแล้ว ท่านกบ็ อก “สาธุ”
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 97
98 วิสัชนาธรรม เล่ม ๓
๙. วิริยะ ควำมเพยี รทถ่ี กู ตอง
สนทนาปัญหาธรรม วันท่ ี ๒๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๕
ถาม: พระอาจารย์ครับ วันก่อนได้ฟังธรรมะย้อนหลัง
ไปครับ ก็ฟังเร่ืองบารมี ๑๐ ครับ ฟังแล้วก็ชอบใจมาก
เลยครบั แลว้ กม็ ีไปฟังเรื่องมรรค ๘ ปรากฏิวา่ ผมฟงั แล้ว
ผมติดขัดอยู่ตรงเรื่องวิริยะครับ พระอาจารย์ครับ
ในวิรยิ ะบารมี กบั สัมมาวายาโม จรงิ ๆ แลว้ ธรรม ๒ บทนี้
เปน็ เรื่องเดยี วกนั ใช่ไหมครับ
พ่ระอาจึารย์: เรื่องเดียวกัน มรรค ๘ กับบารมี ๑๐ นี้
ก็เป็นเร่ืองเดียวกัน เพียงแต่ว่าแสดงต่างลักษณะกัน
แต่ก็เปน็ ทางสูน่ ิพพานเหมอื นกนั
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต 99