ขัน้ ที่ 2 ทำตามแบบ (10 นาที)
8. ใหน้ กั เรียนวางรูปส้มตามขั้นตอนที่ครสู าธิตไป โดยครเู ริ่มทำทลี ะขัน้ ตอนพร้อมนักเรยี น จนนกั เรียน
สามารถวาดรปู สม้ ได้สำเร็จ
ขนั้ ท่ี 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ (5 นาที)
9.ครูใหน้ กั เรียนลองใช้ Paint วาดรูปส้มเอง โดยทคี่ รูไม่ไดอ้ ธบิ ายทลี ะขั้นตอน แต่อาจให้คำแนะนำ
บางครัง้ ตอนทนี่ ักเรยี นยังทำไมไ่ ด้
ขั้นท่ี 4 ฝึกทำให้ชำนาญ (20 นาท)ี
10. ให้นกั เรยี นวาดรูปตามจินตนาการของตนเองโดยใชโ้ ปรแกรม Paint เลอื กรปู แบบตา่ งๆ จากชุดคำสง่ั
โปรแกรม พร้อมตกแตง่ ให้สวยงาม
11. บันทึกภาพไว้ในโฟลเดอร์ ขอ้ มลู ของฉันท่ีสรา้ งไว้ชวั่ โมงท่ีแล้ว
12. นกั เรียนปิดเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
ช่วั โมงที่ 3
ข้นั สอน (ต่อ)
ขั้นท่ี 1 สงั เกต รับรู้ (15 นาที)
1.ทบทวนเร่ืองการใชโ้ ปรแกรม Paint โดยใช้คำถามว่า ถ้าครูจะวาดดวงอาทิตย์ครูต้องใชช้ ุดคำสั่งใดบา้ ง
(แนวคำตอบ เลือกชดุ คำสง่ั รูปแบบต่างๆ เลอื กวงกลม วาดวงกลม แล้วเติมส)ี
2. ครูถามนกั เรียนจากชวั่ โมงทแี่ ล้วนักเรียนวาดภาพตามจนิ ตนาการ ถ้าครูใหน้ ักเรียนนำภาพนัน้ มา
นำเสนอ พร้อมท้ังนำเสนอช่ือตวั เองดว้ ย นกั เรยี นคิดวา่ ควรทำอย่างไรดี ต้องใชโ้ ปรแกรมอะไร (แนว
คำตอบ พจิ ารณาคำตอบตามดลุ ยพินิจของผสู้ อน)
3. ครใู หน้ ักเรยี นสงั เกตสัญลักษณ์ บนหน้าจอเดสก์ท็อป แล้วเปิดโปรแกรม
4. ให้นกั เรยี นสงั เกตหนา้ แรก (Home) ครูอธิบายการทำงานของชุดคำสัง่ โปรแกรมนำเสนอข้อมูล เชน่
แบบอักษร ขนาดแบบอักษร เป็นต้น
27
5.นกั เรียนสังเกตหน้าแทรก (Insert) ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา่ ใชแ้ ทรกหนา้ เปลา่ ตาราง รปู ร่าง หรอื รูปภาพ
ตา่ งๆทต่ี ้องการนำเสนอ
6. นกั เรียนคลิกไปที่ ออกแบบ (Design) ครูอธบิ ายว่าเปน็ รปู แบบของงานนำเสนอ
7.นกั เรียนคลิกไปทห่ี น้า การนำเสนอภาพนง่ิ (Slide Show) ครูอธบิ ายว่า เมื่อสร้างงานนำเสนอเสรจ็
เรียบรอ้ ยแล้ว สามารถแสดงผลงานทั้งหมดได้ โดยใช้คำส่ังนี้
ขน้ั ท่ี 2 ทำตามแบบ (10 นาท)ี
8.ครสู นทนากับนักเรยี นแล้วถามวา่ ส่ิงท่ีนักเรยี นต้องทำวันนค้ี อื อะไร
(แนวคำตอบนำภาพทตี่ วั เองสรา้ งมานำเสนอ)
9.ถา้ เราจะแทรกภาพใส่ นักเรียนจะใช้ชดุ คำส่งั ใด
(แนวคำตอบ ใช้คำสัง่ หนา้ Insert คลกิ สญั ลักษณ์ เลือกภาพที่ตอ้ งการนำเสนอ กดแทรก )
10.ครถู ามวา่ ถา้ ต้องการเพม่ิ สไลด์ เพื่อที่จะพิมพ์ชอ่ื -นามสกลุ นกั เรยี นจะทำอยา่ งไร
(แนวคำตอบ เลือกหนา้ แรก (Home) เลอื ก New Slide ให้พิมพ์ชอื่ -นามสกุลทส่ี ไลด์)
11.นกั เรียนลงมือปฏบิ ัติแทรกรูปภาพ เพิ่มสไลด์ และพิมพ์ชอ่ื -นามสกลุ
12.ครูใหน้ ักเรยี นเลือกที่คำสั่ง ทห่ี นา้ การนำเสนอ คลกิ เพ่ือนำเสนอ
28
ข้นั ท่ี 3 ทำเองโดยไม่มแี บบ (10 นาท)ี
13. ครูใหน้ ักเรยี นสรา้ งงานนำเสนอเอง โดยครูคอยใหค้ ำช้ีแนะ ใหน้ กั เรยี นแทรกภาพ เพ่มิ สไลด์ พมิ พช์ อื่
แลว้ นำเสนอ
ขน้ั ท่ี 4 ฝกึ ทำให้ชำนาญ (10 นาที)
14. ใหน้ ักเรียนแทรกภาพ เพิ่มสไลด์ พมิ พช์ ่อื แลว้ นำเสนอเอง โดยทคี่ รูไมไ่ ด้ช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำ
สรุป (15 นาท)ี
1.ครถู ามนักเรยี นว่า นกั เรียนรู้จกั และใช้งานโปรแกรมซอฟต์แวร์ใดบา้ ง
(แนวคำตอบ โปรแกรม Microsoft Word , Microsoft PowerPoint และPaint)
2.ครถู ามนักเรยี นว่า ถ้าครใู ห้นักเรียนพิมพ์งาน เนื้อหาเรื่องอาหารทีช่ อบ นักเรียนจะใชโ้ ปรแกรม
ซอฟตแ์ วร์ใด เพราะอะไรถึงใช้โปรแกรมซอฟต์แวรน์ ้ี (แนวตอบ เลือกใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิรด์
(Microsoft Word) เพราะเป็นโปรแกรมประมวลผลคำ ที่ช่วยให้สรา้ งเอกสารแบบมอื อาชพี อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพและประหยัด เช่น เหมาะกับงานด้านการพิมพ์เอกสารทุกชนิด สามารถพมิ พ์เอกสารออกมา
เป็นชุด ๆ ซึ่งเอกสารอาจเป็นจดหมาย บันทกึ ข้อความ รายงาน บทความ ประวตั ิย่อ และยงั สามารถ
ตรวจสอบ แกไ้ ข ปรบั ปรุงความถกู ต้องในการพมิ พ)์
3.ครูถามจากคำถามข้อท่ีแล้ว ถา้ ใหน้ กั เรยี นนำเสนออาหารที่ชอบ นกั เรยี นจะเลือกใชโ้ ปรแกรมซอฟตแ์ วร์
ใด ในการนำเสนอ พร้อมเหตุผลทเี่ ลือกโปรแกรมซอฟต์แวร์น้ี (แนวคำตอบ เลือกใช้โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เป็นโปรแกรมนำเสนอข้อมลู ท่ีช่วยถ่ายทอดข้อมูลให้เข้าใจงา่ ยมากขนึ้ ด้วยข้อความรูปภาพ
เสียง และวดี ีโอ)
4.ครูถามต่อว่า แลว้ ถ้านักเรียนจะวาดรูปอาหารที่ตนเองชอบ นักเรยี นจะเลอื กใช้โปรแกรม
ซอฟแวร์ใด (แนวคำตอบ ใชโ้ ปรแกรม Paint เพราะเปน็ โปรแกรมสรา้ ง ตกแตง่ แกไ้ ข และจัดการเกี่ยวกับ
รูปภาพ)
5. ครสู นทนากบั นักเรียนไดส้ ร้างโฟลเดอรข์ ้อมลู สว่ นตวั ถา้ นักเรยี นพิมพข์ ้อมลู ส่วนตัวบางอย่าง
ลงไป เช่นทอ่ี ยู่ แลว้ บังเอญิ โชคร้ายมจิ ฉาชพี มาเหน็ เขาเลยเอาข้อมลู ไปแอบอา้ ง ส่งผลทำให้นักเรยี นคน
น้นั เดือดรอ้ นถ้านักเรยี นเจอเหตกุ ารณ์อยา่ งนี้จะทำอย่างไรดี
29
6. ครถู ามนกั เรียนวา่ เทคโนโลยมี ีทั้งข้อดแี ละข้อเสยี นกั เรียนคดิ วา่ เราจะใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างไรให้ปลอดภัย
(แนวคำตอบ 1.ไมเ่ ปดิ เผยข้อมลู ส่วนตัว เช่นตง้ั รหสั ผา่ น
2.แจง้ ผูเ้ กี่ยวข้องเมื่อตอ้ งการความชว่ ยเหลือในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ เชน่ แจง้
ผปู้ กครอง หรือครู)
7.นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 10 ข้อ 3 ตัวเลือก ภายในเวลา 10 นาที
7. การวัดและประเมนิ ผล
วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
ทดสอบหลงั เรยี นเรียน แบบทดสอบกอ่ นเรียน 10 ขอ้ คุณภาพอยใู่ นระดับ ดี ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรม คุณภาพอยใู่ นระดบั ดี ผ่านเกณฑ์
ตรวจผลงานและกระบวนการ
ทำงาน เร่ือง การใช้งานโปรแกรม แบบประเมินผลงาน
ซอฟต์แวร์เบื้องตน้
8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. คอมพิวเตอร์
2. หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารคอมพวิ เตอร์
30
แบบประเมินผลงาน
วชิ า เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1
หน่วยที่ 1 การใชเ้ ทคโนโลยเี บอ้ื งต้น เรื่อง การใช้ซอฟตแ์ วร์เบื้องตน้
คำชี้แจง : โปรดแสดงความคิดเหน็ ของทา่ น และทำเคร่ืองหมาย () ลงในช่องวา่ ง
ข้อที่ เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ระดบั คะแนน
3 21
1. พมิ พข์ ้อความโดยใช้ชุดคำสั่งในโปรแกรม Microsoft word
2. วาดภาพโดยใชโ้ ปรแกรม Paint
3. ใช้ชุดคำสง่ั ในโปรแกรม Paint
4. แทรกรูปภาพและเพม่ิ สไลด์ โดยใชโ้ ปรแกรม Microsoft PowerPoint
5. นำเสนองานโดยใช้ชดุ คำสงั่ ในโปรแกรม Microsoft PowerPoint
6. ยกตัวอยา่ งการเลือกใช้โปรแกรมซอฟต์แวรใ์ นชีวติ ประจำวัน
7. ตอบคำถามเกย่ี วกับการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในชวี ติ ประจำวนั ให้
ปลอดภยั
รวม
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
19-21 ดมี าก
15-18 ดี
11-14 พอใช้
ตำ่ กวา่ 10 ปรับปรุง
31
เกณฑก์ ารแบบประเมินผลงานของนักเรียน
หัวข้อประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
321
พิมพ์ข้อความโดยใช้ พิมพข์ ้อความโดยใช้ พิมพ์ข้อความโดยใช้
โปรแกรม Microsoft โปรแกรม Microsoft โปรแกรม Microsoft
1. พมิ พ์ข้อความโดยใช้ชุดคำส่งั ใน word ได้ถกู ต้อง และ word ไดถ้ กู ตอ้ ง และ word ได้บ้าง และใช้
โปรแกรม Microsoft word ใชง้ านชดุ คำสงั่ ได้ ใชง้ านชดุ คำสั่ง งานชดุ คำส่ังบางอยา่ ง
ถูกต้องเหมาะสมกับ บางอยา่ งไดถ้ ูกต้อง ไดเ้ ลก็ น้อย ตอ้ งไดร้ ับ
ลกั ษณะงานท่ตี ้องการ เหมาะสมกบั ลกั ษณะ คำแนะนำจากครู
งานที่ต้องการ
สามารถวาดภาพโดยใช้ สามารถวาดภาพโดยใช้ สามารถวาดภาพโดยใช้
โปรแกรม Paint ได้ โปรแกรม Paint ได้ โปรแกรม Paint ได้แต่
2. วาดภาพโดยใชโ้ ปรแกรม Paint เลือกใช้ชุดคำสั่งใน เลือกใช้ชดุ คำส่งั ใน ไมส่ มบรู ณ์ เลือกใช้
โปรแกรมได้เหมาะสม โปรแกรมบางอยา่ งได้ ชุดคำสั่งในโปรแกรมได้
กับงาน เหมาะสมกับงาน ไมค่ ่อยเหมาะสมกบั
งาน
สามารถใช้ชุดคำสงั่ ใน สามารถใชช้ ดุ คำสง่ั สามารถใชช้ ุดคำสั่งใน
โปรแกรมทุกอยา่ งได้ บางสว่ นในโปรแกรมได้ โปรแกรมได้เล็กนอ้ ย
3. ใช้ชดุ คำสัง่ ในโปรแกรม Paint และเลือกใช้ชดุ คำสง่ั และเลือกใช้ชุดคำสงั่ และเลือกใชช้ ดุ คำส่ังยงั
ตรงกับการใช้งานของ ตรงกับการใช้งานของ ตรงกบั การใช้งานของ
ชิน้ งานน้ัน ทำให้ได้ ชน้ิ งานนัน้ ทำใหไ้ ด้ ชิ้นงานนน้ั ทำให้ทำ
ช้นิ งานท่ถี กู ต้อง ชิ้นงาน ชิ้นงานไม่สำเร็จ
ใชช้ ดุ คำส่ังแทรก ใชช้ ดุ คำสัง่ แทรก ใชช้ ดุ คำสัง่ แทรก
รูปภาพโดยใช้ รูปภาพโดยใช้ รูปภาพโดยใช้
4. แทรกรปู ภาพโดยใช้โปรแกรม โปรแกรม Microsoft โปรแกรม Microsoft โปรแกรม Microsoft
Microsoft PowerPoint PowerPoint ได้ PowerPoint ได้ PowerPoint ไมค่ ่อย
ถูกต้อง โดยไมต่ ้อง ถกู ต้อง แตต่ ้องได้รับ ได้ ต้องได้รับคำแนะนำ
ได้รับคำช้ีแนะจาก คำแนะนำจากครผู สู้ อน จากครูผู้สอน
ครผู ู้สอน บ้างเลก็ นอ้ ย
32
หวั ข้อประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
321
นำเสนองานโดยใช้ นำเสนองานโดยใช้ นำเสนองานโดยใช้
ชดุ คำสงั่ ในโปรแกรม ชุดคำสัง่ ในโปรแกรม ชดุ คำส่ังในโปรแกรม
Microsoft Microsoft Microsoft
5.นำเสนองานโดยใช้ชดุ คำสั่งใน PowerPoint ได้ PowerPoint ได้ PowerPoint ได้บ้าง
โปรแกรม Microsoft PowerPoint ถกู ต้อง และใช้งาน ถกู ต้อง และใช้งาน และใชง้ านชุดคำสงั่
ชดุ คำสง่ั ไดถ้ ูกต้อง ชดุ คำส่ังบางอย่างได้ บางอย่างได้เล็กน้อย
เหมาะสมกับลักษณะ ถกู ต้องเหมาะสมกบั ตอ้ งได้รับคำแนะนำ
งานท่ีตอ้ งการ ลักษณะงานทีต่ ้องการ จากครู
ตอบคำถามการ ตอบคำถามการ ตอบคำถามการ
เลือกใช้โปรแกรม เลอื กใช้โปรแกรม เลือกใชโ้ ปรแกรม
6.ตอบคำถามการเลอื กใช้โปรแกรม ซอฟแวร์ใน ซอฟตแ์ วรใ์ น ซอฟตแ์ วรใ์ น
ซอฟต์แวรใ์ นชีวิตประจำวนั ชีวิตประจำวันถกู ต้อง ชวี ิตประจำวันถกู ต้อง ชวี ติ ประจำวันไดย้ ังไม่
เหมาะสม และนำไปใช้ และอาจนำไปใช้ได้จริง ถูกต้องเท่าท่ีควร และ
ได้จริง ไม่สามารถนำไปใช้ได้
จริง
ตอบคำถามบอก ตอบคำถามบอก ตอบคำถามบอก
วิธีการใช้เทคโนโลยี วธิ กี ารใช้เทคโนโลยี วธิ กี ารใช้เทคโนโลยี
7.ตอบคำถามเก่ยี วกับการใช้ สารสนเทศใน สารสนเทศใน สารสนเทศใน
เทคโนโลยีสารสนเทศใน ชีวติ ประจำวนั ให้ ชีวติ ประจำวนั ให้ ชวี ิตประจำวันให้
ชวี ิตประจำวนั ให้ปลอดภัย ปลอดภัยไดถ้ ูกต้อง ปลอดภยั ได้ อาจ ปลอดภยั ได้ แต่อาจ
เป็นวธิ ีท่ีดี ปฏิบัตไิ ด้ ปฏบิ ัติได้จรงิ ปฏิบัติไมไ่ ดจ้ ริง
จริง
33
แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ป.1
ชือ่ ............................................................เลขท.่ี ...............ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ห้อง....................
คำชแ้ี จง : ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับ
ระดบั คะแนน
ขอ้ การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ระดับความคิดเหน็
321
มีวินัย
1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการเรยี นสม่ำเสมอ
2 ปฏิบัติตามคำตักเตือนของครู
3 ทำงานที่ได้รบั มอบหมายอย่างตง้ั ใจ
ใฝ่เรยี นรู้
4 รว่ มทำกิจกรรมต่างๆ ที่ครจู ัดให้อย่างตง้ั ใจ
5 หม่นั ซกั ถาม เมื่อเกิดขอ้ สงสยั
6 เอาใจใสง่ านทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7 สนใจทำกจิ กรรมกับเพ่ือนอย่างกระตือรือรน้
8 ปฏบิ ตั หิ น้าทีท่ ีไ่ ด้รบั มอบหมายอยา่ งตง้ั ใจ
9 ส่งงานอย่างสม่ำเสมอ
เกณฑใ์ หค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฎิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
2 คะแนน
ปฎบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง(70%) ให้ 1 คะแนน 23-27 ดีมาก
ปฎิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั (50%) ให้ 18-22 ดี
13-17 พอใช้
ต่ำกวา่ 13 ปรบั ปรุง
34
แบบบนั ทกึ หลังแผนการจัดการเรียนรู้
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่ีมปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงช่ือ..............................................ผ้บู นั ทึก
(................................................)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชื่อ................................................
(นายสุพศิ อาจเช้อื )
ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการโรงเรียนอนุบาลรตั นบรุ ี
35
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การแก้ปญั หาอย่างเป็นข้ันตอน
รายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระยะเวลา 7 ชั่วโมง
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้นั ตอนและเป็นระบบ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ ร้เู ทา่ ทนั และมีจริยธรรม
ว 4.2 ป. 1/1 แก้ปญั หาอยา่ งง่ายโดยใชก้ ารลองผิดลองถูก การเปรยี บเทียบ
ว 4.2 ป. 1/2 แสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน หรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์
หรอื ข้อความ
2. สาระการเรียนรู้
1) การแก้ปัญหาให้ประสบความสำเรจ็ ทำไดโ้ ดยใชข้ ั้นตอนการแก้ปัญหา
2) การแสดงขน้ั ตอนการแกป้ ญั หาทำได้โดยการเขยี น บอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใช้สัญลักษณ์
3) ปัญหาอย่างงา่ ย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจดุ แตกตา่ งของภาพ การจดั หนงั สอื ใส่กระเปา๋
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบช่วยให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกทักษะการคิด
เชงิ คำนวณ การคิดวิเคราะห์ และการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ
การแสดงข้นั ตอนการแกป้ ัญหา สามารถทำไดโ้ ดยการเขียนบอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใชส้ ญั ลกั ษณ์
การแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ข้ันตอนการแก้ปัญหาสามารถฝึกฝนผ่านเกมเขาวงกต เกมหาจุดแตกตา่ งของภาพ และ
การจัดกระเป๋านักเรียนได้ ทำใหส้ ามารถแก้ปัญหาท่ีพบในชวี ติ จริงได้อย่างเป็นข้นั ตอนและเป็นระบบ
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
1) ทักษะการคดิ เชงิ คำนวณ
2) ทักษะการสงั เกต
3) ทักษะการส่ือสาร
4) ทักษะการทำงานรว่ มกัน
5) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
6) ทักษะการแก้ปญั หา
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
37
5. ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
- ใบงานเรื่อง การเปรียบเทียบ
- ใบงานเร่ือง ไข่ตกไม่แตก
- กิจกรรมหาจดุ แตกต่างของภาพหน้า 39 หนงั สอื เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1
- กจิ กรรมหนา้ 41 หนงั สือเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.1
- กิจกรรมในแบบฝึกหดั เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หนา้ 29
6. การวดั และการประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ วี ัด เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- ประเมินตามสภาพจริง
6.1 การประเมนิ ก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น
- แบบทดสอบกอ่ น กอ่ นเรยี น - ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
เรียน หนว่ ยการ
เรยี นรู้ท่ี 2 เรือ่ งการ -ตรวจใบงาน เรอื่ งการ -ใบงาน เรอื่ งการ
แก้ปัญหาอย่างเปน็ ขน้ั ตอน
เปรยี บเทยี บ เปรียบเทยี บ
6.2 ประเมินระหว่าง
การจัดกจิ กรรม -แบบประเมินผลงาน -แบบประเมินผลงาน
การเรยี นรู้
1) ผลงานเร่อื งการแก้ปญั หา
2) ผลงานเรอ่ื ง การแสดง ตรวจใบงาน เรอื่ ง ไข่ ใบงาน เรื่อง ไขต่ กไม่ - ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์
ขั้นตอนการแก้ปัญหา ตกไม่แตก แตก
3) การแกป้ ัญหาอย่างงา่ ย ตรวจกจิ กรรมหาจุด -กิจกรรมหาจดุ แตกตา่ ง - รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
4) พฤตกิ รรม แตกต่างของภาพหนา้ ของภาพหนา้ 39 หนังสอื
การทำงานรายบุคคล
39 หนงั สอื เทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการ
(วิทยาการคำนวณ) คำนวณ) ป.1
ป.1 -กจิ กรรมหน้า 41
-กิจกรรมหน้า 41 หนังสอื เทคโนโลยี
หนังสือเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1
(วทิ ยาการคำนวณ) ป. -กิจกรรมในแบบฝึกหัด
1 เทคโนโลยี (วิทยาการ
-กจิ กรรมใน คำนวณ) ป.1 หนา้ 29
แบบฝึกหดั เทคโนโลยี
(วิทยาการ
- สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ ดี ผ่าน
การทำงาน การทำงาน เกณฑ์
รายบคุ คล
6.3 การประเมนิ หลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรยี น - รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
38
รายการวดั วธิ ีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน
หลงั เรยี น
- แบบทดสอบหลัง
เรยี น หนว่ ยการ
เรยี นรูท้ ่ี 2 เร่ืองการ
แกป้ ญั หาอย่างเปน็ ขั้นตอน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
• แผนท่ี 1 : การแก้ปัญหา เวลา 2 ช่วั โมง
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : การลองผดิ ลองถูก
• แผนท่ี 2 : การแสดงข้ันตอนการแกป้ ญั หา เวลา 2 ชว่ั โมง
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : การแก้ปัญหา (Problem Solving Method)
• แผนที่ 3 : การแก้ปัญหาอย่างงา่ ย เวลา 3 ชว่ั โมง
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : กระบวนการคิดคำนวณ Computational Thinking
Process
(รวมเวลา 7 ชว่ั โมง)
8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1. บลอ็ กรปู ทรงเรขาคณติ และกรอบส่เี หล่ยี ม
2. บัตรภาพ เรือ่ ง เปรยี บเทียบความแตกตา่ งของภาพ
3. ใบงานเร่ือง การเปรยี บเทียบ
4. สีไม้
5. ใบงาน เรอื่ ง ไข่ตกไม่แตก
6. ไข่ไก่หรือไข่นกกระทาดบิ
7. กระดาษ
8. หนังยาง
9. ฟองน้ำ
10. ก่ิงไม้หรอื ตะเกยี บ
11. หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่อื ง การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็น
ขน้ั ตอน
12. หนังสือแบบฝึกหัด รายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง การแก้ปัญหา
อยา่ งเปน็ ขั้นตอน
13. ใบงานเร่อื ง เกมเขาวงกต
14. ภาพ เกมจดุ แตกต่างของภาพ
39
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การแก้ปญั หาอย่างเปน็ ขั้นตอน
เวลา 10 นาที
คำชแ้ี จง : ให้นักเรยี นวง ลอ้ มรอบตวั อกั ษร ก,ข และ ค หนา้ คำตอบทีถ่ กู ต้อง
1. จากภาพ ภาพใดเปน็ ภาพเตม็ ของภาพนี้
ก. ข. ค.
2. จากภาพดา้ นลา่ ง ภาพใดแตกต่างจากภาพอ่นื
ก. ข. ค.
3. กลอ่ งใดมีขนาดเท่ากบั กล่องนี้
ค.
ก. ข. ค. โมโห
4. สญั ลักษณน์ ี้ แสดงถงึ อารมณ์ใด
ก. ดใี จ ข. เสยี ใจ
40
5. สญั ลกั ษณ์ขั้นตอนการแก้ปญั หา จดุ เร่มิ ต้นหรอื สิน้ สุด ค.
ก. ข.
6. ขอ้ ใดเป็นการใช้สัญลกั ษณ์แทนความหมายว่า เลี้ยวขวา
ก. ข. ค.
7. กำหนดให้
=1 =2
ถ้า ข. 2 ค. 3
ก. 1
8. สังเกตภาพ
จุดแตกตา่ งของภาพทงั้ สอง มีกี่จดุ
ก. 4 จุด ข. 5 จดุ ค. 6 จุด
41
9. จากภาพ
นกั เรยี นจะพาลิงไปกนิ กล้วยได้อย่างไร โดยใช้คำส่งั ดงั น้ี เดนิ เดนิ
ซา้ ย ขวา
เดิน เดิน
ขนึ้ ลง
ก. ค.
ข.
ค.
9. อปุ กรณใ์ ดทีไ่ ม่ควรจดั ใสก่ ระเป๋านกั เรียน
ก. ข.
42
แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 การแก้ปัญหาอย่างเปน็ ขนั้ ตอน
เวลา 10 นาที
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนวง ลอ้ มรอบตัวอกั ษร ก,ข และ ค หนา้ คำตอบทถี่ ูกต้อง
1. จากภาพ ภาพใดเปน็ ภาพทีป่ ระกอบกนั แลว้ จะมลี ักษณะเหมอื นภาพเต็มน้ี
1. ข. ค.
2. จากภาพด้านล่าง ภาพใดแตกตา่ งจากภาพอื่น
ก. ข. ค.
3. จากภาพ ภาพใดมีขนาดเท่ากบั ภาพนี้
ก. ข. ค.
ค. โมโห
4. สัญลักษณ์น้ี แสดงถงึ อารมณ์ใด
ก. เสียใจ ข. ดใี จ
43
5. สญั ลกั ษณ์ข้นั ตอนการแกป้ ญั หา ปฏบิ ัติ ค.
ก. ข.
6. ข้อใดเป็นการใชส้ ัญลกั ษณ์แทนความหมายวา่ เล้ยี วซา้ ย
ก. ข. ค.
7. กำหนดให้
=1 =2
ถา้ ข. 2 ค. 3
ก. 1
8. สังเกตภาพ
จุดแตกต่างของภาพทงั้ สอง มีกี่จดุ ข. 5 จดุ ค. 6 จดุ
ก. 4 จดุ
44
9. จากภาพ
นักเรยี นจะพาผงึ้ กลับรงั ได้อยา่ งไร โดยใช้คำส่ังดังนี้ เดนิ เดนิ
ซา้ ย ขวา
เดิน เดิน
ขึ้น ลง ค.
ก.
ข.
ค.
10. อุปกรณ์ใดทไ่ี มค่ วรจัดใส่กระเปา๋ นักเรียน
ก. ข.
45
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1 เรอ่ื ง วธิ ีการแกป้ ัญหา
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การแก้ปัญหาอย่างเป็นขัน้ ตอน ระยะเวลา 2 ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ (เทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1
1. มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด
1.1 ตัวชว้ี ัด
ว 4.2 ป.1/1 แกป้ ัญหาอยา่ งง่ายโดยใชก้ ารลองผดิ ลองถกู การเปรียบเทยี บ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. แก้ปญั หาโดยใชก้ ารลองผิดลองถูกได้ (K) (P)
2. เปรยี บเทียบโดยการสงั เกตวัสดทุ ่ีมีความแตกตา่ งกนั ได้ (P)
3. ยกตัวอย่างวิธกี ารแกป้ ญั หาในชวี ติ ประจำวนั ได้ (A)
3. สาระการเรียนรู้
การแกป้ ัญหาให้ประสบความสำเรจ็ ทำได้โดยใช้ขน้ั ตอนการแก้ปญั หา
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ปัญหาแต่ละปัญหามีวิธีการแก้ท่ีแตกต่างกัน การลองผิดลองถูกและการเปรียบเทียบเป็น
วิธกี ารหนงึ่ ที่นำไปสู่การแกป้ ัญหา
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
1) ทกั ษะการคิดเชงิ คำนวณ
2) ทักษะการสังเกต
3) ทักษะการส่อื สาร
4) ทกั ษะการทำงานร่วมกนั
5) ทกั ษะการนำความร้ไู ปใช้
6) ทักษะการแก้ปัญหา
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
47
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : การลองผดิ ลองถูก
ชัว่ โมงท่ี 1
ข้ันนำ 20 นาที
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เร่ืองการแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน จำนวน 10 ขอ้ 3 ตวั เลือก เวลา 10
นาที
2.ครใู ห้นักเรียนเล่นกจิ กรรมท่ี 1 โดยครชู ี้แจงกติกาดังน้ี
2.1 ให้นกั เรียนจบั ลกู บอลในกลอ่ ง แล้วดูสีของลกู บอลทีต่ นเองจบั ได้
2.2 ใหน้ ักเรียนนำลูกบอลไปใสใ่ นกล่องใหต้ รงตามสที ี่ตนเองจับได้ โดยใหเ้ ดินผ่านทางเดนิ ท่กี ำหนดให้
2.3 นักเรยี นเลือกเสน้ ทางการเดนิ ทางเอง โดยมีเงอื่ นไขว่าให้เดนิ ได้เฉพาะช่องทม่ี ีรอยเทา้
2.4 ถ้านกั เรียนเดนิ เหยยี บระเบิดให้ย้อนกลบั มาทจี่ ุดเรมิ่ ตน้
3.ครูให้นักเรียนออกมา 5 คนเพื่อเล่นเกมในรอบท่ี 1 ครูให้นักเรียนสุ่มหยิบลูกบอล แล้วนำไปวางใส่กล่อง
จากนั้นใหไ้ ปยืนอยู่ขา้ งหลงั กลอ่ ง
4.เมื่อนักเรียนเลน่ เกมครบทกุ คน ครใู หน้ กั เรียนจดั กลุ่ม โดยแบ่งตามสลี กู บอลทีน่ กั เรยี นจับได้
ขั้นสอน 40 นาที
1. ครูให้นักเรียนเข้าตามกลุ่ม ครูช้ีแจงกิจกรรมที่ 2 ว่า ให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ นำส่ิงของต่างๆ ในตะกร้าไปใส่
ลงในกล่องให้ครบทกุ ชนิ้
2. ครชู แ้ี จงกตกิ าการทำกิจกรรมดงั น้ี
2.1ผู้เลน่ คนท่ี 1 ของทมี หยิบวัตถุ 1 ชน้ิ
2.2 นำวัตถุไปใส่ในกล่องของกลมุ่ ตวั เอง โดยมเี งื่อนไขว่าใหเ้ ดนิ ผา่ นชอ่ งทมี่ ีรอยเท้าเท่าน้ัน
2.3 ถ้านกั เรยี นเดินไปชอ่ งทมี่ ีระเบดิ ตอ้ งยอ้ นกลบั มาท่ีจุดเริ่มตน้
2.4 เม่อื ผูเ้ ล่นคนท่ี 1 นำวตั ถุใส่ลงไปในกลอ่ งซึง่ กลอ่ งจะมีชอ่ งท่ีมลี ักษณะแตกต่างกัน ให้นกั เรยี น
หาชอ่ งทีส่ ามารถใส่วตั ถุน้นั ลงไปในกลอ่ งใหไ้ ด้
2.5 เม่ือผู้เล่นคนท่ี 1 ใส่วัตถุลงในกล่องเรียบร้อย ให้เดินกลับมา โดยเดินผ่านช่องที่เป็นรอยเท้า
เพอ่ื มาแตะมือกบั ผเู้ ลน่ คนท่ี 2
48
2.6 ผ้เู ล่นคนท่ี 2 ก็ทำเชน่ เดนิ กลับผเู้ ลน่ คนท่ี 1 และทำไปเร่ือยๆ จนถึงผู้เลน่ คนสดุ ทา้ ย
2.7 ทมี ไหนใส่วัตถุครบทุกชนิ้ เปน็ ทีมแรก ถือว่าเป็นผชู้ นะ
3. ครใู ห้นกั เรียนลงมอื ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
4. เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมครบเรียบรอ้ ยแล้ว ครูจึงถามคำถามกับกลุ่มท่ีชนะว่า นักเรียนใช้วิธกี ารอย่างไร
จงึ ทำให้นำวตั ถไุ ปใส่กลอ่ งได้ครบในเวลาทร่ี วดเร็ว
(แนวคำตอบ พจิ ารณาคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผ้สู อน)
4. ครูสุ่มถามนักเรียนว่า นักเรียนใช้เวลาเดินจากจุดเริ่มต้น ในกิจกรรมที่ 1กับกิจกรรมที่ 2 แตกต่างกัน
หรือไม่
(แนวคำตอบ แตกต่างกัน เพราะรอบแรกใช้เวลานานกว่าเน่ืองจากยังไม่รู้เส้นทาง รอบท่ี 2 เดินได้เร็วข้ึน
เพราะรเู้ ส้นทางการเดนิ )
5. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าเพราะรอบแรกนักเรียนยังไม่ทราบเส้นทางเลยทดลองเดินไปหลายทางอาจเดินถูก
ทางบ้างผิดทางบ้างหรือเดนิ เหยียบระเบดิ บา้ ง จึงทำให้ใชเ้ วลานาน แต่รอบท่ี 2 นักเรยี นได้เรยี นรู้จากรอบ
แรกแล้ว นักเรยี นทราบเส้นทางท่ีจะเดินแลว้ ทำให้เดนิ ได้เร็วขนึ้
6. ครถู ามนกั เรียนว่า นักเรียนสามารถนำวตั ถุใสก่ ล่องได้อย่างไร
(แนวคำตอบ ลองใส่วตั ถลุ งไปในช่องตา่ งๆ ใสไ่ ปเร่ือยๆ จนกวา่ จะเจอชอ่ งที่พอดีและใสว่ ัตถนุ ั้นลงไปได้
7. ครูถามนักเรียนว่า ใครคิดว่าตัวเองใส่วัตถุลงไปในกล่องใช้เวลานานที่สุด และเพราะอะไรจึงใช้เวลานาน
(ครูใหน้ กั เรียนยกมือ สุม่ ตอบคำถาม2 - 3 คน)
(แนวคำตอบ พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผ้สู อน)
8. ครูเทวัตถุออกจากล่องลงตะกร้า แล้วให้นักเรียนหยิบวัตถุช้ินเดิมหรือลักษณะเหมือนเดิมที่ตนเองจับใส่
กลอ่ งในรอบ
9. ครใู หน้ กั เรยี นนำวตั ถุใสล่ งไปในกล่องนัน้ อีกรอบ
10. ครูส่มถามนักเรียน 2-3 คนท่ีตอบคำถามว่าตนเองนำวัตถุลงใส่ในกล่องช้า ว่า รอบนี้นักเรียนนักเรียนใส่
วตั ถไุ ดเ้ ร็วขึ้นหรอื ไม่ และเพราะอะไร
(แนวคำตอบ ได้เร็วขึ้นเพราะว่าเคยใส่ไปแล้ว เลยจำได้ว่าใส่ไปที่ช่องไหน ไม่ต้องทดลองหลายๆ คร้ัง
เหมือนรอบแรก
11. ครูให้นกั เรียน ดูภาพที่ 2.2 การลองผดิ ลองถกู หน้า 25 หนังสอื เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.1
12. ครูสนทนากับนักเรียนว่า จากภาพจะเห็นว่า มีวัตถุ 2 ชิ้น และช่อง 2 ช่องที่มีลักษณะต่างกัน เขาต้อง
ทดลองหลายครั้งกว่าจะสามารถใส่วัตถุให้ลงไปพอดีช่องได้ เช่นเดียวกับที่เรานำวัตถุใส่ลงไปในกล่อง
บางครงั้ เราตอ้ งทดลองหลายครั้งกวา่ จะใสไ่ ด้ วิธีการนีค้ อื การลองผิดลองถูก ซ่งึ เป็นการแกป้ ญั หา
49
13. ครูอธิบายจากหนังสือเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หน้า 25 ว่า การลองผิดลองถูก คือการ
แก้ปัญหาโดยการทดลอง เหมาะสำหรับปัญหาที่ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงวิธีการแก้ปัญหา อาจต้องใช้เวลาใน
การทดลองหาวิธแี ก้ปัญหาหลายๆ วธิ ี จนกว่าจะประสบความสำเร็จ
ช่ัวโมงที่ 2
ข้นั สอน (ต่อ) 50 นาที
1. ครูทบทวนความรู้เดิมช่ัวโมงที่แล้วโดยถามว่า หากนักเรียนเจอปัญหาแต่ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงวิธีการ
แกป้ ัญหานักเรยี นจะใช้วธิ กี ารแกป้ ญั หาอย่างไร พร้อมบอกเหตผุ ล
(แนวคำตอบ แก้ปัญหาโดยการลองผิดลองถูก เพราะเป็นการแก้ปัญหาท่ีต้องทดลองหาวิธีแก้ปัญหา
หลายๆ วธิ ี จนกว่าจะประสบความสำเรจ็ )
2. ครูนำบตั รภาพ 3 ภาพตดิ ไวห้ น้ากระดาน ไดแ้ ก่ภาพกลว้ ย แตงโม ส้ม ครใู หน้ ักเรยี นสังเกตภาพ
3. ครถู ามนกั เรียนดังน้ี
3.1 แตงโมกบั สม้ เหมอื นกันอย่างไร
(แนวคำตอบ เป็นผลไมเ้ หมอื นกัน รูปรา่ งทรงกลมเหมอื นกนั )
3.2 แตงโมกับส้มตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ ส้มสีส้มแตงโมสเี ขียว แตงโมลกู ใหญก่ ว่าสม้ )
3.3 กลว้ ยกบั แตงโมเหมือนกนั อยา่ งไร
(แนวคำตอบ เป็นผลไมเ้ หมอื นกัน)
3.4 กล้วยกับแตงโมตา่ งกนั อย่างไร
(แนวคำตอบ แตงโมรปู รา่ งทรงกลม กล้วยรูปรา่ งทรงรียาว)
3.5 ถ้าครูให้นักเรียนเปรียบเทียบผลไม้ท้ัง 3 ชนิด นักเรียนคิดว่าผลไม้ชนิดไหนรูปร่างแตกต่างจากชนิด
อนื่ และเพราะอะไร
(แนวคำตอบ กล้วย เพราะจากการสังเกตกล้วยมีรูปร่างรียาว ส่วนส้มกับแตงโมมีรูปร่างกลม
เหมือนกนั )
4. ครใู หน้ ักเรยี นจับกล่มุ ละ 3-4 คน และครูแจกใบงาน เรื่อง การเปรยี บเทยี บ
50
5. ครใู ห้นักเรียนสงั เกตภาพต่างๆ ทีอ่ ย่ใู นใบงาน ให้นักเรยี นโยงเสน้ จับคู่ภาพเงาใหถ้ กู ต้อง
6. นักเรยี นลงมอื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในใบงาน
7. ครูตรวจสอบความถูกต้อง
8. ให้นักเรียนทำกิจกรรมตอนท่ี 2 โดยครูช้ีแจงกิจกรรมว่า ให้นักเรียนสังเกตภาพ แล้ววงกลมล้อมภาพที่
นักเรียนคิดวา่ แตกต่างจากข้ออ่นื
9. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัด โดยครูให้แต่ละกลุ่มบอกคำตอบของกลุ่มตนเอง พร้อมเหตุผลว่า
เพราะอะไรถงึ คดิ ว่าภาพนีแ้ ตกตา่ งจากขอ้ อ่ืน หากนกั เรยี นอธบิ ายเหตผุ ลยังไมค่ รบถว้ นครอู ธิบายเพิม่ เติมให้
นกั เรียนเข้าใจมากข้นึ
ข้นั สรุป 10 นาที
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปพฤตกิ รรมและครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมวา่ การแกป้ ัญหาแบบน้คี ือการแก้ปัญหาแบบ
เปรียบเทียบ โดยการเทียบเคียงของสงิ่ ของ 2 ส่งิ ข้ึนไป เพอ่ื ใหเ้ หน็ ลกั ษณะท่ีคลา้ ยคลึงกัน เหมือนกัน หรือ
แตกต่างกัน โดยอาศยั การสงั เกต
2. ครูสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้กับนักเรียนว่า จากปัญหาที่ครูให้นักเรียนหาภาพที่เหมือนหรือแตกต่างกัน
นักเรยี นคดิ ว่า วธิ ีการแกป้ ัญหาทีน่ กั เรยี นใชแ้ ก้ปญั หา เปน็ การแกป้ ญั หาแบบใดบา้ ง
(แนวคำตอบการแก้ปัญหาแบบลองผดิ ลองถูก และการแกป้ ญั หาแบบเปรยี บเทียบ)
3. ครถู ามคำถามดงั น้ี
- หากนกั เรียนเจอปญั หาหรอื เหตุการณ์บางอย่างทตี่ ้องแก้ไข อันดับแรกนกั เรยี นควรทำอยา่ งไร
(แนวคำตอบวิเคราะห์ปัญหา และทำความเขา้ ใจปัญหา)
- เมื่อเรารปู้ ัญหาแลว้ วา่ คืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร เราต้องการแกเ้ ร่ืองไหน ขั้นตอนตอ่ ไปท่ีเรา
ควรทำอยา่ งไร
(แนวคำตอบ การวางแผนแก้ปญั หา ว่าเราจะแก้ปญั หาโดยวิธไี หน จะทำอย่างไรบ้าง)
- เม่อื เรารู้ปญั หา รวู้ ิธกี ารทจี่ ะแกไ้ ข เราควรทำขั้นตอนไหนตอ่ ไป
(แนวคำตอบ ลงมือแกป้ ญั หา)
ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เม่ือเราลงมือแก้ปัญหาแล้วเราต้องตรวจสอบผล บางครั้งการแก้ปัญหาของเรา
อาจไม่ประสบผลสำเร็จ เราก็ต้องย้อนกลับไปดูวิธีการแก้ปัญหา ว่าเราทำถูกวิธีหรือไม่ เลือกวิธีแก้ปัญหา
ถูกตอ้ งไหมและลงมอื แกป้ ญั หาจนสำเร็จ
14. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกระบวนการแก้ปัญหาว่ามี 4 ข้ันตอนจากหนังสือเรียนเทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ป.1 หนา้ 23 ดงั น้ี
51
มี 4 ขัน้ ตอน 1. วิเคราะห์และทำความเข้าใจกบั ปัญหา 2. วางแผนการแกป้ ัญหา
3. ลงมือแกป้ ญั หา 4. ตรวจสอบผลการแก้ปัญหา
5. ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ว่า ถ้าครูไปตลาดเพือ่ ไปซอ้ื รองเทา้ แต่ว่ารองเทา้ วางกองรวมกันอยู่หลายคู่ จนครู
เจอรองเท้าท่ีถกู ใจ แต่ได้มาเพียงข้างเดยี ว นักเรียนช่วยคณุ ครคู ิดไดไ้ หวค่ะ ว่าครจู ะหารองเท้าอีกข้างเจอได้
อยา่ งไร (แนวคำตอบ พิจารณาคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
7. การวดั และประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วธิ กี าร
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 10 ข้อ ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์
ทดสอบก่อนเรยี น ใบงาน เรอื่ งการเปรียบเทยี บ ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เรือ่ งการเปรยี บเทียบ แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผา่ น
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล แบบประเมินผลงาน
คุณภาพอยู่ในระดบั ดี ผ่าน
ตรวจผลงานและกระบวนการทำงาน เกณฑ์
เร่ือง วธิ ีการแก้ปัญหา
8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1. กล่อง 5 สี ได้แก่ เขียว แดง ฟา้ เหลือง ชมพู
2. ลกู บอล 5 สี ไดแ้ ก่ เขยี ว แดง ฟ้า เหลอื ง ชมพู
3. วตั ถรุ ปู ทรงตา่ งๆ
4. บัตรภาพ เร่อื ง เปรียบเทียบความแตกต่างของภาพ
5. ใบงานเร่ือง การเปรียบเทยี บ
6. สไี ม้
52
ตวั อย่างกิจกรรมท่ี 2 กลอ่ งและวตั ถรุ ูปทรงตา่ งๆ
คำช้แี จง ให้นักเรียนนำวัตถุใสล่ งไปในกลอ่ ง
ตวั อยา่ งกล่อง
ตวั อยา่ งวตั ถุรูปทรงตา่ งๆ
53
ตัวอย่างแผนท่ีทางเดินเทา้
54
บตั รภาพ เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของ
คำชแ้ี จง จากภาพดา้ นลา่ งภาพใดแตกตา่ งจากภภาพาพอืน่
*ครูนำบตั รภำพนี้ ตดิ ไวท้ ่หี นำ้ กระดำน
55
ใบงานเรอื่ ง การเปรียบเทยี บ
ตอนท่ี 1 ให้นักเรียนโยงเสน้ จับค่กู ับภาพใหถ้ ูกตอ้ ง
1.
2.
56
ตอนท่ี 2 ใหส้ ังเกตภาพแล้ววงกลมล้อมรอบภาพท่แี ตกต่างจากภาพอ่ืน
1
2
3
4
5
57
เฉลย ใบงานเรือ่ ง การเปรียบเทยี บ
ตอนท่ี 1 ให้นักเรียนโยงเสน้ จับคกู่ บั ภาพใหถ้ กู ตอ้ ง
1.
เฉลย ใบงานเร่อื ง การเปรียบเทยี บ
2.
58
ตอนท่ี 2 ใหส้ ังเกตภาพแล้ววงกลมล้อมรอบภาพท่แี ตกต่างจากภาพอ่ืน
1
2
3
4
5
59
แบบประเมินผลงาน ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1
วิชา เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) เรื่อง วิธีการแก้ปัญหา
หนว่ ยท่ี 2 การแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ขั้นตอน
คำชีแ้ จง : โปรดแสดงความคิดเห็นของทา่ น และทำเคร่ืองหมาย () ลงในช่องวา่ ง ระดบั คะแนน
3 21
ขอ้ ที่ เกณฑก์ ารวดั และประเมินผล
1. การหาวธิ ีในการแกป้ ญั หา
2. อธิบายวิธีการแก้ปญั หาด้วยการลองผดิ ลองถูก
3. ความร่วมมือของสมาชิกในกลุ่ม ในการหาวธิ ีการแกป้ ัญหา
4. นำความร้ไู ปใช้แกป้ ัญหาในชีวิตประจำวนั ได้
รวม
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
10-12 ดมี าก
7-9 ดี
5-6 พอใช้
ต่ำกว่า 5 ปรับปรงุ
60
เกณฑ์การแบบประเมนิ ผลงานของนักเรยี น
หัวข้อประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
321
1. การหาวธิ ใี นการแก้ปัญหา นักเรยี นกระตือรือร้น มี นกั เรยี นมกี ารลองผดิ ลอง นักเรียนไม่กระตอื รือร้นใน
การลองผดิ ลองถูก หา ถกู หาวิธีต่างๆ เพ่อื ให้ การหาวิธแี กป้ ัญหา
หลายๆ วธิ เี พอ่ื ให้สามารถ สามารถหาเสน้ ทางเดิน ครผู สู้ อนต้องคอยกระตุ้น
หาเส้นทางเดนิ และนำวตั ถุ และนำวัตถใุ สก่ ลอ่ งได้ นกั เรียน
ใส่กลอ่ งไดส้ ำเร็จและ
รวดเร็ว
2. อธิบายวธิ กี ารแกป้ ัญหาดว้ ยการลองผดิ สามารถอธิบายวธิ ีการลอง สามารถอธบิ ายวธิ กี ารลอง สามารถอธิบายวิธกี ารลอง
ลองถกู ผดิ ลองถูกในการใช้ ผดิ ลองถกู ในการใช้ ผิดลองถกู ในการใช้
แก้ปญั หาทีย่ งั ไม่ทราบวิธี แก้ปัญหาทย่ี ังไม่ทราบวธิ ี แกป้ ัญหาไดไ้ มถ่ กู ตอ้ ง
แน่ชัดได้ถูกต้องชัดเจน แน่ชดั ได้ และเลือกใช้ เทา่ ทคี่ วรและเลอื กใช้
และเลอื กใชว้ ิธกี าร วธิ ีการแกป้ ญั หาได้ วิธกี ารแก้ปญั หาไม่คอ่ ย
แกป้ ัญหาได้เหมาะสมกับ เหมาะสมกับปญั หานนั้ เหมาะสมกบั ปญั หานนั้
ปญั หาน้ัน
3. ความรว่ มมอื ของสมาชกิ ในกลุ่ม ในการหา สมาชกิ ทกุ คนในกล่มุ ให้ สมาชิกส่วนใหญใ่ นกลุ่มให้ สมาชิกในกล่มุ บางคน
วิธกี ารแกป้ ญั หา ความร่วมมอื ในกจิ กรรม ความร่วมมอื ในกิจกรรม ไม่ให้ความร่วมมอื ใน
และมสี ว่ นแสดงความ และมสี ว่ นแสดงความ กจิ กรรม และไมม่ สี ว่ น
คิดเหน็ ในการหาวธิ ตี า่ งๆ คดิ เหน็ ในการหาวิธตี ่างๆ แสดงความคดิ เห็นในการ
เพอื่ แก้ปญั หา เพ่ือแก้ปญั หา หาวธิ ตี ่างๆ เพ่อื แก้ปัญหา
ต้องไดร้ ับคำแนะนำจาก
ครู
4. นำความรไู้ ปใช้แก้ปัญหาในชีวติ ประจำวัน นกั เรียนสามารถบอก นกั เรียนสามารถบอก นกั เรียนยงั ไมส่ ามารถบอก
ได้ วิธกี ารแกป้ ัญหาใน วิธกี ารแกป้ ัญหาใน วิธกี ารแก้ปัญหาใน
ชวี ิตประจำวันได้ถกู ตอ้ ง ชวี ิตประจำวันได้ แตย่ ังไม่ ชีวิตประจำวันได้
เหมาะสม และสามารถ เหมาะสมเท่าที่ควร และ
นำไปใชไ้ ดจ้ ริง อาจนำไปใช้ไดจ้ ริงไมไ่ ด้
61
แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ป.1
ชือ่ ............................................................เลขท.่ี ...............ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ห้อง....................
คำชแ้ี จง : ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับ
ระดบั คะแนน
ขอ้ การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ระดับความคิดเหน็
321
มีวินัย
1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการเรยี นสม่ำเสมอ
2 ปฏิบัติตามคำตักเตือนของครู
3 ทำงานที่ได้รบั มอบหมายอย่างตง้ั ใจ
ใฝ่เรยี นรู้
4 รว่ มทำกิจกรรมต่างๆ ที่ครจู ัดให้อย่างตง้ั ใจ
5 หม่นั ซกั ถาม เมื่อเกิดขอ้ สงสยั
6 เอาใจใสง่ านทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7 สนใจทำกจิ กรรมกับเพ่ือนอย่างกระตือรือรน้
8 ปฏบิ ตั หิ น้าทีท่ ีไ่ ด้รบั มอบหมายอยา่ งตง้ั ใจ
9 ส่งงานอย่างสม่ำเสมอ
เกณฑใ์ หค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฎิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
2 คะแนน
ปฎบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง(70%) ให้ 1 คะแนน 23-27 ดีมาก
ปฎิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั (50%) ให้ 18-22 ดี
13-17 พอใช้
ต่ำกวา่ 13 ปรบั ปรุง
62
แบบบนั ทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ด้านอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงช่อื ..............................................ผบู้ นั ทกึ
ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ................................................
(นายสุพิศ อาจเช้ือ)
ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นอนบุ าลรัตนบุรี
63
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 เรอื่ ง การแสดงขนั้ ตอนการแกป้ ญั หา
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปญั หาอยา่ งเปน็ ข้ันตอน ระยะเวลา 2 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ (เทคโนโลยวี ทิ ยาการคำนวณ) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
1.มาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั
1.1. ตวั ช้ีวัด
ว 4.2 ป.1/2 แสดงลำดับข้ันตอนการทำงาน หรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ
สัญลักษณ์ หรอื ข้อความ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกวิธีการแกป้ ัญหาอยา่ งง่ายโดยใชภ้ าพ สัญลักษณ์ หรอื ขอ้ ความได้ (K)
2. เขยี นขอ้ ความ วาดภาพ หรอื สัญลักษณแ์ สดงลำดับขัน้ ตอนการแกป้ ญั หาได้ (P)
3. ตอบคำถามการแกป้ ญั หาในชีวติ ประจำวันได้ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
แสดงลำดบั ข้นั ตอนการทำงาน หรอื การแก้ปัญหาอย่างงา่ ยโดยใชภ้ าพ สญั ลักษณ์ หรือข้อความ
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การแกป้ ญั หาให้ประสบความสำเร็จทำได้โดยใช้ข้นั ตอนการแกป้ ัญหาอยา่ งง่ายโดยใช้
สัญลกั ษณ์ หรอื ขอ้ ความ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวินัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
1) ทกั ษะการคดิ เชงิ คำนวณ
2) ทกั ษะการสงั เกต
3) ทักษะการสอ่ื สาร
4) ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั
5) ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
6) ทกั ษะการแก้ปญั หา
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
63
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : การแก้ปัญหา (Problem Solving
Method)
ช่ัวโมงที่ 1
ขัน้ นำ1.ข้นั กำหนดปัญหำ 20 นาที
1. ครูยกตัวอย่างสถานการณ์มาเล่าให้นักเรียนฟังว่า มีเด็กผชู้ ายคนหน่ึง ช่ือก้านกล้วยอายุ 7 ขวบ เขาอยู่บ้าน
กับพี่สาว และ คุณพ่อคุณแม่ มีอยู่วันหนึ่งคุณพ่อกับคุณแม่ไม่อยู่บ้าน ทั้งสองหิวข้าวมากก้านกล้วยจึงอาสา
ไปเก็บไข่ไก่ท่ีเล้าเพ่ือจะมาทอด แต่ไข่ไก่อยู่บนที่สูงมาก เขาจึงต้องปีนข้ึนไป แต่ทีนี้เขาเจอปัญหาว่า เขาจะ
เอาไข่ลงไปข้างล่างอย่างไร เพราะถ้าใช้มือถือไข่ เขาก็จะตกบันได ใส่ถุงกางเกงไข่ก็อาจแตกได้ เขามองไป
รอบๆ มีแค่กระดาษ หนังยาง ฟองน้ำ ก่ิงไม้ เขาคิดไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไร จึงจะนำไข่ลงไปข้างล่างได้
โดยทีไ่ ขไ่ มแ่ ตก
2. ครถู ามสนทนากับนักเรยี นวา่ วนั น้เี รามาช่วยก้านกล้วยใหส้ ามารถนำไข่ไปทำกบั ขา้ วกันดีกวา่
3. แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลมุ่ ละ 4-5 คน
ขน้ั สอน 40 นาที
ขั้นระบปุ ัญหา
1. ครูถามนักเรยี นวา่ จากสถานการณท์ ีเ่ ล่ามา ปัญหาท่ีกา้ นกล้วยเจอคอื อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ พ่อแมไ่ ม่อยู่ หวิ ข้าว ตอ้ งปนี ไปเอาไข่ เอาไข่ลงมาไมไ่ ด้)
2. ครูถามนกั เรยี นว่า สิ่งทกี่ า้ นกล้วยตอ้ งการแก้ปญั หาอนั ดับแรกคือเขาต้องทำสิง่ ใด
(แนวคำตอบ หาวธิ ีโยนไขล่ งมาไมใ่ หไ้ ขแ่ ตก)
ขน้ั สำรวจและค้นควา้ ข้อมลู
3. ครูแจกอุปกรณ์คือ กระดาษ หนังยาง ฟองน้ำ ก่ิงไม้ ให้นักเรียนศึกษาดูว่าของแต่ละอย่างมีคุณสมบัติ
อย่างไร (ครูช่วยอธบิ ายข้อมูลเพม่ิ เตมิ ให้นักเรียน)
ขัน้ กำหนดทางเลอื ก
4. ครูให้นักเรียนในกลุ่มเสนอความคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรใช้วิธีการไหนดี ทุกคนในกลุ่มแลกเปล่ียนความ
คดิ เห็นกัน
5. โดยครมู ีอปุ กรณ์ใหด้ งั น้ี กระดาษ หนงั ยาง ฟองนำ้ ก่ิงไม้ นักเรียนคิดวธิ ีการตา่ งๆ ในการห่อไข่
6. นักเรียนในกลุ่มระดมความคิด และลงความเห็นว่าจะใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการห่อไข่ จะเริ่มต้นห่อ
อย่างไร
64
ชั่วโมงท่ี 2
ขั้นสอน (ตอ่ ) 40 นาที
ขนั้ ออกแบบวิธกี ารแก้ปญั หาและลงมือทำ
7. ครูทบทวนเรื่องท่ีเรียนมาช่ัวโมงท่ีแล้วว่า จากสถานการณ์ท่ีครูเล่าให้ฟังในชั่วโมงที่แล้ว ปัญหาที่เราต้อง
แก้ไขอันดับแรกคืออะไร (แนวคำตอบ หาวิธีโยนไขล่ งมาไมใ่ หแ้ ตก)
8. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปล่ียนสนทนาภายในกลุ่มตัวเองว่าชั่วโมงท่ีแล้ว กลุ่มของนักเรียนใช้วิธีการ
อย่างไรทจี่ ะโยนไข่ไม่ให้แตก
9. ครสู นทนาเกย่ี วกบั การแสดงข้ันตอนการแกป้ ัญหากับนักเรยี นว่ามวี ธิ กี ารใดบา้ ง โดยครูให้นักเรยี นเปิด
หนังสือหนา้ 29-31 ครอู ธบิ ายเกย่ี วกับการแสดงขนั้ ตอนการแก้ปัญหา และให้นักเรยี นถามคำถามหรอื
ข้อเสนอแนะกบั ครูในเรอื่ ง การแสดงขน้ั ตอนการแก้ปญั หา
10. ครแู จกใบงาน เร่ือง ไข่ตกไม่แตก ให้นกั เรยี นกลุ่มละ 1 แผ่น
11. ให้นักเรียนเขียนหรือวาดภาพ แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ว่าจะทำอย่างไรบ้าง เริ่มต้นจากทำอะไร ขั้น
ตอ่ ไปคืออะไร
12. เมือ่ นกั เรยี นสามารถเขยี นหรือวาดภาพข้ันตอนการแกป้ ญั หาได้แล้ว ครจู งึ อธิบายเพิ่มเติมจากหนงั สือหน้า
33 ว่า นอกจากวิธีการเขียนหรือวาดภาพ แสดงข้ันตอนการแก้ปัญหาแล้ว เรายังสามารถใช้สัญลักษณ์
แทนได้
13. ครูอธิบายความหมายของสญั ลกั ษณ์ดังนี้
สัญลักษณ์ แทนความหมาย
เร่มิ ตน้ หรือสนิ้ สุด
ปฏบิ ตั ิ
ตดั สินใจ
ทิศทาง
14. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มบอกลำดับข้ันตอนการแก้ปัญหา ครูเขียนคำตอบของนักเรียนลงหน้ากระดาน
เปน็ ขอ้ ๆ
15. ครูถามนักเรียนวา่ เร่มิ ต้นควรใช้สัญลักษณ์ใด เมื่อจะไปต่อข้ันท่ี 2 ใช้สัญลักษณ์อันไหน เมื่อกิจกรรมนี้เป็น
ปฏิบัติควรใช้สัญลักษณ์อันไหน เมื่อส้ินสุดใช้สัญลักษณ์อันไหน โดยที่นักเรียนในห้องช่วยกันแสดงความ
คิดเห็น
65
16. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ลงมือปฏบิ ตั ิตามทีไ่ ด้วางแผนไว้
17. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ สง่ ตวั แทน 1 คนเพ่ือทดสอบการโยนไข่
18. ครใู ห้ตวั แทนโยนไขข่ น้ึ สูงๆ เมื่อไขต่ กครูจะแกะดวู า่ ไขว่ า่ แตกหรือไม่
ขนั้ สรุป 20 นาที
1. ครูถามนักเรียนบางกล่มุ ว่า ไข่ท่นี กั เรยี นโยนขนึ้ ไปแตกหรือไม่ เพราะอะไร
(แนวคำตอบ พิจารณาคำตอบของนักเรียน ตามดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
2. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า บางกลุ่มที่ไข่แตก เกิดจากข้อผิดพลาดในขั้นตอนไหน นักเรียนทราบหรือไม่ การท่ี
เราเขยี นการแก้ปัญหาอย่างเปน็ ขนั้ ตอน ตรงทน่ี ักเรยี นสามารถย้อนกลับมาดไู ด้วา่ ทำผิดพลาดขน้ั ตอนไหน
บา้ ง หรอื อาจปรับเปล่ียนขั้นตอนวิธีการแก้ปัญหา การแก้ปญั หาอย่างเป็นระบบ เขียนข้ันตอนชัดเจน เพ่ือ
ไมใ่ หเ้ สียเวลา หลงทาง และสบั สน วิธกี ารแก้ปัญหาแต่ละวิธีมคี วามเหมาะสมกบั งานแตกตา่ งกันไป
3. นักเรยี นสามารถแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาได้หลากหลายรปู แบบ เชน่ อะไรบา้ ง (แนวคำตอบ เชน่ การ
เขยี น วาดรูป ใช้สญั ลักษณ)์
4. ครูต้ังประเดน็ ปญั หาขนึ้ ว่า ครูไปซือ้ ไข่ไก่ทีต่ ลาด โดยแมค่ ้านำไข่ไก่ไปวางในถุงกระดาษบางๆ ระหวา่ งทาง
กลับบ้าน ปรากฏวา่ มไี ขแ่ ตก แลว้ ทำใหถ้ งุ ขาด ไข่ทัง้ หมดเลยร่วงลงจากถงุ ถา้ ครกู ลบั ไปซื้อไขใ่ หม่อกี รอบ
ครคู วรทำอย่างไรดี ไข่ถึงจะไมแ่ ตกเหมือนเดิม
(แนวคำตอบพิจารณาคำตอบของนักเรียน ตามดลุ ยพินิจของครผู ูส้ อน)
7. การวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมอื เกณฑ์
ใบงาน เรอื่ ง ไข่ตกไมแ่ ตก
วธิ กี าร รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
ตรวจคำตอบ ใบงาน เรื่อง ไข่
ตกไม่แตก คณุ ภาพอยู่ในระดับ ดี ผา่ น
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
คณุ ภาพอยู่ในระดับ ดี ผา่ น
ตรวจผลงานและกระบวนการ เกณฑ์
ทำงาน เรื่อง การแสดงขนั้ ตอน แบบประเมนิ ผลงาน
การแกป้ ัญหา
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. ใบงาน เร่ือง ไขต่ กไม่แตก
2. ไข่ไก่หรอื ไขน่ กกระทาดบิ
66
3. กระดาษ
4. หนังยาง
5. ฟองนำ้
6. กงิ่ ไม้หรอื ตะเกยี บ
67
กลมุ่ ที่..........
ให้นักเรียนเขียนหรือวาดภาพ วิธกี ารหรือข้นั ตอนการโยนไขล่ งบนพ้ืนไมแ่ ตก
อุปกรณ์ทใ่ี ชม้ ีดงั น้ี
- กระดาษ - ฟองน้ำ
- หนงั ยาง - กิ่งไม้
เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนนท่ไี ด้
ร้อยละ 50 ขน้ึ ไป
68
กล่มุ ที่..........
ให้นักเรยี นเขยี นหรือวาดภาพ วิธีการหรอื ขนั้ ตอนการโยนไขล่ งบนพน้ื ไมแ่ ตก
อุปกรณท์ ีใ่ ชม้ ีดังนี้
- กระดาษ - ฟองน้ำ
- หนงั ยาง - หลอดดูดนำ้
1.เตรยี มไข่
2.นำฟองน้ำห่อไข่
3.ใช้กระดาษห่อ
4.หนงั ยางรดั
5.ใชห้ ลอดดูดหอ่ และรดั หนงั ยาง
69
แบบประเมินผลงาน
วชิ า เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 1
หนว่ ยท่ี 2 การแกป้ ญั หาอย่างเป็นขนั้ ตอน เรอ่ื ง การแสดงขัน้ ตอนการแกป้ ญั หา
คำชีแ้ จง : โปรดแสดงความคิดเหน็ ของท่าน และทำเครอื่ งหมาย () ลงในชอ่ งวา่ ง ระดบั คะแนน
ข้อท่ี เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล 321
1. ระบปุ ญั หา
2. วางแผนการแกป้ ัญหา
3. แสดงวธิ กี ารแกป้ ัญหาโดยการเขยี นหรอื วาดภาพ
4. การมีสว่ นรว่ มเสนอความคิดเหน็ เกีย่ วกับการแสดงขั้นตอนการแกป้ ัญหา
5. สามารถบอกข้อดี ข้อผิดพลาดของแต่ละขน้ั ตอนการแก้ปัญหา
6. ตอบคำถามการแกป้ ัญหาในชีวิตประจำวนั ได้
รวม
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
15-18 ดมี าก
11-14 ดี
7-10 พอใช้
ต่ำกวา่ 7 ปรับปรุง
70
เกณฑ์การแบบประเมินผลงานของนกั เรยี น
หวั ข้อประเมิน 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1
1. ระบปุ ญั หาวิเคราะหแ์ ละทำความ สามารถระบุปัญหาได้ 2 ยังไม่สามารถระบุ
เข้าใจปัญหา ถกู ต้องชดั เจน โดยการ ปัญหาได้ ต้องไดร้ ับ
วเิ คราะห์และทำความ สามารถระบุปัญหาได้ คำแนะนำจากครูผสู้ อน
เข้าใจปัญหา แตย่ งั ไมช่ ดั เจน โดย
การวิเคราะห์และทำ
ความเขา้ ใจปัญหา
2. วางแผนการแก้ปัญหา สามารถวางแผนการ สามารถวางแผนการ สามารถวางแผนการ
แก้ปญั หาไดอ้ ย่างเปน็ แก้ปัญหาไดอ้ ย่างเป็น แกป้ ญั หาได้ แต่ยงั เป็น
3. แสดงวธิ ีการแกป้ ัญหาโดยการ ลำดับขน้ั ตอน ลำดบั ขนั้ ตอน ลำดบั ข้ันตอน ต้อง
เขยี นหรือวาดภาพ เหมาะสมและ เหมาะสมแต่อาจ ไดร้ ับคำแนะนำจาก
แกป้ ญั หาได้จรงิ แกป้ ญั หาไม่ได้จรงิ ครผู สู้ อน
4. การมสี ว่ นร่วมเสนอความคิดเห็น
เกยี่ วกับการแสดงขั้นตอนการ แสดงวิธีการแก้ปญั หา แสดงวิธีการแกป้ ัญหา แสดงวธิ กี ารแกป้ ัญหา
แก้ปญั หา โดยการเขยี นหรือวาด โดยการเขยี นหรอื วาด โดยการเขียนหรอื วาด
ภาพ ได้เข้าใจ ถูกต้อง ภาพ ได้เขา้ ใจ แต่ยังไม่ ภาพได้ แตย่ งั ไม่ถูกต้อง
ชัดเจน ชัดเจน
สมาชกิ ทุกคนในกลุ่มมี สมาชิกสว่ นใหญใ่ น สมาชกิ ในกลุ่มไม่คอ่ ยมี
ส่วนร่วมเสนอความ กลุ่มมีส่วนร่วมเสนอ สว่ นร่วมเสนอความ
คิดเหน็ เกยี่ วกบั การ ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั คิดเหน็ เกี่ยวกับการ
แสดงข้ันตอนการ การแสดงขัน้ ตอนการ แสดงข้นั ตอนการ
แก้ปัญหา แกป้ ญั หา แก้ปัญหา
71
หวั ข้อประเมนิ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
5. สามารถบอกข้อดี ข้อผิดพลาดของ สามารถบอกไดว้ ่า 2 สามารถบอกข้อดีได้
แต่ละขั้นตอนการแก้ปัญหา ขน้ั ตอนไหนส่งผลให้ ว่าขั้นตอนไหนสง่ ผล
ประสบผลสำเรจ็ และ สามารถบอกข้อดีได้ ให้ประสบผลสำเร็จ
หาผิดพลาดของ วา่ ข้นั ตอนไหนส่งผล และไมส่ ามารถหา
ข้ันตอนท่ีทำให้ ใหป้ ระสบผลสำเรจ็ ผิดพลาดว่าผดิ พลาด
แก้ปญั หาไม่สำเรจ็ ได้ และหาผดิ พลาดของ ขัน้ ตอนไหน
อยา่ งชดั เจนถูกต้อง ขัน้ ตอนท่ีทำให้
สามารถยอ้ นกลับไป แก้ปัญหาไดไ้ ม่สำเร็จ
แก้ไขขัน้ ตอนนัน้ แตย่ งั ไม่สามารถแก้ไข
เพื่อให้แกป้ ัญหาได้ ขน้ั ตอนน้ันได้
สำเร็จ
6.ตอบคำถามการแกป้ ญั หาใน นกั เรียนสามารถบอก นักเรยี นสามารถบอก นกั เรยี นยังไมส่ ามารถ
วิธีการแกป้ ญั หาใน วธิ ีการแก้ปัญหาใน บอกวิธกี ารแกป้ ญั หา
ชวี ิตประจำวันได้ ชีวิตประจำวันได้ ชวี ติ ประจำวนั ได้ แต่ ในชวี ติ ประจำวนั ได้
ถูกต้องเหมาะสม ยังไม่เหมาะสม
และสามารถนำไปใช้ เท่าทค่ี วร และอาจ
ได้จรงิ นำไปใชไ้ ดจ้ ริงไม่ได้
72
แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ป.1
ชือ่ ............................................................เลขท.่ี ...............ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ห้อง....................
คำชแ้ี จง : ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับ
ระดบั คะแนน
ขอ้ การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน ระดับความคิดเหน็
321
มีวินัย
1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการเรยี นสม่ำเสมอ
2 ปฏิบัติตามคำตักเตือนของครู
3 ทำงานที่ได้รบั มอบหมายอย่างตง้ั ใจ
ใฝ่เรยี นรู้
4 รว่ มทำกิจกรรมต่างๆ ที่ครจู ัดให้อย่างตง้ั ใจ
5 หม่นั ซกั ถาม เมื่อเกิดขอ้ สงสยั
6 เอาใจใสง่ านทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7 สนใจทำกจิ กรรมกับเพ่ือนอย่างกระตือรือรน้
8 ปฏบิ ตั หิ น้าทีท่ ีไ่ ด้รบั มอบหมายอยา่ งตง้ั ใจ
9 ส่งงานอย่างสม่ำเสมอ
เกณฑใ์ หค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฎิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
2 คะแนน
ปฎบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง(70%) ให้ 1 คะแนน 23-27 ดีมาก
ปฎิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั (50%) ให้ 18-22 ดี
13-17 พอใช้
ต่ำกวา่ 13 ปรบั ปรุง
73
แบบบนั ทกึ หลังแผนการจัดการเรียนรู้
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่ีมปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้ามี))
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงช่ือ..............................................ผ้บู นั ทึก
(................................................)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอื่ ................................................
(นายสุพศิ อาจเช้อื )
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลรตั นบรุ ี
74
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรื่อง การแกป้ ญั หา
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นขั้นตอน ระยะเวลา 3 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ (เทคโนโลยีวทิ ยาการคำนวณ) ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1
1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
1.1. ตัวช้ีวดั
ว 4.2 ป.1/1 แกป้ ัญหาอย่างง่ายโดยใชก้ ารลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ
ป.1/2 แสดงลำดบั ข้ันตอนการทำงาน หรือการแกป้ ัญหาอยา่ งงา่ ยโดยใช้ภาพ
สัญลกั ษณ์ หรือข้อความ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกวธิ กี ารแกป้ ัญหาได้ (K)
2. วางแผนการจดั กระเป๋านักเรียนอย่างเป็นขัน้ ตอนได้ (K)
3. เขยี นเส้นทางการเดินเขาวงกตได้ (P)
4. หาจุดแตกต่างของภาพโดยการสงั เกตได้ (P)
5. ยกตัวอย่างการแกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวนั (A)
3. สาระการเรยี นรู้
ปญั หาอย่างงา่ ย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจดุ แตกต่างของภาพ การจดั หนงั สือใส่กระเป๋า
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า อ ย่ า งเป็ น ข้ั น ต อ น แ ล ะ เป็ น ร ะ บ บ ช่ ว ย ให้ ส า ม า ร ถ แ ก้ ปั ญ ห าไ ด้ อ ย่ าง มี
ประสิทธิภาพ ฝึกทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณการ
แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา สามารถทำได้โดยการเขียนบอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์การ
แก้ปัญหาอย่างง่าย โดยใช้ข้ันตอนการแก้ปัญหาสามารถฝึกฝนผ่านเกมเขาวงกต เกมหาจุด
แตกต่างของภาพ และการจัดกระเป๋านักเรียนได้ ทำให้สามารถแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้
อยา่ งเปน็ ข้นั ตอนและเป็นระบบ
75
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
1) ทกั ษะกระบวนการคดิ อย่างมี
วิจารณญาณ
2) ทักษะการสังเกต
3) ทักษะการสือ่ สาร
4) ทักษะการทำงานร่วมกนั
5) ทักษะการนำความรไู้ ปใช้
6) ทักษะการแก้ปญั หา
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : กระบวนการคิดคำนวณ
Computational Thinking Process
ช่ัวโมงท่ี 1
ขนั้ นำ 10 นาที
1. ครูทบทวนความรู้เดิมที่เรียนมาในช่ัวโมงที่แล้วว่า การแสดงข้ันตอนของปัญหามีอะไรบ้าง ให้นักเรียน
ภายในหอ้ งชว่ ยกนั ตอบคำถามร่วมกนั
(แนวตอบ มี 3 ขน้ั ตอน คือ การเขยี นบอกเล่า การวาดภาพ และการใชส้ ญั ลกั ษณ์)
2. ครถู ามนกั เรยี นวา่ นกั เรียนเคยเล่นเกมอะไรกันมาบ้าง และใชว้ ธิ ีในการชนะเกมนั้นอย่างไร
(แนวคำตอบ พิจารณาคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ ิจของครูผูส้ อน)
3. ครูเล่าสถานการณ์ให้นักเรียนฟังโดยบอกว่า มีผ้ึงน้อยที่หิวโหยออกไปหาน้ำหวานที่ในป่าและเขาพบว่า
น้ำหวานท่ีเขาตามหาอยู่ในดอกไม้ท่ีอยู่ในเขาวงกต นักเรียนจะมีวิธีพาผ้ึงน้อยตัวน้ีเดินทางเข้าไปยังเขา
วงกตเพอ่ื ไปเก็บนำ้ หวานดอกไม้ให้สำเรจ็ ไดอ้ ยา่ งไร
4. ครแู บง่ กลุ่มใหน้ กั เรียนกลมุ่ ละ 4-5 คน
76
ข้นั สอน 50 นาที
ข้นั แยกแยะและระบุปัญหา
1. ครูถามนักเรยี นว่า ผงึ้ น้อยตัวน้ีพบปัญหาในเรอ่ื งใดบ้าง
(แนวคำตอบ - ผ้ึงนอ้ ยหานำ้ หวานจากดอกไม้
- ผึง้ น้อยต้องเดินทางผ่านเขาวงกต )
ขั้นใช้เหตผุ ลในการจดั การข้อมูล
2. ครูใหน้ ักเรยี นทจี่ บั คู่แลกเปลีย่ นสนทนากันว่าจะทำอยา่ งไรดี
3. ครถู ามนกั เรียนว่า
3.1 นกั เรียนจะพาผึ้งน้อยไปท่ีดอกไม้เพ่ือกินน้ำหวาน แล้วนักเรียนจะไปถึงดอกไม้ได้อย่างไร (แนว
คำตอบ เดินผา่ นเขาวงกต)
3.2 การท่ีนักเรียนจะไปกินน้ำหวานได้ ต้องผ่านเขาวงกต ดังนั้นสิ่งที่นักเรียนต้องแก้ปัญหาอันดับ
แรกคอื ต้องทำอย่างไร (แนวคำตอบ หาวิธีเดนิ ผ่านเขาวงกต เพ่ือหาทางออกไปกินน้ำหวานจาก
ดอกไม)้
4. ครูให้นักเรียนในกลุ่มช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้เดินออกจากเขาวงกตน้ีได้ โดยครูแจกแผนท่ีเขา
วงกตให้ แลว้ ให้นกั เรียนศึกษาเสน้ ทาง
ขั้นออกแบบและจัดลำดบั ขนั้ ตอน
5. ครูแจกใบงาน เกมเขาวงกต โดยให้นกั เรียนเขียน วาดภาพ หรือสัญลักษณ์แสดงขั้นตอนลำดับทีจ่ ะพา
ผึ้งน้อยไปหานำ้ หวานดอกไมใ้ หส้ ำเรจ็
6. ใหน้ ักเรียนใชส้ ีดำระบายทบั เสน้ ทางท่ีนกั เรียนจะพาผ้งึ นอ้ ยไปเก็บนำ้ หวานจากดอกไม้
7.ให้นักเรียนวางหุ่นยนต์จิ๋ว จากชุดสื่อ โอโซบอต (Ozobot) วางท่ีจุดเริ่มต้น แล้วปล่อยให้เคล่ือนที่ตาม
เสน้ ที่ลากไปจนถึงจดุ หมาย ทดลองเดิน 3 ครงั้ ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง
8. ครตู ง้ั เง่ือนไขเพิ่มวา่ ใหไ้ ปเก็บนำ้ หวานจากดอกไม้ 2 ดอก
9. ครูแจกภารกิจท่ี 2 ใหน้ ักเรียนในกลมุ่ ระดมสมอง และกำหนดทศิ ทางการเดินของหุ่นยนต์จิ๋วเพ่ือไปเก็บ
ดอกไมใ้ ห้ครบตามภารกิจท่ีไดร้ ับ
10. ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
11. ครูสุ่มถามนักเรยี น 2-3 คน ว่าใช้วิธกี ารอยา่ งไร เจอปัญหาอะไรบา้ ง กว่าจะพาผึง้ น้อยไปเก็บนำ้ หวาน
ได้
(แนวคำตอบ พิจารณาคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู ้สู อน)
12. ครถู ามวา่ จากกจิ กรรมเกมเขาวงกตท่ีนกั เรียนเล่นไปแล้วน้ัน นักเรียนคิดว่าเราใชว้ ธิ กี ารแก้ปัญหาแบบ
ใด (แนวคำตอบ แบบลองผดิ ลองถูก)
77