ชวั่ โมงที่ 2
ข้นั สอน (ต่อ) 60 นาที
1. ครูถามนักเรียนว่า ช่ัวโมงท่ีแล้วทำกิจกรรมอะไร(แนวคำตอบ กิจกรรมเขาวงกต พาผึ้งน้อยไปกิน
นำ้ หวานจากดอกไม้)
2. ครูถามนักเรียนต่อว่า แล้วจากกิจกรรมท่ีทำนักเรียนได้เรียนรู้อะไรมา(แนวคำตอบ ได้รู้ว่าควร
แก้ปัญหาสิ่งใดก่อน การเลือกวิธีการแก้ปัญหาท่ีเหมาะสมกับปัญหา รวมถึงรู้วิธีการแก้ปัญหาแบบลอง
ผดิ ลองถกู )
3. ครนู ำภาพท่ีมีจุดแตกตา่ งกัน 2 ภาพตดิ ไวห้ นา้ กระดาน ให้นกั เรยี นสังเกตภาพท้ังสอง
4.ครูถามนักเรยี นว่า นกั เรียนเห็นอะไรในภาพทง้ั 2
(แนวคำตอบ เหน็ ภาพทีค่ ลา้ ยกนั แตม่ ีบางส่วนไม่เหมือนกัน)
5.ครูแบ่งกล่มุ นักเรยี นออกเปน็ กลมุ่ ละ 3 – 4 คน
ขน้ั แยกแยะและระบุปัญหา (Breaking Problem Into Part)
6.ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนคิดว่า จากภาพท้ังสองท่ีครูให้ กิจกรรมวันน้ีของเรานักเรียนจะต้องทำอะไร
(แนวคำตอบ พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผูส้ อน)
7. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ว่า จากภาพ2 ภาพทีใ่ หม้ า ใหห้ าจดุ แตกต่างของภาพทง้ั สอง
ขั้นกำหนดรูปแบบ
8.เมื่อนักเรียนไดภ้ าพครูจึงถามนกั เรียนวา่ จะทำอยา่ งไรจึงจะหาจดุ แตกต่างของภาพได้
(แนวคำตอบ พจิ ารณาคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพินจิ ของครูผ้สู อน)
9.ครูใหน้ ักเรียนหาจุดแตกต่างของภาพที่ 1 ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนหาจดุ แตกต่างภาพเจออยา่ งไร ใช้
เวลานานแค่ไหน และคิดว่ามวี ธิ ีการทหี่ าจุดแตกต่างของภาพได้เร็วกว่าน้ีหรอื ไม่
(แนวคำตอบ พิจารณาคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ข้นั ใชเ้ หตผุ ลในการจัดการขอ้ มลู
10.ครูและนักเรียนร่วมกันหา วิธีการท่ีจะหาความแตกต่างของภาพโดยท่ีศึกษาข้อมูลจากหนังสือ
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณหนา้ 38) โดยให้นกั เรียนดูภาพและครอู ธิบายเพิ่มเตมิ
ขน้ั ออกแบบและจดั ลำดับขัน้ ตอน
11. นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามวา่ การทนี่ ักเรยี นจะหาจดุ แตกตา่ งของภาพได้นกั เรยี นต้องเริ่มจากทำ
ส่งิ ใดตามลำดับ โดยครูเขยี นคำตอบของนักเรียนไว้หนา้ กระดาน
78
(แนวคำตอบ ข้ันตอนการหาจุดแตกต่างของภาพมีดงั น้ี
1. แบ่งภาพออกเป็น 4 ส่วน
2. มองภาพด้านซา้ ยของช่องบนซ้าย
3. มองภาพดา้ นขวาของชอ่ งบนซา้ ย
4. พบจดุ แตกตา่ งภาพ
5. วงลอ้ มรอบจุดที่มีความแตกต่าง
6. ทำซำ้ แบบนีใ้ นส่วนของบนขวา ล่างซา้ ย และลา่ งขวา)
12. นักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมหาจุดแตกต่างของภาพหน้า 39 หนังสือเทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) ป.1
13. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
14. ครูถามนักเรียนว่า การแก้ปัญหาจุดแตกต่างของภาพเป็นการแก้ปัญหาโดยนักเรียนใช้วิธีการ
แก้ปญั หาอย่างไร (แนวคำตอบ การแกป้ ญั หาแบบการเปรยี บเทยี บมาใชเ้ พ่ือแกป้ ญั หา)
79
ช่ัวโมงท่ี 3
ขน้ั สอน (ต่อ) 20 นาที
ขน้ั แยกแยะและระบปุ ญั หา (Breaking Problem Into Part)
1. ครูถามนำภาพ 2 ภาพติดหน้ากระดาน แล้วถามนักเรียนว่า เห็นอะไรในภาพบ้าง (แนวคำตอบ พิจารณา
คำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผูส้ อน นักเรียนบอกจุดแตกต่างของภาพ)
2. นักเรียนบอกจุดแตกต่างภาพได้ทันที ครูจึงถามว่า ช่ัวโมงที่แล้วนักเรียนเรียนรู้เรื่องน้ีไปแล้วจึงทำให้รอบนี้
นักเรยี นสามารถเลอื กวิธีการแก้ปัญหาและลงมอื แก้ปัญหาได้ทนั ที
3. ครถู ามนักเรยี นต่อว่า นักเรียนใชว้ ธิ ีไหนในการหาจดุ แตกตา่ งจากภาพ และทำอย่างไร
(แนวคำตอบ วิธกี ารเปรียบเที่ยบ โดยแบ่งภาพออกเปน็ ส่วนๆ แลว้ หาจดุ แตกตา่ งทีละสว่ น)
4. ครูเล่าเหตุการณ์ให้นักเรียนฟังว่า ลิตาเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ลิตามาโรงเรียนสายทุกวัน ลิตาไม่
ค่อยชอบจัดกระเป๋า ทำให้บางวิชาเขาก็ไม่ได้เตรียมมา การบ้านก็ไม่ส่ง วิชาท่ีไม่มีเรียนเขากับเอามา ทำ
ให้ลิตาเรียนไม่ทันเพ่ือน มีงานค้างหลายวิชา ลิตาต้องนอนดึกทุกคืนเพราะต้องทำงานค้างในเวลาเรียน
และยงั ตอ้ งทำการบา้ นอกี เขาเลยตื่นสาย
5. ครถู ามนักเรียนว่า ถา้ นักเรียนเจอสถานการณ์แบบลติ า นักเรียนจะทำอย่างไร
(แนวคำตอบ พจิ ารณาคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)
6.ครูถามคำถามกบั นกั เรียนดงั นี้
6.1 ทำไมลิตาถงึ มาโรงเรยี นสาย (แนวคำตอบ เพราะลติ าตนื่ สายและนอนดกึ )
6.2 ทำไมลิตาถึงนอนดึก (แนวคำตอบ เพราะตอ้ งทำงานคา้ งและการบ้าน)
6.3 เพราะอะไรลิตาถึงมีงานค้าง (แนวคำตอบ ลิตาไม่ได้จัดตารางเรียน ทำให้บางคร้ังไม่ได้หยิบ
สมุด หนังสือวิชาท่ีมีเรียนในวันน้ันไป เขาจึงต้องทำงานที่ครูให้ทำในเวลาเรียนมาทำเป็น
การบา้ นดว้ ย)
6.4 นกั เรยี นคดิ วา่ ถ้านักเรียนเป็นลิตา นกั เรียนจะต้องทำสง่ิ ใดเป็นอนั ดับแรก
(แนวคำตอบ จดั กระเป๋านกั เรยี น)
ขนั้ ใชเ้ หตุผลในการจดั การข้อมูล (Organize Data Logically)
7. ครูถามนักเรียนว่า อุปกรณ์ใดบ้างที่ควรจัดใส่กระเป๋านักเรียน ให้นักเรียนทำกิจกรรมหน้า 41 หนังสือ
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หรอื หนงั สอื แบบฝกึ หดั หน้า 25 ขอ้ ท่ี 3
ขั้นกำหนดรปู แบบ (Inter Pattern)
8. นกั เรยี นมวี ธิ จี ดั กระเปา๋ อย่างไร
(แนวคำตอบ จดั ตามตารางเรยี น ใสเ่ ครอื่ งเขียน สมดุ จดการบา้ น)
80
ขนั้ ออกแบบและจดั ลำดบั ข้ันตอน (Design Algorithm)
9. ให้นกั เรยี นวางแผนการจดั กระเป๋ามาโรงเรยี นในวันพร่งุ นี้ (วนั พฤหสั บดี) โดยกำหนดตารางเรียนดงั นี้
วนั ช่วั โมงที่ 1 ชัว่ โมงที่ 2 ชวั่ โมงที่ 3 พกั กลางวนั ช่ัวโมงท่ี 4 ชั่วโมงที่ 5
จันทร์ ไทย คณิต คณิต สังคม P.E.
อังคาร วิทย์ ไทย สงั คม ศิลปะ การงาน
พธุ วิทย์ อังกฤษ คอมฯ ไทย Scout
พฤหสั บดี คณิต จนี สขุ ศึกษา คณิต คัดลายมอื
ศกุ ร์ อังกฤษ คณิต ดนตรี ไทย กจิ กรรม
* ใช้ตารางเรียนจรงิ ของนักเรยี น
10. ให้นักเรียนเขียนวาดภาพหรือใช้สัญลักษณ์แสดงขั้นตอนการจัดกระเป๋ามาโรงเรียนของนักเรียน ในหน้า
29 หนังสอื แบบฝกึ หดั เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.1
11. ครใู หก้ ารบา้ น โดยให้นกั เรยี นจดั กระเปา๋ มาเรยี นตามขนั้ ตอนการจัดกระเป๋าทีนักเรยี นเขยี นไว้
สรปุ 40 นาที
1. ครูถามนักเรียนเพ่ือสรุปให้เข้าใจตรงกันว่า นักเรียนจัดกระเป๋าเตรียมมาโรงเรียน นักเรียนคิดว่าจะต้อง
ทำอย่างไรบา้ ง
(แนวคำตอบ ลำดบั การจดั กระเป๋านักเรยี นมีดังนี้
1. เปดิ ตารางเรียนวันพรุง่ น้ี
2. เลือกหนงั สือสมุดวชิ าที่ต้องเรยี น
3. นำหนงั สือและสมดุ ใส่ในกระเป๋า
4. เลอื กอุปกรณก์ ารเรยี น
5. นำอุปกรณก์ ารเรียนใส่กระเปา๋
6. ปิดกระเปา๋ นกั เรยี น)
2. ครูถามนักเรยี นว่า ถา้ ลติ าจดั กระเป๋ามาโรงเรยี นลติ า จะแก้ปญั หาที่เขามาโรงเรียนสายไดห้ รอื ไม่
(แนวคำตอบ ได้ พราะถ้าลิตาจัดกระเป๋ามาเรียน ลิตาจะมีสมุดหนังสอื เรียนทำให้ทำงานในเวลาเรียนได้
เวลากลางคนื ก็ทำเพียงแค่การบา้ นที่ครสู ่งั ลติ ากไ็ มต่ อ้ งนอนดกึ จึงไมต่ น่ื สายทำใหม้ าโรงเรยี นได้เชา้ ขนึ้ )
3. ครสู ุม่ นกั เรียนมา 1 คนใหน้ ักเรยี นเล่าสถานการณ์หรอื ปัญหาของตนเองมา 1 เร่ือง
(แนวคำตอบ พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผ้สู อน)
4. ครใู ห้นักเรียนภายในหอ้ งเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหา ทนี่ ักเรียนเล่ามาขา้ งต้น
5. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 10 ข้อ 3 ตัวเลอื ก ใช้เวลา 10 นาที
81
7. การวดั และประเมินผล
วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์
ทดสอบหลงั เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน 10 ขอ้ ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจกิจกรรมหาจุดแตกต่าง กิจกรรมหาจุดแตกต่างของภาพ รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
ข อ งภ าพ ห น้ า 3 9 ห นั งสื อ หน้า 39 หนังสือเทคโนโลยี
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) (วิทยาการคำนวณ) ป.1
ป.1
ตรวจกจิ กรรมหนา้ 41 หนังสือ กจิ กรรมหนา้ 41 หนังสอื
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) รอ้ ยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
ป.1 ป.1
ตรวจกิจกรรมในแบบฝึกหัด กิจกรรมในแบบฝกึ หัด
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) รอ้ ยละ 50 ผ่านเกณฑ์
ป.1 หน้า 29 ป.1 หน้า 29
สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรม คุณภาพอยู่ในระดบั พอใช้ ผ่าน
เกณฑ์
ตรวจผลงานและกระบวนการ แบบประเมนิ ผลงาน คุณภาพอยู่ในระดับ พอใช้ ผา่ น
ทำงาน เกณฑ์
8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง การ
แก้ปญั หาอย่างเปน็ ขนั้ ตอน
2. หนังสือแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง การ
แกป้ ัญหาอยา่ งเป็นขั้นตอน
3. ใบงานเรือ่ ง เกมเขาวงกต
4. ชุดสอื่ โอโซบอท (Ozobot)
5. บตั รภาพ เกมจุดแตกตา่ งของภาพ
82
ชอื่ ................................................................................... ชน้ั ................................ เลขท่ี.....................
คำช้แี จง ให้นักเรยี นใชส้ ีดำระบายทับเสน้ ทางท่ีจะให้ผึ้งนอ้ ยเคลื่อนทไ่ี ปเก็บนำหวานจากดอกไม้ใหส้ ำเรจ็
ภารกิจที่ 1 พาผง้ึ น้อยเดินผ่านเขาวงกตเพื่อไปเก็บน้ำหวานจากดอกไม้
พาผง้ึ ไปเก็บนำ้ หวานจากดอกไม้
ภารกิจที่ 2 พาผง้ึ น้อยเดินผา่ นเขาวงกตเพื่อไปเกบ็ น้ำหวานจากดอกไม้ทงั้ 2 ดอก
83
พาผงึ้ ไปเกบ็ น้ำหวานจากดอกไม้ 2 ดอก
84
คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นใช้สดี ำระบายทับเสน้ ทางทีจ่ ะให้ผึ้งน้อยเคลอ่ื นที่ไปเก็บนำหวานจากดอกไมใ้ หส้ ำเรจ็
ภารกิจท่ี 1 พาผึ้งน้อยเดนิ ผ่านเขาวงกตเพ่อื ไปเกบ็ น้ำหวานจากดอกไม้
85
ภารกิจท่ี 2 พาผง้ึ น้อยเดนิ ผ่านเขาวงกตเพอื่ ไปเกบ็ น้ำหวานจากดอกไม้ทั้ง 2 ดอก
86
บัตรภาพจุดแตกตา่ งของภาพ
นักเรยี นสังเกตภาพที่ 1และภาพที่ 2 ทีละส่วน เพ่ือหาจดุ แตกต่างของภาพ ใหว้ งล้อม จดุ แตกต่าง
ใน ภาพท่ี 2
ภาพท่ื 1 ภาพที 2
87
บตั รภาพจดุ แตกตา่ งของภาพ
88
แบบประเมนิ ผลงาน
วิชา เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1
หน่วยที่ 2 การแก้ปัญหาอย่างเป็นข้นั ตอน เรือ่ ง การแก้ปญั หา
คำชีแ้ จง : โปรดแสดงความคิดเหน็ ของทา่ น และทำเครื่องหมาย () ลงในชอ่ งว่าง
ข้อท่ี เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล ระดับคะแนน
3 21
1. หาประเด็นปัญหาและวธิ ีการแกไ้ ขปัญหา
2. การเขยี นเส้นทางการเดินเขาวงกต
3. การหาจุดแตกต่างของภาพโดยการสังเกต
4. การวางแผนการจัดกระเป๋าอยา่ งเปน็ ข้ันตอน
5. ยกตัวอยา่ งการแก้ปญั หาในชีวิตประจำวนั
รวม
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
13-15 ดมี าก
10-12 ดี
7-9 พอใช้
ตำ่ กวา่ 7 ปรับปรุง
89
เกณฑก์ ารแบบประเมนิ ผลงานของนกั เรียน
หัวข้อประเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
321
ด้านผลงาน
1. หาประเด็นปัญหาและวิธกี ารแกไ้ ข สามารถทำความเขา้ ใจ สามารถทำความเขา้ ใจ สามารถทำความเขา้ ใจ
ปญั หา ปญั หาจนหาประเดน็ ปญั หาจนหาประเดน็ ปัญหาได้บ้าง แตห่ า
ปญั หาได้อยา่ งถูกต้อง ปัญหาได้ ใช้วธิ ีการ ประเด็นปญั หาได้ไม่
และใช้วิธีการแกป้ ัญหา แก้ปัญหาที่ยังไม่ ชัดเจน และใชว้ ธิ กี าร
ทเี่ หมาะสมกับปัญหา เหมาะสมกบั ปญั หา แก้ปัญหาทยี่ ังไม่
เทา่ ทคี่ วร เหมาะสมกับปญั หา
2. การเขียนเส้นทางการเดนิ เขาวงกต สามารถหาเสน้ ทางเดิน สามารถหาเส้นทางเดนิ สามารถหาเส้นทางเดิน
ไปเขาวงกตได้ถกู ต้อง ไปเขาวงกตได้ ท้ัง 2 ไปเขาวงกตได้ แต่ต้อง
ทั้ง 2 ภารกจิ โดยไมม่ ี ภารกิจแต่มกี ารแก้ไข ไดร้ ับคำแนะนำจาก
การแก้ไขเสน้ ทาง เสน้ ทาง บางเสน้ ทาง คณุ ครจู งึ สามารถทำ
ภารกจิ สำเรจ็
3. การหาจุดแตกตา่ งของภาพโดยการ หาจดุ แตกตา่ งของภาพ หาจดุ แตกตา่ งของภาพ หาจุดแตกตา่ งของภาพ
สังเกต ทั้ง 5 จุด ครบ ได้ 3- 4 จุด ได้น้อยกว่า 3 จดุ
4. การวางแผนการจัดกระเป๋าอย่าง นักเรยี นสามารถวาง นกั เรยี นสามารถวาง นักเรยี นสามารถวาง
เป็นข้นั ตอน แผนการจัดกระเปา๋ ได้ แผนการจดั กระเปา๋ ได้ แผนการจัดกระเปา๋ ได้
อยา่ งเป็นขน้ั ตอนที่ อย่างเป็นขั้นตอนท่ี แตไ่ มเ่ ปน็ เป็นขัน้ ตอนท่ี
5. ยกตัวอยา่ งการแกป้ ญั หาใน ถกู ต้องตามหลักการ ถกู ต้องตามหลักการ ถูกต้องตามหลักการ
ชวี ิตประจำวนั และจัดอปุ กรณ์การ และแต่จัดอุปกรณ์การ
เรยี นครบ เรียนไม่ครบ สามารถยกตวั อย่าง
ปญั หาใน
สามารถยกตัวอย่าง สามารถยกตัวอยา่ ง ชีวติ ประจำวัน และแต่
ปัญหาใน ปัญหาใน ไม่สามารถบอกแนว
ชีวติ ประจำวนั และ ชวี ิตประจำวัน และ ทางการแก้ปญั หาได้
บอกแนวทางการ บอกแนวทางการ
แก้ปญั หาไดถ้ ูกตอ้ ง แก้ปัญหาได้ แต่ยงั ม่
เหมาะสม และสามารถ เหมาะสม และอาจ
นำไปใช้ได้จรงิ นำไปใช้ได้จรงิ
90
แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น ป.1
ชือ่ ............................................................เลขที่................ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 ห้อง....................
คำชแ้ี จง : ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับ
ระดบั คะแนน
ขอ้ การสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น ระดับความคิดเหน็
321
มีวินัย
1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการเรยี นสม่ำเสมอ
2 ปฏิบัติตามคำตักเตือนของครู
3 ทำงานที่ได้รบั มอบหมายอย่างตง้ั ใจ
ใฝ่เรยี นรู้
4 รว่ มทำกิจกรรมต่างๆ ที่ครจู ัดให้อย่างตง้ั ใจ
5 หม่นั ซกั ถาม เมื่อเกิดขอ้ สงสยั
6 เอาใจใสง่ านทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7 สนใจทำกจิ กรรมกับเพ่ือนอย่างกระตือรือรน้
8 ปฏบิ ตั หิ น้าทีท่ ีไ่ ด้รบั มอบหมายอย่างตง้ั ใจ
9 ส่งงานอย่างสม่ำเสมอ
เกณฑใ์ หค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฎิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
2 คะแนน
ปฎบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง(70%) ให้ 1 คะแนน 23-27 ดีมาก
ปฎิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั (50%) ให้ 18-22 ดี
13-17 พอใช้
ต่ำกวา่ 13 ปรบั ปรุง
91
แบบบนั ทกึ หลังแผนการจัดการเรียนรู้
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่ีมปี ัญหาของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้ามี))
ปัญหา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
ลงช่ือ..............................................ผ้บู นั ทึก
(................................................)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงชอื่ ................................................
(นายสุพศิ อาจเช้อื )
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลรตั นบรุ ี
92
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 การเขยี นโปรแกรมเบอื้ งต้น
รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระยะเวลา 6 ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทนั และมจี รยิ ธรรม
ว 4.2 ป. 1/3 เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรือสือ่
2. สาระการเรียนรู้
1) การเขยี นโปรแกรมเป็นการสร้างลำดบั ของคำสัง่ ให้คอมพิวเตอรท์ ำงาน
2) ตวั อย่างโปรแกรม เชน่ เขยี นโปรแกรมสงั่ ให้ ตัวละครยา้ ยตำแหน่ง ยอ่ ขยายขนาด เปลยี่ นรปู รา่ ง
3) ซอฟต์แวร์ หรือสื่อท่ีใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้บัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม ,
Code.org
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเขียนโปรแกรมเปน็ การสรา้ งลำดบั คำส่ังให้คอมพวิ เตอร์ทำงาน
การเขียนโปรแกรมเพ่ือส่ังใหต้ ัวละครยา้ ยตำแหน่ง ย่อขยายขนาด หรือเปล่ียนรูปร่างทำให้เข้าใจระบบการทำงาน
ของคอมพิวเตอรแ์ ละการเขยี นโปรแกรม การเขียนโปรแกรมโดยใชบ้ ตั รคำสั่งและใชส้ อื่ ในเว็บไซต์ ทำให้เข้าใจระบบ
การทำงานของคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ปญั หา และการวางแผนแก้ปญั หา สามารถแก้ปัญหา
ท่พี บในชีวติ จรงิ อย่างเป็นข้ันตอน และเป็นระบบ และสามารถใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้
การทำงาน และการแก้ปัญหาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน
1) ทักษะการคดิ เชงิ คำนวณ
2) ทกั ษะการสังเกต
3) ทกั ษะการสอ่ื สาร
4) ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล
5) ทกั ษะการทำงานร่วมกนั
6) ทกั ษะการแก้ปัญหา
7) ทกั ษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
93
6. การวัดและการประเมนิ ผล
รายการวัด วธิ วี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
6.1 การประเมินก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมนิ ตามสภาพจริง
- แบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 - แบบประเมนิ ผลงาน - คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดี
การเขียนโปรแกรม เรื่อง เขียนโปรแกรม ผ่านเกณฑ์
เบ้อื งต้น - คุณภาพอยู่ในระดบั ดี
6.2 ประเมนิ ระหว่าง - แบบประเมินผลงาน ผา่ นเกณฑ์
การจัดกจิ กรรม เรือ่ ง เขียนโปรแกรม - คุณภาพอยู่ในระดบั ดี
การเรียนรู้ โดยใชส้ ื่อในเว็บไซต์ ผา่ นเกณฑ์
1) หลกั การเขียน - ตรวจผลงานและ Code.org - คุณภาพอยู่ในระดบั ดี
โปรแกรมเบอื้ งตน้ กระบวนการทำงาน เรื่อง - แบบประเมินผลงาน ผา่ นเกณฑ์
เขยี นโปรแกรม เรอื่ ง ตัวอย่างโปรแกรม
2) ซอฟตแ์ วร์หรอื สื่อท่ใี ช้ - ตรวจผลงานและ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
ในการเขียนโปรแกรม กระบวนการทำงาน เร่ือง
เขียนโปรแกรมโดยใชส้ ่ือใน
เวบ็ ไซต์ Code.org
3) ตวั อย่างโปรแกรม - ตรวจผลงานและ
กระบวนการทำงาน เร่ือง
ตัวอย่างโปรแกรม
4) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
การทำงานรายบุคคล
6.3 การประเมนิ หลงั เรยี น - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน - แบบทดสอบหลังเรยี น - ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
- แบบทดสอบหลัง
เรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่3
การเขียนโปรแกรม
เบ้ืองตน้
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
• แผนท่ี 1 : หลักการเขียนโปรแกรมเบ้อื งต้น
เวลา 2 ชัว่ โมง
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : การแก้ปัญหา (Problem Solving Method)
• แผนที่ 2 : ซอฟต์แวร์หรือส่อื ท่ีใชใ้ นการเขยี นโปรแกรม
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : กระบวนการปฏิบตั ิ เวลา 2 ชั่วโมง
• แผนที่ 3 : ตัวอยา่ งโปรแกรม เวลา 2 ชั่วโมง
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : กระบวนการปฏบิ ตั ิ
(รวมเวลา 6 ชั่วโมง)
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3
เรอ่ื ง การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
2) แผนที่การเดินทางกลับป่าของช้าง 3 ชดุ
3) สตกิ เกอร์บัตรคำส่ัง
4) รหสั บัตรคำส่ัง
94
5) เวบ็ ไซต์ Code.org
6) www. scratch.mit.edu
7) ห้องปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์
95
แบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3
คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1.สังเกตภาพ ต้องใช้รหัสคำส่ังใด เพ่ือพากระต่ายไปกินแครอท
ก.
ข.
ค.
2.รหัสคำสั่งในข้อใดใช้แทนการเดินลง แล้วเดินขวา 2 คร้ัง
ก.
ข.
ค.
3.ถ้าต้องการเขียนคำสั่งในเว็บไซต์ Code.org ให้นกสีแดงไปหาหมูสีเขียว จะต้องวางบล็อกคำสั่ง
อย่างไร
96
ก. ข. ค.
4.จากคำสั่ง ข้อใดวางบล็อกได้ถูกต้อง
ก. ข. ค.
ค.
5.ถ้าต้องการลบบล็อกมีขั้นตอนอย่างไร
ก. เลือกบล็อก แล้วกดแป้น End ท่ีคีบอร์ด
ข. เลือกบล็อก แล้วกดแป้น Delete ที่คีบอร์ด
ค. เลือกบล็อก แล้วกดแป้น Enter ที่คีบอร์ด
6.ถา้ ขยายภาพ ต้องใช้ชุดคำสัง่ ใด ข.
ก.
7.ถ้าใชค้ ำสั่งนีภ้ าพท่ไี ดจ้ ะเป็นอย่างไร
97
ก.
ข.
ค.
8.จากภาพที1่ เมื่อกดปุ่ม จะไดผ้ ลลัพธ์ดงั ภาพที่ 2 การเปลี่ยนแปลงรปู รา่ งน้ีใช้คำส่งั ใด
ภาพที่ 1 ข. ภาพท่ี 2
ก. ค.
9.จากภาพข้อ 8 ถา้ ตอ้ งการให้ภาพท่ี 2 กลับคนื รปู เดิม ต้องใชค้ ำสัง่ ใด ค.
ก. ข.
98
10. คำส่ังใดของโปรแกรมทำใหภ้ าพเลก็ ลง ค.
ก. ข.
99
แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1.สังเกตภาพ ต้องใช้รหัสคำส่ังใด เพ่ือพากระต่ายไปกินแครอท
ก.
ข.
ค.
2.รหัสคำสั่งในข้อใดใช้แทนการเดินลง แล้วเดินขวา 2 ครั้ง
ก.
ข.
ค.
3.ถ้าต้องการเขียนคำส่ังในเว็บไซต์ Code.org ให้นกสีแดงไปหาหมูสีเขียว จะต้องวางบล็อกคำสั่ง
อย่างไร
100
ข. ข. ค.
4.จากคำสั่ง ข้อใดวางบล็อกได้ถูกต้อง
ก. ข. ค.
ค.
5.ถ้าต้องการลบบล็อกมีขั้นตอนอย่างไร
ก. เลือกบล็อก แล้วกดแป้น End ท่ีคีบอร์ด
ข. เลือกบล็อก แล้วกดแป้น Delete ที่คีบอร์ด
ค. เลือกบล็อก แล้วกดแป้น Enter ที่คีบอร์ด
6.ถ้าขยายภาพ ต้องใช้ชดุ คำส่ังใด ข.
ก.
7.ถ้าใช้คำส่งั น้ีภาพทไ่ี ด้จะเป็นอยา่ งไร
101
ก.
ข.
ค.
8.จากภาพที1่ เมื่อกดปุ่ม จะได้ผลลพั ธ์ดงั ภาพท่ี 2 การเปลีย่ นแปลงรปู รา่ งน้ีใช้คำส่งั ใด
ภาพที่ 1 ข. ภาพท่ี 2
ข. ค.
9.จากภาพข้อ 8 ถ้าตอ้ งการให้ภาพท่ี 2 กลับคืนรปู เดิม ตอ้ งใช้คำสง่ั ใด ค.
ข. ข.
102
10. คำส่งั ใดของโปรแกรมทำให้ภาพเล็กลง ค.
ก. ข.
103
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1 เรื่อง หลักการเขียนโปรแกรมเบอ้ื งต้น
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น ระยะเวลา 2 ชัว่ โมง
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ (เทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ) ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
1.1 ตวั ช้วี ัด
ว 4.2 ป. 1/3 เขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื สื่อ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายหลกั การเขียนโปรแกรมเบื้องต้นไดถ้ ูกต้อง (K)
2. เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใช้บัตรคำส่ังได้ (P)
3. ยกตัวอย่างการเขยี นโปรแกรมโดยใช้บัตรคำสงั่ ในชีวิตประจำวันได้ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
การเขียนโปรแกรมเปน็ การสร้างลำดบั ของคำสัง่ ใหค้ อมพวิ เตอร์ทำงาน
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานการเขียนโปรแกรมเพื่อส่ัง
ให้ตัวละครย้ายตำแหน่ง ย่อขยายขนาด หรือเปล่ียนรูปร่างทำให้เข้าใจระบบการทำงานของ
คอมพิวเตอร์และการเขียนโปรแกรม การเขียนโปรแกรมโดยใช้บัตรคำสั่งและใช้ส่ือในเว็บไซต์ ทำให้
เข้าใจระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ปัญหา และการวางแผน
แก้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ และสามารถใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
104
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้
1) ทกั ษะการคิดเชิงคำนวณ 3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
2) ทกั ษะการสงั เกต
3) ทกั ษะการสอื่ สาร
4) ทักษะการใหเ้ หตผุ ล
5) ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
6) ทกั ษะการทำงานร่วมกัน
7) ทักษะการสงั เกต
8) ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : การแก้ปัญหา (Problem
Solving Method) ชั่วโมงที่ 1
ขัน้ นำ 15 นาที
1.ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง การเขียนโปรแกรมเบ้ืองต้น เพื่อวัดความรู้
เดิมของนักเรียนกอ่ นเข้าสู่กจิ กรรม
2.ครเู ลา่ นิทานให้นกั เรียนฟัง โดยมีเนือ้ เรือ่ งดังนี้
กาลครั้งนึงนานมาแล้ว มีโขลงช้างป่าที่อาศัยอยู่ในป่าลึกกลางภูเขา กำลังเดินทางเพื่อไปหาแหล่ง
อาหารใหม่ โขลงช้างป่า เดินลงมาจากภูเขา จนมาเจอสวนผลไม้ของชาวบ้าน ช้างป่าเลยจะพากันมากินผลไม้ แต่
ทันใดน้ันเจ้าของสวนมาเห็นพอดี จึงตะโกนเรียกชาวบ้าน โขลงช้างตกใจจึงว่ิงกลับข้ึนไปบนภูเขา แต่มีลูกช้างตัว
เล็กๆ ตัวหนึ่งว่ิงไม่ทันช้างตัวอ่ืน ชาวบ้านจึงพาลูกช้างไปอยุ่ท่ีสวนก่อน แต่ลูกช้างคิดถึงแม่ ไม่ยอมกินอาหาร
ชาวบ้านจึงคิดว่าจะต้องพาช้างตัวน้ีกลับคืนสู่ป่า โดยชาวบ้านได้ทำเส้นทางการเดินทางของช้างไว้ แต่อยากให้
นกั เรยี นเป็นคนพาช้างกลับคนื สู่ปา่
3.ครใู หน้ กั เรียนดภู าพเส้นทางการเดินทางของช้าง โดยครูต้ังคำถาม เพ่ือให้นกั เรยี นเกิดข้อสงสยั วา่ ชา้ ง
ป่าตวั นี้ หลงเข้ามาในชวนผลไม้ชาวบ้าน นักเรยี นจะทำอย่างไร เพื่อพาชา้ งกลับป่า โดยใชบ้ ัตรคำส่งั ดังนี้
105
4. ครูถามนนกั เรียนว่า ครตู ้องใช้บตั รคำสงั่ ใดบ้างจึงจะพาช้างกลับไปปา่ ได้ นักเรยี นในห้องช่วยกันตอบคำถาม
ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปคำตอบ
5. ครูแบง่ กลมุ่ ใหน้ ักเรยี น กลุ่มละ 3-4 คน
ขนั้ สอน
ขัน้ ระบปุ ญั หา 5 นาที
1.ครูใหน้ กั เรยี นดูชุดสอ่ื ควิ เบตโต (Cubetto) โดยประกอบด้วย
1.1 หนุ่ ยนต์ไม้หรอื คิวเบตโต
1.2 บอรด์
1.3 บล็อกคำสั่ง
1.4 แผนท่ีทางเดนิ
2. ครูใหน้ กั เรียนดูแผนท่ี แล้วถามนกั เรียนว่า ถ้าครูใหน้ กั เรียนพาควิ เบตโต เดินทางจากจดุ เริ่มตน้ ไปยังปราสาท
โดยใช้บลอ็ กคำส่งั นกั เรยี นจะทำอย่างไร
(แนวคำตอบ พจิ ารณาคำตอบตามดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
3.จากท่นี กั เรยี นเรียนมาแล้ว เม่อื เราเจอปญั หาสงิ่ แรกท่คี วรทำคอื ทำอยา่ งไร
(แนวคำตอบ ส่งิ แรกคอื วิเคราะห์ปัญหา ทำความเขา้ ใจปัญหา แลว้ ระบปุ ระเด็นท่ีตอ้ งแกป้ ัญหาให้ชัดเจน)
3.ครถู ามนักเรยี นว่า เมื่อนักเรียนทำการวิเคราะห์ ทำความเข้าใจกบั ปัญหาแลว้ เรื่องท่ีนักเรียนตอ้ งแก้ไขใน
ปัญหานีค้ อื อะไร (แนวคำตอบ พาควิ เบตโตไปปราสาท โดยใชบ้ ัตรคำส่ัง)
ข้นั สำรวจและคน้ คว้าข้อมูล 10 นาที
4.ครแู จกชดุ ส่อื ควิ เบตโตให้นักเรยี น
5.ครูใหน้ ักเรยี นดวู ธิ ีการใชค้ วิ เบตตโต จากคลิป มาร้จู ัก Cubetto (ควิ เบตโต) ชุดสื่อฯ เพ่ือสรา้ งพืน้ ฐาน
วทิ ยาการคอมพิวเตอร์ ใน Youtube (https://www.youtube.com/watch?v=9CtfRai5LQM ) หรือครูอธบิ าย
วิธีการใช้ ควิ เบตโต อธบิ ายวิธกี ารเล่น และบลอ็ กคำสง่ั ดังนี้
ภาพบลอ็ กคำสัง่
106
6.ให้นักเรียนสังเกตแผนท่ี โดยสังเกตจุดเร่ิมตน้ เป้าหมาย แล้วให้สมาชกิ ชว่ ยกันศึกษาเส้นทางทจ่ี ะให้ควิ เบตโต
ไปยังปราสาทใหไ้ ด้
ขั้นออกแบบวิธกี ารแกป้ ญั หาและลงมอื ทำ 30 นาที
8.ครูให้นักเรียนนำบล็อกคำสั่งไปวางในบอร์ดให้ถูกต้องเพ่ือให้คิวเบตโตเดินไปยังปราสาท โดยใช้ชุดคำส่ัง 3
บลอ็ กนี้
9.เม่ือนักเรียนนำบล็อกวางสำเร็จครูจึงให้นักเรียนทดสอบการเดินของคิวเบตโต โดยวางคิวเบตโตไว้จุดเร่ิมต้น
จากน้นั กดปุ่มสฟี ้าท่บี อร์ด เพ่อื ใหค้ วิ เบตโตเดนิ ตามคำสงั่ ที่เขียนไว้ ทดสอบ 3 ครัง้
10. ถ้ากลุ่มไหนสามารถทำให้คิวเบตโตเดินไปถึงปราสาทได้สำเร็จครูให้นักเรียนลองเขียนชุดคำส่ังอื่นท่ีไม่
เหมือนเดิม แต่ใหค้ ิวเบตโตเดนิ ไปถงึ ปราสาทให้ได้
11. กลุ่มท่ียังไม่สามารถเดินไปถึงปราสาทได้ ครูจะให้นักเรียนสังเกตบล็อกคำส่ัง ว่านักเรียนวางบล็อกไหนผิด
มีจุดผดิ พลาดตรงไหนเม่ือนักเรียนเห็นข้อผิดพลาด ให้แก้ไข แลว้ ทดลองใช้ชุดคำส่ังนั้นจนกวา่ จะพาคิวเบตโตไปถึง
ปราสาทไดส้ ำเรจ็
12. ครูสุ่มตัวแทนกลมุ่ ใหม้ าอธบิ ายวธิ เี ขียนชดุ คำว่าใช้คำสั่งใดบ้าง
ชัว่ โมงท่ี 2
ขั้นสอน (ตอ่ )
ขัน้ ออกแบบวธิ กี ารแก้ปญั หาและลงมอื ทำ 30 นาที
1.ครทู บทวนความรู้ชั่วโมงทแ่ี ล้ว โดยถามวา่ ช่ัวโมงทแี่ ลว้ นักเรยี นใช้ชุดคำสงั่ ใหค้ วิ เบตโตเดินทางไปท่ไี หน
(แนวคำตอบ เดินทางไปปราสาท)
2.ครูสนทนากับนักเรียนว่า ถ้าครูอยากให้คิวเบตโตเดินทางไกลกว่าเดิม โดยให้เดินทางไปยังภูเขานักเรยี น
จะเขยี นชดุ คำส่งั ไดอ้ ย่างไรบา้ ง
3.ให้นักเรียนเข้ากลุ่มเดมิ ชั่วโมงทแี่ ล้ว ตัวแทนกลมุ่ ออกมารบั ชุดสื่อฯ ควิ เบตโต
4.ครูให้นกั เรยี นในกลุ่มช่วยกนั วางแผนการเสน้ ทางเดนิ ของควิ เบตโต
5.เม่ือนักเรียนพาคิวเบตโตเดนิ ทางไปยังภูเขาได้สำเร็จ ครูจึงต้ังเงื่อนไขเพิ่มเตมิ วา่ ให้ใช้บลอ็ กคำส่ังฟังก์ชัน
มาใช้ในการเขยี นคำสง่ั
6.ให้แตล่ ะกลมุ่ ลงมอื เขียนคำสงั่ และทดลองให้ควิ เบตโตเดิน
7.ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งของแตล่ ะกลุม่
107
8.ครูถามต้ังประเด็นปัญหาว่า ครูเห็นหลายกลุ่มเดินผ่านน้ำ คิวเบตโตเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่ชอบน้ำเลย ถ้าครูให้
นักเรียนเขียนคำส่ังให้คิวเบตโตเดินไปยังภูเขา แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามเดินผ่านน้ำ นักเรียนจะเขียนชุดคำสั่ง
อยา่ งไร
9. ครใู ห้แตล่ ะกลมุ่ เขียนชดุ คำสงั่ และทดสอบใช้ชดุ คำส่ัง ครูตรวจสอบความถกู ต้องของแตล่ ะกลุ่ม
10. ครูต้งั กติกาขน้ึ มาว่า ให้แตล่ ะกล่มุ แขง่ กันโดยใช้ชุดคำสง่ั กลุ่มใดทำสำเรจ็ เป็นกลมุ่ แรก ถอื วา่ เปน็ ผชู้ นะ
11. ครบู อกคำส่ังว่า ให้นักเรยี นเขียนชดุ คำสัง่ โดยใช้บล็อกคำสั่ง พาคิวเบตโต เดินทางไปยงั ปราสาท แล้ว
เดินต่อไปยงั ภเู ขา แล้วเดินต่อไปยงั ท่าเรือโดยที่หา้ มเดนิ ผา่ น้ำ
12. ครูให้แต่ละกลุ่มลงมือเขียนชุดคำสั่งกลุ่มไหนทำสำเร็จให้ยกมือ ครูตรวจสอบความถูกต้องและให้
คะแนน
ข้นั สรปุ 30 นาที
1.นกั เรยี นเขียนคำสง่ั ทพ่ี าคิวเบตโตเดินไปเปา้ หมายที่กำหนด นักเรียนใช้เครื่องมอื ใด
(แนวคำตอบใช้บล็อกคำสงั่ )
2.นักเรียนมขี น้ั ตอนอยา่ งไรในการเขยี นคำส่งั พาควิ เบตโตเดิน
(แนวคำตอบ วิเคราะห์ปัญหา ว่า ปัญหาคือต้องการพาคิวเบตโตเดินจากจุดไหนไปไหน มีเงื่อนไขใดบ้าง
จากนั้นวางแผนว่าจะเดินเสน้ ทางไหน แลว้ เลอื กใช้บล็อกคำสัง่ ตามท่วี างแผนไว้
เม่ือวางบล็อกเรียบร้อย จึงทดสอบการเดินของคิวเบตโต ถ้าคิวเบตโตเดินไม่ถึงเป้าหมาย ต้องกลับมา
ตรวจสอบวา่ ผิดพลาดจดุ ไหน แล้วแกไ้ ขให้คิวเบตโตเดนิ ไปถงึ เปา้ หมาย)
3.ครูถามนักเรียนวา่ จากทีน่ ักเรียน เรยี นเร่ืองการแก้ปญั หามา นักเรยี นมขี ั้นตอนในการแกป้ ญั หาอยา่ งไร
( แนวคำตอบ วิเคราะห์ทำความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ัญหา ลงมือแกป้ ัญหา และตรวจสอบการแก้ปัญหา)
4. ครูสนทนากับนักเรียน โดยให้นักเรียนดูหนังสือเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1 หน้า 45 ประกอบด้วย
ครูถามคำถามนักเรยี นดงั น้ี
4.1 เม่ือนักเรียนเจอปัญหาก็จะวิเคราะหว์ ่าปัญหาคืออะไรนั่นคือข้ันตอนแรกของการแก้ปัญหา นักเรยี นคิด
วา่ หลกั การเขียนโปรแกรมข้ันแรกคืออะไร (แนวคำตอบวเิ คราะหป์ ญั หาที่ต้องเขยี นโปรแกรม)
4.2 ในการแกป้ ญั หาขั้นต่อมาคือวางแผน ถา้ เป็นหลักการเขียนโปรแกรม ข้นั คอื คอื ทำอะไร
( แนวคำตอบ เขยี นผงั โปรแกรม)
4.3 การลงมอื แกป้ ัญหา คือการทำอะไรในการเขียนโปรแกรม (แนวคำตอบ เขียนโปรแกรม)
4.4 ดังนั้นการที่นักเรียนลงมือวางบล็อกคำสั่งในบอร์ด เป็นการเขียนโปรแกรมใช่หรือไม่ (แนวคำตอบ ใช่
เปน็ การเขียนโปรแกรมโดยใช้บล็อกคำส่งั หรือบัตรคำสั่ง)
4.5 เม่ือนักเรียนลงมอื ปฏิบัติ บางครง้ั อาจถูกต้องหรอื ไม่ถูกตอ้ ง เราจึงต้องมีการตรวจสอบการแก้ปัญหา ใน
เรื่องของการเขยี นโปรแกรมข้นั นี้คอื ทำอยา่ งไร (แนวคำตอบ ทดสอบและแกไ้ ขโปรแกรม)
108
7.ครูถามนักเรียนว่า ถ้าครูให้นักเรียนเขียนโปรแกรมโดยใช้บัตรคำส่ัง นักเรียนจะเขียนอย่างไร โดยท่ีให้ระบุ
ปัญหาเอง ซ่ึงเป็นปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวัน (แนวคำตอบ พิจารณาคำตอบของนักเรียน ตามดุลยพินิจ
ของครูผู้สอน)
7. การวัดและประเมินผล
วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
ทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบก่อนเรยี น 10 ขอ้ ร้อยละ 50 ผา่ นเกณฑ์
คุณ ภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่าน
สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑ์
ตรวจผลงานและกระบวนการ คุณ ภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่าน
ทำงาน เร่ือง เขียนโปรแกรม แบบประเมินผลงาน เกณฑ์
โดยใชบ้ ตั รคำส่ัง
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.1
2. แผนทกี่ ารเดนิ ทางกลับปา่ ของชา้ ง 3 ชุด
3. สตกิ เกอร์บัตรคำสัง่
4. รหัสบัตรคำสงั่
5. ชุดสื่อคิวเบตโต
109
แผนท่ีการเดนิ ทางของชา้ ง
สติกเกอร์บัตรคำสัง่ ชดุ ที่ 3
110
แบบประเมนิ ผลงาน
วิชา เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1
หนว่ ยท่ี 3 การเขยี นโปรแกรมเบือ้ งตน้ เร่อื ง หลักการเขียนโปรแกรมเบ้ืองตน้
คำช้ีแจง : โปรดแสดงความคิดเหน็ ของทา่ น และทำเครื่องหมาย () ลงในช่องวา่ ง ระดับคะแนน
3 21
ขอ้ ที่ เกณฑ์การวัดและประเมินผล
1. อธบิ ายหลักการเขยี นโปรแกรมเบ้อื งต้น
2. เขยี นโปรแกรมโดยใช้บตั รคำส่งั
3. ตอบคำถามหลักการเขยี นโปรแกรมโดยใชบ้ ัตรคำสัง่
4. ยกตวั อย่างการเขียนโปรแกรมโดยใช้บตั รคำสัง่ ในชวี ิตประจำวัน
รวม
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
10-12 ดมี าก
7-9 ดี
5-6 พอใช้
ต่ำกวา่ 5 ปรบั ปรุง
111
เกณฑ์การแบบประเมนิ ผลงานของนักเรยี น
หัวข้อประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
321
สามารถอธบิ าย สามารถอธิบาย สามารถอธบิ าย
หลกั การเขยี น หลักการเขียน หลกั การเขียน
โปรแกรมได้ว่ามี โปรแกรมได้วา่ มี โปรแกรมไดว้ ่ามี
1.อธบิ ายหลกั การเขยี นโปรแกรม ข้นั ตอนใดบา้ ง แต่ละ ขนั้ ตอนใดบ้าง แตล่ ะ ขน้ั ตอนใดบา้ งแตย่ ัง
เบอื้ งต้น ขน้ั ตอนทำอยา่ งไร ได้ ขน้ั ตอนวา่ ทำอย่างไร อธบิ ายไม่ครบ และยัง
อยา่ งถูกต้อง ชดั เจน ยงั ไม่ชัดเจนชัดเจน ไมส่ ามารถอธบิ ายได้วา่
ตรงตามหลักการเขียน ตรงตามหลักการ ในแต่ละขั้นตอนทำ
โปรแกรมเบอ้ื งตน้ อยา่ งไร
เขยี นโปรแกรมโดยใช้ เขียนโปรแกรมโดยใช้ เขยี นโปรแกรมโดยใช้
บัตรคำสง่ั ได้ถูกต้อง บตั รคำสั่งได้ถูกต้อง บตั รคำส่ังได้ไม่ถกู ต้อง
2.เขียนโปรแกรมโดยใชบ้ ตั รคำสัง่ ตามหลกั การ โดยไม่ แตม่ กี ารแก้ไขในขนั้ ตามหลกั การ ครูต้อง
ตอ้ งแก้ไข ตรวจสอบความถูกตอ้ ง อธบิ ายเพิ่มเตมิ เพื่อให้
นกั เรียนสามารถแก้ไข นักเรยี นแก้ไขให้
ให้ถูกต้องตามหลักการ ถูกต้องตามหลักการ
ตอบคำถามได้วา่ ตอบคำถามได้ว่า ตอบคำถามได้ว่า
หลักการเขยี น หลักการเขยี น หลกั การเขียน
โปรแกรมตอ้ งทำ โปรแกรมตอ้ งทำ โปรแกรมตอ้ งทำ
อยา่ งไร ขนั้ ตอนใดจาก อยา่ งไร ข้นั ตอนใดจาก อย่างไร ขน้ั ตอนใดจาก
3.ตอบคำถามหลักการเขยี นโปรแกรม กจิ กรรมตรงตาม กจิ กรรมตรงตาม กจิ กรรมตรงตาม
โดยใชบ้ ัตรคำส่ัง หลักการเขียน หลักการเขยี น หลักการเขียน
โปรแกรม และตอบ โปรแกรม และตอบ โปรแกรม นกั เรยี น
คำถาม ไดถ้ ูกต้อง คำถาม ได้ถูกตอ้ ง แต่ ตอบคำถามได้ แต่ไม่
เหมาะสม ชดั เจน ยงั ไมช่ ัดเจนครบถว้ น ชัดเจน และอธิบาย
ครบถว้ น เพม่ิ เติมไม่ได้
112
หวั ข้อประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน
4.ยกตัวอยา่ งการเขียนโปรแกรมโดยใช้ 321
บตั รคำส่งั ในชวี ติ ประจำวนั
นักเรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ
ยกตัวอยา่ งการเขยี น ยกตัวอยา่ งการเขียน ยกตัวอยา่ งการเขยี น
โปรแกรมทเ่ี กยี่ วขอ้ ง โปรแกรมทเ่ี กี่ยวข้อง โปรแกรมทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
กบั ชีวติ ประจำวนั ได้ กบั ชีวติ ประจำวนั ได้ กับชวี ติ ประจำวนั ได้
โดยสามารถระบปุ ัญหา โดยสามารถระบุปญั หา แต่ไมส่ ามารถระบุ
ท่ีต้องการเขยี น ทีต่ อ้ งการเขยี น ปัญหาทต่ี อ้ งการเขยี น
โปรแกรม บอกการ โปรแกรม แตบ่ อกการ โปรแกรมได้ชัดเจน
เขยี นแผนผัง เขยี น เขยี นแผนผงั เขียน และบอกการเขียน
โปรแกรม คาดเดาผล โปรแกรม คาดเดาผล แผนผงั เขยี นโปรแกรม
การทดสอบโปรแกรม การทดสอบโปรแกรม คาดเดาผลการทดสอบ
ไดถ้ ูกต้องชัดเจน และ ไดย้ ังไม่ชดั เจน อาจจำ โปรแกรมได้ไม่ถูกต้อง
นำไปใช้ไดจ้ ริง ไปใช้ไดจ้ ริง อาจนำไปใช้จรงิ ไม่ได้
113
แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี น ป.1
ชือ่ ............................................................เลขท.่ี ...............ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ห้อง....................
คำช้ีแจง : ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด √ ลงในช่องท่ีตรงกับ
ระดบั คะแนน
ขอ้ การสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน ระดับความคดิ เหน็
321
มวี นิ ัย
1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงในการเรียนสมำ่ เสมอ
2 ปฏบิ ัติตามคำตักเตือนของครู
3 ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายอยา่ งต้งั ใจ
ใฝเ่ รยี นรู้
4 ร่วมทำกจิ กรรมตา่ งๆ ท่ีครจู ดั ใหอ้ ย่างตัง้ ใจ
5 หม่ันซกั ถาม เม่ือเกดิ ข้อสงสัย
6 เอาใจใส่งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
มุ่งมัน่ ในการทำงาน
7 สนใจทำกจิ กรรมกบั เพอื่ นอย่างกระตือรือร้น
8 ปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ ับมอบหมายอยา่ งต้งั ใจ
9 สง่ งานอยา่ งสม่ำเสมอ
เกณฑใ์ ห้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฎบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
2 คะแนน
ปฎบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ (70%) ให้ 1 คะแนน 23-27 ดมี าก
ปฎิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั (50%) ให้ 18-22 ดี
13-17 พอใช้
ต่ำกวา่ 13 ปรับปรุง
114
แบบบันทึกหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ัญหาของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแก้ไข
ลงชอ่ื ..............................................ผูบ้ นั ทึก
(................................................)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทไี่ ด้รับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงชอ่ื ................................................
(นายสุพิศ อาจเชือ้ )
ตำแหน่งผอู้ ำนวยการโรงเรียนอนบุ าลรตั นบรุ ี
115
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่ือง เขยี นโปรแกรมโดยใชส้ ือ่ ในเว็บไซต์ Code.org
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การเขยี นโปรแกรมเบ้ืองตน้ ระยะเวลา 2 ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (เทคโนโลยวี ิทยาการคำนวณ) ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
1.1 ตวั ชีว้ ดั
ว 4.2 ป. 1/3 เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ยโดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รือสื่อ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกหลกั การเขยี นโปรแกรมเบ้ืองต้นโดยใช้สอ่ื ในเวบ็ ไซต์ Code.orgได้ (K)
2. เขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้สือ่ ในเวบ็ ไซต์ Code.orgได้ (P)
3. บอกความสำคัญในการเขยี นโปรแกรมเบื้องต้นโดยใช้สอื่ ในเวบ็ ไซต์ Code.org ท่มี ีผลตอ่
ชีวิตประจำวนั ได้ (A)
3. สาระการเรียนรู้
ซอฟต์แวร์ หรือส่ือท่ีใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้บัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม,
Code.org
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การเขียนโปรแกรมโดยส่ือในเวบ็ ไซต์ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ การเขียน
โปรแกรม การวเิ คราะห์ปญั หา และการวางแผนแก้ปญั หา สามารถแกป้ ัญหาท่พี บในชีวิตจริงอย่างเป็น
ข้ันตอนและเป็นระบบ และสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
และการแกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
117
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
1) ทกั ษะการคดิ เชิงคำนวณ
2) ทกั ษะการสอื่ สาร
3) ทกั ษะการแก้ปญั หา
4) ทักษะการสงั เกต
5) ทกั ษะประยกุ ต์ใช้ความรู้
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : กระบวนการปฏบิ ตั ิ
ขนั้ นำ 15 นาที ชั่วโมงท่ี 1
1.ครูถามนักเรียนเพื่อทบทวนเรื่องหลักการเขียนโปรแกรมเบ้ืองต้น โดยถามว่าหลักการเขียนโปรแกรมเบื้องต้น
มีก่ขี อ้
(แนวตอบ มี 4 ข้อ 1. วิเคราะห์งานหรือปัญหาท่ีต้องการเขียนโปรแกรม 2. เขียนผังงานโปรแกรม 3. เขียน
โปรแกรม 4. ทดสอบ และแก้ไขโปรแกรม)
2. ครถู ามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นสามารถเขยี นโปรแกรมได้หรอื ไม่ ถ้าเขียนนักเรยี นเขยี นอยา่ งไร
(แนวคำตอบ สามารถเขยี นได้ โดยใชบ้ ัตรคำสง่ั )
4. ครูถามนักเรียนว่า แล้วนักเรียนเคยเขียนโปรแกรมโดยใช้ส่ืออย่างอื่นไหม (แนวคำตอบ พิจารณาคำตอบรัก
เรยี น ตามดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
5. นักเรียนเคยได้ยิน เว็บไซต์ Code.org ไหม (แนวคำตอบ พิจารณาคำตอบรักเรียน ตามดุลยพินิจของ
ครูผูส้ อน)
6.ครใู หน้ ักเรียนเปดิ คอมพิวเตอร์ เขา้ หน้าเวบ็ ไซต์ Code.org
ข้ันสอน 45 นาที
118
ขั้นท่ี 1 สังเกต รับรู้
1.ใหน้ กั เรียนสงั เกตหนา้ หลักของ เว็บไซต์ Code.org
2.ให้นักเรียนคลิกเขา้ ไป หน้าสำหรับนักเรียน
3. เลือกคอรส์ ท่ี 1
119
4.เริ่มตน้ จากบทเรียนท่ี 1 ให้คลกิ เข้าไปท่ี 1 จากน้ันให้นกั เรียนลองเล่นกิจกรรมในบทเรียนต่างๆ
5.ใหน้ ักเรยี นเล่นบทท่ี 2-3 โดยนักเรยี นลองเลน่ เอง ครูให้คำแนะนำ
ชัว่ โมงที่ 2
ขน้ั สอน (ต่อ)
ข้ันที่ 1 สงั เกต รับรู้ (20 นาที)
6. ครทู บทวนการเปิดเข้า เว็บไซต์ Code.org
7.ใหเ้ ลือกบทเรียนท่ี 4 เขาวงกต : การจดั ลำดบั
8. ครใู หน้ ักเรยี นดูวดิ ีโอบทนำเขาวงกต และลองเลน่ เอง โดยทคี่ รยู ังไม่อธิบาย โดยให้นกั เรยี นใช้เครอื่ งมือ ใช้
แถบคำส่ังต่างๆ เอง
9. ครูถามนกั เรยี นว่า จากทน่ี ักเรยี นสังเกต และลองเล่น นักเรียนคิดว่าสง่ิ ท่นี ักเรยี นเลน่ คอื อะไร ภารกิจของ
เกมนีเ้ ป็นอย่างไร (แนวคำตอบพานกตัวสีแดงไปจับเจา้ หมูตัวสีเขียว)
10. ครใู หน้ ักเรียนสงั เกตเครื่องมอื ในกลอ่ งเคร่ืองมือ จากน้ันใหน้ กั เรียนลากคำสั่ง
ไปวางต่อจากบลอ็ ก จากนน้ั ให้นกั เรียนกด โดยให้สงั เกตนกตัวสีแดง
ดว้ ยว่าถา้ กดเริ่มจะเป็นอย่างไร
120
11. ครูถามนักเรยี นว่า เม่อื เลือกใชค้ ำส่ังน้ี ในกลอ่ งเคร่ืองมือ กดเริ่ม แลว้ ผลเปน็ อยา่ งไร (แนว
คำตอบ นกเคล่อื นทไ่ี ปทางซ้ายคือทิศตะวนั ตก)
12.จากนั้นครใู หน้ ักเรยี นลองสงั เกตเคร่ืองมืออนื่ แลว้ ครูสาธติ ให้ดูทิศทางการเคล่อื นที่ของแตล่ ะคำสัง่
13. ครถู ามนักเรยี นว่าคำส่งั มผี ลอยา่ งไรกบั นก (แนวคำตอบ ทำใหน้ กเคล่ือนที่ไปด้านบน
คือทางทิศเหนือ)
14.ครถู ามนักเรียนว่าคำส่ัง มีผลอยา่ งไรกับนก (แนวคำตอบ ทำใหน้ กเคล่ือนท่ไี ปดา้ นล่าง
คือทางทิศใต)้
15.ครูถามนักเรยี นวา่ คำสง่ั มผี ลอยา่ งไรกบั นก (แนวคำตอบ ทำใหน้ กเคลื่อนท่ีไปด้านขวาคอื ทาง
ทศิ ตะวันออก)
16. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ว่าคำสัง่ จะมีสัญลักษณล์ ูกศรเพ่ือบอกทิศทาง และมีตวั อักษรภาษาองั กฤษบอกทิศดงั น้ี
N = North = ทศิ เหนือ
S = South = ทิศใต้
E = East = ทิศตะวันออก
W = West = ทศิ ตะวันตก
17. ครูถามนักเรยี นว่าภารกจิ ที่ 1 ของบทเรียนน้ีคืออะไร (แนวคำตอบ ขยับนกตวั สแี ดงไปหาหมใู นทิศ
ตะวนั ตก)
18. ครูอธบิ ายวา่ แตภ่ ารกิจใหส้ ังเกตจากแถบน้ี จะมคี ำอธบิ ายบอกภารกิจหรือคำแนะนำในการเล่นเกม
19.ให้นักเรียนสงั เกต เป็นตัวบอกจำนวนบลอ็ ก
121
ขัน้ ที่ 2 ทำตามแบบ (10 นาที)
20. จากภารกิจแรกท่ใี ห้ขยับนกไปทางด้านทิศตะวนั ตก ครูจงึ ใหน้ ักเรียนลากบล็อก
จำนวน 2 บลอ็ กมาวางในพืน้ ทก่ี ารทำงาน จากนัน้ ให้กด
21.ครูใหน้ กั เรยี นลองลบบลอ็ ก โดยใหเ้ ลือกบล็อก แลว้ กดแป้น Delete ทีค่ ีบอร์ด
ขนั้ ท่ี 3 ทำเองโดยไม่มแี บบ (5 นาที)
22. ใหน้ กั เรียนทำภารกจิ ที่ 2 ใหเ้ พม่ิ บลอ็ ก ยา้ ยบลอ็ ก และลบบล็อก จากน้นั ให้นกั เรยี นจัดเรียงบลอ็ กให้ถกู เพอ่ื ทำภารกจิ ให้
สำเรจ็
ขัน้ ที่ 4 ฝกึ ทำให้ชำนาญ (10 นาที)
23.ให้นักเรยี นทำภารกจิ ท่เี หลอื จนกว่าจะหมดเวลา
ข้ันสรปุ 15 นาที
1.ครสู นทนาและถามคำถามนักเรียนว่า จากท่ีนักเรียนทำกิจกรรมไป นักเรียนคิดวา่ เวบ็ ไซต์ Code.org
นักเรียนไดเ้ รียนรูใ้ นเร่ืองใดบา้ ง (แนวคำตอบ การเขียนคำสั่งในโปรแกรม Code.org การยา้ ยบลอ็ ก ลบบล็อก
การออกแบบชุดคำสง่ั )
2. การย้ายบล็อกในโปรแกรม Code.org ทำอยา่ งไร (แนวคำตอบ คลกิ เลอื กบล็อก จากนัน้ ลากไปยงั
ตำแหนง่ ท่ีต้องการ แล้วจึงปลอ่ ยเมาส์)
3.การ ลบบลอ็ กในโปรแกรม Code.org ทำอย่างไร (แนวคำตอบคลิกเลือกบล็อกและกดแป้น Delete ทีค่ ีบ
อรด์ )
4.ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ เกย่ี วกับการเขยี นโปรแกรมว่า โปรแกรม Code.org เปน็ การเขยี นโปรแกรมโดยตาม
หลักการเขยี นโปรแกรมเบ้ืองต้น จะเรมิ่ จากวเิ คราะห์ปัญหา ปญั หาท่ีจะเขียนโปรแกรมของบทท่ี4 เรือ่ ง เขา
วงกต กค็ ือภารกิจท่ีพานกสีแดงเดินทางไปหาหมสู เี ขียว โดยใช้ชดุ คำสงั่ จากน้นั มกี ารวางแผน นำบล็อกไปวาง
ในพน้ื ที่ทำงาน กด เพอื่ ทดสอบและแกไ้ ขโปรแกรมหากมีข้อผิดพลาด ครถู ามดังน้ี
4.1 เม่อื นักเรียนระบุปัญหา กิจกรรมทน่ี ักเรียนนำบล็อกคำสงั่ ไปตอ่ แลว้ กดเริ่ม ตรงกับหลกั การเขียน
โปรแกรมเบอ้ื งตน้ ข้อใด (แนวคำตอบ ขอ้ 3 เขียนโปรแกรม)
122
4.2 เมอื่ นกั เรยี นเขียนโปรแกรมเรยี บร้อย จะกดท่ี เพอ่ื ทดสอบและแก้ไขโปรแกรมหากมี
ขอ้ ผดิ พลาดตรงกบั หลักการเขียนโปรแกรมเบ้ืองตน้ ข้อใด (แนวคำตอบ ข้อ 4 ทดสอบ และแก้ไขโปรแกรม)
5.จากทน่ี กั เรยี นได้ทำกจิ กรรม นกั เรยี นคิดว่าเว็บไซต์ Code.org เปน็ เว็บไซต์เกี่ยวกบั อะไร (แนวคำตอบ
เว็บไซต์ Code.org ใช้สำหรับฝึกเขียนโปรแกรมผา่ นคอมพวิ เตอร์และอนิ เตอรเ์ น็ต ซึ่งผู้ใช้จะไดเ้ ขยี นโปรแกรม
ตามภารกิจและสถานการณ์ที่กำหนด)
6. ครถู ามนักเรยี นว่า จากทีน่ ักเรยี นไดท้ ำกจิ กรรมไป นักเรียนไดอ้ ะไรจากกิจกรรมน้ี แล้วกิจกรรมน้มี ผี ลต่อ
การดำเนนิ ชวี ติ ประจำวนั หรอื ไม่ (แนวคำตอบ จากการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้ผเู้ รียนไดร้ ับทักษะการคิดแบบมี
เหตผุ ลและเป็นข้นั ตอน ซึง่ สามารถนำไปปรับใชไ้ ด้ โดยถา้ มีเจอปัญหาหรอื เหตกุ ารณเ์ ราก็จะมีกระบวนการคดิ
อยา่ งเปน็ เหตผุ ล โดยเรม่ิ จากวิเคราะห์ปญั หา วางแผนการแก้ปญั หา ลงมือแก้ปัญหา และตรวจสอบการ
แก้ปญั หา)
7. การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
วิธีการ แบบสังเกตพฤติกรรม คุณภาพอยู่ในระดบั ดี ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล แบบประเมินผลงาน คณุ ภาพอยใู่ นระดบั ดี ผ่านเกณฑ์
ตรวจผลงานและกระบวนการ
ทำงาน เร่ือง เขียนโปรแกรมโดยใช้
ส่ือในเว็บไซต์ Code.org
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.1
2. เวบ็ ไซต์ Code.org
3. หอ้ งปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์
4. คอมพิวเตอร์
123
แบบประเมนิ ผลงาน
วิชา เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 1
หนว่ ยที่ 3 การเขียนโปรแกรมเบ้อื งตน้ เรอ่ื ง เขียนโปรแกรมโดยใช้ส่อื ในเวบ็ ไซต์ Code.org
คำชแี้ จง : โปรดแสดงความคิดเหน็ ของทา่ น และทำเคร่ืองหมาย () ลงในช่องว่าง
ขอ้ ท่ี เกณฑก์ ารวดั และประเมินผล ระดับคะแนน
3 21
1. บอกหลักการเขียนโปรแกรมเบื้องตน้ โดยใช้สื่อในเวบ็ ไซต์ Code.org
2. การออกแบบชดุ คำสง่ั เพ่อื ทำภารกิจให้สำเร็จ
3. การลบบลอ็ กในโปรแกรม Code.org
4. การย้ายตำแหนง่ บล็อกในโปรแกรม Code.org
5. บอกความสำคญั ของการเขียนโปรแกรมเบือ้ งต้นโดยใชส้ อื่ ในเวบ็ ไซต์
Code.org ทม่ี ผี ลต่อชวี ิตประจำวัน
รวม
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
13-15 ดีมาก
10-12 ดี
7-9 พอใช้
ตำ่ กว่า 7 ปรับปรงุ
124
เกณฑ์การแบบประเมินผลงานของนกั เรยี น
หัวข้อประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
321
สามารถบอกหลักการ สามารถบอกหลกั การ สามารถบอกหลักการ
เขียนโปรแกรม เขยี นโปรแกรม เขยี นโปรแกรมเบื้องต้น
1.บอกหลกั การเขยี นโปรแกรมเบื้องตน้ เบือ้ งตน้ โดยใชส้ ่อื ใน เบอ้ื งต้นโดยใชส้ ่อื ใน โดยใช้สอ่ื ในเวบ็ ไซต์
โดยใชส้ อ่ื ในเวบ็ ไซต์ Code.org เวบ็ ไซต์ Code.orgได้ เวบ็ ไซต์ Code.orgได้ Code.orgไดเ้ ล็กนอ้ ย
ถูกต้อง ชัดเจน และ ถูกต้อง แตย่ ังไม่ ครูต้องใหค้ ำแนะนำ
ครบถ้วน ครบถ้วนทุกข้ันตอน อธิบายเพมิ่ เติม
สามารถออกแบบ สามารถออกแบบ สามารถออกแบบ
ชดุ คำสั่งเพื่อทำภารกจิ ชุดคำสง่ั เพ่ือทำภารกิจ ชดุ คำสง่ั เพื่อทำภารกิจ
2. การออกแบบชุดคำส่ังเพื่อทำภารกจิ ไดถ้ ูกต้อง จำนวน ได้ ใชจ้ ำนวนบลอ็ กเกนิ ได้ แต่ต้องไดร้ ับ
ให้สำเรจ็ บลอ็ กพอดีเท่าที่ วา่ หรือน้อยกวา่ บล็อก คำแนะนำเพ่ิมเตมิ ใช้
กำหนดมาให้ ทำใหท้ ำ ที่กำหนดมาให้ แตม่ ี บล็อกเกินจำนวนที่
ภารกิจได้สำเร็จ การแก้ไขให้ถกู ต้อง กำหนดมาให้ จึงทำให้
และทำภารกิจได้สำเรจ็ ภารกจิ ไมส่ ำเร็จ
นกั เรียนสามารถลบ นักเรียนสามารถลบ นักเรยี นสามารถลบ
บลอ็ กในโปรแกรม บลอ็ กในโปรแกรม บล็อกในโปรแกรม
3.การลบบล็อกในโปรแกรม Code.org Code.orgได้ถกู ต้องทุก Code.orgได้ โดยท่ีครู Code.orgได้ โดยที่ครู
ขน้ั ตอน ตามหลกั การ แนะนำเล็กน้อย ตอ้ งสาธิต และพาทำที
ละขัน้ ตอน
4.การย้ายตำแหนง่ บล็อกในโปรแกรม สามารถยา้ ยตำแหน่ง สามารถย้ายตำแหน่ง สามารถย้ายตำแหน่ง
Code.org บลอ็ กในโปรแกรม บล็อกในโปรแกรม บลอ็ กในโปรแกรม
Code.orgได้ถูกต้องทุก Code.orgได้ โดยที่ครู Code.orgได้ โดยท่ีครู
ขน้ั ตอน ตามหลักการ แนะนำเล็กน้อย ต้องสาธิต และพาทำที
ละข้ันตอน
125
หัวข้อประเมิน 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
5.บอกความสำคัญของการเขียน บอกไดว้ า่ เรียนการ 2 บอกไดว้ ่าเรยี นการ
โปรแกรมเบือ้ งตน้ โดยใชส้ อื่ ในเวบ็ ไซต์ เขียนโปรแกรม เขยี นโปรแกรมเบื้องต้น
Code.org ท่มี ีผลตอ่ ชวี ิตประจำวัน เบ้ืองตน้ โดยใชส้ ือ่ ใน บอกได้ว่าเรยี นการ โดยใชส้ ่อื ในเว็บไซต์
เวบ็ ไซต์ Code.org เขียนโปรแกรม Code.org นักเรยี นได้
นักเรียนไดฝ้ ึกทักษะ เบ้อื งต้นโดยใช้ส่อื ใน ฝึกทักษะการคิดแบบมี
การคิดแบบมเี หตผุ ล เว็บไซต์ Code.org เหตผุ ลหรือเปน็ ข้ันตอน
และเปน็ ขน้ั ตอน นำไป นกั เรียนได้ฝึกทกั ษะ แตอ่ ธิบายการนำไป
ประยกุ ต์ใช้กับ การคดิ แบบมเี หตผุ ล ประยุกต์ใช้กับ
ชีวติ ประจำวนั ได้ เม่อื และเปน็ ขั้นตอน แต่ ชีวติ ประจำวนั ไมค่ ่อย
เกิดปญั หาใชว้ ิธกี ารคิด อธิบายการนำไป ได้ ว่าเมอื่ เกิดปญั หาใช้
แบบมเี หตุผลและเป็น ประยกุ ตใ์ ช้กับ วธิ กี ารคดิ แบบมีเหตผุ ล
ข้ันตอน เพอ่ื แกป้ ัญหา ชีวิตประจำวนั ได้ เมือ่ และเป็นขน้ั ตอน เพ่ือ
ได้ อธบิ ายวิธีการใช้ เกดิ ปญั หาใชว้ ธิ ีการคิด แก้ปัญหาอยา่ งไร
ชดั เจน และถูกต้อง แบบมเี หตผุ ลและเป็น
ขั้นตอน เพอื่ แก้ปญั หา
ได้ยังไม่ชัดเจน
126
แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน ป.1
ชือ่ ............................................................เลขที.่ ...............ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ห้อง....................
คำช้ีแจง : ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด √ ลงในช่องทตี่ รงกับ
ระดบั คะแนน
ขอ้ การสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน ระดับความคดิ เห็น
321
มวี นิ ัย
1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงในการเรียนสมำ่ เสมอ
2 ปฏบิ ัติตามคำตักเตือนของครู
3 ทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมายอยา่ งต้งั ใจ
ใฝเ่ รยี นรู้
4 ร่วมทำกจิ กรรมตา่ งๆ ท่ีครจู ดั ใหอ้ ย่างตัง้ ใจ
5 หม่ันซกั ถาม เม่ือเกดิ ข้อสงสัย
6 เอาใจใส่งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
มุ่งมัน่ ในการทำงาน
7 สนใจทำกจิ กรรมกบั เพอื่ นอย่างกระตือรือร้น
8 ปฏิบตั หิ นา้ ท่ที ี่ไดร้ ับมอบหมายอยา่ งต้งั ใจ
9 สง่ งานอยา่ งสม่ำเสมอ
เกณฑใ์ ห้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ปฎบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
2 คะแนน
ปฎบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ (70%) ให้ 1 คะแนน 23-27 ดีมาก
ปฎิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั (50%) ให้ 18-22 ดี
13-17 พอใช้
ต่ำกวา่ 13 ปรบั ปรุง
127
แบบบันทึกหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแก้ไข
ลงชอ่ื ..............................................ผูบ้ นั ทึก
(................................................)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงชอ่ื ................................................
(นายสุพิศ อาจเชือ้ )
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนบุ าลรตั นบรุ ี
128