The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จิตวิทยาสำหรับครู โดยคณาจารย์สาขาจิตวิทยาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

จิตวิทยาสำหรับครู

จิตวิทยาสำหรับครู โดยคณาจารย์สาขาจิตวิทยาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

Keywords: จิตวิทยาสำหรับครู

143

6. ประสานงานกับองคกรทั้งภาครัฐและเอกชน เพ่ือใหสถานศึกษาเปนแหลงวิทยาการ
ของชมุ ชน และมสี ว นในการพฒั นาชมุ ชนและทองถิน่

7. มสี วนรว มในการตรวจสอบและประเมนิ ผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ทําหนาที่
เสนอแนะในการพฒั นาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

บทบาทของพอแมหรือผปู กครองของเดก็ ปฐมวัย

1. มีสวนรวมในการกําหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา และใหความเห็นชอบกําหนดแผน
การเรียนรูข องเด็กรว มกับผูสอนและเด็ก

2. สงเสริมสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา และกิจกรรมการเรียนรูเพื่อพัฒนาเด็ก
ตามศกั ยภาพ

3. เปนเครอื ขา ยการเรยี นรู จดั บรรยากาศภายในบานใหเอือ้ ตอ การเรียนรู
4. สนับสนนุ ทรัพยากรเพ่อื การศกึ ษาตามความเหมาะสมและจาํ เปน
5. อบรมเลยี้ งดู เอาใจใสใหค วามรักความอบอนุ สงเสรมิ การเรียนรแู ละพัฒนาการดา น
ตา ง ๆ ของเดก็
6. ปองกันและแกไขปญหาพฤติกรรมท่ีไมพึงประสงค ตลอดจนสงเสริมคุณลักษณะ
ทีพ่ ึงประสงค โดยประสานความรวมมือกับผูสอนและผูทเี่ กย่ี วขอ ง
7. เปนแบบอยางท่ีดีทั้งในดานการปฏิบัตติ นใหเปนบุคคลแหงการเรยี นรู และมีคุณธรรม
นําไปสกู ารพัฒนาใหเ ปนสถาบันแหง การเรียนรู
8. มีสวนรวมในการประเมินผลการเรียนรูของเด็ก และในการประเมินการจัดการศึกษา
ของสถานศกึ ษา

เอกพจน สืบญาติ (2559) กลาวถึง บทบาทของพอแมและผูปกครองในการพัฒนา
เด็กปฐมวัยในศตวรรษท่ี 21 ซึ่งเปนศตวรรษแหงการเปล่ียนแปลงท่ีรวดเร็วอันมีปจจัยมาจาก
เทคโนโลยีทางดานคอมพิวเตอรที่เปนส่ือกลางในการแลกเปลี่ยนขอมูลสารสนเทศที่เชื่อมโยงกัน
เปนเครือขาย (network) การพัฒนาคนใหสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงดังกลาวตองเริ่มตนจาก
ชวงปฐมวัยซึ่งเปนวัยแหงการเรียนรูและพัฒนาตอเนื่องไปตลอดชีวิต โดยพัฒนาท้ังในดานความรู
ทักษะ และคุณลักษณะใหพรอมในการศึกษา การประกอบอาชีพ การดํารงชีวิต ทามกลาง
การเปลี่ยนแปลงและความหลากหลายในสังคมโลก เด็กปฐมวัยจึงตองไดรับการพัฒนาสมรรถนะ
การเรียนรูสําคัญ 4 ประการ ซ่ึงประกอบไปดวย สมรรถนะในการส่ือสาร(communication)
ความรวมมือ (collaboration) การคิดอยางมีวิจารณญาณ (critical Thinking) และการสรางสรรค/

144

นวัตกรรม (creativity and innovation) อันเปนฐานหลักของการเรียนรูและการดํารงชีวิต
ในศตวรรษแหงการเปล่ียนแปลง ทําใหเด็กมีพื้นฐานที่ดีมั่นคง สามารถเติบโตและอยูรอดไดอยางมี
คณุ ภาพในอนาคต

จากการเปล่ียนแปลงของสังคมในศตวรรษท่ี 21 กระบวนทัศนในการพัฒนาเด็กในมิติ
ของสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมแบบเดิมตองถูกเปลี่ยนแนวคิด รูปแบบวิธีการ ความเชื่อ และ
เทคโนโลยีท่ีเกิดข้ึนใหมๆตามยุคสมัย ซ่ึงผูมีอิทธิพลตอการพัฒนาของเด็กมากท่ีสุด คือ ผูปกครอง
และครู เปนกลุมคนสําคัญท่ีจะสงเสริมและเตรียมความพรอมใหเด็กไดดีท่ีสุด ครูสามารถใหขอมูล
แกพอแมผปู กครองในการสนับสนุนชว ยเพ่มิ ทักษะและการพฒั นาท่เี หมาะสมสาํ หรบั เดก็ ได ดังนี้

1. ปลอยใหลูกเลน การเลนทําใหเด็กเกิดการเรียนรูผานประสาทสัมผัสทั้ง 5 มากขึ้น
เชนการเลนทรายหรือการวาดภาพ จะทําใหเด็กไดพัฒนากลามเนื้อ เรียนรูเก่ียวกับการสัมผัส
การแยกเนื้อละเอียดเนื้อหยาบของทราย การสังเกต และที่สําคัญคือเปดโอกาสใหเด็กไดใชความคิด
สรางสรรค รวมไปถึงกิจกรรมกลางแจง ทีอ่ าจตองอยูกลางแดดลม ทพี่ อแมหลายคนมกั เกรงวาลูกอาจ
บาดเจ็บหรือปวยได เชน การข่ีจักรยาน เปนกิจกรรมที่จะทําใหเด็กไดฝกทักษะท้ังทางการมองเห็น
การคิดตัดสินใจ การทรงตัว และยังทําใหเด็กไดพัฒนาสมองทั้งสองซีกไปพรอมๆกัน สมองและใย
ประสาทจะทํางานรวมกัน เมื่อไดฝกคิดวิเคราะหแกปญหาและลงมือทํา ดังน้ันพอแมควรจะเปด
โอกาสใหเด็กไดเลน เพราะนอกจากจะไดออกกําลังกายแลว เด็กยังจะไดเรียนรูมากกวาการน่ังเขียน
หนังสือหรือเรียนวิชาการ

2. สื่อสารกบั ลกู พอ แมหลายคนคิดวา เด็กในวยั น้เี ปน เดก็ อยูเ สมอจึงพูดใหเด็กฟง อยฝู า ย
เดียว แตจริงๆแลวเด็กวัยนี้ควรเริ่มฝกเรื่องการสื่อสาร พอแมเปนตัวชวยสําคัญท่ีทําใหลูกพัฒนา
ในสว นนี้ไดมาก เริ่มแรกควรหดั ใหลูกเปนผูฟงที่ดี เพ่อื ใหลูกไดฝกประสาทการฟง การแยกแยะเสียง
สอนใหลูกมีสติมีสมาธิในการฟง โดยการเงียบและตั้งใจฟงส่ิงที่ไดยิน สอนใหลูกฟงพอแมพูดใหจบ
กอนแลวลูกถึงจะพูดตอ หรือสอนใหลูกฟงเพลงเพียงอยางเดียวโดยไมทํากิจกรรมอ่ืนควบคูไปดวย
เมื่อลูกสามารถฟงไดแลวพอ แมควรใหโอกาสลกู ไดพดู ส่อื ความรูสึกของตนเองออกมาดว ย ท่ีจะบอก
ใหพอแมทราบถึงความรูสึกและความตองการของตนเอง ย่ิงไปกวาน้ันเด็กยังไดเรียนรูมารยาทและ
จริยธรรมเบื้องตน คือ เร่ืองของการใหเกียรติกันในการรับฟงส่ิงที่ผูอ่ืนพูดและผูอ่ืนก็ตองฟงเราพูด
สดุ ทายพอ แมควรต้ังคําถามเพิ่มเติมใหแกลูกเพ่ือฝกทักษะทางการคิดวิเคราะห เชน เม่ือฟงเพลงจบ
แลวนอกจากที่จะถามลูกวาชอบหรือไมชอบเพลงน้ีอาจถามความคิดเห็นหรือตั้งคําถามเกี่ยวกับเพลง
น้นั เพ่มิ เติมดวย

145

3. จัดระบบชีวิตลูก วัยเด็กไมใชแคเลนหรือเรียนเพียงอยางเดียว แตจะตองเร่ิมหัด
พวกเขาที่จะใชชีวิตอยางมีระบบระเบียบบาง เพ่ือเปนการเรียนรูท่ีจะจัดการชีวิตอยางเปนข้ันตอน
รวมท้ังเริ่มฝกเร่ืองระเบียบวินัยและการเรียนรูท่ีจะปฏิบัติตามกฎ ซ่ึงตอไปจะทําใหพวกเขาสามารถ
ทาํ ตามกฎหมายและอยูรว มกับผูอ ่ืนในสังคมได เชน พอแมก ําหนดใหลกู ต่ืนนอนและเขา นอนเปน เวลา
ในวันท่จี ะตองไปโรงเรียน

4. ควบคุมการใชสอื่ และเทคโนโลยีของลกู ขณะนก้ี ารสือ่ สารตา งๆรวมไปถึงอุปกรณแ ละ
เทคโนโลยีเปนสิ่งท่ีเขาถึงงายท้ังโทรศัพทมือถือ แทบเล็ตและอินเตอรเน็ต ซ่ึงส่ิงเหลานี้มีทั้งขอดีและ
ขอเสีย ท่ีปจจุบันไมสามารถหลีกเลี่ยงการใชงานอุปกรณเหลานี้ได ดังนั้นพอแมควรเลือกส่ิงท่ีจะให
ลูกใช เชน มีการเลือกเกมท่ีเหมาะสมกับการพัฒนาสมองและทักษะของลูก มีการจํากัดการใชไมให
มากเกินไปเพื่อไมใหมปี ญหากับสายตา และที่สําคัญที่สุดคือ พอแมเองก็จะตองเปน ตัวอยางในการใช
เทคโนโลยีเหลานี้ดวย โดยไมยึดติดกับอุปกรณและเทคโนโลยีเหลาน้ีตลอดเวลา เชน ไมเลนหรือ
ใชง านในเวลาทานขา วหรืออยูก บั ครอบครวั เปน ตน

5. สอนวัฒนธรรมและจิตสํานึกใหกับลูก สิ่งสําคัญที่เด็กยุคใหมขาดไป คือ เร่ืองของ
วฒั นธรรมมารยาทสังคมและจิตสาํ นึก แตส ่ิงเหลาน้ีเปนส่งิ ท่ีจะตองเริ่มปลูกฝงตั้งแตวยั เดก็ เพ่ือใหติด
ตัวของพวกเขาไปเม่ือโตขึ้น ดังนั้นพอแมไมควรเพิกเฉยตอส่ิงเหลาน้ี เชน หากลูกทําอะไรผิด ควรมี
การตักเตือนและบอกเหตุผลเพื่อใหลูกเขาใจและไมทําอยางน้ันอีก พาลูกไปวัดหรือสถานที่
ประวัติศาสตรเพ่ือใหพวกเขาไดเรียนรูวัฒนธรรมของไทยท่ีดีงาม เปนตน หรือเร่ิมจากเร่ืองเล็กนอย
เชน การเขาแถว การไมสงเสียงดังรบกวนผูอื่น การขอโทษ หรือการขอบคุณ ซึ่งเปนพ้ืนฐานของ
การอยูรวมกับคนในสังคมเมื่อพวกเขาโตขึ้น การเริ่มปลูกจิตสํานึกในขณะท่ีพวกเขากําลังเรียนรู
จงึ เปนสิ่งสําคญั เพื่อใหพ วกเขาเปนบุคคลทมี่ ีคณุ ภาพในอนาคต

6. ใหลูกใชช วี ิต เม่ือเด็กๆโตขนึ้ พวกเขาจะตอ งออกไปใชช ีวติ และมชี วี ติ เปน ของตนเอง
ดังน้ันเด็กควรจะตองไดรับการฝกใหชวยเหลือตัวเอง ไดลองตัดสินใจอะไรเองจะทําให
พวกเขาไดฝ ก ทกั ษะในการคดิ วิเคราะหและการตัดสินใจ ซงึ่ นําไปสูท ักษะการเปน ผูนาํ หรือทกั ษะอืน่ ๆ
โดยเริ่มจากเรือ่ งงายๆ เชน การเก็บของเลน การเลอื กสง่ิ ที่ชอบ การเลน กีฬาแลว แพบ างชนะบาง หรือ
การอดทนรอส่ิงท่ีพวกเขาตองการ และใหลองคิดหาวิธีการแกไขอุปสรรคบางอยางเอง หลายครั้ง
พอ แมอาจไมใจเย็นพอท่ีจะรอลูกคิดหรือตัดสินใจ จึงรีบทําใหทกุ อยาง แตพอแมอาจลืมไปวานั่นเปน
การจํากัดการเรียนรูของลูก ทําใหลูกทําอะไรไมเปน หรือเปนชากวาเด็กคนอ่ืน หรือไดพัฒนาทักษะ
บางดานนอยกวา ท่ีควร เพราะการเรียนรูผานประสบการณจะเกิดขนึ้ หลังจากท่ีพวกเขาไดใ ชค วามคิด
ในการตัดสนิ ใจ

146

บทสรปุ

ความสัมพนั ธร ะหวา งโรงเรยี นกับชมุ ชนมีประโยชนแ ละความจําเปน อยางยงิ่ เพราะชว ยใหเกิด
ความเขาใจอันดีตอกัน และ ชวยแกปญหาความขัดแยง เนื่องจากโรงเรียนและชุมชนตางมีบทบาท
หนาที่ของตนและตางพึ่งพา อาศัยซึ่งกันและกัน และความสัมพันธระหวางครูและผูปกครองนั้น
มีความสําคัญมากในการพัฒนาผูเรียน เพราะการที่ครูและผูปกครองมีความสนิทสนมคุนเคยกัน
จะสามารถพัฒนาผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ และ สามารถลดชองวางระหวางเด็กกับครู
การทํางานรวมกันระหวา งครกู ับผูปกครองแลชุมชนในการจัดการศึกษา ควรจะเปน เปาหมายท่ีมุงไปสู
การศึกษาเพื่อชุมชนท้ังในปจจุบันและอนาคต ครู มีบทบาทสําคัญในการสั่งสอนศิษยหรือผูถายทอด
ความรูใหแกศิษย และบทบาทน้ี มีความสําคัญยิง่ แมวาโลกจะเปล่ียนแปลงและเจรญิ กาวหนาไปมาก
เพียงใด และในการสรางความสัมพันธกับผูปกครอง และชุมชนน้ันก็เปนบทบาท/สมรรถนะสําคัญ
อีกประการหน่ึงที่หนวยงานตาง ๆ กลาวถึง สําหรับแนวทางการสรางความสัมพันธทางตรงระหวาง
โรงเรียนกับชุมชนมี 2 ลักษณะ คือ 1) การนําโรงเรียนออกสู ชุมชน และ 2) การนําชุมชนเขามา
สโู รงเรียน โดยในการประสานงานท่ีดีจะทําใหเกิดการทํางานรวมกันระหวาง ผูปกครองชุมชน และ
องคกรในชุมชนในการจัดการศึกษา ซ่ึงครูเปนบุคลากรสําคัญที่ตองมีวิธีการประสานงานที่เหมาะสม
โดยการชักชวนพอแม ผูปกครอง บุคคลตา ง ๆ ในชุมชนมารวมกลมุ กนั เพื่อทาํ กจิ กรรมในการสง เสริม
พัฒนาเด็ก การเขาถึงชุมชน พอแม ผูปกครองผานแหลงความรูที่มีอยูในชุมชน การเยี่ยมบานเปน
รายบุคคล และการเย่ียมบานเปนกลุม การรวมกลุมกับผูท่ีเก่ียวของกับการพัฒนาเด็ก และองคกร
ที่ทํางานเกี่ยวกับครอบครัวและเด็ก การเชิญผูปกครองและชุมชนเย่ียมหองเรียน การประสานงาน
กับโรงเรียนประถมศึกษาใหมีนโยบายอยางเปนทางการท่ีจะจัด กิจกรรม การเปนผูปกระสานกับ
หนวยตาง ๆ ในชุมชน เพ่ือใหมีการรวมกลุมกันเปนองคกรทางการศึกษาที่มีการกําหนดเปาหมาย
อยางชัดเจนในการพัฒนาเด็ก สําหรับวิธกี ารสานสัมพนั ธระหวา งครูและผูปกครอง มีทั้งการใหขอมูล
ท่ีเปนเกี่ยวกับโรงเรียนและครูแกผูปกครอง และการใหผูปกครองควรแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร
ระหวางกนั

ในการจัดการศึกษาปฐมวัยน้ันบทบาทของชุมชนและผูปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
มีความสําคัญเปนอยางย่ิง ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยในศตวรรษท่ี 21 โดยเฉพาะการปลอยใหลูกเลน
การสื่อสารกับลูก การ.จัดระบบชีวิตลูก การควบคุมการใชสื่อและเทคโนโลยีของลูก การสอน
วฒั นธรรมและจติ สาํ นกึ ใหก ับลกู และการใหล ูกใชชวี ิต





149

บรรณานุกรม

กมลรตั น หลา สุวงษ. (2528). จิตวทิ ยาการศึกษา. กรงุ เทพฯ : ศรเี ดชา.
______ (2524). สุขภาพจติ ในโรงเรยี น.กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร
______ (2530). จติ วิทยาการศกึ ษา. พมิ พค รั้งท่ี 2. กรงุ เทพฯ : ภาควชิ าการแนะแนว
กรมสขุ ภาพจติ . (2543) อคี ิว : ความฉลาดทางอารมณ. นนทบรุ ี : สาํ นกั พมิ พพัฒนา สขุ ภาพจติ .
กนั ยา สุวรรณแสง. (2538) จติ วิทยาทัว่ ไป. (พิมพค รง้ั ท่ี 2) กรงุ เทพฯ : อักษรพิทยา.
______. (2540). จิตวทิ ยาท่ัวไป. กรุงเทพฯ : บาํ รงุ สาสน.
การศกึ ษาเอกชน, สํานักงานคณะกรรมการ. (2546). การจดั กระบวนการเรยี นร.ู กรงุ เทพฯ :
กญุ ชรี คาขาย. (2540). จิตวทิ ยาการเรียนการสอน. กรงุ เทพฯ : เทคนิคพรน้ิ ติ้ง.
คณะกรรมการวัฒนธรรมแหง ชาติ. (มปป.). คูม ือการจดั กิจกรรมและส่ือเพื่อการพัฒนาจิตพิสัยใน

ระบบการเรียนการสอนระดบั ประถมศึกษา. สาํ นักงานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหงชาต,ิ
กระทรวงศึกษาธิการ. (อัดสาํ เนา).
คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย. (2555). คมู ืออบรมแนะแนว โครงการยกระดับคณุ ภาพครู
ทง้ั ระบบตามแผนปฏิบตั กิ ารไทยเขม แขง็ . กรุงเทพฯ : โรงพิมพจุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั .
คณาจารยภ าควชิ าจิตวิทยาคณะมนุษยศาสตร มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม. (2527). ตาํ ราเรยี นวิชา
จิตวิทยาท่วั ไป.เชียงใหม : โรงพิมพช า งเผือก
คัดนางค มณศี รี. (2555). จิตวทิ ยาทวั่ ไป. กรงุ เทพฯ : ชอระกาการพิมพ
จิราภรณ ตั้งกิติภากรณ. (2556). จติ วทิ ยาท่ัวไป. กรงุ เทพฯ : สํานกั พิมพแหงจฬุ าลงกรณ
ชัยฤทธ์ิ ศลิ าเดช. (2545). คมู ือการเขียนแผนท่ีเนนผูเ รียนเปนสาํ คัญระดบั มัธยมศึกษา.
(ฉบับปรบั ปรุงใหม) . กรุงเทพฯ : จนู พบั ลิชช่ิง
ชาญชัย อาจินสมาจาร. (2545). สุดยอดเทคนิคสูครมู ืออาชีพ. กรุงเทพฯ : จรัญสนิทวงศก ารพิมพ.
ชาติชาย พิทักษธนาคม. (2544). จติ วิทยาการเรียนการสอน. กรงุ เทพฯ : สูตรไพศาล.
ฐิตมิ า นาคะผดุงรัตน (2548) เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าจติ วิทยาทั่วไป. คณะครศุ าสตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏบา นสมเด็จเจาพระยา : อดั สาํ เนา
ดวงเดอื น พันธมุ นาวนิ . (2538) ทฤษฎตี น ไม จริยธรรม การวิจัย และการพัฒนาบคุ คล. กรงุ เทพฯ
: โรงพมิ พจ ฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั .
ดวงเดือน ศาสตรภทั ร. (2547). การเรียนรู. ในคณะกรรมการโครงการสารานุกรมศึกษาศาสตร
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ (บก.). สารานุกรมศกึ ษาศาสตร ฉบับรวมเลมเฉพาะเร่ือง
สาขาจติ วทิ ยาและจิตวิทยาพัฒนาการ. (หนา 106 - 119) กรุงเทพฯ : คณะ
ศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ.
เตมิ ศักด์ิ คทวณชิ . (2546). จิตวิทยาทัว่ ไป. กรุงเทพฯ : ซเี อ็ดยเู คช่นั
ถวลิ ธาราโภชน และศรณั ย ดํารสิ ุข. (2544). พฤตกิ รรมมนษุ ยก ับการพัฒนาตน. (พิมพครัง้ ที่ 2).
กรุงเทพฯ : ทิพยวสิ ทุ ธิ.์
นพมาศ อุงพระ. (2546) ทฤษฎบี คุ ลิกภาพ และการปรบั ตวั . (ฉบบั พิมพค ร้งั ที่ 3 ปรบั ปรุงใหม)
กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.
นวลละออ สภุ าผล. (2527) ทฤษฎบี คุ ลกิ ภาพ. กรุงเทพฯ : คณะมนุษยศาสตร มหาวิทยาลยั
ศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมิตร.

150

นติ ยา คชภักด.ี (2543) ขน้ั ตอนการพฒั นาของเด็กปฐมวัยตงั้ แตป ฏสิ นธิถึง 5 ป. กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พครุ ุสภาลาดพราว.

นิรนั ดร จุลทรพั ย. (2551) การแนะแนวเบอื้ งตน. (พมิ พคร้ังที3่ ). สงขลา.นาํ ศลิ ปโฆษณา.
โรงเรียนเทพบดินทรว ิทยาเชียงใหม. (2557). หอ งแนะแนว. [ออนไลน]. ไดจาก :

http://www.thepbodint.ac.th/topmenu.php?c=show_note_
ประไพพรรณ ภูมวิ ฒุ สิ าร. (2546) เอกสารการสอนพฤติกรรมวัยเดก็ . (พิมพค ร้ังที่ 21) กรงุ เทพฯ :

มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช
ประสาท อศิ รปรีดา. (2523). จติ วิทยาการเรียนรูกบั การสอน. กรงุ เทพฯ : กราฟคอารต.
ปราณี รามสตู ร. (2545) จติ วิทยาท่วั ไป. กรุงเทพฯ : คณะครศุ าสตร สถาบันราชภัฏธนบรุ ี.
ปรียาพร วงศอ นุตรโรจน. (2548). จติ วิทยาการศกึ ษา.: กรุงเทพ ฯ. ศนู ยส ือ่ เสริมกรงุ เทพ
พนม ล้มิ อารีย. (2548) การแนะแนวเบือ้ งตน . กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร.
พัชรี สวนแกว . (2536) จติ วิทยาพัฒนาการและการดแู ลเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : คณะครศุ าสตร

สถาบนั ราชภฏั สวนดสุ ิต.
พิพัฒน วงศเกษม. (2528) จิตวทิ ยาพัฒนาการ. กรุงเทพฯ : วทิ ยาลยั ครพู ระนคร.
มธุรส สวา งบาํ รงุ . (2543) จติ วิทยาพัฒนาการ. เชียงใหม : มหาวิทยาลัยแมโ จ.
มลวิภา ทรงวุฒิศลิ . (2532) จติ วทิ ยาเด็กและวัยรนุ . กรงุ เทพฯ : คณะศึกษาศาสตร มหาวทิ ยาลัย

รามคําแหง.
มาลี จุฑา. (2544). การประยุกตจ ติ วิทยาเพ่ือการเรียนรู. กรงุ เทพฯ : ทิพยว ิสทุ ธ์.ิ
มุกดา ศรยี งค และคณะ.(2553). จิตวิทยาท่ัวไป =General psychology : PC 103. กรงุ เทพฯ :

ภาควิชาจิตวทิ ยา มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง, 2553.
เรงิ ชยั จงพิพนั สุข. (2543). คมู ือผูปกครองและครู : การเรียนการสอนตามพระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษา

แหงชาติ พ.ศ. 2542. (พิมพครั้งท่ี 6). กรุงเทพฯ : วัฒนาพานชิ .
โรงเรยี นเกานอยโนนรงั วิทยาเสริม. (2555). การปรบั ปรงุ ภูมิทศั นแ ละอาคารสถานที.่ [ออนไลน].

ไดจ าก : http://khaonoi.blogspot.com/2012/11/2555.html [สบื คนเมื่อ 1 สิงหาคม
2558].
โรงเรียนอนบุ าลสายดรณุ . (2553). โรงเรยี นของหนู. [ออนไลน]. ไดจาก : http://diarylove.com
/forum_posts.asp?TID=1881 [สืบคนเม่ือ 2 ตุลาคม 2558].
ลกั ขณา สริวฒั น. (2544). จติ วิทยาในชีวิตประจาํ วัน. กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร.
วชั รี ทรพั ยมี. (2531) การแนะแนวในโรงเรยี น. พิมพคร้ังที่ 3 กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พไทยวัฒนาพานชิ .
วชิ ยั วงษใ หญ. (2537). กระบวนการพฒั นาหลักสูตรและการเรยี นการสอนภาคปฏิบตั .ิ กรงุ เทพฯ :
สุวรี ยิ าสาสน .
วชิ าการ, กรม. (2545). รายงานการวจิ ยั เรื่องวฒั นธรรม สภาพแวดลอ ม และคา นิยมท่ีเอือ้ ตอการ
เรยี นรู ความดี และความสุขของผเู รียน. กรงุ เทพฯ : คุรสุ ภาลาดพราว.
________ (2546). ชดุ การศกึ ษาดวยตนเอง : การแนะแนวกับการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน ฉบบั ท่ี 1
ผูบรหิ ารสถานศึกษาข้ันพื้นฐานกบั การแนะแนว. กรงุ เทพฯ : องคการรบั สงสนิ คา และ
พสั ดุภัณฑ (ร.ส.พ.).
วภิ าพร มาพบสุข. (2543). จิตวทิ ยาทัว่ ไป. กรุงเทพฯ : สาํ นักพมิ พศ นู ยส ง เสริมวิชาการ.
วิไลวรรณ ศรสี งคราม. (2549). จิตวิทยาทั่วไป.

151

ศรธี รรม ธนะภูมิ. (2535) พัฒนาการทางอารมณ และบุคลกิ ภาพ. กรุงเทพฯ : คณะแพทยศ าสตร
โรงพยาบาลรามาธบิ ดี มหาวิทยาลยั มหิดล.

ศรเี รอื น แกวกังวาล. (2544) จติ วทิ ยาทั่วไป. กรุงเทพฯ : คณะศลิ ปะศาสตร มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร.

_______. (2545) จติ วทิ ยาพฒั นาการชวี ิตทุกชว งวัย เลม 1. กรงุ เทพฯ : คณะศิลปศาสตร
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.

สมศักด์ิ ภวู ิภาดาวรรธน. (2544). การยึดผูเรียนเปน ศูนยกลางและการประเมนิ ตามสภาพจริง.
(พิมพคร้ังที่ 4). เชยี งใหม : The Knowledge Center.

สําลี รักสทุ ธี และคณะ. (2544). เทคนิควธิ ีการจัดการเรยี นการสอนและการเขียนแผนการสอน
โดยยดึ ผเู รียนเปนสาํ คัญ. กรุงเทพฯ : พัฒนาการศึกษา.

สิริวฒั น ศรเี ครือดง (2552). จติ วิทยาคืออะไร (What is Psychology). [สบื คนเม่อื เมษายน
2559] จาก http://board.yimwhan.com/show.php?user=lifedeath&
topic=1&Cate=4

สริ อิ ร วิชชาวธุ .(2554) . จติ วิทยาการเรียนรู. กรงุ เทพฯ : สํานกั พิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร
สิริอร วชิ ชาวธุ .(2550). จติ วิทยาท่ัวไป. กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.
สชุ า จนั ทนเ อม. (2544) จิตวทิ ยาทั่วไป. (พิมพค ร้งั ที่ 13) กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช.
สุณีย ธรี ดากร. (2524) จิตวิทยาพัฒนาการ. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร วทิ ยาลยั ครูพระนคร.
สุภัททา ปณ ฑะแพทย. (2527) จิตวิทยาพัฒนาการ. กรุงเทพฯ : วิทยาลยั ครสู วนสนุ นั ทา.
สุรพล พะยอมแยม.(2545). จติ วิทยาอตุ สาหกรรม. พมิ พคร้งั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ: ศนู ยห นังสือ

จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั ฯ
สรุ างค โควตระกูล. (2556). จิตวทิ ยาการศกึ ษา. พมิ พครัง้ ท่ี 11. กรงุ เทพฯ : สํานกั พิมพแหง

จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย
สุวไิ ล เรียงวัฒนสขุ (2553). จิตวิทยาการทดลองเบื้องตน =Introduction to Experimental

Psychology : PC 313. กรุงเทพฯ : ภาควชิ าจิตวิทยา มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง,
ไหมไทย ไชยพนั ธ (2557). จิตวิทยา : แนวคิดทฤษฎกี ารศึกษาการปรับพฤตกิ รรมในช้ันเรียน.

วารสารมหาวิทยาลัยนราธวิ าสราชนครนิ ทร สาขามนุษยศาสตรแ ละสังคมศาสตร.
ปที่ 1 ฉบบั ที่ 1 (ฉบับปฐมฤกษ) มกราคม – มิถุนายน 2557. (หนา 22 -33 )
อรจรยี  ณ ตะก่วั ทุง. (2545). สดุ ยอดการพัฒนาการเรยี นการสอน. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอรเนท็ บุคส.
อัชรา เอิบสุขสริ ิ. (2556).จิตวิทยาสําหรับครู. กรุงเทพมหานคร:สาํ นักพมิ พแ หงจุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย
อารี พนั ธมณี. (2546). จติ วิทยาสรา งสรรคการเรียนการสอน. กรงุ เทพฯ : ใบไหมเอดดูเคท.
_______. (2534). จติ วิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : ตนออ.
อารี เพชรผดุ . (2538) จติ วิทยาพัฒนาการ. (ฉบบั ปรบั ปรุงใหม) กรงุ เทพฯ : คณะสังคมศาสตร
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร.
อบุ ลรัตน เพง็ สถติ ย. (2532) จิตวทิ ยาพัฒนาการ. กรุงเทพฯ : คณะศกึ ษาศาสตร มหาวทิ ยาลยั
รามคาํ แหง.
อบุ ลวรรณา ภวกานันท. (2555). จิตวิทยาการรู คิด และปญญา (Cognitive Psychology).
อุษณา เจริญไวย. (2538) เอกสารคําสอนจิตวิทยาวัยรนุ . เลย : สถาบนั ราชภฏั เลย.
Applied to Teaching. 7th ed. Boston : Itoughton.

152

Bandura, Albert. (1977). Social Learning Theory. New Jersey : Prentice Hall, Inc.
Baron, Robert A. (1989). Psychology : The Essential Science. Boston : Allyn and

Bacon.
Bechler,Rouert F. ,Nowman Jaek. (1993). Psychogy
Biehler, Rovert F., Nowman, Jack. (1993). Psychology Applied to Teaching. 7 th ed.

Boston : Itoughton Mifflin Company.
Bootzin, R.R. (1991) Psychology Today : An Introduction. New York : Mc Graw – Hill.
Cecco, P.J. (1968). Psychology. New Jersey : Prentice-Hall.
Cronbach, L. J. (1963). Educational Psychology. New York : Harcort, Brace.
_______., (1970). Essential of Psychological Testing. (2 nd ed.). New York : Harper &

Row.
Crow and Crow. (1965) Adolescent Development and Adjustment. New York :

McGraw – Hill Book Company.
Edward, J. S. (2010).Managing and improving behavior in inclusive educational

environments. [Online]. Available from :http://www.learnnc.org/lp/editions
/every-learner/6691[accessed 2014 May 22].
Gardner, Howard. (1999). Intelligence Reframed Multiple Intelligence for the 21th
Century. New York : A Member of the Persens Books Gronps.
Gibson, T. J. (1981). Psychology for the Classroom. N. J. : Prentice - Hall, INC.
Goleman, D. (1995) Emotional Intelligence. New York : Bantam Books.
Good, C. V. (1973). Dictionary of Education. (3 rd ed.). New York : McGraw Hill.
Hilgard, E. R. (1975). Introduction to Psychology. (3 rd ed.). New York : Harcourt
Brace and World.
Kassin, S. (1998) Psychology. London : Pentice – Hall.
Liebert. R.M., Poulos, R.W. and Strauss G.D. (1974). Developmental Psycholoty. New
Jersey : Prentice – Hall.
Newman, B.M. (1999) Development Through Life : A Psychosocial Approach Belmont :
Brooke / Cole.
Santrock, J.W. (2005). Psychology. New York : McGraw-Hill.
Sarah L. Friedman, Kenneth A. Klivington, Rita W. Peterson. (1986). The brain,
cognition, and education . Orlando : Academic Press .
Sprinthall, N. A. and Sprinthall, R. C. (1990). Educational Psychology. New York :
McGraw - Hill Publishing Company.
Woolfolk, Anitac. (1995). Educational Psychology. 6 th ed. Boston : Alyn and Bacon.
work&w_id=168 [สบื คน เม่ือ 6 ธนั วาคม 2558].


Click to View FlipBook Version