The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Brand's Summer Camp ปีที่ 29 วิชาชีววิทยา
โดย อ.อำพล ขวัญพัก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BS_Library, 2020-05-01 09:24:17

Brand's Summer Camp ปีที่ 29 วิชาชีววิทยา

Brand's Summer Camp ปีที่ 29 วิชาชีววิทยา
โดย อ.อำพล ขวัญพัก

Keywords: ชีววิทยา

37. ข้อใดแสดงสภาวะของเลือดในคนกอ่ นและหลงั การออกกําลังกายใหมๆ่ ไมถ่ กู ตอ้ ง (O-NET’52)

ค่าทวี่ ัด กอ่ นออกกําลังกาย หลงั ออกกาํ ลงั กาย

1) คา่ pH ของเลือด 7.4 7.8
2) ความเข้มข้นของออกซิเจน (หนว่ ย/ซม.3) 30 20
3) ความเขม้ ข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ (หนว่ ย/ซม.3) 60 65
4) ความเข้มขน้ ของกรดแลกติก (หนว่ ย/ซม.3) 15 35

38. พจิ ารณาแผนภาพขา้ งลา่ งทแ่ี สดงกลไกการรักษาสมดลุ อุณหภมู ิในรา่ งกายมนษุ ย์ (O-NET’52)

อากาศหนาว อากาศรอ้ น

อณุ หภูมขิ องรา่ งกายลดลง ก อณุ หภูมิของร่างกายเพ่มิ ขน้ึ ข

กระตุ้น กระตุ้น

ไฮโพทาลามัส

เส้นขนลุกชนั ค เสน้ ขนเอนราบ ฉ
เสน้ เลือดฝอยหดตัว ง เส้นเลอื ดฝอยขยายตวั ช
อตั ราเมแทบอลิซมึ ลดลง จ อัตราเมแทบอลซิ มึ เพิม่ ขึ้น ซ

การตอบสนองในขอ้ ใดไมถ่ ูกต้อง 3) ง. และ ช. 4) จ. และ ซ.
1) ก. และ ข. 2) ค. และ ฉ.

39. สตั ว์ในขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีมีอุณหภมู ิร่างกายในสภาวะปกติสูงท่สี ุด (O-NET’52)

1) อฐู 2) ช้าง 3) แมว 4) นกกระจบิ

40. เหตใุ ดผดู้ ืม่ เครอ่ื งดืม่ ผสมแอลกอฮอลจ์ งึ มักปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ (O-NET’53)
1) ไตทํางานอยา่ งมีประสิทธภิ าพสงู ขึ้น
2) การหล่ังฮอร์โมนวาโซเปรสซินลดลง
3) แอลกอฮอล์เป็นพิษต่อร่างกายจึงถูกกําจดั ทิ้งอยา่ งรวดเร็ว
4) รา่ งกายควบคมุ การทํางานของกลา้ มเนอื้ กระเพาะปัสสาวะไม่ได้

41. การดม่ื นา้ํ ส้มเป็นปริมาณมากทาํ ใหเ้ ลอื ดมสี ภาวะเป็นกรดจริงหรือไม่เพราะเหตใุ ด (O-NET’53)
1) เป็นกรดจรงิ เพราะวติ ามินซีละลายนาํ้ ได้
2) เป็นกรดจรงิ เพราะนา้ํ ส้มมีรสเปรี้ยวและมีปรมิ าณกรดสงู
3) ไม่เปน็ กรดเพราะเลือดมสี มบตั เิ ป็นสารละลายบฟั เฟอร์
4) ไม่เปน็ กรดเพราะร่างกายจะไดร้ ับอนั ตรายไดห้ ากเลือดมีสภาวะเปน็ กรด

42. เมื่อเชอ้ื โรคเข้าสู่ร่างกายคน รา่ งกายจะมปี ฏกิ ิรยิ าตอบสนองโดยสรา้ งสารใดมาต่อสู้ (O-NET’53)

1) ซรี มุ่ 2) แอนตเิ จน 3) ทอกซอยด์ 4) แอนตบิ อดี

โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปที ี่ 29 149 ชวี วทิ ยา (อ.อาํ พล)

43. ลักษณะทางพนั ธกุ รรมในขอ้ ใดต่อไปนถี้ กู ควบคมุ ดว้ ยยีนบนออโตโซม (O-NET’52)

ก. ผมหยิก ข. ฮีโมฟิเลีย ค. หมูเ่ ลือด AB ง. ตาบอดสี

1) ก. และ ข. 2) ค. และ ง. 3) ก. และ ค. 4) ข. และ ง.

44. ถา้ แม่มหี ม่เู ลือด AB และลูกมีหมู่เลือด A พ่อจะมหี มเู่ ลอื ดใดไดบ้ า้ ง (O-NET’52)

1) A หรอื O 2) A หรอื AB

3) A หรือ B หรอื AB 4) A หรอื B หรอื AB หรือ O

45. สมบัติของฝ้ายบที ี (BT) คอื ขอ้ ใด (O-NET’52)

1) ตา้ นทานยาปราบวัชพชื ในไร่ฝ้าย 2) ปลกู ไดใ้ นพื้นทท่ี ม่ี คี วามแหง้ แลง้

3) ต้านทานหนอนเจาะสมอฝา้ ย 4) ตา้ นทานโรคฝ้ายทเ่ี กดิ จากเช้ือไวรสั

46. วธิ กี ารขยายพนั ธ์มุ ะมว่ งพนั ธดุ์ ีในข้อใดทท่ี าํ ให้มีโอกาสเกดิ การกลายพันธสุ์ ูงท่สี ดุ (O-NET’52)

1) ติดตา 2) ต่อก่งิ 3) ตอนกิง่ 4) เพาะเมล็ด

47. ขอ้ ใดไมถ่ กู ตอ้ งเกี่ยวกับดีเอน็ เอ (O-NET’53)
1) ดีเอน็ เอพบได้ในคลอโรพลาสต์
2) ดีเอน็ เอทาํ หนา้ ทก่ี าํ หนดชนิดของโปรตีน
3) ส่ิงมีชีวิตแต่ละชนิดมปี ริมาณดีเอน็ เอไม่เท่ากัน
4) ไนโตรเจนเบสชนิดกวานีนและไซโทซีนจะจับคู่กนั ดว้ ยพนั ธะคู่เสมอ

48. ภาพพีรามดิ น้แี สดงถงึ จํานวนของสง่ิ มีชวี ติ ในโซอ่ าหารใด (O-NET’52)

1) หญ้า → กระตา่ ย → งู → เหยย่ี ว
2) หญ้า → ต๊กั แตน → แมงมมุ → กบ
3) ต้นไม้ → เพลยี้ → ด้วงเต่าลาย → นก
4) ตน้ ไม้ → หนอนผีเสือ้ → แตนเบียน → ผู้ย่อยสลายอนิ ทรียสาร

49. เม่ือมีสารประกอบไนเตรตและฟอสเฟตสะสมอยู่ในแหล่งน้ําเป็นปริมาณมากปรากฏการณ์ใดจะเกิดข้ึนเป็น

อนั ดับแรก (O-NET’53)
1) ปริมาณแพลงตอนสตั ว์จะเพมิ่ ขึน้
2) จาํ นวนของแพลงตอนพืช สาหรา่ ย และพืชน้าํ จะเพ่ิมขนึ้
3) สารพิษตกคา้ ง เช่น สารกาํ จัดแมลง จะมีปริมาณการสะสมสงู ข้ึน
4) ปรมิ าณสัตวน์ ํ้า เชน่ ปลา สตั ว์ไม่มกี ระดกู สนั หลังอน่ื ๆ จะเพิ่มข้ึน

50. หลกั ฐานในข้อใดท่ีไม่สามารถใช้ตรวจหาฆาตกรโดยใช้ลายพิมพด์ เี อน็ เอ (O-NET’53)

1) เสน้ ผม 2) ลายนว้ิ มอื 3) คราบอสุจิ 4) คราบเลอื ด

ชวี วิทยา (อ.อาํ พล) 150 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29

เพม่ิ เตมิ (PAT2 / 9 วชิ าสามัญ / โควตา มหาวิทยาลัยตา่ งๆ)

51. เหตุใดจึงต้องใช้นํ้ามันเป็นตัวกลางระหว่างสไลด์ท่ีวางวัตถุเลนส์ใกล้วัตถุในการใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้
แสงสาหรับเลนส์ 100X
1) เพ่ือลดการสะท้อนแสงจากหน้าเลนส์
2) เพ่ือเพม่ิ ชว่ งความยาวคล่ืนทีเ่ ข้าสเู่ ลนส์
3) เพอ่ื เพ่มิ กาลงั ขยายของกลอ้ งให้มากกว่า 100X
4) เพ่ือเพิม่ การหักเหของแสงจากตวั อยา่ งเขา้ สเู่ ลนส์

52. ภาพจากกล้องชนิดใดเปน็ ภาพสามมติ ิเช่นเดียวกบั ทีเ่ หน็ จากกล้องใช้แสงแบบสเตอริโอ
1) กล้องใช้แสงแบบเลนส์ประกอบ
2) กลอ้ งใชแ้ สงแบบฟลูออเรสเซนซ์
3) กลอ้ งจุลทรรศนอ์ ิเลก็ ตรอนแบบส่องผา่ น
4) กล้องจลุ ทรรศน์อิเลก็ ตรอนแบบสอ่ งกราด

53. ผนังเซลล์ของ Escherichia coli ประกอบขึน้ จากสารชนดิ ใด
1) Glycolipid 2) Aminoglycan 3) Phospholipid 4) Peptidoglycan

54. จากการตรวจสอบหมเู่ ลือดของนายสมรพบวา่ เลอื ดตกตะกอนท้ังใน anti-A และ anti-B ขอ้ ใดคือหมู่เลือด

ทีเ่ ปน็ ไปได้ของพ่อและแม่ของนายสมร

ก. A × B ข. AB × A ค. AB × B ง. AB × O

1) ก. และ ง. 2) ก., ข. และ ค. 3) ข., ค. และ ง. 4) ก., ข., ค. และ ง.

55. ข้อใดถกู เกี่ยวกบั หมเู่ ลอื ด

1) คนท่มี หี มู่เลอื ด O สามารถรบั เลือดจากคนหมเู่ ลอื ด B ไดโ้ ดยไมเ่ ปน็ อนั ตรายเพราะหมู่เลอื ด O ไม่มี

แอนตเิ จน A ท่จี ะจบั กบั แอนตบิ อดี A ของหมู่เลือด B

2) คนทมี่ หี มู่เลอื ด A ไมส่ ามารถรบั เลอื ดจากคนหมเู่ ลอื ด AB ได้เพราะแอนตเิ จนB จากหมเู่ ลือด AB จะ

จับกบั แอนตบิ อดี B ของหมเู่ ลอื ด A
3) คนทม่ี หี มูเ่ ลอื ด Rh- สามารถรับเลือดไดจ้ ากท้ังหมู่เลอื ด Rh- และ Rh+
4) แมท่ ี่มหี ม่เู ลอื ด Rh+ ถา้ มที ารกในครรภ์คนที่ 2 หรอื 3 เปน็ Rh- อาจทาใหท้ ารกเกดิ อรี ีโทรบลาส-

โทซสิ ฟที าลิสได้

56. จากแผนภาพตอ่ ไปน้ี
A
DNA B RNA C พอลิเพปไทด์

A, B และ C คืออะไร ตามลาํ ดบั
1) RNA พอลิเมอเรส DNA ไลเกส ไรโบโซม
2) RNA พอลเิ มอเรส DNA พอลิเมอเรส อาร์เอ็นเอ
3) DNA พอลิเมอเรส DNA ไลเกส อาร์เอ็นเอ
4) DNA พอลเิ มอเรส RNA พอลเิ มอเรส ไรโบโซม

โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 151 ชวี วิทยา (อ.อาํ พล)

57. ตารางรหสั พนั ธกุ รรม

นิวคลโี อไทดลําดับที่ 2
UCAG
Phe Ser Tyr Cys U
Phe Ser Tyr Cys C
U Leu Ser Stop Stop A

Leu Ser Stop Trp G
Leu Pro His Arg U
Leu Pro His Arg C
Leu Pro Gln Arg A
นิวคลีโอไทดลําดับที่ 1C
นิวคลีโอไทดลําดับที่ 3
Leu Pro Gln Arg G
Ile Thr Asn Ser U
Ile Thr Asn Ser C
A Ile Thr Lys Arg A

Met Thr Lys Arg G
Val Ala Asp Gly U
Val Ala Asp Gly C
G Val Ala Glu Gly A

Val Ala Glu Gly G

จากตารางมิวเทชันที่ทาให้เบสลาดบั ท่ี 5 ของ mRNA ทีม่ ลี าดบั นิวคลโี อไทดเ์ ปน็ 5′ AUGUCCGUA 3′
เปล่ยี นจาก C เป็น A จะสง่ ผลถึงชนิดของกรดอะมิโนในลาดบั ท่ี 2 ของสายพอลิเพปไทดท์ ถ่ี กู สรา้ งขึ้นจาก
mRNA น้อี ยา่ งไร
1) ไม่มกี ารเปลี่ยนแปลงชนดิ ของกรดอะมโิ น
2) เปล่ียนชนดิ ของกรดอะมโิ นจาก Ser เปน็ Tyr
3) เปล่ยี นชนิดของกรดอะมโิ นจาก Arg เปน็ Asp
4) เปลี่ยนชนิดของกรดอะมโิ นจาก Pro เป็น Thr

58. จาก mRNA ท่มี ีลาดับนวิ คลีโอไทด์ 5′ UAC UCC AGU AUA CCA GAG 3′ mRNA ขา้ งตน้ ถกู สงั เคราะห์
มาจาก DNA ตน้ แบบทมี่ ีลาดับนวิ คลีโอไทดอ์ ยา่ งไร
1) 5′ TAC TCC AGT ATA CCA GAG 3′
2) 5′ ATG AGG TCA TAT GGT CTC 3′
3) 5′ GAG ACC ATA TGA CCT CAT 3′
4) 5′ CTC TGG TAT ACT GGA GTA 3′

ชีววิทยา (อ.อําพล) 152 โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29

59. ข้อใดเขียนนิวคลโี อไทด์ ก, ข, ค, ง ตามลําดับ ได้อย่างถูกตอ้ ง เมื่อพิจารณาจากรปู

1) ไซโทซีน อะดนี ีน กัวนนี ไทมีน 2) ไทมนี อะดนี นี กัวนีน ไซโทซนี
3) ไทมนี ไซโทซนี อะดีนนี กัวนนี 4) อะดีนนี ไซโทซนี ไทมนี กวั นนี

60. ถา้ ดีเอ็นเอโมเลกุลหนง่ึ ประกอบดว้ ยไซโทซีน 15% อยากทราบสว่ นประกอบอื่นๆ มปี รมิ าณเทา่ ไร
1) อะดีนีน 15% กวั นนี 35% ไทมนี 35%
2) อะดนี นี 35% กวั นนี 15% ไทมีน 35%
3) อะดีนีน 35% กัวนนี 35% ไทมีน 35%
4) ขอ้ มลู ไมเ่ พยี งพอ มาสามารถคาํ นวณได้

61. ขอ้ ใดเป็นโรคพนั ธกุ รรมท่มี ีจํานวนโครโมโซมน้อยท่ีสุด

1) กลุ่มอาการเทอรเ์ นอรซ์ นิ โดรม 2) กลมุ่ อาการพาทวั ซนิ โดรม

3) กลมุ่ อาการดาวน์ 4) กลุ่มอาการคริดชู าต์

62. ขอ้ ใดไมใ่ ชก่ ารสงั เคราะหแ์ ลกกงิ สแตรนดข์ องดเี อน็ เอเรพลเี คชัน
1) เป็นการสังเคราะหด์ เี อน็ เออย่างต่อเนอ่ื ง
2) เปน็ การสังเคราะหด์ ีเอน็ เอในทิศทาง 5′ → 3′
3) ในการสงั เคราะห์ดีเอ็นเอนตี้ ้องใช้เอนไซมไ์ ลเกส
4) เอนไซมด์ เี อ็นเอพอลเิ มอเรสจะนํานวิ คลโี อไทดม์ าสังเคราะหเ์ ป็นสายยาว

63. ข้อใดคือสัญลกั ษณ์แสดงจาํ นวนโครโมโซมของ “ผชู้ ายเปน็ โรคไคลนเ์ ฟลเทอรซ์ นิ โดรม”

1) 47, XY 2) 46, XY 3) 47, XXX 4) 47, XXY

64. การวินิจฉยั โรคพนั ธกุ รรมท่เี กิดความผิดปกตขิ องโครโมโซม ทาํ ไดโ้ ดยวิธใี ด

1) วเิ คราะหพ์ ันธุประวัติ 2) วิเคราะห์คาริโอไทป์

3) วิเคราะห์ DNA 4) วิเคราะหจ์ โี นม

65. เมอื่ ให้ปทมุ มาดอกสมี ่วงสูงและเปน็ เฮทเธอโรไซกสั ทําการผสมตวั เอง แลว้ นําเมล็ดไปเพาะเกดิ ต้นใหม่

จาํ นวน 100 ต้น จะมดี อกสีม่วงตน้ สงู ประมาณกีต่ ้น

1) 75 ตน้ 2) 56 ต้น 3) 28 ต้น 4) 15 ตน้

66. ข้อใดคอื Living Fossil 2) ปนู า ต่อเสือ
1) แมงดาทะเล ปูนา 4) แมลงสาบ แมงดาทะเล
3) ตอ่ เสอื แมลงสาบ

โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 153 ชวี วิทยา (อ.อําพล)

67. พิจารณาภาพต่อไปนี้

A

B CD E FG

ส่งิ มชี วี ิตทง้ั หมดในภาพจดั อยูใ่ น Kingdom ใด 4) Plantae

1) Monera 2) Protista 3) Fungi

68. ขอ้ ใดเป็นพืชท่ีไมม่ เี น้ือเย่อื ลําเลยี ง

1) 2)

3) 4)

69. สตั ว์ชนดิ ใดทีจ่ ัดอย่ใู นกลมุ่ โพรโทสโตเมยี และตวั อ่อนมกี ารลอกคราบ

1) หอย 2) ปลิงทะเล 3) ไสเ้ ดอื นดิน 4) หนอนตัวกลม

70. จากรปู ถา้ มีเย่อื หุ้มเซลลช์ นดิ หนงึ่ คัน่ กลางสารละลายสองขา้ งที่กาํ หนดใหแ้ ละลกู ศรแสดงทศิ ทางการ
เคลอ่ื นทข่ี องสารผ่านเยอ่ื หุ้มเซลลท์ ่เี กิดข้ึนรูปใดแสดงการเกดิ ออสโมซิส (osmosis) ได้ถูกตอ้ งท่สี ดุ

ABCD
1) A 2) B 3) C 4) D

ชีววิทยา (อ.อําพล) 154 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29

71. แผนภาพปฏิกริ ิยา
ไขมัน ก หยดไขมนั ขนาดเล็ก ข กลีเซอรอล + กรดไขมัน

สาร ก และสาร ข ผลิตจากบริเวณใดของทางเดินอาหารคน ตามลาํ ดับ

1) ตับและตบั อ่อน 2) ตบั ออ่ นและลําไส้เล็ก

3) ลําไสเ้ ลก็ และตับออ่ น 4) ถงุ น้าดแี ละลําไสเ้ ลก็

72. ข้อใดถูก
1) การสลายกลโู คส 1 โมเลกุลในเซลล์ทกุ ชนดิ ให้พลงั งานเทา่ กัน
2) การสลายกลโู คสในวัฏจกั รเครบสข์ องเซลล์กลา้ มเน้ือ ทําให้เกดิ กรดซ่งึ เปน็ สาเหตุของการปวดเมื่อย
กล้ามเน้อื
3) ในการสลายโปรตีนหมู่อะมิโนจะถกู ตัดออกจากโมเลกุลของกรดอะมิโน แลว้ ถกู เปลีย่ นไปเปน็ แอมโมเนยี
และยเู รีย
4) ในการหายใจแบบใชอ้ อกซิเจนนัน้ ออกซิเจน จะถูกใช้ในกระบวนการการถา่ ยทอดอเิ ลก็ ตรอนโดยเปน็
ตวั รบั อิเลก็ ตรอนตวั แรก

73. ปฏกิ ิรยิ าไกลโคลซิ ิสวัฏจักรเครบส์และกระบวนการการถา่ ยทอดอเิ ลก็ ตรอน เกดิ ขน้ึ ทีต่ ําแหน่งใดในเซลล์
ตามลําดบั
1) ไซโทซอลเมทรกิ ซ์ของไมโทคอนเดรียและเย่ือหมุ้ ช้ันในของไมโทคอนเดรยี
2) ไซโทซอลเยื่อห้มุ ช้นั นอกของไมโทคอนเดรียและเยือ่ หุ้มชั้นในของไมโทคอนเดรยี
3) นวิ เคลยี สเมทรกิ ซ์ของไมโทคอนเดรียและชอ่ งวา่ งระหว่างเยื่อหุ้มไมโทคอนเดรีย
4) นิวเคลยี สเยอ่ื หุ้มชั้นนอกของไมโทคอนเดรยี และช่องว่างระหว่างเยื่อหุ้มไมโทคอนเดรีย

74. ขอ้ ใดตอ่ ไปนีอ้ ธบิ ายกระบวนการ Formation of Acetyl Coenzyme A ไดถ้ ูกตอ้ ง
1) เกดิ ใน Mitochondria
2) เกิดใน Cytoplasm
3) กระบวนการเปลี่ยนแปลง Pyruvate เปน็ Coenzyme A
4) กระบวนการเปลยี่ นแปลง Glucose เป็น Pyruvate

75. จากการสลายกลโู คส 1 โมเลกลุ ผลผลติ ท่ีเกดิ ข้ึนในกระบวนการไกลโคไลซสิ คอื ข้อใด
1) 2 Pyruvate + 2 ATP + 2 NADH 2) 2 Pyruvate + 1 ATP + 1 NADH
3) 2 Pyruvate + 4 ATP + 2 NADH 4) 2 Pyruvate + 3 ATP + 6 NADH

76. ในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง ปฏิกริ ิยาแสง และปฏกิ ริ ิยาไม่ใช่แสงเกดิ ขน้ึ ทีบ่ รเิ วณใด
1) Outer Membrane, Cytoplasm 2) Cell Membrane, Stroma
3) Thylakoid Membrane, Stroma 4) Thylakoid Membrane, Cytoplasm

77. กระบวนการถ่ายทอดอเิ ลก็ ตรอนแบบไมเ่ ป็นวัฏจกั ร (Non-cyclic Electron Transport) อเิ ล็กตรอนที่

หลดุ ออกจากระบบแสง I จะถกู แทนท่ดี ว้ ยอเิ ลก็ ตรอนจากสารใด

1) จากการแตกตัวของนํา้ 2) จากระบบแสง II

3) จากระบบแสง I คืนสู่ทเ่ี ดมิ 3) จากรงควัตถทุ ีอ่ ยู่ข้างเคยี ง

78. ในการตรึง CO2 6 โมเลกุลของวัฏจักรคัลวนิ จะไดผ้ ลผลิตเปน็ นํา้ ตาลเฮกโซล (Hexose) จาํ นวนกี่โมเลกุล
1) 1 โมเลกลุ 2) 2 โมเลกุล 3) 6 โมเลกลุ 3) 12 โมเลกลุ

โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 155 ชีววทิ ยา (อ.อาํ พล)

79. ข้ันตอนใดในวัฏจักรคลั วินทม่ี ีการใช้ ATP จากปฏกิ ริ ิยาแสง
1) Carboxylation Phase
2) Carboxylation + Regeneration Phase
3) Reduction + Regeneration Phase
4) Carboxylation Phase + Reduction + Regeneration Phase

80. ขอ้ เปรยี บเทยี บระหว่างพชื C3 และพชื C4 ข้อใดไมถ่ กู ต้อง

ข้อเปรยี บเทียบ พชื C3 พืช C4
1) บันเดิลชที เซลล์ อาจมี หรอื ไมม่ ี มี
2) คลอโรพลาสตท์ บ่ี นั เดิลชีทเซลล์ มี
ไมม่ ี
การได้ CO2 จาํ นวนครง้ั ไดจ้ ากอากาศ 1 ครั้ง ได้จากอากาศ 1 ครง้ั ซงึ่ เกิด
3) ในการตรึง CO2 และแหล่งทเี่ กดิ เกดิ การตรงึ ทเี่ ซลล์มีโซฟิลล์ การตรึงท่เี ซลลม์ โี ซฟิลลแ์ ละได้
จากภายในเซลล์ 1 ครั้ง ตรึงที่
ปฏิกริ ยิ าจริง กรดฟอสโฟกลเี ซอรกิ (PGA) บันเดิลชที เซลล์

4) สารตวั แรกที่เกดิ จากการตรึง กรดมาลิก (Malic)
คาร์บอนไดออกไซด์

81. ถ้าประชากรในอาํ เภอหนง่ึ ซ่งึ อยู่ในภาวะสมดลุ ของฮารด์ -ี ไวนเ์ บิร์กมีจานวนทง้ั หมด 10,000 คน มผี ู้ป่วย

เป็นโรคซิสตคิ ไฟโบรซสิ ซ่งึ เปน็ โรคพนั ธกุ รรมแบบยีนด้อยบนโครโมโซมร่างกาย 4 คน จะมีประชากร

ประมาณก่คี นทเ่ี ป็นพาหะของโรค

1) 49 คน 2) 98 คน 3) 196 คน 4) 392 คน

82. ช่ือวิทยาศาสตร์ ขอ้ ใดเขียนถูกต้อง 2) Cryptozona siamensis
1) Cryptozona siamensis 4) Cryptozona siamensis
3) Cryptozona siamensis

83. ส่ิงมีชวี ติ ทมี่ ีลกั ษณะดังตอ่ ไปน้ี “สมมาตรรา่ งกายเปน็ แบบผา่ ซกี มกี ระดูกสันหลงั มีหัวใจ 2 หอ้ งโครงสรา้ ง

รา่ งกายส่วนใหญเ่ ป็นกระดูกแขง็ ระบบทางเดนิ อาหารสมบูรณใ์ ชเ้ หงือกช่วยในการแลกเปล่ยี นแกส๊ ” ตรง

กับข้อใด

1) วาฬ ฉลาม ปลากระเบน 2) ปลากะพง ปลากระเบน โลมา

3) มา้ นาํ้ ปลาจิม้ ฟันจระเข้ พะยนู 4) ปลาฉนาก ปลากะพง ปลาโรนนิ

84. หลกั ฐานทางววิ ฒั นาการในข้อใดสนบั สนุนวา่ ส่ิงมีชีวิตทง้ั หลายมีกําเนดิ มาจากบรรพบุรษุ เดียวกัน
1) หลกั ฐานจากซากดกึ ดาบรรพ์
2) หลักฐานจากขอ้ มลู ด้านชวี โมเลกุล
3) หลักฐานจากการเจรญิ เตบิ โตของเอ็มบรโิ อ
4) หลักฐานจากการเปรยี บเทียบโครงสร้าง

ชวี วทิ ยา (อ.อาํ พล) 156 โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปีที่ 29

85. สิง่ มชี วี ติ ทีม่ จี โี นไทป์เป็น AABb จะให้ Gamete ทเี่ ปน็ แบบใด

1) AB, Ab 2) Aa, Bb, AB, ab

3) AB, Ab, aB, ab 4) AA, Bb

86. ลาดับเบสของ DNA เส้นหนึง่ เปน็ ดังนี้ 3′ TTCGATGGAATAGAACCG 5′ เมื่อมกี ารสงั เคราะหโ์ ปรตีน
กรดอะมิโนทไ่ี ดจ้ ากการแปลงรหสั ของ DNA เส้นนี้มกี ต่ี ัว
1) 6 2) 9 3) 18 4) 27

87. พจิ ารณาข้อความต่อไปน้ี

A = สารชวี โมเลกุลเป็นสารทีส่ ามารถพบในสิง่ มชี ีวติ และส่งิ ไม่มชี วี ิต

B = นาํ้ จัดเป็นสารชวี โมเลกุลจําพวกสารอนิ ทรยี ์

C = Monomer ของ Deoxyribonucleic acid คือ Nucleoside

D = Biuret Test คอื กระบวนการทดสอบ Peptide bond ของ Protien

ขอ้ ใดถูกตอ้ ง

1) A และ B 2) C และ D 3) C เท่าน้ัน 4) D เท่าน้ัน 5) A C B

88. นํา้ ตาลชนิด X เกดิ จากกาแลก็ โทส 1 โมเลกุล รวมกับนํา้ ตาลซูโครส 1 โมเลกลุ ข้อใดคอื สูตรโครงสรา้ งของ
น้ําตาลชนิด X
1) C18H32O16 2) C18H36O116 3) C18H32O36 4) C18H32O36 5) C18H32O36

89. ภาพโครงสรา้ งของหัวใจคน พจิ ารณาข้อใดตอ่ ไปน้ถี กู ตอ้ ง

1.

2.

4.
3.

1) หลอดเลอื ด 1. รบั เลอื ดทีม่ ีออกซเิ จนมากมาจากปอด
2) หลอดเลอื ด 2. นาํ เลอื ดไปปอด
3) ห้องหวั ใจ 3. มหี นา้ ทีส่ ูบฉดี เลอื ดไปปอด
4) หลอดเลอื ด 4. รับเลือดทม่ี ีออกซเิ จนสงู จากปอด

90. Acromegaly เปน็ โรคที่เกิดจากการมีฮอร์โมนใดมาก เมอ่ื ตอนเปน็ ผ้ใู หญ่ เกิดจากฮอรโ์ มนอะไร
1) Growth hormone จากตอ่ มใต้สมองส่วนหลงั
2) Growth hormone จากตอ่ มใตส้ มองสว่ นหนา้
3) Gonadotrophins จากตอ่ มใตส้ มองส่วนหลัง
4) Thyroxin จาก Thyroid

โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปที ี่ 29 157 ชีววิทยา (อ.อําพล)

91. ระบบหมนุ เวียนเลอื ดของสัตว์มกี ระดูกสันหลงั ดังภาพ

A Gill B Lungn C Lungn
capillaries capillaries capillaries

aVoerntatral aDoorrtsaal RatvRirgeiihgunthmtrticleLveenfaLttetrrfiictulme aRtirgihutm aLetrfitum
Aorta ventricle
Carotneurisosus
Ventricle
Atrium
Sveinnuossus

Aorta

Systemic Systemic Systemic
capillaries capillaries capillaries

A, B และ C ควรจะเป็นระบบหมนุ เวียนเลอื ดของสัตว์ชนิดใด

A B C
1) มา้ น้าํ คางคก นก
2) ฉลาม จระเข้ ลิง
3) ปลาทูนา่ งู
4) โลมา กบ จระเข้
ซาลามานเดอร์

92. ความดันเลอื ด 130/90 มิลลิเมตรปรอท หมายความว่าอย่างไร
1) 130 คอื ความดันขณะที่หัวใจบีบตวั 90 คอื ความดันขณะหวั ใจคลายตวั
2) 130และ 90 คอื ความดันขณะทห่ี ัวใจบีบตัว
3) 130 และ 90 คอื ความดันขณะหวั ใจคลายตวั
4) 130 คอื ความดนั ขณะที่หวั ใจบบี ตัว 90 คอื ความดันขณะหวั ใจอยตู่ ามปกติ

93. ฉลามและปลากะพงอาศยั อยู่ในน้าทะเลเหมือนกนั ตา่ งกม็ ีปญั หาคือ ร่างกายได้รบั เกลือมากเกินไป การ
ปรบั ตัวเพื่อรักษาสมดุลของเกลือแรด่ งั ข้อใดของปลาฉลามที่ไมพ่ บปลากะพง
1) มีการสะสมยเู รยี ในเลอื ดและเน้ือเยื่อ
2) มีต่อมเรคตลั (Rectal Gland) ชว่ ยกับเกลือส่วนเกิน
3) มตี ่อมนาสิก (Nasal Gland) ช่วยขบั เกลอื สว่ นเกนิ
4) ขอ้ 1) และ 2) ถกู

ชีววทิ ยา (อ.อําพล) 158 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29

94. ขอ้ ใดเรยี งลาํ ดบั ของเสยี ตามปริมาณน้าํ ของสตั วไ์ ด้ถกู ตอ้ ง

1) แอมโมเนีย ยูเรยี กรดยรู ิค 2) กรดยรู คิ ยูเรยี แอมโมเนยี

3) แอมโมเนีย กรดยรู คิ ยเู รีย 4) ยูเรยี แอมโมเนยี กรดยูริค

95. ตัวอย่างพชื ทมี่ กี ารปฏสิ นธซิ ้อนได้แก่ขอ้ ใด

1) มอส และเฟนิ ก้านดาํ 2) จอก และแหน

3) ผักกูด และผกั แวน่ 4) ปรง และสนสองใบ

96. สว่ นของผลไมท้ มี่ โี ครโมโซม 3n คอื ขอ้ ใด
1) เนื้อมะพร้าว 2) จาวมะพร้าว 3) กะลามะพร้าว 4) เปลือกมะพร้าว

97. สิง่ ทเี่ กิดขนึ้ มากทสี่ ดุ ขณะท่พี ชื กําลังงอกคือขอ้ ใด
1) การแบง่ เซลล์ 2) การหายใจ 3) การปรุงอาหาร 4) การดูดแร่ธาตุ

98. สมอง ไขสันหลงั เจริญมาจากเน้ือเยอื่ ชนดิ ใด 4) เอนโดเดิรม์
1) เอกโทเดริ ม์ 2) เมโซเดริ ์ม 3) โนโทคอร์ด

99. ข้อความต่อไปนข้ี ้อใดถูก
1) แมงกะพรนุ รปู รา่ งแบบ Polyp มีการสืบพันธ์ุแบบอาศยั เพศ สว่ นรูปร่าง Medusa มีการสืบพันธุแ์ บบ
ไมอ่ าศยั เพศ
2) แมงกะพรนุ รปู ร่างแบบ Medusa มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ส่วนรูปรา่ ง Polyp มกี ารสบื พนั ธุ์แบบ
ไมอ่ าศัยเพศ
3) แมงกะพรุนมรี ปู ร่างแบบเดยี วเทา่ น้ันคอื รปู ร่างรม่ (Medusa)
4) แมงกะพรุนมตี วั อ่อน 2 ชนดิ คือ Ephyra เกิดจากการสบื พันธุแ์ บบอาศัยเพศและ Planura เกดิ จาก
การสบื พันธุ์แบบไม่อาศยั เพศ

100. การปฏสิ นธิภายนอก (External Fertilization) มโี อกาสเกดิ ขนึ้ กบั ส่งิ มชี วี ติ ทีอ่ าศยั อยู่ ณ ท่ีใดมากทส่ี ุด

1) สระนํา้ 2) ทงุ่ หญา้ เขียวชอมุ่

3) ทะเลทรายท่ีแหง้ แล้ง 4) ปา่ ดงดบิ ตามเทือกเขาสงู

โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 159 ชวี วิทยา (อ.อําพล)

เฉลยเก็งขอ สอบ

พน้ื ฐาน (O-NET) 4. 4) 5. 1) 6. 3) 7. 3) 8. 2) 9. 5) 10. 1)
14. 3) 15. 4) 16. 2) 17. 2) 18. 3) 19. 2) 20. 1)
1. 4) 2. 2) 3. 2) 24. 1) 25. 2) 26. 3) 27. 3) 28. 4) 29. 2) 30. 4)
11. 1) 12. 3) 13. 1) 34. 2) 35. 3) 36. 2) 37. 1) 38. 4) 39. 4) 40. 2)
21. 3) 22. 3) 23. 3) 44. 4) 45. 3) 46. 4) 47. 4) 48. 3) 49. 2) 50. 2)
31. 2) 32. 4) 33. 4)
41. 3) 42. 4) 43. 3)

เพิ่มเตมิ (PAT2 / 9 วิชาสามัญ / โควตา มหาวทิ ยาลยั ตา่ งๆ) 58. 4) 59. 1) 60. 2)
68. 3) 69. 4) 70. 1)
51. 4) 52. 4) 53. 4) 54. 2) 55. 2) 56. 4) 57. 2) 78. 1) 79. 3) 80. 4)
61. 1) 62. 1) 63. 4) 64. 2) 65. 2) 66. 4) 67. 2) 88. 1) 89. 2) 90. 2)
71. 1) 72. 3) 73. 1) 74. 1) 75. 1) 76. 3) 77. 2) 98. 1) 99. 2) 100. 1)
81. 4) 82. 3) 83. 4) 84. 2) 85. 1) 86. 1) 87. 4)
91. 3) 92. 1) 93. 4) 94. 1) 95. 2) 96. 1) 97. 2)

————————————————————

ชวี วิทยา (อ.อําพล) 160 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29


Click to View FlipBook Version