The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wijit tetsri, 2024-06-28 03:55:49

คู่มือ GAP

คู่มือ GAP

คำนำ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันอย่างยั่งยืนของยางพาราไทย โดยการทำตลาดในเวทีการค้าโลก หากประเทศ ไทยมีความพร้อมทางด้านวิชาการและการพัฒนาระบบการผลิตให้ได้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับจะมีความได้เปรียบ ในเวทีการค้าระดับต่าง ๆ ไทยในฐานะประเทศผู้ส่งออกยางอันดับหนึ่งของโลก จึงเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเปรียบเทียบ กับประเทศอื่น ๆ ในการพัฒนายางพาราทั้งในด้านการผลิตและคุณภาพให้เป็นที่เชื่อถือของผู้ซื้อ หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของยางพารา คือ แนวทางในการทำเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ดีตรงตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด ได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุน และกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อ เกษตรกรและผู้บริโภค มีการใช้ทรัพยากรที่เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดความยั่งยืนทางการเกษตรและไม่ทำให้เกิด มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยหลักการนี้ได้กำหนดโดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประเทศไทย มีการนำหลักเกณฑ์ของ GAP มาประยุกต์ใช้ โดยการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agricultural Practices: GAP) มุ่งให้เกิดกระบวนการผลิตที่ได้ผลผลิตปลอดภัย ปลอดจากศัตรูพืชและ คุณภาพก็เป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค ประกอบด้วยข้อกำหนดเรื่อง แหลางน้ำ พื้นที่ปลูก การใช้วัตถุอันตรายทาง การเกษตร การเก็บรักษาและการขนย้ายผลผลิต การบันทึกข้อมูล การผลิตให้ปลอดภัยจากศัตรูพืช การจัด กระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ การเก็บเกี่ยว และการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว การยางแห่งประเทศ ไทยมีนโยบายในการส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตยางพารา โดยรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกร เห็นความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานผลผลิตยางพาราตามมาตรฐานการเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) เพื่อให้ ได้ผลผลิตยางพาราไทยมีมาตรฐานยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีการ แข่งขันกันมาก เพื่อให้ยางพาราไทยสามารถแข่งขันกับผู้แข่งอื่น ๆ ในตลาดโลกได้จึงจำเป็นจะต้องเน้นการผลิต ยางพาราคุณภาพดีให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ การยางแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยยาง ได้รับมอบภารกิจในการพัฒนาเกษตรกรผู้ผลิตยางพาราให้ผลิต ยางพาราให้ได้คุณภาพดีตามมาตรฐาน GAP ซึ่งได้กำหนดแผนพัฒนาโดยการจัดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ให้กับ เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประเมินรับรอง (Auditor) เพื่อตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตยางพาราคุณภาพ GAP ให้เข้าใจถึง ความสำคัญและความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานการผลิตยางพารา ตลอดจนรายละเอียดการปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ของการผลิตยางพาราตามมาตรฐาน GAP เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญใน การดำเนินการส่งเสริมและผลัก ดานการดำเนินงานพัฒนาการผลิตยางพาราได้มาตรฐาน GAP ให้ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สารบัญ รายการ หน้า คำนำ สารบัญ คู่มือเกษตรกร ระบบการจัดการคุณภาพ : GAP ยางพารา 2 - คู่มือเกษตรกรในการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา GAP 2 - คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะก่อนเปิดกรีด 4 - คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะเปิดกรีดและการเก็บผลผลิตน้ำยางสด 11 - คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะเปิดกรีดและการเก็บผลผลิตน้ำก้อนถ้วย 20 - คำแนะนำเกี่ยวกับการใช่วัตถุอันตรายทางการเกษตร 30 คู่มือที่ปรึกษาเกษตรกร (Consultant) ระบบการจัดการคุณภาพ : GAP ยางพารา 31 - การปฏิบัติงานที่ปรึกษาเกษตรกร (Consultant) ในระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทาง การเกษตรดีที่เหมาะสมสำหรับยางพารา GAP 32 - การติดตามให้คำแนะนำ 40 - การตรวจประเมินเบื้องต้น 42 - แผนการปฏิบัติงานของที่ปรึกษาเกษตรกร (Consultant) 44 คู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประเมินรับรอง (Auditor) การตรวจรับรองมาตรฐานการผลิต ยางพาราคุณภาพ GAP 49 - การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประเมินรับรอง (Auditor) การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ที่เหมาะสมสำหรับยางพารา GAP 49 - แผนการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมิน (Auditor) 57 แนวทางการจัดทำสวนยาง GAP ตามข้อกำหนดวิธีการตรวจสอบและรับรองระบบการผลิตยางพารา GAP 64 - การตรวจสอบแปลงยางพาราระยะก่อนเปิดกรีด 65 - การตรวจสอบแปลงยางพาราระยะเปิดกรีด 76 ภาคผนวก - แบบบันทึกสำหรับเกษตรกร 91 - แบบฟอร์มระบบการจัดการคุณภาพสำหรับที่ปรึกษาเกษตรกร (Consultant)และเจ้าหน้าที่ ผู้ตรวจประเมินรับรอง (Auditor) การตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตยางพาราคุณภาพ GAP 148 บรรณานุกรม


คู่มือเกษตรกร ระบบการจัดการคุณภาพ : GAP ยางพารา


2 คู่มือเกษตรกรในการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา GAP (Good Agricultural Practices for Rubber Plantation) หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของยางพารา คือ แนวทางในการทำเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ดีตรงตามมาตรฐานที่กาหนด ได้ผลผลิตสูงคุ้มค่าการลงทุน และกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและ ผู้บริโภค มีการใช้ทรัพยากรที่เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดความยั่งยืนทางเกษตรและไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยหลักการนี้ได้กาหนดโดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประเทศไทย มีการนา หลักเกณฑ์ของ GAP มาประยุกต์ใช้ โดยการปฏิบัติทางเกษตรที่ดีสาหรับพืช (Good Agricultural Practices: GAP) มุ่งให้เกิดกระบวนการผลิตที่ได้ผลิตผลปลอดภัย ปลอดจากศัตรูพืชและ คุณภาพเป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค ประกอบด้วยข้อกำหนดเรื่อง แหล่งน้ำ พื้นที่ปลูก การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร การเก็บรักษาและการขนย้าย ผลิตผล การบันทึกข้อมูล การผลิตให้ปลอดภัยจากศัตรูพืช การจัดกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตผลคุณภาพ การ เก็บเกี่ยว และการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว การยางแห่งประเทศไทยมีนโยบายในการส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่ม ประสิทธิภาพในการผลิตยางพารา โดยรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของการยกระดับมาตรฐาน ผลผลิตยางพาราตามมาตรฐานการเกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) เพื่อให้ได้ผลผลิตยางพาราไทยมีมาตรฐานยอมรับ ของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีการแข่งขันกันมาก เพื่อให้ยางพาราไทย สามารถแข่งขันกับคู่แข่งอื่น ๆ ในตลาดโลกได้ จึงจำเป็นจะต้องเน้นการผลิตยางพาราคุณภาพดีให้ได้มาตรฐานเป็น ที่ยอมรับของนานาประเทศ การปฏิบัติที่ดีสำหรับยางพารา หรือเรียกว่า GAP ยางพารา เป็นการจัดการสวนยางตามระบบการรับรอง มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการผลิตน้ำยางสด (มกษ. 5908-2562) และการผลิตยางก้อนถ้วย (มกษ. 5910-2563) นอกจากนี้ยังได้รับเครื่องหมายรับรอง สัญลักษณ์ Q เพื่อรับรองแหล่งผลิต GAP ยางพารา และแสดงเครื่องหมายสินค้าเกษตร ในการสร้างภาพลักษณ์บนเอกสารและสื่อโฆษณาทุกประเภทเช่น แคตตาล็อก แผ่นพับ ป้ายโฆษณา ป้ายแปลง ป้ายที่ทำการกลุ่ม บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น โดยระบุว่า “ผลิตภัณฑ์นี้ผลิตยางที่ได้รับ การรับรองแหล่งผลิต GAP ยางพารา” ทั้งนี้ห้ามแสดงเครื่องหมายรับรองบนบรรจุภัณฑ์ที่แปรสภาพแล้ว เช่น ยาง แผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน น้ำยางข้น ยางแท่ง ยางเครพ เป็นต้น ภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 กำหนดให้มีการแสดงเครื่องหมายรับรองสำหรับ สินค้าเกษตรที่ผ่านการตรวจสอบรับรองมาตรฐานตามบทบัญญัติของกฎหมายและได้มีการออกกฎกระทรวง กำหนดลักษณะเครื่องหมาย การใช้เครื่องหมายและการแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและมีผล บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป ซึ่งมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะเครื่องหมาย การใช้ และการแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้เดิมก่อนมีการ ตราพระราชบัญญัติดังกล่าว


3 กษ AA - BBBB – CC - DDD – EEEEEE GAP [1] [2] [3] กษ 37- 5908 – 22- 100- 123456 GAP ชื่อผู้ประกอบการ ตรวจสอบมาตรฐาน (1) มาตรฐานสินค้า เกษตรที่ให้การรับรอง (2) ชื่อผู้ได้รับการรับรอง (3) รหัส จังหวัด รหัสชนิดสินค้า รหัสแปลงที่ได้รับ การรับรอง กษ AA BBBB CC DDD EEEEEE กษ 37 5908 22 100 123456 ชื่อมาตรฐาน รหัส มกษ. ขอบข่าย การแสดงเครื่องหมาย รหัสชนิดสินค้า การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี สำหรับการผลิตน้ำยางสด มกษ. 5908- 2562 GAP สินค้าเกษตร 100 การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี สำหรับการผลิตยางก้อนถ้วย มกษ. 5910- 2563 GAP สินค้าเกษตร 200 กษ 37- 5908 – 22- 100- 123456 GAP หมายถึง การยางแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยรับรอง รหัส 37 สวนยางจังหวัดจันทบุรี รับรอง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการผลิตน้ำยางสด รหัสสินค้า 100 และรหัส แปลงที่ได้รับการรับรอง 123456 ชื่อย่อมาตรฐานระบบการผลิต GAP คู่มือในการดาเนินงานตามมาตรฐาน GAP ทั้งด้านกระบวนการผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว กระบวนการผลิต หลังการเก็บเกี่ยว การตรวจประเมิน และการตรวจรับรอง ซึ่งเอกสารคู่มือฉบับนี้จะแยกคู่มือออกเป็นฉบับ คือ 1. คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะก่อนเปิดกรีด 2. คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะเปิดกรีดและ การเก็บผลผลิต น้ายางสด และ 3. คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะเปิดกรีดและการเก็บผลผลิตยางก้อนถ้วย


4 คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะก่อนเปิดกรีด แนวทางการปฏิบัติ 1.พื้นที่ปลูก - พื้นที่ปลูกต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีวัตถุอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อการ เจริญเติบโตของต้นยาง - ไม่อยู่ใกล้แหล่งน้าทิ้งขยะโรงงานอุตสาหกรรม (ยกเว้นมีบ่อบำบัด) - เป็นพื้นที่ราบ - ความลาดชันพื้นที่ไม่เกิน 35 องศา - พื้นที่ลาดชัน 15-35 องศา ต้องมีการทำขั้นบันได - หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ไม่มีน้ำท่วมขัง ไม่มีชั้นกรวดอัดแน่นใน ระดับต่ำกว่าผิวดิน 1 เมตร - ดินมีการระบายน้าดี - ทำคูระบายน้ำ ยกร่องปลูกในพื้นที่ที่ระดับน้ำใต้ดินสูง - ดินควรมี pH ไม่เกิน 5.5 - ในกรณีดินมี pH ต่ำกว่า 4.5 แนะนำให้มีการปรับปรุงดินเพื่อลดความ เป็นกรดของดิน - ดินต้องไม่เป็นดินเค็ม บันทึก - วิธีการปรับปรุงดิน เช่น ชนิดและอัตราของปูนที่ใช้ - ค่า pH ก่อน และหลังการปรับปรุงดิน - พื้นที่ปลูกต้องมีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,250 มิลลิเมตร ต่อปี จานวนวันฝนตกเฉลี่ย 120-150 วัน และมีช่วงฤดูแล้ง ต่อเนื่องไม่เกิน 5 เดือน แหล่งน้า - น้ำที่ใช้ต้องมาจากแหล่งน้ำที่ไม่มีสภาพแวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการ ปนเปื้อนวัตถุอันตราย - แหล่งน้ำไม่ไหลผ่านแหล่งที่ทิ้งขยะโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล บันทึก แหล่งน้ำที่ใช้ 2.การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร


5 การใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช บันทึก - บันทึกการใช้วัตถุอันตราย - แหล่งที่มาของวัตถุอันตราย 3.การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิต 3.1 การผลิตเพื่อให้ได้ต้นยางได้ขนาด ลำต้นได้ตามมาตรฐาน 3.1.1 พันธุ์ยาง - ใช้พันธุ์ยางที่สถาบันวิจัยยางแนะนำตั้งแต่ปี 2554 ถึง ปัจจุบัน เช่น สถาบันวิจัยยาง 251, สถาบันวิจัยยาง 226, RRIM 600 เป็นต้น - ถ้ามีพันธุ์ปนพันธุ์ที่ปนต้องเป็นพันธุ์ที่อยู่ในคำแนะนำของสถาบันวิจัย ยางด้วย บันทึก - พันธุ์ยางที่ปลูก และพันธุ์ยางที่ปลูกซ่อม - แหล่งที่มาของพันธุ์ - วัน/เดือน/ปี ที่ปลูกและที่ซ่อมยาง 3.1.2 วัสดุปลูก - วัสดุปลูกที่ใช้ต้องเป็นวัสดุปลูกที่แนะนำ คือ ต้นยางชำถุงหรือต้นติด ตาในแปลง บันทึก - ชนิดของวัสดุปลูกที่ใช้ - แหล่งที่มาของวัสดุปลูก 3.1.3 การปลูกยาง การเตรียมดิน - บันทึกการปฏิบัติ - เตรียมดินโดยโค่นและทำลายเศษซากพืชเดิมที่เหลือในแปลงให้ สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้เศษซากพืชเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเชื้อโรค - ไถบุกเบิก 1 ครั้ง ตามด้วยไถพรวนอย่างน้อย 2 ครั้ง - วางแนวปลูกตามระยะที่แนะนำ ระยะปลูก - ระยะปลูก 7 x 3 เมตร (จำนวนต้นยาง 76 ต้น/ไร่) - ระยะปลูก 7 x 2.5 เมตร (จำนวนต้นยาง 91 ต้น/ไร่) - ระยะปลูก 6 x 3 เมตร (จำนวนต้นยาง 89 ต้น/ไร่)


6 - การปลูกแบบผสมผสาน (จำนวนต้นยางต้องมีไม่น้อยกว่า 40 ต้น/ไร่) - ระยะอื่น ๆ เช่น พื้นที่ลาดชัน 8 x 2.5 เมตร (จำนวนต้นยาง 80 ต้น/ไร่) การขุดหลุมปลูกยาง ขนาดของหลุมที่ใช้ปลูกควรขุดให้มีกว้าง ยาว และลึกเท่ากับ 50x50x50 ซม. ทำการแยกดินบนและดินล่างไว้คนละส่วนมีการตาก ดินทิ้งไว้ 10-15 วัน เมื่อดินแห้งแล้วมีการย่อยดินชั้นบนลงในหลุม ส่วน ดินล่างนำมาผสมกับปุ๋ยหินฟอสเฟตอัตราหลุมละ 170 กรัม และใส่ปุ๋ย อินทรีย์หลุมละ 3-5 กิโลกรัม ร่วมด้วยการขุดหลุมปลูกในพื้นที่ลาดชัน เมื่อปักไม้ชะมบเรียบร้อยแล้วควรขุดหลุมเยื้องไปด้านในของพื้นที่ลาด ชันพอประมาณ กรณีการปลูกยางด้วยต้นยางชาถุง - ใช้มีดคม ๆ กรีดเอาก้นถุงออก กรณีที่มีรากม้วนอยู่ก้นถุงให้ตัดออก ด้วย นำถุงหย่อนลงในหลุม แล้วใช้มีดกรีดจากก้นถุงจนถึงปากถุงทั้ง 2


7 ข้าง จากนั้น นำดินมากลบพอหลวมแล้วดึงเอาถุงพลาสติกออก และ กลบดินเพิ่มและกดให้แน่นจนได้ระดับบริเวณโดยให้โคนต้นสูงอยู่ใน ระดับเดียวกับต้นที่ปลูกในถุง ควรระมัดระวังเมื่อทำการขนย้ายเพราะ หากดินในถุงชาแตก จะมีผลให้ต้นยางตายได้ ต้นยางที่ตาย ควรปลูก ซ่อมก่อนหมดฤดูฝนอย่างน้อย 2 เดือน และไม่ควรปลูกซ่อมเมื่อต้นยาง อายุ 2 ปีขึ้นไป บันทึก - วัน/เดือน/ปี ที่ปลูก - อัตราการรอดตาย กรณีการปลูกด้วยการติดตาในแปลง นำเมล็ดมาปลูกลงในหลุมที่เตรียมไว้หลุมละ 3 เมล็ด มีระยะห่าง ระหว่างเมล็ด 25 เซนติเมตร การวางเมล็ดควรวางให้ด้านแบนของ เมล็ดคว่ำลง หรือหากปลูกด้วยเมล็ดงอกก็ให้ด้านรากของเมล็ดคว่ำลง ลึกลงไปจากผิวดิน 3 เซนติเมตร ทำการติดตา เมื่อกล้ายางมีอายุได้ 7- 8 เดือนหรือมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้น 1.0-1.5 เซนติเมตร ทำการติดตาบริเวณตำแหน่งในระดับสูงจากพื้นดิน 10 เซนติเมตร หลังจากนั้น 21 วัน หากการติดตาสำเร็จมากกว่า 1 ต้น ก็ให้เลือกตัด เฉพาะยอดต้นยางพาราที่สมบูรณ์ที่สุดที่มีความสูงระดับ 10 -15 เซนติเมตร เอียง 45 องศา ทางด้านตรงข้ามกับแผ่นตา จากนั้นอีก 1 เดือนถ้าหากตาของต้นที่ตัดยังไม่แตกก็พิจารณาตัดต้นอื่นต่อไป บันทึก - วัน/เดือน/ปี ที่ปลูก


8 - อัตราการรอดตาย 3.1.4 การตัดแต่งกิ่งต้นยาง - การตัดแต่งกิ่งเริ่มตั้งแต่ยางอายุ 6 เดือน ให้ทยอยตัดแต่งเมื่อต้นยาง อายุ 6 เดือนให้ตัดกิ่งที่ต่ำกว่า 1 เมตร และเมื่อต้นยางอายุ 1 ปี ขึ้นไป ให้ตัดแต่งกิ่งในระดับต่ำกว่า 2 เมตร ออก ควรตัดแต่งกิ่งยางในช่วงต้น ฤดูฝน และปลายฤดูฝน ไม่ควรตัดแต่งกิ่งจนต้นสูงชะลูด บันทึก -วัน/เดือน/ปีที่ทำการตัดแต่งกิ่ง - ความสูงที่ตัดแต่งกิ่ง 3.1.5 การคลุมโคน -ใช้ฟางข้าว หรือเศษซากพืชเหลือใช้จากการเกษตรคลุมบริเวณโคนต้น ยางเป็นวงกลมห่างจากโคนต้นยาง 5-10 เซนติเมตร ให้มีรัศมีคลุมพื้นที่ โคนต้นยางประมาณ 1 เมตร คลุมหนาประมาณ 10 เซนติเมตร 3.1.6 การป้องกันรอยไหม้จาก แสงแดด - ก่อนเข้าช่วงแล้งควรใช้ปูนขาว 1 ส่วนผสมกับน้ำ 2 ส่วนหมักแช่ทิ้ง ค้างคืน ทำตั้งแต่บริเวณโคนต้นส่วนที่เป็นสีน้ำตาลสูงขึ้นมาจนถึงส่วนที่ เป็นสีน้ำตาลปนเขียวเพื่อป้องกันความรุนแรงของแสงแดด หรือใช้สีน้า (สีขาว) 3.1.7 การควบคุมและกาจัดวัชพืช - การควบคุมและกำจัดวัชพืชแบบไม่ใช้สารเคมีการปลูกพืชแซมยาง การปลูกพืชคลุมดินตระกูลถั่วระหว่างแถวยางใช้แรงงานคนใช้รถ แทรกเตอร์ สำหรับสวนยางพาราที่มีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป ไม่ควรไถ พรวน - การควบคุมและกำจัดวัชพืชแบบใช้สารเคมีป้องกัน กำจัดวัชพืชตาม คาแนะนำ บันทึก - ชนิด อัตรา ปริมาณสารเคมี และวันเดือนปีที่พ่น สารเคมี - แหล่งที่มาของสารเคมี


9 3.1.8 การใส่ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยเคมีที่ แนะนำให้ใช้ในสวนยางระยะก่อนเปิด กรีด เพื่อให้ได้ต้นยางที่มีการ เจริญเติบโตได้มาตรฐาน - สูตร 20-8-20 สำหรับดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรายในเขตปลูกยาง เดิม - สูตร 20-10-12 สำหรับดินร่วนเหนียวในเขตปลูกยางใหม่ - สูตร 20-10-17 สำหรับดินร่วนทรายในเขตปลูกยางใหม่ - อัตราปุ๋ยที่แนะนำให้ใส่แตกต่างกันตามชนิดของเนื้อดินและอายุของ ต้นยาง บันทึก - ชนิด อัตรา ปริมาณปุ๋ย และวันเดือนปีที่ใส่ - แหล่งที่มาของปุ๋ย


10 4. สุขลักษณะส่วนบุคคล - เก็บกิ่งก้านที่ร่วงหล่นไว้ตรงกลางระหว่างแถวยาง - เก็บเศษขยะ เช่น พลาสติก ถุงปุ๋ย ฯลฯ ออกให้หมด 5. การบันทึกและการจัดเก็บข้อมูล บันทึก - แหล่งที่มาของพันธุ์ แหล่งน้ำ - การเตรียมดิน - การสำรวจศัตรูพืชและการจัดการ - การใช้ปุ๋ย - ข้อมูลการเจริญเติบโต


11 คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะเปิดกรีดและการเก็บผลผลิตน้ำยางสด รายการ แนวทางการปฏิบัติ 1.พื้นที่ปลูก - ตรวจพินิจด้วยสายตา - พื้นที่ปลูกต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีวัตถุอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อการ เจริญเติบโตของต้นยาง - ไม่อยู่ใกล้บ่อน้ำทิ้ง หรือที่ทิ้งขยะของโรงงานอุตสาหกรรม (ยกเว้นมีบ่อบำบัด) - ตรวจพินิจด้วยสายตา - เป็นพื้นที่ราบ - ความลาดชันพื้นที่ไม่เกิน 35 องศา - พื้นที่ลาดชัน 15-35 องศา ต้องมีการทำขั้นบันได - ตรวจพินิจด้วยสายตาหรือใช้เครื่องมือ - หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ไม่มีน้ำท่วมขัง ไม่มีชั้นกรวดอัดแน่นใน ระดับต่ำกว่าผิวดิน 1 เมตร - ดินมีการระบายน้ำดี - ทำคูระบายน้ำ ยกร่องปลูกในพื้นที่ที่ระดับน้ำใต้ดินสูง - ตรวจพินิจด้วยสายตาหรือใช้เครื่องมือ - ในกรณีดินมี pH ต่ำกว่า 4.5 แนะนำให้มีการปรับปรุงดินเพื่อลดความเป็น กรดของดิน - ดินต้องไม่เป็นดินเค็ม บันทึก - วิธีการปรับปรุงดิน เช่น ชนิดและอัตราของปูนที่ใช้ - ค่า pH ก่อน และหลังการปรับปรุงดิน - พื้นที่ปลูกต้องมีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,250 มิลลิเมตรต่อปีจำนวนวัน ฝนตกเฉลี่ย 120-150 วัน และมีช่วงฤดูแล้งต่อเนื่องไม่เกิน 5 เดือน แหล่งน้ำ - ตรวจพินิจด้วยสายตา - น้ำที่ใช้ต้องมาจากแหล่งน้ำที่ไม่มีสภาพแวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อน วัตถุอันตราย


12 - แหล่งน้ำไม่ไหลผ่านแหล่งที่ทิ้งขยะโรงงานอุตสาหกรรมโรงพยาบาล บันทึก แหล่งน้ำที่ใช้ 2. การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร การใช้สารป้องกันกาจัดศัตรูพืช บันทึก - บันทึกการใช้วัตถุอันตราย - แหล่งที่มาของวัตถุอันตรา 3. การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิต 3.1 พันธุ์ยาง - ใช้พันธุ์ยางที่สถาบันวิจัยยางแนะนำตั้งแต่ปี 2536 ถึงปัจจุบัน เช่น สถาบันวิจัยยาง 251, สถาบันวิจัยยาง 226, RRIM 600 และ BPM 24 เป็น ต้น - ถ้ามีพันธุ์ปนพันธุ์ที่ปนต้องเป็นพันธุ์ที่อยู่ในคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง ด้วย บันทึก - พันธุ์ยางที่ปลูก และจำนวนต้นในแต่ละพันธุ์ - แหล่งที่มาของพันธุ์ - วัน/เดือน/ปี ที่ปลูก 3.2 ระยะปลูก - ระยะปลูก 7 x 3 เมตร (จำนวนต้นยาง 76 ต้น/ไร่) - ระยะปลูก 7 x 2.5 เมตร (จำนวนต้นยาง 91 ต้น/ไร่) - ระยะปลูก 6 x 3 เมตร (จำนวนต้นยาง 89 ต้น/ไร่) - การปลูกแบบผสมผสาน (จำนวนต้นยางต้องมีไม่น้อยกว่า 40 ต้น/ไร่) - ระยะอื่น ๆ เช่น พื้นที่ลาดชัน 8 x 2.5 เมตร (จำนวนต้นยาง 80 ต้น/ไร่) - มี 1 ต้นต่อหลุม 3.3 การควบคุมและกำจัดวัชพืช - การควบคุมและกำจัดวัชพืชแบบไม่ใช้สารเคมี ใช้แรงงานคน ใช้เครื่องจักร เช่น เครื่องตัดหญ้า ไม่ควรไถพรวน


13 - การควบคุมและกำจัดวัชพืชแบบใช้สารเคมีป้องกัน กำจัดวัชพืชตาม คำแนะนำ บันทึก - ชนิด อัตรา ปริมาณสารเคมี และวันเดือนปีที่พ่นสารเคมี - แหล่งที่มาของสารเคมี 3.4 การใส่ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยเคมีที่ แนะนำให้ใช้ในสวนยางระยะ หลังเปิดกรีด เพื่อให้ได้ต้นยางที่มี ผลผลิตสูง - ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน - ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 30-5-18 ในกรณีผสมปุ๋ยใช้เอง หรือปุ๋ยเคมีสูตรสำเร็จ 29-5-18 โดยแบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่ต้นฤดูฝนช่วงใบเพสลาด และ ครั้งที่สองใส่ปลายฤดูฝน อัตรา 500 กรัมต่อต้นต่อครั้ง โดยหว่านระหว่าง แถวหรือโรยบริเวณกึ่งกลางแถว ควรเกลี่ยใบยางให้เป็นแนวก่อนใส่ปุ๋ยแล้ว คราดกลบ - การใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ ควรใส่โดยผสมคลุกเคล้ากับดินหรืออาจใช้ วิธีโรยเป็นจุด ๆ ห่างจากแถวยาง 2-3 เมตร หรือใส่กึ่งกลางระหว่างแถวยาง ไม่ควรวางปุ๋ยทั้งกระสอบ ถึงแม้ว่าจะกรีดกระสอบให้ขาดก็ตามเพราะไม่มี ผลในการปรับสภาพดิน - ใส่ปุ๋ยในช่วงที่ดินมีความชื้นเหมาะสมหรือมีฝนตกติดต่อกันและไม่ใส่ปุ๋ย ในช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน บันทึก - ชนิด อัตรา ปริมาณปุ๋ย และวันเดือนปีที่ใส่ - แหล่งที่มาของปุ๋ย


14 4. การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว 4.1 การเปิดกรีด - เปิดกรีดได้ต้องมีขนาดของเส้นรอบลำต้นไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร ที่ความ สูง 150 เซนติเมตรจากพื้นดิน จำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนต้นยาง ทั้งหมด 4.2 ความสม่ำเสมอของขนาดต้น ยาง - ต้นยางมีขนาดสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนต้นทั้งหมดใน แปลงปลูก 4.3 ความสูงของรอยเปิดกรีด - เปิดกรีดที่ระดับความสูง 150 เซนติเมตรจากพื้นดิน แต่อนุโลมให้เปิดกรีด ได้ที่ระดับความสูง 120-150 เซนติเมตรขึ้นอยู่กับความชำนาญของคนกรีด ยาง - สุ่มวัดขนาดลำต้น


15 4.4 ระบบกรีดยาง - ข้อปฏิบัติทางการเกษตรดีที่เหมาะสมเพื่อการผลิตยางที่มีคุณภาพ มี 4 ระบบ 1) กรีดครึ่งลำต้น กรีด 1 วัน หยุด 2 วัน (S/2 d3) เหมาะสมกับพันธุ์ยาง ทั่วไป 2) กรีดครึ่งลำต้น กรีด 1 วัน หยุด 1 วัน (S/2 d2) ใช้ได้กับพันธุ์ยางทั่วไป 3) กรีดครึ่งลำต้น กรีดติดต่อกัน 2 วัน หยุด 1 วัน (S/2 d1 2d3) ไม่ควร กรีดเกิน 160 วันต่อปี และไม่ควรใช้กับพันธุ์ยางที่อ่อนแอต่ออาการเปลือก แห้ง 4) กรีด 1 ใน 3 ของลำต้น กรีดติดต่อกัน 2 วัน หยุด 1 วัน (S/3 d1 2d3) ไม่ควรกรีดเกิน 160 วันต่อปี และไม่ควรใช้กับพันธุ์ยางที่อ่อนแอต่ออาการ เปลือกแห้ง บันทึก - วันที่กรีด/วันที่ไม่กรีด - วันฝนตก 4.5 การแบ่งหน้ากรีด - ให้แบ่งหน้ากรีด 2-3 หน้ากรีด 4.6 มุมของรอยกรีด - รอยกรีดควรทำมุม 30-35 องศากับแนวระนาบ 4.7 การทำเส้นแบ่งแนวหน้าหลัง - ทำรอยแบ่งกรีดเส้นหน้า-หลังให้ชัดเจนในแต่ละปีกรีด ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อกำหนดความสิ้นเปลืองเปลือกในแต่ละปีและป้องกันไม่ให้ กรีดล้ำเข้าไปในหน้าเปลือกอื่นที่ยังไม่ได้กรีด 4.8 ความลึกของการกรีด - กรีดให้ใกล้เยื่อเจริญมากที่สุดไม่กรีดทำลายเยื่อเจริญหรือกรีดลึกเกินไป


16 4.9 มีดกรีดยาง - ตรวจสภาพมีด ความคม และความสะอาดของมีด 4.10 ความสิ้นเปลืองเปลือก - กรีดเปลือกหนาไม่เกิน 2 มิลลิเมตรหรือความหนาขนาดเท่าขอบเหรียญห้า บาท 4.11 การเวียนหน้ากรีดยาง - กรณีที่แบ่งรอยกรีด 3 หน้า ไม่ว่าจะกรีดหน้าล่างหรือกรีดยางหน้าสูง ให้ เวียนหน้ากรีดตามเข็มนาฬิกา เมื่อกรีดยางจนหมดหน้ากรีดแล้วให้เปลี่ยนไป กรีดยางหน้าใหม่ทางซ้ายมือของรอยกรีดเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดท่อน้ำ ยางของหน้า กรีดเดิม 4.12 การวางลิ้นรองรับน้ำยาง ถ้วยน้ำยางลวดรองรับถ้วยน้ำ ยาง - ตำแหน่งการวางลิ้นรองรับน้ายางสัมพันธ์กับความสิ้นเปลืองเปลือก และ การทำเส้นแบ่งแนวหน้า-หลังของรอยกรีด ให้วางลิ้นรองรับน้ำยางห่างจาก รอยกรีด 30 เซนติเมตร ในเขตที่มีลมแรงอาจจะติดลิ้นใกล้รอยกรีดยางได้ ส่วนการติดลวดรองรับถ้วยน้ำยางจะติดต่ำกว่าลิ้นรองรับน้ำยาง 10 เซนติเมตร 4.13 เวลาที่เหมาะสมสำหรับ กรีดยางกรณีผลิตน้ำยางสด - การเก็บเกี่ยวน้ำยางสด เวลาที่เหมาะสมสำหรับการกรีด คือ เวลาหลังเที่ยง คืนถึงเวลา 6.00 น. เพื่อรักษาสภาพของน้ำยางสดไม่ให้บูดและน้ำยางไม่จับ ตัว - เวลาที่เหมาะสมสำหรับการกรีด คือ เวลาหลังเที่ยงคืนถึงเวลา 6.00 น. 4.14 กรณีการกรีดยางหน้าสูง แนะนำให้แบ่งหน้ากรีดเป็น 3 หน้า กรีดเหนือรอยกรีดเดิม 3 เซนติเมตร โดยกรีดขึ้น ระบบกรีดที่ใช้ มีดังนี้ 1) กรีดหนึ่งในสามของลำต้น กรีดขึ้น กรีด 1 วัน หยุด 1 วัน ร่วมกับการใช้ สารเคมีเร่งน้ำยางความเข้มข้น 2.5% จำนวน 4 ครั้ง/ปี กรีดเวียนหน้ากรีด ทุกปี 2) กรีดหนึ่งในสามของลำต้น กรีดขึ้น กรีด 1 วัน หยุด 2 วัน ร่วมกับการใช้ สารเคมีเร่งน้ำยางความเข้มข้น 2.5% จำนวน 6 ครั้ง/ปี กรีดเวียนหน้ากรีด ทุกปี บันทึก - จำนวนต้นที่แสดงอาการเปลือกแห้ง จำนวนต้นตาย ต้นที่ไม่ได้ขนาด เพื่อ ใช้ประเมินประสิทธิผลของการผลิต และต้องบันทึกข้อมูลปริมาณผลผลิตต่อ วัน 5. การเก็บเกี่ยวน้ำยางสด


17 5.1 เวลาที่เหมาะสมสำหรับกรีด ยางจนถึงเก็บน้ำยางและส่ง โรงงาน - การเก็บเกี่ยวน้ำยางสด เวลาที่เหมาะสมสำหรับการกรีด คือเวลาหลังเที่ยง คืนถึงเวลา 6.00 น. เพื่อรักษาสภาพของน้ำยางสดไม่ให้บูดและน้ำยางไม่จับ ตัว 5.2 ขนาดของถ้วยรองรับน้ำยาง เปลี่ยนขนาดถ้วยให้เหมาะสมกับปริมาณผลผลิตยาง 5.3 ความสะอาดของถ้วยรองรับ น้ำยาง ทำความสะอาดถ้วยรองรับน้ำยางสม่ำเสมอ 5.4 วางถ้วยรับน้ายางหลังเก็บ น้ำยาง ต้องคว่ำถ้วยทุกครั้งหลังเก็บน้ายาง เพื่อป้องกันไม่ให้มีเศษใบไม้ สิ่งปลอมปนตกลงไปในถ้วย 5.5 ความสะอาดของลิ้นรองรับ น้ำยาง ต้องทำความสะอาดลิ้น ดึงหรือลอกเศษยางที่ติดลิ้นรองรับน้ำยางออกอย่าง สม่ำเสมอ 5.6 ความสะอาดของถังเก็บน้ำ ยาง ทำความสะอาดและวางคว่ำถังเก็บน้ำยางทุกครั้งหลังเก็บน้ำยางและก่อนใช้ ให้ตรวจสอบอีกครั้งว่ายังสะอาดอยู่เสมอ 5.7 การเก็บน้ำยางจากถ้วย กวาดน้ำยางด้วยไม้พายออกให้หมด


18 5.8 กรองน้ำยางในสวน กรองน้ำยางที่เก็บจากถังรวบรวมน้ำยางก่อนใส่ภาชนะก่อน จำหน่ายหรือส่งโรงงาน 5.9 ภาชนะในการกรองน้ำยาง ทำความสะอาดภาชนะกรองน้ำยางทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ 5.10 การใส่สารเคมีรักษาสภาพ ของน้ำยาง ให้ใช้ตามอัตราที่ผู้ซื้อกำหนด 5.11 ภาชนะรวบรวมก่อน จำหน่าย ตรวจสอบความสะอาดทั้งก่อนและหลังใช้งาน 6. สุขลักษณะส่วนบุคคล - เก็บกิ่งก้านที่ร่วงหล่นไว้ตรงกลางระหว่างแถวยาง - เก็บเศษขยะ เช่น พลาสติก ถุงปุ๋ย ฯลฯ ออกให้หมด


19 7. การบันทึกและการจัดเก็บข้อมูล บันทึก - แหล่งที่มาของพันธุ์ แหล่งน้ำ - การเตรียมดิน - การสำรวจศัตรูพืชและการจัดการ - การใช้ปุ๋ย - ข้อมูลผลผลิต - ข้อมูลโรคที่พบ - จำนวนอาการเปลือกแห้ง


20 คู่มือการดูแลสวนยางพาราระยะเปิดกรีดและการเก็บผลผลิตยางก้อนถ้วย รายการ แนวทางการปฏิบัติ 1.พื้นที่ปลูก - ตรวจพินิจด้วยสายตา - พื้นที่ปลูกต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีวัตถุอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อการ เจริญเติบโตของต้นยาง - ไม่อยู่ใกล้บ่อน้ำทิ้ง หรือที่ทิ้งขยะของโรงงานอุตสาหกรรม (ยกเว้นมีบ่อบำบัด) - ตรวจพินิจด้วยสายตา - เป็นพื้นที่ราบ - ความลาดชันพื้นที่ไม่เกิน 35 องศา - พื้นที่ลาดชัน 15-35 องศา ต้องมีการทำขั้นบันได - ตรวจพินิจด้วยสายตาหรือใช้เครื่องมือ - หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ไม่มีน้ำท่วมขัง ไม่มีชั้นกรวดอัดแน่นใน ระดับต่ำกว่าผิวดิน 1 เมตร - ดินมีการระบายน้ำดี - ทำคูระบายน้ำ ยกร่องปลูกในพื้นที่ที่ระดับน้ำใต้ดินสูง - ตรวจพินิจด้วยสายตาหรือใช้เครื่องมือ - ในกรณีดินมี pH ต่ำกว่า 4.5 แนะนำให้มีการปรับปรุงดินเพื่อลดความ เป็นกรดของดิน - ดินต้องไม่เป็นดินเค็ม บันทึก - วิธีการปรับปรุงดิน เช่น ชนิดและอัตราของปูนที่ใช้ - ค่า pH ก่อน และหลังการปรับปรุงดิน - พื้นที่ปลูกต้องมีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,250 มิลลิเมตรต่อปีจำนวน วันฝนตกเฉลี่ย 120-150 วัน และมีช่วงฤดูแล้งต่อเนื่องไม่เกิน 5 เดือน แหล่งน้ำ - ตรวจพินิจด้วยสายตา


21 - น้ำที่ใช้ต้องมาจากแหล่งน้ำที่ไม่มีสภาพแวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการ ปนเปื้อนวัตถุอันตราย - แหล่งน้ำไม่ไหลผ่านแหล่งที่ทิ้งขยะโรงงานอุตสาหกรรมโรงพยาบาล บันทึก แหล่งน้ำที่ใช้ 2. การใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร การใช้สารป้องกันกาจัดศัตรูพืช บันทึก - บันทึกการใช้วัตถุอันตราย - แหล่งที่มาของวัตถุอันตราย 3. การจัดการคุณภาพในกระบวนการผลิต 3.1 พันธุ์ยาง - ใช้พันธุ์ยางที่สถาบันวิจัยยางแนะนำตั้งแต่ปี 2536 ถึงปัจจุบัน เช่น สถาบันวิจัยยาง 251, สถาบันวิจัยยาง 226, RRIM 600 และ BPM 24 เป็นต้น - ถ้ามีพันธุ์ปนพันธุ์ที่ปนต้องเป็นพันธุ์ที่อยู่ในคำแนะนำของสถาบันวิจัย ยางด้วย บันทึก - พันธุ์ยางที่ปลูก และจำนวนต้นในแต่ละพันธุ์ - แหล่งที่มาของพันธุ์ - วัน/เดือน/ปี ที่ปลูก 3.2 ระยะปลูก - ระยะปลูก 7 x 3 เมตร (จำนวนต้นยาง 76 ต้น/ไร่) - ระยะปลูก 7 x 2.5 เมตร (จำนวนต้นยาง 91 ต้น/ไร่) - ระยะปลูก 6 x 3 เมตร (จำนวนต้นยาง 89 ต้น/ไร่) - การปลูกแบบผสมผสาน (จำนวนต้นยางต้องมีไม่น้อยกว่า 40 ต้น/ไร่) - ระยะอื่น ๆ เช่น พื้นที่ลาดชัน 8 x 2.5 เมตร (จำนวนต้นยาง 80 ต้น/ไร่) - มี 1 ต้นต่อหลุม 3.3 การควบคุมและกำจัดวัชพืช - การควบคุมและกำจัดวัชพืชแบบไม่ใช้สารเคมี ใช้แรงงานคน ใช้เครื่องจักร เช่น เครื่องตัดหญ้า


22 ไม่ควรไถพรวน - การควบคุมและกำจัดวัชพืชแบบใช้สารเคมี ป้องกัน กำจัดวัชพืชตามคาแนะนำ บันทึก - ชนิด อัตรา ปริมาณสารเคมี และวันเดือนปีที่พ่นสารเคมี - แหล่งที่มาของสารเคมี 3.4 การใส่ปุ๋ยยางพารา ปุ๋ยเคมีที่ แนะนำให้ใช้ในสวนยางระยะหลัง เปิดกรีด เพื่อให้ได้ต้นยางที่มีผลผลิต สูง - ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน - ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 30-5-18 ในกรณีผสมปุ๋ยใช้เอง หรือปุ๋ยเคมีสูตรสำเร็จ 29-5-18 โดยแบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่ต้นฤดูฝนช่วงใบเพสลาด และ ครั้งที่สองใส่ปลายฤดูฝน อัตรา 500 กรัมต่อต้นต่อครั้ง โดยหว่านระหว่าง แถวหรือโรยบริเวณกึ่งกลางแถว ควรเกลี่ยใบยางให้เป็นแนวก่อนใส่ปุ๋ย แล้ว คราดกลบ - การใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ ควรใส่โดยผสมคลุกเคล้ากับดินหรืออาจ ใช้วิธีโรยเป็นจุด ๆ ห่างจากแถวยาง 2-3 เมตร หรือใส่กึ่งกลางระหว่าง แถวยาง ไม่ควรวางปุ๋ยทั้งกระสอบ ถึงแม้ว่าจะกรีดกระสอบให้ขาดก็ตาม เพราะไม่มีผลในการปรับสภาพดิน - ใส่ปุ๋ยในช่วงที่ดินมีความชื้นเหมาะสมหรือมีฝนตกติดต่อกันและไม่ใส่ปุ๋ย ในช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน บันทึก - ชนิด อัตรา ปริมาณปุ๋ย และวันเดือนปีที่ใส่ - แหล่งที่มาของปุ๋ย 4. การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว


23 4.1 การเปิดกรีด - เปิดกรีดได้ต้องมีขนาดของเส้นรอบลำต้นไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร ที่ ความสูง 150 เซนติเมตรจากพื้นดิน จำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ จำนวนต้น ยางทั้งหมด 4.2 ความสม่ำเสมอของขนาดต้น ยาง - ต้นยางมีขนาดสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนต้นทั้งหมด ในแปลงปลูก 4.3 ความสูงของรอยเปิดกรีด - เปิดกรีดที่ระดับความสูง 150 เซนติเมตรจากพื้นดิน แต่อนุโลมให้เปิด กรีดได้ที่ระดับความสูง 120-150 เซนติเมตรขึ้นอยู่กับความชำนาญของ คนกรีดยาง - สุ่มวัดขนาดลำต้น


24 4.4 ระบบกรีดยาง - ข้อปฏิบัติทางการเกษตรดีที่เหมาะสมเพื่อการผลิตยางที่มีคุณภาพ มี4 ระบบ 1) กรีดครึ่งลำต้น กรีด 1 วัน หยุด 2 วัน (S/2 d3) เหมาะสมกับพันธุ์ยาง ทั่วไป 2) กรีดครึ่งลำต้น กรีด 1 วัน หยุด 1 วัน (S/2 d2) ใช้ได้กับพันธุ์ยาง ทั่วไป 3) กรีดครึ่งลำต้น กรีดติดต่อกัน 2 วัน หยุด 1 วัน (S/2 d1 2d3) ไม่ควร กรีดเกิน 160 วันต่อปี และไม่ควรใช้กับพันธุ์ยางที่อ่อนแอต่ออาการ เปลือกแห้ง 4) กรีด 1 ใน 3 ของล าต้น กรีดติดต่อกัน 2 วัน หยุด 1 วัน (S/3 d1 2d3) ไม่ควรกรีดเกิน 160 วันต่อปี และไม่ควรใช้กับพันธุ์ยางที่อ่อนแอต่อ อาการเปลือกแห้ง บันทึก - วันที่กรีด/วันที่ไม่กรีด - วันฝนตก 4.5 การแบ่งหน้ากรีด - ให้แบ่งหน้ากรีด 2-3 หน้ากรีด 4.6 มุมของรอยกรีด - รอยกรีด ควรทำมุม 30-35 องศากับ แนวระนาบ 4.7 การทำเส้นแบ่งแนวหน้าหลัง - ทำรอยแบ่งกรีดเส้นหน้า-หลังให้ชัดเจนในแต่ละปีกรีด ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อกำหนดความสิ้นเปลืองเปลือกในแต่ละปีและป้องกันไม่ให้ กรีดล้ำ เข้าไปในหน้าเปลือกอื่นที่ยังไม่ได้กรีด


25 4.8 ความลึกของการกรีด - กรีดให้ใกล้เยื่อเจริญมากที่สุดไม่กรีดทำลายเยื่อเจริญหรือกรีดลึกเกินไป 4.9 มีดกรีดยาง - ตรวจสภาพมีด ความคม และความสะอาดของมีด 4.10 ความสิ้นเปลืองเปลือก - กรีดเปลือกหนาไม่เกิน 2 มิลลิเมตรหรือความหนาขนาดเท่าขอบ เหรียญห้าบาท 4.11 การเวียนหน้ากรีดยาง - กรณีที่แบ่งรอยกรีด 3 หน้า ไม่ว่าจะกรีดหน้าล่างหรือกรีดยาง หน้าสูง ให้ เวียนหน้ากรีดตาม เข็มนาฬิกาเมื่อกรีด ยางจนหมดหน้ากรีด แล้วให้เปลี่ยนไป กรีดยางหน้าใหม่ ทางซ้ายมือของรอยกรีดเดิม เพื่อ หลีกเลี่ยงการตัดท่อน้ำยางของหน้ากรีดเดิม 4.12 การวางลิ้นรองรับน้ำยาง ถ้วยน้ำยาง ลวดรองรับถ้วยน้ำยาง - ตำแหน่งการวางลิ้นรองรับน้ำยางสัมพันธ์กับความสิ้นเปลืองเปลือก และการทำเส้นแบ่งแนวหน้า-หลังของรอยกรีด ให้วางลิ้นรองรับน้ำยาง ห่างจากรอยกรีด 30 เซนติเมตร ในเขตที่มีลมแรงอาจจะติดลิ้นใกล้รอย กรีดยางได้ ส่วนการติดลวดรองรับถ้วยน้ำยางจะติดต่ำกว่าลิ้นรองรับ


26 น้ำยาง 10 เซนติเมตร 4.13 เวลาที่เหมาะสมสำหรับกรีด ยางกรณีผลิตน้ำยางสด ไม่จำกัดเวลาการกรีดยาง 4.14 กรณีการกรีดยางหน้าสูง แนะนำให้แบ่งหน้ากรีดเป็น 3 หน้า กรีดเหนือรอยกรีดเดิม 3 เซนติเมตร โดยกรีดขึ้น ระบบกรีดที่ใช้ มีดังนี้ 1) กรีดหนึ่งในสามของลำต้น กรีดขึ้น กรีด 1 วัน หยุด 1 วันร่วมกับการ ใช้สารเคมีเร่งน้ำยางความเข้มข้น 2.5% จำนวน 4 ครั้ง/ปี กรีดเวียนหน้า กรีดทุกปี 2) กรีดหนึ่งในสามของลำต้น กรีดขึ้น กรีด 1 วัน หยุด 2 วันร่วมกับการ ใช้สารเคมีเร่งน้ำยางความเข้มข้น 2.5% จำนวน 6 ครั้ง/ปี กรีดเวียนหน้า กรีดทุกปี บันทึก - จำนวนต้นที่แสดงอาการเปลือกแห้ง จำนวนต้นตาย ต้นที่ไม่ได้ขนาด เพื่อใช้ประเมินประสิทธิผลของการผลิต และต้องบันทึกข้อมูลปริมาณ ผลผลิตต่อวัน


27 5. การเก็บเกี่ยวยางก้อนถ้วย 5.1 ใช้กรดฟอร์มิคในการจับตัวยาง ให้ใช้กรดฟอร์มิคเท่านั้น ห้ามใช้สารอื่น 5.2 ความเข้มข้นของน้ำกรด ใช้กรดฟอร์มิคที่เจือจาง 3-5% ไม่ใช้กรดแก่หรืออ่อนเกินไป 5.3 กวนน้ำยางให้เข้ากับน้ำกรด ใช้แท่งคนที่สะอาด คนให้เข้ากันและปล่อยทิ้งไว้ให้ยางจับตัวเป็นก้อน 5.4 ความสะอาดของยางก้อนถ้วย สังเกตสิ่งปลอมปนและสิ่งสกปรก 5.5 ตะแคงก้อน ตะแคงก้อนยางทุกมีดที่กรีดยางจนถึงการเก็บไปจำหน่าย


28 5.6 จำนวนมีดกรีด จำนวนครั้งกรีดยางที่กำหนดในการจำหน่าย 5.7 บริเวณที่เทน้ำเซรั่ม ไม่ให้น้ำเซรั่มโดนโคนต้นยาง 5.8 การวางถ้วยยางหลังเก็บผลผลิต เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกหรือสิ่งปลอมปนร่วงหล่นลงถ้วยรับน้ำยาง 5.9 ภาชนะเก็บก้อนยางในแปลง ภาชนะสะอาด ไม่มีสิ่งต้องห้ามที่สามารถปลอมปนไปกับก้อนยางได้ 5.10 การป้องกันน้ำเซรั่ม หกเรี่ยราดในระหว่างการขนส่ง มีพลาสติกรองพื้นรถที่ใช้ขนส่ง 5.11 ภาชนะรวบรวมเพื่อส่ง จำหน่าย ตรวจสอบความสะอาด ความแข็งแรง ไม่ชำรุด


29 6. สุขลักษณะส่วนบุคคล - เก็บกิ่งก้านที่ร่วงหล่นไว้ตรงกลางระหว่างแถวยาง - เก็บเศษขยะ เช่น พลาสติก ถุงปุ๋ย ฯลฯ ออกให้หมด 7. การบันทึกและการจัดเก็บข้อมูล บันทึก - แหล่งที่มาของพันธุ์ แหล่งน้ำ - การเตรียมดิน - การสำรวจศัตรูพืชและการจัดการ - การใช้ปุ๋ย - ข้อมูลผลผลิต - ข้อมูลโรคที่พบ - จำนวนอาการเปลือกแห้ง


30 คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร 1. เลือกใช้เครื่องพ่นวัตถุอันตรายทางการเกษตรและอุปกรณ์ หัวฉีด วิธีการพ่นที่ถูกต้อง โดยตรวจสอบให้อยู่ใน สภาพที่พร้อมจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ใช้ไม่หมดในคราวเดียว ต้องปิดฝาให้สนิทและเก็บในสถานที่เก็บวัตถุอันตรายทาง การเกษตร หากเปลี่ยนถ่ายภาชนะบรรจุ ต้องระบุข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้อง 3. จัดเก็บวัตถุอันตรายทางการเกษตรชนิดต่าง ๆ ในสถานที่เฉพาะที่เป็นสัดส่วน แยกสารแต่ละชนิดควบคุม การหยิบใช้และไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่ผลิตผล และไม่เกิดอันตรายต่อบุคคล 4. ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ใช้หมดแล้วต้องทำลาย เพื่อป้องกันการนากลับมาใช้ หรือกำจัดด้วย วิธีที่ถูกต้อง 5. ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่เสื่อมสภาพ หรือหมดอายุต้องเก็บในสถานที่เฉพาะและทำลายเพื่อ ป้องกันการนำกลับมาใช้หรือกาจัดด้วยวิธีที่ถูกต้อง 6. ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ในการป้องกันตนเองจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรและปฐมพยาบาลเบื้องต้น 7. ขณะปฏิบัติงานผู้ใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรต้องสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด มีอุปกรณ์ป้องกันสารพิษ ได้แก่ หน้ากากผ้าปิดจมูก ถุงมือ หมวก และสวมรองเท้า เพื่อป้องกันอันตรายจากสารพิษ 8. ต้องอาบน้ำสระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังพ่นวัตถุอันตรายทางการเกษตร และต้องนำเสื้อผ้าไปซักให้ สะอาดทุกครั้ง โดยซักแยกจากเสื้อผ้าที่ใช้ปกติ


31 คู่มือที่ปรึกษาเกษตรกร (Consultant) ระบบการจัดการคุณภาพ : GAP ยางพารา


32 คู่มือการปฏิบัติงานของที่ปรึกษาเกษตรกรในระบบการรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีที่เหมาะสมสำหรับยางพารา GAP การจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของที่ปรึกษามีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นคู่มือให้กับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย ให้เป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาเกษตรกรให้ได้รับความรู้และมีการผลิตสินค้าเกษตร ตามระบบจัดการ คุณภาพและ เพื่อการรับรองมาตรฐานยางพารา (GAP) สำหรับที่ปรึกษาเกษตรกร ได้แก่ นักวิชาการเกษตร เจ้าพนักงาน การเกษตรและเจ้าหน้าที่ของการยางแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่ให้ คำปรึกษาแนะนำการ ผลิตยางพาราให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตตามระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับ ยางพารา GAP แปลงเกษตรกรที่ขอรับรอง รวมทั้งประเมินความพร้อมของแปลงเพื่อเป็นข้อมูลให้คณะผู้ตรวจ รับรองทำการตรวจรับรองต่อไป คำจำกัดความทั่วไป “ระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา” หมายความว่า การผลิต ยางพาราที่เป็นไปตามระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการผลิตน้ำยางสด (มกษ. 5908-2562) และการผลิตยางก้อนถ้วย (มกษ. 5910-2563) “การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช” (Good Agricultural Practices: GAP) หมายความว่า เป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา “เกษตรกร” หมายความว่า เกษตรกรซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินการผลิตยางหรือเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากเจ้าของให้ดำเนินการผลิตยางที่ระบุในแบบคำร้องของใบรับรอง GAP ยางพารา หรือได้รับการรับรองจาก การยางแห่งประเทศไทย แต่ขอต่ออายุการรับรองแปลงตามระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตร ที่ดีสำหรับยางพารา (GAP) “ที่ปรึกษาเกษตรกร” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ การยาง แห่งประเทศไทย (กยท.) มอบหมายให้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกษตรกรในการเตรียมการด้านต่าง ๆ ให้ พร้อมก่อนขอการรับรองแปลงหรือหลังจากการได้รับการรับรองตามระบบการรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทาง การเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (GAP) ได้แก่ “ผู้ช่วยที่ปรึกษาของเกษตรกร” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลที่ กยท. มอบหมายให้เป็นที่ปรึกษา ของเกษตรกรในการให้คำปรึกษาแนะนำแก่เกษตรกรในการเตรียมการด้านต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนขอการรับรองหรือ หลังจากการได้รับการรับรองตามระบบการรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (GAP) “การให้คำปรึกษาเกษตรกร” หมายความว่า ให้คำปรึกษาเกษตรกรเกี่ยวกับการผลิตตามระบบการรับรอง มาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (GAP)


33 “นายทะเบียน” หมายความว่า บุคคลที่ กยท. มอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนเพื่อขึ้น ทะเบียน เกษตรกรที่ขอรับรองตามระบบการรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (GAP) การจัดทำระบบข้อมูล การบริหารข้อมูล การควบคุมเอกสารและการจัดทำรายงาน “รายการการตรวจประเมิน (Checklist)” หมายถึง รายการที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจ รับรองผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ซึ่งจะต้องครอบคลุมทุกข้อกำหนดและมีแนวทางการ ตัดสินใจที่เหมาะสม “ผู้ตรวจรับรอง” หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ กยท. หรือบุคคลภายนอก ซึ่ง กยท. ได้ทำ การคัดเลือกและผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ตรวจรับรองจนได้รับการแต่งตั้งจาก กยท. ให้ทำหน้าที่ตรวจรับรอง ให้เป็นไปตามระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (GAP) “คณะผู้ตรวจรับรอง” หมายความว่า คณะเจ้าหน้าที่ของ กยท. หรือ กลุ่มบุคคลภายนอก กยท. ที่รับการ แต่งตั้งจาก กยท. ให้ทำหน้าที่ตรวจรับรอง “การตรวจมาตรฐานการผลิตตามระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี” (GAP ยางพารา) หมายความว่า การตรวจสถานที่ผลิต การบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินเกี่ยวกับการปฏิบัติ ที่เป็นไปตามระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (GAP) “การรับรองระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา” (GAP) หมายความว่า การให้การรับรองระบบการผลิตที่เป็นไปตามระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตร ที่ดีสำหรับยางพารา (การผลิตน้ำยางสด: มกษ. 5908-2562, การผลิตยางก้อนถ้วย: มกษ. 5910- 2563) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการรับรอง “คณะกรรมการตรวจรับรองตามระบบการรับรองมาตรฐาน GAP ยางพารา” หมายความว่า คณะ บุคคล ที่ กยท. แต่งตั้งขึ้นมา เพื่อพิจารณาการออกใบรับรองตามระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทาง การเกษตรที่ดี สำหรับยางพารา (GAP) และพิจารณาความเหมาะสมและความถูกต้องของระบบการออกใบรับรอง “หน่วยรับรอง” (Competent Authority, CA) คือ หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบและรับรอง มาตรฐานตามกฎหมาย โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้มอบหมายให้ กยท. เป็นหน่วยตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ที่ออกภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐาน สินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 และ กยท. ได้รหัสชื่อผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน คือ กษ 37 “สัญลักษณ์ Q” การปฏิบัติที่ดีสำหรับยางพารา หรือเรียกว่า GAP ยางพารา เป็นการจัดการสวนยางตาม ระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการผลิตน้ำยางสด (มกษ. 5908-2562) และ การผลิตยางก้อนถ้วย (มกษ. 5910-2563) นอกจากนี้ยังได้รับเครื่องหมายรับรอง สัญลักษณ์ Q เพื่อรับรองแหล่ง ผลิต GAP ยางพารา และแสดงเครื่องหมายสินค้าเกษตรในการสร้างภาพลักษณ์บนเอกสารและสื่อโฆษณาทุก


34 ประเภท เช่น แคตตาล็อก แผ่นพับ ป้ายโฆษณา ป้ายแปลง ป้ายที่ทำการกลุ่มบรรจุภัณฑ์เป็นต้น โดยระบุว่า “ผลิตภัณฑ์นี้ ผลิตยางที่ได้รับการรับรองแหล่งผลิต GAP ยางพารา” ทั้งนี้ห้ามแสดง เครื่องหมายรับรองบนบรรจุภัณฑ์ที่ แปรสภาพแล้ว เช่น ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน น้ำยางข้น ยางแท่ง ยางเครพ เป็นต้น ภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 กำหนดให้มีการแสดงเครื่องหมาย รับรอง สำหรับสินค้าเกษตรที่ผ่านการตรวจสอบรับรองมาตรฐานตามบทบัญญัติของกฎหมายและได้มีการออก กฎกระทรวงกำหนดลักษณะเครื่องหมาย การใช้เครื่องหมายและการแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้า เกษตรและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป ซึ่งมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะ เครื่องหมาย การใช้และการแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดไว้เดิมก่อนมีการตราพระราชบัญญัติดังกล่าว กษ AA - BBBB – CC - DDD – EEEEEE GAP [1] [2] [3] กษ 37- 5908 – 22- 100- 123456 GAP ชื่อผู้ประกอบการ ตรวจสอบมาตรฐาน [1] มาตรฐานสินค้าเกษตรที่ ให้การรับรอง [2] ชื่อผู้ได้รับการรับรอง [3] รหัสจังหวัด รหัสชนิดสินค้า รหัสแปลงที่ได้รับการรับรอง กษ AA BBBB CC DDD EEEEEE ชื่อมาตรฐาน รหัส มกษ. ขอบข่าย การแสดงเครื่องหมาย รหัสชนิดสินค้า การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี สำหรับการผลิตน้ำยางสด มกษ. 5908-2562 GAP สินค้าเกษตร 100


35 การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี สำหรับ การผลิตยางก้อนถ้วย มกษ. 5910-2563 GAP สินค้าเกษตร 200 กษ 37- 5908 – 22- 100- 123456 GAP หมายถึง การยางแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยรับรอง รหัส 37 รับรอง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการผลิตน้ำยางสด ของสวนยางจังหวัดจันทบุรี มีรหัสสินค้า 100 และ รหัสแปลงที่ได้รับการรับรอง 123456 ชื่อย่อมาตรฐานระบบการผลิต GAP บทบาทและหน้าที่ของที่ปรึกษาเกษตรกรผู้ช่วยที่ปรึกษาเกษตรกรและเกษตรกรในระบบการรับรองมาตรฐาน GAP ยางพารา การยางแห่งประเทศไทย มีบทบาทตั้งแต่เป็นนายทะเบียนรับสมัครเกษตรกรที่ต้องการขอการรับรอง มาตรฐาน GAP ยางพารา รวมถึงประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตยางพาราตามระบบการ รับรอง มาตรฐาน GAP โดยการถ่ายทอดความรู้และให้คำปรึกษา แนะนำ ตลอดจนตรวจประเมินเบื้องต้นเพื่อเตรียมความ พร้อมเกษตรกรเพื่อให้หน่วยงานตรวจรับรองเข้ามาดำเนินการตรวจต่อไป


36 การดำเนินงานส่งเสริมระบบการรับรองมาตรฐาน GAP ของยางพารา 1. ประชาสัมพันธ์ โดยผ่านสื่อต่าง ๆ ได้แก่ วิทยุท้องถิ่น หอกระจายข่าว การประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ ในพื้นที่รับสมัครและจัดทำทะเบียนเกษตรกรและออกรหัสเกษตรกร รหัสแปลงโดยใช้โปรแกรมฐานข้อมูล GAP เป็นระบบทะเบียนเกษตรกรในแบบโปรแกรมออนไลน์ เพื่อจัดทำข้อมูลให้กับ ผู้เกี่ยวข้องในระบบ ทั้งผู้ทำหน้าที่ เป็นที่ปรึกษา ผู้ทำหน้าที่ตรวจรับรอง ผู้ทำหน้าที่เป็นหน่วยรับรอง โดยนำข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลไปดำเนินงาน ตามบทบาทหน้าที่ตรวจรับรอง แล้วรายงานผลการดำเนินงานเข้าไป ในระบบฐานข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง เช่น เกษตรกร ผู้ประกอบธุรกิจด้านผลผลิตทางการเกษตร ตลาด ผู้ส่งออก สามารถสืบค้นข้อมูลจากระบบได้ ในระบบจะมีข้อมูลเกษตรกรทั้งหมดที่ขอรับรอง GAP ทำให้ ข้อมูลพันธุ์ยางพารา จำนวนแปลงที่ผ่านการประเมินเบื้องต้น จำนวนแปลงเกษตรกรที่ผ่านการรับรอง มาตรฐาน GAP หรือกรณีเกษตรกรยังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP สามารถสืบค้นข้อมูลจากระบบได้ว่าขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนใด โดยระบบฐานข้อมูลจะตัดยอดและประมวลผลข้อมูลทุกเที่ยงคืนเพื่อทำให้ข้อมูลใน ระบบเป็น ข้อมูลปัจจุบัน 2. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยางพาราแก่เกษตรกรเพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ ทักษะและมี ความชำนาญที่จะผลิตสินค้าเกษตรด้านยางพาราให้ปลอดภัยและมีคุณภาพ ตามความต้องการของผู้บริโภค เรื่องระบบการรับรองมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา โดยมีแนวทางปฏิบัติตาม ข้อกำหนด 8 ข้อ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา สำหรับการผลิตน้ำยางสด (มกษ. 5908-2562) และการผลิต ยางก้อนถ้วย (มกษ. 5910-2563) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควบคุมกับเอกสารระบบ จัดการคุณภาพ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีที่มีอยู่ โดยเน้นหนักเรื่องการถ่ายทอดความรู้การผลิตตาม แผน ควบคุมคุณภาพเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน มีความปลอดภัย มีการจัดการสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงสุขภาพ ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้ปฏิบัติงาน การใช้สารเคมีป้องกันการจัดศัตรูพืช อย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมทั้งการจดบันทึกการปฏิบัติงานในแปลงและฝึกปฏิบัติการจดบันทึก 3. ให้คำปรึกษาแนะนำและประเมินแปลงเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จาก กยท. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เกษตรกร โดยมีอาสาสมัครเกษตรกร GAP ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาเกษตรกร ที่ปรึกษาเกษตรกรจะทำการ นัดหมาย เกษตรกรเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำและทำการประเมินแปลงเบื้องต้นตามข้อกำหนดวิธีการปฏิบัติถ้าการประเมิน แปลงเบื้องต้นไม่ผ่านจะมีการแจ้งข้อบกพร่องให้เกษตรกรทราบและแนะนำการแก้ไขปรับปรุง กระบวนการผลิต ตามข้อบกพร่องที่พบ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาหรือวันที่ให้แก้ไขข้อบกพร่องให้แล้วเสร็จ เมื่อที่ปรึกษาเกษตรกรประเมินแปลงเบื้องต้นอีกครั้งผ่าน เกษตรกรเจ้าของแปลงจะได้รับประกาศนียบัตร รับรองการผ่านการประเมินเบื้องต้นในโปรแกรมฐานข้อมูล GAP online หรือบันทึกข้อมูลจาก GAP online ลง แผ่นซีดีเพื่อส่งให้ผู้ตรวจรับรองนัดหมายการเข้าตรวจรับรองในแปลงของเกษตรกรต่อไป


37 คุณสมบัติและหน้าที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับระบบการรับรองมาตรฐาน GAP ยางพารา 1. ที่ปรึกษาเกษตรกร 1.1 คุณสมบัติของที่ปรึกษาเกษตรกร 1.1.1 เป็นเจ้าหน้าที่ ผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก กยท. ให้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเกษตรกรใน พื้นที่ที่ เป็นสถานที่ตั้งแปลงของเกษตรกรในระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (GAP) 1.1.2 ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเป็นที่ปรึกษาเกษตรกรของ กยท. และมีจำนวนวันทำการ (Man day) ของที่ปรึกษา ไม่น้อยกว่า 80 ชม. คือ จำนวน 10 วัน ๆ ละ 8 ชม. (เวลา 8.00-16.00 น) 1.1.3 มีความรู้ความเข้าใจในระบบการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับ ยางพารา (GAP) โดยเฉพาะมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (มกษ. 5908-2562 มกษ. 5910-2563) 1.1.4 มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องยางพาราเป็นอย่างดี 1.1.5 สามารถประเมินและวิเคราะห์ความเสี่ยงของเกษตรกรและแปลงยางพาราที่จะสมัคร ขอการรับรองมาตรฐาน GAP และสามารถให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงานให้บรรลุผล สำเร็จได้ 1.1.6 สามารถตอบข้อซักถาม ข้อสงสัยของเกษตรกรเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระบบการรับรอง 1.1.7 มีความใส่ใจในการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง 1.2 หน้าที่ความรับผิดชอบในการให้คำปรึกษา 1.2.1 ให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อให้เข้าใจถึงระบบการรับรองมาตรฐาน GAP ที่เกี่ยวข้องใน พื้นที่รับผิดชอบ 1.2.2 เป็นที่ปรึกษาของเกษตรกรที่สมัครขอใบรับรองเพื่อให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติงานได้ ตามเกณฑ์ที่กำหนดในระบบการรับรองมาตรฐาน GAP ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1.2.3 ร่วมวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ 1.2.4 เป็นผู้ตรวจประเมินแปลงเบื้องต้นให้กับเกษตรกรและประสานงานแจ้งผู้ตรวจรับรอง เพื่อการนัดหมายเกษตรกร 1.3 การเตรียมการก่อนเข้าแปลงของเกษตรกร 1.3.1 เมื่อที่ปรึกษาเกษตรกรได้รับรายชื่อเกษตรกรที่สมัครขอการรับรอง GAP จากนายทะเบียน แล้วให้ทำการตรวจสอบข้อมูลของเกษตรกรกับใบสมัครแบบคำขอใบรับรองแหล่งผลิตยางพารา ของเกษตรกรใน พื้นที่ความรับผิดชอบเพื่อความถูกต้อง


38 1.3.2 จัดทำแผนการฝึกอบรมเกษตรกร วิธีการโดยการรวมกลุ่มเกษตรกรตามเป้าหมายที่ได้ กำหนดไว้ 1.3.3 จัดทำแผนปฏิบัติงานและกำหนดการให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรในพื้นที่แต่ละกลุ่ม บันทึกการปฏิบัติงานทุกครั้ง รวมทั้งแผนสนับสนุนด้านอำนวยการ งบประมาณ ยานพาหนะ และอื่น ๆ 1.3.4 ประสานงานกับผู้ช่วยที่ปรึกษาเกษตรกรเพื่อนัดหมายเกษตรกร เพื่อลงปฏิบัติงานให้ คำปรึกษาและการตรวจสถานที่ผลิต 1.3.5 แจ้งกำหนดการและนัดหมายให้เกษตรกรทราบก่อนลงปฏิบัติงานให้คำปรึกษา การตอบ คำถามด้านการผลิตของเกษตรกร ตรวจบริเวณรอบ ๆ สถานที่ผลิต 1.3.6 จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น บันทึกการให้คำปรึกษาและประเมินแปลงเบื้องต้น เพื่อขอการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับยางพารา (GAP) แบบบันทึกข้อบกพร่องและ รายงานการตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น ครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 แบบสรุปการให้คำปรึกษาและผลการ ประเมินแปลงเบื้องต้น 1.4 การดำเนินการอบรมเกษตรกร ให้คำปรึกษา และประเมินแปลงเบื้องต้น 1.4.1 จัดอบรมเกษตรกรตามแผนการฝึกอบรมเกษตรกร 1.4.2 พบเกษตรกรหรือผู้ผลิต แนะนำตัวว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาเกษตรกร เพื่อให้คำปรึกษาการผลิตตามระบบการจัดการคุณภาพมาตรฐานการผลิตยางพารา GAP พร้อมแจ้งแผนการ ให้ คำปรึกษาแนะนำ รวมถึงเวลาที่ใช้ 1.4.3 ดำเนินการตรวจสถานที่ผลิต บันทึกข้อมูลและเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ให้ เป็นไป ตามมาตรฐานการผลิตยางพารา GAP (มกษ. 5908-2562, มกษ. 5910-2563) สิ่งที่ต้องเข้าไป ตรวจสอบใน สถานที่ผลิตของเกษตรกร คือ การจดบันทึก การจัดเก็บปัจจัยการผลิต (สารเคมี ปุ๋ย) การจัดเก็บ เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิต ความสะอาดของแปลง การผลิตยางพาราให้ปลอดภัยจากโรค และแมลง สารเคมี ตกค้าง รวมทั้งประเมินแปลงเบื้องต้นตามแบบบันทึกการให้คำปรึกษาและประเมินแปลงเบื้องต้นเพื่อขอรับ การรับรอง 1.4.4 กรณีพบข้อบกพร่อง ต้องบันทึกข้อบกพร่องการผลิตและแจ้งข้อบกพร่องการผลิตที่จะ ให้ เกษตรกรปรับปรุงแก้ไข โดยจัดทำบันทึกข้อบกพร่อง 2 ชุด มอบให้เกษตรกร 1 ชุด ที่ปรึกษาเก็บไว้ 1 ชุด แจ้งข้อบกพร่องที่พบ ส่วนที่จะให้แก้ไข และกำหนดระยะเวลาให้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องให้เกษตรกรทราบ 1.4.5 ติดตามแก้ไขข้อบกพร่องของเกษตรกรหรือประเมินแปลงเบื้องต้นใหม่อีกครั้งตา ม ระยะเวลาที่กำหนดให้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง จนเกษตรกรสามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้หมด จึงถือว่าผ่าน การประเมินแปลงเบื้องต้นพร้อมสำหรับให้หน่วยตรวจรับรองดำเนินการตรวจรับรอง


39 1.5 การจัดทำรายงานการฝึกอบรม ให้คำปรึกษาและประเมินแปลงเบื้องต้น 1.5.1 ที่ปรึกษาเกษตรกรจัดทำรายงานการฝึกอบรมเกษตรกรเสนอสถาบันวิจัยยาง เพื่อรายงาน ตามระบบรายงานผลการปฏิบัติงาน 1.5.2 ที่ปรึกษาเกษตรกรจัดทำบันทึกผลการให้คำปรึกษาและการแก้ไขข้อบกพร่องและ เกษตรกรได้แก้ไขตามคำแนะนำเรียบร้อยแล้ว และรวบรวมรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการประเมินแปลงเบื้องต้น พร้อมแนบคำขอใบรับรองแหล่งผลิต GAP ให้นายทะเบียนสถาบันวิจัยยางเพื่อรายงานตามระบบรายงานผล การปฏิบัติงานและแจ้งให้หน่วยตรวจรับรองนัดหมายตรวจรับรองแปลงต่อไป 1.5.3 ข้อมูลการรายงานผลการให้คำปรึกษาเมื่อเสร็จสิ้นในแต่ละครั้ง จะประกอบด้วย ชื่อ/ที่อยู่ ของเกษตรกร ชื่อผู้ให้คำปรึกษา วัน/เดือน/ปี ที่ให้คำปรึกษา ข้อบกพร่องที่พบการแก้ไข และกำหนดการแก้ไข ปัญหาเก็บตัวอย่าง (ถ้ามี) 1.5.4 นายทะเบียนสถาบันวิจัยยางจัดทำใบประกาศนียบัตรรับรองการผ่านการประเมิน เบื้องต้น เพื่อมอบให้เกษตรกรเจ้าของแปลงที่ผ่านการประเมินเบื้องต้น


40 การติดตามให้คำแนะนำ


41 ติดตามให้คำแนะนำ เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจ สรุปปัญหา อุปสรรคและแน วทางแก้ไข เพื่อให้กระบวนการตรวจรับรองประสบผลสำเร็จและถูกต้องตามข้อกำหนด 1. วัตถุประสงค์ เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรในการผลิตยางพาราให้ได้ตามมาตรฐาน GAP 2. วิธีการดำเนินงาน เจ้าหน้าที่เข้าไปให้คำแนะนำในพื้นที่ โดยมีหัวข้อการติดตามให้คำแนะนำ ดังนี้ 1) ตรวจสอบความสมัครใจในการขอรับการตรวจรับรองใหม่หรือต่อเนื่อง 2) ทบทวนความรู้ความเข้าใจเรื่องยางพารา GAP 3) สอบถามปัญหาและหาแนวทางแก้ไข 4) ตรวจสอบความพร้อมและใบสมัครของเกษตรกรแปลงติดตาม 5) ตรวจสอบการบันทึกของเกษตรกร 6) แผนการเข้าตรวจของผู้ประเมิน (เอกสารต่าง ๆ) 7) สรุปปัญหาจากการตรวจประเมินในแต่ละครั้ง 8) ให้คำแนะนำ/แก้ไขข้อบกพร่องจากการตรวจประเมิน 3. ผู้ดำเนินการ 1) เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยยาง กยท. จังหวัด/สาขา ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการผลิต ฝ่ายพัฒนา เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร เป็นต้น 2) ดำเนินการติดตามให้คำแนะนำเกษตรกร 3) ตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรให้ถูกต้องพร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลให้ส่วนงานที่รับผิดชอบ ตรวจสอบรับรอง มาตรฐานยางพารา 4) แจกเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น แบบบันทึกเกษตรกร 5) ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่เกษตรกร และกลุ่มเกษตรกร


42 การตรวจประเมินเบื้องต้น (Pre Audit)


43 การตรวจประเมินเบื้องต้น (Pre Audit) ที่ปรึกษาเกษตรกรดำเนินการตรวจประเมิน GAP ยางพารา 1) จัดอบรมให้ความรู้ต่าง ๆ เช่น การจัดการสวนยาง การกรีด การผลิตน้ำยางสด การผลิตยางก้อนถ้วย เป็นต้น ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เน้นการตรวจประเมินเบื้องต้น และให้คำแนะนำ ปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตให้เข้า ตามหลักเกณฑ์ GAP 2) ฝึกให้เกษตรกรปฏิบัติจริง 3) ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของเกษตรกร * เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการตรวจประเมินของหน่วยรับรองและหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่กำหนด หรือไม่ พิจารณาผลการประเมินภายในตามระยะเวลาที่กำหนด โดยผลการพิจารณามี 3 ประเภท คือ * การไม่รับรอง เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ตามมาตรฐาน GAP ที่กำหนดไว้ในระดับที่ รุนแรง เช่น ไม่ใช้กรดฟอร์มิคในการจับตัวยางในการผลิตยางก้อน * การรับรองแบบมีเงื่อนไข การปฏิบัติไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน GAP และ/หรือ เกณฑ์ในระดับไม่ รุนแรง เช่น บันทึกไม่ครบถ้วน * การรับรองแบบไม่มีเงื่อนไข ให้การรับรองเมื่อเกษตรกรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนด เงื่อนไข ของมาตรฐาน GAP และกฎระเบียบของ GAP แบบฟอร์มที่ใช้ในการตรวจประเมินเบื้องต้น 1. แบบรายงานการตรวจประเมินของเจ้าหน้าที่ 2. แบบประเมินตามคู่มือของเกษตรกร การรายงานผลการตรวจประเมินเบื้องต้น 1. ส่งรายชื่อผู้ผ่านการประเมินเบื้องต้นให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจรับรองมาตรฐานการผลิต ยางพารา GAP ให้แก่สถาบันวิจัยยาง 2. รวบรวมรายชื่อผู้ไม่ผ่านการตรวจรับรองเพื่อเข้ารับการอบรมเตรียมความพร้อมตรวจรับรองในปี ต่อไป 3. ดำเนินการตรวจประเมินเบื้องต้น (Pre audit) เจ้าหน้าที่รับผิดชอบจัดการประเมินเกษตรกรที่ประสงค์ จะขอรับการตรวจประเมินเพื่อขอใบรับรอง GAP (Pre audit) ก่อนแจ้งรายชื่อให้สถาบันวิจัยยาง ดำเนินการตรวจ ประเมิน พร้อมทั้งสำเนารายชื่อเกษตรกรส่งทางระบบ GAP ให้สถาบันวิจัยยาง เพื่อรายงาน ผลดำเนินงาน


44 แผนปฏิบัติงานของที่ปรึกษาเกษตรกร • ตุลาคม - มีนาคม (ปีถัดไป) • อบรมเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาเกษตรกร 1 • พฤศจิกายน - เมษายน (ปีถัดไป) • ติดตามการปฏิบัติงาน (Man days) ของเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาฯ ตามมาตรฐาน ISO 19011 ไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมง (ไม่น้อยกว่า 10 วัน) • หัวหน้าหน่วยงานการยางแห่งประเทสไทย ในพื้นที่ เป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน การจัดการและลงนามรับรองคุณสมบัติของผู้ตรวจประเมิน 2 • มกราคม - เมษายน • สถาบันวิจัยยางให้การรับรองเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาที่มีชั่วโมงการทำงานครบ 3


45 แผนภูมิแสดงขั้นตอนการดำเนินงานเข้าสู่ระบบการตรวจรับรองมาตรฐาน GAP ยื่นคำขอรับรองการผลิต ยางพารามาตรฐาน GAP สถานที่ยื่น สำนักงานการยาแห่งประเทศไทยจังหวัด ทุกจังหวัด สำนักงานการยางแห่ประเทศไทยสาขา ทุกแห่ง สถาบันวิจัยยาง ศูนย์วิจัยยางทุกแห่ง ฝ่ายอุตสาหกรรมยาง ศูนย์บริการทดสอบรับรองทุกแห่ง ยื่นคำขอรับการรับรอง พร้อมเอกสารคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เอกสาร -คำขอรับรองการผลิต GAP(ตามแบบฟอร์ม) - ส่งเอกสารคำขอรับรองให้หน่วยงานที่รับผิดชอบใน พื้นที่เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบและแนะนำ การผลิตฯ (Consultant) -ส่งคำขอพร้อมรายงานการตรวจแนะนำการผลิตฯ ให้สถาบันวิจัยยางหน่วยงานที่รับผิดชอบ -ศวย. ฉะเชิงเทรา -ศวย. หนองคาย -ศวย. บุรีรัมย์ -ศวย. สุราษฎร์ธานี -ศวย. สงขลา -ศบท.ต. -ศวย. สงขลา -ศบท.ต. - ส่งเอกสารคำขอรับรองให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ในพื้นที่เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจเพื่อประเมิน รับรองแปลงผลิตฯ (Auditor) -ส่งคำขอพร้อมรายงานการตรวจแนะนำการผลิตฯ ให้สถาบันวิจัยยางหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ผ่านเกณฑ์ แจ้งเกษตรกรปรับปรุงแก้ไข ผ่านเกณฑ์ จัดทำรายงานเพื่อเสนอออกใบรับรองการผลิตมาตรฐาน GAP โดย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง เป็นผู้ลงนาม ใบรับรอบแปลงผลิตมาตรฐาน GAP


46 ขั้นตอนการดำเนินงานการเตรียมเกษตรกร ชี้แจงโครงการ/แจกคู่มือปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ รับสมัครเกษตรกรที่สมัครใจผลิตยางตามระบบ GAP จัดเวทีเรียนรู้แปลงต่อเนื่อง จัดเวทีเรียนรู้แปลงใหม่ อย่างน้อย 1 ครั้ง ดำเนินการผลิตภายใต้ระบบ GAP ยางพารา ตรวจประเมินเบื้องต้น (Pre audit) มีความเสี่ยง ผ่าน สมัครตรวจรับรอง มาตรฐาน GAP


47 หลักสูตรการอบรม/ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ GAP สำหรับยางพารา ลำดับ หลักสูตร ผู้ดำเนินการ 1 การปลูกสร้างสวนยางตามหลัก GAP เจ้าหน้าที่ 2 การใส่ปุ๋ยยางพารา และผสมปุ๋ยใช้เอง เจ้าหน้าที่ 3 การกรีดยางตามหลัก GAP เจ้าหน้าที่ 4 การผลิตยางก้อนถ้วย และการใช้กรดฟอร์มิค เจ้าหน้าที่ 5 การควบคุมคุณภาพการผลิตน้ำยางสด เจ้าหน้าที่ หมายเหตุ 1. การถ่ายทอดความรู้สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางตามมาตรฐาน GAP ให้หน่วยปฏิบัติการ พิจารณา ถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 2. หลักสูตรการอบรมสามารถเพิ่มเรื่องหรือวิชาที่เห็นว่ามีความจำเป็นได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของหน่วยปฏิบัติ


Click to View FlipBook Version